#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดอบรมขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน มุ่งผลักดันสถานศึกษาทุกแห่งสมัครเป็นสมาชิก อพ.สธ. ภายในปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

โดยมีพระพุฒิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และบุคคลากรทางการศึกษาร่วมกิจกรรมการอบรมปฏิบัติการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) เข้าสู่ห้องเรียน

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม และวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล)การจัดอบรมครั้งนี้เป็นไปตามมติการประชุมการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จังหวัดเชียงราย ที่กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ อพ.สธ.

เพื่อผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้ครบถ้วนภายในปีงบประมาณ 2569 สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่ 7 (1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2569) อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรพืชเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในสถานศึกษา

กลุ่มเป้าหมายของการอบรมประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานทางการศึกษาหรือผู้แทนที่ยังมีสถานศึกษาในสังกัดไม่ได้เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้แทนของโรงเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการสมัครเป็นสมาชิก รวมถึงรองศึกษาธิการจังหวัดเชียงรายและบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโอกาสนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก อาจารย์ ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ รักษาการแทนหัวหน้าสถาบันอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากโรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมมอบแนวคิดและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การปลูกฝัง

จิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน และการบูรณาการองค์ความรู้สู่ห้องเรียน เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เปิดแล้ว “Welcome to Chiang Rai Shop” และ Modaloom Cafe ที่โลตัสแม่สาย ดันสินค้าอัตลักษณ์–กาแฟเชียงราย สู่ตลาดไทยและต่างประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด Welcome to Chiang Rai Shop สาขา Lotus’s แม่สาย และ Modaloom Cafe ณ โลตัส สาขาแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายวารายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สาย นายกสมาคมสื่อมวลชนแบะนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ผู้บริหารบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
นางสาวกนกพร (ผู้แทนบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน พร้อมระบุว่า โลตัสแม่สายมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าสถานที่จับจ่ายใช้สอย แต่เป็นพื้นที่ที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยการเปิด Welcome to Chiang Rai Shop ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่

เพื่อรวบรวมสินค้าอัตลักษณ์ ของดี และผลิตภัณฑ์คุณภาพของจังหวัดเชียงรายให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายช่องทางการตลาด และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การจัดตั้ง Welcome to Chiang Rai Shop ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการสร้างศูนย์รวมสินค้าคุณภาพของจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยว ผู้บริโภค และผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอแม่สาย ได้เลือกซื้อสินค้าอัตลักษณ์ ของฝาก และผลิตภัณฑ์ชุมชน

คุณภาพจากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงรายในจุดเดียว
นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ Modaloom Cafe ยังเป็นการต่อยอดคุณค่าของกาแฟเชียงราย ด้วยการนำเมล็ดกาแฟคุณภาพจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในจังหวัด มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มคุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต สนับสนุนเกษตรกร และผลักดันให้เชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองกาแฟคุณภาพของประเทศไทยและระดับสากล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการ Welcome to Chiang Rai Shop มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Lotus’s อำเภอเมืองเชียงราย

ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569, Lotus’s หางดง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 ธันวาคม 2569 และ Lotus’s รวมโชค จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 21 พฤษภาคม 2570 พร้อมตั้งเป้าขยายสู่เมืองกว่างโจว นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายในปี 2570 เพื่อผลักดันสินค้าของจังหวัดเชียงรายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า บริษัท Welcome to Chiang Rai (Trader Chiang Rai) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันโครงการให้เกิดขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว

ร่วมอุดหนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย รวมทั้งสัมผัสรสชาติกาแฟคุณภาพจาก Modaloom Cafe เพื่อร่วมกันสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และส่งต่อความภาคภูมิใจของจังหวัดเชียงรายสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /2 ล้านเม็ดไม่ถึงปลายทาง!” ตำรวจมุกดาหารไล่ล่าข้ามจังหวัด ปิดเกมเครือข่ายยานรก รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด พร้อมอายัดของกลางมูลค่า 1.2 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เดินหน้าปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามแผน “Operation 90 Days” จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน หลังสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน ก่อนขยายผลจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รายสำคัญ ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 4 ในแผนยุทธการ “Operation 90 Days 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด”

คดีดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จิรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายชรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะรองผู้บังคับการ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

จากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน พบว่าขบวนการดังกล่าวใช้เส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไปยังจังหวัดสกลนครและนครพนม โดยใช้รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน 3ขง 5661 กรุงเทพมหานคร เป็นรถลำเลียง

เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว กระทั่งพบรถคันดังกล่าวเดินทางผ่านพื้นที่จังหวัดสกลนคร ก่อนจะไปพบกับรถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า สีเทา ทะเบียน กต 5389 สกลนคร จากนั้นรถทั้งสองคันได้ขับมุ่งหน้าไปยังพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

เวลาประมาณ 21.00 น. รถกระบะได้ขับเข้าไปยังสวนยางพารา บ้านหนองเหนือ หมู่ 5 ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นจุดรับยาเสพติด ก่อนที่รถทั้งสองคันจะมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อำเภอวรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

ตำรวจจึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ พบชาย 2 คนภายในห้องพัก ได้แก่ นายพีรดนย์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดพัทลุง ผู้ขับรถกระบะ และ นายอาภากร อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ ซึ่งรับว่าเป็นผู้นั่งโดยสาร เมื่อตรวจค้นรถกระบะพบกระสอบห่อด้วยถุงดำจำนวน 5 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะโดยสารด้านหลัง ภายในบรรจุยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด

จากการสอบสวน ทั้งสองให้การว่ายังมีรถเก๋งที่ร่วมขบวนจอดอยู่ห่างจากรีสอร์ตประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตรวจสอบและควบคุมตัว นายศักดิ์ณรงค์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นผู้ขับรถเก๋งไว้ได้อีก 1 ราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายอาภากร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ จ.94/2569 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดเพื่อการค้า และได้อายัดรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน 3ขง 5661 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า ทะเบียน กต 5389 สกลนคร จำนวน 1 คัน รวมมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านบาท

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายผู้สั่งการที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อตัดวงจรการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน