เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี ประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือนพร้อมมอบนโยบายฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น.พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิตผกก.สภ.โคกสำโรง,พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ พุฒฤทธิ์ รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.คุณวุฒิ เมธีพิตตินันท์ รอง ผกก.สส.ฯ,

พ.ต.ท.ธนพล นาถนิติธาดา รอง ผกก.(สอบสวน )ฯ , พ.ต.ท.เสริญราษฎร์ แก้วปนทอง สว.อก.ฯ , พ.ต.ท.อิทธิพันธ์ รัตนพรม สว.สส.ฯ , พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ , พ.ต.ท.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.( ชส.) ฯ ร่วมประชุมข้าราชการตำรวจประจำเดือน

วัตถุประสงค์หลักเพื่อรับนโยบายและข้อสั่งการ ผู้บังคับบัญชาจะแจ้งข้อราชการ นโยบาย และข้อสั่งการจากหน่วยเหนือลงมายังผู้ใต้บังคับบัญชา ติดตามผลการดำเนินงาน รวมถึงสรุปผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ายงานในรอบเดือนที่ผ่านมาของตำรวจ สภ.โคกสำโรง

และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง ยังกำชับการปฏิบัติหน้าที่ เน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ กิจกรรมเสริมสร้างวินัย การเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ และตรวจเครื่องแต่งกายก่อนเริ่มประชุม เสร็จแล้วเลี้ยงอาหารกลางวันข้าราชการตำรวจทุกนาย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “คณะสงฆ์–ส่วนราชการโคราชผนึกกำลัง แถลงจัดงานทำบุญเมือง 558 ปี ตักบาตรพระหมื่นรูป 8 มี.ค. 69”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมปทุมญาณมุนี วัดบึงพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ได้แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหามงคล “ทำบุญเมืองนครราชสีมา 558 ปี ตักบาตรพระ 10,000 รูป” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 06.00–08.30 น. บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ใจกลางเมืองนครราชสีมา

การแถลงข่าวนำโดย พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดบึงพระอารามหลวง พร้อมด้วย พระมงคลรัตนสุธี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) วัดศาลาลอย และ พระโกวิทกิตติสาร รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกาศเชิญชวนประชาชนชาวโคราชและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมงานบุญใหญ่ประจำปี

ภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นร่วมสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา, นายธนากร ประพฤธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และ นายชัชวาล วงจร รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสำนึกในความสำคัญของการธำรงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรบนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังเป็นวาระสำคัญเนื่องในโอกาสที่เมืองนครราชสีมามีอายุครบ 558 ปี โดยจะมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 10,000 รูป ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจังหวัด

พร้อมกันนี้จะจัดพิธี ทักษิณานุปทาน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
,สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ,พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงอุทิศส่วนกุศลแด่ ท้าวสุรนารี วีรสตรีผู้ปกป้องเมืองนครราชสีมา

ทั้งนี้ คณะจัดงานเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมกันทำบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชนในปี 2569

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ส. รับตัวบุคคลชาวไทยที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติดจากทางการเมียนมาที่ด่านชายแดนแม่สาย แห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศให้การปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุด โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำนโยบายดังกล่าวมาสู่การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมด้วยการสร้างความปลอดภัยทางสังคม ชุมชน ครอบครัว สุขภาพของประชาชน และเน้นย้ำให้มีการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนที่มาจากปัญหายาเสพติด

วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย นายวาริส วิสารทานนท์ นายด่านศุลกากรแม่สาย พันโท ธัณชพัทธ์ สอนถม ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมผาทมิฬ ฉก.ทัพเจ้าตากฯ นายดนุชา ไชยวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส. ภาค 5 นายสุวิทย์ สิงห์อยู่ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส. ภาค 6 ผู้แทนตำรวจภูธรภจังหวัดเชียงราย และผู้แทนสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – เมียนมา (TBC)

ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อประสานความร่วมมือด้านปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมา พร้อมรับมอบตัวผู้ต้องหาสัญชาติไทยหลบหนีหมายจับ สำหรับการส่งมอบตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับในครั้งนี้ เป็นความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานในประเทศ อาทิเช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์

ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35.) กองกำลังผาเมือง กรมศุลกากร ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดท่าขี้เหล็ก ได้ประสานความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวการร่วมกัน จึงนำมาซึ่งการจับกุมและส่งมอบตัว จำนวน 4 คน (ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด 2 คน)

ณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (แม่สาย – ท่าขี้เหล็ก) จ.เชียงราย ซึ่งผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 2 คน ร่วมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภแม่สาย ด่านศุลกากรแม่สาย ตม.จังหวัดเชียงราย ตำรวจแม่สาย ทหาร รับผู้ต้องหา มีรายละเอียดดังนี้
1. นายพลชนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.7/2566 ข้อหาจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคอลไรด์) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งนายพลชนะฯ มีบทบาทเป็นบุคคลในเครือข่ายของนายภัทรพงษ์ฯ ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญมีศักยภาพในการจัดหายาบ้าระดับ 500,000 – 1,200,000 เม็ด มาจำหน่ายในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ พิษณุโลก


2. นายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1706/2567 ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณทางการเมียนมาที่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติด โดยเฉพาะนักค้ายาเสพติดคนไทย

ที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดในทุกระดับการค้า ซึ่งมีหมายจับคดียาเสพติดและหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และขอบคุณหน่วยงานภาคีที่ร่วมบูรณาการปราบปรามยาเสพติดและสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำผิดในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเดินหน้าบูรณาการการทำงานในทุกมิติ เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด

ภาพ/ ข่าว โดย. พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ จับมือ ส.ว.นันทนา ส่งอุปกรณ์ทำความสะอาด ช่วยฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมโฮปฯ ผนึกกำลัง ส.ว.นันทนา ส่งต่ออุปกรณ์ทำความสะอาดชุดใหญ่กว่า 180 รายการ ช่วยประชาชนหาดใหญ่เร่งฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วม เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

ร่วมกับ ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยอุปกรณ์ที่มอบประกอบด้วย ไม้กวาดทางมะพร้าว 150 ไม้ , ไม้ขัดพื้น 20 ไม้ และ ถุงมือยาง 10 กล่อง

อุปกรณ์ทั้งหมดถูกจัดส่งผ่านขนส่งเอกชน เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ให้ประชาชนได้นำไปใช้ฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือนหลังระดับน้ำลดลง
ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ร่วมกับ ท่าน สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้เป็นสะพานบุญ มอบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น ไม้กวาดทางมะพร้าว จำนวน 150 ไม้ / ไม้ขัดพื้น จำนวน 20 ไม้ และ ถุงมือยาง จำนวน 10 กล่อง เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัย หาดใหญ่ ใช้ในการทำความสะอาดบ้านเรือน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“ฉายแสง แอด.เวนเจอร์-มีเดียลิงค์” ส่งหนังอนิเมะสุดเดือดส่งท้ายปี 2025“มหาเวทย์ผนึกมาร มูฟวี่ อุบัติการณ์ชิบูย่า x จรดลล้างบาง” วันนี้ในโรงภาพยนตร์

แชร์เนื้อหานี้

​จาก ชิบูย่า สู่ กรุงเทพ เตรียมระเบิดความมันส์ ศึกการต่อสู้ครั้งสำคัญ! “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ร่วมกับ “มีเดีย ลิงค์” เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์อนิเมชั่น “JUJUTSU KAISEN: Shibuya Incident × The Culling Game Advance Screening – The Movie…มหาเวทย์ผนึกมาร มูฟวี่ อุบัติการณ์ชิบูย่า x จรดลล้างบาง” ผลงานของนักเขียนซีรีส์มังงะชื่อดัง เกเกะ อาคุตามิ ฝีมือ

การกำกับของ โซตะ โกโซโนะ ภายใต้โปรเจกต์ “เมะ” โดยมี คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณจิรสิน จารุพรชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ จาก บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด และ คุณอุรัสยา อากรสกุล ผู้จัดการฝ่ายลิขสิทธิ์ จาก มีเดียลิงค์ อนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ พร้อมแขกผู้มีเกียรติ และ สื่อมวลชน ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีเนเพล็กซ์

​งานนี้ได้ 4 หนุ่มจากบ้าน “ดูมันดิ” ได้แก่ ริวจิน ทินภัทร ทัศนีย์ไตรเทพ, แพทจิ จิรชาติ บุษปวนิช, ฟีฟ่า ณัฐวินท์ คุณาลา และ นอร์ท ชัชพล รัตนพงศ์ ร่วมงานเปิดตัวพร้อมขึ้นเวทีพูดคุยถึงความเป็นแฟนตัวยงของมังงะสุดฮิตด้วย ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกับทีมผู้บริหารเป็นที่ระลึกก่อนจะไปร่วมชมภาพยนตร์

​“มหาเวทย์ผนึกมาร มูฟวี่ อุบัติการณ์ชิบูย่า x จรดลล้างบาง” เล่าถึง Part 1: Shibuya Incident – Compilation ในคืนฮาโลวีน ปี 2018 ที่คึกคักในย่านชิบูยะ ม่านปีศาจ (Curtain) ปิดลงอย่างกระทันหัน ขังพลเรือนนับไม่ถ้วนไว้ข้างใน ซาโตรุ โกโจ จอมเวทย์คำสาปที่แข็งแกร่งที่สุด ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวาย แต่ที่รออยู่คือกับดักที่ ผู้ใช้คำสาปและวิญญาณคำสาป วางแผนไว้เพื่อปิดผนึกเขา ยูจิ อิตาโดริ พร้อมเพื่อนร่วมชั้นและจอมเวทย์คำสาประดับแนวหน้า เข้าสู่สมรภูมิในการปะทะกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน

Part 2: The Culling Game Begins – ตอนที่ 1-2 ของซีซั่น 3 หลังเหตุการณ์ชิบูยะ 10 อาณานิคมทั่วญี่ปุ่นถูกเปลี่ยนเป็นบ่อเกิดของคำสาป ตามแผนของ เคนจาคุ ผู้ใช้คำสาปที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อเกมล่าแห่งความตายเริ่มต้นขึ้น ยูตะ อคคตสึ จอมเวทย์คำสาประดับพิเศษและตัวเอกของ Jujutsu Kaisen 0 ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงของโลกจอมเวทย์ให้ประหารชีวิต ยูจิ อิตาโดริ

การไล่ล่าครั้งนี้จะดุเดือดแค่ไหน ติดตามได้ใน “JUJUTSU KAISEN: Shibuya Incident × The Culling Game Advance Screening – The Movie…มหาเวทย์ผนึกมาร มูฟวี่ อุบัติการณ์ชิบูย่า x จรดลล้างบาง” วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั้งระบบ IMAX, 4DX และ MX4D

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นโยบาย Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ”ของกลาง ยาบ้า จำนวน 228,000 เม็ด และยาเสพติดชนิดใหม่ HAPPY WATER 15 ซอง

แชร์เนื้อหานี้

หน่วยงานความมั่นคงบูรณาการกำลังตามนโยบาย Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ

สถานีเรือบึงกาฬ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย ร่วมกับ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยส่วนสกัดกั้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/เหนือ ตอนบน นบ.ยส.24 บก.ควบคุมที่ 2 ตรวจพบกระสอบต้องสงสัยถูกทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบังบาตร ตำบลชัยพร อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ผลการตรวจสอบพบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ยาบ้า จำนวน 228,000 เม็ด และยาเสพติดชนิดใหม่ HAPPY WATER จำนวน 15 ซอง ต่อมา ที่สถานีเรือบึงกาฬ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง พร้อมด้วยนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ ก่อนนำของกลางส่งมอบให้สถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปการปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดกล้องละครคำพ่อสอน หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

ต้าเจียห่าว🪭 เปิดกล้องละครคำพ่อสอนเนื่องในวันพ่อ 5 ธันวาคม หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ ( เลยเมืองโบราณมา 1 กิโล) บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยนักแสดงระดับอาชีพและนัก

แสดงกิตติมศักดิ์มากมายทำให้ละครนั้นเข้มข้นสนุกสนานเป็นละครแบบbig stories และยังมีองค์ความรู้ด้านเกี่ยวกับคุณธรรม

ละครคำพ่อสอน ‘ ฟ้าคราม ดุจพระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก The renaissance of Taiwan โดย บริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัด ได้นำชีวประวัติของคุณสุธรรม จางขจรศักดิ์

ประธาน ก่อตั้ง BDi บรรพบุรุษชาวไต้หวันซึ่งได้เข้ามาก่อตั้งทำธุรกิจในจังหวัดสมุทรปราการ ดั่งคำพ่อสอนให้คนรู้จักความกตัญญูกต่อเวที ความดีที่จะส่งให้กับลูกหลาน

สืบกาลนาน เรื่องเล่าย้อนไป 60 ปีในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นำแสดงโดย นำแสดงโดย เชน ณัฐวัฒน์ , อ้อน เกวลิน , จิ๊บ รด วสุ , เต้ ทัต

พงศ์ พงศทัต , อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ , อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ , สินชัย เอื้ออัครวงศ์ , ดร. ยุ้ย กันธิชา , วาม จิรกิตติ์ , ร่วมด้วยนักแสดงค่ายมหามงคลฟิล์มฯกว่า 70 คน

( ใช้ตัวแสดงเล่าเรื่อง 5 Gen ) กำกับการแสดงและแอ็คติ้งโค้ช โดย ครูบดินทร์ ดุ๊ก เรียบเรียงโครงสร้างบทประพันธ์

โดยดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ผลิตโดยบริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอโปรดักชั่นจำกัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7กวาดล้างอิทธิพล!คดีอุกฉกรรจ์/สะเทือนขวัญ หลายคดี และด่านสามร้อยยอดยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

🚨 กวาดล้างอิทธิพล! ตำรวจภูธรภาค 7 จับกุม 2 คดีสะเทือนขวัญที่ประจวบคีรีขันธ์ สังเวยความหึงหวง ดับ 1 เจ็บ 2
ประจวบคีรีขันธ์ – ตำรวจภูธรภาค 7 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 และคณะผู้บริหารระดับสูง ได้แถลงความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์/สะเทือนขวัญ และคดีน่าสนใจในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในห้วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ซึ่งมีการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

💥 คดีที่ 1: ยิงรถยนต์หน้าร้าน “อู่ประจวบมอเตอร์”

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 02.37 น. ณ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 35/2 ถ.เพชรเกษม ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ (อู่ประจวบมอเตอร์) คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์กระบะ 4 ประตู สีดำ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก ทะเบียน กจ 5555 ประจวบคีรีขันธ์ จนทรัพย์สินเสียหาย กระจกหลังและกระจกข้างฝั่งซ้าย (ข้างคนขับ) เป็นรูทะลุ โดยขณะนั้นมี นายชญานนท์ หรือแบงค์ จวบนก อายุ 26 ปี เป็นคนขับ และ นายศุภโชค หรือฟอร์ด ขอดประณาม นั่งเป็นผู้โดยสาร แม้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่คนร้ายได้ขับรถหลบหนีไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 2 ราย คือ นายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.290/2568 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนฯ” และ นายอานุภาพ หรือนิว เรืองโรจน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92/9 ม.11 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 9888 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน และกุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก ซึ่งตรวจยึดจากนายวิชัย หรือ น้อย เรืองโรจน์ (บิดานายอานุภาพ) ณ บ้านเลขที่ 92/2 หมู่ที่ 11 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์

สาเหตุของการก่อเหตุมาจาก ความหึงหวง เนื่องจากนายชญานนท์ (ผู้เสียหาย) ไปคบหาแฟนเก่าของนายฐิติพงษ์ (ผู้ต้องหา)

🔫 คดีที่ 2: ยิงบนสะพานข้ามทางรถไฟ ดับ 1 เจ็บ 1

เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 01.10 นาฬิกา บนสะพานข้ามทางรถไฟ ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 ราย คือ นายสหรัฐ บุญช่วย (เสียชีวิต รพ.ประจวบฯ) และ นายอำนาจ กวดลวด (บาดเจ็บที่แขนซ้าย) คนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปทันที ส่วนผู้บาดเจ็บได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.291/2568 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนฯ” และ นายอดิศรณ์ หรือเขต วารีล้อม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109/4 ม.2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.292/2568 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ในข้อหาเดียวกัน

โดยได้ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก เช่น รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX160 สีขาว-ดำ ทะเบียน 1กธ 3637 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คัน ที่ใช้ก่อเหตุ, กางเกงชายาวสีเขียวลายพราง 1 ตัว, หมวกปีกผ้าคลุมปิดหน้าลายพรางทหาร 1 ใบ, เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า และเสื้อกีฬาแขนสั้นสีแดง ที่ผู้ต้องหาสวมใส่วันเกิดเหตุ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi สีเทา 1 เครื่อง และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือระบบ AIS 2 ซิม และระบบ Dtac 1 ซิม ที่ตรวจยึดจากพยาน (นายธีระพงษ์ ปิ่นทอง)

สาเหตุของคดีที่ 2 นี้ สืบเนื่องมาจาก ความหึงหวง เช่นกัน เนื่องจากนายสหรัฐ หรือโซน บุญช่วย (ผู้เสียชีวิต) ไปคบหากับแฟนเก่าของนายฐิติพงษ์ หรือตาม กิจหงวน ผู้ต้องหาคนเดียวกันกับคดีแรก

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ดพร้อมรถยนต์ของกลาง คนขับหนี

เมื่อเวลา 21.00น.วันที่ 9 ธันวาคม 2568 บนถนนเพชรเกษม ขาขึ้นกรุงเทพ หมู่ 6 บ้านศาลาลัย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนถึงด่านตรวจถาวรสามร้อยยอด ประมาณ 800 เมตร ตำรวจสายตรวจรถยนต์ กำลังปฎิบัติหน้าที่ตรวจตรา พบรถเก๋งมาสด้าเอสยูวี สีฟ้า รุ่นซีเอ็กซ์ 5 ทะเบียน 5 กย 4045 กรุงเทพมหานคร คาดว่าหน้าเห็นแสงไฟสว่างจากจุดตั้งด่านตรวจ หยุดรถไม่ยอมขับเข้าด่าน พยายามขับถอยหลัง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่มาเห็นความผิดปกติ จึงเขามาสอบถามว่ารถมีปัญหาอะไรรึเปล่า แต่คนขับไม่พูดและพยายามถอยหลังหนี เจ้าหน้าที่พบว่ามีพิรุธจึงสั่งให้หยุดเพื่อตรวจค้นแต่คนขับรถกลับขับหนี หนีมาได้ไม่ไกลก่อนถึงด่านประมาณ 400 เมตร คนขับได้จอดรถทิ้งไว้ข้างทาง อาศัยความมืดหลบหนีเข้าไปในป่า ตำรวจวิ่งตามไปแต่ก็ไม่เจอ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเปิดประตูหลังก็พบกล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่องและในห้องโดยสารที่วางเท้าเบาะผู้โดยสารเบาะหลัง ภายในรถก็พบกล่องถุงปุ๋ย จำนวน 2 ภายในปิดบังของภายใน

จากนั้นจึงรายงาน พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์ รองผบก.จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.สามร้อยยอด ตำรวจชุดสืบสวน รุดมาที่เกิดเหตุพร้อมประสานพิสูจน์หลักฐานตำรวจประจวบฯ ให้มาตรวจสอบ เก็บลายนิ้วมือ เก็บดีเอ็นเอ พร้อมตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในกล่องด้วนสารเคมีก็พบว่าเป็นสาร Metamphetamine (ยาบ้า ) จึงได้อายัดไว้

จากนั้นจึงรถยนต์ของกลางนำไป สภ.สามร้อยยอดตรวจสอบอย่างละเอียด กล่องทั้งหมดที่พบ มี 6 กล่อง รวมพบยาบ้าทั้งหมด 1,200,000 เม็ด

สำหรับการที่ตำรวจสามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้ จากตรวจสอบยาเสพติดชุดนี้หหน้าทางภาคเหนือ แต่ที่มาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาทางภาคใต้ ก็เพราะว่าคนขับไม่ชำนาณทาง ระหว่างที่กำลังขนยาบ้าลงสู่ภาคใต้ ก็มาด่านตรวจเสียก่อนจึงได้หลบหนีเข้าไปในซอยก่อนถึงด่าน

แต่ด้วยไม่รู้เส้นทาง เมื่อขับขึ้นมาบนถนนใหญ่ก็ต้องไปหาที่กลับรถแต่มาถึงก็มาเจอด่านตรวจที่ผ่านมา ทำให้ต้องพยายามขับถอยหลัง และต้องมาเจอรถสายตรวจเสียก่อน จึงทิ้งรถและหลบหนีไปดังกล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ เป็นประธาน ยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือ พระพุทธเมตตามหาลาภ วัดบางพลีใหญ่กลาง

แชร์เนื้อหานี้

วัดบางพลีใหญ่กลางจัดพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระพุทธเมตตามหาลาภ ณ อาคารฐานไพทีพระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต โดยมีเจ้าคุณแจ้เป็นประธาน นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีตามธรรมเนียม พร้อมผู้แทนภาครัฐและพุทธศาสนิกชนร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลา 15.00 น. เจ้าคุณแจ้ พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และคณะพระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือ พระพุทธเมตตามหาลาภ โดยมีนางวันทา สุโพธิ์ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระพุทธเมตตามหาลาภ

เจ้าคุณแจ้ พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ณ อาคารฐานไพที พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อแสดงความเคารพและความศรัทธา เป็นการสร้างบุญบารมีอันสูงส่ง ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

จากนั้น เป็นพิธีฉลองฉัตร คณะพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ สวดบท “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร” เพื่อความเป็นสิริมงคล
โดยมีคณะพระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง / นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี / พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู / นางสาวณัฎฐาสุภคญา ฐิตินนท์ธนานพ /

ดร.สายฝน สวัสเอื้อ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ / สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ / คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง เข้าร่วมพิธี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองลำปาง สั่งการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลำปาง และนายอำเภอวังเหนือ เข้าตรวจสอบกรณีลุงกับป้าตัดไม้สัก ถูกปรับ ดำเนินคดี

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีสองตายายร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับกรณีการใช้อำนาจของผู้ใหญ่บ้าน การถูกดำเนินคดีป่าไม้ การถูกให้ออกจากการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และการที่หลานถูกย้ายออกจากโรงเรียนในพื้นที่ตำบลวังทรายคำ อำเภอวังเหนือ นั้น
อำเภอวังเหนือได้ลงพื้นที่ และสอบถามข้อมูลจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงในแต่ละประเด็น ดังนี้

