เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ “พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน

หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน

โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

“พจนารถ“ ปชป. เขตแปด เบอร์ 2 ชลบุรี ลุยขอเสียงครู-ผู้ปกครอง เผยเคยดึงงบพัฒนาสถานศึกษาท้องถิ่นนับสิบล้าน พร้อมลุยต่อเพื่อยกระดับการศึกษา

เย็นวันที่ 6 ก.พ.69 นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน บุคคลากรครู ผู้ปกครองตลอดตนพ่อค้าแม่ค้าบริเวณโรงเรียนอนุบาลบางละมุง เพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้

โดยนางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้าน คณะครู พ่อค้าแม่ค้า และผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานหลังเลิกเรียน พร้อมบอกว่าเป็นคนดีมาผลงาน พูดจริงทำจริง และเคยนำงบมาพัฒนาโรงเรียนอนุบาลบางละมุงแล้วจนผลงานเป็นที่ประจักษ์

นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี เขตแปด เบอร์ 2 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ สมัยเคยเป็น ส.ส.ชลบุรี ได้ดึงงบประมาณจำนวนนับสิบล้านบาทมาพัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ เนื่องด้วยนางพจนารถเคยรับราชการครูจึงให้ความสำคัญในเรื่องการต่อยอดพัฒนาการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เคยดึงงบมาพัฒนาสถานศึกษาแล้วรวม 17 หลัง เป็นการพัฒนาภายในสถานศึกษา ตลอดจนอาคารเรียนให้ได้มาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้หากมีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาอีกครั้ง ก็จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้

จะทำให้การศึกษาบ้านเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของชาติ โดยมุ่งเน้นเยาวชนคนพื้นที่ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

มัสยิดต้นกระบกจัดงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69” ฉลอง 85 ปี มัสยิดเก่าแก่คู่บ้านนาเกลือ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน จ.ชลบุรี อิหม่าม อับดุลเลาะห์ โซ๊ะเฮง ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีงาน น “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69”

โดยมี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมคณะ ส.อบจ.ชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ เข้าร่วมงาน

สำหรับงาน “ตั้งใจให้มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน ปี 69″ เป็นการฉลอง 85 ปี จากอดีตสู่ปัจจุบัน ฮีดาย่าตุสซาลีกีน เพื่อหารายได้ใช้ในกิจการของมัสยิด เพื่อการศึกษา และอื่นๆ ในงานของมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีการออกร้านของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ร่วมออกร้านหารายได้เข้ามัสยิด ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองเป็นอย่างมาก

อนึ่ง มัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีน หรือมัสยิดต้นกระบก เป็นศาสนสถานเก่าแก่อายุกว่า 85 ปี โดยมัสยิดหลังแรกมุงด้วยจาก ก่อนปรับปรุงครั้งที่ 2 เป็นมัสยิดแบบครึ่งปูนครึ่งไม้จากกลายเป็นมัสยิดแบบปูนในปัจจุบัน โดยมัสยิดฮีดาย่าตุสซาลีกีนได้จดทะเบียนเป็นมัสยิดหลังที่ 4 ชลบุรี

ที่ผ่านมามีอิหม่าม 8 ท่าน ในอดีตอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ 15 ปี ก่อนย้ายมาที่ปัจจุบัน 70 ปี ถือเป็นแห่งแรกๆ ในตำบลนาเกลือ ปัจจุบันมีคณะกรรมการมัสยิด 12 ท่าน สัปบุรุษ 2,000 ท่าน มี รร. 4 แห่ง และมีอิหม่ามอับอุลการีม หมัดรอ เป็นอิหม่ามคนปัจจุบัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากรจับกุมผู้โดยสารลักลอบขนเฮโรอีน 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สำนักงานฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 อาคารคอนคอร์ด เอ สนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม นางสันธนิ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกาการตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทำอากาศยานสุวรรณภูมิ

น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยปฏิบัติการ Airport Interdiction Task Force (AITF) ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าว จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องหา ชาวแทนชาเนีย อายุ 46 ปี พร้อมด้วยเฮโรอีน (Heroine) 4.815 กิโลกรัม มูลค่า 1.44 ล้านบาท

โดย นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสืบสวนและปราบปราม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กรมศุลกากร และหน่วย AITF ร่วมกันตรวจสอบผู้โดยสารชาย ชาวแทนซาเนีย อายุ 46 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงในการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษผ่านราชอาณาจักร โดยเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง

สาธารณ์รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อมาเปลี่ยนเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย และมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาชรัทชาห์จาลาล สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมกันตรวจสอบกระเป้าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง ด้วยเครื่องเอกซเรย์ ณ อาคารปฏิบัติการกระเป้าสัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Baggage Terninal)

โดยพบเหตุต้องสงสัยภายในกระเป้าสัมภาระ ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯ สังเกตการณ์บริเวณเคาน์เตอร์เรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง พบชายชาวแทนซาเนียดังกล่าวมาทำการรอเรียกขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้แสดงตัวและขอให้แสดงหนังสือเดินทางพร้อมทั้งให้ผู้โดยสารเปิดกระเป้าสัมภาระ ผลการตรวจสอบพบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาว ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟและผงเกลือแร่ เจ้าหน้าที่ฯ จึงตรวจสอบผงสีขาวด้วยน้ำยาทดสอบ ONCBOSI MARQUIS REAGENT

พบว่าวัตถุดังกล่าว คือยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 4,815 กรัม มูลค่าประมาณ 4,444,500 บาท ซึ่งหากผู้โดยสารสามารถนำไปถึงประเทศปลายทางได้ จะมีมูลค่าประมาณ 6,490,000 บาท เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้จับกุมผู้โดยสารพร้อมทั้งตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหากรณีนี้ เป็นการนำเข้าและพยายามนำออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน นายเอกวุฒิ ยืนยันว่าการจับกุมพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติรายนี้ ไม่ใช่การใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักยาเสพติดแต่อย่างใด แต่เป็นในลักษณะการมาเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปต่อยังประเทศปลายทางเท่านั้น ซึ่งจากการจับกุมได้ จะเห็นได้ว่าในส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผ่านทางท่าอากาศยานมีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก

ขณะที่ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บอกว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย นาย กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูม ได้ให้ความสำคัญมาตรการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องของการลักลอบขนยาเสพติดผ่านทางสายการบินหรือผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีการสั่งคุมเข้ม

ทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยตรวจจับและตรวจสอบ รวมถึงการฝึกฝนและพัฒนาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการท่าในการเพิ่มทักษะที่จะคอยเฝ้าระวังให้มีความเชี่ยวชาญทันรูปแบบของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ต่อ จึงฝากเตือนผู้ที่จะกระทำความผิดทุกรูปแบบรวมถึงนักค้ายาที่จะใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นทางผ่านนั้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดจึงเป็นการยากที่จะรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / พรรคปวงชนไทย เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย จัดปราศรัยใหญ่บางปู ชูนโยบายปากท้อง–บัตรทองหมาแมว ประกาศพร้อมเข้าสภา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ณ เคซิตี้ บางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พรรคปวงชนไทย ระดมแกนนำพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างพร้อมเพรียง
การปราศรัยครั้งนี้

นำโดย เอกสิทธิ์ คุณานันกุล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงผู้สมัครจากกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายต่อประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมรับฟัง

นายเอกสิทธิ์ กล่าวปราศรัยเน้นย้ำแนวนโยบายหลักของพรรค อาทิ นโยบาย “บัตรทองหมาแมว” เพื่อยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นโยบาย “สมุทรปราการมหานคร” เพื่อผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงโครงสร้าง รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ภายใต้แคมเปญ “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” โดยชูนโยบายปากท้องของประชาชน
พร้อมกันนี้

หัวหน้าพรรคปวงชนไทยได้ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบให้กับประชาชน โดยใช้สโลแกน “หัวใจคู่ สู้ต้องรวย” สะท้อนความเชื่อมั่นว่าเป็น “ตัวจริง ทำเป็น” และพร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ

บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่บางปูและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังนโยบายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคปวงชนไทยในช่วงโค้งสำคัญของการลงพื้นที่หาเสียงระดับภูมิภาค


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกพุทธสมาคมจ.น่านพร้อมคณะเข้าพบรองผู้ว่าฯ จ.น่าน 4 กพ.2569 ศาลากลาง น่าน/ เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไย ฟื้นฟูสวนลำไย

แชร์เนื้อหานี้

นายประดิษฐ์ เพชรแสนอนันต์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายบุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านคุณชนะภัย อุตมาคุณภคภรณ์ ธีรทัพเทวัญคุณพรพรรณ ณ ลำพูนคณะกรรมการพุทธสมาคมพุทธสมาคมจังหวัดน่าน เข้าปรึกษาหารือและขอคำแนะนำแนวทางการทำงานสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล(อปต.)
ก่อนหน้านั้น ภาคเช้า คณะได้เดินทางไปที่ว่าการอำเภอสันติสุข เข้าหารรือกับนายเทิดบุญ ศิลารมณ์ นายอำเภอสันติสุข มีกำนัน สารวัตรกำนัน ผญบ.ผช.ผญบ.แพทย์ประจำตำบล เข้าร่วมหารือ

