สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เบนซ์ไพรม์มัส” ลุยงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดกิจกรรมให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทาย ในงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events ที่สนาม Spirit Adventure Ground จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัดกับสมรรถนะและความหรูหราของยนตรกรรมระดับโลก Mercedes-Benz ในตระกูล SUV ที่มีให้เลือกสัมผัสและทดลองขับมากกว่า 11 รุ่น พร้อมรุ่นเรือธง Mercedes-AMG G 63 ราชันแห่งออฟโรด พร้อมเสริมทักษะการขับขี่ เพื่อการใช้รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มีโอกาสบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรม Mercedes-Benz SUV Driving Events ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้า Mercedes-Benz ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สไตล์ออฟโรดเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 ราย โดยวันแรก ได้นัดพบลูกค้าคนสำคัญ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” สาขาเลียบด่วน-เอกมัยรามอินทรา โดย “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” กับ “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามดาษดา เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเช็คอินน์เข้าสู่ที่พัก และร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงต้อนรับ ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เคล้าคลอกับเสียงเพลงที่มอบความสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดค่ำคืน

วันที่ 2 เป็นกิจกรรมการขับขี่รถยนต์ Mercedes-Benz ในแบบออฟโรด โดยทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะที่ทรงพลังของรถยนต์ ในตระกูล SUV อย่างเต็มพิกัด โดยมีรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้เลือกทดลองขับมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล รวมกว่า 11 รุ่น อาทิ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic, GLC 220 d 4 MATIC Avantgarde, GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic เป็นต้น พร้อมรุ่นเรือธง “Mercedes-AMG G 63” ราชันแห่งรถออฟโรด สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแข็งแกร่ง ทรงพลังอย่างไร้ขีดจำกัด ที่ทาง “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดมาให้พิเศษสำหรับทริปนี้โดยเฉพาะก่อนลงสนามจริง

ทางผู้บริหาร และทีม Instructor ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ได้นำเสนอข้อมูลของรถยนต์ในแต่ละรุ่น และเทคนิคการขับขี่รถยนต์ในสภาพถนนที่มีความหลากหลายของแต่ละสถานี เพื่อให้ได้สัมผัสประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ หากมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดด้วยเช่นกัน

ด้านสนาม Spirit Adventure Ground ถือเป็นสนามออฟโรดมาตรฐานและเป็นสถานที่สำหรับพัฒนาทักษะการขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ “สื่อสากล” โดยมีการออกแบบพื้นที่สำหรับการขับขี่ในสภาพถนนและสถานการณ์ต่างๆ แบ่งออกเป็น 7 สถานี คือ การขับขึ้น-ลงเนินชันยาว เนินสลับ เนินเฉียงขวาหักศอก เนินทรงแหลมเฉียงขวา และทางเฉียงขวายาว บนเส้นทางที่เป็นทางทราย ทางขรุขระ ทางโคลนที่ลื่นไถล รวมถึงการขับขี่ข้ามร่องน้ำยาว ทำให้เห็นสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ Mercedes-Benz ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบ ทั้งความแม่นยำในการควบคุม การทรงตัว และเกาะถนน ที่สำคัญ คือ ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Mercedes-Benz ที่ทำให้สถานการณ์การขับขี่ต่างๆ ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย นับเป็นการเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / -​ทพ.2107 สกัดจับคนนามสกุลดัง ลักลอบขน จยย. ข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะทหารพรานที่ 2107 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107) ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์

ข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ ม.1 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ จ.ส.ต.เมธาสิทธิ์ เนตรแสงศรี ผบ.ชป.4 (บ้านตาลใหม่) จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง

ครั้นเมื่อเวลา 19.20 น. ชุดปฏิบัติการได้ตรวจการณ์เห็นเรือกีบติดเครื่องยนต์ วิ่งเข้ามายังฝั่งไทยจากนั้นได้มีชายว 2 คน นำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 i สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จูงลงบันไดเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขง และนำรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือกีบติดเครื่องยนต์

ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถวิ่งตามไปจับกุมตัวไว้ได้ 1 ราย

คือ นายสมโภชน์ ศรีลาศักดิ์ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 86 ม.4 บ.นาห้วยกอก ต.ดอนตาล จึงได้ควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลักลอบขนรถส่งข้ามลาว​ #ขบวนการค้ารถข้ามชาติ​ #ชายแดนไทยลาว​ #ทหารพราน2107​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ข่าวภูมิภาค​ #ข้ามโขง​ #สกัดจับ​ #ข่าวด่วน​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / นอภ.นิคมคำสร้อย นำ จนท. ร่วมให้กำลังใจครอบครัว “ภูมิลา” หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถ

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัว “ภูมิลา” ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ตำบลร่มเกล้า

หลังเกิดเหตุสลดใจจากอุบัติเหตุต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของครอบครัว ขณะที่ลูกสาว นางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปีซึ่งนั่งอยู่ในแคปด้านหลังของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นและยังคงมีอาการโศกเศร้าจากการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว

โดยนายอำเภอนิคมคำสร้อยได้เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมกระเช้าสิ่งของให้แก่นางสาวศิริรัตน์ เพื่อเป็นการปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจในเบื้องต้น ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลดของญาติพี่น้องและชาวบ้านในชุมชนทั้งนี้ ครอบครัวของผู้สูญเสียมีอยู่ด้วยกัน 4 คนประกอบด้วย นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เป็นพ่อและแม่ นายอาทร ภูมิลา อายุ 29 ปี ลูกชายปัจจุบันมีครอบครัวและพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ

และนางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปี ลูกสาวซึ่งอยู่ในรถคันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บด้วย ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรค์ ทั้งนี้ชาวบ้านต่างแสดงความชื่นชมนายอำเภอนิคมคำสร้อยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข -โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ที่ออกปลอบขวัญให้กำลังใจ เยียวยาแก่ ครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วอุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพบ้าน เพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย ณ ชุมชนสลิดทอง หนองจอก กรุงเทพฯ

26 พฤษภาคม 2568 : 09.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบ

หมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,จนท.สภาสังคมสงเคราะห์ฯ,จนท.ทหารช่าง ช.พัน.2 จ.ฉะเชิงเทรา,จนท.กระทรวง

พม.,อส.พก.,ประธานชุมชน,คณะจิตอาสาชุมชน และจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” : ลงพื้นที่ตรวจประเมินสภาพบ้านเพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 1 ราย ณ ชุมชนสลิดทอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 1 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวแกงปักษ์ใต้“ครัวนายหนัง”ประกาศไม่ปรับราคาแม้เศรษฐกิจดิ่งเหว

ร้านข้าวแก้งครัวนายหนัง จังหวัดนครราชสีมา สู้กับพิษเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง วัตถุดิบปรับราคา แต่ร้านตนขอประกาศว่าไม่ขอปรับราคายังขายข้าวแกงจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10-20 บาท เท่านั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนมีรายได้น้อย

นายสุรพล จันทรชูเดช เจ้าของร้านครัวนายหนัง 4 สาขา ที่จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเปิดร้านขายข้าวแกงปักใต้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยชื่อ “ครัวนายหนัง” มาจากการเอาชื่อของพ่อตาที่เป็นชาวจังหวัดชุมพร มาตั้งแต่ทำอาชีพฉายหนังตะลุง ซึ่งสาขาแรกเปิดที่ตำบลหมื่นไวย สาขาที่ 2 ในโรงพยาบาลมหาราช สาขาที่ 3 ที่ปั้มบางจากติดกับตลาดเซฟวันและสาขาที่ 4 ภายในศูนย์ป่าไม้ติดกับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษานครราชสีมา

นายสุรพลกล่าวต่อไปว่าในสภาวะเศรษฐกิจแย่และตกต่ำกับค่าครองชีพที่สูง แต่ตนขอขายข้าวแกงในราคาเดิมคือจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและบุคคลทั่วไปที่มีกำลังซื้อน้อยทั้งๆ ที่ค่าวัตถุดิบมี

ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตนและครอบครัวว่าช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเอาแต่รายได้น้อยๆ ก็เพียงพออยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจถดถ้อยแบบนี้ แต่คุณภาพยังเหมือนเดิมทุกประการ เพราะที่นี่คัดแต่วัตถุดิบดีๆ มีคุณภาพ สะอาดปลอดภัย พิถีพิถันในการปรุงทุกๆ ขั้นตอน ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากทุกๆ วัน

เจ้าของร้านครัวนายหนังกล่าวต่อไปอีกว่า ข้าวแกงที่ทางร้านทำส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคกลาง อาทิเช่น หล่นปูทะเล คั่วกลิ้ง น้ำพริกกะปิ แกงส้ม แกงเขียวหวาน ต้มยำขาหมู ไก่คั่วพริกเกลือ

ผัดวุ่นเส้น ผัดคะน้าหมูกรอบ หมูพะโล้ แกงแพนงหมู และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่รับรองความอร่อยปรุงรสชาติจัดจ้าน ขอเชิญมารับชิมรสได้ที่สาขาปั้มบางจากเลยตลาดเซฟวันมาเพียง 300 เมตรเท่านั้น นายสุรพลกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พรรคประชาชน” จัดประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จ.สระแก้ว/จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

วันนี้ (22 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุม สนง.สหพันธ์ที่ดินสระแก้ว หมู่ 13 ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จัดการประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จังหวัดสระแก้ว มีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนถูกต้อง โดยได้รับเกียติจาก อดีตสส.พรรคประชาชน นายทวีศักดิ์ ทักษิณ พร้อมผู้ช่วย สส.นายธวัช แกนนำเครือข่ายปีกแรงงาน พี่หมอเทพ และ เครือข่ายชลบุรี ระยอง ได้เดินทางมาให้ความรู้ทำความเข้าใจกับสมาชิกได้เข้าใจในการดำเนินงานของ “ปีกแรงงาน” ได้ชัดเจน

ได้จัดตั้งคณะทำงานชั่วคราวปีกแรงงาน จ.สระแก้ว โดยการรับรองจากสมาชิกพร้อมกับมอบหมายและรับรองให้สมาชิกร่วมกันดำเนินกิจกรรมโดยคณะกรรมการ “ปีกแรงงาน” พรรคประชาชน ได้รับรอง โดยมีคณะขับเคลื่อนทั้ง 7 อำเภอ ที่มีสมาชิกกว่า 500 คนในจังหวัดสระแก้ว เฟสแรก 60 คนสำหรับยกระดับติดปีกให้กับสมาชิกที่มีคนมองว่าด้อยคุณภาพ เป้าหมายของเราคือ สมาชิก 2 พันคนในสิ้นปีนี้.

จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

วันนี้ (25 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ต.นกออกกอ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จัดพิธีมงคลสมรส ระหว่าง นายวิเชียร มหาพรม บุตรของ นายเชี่ยม – นางปี มหาพรหม กับ น.ส.สุภาพรรณ ยอดผักแวน

บรรยากาศจัดแบบเรียบง่าย มีชาวบ้านญาติพี่น้องมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมี นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการเครือข่าย สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางร่วมในงานมงคลสมรสดังกล่าว.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG น้ำหนัก 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ จนท.เร่งกู้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ _

วันนี้ 26 พ.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG ปริมาณ 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วง กม. ที่ 320 พื้นที่บ้านสวนขวัญ ต.คลองวาฬ อำเภอเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากแยกทางเข้าด่านสิงขร ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่มีก๊าซรั่วไหล

โดยกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม ปลอดภัย โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวดประจวบคีรีขันธ์ นายธนวัฒน์ เรืองเดช รก.หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดฯ แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จนท.ตร.สภ.คลองวาฬ อบต.ห้วยทราย อบต.คลองวาฬ อบต.เกาะหลัก ทม.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ

ขณะที่ แขวทางทางหลวงประจวบฯ ปิด ถ.เพชรเกษม ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่องใต้ บริเวณจุดเกิดเหตุชั่วคราวเพื่อเคลียร์เส้นทาง ใช้รถเครนขนาด 35 ตัน และ 50 ตัน ยกรถบรรทุกก๊าซออกจากถนน พร้อมแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนที่เดินทางในฝั่งขาล่อง เบี่ยงไปใช้เส้นทางฝั่งตะวันออกในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ผ่านข้างกองบิน 5 หว้ากอไปออก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านหว้าโทน ส่วนผู้ใช้เส้นทางฝั่งขาขึ้น ใช้เส้นทางฝั่งตะวันตกจาก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านต้นเหตุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ ไปออกถนนข้างวัดหนองบัว ต.เกาะหลัก อ.เมือง ต่อไป

///////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย ปีงบประมาณ 2568 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

ภ.จว.ปทุมธานี 🔸️🔹️ เข้าพบหารือกับรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต เพื่อประสานความร่วมมือ ให้ความรู้แก่นักเรียน ให้รู้เท่าทันอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) วันที่ 21 พ.ค.68 เวลา 10.00 น.👮‍♂️

พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี👨🏻‍💼 นายชาลี วัฒนเขจร ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต👮‍♂️ พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิตร่วมกับคณะครู รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต♦️ ร่วมหารือกับทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าบรรยายให้ความรู้แก่ นักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
📍ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า

ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี โชคชัยงามวงศ์ รอง ผบช.ภ. 1 ดำเนินการจัด….

วันที่ 22 พ.ค.68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธี ฯ

พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรีคณะรอง ผบก.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคล

คลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย สายงานป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ 2568ณ ตำรวจภูธรภาค 1

ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมในการแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือทางสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งน่าน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท”

สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน นำโดย นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมขบวนแห่รถรางประชาสัมพันธ์รอบเมืองน่าน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมประมูล ทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท” ซึ่งมีความหมายมงคล “การงาน

ก้าวหน้า การค้ามั่งมี เศรษฐีทวีทรัพย์” สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รวมทั้งสิ้น 301 หมายเลข ที่การประมูลจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม น่านตรึงใจ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้าสมทบ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน


โดยนางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย จำนวน 301 หมายเลข ถือเป็นแผ่นป้ายทะเบียนแห่งความเป็นสิริมงคล เนื่องจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่านได้นำแผ่นป้ายประมูลทะเบียนรถเลขสวย 301 หมายเลขเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง (สวดมนต์ตั๋น) เสริมสิริมงคล

ณ พระวิหารหลวง ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ในงานสมโภชประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และรายได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนน ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และสมทบกองทุนการวิจัยการใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

ทั้งนี้ได้เปิดประมูลผ่านระบบ ไฮบริด คือจัดการประมูลทางวาจาร่วมกับการประมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ท่านที่สนใจร่วมประมูลผ่านอินเทอเน็ต ระบบเปิดให้ลงทะเบียนร่วมประมูลได้ทุกวันตลอด 24ชั่วโมง ลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมประมูลทาง www.tabienrod.com ลงทะเบียนด้วยตัวเองที่สำนักงานขนส่ง ทั้ง 3 แห่ง กำหนดจัดงานปิดประมูล ในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมน่านตรึงใจ

สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมรับทะเบียนเลขมงคลที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านโทรศัพท์ 054-716047 สาขาอำเภอปัวโทรศัพท์ 054-791251 สาขาอำเภอเวียงสา โทรศัพท์ 054-719321 กปถ.น่านโทรศัทพ์หรือไลน์ ID LINE : 0992946599 เพจ FACEBOOK : ประมูลทะเบียนรถเลขสวยน่าน /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน


สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ฝนตกหนักทำต้นไม้ใหญ่โค่นทับรถกระบะเสียชีวิตติดภายในรถ​ 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

ฝนตกกระหน่ำตลอดทั่งคืน ทำต้นไม้ริมถนนในจังหวัดมุกดาหารโค่นลงมา ทับรถพ่อกับแม่ พร้อมลูกสาว ที่ขับผ่านมาพอดี เสียชีวิตคาที่2ราย คือพ่อและแม่ ส่วนส่วนลูกนั่งแคปด้านหลังบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย บ้านหนองนกเขียน ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าเข้าตัว อำเภอ นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที 26 พ ค 68 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ นิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุต้นไม้ล้มทับรถยนต์จึงออตรวจสอบพร้อม พร้อมด้วยกู้ชีพ อบต โชคชัย ที่เกิดเหตุพบต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บ ฉ 3270 มุกดาหารสภาพห้องโดยสารยุบ ในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นคนขับ เป็นชายอายุ 54 ปี ส่วนหญิงที่นั่งข้างเป็นภรรยา อายุ 49 ปี ก็เสียชีวิตเช่นกัน

โดย สภาพศีรษะถูกทับ ส่วนลูกสาวอยู่ในแคปด้านหลังคนขับบาดเจ็บไม่มาก ก่อนเกิดเหตุ 3คนพ่อแม่ลูกเดินทางอกจากบ้านเพื่อที่จะไปเยี่ยมญาติที่ป่วยอยู่ที่ โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย โดยคาดว่าระว่างขับรถมาต้นไม้ได้ล้มลงมาพอดีจึงทำให้ทับลงบริเวณห้องคนขับด้านหน้าทำให้ นาย สุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และ นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ทำให้เสียชีวิตทันที่ ส่วนลุกสาวอายุ 16 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถามที่เห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถจะกลับบ้านแล้วก็มาเจอ ต้นไม้ล้มลงมาทับรถกระบะคันดังกล่าวจึงได้เดินเข้าไปดูพบว่าด้านหน้าบริเวณห้องคนขับยุบลงไปทับตัวและหัวของผู้เสียชีวิตทั่งสองคนส่วนด้านหลังพบว่าเป็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงจึงแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือเอาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกมาจากตัวรถดังกล่าว

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุของการเกิดเหตุในครั้งนี้อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกต่อเนื่องทำให้ดินชุ่มน้ำ ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถยึดเกาะกับดินได้มั่นคงจึงทำให้ล้ม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพิสูจน์ความสยองครั้งใหม่จากไต้หวันใน “GALA – ไลฟ์ติดผี” โดย THAM STUDIO 19 ตั้งแต่ 5 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

ใช้เครื่องสำอางชนิดพิเศษเพื่อออกแบบความน่าสะพรึงกลัวใน “GALA – ไลฟ์ติดผี”เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันที่ถูกพูดถึงมากมายถึงความน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในเรื่องสำหรับ “Gala – ไลฟ์ติดผี” เพราะทำให้คนที่ได้ดูแล้วรู้สึกจมดิ่งอยู่กับความหวาดกลัวผ่านภาพและเสียงในทุกเสี้ยววินาที

“เราใช้เครื่องสำอางชนิดพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้วยการอ้างอิงจากโรคกลัวรูพรุน ภายใต้การแต่งหน้าของเมคอัพ อาร์ตติสท์ Chu Xu ที่ทำเอาแม้แต่ตัวผมเองก็ยังรู้สึกขยะแขยงและขนลุกขนพองไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งการผสมผสานโรคกลัวรูพรุนเข้ากับองค์ประกอบของภาพยนตร์สยองขวัญอาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีปรากฏในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของไต้หวันที่ทำให้ผู้ชมไม่ควรพลาด” ผู้อำนวยการสร้าง หลิวเฟิงฉี กล่าว

เตรียมพิสูจน์ความสยองครั้งใหม่จากไต้หวันใน “GALA – ไลฟ์ติดผี” โดย THAM STUDIO 19 ตั้งแต่ 5 มิถุนายนนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

“ยังจำความประทับใจกับเรื่องราวความรักของเขาและเธอกันได้ไหม ?”

เตรียมพบกับการกลับมาในรอบ 30 ปีของ “มหัศจรรย์แห่งรัก” ภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2538 ฉบับรีมาสเตอร์ทั้งภาพและเสียงกับความคมชัดระดับ 4K ในผลงานการกำกับฯ ลำดับที่ 7 ของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล โดย Movie Copyright (Thailand)

เร็ว ๆ นี้สัมผัสความมหัศจรรย์อีกครั้งด้วยตัวคุณเองอีกไม่นานเกินรอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น….

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ ช่วยเหลือนักเรียน แนวชายแดน จ.สระแก้ว/กิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

23 พ.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองกำลังบูรพา นำโดย พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , พันเอกปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ,

คุณสาธิมา ทานาเบ้ รองประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมคณะจิตอาสา ได้เดินทาง มาที่โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน แนวชายแดน จังหวัดสระแก้ว 3 โรงเรียนประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก โรงเรียนบ้านคลองหาด สาขาเขาช่องแคบ โรงเรียนทับทิมสยาม 05

สร้างรอยยิ้ม สนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล
มอบชุดนักเรียนพร้อมปักชื่อ มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน จัดให้มีการตรวจสุขภาพ ตรวจสายตา นัดตัดแว่นและลงฟูลออไลน์กันฟันผุ ให้เด็กทุกคนจำนวน 153 คน

กิจกรรม วันนี้ ทำให้พวกเราใจฟูมาก เพราะเรารู้ว่าการให้ด้วยใจที่เมตตา มีค่ามหาศาลกับผู้รับ และพวกเราได้เปลี่ยนแปลง สร้างรอยยิ้ม สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

เด็กๆทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข และรอคอยที่จะได้ใส่ชุดใหม่ รวมทั้งได้อร่อยกับข้าวไก่ทอด แกงจืดเต้าหู้และนมยูเอชทีที่เราจัดเลี้ยงแบบไม่อั้นในวันนี้

ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับทุกกุศลจิตของท่านที่ได้สนับสนุนให้เราสามารถเข้ามาช่วยเหลือน้องๆในพื้นที่ห่างไกล และช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้นค่ะ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)”

อนุโมทนาสาธุการสามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด :https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdfPage #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรมhttps://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

🏃‍♀️🩷สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.00 – 09.00 น.

ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนจากภูผาสู่มหานที และสวนจตุจักร กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

🏃‍♂️🩷กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีรวมถึงเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์

ระหว่างองค์กรสมาชิกของทางสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมสมทบทุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ

🏃‍♂️🏃‍♀️การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล /

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) / บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และอีกหลากหลายองค์กร

🩷🙏สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอขอบคุณหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชนทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ความร่วมมือและน้ำใจจากทุกท่านเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน

กิจกรรมเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน ขอขอบคุณทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together – สองหัวใจ ไปด้วยกัน” ทุกการสมัครคืออีก
หนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยผลักดันให้ภารกิจเพื่อสังคมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

25 พฤษภาคม 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,

น.ส.จุฑามาศ ฉันทะ ผช.ผญบ.ม.2,นางพัชรินทร์ ดีผิว ผช.ผญบ.ม.5,นางสุภาพร โพธิ์เย็น อสม.ม.2,นายอำนาจ มานาก ผรส.ม.2,นายสิรภพ สุนะศรี จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 3 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.แพร่-ประจวบ”เชื่อมโยง” เศรษฐกิจ 2 จังหวัด ชู Soft Power งานหัตถกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น

ตามที่ นางสาวนิสา สังข์ศร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแพร่
เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยว “แพร่ชาร์มมิ่ง Phrae Charming” ซึ่งถือเป็นโครง การที่ส่งเสริม Soft Power ตามนโยบายของรัฐบาล ช่วงค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ชิเคด้ามาร์ เก็ต อ.หัวหิน จ.ประจวบ
คีรีขันธ์ โดยมี น.ส. ทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรม จ.แพร่

นายโชคชัชกาญ ราชฟู ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.แพร่ และหัวส่วนราชการ จ.แพร่ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯ นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานสภาหอการค้า จ.ประจวบฯ นางสาวจิราวรรณ บุญฤทธิ์ รอง ผอ.ททท.สำนัก งานประจวบฯ นายกิติพงษ์ สิริเพชร เกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ

ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2568 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ จ.แพร่ และผู้ประกอบการ จ.ประจวบฯ จะได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจสานสัมพันธ์ เชื่อมโยงธุรกิจระหว่าง 2 จังหวัด ส่งเสริมเศรษฐ กิจการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยมีการนำเสนออัตลักษณ์ของ จ.แพร่ สู่สายตานักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ด้วยกิจกรรมร่วมสมัย

มีการออกบูธจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน งานฝีมือ งานผ้า งานหัตถกรรม ผลงานศิลปะจาก จ.แพร่ รวมกว่า 30 บูธ มีกิจกรรมสาธิต ลานพื้นที่สร้างสรรค์ และมีการแสดงดนตรีกลุ่มเยาวชน การแสดงศิลปวัฒน ธรรม การสาธิตด้านศิลปะ การแสดงบนเวที รวมถึงการเจรจาธุรกิจ โดยมีการเชิญผู้ประกอบการธุรกิจใน จ.ประจวบฯ มาเยี่ยมชมสินค้า และร่วมลงนามความร่วมมือธุรกิจร่วมกันด้วย

“ทั้งนี้ จ.แพร่ เป็นประตูสู่ล้านนา ในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้าน 2 แสนคนต่อปี โดยการใช้ทุนทางวัฒนธรรม และทุนด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากภูมิปัญญา เช่น ผ้าหม้อห้อม ผ้าทอตีนจก รวมถึงผลิตภัณฑ์ไม้สัก และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีอาหารการกิน ที่มีความหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสดีของทั้งผู้ประกอบการจาก จ.แพร่ และผู้ประกอบการจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่จะได้มีโอกาสพบปะเจรจาธุรกิจสานสัมพันธ์ สานต่อการท่องเที่ยวระหว่าง 2 จังหวัด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น
..#ทีข่าวบกรายงาน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวพรรคพลังไทยใหม่ คิดใหม่ ทำเป็น ชูนโยบายเอาที่ดินสาธารณะประโยชน์ทำเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร จ่ายเงินให้หญิงตั้งครรภ์ เดือนละ 1,500 บาท ลดปัญหาการทำแท้งในสังคมไทย

***เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 68 ที่หอประชุมโรงแรมพรหมพิมาณ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรคพลังไทยใหม่ เปิดประชุมใหญ่ครั้งแรก พร้อมเปิดตัวพรรคพลังไทยใหม่ แถลงนโยบายให้กับสมาชิกพรรค ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่เกิดขึ้น โดยมีหัวข้อพรรคคือ พรรคพลังไทยใหม่ คิดใหญ่ ทำเป็น โดยมีสมาชิกของพรรคเข้ามาร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก

***ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรคพลังไทยใหม่ เปิดเผยว่า จริงแล้วพวกเรารวมตัวกันมาเป็นปีแล้ว ซึ่งมีสมาชิกแยกตัวมาจากพรรคการเมืองอื่น ประมาณ 4 พรรค แยกตัวออกมาอยู่กับเรา ซึ่งพรรคพลังไทยใหม่ของเราเป็นพรรคที่สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา ให้ประสานทำงานร่วมกับคนรุ่นกลาง และรุ่นเก่า ไม่มีการแบ่งสี แบ่งฝั่ง ไม่แบ่งศาสนา ซึ่งเน้นคนมีอุดมการณ์จริงๆเข้ามาร่วมพรรค โดยนโยบายของพรรคพลังไทยใหม่หลักๆ จะมีการเสนอออกพระราชกฤษฎีกาที่สาธารณะประโยชน์

ทั้งพื้นที่บนภูเขาหัวโล้นทั่วประเทศให้เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรกรรมเพื่อการส่งออก ส่งเสริมเกษตรกรให้ทำการเกษตร เพื่อการส่งออก สร้างอาชีพหนึ่งครัวเรือนให้แก่ประชาชน เสริมสร้างความเสมอภาคในสังคม และส่งเสริมสิทธิมนุษย์ชน แก้ไข พรบ. เครดิตบูโร ที่ดินทำกินของเกษตรกรต้องเป็นโฉนด (นส.4จ ) เท่านั้น สร้างโรงงานในทุกจังหวัดเพื่อให้มีการจ้างงานคนในพื้นที่ เพื่อที่ประชาชนจะได้มีรายได้ และให้ค่าตอบแทนหญิงตั้งครรภ์ 12 ปี เดือนละ 1,500 บาท ลดปัญหาการทำแท้งในสังคมไทย


***ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรค กล่าวต่อไปอีกว่า พรรคพลังไทยใหม่ ตอนนี้เราเตรียวมจะเปิดไว้ 8-9 สาขา และเตรียมจะส่งผู้สมัครลงชิงชัยทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ก็จะส่งอย่างต่ำก็ 70 คน ความคาดหวังเราก็อย่างจะเข้ามีสมาชิกเข้าไปอยู่ในสภาไม่ต่ำกว่า 50 คน ซึ่งพรรคพลังไทยใหม่ของเราพร้อมในทุกๆด้าน พร้อมที่จะเดินลุยช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สามร้อยยอด เตรียมจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด ช๊อป ชิม อาหารจากแม่ครัวฝีมือเด็ด ชมฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย ได้นำ

ผู้แทนส่วนราชการทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมการจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30- พฤษภาคม – วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้

โดยผู้จัดงานได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ จัดงานมหกรรมอาหารทะเล@สามร้อยยอด โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ตามข้อกำหนดแห่งกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในงานจะมีเหล่าบรรดาแม่ครัวฝีมือเด็ด

ร่วมการแข่งขันทำอาหาร (แกงป่าปลาทราย) ชิงเงินรางวัล ที่ 1 จำนวน 10,000 บาท ที่ 2 จำนวน 5,000 บาทและที่ 3 จำนวน 3,000บาท รวมไปถึงการออกบูธจากร้านค้าต่างๆ กับอาหารทะเลสดๆ ที่

ได้จากชาวประมงในพื้นที่ และแม่ค้าในพื้นที่มาจำหน่ายอาหารหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง กว่า 100 ร้านค้า และฟู๊ดทรัค พร้อมกิจกรรมสนุกๆ กับการแข่งขันวิ่งเพื่อสุขภาพ กิจกรรม แลนรี่ จากกาญจนบุรีFamily Car Rally 2025 และ Big Concert สุดมันส์ จากศิลปินชื่อดัง 30 พ.ค. ไก่กะละมัง – ไชโย ธนวัฒน์, 31 พ.ค. เสือสองเล และ วันที่ 1 มิ.ย. พบกับมาลีฮวนน่า เต็มวง สอบถามเพิ่มเติม หรือจองบูธได้ที่ คุณธนธร 093-496-6484 / Line โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 นี้

////////////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ของ สนง.ตร. ตกในพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ

วันนี้ (24 พ.ค. 68) เวลาประมาณ 13.00 น. เกิดเหตุเบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่บ้านหนองกก ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขณะเดินทางจาก ค่ายอาภากร จังหวัดชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบื้องต้น รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ  ร.ต.อ.ทรงพล  บุญชัย  และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทแล้ว

นายกิตติพงศ์ สุขภาคกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นายสุวิทย์ เยื่อใย นายก อบต .เกาะหลัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ในที่เกิดเหตุ พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้จะเร่งทำการสอบสวนต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาสาเหตุ ฮ.ตำรวจตกพื้นที่ จ.ประจวบฯ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 #2215 ประจำหน่วยบินตำรวจกาญจนบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกิดอุบัติเหตุตกไฟลุกไหม้ท่วมลำบริเวณพื้นที่บ้านหนองกก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบฯ ขณะเดินทางจากค่ายอาภากรเกียรติวงศ์ จ.ชุมพร มุ่งหน้าค่ายนเรศร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถบรรทุกน้ำดับเพลิงซากเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวจนดับสนิทก่อนเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 3 ราย

คือ พ.ต.ต.ประเทือง ชูเลิศ (สบ 2) กลุ่มงานการบิน บ.ตร. เป็นนักบิน, ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย นักบิน และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย ช่างเครื่อง ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมสั่งการด่วนไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเหตุการณ์โดยด่วน และช่วยเหลือเยียวยาให้กำลังครอบครัวผู้เสียชีวิต และในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เกิดเหตุ กันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเพื่อเร่งหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ น่าน ต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นางสาวศุภาวดี สุทธิแสน เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ในการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานของบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

