เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พจนารถ” ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 8 ชลบุรี ลุยงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ขอคะแนนเสียงชาวบ้าน-พ่อค้าแม่ค้า

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบ

การพ่อค้าแม่ค้าภายในงานเดินกินถิ่นนาเกลือ ประจำปี 2568 ที่เมืองพัทยาจัดขึ้นเป็นงานอีเว้นต์การท่องเที่ยวส่งเสริมชุมชนบ้านนาเกลือที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตลอดทุกปี

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก หรือ เจ๊หมวย อดีตเคยเป็น สส.ชลบุรี ในนามพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ในครั้งนี้ได้ลงสมัครเลือกตั้ง สส.ชลบุรี ในเขตเลือกตั้งที่ 8

อำเภอบางละมุง เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง และห้วยใหญ่ โดยได้ชูนโยบายการเมืองสุจริตแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ปักธงเป็นยุทธศาสตร์หลัก

ทั้งนี้ ทางคณะหาเสียงของนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินเท้าแจกแผ่นพับแนะนำตัว พร้อมรณรงค์ให้ชาวบ้านประชาชนตลอด

จนผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาด 100 ปีบ้านนาเกลือ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้เพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ไม่ทุจริตไปด้วยกัน ขอให้เลือกประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรคสองใบ

‘รังสิมา‘ ควง ‘พจนารถ‘ ลุยตลาดเช้านาเกลือ ชี้ ปชป.ชูการเมืองสุจริต-เพิ่มเงินเดือนให้ผู้สูงอายุ

เช้าวันที่ 23 ม.ค.69 นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงาน

ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเมืองพัทยาเขตตำบลนาเกลือที่มาจับจ่ายใช้สอยและผู้ประกอบการแม่ค้าตลาดเช้าภายในตลาดสดอมรนครและตลาดใหม่นาเกลือ

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 8 เบอร์ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวตำบลนาเกลือออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 27 และสำหรับพื้นที่ตำบลนาเกลือแห่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ โดยตนเองเคยมีผลงานประสานงบประมาณก่อสร้างโรงพยาบาลพัทยาปัทธมคุณอย่างเห็นผลมาแล้ว

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้นอย่างถูกต้องต้องสนับสนุนการเมืองสุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินแนวทางการเมืองสุจริตนี้มา

โดยตลอด และชูนโยบานไทยหายจนโดยให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จะปรับขึ้นเงินผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,000 บาท

“ประเทศไทยมีคนสูงอายุกว่า 12.6 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ถือเป็นกลุ่มประชากรที่ละทิ้งไม่ได้ และโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มเป็นแนวคิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนาย ชวน หลีกภัย (ชวน1)

เมื่อปี พ.ศ.2535 ด้วย ทางพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องสานต่อในเรื่องนี้” นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รองนายกฯ ธรรมนัส เยือนจ.เชียงราย ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2

พร้อมด้วยนายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว นายชาคริต ไทยประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเชียงของพิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และบริเวณลานหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อพบปะประชาชน

พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้นำท้องถิ่น เพื่อนำมาวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และ การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยได้เน้นย้ำถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ ได้แก่การเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ. ลำใยให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ให้ชาวสวนลำใย การส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง และการนำเทคโนโลยีมา

ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมกันนี้ได้กำชับให้กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อรักษาระดับน้ำและกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ของเกษตรกรให้มากที่สุด…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

แชร์เนื้อหานี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมาตรการเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข สำหรับเที่ยวบินขาเข้าที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) ประเทศอินเดีย โดยได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล งประเทศด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน บริเวณหน้า Gate ขาเข้าที่เดินทางมาจากเขตติดโรค พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) แก่ผู้โดยสาร

เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีพบความผิดปกติ รวมถึงประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 – 21 วันทั้งนี้ ผลการปฏิบัติในวันที่ 25 มกราคม 2569 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314

รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทสภ. จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และประสานส่งตัวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกตามแนวทางด้านสาธารณสุข โดยขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 – 40


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอนาน้อยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22-23 มกราคม 2569 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดย นายทวีศักดิ์ ธิขาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปฏิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอนาน้อย และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์แผนพัฒนา 5 ด้าน ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตำบลศรีษะเกษ และแปลงใหญ่มะขามตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่และนำเสนอแผนพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละกลุ่ม

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไลออนส์ 310 เอ 2 มอบอาคารเรียน 4 ห้องให้กับโรงเรียนบ้านปางห้า แม่สาย เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา 13.00 น. ไลออน ดร.พรทิพย์ วัฒนผลมงคล นายอำเภอวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อม ไลออนส์ ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน นายสกิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางห้า พร้อมกับ สมาชิก 310 เอ 2 ไลออนส์

พร้อมกับ ท่านอดีตผู้ว่าการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ไลออนส์ทั่วประเทศ ร่วม ประธานจัดงาน และก่อสร้างอาคาร เพื่อทำประโยชน์แก่โรงเรียนปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสดุดีและเชิดชูเกียรติผู้ว่าการภาคเพิ่งผ่านพ้น ไลออนส์ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่ ที่เป็นที่ให้การศึกษาท่าน

ได้มีโอกาสทางการศึกษาจากสถาบันนี้ คณะกรรมการสดุดีเห็นถึงความความมุ่งมั่น ตั้งใจและการให้ความช่วยเหลือบริการชุมชน คนอยากไร้ ผลงานอันทรงคุณค่าที่ท่านได้ทำ ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมา

โดยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรในปีของท่าน คณะผู้จัดงานจึงมีมติที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านปางห้า แห่งนี้เพื่อจะเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน

ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสถานที่เรียนที่มีห้องเรียนเพียงพอ มีห้องสมุดที่ใช้ได้จริงเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม การดำเนินงานอาคารเรียนหลังนี้

ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนสมาชิก และประชาชน ชุมชน และร้านค้า โดยรอบ โดยได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นที่ใช้การ ก่อสร้างไปแล้ว 1,500,000 บาท ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อม

ที่จะส่งมอบให้ทางโรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียนเชิญท่านประธานในพิธี ผู้ว่าการภาค 310-เอ 2 ไลออน นิตยา เธียรวรรณ

ได้กรุณาประกอบพิธีเปิดป้ายเพื่อส่งมอบอาคารเรียน ให้แก่โรงเรียนบ้านปางห้า และกล่าวให้โอวาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ และทางไลออนส์ ได้เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนบ้านปางห้า

ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี

แชร์เนื้อหานี้

สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และหน่วยงานหลักด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการใต้ร่มพระบารมี

ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย

นายแพทย์สรุชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการ “ให้ก่อน รักษาก่อน และดูแลอย่างทั่วถึง

” ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย

นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพสกนิกรชาวไทย

ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

เฉพาะในมิติด้านสุขภาพและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง

การจัดโครงการในครั้งนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาความเสี่ยงและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การเปิดตาผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และมอบแว่นตาเพื่อคืนแสงสว่างและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย

และการรับบริจาคโลหิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโลหิตในระบบบริการสาธารณสุข

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ชวน หลีกภัย ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ชูสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท
“ชวน หลีกภัย” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ สมุทรปราการ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้า พร้อมย้ำแนวนโยบายสานต่อเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาท

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 นายชวน หลีกภัย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้ลงพื้นที่ตลาดปากน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงกับประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด ต่างเข้ามาทักทายและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังแนวทางและนโยบายของพรรค

ทั้งนี้ ระหว่างการพบปะประชาชน นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงนโยบายด้านสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่ง

เป็นนโยบายที่ตนเองมีส่วนริเริ่มผลักดันในอดีต และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจที่จะสานต่อและพัฒนาให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 1,000 บาท

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย

โดยพรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนโดยตรง พร้อมนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและสวัสดิการของประชาชนทุกกลุ่ม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย สนธิกำลังจับขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่า/นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ม.ค. 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยบูรณาการฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อยดำเนินการลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณป่าสันดอยห้วยอมแฮด-ห้วยยางครก

พบรถกระบะต้องสงสัยกำลังขับออกจากพื้นที่ จึงแสดงตัวเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจสอบ โดยกลุ่มผู้ต้องสงสัย รวมจำนวน 4 คน ได้หลบหนีการเข้าตรวจสอบ

จึงเข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ พบไม้ประดู่ป่าแปรรูป 5 แผ่น จึงได้วางกำลังเพื่อขยายผล ต่อมา ในวันที่ 22 ม.ค. 2569 หน่วยบูรณาการฯได้ตรวจสอบขยายผลในพื้นที่ใกล้เคียง พบเลื่อยโซ่ยนต์และติดตามร่องรอยขนย้ายไม้

จนกระทั่งพบไม้ประดู่เพิ่ม 14 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางและรถกระบะเป็นหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขยายผลต่อไป..

เชียงราย นายอำเภอพาน ย้ำนโยบาย ป้องกันปราบปราม การแพร่ระบาดยาเสพติด กำชับกำนัน ผู้ใหญ่ ปกครองท้องที่ 15 ตำบล236หมู่ ต้องสอดส่องรายงานข่าว สั่งเด็ดขาดห้ามเข้ายุ่งเกี่ยว เสนอแนวทางสร้างชุมชนเข้มแข็ง เร่งสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบครัวต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 21มกราคม2569ที่ห้องทำงาน นายอุดม ปกป้องวรกุล นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงแนวทางของการทำงานด้านป้องกัน ป้องปราบ ปราบปราม กับผู้ที่เข้ายุ่งเกี่ยวยาเสพติดโดยการค้า เสพในเขตอำเภอพานในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดหนัก มีการลักลอบนำเข้าผ่านอำเภอชายแดนเจ้าหน้าที่จับได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของอำเภอพานเป็นอำเภอไม่ติดกับแนวชายแดน แต่ก็ยังปรากฏการแพร่ระบาดดังนั้นในการทำงานด้านความมั่นคง ภาพรวมของอำเภอพานที่ผ่านมา ได้สั่งการไปยังฝ่ายปกครองว่าห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด หากปรากฏหลักฐานขอให้เลิกกลับตัวกลับใจ แต่ถ้าเลิกไม่ได้ขอให้พิจารณาตนลาออก เนื่องจากถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน

ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่15ธันวาคม2568 ไม่นานได้ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านเพียงครั้งเดียว ยังไม่ลงลึกในรายละเอียดนโยบายแต่ก็ได้สั่งการพ้อเป็นแนวทางการทำงานให้ฝ่ายปกครอง ได้เน้นถึงการสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อต่อต้านยาเสพติด โดยประการสำคัญ ต้องสร้างเข้มแข็งมาจากฐานรากคือสถาบันครอบครัว

ต้องเข้มแข็งต้านไม่เอายาเสพติดอย่างเด็ดขาด จากนั้นจึงจะเป็นพลังความเข้มแข็งหรือเป็นภูมิคุ้มกัน ของชุมชน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันกวาดบ้านให้สะอาด เราได้ทำงานร่วมกันกับตำรวจ โดยทั้งสองฝ่ายได้นำข้อมูลแต่ละฝ่ายมารวมกันและเพื่อให้งาน

เดินไปตามเป้าหมายและแม่นยำตรงกัน ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติดเชื่อว่ายังไม่หมดสิ้นตราบใดที่โรงงานผลิตยังไม่หยุด ถึงแม่เราจะไม่ผลิตก็ตาม ยาเสพติดยังอยู่ในสังคม ที่สำคัญการสร้างภูมิคุ้มกันจากครอบเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ธนกิจวรรณมณี

ทีมงานข่าวกองบก #รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขีดทิ้งได้เลย!! -กกต.มุกดาหาร ติวเข้มสื่อท้องถิ่นรับศึกเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาฯ ห้ามซื้อสิทธิ์-ขายเสียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มกราคม นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการประชุมสื่อมวลชนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงาน กกต.จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

นายจักรินทร์ กล่าวว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนน และรณรงค์ให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ควรเลือกคนทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบไม่ต้องเลือกเลย ยิ่งคนมาแจกเงินเป็นของเบอร์ไหนมาแจกเงินซื้อเสียงฉีกทิ้งได้เลย

ขาก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาก็ทำผิดกฎหมายแล้ว ท่านคิดว่าคนพวกนี้จะเข้าไปทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมืองได้ไหม ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการลงคะแนนไม่เอนเอียงไปตามเงินที่แจก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 19 คน เปิดตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งจังหวัด

จากข้อมูลสถิติผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดมุกดาหาร ปี พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดที่สำคัญคือ ภาพรวมทั้งจังหวัด: มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 611 หน่วย โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 281,456 คน (ชาย 139,486 คน และหญิง 141,970 คน) โดยเขตเลือกตั้งที่ 1:ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.ดอนตาล และ อ.หว้านใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้ง 283 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 142,314 คน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อ.เมืองมุกดาหาร (บางส่วน), อ.คำชะอี, อ.นิคมคำสร้อย, อ.ดอนหลวง และ อ.หนองสูง มีหน่วยเลือกตั้ง 328 หน่วย และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 139,142 คน

ทั้งนี้ กกต.มุกดาหาร ได้เตรียมสถานที่รองรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยเขต 1 จะใช้หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร และเขต 2 ใช้ศาลาประชาคมอำเภอคำชะอี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจการเลือกตั้งจ.นครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 21 เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม นำโดยนายไพศาล สุขปัญญา หัวหน้าผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความ

พร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และ การออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 ณ เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอนครชัยศรี และอำเภอพุทธมณฑล โดยศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

ในการนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานภาพรวมการการดำเนินการเลือกตั้ง เขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

และนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นผู้รายงานขั้นตอนพร้อมรายละเอียดการดำเนินงานของเขตการเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม

คณะผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม ได้ให้คำแนะนำพร้อมแนวทางการดำเนินงาน และแนวทางในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อส่งผลให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และโปร่งใส
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม