สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

28 กรกฎาคม 2568 เมื่อเวลา09.00น.ของวันที่ 22 ก.ค. 68 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) พร้อมด้วยกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านบึงบอน ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จว.ส.ท. โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 500 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีคณะพระสงฆ์จากวัดในพื้นที่,

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้อำนวยการโรงเรียน, คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน, นักเรียน รร.บ้านบึงบอน, ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน

พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบโรงเรียนให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ริมโขงป้องกันน้ำล้นตลิ่ง รับมือมวลน้ำเหนือ จากพายุ “วิพา”

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุ “วิภา” และระดับน้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ตามประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ฉบับที่ 14/2568 ที่ระบุถึงผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ซึ่งทำให้ฝนตกหนักในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ระดับน้ำโขงที่อำเภอเมืองบึงกาฬมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.50–3.00 เมตร คาดว่าจะสูงกว่าตลิ่งราว 0.50–1.00 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยงในจังหวัด ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ จุมพฏ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวตลิ่งริมแม่น้ำโขง คลองบ้านหนองแวง จุดวัดระดับน้ำโขงบ้านพันลำ บริเวณริมเขื่อนป้องกันและรักษาดินแดน และประตูระบายน้ำห้วยกำแพง

พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องจักรกล ศูนย์อพยพ แผนการแจ้งเตือนล่วงหน้า และแผนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นย้ำการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

จังหวัดบึงกาฬยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเต็มที่ ฝากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ริมโขง เฝ้าระวังระดับน้ำ ติดตามประกาศเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด

พายุวิภา #น้ำโขง #บึงกาฬ #ผู้ว่าบึงกาฬ #ข่าวด่วนบึงกาฬ #เตือนภัยน้ำท่วม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงรายยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 1 ล้านเม็ด ซุกกล่องพัสดุ(โลจิสติกส์เจ้าดัง) พร้อมขยายผลตามรวบตัวผู้ต้องหา 3 คน

🚨 วันนี้(25 ก.ค.2568) เวลา 08.30 น. นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ,พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชรยงราย และหน่วยร่วมปฏิบัติฯ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ของกลางยาบ้า 1,098,000 เม็ด ณ ใต้ถุน หอประชุมตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย

หน่วยจับกุม​​กก.สส.ภ.จว.เชียงราย , สภ.เมืองเชียงราย , สภ.ห้วยไร่ ภ.จว.แพร่
💀​ผู้ต้องหา
​​1. นายรัฐธรรมนูญฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร
​​​​2. นายธนาฯ อายุ 25 ปี ที่อยู่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จว.ประจวบคีรีขันธ์
​​​​3. นายนทีฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.พันเสา อ.บางระกำ จว.พิษณุโลก
☠️ของกลาง
​​1. ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,098,000 เม็ด
​​​2. รถยนต์ จำนวน 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

สถานที่เกิดเหตุ ศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ต่อเนื่องจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ (วัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุ 23 กรกฎาคม 2568 พฤติการณ์แห่งคดี
ก่อนหน้าการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม/หวังสินบนนำจับ) ว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดส่งให้กับลูกค้ายังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยใช้การขนส่งผ่านทางระบบโลจิสติกส์ ในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงได้ประสาน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อร่วมทำการตรวจสอบ

ต่อมาวันที่ 23 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย สภ.เมืองเชียงราย ได้ตรวจสอบยังศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส บ้านสันตาลเหลือง 192/4 ม.1 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบพัสดุต้องสงสัย จำนวน 7 กล่อง เมื่อตรวจสอบพบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวนทั้งหมด 548 มัด ประมาณ 1,098,000 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 136.5 กก.

จากการสืบสวนทราบว่ากล่องพัสดุดังกล่าวมาจาก Flash home สาขาบ้านใหม่ฯ จำนวน 4 กล่อง และ Flash home สาขาวัดร่องเสือเต้น จำนวน 3 กล่อง โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน ชร 3270 กทม. เป็นยานพาหนะในการส่งยาเสพติด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ(LPR) พบว่ารถยนต์เก๋ง คันดังกล่าวกำลังแล่นอยู่ในพื้นที่ จ.แพร่ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่ ทำการควบคุมตัว/จับกุมตัวผู้ต้องหาบุคคลดังกล่าว นำส่ง พงส.สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

✨️ โดยการจับกุมครั้งนี้ ตามนโยบายรัฐบาล โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกมิติ และเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ตามปฏิบัติการ No Drugs No Dealers

✨️ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

​ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย ​พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ​มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง ​โดย ​นายชรินทร์ ทองสุข​​ผวจ.เชียงราย
สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย ​นายธันวา ผุดผ่อง ​​ผอ.ปปส.ภาค 5…

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โต๊ะเล็กอนุบาลหนองปรือคว้าแชมป์3รุ่นฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา

       วันนี้ ( 25 ก.ค. 68 ) โรงเรียนมัธยมสาธิตเมืองพัทยา ( เมืองพัทยา11)  ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ทำการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลเยาวชนเมืองพัทยา ประจำปี 2568  โดย ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าชิงชนะเลิศกับเมืองพัทยา 7 ทั้ง 2 รุ่น ได้แก่รุ่น 14 ปี หญิง และ 14 ปี ชาย

     ส่วนผลการแข่งขัน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี หญิง สามารถชนะ โรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 2 รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 14 ปี ชาย สามารถเอาชนะโรงเรียนเมืองพัทยา 7 ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1  รับถ้วยรางวัลชนะเลิศพร้อมเงินสด 5,000 บาท

    ส่วน ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ รุ่น 10 ปี ทำการแข่งขันไปเมื่อวาน ( 24 ก.ค. ) โดยทำการแข่งขันที่โรงเรียนเมืองพัทยาท2 สามารถเอาโรงเรียนมารีวิทย์พัทยาไปด้วยสกอร์ 5 ประตูต่อ 1 

     ส่วนทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือมีนายกิตติศักดิ์ ศิริเลิศ ผอ.โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือให้การสนับสนุน โดยมีครูบาส ( วิศรุต เย็นฉ่ำ ) โค้ชตุ่ม ( อาคม แจ่มจำรัส ) ครูนะ ( มานะ พรมสุรินทร์ ) และตอนนี้กำลังเก็บตัวนักกีฬาฟุตซอลทั้งชายและหญิง เพื่อสู้ศึกกีฬานักเรียนองค์กรปกครองท้องถิ่นระดับภาค ที่จังหวัดระยอง ในเดือนพฤศจิกายนนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทานรอบเขตวังไกลกังวล / กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ”

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

ที่โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฝั่งประถมศึกษา อ.หัวหิน โดยมี คุณหญิงผกาพันธ์ เทหะมาศ ผู้ดูแลวังไกลกังวล นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ร่วมพิธี โดยผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ กล่าวถวายราชสดุดีแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น มีการประกอบพิธีรับมอบถุงพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้แก่ผู้นำชุมชนนำไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ในพื้นที่ อ.หัวหิน ส่วนบริเวณภายในโรงเรียนวังไกลกังวล มีหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลฯ ได้แก่ การปรุงประกอบอาหารจากโรงครัวพระราชทาน บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ บริการตัดผม

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ขณะที่ รพ.หัวหิน ได้จัดหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการทันตกรรม ตรวจวัดสายตา การรับบริจาคโลหิต พร้อมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมรับบริการในครั้งนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจสันติบาล ๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘
       เมื่อเวลา10.00น. พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผกก.๔ บก.ส.๑ ร่วมกับข้าราชการ กก.๔ บก.ส.๑ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘

 เพื่อแสดงออกถึงความเสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ซึ่งกิจกรรมของหน่วยที่จัดขึ้นในวันนี้ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาปลูกป่าชายเลน, กิจกรรมเก็บขยะชายทะเล, กิจกรรมปลูกป่า, กิจกรรมบริจาคโลหิต, กิจกรรมทำความสะอาดสถานที่ปฏิบัติธรรมทางศาสนา
      มีข้าราชการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน  ๑๗๐ นาย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรมเป็นประธานพิธีปิดการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโกเกมส์ 2025”


วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 15:00 น. นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ
“ พรรคกล้าธรรม” เป็นประธานพิธีปิดงานการแข่งขันกีฬา “ท่าตะโก เกมส์ 2025”ณ. สนามการแข่งขันกีฬาโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม ตำบลดอนคา อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ การจัดการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาให้รู้รักสามัคคีและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงห่างไกลจากยาเสพติด

ทั้งนี้ ประธานได้กล่าวในพิธีปิดว่า “ต้องขอบพระคุณประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ นักกีฬาและผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธาน ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในโรงเรียนท่าตะโกพิทยาคม “ท่าตะโกเกมส์ 2025” ประจำปีการศึกษา2568 ในวันนี้ผมขอแสดงความยินดีและชื่นชม กับคณะกรรมการจัดการแข่งขันเจ้าหน้าที่และ

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กองเชียร์และนักกีฬาทุกท่าน ที่ได้ประสานความสมัครสมานสามัคคี ระหว่างหมู่คณะ ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้การแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด นักกีฬาทุกคนได้มีการพัฒนา
ตนเองครบทั้ง 4 ด้าน คือด้านร่างกาย เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ด้านจิตใจ เป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง มานะ อดทน มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ด้านอารมณ์ เป็นผู้มีอารมณ์ดี ร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใส


ด้านสังคม เป็นผู้ที่รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสังคม เพื่อนฝูง และหมู่คณะ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขสุดท้ายนี้ ขอบคุณ คณะกรรมการตัดสินที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ขอบคุณกองเชียร์ที่เชียร์ด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย

และขอบคุณนักกีฬาทุกท่านที่ได้แสดงออกถึงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ผมขออวยพรให้ทุกท่าน เจริญด้วยดุจตุรพิธพรชัย คิดประสงค์สิ่งในทางที่ถูกที่คาร ขอให้สมประสงค์ดังปรารถนา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และขออวยพร
ให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ “

@นายวิวรรธน์ แพ่งสุภา โกดำ. ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนออนไลน์ภาคเหนือ 17 จังหวัด…รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลบ้านกรูด เปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่บริเวณหน้าชายหาด โรงแรมริมทะเลบ้านกรูด หมู่ที่ 3 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์” BANKRUT RUNDERLAND 2025

โดยมี นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายเอกนิรันดร์ จันทร์

งาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลร่อนทอง น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัด ( สจ. )เขตอำเภอบางสะพาน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมนักวิ่งในพื้นที่อำเภอบางสะพานและใกล้เคียง กว่า 1,500 คน ร่วมกิจกรรม

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ในนามของเทศบาลตำบลบ้านกรูด รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ
ทุกท่านสู่ กิจกรรม “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” ณ ชายหาดบ้านกรูด อำเภอ

บางสะพาน ที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โครงการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025” จัดขึ้นโดยเทศบาลตำบลบ้านกรูด เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และนันทนาการ

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการตลาด ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมการออกกำลังกาย อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยได้มีการจัดทำเสื้อ บ้านกรูดรันเดอร์ นด์ 2025 เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การจัดกิจกรรมให้ทุกภาคส่วนได้ทราบอย่างทั่ว

ถึง โดยรายได้จากการจัดกิจกรรม จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรือนโรงเรียนในเขตพื้นที่ ตำบลธงชัย และพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ บ้านกรูดรันเดอร์แลนด์ 2025 จะกลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเป็นการสนับสนุน และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในปีต่อๆ ไป หลังเสร็จกิจกรรมวิ่ง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมามอบรางวัลกับนักวิ่งผู้ชนะแต่ละรุ่น

////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.อรรถกร” ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมน่าน สั่งปูพรมสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตร พร้อมเร่งเข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานสังกัดเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน จากอิทธิพลของพายุวิภา ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่พักอาศัย และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายหลายจุด

โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมต้อนและให้ข้อมูล พร้อมประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ และกำหนดแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นายอรรถกร กล่าวว่า จากการรายงานคาดการณ์พื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ พบว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมด 11 อำเภอ เนื้อที่รวม 56,749.22 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 39,602.15 ไร่ พืชไร่/พืชผัก 8,455.04 ไร่ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 8,654.26 ไร่ และอื่น ๆ 37.77 ไร่ จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปูพรมสำรวจความเสียหายทางการเกษตรเพิ่ม

เติม เน้นการเข้าถึงเกษตรกร และวางแผนช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสนับสนุนถุงยังชีพ, รถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกน้ำจุ 6,000 ลิตร เข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น อีกทั้งได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่

      จากนั้น นายอรรถกร ได้เดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์และพบปะให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อีกทั้งมอบถุงยังชีพกว่า 1,000 ชุด พร้อมสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์ และสารชีวภัณฑ์สำหรับการฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลังน้ำลด  นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติงานเชิงรุก โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างทั่วถึง และรวดเร็ว บนพื้นฐานความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเกษตรกรผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 และกองพันทหารม้าที่ 10 ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม จ.น่าน


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ภารกิจในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเคลื่อนย้ายประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และคณะสงฆ์ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบค้นหาผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกครัวเรือนในพื้นที่ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ลงพื้นที่โรงเรียนอิสลามบูรณะโต๊ะนอ มอบข้าวสารและอุปกรณ์กีฬา สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชน พร้อมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ลงพื้นที่โรงเรียนอิสลามบูรณะโต๊ะนอ ตำบลมะนังตายอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อมอบข้าวสารจำนวน 6 กระสอบ สนับสนุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน

เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียน และส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพและเพียงพอ และมอบอุปกรณ์กีฬาเพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังเยาวชนให้รู้จักความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็กและเยาวชน

สำหรับการมอบสิ่งของในครั้งนี้ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุมชนในพื้นที่ เสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการส่งเสริมด้านการศึกษาและการออกกำลังกาย อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยสอบถามข้อมูลด้านการเรียนการสอน

รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อรับทราบปัญหาและความต้องการต่างๆของสถานศึกษา ซึ่งปัจจุบันทางโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้กีฬาเป็นกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้มีการผ่อนคลายให้นักเรียนได้มีกิจกรรมเสริม อีกทั้งเป็นการสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ที่มีความสามารถควบคู่กับการพัฒนาผู้เรียนทางด้านร่างกายและจิตใจ

ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีคณะครูร่วมให้การต้อนรับและแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การสนับสนุนและใส่ใจโรงเรียนในครั้งนี้
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะเสียหลักชนเสาป้ายกลางถนนชยางกูร มุกดาหาร โชคดีไร้ผู้เสียชีวิต – ป้ายบอกทางพังเสียหาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ร.ต.อ.ชันทอง อินทร์ผิว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนเสาป้ายบอกเส้นทางบริเวณถนนชยางกูร ขาออก มุ่งหน้าอำเภอธาตุพนม ใกล้แยกโคกสุวรรณ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ Toyota Vigo แคป สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ-7342 มุกดาหาร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บนช่องทางขาออกเมือง ใกล้กับจุดที่เสาป้ายบอกเส้นทางขนาดใหญ่ของแขวงทางหลวงมุกดาหารล้มพาดขวางถนนผู้ขับขี่ทราบชื่อคือ

นายพัชรพล อาจหาญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ที่ 2 ต.บ้านซึ่ง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร อยู่ในที่เกิดเหตุโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้โดยสารหญิงที่นั่งมาด้วยคือ น.ส.ชนาภา พานสมัน อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณเหนือคิ้วซ้าย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเสาป้ายบอกทางที่ติดตั้งบนเกาะกลางถนน ถูกแรงเฉี่ยวชนจนหลุดจากจุดยึดโครงเหล็กพาดล้มถูกท้ายรถบรรทุก Hino ทะเบียน 80-6974 สกลนคร ที่วิ่งมาจากตัวเมืองมุกดาหารมุ่งหน้าไป จ.สกลนคร ทำให้ไม่สามารถขับต่อไปได้ ส่งผลให้การจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ต้องประสานแขวงทางหลวงเร่งเข้าจัดเก็บและรื้อถอนโครงป้ายออกจากถนนยังเร่งด่วน

ในเบื้องต้น นายพัชรพลให้การยอมรับว่า ขณะขับรถมาจากบ้านโคกสูงเพื่อไปส่งแฟนสาวทำงานที่ห้างโรบินสันมุกดาหาร ได้ใช้เส้นทางชยางกูร ขาเข้าเมือง ถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นช่วงที่มีสัญญาณไฟจราจร ได้ขับแซงรถด้านซ้ายขึ้นไปทางขวา แต่เกิดเสียหลักเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตก ทำให้รถปีนเกาะกลางและพุ่งชนเสาป้ายจนได้รับความเสียหาย

นายพัชรพลยอมรับว่าการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เกิดจากความประมาทของตนเองโดยลำพัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ เขียนแผนที่พอสังเขป และเชิญตัวผู้ขับขี่มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมประสานเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเพื่อประเมินความเสียหายต่อทรัพย์สินราชการ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุ #มุกดาหาร #ถนนชยางกูร #กระบะชนป้าย #ToyotaVigo #แขวงทางหลวง #ข่าวอุบัติเหตุ #รถเสียหลัก #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวภาคอีสาน/////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.น.สมเด็จเจ้าพระยา ลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 13.30 น. พ.ต.อ.ณัฐพัฒนส์ ธรรมชุตินันท์​ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ภัทรพงษ์ เสยกระโทกรองผกก.ป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ศรายุทธ์​ พวงทอง​รอง​ผกก.สส.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ต.วิคิด โอษคลังสวป (ชส.)สน.สมเด็จเจ้าพระยา

พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน,เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเขตคลองสาน,อาสาสมัครตำรวจบ้านชุมชน,ฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตคลองสาน สำนักงานเขตคลองสาน ผู้นำชุมชน,คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ศูนย์บริการสาธารณสุข 28 (กรุงธนบุรี) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ชุมชนวนาวรรณ

ร่วมบูรณาการ กำลัง ลงพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด ” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล NO Drugs NO Dealers
โดยได้ลงพื้นที่ X-ray ชุมชนเป้าหมาย เพื่อค้นหาผู้ป่วย , ผู้เสพ, ผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล 

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด และเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในชุมชนแบบยั่งยืน แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อลดจำนวนและทำให้ผู้ใช้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดหมด

ไปจากชุมชน หมู่บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ซึ่งทาง สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ได้ดำเนินการตามแนวทาง โดยในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยม การดำเนินการโครงการดังกล่าว ที่ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนในพื้นที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา ที่เข้าร่วมโครงการและผ่านการดำเนินการ ทั้งนี้ พร้อมกับมอบป้ายบ้านสีขาวปลอดยาเสพติดให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวมุกดาหารแห่บริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ประชาชนชนจังหวัด​มุกดาหารแห่บริจาคโลหิตแน่นช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน

เมื่อวันที่​ 25 กรกฎาคม 2568​ เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างคึกคัก

หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัดมุดาหาร และจากต่างอำเภอต่างหลั่งไหลกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้บริเวณหน้าห้องรับบริจาคแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

พระครูจิมมี่ เปิดเผยว่า เดินทางมาบริจาคเลือกเพราะคิดว่าต้องได้ใช้ในยามนี้ เราช่วยไม่ได้ทางอื่นก็ช่วยทางนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังทุกคนที่อยู่บริเวณชายแดน ซึ่งเลือดของทุกๆคนต้องได้ใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อชีวติของผู้คน

โดยการบริจาคครั้งนี้ เป็นโครงกการ “รวมพลังชาวมุกดาหาร ร่วมบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการสู้รบตามแนวชายแดน”ซึ่งมีผู้มารอบริจาคจำนวนมาก เต็มไปด้วยน้ำใจของผู้คนที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้

รับบาดเจ็บ ภายในพื้นที่รับบริจาค เจ้าหน้าที่และพยาบาลช่วยกันเร่ง ทั้งการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และจัดระบบคิวอย่างมีระเบียบ หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้จะต้องรอนาน แต่ก็เต็มใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในยามวิกฤต

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวจ่าโต๋สุดเศร้ารับทราบข่าวการเสียชีวิตจากแนวชายแดน ศรีสะเกษ – ญาติร่วมจัดเตรียมบ้านเกิดรอรับร่างวีรบุรุษ

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ บ้านเลขที่ 37 หมู่ 3 บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ครอบครัวและญาติของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” นายสิบลาดตระเวนปืนใหญ่ 106 พัน.6 (กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6)

ทำหน้าที่ ผู้ตรวจการแนวหน้าฐานฟ้าลั่นได้รวมตัวกันด้วยความเศร้าโศก หลังทราบข่าวว่าเขา เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่แนวหน้าบริเวณฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น (เขาสัตโสม) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จากเหตุปะทะและการยิงถล่มของกัมพูชาจากบริเวณเนิน 333

โดยบรรยากาศภายในบ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านต่างเดินทางมาช่วยกันทำความสะอาดบ้าน และจัดเตรียมพื้นที่สำหรับรับศพกลับจากชายแดนเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

💔 นางวิไล บุสภา อายุ 58 ปี มารดาของจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาว่า “เมื่อคืนลูกชายโทรมาคุย บอกว่าเพิ่งยิงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเสร็จ กำลังจะอาบน้ำนอนไม่คิดเลยว่าจะเป็นการคุยกันครั้งสุดท้าย…” และกล่าวต่อด้วยความภาคภูมิใจว่า ลูกชายอยากเป็นทหารตั้งแต่เด็ก หลังจากเป็นทหารเกณฑ์ก็สอบเป็นนายสิบอยู่แนว

ชายแดนมากว่า 10 ปี วันนี้แม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่แม่ภูมิใจที่ลูกสละชีพอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบ้านเมือง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาของจ่าโต๋ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อเวลา 04 .00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม จ่าโต๋ส่งข้อความมาขอรูปลูกชาย แต่ตนเพิ่งมาเปิดดูตอนตี 05.00 น. ยังไม่ทันได้ส่งให้

หลังจากนั้นตอนเวลาประมาณ 9.00 น. ญาติโทรมาถามว่าติดต่อจ่าโต๋ได้ไหม ก็เลยโทรไปหาแต่ก็ไม่ติด ก่อนจะรู้ความจริงจากญาติในเวลาต่อมาว่าจ่าโต๋เสียชีวิตแล้ว “ตอนนี้ฉันยังไม่รู้จะอธิบายให้ลูกชายเข้าใจอย่างไร เขายังเล็กมาก เพิ่งขวบเศษเอง… แต่ก็จะเล่าให้เขาฟังว่า

พ่อของเขาเป็นวีรบุรุษ…ที่พลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย” นางสาวรจรินทร์ กล่าวRIPจ่าโต๋ #ทหารกล้าแห่งฟ้าลั่น #ธวัชชัยบุสภา #ฮีโร่มุกดาหารลูกผู้ชายหัวใจแผ่นดิน #สละชีพเพื่อชาติ #สดุดีทหารกล้า #แนวชายแดนศรีสะเกษ#ทหารกล้าแห่งมุกดาหาร

#พลีชีพเพื่อชาติ #RIPวีรบุรุษ #ทหารไทย #เลือดนักรบเพื่อแผ่นดิน #บ้านโนนสังข์ศรี #คำชะอี #มุกดาหาร #กัมพูชายิงก่อน #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #CambodiaOpenedFire #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ผู้ว่าฯมุกดาหาร ร่วมแสดงความเสียใจครอบครัว “จ่าโต๋” วีรบุรุษชายแดน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายวรญาณ บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายนราวิชญ์ มณีฤทธิ์ นายอำเภอคำชะอี และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมุกดาหาร

ได้เดินทางไปยัง บ้านโนนสังข์ศรี ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เพื่อร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ จ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” ทหารกล้าผู้สละชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานฟ้าลั่น เขาสัตโสม จ.ศรีสะเกษ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ กล่าวแสดงความเสียใจต่อมารดา ภรรยา และบุตรชาย ของนายทหารผู้เสียชีวิต พร้อมให้กำลังใจครอบครัวในการก้าวผ่านความสูญเสีย และ

ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่นางวิไล บุสภา มารดาของจ่าโต๋ รวมถึง นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และบุตรชายวัยขวบเศษในฐานะครอบครัวของ “ทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ”

บรรยากาศภายในบ้านเป็นไปอย่างโศกเศร้า ญาติพี่น้องและชาวบ้านในพื้นที่ต่างร่วมกันจัดเตรียมสถานที่สำหรับรับร่างวีรบุรุษกลับบ้านเกิดเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอย่างสมเกียรติ

RIPจ่าโต๋ ///เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ คืบหน้าปะทะชายแดน เจ้าหน้าที่นำร่าง ผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ออกจากพื้นที่แล้ว

วันที่ 25 กรกฏาคม 2568 เหตุการณ์ปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา พื้นที่ชายแดน เขตเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเกิดการปะทะกันต่อเนื่องโดยเริ่มยิงตั้งแต่ เวลา 09.00 น.

โดยกระสุนของฝั่งกัมพูชาได้ยิงมาโดนร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน ปตท .บ้านผือ ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย และบาดเจ็บ 13 ราย และที่บ้านเรือนประชาชน 1 หลัง

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไทย-กัมพูชา เริ่มเปิดฉากปะทะกันตั้งแต่เวลา 03.00 น. จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 08.00 น.

โดยกระสุนปืนของฝั่งกัมพูชาตกมาที่ฝั่งไทย (ตกที่ค่าย ตชด 224) ประมาณ 3 ลูก ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ EOD ที่ปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ระเบิดตั้งแต่ช่วงเช้าต้องออกจากที่เกิดเหตุด่วน ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยยังทำการเก็บกู้ระเบิดที่หลงเหลือ

ยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด เพราะกระสุนของทางกัมพูชายิงมาใกล้กับจุดเกิดเหตุ จึงทำการอพยพชั่วคราว ก่อนที่จะดำเนินการเก็บกู้ระเบิดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ขณะที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าทำการเก็บร่างของผู้เสียชีวิต ภายในร้านสะดวกซื้อ ( 7-11) ซึ่งจากการดำเนินการ

พบร่างผู้เสียชีวิตจำนวนทั้ง สิ้น 5 ราย โดย 1 ในนั้น เป็นพนักงานเซเว่น ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ ตรวจพิสูจน์ทราบต่อไป/////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มุกดาหารเดินหน้าสกัดยาเสพติด! ดึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย–ลาว ผนึกกำลังหยุดภัยร้ายผ่านพัสดุ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว สถานีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทา

การป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดให้กับผู้ประกอบการขนส่งโลจิสติกส์ไทย–ลาว โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมส่งเสริมการ

ขนส่งพัสดุอย่างปลอดภัย โดยนางสาวนุชนีย์ได้ชี้แจงข้อมูลสำคัญและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการจากหลายพื้นที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เล็ดลอดผ่านระบบขนส่ง

โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้นโยบายของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” และนโยบาย “Seal Stop Safe” ของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเน้นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

ต่อมาในเวลา 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุ ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร ถนนพิทักษ์พนมเขต อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการ

สาธิตการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยด้วยเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพัสดุของประชาชน แสดงให้เห็น

ถึงความพร้อมของหน่วยงานในการรับมือกับปัญหายาเสพติดบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพมุกดาหาร #ปปส #ยาเสพติด #ไปรษณีย์ปลอดภัย

#โลจิสติกส์ปลอดภัย #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ข่าวภาคอีสาน #ชายแดนไทยลาว #ตรวจพัสดุ #สกัดยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรฝ่ายปราบปราม จับล็อตใหญ่! อโวคาโดเถื่อน 6.5 ตัน มูลค่ากว่า 1 ล้าน คาดลอบนำเข้าข้ามแม่น้ำโขงมุกดาหาร เตรียมกระจายขายทั่วไทย

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่​ 2568 นายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ ประจำฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1808 มุกดาหาร ที่จอดอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน PT ตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์


โดยมีนายอภิชาติ ดาลัย แสดงตัวเป็นผู้ควบคุมรถและอำนวยความสะดวกในการตรวจค้นดังกล่าว ผลการตรวจพบผลไม้อโวคาโดน้ำหนักรวมประมาณ 6,500 กิโลกรัม บรรทุกเต็มคันรถ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท แต่ไม่สามารถแสดง

เอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดสินค้าไว้เป็นของกลาง พร้อมยานพาหนะ และนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ อโวคาโดที่ตรวจยึดได้มีลักษณะคล้ายคลึงกับอโวคาโดสายพันธุ์เวียดนามที่มักพบจำหน่ายใน สปป.ลาว ซึ่งคาดว่าถูกลักลอบนำเข้าทางแม่น้ำโขงเข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร ก่อนจะส่งกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

กองสืบสวนและปราบปราม #ศุลกากรภาคที่2 #จับอโวคาโดเถื่อน #ลักลอบนำเข้า #กรมศุลกากร #จับของเถื่อน #อโวคาโดเวียดนาม #มุกดาหาร #กาฬสินธุ์ #ข่าวภาคอีสาน #ข่าวศุลกากร #แม่น้ำโขง #ลักลอบนำเข้าสินค้าข้ามแม่น้ำโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้นี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง พิธีเปิดกิจกรรม “Kick off ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด”

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เวลา 16.00 น. ณ ลานเสาธงหน้าที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีปล่อยแถว นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอโคกสำโรง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทุกท่าน 450 คน

ด้วยปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างองค์กรรวม ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่สามารถดำเนินการแก้ไข ได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และเป็นที่ทราบกันว่า ปัญหายาเสพติด ยังคงมีการแพร่ระบาด สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน สังคม อยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลให้ความสำคัญ และมอบให้เป็น

นโยบายที่หน่วยงาน ภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพ เป็นผู้ป่วย” ส่วนผู้ผลิตและผู้ค้า คือ ผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอโคกสำโรง (ศป.ปส.อ.โคกสำโรง)

จึงได้กำหนดเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” โดยกำหนดปฏิบัติ Quick Win ในห้วง 3 เดือน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมการ/ปฏิบัติการ สลายโครงสร้างปัญหาปราบปรามผู้ค้าค้นหาผู้เสพเข้าบำบัด ขั้นที่ 2 ขั้นปฏิบัติการต่อเนื่อง ปัญหาผู้ค้า ผู้เสพ ลดลง เสริมสร้าง หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง ขยายพื้นที่ความสำเร็จ

ขั้นที่ 3 ขั้นพัฒนาสู่ความยั่งยืน ปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ลดลงจนหมดไป ประชาชนมีความปลอดภัย ปัญหาเก่าหมดไปมีระบบเฝ้าระวังปัญหาต่อเนื่อง
ขั้นที่ 4 ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน มีความปลอดภัย ปัญหาใหม่ไม่เกิด หมู่บ้าน/ชุมชนมีศักยภาพของตนเอง

สำหรับกิจกรรม Kick Off เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” ของอำเภอโคกสำโรง ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการส่วนราชการต่างๆ ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง สถานีตำรวจภูธรเพนียด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 13 ตำบล 137 หมู่บ้าน มูลนิธิโคกสำโรงสงเคราะห์ ชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอโคกสำโรง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

ด้วยปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมอบให้เป็นนโยบายที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงานของรัฐต้องร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วน มอบหมายให้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

การเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด” ของอำเภอโคกสำโรง เป็นมาตรการดำเนินงานหนึ่งที่สำคัญยิ่งของนโยบายรัฐบาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด นำมาตรการมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้

จะก่อให้เกิดความตระหนักของประชาชนชาวลพบุรี ต่อปัญหายาเสพติด ก่อให้เกิดความร่วมมือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้มีการนำมาตรการทางกฎหมายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณค่า ก่อให้เกิดประโยชน์ของสังคมจังหวัดลพบุรี อย่างจริงจัง และยั่งยืน ขณะเดียวกันฝ่ายป้องกันฯ ของอำเภอโคกสำโรง ได้จับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี. ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น“เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการ“ขัวเรียง” ทั้ง 12 หมู่บ้าน ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล เรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติด “

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 05:30 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของ นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร  พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น  นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในการ ปล่อยแถวกำลังพล ปฏิบัติภารกิจปิดล้อมตรวจค้นตาม "ยุทธการพิทักษ์ ขัวเรียง" ในพื้นที่ตำบลขัวเรียง ทั้ง 12 หมู่บ้าน อำเภอชุมแพ  จังหวัดขอนแก่น โดยมี พ.ต.ท.ลักษณ์ ด้วงลำพันธ์ รอง ผกก.สส.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอําเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอนายสมหมาย ชาน้อย สาธารณสุขอำเภอชุมแพ ร่วมปล่อยแถวกำลังพล กำลังพล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สมาชิก อส. เจ้าหน้าที่ สภ.ชุมแพ และ ชุดปฏิบัติการตำบล ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) รวมกำลังพล 200 นาย บูรณาการกำลังร่วมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้ “ยุทธการพิทักษ์ขอนแก่น” และ “ปฏิบัติการไล่ล่า (เด็ดปีก) นักค้าอีสานเหนือ 252” ผลการปฏิบัติ ดำเนินการควบคุมตัวผู้กระทำความผิด จำนวน 1 ราย มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ของกลางยาบ้า 6 เม็ด จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีต่อไป  และสามารถค้นหาผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด ขณะนี้นำตัวมาแล้วจำนวน 45 ราย รวมทั้งสิ้น 46 ราย ซึ่งหลังจากประเมินอาการ กลุ่มสีแดงนำเข้าโรงพยาบาล สีเหลือง/ส้ม เข้าศูนย์ CI และสีเขียวดำเนินการคุมประพฤติต่อไป  ทั้งนี้ อำเภอชุมแพ ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป้าหมาย อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตำบลหนองเสาเล้า ซึ่งจะได้ประกาศเป็นตำบลสีขาวต่อไป

อำเภอบำบัดทุกข์บำรุงสุขChange for Goodสื่อรัฐทีวี / สื่อรัฐนิวส์ เมืองชุมแพ

ประชุมการบูรณาการการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล เรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติด “

 อังคาร 22 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานการประชุมการบูรณาการการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล เรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี พ.ต.อ.รักชาติ  เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายสมหมาย ชาน้อย สาธารณสุขอำเภอชุมแพ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลขัวเรียง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น  ในการนี้ที่ประชุมได้รับทราบ Roadmap Quick win 3 เดือน ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs No Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด ตามข้อสั่งการของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงมหาดไทย และข้อมูลผลการดำเนินการ Re X-Ray ประชาคมค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติด และผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้ยาเสพติด และร่วมพิจารณาข้อมูลผลการดำเนินการ Re X-Ray ประชาคมค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด ผู้ค้ายาเสพติด และผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการใช้ยาเสพติด จาก ทั้ง 12 ตำบลของอำเภอชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด1เดียวใน 3 จ.ใต้ที่นราฯ ที่ ศอ.บต.สนองนโยบายรัฐมนตรีทวี ปราบกระท่อม 120 วันสิ้นซากในชายแดนใต้

การแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะพืชกระท่อมทุกหน่วยให้ความสำคัญ ทาง ศอ.บต.เองรับนโยบายเพื่อสู่การปฏิบัติ ส่วนสถานฟื้นฟูสภาพทางสังคม จ.นราธิวาส เป็นหนึ่งในสถานฟื้นฟู 1 เดียวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราเห็นว่าสถานฟื้นฟูแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ นี่คือเสียงจากปาก นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.

ที่ได้ถือโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชม สถานฟื้นฟูสมรรถภาพพลเมือง กรมการปกครอง กองร้อย อส.จ.นราธิวาส ที่ 1 (บ้านนราภราดร ) ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์ราชการ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ที่มีนายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส เป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติดจากสารเสพติดต่างๆ ทั้งยาบ้า ยาไอซ์ ใบกระท่อม และอื่นๆ จำนวน 40 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 15 ปี ถึง 59 ปี แถมยังมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งฝ่ายปกครอง ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง

ซึ่งการเดินทางของนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. ในครั้งนี้ ได้มีการเดินพบปะพูดคุยอย่างเป็นกันเองแบบตัวต่อตัวพร้อมทั้งให้กำลังใจ ซึ่งทั้งหมดมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลิกเสพยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ที่ส่วนใหญ่ทราบว่าที่ติดยาเสพติดเพราะเพื่อนๆชวนให้ลอง และไม่กล้าปฏิเสธเกรงเพื่อนๆในกลุ่มจะไม่มีคนคบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด ที่ทำให้สมาชิกครอบครัวรวมทั้งผู้บังเกิดเกล้าต้องเสียน้ำตา

นอกจากนี้นายชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติด ได้นำนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต.และคณะ ไปเยี่ยมชมแปลงเศรษฐกิจพอเพียง ที่ใช้เป็นสถานที่ให้ผู้ติดยาเสพติดได้มีทักษะในการเลี้ยงหอยขม ไก่ไข่ เป็ด ปลา

รวมทั้งปลูกพืชผักชนิดต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่านที่ต้องการเสพยาเสพติดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งจะเรียกกันง่ายๆคือ การฆ่าเวลาให้ผู้เสพยาเสพติดที่สถานฟื้นฟูแห่งนี้ เลิกหรือต้องการยาเสพติดให้ลดน้อยลงและเลิกไปโดยปริยาย
ด้านชัยเจริญ มูสิกิ้ม หน.ศูนย์ยาเสพติด จ.นราธิวาส

ซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ติดยาเสพติด กล่าวว่า นราโมเดลในการดูแลผู้ป่วยทางการใช้ยาเสพติดระยะยาว 120 วัน เราเน้นในเรื่องของศาสนบำบัดทุกๆวันต้องปฏิบัติศาสนกิจครบ กลางคืนจะมีการอ่านอัลกุรอานเพื่อกลบเกลาจิตใจ นราโมเดลหมายความว่าดูแลพี่น้องดุจญาติมิตร เราจะให้ความอบอุ่นใช้หลักของความมีเหตุมีผล ในการเข้ามาดูแลผู้ป่วยหลักการคิดหลักวิชาการ ด้านสาธารณสุขหลักวิชาการทางสังคม เพื่อใหผู้ป่วยทั้งหมดนี้ที่อยู่ที่นี่เมื่ออกไปแล้วสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในสังคม

ซึ่งผลการเยี่ยมชมสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่นราธิวาสที่ถือว่าเป็น 1 เดียวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ คาดหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปเป็นต้นแบบหรือรูปแบบในการฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ จ.ยะลาและปัตตานี ได้มากน้อยเพียงใดก็ถือว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ที่ภาครัฐจะนำไปขับเคลื่อนให้ได้ผู้ติดยาเสพติดให้ลดน้อยลง ซึ่งถือว่าเป็นปลายเหตุในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่การแก้ปัญหาต้นเหตุคือผู้ค้าหรือเอเย่นต์ค้ายาเสพติด ผู้ปกครองหรือพ่อแม่ของผู้ติดยาเสพติด ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ทางการปราบปรามอย่างจริงจังให้หมดไปเสียที
//////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครราชสีมา แถลงการจับกุมผู้ต้องหา 13 คน พร้อมของกลางน้ำกระท่อม เกือบ 1000 ลิตร

เมื่อ วันที่ 23 ก.ค.2568 ณ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา โดย พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แถลงการจับกุมผู้ต้องหา 13 คน พร้อมของกลาง น้ำกระท่อม 840 ลิตร

สภ.โชคชัย บูรณาการร่วม อำเภอโชคชัย โดย นายพิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผกก.สภ.โชคชัยได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 13 คน พร้อมของกลาง

1.น้ำกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตรจำนวน 840 ขวด
2.ยาแก้ไอ จำนวน 17 ลัง (50ขวด)
3.น้ำอัดลม 48 ขวด
4.น้ำตาลสด 30 ขวด
5.ใบกระท่อมสด 7 กก.
6.หม้อต้มสแตนเลส 8 ใบ
7.เตาแก๊ส 4 ใบ
8.ถังแก๊ส 2 ใบ
9.กะละมังพลาสติก 4 ใบ
10.ตะแกรง 6 อัน
11.ขวดพลาสติกเปล่า 200 ขวด

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2568 สภ.โชคชัยได้บูรณาการร่วมกับ อำเภอโชคชัย และ สาธารณสุขโชคชัย เข้าปิดล้อม ตรวจค้นบ้านเลขที่ 267 บ้านหนองสำโรง หมู่ 11 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นคนราชสีมา ได้มีนายตระการ ชื่นกระโทก อายุ 39 ปี ผู้เช่าแสดงตนเป็นเจ้าของ และผู้ดูแล

จากการตรวจค้นพบว่ากำลังผลิตน้ำกระท่อมกันอยู่ สอบถามนายตระการ ฯ แจ้งว่าตนเป็นผู้ว่าจ้างลูกจ้างทั้งหมด 10 คน โดยจ่ายค่าจ้างคนละ 400 บ. ต่อวัน ต่อคน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมของกลางทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.โชคชัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เหตุเกิด บ้านเลขที่ 267 บ้านหนองสำโรง หมู่ 11 ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

ภาพ/ข่าว : กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ซีรีส์วายช่อง7 HD “อาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ“ Lottery Doctor จัดพิธีบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดกล้องอย่างยิ่งใหญ่

คุณศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ ประธานกรรมการบริษัท แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมสต์จำกัด ผู้จัดซีรีส์เรื่องอาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ Lottery Doctor จับมือพาสเนอร์ทางธุรกิจ คุณวาฐิตา เพ็ญชาญวัฒนกิจ, คุณสิปปกร วงศ์สมาน, คุณณัฏฐสิทธิ์ วีนาซีมูทู และคุณสมเกียรติ ทวีสิทธิ์

จัดบวงสรวงซีรีส์เรื่อง “อาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ“ Lottery Doctor เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดกล้อง ได้รับเกียรติจาก มล.ยุพดี ศิริวรรณ ที่ปรึกษาโครงการ TO BE NUMBER ONE และเลขาธิการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE เป็นประธานในพิธี และยังมีสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนจากแบรนด์ ไอติมไผ่ทอง UMF สนามชัย ปีโป้กัมมี่ LION EV เข้าร่วมพิธีด้วย

ซีรีส์แนวคอมเมดี้ เรื่องอาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ“ Lottery Doctor สร้างจากนิยายยอดนิยมผลงาน mostlycloudy เรื่องราวของนักศึกษาวิศวะ แน็ค(นายเอก) ค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถในการคาดเดาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเดาว่าใครแอบชอบใคร เดาว่าใครรู้สึกอย่างไร เดาว่าข้อสอบว่าข้อไหนได้คะแนน เขาเดาได้ทุกอย่าง กระทั่งเขามีจุดหมายในชีวิตอันสูงสุด แน็คอยากรวย เขาเลย

หันมาเอาดีทางด้านการเดาเลขหวยเป็นพิเศษ ทว่าทุกอย่างก็เหมือนจะไม่เป็นใจ แน็คไม่สามารถเดาเลขหวยถูกได้ด้วยตัวเอง หลายงวดมากที่โดนหวยกิน จนมาเจอกับ จาฟาร์(พระเอก) ที่แน็คเทิดทูนบูชาเป็นดั่งเทพเจ้า เพราะว่าท่านฟาร์นั้นได้มอบตัวเลขให้ เพื่อการตามหาตัวเลขที่จะทำให้เป็นเศรษฐี แน็คจึงต้องพาตัวเองไปใกล้ชิดกับท่านฟาร์อย่างช่วยไม่ได้ แต่ใกล้ชิดกันไป ใกล้ชิดกันมา หัวใจดันเต้นแรงจนห้ามไม่อยู่ เขาควรจจะจัดการตัวเองอย่างไรดี…

🌟นักแสดงนำ :
บอสตั้น – ศุภเดช วิไลรัตน์, คัท – ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู
🌟ร่วมด้วยนักแสดงช่อง 7HD :
เติร์ก – ณัฐชนน ภูวนนท์, พีพี – พัชญา เพียรเสมอ, บิ๊กเอ็ม – สุเมธา รอยสี, กัปตัน – กันณทร ชะระภิญโญ (รับเชิญ)
🌟นักแสดงจาก To be number one idol นิว – วชิรวิทย์ แสงจันดา, โรม – ณภรกชมน สอนภาเมือง, ชิน – ศตาชิน ศิริสาคร


🌟 แคมป์ – คุณาธิป ตระการจันทร์, จิมมี่ จิรเมธ, บาส – การัณย์ ทองพรรณ, สโนว์ ไวท์, ชลิดา สุทธิทศธรรม, เต้ – ปฏิพัทธ์ กันฉาย, อ๊อด – ธานัท จุลสัตย์, กิมจุ้ย – เอื้ออังกูร เพ็ญชาญวัฒนกิจ, ไตรทศ เพ็ญชาญวัฒนกิจ,ลาเต้-กฤษฎา ธนากร, เบญญาภา ตียาพันธ์, จัสมิน เฟลเทน และนักแสดงอีกมากมาย

ผู้จัด : ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์
อำนวยการผลิต: บริษัท แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด
บทประพันธ์ : mostlycloudy
ผู้กำกับ บทซีรีส์ : เอสิเอส เยาวนานถ
ออกอากาศ : สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 (CH7 HD) เดือนพฤศจิกายน

ช่องทางการติดตาม
FB : อาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอ
X : lotterydoctor_
IG : lottery_doctor_
Tiktok : lotterydoctor_official_
Youtube : MAXIMON CHANNEL

อาการมันเป็นยังไงไหนบอกหมอLotteryDoctorMaximonEntertainmentCh7HDDramaSocietyCh7HDEntertainmentซีรีส์วายช่อง7hd

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.สภ.ห้วยยาง พร้อมภาคีเครือข่าย ร่วมลงนามปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติดภายใน 3 เดือน ตามนโยบายปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers”/ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง”

วันที่ 23 กรกฏาคม 2568 ที่ห้องประชุมศูนย์สั่งการจุดตรวจร่วมห้วยยาง สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง ร่วมลงนามปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตามนโยบายปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อดำเนินการในหมู่บ้าน/ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ ของสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จำนวน 17 หมู่บ้าน เพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปภายใน 3 เดือน

โดยมี นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง น.ส.อุษณี ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง นายชาลี สุทธา สารวัตรกำนันตำบลแสงอรุณ ตัวแทนนายก อบต.ห้วยยาง ตัวแทนนายก อบต.แสงอรุณ ผอ.รพ.สต.ห้วยยาง ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง ผอ.รพ.สต.บ้านหินเทิน และ รอง ผกก.ป.ฯ รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ตำบลห้วยยาง ตำบลแสงอรุณ ร่วมเป็นสักขีพยานดังกล่าว

โดยได้ร่วมแสดงปฏิญญาร่วมกันว่า 1. จะมุ่งบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจังและเด็ดขาด 2. จะป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดมิให้มีผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน 3. จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านชุมชนมีระบบ กลไก การจัดการปัญหาด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างแท้จริง
/////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

อธิบดีกรมคุมประพฤติ และผู้ว่าฯประจวบ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อม นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำพิธีส่งมอบบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ และกลุ่มเปราะบาง โครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

โดยมี นายยูซบ โต๊ะวัง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม

สำหรับโครงการ “บูรณาการซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ของกลุ่มเปราะบาง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยกลุ่มเปราะบางจากข้อมูลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ย้อนหลัง 3 ปี เกี่ยวกับข้อมูลการปรับสภาพที่อยู่อาศัยและการให้ความช่วยเหลือจำนวนครัวเรือนที่มีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงถาวร และยังไม่ได้รับ ความช่วยเหลือของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1,884 ครัวเรือนได้รับความช่วยเหลือแล้ว 1,291 ครัวเรือน และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ 639 ครัวเรือนประกอบกับการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1/2568 การกำหนดแผน/โครงการ/กิจกรรมการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน เป้าหมายได้อย่างต่อเนื่องและไม่กลับมาประสบปัญหาความเดือดร้อนซ้ำ

และเนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จึงเห็นโอกาสที่จะนำผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้ต้องโทษปรับที่มีทักษะฝีมือช่าง ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อแผ่นดินโดยใช้ทักษะความรู้ความสามารถ ทำงานบริการสังคมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสาธารณะอย่างแท้จริง โดยการบูรณาการร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 16 ตำบลอ่าวน้อย คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานคณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ(CSR ประจวบคีรีขันธ์) อาสาสมัครคุมประพฤติ มูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่ายCSRจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) อำเภอบางสะพาน อำเภอเมือง อำเภอกุยบุรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน และโรงเรียนบ้านในล็อค และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลกุยเหนือ

จัดกิจกรรมทำงานบริการสังคมประเภทซ่อมสร้าง ที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 4 หลัง ดังนี้ บ้านหลังที่ 1 บ้านนางอ้อม ยอดใหญ่ ที่อยู่ หมู่ที่ 8 บ้านในล็อค ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนปันสุขเพื่อน้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 จำนวนเงิน 30,000 บาท
บ้านหลังที่ 2 บ้านนายประสาร สมุดไทย ที่อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน งบประมาณ กองทุนวันละบาท องค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล จำนวนเงิน 3,000 บาท

บ้านหลังที่ 3 บ้านนางสาวจิรภา ทองคำ ที่อยู่หมู่ที่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ งบประมาณจาก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ จำนวนเงิน 40,000 บาทมูลนิธิพันธสัญญา (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,100 บาท กองทุนศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 40,000 บาท ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เครือข่าย CSR จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) จำนวนเงิน 4,400 บาท

บ้านหลังที่ 4 บ้านนางอำภา คำสว่าง อายุ 76 ปี (ภรรยาของนายสมควร คำสว่าง ผู้ป่วยติดเตียง ปัจจุบันได้ เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568) ที่อยู่ บ้านเลขที่ 25/2 หมู่ที่ 3 บ้านโพธิ์เรียง ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี งบประมาณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำหรับผู้พิการ จำนวนเงิน 40,000 บาท หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการ 1. สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2. อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

///////////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องจำปา พุทธธิดา วิยะนัด ร่วมบันทึกเทปถวายพระพระชัยมงคล /เตรียมพิสูจน์ “คำสาปเสื้อกันฝน – HAUNTED MOUNTAINS THE YELLOW TABOO” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวัน 28 สค.นี้

โดย เด็กหญิงพุทธธิดา วิยะนัด หรือ น้องจำปา อายุ 9 ปี โรงเรียนสิรกานต์มอนเทสซอริชั้นประถมศึกษาที่3ในฐานะ ตำแหน่ง Brand Ambassador. ของBrand mahadep.และดารานักแสดงเด็กทางช่อง9MCOT/HD30 ของค่ายMAHADEP ENTERTAINMENT ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28กรกฎาคม 2568 ณสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5(ททบ5)

เตรียมพิสูจน์ “คำสาปเสื้อกันฝน – HAUNTED MOUNTAINS THE YELLOW TABOO” ภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวัน 28 สิงหาคมนี้

เตรียมพบกับภาพยนตร์ระทึกขวัญ-เหนือธรรมชาติจากไต้หวันโดยผู้กำกับฯ เจี่ยหยิงไช่ เรื่องราวของ ”เจียหมิง“ ชายหนุ่มผู้พบว่าตนเองติดกับดักวนลูปที่ต้องเห็น ”อวี้ซิน“ แฟนสาวตายต่อหน้าต่อตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ว่าเขาจะพยายามแก้ไข แต่ทุกครั้งที่เริ่มลูปใหม่มันก็ไม่เคยสำเร็จ

จนกระทั่งเขาพบว่ามันเกิดจากอาถรรพณ์เมื่อ 5 ปีก่อน ที่พวกเขาทั้งคู่ได้สูญเสีย ”อันเหว่ย“ เพื่อนสนิทจากทริปเดินป่าและทุกครั้งในลูป เจียหมิงจะเห็น อันเหว่ย ปรากฏตัวอยู่ในชุดเสื้อคลุมกันฝนสีเหลืองก่อนที่แฟนสาวของเขาจะจบชีวิตลงทุกครั้ง เพื่อปกป้องชีวิตของอวี้ซิน เจียหมิงจึงต้องทำทุกวิถีทางโดยเฉพาะการหาต้นตอของคำสาปจากพิธีกรรมลึกลับที่พวกเขาต้องฝ่าฝืนข้ามเส้นสีเหลืองเข้าไปพบเห็นและขัดขวางพิธีกรรมบนภูเขามรณะแห่งนี้

พิสูจน์ความตื่นเต้น-ระทึกขวัญของ “Haunted Mountains The Yellow Taboo – คำสาปเสื้อกันฝน” โดย THAM STUDIO 19 28 สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

พลังรักเอฟซี จัดงานสุดยิ่งใหญ่ฉลองวันเกิด 28 ปีซูเปอร์สตาร์ “หวังอี้ป๋อ” สุดยิ่งใหญ่ที่ ยูเนียน มอลล์

พลังรักแห่งแฟนคลับ “หวังอี้ป๋อ” โดยกลุ่ม YiZhan Forever TH Fans ร่วมกับ UNION MALL และแบรนด์ ANTA Thailand และ SF CINEMA จัดกิจกรรมแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ฉลองก้าวที่ 28 ปี “หวังอี้ป๋อ” มอบรองเท้านี้เพื่อน้องในถิ่นทุรกันดาร ให้กับมูลนิธิกระจกเงา งานนี้จัดระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม 2568 มีกิจกรรมมากมายให้เหล่าเอฟซี หวังอี้ป๋อ นักแสดงหนุ่มสุดหล่อแดนมังกร ได้มาเอนจอยในอีเวนต์สุดปังแห่งปี กิจกรรมเยอะฉ่ำๆ เริ่มตั้งแต่· เปิดให้เข้าชม Wang Yibo’s Photo Gallery เข้าชมฟรี! ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG) เปิดตั้งแต่ 4-10 ส.ค.68 เวลา 11:00 – 22:00 น.
· วันที่ 5 ส.ค.68 กิจกรรมพิเศษ LIVE Party เชิญชวนเอฟซีตัวจริงของหวังอี้ป๋อ มาร่วมเป่าเค้กฉลองวันเกิด 18:00 – 20:30 น. ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG) · วันที่ 9 – 10 ส.ค. 68 มีกิจกรรมพิเศษจัดเต็มตลอดเสาร์และอาทิตย์ เริ่มที11:00 น. รับชมภาพยนตร์ FPU หน่วยพยัคฆ์พิทักษ์ข้ามโลก และ สเตปกล้าท้าฝัน ที่โรงภาพยนตร์ SF CINEMA เซ็นทรัลลาดพร้าว

11:00 น. เริ่มกิจกรรมการฉลองวันเกิดของหวังอี้ป๋อ ที่ Union Co-Event Space Zone B, UNION MALL G FL.(ชั้นG)

  • กิจกรรมแข่งขันเต้น WYB TH Fans แดนซ์ ชาเลนจ์ ขาแดนซ์สมัครฟรี ลุ้นรางวัลจากผู้จัดและผู้สนับสนุนอย่างแบรนด์ ANTA
  • ร่วมทำบุญบริจาค รองเท้า สิ่งของ และทุนสมทบมอบให้มูลนิธิกระจกเงา โดยผู้บริจาครับกิ๊ฟท์พิเศษมากมายจาก YiZhan Forever และ Open Up Communication
  • เปิดโซนสายคราฟท์ สายครีเอท DIY มาตกแต่งภาพ ทำเฟรมภาพอวยพรให้หวังอี้ป๋อ
  • ร่วมช้อปสินค้าจากแบรนด์ ANTA Thailand และสินค้าแบรนด์ดังจากจีน ที่หวังอี้ป๋อ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
  • ร่วมจับฉลาก และเป่าเค้กฉลองวันเกิดในช่วงเวลา 17:30 น.

งานนี้แฟนหวังอี้ป๋อ สามารถนำกิ๊ฟท์อะเวย์ มาแจกหรือแลกภายในงานได้ฉ่ำๆ ได้ของแจกกลับบ้านไปเต็มกระเป๋าแน่นอน นอกจากนี้หาก ผู้สนใจต้องการจองของที่ระลึก Collect Card Book สมุดสะสมโฟโต้การ์ด ซึ่งผู้จองได้สิทธิ VIP พิเศษสามารถสั่งจองได้ โดย คลิกดูรายละเอียด ที่นี่ https://www.facebook.com/share/p/1ALpFceW4w/ หรือสอบถามที่ เฟสบุ๊กเพจ YiZhan Forever TH Fans

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568 / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของตำรวจสังกัด ภ.1 งบประมาณปี พ.ศ. 2568

วันที่ 22 ก.ค.68 พล.ต.ต. ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้รับมอบหมาย จาก พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

เป็นตัวแทน ในภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568

พร้อมกับ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 และคณะกรรมการตรวจประเมินโครงการฯ ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 67/2568 ลง 24 มี.ค.68 และ 191/2568

ลง 15 ก.ค.68 ได้เดินทางมาตรวจประเมินตามโครงการฯ ตามแผนและกรอบระยะเวลาที่ ตร.กำหนด

ณ สภ.บ้านข่อย ,สภ.ท่าโขลง จว.ลพบุรี พบ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจประเมิน โครงการฯ จากคณะกรรมการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์เพื่อให้แฟลตอาคารที่พักอาศัย/ที่พักบ้านเดี่ยว/เรือนแถว มีความเรียบร้อย และมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งโครงการนี้มีเงินรางวัลมอบให้หน่วยที่ชนะการประเมินจากคณะกรรมการฯ

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1ในฐานะห้วหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมดูแลรับผิดชอบงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวของตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่าในวันที่ 22 ก.ค. 68 เวลา 09.30 น.

📍พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
📍พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.1
📍คณะครูฝึก Local CAT และครูฝึกยุทธวิธี กก.ปพ. บก.สส.ภ.1 และข้าราชการตำรวจผู้เข้าประกวดการฝึกในสังกัด ภ.1

🔸ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
📌 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ภ.1

🚨 ซึ่งจัดให้มีการประกวดการฝึกตามแบบฝึกพระราชทานว่าด้วย แบบฝึกท่ามือเปล่า การฝึกแถวชิด และการฝึกแบบยุทธวิธีตำรวจ ในสถานการณ์จำลองกรณีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง

▶️ โดยมีตัวแทนของสถานีตำรวจ แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด เข้าร่วมการประกวดการฝึกในครั้งนี้ ณ บริเวณลานฝึกยุทธวิธี ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย และลานหน้าอาคารอเนกประสงค์ ภ.1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / birthday ประธานวอ.บางระจัน เปิดบ้านให้เพื่อนมิตรสหายร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด /“ตม.สตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย / เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ ชื้อขาย บ้านที่ดิน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568สจ.เปี๊ยกอุทัย เสี่ยชายสุโขทัย ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดประธานวอ นายกเทศบาลเมืองบางระจัน นาย วีระ คำรอด ( ประธาน.วอ ) และเพื่อวงการมวย เสี่ยชูทางด่วนกำนันชาคริต ฉายวัฒนา ตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี”นายธงชัย จ้อยชูคณะ ทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพื่อนสนิทมิตรสหายอีกมากมายและชาวบ้านร่วมอวยพรให้กับประธานวอในครั้งนี้ ณ.บ้านบางระจัน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นาย ภูวดล พุทธ์เทศน์ะ ( เฮง ) กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดคุณทำเนียบ มังคโชติ โอนบ้านแฝดหมู่บ้านพรนรินทร์ สวนเสือศรีราชา บ้านเลขที่ 153/91 ม.6 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ ( แถวศรีราชา ) เสี่ย ( เฮง เฮง ) จัดให้มีทีมงานครบวงจรสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

“ตม.จังหวัดสตูล ตรวจสอบเคสร้องเรียนจับต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย นายจ้างไม่รอดโดนปรับด้วย”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ตรวจสอบกรณีร้องเรียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดสตูล โดยวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ จัดหางานจังหวัดสตูล และ สภ.เขาขาว

ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนว่าที่ลานไม้ยางพาราแห่งหนึ่งใน ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล มีการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวและพบชายชาวเมียนมาคือนายไปยู อายุ 22 ปี มีหนังสือเดินทางแต่ทำงานโดยที่มีใบอนุญาตทำงานไม่ตรงกันกับนายจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานนนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่วนนายจ้างชาวไทยเจ้าของลานไม้ยาง ยอมรับว่าไม่ตรวจสอบใบทำงานของคนต่างด้าวให้ดูให้ต่างด้าวหานายหน้าดำเนินการเอง

จนเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีในความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาขาว ทั้งต่างด้าวและนายจ้างเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนต่างด้าวเมื่อเปรียบเทียบปรับเสร็จสิ้นแล้วจะต้องถูกส่งกับประเทศต่อไป และนายจ้างที่รับคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายก็โดนปรับหลักหมื่นเลยทีเดียว

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

คนที่ 14 กรกฎาคม 2568 แซยิดยิ่งใหญ่ สจ.เปี๊ยก อุทัย โคตรทึ่ง คนดังร่วมอวยพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานงานเลี้ยงฉลองอวยพรวันคล้ายวันเกิด สจ. เปี๊ยกอุทัย ปภาวิชญ์ บุษซะดี ประธานสภาอบจ.อุทัยธานี เจ้าของค่ายมวยชื่อดัง สจ.เปี๊ยกอุทัย ในงานโคตรทึ่งที่เก้าถึง 60 ปี เลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิด มีคุณวิชัย ปั้นงาม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลอุทัยธานี FC พร้อมบุคคลวงการมวยโดยฮีโร่โอลิมปิกเจ้าของวลีไม่ได้โม้ สมรักษ์ คําสิงห์ และนักการเมืองข้าราชการทหารตำรวจและประชาชนร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดกันอย่างมากมาย และวงดนตรีแอ๊ดคาราบาวเต็มวง
ณ.สถานที่ค่ายมวยสจเปี๊ยกอุทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570)ภาคเหนือ

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธาน การประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภาคเหนือ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหารหน่วยงาน ผู้แทนสำนักงานวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา เข้าร่วม โดยจัดระหว่างวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ เอ็มเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการ

ด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 กำหนดเป้าหมายให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งมีการกำหนดตัวชี้วัดหลักจำนวน 2 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ตัวชี้วัดดัชนีคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” และตัวชี้วัดหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารงาน มีค่า ITA

เพิ่มขึ้น โดยกรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายคุณธรรมในทั่วทุกพื้นที่ เพื่อมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย กรมการศาสนา และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กำหนดจัดงานสมัชชาคุณธรรมและการประชุมติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อติดตามผลสำเร็จของการดำเนินงาน และขยายเครือข่ายส่งเสริมคุณธรรมไปสู่มาตรฐานด้านคุณธรรม ที่มีขีดความสามารถในการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อสังคมให้เกิดการแพร่หลาย โดยการจัดงานระดับภูมิภาค 4 ภูมิภาค

มีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยงาน/ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 680 คน ในส่วนของภาคกลาง ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ อยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเวลาดี นครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม และภาคใต้

ระหว่างวันที่ 7 – 8 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมเรือรัษฎา โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ทั้งนี้ การจัดงานฯ ประกอบไปด้วยกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม อาทิ การบรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์และแนวมโน้มคุณธรรมในสังคมไทย, ดัชนีชี้วัดคุณธรรม ทิศทางและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในโลกวิถีใหม่, ทิศทางการขับเคลื่อนแผนการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ :

จากนโยบายสู่การขับเคลื่อนในพื้นที่, การอภิปราย เรื่องการส่งเสริมคุณธรรมในสังคมไทยสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน, และมีการนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย การดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) และการส่งเสริมคุณธรรมในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการขับเคลื่อนคุณธรรม การเสริมสร้างพลังเครือข่ายคุณธรรมให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และเป็นฐานรากในการต่อยอดคุณธรรมให้เจริญเติบโตครอบคลุมทุกพื้นที่ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองสาวร้องสื่อถูกรุมยำ-ข่มขู่ คดีไม่คืบ

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายสองรายคือ นางจุฑามาศ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และนางสาวสาวิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี นำหลักฐานสำคัญเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอจากประชาชน มายื่นต่อสื่อมวลชนหลังคดีไม่คืบหน้าแม้จะมีภาพชัดเจนว่าถูกทำร้าย และตามชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายพกอาวุธปืน พร้อมทั้งมีการข่มขู่และประกาศท้าทายกฎหมายอย่างอุกอาจ

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในพื้นที่ร้านบาร์แห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบุญกาญจนาราม ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเริ่มจากคืนวันที่ 13 มิถุนายน เวลาประมาณ 23.00 น. กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่า หลังมีปากเสียงบริเวณหน้าตลาด ฝ่ายคู่กรณีได้โทรเรียกพรรคพวก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชายสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้ม ขับรถจักรยานยนต์พีซีเอ็กซ์สีเทา มาจอดด้านหน้ากล้องวงจรปิดของคอนโดแห่งหนึ่ง ก่อนจะถอดเสื้อวิน ใส่ไว้ใต้เบาะ และหยิบสิ่งของลักษณะคล้ายอาวุธปืนขึ้นลำเหน็บเอวแล้วเดินเข้าไปในวงเหตุการณ์ โดยมีกลุ่มหญิงไทยสวมเสื้อดำ ฝั่งผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาพูดคุยด้วย

นางจุฑามาศ (ผู้เสียหาย) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงนั้นพี่สาวของตนมีปากเสียงกับคู่กรณี ตนเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกอีกฝ่ายไม่พอใจ โทรตามคนมาเสริม จนสถานการณ์เริ่มบานปลาย หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามา คิดว่าจะจบไปแล้ว ต่อมา วันที่ 16 มิถุนายน เวลาประมาณ 20.40 น. กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงไทย 3 คน เดินเข้ามาหาผู้เสียหายที่ร้านเดิม โดยมีหญิงผู้ก่อเหตุ เดินตามมาทีหลัง ก่อนจะพูดจาท้าทาย แล้วลงมือกระชากผมนางสาวสาวิตรีผู้เสียหายอีกรายจากเก้าอี้ ลากและทำร้ายหน้าร้าน ทั้งยังมีชายขับวินฯ ที่มากับกลุ่มผู้ก่อเหตุยืนกันไม่ให้ใครเข้าไปช่วย ทำให้ผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายโดยไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย

นางสาวสาวิตรีให้การว่า เธอเพียงแค่นั่งอยู่ในร้าน ไม่รู้เรื่องราวมาก่อน ถูกกลุ่มหญิงเข้ามาหาเรื่อง โดยกล่าวหาว่าเธอรู้เห็นกับนางจุฑามาศ และกล่าวหาว่าเคยด่ากันมาก่อน จากนั้นก็ลงมือทันที โดยระหว่างเหตุการณ์ยังพูดท้าทายเสียงดัง “กฎหมายทำอะไรกูก็ไม่ได้!” สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในร้านอย่างมาก เธอยังเล่าด้วยว่า ถูกกัดที่ราวหน้าอกจนเป็นรอยฟกช้ำ และมีแผลถลอกหลายจุด

แม้มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการเรียกตัวคู่กรณีมาสอบสวนตามที่แจ้งไว้ ผู้เสียหายพยายามติดตามคดีด้วยตนเอง แต่กลับถูกโยนให้ไปติดต่อร้อยเวรเอง ไม่มีเจ้าหน้าที่ใดรับผิดชอบอย่างชัดเจน ที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้เสียหายยังระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีการโพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่ท้าทายต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัย หวั่นจะถูกทำร้ายซ้ำ หรือถึงขั้นเสียชีวิต

ผู้เสียหายทั้งสองจึงต้องออกมาร้องต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นกระบอกเสียง หลังแจ้งตำรวจแล้วคดีเงียบ หวั่นถูกจัดฉากอีกครั้งโดยผู้มีอิทธิพลที่สามารถเคลื่อนไหวได้เสรี ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งคลิปวงจรปิดและพยานแวดล้อม ถ้าไม่มีสื่อ ไม่มีใครรู้เลยว่าเราถูกทำร้าย ถูกข่มขู่ และกฎหมายไม่สามารถปกป้องเราได้ โดยผู้เสียหายวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจพัทยา เร่งดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี และให้ความเป็นธรรมด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “SEAL STOP SAFE” ภ.5 หยุดวงจรการค้ายาเสพติด Safe สร้างพื้นที่ปลอดภัย

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย ดังนี้

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
  2. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  3. สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  4. สภ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด
  5. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด
  6. รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 6,900,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย , น.ส.สุกัญญา ใหญ่วงศ์ ผู้แทน ปปส.ภ.5 , พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 18 ก.ค.68จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 18,617 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 202 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 194 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 10,400 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 150 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,740 กิโลกรัมเศษฝิ่น 119 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 727 ล้านบาทเศษ

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัยลุยตรวจแนวตลิ่งป้องกันน้ำยมรับพายุวิภา

เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่21กรกฏาคม2568ภายใต้การอำนวยการของ นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

โดย นายสมลักษ์ ยกน้องวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำลด และเพื่อการป้องกันจุดเสี่ยงบริเวณริมแม่น้ำยม หมู่ที่ 6 ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เนื่องจากบริเวณดังกล่าว องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทองได้จัดทำโครงการและงบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งแต่ไม่สามารถหาผู้รับจ้างได้

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง ดำเนินการทำแนวป้องกันตลิ่งโดยใช้ไม้เสาเข็มยูคาและกระสอบทรายบิ๊กแบ็คเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งทะลักเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยจะเริ่มดำเนินการทันที

ซึ่งในครั้งนี้ นายประพันธ์ศักดิ์ บุตรรัตน์ ปลัดอาวุโส และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลท่าทอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกันที่จะป้องกันและดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดสุโขทัย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายภัคพงศ์ ทองฟู นางชุติมา ภัทรภิญโญ ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานจังหวัด และนายภัทร์ศรุต คล้ายสุบรรณ ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มงานบริการ

ลงพื้นที่ อำเภอเมืองน่าน เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ชื่อโครงการ”จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเลี้ยงโค” สมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 15 คน

โดยมี นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นายอุไร สารถ้อย นายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการจังหวัด และนายวัชรพงษ์ พญาพรม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) คณะ

ทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย ณ หอประชุมบ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รวบครบ! แก๊งตุ๋นเช่าสินสอด 5.5 ล้าน แล้วเชิดเงินหนี ตำรวจไล่ล่าถึงชลบุรีอีก 2 ราย จนจับครบทั้งทีม!”คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ด.ต.กนกวงษ์ เปรมสุข ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับตัวผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นางสาวศิริอร ศิริมงคล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165/20 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนายประติพล คำมุงคุณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 3 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยทั้งสองเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.177/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ได้เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ส่งตัวให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ วงค์สอน สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร รับดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่าแม่ของเธอตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพชาย-หญิง 3 คน ซึ่งร่วมกันวางแผนหลอกลวง
ผู้ต้องหาทั้งสาม ประกอบด้วย นางสาวพรทิพย์ (จับกุมได้ก่อนหน้านี้) นายประติพล หรือ “ปั๊ก” และนางสาวศิริอร หรือ “หมวย”
โดยใช้กลอุบายให้นางสาวพรทิพย์เข้าไปติดต่อเหยื่อ อ้างว่าต้องการ “เช่าเงิน” จำนวน 5,500,000 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพกับเงินก้อนดังกล่าว เพื่อสร้างเครดิตให้ดูน่าเชื่อถือ เสนอกับนายทุนรายใหญ่ เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ พร้อมเสนอจะจ่าย “ค่าเช่าเงิน” เป็นจำนวน 76,500 บาท

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้ตามข้อตกลง กลุ่มผู้ต้องหากลับไม่คืนเงินตามที่สัญญา และติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก และเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุม น.ส.พรทิพย์ ได้ก่อน จากนั้นจึงประสานตำรวจพื้นที่จังหวัดชลบุรี กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ครบทั้งขบวนการในที่สุด ดังกล่าว

จับแก๊งตุ๋น #เช่าสินสอด #มิจฉาชีพออนไลน์ #มุกดาหาร #ขอนแก่น #ข่าวอาชญากรรม #โกงเงิน #ตำรวจไทย #หลอกลวง #เต็นท์รถลวงโลก #บ้านบึง #ชลบุรี #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

คืบหน้าปล้นร้านทองสะหวันนะเขต – พบรถคนร้ายเป็นเชฟโรเลต ครูซ แดง พ่นสีดำพรางตัว!

เจ้าหน้าที่ลาวตรวจพบ หลักฐานสำคัญ จากเหตุปล้นทองร้านมาลัย กลางเมือง นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โดยรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นเชฟโรเลต ครูซ เดิมทีเป็น สีแดง แต่ถูก พ่นทับให้เป็นสีดำ เพื่อพรางตัวระหว่างการก่อเหตุ

จากภาพ กล้องวงจรปิด ยังเผยให้เห็นว่าบริเวณ ขอบประตูด้านในยังคงเป็นสีแดง ชัดเจน ไม่ได้ถูกพ่นสีทับเหมือนภายนอก

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถรุ่นดังกล่าว มีซันรูฟ ซึ่ง ไม่น่าจะเป็นรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย เนื่องจากเวอร์ชันที่ขายในไทยไม่มีซันรูฟ อาจเป็นรถที่นำเข้าจาก จีนหรือเกาหลีใต้ ซึ่งผลิตรุ่นซันรูฟวางจำหน่ายในตลาดบางประเทศด้วย

🚨 ขณะนี้คนร้ายทั้ง 4 คนยังคง หลบหนี เจ้าหน้าที่ลาวเร่งไล่ล่าและขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

ปล้นร้านทอง #ChevroletCruze #เชฟโรเลต ครูซ #รถคนร้าย #ข่าวลาว #ร้านคำมาลัย #นครไกสอนพมวิหาน #สะหวันนะเขต #ลาว #ปลอมสีรถ #ซันรูฟไม่ใช่ไทยผลิต #ไล่ล่าโจรปล้นทอง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมเรียกร้องให้ย้ายนายอำเภอท่าแซะใน 24 ชั่วโมง


ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร ชาวบ้านประมาณ 300 คน นำโดย นายประคอง จิตประสงค์ ตัวแทนกลุ่มทหารผ่านศึกและราษฎรผู้ขาดแคลนที่ดินทำกินใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ชุมนุมร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีมีการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมเรียกร้องให้ย้าย นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ ออกจากพื้นที่

นายประคองและแกนนำรวม 12 คน ระบุว่าเป็นตัวแทนกลุ่มผู้ขาดแคลนที่ดินทางด้านการเกษตรกว่า 3,064 คน เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อหลายหน่วยงาน โดยมีข้อกล่าวหานายพิศิษฐ์ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเลือกปฏิบัติในการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองและกรมป่าไม้ กล่าวหาเกินความเป็นจริง และเลือกปฏิบัติ เข้าจับกุมโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นจากศาล อ้างว่าเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า

แต่กลับไม่ดำเนินการกับบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเพื่อจัดทำสุสานบรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าเช่นกัน เจ้าหน้าที่ยังละเว้นการจับกุมกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบทำลายต้นปาล์มน้ำมันในเขตป่าสงวนเพื่อยึดถือครอบครองที่ดินกว่า 3,000 ไร่ และแรงงานต่างด้าวชาวพม่าที่ลักลอบตัดผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่หมดอายุสัมปทานในเวลากลางคืน

ผู้ชุมนุมจึงขอเรียกร้องให้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรพิจารณาโยกย้ายนายอำเภอท่าแซะโดยกล่าวหาว่า 1.นายอำเภอท่าแซะบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย ในบริเวณพื้นที่ของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด เพื่อปลูกต้นทุเรียน ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุจริตและผิดกฎหมาย 2.นายอำเภอท่าแซะละเว้นการจับกุมดำเนินคดีกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ายึดครองบ้านพักคนงานของบริษัทวิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด

และออกเก็บเกี่ยวผลปาล์มน้ำมันในป่าสงวนแห่งชาติ และ 3.นายอำเภอท่าแซะไม่ดำเนินการจับกุมบริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออย จำกัด กรณีจัดทำสุสานบรรพบุรุษในป่าสงวนแห่งชาติรับร่อ–สลุย โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน จากนั้น นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงมารับหนังสือเรียกร้องเพื่อพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ในเวลาต่อมา นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องกรณีชาวบ้านชุมนุมเรียกร้องให้มีการย้ายตนออกนอกพื้นที่แล้ว คิดว่าผู้ชุมนุมคงโกรธแค้นตนที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี จับกุมกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าที่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานของบริษัท วิจิตรภัณฑ์ ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งหมดอายุการอนุญาตไป

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จากนั้น ก็มีการชุมนุมปิดถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ หมู่ 3 บ้านยายไท ต.สลุย อ.ท่าแซะ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาเจรจาจนมีการเปิดถนนตามปกติ ส่วนที่กล่าวหาตนทั้ง 3 ข้อยืนยันว่าสามารถชี้แจงได้หมด และตนปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายทุกประการ ไม่มีนอกมีในหรือมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเรียกร้องจากผู้ชุมนุมแล้ว ส่วนเรื่องการโยกย้ายนายอำเภอเป็นอำนาจของส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เท่าที่ทราบขณะนี้คือบริษัท วิจิตรภัณฑ์ฯ ที่เคย

ได้รับสัมปทานและหมดอายุการอนุญาตการเข้าใช้พื้นที่ไปแล้ว ยังมีคำสั่งศาลคุ้มครองอยู่ และทางวิจิตรภัณฑ์ฯ ก็ได้ทำเรื่องขอยกเลิกการคุ้มครองพร้อมทั้งขอยกเลิกคดีความต่างๆ ที่เคยฟ้องร้องเกือบหมดแล้ว ซึ่งเรื่องกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 4โจร!! ปล้นอุกอาจกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว! อาวุธสงครามครบมือ กวาดทองกว่า 300บาท ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เกิดเหตุระทึกกลางเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว คนร้าย 4 คนแต่งชุดดำ สวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ใช้อาวุธสงครามบุกปล้นร้านคำ(ทอง) “มาลัย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าคิวรถโดยสารประจำทาง

ผู้ก่อเหตุลงมืออย่างอุกอาจในช่วงกลางวันแสก ๆ ก่อนหลบหนีขึ้นรถยนต์ Chevrolet สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้าออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

ล่าสุด เจ้าของร้านทอง “มาลัย” ประกาศตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 500 ล้านกีบ สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทองรูปพรรณที่ถูกปล้นไป

ความคืบหน้าคดีปล้นร้านคำ(ทอง)มาลัย บริเวณหน้าคิวรถโดยสารนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อเวลา 15:40 น. วันที่ 20 กรกฎาคม 2568

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกจอดทิ้งและ จุดไฟเผา เพื่อทำลายหลักฐาน ที่บริเวณ สวนยาง ใกล้วัดพระธาตุอิงฮัง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง

ขณะนี้ คนร้ายทั้ง 4 คนยังคงหลบหนีอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ลาวได้กระจายกำลังไล่ล่าทั่วพื้นที่ เผารถหนี! โจรปล้นทองสะหวันนะเขต จุดไฟเผารถทิ้งใกล้พระธาตุอิงฮัง – หนีลอยนวล!

ตม.มุกดาหารคุมเข้ม! สกัดคนร้ายปล้นร้านทองสะหวันนะเขต

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 พ.ต.อ.พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุปล้นร้านทองในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานตรวจบุคคลและพาหนะ เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าฝั่งไทย เพื่อป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุและการลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดน

โดยให้ตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศขาเข้า อย่างละเอียด เพื่อป้องกันการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายสัมภาษณ์และคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า เพื่อประเมินพฤติกรรมที่น่าสงสัย ตรวจสัมภาระผู้โดยสารทุกรายผ่านเครื่องเอกซเรย์ของศุลกากร เพื่อค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านการข่าวและการสืบสวน โดยมีการ บูรณาการข้อมูลร่วมกับฝ่ายลาว ได้แก่ ตม.ลาว และตำรวจแขวงสะหวันนะเขต เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ต้องสงสัย รวมถึงการประชาสัมพันธ์รูปภาพและข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยตามแนวชายแดนรับทราบ

พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้ ตรวจสอบรายชื่อและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยหรือผู้มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีหรือซ่อนตัวในประเทศไทย

ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร #ชายแดนมุกดาหาร #ปล้นร้านทองลาว #สะหวันนะเขต #ข่าวลาวไทย #ชายแดนเข้ม #ตรวจเข้มชายแดน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #มุกดาหาร #ลาวไทย #ด่านพรมแดนมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงบ้าน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ภายใต้การสนับสนุนของโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นจังหวัดน่าน พร้อมทั้งพัฒนาแกนนำเยาวชนให้เป็นผู้สืบทอดภูมิปัญญาจากปราชญ์ชุมชน และสร้างกิจกรรมชุมชนให้เป็นฐานการเรียนรู้

โครงการนี้ริเริ่มโดยทีม “ละอ่อนน่าน พัฒนาเมือง” ซึ่งประกอบด้วยพลังความร่วมมือของ ทีม ลองน่านโลเคิลดีไซน์, กองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน, แหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงต้งชมจันทร์ และภาคีเครือข่ายต่างๆ โดยเล็งเห็นถึงปัญหาการใช้เวลาอยู่กับสื่อสังคมออนไลน์

ของเยาวชนที่ส่งผลกระทบต่อสมาธิและทักษะทางสังคม โครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” ได้รับคัดเลือกและสนับสนุนจากโครงการจิตสำนึกรักเมืองไทย ปีที่ 17 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจากกว่า 329 โครงการทั่วประเทศ

กิจกรรมหลักของโครงการคือ “โซเชียลดีท็อกซ์” ซึ่งจัดขึ้นผ่าน 5 ฐานกิจกรรมที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้แก่ ฐานปั้นดิน, ฐานชาวนา, ฐานการละเล่นพื้นบ้าน, ฐานสิ่งประดิษฐ์จากต้นกล้วย และฐานอาหารถิ่นสร้างสรรค์ กิจกรรมเหล่านี้มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้ซึมซับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลดการติดออนไลน์ และเพิ่มสมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย นายณัฐพงศ์ พูนสินวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการ “Nan Young Kids พอเพียง: ห้องเรียนท้องถิ่นน่าน” กล่าวว่า โครงการนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง “แกนนำเยาวชนนำเที่ยวชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้สามารถจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนได้เองในทุกฤดูกาล สร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชน และพัฒนาไปสู่

“กลุ่มปราชญ์ชุมชนตัวน้อย” ที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เพื่อความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว โครงการเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจในบ้านเกิด มีทักษะชีวิตพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดน่านให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาวศิริกุล บุญปก นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา

จัดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรระดับอำเภอ ปี 2568 ครั้งที่ 4/2568 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตประจำปี 2568

การวางแผนการดำเนินการขับเคลื่อนและพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ระดับอำเภอ ให้มีศักยภาพเข้าสู่กระบวนการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรปี 2568 ตลอด

จนแจ้งมาตรการเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านพืช โดยมี นายวินัย ก้อนสมบัติ ประธานแปลงใหญ่ เป็นประธาน ณ แปลงใหญ่ยางพาราทุ่งศรีทอง (หอประชุมบ้านสีนาชื่น) หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่จัน ลูกเลี้ยงโหด!! ใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.จ.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน และ พ.ต.ต.ผดุง ท้ายเรือคำ รรท.สว.สส.สภ.แม่จัน ร.ต.อ.วชิรพัตช์ วรรณสอน ร.ต.อ.อนันต์ โกเสนตอ และ ร.ต.อ.รพีพงศ์ พากเพียร รอง สว.สส.สภ.แม่จัน

พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่จัน รุดไปที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุว่ามีหนุ่มชาวเขาให้อาวุธมีดฟันพ่อเลี้ยงของตัวเองสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก บริเวณบ้านเลขที่ 572 บ.สันติสุข หมู่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงรายได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกของมีคมหรือมีดฟันเข้าที่ลำคอจนเป็นแผลฉกรรจ์ ญาติๆ จึงนำตัว นายไอ่ลุง อายุ 55 ปี

ส่งโรงพยาบาลแม่จันในเวลาต่อมาผู้บาดเจ็บได้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตที่ รพ.แม่จัน ทราบชื่อผู้ก่อเหตุภายหลังคือ นายเอกชัย จะแล อายุ 25 ปี ( ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของผู้ตายซึ่งมีอาการจิตเวชเนื่องจากมีประวัติเคยเสพยาเสพติดมาก่อน ) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแม่จันจึงได้ออกติดตามจับกุมตัว นายเอกชัยฯ ที่ได้หลบหนีไปอยู่ในบริเวณหมู่บ้านบ้านสันติสุข โดยไม่มียานพาหนะในช่วงเวลากลางดึกจนกระทั่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ก็พบตัวนายเอกชัยฯ เดินอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวเอาไว้และนำตัวส่ง ร.ต.อ. กิตติคุณ จูมคำมูล รอง สว. พนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นนายเอกชัยให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริงเจ้าหน้าที่จึงจะนำตัวไปทำแผลประกอบคำรับสารภาพในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” หลังก่อเหตุใช้มีดฟันคอพ่อน้าเสียชีวิต ในเวลา 09.30 น.วันที่ 21 ก.ค.นี้ต่อไป.

ภาพข่าว – สืบสวน สภ.แม่จัน
บก.เจี๊ยบแม่สายนิวส์ออนไลน์ /// รายงาน ///

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

วันพฤหัส ที่18 กรกฎาคม พ.ศ.2568 ตามที่ อบต.หนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นได้ทำหนังสือขอรับการสนับสนุนปรับปรุงถนนสายบ้านหนองเขียด-บ้านหนองหนามแท่ง ถึงนายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ. ขอนแก่น (ผ่าน สจ.สำราญ ศรีภา เขต3)

นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ได้มอบหมายให้นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ. ขอนแก่น ลงพื้นที่ถนนดังกล่าว โดยนายกิจทวี มาเพ็ชร นายกอบต.หนองเขียด คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการของ อบต.หนองเขียด ให้การต้อนรับและร่วมสำรวจถนน ทั้งนี้อบจ.ขอนแก่น

ยืนยันให้การสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่สัญจรถนนสายดังกล่าวให้เกิดความสะดวกและปลอดภัย นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด กล่าว

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

“ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

  วันนี้ 19 กรกฎาคม 2568  เวลา 09.00 น. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นางจิระภา เชื้อ ดวงผุย พัฒนาการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการกลุ่มงาน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครัวเรือนยากจน เป้าหมายตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอชุมแพ(ศจพ.อ.) พร้อมมอบถุงยังชีพและคำแนะนำการดำเนินวิถีชีวิตด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ณ ครัวเรือนยากจนหมู่ที่ 4 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพจังหวัดขอนแก่น
 ในการนี้ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย นายโยธิน สิทธิ พัฒนาการอำเภอชุมแพ นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ,เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอชุมแพ ,กำนัน ผญบ ,ในพื้นที่ตำบลโนนหัน ให้การต้อนรับและดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์ ศูนย์ข่าวขอนแก่นสื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ “สส.เพื่อไทยเปิดงานทุเรียนครบุรีครั้งที่3”

นายประยูร ทองบอน ประธานชมมรมผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรีและกำนัน ที่ พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกทุเรียน อำเภอครบุรี ในฐานะผู้จัดการเทศกาลทุเรียนต้นน้ำมูลครั้งที่3 ขึ้น ณ หน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 รวม2วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรฐกิจของอำเภอครบุรีและยังเป็นงานทุเรียนประจำปีของอำเภอครบุรี อีกทั้งเป็นการรวมชาวสวนทุเรียนของอำเภอให้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนออกสู่ตลาด

ในวงกว้างอีกด้วย ประธานชมรมฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปีนี้ทางชมรมฯได้รับความร่วมมือจากอำเภอครบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมองค์การประกวดผลผลิตทุเรียนสายพันธ์ุต่างๆ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การออกบูธสินค้าทางการเกษตรและอื่นๆ

โดยปีนี้ มีสวนทุเรียนต่างๆเข้าร่วมมากกว่า 35ล้าน นำผลผลิตออกมาให้ชาวไทยและจังหวัดใกล้เคียงได้ลิ้มลองความอร่อย เพราะทุกเรียนครบุรีจะมีรสชาติ”หวานน้อย เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น” สโลแกนทุเรียนครบุรี บอกว่า
“ทุเรียนครบุรีอร่อย แถะๆ” พิธีเปิดในปีนี้ได้รับเกียรติจาก

ส.ส. อภิชา เลิศพัชรกมล สส.เขตอำเภอครบุรี โชคชัยและหนองบุญมาก และ ส.ส. อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สส.เขตอำเภอเสิงสางและครบุรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดในครั้งนี้พร้อมทั้งร่วมประมูลทุเรียน ที่ได้รับการแข่งขันอันดับ1,2และ3

เพื่อนำรายได้เข้าสู่ชมรมฯเพื่อใช้ในกิจกรรมต่อไป ซึ่งทุเรียนรางวัลที่1 ผู้ประมูลได้คือ นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ประมูลไปในราคา15,000บาท นายประยูรกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจดำน้ำเก็บขยะตามแนวปะการัง 30 กิโลกรัม คืนความสะอาดให้ทะเลไทย ที่เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร / หวั่นโรคร้ายเร่งตรวจสอบซากสุนัขจรจัดตายหลายตัว

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 ชุมพร

ลงพื้นที่ทำความสะอาดเก็บขยะตามแนวปะการัง ตรวจสอบการวางลอบ อวน และอุปกรณ์ทำการประมงอื่นๆ ที่ทำลายทรัพยากรในทะเล บริเวณเกาะง่ามน้อย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร

ซึ่งการดำน้ำเก็บขยะในครั้งนี้ สามารถจำแนกขยะได้เป็น เศษเชือก เศษอวนจำนวน 20 กิโลกรัม และขวดพลาสติก จำนวน 10 กิโลกรัม โดยสามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น 30 กิโลกรัม

ขยะในท้องทะเลยังคงเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำร้ายทั้งสัตว์และทรัพยากรใต้ท้องทะเล ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจ ไม่ทิ้ง หรือทิ้งขยะให้ถูกที่ เพื่อให้ท้องทะเลไทยยังคงสดใสและงดงามเหมือนเดิม

ที่มา : อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร #ขยะทะเล #ดำน้ำเก็บขยะ #อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร #ทะเล #ทรัพยากรธรรมชาติ #ชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ ปูพรมรวบ 3 ผู้ต้องหา ค้ายา-เสพยาบ้า ยึดของกลางพร้อมกระสุน/จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน/ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ!

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอก วิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อม อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่, ตชด.2342, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ต.ดงหมู จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าและเครื่องกระสุนปืน

ผู้ต้องหารายแรกคือ นายบุญหลาย หรือฮอล ผลคำ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 38 ม.3 ต.ดงหมู อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พบยาบ้า 202 เม็ด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด ถูกแจ้งข้อหา “ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดและมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมาได้จับกุมตัวนายกิจติพล หรือเบียร์ เจริญราช อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 259 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 6 เม็ด โดยกล่าวหาว่า”มียาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติด”

และจับกุมตัวนายเอกชัย หรือเอก เมืองโคตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 130 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท1(ยาบ้า)โดยฝ่าฝืนต่อกฏหมาย”จากนั้น ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฝ่ายปกครองหว้านใหญ่ #จับยาเสพติด #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ดงหมู #คำป่าหลาย #ยาบ้า #ตชด2342 #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ยึดของกลาง #ยาเสพติด #ต้านภัยยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

จับแล้วสาวแสบ! ใช้กลอุบายหลอกเช่าเงิน 5.5 ล้าน อ้างสร้างเครดิตลงทุนธุรกิจ ก่อนเชิดเงินหนี

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร นำกำลังชุดสืบสวนออกปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รายสำคัญ

โดยสามารถจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ หรือ แป้ง ไชยบัน อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 176 หมู่ 1 ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 1 ในผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ จ.175/2568 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ลูกสาวของหญิงวัย 60 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเช่าสินสอดรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามารดาของตนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพชาย-หญิง ประกอบด้วย นาวสาวพรทิพย์ (ผู้ต้องหา), นายปั๊ก และ นางสาวหมวย กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันวางแผน โดย นางสาวพรทิพย์ อ้างกับผู้เสียหายว่าต้องการเช่าเงินจำนวน 5,500,000 บาท ตกลงจะจ่ายค่าเช่าเป็นเงิน 76,500 บาท เพื่อนำไปถ่ายภาพคู่กับเงินดังกล่าวเพื่อสร้างเครดิตให้ตนดูน่าเชื่อถือ เพื่อจะนำไปแสดงต่อนายทุนรายใหญ่ ก่อนร่วมลงทุนในธุรกิจเต็นท์รถ

แต่เมื่อได้รับเงินแล้ว ทั้ง 3 คน กลับกับไม่นำมาคืนตามที่ตกลงกันไว้ ในที่สุดไม่สามารถติดต่อกันได้​ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร กระทั่งมีการออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัว นาวสาวพรทิพย์ ผู้ต้องหาร่วมขบวนการได้ 1 คน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการอีก 2 ราย ที่ยังคงหลบหนีอยู่ต่อไป

ข่าวอาชญากรรม #หลอกเช่าเงิน #โกง5ล้าน #รวบสาวแสยมุกดาหาร #ตำรวจมุกดาหาร #เต็นท์รถลวงโลก #มิจฉาชีพ #อาชญากรรมการเงิน #จับผู้ต้องหา #ข่าวเด่นมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

ซิ่งนรกมุกดาหาร! ขับรถสายไปมาพุ่งชนฟุตบาท ชนป้ายหลวงพังยับ! รถตัวเองก็เยิน ทะเบียนหลุด แล้วยังขับหนีต่อ

      คลิปจากกล้องโทรศัพท์เมื่อถือที่ผู้ใช้เพสบุ๊ค ชื่อว่า Sonwadee Indie Move On พร้อมข้อความ มาจากทางไหนครับพี่น้อง ซิ่งขนาดนี้ ข้ามเกาะกลาง ย้อนสอน แถมชนคอสะพานอีก จะไปทางไหนน้อครับ ใครได้รับความเสียหายจากรถคันนี้นี่นะครับเลขทะเบียน  โดยภาพเป็นภาพที่ผู้โพสต์ได้ขับรถตามกระบะสีขาว ขับรถในลักษณะ ส่ายไป-มาบนถนนขาเข้าเมืองมุกดาหาร ก่อนพุ่งชนฟุตบาทสะพานข้ามห้วยบังอี่  บริเวณถนน ชยางกูร เขตเขตอำเภอนิคมคำสร้อย เมื่อช่วงเวลาประมาณ4โมงเย็นของวันที่19 ก ค  68 ที่ผ่านมา 
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับได้สอบถามเรื่องดังกล่าวกับเจ้าของคลิป ชื่อว่า คุณบอย  เปิดเผยว่าก่อนเกินจะตัดสินใจขับรถตามถ่ายคลิปตนเองได้เสียงคล้ายรถชนกัน ต่อมาก็ได้เห็นรถคันดังกล่าวขับย้อนศร จึงขับรถตามเพื่อเรียกให้จอดแต่คนขับรถไม่ยอดจอดจึงตัดสินใจถ่ายคลิป เพื่อเป็นหลักฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขับแบบประมาทหวาดเสี่ยว ไม่รู้ว่าเขาจะเมา หรือป่วย ระหว่างนั้นก็พยามเรียกให้จอดก็ไม่จอดตนจึงตามไปประมาณ 3 กิโลเมตรเลยไม่ตามต่อ

ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรนารี ลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบตัวคนขับและพบรถพังยับแต่ยังขับหนีกลับถึงบ้าน! โดยคนขับมีอาการเบลอคล้ายเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง บอกได้เพียงชื่อ “ดำ” และขับรถกลับมาหลบอยู่ที่บ้านเหล่าหลวง ต.หนองแวง อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง