คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /คณะแพทย์ฯ เข้าเยี่ยม “พระสมคิด” ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐมคณะแพทย์โรงพยาบาลนครปฐม/พร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา

แชร์เนื้อหานี้

คณะแพทย์ฯ เข้าเยี่ยม “พระสมคิด” ผู้สื่อข่าว จังหวัดนครปฐมคณะแพทย์โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลกำแพงแสนนำเช้ากระเช้าเยี่ยมพระสมคิด สุจิตโต ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

 วันนี้ (22 มกราคม 2568) ที่ตึกใหม่  ห้องพิเศษ  ชั้น 7  โรงพยาบาลกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม มอบหมายให้คณะแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลนครปฐม  นำกระเช้าเดินทางมาเข้าเยี่ยมอาการอาพาธของ พระสมคิด สุจิตโต ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม ที่ได้บวชถวายพ่อหลวง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีนายณัฏฐ์คเณศ คงคาเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงแสน พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมสอบถามอาการอาพาธของพระร่วมด้วย
นอกจากนี้  ในช่วงเช้า ยังมี นายธีระ วรรณเกตุศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา พร้อมคณะครูโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา นำกระเช้ามาเข้าเยี่ยมอีกด้วยคณะผู้บริหาร บ.หนองพงนก เบเกอรี่ แอนด์ ฟูด จำกัด จัดกิจกรรมไหว้เจ้าตรุษจีน พร้อมแจกโบนัสพนักงานกว่า 300 คน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ตรงกับวันตรุษจีน โดยมีนายสมัชชา  ศรีทันดร  เจ้าของโรงงานเค้กหนองพงนก  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท หนองพงนก เบเกอรี่ แอนด์ ฟู้ด จำกัด จัดกิจกรรมพิธีไหว้เจ้าตรุษจีน และจับฉลากของขวัญปีใหม่พร้อมด้วยโบนัสให้พนักงานกว่า300 คน

ขอให้ทุกคนพบเจอแต่ความสุข "สมหวัง"  เราเหนื่อยมาด้วยกัน  โตมาด้วยกัน มีความสุขไปด้วยกัน เริ่มต้นจากมีพนักงานไม่ถึง 10 คน จากเค้กโบราณ ขนมเค้กที่ขายในชุมชน ในอำเภอกำแพงแสน จนวันนี้ ขายไปทั่วประเทศ โด่งดังไปทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นมากมาย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 มกราคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด หัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาของโรงเรียนบ้านหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน เพื่อติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาพื้นที่จังหวัดน่าน

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผญบ.สาวหล่อหนองปลาไหล จับมือคู่รักเข้าที่ว่าการฯ ประเดิมสมรสเท่าเทียมคู่แรก อ.บางละมุง/ชีวิตไม่ท้อ! คู่รักวีลแชร์เปิดหมวกหารายได้ยังชีพประทังชีวิตพร้อมแมวน้อย “มาร์แชลและอลิซ”/บริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่กรมปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ขับเคลื่อนการดำเนินการกฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มกราคม 2568 เพื่อมอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมายนั้น

วันที่ 23 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศห้องทะเบียนราษฎร์ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก คู่รัก LGBTQ ในพื้นที่ต่างพากันควงแขนออกมาจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ไก่โห่ ด้านอำเภอบางละมุงก็ได้จัดเตรียมความพร้อมของสถานที่และเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เพียงพอ สะดวกและรวดเร็วด้วยเช่นกัน

นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง เผยว่า ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ 24 พ.ศ 2561 ให้มีการบริการประชาชนบนหลักการความเสมอภาคและเท่าเทียม ด้วยการจดทะเบียนคู่รัก LGBTQ พร้อมกันทั้ง 878 อำเภอทั่วราชอาณาจักร ในวันที่ 23 มกราคม 2568 นั้น

วันนี้เป็นวันที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มใช้เป็นวันแรก ซึ่งสามารถทำให้บุคคลไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายมีความเท่าเทียมกัน โดยผู้ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรส สามารถเดินทางไปจดทะเบียนสมรสได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วไทย สำนักงานเขต 50 เขตในกรุงเทพมหานคร รวมถึงสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ

มีรายงานด้วยว่า สำหรับคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมเป็นคู่แรกของอำเภอบางละมุงได้แก่คู่ของนางวิลาวัลย์ เทียบทัน ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองปลาไหล ที่จูงมือคนรัก น.ส.วรินธร บุญเสมอ มาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมพร้อมรอยยิ้มและความปิติยินดี ก่อนเผยว่า

“ทั้งคู่ได้คบหาดูใจกันมากว่า 6 ปีแล้ว เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านใช้อย่างเป็นทางการ จึงชวนกันมาจดทะเบียนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กันและกัน รู้สึกดีใจและตื่นเต้นเพราะรอเวลานี้มานาน หลังจากนี้จะคุยกันว่าจะจัดงานแต่งงานอย่างไรต่อไป แต่ยืนยันว่ามีการจัดงานแต่งอย่างแน่นอน” ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หนองปลาไหล กล่าว

ชีวิตไม่ท้อ! คู่รักวีลแชร์เปิดหมวกหารายได้ยังชีพประทังชีวิตพร้อมแมวน้อย “มาร์แชลและอลิซ”

ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังถนนเลียบชายหาดพัทยาพัทยา บริเวณฟุตปาธริมทะเล ตรงข้าม สภ.เมืองพัทยา ได้พบกับคู่รักคนพิการนั่งรถวีลแชร์เปิดหมวดร้องเพลงหารายได้ โดยมีเจ้าแมวน้อย 2 ตัวนอนอยู่บนที่นอนใกล้กันเพื่อดึงดูดความสนใจ

จากการพูดคุยสอบทราบทราบชื่องทั้งสอง คือ นายธนวัฒน์ แก่นแดง อายุ 47 ปี และอลิสา พุ่มศิลป์ 21 ปี ทั้งสองเป็นคู่รักที่จะพากันลากรถวีลแชร์มาเปิดแสดงความสามารถร้องเพลงเปิดหมวก พร้อมแสดงหลักฐานบัตรวณิพกสามารถหากินในพื้นที่สาธารณะได้มายืนยัน ก่อนนายธนวัฒน์ จะให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาเคยใช้รถเข็นสามล้อจำหน่ายผลไม้ให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณริมชายหาดพัทยา

ก่อนภาครัฐจะกวดขันจับกุมเลยเปลี่ยนเป็นการแสดงเปิดหมวกร้องเพลงแสดงความสามารถแทนเนื่องจากตนเองมีบัตรวณิพกอยู่แล้ว โดยแต่ละวันจะใช้รถหัวลากรถวีลแชร์จากบ้านมาที่ชายหาดพัทยาเป็นประจำทุกวันตั้งแต่เวลา 19.00-00.00 น. แล้วจึงกลับบ้าน เพื่อหารายได้มาใช้จ่ายประจำวันสำหรับตนเองและแฟนสาวรวมทั้งค่าใช้จ่ายของแมวที่เลี้ยงไว้จำนวน 2 ตัว

โดยตัวหนึ่งเป็นแมวสายพันธุ์เปอร์เซีย สีส้ม เพศผู้ อายุประมาณ 2 ปี ชื่อ “มาร์แชล” และอีกตัวเป็นแมวสายพันธุ์เปอร์เซียเช่นกัน สีขาว เพศเมีย ชื่อ “อลิซ” อายุประมาณ 3 เดือน โดยต้องพาออกมาเปิดหมวกด้วยทุกครั้งที่ออกทำการแสดงร้องเพลงมาหารายได้ ซึ่งสร้างความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี

บริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัยเพื่อความเป็นสิริมงคล

เวลา 09.19 น.วันที่ 22 ม.ค.68 ที่บริเวณหน้าโครงการ เดอะชิลด์ พัทยา นายไพศาล แซ่โซว และคุณสุมาลี โล่ห์ชัยสกุล ผู้บริหารบริษัทในเครือโชคชัยกรุ๊ป พร้อมด้วย นายพีระโรจน์ โล่ห์ชัยสกุล ผู้บริหารห้าง The Chilled (เดอะ ชิลด์) ซอยเขาน้อย ได้จัดพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหมโชคชัย โดยได้รับเกียรติจากนายสุวัจชัย อัญชลีวิวัฒน์ และคุณวันดี อัญชลีวิวัฒน์ ผู้บริหารโรงแรมในเครืออัญชลีวิวัฒน์ กรุ๊ป ร่วมเป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ ในพิธีได้ทำการบวงสรวงโดยคณะผู้บริหารได้จุดธปเทียนบูชาเทพยดาฟ้าดิน ก่อนคณะนางรำจะรำถวายเบิกฤกษ์เบิกชัย จากนั้นคณะโหรา นำโดย โหราจารย์ เอกณัฏฐ์ เรืองเดชธนาวุฒิ (พญาแสนเมือง ศรีสัตตนาคราช) ได้ประกอบพิธีไหว้ครูบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดธรณีอัญเชิญเทพเทวาตามลำดับพิธี ก่อนเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดบุญสัมพันธ์

สำหรับ ท้าวมหาพรหมโชคชัย ที่ทำพิธีบวงสรวงในวันนี้ ขนาดหน้าตักกว้าง 25 นิ้ว ความสูง 1 เมตร จัดสร้างและสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการดำเนินธุรกิจและครอบครัว ตลอดจนพนักงานและบุคคลากรในเครือ รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้สักการะ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากแขกเหรื่อเข้าร่วม อาทิ นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยใหญ่ นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ คณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทร.อีสาน ร่วม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิด “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน”

แชร์เนื้อหานี้

มุ่งสร้างความเข้มแข็งในทุกมิติและเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยใช้ฐานความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดพิธีเปิด “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน” ณ คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมี นายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวต้อนรับดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, พลตรี นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2, พันเอก พงศ์กฤษฏ์ รุจิโยธิน รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21, นายสัตวแพทย์พศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา, ผู้แทนประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, คุณปิยวรรณ ดาษสกุล ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา, ศาสตราจารย์ ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค:ภาคตะวันออกฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการและแขกที่เข้าร่วมงาน จากนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เฉลิมพล เยื้องกลาง คณบดีคณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร กล่าวรายงานที่มาและความสำคัญของโครงการ และได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานและมอบป้ายศูนย์วิจัยชุมชน

สำหรับที่มาของการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน” เกิดขึ้นจากคณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีภารกิจในการสนับสนุนการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยชุมชน” ผ่านเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ในพื้นที่หนองระเวียง คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ที่มีความพร้อมขององค์ความรู้จากผลงานวิจัย และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่คณาจารย์ในด้านการเรียนการสอนให้กับนักศึกษา ชุมชนและสังคม จึงรับเป็นผู้ประสานงานการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน โดยใช้ฐานความรู้จากการวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้ครอบคลุมอย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบศูนย์วิจัยชุมชน

โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สำหรับการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน นับเป็นศูนย์วิจัยชุมชนฯ แห่งที่ 15 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทาง วช. มุ่งหวังว่าจะเป็นศูนย์วิจัยชุมชนฯ ที่สามารถสร้างความเข้มแข็งและแก้ปัญหาของชุมชนได้ เป็นที่ทราบกันดีว่า “โคเนื้อ” เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและภาคอีสาน ปัจจุบันมีจำนวนโคเนื้อกว่า 10 ล้านตัว (ร้อยละ 55 เลี้ยงในภาคอีสาน) และมีเกษตรกรไม่น้อยกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน ที่ยึดเป็นอาชีพหลัก ช่วงปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า ราคาโคเนื้อขยับเพิ่มขึ้น แต่ยังพบว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ได้กำไรน้อยมาก ทั้งนี้เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ดังนั้น ความรู้จากงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ที่สำคัญๆ ได้แก่ เทคโนโลยีการผสมพันธุ์เพื่อผลิตลูกโค/ฟิคไทม์ เอไอ อาหารโคขุนต้นทุนต่ำ เทคนิคการแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อโค และอื่นๆ ซึ่งได้ถูกรวบรวมขึ้นโดย ศูนย์วิจัยชุมชนฯ แห่งนี้จะก่อให้เกิดผลผลิต ผลลัพธ์ และวิถีผลกระทบและความสำเร็จ หรือ impact pathway ขึ้น

ในนามของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ขอชื่นชมพลังแห่งความร่วมมือของเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นักวิจัย วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานโคเนื้อทุกๆ ท่าน ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสานในวันนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางของการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม นำไปแก้ไขปัญหาการผลิตโคเนื้อ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป” ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนโคเนื้อแห่งภาคอีสาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางและเผยแพร่องค์ความรู้ จากงานวิจัยและนวัตกรรม อีกทั้งยังเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกประสบการณ์ และเสริมสร้างทักษะจากงานวิจัยสู่นวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ในการต่อยอด สู่เชิงพาณิชย์ช่วยให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต อย่างมีเสถียรภาพ ยั่งยืน และกระจายรายได้สู่สังคม และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายภาครัฐในการจัดตั้ง ศูนย์วิจัยชุมชน ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศซื้อขายชุดแดงตรุษจีนพัทยายังไม่คึก ผู้ประกอบการชี้ปีนี้เงียบ/คนพัทยาซื้อทอง เก็บ หลังปีใหม่ราคาพุ่งกว่า 1,000 บาทรับตรุษจีน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดลานโพธิ์ นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รายงานบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่ออกมาเลือกซื้อชุดแดงเพื่อสวมใส่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2568 ในเมืองพัทยา พบว่าช่วงก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้มีประชาชนออกมาเลือกซื้อชุดแดงตรุษจีนไม่คึกคักเท่าไรนัก

สอบถามเจ้าของร้านปู บูติค นาเกลือ เล่าว่า บรรยากาศซื้อขายชุดแดงตรุษจีนปีนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วถือว่าเงียบกว่ามาก คาดว่าหยุดยาวปีใหม่หลายวันทำให้คนยังไม่ออกมาจับจ่ายใช้สอย แต่เชื่อว่าเมื่อใกล้วันจ่ายจะมีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่านี้ เพราะแต่ละปีวันจ่ายจะมีลูกค้ามาเลือกซื้อชุดเพื่อสวมใส่ในเทศกาลเป็นจำนวนมาก

เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ในวันเสาร์ที่ 25 และวันพุธที่ 29 มกราคม 2568 โดยในวันที่ 25 มกราคม 2568 มีการประกวด ตี๋-หมวย ไชนีส ชิงทุนการศึกษารวม 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและสายสะพาย พัทยาที่ลานกิจกรรมสวนสาธารณะลานโพธิ์ (นาเกลือ) การแสดงมังกรและสิงโต การแสดงวงดนตรีจากวงเซฟแพลนเน็ต วันที่ 29 มกราคม 2568 มีพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษเทศกาลตรุษจีนเมืองพัทยา ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ศาลาว่าการเมืองพัทยา อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พัทยา) เขา ส.ทร.5 (พัทยา) และมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน นาเกลือ

คนพัทยายังซื้อเก็บหลังปีใหม่ราคาพุ่งกว่า 1,000 บาทรับตรุษจีน ปธ.ชมรมร้านทองพัทยาชี้สถานการณ์โลกยังคงทำราคาทองผันผวน

ด้วยใกล้เข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2568 คนไทยเชื้อสายจีนมีกนิยมซื้อทองคำและทองรูปพรรณให้บุตรหลาน ตลอดจนเจ้าของกิจการซื้อให้ลูกน้องเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่รายงานบรรยากาศร้านทองพัทยา

ทั้งนี้ จากการสอบถามนายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านทอฃเทืองพัทยา ในฐานะเจ้าของห้างทองทองดีเยาวราช ปากซอย 9 ถนนพัทยากลง เปิดเผยว่า ราคาทองมีความผันผวนในช่วงก่อนปีใหม่จะอยู่ที่ประมาณบาทละ 43,000 กว่าบาท แต่พอเลยปีใหม่แล้วมีการปรับขึ้นถึง 44,000 กว่าบาท คือราคาขึ้นถึงพันบาท ทำให้ช่วงนี้ราคาทองแพง

แต่ด้วยเศรษฐกิจต่างๆ ที่กระเตื้องขึ้น ทำให้คนนิยมซื้อเพื่อออมทองเก็บไว้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ประชาชนซื้อทองและสะสมทองกันมากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้ประชาชนรู้จักใช้จ่าย และหันมาเก็บเงินเก็บทองมากขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ราคาทองคำจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่องด้วยสถานการณ์โลก ทั้งมีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีคนใหม่ผู้นำสหรัฐฯ ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบปัญหาในประเทศตะวันออกกลาง สงครามรัสเซียและยูเครน ทั้งหมดนี้มีผลต่อราคาทองคำด้วยเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวง ฟังเสียงประชาชนรอบ 2 เดินหน้าปรับปรุงทางหลวง 1026 บ.ผาเวียง-บ.หนองห้า จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (17 มกราคม 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน นางพิมลพันธุ์ จันโทภาส นายอำเภอนาน้อย เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (การสัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงบนทางหลวงหมายเลข 1026 ตอน บ.ผาเวียง – บ.หนองห้า เพื่อนำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมของโครงการ ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ผลการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน และแผนการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการศึกษาของโครงการฯ จากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1026 ประมาณ กม.17+000 และจุดสิ้นสุดบนทางหลวงหมายเลข 1026 ประมาณ กม.31+100 มีระยะทางประมาณ 14.1 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดน่าน จำนวน 2 อำเภอ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลส้าน อำเภอเวียงสา และตำบลน้ำตก ตำบลศรีษะเกษ
อำเภอนาน้อย โดยปัจจุบันถนนโครงการมีขนาด 2 ช่องจราจร แต่บริเวณจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของถนนโครงการเป็น 4 ช่องจราจร ในการพิจารณาการพัฒนาโครงการ จึงมีการศึกษาความเหมาะสมของจำนวนช่องจราจรของถนนโครงการ โดยมีรายละเอียดดังนี้

รูปแบบที่ 1 ถนน 3 ช่องจราจร โดยจะแบ่งช่องจราจรสำหรับรถด้านขึ้นเขา 2 ช่องจราจร เพื่อให้รถสามารถเร่งแซงกันขึ้นเขาได้ ส่วนรถด้านลงเขามี 1 ช่องจราจร โดยมีเกาะกลางกั้นเพื่อความปลอดภัย ซึ่งรูปแบบนี้ทำให้ต้องมีการจัดการจราจรโดยมีการสลับช่องจราจรไป-มา ระหว่างด้านขึ้นเขา และด้านลงเขา
รูปแบบที่ 2 ถนน 4 ช่องจราจร โดยจะแบ่งช่องจราจรสำหรับรถด้านขึ้นเขาและรถด้านลงเขา ฝั่งละ 2 ช่องจราจร โดยมีเกาะกลางกั้นเพื่อความปลอดภัย
ซึ่งผลการพิจารณาจำนวนช่องจราจรตามหลักเกณฑ์ในด้านต่างๆ พบว่า รูปแบบที่ 2 ถนน 4 ช่องจราจร มีความเหมาะสมที่สุด โดยมีช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ข้างละ 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตรมีเกาะกลางแบ่งทิศทางจราจร กว้าง 2.60 เมตร เพื่อสามารถรองรับรถทั้งสองทิศทางที่ใช้ความเร็วที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความคล่องตัว และรองรับปริมาณจราจรในอนาคต

ส่วนการคัดเลือกรูปแบบเกาะกลางของโครงการสำหรับพัฒนาโครงการ มี 4 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบที่ 1 เกาะกลางแบบเกาะสี (Paint Median) จะเป็นเกาะกลางที่แบ่งทิศทางจราจรแบบทาสีตีเส้นบนผิวจราจร ความช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบทาสีตีเส้น กว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) รูปแบบที่ 2 เกาะกลางแบบราวกันอันตราย จะเป็นเกาะกลางแบบราวกั้น ติดตั้งที่ผิวจราจรบริเวณ เกาะกลาง ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร และมีเกาะกลางแบบราวเหล็กกันอันตราย กว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้ามเกาะตัดกระแสจราจร ซึ่งจะกำหนดจุดกลับรถเป็นระยะ

รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) เป็นเกาะกลางที่มีกำแพงคอนกรีตติดตั้งบริเวณเกาะแบ่งทิศทางจราจรหรือป้องกันไม่ให้รถวิ่งข้ามเกาะตัดกระแสจราจร ความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีตกว้าง 2.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) รูปแบบที่ 4 เกาะกลางแบบยก (Raised Median) เป็นเกาะกลางแบบถมดิน เพื่อแบ่งทิศทางจราจร เพื่อป้องกันไม่ให้รถวิ่งข้ามเกาะ ตัดกระแสจราจรความกว้างช่องจราจร 3.50 เมตร และไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร มีเกาะกลางแบบยกถมดิน กว้าง 4.60 เมตร (รวมไหล่ทางด้านใน) โดยความกว้างของเกาะสามารถออกแบบช่องจราจรเพื่อรอเลี้ยวกลับรถได้อย่างเพียงพอ ไม่กีดขวางช่องจราจรของรถทางตรงในบริเวณจุดกลับรถและ ทางแยกต่างๆ

ซึ่งจากผลการพิจารณารูปแบบเกาะกลาง พบว่า รูปแบบที่ 3 เกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต (Barrier Median) มีความเหมาะสมที่สุด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศทั้งสองข้างทางเป็นภูเขาสลับเขาสูง ซึ่งเกาะกลางแบบกำแพงคอนกรีต จะช่วยป้องกันรถที่ทิศทางสวนกันชนกันได้ดีที่สุด เหมาะกับการจราจรที่ใช้ความเร็วสูงหรือในบริเวณทางโค้ง และยังสามารถขยายช่องจราจรเพิ่มเติมด้านข้างได้ง่ายในอนาคต

สำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ สำรวจและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยมีประเด็นที่ศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต ซึ่งจะนำไปศึกษาต่อในขั้นรายละเอียด (EIA) เพื่อเตรียมกำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจาก

ทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมีกำหนดจัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 ในช่วงประมาณเดือนเมษายน 2568 และกำหนดจัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาในทุกด้านให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ www.ทล1026ผาเวียง-หนองห้http://xn--g4c.com/ และแฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทล1026ผาเวียง-หนองห้า หรือ Line Official : @412pqbgd/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/เอกเอเชีย รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมาได้จัดทำมาตรการตามแผนส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์เพื่อสร้างความอบอุ่นในช่วงอากาสหนาวเย็น

แชร์เนื้อหานี้

จากอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่านานาชนิดที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้จัดทำมาตราการตามแผนส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในการดูแลอย่างเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ฟางและกระสอบรองพื้นที่สัตว์พักผ่อน เพื่อเพื่มความอบอุ่นและลดความเย็นจากพื้น อีกทั้งยังติดหลอดไฟเพื่อกระจายความร้อนในพื้นที่กรง และคอกที่สัตว์พักผ่อนในช่วงเวลากลางคืน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ค่างห้าสี ชะนี ลิง คาปิบาร่า รีเมอร์ จิ้งจอกทะเลทราย แมวเล็ก งู เต่า และเก้งกวาง เป็นต้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม คึกคัก รับรางวัลถ้วนหน้า

แชร์เนื้อหานี้

บูทโครงการคนละลูก งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม คึกคัก รับรางวัลถ้วนหน้า โครงการคนละลูกออกบูทวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 ธีม สานฝันน้อง สู่นักกีฬาทีมชาติไทย สนามหน้าเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วป่า ในธีม สานฝันน้อง สู่นักกีฬาทีมชาติไทย ภายในบูท มีนิทรรศการกีฬา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้น้อง มาสนใจกีฬา

มีการเล่นเกม รับรางวัล อย่างจุใจ นายสันติสุข ณ ถลาง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองตะกั่วป่า(คนที่ 4 ขวามือ) เยี่ยมชมบูทโครงการคนละลูก มีนายสหัส ตัณฑสมบูรณ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดพังงา(คนที่ 5 ขวามือ) ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว โครงการมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก สนามหน้าเทศบาลเมืองตะกั่วป่า และลานกีฬาเทศบาลตำบลบ้านแปะ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้น้องๆ ได้มีความสนุก และมีความสนใจในการกีฬา เพื่อมีโอกาสได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ในอนาคต และต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่สนับสนุน

คุณณัฐวุฒิ เรืองเวส นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกฤษดา เจนพนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด

ผศ.ดร.กิตติ เจริญพรพานิชกุล นายกสมาคมการค้าเครื่องกีฬา ดร.สุปราณี คุปตาสา นายชนาสิน สิมะดำรงค์ นายพงษ์ศักดิ์ ก้องไตรภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพวรรณ สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด คุณคำจันทร์ ซาวคำเขตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด

บริษัท วันวันทำแต่ป้าย จำกัด บริษัท เออาร์ซี ดีไซน์ จำกัด Pungenoy PN BALLOON บริษัท เอส.ซี.เอส ฟุตแวร์ จำกัด หจก.ฟู๊ดไวบ์ ครีเอชั่น พีเคบอลลูนช้อป บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) ผลิตภัณฑ์WELLPREV
ที่ให้การสนับสนุนโครงการคนละลูก ด้วยดีมาตลอด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ปัว รองผู้ว่าฯจ.น่านแถลงข่าวการจัดงาน WAIK RUN BIKE @ ป้ว น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อที่10 มกราคม 2568 ที่บริเวรสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำ ร. ส.200 ปี เทศบาลตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ท่านนิวัฒน์ งามธุระรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี แถลงข่าวการจัดงาน WAIK RUN BIKE @ ป้ว น่าน
วัตถุประสงค์การจัดงาน WAIK RUN BIKE @ ปัว น่าน

แนะนำอำเภอปัว ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในมิติของการท่องเที่ยว
ในเชิงวัฒนธรรม อิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดน่าน มีหลักฐานบันทึกว่าเมืองวรนคร คือชื่อ เดิมของอำเภอปัว ส่งเสริมการท่องเที่ยวในฤดูกาล ให้มาแวะพัก เที่ยว ชิม ช้อป ใช้ ในอำเภอ ปัว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายสร้างสุขภาพ โดยการ
ประสานความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ เอกชน ต่าง ๆ ได้แก่ อำเภอปัว สถานี
ตำรวจภูธรปัว เทศบาลตำบลปัว สาธารสุขอำเภอปัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปัว โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว แขวงทางหลวงน่าน เขต 2 พ่อค้าประชาชนในพื้นที่ กำนัน ตำบลปัว ภาคีเครือข่ายทุกองค์กร ทุกชุมชน
4.เป็นการประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงาน การดูแลสุขภาพของชุมชนได้แก่ เทศบาลตำบลปัว สังกัดกระทรวงมหาดไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปัวสาธารณสุขอำเภอปัว โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

ด้วยปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่เก้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น จากข้อมูลประชากรไทย พบว่าช่วงวัยอายุ 30 – 59 ปี ของประชากรไทย มีมากเกินร้อยละ 65 ของประชากรทั้งหมด อันจะส่งผลสังคมให้เกิดปัญหาของผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ปัญหาสุขภาพ จากสถิติของผู้ป่วยพบว่า กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยไร้ที่พึ่งพิง

เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญปัญหาหนึ่ง ในแต่ละชุมชมชนที่ควรตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้ป่วยติดเตียง นอกจากขาดแคลนผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมที่มีความรู้แล้ว วัสดุทางการแพทย์ที่ใช้การดูแล้ผู้ได้เติดเตียง ที่ชาดงประมาณในการจัดหาลำพังงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ผู้ป่วยดังกล่าวมีไม่เพียงพอ สมาคมศูนย์ข้าวชุมชน มีภารกิจหนึ่งในบทบาทหน้าที่ในการดูแลงานบริการสังคมได้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้ประสานความร่วมมือจัดกิจกรรม

WAIK RUNBIKE @ ปัว น่าน กับหน่วยงานในพื้นที่อำเภอปัว ขึ้นภายใต้การมีส่วนร่วมของนายอำเภอปัว สถานีตำรวจฏธรปัว แขวงทางหลวงน่านเขต 2 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวสาธารณสุขอำเภอปัว โดยจัดงานดังกล่าวมีกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ในระยะทาง 3 กิโลเมตร 5 กิโลเมตร 15 กิโลเมตร 39 กิโลเมตร ได้มีการจำหน่วยเสื้อให้กับผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม

รายได้จากการจำหน่ายเสื้อ และจากผู้ร่วมบริจาค หักค่าใช้จ่ายในการจัดงานแล้วนำไปสมทบกองทุนช่วยเหลือดูแลกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยในอำเภอปัว อำเภอนาหมื่น ในการวางรากฐานรองรับการแก้ไขปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้น สามารถรองรับการใช้วัสดุปกรณ์ ที่มีความจำเป็นในการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม เพียงพอ ก่อให้เกิดคุณ

ในนามผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม ขอขอบคุณสมาคมศูนย์ข้าวชุมชน(ประเทศไทย) ที่เข้ามาเป็นแกนนำหลักในการจัดกิจกรรมขอบคุณสถานีตำรวจภูธรปัว ที่สนับสนุนการดูแลระบบจราจรขอบคุณแขวงทางหลวงน่าน เขต ๒ ที่เอื้อเฟื้อในการใช้เส้นทางดำเนินกิจกรรมขอบคุณโรงพยาบาลพระยุพราชปัว สาธารณสุขอำเภอปัว ที่ให้การสนับสนุน ร่วมวางแผนการจัดงาน และภาคีเครือข่ายขอบคุณพนักงานเทศบาลทุกคน ที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกิจกรรม ขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรม WAIK RUN BIKE @ ปัว น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม ส.ส. โหน่งพร้อมภรรยา มอบวิลแชร์ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอังคาร ที่ 7 มกราคม 2568 นายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง พร้อม รองนายก /ประธานสภา /กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยตำบลทุ่งขวาง

