คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่”ยกระดับ” พลังความร่วมมือแนวทาง CSR / “หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์ปฏิบัติการวิชาชีพแก้วกาสะลอง วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีรับมอบศูนย์การเรียนรู้ “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21

ซันแพชชั่น (Partnership college)” และมอบนโยบายด้านการศึกษาและแนวทาง CSR ร่วมกัน โดยมี นายอนรรฆ ชนาธินาถพงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ พร้อมคณะผู้บริหารฯ ครู-อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้การต้อนรับ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นายบุญธรรม เกี้ยวฝั้น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 2 คณะกรรมการการศึกษาร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

โดยกิจกรรมดังกล่าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้ดำเนินการจัดทำบันทึกความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนนโยบาย “ยกระดับพลังความร่วมมือกับบริษัท 21 ซันแพชชั่น (Partnership college)” ภายใต้แนวทางการทำงานที่เน้น “เรียนดี มีความสุข” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการบริหารจัดการร่วม

พัฒนา และสนับสนุนสถานศึกษารวมถึงการพัฒนาคุณภาพและรังสรรค์นวัตกรรมการบริหารจัดการของสถานศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาได้รับโอกาสในการพัฒนาอย่างทั่วถึง นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่สร้างความสุขให้ผู้เรียน โดยได้รับสนับสนุน 5 ด้าน ได้แก่ 1.สนับสนุนทุนการศึกษา 2.พัฒนาห้องเรียนต้นแบบช่วยจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยี 3.ส่งบุคลากรจากสถานประกอบการร่วมสอน 4.ออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดแรงงาน และ 5.สร้างเส้นทางอาชีพ ฝึกงาน – จ้างงานจริง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

“หมอรุ่ง” ณัฐ วังกาวรรณ นายกทต.สวนเขื่อนแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนเข้ารับตำแหน่งฯ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เทศบาลตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ได้จัดการประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปีพ.ศ.2568 ครั้งที่ 1 ณ.ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ซึ่งมี นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน นางสาวนงเยาว์ สวนสง่า เลขานุการ และสมาชิกสภาทั้ง 2 เขต นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ผู้อำนวยการ กองต่างๆ เข้าร่วม

ทั้งนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน พร้อมคณะผู้บริหาร ประกอบด้วย ร.ต.อ.สมฤทธิ์ เขื่อนแก้ว รองนายกเทศ
มนตรี (คนที่ 1) นายธีรภพ เขื่อนสี่ รองนายกเทศมนตรี (คนที่ 2) นายเสถียร เขื่อนเก้า เลขานุการนายกเทศมนตรี นางกัญฐณา สิริกรวัฒนกุล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี เข้าร่วมการประชุมด้วย

ในการนี้ “หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน 7 ด้านฯ เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนตำบลสวนเขื่อน

“หมอรุ่ง” นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน กล่าวว่า 4 ปี หรือ 48 เดือน ต่อจากจากนี้ไปผมพร้อมผู้บริหารจะทำหน้าที่ตามระเบียบของทางราชการ คงจะไม่ตามใจพี่น้องประชาชนอย่างที่ผ่านมา เพราะว่า 4 ปีก็จะครบ 2 วาระของผม กลังจากนั้น ผมต้องวางมือจากการเมือง ผมมีความตั้งใจจะทำหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลตำบลสวนเขื่อนเต็มความสามารถ ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิกสภา ฝ่ายข้าราชการฯ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน ฝ่ายปกครองในตำบลสวนเขื่อน

ในโอกาสนี้ นางยุพิน ทองเทพ ปลัดเทศบาลตำบลสวนเขื่อนได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเทศบาลตำบลสวนเขื่อน ร่วมแสดงความยินดีด้วย และทางฝ่ายสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน
นำโดย นางชลดา หม้อกรอง ประธานสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน พร้อมสมาชิกสภาได้มอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีแด่ นายณัฐ วังกาวรรณ ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อนด้วย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เมียสุดทน ผัวหึงไม่รู้สาเหตุ จึงคว้ามีแทง ร้อนถึงตำรวจมาไกล่เกลี่ย ลงท้ายด้วยการหอมแก้ม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศูนย์วิทยุ “เวียงโกศัย” สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาท เมียแทงผัว เหตุเกิดที่ข้างโรงสี ม.7 บ้านดอนดี ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ หลังรับแจ้งทางร.ต.ท.พีรศักดิ์ กองรัตน์ ร้อยเวร 20 สภ.เมืองแพร่ ร่วมกับสายตรวจ ต.กาญจนา ออกตรวจสอบเหตุตามที่ได้รับแจ้ง ร่วมศูนย์กู้ชีพ เทศบาลตำบลสวนเขื่อน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียว มีนายสุรินทร์ ยวงแก้ว อายุ 57 ปี บ้านหมู่ 7 ต.กาญจนา อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่แคร่ใต้เพิงหน้าบ้านด้วยอาการเมา พร้อมชี้บาดแผลที่ถูก นางสุรีรัตน์ ไกยสวน อายุ 46 ปี ภรรยา แทงที่บริเวณ ข้างเท้าด้านในขาซ้าย มีรอยเลือดเล็กน้อย จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ต.สวนเขื่อน ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ระหว่างนั้น นายสุรินทร์ฯเปรยกับเจ้าหน้าที่ว่า สู้เมียไม่ได้เลย บ้านอื่นเมืองอื่น มีแต่ ผัวตีเมีย บ้านนี้ เมียตีผัว มีเรื่องกันครั้งใด แพ้ตลอด จนทำให้ตนเองกลัวหมด ไม่กล้าหือ วันนี้ก่อนเกิดเหตุ ทะเลาะกัน เมียได้ขึ้นไปเอามีดจากบนบ้านมา มาขึ้นคล่มตีจนตนเองโดนแทงเข้าที่เท้า จึงได้บอกพี่ชาย และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้าน นางสุรีรัตน์ฯ ภรรยา เผยว่า วันนี้น้องสาวจากบ้านเวียงทองพาแฟนมาเที่ยวหา จึงตั้งวงกันตั้งแต่เช้า เมื่อต่างคนต่างเมา นายสุรินทร์ฯ จึงมีอาการหึงหวงตนเองกับแฟนน้องสาว พูดอย่างนั้นอย่างนี้ ตนเองทนไม่ไหว จึงได้มีเรื่องกัน และตนเองเอามีดมาขู่ เพื่อให้สามีหยุดการหึงหวง แต่พลาดไปโดยเท้า เข้านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยพูดคุยให้ทั้ง สองคนดีกัน เพราะเป็นคู่กันแล้ว อย่าให้มีเรื่องมีราวกัน อยู่กันอย่างสันติ รักกัน ก่อนที่จะให้ทั้ง 2 คน มาแสดงความรัก ด้วยการหอมแก้มให้อภัยกัน จบความบาดหมางหึงหวงในวงเหล้า ก่อนจะออกบ้านเกิดเหตุ ทั้งคู่ ได้ ยกมือไหว้ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ที่มาช่วยเหลือ และไกล่เกลี่ยให้รักกันเหมือนเดิม

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาล จัดโครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568 ณ รร.ยางชุมวิทยา ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 มิ.ย. 2568) เวลา 08.30 น. ร.ต.อ.กฤษฎา จิณะไชย รองสารวัตร กก.4 บก.ส.1 และหัวหน้าสถานีตำรวจจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึก” รุ่นที่ 4 ประจำปี 2568

ณ โรงเรียนยางชุมวิทยา ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โดยมี นายนพพล เสียงกล่อม ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายก อบต.หาดขาม, กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

เข้าร่วมกิจกรรม มีนักเรียนเข้าร่วมอบรมจำนวน 120 คน เนื้อหาการอบรมเน้นให้เยาวชนรู้จักหน้าที่ มีวินัย และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่( 18 มิ.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด ฝ่ายปกครองอำเภอปากคาด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากคาด เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ โรงเรียนบ้านนาดง ตำบลนาดง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ

จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย การเข้าถึงบริการสาธารณสุข

ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลปากคาด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาดง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 17 ราย บริการทันตกรรม 23 ราย บริการแพทย์แผนไทย 27 ราย และกายภาพบำบัด 25 ราย

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก(self test) 10 ราย บริการคัดกรองภาวะซึมเศร้าและให้คำปรึกษา 9 ราย และรับผู้ป่วยเข้าเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 1 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 111 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการออกบูธประชาสัมพันธ์และการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล ผู้สื่อข่าวบึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดแล้ว! น้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ เล่นสไลเดอร์ธรรมชาติสนุก บรรยากาศดี สัมผัสธรรมชาติสีเขียว เล่นน้ำตกเย็น ๆ ถ่ายรูปชิค ๆ ได้หลายมุม

แชร์เนื้อหานี้

ชวนเที่ยวบึงกาฬจะพลาดน้ำตกถ้ำพระไม่ได้เลย โดยเฉพาะใครที่ยังไม่เคยมาที่นี่ แนะนำเลย อยากให้มาสัมผัสธรรมชาติที่นี่สักครั้ง มานั่งเล่นก็ได้ มาถ่ายรูปหรือจะมาเล่นน้ำตก อ้ายฉิงมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกก็นานมากแล้ว เลยมาเยือนอีกครั้งกับคุณเพื่อนสนิทเช่นเดิม

พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศเล็ก ๆ น้อย ๆ มารีวิวให้ทุกท่านได้ตามรอยกัน ความโดดเด่นของน้ำตกนี้คือมีสไลเดอร์ธรรมชาติด้วย เล่นได้จริง สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่ว่าที่อ้ายฉิงไปล่าสุดมันก็ต้นหนาวแล้ว น้ำค่อนข้างน้อยแต่ยังสวยอยู่

การมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ จะไม่สามารถขับรถไปถึงได้เลย จะต้องนั่งเรือเข้าไป ซึ่งจะต้องไปขึ้นเรือตามท่าเรือต่าง ๆ จะมีท่าเรือ 1 ท่าเรือ 2 จะขึ้นท่าไหนก็ได้ตามสะดวกเลย ในบริเวณท่าเรือจะมีที่จอดรถฟรี มีบริการห้องน้ำฟรี และถ้าหิวก็มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม กินก่อนค่อยนั่งเรือเข้าน้ำตกก็ได้

สำหรับครั้งนี้บ่าวบึงกสฬขึ้นที่ท่าเรือ 2 จะมีค่าขึ้นเรือ คนละ 50 บาท จะไม่รวมกับค่าเข้าอุทยาน ฯ นะ จะต้องไปจ่ายอีกรอบเมื่อเข้าสู่เขตอุทยาน ฯ

เนื่องจากน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ มีอีกชื่อคือน้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่ในเขตของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นั่นเอง ค่าเข้าก็ไม่แพงอะไร เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 30 บาท/คน เด็กชาวต่างชาติ 200 บาท/คน และ ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 400 บาท/คน ตามป้ายเลย

การเตรียมตัวเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ จ.บึงกาฬ หาข้อมูล ณ วันที่จะไปก่อนว่าน้ำตกเปิดให้เข้าเที่ยวชมได้หรือไม่ เพราะอาจมีบางช่วงเวลาที่ทางอุทยานปิดเพื่อความปลอดภัยและฟื้นฟูธรรมชาติ เตรียมงบค่าใช้จ่าย เช่น ค่านั่งเรือ ค่าเข้าอุทยาน ฯ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ วางแผนให้พร้อม

หากจะเล่นน้ำตก ควรเตรียมชุดให้พร้อมและเล่นในจุดที่เจ้าหน้าที่อนุญาตเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย อยากจะมีภาพความประทับใจกลับไป ก็หามุมถ่ายภาพได้ตามสะดวกเลย ควรปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอุทยาน ฯ ให้ดี ห้ามอะไรก็ไม่ควรทำ เช่น ห้ามก่อไฟ ห้ามพกอาวุธ ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง ห้ามเข้าเที่ยวหลังเวลากำหนด ฯ เป็นต้น

กินข้าวให้อิ่มท้องก่อนเข้าไป ในน้ำตกไม่มีร้านขาย แต่พกน้ำเข้าไปด้วย เวลาหิวจะได้จิบได้ บางวันแดดร้อนมาก ๆ ทากันแดดให้เพียงพอ เพราะแดดแรงไม่เบาเหมือนกัน และใช้กันแดดที่ไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติด้วยจะดีมาก
หากมีขยะติดตัวเข้าไปในน้ำตกควรถือติดตัวออกมาทิ้งข้างนอกที่ถังขยะทุกครั้ง

การเดินทางมาเที่ยวน้ำตกถ้ำพระ บึงกาฬ เวลาจะมาเที่ยวปักหมุดท่าเรือก็ได้ เพราะถ้าหากปักหมุดน้ำตกเลย รถก็เข้าไปไม่ถึงอยู่ มันจะต้องนั่งเรือก่อน เดี๋ยวบ่าวบึงกาฬจะปักหมุดท่าเรือไว้ให้ด้วย เผื่อใครจะตามรอยจะได้ไม่ยากเลย วิ่งตาม GPS ไปเลย ถึงแน่นอน ไม่มีหลงทาง

GPS น้ำตก: https://maps.app.goo.gl/SRMkMcC1g2MUPVoTAGPS ท่าเรือ: https://maps.app.goo.gl/wNDu6Ew1id8xT9u4Aเวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น.ที่ตั้ง : อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ.ถ้ำพระ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬสอบถามข้อมูล ท่าเรือ 2
– คุณน้อย 087-9511717
– คุณจิ๋ว 098-6468808

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านเปิดบ้านต้อนรับคาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

น่าน–วันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 18.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเทวราช จังหวัดน่าน ได้มีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะ “คาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ” โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการกล่าวต้อนรับและเป็นตัวแทนจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หัวหน้าส่วนราชการ, นายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน, คณะคาราวาน และสื่อมวลชนจากหลายพื้นที่

นางวิไลวรรณ กล่าวต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมแนะนำจังหวัดน่านว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีเสน่ห์จากธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเรียบง่าย โดยเฉพาะในช่วง Green Season ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติที่เขียวชอุ่มและงดงามทั้งนี้ จังหวัดน่านยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองสร้างสรรค์ เมืองเก่าที่มีชีวิต สู่การเป็นเมืองมรดกโลก และยังได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เช่น Green Destination Gold Award 2024 และ Best Tourism Village 2024


รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้กล่าวปิดท้ายด้วยความหวังว่าผู้ร่วมคาราวานจะได้รับความประทับใจจากการเดินทางครั้งนี้ และจะกลับมาเยือนเมืองน่านอีกในอนาคต บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดีของชาวน่านในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศคณะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจังหวัดน่าน

ครั้งนี้ได้มาที่วัดภูมินทร์ซึ่งเป็นตำนานของปู่ม่านย่าม่านกระซิบรักบันลือโลก ทุกคนมาจะต้องามถ่ายรูปกับภาพของปู่ม่านย่าม่านกระซิบรัก พร้อมกับนั่งรถรางชมเมืองยามค่ำคืนที่มีสีสันยามค่ำคืนที่สวยงามและเยี่ยมชมสินค้า OTOP โรงงานผลิตเครื่องเงินดอยซิลเวอร์ที่อำเภอปัว ที่เป็นโรงงานผลิตเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่านเป็นศูนย์เรียนรู้การผลิตเครื่องเงินและเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศสร้างรายได้อีกด้วย/ข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการผูกผ้าและจับจีบผ้า สู่ครู นักเรียน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านอ่างทอง ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวัชระ ถาวรวงศ์ หัวหน้ากองพัฒนาศักยภาพชุมชน ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมพัฒนาทักษะการผูกผ้าและจับจีบผ้ากับนักเรียน คณะครู โรงเรียนบ้านอ่างทอง

โรงเรียนบ้านสีดางาม โรงเรียนบ้านทุ่งตาแก้ว และโรงเรียนบ้านหินเทิน รวม 20 คน โดยมี นางสาวศิริพร โพธิ์งาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ่างทอง เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม นายมหยศ โกศิน ตัวแทนจากศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก พร้อมแขกผู้มีเกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียน ให้การต้อนรับ

ตามที่ กฟผ. มีภารกิจด้านการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพชุมชนซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของ กฟผ. จึงได้มีแนวทางในการพัฒนาส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน ร่วมกับหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น เครือข่ายภาครัฐ และภาคประชาสังคมในพื้นที่

การจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการผูกผ้าและจับจีบผ้าในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อให้คณะครู และนักเรียน มีความรู้ในการผูกผ้า และจับจีบผ้าในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้คณะครู และนักเรียนนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ ประดับตกแต่งงานกิจกรรมของโรงเรียน

งานประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น อาทิ งานรัฐพิธี งานมงคล และงานอวมงคลในพื้นที่ เพื่อลดรายจ่ายของหน่วยงาน และหากพัฒนาทักษะจนชำนาญจะสามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับตนเองได้ ทั้งยังเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์อันดีระหว่าง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ และ กฟผ. อีกด้วย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นวันที่ 12-13 มิถุนายน 2568

/////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443 ฅนเหล็กมินิมาราธอนมอบรายได้ศิริราชมูลนิธิ สนับสนุนบริการการแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้

นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ (กลาง) ผู้จัดการทั่วไป สำนักการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารกลุ่ม บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เป็นตัวแทนองค์กรร่วมจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลฅนเหล็กมินิมาราธอน 2024 (SSI, TCRSS NS BlueScope, NS-SUS, JSGT, G Steel, GJS) มอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมฯ แก่นางสาวโสพิศ ชัยเรือง รองหัวหน้าสำนักงาน ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนภารกิจการให้บริการการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการบริการการแพทย์ของโรงพยาบาล และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้พอเพียงและทันสมัย ณ ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเร็วๆนี้
    
กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน จัดขึ้นในรูปแบบจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และประชาชนทั่วไป เพื่อนำรายได้จากการจัดกิจกรรมมอบช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนาความสามารถ และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างแข็งแกร่ง มีองค์กรร่วมจัดประกอบด้วยพันธมิตรในอุตสาหกรรมเหล็ก 7 องค์กร ได้แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด บริษัท เจเอฟอี สตีล กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน)
    
จากการดำเนินกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 รวมจำนวน 16 ครั้ง สามารถนำรายได้จากการจัดงานช่วยเหลือองค์กรการกุศลที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสแล้ว 40.5 ล้านบาท

////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน / กฟก.น่าน โอนโฉนดที่ดินและมอบโฉนดที่ดินให้เกษตรกร อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดยนางสาวน้ำทิพย์ สิทธิ เกษตรอำเภอนาน้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย เข้าร่วมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน เพื่อพัฒนาการใช้บริการเชิงรุกของอำเภอให้มีคุณภาพตามมาตราฐานการบริการประชาชน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ทั้งนี้สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อยได้ดำเนินการชี้แจงข้อราชการต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ และสอบถามปัญหาความต้องการของประชาชน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกัน

พร้อมทั้งจัดบูธประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร แจกเมล็ดพันธุ์ผัก รวมถึงสารชีวภัณฑ์บริการให้แก่ประชาชนที่มาเข้าร่วมงานดังกล่าว ณ โรงเรียนประกิตเวชศักดิ์ ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

กฟก.น่าน โอนโฉนดที่ดินและมอบโฉนดที่ดินให้เกษตรกร อ.เมืองน่าน วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟู​และพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรอำเภอเมืองน่าน จำนวน 1 ราย เป็นโฉนดที่ดิน จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 58.4 ตารางวา ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดน่า ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรให้กับสถาบันเจ้าหนี้ สหกรณ์​การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 125,796.23 บาท โดยทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันได้โอนตามกฎหมาย เป็นของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เกษตรกรได้ทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินคืนจากกองทุนฯ ระยะเวลา 10 ปี ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรได้ชำระเงินคืนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรตามสัญญาและปิดบัญชีขอไถ่ถอนหลักประกันคืนจากกองทุนฯ ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว สนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จึงได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและมอบหลักประกันคืนให้กับเกษตรกร เพื่อเก็บรักษาไว้ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่านรายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครบุรีจัดใหญ่งานทุเรียน ครั้งที่ 3เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและหาช่องทางให้เกษตรกร

แชร์เนื้อหานี้

อำเภอครบุรีกำหนดจัดงานทุกเรียนครบุรี @ต้นน้ำมูลครั้งที่ 3 ขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ดึง อบจ.นครราชสีมา ร่วมงาน สนับสนุนจัดงานด้านกลุ่มชุมชนผู้ปลูกทุเรียนเฮได้จุดจำหน่ายทุเรียนดังของอำเภอครบุรี พร้อมย้ำจุดยืนรวมตัวเพื่อต่อรองกับพ่อค้า-ลังไม่กดราคา
นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช@ครบุรี ครั้งที่ 3”

เปิดเผยว่าอำเภอครบุรีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและบึงเป็นที่ของสายน้ำสำคัญของต้นน้ำมูล ที่ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก ภายใต้ชื่อกลุ่ม ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ปัจจุบันในพื้นที่มีเกษตรกรปลูกทุเรียนหลากสายพันธุ์กว่า 3,500 ไร่ และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เพราะทุเรียนครบุรีมีรสชาติกลิ่นอ่อน เนียนนุ่ม ละมุนลิ้น” มีเส้นใยน้อย ปลูกในพื้นที่ดินแดงที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอครบุรี ซึ่งสายพันธ์ที่ปลูกจะมีหมอนทอง ก้านยาว มูซีนคิงส์ นกหยิบ พวงมณี และชะนีไข่

นายอำเภอครบุรี กล่าวต่อไปอีกว่า ดังนั้นทางอำเภอจึงได้ร่วมมือกับเกษตรกร องค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ได้กำหนดการจัดงาน “ทุเรียนต้นน้ำมูลโคราช@ครบุรีขึ้น ในระหว่างวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอครบุรี ซึ่งจะมีกิจกรรมอาทิ การประกวดทุเรียนคุณภาพ การแข่งขันการกินทุเรียน การแข่งขันส้มตำลีลา การจำหน่ายทุเรียนจากชาวสวน กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน การออกร้านจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรของอำเภอครบุรี ตนจึงอยากเรียนเชิญพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

ได้มาร่วมชมงานและเลือกซื้อทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่อำเภอครบุรีที่ความอร่อยที่ไม่เหมือนที่ใดๆ ได้มาลองชิมภายในงานครั้งนี้นายพีรวัฒน์กล่าว
ทางด้าน นายชัยวัฒน์ ชู้กระโทก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าตนในนามของ ดร.ยลลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่อำเภอครบุรีที่มีการทำสวนทุเรียนเป็นจำนวนมากจึงช่วยสนับสนุนงบประมาณกว่า 200,000 บาท มาช่วยการจัดงานทุเรียนครบุรีในครั้งนี้เพื่อให้ชาวสวนทุเรียนได้มีตลาดจัดจำหน่ายทุเรียนคุณภาพของดีของจังหวัดนครราชสีมา

