เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเท้ง” ผู้สมัครนายกเล็ก เทศบาลบ้านกรูด ชนะขาดคู่แข่ง นำทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้าสภาเป็น สมัยที่ 2 เกือบยกทีม / สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกฯเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายก หมายเลข 1 ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้คะแนน 1,600 คะแนน ทิ้งห่าง นายณรงค์ พุกจันทร์ อดีต สท.หลายสมัย ผู้สมัคร หมายเลข 2 ในนามกลุ่มรักบ้านกรูด ได้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 545 คะแนน ในส่วนสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มพัฒนาบ้านกรูดได้เข้าสภาเกือบยกทีม โดยมีเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้สมัครอิสระ แทรกเข้ามาได้ 1 คน กลังจากนี้ก็รอ กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ได้ออกมาขอบคุณ ทีมงาน และชาวบ้านกรูด ที่ไว้วางใจให้ทีมกลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้ามาทำหน้าที่ต่อไปอีก สำหรับเทศบาลบ้านกรูด มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3,334 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 2,239 คน คนเป็นร้อยล่ะ 67.16 %

////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

ประจวบคีรีขันธ์ _ สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังการปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 1 กลุ่มรักทับสะแก ที่ไร้คู่แข่ง ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ได้ 1,870 คะแนน

ในส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มรักทับสะแก สามารถผ่านเข้าสภาได้เพียง 9 คน โดยมีผู้สมัครอิสระ สามารถสอบเข้าสนามนี้ได้ 3 คน หลังจากนี้ก็รอ กกต.ประกาศรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

//////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเก่านครเจ้าพระยาฯ เอาอยู่ ชนะเลือกตั้งเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

รายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จ.ชลบุรี อันดับ 1 คือ นายอาคมเจตน์ พันเฉลิมชัยโชค หรือนายกฮุ้น จากกลุ่มลูกเจ้าพระยา อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ให้เป็นนายกเทศมนตรีอีกสมัย ส่วนสมาชิกจาก 24 ที่นั่ง พลาดไป 7 เก้าอี้ ให้พรรคประชาชน

โดยนายกฮุ้น สามารถเอาชนะคู่แข่ง ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 18,008 คะแนน
เอาชนะนายอภิชัย พิทยานุรักษกุล จากพรรคประชาชน ไป 1,614 เสียง ทั้งนี้ ดร.ติ๊ด อภิชัย อดีต หัวหน้าฝ่ายแบบแผน และก่อสร้าง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนไปได้ถึง 16,394 คะแนน

โดยที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้นำดาวเด่นของพรรค ลงพื้นที่เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ต่อเนื่อง ส่งแกนนำพรรคมาช่วยหาเสียงหลายราย อาทิ หัวหน้าพรรคประชาชน เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, วิโรจน์ ลักคณาอดิศร, เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ

ทั้งยังปิดท้ายด้วยคลิปเชิญชวนเลือกตั้งของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรียกว่าขนมาหมดแม้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง และยังมีการขึ้นรถตระเวนหาเสียงทั่วพื้นที่อย่างไม่ลดละ นับเป็นความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ของพรรคประชาชนที่ต้องการครองพื้นที่ท้องถิ่นอย่างเทศบาลนคร แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจและเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนไปได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่าน-เลือกตั้งนายกเล็กเมืองน่านนายกตี๋เบอร์ 2 รักษาแชมป์ไว้ได้หวุดหวิด พร้อมนำ สท.เข้าวิน14 คน

แชร์เนื้อหานี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันอาทิตย์ 11 พฤษภาคม 2568 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่านและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน เจ้าหน้าที่ก็เริ่มนับคะแนนในเวลาประมาณ17.30 น.ท่ามกลางความสนในของกองเชียร์ของผู้สมัครและประชาชนในเขตเลือกตั้ง เข้ามารับชมการนับคะแนนในแต่ละหน่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่านมีผู้สมัครนายกเทศมนตรี 3 รายประกอบด้วยนายเอกชัย อินทะนัน หรือดอน เบอร์1 กลุ่มเขตเมืองพัฒนา นายสุรพล เธียรสูตร หรือนายกตี๋ แชมป์เก่ากลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ พร้อมนำทีม สท.เข้าวิน14 คน

โดยผลการนับคะแนนนั้นพบว่า นายเอกชัยอินทะนันท์ เบอร์ 1 ได้ 3934 คะแนน นายสุรพลเธียรสูตร แชมป์เก่า ได้ 4075 คะแนน นายเศรษฐพงษ์ ธีรภาพวิเศษพงษ์ ได้ 635 คะแนน ขณะผลการเลือกตั้งสมาชิกสภานั้น กลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ ได้มา 14 คน กลุ่มเขตเมืองพัฒนา 3 คน และอิสระ 1 คน

ขณะที่มีรายงานว่าผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดู่ไต้ โกหนำ สุรวัฒน์ เลิศชัยพิทักษ์ สามารถล้มแชมป์เก่านายทรงพล อัชวากุล เอ๋ ได้ ด้วยคะแนน 2,269 คะแนน ทรงพลได้ 2,161 คะแนน ขณะที่เทศบาลตำบลกองควาย ร.ต.อ.ชัยเดช โรงคำได้ 1,898 คะแนน นายธงชัย ปันคำได้ 1,242 คะแนน ส่วนเทศบาลตำบลเวียงสา นายพงษ์นรินทร์ สุทธารักษ์ ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยคะแนน 903 คะแน

นายพิชิต โมกศรี 619 คะแนน เทศบาลตำบลเชียงกลางนายมนตรี เชี่ยวสุวรรณ ได้ รับเลือกตั้ง ด้วยคะแนน 2,408 คะแนน นายอาณัติ จริยะโกมล ได้,064 คะแนน นายธนกฤต จิตตรง ได้1 ,692 คะแนน เทศบาลตำบลขึ่ง นายสกล ทรัพย์โพธิ์ทอง ได้ 1,106 คะแนน

นางบำเพ็ญ บริบูรณ์ ได้ 1,093 คะแนน นายจรัญ ต่างใจ อดีตนายกคนล่าสุดได้ 258 คะแนน เทศบาลตำบลกลางเวียง นายปฏิวัส ธนะไพศาล 2,246 คะแนน นายสมาน ทิพย์สกุลปัญญา ได้ 2,100 คะแนน นายกิตติกร กุมมาละ ได้ 395 คะแนน

ที่เหลือขอสรุปผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกประกอบด้วย เทศบาลตำบลพระพุทธบาทเชียงคาน นายดนุพัฒน์ กันภัย เทศบาลตำบลหนองแดง นายสามารถ วงศ์เลียบ เทศบาลตำบลทุ่งช้าง นายนายวินัย พนาขวา เทศบาลตำบลงอบ นายจักรภัทร คำรังษี เทศบาลตำบลศรีสะเกษ นายเรืองชัย ด่านพาณิชย์ เทศบาลตำบลบ่อแก้ว นายพายับ สารเถื่อนแก้ว เทศบาลตำบลบ่อเกลือไต้ นายประสิทธิ์ อุปจักร
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ลงใต้ เปิดมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่น อ.ศรีสาคร เยี่ยมเยียนกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง หนุนรายได้ ให้พี่น้องประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีพลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 นายกูพ่า รอเซ็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ตลอดจนตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

สำหรับโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์ สู่ความเป็น เลิศประจำปีงบประมาณ 2568 นี้ เป็นโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาคร ซึ่งประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสาคร องค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง องค์การบริหาร ส่วนตำบลเชิงคีรี องค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ เทศบาลตำบลศรีสาคร และชมรมตาดีการะดับอำเภอ ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับในปีนี้องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ

ทั้งนี้ด้วยโรงเรียนตาดีกาเป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคม โดยเฉพาะ ในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเด็กๆในพื้นที่ต้องเรียนในวันเสาร์ – อาทิตย์ ปัจจุบันมีการรวมตัวจัดตั้งเป็นชมรมขึ้น ทั้งในระดับอำเภอและจังหวัด มีการจัดกิจกรรมต่างๆทุกปี ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือและยกระดับโรงเรียนตาดีกาให้มีการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างจริยธรรมอิสลาม เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนถือปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งใช้กีฬาและกิจกรรมต่างๆ เป็นสื่อกลางในการป้องกัน ให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติด ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเล่นกีฬาและทักษะทางวิชาการแก่เด็กและเยาวชน ส่งเสริมกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและเยาวชน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบไปด้วยโรงเรียนตาดีกาในเขตอำเภอศรีสาคร และมีนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆ โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การประกวดขบวนพาเหรด การแข่งขันกีฬา การประกวดกิจกรรมบนเวที และการประกวดภาควิชาการ เป็นต้น

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าวันนี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการจัดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา นักเรียนตาดีกา และพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีๆให้ลูกหลานของเราได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง โครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ในวันนี้ถือเป็นโครงการหนึ่งที่สามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคี ของคนในพื้นที่ ทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพ่อบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มของเด็กและเยาวชน ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มของเยาวชน เชื่อว่าเยาวชนมีบทบาทอย่างมากที่ช่วยทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ลุล่วง ซึ่งในปัจจุบันเราต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่เยาวชน อย่างจริงจัง และกิจกรรมใน ลักษณะนี้ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง และใหทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน ทุกคนก็มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างสังคมให้น่าอยู่ ปลอดจากอบายมุขเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะน้องๆเยาวชนในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล และประเทศชาติต่อไป

จากนั้นพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปยังวัดกาหลงคีรีธรรมาราม หมู่ที่ 1 ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ตรวจเยี่ยมการทำผ้าทอพื้นเมือง เพื่อหาแนวทางให้กับชาวบ้านที่ทอผ้า หาตลาดเพื่อกระจายสินค้าให้กลุ่มทอผ้า รวมถึงงบประมาณเพื่อทำนุบำรุงอาคารลานทอผ้า อันเป็นการมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อที่จะได้นำกลับไปหาทางเพื่อแก้ไขปัญหา สำหรับการมาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในครั้งนี้มีความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดี
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สอนทำกระเป๋า ด้วยเส้นหวายเทียม หนัง ที่ตลาดจตุจักร มีนบุรี ตอนที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

อ.น้อง สอนทำกระเป๋า ด้วยเส้นหวายเทียม หนัง ที่ตลาดจตุจักร มีนบุรี ตอนที่ 2 ในโครงการ.การพัฒนารูปแบบการสอน วิชาการงานอาชีพ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ศจ.ดร.อัญชลี มีมุข ประธานโครงการฯ อ.วรพร อุดมพันธ์ ผู้อำนวยการสอน ทำกระเป๋าหวายเทียม คุณรัชนี ศรีพล ผู้อำนวยการโฆษณา การตลาด สื่อสารมวลชล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สะเทือนฟ้าดิน! บารมีแผ่ไพศาล! มหาพิธียกฉัตรพระประธาน มงคลสูงส่ง บวงสรวงพระแม่ธรณี เบิกเนตรพระพิฆเนศ หนุนนำชีวิต! เปิดขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จ!

แชร์เนื้อหานี้

เครื่องบวงสรวงยิ่งใหญ่อลังการตั้งตระหง่านในวันดีศรีพญาวัน 10 พฤษภาคม 2568 ณ วัดชมภูเวก นนทบุรี มูลนิธิพุทฑภูมิธรรม นำมหาชนผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหลหลายพันคน หลายๆท่านตั้งใจเดินทางมาจากภาคต่างๆ เพื่รวมพลังร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ #ยกฉัตรพระประธาน #สมโภชพระแม่ธรณี #เบิกเนตรพระพิฆเนศ #ถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน ราวเทพประทานพร เมฆมงคลบดบังสุริยา ให้บรรยากาศร่มเย็น ผู้ร่วมงานดื่มด่ำความสงบในการประกอบพิธี เสียงสวดมนต์และอธิษฐานจิตทรงพลังก้องกังวาน สะเทือนทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ

🙏ภาพฉัตรสง่างามในพระอุโบาถสูงสง่างามเหนือองค์พระประธาน เพื่อเป็นพุทธบูชา เปล่งประกาย ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ก่อให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมในบุญกุศลอย่างลึกซึ้ง 🙏การสมโภชพระแม่ธรณีสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และมั่นคงแห่งแผ่นดิน 🙏และเบิกเนตรพระพิฆเนศเทพขจัดอุปสรรค เสริมสิริมงคล

ท่ามกลางศรัทธา ทุกการกระทำคือ “ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม” อานิสงส์นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง สุข สิริมงคล พลังสามัคคีและความเลื่อมใส เป็นเกราะแก้วคุ้มครอง นำสู่ความสงบสุข ความสำเร็จอันงดงาม มิได้วัดเพียงจำนวน แต่จากปีติสุขในใจ เป็นพลังศรัทธาเชื่อมโยง สร้างสิ่งดีงามแก่พระศาสนาและแผ่นดิน ขออนุโมทนาบุญในความสำเร็จอันน่าซาบซึ้งใจ

อานิสงส์การถวายฉัตรพระประธาน เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน เชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากมาย อาทิ

  • ความร่มเย็นเป็นสุข: ดุจดั่งฉัตรที่กางกั้นความร้อนจากแสงอาทิตย์ ผู้ถวายจะได้รับความร่มเย็นในจิตใจ ปราศจากความทุกข์ร้อน
  • ความสง่างามและความเป็นผู้นำ: การถวายสิ่งที่สูงค่าเป็นการเสริมบารมี ให้เป็นผู้มีสง่าราศี เป็นที่เคารพยำเกรง และอาจส่งผลให้มีความเป็นผู้นำ
  • ความเจริญรุ่งเรือง: เหมือนฉัตรที่ยกสูงขึ้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน
  • การคุ้มครอง: เสมือนฉัตรที่ปกป้องพระพุทธรูป จะส่งผลให้ผู้ถวายแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

อานิสงส์การถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน

  • ความอุดมสมบูรณ์: การถวายปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นแก่พระสงฆ์ จะส่งผลให้ผู้ถวายมีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพย์สินและสิ่งของต่างๆ
  • สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว: การให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์จะส่งผลให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
  • สติปัญญาเฉลียวฉลาด: การถวายสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการปฏิบัติธรรม จะส่งผลให้มีสติปัญญาผ่องใส
  • ความสุขและความเจริญ: การให้ทานเป็นเหตุแห่งความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต และนำมาซึ่งความเจริญในชีวิต
  • การสืบทอดพระพุทธศาสนา: การบำรุงพระสงฆ์เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป
  • #บวงสรวงสมโภชพระแม่ธรณี: อุดมสมบูรณ์ มั่นคง ร่มเย็น ปลอดภัยดุจแม่ธรณีดูแล
  • #เบิกเนตรพระพิฆเนศ: เจริญก้าวหน้า สำเร็จ ขจัดอุปสรรค มีสติปัญญา

ที่สำคัญ รายชื่อร่วมห้าพันชื่อ ได้พริ้นท์และนำขึ้นสู่โต๊ะบวงสรวง อัดพลังบุญเปิดทางชีวิตให้บริบูรณ์ด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ อริยสมบัติ และนิพพานสมบัติ จงทุกประการเทอญ
สาธุๆๆอนุโมทามิฯ🙏😊

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจ สนง.กกต. เขต. 8 ลงเยี่ยม วังหินโมเดล แห่งเดียวในประเทศ เป็นพื้นที่เลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 68 ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อม นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อม และเยี่ยมให้กำลังกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ และในเขตเทศบาลตำบลวังหิน ที่เดินทางมารับอุปกรณ์การเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการทำสัญญาและทำประชาคมกับชาวบ้านในเขต อำเภอวังหิน เป็นโครงการโมเดล ให้เป็นเขตพื้นที่เลือกตั้งสีขาวปลอดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

***ด้าน ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และมาตรวจดู “วังหินโมเดล” ที่ประชาชนชาวตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ และผู้สมัครได้มีการทำสัญญาณกันว่าจะมีการเลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง จนเป็น วังหินโมเดล ซึ่งถือเป็นแห่งแรกที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศไทย โดยถือเป็นการแก้ไขปัญหาในการซื้อสิทธิขายเสียงที่เกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ และทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยหลังจากเลือกตั้งครั้งนี้แล้วทาง กกต. จะมีการประเมินผลอีกครั้งว่า “วังหินโมเดล” ทำได้จริงหรือไหม ซึ่งถือเป็นไปถามที่ตกลงกันได้จริงๆทาง กกต. ก็จะมีการขยายผลนำไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมทั้งประเทศต่อไป

***ร.ต.อ.มนูญ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามที่อบรมไว้อย่างเข้มงวด และลดปัญหาบัตรเสียให้ได้น้อยที่สุด ร่วมถึงให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด และได้ให้ชุดเคลื่อนที่เร็วจับตาทุกพื้นที่ที่มีปัญหาไว้อย่างใกล้ชิด แต่ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแต่อย่างใด

***ทั้งนี้วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค. 68) ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนอกมาใช้สิทธิ ออกมาเลือกตั้ง ได้ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ถึง เวลา17.00 น. และอย่าลืมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และรักษาสิทธิของท่าน ซึ่งการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ สุจริต หรือ เที่ยงธรรม ได้ต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน ไม่ใช้หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 65536;weatherinfo: null;temperature: 35;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แก๊งค้าของเถื่อน ล้วงคองูเห่า ขนกระเทียมเถื่อน ปลายจมูก นรข.มุกดาหาร รวบ 4 คน / ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.)ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี(กระเทียมแห้ง)

จากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาขึ้นฝั่งที่บริเวณใกล้กับเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากสถานีเรือมุกดาหารประมาณ 1 กิโลเมตร

จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกซุ่มบริเวณพื้นที่ ที่ได้รับแจ้งดังกล่าว กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือต้องสงสัยจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งประเทศไทย

จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปช่วยกันยกกระสอบกระเทียมแห้งขึ้นมาจากลำเรือและนำเข้าไปไว้ในบ้านเลขที่ 5/4 ถนนสำราญชายโขงใต้ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่

จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ และสามารถควบคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไว้ได้ 4 คน ส่วนคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ขับเรือแล่นกลับไปฝั่ง สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบกระเทียมแห้งอยู่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงจำนวน 6 กระสอบ ในบ้านเลขที่ 5/4 จำนวน 3 กระสอบ รถจักรยานยนต์ของกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย ฮอนด้า เวฟ 125 i

หมายเลขทะเบียน 1 กด 8545 มุกดาหาร และยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง วิทยุรับส่ง 2 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แก๊งค้ากระเทียมเถื่อนมุกดาหารล้วงของงูเห่า #สถานีเรือมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สืบเนื่องจาก นโยบายของ นายรีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุษศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ. ศภ.2 ที่กําชับให้เข้มงวดในการตรอจสอบการกระทําความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ. ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ. ส่วนบริการศุลกากร ดําเนินการตาม นโยบายอย่างเข้มงวด โดยได้สั่งการให้นางสาวศิรินันท์ จันทจวง นักวิษาการศุลกากรซํานาญการ นำเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมบริเวณใต้สะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว แห่งที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือมุกดาหาร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้มีการตรวจยึดกระเทียมแห้งได้ที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อขยายผล

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารและแหล่งที่มาของกระเทียมในโกดัง รวมทั้งตรวจนับปริมาณ สินค้าคงคลัง เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการนําเข้าผลปรากฏว่ามีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามถึงแม้ในการตรวจสอบจะไม่พบการกระทำความผิด แต่ก็ถือเป็นการดําเนินการเชิงธุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนําเข้ากระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้าโขง ซึ่งมักเป็นพื้นที่มีการลักลอบนําเข้าสินค้า

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาด่านศุลกากรมุกดาหารได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อตรวจสอบ และติดตามสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยการดําเนินการครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเป็นธรรมทางการค้า

ด่านศุลกากรมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจโกดังกระเทียม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /งานเทศกาลว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 10-11 พ.ค. 68 ( KITE FESTIVEL2025 ) เพื่อเป็นสีสันในการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน อ.ทับสะแก จ.ประจวบ

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค. 2568 ที่บริเวณลานทรายเขื่อนบ้านทุ่งประดู่ ชายหาดทับสะแก หมู่ที่ 2 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายทวีวิทย์ รัตนวิจิตร ผู้ช่วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสุ โชคกิจการ นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขต อำเภอทับสะแก นายวิบูลย์ เทียนทอง นายกอบต.ทับสะแก นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก และนายสุทิน ตั้งเขาทอง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ (พิธีกร) พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน ร่วมแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลว่าวนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 ( kite festivai 2025 )

โดยภายในงานมีการแข่งขัน ประดิษฐ์ว่าวแฟนตาซี ประชาชนทั่วไปไม่จำกัดอายุ ประเภททีม 3 คน สามารถประดิษฐ์ว่าวมาจากบ้านได้ โดยเป็นว่าวชนิดใดก็ได้แต่ต้องประดิษฐ์ขึ้นจากทีมงาน โดยมีภาพถ่ายยืนยันขณะปฏิบัติการประดิษฐ์ ให้ผู้แข่งขันตั้งชื่อว่าวและอธิบายแนวความคิดให้คณะกรรมการทราบ โครงว่าว ตัวว่าว และวัสดุตกแต่งจะทำจากวัสดุใดๆก็ได้ โดยไม่จำกัดขนาดของว่าวและความยาวของเชือกชัก

นายโพสิทธิ์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแก ในฐานะคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า ชุมชนบ้านทุ่งประดู่เป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน จากอดีตที่ผ่านมาช่วงฤดูกาลหน้ามรสุม หรือหน้าว่าว ตั้งแต่เดือน ธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ชาวบ้านก็ต่างออกมาทำว่าวเล่นไม่ว่าจะเป็นว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวแฟนตาซีต่างๆ ขึ้นมาเล่นกัน แต่ทุกวันนี้กีฬาชนิดนี้เริ่มสูญหายไป เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้จักการผลิตว่าว

ในฐานะตนเองเป็นประธานกลุ่มรักษ์หาดทับสะแกได้ตระหนักถึงเรื่องการอนุรักษ์ว่าว อนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาในอดีต โดยในปีนี้จึงได้จัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 มีการแข่งขันประดิษฐ์ว่าว การวาดภาพระดับเยาวชน โดยมีถ้วยรางวัล งานจะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 10-11 พ.ค. 68 เวลา 11.00 น.- 23.00 น. ส่วนภาคกลางคืนจะมีอาหารพื้นบ้านมาจำหน่ายและมีดนตรีให้ชมกันตลอดงาน ( สามารถนำเก้าอี้สนาม แคมป์ปิ้ง มานั่งได้เลย )

//////////////////////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมงกุฎราชกุมาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พ.ค.68 ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดเขาบ้านกลาง หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร

โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกรียติมาร่วมงาน พร้อมมี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายจามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ นายอำนาจ เขม่นกิจ สปก จังหวัดฯ นางสาวพัชรี ทิพยาภรณ์ ตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดฯ

นางสาวลัดดาวัลย์ วรรณวิไลย สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดฯ นายเชาร์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ประชาชนชาวเกษตรกรอำเภอทับสะแก ร่วมงาน

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและอย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน ระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และฝึกอบรมการเกษตรเพิ่มเติม ควบคู่กันไปด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยกำหนดจัดงานตามรายไตรมาส ปีละ 4 ครั้ง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 13 คลินิก

ได้แก่ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร คลินิกยางพารา คลินิกเกษตรและสหกรณ์ และคลินิกพืชอาหารสัตว์ และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมงาน และเข้ารับบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 300 คน

///////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวปากช่อง “ค้านเหมืองแร่ดิน”หวั่นมลพิษ-สิ่งแวดล้อมเสียสมดุล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ชาวบ้านตำบลหนองน้ำแดง-ตำบลปากช่อง หมู่2และหมู่14ร่วมฟังประชาพิจารย์ รับฟังความคิดเห็น สัมปะทานบัตร เหมืองแร่ดิน ของบริษัทปูนซิเมนต์ นครหลวง จัดโดยอำเภอปากช่องและอุตสาหกรรมจังหวัดด้านชาวบ้าน รวมตัวออกมาคัดค้านการก่อสร้าง เหมืองแร่ดินดังกล่าวหวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตทางการเกษตร ผลไม้และทำลายแหล่งการท่องเที่ยวชุมชนอีก

