คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวศิลป และ วัฒนธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวโครงการ “Rainbow of Equality (ROE)” ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม แล ะความเท่าเทียมระดับนานาชาติ

แชร์เนื้อหานี้

default

(18 มีนาคม 2569) – สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Cultural Encouragement Council) ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์

ในการจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่หลากหลายและเท่าเทียม ภายใต้ชื่อ ““2026 Rainbow of Equality Pride Season (ROE)”

โดยมี บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด (FENAZOLA THAILAND CO., LTD.) และภาคีเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นานาชาติเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก

วิสัยทัศน์แห่งสายรุ้ง: Together Under The Thai Sky
งานแถลงข่าวเปิดตัวกลยุทธ์ระดับโลกนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องบอลรูม

โรงแรมฮิลตัน แกรนด์ อโศก กรุงเทพฯ เพื่อนำเสนอแนวคิด “Diversity, Equity & Inclusion (DEI)” ผ่านคำขวัญ “Together Under The Thai Sky; One World, One Love”

ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยี วัฒนธรรม และพลังของชุมชน เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกันในพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน

โดยเฉพาะชุมชน LGBTQ+ ทั่วโลกผนึกกำลังภาครัฐและนโยบายระดับประเทศโครงการนี้ได้รับเกียรติและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากตัวแทนระดับนโยบายและอุตสาหกรรม

default

นำโดย:ฝ่ายนโยบาย: ร้อยตรี ดร.ปรพล อดิเรกสาร (คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา), นายปิยะศักดิ์ พงศ์อัมพรศักดา

และนางสาวปวีณ์พร กรุดทองกุลฝ่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว: สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดย พลเรือเอก ชัยโรจน์ เพ็ชร์รัตน์

default

และนายยุพราช วงศ์ดาวกูล น.ส.ยุวฉัตรสุดา สุภาษร ร่วมกับคณะกรรมการการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก เครือข่ายพันธมิตรระดับสากลและพลังสื่อยุคใหม่

default

ภายในงานได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัท เฟนาโซล่า ไทยแลนด์ จำกัด กับพันธมิตรระดับโลก อาทิ

Blue Bros. (青初于蓝), Jicco, Clue, Aloha, และกลุ่มเซตเทอร์ บราเธอร์ส เพื่อยกระดับการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับสากล

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงสากล นำโดย อาจารย์จุฑามาศ ณ สงขลา และ สมาคมเน็ตไอดอลไทย ในการแต่งตั้ง “ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ “ทูตส่งเสริมภาพลักษณ์สากล”

(Global Promotion Ambassador) เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารภาพลักษณ์ความงดงามของวัฒนธรรมไทยและความเท่าเทียมให้กึกก้องไปทั่วโลกสู่การเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

และ“ทูตท่องเที่ยวสานสัมพันธ์นานาชาติ” (International Culture Tourism Ambassador)บุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญใน

การขับเคลื่อนประเทศไทยไฮไลท์กิจกรรม: มหกรรมวัฒนธรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์โครงการ ROE ถูกกำหนดให้เป็นเทศกาลประจำปี

โดยจะเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ในช่วง เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลระดับโลกสำคัญของไทย กิจกรรมประกอบด้วย:การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

และนานาชาติในรูปแบบร่วมสมัยเวทีนำเสนออัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมการประชุมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวนานาชาติ

บทสรุปสู่อนาคตที่ยั่งยืนดร.ประกาย ณ สงขลา พร้อมด้วยคณะผู้จัดงาน นายชรินทร์ ฟามฟู และนายว่าน เจียง มุ่งหวังให้ “RAINBOW OF EQUALITY”

เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ของประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้วยพลังของความแตกต่างที่ลงตัว พร้อมประกาศจุดยืนว่าไทยคือดินแดนแห่งโอกาสและความเท่าเทียมที่พร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกมุมโลกอย่างสง่างาม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา จัดทริป “ทำบุญ 9 วัด เมืองขุนแผน” เสริมบารมี

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ภายใต้การบริหารโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมทำบุญ 9 วัด จังหวัดสุพรรณบุรี โดยนำเอาคณะผู้บริหารสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ ร่วมกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์ในหมู่คณะ

สำหรับกิจกรรมทำบุญ 9 วัด จังหวัดชลบุสุพรรณบุรี โดยสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาในครั้งนี้ ได้เดินทางไปทำบุญเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคลตามวัดวาต่างๆ ใน

จังหวัดสุพรรณบุรี ประกอบด้วย 1.วัดทับกระดาน 2.วัดดอนมะนาว 3.วัดใหม่นพรัตน์ 4.วัดใหม่พิบูลย์ผล 5.วัดท่าเจดีย์ 6.วัดบางสาม 7.วัดสำเภาทอง 8.วัดบางสะแก และ 9.วัดไผ่โรงวัว

นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา เผยด้วยว่า กิจกรรมทำบุญ 9 วัดเมืองสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสามัคคีในพี่น้องสมาคมฯ ได้ร่วมกลุ่มกันทำ

กิจกรรมดีๆ โดยไปทำบุญตามวัดโบราณในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการทำบุญเสริมโชค เสริมบารมี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับมาทำธุรกิจในเมืองพัทยาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนึ่งเดียวในสยาม อาบน้ำมนต์”จันทร์เป็ง” วิชาล้านนาโบราณ เสริมมงคลกับชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

เนื่องในค่ำคืนแห่ง “จันทร์เป็ง” หรืออาบน้ำกลางเดือนเพ็ญให้มีบารมีเต็ม ตามคติธรรมแห่งเมืองล้านนา ที่เชื่อกันว่า เป็นฤกษ์มหาเสน่ห์และพลังงานสูงสุดในทางโหราศาสตร์ เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการขอพรด้านโชคลาภ เงินทอง เมตตามหานิยม หรือทำพิธีเรียกทรัพย์ 

นอกจากอนุภาพแห่งความศรัทธาค่ำคืนวัน
“จันทร์เป็ง” แล้วยังตรงกับ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ที่พุทธศาสนิกชนเรียกว่า “วันมาฆบูชา”ย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินฮินดู  ที่จะตรงกับวันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569 ที่จะมาถึงนี้

ครูบาธรรมชัย เจ้าสำนักสงฆ์ธรรมชัยแผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ได้เร่งเห็นอำนาจแห่งพุทธคุณ ในวันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันพระจันทร์เป็งตามคติธรรมล้านนาโบราณ จึงเมตตาจัดพิธีอาบน้ำมนต์กลางแสงจันทร์ ให้ศิษยานุศิษย์ ได้เข้าถึงวันสำคัญนี้ ที่ 1 ปี มีครั้งเดียว

เนื่องในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา ซึ่งการอาบน้ำมนต์ ได้ตั้งโต๊ะหมู่อารธนาอัญเชิญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ณ บริเวณลานกว้าง หลังสำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง ก่อนมีการจุดธูป เทียน และ ครูบาได้สวดพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ พร้อมจุดเทียนชัย อาบน้ำมนต์ ระลึกถึงสัพพเวทย์ สัพพมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ศิษย์ยานุศิษย์

“ให้เทียนน้อย ส่องใจ ใสสว่าง
ส่องนำทาง พบธรรม นำสมัย
ให้ได้เห็น ดวงธรรม ผ่องอำไพ
น้อมดวงใจ ถวายครู บูชาธรรม”

สำหรับน้ำพระพุทธมนต์ที่นำมาอาบนั้น เป็นน้ำพระพุทธมนต์ผ่านการทำพิธีจากเกจิคณาจารย์ และ พระภิกษุสงฆ์ หลายรูป ร่วมปลุกเสก สวดพระพุทธมนต์คาถาข้ามวันข้ามคืน เพื่อให้น้ำพระพุทธมนต์นี้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนนำมาอาบปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในคืนพระจันทร์เต็มดวง ถือเป็นการเสริมบารมีให้เต็มเปี่ยมด้วยโชคลาภวาสนา ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง เกิดแสงสว่าง และความสำเร็จ สมหวัง สุขภาพแข็งแรง

หากท่านใดสนใจเข้าร่วมพิธีก็สามารถมาได้ที่
สำนักสงฆ์ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หรือ ช่องทางติดต่อข่าวประชาสัมพันธ์ใน Face Book : ครูบาธรรมชัยจังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดนอแรด มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า – ส่งออกซากสัตว์ และการค้าสัตว์ป่าอย่างจริงจัง สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

โดยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้บูรณาการความร่วมมือกับด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการจับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติเวียดนาม ซึ่งเดินทางมาจากเมืองลูบูมบาชี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ผ่านประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากการตรวจค้นสัมภาระ พบของกลางเป็นนอแรด จำนวน 6 นอ น้ำหนักรวมประมาณ 11 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าควบคุม ห้ามนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป สำนักงานศุลกากรยืนยันจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ อันเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.กำแพงแสนวิทยา ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

แชร์เนื้อหานี้

พระครูโกศลธรรมรัตน์ เจ้าอาวาสวัดวังน้ำเขียว รองเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสนพร้อมคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน
ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

พร้อมด้วยนายธีระ วรรณเกตุศิริผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาพร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยาเป็นเจ้าภาพ
สวดพระอภิธรรมถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน)

โดยการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ เป็นการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและน้อมรำลึกในพระคุณของหลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและชาวอำเภอกำแพงแสน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านได้เมตตาอุปถัมภ์และสร้างคุณประโยชน์ต่อสาธารณกุศลอย่างมากมาย

ณ ศาลาร่มเย็น วัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีศิษยานุศิษย์และประชาชนเข้าร่วมพิธีด้วยความสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกษาใน จ.นครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัดงานเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติสมเด็จ

พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ร่วมพิธีเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดนครปฐม จัด

ขึ้นเพื่อประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน รวมถึงส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี

หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ในครั้ง นี้ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภรรยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ และนายฐิรวิชญ์

สะสมทรัพย์ บุตรชาย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร และพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.2569 และพร้อมด้วย ผู้บริหารทางการศึกษา ครู อาจารย์ และคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเข้าร่วมพิธี จำนวนมาก

วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า”คุรุสภา”

มีสถานะเป็นนิติบุคคลและให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความเห็นในเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการจัดสวสัดิการให้แก่ครูและครอบครัว

ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ในปี พ.ศ. 2499 ที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย

“วันครู” ควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรับทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้เชิญผ้าไตร น้ำสรง พุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ไปถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ วัดพระครูบาบุญชุ่ม (วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) เชียงแสน จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 มกราคม พ.ศ.2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี 42 พรรษา

ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานอัญเชิญผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน โดยได้มีการจัดขบวนเชิญน้ำสรงพระราชทาน อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนจาก 4 ประเทศ ไทย-พม่า-ลาว-จีน โดยเฉพาะศรัทธากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2508 ที่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของพ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดช่วงเวลาที่เป็นสามเณร ได้สร้างธรรมนุสรณ์ที่เกิดจากจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายแห่ง ทั้งพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระธาตุเงา พระธาตุดอยดอกคำ พระธาตุจอมสวรรค์บ้านโปร่ง ประเทศพม่า พระธาตุจอมยอง ประเทศพม่า และอีกหลายๆ แห่ง เคยธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาไทย อ.งาว จ.ลำปาง

โดยมีศรัทธาชาวบ้านแวะเวียนมากราบไหว้ท่านมาก มีชาวบ้านเคยเรียนท่านว่ามีอีกถ้ำหนึ่งมีน้ำไหลผ่าน ท่านจึงเสาะหาจนเจอถ้ำราชคฤห์และได้บำเพ็ญเพียร
ปี 2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน

โดยเฉพาะตอนท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเนปาล ท่านได้พบพุทธศาสนิกชนในต่างแดนท่านก็ได้แผ่เมตตาและแนะนำให้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นจึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนหลายแผ่นดิน รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน ในปี 2560 ท่านเดินทางไปที่เมืองสาด รัฐฉาน

เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่ถ้ำเมืองแกส ห่างจากเมืองสาดไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตลอดช่วงพรรษา โดยก่อนเข้าถ้ำก็มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอกราบไหว้เป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้นท่านจะปิดวาจา ปัจจุบันท่านเป็นประธานสงฆ์ วัดพระครูบาบุญชุ่ม ( วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้ หลังจากได้รับผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้กล่าวเจริญพรขออนุโมทนา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยไปตลอดกาลยิ่งนานเท่านาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครูบาบุญชุ่ม ทำพิธีเปิดหอประวัติ ครูบาบุญชุ่ม ณ ศาลาอนุสรณ์55ปี วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ พล.ต.อ.ดร.มนตรี – คุณพัชระภรณ์ ยิ้มแย้ม ประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว (พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ อุปถัมภ์)

พิธีเปิดอาคารหอประวัติ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ณ ศาลาอนุสรณ์ ๕๕ปี และได้ทำ พิธีถวายความอาลัย เจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกับประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

จากทำพิธีเสร็จ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้เดินทางมา สวดมนต์ ทำวัตรเย็น ณ ลานพระคันธาระองค์ปฐม วัดพระครูบาบุญชุ่ม (วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีวันอาภากร เทิดพระเกียรติ “เสด็จในกรม” อย่างสมพระเกียรติ ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองชุมพร จัดพิธีทางศาสนาและพิธีบวงสรวง เนื่องในงานวันเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ครบรอบ 145 ปี

ณ สวนอาภากรเกียรติวงศ์ (สวนสาธารณะเทศบาลเมืองชุมพร) อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน ชุมชน กลุ่มองค์กรต่าง ๆ และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ในช่วงเช้า เวลา 08.30 น. ได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยพระภิกษุสงฆ์ คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนการงาน แขกผู้มีเกียรติ ชุมชน และประชาชน พร้อมกัน ณ บริเวณปะรำพิธี นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ประธานในพิธี

เดินทางมาถึงปะรำพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและเครื่องทองน้อย จากนั้นประธานสงฆ์ให้ศีล รับศีล พระสงฆ์ประกอบพิธีทักขิณานุปทาน สดับปกรณ์ ก่อนที่ประธานและผู้มีเกียรติจะถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา และประธานกรวดน้ำรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคล

ต่อมาในเวลา 11.00 น. เป็นพิธีบวงสรวง โดยหน่วยงาน ชุมชน และกลุ่มต่าง ๆ ถวายพานพุ่มดอกกุหลาบแด่พระอนุสาวรีย์เสด็จในกรม ประธานในพิธีจุดเทียนชัยและจุดธูปเทียนบวงสรวง พราหมณ์อ่านโองการบวงสรวงดวงพระวิญญาณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

จากนั้น นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้กล่าวคำถวายสดุดีเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณในฐานะ “องค์บิดาแห่งราชนาวีไทย” ผู้ทรงวางรากฐานกิจการทหารเรือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ก่อนจะมีการจุดประทัดจำนวน 6,000 นัด และชมการแสดงรำถวายจากคณะครู พนักงาน และกลุ่มต่าง ๆ สังกัดเทศบาลเมืองชุมพร พร้อมร่วมร้องเพลง “ดอกประดู่” และเพลง “เดินหน้า” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การจัดงานวันอาภากรในครั้งนี้ นับเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และการน้อมรำลึกถึงพระคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของเสด็จในกรม ที่ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญา เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละสืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับสึกพระเสพยาบ้า! ปค.นิคมคำสร้อย ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด หลอกยืมเงินชาวบ้านกว่าแสน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายวีระเชษฐ์ อรุณอิสรา นายอำเภอนิคมคำสร้อย ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย นำโดย นายธีรวัฌน์ หมีคำ

พร้อมด้วยสมาชิก อส. อำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากสายลับและการร้องเรียนของชาวบ้าน กรณีพระสงฆ์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมภายในที่พักสงฆ์บ้านอุ่มไผ่ หมู่ที่ 3 ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

จากการตรวจสอบ พบ พระวิชัย สีลเตโต อายุ 40 ปี มีพฤติกรรมหลอกยืมเงินชาวบ้านจำนวน 2 ราย รวมเป็นเงิน 120,000 บาท อีกทั้งมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็น

เจ้าพนักงานตามอำนาจหน้าที่ และขออนุญาตตรวจปัสสาวะเบื้องต้น ผลปรากฏเป็นบวกพบสารเมทแอมเฟตามีน โดยพระรูปดังกล่าวยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง โดยมียุวชนในหมู่บ้านนำมาให้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปให้เจ้าคณะตำบลกกแดงดำเนินการสึก และส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการกู้ยืมเงิน ผู้นำหมู่บ้านและคณะ

กรรมการหมู่บ้านได้นำผู้เสียหายทั้ง 2 ราย มาทำสัญญากู้เงิน โดยตกลงชำระคืนภายในวันที่ 7 มกราคม 2569 ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคงอำเภอนิคมคำสร้อยจะติดตามความคืบหน้าและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

สึกพระเสพยาบ้า #ฝ่ายปกครองนิคมคำสร้อย #ข่าวมุกดาหาร #ยาเสพติด #หลอกยืมเงิน #ความมั่นคงชุมชน #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ เป็นประธาน ยกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือ พระพุทธเมตตามหาลาภ วัดบางพลีใหญ่กลาง

แชร์เนื้อหานี้

วัดบางพลีใหญ่กลางจัดพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระพุทธเมตตามหาลาภ ณ อาคารฐานไพทีพระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต โดยมีเจ้าคุณแจ้เป็นประธาน นำคณะสงฆ์ประกอบพิธีตามธรรมเนียม พร้อมผู้แทนภาครัฐและพุทธศาสนิกชนร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลา 15.00 น. เจ้าคุณแจ้ พระวชิรคณาทร ดร. เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง และคณะพระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือ พระพุทธเมตตามหาลาภ โดยมีนางวันทา สุโพธิ์ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระพุทธเมตตามหาลาภ

เจ้าคุณแจ้ พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ณ อาคารฐานไพที พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อแสดงความเคารพและความศรัทธา เป็นการสร้างบุญบารมีอันสูงส่ง ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

จากนั้น เป็นพิธีฉลองฉัตร คณะพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ สวดบท “ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร” เพื่อความเป็นสิริมงคล
โดยมีคณะพระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง / นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี / พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู / นางสาวณัฎฐาสุภคญา ฐิตินนท์ธนานพ /

ดร.สายฝน สวัสเอื้อ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ / สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ / คณะไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง เข้าร่วมพิธี


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.สุชาติ แท็คมือ อ.จตุรงค์ พร้อมชาวบ้านยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมศิลปากร เรื่อง พระสงฆ์ บุกรุกโบราณสถาน จ.ตาก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา13.00 น. อาจารย์สุชาติ กนกรัตน์มณี ประธานชมรมตามรอยเจ้าตาก, นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา, อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา ร่วมด้วย ชาวบ้านจำนวนหนึ่งใน ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก เข้ายื่นหนังสือต่อ อธิบดี กรมศิลปากร เรื่องมีผู้บุกรุก “วัดดอยข่อยเขาแก้ว” ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก จ.ตาก ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดตาก เดิมเคยเป็นวัดที่ “พระเจ้าตากสินมหาราช” เคยไปประกอบพิธีเสี่ยงทายบารมีครั้งยังเป็นเจ้าเมืองตาก โดยมี นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เป็นผู้รับหนังสือแทน ณ ชั้น 1 กรมศิลปากร ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ​ ทั้งนี้ “วัดดอยข่อยเขาแก้ว” มี “โบสถ์มหาอุตม์” ซึ่งเป็นโบราณสถาณ และโบราณวัตถุ ขึ้นทะเบียนกับ “กรมศิลปากร” ไว้ในราชกิจจานุเบกษา ได้ถูกทิ้งไว้เป็นวัดร้าง จนกระทั่งปัจจุบันมี “พระสงฆ์กลุ่มหนึ่ง” อาศัยโบสถ์มหาอุตม์ ทำพิธี เชิญชวนชาวบ้านมาบวช โดยอ้างว่าบวชให้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และทำพิธีบวชพระ บวชเณร เป็นเวลานาน ทำให้โบสถ์เสื่อมโทรม

ชาวบ้านในตำบลแม่ท้อ ได้คัดค้านการกระทำของกลุ่มพระเหล่านี้ และได้มีการร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ใช้โบสถ์นี้ทำพิธีกรรมต่างๆ เนื่องจากทรุดโทรมมาก และไม่มีผู้ดูแล กลุ่มพระเหล่านี้ยังมีการหาผลประโยชน์จากการทำกิจกรรมในโบสถ์ เป็นเวลานานหลายปี นักวิชาการทั้งหลาย จึงเข้ามาช่วยชาวบ้านแม่ท้อต่อสู้ไม่ให้กลุ่มพระเหล่านี้อาศัยโบสถ์ และพระนาม “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เป็นเครื่องมือชักชวนให้คน มาทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นโบสถ์ที่ไม่สมบูรณ์ เรียกว่า “เสมาวิบัติ” แต่กลุ่มพระเหล่านี้ก็ยังดื้อรั้น จัดทำพิธีบวชในโบสถ์ตลอดมา และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 มีการเชิญชวนเจ้าคณะจังหวัด มาทำพิธี “เสมาสมมุติ” เพื่อฝืนจัดงาน ซึ่งงานบวชจะจัดขึ้นในวันที่ 17 เมษายน 2569 ในขณะที่ยังมีกรณีพิพาทอยู่ในพื้นที่

นักวิชาการพร้อมด้วยผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นชาวบ้านตำบลแม่ท้อ จังหวัดตาก มาขอร้องเรียน และคัดค้านการใช้โบสถ์ดังกล่าว เพื่ออนุรักษ์วัตถุโบราณนี้ ให้ลูกหลาน และประชาชน ได้เก็บไว้รักษาดูแล และศึกษา เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เพราะโบสถ์หลังนี้ใกล้พลุพังเต็มที่แล้ว​โดย อาจารย์สุชาติ เผยถึงที่มาในครั้งนี้ว่า​“วันนี้มายื่นหนังสือที่ กรมศิลปากร ให้กับท่านอธิบดีเรื่องมีผู้ไปบุกรุกโบราณสถานที่จังหวัดตาก ซึ่งเดิมเคยเป็นวัดที่พระเจ้าตากสินมหาราชเคยไปประกอบพิธีเสี่ยงทายบารมีครั้งยังเป็นเจ้าเมืองตาก ต่อมาปัจจุบันวันนี้เป็นวัดร้าง ถูกประกาศให้เป็นเขตโบราณสถานมาหลาย 10 ปีแล้ว

มีผู้ไปบุกรุกมานานหลาย 10 ปี เราเลยมายื่นหนังสือ เพื่อขอให้ท่านอธิบดีช่วยพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย จริงๆ เรื่องนี้ยืดเยื้อมานานแล้ว แต่ไม่มีการใช้บังคับกฎหมายอย่างจริงจัง เราก็เลยมานำเรียนท่านอธิบดี โดยมี พี่วสันต์ ที่เป็นผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ดูแลพื้นที่อยู่พอดี ก็มารับเรื่อง ขอให้ท่านช่วยพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย มิฉะนั้นต่อไปมันก็เป็นตัวอย่างที่ใครจะทำอะไรก็ได้ เข้าไปบุกรุกโบราณสถานที่ไหนก็ได้ครับ”ด้าน นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ผู้รับหนังสือแทน อธิบดี กรมศิลปากร ก็เผยว่า “วันนี้ได้รับมอบหมายจาก ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ให้มารับเรื่องจาก พี่สุชาตินะครับ เบื้องต้นเลยขอขอบคุณ พี่สุชาติและคณะอย่างยิ่งนะครับที่ให้ความสำคัญกับโบราณสถาน และร่วมกับ กรมศิลปากร ในการปกป้อง แต่อย่างไรก็ตาม

เรื่องนี้มีความซับซ้อนอยู่ค่อนข้างสูง เนื่องจากที่ดินที่ วัดดอยข่อยเขาแก้ว เป็นที่ธรณีสงฆ์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ สำนักพุทธนะครับ กรมศิลปากร ประกาศเขตโบราณสถานก็จริง แต่เราเป็นผู้คุ้มครอง เรากำกับดูแล แต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองจริงๆ คือสำนักพุทธ แล้วก็ด้วยความอาจจะไม่เข้าใจในข้อกฎหมายที่ผ่านมา ก็เลยทำให้การดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมายเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้เราได้ประชุมล่าสุดแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม โดยมีท่านเจ้าคณะจังหวัดตาก เป็นประธานในที่ประชุม แล้วก็มีมติร่วมกันแล้ว ก็น่าจะเป็นมติสุดท้ายแล้วนะครับว่า หลังสงกรานต์ช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 เราจะเคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกบนสถานออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นถ้าจะมีการดำเนินการใดๆ ในพื้นที่โบราณสถาน ผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องการดำเนินการจะขออนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โอกาสนี้ก็คงต้องขอขอบพระคุณพี่สุชาติและคณะ แล้วก็คอยติดตามผลงานของ สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ว่าจะเป็นไปตามมติที่นำเรียนของพี่ๆ เค้าหรือเปล่านะครับก็อยากฝากทุกท่านติดตามด้วยเช่นกันครับ”


นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา กล่าวถึงความคืบหน้าในกรณีนี้ว่า“ตอนนี้เราร้องเรียนทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ก่อนการจัดงานปีนี้ไปรอบหนึ่ง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ทางที่ประชุมของจังหวัดตาก เขาก็มีมติมาว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกลุกล้ำนะ โดยไม่ได้ขออนุญาต กรมศิลปากร ออกจากพื้นที่ แต่ก็ปรากฏว่าจนบัดนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่นี่อยู่กันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มันมีความสำคัญ แล้วอยู่ๆ จะมีพระรูปหนึ่งรูปใดไปสร้างห้องสุขาทับหลุมศพของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์เหรอครับ มันเป็นเรื่องที่เราต้องอนุรักษ์ไว้ และเราถ้าทำกันไม่ได้ ถ้ารัฐดูแลใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมไม่ได้ ผมว่ารัฐเราล้มเหลวแล้วครับ”
ในส่วนของ อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา กล่าวว่า

“ก็ให้ทนายเขาจัดการอย่างเต็มที่นะครับ เต็มเหนี่ยว ก็ถือว่าเต็มเหนี่ยว ใส่ผมมา ผมก็เต็มเหนี่ยวใส่กลับไปนะครับอันนี้เรียนเลย แล้วก็…เวรกรรมมีจริงนะครับ ได้ข่าวว่าพระที่ขี่ออดี้ที่ผมเคยร้องเรียนไป ก็ได้ข่าวว่าเอาออดี้ไปชนสามล้ออีกแล้ว ไม่รู้ว่าใครขับนะ ก็ฝากด้วยละกัน ชาวบ้านหัวเราะ ชาวบ้านยังรู้เลยว่าพระมีตังค์ขี่ออดี้ แล้วก็เอาออดี้ไปชนกันสามล้อ ก็ต้องดูกันไปครับว่า วัดแบบในหนังเรื่อง บุพเพสันนิวาส วัดสวยๆ อย่างงั้น พวกคุณโอเคไหมหรือแบบว่า ผมไปสร้างส้วมอยู่ตรงพระนอนแถวศรีสัชนาลัย สุโขทัย พวกคุณโอเคกันไหม มันคือโบราณสถาน คุณจะมายึดอาศัยว่า ฉันเป็นพระ ฉันจะครอบครองโบราณสถานได้ ผมยืนยันนะครับว่า ผมเอาหมด เพราะผมถือว่า ผมพูดกับพวกท่านดีๆ แล้ว เจ้าคณะปกครองทุกรูป ผมก็ย้ำว่าผมเอาหมด”
นอกจากนี้ อาจารย์สุชาติ ยังทิ้งท้ายต่อว่า
“เรื่องเนี้ยมันยืดเยื้อมาเป็นสิบปีแล้วนะ ผู้ที่ขึ้นไปบุกรุกก็เคยต้องพิพากษาจำคุกมาแล้วนะครับ แล้วก็ยังขึ้นไปอยู่เป็นประจำ เราพบว่าขึ้นไปอยู่เป็นประจำ แล้วก็มีหน่วยงานรัฐเข้าไปเรียกว่าตรวจสอบมาตลอดก็ยังอยู่ ดังนั้นเราก็เลยไม่ค่อยมั่นใจว่า ทางหน่วยงานรัฐจะทำหน้าที่จริงจังไหม แต่เมื่อได้คุยกับ พี่วสันต์ แล้วก็คิดว่าเราจะรอดูว่าหลังเมษาฯ ปี 69 ทางเจ้าคณะจังหวัดตาก เป็นคนขอไว้ เราคิดว่าพระนั้นไม่มุสา แต่บังเอิญว่าพวกผมก็ไม่ค่อยเชื่อนะครับ สิ่งที่ท่านพูด ก็ต้องรอดูต่อไปว่าเจ้าคณะจังหวัดจะปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านพูดหรือไม่ครับ”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯโคราช เปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวม 100 กว่าปี วัดใหม่สระประทุม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ณ วัดใหม่สระประทุม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุรวม 100 กว่าปี (ประธานร่วม)พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนันตำบลโชคชัย, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, คณะกรรมการวัดใหม่สระประทุม และพี่น้องประชาชน เข้าร่วม

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิด งานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวมร้อยกว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา งานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเป็น

พิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา รวมถึงเฉลิมฉลองพระอุโบสถ ของวัดใหม่สระประทุม ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ อย่างสวยงาม วิจิตร ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง การที่ทุกท่านได้ร่วมบุญใหญ่ในครั้งนี้

ถือว่าได้สร้าง บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุญกุศลอันสูงยิ่ง ขอขอบคุณ คณะกรรมการจัดงานทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ จัดเตรียมงาน อย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน และขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอย่างดียิ่ง

ผมขอเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเก่าอายุ ๑๐๐ กว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ณ บัดนี้ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุ 100 กว่าปี ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทุกประการ ดิฉันขอขอบคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ และ เสียสละเวลาของท่าน มาร่วมงานในวันนึ้

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่องเลขหลวงพ่อโต พระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ ปางมารวิชัย อายุกว่า 240 ปี ในงานปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ย. 68 ที่วิหารหลวงพ่อโต วัดมหาพุธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส นำหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ

ร่วมประกอบพิธีปิดทองคำแท้ และบรรจุพลอยมงคลพระนาภีหลวงพ่อโต และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะปรับปรุง ปิดทอง หลวงพ่อโต ในรอบ 10 ปี ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมสำคัญ ที่สะท้อนถึงความศรัทธา และความเคารพ ต่อพระพุทธศาสนา และเพื่อฟื้นฟูความงดงาม ช่วยอนุรักษ์วัตถุโบราณที่มีค่าให้คงอยู่สืบต่อไป

โดยมี พระธรรมวัชรวิสุทธิ์ (พรหมา สปฺปญฺโญ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำ พระวชิรสิทธิธาดา (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมประกอบพิธี

***หลวงพ่อโต หรือ พระพุทธมหามุนี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดศรีสะเกษ ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ซึ่งมีการค้นพบหลวงพ่อโต

ในสมัย พระพิเศษภักดี (หรือ ท้าวชม พ.ศ. 2328 – 2368) เจ้าเมืองศรีสะเกษ ท่านที่ 2 ย้ายเมืองมาตั้งใหม่ในสถานที่ที่เป็นจังหวัดศรีสะเกษปัจจุบัน โดยหลวงพ่อโต มีอายุกว่า 240 ปี

ทั้งนี้เดิม หลวงพ่อโต มีหน้าตักกว้างยาว 2.50 เมตร ต่อมากลัวว่าพวกมิจฉาชีพจะมาขโมย และทำให้เสียหาย จึงมีผู้ศรัทธาหุ้มเสริมองค์จริงเข้าไปหลายครั้ง

จนถึงปัจจุบันนี้ มีขนาดหน้าตัก 3.50 เมตร ความสูงตั้งแต่พระเกศาลงมา 6.85 เมตร เมื่อพุทธศักราช 2506 ได้มีการสร้างวิหารใหญ่ครอบซึ่งมีความกว้าง 14.00 เมตร ยาว 40 เมตร ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

***ทั้งนี้ก่อนพิธีปิดทององค์หลวงพ่อโต ได้มีการทำพิธีพราหมณ์ บวงสรวงสิ่งศักดิ์ บริเวณหลวงวิหารหลวงพ่อโต พร้อมทั้งมีการรำบวงสรวง และที่ขาดไม่ได้คือ ได้มีการจุดธูปเลข เพื่อขอโชค

ลาบเลขเด็ด ให้พุทธศาสนิกชน และคอหวย ได้นำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ โดยตัวเลขที่ได้คือ 886 สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ปธ.กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ทำบุญใหญ่ปี 68 จัดทอดกฐินวัดเก่าเมืองมะขาม ได้ยอดกฐิน 310,999 บาท

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ครอบครัวแสงแก้ว โดย คุณพ่อทา แก้วแสง คุณแม่พวง แก้วแสง และนางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้จัดทำบุญทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 วัดอู่เรือ ซึ่งเป็นศาสนสถานเก่าแก่แห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์

กิจกรรมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ดำเนินการโดยครอบครัวแก้วแสง ทีมงานเทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี พัทยา ร่วมกับสาธุชนและนักท่องเที่ยวผู้ใจบุญในเขตเมืองพัทยาร่วมกันทำบุญทอดกฐินดังกล่าวเป็นยอดเงินรวม 310,999 บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน พร้อมแจกเงินเด็กและผู้สูงอายุที่มาร่วมบุญคนละ 200 บาท ก่อนปล่อยพันธุ์ปลาอีกกว่า 4,000 ตัว

นางอำพร แก้วแสง ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา เล่าว่า วัดอู่เรือ ตั้งอยู่บ้านอู่เรือ หมู่ที่ 12 ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.หนองแจง เป็นวัดเก่าแก่มาหลายชั่วอายุคน

ในวัดมีศาลา 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง กุฏิ 4 หลัง เมรุ 1 หลัง มีพระสมยศ ตปสีโล เป็นรักษาการเจ้าอาวาส ปัจจุบันมีพระจำพรรษาทั้งหมด 3 รูป ด้วยทางวัดอยู่ห่างไกลความเจริญและยังต้องการปัจจัยในการทำนุบำรุง ทางคณะจึงได้จัดกิจกรรมทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ขึ้น

อย่างไรก็ดี หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ที่วัดอู่เรือ ทางคณะได้ไปสักการะศาลพ่อหลักเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ และหลวงพ่อภูทับเบิก จากนั้นจะแวะทำบุญที่วัดผาซ่อนแก้ว วัดชื่อดังของเมืองมะขาม ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดเซกาเจติยาราม จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 10.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน

เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเซกาเจติยาราม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

ตามที่ นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ ประธานบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือสิบแสน ขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์

ในโอกาสนี้ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวาย

พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีด้วยความพร้อมเพรียงและเปี่ยมด้วยความปลื้มปีติ

ภายในงาน มีการประกอบศาสนพิธีตามแบบแผนของคณะสงฆ์อย่างสมพระเกียรติ

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และสืบสานพระราชปณิธานในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย

การพระราชทานผ้าพระกฐินในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความเมตตาธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานแห่งการสืบทอดพระพุทธศาสนา

และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภูมิภาค
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เบลล่า–ก้อง ห้วยไร่” ร่วมบวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช พร้อมทอดผ้าป่า ณ วัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม บรรยากาศที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อสองดาราดัง “เบลล่า ราณี แคมเปน” และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “ก้อง ห้วยไร่”

(อัครเดช ยอดจำปา) พร้อมภรรยา ขนิษฐา ยอดจำปา และ “พลอย วีณา เมษกำเหนิดชัย” เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี บวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช (ปู่ศรีมุกดา)

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วม ถวายผ้าป่าสามัคคีเพื่อบูรณะองค์พญานาคและปรับภูมิทัศน์และก่อสร้างลานพญานาค โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอย

พระพุทธบาทภูมโนรมย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
และได้รับเกียรติจาก นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธียังคับคั่ง

ภายในงาน “เบลล่า” ปรากฏตัวในชุดผ้าไทยพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้มปักลายงดงาม สวมเครื่องประดับเรียบหรูสมฐานะนางเอก

สายบุญ และเป็นประธานคล้องพวมาลัย ผูกผ้าเจ็ดสี จุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวงถวายเครื่องสักการะองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช

ท่ามกลางความชื่นชมของประชาชนและแฟนคลับที่มาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งต่างร่วมอนุโมทนาในความตั้งใจของทั้ง “เบลล่า” และ “ก้อง ห้วยไร่”

ในการสืบสานประเพณีความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค “ปู่ศรีมุกดา” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมุกดาหาร

✨ งานนี้เรียกว่า “งดงามทั้งใจและกาย” สมกับเป็นดาราสายบุญตัวจริงแห่งวงการ! สายบุญตัวจริง #เบลล่าราณี #ก้องห้วยไร่ #พญาศรีมุกดามหามุนี

#วัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ #มุกดาหาร #ข่าวบันเทิงสายบุญ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฐินพระราชทาน ทอดวัดณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหารบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดย.มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานให้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม น้อมนำผ้าพระกฐินพระราชทาน ไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ จำพรรษาถ้วนไตรมาสณ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 09.59 น.

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานอำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม, นางสาว เรณู มีผดุง
ที่ปรึกษามูลนิธิฯ (เจ้าภาพหลัก), มูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสำนักงานเขตบางกอกใหญ่

ร่วมจัดกิจกรรมพิธี ถวายผ้ากฐินพระราชทาน ที่ได้รับพระราชทานนำมาจัดทำขึ้นในปีนี้ โดยได้รับเมตตาจาก พระราชวิสุทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์ กระทำพิธีอปโลกน์และสวดญัตติทุติยกรรม พระสงฆ์รูปที่ได้รับฉันทานุมัติให้เป็นผู้ครองกฐิน
ณ พระอุโบสถ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร

โดยมี หน่วยงานข้าราชการ,ทหาร,ตำรวจ,
จิตอาสา ,พ่อค้า, แม่ค้า, ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกันอย่างคับคั่ง

การจัดงานในปีนี้มีบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยความอิ่มบุญอิ่มใจ
และความศรัทธาในการสนับสนุนพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งมีการ
มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน โรงเรียนวัดราชสิทธาราม

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม เป็นตัวแทนท่านถวายกฐิน 1,001,999 บาทนอกจากนี้ยังมีการออกบูธ หน่วยแพทย์เคลื่อนที่
ตรวจสุขภาพ ,นวดเพื่อสุขภาพ,จิตอาสาตัดผม ,ของหน่วยงานราชการ , พร้อมทั้งโรงทานอาหาร คาวหวาน ,น้ำดื่มต่างๆ
เป็นจำนวนมาก ให้ผู้มาร่วมบุญในครั้งนี้ได้รับประทาน

ขอโมทนาสาธุการและขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ รวมถึงผู้ที่ได้ถวายปัจจัยและแรงใจในการดำเนินกิจกรรมทำบุญที่มีความหมายอย่างยิ่งในครั้งนี้ ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำร่วมกันส่งผลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตต่อไป สาธุๆๆอนุโมทามิฯ

20 ตุลาคม 2568 : 13.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นางเพ็ญศรี สุขเขียว ประธาน มพม.ภาค 18,นางสิริพร เรืองปาน ประธาน มพม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะแม่ดีเด่นแห่งชาติ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับ นายจรัญ ไชยฤทธิ์ รอง หส.ผศ.เขตนครศรีธรรมราช พร้อมคณะเจ้าหน้าที่,พล.ต.สรรเสริญ พุ่มเกิด

รอง ผอ.ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 4,จ.ส.อ.รุ่งวิทย์ มีภพ นายกสมาคมทหารผ่านศึก จ.นครศรีธรรมราช,เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.ช้างกลาง/อ.เมือง/อ.ลานสะกา/อ.ร่อนพิบูลย์/อ.พระพรหม/อ.ปากพนัง/อ.เชียรใหญ่/อ.หัวไทร/อ.ท่าศาลา,ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึก ต.นาเคียน,น.ส.นันทิยา เรืองจรูญ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและวิชาการ

สนง.พมจ.นครศรีธรรมราช,ผญบ. ม.1 ต.ปากพูน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย ซึ่งมี นายจรัญ ไชยฤทธิ์ รอง หส.ผศ.เขตนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบ ณ ห้องประชุมสโมสรวีรไทย ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยมจำนวน 20 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 4 ถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พันปีหลวง ประจำปี 2568 ณ วัดหัวควน จ.ปัตตานี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 ตุลาคม 2568) เวลา 13.30 น. ณ วัดหัวควน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีถวายผ้าไตรกฐินพระราชทาน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2568 โดยมี คณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วน

ราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กำลังพล ตลอดจนพุทธศาสนิกชน จากหลายอำเภอเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเริ่มด้วยการอัญเชิญผ้าไตรกฐินพระราชทานเข้าสู่พระอุโบสถ ตามด้วยการประกอบพิธีทางศาสนา การถวายสังฆทาน และการเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีพระสงฆ์จากคณะสงฆ์จังหวัดปัตตานี

ร่วมประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและเปี่ยมไปด้วยศรัทธา

ซึ่งปัจจัยที่รวบรวมได้จากบริวารกฐินผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ มียอดรวมทั้งสิ้น 204,900 บาท

การถวายผ้าไตรกฐินพระราชทานในครั้งนี้ เป็นพระราชปณิธานอันงดงามในการบำรุงพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการสืบสาน

ประเพณีทางพุทธศาสนาอันดีงาม เสริมสร้างความศรัทธา ความสามัคคี และความเข้มแข็งในชุมชน

ทั้งนี้ วัดหัวควนถือเป็นวัดสำคัญในอำเภอโคกโพธิ์ ที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ การได้รับพระราชทานผ้าไตรกฐินในครั้งนี้

จึงนับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่คณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนในจังหวัดปัตตานี
//ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน//

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คนเชียงกลาง จังหวัดน่านร่วมใจถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.39 น. ณ หอประชุมอำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน นายโชดก ทองหาร นายอำเภอเชียงกลาง เป็นประธานในการถวายผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยคณะกรรมการกองทุนคนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน นำโดยนายทัตพงศ์ นันทะน้อย ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอเชียงกลาง,
,นายอนันต์ บุญเทอม ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอเชียงกลาง,นายประทุม นิลคง กำนันตำบลเชียงคาน,นายสังวาล สุโรพันธ์

กำนันตำบลพระพุทธบาท,นายสมเดช สายน้ำน่าน กำนันตำบลพระธาตุ,นายพงษกร ค่าคาม กำนันตำบลพญาแก้ว,นางสาวชนสกานต์ สุโรพันธ์ กำนันตำบลเปือ ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ ชมรม อสม. ภาคเอกชน ร้านค้า และประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา กำหนดจัดผ้าป่ามหากุศล”คนเชียงกลางไม่ทิ้งกัน”ปีที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ สนับช่วยเหลือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่มีฐานะยากจน ช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัด และช่วยเหลืองานสุขภาพ ต่างๆที่พบว่าเป็นปัญหา โดยประชาชนพื้นที่อำเภอเชียงกลาง

ร่วมเป็นเจ้าภาพทุกหลังคาเรือน มีคณะสงฆ์ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ , โดยได้ยอดรวมผ้าป่าทั้งหมด 731,729(เจ็ดแสนสามหมื่นหนึ่งพันเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าบาทถ้วน) มีผู้เข้าร่วมถวายผ้าป่า อาทิ นายแพทย์อนุชิต สถาวรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงกลาง/นายกิตติเดช เกียรติมหาชัย เลขานุการ ส.ส.น่าน เขต 3/นายเมธี มะลิลม ผู้แทนเกษตรอำเภอ/นางพรมาลี ธาราทิพย์ พัฒนาการอำเภอเชียงกลาง/นางอุไร เปียงใจ

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงกลาง/ผู้แทนนายก อปท.ทุกแห่ง/ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย สารวัตร แพทย์ ทุกคน/อาสาสมัครรักษาดินแดน กองร้อยที่ 10 อำเภอเชียงกลาง/ ข้าราชการ ตำรวจ สภ.เชียงกลาง,กองร้อย ตชด.ที่ 325/ตัวแทน อสม.และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงกลาง
ภาพข่าว ชาตรี ทำงาม สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เร่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน ผู้สูงวัย และคนไทยพลัดถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ส.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรียาภัย 2 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร มอบหมายให้ ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการความร่วมมือสร้างหุ้นส่วนทางสังคมจังหวัดชุมพร พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยพลัดถิ่นและประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยมี ผศ.ดร.
ชุมพล อังคณานนท์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร

นางสาวจีรดา ธรรมาภิมุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร คณะกรรมการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร สมาคมประชาสังคมชุมพร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทีมพลังชุมพร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัด “เวทีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และวางแนวทางดำเนินงาน เพื่อยกระดับเครือข่ายการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น จังหวัดชุมพร”

สืบเนื่องจากจังหวัดชุมพรเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางประชากร และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ยังคงเผชิญกับปัญหาด้านสิทธิสถานะ ส่งผลให้การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพยังไม่ทั่วถึง การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องเริ่มจากรากฐานที่มั่นคง นั่นคือการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาว ทั้งนี้จึงเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม 
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก  

1. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผู้นำชุมชน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการที่ประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนพึงได้รับ 

2. เพื่อเป็นเวทีซักซ้อมและสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือและการส่งต่อเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น 

3. เพื่อยืนยันหลักการสำคัญว่า “เด็กทุกคนในแผ่นดินไทยต้องได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าจะมีสถานะทางทะเบียนเป็นอย่างไร” โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษาและสุขภาพเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกลไกการทำงานเชิงบูรณาการที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นอย่างยั่งยืน 
4.
การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหลายภาคส่วน ที่จะมาร่วมถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันวางแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีเด็กหรือเยาวชนคนใดในจังหวัดชุมพรต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ลงพื้นที่น่าน ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัย มอบเงินและเครื่องมือช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย น้ำท่วม มอบเงินสมทบซื้อเครื่องมือทางการแพทย์แก่ รพ.น่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พร้อมคณะ เดินทางมายังจังหวัดน่าน เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงมอบอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยกิจกรรมที่วัดพญาภู ประกอบด้วย การกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ, การถวายเครื่องสักการะ, การกล่าวถวายการต้อนรับโดยคณะสงฆ์จังหวัดน่าน และการถวายรายงาน

