เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปัตตานี – เลขาฯ ป.ป.ส เปิดงาน ยุวสิงห์มหาดไทย รวมพลังต่อต้านยาเสพติด ชมดนตรีในสวน มาลีฮวนน่า สร้างมูลค่าทางเศษฐกิจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน วันที่ 22 กันยายน 2568 20.30 น. ที่ สวนสาธารณะพรุจงเปือย หมู่ที่ 4 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี จัดกิจกรรม “ยุวสิงห์มหาดไทย รวมพลังทำ ความดี ต่อต้านยาเสพติด มีการชมดนตรีในสวนมาลีฮวนน่า โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกว่า 200 คน

โอกาสนี้ยังได้รับเกียรติจาก นางสาว อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคอซีย์ มามุ ส.ส.ปัตตานี (เขต2ปัตตานี) นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนางรอมละห์ มามุ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาประดู่ โดยมี นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอโคกโพธิ์ ได้มาเป็นผู้กล่าวรายงานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

ซึ่งภายในงานมีการเปิดบูทขายสินค้าต่างๆ กิจกรรมรวม กลุ่มสันทนาการ การเรียนรู้วิธีปฏิเสธยาเสพติด และ การเลือกคบเพื่อนที่ดี การดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา และการอยู่ร่วมในสังคมพหุวัฒนธรรม ความรู้ด้านกฎจราจร และการขับขี่ปลอดภัยจากสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ และสถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ มีกิจกรรม แรลลี่เยี่ยมชม โครงการสร้างบ้านกาชาดและกลุ่มผู้เปราะบาง ที่ บ้านห้วยเงาะ ตำบลทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ ปัตตานี

นอกจากนี้แล้ว ไฮไลท์ที่ประชาชนให้ความสนใจ การแสดง ดนตรีในสวนจากวง “มาลีฮวนน่า” วงดนตรีเพื่อชีวิตในตำนาน มาทำการแสดง เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข และเสริมสร้างพลังอันเกิดจากความสามัคคีของคนในชุมชน นอกจากนี้การที่ชาวบ้านได้มีการเปิดบูทร้านค้าขายสินค้าในพื้นที่ยังก่อให้เกิดการกระตุ้นเม็ดเงินหลายล้านบาทเเละเศรษฐกิจที่กำลังก้าวไปข้างหน้าซึ่งกิจกรรม

ในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ ได้รับความร่วมมือจาก นายคอซีย์ มามุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ปัตตานี เขต 2 ปัตตานี องค์การบริหาร ส่วนตำบลนาประดู่ ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดงาน มีการเปิดวีดิทัศน์สรุปกิจกรรม ประธานยุวชนสิงห์ ได้นำกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส.

ด้าน นางสาว อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การจัดกิจกรรม ยุวสิงห์มหาดไทยรวมพลังทำความดี ต่อต้านยาเสพติดครั้งนี้ ก็เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เยาวชนในพื้นที่

โดย กิจกรรมในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกัน และปราบปราม ยาเสพติดในเชิงรุก เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการสร้างเครือข่าย เยาวชนในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกัน การเข้าถึงยาเสพติดใน กลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อีกด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล
ผอ.กองบรรณาธิการข่าว
(ศูนย์ข่าวภาคใต้ จ.ปัตตานี)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช. ชี้มูลทุจริต! จนท.พัสดุ สพป.มุกดาหาร–เอกชน พัวพันสมคบฮั้วประมูล จัดจ้างปรับปรุงอาคารเรียน 3 แห่งในพื้นที่ อ.คำชะอี – ผอ.ร.ร.หลุดอาญาแต่เจอวินัยร้ายแรง

แชร์เนื้อหานี้

นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำวินิจฉัยในคดีหมายเลขดำที่ 67-1-1427/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ 1114-1-50/2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียน 3 แห่ง ในอำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่พัสดุของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร (สพป.มุกดาหาร) ว่ามีการจัดจ้างปรับปรุงอาคารเรียนโดยวิธีพิเศษ ไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งยังมีพฤติการณ์เอื้อประโยชน์แก่เอกชน

การสอบสวนพบว่าในปี 2557 น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่พัสดุ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร ได้โน้มน้าวให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง คือ นายวิษุวัต วิมลเศรษฐ ร.ร.บ้านดงยาง 1 นางภัทร์สิริ ไชยธงยศ ร.ร.บ้านกกไฮโนนน้ำคำ และนายวิรัตน์ บุตรดีวงศ์ ร.ร.บ้านน้ำเที่ยงวันครู 2501 จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ อ้างว่าหากล่าช้า งบประมาณจะถูกตัด ซึ่งไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ น.ส.ทองม้วน เป็นผู้จัดหาผู้รับจ้างและคู่เทียบเอง ทำให้การจัดจ้างไม่มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยมีโครงการที่เกี่ยวข้อง 3 รายการ ได้แก่
ปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านดงยาง 1 งบประมาณ 735,000 บาท ปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านกกไฮโนนน้ำคำ งบประมาณ 1,160,000 บาท และปรับปรุงอาคารเรียน ร.ร.บ้านน้ำเที่ยงวันครู 2501 งบประมาณ 200,000 บาทต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 107/2567 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 มีมติ คือ
ผู้อำนวยการโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง พ้นมูลความผิดอาญา แต่มีมูลผิด วินัยร้ายแรง ฐานละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบจนทำให้ราชการเสียหาย น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ เจ้าหน้าที่พัสดุ มีมูลผิดอาญาหลายฐาน ทั้งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) สมคบเสนอราคา (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542) และผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. รวมทั้งผิด วินัยร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่

นางนภาพร แสนโสม และนางจรรยพร วังคะฮาต มีมูลผิดวินัยร้ายแรง ฐานลงนามเอกสารจัดจ้างทั้งที่ไม่มีการเสนอราคาจริง นายจุบรรณ บรรจง และนางจิรภา พรหมพิบูลย์ ไม่มีมูลผิดอาญา แต่มีมูลผิดวินัยไม่ร้ายแรงส่วนภาคเอกชน นางอรัญญา คูสกุลวัฒน, นายอภิเดช ปัททุม, หจก.กลางประพันธ์ก่อสร้าง และนายแดนศักดิ์ ทิพนัส มีมูลผิดอาญา ฐานสมคบเสนอราคาและสนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริต น.ส.ผาณิตา บุตรดีวงศ์ และหจก.ซีเอ็นเอส คณาทรัพย์ มีมูลผิดอาญาในลักษณะเดียวกัน ส่วนนางนันธิตา แสนโสม และหจก.สุทธิดา การโยธา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล

โดย ป.ป.ช.มีมติให้ส่งสำนวนและพยานหลักฐานไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องในคดีอาญา ได้แก่ น.ส.ทองม้วน สุทธิคุณ, นางอรัญญา คูสกุลวัฒน, นายอภิเดช ปัททุม, หจก.กลางประพันธ์ก่อสร้าง, น.ส.ผาณิตา บุตรดีวงศ์, หจก.ซีเอ็นเอส คณาทรัพย์ และนายแดนศักดิ์ ทิพนัสนอกจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยัง ผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหารดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย และส่งข้อมูลเอกชนที่เกี่ยวข้องให้กรมบัญชีกลางขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงานต่อไป

ทั้งนี้ ยังพบว่าจังหวัดมุกดาหารได้ประกาศผลการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2567 โดยมีชื่อนางอรัญญา คูสกุลวัฒน สารวัตรกำนันตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี ได้รับรางวัลขั้นที่ 2 ของสารวัตรกำนัน ด้วย

ปปช #ปปชมุกดาหาร #ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง #ข่าวการศึกษา #ปราบโกง #มุกดาหาร #ฮั้วประมูล #สพป #สพปมุกดาหาร #โรงเรียนบ้านดงยาง1 #โรงเรียนบ้านกกไฮโนนน้ำคำ #โรงเรียนบ้านน้ำเที่ยงวันครู2501 #คำชะอี #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดกุดสมิง นำปลอกลูกกระสุนปืนใหญ่ไทย เพื่อเป็นมวลสาร หล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์ มอบทหารกล้า – ตชด.ตามแนวชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 ที่ วัดป่ากุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ญาติ โยม ประชาชน รู้จักกันว่าเป็นวัดป่าที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ บนพื้นที่ 362 ไร่ เป็นป่าธรรมชาติ ด้านหลังวัด มีอ่างเก็บน้ำกุดสมิง โดยมีญาติโยมมาสร้างองค์พญานาค 5 ตระกูล และองค์พระพุทธรูป พระประธาน และปู่สมิง ที่สวมชุดทหารกล้า ไว้นานแล้ว

เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน มากราบไหว้ขอพร ผู้ที่มีศรัทธา มาขอพรแล้วเป็นจริง จึงทำให้มีญาติโยม ประชาชนมาขอพรมิได้ขาด โดยเฉพาะ กับพระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล หรือ พระครูปิยวนารักษ์ ญาติโยมสายมู เคารพ เชื่อมั่น ศรัทธา ในวันที่เกิดการยิงปะทะของกองกำลังชายแดน ได้มีญาติโยม อพยพมาพักอาศัยที่วัด วันนี้ได้มีนายทหาร นำปลอกกระสุน ลูกปืนใหญ่ ที่ทหารไทยยิงสู้รบกับกองกำลังต่างชาติ

จนชนะ นำมาถวายให้กับทางพระอาจารย์ ที่มีแนวคิดที่จะเทหล่อ พระพุทธรูปกรุตสมิงชัยมงคล ขนาด 30 นิ้ว 5 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่ชายแดน จังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี พร้อมที่วัดอีก 1 องค์ และยังมีหัวสบู่เลือด สมุนไพรไทย จากภูเขาสูง หายาก อายุ 100 ปี จะได้มีหัวใหญ่ขนาดนี้ นำมาร่วมกับลูกกระสุนดังกล่าว มาทำเป็นมวลสาร หล่อพระผงกรุตสมิงชัยมงคล รูปสีธงชาติไทย และสีลายทหาร รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์2568 ใน 4 รูปแบบ ต่อ 1 ชุด เพื่อนำไปมอบให้ทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา คุ้มครองให้ทหารแคล้วคลาด ปลอดภัย เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย ไว้ให้ลูกหลาน

พระครูปิยวนารักษ์ กล่าวเชิญชวนญาติโยม ว่า เจริญพรญาติโยมทุกคน ในวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ วัดป่ากุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จะมีพิธีเททองหล่อ พระพุทธรูปกรุตสมิงชัยมงคล เพื่อเป็นสิริมงคล เพื่อนำไปประดิษฐาน ไว้ตามแนวชายแดน และอีกส่วนหนึ่ง ก็ได้รับการถวายลูกกระสุนปืนใหญ่ ปืนเล็ก เอ็ม16 มาประกอบพิธีพลีมวลสาร เป็นพระผงกรุตสมิงชัยมงคล

รุ่น ปิตุภูมิพิทักษ์ เพื่อนำไปมอบให้ เป็นขวัญกำลังใจกับทหารกล้าตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ทั้ง 4 จังหวัด พร้อมกับญาติโยม ทั้งหลายที่สนใจ ศรัทธา จึงขอเชิญชวนญาติ – โยม ทุกท่าน มาร่วมเททองหล่อพระ ด้วยกัน วันเสาร์ที่ 27 กันยายน เริ่มเวลา 09.09 น.กับพิธีบวงสรวง พิธีเททองหล่อพระ รำถวายองค์พญานาค ปล่อยปลาลงกุดสมิง แจกทานข้าวสาร และมอบโลงศพให้มูลนิธิกู้ภัยฯ ตำบลจานใหญ่ เพื่อมอบต่อให้กับศพไร้ญาติต่อไป


ขณะที่นายเมฆ ปะวาโร ลูกศิษย์วัดกุดสมิง เปิดเผยว่า วันนี้ผมมาขอเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ มาเข้าร่วมพิธี ในวันที่ 27 กันยายน 2568 นี้ จะมีพิธีบวงสรวง ท้าวเวสสุวรรณ จะมีพี่น้ำ ระพีพัฒน์ มาร่วมแจกทานข้าวสาร จำนวน 2 ตัน กับญาติโยมที่มาร่วมงาน ร่วมพิธีเททองหล่อพระกรุตสมิง หน้าตัก 30 นิ้ว สูง 30 นิ้ว ทั้งหมด 5 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานที่แนวชายแดน 4 จังหวัดๆ ละองค์ คือที่ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และไว้ที่วัดกุดสมิง อีก 1 องค์

โดย พระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง มีเจตนาที่จะดูแล สร้างขวัญ กำลังใจ ให้กับพี่น้องทหาร และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะ ตามแนวชายแดน ทั้งบ้านเรือน – ครอบครัวประชาชน, วัด, โรงเรียน และรพ.สต.ดังกล่าว
//////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “บึงกาฬ พร้อมแล้ว! ไทย–ลาว ดันท่องเที่ยวข้ามพรมแดนสู่ระดับโลก”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะวัน จังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้แทนจังหวัด กล่าวต้อนรับคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน ภายใต้แนวคิด “Two Countries, One Destination” มุ่งยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวและวัฒนธรรมร่วมกันของสองประเทศ

ให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยจังหวัดบึงกาฬในฐานะพื้นที่ชายแดนที่มีศักยภาพทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประเพณี พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลุ่มน้ำโขงตอนบน

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็น “Mission ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญ” ซึ่งจะสร้างประโยชน์ต่อประชาชนบึงกาฬในระยะยาว โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ประชุมมีความเห็นพ้องร่วม

กันในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงผ่าน สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นประตูสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ยังเชื่อมต่อไปยังเวียดนาม จีน และออกสู่ทะเล ทำให้บึงกาฬกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในระดับนานาชาติ

สำหรับการประชุมครั้งที่ 1 ในปี 2568 นี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการความร่วมมือไทย–ลาวอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมช่วงปี 2569–2571 (2026–2028) โดยได้กำหนดให้การประชุมครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในปีถัดไป ซึ่งฝ่ายลาวจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยมิตรไมตรีและความมุ่งมั่นจากทั้งสองฝ่าย ต่างมองไปสู่อนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อยกระดับพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว สู่เวทีการท่องเที่ยวระดับโลก
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลงพื้นที่เดินหน้าให้ความรู้ “พืชผักสมุนไพร หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู” สร้างเสริมสุขภาพผู้สูงวัย ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการ “การพัฒนาเครือข่ายชุมชนการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot spot) และฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดน่าน” โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านกิจกรรม

“พืชผักสมุนไพร หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู สร้างเสริมสุขภาพผู้สูงวัยปลอดภัยจากฝุ่นละออง PM2.5” ณ พื้นที่ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่านการดำเนินงานในครั้งนี้นำโดย นางสาวแพรวพรรณ คำศิลา พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาคร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้า

โครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ น้ำเย็น ผู้อำนวยการ รพ.สต.แม่สาคร และ นางบัณฑิตา ถึงสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สาคร ร่วมลงพื้นที่ให้ความรู้และสาธิตแนวทางการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพแก่ อสม. และเกษตรกรในพื้นที่รวม 65 ราย จาก 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านสาคร หมู่ที่ 2 บ้านท่ามงคล หมู่ที่ 3 บ้านจะเข้ภูหอม หมู่ที่ 4 บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 5 บ้านไพรอุดม และ หมู่ที่ 6 บ้านป่าคา

กิจกรรมสาธิต “หนึ่งหลุมหนึ่งเมนู” จัดขึ้นที่บ้านของ อสม. แกนนำในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อเป็นตัวอย่างการปลูกพืชผักสมุนไพรร่วมกับการใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่ เพื่อที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงจากโรคระบบทางเดินหายใจ และส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพแล้ว กิจกรรมยังมีเป้าหมายในการลดจุดความร้อนจากการเผาวัสดุการเกษตร โดยเน้นการสร้างความรู้เรื่องการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมทั้งวางแผนความร่วมมือกับเกษตรกรต้นแบบและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “สังคมคาร์บอนต่ำ” และการบริโภคอย่างยั่งยืน ไปสู่เป้าหมายการลดฝุ่น PM2.5 และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในระยะยาว/เครดิต/สรรเพชญ์ ปุละ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย “จัดยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัลโคราช

แชร์เนื้อหานี้

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) (TCEB) เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2 พาณิชจังหวัดนครราชสีมา เกษตรจังหวัดนครราชสีมา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 และ องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานแสดงสินค้า เตรียมจัดงาน Agro FEX 2025 (ฟู้ดเด้อ Fooder) ภายใต้แนวคิด ” จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย” งานแสดงสินค้าและ นวัตกรรม ด้านการเกษตร และอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช

นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปืดเผยว่าการจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเกษตรและแปรรูปอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยมีกิจกรรมงานที่หลากหลาย อาทิกิจกรรม Business.Matching เชื่อมโยงการค้าระหว่างผู้ประกอบการ Exhibitor จาก ทั่วประเทศ และ Visitor ที่เป็นนักธุรกิจทั้งในประเทศ ผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึง คู่ค้าจากกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้พิเศษ คือ เราจะนำสินค้าเครื่องดื่มที่เป็นท้องถิ่น เช่นสุราท้องถิ่น เบียร์ คราฟ มาจัดแสดง และจัดเบียร์ทอร์ค และ.เบียร์ เทสติ้ง เพื่อคนที่สนใจต่อยอดธุรกิจ

นางธิดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานAgro FEX 2025 ไม่เพียงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี แต่ยังเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่ประชาชน จะได้สัมผัสสินค้าคุณภาพและเรียนรู้วิถีอาหารปลอดภัย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าภายในงานกว่า.1,550 ล้านบาททางด้านนายสุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดเมืองไมซ์ซิตี้ ที่มีศักยภาพความพร้อมในการรองรับการจัดงานแสดงสินค้า อย่างมีมาตรฐาน งาน AgroFex 2025 จะยิ่งเสริมเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและต่อยอดทางธุรกิจ การค้าการลงทุน และองค์ความรู้ระยะยาว โดย เฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตรอาหาร และอุตสาหดรรมต่อเนื่อง โดยปีนี้ งาน AgroFex เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย และ วาระแห่งชาติ หลายด้าน


” ทีเส็บ (TCEB) ได้ทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้งานแสดงสินค้า อย่าง AgroFex เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรไทยกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสนับสนุนงานภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Empower Thailand Exhibition (EMTEX) ที่มุ่งยกระดับงานแสดงสินค้าที่มีศักยภาพ ขึ้นระดับภูมิภาค โดยใช้กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเป็นตัวนำ และเป็นที่ปรึกษาร่วมวางกลยุทธ การขายตลาด สนับสนุนให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการให้มากที่สุด เพื่อให้งานแสดงสินค้านี้ เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ของภูมืภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต นายสุวัชชัย กล่าวทิ้งท้าย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์ชุมแพพิธีสถาปนาคณะกรรมการฯบริหารและรับสมาชิกใหม่ ปีบริหาร 2568-2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2568 ณ ห้องชีวินญาดา โรงแรมเดอะชีวินโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ ปี บริหาร 2568-2569 กล่าวขอบพระคุณมวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ชุมแพที่อุทิศแรงกายแรงใจ เสียสละทั้งเวลา และทุนทรัพย์

เพื่อให้กิจกรรมในปีบริหารที่เพิ่งผ่านพ้น สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณภาคเอกชน ภาครัฐ ที่สนับสนุนเกื้อหนุนทุกกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสโมสรด้วยดีเสมอมา และขอบพระคุณ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวในนามของอำเภอชุมแพ กล่าวแสดงความยินดี วาระใหม่อันทรงเกียรตินี้ การได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความสามารถ และความมุ่งมั่นทุ่มเท

ในการทำงานเพื่อสังคมของท่านอย่างแท้จริง ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของท่านสโมสรไลออนส์ชุมแพ จะยิ่งเจริญก้าวหน้า และสามารถสร้างประโยชน์สุข แก่พี่น้องประชาชนในอำเภอชุมแพ และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง

ไลออน เทพวรรณ ม้าประเสริฐ ประธานมูลนิธิไลออนส์ในประเทศไทย ปีบริหาร 2565-2568 กล่าวสโมสรไลออนส์ชุมแพ เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูงสุดสโมสรหนึ่งในภาค 310 อี การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณในความเสียสละ ของคณะกรรมการบริหารและสมาชิก

ไลออน เกษสุรีย์ ชีพธรรมคุณ ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 เพิ่งผ่านพ้น ปี2567-2568 กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกับ ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ

ไลออน ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ เพิ่งผ่านพ้น กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมา ด้วยหัวใจแห่งการ “บำเพ็ญประโยชน์” อันมั่นคง และขยายคุณความดีไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง

รายนามคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์ชุมแพ ประจำปีบริหาร 2568-2569
นายกสโมสร ไลออนอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์

นายกผ่านผ้น ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
อุปนายกคนที่1 ไลออนพูนทรัพย์ วงศ์พวก
อุปนายกคนที่2 ไลออนทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ
เลขาธิการ ไลออน ผศ ดร.ไพฑูรย์ มาเมือง
เหรัญญิก ไลออนปกิตตา ฤทธีตานนท์

ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ ไลออนว่าทีร้อยตรี เนวิน ชายชีวินลิขิต
ผู้ประสานงาน LCIF ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
ประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรมบริหาร ไลอนธัญพร พรภู่พุทธคุณ
ประธานฝ่ายสื่อสารการตลาด ไลออนยุทธ เตียงสุขสวัสดิ์
ประธานฝ่ายพัฒนาผู้นำ ไลออน ผศ ดร เกรียงไกร ปัญญาประเสริฐกุล

ไลออน ทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ อุปนายกคนที่2 กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ผ.ศ.ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ พร้อมสมาชิก, นายเกรียงไกร วิริยะอาชา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “International Cardiology Conference 2025”

แชร์เนื้อหานี้

ที่ห้องประชุม Seaboard Ballroom ชั้น 17 โรงแรม Hilton Pattaya จ.ชลบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “International Cardiology Conference 2025” พันธมิตรระดับโลก Mayo Clinic ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมขับเคลื่อนความรู้หัวใจในทุกมิติ – ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู แบบ 360°

     การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ของศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในการเป็นผู้นำด้านโรคหัวใจในภูมิภาค ด้วยแนวคิด “Heart Care 360°” ที่ให้ความสำคัญกับทุกมิติของการดูแลหัวใจ ทั้งการป้องกันโรค (Preventive), การรักษาด้วยหัตถการขั้นสูง (Interventional), การดูแลหลังการรักษา (Rehabilitation) รวมถึงการดูแลเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

     โดยการประชุมแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1. Preventive Cardiology มุ่งเน้นการป้องกันโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น แนวทางการลดความเสี่ยงด้วยการประเมินแบบ Personalized Risk Score การใช้อัลกอริทึมในการวางแผนการดูแลหัวใจ แนวโน้มอาหารเพื่อสุขภาพหัวใจ Cardiac

Rehabilitation เชิงดิจิทัล และ 2.Interventional Cardiology เจาะลึกเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดในการรักษา เช่น หัตถการเปิดหลอดเลือดในกรณี Chronic Total Occlusion (CTO) การรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบด้วย TAVI การดูแลภาวะ STEMI และ MINOCA การประยุกต์ใช้ Imaging และ AI ในการวินิจฉัยโรคหัวใจ

     หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Mayo Clinic, Rochester, Minnesota, USA สถาบันการแพทย์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านโรคหัวใจอันดับต้น ๆ ของโลก นำโดย Dr. Francisco Lopez-Jimenez, MD, FACC – ผู้เชี่ยวชาญด้าน Preventive Cardiology, Dr. Rajiv Gulati, MD, PhD, FACC – ผู้เชี่ยวชาญด้าน Interventional Cardiology

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สารทเดือนสิบ ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ ณ วัดเนินทอง ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 นายกโต้ง เปิดงานประเพณี ส่งตายายทางสายน้ำ สาทรเดือนสิบ วัดเนินทอง พุทธศาสนิกชนแผ่ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ย.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน

ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ(สารทเดือนสิบ) ณ วัดเนินทอง หมู่ที่ 6 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีพันเอกโชค ยิกุสัง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ชพ.) นางจุฑารัตน์ แพวงษ์จีน ผอ.กลุ่มส่งเสริมศิลปะศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมทั้งฝ่ายปกครองท้องที่ปกครองท้องถิ่น พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับงานประเพณีส่งตายายตามสายน้ำหรืองานสัตว์เดือน 10 วัดเนินทองนั้น เป็นประเพณีสำคัญปฏิบัติสืบต่อกันมาของท้องถิ่นภาคใต้ โดยชาวบ้านได้นำข้าว ปลา อาหารสิ่งของต่างๆมาทำบุญที่วัด ให้กับปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

นายอนิรุท พลราม นายก อบต.สลุย กล่าวว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันตัดไม้ไผ่ต่อแพเพื่อน่า ข้าวปลา อาหารและของใช้ ใส่แพลอยไปตามแม่น้ำ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เสริมสร้างและปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจแก่บุคคลในสังคมให้มีคุณธรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชน

ในที่ตำบล สลุย และตำบลใกล้เคียง เพื่อเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่คนรุ่นหลังสืบไป อบต.สลุย จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการวัดเนินทอง จัดทำโครงการประเพณีส่งตา – ยาย ทางสายน้ำ ที่จัดสืบทอดกันมาทุกปีขึ้น ณ วัดเนินทอง เพื่อให้ประชาชน ได้ร่วมประเพณีส่งตา – ยาย สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่กับท้องถิ่นสืบไป

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าวว่า ประเพณีส่งตายายทางสายน้ำ หรือ สารทเดือนสิบเป็นประเพณีของภาคใต้ และจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะที่วัดเนินทองแห่งนี้ได้มีประเพณีติดต่อกันมานาน และเป็นเรื่องที่ดีที่ อบต.สลุยได้บรรจุเข้าไว้ในแผนของ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ในเรื่องของการส่งเสริมประเพณีอันดีงาม จึงต้องการให้ พี่น้องชาวใต้ ร่วมงานประเพณีกันแบบนี้ทุกปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดไป

สำหรับวัดเนินทอง เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมานับร้อยปี โดยมีผู้ใหญ่น้อย เผือกจันทร์ อุทิศที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นที่พักสงฆ์ โดยมีหลวงพ่อจาบ เป็นเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์รูปแรกได้มีการพัฒนาก่อสร้างศาสนาสถานประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่จัดงานประเพณีประจำปีส่งตายายตามสายน้ำ เป็นสถานที่อบรมให้แก่พุทธศาสนิกชน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวัดเนินทอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้รับการบรรจุ อยู่ในโครงการ OTOP Village ของจังหวัดชุมพร

