เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท้าชิม ก๋วยเตี๋ยวเรือ คุณโรส สูตรเด็ด เผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้น พร้อมโปรเปิดร้านให้ 9 บาท 9 วัน

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ร้านคุณโรสก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อยู่ริมถนนสายศรีสะเกษ – อุบลราชธานี ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ข้างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ ตำบลหนองแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งภายในร้านมีคนต่างเข้ามาชิมก๋วยเตี๋ยวกันอย่างคึกคัก โดย นางรจนา สิงห์วงษา หรือ คุณโรส อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส ต้นกำเนิดมาจากญาติทำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือตนจึงได้นำสูตรมาดัดแปลงเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนต้องมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่ศรีสะเกษ เกิดจากที่ตนมาทำก๋วยเตี๋ยวโรงทานที่วัดหลวงปู่หมุน ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทำให้ลูกศิษย์ที่มาร่วมทำบุญได้ชิมรสชาติก๋วยเตี๋ยว แล้วบอกอร่อยจึงเรียกร้องให้มาเปิดที่ศรีสะเกษซึ่งปกติแล้วตนได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสที่กรุงเทพ และ อยุธยา มี 6 สาขา และมีแฟรนไชส์ อีก 10 กว่า สาขา โดยทำก๋วยเตี๋ยวเรือมานาน 10 กว่าปี

***คุณโรส กล่าวต่อไปอีกว่า เอกลักษณ์หรือรสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส จะมีความเผ็ดแซ่บอร่อยเข้มข้นพริกคั่วเอง มีส่วนผสมสมุนไพร 10 ชนิด ที่เป็นความลับ ส่วนเส้นที่ทางร้านนำมาใช้ต้องเป็นเส้นที่นำมาจากกรุงเทพฯเท่านั่น ซึ่งมีทั้งหมด 6 เส้น คือ เส้นเล็ก, เส้นใหญ่, เส้นหมี่, เส้นบะหมี่เหลือง, วุ้นเส้น และ เส้นมาม่า อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้าน คือ ลูกชิ้นที่ร้านจะมีเนื้อแน่นหอมอร่อย ของทุกอย่างที่นำมาใช้เน้นของดีมีคุณภาพ

***ทั้งนี้ช่วงนี้ทางร้านจะมีโปรเปิดร้านใหม่ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยละ 9 บาท 9 วัน ตามความเชื่อเลข 9 ถือเป็นเลขมงคล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 68 ถึงวันที่ 8 มิ.ย. 68 แต่ถ้าหมดโปรเปิดร้าน ราคาก๋วยเตี้ยวก็จะเริ่มที่ ธรรมดาถ้วยละ 20 บาท พิเศษ ก้วยละ 40 บาท และ จัมโบ้ ถ้วยละ 50 บาท ตนมั่นใจว่าก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรส มีรสชาติอร่อยแตกต่างจากร้านอื่นแน่นอน

นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้วทางร้านยังมี กากหมูที่เจียวเองสดใหม่ทุกวัน ผัดไทย กุ้งสด หมู กากหมู ข้าวกระเพรา หมู เนื้อ เนื้อเปื่อย กุ้ง และกากหมู ข้าวผัดหมู หรือ กุ้ง และน้ำสมุนไพร ที่ต้มเอง อาทิเช่น น้ำอัญชันมะนาว,เก๊กฮวย,ชามะนาว,โอเลี้ยง อยากเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองชิมกันเยอะๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือคุณโรสจะตั้งอยู่ตรงข้ามมหาลัยเฉลิมกาญจนาทางออกไปอุบลราชธานี ร้านจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพิธีในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา 3 มิถุนายน 2568 พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี

ด้วยความจงรักภักดีของข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องสารสิน , พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป ณ ห้องศรียานนท์ , พิธีถวายราชสักการะ พิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการตำรวจ พนักงานราชการ ลูกจ้างในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชาชนทุกหมู่เหล่า

ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 1-5 มิถุนายน 2568

ทรงพระเจริญ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกรัฐมนตรี นำทัพตำรวจลุยเดือด ปราบยาเสพติดทั่วประเทศ ยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม เฮโรอีน 126 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ครอบคลุม และเป็นระบบ ทั้งการตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ด้วยความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงการปราบปรามจับกุมผู้ค้า และการยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้กระทำผิดรายสำคัญ พร้อมทั้งมีระบบฟื้นฟูและติดตามผู้เสพ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับเข้าสู่วงจรอีก และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพเกิดผลในทางปฏิบัติรัฐบาลได้ผลักดัน ยุทธศาสตร์ SEAL – STOP – SAFE อย่างเข้มข้นSEAL: ปิดล้อมพื้นที่ต้นทาง สกัดยาไม่ให้ทะลักเข้าไทยSTOP: หยุดยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ โดยกวาดล้างผู้ค้าอย่างเด็ดขาดSAFE: ทำให้ชุมชนปลอดภัย ลูกหลานไทยห่างไกลยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สนองนโยบายดังกล่าวทันที พร้อมเปิดยุทธการเชิงรุกปราบปรามยาเสพติดแบบเข้มข้นทั่วประเทศ ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ ทั้งคน ทั้งเส้นทางการเงิน ทั้งทรัพย์สิน ไม่มีละเว้น!

ล่าสุดวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแถลงผลการปฏิบัติ พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร./ประธานอนุกรรมการป้องกันปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. รวมถึง ผบก.ในสังกัด เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ผ่านมา (1 เม.ย. – ปัจจุบัน) หลังจากการเปิดปฏิบัติการ SEAL – STOP – SAFE กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เดินหน้า ปิดล้อม–บุกจับ–ขยายผล-ยึดทรัพย์ เครือข่ายรายสำคัญได้กว่า 31 คดี ผู้ต้องหา 34 คนยึดยาบ้า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 126 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 4,443 กิโลกรัม ยึดอายัดทรัพย์สิน 1,900 ล้านบาท ยุทธการเชิงรุกในการสกัดกั้นและขยายผลการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ รายละเอียด ดังนี้- สกัดกั้นจากชายแดนภาคเหนือ 10 คดี ผู้ต้องหา 17 คน ของกลาง ยาบ้ากว่า 29.93 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 70 กิโลกรัม, ไอซ์และคีตามีน 2,476 กิโลกรัม-

สกัดกั้นจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลาง ไอซ์ 697 กิโลกรัม- สกัดกั้นในพื้นที่ภาคใต้ไม่ให้ผ่านไปยังประเทศที่สาม 4 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลาง ไอซ์ 1,132 กิโลกรัม- สกัดกั้นลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทาง ได้แก่ ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และกินี ตามโครงการ AITF 15 คดี ของกลาง ไอซ์ 137.68 กิโลกรัม และ เฮโรอีน 57.26 กิโลกรัม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ “SEAL-STOP-SAFE” เมื่อ 1 ก.พ.68 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เพิ่มความเข้มในการสกัดกั้นจับกุมในพื้นที่ชายแดน โดยให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการบุกทะลวงเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญแบบไม่ให้ตั้งตัว เข้าถึงเป้าหมายอย่างเฉียบขาด ทลายจุดพักยา และเส้นทางลำเลียงอย่างเด็ดขาด พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรู บ้านพักหรู เงินสด ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์สินที่ซุกซ่อนในรูปแบบซับซ้อน ทุกชิ้นถูกกวาดล้างอย่างไม่ปรานีและไม่มีหลุดรอดแม้แต่รายการเดียว

ปฏิบัติการนี้สอดรับนโยบายอย่างเข้มข้น และที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ “จับคนผิด” แต่ไล่ล่าทุกเส้นทางการเงิน ขยายผลถึงทรัพย์สิน ดำเนินการยึด อายัด และฟ้องร้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ไม่มีละเว้น ไม่มียกเว้น! ทำให้มีผลการจับกุมและยึดทรัพย์สิน “เพิ่มขึ้นทุกมิติ” เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 และผลการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (7 เดือน)-ปิดล้อมตรวจค้น 25,745 เป้าหมาย, 6,549 เครือข่าย จับกุมผู้ค้ารายย่อย 34,563 คน ยึดยาบ้า 152 ล้านเม็ด, ไอซ์ 13,335 กิโลกรัม, อาวุธปืน 1,798 กระบอก, ระเบิด 4 ลูก และยึดทรัพย์สิน 2,795 ล้านบาท-จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกข้อหาทั่วประเทศ 158,832 คดี ผู้ต้องหา 157,881 คน จับกุมตามหมายจับ 3,899 คน ดำเนินคดีข้อหาสมคบ สนับสนุน 2,338 คดีข้อหาฟอกเงิน 181 คดี ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 645.93 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,223 กก., เฮโรอีน 938 กก., คีตามีน 4,471 กก. และยาอี 271,329 เม็ด ยึดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 8,064 ล้านบาท พร้อมทั้งได้สั่งการให้ขยายผลถึงระดับเครือข่ายและผู้สั่งการ ถือเป็นสัญญาณเตือนแรง! ถึงกลุ่มค้ายาที่ยังเหลืออยู่ว่า “ไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย!”ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรับนิวส์ / ผบ.ทอ. เททองสร้างยอดฉัตรพระเจดีย์ เตรียมประดิษฐานยอดดอยอินทนน์ ถวายเป็นพุทธบูชา

แชร์เนื้อหานี้

30 พ.ค.68 กองทัพอากาศ นำโดย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย คุณมนทิรา พัฒนกุล นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธี นมัสการพระรัตนตรัย บวงสรวงอัญเชิญสิ่ง

ศักดิ์สิทธิ์ เททองหล่อยอดฉัตรพระเจดีย์และพระพุทธรูป พระพุทธมหาจักรพรรดิ ประทับยืนประทานพร ในโครงการสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์ที่ 3 ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระเกจินั่งปรกทั้ง 8 ทิศ อาทิ พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ, หลวงพ่อสมชาย ฉันทสโร
พร้อมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพอากาศ กำลังพลกองทัพอากาศ รวมถึงผู้มีจิตศรัทธา ร่วมในมงคลพิธีฯ

ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนร่วมพลังบุญกับกองทัพอากาศ เป็นเจ้าภาพร่วมถวายเครื่องสักการะบูชาพระรัตนตรัย ทำหน้าที่เจ้าพิธีนำกองทัพอากาศนมัสการบูชาพระรัตนตรัยและอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล … พร้อมทั้งเขียนแผ่นทองในนาม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ใส่ลงเบ้าหลอมร่วมเททองสร้างยอดฉัตรพระเจดีย์สูงสุดแผ่นดินสยาม ฯ

ขอน้อมนำบุญกุศลและมงคลอธิษฐานให้สำเร็จแด่กัลยาณมิตร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ให้เจริญสุข เจริญธรรม ประสบความสำเร็จสูงสุด ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