    ร่วมต้อนรับ ส.ส.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์และดร.ชุตินันท์ สะสมทรัพย์ มอบวิลแชร์ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว นายณัฐกิจ เกลียดภูมิธีรธนา หมู่ที่ 8 บ้านหลักเมตรใหม่ ต. ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    ขอขอบคุณ .ท่านส.ส.ดร.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ดร.ชุตินันท์ สะสมทรัพย์ และสโมสรฟุตบอลนครปฐมยูไนเต็ด เป็นอย่างสูง

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

    แชร์เนื้อหานี้

    สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568

    เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2567 นายภูรินทร์ สูงสว่าง ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด มอบหมายให้นายบุญยงค์ สดสอาด เลขานุการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด นายชูศักดิ์ อุ่นเรือน ผจก.และเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

    เข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การเรียนรู้การพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงการตลาด ในบูธกิจกรรมที่จัดแสดง

    ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ซึ่งประกอบด้วยบูธกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการพะเยาโมเดล สู่เกษตรมูลค่าสูง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์พิรุณราช เวทีเสวนา Young Smart Farmer นิทรรศการโครงการออกโฉนดเพื่อการเกษตร นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่อชีวิต

    นิทรรศการโครงการมาตรฐาน Q restaurant นิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวก. นิทรรศการการเกษตรบนพื้นที่สูง นิทรรศการ “น้ำและต้นไม้” ชป. นิทรรศการ “เสริม สร้าง เพิ่ม ยก พัฒนา” กป. นิทรรศการการฝนหลวง Play and Learn นิทรรศการนวัตกรรมการผลิตพืช กวก.

    นิทรรศการนวัตกรรมการยางพารา นิทรรศการนวัตกรรมหม่อนไหม นิทรรศการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการอบรม workshop ด้านการเกษตร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการอาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน/จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดโครงการ “อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน” ภายใต้กิจกรรม “ขนส่ง-อาชีวะ อาสาช่วยประชาชน” เพื่อสนับสนุนการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง

    กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างเวลา 09.00 น. – 12.00 น. ณ บริเวณปั๊ม ปตท. หนองคายจารุวงค์บริการ สาขาวัดภูกระแต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลปีใหม่

    ในพิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งกล่าวเปิดงานและให้กำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

    โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บริการขนส่งและการดูแลความสะดวกสบายให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงวันหยุดยาว นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครจากวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬทำหน้าที่ในการให้บริการด้านต่างๆ เช่น การช่วยเหลือในการขนส่ง การตรวจเช็คสภาพรถ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางที่ปลอดภัย 🚙🔧นอกจากการให้บริการขนส่งและช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังมีการแจกของที่ระลึกให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมทั้งมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางเพื่อให้ทุกคนได้เดินทางอย่างปลอดภัย

    นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ได้ฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2568 นี้เป็นไปอย่างปลอดภัย
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    จิบกาแฟแลประตูระบายน้ำห้วยกำแพง” จังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สร้างความสามัคคีภาครัฐและเอกชน

    วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 07.00 น. ที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้จัดประชุมสภากาแฟ ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมเป็นเกียรติให้โอวาท

    กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือ อำนวยอวยพร ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง คิดปรารถนาสิ่งใดขอให้สมดั่งใจปรารถนา จากนั้นได้พบปะพูดคุยกับส่วนราชการ และองค์กรเอกชน พร้อมด้วยหัวหน้าศูนย์ราชการต่าง ๆ ร่วมในงาน นอกจากนี้ผู้ร่วมประชุมสภากาแฟยังประกอบด้วย นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หน.สำนักงานจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เข้าร่วมงานสภากาแฟ

    ซึ่งในครั้งนี้ นายสรายุทธ ม่วงทอง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบึงกาฬ ได้กล่าวการต้อนรับ พร้อมด้วยนางสาววลีรัตน์ นามปัญญา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นายกฤษฎา พลสิทธิ์ เกษตรจังหวัดบึงกาฬ นายอภิไท มังธานี สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นางสาวสงกรานต์ ตะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบึงกาฬ นายธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ นายพงศ์เทพ จันทรชิต ประมงจังหวัดบึงกาฬ นางจีรสุดา ศรีกุล หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์บึงกาฬ นายพัชรพล คาดบัว ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินบึงกาฬ

    ว่าที่ร้อยตรีพีระวัฒน์ กงบุราณ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ นางสาวสุดคนึง พึ่มชัย ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ โดยใช้สถานที่โครงการชลประทาน(ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 อำเภอเมืองบึงกาฬ ซึ่งมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม และเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวและผู้นิยมวิ่ง-ปั่นจักรยานออกกำลังกายด้วย

    การจัดงานสภาพกาแฟจังหวัดบึงกาฬ ทุกส่วนราชการ หน่วยงาน และองค์กรภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทุกของเดือน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและมีความสมัครสมานสามัคคีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นการประสานงานแบบไม่เป็นทางการในการบูรณาการการทำงาน ร่วมมือกันผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป็นการพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ได้มีการมอบป้ายสภากาแฟส่งต่อเจ้าภาพในครั้งถัดไป ครั้งที่ 4 ซึ่งได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ เทศบาลเมืองบึงกาฬ
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage/ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯ ส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็ง และนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

    แชร์เนื้อหานี้

    นราธิวาส จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9

    วันนี้ (23 ธ.ค.67) นายสุชล แก้วเกาะสะบ้า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 เปิดงานวันดินโลก ประจำปี 2567 ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส โดยการจัดงานในปีนี้ (2567) เป็นครั้งที่ 10 ภายใต้หัวข้อ “Caring for Soils, Measure, Moniter, Manage : ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน”

    เพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานแห่งพระบรมราชนกนาถ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน และการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเผยแพร่ผลสำเร็จจากการพัฒนาของศูนย์ฯ พิกุลทอง ให้แก่ประชาชนสามารถน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติต่อตนเอง และชุมชน ให้ได้รับประโยชน์โดยสุขทั่วกัน

    นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า วันดินโลก (World Soil Day) เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2556 กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีโครงการในพระราชดำริมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้ การจัดแสดงนิทรรศการ การให้บริการตรวจวิเคราะห์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน สาธิตการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร/สินค้าแปรรูปของศูนย์ฯ การนั่งรถลากพ่วงชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต นอกจากนี้ยังมีการมอบสิ่งของสำหรับเกษตรพื้นที่ขยายผลของศูนย์ฯ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำนวน 55 ชุด ด้วย
    /////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    ส.ส.ภูมิใจไทยนราฯส่งพี่ชายสู้ศึกนายก อบจ.หวังถล่มเก้าอี้กูเซ็งและนายกเทศบาลเมืองนราที่พรรคกล้าธรรม

    รายงานข่าวความคืบหน้าการรับสมัครว่าที่นายก อบจ.นราธิวาส และสมาชิก อบจ.วันแรกในช่วงบ่าย จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า ล่าสุดก่อนที่จะมีการปิดรับสมัคร ได้มี ดร.ซาการียา สะอิ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้นำตัวพี่ชายคือ นายอับดุลลักษณ์ สะอิ ซึ่งเป็นนักธุรกิจก่อสร้างติดอันดับของ จ.นราธิวาส ภายใต้ทีมเปลี่ยน ที่มีนายนัจมุดดีน อูมา ปธ.คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นหัวเรือใหญ่

    เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.นราธิวาส เพียงตำแหน่งเดียว โดยที่ไม่มีสมาชิก อบจ.แต่อย่างใดซึ่งถือว่าเป็นคนที่ 2 ที่ได้ออกมาแสดงตัวต่อสู้ศึกการเลือกตั้งในครั้งอย่างชัดเจนอีก 1 คน นอกเหนือจากนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีต นายก อบจ.นราธิวาส 5 สมัย และนายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งถือว่าเป็นผู้สมัครนายก อบจ.นราธิวาส คนที่ 3 ได้แสดงความจำนงจะเดินทางมาสมัครในวัน 26 .ค.67 ที่จะถึงนี้ โดยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการลาออกจากตำแหน่ง

    ทำให้การสู้ศึกในตำแหน่งนายก อบจ.นราธิวาส จากรายชื่อผู้สมัครทั้ง 3 คน เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณต้องรอการตัดสินการใช้กลเม็ดและกลยุทธในการหาเสียง เพื่อที่จะสามารถดึงหัวใจของประชาชน มาครอบครองให้มากที่สุดซึ่งนายอับดุลลักษณ์ แม้ลงเล่นการเมืองครั้งแรก แต่ถือว่ามีประสบการณ์ไม่ใช่น้อย เนื่องจากในช่วง ดร.ซาการียา น้องชายลงพื้นที่หาเสียงในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จึงถือว่าทั้ง 3 คน ที่ลงสมัครนายก อบจ.นราธิวาส ในครั้งนี้ มีภาษีถือไพ่พอๆกัน คงต้องรอคะแนนเสียงความพอใจของประชาชนในวันที่ 1 ก.พ.68 เป็นผู้ตัดสิน
    ///////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมพลคนรักมวย เพื่อส่งเสริมมวยต้นกล้ามวยไทยให้ห่างไกลยาเสพติด

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 21 ธันวาคม 2567 ศึกรวมพลคนรักมวย เพื่อส่งเสริมมวยต้นกล้ามวยไทยให้ห่างไกลยาเสพติด ประธานกิตติมศักดิ์ กิตติมศักดิ์ ตระกูลฤทธิ์บำรุง ( อบต.เก่ง ) และเป็นวันคล้ายวันเกิดด้วย และเจ้าของค่ายมวยแต่ละค่ายก็เอากระเช้ามาร่วมอวยพร หลายๆค่ายและเพื่อนสนิทมิตรสหายและแฟนมวยอีกหลายท่าน

    ที่มาร่วมงานครั้งนี้ และได้ให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักมวย นายอานนท์ ธรรมเจริญ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเเลง (รองติ่ง) ผู้ใหญ่ ปรีชา สกุลชื้อ (ผช.โก) และนายศุภเกียรติ ลิขิต
    และ นาย วสันต์ ยอดสร้อย รองประธานสภา อบต.เขาไม้แก้ว
    และเจ้าของค่ายมวยใต้เพชรบุรีก็ขึ้น

    ให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวย และโชควิทยาและรายชื่อผู้สนับสนุน
    คุณ ภาวัต ปานนิวัฒน์สมชาย พัทยาปราการชัย ดีบุญชัยครูดวงเด่น เหมาะสนาม
    ป้อม พัทยา และแดเนียล ชิลค์มวยไทย และขาดไม่ได้ 2 ท่านนี้
    คู่แฝดภาคตะวันออก หมวดมด

    ศิษย์ผู้พันตู่ น้องนิคม 2 โปรโมเตอร์ หนึ่งพิชิต ศิษย์ผู้พันตู่ ดูแลค่ายมวย ณ.สนามมวยชั่วคราวนิคมพัฒนาซอย 13 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง
    เอ คนข่าวรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ส่งเสริมอาชีพทำนาในท้องถิ่น อ.บางละมุง

    แชร์เนื้อหานี้

    เวลา 16.30 น.วันที่ 17 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกิจกรรมปลูกข้าววันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ อนุรักษ์ภูมิปัญญา อาชีพทำนาในท้องถิ่น อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง 
    พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน ในพื้นที่อำเภอบางละมุง ร่วมกิจกรรมฯ ที่แปลงนาบ้านหนองเกตุใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
    โครงการปลูกข้าววันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ อนุรักษ์ภูมิปัญญา อาชีพทำนาในท้องถิ่น อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นโครงการที่สำคัญซึ่งดำเนินงานในพื้นที่แปลงนาบ้านหนองเกตุใหญ่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยการดำเนินงานเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้แก่คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2567 
    ตลอดจนเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2567 ตลอดจนร่วมเทิดพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกิจกรรมดังกล่าว ได้ดำเนินกิจกรรมปลูกข้าวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 และมีกำหนดเก็บเกี่ยวในห้วงเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งกำหนดดำเนินกิจกรรมในวันนี้

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 17 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตร โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ณ ฐานปฏิบัติการแสงเพ็ญ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน

    พร้อมด้วย ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายไพโรจน์ วงศ์สูง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน นายชูเกียรติ์ วินยพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายภาณุวัสส์ ยิ้มศิริวัฒนะ ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

    ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้กราบบังคมทูลรายงานผลการดำเนินโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการทหารพันธุ์ดีน่าน โดยกรมชลประทาน ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 ด้วยการขุดลอกตะกอนดินอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 39,730 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเพิ่มความจุเก็บกักให้กับแหล่งน้ำ ต่อมาในปี 2565

    ได้ดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำน่าน มาเติมอ่างเก็บน้ำ จำนวน 250,000 ลูกบาศก์เมตร และในปี 2566 อีกจำนวน 205,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางแผนดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อัตราการสูบน้ำเฉลี่ย 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบัน ปี 2567 ได้มีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาว จำนวน 80,600 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่สำคัญในการอุปโภคบริโภคของกรมทหารพรานที่ 32 และราษฎรพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 74 ไร่ 3 งาน

    ทั้งนี้ โครงการทหารพันธุ์ดี เป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมขยายสู่ชุมชนใกล้เคียง กรมชลประทาน ได้มีส่วนร่วมในการจัดหาน้ำสนับสนุนการดำเนินโครงการ

    เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจกรรมภายในโครงการ รวมถึงราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์ สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนด้านแหล่งน้ำ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป….

    สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ หนาวมาแล้วเช้านี้ 13 องศา ต้องก่อกองไฟผิงถึงเอาอยู่ /”นายกแว่นฟ้า” ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระ 3 วัน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 16 ธ.ค.ที่หมู่ 7 บ้านโนนยางคำ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ชาวบ้านที่ตื่นจากที่นอนตอนเช้าตรู่ ต้องนำฟืนที่หามาจากหัวไร่ปลายนาหรือไม้ยางพาราเก็บตระเตรียมเอาไว้ทำฟืน เพื่อก่อไฟผิงกันหนาว เนื่องจากมีคำเตือนจากกรมอุตุวิทยาแจ้งว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีอากาศเย็นลงถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

    ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านก็ยังไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวอย่างจริงจัง เหมือนคราวนี้ มีทั้งอากาศหนาวเย็น ลมพัดกระโชกแรง บางครั้งก็มีฝนตกปรอยๆ แจมมาด้วย 2 วันแล้ว นอกจากเสื้อก้นหนาวที่พอช่วยได้ระดับหนึ่งแล้วยังต้องก่อไฟผิงกันหนาวไปด้วยจึงต้องเอาอยู่ บางครอบครัวก็ปั้นข้าวเหนียว มาปิ้งย่างกินคลายหนาวไปด้วย บางคนก็ตีไข่เป็ดหรือไข่ไก่นำมาทาปั้นข้าวเหนียวใหม่ปิ้งหอมๆ กินเป็นอาหารเช้าไปด้วยก่อนออกไปทำงาน ก็ถือว่าเสร็จไปหนึ่งมื้อ.
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

    “นายกแว่นฟ้า” ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระ 3 วัน
    “นายกแว่นฟ้า” แชมป์เก่า คุณนาย มท.2 “ทรงศักด์” รมช.มหาดไทย ชิงลาออกนายก อบจ.บึงกาฬ ก่อนหมดวาระแค่ 3 วัน คาดเป็นเทคนิคทางการเมือง ขณะที่ กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง ทั้ง 24 เขต

    วันที่ 16 ธันวาคม 2567 ว่า ที่ จ.บึงกาฬ ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวการเมืองท้องถิ่นเลือกตั้ง อบจ. ที่จะครบวาระลงวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ว่า วันนี้ นางแว่นฟ้า ทองศรี หรือ นายกแว่นฟ้า นายก อบจ.บึงกาฬ แชมป์เก่า ภรรยา นายทรงศักด์ ทองศรี รมช.มหาดไทย สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนหมดวาระแค่ 3 วัน ทำให้มีผลพ้นจากตำแหน่งทันที คาดว่าเป็นเทคนิคทางการเมือง และเตรียมพร้อมลงสู้ศึกสนามเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ ที่จะมีการรับสมัครวันแรก ในวันที่ 23 – 27 ธันวาคม 2567 ทั้งผู้สมัคร นายก อบจ.บึงกาฬ และ ผู้สมัคร ส.อบจ.บึงกาฬ ทั้ง 24 เขตเลือกตั้ง

    นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า นายกแว่นฟ้า ได้ยื่นใบลาออกวันนี้ ซึ่งจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ยื่น ก็จะทำหนังสือผ่านท้องถิ่นจังหวัดที่เสนอขึ้นมาส่งไปยังอบจ.บึงกาฬ แล้วแจ้งเรื่องไปกกต.จังหวัด ต่อไปกกต.จังหวัดก็จะทำหน้าที่ตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้อยากให้พี่น้องประชาชนคนบึงกาฬไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ เพื่อให้จะได้ผู้บริหารนายกอบจ. ที่ถูกใจเพื่อให้พัฒนาท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ และในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ก็พร้อมที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม
    ส่วนนายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า

    เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ทางผวจ.บึงกาฬ ได้เซ็นหนังสือลาออกของนายกแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ แล้ว ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 67 นี้เป็นต้นไป ซึ่งการลาออกนี้ปลัดอบจ.บึงกาฬ จะปฏิบัติหน้าที่นายกอบจ.บึงกาฬ เพื่อให้อบจ.ได้ประสานการปฏิบัติไปทางกกต.จังหวัด เพื่อวางแผนกำหนดการเลือกตั้ง ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโปร่งใสและเป็นธรรม
    ด้าน ไพรัต คัณทักษ์ ผอ.กกต.บึงกาฬ เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ กำหนดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง นายก อบจ.บึงกาฬ รวมถึง ส.อบจ.บึงกาฬ ถึงแม้ นายก อบจ.บึงกาฬ คนปัจจุบันจะลาออกจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระแค่ 3 วัน แต่ไม่มีผลทางการเมือง ส่วน

    สาเหตุน่าจะเป็นเหตุผลทางการเมือง และไม่มีผลต่อวันเลือกตั้ง
    อย่างไรก็ตามทาง กกต.บึงกาฬ มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.บึงกาฬ ทั้ง 24 เขต รวมทั้ง 8 อำเภอ ส่วนวันรับสมัคร กำหนดในวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 สำหรับการลาออก “นายกแว่นฟ้า” ครั้งนี้ไม่มีผลทางการเมือง ไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง และจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการในสังกัด อบจ.บึงกาฬ จะได้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมาย นอกจากนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง อบจ.บึงกาฬ ที่จะมาถึงด้วย
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบให้ผู้ประสบอัคคีภัย 2 หลัง โคกสำโรง ลพบุรี

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ธันวาคม 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่ตำบลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ นายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/14 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง และ นางเตือนใจ ศรสิทธิ์ ที่พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 140/13 ม.5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง รวม 2 หลังคาเรือน

    โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัย จำนวน 2 หลัง ที่ บ้านเลขที่ 140/14 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมีนายไพบูรณ์ มีทรัพย์ อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 3 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายทั้งหลัง สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และบ้านเลขที่ 140/13 หมู่ ที่ 5 ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

    โดยมีนางเตือนใจ ศรสิทธิ์ อายุ 57 ปี เป็นเจ้าของบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่ 2 ราย ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ได้รับความเสียหายที่ฝาผนังบ้าน และหน้าต่างบางส่วน สาเหตุมาจากไฟลุกลามจากหลังข้างเคียง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 5 ราย
    ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทาน ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์พระบรมราชูปถัมภก แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นล้นพ้นโอกาสนี้ หน่วยงานต่าง ๆ

    ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลพบุรีและเครือข่าย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง

    นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ที่ทำการปกครองอำเภอโคกสำโรง คณะกรรมการอิสลามจังหวัดลพบุรี ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมมอบเงินและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยอีกด้วย

    สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กตป.โทรทัศน์ มหาวิทาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน เตรียมยื่นข้อสรุปต่อรัฐสภา

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ 4 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 ตึก 9 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพช หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดร.จินตนันท์ ชญาต์รศุภมิตร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาโดย รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ หัวหน้าโครงการ ร่วมจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) การติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานราชการ สื่อมวลชน บุคลากรจากสถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านสาธารณสุข ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ผู้นำชุมชน รวมทั้งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

    โดยการประชุมแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกจะเป็นการนำเสนอผลจัดประชุมสนทนากลุ่ม Focus group และช่วงที่ 2 จะเป็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยจัดรูปแบบกลุ่มย่อย และระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุม ด้านกระบวนการดำเนินงาน ผลลัพธ์ ผลกระทบเชิงบวก/เชิงลบ จากการเข้าร่วมโครงการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการทำงานของ กสทช.ต่อไป โดยขั้นตอนสุดท้าย กตป.จะนำผลสรุปไปวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไปตามหน้าที่และอำนาจในพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 71-73

    การจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจัดขึ้นในพื้นที่ 6 ภูมิภาค ประกอบด้วยภาคกลาง จังหวัดนครปฐม ภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคตะวันตก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อการรวบรวมวิเคราะห์สรุปผลและการจัดทำรายงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน การดำเนินการเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินการและการบริหารงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. จะดำเนินการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลเป็นรายด้านตามความเชี่ยวชาญของกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน  

    ดร.จินตนันท์ กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นทั้งใน 6 ภูมิภาคนั้นมาจาก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกิจการโทรทัศน์ ทั้งกลุ่มองค์กรวิชาชีพ สภาวิชาชีพ สมาคมวิชาชีพ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหา การกำกับดูแล และรายการที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมีผลต่อประชาชนนอกจากยังรวมถึงมิติทางด้านจริยธรรมของสื่อ ว่าควรส่งเสริมอย่างไรให้ผู้ประกอบการผลิตรายการที่มีคุณภาพ ให้มีข้อมูลที่แท้จริง และถูกต้อง

    ดร.จินตนันท์ กล่าวต่อว่า การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ของ กตป.นั้น เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของ กสทช. ทั้งการมุ่งดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์คลื่นความถี่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม รวมถึงท้องถิ่นทุรกันดารของประเทศไทยมีสิทธิในการรับบริการด้านการสื่อสาร ขั้นพื้นฐานและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ทำมาหากิน ทำธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในภาพรวม


    ดังนั้นในฐานะที่คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) เป็นคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งจากวุฒิสภาเพื่อทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล การทำงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ จึงมีส่วนสำคัญในการเสนอแนะให้ กสทช. มีการปรับบทบาทให้ทันต่อยุคสมัย ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การพัฒนาเครื่องมือ กฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นต่อเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญเพื่อให้เกิดการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

    //////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร นำคณะร่วมงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ คณะหัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมองค์กรเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร

    เดินทางร่วมงานเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทยวันชาติไทย ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันเขต สปป. ลาว โดยมี นายนายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่

    ณ แขวงสะหวันนะเขต กล่าวนำประกอบพิธี และมีท่าน บุนโจม อุบนปะเสิด เจ้าแขวงสะหวันนะเขต กล่าวให้การต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วยย ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคธุรกิจเอกชนจากจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

    และคณะผู้แทนจากแขวงสาละวัน แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงคำม่วน แขวงอัตตะปือ กงสุลใหญ่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ นครปากเซ กงสุลใหญ่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ แขวงสะหวันนะเขต เข้าร่วมงาน

    ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตจัดงานวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและงานเลี้ยงรับรอง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านสองฝั่งโขงที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นสืบไป

    ภาพ/ข่าว ณัฐรัชต์ หงษ์คำ
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วัดสี่แยกเจริญพร นครปฐม จัดอุปสมบทนาคหมู่ 57 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล

    แชร์เนื้อหานี้

    วัดสี่แยกเจริญพร จัดอุปสมบทนาคหมู่ 57 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

       วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ที่วัดสี่แยกเจริญพร  ตำบลหนองกระทุ่ม  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม โดยพระครูปฐมสาธุวัฒน์ หรือ อ. เทพ เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีอุปสมบทนาคหมู่ เพื่อถวายพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในรัชกาลที่ 10 โดยมี นายสมพล  ถ้ำน้อย  ประธานบริหาร บริษัท โชคนิพล  หมูป่า  จำกัด

    เป็นประธานฝ่ายฆารวาส มอบผ้าไตร พร้อมด้วย กำนันผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวตำบลหนองกระทุ่มและใกล้เคียง พร้อมใจกันมาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

          สำหรับในปีนี้  ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 15 ติดต่อกันแล้ว  โดยมีผู้สมัครใจเข้าร่วมอุปสมบทนาคหมู่ จำนวน 57 รูป โดยบวชตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง  10 ธันวาคม 2567  ซึ่งการจัดงานบวชพระภิกษุ เพื่อปฏิบัติธรรม และศึกษาธรรมเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/นายกพัทยาโชว์เจ๋ง! นำทีมเปิดตัวสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง/เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตื่นตาพลุนานาชาติ 4 หมื่นนัด

    แชร์เนื้อหานี้

    นายกพัทยาโชว์เจ๋ง! นำทีมเปิดตัวสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง ชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile เฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศยกระดับความห่วงใยนักท่องเที่ยว

    ช่วงเย็นวันที่ 2 พ.ย. 67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมรองนายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ริมชายหาดพัทยา เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ – ตรวจวัดค่าระดับเสียง ชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile เพื่อเฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศ

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันสถานการณ์มลพิษทางอากาศนับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของประเทศโดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ และมีปริมาณสูงมากในอากาศจนดูคล้ายกับมีหมอกหรือควันลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา การรับสัมผัส PM2.5 ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อด้านสุขภาพของประชาชนและอาจนำไปสู่สาเหตุการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ปอด ผิวหนัง และกระแสเลือดได้

    เมืองพัทยาได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสภาพปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น อันเห็นได้ชัดเจนจากการประกาศนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่มั่งคั่งภายใต้การมุ่งสู่เมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ผู้บริหารเมืองพัทยาจึงได้อนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินการจ้างเหมาตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบสภาพปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยวิธีตามมาตรฐานของค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)

    ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของเมืองพัทยา จำนวน 1 สถานี ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุมวิท แยกพัทยากลาง ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมพื้นที่เมืองพัทยาด้วยเป็นสถานีแบบติดตั้งถาวร หากเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตมีปรากฏการณ์ Smog ประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยาเกิดความวิตกกังวลและอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพและการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันรวมถึงการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการเฝ้าระวังสถานการณ์และคลายความวิตกกังวลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    เมืองพัทยาจึงมีนโยบายเพิ่มสถานีตรวจวัดอากาศ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองพัทยา ด้วยสถานีตรวจวัดอากาศชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile จำนวน 1 สถานี ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจะเคลื่อนย้ายทุกๆ 15 วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขีดความสามารถในการปฏิบัติงานได้สะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ โดยผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถตรวจวัดระดับมลพิษทางอากาศและเสียง พร้อมแสดงผลการตรวจวัดได้แบบ Real Time Monitoring บนจอแสดงผล LED ประจำสถานีตรวจวัดอากาศชนิดเคลื่อนย้าย Trailer Mobile และสามารถสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองพัทยาให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

    โดยจะได้มีการรายงานผลการตรวจวัดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ PRPATTAYA เป็นประจำทุกวัน และเว็บไซต์เมืองพัทยา https://pattaya.go.th แบบ Real Time Monitoring เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสภาพปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น และเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศและการแก้ไขปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้ต่อไปเช่นกัน

    ทีเส็บดันสุดจัดเต็ม! เผยเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ตื่นตาพลุนานาชาติ 4 หมื่นนัด

    งานเทศกาลพลุเมืองพัทยา จากจุดเริ่มตื่นต้นระดับเมืองที่ร่วมคิดร่วมทำกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนเมืองพัทยา ด้วยประสบการณ์ ความสร้างสรรค์ และการต่อยอดกิจกรรมต่างๆ จากอดีต จนปัจจุบันถูกยกระดับเติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งานระดับนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “งานเทศกาลพลนานาชาติเมืองพัทยา” งานที่ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจของชาวเมืองพัทยาเท่านั้น หากแต่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

    “เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2554 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่าวประเทศเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นทุกปี จนปัจจุบันมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากทุกมุมโลกรวมทั้งสิ้งสิ้นกว่า 275,000 คน มีร้านค้าร่วมออกร้านกว่า 250 ราย สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 2,261 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระตุ้นและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเมืองพัทยาอย่างยั่งยืน” ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวจากงานระดับเมือง เดินหน้าสู่งานระดับประประเทศ และยกระดับขึ้นสู่การเป็นงานระดับนานาชาติ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ให้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกองค์กรทุกภาคส่วน โดยหนึ่งในองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการเข้าร่วมยกระดับงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยานั่นก็คือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ”

    โดยสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลางได้ร่วมคิดร่วมพัฒนาผลักดันส่งงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาเข้าประกวดจนได้รับรางวัลระดับโลก ภายใต้ชื่อรางวัล IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards ในประเภท Best Emergency Preparedness & Risk Management Plan ระดับโกลด์ ประจำปี 2024 ทีเส็บสำนักฯภาคกลางได้ร่วมกับเมืองพัทยา ในการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์เมืองพัทยา ในฐานะไมซ์ซิตี้หนึ่งเดียวของภาคตะวันออก เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับงานเทศกาลศักยภาพพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ภายใต้โต้โครงการที่เรียกว่า MICE Flagship Events ซึ่งเป็นการยกระดับงานเทศกาลขึ้นสู่ระดับนานาชาติ งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORK FESTIVAL) นับเป็นหนึ่งในงานเด่นในไมซ์ซิตี้ (Flagship Event)
    ที่ได้ยกระดับสู่งานเทศกาลระดับนานาชาติ และได้สร้างชื่อเสียงการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง

    คาดว่างานนี้จะดึงผู้เข้าชมงานหลากหลายกลุ่มจากต่างประเทศและในประเทศได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยา ในฐานะเมืองที่มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพงานระดับนานชาติ รวมถึงสนับสนุนการบูรณาการการทำงานร่วมกันกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาให้เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองไมซ์ระดับโลก ดร.สุรัชสาห์ ทองมี ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคกลาง กล่าวว่า ที่ผ่านมา งานพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORK FESTIVAL) ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล Asia Festival City 2024 จากสมาคมเทศกาลและกิจกรรมระหว่างประเทศ (International Festivals & Events Association 198 FEA) เป็นรางวัลสำหรับเมืองที่จัดงานระดับเอเชีย 3 ปีซ้อน และได้รางวัลระดับโกลด์ “2024 IFEAVHAAS&WILKERSON PINNACLE AWARDS COMPETITION” ในประเภท Best Emergency Preparedness & Risk Management Plan ซึ่งเป็นงานระดับโลกของ IFEA World”

    ไม่หยุดเพียงแค่นั้น สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลาง ยังร่วมกับเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง ในการพลิกโฉมใหม่ให้กับงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เพื่อการสร้างความจดจำ สะท้อนอัตลัตลักษณ์ของงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 นี้ “ทีเส็บ ได้ดำเนินการในจัดทำแผนงานกลยุทธ์การตลาดและประชาสัมพันธ์ในระยะ 3 ปี และออกแบบอัตลักษณ์งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL) เพื่อทำให้เกิดภาพจำ และยกระดับการจัดงานเทศกาลสู่ระดับนานาชาติ ให้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม เสริมสร้างให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนโดยอัตลักษณ์ของงานเทศกาลพลุนานาชาติใหม่นี้จะเริ่มใช้ในปี 2567 อันจะเป็นการสร้างความรับรู้และเป็นที่จดจำในฐานะที่เป็นงานเทศกาลระดับโลกอีกด้วย ภายใต้การทำงานของทีเส็บที่มุ่งเน้นให้เกิดการสร้าง Festival Design ซึ่งเป็นกลยุทธ์การสร้างงานเทศกาลที่ดึงเนื้อหา (Content) ผนวกกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เข้ามาเป็นส่วนเสริม เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางด้านการตลาดทำให้เกิดความน่าสนใจและภาพจำที่มากขึ้นในระดับนานาชาติ” ดร.สุรัชสาน์ ทองมี กล่าว

    และในปีนี้ คาดว่าทุกคนจะได้เห็นงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาที่มีการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ ทั้งแสง สี เสียง และที่ขาดไม่ได้ สีสันของพลุหลายหมื่นนัดจะกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง โดยปีนี้จะมีคอนเสิร์ตและการแสดงสนุกๆ เช่นเดิม พร้อมพลุตระการตากว่า 40,000 นัด ทั้งจากประเทศไทยและจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ”ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานเทศกาลพลุนานาชาติกันให้มากๆ ซึ่งมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย ทางเมืองพัทยาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร อาสาสมัครจากหลายภาคส่วนร่วมวางแผนเตรียมต้อนรับผู้เข้าร่วม ให้มีความปลอดภัยสูงสุด เหมาะสมกับรางวัล Best Emmergency Preparedness & Risk Management Plan ที่เพิ่งได้มา” นายกเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ฉวีวรรณ คำพา ร่วมทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ สาธุชนไทย-ลาว รวมยอดกฐิน 1.9 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 14 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. ที่วัดสุดเขตแดนสยาม บ้านหนองแวง หมู่ 3 ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    พร้อมคณะ เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ดร.บุญมา พันดวง บุญมาทีวี 67 นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายชวนะ ทวีอุทิศ ผอ.โรงเรียนบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นักธุรกิจ พ่อค้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวหนองแวง และพุทธศาสนิกชนชาวไทย-ลาว ร่วมในพิธี

    ขบวนแห่กฐินเริ่มต้นหน้าวัดประมาณ 200 เมตร นำโดยขบวนนางรำที่รวมตัวกัน ระหว่าง ชมรมสุขภาพดีที่ริมโขง ชมรมสุขภาพบ้าหนองแวง และขบวนฟ้อนรำจากโรงเรียนบึงกาฬ เพื่อฟ้อนรำให้แขกผู้มีเกียรติรวมถึงศรัทธาสาธุชนได้รับชมความอ่อน ความพร้อมเพียงรวมถึงความสามัคคี

    ตามด้วยขบวนแห่บริวารองค์กฐินซึ่งมีศิษยานุศิษย์และพ่อค้าประชาชน ที่เลื่อมใสศรัทธา หลวงพ่อพระครูประภัสสรวีรคุณ(วีระพล ปภสฺสโร) เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม และพระครูสมุห์ ปิยะนัส ปญฺญาวชิโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุดเขตแดนสยาม ประธานฝ่ายสงฆ์

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 20 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ บริษัท ห้างร้านค้า และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจ

    โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริษัทในเครือฉวีวรรณ กรุ๊ป ร่วมกับ และชาวชลบุรี นำผ้ากฐินทอดถวายพระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ร่วมกับชาวบ้านหนองแวง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน พุทธศาสนิกชนในจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ที่มาร่วมงานได้ร่วมทำบุญ สมทบทุนสร้างวิหารพระพุทธมหาบารมีศรีสัตนาคราช วัดสุดเขตแดนสยาม จังหวัดบึงกาฬ ยอดกฐินรวมบริวารทั้งหมด 1,934,567.26 บาท

    วัดสุดเขตแดนสยาม ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง พื้นที่รอบวัดรายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ มีความสงบ ร่มรื่น เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต แต่เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ซึ่งชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้บริจาคที่ดินให้ และชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาเรื่อยมาจนเป็น

    วัดสุดเขตแดนสยาม มีพระครูประภัสสรวีรคุณ (วีระพล ปภสฺสโร) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พระอาจารย์ลาย เจ้าคณะอำเภอศรีวิไล(ธ) เป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน ภายในวัดมีวิหารขนาดใหญ่ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสน

    ซึ่งวิหารหลังนี้ประยุกต์งานศิลปกรรมแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยตกแต่งเพดานด้วยไม้และเสาภายในประดับด้วยกระจกเงา อีกทั้งยังมีอุโบสถสีขาวที่มีความวิจิตรงดงาม ภายในประดิษฐานหลวงพ่อพระเงิน และได้มีการประกอบพิธียกฉัตรเมื่อปี พ.ศ. 2561 และพิธีฉลองอุโบสถ ผูกพัทธสีมา ปิดทองลูกนิมิตร

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ส่งมอบเรือกู้ภัย Wi-Fi จำนวน 8 ลำ ให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

    แชร์เนื้อหานี้


    วันที่ 18 ต.ค.67 รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วย รมว.กระทรวง อว. และคณะผู้บริหาร แถลงข่าวส่งมอบเรือกู้ภัย Wi-Fi เพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ บริเวณด้านหน้าห้องแถลงข่าว สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

    เมื่อวันที่ 17 ต.ค.67 ที่ผ่านมา “ ซึ่งเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นผลงานที่เกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อของหน่วยงานในสังกัด อว. คือ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นพื้นที่ (บพท.) มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) โดยการสนับสนุนของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งเป็นความสำเร็จของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจากภูมิปัญญานักวิชาการไทย

    ในการจัดการภัยพิบัติ เป็นเรือที่ต้นทุนไม่สูง การใช้งานไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาง่าย และมีคุณลักษณะพิเศษของเรือท้องแบนที่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่น้ำตื้น 20-30 เซ็นติเมตร สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 40 กิโลกรัม การติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมโยงสัญญาณ Wi-Fi ในรัศมีไม่เกิน 30 เมตร มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 4 -6 ชั่วโมง มีอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าจากระบบโซลาร์เซลล์ ที่สามารถจ่ายไฟสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ 12 เครื่อง พร้อมกับชุดสวิตซ์เซฟตี้

    เพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้ไฟฟ้าช่วงน้ำท่วม ซึ่งมีภาวะติดขัดเรื่องการจำหน่ายไฟฟ้า ให้สามารถสื่อสารกับผ่านนอกได้ เรือกู้ภัย Wi-Fi ที่จะส่งมอบแก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก มีจำนวน 8 ลำ สำหรับจัดสรรกระจายยังเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 8 ชุมชน ใน 7 จังหวัด เพื่อนำไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือที่ สุโขทัยและพิษณุโลก จำนวน 2 ลำ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ชัยภูมิและสกลนคร จำนวน 2 ลำ และทางภาคใต้ ที่พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี จำนวน 4 ลำ “ รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ “ กล่าว

    นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ ยักล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ที่มาของเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแก้จนเร่งด่วนจากผลกระทบภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ โดยบูรณาการร่วมกันของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่องภัยพิบัติแก้ไขปัญหาอุทกภัย และฟื้นฟูชีวิตครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ

    จากภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังถูกนำไปใช้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยอีกด้วย ทั้งนี้ การบูรณาการระบบเทคโนโลยีเข้ากับเรือกู้ภัย Wi-Fi เป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาและปรับใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาในระดับประเทศอีกด้วย
    ///////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ROYAL PLUS ผู้ผลิตน้ำผลไม้รายใหญ่ จัดกิจกรรม CSR พี่ให้น้อง ร.ร.บ้านพุเข็ม มอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์ และสื่อการเรียน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 13 ตุลาคม 2567 ที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม หมู่ที่ 10 ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพุเข็ม ดร.ดวงพร กรับทอง ฮิตซ์คอกช์ พัฒนาการอำเภอแก่งกระจาน น.ส.ละเอียด เรืองเทศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 บ้านพุเข็ม พร้อมคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมด้วยชาวบ้านในชุมชนบ้านพุเข็ม ร่วมรับมอบสิ่งของและอุปกรณ์โซล่าเซลล์

    ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกิจกรรม CSR 2024 “โครงการ PLUS GO SOLAR จากคณะผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท โรแยลพลัส จำกัด ( มหาชน ) ผู้ผลิตน้ำมะพร้าว และน้ำผลไม้ส่งออกทั่วโลก จัดกิจกรรม CSR พี่ให้น้อง โรงเรียนบ้านพุเข็ม โดยมอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในการเรียนคอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอน พร้อมทั้งอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษาให้น้องๆ รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหาร ให้ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง

    นายประดิษฐ์ รุ่งเจริญ หน.งานฝ่ายผลิต บ.โรแยลพลัส จก.มหาชน ผู้ผลิดน้ำมะพร้าว และน้ำผลไม้ส่งออก กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ทำมาเป็นปีที่ 10 แล้ว โดยเริ่มแรกทำกับเพื่อนๆ พอเข้ามาทำงานที่บริษัทก็ได้นำเสนอผู้บริหารบริษัท พร้อมเขียนโครงการนำเสนอซึ่งทางผู้บริหารเห็นด้วยว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์ต่อชุมชน และโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร จึงหาโรงเรียนที่อยู่ในข่าย จึงตกลงมาที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม โดย มามอบอุปกรณ์โซล่าเซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์กีฬา ทุนการศึกษาให้น้องๆ รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหาร เล่นเกมส์มอบของรางวัล ให้น้องๆ

    น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพุเข็ม กล่าวว่า โรงเรียนบ้านพุเข็มตั้งอยู่ หมู่ 10 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สังกัด สพป.เพชรบุรี เขต 2ปัจจุบันให้บริการนักเรียนในระดับอนุบาล 3 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนมารับบริการ 28 คน บุคลากรทางการศึกษา 8 คน โดยทางโรงเรียนบ้านพุเข็มไม่มีระบบไฟฟ้าใช้ ใช้เป็นระบบโซล่าเซลล์ เพื่อให้น้องๆ นักเรียนได้ใช้

    ประโยชน์ในการศึกษาด้านระบบคอมพิวเตอร์และการเรียนการสอน นอกจากนี้นักเรียนที่บ้านพุเข็ม จะมีปัญหาอุปสรรคด้านการเดินทางมาโรงเรียนร่วม 20 ราย ซึ่งนักเรียนอาศัยอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ ด้านป่าต้นน้ำของเขื่อนเก่งกระจาน จะต้องเดินทางโดยเรือมาโรงเรียนโดยต้องตื่นตั้งแต่ ตี 5 เพื่อรอเรือของทางโรงเรียนไปรับมาโรงเรียนจะมาถึงโรงเรียนประมาณ 8 โมงเช้า ส่วนช่วงเย็นก็จะเลิกเรียนประมาณ 15.30 น.หรือดูสภาพอากาศในการเดินทางด้วยเรือเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

    นอกจากนี้ การเรียนการสอนหรือเรื่องทักษะวิชาการ ทางโรงเรียนจะให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ด้านการทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพราะว่าเด็กเมื่อจบจากที่นี่แล้วบางคนไม่ได้ศึกษาต่อก็จะช่วย พ่อ แม่ ทำงาน ในไร่ในสวนและทำประมง ช่วยทางบ้าน โดยอยากให้นักเรียนเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ทักษะปัญญาชีวิตเขาจะได้เรียนรู้และใช้จริง

    สำหรับค่าน้ำมันการรับส่งนักเรียน ก็จะได้รับการจัดสรรจาก สพป.เพชรบุรี เขต 2 ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากน้ำมันก็ราคาแพง …สำหรับผู้ที่จะเข้าไปสนับสนุนสื่อการเรียน การสอนโรงเรียนบ้านพุเข็ม สามารถติดต่อได้ที่ …น.ส.น้ำทิพย์ แสงหิรัญ ผอ.โรงเรียน หมายเลขโทรศัพท์ ..0965946354
    ///////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯลพบุรี จัดกิจกรรม คล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ร.9

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ตุลาคม 2567 เวลา 09.0 น. ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2567 โดยมี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนภาคจิตอาสา ทหารจิตอาสา ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ กว่า 400 คนได้

    ร่วมกันปลูกต้นไม้และปรับภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งไม้ ทำควสมสะอาดพื้นที่โดยรอบ บริเวณอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ประกอบกิจสาธารณะโดยไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

    ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พระองค์ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรมเสมอมา ตลอดระยะเวลาของการครองราชย์ ได้ทรงอุทิศพระองค์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ

    โครงการในพระราชดำริน้อยใหญ่ จำนวน 4,741 โครงการ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทาน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางให้อาณาประชาราษฎร์ ได้ดำเนินชีวิต โดยใช้ความรู้และสติปัญญา เป็นภูมิคุ้มกันอีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ประชาชนของประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ปวงชนชาวไทย จะเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ตลอดกาล

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โครงการเมืองพร้าวสดใส เราไม่ทิ้งกัน ณ บ้านห้วยกันใจ , บ้านแม่ทรายขาว ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ..

    แชร์เนื้อหานี้

    3 ตุลาคม 2567 โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.วีร์กวิน เสริมศรีธนชัย ผกก.สภ.หางดง ,พร้อม พ.ต.ท.ณัฐวรรธน์ บุญมา รอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.ศุภทัศน์ กิตติวรยศ สว.จร.,พ.ต.ต.เอนก ศรีโพธิ์ สวป.(ชส.)ฯ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมอำนวยความสะดวกเส้นทางจราจร ปิดกั้นเส้นทางเดินรถที่มีน้ำท่วมสูง

    ออกประชาสัมสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ระวังและป้องกันเหตุน้ำท่วมเฉียบพลัน ร่วมกับแขวงการทางเคลียร์เส้นทางจราจร และเข้าช่วยเหลือดูแลบ้านเรือนที่น้ำท่วม รวมทั้งออกตรวจสอบพื้นที่ป้องกันการก่ออาชญากรรมต่างๆ ในช่วงอุทกภัย และขอสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหางดง ประจำวันที่ 3 ต.ค.67 รายละเอียดดังนี้

    1. ถนนทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) บริเวณหน้ากาดฝรั่ง มีน้ำท่วมมาจากลำน้ำแม่ท่าช้าง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ได้ประสานสั่งการให้ปิดการจราจรและ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. ทีมกู้ชีพกู้ภัย อปพร. ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเส้นทางดังกล่าว
    1. น้ำท่วมและดินสไลด์ ตำบลบ้านปง จำนวน 3 หมู่บ้าน
    2. หมู่ที่ 1 น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ปัจจุบันน้ำเริ่มลดลงแล้ว อยู่ระหว่างการเก็บล้างทำความสะอาด
    3. หมู่ที่ 5 บ้านแม่ฮะะเหนือ ดินสไลด์ ทำความเสียหายบ้าน 2 หลัง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เทศบาลตำบลบ้านปง ตรวจสอบความเสียหาย อพยพ ผู้อยู่อาศัยไปอยู่ที่อยู่ชั่วคราว และให้ความช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบภัย
    1. หมู่ที่ 7 บ้าน ปางยาง กรณี ดิน สไลด์ ปิดถนนทางเข้าหมู่บ้าน การไฟฟ้าอำเภอหางดง ได้ตัดไฟฟ้าชั่วคราว เทศบาลตำบลบ้านปงนำ รถแม็คโคร เปิดทาง ถนนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ใกล้จะเปิดทางให้ราษฎรได้สัญจรได้เป็นปกติ
    2. น้ำท่วมตำบลบ้านแหวน 13 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 – 13
    3. น้ำท่วมตำบลน้ำแพร่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 2 3 และ 11
    4. น้ำท่วมหนองควาย 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และ 3
    5. น้ำท่วมตำบลสบแม่ข่า 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 – 5
    1. น้ำท่วมตำบลขุนคง 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2 และ 4
    2. น้ำท่วมตำบลหางดง 9 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 – 9
    3. น้ำท่วมตำบลหนองแก๋ว 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 3 5 7 8 และ 9
    4. รวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 48 หมู่บ้าน…

    3 ตุลาคม 2567 คุณวันเพ็ญ ปัญญาทิพย์ ปธ.กต.ตร.สภ.พร้าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ธรรศ เจริญปรีชญาพงษ์ ผกก.สภ.พร้าว จ.เชียงใหม่ , ร.ต.ท.นคร ปัญญาทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพร้าว , คุณชุณห์พิมาณ สุภิราช กต.ตร.สภ.พร้าว , พ.ต.ท.นพดล ตันมาดี รอง ผกก.ป.สภ.พร้าว , พ.ต.ต.ประดิษฐ์ ปิยะจันทร์ สวป.สภ.พร้าว

    พ.ต.ต.ธีระศักดิ์ ธัญธราดล สว.สส.สภ.พร้าว , พ.ต.ท.ชานนท์สถิต วราสงวนศิลป์ สว.อก.สภ.พร้าว และ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โครงการ ”เมืองพร้าวสดใส เราไม่ทิ้งกัน“ ณ บ้านห้วยกันใจ , บ้านแม่ทรายขาว ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ..

    สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

    เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

    เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
    ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

    โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

    นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

    สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

    วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

    โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


    นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

    ////////////////////////////////////////////////////////
    ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443