ด้าน สจ.สุชชีพ ชีระชลสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อำเภอครบุรีเขต 2 กล่าวว่าตนในฐานะผู้ประสานในพื้นที่อำเภอครบุรีเล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนและพืชอื่นๆ อาทิ มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ขนุน มะม่วง และพืชผักอื่นๆ อีกมากมายเพราอำเภอครบุรีมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์พืชผลทางการเกษตรมีหลากหลาย การส่งเสริมการจัดงานของดีครบุรีกับการจัดงานทุเรียนครบุรี@ต้นน้ำมูลในครั้งนี้ตนได้ของบประมาณกว่า 200,000 บาท เพื่อมาสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จาก ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตนเล็งเห็นว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนจะได้มีพื้นที่จำหน่ายทุเรียนคุณภาพดี สร้างรายได้เข้าอำเภอและเข้าจังหวัดนครราชสีมาต่อไป

นายประยูร ทองบอน กำนันตำบลสระว่านพระยาและประธานชมรมผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรีกล่าวว่าตนได้รวมกลุ่มผู้ปลูกทุเรียนจำนวนหลายร้อยสวนตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอำเภอครบุรีเพื่อช่วยเหลือกับให้ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันพร้อมทั้งหาตลาดและจุดจัดจำหน่ายทางการตลาดสู่ตลาดทั่วประเทศอีกทั้งยังเป็นการร่วมตัวกัน เพื่อไม่ได้ “ล้ง” หรือกลุ่มพ่อค้านายหน้ามากดราคาทุเรียนหน้าสวนและการจัดงานในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการหาลู่ทางจำหน่ายทุเรียนของอำเภอ ครบุรีที่มีคุณภาพดีสู่สายตาพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนายประยูร กล่า

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา เขตที่ 16

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานเขตตรวจราชการที่ 16 โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา เขตตรวจราชการที่ 16 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาในด้านความปลอดภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลนักเรียนและส่งเสริมให้ครูสามารถถ่ายทอดความรู้ไปยังนักเรียน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

การอบรมครั้งนี้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าร่วม จำนวน 180 คน จาก 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ครอบคลุม 14 เขตพื้นที่การศึกษา โดยการอบรมแบ่งออกเป็น 2 รุ่น
ได้แก่ รุ่นที่ 1 วันที่ 1 มิถุนายน 2568 จำนวน 90 คน
และรุ่นที่ 2 วันที่ 2 มิถุนายน 2568 จำนวน 90 คน

โดยนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการที่ 16 ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นประธานในพิธีเปิด ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน การอบรมครอบคลุมตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้นการกู้ชีพพื้นฐาน และการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง

เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้ารับการอบรม จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น โครงการนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษาของไทย ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ข้าวแกงปักษ์ใต้“ครัวนายหนัง”ประกาศไม่ปรับราคาแม้เศรษฐกิจดิ่งเหว

แชร์เนื้อหานี้

ร้านข้าวแก้งครัวนายหนัง จังหวัดนครราชสีมา สู้กับพิษเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง วัตถุดิบปรับราคา แต่ร้านตนขอประกาศว่าไม่ขอปรับราคายังขายข้าวแกงจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10-20 บาท เท่านั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนมีรายได้น้อย

นายสุรพล จันทรชูเดช เจ้าของร้านครัวนายหนัง 4 สาขา ที่จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเปิดร้านขายข้าวแกงปักใต้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยชื่อ “ครัวนายหนัง” มาจากการเอาชื่อของพ่อตาที่เป็นชาวจังหวัดชุมพร มาตั้งแต่ทำอาชีพฉายหนังตะลุง ซึ่งสาขาแรกเปิดที่ตำบลหมื่นไวย สาขาที่ 2 ในโรงพยาบาลมหาราช สาขาที่ 3 ที่ปั้มบางจากติดกับตลาดเซฟวันและสาขาที่ 4 ภายในศูนย์ป่าไม้ติดกับสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษานครราชสีมา

นายสุรพลกล่าวต่อไปว่าในสภาวะเศรษฐกิจแย่และตกต่ำกับค่าครองชีพที่สูง แต่ตนขอขายข้าวแกงในราคาเดิมคือจานละ 40 บาท และต้มจืดถ้วยละ 10 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและบุคคลทั่วไปที่มีกำลังซื้อน้อยทั้งๆ ที่ค่าวัตถุดิบมี

ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตนและครอบครัวว่าช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเอาแต่รายได้น้อยๆ ก็เพียงพออยู่ได้ในสภาวะเศรษฐกิจถดถ้อยแบบนี้ แต่คุณภาพยังเหมือนเดิมทุกประการ เพราะที่นี่คัดแต่วัตถุดิบดีๆ มีคุณภาพ สะอาดปลอดภัย พิถีพิถันในการปรุงทุกๆ ขั้นตอน ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมากทุกๆ วัน

เจ้าของร้านครัวนายหนังกล่าวต่อไปอีกว่า ข้าวแกงที่ทางร้านทำส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นอาหารทางภาคกลาง อาทิเช่น หล่นปูทะเล คั่วกลิ้ง น้ำพริกกะปิ แกงส้ม แกงเขียวหวาน ต้มยำขาหมู ไก่คั่วพริกเกลือ

ผัดวุ่นเส้น ผัดคะน้าหมูกรอบ หมูพะโล้ แกงแพนงหมู และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่รับรองความอร่อยปรุงรสชาติจัดจ้าน ขอเชิญมารับชิมรสได้ที่สาขาปั้มบางจากเลยตลาดเซฟวันมาเพียง 300 เมตรเท่านั้น นายสุรพลกล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนส่งน่าน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท”

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน นำโดย นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมขบวนแห่รถรางประชาสัมพันธ์รอบเมืองน่าน เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมประมูล ทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร “กท” ซึ่งมีความหมายมงคล “การงาน

ก้าวหน้า การค้ามั่งมี เศรษฐีทวีทรัพย์” สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รวมทั้งสิ้น 301 หมายเลข ที่การประมูลจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม น่านตรึงใจ โดยรายได้จากการประมูลจะนำเข้าสมทบ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน


โดยนางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า แผ่นป้ายทะเบียนรถเลขสวย จำนวน 301 หมายเลข ถือเป็นแผ่นป้ายทะเบียนแห่งความเป็นสิริมงคล เนื่องจากสำนักงานขนส่งจังหวัดน่านได้นำแผ่นป้ายประมูลทะเบียนรถเลขสวย 301 หมายเลขเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง (สวดมนต์ตั๋น) เสริมสิริมงคล

ณ พระวิหารหลวง ตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ในงานสมโภชประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และรายได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนน ช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน และสมทบกองทุนการวิจัยการใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

ทั้งนี้ได้เปิดประมูลผ่านระบบ ไฮบริด คือจัดการประมูลทางวาจาร่วมกับการประมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ท่านที่สนใจร่วมประมูลผ่านอินเทอเน็ต ระบบเปิดให้ลงทะเบียนร่วมประมูลได้ทุกวันตลอด 24ชั่วโมง ลงทะเบียนออนไลน์เข้าร่วมประมูลทาง www.tabienrod.com ลงทะเบียนด้วยตัวเองที่สำนักงานขนส่ง ทั้ง 3 แห่ง กำหนดจัดงานปิดประมูล ในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมน่านตรึงใจ

สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พร้อมรับทะเบียนเลขมงคลที่มีความหมายดี เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานขนส่งจังหวัดน่านโทรศัพท์ 054-716047 สาขาอำเภอปัวโทรศัพท์ 054-791251 สาขาอำเภอเวียงสา โทรศัพท์ 054-719321 กปถ.น่านโทรศัทพ์หรือไลน์ ID LINE : 0992946599 เพจ FACEBOOK : ประมูลทะเบียนรถเลขสวยน่าน /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ น่าน ต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นางสาวศุภาวดี สุทธิแสน เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ในการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานของบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

โดยได้รับชมการนำเสนอ เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ตามกิจกรรมในสาขาต่าง ๆ ดังนี้ สาขากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่

นางสาวกัลยา เจนจิจะ และสาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ เด็กหญิงวรัญญา หอมดอก โดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดที่ร่วมบูรณาการ

ในการขับเคลื่อนงานกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนบ้านสบปืน ให้การสนับสนุนข้อมูลประกอบการคัดเลือกในครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ท่าวังผา เปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ครั้งที่ ๑ ” ระหว่าง 23 – 25 พค. 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด อ.ท่าวังผา จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายฐสิฐญ์ บำเพ็ญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด หมู่ที่ 6 ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวาท เชียงหนุ้น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอ คณะครูโรงเรียนบ้านสบเป็ด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาตอ ให้การต้อนรับ

ซึ่งมี นายอภิชาติ เฉลิมบุญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านสบเป็ด กล่าวรายงาน การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านสบเป็ด เป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพของอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ล้านบาท และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชนมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ของบ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา ให้เป็นที่รู้จัก

ส่งเสริมช่องทางการตลาดมะม่วงโดยการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกับเกษตรกร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การประกวดมะม่วงคุณภาพดี การประกวดธิดามะม่วง กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมทริป “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” บึงกาฬพาเลาะ สร้างเศรษฐกิจชุมชนเขิงท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมการดำเนินกิจกรรม โครงการ ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมทัศนียภาพป่านันทนาการหินสามวาฬของพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างกระแสการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Primus Group ต้อนรับ “จู หัวหรง” ประธานฉางอาน ออโต้โมบิล เยี่ยมชมโชว์รูม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป พร้อมผู้บริหารและทีมงาน “ดีพอล ไพรม์มัส” ให้การต้อนรับ นายจู หัวหรง ประธาน, นายหวัง ฮุย รองประธาน, นายเคลาส์ ไซซิโอรา รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด, นายเติ้ง เฉิงหาว รองประธาน

บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DEEPAL และ นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเซีย จำกัด และ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

พร้อมคณะผู้บริหาร ในโอกาสให้เกียรติเยี่ยมชม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูมและศูนย์บริการที่มีขนาดใหญ่ บริการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ และทันสมัยสุดในภาคตะวันออก

ด้วยพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 6,290 ตร.ม. ด้านหน้า เป็นโซนจัดแสดงรถยนต์ DEEPAL ทุกรุ่นทุกแบบกว่า 10 คัน, โซนรับรองลูกค้าแบบ Exclusive Lounge ที่มีห้องรับรองพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และโซนส่งมอบรถยนต์ DEEPAL ที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

ส่วนด้านหลัง เป็นโซนบริการหลังการขาย แบ่งเป็นศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ DEEPAL มีช่องซ่อม 8 ช่อง, ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และคลังอะไหล่ที่จัดเก็บชิ้นส่วน-อะไหล่สำรองต่างๆ ทำให้ทุกงานบริการสะดวก รวดเร็วและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ โดยรองรับการให้บริการหลังการขายได้มากกว่า 500 คันต่อเดือน

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของฉางอาน, ดีพอล และไพรม์มัส กรุ๊ป, ดีพอล ไพรม์มัส ได้ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ SUV สปอร์ตพรีเมี่ยม ไฟฟ้า 100% ในรุ่น DEEPAL S07 ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ “สายชล นิตรานนท์” และครอบครัว พร้อมมอบของที่ระลึก ในการต้อนรับการเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568 จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา โดยการนำของ นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยนางสาวศิริกุล บุญปก และนางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568

เพื่อรายงานการดำเนินงาน ศพก. และแปลงใหญ่ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรและขับเคลื่อนการดำเนินงานสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

โดยมี ร.ต.อ วินัย ก้อนสมบัติ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับอำเภอ เป็นประธาน ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 พระวัชรสิริคุณ (หลวงน้าเสน่ห์ สิริวฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์ เจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก เจ้าอาวาสวัดท่าเกษม

นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวอำเภอสวรรคโลก ได้ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์รองรับการเปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอก 6 ชั้น ของโรงพยาบาลสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง

โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ราชสมณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรคโลก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย (ด้านเวชกรรมป้องกัน คนที่ 3) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวรรคโลก ให้การต้อนรับคณะสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา

ณ ห้องประชุมพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร (อาคารหลวงน้าเสน่ห์ ชั้น 3) ภายในงานมีการเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล และประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความปลื้มปีติและจิตเมตตา ในการร่วมสืบสานบุญกุศลเพื่อสนับสนุนการพัฒนางานบริการของโรงพยาบาล

สำหรับยอดเงินที่ได้รับจากการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โรงพยาบาลสวรรคโลกได้รับเงินสดรวมทั้งสิ้น 811,094 บาท แยกเป็นจาก คณะสงฆ์ 392,711บาท และจากฝ่ายฆราวาส 418,383 บาท โดยยังไม่รวมยอดที่มีการโอนเข้าบัญชี ซึ่งยังคงทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจะได้สรุปยอดรวมสุทธิอีกครั้งในวันที่ 31พฤษภาคม 2568และจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ที่พึ่งทางใจ พบต้นโพธิ์ใบสีขาวบริสุทธิ์ งอกใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ที่ศรีสัชนาลัย ให้เลขเด็จ 872

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่วัดวังค่า ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีต้นโพธิ์ประหลาดซึ่งมีใบสีขาวบริสุทธิ์ โผล่งอกขึ้นมาอยู่ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่มากกว่า 4 คนโอบ สูงเกือบ 30 เมตร

อายุหลายร้อยปี ยืนต้นอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำยม ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ พระชะนะ ฐานวโร พระลูกวัดวังค่ากำลังกวาดลานวัดอยู่

ผู้สื่อข่าวจึงเดินไปกราบนมัสการและให้ท่านเล่าถึงต้นโพธิ์ที่มีใบสีขาวให้ฟัง พระชะนะ ฐานวโร เล่าว่าไม่รู้ว่าใบโพธิ์สีชาวนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่ที่อาตมาเห็นใบโพธิ์สีขาวนี้มาก็ประมาณ4ปีแล้วแต่ก็ไม่มีการแตกกิ่งก้านขยายมากกว่านี้ตนเองรู้สึกว่าแปลกมากคิดว่าสิ่งศักดิ์ศิษย์ลงมาจุติ

เผื่อให้ชาวบ้านนั้นมากราบไว้เคารพบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับครอบครัวและชุมชนหลังจากนี้ทางวัดจะสร้างศาลให้กับต้นโพธิ์ต้นนี้โดยใช้ชื่อว่า โพธิ์สวรรค์ ให้เป็นที่สักการะเคารพที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ก่อนหน้านี้อาตมาเคยเด็ดใบโพธิ์สีขาวไปเก็บไว้ได้สามสี่วันใบโพธิ์ที่เก็บไปนั้นกลายเป็นสีเขียว

อาตมารู้สึกแปลกมากคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จุติมาจากสวรรค์แน่นอนและจะคอยเก็บใบโพธิ์สีขาวที่ร่วงมารวบรวมไว้เพื่อเวลามีการพระนาคบวชพระจะเอาไปใส่ในบาตรและสวดยัดแล้วนำมาให้ญาติโยมได้บูชาเพื่อเป็นพุทธบูชา ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นก็มีชาวบ้านเข้ามาดูเลขขอพรกันอยู่เรื่อยๆมีถูกหวยกันไปหลายคนแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

ทางด้านนางเรียน เที่ยงตรง อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าตนรู้สึกดีใจมากที่มีโพธิ์สีขาวงอกออกมาที่กลางต้นโพธิ์แห่งนี้ในหมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นนิมิตรใหม่อันดีกับหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นตนเป็นคนไม่ถนัดเรื่องนี้ แต่ก็เห็นมีคนเข้ามาขอหวยขอเลขขอโชคกันบ่อยๆ และในวันนี้ก็ได้มีกลุ่มคนเข้ามาขอโชคจากต้นโพธิ์หลายคน มีที่รู้จักชื่อน้องน้ำพริก บอกเห็นเลข 8,7,2 ตุ่นก็จะนำเลขนี้ไปเสี่ยงโชคต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) เปิดเวทีเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ รองประธานกรรมการคนที่ 1

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน น.ส.นิชาภา สุวรรณา สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รอง ผวจ.ประจวบฯ ผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมโครงการฯ

หลังจากรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ ได้กล่าวเปิดโครงการฯ และวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) จากนั้นคณะสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่และอำนาจ รวมถึงผลงานสำคัญของวุฒิสภาที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. คณะสมาชิกวุฒิสภาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. ด้านเกษตรกรรม เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิต ปัญหาศัตรูพืชระบาด การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์ ปัญหาช้างป่ากัดกินพืชผลทางการเกษตร ปัญหาของชาวประมง และปัญหาด้านโคเนื้อตกต่ำ
  2. ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การพัฒนาท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชนไม่สอดคล้องกับการท่องเที่ยว การคมนาคมไม่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะระบบรถสาธารณะ
  1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม ได้แก่ ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ปัญหาสารเคมีไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัญหาจากกการให้อนุญาติสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่ตัวเมืองประจวบฯ
  2. ปัญหาสังคม ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่และยาเสพติด ปัญหากลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางถูกทอดทิ้ง และเข้าไม่ถึงระบบทางภาครัฐ ปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ของประชาชนในพื้นที่ ต.บึงนคร ในเขตปลอดภัยทางทหาร
  3. ด้านโลจิสติกส์ การขอสร้างสถานีขนส่งรถโดยสารของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การงดใช้รถตู้โดยสารให้หันมาใช้รถแบบมินิบัส การขนส่งสาธารณะถึงแหล่งท่องเที่ยว การหันมาใช้รถสาธารณะระบบรถไฟฟ้า ( EV )

การลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ พี่น้องประชาชน และวุฒิสภา โดยเปิดเวทีให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวุฒิสภาได้โดยตรง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นำข้อมูลและข้อเสนอแนะในทุกประเด็นที่ได้รับนำไปสู่การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป
////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ก.คมนาคม บูรณาการพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุก เสริมเศรษฐกิจชายแดน เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฃ

พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรญาณ บุญณรราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมบูรณาการภาครัฐและเอกชน

เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) คือ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยเน้นยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณี การค้าชายแดนที่เติบโตต่อเนื่อง และโครงข่ายคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ

แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มจังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว กำลังแรงงานที่ขาดทักษะ และปัญหาด้านความมั่นคง ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจึงได้เสนอแนวทางดำเนินการใน 4 ยุทธศาสตร์หลัก

ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมโขงเชื่อมโยงวัฒนธรรม การพัฒนาโครงข่ายเศรษฐกิจเชื่อมโยง GMS การยกระดับการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง และการเสริมทักษะแรงงานพร้อมพัฒนาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วัดระฆังฯ มหากุศลครั้งใหญ่ ยอดบุญทะลุล้าน! ผู้ร่วมงานคับคั่ง! ทอดผ้าป่ารวมพลังศรัทธาบุญใหญ่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม (27 เมษายน 2568)

แชร์เนื้อหานี้

รุ่งอรุณแห่งการเริ่มต้น เช้าวันอาทิตย์ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ณ ลานสักการะหลวงปู่โต พรหมรังสี ริมฝั่งเจ้าพระยา… ที่ซึ่งแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ไหลผ่านเงียบสงบ ศรัทธามหาชนทยอยเดินทางมาถึงวัดระฆังฯ แต่เช้าตรู่ มือถือถุงใส่ของบริจาค – เสื้อผ้าเด็ก หนังสือ และขนมที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ ผู้คนทยอยมากันไม่ขาดสายพร้อมรอยยิ้ม สีขาวของเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เหมือนคลื่นแห่งความศรัทธาที่กำลังก่อตัวเป็นพลังมวลใหญ่

ใช่แล้ว… วันนี้ไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นวันเปิดพลังมงคลครั้งใหญ่
พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานอำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม กล่าวเปิดงานและน้อมนำพลังศรัทธา”พวกเราทุกคนมาที่นี่ด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า…” เสียงของอาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม ดังกังวานในพิธีเปิด เสียงที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นอย่างเบิกบานขณะที่ทุกคนหลับตา อธิษฐานจิตต่อหน้าองค์หลวงปู่โต พลันรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีแสงสว่างอ่อนๆ โอบล้อมเรา นี่หรือคือพลังแห่งบารมีที่ทุกคนพูดถึง?

ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งหัวใจ คือ วินาทีแห่งการปล่อยโคแม่ลูก และกระบือทั้ง 6 ตัว… วันนี้เค้าได้ชีวิตใหม่! ดวงตาของแม่โคมองมาที่ผู้คนรอบข้าง เหมือนรู้ว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ลูกโคตัวน้อยมองคนใจบุญตาแป๋ว เหมือนจะขอบคุณ
“ขอให้ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนแปลงให้เจริญรุ่งเรืองสว่างไสวยิ่งๆขึ้น” อาจารย์วิจักษณ์กล่าว “จากความทุกข์ สู่ความสุข จากความมืดมิด สู่แสงสว่าง” เสียงสาธุการดังกึกก้องจากผู้ร่วมงานทุกคน เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

พิธีบำเพ็ญบุญและทอดผ้าป่าในพระอุโบสถ

เมื่อก้าวเข้าสู่พระอุโบสถอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดระฆัง ความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกคนนั่งทั้งด้านในและด้านนอกเต็มบริเวณวัด เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ดังกังวานกึกก้อง ทุกคนตั้งใจสวดมนต์ภาวนา

สร้างคลื่นแห่งความสงบและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สะเทือนไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ปลุกพลังศรัทธาในใจทุกดวงเราหลับตา เข้าสมาธิเข้าสู่ผู้รู้… ภาพของวิญญาณเร่ร่อน เด็กที่ไม่มีโอกาสได้เกิด ผุดขึ้นในห้วงความคิด เราทำบุญวันนี้เพื่อพวกเขาด้วย เพื่อให้พวกเขาได้พบหนทางสว่าง

พิธีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ดำเนินไปอย่างสง่างาม “ขอให้บุญกุศลนี้ จงส่งผลให้ทุกท่าน…” พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเริ่มขึ้น ผ้าป่าที่รวบรวมปัจจัยมากมายถูกนำมาวางรวมกัน สายธารแห่งความศรัทธาที่หลั่งไหลจากทุกหัวใจ เพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อเด็กยากไร้

เพื่อวิญญาณที่ยังวนเวียน พิธีกรประกาศยอดเงินบริจาคที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเสียสละและเมตตาธรรมของศรัทธาชนเสียงประกาศยอดเงินบริจาครวมดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ “รวม 1,000,945 บาท!” เสียงสาธุการดังสนั่น ยอดบุญแบ่งออกเป็น

🙏 ทำบุญสาธารณกุศลกับองค์กรต่างๆ 659,945 บาท ได้แก่ ร่วมทำบุญกับวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ, ร่วมทำบุญกับ คณะ 5 วัดราชสิทธารามฯ กรุงเทพฯด้วยการถวายข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลมะการักษ์ กาญจนบุรีด้วยการสนับสนุนข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยฯ สนับสนุนมอบทุนการศึกษา,

ร่วมทำบุญกับกลุ่มพุทธรักษ์ษา, สนับสนุนการบูรณะหอพระพุทธรูปจังหวัดปราจีนบุรี, สนับสนุนมอบของใช้เด็กให้กับโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา – บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลพัทลุงด้วยการสนับสนุนการซื้อเครื่องมือแพทย์, ร่วมทำบุญกับนิคมสร้างตนเองโนนสัง หนองบัวลำภูด้วยการสนับสนุนมอบถุงยังชีพ, ร่วมสร้างกำแพงและซุ้มประตูวัดพระธาตุพนมจำลอง วัดสระแก้ว จ.ขอนแก่น และไถ่ชีวิตโคกระบือ

🙏 ร่วมทำบุญช่วยผู้ประสบภัยกับจิตอาสาฯภาค 1 โดยกองทัพน้อยที่ 1: 300,000 บาท🙏 เครื่องไทยธรรม ปัจจัยถวายสงฆ์ โรงทาน และร่วมสาธารณกุศลในพิธี: 41,000 บาทช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดคือการอธิษฐานจิตแผ่บุญไม่มีประมาณให้สรรพจิต สรรพวิญญาณ และสรรพสัตว์ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ อนันตจักรวาล นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ พวกเราหลับตา นึกถึงผู้คนทุกข์ยาก สัตว์ที่ไร้ที่พึ่ง ดวงวิญญาณที่ยังหลงทาง ส่งพลังความรักและปรารถนาดีออกไปไม่สิ้นสุด ความรู้สึกเบาสบายและอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่คือพลังแห่งการให้ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด

สาธารณกุศลและความสะอาดแห่งใจ

“คุณพร้อมที่จะล้างทุกข์ล้างอุปสรรคกันไหม?” เพื่อนร่วมงานยิ้มกว้าง ขณะแจกถุงมือและอุปกรณ์ทำความสะอาด กิจกรรมทำความสะอาดวัด – งานที่หลายคนเฝ้นรอคอย! ล้างห้องน้ำ คือการชำระล้างกรรมและอุปสรรคในชีวิต! แต่ละครั้งที่กวาด แต่ละครั้งที่เช็ดถู

เหมือนกำลังกวาดทุกข์และอุปสรรคออกจากชีวิต เหงื่อไหลอาบใบหน้า แต่หัวใจกลับเบิกบานอย่างประหลาด… ใบหน้าของทุกคนเปื้อนรอยยิ้ม บางคนสวดมนต์เบาๆ ขณะขัดพื้น น่าประหลาดที่งานที่ดูเหมือนจะเหนื่อย กลับให้ความสุขล้ำลึกเช่นนี้เมื่อมองดูความสะอาดที่เกิดขึ้น ทั้งพื้นที่วัดและบริเวณรอบองค์หลวงปู่โต ฉันรู้สึกถึงความสะอาดที่แผ่ซ่านภายในใจด้วย เหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

โรงทานแห่งความสุข

กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแต่ไกล… โรงทานเปิดให้บริการแล้ว! ทั้งอาหารคาว ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารหวาน ขนมปัง ชากาแฟ น้ำชง น้ำดื่ม ผลไม้ – ทั้งหมดมาจากน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธา ทุกคนแบ่งปันความสุขผ่านอาหาร จากผู้ให้สู่ผู้รับ จากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่ง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งมูลนิธิพุทธภูมิธรรม บุญภาคี และเจ้าภาพโรงทานทุกท่านที่เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และทรัพย์สิน เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ อิ่มเอมใจที่ได้เห็นความสำเร็จของงานที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือมนุษย์ สรรพสัตว์ และแผ่บุญกุศลให้สรรพวิญญาณ ความดีงามที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระเพื่อมไปอีกไกล

เรามองดูวัดระฆังโฆสิตารามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ ส่องกระทบยอดพระอุโบสถทองอร่าม เหมือนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการเริ่มต้นใหม่วันนี้… ไม่ใช่แค่วันที่เราได้ทำบุญ”วันนี้… คือวันที่เราได้มีส่วนช่วยสร้างความสุขและความหวังให้กับหลายชีวิต รวมถึงตัวเราเอง”วันนี้… คือวันที่พิสูจน์ว่า พลังแห่งความศรัทธาและความเมตตา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้วันนี้… คือมหาบุญใหญ่ในวันเดียวที่จะส่งพลังบารมีไปอีกยาวนาน

พลังแห่งการให้ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต… และนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงของงานมหากุศลครั้งนี้จากใจผู้ที่ได้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์แห่งความดีงามขอโมทนาสาธุการ 27 เมษายน 2568
ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด/รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถีท้องถิ่นบางสะพานน้อย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ได้สั่งการให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ( ป.อาวุโส ) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ อส. สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทับสะแกที่ 6 นาย อรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง และนายสุพจน์ ทองมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง

โดยขยายผลจากการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถตรวจค้นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่ จับกุม ผู้กระทำได้ 2 ราย และของกลางยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,331 เม็ด อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 56 นัด สามารถตรวจค้นได้ที่บ้านพัก

อีกราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ออกตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลนาหูกวาง พบเห็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติดริมทางสาธารณะในหมู่บ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งข้างทางและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้มด้านหนึ่งมีผิวเรียบอีกด้านหนึ่งปรากฏอักษร WY บรรจุอุยู่ในถุงพลาสติกสีขาวใสชนิดแบบกดปิดดึงเปิดได้ จำนวน 98 เม็ด ณ บริเวณข้างทางสาธารณะ หมู่ที่ 9 บ้านหนองกางดง

โดยทราบชื่อผู้หลบหนีภายหลัง คือ นายกฤษดาหรือบอย สมสร้าง อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง และนางสาวสุนารีหรือสอง สายน้ำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/40 หมู่ที่ 2 ตำบลบางบอน อำเภอเมืองระนอง เจ้าพนักงานตามรายชื่อผู้ตรวจยึด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและมาจัดทำบันทึกการตรวจยึด ณ ที่ว่าการอำเภอทับสะแกและต่อมาได้นำของกลางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อจะได้ดำเนินการรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งสองชุด เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกันในพื้นที่ ได้ส่งตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ทับสะแก ต่อไป

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ บ้านทุ่งสะท้อน ม.6 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส. กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ รอง ผวจ.ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ รวมถึงส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน โดยนําเอาจุดเด่น อัตลักษณ์ และความน่าสนใจของชุมชนมาเป็นจุดขายนําเสนอสู่ภายนอก ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว สินค้า และบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า กิจกรรมในงานมี นิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) ตามแนวทาง D – HOPE โดยให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จำนวน 10 โปรแกรม ได้แก่ 1. ดอกไม้แห่งความหวัง ไหว้พระวัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ 2. ไม้กวาดก้านมะพร้าว 3. ข้าวเหนียวกวนแก้ว

4. อาหารพื้นถิ่นแกงเหมงมะพร้าวหมูย่าง 5. ขนมโก๋โบราณสูตรคุณย่า 6. สบู่น้ำมันมะพร้าว 7. ทองม้วนแป้งมะพร้าว 8. กล้วยฉาบหลากรส ส่วนการออกบูธของผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน (OTOP) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1. ผ้ามัดย้อมฝั่งแดง ต.ทรายทอง 2.กลุ่มโกโก้บ้านหินปิด ต.ช้างแรก 3.กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านปากคลอง ต.บางสะพาน 4.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดเศรษฐกิจบ้านธรรมรัตน์ ต.ช้างแรก และ 5.สมบัติไหมไทย ต.ช้างแรก
//////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.2 (1)รอง ผบ.นบ.ยส.24 (1) ตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ / โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก / พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 0945 ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง ปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในห้วงต่อไป แผนการปฏิบัติในห้วงต่อไปของหน่วย พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย

ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงานในการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ จำนวน 666 ครั้ง ผู้ต้องหา 920 ราย ของกลาง ยาบ้า 95,918,351 เม็ด,ไอซ์ 3,786 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม เคตามีน 777 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หกพันห้าร้อยล้านบาทเศษ (6,584,787,950 บาท)

จากนั้นรองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ถือเป็นการขอบคุณและตอบแทนในความทุ่มเท เสียสละในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บังคับบัญชาทุกระดับตลอดมา

​โจรแสบตีเนียนลัก จยย. ร้านจินางข้าวเปียก หน้า บขส.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพโจรลักรถจักรยานยนต์ ทำท่าตีเนียนเห็นรถจักรยานยนต์ร้านจิข้าวเปียก สามแยกปากทางเข้า บขส.จังหวัดมุกดาหาร เสียบกุญแจคาไว้อยู่จึงได้เดินทำทีเข้ามานั่งอยู่ที่หน้าร้านข้างรถจักรยานยนต์ เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้เดินไปหยิบหมวกแก๊ปสีดำของสามีเจ้าของร้านขึ้นมาสวม จากนั้นได้เดินไปถอยรถจักรยานยนต์ออกจากร้านแล้วสตาร์ทเครื่องขับขี่หลบหนีไป

โดยต่อมานางนาง เหงียนถิ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. พงษ์วิศิษฎ์ สุวรรณไตรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ารถจักรยานยนด์ ยี่ห้อ YAMAHA สีแดง หมายเลขทะเบียน กตจ 170 มุกดาหาร

ได้ถูกคนร้ายลักเอาไปจึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อติดตามรถจักรยานยนต์และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร หลังคาบ้านปลิวตกกลางถนน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอย่างมาก พัดถล่มในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะที่ชุมชนแสงอรุณ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีบ้านเรือน

ได้รับผลกระทบหลายหลัง รวมทั้งที่หลังคาปลิวหลุดออกไปจากแรงลมแต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ในเวลาต่อมานายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถกู้ภัยออกให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและเคลื่อนย้ายหลังคาบ้านที่ถูกแรงลมพัดตกลงมาขวางถนนออกจากถนนเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) จัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชศาลฯ งานประจำปี ๒๕๖๘ ปีที่ ๔๙

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 เม.ย.68) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ ประธานศาลฯ จ.ส.อ.ชริน อยู่ถาวร รองประธานฯ จ.ส.อ.สมบัติ แสวงดี กรรมการ นางเบญจาภัทร แก้วเจริญ กรรมการและเหรัญญิก นายพัลลภ บุณยตุลย์ กรรมการ-ผู้ช่วยเลขานุการ นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์ นางจิญณพัต ทำทรัพย์ กรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกันจัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชน์ ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) เนื่องในประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย และครบรอบงานประจำปี “ประเพณีวันไหล สรงน้ำเจ้าพ่อพระปรง” ประจำปี ๒๕๖๘ และในวันที่ 19 เมษายน ทุกๆปี จะเป็นการเฉลิมฉลองสมโภชแห่ “เจ้าพ่อพระปรง” รอบเมืองจังหวัดสระแก้ว โดยมีประชาชนมาร่วมเล่นน้ำกันมากกว่า 30,000 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาสงกรานต์โคราช อัญเชิญพระคันธารราฐ อายุกว่า 300 ปี แห่ไปประดิษฐานลานย่าโม ให้ปชช.ได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ พระคู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา อายุกว่า 300 ปี ออกจากพระเจดีย์ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เคลื่อนลงมาบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดิษฐานบนราชรถ

โดยมีริ้วขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ ขบวนแห่สงกรานต์ แห่ไปตามเส้นทางถนนจอมพล เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชุมพล เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน เพื่อไปประดิษฐานยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ให้พี่น้องประชาชนได้กราบสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระคันธารราฐจะประดิษฐานอยู่ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถึงวันที่ 13 เม.ย.68 เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ

ในเวลาต่อมา 17.00 น ได้แห่อัญเชิญลอดซุ้มประตูชุมพล กลับไปประดิษฐานที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร โดยในขบวนแห่อัญเชิญกลับจะมีผ้าเงินผ้าทองขนาดความยาว 557 เมตร ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมกันลากจูงไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จ.นครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคล รุ่น รวยพิเศษ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา นำโดย ดร.รังสิสวุฒิ สุวรรณ์โรจน ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคลรุ่นรวยพิเศษ ปลุกเสกโดยพระราชวัชธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท) พระวชิรญาณวิศิษฎ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปญโญ) พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ เมตตาอธิษฐานจิต และมอบเหรียญรุ่นรวยพิเศษด้านหน้าเป็นรูปท้าวสุรนารี(ย่าโม)ยืนเต็มองค์ ด้านหลังเป็นรูปครุฑ มีทองแดง 399 ลองเช่าบูชา 399บาท ทองแดงเลขเหรียญมงคล 599บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญกะไหล่เงิน เลขเหรียญมงคล 799บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้เลขเหรียญมงคล 1,099บาท จัดสร้าง 500เหรียญ ชุดไตรมงคล เลขเหรียญมงคลประกอบด้วย เหรียญทองแดง เหรียญกะไหล่เงิน เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้ 1,999 บาท จัดสร้าง 500เหรียญพิธีกรรมปลุกเสก วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า เพื่อการศึกษาสร้างความตระหนักรู้ สู่การพัฒนาเด็กพิเศษ และร่วมออกร้านโรงบุญหมายเหตุ ลำดับที่ 2,3,4 พร้อมกล่องกำมะหยี่ ส่วนลำดับที่ 1 กล่องพลาสติก เหรียญที่ได้และเลขเหรียญทุกเหรียญ ค่าจัดส่ง 49บาท/ 1-5เหรียญ สอบถามลายละเอียด โทร 044-952078 / 081-7907400

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ศรีนครจัดงานถนนคนเดินต้อนรับปีใหม่ไทย2568.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่12เมษายน2568ณ. บริเวณตลาดหลังสถานีรถไฟคลองมะพลับ ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดินของเทศบาลตำบลศรีนคร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดในการนี้ นายนิพัฒน์ เปรมพล นายอำเภอศรีนคร กล่าวต้อนรับ นายสมาน สาสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีนคร กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดงาน เทศบาลตำบลศรีนคร จัดโครงการถนนคนเดิน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งแรก

ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ช่วยเหลือประชาชน

ให้สามารถลดรายจ่ายจากการซื้อสินค้าราคาประหยัด รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด) จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค (ราคาต้นทุน)

จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) การจัดจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 40 ร้าน

กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย การแสดงดนตรี และศิลปินรับเชิญ เกมส์ อภิวัฒน์ ไมค์หมดหนี้
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ / สื่อรัฐทีวี / กองทัพภาค2 จัดการประชุมแก้ไขปัญหาโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครโคราช / จัดงานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 – 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้.-
1. ความเป็นมา : เทศบาลนครนครราชสีมา และกองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง การใช้พื้นที่ในครอบครองของกองทัพบก เพื่อจัดทำโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 โดยแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 4 ส่วน

– พื้นที่ A1 พื้นที่กองขยะและฝังกลบเดิม ขนาดพื้นที่ 41-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ. 2550 – 2567 และ เทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589- พื้นที่ A2 พื้นที่ตั้งโรงงานปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานเดิม ขนาดพื้นที่ 31-3-42 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2550 – 2589 – พื้นที่ B พื้นที่ตั้งโรงงานเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดพื้นที่ 121-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2589 – พื้นที่ C พื้นที่บ่อฝังกลบขยะมูลฝอยชั่วคราว ขนาดพื้นที่ 50-0-0 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2567 และเทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589 2. สาเหตุที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ให้เทศบาลนครนครราชสีมา งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง (ในพื้นที่ C)

เนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ของเทศบาลนครนครราชสีมา ไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง และในพื้นที่ C มีปริมาณขยะสะสม 334,863 ตัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ จากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากขยะ และเทศบาลฯ ยังไม่มีแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ชัดเจน (ซึ่งไม่เป็นไปตามการประชุมหารือในวันที่ 17 ม.ค. 68) อีกทั้ง กองทัพภาคที่ 2 ได้มีหนังสือขอให้เทศบาลฯ เร่งรัดในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น กองทัพภาคที่ 2 จึงขอให้เทศบาลดำเนินการดังนี้

1) พื้นที่ A1.1 และ A1.2 ให้เทศบาลฯ รีบดำเนินการให้เรียบร้อย
2) พื้นที่ A2 ยังสามารถดำเนินโครงการฯ ได้เหมือนเดิมตามบันทึกข้อตกลงฯ รถขนขยะอินทรีย์ สามารถนำขยะอินทรีย์มาส่งให้แก่โรงงานได้ แต่ขยะที่นอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ให้เทศบาลฯ วางแผนขนย้ายขยะไปพื้นที่อื่น ที่ไม่ใช่พื้นที่ C
3) พื้นที่ B หลังจากศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งจนถึงที่สุดแล้ว เทศบาลฯ และกองทัพภาคที่ 2 จะมาหารือร่วมกันอีกครั้ง 4) พื้นที่ C

– ให้งดเว้นการนำขยะมูลฝอยมาทิ้งในพื้นที่ C ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เป็นต้นไป
– ให้เทศบาลฯ ดำเนินการในการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฯ และสรุปประชุมในวันที่ 17 ม.ค.68 – ให้เทศบาลฯ ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และประชาชนให้งดเว้นการเข้ามาทิ้งขยะในพื้นที่ C พร้อมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ฯ 3. สรุปการประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมา และกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้.- 1) พื้นที่ C

– ให้เทศบาลฯ งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เวลา 1800 เป็นต้นไป- ให้เทศบาลฯ ดำเนินการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง2) พื้นที่ B อนุโลมให้เทศบาลฯ นำขยะมาทิ้งพักไว้ในพื้นที่ B ได้ ไม่เกินวันละ 350 ตัน- เริ่มนำขยะมาทิ้งได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 21 เม.ย. 68 (อนุโลมให้ยังไม่ต้องขนขยะออก เนื่องจากติดเรื่องการห้ามรถบรรทุกวิ่ง ช่วงสงกรานต์)- ตั้งแต่วันที่ 22–30 เม.ย.68 สามารถนำขยะมาทิ้งได้และต้องดำเนินการขนขยะออกจากพื้นที่ B (รวมถึงขยะที่นำมาทิ้งในห้วงวันที่ 12-21 เม.ย.68) ให้หมดภายในวันที่ 30 เม.ย. 68- ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 68 สามารถนำขยะมาพักในพื้นที่ B ได้ แต่ต้องดำเนินการขนย้ายขยะออกให้หมดเป็นประจำทุกวัน

ภาพ/ข่าว :กองทัพภาคที่ 2 กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 จัดงาน ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นายนพวิทย์ ควรขุนทด ส.อบจ.จังหวัดนครราชสีมา 1.จัดตั้งศูนย์อุบัติเหตุ รพ.สต.บ้านวัด 2.ระบบโครงสร้างพื้นฐานบริเวณงาน 3.การประชาสัมพันธ์พื้นที่จัดงาน อยู่พื้นที่สาธารณประโยชน์ โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา เนื้อที่จัดงาน 678 ไร่การแบ่งพื้นที่จัดงาน

  1. พื้นที่ลานจอดรถและพื้นที่บริการ 2.พื้นที่ลานพืชพันธุ์นานาชาติ 3.พื้นที่ลานพืชพันธุ์ของไทย 4.พื้นที่ลานแกนหลักเชื่อมโยงพื้นที่การจัดงานทั้งหมด
  2. การเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ระบบขนส่งสาธารณะ

1.รถไฟรางคู่ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 1 ชม.2 นาที ระยะทาง 68.7 กม.
2.รถโดยสารประจำทางใช้เวลาในการเดินทาง 57 นาที ระยะทาง 67.7 กม.
3.รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 68 กม.ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 4.จากท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 135 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 5. จากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ไปพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 120 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 40 นาที

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย 10 เมษายน 2568 – 17 เมษายน 2568 อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 9:00 น. ทางตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 17 เมษายน 2568

โดยมี นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ซึ่งในงานพิธีได้รับเกียรติจากนายสิทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน มาเป็นประธานในการเปิดโครงการ 7 วันอันตรายของตำบลบ้านสหกรณ์ และ

ได้มีนายประพัฒน์ วงศ์ชมภู ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ออนน้ำพุร้อนสันกำแพง มอบเงินสนับสนุนด่าน 5,000 บาท พร้อมกับนายดำรงชัย สุขติ๊บ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านสหกรณ์ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนในการตั้งด่าน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ได้มอบเครื่องดื่มและน้ำดื่ม

พร้อมกันนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนในการตั้งด่าน 7 วันอันตรายปี 2568 เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเที่ยวให้สนุก เมาไม่ขับเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน ที่สัญจรและใช้บริการเดินทางด้วยยานพาหนะบนท้องถนน

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ ได้ดำเนินการประสานงานไปยัง นายประเสริฐตันคำ นายกองค์การบริหารตำบลบ้านสหกรณ์ หัวหน้าชุด ชปแม่ลาย อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้และศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่

โดยได้นำกำลังพร้อมทีมงานชาวบ้านจิตอาสา เข้าร่วมปฏิบัติการจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันจัดทำแนวเขตป้องกันไฟป่า บริเวณระหว่างบ้านสหกรณ์ 6 บ้านแม่รวมหมู่ 1 ออนเหนือ อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี กฟภ.บึงกาฬ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหารและผู้อาวุโส เพื่อเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นำคณะผู้บริหารและพนักงาน

จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และรดน้ำดำหัวขอพรอดีตผู้บริหารและพนักงานที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ประจำปี 2568

เพื่อยึดโยงสายใยสัมพันธ์ลูกหม้อ กฟภ. หรือ PEA ที่ยึดถือกันเป็นธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและอัตลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่สืบทอดต่อกันมา โดยมอบหมายให้ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์

ได้เรียนเชิญอดีตผู้บริหาร นายนิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี อดีตพนักงานบัญชี และพนักงานอาวุโส นั่งให้น้องๆได้รดน้ำดำหัวขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

โดยเบื้องต้นได้อันเชิญพระพุทธรูปที่ประดิษฐานตามห้องและแผนกต่างๆ ลงมาสรงน้ำอบน้ำหอม ตามด้วยผู้เกษียณอายุราชการและคณะผู้บริหารตามลำดับต่อไป ประกอบด้วย

นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นายองอาจ หัตถแสน รองผู้จัดการฯ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์ รองผู้จัดการฯ และสุดท้ายพนักงานทุกคนก็ร่วมรดน้ำดำหัวกันเองอย่างสนุกสนาน




สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
ได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางโดยมีนายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม

นายบุญมี สุขเร่ห์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง นายสุรชาติ คำจุ้ย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง

นางวาณี เหลืองสมานกุล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางคณะผู้บริหาร,

พร้อมด้วยนายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง สมาชิกสภาฯ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม.,

ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมอำเภอโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะในประชากรและเคหะ พ.ศ.2568 ระดับพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล

โดยมี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง (ผู้แทนนายอำเภอโคกสำโรง) ให้การต้อนรับ นายบรรพต ดีเมืองสอง สถิติจังหวัดลพบุรี

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าร่วมการประชุม อสม.ทั้งหมด 155 คน จนท.สถิติ 20 คน รพ.สต. 15 คน หน.ส่วนราชการ 20 คน รวมทั้งหมด 210 คน

ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีแผนการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ ทุกๆ 10 ปี และในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเป็น รูปแบบ Digital Census

โดยให้ความสำคัญต่อการให้ประชาชนตอบข้อมูลด้วยตนเองในรูปแบบดิจิทัลเป็นลำดับแรก (Digital First Approach) ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ทางรัฐ หรือเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมช่องทางสำหรับประชาชนที่อาจจะไม่สะดวกหรือมีปัญหา/อุปสรรคในการตอบแบบสอบถามด้วยตนเองผ่านช่องทางดิจิทัล โดยการส่งคุณมาดี

ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลจำนวนสมาชิกในครัวเรือน อายุ เพศ การกระจายตัวของประชากร และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 21เมษายน – 19 มิถุนายน 2568

ซึ่งการประชุมชี้แจง ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อชี้แจงให้พนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลได้เข้าใจความเป็นมาของการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ แนวทางการปฏิบัติงานสนาม การใช้งานระบบงานจัดเก็บข้อมูลโครงการฯหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานโครงการๆ

เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามแนวทางที่กำหนด ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทำสำมะโนประชากรและเคหะในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้วางแผน กำหนด

นโยบาย การพัฒนาด้านประชากร สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อจัดหาสาธารณูปโภคและบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ รองรับความต้องการของประชาชนชาวลพบุรีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ-สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมตรวจสอบความเสียหายวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

แชร์เนื้อหานี้

29 มีนาคม 2568 เวลา 15.30 น.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายณัชฐเดช มุลาลี
นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ,ปกครองเชียงใหม่ ,ป้องกันภัยเชียงใหม่ ,
เทศบาลนครเชียงใหม่

กรมโยธาและผังเมือง จ.เชียงใหม่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกร และ สภ.เมืองชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูลรอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯ พร้อมด้วยร้อยเวร 20และกำลังสายตรวจ

ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบความเสียหาย วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว พบรอยแตกกระเทาะเล็กน้อยบริเวณ ผิวกำแพงภายในพระอุโบสถ 2 จุด(รหัสสีเขียว 🟢 ปลอดภัย)
ส่วนตัวพระธาตุเจดีย์หลวง ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่มีการชำรุดแต่อย่างใด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซม ให้กลับมาสวยงามเช่นเดิมและยืนยันถึงความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชม ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 68 นี้ ยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ปกติ ปลอดภัย   

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้กำชับให้ สถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดตรวจสอบอาคารสถานที่ ,วัดในเขต ,โรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันเหตุ และเป็นการป้องกันอาชญากรรม  จากมิจฉาชีพที่อาจก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน...

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/นายอำเภอชุมแพ เชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเที่ยวงาน บุญผะเหวด

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๕๐ น. โดยพระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าคณะตำบลนาหนองทุ่ม เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน

ได้จัดงานประเพณีบุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ,

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอชุมแพ ผู้บริหาร ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน คณะนางรำ คณะกลองยาว และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมบูรณาการจัดงานฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น

และมรดกภูมิปัญญาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยการนำของนางศิรดา มะลาสาย วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายชวดล สิงห์คำป้อง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ

เวลา ๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไปนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง ร่วมแห่พระเวสเข้าเมือง เวลา ๑๙.๐๐

นายสำราญ ศรีภา ร่วมสืบสานประเพณี บุญผะเหวด ฮีตสิบสอง สืบสานพระพุทธศาสนา และกล่าวเปิดงาน ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง-หนองม่วง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่นข่าวสร้างสรรค์ สื่อสารเพื่อท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 15.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานทอดผ้าไตรบังสุกุล ในงานฌาปนกิจศพ นายดรัสพงศ์ ดีบุญมี ณ ชุมแพ

โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น อำเภอชุมแพ เขต 3, นางปริตา เตือนจันทึก ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

พลตำรวจตรี ชัยทัต รุ่งแจ้ง อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสุภานันท์ เมืองสอน (กำนันแหนบทอง)ตำบลโนนหัน

นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นายประจวบ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ นางอรุณศรี ยิ่งยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนหันวิทยายน นางพยงค์ ศรีภา

ผู้บริหารสถาบันอาชีวะศึกษาในเครือมหานคร ,ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่205 นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธี ณ เมรุวัดแจ้งสว่างนอก ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ และฌาปณกิจศพนายดรัสพงษ์ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 พร้อมแสดงความยินดีกับประธานหอการค้าหญิงคนแรก มุ่งเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจน่าน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดน่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 โดยได้รับเกียรติจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน เพื่อเป็นการกระชับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า หอการค้าน่าน ได้ผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นรูปธรรมหลายด้าน สำหรับในปีที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดน่านดำเนินกิจกรรมในมิติต่าง ๆ ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตอนผาเวียง-ปากนาย ผลักดันการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

ผลักดันการสร้างด่านชายแดนห้วยโก๋น ผสานความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย หอการค้าน่าน เทศบาลเมืองน่าน และภาคีเครือข่าย ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยในปีนี้นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้หมดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้ คุณวัชรี(แอ๋ว) พรมทอง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยจะดำรงตำแหน่งวาระ 2 ปี ในปี 2568-2570

ด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าน่าน และภาคเอกชน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาจังหวัดน่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อันจะเป็นการสร้างการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดน่าน ทั้งนี้จังหวัดน่าน ได้รับความร่วมมือจากหอการค้า และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ โครงการพัฒนาจังหวัดน่าน

ในการยกระดับท่องเที่ยวน่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง น่านเมืองเก่าที่มีชีวิตเมืองแห่งวัฒนธรรมสู่มรดกโลก เกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงจากผลผลิตกาแฟน่าน เป็นต้น และร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดน่าน ภายใต้หลักการทำงานร่วมกัน กล่าวคือ รื้อฟื้น รักษา และพัฒนา รื้อฟื้น นำสิ่งดี ๆ ในอดีตกลับมาใหม่ รักษา สิ่งที่ทำไว้ดีอยู่แล้ว รักษาให้คงอยู่ต่อไป พัฒนา พัฒนาเมืองน่านในทุกมิติ สร้างงานใหม่/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดตัวลูกมาร่า “Patagonian mara” สัตว์สุดแปลก

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิง้ห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา สวนสัตว์นครราชสีมา ได้เปิดตัวสมากชิกใหม่ ลูก “มาร่า” หรือ พาตาโกเนียนมาร่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดูได้นำออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับมาร่าที่อยู่ในการดูแลภายในสวนสัตว์นครราชสีมา

มีจำนวนทั้งหมด 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว และ ลูกมาร่าที่เกิดใหม่ อีก 1 ตัว ซึ่งตามธรรมชาตินั้น มาร่าพบได้ในแคว้นพาตาโกเนียน ประเทศอาเจนติน่าและประเทศปรากวัย อาศัยอยู่ในบริเวณทุ่งกว้างที่มีพุ่มไม้ขึ้นอยู่กระจัดกระจาย หรือในพื้นที่กึ่งทะเลทราย เป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากคาปิบาร่าและบีเวอร์ มีนิสัยอ่อนโยน รักสงบ ออกหากินในเวลากลางวัน โดยจะกินพืช หญ้า ผลไม้ เปลือกไม้ และรากไม้

ด้านนายสัตวแพทย์สุทธิพงศ์ รัตนะ นายสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกมาร่าได้รับการตรวจสุขภาพ พบว่าสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อและแม่มาร่าเป็นอย่างดี และสามารถนำออกมาหน้าส่วนแสดงให้น้องๆหนูๆ และนักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของครอบครัวมาร่า
สำหรับ มาร่า หรือ พาตาโกเนียนมาร่า

นับว่าเข้าข่ายที่จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากการไล่ล่าสัตว์ของมนุษย์หรือโดนล่าจากสัตว์อื่นๆ เช่น เสือ สุนัขจิ้งจอก และนกล่าเหยื่อ อีกทั้งจากการแข่งกับสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ เพื่อแย่งชิงอาหาร เช่น กระต่ายยุโรป แกะ จึงทำให้พาตาโกเนียนมารามีจำนวนประชากรที่ลดลง เราจึงต้องรณรงค์และอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ _ ไลน์ ทรานสปอร์ต กับมาตรฐาน “Q Mark” การันตี 8 ปีต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) ในฐานะผู้บริหารธุรกิจโลจิสติกส์-ขนส่งทางบก ภายใต้ SVL Group พร้อมทีมงาน ได้ต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท ทีพีเอส คอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจากกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ ผศ.ดร.ทัศนีย์ สิราริยกุล นายสุรชัย ขันธมิตร และนายทรงยศ รัตนภวนนท์ ในการเข้าตรวจประเมินการรับรอง “Q Mark” ประจำปี 2568 หรือมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก ซึ่งกำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก ในปี พ.ศ.2552 เพื่อยกระดับการบริการขนส่งสินค้าทางถนนในประเทศไทย

โดยครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป การประเมินครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ องค์กร การปฏิบัติการขนส่ง พนักงาน ยานพาหนะ และลูกค้า สรุปผลคือ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ผ่านการประเมินมาตรฐาน Q Mark ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และเตรียมรับตราสัญลักษณ์จากกรมการขนส่งทางบก โดยการตรวจประเมินล่าสุด ณ พื้นที่บริการ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาดของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ.2568 จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 19.00 นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (อำเภอชุมแพ เขต 3) ร่วมงานประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ.2568

โดยนายไกรสอน กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ มีผู้มาร่วมงานจำนวนมากทั้งส่วนราชการ เอกชน องค์กรชาวบ้าน เช่น นายสิงหภณ ดี

นาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย นายนาวิน คำเวียง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิรุตติ์ ปานนาค รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คนที่ 1 อัยการจังหวัดชุมแพ,

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ, พัฒนาการอำเภอชุมแพ , ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น, ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอชุมแพ, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด,

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสะอาด ,นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน, ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไผ่, กำนันตำบลโนนหัน ผู้นำท้องถิ่นและท้องที่ องค์กรกิ่งกาชาด

และองค์กรภาคประชาชน เป็นต้น นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ ขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ กล่าวถึงงานประเพณีกาชาดรวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 โดยมีส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และกิ่งกาชาด เป็นหลักนั้น ยินดีที่ประชาชนมาอย่างเนื่องแน่น

วินนิวส์/ข่าว/สมมาตร์ แอมไร่/ภาพ /ศูนย์ข่าวสื่อรัฐทีวีจังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว จ่ากบชุมแพ จ.ขอนแก่น

เทศกาลงานประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน ระหว่าง 15-22 มีนาคม 2568 ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 18.15 น.นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568และได้มอบโลห์เกียรติยศให้แก่บุคลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอชุมแพ ปีนี้ได้พิจารณาคัดเลือกศิลปิน แซ็ก ชุมแพเป็นผู้ได้รับรางวัล คนดี ศรีขอนแก่น โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพกล่าวรายงานและ

วัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ส่งเสริมสินค้าการเกษตร สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ภายในงานมีกิจกรรมวิถีชีวิตของชาวชุมแพ กล่าวถึงประวัติศาสตร์ศิลปะวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่และแสดงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่น จัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ประกวดไก่สวยงาม ประส้มตำลีลา การปรุงอาหาร ลาบ ก้อย หม่ำ ไส้กรอก อาหารพื้นบ้านซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนชาวชุมแพพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 ขอนแก่น พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรักษารัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษา

นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานการศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิการกุศล จนเสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

ภาพ/ข่าว จ่ากบชุมแพ จ.ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พร้อมใจทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง จ.ลพบุรี /โครงการชุมชนตำบลยั่งยืนแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่14 มีนาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์โรงเรียนโคกสำโรง ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพพบุรี
นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาเดินทางถึงบริเวณจัดงาน มอบบริจาคสิ่งของต่างๆช่วยการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง พร้อมด้วย นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขตุ 4 พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผกก.สภ.โคกสำโรง

พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.
นายแพทย์นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นางกาญจนา สุขกำเนิด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี นางกิติพร แต่งชุ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง นายสำรวย งามขำ กำนันตำบลโคกสำโรง คณะกรรมการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง และประธานอุปถัมภ์ พ่อค้า ประชาชน คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง

ทั้งนี้ได้กราบนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ทอดผ้าป่า และฉันภัตตาหารเพล วัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนมีทุนใช้จ่ายเพียงพอและเพิ่มวิชาความรู้ให้กับเด็กนักเรียน เพื่อเด็กนักเรียนจะได้มีความรู้ มีประสิทธิ์ภาพเมื่อนักเรียนจบออกไป นำความรู้จากการเรียนไปใช้ในโอกาสภายภาคหน้า

ทางด้านนางสาวรัตติญา นวลจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกสำโรง จึงได้ประชุมคณะครู กรรมการโรงเรียนโคกสำโรง ผู้ปกครอง มีความเห็นตรงกันจึงต้องจัดหาทรัพย์เพื่อจ้างครูวิชาเอกนาฏศิลป์ มาสอนเสริมให้ความรู้แก่บุตรหลาน วิชานาฏศิลป์ จะต้องอยู่คู่กับคนไทย และนักเรียนโรงเรียนที่เรียนจบจากโรงเรียนโคกสำโรง จึงได้จัด โครงการระทมทุน เพื่อรวบร่วมทรัพย์เพื่อการศึกษาในครั้งนี้
และทางคณะครูนักเรียนยังได้รับการอุปถัมภ์จากนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ห้างกิจนิยม) นำเครื่องดนตรีไทยที่มีอยู่ แต่เกิดการชำรุดเสียหายลงบ้าง จึงได้นำเครื่องดนตรีไทยเหล่านั้นไปซ่อมแซมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้กลับมาใช้งานได้ดี และเป็นประโยชน์แก่เด็กนักเรียนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

โครงการชุมชนตำบลยั่งยืนแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

12 มีนาคม 2568 เวลา 16.00 น. ที่วัดท่าม่วง บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผกก.สภ.โคกสำโรง
พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม
รอง ผกก.ป.ฯ
พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร
สวป.ฯ
พร้อมชุดปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์
พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์
สวป.(ชส.)ฯ
ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์
รอง สวป.(ชส.)ฯ
ร.ต.ท.พรชัย ธรรมวริทธิ์
รอง สว.(ป.)ฯ
ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย
ผบ.หมู่(ป.)ฯ
ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ
ผบ.หมู่(ป.)ฯ
ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพ

ผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ประชาชน อสม. ร่วมพิธีเปิดโครงการโครงการดำเนินการตําบลยั่งยืนกว่า 200 คน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดลพบุรี และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1

ได้จัดทำดำเนินการชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามแบบยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำความสุขสู่ชุมชน หมู่บ้านท่าม่วง หมู่ที่ 1 และบ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และประเทศชาตินั้นทุกภาคส่วน จะประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ผู้นำชุมชน หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานเข้าเจ้าของหมา นายอำเภอ อบต.ชงเรื่อง ตม.จ่อพิจารณาเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศ / พบ “เลียงผา” อวดโฉมสายตานักท่องเที่ยวบนเขาสามร้อยยอด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่8มีนาคม2568 นายสุทินประเสริฐศักดิ์นายอำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มอบหมายให้นายณัฐพงษ์ไกรนราปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เสียหาย ประชาชนที่เดือดร้อนเข้ามาประชุมที่ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์ โดยมี พตท.วรพงษ์ ชาวแพะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.อำเภอบางสะพาน นางสาวจินตาคงแป้น เจ้าพนักงานสาธารณสุขประจำองค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์  คุณธนพล อาภรณ์รัตน์   ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์พร้อมกับผู้เสียหายประชาชน นักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางแก้ไขและหาทางออกในเรื่องนี้
  กรณี นายโรฟ วีเบอร์ นักท่องเที่ยวชาวสวิดเซอร์แลนด์พร้อมเพื่อนๆทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางสะพาน ถูกหมาของนายมาเทียสเพื่อนร่วมชาติกัดขณะเดินเล่นตามชายหาดเป็นครั้งที่สองนั้น

สาสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมชาวบ้านในพื้นที่ร่วมชี้แจงเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดซ้ำซากอยู่บ่อยครั้ง และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไป เนื่องจากที่ผ่านมา อบต.มีการประชุมร่วม มีมติสั่งห้ามนำหมาเดินเล่นโดยไม่มีเชือกปลอกคอ และให้นำหมาที่เคยกัดนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่จนกว่าคดีจะสิ้นสุด แต่มีการฝืนคำสั่งประกาศอยู่บ่อยครั้งและเรื่องยังอยู่ในขบวนการของศาลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยที่จะนัดในวันที่ 11 มีนาคม2568ที่จะถึงนี้แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำสองอีก ส่วนกระบวนการทางกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเรียกนายมาเทียสเจ้าของหมาเข้าให้ปากคำเพิ่มอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นคดีลหุโทษ ก่อนจะส่งสำนวนคำสั่งฟ้องทางปกครองต่อ

ส่วนผลการเจรจาระหว่างหน่วยงานกับกลุ่มชาวบ้านและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่ทราบว่า เสนอให้มีการประชุมหมู่บ้านเพื่อทำประชาพิจารณ์ประชาคมผู้มีส่วนได้เสียต่อเหตุการณ์ดังกล่าวในวันที่ 9 มีนาคม 2568ที่ศาลาหมู่1 ส่งถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณา ด้านนายณัฐพล ปลัดอำเภอบางสะพานกล่าวว่าได้รับคำสั่งของท่านนายสุทินประเสริฐศักดิ์นายอำเภอบางสะพานให้มาดูเรื่องนี้ จากผู้เลี้ยงสุนัขในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านหลายครั้งซึ่งครั้งนี้ก็ได้ไปแจ้งข้อกล่าวหาไว้แล้วที่โรงที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางสะพานและก็

ได้ส่งตัวผู้บาดเจ็บที่โดนสุนัขกัดไปตรวจที่โรงพยาบาลบางสะพานทางร้อยเวรก็รอผลตรวจอยู่เพื่อจะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไปซึ่งในการพูดคุยกันวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบได้รับความเดือดร้อนก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมพูดคุยเจรจาแล้วเพราะเคยพูดคุยไกล่เกลี่ยมาหลายครั้งแล้วไม่เคยปฏิบัติตามเลยแม้แต่ครั้งเดียวพวกเราจะขอดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ในส่วนทางอำเภอบางสะพานจะรวบรวมรูปถ่ายวีดีโอที่ชาวบ้านและผู้ที่เสียหายได้ผลกระทบในการกระทำผิดต่างๆที่ผ่านมาและในครั้งนี้ เพื่อส่งให้ท่านนายอำเภอ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์รวบรวมส่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม)พิจารณาวีซ่าเข้าประเทศของนายมาเทียสต่อไป ณัฐพงษ์ไกรนาราปลัดอำเภอกล่าว


พบ “เลียงผา” อวดโฉมสายตานักท่องเที่ยวบนเขาสามร้อยยอด สะท้อนความสมบูรณ์พื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์แห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68 นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ระหว่างการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบ “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ปรากฏตัวอยู่บนยอดเขาหินปูนสูงชัน บริเวณเขาลูกน้อย (สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ) หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จากระยะไกล นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ เลียงผา (Serow) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเยียงผาหรือโครำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Bovidae ที่มีวิวัฒนาการทางร่างกายเหมาะสมกับการอาศัยอยู่บนหน้าผาและภูเขาสูงชัน ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) และได้รับการคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวนตามกฎหมายไทย


“อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 98,000 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย (Ramsar Site) ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งภูเขาหินปูน ป่าชายเลน ทุ่งหญ้า และพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะนกน้ำและนกอพยพกว่า 300 ชนิด การพบเลียงผาออกหากินในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์และการทำงานอย่างทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า พร้อมเน้นย้ำขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ” นายพิศิษฐ์ กล่าว.
นอกจากความสำคัญด้านระบบนิเวศแล้ว เขาสามร้อยยอดยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบฯ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ถ้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ. จัดโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป็นประธานเปิดงานโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.)

โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภออำเภอทับสะแก นายชัยยศ หาญอมร ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ นางลาวัลย์ คงแสงบุตร หัวหน้ากองบริหารงานชุมชนสัมพันธ์ นายฉัตรชัย มหาโพธิ์ผช.สาธารณสุขอำเภอ นายเชาว์
เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง

นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นางกาญจนา ศุภานุสนธิ์กำนันตำบลทับสะแก นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่พนักงาน กฟผ.ร่วมกิจกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.

ได้ดำเนินภารกิจหลักในการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อความสุขของคนไทย มาโดยตลอด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาความบกพร่องทาง สายตาในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ “โครงการแว่นแก้วเฉลิมพระกียรติ”

เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมกับ พันธมิตร ดำเนินการออกหน่วยบริการวัดสายตาประกอบแว่นโดยไม่คิดมูลค่าให้กับผู้มีปัญหาทางด้านสายตา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อยมาจนถึงปัจจบัน นับเป็นปีที่ 22 โดยให้บริการออกหน่วยทั่วทั้งประเทศมาแล้ว กว่า 573 ครั้ง ครอบคลุม 70 จังหวัด และได้ให้ความช่วยเหลือแก่ ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาไปกว่า 346,000 แว่นตา

สำหรับในปี 2568 กฟผ. ได้จัดทำโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ
เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลอง พระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 มีเป้าหมายในการดำเนินงาน ปี 2568 จำนวน 35,000 แว่นตา

กิจกรรมในครั้งนี้ กฟผ. ร่วมกับพันธมิตรดำเนินการออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 6-7 มีนาคม 2568 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ มี เป้าหมายสนับสนุนแว่นตา จำนวน 1,000 แว่นตา

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649645443