โดยได้รับชมการนำเสนอ เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ตามกิจกรรมในสาขาต่าง ๆ ดังนี้ สาขากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่

นางสาวกัลยา เจนจิจะ และสาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ เด็กหญิงวรัญญา หอมดอก โดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดที่ร่วมบูรณาการ

ในการขับเคลื่อนงานกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนบ้านสบปืน ให้การสนับสนุนข้อมูลประกอบการคัดเลือกในครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้โรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา จังหวัดนครพนม

นางกฤติยา โพธิ์เสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครพนม เขต 1(ที่ 6 ขวามือ) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้กับ นางสาวประไพวัลย์ แสนเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา จังหวัดนครพนม ณ.โรงเรียนบ้านยอดชาติวิทยา
มีกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าและเปิดคลินิกฟุตบอล
ในโครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมาสนใจการเล่นกีฬา ห่างไกลยาเสพติด ทางโครงการจึงจัดหาลูกฟุตบอล ให้โรงเรียนในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนครพนม จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น โดยจะเริ่มโครงการในเดือนมีนาคม นี้เป็นต้นไป

ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท มิกาซ่า อินดัสตรี้ส์(ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัด


และสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวโครงการนี้เป็นอย่างดีเช่นเคย ใน โครงการผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 7 ประจำปี 2568 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่าพร้อมเปิดคลีนิคฟุตบอล ให้โรงเรียนขาดแคลนอุปกรณ์กีฬา ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา

***เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 68 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบุคลากรที่อาจประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 180 คน

***โดยกิจกรรมจะเน้นการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาหลักในการอบรมประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลมชัก ภาวะแพ้รุนแรง การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลเบื้องตัน การช่วยฟื้นคืนชีพทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ อย่างถูกต้อง การปฐมพยาบาลผู้บาคเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น กระดูกหัก แผลไหม้ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การฝึกเวียนฐานเพื่อปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์และสถานการณ์จำลอง
ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี * สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ร่วมถกนักธุรกิจมาเลย์ เตรียมร่วมทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกที่นราธิวาส

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 24 พ.ค.68 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางพื้นที่มายังองค์การบริหารส่วนตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส, นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม,

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชาติ จังหวัดนราธิวาส, พลตำรวจโทพัฒนวุธ อังคะนาวิน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมคอยให้การต้อนรับ จำนวนกว่า 2,500 คน พร้อมทั้งได้ถือโอกาสแจกรางวัลการประกวดซุ่มประตูมัสยิด

โดย พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยพบปะกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน พอสรุปใจความได้ว่า โครงการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ถือว่าเป็นการสืบสานองค์ความรู้ท้องถิ่น อัตลักษณ์วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่าของประชาชนในพื้นที่

การพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องทำให้เยาวชนมีพื้นที่ปลอดภัย มีทักษะชีวิต มีเวทีสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับในฐานะ เจ้าของอนาคตของชุมชน อย่างไรก็ตามขณะที่เราร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เราก็ไม่อาจละเลยภัยคุกคามจากยาเสพติด

ที่กำลังรุกคืบเข้าสู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น ความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และครอบครัวที่เปราะบาง ล้วนทำให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ง่ายขึ้น

ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางของการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
ต่อมา พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้เดินชมบูธอาหาร จำนวนกว่า 20 แห่ง พร้อมทั้งได้ชิมรสชาติอาหารคาวหวาน ซึ่งล้วนแล้วเป็นอาหารประจำถิ่น หรือ อาหารโบราณ ที่สามารถหากินได้ในเฉพาะพื้นที่ เช่น แกงกะทิปลาซ่อน ขนมต้ม ขนมไข่ เป็นต้น

ซึ่งก่อนดินทางกลับ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสพูดคุยนอกรอบเป็นการส่วนตัวกับคณะนักธุรกิจประเทศมาเลเซีย ที่มีโอกาสได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ คือ นายซุลฟีกา ซูไฮมี Mr.Zulfika Suhaimi และนายนิอาซิม นิมูฮัมหมัด Mr.Niazim Nimuhammad ที่ห้องประชุม อบต.ดุซงญอ

ที่ทางนักธุรกิจมาเลเซียมีความสนใจที่จะเดินทางมาทำการค้าร่วมกับคนไทย ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีการพูดคุยอย่างเป็นกิจลักษณะอีกครั้ง ในเรื่องของการลงทุนเปิดตลาดอาเซียนแห่งแรกในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทั้ง 2 ฝ่ายต้องใช้เงินร่วมลงทุนประมาณ 30 ถึง 50 ล้านบาท โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.จึงแล้วเสร็จ

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ทางนักธุรกิจของประเทศมาเลเซีย นายก อบต.ดุซงญอ และคณะ นายกอบจ.จ.นนราธิวาส ร่วมหารือกับนักธุรกิจมาเลเซีย ซึ่งนักธุรกิจมาเลเซียพบว่าอยากมีตลาดอาเซียนหรือตลาดสินค้าอาเซียน เพราะเราอยู่ในประชาคมอาเซียน ซึ่งคล้ายๆประเทศไทยไม่มี แต่จะมีที่ประเทศเวียดนาม

ซึ่งมีสินค้าของอาเซียนมาวางเป็นสินค้าคล้ายๆสินค้าพื้นเมือง โดยทางนักธุรกิจมาเลเซียก็อยากจะร่วมทุนกับทางประเทศไทย โดยมองไปที่พื้นที่ อ.สุไหงโกลก หรือ อ.แว้ง ที่ใดที่หนึ่งที่เป็นแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ แต่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยได้ใช้เงินเต็มความสามารถ เราก็ยังไปมองนักท่องเที่ยวเข้ามาอีกก็ไม่มีประโยชน์ แต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วได้ใช้เงินเยอะขึ้น ซึ่งในขณะนี้ จ.นราธิวาสอย่างเดียวนักท่องเที่ยวก็ล้านคนแล้วต่อปี ทั้งนักท่องเที่ยวมาเลเซียและนักท่องเที่ยวต่างๆเข้ามาก็ควรที่จะต้องมีตลาดด้วย ซึ่งเป็นแนวความคิดหนึ่งที่มานำเสนอ

โดยทางรัฐบาลเองก็เห็นด้วย ซึ่งวันนี้เรื่องใหญ่ของเราจะต้องสร้างเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ แล้วต้นทุนของจังหวัดชายแดนหรือแนวชายแดนเราต้องมีการพัฒนาศักยภาพซึ่งในเร็วๆนี้สะพานก็จะเกิดขึ้น ถ้านักธุรกิจเริ่มต้นด้วยความคิดของนักธุรกิจ แล้วก็คนในพื้นที่ร่วมด้วย รัฐบาลได้หนุน

ส่วนสถานที่นั้นก็มีบ้านเอื้ออาทรที่ค่อนข้างร้าง ซึ่งทางเราได้มีการพูดคุยกับพ.ม.แล้ว ก็มีแนวความคิดว่ามันต้องมีการรื้อ เพราะสภาพมันใช้ไม่ได้แล้ว ทั้งโครงสร้างตึก ซึ่งถ้าจะมีการแบ่งบางส่วน อันนั้นก็เป็นสถานที่ ที่ทางเราจะต้องเลือกว่าระหว่าง อ.แว้ง กับอ.สุไหงโกลกว่าอำเภอไหนจะดีกว่ากัน
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / พบสวนเกษตร 8 ไร่ ของสีกาเตยคนสนิททิดแย้มในเมืองมุกดาหาร ชาวบ้านยันไม่ใช่รีสอร์ท – แหล่งฟอกเงินจากวัดไร่ขิง/ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงกรณีที่มีข่าวว่า สีกาเตย หรือ “ช่อฟ้า ใบเตย” หนึ่งในคนสนิทของทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม นำเงินที่ได้มาจากการทำบุญ – บริจาค ในวัดไร่ขิงมาสร้างรีสอร์ทและฟอกเงินในจังหวัดมุกดาหาร นั้น มีสถานที่ซึ่งสีกาเตยเป็นเจ้าของอยู่ในชุมชนบ้านนาเตย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีลักษณะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมกึ่งบ้านสวน โดยใช้ชื่อว่า “บ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย” มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ภายในประกอบด้วยอาคารหลังใหญ่และหลังเล็กประมาณ 10 กว่าหลัง ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าประตูรั้วถูกปิดโดยมีโซ่คล้องและล็อคกุญแจไว้ มีป้ายติดไว้ที่รั้วว่า “พื้นที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ระวังสุนัขดุ”

นายประยงค์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่มีที่ดินติดกัน เปิดเผยว่า ปกติที่บ้านสวนเกษตรข่อฟ้า ใบเตย จะมีคนพักอาศัยอยู่ในที่ดิน 4 คน คือ แม่ของสีกาเตยกับสามี และคนสวนอีก 2 คน แต่ขณะนี้ทราบว่าแม่ของสีกาเตยไม่ได้อยู่โดยกลับไปบ้านที่สุโขทัยได้ประมาณ 3-4 เดือนแล้ว

ส่วนที่มีข่าวว่าเป็นรีสอร์ทและที่ฟอกเงินของสีกาเตยนั้น ตนเห็นว่าไม่เป็นความจริง โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงบ้านพักธรรมดาไม่มีลักษณะการตกแต่งหรูหราที่จะบ่งชี้ว่าเป็นรีสอร์ท ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านน็อคดาวน์ที่สีกาเตยเป็นผู้ซื้อมาปลูกสร้างบนที่ดิน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เคยเข้าไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิงจำลอง และท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบ้านสวนดังกล่าว

โดยบ้านพักภายในสวนก่อนหน้านี้จะใช้สำหรับให้ทิดแย้มอดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระภิกษุและคณะ ใช้เป็นที่พำนักในระหว่างที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน

ซึ่งจะมีอาคารขนาดใหญ่ประมาณ 5 หลัง และอาคารขนาดเล็กที่เป็นบ้านน็อคดาวน์ประมาณ 8 หลัง ส่วนที่ดินแถวนี้จะมีราคาอยู่ที่ประมาณไร่ละ 160,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมมูลค่าทั้งหมดแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 4-5 ล้านบาท

“ส่วนจะเคยมีการนำตู้เซฟขนาดใหญ่สำหรับใช้เก็บเงินสดนับร้อยล้านบาทที่ยักย้ายถ่ายเทมาจากวัดไร่ขิงนำมาไว้ภายในบ้านสวนเกษตรช่อฟ้า ใบเตย หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะไม่เคยเห็น ตอนตนเข้าไปก็เห็นมีเพียงแต่ตู้ใบเล็กๆ เท่านั้น ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นสถานที่เก็บเงินเก็บหรือทรัพย์สมบัติอะไรที่ยักย้ายถ่ายเทมาจาก วัดไร่ขิง” นายประยงค์กล่าว

ภาพ/​ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ตม.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจเข้มยาเสพติด – แรงงานต่างด้าว ในร้านอาหาร-คาราโอเกะ

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.จว.นครพนม และ

พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการร่วมกับ สภ.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม ออกตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร และร้านคาราโอเกะ จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่อำเภอนาแก

จากการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวทั้งหมดมีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดในร่างกาย

แรงงานกลุ่มดังกล่าว ไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การค้าประเวณี หรือความผิดอื่น ๆ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการกรอกแบบฟอร์ม ตม.6 (TM6) แบบดิจิทัล (TDAC) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ

ตมนครพนม เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ /ลาวส่ง “โจ้ จูมคำ” ผู้ต้องหาหนีประกันคดียิงหัวหน้าการ์ดศรีสะเกษเสียชีวิต พร้อม 10 ผู้ต้องหาชาวไทยกลับประเทศ หลังข้ามไปก่อคดีมั่วสุมเสพยา

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21,

พันตำรวจเอก กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และพันตำรวจโท จตุพล ยันต์นาวา รองผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ไปยังด่านพรมแดนสะหวันนะเขต สปป.ลาว เพื่อรับมอบผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 11 คน ที่กระทำผิดกฎหมายในแขวงสะหวันนะเขต และถูกจับกุมดำเนินคดีจนพ้นโทษ ก่อนถูกผลักดันกลับมายังประเทศไทย

การส่งมอบดังกล่าวเป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงไทย-ลาว โดยมี พันโทแก้วอุดร สนทิกุมมาน หัวหน้าแผนก 303 ปกส. แขวงสะหวันนะเขต, พันตรี สีคูน สำลานไช รองแผนกตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองลาว เป็นผู้แทนฝ่าย สปป.ลาว ในการส่งมอบผู้ต้องหาให้กับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในจำนวนผู้ต้องหา 11 คน ปรากฏว่า 1 ในนั้นคือนายจักรพงศ์ หรือ “โจ้” จูมคำ ผู้ต้องหาคดียิงนายเชิดศักดิ์ เงาศรี หัวหน้าการ์ดสถานบันเทิงใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา แล้วหลบหนีมาที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ข้ามเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขต แต่ถูกผลักดันกลับมาฝั่งไทย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และความผิดตาม พ ร.บ.อาวุธปืน

ต่อมาปรากฏว่านายโจ้ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นศาล และหนีประกันตัว พาพวกข้ามไปมั่วสุมยาเสพติดก่อความเดือดร้อนรำคาญด้วยการเปิดเพลงเสียงดังในแขวงสะหวันนะเขต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบแขวงสุวรรณเขตจับกุมตัวดำเนินคดีและผลักดันส่งกับประเทศไทยดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย เป็นชาย 9 คน หญิง 2 คน แบ่งเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ 10 คน และชลบุรี 1 คน โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติด 2 ราย, คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 1 ราย ส่วนผู้ที่ไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจคัดกรองโรคและบันทึกประวัติอาชญากรรมเพื่อจัดเก็บข้อมูล ก่อนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ธรรมาภิบาลมุกดาหารลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบราวกันตกเสี่ยงอันตราย เกรงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหาร (ก.ธ.จ.มุกดาหาร) นำโดย นายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ รองประธานคณะกรรมการฯ พร้อมที่ปรึกษาและคณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่สอดส่องโครงการก่อสร้างซ่อมแซมและปรับปรุงตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จ

ในการสอดส่องพบปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยเฉพาะบริเวณราวกันตกสแตนเลสชั้นบนของตลาด ที่มีลักษณะไม่มั่นคงแข็งแรง โดยปลายราวกันตกทั้งสองด้านถูกเว้นไว้เป็นช่องว่าง ส่วนช่วงกลางของราวมีลักษณะนูนออก สามารถทำให้เด็กเล็กพลัดตกได้ ขณะที่ด้านล่างของอาคารยังมีเสาปูนพร้อมเหล็กเส้นจำนวนมากโผล่สูงขึ้นมาร่วม 1 เมตร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงหากเกิดการพลัดตกจากด้านบน

นอกจากนี้ยังตรวจพบว่า ขายึดราวบางจุดไม่มีน็อตยึดติด หรือมีแต่ไม่ได้ขันแน่น และบางจุดน็อตอยู่ในสภาพหักงอ ซึ่งอาจส่งผลให้โครงสร้างพังถล่มได้โดยไม่คาดคิด

กรรมการและที่ปรึกษาฯ เห็นว่าประเด็นดังกล่าวอาจสะท้อนถึงความบกพร่องในการดำเนินการก่อสร้างและการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สภาพสิ่งก่อสร้างดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับประชาชนต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิต

กรณีดังกล่าวจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาและกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมุกดาหารจะได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐและประโยชน์สุขของประชาชนต่อไปมุกดาหาร #คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด #ตลาดอินโดจีน #โครงการก่อสร้าง #ราวกันตกอันตราย #ตรวจสอบความปลอดภัย #สอดส่องภาครัฐ #ประโยชน์สุขของประชาชน #ความปลอดภัยสาธารณะ #กระทรวงมหาดไทย #สำนักนายกรัฐมนตรี​

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ท่าวังผา เปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ครั้งที่ ๑ ” ระหว่าง 23 – 25 พค. 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด อ.ท่าวังผา จ.น่าน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายฐสิฐญ์ บำเพ็ญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด หมู่ที่ 6 ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวาท เชียงหนุ้น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอ คณะครูโรงเรียนบ้านสบเป็ด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาตอ ให้การต้อนรับ

ซึ่งมี นายอภิชาติ เฉลิมบุญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านสบเป็ด กล่าวรายงาน การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านสบเป็ด เป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพของอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ล้านบาท และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชนมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ของบ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา ให้เป็นที่รู้จัก

ส่งเสริมช่องทางการตลาดมะม่วงโดยการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกับเกษตรกร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การประกวดมะม่วงคุณภาพดี การประกวดธิดามะม่วง กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวรายการใหม่ สุดอลัง “Sing!Asia ร้องท่องเอเชีย”เวทีของเหล่านักร้องเอเชีย เจนใหม่! พร้อมเผยรายชื่อตัวแทนไทย!!เตรียมออกอากาศทั่วโลกทาง iQIYI Global

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการเพลง รายการ “Sing!Asia” หรือชื่อภาษาไทย “ร้องท่องเอเชีย”รายการประกวดร้องเพลง ศึกประชันเสียงของศิลปิน GEN ใหม่จาก 9 ประเทศทั่วเอเชียที่จะมารวมตัวบนเวทีเดียวกัน ที่รวบรวมศิลปินดาวรุ่งจากหลากหลายประเทศ มาประชันเสียง ความสามารถ และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ผ่านโชว์ที่ตระการตาและโปรดักชันสุดอลังการ ผลิตโดย iQIYI แพลตฟอร์มบันเทิงชื่อดังจากจีน ซึ่งนอกจากความบันเทิงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้นักร้องรุ่นใหม่ได้แสดงตัวตนต่อสายตาผู้ชมจากทั่วโลก โดยจะออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกผ่านทาง iQIYI Global

“ร้องท่องเอเชีย” ตั้งใจจะทำลายทุกกำแพงของแนวดนตรี เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ได้แสดงศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัด เน้นการเฟ้นหาศิลปิน “Generationใหม่” เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะหนึ่งเดียวในตำแหน่ง “ราชาเสียงแห่งเอเชีย” ที่มากด้วยพลังและความสามารถแบบเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น พร้อมการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างศิลปินหน้าใหม่จากจีนและนานาชาติ ท่ามกลางเวทีกลางทะเลสุดตื่นตา

พร้อมเปิดตัวทีมเมนเทอร์สุดอลังการ!นำโดยเจสซี เจ (Jessie J ) ศิลปินป็อประดับโลกจากสหราชอาณาจักร จางเลี่ยงอิ่ง (Jane Zhang) นักร้องหญิงเสียงสูงระดับแนวหน้าของจีนและเป็นผู้นำทีมของรายการ SING!ASIA
โยวฉางจิ้ง (Yao Chang Jing) “โจ๊ก โย่ว” ศิลปินหนุ่มจากมาเลเซียที่โด่งดังในจีน ได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนำทางให้แก่เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ในรายการ SING!ASIA

ยังมีศิลปินและกรรมการรับเชิญจากประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย อาทิชิซึกะ คุโด (Shizuka Kudo) นักร้องหญิงระดับตำนานของญี่ปุ่นเจฟฟ์ จาง (Jeff Chang) หรือจางซิ่นเจ๋อราชาเพลงรักจากไต้หวันตานฉาง (Dan Chang) จากจีนซูโยวเผิง (Alec Su) อดีตสมาชิกวง “เสี่ยวหู่ตุ้ย” นักร้องและนักแสดงระดับตำนานทันยา ชัว (Tanya Chua) นักร้อง นักแต่งเพลงหญิงจากสิงคโปร์จิมมี่ หลิน (Jimmy Lin) อดีตนักร้องบอยแบนด์ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 จากไต้หวันลีโอ (Leo Ku) กูนักร้องชายจากฮ่องกง นักแสดงเจ้าบทบาท จูเลียน จาง (Julian Cheung) หรือ จางจื้อหลิน นักแสดง-นักร้องชายชื่อดังจากฮ่องกง

ประเทศไทยก็ไม่แพ้ชาติใด! เปิดตัว ตัวแทนประเทศซึ่งปีนี้ได้ส่งศิลปินเลือดใหม่เข้าร่วมแข่งขัน ที่มีพลังเสียงเฉียบคม มาพร้อมความมั่นใจและเสน่ห์เฉพาะตัว โดยศิลปินไทยได้โชว์ทั้งเพลงสากล เพลงไทย และมีเซอร์ไพรส์โชว์ ที่นำความเป็นไทยผสานเข้ากับความร่วมสมัยอย่างลงตัวและพิเศษสุด ซึ่งตัวแทนจากไทยที่ถูกคัดเลือกอย่างละเอียดเข้มข้น ผ่านหลายขั้นตอน จนได้เป็นหนึ่งใน 32 ทีมสุดท้ายของรายการ ซึ่งเริ่มเปิดเผยรายชื่อออกมาแล้วบางส่วน ได้แก่ Soilboy จากค่าย RSiam ,Flower.far จากค่าย YUPP! , Firzter จาก GMM Music

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 ทีมจากไทยที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ ณ ตอนนี้ แต่ทั้งหมดล้วนเป็นศิลปินเจนใหม่ที่มีความสามารถล้นหลาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าจับตาติดตามและส่งแรงใจให้ตัวแทนจากประเทศไทยได้ใน ออกอากาศวันแรก วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 17:00 น. ทาง iQIYI Global

SingAsia #ร้องท่องเอเชีย #iQIYIGlobal #ThailandToAsia #เสียงจากเอเชีย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / เปิดตัวคาแรคเตอร์นักแสดงจากหนังตลกล้อเลียน “เกย์ Kings”ไร้ท์ คอมเมดี้ และ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 การันตี โหด มันส์ ฮา ตลกครบรสแน่นอน

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เปิดตัวคาแรคเตอร์นักแสดงจากหนังตลกล้อเลียน “ร้ท์ คอมเมดี้ และ ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 การันตี โหด มันส์ ฮา ตลกครบรสแน่นอน พร้อมส่งภาพคาแรคเตอร์สุดกวนของเหล่านักแสดงตลกที่จะมาร่วมฟาดฟัดความฮาใน “เกย์ Kings” ล้อหนังดังเรื่องใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายให้ได้ชมกันแบบเต็มๆ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

นำทีมโดย นุ้ย เชิญยิ้ม รับบท พ่อโยธิน คุณพ่อหัวโบราณที่ยึดติดกับค่านิยม “ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง” ชอบบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกจริงๆ ของโยธิน ร่วมด้วย คิง ก่อนบ่าย ก็อปปี้โชว์ชื่อดัง รับบท คิง รุ่นพี่ช่างกลสุดเท่ มีความเป็นผู้นำ ใจกล้าและชอบปกป้องคนรอบข้างอยู่เสมอ เบื้องลึกเป็นคนอ่อนโยนและมีความเข้าใจผู้อื่น

จึงทำให้โยธินประทับใจและแอบหลงรัก, ลูกตั้ม เดอะคอมเมเดี้ยน นักแสดงตลกรุ่นใหม่จากเวทีเดอะคอมเมเดี้ยนไทยแลนด์ รับบท โยธิน เด็กหนุ่มผู้มีจิตใจบอบบาง บุคลิกอ่อนโยน ต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ และด้วยความกดดันจากครอบครัว

จึงต้องทำตามความต้องการของพ่อ แม้ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองชอบก็ตาม, ฟีมเฟีย กชกร นักร้องลูกทุ่งอินดี้มาแรง เจ้าของเพลงล้านวิว “อม…จงรัก” รับบท ส้ม เด็กสาวที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แอบชอบคิงและสนิทสนมกัน แต่ต้องยอมรับความ

จริงเมื่อเห็นความใกล้ชิดของคิงกับโยธิน, ดะ ตลกหกฉาก รับบท ดะ เพื่อนสนิทของคิง เป็นคนตลก และมักสร้างเสียงหัวเราะให้กับเพื่อนๆ อยู่เสมอ มีความจริงใจและพร้อมลุยไปกับเพื่อนในทุกสถานการณ์, แบงค์ คอพับ นักร้องขวัญใจสายโจ๊ะ เจ้าของเพลงดังเกือบร้อยล้านวิว “คอพับ” รับบท แบงค์

เพื่อนสนิทอีกคนของคิง มีความฉลาดและไหวพริบดี ชอบเล่นมุกสร้างบรรยากาศความสนุกสนานให้กับเพื่อนๆ แต่ก็มีความจริงจังและพร้อมช่วยคิงในทุกเหตุการณ์, หลุยส์ ชวนชื่น ตลกชื่อดัง รับบท หลุยส์ หัวหน้าแก๊งเทคนิคท่าพระจันทร์ มั่นใจในตัวเอง รักพวกพ้อง

ชอบใช้กำลังเพื่อแสดงอำนาจ แต่ลึกๆ ต้องการการยอมรับ และเริ่มเปลี่ยนมุมมองความคิดหลังได้รับความช่วยเหลือจากคิง, จุ๊บจิ๊บ เชิญยิ้ม รับบท จุ๊บจิ๊บ เพื่อนสนิทของหลุยส์ ขี้เล่น กวนประสาท แต่จงรักภักดีและ

พร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อนทุกคนและ ต่าย เชิญยิ้ม รับบท ครูเพชร ครูผู้ดูแลนักเรียนช่าง มีอารมณ์ขัน เข้าใจเด็ก และพยายามเชื่อมความสัมพันธ์ในกลุ่มนักเรียนให้ดีขึ้นเสมอ เป็นที่ปรึกษาที่ทั้งเข้มงวดและใจดี

มาร่วมปะทะเสียงฮาไปกับ “เกย์ Kings” 7 มิถุนายนนี้ เวลา 18.40 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

23 พฤษภาคม 2568 : 10.00-14.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ :

เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พิธีมอบเงินอุดหนุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 1

สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก เปิดยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จับได้ทั้งครอบครอง และเสพหลายราย จ.ประจวบฯ

วันที่ 22 พ.ค. 68 ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ปข. สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแก มอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ป.อาวโส นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่าความมั่นคง

พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ทับสะแก 6 ออกตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของพนักงานโรงงาน ในพื้นที่ ม.5 ต.ทับสะแก จำนวน 38 ราย พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 5 ราย สมัครใจเข้าสู่กระบวนบำบัดรักษา ร.พ.ทับสะแก และดำเนินคดีจำนวน 1 ราย ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
  2. เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
  3. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
    พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า)จำนวน 3 เม็ด โดยได้บันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////
ข่า. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมทริป “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” บึงกาฬพาเลาะ สร้างเศรษฐกิจชุมชนเขิงท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมการดำเนินกิจกรรม โครงการ ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมทัศนียภาพป่านันทนาการหินสามวาฬของพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างกระแสการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานเทศกาลอาหารพืชผักปลอดสารหมู่บ้านยั่งยืน

***เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 68 ที่บริเวณโดมหน้าที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน 23 ปี อำเภอเบญจลักษ์ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 22-28 พ.ค. 68

เพื่อกระตุ้นการท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตร และให้ความสําคัญในการขับเคลื่อน และสร้างกลไกการทํางานร่วมกัน ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพ มีรายได้ สร้างความเข้มแข็งและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมเป็นในพิธี มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

*** นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ เปิดเผยว่า อำเภอเบญจลักษ์ มี 5 ตาบล 67 หมู่บ้าน 5 องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น มีพื้นที่ 331.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 207,062.50ไร่ (สองแสนเจ็ดพันหกสิบสองจุดห้าสิบไร) ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบ เกษตรกรรม ทํานา ทําไร่มันสําปะหลัง ทําสวนยางพารา อาชีพเสริม

พีซผักสวนครัว การปศุสัต์ เลี้ยงโคพันธ์เนื้อ เลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ – ไข่ เลี้ยงสุกร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิต ทางการเกษตรในพื้นที่เป็นจํานวนมาก รวมถึงการปศุสัตว์ มีศักยภาพด้าน การท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตรดมสมบูรณ์ ทำให้อำเภอเบญจลักษ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น

***ทั้งนี้จัดกิจกรรมภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้าพืชผลทางการเกษตรต่างๆมากมาย เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย ขนุน ทุเรียน ข้าวโพน หอมแดง โดยเน้นเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดสาร ปลอดภัยต่อผู้รับประทาน นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่งจาก 5 ตำบล ซึ่งขบวนแห่แต่ละขบวนจะประกอบด้วยนางรำ ป้ายรณรงค์ต่างๆ และรถแห่ โดยเฉพาะรถขบวนแห่แต่ละตำบลจะประดับประดาไปด้วยพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดสาร ของดีในแต่ละตำบล และยังมีสาวงามนั่งประจำแต่ละขบวนอีกด้วย

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 38;

***นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดตำส้มลีลา ที่ปีนี้มีทีมลงประกวดอยู่ 4 ทีม ซึ่งหัวข้อและหลักเกณฑ์การให้คะแนนมีอยู่ 2 อย่า คือ ลีลาการตำต้องเด็ด รสชาติส้มตำที่ตำออกมาต้องอร่อยด้วย โดยทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละทีมต่างงัดลีลาการตำส้มตำออกมาสู้กันอย่างสนุก ทั้งเต้น ทั้งเด้ง ทั้งตำ ทำเอากองเชียร์แต่ละทีมอดใจไม่อยู่ต่างออกมาเต้นเชียร์กันอย่างสนุก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง บูรณาการ ร่วมขับเคลื่อนพลังท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง จว.ลพบุรี

วันที่ 22- 23 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุม ทต. โคกสำโรง นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีขับเคลื่อน พลังท้องถิ่น ผ่าน ชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง

โดยมี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาล นายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผอ. โรงพยาบาลโคกสำโรง นางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรม นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นางสมพิศ เตชวานิช รองประธานฯ น ส อัยชา ปฎิเวช วณิช เลขาชมรมฯ

โดยกิจกรรมนี้เน้นให้ความรู้โดย นายธนิต ล้ออุดมสมเจริญ และทีมป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย บรรยาย เรื่อง อัคคีภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ สาธิต การดับไฟ เบื้องต้น

น ส จุทารัตน์ ภู่เงินงาม เจ้าหน้าที่ รพ โคกสำโรง บรรยาย เรื่อง ภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย การช่วยเหลือ ผู้ป่วย ผู้ประสพภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตพื้นฐาน ทั้งนี้ด้วยควานร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคม จังหวัดลพบุรี

ให้ความรู้ ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 160คน สามารถถ่ายทอดต่อผู้ใกล้ชิด และสมาชิก ในครอบครัว นักศึกษา ที่ร่วมอบรม ได้ความรู้ บำเพ็ญประโยชน์ เป็น

พลเมืองดี จะเป็นผู้นำกำลังสำคัญ ขับเคลื่อน สังคมไทย เพื่อประเทศชาติ ทางคณะกรรมการผู้จัดงาน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนสืบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.237 จับหนุ่มโพนสวรรค์ ใช้รถกระบะขนยาบ้า 3.1 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่กองร้อย ตชด. 237 จ.นครพนม พล.ต.ต.ดร.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.อ. ศิวดล ยาคล้าย ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 ร่วมแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,182,000 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในพื้นที่ จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2032 สายบ้านท่าดอกแก้ว – อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 2-3 พบชายต้องสงสัยชื่อ นายเฉลิม (สงวนนามสกุล) อยู่บ้านโพนเจริญ หมู่ที่ 10 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

ขับรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียน ฒห 9613 กรุงเทพมหานคร จึงได้ขออนุญาตตรวจค้นภายในรถยนต์ห่อพบยาบ้าจำนวน 1,591 มัดภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3,182,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหานายเฉลิมว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยมีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตชด237 #ยาบ้า3ล้านเม็ด #นครพนม #จับยาเสพติด #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจตระเวนชายแดน #ต่อต้านยาเสพติด

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เพลงแรกในโลก !“กุหลาบ” (F.Hero) แรงไม่หยุด ครองแชมป์ The Official Thailand Chart 13 สัปดาห์ติด

สร้างปรากฏการณ์เพลงไทยยุคใหม่ยังคงแรงแบบไม่มีแผ่วสำหรับศิลปินตัวพ่อ แห่งวงการฮิปฮอปไทย “กอล์ฟ F.Hero” กับผลงานล่าสุด เพลง “กุหลาบ” Ft. ก้านตอง ทุ่งเงิน x SARAN ที่ตอนนี้กลายเป็นเพลงฮิตระดับชาติ หลังขึ้นครอง อันดับ 1 บน “The Official Thailand Chart” ติดต่อกันยาวนานถึง 13 สัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในเพลงไทยที่สร้างสถิติสูงสุด ในประวัติศาสตร์ของชาร์ตนี้ ชาร์ต “The Official Thailand Chart” ถือเป็นชาร์ตเพลงระดับสากลที่อ้างอิงจากข้อมูลการฟังจริงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำ เช่น Apple Music, Spotify, Deezer และ YouTube โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ IFPI และ TECA ซึ่งการที่เพลง “กุหลาบ” ขึ้นแท่นเพลงอันดับ 1 ต่อเนื่องถึง 13 สัปดาห์นั้น ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของศิลปินไทยบนเวทีสากลอย่างแท้จริง เพลง “กุหลาบ” ยังกลายเป็นกระแสไวรัลในโลก ที่มีผู้คัฟเวอร์และทำคอนเทนต์ตามกันอย่างถล่มทลาย สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเพลงที่เข้าถึงผู้ฟังหลากหลายวัยได้อย่างชัดเจน F.Hero ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า “ตอนรู้ว่าเพลงได้อันดับหนึ่งครั้งแรกก็ดีใจมากครับ แต่พอมันอยู่อันดับหนึ่งต่อเนื่องถึง 13 สัปดาห์ ยิ่งรู้สึกขอบคุณทุกคนมากขึ้นไปอีก ผมและทีมงานลุ้นกันทุกสัปดาห์เลยจริง ๆ อยากให้เพลงนี้อยู่ในใจคนฟังไปนาน ๆ และสัญญาว่าจะมีเพลงใหม่ ๆ ดี ๆ มาฝากแน่นอนครับ”

“The Official Thailand Chart by TECA” ชาร์ตเดียว Real Music, Real Hits ติดตามอันดับเพลงฮิตทุกสัปดาห์ รวบรวมเพลงเปิดมากที่สุดจากบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมในไทย ได้ทาง
Facebook: https://www.facebook.com/TheOfficialThailandchart/
Instagram: https://www.instagram.com/teca_pnr
Website: https://www.teca.co.th

กุหลาบ #กอล์ฟFHero #ก้านตองทุ่งเงิน #ป๊อป #ฮิปฮอป #หมอลำ #TheOfficialThailandChart

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กฟก.น่าน จับมือ ธ.ก.ส.ทำเอกสารรับรองสิทธิเกษตรกร ร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ฯ ลดเงินต้นเหลือ 50 % ตามมติ ครม.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ดำเนินการประชุมชี้แจงและจัดทำเอกสารประกอบการทำสัญญาตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 และวันที่ 8 เมษายน 2568 สถาบันเจ้าหนี้ ธ.ก.ส. ณ ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน

โดยมีนายยงยุทธ อินทชาติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ นายวิสูตร ธนะขว้าง ผู้จัดการศูนย์จัดการคุณภาพหนี้น่าน 2 นายอดิศักดิ์ กุลสุ ผู้จัดการศูนย์จัดการคุณภาพหนี้ น่าน 1 นายสนิท มณเฑียร รองประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน คนที่ 2 นางณัฐริกา จารุโชติรสสกุล นางฐิติภา ทรัพย์โชคเจริญ และนายสมบูรณ์ ขอคำ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน ร่วมดำเนินการด้วย

ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินการร่วมกับธนาคารของรัฐ 4 แห่ง กรณีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สำนักงานสาขาจังหวัดส่งมอบสำเนาแบบ ปคน.1 หรือ แบบ ปคน.2 และแบบ ผค.1/4 ให้กับเกษตรกรแต่ละราย เพื่อใช้เป็นเอกสารในการดำเนินการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารซึ่งธนาคารจะดำเนินการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกร

ในส่วนของจังหวัดน่าน สำนักงาน กฟก.สาขาจังหวัดน่าน และ ฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ธ.ก.ส.จังหวัดน่านได้กำหนดแผนปฎิบัติการในการจัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ฯให้เกษตรกร จำนวน 286 ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 23-25 พฤษภาคม 2568 โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

“โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารฯ ธ.ก.ส. และให้ผ่อนชำระเงินต้นคงค้างครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ 50 และดอกเบี้ยในส่วนที่เกษตรกรไม่ต้องรับภาระ และค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐบาลจะรับภาระจัดสรรชดเชยให้กับธนาคารฯ เมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้งวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว”/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนขังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ศูนย์คุณธรรมเปิดเวทีเสริมพลังเครือข่าย จัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรม Moral Network Center (MNC)”

22 พฤษภาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแกนนำจัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรม Moral Network Center (MNC) โดยได้รับเกียรติ

จาก รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พลังเครือข่ายทางสังคม กับการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมของสังคมไทย” ณ ห้องสุวิทย์ศักดานนท์ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร


ในการนี้ รศ. นพ.สุริยเดว กล่าวถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมในสังคมไทยว่า เครือข่ายทางสังคมของแต่ละจังหวัดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการบูรณาการการดำเนินงานด้านคุณธรรม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์คุณธรรมสนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน

เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและขับเคลื่อนคุณธรรมภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งศูนย์ประสานงานเครือข่ายคุณธรรมจะเป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงและแข็งแกร่งในการวางรากฐานและต่อยอดการพัฒนาคุณธรรม ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคมบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์เกรดเอ 344 กก. มูลค่า 344 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พ.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ จำนวน 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ของกลางยาไอซ์ รถยนต์ 1 คัน

พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ทหารพราน2108 ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายข่าวรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างหนองเดิ่นท่า-บ้านห้วยเล็บมือ-บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น ไปจนถึงแยกโรงพยาบาลบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่บ้านหนองเดิ่นท่า ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถเก๋งต้องสงสัยจอดอยู่ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจได้ประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อย ๆ จนมาถึงถนนทางหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม

ช่วงโรงพยาบาลบุ่งคล้า ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น ปรากฎว่ารถเก๋งคันดังกล่าวเร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับไล่ตาม กระทั่งรถเก๋งดังกล่าวเสียหลักลงข้างทาง ถึงได้ไปควบคุมตัวตรวจค้นภายในรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CRV สีบรอน-เทา ทะเบียน ขต.3323 อุดรธานี

ภายในรถพบของกลางยาไอซ์ จำนวน 9 กระสอบ กระสอบเล็ก 2 กระสอบ กระสอบใหญ่ 7 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 344 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ทราบชื่อนายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี จึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าว และจับกุมผู้ต้องหามาทำบันทึกที่ สถานีเรือบึงกาฬ ก่อนนำตัวส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ทั้งหมด นำส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ เป็นความพยายามที่ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการจับกุมครั้งนี้ด้วยการบูรณาการอย่างแท้จริง ทำให้สถานีเรือบึงกาฬสามารถทำการตรวจยึดจับกุมได้ประสบความสำเร็จ ไม่มีความสูญเสีย จากแหล่งข่าวที่เราได้รับ และเฝ้าติดตาม

โดยเราเฝ้าติดตามตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้เราจับยาบ้าได้ครั้งที่ผ่านมา และจับยาไอซ์ได้ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกัน และช่วยสกัดกั้นยาเสพติดที่มีปริมาณมูลค่าค่อนข้างสูง จากการตรวจสอบจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่า ปริมาณค่อนข้างบริสุทธิ์ เมื่อออกจำหน่ายจะมีราคากิโลกรัมละ 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้นที่เราสามารถตรวจยึด มูลค่ากว่า 344 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้าง 50,000 บาท หากงานสำเร็จถึงที่หมายคือ จังหวัดหนองคาย จึงต้องขอขอบคุณกำลังพลสถานีเรือบึงกาฬที่ร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่เพื่อประเทศ เพื่อกองทัพเรือ เพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ให้ยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน และต้องขอขอบคุณทุกหน่วยที่ร่วมบูรณาการกันจับกุมในครั้งนี้ และในครั้งต่อ ๆ ไป จะได้ร่วมกันทำงานลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป เชื่อว่า หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง การสกัดกั้นและปราบปราม ก็น่าจะได้ประสิทธิภาพเหมือนครั้งนี้

ณัฎฐฺ์ บึงกาฬ ภาพข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดี​ DSI​ ห่วงใยประชาชน ชาวอ.รือเสาะ นราธิวาส ที่ประสบปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน เร่งอำนวยความยุติธรรม แบ่งสิทธิครอบครอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส สาขารือเสาะ ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ “กรณีเป็นตัวกลางในการประสานงานจดทะเบียนนิติกรรมในที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ของประชาชนหมู่ที่ 8 (บ้านบียห์) ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส” นำโดยนายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย ร.ท.ณรงค์ เดชภักดี รองหัวหน้าแผนกฝ่ายความมั่นคง กองปฏิบัติการ สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายเสถียร เพชรชะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาสสาขารือเสาะ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมจดนิติกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 8 (บ้านบียิห์) ตำบลเรียง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 145 คน ได้เดินทางมายังสำนักงานที่ดินจังหวัดนราธิวาส สาขารือเสาะ เพื่อดำเนินการจดนิติกรรมและออกโฉนดที่ดินสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกิน ในกรณีที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งมีความครอบครองที่ดินตามเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินมาเป็นเวลา 47 ปี ซึ่งการจดนิติกรรมและออกโฉนดเป็นขั้นตอนสำคัญในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและยืนยันสิทธิในที่ดินอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในสิทธิการครอบครองที่ดินและสามารถใช้ที่ดินในการประกอบอาชีพต่อไป

ทั้งนี้ตามที่พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำความกรณีที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ที่ชาวบ้านได้มีการร้องขอความเป็นธรรม จากกรณีกลุ่มบุคคลทำการยึดถือครอบครองเอกสารสิทธิที่ดินประเภท น.ส.3 ของตนเองนำไปออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพบว่าข้อเท็จจริงในเรื่องการขัดแย้งในที่ดินบริเวณที่ร้องเรียนขัดแย้งกันมาตั้งแต่ปี 2521 เป็นเวลานานถึง 47 ปี แล้ว

​​โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มผู้ร้องกับกลุ่มผู้ถูกร้อง จนกลุ่มผู้ถูกร้องยินยอมที่จะแบ่งที่ดินให้แก่ชาวบ้านที่ได้ตั้งบ้านเรือนในเขตที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 แปลง โดยได้นำรายชื่อชาวบ้านที่เกี่ยวข้องไปจดทะเบียนเป็นชื่อผู้ครอบครองร่วมกับกลุ่มผู้ถูกร้องตามความยินยอมของผู้ถูกร้อง และดำเนินการขั้นตอนการรังวัดสอบสวนสิทธิพิสูจน์การทำประโยชน์ เพื่อออกโฉนดที่ดินเฉพาะราย โดยเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ 2567 ที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวกลางในการจัดทำบันทึกให้ความยินยอมยกสิทธิการครอบครองที่ดินบริเวณนี้ให้แก่ทางราชการเพื่อให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวนี้ โดยผู้ให้ความยินยอมและทายาทที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน โดยการดำเนินการของคณะพนักงานสืบสวนจึงเน้นในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมและสร้างความสุขความภูมิใจในการมีที่ดินและมีบ้านเป็นของตนเองอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านนายเจตนา เหมมุน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ชาวบ้านที่เดินทางมาในวันนี้ที่มาในวันนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ได้มาพูดคุยประสานงาน และทางฝ่ายผู้ถูกฟ้องเขาก็จะยินยอมที่จะที่จะยกที่ดินบางส่วน ที่ยังมีข้อพิพาทกันอยู่ให้เพิ่มเติมทั้งหมด 150 แปลงเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ ซึ่งถ้ารวมตรงนี้แล้ว มีประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ประมาณ 200 กว่าราย ซึ่งแต่เดิมบางรายเขายังไม่มีบ้านเลขที่ คือเขาอยู่ที่เฉยๆแต่ยังไม่มีบ้าน ซึ่งถ้ามีการแบ่งสันปันส่วนออกเป็นเอกสารสิทธิแล้ว ต่อไปเขาจะมีที่ทางอยู่แล้วเขาจะนำหลักฐานตรงนี้ไปออกเป็นเลขที่บ้านเขาก็จะได้รับประโยชน์ผลพลอยได้ของสิทธิประโยชน์ทางราชการก็ตามมา อย่างเช่นน้ำไฟต่างๆก็เพิ่มมาได้

ซึ่งทุกคนที่มาในวันนี้มาใส่ชื่อให้อยู่ใน น.ส.3 ก ของผู้มายกให้รวมเป็นผู้มีชื่อร่วมทั้งหมดโดยหลังจากนี้ก็ได้มีการออกไปรางวัดในพื้นที่แบ่งเป็นแปลงๆ โดยทางคณะพนักงานของเราได้มีการทำแปลงไว้ให้เรียบร้อยแล้วว่าแปลงใครอยู่ตรงไหน ต่อไปก็ลงในพื้นที่ก็สามารถไปรังวัดตามแนวเขตของแต่ละคนที่มีชื่อ คาดว่าแล้วเสร็จคงไม่ถึงปีหน้า โดยทุกคนก็จะมีชื่อมีที่เป็นของตัวเอง และเน้นย้ำว่าการที่เขาได้รับเป็นผู้มีชื่อสิทธิครอบครองตาม น.ส.3 ก ไปนั้นว่าให้ใช้เพื่อทำกินแล้วก็อยู่อาศัย ไม่ได้เอาไปแลกขายหรือขายฝากเอาไปจำนองไม่ได้

นางรออีซ๊ะ บือราฮง กล่าวว่าในนามตัวแทนของชาวบ้านทุกคนขอขอบพระคุณทุกคนที่มาช่วยในตรงนี้ทำให้เราทุกๆคนมีบ้านเลขที่ เพราะการที่จะสร้างบ้านต้องใช้โฉนด เราก็ขอบคุณแทนชาวบ้านทุกคน เพราะก่อนหน้านี่เราลำบากมาก จะขอบ้านเลขที่ก็ไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมีโฉนดให้ถูกต้องตามกฎหมาย และการที่จะให้ลูกเข้าโรงเรียนก็ต้องย้ายชื่อลูกให้ไปเข้าในทะเบียนบ้านอื่นก่อน เพื่อที่จะสามารถให้ลูกได้เรียนหนังสือได้
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฟ้าพิโรธ ผ่าเปรี้ยงผู้ใหญ่บ้านน้ำดี ขณะออกไปหว่านข้าวกลางทุ่งนาดับสลด ลูกเล่า นาทีฟ้าลงกลางลำตัวพ่อล้มทั้งยืน

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ค. 68 เกิดเหตุฟ้าผ่า นายคำดี พันธ์แก่น อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ หลังออกไปหว่านข้าวที่นาบ้านยาง หมู่ 7 ตำบลลมศักดิ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยลูกชาย และญาติๆ ต่างช่วยกันอุ้มร่างผู้มใหญ่บ้านขึ้นมาจากนา และรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 21 พ.ค. 68 ปาฏิหาริย์ก็ไม่มามีอยู่จริง นายคำดี พันธ์แก่น ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ล่าสุดวันที่ 22 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้าน นายคำดี พันธ์แก่น อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ (ผู้เสียชีวิต) โดยช่วงเช้าญาติได้นำร่าง ผู้ใหญ่บ้านลมศักดิ์ (ผู้เสียชีวิต) กลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยตวามโศกเศร้า

***นายวรพงษ์ พันธ์แก่น อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกชายคนโตของผู้ตาย วันเกิดเหตุตนและพ่อออกไปทำนาหว่านข้าวพร้อมกับพี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่ง รวมเป็น 3 คน ตอนเกิดเหตุฝนกำลังตกลินๆ ตนก็นั่งหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ แต่พ่อของตน (ผู้ตาย) กำลังหว่างข้าวอยู่กลางทุ่งนา อยู่ๆตนก็ได้ยินเสียงดังปั้ง จังหวะนั้นตนหันไปหาพ่อพอดี ก็เห็นพ่อล้มทั้งยืนนอนแน่นิ่งอยู่กลางทุ่งนา ตนกับลูกพี่ลูกน้องต่างช่วยกันอุ้มร่างพ่อขึ้นมาจากนา ก่อนจะได้เรียกให้คนแถวนั้นช่วย และรีบนำพ่อส่งโรงพยาบาลไพรบึงในเวลาต่อมา

***ด้าน นาย…… เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นหลานของผู้ตาย วันนั้นตนทำหน้าที่ขับรถไถปั่นนาให้ผู้ตาย ยังหวะที่ตนกำลังนั่งขับรถไถอยู่นั้นตนเห็นฟ้าผ่าลงมาใส่ผู้ตายอย่าจัง ตอนนั้นตนตกใจมากรีบเรียกลูกชายคนตายให้เข้าไปช่วย ก่อนจะช่วยกันอุ้มผู้ตายขึ้นมาจากนาแล้วเรียกรถโรงพยาบาลให้มาช่วยดังกล่าว

***ขณะที่นายสมยศ วงษ์ปลั่ง อายุ 58 ปี กำนันตำบลลมศักดิ์ เปิดเผยว่า ผู้ตายจะเป็นคนใจดี มีน้ำใจ และถือเป็นผู้ใหญ่บ้านน้ำดีคนหนึ่ง ที่ทำงานเก่ง ชอบอาสาช่วยเหลือลูกบ้านช่วยเหลือสังคม และถือเป็นผู้ใหญ่คนแรกที่ตนคิดถึงและจะมอบหมายงานให้ไปทำงานแทน โดยผู้ใหญ่บ้าน คำดี (ผู้ตาย) ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่ได้ 6 ปี ก่อนหน้านี้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มากว่า 20 ปี เป็นที่รักของลูกบ้าน และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนก็อยากจะขอฝากเตือนชาวบ้าน เกษตรกร ที่ออกไปทำนา ทำสวน ช่วงฤดูฝน ขอให้ระมัดระวังฟ้าฝนด้วย ถ้ามีฝนฟ้าตกขอให้ไปหลบในที่ปลอดภัยหรือรีบกลับบ้าน ไม่ให้สวมใส่เครื่องประดับหรือสิ่งล่อฟ้า ระวังเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์สลดแบบนี้ขึ้นอีก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 37;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯชลบุรี เปิดงานแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา คนใจบุญแห่ร่วมงานคับคั่ง

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา PNBA Bowling Charity 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ SF Strike Bowl เซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.อเเอ สระทองอยู่ ผกก.สภาพ.เมืองพัทยา นายกฤษณ์ จิระมงคล นายกสมาคม at สมาคผู้บริหารงานอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวะออก แห่งประเทศไทย และนายบุญอนันต์ พัฒนสิน อดีตนายกสมาคมนักธรกิจแบบการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆของทางสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา การแข่งขันเป็นประเภททีม 3 คน

ไม่จำกัดเพศและวัย แข่งขันทั้งหมด 2 เกมส์ แข่งขันแบบคู่สไตรค์ คี่สแปร์ นับคะแนนพินล้มสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน โดยมีผู้สนใจส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันกระชับมิตรรวมกว่า 120 ทีม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวลูกเต่ายักษ์ อัลดาบรา เต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ต้อนรับฤดูฝน เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกเต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 11 ตัว ซึ่งฟักออกจากไข่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยลูกเต่าทั้ง 11 ตัว (ยังไม่ทราบเพศ) มีสุขภาพแข็งแรงดี ตอนนี้ อยู่ในช่วงการอนุบาลสัตว์ และได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ และ ผู้เลี้ยง (Keeper) อย่างใกล้ชิด ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมา มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 2 ตัว และถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นสวนสัตว์แรก ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เต่ายักษ์อัลดาบราได้ประสบผลสำเร็จ และมีแผนที่จะนำลูกเต่าที่เกิดใหม่ ทั้ง 11 ตัว นำเข้าสู่ส่วนแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างแน่นอน

ด้านนายสุนทร จองกลาง หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลื้อยคลาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเต่ายักษ์อัลดาบรา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ Aldabar ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะเกาะเซเชลส์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ลำตัวมีความยาวมากกว่าหนึ่งเมตร เกล็ดกระดองหนาเป็นรูปโดม สีเทาเข็มจนถึงดำ มีน้ำหนักตัวได้ถึง 250 กิโลกรัม และมีอายุได้ถึง 150 ปี กินอาหารหลัก ได้แก่ หญ้า ผลไม้ พืชสมุนไพร ใบไม้ เป็นต้น ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ออกไข่ครั้งละประมาณ 9 – 25 ฟอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง