เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงเป็นองค์ประธานเปิด “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025” เทิดพระเกียรติฯ หนุนท่องเที่ยว–เศรษฐกิจฐานราก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย (Chiang Rai Flower and Art Festival 2025)” ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งจังหวัดเชียงรายจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สายนทีแห่งศรัทธา ธ

สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ แม่บ้านมหาดไทย จังหวัดเชียงราย เฝ้ารับเสด็จฯ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กราบทูลรายงานว่า จังหวัดเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น และเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย

ยกระดับงานสู่การเป็นเทศกาลท่องเที่ยวระดับประเทศ สนับสนุนการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 19 กลุ่ม และเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569

การจัดงานครั้งนี้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 4 ฤดูกาล ได้แก่ Summer, Rainy, Winter และ Spring ถ่ายทอดความงดงามของไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ผสานศิลปะร่วมสมัย เทคโนโลยี แสง สี เสียง

และอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนา ภายใต้แนวคิด Reflect of Seasons พร้อมนิทรรศการพระราชกรณียกิจ การแสดงจากเยาวชน กิจกรรม “Chiang Rai Talent” การออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และโซน Food Truck ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่อื่นของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอเวียงชัย และอำเภอแม่สาย เพื่อบอกเล่าเรื่องราว อัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านสวนไม้ดอกและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม สร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง


ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายเป็นอย่างดี สะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ภาพ/ข่าว โดย.พงศกร ตันสุวรรณ.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.โคราช นำทีม กต.ตร. เปิดใจคุย เดินหน้าพัฒนางานตำรวจเพื่อสังคม/ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส รพ.ปากช่องนานา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานตำรวจอย่างมีส่วนร่วม จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม ณ ภัตตาคารเสียวเสี้ยว โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา

การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา การแจ้งข่าวสาร และการสร้างสรรค์งานบริการสังคม โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ในที่ประชุมมีผู้แทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสนอแนวทางการพัฒนางานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมย้ำบทบาทของ กต.ตร. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงภาครัฐ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความอุ่นใจ และเสริมความเข้มแข็งให้สังคมโคราชอย่างยั่งยืน.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส–ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม–ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และ

ได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์-มีเดีย ลิงค์” เอาใจคุณหนู ๆ ต้อนรับวันหยุดยาวดึง “Dream Animals The Movie” ฉาย 25 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

แชร์เนื้อหานี้

“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ร่วมกับ “มีเดีย ลิงค์” เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ “Dream Animals The Movie” ภาพยนตร์อนิเมชัน 3D CG จาก “Studio Marza Animation Planet” ที่สร้างขึ้นจากขนมสุดฮอตที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นมากว่า 47 ปี ภายใต้โปรเจกต์ “เมะ”

โดยมี คุณจิรสิน จารุพรชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด, คุณอุรัสยา อากรสกุล ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์ จาก มีเดียลิงค์ อนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด และ Mr. Shun Kobaysahi (Ginbis licensor, The brand owner of Dream Animals biscuit in Japan) ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีเนเพล็กซ์

งานนี้ได้ 4 หนุ่ม “แก็งทดลองเป็นแฟนเพื่อน” UltimateTroop ได้แก่ โดม-ภีมเดช, ลาโฟล์ค-รัชนนท์, ออมสติน-ธกฤตและ ฟอร์ด โปษัณ ร่วมงานเปิดตัวพร้อมขึ้นเวทีพูดคุยถึงความผูกพันที่มีต่อขนมยอดฮิตดังกล่าวและความรู้สึกเมื่อรู้ว่าขนมที่เขาชื่นชอบในวัยเด็กได้ถูกเติมเต็มจิตวิญญาณนำมาสร้างเป็นอนิเมชั่นด้วย ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับทีมผู้บริหารเป็นที่ระลึกก่อนจะไปร่วมชมภาพยนตร์

“Dream Animals The Movie” เล่าถึง “Sweets Land” ดินแดนแห่งขนมหวานที่มนุษย์และขนมอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลุ่มไอดอลชื่อดัง “Dream Animals” นำโดยสิงโต ไลอ้อน (เสียงโดย Genta Matsuda จาก Travis Japan) กำลังทำเวิลด์ทัวร์ แต่เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มระหว่าง ไลอ้อน กับสมาชิกใหม่ ปีกาซัส (เสียงโดย Akari Takaishi) ที่ได้รับความนิยมจากการแสดงร้องเพลงและบินได้ เมื่อพวกเขากลับมายัง Sweets Land

หลังจากทัวร์นาน 1 ปี พบว่าเมืองถูกปกคลุมด้วย “Gotton” (วัตตา- สายไหม) ผู้ชั่วร้าย และมีการเผชิญหน้ากับ King Gotton (เสียงโดย Hochu Otsuka) ที่มีเป้าหมายกำจัดขนมชนิดอื่นนอกจาก Gotton เพื่อครองโลก Dream Animals ต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือเพื่อน Pegasus ที่ถูกจับไป และหยุดแผนการของ King Gottonชมตัวอย่างเต็มของ “Dream Animals The Movie” ได้ทาง https://youtu.be/w9dPwrEpl2w และติดตามชมเรื่องราววุ่น ๆ ของเจ้าขนมรูปสัตว์ในตำนานได้วันที่ 25 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขง 130 กระสอบ 3,900 กก.ไม่ยอมเสียภภาษี 300,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขงไม่ยอมเสียภาษี
มุกดาหาร สถานีเรือมุกดาหาร (นรข.) สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดกระเทียมแห้ง เถื่อนลักลอบขนข้ามโขงจากฝั่งประทศเพื่อนบ้านจำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัมโดยไม่ยอมเสียภภาษี มูลค่ากว่า 300,000 บาทออกมา

แถลงข่าว สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 นาวาโท โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ด่านศุลกากรมุกดาหาร และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำกำลังร่วมออกลาดตระเวน แนวริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อปล้องกันและปราบปรามกลุ่มขบวนการส่งออกนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรผิดกฎหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดคระเวนมาถึงบริเวณริมฝั่งโขงบ้านนาโปน้อย เขตเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์หางยาวมีคนขับเรือเป็นชายคิดว่าเป็นชาวลาวขับแล่นข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกำลังเข้าเทียบท่าบริเวณดังกล่าวโดยในเรือบรรทุกกระสอบ

สีชมพูเต็มลำเรือกำลังเข้าเทียบท่าดังกล่าวโดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8-10 คนรอแบกกระสอบขึ้นฝั่งเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้อยุดทันที่คนขับเรือกระโดดน้ำหว้ายน้ำเข้าฝั่งหลบหนีส่วน

กลุ่มชายรอแบกกระสอบวิ่งหลบหนีไปกับความมืดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่า 300,000 บาทโดยไม่ยอมเสียภาษี

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางกระเทียมพร้อมด้วยเรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ มาที่หน่วยเรือ นรข.มุกดาหารเพื่อตรวจสอบให้ระเอียตเพื่อสอบหาเจ้าของที่ลักลอบนำสินค้ากระเทียมเข้าโดยไม่ยอมเสียภาษีก่อนน้ำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5

นายพุฒิศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 5 และอนุกรรมการฯ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ณ ห้อง Ballroom Hall ยูนิแลนด์ กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท ตำบลวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผลสำรวจคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองชุมพร พรรคที่คนใต้ นิยมชื่นชอบมาก – ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ -ประชาชน -ไม่ชอบ เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง พบว่าประชาชนกลุ่มอายุระหว่าง 25–55 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและมีบทบาททางเศรษฐกิจของพื้นที่ ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการตัดสินใจเลือกผู้สมัครควรพิจารณาจากนโยบายที่เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง มากกว่าการยึดติดกับตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียวจากการสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำในเขตเทศบาลและชุมชนเมืองของจังหวัดชุมพร กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า ประเด็นที่ต้องการให้ผู้แทนราษฎรเร่งผลักดัน ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ การสร้างงานและโอกาสทางอาชีพในเขตเมือง การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการเมืองให้มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ประชาชนในกลุ่มอายุ 25–55 ปี ยังแสดงความเห็นว่า ต้องการเห็นผู้สมัครลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ รับฟังปัญหาจากชุมชนอย่างแท้จริง มีความโปร่งใสในการทำงาน และสามารถติดตามตรวจสอบได้ โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดชุมพรในระยะยาวทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก และมีอัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา
อัปเดตการเมืองสนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพร (ข้อมูลเบื้องต้น)
รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดชุมพร พบว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทยอยเปิดตัวผู้สมัครในทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้

พรรคภูมิใจไทยเขต 1 นายวิชัย สุดสวาสดิ์ อดีต ส.ส.แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
เขต 2 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ หรือ “ส.อบจ.กิต” อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเขต 3 นายสุพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกช้าง”พรรคประชาธิปัตย์เขต 1 นายสุรชัย แดงละอุ่น หรือ “นายกโท้ง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวีเขต 2 นายสราวุธ อ่อนละมัย หรือ “ส.ส.เอก”เขต 3

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมงพรรคประชาชนเขต 1 นางสาวชุติมา ชุมขุนเขต 2 นางสาวจิดารัตน์ ชูคงเขต 3 นายชุตินันท์ คงท่าเรือพรรคกล้าธรรมเขต 2 นายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต ส.ส.ชุมพรส่วนเขตอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและความชัดเจนของผู้สมัครอย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพรยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่จับตานโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเป็นสำคัญ
ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขอแสดงความยินดีกับผู้ครองตำแหน่ง Miss Chumphon 2025 จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดชุมพรขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าประกวดทุกท่าน ที่ได้แสดงถึงความงาม ความสามารถ และศักยภาพอย่างโดดเด่น สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวชุมพรเป็นอย่างยิ่ง โดยผลการประกวด Miss Chumphon 2025 มีดังนี้ตำแหน่ง Miss Chumphon 2025“น้องโดนัท” อภิสรา โปสู่ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 8ครองมงกุฎและสายสะพาย รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมคว้า รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน

รองชนะเลิศ อันดับ 1 “ข้าวฟ่าง” นางสาวพิชญดา ขุนทอง ผู้เข้าประกวดหมายเลข 2 รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพายรองชนะเลิศ อันดับ 2“มิ้นท์” นางสาวพรชนก รวดเร็ว ผู้เข้าประกวดหมายเลข 13
รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพาย

รองชนะเลิศ อันดับ 3“ปาร์ตี้” นางสาวพรรณรมณ ชาญนคร ผู้เข้าประกวดหมายเลข 15รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพายรองชนะเลิศ อันดับ 4“อ๋อมแอ๋ม” กาญจนา มีทอง ผู้เข้าประกวดหมายเลข 12 รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพาย

ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าประกวดทุกท่านที่ร่วมสร้างสีสันและยกระดับเวทีความงามของจังหวัดชุมพร ให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพลังของสตรีชุมพรยุคใหม่
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กลาโหม เข้าเคารพศพให้กำลังครอบครัว พลทหารวุ้น ย้ำจะดูแลเรื่องเงินดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่วัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) พร้อม พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะลงพื้นที่เข้าเคารพศพ และเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ พลทหาร วุ้น สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ที่สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของชาติ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณ สมรภูมิเนิน 350 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมี นาย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำข้าราชการ พี่น้องประชาชนให้การต้อนรับ

***หลังจากที่เคราพศพ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ พลทหาร วุ้น ได้เปิดห้องพูดคุยและทำความเข้าใจกับทางครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนติดตามความคืบหน้าและวีรกรรมของพลทหาร ภานุพัฒน์ มาโดยตลอด ตนเสียใจแต่ก็ภาคภูมิใจ และก็ขอบคุณ พลทหาร วุ้น ของคุณครอบครัว ที่เสียสละทุกอย่างให้กับแผนดินไทย ที่มาวันนี้มาพูดคุยเยี่ยมเยือน ซึ่งที่ประห่วงเรื่องแรกก็คือเรื่องเงินดูแลครอบครัว

โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงแล้ว ตนก็หมดห่วงไป อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องบ้าน ตอนนี้ได้คุยกับกระทรวง พม. แล้ว ซึ่งทางกระทรวงรับปากจะเข้าไปสนับสนุนในเรื่องการสร้างบ้านใหม่กับครอบครัวของพลทหาร วุ้น และเรื่องสุดท้ายที่เป็นห่วงคือเรื่องอนาคตน้องสาวของพลหทาร วุ้น ตอนนี้มีการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสานเข้ามาว่าจะสนับสนุนการเรียนของน้องจนจบ ถ้าน้องสาวพลทหารต้องการจะเข้าไปเรียนหลังเรียน ขบ ม.6 ส่วนเรื่องการบรรจุทายาททางครบอครัวให้น้องสาวเจริญรอยตามพี่ชายรับราชกหารทหารต่อไป ซึ่งหลังเรียนจบ ป.ตรี แล้วทางกรมทหารก็จะรับเข้าราชการเป็นทหารทันที

***พล.อ.ณัฐพล รมว.กลาโหม กล่าวต่อไปว่า ในส่วนเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในตอนนี้ พี่น้องประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่สีแดง ทางกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในส่วนที่อยู่ในศูนย์พักพิงและที่อยู่บ้านมีทั้งทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทางนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอดส่องดูแลและตรวจตาทำให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจ ส่วนสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ทางกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าไทยเราจะปกป้องอธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

***ส่วนของเรื่องการเตรียมความพร้อมต่างๆจะไม่ขอลงรายละเอียดมากจะขอพูดเป็นกรอบ ทางกระทรวงกลาโหมมอบให้ทางกองทัพโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดและหน่วยงานต่างๆช่วยกันพิจารณาดูแลและประเมินตามสถานการณ์สวนทางกระทรวงกลาโหมก็จะพิจารณาตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ส่วนการจะหยุดยิงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับทางกัมพูชา ทางประเทศไทยเราจะยึดมั่นในสันติวิธีมาโดยตลอด ถึงแม้กัมพูชาจะออกมาพูดต่อสาธารณะว่าต้องการสันติภาพ หรือต้องการหยุดยิง แต่ทางการปฏิบัติจริงและหน้างานนั้นกัมพูชายังระดมยิงมายังฝั่งไทยอยู่ตลอด ถึงอย่างไรทางไทยเราก็ยังยืนยันที่เรายิงหรือทำลายจุดยุทธศาสตร์ของกัมพูชาเพื่อป้องกันตัวเอง เราไม่ต้องการที่จะไปรุกรานใครครับ

ตราบใดที่กัมพูชายังมาลุกลามเราลุกล้ำอธิปไตยเรา เราก็จะต้องป้องกันตัวเองโดยได้สัดส่วนและเท่าที่จำเป็น ทหารกัมพูชาใช้ประชาชนบ้านเรือนประชาชนเป็นที่มั่นทางการทหารเราก็ต้องทำลายเป้าหมายทางทหารเหมือนกัน ทางไทยเราทำลายคลังอาวุธทำลายเส้นทางการลำเลียงทหารที่จะมาทำร้ายไทยเราเราถึงจำเป็นที่จะต้องทำลายก่อนเพื่อความปลอดภัย ***จึงอยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าทำไมเราถึงทำลายคลังอาวุธของกัมพูชา หรือที่เราต้องไปโจมตีทางลึกเพราะตัวอาวุธที่ทหารกัมพูชามาใช้ยิงกับเรานั้นกัมพูชานำอาวุธไปไว้ในหมู่บ้านสุดท้ายแล้วทางประชาชนชาวกัมพูชาก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ

***ด้าน นางพิชญ์สินี เสาร์สา แม่ของพลทหาร วุ้น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากผ่านเหตุการณ์มาแล้วสองคืน จนถึงขณะนี้ ตนยังไม่เคยฝันเห็นลูกชาย แต่จะได้ยินเพียงเสียงของลูกในช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะจังหวะที่รับแขกและมีผู้คนมาให้กำลังใจตลอดทั้งวัน ทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย เมื่อคิดถึงลูกก็จะมีบ้างที่นั่งร้องไห้ แต่ทุกครั้งที่ร้องไห้ จะเหมือนได้ยินเสียงลูกชายพูดปลอบใจว่า “จะร้องไห้ทำไม” ทำให้ตนหยุดร้องไห้ลง ราวกับเป็นเสียงเตือน เพราะเชื่อว่าลูกไม่อยากให้แม่เศร้าหรือเสียใจ ตนขอขอบพระคุณผู้ใหญ่และทุกภาคส่วนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ลูกชายได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติและประเทศ ทุกคนก็ให้ความใส่ใจและดูแลแม่เป็นอย่างดี เหมือนกับสิ่งที่ลูกชายอยากให้เกิดขึ้น

***ส่วนกรณีข่าวที่มีรายงานว่า หลังลูกชายเสียชีวิต มีการถ่ายคลิปและแอบนำอาวุธปืนประจำกายของลูกไปนั้น แม่ยอมรับว่าได้ยินเพียงจากข่าวเท่านั้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในอาการช็อก แต่เมื่อทราบเรื่องก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก จนเกิดความคิดอยากไปทำหน้าที่รับใช้ชาติด้วยตนเอง ตนย้ำว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก แม้บางครั้งจะมีความน้อยใจอยู่ในใจว่า ลูกชายรักประเทศชาติมากกว่าแม่หรือไม่ แต่เมื่อย้อนคิดกลับไป ตนเองก็รักประเทศชาติไม่ต่างกัน จึงไม่แปลกใจที่ลูกชายจะมีหัวใจเช่นเดียวกัน และวันนี้ลูกได้มอบทั้งหัวใจและชีวิตให้กับประเทศไทย ตนก็ต้องยอมรับและภาคภูมิใจในสิ่งที่ลูกได้ทำ

***ก่อนหน้านี้ เคยตั้งใจให้ตนเองสมัครเป็นนายสิบ แต่ด้วยปัญหาสุขภาพ จึงสละโอกาสให้กับลูก ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยตั้งใจว่าต้องเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อน จึงจะสามารถสมัครได้ สิ่งที่อยากให้จดจำเกี่ยวกับลูกชาย คือ เขาเป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว เพื่อประเทศชาติ รักในศักดิ์ศรี ตนไม่รู้สึกเสียดายเลย และภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้เขาเป็นลูก สิ่งที่ลูกชายกังวลมากที่สุดคือ กลัวว่าแม่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครดูแล แต่วันนี้คนทั้งประเทศได้ร่วมกันให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะแม่ของพี่วุ้น ซึ่งถือเป็นผลแห่งความดีและความเสียสละที่ลูกชายได้กระทำไว้

***นางพิชญ์สินี กล่าวต่อไปว่า ตนยอมรับว่า อยากให้สถานการณ์ยุติการสู้รบโดยเร็ว แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็อยากฝากถึงคุณแม่ของทหารทุกนายให้เตรียมใจไว้เช่นเดียวกัน เพราะเราทุกคนรักในศักดิ์ศรีของประเทศ พร้อมฝากถึงผู้มีอำนาจให้แก้ไขสถานการณ์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนต้องอพยพหลายครั้ง ผู้ใหญ่อาจพอรับได้ แต่เด็ก ๆ ต้องเสียทั้งโอกาส ค่าใช้จ่าย และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจในระยะยาว
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพเบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและ
ความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบคุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกนก เชิญชวนมาชม มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

แชร์เนื้อหานี้

🗓️18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569
📍ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย
💫ภายในงานพบกับ💫
✅สวนดอกไม้ 4 ฤดู — Summer / Rainy / Winter / Spring
✅นิทรรศการพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

✅งานศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา
✅ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
✅วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
✅ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย2025 #ChiangRaiFlowerAndArtFestival #สายนทีแห่งศรัทธา #เชียงราย #เที่ยวเชียงราย #เทศกาลไม้ดอก #งานศิลปะ #4ฤดูมหัศจรรย์ #อบจเชียงราย #RiverOfFaith #ทททเชียงราย #คนเก็บภาพแม่สาย #ชวนเที่ยวทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว เตรียมจัดงานศรีเกษเกมส์ นักเรียน อปท.ครั้งที่ 40/พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่ห้องศรีพฤเทศวงเรียเตอร์ ศูนยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ นายอนุรัฒน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อม ดร.ฉัตรมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ดร. รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ นายสุริยนต์ หล่าคำ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ. นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์

อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจัดการแขางขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ม.ค. 69 เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬาในชนิดกีฬาต่างๆ และก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้การแข่งขันกีฬา ศรีเกษเกมส์ จะการแข่งขังทั้งหมด 14 ชนิดกีฬาบังคับ คือ 1. กรีฑา 2. เซปักตะกร้อ 3. วอลเลย์บอลในร่ม 4. วอลเลย์บอลชายหาด 5. ฟุตบอล 6. ฟุตซอล 7. เปตอง 8. เทเบิลเทนนิส 9. แบดมินตัน 10. หมากรุกไทย 11. หมากฮอสไทย 12. จักรยานขาไถ 13. อีสปอร์ต (ROV) 14. เทคบอล และมี 2 ชนิดกีฬาสาธิต คือ กีฬาหมากล้อม และกีฬาว่ายน้ำ รวมทั้งหมด 16 ชนิดกีฬา

***โดยจะนักเรียนจาก 248 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมชิงชัยในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด และจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดศรีสะเกษ หลายล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งโรงแรม ร้านค้า ผู้ประกอบการต่างๆ มีผู้เข้าไปใช้บริการกันอย่างหนาแน่น และสร้างความคึกคัดให้กับจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนความปลอดภัยโดยเฉพาะความปลอดภัยจากภัยสงครามของยืนยันในพื้นที่ที่จัดการแข่งขันปลอดภัย 100%
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

ศรีสะเกษ พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ พ่อเผยคำพูดสุดท้าย ขอให้ไปอยู่บนสวรรค์ ขณะที่ เจ้ามาลิ สุนัขสุดรัก ร่วมส่งนายครั้งสุดท้าย

***เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) ได้อำนวยการจัดกำลังพลและยานพาหนะประกอบพิธีรับศพ จ่าสิบเอกอนันดา อุดร หรือ “จ่ามิน” อายุ 39 ปี สังกัด ร.16 พัน.3 พล.ร.6 ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ในเหตุปะทะบริเวณ สมรภูมิภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการฟีนิกซ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนหน้านั้น จ่าสิบเอกอนันดาได้รับบาดเจ็บสาหัสจาก สะเก็ดระเบิด BM-21 ของทหารกัมพูชา ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ขณะที่ เมื่อเวลา 15.09 น. ขบวนรถเชิญศพออกจากโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิ จังหวัดสุรินทร์ มาถึงวัดไลย์ชัยมงคล กองทหารเกียรติได้ตั้งแถวเป่าแตรรับ เพื่อสดุดีวีรกรรมของผู้กล้า เป็นภาพอันสงบสำรวมและเปี่ยมด้วยความอาลัย จากญาติพี่น้อง ข้าราชการ และประชาชนที่มารอรับอย่างเนืองแน่น
***ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาประธานในพิธีมอบกระเช่าพระราชทานให้แกครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร เพื่อเชิดชูเกียรติคุณและความเสียสละอันทรงคุณค่า ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร
***ต่อมา พลตรี ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาเป็นประธาน รดน้ำหลวงอาบศพพาระราชทาน ตามด้วย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานว่างพวงมาลาหลวง พระราชทานพวงมาลาหลวง ท่ามกลางเหล่าทหาร ข้าราชการ และประชาชน ที่ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง


***นอกจากนี้ ในพิธีครั้งนี้ ยังได้มี “เจ้ามาลิ” สุนัขคู่ใจของจ่ามิน มาร่วมในพิธีศพอีกด้วย ทั้งนี้เจ้ามะลิ เป็นสุนัขที่แม่ของเจ้ามะลิหนีภัยสงครามในสมรภูมิรบครั้งแรก แล้วมาคลอดเจ้ามะลิ อยู่ใกล้กับที่พักหรือหลุมหลบภัย ก่อนที่ จ่ามิน จะเอามาเลี้ยงเหมือนลูก
***ด้าน นายเวียง อุดร อายุ 78 ปี บิดาของผู้วายชนม์ เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายเป็นผู้มีความประพฤติดี ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยทำให้บิดามารดาเป็นกังวล ก่อนเกิดเหตุยังได้พูดคุยกัน และตนได้กำชับให้ลูกระมัดระวังตัว แต่เมื่อต้องพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน แม้เต็มไปด้วยความเสียใจ ก็ยอมรับด้วยหัวใจของคนเป็นพ่อ
***นายเวียง เผย อีกว่า จ่าสิบเอกอนันดามีความฝันอยากศึกษาต่อเพื่อเติบโตในสายทหาร และหวังจะมียศใหญ่โตในอนาคต ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำอธิษฐานให้ลูกชาย “ไปสู่สุคติ ณ สรวงสวรรค์”
***สำหรับกำหนดการสวดและพระราชทานเพลิง สวดอภิธรรม เวลา 18.00 น. ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทุกวัน ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 และพิธีพระราชทานเพลิงศพ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ / ตร.เขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่
สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคมด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ฮือฮา ป้อมตำรวจเขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว กลายเป็นแลนด์มาร์คเช็กอินใหม่ถนนธนะรัชต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่สัญจรผ่านถนนธนะรัชต์–เขาใหญ่ บริเวณแยกบ้านไร่ 2 ต่างพากันชะลอรถและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ หลังพบ “ป้อมตำรวจหัวช้าง” ดีไซน์แปลกตาและน่ารัก ตั้งตระหง่านอยู่ที่ป้อมตำรวจแยกบ้านไร่ 2 ในพื้นที่ เขาใหญ่ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง

ป้อมตำรวจดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สถานีตำรวจภูธรหมูสี โดยมีการตกแต่งป้อมในรูปแบบ “หัวช้าง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนป่าและธรรมชาติของเขาใหญ่ ให้ดูเป็นมิตร อบอุ่น และเข้าถึงง่าย แตกต่างจากภาพจำของป้อมตำรวจแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นจุดสนใจบนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักการปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ภายใต้การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน ที่มีแนวคิดยกระดับป้อมตำรวจให้เป็น “จุดบริการประชาชน” ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนความเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมว่า ป้อมตำรวจหัวช้างแห่งนี้ ไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับเส้นทางท่องเที่ยวเขาใหญ่ แต่ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในการเดินทาง หลายคนถึงกับแวะจอดรถถ่ายรูปเช็กอิน แชร์ลงโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็กป้อมตำรวจที่สวยที่สุดในเขาใหญ่จนกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครผ่านมาก็ไม่ควรพลาดแวะชมและเก็บภาพความประทับใจกลับไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน/ จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลบางปูจัดแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน สืบสานวิถีชุมชน–ส่งเสริมท่องเที่ยวท้องถิ่น ณ ชุมชนคลองศาลาแดง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงสาย วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ ชุมชนคลองศาลาแดง ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบล

บางปู เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นางสาวปารณีย์ นาคคำ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู

กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ พร้อมด้วย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ หัวหน้าส่วนราชการ / เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางปู /

ประธาน คณะกรรมการชุมชนคลองศาลาแดง / ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา จังหวัดสมุทรปราการ ประชาชน และนักกีฬาพายเรือ ชาวชุมชนคลองศาลาแดง เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น สร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีในชุมชน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่น

การแข่งขันเรือพายดังกล่าวได้มีการแบ่งการแข่งขันเรือพายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเรือมาด 9 ฝีพาย จำนวน 6 ทีม และประเภทเรือมาด 12 ฝีพาย จำนวน 8 ทีม รวมทั้งหมด จำนวน 14 ทีม

พร้อมพิธีมอบถ้วยรางวัล และเงินรางวัลรวมเกือบสี่หมื่นบาท ให้กับทีมที่ชนะการแข่งขัน โดยการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนานทั้งผู้เข้าแข่งขันเรือและกองเชียร์ทั้งฝั่งคล

นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู เผยว่า กิจกรรมเรือพายพื้นบ้านของทางเทศบาลบางปู เริ่มต้นจากชุมชนที่มีภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดน้ำ และมีชาวบ้านเริ่มแข่งกันเองก่อนมาหลายปี ทางเทศบาลจึงได้เสนอไปยังจังหวัด เพราะเทศบาลเห็นถึงความสำคัญและความรัก ความสามัคคี โดยจะจัดใกล้เทศกาลปีใหม่ ของทุกปี ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งพิชิตหัวเขาถ่าน ปี 2568” คึกคัก นักวิ่งทั่วสารทิศร่วมทดสอบพลังใจ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 “พิชิตเขา ชมทะเล ไหว้เสด็จเตี่ย ที่ชุมพร เมืองธรรมชาติแห่งการวิ่งและการท่องเที่ยว” “มาเที่ยวชุมพร สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเลจากยอดเขา สัมผัสเสน่ห์เมืองสงบ เรียบง่าย และอบอุ่น ผ่านกิจกรรมกีฬาที่เชื่อมโยงวิถีชุมชนอย่างลงตัว”

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2567 จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “วิ่งเทิดพระเกียรติ พิชิตหัวเขาถ่าน ชุมพรมินิมาราธอน เทิดพระเกียรติ กรมหลวงชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีนักวิ่งจากหลายพื้นที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร เพื่อเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพของจังหวัด

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นการผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมพร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณหาดอรุโณทัย ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ไปสิ้นสุดที่ยอดเขาหัวเขาถ่าน ตำบลท่าหิน อำเภอสวีฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร รวมถึงประเภทนักเรียนในพื้นที่ เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ไปเข้าเส้นชัยบนยอดเขาหัวเขาถ่านเช่นเดียวกัน

ตลอดเส้นทางการแข่งขัน นักวิ่งได้สัมผัสความสวยงามของถนนเลียบชายฝั่งทะเล ผสานความท้าทายของเส้นทางเนินสลับทางราบ และช่วงไฮไลต์ก่อนเข้าเส้นชัยที่ต้องพิชิตทางขึ้นเขาหัวเขาถ่านซึ่งมีความลาดชันถึง 60–70 องศา ถือเป็นบททดสอบทั้งกำลังกายและพลังใจ ก่อนขึ้นไปสักการะพระรูปกรมหลวงชุมพร ณ ศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพร บนยอดเขา พร้อมชมทัศนียภาพทะเลอันงดงามยามเช้า

บรรยากาศการแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสามัคคี โดยเฉพาะการเข้าร่วมของนักเรียนจากโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา และโรงเรียนสวีวิทยา รวมถึงนักวิ่งสมัครเล่นและนักวิ่งสายท้าทายจากหลายจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดชุมพรในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้กิจกรรมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 2568เวลา 10.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม
(ประธานการประชุม)พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วยพ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ธนากฤติ เนตรเกื้อกูลรอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลครามรอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี
พ.ต.ท.หญิง เบญญาภา เภสัชชารอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.ท.พนม ประทุมแสงสวป.สภ.สามพรานพ.ต.ต.วีระพล ขาวซูริจันทร์สว.(สอบสวน)ฯ

ปฏิบัติหน้าที่ หน.จร.สภ.โพธิ์แก้วสว.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในสังกัด ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ
“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สร้างจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และปลูกฝังน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย

ในการประชุมได้มีการหารือแนวทางการดำเนินโครงการ แผนการประชาสัมพันธ์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ และมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้ สามารถลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้อย่างยั่งยืน

ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.นครปฐม
ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดรางหมัน จัดอุปสมบทนาคหมู่ 64 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

แชร์เนื้อหานี้

วัดรางหมัน จัดอุปสมบทนาคหมู่ 64 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 และถวายเป็นกตัญญูกตเวทิตาแด่ พระราชมงคลวชิราคม ( หลวงปู่แผ้ว ปวโร)

ที่วัดรางหมัน จัดพิธีอุปสมบทนาคหมู่จำนวน 64 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม

ราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในรัชกาลที่ 10 โดยมี . นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานพิธีอุปสมบทนาคหมู่จำนวน 64 รูป

โดยอุปสมบทเป็นระยะเวลา 9 วัน ณ วัดประชาราษฎร์บำรุง (รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นำโดยสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน

หัวหน้าส่วนราชการอำเภอกำแพงแสน และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกันบรรยากาศงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย สงบ และเปี่ยมด้วยศรัทธา ตั้งแต่ขบวนแห่นาค พิธีภายในพระอุโบสถ

จนถึงการประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)

ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มธรรมและที่พึ่งทางจิตใจของศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย พร้อมกันนี้ ยังเป็นการถวายเป็น พระราชกุศล
แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกด้วย

นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้าแม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย

แชร์เนื้อหานี้

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี

สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้อง

ใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย”

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย

ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เนิน350ปราสาทตาควายกัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ

เดวิท โชคชัย รายงาน

แม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึดคลังแสงอาวุธเขมร บน เนิน 350–ปราสาทตาควาย กลางดึก ร่วมวางแผน วางกำลัง คุมพื้นที่ให้ได้แบบเด็ดขาด ขอบคุณกำลังพลทุกคน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเท้าขึ้นยอดเนิน 350 ปราสาทตาควาย เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ตรวจยึดได้

จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี และวางแผนการวางกำลังในพื้นที่ พร้อม ประเมินสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

พร้อมตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณกำลังพล พร้อมย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ ให้ได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยึดความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุดแม่ทัพเติ่งปราสาทตาควายเนิน350กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวโคราชจับมือเอกชน เดินหน้า “ชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ปลอดยาเสพติด / “ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.40 น. สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้เข้าปฏิบัติภารกิจตาม “โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ในพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) เขาใหญ่ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก โรงแรม Maison De Joy Villa Khao Yai เลขที่ 99/9หมู่ 2 บ้านใหม่สามัคคี ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการดำเนินกิจกรรมโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย ปลอดยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติฃ

พันตำรวจโท จิรพัฒน์ เขียวศิริ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว เป็นการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปัญหายาเสพติดในภาคการท่องเที่ยว โดยเน้นความร่วมมือจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ได้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานและลูกจ้างของสถานประกอบการในภาคการท่องเที่ยว จำนวน 3 แห่ง รวมประมาณ 15 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและพนักงานเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความตื่นตัวและความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพื้นที่เขาใหญ่

ทั้งนี้ สถานีตำรวจท่องเที่ยวฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารและบุคลากรของ Maison De Joy Villa Khao Yai ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

“ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน เสน่ห์จากความตั้งใจ และหัวใจของตำรวจยุคใหม่

นครราชสีมา – ท่ามกลางกระแสโซเชียลมีเดียที่มักหยิบยกภาพลักษณ์ “ตำรวจหญิงคนสวย” มาเป็นจุดสนใจ ชื่อของ ร.ต.อ.พัชรมณฑ์ ทองนำ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “ผู้กองมายด์” รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา คือหนึ่งในนายตำรวจหญิงที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและความน่าชื่นชมบนโลกออนไลน์ คือบทบาทหน้าที่ที่หนักหน่วงและความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนนับแสนคนในเมืองใหญ่แห่งอีสานบทบาทจริงของตำรวจจราจรหญิงในเมืองใหญ่

ผู้กองมายด์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา รับผิดชอบทั้งงานอำนวยการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุ รวมถึงการลงพื้นที่ภาคสนาม ดูแลความเรียบร้อยบนท้องถนนและให้บริการประชาชนในชีวิตประจำวัน
เธอเล่าว่า งานจราจรในเมืองใหญ่อย่างโคราชมีความท้าทายสูง ทั้งปริมาณรถที่หนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่หลากหลาย สิ่งสำคัญคือความอดทน การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และการสื่อสารที่เข้าใจประชาชนควบคู่กันไปตำรวจหญิงกับภารกิจที่ต้องใช้ทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนในฐานะตำรวจหญิง งานภาคสนามย่อมต้องใช้ความรอบคอบเป็นพิเศษ ทั้งด้านความปลอดภัยและการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ผู้กองมายด์มองว่านี่ไม่ใช่อุปสรรค กลับเป็นจุดแข็งที่สามารถใช้ความสุภาพ ความใจเย็น และการสื่อสารอย่างนุ่มนวลเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
หลายครั้ง เพียงการรับฟังด้วยความเข้าใจ ก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด และทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น

ขวัญใจโซเชียล กับความคาดหวังที่ต้องแบกรับกระแสในโลกออนไลน์ที่ทำให้เธอถูกยกให้เป็น “ตำรวจสวย ขวัญใจโซเชียล” ผู้กองมายด์มองในแง่บวกว่าเป็นกำลังใจในการทำงาน และเป็นโอกาสให้ประชาชนได้เห็นมุมการทำงานของตำรวจที่ใกล้ชิดมากขึ้นแม้จะยอมรับว่ามีความกดดันอยู่บ้าง เพราะต้องระมัดระวังทั้งการทำงานและการวางตัว แต่เธอก็ถือว่านี่คือแรงผลักดันให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับเครื่องแบบที่สวมใส่โซเชียลมีเดีย เครื่องมือสร้างความเข้าใจสำหรับผู้กองมายด์ โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่พื้นที่แสดงตัวตน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของตำรวจจราจร ทั้งการแจ้งข่าวสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และการให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร
สิ่งที่เธออยากสื่อสารกับประชาชนมากที่สุด คือการใช้ถนนอย่างมีวินัย เคารพกฎจราจร และตระหนักถึงความปลอดภัย เพราะอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ หากทุกคนร่วมมือกัน

ภาพจราจรโคราช กับปัญหาที่ต้องร่วมแก้ปัญหาที่พบได้บ่อยในเขตเมืองนครราชสีมา คือการจอดรถกีดขวางทาง การฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และการขับขี่ด้วยความประมาท โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ผู้กองมายด์ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า ขอให้เคารพกฎจราจร มีน้ำใจต่อกัน และไม่ประมาท เพราะความสูญเสียจากอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาทีตำรวจยุคใหม่ ในมุมมองของผู้กองมายด์เธอให้นิยาม “ตำรวจยุคใหม่” ว่าคือผู้ที่ทำงานอย่างโปร่งใส ทันสมัย เข้าใจประชาชน และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น คือความจริงใจ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจอยู่เคียงข้างเขาอย่างแท้จริงแรงบันดาลใจจากครอบครัว สู่เส้นทางชีวิตราชการแรงบันดาลใจในการเลือกอาชีพตำรวจของผู้กองมายด์ เริ่มต้นจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่อยากให้ลูกสาวมีอาชีพมั่นคง และเติบโตเป็นคนเข้มแข็งขณะเดียวกัน เธอเองก็มีความตั้งใจอยากเป็นผู้ให้

อยากดูแลความปลอดภัยของสังคม หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอยืนยันว่าจะเลือกเส้นทางนี้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดในจังหวะชีวิตนั้น และทุกวันที่ได้ช่วยเหลือประชาชน คือความภูมิใจของชีวิตราชการฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงรุ่นใหม่ผู้กองมายด์ฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงที่ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง ความสามารถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่อยู่ที่ความตั้งใจและความรับผิดชอบ
ตำรวจหญิงในยุคปัจจุบันต้องมีทั้งความเข้มแข็งทางจิตใจ วินัย ความเมตตา และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อก้าวให้ทันโลกและยืนหยัดในอาชีพอย่างภาคภูมิ

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.ประจวบฯ รุกหนัก! กวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ-กวดขันแรงงานเถื่อน ยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวรับธันวาคม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู ได้เป็นประธานปล่อยแถวระดมพลตามภารกิจของ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) โดยมี พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบฯ นำทีมชุดสืบสวน ผสานกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน, ภ.จว.ประจวบฯ และ กอ.รมน. เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด
หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่เข้าตรวจสอบคือ โครงการศิวนา ซอยหัวหิน 126 ตำบลหนองแกซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ผลการตรวจสอบพบแรงงานรวม 40 ราย แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 8 ราย เมียนมา 16 ราย และแรงงานไทย 16 ราย แม้ในจุดนี้จะไม่พบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้โอกาสนี้ “กำชับและป้องปราม” ไม่ให้มีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมอย่างเด็ดขาด

เปิดสถิติ 20 วันอันตราย: กวาดล้างจริง จับจริง
จากการสรุปผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 ธันวาคม 2568 ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โชว์ผลงานการจับกุมที่น่าสนใจ สะท้อนถึงการทำงานที่กัดไม่ปล่อย โดยมียอดผู้ต้องหารวมถึง 17ราย แบ่งเป็นคดีสำคัญดังนี้:
หลบหนีเข้าเมือง:** จับกุมได้ 5 ราย (กัมพูชา 4 ราย และเมียนมา 1 ราย)
คดีอาญาและภัยสังคม:* จับกุมผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาวุธปืน 2 ราย และการพนันออนไลน์ 1 ราย

  • การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง: ความผิดตามมาตรา 38 (การไม่แจ้งที่พักอาศัย) 1 ราย และมีการเพิกถอนสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร 1 ราย (สัญชาติกัมพูชา)
    ผลงานชิ้นโบแดง:การตามรวบตัวบุคคลตาม “หมายจับ” ได้ถึง 7 ราย ซึ่งมีหมายติดตัวรวมกันถึง 14 หมาย นับเป็นการขจัดเนื้อร้ายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
    การเดินหน้ากวดล้างอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงชาวเมืองประจวบฯ ทุกคน ว่าเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง
    พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู กล่าวว่า การตรวจสอบจะยังคงเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของแรงงานต่างด้าวและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่พำนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาว

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดทัพกู้ภัยทางทะเล! ยกระดับ ชูโมเดลบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก จัดกิจกรรมซ้อมแผนบริหารความเสี่ยงและแผนบูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ทั่วไป แต่เป็นการวางระบบมาตรฐานสากลที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการเชื่อมโยงโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการกู้ชีพกู้ภัยต้องครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว (First Response)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะวิกฤต ไปจนถึงระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางบกและทางน้ำที่มีความซับซ้อน ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันและปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ นายประทีปยังได้ระบุถึงโครงสร้างการสั่งการที่ชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตในพื้นที่จริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์และประธานการบัญชาการด้วยตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีเอกภาพ และลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Screenshot

สำหรับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุทางทะเลที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.),

กองบิน 5, สถานีตำรวจน้ำปราณบุรีและบางสะพาน, กรมเจ้าท่า, และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งการรวมตัวกันของสรรพกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยาวชายฝั่งติดทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมิต่อเพียงแค่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมในระดับสูงสุดที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Screenshot

การบูรณาการองค์ความรู้ อุปกรณ์กู้ภัยที่ทันสมัย และกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกการเดินทางมาเยือนชายหาดและท้องทะเลในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

Screenshot

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมใหญ่สามัญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทย เขต1 มุกดาหาร เพื่อรับฟังความคิดเห็น สรรหา ผู้สมัคร สส.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 12.00น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และคณะกรรมการบริหารสาขาพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะเม็ง ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จัจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัมมนาให้ความรู้สมาชิกพรรค และประชาชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่สมาชิกพรรคการเมือง

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 116 คน โดยมี นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และ นายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง
สนง.กกต.จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์อบรมให้ความรู้กฎหมายเลือกตั้ง ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป

2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน

4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทยเขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และ สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เข้าร่วมการประชุม Primary Vote เพื่อพิจารณาและให้การรับรอง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเสรีรวมไทย ตามกระบวนการประชาธิปไตย

ภายในพรรคอย่างโปร่งใส และมีส่วนร่วมจากสมาชิก มีความคิดเห็นตรงกันให้ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร พรรคเสรีรวมไทย 110 คะแนน และนายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)

การประชุมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรค ได้ร่วมแสดงเจตจำนงในการคัดเลือกผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะเป็นตัวแทนของพรรคในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.นำคณะสื่อมวลชน 18 จ. ภาคเหนือ ศึกษาดูงาน สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 และนำผ้าห่มไปมอบให้กับนักเรียน รร.วัดหนองหล่ม จ.ลำพูน

แชร์เนื้อหานี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) นำโดย นายพลกร บุญห่อ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน นางศิริพร แรย์-โคแกส์ วิศวกรระดับ 10

กองบริหาร ฝ่ายปฎิบัติการภาคเหนือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ฯ นำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด ศึกษาดูงาจสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน

สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 เป็นสถานีไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ (kV) เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Switchgear: GIS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อย และอาคารควบคุมมีความปลอดภัยสูง จ่ายไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 2 จ.ลำพูน สถานีไฟฟ้าแรงสูงเชียงใหม่ 2 และ 3 สถานีไฟฟ้าแรงสูงจอมทอง จ.เชียงใหม่

รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงห้างฉัตร สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 และ 4 จ.ลำปาง นับเป็นศูนย์กลางระบบไฟฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงของการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนื

ต่อจากนั้นนำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด เดินทางไปมอบผ้าห่ม ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองหล่ม หมู่ 8 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน จำนวน 100 ผืน

ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่โดยรอบของสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน โดยทาง คณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ. มองเห็นความสำคัญ ของชุมชนต้องอยู่ร่วมกันได้แบบอบอุ่น

จึงจัดโครงการเยี่ยมเยือนชุมชนดังกล่าว/ข่าวนิวัตร ธาตุอินจันทร์/ภาพร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ครั้งที่ 1/69

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) โครงการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร (ระบบส่งเสริมการเกษตร) ขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีหัวหน้ากลุ่ม เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกอบด้วยหัวข้อ ดังนี้

1. การส่งเสริมระบบเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : เกษตรไม่เผา 3R Model ผลักดันการทำการเกษตรแบบ Re-Habit, Replace with High value crops, Replace with Alternate crop ส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และจัดการฟางข้าวอย่างยั่งยืน
2. การจัดทำข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นรายอำเภอ
3. กระบวนการพัฒนานักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสู่ MR.พืช น่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลสามง่ามจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ งบประมาณปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม เทศบาลตำบลสามง่าม โดย กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี นายภูวเดช จันทร์สนธิ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธานในการจัดโครงการ พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์

ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายราชการ และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมโครงการ โดยมีการส่งมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับการจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพตา, ตรวจวัดสายตา, และตัดประกอบแว่นสายตา รวมถึงส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสามง่ามมีผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 518 ราย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอ.ธรรมนัส เปิดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซน อ.เวียงชัย เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ–วัฒนธรรมริมหนองหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

โซนอำเภอเวียงชัย ภายใต้แนวคิด “นทีศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของสวนสาธารณะหนองหลวง บ้านปง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย

ภายในพิธีเปิดมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชนในพื้นที่

ด้าน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม

ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะพื้นที่ หนองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย

ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ ที่ผ่านมา อบจ.เชียงรายได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ฟื้นฟูและพัฒนาหนองหลวงอย่างเป็นระบบ

ทั้งด้านการจัดการน้ำ สิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ จนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม และพร้อมต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569

ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวอย่างตระการตา

การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การประดับตกแต่งภูมิทัศน์ริมหนองน้ำ การล่องเรือชมธรรมชาติ การแสดงน้ำพุดนตรีประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์

รวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประติมากรรม “แม่หม้าย” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของหนองหลวงได้อย่างลึกซึ้ง

การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการฟื้นฟูหนองหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

และขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” พร้อมปลุกความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมสัมผัสความงดงามของดอกไม้ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ในงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย มาสัมผัสเสน่ห์เชียงราย เมืองแห่งศรัทธาและความงดงาม ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ / เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแห่ชม-ให้อาหาร นกนางนวล ที่ ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ใกล้กรุงเทพ

แชร์เนื้อหานี้

ก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวแห่ชม-ให้อาหารนกนางนวลที่ตากอากาศบางปู เที่ยวบางปูใกล้กรุงเทพ
ภาพบรรยากาศในช่วงเย็นของก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่มีนักท่องเที่ยว ทุกเพศ ทุกวัย ที่เดินทางมาชมและให้อาหาร / นกนางนวล / ที่อพยพบินหนีหนาวมาจาก

แถบมองโกเลีย ทิเบต ไซบีเรีย และประเทศจีน มาหากินอยู่บริเวณชายทะเลอ่าวบางปู โดยพบนกนางนวลมากที่สุดอยู่ที่ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่ง / นกนางนวล / จะบินหนีหนาวมาอย่างนี้ทุกปี ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนเมษายน ก่อนที่จะบินกลับในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม

โดยช่วงเย็นวันนี้ ( 19 ธันวาคม 68 ) ก่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์ อาทิตย์ มีนักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ และ จังหวัดใกล้เคียง พาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก โดยที่บริเวณ / สะพานสุขตา /

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก บางคนมาถ่ายรูปนก บางคนมาให้อาหารนก ท่ามกลางนกนางนวลกว่าหมื่นตัว ที่บินอวดโฉมไปมา ในยามที่พระอาทิตย์ใกล้จะพ้นขอบฟ้า โดยบริเวณกลางสะพานจะมีอาหารนกจำหน่ายในราคาย่อมเยา แต่ที่แปลกกว่าที่อื่น คือ นกที่นี้กินกากหมู

สำหรับการเดินทางมาที่ตากอากาศบางปู สามารถมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้โดยปักหมุดที่ 164 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีที่จอดรถให้บริการ หรือ จะมาด้วยรถสาธารณะ

ก็มีให้เลือก 2 วิธี คือ ขึ้นรถเมล์สาย 145, 511 หรือ ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเคหะสมุทรปราการ แล้วต่อรถสองแถวใต้สถานี สาย 36 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาทีก็จะถึง โดยข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งจะพบกับสถานตากอากาศบางปู


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. คิกออฟ “One Region – One Province – One Hospital” จ.นราธิวาส มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพชายแดนใต้ ให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดพิธี Kick off “One Region – One Province – One Hospital” จังหวัดนราธิวาส โดยมี นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่เข้าร่วมนายแพทย์ศักดา กล่าวว่า นโยบาย “One Region – One Province – One Hospital” เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ ผ่านการบูรณาการการทำงานของหน่วยบริการทุกระดับ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีบริบทเฉพาะด้านภูมิศาสตร์ การเข้าถึงบริการ และความหลากหลายของประชากร การพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็น

โดยจังหวัดมีความพร้อมทั้งโครงสร้างเครือข่ายและศักยภาพบุคลากร สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพใกล้บ้านมากยิ่งขึ้นนายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นโครงการของเขตสุขภาพที่ 12 ภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งในเขตสุขภาพมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยไปในทิศทางเดียวกันโดยสาเหตุที่เลือกจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น และได้รับบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เครื่องมือแพทย์ หรือสถานที่ เช่น การใช้หอผู้ป่วยวิกฤต หรือไอซียูร่วมกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์เท่านั้นขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะระบบการส่งต่อ ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนเองก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น บางโรคเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แล้ว หากอาการดีขึ้นก็สามารถส่งกลับไปให้โรงพยาบาลชุมชนดูแลต่อใกล้บ้านได้อย่างมั่นใจ เพราะมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

โครงการนี้จึงครอบคลุมทุกมิติของการดูแลประชาชนอย่างแท้จริง ผมได้สอบถามท่านผู้ตรวจราชการฯ ว่าได้ดำเนินการในจังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงนั้นเกิดอุทกภัยพอดี จึงมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ผู้บริหารทุกท่านได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เห็นภาพการทำงานจริง และสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อในจังหวัดของตนเอง ภายใต้การนำของท่านผู้ตรวจราชการสำหรับความแตกต่างของระบบนี้จากเดิม สิ่งแรกคือสามารถลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้ เพราะศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือข่ายเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือ เมื่อมีการพูดคุยและใช้ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลดีขึ้น และสุดท้ายคือกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยจะง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น”

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนและการใช้ระบบเครือข่ายบริการสุขภาพของจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสาขาทารกแรกเกิด โรงพยาบาลชุมชนสามารถรับผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่สาขาโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าอัตราการเข้าถึงระบบ Stroke Fast Track เพิ่มขึ้น และการส่งต่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนเพิ่มจากร้อยละ 12.20 เป็นร้อยละ 45.10

นอกจากนี้ ยังมีการจัดระบบกระจายสูติแพทย์ให้รับผิดชอบ 1 คนต่อ 1 อำเภอ และออกตรวจการฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูงครบทุกอำเภอ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่และลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็นทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเปิดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการทำงานจริงในพื้นที่ อาศัยความร่วมมือและการทำงานแบบเครือข่ายของทุกภาคส่วน เพื่อให้แนวคิด “One Province – One Hospital” เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และตอบโจทย์ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสอย่างแท้จริง
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาฯรมว.กระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม รวมพลัง รักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ” Quick Big Win รักษาความปลอดภัย(ชรบ.)

แชร์เนื้อหานี้

18 ธันวาคม 2568 นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ” Quick Big Win ของชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) “เกิดมาตอบแทนพระคุณแผ่นดิน”โดยมีนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยร่วมพิธีเปิดโดยมีนายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัยกล่าวต้อนรับและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการกิจกรรมฯในงานมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้ มีการร้องเพลงมาร์ช ชรบ และกล่าวร่วมส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า”ศรีสัชนาลัยส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าสู้ๆๆมีการร้องเพลงชาติไทย

แสดงพลังความรักชาติ กิจกรรมแสดงการฝึกระเบียบแถวฝึกการตรวจค้นการตั้งด่านของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ)อนึ่งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)เป็นประชาชนจิตอาสา เสียสละทำหน้าที่ดูแล ความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน ทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครองและรักษาความสงบ เรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ. 2551 โดยมีภารกิจหลัก ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย การตรวจลาดตระเวน การสืบสวนหาข่าว การป้องกันบรรเทาสาธารณภัยการป้องกันปราบปราม การกระทำผิดทางอาญา โดยเฉพาะขณะนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศนโยบายการแก้ไข ปัญหายาเสพติด

โดยใช้ชื่อปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ” Quick Big Win ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ ในการป้องกันและปราบปรามแก้ไข ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็น การประชาคม การ Re X-Ray การสร้างกฎชุมชน การดำรงความเข้มแข็งของหมู่บ้าน โดยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ต้องออกตรวจตรา รักษาความสงบและป้องกันปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพ ป้องกันการกระทำผิดทางกฎหมาย อำเภอศรีสัชนาลัย จึงได้กำหนดจัดกิจกรรม “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบบูรณาการ” Quick Big Win ของชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ดั่งคำปฏิญาณที่ว่า “เกิดมาตอบแทนพระคุณแผ่นดิน” เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ และส่งเสริมให้ ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

ในการปฏิบัติ หน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง ตาม นโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5″ ขอให้ผู้บังคับบัญชามั่นใจได้ว่า ชรบ.จะปฏิบัติหน้าที่ พิทักษ์ส่วนหลังให้แนวหน้าอย่างเข้มแข็ง และเป็นรั้วในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ของหมู่บ้าน ทางด้าน นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความชื่นชมต่อการทำงานของ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน และจะสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจาก ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อันนำไปสู่ สังคมที่ปลอดภัยในทุกมิติและ ขอให้ท่านมั่นใจว่ากรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการสนับสนุนดูแลการปฏิบัติงานของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้ดีที่สุด

ชรบ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจ ของ กรมการปกครองในการรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงภายในประเทศให้บรรลุผล สัมฤทธิ์ เนื่องจากชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นราษฎรที่มีจิตอาสาที่อยู่ในหมู่บ้านที่ มีความรัก ความห่วงใยมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อหมู่บ้าน และชุมชนของตนเอง อันสะท้อน ให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของราษฎรในการมีส่วนร่วมกับภาครัฐเพื่อสร้างหมู่บ้านเข้มแข็ง ปลอดภัย และน่าอยู่ ดั่งคำปฏิญาณที่ว่า“เกิดมาตอบแทนพระคุณแผ่นดิน”นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว หลังจากนั้นนายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะได้มอบชุดปฏิบัติการเสื้อกั๊กให้กับ ชรบ 550 นายที่มาร่วมงาน
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยม งานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุม อาคารสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ผู้แทนนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ องคมนตรี รับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อีกทั้งผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 5 คณะ

ตลอดจนการขับเคลื่อนกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย รับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาท้องถิ่นแก่ชุมชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสมุทรสาครให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพบผู้นำนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา นายกองค์การนักศึกษา และนายกสโมสรแต่ละคณะ

จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านสุขสบาย ตำบลลำเหย อำเภอตอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

ไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน โดยบูรณาการการทำงานใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการจุลินทรีย์และสารสกัดจากพืชเพื่อการผลิตกระชายแบบชีววิธี

เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่า ณ พื้นที่ตำบลลำเหย 2. ด้านการศึกษา ดำเนินโครงการพัฒนาผู้บริหาร ครูประจำการ ครูพี่เลี้ยงศิษย์เก่า โรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU MODEL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครปฐม 3. ด้านสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก :

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการจัดตั้งและส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ นำไปสู่การพัฒนาด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ณ พื้นที่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการการเตรียมการเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน : การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในชุมชน ณ พื้นที่ชุมชนชนสุขสบาย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนเขตพื้นที่บริการ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ผ่านหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม จัดกิจกรรมอบรมภายใต้ “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 2/2569” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกฝังค่านิยมอันดีงามให้แก่เยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมดำเนินกิจกรรมอบรม โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

นายวุฒิไกร คำแฝง ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หน.ส.จว.บึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ ความเคารพ เทิดทูน และการร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงสร้างความตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ร่วมกันรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย พร้อมเชิญชวนเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสอดส่องดูแลความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยเน้นการสร้างเครือข่ายเยาวชนและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าว/ภาพ : ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีวันอาภากร เทิดพระเกียรติ “เสด็จในกรม” อย่างสมพระเกียรติ ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองชุมพร จัดพิธีทางศาสนาและพิธีบวงสรวง เนื่องในงานวันเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 145 ปี

ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ (สวนสาธารณะเทศบาลเมืองชุมพร) อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน ชุมชน กลุ่มองค์กรต่าง ๆ และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในช่วงเช้า เวลา 08.30 น. ได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยพระภิกษุสงฆ์ คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนการงาน แขกผู้มีเกียรติ ชุมชน และประชาชน พร้อมกัน ณ บริเวณปะรำพิธี นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ประธานในพิธี

เดินทางมาถึงปะรำพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเครื่องทองน้อย จากนั้นประธานสงฆ์ให้ศีล รับศีล พระสงฆ์ประกอบพิธีทักขิณานุปทาน สดับปกรณ์ ก่อนที่ประธานและผู้มีเกียรติจะถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา และประธานกรวดน้ำรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคล

ต่อมาในเวลา 11.00 น. เป็นพิธีบวงสรวง โดยหน่วยงาน ชุมชน และกลุ่มต่าง ๆ ถวายพานพุ่มดอกกุหลาบแด่พระอนุสาวรีย์เสด็จในกรม ประธานในพิธีจุดเทียนชัยและจุดธูปเทียนบวงสรวง พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงดวงพระวิญญาณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

จากนั้น นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้กล่าวคำถวายสดุดีเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณในฐานะ “องค์บิดาแห่งราชนาวีไทย” ผู้ทรงวางรากฐานกิจการทหารเรือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ก่อนจะมีการจุดประทัดจำนวน 6,000 นัด และชมการแสดงรำถวายจากคณะครู พนักงาน และกลุ่มต่าง ๆ สังกัดเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมร่วมร้องเพลง “ดอกประดู่” และเพลง “เดินหน้า” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การจัดงานวันอาภากรในครั้งนี้ นับเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และการน้อมรำลึกถึงพระคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของเสด็จในกรม ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญา เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละสืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จ.ลพบุรี ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล ปรับภูมิทัศน์ในชุมชน ทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ตามโครงการ “จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ณ วัดหัวดง หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี “

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

โดยมีข้าราชการตำรวจ และกต.ตร. สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเกตุ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ตำบลคลองเกตเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว 200 คน

ด้วยทั้งนี้จังหวัดลพบุรี ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำบริการด้านต่างๆ ของส่วนราชการในระดับจังหวัดไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ และเป็นการพบปะระหว่างผู้บริหารของจังหวัดกับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างกัน ตามแผนการดำเนินการโครงการฯ

ในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2558 ที่จะถึงนี้ ณ บริเวณลานวัดหัวดง ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับสึกพระเสพยาบ้า! ปค.นิคมคำสร้อย ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด หลอกยืมเงินชาวบ้านกว่าแสน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย นำโดย นายธีรวัฌน์ หมีคำ

พร้อมด้วยสมาชิก อส. อำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากสายลับและการร้องเรียนของชาวบ้าน กรณีพระสงฆ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมภายในที่พักสงฆ์บ้านอุ่มไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจสอบ พบ พระวิชัย สีลเตโต อายุ 40 ปี มีพฤติกรรมหลอกยืมเงินชาวบ้านจำนวน 2 ราย รวมเป็นเงิน 120,000 บาท อีกทั้งมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็น

เจ้าพนักงานตามอำนาจหน้าที่ และขออนุญาตตรวจปัสสาวะเบื้องต้น ผลปรากฏเป็นบวกพบสารเมทแอมเฟตามีน โดยพระรูปดังกล่าวยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง โดยมียุวชนในหมู่บ้านนำมาให้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปให้เจ้าคณะตำบลกกแดงดำเนินการสึก และส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการกู้ยืมเงิน ผู้นำหมู่บ้านและคณะ

กรรมการหมู่บ้านได้นำผู้เสียหายทั้ง 2 ราย มาทำสัญญากู้เงิน โดยตกลงชำระคืนภายในวันที่ 7 มกราคม 2569 ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงอำเภอนิคมคำสร้อยจะติดตามความคืบหน้าและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

สึกพระเสพยาบ้า #ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย #ข่าวมุกดาหาร #ยาเสพติด #หลอกยืมเงิน #ความมั่นคงชุมชน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองโคราช ประชุมขับเคลื่อนงานมั่นคง–ย้ำตำรวจทำงานเชิงรุก ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรมโคราชโฮเต็ล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือน

เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ด้านความมั่นคง และขับเคลื่อนนโยบายการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้มีคณะผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พ.ต.ท.หญิง วิสาสิริ เกียรติวิลัย (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา, พ.ต.ท.ไพศาล ปันเร็ว รองผู้กำกับการ (สอบสวน), พ.ต.ท.อธิสรรค์ โพธิ์ศรี รองผู้กำกับการจราจร, พ.ต.ท.ยุทธพงษ์ โคขุนทด รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม และ พ.ต.ท.ณพสรรค์ เพชรสมพานต์ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) พร้อมด้วยหัวหน้างานฝ่ายต่าง ๆ อาทิ งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน งานสอบสวน งานจราจร และงานธุรการ

ในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานในรอบเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์อาชญากรรม ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำตัวข้าราชการตำรวจที่มาดำรงตำแหน่งใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความพร้อมในการทำงานร่วมกัน

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ได้เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติงานตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และการทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา

ตอนท้ายของการประชุม ประธานได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกนายยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการทำงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ทำงานเป็นทีม เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ชวนคนรักสุขภาพเตรียมความพร้อมรับปีใหม่แบบไร้กังวล

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เดินหน้าสร้างสังคมสุขภาพดี จัดกิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปี “Healthy & Delight Celebration ฉลองปีใหม่ ตามสไตล์คนรักสุขภาพ” ระดมทีมสหสาขาวิชาชีพเปิดวงเสวนาให้ความรู้ และบริการตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้รับเกียรติจาก คุณภารดี อาจสมิติ ผู้อำนวยการสายงานการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ด้วยในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจึงมุ่งเน้นที่จะรณรงค์ให้ประชาชนสนุกกับการเฉลิมฉลองไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดี จึงได้จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ขึ้น เพื่อส่งมอบเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเชิญชวนตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี กับกิจกรรม Health Expo 2026 ถึง 31 ธันวาคมนี้ ที่ ล๊อบบี้ อาคารอี เวลา 10.00 – 15.00 น.

ภายในงานได้รับความสนใจอย่างมากกับไฮไลท์ Health Talk ในหัวข้อ “ฉลองปีใหม่ไร้กังวล ปรับโหมดชีวิต พิชิตเบาหวาน” ซึ่งเป็นการระดมทีมจากทีมสหสาขาวิชาชีพ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริง ประกอบด้วย
ทศม.กชพร ประเสริฐ (นักทัศนมาตร)
ภก.เมธาวิน แก้วกัลยา (เภสัชกร)
พว.ปภาวี มณีรัตน์ (พยาบาลวิชาชีพ)
คุณนาเดีย ศรีอดุลย์พันธุ์ (นักกำหนดอาหาร)
คุณเกียรติศักดิ์ กลิ่นโพธิ์ (นักวิทยาศาสตร์การกีฬา)

นอกจากสาระความรู้บนเวทีแล้ว บริเวณงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิHealth Screening: บริการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคฟรี! ทั้งการตรวจสุขภาพตา คัดกรองความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และสิทธิพิเศษสำหรับ 200 ท่านแรก รับบริการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Health Station: สถานีความรู้ที่เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเลือกทานอาหารช่วงเทศกาลที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ, ท่าออกกำลังกายสั้นๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังมื้อหนัก และการดูแลสายตาจากแสงสีในช่วงปีใหม่Wellness Market: ตลาดนัดสุขภาพที่คัดสรรผลิตภัณฑ์ทางเลือก (Low GI / Sugar-Free) และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล พร้อมรับคำปรึกษาเรื่องวิตามินที่จำเป็นโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ

“เราอยากให้ทุกคนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความมั่นใจและมีพลัง การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจการปรับตัวที่เหมาะสม งานในวันนี้จึงเป็นเสมือนคู่มือมีชีวิตที่จะช่วยให้ทุกคนฉลองปีใหม่ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน”

พร้อมกันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ขอเชิญชวนผู้รักสุขภาพ เข้าตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 15.00 น. และได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการตรวจสุขภาพเชิงลึก ด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพลดกว่า 70% ให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมต้อนรับปีใหม่ ด้วยสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จาการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน สมาคมครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา

ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ในระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนและพัฒนาตนเองและทีมให้เข้มแข็งในด้านกีฬา

มีโอกาสออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจอันเข้มแข็ง และมีน้ำใจของนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ

ในพิธีปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายปรีชา สุขรอด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลแก่นักกีฬา

โดยมี นายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวสรุปผลการดำเนินจัดการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ คุมเข้มขนส่งน้ำมันชายแดน พบส่วนหนึ่งย้ายมาจากด่านช่องเม็ก หลังถูกห้ามส่งออก ก่อนส่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 แทน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายวรญาณ บุญณราช วรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.วุฒิชัย สุคนธวัฒน์ วุฒิชัย สุคนธวัฒน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภาย

ในจังหวัดมุกดาหาร และนางกนกวรรณ สุขศิริ กนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ร่วมตรวจสอบรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 จากจังหวัดมุกดาหารไปแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ณ บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร

จากการตรวจสอบพบว่า รถบรรทุกน้ำมันที่มีการส่งออกผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารตามปกติมีจำนวน 18 คัน รวมปริมาณน้ำมันทั้งสิ้น 720,000 ลิตร แยกเป็นหจก.น้ำเพชรมุกดาหาร (ปตท.) ต้นทาง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ปลายทาง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จำนวน 8 คัน รวม 320,000 ลิตร

บริษัท เอสบีเอ็ม อินเตอร์ จำกัด (บางจาก) ต้นทาง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ปลายทาง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จำนวน 8 คัน รวม 320,000 ลิตรบริษัท ปัทมวัชร การปิโตรเลียม จำกัด (บางจาก) ต้นทาง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ปลายทาง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จำนวน 2 คัน รวม 80,000 ลิตร

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบรถบรรทุกขนส่งน้ำมันจำนวน 15 คัน ซึ่งย้ายเส้นทางมาจาก ด่านศุลกากรช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ภายหลังถูกห้ามไม่ให้ส่งออกในพื้นที่ดังกล่าว และ

เปลี่ยนมาใช้เส้นทางด่านพรมแดนมุกดาหารแทน โดยมีปลายทางเป็นนครปากเซ แขวงจำปาศักดิ์ และแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว รวมปริมาณน้ำมัน 637,000 ลิตร แยกเป็นน้ำมันเบนซิน 237,000 ลิตร และน้ำมันดีเซล 400,000 ลิตร

โดยการตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามมาตรการคุมเข้มตรวจสอบการส่งออกน้ำมันเชื่อเพลิงและ ยุทธ์ภัณฑ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีความเคลื่อนไหวที่เข้าข่ายผิดปกติหรือไม่

มุกดาหาร #ตรวจเข้มชายแดน #รถน้ำมัน #ด่านช่องเม็ก #สะพานมิตรภาพไทยลาว #ศุลกากรมุกดาหาร #ข่าวชายแดน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภ.จว.ประจวบ”ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม” สร้างความเชื่อมั่นปีใหม่ 2569/นานาชาติแสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติ 1,226 คนในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ ลานสุขแสวง หน้าอาคารที่ทำการ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2569

ขานรับนโยบายเชิงรุก ปราบปรามทุกมิติ การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขานรับนโยบายจากสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะปัญหาที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น เช่น การประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย ปัญหายาเสพติด การแข่งรถในทางสาธารณะที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มักฉวยโอกาสในช่วงหยุดยาว เพื่อรักษาสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

พร้อมผนึกกำลัง “ประจวบฯ ทีม” พาหนะครบมือ ความพิเศษของภารกิจนี้คือการบูรณาการกำลังพลจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบตามแผนผังการจัดแถว ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ. ต่างๆ ในสังกัด อาทิ สภ.สามร้อยยอด, สภ.สามกระทาย, สภ.บ้านยางชุม, สภ.กุยบุรี, สภ.อ่าวน้อย, สภ.เมืองประจวบฯ, สภ.คลองวาฬ และ สภ.ห้วยยาง ทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวง, ตำรวจท่องเที่ยว, ตม., ตำรวจสันติบาล, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) รวมถึงฝ่ายปกครอง โรงพยาบาล และมูลนิธิต่างๆ โดยมีการระดมพาหนะทั้งรถยนต์สายตรวจ สภ.ละ 2 คัน รถตู้ และรถจักรยานยนต์ เพื่อกระจายกำลังเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ส่งสัญญาณ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” พร้อมดูแล 24 ชั่วโมง ในพิธีดังกล่าว พ.ต.อ.บุญธรรม เย็นจิตร ผกก.ฝอ.ฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การปฏิบัติงาน ก่อนที่ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง จะให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมลั่นสัญญาณปล่อยขบวนรถปฏิบัติการออกสู่พื้นที่ เพื่อยืนยันว่าตำรวจประจวบคีรีขันธ์และภาคีเครือข่ายพร้อมดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด ให้เทศกาลแห่งความสุขปีนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติ 1,226 คนจาก 32 ประเทศทั่วโลก ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้มีบัณฑิตระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 1,226 คน จาก 32 ประเทศทั่วโลก

พิธีการสำคัญเริ่มต้นด้วยการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ดร. อภิเทพ แซ่โค้ว (รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัย) ได้นำคณะทูตประจำประเทศไทย คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ ศิษย์เก่า และบัณฑิตทุกระดับชั้นร่วมแสดงความอาลัย พร้อมกล่าวน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาและสร้างความร่วมมือระดับสากล

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้ง มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรภายใต้แนวคิด “Empower Graduates: Global Graduation, Global Change” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นว่าบัณฑิตจากแสตมฟอร์ดจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมด้วยความรู้ ความสามารถ และมุมมองสากล ตามพันธกิจ “4-I” ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย Internationality (การเสริมสร้างความเป็นนานาชาติผ่านสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมและการเรียนรู้ที่หลากหลาย), Industrial linkages (การเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม), Innovation (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์), และ Integrity (การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม) เพื่อหล่อหลอมบัณฑิตให้มีความพร้อมในการก้าวสู่โลกยุคใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทยและประชาคมโลก

พิธีประสาทปริญญาบัตรในครั้งนี้ ได้มีการมอบ “รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น” (Distinguished Alumni Award) ให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบัณฑิตใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิษย์เก่าดีเด่นจากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ ได้แก่ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , คุณชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวหินสาร จำกัด , คุณสวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสาคร , คุณสุทธิกานต์ วัชระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เติมเต็ม พร็อพเพอเซอร์วิส จำกัด , และ คุณจันทิมา เจียงวิลาวัณย์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จัน เจียง ฟู้ดส์

นอกจากนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ ในปีนี้ อาทิ คุณจินตนา เหมไอยรา รองนายกเทศมนตรีตำบลบางแพ จังหวัดราชบุรี, พันตำรวจตรีสารัช เภาศรี สารวัตร(สอบสวน) สภ.แก่งกระจาน จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต MPA, และ คุณระวิยา ไชยสวัสดิ์ CEO บริษัท ระวิยา แลนด์แอนเฮ้าส์ จำกัด หัวหิน เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA เป็นต้น
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781