เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์กอ.รมน.สมุทรสาคร.จับกุมแรงงานต่างด้าว 140 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พ.อ.สมเกียรติ นุตะวณิช จังหวัดสมุทรสาคร(ท) พันโท ธีระพงษ์ นามสละ หัวหน้าฝ่ายการข่าว ร้อยตรีทิติพงษ์ เรียงรวมหัวหน้าชุด ชรต. 105 ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตมจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมบูรณาการจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 140 คนโดยพฤติกรรมมีรายงานต่างด้าวรับรอบทำงาน

โดยผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา98 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าวพ.ศ 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ 2561 ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจโกดังขนถ่ายสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืดอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

พบเป็นโรงงานคัดแยกพัสดุสินค้าภายในบริเวณโกดังดังกล่าวตรวจพบแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดงจำนวน 128 คนโดยเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นาย วุฒิชัย ตงรุม หัวหน้าศูนย์ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.น้ำ มุกดาหาร จับกุม สุนทรา ทองผา ยาบ้า 1 เม็ด /หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 12 ธันวาคม 2567​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติสว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีและสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุม ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.188/2567 ลง 11 ธ.ค.67 ตำรวจน้ำมุกดาหาร นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยงานในพื้นที่

ได้ปิดล้อมตรวจค้นและเข้าค้นตามหมายดังกล่าวผลการตรวจค้นพบนายสุนทรา ทองผา อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีเขียวด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษรอังกฤษ “V” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “Y1” จำนวน 1 เม็ดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจน้ำ

การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.รน.,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายสุนทราฯพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากกำนัน บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง ว่ามีการลอบวางเพลิงเผาคอกวัวชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นคอกวัวของนางสาวกรรณิการ์ พุฒป่า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแวง

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีวัวตั้งท้อง 2 ตัว ถูกเผารวมทั้งคอกวัวและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในเวลา 07.10 น. ทราบชื่อว่าคือ นายรุ่งราวี มูลสาร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 11 บ้านเหล่าหลวง ตำบลหนองแวง

โดยเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่ารำคาญไม่ได้หลับได้นอน จึงจุดไฟเผา เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติด) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.เสริมสวยจุฑามาศพัทยา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา 2567 รุ่นที่ 20 สู่มืออาชีพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธ.ค.67 ที่โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นท์รีสอร์ทพัทยา จ.ชลบุรี ดร.ลลิดา ธรรมบุตร ผู้อำนวยการ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศประจำปี 2567 รุ่นที่20 มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 28 คน

นส.จันฑิมันต์ สิริโพธิษาสุข ผอ.โรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศพัทยา กล่าวว่า โรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณพ่อสุรนิตย์ อาจฤทธิ์ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 3 เป็นที่ปรึกษาและคอยให้คำแนะนำ คณะผู้บริหาร ครูและนักเรียนทุกคน ช่วยกันขับเคลื่อนความสำเร็จเสมอมา โดยได้ผลิตช่างฝีมือคุณภาพออกสู่วงการธุรกิจเสริมสวย ปัจจุบันรวม 20 รุ่น รวมจำนวนกว่า 8,000 ชีวิต

ทางโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศพัทยา ยังได้ร่วมทำกิจกรรมสังคมมากมายร่วมกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพอาจารย์และนักเรียนให้ทันตามโลกยุคใหม่ตลอดเวลา มีการนำเทรนด์ใหม่ๆ แฟชั่นทันสมัย โดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเข้ามาสอนเทคนิคอยู่เสมอ และยังได้ส่งเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์ผมระดับโลก จนได้รับรางวัลชนะการแข่งขันสร้างชื่อเสียงมากมาย กิจกรรมบางส่วนของทางโรงเรียน ผลงานดีเด่นมากมายจึงได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนที่มีระบบการประกันคุณภาพดีเด่นอยู่ในระดับประเทศ ประจำปี 2552 จากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต 

อย่างไรก็ตามการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในการสร้างรากฐานความรู้ คือ อาวุธทางปัญญาขับเคลื่อนท้องถิ่น ให้ก้าวไกล วิชาชีพเสริมสวยจึงเป็นการศึกษาอย่างหนึ่ง ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิต มุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียน และเชื่อว่าเมืองพัทยาของเรามีความพร้อมที่จะก้าวความเป็นสากลต่อไป

เมืองพัทยาประชุมเตรียมความพร้อมจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ 2568 ภายใต้แนวคิด “วันเด็ก ปลอดขยะ”

บ่ายวันที่ 11 ธ.ค.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี คณะผู้บริหารเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ เมืองพัทยา โดยสำนักการศึกษา ฝ่ายกิจกรรมเด็กและเยาวชน ได้กำหนดจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยในวันนี้เป็นการประชุมหารือเพื่อพิจารณารูปแบบการจัดงาน ภายใต้แนวคิด “วันเด็ก ปลอดขยะ” อาทิ ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เพื่อรับสายรัดข้อมือ (ริสแบนด์) รับคูปองอาหาร, การจัดเตรียมของรางวัล สำหรับเกมและจับฉลากแจกรางวัลที่กำหนดจัดเตรียมไว้กว่า 2,500 ชิ้น โดยได้รับการสนับสนุนของรางวัลจากหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชนในพื้นที่

ในงานจะได้มีมีการจัดบูธกิจกรรม นิทรรศการ/เกม จัดซุ้มอาหาร
พร้อมเวทีการแสดง จำนวน 3 เวที ได้แก่ เวทีกลาง (บริเวณลานเสาธง), เวทีเล็ก (บริเวณร้านขายยาฟาซิโน), เวทีเล็ก (บริเวณหน้าเวิลด์ เจมส์) อีกทั้งยังจัดให้มีกิจกรรมการแสดงดนตรีของนักเรียนในสังกัดโรงเรียนเมืองพัทยา และฐานกิจกรรม /เกมส์ จำนวน 10 ฐาน เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ กล้าแสดงออก พัฒนาตนเอง ตามความถนัดและสนใจ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรม ที่จะสร้างความสนุกสนานและความสุขให้กับเด็กๆ ที่เติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต ให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ซึ่งสิ่งสำคัญในกิจกรรมวันเด็กที่จะจัดจะมุ่งเน้นการปลุกจิตสำนึก ปลูกฝังพฤติกรรมรักษ์โลกให้กับเด็กๆ โดยเริ่มจากการคัดแยกขยะให้ถูกต้องเพื่อเป็นต้นแบบที่ดีในสังคม สอดคล้องกับนโยบาย Pattaya Go Green ของเมืองพัทยาต่อไป

เปิดยิ่งใหญ่! ชิงชัยเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

วันนี้ 12 ธันวาคมพ.ศ 256 7 เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมเจ็ทสกีแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดจัดการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024” ที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

กิจกรรมการแข่งขันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 โดยในปีนี้พบว่ามีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนเข้าร่วมชิงชัย

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024 โดยพบว่าในวันแรกมีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย 2 หลัง โคกสำโรง ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ นายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/14 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง และ นางเตือนใจ ศรสิทธิ์ ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/13 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง รวม 2 หลังคาเรือน

โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย จำนวน 2 หลัง ที่ บ้านเลขที่ 140/14 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีนายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 3 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายทั้งหลัง สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และบ้านเลขที่ 140/13 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยมีนางเตือนใจ ศรสิทธิ์ อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 2 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายที่ฝาผนังบ้าน และหน้าต่างบางส่วน สาเหตุมาจากไฟลุกลามจากหลังข้างเคียง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 5 ราย
ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้นโอกาสนี้ หน่วยงานต่าง ๆ

ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลพบุรีและเครือข่าย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง

นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ที่ทำการปกครองอำเภอโคกสำโรง คณะกรรมการอิสลามจังหวัดลพบุรี ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วีระ สมความคิด ยื่นหนังสือผู้ว่าประจวบฯ ขอเข้าสำรวจโนแมนแลนด์ด่านสิงขร ยกพื้นที่เขตป่าไม้เอาไปทำจุดขนถ่ายสินค้าชายแดนไทย-เมียนมา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้แจ้งให้สมาชิก คปต. จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะ ทำหนังสือแจ้งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ผบ.กองกำลังสุรสีห์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขออนุญาตเดินทางไปเข้าไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ขนถ่ายสินค้าระว่างประเทศไทยกับเมียนมา ที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร จุดตรวจ ตชด.ที่ 1461 เนื่องจาก คปต.มีแผนงานจะเดินทางไปสังเกตการณ์ ในพื้นที่ขนถ่ายสินค้าจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ที่จุดตรวจ ตชด.ที่ 1461 กก.ตชด.14 หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใกล้ชายแดนประเทศเมียนมา เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการใช้พื้นที่ป่าไม้โดยผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยกรมป่าไม้ ขณะที่จุดดังกล่าวยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจน ยังมีปัญหาในการปักปันเขตแดน เนื่องจากไม่มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศนานหลายสิบปี ทำให้ทางการไทยและเมียนมา ไม่สามารถทำการเปิดด่านพรมแดนถาวรเพื่อทำการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว

นายวีระ กล่าวว่า จุดที่อ้างเป็นโนแมนแลนด์ มีการร้องเรียนว่า มีการลักลอบขนส่งสินค้าทั้งพืชเกษตร และสัตว์น้ำบางชนิด โดยหลบเลี่ยงกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ มีการร้องเรียนว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนเพียงบางกลุ่ม นอกจากนั้นการขนถ่ายสัตว์น้ำยังมีน้ำเสียกระทบกับสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สำหรับเครือข่าย คปต.ที่ผ่านมาได้เดินทางไปสังเกตการณ์ในการขนถ่ายสินค้าเมื่อช่วงต้นปี 2567 โดยได้ขออนุญาตด้วยวาจา จากเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำการที่จุดตรวจ ตชด.146 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ในจุดขนถ่ายสินค้า โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าอาจไม่มีความปลอดภัย และขอให้ทำหนังสือขออนุญาตตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ

มีรายงานว่า นายวีระและเครือข่าย คปต. มีกำหนดการเดินทางไปจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขรในช่วงต้นปี 2568 จึงทำหนังสือขออนุญาตจากผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปสังเกตุการณ์ในพื้นที่ขนถ่ายสินค้าไว้ล่วงหน้า เนื่องจากเบื้องต้นเห็นว่าจุดที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศเป็นพื้นที่ในเขตป่าไม้ตามกฎหมายของประเทศไทย หรือ หากผู้มีอำนาจมีข้อขัดข้องตามกฎหมายฉบับใด ไม่สามารถอนุญาตให้เครือข่าย คปจ.ซึ่งมีภารกิจในการช่วยเหลือหน่วยงานปราบปราบการทุจริตเข้าไปสังเกตการณ์ได้ โปรดอ้างอิงรายละเอียดตามข้อกฎหมาย หรือหากไม่มีความปลอดภัย โปรดแจ้งเหตุผลที่แท้จริงให้ทราบอย่างชัดเจน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการเปิดด่านพรมแดนถาวรและยังไม่มีโอกาสเปิดด่านการค้าเนื่องจากปัญหาการปักปันเขตแดน เครือข่าย คปต.จะตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากอาคารหรู สภาพทิ้งร้างมูลค่าหลายร้อยล้านบาท มีการใช้งบของกรมโยธาธิการกระทรวงมหาดไทย สร้างเป็นอาคารที่พักอาศัยของข้าราชการหลายหน่วยที่ด่านพรมแดนสิงขร มีการทำพิธีเปิดอาคารด่านพรมแดนเมื่อเดือนตุลาคม 2565 ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปใช้งาน ขณะที่เดิมมีการค้างจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าหลายแสนบาท

รวมทั้งอาคารที่ใช้ในการตรวจสินค้านำเข้าส่งออกระหว่างประเทศ มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าการก่อสร้างกว่า 1 พันล้านบาท และก่อนหน้านี้หน่วยงานในจังหวัดมีแผนจะถ่ายโอนอาคารทั้งหมดให้ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการถ่ายโอน ทำให้อาคารทั้งหมดถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่มีการบำรุงรักษาเนื่องจากตรวจรับงานครบ 2 ปี จึงหมดสัญญาค้ำประกันงานจากผู้รับเหมารายใหญ่ ทั้งนี้เครือข่าย คปต.จะสรุปปัญหาพร้อมเอกสารหลักฐานร้องเรียนไปยังองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากมีการใช้งบประมาณที่ไม่มีความคุ้มค่า ทำความเสียหายให้กับทางราชการ
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพประชาชนลาว”

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับ พลตรี วันทอง บุตตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ชายแดนในห้วงที่ผ่านมา มีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ เช่น ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาชายแดน รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้พื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย-ลาว เกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้ร่วมกันพูดคุยแนวทางความร่วมมือด้านการทหารร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย คือความมั่นคงตามแนวชายแดน และความสุขของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไปภาพ/ข่าว#กองทัพภาคที่2

กองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานรางวัล Siam International Awards 2024 ครั้งที่2 มาดามบิว ขึ้นแท่น ประธานจัดเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากล

แชร์เนื้อหานี้

สุดปัง มาดามบิว Rainbow Entertainment ขึ้นแท่น ประธาน ผู้จัดงานเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากลที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยงานรางวัล Siam International Awards 2024 เป็น ครั้งที่2

เรียกว่างานนี้ แจ้งเกิด สำหรับงานรางวัล ระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล กันเลยทีเดียว สำหรับ งานรางวัล Siam International Awards 2024 จัดงานมาได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ ตั้งแต่ การเดินเปิดตัวพรมแดง มีดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง อินฟู มากมาย ที่มาร่วม เดินพรมแดง เพื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้ง ดาราศิลปิน ทั้งไทยและต่างประเทศ

งานนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่ได้ ประธานผู้จัดงานอย่าง คุณเบญญาดา โชใต้หยิน (มาดามบิว) Rainbow Entertainment นำทีม และ ยังมีผู้บริหาร สุดเก่ง มาร่วมจับมือกันจัดงานในครั้งนี้ นำโดย คุณภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล , ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ , คุณพรทิพย์ ลิมปภาส , นายสุรเดช พันธุรัตน์ เป็นต้น และ งานนี้ จะมี ครั้งที่3 อีกในปีหน้า 2025 ฝากติดตามได้ที่ เพจ siam international awards

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค.67) เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้ มารดา ของคุณวิชัย มณีกิติกุล อุปนายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม“เพื่อนโอ๋”โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน เป็นประธาน ณ วัดหัวลำโพง ถนนพระราม4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาบ้ารุ่นใหม่ เกล็ดเพชร มีแสงระยิบระยับ นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด 450 ล้านบาท/แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขต จับ 450 ล้านเม็ด/ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม​ 2567​ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประเทศไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้วางแผนและจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่งจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มใช้กันดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขตแถลงข่าวจับยาบ้ามูลค่า 450 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567​ ที่สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายรณรงค์เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 และพันโท สีทอง เลียนสะหวัน หัวหน้าแผนกสู้รบ กองทัพประชาชนลาว แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 20 กระสอบ ประมาณ 8,000,000 เม็ด มูลค่า 450 ล้านบาทได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร

สืบเนื่องจาก น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนและจัดกำลัง ชุดปฏิบัติการออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่

เมื่อไปถึงบริเวณท่าน้ำหมู่ที่ 4 บ้านหว้านใหญ่ ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ

เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด ได้พร้อม 2 ผู้ต้องหา

วันที่ 10 ธันวาคม 2567​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ออกตรวจสอบตามพื้นที่ได้รับแจ้งบริเวณถนนชยางกูร ตำบลบางทรายใหญ่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา ทะเบียน ผก 3167 ร้อยเอ็ด ต้องสงสัยว่าจะขนส่งยาเสพติดตามที่ได้รับรายงาน

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ พบว่ารถดังกล่าวด้านหลังทำเป็นคอกสำหรับบรรทุกพืชผลทางการเกษตรโดยมีฟักทองและตะกร้าพลาสติกปกคลุมอยู่บริเวณกระบะท้ายรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูที่ด้านล่างฟักทองพบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 12 ถุง ภายในเป็นกระสอบบรรจุห่อยาบ้าหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลืองประทับตราสัญลักษณ์และตัวหนังสือ TOYOTA

ด้านในเป็นซองพลาสติกสีน้ำเงินบรรจุยาบ้ารวมจำนวนประมาณ 5 ล้านเม็ด ถึงได้ควบคุมตัวนายวารี สุรัตนวดี อายุ 50 ปี ที่อยู่ 69 ม.10 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด และนายเพลิน ผุยหัวโทน อายุ 45 ปี ที่อยู่ 26/1 ม.4 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถและคนนั่งมาด้วยเป็นผู้ต้องหา โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิด ผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมกับตรวจยึดรถยนต์กระบะ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ไว้เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีต่อไป จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่าได้รับยาบ้ามาจาก นางแก้ว ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ชาว สปป.ลาว ภูมิลำเนาอยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นผู้สั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้เข้ามายังประเทศไทย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปรับยาบ้าที่ท่าเรือบ้านไผ่ล้อม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และจากนางแก้วจะสั่งว่าจะให้ลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ใด กระทั่งระหว่างการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ป.ป.ส. ภาค 4 จับกุมเสียก่อน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024”

แชร์เนื้อหานี้

ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024” โดยมี ส.ส.บัญชา. เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับ มี คำกล่าวดังต่อไป

“ท่านผู้มีเกียรติ และนักกีฬาทุกท่านผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิด โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้. การแข่งขันกีฬาวันนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว บรรฤวัตถุประสงค์ทุกประการแพ้ ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้พวกเราตระหนักว่า การมาแข่งขันกีฬากันในครั้งนี้ จุดมุ่งหมาย สูงสุดไม่ได้อยู่ ที่ได้ชัยชนะ แต่สิ่งที่เราจะได้จากการแข่งขันกีฬา คือเราได้แสดงออกซึ่ง

ความสามารถ ความสามัคคี ความอดทน เสียสละ การเล่นอย่างมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ความสนุกสนานและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะ ให้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาทุกครั้งขอให้ทุกท่าน ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และปลูกฝังให้มีขึ้น ในจิตใจของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยและขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา และผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดการโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ บัดนี้”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ตร.สันติบาล จัดกิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ ในหลวง ร. 10

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ธ.ค.67 เวลา 09.30 น. ที่วัดป่าบ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ หน่วยสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ ในหลวง รัชกาลที่ 10 โดยมี พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 เปิดเผยว่า กิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ

โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีพันธกิจหลักสำคัญในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของราชอาณาจักร และความปลอดภัยของประชาชนอันเป็นประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน ซึ่งเน้นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1

ซึ่งรับผิดชอบการสืบสวนหาข่าว ที่เกี่ยวข้องความมั่นคง ในพื้นที่ 20 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จึงได้จัดทำกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 เพื่อพัฒนาจริยธรรม คุณธรรม และ จิตใจของข้าราชการตำรวจ เพื่อเสริมความรู้ คำสอนของพระพุทธเจ้า ฝึกสมาธิ ปัญญา การให้ทาน เสียสละ และเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างตำรวจสันติบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจิตใจเป็นสาธารณะกุศล ช่วยเหลือผู้อื่น และ ความรัก ความสามัคคี ในองค์กร

หัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย เข้าร่วมกิจกรรม เข้าวัดฟังธรรม คำสั่งสอนจาก พระภิกษุสงฆ์ บำเพ็ญกุศล ถวายสังฆทาน โดยมีพระอาจารย์สมบัติ สัมปัตติธารโก เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านพันลำ นำสวดมนต์เช้าและบรรยายธรรม จากนั้นหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ จิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ ทำความสะอาดลานวัด เพื่อความสะอาดเรียบร้อย

นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวได้แสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้รับความรู้เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้าใจหลักธรรม ได้รับอานิสงส์จากการเข้าวัดฟังธรรม ทำบุญ จิตใจเบิกบาน และได้บำเพ็ญสาธารณะกุศล เป็นส่วนรวมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ่นระงม! ด่านมุกดาหาร รถติดหนัก เจ้าหน้าที่ทำอะไรกัน วอนศุลกากร ปรับทำงานให้เร็วขึ้น เพื่อแก้ปัญหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน สปป.ลาว และผู้ประกอบการธุรกิจลาว-ไทย ที่เดินทางข้ามแม่น้ำโขงจากแขวงสะหวันนะเขต เข้ามาจังหวัดมุกดาหาร โดยใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ว่า สืบเนื่องจากด่านศุลกากรมุกดาหารได้มีการเปลี่ยนระบบการตรวจ รถยนต์ที่เข้าประเทศ และปล่อยให้รถเข้าทีละ 1 คัน เพื่อตรวจสอบ

ซึ่งแม้จะเป็นการปฏิบัติตามระเบียบ แต่ปรากฏว่าไม่มีการบริหารจัดการที่ดีรองรับการปฏิบัติ จึงก่อให้เกิดปัญหาการจราจรที่ติดขัดโดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ต้องใช้เวลาในการผ่านด่านศุลกากรถึง 40 นาที และหากป็นช่วงเทศกาลสำคัญจะมีรถติดสะสมจนเกือบถึงกลางสะพานและใช้ระยะเวลาในการผ่านด่านนานถึง 2 ชั่วโมงก็มี

อีกทั้ง หากเป็นกรณีรถที่เพิ่งเข้าประเทศไทยครั้งแรกจะต้องทำการบันทึกข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง 1 คัน จะใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 นาที ถ้าหากในช่วงเวลาเดียวกันมีรถที่เพิ่งเข้าเป็นครั้งแรก 3-4 คันติดต่อกัน ก็จะส่งผลให้เกิดรถรอข้ามด่านติดเป็นแถวยาวขึ้นไปบนสะพาน ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้วแต่ไม่เคยได้รับการแก้ไข เคยมีการเรียกร้องให้เปิดตู้บริการเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดเทศกาล แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้วยการจัดการที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางตลอดจนไม่สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องความล่าช้า ไม่สามารถตรวจให้เสร็จได้โดยเร็วยิ่งขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนแขวงสะหวันนะเขต เริ่มมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ค่อยอยากจะเดินทางข้ามมาจังหวัดมุกดาหาร อันอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการค้าของผู้ประกอบการในจังหวัดมุกดาหาร ทำให้เศรษฐกิจการค้าซบเซาลงได้

จึงอยากขอให้ด่านศุลกากรมุกดาหารปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวก ในด้านการตรวจรถให้แก่ผู้ผ่านด่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและให้บริการด้วยอัธยาศัยมีมิตรไมตรีต่อไปด้วย

กรมศุลกากร #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #จังหวัดมุกดาหาร #แขวงสะหวันนะเขต #รถติด #บริการไม่มีประสิทธิภาพ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต “สู้ให้สุด หยุดการโกง” เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 ธ.ค.67 ที่ห้องเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” (ประเทศไทย) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้แนวคิด “FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง”

โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางสาวจุฑารัตน์ เหลืองเพิ่มสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายองค์กรต้านทุจริตเข้าร่วมกิจกรรม มีการมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Intergrity and Transpearency Assessment : ITA)

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และการมอบเกียรติบัตรชมรม สตรอง – จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การรวมพลังแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการทุจริต พร้อมการรับชมการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลจากศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีประกาศเจตจำนงการต่อต้านการทุจริต

ซึ่งในปีนี้ รัฐบาลร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท., องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันจัด “งานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย)” ภายใต้แนวคิด “FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” มีเป้าหมายเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมืองและทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาทุจริต พร้อมปลุกกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตและยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)

ทั้งนี้ ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA (Integrity and Transparency Assessment ประจำปิงบประมาณ พ.ศ. 2567 พบว่า จ.ประจวบฯ ได้คะแนนที่ 92.96 คะแนน อยู่ลำดับที่ 42 ของประเทศ โดยมีหน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน ITA จำนวน 62 หน่วยงาน มีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน คือได้รับคะแนนเกิน 85 คะแนนขึ้นไป จำนวน 61 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 98.39 สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ร้อยละ 14.52 ภาพรวมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “รวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี”กองทัพภาค 2 มทบ.23 พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนสวนสนาม นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 ธ.ค.2567) เวลา 14.00 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี” และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี 2567 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี รวมทั้งแสดงพลังการมีส่วนร่วมของมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมถึงแสดงพลังความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนการแสดงศักยภาพของ “เยาวชน คนรุ่นใหม่” นักศึกษาวิชาทหาร และนักเรียน นักศึกษา

ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ที่สนามกีฬา 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี พลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลตรีกิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะหลักสูตรประชาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 2,000 คน กิจกรรมประกอบด้วย การร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ณ ห้องสารสิน อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและนิทรรศการเทคโนโลยีทางทหาร การเดินพาเหรดรวมพลังของมวลชนกลุ่มต่างๆ พิธีอัญเชิญ “ธงชาติไทย” การปฏิญาณตนเป็น “พลเมืองดี และพลังแผ่นดิน”

การแสดงของเยาวชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงของนักศึกษาวิชาทหาร การแสดงดนตรีร่วมสมัย และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร สังกัด ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคี ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งจะเป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพ และมีความสำคัญของประเทศชาติ พลโท บุญสิน กล่าวว่า “กลุ่มพลังมวลชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบไปด้วยกลุ่มมวลชนที่หลากหลาย แต่ละกลุ่มล้วนมีหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ใช้บังคับในแต่ละกลุ่ม แต่หน้าที่ที่เหมือนกันของทุกท่าน คือ การสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย

ในพื้นที่ชุมชนของตนเอง และหมายความรวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคมในภาพรวมด้วย ซึ่งหน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของพลังมวลชนทุกกลุ่ม ที่จะช่วยให้ชุมชนของตนเองมีความสงบเรียบร้อย และหน้าที่การสอดส่องดูแล ความสงบเรียบร้อย มิได้เป็นเพียงหน้าที่ของกลุ่มพลังมวลชนเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในชุมชนและสังคม ขอให้แจ้งให้ทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบทันที

เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และที่สำคัญดีใจที่เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ที่แสดงออกการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทำให้ห่างไกลยาเสพติดได้อีกด้วย เพราะปัจจุบันปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด สร้างความเสียหายต่อสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นจะต้องร่วมด้วยช่วยกันป้องกันแก้ไขทุกภาคส่วน”

กองทัพภาคที่2กองทัพบกRoyalThaiArmyรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคีมณฑลทหารบกที่23

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 ด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ค่ายพระรามหก) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี ณ สโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนธันวาคม 67 โดยเริ่มวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแสดงกีต้าร์ Magical Melodies โดยศิลปิน ฮัคกี้ ไอเคิ้ลมานน์ (Hucky Eichelmann) มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และท่วงทำนองของไทยอื่นๆ

พร้อมกับการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบดนตรี (Madanabadha Suite) โดยมีศิลปินรับเชิญ ภัทราวดี มีชูธน (ศิลปินแห่งชาติ) อานันท์ นาคคง (ศิลปินศิลปาธร) อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง

นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และแขกผู้มีเกียรติทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชมงานในครั้งนี้ โดยมีนางสาวเกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงาน มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ให้การต้อนรับ

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.67 เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น (วง Light Music) กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยการสนับสนุนของกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ร่วมด้วยกรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / เวลา 13.30 น. เปิดหน้าม่านโดยการแสดงลำตัดคณะลำตัดวงรากไทย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี / เวลา 15.00 น.- 17.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี

วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.และวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.67 ชมการแสดงของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา บทเพลงจากคีตนิพนธ์ร่วมสมัย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง การขับเสภาและการอ่านทำนองเสนาะบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย กวินภพ ทองนาค (นิสิตปริญญามหาบัณฑิต จุฬาฯ) บทเสภาสามัคคีเสวก โคลงอารัมภกถาพระนลคำหลวง มงคลสูตรคำฉันท์ สยามานุสสติ สลับกับการอธิบายที่มาและความหมายของแต่ละบทโดย รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ)

วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.67 ชมการแสดงของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง วงดนตรีผู้หญิงล้วนแห่งเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้การเข้าพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บริจาคค่าเข้าชมตามอัตราปกติ ร่วมชมการแสดงไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนกิจกรรมโดยบริจาคสมทบทุนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี (ด้านดนตรีและการแสดง) มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามจิตศรัทธา ติดต่อจองที่นั่งในท้องพระโรงในกล่องข้อความเพจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / Mrigadayavan Palace จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังดนตรีทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนธันวาคม 67 แล้วมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รายได้เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้คงอยู่สืบไป.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กีฬา ต้านยาเสพติด ประจำปี 2567 นายวัฒนา ช่างเหลา อบจ.ขอนแก่น ประธาน ส่งเสริมสุขภาพปลูกจิต รัก สามัคคี ในท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานโครงการการแข่งขันกีฬาเยาวชน ประชาชน ต้านยาเสพติดประจำปี 2567

และประธานได้พบปะคณะที่คอยต้อนรับซึ่งประกอบด้วยนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะแม่บ้านและนักกีฬา ประธานได้มอบของที่ระลึกให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

เจ้าของโครงการเพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวรายงานรายละเอียดและวัตถุประสงค์ การกีฬาทำให้เยาวชน ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

ปลูกจิตสำนึกให้เกินความรักความสามัคคีในหมู่คณะการแข่งขันแบ่งออกเป็น5ประเภทได้แก่ฟุตบอลชาย ตะกร้อชาย วอลเลย์หญิง-ชายและเปตองทีมผสมหญิง-ชาย การแข่งขันระหว่าง 8-9 ธันวาคม 2567 ณ.สนามโรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.โคกสำโรงจัดกิจกรรม “สิงห์คูยาง Running ครั้งที่ 3 เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ดูแลผู้ป่วย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลา 05.30 น. ณ วัดสิงห์คูยาง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด “สิงห์คูยาง Running ครั้งที่ 3 วิ่งเพื่อโรงพยาบาล”

โดยมี นายนุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต 4 พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.สภ.โคกสำโรง นางสมฤดี ชมญาติ

ประธานมูลนิธิหลวงปู่บุญตา นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี นายเชาว์ งามรัตนกาญจน์ กรรมการบริหาร รพ.โคกสำโรง และนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ ที่ปรึกษา รพ.โคกสำโรง พร้อมด้วยประชาชน เยาวชน นักกีฬา หน่วยราชการ และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เป็นจำนวน 1,350 คน เข้าร่วม

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรงเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วย ให้ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงเป็นการสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของชุมชน

โดยการวิ่งในครั้งนี้ แบ่งการวิ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระยะทาง 3 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร และ23 กิโลเมตร โเดยได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากเจ้าคณะอำเภอโคกสำโรง คณะกรรมการมูลนิธิหลวงปู่บุญตาประชารวมใจ, คณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลโคกสำโรง และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะ วัดสิงห์คูยาง ที่เอื้อเฟื้อสถานที่จัดงาน

ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นโอกาส ให้ประชาชนได้ร่วมกันออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟอกไต โรงพยาบาลโคกสำโรง

ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ป่วย ทำให้ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างมีคุณภาพ และยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคมโดยรวมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ
.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 7 ธ.ค. 67) นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำขุ่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) กรมชลประทาน พร้อมด้วย

นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และสรุปผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาดอยตุง (คพต.ชร.) จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 มีจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบต่อเนื่องอย่างมีระบบ ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน

โดยในส่วนของกรมชลประทาน รับผิดชอบด้านการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์บริหารโครงการพัฒนาดอยตุง และพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด ต่อมาที่ประชุม คพต.ชร.ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 ให้มีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรบ้านห้วยน้ำขุ่น พร้อมกับมอบให้กรมชลประทานจัดหาน้ำให้กับชาวบ้านห้วยน้ำขุ่น (พื้นที่จัดสรรใหม่) จำนวน 47 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ ปี2533) กรมชลประทาน

ได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปิดกั้นลำห้วยน้ำช้าง บริเวณบ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ที่ 17 ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วเสร็จเมื่อปี 2534 เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคของราษฎร และสนับสนุนพื้นที่การเกษตรภาคครัวเรือน ในพื้นที่บ้านห้วยน้ำขุ่น 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้าน ห้วยน้ำขุ่น หมู่ที่1 หมู่ที่17 และหมู่ที่18 รวม 1,255 ครัวเรือน ราษฎรประมาณ 3,463 คน และยังสนับสนุนพื้นที่เกษตรภาคครัวเรือนได้กว่า 100 ไร่

ในการนี้ องคมนตรี ได้มอบให้โครงการชลประทานเชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 หาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำขุ่นให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะทำให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน…

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

รายการ.วิธีธรรม.วิธีไทย เทปนี้ออกอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 06.00 น. – 06.30 น. ในงานทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ 13-14 พฤศจิกายน 2567 และ วัดนาทิการาม จ.ชุมพร 28-29 ตุลาคม 2567 โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา เป็นประทานทอดทั้งสองวัด

แชร์เนื้อหานี้

รายการ.วิธีธรรม.วิธีไทย เทปนี้ออกอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 06.00 น. – 06.30 น. ในงานทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ 13-14 พฤศจิกายน 2567 และ วัดนาทิการาม จ.ชุมพร 28-29 ตุลาคม 2567 โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา เป็นประทานทอดทั้งสองวัด

แชร์เนื้อหานี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ทางหลวง นำสื่อขึ้นสะพาน 2 พิสูจน์ยังแข็งแรง แจงรอยต่อห่างมากเพราะหน้าหนาวบวกรถเยอะ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567​ นายเกรียงศักดิ์ ตันปิยะกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงมุกดาหาร ได้นำคณะสื่อมวลชนขึ้นไปบนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)

เพื่อไปดูระยะห่างของรอยต่อพื้นสะพาน (Expansion Joint) สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้ขับยานพาหนะว่าเมื่อแล่นขึ้นไปถึงบริเวณกึ่งกลางสะพาน จะรู้สึกเหมือนกับว่าสะพานเคลื่อนไหวโยกไปมาได้ และจะรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อมีรถบรรทุกวิ่งผ่าน

ขณะที่เมื่อมายืนสังเกตดูสะพานจากบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง ก็พบว่าบริเวณกึ่งกลางสะพานช่วงที่เป็นรอยต่อพื้นสะพาน (Expansion Joint) มีการแยกตัวระหว่างพื้นสะพานทั้ง 2 ข้าง ห่างกันมากผิดปกติ จนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน

ทำให้ประชาชนทั้งชาวไทยและลาวที่ใช้ต้องสะพานดังกล่าวในการสัญจรไปมารู้สึกหวาดผวา เกรงว่าจะเกิดอันตราย และหากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดผลกระทบต่อโครงสร้างของสะพานอันอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นได้ จึงได้นำสื่อมวลชนขึ้นมาดูสภาพของสะพานเพื่อให้เห็นและรับทราบข้อเท็จจริง

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสะพานยังมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ส่วนรอยต่อพื้นสะพานที่เห็นว่ามีระยะห่างมากนั้น ก็เนื่องมาจากช่วงนี้เป็นฤดูหนาวอากาศเย็นจึงทำให้สะพานรอยต่อของสะพานมีความห่างมาก โดยมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน คือ ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณของรถยนต์ที่วิ่งขึ้นมาบนสะพานมีจำนวนมาก

ส่วนที่สองมาจากการออกแบบทางวิศวกรรมให้สะพานสามารถยืดหดตัวตามอุณหภูมิโดยเมื่ออากาศเย็นอุณหภูมิต่ำก็จะหดตัวและถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิสูงก็จะยืดตัว จึงทำให้ในช่วงฤดูหนาวนี้ประชาชนจะพบว่ารอยต่อของสะพานมีความห่างมาก แต่ก็ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ มาตรฐานของอัตราการยืดหดของรอยต่อพื้นสะพาน (Expansion Joint) ทั้งสองด้านอยู่ที่ 100-150 มิลลิเมตร หรือถ้าวัดจากด้านใดด้านหนึ่งก็คือด้านละ 5 – 7.5 เซนติเมตร (50-750 มิลลิเมตร) บอกด้วยระยะห่างจากส่วนหัว 1 นิ้วหรือประมาณ 2.5 เซ็นติเมตร

กระทรวงคมนาคม #กรมทางหลวง #หน่วยบำรุงรักษาสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #จังหวัดมุกดาหาร #รถบรรทุกหนัก #แขวงทางหลวงมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏอุดรธานี และ บึงกาฬ จัดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวนอว.บรรเลงเพลงของพ่อ” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ คล้ายวันพระราชสมภพ ร.9

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 5 ธ.ค.ที่ เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรี (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หลังเก่า ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวน อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” โดยถือเป็นกิจกรรมที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจังหวัดบึงกาฬ

ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก สาขาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ จากสาขาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รักษาการคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมท้องถิ่น บึงกาฬ กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

จึงได้จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงความร่มเย็นของแผ่นดินไทย ภายใต้พระบารมี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ จะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนสืบไป

ขณะที่ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมทางดนตรี เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีให้กับประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ และกิจกรรม Buengkan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ณ เรือนบึงกาญจน์ไชยบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านงานศิลปะและวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมการเพนซ์เสื้อน้องวันวาฬ ด้วยสีน้ำยางพารา, กิจกรรมการทำพวงกุญแจ และที่รองแก้ว จากไม้ยางพารา รวมถึงกิจกรรมการทำอาหาร “รสชาติ…. ที่หายไป” ของจังหวัดบึงกาฬ โดยใช้พื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์พื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน หรือประชาชนในพื้นที่ สามารถมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม หรือกิจกรรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการที่สร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลให้เด็ก และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายนี้

ในนามตัวแทนของจังหวัดบึงกาฬ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่เข้ามาปรับปรุง ซ่อมแชม และพลิกฟื้นพื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาลให้ทุกคนได้เข้ามาพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐนิวส์ – วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ 5 ธค. 67

แชร์เนื้อหานี้

5 ธันวาคม 2567 โดยมี พระราชวชิรประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ). นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริหารกลุ่มฉวีวรรณกรุ๊ป ร่วมเป็นประธานในการจัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์

วัดสมานรัตนาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ ตามหน้าโฉนดที่ตั้งวัด 26 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา

ครั้งเเรกในโลก ที่มีการสร้างพระพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสรู้มา 29 พระองค์ ครบ 29 พระนาม และ หลวงพ่อโสธร 3 พี่น้อง รวมเป็น 32 องค์ใน พุทธวงศ์ ในอสงไขย แสนล้านกัปกัลป์ ที่มีอุบัติตรัสรู้เกิดขึ้นมา เเล้วมหากุศล มีหนึ่งเดียวในโลก หนึ่งเดียวในชีวิต โครงการจัดสร้างพระประธานอุโบสถพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ รายนามที่รับเป็นเจ้าภาพสร้างพระประธานอุโบสถ วัดมากดวงเทียน จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ เป็นพระประธานประจำอุโบสถ

จะกำหนดเททองหล่อให้เสร็จครบ 29 พระองค์ในวันเดียวพร้อมกันกำหนดการ หล่อพระ วันที่ 5 ธ.ค.67 สถานที่ บริเวณโดม ประชาคมตรงข้ามองค์พนะราหู 14.00 น.ทำพิธีบวงสรวง 15.00 น.พิธีเจริญพระพุทธมนต์ 16.00 น.พิธีเททอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กตป.โทรทัศน์ มหาวิทาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน เตรียมยื่นข้อสรุปต่อรัฐสภา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 4 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 ตึก 9 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพช หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดร.จินตนันท์ ชญาต์รศุภมิตร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาโดย รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ หัวหน้าโครงการ ร่วมจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) การติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน บุคลากรจากสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านสาธารณสุข ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้นำชุมชน รวมทั้งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

โดยการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกจะเป็นการนำเสนอผลจัดประชุมสนทนากลุ่ม Focus group และช่วงที่ 2 จะเป็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยจัดรูปแบบกลุ่มย่อย และระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ด้านกระบวนการดำเนินงาน ผลลัพธ์ ผลกระทบเชิงบวก/เชิงลบ จากการเข้าร่วมโครงการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการทำงานของ กสทช.ต่อไป โดยขั้นตอนสุดท้าย กตป.จะนำผลสรุปไปวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไปตามหน้าที่และอำนาจในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 71-73

การจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจัดขึ้นในพื้นที่ 6 ภูมิภาค ประกอบด้วยภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อการรวบรวมวิเคราะห์สรุปผลและการจัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน การดำเนินการเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. จะดำเนินการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลเป็นรายด้านตามความเชี่ยวชาญของกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน  

ดร.จินตนันท์ กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งใน 6 ภูมิภาคนั้นมาจาก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกิจการโทรทัศน์ ทั้งกลุ่มองค์กรวิชาชีพ สภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหา การกำกับดูแล และรายการที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมีผลต่อประชาชนนอกจากยังรวมถึงมิติทางด้านจริยธรรมของสื่อ ว่าควรส่งเสริมอย่างไรให้ผู้ประกอบการผลิตรายการที่มีคุณภาพ ให้มีข้อมูลที่แท้จริง และถูกต้อง

ดร.จินตนันท์ กล่าวต่อว่า การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ของ กตป.นั้น เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของ กสทช. ทั้งการมุ่งดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม รวมถึงท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศไทยมีสิทธิในการรับบริการด้านการสื่อสาร ขั้นพื้นฐานและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ทำมาหากิน ทำธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม


ดังนั้นในฐานะที่คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) เป็นคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งจากวุฒิสภาเพื่อทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การทำงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จึงมีส่วนสำคัญในการเสนอแนะให้ กสทช. มีการปรับบทบาทให้ทันต่อยุคสมัย ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การพัฒนาเครื่องมือ กฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นต่อเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญเพื่อให้เกิดการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สอท. ร่วมกับ กสทช. จับคอลเซ็นเตอร์จีนเทาตลอบฝังตัวเช่ารีสอร์ทหรูเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล  รักษาการ เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ  รักษาราชการแทน ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ เจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย หลังตำรวจร่วมมือกับ กสทช. ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานเข้ามายังประเทศไทยเพื่อใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและเสถียรกว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโทรหลอกลวงเหยื่อคนไทย

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดการให้บริการไปในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แต่กลับมีการให้เช่ารีสอร์ททั้งรีสอร์ท  โดยไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก และมีคนต่างชาติเข้าออกสถานที่ดังกล่าวอย่างผิดสังเกต ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก อาจมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้น ผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุม ซิม เสาสัญญาณ, สถานีโทรคมนาคม และสายเคเบิลข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือ เป็นความผิดฐานรบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม อันเป็นความผิด ตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. 4 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้สืบสวนการกระผิดในพื้นที่ จนกระทั่งพบรีสอร์ทเป้าหมายใน ต.บ้านปง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งเคยปิดให้บริการช่วงโควิด ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก แต่มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้น โดยพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนแอบลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตของร้านกาแฟข้างๆ ปิดบังการใช้สัญญาณของคอลเซ็นเตอร์  เชื่อมโยงกับแก็งค์ที่อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยพบคนต่างชาติ สัญชาติจีน 9 คน ตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นจำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี โดยจะได้ขยายผลถึงผู้บงการเพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไปทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่แห่งใด มีความผิดปกติ เช่นเคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้อินเทอร์เน็ตมากผิดปกติ  สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 หรือ  กสทช. 1200  ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทยต่อไป
 ..#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี

พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขิงพระองค์ที่ทีต่อประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามปณิธานด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น

ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้ราษฎร์มีความผาสุก ร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงคิดค้นวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา”

เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ชั้นอนุบาล 2 การเรียนรู้ให้นร.ชั้นปฐมวัย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดกิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ระดับชั้นอนุบาล 2 เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นปฐมวัย

กิจกรรมมิติสัมพันธ์ (Active Leaner) ถือเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างบ้านคือผู้ปกครอง และโรงเรียนคือคุณครู จัดขึ้นให้บุตรหลานเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน สามารถลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เพิ่มมิติสร้างประสบการณ์การเรียนรู้

โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 ผจญภัยสุดหรรษา ตามหาน้องหมูเด้ง ฐานที่ 2 ให้ใจนำทาง สร้างมิติทางอารมณ์ ฐานที่ 3 Safety or Sorry และฐานที่ 4 เชอร์ล็อก โฮมส์ (Sherlock Holmes) ทั้งนี้พบว่ากิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนานท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะร่วมงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ คณะหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมองค์กรเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร

เดินทางร่วมงานเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทยวันชาติไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันเขต สปป. ลาว โดยมี นายนายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่

ณ แขวงสะหวันนะเขต กล่าวนำประกอบพิธี และมีท่าน บุนโจม อุบนปะเสิด เจ้าแขวงสะหวันนะเขต กล่าวให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคธุรกิจเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

และคณะผู้แทนจากแขวงสาละวัน แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงคำม่วน แขวงอัตตะปือ กงสุลใหญ่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ นครปากเซ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ แขวงสะหวันนะเขต เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตจัดงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและงานเลี้ยงรับรอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านสองฝั่งโขงที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นสืบไป

ภาพ/ข่าว ณัฐรัชต์ หงษ์คำ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอ เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ลานตอดรถข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางอรอนงค์ กาพรม พัฒนาการอำเภอเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อ นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่าน ตามที่อำเภอเมืองน่าน ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย ให้ส่วนราชการและหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมตลาดนัด

ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสินค้าของกลุ่มสัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างงาน สร้าง อาชีพ สร้างรายได้ โดยใช้ชื่อตลาดว่า “ตลาดนัดสร้าง สุขอำเภอมืองน่าน และ ดำเนินการขับเคลื่อน “ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้บังเกิด ผลและเกิดความยั่งยืน เป็นการพัฒนาศักยภาพ ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้มี เอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า สัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกร

ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบปัญหา
เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหนำย โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ในวันประชุมประจำเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประจำทุกเดือนและ อำเภอเมืองน่าน ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมโดยกิจกรรมในมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจ่าหน่ายจำนวล61 ราย
ประกอบด้วย

  1. ประเภทเครื่องดื่ม อาหารจำนวน 61ราย
  2. ประเภทผลผลิตทางการเกษตร จำนวน1
  3. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 2 ราย
  4. ประเภทของใช้ ของตกแต่ง จำนวน 12 ราย
  5. ร้านค้า ธงฟ้า ราคาประหยัด
  6. จำนวน 1 ราย
  7. ประเภทร้านค้าในเครือพาณิชย์จังหวัดจำนวน 10 ราย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นร่วมเปิดงานจำนวนมากและได้รับความสนใจจากข้าราชการ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านซื้อของจำนวนมาก บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.หัวหิน เปิดอบรมดนตรี-นาฎศิลป์ เตรียมรำถวายสักการะบูรพมหากษัตริย์ไทย 5 ธ.ค.นี้/ มหกรรมดนตรีแจ๊ส ศิลปินดังระดับโลก ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ที่บ้านเพชรสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น “เทิดไท้สมเด็จบูรพกษัตริย์ไทย ครั้งที่ 8” มี Mr.Brian Anderson นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นางทิพวรรณ สุทัศน์ ประธานศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน นางประเสริฐศรี จอกกระจาย ประธานชมรมนาฏศิลป์เมืองปราณบุรี คณะผู้บริหารเทศบาลฯ คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์การเรียนรู้ฯ วิทยากร คณะครู และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี พร้อมชมการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ประกอบบรรเลงดนตรีไทยจากนักเรียนที่เข้ารับการอบรม

การอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค.67 เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทย และปลูกฝังส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนในท้องถิ่น สำนึกรักบ้านเกิด มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติที่สวยงาม

มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพร้อมที่จะใช้ศักยภาพของตนเองทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยมีโรงเรียนในพื้นที่ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านหัวหิน, โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์, โรงเรียนเทศบาลวัดหนองแก, โรงเรียนบ้านห้วยมงคล, โรงเรียนหนองพลับวิทยา, โรงเรียนบ้านสามร้อยยอดบุญรักษ์อุทิศ และโรงเรียนบ้านเนินกรวด และวิทยากรผู้ให้ความรู้แยกตามความถนัดจากโรงเรียนต่างๆ รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 85 คน

โดยในวันที่ 4 ธ.ค.67 จะเป็นการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงดนตรีไทย และในวันที่ 5 ธ.ค.67 จะเป็นการบรรเลงดนตรีไทยท้องถิ่นในจังหวัดประจวบฯ ประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน และในปีนี้ได้มีการประพันธ์บทเพลงชื่อเพลง นจคีตาคาราว สตมราชานุสรณีย์ ประพันธ์คำร้องโดย นายพันธกานต์ ใบเทศ ทำนองโดย นายนิพนธ์ กล่อมบรรจง และ นายสามารถ เกิดมงคล เพื่อประกอบการรำถวายสักการะบูรพกษัตริย์ โดยมีนางรำจิตอาสาในชุดไทยสวยงามจากศูนย์การเรียนรู้ดนตรี-นาฏศิลป์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมรำถวาย พร้อมทั้งมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลงธงชาติจากนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน.

กลับมาอีกครั้ง ‘Hua Hin Jazzical Festival 2024’ มหกรรมดนตรีแจ๊สจากศิลปินชื่อดังระดับโลก
ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงมอสโก จัดงานแจ๊สที่หลายคนรอคอยกับเทศกาลดนตรี “Hua Hin Jazzical Festival 2024” ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับศิลปินแจ๊สระดับโลกชาวรัสเซียอย่าง อิกอร์ บุตแมน (Mr.Igor Butman) และศิลปินแจ๊สชาวไทยระดับประเทศที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้ได้แจ๊สกันอย่างเต็มที่ พบกับโชว์การแสดง Thai Cultural Performance ที่เป็นการแสดงเอกลักษณ์ของไทยไว้มากมาย อาทิ การแสดงโขนและรำไทยประกอบดนตรีไทยประยุกต์ พร้อมการแสดงโชว์อัตลักษณ์ไทยที่หาชมได้ยากที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บลูพอร์ต หัวหินในฐานะพื้นที่จัดงานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหัวหิน ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ โดยใช้ดนตรีและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง ที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 126 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและรัสเซียอีกด้วย

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า เมืองหัวหินถือเป็นเมืองตากอากาศระดับโลกที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังถือเป็นเมืองมีชื่อในเรื่องของดนตรีแจ๊ส ที่ผ่านมาเคยได้มีการจัดกิจกรรมที่มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Benny Golson ซึ่งถือเป็นตำนานแจ๊สที่ยังมีชีวิตอยู่ The Yellowjackets วงดนตรีแจ๊สชั้นนำระดับโลกที่เล่นกันมา 40 ปี และ เคนเนธ บรูซ กอลีลิกซ์ (Kenneth Bruce Gorelick)” หรือ “Kenny G” ผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการดนตรีแจ๊สของโลก เจ้าของผลงานยอดขายสูงที่สุดในโลก เจ้าของรางวัล American Music Awards และ Grammy Awards ก็เคยมาเล่นที่เมืองหัวหินเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9

ครั้งที่พระองค์ท่านแปรพระราชฐานไปประทับอยู่ที่ อ.หัวหิน พระองค์ท่านก็มีชื่อที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Jazz ดังภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป่าแซกโซโฟน ที่เป็นภาพคุ้นตาของหลายต่อหลายคน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหัวหินเป็นเป็นเมืองแห่งศิลปะและดนตรี ซึ่งครั้งนี้คณะจัดงานได้นำเสนอสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊สทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกมาให้ชมกัน รวมไปถึงการแสดงโชว์ต่างๆ ที่เน้นการนำเสนอความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติ โดยใช้พลังซอฟพาวเวอร์ของอัตลักษณ์ไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งยังเป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและสร้างความประทับใจในการมาเยือนหัวหินอีกด้วย”

สำหรับศิลปินแจ๊สแนวหน้าระดับโลกหลังจากครั้งที่แล้วได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี คือ อิกอร์ บุตแมน ศิลปินแห่งชาติรัสเซีย และเป็นผู้ควบคุมวง Moscow Jazz orchestra ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจากประธานาธิบดีรัสเซียในปี ค.ศ 2021 ครั้งนี้มาพร้อมกับวงดนตรี Igor Butman Quintet เป็นวงที่รวบรวมนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่มากความสามารถจากรัสเซียมาแบบเต็มวงและเคยได้รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและเอเชีย รวมทั้งการร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติที่มีชื่อเสียงทั่วโลก พร้อมกับศิลปินแจ๊สแนวหน้าของไทยที่เป็นแขกรับเชิญพิเศษมาร่วมเซอร์ไพรส์ทุกท่านในงานวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปที่ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน บัตรราคา 4,500 / 2,500 / 1,800 และ 800 บาท มีจำหน่ายแล้วที่ https://bluporthuahin.gosalepage.co/lfa-dlgr-mxw นอกจากนี้ยังมีการออกบูธจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มจากร้านดังมากมายทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติ มาให้ร่วมชิม ช้อป และดื่มด่ำไปกับความกลมกล่อมของบรรยากาศดนตรีแจ๊สในยามค่ำคืน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.032-905-111 หรือ Facebook : BluportHuaHinOfficial, Line official : @bluport
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมด้วยช่วยกัน ลุยน้ำลงพื้นที่แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (3 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พร้อมด้วยกำลังพลฝ่ายอำนวยการฉก.ตร.นราธิวาส 93 /ชป.กร.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 เดินลุยน้ำลงพื้นที่ ม.4 บ้านโคกโก และ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส

ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วม โดยได้พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พร้อมแจกข้าวกล่อง และน้ำดื่ม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาหารในครัวเรือนของตนเองได้ นอกจากนี้จะแจกจ่ายข้าวกล่องและน้ำดื่มในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ เนื่องจากข้างของเครื่องใช้ยังอยู่ในที่สูง โดยนายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศเตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 3

เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคม นี้ โดยวันนี้ (3 ธ.ค.67) มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนวันที่ 4-5 ธันวาคม มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังจะเข้ามานั้น เจ้าหน้าที่ยังคงคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ครบรอบ 9 ปี สมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน จ.เชียงราย องค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก

แชร์เนื้อหานี้

ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงรายเวลา10.00น.วันที่3ธันวาคม2567สมาคมหารผ่านศึกและทหารกองหนุน เชียงราย จัดงานครบรอบ9ปีในการก่อตั้งสมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน เชียงราย ตามนโยบายองค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งนายทะเบียนสมาคมจังหวัดเชียงราย

จดทะเบียนครั่งแรก เมื่อ28 มิ.ย.2559มีจ่าสิบเอก บุญส่ง ศรีจุมปา ทหารผ่านศึกอดีตกำลังพล ร.17 พัน 3 (ในพระองค์)เป็นนายกสมาคมผู้ก่อตั้ง พร้อมคณะบริหาร14ตำแหน่ง ปัจจุบันมีนายศรีเนตร์ ธนาคำ อดีตกำนันบ้านดู่ เมืองชียงราย ในงานวันดังกล่าวมีการสวดเจริญพุทธมนต์ทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2559 จำวนวน 104 รายซึ่งทางสมาคมได้เชิญทายาทและครอบครัวผู้เสียชีวิตเหล่านั้น

หลังเสร็จพิธีทางศาสนา นายราชัน มีน้อยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนสิ่งของเครื่องกันหนาวจาก คุณวิโรจน์ คุณเฟื่องฟ้า อำนาจเกษม เจ้าของและผู้จัดการบริษัท สยามฟูรูกาวา เทรดดิ้ง จำกัด (กทม ) และตัวแทนกรรมการผู้จัดบริษัท วีอาร์ กลกาล จำกัด(กทม.)

และเพื่อมอบต่อให้กับสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดเชียงรายเพื่อมอบให้กับทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่ประสพภัยน้ำท่วม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาวะลำบากและเสียชีวิตอนึ่งยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารผู้กล้าและเสียสละเพื่อชาติเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคม และของขวัญปีใหม่2568 ที่จะถึงเร็วนี้

    สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าวนับว่าเป็นการปฏิบัติติดต่อกันมาโดยตลอดนับว่าเป็นกิจกรรมที่ทหารกองหนุนและทหารผ่านศึกได้ระลึกถึงเหล่าบรรดาทหารที่มีคุณาประการต่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะปลดประจำการก็ได้ปฏิบัติหน้าที่จนลมหายใจสุดท้ายถือว่าเป็นการเสียสละต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยมาตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากมีการมอบสิ่งของเครื่องกันหนาวและผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสร็จสิ้นนายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงราย ได้เชิญพอ.เด็ดดวง ณ ลำปางในฐานะที่ปรึกษาสมาคมได้กล่าวทักทายสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนให้กำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติ  ในต้อนท้ายนายศรีเนตร์ ธนาคำได้กล่าวทักทายบรรดาสมาชิกสมาคมทหารกล่าที่มาร่วมงาน กล่าวอวยพรปีใหม่ส่งความปารถนาดีต่อให้สมาชิกสมาคมทุกคนให้สุขภาพแข็งแรงเนื่องในโอกาสที่วันปีใหม่2568ที่จะมาถึงเร็วๆนี้

ธนากฤต วรรมณี
ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/”สุเทียน” ร้องผู้ว่าฯ มุกดาหาร สอบ 157 วินัย-จริยธรรม โยธาธิการและผังเมือง ไม่เปิดเผยข้อมูลโครงการสร้างเขื่อน-สะพาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567​ ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร กระทำผิดวินัย กฎหมายและประมวลจริยธรรม สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ได้ยื่นขอข้อมูลข่าวสารต่อโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร กระทั่งเวลาได้ล่วงพ้นมาเกินกว่า 15 วัน ปรากฏว่าโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร เพิกเฉยไม่แจ้งผลการพิจารณาตามที่ได้ยื่นขอ

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 จึงได้หนังสือแจ้งให้ดำเนินการตามคำขอข้อมูลข่าวสารอีกครั้ง หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายทวีศักดิ์ สุริยะสิงห์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร ได้มีหนังสือแจ้งว่า โครงการที่หน่วยงานดำเนินการเองมี 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยแข้ (ชุมชนค่ายลูกเสือ) สามารถไปคัดถ่ายเอกสารได้ ส่วนอีก 5 โครงการ กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็น หน่วยดำเนินการ

ให้ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ประสานขอคัดถ่ายจากหน่วยงานดำเนินการ โดยไม่อำนวยความสะดวกให้ ทั้งที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งสามารถที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการจัดให้รับเอกสารได้ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร โดยไม่ต้องเดินทางไปกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งของกรมโยธาธิการและผังเมือง อีกทั้ง หนังสือก็ไม่ได้แจ้งว่าให้ติดต่อโดยวิธีใดกับเจ้าหน้าที่ผู้ใดในกรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย อีกทั้ง เมื่อได้เดินทางไปขอรับเอกสารโครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามห้วยแข้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร ปรากฏว่าได้รับเอกสารเพียง 1 ฉบับ จากที่ขอไปทั้งหมด 4 ฉบับ อันทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยไร้ประโยชน์

จึงเห็นว่าการกระทำของโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหารและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด , ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานบริการข้อมูล ข่าวสารแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว , ไม่เปิดเผยข้อมูลข้อมูลอย่างโปร่งใสตามมาตรา 3/1 พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน , ไม่ปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 และประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารตรวจสอบข้อเท็จจริงและและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปกระทรวงมหาดไทย #กรมโยธาธิการและผังเมือง #จังหวัดมุกดาหาร #โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ปปท #ปปช

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ท​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธา ผังเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือระยะ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมสิรินธารา2 โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ กรมโยธานิการ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการเปิดการประชุม มีนายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวปิยวรรณ ทะแพงพันธ์ ขนส่งจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์รูปแบบโครงการรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 (พื้นที่ศึกษาจังหวัดบึงกาฬ) โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการ นายสุเทพ เวชสาร สถาปนิกผังเมือง และ นางสาวจุฑาทิพย์ ปทุมมาส นักผังเมือง กล่าวให้ข้อมูลรับข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมของโครงการ

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ขอให้ผู้แทนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้ช่วยระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีระบบบริการขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานเหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ในภาพรวมอื่นๆ สามารถสนับสนุนการพัฒนาทางธุรกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรมหาชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉืยงเหนือตอนอนบน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ
นายพิสิษฐ์ ชีวะพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ มีที่ตั้งโดดเด่นในการเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อประตูสู่อาเซียน

ไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพและการผจญภัยที่งคงาม สามารถเดินสะดวกสบาย โดยทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวจากเหตุผลข้างต้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเจียงเหนือตอนบน 1 และใด้รับการจัดสรรรบประมาณ เพื่อว่าจ้างผู้ให้บริการทำงทำงานศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียต

โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมขนให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป ซึ่งในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง ที่ปรึกษาโครงการได้รับไปพิจารณาออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จะนำเสนอในที่ประชุมในรอบถัดไป ทางด้านนายบุญธรรม ลวิราช กำนันตำบลนาแสง กล่าวว่า เดิมทีบ้านนาคำแคน หมู่ 3 และบ้านนาคำแคนพัฒนา หมู่ 6 เป็นชุมชนเดียวกัน ตอนนี้ชุมชนหนาแน่น และประชากรมากขึ้น การนำเสนอและออกแบบโครงการนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างจะพอใจ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือซุ้มประตูหน้าโรงเรียนภูทอกวิทยา ส่วนถนนที่จะปรับปรุงอยากให้เพิ่มท่อระบายน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับชุมชนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับการพื้นที่ดำเนินการโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมต่อการรองรับการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนัก และมีจิตสำนึกด้านชาติพันธ์ และถิ่นกำหนด

ระยะกลาง 2 ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงด้านเหนือมีขอบเขตติดฝั่ง สปป.ลาว ทิศใต้ติดกับชุมชนบ้านสะง้อ ชุมชนบ้านหอคำเหนือ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรม และการใช้งานของคนในชุมชน เป็นที่ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และระยะกลาง 3 โครงการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดินเท้าเมืองบึงกาฬ เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ให้เป็นเมืองน่าเดิน ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณชุมชน ได้แก่ ชุมชนวิศิษฐ์ ชุมชนบึงกาฬเหนือ ชุมชนบึงกาฬกลาง ชุมชนบึงกาฬใต้ ชุมชนศรีโสภณ และชุมชนบึงสวรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้ถนน หรือ ทางเท้าสัญจร มีความปลอดภัย มีทัศนียภาพที่งดงาม ไร้สิ่งกีดขวาง หรือบดบังภูมิทัศน์ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 2 ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้าแปดริ้ว” ยอดหมุนเวียนกว่า 55 ล้าน/รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้า” โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมพิธีแถลงข่าว

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บัญชีม้า โดยมีขบวนการคอกม้า จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า บุคคลไปเป็นบัญชีม้า และบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) จากนั้นพาไปชายแดนไทย-กัมพูชา (อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว) ข้ามไปกัมพูชาเพื่อสแกนหน้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกว่าบัญชีจะถูกอายัดเงินจากผู้เสียหายจะถูกโอนเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล ทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยได้ทำการสืบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67 มีขบวนการคอกม้า จัดหาบัญชีม้า 5 คน ไปเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จ.ฉะเชิงเทรา และธนาคารใกล้เคียง เปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลครบแล้ว นำไปส่งที่หน้าห้างเดอะ สตาร์ หน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีรถยนต์เก๋งมารับไปข้ามคลองน้ำใส ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อยู่ในออฟฟิศตึกแถว 3 ชั้น สแกนใบหน้าจนถูกอายัดบัญชีจึงส่งตัวกลับไทย หรือเรียกว่า “ม้าตาย” ก็จะหาบัญชาม้าหรือ “ม้าตัวใหม่” มาแทน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีม้า 5 คน พบว่าเปิดบัญชีม้า 24 บัญชี มีเงินโอนเข้าจากผู้เสียหาย 133 ราย (ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67) ก่อนบัญชีม้าถูกอายัดพบเงินหมุนเวียน 31,222,399.60 บาท โอนออกไปยังบัญชีต่างๆ และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) รวม 24,518,580.78 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท เป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน การกระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10.11 (เป็นธุระจัดหาคอกม้า) มาตรา 9 (เปิดหรือยินยอมให้ใช้ซิมผี บัญชีม้า) มาตรา 25 (มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) และร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คอกม้า 8 คน บัญชีม้า 5 คน ผลการจับกุม คอกม้า 2 คน บัญชีม้า 2 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน รวม 6 คน ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.น.ส.วริศราฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 2.นายเสน่ห์ฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 3.น.ส.สุกัญญาฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 4.นายชัยสิทธิ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 5.นายอธิวัฒน์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 6.นายวรพันธ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า)

จึงดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษนะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนฯ นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงโทษของการเปิดซิมผี บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ระวังจะติดคุกหัวโตเพราะเป็นความผิดร้ายแรง

รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่สนามยิงปืนบูรพา 491 กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีสำคัญ ก่อนเดืนทางมาตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ได้รับฟังข้อมูลบรรยายสรุป ก่อนตรวจเยี่ยพื้นที่โดยรอบของสนามยิงปืน บูรพา 491 และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 โดยได้กล่าวให้กำลังชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติที่มีความพร้อมแทบทุกด้าน สร้างความเข้มแข็งและเสริมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการรักษาสะอาดทั่วบริเวณของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 ที่เจ้าหน้าที่ให้ความเอาใจจนดูร่มรื่นเหมาะสมเป็นที่ปฏิบัติงานมี่ควรเป็นแบบอย่างให้หน่วยอื่นๆ ต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ชลบุรี 2025แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายกเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 นายจิราธิวัฒน์ ศุภรัตนเสรี ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 นำกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการเมืองพัทยา ในโอกาสที่กองประกวดมาเก็บตัว

ด้วยกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 ได้เล็งเห็นความถึงสำคัญของการจัดการประกวดที่จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ของจังหวัดชลบุรี เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกระแสนิยมของการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี จากการจัดกิจกรรมการประกวดมิสแกรนต์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา และชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเมืองพัทยาและบางแสน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี

ด้วยเหตุผลนี้จึงจัดกิจกรรมเก็บตัวขึ้นที่เมืองพัทยาและการประกวดที่บางแสน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้ทราบโดยทั่วกันว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส่วนราชการเมืองพัทยาและผู้เกี่ยวข้องต่อไป