ทั้งโครงการดังกล่าวสร้างกลางชุมชนหวั่นมลพิษและการสัญจรของเยาวชน-ประชาชนจะได้รับอันตราย เมื่อวันที่8 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาทางอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาร่วมกับอำเภอปากช่อง ผู้นำชุมชนและตัวแทนจาก บริษัทปูนซิเมนต์ นครหลวง จำกัด(มหาชน) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านหมู่ที่2และหมู่ที่14ขึ้นภายในหมู่บ้านบริเวณศาลาประชาคมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการต่อประธานบัตรก่อสร้างเหมืองแร่ดินของบริษัทปูน ซิเมนต์ นครหลวง จำกัด บริเวณพื้นที่ 105ไร่ 1งาน 86ตารางวา ตั้งอยู่หมู่ที่2 ตำบลน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โดยเป็นการขอประธานบัตรทับพื้นที่ประธานบัตรเดิมเลขที่28811/15999 ที่เคยได้รับอนุญาตและปัจจุบันสิ้นอายุแล้ว แล้วพื้นที่ขอประธานบัตรที่2/2567ทั้งแปลง อยู่ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของ บริษัท ได้แก่ โฉนดเลขที่ 20455 เลขที่ดิน7ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยโครงการทำเหมืองแร่ดินอุตสาหกรรม ชนิดดินซิเมนต์ ของบริษัท ปูนซิเมนต์ นครหลวง จำกัด(มหาชน)จะทำ โดยวิธีเหมืองเปิด (open pit) ตลอดอายุโครงการ 5ปี และได้ยื่นขอต่อประธาน การทำเหมืองต่ออุตสาหกรรมจังหวัด

เป็นที่มาของการนำเสนอข้อมูลประชาพิจารณ์ให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ ทางด้านกลุ่มชาวบ้าน ประกอบด้วย นายวิรัตน์ กล้าหาญ นายมนตรี สุดโต นางสาว สาววิต ศรีมงคล แล้วนาย สวิล คงแคลง ชาวบ้านตำบลหนองน้ำแดง หมู่2 ได้ออกมาให้ความเห็นว่าพื้นที่ก่อสร้างเหมืองแร่ดินดังกล่าวอยู่ติดกับวัดและกลางชุมชนที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่หนาแน่นกว่า 500 ครัวเรือนแล้วมีการปลูกพืช อาทิ แก้วมังกร ทุเรียน อโวคาโด้ น้อยหน่า เป็นจำนวนมากอีกทั้งบริเวณโดยรอบเหมืองยังมีการลงทุนของนักลงทุนทำธุระกิจการท่องเที่ยวโรงแรมและรีสอร์ทจำนวนมากเป็นชุมชนเกษตร และการท่องเที่ยว

หากเหมืองแร่มาทำการก่อสร้างจะทำให้เกิดมลภาวะด้วยสิ่งแวดล้อมอาทิ ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณรัศมี 5กิโลเมตรการสัญจรจะยากลำบากเพราะมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกวันละเกือบ100เที่ยว/วัน อีกทั้งมลพิษจากฝุ่นจะทำให้เกิดผลเสียต่อพืชผลทางการเกษตร น้ำบาดาลใต้ดินที่ทางบริษัทปูนซิเมนต์จะเจาะลึกลงไป15-20เมตร จะส่งผลต่อน้ำใต้ดินของชาวบ้านทิศทางน้ำอาจจะเปลี่ยนได้ ดังนั้นชาวบ้านส่วนไหญ๋จึงไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างเหมืองแร่ดินของบริษัทในครั้งนี้และวิงวอนขอให้บริษัทหยุดก่อสร้างโครงการดังกล่าวเพื่อเก็บป่าพื้นนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปทางด้าน ดร.เรืองเกียรติ สุวรรโณภาส อ.มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ได้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมกับชาวบ้านร่วมกันคัดค้านโครงการนี้ตั้งแตเดือนมกราคม 2568

ได้นำชาวบ้านไปยื่นหนังสือต่อผูว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ที่ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานอุตสาหดรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อคัดค้านโครงการดังกล่าว และเป็นที่มาการเสนอโครงการทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ซึ่งตนได้ทำการยื่นหนังสือการคัดค้านต่อปลัดอำเภอปากช่อง และนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานสิทธิมนุษยชน พื้นที่ภาคคะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล ว่าชาวบ้านไม่สนับสนุนโครงการนี้ เพราะจะให้โทษมากกว่าผลดีต่อขุมชนโดยรอบและตนจะยื่นหนังสือต่อ สส.และกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม ต่อไป.

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กยศ. เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน พ.ค.-มิ.ย.68

แชร์เนื้อหานี้

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 100

         กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดทางช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบจากการหักเงินเดือนเป็นการชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 หรือสามารถขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มผ่อนชำระใหม่เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากการที่กยศ. ได้มีการหักเงินเดือนเพิ่มเติม 3,000 บาท กับผู้กู้ยืมที่มียอดค้างชำระ ซึ่งก่อนหน้า กยศ. ได้มีการติดตามหนี้ครอบคลุมผู้กู้ยืมทุกคน รวมถึงผู้ที่ถูกหักเงินเดือน ให้ไปชำระยอดค้างส่วนนี้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากผู้กู้ยืมส่วนหนึ่งไม่ชำระยอดที่ค้าง ทำให้ กยศ. จำเป็นต้องเพิ่มวงเงินหักรายเดือนอีก 3,000 บาทต่อบัญชี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568

       โดย กยศ.ได้มีการแจ้งทั้งผู้กู้และนายจ้างแล้วนั้น ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถให้หักเงินเดือนได้ตามที่ กยศ.แจ้ง ให้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มต้นการผ่อนชำระใหม่ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. แล้วกว่า 200,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังคงมียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ยังคงต้องแจ้งให้หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทต่อบัญชี ในเดือนพฤษภาคม 2568 และเดือนต่อไปจนกว่าจะไม่มียอดค้างชำระ

ดังนั้น กยศ. ขอให้ผู้กู้ยืมชำระยอดหนี้ที่ค้างหรือติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์โดยเร็ว ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระของงวดปี 2568 ทั้งนี้ ในระหว่างรอการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ได้เพิ่มเงื่อนไขการปรับลดการหักและนำส่งเงินของนายจ้างชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบด้านการดำรงชีพในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 ได้เท่านั้น กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมทุกท่านที่ชำระเงินคืนกยศ. อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมรุ่นน้องต่อไป”
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประตูสู่ล้านนานายอำเภอทุ่งเสลี่ยมนำปลูกต้นไม้วันพืชมงคล.

แชร์เนื้อหานี้


ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย โดยนายปพน สอนธรรม นายอำเภอทุ่งเสลี่ยม

เป็นประธานเปิดโครงการ “ขยับกาย ปลูกต้นไม้ ลดโลกร้อน” ปลูกต้นไม้เนื่องในวันพืชมงคล รณรงค์

สร้างกระแสให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่มีส่วนร่วในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มทรัพยากรป่าไม้ ลดโลกร้อนและฝุ่น PM 2.5

กิจกรรมในวันนี้ เป็นการปั่นจักรยานลัดเลาะชมธรรมชาติ ลดโรค เพิ่มพลังชีวิต และปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว คนละ 1 ต้น ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดเชิงผา กลุ่มเป้าหมายร่วมกิจกรรม 200 คน และมอบกล้าไม้ให้ตัวแทน อสม แต่ละตำบล เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม

โดยมี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุ่งเสลี่ยม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประชาชนอำเภอทุ่งเสลี่ยมได้เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่รักษ์โลกปลูกต้นไม้เพื่อให้ความชุ่มชื้นบนพื้นดินและพื้นป่าสร้างอากาศที่ดีเพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้นในชั้นบรรยากาศโลกด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.น่าน จัดงาน”ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน อ.ภูเพียงจ.น่าน”และ”งานเทศกาลผลไม้ ของดีตำบล เมืองจัง 2568″

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568ณ สนามกีฬาโรงเรียนศรีนครน่าน
ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านนายพล ผัดผล นายก อบต.เมืองจังกล่าวรายงานต่อ นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง ประธานในพิธีเปิดงาน
“ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.
2568″

โดยมีนายทรงยศ รามสูต ส.ส.น่าน เขต 1 พรรคเพื่อไทย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจพงศ์ กีรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นาย รุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายก อบต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน นางสิรินทร รามสูต อดีต ส.ส.น่าน นางพวงแก้ว พรมมิ สอบจ.เขตอำเภอภูเพียง นายบุญยงค์ สดสอาด ประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน

และนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นายศรีลัย ติ๊บแก้ว นายก อบต.นาปัง ผู้บริหาร ปลัดอปท.ในพื้นที่อำเภอเพียง ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาร่วมออกบูธ สำนักงานพาณิชจังหวัดน่าน มาจำหน่ายสินค้าราคาถูก ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในเขตตำบลเมืองจัง พี่น้องเกษตรตำบลเมืองจัง หน่วยงานราชการร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยกิจกรรมจัดขึ้น

ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์และหลากหลายทั้งการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อาทิเช่นวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง กิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแม่น้ำน่านบ้านหาดผาขน แม่น้ำยาวหาดสบยาว การเก็บและแปรรูปสาหร่ายไก นอกจากนี้
ยังมีสินค้าการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

ที่ได้ความนิยม เช่น การปลูกและแปรรูปมะม่วงหิมพานต์ ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจกลุ่มแปรรูปมะไฟจีนบ้านกอก ผลิตตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน ผลิตภัณฑ์บ้านโคมคำตำบลม่วงตี๊ด ประกอบกับตำบลเมืองจังเป็นพื้นที่ปลูกผักและผลไม้แหล่งใหญ่ในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะมะม่วง ลิ้นจี่แลถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของตำบลเมืองจังและของจังหวัดน่าน โดยในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนจำนวนมาก

สำหรับการจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้าน
อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” และ”งานเทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปีพ.ศ.2568″ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์จากชุนทั้ง7 ตำบลในเขตอำเภอภูเพียง และเป็นการเปิดฤดูกาลใม้ผลของตำบลเมืองที่ออกสู่ตลาดจำหน่าย โดยเฉพาะมะม่วงและลิ้นจี่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภายในงานประกอบกิจกรรมต่างๆดังนี้

1 กิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการและการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร
และผลิตภัณฑ์ชุมชนของเกษตรกรและกลุ่มวิสาทกิจของทั้ง 7 ตำบลในอำเภอภูเภอภูเพียง 2) กิจกรรมการประกวดและแข่งขันของทั้ง 7 ตำบลในในอำนอำนกอภูเพียง ประกอบด้วย การประกวศร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การประกวดจัดกระเช้าผลิตภัณภัณฑ์ทางทางการภาษตร การแข่งขันกินลิ้นจี่ การประกวดเมนูซูเอกลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่น (ลาบปลาข้น)เป็นต้น

3) การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น 11 หมู่บ้าน ตำบลเมืองจัง
4) การแข่งขันตำมะม่วง (เมือง) ลีลา 5) การประกวดผลผลิตมะม่วง 4 สายพันธุ์ได้แก่ พันธุ์เขียวเสวย พันธุ์น้ำดอกไม้ เบอร์ 4 พันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง พันธุ์โชคอนันต์ และการประกวดผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อม 6) การแข่งขันกีฬาเปตอง
7) การประกวดหนูน้อยผลไม้ 8) การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ
9) การแสดงดนตรีของวงดนตรีร่วมสมัย

การจัดงาน “ส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและลานหัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอ
ภูเพียง จังหวัดน่าน” และ “เทศกาลผลไม้และของดีตำบลเมืองจัง ประจำปี พ.ศ.ศ.2568” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์ทางการและ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและ ผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอภูเพียง และกระตุ้นการตลาด การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น

มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ต่อไปและการจัดงานในวันนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากอบจ.น่าน จำนวน 100,000 บาท และอบต.เมืองจัง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬรวมเป็นหนึ่ง Buengkan Zero Dropout จะไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนโครงการ “Buengkan Zero Dropout” และพิธีมอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโครงการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุนวันที่(9 พฤษภาคม 2568) ที่หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “ตำบลต้นแบบ การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา

เพื่อให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ตามโครงการ (Buengkan Zero Dropout) ภายใต้โครงการขับเคลื่อนข้อเสนอการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการด้านการศึกษาในภูมิภาค ระดับตำบโดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบวุฒิบัตร พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ดร.กษมา ป้องกัน ผอ.สพม.บึงกาฬ นายนรภัทร สิทธิจักร รองผอ.สพม.บึงกาฬ ดร.ชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 120 คน

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุนแนวทางในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน และให้การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกการศึกษาหรือเด็กตกหล่นได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างโอกาสความเสมอภาคความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย เพื่อให้ชวัญและกำลังใจและเชิดชูผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นพื้นฐานที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบชุมชนในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ จากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า จังหวัดบึงกาฬ มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3–18 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษากว่า 4,371 คน โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา มีตำบลต้นแบบ Zero Dropout ในจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 1 แห่ง
คือ ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กตกหล่นและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง จนกระทั่งส่งผลให้นักเรียนได้สำเร็จการศึกษา

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “การศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน จังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา เราจะไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การประชุมในวันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังร่วมในระดับตำบล ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต”

นางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยยึดพื้นที่เป็นฐานการทำงาน ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมุ่งหวังให้ทุกตำบลในจังหวัดเป็นพื้นที่ปลอดเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ เราไม่ได้มองเพียงการนำเด็กกลับมาเรียนเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้ตามศักยภาพ และสามารถเชื่อมโยงสู่การมีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

โครงการ “Buengkan Zero Dropout” มุ่งขับเคลื่อนกลไกการค้นหา ติดตาม ฟื้นฟู และส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ระดับตำบล โดยคาดหวังให้จังหวัดบึงกาฬเป็นต้นแบบของการดำเนินงานเชิงพื้นที่ด้านการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ยึดมั่นในหลักการ “ให้การศึกษาที่เท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” กระทรวงศึกษาธิการต้องการเห็นเด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเสมอภาคและเติบโตในสังคมอย่างมีความสุข ตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข”

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ผลตรวจเลือด” โคกลุ่มเสี่ยงที่มดลูกทะลักตาย ไม่พบเชื้อเกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหารว่า จากการที่พบมีโคที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการมดลูกทะลักตายจำนวน 1 ตัว ในหมู่บ้านโคกสว่าง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องแลปไปแล้วนั้น ปรากฏว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารได้แจ้งรายงานยืนยันผลตรวจที่ออกมาแล้วว่า ไม่พบเชื้อที่เกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์แต่อย่างใด

ส่วนมาตรการในสัตว์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกักฝูงโคที่เสียง 123 ตัว ในเกษตรกร 21 คน ที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุการติดเชื้อในคน โดยได้ฉีดยาปฏิชีวนะ Penicllin 7 วัน และกักสังเกตอาการอย่างน้อย 20 วัน ห้ามไม่ให้มีการนําวัวไปเลี้ยง

ในพื้นที่แปลงหญ้า หรือแหล่งน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยงการปนเปื้อนเชื้อ และได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในโค กระบือ ที่เลี้ยง ในพื้นที่เสี่ยง
ตลอดจนได้ทําลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงด้วยโซดาไฟ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่สําคัญ เช่น ที่เือด สิ่งแวดล้อม

โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สื่สโมสรฟุตบอลเยาวชนช้างศรีสุขสวัสดิ์ ความสำเร็จChampions รายการ Thailand Youth Cup 2025 รุ่นU14พ่วงด้วย 2รางวัล

แชร์เนื้อหานี้

สโมสรฟุตบอลเยาวชนช้างศรีสุขสวัสดิ์ ขอกราบขอบพระคุณ ผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จChampions รายการ Thailand Youth Cup 2025 รุ่นU14
พ่วงด้วย 2รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ของ ด.ช.ธนชล สาระพงษ์ (แมนยู)ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ของ ด.ช.ภวินท์ พันธ์จันทร์ (วิน) และโอกาสในการไปทดสอบฝีเท้า จาก CIMON โดยการคัดเลือกของ โค้ชปุ๋ย

  • แมนยู 54 ธนชล สาระพงษ์
  • กาย 54 ธนกร แย้มบู่
  • ราม 55 นรภัทร ไก่แก้ว
  • ข้าวกล้อง55 จักรวุฒิ จูงวงศ์
    เมื่อวันที่ 4เมษายน2568
    ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ

ขอบพระคุณ ท่านรองมานะพันธ์ อังคสกุลเกียรติ รองนายก อบจ.ศรีสะเกษ สนับสนุนชุดแข่งขันสำหรับลูกช้างพร้อมกองเชียร์ทุกรุ่นอายุ
ขอขอบพระคุณ ผู้เอื้อเฟื้อและผู้ประสานความอนุเคราะห์ต่างๆ ทั้ง ที่พัก อาหาร การเดินทาง


ขอบพระคุณ ความเมตตา จาก ท่าน ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ
ขอบพระคุณ ท่านรอง ผู้กำกับเสือ สภ.เมืองชัยภูมิ
นมัสการขอบคุณ หลวงพี่ตุ๋ม ผช.จอ.วัดชัยภูมิวนาราม
พร้อมด้วย คณะเพื่อนฝูงกัลยาณมิตร ของ หมวดอ็อด ร.ต.ต.สราวุธ จูงวงศ์
ที่ได้มาต้อนรับ ดูแล สนับสนุนน้ำท่าอาหาร ตลอดการแข่งขัน จนกระทั่งเดินทางกลับ
ภาพ/ข่าว วนิดา คัลณา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เที่ยวสวนส้มโอศรีสะเกษ ที่บ้านตาด อ.เมืองจันทร์ ทิปทัวร์สวน 450 ไร่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิใจนำเสนอ สวนส้มโอบ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ( ภาพมุมสูง โดรน ) ในการนำทัวร์สวนส้มโอ กว่า 450 ไร่ และกำลังปลูกเพิ่ม ขยายเพิ่ม ตามความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยวบ้านตาด อำเภอเมืองจันทร์ ที่ผลิตส้มโอ ของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3,000 ไร่

เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน ตามตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลผลิตตามความต้องการของตลาด จากที่เกษตรกรไปเที่ยวภาคกลาง แล้วซื้อส้มโอมาเพาะ มาทดลองปลูก 1 ต้น ก่อนที่พัฒนาแยกสายพันธุ์ จนปัจจุบันนี้ มีส้มโอที่บ้านตาด จำนวน 7 สายพันธุ์ คือ พันธ์ขาวน้ำผึ้ง, พันธ์ทับทิมสยาม, พันธุ์ทองดี, พันธุ์ขาวแตงกวา, พันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์แดงเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งวันนี้เกษตรกรรวมตัวกัน

เตรียมจัดงาน วันส้มโอศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.บริเวณสวนแห่งนี้ โดยในงานจะมี การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในสวนส้มโอ ที่กำลังออกลูกเต็มต้น การทำเมนูจากส้มโอ ที่แซบที่สุดนั้นก็คือ ยำส้มโอสด ซึ่งเครื่องก็จะประกอบด้วย ส้มโอ ในทุกสายพันธ์ กะทิ, มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิลงคั่ว, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, กระเทียมทอด, หอมแดงศรีสะเกษเจียว, น้ำพริกเผาสูตรบ้านตาด และน้ำปรุงรสสูตรบ้านตาด นำมาคลุกเคล้าตามสูตร

ก็จะได้ยำส้มโอที่สุดอร่อย สุดแซบแบบไทยๆ ไม่เผ็ด แต่กลมกล่อมพอดี นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์จากส้มโอ อธิ ขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้ง วันนี้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่าของเปลือกส้มโอ นับเป็นแห่งแรกของศรีสะเกษ และของไทย ที่นำเปลือกมาพัฒนาต่อยอด ด้วย

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายแท่ง สุระ นายก อบต.ตาโกน เจ้าของพื้นที่ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขยายผลผลิตส้มโอบ้านตาด พร้อมด้วยหอการค้าจังหวัด, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษ, เกษตรจังหวัด, นายณัฎฐพงษ์ บุดดี เจ้าของสวนส้มโอรายแรก และนายอำเภอเมืองจันทร์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว แก่สื่อมวลชน พร้อมนำทำเมนู ยำส้มโอศรีสะเกษ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้งเปลือกเป็นขยะ

วันนี้นำเปลือกส้มโอ ทั้งหมด มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่า วันนี้สวนส้มโอพร้อมแล้ว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวงาน “ส้มโอศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงวันนี้ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.สวนส้มส้มโอ บ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นี้ กับพาทัวร์สวนส้มโอ ครั้งของของศรีสะเกษ ด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 การแข่งขัน บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) งบประมาณ 2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) เข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม

แชร์เนื้อหานี้

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานนะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 บก.อก.ภ.่่(งานประชาสัมพันธ์และงานแถลงข่าว) ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า

วันที่ 8 พ.ค.68 เวลา 14.30 น.
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ให้โอวาทแก่ ทีมปราบไพรีอริศัตรูพ่ายทั้ง 2 ทีม ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนและเตรียมความพร้อมการแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับ บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) สถานีข้ามสิ่งกีดขวาง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ทีม ผลการแข่งขัน

– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 13
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 21
การแข่งขันเสร็จสิ้น ผลรวม จำนวน 5 Stage ดังนี้
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 5
– ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 12

โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.กฤษณพงษ์ ชูตระกูล รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.ฯ, ร.ต.อ.ศุภร ภาวมิ่งมงคล รอง สว.ฯ ส่วนควบคุม และ จนท.ส่วนปฏิบัติ จำนวน 2 ทีม พร้อมผู้สังเกตการณ์ ร่วมขอบคุณและรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 1

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา.น่าน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอเวียงสา เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผู้เลี้ยงสัตว์ บ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ชื่อโครงการ”จัดซื้อวัวแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มันให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านชื่นใหม่ ชื่อโครงการ”จัดชื้อแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านชื่นใหม่ หมู่ 5 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย และนายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดการลักลอบเติมน้ำมันเขียว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 8 พฤษภาคม 2568 นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายวิศิษฐ วชิรวิรุฬห์ ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 ผู้แทนจากกรมสรรพสามิต และ ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรพงษ์ ดีนุช สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 6 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมสังเกตการณ์วิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำหน่ายน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (โครงการน้ำมันเขียว) และเข้าตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันในเขตต่อเนื่อง (Tanker) ณ สถานีบริการ วีนัส 10 ของ บริษัท ไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมง จำกัด เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วม โครงการน้ำมันเขียว

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ออกประกาศกรมศุลกากรที่ 210/2567 เรื่อง พิธีการศุลกากรว่าด้วยการนำน้ำมันดีเซลออกไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยประกาศกรมศุลกากรฉบับดังกล่าว เป็นการปรับปรุงแก้ไขประกาศกรมศุลกากร ที่ 68/2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับประกาศกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจัดทำประกาศกรมศุลกากรฉบับล่าสุด เป็นผลจากการหารือร่วมกันของผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ค้าน้ำมันในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาวประมง
และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมายอีกด้วย

อธิบดีกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับโครงการน้ำมันเขียวจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในการลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในกิจการประมง อันจะเป็นการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนอีกทางหนึ่ง ทั้งสามหน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของการตรวจเยี่ยมในวันนี้ หลังจากนี้ ทั้งสามหน่วยงานจะบูรณาการ การทำงานร่วมกัน เพื่อให้การปฏิบัติตามโครงการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของโครงการฯ เกิดประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ ในส่วนของกรมศุลกากร จะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่จำหน่ายให้กับเรือประมงในเขตต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย มิให้มีการกระทำความผิดทางศุลกากรเกิดขึ้น
////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสายท / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรอ. มน.สุโขทัยลงช่วยเหลือประชาชนจากพายุฤดูร้อน. / สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 68 เวลา 1100 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้น

ที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่

ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายในพื้นที่ฯ ในการประสานการฟื้นฟูในลำดับถัดไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าเวลา 09.30น. พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท)

พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท.

เพื่อขับเคลื่อนด้านความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาสังคม มุ่งเน้นการดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568
เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่8พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดแพร่

โดยมีนาย คุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานจัดการประชุม พร้อมนาย อนันต์ เพชร์หนู ผอ.สทนช 1ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและประชุมทางออนไลน์

โดยมีนาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม สทนช.1เลขานุการฯการประชุมได้กล่าววาระการประชุมทั้ง6วาระอนึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีวาระสำคัญคือความก้าวหน้า

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี2568และการจัดการทำแผนบริหารจัดการน้ำหลากที่จะมาถึงโดยทั้งนี้ได้จัดการประชุมตามระเบียบวาระจนถึงเวลา12.00น
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยงานความมั่นคง นราธิวาส ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล

แชร์เนื้อหานี้

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อหารือปรับแผนยุทธวิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ความมั่นคงของประชาชน คือหัวใจสำคัญของภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยงสูง พร้อมเน้นย้ำทุกภารกิจต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางซึ่งตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ยืนหยัด มุ่งมั่น และปรับใช้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคมได้ โดยสนับสนุนกิจกรรมที่สะท้อนการต่อต้านความรุนแรง และการประณามผู้ก่อเหตุ รวมถึงการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐ
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุทยานแห่งชาติน้ำตก ห้วยยางบุกจับผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่า คุ้มครองในพื้นที่ป่าสงวน หลังพบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมายหลายข้อหา

แชร์เนื้อหานี้

นายนพพร ประทุมเหง่า ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ หย.2 (น้ำตกขาอ่อน) ได้ออกตรวจลาดตระเวนในพื้นที่ป่าบ้านหนองโปร่ง (ช่องหนองบอน) และจับกุม นายชิต (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 464 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

เจ้าหน้าที่พบซากลิงกัง 1 ซาก พร้อมของกลางอื่นๆ ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว 1 กระบอก กระสุน 9 นัด มีดพก 1 ด้าม หนังสติ๊ก 1 อัน ไฟคาดหัว 3 อัน กระสอบปุ๋ยสีขาว 1 ใบ และเปลนอน 1 ผืน ณ จุดเกิดเหตุในป่าหนองโปร่ง บ้านหนองโปร่ง หมู่ที่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายจิรายุ พูลทวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง กล่าวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงหลายข้อ ทั้งตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ฐานเก็บหาของป่าและกระทำการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าและครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานนำออกและทำอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์และอาวุธเข้าไปในเขตอุทยาน และยิงปืนภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังถูกร้องขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีภูธรธงชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ​การดำเนินงานตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและการบุกรุกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดตรวจตราเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ประธาน วันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบ72 ปี รับโล่รางวัล กก.ตชด.23 ปรามยาเสพติดดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 สมาคม 2568​ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 เป็นประธานเป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณกองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23) ให้แก่หน่วยงาน, ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติด

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการใช้หลัก “การลดความต้องการการใช้ยาเสพติด และลดปริมาณยาเสพติดรวมทั้งดำเนินการกับ ผู้ค้ายาเสพติด อย่างเด็ดขาด” ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ และภาคประชาชน จึงต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเต็มกำลัง

จึงมีนโยบายเน้นหนักด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ด้านการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการนําผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล และการบำบัดด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างให้ประชาชนและชุมชนเข้าใจ

และรับรู้ปัญหายาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน ส่วนด้านการปราบปรามยาเสพติด

ได้ดำเนินการจับผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าทุกระดับ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด​ กก.ตชด.23 ได้รับโล่รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.236 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 รับมอบโล่รางวัลจาก พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
🏆 กองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
🏆 กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23)


🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.236)
🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.234)การปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนตชด23สกลนครตชด236นครพนมตชด234มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ผบ.ตร. ประธานพิธีวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72


.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานีพิธีสดุดีและวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ก่อตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

โดยมี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) อดีต ผบ.ตร อดีต ผบช.ตชด. อดีตข้าราชการตำรวจ ตชด. แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธีฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Movie Copyright (Thailand) คอหนังเตรียมรับมือ ความกลัวของอสุรกาย ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ระทึกขวัญ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“

แชร์เนื้อหานี้

ที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น…

”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นที่ผ่านมาคอหนังอาจเคยได้ยินชื่อของ “คราเคน” (Kraken) กันมาบ้าง นั่นก็เพราะ ”คราเคน“ ก็คือ “สัตว์ทะเลในตำนาน” ที่มีลำตัวขนาดมหึมา โดยอสูรร้ายตนนี้เคยปรากฏตัวให้เห็นมาบ้างแล้วในภาพยนตร์หลายเรื่องอาทิเช่น Clash of the Titans และ Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest

ปีนี้อสุรกายใต้ทะเลลึกจะมาปรากฏกายให้คนดูหนังได้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันอีกครั้งในผลงานของผู้กำกับฯ ชาวรัสเซีย นิโคไล เลเบเดฟ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือดำน้ำขีปนาวุธของรัสเซียหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับในทะเลกรีนแลนด์ เรืออีกลำหนึ่งจึงถูกส่งออกไปเพื่อค้นหาตัวของกัปตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือดำน้ำลำที่หายไป และเพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธลับสุดยอดตกไปอยู่ในมือของศัตรู ในขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นคว้าทางธรณีวิทยาที่ขั้วโลกเหนือก็ปลุกให้ ”คราเคน“ สัตว์ประหลาดใต้น้ำขนาดยักษ์ที่มีความสามารถในการพรางตัวและสติปัญญาอันน่าเหลือเชื่อให้ตื่นขึ้นมา และเมื่อนั้นพวกเขาก็ได้ประจักษ์ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบนอกจากในฝันร้ายเท่านั้น… ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ นำแสดงโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ, ไดอาน่า โพซาร์สกายา, อเล็กเซย์ กุสคอฟ และ วิกเตอร์ โดบรอนราฟอฟเตรียมรับมืออสุรกายในตำนาน ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์“ โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านเครียด! จนท. – ปศุสัตว์ บุกเก็บสิ่งของส่งตรวจหาเชื้อแอนแทรกซ์ แต่กลับปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจ / พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ในวันนี้ได้มีการนำดินมาถมบริเวณที่มีการชำแหละวัวในบริเวณสวนยาง บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมีอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

จนเป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย และเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์แพร่กระจายออกไป โดยได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดอนตาล นำโซดาไฟมาผสมน้ำแล้วใส่ฝักบัวไปเทราดลงพื้นดินทั่วทั้งบริเวณที่มีการชำแหละวัว ก่อนที่จะให้รถขนดินนำดินมาถมแล้วใช้รถไถบดอัดจนได้ระดับความสูงระดับเหนือพื้นดินเดิม 50 เซนติเมตร

นายทัศนเทพ รักพิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง ม.6 ตำบลเหล่าหมี กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่มีข่าวผู้เข้ามาชำแหละวัวในสวนยางบ้านโคกสว่างเสียชีวิต 1 คน และป่วยอีก 2 คน ด้วยโรคแอนแทรกซ์ จากนั้นก็ได้มีส่วนราชการจากหลายหน่วยงานเข้ามาในหมู่บ้านทั้งสาธารณสุข

ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์ ในตอนแรกชาวบ้านก็รู้สึกดีใจเพราะเห็นหลายหน่วยงานเข้าทำให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ขึ้นในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็ได้มานำดินจากบริเวณจุดที่มีการชำแหละวัว และขอเนื้อวัวซึ่งได้มาจากการชำแหละวัวในวันที่ 28 เมษายน ที่ชาวบ้านแช่ไว้ในตู้เย็น

เพื่อส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีข่าวว่าจะรู้ผลประมาณตรวจวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม แต่จนถึงวันนี้ซึ่งมีทั้งปศุสัตว์เขต 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์และบำบัดโรคสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านโคกสว่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงผลการตรวจดินบริเวณจุดชำแหละ

ตลอดจนสิ่งของที่เอาไปจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อาทิ เนื้อวัวและเครื่องในวัวจากการชำแหละเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาที่ชาวบ้านเก็บไว้ในตู้เย็น เขียงและมีด ที่ใช้หั่นเนื้อ ว่าผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง

โดยมีแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งห้ามไม่ให้บริโภคของที่อยู่ในตู้เย็นโดยต้องเอาทิ้งและทำความสะอาดตู้เย็นให้ปลอดเชื้อ แต่กลับไม่บอกว่าสิ่งที่เอาไปติดเชื้อหรือไม่อย่างไร และสิ่งของที่ถูกเอาไปแม้กระทั่งเขียงและมีดจนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบคืนใหเ้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด

การที่หน่วยราชการโดยเฉพาะปศุสัตว์แจ้งผลใดๆให้ชาวบ้านทราบ ทำให้ชาวบ้านต่างยิ่งต่างพากันวิตกกังวลและเกิดความเครียดซ้ำหนักขึ้นไปอีก ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพอนามัยของตัวชาวบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านควรจะได้รับทราบข่าว

สารของทางราชการแต่กลับถูกปิดบังอำพรางดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมปศุสัตว์ ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อน ความเดือดเนื้อร้อนใจและความเครียดของชาวบ้านในเรื่องดังกล่าวด้วย

ชาวบ้านเครียดหน่วยงานรัฐปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจเชื้อแอนแทรกซ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข #กรมปศุสัตว์ #จังหวัดมุกดาหาร #โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารในวันนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานว่สพบผู้ป่วยยืนยันเป็นโรคแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

ทำให้มียอดผู้ป่วยที่ยืนยันผลการตรวจแล้วทั้งสิ้น 4 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร 2 ราย ที่โรงพยาบาลดอนตาล 1 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย และมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเฝ้าระวังโรคทางผิวหนังและโรคทางเดินอาหารจำนวน 98 ราย

ส่วนในพื้นที่บ้านโคกสว่างหมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยทั้ง 4 ราย

ที่เป็นโรคแอนแทรกซ์เคยใช้เป็นจุดชำแหละซากวัว เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณโดยรอบ และทำการขึงรั้วตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางไปยังบริเวณริมลำห้วยบางทราย บ้านโคกสว่าง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชำแหละซากวัวเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาได้นำเอาเศษซากวัวที่เหลือ

จากการชำแหละแล้วแบ่งปันให้กับคนในหมู่บ้านไปทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณที่เคยใช้ทิ้งซากวัวดังกล่าว ส่วนซากวัวเจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังกลบในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุ ทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.ต.เสกสรร คุณาวัน สว.(สอบสวน) สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุยิงกันอยู่ที่บ้านบ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนายสุธิวัฒน์ ทานะเวช 27 ปี พักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 1 นัดและที่แขวนขวาอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอนตาลและถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลมุกดาหาร

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุทธิวัฒน์ ชื่อ นายธวัชชัย พาลี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 11 ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เป็นทหารพรานอยู่กรมทหารพราน 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้ถูกยิง ซึ่งหลังก่อเหตุไม่หนีไปไหน อยู่รอมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอกและกระสุนอยู่ในรังเพลิง 1 นัด

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุพร้มของกลางอาวุธปืนมาดำเนินคดีที่ สภ.ดอนตาล โดยผู้ก่อเหตุให้การยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงน้องเมียจริง เนื่องจากตนกับกับน้องเมียไม่ค่อยลงรอยกันโดยมีสาเหตุทะเลาะกันเป็นประจำล่าสุดไปงานประเพณีบุญบั้งไฟที่อำเภอดอนตาล เมื่อกลับมาบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะจึงได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงนายสุธิวัฒน์ ดังกล่าว

บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดเวที “NAN CREATOR” จุดประกาย Soft Power วิถีน่าน สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ผ่าน Soft Power วิถีน่าน สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (NAN CREATOR)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส จังหวัดน่าน โดยมีครูและนักเรียนในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 135 คน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน, วิทยากรจากกลุ่ม ออริจิน่าน

และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพแห่งอนาคต สู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงลุก (LOOK)” พร้อมผลักดัน “น่านเมืองสร้างสรรค์ (Nan Creative City of Crafts and Folk Arts)” ให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านพลังของครูและเยาวชนรุ่นใหม่



วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568

  1. บรรยายเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นำตั๋วเมือง เรียนรู้สู่วิถีน่าน โดยวิทยากร นายบุญโชติ สลีอ่อน
  2. บรรยายเชิงปฏิบัติการ การสร้างแรงบันดาลใจ เทคนิคการเล่าเรื่องการถ่ายภาพ และการถ่ายคลิปวิดีโอ และ Workshop การออกแบบการจัดการเรียนรู้
    2.1) เทคนิค และการเขียนเล่าเรื่อง สู่การนำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์จากวัฒนธรรมวิถีน่าน โดยกิจกรรมกลุ่ม
    2.2) การสร้างแรงบันดาลใจ สู่การลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างรายได้ผ่านรูปแบบออนไลน์
    วิทยากร คุณนันทวัฒน์ ศักยะธนาสิทธิ์ เจ้าของเพจ บาสทิ้งกรุงเข้าป่า
  3. กิจกรรมแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
    3.1) นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ต่อยอดผลิตภัณฑ์
    3.2 )การทำงานร่วมกับชุมชนหัตกรรมจังหวัดน่าน
    3.3) การลงมือทำ และประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานจากอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านเมืองน่าน
  1. การสร้างแรงบันดาลใจการนำอัตลักษณ์น่านสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
  2. การแบ่งปันประสบการณ์การสร้างสรรค์สินค้าประเภท Art Toy การผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมกับของเล่น
    วิทยากรโดย คุณณัฐกร เงินวงค์นัย ประธานกรรมการ หจก. เดอะทรีซัคเซส และ คุณพงศกร บูรณเทศ เจ้าของแบรนด์ Yak Kiku Studio (Art toy)

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568
1.แบ่งกลุ่มอภิปราย ประเด็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปให้พร้อมสำหรับการออกสู่ตลาด

  1. การแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การขายสินค้าออนไลน์ และออนไซด์ (บ้านถั่วลิสง)
  2. แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและตลาดสินค้าชุมชน โดยวิทยากร จำนวน 2 คน นายธีรยุทธ จันทร์คล้าย ประธานคลัสเตอร์เกษตรแปรรูปน่านอะโกร และนางสาวอารีย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการบ้านถั่วลิสง จำกัด
  1. กิจกรรมแบ่งกลุ่ม สัมภาษณ์/เก็บข้อมูล / ประเมินความพร้อม และพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ วิทยากรโดย กลุ่มผู้ประกอบการ ออริจิน่าน
    ฐานที่ 1 ผลิตสื่อนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์
    ฐานที่ 2 สร้างผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ให้ทันสมัย
    ฐานที่ 3 เพิ่มมูลค่าสินค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. เชื่อมโยงพหุปัญญาวิถีน่าน สู่การบูรณาการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้นำสู่ การปฏิบัติ ในสถานศึกษา โดย คณะผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พิธิปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม วิทยา (นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อุปถัมภ์) เปิดแล้วให้เรียนฟรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสัวโร อรัญวาสีภิกขุ พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 พร้อมด้วย โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและภริยา เป็นประธาน

ในพิธีคุณวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ คุณสมฤทัย ปราสาททองโอสถ คุณอาริญา ปราสาททองโอสถ คุณสุมิตร คุณรุ่งนภา เพชราภิรัชต์ รองประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว และภริยา และ คุณพัชระภรณ์ ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษามูลนิธิดอยเวียงแก้ว ได้ร่วมพิธีเปิดโรงเรียน

โดยโรงเรียนแห่งนี้จัดขึ้นตามดำริของพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เพื่อ เป็นสถานศึกษาในพระพุทธศาสนา สำหรับภิกษุ สามเณร และเยาวชนผู้สนใจในธรรมะ โดยนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้มีจิตศรัทธาเป็นผู้อุปถัมภ์สนับสนุนการก่อสร้างถวาย

และร่วมฟังธรรมเทศนา โดย พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุได้ร่วมพิธี เปิดโรงเรียนวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสัวโร อรัญวาสีภิกษุ วิทยา ณ วัดพระครูบาบุญชุ่ม(วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และมีผู้เข้าร่วมพิธีเปิดครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

โรงเรียนวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม วิทยา (นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อุปถัมภ์) แห่งนี้ เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ประกอบด้วย
1.ห้องสมุดจำนวน 1 ห้อง 2.ห้องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ห้อง 3.ห้องไหว้พระสวดมนต์ จำนวน 1 ห้อง 4.ห้องจัดนิทรรศการ จำนวน 2 ห้อง

5.ห้องจัดการเรียนการสอน จำนวน 5 ห้อง 6.ห้องบุคลากรจำนวน 2 ห้อง
7.ห้องน้ำ จำนวน 6 ห้อง และมีภิกษุสามเณร จำนวน 69 รูป ในช่วง ปีแรก อนาคตวันข้างหน้าจะมีภิกษุสสมเณรแห่มาเรียนกันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี ยึดเฮโรอีน-ยาบ้า ขณะลักลอบนำข้ามโขงมาส่งมุกดาหาร/นบ.ยส.24 ปฏิบัติการ Seal Stop Safe ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 355 มัด710,000 เม็ด อ.บ้านแพง จ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ร.ต.กฤษดา มุลมาตย์ ผู้บังคับหมวดสกัดกั้นฯ ที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.สุรศักดิ์มนตรี) ได้จัดกำลังออกซุ่มตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม บริเวณ บ้านพาลุกา ม.4 ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

ได้ตรวจพบเรือแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เห็นคนบนเรือโยนกระสอบขนาดใหญ่ขึ้นมาไว้บริเวณริมตลิ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าไปตรวจสอบ แต่เมื่อคนที่อยู่บนเรือเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้รีบขับเรือแล่นกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า) ที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษไข พิมพ์อักษร Y 1 มีถุงพลาสติกใส่ห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง รวม 14 มัด จำนวน 86,000 เม็ด

และยังตรวจพบเฮโรอีน จำนวน 1 แพ็ค น้ำหนัก100กรัม จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารยึดเฮโรอีนยาบ้าขณะลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงส่งมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นบ.ยส.24 ปฏิบัติการ Seal Stop Safe ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 355 มัด ประมาณ 710,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 1500 อำนวยการให้ พันเอกอินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ผบ.ฉก.ทพ.21)

ซึ่งได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการขนย้ายยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว มาพักคอยในพื้นที่เพื่อลำเลียงขนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงสั่งการให้ ร้อยโทวันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21)

จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าทำการเฝ้าตรวจพื้นที่ตามภาพข่าว บริเวณริมตลิ่งลำห้วยม่วง บ้านปากห้วยม่วง หมู่ที่ 2 ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ตรวจพบชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน เดินแบกกระสอบสิ่งของต้องสงสัย

เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจสอบกระสอบสิ่งของต้องสงสัย เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มชายดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของและอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป

จากการตรวจสอบพบภายในบรรจุยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) จำนวน 3 กระสอบ (ประมาณ 710,000 เม็ด) หน่วยจึงได้ประสานหน่วยงานความมั่นคง ในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพผลการตรวจพบ

และนำยาเสพติดของกลาง มายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด และนายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพรฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธานการแถลงข่าว

พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม เข้าร่วม ณ บก.ร้อย ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 บ.ปากห้วยม่วง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พร้อมทั้งได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้ สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดซาบซึ้ง! อาจารย์เมย์ ส่งทีมงานอบรม AI ช่วยชาวน้ำหนาว หนุ่มพิการใจสู้ถ่ายทอดความรู้ด้วยหัวใจเต็มร้อย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ เกิดเหตุการณ์แสนประทับใจเมื่อ อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง จากบริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัด ได้ส่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน AI นำโดย นายวรากุล ภัคธัญญานนท์ ชายหนุ่มผู้พิการทางร่างกายแต่ใจแกร่ง มาถ่ายทอดความรู้ AI ChatGPT ถวายความรู้พระสงฆ์ และให้ความรู้ ข้าราชการ, เกษตรกร, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน, ผู้สูงวัย และชาวบ้านกว่า 30 คน

งานนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก พระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว และเจ้าอาวาสวัดโคกมน ที่เมตตามาร่วมเรียนรู้ สร้างบรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

หลังจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วม และทีมงานได้ร่วม ถ่ายภาพหมู่ เก็บความทรงจำแสนอบอุ่น โดยทาง สำนักงานเกษตร อำเภอน้ำหนาว และ กลุ่มเดินตามธรรม ได้บริการ บ๊ะจ่าง และจัดเลี้ยง ขนมจีนสุดอร่อย ให้ทุกคนได้อิ่มท้อง อิ่มใจ พูดคุยแบ่งปันความประทับใจและหัวเราะร่วมกันอย่างชื่นมื่น

นายวรากุล กล่าวด้วยน้ำเสียงปลื้มใจว่า ขอบพระคุณอาจารย์เมย์ ซินแสฮวงจุ้ย ที่มอบโอกาสดีๆ นี้ แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่หัวใจเต็มร้อยความรู้ดีๆ ไม่มีขอบเขต และผว่หวังทุกท่านที่นี่จะสามารถนำไปต่อยอดชีวิตต่อไปได้แน่นอน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.“ห่วงทรัมป์2.0ทำเศรษฐกิจโลกโตต่ำ3%กระทบไทยเร่งหาทางออกประเทศจัดเวที “โอกาสหรือวิกฤติใหม่เศรษฐกิจไทยภายใต้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน“

แชร์เนื้อหานี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(FKII Thailand)
เปิดเผยวันนี้ว่า ไอเอ็มเอฟ.ประเมินล่าสุดว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนกระทบทั่วโลกเป็นลูกโซ่จะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงจาก3.3%เหลือ 2.8% ส่วนมิติการค้านั้น การค้าระหว่างสองประเทศคิดเป็นสัดส่วน 3% ของตลาดการค้าโลกซึ่งมีมูลค่า24 ล้านล้านดอลลาร์โดยเมื่อปี 2024 มูลค่าการส่งออกนำเข้าของสหรัฐและจีนอยู่ที่ 582.4 พันล้านดอลลาร์ โดย สหรัฐส่งไปจีน 143.5 พันล้านดอลลสาร์ และจีนส่งไปสหรัฐ 438.9 พันล้านดอลลาร์

ซึ่งองค์การการค้าโลก(WTO)มองว่าถ้าสงครามการค้ายังสู้กันด้วยการขึ้นภาษีทำให้2ชาติมหาอำนาจยุติการค้าขายกันแต่ตลาดโลกอีก97%ก็ยังค้าขายต่อไปได้ นับเป็นตัวอย่างมุมมองที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามผลกระทบยังมีอีกหลายมิติไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจการค้าและเป็นทั้งโอกาสและวิกฤตขึ้นกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า
สำหรับประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองของทั้ง2มหาอำนาจและอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงลำดับต้นๆที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและนโยบายทรัมป์2.0ครั้งนี้ แต่จะรอดจะร่วงหรือจะรุ่งจะเป็นโอกาสหรือวิกฤตสำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทยหาคำตอบได้ในงานเสวนาโต๊ะกลมของสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์ -FKII National Dialogue
“โอกาสหรือวิกฤติใหม่เศรษฐกิจไทยภายใต้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน“

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 13.00-15.30 น. ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา กรุงเทพมหานคร ขอเชิญร่วมแสดงความเห็นเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทยในสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
พบกับวิทยากรร่วมเสวนา อาทิ 1.นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand 2.นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา (TVA) และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี
3.นายเกษมสันต์ วีระกุล ประธานซีเอ็ดนักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่งผู้เชี่ยวชาญด้านจีนและผู้ร่วมเสวนาโต๊ะกลมลงทะเบียนด่วน!!! รับจำนวนจำกัด!!!ที่ LineOA FKII Thailand: https://lin.ee/BgPCPvdติดต่อสอบถาม
091-1805459(วรวุฒิ)
093-1252012(ลิต้า).

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมกับผู้ใหญ่ใจดีมอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน ผู้สูงอายุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกับผู้นำชุมชนประกอบด้วยนายธงชัย พุฒนา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไชยสถาน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา

นายกมล อินถา ผู้ใหญ่บ้านไชยสถาน นายธนาชัย อินปัน อดีต ผอ.กองช่าง อบต.สะเนียน นางธัญนันท์ อุรา ผญบ.บ้านก้อด นายนิรันดิ์ สิทธิมงคล อดีต ผญบ.บ้านนาท่อ นายบูรณาศัดิ์ ณ ไชย นายสมพร สุทธิ ผช.ผญบ.บ้านปางค่า นางลำดวน เลาเหล็ก นางวีระ น้อยคง อสม.บ้านนาท่อ

นางจันทร์ตา สกุลแก้ว จิตอาสาบ้านค่าใหม่ไชยเจริญ มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน และผู้สูงอายุบ้านก้อด บ้านนาท่อหมู่1 บ้านนาท่อหมู่10 บ้านค้าใหม่ไชยเจริญ และบ้านปางค่า ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้ครอบครัวผู้ป่วยนอกจากนั้นยังได้ให้กำลังใจครอบครัวของผู้ป่วย และผู้ป่วยบางรายที่ยังสื่อสารกันรู้เรื่องถึงกับดีใจจนน้ำตาซึมที่มีคนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ใจดี

ท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน คุณพิษณุ สุเทปิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)หจก.แพร่ธำรงวิทย์(น่าน)จำกัด ที่มอบผ้าห่มให้กับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเป็นตัวแทนนำไปมอบต่อให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้านและผู้สูงอายุ มา ณ โอกาสนี้ เป็นอย่างสูงครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ผู้บริหาร ด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพฯ (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8 /สภาสังคมสงเคราะห์ มอบชุดยังชีพคนพิการ 10 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 คณะนักศึกษาหลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8

พร้อมด้วยหน่วยราชการ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ตชด. ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นำโดย คุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น วพน.12 พอช.1 พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ประธานรุ่น SIMD 1 พลเอกรุจ กสิวุฒิ พลเรือเอกชัยโรจน์ เพชร์รัตน์ พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล คุณวัฒน์ชชัย มงคลศรีสวัสด์ นาวาอากาศเอก พิเศษ อรกูลนาวาอากาศเอก(หญิง) จิรายุ ด้วงนุ้ย ผู้แทนกองทัพอากาศ คุณศรัณร์กษ์ ประสานพรรณ ผู้แทน SIMD 2 คุณอณุษา โย้จิ้ว ผู้แทน ISAB 8

และพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรังได้ร่วมกันเป็นจิตอาสาจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน ภายในจังหวัดตรัง 2 โรงเรียน เด็กนักเรียน 200 คน

และ โรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ยากไร้ ในพื้นที่ จังหวัดตรัง จำนวน 100 ครอบครัว ถุงยังชีพ 100 ชุด

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม

1 พฤษภาคม 2568 : 13.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายอุดม พาขุนทด กำนัน ต.หนองบัวตะเกียด,นางรัตนา เหิมขุนทด

ผอ.กองสวัสดิการสังคม ทต.หนองบัวตะเกียด,น.ส.ชญานันท์ คุณปิติวัฒน์ ผอ.รพ.สต.,นายสุกิจ เปียสันเทียะ ผญบ.ม.10,นางลักขณา ชนะเกียรติ แพทย์ประจำตำบล,นางวาสนา ผดุงตาล กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส,นายสมศักดิ์ ฤาชา

ตัวแทนทหารผ่านศึก อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ,นางศศิธร อาจกล้า จิตอาสา อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ : ลงพื้นที่มอบชุดยังชีพ และบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับคนพิการ จำนวน 10 ราย ณ ศาลากลางบ้าน ม.10 ต.หนองบัวตะเกียด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 10 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จนท.ทหาร ตรวจเข้มรถเข้าออกด่านมุกดาหาร ขณะหน่วยงานกังขาเหตุใดศุลกากรปล่อยคนขับรถขนบุหรี่ไฟฟ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 และเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังสุรนารี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร -สะหวันนะเขต) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ได้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตรารถโดยสารที่วิ่งเข้าออกสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรถโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่างประเทศ สายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต โดยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตรวจพบว่ารถโดยสารระหว่างประเทศสายมุกดาหาร-สะหวันนะเขต หมายเลขทะเบียน 10-0716 มุกดาหาร ได้มีการดัดแปลงพื้นที่ด้านหลังห้องโดยสารทำเป็นช่องลับและใช้ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและของผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้กว่า 4,000 แท่ง และสินค้าหนีภาษีศุลกากรอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ คดีตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวยังสร้างความกังขาให้กับหน่วยงานที่ตรวจยึดว่า เหตุใดด่านศุลกากรมุกดาหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องการปราบปรามดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร และสินค้าหนีภาษี กลับไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารคันดังกล่าว ทั้งที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนในการกระทำความผิด

เนื่องจากการนำเอาสิ่งของซึ่งเป็นกระสอบและกล่องขนาดใหญ่เข้ามาไว้ในรถโดยสาร ทั้งยังนำไปซุกซ่อนไว้ในบริเวณที่ถูกดัดแปลงให้เป็นช่องลับ โดยปกติการนำพัสดุหรือสิ่งของใดๆขึ้นมาบนรถย่อมจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานขับรถซึ่งเป็นผู้ควบคุมรถ อีกทั้ง บขส. ยังมีระเบียบขั้นตอนการส่งพัสดุภัณฑ์ ว่าต้องกรอกใบฝากส่งพัสดุภัณฑ์ ระบุที่อยู่ผู้รับและผู้ส่ง หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับและผู้ส่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุภัณฑ์เพื่อป้องกันสิ่งของผิดกฎหมายหรือยาเสพติด ไว้ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างชัดเจน

ดังนั้น การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารที่บรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักรดังกล่าว ย่อมอาจทำให้สังคมเกิดข้อครหาถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างโปร่งใสหรือมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ด่านศุลกากรมุกดาหารไม่ดำเนินคดีกับพนักงานขับรถโดยสารบรรทุกบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในราชอาณาจักร #ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่โปร่งใส #ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ #จังหวัดมุกดาหาร #บขส #ปปช #ปปท #กรมศุลกากร #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ นำเดินแบบผ้าไทยตระการตา ในงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก /สุดยิ่งใหญ่ ‘งานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง’ ศิลปินนานาชาติร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญา

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ค.68 ที่เวทีกลางงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2568 บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเดินแบบในงาน ผ้าไทยใส่ให้สนุก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “เส้นด้าย…เดินทาง ครั้งที่ 7″

จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ โดยมี นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมการเดินแบบอย่างคับคั่ง พร้อมด้วย “ปลายฟ้า” น.ส.ปลายฟ้า ทองดอนพุ่ม นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568

และ “น้องอาอีฟ” เด็กหญิงกัญญ์วรา ปานเพ็ชร์ หนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก 2568 ร่วมสร้างสีสรรค์ในการแสดงเดินแบบในครั้งนี้ ตามด้วย นายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ และเดินปิดท้ายฟินาเล่จากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในชุดโขมพัสตร์ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ ในชุดไทยบรมพิมานประยุกต์ อย่างสวยงามตระการตา ซึ่งก็ได้รับความสนใจเรียกเสียงเชียร์จากประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ร่วมชม

โดยรายได้จากการเดินแบบในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปมอบให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ และกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมป์ เพื่อนำไปใช้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยต่างๆ โอกาสนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มอบเงินสมทบจำนวน 10,000 บาท ให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ด้วย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มอบของที่ระลึกแก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย


สำหรับ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มีพระประสงค์ให้เป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย และยังเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เห็นว่าสามารถนำไปสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และสามารถนำมาประยุกต์

เป็นเครื่องแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสวยงาม ทันสมัย และสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สามารถยกระดับคุณภาพและความสวยงามของเครื่องแต่งกายแบบไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล รวมถึงเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย อนุรักษ์เอกลักษณ์ผ้าพื้นถิ่น สนับสนุนกลุ่มอาชีพ/ผู้ประกอบการ OTOP เเละวิสาหกิจชุมชนให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.68 ที่วัดสุขสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมได้รับพระเมตตาจาก พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ

นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า องค์กรภาคีเครือข่ายและพุทธศาสนิกชน

เข้าร่วมประกอบพิธี เพื่อเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมกันทำความดีถวายพระราชกุศล แสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และธำรงรักษาไว้ให้มั่นคงสืบไป และเนื่องด้วยในวันที่ 2 เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

ในการนี้ถือเป็นโอกาสอันดียิ่ง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จึงได้ร่วมกับวัดสุขสำราญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุชศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เริ่มแล้ว!! สุดยิ่งใหญ่ ‘งานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง’ ศิลปินนานาชาติร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญา

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณลานหน้าพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) มณฑลทหารบกที่ 15 อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 มี พลตรี กรกานต์ นาเวชวนิชกุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ภาคกลาง)

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) น.ส.สุวิมล วิมลกาญจนา ผอ.ศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นางกัญญพัชร นางาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายนิมิตร พิพิธกุล ประธานมูลนิธิหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม เจ้าของลิขสิทธิ์ Hormony Puppet Thailand พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมในพิธี

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า เพชรบุรี เป็นเมืองที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและศิลปะที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะหุ่นเงา “หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย” และ “หนังตะลุงเมืองเพชร” ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่า การจัดเทศกาลครั้งนี้

เป็นการรวมพลังของศิลปินจากทั่วโลกและคณะหุ่นหนังตะลุงกว่า 35 คณะ เพื่อร่วมกันเชิดชูและต่อยอดศิลปะการแสดงหุ่นทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย พร้อมแสดงความภาคภูมิใจที่เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนังได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival – Tangible Heritage ประจำปี 2025 จากสมาคม IFEA Asia

ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดฯ ในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะวัฒนธรรมจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานอันทรงคุณค่านี้ขึ้นบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและน่าสนใจ

มีการแสดงหุ่นหลากหลายรูปแบบจากศิลปินทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ หนังใหญ่วัดพลับพลาชัยอันสง่างาม การแสดงหุ่นสายศึกพรหมาสตร์ หุ่นกระบอกไทยท้องถิ่น และหุ่นเงาจากนานาชาติถึง 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ญี่ปุ่น เม็กซิโก อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ โคลอมเบีย และสิงคโปร์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ การเสวนา และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัสศิลปะหุ่นอย่างใกล้ชิด เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ๒๐๒๕ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤษภาคม 2568 ณ บริเวณถนนดำรงรักษ์ พระรามราชนิเวศน์ บริเวณวัดพลับพลาชัย และบริเวณถนนมีชีวิตพานิชเจริญ อำเภอเมืองเพชรบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและยกระดับศิลปะหุ่นเงาไทย

ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ตลอดจนสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน พลาดไม่ได้!

กับการรวมตัวของสุดยอดศิลปินหุ่นไทยและนานาชาติ พร้อมชมการแสดงอันตระการตาของหนังใหญ่วัดพลับพลาชัย หนังตะลุงเมืองเพชร และหุ่นเงาจากหลากหลายวัฒนธรรม ที่จะมาสร้างความสุขและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทุกท่าน ณ “เมืองหนัง” เพชรบุรี
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เรียกตรวจเพราะห่วงปาล์มร่วง! ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เจอยาบ้า 543 เม็ดซุกกระเป๋า หนุ่มคนขับรถกระบะถึงกับลนลาน

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้นำรถวิทยุตรวจการณ์หมายเลขข้างรถ 2304 ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ โดยมี ด.ต.อมรเทพ อ่อนจ้อย, จ.ส.ต.รุจโรจน์ ประกอบศุขราษฎร์ และ จ.ส.ต.อดิศร สุนทร ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ร่วมปฏิบัติหน้าที่

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางถึงบริเวณ กม.287 ถนนเพชรเกษม (ทล.4) ขาขึ้น ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบรถยนต์กระบะสีแดง หมายเลขทะเบียน ประจวบคีรีขันธ์  บรรทุกพืชผลทางการเกษตร เป็นผลปาล์มน้ำมันมาในรถ วิ่งผ่านมุ่งหน้าทิศเหนือ โดยไม่ปิดคลุมด้วยผ้าใบ ผลปาล์มอาจร่วงหล่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ถนนรายอื่นได้ จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

เมื่อรถจอด เจ้าหน้าที่พบว่า นายทศวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ขณะพูดคุย นายทศวัฒน์มีอาการลุกลี้ลุกลน น่าสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่

เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น โดยได้ชี้แจงจุดประสงค์และแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกตรวจสอบทราบจนเป็นที่พอใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะยินยอมให้ตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 543 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าสะพาย สีเขียวแบบมีซิป วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้น นายทศวัฒน์ยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนจริง

หลังการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์โดยขณะมีสารเสพติดของยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งการจับกุมแก่ฝ่ายปกครองและอัยการทราบแล้ว รวมถึงบันทึกภาพและอัพโหลดข้อมูลเข้าสู่ระบบ CIB-CCOC ตามขั้นตอนต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ซาบีดา รมช.มหาดไทยเปิดมหกรรมตาดีดาสัมพันธ์เทศบาลตำบลรือเสาะ สืบสานประเพณีท้องถิ่น แสดงอยู่ร่วมกัน ทุกศาสนาอย่างสันติสุข

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ที่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดอัลฮีดายะห์ บ้านบือแนยาโมง ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดมหกรรมตาดีดาสัมพันธ์เทศบาลตำบลรือเสาะ ครั้งที่ 12

โดยมีวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอามีร ซาริคาน นายก เทศมนตรีตำบลรือเสาะ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนราธิวาสเขต 4 ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้เทศบาลตำบลรือเสาะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ดีงามของท้องถิ่น โดยการจัดงานครั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนตาดีกาเป็นสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ให้คำสอนหลักการศาสนาที่ถูกต้อง

และร่วมกิจกรรมในการเสริมสร้าง พัฒนาการที่ดีให้กับเด็กๆและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอน และ สนับสนุนทุกกิจกรรมในชุมชน เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชนและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม เพื่อส่งเสริมนักเรียนตาดีกา ได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์

โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การแข่งขันกีฬาสากล กิจกรรมภาควิชาการ และกิจกรรมภาคเวที ของโรงเรียนตาดีกา ทั้ง 6 ตาดีกา ในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ประกอบด้วย

  1. ตาดีกาอัลฮีดายะห์ ชุมชนบือแนยาโมงชุมสาย 2. ตาดีกายุมอียะห์ ชุมชนมัสยิดกลาง 3.ตาดีกาเดรารำใบ ชุมชนราแมวิทยา
    4.ตาดีกาอัลนาซีอีน ชุมชนกำปงยะบะ 5.ตาดีการาวฎอตุลยันนะห์ ชุมชนบาเละ 6.และตาดีกานูรุลญิฮาด ชุมชนปราลีหลังสถานี ซึ่งโรงเรียนตาดีกาเป็นสถาบันการศึกษาหนึ่ง ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานการศึกษาเอกชน ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่ปลูกฝังในเรื่องการส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม และให้ความรู้เรื่องหลักคำสอนศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง ถือได้ว่าเป็น สิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากมีโรงเรียนตาดีกา จำนวน 6 โรง แล้วยังมี ตัวแทนโรงเรียนตาดีกาในแต่ละตำบลของอำเภอรือเสาะอีก 9 ตำบล มาร่วมในการเดินขบวนพาเหรด รวมกับพี่น้องในเขตเทศบาลทั้ง 13 ชุมชน เพื่อสร้างสีสันและแสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงพลังความรัก ความสามัคคี ของพี่น้องในพื้นที่ทุกภาคส่วน

พื้นที่อำเภอรือเสาะ เทศบาลตำบลรือเสาะ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมมีพี่น้องที่นับถือ ศาสนาพุทธ ไทยมุสลิม พี่น้องไทยเชื้อสายจีน และพี่น้องไทยเชื้อสายปากีสถาน ซึ่งความหลากหลายดังกล่าวไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกัน ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจกรรมในวันนี้มีพี่น้องทุกภาคส่วน ทุกกลุ่มวัย ทุกศาสนา มารวมแสดงออกถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของเทศบาลตำบลรือเสาะ สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่เมืองน่าอยู่ ผู้คนมีสุข

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าสำหรับการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของคนในชุมชน และน้องนักเรียนสามารถที่จะมีเวทีในการกล้าแสดงออกในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแข่งขันทางด้านกีฬา และการแข่งขันต่างๆ ที่จะเป็นการรวมชุมชนของเราให้มีพลานุภาพให้เป็นเอกภาพ สิ่งสำคัญที่ชุมชนสามารถสะท้อนให้เห็นได้ว่าความรักความสามัคคีความเข้มแข็งของชุมชนนั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร

ซึ่งการที่เราจะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพการที่เราจะเป็นบุคคลที่สามารถสร้างบ้านเมืองได้ สิ่งแรกก็คือเรื่องของศาสนาเรื่องของจริยธรรมต่างๆซึ่งเป็นรากฐานเป็นแนวทางที่ถูกต้องให้กับพวกเรา และการอยู่ร่วมกันในสังคมมีคุณธรรมจริยธรรมก็เป็นเรื่องสำคัญในการช่วยเหลือในการแบ่งปันกับผู้คนในสังคมช่วยเหลือโดยไม่แบ่งแยกชาติศาสนา เราสามารถช่วยเหลือได้เพราะว่าในสังคมของพหุวัฒนธรรมความรักความสามัคคี การจัดงานในวันนี้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
/////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“หมอกี้ มาดามพลังงาน” ขอปั้น “MUT SMART QUEEN”เปิดตัวแคมเปญการประกวด มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025

แชร์เนื้อหานี้

“มาดามพลังงาน” หมอกี้ ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หัวเรือใหญ่แห่ง บริษัท รีเจน สมาร์ทซิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ REGEN SMART CITY (THAILAND) CO.,LTD ทุ่มงบจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ในฐานะผู้ถือสิทธิ์การประกวด MISS UNIVERSE RAYONG 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025) เพื่อเฟ้นหาสาวงาม ตัวแทนจังหวัดระยอง เข้าร่วมประชันความงามอันทรงคุณค่าบนเวทีการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2025 (มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2025) ภายใต้แนวคิด ส่งเสริมความงามผ่านนิยามคำว่า “SMART QUEEN (สมาร์ท ควีน)” สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มีพร้อมทั้งความงาม ความฉลาด และ ใส่ใจต่อสังคม โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทางภาครัฐ และ เอกชนในจังหวัดระยอง ร่วมผลักดันแคมเปญการประกวด เพื่อยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ส่งเสริมประเทศไทยในระดับสากล อย่างจริงจัง ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ ความสำคัญและศักยภาพของจังหวัดระยอง , การสนับสนุนพลังผู้หญิง ในการขับเคลื่อนสังคม , การขับเคลื่อนสินค้า Otop ผ่านการประกวดนางงาม ,ทางด้าน ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล ผู้อำนวยการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) กล่าวถึง ภารกิจของหน่วยงาน EECi ความสำคัญและทิศทางของนวัตกรรมไทย ,การเข้าถึงนวัตกรรมของประชาชนทั่วไป จากการส่งเสริมของภาครัฐ ปิดท้ายด้วย ดร.อภิชาติบุตร รอดยัง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล ( Depa ) เขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ผู้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน และ อนาคตของประเทศไทย กล่าวถึงการพัฒนาไทยให้เป็น smart city ส่งผลดีอะไรบ้าง อุปสรรคที่เจอในปัจจุบัน ในการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ พร้อมเชิญชวนคนไทยเรียนรู้และพัฒนาไปด้วยกัน นอกจากนี้ ทีมบริหารหอการค้าจังหวัดระยอง ให้เกียรติร่วมงานและแสดงความยินดีกับ PD คนเก่ง

จากนั้นพิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ นำชมแฟชั่นโชว์ ผ้าหมักโคลนทะเล (eco)…ความงามจากธรรมชาติสู่แฟชั่น สินค้าพื้นถิ่น อำเภอบ้านฉาง จ.ระยอง ก่อนเปิดตัว มาดามพลังงาน ดร. อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้อำนวยการกองประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 เผยแคมปญเพื่อค้น “SMART QUEEN” ในปีนี้ ได้ริเริ่มโครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดระยองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมผลักดัน การสร้างภาพลักษณ์ของไทยในระดับสากล ผ่านการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Smart Health) มาดูแลผู้เข้าร่วมประกวด ทั้งเก็บข้อมูลสุขภาพ ความปลอดภัย และระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) นอกจากนี้ ผู้จัดฯยังให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ผลักดัน Soft Power ของระยอง ผ่านวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดระยองในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล

จากนั้นวินาทีที่แฟนนางงามรอคอย ทั้งที่เดินทางมาเชียร์ภายในงาน และ ที่กำลังรับชมผ่านทาง Live Streaming on FACEBOOK : MISS UNIVERSE THAILAND เปิดตัวผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 อย่างเป็นทางการ เดินอวดโฉมแนะนำตัวเอง ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ก่อนจะได้ชมความงามของมงกุฎ MUT Rayong 2025 “The Crown of Lumina” (ลูมิน่า) สื่อความหมาย ราชินีที่เป็นแสงนำทาง มีวิสัยทัศน์ชาญฉลาด เปล่งประกายทั้งภายในและภายนอก จากนั้นต้อนรับการมาเยือนเวทีนางงามอย่างเป็นทางการของ นางเอก-นักธุรกิจสาวสวย ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ CEO UZI Cosmetic ร่วมเป็น Beauty Coach เสริมเติมแต่งให้ผู้เข้าประกวดเป็นผู้หญิงสวยที่สมบูรณ์แบบ และอีกบทบาทสำคัญครั้งใหม่ของ เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์ รองอันดับ1 มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2025 ร่วมเทรนด์การพูดและการตอบคำถาม (Public Speaking Coach) ให้กับผู้เข้าประกวดตลอดการเก็บตัวในครั้งนี้ ที่สำคัญนอกจากโอกาสในการเป็นตัวแทน มิสยูนิเวิร์ส ระยอง 2025 และโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว มาดามพลังงาน ยังทุ่มรางวัลสำหรับผู้ชนะกว่า 1 ล้านบาทเลยทีเดียว จัดหนักกับ 2 แคมเปญใหญ่

  1. Building the Future ,A Journey to Dubai รางวัลสำหรับผู้ที่ทำยอดขายครบ 100,000 บาท เตรียมบิดลัดฟ้าไปร่วมงาน Event ที่ประเทศดูไบ และสัมผัสเมืองต้นแบบ Smart City ของโลก
  2. Beyond Beauty,Beyond Luxury ผู้ที่ทำยอดขายครบ 50,000 บาท จะได้ร่วมถ่ายแบบเครื่องเพชรโดย Beauty Gems ลงบนปกนิตยสาร HOWE

สำหรับกิจกรรมสำคัญของการประกวด มิสยูเวิร์สระยอง 2025 จะเก็บตัวระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน ก่อนจะประกวดรอบตัดสินในคืนวันที่ 8 มิถุนายน 2568 ณ Passione Shopping Destination อ.เมือง จ.ระยอง
หมายเหตุ ภาพ-ข่าว อยู่ใน Link นี้ : https://drive.google.com/drive/folders/117OP1mdJCjNjwdAQHhgbGc8OIpdKZFNt?usp=sharing

ติดตามทุกกิจกรรมได้จากทุกช่องทาง
Facebook : มิสยูนิเวิร์สระยอง – Miss Universe Rayong

MissUniverseRayong #MissUniverseRayong2025 #MissUniverseThailand #MissUniverseThailland2025 #MUTRayong #MUTRayong2025 #MUT #MUT2025 #TheNewEraOfMUT#MGIxMUT #The74thMissUniverse #MissUniverse #มิสยูนิเวิร์สระยอง2025

มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2025 #RegenSmartCity #Shakira #หมอกี้ชากีร่า #BeyondBeautyBuildingTheFuture #SmartQueen #SmartCity #SmartCityThailand #RayongSmartCity

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ มิสยูนิเวิร์สระยอง 2025 Tel:0623955642

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“แน็ก ชาลี” เปิดคลาสสอนไลฟ์ครั้งแรก! จับมือ “โค้ชเบลล์” ถ่ายทอดสด “เต๊ะ ศตวรรษ” เรียนจริง “เบิ้ล – แอมป์” ร่วมสังเกตการณ์

แชร์เนื้อหานี้

29 เมษายน 2568 – แพลตฟอร์ม SLR – Social Life Republic คึกคักตั้งแต่คลาสแรก เมื่อ “แน็ก ชาลี” เปิดตัวในบทบาทใหม่ สอนเทคนิคการไลฟ์ขายของผ่านมือถือ จับคู่ “โค้ชเบลล์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด ถ่ายทอดประสบการณ์แบบสด ๆ ให้กับผู้เรียนทั้งในห้องและออนไลน์

“เต๊ะ – ศตวรรษ เศรษฐกร” นักแสดงรุ่นใหญ่ขอร่วมเรียนจริง พร้อมร่วมเข้าซีนไลฟ์กับแน้ก ขณะเดียวกันสองคนดัง “เบิ้ล ปทุมราช” และ “แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์” ก็เข้าร่วมคลาสในฐานะผู้สังเกตการณ์ ร่วมซึมซับแนวคิดการสร้างรายได้จากมือถือเครื่องเดียว

โดยในห้องเรียน ยังมีเหล่า ศิลปินดารา ยุค 90 คับคั่ง อทิ อะตอม ….บรรยากาศภายในคลาสเต็มไปด้วยความสนุก ความรู้ และแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นหัวใจของแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” ที่ SLR มุ่งมั่นสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้คนไทยทุกคนเริ่มต้นอาชีพใหม่ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสุธรรม ศรีเมฆานนท์ CEO SLR กล่าวย้ำว่า

“SLR ไม่ใช่แค่พื้นที่เรียนรู้ แต่คือจุดเปลี่ยนชีวิต — เราให้เครื่องมือที่ใช้ได้จริง และคนธรรมดาทุกคนเริ่มต้นได้ทันที”

นอกจากนี้ ยังมีอดีตรองนางสาวไทย “เมย์ – กุณฑีรา สัตตบงกช” และกลุ่มนักแสดงยุค 90 เข้าร่วมสังเกตการณ์ในงานนี้ เพื่อร่วมส่งต่อพลังบวกให้กับสังคมไทยยุคดิจิทัล


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นสร้างอาชีพยุคใหม่
แสกน QR Code เพื่อเข้าร่วม Line OpenChat
หรือสมัครเรียนฟรีได้ที่: www.socialliferepublic.com
Line Official: @socialliferepublic

แน็กชาลี #เต๊ะศตวรรษ #เบิ้ลปทุมราช #แอมป์พีรวัศ #SLRPlatform #ThailandLiveForLife #ประเทศไทยต้องไปต่อ #สอนสร้างรายได้ออนไลน์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก ประยุทธ์ องคมนตรี” ประธาน ปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการกองทุนการศึกษา เครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม แพร่ – น่าน

แชร์เนื้อหานี้

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี” เป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการฯ

เข้าร่วมพิธีปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ณ โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เข้าอบรม มอบวุฒิบัตร และกล่าวปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ


การอบรมครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานงานโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อพัฒนาทักษะครูและผู้บริหารในการจัดกิจกรรมบูรณาการ “ตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ” ร่วมกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล และเหมาะสมกับบริบทพื้นที

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน