เรื่องทั้งหมดโดย admin

โคปาคาบาน่า กรุ๊ป สยายปีก! โครงการใหม่ใหญ่กว่าเดิม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ก.ย.67 คุณกสิณา ธรรมสุวรรณ คุณสภาพรรณ ธรรมสุวรรณ Mr.Rolf Haupt และ Mr.Manfred Wu ผู้บริหารโคปาคาบานา กรุ๊ป ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการโคปาคาบาน่า คอรัล รีฟ คอนโดมิเนี่ยม ซึ่งเริ่มพิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์บูชาฤกษ์ ก่อนเป็นพิธีสงฆ์ และพิธีวางศิลาฤกษ์ตามลำดับการ โดยได้รับเกียรติจากนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะเข้าร่วมงาน

สำหรับโครงการโคปาคาบาน่า คอรัล รีฟ คอนโดมิเนี่ยม เป็นโครงการที่ 2 ของโคปาคาบาน่า กรุ๊ป ที่มีมูลค่าการลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท ก่อสร้างเป็นอาคารพักอาศัย ความสูง 56 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 1,916 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ ริมถนนจอมเทียนสายสอง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยหลังจากนี้ การก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2027-2028 ซึ่งหลังจากเปิดไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน ขณะนี้ขายไปแล้วประมาณ 300-400 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้จะแตกต่างจากโครงการแรกคือโคปาคาบาน่าบีชจอมเทียน ที่ฐานลูกค้าเป็นชาวจีน แต่ที่นี่จะเป็นฐานลูกค้ารัสเซียและอื่นๆ รวม 20% และลูกค้าอีก 80% เป็นลูกค้าชาวไทย เป็นโครงการที่ใหญ่กว่าและมีพื้นที่มากกว่า สนนราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทเป็นต้นไป แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

เข้าสู่เทศกาล. ลองกองเมืองลับแล หัวดง อุตรดิตถ์ ตั้งคณะกรรมการเข้มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพลองกอง

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 24 ก.ย.67 จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง อำเภอลับแล ได้ลงพื้นที่ตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อประชาสัมพันธ์การเพิ่มประสิทธิภาพยกระดับลองกอง ที่เกษตกรชาวสวนได้นำมาจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อไปจำหน่าย ซึ่งภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตำบลหัวดง ได้มีเกษตกรชาวสวนนำลองกองจากสวนที่คัดช่ออย่างสวยงามนำมาจำหน่ายจำนวนมาก


จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาลของการให้ผลผลิตลองกอง ได้มีเกษตรกรชาวสวนนำลองกองมาจำหน่ายภายในตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลตับลหัวดงกันต่อเนื่อง ทางเทศบาลฯจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการในการตรวตสอบมาตรฐานของลองขึ้นมา โดยย้ำ


1.เกษตกรชาวสวนก่อนจะนำมาจำหน่ายให้คัดลองกองก่อน อย่าให้มีลองกองที่มีลูกแตก ลูกเน่า ลูกเขียว และหากพบว่าเจอเม็ดรีบเม็ดเล็กให้เด็ดออก
2.เน้นย้ำไม่ให้มีการนำลองกองที่ร่วงใส่ผสมกับลองกองช่อ ยกเว้นที่ใส่ในเข่งเป็นช่อมาแล้วเกิดการร่วงในระหว่างเดินทางซึ่งไม่เกิน 1 กิโลกรัม



“นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลหัวดง ยังได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับลองกองกองกันอย่างต่อเนื่องภายในตลาดด้วย ดังนั้น จึงอยากจะขอเชิญชวนร่วมสนับสนุนผลผลิตลองกองของเกษตรกร ซึ่งออกสู่ตลาดมากในเดือนกันยายนและตุลาคมนี้ นอกจากช่วยสนับสนุนเกษตรกรแล้วยังเป็นกำลังใจให้กับเกษตรกรในการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพและยังช่วยกันร่วมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืนอีกด้วย” จ่าสิบเอกธวัชชัย กล่าว



นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน

เลย -​เปิดกิจกรรมกีฬาวิ่งครอสคันทรี “อุทยานเทิดพระเกียรติฯ บ้านหมากแข้ง เคล้า สายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย”

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 22 กันยายน 2567 ที่อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” พร้อมด้วย พันเอก ประเสริฐ สิงขรเขียว เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 28 นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายธนายุทธ ใยแก้ว นายอำเภอด่านซ้าย นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่ง เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม

พลโท บญุสิน พาดกลาง แม่ทัพน้อยที่ 2 กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้กิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพถือเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิต เพราะมีส่วนช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมกีฬาที่สามารถบูรณาการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ เนื่องจากเป็นกิจกรรมกีฬาที่สามารถช่วยเพิ่มรายได้ หมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่จัด กิจกรรมจากการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวในรูปแบบนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี กิจกรรมวิ่งครอสคัน ทรี ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสพระราช พิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ตามที่รัฐบาลได้มีแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในวาระนี้อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศอีกด้วp


นายปฐม ศันสนะพิทยาการ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นว่าเพื่อให้เป็นการสนับสนุนแนวทางการจัดกิจกรรม พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 6 รอบ ของรัฐบาลดังกล่าว และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม อันเป็น การสร้างความสามัคคี ให้แก่ประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย จึงได้พิจารณาดำเนินการ “จัดกิจกรรม กีฬาวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสปีมหามงคล พระชนมพรรษาครบ 6รอบ 72 พรรษา” ขึ้นในเส้นทางโดยรอบ “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” ซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้ชื่อว่าเป็น “สมรภูมิพระราชา” และปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก ได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนา บริเวณพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง” โดยได้ ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ และเส้นทางคมนาคมโดยรอบให้มีความสะดวกปลอดภัย เพื่อให้ ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวชมสถานที่ได้โดยสะดวก

การดำเนินการได้บูรณาการร่วมกับอำเภอด่านซ้าย, จังหวัดเลย, สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว และกีฬากองทัพบก และชาวบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จัดกิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วยกิจกรรมกีฬา ตลอดจน ก่อให้เกิดความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหมู่พสกนิกรชาวไทย การกีฬาแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า กิจกรรมวิ่งเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา ภายใต้แนวคิด “อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง เคล้าสายหมอก หยอกสายฝน เที่ยวถิ่นไทเลย” นี้ จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย กิจกรรมกีฬา ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเล่นกีฬา และออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนสร้างความจงรักภักดี และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า สร้างโอกาสในการพัฒนาความสามารถทางการกีฬาของเยาวชนในพื้นที่

ภาพ : ปชส.จ.เลย
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
้เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี นำเสนอ / ​สาธารณสุขชายแดนไทย-ลาว ร่วม MOU พัฒนางานภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อ และภัยสุขภาพชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567​ นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนางานสาธารณสุขชายแดน ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อ และภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ ประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปีงบประมาณ 2567 และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นระหว่างประเทศ 4 แขวง 4 จังหวัด ที่ โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โดยมี นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต นายณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.เวียงสี สุพักดี หัวหน้าแผนกสาธารณสุขแขวงสะหวันนะเขต ร่วมด้วย

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และนครพนม เป็นจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขต ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต จำปาสัก สาละวัน และคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนที่มีความสำคัญ โดยประชาชนทั้งสองฝ่ายมีวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กันมายาวนาน มีการเดินทางไปมาระหว่างประเทศเพื่อติดต่อด้านการค้า การท่องเที่ยว การประกอบอาชีพ รวมทั้งการเยี่ยมญาติพี่น้อง และมีการพัฒนางานด้านสาธารณสุขร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อและ ภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ รวมถึงการมีระบบและมีเครือข่ายที่เข้มแข็งร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสาธารณสุขชายแดน ในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่อและภัยสุขภาพชายแดนระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือด้านสาธารณสุขระดับท้องถิ่นระหว่างประเทศ 4 จังหวัด 4 แขวง ขึ้น เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ร่วมกันพัฒนาระบบการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรคติดต่อและภัยสุขภาพ ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกัน ศูนย์ข่าวมุกดาหาร ภาพ/ข่าว พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เวทีประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 เฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีนร่วมชิงมง “มิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่จีน

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด แถลงข่าวการจัดประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 เพื่อเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดบนเวที Miss Chinese International Pageant 2025 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568
การประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ “Power of charming beauty and strong เสน่ห์แห่งความงามที่ทรงพลังและแข็งแกร่ง “เพื่อเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ไปประกวด บนเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL PAGEANT 2025 ซึ่งเป็นการประกวดเพื่อเฟ้นหาสาวงามที่มีเชื้อสายจีนทั่วโลก เป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและทูตวัฒนธรรมทั้งประเทศของตนเอง และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ภายในงาน

ได้รับเกียรติจาก คุณพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ พร้อมด้วย คุณชัยยุทธ ทวีปวรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็มวี ทีวี ไทยแลนด์ ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Chinese International Thailand, คุณผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และประธานกองประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND “เกรซ” วิชญาดา บุญนำ Miss Chinese International Thailand 2023 และ ต้นหลิว สุรีย์พร หาญรักษ์ รองอันดับ 3 , เฟิร์น ณภัทร วชิรธนากร รองอันดับ 4 ร่วมงาน
สำหรับรูปแบบการประกวด MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND แบ่งการประกวดเป็นแต่ละภูมิภาค เพื่อสรรหาตัวแทนระดับภาคเป็นผู้แทนมาประกวดบนเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND โดยสาวงามที่สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดเวที MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 ผู้ชนะเลิศจะได้รับรางวัล มงกุฎเกียรติยศ สายสะพายตำแหน่ง

เงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท เพื่อเป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปชิงมงกุฎ MISS CHINESE INTERNATIONAL PAGEANT 2025
MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND 2024 ภาคเหนือ , ภาคอิสาน , ภาคกลาง , ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.- 30 พ.ย.67 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ เพจ MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND, และเพจ – MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคเหนือ โทร 084-2901084 ,

MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคอีสาน โทร 094-3575428 , MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคกลาง โทร. 063-5979663 , MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคตะวันออก โทร .061-0166244 และ MISS CHINESE INTERNATIONAL THAILAND ภาคใต้ โทร. 065-5968688 ภายในงานแถลงข่าว ได้เปิดตัว ผู้อำนวยการกองประกวดภาคต่างๆ ได้แก่ คุณกีรดิต ผลาผล ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ดร.จีระนันท์ พ้องเสียง ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคตะวันออก, คุณธัญวลัย เผ่าจินดา ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand ภาคใต้

ด้านแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน อาทิ ดร.วรวุฒิ ทวีปวรเดช, คุณวรนุช ทวีปวรเดช พลเอกสุนทร โสภณศิริ, นายแพทย์วิชัย ทวีปวรเดช และ คุณธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวดฯ/ ป้อน นวลละออง ดอนเสือ คุณ อัมราภรณ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา /พี่หนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม / คุณ จูดี้ หรือ เดี่ยว จารุกิตติ์ ศรีสวัสดิ์ / ดร.เกศริน เอกธวัชกุล / ดร.วโรดม ศิริสุข / คุณ อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กับกำภาพยนตร์ / คุณ นิกร ฉิมคง / ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ / คุณ เบญญาดา โซใต้หยิน / ดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ / คุณ ณพชร โอภาสพชรกิตกร / คุณ ภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล / คุณ สมยศ ศรีสมบูรณ์ และ ศิลปินดารานักแสดงคนในวงการบันเทิงร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย / แสตม พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงซี่รีย์ ลอยแก้ว / ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธานสมาคมเน็ตไอดอล พร้อมด้วยน้องๆจากสมาคมเน็ตไอดอล / แพตตี้ ธัญญาภรณ์ คชรินทร์ MUT RAYONG 2024 และ พลอยชมพู พานวัลย์ นางสาวไทยระยอง และผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

แถลงข่าว จัดประชุม ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61

แชร์เนื้อหานี้

สโมสรไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ร่วมกับเมืองพัทยา แถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดประชุม ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61 คาดมีผู้เข้าร่วมประชุมทั่วโลกเดินทางเข้าเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีกว่า 8,000 คน

( 20 ก.ย.67 ) ณ ห้อง The Prosperity บ้านสุขาวดี พัทยา ไลออน รศ.ดร. วีระ ลาดหนองขุ่น ประธานจัดการประชุม OSEAL Forum Pattaya, นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคตะวันออก , นางสาวอุไร มุกประดับทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานพัทยา ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดการประชุม” ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ครั้งที่ 61 หรือ OSEAL Forum Pattaya (โอซีล ฟอรัม พัทยา) โดยมีคณะมวลหมู่สมาชิกสโมสรไลออนส์ ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน

สโมสรไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย ร่วมกับเมืองพัทยา ได้ดำเนินประจำปี ไลออนส์ภาคพื้นบูรพา และเอเชียอาดเนย์ ครั้งที่ 61 (The 61″ ORIENT & SOUTHEAST ASIAN LIONS FORUM PATTAYA 2024 ) หรือ”OSEAL” เพื่อให้มวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน สร้างความสัมพันธไมตรี มิตรภาพ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ติดตาม การประชุมโอซีล ฟอรั่ม พัทยา มากกว่า 8,000 คน จากสมาชิก 16 ประเทศ ที่จะเกิดขึ้นช่วง 15-17 พฤศจิกายน และได้จัดงานลอยกระทงในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ บ้านสุขาวดี ลาน 93 ปี ดร.ปัญญา โชติเววัญ ที่จะแขกร่วมงานกว่า 4,500 คน อีกด้วย

“พล.ต.ท.ประจวบฯ” ลงพื้นที่พะเยา ตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของบำรุงขวัญตำรวจประสบอุทกภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. เดินทางไปตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.พะเยา ณ ภ.จว.พะเยา โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ นาสมวาส ผบก.ภ.จว.พะเยา, พ.ต.อ.พรเทพ น้องการ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา, ผกก.ในสังกัด ภ.จว.พะเยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจเยี่ยม และรับมอบสิ่งของบำรุงขวัญและหมวกนิรภัย


พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า จังหวัดพะเยาได้เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน มีข้าราชการตำรวจในสังกัดได้รับผลกระทบ บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย จำนวน 49 นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใย จึงเดินทางมาตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของบำรุงขวัญเพื่อเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบให้พ้นวิกฤต และเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย



รรท.รอง ผบ.ตร. ยังกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราป้องกันเหตุอันเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อำนวยความสะดวกและจัดระบบการจราจรในพื้นที่ที่ประสบภัยและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ และยานพาหนะ เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมจิตร แสงบัลลังก์ แมวคาบข่าว รายงาน

ร้อย.ฉก.ทพ.2103 กกล.สุรศักดิ์มนตรี จับกุมสองหนุ่มสาวค้ายาบ้าที่ป่าสวนยางพารา พื้นที่ ม.7 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ​วันที่​ 20 กันยายน 2567 เวลา 10.30น ร.อ.ธนากร นาเหล็ก ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2103 ได้สั่งการให้ ร.ท.นิรุต แสงโสดา รอง ผบ.ร้อย./เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลข 6702253 จัดชุดปฏิบัติการร่วมกับ ชป.สกัดกั้นฯ บก.ควบคุมที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการนำยาเสพติดหรือยาบ้ามาส่งมอบกันที่บริเวณป่าสวนยางพาราเขตพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

จึงจัดกำลังเข้าทำการซุ่มเฝ้าตรวจตามสถานที่ดังกล่าวต่อมามีชายหญิงขับรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณดังกล่าวเจ้าที่จึงแสดงตัวเรียกทำการตรวจสอบจากนั้นทำการขอตรวจค้นตัวและรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผลการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีชมพู ตรวจนับภายหลัง 179 เม็ด ตรวจยึดโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับมาส่งยาเสพติดไว้เป็นของกลาง ทั้งสองให้การยอมรับว่ากำลังจะนำยาบ้ามาส่งให้กับ บุคคลในพื้นที่ที่สั่งซื้อจริง ส่วนทั้งสองเป็นสามีภรรยากันยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา​ นายอนุชา คำลือ อายุ 40 ปี
และ​ นางพัชฎาภรณ์ พรมจร อายุ 36 ปี

ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย​ ของกลาง ยาบ้า จำนวน 179 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถจักรยาน 1 คัน หน่วยได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2556 ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจัดทำบันทึกการจับ เรียบร้อยแล้ว จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มทร.อีสาน ร่วม กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบสิ่งของจากประชาชนช่วยน้ำท่วมพี่น้องอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อาจารย์สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา บุคลากร และนักศึกษา ณ ลานมรกต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดยสิ่งของประกอบด้วยน้ำดื่ม ยารักษาโรค อาหารแห้ง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา เปิดรับบริจาคจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

อ.สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.อีสาน นครราชสีมา ได้รับการบริจาคสิ่งของจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนมาก ต้องขอบพระคุณพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้จัดส่งรถบรรทุกพร้อมกำลังพล นำของบริจาคทั้งหมด ประกอบด้วยน้ำดื่มกว่า 40,000 ขวด ข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้ จำนวนมาก ต้องใช้รถบรรทุกขนส่งน้ำใจจากพี่น้อง จ.นครราชสีมา ถึง 12 คัน ในการนำส่ง และขอบพระคุณพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาที่ร่วมบริจาคสิ่งของทั้งหลายเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รวมทั้งเงินบริจาคตั้งแต่วันที่ 13 – 19 กันยายน 2567 รวมกว่า 250,000 บาท ซึ่งจะได้ส่งมอบเงินบริจาคในขั้นตอนต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค นครราชสีมา

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจวบฯ ยกระดับศักยภาพ แกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติด ยุคดิจิทัล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ก.ย.67 ที่ศาลาเอนกประสงค์ บ้านทางสาย หมู่ที่ 9 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา พร้อม นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก นางกิตติมา เย็นกาย รอง ผอ.สพป.ปข.1 และคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน คณะศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเก้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ยาเสพติดทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบันเริ่มพบการแพร่ระบาดของยาเสพติดแบบผสมหลายชนิดและการแพร่ระบาดอย่างหนักของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิดการค้ายาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งการติดต่อสื่อสารและการขนส่งมีหลายช่องทาง ผู้เสพสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและเด็กถูกล่อลวงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ในการนี้เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพานจึงจัดโครงการ ยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามจากยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ให้สามารถยืนหยัดในสังคมปัจจุบันได้อย่างปลอดภัยและมีส่วนช่วยป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดี เป็นประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชนมาก ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ตรงจุดกับสถานการณ์ปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้ และตอนนี้ยาเสพติดได้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ผ่านการใช้มือถือผ่านหลายๆแอพพลิเคชั่น ที่คนใกล้ตัว ซึ่งบางทีคนในบ้านยังไม่ทันได้รู้เลยว่าลูกหลาน เข้าไปยุ่งเกี่ยวตอนไหน และในฐานะที่ในอนาคต จะได้เข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้หลากหลายทางสังคม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่จะเข้ามาทำงานในด้านนี้โดยตรงด้วย เด็กและเยาวชนคือเป็นหลักที่อยากจะเข้าไปดูแลด้วย ที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาก็มีหลายท่านได้อภิปรายและพูดถึงในเรื่องตรงนี้บ้างแล้ว เดี๋ยวรอให้เป็นคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ ก็จะนำเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสู่ชั้นกรรมาธิการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเยาวชนกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบัน หาซื้อใช้กันได้ง่ายมาก น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภากล่าว
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ เป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุ

แชร์เนื้อหานี้

สายใยแห่งความรัก มิตรภาพอันอบอุ่นจากวันที่พากเพียรสู่วันเกษียนที่ภาคภูมิ นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุการไฟส่วนภูมิภาคประจำปี 2567 ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 19.00 น.นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานงานเชิดชูเกียรติผู้เกษียณอายุราชการ สำนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชุมแพ ซึ่งปี 2567มีผู้เกษียณจำวน 6 ท่าน ประธานได้กล่าวชื่นชม ขอบคุณผู้เกษียณทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกาย ความรู้ความสามรถรับผิดชอบเสียสละต่อหน้าที่และทำประโยชน์มากมาย

ขอให้ทุกท่านดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข พักผ่อนดูแลสุขภาพเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานตามอัตภาพ ต่อจากนั้นประธานได้มอบสิ่งของที่ระรึก ของชำร่วยแก่ผู้เกษียณทั้ง 6 ท่าน แขกเหรื่อร่วมอวยพรร้องเพลงสนุกสนานกันพอหอมปากหอมคอ ได้เวลาพอสมควรประธานจึงได้กล่าวปิดงาน

ค้าน ! ขึ้นค่าแรง 400 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ 17 สภาองค์การนายจ้าง ร่วมกันคัดค้าน การขึ้นค่าแรง 400 บาท

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2567 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (สภา2) ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภา ประชุมหารือประเด็นปัญหาต่างๆ แสดงจุดยืนร่วมกัน คัดค้านการขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ ที่จะให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 2567 เตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงาน ข้อเสนอแนะที่รัฐต้องคำนึงถึง รัฐควรคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมที่แตกต่างกัน การพิจารณานโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี ตามหลักกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้ใน ม. 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นด้วย ต้องคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าและบริการ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความสามารถของประเภทธุรกิจ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน หากการปรับอัตราค่าจ้างที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจถึงต้นทุนของการทำธุรกิจและนโยบายภาครัฐ ถึงแม้ว่าการปรับค่าจ้าง จะใช้บังคับ เฉพาะโรงงานที่สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ก็ยังไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันเพราะยังขาดหลักการพิจารณาที่เหมาะสม สภาองค์นายจ้าง จึงได้ร่วมกันลงนามคัดค้านและเสนอแนะ เพื่อให้กระทรวงแรงงานได้รับ ทราบและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สภาองค์การนายจ้างเห็นร่วมกัน เพื่อนำเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
และท่านปลัดกระทรวงแรงงาน โดยมีรายนามประกอบด้วย

  1. สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (สภา 1)
  2. สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอ็สเอ็มอี แห่งประเทศไทย (สภา3)
  3. สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค (สภา4)
  4. สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ (สภา 5)
  5. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย (สภา 6)
  6. สภาองค์การนายจ้างไทยสากล (สภา 7)
  7. สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8)
  8. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจ การค้าและบริการไทย (สภา 9)
  9. สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย (สภา 10)
  10. สภาองค์การนายจ้างไทย (สภา 11)
  11. สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ (สภา12)
  12. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจอุตสาหการไทย (สภา13)
  13. สภาองค์การนายจ้าง เอส.เอ็ม.อี แห่งประเทศไทย (สภา 14)
  14. สภาองค์การนายจ้างบริการไทย (สภา 15)
  15. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว-ภาค 8 (สภา 16)
  16. สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภา 17)

สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย #สภาองค์การนายจ้าง #กระทรวงแรงงาน #นายจ้าง #ขึ้นค่าแรง400บาท

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับ ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กก. เฮโรอีน 305 กก. – เคตามีน 52 กก. ฝิ่น 270 กก. ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด 2,088 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภาค 5 แถลงข่าว วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 11.00 น.
ตามนโยบายรัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์, พล.ต.อ.ธนา ชูวงค์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์,พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำฯ ช่วยราชการ ภ.5, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และพล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.อ.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผวจ.ลำปางสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.ภาค 5


คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่พริก จว.ลำปาง ได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์เป้าหมาย
ต่อมาวันที่ 11 ก.ย.2567 พบรถยนต์ทั้งสองคัน วิ่งนำ – ตามกันมา ออกจาก อ.เมืองเชียงราย เข้าสู่ตอนในของประเทศ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ทะเบียน 9229 พิษณุโลก ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะตรวจค้นและขอให้คนขับลงจากรถแต่คนขับได้ขับรถหลบหนีออกไปจากด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตามไปและพบรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณข้างถนน ในหมู่บ้านแม่เชียงรายบน อ.แม่พริก จว.ลำปาง ไม่พบผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบ 10 ใบ บรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 2,006,000 เม็ด

ต่อมาวันที่ 12 ก.ย.2567 ได้ติดตามจับกุมนายชาญณรงค์ฯ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์ นำทาง/สำรวจเส้นทาง พร้อมรถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กธ 3673 ประจวบคีรีขันธ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์
ได้ขยายผลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ราย และต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 ได้ร่วมกับ บก.ป. จับกุม นายไพศาล ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ได้ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

คดีที่ 2 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง สืบสวนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว ของรถยนต์เป้าหมาย 2 คัน คือ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ต่อมาวันที่ 15 ก.ย.67 พบรถยนต์เป้าหมายออกจาก จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้เฝ้าติดตาม จนกระทั่ง ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. รถยนต์เป้าหมายคันที่ 1 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นเบื้องต้านไม่พบสิ่งของ ผิดกฎหมาย จึงขอนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ปล่อยไป

ต่อมาเป้าหมายคันที่ 2 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. เข้ามาถึงด่านตรวจ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ เมื่อมาถึงจุดพักคอยนายสัมฤทธิ์ฯ คนขับรถ ได้เปิดประตูทางฝั่งผู้โดยสารและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งไล่ติดตาม และจับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างแม่น้ำวัง บ้านวังสำราญ ต.แม่พริกฯ และได้นำรถยนต์ของนายสัมฤทธิ์ฯ เข้าทำการ สแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ พบยาบ้า จำนวน 637 ก้อน รวมประมาณ 1,274,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตรงบริเวณด้านใน
ของแผ่นรองท้ายกระบะ และยางอะไหล่ใต้ท้องรถ จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเวลาประมาณ 13.20 น. ได้สกัดจับรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า กท 5722 อุตรดิตถ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ จับกุมตัวนายสิทธิศักดิ์ฯ และ น.ส.อรพินท์ฯ รับว่าเป็นรถนำทาง/สำรวจเส้นทาง จริง
ได้ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, อายัดเงินในบัญชี ของผู้ต้องหา จำนวน 26,231 บาท รวมมูลค่าทรัพย์ที่ตรวจยึดและอายัด ประมาณ 1 ล้านบาท


สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.66 – 19 ก.ย.67จับกุมคดียาเสพติด – จำนวน 24,985 คดี – เป็นคดีรายสำคัญ 197 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด – ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กิโลกรัมเฮโรอีน 305 กิโลกรัม – เคตามีน 52 กิโลกรัมฝิ่น 270 กิโลกรัม ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,088 ล้านบาท
..สมจิตร แสงบัลลังก์ ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ฉลองครบขวบปี Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เผยเฟสที่ 1-2 ขายแล้ว 35%

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 19 ก.ย.67 ที่โรงแรมเรเนซองท์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดงาน Sky Agent Awards 2004 1st Anniversary ภายใต้บริษัท Lunique Real Estate ฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งความสำเร็จของคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya

ภายในงาน น.ส.อุรดี กุลกีรติยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท Lunique Real Estate ในฐานะผู้บริหารโครงการ เผยว่า โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากชายหาด 200 เมตร. ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม 3 ตึก

แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เฟสแรกเป็นทาวเวอร์ A ความสูง 60 ชั้น เป็นแบบ Luxury Sea-view Condo และอาคารทาวเวอร์ B ความสูง 31 ชั้น แบบ Hotel Service Condo มีทั้งห้องสตูดิโอ พื้นที่ตั้งแต่ 28-39 ตร.ม. ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 40.80-47.50 ตร.ม. ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 86-89.80 ตร.ม. ห้องขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 94.6 ตร.ม. และห้อง Penthouse พื้นที่ 130 ตร.ม. โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2029

ส่วนเฟสที่ 3 จะสร้างเป็นอาคารทาวเวอร์ C ความสูง 60 ชั้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วในเฟสแรก โดยมียอดขายไปแล้ว 35% และในปี 2026 จะเริ่มขายในเฟสที่ 2 และ 3 ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารทาวเวอร์ C ที่มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ซึ่งผ่าน EIA แล้วและจะเริ่มก่อสร้างในปี 2029 ต่อไป

กลุ่มเหล็กสหวิริยาสร้างโอกาสวาดอนาคตเยาวชนหนุนระบบทวิภาคีว.การอาชีพบางสะพาน

แชร์เนื้อหานี้

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI-TCRSS-WCE-TCS-PPC-BSBM) เข้าร่วมโครงการ “การพัฒนาแผนฝึกอาชีพบูรณาการร่วมกับการทำงานสู่การมีงานทำ” ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายนิมิตร ศรียาภัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ผู้แทนจากสถานประกอบการ รวมถึงครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 80 คน ให้เกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมสัมมนา บ้านกรูด อาร์คาเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในการนี้ นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้บริหารกลุ่มเหล็กสหวิริยา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ระหว่างวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน และ กลุ่มเหล็กสหวิริยา เพื่อแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน โดยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 10 ปี (นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2568-2577) ภายใต้โครงการ“ทวิภาคีพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมเหล็ก” ของกลุ่มเหล็กสหวิริยา

นอกจากนี้ ผู้แทนบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา ประกอบด้วย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCS และ บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ WCE ได้ร่วมรับมอบ “โล่ประกาศเกียรติคุณ” จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีด้วยดีเสมอมา โดยมีครูฝึกจากบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา เข้าร่วมรับมอบ “ใบรับรองการเป็นครูฝึกในสถานประกอบการ” ในครั้งนี้ด้วย
โครงการส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมการในพัฒนาชุมชนสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่บริษัทประกอบการในอนคต

มุกดาหาร​ -ทหารพรานมุกดาหาร จับ 2 คนลาว ลักลอบขนส่งยาบ้า 3.9 แสนเม็ด ส่งเอเย่นต์ชาวไทย ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ร.ท.วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาส่งในพื้นที่ บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ดอนตาล ร่วมเดินทางไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 คน กำลังแบกวัตถุต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

ชุดปฏิบัติการจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัยแล้ววิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ชื่อ นายช้าง คำวงษา อายุ 35 ปี และนายฮอด อินทรีนา อายุ 19 ปี ราษฎรลาว บ.หัวหาด เมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขด สปป.ลาว จากนั้นจึงได้ทำการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยทั้ง 2 กระสอบ พบว่าข้างในเป็นห่อยาบ้าจำนวน 65 ห่อ เมื่อตรวจนับดูพบยาบ้า 390,000 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของการทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้มาส่งยาที่ฝั่งประเทศไทย ทาง อ.ดอนตาล โดยนั่งเรือกันมาทั้งหมด 3 คน โดยมีนายเนิน ชาวลาวซึ่งสามารถหลบหนีไปได้ เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับคนไทย โดยพวกตนจะได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท/กระสอบ ทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีคนไทย คือ นายแค๊ปกับนายตั้ม จะเป็นทีมที่มารับยาจากพวกตน และจะกระจายในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เชียงรากแฟร์ สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด/ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

แชร์เนื้อหานี้
  • กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับงานเชียงรากแฟร์ ครั้งที่ 3 สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด ณ ตลาดนัดเชียงราก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต วันที่ 10- 23 กันยายน 2567 เวลา 11.00-23.00 น งานนี้เชียงรากแฟร์จัดใหญ่กว่าเดิม ยกขบวนของกินร้านเด็ดร้านดังมากมาย ตั้งแต่ร้านค้าชุมชน ร้านค้าโซนนักศึกษา ไปจนถึงร้านดังที่เป็นกระแสในโซเชียล กว่า 400 ร้านค้า และยังมีโซนสวนสนุก เครื่องเล่นยิ่งใหญ่ตระการตา สุดตื่นตาตื่นใจไปกับไวกิ้ง ทากาด้า สไปเดอร์แมน รถบั้ม ปราสาทผีสิง กิจกรรมอีกสไลต์งานวัดอีกมากมาย เช่น ตักปลา วาดรูป ระบายสีปูนปลาสเตอร์ และที่พิเศษสุดๆการโซนเจแปน บรรยากาศการตกแต่งสไลต์ญี่ปุ่น พร้อมที่จอดรถกว่า 1,000 คัน งานนี้บอกเลยสนุก มันส์ ตลอดงาน
  • เชียงรากแฟร์ เกิดจากแนวคิด ปั้น ‘ตลาดนัด’ รับใช้ชุมชน ผสานความร่วมแรงร่วมใจระหว่างมหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมชน โดยมีที่มาจากการจัดตั้งตลาด ‘เชียงรากมาร์เก็ต’ ในรูปแบบตลาดช่วงเย็น รวบรวมของอร่อย สินค้าสไลฟ์สไตล์ และเปิดกว้างพื้นที่กิจกรรม โดยที่มาสินค้าในตลาดนั้นเป็นการชักชวนชุมชน-เครือข่ายเกษตรกร เข้ามาตั้งแผงขายสินค้า ทั้งผักสด ผลไม้ปลอดภัย รวมถึงสินค้าอุปโภค บริโภค มากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากฟาร์มยั่งยืน ผักสวนครัวปลอดสารพิษ ผลผลิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งผู้ซื้อ ชุมชนจากหลักการที่ว่าตลาดคือผู้คน จึงทำให้ตลาดกลายเป็นจุดรวมของผู้คน พื้นที่ว่างเปล่าจึงได้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากที่พลิกโฉมให้เกิดการสร้างและหมุนเวียนรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนั้นเองก็อาจกล่าวได้ว่า เชียงรากมาร์เก็ตคือ ‘ตลาดสำหรับทุกคน’ (Market For All)
    ภูวดล ศิริชัยสินธพ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่ธุรกิจ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
  • สำหรับ”เชียงรากแฟร์ โดยเชียงรากมาร์เก็ต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนได้อย่างกลมกลืน โดยตลาดนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมแรงร่วมใจและการมีส่วนร่วมและ ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย
    • ซึ่งหากจะพูดถึงเชียงรากมาร์เก็ต ก็สามารถบอกได้ว่า เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่เกื้อกูลและส่งเสริมกันในชุมชน เปิดโอกาสให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 10-23 กันยายน 2567 14วันติด ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป
📍 เชียงรากแฟร์ ณ เชียงรากมาร์เก็ต ประตูเชียงราก 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศ
ผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีและส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยภายหลังการเยือนประเทศญี่ปุ่นวันนี้ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนพรรคในฐานะที่ตนเคยเป็นเลขาธิการและเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งCALD เข้าร่วมภารกิจและการประชุมคณะกรรมการบริหารของสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย(CALD:Council for Asian Liberals and Democrats)ที่ประเทศญี่ปุ่น

เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศตอบโจทย์อนาคตในปัญหาความท้าทายใหม่โดยได้มีการกำหนดบทบาทร่วมกันโดยเฉพาะการส่งเสริมคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและหลักนิติรัฐนิติธรรม รวมทั้งการเพิ่มบทบาทของสตรีและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทางการเมือง การยกระดับศักยภาพพรรคการเมือง ตลอดจนปัญหาปัจจุบันเช่น ประเด็น ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโลก สังคมสูงวัย เทคโนโลยีดิสรัปชั่น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  นอกจากนี้ภายหลังการเยือนรัฐสภาญี่ปุ่น ผู้แทนพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย(Constitutional Democratic Party)ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ2ของญี่ปุ่นได้หารือสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ และขอความร่วมมือพรรคประชาธิปัตย์ในด้านการช่วยเหลือชาวเมียนมาร์ด้านมนุษยธรรมที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบภายในประเทศซึ่งตนได้ตอบรับและแจ้งว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้“แนวทางระเบียงมนุษยธรรม”(Humanitarian Corridor)พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ในระหว่างการเยือนญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือกับพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ศูนย์ความร่วมมือแลกเปลี่ยนนานาชาติแห่งญี่ปุ่น(Japan Center for International Exchang)และองค์กร ศูนย์กลางเอ็นจีโอ.ความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(Japan NGO Center for International Cooperation)เป็นต้น

“การเพิ่มบทบาทในการขยายความร่วมมือกับพรรคการเมืองและองค์กรระหว่างประเทศในเอเซียและภูมิภาคต่างๆทั่วโลกของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นนโยบายใหม่และเป็นภารกิจสำคัญในการส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตย ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน การลดความขัดแย้งและเพิ่มความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในยุคสมัยแห่งความผันผวนของโลกปัจจุบัน” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด สำหรับสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชียก่อตั้งที่กรุงเทพเมื่อ31ปีที่แล้วมีพรรคการเมืองในประเทศต่างๆเป็นสมาชิกเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ มาเลเซีย ศรีลังกา มองโกเลีย กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ.

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

บางละมุง-พัทยา ส่งธารน้ำใจช่วยน้ำท่วมเมืองหนองคาย – สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาติอุทกภัยทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่โขงสูงขึ้นจนเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจในจังหวัดหนองคาย สร้างผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยหลายหน่วยงานทั่วประเทศต่างระดมกำลังกันช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอยู่นั้นวันที่ 17 ก.ย.67 มีรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกระทำพิธีปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดหนองคาย

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมาอำเภอบางละมุงได้ร่วมกับเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และหน่วนงานอื่นบูรณาการความช่วยเหลือเปิดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้ว และได้กระจายความช่วยเหลือไปแล้วหลายจังหวัด เป็นธารน้ำใจของพี่น้องชาวบ้านละมุง และเมืองพัทยาที่ร่วมกันส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัย

ด้าน นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิฯสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า.ฝนครั้งนี้ได้จัดเตรียมสิ่งของรับบริจาคจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นสิ่งของจำเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก รวมน้ำหนักกว่า 30 ตัน ซึ่งจะได้ขนส่งโดยรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ที่สนับสนุนโดยนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา ซึ่งต้องขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย โดยจะออกเดินทางจากมูลนิธิฯเย็นวันนี้และจะไปถึงวันพรุ่งนี้เวลา 07.00 น.

ขณะที่ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชาวอำเภอบางละมุง ชาวเมืองพัทยา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ร่วมากันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมจนได้สิ่งของจำนวนมาก และขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเช่นกัน

สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยาร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567

วันที่ 17 ก.ย.67 ที่สำนักสงฆ์หนองอ้อ พัทยากลาง จ.ชลบุรี สมาคมชาวอีสานเมืองพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักสงฆ์หนองอ้อ จัดงานบุญข้าวสาก อีสานพัทยา ประจำปี 2567 โดยพบว่ามีประชาชนชาวอีสานทึ่อาศัยในเมืองพัทยาเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับงานบุญข้าวสาก ถือเป็นประเพณีในวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งชาวบ้านจะจัดเตรียมสํารับอาหารบรรจุข้าวเหนียว อาหารแห้ง เช่น ปลาย่าง เนื้อย่าง แจ่วบองหรือน้ำพริกปลาร้า และห่อข้าวเล็กๆ สําหรับนําไปถวายพระทําบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ญาติพี่น้องหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายนคร ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และนายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้ช่วยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

​ระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม น้ำในแม่น้ำโขง มุกดาหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2567​ เวลา 17.00 น ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดมุกดาหารมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในวันนี้มีระดับน้ำ10.33​ เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.96 เมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤต 2.17 เมตร​ ขณะระดับวิกฤตอยู่ที่ 12.50 เมตร อย่างไรก็ตามในวันนี้ที่บริเวณทางเดินสันเขื่อนหน้าตลาดอินโดจีนเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้ถูกน้ำโขงไหลเข้าท่วมแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงตื่นตกใจ ต้องคอยเฝ้าดูระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ว่าจะมีระดับเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤตไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมตัวเก็บสิ่งของภายในบ้านขึ้นไว้ในที่สูงได้ทันท่วงที

ระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมปี 67 ธงเขียว ต่ำกว่า 11.50​ ม.รทก. ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ธงเหลือง 11.50-12.50​ ม.รทก. ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ธงแดง 12.5. ม.รทก. ขึ้นไป ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์วิกฤต เริ่มล้นตลิ่ง ให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง และระวังภัยที่เกิดจากน้ำ

ขณะที่ นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้มีคำสั่งให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เร่งดำเนินการจัดทำกระสอบทรายจำนวน 1,500 กระสอบ เพื่อจัดเตรียมไว้คอยให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หากเกิดอุทกภัยขี้น เพื่อพี่กลับบ้านจะได้นำกระสอบทรายไปวางเป็นแนวกั้นน้ำป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้านเรือน โดยทั้งนี้ เทศบาลเมืองมุกดาหารได้แจ้งเตือนขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

” จากเหนือ.. สู่อีสาน ” ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมอุปกรณ์ รถยกสูง 4×4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ลุยพื้นที่จังหวัดหนองคาย

แชร์เนื้อหานี้


ตามที่สถานการณ์น้ำท่วมบางพื้นที่จังหวัดเชียงรายเริ่มคลี่คลาย ประจวบกับได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2567 ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ รถยกสูง 4×4 รถพยาบาลขับเคลื่อน 4 ล้อ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพ ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว เคลื่อนกำลังพลออกจากเชียงราย ไปยังจังหวัดหนองคาย โดยขณะนี้ได้จัดตั้งกองอำนวยการ และโรงครัวประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย


เมื่อถึงพื้นที่ประสบภัย มูลนิธิฯ ได้จัดทีมปฏิบัติการเร่งสำรวจพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือในทันที รวมถึงอพยพประชาชน ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และผู้ป่วยออกนอกพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยมี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิฯ จุดต่างๆ อาสาสมัครศิลปิน นำโดย นายธวัชชัย คชาอนันต์ (แฮ็ค ชวนชื่น) พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ และ หน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะอุบลราชธานี ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ และในขณะนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างปฏิบัติการภารกิจอพยพในพื้นที่ต่อเนื่อง รวมทั้งประกอบอาหารปรุงสุก พร้อมจัดเตรียมน้ำดื่ม และถุงยังชีพ เพื่อบรรทุกรถและเรือ ลงพื้นที่แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่
สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

แถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล (KTIFF)ในบทบาทใหม่ของวัฒนธรรมจีน-ไทย

แชร์เนื้อหานี้


ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 12 กันยายน 2567 วันนี้ เวลา 13:30 น. ตามเวลากรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัลขึ้นอย่างเป็นทางการและยิ่งใหญ่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยงานเทศกาลภาพยนตร์นี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และภาคเอกชนจากทางสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศไทย ทั้งนี้ทาง KTIFF ได้ร่วมกันหาแนวทางให้เกิดประโยชน์สูงสุดระหว่างจีนและไทยจากทุกภาคส่วน อย่างเช่น ท่านยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม,ท่านวรรณสิริ โมรากุล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศและอดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว, ท่านนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาดกรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,ท่าน ดร.เกสี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และท่าน ผศ. มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ก่อตั้ง KTIFFMs. Huang Ruoling จากประเทศไทย และ Mr. Liu Kai จากประเทศจีน


งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในประเทศไทย ครั้งนี้มีผู้สนับสนุนจากจีนและไทยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยจีนและไทยได้ก้าวไปสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ครั้งใหม่ที่สำคัญ งานแถลงข่าวจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันและความเจริญรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ผ่านสะพานสานสัมพันธ์ งานแถลงข่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ในงานแถลงข่าว คนดังจากวงการบันเทิง วงการภาพยนตร์ นักข่าว สื่อมวลชน และแขกจากทุกสาขาอาชีพจากประเทศจีนและไทยมารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวงานเทศกาลอินเตอร์เนชั่นเนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล และในงานได้มีการกล่าวปาฐกถาสำคัญในหัวข้อ “ความร่วมมือแบบ win-win ระหว่างผู้ประกอบการและนายทุนในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ” จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์โดยตรง เช่น ท่านวรรณสิริ โมรากุล ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม ประธานคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ต่างประเทศและอดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว คุณเทา มินฮัน ปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จาก Shanghai Theatre Academy ท่าน Mr.Kai Liu ผู้บริหาร Tailin Film and Television Culture และผู้ก่อตั้ง KTIFF ท่าน Ms. Huang Ruoling ผู้ก่อตั้งบริษัท HOYA International Entertainment นักลงทุนจากจีน เช่น FB Culture Communication Co. , Ltd., China Mobile Games & Interactive Entertainment Group,China Mobile Games & Interactive Entertainment Group,Founder of FB Culture Communication Co. , Ltd.และ CEO BAI BINGBING

กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยมาก และเป็นประเทศที่น่าลงทุนพัฒนาในอนาคตหวังว่ามีโอกาสได้ร่วมมือกันพัฒนาประเทศไทยจากโครงการ KTIFF ผมหวังว่าในอนาคตเกมส์คริปต์ได้สามารถนำความบันเทิงเข้ามาให้กับคนหนุ่มสาวในไทยและเป็นอีกหนึ่งความสุขที่จะได้มาร่วมกับคนไทย ผู้กำกับไทย เช่น คุณนนทกร ทวีสุข คุณธนาวุฒิ เกสโร และคุณบัณฑิต ทองดี ผู้ประสานงานกองถ่ายภาพยนตร์ไทย – จีน คุณพรเทพ เจริญเลิศสิริวณิช และตัวแทนสมาคมผู้บริหารการผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศ (FSA) คุณศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง โดยมีแขกร่วมงานที่เป็นนักแสดงและบุคคลเบื้องหลังที่มีชื่อเสียง อาทิ สีดา พัวพิมล, พัชญา เพียรเสมอ (พีพี), รัน กันต์ธีภพ, เล้ง ณัฐพล, แสตมป์ พรวศิน, อ๊อฟ เอกรินทร์, เพียว ปภาวรรณ, ปาย ชนกันต์, ดร.วโรดม ศิริสุข (ชายแฮ็คส์), ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง, บัณฑิต ทองดี, ธนาวุฒิ เกสโร, รัชดาภรณ์ เกตุเทศ, เจตนิพัทธ์ สาสิงห์, ชาติชาย ศรีบุญเรือง, ธัญลักษณ์ ตระการศิลป์วัฒน์ และแขกรับเชิญในวงการบันเทิงอีกมากมาย โดยสื่อมวลชนมีการถามคำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับเทศกาลภาพยนตร์ กิจกรรมไฮไลท์ และโอกาสความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศ ผู้จัดงานตอบคำถามของนักข่าวและระบุว่าพวกเขาจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้เทศกาลภาพยนตร์ประสบความสำเร็จและมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาวัฒนธรรมภาพยนตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ

Ms. Huang จาก HOYA International Entertainment และ Mr. Liu จาก Tailin Film and Television Culture ได้กล่าวเรื่องการก่อตั้ง KTIFF ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่คนในแวดวงภาพยนตร์และโทรทัศน์จากทั้งสองประเทศร่วมกันก่อตั้ง KTIFF ด้วยความรักที่มีต่อประเทศของตนและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างสองประเทศ และหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและไทยในอนาคต ในขณะเดียวกัน ทางมหาวิทยาลัยศรีปทุม และBRI ได้ระบุว่างาน KTIFF จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในสาขาภาพยนตร์ของตนในอนาคต แขกที่มาร่วมงานเห็นพ้องกันว่าภาพยนตร์เป็นเหมือนสื่อกลางทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการสื่อสารทางจิตวิญญาณและการแลกเปลี่ยนทางอารยธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ และตัวแทนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในจีนและไทยได้แสดงความคาดหวังว่าเทศกาลภาพยนตร์นี้ จะมีส่วนช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งได้ดียิ่งขึ้นในด้านการผลิตภาพยนตร์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยี การขยายตลาด และด้านอื่น ๆ พวกเขาเชื่อว่าด้วยการจัดเทศกาลภาพยนตร์ จะสามารถส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศได้ และนำผลงานภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมมาสู่ผู้ชมได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

และเป็นที่ทราบกันดีว่า KTIFF นี้จะนำเสนอกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นมากมาย ในช่วงการฉายภาพยนตร์จะมีภาพยนตร์ที่โดดเด่นหลายเรื่องจากประเทศจีน ไทย และประเทศอื่นๆ ครอบคลุมธีมและสไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ชมได้ชื่นชมเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณแห่งอุตสาหกรรมของภาพยนตร์ ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศยังแสดงสปิริตในการร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรมภาพยนตร์จีนและไทย
บทสรุป

ความสำเร็จในการจัดงานแถลงเทศกาลภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เฟสติวัล (KTIFF)ถือเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมภาพยนตร์ระหว่างทั้งสองประเทศ เราหวังว่าจะใช้เทศกาลภาพยนตร์นี้เพื่อกระชับความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างผู้คนของทั้งสองประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของอุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนและไทย ขอให้เราตั้งตารอคอยการมาถึงของกิจกรรมทางวัฒนธรรมนี้ด้วยกันและชมช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของวัฒนธรรมภาพยนตร์จีนและไทย!
Mr. Ho Zaijian ,รองผู้จัดการMAHUA FUN AGE กล่าวว่าเทศการภาพยนตร์อินเตอร์เนชั่นเนลไทยแลนด์เฟสติเวิล(KTIFF) เป็นของขวัญที่สุดสำหรับงานฉลองครบรอบ50ปีกับความสะมพันธ์ทางการทูตไทยจีนโดยไทยเป็นสะพานเชื่อมที่สำคัญสำหรัยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการค้าของทั้งสองประเทศการสนับสนุนที่แข่งแกร่งจากภาครัฐไทยทำให้KTIFF มีโอกาสเป็นสื่อกลางมากขึ้นในการช่วยการสื่อสารเขาหวังว่าMAHUA FUN AGE จะได้มีโอกาสเข้ามาในเมืองไทยและนำหนังComedy ไทยมาเปิดตลาดที่จีนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและความร่วมมือทางธุรกิจผ่านวัฒนธรรมเพื่อให้บรรลุการร่วมมือกันแบบ

Win-Win Speacail Thanks :Mr. Li Zhuotao The Hong Kong International Film Festival Society (HKIFFS) ,Ms. Fang Meibao ,Arts Director China Golden Rooster & Hundred Flowers Film Festival , อาจารย์ด็อกเตอร์Mr.Shi Chuan ของเซี่ยงไฮ้Treatre Academy ,Mr.Yuan Hang & Ms.ZhuMengweiจากIve Culture and Entertainment Group , Ms. Guo Hang จากYugao Yishan Media ,Kosbot south of Asia group , Mr. Yin Zhiyue จากZERO G , นักแสดงจีนQi Tianying , Mr.Cheng Cheng & Star Makeup Company , Chaoran .

มอบเงินกว่า 2 ล้านบาท ดร.ฉวีวรรณ คำพา ทำบุญบวงสรวง มอบทุน เครื่องดนตรี โรงเรียน สถานพยาบาล ดร.ฉวีวรรณ คำพา

แชร์เนื้อหานี้

3-4 กันยายน 2567 โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ได้จัดพิธีทำบุญ บวงสรวง โรงงาน ในเครือ ฉวีวรรณกรุ๊ป ประจำปี 2567 และ ครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ที่อาคารรับรอง ในโครงการพนาวัลย์นคร ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พร้อมจัดพิธีสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.๙) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และยังมีเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณตำบล และเจ้าอาวาสหลายจังหวัด

ร่วมให้พร มี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน โรงเรียน สถานพยาบาล ประชาชนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ จากทั่วประเทศ ทึ่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ฉวีวรรณ ทั่วสารทิศ เดินทางเข้าอวยพรวันเกิดเป็นจำนวนมากวันที่ 3-4 กันยายน 2567 ที่โครงการหมู่บ้านพนาวัลย์ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมสงเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ประธานกรรมการบริษัทในเครือฉวีวรรณกรุ๊ป และจัดพิธีมอบทุน การศึกษา มอบเครื่องดนตรี สนับสนุนสถานศึกษา สนับสนุนพัฒนาสถานพยาบาล จำนวน 30 แห่ง แห่งละ 50,000 บาท เป็นเงิน1,786,000 บาท สบับสนุนเครื่องดนตรี 250,000 บาท สนับสนุน ดนตรีอีสาน 10,000 บาท รวมทั้งสิ้น 2 ล้าน กว่าบาท เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งมีผู้บริหารสถานศึกษาในแต่ละโรงเรียนเข้ามารับมอบรวมถึงหัวหน้าสถานพยาบาลระดับตำบลในพื้นที่ทางภาคอีสานมารับ รวมทั้งยังมีแขกผู้มีเกียรติเดินทางเข้ามาร่วมอวยพรและมอบของขวัญ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดเป็นจำนวนมาก