ประเด็นการใช้อำนาจและการปรับเงิน 5,000 บาท
ในประเด็นนี้ขอชี้แจงว่า เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามธรรมมนูญตำบลวังทรายคำ และทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลวังทรายคำ ได้มีการลงมติตกลงร่วมกันของทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นการตักเตือนและระงับเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ขึ้นได้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการธำรงไว้ซึ่งระเบียบของชุมชน ก่อนการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของรัฐ โดยเมื่อปี พ.ศ.2566 นายถนอม ใจไหว ได้ตัดต้นไม้ซึ่งอยู่ในเขต คสล.(ป่าสงวน) จำนวน 1 ต้น จึงได้กระทำผิดตามธรรมมนูญฯ ข้อที่ 7.1 ว่าถ้าตัดไม้ในที่สาธารณะประโยชน์ จับได้ปรับต้นละ 5,000 บาท ดังนั้นนายจำลอง แสนจิตร ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านขณะนั้น ได้ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านปรับตามธรรมมนูญฯ ต่อมานายถนอม ใจไหว ได้ยื่นฟ้องนายจำลอง แสนจิตรต่อศาลแขวงลำปาง ซึ่งในระหว่างดำเนินการพิจารณาคดีในชั้นศาล ศาลแขวงลำปางได้นัดไกล่เกลี่ย โดยนายจำลอง แสนจิตร ได้คืนเงินให้กับนายถนอม ใจไหว จนเป็นที่พอใจและนายถนอม ใจไหว แถลงต่อศาลว่าตนไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับนายจำลอง แสนจิตร ขอถอนฟ้อง ศาลจึงจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ประเด็นการร้องเรียนและการถูกดำเนินคดีป่าไม้ ประเด็นแรก เรื่อง “การตัดต้นสัก 1 ต้น และมีการปรับ 100,000 บาท และครอบครัวไม่มีเงินคุณตาต้องบำเพ็ญประโยน์ถึง 400 ชั่วโมง” อำเภอวังเหนือได้สอบถามข้อมูลไปยังหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนวัง ทราบว่า มีชาวบ้านบ้านทุ่งฮี ตำบลวังทรายคำ จำนวนหนึ่ง ได้ไปร้องเรียนที่หน่วยฯ ว่ามีการตัดไม้สัก 1 ต้น ในพื้นที่ป่าสงวนที่นายถนอม ใจไหว อ้างสิทธิ์ครอบครองอยู่ หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนวัง จึงได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า มีการตัดต้นสักจริง จึงมีการพูดคุยทำความเข้าใจ แต่ชาวบ้านบ้านทุ่งฮี จำนวนหนึ่ง ได้เข้าไปพบเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนวัง เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งหากเจ้าหน้าทีไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่อาจจะมีความผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

ประเด็นที่สอง เรื่อง “ป่าไม้แจ้งความข้อหาแผ้วถางพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยทำกินมาตั้งแต่ ปี 2506 ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากรุ่นพ่อ” ขอชี้แจงว่ามี ราษฎรบ้านทุ่งฮี หมู่ที่ 1 ตำบลวังทรายคำ ได้มีหนังสือร้องเรียนต่ออำเภอวังเหนือว่า นายถนอม ใจไหว ทำการล้อมรั้วปิดกั้นทางเดินสาธารณประโยชน์ที่ราษฎรใช้ร่วมกันและล้อมรั้วในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวังแปลงสองมาเป็นของตนเอง อำเภอวังเหนือจึงได้มีหนังสือประสานสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบ และต่อมาสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า นายถนอม ใจไหว ได้ทำการล้อมรั้วปิดกั้นทางเดินทางสาธารณประโยชน์ฯ ตามข้อร้องเรียนจริง ซึ่งได้มีการพูดคุยกับ นายถนอม ใจไหว เพื่อแจ้งให้ดำเนินการรื้อถอน แต่นายถนอม ใจไหว ไม่ได้ดำเนินการรื้อถอน ดังนั้น สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) จึงได้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย

ประเด็นยาย ที่ถูกให้ออกจากการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ในประเด็นนี้ ขอชี้แจงว่า จากการตรวจการสอบข้อเท็จจริงจากสาธารณสุขอำเภอวังเหนือ พบว่า บุคคลดังกล่าว ยังไม่ถูกออกจากตำแหน่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันบุคคลดังกล่าว ยังดำรงตำแหน่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ประเด็นที่หลานย้ายออกจากโรงเรียนในประเด็นนี้ ขอชี้แจงว่า ได้สอบถามรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งฮี ได้ให้ข้อมูลว่า มีผู้ปกครองมายื่นหนังสือลาออกให้เด็กนักเรียนกรณีดังกล่าวจริงในช่วงปิดภาคเรียน และเด็กนักเรียนดังกล่าวไม่ได้ถูกเพื่อน ๆ กดดันหรือบังคับแต่อย่างใด และได้ย้ายไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนบ้านแม่สุข ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร

    ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 อำเภอวังเหนือร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมตรวจสอบลงพื้นที่ตามที่เป็นข่าว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง ได้ตรวจสอบ พบว่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และมีพื้นที่บางส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ คทช. ซึ่งการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของกรมป่าไม้ที่เกี่ยวข้องจึงจะดำเนินการได้ โดยอำเภอวังเหนือจะเร่งกำหนดการประชุมร่วมทุกภาคส่วน เพื่ออำนวยความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายต่อไป..