ติดตามข่าวสาร และ โครงการงานบุญกองทัพอากาศ FacebookFanpageกดhttps://www.facebook.com/share/1dNH7zqtbEมูลนิธิพุทธภูมิธรรม FacebookFanpageกดhttps://www.facebook.com/share/1AeaaQ9Pc9/อากาเส ยฺนติ อิทธิยาผู้มีฤทธิ์ ย่อมไปได้ในอากาศมูลนิธิพุทธภูมิธรรมกองทัพอากาศแผ่นดินไทยร่มเย็น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดคาแร็คเตอร์ “เพิร์ธ-แบงค์-สตางค์-ยูแอล” “Attack วิญญาณเลขที่ 13”

แชร์เนื้อหานี้

หลังก่อนหน้านี้ปล่อยโปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของนักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่น อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ไปเมื่อวันก่อน  ล่าสุดภาพยนตร์ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” ผลงานประเดิมเรื่องแรกของค่าย 13 สตูดิโอ (เธอธีน สตูดิโอ) ปล่อยโปสเตอร์นักแสดงวัยรุ่นของเรื่องออกมาแบบรัว ๆ ได้แก่  เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, สตางค์-ตริษา  ปรีชาตั้งกิจ, ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี และนักแสดงชายคนเดียวของเรื่อง แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ โดยนักแสดงแต่ละคนล้วนผ่านการคัดสรรจากผู้กำกับมากฝีมือ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา กล่าวว่า “เพิร์ธได้มีโอกาสเข้าไปแคสท์หลายบทค่ะ แต่หลังจากที่แคสท์เสร็จ พี่คุ้ยก็บอกว่าอยากให้เพิร์ธลองเล่นบท “หงส์” คาแร็คเตอร์ของหงส์ เป็นคนซื่อ แต่ก็ไม่ใสมาก เป็นคนเก็บความคิดความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็มีความตรงไปตรงมาค่ะ ตัวละครมีความเทา ๆ บทนี้มีความยากมาก ๆ  แต่ก็รู้สึกว่าท้าทายดี  ละครตัวนี้ เขามีแบ็คกราวด์ตัวละครที่แตกต่างจากเพิร์ธมาก เขาจะเป็นคนนิ่ง ๆ เป็นผู้ฟังที่ดีในกลุ่ม เหมือนจะเป็นคนหัวอ่อน แต่ก็มีความแน่วแน่ในสิ่งที่เขาต้องการ เรื่องนี้เพิร์ธทำการบ้านกับครูสอนการแสดงเยอะพอสมควร เพราะเราอยากเข้าใจอารมณ์ตัวละคร และพอเราอ่านบทและเข้าซีนไปเรื่อย ๆ เราก็ซึมความคิดของเขาไปด้วย ทำให้เราปลดล็อคการเป็นหงส์ได้เลยค่ะ

สตางค์-ตริษา เผยว่า “ตอนแรกไปแคสท์บทอื่นค่ะ แต่พี่คุ้ยมองว่า สตางค์เหมาะที่จะเป็น “อร” มากกว่า อรเป็นคนสดใส มีรอยยิ้มตลอด อรจะขี้กลัว ขี้กังวล ก็มีความคล้ายกับหนูตรงที่กลัวผีเหมือนกัน และเชื่อเพื่อนมาก เพื่อนให้ทำอะไรก็ทำค่ะ สิ่งที่ อร และสตางค์แตกต่างกันคือ อรขี้กลัวเกินไป ซึ่งตัวสตางค์ยังมีความกล้าสู้มากกว่าอรนิดนึง สำหรับเรื่องนี้ถึงแม้จะเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของสตางค์ แต่ก็คิดว่าฉากที่ต้องกลัวผี หนูตีบทแตกแน่นอน เพราะหนูกลัวผีมากค่ะ ปกติคนกลัวผีจะชอบจินตนาการไปก่อนใช่ไหมคะ แต่เรื่องนี้เราสามารถกลัวได้โดยธรรมชาติค่ะ (หัวเราะ) พอทีมงานบอกว่าให้จินตนาการว่าเราเจอผีตามไล่ล่านะ ซึ่งในฉากที่ถ่ายทำจริง ๆ ไม่มีอะไรค่ะ แต่เราก็ใช้จินตนาการช่วยในการแสดง ก็ทำให้สตางค์แสดงออกมาได้เยอะเลยค่ะ”

ยูแอล-รมิตา กล่าวว่า “ที่ผ่านมายูแอลเล่นแต่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ค่ะ ไม่เคยเล่นภาพยนตร์มาก่อนเลย เลยตัดสินใจมาแคสท์หนังเรื่องนี้ค่ะ พี่คุ้ยให้มาแคสท์บท “หยา”  ตอนที่อ่านบทก็ตีความได้ว่า หยาเป็นเด็กขี้เม้าท์ เอาแต่ใจ พอพูดอะไรแล้วใครไม่เชื่อ เขาก็จะเก็บไว้ในใจ และหนีปัญหา โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เขาทำบ้าง เรื่องนี้ทำให้ยูแอลได้อยู่กับตัวเองเยอะขึ้น เราจะรีเฟล็กซ์ตัวเอง และรีเฟล็กซ์ตัวละครตลอดเวลา ต้องทำการบ้านว่าเราจะสื่อสารตัวละครให้คนเข้าใจยังไงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะหนังมีเวลาฉายแค่ 2 ช.ม. ด้วยความที่เรากลัวเล่นโอเว่อร์ไป ก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงออกทางท่าทาง เน้นสื่อทางสายตา คิวแรกที่ถ่ายทำได้ว่า พี่คุ้ยติงว่าแอลต้องเล่นมากกว่านี้นะ ดูไม่มีสมาธิเลย เราก็พยายามหาตรงกลางให้ได้ค่ะ”  แบงค์-ณฐวัฒน์ กล่าวว่า “ดีใจมากครับที่ได้เล่นเรื่องนี้ เป็นผู้ชายคนเดียวในเรื่องเลยครับ ผมรับบท เป็น กรรณ คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีความแพรวพราว เดิมทีเป็นแฟนกับ บุษบา (รับบทโดย ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์) แต่ก็ไปชอบ จิน (แสดงโดย อ๊ะอาย-กรณิศ) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายของเรื่องครับ เรื่องนี้ก็ยากเหมือนกันครับ มีฉากที่ต้องแอ็คชั่นด้วย ก็ไม่ค่อยได้เลยแนวนี้เท่าไหร่ เป็นหนังผีที่สนุก ใช้พลังเยอะ สะใจดีครับ
 เตรียมพบกับความสยองของ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” 19 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

13studio #THIRTEENSTUDIO #ATTACK13 #วิญญาณเลขที่13 Aheye4EVE #stangtari #ULRamita #PerthKVSR #LillyNicha #BankNuttawat

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สจป.1 แม่ฮ่องสอน สั่งจับตาเส้นทางมอดไม้ 4 เขตรอยต่อข้ามจังหวัด ล่าสุด ลาดตระเวนพบอีก 2 จุด ตรวจยึดไม้พร้อมของกลางหลายรายการ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พ.ค.68 นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยา กรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน และ นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้สั่งการ กำชับเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าทุกอำเภอในการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการ เข้ม

งวดการลาดตะเวนตามจุดพื้นที่เสี่ยง และจับ ตาเส้นทางมอดไม้ พื้นที่รอยต่อข้ามจังหวัด 4 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่เขตรอยต่อ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน – บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ / อ.สบเมย จ.แม่ฮ่อง สอน – อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ / อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน – อ.แม่ แจ่ม จ.เชียงใหม่ และอ.ปาย จ.แม่ ฮ่องสอน – อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ซึ่งจากการบูรณาการออกลาดตระเวนตามพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้แปรรูปประดู่ และ ไม้สักท่อน พร้อมของกลางหลายรายการ โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดไม้ประดู่ทั้งไม้ท่อนและไม้แปรรูป และอุปกรณ์กระ ทำผิด 2 จุด ในพื้นที่ อ.ขุนยวม และ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่ง จุดที่ 1 ในพื้นที่ อ.ขุนยวม เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.3 (ขุนยวม), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนยวม, คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านต่อแพ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อยที่ 3603ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าห้วยผักห้า ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะเจ้าหน้าที่ฯ ชุดดังกล่าวได้ทำการตรวจยึดไม้สักท่อน จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 1.289 ลบ.ม. คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง จำนวน 256- บาท คิดเป็นค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน จำนวน 77,400- บาท และได้ตรวจยึดอุปกรณ์การประทำผิด จำนวน 4 รายการ ประกอบไปด้วย รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ทะเบียนรถ บว 8415 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมบาร์ ขนาด 25 นิ้ว ไม่ทราบยี่ห้อ สี ส้มขาว หมาย เลขเครื่อง 20180/06 จำนวน 1 เครื่อง รอกโซ่มือยก ยี่ห้อ LEVER HOIST สีส้ม ขนาด 3 ตัน ยาว 1.5 เมตร จำนวน 1 ชุด, และ โซ่นอกลากรถ ขนาด 3 หุน G43 USA พร้อมตะขอ 2 ข้าง จำนวน 1 เส้น ซึ่ง ไม้สักท่อนของกลางเก็บรักษาไว้ที่หน่วยฯ มส.3 (ขุนยวม)

ส่วนจุดที่ 2 ในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย นายอำนวย ยอดคำ หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ สจป.ที่.1 สาขาแม่ฮ่องสอน สายที่ 2 พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอแม่ลา น้อย เข้าดำเนินการตรวจสอบ บริเวณป่าห้วยข้าวหลาม เขตปก ครองบ้านหัวลา หมู่ที่ 7 ต.สันติคีรี อ.แม่ลา น้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย พบมีการลักลอบตัดและแปร รูปไม้ประดู่ จำนวน 3 แผ่น/เหลี่ยม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้ของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยฯได้ 1 แผ่น ส่วนอีก 2 แผ่น ไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไกลจากจุดที่รถจะเข้าถึงได้และมีน้ำหนักที่มากไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยกำลังคนจึงขอพนักงานสอบสวนทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ.

สุกัลยา บัวงาม / ภาพ/ข่าว แม่ฮ่องสอน

สมจิตร แสงบันลังค์ ทีมข่าว บก. รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / รวบ 2 นักบินพร้อมยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด หลังขับแคมรี่หลบหนีการสกัดของ จนท.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทธรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านเส้นทางตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ผกก.สภ.ดอนตาล พ.ต.ท. ภูวนาท สุขรมย์ รอง.ผกก ป. ร.ต.อ.รังสรรค์ สกุลไทย รอง สวป. ร่วมกับจ่าเอกสุรชัย ปราณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ 1, 2 และ 6 ตั้งจุดสกัดตามเส้นทางต้องสงสัย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 50 อุบลราชธานี ขับผ่านเข้ามาบริเวณหมู่บ้านคำเตาเหล็ก ม.4 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ชุดปฏิบัติการที่ 2 ติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งพยายามขับหลบหนีไปตามเส้นทางบ้านนาคำน้อย-เหล่าหมี และเมื่อถึงบริเวณสะพานบ้านโคกสว่าง คนร้ายได้หยุดรถและเปิดประตูหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คน และตรวจค้นรถยนต์ พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว 5 กระสอบ วางอยู่บริเวณเบาะหลัง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 998,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้าเกือบล้านเม็ด #จับแก๊งค้ายา #มุกดาหาร #ดอนตาล #ข่าวด่วน #ปราบยาเสพติด #ไล่ล่าคนร้าย #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภูธร #ฝ่ายปกครอง

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข รวบพ่อค้าลักลอบขายกะท่อม พร้อมของกลางหลายรายการ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พ.ค. 68 ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด ” อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก /ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแกมอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก พร้อมด้วย พ.ต.ท. ชาญศักดิ์ วงษ์สิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง

พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุมการกระทำความผิดลักลอบจำหน่ายน้ำต้มพืชกระท่อม บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.7 ต.ทับสะแก จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหา มีน้ำต้มกระท่อมที่ผลิตไว้เพื่อขายซึ่งบรรจุในบรรจุภัณฑ์ (ขวดพลาสติก) ไม่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณว่าส่งผลต่อร่างกาย บำบัด บรรเทาหรือรักษาโรค

โดยยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยของอาหารและยังไม่ได้ส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบอนุมัติก่อนนำไปจัดเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย มียาแก้ไอแผนปัจจุบันไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและขายใบกระท่อมหรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบโดยไม่แจ้งหรือปิดประกาศให้ทราบข้อห้ามขายตาม พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2566

พร้อมของกลาง
1.ใบกระท่อมสดน้ำหนักรวม 13 กิโลกรัม
2.น้ำต้มใบกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกจำนวน รวม 36 ขวด
3.ยาแก้ไอจำนวนรวม 4 ขวด
4.ยาแก้แพั จำนวนรวม 3 ขวด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพชรบุรี” จัดใหญ่! แข่งขันวัวเทียมเกวียนบ้านลาด 108 ปี หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.68 ที่บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี

พร้อมร่วมขบวนแห่วัวเทียมเกวียน 108 เล่ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี ของอำเภอบ้านลาด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเทียวจำนวนมากร่วมชมงาน

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.68

เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป โดยวัวเทียมเกวียนเป็นประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเพชรบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ระหว่างคนกับวัวในอดีต อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม

พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเทียมเกวียนทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้านอย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล การกินตาล การประกวดทะลายตาล นอกจากนี้ยังมีซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึงลานของกิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อย ๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ และพลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นบ้าน

“ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงให้ได้ชมทั้งการแข่งขันวัวลาน รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ได้ตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ปรึกษา.รมช.กระทรวงศึกษาฯ ร่วม พิธีฌาปนกิจศพ พ่อประกอบ เครือวรรณ และ สมาชิก อบจ.ขอนแก่น ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ นายจเร บุญมั่ง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลา 13.00 นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ

พ่อประกอบ เครือวรรณ มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก อธิ นางพยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองคำตำบลโนนหัน)

นางสุภนันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางกฤษดา ปะติตังโค ปธ.สภา

องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน เจ้าหน้าที่

รพ.สต.โนนหันเป็นต้น ณ วัดอุดมวิทยาราม บ้านโนนชัย หมู่ 2 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

วันพฤหัส ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00.นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ให้เกียรติประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายจเร บุญมั่ง โดยมีผู้นำหมู่บ้านทั้งท้องที่และท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ อธิ พันโทหญิง อุดมพร พลศั

กดิ์ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ ๒ (อดีตจอมพลังเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์”เอเธนส์ 2004″นักกีฬายกน้ำหนักหญิง”) ผ.อ.พยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย และ

วิทยาลัยในเครือมหานครขอนแก่นเอเชีย นางกฤษดา ปะติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม, ผู้ใหญ่บ้านหนองคอง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง ส.อบต.ทั้งสองหมู่บ้าน

ผู้แทนชมรมทหารผ่านศึกสจ.สำราญ ศรีภา(ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3อำเภอชุมแพ) กล่าวแสดงความเสียใจครอบครัวบุญมั่ง จากกรณีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง

นางบัวบาน บุญมั่ง ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณ สจ.สำราญ ศรีภา และญาติๆ แขกผู้มีเกียรติ ที่มาร่วมงานและเป็นกำลังใจครอบครัว ในครั้งนี้สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/สมมาตร แอ๋มไร่/ถ่ายภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ลพบุรี รณรงค์ แก้ไขปัญหายาเสพติด เด็กนักเรียนและประชาชนในชุมชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พ.ค.68 ที่โรงเรียนเทศบาล1 บ้านโคกสำโรง อ. โคกสำโรง จ. ลพบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ โดย พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.พรชัย ธรรมวริทธิ์ รอง สว.(ป.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ

ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ ร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด(บุหรี่ไฟฟ้า) ตามโครงการรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติด to be number one และวันงดสูบบุหรี่โลก แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน มี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาลตำบลโคกสำโรงประธาน คณะครูโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ผู้นำชุมชน 5 หลักเมือง และคณะกรรมการ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

วัตถุประสงค์โครงการเพื่อสร้างกระแสนิยมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในกลุ่มเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเอง เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยการสนับสนุนของสังคม

เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับผู้มีปัญหายาเสพติดโดยให้โอกาสกลับมาเป็นคนดีของสังคม เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มประชาชนและเยาวชนทั่วไป

เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติปีงบประมาณ 2568
ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ชุมชนเทศบาล1 การแจ้งเบาะแสยาเสพติด และการค้นหาผู้เสพในชุมชน เข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / นบ.ยส.24 ปปส. (อดีต เลขาธิการ ปปส.) ดูงานโครงการสัมมนาด้านการข่าว ลักลอบลำเลียงยาเสพติด เชื่อมโยงชายแดนภาคตะวันออกฉียงเหนือ ตอนบน ปปส.ภาค 1

แชร์เนื้อหานี้

ที่ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

มอบหมายให้ พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อนรับ นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

(อดีต เลขาธิการ ปปส.) พร้อมคณะ ในการศึกษาดูงานโครงการสัมมนาด้านการข่าว การลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกฉียงเหนือตอนบนและในพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 (ปปส.ภาค 1)

ในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดนครพนม และตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด

การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ สรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ 25 อำเภอชายแดน ของ 7 จังหวัดรับผิดชอบ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมประชุมบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe”

ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตามนโยบายของทางรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระที่ให้ความสำคัญเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยในปัจจุบันซึ่งมี ผลการตรวจยึดจับกุมตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุม จำนวน 785 ครั้ง, ผู้ต้องหา 1,078 ราย ของกลาง ยาบ้า 116,960,665 เม็ด,ไอซ์ 5,793 กิโลกรัม เฮโรอีน 142 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัมและอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง แปดพันล้านบาทเศษ (8,271,696,850 บาท)

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี /สกทม. จัดกิจกรรมเสวนาการค้า “ทิศทางการส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น.​ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเสวนาการค้า “ทิศทางด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต” ณ​ ห้องประชุมโรงแรมเคียงโขง เรสซิเดนซ์

โดยมีนางสาวอรกัญญา สะภา นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีนายปัฐม์ ปัทมจิตร​ กงสุลใหญ่​ ณ​ แขวงสะหวันนะเขต, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อํานวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สํานักงานนครพนม, ท่านมงกุดเพด วงพะจัน​ รองหัวหน้าแผนก

แถลงข่าว ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสวนา โดยภายในงานมีสมาชิกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน

โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อกำหนด แผนปฏิบัติการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านมุมมอง ผู้บริหาร

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีด้านวัฒนธรรมเมืองคู่แฝดสองฝั่งโขง

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ย้ำว่าทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมมุมมอง แนวคิดจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่บริบทสำคัญจัดทำแผนปฏิบัติการ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนา

บุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดอนุภาคลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยภาคเอกชน เตรียมความพร้อมตั้งรับ การขยายการรองรับ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวชีวิตลุ่มน้ำโขง พื้นที่ส่งเสริมภาคการค้า ภาคการลงทุน และภาคบริการ ด้านอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ทั้งด้านศิลปะวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร เชื่อมโยงมิตรภาพเครือข่ายจังหวัดท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นางสาวอรกัญญา สะภา ได้เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร(คนใหม่)​ พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในฐานะนายกสมาคมการค้า คือ“ร่วมมือ ร่วมใจ ยกระดับการท่องเที่ยวมุกดาหารสู่ความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภูมิภาค

สร้างมาตรฐาน และส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ”โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างกิจกรรมใหม่ๆ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมแข่งขันในเวทีที่กว้างขึ้น

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงราย ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง ลุยตรวจเข้ม ตู้คีบตุ๊กตา ป้องกันเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดเชียงราย – วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เดชาวัต นาทิเลศ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย,พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุรกิจ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีโท รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.ท.สถาพร มังคลาด สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย และ พ.ต.ต.สมชาย พรหมมินทร์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, น.ส.วาสนา  นัดชัยภูมิ  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเชียงราย,  นายฐิติการณ์  ศิริอิศรานุวัฒน์  นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย , นายพิชิตพล  ทองเทือก  ครูชำนาญการ  พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา  พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย นำโดย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการตู้คีบตุ๊กตา และตู้เกมลักษณะคล้ายกัน ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวดการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและความกังวลของประชาชน เกี่ยวกับลักษณะการประกอบกิจการของตู้คีบตุ๊กตาบางแห่ง ที่อาจเข้าข่ายเป็นการพนันแฝง หรือมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และเป็นแหล่งมั่วสุม รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม  เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ และแหล่งชุมชนต่างๆ ที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตา โดยเน้นตรวจสอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่:
ใบอนุญาตประกอบกิจการ: ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ลักษณะการทำงานของตู้: พิจารณากลไกการทำงานของตู้คีบ ว่าเป็นการใช้ทักษะความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก หรือมีองค์ประกอบของโชคและการเสี่ยงโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง จนอาจเข้าข่ายการพนัน
มูลค่าของรางวัล: ตรวจสอบมูลค่าของรางวัลภายในตู้ เทียบกับจำนวนเงินที่ใช้ในการเล่นแต่ละครั้ง
การเข้าถึงของเด็กและเยาวชน: ตรวจสอบมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเล่นในลักษณะที่อาจเป็นการมอมเมา
เบื้องต้น จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและเอกสารเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาต หรือมีลักษณะเป็นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการตักเตือน, สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข, หรือดำเนินการจับกุมและยึดของกลาง แล้วแต่กรณี
พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย กล่าวว่า "การตรวจสอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากพบตู้ใดที่เข้าข่ายการพนัน หรือดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด, ห้ามไม่ให้นักเรียนในเครื่องแบบเข้ามาเล่นหรือใช้บริการ และห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเล่นหรือใช้บริการในช่วงเวลาเรียนหรือหลังจากเวลา 20.00 น. โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมและมั่วสุมตามมา" ทั้งนี้ สภ.เมืองเชียงราย, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย จะยังคงดำเนินการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาและกิจการในลักษณะคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ 0 5374 4571-2, สายด่วน 191 หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองเชียงราย สายด่วน 1567 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป…

สมจิตรแสงบันลังค์ ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขา น่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร น่าน ครั้งที่ 5/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 5/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้ 1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 23 เมษายน 2568 – 27 พฤษภาคม 2568 จำนวน 68 ราย จำนวน 190 บัญชี มูลหนี้ 30,909,432.79 บาท (สามสิบล้านเก้าแสนเก้าพันสี่ร้อยสามสิบสองบาทเจ็ดสิบเก้าสตางค์)

2.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 3.พิจารณาเห็นชอบแผนการลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ แปลกใหม่เย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ ทุเรียนภูเขา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 29 พ.ค.68) ที่บริเวณสวนทุเรียนจันหอม ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้จับมือส่วนราชการและภาคเอกชน ประกอบด้วย นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับรู้ถึงความพร้อม

เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปีนี้จัดแปลกใหม่ภายในโดมเย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจกับอัตลักษณ์และรสชาติทุเรียนภูเขาไฟ GI ศรีสะเกษแท้ๆ เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด หวานละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก คาดการณ์ว่าปีนี้ จะมีทุเรียนเกือบ 20,000 ตัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 8,000 ตัน หรือมากกว่าร้อยละ 60

โดยผลผลิตทุเรียนหากเฉลี่ยต่อไร่จะอยู่ที่ 1,500 กิโลกรัม ผลผลิตทุเรียนจะตัดออกตลาดแบ่งเป็นหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ผลผลิตจะออกมากที่สุด ในช่วงเดือนปลายเดือนมิถุนายน ประมาณร้อยละ 30 และ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอีกราวๆ ร้อยละ 20 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2534 และจัดมาอย่างต่อเนื่องมาทุกปี สร้างรายได้ให้ชาวสวน และ สร้างรายได้เข้าจังหวัดศรีสะเกษปีละหลายร้อยล้านบาท

สำหรับปีนี้จังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568” ระหว่างวันที่ 19 – 23 มิถุนายน 2568 รวม 5 วัน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ความพิเศษเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟปีนี้ โดมจะติดแอร์เย็นชุมฉ่ำ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ “ ชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ”

พร้อมการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชมงาน รับประกันความปลอดภัย พร้อมความสุขใจ และประทับใจ ที่สำคัญ เมื่อเกิดประทับใจแล้ว อย่าลืมนำไปบอกต่อความประทับใจแก่กับคนที่เรารู้จัก เป็นการช่วยเชิญชวนให้เขาได้มาเที่ยวชมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษด้วยตัวเองให้ได้นั่นเองขณะเดียวกัน

ภายในงาน ยังมีเจ้าหน้าที่สารวัตรทุเรียนคอยอำนวยความสะดวก และ ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ยังไม่พอ ยังมีบริการรับส่งทุเรียนของบริษัท ไปรษณีย์ไทย สาขาศรีสะเกษ สามารถจัดส่งทุเรียนไปทั่วประเทศได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น / แถลงข่าวจับกุม แก๊งโจรกรรม รถยนต์ จักรยานยนต์ ปากคลองรังสิตคลองหลวง ปทุมธานี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พ.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธีสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำโดย คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจและผู้ช่วยที่ปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะแม่บ้านตำรวจชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1

นำโดยคุณณัฐวดี เอี่ยมวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1คณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 และข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น (First Aid & CPR)

โดยมี คณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก BEAT CPR TRAINING CENTER บรรยายให้ความรู้และสาธิตการปฏิบัติณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1เพื่อเป็นการฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตลอดจนครอบครัว ได้มีความรู้

ความเข้าใจและทักษะที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และผู้ประสบภัย ในภาวะฉุกเฉินได้ พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้จัดให้มีโครงการ….

.

แถลงข่าว #จับกุม #แก๊งโจรกรรม #รถยนต์ #จักรยานยนต์ #ปากคลองรังสิต #คลองหลวง #ปทุมธานี

วันที่ 28 พ.ค. 68 เวลา 10.00 น.พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการโจรกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนมากตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คดี ดังนี้ คดีที่ 1: จับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 68 ผู้เสียหายนำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ไปจอดที่สถานีรถไฟฟ้าหลักหก ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 68 พบว่ารถหาย จึงแจ้งความกับตำรวจการสืบสวนและจับกุม:เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ 3 ราย คือนายภูมิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี 4 เดือน – เคยต้องโทษลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 8 คดีนายฟรองซ์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี น.ส.อีฟ (นามสมมติ) อายุ 26 ปีผู้ต้องหาให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ที่โจรกรรม ไปขายให้นายหรั่ง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานีผลการตรวจค้นบ้านนายหรั่ง:พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันตรวจสอบพบว่า นายหรั่งกำลังจะนำรถทั้งสองคันขึ้นรถตู้เพื่อไปขายต่อที่เขตมีนบุรีนายหรั่งรับสารภาพว่า

เริ่มรับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 6 เดือน ได้รับซื้อรถมาแล้ว มากกว่า 135 คันจากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบยอดเงินหมุนเวียนทั้งสิ้น 11,227,970 บาทนายหรั่งส่งรถให้เพื่อนใน Facebook เพื่อปลอมแปลงเอกสาร โดยเก็บค่าดำเนินการคัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 พบว่า นายหรั่งขายรถที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว 26 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมี 8 โรงพัก ที่มีการแจ้งหายได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

    คดีที่ 2: จับแก๊งโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุม นายเล้ง (นามสมมติ) อายุ 47 ปีจากการสอบสวน นายเล้งให้การว่า โจรกรรมรถแล้วนำไปขายต่อให้นายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 40 ปีการตรวจค้นและของกลาง:ตรวจค้นบ้านพักนายเล็ก พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันรถที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 คันเอกสารปลอม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียน สำเนารายการจดทะเบียน และเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถอีกจำนวนมากเมื่อได้รถมา จะส่งให้เครือข่ายใน Facebook ปลอมแปลงเอกสาร ลักษณะเดียวกับคดีที่ 1 โดยมีค่าดำเนินการ

      คัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”
      ภาพรวมความเสียหายทั้ง 2 คดี:มูลค่าความเสียหายรวมกัน มากกว่า 12,000,000 บาทจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวม 6 รายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภ.จว.ปทุมธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีโจรกรรมรถ ไปแล้ว 18 คน และติดตามรถที่ถูกโจรกรรมไป นำส่งคืนให้กับเจ้าของแล้ว 23 คัน

      มีการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้รับซื้ออย่างเข้มข้นณ สภ.ปากคลองรังสิต ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โปรดแจ้งเบาะแสไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”น้องปุณณ์“ ฝึกซ้อมเรียกความฟิต พร้อมลุยศึกภูเก็ต สปอร์ตซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025

      แชร์เนื้อหานี้

      ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น้องปุณณ์-ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่ง ล่าสุดว่า ขณะนี้กำลังเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเทควันโดรายการ Phuket Sport City Taekwondo Open 2025 ที่จะมีแข่งขันขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 พ.ค.68 นี้

      ทั้งนี้ สภาพความพร้อมทั่วไปดี สภาพจิตใจ สภาพร่างกาย และความมั่นใจเต็มที่ โดยได้เริ่มฝึกซ้อมเพื่อลงแข่งในรายการนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นการกลับมาฝึกซ้อมอย่างจริงจังหลังเปิดภาคเรียนใหม่ประจำปีนี้

      ช่วงนี้หลังเลิกเรียนจะใช้เวลาในการฝึกซ้อม ตั้งแต่เวลา 17.30-20.30 น. เป็นประจำทุกวัน โดยใช้เวลาฝึกซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ยวันละประมาณ 5 ชม. เพื่อเตรียมความลงแข่งขัน โดยการฝึกซ้อมบางวันอาจมีอุปสรรคบ้างในเรื่องของสภาพอากาศ

      ทั้งนี้ เพราะโรงยิมที่ฝึกซ้อมเป็นยิมเนเซี่ยมที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ วันไหนฝนตกก็โอเค แต่ถ้าช่วงไหนร้อนก็ส่งผลกระทบบ้าง แต่ปรับตัวได้จนชินแล้ว บางวันที่ยิมมีสอบเลื่อนขั้นสายเทควันโด ตนเองก็จะไปช่วยโค้ชผู้ฝึกสอนช่วยดูแลรุ่นน้อง ตอนนี้สภาพจิตใจและความพร้อมตอนนี้ค่อนข้างเต็มที่ 100%

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.น่านจัดกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2568

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. โรงพยาบาลน่าน จัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคตินเสพติด จน ตาย”

      โดยมี นพ.วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เป็นประธานกล่าวเปิด และ พญ.วาลิกา รัตนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์

      เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ผลกระทบต่อสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง สร้างความตระหนักถึงอันตรายของการเสพติดนิโคติน และสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า

      เข้าสู่กระบวนการเลิกบุหรี่ที่เหมาะสมปลอดภัย โดยมีคณะผู้บริหารพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่าน อสม.ฟ้าใส นักเรียนในเขตเทศบาลเมืองน่าน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม

      ซึ่งกิจกรรมประกอบไปด้วย การมอบใบเกียรติบัตร “บุคคลต้นแบบเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ” บูธเกมโทษและพิษภัยจากบุหรี่ ตอบคำถามชิงรางวัล/Kahoot ณ ลานชั้น 1 อาคารรังสี

      ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน/ภาพข่าวทีมปชส.รพ.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 3 นครราชสีมา แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 198,000 เม็ด

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 เวลา 10.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ต. ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมาตำรวจภูธรนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง และ ปปส.ภาค 3 ร่วม แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดพล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว. นครราชสีมา, พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส. สภ.โพธิ์กลาง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.สภ.โพธิ์กลาง, พธิ์กลาง, ร.ต.อ.ภาคิน พิทักษ์ศุภกร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง ร่วมสืบสวนจับกุมตัว

      ๑. นายเสือ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๒. นายยุทธ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๓. นายมอล (นามสมมุติ) อายุ ๓๒ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ )
      ๔. นางสาวพลอย (นามสมุติ) อายุ ๒๑ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๔) พร้อมด้วยของกลาง ๑. ยาบ้า จํานวน ๒ เม็ด
      ๒. ยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด ๓. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น ๑๑ สีดำ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๔. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ ๒๔ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๕. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ๕๘ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๖. น้ำปัสสาวะบรรจุขวดพลาสติก จำนวน ๔ ขวด

      พฤติการณ์แห่งคดี วันที่ ๒๓ พ.ค.๖๘ เวลาประมาณ 00.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและลำเลียงยาเสพติดที่ถนนมิตรภาพ ต.โคกกรวด อ.เมือง จว.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ชุดสนับสนุน จึงได้ทำการออกตรวจในบริเวณก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดฯ ดังกล่าว ต่อมาเวลา ๐๐.๒๐ น. พบว่ามีรถยนต์กลับรถก่อนถึงจุดตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงถนนหมายเลข ๒๙๐ บ้านหนองกุ้ง หมู่ที่ ๑๓ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา พบรถยนต์กระบะแค๊ปสีเขียว ยี่ห้ออีซูซุ จังหวัดบุรีรัมย์ เลี้ยวเข้าไปจอดที่บริเวณอยู่หน้าสนามชนไก่แก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบบุคคลชาย ๒ คน คือนายเสือ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นคนขับรถ และนายยุทธ (ผู้ต้องหาที่ ๒) นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ท่าทางมีพิรุธสงสัย จึงได้ทำการสอบ ทั้งสองแจ้งว่ารถยนต์เสีย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ จึงได้สอบถามจนทั้งสองคนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาและเป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถที่ขนยาบ้า แต่ระหว่างขับรถมาทราบว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ด้านหน้า จึงเลี้ยวกลับรถก่อนถึงจุดตรวจแล้วมาจอดรถรอเพื่อให้จุดตรวจเลิกก่อนจึงจะเดินทางต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าวพบยาบ้าจำนวน ๒ เม็ด ของกลางลำดับที่ ๑) จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและแจ้งผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพ ติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบ

      นายเสือฯ และนายยุทธฯ ทราบสิทธิดังกล่าวดีโดยละเอียดแล้วได้สมัครใจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าได้เป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถคันที่ขนยาบ้า จะขับรถนำทางห่างกันประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ซึ่งรถขนยาบ้ามีจำนวน ๓ คน ชื่อนายต้า (คนขับรถ), นายมอล และ น.ส.พลอย ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว กทม. เดินทางไปรับยาบ้ามาจาก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี ซึ่งจะติดต่อกันผ่านแอฟพลิเคชั่นเฟสบุ๊คของนายต้า ตลอดเวลาที่เดินทาง
      เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วางแผนจับกุมโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสอง ติดต่อกับรถคันที่ขนยาบ้าให้มาพบที่จุดที่ตนเองอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้ๆจุดนัดหมาย ต่อมาเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. รถยนต์เป้าหมายได้มาจอดที่จุดนัดหมาย โดยไม่ดับเครื่องและไม่ลงจากรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า เป้าหมายจะหลบหนีจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าทำการจับกุม แต่รถยนต์เป้าหมายได้ขับ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามไปอย่างกระชั้นชิด มุ่งหน้าผ่านสวนสัตว์นครราชสีมา จนมาถึงจุดสร้างสะพานแห่งใหม่บ้านหนองบัวศาลา ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา รถยนต์เป้าหมายได้เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนนไม่สามารถขับต่อไปได้ คนภายในรถทั้ง ๓ คน ได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ามันสำปะหลังข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งไล่ติดตามจับกุมตัวมาได้ จำนวน ๒ คน คือนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ส่วนผู้ชายอีก ๑ คน (นายต้า) หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาตรวจค้นรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาทั้งสองนั่งมา ผลการตรวจค้นพบยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด

      เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ให้การว่าเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. นายต้าฯ ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาพบและชวนให้นั่งรถไปเป็นเพื่อนที่ จว.สระบุรี โดยนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) นั่งข้างคนขับ ส่วน น.ส.พลอยฯ (ผู้ต้องหาที่ ๔) นั่งที่เบาะหลัง เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ได้จอดรถริมทางบริเวณทุ่งนาที่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี นายต้าฯ ก็ได้ให้นายมอลฯ ลงไปเอาถุงสีดำที่วางไว้ข้างทางขึ้นมาเก็บบนรถ จำนวน ๑ ถุง แล้วเดินทางกลับ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ โดยให้รถยนต์ของนายเสือฯ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นรถนำเพื่อคอยดูเส้นทางว่ามีด่านตำรวจหรือไม่ จนมาถึงที่เกิดเหตุแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยมีไว้ เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” ซึ่งผู้ต้องหาทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีโดยละเอียดแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / เปิดศึก “มุกดาหารแชมเปี้ยนคัพ 2025” อย่างยิ่งใหญ่!

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ

      บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

      ฟุตบอล “มุกดาหารแชมเปี้ยนคัพ 2025” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

      การแข่งขันนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 29 มิถุนายน 2568 โดยมีทีม

      ฟุตบอลจากทั่วจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมชิงชัย เพื่อค้นหาทีมแชมป์หนึ่งเดียวของปี

      บรรยากาศในพิธีเปิดเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่มาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาอย่างล้นหลาม

      ขอเชิญชวนชาวมุกดาหารและผู้ที่สนใจร่วมชมและเชียร์การแข่งขันได้ที่สนาม

      กีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / ด่วน!!! “เสียงปืนแตก” ยิงปะทะทหารกัมพูชาที่ช่องบก ล่าสุดทหารไทยปลอดภัย ยังคงตรึงกำลังเข้มในพื้นที่

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอ

      น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่าเมื่อเวลา 05.30 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รายงานว่าได้เกิดเหตุปะทะกับกำลังทหารกัมพูชาที่เข้ามาวางกำลังในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

      ฝ่ายไทยได้ส่งชุดประสานงานเข้าพูดคุยตามแนวทางปกติ แต่เกิดความเข้าใจผิดจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนกำลัง จึงเปิดฉากใช้อาวุธยิงใส่ ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ โดยการปะทะกินเวลาราว 10 นาที

      ต่อมาในเวลา 05.55 น. พลตรี ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสานกับ พันเอก บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ฝ่ายไทย เพื่อยุติการปะทะ ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงและตรึงกำลังในพื้นที่

      ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อหาข้อยุติในประเด็นการอ้างสิทธิ์ และวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างสันติ โดยกองทัพบกยืนยันว่า กำลังพลฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมให้ทราบในโอกาสต่อไป

      กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #ชายแดน

      ไทยกัมพูชา #ช่องบก #กองทัพบก #ปะทะชายแดน #ความมั่นคงชายแดน #เจรจา ทวิภาคี #อุบลราชธานี #ทหารไทย #ทหารเขมร #ตรึงกำลัง #ข่าวสถานการณ์ล่าสุด

      ​ เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสกลนคร เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้า ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 27พฤษภาคม 2568 เวลา09.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์ แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) /นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง /ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

      เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฎหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่12 อำเภอบ้านม่วง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อแก้ว ชุดปฏิบัติการตำบลบ่อแก้ว

      ได้ลงพื้นที่ดำเนินการติดตามผู้หลีกเลี่ยง ไม่ยินยอมเข้ารับการคัดกรองหาสารเสพติดในร่างกาย(Re x-ray)และผู้ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพ

      ติดโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน(CBTX) ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สกลนครโมเดล ณ ศาลาประชาคมบ้านบ่อแก้ว หมู่ที่ 14 ต.บ่อแก้ว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร จำนวนยอดที่ติดตาม ณ วันนี้ 104 ราย เข้ากระบวนการบำบัด จำนวน 6 ราย จับกุมดำเนินคดี 12 ราย

      รายที่ 1 ของกลาง : ยาบ้าจำนวน 12 เม็ด (ตรวจค้น) โดยกล่าวหาว่า : เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รายที่ 2 ของกลาง : 1. ยาบ้า จำนวน 10 เม็ด 2. เครื่องกระสุนปืนขนาด 380 มม.จำนวน 21 นัด 3. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 40 นัด

      โดยกล่าวหาว่า: 1. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” 3. มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน รายที่ 3 – รายที่ 12

      โดยกล่าวหาว่า: เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย สถานที่จับกุม พื้นที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วงจังหวัดสกลนคร
      จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านม่วง เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

      สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หมอเดว เข้ารับประทานรางวัล พระเกี้ยวธรรมจักร ประจำปี 2568 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

      แชร์เนื้อหานี้

      27 พฤษภาคม 2568 รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เข้ารับประทานรางวัล จาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นองค์ประธาน พิธีประทานรางวัล “พระเกี้ยวธรรมจักร” ประจำปี 2568 ณ หอประชุม มวก 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

      รางวัลพระเกี้ยวธรรมจักร จัดขึ้นโดยมูลนิธิศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเป็นการยกย่องให้กำลังใจ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานและการดำรงตน ส่งเสริมพระพุทศาสนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม และเป็น

      บุคคลผู้นำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาให้ปรากฎสืบไป
      .ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคมศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรมติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
      🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
      🎥 YouTube : Moral Channel

      สภาสังคมสงเคราะห์ฯมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

      26 พฤษภาคม 2568 : 16.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมกับ

      พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ลบ. และคณะ,พ.อ.พิเศษ สมภพ สีสมุทร หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง และคณะ,พ.ต.เฉลิม อินจำปา รอง หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง

      ผู้ประสานงาน,จิตอาสาทหารปืนใหญ่ รุ่น 8/25 : ลงพื้นที่มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

      *** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 6 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

      องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3 ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมบัติหรือวัฒน์ บันดาลโทสะ ตีด้วยท่อนไม้ นายจเรหรือยา บุญทิ้ง ตายคามือ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 10.00 น.พ.ต.ท.ภูมินทร์ เอี่ยมอ่อง ร้อยเวร พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชุมแพ ได้รับแจ้งทางวิทยุจาก สภ.ย่อยโนนหันว่ามีเหตุฆ่ากันตายที่หมู่บ้านหลังโนนชาด หมู่ที่ 9 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

      จึงรายงานให้ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการฯซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาทราบ จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน สายตรวจรุดไปยังที่เกิดเหตุพบศพผู้ตายอยู่ในลักษณะนอนหงาย ใส่กางเกงขายาวสีดำเสื้อยืดสีขาวนอนขวางถนนภายในหมู่บ้าน จาก

      การชันสูตรพลิกศพสันนิษฐานว่าถูกตีด้วยของแข็งหรือของมีคมจนใบหน้าเละเป็นที่น่าหวาดเสียวแก่ผู้พบเห็นทราบชื่อผู้ตายภายหลังว่านายจเรหรือยา บุญทิ้ง อยู่เลขที่ 61 หมู่ บ้านหนองครอง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ ขอนแก่นและ จนท.ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุซึ่งนั่งรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุพร้อมของกลางจอบ 1เล่มไม้ยาว 1เมตร 1ท่อน

      ทราบชื่อนายสมบัติหรือวัฒน์ แนวประเสริฐ อายุ 51ปี อยู่เลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาด ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ ซึ่งประวัติพึ่งพ้นโทษมาณ 3 เดือนในข้อกล่าวหาบุกรุกเคหสถานแล้วมาก่อเหตุ

      มูลเหตุและแรงจูงใจเกิดจากการทะเลาะวิวาทในวงสุราประกอบกับผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและเสพสารเสพติดไปจำนวนมาก จึงเกิดบันดาลโทสะคว้าได้ท่อนไม้กระหน่ำตีที่ศรีษะและใบหน้าผู้ตายไม่ยั้งมือแล้วลากศพไปไว้ที่ถนน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาด ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

      เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมบัติหรือวัฒน์ แนวประเสริฐ ผู้ต้องหา ทราบว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงควบคุมผู้ต้องพร้อมของกลางเพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

      จ่ากบ รายงาน

      สมบัติหรือวัฒน์ บันดาลโทสะ ตีด้วยท่อนไม้ นายจเรหรือยา บุญทิ้ง ตายคามือ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

      วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลาประมาณ 11.10 น
      พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก สภ ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.ต.ภูมินทร์ เอี่ยมอ่อง พงส ร.ต.อ.นัฐพล จันฤาชา หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนโนนหัน ร.ต.ท.บุญมา ทศแก้ว นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน ตรวจสอบเหตุ และนายวิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน สังเกตการณ์ฆ่ากันเสียชีวิตสถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 46 หมู่ 9 บ้านหลังโนนชาต ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น


      เบื้องต้นนายสมบัติ อายุ 51ปี ผู้ก่อเหตุกับผู้ตาย นายจเร บุญมั่ง อายุ 61 ปี เลขที่ 67 หมู่ 8 บ้านหนองคอง ตำบลโนนหัน
      ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนกับผู้ตายได้ทะเลาะกันบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นนายสมบัติ จึงได้ใช้ไม้ฟาดผู้ตาย เป็นเหตุให้เสียชีวิต แล้วลากผู้ตายไปไว้บริเวณกลางถนนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ (ความคืบหน้ารายงานต่อไป)


      วินสื่อรัฐทีวีขอนแก่น/สมมาตร แอ๋มไร่/ภาพข่าว

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กกล.สุรศักดิ์มนตรี จัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับสื่อมวลชน2568 ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 พ.ค.68 ที่สนามอินเตอร์บึงกาฬ(นาบุญมา) ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย กองบังคับการควบคุมที่ 2 (ร.13) ร่วมกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ

      จัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับสื่อมวลชน 2568 ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

      พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พันเอก จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน

      หน่วย พร้อมด้วย พันเอก เรวัฒ ธรรมจิรเดช รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 [ร.13] กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

      นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายธนิต รามัญวงศ์ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ นายเชิดชัย

      เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ดร.บุญมา พันดวง ผู้บริหารบุญมาทีวีช่อง67 นายนิธิศักดิ์ เศษฐแสงสี ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนในพื้นจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกิจกรรม

      การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน พร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดในการนำเสนอข่าว เพื่อประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตามแนวชายแดน และแนวทางการขับเคลื่อนงานป้องกัน และ

      ปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดเร่งด่วนของรัฐบาล ภายในกิจกรรมฯ

      มีการร่วมกันแข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ ระหว่าง กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ส่วนราชการ และสื่อมวลชน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / ศุลกากรมุกดาหารจับโป๊ะ! พ่อค้าข้ามชาติแสบลอบขนสินค้าออกจากตู้ผ่านแดน ก่อนวางกล่องเปล่าตบตาเจ้าหน้าที่ / ​ตาวูบหมดสติขณะขับรถกลับจากฟอกไต หน่วย EMS รพ.มุกดาหาร เข้าช่วยชีวิตได้ทัน

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

      นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่ามีสินค้าผ่านแดนจำนวนมากถูกลักลอยขนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สั่งการให้นายคําพร ธุระเจน หัวหน้าฝ่ายปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามส่วน

      ควบคุมทางศุลกากร ภาค 2 และ สำนักสืบสวนและปราบปราม 1 ตรวจสอบตู้สินค้าผ่านแดน ตามใบขนสินค้าผ่านแดน จํานวน 99 ฉบับ ซึ่งสําแดงชนิดสินค้าเป็นเครื่องแต่งกาย จํานวนรวม 581 หีบห่อ น้ำหนักรวม 7,728 กิโลกรัม โดยสินค้าดังกล่าวพ้นกําหนด 30 วัน ในอันที่จะต้องนําออกไปนอกราชอาณาจักร จึงตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติศุลกากร

      ผลการตรอจสอบพบว่ามีเพียงกล่องเปล่า 268 ชิ้น และพาเลทไม้ 24 ชิ้น ไม่พบสินค้าเครื่องแต่งกายตามที่สำแดงไว้ กรณีจึงมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าผู้ขอผ่านแดน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้นําสินค้าผ่านแดนออกจากตู้บรรทุกสินค้าเข้ามาใน

      ราชอาณาจักร อันเป็นความผิดฐานเคลื่อนย้ายของออกใปจากยานพาหนะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงได้ยึด/อายัดของดังกล่าว เพื่อติดตามผู้กระทำความผิดดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      ​ตาวูบหมดสติขณะขับรถกลับจากฟอกไต หน่วย EMS รพ.มุกดาหาร เข้าช่วยชีวิตได้ทัน

      เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เกิดเหตุชายสูงอายุ เกิดอาการวิงเวียน ชักและวูบหมดสติไปชั่วขณะข้างศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ขณะขับรถกระบะอีซูซุ ไฮแลนด์เดอร์ หมายเลขทะเบียน บง 4858 มุกดาหาร จะกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นการฟอกไตที่โรงพยาบาลมุกดาหาร โชคดีที่รถเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ผ่านมาประสบเหตุพอดี จึงได้เข้าช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมเรียกหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) โรงพยาบาลมุกดาหารมารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหารต่อไป

      สอบถามยายที่นั่งรถมาด้วยกันได้ความว่า เมื่อเช้าตาขับรถมาฟอกไตที่โรงพยาบาลมุกดาหารโดยมีตนนั่งมาด้วย หลังจากฟอกไตเสร็จเรียบร้อยขณะที่ตากำลังขับรถจะกลับบ้านปรากฏว่าเกิดอาการวิงเวียนจะเป็นลมและวูบหมดสติไปพักหนึ่ง ดังกล่าว

      เบื้องต้น คาดว่าชายคนดังกล่าวเกิดอาการวูบจากความเหนื่อยล้าหลังการฟอกไต หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อย่างไรก็ตามต้องรอผลการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากแพทย์อีกครั้งหนึ่ง

      วูบกลางถนน #ฟอกไต #ชายสูงวัย #เหตุการณ์ระทึก #พลเมืองดี #หน่วยEMSโรงพยาบาลมุกดาหาร #ช่วยชีวิตทันเวลา #ข่าวมุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      ​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัว “ภูมิลา” ผู้ประสบเหตุ “ต้นไม้โค่นทับรถ” สูญเสียพ่อแม่ เหลือลูกสาววัยเรียน

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทย นายอำเภอนิคมคำสร้อย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุต้นไม้โค่นทับรถยนต์ขณะเดินทาง บริเวณบ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

      เหตุสลดเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา บนถนนสายบ้านชัยมงคล-บ้านหนองนกเขียน ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถกระบะโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 3270 มุกดาหาร ส่งผลให้ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ป่วย ส่วนลูกสาววัย 16 ปี ที่นั่งอยู่แคปด้านหลังได้รับบาดเจ็บขาดสายหัก และถูกนำส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ล่าสุดอาการปลอดภัยแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้านได้

      นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว ซึ่งผู้เสียชีวิตมีลูกสาวกำลังเรียนอยู่ชั้น ม 5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรพ์ ส่วนลูกชายอายุ 29 ปี ปัจจุบันมีงานทำและมีครอบครัวแล้ว เบื้องต้นได้มอบเงิน จาก เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 100,000 บาท มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 20,000.บาทชมรมแม่บ้านมหาดไทย 20,000.บาท เงินช่วยเหลือตามระเบียบสำนักนายกฯ 80,000.บาท ชมรมดอกช้างน้าวบาน 23,000 บาท พร้อมหน่วยงานต่างๆ ให้การช่วยเหลือเป็นเงิน กว่า 400,000.บาท

      นายวรญาณ บุญณราช ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจ พร้อมให้แนวทางการดูแลเยียวยาช่วยเหลือ โดยมอบให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมขอให้ชุมชนช่วยกันให้กำลังใจประคับประคองครอบครัวให้ดำเนินชีวิตได้ต่อไป

      ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมให้แนวทางในการดูแลและเยียวยาแก่ครอบครัว และขอความร่วมมือจากชุมชนร่วมกันเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อประคับประคองครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้กำลังใจจากผู้ว่า #มุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #ต้นไม้

      ล้มทับพ่อแม่ #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #นิคมคำสร้อย #กำลังใจถึงครอบครัว #ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร #เหล่ากาชาดมุกดาหาร #ข่าวชุมชน #ช่วยเหลือฉุกเฉิน #อุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เบนซ์ไพรม์มัส” ลุยงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events

      แชร์เนื้อหานี้

      นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้ร่วมกับบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดกิจกรรมให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทาย ในงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events ที่สนาม Spirit Adventure Ground จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัดกับสมรรถนะและความหรูหราของยนตรกรรมระดับโลก Mercedes-Benz ในตระกูล SUV ที่มีให้เลือกสัมผัสและทดลองขับมากกว่า 11 รุ่น พร้อมรุ่นเรือธง Mercedes-AMG G 63 ราชันแห่งออฟโรด พร้อมเสริมทักษะการขับขี่ เพื่อการใช้รถยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นและมอบความไว้วางใจให้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ได้มีโอกาสบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

      นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และบริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรม Mercedes-Benz SUV Driving Events ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากลูกค้า Mercedes-Benz ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์สไตล์ออฟโรดเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 ราย โดยวันแรก ได้นัดพบลูกค้าคนสำคัญ ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” สาขาเลียบด่วน-เอกมัยรามอินทรา โดย “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” กับ “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ก่อนเดินทางมุ่งหน้าสู่โรงแรมสยามดาษดา เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเช็คอินน์เข้าสู่ที่พัก และร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงต้อนรับ ที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ด้วยอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ เคล้าคลอกับเสียงเพลงที่มอบความสนุกสนานเพลิดเพลินตลอดค่ำคืน

      วันที่ 2 เป็นกิจกรรมการขับขี่รถยนต์ Mercedes-Benz ในแบบออฟโรด โดยทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะที่ทรงพลังของรถยนต์ ในตระกูล SUV อย่างเต็มพิกัด โดยมีรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้เลือกทดลองขับมากมาย ทั้งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไฮบริด และเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล รวมกว่า 11 รุ่น อาทิ รุ่น EQE 350 4MATIC SUV AMG Dynamic, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic, GLC 220 d 4 MATIC Avantgarde, GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic, GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic และ GLS 450 d 4MATIC AMG Dynamic เป็นต้น พร้อมรุ่นเรือธง “Mercedes-AMG G 63” ราชันแห่งรถออฟโรด สุดยอดนวัตกรรมแห่งความแข็งแกร่ง ทรงพลังอย่างไร้ขีดจำกัด ที่ทาง “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” จัดมาให้พิเศษสำหรับทริปนี้โดยเฉพาะก่อนลงสนามจริง

      ทางผู้บริหาร และทีม Instructor ของ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ได้นำเสนอข้อมูลของรถยนต์ในแต่ละรุ่น และเทคนิคการขับขี่รถยนต์ในสภาพถนนที่มีความหลากหลายของแต่ละสถานี เพื่อให้ได้สัมผัสประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ หากมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดด้วยเช่นกัน