    โดยพระสุมนฺฑมุนี เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ซึ่งรายงานผลงานด้านสาธารณสงเคราะห์ เช่น การมอบพระกัณฑ์เทศน์, การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย 13 ครัวเรือน และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยก่าว100 หลังคาเรือนในโอกาสนี้ พระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้มอบเงินจำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อสมทบจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลน่าน สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ยัง

    ได้มอบถุงยังชีพและปัจจัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัย รวมกว่า 200 ชุด พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจถึงพื้นที่ประสบปัญหา โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

    นายสุเมษ สายสูง ประธานมูลนิธิพระหลักเมืองน่าน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พร้อมคณะ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมคณะสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ประธานชุมชนบ้านมิ่งเมืองให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ ทั้งจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมต้อนรับและรับมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ /

    บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร/รต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ลงพื้นที่น่าน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย น้ำท่วมมอบปิยภัณฑ์ให้คณะสงฆ์จังหวัดน่าน มอบเงินสมทบซื้อเครื่องมือทางการแพทย์แก่ รพ.น่าน พร้อมร่วมกิจกรรมคณะสงฆ์จังหวัดน่าน

    วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ และเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พร้อมคณะ เดินทางมายังจังหวัดน่าน เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงมอบอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยกิจกรรมที่วัดพญาภู ประกอบด้วย การกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ, การถวายเครื่องสักการะ, การกล่าวถวายการต้อนรับโดยคณะสงฆ์จังหวัดน่าน และการถวายรายงานโดยพระสุนทรมุนี เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ซึ่งรายงานผลงานด้านสาธารณสงเคราะห์ เช่น

    การมอบปิยภัณฑ์ให้กับคณะสงฆ์จังหวัดน่าน การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย 13 ครัวเรือน และการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า100 หลังคาเรือน
    ในโอกาสนี้ พระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้มอบเงินจำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) เพื่อสมทบจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลน่าน สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นอกจากนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ยังได้มอบถุงยังชีพและปัจจัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัย รวมกว่า 200 ชุด

    พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจถึงพื้นที่ประสบปัญหา โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุเมษ สายสูง ประธานมูลนิธิพระหลักเมืองน่าน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พร้อมคณะ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมคณะสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

    ประธานชุมชนบ้านมิ่งเมืองให้การต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้งใจ ทั้งจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมต้อนรับและรับมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร/รต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม มอบกองทุนสาธารณกุศลให้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. ร่วมส่งเสริมพัฒนาเด็ก-เยาวชน-ประชาชน-หน่วยงาน ส่งต่อพลังความปรารถนาดีสู่สังคม

    แชร์เนื้อหานี้

    10 ก.ค.68 ณ ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำโดย นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เป็นประธานในพิธี

    1.งานจัดตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน “พระประชาบดี” ที่ชำรุด หักโค่นไป เนื่องจากเหตุการณ์วาตภัย เพื่อเป็นสิริมงคลและศูนย์รวมใจในการทำดีของ เด็ก เยาวชน เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ประชาชน

    2.งานกิจกรรมพัฒนาเยาวชนสร้างสรรค์ ให้กับเด็กการบรรยาย กิจกรรมพัฒนาเยาวชนสร้างสรรค์ ในหัวข้อ “เด็กดี มีน้ำใจ ใคร ๆ ก็รัก” เพื่อเป็นการสร้างความ ตระหนักรู้ แนะนำแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อมุ่งไปสู่ การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติต่อไป

    ในการนี้ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้สนับสนุนกองทุนสาธารณกุศลให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน จำนวน 54,950 บาท เพื่อเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เด็ก-เยาวชน-หน่วยงาน-ประชาชน

    ขอส่งต่อพลังบุญนี้ ให้เป็นกำลังใจแห่งแผ่นดิน และให้พลังบุญนี้หนุนนำให้กัลยาณมิตรผู้ร่วมสนับสนุนทุกท่าน เจริญด้วยปัญญาบารมี สมบูรณ์พร้อมด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติและนิพพานสมบัติ เทอญ… สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้อย่างต่อเนื่องสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อัญเชิญผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี

    แชร์เนื้อหานี้

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สำนักพระราชวังสวนจิตรลดากทม. 10303 ที่พ.ว. 0206. 1.4 / 1958 วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เรื่องพระราชทานพระมหากรุณา เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร อ้างถึงหนังสือจังหวัดชุมพรที่ ชพ. 0032 / 6282 ลงวันที่ 29 เมษายน 2568

    ตามที่มีหนังสือขอให้นำความกราบบางคนทูล สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานพระมหากรุณาในงานประเพณีแห่ผ้าพระราชทานขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี ประจำปี 2568 ณ วัดพระบรมธาตุสวี ระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 กรกฎาคม 2568

    ดังนี้ 1.ขอพระราชทานพระราชาอนุญาตจัดทำผ้าห่มพระบรมธาตุสวีประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ขนาดกว้าง 45 นิ้วยาว 20 เมตร จำนวนหนึ่งผืนเพื่อถวายเป็นพุทธะบูชา 2.ขอพระราชทานผ้าไตร 15 ไตรถวายพระสงฆ์จัดถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ความแจ้งอยู่แล้วนั้น

    ได้นำความกราบบังคมทูลทรงทราบกว่าละอองพระบาทแล้วพระราชทานมหากรุณาตามที่ขอจึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือคุณหญิงอารยา พิบูลนครินทร์ เลขานุกาลในพระองค์ สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

    วันนี้ (11 ก.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร, ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ

    รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ข้าราชการ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ร่วมในพิธีอัญเชิญผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

    กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นห่มพระบรมธาตุสวี ณ วัดพระบรมธาตุสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีสมโภช

    ผ้า และแห้ผ้าพระราชทาน ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การรำถวายสักการะพระบรมธาตุสวี, และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน

    สำหรับพระบรมธาตุสวี เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ของจังหวัดชุมพร มีลักษณะรูปแบบพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุง

    ศรีอยุธยา และได้บูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง โดยกรมศิลปากร มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมสองชั้น

    มีตำนานเล่าถึงประวัติการสร้างพระบรมธาตุสวี ว่าเมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช แห่งนครศรีธรรมราช เสด็จยกทัพนำรี้พลมาที่วัดแห่งนี้ (ในเขตอำเภอสวีใน

    ปัจจุบัน) ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐ กระพือปีกและส่งเสียงร้อง พระองค์จึงทรงให้รื้อกองอิฐที่กองทับกันออกจากฐานเจดีย์ใหญ่เมื่อขุดลึกลงไป

    ได้พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจึงให้แม่ทัพนายกอง ไพร่พลช่วยกันสร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นการใหญ่ เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน จากนั้นพระราชทานชื่อว่า

    พระบรมธาตุกาวีปีก (วีปีก แปลว่า กระพือปีก) ต่อมาเรียกกันว่าพระบรมธาตุกาวี และคำว่า กาวี ได้เพี้ยนจนกลายเป็น สวี ในปัจจุบัน โดยบริเวณใกล้เคียงกัน มีศาลพระเสื้อเมืองตั้งอยู่

    ซึ่งมีความเป็นมาว่าก่อนที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช จะเสด็จยกทัพกลับ ทรงห่วงใยพระบรมธาตุว่าจะไม่มีผู้ดูแลรักษา จึงสั่งเรียกบรรดาทหารในกองทัพที่

    กำลังนอนหลับสนิท ในขณะนั้นมีทหารคนหนึ่งชื่อเมืองขานรับ พระองค์จึงมีรับสั่งให้ทหารตัดศีรษะนายเมือง เซ่นสรวงบูชาไว้ในศาลเพียงตา ศาลนี้จึงได้ขนานนามว่า ศาลพระเสื้อเมือง อยู่คู่พระบรมธาตุสวีสืบมาในปัจจุบัน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันอาสาฬบูชา ทำบุญใส่บาตรพระ ที่วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 ตรงกับวันอาสาฬบูชา ชาวบ้านได้มาร่วมทำบุญใส่บาตรพระที่วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต และช่วงเย็นจะมีการเวียนเทียน 18:00 น

    โดยมีพระครูนนทกิจ โกศล ( ศิริชัย สิริโย ) เจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต เจ้าคณะอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ได้เทศนาธรรมให้กับชาวบ้านมาร่วมบุญ

    ในครั้งนี้ และช่วงเย็นจะมีเวียนเทียนที่โบสถ์ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้หรือที่อื่นอยากจะมาเวียนเทียนที่วัดเชิญได้นะครับช่วงเวลา 18:00 น

    ( ช่วงเย็นมีโรงทานก๋วยเตี๋ยวราดหน้า และน้ำเครื่องดื่มรับรองให้กับประชาชนที่มาร่วมงานเวียนเทียนในครั้งนี้
    ณ.วัดอ่วมอ่องประชานฤมิต อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.อุดรธานี เปิดเส้นทางท่องเที่ยว คาราวาน “พืชสวนโลก สบายดี อุดร หนองคาย บึงกาฬ”

    แชร์เนื้อหานี้

    นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬา จ.บึงกาฬ ให้การต้อนรับและรับมอบธง “งานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569” โดยมี นายสหรัถ พิศาลเศรษฐพงศ์ ประธานหอการค้า จ.บึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.บึงกาฬ นายบุญทวี สาลี นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ พร้อมหน่วยงานภาค ภาคเอกชนร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้

    คาราวานพืชสวนโลก โดยจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานอุดรธานี จัดกิจกรรม Udon Thani “คาราวาน พืชสวนโลก สบายดี” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 เส้นทางอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ โดยภาคเอกชนจัดเป็น Package เสนอขาย

    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ.2569 ตามเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มสบายดี 5 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 จัดเป็นครั้งแรกโดยใช้เส้นทาง Naga Route : อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ แสดงถึงความพร้อมในด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวช่วงงานมหกรรมพืชสวนโลก มีผู้ร่วมกิจกรรม 70 ท่าน รถ 16 คัน มาจากจังหวัดร้อยเอ็ด สกลนคร ชลบุรี หนองคายและอุดรธานี

    แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.หนองคาย คณะคาราวานฯได้เข้ากราบสักการะขอพร “หลวงพ่อพระใส” ณ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.หนองคายแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.บึงกาฬ คณะคาราวานฯสักการะขอพรพระพุทธชินราช ชมวิวของแม่น้ำโขงและขอพรพญานาคในถ้ำพญานิลกาฬนาคราช ณ วัดอาฮงศิลาวาส อ.เมือง จ.บึงกาฬ

    ชมความสวยงามของธรรมชาติ ถ่ายภาพกับวิวอันเขียวขจีของป่าเขาบนหินสามวาฬ ณ ภูสิงห์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ร่วมกิจกรรม CSR ชุมชนส่งเสริมการศึกษาและอาหารกลางวันสามเณร ผ่านการสร้างสรรค์ Art Toy นาคกี้ ณ วัดสามัคคีธรรม อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เรียนรู้วิถีชุมชนผ่านเรื่องราวความผูกพันของคนในชุมชนและ Street Art พญานาค รับประทานอาหารชุมชนที่รังสรรค์โดยฟู้ดสไตลิสต์ระดับโลก ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

    นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่าการจัดกิจกรรมคาราวานฯ ในครั้งนี้ถือเป็นความพร้อมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประชาชนชาว จ.อุดรธานี และการเชื่อมโยงการเดินทางไปยัง กลุ่มยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจังหวัด “สบายดี” อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลยและหนองบัวลำภู

    ทั้งนี้ยังเป็นการกระตุ้นและสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวท่ามกลางสายฝนที่ซุ่มฉ่ำเต็มไปด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติในพื้นที่แห่งความศรัทธา จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางมาเปิดประสบการณ์ช่วงเวลาที่ธรรมชาติเบ่งบานที่สุด ทุ่งนาเขียวสด ภูเขาห่มหมอกบาง ๆ เสียงฝนตกกระทบใบไม้เบา ๆ อิ่มอร่อยกับร้านอาหารทมิชลิน

    เลือกซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นผ้าพื้นเมืองจากชุมชน แล้วพบกันกับพื้นที่ “สบายดี” อุดรธานี หนองคายและบึงกาฬ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร. 042 325 407 และ Facebook Fanpage ททท.สำนักงานอุดรธานี TAT Udon Thani Office
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดป่ากุดสมิง วัดดังแห่งวังพญานาค 5 ตระกูล มอบวัตถุมงคล มหาตะกรุดนวคต รุ่น รวมใจปตุภูมิพิทักษ์ ทหาร อ.เบ็ญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

    แชร์เนื้อหานี้

    filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 38;

    วันที่ 15 มิถุนายน 2568 คณะสงฆ์ และศิษยานุศิษย์ วัดป่ากุดสมิง อำเภอเบ็ญจลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ วัดดังแห่งวังพญานาค 5 ตระกูล ที่ญาติโยมศรัทธา มาขอพรและทำพิธีบวงสรวงอยู่ตลอด ในวันนี้พระปลัดสมนึก ปิยสีโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์

    filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 37;

    ได้เดินทางออกจากวัด มุ่งหน้าไปที่ช่องบก เพื่อนำน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และมีสิ่งพิเศษมอบให้ทหารเพื่อปกปักรักษาป้องกันภัยคือ“มหาตะกรุดนวคต รุ่น รวมใจปตุภูมิพิทักษ์” โดยมี พันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่1 พร้อมด้วยมีนายทหาร ออกมาให้การต้อนรับ รับมอบ

    filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

    ซึ่งก่อนที่จะรับมอบวัตถุมงคล มหาตะกรุดนวคต รุ่น รวมใจปตุภูมิพิทักษ์ คณะสงฆ์ได้ประกอบพิธีสวดมนต์ เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สวดมนต์เกราะกำบังกาย สวดขอพรจากเทพเทวาอารักษ์ เทพดาให้ปกปักรักษาทหารทุุกนาย วัตถุมงคล

    หรือตะกรุดที่มอบให้ทหารนำติดตัวไว้เพื่อจะช่วยดูแล รักษา ให้ทหารทุกคนได้รับความปลอดภัย จากทุกสิ่งอย่าง หากจะเป็นต้องเกิดการสู้รบกัน จริงก็ขอให้ทหารทุกนาย แคล้วคลาดจากทั้งลูกปืน กระสุนปืน ระเบิด ให้ข้าศึกมองไม่เห็น และสามารถรักษาอธิปไตย รักษาผืนแผ่นดินไทย เอาไว้ให้ลูกหลานได้อย่างปลอดภัย ตลอดไป

    filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (0.9602384, 0.34941974);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 42;

    จากนั้นคณะพระสงฆ์ และลูกศิษย์พระอาจารย์ พระปลัด ได้ร่วมกันมอบน้ำดื่ม ข้าวของ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับนายทหาร โดยเฉพาะ “มหาตะกรุดนวคต รุ่น รวมใจปตุภูมิพิทักษ์” และผ้ายันต์วัดป่ากุดสมิง โดยวันนี้มอบให้ไปก่อน 2,000 ชิ้นอัน ที่พึ่งปลุกเสกแล้วเสร็จเมื่อคืน โดยบอกว่าหากยังไม่เพียงพอ ขอให้แจ้งไปที่วัดป่ากุดสมิง เพราะจากนั้น จะได้นั่งปรก

    ประกอบพิธีปลุกเสกให้เพิ่มในทุกคืน ที่ลานหน้าองค์พญานาค ทั้ง 5 ตระกูล ทั้งองค์เพชรนาคราช, องค์ภุชงค์นาคราช, องค์ปู่ศรีสุโธ องค์แม่ย่า ปทุมมา, องค์แม่ย่าศรีกัลยานาคเทวี, องค์ปู่ใหญ่นาคา เทพประสิทธิ์ และองค์แม่ย่านาคี เทพประสิทธิ์ เป็นต้น

    โดยในการเดินทางมาของ พระปลัดสมนึก ปิยสีโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์ ในช่วงเช้าของวันนี้ ได้สร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่เหล่าบรรดาทหารที่ประจำการอยู่ตามแนวชายแดนได้เป็นอย่างดี
    //////////////////////
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 จัดพิธีพุทธาภิเษก สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) และทอดผ้าป่าสามัคคี ณ ค่ายสุรนารี

    แชร์เนื้อหานี้

    กองทัพภาคที่ 2 ร่วมบุญอันยิ่งใหญ่ จัดสร้างสมเด็จพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) และทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมี พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคุณสุพางค์พรรณ พาดกลาง

    ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมผู้มีจิตศรัทธา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ณ สโมสรร่วมเริงชัย ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

    ได้รับพระเมตตา จาก “4 ดอกบัวบานแดนอีสาน” หลวงปู่ศิลา วัดพระธาตุหมื่นหิน หลวงพ่อสุริยันต์ วัดป่าวังน้ำเย็น พระอาจารย์ต้อม วัดท่าสะแบง พระอาจารย์สุริ

    ยัณ วัดป่าฉัพพรรณรังสี ในพิธีมหาพุทธาภิเษก และทอดผ้าป่าสามัคคีมหากุศล สมทบทุนสร้าง “สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ”

    หรือ “หลวงพ่อใหญ่โชคดี” เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา โดยพระพุทธปฏิมา

    สมเด็จพระพุทธมหาจักรพรรดิ (หลวงพ่อใหญ่โชคดี) มีขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร ความสูง 9 เมตร ซึ่งจะประดิษฐาน ณ วัดป่าศรีคุณาราม อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี

    วัดป่าศรีคุณารามเป็นวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

    การสร้างพระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่ ณ วัดแห่งนี้ จึงเป็นการส่งเสริมให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษา ปฏิบัติธรรม และเป็นที่พักพิงทางใจของพุทธศาสนิกชนสืบไป​

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สะเทือนฟ้าดิน! บารมีแผ่ไพศาล! มหาพิธียกฉัตรพระประธาน มงคลสูงส่ง บวงสรวงพระแม่ธรณี เบิกเนตรพระพิฆเนศ หนุนนำชีวิต! เปิดขุมทรัพย์แห่งความสำเร็จ!

    แชร์เนื้อหานี้

    เครื่องบวงสรวงยิ่งใหญ่อลังการตั้งตระหง่านในวันดีศรีพญาวัน 10 พฤษภาคม 2568 ณ วัดชมภูเวก นนทบุรี มูลนิธิพุทฑภูมิธรรม นำมหาชนผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหลหลายพันคน หลายๆท่านตั้งใจเดินทางมาจากภาคต่างๆ เพื่รวมพลังร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ #ยกฉัตรพระประธาน #สมโภชพระแม่ธรณี #เบิกเนตรพระพิฆเนศ #ถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน ราวเทพประทานพร เมฆมงคลบดบังสุริยา ให้บรรยากาศร่มเย็น ผู้ร่วมงานดื่มด่ำความสงบในการประกอบพิธี เสียงสวดมนต์และอธิษฐานจิตทรงพลังก้องกังวาน สะเทือนทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ

    🙏ภาพฉัตรสง่างามในพระอุโบาถสูงสง่างามเหนือองค์พระประธาน เพื่อเป็นพุทธบูชา เปล่งประกาย ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ก่อให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอมในบุญกุศลอย่างลึกซึ้ง 🙏การสมโภชพระแม่ธรณีสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และมั่นคงแห่งแผ่นดิน 🙏และเบิกเนตรพระพิฆเนศเทพขจัดอุปสรรค เสริมสิริมงคล

    ท่ามกลางศรัทธา ทุกการกระทำคือ “ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม” อานิสงส์นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง สุข สิริมงคล พลังสามัคคีและความเลื่อมใส เป็นเกราะแก้วคุ้มครอง นำสู่ความสงบสุข ความสำเร็จอันงดงาม มิได้วัดเพียงจำนวน แต่จากปีติสุขในใจ เป็นพลังศรัทธาเชื่อมโยง สร้างสิ่งดีงามแก่พระศาสนาและแผ่นดิน ขออนุโมทนาบุญในความสำเร็จอันน่าซาบซึ้งใจ

    อานิสงส์การถวายฉัตรพระประธาน เป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน เชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากมาย อาทิ

    • ความร่มเย็นเป็นสุข: ดุจดั่งฉัตรที่กางกั้นความร้อนจากแสงอาทิตย์ ผู้ถวายจะได้รับความร่มเย็นในจิตใจ ปราศจากความทุกข์ร้อน
    • ความสง่างามและความเป็นผู้นำ: การถวายสิ่งที่สูงค่าเป็นการเสริมบารมี ให้เป็นผู้มีสง่าราศี เป็นที่เคารพยำเกรง และอาจส่งผลให้มีความเป็นผู้นำ
    • ความเจริญรุ่งเรือง: เหมือนฉัตรที่ยกสูงขึ้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน
    • การคุ้มครอง: เสมือนฉัตรที่ปกป้องพระพุทธรูป จะส่งผลให้ผู้ถวายแคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

    อานิสงส์การถวายเครื่องไทยธรรมและสังฆทาน

    • ความอุดมสมบูรณ์: การถวายปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นแก่พระสงฆ์ จะส่งผลให้ผู้ถวายมีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพย์สินและสิ่งของต่างๆ
    • สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว: การให้ทานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์จะส่งผลให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
    • สติปัญญาเฉลียวฉลาด: การถวายสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการปฏิบัติธรรม จะส่งผลให้มีสติปัญญาผ่องใส
    • ความสุขและความเจริญ: การให้ทานเป็นเหตุแห่งความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต และนำมาซึ่งความเจริญในชีวิต
    • การสืบทอดพระพุทธศาสนา: การบำรุงพระสงฆ์เป็นการช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป
    • #บวงสรวงสมโภชพระแม่ธรณี: อุดมสมบูรณ์ มั่นคง ร่มเย็น ปลอดภัยดุจแม่ธรณีดูแล
    • #เบิกเนตรพระพิฆเนศ: เจริญก้าวหน้า สำเร็จ ขจัดอุปสรรค มีสติปัญญา

    ที่สำคัญ รายชื่อร่วมห้าพันชื่อ ได้พริ้นท์และนำขึ้นสู่โต๊ะบวงสรวง อัดพลังบุญเปิดทางชีวิตให้บริบูรณ์ด้วย มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ อริยสมบัติ และนิพพานสมบัติ จงทุกประการเทอญ
    สาธุๆๆอนุโมทามิฯ🙏😊

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม วิทยา (นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อุปถัมภ์) เปิดแล้วให้เรียนฟรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสัวโร อรัญวาสีภิกขุ พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 พร้อมด้วย โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและภริยา เป็นประธาน