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช.ฟัน 3 ข้าราชการ อบจ.มุกดาหาร จัด”ทัวร์ผี! เบิกค่าเดินทาง–ที่พัก คนไม่ไปจริง จัดอบรมลงชื่อซ้ำโกงงบหลวง

แชร์เนื้อหานี้

นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร ทุจริตงบประมาณโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานประจำปี 2556

โดยการไต่สวนพบว่า การอบรมที่โรงแรมริเวอร์ซิตี้ จ.มุกดาหาร ระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2556 มีการลงชื่อผู้เข้าร่วมไม่ตรงข้อเท็จจริง พบรายชื่อซ้ำซ้อน 38 คน ทำให้มีการเบิกค่าอาหารเกินจริง 14,600 บาท ขณะที่การเดินทางไปศึกษาดูงาน จ.ระนอง และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 23–26 พฤษภาคม 2556 มีผู้เข้าร่วมจริงเพียง 77 คน แต่กลับมีการเบิกค่าใช้จ่ายในนาม 157 คน รวมถึงค่าอาหารและค่าที่พักอันเป็นเท็จ ทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารได้รับความเสียหาย

จากการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลว่านายรณรงค์ สินทรัพย์ หัวหน้าสำนักปลัด อบจ.มุกดาหาร ในขณะนั้น และนางบัวพันธ์ กอดแก้ว รองปลัด อบจ.มุกดาหาร ปฏิบัติราชการแทนปลัด อบจ.มุกดาหาร มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162, 264 และ 268 รวมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์มิชอบ

สำหรับนางอภิวราภัคณ์ เกิดจันทึก ผู้อำนวยการกองคลัง อบจ.มุกดาหาร มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเจ้าหน้าที่การเงินที่จัดทำและรับรองเอกสารการเบิกจ่ายซึ่งมีข้อความอันเป็นเท็จ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 162 และมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง ฐานจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการเกี่ยวกับการเงินการคลัง ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

ขณะที่ ส.ต.ต.หญิง เพชรรัตน์ แสนวิเศษ แม้พยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 10 ราย ประกอบด้วย นางมลัยรัก ทองผา, บริษัท มุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนลการท่องเที่ยว จำกัด, นางพนิดา กุญชร กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ , นางณฤชาฎา เดชพิพัตร, นางอุมาพร สินธุเสก, นางซิน ทองคำกัลยา, นางชาริณี คูณทวี หรือมานะกิจสมบูรณ์, นางสาวกิติญาณี เลิศชนะเกียรติกุล, นายสมชาย รัชตะสาคร และนายบรรจง ประทุมสุวรรณ ป.ป.ช. มีมติว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญากับนายรณรงค์ สินทรัพย์ นางบัวพันธ์ กอดแก้ว และนางอภิวราภัคณ์ เกิดจันทึก พร้อมทั้งส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับทั้ง 3 ราย รวมถึง ส.ต.ต.หญิง เพชรรัตน์ แสนวิเศษ และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหารเร่งดำเนินการเรียกค่าเสียหายคืนแก่ทางราชการต่อไป

องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร #ทุจริตจัดทัวร์ผี #โกงงบอบรม #อบจมุกดาหาร #ปปชฟันไม่เลี้ยง #ภาษีประชาชน #ทุจริตไม่รอด #มุกดาหาร #ปปช #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ศอ.บต.ขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน พืชกระท่อม” เห็นผลเป็นรูปธรรม สังคม-ชุมชนลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้า

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนราเปี่ยมสุข ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง

เป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ต่อต้านพืชกระท่อม สร้างสังคมเข้มแข็งปลอดยาเสพติด” ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนวาระ 120 วันพืชกระท่อม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนและเครือข่ายเยาวชนจากโรงเรียนอัต

ตัรกียะห์อิสลามียะห์ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปราศจากยาเสพติด

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เปิดเผยว่า การดำเนินการตามวาระ 120 วันพืชกระท่อม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2568

ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน โดยพบว่ามีพลังจากกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้าพืชกระท่อม ขณะเดียวกันปรากฏชัดว่าการค้าขายตามเส้นทางหลักในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนพลังและมุมมองใหม่ๆในการแก้ไขปัญหา ต่างจากเดิมที่การขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดใช้กลไกภาครัฐเป็นหลัก ภาย

ใต้การนำของพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันให้เยาวชนคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมเข้มแข็ง ปลอดภัย และปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ท่องเที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี วิถีชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ชุมพร นั่งเรือชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน

แชร์เนื้อหานี้

ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 กันยายน 2568 One Day Trip จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชุมพร-ระนอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ท่องเที่ยววิถีชุมชนปานน้ำชุมพร นั่งเรืออจวชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา เดินชนภาพศิลปะ Street Art ชุมชนปากน้ำเก่า ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน ไหว้ศาลเจ้าพญางูขาว

ไหว้ศาลเจ้ารักศิลธรรม One Day Trip ขึ้นรถเดินไปท่องเทียวได้ที่ ศาลหลักเมืองชุมพร ในเวลา 09.00 น โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นอาหารกลางวัน จำนวน 150 บาท ต่อ คน นักท่องเที่ยวเข้าร่วม มากว่า 600 คน

ดร.อนัน รามพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กล่าว ในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมเทสทัวร์หรือทดลองท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรในวันนี้มีนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 500 ถึง 600 คนจุดแรก

จะเดินทางไปปากน้ำเก่าชุมพรเที่ยววัดเกาะแก้ว หรือวัดปากน้ำ ของจังหวัดชุมพรเสร็จแล้วก็จะเดินทางไปที่ Street Art เนื่องจากพื้นที่ที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวนี้มันแออัดคับแคบก็จะแบ่งเป็น3กรุ๊ปอีกกรุ๊ปหนึ่งก็จะขึ้นไปเขามัทรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา และอีกชุดหนึ่งก็จะเดินทางไปไหว้กรมหลวงชุมพร

ที่ศาลกรมหลวงชุมพรหรือเสด็จเตี่ย ของชาวชุมพรอีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ 3หรือสามกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 200 คน และทั้งสามกลุ่มก็จะวิ่งวนทั้งสามจุดเพื่อที่จะท่องเที่ยวได้ครบทั้งสามจุดคาดว่าเงินก็จะสะพัดในจังหวัดชุมพรก็มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ก็เป็นการเปิดโลกกระทัศน์ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยว

ในจังหวัดชุมพรถึงแม้ว่าลมแรงฝนตกสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรก็สามารถท่องเที่ยวได้บนบกมีหลายหลายที่น่าสนใจและท่องเที่ยวอย่างสุขกายสบายใจของจังหวัดชุมพรในหนึ่งวันหรือวันเดย์ทริป

ในบรรทัดฐานในการท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะมีรถมารับที่ศาลหลักเมือง จังหวัดชุมพรช่วง 09.00น แล้วก็กลับมาส่งที่ศาลหลักเมืองเช่นเดิมเวลา 14:00 น. ของทุกๆวันก็จะสะดวกสบายแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ

ที่จะมาท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆภายในจังหวัดชุมพรหรือวันเดย์ทริปโดยจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองจังหวัดชุมพรที่มาอำนวยความสะดวก และยังมีตำรวจท่องเที่ยวแล้วก็ร่วมกับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองพร้อมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพรในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรการท่องเที่ยวทุกมิติในจังหวัดชุมพรพร ซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยววันเดย์ทริป ของจังหวัดชุมพร

ในครั้งนี้ก็คือรถไม้ที่จะพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดชุมพรครับและในโอกาสนี้ก็จะประชาสัมพันธ์ให้กับอำเภอเมืองจังหวัดชุมพรต่อไปก็จะเป็นอำเภอต่างๆภายในจังหวัดชุมพรต่อไปครับ

ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เผย จุดเด่นหรือซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยวในครั้งนี้จังหวัดชุมพรได้จัดรถไม้โบราณมารับนักท่องเที่ยวซึ่งมีความคลาสสิกมากซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมีการถ่ายรูปกับรถไม้ที่เป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดชุมพรเราในช่วงนี้รถไม้ก็เริ่มจะสูญหายไปเรื่อยเรื่อย

เพราะว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมากันเองตอนนี้เราก็จะรณรงค์ให้มีการใช้รถไม้เพื่อที่จะเป็นซิกเนเจอร์ในการดำเนินการท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพร ครับในวันนี้ก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ปากน้ำชุมพรก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังฮอตมากเพราะขณะนี้มี Street Art ที่รอนักท่องเที่ยวมาเดินทางชมอยู่ 32 จุด ซึ่งมีซึ่งมีการโฆษณาผ่านโดย YouTube

เปอร์มาทำการโฆษณารูปภาพและเช็คอินออกไปปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยอยากจะมาเที่ยวชมถนนที่มีการวาดภาพหรือ Street Art ซึ่งนักท่องเที่ยววันนี้เดินทางมาเยอะมากเดินทางมาทั้งรถบัสรถตู้รถทัวร์และรถไม้มาสู่ปากน้ำเก่าที่เป็นชุมชน 100 ปี ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรที่ผลักดันให้มีการท่องเที่ยว วันเดย์ทริป ขึ้นในครั้งนี้ซึ่งในวันนี้ก็ได้พามาเที่ยวที่เขาเป็นจุดหนึ่งเป็นพลังมังกรห้าทิศเป็นส่วนของลำตัวแล้วก็จะลงไปที่โรงเจ Luxe ธรรม เป็นพลังมังกรห้าทิศส่วนของท้องของมังกรซึ่งใครมากราบไหว้ขอพรก็จะเปลี่ยนเป็นพลังร้ายให้กลายเป็นดีหลังจากนั้นเราก็จะเดินชม Street Art

ทั้งหมดสอง. จะมีรถสามล้อมีรถสองแถวแล้วก็มีไกด์ท้องถิ่นมีเทศบาลปากน้ำชุมพรเค้าจะเข้ามาเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาชมจุดนี้แล้วก็ถูกใจมากและจะเดินทางไปยังโบสถ์ที่มีน้ำผุดขึ้นมากลางโบสถ์ไปรับน้ำมนต์กันยังไงก็เชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวปากน้ำชุมพรด้วยกันครับ

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “หัวหิน” จัดระเบียบขอทาน-คนเร่ร่อน ป้องกันอาชญากรรมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเมืองท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 7

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.68 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานปล่อยแถวการจัดระเบียบคนขอทานและคนไร้ที่พึ่ง ที่หน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 27

ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ หน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และภาคีเครือข่าย กองสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่เทศกิจ ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน เพื่อสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559

พระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2556 รวมถึงสร้างความเข้าใจในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำการขอทาน คนเร่ร่อน และคนไร้ที่พึ่งในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เพื่อป้องกันอาชญากรรมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเมืองท่องเที่ยวระดับโลกนายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ภายหลังปล่อยแถวเจ้าหน้าที่แล้ว

ได้ลงพื้นที่สำรวจภายในตลาดโต้รุ่งหัวหิน และถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลฯ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนักท่องเที่ยวว่าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยจิตเวช คนไร้ที่พึ่ง เร่ร่อน หลายรายออกมาพักอาศัยอยู่ในที่สาธารณะตามริมถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดทำประวัติพร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 11

ให้คำแนะนำปรึกษาและช่วยเหลือเบื้องต้น เราเน้นการให้ความช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อนำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใครพบเห็นคนเร่ร่อน คนขอทาน กระบวนการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) ให้ดำเนินการได้ทันที หรือแจ้งที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 2

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สายด่วน 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

Upscaled with Gigapixel v8.4.3. 1620×1080 => 1620×1080 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01 Face recovery version: 2, strength: 0.8, creativity: 0 (Realistic), selectedFaces: 14

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพร้อมจัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 / เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ/ หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดทำผลงานศิลปะ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาพื้นที่จัดทำผลงานศิลปะ Street Art ซึ่งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อนุญาตให้ใช้พื้นที่ผนังด้านหน้าอาคาร ศูนย์ส่งสัญญาณ ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร

เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานศิลปะ สำหรับโครงการฯดังกล่าว มูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลปินนำโดย นายประสิทธิ์ เพ็ชรจร (ครูเล็ก) โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อเทิดพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งจะมีการสร้างสรรค์ผลงานระหว่างวันที่ 1–12 ตุลาคม 2568 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568

โครงการ Street Art King Bhumibol ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม เชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวชุมพร

ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับศิลปิน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสานต่อที่พ่อทำผ่านพลังแห่งศิลปะที่ยิ่งใหญ่และงดงาม

เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีคนฆ่าตัวตายภายในรถ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดบริเวณ ปากซอย สำนักงาน ททท.ชุมพร ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พบรถยนตเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิสตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต3–6 ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถ ภายในรถ ที่เบาะคนขับพบตัว น.ส.ภรณ์ทิวา นามสมมุติ อายุ 35 ปี ชาว ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เบาะข้างกันยังพบยากันยุง มีขี้เถ้าจำนวนมาก

ยังพบว่ามีกลิ่นควันตลบอบอวนทั่วรถ เจ้าหน้าที่ เห็นยังหายใจอยู่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวออกจากตัวรถ ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไปได้รับรายงานจากกู้ภัยสายชล 426 น้องโชคทีมกู้ชีพกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่เภสัช ของโรงพยาบาลชื่อดังของชุมพร

ขณะนี้อาการผู้ป่วยดีขึ้นและได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์เพื่อที่จะเข้าเครื่อง Hyperbaric Chamber คือ อุโมงค์ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เบื้องต้นยังไม่ทรายรายละเอียดในการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากที่ให้กู้ชีพกู้ภัยนำตัวรักที่โรงพยาบาลแล้วจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จะได้ติดต่อไปยังญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการคิดสั้นครั้งนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 05.25 น วันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนสายเอเชียขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลขุมกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงรายงาน

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณไหล่ทางเยื้องทางเข้าร้าน 69 ล้อแม็กซ์ชุมพร พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวรถ 70—00 สงขลา ลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 71- –18 สงขลา เป็นของนาย มานพ (สงวนนามสกุลป อายุ 45 ปี

ขับมาจอดนอนอยู่ไหล่ทางซ้ายสุด มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สี บรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ลม 2–9 กทม. วิ่งมาชนท้ายรถเทเลอร์ ที่จอดอยู่ ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและแก้มซ้ายของรถ พังยับ มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่นั่งหน้าข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่มีแม่นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล)อายุ 55 ปี อุ้มอยู่ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและคอ นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล) มีอาการเจ็บที่หน้าอกมาก ส่วนคนขับรถเก๋ง ชื่อนาย ชัยยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบถามนาย มานพ ฯ เล่าว่า ได้ขับรถเทเลอร์ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร จะนำสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการไปลงที่จังหวัด สงขลาอำเภอหาดใหญ่ เดินทางออกมาเมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2568 และได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในช่วงตีสี่ของ วันนี้เพราะมีอาการง่วงก็เลยนำรถจอดนอนริมทางนอนได้ชั่วโมงเศษเศษก็ได้ยินเสียงรถมาชนท้ายดังโครมก็เลยลงมาตรวจสอบและได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาย ชัยยันต์ ฯ เดินทางออกจากกรุงเทพจะไปนคร ศรีธรรมราชเพื่อจะพาครอบครัวไปทำบุญวันสารทเดือน 10 และได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ครัวคุณสาหร่ายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อที่จะไปนครศรีธรรมราช มาถึงที่เกิดเหตุก็มองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ริมทางหักหลบไม่ทันเพราะไม่มีสัญญาณก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้เดินมามากับครอบครัว

รวมทั้งหมดสี่คน ลูกสาว 11 ขวบได้รับบัตรเจ็บสาหัส และลูกคนเล็กอายุ 6 ขวบส่วนภรรยาก็อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยครับ
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ได้รวบรวมหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอโคกสำโรง ลงพื้นที่ตรวจตราสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 10.30 น.นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรงและนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม

ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นอำเภอโคกสำโรง โดยได้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ผลการปฏิบัติงานดังนี้

เวลา 10.30 น. นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลหนองแขม

เพื่อตรวจสอบพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากบริเวณบ้านหลังที่ได้รับผลกระทบเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นทางผ่านของน้ำ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังซึ่งเป็นน้ำรอระบาย

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้ปรึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแขมเพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

เวลา 14.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรงและนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองได้เดินทางไปยังถนนเส้น ทช.1008 ตำบลหลุมข้าว ร่วมกับ สภ.โคกสำโรง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลหลุมข้าว

ตามที่ได้มีการลงสื่อโซเชียลกรณีมีชาวบ้านมาเล่นน้ำบริเวณถนนเส้นดังกล่าว จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นายอำเภอโคกสำโรงพร้อมองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าวลงพื้นที่ตรวจตราบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาเล่นน้ำและมีร้านค้าตั้งขายของ

โดยนายอำเภอโคกสำโรงได้กำชับองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมข้าวให้ติดตั้งป้ายเตือนและติดตั้งกรวย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และจัดเวรยามเฝ้าระวังความปลอดภัยให้แก่ผู้มาท่องเที่ยวในพื้นที่ในช่วงนี้ต่อไป

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดนตรีที่ปัตตานี เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี/ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี ร่วมเป็นเกียรติชมการแสดงดนตรี “ดนตรีที่ปัตตานี

    เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์

    ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ในการนี้ได้มี แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เข้าร่วมชมฯ ณ หอประชุมชูเกียรติ

    สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

    ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เยี่ยมแค้มป์นักเตะอนุบาลหนองปรือ ตักศิลาหมากแข้งชลบุรี สถานที่ปลุกปั้น ’หนูน้อยต้นอ้อ‘ แข้งจิ๋วมหัศจรรย์

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานว่า ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เรียกตัวนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเพื่อร่วมชิงชัยการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ระดับภาคตะวันออก) ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 รายการตากสินระยองเกมส์ 2025

    โดยในประเภททีมเยาวชนหญิง นักกีฬาทั้งหมดต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันตามระบบฝึกซ้อมที่เคร่งครัดและจริงจัง โดยในเวลา 05.00 น. จะเป็นเวลาตื่นนอนของนักกีฬา ในเวลา 05.15 น. จะมีการวิ่งและฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก่อนเวลา 06.30 น. จะอาบน้ำแต่งตัว และรับประทานข้าวเช้าที่โรงเรียนจัดหามาให้ในเวลา 07.00 น.

    ในเวลา 08.00 น. จะเข้าเรียนตามปกติตามรายวิชาประจำวัน เมื่อเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ก็จะฝึกซ้อมบอลต่อในเวลา 16.30 น. เวลาประมาณ 2 ชม. ก่อนทางผู้ฝึกสอนจะอนุญาตให้ทางบ้านมารับไปรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาอยู่กับครอบครัว ประมาณ 2 ชม. ก่อนเวลา 20.30 น. ต้องกลับแค้มป์นักกีฬา เพื่อประชุมทีมในเวลา 20.50 น. และเข้านอนในเวลา 21.30 น. โดนห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนโดยเด็ดขาด

    จากการพูดคุยกับ ด.ญ.รวิ หอมชื่น หรือ น้องต้นอ้อ อายุ 12 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในฐานะนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) ของทีม เผยว่า ได้มาอยู่กับเพื่อนนักฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. ที่ระยอง ในเดือนวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

    โดยนักกีฬาทุกคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้รู้จักกัน ได้ฝึกซ้อมร่วมกันตามแผนการเล่นของโค้ชเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ซึ่งทุกคนก็สนุกสนานที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมฝึกซ้อมหลายอย่าง ซึ่งคุณครูผู้ฝึกสอนก็ได้สอนในเรื่องการใช้ชีวิตที่สมถะ อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง กินง่ายอยู่ง่าย แต่ถึงเวลาเราต้องฝึกซ้อมก็ต้องซ้อมแบบจริงจัง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษสุดคึกคัก เปิดงาน “รำลึกพระยาไกรภักดี แซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี 2568”

    แชร์เนื้อหานี้

    ขบวนแห่ 24 ขบวนอลังการ ช้าง 7 เชือกนำขบวน แสงสีเสียงนักแสดงท้องถิ่นกว่า 500 ชีวิต ฮือฮา จุดธูปเลขขอโชคลาภได้ “738” เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ลานอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำดวน (ตากะจะ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนหลั่งไหลมาร่วมชมพิธีเปิดงาน “รำลึกพระยาไกรภักดี แซนโฎนตา บูชาหลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี ประจำปี 2568” กันอย่างเนืองแน่น

    โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และชาวบ้านจากทุกตำบลในอำเภอขุขันธ์เข้าร่วมอย่างคับคั่งสำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ ประเพณีแซนโฎนตา ซึ่งเป็นพิธีรำลึกบรรพบุรุษตามความเชื่อของชาวเขมร และเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่คู่ท้องถิ่น

    ซึ่งในช่วงก่อนพิธีเปิด ได้มีขบวนแห่จาก 23 ตำบล รวม 24 ขบวน ที่ถูกจัดขึ้นอย่างสวยงามยิ่งใหญ่ แต่ละขบวนได้นำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งขบวนพระ ขบวนจำลองสถานที่สำคัญ และการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หาชมได้ยากโดยขบวนสุดท้าย เป็นขบวนช้าง 7 เชือก ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ประชาชน โดยมี นายพงษ์ธร จันทร์สวัสดิ์ นายอำเภอขุขันธ์ พร้อมภรรยา นั่งนำขบวน และหัวหน้าส่วนราชการหลายหน่วยงานร่วมขบวนมาด้วย

    นอกจากความงดงามอลังการแล้ว ยังมีการจัด ขบวนล้อเลียนกระแสสังคม เช่น ขบวนล้อเลียนข่าวพระกับสีกา ซึ่งคณะผู้จัดงานยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พระพุทธศาสนา แต่ต้องการสะท้อนปัญหาสังคมให้เห็นอย่างตรงไปตรงมา และสร้างจิตสำนึกให้พระสงฆ์และญาติโยม โดยขบวนดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของงานที่เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนผู้ร่วมชมได้อย่างมาก

    หลังพิธีเปิด มีการประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณี โดยแต่ละตำบลจัดเตรียม พานบายศรี เครื่องเซ่น เครื่องบูชา มาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ ตำบลปราสาท ได้ทำการจุดธูปเลขเพื่อขอโชคลาภกับบรรพบุรุษ โดยตัวเลขที่ได้คือ 738 สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

    ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า งานดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน และจะมีไปจนถึงวันที่ 23 กันยายน 2568 รวมระยะเวลา 9 วันเต็ม ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น มหกรรมสินค้า OTOP “อะไรก็ดีที่ศรีสะเกษ” รวบรวมสินค้าพื้นบ้านให้เลือกซื้อ การประกวด กล้วยงามเมืองขุขันธ์, ผ้าไหม, เสื้อแส่ว และการแสดงสารคดีประวัติศาสตร์ แสง–สี–เสียงสุดตระการตา เรื่อง “ขุขันธ์ เป็นเมืองเป็นชาติ ด้วยรอยบาทพระราชา ฝากคมศาตรา ขับล้างอดิราชแผ่นดิน” ซึ่งใช้นักแสดงท้องถิ่นกว่า 500 คน

    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 4 โครงการ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 9/2568

    โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น 6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

    โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
    1.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 4 โครงการ

    2.พิจารณาการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม 2568 – 19 กันยายน 2568 จำนวน 36 ราย จำนวน 106 บัญชี มูลหนี้ 15,857,742.33 บาท (สิบห้าล้านแปดแสนห้าหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยสี่สิบสองบาทสามสิบสามสตางค์)

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนง.กกต.จว.มุกดาหาร​ ตรวจติดตามและนิเทศสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมุกดาหาร​ ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 10.00​ นาฬิกา นายจักรินทร์​ ชาลีพุทธ​าพงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร​ มอบหมายให้

    นายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง พร้อมด้วย นางสาวมยุรี วงศ์ศรีธนกุล พนักงานการเลือกตั้งชํานาญการ​ และบุคลากรช่วยปฏิบัติงานตามโครงการตรวจติดตามฯ

    ดำเนินการตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมและนิเทศสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ประจำปี 2568 ณ สำนักงานสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประจำจังหวัดมุกดาหาร เขต 1 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร​ จังหวัด​มุกดาหาร​

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สํารวจข้อมูล สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด​ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร​ ในการดําเนินกิจกรรม ทางการเมืองให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของกรรมการสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด​ เพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย


    โดยมี​ ร.ต.​ต.สุ​เทียน​ ทอง​โสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะกรรมการสาขา ให้การต้อนรับและชี้แจงการดำเนินกิจกรรม ซึ่งผลการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช คาดเงินสะพัด 60 ล้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    กองทัพนักกีฬาจาก อปท.ภาคอีสาน 1.8หมื่นคน เตรียมบุกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแข่งขันกีฬา” นักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโมโคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะพ่อเมืองโคราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬานักเรียน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่

    40 ว่า จังหวัด นครราชสีมา เรามีความพร้อมมาก ในการรองรับนักกีฬากว่า 1.8หมื่นคน ที่จะเดินทางมา 20 จังหวัด ภาคอีสาน เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท.ถาคอีสานในครั้งนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเรามีห้องพักเพียงพอรองรับ มีห้างสรรพ

    สินค้า ขนาดใหญ่ ถึง 3 ห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่บริการมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว 3 มรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง สถานที่ท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จุดเช็คอิน เขายายเที่ยง

    กังหันลมยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย จ.นครราชสีมา เรามีความพร้อมอย่างมาก ในการต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดี จึงขอเรียนเชิญ ทัพนักกีฬา อปท.ทั้ง 20 จังหวัด เดินทางมาอย่าง สะดวกสะบาย ไม่ต้องกังวลถึงการ เป็นเจ้าบ้าน ของโคราช ในครั้งนี้

    ด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าบ้านเตรียมต้อนรับ ทั้งสนามการแข่งขัน พิธีเปิดและดูแลผู้ที่ร่วมเดินทางมาร่วมการแข่งขัน กีฬา อปท.ภาคอีสาน 20 จังหวัดในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท เอาไว้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ อีกทั้งเตรียมสนามการแข่งขัน ที่มีมาตรฐานกว่า 20 สนาม

    รองรับ 16 ชนิดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ และการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้าน เปิดเมือง เพื่อต้อนรับ บรรดานักกีฬา พร้อมผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่น คนที่จะเข้ามา กิน เที่ยว และ พัก กว่า 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 ตุลาคม คาดว่าเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท พร้อมเตรียมไฮไลท์ พิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ดร.ยลดา กล่าว

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

    แชร์เนื้อหานี้

    วันศุกร์ที่ 19 #กันยายน 2568 เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นใน พื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ กรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มีเหตุวัยรุ่น

    ทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซัก 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย

    โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา

    แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. และ ผกก.สภ.พื้นที่ เข้าร่วมแถลงข่าว

    ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 (ศปก.ภ.5) ชั้น 2 อาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่////

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน NAN COFFEE THE CREATORS ยกระดับผู้ประกอบการ กาแฟน่าน สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟน่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ขนผู้ประกอบการกาแฟน่านกว่า 24 ร้านกาแฟดังทั่วจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน รวมกว่า 36 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด จำนวน 15 ราย นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ร่วมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

    โดยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญ มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม กับทั้งเพาะปลูกได้ทั้งกาแฟสายพันธ์อาราบิก้า และโรบัสต้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่นในเรื่องรสชาติและความหอม ทำให้เมล็ดกาแฟน่านได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่าน และการจัดงานแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

    พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม กิจกรรมย่อยการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตและการแปรรูปกาแฟน่านสู่ตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หวังให้ผู้ประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สร้างมูลค่าสูงขึ้นต่อไป

    ด้าน นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการกาแฟน่านในการพัฒนากระบวนการผลิตกระบวนการบริหารจัดการสถานประกอบการให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดเป้าหมาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่าน และสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องให้มีมูลค่าสูงขึ้น โครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย กิจกรรมการพัฒนาและเสริมองค์

    ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคนิคการแปรรูปกาแฟน่าน และการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ กิจกรรมการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน เพื่อเชื่อมโยงตลาดประกอบด้วยการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเสริมสร้างทักษะด้านการคั่วกาแฟ เพื่อยกระดับกาแฟน่าน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับด้านธุรกิจกาแฟ และกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน และกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการตลาดกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาด ดำเนินการจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

    พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2568 กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน, กิจกรรมการสาธิตการคั่วกาแฟ , กิจกรรมการสาธิตการ Cupping กาแฟน่าน , กิจกรรมสาธิตการดริปกาแฟ , กิจกรรมนาทีทอง , การแข่งขันการคั่วกาแฟในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568และ การแข่งขัน Nan Signature Coffee

    ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 , เพลิดเพลินกับดนตรีสดทุกวัน , รับคูปองส่วนลด 50 บาท เพื่อแลกซื้อสินค้าภายในงานและโปรโมชั่นสุดพิเศษกับสินค้านาทีทอง จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมาเที่ยวช้อป ชม ชิม กับงาน NAN COFFEE THE CREATORS/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ ราชการ ปกครอง ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ครั้งที่ 4

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 17 ก.ย.68 ที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนา อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานปิดการแข่งขัน “กีฬาสานสัมพันธ์ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทุ่งยางแดง ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 มี

    นายมงคล สินยัง นายอำเภอทุ่งยางแดง หัวหน้าส่วนราชการ ประธานชมรม นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ

    ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ บุคลากรทางการศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ชมรมตาดีกา ภาคีเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    และประชาชน เข้าร่วม เป็นจำนวนมาก สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรักความสามัคคี ระหว่างส่วน

    ราชการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สร้างบรรยากาศความผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการทำงานและสถานการณ์ความรุนแรงในปัจจุบัน

    และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬา โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสร้าง

    ความสัมพันธ์ โดยมี ประเภท ประกอบด้วย กีฬาฟุตซอล การแข่งขัน วิ่งผลัดโดยใส่ชุดเครื่องแบบของแต่ละหน่วยงาน และกีฬาพื้นบ้าน

    นายไชยพร นิยมแก็ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า กิจกรรมนี้ได้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

    ของอำเภอทุ่งยางแดง รวมทั้งประชาชนที่มีส่วนร่วม มีความตั้งใจ และทุ่มเทในการสนับสนุนการ

    จัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เป็นอย่างดี ได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

    ผู้ใหญ่บ้าน การแข่งขันกีฬานอกจากจะทำให้ผู้ที่เล่นกีฬามีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง

    มีสุขภาพจิต ที่เข้มแข็ง และมีน้ำใจ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยแล้ว ยังเสริมสร้างให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย

    ตอริก สหสันติวรกุล
    ผอ.บรรณาธิการข่าว /
    ศูนย์ข่าวภาคใต้ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.นบ.ยส.24 โชว์ผลงานรอบ 1 ปี ยึดยาบ้า 150 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 8,516 กิโลกรัม เฮโรอีน 151 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัม มูลค่า1 หมื่นล้านบาทเศษ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 เวลา 1100 น. ที่โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม อำเภอเมืองนครพนม​ จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) เป็นประธาน การประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 (ทบทวนหลังปฏิบัติงาน ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) และการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ระดับจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีงบประมาณ 2569 ห้วงวันที่ 16 – 17 กันยายน 2568 โดยมีหน่วยงาน ส่วนราชการในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน จำนวน 95 หน่วย

    ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน​ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าร่วมประชุม เพื่อระดมความคิดวิเคราะห์ ทบทวนสถานการณ์ในแต่ละมาตรการ, ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา, ปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงานในพื้นที่ และกำหนดประเด็นการพัฒนา ตามบริบทในพื้นที่ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติงานร่วมกัน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา

    ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน มุ่งสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยในวันนี้ มทภ.2/ ผบ.นบ.ยส.24 กรุณารับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการทบทวนหลังการปฏิบัติในภาพรวมของหน่วย ประจำปีงบประมาณ 2568 จาก รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 และกรุณามอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น จำนวน 10 หน่วย และมอบรางวัลให้แก่หน่วยที่มีผลการตรวจยึดและจับกุมดีเด่น จำนวน 40 หน่วย พร้อมทั้งกล่าวปิดการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานและทบทวนหลังการปฏิบัติ ประจำปีงบประมาณ 2568

    สถานการณ์ด้านยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งรัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอ และมอบให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 ขึ้นโดยมี แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24)
    ภารกิจในวางแผน บูรณาการ อำนวยการ ประสานงาน

    ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า-ส่งออก ยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์, ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติด, บำบัดผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด, จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด, ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี เพื่อให้พื้นที่รับผิดชอบปลอดจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆ ได้รับการแก้ไข ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืนและได้ยึดถือกรอบแนวทางการปฏิบัติของ ป.ป.ส. ใน 6 มาตรการหลัก คือ มาตรการสกัดกั้น, มาตรการปราบปราม, มาตรการป้องกัน, มาตรการบำบัด, มาตรการบูรณาการ และมาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ในทุกมาตรการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    การปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดนในการซีลแนวชายแดน ประกอบด้วย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองกำลังสุรนารี และพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอ มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

    ในเขตพื้นที่ตอนในดำเนินการ โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) ทั้ง 20 จังหวัดบูรณาการกับส่วนราชการในจังหวัด ร่วมกันดำเนินการ ผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่ โดยสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ (ตั้งแต่ 1 ต.ค 67 – 31 ส.ค. 68) ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24 สามารถจับกุม จำนวน 1,084 ครั้ง, ผู้ต้องหา 1,453 ราย ของกลาง ยาบ้าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านเม็ดเศษ (150,594,083 เม็ด),ไอซ์ 8,516 กิโลกรัมเฮโรอีน 151 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัมและอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หนึ่งหมื่นล้านบาทเศษ (10,712,934,283 บาท)


    การตรวจยึดจับกุมที่สำคัญ ได้แก่ การตรวจยึดยาบ้าหลักล้านเม็ดขึ้นไป จำนวน 47 ครั้ง ยาบ้าหลักแสนเม็ดขึ้นไป จำนวน 110 ครั้ง โดยตรวจยึดได้มากที่สุดในพื้นที่จังหวัดนครพนม (32,694,472 เม็ด) รองลงมา คือ จังหวัดหนองคาย (30,043,699 เม็ด) และ จังหวัดมุกดาหาร (29,757,591 เม็ด)การตรวจยึด และไอซ์ หลัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป จำนวน 24 ครั้ง โดยพื้นที่ที่มีการตรวจยึดจับกุม มากที่สุด คือ จังหวัดเลย (3,032 กก.) และรองลงมา คือ จังหวัดนครพนม (2,736 กก.)

    ภาพ​/ข่าว​ พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย–สหรัฐฯ เยือนน่านต่อเนื่องปีที่ 3 มอบเงิน 2 แสนบาทช่วยผู้ประสบภัยพายุ “วิภา” หนุนท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดน่านยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่าสุด คณะนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเข้าพักนานถึง 10 วัน เลือกพักที่ “น่านบูติคโฮเทล” โรงแรมรางวัล ASEAN Sustainability Award ในฐานะโรงแรมสีเขียวระดับอาเซียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน

    ปีนี้ แม้การเดินทางเดือนสิงหาคมถูกยกเลิกเพราะผลกระทบจากพายุ “วิภา” แต่คณะนักท่องเที่ยวเกือบ 40 คนจากออสเตรเลียยังคงแสดงน้ำใจ ด้วยการ ระดมทุน 200,000 บาท มอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน แบ่งเป็น มอบให้นักเรียนโรงเรียนบ้านดอนศรีเสริมกสิกร 50 คน , มอบให้โรงพยาบาลน่าน เพื่อใช้ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการช่วยเหลือครั้งนี้เกิดจากการผลักดันของ นางดวงพร เต็งไตรรัตน์ ชาวน่านที่ไปใช้ชีวิตในออสเตรเลียกว่า 60 ปี แต่ยังคงกลับมาเยือนบ้านเกิดทุกปี

    พร้อมพาเพื่อนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือกับทีมงาน “Nan Dream Team” ที่จัดกิจกรรม เช่น เยี่ยมชมฟาร์ม ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร่วมทำกิจกรรมในชุมชนในโอกาสนี้ นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.ททท.สำนักงานน่าน ได้มอบของที่ระลึกเพื่อขอบคุณคณะฯ ที่ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

    จากนั้น คณะนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง โดยมี พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา และ พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการดำเนินงาน และร่วมทำกิจกรรมทำอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ไก่ประดู่หางดำ ผักเชียงดา กบ และไข่ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่คณะนักท่องเที่ยวอย่างมาก

    ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน ภาพ-ข่าว

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 11.00 น.
    สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
    คณะจิตอาสาพระราชทาน 904 นายนครินทร์ เทพรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลย และคณะ

    นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการส่วนภูมิภาค ภาค 10 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 10/ประธานผู้ประสานงานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

    ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู ร.ต.อ.ชาญชัย วรรณโรจน์ คณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัสดีอำเภอนาวัง

    ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา และคณะครู
    • นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
    • น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์
    • ชมรมช่วยเหลือสังคม
    • นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ
    • กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

    ร่วมกันจัดกิจกรรม “โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

    โดยมี พันเอกอาร์ม ยศสุนทร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีมอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา ตำบลวังปลาป้อม อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

    ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคมา ณ โอกาสนี้ 🙏สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : ชุดยังชีพ 20 ชุดนางศรัณยา สุวรรณพรหม : ชุดยังชีพ 20 ชุด และน้ำดื่ม 40 โหลโรงแรมเซ็นธารา : แปรงสีฟันและยาสีฟัน 10 ลัง

    ⸻สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลยสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภูองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อพท.สุโขทัย สร้างสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสุโขทัยจัดประชุมรวมพลังเครือข่ายสื่อสารมวลชน ประจำปี พ.ศ. 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา16:30 น. พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย และนายสิทธิพันธ์ แสงสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏฺิบัติการ อพท.สุโขทัย และเจ้าหน้าที่ อพท.สุโขทัย สร้างสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสุโขทัย จัดประชุมรวมพลังเครือข่ายสื่อสารมวลชน ประจำปี พ.ศ. 2568
    โดยมี ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย สมาคมสื่อสารมวลชนสุโขทัย ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ผู้สื่อข่าวช่อง ๓ สถานีวิทยุ อสมท จังหวัดสุโขทัย สถานีวิทยุ สวท.จังหวัดสุโขทัย เครือข่ายสื่อมวลชน เครือข่ายสื่อมวลชนในจังหวัดสุโขทัยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน และ ส่งเสริมภาพลักษณ์จังหวัดสุโขทัยในฐานะเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เข้าร่วมรับทราบผลและแผนการกำเนินงานของ อพท.สุโขทัย พร้อมพี่น้องสื่อมวลชน

    พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เครือข่าย สื่อมวลชนทุกท่านให้ความสําคัญและเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ อพท.สุโขทัยได้ขับเคลื่อนมิติการท่องเที่ยวยั่งยืน ผ่านโครงการหลัก 3 โครงการ ได้แก่

    1. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม(UCCN)
    2. โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนประจําปีงบประมาณ2568
    3. โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน พื้นที่ชุมชนเป้าหมาย 9 แห่ง ได้แก่ (1) ชุมชนเมืองเก่า(2)ชุมชนท่าชัย-ศรีสัชนาลัย (3)ชุมชนบ้านนาต้นจั่น (4)ชุมชนไทยชนะศึก (5)ชุมชนเมืองด้ง (6)ชุมชน ทุ่งหลวง (7)ชุมชนนาเชิงคีรี (8)ชุมชนหาดเสี้ยว และ(9)ชุมชนวิถีเมืองบางขลัง

    สร้างรายได้ชุมชนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 29,866,899 บาท เพิ่มขึ้น 62.64% จากปีฐาน 2567 จำนวนนักท่องเที่ยว 121,284 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.73% จากปีฐาน 2567 พร้อมพุ่งเป้าหมายแผนการพัฒนาปี 2569 เพิ่มขึ้น 3% จากปีฐาน 2568

    ผลงานเด่น: รางวัลระดับชาติและนานาชาติ
    จากการดําเนินงานร่วมกับชุมชน อพท.สุโขทัย สามารถผลักดันให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์และได้รับ รางวัลสําคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ

    1. รางวัลนานาชาติ
    • PATA Grand Award 2025 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association: PATA) มอบให้แก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น อ.ศรีสัชนา ลัย จ.สุโขทัย จากผลงาน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Cultural Heritage Preservation of the Ban Na Ton Chan Homestay Community Enterprise) โดดเด่นที่สุดด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม
    1. รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 15 (Thailand Tourism Awards 2025)
    • วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น ได้รับรางวัล Hall of Fame, รางวัลยอดเยี่ยม (Thailand Tourism Excellence Awards) และรางวัลแห่งความยั่งยืน (Thailand Tourism Sustainability Awards)
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน
    • ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านทุ่งหลวง ได้รับรางวัลแห่งความยั่งยืน
    1. รางวัลระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม
    • Green Destinations Top 100 Stories 2025 ชุมชนท่าชัย – ศรีสัชนาลัย ได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก และจะเข้ารับรางวัลอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
    1. รางวัลสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    • โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) จํานวน 1 แห่ง
    • ร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Restaurant) จํานวน 2 แห่ง
    • ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) จํานวน 4 แห่ง
      รวมทั้งหมด 7 รางวัล
    1. รางวัลด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (LESS)
    • ชุมชนบ้านนาต้นจั่นได้รับประกาศเกียรติคุณโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) จากการบูรณาการร่วมกับ อพท.สุโขทัย ธ.ก.ส. จังหวัดสุโขทยั ศูนย์ป่าไม้ และ (อบก.)องค์การบริหาร
      จัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
    • ผลการพัฒนาระบบ BCG Model ด้านคาร์บอนเครดิต พบว่าพื้นที่ป่าชุมชน 1,058 ไร่ สามารถกัก เก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 33,097 ตัน CO2 เทียบเท่า ถือเป็นต้นแบบสําคัญของการ ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุญยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ อพท.สุโขทัย ในการบูรณาการร่วมกันในการขับเคลื่อนชุมชนเกิดผลงานเชิงประจักษ์มากมาย ถือว่าเป็นเครือข่ายสำคัญ แรงผลักดันหลักในการสร้างผลงานอย่างเเท้จริง

    นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน และ อพท.สุโขทัย ที่สร้างส่งเสริม สนับสนุน ชุมขนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ในนามประชาสัมพันธ์จักนำข้อมูลทั้งหมดไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ต่อไปให้นักท่องเที่ยว และบุคคลภายนอกได้ทราบถึงความสำเร็จของชุมชนจากการได้ รางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างการรับรู้ให้คนมาท่องเที่ยวสุโขทัยเพิ่มมากขึ้นต่อไป

    พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “อพท.สุโขทัย เล็งเห็นถึง ความสําคัญของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพันธมิตรสําคัญที่จะช่วยเผยแพร่เรื่องราวของชุมชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และเส้นทางการท่องเที่ยวต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การประชุมในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสําคัญในการบูรณาการทํางานร่วมกัน เพื่อให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดสุโขทัยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน”

    การจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สําคัญของการสร้างเครือข่ายการสื่อสารด้านการ ท่องเที่ยว เพื่อให้จังหวัดสุโขทัยสามารถก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้อย่าง มั่นคง

    กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลพบุรี จัดพิธีปิดและมอบประกาศนียบัตรโครงการ D.A.R.E. โรงเรียนโคกสำโรง

    แชร์เนื้อหานี้

    วันพุธ ที่ 17 กันยายน 256 เวลา 09.00-11.00 น. ณ โรงเรียนโคกสำโรง นางกิติพร แตงชุ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง ประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บันฑิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง คณะ กต.ตร. เดินทางร่วมพิธีฯ ตามที่ องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โรงเรียนโคกสำโรง โรงเรียนจารึกล้อมวิทยา โรงเรียนวัดรัตนาราม และโรงเรียนวัดหนองพิมาน
    โครงการ การศึกษาเพื่อต่อด้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน (D.A.R.E.ประเทศไทย) ภาคการศึกษา
    ที่ 1 ปีการศึกษา 2568

    มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและทักษะที่จำเป็นแก่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาให้สามารถใช้ชีวิตโดยปราศจาก ยาเสพติด ความรุนแรง และสร้างสัมพันธภาพที่ดี
    ระหว่างตำรวจ เด็กนักเรียน ครู บิดา มารดา และสมาชิกในชุมชนโดยเน้นการให้ข้อมูลที่เที่ยงตรงเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ สุรา กัญชาระเหย ยาบ้าสอนให้เด็กเกิดทักษะในการตัดสินใจแสดงให้เห็นถึงวิธีการหลีกเลี่ยง การกดดันของกลุ่มเพื่อนร่วมวัยเสนอพาะเลือกอื่นๆ ให้กับเด็ก

    นอกหนือจาการใช้ยาเสพติด และความรุนแรง และบัดนี้การดำเนินการตามโครงการ มีนักเรียนที่ผ่านการอบรม จำนวน 92 คนโครงการแดร์ (DA.R.E.) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง คณะวิทยากรจากสถานีตำรวจภูจภูธรโคกสำโรง ชุดชุมชนสัมพันธ์ ความร่วมมือจากโรงเรียนโคกสำโรงโรงเรียนจารึกล้อมวิทยา โรงเรียนวัดรัตนาราม และโรงเรียนวัดหนองพิมาน ได้รับการตอบสบสนองด้วยดีจากนักเรียน และคณะครูในโรงเรียน ตลอดจนผู้ปกครองของนักเรียน การสอนตามโครงการได้เสร็จสิ้นแล้ว และ

    เพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยจากผู้ใหญ่ในสังคม
    ที่ประสงค์ให้ลูกหลานหลีกเลี้ยงจากยาเสพติด และให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้ตระหนักถึงคุณค่า ของตนเอง จึงจัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรแดร์ (D.A.R.E.) ให้กับนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวต่อไป

    สนอง แท่นสูงเนินผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬทลายแก๊งค้ายา ยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด ผู้ต้องหาพยายามหนีแต่ไม่รอด

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ (17 กันยายน 68) ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรปากคาด ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าติดตามขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากผ่านพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีพ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคาด นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี อส.จ.บึงกาฬ และฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว

    โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหาร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย(พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ-นครพนม) ได้เข้ามาพบ ร.ต.อ.ชัยธวัช ชมภูราช รอง สว.สส.สภ.ปากคาด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลข 6706561 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด ที่ สภ.ปากคาด แจ้งว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าว(สายลับขอปิดนาม) ว่าช่วงตั้งแต่วันที่ 13-15 กันยายน 2568 จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่จังหวัดตอนในของประเทศไทย ในพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่าง ต.นากั้ง อ.ปากคาด ไปจนถึง ต.ไคสี อ.เมือง จ.บึงกาฬ ประมาณ 9-10 กระสอบ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด โดยจะใช้พื้นที่ อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ หรือ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เป็นเส้นทางที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ
    จากนั้น พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผกก.สภ.ปากคาด จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ชัยธวัช ชมภูราช รอง สว.สส.สภ.ปากคาด

    พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด บูรณาการสนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหาร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย(พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ-นครพนม) เจ้าหน้าที่ทหาร มว.สกัดกั้นที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ร่วมกันประชุมวางแผนเพื่อติดตาม สังเกตการณ์ และวางกำลังเจ้าหน้าที่ตามจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังต่างๆ คาดว่ารถทั้ง 2 คัน จะวิ่งผ่าน จากนั้นเวลา 22.33 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบ รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น Yaris สีดำ หมายเลขทะเบียน กย 1715 สกลนคร ขับขี่ผ่านกล้อง LCP ด่านตรวจ/จุดตรวจ 4_บก_ปากคาด ฝั่งขาเข้า เจ้าหน้าที่จึงน่าเชื่อและยืนยันได้ว่า รถเป้าหมายที่จะมาลักลอบลำเลียงยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงเข้าจุดซุ่มสังเกตุการณ์ตามจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางต่างๆ โดยใช้รถยนต์ในการวางตัวสังเกตการณ์ โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 9 ชุด ใช้รถยนต์จำนวน 9 คัน

    กระทั่งกลางดึกวันที่ 13 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้า 7 กระสอบ รวมประมาณ 2,590,000 เม็ด บริเวณบ้านไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ ต่อมาในวันที่ 14 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ขยายผลและติดตามรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน คือ NISSAN อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน กจ 9247 ร้อยเอ็ด และ TOYOTA Yaris สีดำ ทะเบียน กย 1715 สกลนคร ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการลำเลียงและนำขบวนการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายธนะเมศฐ์(สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี น.ส.วัชราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายสาธิต(สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี และนายสุเมธี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาบ้าเพิ่มอีก 3 กระสอบ ที่ซุกซ่อนภายในรถยนต์อัลเมร่า รวมของกลางทั้งหมดเกือบ 3 ล้านเม็ด ผลตรวจปัสสาวะพบว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีสารเสพติดในร่างกาย ยกเว้นนายสุเมธี (สงวนนามสกุล) ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

    เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดพร้อมวัตถุพยานไว้เป็นหลักฐาน ในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึด จากนั้นนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสกัดกั้นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดบึงกาฬ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สยามคูโบต้า จับมือ กรมพัฒนาที่ดิน ปักหมุด “ศรีสะเกษ” ดัน “โครงการส่งเสริมการจัดการน้ำโดยใช้รถขุดคูโบต้า” รับมือวิกฤตน้ำในพื้นที่เกษตร สร้างความรู้ให้กับเกษตรกร

    แชร์เนื้อหานี้

    ***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเครือคูโบต้าเลาเจริญ นายณัฐวุฒิ ขจรจรัสกุล ประธานกรรมการเครือคูโบต้าเลาเจริญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการจัดการน้ำโดยใช้รถขุดคูโบต้า” รับมือวิกฤตน้ำในพื้นที่เกษตร ซึ่งโครงการดังกล่าว

    กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยเร่งแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่การเกษตร ซึ่งภายในงานมีการจัดเสวนาให้ความรู้และแบ่งปันประสบการณ์โดยกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ

    ทั้งด้านการบริหารจัดการดินและน้ำในแปลงเกษตร เทคนิคการใช้งานรถขุดคูโบต้าจากผู้ใช้งานรถขุดตัวจริง องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำโดยเกษตรอินโน และการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม Zoning by Agri-Map เพื่อวางแผนการทำเกษตรโดยบูรณาการ ดิน น้ำ และพืช พร้อมชวนเกษตรกรที่สนใจ

    ลงทะเบียนลุ้นรับคูปองขุดร่องน้ำ บ่อน้ำ ในพื้นการเกษตร และรับคำแนะนำบริหารจัดการน้ำในแปลงเพาะปลูก ตลอดจนรับบริการแมตชิ่งลูกค้ากับผู้ให้บริการรถขุด นอกจากนี้ยังมีการเพื่อแนะนำการปลูกพืชให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่อย่างเหมาะสมที่สุด ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร


    ***ทั้งนี้กรมพัฒนาที่ดิน และสยามคูโบต้า มุ่งหวังให้กิจกรรมนี้ สร้างแบบอย่างการบริหารจัดการดินและน้ำที่ยั่งยืนในภาคเกษตร เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและลงมือปฏิบัติจริงในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงลูกค้ารถขุดสามารถใช้รถขุดคูโบต้าเพื่อสร้างรายได้จากการให้บริการในชุมชน เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบกิจกรรมที่สามารถต่อยอดความร่วมมือสู่การขยายผลไปยังพื้นที่เกษตรอื่นในอนาคต

    “โครงการส่งเสริมการจัดการน้ำโดยใช้รถขุดคูโบต้า” จะนำร่อง 5 จุดนำร่องทั่วประเทศ ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน 2568 ในจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดจันทบุรี ติดตามข้อมูลได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน และ Facebook Fanpage สยามคูโบต้า
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / โครงการฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ประเภทงบกู้ยืม (ปลอดดอกเบี้ย) ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช ชั้น 6 ศาลากลาง น่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 13.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจแนวทางการบริหาร

    โครงการ ขั้นตอนปฏิบัติตามระเบียบ/หลักเกณฑ์ แนวทางการปฏิบัติงานและข้อปฏิบัติอื่นๆ ในการดำเนินงานตามโครงการฯ โดยมีคณะกรรมการและสมาชิกองค์กรเกษตรกร

    ที่ได้รับอนุมัติแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทงบกู้ยืม (ปลอดดอกเบี้ย) เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน

    ทั้งนี้ มีองค์กรเกษตรกร ได้รับอนุมัติแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทงบกู้ยืม (ปลอดดอกเบี้ย) จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

    1. กลุ่มเมืองลีพัฒนา โครงการ ผลิตสุรากลั่นชุมชนเพื่อจำหน่าย งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ประเภทเงินกู้ยืมจำนวน 643,300 บาท ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน ระยะเวลาดำเนินกิจกรรมโครงการ 7 ปี
    2. กลุ่มแม่บ้านพัฒนาการเกษตรศรีนาชื่น โครงการ ยกระดับโรงเรือนเพาะเห็ดและเพิ่มผลผลิต งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ประเภทเงินกู้ยืม จำนวน 651,098 บาท ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 คน ระยะเวลาดำเนินกิจกรรมโครงการ 7 ปี/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มขับกระบะป้ายวงกลมขาด คิดน้อยใช้ปากกาแก้ปี พ.ศ.ไม่รอดด่านตำรวจทางหลวงชุมพร

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อได้รับวันที่ 16 กันยายน2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)ว่า เมื่อ วันที่ 16 ก.ย 68 เวลา 11.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.(ชุมพร)ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จำนวน 11 นาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรมบนทล.41 กม.22 (ขาเข้า กทม.) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

    ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ NISSAN สีขาว หมายเลขทะเบียน ผฉ 6877 ระยอง ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสังเกตเห็นแผ่นป้ายภาษีประจำปีหน้ารถ พบว่า มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้จากปี พ.ศ.2567 เป็นปี พ.ศ.2568 จึงขอให้จอดเพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายนครินทร์ ไชนาคินทร์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 21 ม.10 ต.นาโพธิ์ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

    Screenshot

    พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร) กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (CRIMES) พบว่า ภาษีขาดตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่จึงได้ลองสอบถามนายนครินทร์ ว่า ได้ต่อภาษีประจำปีมาหรือไม่ ซึ่งนายนครินทร์ ยอมรับว่า ภาษีประจำปีของตนได้ขาดต่อภาษี

    Screenshot

    เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 จริง และได้นำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้เป็นปี พ.ศ. 2568 มาติดที่หน้ากระจกรถยนต์ฝั่งผู้โดยสารเพื่อเป็นการตบตกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆ ให้หลงเชื่อเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งก็ใช้แผ่นป้ายนี้มานานเกือบปีแล้วผ่านด่านได้ตลอด แต่มาเจอด่านตำรวจทางหลวงชุมพรนี้ไม่รอด ถูกจับจนได้

    Screenshot

    เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม”และ ใช้รถที่ไม่ชำระภาษีประจำปี (มาตรา6) พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจริง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของตน และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)

    Screenshot

    ฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ประชาชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าทำแบบนี้ครับ “เสียน้อยเสียยาก” เสี่ยงเจอข้อหาปลอมเอกสารราชการ โทษจำคุกปรับหลักแสน เลย เพราะถ้าต่อทะเบียนถูกต้องกับทางขนส่งก็จะเสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่นี้มาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ตามประมวลกฎหมาย

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สส.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีร้องเรียน “ส่วยสัญชาติ” ที่ว่าการอำเภอฝาง

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 15 กันยายน 2568 สส.สมดุลย์ อุตเจริญ เขต 7 จ.เชียงใหม่ พรรคประชาชน พร้อมทีมงาน รวมทั้ง สส.กัณวีร์ สืบแสง , ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ทีมผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่อำเภอฝาง หลัง

    ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนใน อ.ฝาง อ.ไชยปราการ และ อ.แม่อาย กรณี ถูกเรียกรับเงินเพื่อขอสัญชาติไทย ทั้งที่ตามกฎหมาย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากค่าธรรมเนียม 160 บาท (100 บาท ค่าขึ้นทะเบียนบ้าน ทร.14 และ 60 บาท ค่าทำบัตรประชาชน)

     ชาวบ้านบางรายเผยว่า ถูกเรียกเงินตั้งแต่ 5,000–20,000 บาท ทำให้หลายครอบครัวไม่กล้ามาดำเนินการ และกังวลว่าจะหมดสิทธิ์ภายในเดือนกันยายนนี้
    ตาม มติคณะรัฐมนตรี 29 ต.ค. 2567 มีประชาชนกว่า 483,626 คน ที่สามารถยื่นขอสัญชาติได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องเสียเงินใดๆ จึงต้องการยืนยันความจริงให้ประชาชนมั่นใจ ไม่ตกเป็นเหยื่อของการหาผลประโยชน์

    ด้าน น.ส.ภัชรีภรณ์ ทาวดี ปลัดอำเภอฝาง ชี้แจงว่า ทางอำเภอรับคิววันละ 150 ราย ผ่านกำนันและผู้ใหญ่บ้าน และยืนยันว่า ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมรับปัญหาว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะเร่งประสานกรมการปกครองให้สนับสนุน

     สส.สมดุลย์ อุตเจริญ กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิทธิของประชาชนในการได้สัญชาติไทยเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ใครมาหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของชาวบ้าน”

    สมจิตรแสงบันลังค์

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” จัดเต็ม 24-28 ก.ย.นี้ ริมทะเลพัทยา

    แชร์เนื้อหานี้

    เวลา 18.30 น. วันที่ 15 ก.ย.68 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” โดยมี นายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี และนางรำพึง ศุภราศรี ประธานชุมชนคุณธรรมตะเคียนเตี้ย – บ้านหนองพลับ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจ

    ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มระดับรายได้ กิจกรรมหลักยกระดับให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ กิจกรรมย่อย มหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 24-28 กันยายน 2568 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง

    ภายในงานจะมีกิจกรรมนิทรรศการเส้นทางการท่องเที่ยวทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดชลบุรี, กิจกรรม workshop เกี่ยวกับศิลปะ และวัฒนธรรม, การออกร้านให้ได้เลือกชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์และ

    อาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อจากทั้ง 11 อำเภอในจังหวัดชลบุรี, การแสดงดนตรีทั้งดนตรีไทย-ดนตรีร่วมสมัย และการแสดงทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ภายใต้อัตลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล

    เพื่อพัฒนา และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในจังหวัดชลบุรี ใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมจากความภาคภูมิใจของประชาชน

    ในท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจ และพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และนำทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นต่อไป โดยสามารถเข้าร่วมงานตามวัน เวลาแบะสถานที่ดังกล่าว ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

    สื่อรัฐนิวส์สื่อรัฐทีวี / โครงการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ดูข้อกฎหมาย ป.ป.ช.จากกรณีข้าราชการท้องถิ่น อบต. อบจ. เทศบาล ถูกร่างแหดำเนินคดี ไปกับคณะผู้บริหารท้องถิ่น โดยตกเป็นจำเลยร่วม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ สนง. ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมานายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ภ.3 เผยว่า พี่น้องท้องถิ่น อปท.มี 8 หมื่น หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. เทศบาล เวลาถูกกล่าวหา ก็คือตัวนายก แต่ ป.ป.ช. ดำเนินคดีทำใมมาถึงตัวเขาด้วย

    ซึ่งเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ตรงนี้เป็นหลักกฎหมายโดยแท้อยู่แล้ว ก็คือกระบวนการทั้งหมดเกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมปฏิบัติ ในข้อกล่าวหานั้นๆ.ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าน เวลาดำเนินการ นอกจากจะดำเนินการกับ นายก ซึ่งถือว่าเป็นตัวการสำคัญ เราต้องดำเนินการกับผู้ปฏิบัติ และผู้สนับสนุน หมายถึงผู้ดำเนินการแทนนายก เป็นเรื่องปกติ จริงๆแล้ว กฎหมายมีทางออก ดูจาก พรบ.ป.ป.ช. ปี 2561มาตรา 134 เจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ ปลัด ผอ.คลัง จนท.พัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหา

    สมมุติว่า มีการจัดซื้อจัดจ้าน ปลัด ผอ.คลัง จนท.พัสดุ มาเห็นสิ่งที่นายกสั่งการไม่ถูกต้อง คุณสามารถคัดค้านได้ตาม มาตรา 134 เมื่อมีการคัดค้านและมีพยาน ตามกฎหมาย ไม่ต้องรับโทษ และกฎหมายยังมีทางออกอีกหนึ่งทาง คือ มาตรา 135 ถ้าเรามีความจำเป็นต้องทำทุจริต ไปกับเขาด้วย แต่เราเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ถ้าเราเล่าความจริงที่เป็นสาระ สำคัญ ในการดำเนินคดีกับตัวการ ข้าราชการผู้ปฏิบัติเหล่านี้

    สามารถร้องขอในการเป็นพยานได้ ที่สำคัญคดี ของ ป.ป.ช.คดีการจัดซื้อจัดจ้าน มีการพิจรณาหยิบยกเรื่องการเป็นพยานเกือบทุกคดี ไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินคดีกับข้าราชการชั้นผู้น้อย ถ้าหากเขาไม่ได้เป็นคนก่อการ แต่เขาทำเพราะถูกสั่ง แบบนี้กฎกมายต้องคุ้มครองกันเป็นพยาน เมื่อมีมติกันเป็นพยาน ก็ไม่ต้องรับผิดทางวินัย ในทางอาญา และ ละเมิด ตัวสั่งการเท่านั้น ต้องรับผิดชอบ

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สรภัญญะ ณ วัดโนนสะอาดอุดม บ้านโคก-กุง ต.ศรีสุข อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่14 กันยายน พ.ศ.2568 เวลา 09.00 น. ดร.สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีโครงการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสรภัญญะ ณ วัด

    โนนสะอาดอุดม บ้านโคกกุง โดย นายประหยัด พุทธาศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข มอบหมาย นางสุมาลี มูลตรีภักดี
    รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข

    กล่าวรายงานประกวดขับร้องสรภัญญะ ประเภททีม แบ่งออก3ประเภท ได้แก่-ประเภทยุวชน-ประเภทเยาวชน-ประเภทผู้สูงอายุ(ประชาชนทั่วไป)

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้มั่นคงสืบไป

    นายอิสระ บุตรโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดขับร้องสรภัญญะ
    มีผู้มาร่วมงานจำนวนมากทั้งภาคประชาชนทั่วไป ส่วนราชการ อบต.ศรีสุข สมาชิก อบต.ศรีสุข กำนันตำบลศรีสุข คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู

    นายอุไร ลาสอน เลขานุการสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู กล่าว
    งานประเพณีบุญทอดเทียน กิจกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สรภัญญะ ณ วัดโนนสะอาดอุดม บ้านโคก-กุง ตำบลศรีสุข อำเภอสีชมพู

    วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2568 ขอขอบคุณด.ร.วิราวรรณ มูลตรีภักดี พร้อมญาติๆ สนับสนุนเงินรางวัลร้องสรภัญญะตำบลศรีสุข และนายประหยัด พุทธาศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุข

    วินนิวส์/สมมาตร แอมไร่ ข่าว/ภาพ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนธิกำลังร่วมกันดำน้ำเก็บกู้ลอบประมงดักปลาในเขตอุทยานแห่งชาติ บริเวณ เรือรบหลวงปราบ เพื่อความสวยงามของท้องทะเล/กำนันดัง ยันแค่จะเตือนแต่ถูกกร่างกลับ หวั่นอันตรายชักปืนป้องกันตัว

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันนี้ (15 ก.ย.68) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) สนธิกำลังร่วมกันดำน้ำเก็บกู้ลอบประมงดักปลาในเขตอุทยานแห่งชาติ บริเวณเกาะง่าม เรือรบหลวงปราบ และเกาะหลักง่าม ได้ลอบ จำนวน 4 ลูก ภารกิจเสร็จสิ้น

    หนึ่งใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด ของแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวเมืองรอง นำเสนอโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การที่ได้มาเที่ยวทะเลชุมพร ว่ากันว่าที่นี่หาดทรายสวย ใต้ทะเลสมบูรณ์เกินกว่าจะถูกมองให้เป็นแค่เมืองผ่าน เพราะจุดดำน้ำตื้นหมู่เกาะชุมพรแบ่งออกเป็นสองโซนใหญ่ กลุ่มแรกคือ เกาะง่ามน้อย ง่ามใหญ่ กะโหลก และ ทะลุ อีกกลุ่มคือ เกาะมัตรา หลักแรด ละวะ และ เกาะลังกาจิว การไปเที่ยวไม่ยากเลย มีบริษัทนำเที่ยวเอกชนให้บริการอยู่พอสมควร

    ฤดูท่องเที่ยวทะเลชุมพรเหมาะสมที่สุดคือมกราคมถึงเมษายน เหมือนกับทะเลโซนอื่นของประเทศ ส่วนฤดูมรสุมใหญ่ฝั่งภาคใต้อ่าวไทยปกติอยู่ระหว่างตุลาคมกับพฤศจิกายน เดือนที่เหลือจากที่ว่ามาให้ดูตามสภาพอากาศเวลานั้นอีกทีแล้วกัน อาจจะมีฝนตกบ้าง เว้นช่วงบ้างว่ากันไป

    แต่ก่อนไปยลอะไรที่สวยยิ่งกว่าต้องอดใจรอสักครู่ เพราะเรือมุ่งหน้าต่อสู่เกาะง่ามใหญ่
    ง่ามใหญ่เป็นเกาะกลุ่มเดียวกับง่ามน้อยนั่นแหละ ที่นี่มีทีเด็ดมีเรือรบหลวงปราบ เฉพาะใต้น้ำแต่ยังโดดเด่นด้วยหน้าผาหินทรงแปลกตามองคล้ายฝ่ามือคนข้างขวา ชาวบ้านเลยเรียกกันว่าฝ่ามือพระพุทธเจ้า นักท่องเที่ยวไหวเลยครับ อุทานถึงพระองค์ พระองค์ก็มา

    กำนันดัง ยันแค่จะเตือนแต่ถูกกร่างกลับ หวั่นอันตรายชักปืนป้องกันตัว

    ธนากร โกสลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจากกรณี ผู้ใช้กรณีผู้ที่ใช้ Facebook ชื่อ Anong Panthong ได้ลงคลิปวิดีโอแสดงพฤติกรรมของกำนันนายนิรัตน์ เข้าระงับเหตุ ใช้เสียงดัง และเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวแต่ไม่พบใครอยู่ในบ้าน
    ทางด้าน นายนิรัตน์ ผุดเพชรแก้ว กำนันคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านหลายฉบับ และได้เก็บหนังสือร้องเรียนเหล่านั้นไว้ทุกฉบับทั้งหมด ชาวบ้านร้องเรียนว่า บ้านทำเสียงดัง ต.ท่าหิน อ. สวี จ.ชุมพร

    หลังดังกล่าวได้ เบิ้ลเครื่องรถและเสียงท่อไอเสียดังมากกว่าปกติจึงได้โทรไปหาพ่อของ คนดังกล่าวเพื่อแจ้งให้ทราบและยังได้ตักเตือนไปถึง พฤติกรรมของคนดังกล่าวด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นมานาน หลายเดือนแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าดำเนินการอย่างไรเนื่องจากพ่อของคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้ไม่มีใครกล้าไปแตะต้องแต่ผมในฐานะที่เป็นผู้นำของคนทั้งตำบล ซึ่งคนกลุ่มดังกล่าวน่าจะเปิดเผยคลิปที่ถ่ายตั้งแต่ตอนต้นไม่ใช่ตัดต่อเอาตอนที่ออกมาตามสื่อโซเชียล

    ในวันนั้นขณะที่ผมนั่งอยู่กับน้องๆในวันนั้นขณะที่ผมนั่งอยู่กับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ ชรบ. ซึ่งเป็นบ้านที่ห่างจากบ้านหลังที่เกิดเหตุเพียงเล็กน้อย พร้อมกับได้ยิน เสียงเบิ้ลรถมอเตอร์ไซค์ ดังสนั่นหวั่นไหวมาก ตรงกับที่ชาวบ้านร้องเรียน ก็เห็นว่าเป็นเหตุเฉพาะหน้า จึงตั้งใจจะไปว่ากล่าวตักเตือนเพียงเท่านั้นทำให้ยังไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัวหรือแต่งเครื่องแบบให้เป็นที่เรียบร้อยแต่อย่างใด แต่เมื่อไปถึงกับถูกพูดจาด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงตะคอก

    ซึ่งเด็กกลุ่มนั้นยังเป็นเพียงวัยรุ่น แต่แสดงอาการกริยาไม่สุภาพต่อผมทำให้ผมเกิดอาการโกรธ ก็เลยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในขณะที่กำลังเข้าไปปฏิบัติหน้าที่และมีอาการตามในคลิปที่เผยแพร่ในสื่อโซเซียล ส่วนเด็กและวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว กำลังอยู่ในลักษณะของการซ่อมรถ ซึ่งอาจจะมีไขควง หรือมีดหรือสิ่งอื่นใดที่อาจจะทำอันตรายต่อผมได้และผมก็มองเห็นไม่ชัดเพราะอยู่ในเวลามืดค่ำประมาณทุ่มกว่าๆ และใช้เวลาอยู่ในที่เกิดเหตุเพียง 5 นาทีเท่านั้น ส่วนที่มีสื่อกระแสหลักหลายสื่อลงข่าวเพียงด้านเดียวของกลุ่มเด็กเหล่านั้นแต่ไม่ได้เข้ามาสอบถามหรือสอบถามข้อเท็จจริงจากผมแต่อย่างใด จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับตัวผมด้วย

    กำนันตำบลท่าหินได้นำเอาเอกสารหนังสือร้องเรียนจำนวนมากที่มีชาวบ้านในเขตตำบลท่าหินและอยู่ใกล้เคียงกับบ้านหลังที่เกิดเหตุออกมาโชว์ให้กับผู้สื่อข่าวดูและบอกว่าได้รับคำร้องเรียนมานานแล้วมาก กำนันท่าหินได้อ่านหนังสือของชาวบ้าน หนึ่งในจำนวนมากนั้นลงวันที่ 2 กันยายน 2568 ว่าเนื่องจาก บ้ายดังกล่าว ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน จากการแต่งรถซิ่ง ของบรรดารถ จยย และส่งเสียงดังจากบ้าน หลังที่เกิดเหตุ และหนังสือฉบับอื่นๆอีกในข้อความคล้ายๆกันถึงความเดือดร้อนจากการแต่งรถเสียงดังและเบิ้ล รถเสียงดังในเวลาค่ำคืน นอกจากนั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวยังมีประวัติพึ่งพ้นจากคุกออกมาไม่นานนักในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดส่วนอีกคนหนึ่งอยู่ใน การหลบหนี เข้ารับราชการทหารด้วย ส่วนในเวลาที่เกิดเหตุ ผมสังเกตเห็นคู่กรณีมีลักษณะของการก้มลงไปไม่ทราบว่าจะหยิบอะไรขึ้นมาเนื่องจากมืดจึงดึงอาวุธปืนออกมาจากสะเอวมาถือไว้เพื่อเป็นการป้องกันตัวและไม่ได้เล็งอาวุธปืนไปยังคู่กรณีแต่อย่างใดตามในคลิปที่เกิดขึ้น

       ทางด้านชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลท่าหินกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เด็กวัยรุ่นที่บ้านหลังดังกล่าวได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งดัดแปลงส่งเสียงดังและเบิ้ลเครื่องอยู่เป็นประจำทั้งกลางวันและกลางคืนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้าน มาเป็นเวลานานนับเดือนหลายเดือนแล้วนายไตรทิพย์ สกุลประดิษฐ์ นายอำเภอสวี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็นไปตามที่ออกไปตามสื่อโซเชียลต่างๆของกำนันตำบล และได้เชิญกำนันมาสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และได้ กล่าวว่ากำนันทำอย่างนั้นได้อย่างไรถึงแม้ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ก็ตาม ทำให้เกิดความไม่สบายใจต่อพี่น้องประชาชน ในขณะนี้ กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะดำเนินการต่อไปพ.ต.อ. วิษณุ สุระวดี  ผกก.สภ.สวี  จังหวัดชุมพร กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏเป็นคลิปที่อยู่ในข่าวทางเราได้เรียกสอบปากคำในส่วนของผู้เสียหายเบื้องต้นแล้วยืนยันให้ดำเนินคดีซึ่งเกิดจากความกลัวที่ทางด้านกำนันไประงับเหตุเรื่องส่งเสียงดังแล้วก็มีการพูดโต้เถียงกันมีการชักอาวุธปืน ออกมาจากเอวที่เป็นไปตามภาพคลิปตามข่าวอยู่แล้วเราก็จำดำเนินไปตามตัวบทกฎหมายในส่วนนี้ซึ่งจะพิจารณาทุกส่วนในทุกตัวบทกฎหมายว่ากำนันมีอำนาจหรือไม่วันนั้นในวันเกิดเหตุมีการไปเนื่องจากเหตุอะไรมีเหตุผลกดเคืองกันมาก่อนไหมแล้วก็ในคลิปอาจจะ ถ่ายแค่มุมหนึ่งบุคคลที่โต้เถียง ด้วยทางเราไม่เห็นในส่วนนั้นจะต้องเรียกสอบปากคำทั้งหมดแล้วก็พิจารณาในส่วนข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อหาถ้าหากว่ากำนันผิดในตัวบทกฎหมายไหนก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในตัวบทกฎหมายนั้นในส่วนนั้นครับ

    สื่อรัฐนิวส์สื่อรัฐทีวี / มอบธงครัวเรือนปลอดยาเสพติด “บ้านเขาป่าหญ้า” อ.โคกสำโรง นำร่อง ชุมชนเข้มแข็ง เอาชนะปัญหายาเสพติด ปลอดผู้เสพ ผู้ค้า 100%

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น. ที่ วัดเขาป่าหญ้า ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

    เป็นประธานพิธีมอบธงครัวเรือนปลอดยาเสพติด ตามโครงการ Re X-ray ค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ปี พ.ศ.2568

    ของบ้านเขาป่าหญ้า หมู่ที่ 10 ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมี นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง และนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง

    นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 และนางสาวอุมาพรคลังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังเพลิง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้

    ทั้งนี้ จากนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นวาระสำคัญระดับชาติ ตามแผนปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers

    ผนึกกำลังสร้างหมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด อำเภอเมืองลพบุรี มีการดำเนินการ โดยการสร้างการรับรู้ให้แก่นักเรียนประชาชน การ Re X-ray ค้นหาผู้เสพ ผู้ติดผู้ค้ายาเสพติด

    ตั้งจุดตรวจจุดสกัด และปิดล้อมตรวจค้น ผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่เป้าหมาย จัดชุดปฏิบัติการประจำตำบล ออกตรวจลาดตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อย

    พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพติดในกลุ่มข้าราชการพนักงานลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัด และกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ในวัดพื้นที่เป้าหมาย โดยอำเภอโคกสำโรงได้คัดเลือกบ้านเขาป่าหญ้า หมู่ที่ 10 ตำบลวังเพลิง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศอ.บต. ร่วมต้านภัยใบกระท่อมในเยาวชน ชี้ “เราไม่เล่น ยาเสพติดจะเล่นเรา”

    แชร์เนื้อหานี้

         โรงเรียนจะนะวิทยาได้จัดกิจกรรมสำคัญในหัวข้อ “สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ต้านภัยใบกระท่อม” ณ หอประชุมโรงเรียน เพื่อปลุกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่เยาวชนถึงอันตรายของยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบกระท่อม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในสังคม
         กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ผอ.กสม. ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ซึ่งได้ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่ชนะการประกวดคลิปสั้นในหัวข้อ “การรณรงค์และแก้ปัญหาพืชกระท่อม” และได้กล่าวบรรยายพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นข้อคิดเตือนใจแก่นักเรียนทุกคน โดยมี ว่าที่ ร.ต.สิรภพ จิวานิจ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
       นายอิบรอเหม กล่าวถึงความสำคัญของการศึกษาว่า “ส่วนมากคนที่ทำผิดอยู่ในเรือนจำไม่รู้หนังสือ การศึกษาให้โอกาสแก่พวกเราได้สร้างอนาคต” พร้อมทั้งย้ำเตือนให้นักเรียนตั้งใจเรียน ตั้งใจศึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตของตนเองให้สำเร็จตามที่ฝันไว้ ประเด็นสำคัญของการบรรยายอยู่ที่การเตือนภัยจากยาเสพติด โดยเฉพาะคำกล่าวที่ว่า "ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เล่นยาเสพติด แต่ยาเสพติดจะเล่นเรา" ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้เสพเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงคนรอบข้างและสังคมโดยรวม เนื่องจากเมื่อผู้เสพไม่มีเงินซื้อยา ก็จะเริ่มก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือแม้แต่การทำร้ายผู้อื่นเพื่อต้องการเงินมาสนองความต้องการของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับคนในชุมชน
      ก่อนจบการบรรยาย นายอิบรอเหมได้ทิ้งท้ายด้วยการขอให้นักเรียนทุกคนช่วยกันปกป้องตนเองและสังคมจากยาเสพติด หากพบเห็นผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ขอให้แจ้งผู้ปกครองหรือเจ้าหน้าที่ทันที และขอให้ทุกคนตั้งใจทำความดีเพื่อตนเอง พ่อแม่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

    ปัตตานี.- เลขาฯ ศอ.บต. ชี้ ‘การเยียวยา’ ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ ‘ความรู้สึก’ เน้นเร็ว-ต่อเนื่อง ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต-ชุมชน

     วันที่ 14 กย 68 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงภารกิจการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่ว่าเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่าความสำคัญของการเยียวยาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่คือ "ความรู้สึก" ของการได้รับความดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐ 
    
      เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า ความรวดเร็วในการเข้าไปดูแลผู้ได้รับผลกระทบเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วรัฐต้องเข้าไปดูแลอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ สิ่งสำคัญรองลงมาคือ "ความต่อเนื่อง" โดยการเยียวยาจะต้องไม่เป็นการช่วยเหลือแล้วแยกย้ายกันไป แต่ต้องดูแลในเชิงคุณภาพชีวิต ความรู้สึก และสภาพจิตใจด้วย 
    
    พันตำรวจโท วรรณพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ระดับบุคคลหรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงระดับชุมชนและพื้นที่อย่างมาก ทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นและความรู้สึกอบอุ่นในการอยู่ร่วมกัน  ดังนั้น การเยียวยาในความหมายของ ศอ.บต. จึงไม่ใช่แค่การดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น ชุมชน ที่ต้องได้รับการดูแลเยียวยาในรูปแบบที่เหมาะสมด้วย 
    
     นอกจากนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดของ "พื้นที่กลาง" ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการอยู่ร่วมกันในพื้นที่ โดยพื้นที่กลางคือที่ที่ทุกคนมีโอกาส มีความสุข สามารถอยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ และรัฐจะต้องเข้าไปสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีความขัดแย้ง เขาเชื่อว่าหากทุกคนเข้าใจแนวคิดของพื้นที่กลางแล้ว จะสามารถนำไปสู่การอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันก็ตาม