ภาคบ่าย คณะได้เดินทางไปที่อำเภอบ้านหลวง เพื่อเข้าปรึกษาหารือกับ นายอธิวัฒน์ อารัญ นายอำเภอบ้านหลวง และคณะ
ในการสร้างตำบลเข้มแข็งด้วย หน่วย อ.ป.ต.กล่าวคือ
โลกเจริญ สังคมจะวุ่นวายขึ้น คนจะไม่เชื่อในศิลธรรม ลูกจะใม่เชื่อฟังพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ไม่เข้าใจลูก จะมีปริมาณคนฉลาดแกมโกง สังคมถดถอย ดังนั้น จำเป็นต้องต้องร่วมมือกับ
พระสงฆ์ตามระเบียบหน่วยอบรมประชาชนประะจำตำบล (อปต.)ปี พ.ศ.2546

หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลเป็นกลไก มีลักษณะด่น คือ เป็นหน่วยอบรมที่เป็นคณะบุคคล มีเจ้าคณะตำบลหรือ เจ้าอาวาสที่ตั้งหน่วยเป็นประธาน กำนันเป็นรองประธานฝ่าย
คฤหัสถ์ มีเจ้าอาวาสทุกวัด ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และมีกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9 คน ในความหมายกรรมการโดยแต่งตั้ง

จะเป็นคณะบุคคลที่เป็นทีมงานที่วางแผน และจัดกิจกรรม อุปสรรคที่ผ่านมาฝ่ายคารวาสไม่ได้ช่วยพระอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่มีความก้าวหน้า วัตถุประสงค์หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลศีลธรรมและวัฒนธรรม ( 2 ) สุขภาพอนามัย ( 3 )สัมมาชีพ ( 4) สันติสุข ( 5 ) ศึกษาสงเคราะห์ (6 ) สาธารณสงเคราะห์ ( 7 ) กตัญญูกตเวทิตาธรรม ( 8 ) สามัคคีธรรม หน่วยอบรมประชาชนประจำตำตำบลในปัจจุบันจะดำเนินได้ง่ายขึ้นจะต้องประกอบด้วยเหตุ ดังต่อไปนี้

1.การแต่งตั้งกรรมการ โดยแต่งตั้งที่มาจากคฤหัสถ์ที่ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 9ต้องมาจากครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น เสนอเจ้าคณะอำเภอแต่งตั้ง
2 กรรมการต้องประชุมในรายละเอียค ในการวางตัวบุคคล ปฏิทินอบรม อบรมไหน จะมีวิธีการอบรมอย่างไร จะเชิญผู้รู้นอกตำบลมาเสริมเป็นบางเรื่องไหม

เนื้อหาสาระการอบรมแต่ละตำบลอาจมีจุดเน้นไม่หมือนกัน เป็นหน้าที่ของกรรมการต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของตำบล
ในส่วนจังหวัดน่าน เจ้าคณะจังหวัดน่าน ได้แจ้งที่ประชุม สงฆ์จังหวัด เมื่อ เดือนมกราคม 2568 มีกำหนดการสร้างการรับรู้ และเชิญหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลประชุมในระดับจังจังหวัดทัพต่อไป

ในส่วนพุทสมาคสมาคมจังหวัดน่านจะทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นยุทธศาสตร์จังหวัดเพื่อการสนับสนุนด้านต่างๆ เช่นความร่วมร่วมมือด้านคลังสมองหรืองบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหน่วยอบรมประประจำตำบลเป็นต้นจึงเป็นที่มาของการเข้าพบผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องให้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดน่านในทุกอำเภอ ตำบล ต่อไป

เกษตรอำเภอท่าวังผา จัดเวทียืนยันสิทธิ์โครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา ร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล จัดเวทียืนยันสิทธิ์และรับรองรายชื่อ

เกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อเพิ่มรายได้ ระดับตำบล ครั้งที่ 2/2569 ตามที่ตั้งแปลงในพื้นที่ตำบลตาลชุม ตำบลศรีภูมิ ตำบลผาทอง ตำบลจอมพระ ตำบลท่าวังผา และตำบลผาตอ โดยมี นายมหรรณพ ไชยสลี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธาน มีเกษตรกรเข้าร่วมเวทียืนยันสิทธิ์ฯ รวมทั้งสิ้น 120 ราย ณ หอประชุมบ้านอาฮาม หมู่ที่ 3 ตำบลท่าวังผา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน


การจัดเวทียืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบความถูกต้องและรับรองข้อมูลการเพาะปลูกลำไยของตนเองให้ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการฯ พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรในแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสวนลำไยให้มีคุณภาพ ด้วยการตัดแต่งทรงพุ่มและช่อ

ผลอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และช่วงอายุของต้นลำไย ผ่านสื่อการสอนชุดวิชา “เทคโนโลยีการผลิตลำไยคุณภาพ” เพื่อช่วยฟื้นฟูสวนลำไยให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ยกระดับคุณภาพลำไยให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด และเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.กำแพงแสนจัดกิจกรรม “Big Day” รณรงค์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง / คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหล จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

    แชร์เนื้อหานี้

    นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมปลัดอำเภอกำแพงแสน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ หัวหน้าส่วนราชการ พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน และ

    พ.ต.อ.นริสสร์ สังข์กระแสร์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระตีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ร่วมปล่อยแถวกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (Big day) ณ บริเวณอนุเสาวรีย์อินทรศักดิศจี อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

    เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดกำแพงแสนตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ

    และรถกระจายเสียงเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน คณะครูและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์และใช้รถสามล้อประชาสัมพันธ์ภายในชุมชน ร่วมเชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง

    เริ่มเดิน ณ บริเวณภายชุมชนโดยรอบของ ตำบล ทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569

    ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ และรถสามล้อเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมตรวจร้านค้าทองเพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 5 ก.พ.69เวลา 17.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
    ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุรอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสนพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญสวป.สภ.กำแพงแสนตรวจร้านค้าทองภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสนพบสาย

    ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เขต 1 อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการร้านค้าทองเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นห้วงที่ทองคำมีราคาสูงขึ้น

    โดยได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และพร้อมเข้าระงับเหตุทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทองอย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันเหตุร้านค้าทองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ เหตุการณ์ทั่วไปอยู่ในภาวะปกติ
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -เปิดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “MUKDAHAN CONNECTION CUP 2026”

    แชร์เนื้อหานี้

    มุกดาหาร ณ สนามหญ้าเทียม Smile Soccer นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน นัดพิเศษ

    ระวางทีม VIPมุกดาหาร VS VIPตำรวจมุกดาหาร เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ก่อนที่จะมีการเริ่มแข่งขันจริง
    โดยปกครองจังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดการแข่งขันฟุตบอล

    รายการ “Mukdahan Connection Cup 2026” ประเภทชายและประเภทหญิง ในระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพบุคลากรภาครัฐและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภายใน จังหวัดมุกดาหาร โดยมีทีมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการแข่งขันฯ จำนวนทั้งสิ้น 12 ทีม

    ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด จังหวัดจึงขอเชิญท่านและบุคลากรในสังกัดที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล

    รายการ “Mukdahaก Connection Cup 2026” ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น”ฝ่ายปกครองชุมแพ ตรวจยึดยาบ้าหมื่นแปดพันเม็ด ” Quick Big Win ” จับกุมผู้ค้าและผู้เสพยา

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้

    นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอชุมแพ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลโนนสะอาด นำโดยนายมนตรี รินอินทร์ กำนันตำบลโนนสะอาด

    ออกลาดตระเวน ตรวจตราดูแลความเรียบร้อย ในพื้นที่รอบหมู่บ้าน และได้รับแจ้งจากพลเมืองดีในพื้นที่ บ้านมิตรภาพหมู่ที่ 9 ตำบลโนนสะอาด ตรวจพบสิ่งของต้องสงสัยบางอย่างวางซ่อนอยู่บริเวณ ข้างเสาไฟฟ้า

    จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นยาบ้าบรรจุห่อในกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 3 ห่อ แต่ละห่อมียาบ้า 30 ซองๆละ 202 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน18,180 เม็ด

    เจ้าหน้าที่ได้สอบถามประชาชนบริเวณโดยรอบ แจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. มีรถจักรยานยนต์มอเตอร์ไซค์ขับผ่านเข้า-ออก ในซอยดังกล่าวเสียงดังตลอดทั้งคืน คาดว่าจะตามหาของกลางยาบ้าจำนวนดังกล่าว จนมีพลเมืองดีมาพบตอนเวลา 06.00 น. และแจ้งให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และฝ่ายปกครอง ทราบ

    จนได้ทำการตรวจยึดจากนั้นได้นำยาบ้ามาตรวจนับณที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพทำบันทึกตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวีอำเภอชุมแพบำบัดทุกข์บำรุงสุข

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘ธนาธร’ เปิดตลาดวนาสินธุ์ ช่วย ’ยอดชาย‘ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า ชลบุรี หาเสียง ชวนคนหนองปรือ-พัทยา

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 4 ก.พ.69 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นายยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า จังหวัดชลบุรี

    พร้อมทีมงานพรรคประชาชนได้ขึ้นรถกระบะพร้อมเครื่องขยายเสียงเปิดพื้นที่ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง สส. ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้ารัตนากร วนาสินธ์ (ตลาดวนาสินธ์) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

    โดยนายธนาธร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนคนหนองปรือและคนพัทยา

    ร่วมเปลี่ยนแปลง ทั้งบ้านใหญ่และบ้านใหม่ที่คนชลบุรีต้องติดอยู่ในวังวนการเมืองแบบเก่ามานาน ขอให้ร่วมสร้างรัฐบาลประชาชนไปด้วยกันด้วยการกาส้มทั้ง 2 ใบ ทั้งคนทั้งพรรค

    มีรายงานด้วยว่า นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงเดียวของพรรคประชาชน และ ดร.ชาย สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ทีมบริหารด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาชน ได้ลงพื้น

    ที่ปราศรัยช่วยขอคะแนนเสียงให้ยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคประชาชน เบอร์ 5 เขตเก้า จังหวัดชลบุรี ด้วยเช่นกัน พบว่ามีบรรดาแฟนคลับนำของกินของใช้มามอบให้กับคณะหาเสียงกันเป็นจำนวนมาก

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐม เปิดยุทธการ พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 จับปืน ยาเสพติดเพียบ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองนครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐมพล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.) พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา

    พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มินเสน ผกก.สภ.สามควายเผือก พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

    ได้ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ ”พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 ” ระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผลปฏิบัติดังนี้จับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 30 ราย 31 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 30 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 11 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 19 กระบอ กระสุนปืน จำนวน 21 นัด จับกุมวัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก

    และแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) จำนวน 5 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ได้แก่ 1.จำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในประชาชน

    2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) รวมจำนวน 22,022 เม็ด และยาเสพติด (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 5.58 กิโลกรัมพร้อมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มูลค่ารวมประมาณ 1,875,000 บาท

    การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการขยายผลคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวและการประสานงานจาก สภ.ดอนตูม จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่

    จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
    ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.กำแพงแสนวิทยา ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

    แชร์เนื้อหานี้

    พระครูโกศลธรรมรัตน์ เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสนพร้อมคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน
    ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

    พร้อมด้วยนายธีระ วรรณเกตุศิริผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาพร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาเป็นเจ้าภาพ
    สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

    โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

    ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วช. ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยลด PM2.5 จ.น่าน ขับเคลื่อนชุมชนจัดการเศษวัสดุเกษตรอย่างยั่งยืน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 — สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ที่มุ่งลดปัญหาการเผาในที่โล่งจากเศษวัสดุทางการเกษตร โดยใช้พลังของงานวิจัย เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชุมชน สู่เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

    คณะติดตามประกอบด้วย ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และท่านประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

    พร้อมทีมผู้บริหารจาก วช. ลงพื้นที่ร่วมกับ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

    บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด กำนัน ตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส้าน วิสาหกิจชุมชน “เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน” สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พื้นที่น่าน สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน หจก.แคชชิว นัท ริช กรุ๊ป(ไทยแลนด์) และสหกรณ์จังหวัดน่าน

    โครงการเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนปลอดการเผา ผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ฟาง มูลสัตว์ มาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพาะเห็ด รวมถึงการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เสริมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างรายได้ ลดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง เช่น การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ผักปลอดภัย และกิจกรรมฟื้นฟูปอด รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ เช่น ระบบน้ำหยด และการหมักปุ๋ยชีวภาพเร่งการย่อยสลาย ลดภาระ

    แรงงานและเพิ่มผลผลิต การดำเนินงานทั้งหมดเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ การจัดกิจกรรม Farmer-to-Farmer Learning จนถึงการขยายผลสู่ระดับจังหวัดในอนาคต/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรสาคร ลุยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเร่งระบายออกสู่ตลาด 1 ล้านลูก ดันราคาลูกละ5บาท

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดพร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตามสถานการณ์การกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม พร้อมร่วมประชุมชี้แจงการเชื่อมโยงการกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว โดยเบื้องต้นได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด

    ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอม กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด จังหวัดมหาสารคามและสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด จังหวัดยโสธรซึ่งเป็นสหกรณ์ผู้ซื้อ เพื่อร่วมกันระบายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดผ่านเครือข่ายสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้รับฟังปัญหาเรื่องราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ และร่วมกันเสนอแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและยั่งยืน ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

    อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมการรวบรวมผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้พบว่าเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวกำลังเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ราคามะพร้าวหน้าสวนเฉลี่ยลูกละ 23 – 28 บาท แต่ปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายหน้าสวนลดลงเหลือ ลูกละ 2 บาท กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงหาแนวทางให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาปัญหาและยกระดับราคาในระยะเร่งด่วน โดยใช้กลไกตลาดของเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

    ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมทั้ง 2 จังหวัด 1,000,000 ลูก และมีแผนกระจายผลผลิตมะพร้าวไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30,000 ลูก ซึ่งในวันนี้จะมีการปล่อยรถบรรทุกมะพร้าวน้ำหอมไปตลาดปลายทางที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดมหาสารคาม โดยสหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด และจังหวัดยโสธร โดยสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด สั่งซื้อจากสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จำนวน 20,000 ลูก ขณะที่สหกรณ์ต้นทางที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคาลูกละ 5 บาท และส่งขายให้เครือข่ายสหกรณ์ตลาดปลายทาง ลูกละ 6-7 บาท

    นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี ทยอยเปิดรับออเดอร์มะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยระบายผลผลิตให้กับสหกรณ์ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่กำลังทยอยสั่งออเดอร์เข้ามา ซึ่งกรมฯ จะประสานกับเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ช่วยกันระบายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและดึงราคามะพร้าวหน้าสวนให้ขยับเพิ่มขึ้น คาดว่าการใช้กลไกเครือข่ายสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง
    “ความร่วมมือช่วยเหลือกันระหว่างสหกรณ์ครั้งนี้ เป็นการช่วยดึง

    ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำให้ขยับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์ ในการร่วมมือกันพัฒนาระบบการตลาดและการกระจายผลผลิต การเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากต้นทางจังหวัดสมุทรสาครไปยังตลาดปลายทาง ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และเครือข่ายสหกรณ์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางการตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายผลผลิต แก้ปัญหาด้านราคา และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

    สำหรับจังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในอำเภอบ้านแพ้ว ประมาณ 50,000 ไร่ โดยมีสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นสถาบันเกษตรกรในการส่งเสริมและรวบรวมผลผลิต สหกรณ์มีสมาชิก 2,350 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 17 แปลง โดยมีพื้นที่ให้ผลผลิต รวมกว่า 320 ไร่ และมีสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ปีการผลิต 2568 – 69 คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมรวมกว่า 31.92 ล้านลูก โดยเฉพาะในรอบการผลิต เดือนธันวาคม 2568 – เดือนกุมภาพันธ์ 2569

    จะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า 5,000,000 ลูก ซึ่งต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 7 บาทต่อลูก ราคาที่เกษตรกรอยู่ได้คือลูกละ 8-10 บาท ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์จะรวบรวมมะพร้าว ส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางและล้งจีนประมาณ 80 % และส่งขายให้ล้งไทยประมาณ 20 %
    นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมมะพร้าวจากสหกรณ์การเกษตรมะพร้าวน้ำหอมแปลงใหญ่ จำกัด จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีสมาชิกปลูกมะพร้าว จำนวน 127 ราย พื้นที่ปลูก 3,200 ไร่ และพื้นที่ผลผลิต 3,200 ไร่ มีสมาชิกสั่งขายกับสหกรณ์ จำนวน 85 ราย ยอดการรวบรวม ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 มียอดซื้อ 685,404 ลูก มูลค่ากว่า 3,628,462.40 บาท ปัจจุบันราคาขาย เฉลี่ยลูกละ 4 บาท

    ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดให้กับสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นโรงคลุมเพื่อรวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรวมทั้งสนับสนุนมาตรฐานการผลิต การสร้างแบรนด์ ช่องทางการจำหน่ายการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2567 โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2568 (กลุ่มพัฒนาต่อยอด) และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร ปีงบประมาณ 2569

    ทีมข่าวสมุทรสาคร

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันทักษะวิชาการ “งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปี 2568” เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม

    แชร์เนื้อหานี้

    ทางด้านโรงเรียนราชินีบูรณะได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 129 รายการ ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนราชินีบูรณะได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศรวม 32 รายการ เหรียญทอง 69 รายการ เหรียญเงิน 20 รายการ และเหรียญทองแดง 6 รายการ

    ว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม

    กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความเพียรพยายาม และความตั้งใจของลูก ๆ นักเรียน บวกความทุ่มเทของคุณครูที่ต้องการให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีหลายรายการแข่งขันที่ต้องอาศัยความคล่องตัวมาก ซึ่งแม้เราจะเป็นนักเรียนหญิงล้วน แต่เราก็สามารถเอาชนะคว้าชัยมาได้”

    ในการนี้โรงเรียนราชินีบูรณะ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศจากการแข่งขันทั้ง 32 รายการ ซึ่งมีทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนคนเก่งอีกด้วย
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Benz Primus ยอดขายอันดับ 1 ตอกย้ำ ผู้นำตลาดรถพรีเมี่ยม จากเวที ARPC 2026 / แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดัง แต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ TOAVH ขึ้นรับมอบรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ยอดเยี่ยม อันดับ 1 ในระดับองค์กร เขตพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง นายมาร์ติน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน Annual Retail Partner Conference 2026 (ARPC 2026) จัดขึ้นโดย บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่โรงแรมลาบาริส เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    สำหรับรางวัลทรงเกียรติสูงสุด ที่ได้รับมีทั้งหมด 4 รางวัล แบ่งเป็นระดับองค์กร 2 รางวัล และระดับบุคคล 2 รางวัล ได้แก่ 1. Primus Autohaus: รางวัลอันดับ 1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Bangkok) 2. Primus Pattaya: รางวัลอันดับ1 Star Pilot Showroom Performance 2025 (Up Country) 3. ชนม์สิตา สร้อยสิงห์คำ (ปุ้ย) จาก Primus Autohaus : รางวัล Best of C-Class (ยอดจำหน่าย C-Class สูงสุด) จากงาน Motor Expo 2025 และ4. สาวิตรี พุ่มเกื้อ (อุ๊) จาก Primus Autohaus : รางวัล The Winner of Smile Award – Excellence in Sales Customer Satisfaction 2025

    ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในเครือ Primus Group ทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารเครือข่าย การให้บริการลูกค้า และการพัฒนาศักยภาพของทีมงานที่มีระบบและประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Primus Group ก้าวเป็นผู้นำในธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ในระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

    ด้านนายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายหลักของ Primus Group ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานของเครือข่ายธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การขาย การส่งมอบรถยนต์ จวบจนการบริการหลังการขาย ส่งผลทำให้ Benz Primus ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน บริษัทแม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้ Benz Primus สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและก้าวขึ้นครองตำแหน่งผู้แทนจำหน่าย Mercedes-Benz ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในระดับองค์กร และระดับบุคคล ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงรางวัลการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และพร้อมเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการบริหารงาน ในการดูแลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เหนือระดับ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนในทุกมิติต่อไป

    แม่ติดใจ ลูกสาวพริตตี้เสียชีวิตปริศนาคาคอนโดดังแต่คดีไม่คืบกว่า 2 ปี

    น.ส.กมลพัฒน์ สหัสธัชพงศ์ ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนหลังจากลูกสาว น.ส.พราวรวี สหัสธัชพงศ์ หรือโยโกะ พริตตี้สาว เสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักคอนโดมิเนียมในเมืองหลวง เมื่อเดือน พ.ย.2566 ที่ผ่านมา โดย จนท.ตรวจพบสารไซยาไนด์ในร่างกาย และพบข้อมูลการสั่งซื้อในโทรศัพท์ของลูกสาวที่เสียชีวิต ก่อน จนท. แจ้งว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

    โดยครอบครัวได้ต่อสู้คดีความมานานกว่า2 ปี ทางอัยการมีความเห็นเชื่อว่าเป็นฆาตกรรม ก่อนส่งสำนวนกลับให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนใหม่ จนขณะนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ความเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ทางครอบครัวเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมตั้งแต่ต้น แต่ตำรวจสรุปสำนวนว่าญาติไม่ติดใจ จึงแจ้งดำเนินคดีพนักงานสอบสวนไปแล้ว ปัจจุบันก็ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน อยากขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ตร.ผ่านสื่อมวลชน อย่างให้มีความชัดเจนและรวดเร็วในการทำคดีของลูกสาวตนเองด้วย โดยได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปแล้ว แต่ทราบว่าจะถึงมือ ผบ.ตร.หรือไม่ จึงต้องฝากสื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียง

    สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซาบีดา” ควง “มนัญญา” ลงพื้นที่ ทับสะแก- บางสะพาน ช่วยผู้สมัคร เขต 3 นายกเดียร์ “พงษ์พันธ์” ผู้สมัคร หมายเลข 7 พรรคภูมิใจไทย โค้งสุดท้าย คึกคัก

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ หาเสียงโค้งสุดท้ายให้ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน

    (บุตรเขย ท่านมนัญญา) ผู้สมัคร สส. เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบอร์ 7 จากพรรคภูมิใจไทย อ้อนขอคะแนนชาวบ้านในเขตเทศบาลทับสะแก และตลาดวัดห้วยทรายขาว บางสะพาน หวังปักธงในเขต 3 ให้ได้

    น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน เป็นอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก ได้ลงพื้นที่หาเสียง มีพี่น้องประชาชนให้การตอบรับที่ดีมากๆ หลายท่านก็บอกว่าอยู่ในใจอยู่

    แล้วและ ก็เดินเข้ามากอด พร้อมขอถ่ายภาพแต่ว่ายังไงนะคะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้เอาหัวใจมากาลงในช่อง เบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทย แล้วก็เบอร์ 7 ส.ส. เขต 3

    ฝากพี่ชายสุดที่รักด้วยนะคะ ทำงานดี ทำงานเก่ง และพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องค่ะ วันนี้พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ พรรคภูมิใจไทย ชัดเจน โดย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

    เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย และ นายสวาป เผ่าประทาน ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 36 ของพรรคภูมิใจไทยก็ได้ลงหาเสียงด้วยเช่นกัน

    จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่ ตลาดห้วยทรายขาว ในพื้นที่อำเภอบางสะพาน เพื่อหาเสียง ในช่วงเย็นต่อไป สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีอำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย และ อำเภอเมืองเฉพาะตำบลห้วยทราย

    ///////////////
    ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18 ชูอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น หนุน Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18

    ประจำปี 2569 โดยมีนายสาธิต บุญทอง ที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่านกล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

    การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่าน และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีเป้าหมายเพื่อขานรับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านอาหาร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    คณะผู้จัดงานตระหนักถึงความสำคัญของทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน จึงยกระดับการจัดงานจากมหกรรมอาหารทั่วไป สู่การเป็นเวทีแสดงศักยภาพ “น่าน…เมือง

    เก่าที่มีชีวิต” ผ่านรสชาติอาหารพื้นถิ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการร้านอาหารให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism

    สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร โดยเฉพาะเมนูอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน เช่น “ยำไก่ใส่ปลี” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเมืองน่านสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การออกร้านจำหน่ายอาหารรสเลิศกว่า 40 บูธ การแข่งขันประกวดอาหารพื้นเมืองภูมิปัญญาท้องถิ่นเมนู “ยำไก่ใส่ปลี” การประกวดธิดามหกรรมอาหารจังหวัดน่าน ประจำปี 2569

    รวมถึงกิจกรรมการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนและชุมชน การแสดงดนตรีจากวงมณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงจากศิลปินตลกศรีหลอด เชิญยิ้ม และศิลปินวง “เดอะ เพอะ” ตลอดจนการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์จากบูธรถยนต์ต่าง ๆ/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 15.15 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

    ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 280 นาย ณ ห้องเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

    พร้อมด้วย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย

    ผบ.ตร., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี โดยมี พล.ต.ท.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะผู้บังคับบัญชา และมี

    พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อรองผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดชผกก.สภ.สามพรานร่วมให้การต้อนรับผู้บังคับบัญชาและเข้าร่วมในพิธีให้การต้อนรับผบ.ตร.กล่าวให้โอวาทกับ

    นายร้อยตำรวจผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 ว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 79 ทุกท่าน ที่สำเร็จการศึกษาและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรในวันนี้

    สถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ผลิต หล่อหลอม ปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจให้แก่ทุกท่าน ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญไปสู่การรับราชการตำรวจ จึงขอให้ทุกท่านได้พึงระลึกเสมอว่า ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูง

    มาก การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรติ แต่ทุกท่านจะต้องสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจ ใช้สติปัญญาในการทำงานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยยึดหลักกฎหมาย นิติรัฐ นิติธรรม และหลักการครองตน ครองคน และครองงาน

    ตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และภัยคุกคามของชาติบ้านเมือง ตลอดจนสำนึกในภารกิจการพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    และพี่น้องประชาชน ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ มีเกียรติและศักดิ์ศรี ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบจัดเต็มเพื่อ FC เซียวจ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบจัดเต็มเพื่อ FC เซียวจ้าน โดยเฉพาะRight Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema เปิดรอบพิเศษ “Gezhi Town – เมืองนักสู้” พร้อมของที่ระลึกแบบ “จัดเต็ม” เพื่อ FC “เซียวจ้าน” โดยเฉพาะFC “พี่จ้าน” ห้ามพลาด!!!Right Beyond ร่วมกับ Major Cineplex และ SF Cinema ชวนดู “Gezhi Town – เมืองนักสู้” ก่อนใครในรอบพิเศษ

    Major Cineplex รอบSpecial Fan Screeningพร้อมรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แบบจัดเต็มวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ รอบ 19.00 น.โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เฉพาะรอบพิเศษ ทุกที่นั่งจะได้รับT-Shirt / Paper Bag / Handbillเตรียมกดซื้อรอบพิเศษวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. ทาง www.majorcineplex.com และ Major Appวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ รอบ 17.00 น.โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เฉพาะรอบพิเศษ ทุกที่นั่งจะได้รับ
    Photo Booklet / Poster A3เตรียมซื้อรอบพิเศษ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. ทาง www.majorcineplex.com และ Major App

    ** งดใช้โปรโมชั่น, ส่วนลด, Voucher, บัตรฟรีทุกประเภท รวมถึงสิทธิ์ M GEN และ M Pass ไม่ร่วมรายการ **SF Cinema รอบ
    🎬SPECIAL SCREENING #GezhiTown🗓วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 | รอบเวลา 19.00 น.ที่ SFW เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์ 15บัตรราคา 950 บาท / ที่นั่ง (PREMIUM / PRIME)
    ✨พิเศษ! ทุกที่นั่งรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์
    📌HANDBILL 1 เล่มขนาด A4 (มูลค่า 70 บาท)
    📌เสื้อ T-SHIRT 1 ตัว (มูลค่า 350 บาท) (ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกขนาด) โดยใช้หลักการ FIRST COMES, FIRST SERVES มาก่อนมีสิทธิ์เลือกก่อน📌SPECIAL BAG 1 ใบขนาด 28×20 cm. (มูลค่า 90 บาท)📌SF+ COLLECTIBLE TICKET 1 ใบ
    ขนาด 3×6.5 นิ้ว (มูลค่า 159 บาท)ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกแบบ
    รายละเอียด 👉

    🔊เปิดจำหน่ายบัตร 4 กุมภาพันธ์ 2569 – 17 กุมภาพันธ์ 2569
    เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป📲ผ่านทาง● เว็บไซต์ sfcinema.com
    ● แอปพลิเคชัน SF Cinema● ตู้จำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์อัตโนมัติสาขาที่เข้าฉายรอบFANSCREENING#GezhiTownเอาใจเหล่านักสู้🗓วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 | รอบเวลา 17.00 น.
    ที่ SFW เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์ 15🔊บัตรราคา 1,000 บาท / ที่นั่ง (PREMIUM / PRIME)✨พิเศษ! ทุกที่นั่งรับของพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์📌PHOTOBOOK 1 เล่ม
    ขนาด 21×28.5 cm. (มูลค่า 450 บาท)📌POSTER 1 ใบ
    ขนาด A3 (มูลค่า 90 บาท)📌SF+ COLLECTIBLE TICKET 1 ใบขนาด 3×6.5 นิ้ว (มูลค่า 159 บาท)
    ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกแบบรายละเอียด 👉

    🔊เปิดจำหน่ายบัตร 5 กุมภาพันธ์ 2569 – 22 กุมภาพันธ์ 2569
    เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป📲ผ่านทาง● เว็บไซต์ sfcinema.com
    ● แอปพลิเคชัน SF Cinema● ตู้จำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์อัตโนมัติสาขาที่เข้าฉาย**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดGezhiTownSpecialFanขอได้รับความขอบพระคุณจาก
    ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไร้ท์ บิยอนด์สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์
    โทร 095-4924241

    “The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต” ความสยองที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดฮิต“The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต” ความสยองที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดฮิตเตรียมรับมือความน่าสะพรึงกลัวที่สร้างจากวิดีโอเกมยอดนิยมของปี 2022 โดย DreadXP

    เรื่องราวของ “รีเบคก้า โอเวนส์” บัณฑิตสาวสาขาวิทยาการจัดการศพที่รับงานกลางคืน ณ โรงเก็บศพริเวอร์ฟิลด์ส ซึ่งเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า การทำงานที่เหมือนเป็นงานธรรมดาๆ ต้องกลายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังลึกลับเหนือธรรมชาติอันหาที่มาไม่ได้

    ผลงานการกำกับฯ ของเจเรไมอาห์ คิปป์ นำแสดงโดย วิลลา ฮอลแลนด์ และ พอล สปาร์คส์ร่วมเปิดประสบการณ์สยองขวัญครั้งใหม่ไปกับ “The Mortuary Assistant – คืนสยองห้องดับจิต“ โดย Movie Copyright (Thailand)12 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!!

    TheMortuaryAssistantThailand

    ขอได้รับความขอบพระคุณจากฝ่ายประชาสัมพันธ์พิเศษ
    Movie Copyright (Thailand) สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / Genesis Fertility Center (GFC) ร่วมสนับสนุนพลังผู้หญิงไทยผ่านเวทีการประกวด มิสแกรนด์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 2026

    แชร์เนื้อหานี้

    Genesis Fertility Center (GFC) คลินิกดูแล และให้คำปรึกษาด้านการมีบุตรชั้นนำของประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศักยภาพพลังของผู้หญิงไทย ผ่านเวทีการประกวด มิสแกรนด์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 2026 ซึ่งเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความงาม ความสามารถ ความมุ่งมั่น และบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ในสังคมไทยได้อย่างชัดเจน

    โดยผู้ที่ได้รับตำแหน่งในปีนี้ ได้แก่ นุ้งนิ้ง ปณิดา ต้นสวรรค์ ตำแหน่ง มิสแกรนด์ยะลา 2026 เพลงขวัญ ขวัญข้าว คงศักดิ์ ตำแหน่ง มิสแกรนด์นราธิวาส 2026 แบม นันท์นภัส ศิลารวม ตำแหน่ง มิสแกรนด์ปัตตานี 2026

    พร้อมกันนี้ ยังได้มอบตำแหน่งพิเศษ MISS G.F.C. 2026 ให้กับ แบม นันท์นภัส ศิลารวม เป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่มีความงดงาม จากภายในสู่ภายนอก ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ สามารถสวยไปพร้อมกับทำตามความฝัน และดูแลอนาคตของตัวเองไปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ GFC ยังยึดมั่นในแนวคิดการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับการ “เคียงข้างทุกก้าวของชีวิต”

    ไม่เพียงในบทบาทของการดูแลด้านการมีบุตร ยังรวมถึงการสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในทุกมิติให้สามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ การร่วมสนับสนุนเวทีนางงามในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ GFC ในการส่งเสริม Soft Power ของผู้หญิงไทย ให้เป็นพลังสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่น

    ใหม่ดูแลใส่ใจสุขภาพความงามจากภายในสู่ภายนอก ให้โอกาสตัวเองได้ดูแลสุขภาพ พร้อมเดินตามความฝันอย่างมั่นใจGenesis Fertility Center PLC (GFC) ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทุกก้าวแห่งความสำเร็จและยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนคุณค่า และศักยภาพของผู้หญิงไทยอย่างต่อเนื่อง

    ฆ้องร้องทุกข์ไม่อยากเห็น ภาพแบบนี้ ภาพเยาวชนเล่นพนัน เป็นไปได้อย่างไรในงานพ่อขุน เม็งราย

    แชร์เนื้อหานี้

    ปีนี้พนันเพียบ เจ้าหน้าที่ปล่อยปะละเลยไม่มีการเข้าเตือน ผู้ประกอบการ ถึงท่านผู้มีอำนาจสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่าปล่อยให้ผ่านไปเลยนะครับ..

    การพนันปาเป้าปาโป่งมีช่วงเทศกาลงานประจำปีต่างๆของบ้านเราอยู่แทบทุกที่ผิดครับการพนันเเบบป่าเป้าและและปาโป่งยิงตุ๊กตาเป็นการกระทำผิดกฎหมายมาตรา 4 และมาตรา 40 อัตราประกอบด้วยมาตรา 5 และมาตรา 12 แห่งการพนัน 2478

    ซึ่งตามพระราชบัญญัติการพนันนี้มาตรา 12 ได้บัญญัติไว้ว่าผู้ใดจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือการพนันในการเล่น

    เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ทราบทางหน่วยงานในพื้นที่ปล่อยให้เล่นได้ อย่างไรอย่างภาพที่นำมาลงนี้เป็นงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชที่สนามบินเก่าอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย

    แบบนี้ถือว่าป่ลอยประละเลยนะครับถามมายังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายนายอำเภอเมืองเชียงรายช่วยตอบให้ประชาชนหายข้องใจด้วยครับ

    ภาพ/ข่าวโดย..

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -สะลด! เกิดเหตุ คนใจร้ายจับสนัขพันธ์พิทบูล เผาตายทั้งเป็น

    แชร์เนื้อหานี้

    เกิดเหตุเจ้าของสุนัขออกจากบ้านตระเวนไปรับชื้อของเก่าปล่อยให้สุนัขอยู่เฝ้าบ้าน ตกค่ำเจ้าของสุนัขกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้ เดินหาพบเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟจึงรีบนำออกมาจากกองไฟ แต่ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งตายคากองไฟ

    เมื่อคืนของวันที่ 30 ม.ค.69 เวลา 21.00น.ที่ผ่านมา นาย วิชิต ภาคี อายุ 53 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 บ้านดอนม่วย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีอาชีพรับชื้อของเก่า นำซากสุนัขพันธุ์ผสมไทยพิทบูล สีดำ เพศผู้ ชื่อเจ้าโบ้ อายุประมาณ 10 เดือน ที่ถูกไฟเผาไหม้เกรียมขึ้นรถกระบะที่ตระเวนรับชื้อของเก่ามาแจ้งความอยู่ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร

    โดยนายวิชิต เจ้าของสุนัข กล่าวกับผู้เสื่อข่าวด้วยน้ำตา ว่าเจ้าโบ้สุนัขที่เลี้ยงมาก็มีความผูกพันกันรักเหมือนลูกหลาน ตื่นเช้ามาตนกับภรรยาก็ออกไปตระเวนรับชื้อของเก่าปล่อยไห้เจ้าโบ้อยู่เฝ้าบ้านตามลำพัง พอตกค่ำกลับมาบ้านไม่เห็นเจ้าโบ้วิ่งออกมารับเหมือนทุกวัน เรียกหาก็เงียบ

    ไปสอบถาม นายสมหวังฯเป็นคนคุ้นเคยอยู่ในหมู่บ้านเดี่ยวกันว่าเห็นเจ้าโบ้ไหม นายสมหวังฯบอกว่าเห็น นายทุมมี รักษาพันธุ์ เอามาผูกไว้ข้างบ้านนายสุเทพฯ พอไปดูเห็นกองไฟอยู่หลังบ้านจึงเดินไปดูเห็นเจ้าโบ้ถูกเผาอยู่ในกองไฟ จึงรีบช่วยนำออกมาจากกองไฟ แต่เจ้าโบ้ถูกไฟไหม้เกรียมไปข้างหนึ่งแล้วตายคากองไฟ

    นายวิชิตฯ เจ้าของสุนัขไปสอบถามนายทุมมี รักษาพันธุ์ เป็นคนเผาเจ้าโบ้ใช่ไหม นายทุมมีฯยอมรับว่าเผาเจ้าโบ้จริงซึ่งหลังจากนาย วิชิตฯนำซากเจ้าโบ้มาแจ้งความเป็นผู้เสียหาย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายพูดให้สะเทือนใจเจ้าของสุนัขเสียความรู้สึก ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเผาเพื่อกินหรือไม่

    นายวิชิต เจ้าของสุนัขจึงพาภรรยามาขอความเป็นธรรมจากผู้สื่อข่าว เล่าว่าร้อยเวรกล่าวกับตนว่าสุนัขเป็นสัตว์เป็นอาหาร ส่วนคดีต้องรออีก 2-3 เดือน ทั้งที่รู้ว่าคนก่อเหตุเป็นใครต้องนำตัวมาสอบสวนตามขั้นตอนส่วนคดีต้องรอ นายวิชิต กล่าวกับผู้สื่อข่าว ตนจึงสงสัยทำไมถึงรอนานขนาดนั้น

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสนั่น! “ยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ปราศรัยใหญ่เปิดนโยบาย “แก้หนี้-ประกันกำไรเกษตรกร” พร้อมเขย่าวงการสาธารณสุขด้วย 30 บาท

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค

    เดินทางลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 1 และ น.ส.ปิยธิดา บุตรกาล ผู้สมัคร ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 โดยมีพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารแห่เข้าร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่สนาม

    นายยศชนัน ได้กล่าวปราศรัยโดยเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็น “แหล่งเกษตรปลอดภัย ก้าวไกลการค้า พัฒนาการท่องเที่ยว”

    พร้อมประกาศยกระดับคุณภาพชีวิตชาวมุกดาหารด้วยชุดนโยบายที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องที่เป็นหัวใจหลัก สำหรับนโยบายไฮไลท์ที่นำเสนอต่อชาวมุกดาหาร ประกอบด้วย:

    การแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ: นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุในการยกเลิกหนี้ และการพักหนี้เกษตรกรนาน 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้ตั้งตัวใหม่รุกด้านเกษตรกรรม: ประกันกำไรสินค้าเกษตรต้องไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมมอบ “คูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์” เพื่อลดต้นทุนการผลิต

    กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: นโยบาย “บิลลุ้นล้าน” สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน และนโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส” ที่รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30%

    เพื่อลดภาระค่าครองชีพยกระดับสาธารณสุขและจุดแข็งเพื่อไทย: ต่อยอดนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ “30 บาทรักษาทุกที่” และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการรักษา (30 บาท AI) เพื่อการเข้าถึงที่รวดเร็วขึ้น

    อนาคตทางการศึกษา: สานต่อทุน ODOS (หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน) เพื่อให้ลูกหลานชาวมุกดาหารที่อยากเรียนต้องได้เรียนอย่างเท่าเทียมในช่วงท้ายของการปราศรัย นายยศชนันได้กล่าวอ้อนขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน ให้ความไว้วางใจเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 เขต รวมถึงเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะขาด

    เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาฯ และนำนโยบายเหล่านี้มาเปลี่ยนชีวิตชาวมุกดาหารให้ดีขึ้นทันที “วันนี้เราตั้งใจจริงที่จะทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้

    เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต ขอให้พี่น้องเชื่อใจพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคน ทั้งพรรค เข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องให้กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน” นายยศชนัน กล่าวท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง

    เพื่อไทยมุกดาหาร #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #พรรคเพื่อไทย #มุกดาหาร #เลือกตั้ง2569 #นโยบายเพื่อไทย #แก้หนี้ #เกษตรปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วว. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. ยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจและการแพทย์ ชูเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาสายพันธุ์ กัญชา–เห็ดขี้ควาย

    แชร์เนื้อหานี้

    สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เดินหน้าหารือแนวทางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ ได้แก่ กัญชา และเห็ดขี้ควาย โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture)

    การประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ให้การต้อนรับและเป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะทำงานจากสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด

    ทั้งนี้ วว. ยังได้มีคณะผู้บริหารและนักวิจัยร่วมประชุม ได้แก่ ดร.ฮงทัย แซ่ต้น และ ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ ที่ปรึกษา วว. นายมนตรี แก้วดวง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ตลอดจนนักวิจัยจาก ศนก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    บูรณาการองค์ความรู้ พัฒนา “สายพันธุ์มาตรฐาน”การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการคัดเลือก ปรับปรุง และพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ เพื่อรองรับการวิจัย การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อควบคุมคุณภาพสายพันธุ์ ลดความแปรปรวนทางพันธุกรรม และสร้างต้นแบบสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะด้านสารออกฤทธิ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ทางการแพทย์

    ยกระดับ “พืชเสพติด” สู่ “พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์”ความร่วมมือระหว่าง วว. และ ป.ป.ส. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบวิจัยและควบคุมพืชเสพติดที่มีศักยภาพเชิงการแพทย์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

    วางรากฐานนโยบายและทิศทางวิจัยในอนาคตที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต อาทิ
    • การจัดทำฐานข้อมูลสายพันธุ์มาตรฐาน
    • การพัฒนาห้องปฏิบัติการและมาตรฐานการตรวจพิสูจน์
    • การส่งเสริมงานวิจัยเชิงลึกด้านสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์
    • การสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศ

    มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก บูรณะองค์พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองทัพภาคที่ 1 เป็นสิริมงคลเพื่อแผ่นดิน

    อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำสักการะสมเด็จพระพุทธปฐมปัจเจกศรีนาคราชพุทธเจ้า บวงสรวงสักการะพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช องค์พระพิฆเนศ

    เพื่อความเป็นสิริมงคลกับ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก ทหารกล้าปกป้องแผ่นดิน และชาติบ้านเมืองโดยมี พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีอาจารย์สมพล พลธนันต์ นำอธิษฐานจิต พร้อมด้วยคณะนายทหารและกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1

    ทั้งนี้ ได้ตั้งจิตอธิษฐานในบุญบารมีทั้งปวง เพื่อความเป็นสิริมงคล นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ ตลอดจนอุทิศบุญกุศลแด่นักรบทหารกล้าทุกนายที่ได้สละชีพเพื่อชาติขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ได้รับผลบุญบารมีทุกประการ เทอญ…

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น.
    ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม

    พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมนสุนทร ผกก.สภ.นครชัยศรี นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม/กรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี/ผู้อำนวยการการ

    เลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการฯ ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำหน่วยเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ณ บริเวณประรำข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี ประกอบไปด้วย ในเขต 1 หน่วย

    นอกเขต 10 หน่วย และบริเวณสถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐมหน่วยสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ 1 หน่วย รวมทั้งสิ้น 12 หน่วย

    ทั้งนี้ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม ได้ให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

    ที่เสียสละเวลามาร่วมปฏิบัติงานการเลือกตั้ง และพูดคุยกับประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอให้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดหวัดนครปฐม จำนวนทั้งสิ้น 4,865 คน เลือกตั้งสส.ล่วงหน้า69เขต 5 อ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชียงราย จัด “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ต่อยอดอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยวชุมชน

    แชร์เนื้อหานี้
    default

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดงานมหกรรมศิลป

    วัฒนธรรมชาติพันธุ์ Chiang Rai Ethnic Cultural Festival 2026 ณ สนามกีฬากลางบ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

    กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ

    จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน

    วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อมุ่งเน้นการสืบสานและเผยแพร่มรดกทาง

    วัฒนธรรมอันล้ำค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกิจกรรมภาย

    ในงานประกอบด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันงดงาม เริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดแสดงวิถีชาติพันธุ์อย่างตระการตาจากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

    การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก ทั้งในรูปแบบการแสดงวิถีแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการแสดงดนตรีรวมถึงศิลปะการแสดงแบบประยุกต์ร่วมสมัย

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าม้ง และการแข่งขันกีฬาชาติพันธุ์รวม 5 ชนิดกีฬา

    ประกอบด้วย วิ่งขาหยั่ง วิ่งแบกก๋วย กลิ้งครก ตักน้ำใส่กระบอก และการขว้างลูกข่าง ซึ่งล้วนเป็นกีฬาพื้นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยจิต

    วิญญาณแห่งชุมชน อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประกวดอาหารเมนูชาติพันธุ์ฟิวชั่น และการ

    จัดบูธจำหน่ายสินค้าการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล การดำเนินงานครั้งนี้บูรณา

    การความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน รวม

    ถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาร่วมกันถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

    เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและ

    ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้น ใช้ผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อ. 1 ชั้น 2

    แชร์เนื้อหานี้

    30 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เข้าร่วมประชุมการควบคุมการลักลอบนำสารตั้งต้นไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

    ร่วมกับ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์
    อธิบดีกรมศุลกากร, นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยตัวแทนในสังกัด ตร. ได้แก่ บช.น.,ภ.1–9, บช.ก., บช.ตชด. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 ตร.

    ที่ประชุมได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

    1. ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจจะนำไปผลิตยาเสพติด
    2. บูรณาการร่วมทุกหน่วยงานในการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง อย่างจริงจัง
    3. กำหนดมาตรการนำเข้า นำผ่านสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการควบคุม
    1. กำหนดมาตรการส่งออก และการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น พื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
    2. พัฒนาระบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดน
    3. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษสำหรับความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้อง

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข่าวกรอง และการปฏิบัติการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งหากสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วน 191, 1599
    และ line@police5 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงหรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของชาติให้ห่างไกลจาก “ยานรก” และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และอนาคตที่ยั่งยืนขอประเทศไทยอย่างแท้จริง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมและสนับสนุน องค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร กิจกรรม ที่ 2.2 การฝึกอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรเกษตรกร ให้มีความรู้ความเข้าใจในการ

    บริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมในการจัดทำแผนหรือโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่มีคุณภาพ และได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกร ที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร หลักสูตรการพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็งภายใต้วิกฤติ

    โลกสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มกราคม 2569 ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 20 องค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน ณ ห้องประชุมน่าน วัลเลย์ รีสอร์ท (Nan Valley Resort)

    โดยมี นายบัณฑิต สวยงาม กรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายบุญยงค์ สดสะอาด ประธานคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ คนที่ 2 นายอุไร

    สารถ้อย อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้รฟูแบะพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ร่วมมอบเกียรติบัตรให้ผู้แทนองค์กรเกษตรกรที่ผ่านการการอบรมผู้นำองค์กรเกษตรกร จำนวน 100 คน

    ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน ชี้แจงประกาศ หลักเกณฑ์ แนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2569 การทำ Workshop แนวทางการเสนอแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยใช้ Swot Analysis เป็นเครื่องมือในวิเคราะห์ความ

    เป็นไปได้ของแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในเวที พร้อมทั้งประเมินผลการเรียนรู้หลังจากอบรม/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นครปฐม รองผู้ว่าฯ ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และ นาย โชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

    ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ที่ซุ้มพุทธมามกะ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดนครปฐม

    ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า

    ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเดินทางกลับไปทำงานต่างจังหวัด

    โอกาสนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวไทย และชาวจังหวัดนครปฐมออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

    ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่ ซึ่งในครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่

    สำหรับจังหวัดนครปฐม แบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 6 เขต มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,274 หน่วย ในส่วนผู้มาลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 37,380 คน ในเขตเลือกตั้ง 985 คน รวมทั้งสิ้น 38,365 คน
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    รองผู้ว่าฯ นครปฐม ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.30 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้ง

    สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และในเขตจังหวัดนครปฐม ณ บริเวณข้างหอประชุมอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขตเลือกตั้งที่ 5 ของจังหวัดนครปฐม

    โดยมีนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี/ประธาน กกต.เขต 5 นครปฐม พร้อมด้วย นายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผอ.กกต.เขต 5 นครปฐม และอนุกรรมการฯ ให้การต้อนรับการตรวจเยี่ยม/การสังเกตการณ์ในครั้งนี้

    ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ได้ลงทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว

    โดยส่วนใหญ่ทำงานในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีและอำเภอพุทธมณฑล แต่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดอื่น หรือติดภารกิจ จึงใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่เลือกตั้งล่วงหน้า
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

    ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

    ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

    นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

    รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
    พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

    โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
    ////////////////////////////////////////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘พจนารถ‘ ปชป.เขตแปด เบอร์ 2 เอาชัย! สักการะเจ้าแม่ทับทิม ชูการเมืองสุจริต ดึงใจแม่ค้าตลาดจีนโบราณ ชากแง้ว-ห้วยใหญ่

    แชร์เนื้อหานี้

    ช่วงเย็นวันที่ 31 มกราคม 2569 ทีมงานหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดย นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดชุมชนจีนชากแง้ว อ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลาดจีนโบราณแห่งนี้

    สำหรับชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดชลบุรีมานานกว่าร้อยปี เดิมทีเหล่าคนจีนแต้จิ๋วได้เข้ามาตั้งรกรากทำการเกษตรได้ผลดีจนเป็นแผ่นดินทอง ของการทำเกษตรกรรม มีโรงโม่ซึ่งก็คือโรงแป้งมันสำปะหลังเข้ามาตั้งในชากแง้ว อีกทั้งโรงเผาด่าน

    โรงเลื่อยที่เลื่องชื่อ ผู้คนจึงต่างหลั่งไหลจากทั่วสารทิศเข้ามาทำการค้า บ้างก็มารับจ้างเป็นแรงงาน ทำให้ชุมชนจีนแห่งนี้เกิดความรุ่งเรืองสุดขีด เรียกว่าในตัวเมืองมีอะไร ชากแง้วมีหมดแม้กระทั่งโรงหนังที่ถือเป็นที่สุดของความทันสมัยในยุคก่อนปี 2500

    ชุมชนชากแง้วผ่านยุคเฟื่องฟูเข้าสู่ความซบเชาด้วยการพัฒนาของถนน ทำให้ความเจริญย้ายไปสู่การคมนาคมเส้นหลัก จวบจนวันนี้เหลือเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำ แต่ทว่าในวันที่การท่องเที่ยวชุมชนได้รับความนิยม โลกได้หันกลับมาหารากเหง้า และวัตนธรรมดั้งเดิม ทำให้ทายาทของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลที่

    เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนแห่งนี้ จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันผลักดันอดีตย่านการค้า เปิดบ้านไม้เรือนแถวขายสินค้าประดา มีของกินสไตล์จีนแต้จิ๋วมาให้คนรุ่นหลังได้ลิ้มชิมรส และภาพตลาดจีนโบราณเมื่อร้อยปีก่อนก็กลับมาฉายซ้ำอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ทำให้ตลาดจีนซากแง้วที่ตัดขึ้นทุกวันเสาร์ของสัปดาห์ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

    ทั้งนี้ นางพจนารถ แก้วผลึก ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดชลบุรี เขตแปด พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 และทีมงานหาเสียง ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าแม่ทับทิม พร้อมลั่นฆ้องเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนจะเดินแจกแผ่นพับแนะนำตัวในนามพรรคประชาธิปัตย์ เขต 8 เบอร์ 2 ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต โดนเลือกพรรคเบอร์ 27 และเลือก สส.ชลบุรี เขแปด เบอร์ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 นี้ด้วย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / โค้งสุดท้าย พรรคปวงชนไทยปราศรัยย่อย ชูนโยบาย สมุทรปราการมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ เอง ย้ำให้คนพื้นที่บริหารจังหวัด

    แชร์เนื้อหานี้

    พรรคปวงชนไทยเดินสายปราศรัยย่อยย่านศรีนครินทร์ ช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล” ชูนโยบายยกระดับสมุทรปราการเป็นมหานคร เลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง ย้ำให้คนพื้นที่กำหนดทิศทางและบริหารจังหวัดด้วยตนเอง

    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคปวงชนไทย จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณที่ทำการพรรค ย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ท่ามกลางชาวบ้านในพื้นที่ที่เดินทางมารับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

    ในการปราศรัยครั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายหลักของพรรคในการผลักดันจังหวัดสมุทรปราการให้ยกระดับเป็น “สมุทรปราการมหานคร” หรือเขตปกครองพิเศษที่สามารถบริหารจัดการตนเองได้ในลักษณะเดียวกับกรุงเทพมหานคร
    นายเอกสิทธิ์ระบุว่า แนวทางดังกล่าวจะต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงจากประชาชนในพื้นที่ วาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัด

    เป็นบุคคลที่เข้าใจปัญหาและบริบทของสมุทรปราการอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
    หัวหน้าพรรคปวงชนไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สมุทรปราการรอคอยการพัฒนาอย่าง

    เป็นรูปธรรมมานานนับสิบปี แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างที่ควรจะเป็น หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้คนสมุทรปราการเป็นผู้กำหนดอนาคตของจังหวัดด้วยตนเอง ผ่านการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการยกระดับสถานะเป็นมหานคร

    ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายการกระจายอำนาจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการมีอิสระในการบริหารงบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สะ-ตะ-มะ-วาน) อุทิศถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง

    แชร์เนื้อหานี้

    วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “สะ-ตะ-มะ-วาน” ครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะสงฆ์ ข้าราชการ และพสกนิกรเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ ศาลาหลังใหม่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ คณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล สะ-ตะ-มะ-วาน100 วัน แห่งการสวรรคตเพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย นายแพทย์ประภาส ผูกดวง

    นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จุดเครื่องทองน้อย หน้าโต๊ะหมู่บูชาพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ 12 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
    ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี สภ.บางปู สภ.บางแก้ว สภ.บางเสาธง โรงพยาบาลบางพลีสมุทรปราการ ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง กู้ชีพฉุกเฉิน รพ.บางพลี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สมุทรปราการ เขต 2 กศน.อำเภอบางพลี รพ.สต.โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนราษฏร์บำรุง โรงเรียนปริญาญานุสรณ์ บางพลี คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง และพสกนิกรชาวอำเภอบางพลีหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    นอกจากนี้พระวชิรคณาทร เจ้าคุณแจ้ ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ยังได้มอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในด้านสาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับพิธี สะ-ตะ-มะ-

    เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วันการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแห่งแผ่นดิน


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้ายาข้ามโขง ยึดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด เรือกีบ 1 ลำ คนร้ายโดดน้ำหนีรอด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่สถานีเรือมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ และ น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

    การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. และ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม โดย น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งของต้องสงสัยจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

    ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนทางบกออกซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ตรวจพบเรือต้องสงสัยแล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยมีบุคคลอยู่บนเรือประมาณ 3 คน เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ช่วยกันลำเลียงวัตถุคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง

    เมื่อเจ้าหน้าที่ นรข. แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ กลุ่มคนร้ายได้ทิ้งของกลางและเรือ ก่อนกระโดดลงแม่น้ำโขงหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระสอบห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 3 กระสอบ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และพบกระสอบลักษณะเดียวกันอีก 4 กระสอบอยู่บนเรือ รวมเป็น 7 กระสอบ

    จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ในกระสอบรวม 7 กระสอบ ประทับตราอักษร “999” บนก้อนสีเหลือง ภายในเป็นยาบ้าอักษร “WY” สีชมพู รวมจำนวนทั้งสิ้น 280 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด รวม 2,800,000 เม็ด พร้อมเรือกีบติดเครื่องยนต์ 1 ลำ

    เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการตรวจยึด และนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .

    แชร์เนื้อหานี้

    หนุ่มใหญ่ใจบุญพบสัตว์ป่าสงวนส่งคืนให้ป่าไม้กลับสู่ธรรมชาติ .
    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)นำเจ้าที่หน้า รับมอบตัวนิ่มพลัดหลง หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี
    นายองอาจ จันทร์น้อยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย(อุทยานป่าคา)

    เข้าตรวจสอบและรับมอบตัวนิ่ม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ เสนาเกตุ ตนเองพบตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว ในสวนยางท้ายหมู่บ้านหลังจากที่ตัวนิ่มตัวนี้พลัดหลงเข้ามาในบริเวณสวนยางตนจึงจับไว้เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากสวนยางในพื้นที่มีสุนัขหลายตัวตนเองกลัวตัวนิ่มจะถูกสุนัขกัดจึงจับตัวนิ่มไว้แล้วประสานเจ้าหน้าที่มารับมอบ

    จากการตรวจสอบสุขภาพเบื้องต้น พบว่าตัวนิ่มมีสุขภาพแข็งแรงและปกติดี โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14(ตาก)ได้ส่งมอบตัวนิ่มตัวดังกล่าวให้กับนายสาคร สืบสาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนา พร้อมนำตัวนิ่มดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดย “ตัวนิ่ม” หรือ “ลิ่น”

    เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศอีกด้วย ซึ่งห้ามการล่า การค้า หรือการมีไว้ในครอบครอง หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบสัตว์ป่าบาดเจ็บ พลัดหลง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ถ้ำเจ้าราม โทร 081-9620661.
    .
    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “พิธีบวงสรวงลานเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี”

    แชร์เนื้อหานี้

    คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ – ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (เสื้อขาว-กลาง) และ คุณณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีอำเภอแสนสุข (เสื้อดำ-กลาง)

    พร้อมด้วย คุณสันติ ปรีชาว่องไวกุล (คนแรกจากขวามือ) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บูรพาบางแสน เรสซิเดนท์ ผู้บริหารโรงแรม ONPA Hotel & Residence และผู้บริหารบริษัท ออนป้า จำกัด ประกอบด้วย คุณวิโรจน์ ปรีชาว่องไวกุล – ประธาน

    กรรมการ (คนที่ 2 จากขวามือ), คุณสุภาพร ปรีชาว่องไวกุล รองประธานกรรมการ (คนแรกจากซ้ายมือ) และ คุณอัยย์ชิตา ปรีชาว่องไวกุล (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด เข้าร่วมประกอบพิธีบวงสรวง🙏🏻เบิกเนตร พระแม่

    ทั้งห้า เบญจเทวี ได้แก่ พระแม่ธรณี🪨, พระแม่คงคา🌊, พระแม่โพสพ🌾, พระแม่วาโย💨 และ พระแม่อัคคี🔥ที่ลานสักการะเบญจเทวี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชลบุรี บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา บางแสน เมื่อวันก่อน

    ลานเบญจเทวีแลนด์มาร์คใหม่จังหวัดชลบุรี

    ขอได้รับความขอบพระคุณจาก
    ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บจก.ไร้ท์ บิยอนด์
    สมปอง วิวัฒน์วรศิลป์ โทร 095-4925241

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หอประชุม อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธานพิธีได้นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

    สารวัตรกำนัน องค์กรภาคเอกชน ประชาชน และพสกนิกรอำเภอท่าหลวง ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน (สตมวาร) ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ประธาน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

    จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ) เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

    หัวหน้าส่วนราชการ ถวายอาหารปิ่นโต นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ถวายปัจจัยไทยธรรม ประธานพิธี ถวายผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ (ภูษาโยง) พระสงฆ์อนุโมทนา/ถวายอดิเรก ประธาน กรวดน้ำ กราบนมัสการพระรัตนตรัย หน้าโต๊ะหมู่บูชา ประธาน ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพ)
    จากนั้นประธาน พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    แม้พระองค์ผู้ทรงเป็น “หลักยึดเหนี่ยวจิตใจแห่งแผ่นดิน” ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ปวงชนชาวอำเภอท่าหลวง ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและอาชีพของราษฎรมาตลอดหลายทศวรรษ

    พระราชดำรัสและพระราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ล้วนเป็นหลักธรรมชี้นำทางด้านการทำงาน และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทรงเป็นสมเด็จพระราชินีของราชอาณาจักรไทยที่มีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์จะสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
    ​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
    นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
    ​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
    แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

    บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
    ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

    จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

    26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

    ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

    สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
    นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

    สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
    ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

    ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
    จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

    พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
    เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
    ดังนี้

    -การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
    -การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
    -แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
    -การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
    -การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
    -เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
    ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

    จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
    เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

    หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์แมงกะไซค์ทั่วโลก ร่วมฉลองงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค ปีที่ 29 คาดแก๊ง MC ทำเม็ดเงินท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดหลายล้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    ค่ำวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ

    พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 โดยมี สมาชิกผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

    สำหรับงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    ถือเป็นอีเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พี่น้องชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกตอบรับเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านบาทตลอด 29 ปีเต็ม

    การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Wheels of Nostalgia” สะท้อนความคลาสสิก ความทรงจำ และมิตรภาพของชาวไบค์เกอร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยภายในงานแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Rock Stage, King Stage, Junior Stage,

    Cowboy Indian, Stunt Show, โซนรถเครื่องเสียง, โซนร้านค้า และโซนอาหาร โดยคาดว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากคลับ Bike Week จากทั่วโลกที่เคยมาร่วมงานจำนวนมาก เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.หว้านใหญ่ แท็กทีม นรข.-ทหารพราน-ยส.24 บุกยึดยาบ้า 7 กระสอบใหญ่ 2.8 ล้านเม็ดซุกริมโขงบ้านป่งขามใต้ เตรียมส่งต่อเข้าพื้นที่ชั้นใน

    แชร์เนื้อหานี้

    มุกดาหาร – เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นางศศิธร โพดาพล นายอำเภอหว้านใหญ่ ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

    นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. บูรณาการร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.เขตนครพนม), สถานีเรือมุกดาหาร, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นยาเสพติด (ยส.24) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้รีสอร์ทสองใจ บ้านป่งขามใต้ หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่พบวัตถุต้องสงสัยถูกซุกซ่อนไว้ จึงเข้า

    ตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในกระสอบจำนวน 7 กระสอบ รวมประมาณ 2.8 ล้านเม็ด โดยที่ห่อบรรจุภัณฑ์ปรากฏตราสัญลักษณ์ “999” และดาว 5 ดวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในยาเสพติดล็อตใหญ่

    การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการยกระดับมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังชายแดน เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนในและชุมชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

    จับยาบ้า #มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #สกัดยาเสพติด #นรข #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #ข่าวอาชญากรรม #ยาบ้าล็อตใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน