เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกพลงตาเอี่ยม สะท้านประธาน จัดการแข่งขันชกมวยนายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 พฤษภาคม 2568ประธานจัดการแข่งขันชกมวยนายปิยะ ปิตุเตชะ

นายก.อบจ.จังหวัดระยองโปรโมเตอร์ นายประสาน ขาวสะอาดนายก.อบต.พลงตาเอี่ยมนายสมเกียรติ เกษร กำนันพลงตาเอี่ยม

นายมนัส สมศักดิ์ ส.อบจ.ระยอง อ.วันจันทร์รายชื่อผู้สนับสนุนนายกิตติ กิจปภาพงศ์ ประธานบริษัท (เส้นดี 99 )

นายไพบูลย์ เชิญขวัญซ้อนี หนองเขิน (ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ)

แป๋วปลาเผาร้านกระจกวังจันทร์นายธงชัย บุญก่อเกื้อบริษัทประไพกิจก่อสร้าง

สวนทุเรียนเจ๊นุชลองถาวรโตอาจ + ร้าน ก.ทวีทรัพย์นายวิญญู วงศ์เมืองนายปรีชา คำคลองตัน รองนายก

อบต.วังจันทร์นายบุญเรือน เนินชัยนายสมโภช โฉมดีนายธนกฤต ยุทธเจริญกิจ

กำนันตำบลป่ายุบในนายวิชา พรหมประเทศส.อบต.พลงตาเอี่ยมแป้ง ทีมงานไร้สมอง หนองเขิน

นายนิธิโรจน์ ศิริเรืองวลี รองนายก อบต.ป่ายุบในป๋าแววนายโอภาส ภูระหงษ์นางสาวชญาภา สุขสวัสดิ์

รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยในศึกครั้งนี้และได้ให้เกียรติขึ้นคล้องพวง

มาลัยให้กับนักมวย ประกบคู่มวยโดย หมวดมด เสร็จผู้พันตู่ และน้องนิคม

โฆษกพากย์มวย ตี๋ ต.เต่า ณ.ตลาดผลไม้อำเภอวังจันทร์ ต.พลงตาเอี่ยม อ.วันจันทร์ จ.ระยอง เอ.คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรกันทรารมย์ ศรีสะเกษ จับยาบ้า 7 แสนเม็ด ทะลักเข้าประเทศมาจากฝั่ง สปป.ลาว ติดตามยึดทรัพย์ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เฮริคับเตอร์ของ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 รับผิดชอบเรื่องยาเสพติด เดินลงจอดที่โรงเรียนกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ สภ.กันทรารมย์ เปิดการแถลงข่าว เพื่อผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด การทำงานในการสกัดกั้น สืบสวน ขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดในข้อหา มียาเสพติด ชนิดยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ และจำหน่าย รายแรก จำนวน 5 แสนเม็ด

และยังพบชนิดของยาเสพติด ยาบ้าน ชนิดใหม่ ออกแบบ เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมขึ้น เพื่อเตรียมวางจำหน่ายในกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องเฝ้าระวังในการเข้าถึงยาเสพติด ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัด ยึดทรัพย์ มูลค่า 869,000.-บาท, ส่วนรายที่ 2 และ 3 ที่ สภ.เบญจลักษ์ รายแรก ตรวจยึดยาบ้า ได้ จำนวน 34,000 เม็ด และรายที่ 2 ตรวจยึดยาบ้า ที่คนร้ายนำมาวางไว้ข้างถนน รอผู้มารับ เจ้าหน้าที่ 1 วัน 1 คืน ไม่เห็นใคร จึงเข้าตรวจยึดมาได้ จำนวน 200,000 เม็ด รวมที่ สภ.เบญจลักษ์ ตรวจยึดยาบ้า ได้ 2 รายการ รวม 234,000 เม็ด และเมื่อรวมกับ สภ.กันทรารมย์ เป็นจำนวน 734,000 เม็ด

โดย เที่ยงของวันนี้ ที่ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค3 , พลตำรวตรี พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ พรหมมา ผู้กำกับ สภ.กันทรารมย์ เจ้าหน้าที่ชุด 238 พิทักษ์นครลำดวน,

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 36;

ชุดเฉพาะกิจพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสิบ ภจว.จังหวัด, สภ.กันทรารมย์, สภ.เบญจลักษ์ ได้ร่วมกันวางแผนฝัง เส้นทางของการปฎิบัติการ 238พิทักษ์นครลำดวน ที่เข้าสืบสวน สอบสวน ก่อนเข้าทำการสกัดจับกุม ผู้ต้องสงสัย ก่อนที่จะนำตัวมาควบคับไว้ที่ สภ.กันทรารมย์ เพื่อสอบสวนขยายผล สู่การจับกุมชุดใหญ่ พร้อมการยึดทรัพย์ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มูลค่าความเสียหาย รวม 869,000.- บาท

โดย พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฎิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อย่างเคร่งครัด ทั้งการปราบปราม การป้อวกัน ตามติดตามสกัดยาเสพติดที่จะเข้าสู่ประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มขยายสถานที่บำบัด ให้กับผู้ที่เคยหลงผิด เข้าไปเสพ และติด จนทำให้เกดอาการหลอน เสียประสาท โดยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ทหาร และโดยเฉพาะภาคประชาชน ที่เป็นหัวใจหลัก ในการสกัด ไม่ให้บุตรหลาน เข้าไปเสพ เข้าไปค้า โดยใช้มาตรการ ล้อมรั่วด้วยรัก จากผู้ปกครองทุกคน ร่วมด้วยช่วยกัน เชื่อว่า หากไม่มีคนเสพ เขาก็จำหน่ายยาเสพไม่ได้
/////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรม เดอะเวโล บีเอ็มเอ็กซ์ แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานแสดง แสง สี เสียง “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โดยนายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว นายอำเภออรัญประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ จังหวัดสระแก้ว ร่วมแถลงข่าว โดยภายในงานย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้วจะขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568

ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายในงานมีกิจกรรม ตลาดวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ และ ของดีจังหวัดสระแก้ว เป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชนของ 5 ชาติพันธุ์ อาหาร 5 ชาติพันธุ์ และอาหารอร่อยของจังหวัดสระแก้ว มากกว่า 50 ร้านค้า ชมขบวนแห่ ขบวนพาเหรด 5 ชาติพันธุ์ การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม เรื่อง “ย้อนรอย เล่าขาน 5 ชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” การแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ (ญ้อ ลาว เขมร เวียดนาม จีน)

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วได้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/การท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ชาติพันธุ์ ของอำเภออรัญประเทศชายแดนเบื้องบูรพาที่มีชนเผ่า 5 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีหลากหลายวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารพื้นถิ่นหลากหลาย

จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว เมืองแห่งอารยธรรมที่หลากหลาย ซึ่งจังหวัดสระแก้วเรามีจุดเด่นคือมีชนชาติ 5 ชาติพันธ์ุและแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมากมาย แหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย และ ขอเชิญชวนให้มาสัมผัสวิถีชุมชนทั้ง 5 ชาติพันธุ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกเม็ดใหม่อันดามัน “น้องปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม” เทควันโดดาวรุ่งที่น่าจับตา

แชร์เนื้อหานี้

เทควันโด อีกหนึ่งประเภทกีฬาแห่งศิลปะป้องกันตัวที่โด่งดังมาจากประเทศเกาหลี และปัจจุบันได้รับความนิยมกันไปทั่วโลก นักกีฬาที่ชื่นชอบการต่อสู้ด้วยศิลปะป้องกันตัวประเภทนี้จึงกำเนิดเกิดขึ้นมากมาย โดยในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกันมีนักกีฬาเทควันโดที่มีชื่อเสียงและเป็นตัวอย่างให้นักกีฬารุ่นหลังได้ก้าวตามรอย

ตัวอย่างเช่น น้องเทนนิส เรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนากิจ อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย เจ้าของรางวัลการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนสามสมัยซ้อนได้แก่ เหรียญทองจากโตเกียว 2020 ปารีส 2024 และเหรียญทองแดงจากรีโอ 2016 ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม

แชมป์เทควันโดโลกปี 2015 รุ่นไม่เกิน 46 กิโลกรัม และปี 2019 รุ่นไม่เกิน 49 กิโลกรัม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายทหารกีฬาสโมสรและกิจกรรมพิเศษ แผนกกีฬาสโมสรและกิจกรรมพิเศษกองการสโมสร กรมสวัสดิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ แบบอย่างที่ดีที่เป็นต้นแบบให้เยาวชนไทย

น้องปุณณ์-ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดมากฝีมือที่น่าจับตามองอีกคน ที่หมั่นฝึกซ้อม ทำผลงานสร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองอย่างต่อเนื่อง ได้เปิดใจกับมุมมอง ความชื่นชอบ เป้าหมายของกีฬาที่ตนเองคลั่งไคล้ โดยได้เปิดเผยว่า ส่วนตัวชื่นชอบกีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับทางบ้านสนับสนุนกีฬาเทควันโด จึงมีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง

ที่ผ่านมา ”น้องปุณณ์“ ได้ลงทำการแข่งขันชิงชัยมาแล้วหลากหลายทัวร์นาเม้นต์ ทั้งระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ สามารถคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย อาทิ รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A เกราะไฟฟ้า 12-14 ปี ชาย นน.45-49 กก. รายการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566, รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A เกราะไฟฟ้า 13-14 ปี ชาย นน.47-51 กก. รายการ Phuket Open Taekwondo Championship 2023, รางวัลชนะเลิศ ต่อสู้ A 13-14 ปี ชาย นน.47-51 กก.และอื่นๆ อีกหลายรายการ

ปัจจุบัน “น้องปุณณ์” อายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนขจรเกียรติศึกษา จังหวัดภูเก็ต เป็นนักกีฬาเทควันโด สังกัดชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การดูแลของ โค้ชต้อง-จักรรินทร์ กลิ่นน้อย ครูผู้ฝึกสอนผู้คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาบุคคลากรด้านการกีฬามานับไม่ถ้วน ซึ่งน้องปุณณ์ถือเป็นดาวเด่นอีกหนึ่งผลงานการฝึกซ้อมของ “โค้ชต้อง” ที่น่าจับตามอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ทรงสิทธา จันทรา” ขับเคลื่อนความร่วมมือโครงการ “ชีวิตใหม่” ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 – ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ชีวิตใหม่” เพื่อจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดอย่างครบวงจร โดยมี 4 หน่วยงานหลักเข้าร่วม ได้แก่ สมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) หน่วยแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) มูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และบริษัท อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ 360 จำกัด

นายทรงสิทธา จันทรา ที่ปรึกษาโครงการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือนี้ กล่าวอย่างชัดเจนถึงเจตนารมณ์ของโครงการว่า
“หน่วยแพทย์อาสาฯ พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะเป็นกำลังหลักในการให้บริการทางการแพทย์และจิตเวชแก่ผู้เข้ารับการบำบัด โดยยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพและหลักการดูแลแบบองค์รวม”
พร้อมระบุว่า หน่วยงานจะดำเนินงานด้วยแนวทางที่ผสมผสานทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถฟื้นฟูได้ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมอย่างยั่งยืน

ดร.เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ นายกสมาคมแพทย์อาสา (พ.อ.ส.) กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขยายโอกาสการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ พร้อมเปิดเผยถึงความร่วมมือกับ Genetica Life Ai บริษัทนวัตกรรมระดับโลก ในการนำเทคโนโลยีการตรวจยีนระดับความแม่นยำ 99.9% มาใช้คัดกรองกลุ่มผู้ติดยาเสพติดที่ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับพันธุกรรมรายบุคคลอย่างแท้จริง

ด้าน ดร.สมโชค จันทร์ทอง กรรมการผู้ดูแลโครงการฯ จากมูลนิธิร่มเกล้าเยาวชนฯ กล่าวว่า มูลนิธิมุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นกลไกเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน และเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม

ในขณะที่ นายธนาพัฒน์ เสถียรจารุพงศา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ 360 จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ มีความภาคภูมิใจที่ได้นำนวัตกรรมมาใช้สนับสนุนการบำบัดและฟื้นฟู เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

ศูนย์บำบัดที่กำลังจัดตั้งเบื้องต้นจะตั้งอยู่ที่ ภูมิรเวชคลินิก การแพทย์แผนไทย วัดจันทร์บางกรวย จ.นนทบุรี โดยจะให้บริการแบบไม่พักค้างคืน ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย รักษา ฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงฝึกทักษะอาชีพ และมีระบบติดตามผลหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ผ่านการฟื้นฟูสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและพึ่งพาตนเองได้

พิธีลงนามในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนมุ่งมั่นจะผลักดันให้โครงการ “ชีวิตใหม่” กลายเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “M STUDIO” ผนึกกำลัง “MONO”ผลิตภาพยนตร์ไทยสู่เวทีโลก พร้อมเดินหน้าขยายลิขสิทธิ์สู่ตลาดอินเตอร์! /CGI เนรมิตความน่าสะพรึงกลัวให้กับอสูรยักษ์ “คราเคน” ในภาพยนตร์ตื่นเต้น-ระทึกขวัญ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 2000 โยชน์“

แชร์เนื้อหานี้

เอ็ม สตูดิโอ (M STUDIO) ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ของไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO เดินหน้าผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก พร้อมยกระดับมาตรฐานวงการภาพยนตร์ไทย ด้วยการร่วมบริหารจัดการลิขสิทธิ์และกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร

ภายใต้เป้าหมายเพื่อขยายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก ซึ่งการลงทุนร่วมกันในปี 2567-2568 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 140 ล้านบาท
สุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท M STUDIO กล่าวว่า “เอ็ม สตูดิโอ มีความเชื่อมั่นในความสร้างสรรค์ของภาพยนตร์ไทยมาโดยตลอด ความร่วมมือกับโมโนฯ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจคอนเทนต์ภาพยนตร์ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากโมโนฯ ถือเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์อันดับ 1 ของเมืองไทย มีศิลปินและดาราชื่อดังที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและดึงดูดฐานแฟน ๆ ได้ทั่วโลก การร่วมทุนในการผลิตคอนเทนต์ เราจึงมุ่งเน้นเนื้อหาที่ตอบรับความต้องการของผู้ชมทั่วโลก และเดินหน้าเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์ในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งสร้างพันธมิตรด้านจัดจำหน่ายในระดับ Global ซึ่งเราคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”

ด้าน เนตรพนิต โพธารากุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการ และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง Mono29 บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือกับเอ็ม สตูดิโอ เป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

โดยเราจะเน้นการผลิตผลงานภาพยนตร์ที่หลากหลายแนวให้ตอบโจทย์ตลาดโลก ซึ่งในปีนี้เราร่วมกันผลิตภาพยนตร์อย่างน้อย 6 เรื่อง ได้แก่ ห่าก้อม, นางฟ้าขาแดนซ์, หมู่บ้านโคกะโหลก, วัยเป้ง 2, แจ๊สโคตรซิ่ง และ หอแต๋วแตก แหกหลีหู และพร้อมวางแผนร่วมกันในการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องให้กับทั้งสองบริษัท”

การร่วมทุนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ M STUDIO และ MONO ในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เข้าถึงผู้ชมหลากหลายตลาดทั่วโลก เป็นการตอกย้ำบทบาทของทั้งสองบริษัท ในฐานะกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

CGI เนรมิตความน่าสะพรึงกลัวให้กับอสูรยักษ์ “คราเคน” ในภาพยนตร์ตื่นเต้น-ระทึกขวัญ ”Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 2000 โยชน์“

นอกจาก “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” จะเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น-ระทึกขวัญที่พูดถึงอสุรกายในตำนานแล้ว หนังยังนำเสนอให้เห็นถึงผลที่ตามมาของการสำรวจทางวิทยาศาสตร์และอันตรายที่ไม่คาดคิดซึ่งเกิดขึ้นจากการแสวงหาความรู้ของมนุษยชาติอีกด้วย นั่นจึงทำให้ตัวหนังมีความคล้ายคลึงกับเรื่อง Godzilla ที่แสดงให้เห็นถึงอันตรายที่เกิดจากการทดลองพลังงานนิวเคลียร์

“ตัว คราเคน ของเราสร้างขึ้นจาก CGI ล้วน ๆ เพื่อทำให้คนดูรู้สึกหวาดกลัวและน่าเกรงขามอันมาจากความยิ่งใหญ่ของมัน ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถถ่ายทอดให้สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดและอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากสัตว์ประหลาดตนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อนำมาผสมผสานเข้ากับฉากแอ็คชั่นในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดัน จึงทำให้หนังกลายมาเป็นส่วนผสมของความตื่นเต้นและความสยองขวัญได้อย่างลงตัว” ผู้กำกับฯ นิโคไล เลเบเดฟ กล่าว

นับถอยหลังสู่ความระทึกใจของ “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 2000 โยชน์” โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาเสพติดทะลัก!เข้าชายแดนไทย ตำรวจเชียงราย ป.ป.ส.ทหาร จับกุมยาไอซ์ 578 กก.รถยนต์ 2คัน ยาไอซ์ 20 กระสอบ

แชร์เนื้อหานี้

ยาเสพติดมหาศาล ทะลัก!เข้าชายแดนไทย ตำรวจเชียงราย ป.ป.ส.ทหาร สกัดทันจับผู้ต้องหา และยึดเคตามีนล็อตใหญ่ “แก๊งวังสะพุง “เปลี่ยนอาชีพไม่ขายหวย เปลี่ยนเป็นยาเคตามีน รวยเร็ว ย่ามใจพยายามขนเข้าชั้นในประเทศได้ค่าจ้างสูงเที่ยวเป็นล้าน สุดท้ายไปไม่รอดถูกตำรวจรวบยกแก๊ง อีกราย ก็ไปไม่รอดจอดทิ้งไว้หน้าศูนย์ราชการอบจ.เชียงราย ตำรวจซุ่มโป่งเพื่อจับกุม แต่เจ้าของรถ รู้ตัวจึงได้ขับหนีตกร่องน้ำข้างทางที่บริเวณบ้านฟร์ามไปไม่รอดถูกตำรวจ ยึดรถและหลักฐานในรถ และรู้ตัวเจ้าของรถ และไดยื่นต่อศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับแล้ว ตำรวจเผยยาบ้ายาเคทะลักชายแดนหนัก เข้าเมืองและชุมชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลลูกหลานบุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเพื่อสกัด

เมื่อเวลา10.30น.วันที่19พ.ค2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ผบ.นบ.ยส.35 นายธันวา ผุดผ่องผอ.ปปส.ภาค5 และพล.ต.ต. มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญคดีที่1 กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ตรวจยึดรถยนต์จำนวนสองคันขณะหลบหนีการจับกุมสามารถยึดยาไอซ์ 578กิโลกรัม ของกลางเป็นรถยนต์จำนวน2คัน ยาไอซ์จำนวน 20 กระสอบน้ำหนักรวม 578 กิโลกรัม
พฤติการแห่งคดีสืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยึดยาไอซ์

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.68 เวลา 23.40 น. ที่ซุกซ่อนมาพร้อมกับรถยนต์อเนกประสงค์ SUVยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นเอ็กซ์แพลนเด้อ สีขาว หมายเลขทะเบียนขน.79xxเชียงราย จำนวน 20 กระสอบ 578 ก้อน รวมน้ำหนักและสิ่งห่อหุ้มประมาณ 623 . 25 กิโลกรัม ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย (อบจ )จำนวน 20 กระสอบ 578 ก้อนรวมน้ำหนักและสิ่งห่อหุ้มประมาณ 623 . 24 กิโลกรัมได้ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อการจับกุมผู้ต้องหาปรากฎว่ามีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุรุ่นดีแมกซ์สีขาวหมายเลขทะเบียน9 กฬ14xxกทม. ขับหนีไปทางถนนบ้านฟร์ามตำบลริมกก และเสียหลักตกลงร่องน้ำข้างทาง จึงได้ทำการตรวจสอบภายในรถยนต์ดังกล่าวพบโทรศัพท์มือถือและเอกสารอื่นๆอยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์

จากนั้นจึงได้ทำการเคลื่อนย้ายรถยนต์ดังกล่าวมาที่ทำการกก. สส. ภ.จว.เชียงรายเพื่อตรวจสอบของกลางที่พบอย่างละเอียดตรวจยึดพยานหลักฐานพบในรถยนต์ที่หลบหนีที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ค.2568 พร้อมได้นำรถยนต์ที่ตรวจยึดและพยานหลักฐานที่ตรวจพบในรถยนต์นำส่งพนักงานสอบสวนสภ. เมืองเชียงรายและได้รวบรวมพยานหลักฐานและทราบตัวเจ้าของรถซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภาค5ได้สั่งการตามล่าตัวมาดำเนินคดีโดยมีการออกหมายจับแล้ว

ส่วนคดีที่2 เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จว.เชียงรายจับกุมผู้ต้องหาได้6คน ซึ่งล้วนแล้วเป็นชาวอำเภอวังสะพุง จ.เลย จับกุมพร้อมของกลางเป็นเคตามีนจำนวน 15 กระสอบน้ำหนักประมาณ 529 กิโลกรัม ผู้ต้องหา6คน คือ1.นายนเรศ อายุ 51 ปี อยู่ที่ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย 2.นายมโนทัย อายุ 42 ปี อยู่ที่ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 3.นายสราวุธ อายุ 26 ปี อยู่ที่ต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย 4.นายฤทัยอายุ 40 ปีอยู่ที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 5.น.ส.วราลักสมี อายุ 55 ปี ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย จ.เลย 6.นายธีรวิทย์ อายุ 43 ปีอยู่ที่เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ของกลางที่ยึดได้เป็นรถยนต์จำนวน4คัน เคตามีน จำนวน 14 กระสอบน้ำหนัก 529 กิโลกรัม โดยขบวนการค้ายาเสพติดรายที่สองแก๊งจังหวัดเลย มีการลำเลียงยาเสพติด จากฝั่งพม่าผ่านบ้านสบรวกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย และขนเลี่ยงเมือเพื่อเข้าไปชั้นในประเทศโดยใช้เส้นทางเลี่ยงถนนสายหลักหลบหนีการจับกุมและด่านต่างๆและมีการส่งสัญญาณล่วงหน้าว่ามีด่านหรือไม่ โดนเจ้าหน้าที่ระบุว่าการขนแต่ละครั้งได้ค่าขนจำนวน1ล้านบาทต่อเที่ยวลักลอบคนมาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ไม่สามารถหลบการจับกุมของเจ้สหน้าที่ไปได้เพราะมีการสืบสวนติดตามโดยตลอดจนที่สุดก็สามารถจับกุม

ได้ครีบแก๊งพร้อมด้วยรถยนต์จำนวน4คัน รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน บร.34xxแพร่ โตยต้ายี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียนกร58xxเชียงราย จับในพื้นที่แม่ต๋า อ.เมืองจ.พะเยา เมื่อวันที่18พ.ค.68 ที่ผ่านมา เสลา23.00น.และวันที่18พ.ค68 จับกุมผู้ต้องหาและยึดรถยนต์โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ผบ11xxเชียงราย ในพื้นที่หมู่ที่11ต.หัวโง้ม อ.พาน จ.เชียงราย ส่งของกลางทั้งหมดและตัวผู้ต้องดำเนินคดีต่อไป

ธนกฤต วรรมณี ทีมข่าวกองบก.รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรมุกดาหารจับชาวลาวใช้รถกระบะลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนําเข้าสิ่งของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากรซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลจาก แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จึงได้สิ่งสั่งการให้นายปริญญา ผลมั่ง หน.ฝคต. และนายคําพร ธุระเจน หน.ฝปป. ประสานกําลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ร้อย ตชด.234 ตม.จังหวัดมุกดาหาร หมวดสกัดกั้นยาเสพติดที่ 2 กองกําลังสุรศักดิ์มนตรี ชปข. กอ.รมน ภาค 2 และด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหารดําเนินการตรวจสอบรถกระบะ 4 ประตูโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กส 6869 สะหวันนะเขต ต้องสงสัยที่ด่านพรมแดนมกดาหาร บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2

ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทั้ง ยี่ห้อ Pilot Vape จำนวน 20 ชิ้น และบุหรี่ผลิตในสาธารณรัฐประชาชนจีน จํานวน 1,400 มวน จึงได้ควบคุมตัวท้าวจันนิลัน สัญชาติลาว ดำเนินคดีในข้อหานําของเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิด พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต และ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กําหนดให้บารากู่และ บารากู่ไฟฟ้า หรือบหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้อง ห้ามในการนําเข้ามาในราษอาณาจักร และดําเนินการยึดของกลางส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร พร้อมกับนําตัวผู้ต้องหาดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับบุหรี่ไฟฟ้า #ลักลอบข้ามแดน #ศุลกากรมุกดาหาร #สะพานมิตรภาพ2 #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 ย้ำกองทัพไทยคุมเข้มชายแดน – ปกป้องอธิปไตยเต็มที่ กรณีทหารเขมรรุกเนิน 745

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทหารกัมพูชาได้รุกล้ำเข้าพื้นที่เนิน 745 ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยมีลักษณะการสร้างฐานที่มั่น ขุดคูเลท และเสริมกำลังพร้อมอาวุธครบมือ ทหารพรานกองกำลังสุรนารีได้เข้าตรวจสอบและพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา กระทั่งได้ข้อสรุปว่าทหารกัมพูชาจะยุติการขุดคูเลทและถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน พร้อมตกลงจะนัดพบในห้วงเวลาโดยไม่มีอาวุธ และมีการลาดตระเวนร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่าทหารกัมพูชาบางส่วนยังคงอยู่ในพื้นที่ล้ำแดนบริเวณอื่นของช่องบกระยะห่างประมาณ 150 เมตร ซึ่งทหารไทยได้เจรจาเรียกร้องให้ถอยหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือ ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมสถานการณ์

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้ยังมีบางจุดที่เกิดความไม่เข้าใจกันซึ่งเป็นผลจากการใช้แผนที่คนละฉบับ แต่โดยรวมถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้ โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยยังคงลาดตระเวนตามปกติ และมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเป็นหลัก

ทั้งนี้ หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ ได้มีข้อตกลงร่วมกันในหลักการ “ใครอยู่ตรงไหน ให้อยู่ตรงนั้น” หากจะมีการเคลื่อนไหวต้องแจ้งล่วงหน้าและพูดคุยกันก่อน พร้อมรอผลการดำเนินงานจากคณะอนุกรรมการปักปันเขตแดน

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า กองทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดูแลผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างดีที่สุด พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองกำลังทั้งสองประเทศ ไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย

ปัจจุบันจุดที่มีความเสี่ยงและยังไม่มีการปักปันอย่างชัดเจน ได้มีการถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ส่วนจุดที่มีการประจำการตามปกติจะยังคงอยู่เช่นเดิม โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาทั้งหมดจะยึดแนวทางสันติและการเจรจาเป็นหลัก

ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #ทหารเขมร #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพไทย #ปกป้องอธิปไตย #ข่าวชายแดน #อุบลราชธานี #เนิน745 #ความมั่นคงชายแดน​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบ 102 ปี ร่วมรำลึกวันอาภากร พิธีทางศาสนา บวงสรวง ในงานรำลึกวันสิ้นพระชนม์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ เทศบาลเมืองชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (19 พ.ค. 68) เวลา 08.30 น. ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ (สวนสาธารณะเทศบาลเมืองชุมพร) นายสุพจน์ บุปผา ปลัดเทศบาลเมืองชุมพร ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีทางศาสนาและพิธีบวงสรวงเนื่องในงานรำลึกวันสิ้นพระชนม์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ร่วมด้วย นายเจริญ โพธิ์ศรีทอง รองปลัดเทศบาลเมืองชุมพร หัวหน้าส่วนการงาน พนักงานเทศบาล พนักงานครู และพนักงานจ้างเทศบาลเมืองชุมพร กลุ่มพัฒนาสตรีเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมด้วย ชุมชนและกลุ่มต่างๆ ร่วมประกอบพิธีทางศาสนา พิธีวางพวงมาลา พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณฯ การกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติฯ และรำบวงสรวง โดยกลุ่มพัฒนาสตรีเทศบาลเมืองชุมพร

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2423 ทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ในปีพุทธศักราช 2439 เสด็จไปศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม

และมีพระจริยวัตรที่งดงามเป็นที่รักใคร่ของ ครู อาจารย์ เป็นที่ยอมรับนับถือของชาวอังกฤษที่ได้ศึกษาอยู่ในคราวเดียวกัน เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาเป็นนายทหารสัญญาบัตร ในราชนาวีอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ในปีพุทธศักราช 2443 รับพระราชทานยศเป็น “นายเรือโทผู้บังคับการ” ในตำแหน่ง นายธงผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ปีพุทธศักราช 2448 ทรงดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น

ทำให้ทหารเรือไทยมีความรู้ ความชำนาญ สามารถเป็นครู และเป็นผู้บังคับบัญชาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศ ในปีต่อมาทรงมีพระดำริในการจัดตั้งโรงเรียนนายช่างกล เพื่อรับผิดชอบเครื่องจักรในเรือ และในโรงงานบนบกแทนชาวต่างประเทศที่จ้างไว้ในปีพุทธศักราช 2450 ทรงเป็นผู้บังคับการเรือหลวงมกุฎราชกุมาร นำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ไปฝึกภาคต่างประเทศ ได้ทรงนำเรือแวะที่สิงคโปร์และเปลี่ยนสีเรือมกุฎราชกุมาร

จากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเล และภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำของกองทัพเรือตราบจนปัจจุบัน นอกจากจะมีคุณูปการอเนกอนันต์แก่กองทัพเรือแล้ว พระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณของไทย โดยในปีพุทธศักราช ๒๔๕๔ ขณะทรงออกจากราชการเป็นเวลา 6 ปีเศษ เพื่อทรงศึกษาตำราหมอยาไทยอย่างจริงจัง

จนมีความรู้แตกฉาน ทรงเป็นหมอยาไทย รับรักษาประชาชนโดยทั่วไปด้วยน้ำพระทัยโอบอ้อมอารี จนได้รับพระสมัญญานามว่า “หมอพร” ในปีพุทธศักราช 2460 ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กลับเข้ารับราชการทหารเรืออีกครั้ง และในปีพุทธศักราช ๒๔๖๒ พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษ

ให้ดำเนินการจัดซื้อเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นำเรือหลวงพระร่วงเดินทางจากประเทศอังกฤษกลับมายังประเทศไทย นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๖๕ พระองค์ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินพื้นที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เพื่อใช้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ และหน่วยกำลังรบต่างๆ ของกองทัพเรือ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาจนถึงปัจจุบัน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้กราบบังคมทูลออกจากราชการเพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๖ เนื่องจากพระองค์ทรงมีสุขภาพไม่สมบูรณ์

และประชวรพระโรคภายในอยู่ด้วย โดยทรงประทับอยู่ทางใต้ของปากน้ำเมืองชุมพร ขณะที่พระองค์ประทับอยู่นี้ก็เกิดพระโรคหวัดใหญ่ เนื่องจากถูกฝน ทรงประชวรอยู่เพียง 3 วัน ก็สิ้นพระชนม์ที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในวันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466 สิริพระชนมายุ 43 พรรษาด้วยพระกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการทหารเรือ

ส่งผลให้กองทัพเรือมีความเจริญก้าวหน้า สามารถทำหน้าที่รั้วของชาติทางทะเลได้อย่างเข้มแข็งสืบต่อมา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง กองทัพเรือจึงได้ประกาศขนานพระนามเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี

อันเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” ดังนั้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน กองทัพเรือจึงได้จัดงานกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน บิดาของทหารเรือไทย ที่ทรงมีพระกรุณาคุณต่อกองทัพเรือ.

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 0818923514

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถบรรทุกพ่วงพลิกตะแคงกลางวงเวียนยักษ์มุกดาหาร คาดสาเหตุถนนไม่ได้มาตรฐาน​ความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 06.13 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกคว่ำบริเวณวงเวียนทางเข้าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ พร้อมรถกู้ภัยและรถดับเพลิงเร่งเข้าตรวจสอบและเฝ้าระวังเหตุซ้ำซ้อน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการเก็บกู้

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงยี่ห้อวอลโว่ หมายเลขทะเบียน 73-9898 สมุทรปราการ พลิกตะแคงอยู่บริเวณขอบถนนเลนด้านนอกของวงเวียน มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครพนม สภาพรถได้รับความเสียหาย กระจกบังลมหน้าหลุดออกมาทั้งแผ่น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากถนนบริเวณรอบวงเวียนดังกล่าวมีระดับไม่เท่ากัน โดยเลนด้านในซึ่งติดกับเกาะกลางวงเวียนมีความสูงกว่าด้านนอก ทำให้เมื่อรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าโค้งและเตรียมเลี้ยวออกจากวงเวียน จึงเสียสมดุลและพลิกคว่ำในที่สุด

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงจุดที่เคยเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงพลิกตะแคงเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านและผู้ใช้ถนนต่างแสดงความกังวล พร้อมทั้งเรียกร้องให้กรมทางหลวงชนบท หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนเข้าตรวจสอบและปรับปรุงถนนโดยด่วน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

รถบรรทุกพลิกคว่ำ #วงเวียนยักษ์มุกดาหาร #ถนนไม่ได้ระดับ #อุบัติเหตุซ้ำซ้อน #มุกดาหาร #ความปลอดภัยทางถนน #สะพานมิตรภาพไทยลาว2 #กรมทางหลวงชนบท #กระทรวงคมนาคม

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.ท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่น่าน ร่วมหารือแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พร้อมรับฟังข้อเสนอสร้างแลนด์มาร์คใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.00 น. ที่โรงบ่มปัว คาเฟ้ แอนด์ อีทเทอรี่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวและหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด โดยมีนายแพทย์ชนน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน ให้การต้อนรับ

ในการประชุมครั้งนี้ มีภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว อาทิ พ.อ.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผู้แทนสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอปัว เข้าร่วมรายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวและเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ภาคีเครือข่ายได้เสนอให้เร่งรัดโครงการระบบรถไฟรางคู่เชื่อมเส้นทาง เด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับจังหวัดน่านให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค พร้อมเสนอแนวคิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ อาทิ

  • Iconic Tourism Hub Sky Walk แลนด์มาร์คใหม่สำหรับจัดกิจกรรมท่องเที่ยว
  • โครงการกระเช้าลอยฟ้า เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติขุนสถาน และอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยเสมอดาว) โดยมีศูนย์กลางที่อำเภอนาน้อย เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
    นายสรวงศ์ เทียนทอง กล่าวเน้นย้ำถึงการสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดน่านบนพื้นฐานของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังคนปรางค์กู่ ศรีสะเกษ ให้กำลังใจ น้ำใจ สู่แนวหน้า ปกป้องปราสาทตาเมือนธม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่17พฤษภาคม 2568 นาย ทองสุข คำมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมายเหนือ นายสมบัติกอกหวาน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอปรางค์กู่ นายทวีชัย คำแพง รองประธานสภาวัฒนธรรมฯชมข้าราชการบำนาญอำเภอปรางค์กู่ นายวรวิทย์ เสริมศรี คหบดี ดร.วิลดา

อินฉัตร ส.ส.เขต7จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อาหาร อาหารเสริม เครื่องดื่ม น้ำดื่ม.ฯ นำไปมอบให้ทหารที่ปราสาทตาเมือนธม โดยมี ร้อยโท
ไวคิด ศรีพรหม ผบ.กองร้อย ร.พัน 4

พร้อมเหล่าหาร หาญรอการต้อนรับ โดยมีนายทองสุข คำมา กล่าวแสดงความรู้สึกเป็นห่วงชาติแผ่นดินและเป็นห่วงทหาร หาญ ที่เป็นรั้วของชาติอยู่แนวหน้า และได้ย้ำว่าคนปรางค์กู่ ที่อยู่แนวหลังจะให้กำลังใจ พร้อมให้การสนับสนุนตลอดเวลา

การรวมพลัง เดินทางไปคราวนี้ไปด้วยรถปิ๊คอัพ ส่วนตัว พร้อมบรรทุกสิ่งของที่รวบรวมได้จากการบริจาค เป็นจำนวนมาก เพ่ื่อนำไปมอบ โดยมี ร้อยโทไวคิด ศรีพรหม เป็นผู้รับมอบ หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมปราสาท ภายในภายนอกบริเวณปราสาท พบทหารต่างชาติ อยู่ร่วมปะปนกับทหารไทยเป็นจำนวนมาก

ทั้งที่พื้นที่นี้เป็นของประเทศไทย ไทยได้ครอบครองและทำกิจกรรมอยู่นี่มาเป็นเวลานานแล้วทำไมต้องให้ทหารต่างชาติมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทยได้อย่างไรหรือปล่อยให้เป็นประเด็น อย่างนี้อยูร่าไป ตลอดอดไปไช่ไหม จึงฝากฝากความเห็นไปยังผู้รับผิดชอบไปยังผู้นำระดับประเทศ นั่งอยู่สุขได้อย่างไร ไม่ร้อนไม่หนาว ไม่มีความเป็นห่วงบ้างหรือ

อยากให้ไปดูด้วยตนเอง ว่าสถานการณ์เบ้านเมืองแนวเขตแดนป็นอย่างไร รอบปราสาทก็ไม่มีแนวเขตกั้น กอร์ปกับมีช่องทาง ให้คนต่างชาติ ขึ้นเข้ามาในตัวปราสาทได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้คนต่างชาติขี้นมายึดครองก่อนหรือจึงจะ

แก้ไข จะเข้าทำนอง วัวหายแล้วล้อมคอก เช่นนั้นหรือ การเดินทางไปครั้งนี้จำนวน10 คัน 30 คน เป็นตัวแทนของ คนปรางค์กู่.ไม่ทิ้งแนวหน้า พร้อมที่จะต่อสู้ เคียงข้างกับเหล่าทหาร หาญ อย่างไม่มีถอยครับ
นายทองสุข คำมา/เขียน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสาไฟฟ้าล้มทับ นายธนภัทร แก้วกาญจน์ ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ขณะปฎิบัติหน้าที่ ถามหาคนรับผิดชอบ

แชร์เนื้อหานี้

ร.ต.อ. สมนึก ฉิมมี รอง สวย. ( สอบสวน ) สภ. เคียนซา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ16.00น.
ขณะปฏิบัติหน้าที่เวรสอบสวนได้รับแจ้งจากศูนย์สื่อสารของสถานีตำรวจภูธรเคียนซาเหตุเสาไฟฟ้าล้มทับคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางไปดูผู้ตายและบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเคียนซา

พบศพนายธนภัทร แก้วกาญจน์ อายุ 24ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ 107 หมู่ที่ 4 ตาย.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา และนายณัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย อายุ 29 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่80/8 หมู่ที่ 3 ต.ตะปาน อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์จากนั้นร่วมกับแพทย์และญาติทำการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย และมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากนั้นเดินทางมาที่เกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนซอยแสงธรรม เป็นดินลูกรัง ข้างถนนมีรอยเซาะของน้ำ มีเสาไฟฟ้าแรงสูงปักเป็นแนวอยู่ทางด้านขวาของถนนซอย จุดที่พบว่าเป็นจุดปักเสาไฟฟ้าขนาด14 เมตร ข้างขวามีรอยเซาะดิน และเสาไฟฟ้าได้ล้มมาทางสวนยางพาราอยู่ด้านซ้ายของถนนซอย สอบถามนายบุญธรรม รามขาว หัวหน้าคุมงาน ได้ความเบื้องต้นว่าตามเวลาเกิดเหตุผู้ตายและ

นายรัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย ได้ขึ้นไปปรับปรุงสายไฟฟ้าที่เกิดเหตุ และเสาไฟฟ้าเกิดล้มมาทางสวนยางพาราอยู่ทางด้านซ้ายของถนนซอย ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมาและนายณัฐวรรธน์ นิ่มนุ้ย ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะได้ดำเนินการต่อไป

ที่พบศพ โรงพยาบาลเคียนซา หมู่ที่2 ตาย.เคียนซา อยู่.เคียนซา จะ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 15.36น. เอกสารฉบับนี้แสดงว่า ร.ต.อ. สมนึก ฉิมมี ได้รับคำแจ้งความของท่านไว้แล้ว ( ติดต่อพนักงานสอบสวน โทร 0969821534 หรือ สถานีตำรวจ/กองกำกับการ โทร. 077387111 )
เลขคำแจ้งความที่ CC7105526801227G

เนื่องจาก ผู้รับเหมาเดินเสาไฟฟ้ากล่าวว่า การไฟฟ้าสุราษฯ เป็นผู้ปักเสาร์ไฟฟ้าเอง น่าจะเป็นสาเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มทับนายธนภัทร แก้วกาญจน์ จนเสียชีวิต แล้วหน่อยงานไหนจะออกมารับผิดชอบ ต้องติดตามตอนต่อไป

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 68 ในกรณีที่ลูกชายหัวแก้วหูแหวน เสาหลักของบ้านได้เข้าทำงานกับผู้รับเหมาของการไฟฟ้าได้ 6 วัน กลับต้องมาสังเวยชีวิต เนื่องด้วยถูกเสาไฟล้มทับ จนเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้รับเหมาจะเยียวยา 2 แสนบาท แล้วปิดคดี แต่ทางบ้านเสียค่าทำศพให้ลูกชายไป 2 แสนกว่าบาทแล้ว ในตอนแรกลั่นว่าจะให้ล่วงหน้า 40,000 บาท ญาติขอเพิ่มอีก 30,000 บาท ในเบื้องต้น สรุปไม่ว่าจะ 30,000 หรือ 40,000 หรือจะเป็น 2 แสน ก็ยังไม่ได้สักแดงเดียว

ญาติร้องขอความเป็นธรรม เท่าที่จะมีที่ไปร้อง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับเลย ญาติท้อใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะผู้เป็นมารดา ร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจเสียตรงนั้นให้ได้ จึงร้องข้ามจังหวัดจากสุราษฎร์ธานี มายังadmin เพจดัง ของเมืองแปดริ้ว
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากญาติของผู้เสียชีวิต admin ตกลงรับปากที่จะช่วยเหลือ และจะมีทีมข่าวพร้อมทนายความ ยิงตรงลงใต้ ช่วยจัดการในเรื่องนี้ แต่ admin คงไม่ได้ไปด้วย ได้แต่ส่งทีมงานที่มีคุณภาพไป เนื่องจากทีมงานต้องนั่งเครื่องบิน ส่วน admin กลัวเครื่องบินจะตก เลยขอไม่ไปดีกว่า ขอประสานงานอยู่ที่แปดริ้วจะดีกว่า

ฝ่ายทางผู้รับเหมาได้อ้างว่า ตนเองนั้นมีสถานะทางการเงินไม่ค่อยจะดีนัก และไม่ใช่คนรวยตอนนี้ก็ไม่มีเงิน ขัดสนไปหมด สรุปง่ายๆกะว่าจะเบี้ยวนั่นแหละ #เลยขอแถลงสถานะทางบ้านสักนิด บอกว่าไม่ค่อยมีฐานะ เงินไม่มี แต่ดูเอาแล้วกันนะครับ รถเกือบ 20 คัน อุปกรณ์แต่ละอย่าง รถเบนซ์อีก 1 คัน บ้านหลังโตสุดหรูอีก 1 หลัง คร่าวๆก็น่าจะประมาณ 30 กว่าล้านบาท ขายรถสักคันหนึ่งยังไม่เจ๊งเลย ตรงไหนที่ผมพูดไม่ถูก และยังมีกรณีที่ไปยกเลิกสัญญาของประกันสังคม

บอกว่าล้มเลิกธุรกิจแล้ว แล้วยังประกอบธุรกิจอันนี้หมายความว่ายังไง คงต้องสอบกันยาว อ้างว่าการไฟฟ้าไม่รับผิดชอบ แต่เขาอยู่ในความดูแลของคุณ คุณเป็นนายจ้าง คุณก็ต้องรับผิดชอบสิ หรือผมพูดไม่ถูก ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กดี ทำงานส่งเสียน้องๆได้ร่ำเรียน บ้านฐานะยากจน และต้องดูแลพ่อที่ป่วยอีก ถือเป็นเสาหลักของบ้านโดยแท้จริง แต่มนุษย์ที่เห็นแก่ได้อย่างเดียว ก็มักจะเป็นแบบนี้ไม่ค่อยเห็นใจคนอื่น งานศพไปทุกคืน แต่ก็ยังไม่เยียวยาอะไร ไปให้เขาถ่ายรูป แบบว่าได้หน้าเพราะว่าข้าไปงานทุกคืน ไปแต่ตัวเงินไม่จ่าย ไปเพื่อ
….คืนสุดท้ายอารมณ์ไม่ดีด้วย ทุบโต๊ะในงานศพอย่างแรง แล้วลั่นว่า กลับดีกว่าไม่งั้นมีเรื่องแน่

สุดท้ายอยากจะบอกว่า หากในวันนี้กลับกลายเป็นลูกของคุณ ที่ต้องมาจบชีวิตในสถานการณ์แบบนี้ถามว่าถ้าผู้ว่าจ้าง เขาเป็นแบบที่คุณเป็นอยู่ในทุกวันนี้ แล้วไม่เยียวยาอะไรเลย คุณจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง กับการต้องเสียลูกชายไป และนายจ้างยังไม่มีทีท่าว่าจะเยียวยาสักแดงเดียว…….มนุษย์คิดได้ก็คือมนุษย์ ถ้ามนุษย์คิดไม่ได้ก็คือ…… ทีมข่าวแปดริ้วจะใช้ความสามารถที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์ที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรม ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ได้….

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 พระวัชรสิริคุณ (หลวงน้าเสน่ห์ สิริวฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์ เจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก เจ้าอาวาสวัดท่าเกษม

นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวอำเภอสวรรคโลก ได้ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์รองรับการเปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอก 6 ชั้น ของโรงพยาบาลสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง

โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ราชสมณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรคโลก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย (ด้านเวชกรรมป้องกัน คนที่ 3) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวรรคโลก ให้การต้อนรับคณะสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา

ณ ห้องประชุมพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร (อาคารหลวงน้าเสน่ห์ ชั้น 3) ภายในงานมีการเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล และประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความปลื้มปีติและจิตเมตตา ในการร่วมสืบสานบุญกุศลเพื่อสนับสนุนการพัฒนางานบริการของโรงพยาบาล

สำหรับยอดเงินที่ได้รับจากการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โรงพยาบาลสวรรคโลกได้รับเงินสดรวมทั้งสิ้น 811,094 บาท แยกเป็นจาก คณะสงฆ์ 392,711บาท และจากฝ่ายฆราวาส 418,383 บาท โดยยังไม่รวมยอดที่มีการโอนเข้าบัญชี ซึ่งยังคงทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจะได้สรุปยอดรวมสุทธิอีกครั้งในวันที่ 31พฤษภาคม 2568และจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงาน สืบสานวัฒนธรรมไตลื้อโลก ประจำปี 2568 ณ จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่สนามที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน เปิดงานสืบสานวัฒนธรรมไตลื้อโลก ประจำปี 2568 โดยมีนายจักรพรรดิ์ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายกสมาคมไตลื้อต่างประเทศทั้ง 3 ประเทศ นายกสมาคมไตลื้อจาก 7 จังหวัดภาคเหนือ และจาก 7 อำเภอของจังหวัดน่าน

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ โดยมี ร้อยเอกอดุลย์ อานุภาพบรรเจิด ประธานชมรมไตลื้ออำเภอปัว รักษาการประธานชมรมไตลื้อจังหวัดน่าน กล่าวรายงาน

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนศึกษาประวัติชาติพันธุ์ไตลื้อ อนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมไตลื้อ ให้คงไว้กับสังคมหมู่บ้านอย่างเข้มแข็ง ส่งเสริมพัฒนาความเป็นอยู่คุณภาพชีวิตของคนไตลื้อให้ดีขึ้น สานสัมพันธ์ชาติพันธุ์ไตลื้อ ระหว่าง ตำบล ต่างอำเภอ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอปัว จังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

กลุ่มชาติพันธุ์ไตลื้อกระจายอยู่ใน 7 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน มีชาติพันธุ์ ชาวไตลื้อกระจายอยู่ ทั้งหมด 33 หมู่บ้าน นับเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง มีความหลากหลายของวัฒนธรรมประเพณีไตลื้อ โดยในปีนี้ ได้มีการสืบสานสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องไตลื้อ จากต่างประเทศ ต่างจังหวัด และต่างอำเภอ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อสืบสานให้เข้มแข็งคู่กับจังหวัด และประเทศไทยต่อไป

ด้านนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในปีนี้ รัฐบาลได้มีนโยบาย “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว” ปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นเรือใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และการจัดงานไตลื้อโลก ในวันนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี

ในการนี้ได้มีการเชื่อมสายสัมพันธ์กับพี่น้องไตลื้อจากสิบสองปันนา ประเทศจีน, ประเทศเมียนมาร์ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งพี่น้องไตลื้อจาก 7 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, พะเยา, ลำพูน, ลำปาง, แพร่ และน่าน ได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่นในรูปแบบขบวนแห่วิถีชีวิต การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมของประเพณีไตลื้อ

สำหรับการจัดงานไตลื้อโลก ได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นระหว่าง 16-18 พ.ค.นี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงบริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวราราม /ร่วมสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก ” ณ วัดพรานนกจ.พระนครศรีอยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

16 พค 2568 เวลา 14.30 น โดยประมาณ บริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวรารามมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงและผู้มีความจำเป็นด้วยความเมตตาของ ทางวัดอรุณราชวราราม และคณะสงฆ์ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานให้แด่ทุกท่าน อย่าเจ็บ อย่าจน อย่าอด อย่ายาก ให้มากให้มี สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

ชื่อเสียงก้องกังวาน ประกาศชัยมงคล #ร่วมสร้างหอระฆัง #วัดสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ #เสริมสิริมงคลชีวิตมั่นคง

อานุภาพแห่งศรัทธา ก้องกังวานนาม ประกาศชัยมงคล ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก” ณ วัดพรานนก จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งสัตยาธิษฐานต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพระบารมีนำชัยชนะมาสู่การกู้ชาติ ซึ่งเป็น “ชัยชนะแรก” ของพระองค์อันสำคัญยิ่ง ก่อนที่พระองค์จะนำทัพตีฝ่าวงล้อมข้าศึก

กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วม “ทอดผ้าป่าสามัคคี” เพื่อสืบสานปณิธานแห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน และร่วมสร้างหอระฆังอันเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความเจริญรุ่งเรืองวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ วัดพรานนก ต.โพสาวหาญ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 7.00 – 12.00น.ร่วมสร้างบุญบารมีได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสนามเสือป่า [ttb] ชื่อบัญชี: พล.1รอ. เพื่อรองรับเงินการกุศล
เลขที่: 046 – 2 – 88043 – 6

วัดพรานนก: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จารึกประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2300 เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงจุดประกายแห่งความหวังและนำทัพ 500 นาย “ชนะศึก 2,000” ทหารพม่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อเกิดขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้เอกราชอานิสงส์

  • ชื่อเสียงก้องกังวาล: ดุจเสียงระฆังที่ดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ เกียรติคุณและความดีงามของท่านจะขจรขจาย เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั้งหลาย
  • ชีวิตมั่นคง: ฐานะความเป็นอยู่จะมั่นคง ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอุปสรรคและภัยอันตราย ดุจความแข็งแกร่งของแผ่นดินที่ได้รับการกอบกู้
  • เสริมสร้างบารมีแห่งชัยชนะ: จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เอาชนะอุปสรรคทั้งปวงในชีวิต ดุจวีรกรรมอันเกรียงไกรของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  • ความเป็นสิริมงคล: นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความเป็นสิริมงคลในทุกด้านของชีวิต
  • ความภาคภูมิใจ: ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความกตัญญูและประวัติศาสตร์ชาติไทย

โปรดส่งชื่อ-สกุล และหลักฐานการร่วมบุญมาที่ Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กดเลย 👇 https://lin.ee/VDGS28Xเพื่อนำไปอธิษฐานจิตในพิธีทอดผ้าป่าฯ ต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งสัตยาธิษฐานจนได้รับชัยชนะ ได้ที่ไลน์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านได้ร่วมสร้าง จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ รุ่งเรือง ก้องกังวานด้วยชื่อเสียง และมีชีวิตที่มั่นคงตลอดไปเทอญ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วช.เลือกพัทยา เปิดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ศิลปะ “นีโอศิลปะพัทธยา” คณะศิลปินแห่งชาติแห่ร่วมงานคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 พ.ค.68 ที่ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya โรงแรมฟลิปเปอร์ ลอร์ด พัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา

โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งมีนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ผู้บริหารโรงแรมฯ นายฉัตร จะยะวงศ์ ภัณฑารักษ์ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya

และนายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับ คณะศิลปินแห่งชาติ นำโดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติอาวุโส ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

สำหรับงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา จัดขึ้นโดยมุ่งหวังให้เยาวชน และนักเรียนในสถานศึกษาได้มีความรู้องค์ความรู้ด้านงานศิลปะมากขึ้น

โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (สาธิตพัทยา) นำนักเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมอบรมสัมมนา ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค.68 ก่อนนำผลงานศิลปะของนักเรียนที่ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการมาจัดแสดงที่ ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya แห่งนี้

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา ถือเป็นโครงการวิจัยงานศิลปะที่มีความน่าสนใจ และมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการต่อยอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษาได้ศึกษาและเรียนรู้งานด้านศิลปะสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชนที่ชื่นชอบศิลปะได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้โดยตรงจากศิลปินแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบมอบทุนสงเคราะห์การศึกษาผู้ถูกคุมพร้อมจับมือ สกร.ยกระดับความรู้ ส่งเสริมต่อยอดจนสำเร็จการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พ.ค.2568 ที่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานประพฤติ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอเมืองประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ คณะครู กศน. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ ร่วมมอบทุนสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมการศึกษา เพื่อไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและชุดนักศึกษา

รวมเป็นจำนวนเงิน 1,200 บาท ให้แก่ผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้น ม.ต้น ในปีการศึกษา2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษา ที่ทางสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองประจวบฯ ได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิดด้วย โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับ ม.ต้น ตามที่กรมคุมประพฤติมีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษาแก่ผู้กระทำผิด ในระบบบงานคุมประพฤติ

ด้าน นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สนง.คุมประพฤติฯ กล่าวว่า ตามที่กรมคุมประพฤติ มีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษา แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้มีการจัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือ ( MOU ) การจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 เพื่อยกระดับการศึกษาให้แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับผู้กระทำผิดที่เข้ารับการศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งในวันนี้ ได้มีผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาท หวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษาที่ทางสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดในวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยได้ประสานงานกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) อำเภอเมืองประจวบฯ ซึ่งได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิด โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยในวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยกลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติได้ประสานบูรณาการความร่วมมือ กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ

ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน และให้คำแนะนำ พร้อมกับให้กำลังใจกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้สงเคราะห์ทุนในการส่งเสริมการศึกษา อุปกรณ์การศึกษาและชุดนักศึกษา ให้กับบุคคลดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ในการ ส่งเสริมด้านการการศึกษา และให้กำลังใจแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าวอีกด้วย////////

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / รถบรรทุกโคขุนดึงเวลาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงนาน3ชั่วโมงอ้างเอกสารกำลังเดินทางพร้อมติดเบอร์หูโคขุนโชว์หน้าด่านกักสัตว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา16.00น.วันที่17พ.ค.68เจ้าหน้าที่ชุดความมั่นคงนำโดย ฉ.ก.จงอางศึก เจ้าหน้าที่สำนักการข่าว กอ.รมน.ลงพื้นที่ตรวจสอบรถบรรทุก20ล้อสีฟ้า ทะเบียน 70-8683 เพชรบุรี บรรทุกโคเพศผู้มาจำนวน47ตัว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียนกรณีมีการเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ ไม่มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์การจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 บริเวณริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องหน้า ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ จากการเข้าตรวจสอบพบรถบรรทุกคันดังกล่าวไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ขณะเข้าด่านตรวจ โดยคนขับรถบรรทุกได้เเจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบว่า เอกสารกำลังเดินทางมาโดยเจ้าหน้าที่ได้รอเอกสารนานเป็นเวลาเกือบ3ชม.ต่อได้ มีชายฉกรรจ์แต่งกายคล้าย นักธุรกิจ อ้างว่าเป็นกำนัน รายหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดประจวบฯมีพักพวกเป็นนายทหาร ยศ ร.อ.จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นเป็นที่ตั้งข้อสังเกตุได้ว่าอาจมีการแก้ไขเอกสารหลายจุดเพื่อให้พ้นการจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งเอกสารประกอบไปด้ว        1. ใบอนุญาตให้หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ เข้า ออก ผ่าน หรือ ภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ร.5
        2.หนังสือมอบอำนาจ จากบริษัท เคเคโอเวอร์ซี เทรดดิ้นแอนด์ลอเฟิร์ม จำกัด
       3.เบอร์ติดหู โค แบบพลาสติกสีเหลือง จำนวนมาก
       ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมคลิปVDOไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำเข้าในที่ประชุมต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับได้อีก! ทหารเรือ นรข.”สถานีเรือบึงกาฬ” ร่วมหน่วยความมั่นคง สกัดจับยาบ้าล๊อตใหญ่ 1 ล้านเม็ด กลางดึก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พ.ค.68 ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.)เขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.มอบหมายให้ น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,006,000 เม็ด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข โดยมี น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย, น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ, พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ, ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬ, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ, ผู้แทนกองร้อย ตชด.244, ผู้แทนตำรวจน้ำบึงกาฬ ผู้แทนนายด่านศุลกากรบึงกาฬ, ผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เวลา 23.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายลับรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขงระหว่างบ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ ตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด

กระทั่งเวลา 02.00 น.ของวันที่ 16 พ.ค. เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่บริเวณริมโขงบ้านท่าไคร้ ตรวจพบรถยนต์1คัน วิ่งมาพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน มาจอดดับไฟบริเวณริมโขง ชุดปฏิบัติการได้ซุ่มเฝ้าตรวจพบมีชายจำนวน 2 คน กำลังยกวัตถุหีบห่อคล้ายยาบ้าเสร็จแล้วรีบขับรถออกไป เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงส่งสัญญาณใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืน

ให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยกลับเร่งเครื่องยนต์หลับหนีเข้าไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 212 – บก.3013 จึงประสานหน่วยความมั่นคงแจ้งพิกัดรถต้องสงสัย ได้ทำการติดตามค้นรถยนต์ต้องสงสัยขนยาเสพติดถึงบ้านห้วยสามยอด ต.โป่งเปื่อย อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ในระหว่างไล่ล่าติดตามตรวจค้นรถยนต์ดังกล่าว

ผู้ต้องสงสัยมีพฤติการณ์หลบหนีเจ้าหน้าที่ นรข.ทหารเรือจึงตัดสินใจขับรถพุ่งชนรถเก๋งของกลาง ส่งผลให้ทั้งเจ้าหน้าที่ นรข.ทหารเรือ และผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บสาหัส สามารถตรวจยึดของกลางรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนเงิน ทะเบียน กฉ 4045 นครพนม จำนวน 1 คัน ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย ทราบชื่อต่อมา ชื่อนาย เอ็ม(นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ชาวตำบลหอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจดูเปิดดูด้านในรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนเงิน ทะเบียน กฉ 4045 นครพนม พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จึงได้นำของกลางทั่งหมดตรวจสอบเพิ่มเติมที่ หน่วยสถานีเรือบึงกาฬ นรข.เขตหนองคาย ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่าทั้ง 3 กระสอบ เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 171 แพ็ค รวมเป็นเป็นยาบ้าทั้งสิ้นจำนวน 1,006,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดบันทึกจับกุมและนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หอคำ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่ามารับยาบ้าจากคนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน(ชื่อพงศ์) ส่งแล้วโดยไม่ได้คุยอะไรกันต่อ เงินจะยังไม่ได้ต้องส่งของล็อตนี้ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนถึงจะได้ แต่มาโดนจับเสียก่อน ผู้ต้องหาก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการแจ้งเบาะแสสืบสวนขยายผลต่อได้ นรข.

ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งจะนำกำลังพลหน่วย นรข.พบปะประชาชน เยาวชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปปท.เขต6-ตำรวจ บุกรวบเจ้าหน้าที่กองคลังเทศบาลเบียดบังเงินภาษี. / กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ10.30น.ของวันที่16 พฤษภาคม 2568. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายณรงวิทย์ สุวรรณสิทธิ์ ผอ.ปปท. เขต 6 และ พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผอ. กอท.พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. เขต 6 นำโดย ร.ต.อ.สมบูรณ์ อินทร์ทับ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ
และ ร.ต.อ.อัศวิน เบญจโอฬาร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการตามหมายจับศาลอาญา
คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ ที่ 7/2568 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ทำการจับกุมนาย ส. (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ขณะเกิดเหตุตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ ๕ กองคลัง เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บ รับชำระภาษีของเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่เบียดบังเอาเงินค่าภาษีที่ตนเองรับไว้เป็นของตนเองโดยทุจริตไม่นำส่งเป็นรายได้ของเทศบาล และเพื่อเป็นการปกปิดการกระทำความผิดได้ปลอมเลขที่และเล่มที่ใบเสร็จรับเงินค่าภาษี และฉีกทำลายใบเสร็จรับเงินบางฉบับ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14๗ มาตรา 157 มาตรา ๑๖๑ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ขณะกระทำความผิด
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ที่ 2 ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก และได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหา ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด” กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

เรียน ผู้บังคับบัญชาเพื่อกรุณาทราบ กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

เมื่อ เวลา 13.30น.ของวันที่16 พค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท.(ท.) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท.

ร่วมกับ จนท.อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, ประชาชนจิตอาสา, จนท.ดับไฟป่า, ชป.ลว.พัน.ซบร.23 บชร.3, ชป,ลว.พัน.ขส.23 บชร.3, ผู้นำท่องที่ท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ 2568 เพื่อฟื้นฟูป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ซึ่งช่วยในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนให้กับโลก ต้นไม้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดมลพิษป้องกันการพังทลายของดิน และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพการปลูกต้นไม้ใน

วันนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินปลูก ต้นสัก, ต้นมะค่า, ต้นมะคึก, ต้นพยุง และต้นไผ่ จำนวน 500 ต้น ในพืัน 3 ไร่ ณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ม.7 บ้านหนองหญ้าไซร ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จังหวัด.สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 จัดพิธีพุทธาภิเษก สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) และทอดผ้าป่าสามัคคี ณ ค่ายสุรนารี

แชร์เนื้อหานี้

กองทัพภาคที่ 2 ร่วมบุญอันยิ่งใหญ่ จัดสร้างสมเด็จพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) และทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมี พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคุณสุพางค์พรรณ พาดกลาง

ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมผู้มีจิตศรัทธา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ณ สโมสรร่วมเริงชัย ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

ได้รับพระเมตตา จาก “4 ดอกบัวบานแดนอีสาน” หลวงปู่ศิลา วัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงพ่อสุริยันต์ วัดป่าวังน้ำเย็น พระอาจารย์ต้อม วัดท่าสะแบง พระอาจารย์สุริ

ยัณ วัดป่าฉัพพรรณรังสี ในพิธีมหาพุทธาภิเษก และทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล สมทบทุนสร้าง “สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ”

หรือ “หลวงพ่อใหญ่โชคดี” เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา โดยพระพุทธปฏิมา

สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) มีขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร ความสูง 9 เมตร ซึ่งจะประดิษฐาน ณ วัดป่าศรีคุณาราม อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี

วัดป่าศรีคุณารามเป็นวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

การสร้างพระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่ ณ วัดแห่งนี้ จึงเป็นการส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษา ปฏิบัติธรรม และเป็นที่พักพิงทางใจของพุทธศาสนิกชนสืบไป​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวกาแฟจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568–สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์มูลค่าสูง สู่การพัฒนากาแฟน่าน ภายไต้โครงการเกษตรปลอดภัย และมูลค่าสูง (กาแฟ)จังหวัดน่าน

ระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2568 ณ จังหวัดน่าน โดยเชิญ Influencer และสื่อมวลชนจากภาคเหนือ ร่วมเดินทางท่องเที่ยว ชิม และเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟคุณภาพสูงของจังหวัดน่าน

ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมนี้มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกาแฟน่านและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ณ โรงคั่วกาแฟ น.น่าน อำเภอเสียงสา ร้าน 29 base บนถนน สายอำเภอสันติสุข บ่อเกลือ จังหวัดน่าน

กิจกรรมประกอบด้วยเรียนรู้วิธีการคั่วกาแฟ เรียนรู้การแปรูปผลิตภัณฑ์จากกาแฟ เรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟพิเศษน่าน ร่วมเวิร์กชอฟเกลือสปาผิวที่รฤกบ่อเกลือ ซึ่งในช่วงเช้าสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน

ได้นำคณะขึ้นรถรางชมความงดงามนเส้นทางท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองน่าน จุดที่ 1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน จุดที่ 2 วัดมิ่งเมือง จุดที่ 3 วัดศรีพันต้น จุดที่ 4 วัดไผ่เหลือง จุดที่ 5 วัดหัวข่วง จุดที่ 6 วัดมงคล จุดที่ 7 กำแพงเมือง จุดที่ 8 ตลาดโต้รุ่ง

จุดที่ 9 วัดสวนตาล จุดที่ 10 แยกช้างเผือก จุดที่ 11 วัดสถารส จุดที่ 12 มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาน่าน จุดที่ 13 ตลาดเชียงแข็ง จุดที่ ที่14 วัดน้ำล้อม จุดที่ 15 โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา จุดที่ 16 วัดหัวเวียงไต้ จุดที่ 17 ศาลเจ้าปึงเถ่ากง จุดที่ 18 วัดกู่คำ จุดที่ 19 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “คุ้ย” ทำถึง! ปล่อยตัวอย่างเต็ม “Attack วิญญาณเลขที่ 13”เปิดมิติใหม่ “ผีลิลลี่” ไล่ล่า “อ๊ะอาย-เพิร์ธ-สตางค์-ยูแอล” โคตรคลั่ง ตะโกนลั่น ถ้าผี Bully มา พวกเธอก็พร้อม Attack กลับ!!!!

แชร์เนื้อหานี้
 “13 สตูดิโอ” (เธอทีน สตูดิโอ) นับถอยหลังเปิดฉากการไล่ล่าสุดคลั่งของ “ผีบุษบา” ในภาพยนตร์สยองขวัญ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” ผลงานการกำกับของ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา การันตีโดยผลงานภาพยนตร์ “ธี่หยด” และ “ธี่หยด2” ที่กวาดรายได้ไปกว่า 1000 ล้านบาท 
 ล่าสุดได้ปล่อยตัวอย่างเต็มของ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” ให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความเขย่าขวัญแบบไร้ขีดจำกัด นำแสดงโดย  อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ หรือ อ๊ะอาย 4eve รับบทเป็น “จิน”, ลิลลี่-ลฎาภา ทองคำ หรือ ลิลลี่ เดอะ เฟซ สวมบทเป็น “บุษบา” หรือ “ผีบุษบา”, เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช แสดงเป็น “หงส์”, สตางค์-ตริษา ปรีชาตั้งกิจ รับบทเป็น “อร”, ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี แสดงเป็น “หยา”  และนักแสดงหนุ่มหล่อคนเดียวของเรื่องนี้ได้แก่ แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ สวมบทเป็น “กรรณ”
ผู้กำกับ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา กล่าวว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้หยิบเอาประเด็นที่เกิดขึ้นในสังคม ได้แก่ การบูลลี่ หรือการล้อเลียน มาพูด ซึ่งปัญหาการบูลลี่มีมาตั้งแต่สมัยที่ผมเรียนมัธยม ล้อชื่อพ่อแม่ ล้อเรื่องรูปร่างหน้าตา ดังนั้นผมเลยเลือกนักแสดงวัยรุ่นหญิงมาร่วมงานด้วย เลือกคนที่หน้าตาดีเพราะอยากได้ฟีลแบบเกิร์ลกรุ๊ป  คนแรกที่คิดถึงเลยคือ น้องอ๊ะอาย เพราะเราเคยร่วมงานกันมาก่อน ก็เห็นด้านใส ๆ ของน้อง เลยคิดว่าถ้าเราเอาเขามาปรับเป็นโหมดโหด สู้คน มีความแซ่บ อ๊ะอายในเรื่องนี้จะเถื่อนหน่อย ๆ การเข้าใจคาแร็คเตอร์ตัวนี้ต้องใช้ฝีมือ ต้องทำยังไงให้คนเชียร์ตัวละครตัวนี้ ซึ่งอ๊ะอายทำได้ดีเข้าใจมู้ดตัวละครนี้มากครับ ในส่วนของ ลิลลี่ เคยดูผลงานของเขาจากหนัง “เพื่อนที่ระลึก” และเป็น เดอะ เฟซ ทีมงานก็บอกผมว่าเด็กคนนี้เก่ง ทำการบ้านดี ซึ่งก็จริง อย่างบางซีนผมตีความแบบนี้ แต่ลิลลี่ก็มองว่าน่าจะเป็นแบบนี้ไหม เขาตีคาแร็คเตอร์ไว้ดี บท “บุษบา” ที่ลิลลี่ได้รับ เป็นคนที่โหดสุด บูลลี่คนหนักสุด เป็นหัวโจกที่จี๊ดสุดในโรงเรียน แต่ในเวลาเดียวกันเขาต้องขับเสน่ห์ตัวเองออกมาให้ดูน่าสนใจให้ได้ ผมก็ลองเอาภาพน้องไปเทสต์ให้ผู้ชายดู เขาก็บอกว่าลิลลี่เหมือน หวังจู่เสียน ผมก็รู้สึกว่ารอดแล้ว เขาดูมีคาริสม่าดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้เป็นอย่างดีครับ” 

“เพิร์ธ เป็นอะไรที่แจ๋วมาก เขาเป็นนางเอกช่อง One31 ตัวละครตัวนี้มีคาแร็คเตอร์เป็นเด็กผู้หญิงใส ๆ มีน้ำใจ เงียบและเก็บความรู้สึกเก่ง ตัวละครนี้เล่นยาก และต้องแชร์แอร์ไทม์ให้คนอื่นด้วย ตอนที่นั่งดูตัดต่อรู้สึกว่าทำไมเขาเก่งอย่างนี้ ส่วนน้องสตางค์ เคยผ่านการแสดงซีรีส์มาบ้าง แต่ไม่เคยเล่นหนังเลย ตอนแรก ๆ ก็รู้สึกว่าน้องดูไม่มีทักษะเลย แต่เขามีความสดใสเหมือนตัวละคร “อร” เป็นลูกกระจ็อกของแก๊ง แต่พอมาร่วมงานกันเขามีความพยายามมาก กลายเป็นว่าการแสดงของเขาตัดต่อชมเขาเยอะที่สุด เขาเล่นรับทุกแอ็ค ไม่คัทไม่เลิกจริง ๆ สำหรับน้องยูแอล เป็นนางเอกละครจักร ๆ วงศ์ ๆ เห็นแล้วรู้สึกเขามีเสน่ห์ เราอยากให้คนแบบแปลก ๆ ที่คนดูไม่คิดว่าจะมาเล่น การได้นางเอกจักร ๆ วงศ์ ๆ มาร่วมงานอย่างน้อยเขาอึด ถึก ทน เขาตอบโจทย์บท “หยา” ได้ดี ชั่วโมงบินการแสดงเยอะเราดีดนิ้วสั่งได้เลย ปิดท้ายด้วย ผู้ชายคนเดียวอย่าง แบงค์ ทำไมต้องเป็นเขา จริง ๆ มีคนมาแคสท์เยอะมาก แต่ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์มากที่สุดา หน้าตาดีดูหลอกผู้หญิงได้ ทรงแบดบอย และเขาเข้าใจมู้ดตัวละครมากสุด มีทั้งดีและเลว และเราต้องเอาใจช่วยเขาด้วย ตัวละครนี้แบงค์โดดเด่นและเข้ากับคาแร็คเตอร์มากที่สุด เขาเป็นคนมีความตั้งใจครับ” คุ้ย-ทวีวัฒน์ กล่าว

“Attack วิญญาณเลขที่ 13” 19 มิถุนายนนี้ “ตบ” ถึง “ตาย” ในโรงภาพยนตร์

13studio #THIRTEENSTUDIO #ATTACK13 #วิญญาณเลขที่13

Aheye4EVE #stangtari #ULRamita #PerthKVSR #LillyNicha #BankNuttawat

ลิงค์ตัวอย่างภาพยนตร์ https://drive.google.com/drive/folders/1sURlyJeQ5X5hAdn0-wIknocRErSGdV7S

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.อำนวย หมื่นภูเขียว ณ.เมรุวัดแจ้งสว่างใน ต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เวลาประมาณ 16.45 น.พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธาน พิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.อำนวย หมื่นภูเขียว ศิริอายุ 78 ปี โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ คหบดีเมืองชุมแพ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ ครอบครัว คณะญาติให้การต้อนรับและร่วมกันประกอบพิธีส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผัวโหดทุบหัวเมียเสียชีวิตในวันเกิด – ตำรวจตั้งข้อหาหนัก

แชร์เนื้อหานี้

เกิดเหตุสลดในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เมื่อชายวัย 35 ปี ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.00 น. นายสมัคร เมืองพิน หรือ “กึ้ม” ได้ทำร้ายร่างกายนางสาวพิกุลทอง ดาผา อายุ 43 ปี ภรรยาของตนเอง โดยใช้มือและเท้าทุบตีบริเวณศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้นำร่างภรรยาส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรแจ้งบุตรสาววัย 17 ปีของผู้เสียชีวิต ซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัด ว่าแม่ถูกทำร้ายร่างกายจนไม่รู้สึกตัว และต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ผู้เสียชีวิตสิ้นใจในเวลา 06.20 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของเธอ โดยบุตรสาวเปิดเผยว่า ตนเดินทางกลับมาทันหลังแม่เสียชีวิตไปแล้วเพียง 1 ชั่วโมง

นายดาว คำวงษา อายุ 55 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายตนมักมีนิสัยรุนแรงเวลาเมา สุราเป็นสาเหตุหลักของปัญหา โดยก่อนหน้านี้นายกึ้มเคยมีแฟนหลายคน และคบหากับผู้เสียชีวิตมาราว 2 ปี ก่อนจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าในบ้านโนนเกษม ต.นิคมคำสร้อย ซึ่งตลอดระยะเวลามักมีปัญหาทะเลาะกันเป็นประจำ

ภายหลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้กลับมารอให้ตำรวจจับตัวที่บ้านเช่า โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาให้ถึงแก่ชีวิต

เบื้องต้น พ.ต.ท. วัชรพล จันทรศรี พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ได้แจ้งข้อหานายสมัคร เมืองพิน ในข้อหา “เจตนาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และควบคุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ข่าวอาชญากรรม #ความรุนแรงในครอบครัว #ผัวทำร้ายเมีย #มุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #วันเกิดกลายเป็นวันตาย #สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย #ฆ่าภรรยา​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาธารณสุข ผนึก ทหาร – ตำรวจ บูรณาการร่วมกันพร้อมองค์กรต่างๆ ยกระดับโคราช ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช

แชร์เนื้อหานี้

รองนายแพทย์สาธารณสุข ปลุกระดม ทหาร-ตำรวจ และองค์กรต่างๆในโคราชให้มาบูรณาการร่วมกันยกระดับโคราช “ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช” ของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ เน้นไปที่การสร้างกิจกรรมทางการกีฬา การร้องเพลง ดนตรี เพื่อให้เยาวชนของนครราชสีมาห่างไกลจากยาเสพติด ตั้งงบปี 2568 กว่า 7 ล้านบาท

นายชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า ตนในฐานะประธานการประชุมบูรณาการทุกหน่วยงานของจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมการจัดกิจกรรม “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” เพื่อต่อต้านยาเสพติดประจำปี 2568 โดยมีทุกภาคส่วนของจังหวัด อาทิ ตำรวจ ทหาร สาธารณสุขทุกอำเภอ โรงเรียน โรงพยาบาล เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาประชุมเพื่อแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปีนี้ได้รับงบประมาณจากจังหวัดประมาณ 7 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมปี 2568 นี้ โดยเน้นกิจกรรมไปที่เด็ก และเยาวชน เพื่อต่อต้านยาเสพติด อาทิ กิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมทางดนตรี กิจกรรมเน็ตไอดอล เพื่อให้เด็กมีผลงานเข้ามาประกวดและแข่งขัน และต่อยอดในกิจกรรมนั้นๆและยังเป็นการเพิ่มจำนวนเด็กและเยาวชนให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการเซ็ทติ้งสถานศึกษา เรือนจำและสถานประกอบอื่นๆอีกด้วย และปีนี้เราได้ทางตำรวจและกองทัพภาคที่ 2 หน่วยงานราชการเข้ามาร่วมเซ็ทติ้งกับเราในปีนี้ด้วย

รองนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมากล่าวต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรเด็กและเยาวชนจะมีความเข้มแข็งต่อตนเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า น้ำกระท่อม ต้องได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ต้องหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้น ต้องมีความฝันให้เด็กๆ มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬา นักดนตรี หรือเน็ตไอดอลเขาจะได้ห่างไกลจากยาเสพติด โครงการ “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” ก็จะมุ่งเน้นจุดเริ่มต้นของเด็กๆหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมและขยายวงไปยังเครือข่ายต่างๆ ของน้องๆ และเยาวชนให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ ก็จะเชื่อได้ว่าเด็กจะหวนคืนสู่สังคมได้อย่างแน่นอน
ทางด้าน พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

กล่าวว่า เข้าร่วมสนับสนุนเพื่อของ ทูบี นัมเบอร์วัน เน็ตไอดอล ตามพื้นที่อำเภอต่างๆ พร้อมทั้งกวดล้านขบวนการผู้ค้ายาเสพติดและขบวนการ พร้อมทั้งดูแลผู้เสพเพื่อให้เขากลับคืนสู่สังคม กิจกรรม ทูบี นัมเบอร์วัน เป็นกิจกรรมที่ดี ทางตำรวจพร้อมให้การสนับสนุนทุกๆกิจกรรม เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
ด้านพันเอกจีราชัย มุสิกะพุกก์ รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที 21 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนมองว่าอนาคตของประเทศชาติเริ่มต้นที่เด็กและเยาวชน เราสามารถทำให้เด็กๆห่างไกลจากยาเสพติดได้ ทางตนพร้อมให้การสนับสนุน กิจกรรมของเด็กและเยาวชนให้ดีต่อประเทศชาติต่อไปและโครงการที่ดีอย่าง “ทูบี นัมเบอร์ วัน” ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเยาวชนสามารถห่างไกลจากยาเสพติดได้ด้วย กิจกรรมต่างๆของโครงการนี้

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อภิมหาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ก้าวสำคัญสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

​โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Aviation City) ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยมีเป้าหมายในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลักแห่งที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการบินหรือ Aviation Hub ที่สำคัญในภูมิภาค

​สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนั้นพบว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างและการลงทุนอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้ ซึ่งเป็นกานรลงนามระหว่างบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่เตรียมจะเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยไม่รอการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และอยู่ระหว่างการเจรจาสิทธิประโยชน์พื้นที่ปลอดอากรเมืองการบินอู่ตะเภา

​ขณะที่แผนการพัฒนาโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น โครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภามีแผนดำเนินการครอบคลุมในพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีการวางแผนพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางการบินและธุรกิจต่อเนื่อง รวมถึงการเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางรางแบบไร้รอยต่อ

​มีรายงานเพิ่มเติมว่าโครงการนี้มีการสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกับเอกชน โดยรัฐบาลได้อนุมัติการแก้ไขสัญญาโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โดยเพิ่มเงินลงทุนเป็น 40,000 ล้านบาท และจัดหาแหล่งเงินกู้เงื่อนไขพิเศษ . นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้สถานบริการในเขตเมืองการบินภาคตะวันออกสามารถเปิดบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ ที่จะให้มีการเปิดบริการโครงการได้ในเฟสแรกภายในในปี 2571 โดยมีการวางแผนขยายขีดความสามารถสนามบินและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่ “มหานครการบินอู่ตะเภา” . ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทย

​สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก และส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกเป็นอย่างดี

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่า.กทม. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัย และผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ ตึกสตง. ถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

(13 พ.ค.68) ณ อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร เวลา 07.00 น. : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถระสมาคม

เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อรับบิณฑบาต

️จากนั้น เวลา 08:00 น. พระสงฆ์จำนวน 109 รูป ได้ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต และในเวลา 09.45 น. ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจากทุกหน่วยงาน ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้ประสบภัย

เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการไว้อาลัยให้ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้นล่าง อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร

️ในการนี้ นายมลเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.)

นางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่เขตจตุจักร

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่านศุลกากรมุกดาหารเข้ม จับคนขับรถบรรทุกลักลอบนำยาบ้าข้ามสะพานมิตรภาพ 2 / ​จนท.กรมควบคุมโรค ตรวจร้านแพเจ้าสำราญ ปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สืบเนื่องจากนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนาวสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 มีนโยบายให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระท่าความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้รับข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรจึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผู้อํานวยการ ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายปริญญา ผลมั่ง หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ร่วมกับ ร้อยทหารพรานที่ 2105 ฉก.ทพ.21 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และ ตชด.234 ทำการตรวจค้นรถบรรทุกต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1187 / 70-1188 นครพนม ขณะแล่นมาจอดที่บริเวณช่องขาเข้าด่านพรมแดนมุกดาหาร

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต )พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกซุกซ่อนบริเวณที่ใส่ของด้านขวาข้างประตูผู้ขับขี่ รวมจำนวน 372 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายปองคุณ แซ่หว่อง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ที่ 5 ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ผู้ขับขี่ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลักลอบนำเข้ายาบ้าสะพานมิตรภาพ2 #ด่านพรมแดนมุกดาหาร #ด่านศุลกากรมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​จนท.กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ร้านแพเจ้าสำราญ ตรวจเข้มการปฏิบัติตามกฎหมายยาสูบและแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เจ้าหน้าที่ติดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าทำการตรวจสอบร้านอาหารแพเจ้าสำราญ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ว่าทางร้านได้มีการปฏิบัติให้เป็น

ไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ อาทิ การติดแสดงเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ การห้ามโฆษณา/สื่อสารการตลาด ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และการติดป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งในครั้งนี้เมื่อพบการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้ทำบันทึกแจ้งเตือนให้ทางร้านดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงตรวจร้านแพเจ้าสำราญ #คุมเข้มบุหรี่ไฟฟ้า #โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ #แพเจ้าสำราญ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมควบคุมโรค #กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อ น้องแพน เผย ไม่เคยฟ้องยึดเงินบริจาค 4.8 ล้านบาท ไม่เคยทอดทิ้งลูก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายเพิน วงค์กระโซ่ พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยป่วยเป็นมะเร็งปากเสียชีวิต โดยมีทรัพย์มรดกที่ยังคงเหลือจากการได้รับบริจาคเป็นเงินประมาณ 4.8 ล้านบาท และกลายเป็นประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายยาย กับ พ่อของน้องแพน ในเรื่องการแบ่งปันเงินจำนวนดังกล่าว เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวว่า ตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่า พ่อฟ้องศาล ขอยึดเงินบริจาค 4.8 ล้าน หลังลูกเป็นมะเร็งเสียชีวิต นั้น ไม่เป็นความจริง โดยตนไม่เคยยื่นฟ้องขอยึดเงินบริจาคและไม่เคยยื่นฟ้องคดีใดๆ ต่อศาลเกี่ยวกับเงินบริจาคเลย

“ผมรู้สึกเสียใจที่มีข่าวซึ่งไม่เป็นเรื่องจริงถูกนำเสนอเผยแพร่ออกไปจนทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง และรู้สึกไม่ดีเกิดดราม่าเคียดแค้นว่าพ่อน้องแพนจะยึดเงินบริจาคทั้งหมด อยากวิงวอนให้สื่อและสังคมเปิดใจรับฟังอย่างปราศจากอคติ ให้เวลาทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงพูดคุยอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่ฟันธงล่วงหน้า ไม่เหยียด ไม่ดร่ามา อยากให้มีคนกลางเข้ามาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาใช้ชีวิตอย่างครอบครัวเดียวกั มีความรักใคร่ผูกพันกันเหมือนเดิม อยากวิงวอนขอร้องว่าไม่ควรสร้างกระแสทำให้คนที่เคยอยู่ร่วมกันเกิดความเข้าใจผิดต่อกัน ต้องแตกแยก รังเกียจกัน ไม่มองหน้ากัน จ้องแต่จะหาเรื่องแจ้งความดำเนินคดีกัน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม” นายเพลินกล่าว

นายเพิน กล่าวว่า อยากฝากไปถึงยายแจ๋วและน้าเตี้ยว่าทางพ่อไม่เคยคิดอะไรที่เป็นทางไม่ดีหรือมีอคติด้วยเลย มีอะไรที่ไม่เข้าใจอยากให้คุยกันโดยตรงเหมือนกับที่เป็นครอบครัวเดียวกันเคยอยู่ร่วมกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ฟังความจากคนอื่นที่ไม่เป็นเรื่องจริงแล้วเอามาใส่ร้ายปักปรำให้เกิดความเข้าใจผิดกันโกรธกัน บางครั้งถ้าผมพูดอะไรผิดไปก็ต้องขอโทษด้วย แต่ในใจผมไม่ได้คิดอะไร แต่เนื่องจากคำพูดที่ว่าพ่อไม่เคยมาดูแลอะไรน้องแพนเลย มันเหมือนกับเป็นคำกล่าวหาที่ทำให้ผมทั้งน้อยใจและโกรธ ซึ่งความจริงยายแจ๋วและน้าเตี้ยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าผมก็เลี้ยงดูแลน้องแทนอยู่เช่นกัน เพียงแต่ผมต้องทำงานหาเงินเพราะเรามีฐานะยากจนก็เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้มีเวลามาดูน้องแพนได้มากนัก อีกทั้งน้องแพนก็เป็นผู้หญิง อายุก็มากแล้วไม่ใช่เด็กหญิงการที่ยายแจ๋วและน้าเตี้ยเป็นผู้ดูแลจึงเป็นเรื่องที่จะสะดวกมากที่สุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกก็ยังมีเช่นเดิมเหมือนครอบครัวปกติทั่วไป
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ที่พึ่งทางใจ พบต้นโพธิ์ใบสีขาวบริสุทธิ์ งอกใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ที่ศรีสัชนาลัย ให้เลขเด็จ 872

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่วัดวังค่า ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีต้นโพธิ์ประหลาดซึ่งมีใบสีขาวบริสุทธิ์ โผล่งอกขึ้นมาอยู่ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่มากกว่า 4 คนโอบ สูงเกือบ 30 เมตร

อายุหลายร้อยปี ยืนต้นอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำยม ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ พระชะนะ ฐานวโร พระลูกวัดวังค่ากำลังกวาดลานวัดอยู่

ผู้สื่อข่าวจึงเดินไปกราบนมัสการและให้ท่านเล่าถึงต้นโพธิ์ที่มีใบสีขาวให้ฟัง พระชะนะ ฐานวโร เล่าว่าไม่รู้ว่าใบโพธิ์สีชาวนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่ที่อาตมาเห็นใบโพธิ์สีขาวนี้มาก็ประมาณ4ปีแล้วแต่ก็ไม่มีการแตกกิ่งก้านขยายมากกว่านี้ตนเองรู้สึกว่าแปลกมากคิดว่าสิ่งศักดิ์ศิษย์ลงมาจุติ

เผื่อให้ชาวบ้านนั้นมากราบไว้เคารพบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับครอบครัวและชุมชนหลังจากนี้ทางวัดจะสร้างศาลให้กับต้นโพธิ์ต้นนี้โดยใช้ชื่อว่า โพธิ์สวรรค์ ให้เป็นที่สักการะเคารพที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ก่อนหน้านี้อาตมาเคยเด็ดใบโพธิ์สีขาวไปเก็บไว้ได้สามสี่วันใบโพธิ์ที่เก็บไปนั้นกลายเป็นสีเขียว

อาตมารู้สึกแปลกมากคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จุติมาจากสวรรค์แน่นอนและจะคอยเก็บใบโพธิ์สีขาวที่ร่วงมารวบรวมไว้เพื่อเวลามีการพระนาคบวชพระจะเอาไปใส่ในบาตรและสวดยัดแล้วนำมาให้ญาติโยมได้บูชาเพื่อเป็นพุทธบูชา ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นก็มีชาวบ้านเข้ามาดูเลขขอพรกันอยู่เรื่อยๆมีถูกหวยกันไปหลายคนแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

ทางด้านนางเรียน เที่ยงตรง อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าตนรู้สึกดีใจมากที่มีโพธิ์สีขาวงอกออกมาที่กลางต้นโพธิ์แห่งนี้ในหมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นนิมิตรใหม่อันดีกับหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นตนเป็นคนไม่ถนัดเรื่องนี้ แต่ก็เห็นมีคนเข้ามาขอหวยขอเลขขอโชคกันบ่อยๆ และในวันนี้ก็ได้มีกลุ่มคนเข้ามาขอโชคจากต้นโพธิ์หลายคน มีที่รู้จักชื่อน้องน้ำพริก บอกเห็นเลข 8,7,2 ตุ่นก็จะนำเลขนี้ไปเสี่ยงโชคต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ออกมาโต้แล้ว!! พ่อน้องแพนยันไม่ได้บุกรุก-ลักทรัพย์ ตามที่ถูกยายแจ๋วแจ้งความ “เอาเสื้อผ้าเครื่องใช้ของลูกกลับมาทำบุญให้จากบ้านที่ตนและลูกอยู่อาศัยก็เป็นความผิดหรืออย่างไร?”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายเพิน วงค์กระโซ่ พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยป่วยเป็นมะเร็งปากเสียชีวิต เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่า มีทนายความคนหนึ่งได้พานางแจ๋ว หรือยายแจ๋ว ขวัญม่วง ยายของน้องแพน ไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกรวม 7 คน

ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยกล่าวหาว่าบุกรุกบ้านและลักทรัพย์ ในบ้านที่น้องแพนอาศัยอยู่ก่อนเสียชีวิตนั้น นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะบ้านหลังดังกล่าวตนกับนางสาวจิดาภา เดิมชื่อสุกัลยา หรือ น้องแพน วงศ์กระโซ่ นายวิชิต วงค์กระโซ่ และ ด.ญ.กนกกาญจน์ หรือน้องต้นข้าว วงค์กระโซ่ ลูกของนายวิชิต ซึ่งทั้งหมดเป็นลูกและหลานของตน ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวมานานหลายปีตั้งแต่เกิด

ซึ่งน้องแพนขณะเสียชีวิตก็อายุ 34 ปี แล้ว ทรัพย์สินภายในบ้านก็เป็นของตนและลูกที่อยู่อาศัยกันภายในบ้านนั้นดังกล่าว ส่วนยายแจ๋ว กับนางสาวสมจิตรหรือน้าเตี้ย ทรัพย์ประเสริฐ ลูกสาว ไม่เคยมาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันตนและลูกหลานเลย โดยนางแจ๋วและน้าเตี้ยพักอาศัยอยู่ในบ้าน

อีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของบ้านที่ตนกับลูกพักอาศัย ยายแจ๋วและน้าเตี้ยจะเข้ามาบ้านหลังเฉพาะในช่วงเวลาที่จะต้องมาคอยดูแลน้องแพม ตามที่น้องแพมได้จ่ายเงินเป็นค่าดูแลให้กับน้าเตี้ยไว้ในแต่ละเดือน แต่ทั้งยายแจ๋วและน้าเตี้ยไม่เคยมานอนพักเป็นประจำ โดยตอนกลางคืนก็จะกลับไปนอนพักที่บ้านของตัวเอง

ในช่วงวันเกิดเหตุญาติทางจังหวัดมุกดาหารได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล 100 วันให้กับน้องแพน โดยหลังวันงานเสร็จสิ้นก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร และได้นำเอาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของน้องแพนกับวิชิตและเสื้อผ้าของน้องต้นข้าว กลับไปด้วย โดยในตู้เสื้อผ้าก็มีแต่เสื้อผ้าของน้องแพนกับน้อวต้นข้าว ตอนที่ขนสิ่งของขึ้นรถเป็นเวลาประมาณ 15.30 น.

ยายแจ๋วกับน้าเตี้ย ก็อยู่ด้วยและเห็นเหตุการณ์โดยตลอด โดยยายแจ๋วยังได้ทักท้วงว่าเป็นคนออกเงินซื้อตู้เสื้อผ้า ขณะที่ตนรับทราบมาว่าน้องแพนเป็นคนซื้อตู้เสื้อผ้า แต่ก็ไม่อยากให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันประกอบกับในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อผ้าของน้องแพนและของหลานสาวอยู่ภายใน จึงไม่อยากนำออกจากตู้ เลยสอบถามให้ยายแจ๋วคิดมูลค่าตู้เสื้อผ้าดังกล่าว

ว่าจะต้องจ่ายเงินให้เท่าไหร่จึงจะเอาตู้เสื้อผ้ากลับไปได้ ซึ่งนางแจ๋วก็ตอบว่าต้องจ่ายให้ 3,000 บาท จึงได้มีการจ่ายเงินให้กับนางแจ๋วไป และจากนั้นญาติก็ได้เดินทางกลับมุกดาหาร โดยไม่ได้มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งเวลาผ่านมานานร่วม 5 เดือน จึงได้มีทนายความพายายแจ๋วไปแจ้งความดำเนินคดีตนกับพวกดังกล่าว

ทั้งนี้ ตนและลูกหลานญาติพี่น้องอยากจะฝากความในใจไปถึงยายแจ๋วและน้าเตี้ย ว่า พวกเรายังคงรักและเคารพยายและน้าฉันญาติผู้ใหญ่เหมือนเดิม อยากให้กลับมารักใคร่ผูกพันกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ไปเชื่อคนที่มายุแหย่ให้พวกเราผิดใจกัน โกรธเคืองกัน ฟ้องร้องกัน

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยายและน้าจะรู้เรื่องดีที่สุดว่าที่จริงแล้วไม่ได้มีการบุกรุกและไม่ได้มีการลักเอาทรัพย์สินของยายกับน้าเตี้ยไปแต่อย่างใด เป็นเพียงเอาทรัพย์สินของน้องแพนกลับมาเพื่อระลึกถึงเป็นการเตือนความทรงจำ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น้องแพนเท่านั้น ส่วนเรื่องทรัพย์มรดกของน้องแพนก็อยากให้มีการพูดคุยกันในวงญาติเพื่อจะได้จบเรื่องดังกล่าวด้วยดีต่อกัน นายเพินกล่าว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค

แชร์เนื้อหานี้

สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะพานกะปอม” ณ ชุมชนคุณธรรมบ้านบุ่งคล้า กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 ที่บริเวณสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว (สะพานกะปอม) ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า

เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ” ภายใต้โครงการส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี,

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ, นายณรงค์ ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ, อาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี,

นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ, นายคมกฤต บุญกอง นายอำเภอบุ่งคล้า และน.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ,

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, ผู้บริหารจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมในงาน ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ,

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า ที่ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก สู่กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

กิจกรรมไฮไลต์ของโครงการ คือการจัด ประกวดประติมากรรมแห่งศรัทธา “วิถีคล้า วิถีคน” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ชุมชน และผู้มีใจรักในงานหัตถศิลป์จากต้นคล้า ส่งผลงานเข้าร่วม โดยผลงานต้องมีขนาด 2 x 2 เมตร และจัดทีมประกวดไม่เกิน 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อชิงรางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท รองชนะเลิศ 6,000 และ 5,000 บาท พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท

นอกจากจะเป็นเวทีแสดงพลังสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่แล้ว โครงการยังถือเป็นการบ่มเพาะความรู้ ความภาคภูมิใจใน “ต้นคล้า” ซึ่งเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติ

และมรดกทางวัฒนธรรมของบึงกาฬ ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศิลปะที่ผูกโยงกับ “ความเชื่อ ความศรัทธา” อันลึกซึ้งของชาวริมโขง

ภายในงานยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ และนิทรรศการ “Soft Power บึงกาฬ” ที่เปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อิงตำนาน และใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด “นี่ไม่ใช่แค่งานแถลงข่าว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังท้องถิ่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่จับต้องได้”

โครงการนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้น “คุณค่าและความยั่งยืน” จากตำนานสู่ศิลป์ จากศิลป์สู่สินค้า และจากสินค้า สู่โลก—บึงกาฬกำลังใช้ “ต้นคล้า” และ “ความเชื่อ” เป็นสะพานแห่ง Soft Power ที่ก้าวไกลกว่าที่เคย
ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์”จำลองสถานที่สำคัญในรัสเซียให้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร / เปิดภาพ First look ธี่หยด3 ครั้งแรก ที่ เมืองคานส์ปักหมุดเข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้

แชร์เนื้อหานี้

ไม่เพียงแต่จะชู CGI ของอสุรกายคราเคน ให้เป็นตัวเอกของเรื่องแล้ว “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ยังได้ที่ปรึกษาเป็นถึง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเรือรัสเซีย ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทุกอย่างของเรือดำน้ำพลังปรมาณูที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง และมีความถูกต้องสมบูรณ์ทั้งในเรื่องเครื่องแบบของบรรดานักแสดงและโครงร่างของตัวเรือ “ผมรู้สึกอิจฉาคนดูหนังเรื่องนี้ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับความสมจริงภายใต้เรื่องราวการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นและยิ่งใหญ่” อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ นักแสดงผู้รับบทตัวเอกของเรื่องกล่าว

บทภาพยนตร์เขียนโดย “อเล็กเซย์ ซิโดรอฟ” ถูกกำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยที่โซเวียตครองอำนาจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นเรื่องราวที่ร่วมสมัยขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในยุคปัจจุบัน “เนื้อหาของเรื่องจะบอกเล่าถึงปฏิบัติการของเรือดำน้ำบนความซับซ้อนระหว่างตัวละครในเรื่อง โดยตัวละครหลาย ๆ ตัวที่แรก ๆ จะดูเหมือนเป็นคนที่ตรงไปตรงมา แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขากลับค่อย ๆ มีความซับซ้อนในตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะตัวเอกของหนังคือผู้บัญชาการ วิกเตอร์ โวโรนิน ที่แม้จะมีบุคลิกที่เด็ดเดี่ยวเป็นผู้นำอยู่แล้ว แต่คราวนี้เขายังจะต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งกว่าทุกปฏิบัติการที่ผ่านมา เพราะบัดนี้เขารู้แล้วว่า กำลังเผชิญหน้ากับอสูรยักษ์คราเคนที่ไม่เคยมีใครพบเจอมาก่อน” ผู้กำกับฯ นิโคไล เลเบเดฟ กล่าว

อีกความพิเศษอย่างหนึ่งของ “kraken – เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” ที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือ การถ่ายทำฉากใต้น้ำ “เราถ่ายทำกันที่เมืองมูร์มัสค์และที่ฐานทัพเรือเรด แบนเนอร์ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ เซเวโรมอร์ส และซาโอเซอร์ส ที่ถูกจำลองให้เป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร แล้วก็ต้องทำให้ทั้งศาลาน้ำท่วมจนมิดหัวนักแสดงและทีมงานเพื่อให้ได้ภาพที่ออกมาดูสมจริง รวมทั้งยังทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงน้ำหนักของน้ำในมหาสมุทรในระหว่างที่ลูกเรือทุกนายกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่” นิกิต้า มิคาลคอฟ โปรดิวเซอร์ของเรื่องกล่าวทิ้งท้าย

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อพบกับอสูรกายในตำนานของชาวเรือใน “Kraken – คราเคน เลื้อยสยอง 20000 โยชน์” โดย Movie Copyright (Thailand) 29 พฤษภาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นพี่ยักษ์คัมแบ็กพร้อมลุย!!!
เปิดภาพ First look ธี่หยด3 ครั้งแรก ที่ เมืองคานส์
ปักหมุดเข้าฉาย 1 ตุลาคมนี้

สิ้นสุดการรอคอย!!!! กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เสียงเพรียกแห่งความหลอน #ธี่หยด3 จาก M Studio และ ช่อง 3 กับ กับภาพ First look สุดเดือดของ พี่ยักษ์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่กลับมาพร้อมกับ จ่าประพันธ์ “แฉะ องอาจ เจียมเจริญพรกุล”
โดยเป็นการเปิดภาพแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78 (Cannes Film Festival 2025) เตรียมพบกับการเดินทางล่าผีครั้งสำคัญ ที่จะนำไปสู่จุดเริ่มต้น และจุดจบของความสยอง จากฝีมือการกำกับภาพยนตร์โดย แป๊ป ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ และ ต้อม ธนเดช ประดิษฐ์ ที่ยังครบถ้วนไปด้วยครอบครัวตัว “ย” ที่ยังมีชีวิตอยู่ จูเนียร์-กาจบัณฑิต ใจดี, เฟรนด์-พีระกฤตย์ พชรบุณยเกียรติ, เดนิส-เจลีลชา คัปปุน, และ นีน่า-ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน โดยปักหมุดวันฉาย 1 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติ, IMAX และ DOLBY ATMOS

Cannes2025ธีหยด3#TEEYOD3DeathWhisperer3ธี่หยด #ธี่หยด2

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฬุรา จันทร์ศรี สุดปลื้ม!เข้ารับรางวัล “พิฆเนศวร” สาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น” / นก-พงศกร และ บอสนุ-พานิชพล แตกสาขา เปิดตัววงใหม่ “หมอลำอลังการโชว์” ดัน “ไออ้อน กลวัชร” ขึ้นแท่นพระเอกใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ฬุรา จันทร์ศรี สุดปลื้ม! เข้ารับรางวัล “พิฆเนศวร” สาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น”
​แม้จะเพิ่งเข้าวงการบันเทิงได้ไม่นาน แต่สำหรับนักแสดงสาวหน้าหวาน ฬุรา จันทร์ศรี สาวน้อยที่มีผลงานด้านต่างๆ มากมาย ทั้งภาพยนตร์, ละคร, ซีรีย์, หนังสั้น, หนังโฆษณา และอื่นๆ ซึ่งทำให้เธอกลายเป็น “ดาวดวงใหม่” ที่เจิดจรัสแสงในวงการบันเทิงได้อย่างดียิ่งทีเดียว

ล่าสุด สาวฬุรา ออกอาการเป็นปลื้มสุดๆ เมื่อได้รับเกียรติจาก สมัชชานักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) ให้เข้ารับรางวัลในงานประทานรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ-ภาพยนตร์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร” ประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ ๑๓ เป็นรางวัลประทาน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อร่วมเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสร้างมาตรฐานและความเชื่อถือให้เกิดขึ้นต่อคุณภาพของวิทยุโทรทัศน์ และภาพยนตร์ไทย ในสายตานานาประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นบุคลากรทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ผู้ผลิตสื่อรายการสถานีวิทยุโทรทัศน์ และการผลิตภาพยนตร์ต่างๆ แก่บุคคลและองค์กรเพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจสำหรับตัวเองและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

โดย สาวฬุรา ได้เข้ารับรางวัลในสาขา “นักแสดงดาวรุ่งดีเด่น” จากภาพยนตร์เรื่อง “มนต์ดำสั่งตาย” ของค่ายไรท์บิยอนด์ และละคร “นางนาคพระโขนง” ช่อง 3HD โดยมีพิธีรับรางวัล ณ ห้อง Phenix Auditorium ชั้น ๑ โครงการฟีนิกซ์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ สาวฬุรา เผยความรู้สึกว่า “ขอขอบคุณรางวัลพระพิฆเนศวร ที่ทำให้หนูได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ รางวัลนี้จะทำให้หนูพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ขอฝากผลงานซีรีย์ที่จะเปิดกล้องในเร็วๆ นี้ด้วยนะคะ”

Profile ชื่อ: นางสาว ฬุรา จันทร์ศรี ชื่อเล่น: ฬุรา สูง: 172เซนติเมตร น้ำหนัก: 45 กิโลกรัม อายุ: 24 ปี สัดส่วน: 32-23-35 ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะนิเทศศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง ความสามารถพิเศษ : แอคติ้ง เล่นบทได้ เดินแบบ ถ่ายแบบ นักกีฬาเทควันโด้(สายน้ำตาล), ว่ายน้ำได้,ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ดี
ช่องทางการติดต่อ IG : https://instagram.com/t.luraa?igshid=MXBucTRpMGdma25ncA%3D%3D&utm_source=qr

นก-พงศกร และ บอสนุ-พานิชพล แตกสาขา เปิดตัววงใหม่ “หมอลำอลังการโชว์” ดัน “ไออ้อน กลวัชร” ขึ้นแท่นพระเอกใหม่

แค่ชื่อวงก็ร้องว้าวแล้วจ้า!!! กับ “หมอลำอลังการโชว์” วงหมอลำน้องใหม่แกะกล่องล่าสุด หรือเสียงวิหค สาขา 2 ที่บริหารโดย บอสนุ-พานิชพล ภาวะโคตร และบอสนก พงศกร กับการแตกแขนงวงย่อยที่คุณภาพคับแก้ว วงใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยผู้จัดการใหญ่ ผนึกกำลัง 3 บอส เปิดตัวพระเอกหมอลำ “ไออ้อน กลวัชร” เตรียมเข้าสู่สังเวียนหมอลำ เอาใจพ่อยกแม่ยกกันในฤดูกาลหน้า กับสเกลที่แตกต่าง และจุดขายที่เอาใจทั้งผู้ชมและผู้จ้างแบบสุดๆ

บอสนุ-พานิชพล เผยว่า “วงนี้ถือว่าเป็นวงที่ 2 ของเราคือหมอลำอลังการโชว์ เรามีประสบการณ์ จากวงแรกมาแล้ว เราสร้างความแตกต่าง ทั้งเรื่องราคาที่ถูกกว่า และ จุดขายที่เน้นการเต้ยมากกว่าการร้องลำครับ พระเอกใหม่แกะกล่อง ชื่อ ไออ้อน กลวัชร น้องเป็นหมอลำ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่อยู่ในจุดที่ลำเก่ง ร้องเก่ง แสดงเก่ง ซึ่งมองเห็นในความสามารถในตัวของน้อง บอสนุจึงได้ชวนน้องมาเป็นพระเอกของวง หมอลำ อลังการโชว์ครับ“

พระเอก “ไออ้อน กลวัชร” กล่าวเสริมว่า ”ตอนนี้เป็นช่วงที่ได้รับโอกาสจากพี่ๆทั้ง 2 ดีใจ ที่พี่นุ และบอสนกทำให้ผมมีไฟอยากกลับมาเป็นหมอลำอีกครั้ง ประกอบกับความเชื่อมั่น เชื่อใจที่พี่ๆคนทำวงหมอลำเสียงวิหค ประสบความสำเร็จมาแล้ว 200 กว่างาน ในทุกปี ผมเลยเชื่อว่า ถึงหมอลำอลังการโชว์จะเป็นหมอลำวงใหม่ แต่เรามีโอกาสที่จะไปถึงจุดนั้นเช่นกัน

ผมเชื่อในวิสัยทัศน์ของการบริหารงานของคนรุ่นใหม่ครับ ขอฝากแฟนๆติดตามพระเอกน้องใหม่ ไออ้อน กลวัชร วงหมอลำอลังการโชว์ ภายใต้การบริหารงานของบอสนก พงศกร บอสนุ และผู้จัดการใหญ่ ด้วยนะครับ ขอให้แฟนๆ ให้โอกาสผมไออ้อน อีกซักคนด้วยนะครับ และฝากติดตามผมบนเวทีหมอลำอลังการโชว์ ต้องอาศัยแรงเชียร์แรงใจจากแฟนๆ ทุกๆคนทั่วประเทศและคนไทยที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก คอยสนับสนุนนะครับ ขอบคุณครับ“

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านเร่งผลักดันดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมให้ปลอดภัย ใช้ 7 ตำบลในอ.ภูเพียงนำร่อง

แชร์เนื้อหานี้

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่13-14 พ.ค.2568 ณ โรงแรมดิอิมเพรสน่าน “สภาผู้บริโภค ผลักดันนโยบายการจัดระเบียบสายสี่คมนาคมให้ปลอดภัย พื้นที่นำร่อง อำเภอภูเพียง จ.น่าน สู่ Nan-Model การจัดระเบียบสายสื่อสารมิตรและปลอดภัย จับมือทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

สถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้ารกรุงรัง ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นปัญหาซ้ำซาก ที่สะสมมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีระเบียบ กฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ตาม จากสภาพสายสื่อสารที่ไม่ได้รับการจัดการ ระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหสัดน่านและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

สภาผู้บริโภคจังหวัดน่าน Kick Off โครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร นำร่องอำเภอภูเพียงสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค “Nan-Model” ต้นแบบเมืองสวยงาม ปลอดภัย โดยมี นายประจักร์จังหวัดน่าน เป็นประธาน และกล่าวต้อนรับชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย นางสาวบุญยืน สิริธรรม ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค ในการประชุม ครั้งนี้มีหน่วยงานจากทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง , หน่วยงานประจำจังหวัดภาคเหนือ ,จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ สภาผู้บริโภค , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วย

สำนักงาน กสทช.34(เชียงราย) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต2(พิษณุโลก) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน , บ.โทรคมนาคมแห่งชาติสาขาน่าน , สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจ.น่าน , สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดน่าน , สภาทนายความจังหวัดน่าน ท้องถิ่นอำเภอภูเพียง ,ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูเพียง,ศูนย์ดำรงธรรรมอำเภอเมืองน่าน,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน , สถานีตำรวจภูธรเวียงสา , สภาองค์กรของผู้บริโภค ,ตัวแทนนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายสื่อสาร , สมาชิกองค์กรผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน

หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภ จากการเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารในพื้นที่จังหวัดน่าน ของ นายวุฒิกร พุทธิกุลหัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า 70เปอร์เซ็นต์ เป็นสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้การแล้ว แต่ไม่ได้ถูกรื้อถอนออก ในขณะที่สายสื่อสารแบบใหม่ก็มีการพาดสายอย่างไร้ระเบียบ ส่วนหนึ่ง เกิดจาก บริษัทที่มารับเหมาช่วงต่อของการเดินสายให้กับบริษัทเจ้าของสัญญาณ ไม่ได้ใส่

ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคนาคมเจ้าของสัญญาณก็ไม่ได้มีการใส่ใจในการพาดสายให้ถูกต้องตามระเบียบ ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคมนาคมเจ้าของสัญญานก็ไม่ได้มีการ ตรวจสอบ ว่าสายที่บริษัทรับเหมาได้ดำเนินการนั้นถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ (ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน ก็ไม่ทราบว่าจะไปไล่เบี้ยกับบริษัทใด จุดสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดน่าน คือ การลงนามตกลงความร่วมมือ MOU การจัดระเบียบสายสื่อสารที่เป็นมิตรและปลอดภัยอำเภอภูเพียง โดยมีทุกภาคส่วนเป็นภาคีเครือข่าย อาทิ กสทช., กฟภ., สถานีตำรวจ, อบต. ทั้ง 7 ตำบล และผู้ให้บริการโทรคม

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเป้าหมายหลักมุ่งรื้อถอนสายที่ไม่ได้ใช้งาน จัดระบบสายให้เป็นระเบียบ เพิ่มความความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างภาพลักษณ์เมืองน่านให้สวยงามส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน เช่นการนำสายที่

รื้อถอนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของจังหวัดน่านในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างเมืองที่ “ปลอดภัย มีระเบียบ และน่าอยู่ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาวในการขับเคลื่อนต่อไป/ข่าว/ ณัฐชานันท์ สิริธัญโรจน์ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร (อย่างไม่เป็นทางการ)​ ภูมินทร์ ล้มแชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานผลคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีประชากรประมาณ 32,999 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 23,729 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 16,930 คน

คิดเป็นร้อยละ 71.62 จำนวนบัตรเสีย 737 คิดเป็นร้อยละ 4.35 จำนวนบัตรดี 15,258 คน คิดเป็นร้อยละ 90.12 จำนวนบัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 935 คน คิดเป็นร้อยละ 5.25 แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง สท. เขตละ 6 คน รวม 18 คน

มีผู้สมัครนายก 4 คน รวม 34 ชุมชน 44 หน่วย แบ่งเป็น 3 เขต เลือกตั้ง ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศบาลเมืองมุกดาหาร ปี 2568 (อย่างไม่เป็นทางการ) ลำดับ ที่ 1 นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ได้คะแนน 8,521 คะแนน

ลำดับที่ 2 นายอุดม เที่ยงโยธา ได้คะแนน 4,218 คะแนน ลำดับที่ 3 นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ (แชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย) ได้คะแนน 2,918 คะแนน และลำดับที่ 4 นายศักดิ์ชัย เจริญวุฒิมากร ได้คะแนน 480 คะแนน

ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร ทีมนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต เขตที่ 1 ได้รับเลือกเข้ามา 5 คน เขตที่ 2 เข้ามา 6 คน เขตที่ 3 เข้ามา 5 คน สท.ในทีมที่ได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 เขต รวม 16 คน ทีมนายอุดม เที่ยงโยธา ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต

ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 1 คน ทีมนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต ได้รับการเลือกตั้งเข้ามารวม 1 คน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มพัฒนามุกดาหาร

โดยนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ คนรุ่นใหม่ที่วางตัวในเวทีการเมืองท้องถิ่นมานานหลายปี นับเป็นผลงานที่ได้เตรียมทีมและวางตัวผู้สมัครของกลุ่ม ในศึกเลือกตั้งเทศบาลเมืองมุกดาหารครั้งนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​