      ด้านสนาม Spirit Adventure Ground ถือเป็นสนามออฟโรดมาตรฐานและเป็นสถานที่สำหรับพัฒนาทักษะการขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ “สื่อสากล” โดยมีการออกแบบพื้นที่สำหรับการขับขี่ในสภาพถนนและสถานการณ์ต่างๆ แบ่งออกเป็น 7 สถานี คือ การขับขึ้น-ลงเนินชันยาว เนินสลับ เนินเฉียงขวาหักศอก เนินทรงแหลมเฉียงขวา และทางเฉียงขวายาว บนเส้นทางที่เป็นทางทราย ทางขรุขระ ทางโคลนที่ลื่นไถล รวมถึงการขับขี่ข้ามร่องน้ำยาว ทำให้เห็นสมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ Mercedes-Benz ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสมบูรณ์แบบ ทั้งความแม่นยำในการควบคุม การทรงตัว และเกาะถนน ที่สำคัญ คือ ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของ Mercedes-Benz ที่ทำให้สถานการณ์การขับขี่ต่างๆ ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย นับเป็นการเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ในการขับขี่อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

      สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / -​ทพ.2107 สกัดจับคนนามสกุลดัง ลักลอบขน จยย. ข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะทหารพรานที่ 2107 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2107) ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์

      ข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ ม.1 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ จ.ส.ต.เมธาสิทธิ์ เนตรแสงศรี ผบ.ชป.4 (บ้านตาลใหม่) จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง

      ครั้นเมื่อเวลา 19.20 น. ชุดปฏิบัติการได้ตรวจการณ์เห็นเรือกีบติดเครื่องยนต์ วิ่งเข้ามายังฝั่งไทยจากนั้นได้มีชายว 2 คน นำรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 i สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จูงลงบันไดเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขง และนำรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือกีบติดเครื่องยนต์

      ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้วิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถวิ่งตามไปจับกุมตัวไว้ได้ 1 ราย

      คือ นายสมโภชน์ ศรีลาศักดิ์ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 86 ม.4 บ.นาห้วยกอก ต.ดอนตาล จึงได้ควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      ลักลอบขนรถส่งข้ามลาว​ #ขบวนการค้ารถข้ามชาติ​ #ชายแดนไทยลาว​ #ทหารพราน2107​ #ดอนตาล​ #มุกดาหาร​ #ข่าวภูมิภาค​ #ข้ามโขง​ #สกัดจับ​ #ข่าวด่วน​

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      ​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / นอภ.นิคมคำสร้อย นำ จนท. ร่วมให้กำลังใจครอบครัว “ภูมิลา” หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถ

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัว “ภูมิลา” ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ตำบลร่มเกล้า

      หลังเกิดเหตุสลดใจจากอุบัติเหตุต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของครอบครัว ขณะที่ลูกสาว นางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปีซึ่งนั่งอยู่ในแคปด้านหลังของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นและยังคงมีอาการโศกเศร้าจากการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว

      โดยนายอำเภอนิคมคำสร้อยได้เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมกระเช้าสิ่งของให้แก่นางสาวศิริรัตน์ เพื่อเป็นการปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจในเบื้องต้น ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลดของญาติพี่น้องและชาวบ้านในชุมชนทั้งนี้ ครอบครัวของผู้สูญเสียมีอยู่ด้วยกัน 4 คนประกอบด้วย นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เป็นพ่อและแม่ นายอาทร ภูมิลา อายุ 29 ปี ลูกชายปัจจุบันมีครอบครัวและพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ

      และนางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปี ลูกสาวซึ่งอยู่ในรถคันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บด้วย ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรค์ ทั้งนี้ชาวบ้านต่างแสดงความชื่นชมนายอำเภอนิคมคำสร้อยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข -โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ที่ออกปลอบขวัญให้กำลังใจ เยียวยาแก่ ครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วอุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพบ้าน เพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย ณ ชุมชนสลิดทอง หนองจอก กรุงเทพฯ

      แชร์เนื้อหานี้

      26 พฤษภาคม 2568 : 09.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบ

      หมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,จนท.สภาสังคมสงเคราะห์ฯ,จนท.ทหารช่าง ช.พัน.2 จ.ฉะเชิงเทรา,จนท.กระทรวง

      พม.,อส.พก.,ประธานชุมชน,คณะจิตอาสาชุมชน และจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” : ลงพื้นที่ตรวจประเมินสภาพบ้านเพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 1 ราย ณ ชุมชนสลิดทอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

      *** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 1 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวแกงปักษ์ใต้“ครัวนายหนัง”ประกาศไม่ปรับราคาแม้เศรษฐกิจดิ่งเหว

      แชร์เนื้อหานี้

      ร้านข้าวแก้งครัวนายหนัง จังหวัดนครราชสีมา สู้กับพิษเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง วัตถุดิบปรับราคา แต่ร้านตนขอประกาศว่าไม่ขอปรับราคายังขายข้าวแกงจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10-20 บาท เท่านั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนมีรายได้น้อย

      นายสุรพล จันทรชูเดช เจ้าของร้านครัวนายหนัง 4 สาขา ที่จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเปิดร้านขายข้าวแกงปักใต้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา

      โดยชื่อ “ครัวนายหนัง” มาจากการเอาชื่อของพ่อตาที่เป็นชาวจังหวัดชุมพร มาตั้งแต่ทำอาชีพฉายหนังตะลุง ซึ่งสาขาแรกเปิดที่ตำบลหมื่นไวย สาขาที่ 2 ในโรงพยาบาลมหาราช สาขาที่ 3 ที่ปั้มบางจากติดกับตลาดเซฟวันและสาขาที่ 4 ภายในศูนย์ป่าไม้ติดกับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษานครราชสีมา

      นายสุรพลกล่าวต่อไปว่าในสภาวะเศรษฐกิจแย่และตกต่ำกับค่าครองชีพที่สูง แต่ตนขอขายข้าวแกงในราคาเดิมคือจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและบุคคลทั่วไปที่มีกำลังซื้อน้อยทั้งๆ ที่ค่าวัตถุดิบมี

      ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตนและครอบครัวว่าช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเอาแต่รายได้น้อยๆ ก็เพียงพออยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจถดถ้อยแบบนี้ แต่คุณภาพยังเหมือนเดิมทุกประการ เพราะที่นี่คัดแต่วัตถุดิบดีๆ มีคุณภาพ สะอาดปลอดภัย พิถีพิถันในการปรุงทุกๆ ขั้นตอน ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากทุกๆ วัน

      เจ้าของร้านครัวนายหนังกล่าวต่อไปอีกว่า ข้าวแกงที่ทางร้านทำส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคกลาง อาทิเช่น หล่นปูทะเล คั่วกลิ้ง น้ำพริกกะปิ แกงส้ม แกงเขียวหวาน ต้มยำขาหมู ไก่คั่วพริกเกลือ

      ผัดวุ่นเส้น ผัดคะน้าหมูกรอบ หมูพะโล้ แกงแพนงหมู และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่รับรองความอร่อยปรุงรสชาติจัดจ้าน ขอเชิญมารับชิมรสได้ที่สาขาปั้มบางจากเลยตลาดเซฟวันมาเพียง 300 เมตรเท่านั้น นายสุรพลกล่าว

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พรรคประชาชน” จัดประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จ.สระแก้ว/จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (22 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุม สนง.สหพันธ์ที่ดินสระแก้ว หมู่ 13 ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จัดการประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จังหวัดสระแก้ว มีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนถูกต้อง โดยได้รับเกียติจาก อดีตสส.พรรคประชาชน นายทวีศักดิ์ ทักษิณ พร้อมผู้ช่วย สส.นายธวัช แกนนำเครือข่ายปีกแรงงาน พี่หมอเทพ และ เครือข่ายชลบุรี ระยอง ได้เดินทางมาให้ความรู้ทำความเข้าใจกับสมาชิกได้เข้าใจในการดำเนินงานของ “ปีกแรงงาน” ได้ชัดเจน

      ได้จัดตั้งคณะทำงานชั่วคราวปีกแรงงาน จ.สระแก้ว โดยการรับรองจากสมาชิกพร้อมกับมอบหมายและรับรองให้สมาชิกร่วมกันดำเนินกิจกรรมโดยคณะกรรมการ “ปีกแรงงาน” พรรคประชาชน ได้รับรอง โดยมีคณะขับเคลื่อนทั้ง 7 อำเภอ ที่มีสมาชิกกว่า 500 คนในจังหวัดสระแก้ว เฟสแรก 60 คนสำหรับยกระดับติดปีกให้กับสมาชิกที่มีคนมองว่าด้อยคุณภาพ เป้าหมายของเราคือ สมาชิก 2 พันคนในสิ้นปีนี้.

      จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

      วันนี้ (25 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ต.นกออกกอ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จัดพิธีมงคลสมรส ระหว่าง นายวิเชียร มหาพรม บุตรของ นายเชี่ยม – นางปี มหาพรหม กับ น.ส.สุภาพรรณ ยอดผักแวน

      บรรยากาศจัดแบบเรียบง่าย มีชาวบ้านญาติพี่น้องมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมี นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการเครือข่าย สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางร่วมในงานมงคลสมรสดังกล่าว.

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกิดเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG น้ำหนัก 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ จนท.เร่งกู้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ _

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ 26 พ.ค.68 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุรถบรรทุกก๊าซ LPG ปริมาณ 10 ตัน พลิกคว่ำบน ถ.เพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วง กม. ที่ 320 พื้นที่บ้านสวนขวัญ ต.คลองวาฬ อำเภอเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากแยกทางเข้าด่านสิงขร ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ไม่มีก๊าซรั่วไหล

      โดยกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม ปลอดภัย โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวดประจวบคีรีขันธ์ นายธนวัฒน์ เรืองเดช รก.หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดฯ แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จนท.ตร.สภ.คลองวาฬ อบต.ห้วยทราย อบต.คลองวาฬ อบต.เกาะหลัก ทม.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ

      ขณะที่ แขวทางทางหลวงประจวบฯ ปิด ถ.เพชรเกษม ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่องใต้ บริเวณจุดเกิดเหตุชั่วคราวเพื่อเคลียร์เส้นทาง ใช้รถเครนขนาด 35 ตัน และ 50 ตัน ยกรถบรรทุกก๊าซออกจากถนน พร้อมแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนที่เดินทางในฝั่งขาล่อง เบี่ยงไปใช้เส้นทางฝั่งตะวันออกในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ผ่านข้างกองบิน 5 หว้ากอไปออก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านหว้าโทน ส่วนผู้ใช้เส้นทางฝั่งขาขึ้น ใช้เส้นทางฝั่งตะวันตกจาก ถ.เพชรเกษม ที่บ้านต้นเหตุ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ ไปออกถนนข้างวัดหนองบัว ต.เกาะหลัก อ.เมือง ต่อไป

      ///////////////

      ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย ปีงบประมาณ 2568 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      แชร์เนื้อหานี้

      ภ.จว.ปทุมธานี 🔸️🔹️ เข้าพบหารือกับรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต เพื่อประสานความร่วมมือ ให้ความรู้แก่นักเรียน ให้รู้เท่าทันอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) วันที่ 21 พ.ค.68 เวลา 10.00 น.👮‍♂️

      พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี👨🏻‍💼 นายชาลี วัฒนเขจร ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต👮‍♂️ พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิตร่วมกับคณะครู รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต♦️ ร่วมหารือกับทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าบรรยายให้ความรู้แก่ นักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
      📍ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า

      ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี โชคชัยงามวงศ์ รอง ผบช.ภ. 1 ดำเนินการจัด….

      วันที่ 22 พ.ค.68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธี ฯ

      พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี

      พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรีคณะรอง ผบก.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคล

      คลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย สายงานป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ 2568ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมในการแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือทางสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งน่าน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท”

      แชร์เนื้อหานี้

      สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน นำโดย นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมขบวนแห่รถรางประชาสัมพันธ์รอบเมืองน่าน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมประมูล ทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท” ซึ่งมีความหมายมงคล “การงาน

      ก้าวหน้า การค้ามั่งมี เศรษฐีทวีทรัพย์” สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รวมทั้งสิ้น 301 หมายเลข ที่การประมูลจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม น่านตรึงใจ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้าสมทบ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน


      โดยนางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย จำนวน 301 หมายเลข ถือเป็นแผ่นป้ายทะเบียนแห่งความเป็นสิริมงคล เนื่องจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่านได้นำแผ่นป้ายประมูลทะเบียนรถเลขสวย 301 หมายเลขเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง (สวดมนต์ตั๋น) เสริมสิริมงคล

      ณ พระวิหารหลวง ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ในงานสมโภชประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และรายได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนน ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และสมทบกองทุนการวิจัยการใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

      ทั้งนี้ได้เปิดประมูลผ่านระบบ ไฮบริด คือจัดการประมูลทางวาจาร่วมกับการประมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ท่านที่สนใจร่วมประมูลผ่านอินเทอเน็ต ระบบเปิดให้ลงทะเบียนร่วมประมูลได้ทุกวันตลอด 24ชั่วโมง ลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมประมูลทาง www.tabienrod.com ลงทะเบียนด้วยตัวเองที่สำนักงานขนส่ง ทั้ง 3 แห่ง กำหนดจัดงานปิดประมูล ในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมน่านตรึงใจ

      สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมรับทะเบียนเลขมงคลที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านโทรศัพท์ 054-716047 สาขาอำเภอปัวโทรศัพท์ 054-791251 สาขาอำเภอเวียงสา โทรศัพท์ 054-719321 กปถ.น่านโทรศัทพ์หรือไลน์ ID LINE : 0992946599 เพจ FACEBOOK : ประมูลทะเบียนรถเลขสวยน่าน /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน


      สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / ฝนตกหนักทำต้นไม้ใหญ่โค่นทับรถกระบะเสียชีวิตติดภายในรถ​ 2 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

      แชร์เนื้อหานี้

      ฝนตกกระหน่ำตลอดทั่งคืน ทำต้นไม้ริมถนนในจังหวัดมุกดาหารโค่นลงมา ทับรถพ่อกับแม่ พร้อมลูกสาว ที่ขับผ่านมาพอดี เสียชีวิตคาที่2ราย คือพ่อและแม่ ส่วนส่วนลูกนั่งแคปด้านหลังบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย บ้านหนองนกเขียน ต.ร่มเกล้า อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าเข้าตัว อำเภอ นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

      เมื่อวันที 26 พ ค 68 เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ นิคมคำสร้อย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุต้นไม้ล้มทับรถยนต์จึงออตรวจสอบพร้อม พร้อมด้วยกู้ชีพ อบต โชคชัย ที่เกิดเหตุพบต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บ ฉ 3270 มุกดาหารสภาพห้องโดยสารยุบ ในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นคนขับ เป็นชายอายุ 54 ปี ส่วนหญิงที่นั่งข้างเป็นภรรยา อายุ 49 ปี ก็เสียชีวิตเช่นกัน

      โดย สภาพศีรษะถูกทับ ส่วนลูกสาวอยู่ในแคปด้านหลังคนขับบาดเจ็บไม่มาก ก่อนเกิดเหตุ 3คนพ่อแม่ลูกเดินทางอกจากบ้านเพื่อที่จะไปเยี่ยมญาติที่ป่วยอยู่ที่ โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย โดยคาดว่าระว่างขับรถมาต้นไม้ได้ล้มลงมาพอดีจึงทำให้ทับลงบริเวณห้องคนขับด้านหน้าทำให้ นาย สุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และ นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ทำให้เสียชีวิตทันที่ ส่วนลุกสาวอายุ 16 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาล

      จากการสอบถามที่เห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถจะกลับบ้านแล้วก็มาเจอ ต้นไม้ล้มลงมาทับรถกระบะคันดังกล่าวจึงได้เดินเข้าไปดูพบว่าด้านหน้าบริเวณห้องคนขับยุบลงไปทับตัวและหัวของผู้เสียชีวิตทั่งสองคนส่วนด้านหลังพบว่าเป็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงจึงแจ้งกู้ภัยเข้าช่วยเหลือเอาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกมาจากตัวรถดังกล่าว

      เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุของการเกิดเหตุในครั้งนี้อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกต่อเนื่องทำให้ดินชุ่มน้ำ ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถยึดเกาะกับดินได้มั่นคงจึงทำให้ล้ม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพิสูจน์ความสยองครั้งใหม่จากไต้หวันใน “GALA – ไลฟ์ติดผี” โดย THAM STUDIO 19 ตั้งแต่ 5 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

      แชร์เนื้อหานี้

      ใช้เครื่องสำอางชนิดพิเศษเพื่อออกแบบความน่าสะพรึงกลัวใน “GALA – ไลฟ์ติดผี”เป็นภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันที่ถูกพูดถึงมากมายถึงความน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในเรื่องสำหรับ “Gala – ไลฟ์ติดผี” เพราะทำให้คนที่ได้ดูแล้วรู้สึกจมดิ่งอยู่กับความหวาดกลัวผ่านภาพและเสียงในทุกเสี้ยววินาที

      “เราใช้เครื่องสำอางชนิดพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้วยการอ้างอิงจากโรคกลัวรูพรุน ภายใต้การแต่งหน้าของเมคอัพ อาร์ตติสท์ Chu Xu ที่ทำเอาแม้แต่ตัวผมเองก็ยังรู้สึกขยะแขยงและขนลุกขนพองไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งการผสมผสานโรคกลัวรูพรุนเข้ากับองค์ประกอบของภาพยนตร์สยองขวัญอาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีปรากฏในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ของไต้หวันที่ทำให้ผู้ชมไม่ควรพลาด” ผู้อำนวยการสร้าง หลิวเฟิงฉี กล่าว

      เตรียมพิสูจน์ความสยองครั้งใหม่จากไต้หวันใน “GALA – ไลฟ์ติดผี” โดย THAM STUDIO 19 ตั้งแต่ 5 มิถุนายนนี้เป็นต้นไปในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

      “ยังจำความประทับใจกับเรื่องราวความรักของเขาและเธอกันได้ไหม ?”

      เตรียมพบกับการกลับมาในรอบ 30 ปีของ “มหัศจรรย์แห่งรัก” ภาพยนตร์ไทยเจ้าของ 6 รางวัลตุ๊กตาทองประจำปี 2538 ฉบับรีมาสเตอร์ทั้งภาพและเสียงกับความคมชัดระดับ 4K ในผลงานการกำกับฯ ลำดับที่ 7 ของ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล โดย Movie Copyright (Thailand)

      เร็ว ๆ นี้สัมผัสความมหัศจรรย์อีกครั้งด้วยตัวคุณเองอีกไม่นานเกินรอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น….

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ ช่วยเหลือนักเรียน แนวชายแดน จ.สระแก้ว/กิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

      แชร์เนื้อหานี้

      23 พ.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองกำลังบูรพา นำโดย พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , พันเอกปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ,

      คุณสาธิมา ทานาเบ้ รองประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมคณะจิตอาสา ได้เดินทาง มาที่โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน แนวชายแดน จังหวัดสระแก้ว 3 โรงเรียนประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก โรงเรียนบ้านคลองหาด สาขาเขาช่องแคบ โรงเรียนทับทิมสยาม 05

      สร้างรอยยิ้ม สนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล
      มอบชุดนักเรียนพร้อมปักชื่อ มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน จัดให้มีการตรวจสุขภาพ ตรวจสายตา นัดตัดแว่นและลงฟูลออไลน์กันฟันผุ ให้เด็กทุกคนจำนวน 153 คน

      กิจกรรม วันนี้ ทำให้พวกเราใจฟูมาก เพราะเรารู้ว่าการให้ด้วยใจที่เมตตา มีค่ามหาศาลกับผู้รับ และพวกเราได้เปลี่ยนแปลง สร้างรอยยิ้ม สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

      เด็กๆทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข และรอคอยที่จะได้ใส่ชุดใหม่ รวมทั้งได้อร่อยกับข้าวไก่ทอด แกงจืดเต้าหู้และนมยูเอชทีที่เราจัดเลี้ยงแบบไม่อั้นในวันนี้

      ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับทุกกุศลจิตของท่านที่ได้สนับสนุนให้เราสามารถเข้ามาช่วยเหลือน้องๆในพื้นที่ห่างไกล และช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้นค่ะ

      มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)”

      อนุโมทนาสาธุการสามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด :https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdfPage #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรมhttps://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

      🏃‍♀️🩷สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.00 – 09.00 น.

      ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนจากภูผาสู่มหานที และสวนจตุจักร กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

      🏃‍♂️🩷กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีรวมถึงเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์

      ระหว่างองค์กรสมาชิกของทางสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมสมทบทุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ

      🏃‍♂️🏃‍♀️การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล /

      บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) / บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และอีกหลากหลายองค์กร

      🩷🙏สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอขอบคุณหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชนทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ความร่วมมือและน้ำใจจากทุกท่านเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน

      กิจกรรมเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน ขอขอบคุณทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together – สองหัวใจ ไปด้วยกัน” ทุกการสมัครคืออีก
      หนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยผลักดันให้ภารกิจเพื่อสังคมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

      สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

      25 พฤษภาคม 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,

      น.ส.จุฑามาศ ฉันทะ ผช.ผญบ.ม.2,นางพัชรินทร์ ดีผิว ผช.ผญบ.ม.5,นางสุภาพร โพธิ์เย็น อสม.ม.2,นายอำนาจ มานาก ผรส.ม.2,นายสิรภพ สุนะศรี จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

      *** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 3 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

      สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1