คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่าฯจ.ขอนแก่น ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569“ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัส ที่ 1 มกราคม พ.ศ 2569 เวลาประมาณ 12.10นางสาวศุภมาศ แก้วดวงดี ปลัด อบต หนองเขียด ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.หนองเขียดนายศราวุฒิ ด่านขุนทด ผญบ.หมู่1หนองเขียด รักษาการณ์กำนันตำบลหนองเขียด

นางเสาวลักษณ์ คำตันนิธิฒน์ ผญบ หมู่9พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ
พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพพร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ชรบ. อพปร. อสม. จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจอาสา ให้การต้อนรับ

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ จุดตรวจ/จุดให้บริการประชาชนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับเน้นย้ำ

ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ รอบคอบ และเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา การไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ดูแลสุขภาพ ความพร้อม และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายศราวุฒิ ด่านขุนทด รักษาการณ์กำนันหนองเขียด กล่าวถึงความร่วมมือในท้องถิ่นและท้องที่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะมอบน้ำดื่มและสิ่งที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจ

สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี win ฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “วันดินโลก 2568” ชูแนวคิด “Healthy soils for healthy cities” น้อมรำลึก “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดบ้านต้อนรับประชาชนและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “วันดินโลก ประจำปี 2568” (World Soil Day 2025) กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก

ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก โดยมี นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงาน

พัฒนาที่ดินเขต 12 เป็นประธาน และมีคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พสกนิกร และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ประธานในพิธี ได้นำผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เพื่อน้อมรำลึกถึงตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดิน พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย และได้นำกล่าวปฏิญาณตนที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ เพื่อรักษาผืนดินให้ยั่งยืนสืบไป

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Healthy soils for healthy cities : ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ว่า ปีนี้ทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นสร้างความตระหนักเรื่อง การปิดทับหน้าดิน (Soil Sealing) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเมือง

ที่พื้นที่เกษตรถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ดินตายและสูญเสียระบบนิเวศ พร้อมนำผลสำเร็จของศูนย์ฯ มาถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง ให้รู้วิธีการดูแลดินและปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เพื่อสร้างสมดุลคืนสู่เมืองและเกื้อกูลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

สำหรับไฮไลท์ที่สร้างสีสันและความรู้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งสาระและความเพลิดเพลิน อาทิ นิทรรศการ “เกษตรคนเมือง” ที่สาธิตการผสมดินสูตรพิเศษ (ดินดี) สำหรับปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีพื้นที่น้อย, บริการ คลินิกดิน

ตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของธาตุอาหาร, การจำหน่ายผลผลิตการเกษตรปลอดภัยจากเกษตรกรตัวอย่าง และกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ นั่งรถลากพ่วง ชมทัศนียภาพและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตรอบศูนย์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมย้อนหลังและข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครปฐม จัดโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขานรับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดกิจกรม Kick Off “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 สร้างวินัยจราจร 100%

โดยมี พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแต่ละอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดนครปฐม พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในรถจักรยานยนต์ โดยมีสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยปัจจุบันทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงโหมดนิรภัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. ได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้ริเริ่มโครงการ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งการแบ่งปันเพื่อความปลอดภัย” และการใช้ฐานข้อมูลมาเป็นประโยชน์ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการมอบหมวกนิรภัยจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ส่งมอบให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจำนวน 1,100 ใบ เพื่อเป็นหน่วยงานแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตาม

โครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมวกนิรภัยให้กับเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 50 ใบ ซึ่งเป็นเยาวชนผู้นำร่องโครงการ ตลอดจนมอบหัวนิรภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรในบริเวณตลาดนครปฐมจำนวน 25 ใบอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นพค.41 เดินหน้าสร้างสุขอนามัยที่ดี มอบโครงการน้ำดื่มระบบ RO ผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้โรงเรียนดาราวิทยา เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าใช้จ่าย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนดาราวิทยา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดพิธีส่งมอบ “โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO” และอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ 41 (นพค.41) สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ท.ไธพัตย์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45, น.ส.นาวาล วาเต๊ะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดาราวิทยา พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงสำหรับโรงเรียนดาราวิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1,865 คน และครู 210 คน และเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

ทั้งนี้โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO ที่มอบให้ในครั้งนี้ มีอัตราการผลิต 250 ลิตรต่อชั่วโมง นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ของนักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ยัง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตด้านพันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับการคัดเลือกโครงการนี้ นพค.41 ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของหน่วยราชการทหารพัฒนา โดยเริ่มจากการทำการสำรวจและทำประชาคม ร่วมกับผู้นำชุมชน ตัวแทน อบต. และหน่วยกำลังในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน เน้น ความทั่วถึง และสอบถามความจำเป็นอย่างแท้จริง ก่อนดำเนินการตามความต้องการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของอำเภอและจังหวัด
เราเน้นความทั่วถึง ตามหลักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสืบสานไว้ก็คือ เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ใช้การพัฒนาอย่างที่บอกครับ หน่วยราชการทหารพัฒนาใช้การพัฒนาเข้ามานำครับ โครงการนี้จะส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา… นักเรียนก็จะมีกำลังใจในการเรียน และเราไม่ได้มาทำส่งมอบและจบ แต่เราจะมาดูแลด้วย” พันเอก เธียรทรรศน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการส่งมอบโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของบุคลากรในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อสร้างความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาของราษฎรต่อหน่วยทหารของกองทัพไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาโครงการที่มอบให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
////////////////////////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

คริสต์มาสสุดเซอร์ไพรส์! ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Travel Kit และตุ๊กตากวางเรนเดียร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมส่งมอบความสุข สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568

วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทสภ. ร่วมมอบ Travel Kit ให้แก่ผู้โดยสารขาออก ณ โถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ต่อมาเวลา 18.00 น. คณะผู้บริหาร ทสภ. ได้มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ

เป็นตุ๊กตากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่ลำเลียงผ่านสายพานรับกระเป๋า ส่งตรงถึงมือผู้โดยสารสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY406 จากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบิน Jetstar Airways เที่ยวบิน JQ029 จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ณ สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 สร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้สุ่มมอบ ตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ให้แก่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 4 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 เที่ยวบิน โดยเตรียมกวางเรนเดียร์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้โดยสารมากถึง 1,200 ตัวทสภ. เลือกมอบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส

สื่อถึงการเดินทาง ความสุข และการนำพาความอบอุ่น พร้อมส่งต่อรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ปลอดภัย และน่าประทับใจในทุกช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูสู่ประเทศไทยอย่างภาคภูมิ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สตม. ร่วมกับ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาส – ปีใหม่ 2569 สร้างความประทับใจตั้งแต่ด่านแรก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และหลักการทำงาน “Stay Focus” ใช้ข้อมูลเป็นฐาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

โอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศ พร้อมมอบของที่ระลึก “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางถึงประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล
ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า สตม. ได้จัดทำแผนรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ควบคู่กับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด

โดยแผนปฏิบัติการครอบคลุมระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 166,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองเต็มอัตราในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ตั้งเป้าระบายผู้โดยสารภายใน 30 นาที / 2.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงปฏิบัติการ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ / 3.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบตรวจ และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
โดยวันนี้ ( 22 ธันวาคม 2568 ) ที่มาระดมปล่อยแถวเนื่องจากว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งในเรื่องอำนวยความสะดวกและในเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ ฟรีวีซ่า เพราะว่าไม่ได้มีการคัดกรองมาจากสถานทูตประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามา โดยจะคัดกรองจากการดูแผนการเดินทางทั้งหมด เพื่อจะดูว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงๆ ส่วนที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ประเทศไทยในการก่ออาชญากรรมต่างๆ ทางเราจะมีการปฏิเสธเข้าเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะใช้หลักสากล ในเรื่องการตรวจแผนการเดินทาง มีตั๋วเดินทาง เข้า-ออก ตลอดจนเบี้ยยังชีพที่ใช้ในประเทศ โดยจะใช้หลักเกณฑ์แบบเสมอภาค

ส่วนในประเทศที่มีสงคราม ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับ สมช. และหน่วยข่าวกรอง ในกรณีที่ต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่การรายงานว่ามีต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย ส่วนประเทศกัมพูชาที่เข้ามาก็จะตรวจเรื่องแผนการเดินทางที่ชัดเจน และมีตั๋วเดินทางกลับ และมีเบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กัน ในเรื่องของฟรีวีซ่าจะไม่มีการตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมีพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นในรายละเอียดว่าเจตนาหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ จึงจะปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ส่วนที่เข้ามาแล้วไม่มีแผนการเดินทาง หรือไม่มีเจตนาในการท่องเที่ยวก็จะปฏิเสธการเข้ามา ในอดีตส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาในประเทศจะต้องมีการขอวีซ่าแต่ปัจจุบันมีการเปิดฟรีวีซ่า ก็จะมีผลกระทบพอสมควรในเรื่องของการที่เข้ามาแล้วไม่มีเจตนามาท่องเที่ยว เพราะเคยมีข่าวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่าแล้วมาก่ออาชญากรรม หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

เรื่องการเดินทางเข้าประเทศรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีแนวนโยบายไม่เหมือนกัน แต่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการที่มีฟรีวีซ่าก็ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นแต่ในขณะปัจจุบันมีเหตุการณ์ระหว่างประเทศเรื่องความมั่นคงในประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการในเรื่องการอำนวยความสะดวกควบคู่กับความมั่นคงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในประเทศ การทำงานจะทำร่วมกับหลายหน่วยงาน แต่ในขณะนี้ยังไม่การรายงานการกระทำความผิดเข้ามา อยากจะเรียนนักท่องเที่ยวว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ทาง ตม.2 ก็มีแผนการรองรับ ในตอนนี้สูงสุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประตูเรื่องบินจนถึงด่านตรวจ ตม. ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนรากหญ้า” เสียงจริงที่ถูกเมิน “พีโก้ โกโก้” เดินชนกลางเวทีรัฐ จี้ SME Bank ปรับเกณฑ์สินเชื่อ ถึงทุนจริง

แชร์เนื้อหานี้

ชุมพร – นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม “ฝ่าฟัน ดัน SMEs สู่แหล่งทุน” ณ โรงแรมมรกตทวิน จังหวัดชุมพร โดยมี นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานแต่ท่ามกลางเวทีนโยบาย

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการฐานรากได้ดังขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 หลัง คุณวัยญากรณ์ คงสุวรรณ์ภานิช หรือ “ป๊อป โกโก้” เจ้าของแบรนด์ “พีโก้ โกโก้ ชุมพร” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เพื่อทวงถามความเป็นธรรมในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อย
การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ใช่การขอความเห็นใจ

แต่คือการ ชี้ความจริงที่รัฐยังหลีกเลี่ยงจะมอง ว่าแม้รัฐบาลจะโหมประชาสัมพันธ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่าน SME D Bank หากในทางปฏิบัติ “เงินรัฐยังไม่ถึงมือคนทำจริง” โดยเฉพาะผู้ประกอบการฐานรากและคนตัวเล็กในชุมชนทุนมี แต่คนจนเข้าไม่ถึงสาระสำคัญในหนังสือร้องเรียนระบุชัดว่า

หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อยังตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการรายย่อยเอื้อมไม่ถึงผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีงบสวย แต่มีการผลิตจริง มีตลาดจริงมาตรการรัฐกลับกลายเป็นโอกาสของรายใหญ่ ขณะที่คนฐานรากยังติดหล่มระบบ
คุณวัยญากรณ์ย้ำว่า หากรัฐยังใช้ “แว่นตาคนเมือง” มองผู้

ประกอบการท้องถิ่น นโยบายช่วยเหลือก็จะเป็นเพียง ฉากสวยบนเวที แต่ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าได้อย่างแท้จริง
งานเดินต่อ แต่คำถามยังคาใจประชาชนแม้บรรยากาศงานจะดำเนินไปตามกำหนด พร้อมการนำเสนอแนวคิด “เติมทุน เติมความรู้ เติมโอกาส”

และมาตรการแก้หนี้ “3 ลด ปลดหนี้” แต่กรณีของ “พีโก้ โกโก้” ได้กลายเป็น ภาพสะท้อนชัดเจน ว่า ช่องว่างระหว่างนโยบายบนกระดาษ กับชีวิตจริงของประชาชนยังห่างไกลเหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็น เสียงแทนคนตัวเล็กทั้งประเทศ ที่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังรัฐว่า นโยบายช่วย SME วันนี้ ช่วยเพื่อใคร—เพื่อรายใหญ่ในเอกสาร หรือเพื่อประชาชนรากหญ้าที่กำลังดิ้นรนอยู่หน้างานจริง
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.โคราช นำทีม กต.ตร. เปิดใจคุย เดินหน้าพัฒนางานตำรวจเพื่อสังคม/ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส รพ.ปากช่องนานา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานตำรวจอย่างมีส่วนร่วม จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม ณ ภัตตาคารเสียวเสี้ยว โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา

การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา การแจ้งข่าวสาร และการสร้างสรรค์งานบริการสังคม โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ในที่ประชุมมีผู้แทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสนอแนวทางการพัฒนางานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมย้ำบทบาทของ กต.ตร. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงภาครัฐ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความอุ่นใจ และเสริมความเข้มแข็งให้สังคมโคราชอย่างยั่งยืน.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส–ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม–ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และ

ได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดทัพกู้ภัยทางทะเล! ยกระดับ ชูโมเดลบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก จัดกิจกรรมซ้อมแผนบริหารความเสี่ยงและแผนบูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ทั่วไป แต่เป็นการวางระบบมาตรฐานสากลที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการเชื่อมโยงโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการกู้ชีพกู้ภัยต้องครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว (First Response)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะวิกฤต ไปจนถึงระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางบกและทางน้ำที่มีความซับซ้อน ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันและปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ นายประทีปยังได้ระบุถึงโครงสร้างการสั่งการที่ชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตในพื้นที่จริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์และประธานการบัญชาการด้วยตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีเอกภาพ และลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Screenshot

สำหรับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุทางทะเลที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.),

กองบิน 5, สถานีตำรวจน้ำปราณบุรีและบางสะพาน, กรมเจ้าท่า, และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งการรวมตัวกันของสรรพกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยาวชายฝั่งติดทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมิต่อเพียงแค่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมในระดับสูงสุดที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Screenshot

การบูรณาการองค์ความรู้ อุปกรณ์กู้ภัยที่ทันสมัย และกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกการเดินทางมาเยือนชายหาดและท้องทะเลในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

Screenshot

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. คิกออฟ “One Region – One Province – One Hospital” จ.นราธิวาส มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพชายแดนใต้ ให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดพิธี Kick off “One Region – One Province – One Hospital” จังหวัดนราธิวาส โดยมี นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่เข้าร่วมนายแพทย์ศักดา กล่าวว่า นโยบาย “One Region – One Province – One Hospital” เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ ผ่านการบูรณาการการทำงานของหน่วยบริการทุกระดับ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีบริบทเฉพาะด้านภูมิศาสตร์ การเข้าถึงบริการ และความหลากหลายของประชากร การพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็น

โดยจังหวัดมีความพร้อมทั้งโครงสร้างเครือข่ายและศักยภาพบุคลากร สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพใกล้บ้านมากยิ่งขึ้นนายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นโครงการของเขตสุขภาพที่ 12 ภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งในเขตสุขภาพมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยไปในทิศทางเดียวกันโดยสาเหตุที่เลือกจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น และได้รับบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เครื่องมือแพทย์ หรือสถานที่ เช่น การใช้หอผู้ป่วยวิกฤต หรือไอซียูร่วมกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์เท่านั้นขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะระบบการส่งต่อ ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนเองก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น บางโรคเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แล้ว หากอาการดีขึ้นก็สามารถส่งกลับไปให้โรงพยาบาลชุมชนดูแลต่อใกล้บ้านได้อย่างมั่นใจ เพราะมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

โครงการนี้จึงครอบคลุมทุกมิติของการดูแลประชาชนอย่างแท้จริง ผมได้สอบถามท่านผู้ตรวจราชการฯ ว่าได้ดำเนินการในจังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงนั้นเกิดอุทกภัยพอดี จึงมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ผู้บริหารทุกท่านได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เห็นภาพการทำงานจริง และสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อในจังหวัดของตนเอง ภายใต้การนำของท่านผู้ตรวจราชการสำหรับความแตกต่างของระบบนี้จากเดิม สิ่งแรกคือสามารถลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้ เพราะศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือข่ายเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือ เมื่อมีการพูดคุยและใช้ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลดีขึ้น และสุดท้ายคือกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยจะง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น”

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนและการใช้ระบบเครือข่ายบริการสุขภาพของจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสาขาทารกแรกเกิด โรงพยาบาลชุมชนสามารถรับผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่สาขาโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าอัตราการเข้าถึงระบบ Stroke Fast Track เพิ่มขึ้น และการส่งต่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนเพิ่มจากร้อยละ 12.20 เป็นร้อยละ 45.10

นอกจากนี้ ยังมีการจัดระบบกระจายสูติแพทย์ให้รับผิดชอบ 1 คนต่อ 1 อำเภอ และออกตรวจการฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูงครบทุกอำเภอ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่และลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็นทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเปิดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการทำงานจริงในพื้นที่ อาศัยความร่วมมือและการทำงานแบบเครือข่ายของทุกภาคส่วน เพื่อให้แนวคิด “One Province – One Hospital” เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และตอบโจทย์ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสอย่างแท้จริง
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยม งานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุม อาคารสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ผู้แทนนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ องคมนตรี รับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อีกทั้งผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 5 คณะ

ตลอดจนการขับเคลื่อนกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย รับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาท้องถิ่นแก่ชุมชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสมุทรสาครให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพบผู้นำนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา นายกองค์การนักศึกษา และนายกสโมสรแต่ละคณะ

จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านสุขสบาย ตำบลลำเหย อำเภอตอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

ไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน โดยบูรณาการการทำงานใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการจุลินทรีย์และสารสกัดจากพืชเพื่อการผลิตกระชายแบบชีววิธี

เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่า ณ พื้นที่ตำบลลำเหย 2. ด้านการศึกษา ดำเนินโครงการพัฒนาผู้บริหาร ครูประจำการ ครูพี่เลี้ยงศิษย์เก่า โรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU MODEL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครปฐม 3. ด้านสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก :

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการจัดตั้งและส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ นำไปสู่การพัฒนาด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ณ พื้นที่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการการเตรียมการเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน : การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในชุมชน ณ พื้นที่ชุมชนชนสุขสบาย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนเขตพื้นที่บริการ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม วัดประชาราษฎร์บำรุง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิชื่อดัง ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม ซึ่งมีพระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีสรงน้ำและสักการะพระสรีระสังขารด้วยความอาลัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับประวัติของ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2466 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายพาน และนางจุ้ย บุญวัฒน์ จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จบนักธรรมชั้นเอก และศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ณ วัดหนองปลาไหล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร หรือ พระอธิการหว่าง) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อปาน อรักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ตำบลห้วยหมอนทอง อำเภอกำแพงแสน เป็นเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน

และได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 มีวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง เช่น เหรียญระฆังที่ระลึกอายุ 87 ปีหลวงปู่แผ้ว, เหรียญพิทักษ์แดนใต้, วัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว รุ่นทรัพย์สมบูรณ์, พระนาคปรกใบมะขาม, เหรียญโล่ฉลองวัตถุมงคล 88 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ได้มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิร่มเย็น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. สิริอายุ 103 ปี 83 พรรษา สร้างความโศกเศร้าให้กับศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศเป็นอย่างมาก โดยทางวัดได้มีกำหนดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเบื้องต้น 100 วัน เวลา 19.30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

นายก อบจ .นครปฐมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ครั้งที่ 10

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์การแข่งกันกีฬา เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้แก่ กลุ่มโรงเรียนท่าจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 2

ซึ่งจะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เสริมความสามัคคี กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบางม่วง สนามกีฬาโรงเรียนวัดเชิงเลน และสนามกีฬาโรงเรียนวัดบางช้างใต้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.เวียงสา จัดอบรมพัฒนาเกษตรกร สินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อการผลิต พัฒนาคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา จัดอบรมถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรเข้าสู่ระบบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่

เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยตรงความต้องการตลาด ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 70 ราย

พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึงการ

จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดการเผา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.บางเลนจัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 น. โรง พยาบาลบางเลน ภายใต้การอำนวยการของ นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผอ.รพ.บางเลน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และประชาชน/ผู้มารับบริการ

จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการและอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางเลน

เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูเกษมถาวรคุณ (ถาวร) สุนทรวิภาค ท่านเจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จากวัดบางเลน จ.นครปฐม มารับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรและประชาชนในชุมชน

จะได้ร่วมกันทำความดี สร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมตามแนวทางของโรงพยาบาลบางเลน
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดกล้องละครคำพ่อสอน หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

ต้าเจียห่าว🪭 เปิดกล้องละครคำพ่อสอนเนื่องในวันพ่อ 5 ธันวาคม หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ ( เลยเมืองโบราณมา 1 กิโล) บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยนักแสดงระดับอาชีพและนัก

แสดงกิตติมศักดิ์มากมายทำให้ละครนั้นเข้มข้นสนุกสนานเป็นละครแบบbig stories และยังมีองค์ความรู้ด้านเกี่ยวกับคุณธรรม

ละครคำพ่อสอน ‘ ฟ้าคราม ดุจพระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก The renaissance of Taiwan โดย บริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัด ได้นำชีวประวัติของคุณสุธรรม จางขจรศักดิ์

ประธาน ก่อตั้ง BDi บรรพบุรุษชาวไต้หวันซึ่งได้เข้ามาก่อตั้งทำธุรกิจในจังหวัดสมุทรปราการ ดั่งคำพ่อสอนให้คนรู้จักความกตัญญูกต่อเวที ความดีที่จะส่งให้กับลูกหลาน

สืบกาลนาน เรื่องเล่าย้อนไป 60 ปีในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นำแสดงโดย นำแสดงโดย เชน ณัฐวัฒน์ , อ้อน เกวลิน , จิ๊บ รด วสุ , เต้ ทัต

พงศ์ พงศทัต , อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ , อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ , สินชัย เอื้ออัครวงศ์ , ดร. ยุ้ย กันธิชา , วาม จิรกิตติ์ , ร่วมด้วยนักแสดงค่ายมหามงคลฟิล์มฯกว่า 70 คน

( ใช้ตัวแสดงเล่าเรื่อง 5 Gen ) กำกับการแสดงและแอ็คติ้งโค้ช โดย ครูบดินทร์ ดุ๊ก เรียบเรียงโครงสร้างบทประพันธ์

โดยดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ผลิตโดยบริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอโปรดักชั่นจำกัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปราสาทสัจธรรมจัดใหญ่! คนแห่ร่วมงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 68 ถวายเป็นพระราชกุศล/ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า วิริยะประกันภัย และเมืองพัทยา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 2568 เพื่อถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติและประชาชนร่วมกันใส่ชุดสีขาวเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ในพิธีการ นายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแต่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวนประมาณ 500 รูป เพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล โดยงานพิธี 5 ศาสนาในครั้งนี้

ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และชิกข์ ซึ่งตัวแทนแต่ละศาสนาต่างร่วมประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนธรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความจงรักภักภักดีแค่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานยังมีกิจกรรมนิทรรศการถ่ายทอดคุณค่าที่ทั้งสองพระองค์ทรงบำเพ็ญเพื่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงาน พระเมตตาที่แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดิน และการทรงยึดมั่นในหลักทศพิธราชธรรมสู่ประชาชนไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังทรงเป็นพุทธมามกะ

และทรงดำรงพระราชภารกิจศาสนูปถัมภก ให้การสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ด้วยพระบารมีนี้เอง ทำให้ประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แม้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขบนแผ่นดินไทยใต้ตลอดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารตราบจนปัจจุบัน

ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

เวลา 15.30 น.วันที่ 8 ธ.ค.68 ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ณ ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2568

ภายในพิธีได้จัดให้มีการแสดงและจินตลีลาสร้างสีสันของตัวแทนจากศาสนาต่างๆ ก่อนได้รับเกียรติจากนายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็น

ประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นพันธุ์ปูทะเล 5 แสนตัว และพันธุ์กุ้งทะเล 3.9 แสนตัว รวม 8.9 แสนตัวลงทะเลพัทยา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระปณิธานการให้ความสำคัญของแหล่งน้ำและการประมงไทยต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อดีตรองประธานกรรมาธิการการทหาร-อลงกรณ์“ชี้ไทยตอบโต้กัมพูชาไม่พอต้องรุกกลับยึดฐานทัพในจังหวัดชายแดนเขมร

แชร์เนื้อหานี้

“อดีตรองประธานกรรมาธิการการทหาร-อลงกรณ์“ชี้ไทยตอบโต้กัมพูชาไม่พอต้องรุกกลับยึดฐานทัพในจังหวัดชายแดนเขมรเพื่อป้องกันภัยคุกคามพร้อมเสนอขจัดระบอบฮุนเซนและไทยเทาศัตรูตัวจริงของประเทศไทยให้สิ้นซาก

กรณีกัมพูชาเปิดฉากโจมตีประเทศไทยล่าสุดจนมีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บ ประชาชนคนไทยในจังหวัดชายแดนหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัยนั้น
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีและส.ส.หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์และรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรโพสต์ข้อความในเฟสบุ้ค“อลงกรณ์ พลบุตร”
วันนี้ว่า
ถึงเวลาขจัดภัยคุกคามประเทศไทยจากระบอบฮุนเซนอย่างถาวร โดยรัฐบาลและกองทัพต้องปฏิบัติการทางทหารแบบฉับพลันและเฉียบขาดไม่ใช่เพียงการตอบโต้แต่ต้องรุกกลับยึดฐานที่มั่นทางทหารและฐานทัพที่อยู่ในจังหวัดชายแดนกัมพูชาทั้งหมดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย(Safe Zone)ให้กับคนไทยและขจัดระบอบฮุนเซนรวมทั้งไทยเทาที่มีผลประโยชน์ร่วมกับระบอบฮุนเซนต้องกำจัดให้สิ้นซาก

“ผมยืนยันว่าการปฏิบัติการทางทหารรุกกลับดังกล่าวเป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality)ภายใต้หลักการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence)ตามกฎบัตรสหประชาชาติ ”

นายอลงกรณ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรยังกล่าวด้วยว่าเราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ขจัดภัยที่ต้นเหตุเพราะกัมพูชามีการเคลื่อนไหวทางทหารที่พร้อมรุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยชัดเจน และเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีไทยก่อน
ทั้งนี้ปรากฏหลักฐานจากถ้อยแถลงของ
พล.อ.ท. จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศที่แถลงเช้านี้โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า..“จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัด กำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย..”

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกล่าวสรุปว่า คนไทยและ ประเทศไทยเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรูของคนกัมพูชาและประเทศกัมพูชาแต่เป็นศัตรูกับระบอบฮุนเซน ต้นเหตุที่สร้างความแตกแยกบาดหมางให้กับสองประเทศเพียงเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทั้งยังเป็นภัยคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของอาเซียนรวมทั้งเป็นภัยต่อขาวโลกในฐานะผู้สนับสนุนและมีผลประโยชน์ร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา.

โครงการสัมมนา เรื่อง ผู้นำท้องที่กับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานปกครองและระดับพื้นที่ จัดโดย คณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร วันจันทร์ที่ ๘

ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำน้ำผุด
อำเภอเมือง จังหวัดพังงา นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและชื่อรายชื่อ

“พรรคกล้าธรรม” ประธานเปิดการสัมมนา นายโสภณ สุวัฒนพิมพ์ ที่ปรึกษากรรมาธิการปกครอง กล่าวรายงาน นายชวนากร กันยะมาตร์ หัวหน้ากลุ่มงานระเบียบการ ส่วนบริหารงานกำนันผู้ใหญ่

บ้าน สำนักบริหารการปกครองท้องที่กรมการปกครอง บรรยายในหัวข้อการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติลักษณะฉบับที่13 และการคงอยู่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลเมือง

เพื่อให้คงมีกำนันผู้ใหญ่บ้านในทุกพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยกำนันผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ตเข้ารับฟัง

ในการนี้คณะกรรมาธิการฯได้ศึกษาดูงานที่ตลาดกาดลองแล บ้านบางนุชหมู่6 ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบถุงซิปห่อศพ 105 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมโฮปฯ มอบถุงซิปห่อศพ 105 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ ชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เดินหน้าสนับสนุนการทำงานด้านสาธารณกุศล มอบถุงซิปห่อศพกว่า 100 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา เพื่อนำไปกระจายให้กับมูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับห่อร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วม

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่มูลนิธิองค์กรทำดี หมู่ 4 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วยนายวสุ เผ่าตำรวจ รองประสานงานชมรมโฮปฯ คณะกรรมการ และอาสาสมัคร เดินทางนำถุงซิปห่อศพจำนวน 105 ถุง มอบให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

การมอบถุงซิปในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ นำไปใช้ในการจัดการร่างผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง
ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า ถุงซิปห่อศพเหล่านี้เกิดจากการร่วมบริจาคของเพื่อน ๆ และสมาชิกชมรมโฮปฯ

เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง พร้อมทั้งย้ำว่าทางชมรมโฮปฯ ยังเตรียมจัดส่งข้าวสารและอาหารแห้งเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
“ในนามของชมรมโฮปฯ ขอส่งกำลังใจให้ชาวใต้ทุกคน เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุงสถานการณ์ และหวังว่าสิ่งของที่เรานำมามอบนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง” ดร.ปิยนุช กล่าว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการ “พลังชุมชน สร้างถนนปลอดภัย ปี 4” ลงนามความร่วมมือ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ปะทิว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–12.00 น. ณ สนามฟุตบอลเทศบาลตำบลมาบอำมฤต ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีการจัดพิธีลง

นามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “พลังชุมชน สร้างถนนปลอดภัย ปี 4” โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี กิตติภาพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ซึ่งยังคงเกิดเหตุซ้ำซากและมีความเสี่ยงสูงธนชาตประกันภัยนำทีม เอกชน–ชุมชน จับมือสร้างเส้นทางปลอดภัย

นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่มุ่งลดอุบัติเหตุบนถนนระดับชุมชนตามแนวคิด “พลังชุมชน สร้าง

ถนนปลอดภัย” ซึ่งได้ดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 6 ปี พร้อมเผยว่าโครงการสามารถลดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่เข้าร่วมได้กว่า 50% และไม่พบความสูญเสียใหญ่ในพื้นที่ดำเนินงาน ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ธนชาตประกันภัยในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์รายใหญ่ มีความกังวลต่อจำนวนอุบัติเหตุบนถนนสายรองในชุมชนที่เพิ่มขึ้น

โดยพบปัญหาความสูญเสียที่ส่งผลกระทบหนักต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ จึงผลักดันโครงการนี้เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืน เทศบาลมาบอำมฤต–ภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังกำจัด “จุดเสี่ยง”

นายวีระชัย เตือนวีระเดช นายกเทศมนตรีตำบลมาบอำมฤต กล่าวรายงานว่า เทศบาลได้คัดเลือกพื้นที่เสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเข้าร่วมโครงการ และได้รับการสนับสนุนให้แก้ไขจุดเสี่ยงสำคัญ บริเวณสามแยกโบสถ์คริสต์ ตำบลดอนยาง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง

เขาย้ำว่า โครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ชุมชนจะได้ร่วมกันสะท้อนปัญหา วิเคราะห์ และจัดลำดับแนวทางแก้ไขที่ตรงจุด โดยเทศบาลจะร่วมดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องรองผู้ว่าฯ เปิดงาน ย้ำจังหวัดชุมพรเอาจริง “ลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน”

ว่าที่ร้อยตรี กิตติภาพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยในพิธีว่า จังหวัดชุมพรให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ

ทั้งมาตรการด้านคน รถ ถนน สภาพแวดล้อม การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยเห็นว่าโครงการระดับชุมชนเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดการสูญเสียได้อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่ายความปลอดภัยทางถนน และชุมชนที่ร่วมแรงผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุญสำเร็จ! จัดหารถบรรทุก 3 คัน ลำเลียงถุงยังชีพ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ /

แชร์เนื้อหานี้

“ทส. ไม่ทิ้งประชาชน”
ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน บัดนี้ บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ของท่านได้บังเกิดผลเป็นความสำเร็จแล้ว ปัจจัยบริจาคที่ทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันมอบให้ผ่านทาง มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สามารถจัดหารถบรรทุกถึง 3 คันช่วยไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญยิ่ง

รถบรรทุกทั้งสามคันนี้ ได้ทำหน้าที่เป็นยานพาหนะแห่งบุญอย่างเต็มกำลัง โดยได้รีบเร่งลำเลียงขนส่งสิ่งของบริจาคและถุงยังชีพจำนวนมหาศาล มุ่งหน้าสู่พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอ

หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง ในโครงการ “มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568” อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งมอบกำลังใจให้แก่ทีมงานและเหล่าจิตอาสาผู้เสียสละของไทยพีบีเอส

และที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งหมดได้ถูกส่งมอบถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมเรียบร้อยแล้วขอจงรับทราบว่า อานิสงส์แห่งการให้นี้

ได้เกื้อหนุนให้เกิดการบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ขอทุกท่านจงได้เข้าถึงความปีติและอิ่มเอมในบุญกุศลนี้โดยถ้วนหน้าเทอญ
สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ 🙏


ภาพรวมการปฏิบัติการช่วยเหลือมหาอุทกภัยภาคใต้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ที่ย้ำหลักการชัดเจนว่า “ทส. ไม่ทิ้งประชาชน”
ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้สามารถเริ่มต้นได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 และเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ทส. ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วย ทั้งเจ้าหน้าที่หลักพันนาย รถยกน้ำหนัก เครื่องสูบน้ำ เครื่องกลหนัก เรือท้องแบน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและมีความเสี่ยงสูงในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และพื้นที่โดยรอบ ทุกภารกิจถูกขับเคลื่อนแบบวันต่อวัน แข่งกับสภาพอากาศและระดับน้ำที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว

ในปฏิบัติการครั้งนี้ พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ได้ลงพื้นที่จริงตั้งแต่วันแรก ทำหน้าที่ประสานงานเชิงลึกกับหน่วยปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดได้รวดเร็วและแม่นยำ

บทบาทสำคัญของท่านประกอบด้วย
• ประสานนำ เฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และกลุ่มเปราะบางที่ถูกตัดขาดในพื้นที่น้ำลึก
• ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการฟื้นฟู โรงเรียนและสถานศึกษา ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนได้เร็วที่สุด
• ประสานภารกิจช่วยเหลือ

และปรับสภาพพื้นที่ มัสยิดและสถานศาสนา ที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชน
• เยี่ยมและดูแล ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง รวมถึงชุมชนที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก
• คอยเสริมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตั้งแต่การลำเลียงน้ำดื่ม อาหาร ไปจนถึงอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ

การทำงานของ พล.ต.ต. นันทชาติ เป็นการเสริมพลังการทำงานของท่านรัฐมนตรีและทุกหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้การประสานงานเกิดความคล่องตัว ผลักดันนให้ความช่วยเหลือเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นบทบาทที่ เติมเต็ม ภารกิจของกระทรวง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้เร็วและทั่วถึงที่สุด พร้อมทั้งเร่งสริมกำลังภาคสนาม ให้คล่องตัวขึ้น เชื่อมโยงทุกหน่วยเข้าหากัน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดผลจริงในเวลาอันสั้น

หลังระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย ทส. ได้เดินหน้าขั้นตอนฟื้นฟูด้วยปฏิบัติการ Big Cleaning เมืองหาดใหญ่ ทั้งถนนชุมชน โรงเรียน วัด มัสยิด และสถานที่ราชการ เพื่อให้เมืองกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงพลังการทำงานร่วมกันของรัฐบาล กระทรวงฯ และทุกเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ยืนข้างประชาชนในเวลาที่ยากที่สุด

จัดอบรมให้ความรู้ผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. ย้ำเลือกตั้งต้องสุจริต–โปร่งใส ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการกำกับดูแล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม ลอฟต์ มาเนีย บูทิกโฮเทล จังหวัดชุมพร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการ

เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร เพื่อยกระดับความเข้าใจในกฎหมาย กติกาเลือกตั้ง และส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. สัญญา แก้วอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน อาทิ
• นางสาวประไศรี คงตระกูล ผอ.สำนักงานสกร.ชุมพร
• นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร
• นางปุณรัตน์ เมืองงาม นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ

• นายชิตภร จันทวงศ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ
• นางสาวณัฐพร คงสวี นิติกรชำนาญการ
• นางสาวณิชา ชูสังกิจ ปลัด อบต.ถ้ำสิงห์
• นายชยพล พลสิงห์ ผอ.กกต.อบต.ตากแดด
• นายเกียรติพงษ์ ลือชัย ผอ.กกต.อบต.หาดพันไกร
• นางสุภาพร อารีราษฎร์ ปลัด อบต.นาทุ่ง
• นายองอาจ งามธรรมนิตย์ ปลัด อบต.บ้านนา

พร้อมด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้แก่
นายพงษ์ชาญ พันธุ์ทอง, ร.ต.อ.บุญเกื้อ พูลชัย, นายเฉลิมพล ครุอำโพธิ์, นายสัมพันธ์ ทองขาว และนายไพโรจน์ ทิมจันทร์เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม

การจัดอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แผนบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 224 ซึ่งมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัด

และควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไปจนถึงการมีส่วนร่วมตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และยุทธศาสตร์สำนักงาน กกต. 20 ปี ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเลือกตั้งให้ประชาชนเชื่อมั่น

โดยในการอบรม ได้อธิบายสาระสำคัญ เช่น
• ขั้นตอนและกระบวนการหาเสียง
• ข้อควรระวังและข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
• การป้องกันการทุจริตและการกระทำผิดเลือกตั้ง

• การทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. ศส.ปชต. และเครือข่ายประชาธิปไตย • บทบาทของผู้สมัครและผู้สนับสนุนในการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ส่งเสริมเครือข่ายประชาธิปไตย – ร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

โครงการนี้ยังสนับสนุนการทำงานของ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.), นักศึกษาวิชาทหาร (รด.), ลูกเสืออาสา กกต., ดีเจประชาธิปไตย

และภาคีเครือข่ายในทุกตำบลของจังหวัดชุมพร ภายใต้แนวคิด “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย” เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ และร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย อบต.ละ 10 คน รวมทั้งจังหวัดกว่า 52,910 คน ที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยมุ่งสร้างความรู้ – ความเข้าใจ – ความโปร่งใส

ดร. สัญญา แก้วอนันต์ กล่าวย้ำว่า “การเลือกตั้งที่ดี เริ่มจากผู้สมัครที่มีความเข้าใจในกฎหมาย และยึดมั่นในความสุจริต โปร่งใส เพราะการบริหารท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทย”

บรรยากาศการอบรมเป็นไปด้วยความสนใจ ผู้สมัครให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมรับคู่มือปฏิบัติจากสำนักงาน กกต. ชุมพร เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียงอย่างถูกต้อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”คุณพ่อทา แก้วแสง“ รับรางวัล คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน ประจำปี 2568 เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมืองพัทยาได้จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในโอกาสวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเปิดโครงการเชิดชูเกียรติ “คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน” ประจำปี 2568 ในพิธีได้รับเกียรติจากนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคกลาง เข้าร่วมร่วมเป็นเกียรติ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับการประกาศเกียรติคุณ โดยมีบุตร–ธิดาเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลัย เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบิดา ท่ามกลางบรรยากาศอันสำรวมและสมพระเกียรติ

ด้วยวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็น “วันชาติ” และ “วันพ่อแห่งชาติ” เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้สภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยา และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จึงจัดกิจกรรม “คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน” ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูบทบาทของบิดาในฐานะผู้นำครอบครัว ส่งเสริมคุณค่าของสถาบันครอบครัว และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ทำหน้าที่บิดาอย่างสมบูรณ์แบบ โดยปีนี้มีการคัดเลือกคุณพ่อดีเด่นจากภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี รวมทั้งสิ้น 23 ท่าน

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมค่านิยมที่ดีงาม และตอกย้ำความสำคัญของสถาบันครอบครัว พร้อมเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติ และในปีนี้คุณพ่อทา แก้วแสง บิดาของนางอไพร แก้วแสง ปธ.กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ได้รับรางวัล คุณพ่อคนดี ศรีแผ่นดิน ประจำปี 2568 เนื่องในวันชาติและวันพ่อแห่งชาติด้วยเช่นกันทสร้างความยินดีให้กับครอบครัวแก้วแสงเป็นอย่างมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวชุมพร ต้อนรับ “แม่ทัพกุ้ง”อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในโอกาสบรรยายพิเศษที่หอประชุมสหกรณ์ครู

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ “แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารราชองครักษ์พิเศษ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนและผู้บริหารในจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ในโอกาสเดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชุมพร ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดงานบรรยายพิเศษ โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือที่รู้จักกันในนาม

“แม่ทัพกุ้ง” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ให้เกียรติเป็นวิทยากรการบรรยายจัดขึ้นในหัวข้อที่น่าสนใจและสร้างแรงบันดาลใจ คือ “เรื่องเล่าทหารกล้า รักษาอธิปไตย เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ของจังหวัดเป็นอย่างมาก

บรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ผู้มีอุปกรคุณอันดับที่ 209

สภากาชาดไทย, พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44, นายจิรศักดิ์ แสงหอย ปลัดจังหวัดชุมพร รวมถึงข้าราชการตำรวจ ทหาร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำองค์กรเอกชน กลุ่มพลังมวลชน กลุ่ม ทส.ปช. นักเรียน และนักศึกษา

หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย พล.ท.บุญสิน ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยหลายคนได้ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และมอบของที่ระลึก เพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นเกียรติแก่ “แม่ทัพกุ้ง” อีกด้วย

นางสาวสาธร พูลศรี เลขา ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.)จังหวัดชุมพร กล่าวว่า พลโทบุญสิน พาดกลาง หรือแม่ทัพกุ้ง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นต้นแบบที่ดีที่ทำให้หน่วยงานต่างๆทุกหน่วยงาน พี่น้องประชาชน เยาวชน

ได้เกิดความตระหนัก รักชาติหวงแหนแผ่นดินเกิด ในส่วนของ ทสปช.ซึ่งเป็นประชาชนจิตอาสา ที่จะร่วมกันดูแล ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะนำหลักการที่ท่านได้มาบรรยายในครั้งนี้นำเป็นแนวปฏิบัติสืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”

แชร์เนื้อหานี้

มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ยังคงเดินหน้าสนับสนุนและเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ โดยล่าสุดได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อส่งมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น

ภายใต้โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก
1️⃣ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ร่วมอำนวยการและมอบกำลังใจแก่ประชาชนถึงพื้นที่

2️⃣ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

3️⃣ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อบจ.เชียงใหม่ และหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน
ร่วมบูรณาการกำลังและทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนอย่างครบด้าน

▶️ ในครั้งนี้ได้มีการมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค-บริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

📍 ณ โรงเรียนวัดโรงวัว อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ และสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ยังคงมุ่งมั่นทำงานเชิงรุก เพื่อส่งต่อโอกาส ความห่วงใย และกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

𝗛𝗮𝘀𝗵𝘁𝗮𝗴มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ #สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์โครงการหนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย #น้ำพระทัยพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัย #เชียงใหม่ #สันป่าตองเคียงข้างสังคมไทย #รวมพลังแห่งความห่วงใย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เดินหน้าจัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” เพื่อให้การดูแลและบริการประชาชนที่เดินทางมา ถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยหัวใจแห่งความกตัญญูและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

🤍 โดย สมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ร่วมประกอบอาหารปรุงสุกด้วยความตั้งใจ เพื่อให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน พร้อมด้วยแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ
• คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการฯ
มอบผลไม้ (ส้มเขียวหวาน) จำนวน 300 ลูก 🍊 และ
มอบ ขนมถั่วทอด 300 แพค เพื่อสนับสนุนการจัดเลี้ยงประชาชน

🤍 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช
ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์

🤍 ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์
แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 และประธานกรรมการบริษัทดอกบัวคู่ จำกัด

ทั้งสองท่านได้เดินทางมา ให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมร่วมลงมือปรุงอาหารเมนู “ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง” เพื่อมอบให้แก่ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง (ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอิ่มใจ ความศรัทธา และน้ำใจจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำความดีถวายพ่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่งกำลังสมาชิก อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ

ปล่อยแถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ

เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้

ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เกษตรจังหวัดน่านจับมือเลมอนฟาร์ม ดันส้มสีทองเข้าตลาด Modern Trade”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายธนัย บุญมาธิวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร

พร้อมด้วยนางสาวพัชราภรณ์ บุญมา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวนฤมล อำพร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการส่งเสริมและขับเคลื่อนการตลาดผลผลิตส้มของกลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน โดยเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาด Modern Trade กับร้านเลมอนฟาร์ม

ซึ่งเป็นคู่ค้าที่ร่วมรับซื้อผลผลิตมาตลอดระยะเวลา 1 ปี สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ แนวทางการส่งเสริมและพัฒนาตลาดในปี 2569 ได้กำหนดแนวปฏิบัติสำคัญ ได้แก่

  1. การคัดคุณภาพผลผลิตอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ส้มคุณภาพดีตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ
  2. การจัดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายของผลผลิต และส่งมอบสินค้าได้ทันตามกำหนด
  3. การรักษามาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและคู่ค้า ทั้งนี้ เลมอนฟาร์มยังได้ดำเนินการ “ตรวจสอบย้อนกลับ” ทุกครั้งที่พบผลผลิตไม่เป็นไปตามคุณภาพที่กำหนด เพื่อร่วมแก้ไขและพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น เป็นการยกระดับมาตรฐานผลผลิตส้มสะเนียนสู่ตลาดสุขภาพระดับประเทศ ณ กลุ่มแปลงใหญ่ส้มเขียวหวานที่สูงตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองพ่อเมืองสุโขทัย นายอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แถลงข่าวเชิญชวนมาเที่ยวงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า “ประจำปี พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30น.ของวันที่2ธ.ค.2568ณ.หอประชุม อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นาย สมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานจัดการแถลงข่าวการจัดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า”ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม2568 ณ.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ทั้งนี้ นาย เอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์นายอำเภอ ศรีสัชนาลัยได้กล่าวถึง

วัตถุประสงค์อดีตความเป็นมาของงานพร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดพร้อมชาวต่างชาติด้วย อนึ่งงานแถลงข่าวนี้ได้มี หัวหน้าส่วน การท่องเที่ยวจังหวัดวัฒนธรรมจังหวัด นายกเทศมนตรี อพท.พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นและท้องที่ นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยทั้งนี้ได้มีสื่อสารมวลชนจากหลายสำนักเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย. อนึ่งภายในงานนี้ทางอำเภอ

ได้จัดกิจกรรมอย่างมากมายอาทิ.การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์OTOP ผ้าไทยพื้นเมือง เงิน ทองลายโบราณ ตลาดโบราณอาหารพื้นบ้าน ใครใคร่ค้า ค้า การจำลองวิถีชีวิต “หมู่บ้านวิถีไทย” การแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าผ้าพื้นเมือง การแสดงประกอบ แสง สี เสียง(Light and Sound) เล่าเมืองศรีสัชนาลัย ณ.บริเวณวัดช้างล้อม การถวายคำอาลัยและจุดตะคัน

เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ.บริเวณวัดช้างล้อม ทั้งนี้.มีพิธีเปิดงานที่จัดอย่างอลังกาลในวันที่6ธค.2568โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่เวลา07.00น.โดยมีพิธีตักบาตรยามรุ่งอรุณณ.บริเวณบันไดทางขึ้นวัดเขาพนมเพลิงเป็นต้น.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทนายความ จ.พัทยา รวมพลัง “รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัยภาคใต้ 68”/ Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่าที่สำนักงานยศสุภาทนายความ (ตลาดจีนซากแง้ว) หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทีมทนายความจังหวัดพัทยา ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการ
“รวมน้ำใจ สู้มหาอุทกภัย ภาคใต้ 68” เพื่อรับบริจาคสิ่งของจำเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยการรับบริจาคครั้งนี้จัดขึ้นเพียง 1 วันเท่านั้น และสิ่งของทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อนำไปสมทบกับชุดช่วยเหลือของ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา (นาเกลือ) เพื่อส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว

ภายในงานมีประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้ที่เดินทางผ่านตลาดจีนซากแง้ว เข้าร่วมบริจาคสิ่งของอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง ขนม นม ผ้าอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน และของใช้จำเป็นต่าง ๆ โดยทางคณะผู้ดำเนินงานขอรับเฉพาะ สิ่งของเท่านั้น (งดรับเงินสด) เพื่อให้การจัดส่งและการคัดแยกทำได้อย่างเป็นระบบและทันการช่วยเหลือ

คณะทำงานทนายความจังหวัดพัทยาที่ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา นายสมยศ นานาประเสริฐ รองประธานฯ นายพีระชัย ชวรัตน์โชติวงศ์ รองประธานฯ นายปรเมศ อักษรดี รองประธานฯ นายบุญมี เอกอุ่น กรรมการ นายประเวศ คำสว่าง กรรมการ นายสิทธิชัย ตีย์วัฒน์ กรรมการ นายชนะชล อ่อนสะอาด ที่ปรึกษา นายลือชัย ทีคาสุข ที่ปรึกษา

นายสุขสันต์ คณะทำงานกล่าวว่า การรวมพลังน้ำใจของชาวพัทยาครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งวัน แต่ทุกสิ่งของที่ได้รับบริจาค จะถูกนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และยังต้องการสิ่งของจำเป็นอีกจำนวนมาก การร่วมมือกับมูลนิธิสว่างบริบูรณ์จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ความช่วยเหลือส่งต่อถึงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

Treee Time Cafe จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า ลูกค้าร่วมงานอบอุ่น น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Treee Time Cafe ได้จัดกิจกรรมวันขอบคุณพระเจ้า โดยมีกลุ่มลูกค้าเข้าร่วมงานเพื่อพบปะพูดคุย ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

ทั้งนี้ ทางร้านได้ให้บริการอาหารไทย อาหารนานาชาติ และเครื่องดื่ม ทั้งบริเวณชั้น 1 และบริเวณชั้นดาดฟ้าของร้าน เพื่อเพิ่มอรรถรสให้การเข้ารับบริการ ด้วยดีเจมากความสามารถคอยเปิดแผ่นเล่นเพลง

วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving Day เป็นวันหยุดประจำชาติ ซึ่งจัดขึ้นในวันของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ไลบีเรีย เซนต์ลูเซีย และไม่เป็นทางการในบางประเทศ เช่น บราซิล เยอรมัน และฟิลิปปินส์

โดยเริ่มต้นมาจากวันขอบคุณพระเจ้าหลังสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยว แม้ว่าวันขอบคุณพระเจ้าจะมีรากฐานประวัติศาสตร์จากประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรม แต่ก็ได้รับการเฉลิมฉลองในฐานะวันหยุดมาอย่างยาวนานเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.หลังสวน ฮือฮา! คู่รักวัยทอง 77/79 จัดพิธีมงคลสมรสตามคำทำนายหมอดู สร้างความประทับใจให้ลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 09.09 น. ของวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 บริเวณบ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 9 ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ได้เกิดเรื่องราวสุดฮือฮาและอบอุ่นหัวใจ เมื่อครอบครัว “สุดใจ” ได้จัดพิธีมงคลสมรสให้กับ

คุณแม่สมพร สุดใจ อายุ 79 ปี และ คุณพ่อจรูญ สุดใจ อายุ 77 ปี หลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานหลายสิบปี โดยไม่เคยมีพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ

พิธีครั้งนี้จัดขึ้นโดย นางจิรา พราหมณี บุตรสาว และ นายจรัส พราหมณี บุตรเขย ซึ่งได้ร่วมแรงร่วมใจนำประเพณีโบราณกลับมาฟื้นฟู สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านทั้งตำบลนาพญา

สาเหตุที่จัดพิธีแต่งงานในครั้งนี้ เกิดจากคุณพ่อจรูญมีอาการป่วยระยะหนึ่ง รักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณแม่สมพรได้ปรึกษาลูกๆ

และตัดสินใจไปพบหมอดูที่นับถือ ซึ่งทำนายว่า “ครูอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้คุ้มครองท่านทั้งสองยังไม่ได้รับรู้พิธีสมรส จึงเกิดความติดขัดทางโชคชะตา ให้จัดพิธีแต่งงานเสีย แล้วอาการเจ็บป่วยจะทุเลา”

คำทำนายดังกล่าวทำให้ลูกหลานร่วมกันเห็นพ้อง พร้อมจัดพิธีมงคลสมรสแบบไทยพื้นบ้านขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีญาติพี่น้องและชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
พิธีมงคลครั้งนี้สร้างความฮือฮาและประทับใจไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเป็นภาพที่หาได้ยาก—คู่รักวัยเกือบ 80 ปี สวมชุดแต่งงาน ยิ้มแย้มเคียงคู่กัน เสมือนย้อนวันวานที่ไม่เคยมีโอกาสเฉลิมฉลองมาก่อน

ชาวบ้านต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องราวนี้จะเป็น “แบบอย่างความรัก” ให้ลูกหลาน และเป็นความทรงจำงดงามของตำบลนาพญา ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเชื่อ ประเพณี และสายใยครอบครัวอย่างแท้จริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ตรวจฯ ยผ. ลุยตรวจโครงการระบายน้ำ 257 ล้านบาท ป้องกันน้ำท่วมเมืองนราธิวาส ชี้ระบบระบายน้ำหลักช่วยลดปัญหาน้ำท่วมสำเร็จ “น้ำท่วมลดลงอย่างเห็นได้ชัด”

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะอุทกภัยรุนแรงครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดนราธิวาส โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 4 วันแรกสูงถึง 1,453.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ 3 ลุ่มน้ำหลัก ได้แก่ ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำสายบุรีมีระดับน้ำล้นตลิ่ง และลุ่มน้ำโก-ลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรม กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามและตรวจความพร้อมของโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองนราธิวาส ระยะที่ 1 หลังจังหวัดนราธิวาสเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดระยะเวลาการท่วมขังและระดับน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวงเงินก่อสร้าง 257,241,600 บาท เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 และขยายเวลาสัญญาถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยมี บริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เป็นผู้รับจ้าง และ บริษัท เมกก้าเทค คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน

โดยในพื้นที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง เร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนยะกังที่ปกติน้ำท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ลดระยะเวลาท่วมเหลือเพียง 1–2 วัน แม้ปริมาณฝนปีนี้จะมากเท่าปีก่อนก็ยังสามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าชัดเจน ขณะเดียวกันในพื้นที่คลองศูนย์ราชการ ซึ่งมักถูกน้ำท่วมระดับประมาณ 1.5 เมตรทุกปี ปีนี้กลับ ไม่เกิดน้ำท่วม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการจัดการน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่าสำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกำกับดูแลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายพงศ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่มอบหมายให้เร่งรัดการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโครงการสำคัญทั้งเมืองนราธิวาสและสุไหงโกลก หลังมีประชาชนแจ้งว่าน้ำลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน

น.ส.สุภัทรา ระบุว่า โครงการระยะที่ 1 ได้ก่อสร้างคลองคอนกรีตบริเวณคลองศูนย์ราชการ ระยะทางกว่า 6,000 เมตร รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำหลัก 2 เครื่อง เครื่องละ 1 ลบ.ม./วินาที และเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (โมบายปั๊ม) 2 เครื่อง ขนาด 0.5 ลบ.ม./วินาที เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน และก่อนฝนหลาก ยังได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนและวัชพืช เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปตามการออกแบบ ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับปริมาณน้ำมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น.ส.สุภัทรา ได้เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพของโครงการที่มีวงเงินก่อสร้างกว่า 257 ล้านบาท โดยเฉพาะการดำเนินการ จัดคลองคอนกรีตที่คลองศูนย์ราชการ และการติดตั้งเครื่องสูบและระบายน้ำถาวร 2 เครื่อง ที่มีกำลังเร่งระบายน้ำรวม 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับพื้นที่ยะกังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังลดลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยท่วมขังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 1-2 วัน เท่านั้น แม้ปริมาณฝนสะสมล่าสุดจะสูงถึง 1,453.8 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา และคลองศูนย์ราชการสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีมาก จนทำให้น้ำไม่ท่วมขังในบริเวณนี้เลย จากปกติที่ระดับน้ำจะสูงถึง 1.5 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมของเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ (Mobile Pump) กำลัง 0.5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเป็นเครื่องสำรองในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการขุดลอกตะกอนดินและวัชพืชเพื่อเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนเพื่อรักษาประสิทธิภาพการไหลของน้ำตามที่ออกแบบไว้

ด้านนายวีรภัทธ อิทธิสมัย ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปีก่อนน้ำท่วมระดับเอวและระบายออกช้ามาก แต่ปีนี้แม้น้ำจะท่วมบ้างแต่น้อยลงมาก และลดระดับเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถเก็บของได้ทัน ร้านค้าได้รับผลกระทบน้อยลง และลูกค้าที่เคยหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมก็กลับมาใช้บริการตามปกติ ตั้งแต่มีโครงการนี้ ระบายน้ำเข้าคลองได้เร็วมาก น้ำไม่ขังนานเหมือนปีที่แล้ว ต้องขอบคุณโครงการจริงๆ ” นายวีรภัทธกล่าว

ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบระบายน้ำหลักของเมืองนราธิวาสเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ลดระดับน้ำท่วมและลดระยะเวลาน้ำขัง แม้ต้องเผชิญฝนหนักต่อเนื่องในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนถึงความพร้อมและประสิทธิภาพของโครงการที่สามารถช่วยประชาชนได้จริงในช่วงวิกฤตน้ำหลาก
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ร่วมกับ พสบ.ทภ.2 เติมพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านโนนแดง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้จัดโครงการ“เต็มพลังใจให้กับน้องๆนักเรียนผู้ห่างไกลโอกาส” โดยนายวรพงษ์ นิธิการุณย์เลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนแดง คณะครูและนักเรียน

ให้การต้อนรับ พันเอกพันเอกจิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ หัวหน้าฝ่ายทหารพราน กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การทำกิจกรรมให้กำลังใจนักเรียน เสริมสร้างความรักชาติ เป็นนโยบายที่ พลโทวีรยุทธ์ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นอกจากการป้องกันประเทศ การสร้างขวัญให้กำลังใจกำลังพล การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาชนในเรื่องการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพ และวันนี้ก็ร่วมกับชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 มามอบสิ่งของและร่วมรับประทานอาหารกับน้องๆนักเรียน เป็นการสร้างภาพจำที่ดีให้กับน้องๆนักเรียนกับทหาร

ทางด้านนายฉัตรชัย ทองมาลัย ประธานชมรมหลักสูตรพัฒนาความสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 (พสบ.ทภ.2) กล่าวว่า ทางชมรมฯทำงานควบคู่ไปกับทางกองทัพภาคที่ 2 นอกจากนโยบายที่ร่วมสนับสนุนในการป้องกันประเทศ การสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภคทหารตามแนวชายแดน การสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล เช่น โครงการซ่อม สร้างบ้าน การมอบทุน

การศึกษา ทางชมรมฯยังร่วมมือกับกองทัพภาคที่ 2 ในการร่วมทำกิจกรรมทสร้างภาพลักษณ์และให้กำลังใจให้นักเรียนที่ห่างไกลโอกาส โดยวันนี้ได้มามอบชุดพละ รองเท้า ทุนการศึกษาแล้ว ยังได้ร่วมรับประทานไก่ KFC กับน้องๆนักเรียนที่โรงเรียนบ้านโนนแดง ซึ่งกิจกรรมดีๆแบบนี้ทางชมรมเราจะร่วมกับทางกองทัพภาคที่ 2 ทำในอีก 20 จังหวัดทางภาคอีสานต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน /รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.สรรพสามิตภาค 3 คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เดินหน้าสรรพสามิตยุคใหม่โปร่งใส เพื่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลัง นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ได้เดินทางเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

นายณธัชพงศ์ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหน่วยงาน โดยมีการจุดธูป กราบไหว้ศาลเจ้าที่–เจ้าทาง เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมถ่ายรูปกับเจ้าหน้าที่จากทั้งในจังหวัดนครราชสีมา และจากต่างจังหวัดที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและส่งกำลังใจ

ภายหลังจากพิธีการด้านนอก ผอ.คนใหม่ได้เดินขึ้นห้องทำงานเพื่อสักการะพระพุทธรูปประจำห้อง พร้อมนั่งโต๊ะทำงานใหม่และลงนามเอกสารแรกของการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนกลับลงมาร่วมถ่ายภาพกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่อีกครั้ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่นสะท้อนความสัมพันธ์อันดีในองค์กร

การรับตำแหน่งครั้งนี้ ยังมี นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จำนวนมากร่วมต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายณธัชพงศ์เปิดเผยแนวนโยบายสำคัญว่า ยึดตามสโลแกน
“สรรพสามิตยุคใหม่ – สร้างรายได้ให้รัฐ สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน คืนต้นทุนให้สังคม” โดยเน้นการทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนการจัดเก็บรายได้ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผู้อำนวยการคนใหม่ย้ำว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อพัฒนางานสรรพสามิตให้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของภาคอีสานให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ–ตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการตรวจเข้มพื้นที่ เสริมความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงปลายปี

แชร์เนื้อหานี้

สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สร้างความเชื่อมั่นรับฤดูกาลท่องเที่ยวและพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–16.00 น.
สํานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าหนาว เทศกาลปีใหม่ และรองรับงานพิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
– นายปองเดช ทองตัน เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการท่องเที่ยว
– นางสาวทิพวัลย์ แก้วเทพ เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
– นายศิระศักดิ์ กาศสีมูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
– นางสาวศุทธินี กำลังดี เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานวิเคราะห์นโยบายและแผน

ร่วมปฏิบัติงานกับ
– ด.ต. ไพรวัลย์ ย่างเยื้อง
– ด.ต. วิชัย กองอุดม
เจ้าหน้าที่สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย

การลงพื้นที่มุ่งเน้นตรวจสอบป้ายประชาสัมพันธ์หรือสื่อที่อาจมีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย เช่น การสแกน QR Code เพื่อซื้อขายอวัยวะหรือสิ่งผิดกฎหมาย ตามจุดท่องเที่ยวและจุดผ่านแดนที่นักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ
  2. โรงแรมเดอะวัน
  3. ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสี่แยกเมืองบึงกาฬ
  4. โลตัส สาขาเมืองบึงกาฬ
  5. ด่านพรมแดนบึงกาฬ
  6. แหล่งท่องเที่ยวหินสามวาฬ
  7. วัดภูทอก

ผลการตรวจสอบไม่พบป้ายหรือสื่อที่มีเนื้อหาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด โดยป้ายที่ปรากฏส่วนใหญ่เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ เอกชน ร้านอาหาร ที่พัก ตารางเดินรถ–เดินเรือ และข้อมูลบริการนักท่องเที่ยวทั่วไป

การบูรณาการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดบึงกาฬในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคอีสานตอนบน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรปราการ ส่ง อส.ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน หาดใหญ่ จ.สงขลา / รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดสมุทรปราการ ส่งกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสมุทรปราการ ปล่อย

แถวกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 12 นาย เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ให้โอวาทแก่ สมาชิก อส.ที่ไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของจังหวัดสมุทรปราการว่า ขอปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และปฏิบัติภารกิจด้วย

ความระมัดระวังคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและของตนเอง และขอให้การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ของสมาชิก อส.จังหวัดสมุทรปราการมีความปลอดภัย และขอให้การเดินทางกลับมีความปลอดภัยเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น

นอกจากนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยนางสาวอรวรรณ ชิณศรี นายกล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ตั้งจุดรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคใต้ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี หน่วยงานราชการ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ อาทิ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง

อาหารพร้อมรับประทาน นม นมผงสำหรับเด็ก แพมเพอร์ส สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวกบริจาคเป็นสิ่งของ สามารถบริจาคเป็นเงิน ผ่านบัญชีสภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย ประเภทบัญชี กระแสรายวัน เลขที่บัญชี 045 3 04637 0 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

รอง นายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวจประตูน้ำ เตรียมเดินหน้าโครงการก่อสร้างประตูน้ำใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ สองรองนายก อบจ. ลงพื้นที่ ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ปัจจุบันเป็นระบบมือหมุนไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้มอบหมายให้ นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อม นายณรงค์ อินทร์พันธุ์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบจ.สมุทรปราการ ตรวจดูแผนผังคลองต่างๆ ที่เชื่อมต่อคลองบางโปรง และประตูระบายน้ำ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางโปรง ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองฯ

จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับนายเชาว์ สมใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโปรง นายชโยดม นาคะปักษิณ รองนายก อบต.บางโปรง นายสัญญา ศุภรัตน์ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.บางโปรง เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับและระบายน้ำในพื้นที่ตำบลบางโปรงและพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับ ประตูระบายน้ำคลองบางโปรงถือว่าเป็นอีกหนึ่งประตูน้ำที่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นประตูระบายน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างคลองบางโปรงกับคลองบางนางเกรง และคลองบางฝ้าย คลองบางหมูเชื่อมต่อมออกคลองบางด้วน

เพื่อช่วยในการระบายน้ำ ไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบางโปรง ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ตำบลบางหัวเสือ และถนนเส้นปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากประตูระบายน้ำคลองบางโปรงปัจจุบันนี้เป็นระบบมือหมุน

ไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบายน้ำเพียงพอจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำพร้อมเครื่องสูบน้ำ จำนวน 5 เครื่องโดยมีอัตราการสูบน้ำเครื่องละ 4 ลูกบาศก์เมตร ต่อ วินาที ทดแทนประตูเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “รวมใจช่วยภาคใต้” ส่งมอบน้ำดื่ม-อาหารแห้ง ขึ้นเที่ยวบินพิเศษ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยถึงพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน


วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมส่งมอบน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จำนวน 834 แพ็ค (10,008 ขวด) พร้อมอาหารแห้ง ได้แก่ มาม่าคัพ 90 ลัง (6,480 ถ้วย) และยูโร่คัสตาร์ดเค้ก 37 ลัง (5,328 ชิ้น)

ณ บริเวณคลังสินค้าภายในประเทศการบินไทย ทสภ. ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเที่ยวบินพิเศษจากบริษัท พัทยา แอร์เวย์ จำกัด เพื่อลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ทสภ. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัย และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.เซกา จัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันฯ – บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬจัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ณ โรงเรียนบ้านหนองจิก ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบปัญหาทางสังคม 2 ราย

และในพิธี ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่ง 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานมีบริการจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ
✔ หน่วยแพทย์ พอ.สว. และทีมแพทย์–ทันตแพทย์–พยาบาล
✔ ตรวจรักษาโรคทั่วไป–คัดกรองสุขภาพ

✔ บริการด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม เกษตร และประมง
✔ นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมปกป้องสถาบันฯ พร้อมรณรงค์ป้องกันยาเสพติด

พร้อมทั้งมีการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ทุนเด็กชนบท สารชีวภัณฑ์–เวชภัณฑ์สัตว์ พันธุ์ปลา 50,000 ตัว เงินสงเคราะห์ผู้มีปัญหาทางสังคม รวมกว่า 50 ราย

นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเซกา กล่าวขอบคุณจังหวัดบึงกาฬที่นำบริการของรัฐมาถึงพื้นที่ ช่วยลดภาระประชาชนและเปิดโอกาสให้หน่วยงานเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น

หลังเสร็จพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิดโครงการนี้สะท้อน

ถึงความตั้งใจของจังหวัดบึงกาฬในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอำเภอเซกาอย่างแท้จริง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326