    ในพิธีคุณวัลลีย์ ปราสาททองโอสถ คุณสมฤทัย ปราสาททองโอสถ คุณอาริญา ปราสาททองโอสถ คุณสุมิตร คุณรุ่งนภา เพชราภิรัชต์ รองประธานมูลนิธิดอยเวียงแก้ว และภริยา และ คุณพัชระภรณ์ ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษามูลนิธิดอยเวียงแก้ว ได้ร่วมพิธีเปิดโรงเรียน

    โดยโรงเรียนแห่งนี้จัดขึ้นตามดำริของพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ เพื่อ เป็นสถานศึกษาในพระพุทธศาสนา สำหรับภิกษุ สามเณร และเยาวชนผู้สนใจในธรรมะ โดยนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้มีจิตศรัทธาเป็นผู้อุปถัมภ์สนับสนุนการก่อสร้างถวาย

    และร่วมฟังธรรมเทศนา โดย พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุได้ร่วมพิธี เปิดโรงเรียนวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสัวโร อรัญวาสีภิกษุ วิทยา ณ วัดพระครูบาบุญชุ่ม(วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว) ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และมีผู้เข้าร่วมพิธีเปิดครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

    โรงเรียนวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระครูบาบุญชุ่ม วิทยา (นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ อุปถัมภ์) แห่งนี้ เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ประกอบด้วย
    1.ห้องสมุดจำนวน 1 ห้อง 2.ห้องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 ห้อง 3.ห้องไหว้พระสวดมนต์ จำนวน 1 ห้อง 4.ห้องจัดนิทรรศการ จำนวน 2 ห้อง

    5.ห้องจัดการเรียนการสอน จำนวน 5 ห้อง 6.ห้องบุคลากรจำนวน 2 ห้อง
    7.ห้องน้ำ จำนวน 6 ห้อง และมีภิกษุสามเณร จำนวน 69 รูป ในช่วง ปีแรก อนาคตวันข้างหน้าจะมีภิกษุสสมเณรแห่มาเรียนกันเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

    พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ-ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อนุทิน” ลงพื้นที่ บึงกาฬ ติดตามการพัฒนาผังเมืองรวม เสริมการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ชุมชน

    แชร์เนื้อหานี้

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (20 เม.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ จ.นครพนม และ จ.บึงกาฬ ตลอดทั้งวัน

    โดยในช่วงเช้า ได้ติดตามมาตรการป้องกันไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชน ณ ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

    ในการนี้ นายอนุทิน ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนายอำเภอบึงโขงหลง ให้ความสำคัญกับการต่อยอดเส้นทางการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

    ที่แสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวลักษณะ trekking คือการเที่ยวที่ต้องเดินเท้าไปในสถานที่ธรรมชาติไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

    ในช่วงบ่าย นายอนุทิน ได้เดินทางติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย บริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ (Landmark) นายอนุทิน

    ได้กล่าวแสดงความชื่นชมประชาชนชาว จ.บึงกาฬ ที่ได้ร่วมกันพัฒนาจังหวัดมาตลอดเวลา 15 ปี นับแต่ได้มีการตั้ง จ.บึงกาฬ เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบนให้มีมูลค่าการค้าชายแดนได้ถึง 4 แสน – 5 แสนล้านบาท

    “ภาครัฐยังคงเดินหน้าพัฒนาความเจริญ ความสะดวก และรายได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งด้านคุณภาพชีวิต การคมนาคมขนส่ง ควบคู่การเป็นเมืองวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาผังเมืองรวมเมืองบึงกาฬ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และ Landmark แห่งใหม่ นั่นคือ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ที่จะทำให้ จ.บึงกาฬ

    เป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวดินแดนอีสานเหนือในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

    ซึ่งมี วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นจุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก อันจะยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้นต่อไป”นายอนุทิน

    สำนักความมั่นคง ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมพิธีสูมาคารวะ สรงน้ำขอพร เจ้าคณะจังหวัดน่าน และพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ วันสงกรานต์ ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่วัดพญาภู พระอารามหลวง วัดมิ่งเมือง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง วัดช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมด้วยร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี นางพรรณี ณ น่าน นางรจนา วัวคำ นางปรานอม กุมภา

    คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังวัดน่าน ได้ร่วมสรงน้ำสูมาคารวะ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัด พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน พระวชิราภินันท์ เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร เพื่อแสดงความเคารพ และขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

    นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ได้นำกล่าวคำสูมาคารวะปี๋ใหม่เมือง และถวายสักการะแด่พระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พร้อมนี้ เจ้าคณะจังหวัดน่าน รองเจ้าคณะตังวัดร่าน เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง กล่าวสัมโมนียกถา

    ให้คติเตือนใจในการใช้ชีวิต ประพฤติชอบ อยู่ในศีลธรรม และมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อ เมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ อันจะทำให้เกิดความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานนมัสการพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และพิธีสรงน้ำพระพุทธโสภณ (หลวงพ่อพระสุก) ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 12 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่วัดศรีโสภณธรรมทาน (วัดใต้) ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ จัดงานนมัสการพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และพิธีสรงน้ำพระพุทธโสภณ (หลวงพ่อพระสุก) ประจำปี 2568

    พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี

    พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมพิธี

    ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ต่อพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ และร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่

    ทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และจุดประกายจิตสำนึก ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอีกด้วย

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำสรงให้จังหวัดมุกดาหาร เชิญไปสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (พระใหญ่)

    ในงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์พิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ประจำปี 2568 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

    ในโอกาสนี้นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระราชทาน

    โดยมีพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกตาหาร หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการและพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธีด้วย

    ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ประกอบพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พิธีถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

    จากนั้นพระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และพระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมประกอบพิธีกรรมดึงสายชักรอกขึ้นสรงน้ำพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร และจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร

    ผู้ว่าฯมุกดาหารนำส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนสรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​

    ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระแก้วมรกต พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปิดท้ายด้วยการหยาดน้ำน้อมถวายบุญเป็นพุทธบูชา แผ่บุญไปทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ

    แชร์เนื้อหานี้

    บุญสำเร็จแล้ว 5 เมษายน 68 วันพระ วันเสาร์ที่ 5 ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง วันแข็งวันพญาวันี่เป็นครั้งแรก ที่เห็นประชาชนมาร่วมบวงสรวงศาลหลักเมืองกทม.มากที่สุอัดแน่นทะลักออกไปนอกศาลเลย แน่นด้วยพลังศรัทธา และรอยยิ้มปีติหัวใจที่มีให้กัน เป็นการร่วมพลังบุญจากหลากหลายสายบุญและภาคีเครือข่าย มาร่วมถวายบุญแด่พระแม่ธรณี แผ่นดินไทย และชาติบ้านเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ค้ำชูแผ่นดิน และเสริมมงคลชีวิต

    รายชื่อ​รายชื่อนับหมื่นถูกพริ้นท์มาเป็นปึกๆ นำมาวางไว้บนโต๊ะบวงสรวงอันศักดิ์สิทธ์ 9.09น. อาจารย์ตี่ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำกล่าวโองการ อธิษฐานจิตถวายบุญ ที่กลางแจ้ง กลางลานศาลหลักเมือง ที่ขณะนี้ โต๊ะบวงสรวงถูกล้อมไปด้วยคลื่นศรัทธามหาชน ทุกคำที่ที่ทุกคนเปล่งออกมา ทรงพลังมาก ขนลุกตลอดเวลา

    กลางแจ้งเสร็จ เข้าไปด้านใน ตรงแท่งเสาหลักเมือง นั่งกันตรงบันไดไร้ที่ว่างเลย ทุกคนมุ่งมั่นสวดมนต์ หนึ่งในนั้นคือมนต์บท “รตนัตตยัปปภาวาภิยาจนคาถา” เป็นพระคาถาปกป้องสยามประเทศและคนไทย เป็นมนต์ที่ษักดิ์สิทธิ์มาก สั่นสะท้านทั่วสรรพางกาย

    จากนั้นเราได้เดินต่อไปที่วัดพระแก้ว กราบสักการะพระแก้วมรกต พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปิดท้ายด้วยการหยาดน้ำน้อมถวายบุญเป็นพุทธบูชา แผ่บุญไปทั่วทั้ง 3 แดนโลกธาตุ เป็นการเสริมบุญญาบารมีและมงคลชีวิต ไม่มีประมาณบุญของท่านสำเร็จแล้ว ปีติหัวใจอย่างท่วมท้น ขอโมทนาสาธุการอานิสงส์ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้ชีวิตและกิจการงานของท่านมีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง ปราศจากอุปสรรคและภัยอันตรายต่างๆ

    การคุ้มครองปกป้องแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ทั้งจากภัยธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ความเป็นสิริมงคล: มีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความผาสุกในชีวิตความเจริญในธรรม: อานิสงส์แห่งการบูชาพระรัตนตรัยและการเจริญพระพุทธมนต์ จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ท่านมีความเจริญก้าวหน้าในธรรม ปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก และบรรลุถึงความหลุดพ้นในที่สุด

    ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการเทอญ😊🙏

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบรรพชาสามเณร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 1 เมษายน 2568 ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีการจัดพิธีบรรพชาสามเณร ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย ประจำปี 2568

    เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

    โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ครอบครัวผู้บรรพชาและพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี
    จังหวัดน่าน

    โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย ประจำปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

    โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษา ฝึกฝน และอบรมหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดค่านิยมเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีจิตสาธารณะ และมีความกตัญญู ซึ่งจะส่งผลให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ โดยมีผู้เข้าร่วมบรรพชาในครั้งนี้ จำนวน 43 คน

    วันที่ 1 เมษายน 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา โดยการนำของ นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีวิเคราะห์ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่

    การลดต้นทุนการการผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้า การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ ให้กับสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ผักตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ตามโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเก็บข้อมูล

    รวบรวมประมวลผล และวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่ม พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์เร่งรัดการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ข้าวนาปรัง, ไม้ผล, ไม้ยืนต้น และเน้นย้ำการถือปฏิบัติตามประกาศจังหวัดน่าน เรื่อง ห้ามเผาเด็ดขาดทุกพื้นที่

    ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม –30 เมษายน 2568 และตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ภาคการเกษตร

    โดยห้ามเผาในพื้นที่การเกษตรทุกกรณีตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม –31 พฤษภาคม 2568 และแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติด้านพืช โดยมีสมาชิกแปลงใหญ่เข้าร่วมจำนวน 15 ราย ณ บ้านสถาน หมู่ที่ 1 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี – มท.2 ทำพิธี “พุทธาภิเษกพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี” Landmark บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 29 มี.ค.68 เวลา 13.39 น. ที่อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี ถนนข้าวเม่าริมโขง ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย)

    เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการประกอบพิธีพุทธาภิเษก พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมีเกจิอาจารย์อธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

    โดยได้รับเมตตาอาทิ พระธรรมวชิรเมธี เจ้าคณะภาค1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร พระราชภาวนา โสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง พระวชิรศาสนคุณ เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ(ธ) เจ้าอาวาสวัดเนินแสงทอง พระราชสารโกศล เจ้าแาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี พระครูบวรธรรมรักขิต(หลวงตาเลิศ) เจ้าอาวาวสวัดอรัญญานี

    พระครูประภัสสรวีรคุณ (วีระพล ปภสฺสโร) เจ้าคณะอำเภิศรีวิไล(ธ) เจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม และพระเถราจารย์จำนวนมาก ร่วมประกอบพิธี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ นายสยาม เพ็งทอง สส.บึงกาฬ เขต1 หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และพุทธศาสนิกชนร่วมพิธี

    “บรรยากาศการจัดพิธีพุทธาภิเษกฯ เป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและถวายแป้งเจิมแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เพื่อเจิมเทียนชัย เทียนมหามงคล แล้วจุดเทียนชัย เทียนมหามงคล พระสงฆ์ 9 รูป สวดคาถาจุดเทียนชัย

    จากนั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เข้านั่งปรกอธิษฐานจิต ประธานในพิธีจุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ชุมนุมเทวดา เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ประธานในพิธีถวายใบพลูและแป้งเจิมแด่พระราชภาวนาโสภณ วิ. เพื่อเจิมใบพลู แล้วดับเทียนชัย เสร็จแล้วโปรยดอกไม้ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ในมณฑลพิธี ประธานในพิธีและผู้ร่วมพิธีถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ อนุโมทนา กรวดน้ำ-รับพร เป็นอันเสร็จพิธี”

    อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคสไชยบุรี เป็นโครงการ Landmark จ.บึงกาฬ เป็นการพัฒนาสวนสาธารณะริมแม่น้ำโขงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญของทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว มีไฮไลต์สำคัญคือ พระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เป็นพระพุทธรูปนาคปรก 9 เศียร สูง 16.09 เมตร ขนาดหน้าตักกว้าง 4.77 เมตร ประดิษฐานริมแม่น้ำโขง

    ซึ่งนอกจากจะทำให้เป็นสถานที่แห่งความเลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนแล้ว ยังจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชม สนับสนุนเศรษฐกิจของ จ.บึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียงตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ประชาชนอีกด้วย

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หลวงปู่มหาศิลา จัดงานพิธีวางศิลาฤกษ์ พระธาตุเจดีย์โนนสาวเอ้ ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท คนแห่ร่วมงานนับหมื่น !

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 13 มีนาคม 2568 หลวงปู่มหาศิลา สิริจันโืท ได้จัดงานพิธีวางศิลาฤกษ์ “ พระธาตุเจดีย์โนนสาวเอ้ ” ณ ธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์

    โดยมีพระเดชพระคุณ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาส วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร กทม. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ หลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท ท่านเจ้าคุณเทียนชัย ชยทีโป วัดเทพสรธรรมาราม จ.ปทุมธานี ท่านเจ้าคุณสุริยันต์ วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม ท่านเจ้าคุณต้อม วัดท่าสะแบง จ.ร้อนเอ็ด พร้อมคณะสงฆ์และ เกจิอาจารย์อีกจำนวนมาก

    โดยมี คุณชายแจ๊ค-หม่อมราชวงศ์ โสรัจจ์ วิสุทธิ บุตรชายคนเล็กของหม่อมเจ้าหญิงสุลัภวัลเลง วิสุทธิ (สกุลเดิม สวัสดวัตน์) พระขนิษฐาของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อม
    ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หลายหมู่เหลา รวมถึงประชาชนจากทั่วสารทิศ คณะลูกศิษย์จาก ธรรมอุทยานหลวงปู่มหาศิลา และ คุณครูทับทิม วรา ที่ถือว่าเป็นคนสำคัญที่ หลวงปู่มหาศิลา ได้เลือกให้เป็นคนนำสร้าง พระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้
    ร่วมถึงประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานพิธีหลายพันคน

    โดยก่อนหน้านี้2 วันได้เกิดฝนตกตลอดทั้งคืนทั้งวันจนถึงวันงานพิธีช่วงเช้าเกิดฟ้าครึ้มฝนตกเป็นละออง จนช่วงเวลาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ หลวงปู่มหาศิลา ท่านมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับชี้นิ้วขึ้นไปแล้วก้มหน้าท่องอะไรบางอย่าง จากนั้นท้องฟ้าที่มืดครึ้มก็เกิดสว่างขึ้นแสงแดดเริ่มออก

    พร้อมทั้งเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกรด จนทำให้ผู้ที่มาร่วมงานกล่าวคำว่าสาธุ ซึ่งหลวงปู่ศิลาก็ยิ้มและหัวเราะอย่าง อารมณ์ดีใจซึ่งทำให้เหล่าศิษย์ยานุศิษย์ที่มาร่วมงานต่างๆ

    ต่างมองดูบนท้องฟ้า ในสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าคนหลายพันคน
    ภายหลังจากเสร็จพิธีวางศิลาฤกษ์ คุณจารุณี จอมทรักษ์ พร้อมทีมงานธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา ศิริจันโท ได้น้อมถวาย ทองคำแท่ง น้ำหนัก 20 บาท แด่หลวงปู่ศิลา พร้อมถวายทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท ถวายแด่พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าวังน้ำเย็น จ. มหาสารคาม และน้อมถวายทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท แด่ พระอาจารย์ต้อม วัดท่าสะแบง จ.ร้อยเอ็ด

    จากนั้นท่านเจ้าประคุณ สมเด็จ พระธีรญาณมุนี หลวงปู่ศิลา และพระเกจิอาจารย์ รวมถึงข้าราชการทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้มงคล หลังจากนั้นท้องฟ้าที่มืดครึ้มก้อนเมฆก็จางหายไปแสงแดดกลับมาสว่างจ้าเหมือนเดิม

    โดยในการสร้าง พระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้ หลวงปู่มหาศิลา ได้บอกไว้ว่าต้องให้ครูทับทิม หรือ คุณครูทับทิม วรา ทำถึงจะสำเร็จ
    สำหรับท่านใดที่สนใจจะร่วมบุญเพื่อสร้างพระธาตุเจดีย์ โนนสาวเอ้ และปรับภูมิทัศน์ภายในธรรมะอุทยานหลวงปู่มหาศิลาสามารถร่วมบุญได้ที่บัญชี

    ธนาคารกรุงไทย
    หมายเลขบัญชี 404-357378-2
    ชื่อบัญชี : มูลนิธิธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท เพื่อสร้างพระธาตุเจดีย์และปรับภูมิทัศน์

    ( บัญชีนี้ บัญชีเดียว เท่านั้น )

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าแพร่ เปิดวัดมิ่งเมือง วัดเจ้าแม่เจ้าหลวงครั้งแรกในรอบ 70 ปี

    แชร์เนื้อหานี้

    บวงสรวง นมัสการพระบรมธาตุเจดีย์มิ่งเมือง หลวงพ่อพุทธมิ่งขวัญเมือง พ่อเมืองแพร่นำศรัทธาร่วมห่มผ้าองค์พระบรมธาตุ พุทธศาสนิกชนได้ชมความสวยงามปฏิมากรรมยุคเจ้าหลวงองค์สุดท้ายเมืองแพร่

    วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่บริเวณสะดือเมืองหรือใจกลางเมืองแพร่ สร้างโดยแม่เจ้าหลวง หรือแม่เจ้าบัวไหล เทพวงศ์ ชายาคนที่ 2 ของเจ้าพิริยเทพวงษ์ อดีตเจ้าผู้ครองเมืองแพร่ และแม่เจ้าบัวไหลยังเป็นย่าของนายโชติ แพร่พันธุ์ หรือ “ยาขอบ” นักเขียนนวนิยายชื่อดังของเมืองไทย

    จึงนับว่าวัดมิ่งเมืองมีความสำคัญทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่อย่างยิ่ง แต่วัดมิ่งเมืองถือเป็นวัดขนาดเล็กอยู่ติดกับวัดพระบาท ปี พ.ศ.2492 ทางราชการจึงได้ยุบรวมเป็นวัดพระบาทมิ่งเมือง ในปี พ.ศ.2498 ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง จนปัจจุบัน 70 ปีแล้วที่วัดมิ่งเมืองไม่มีกิจกรรมทางศาสนา

    ล่าสุดเวลา 15.50 น.วันที่ 16 มีนาคม 2568 นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระบรมธาตุเจดีย์มิ่งเมืองและนมัสการหลวงพ่อพุทธมิ่งขวัญเมือง พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนร่วมสักการะระหว่างวันที่ 16-23 มีนาคมนี้ ควบคู่ไปกับงานหอการค้าแฟร์ สร้างบรรยากาศครึกครื้นและร่วมกันรำลึกถึงประวัติท้องถิ่นเมืองแพร่ไปพร้อมๆ กัน

    ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
    061-595-5297
    ทีมข่าวบกรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการวิทยาลัยป้องกันกิเลส (วปก.) รุ่นที่ 29 วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร

    แชร์เนื้อหานี้

    โครงการวิทยาลัยป้องกันกิเลส (วปก.) รุ่นที่ 29 จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณธรรมในชีวิตประจำวัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่เข้าร่วมการอุปสมบท ทั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ โครงการนี้ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 29 รุ่น ซึ่งในรุ่นนี้ มีผู้เข้าร่วมอุปสมบท 59 รูป แบ่งเป็นคนไทย 58 รูป และชาวต่างชาติ 1 รูป จากประเทศเมียนมา โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่รุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 29 มีผู้เข้าร่วมอุปสมบทมากกว่า 5,000 รูป

    โครงการ วปก. ก่อตั้งขึ้นโดย สมเด็จพระธีรญาณมุนี (วรชาโย) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ในการถวายเป็นพุทธบูชาและพระราชกุศล เพื่อสร้างบุคลากรที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกต่อสังคม โดยการบวชถือเป็นการบำเพ็ญบุญที่ทรงคุณค่า อันจะนำไปสู่ความสงบสุขและความเจริญของประเทศชาติ

    ในปีนี้ได้รับความเมตตาจาก พระธรรมวชิรปาโมกข์ (ธนู วรธนุ ป.ธ.๔) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระศรีวิศาลคุณ (จีรพันธ์ วรญาโณ ป.ธ.๗) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์และผู้ดูแลโครงการเดินทางไปประเทศอินเดีย โดยโครงการได้รับการสนับสนุนจากศิษยานุศิษย์ คณะสหธรรมิก และผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงการเติบโตและได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องทุกปี

    กำหนดการเดินทางปฏิบัติธรรม และเยี่ยมชม 4 พุทธสังเวชนียสถาน วันที่ 5: กรุงเทพฯ – เจดีย์พุทธคยา (ประเทศอินเดีย)
    วันที่ 6: ร่วมทำบุญมหาทานผ้าป่า และเยี่ยมชมพุทธรูปหินโบราณ ณ พุทธคยา
    วันที่ 7: เยี่ยมชมสถูปบ้านบิดานางสุชาดา สถานที่ถวายข้าวมธุปายาส
    วันที่ 8: เดินทางไปยังเขาคิชฌกูฏ และวัดเวฬุวัน ณ เมืองราชคฤห์
    วันที่ 9: เยี่ยมชมกูฎาคารศาลา ปาวาลเจดีย์ เมืองไวสาลี
    วันที่ 10: เดินทางไปยังสาลวโนทยาน กุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
    วันที่ 11: เดินทางสู่ลุมพินี ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
    วันที่ 12: เยี่ยมชมวัดพระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี
    วันที่ 13: เยี่ยมชมสารนาถ เมืองพาราณสี สถานที่แสดงปฐมเทศนา
    วันที่ 14: พักปฏิบัติธรรม ณ เมืองพาราณสี
    วันที่ 15: เดินทางกลับมายังเจดีย์พุทธคยา
    วันที่ 16: ออกเดินทางกลับประเทศไทย
    วันที่ 17:

    • ช่วงเช้า: พิธีตักบาตรพระใหม่ นำโดย สมเด็จพระธีรญาณมุนี ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
    • ช่วงเที่ยง: พิธีฉลองพระใหม่ และลาสิกขาบท
    • การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้เข้าร่วมในการศึกษาและซึมซับหลักธรรมคำสอนจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 อันเป็นสถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความศรัทธาและปัญญาในการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร “ร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา สร้างคุณค่าทางจิตใจให้สังคมไทย”

    โดย: พระคุณวํโว ธนพงศ์ งานรุ่งเรือง วปก29