คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดแล้ว! งานคเณศจตุรถีพัทยา ปีที่ 19 จัดยิ่งใหญ่ นักท่องเที่ยวกระหึ่มริมทะเลพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 ก.ย.69 ที่ปะรำพิธีงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถีพัทยา 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการจัดงานปีที่ 19 บรรยากาศงานบริเวณริมชายหาดพัทยากลางเป็นไปอย่างคึกคัก นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางคนรักพระพิฆเนศจากทั่วโลกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ในพิธีได้รับเกียรติจาก นางสาวคนึง ไข่ลืองาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นายสกล ผู้ลูกอินทร์ รองประธานสภา อบจ.ชลบุรี นายนคร ผลลูกอินทร์ ส.อบจ.ชลบุรี นายเตชวัศ กลิ่นภักดี รองผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลาง-ตะวันออก สสปน. นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดียพัทยา ในฐานะประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรึท นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา และผู้แทนจากตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เข้าร่วม

ภายในงาน อ.พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว อาจารย์สักยันต์ อันดับ 1 ของเมืองพัทยา ในฐานะประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม และ ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ในฐานะรองนายกสมาคมฮินดูโลก VHP Thailand สองแกนนำผู้จัดงาน ได้นำร่วมพิธีสักการะบูชาองค์พระพิฆเนศ

พร้อมปั้นดินเหนียวองค์พระพิฆเนศเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนมีการศิลปวัฒนธรรมและประเพณีโขนของไทยและการแสดงวัฒนธรรมของอินเดียเพื่อสร้างสีสัน พร้อมกันนี้มีการออกร้านโรงทายอาหารเจแจกจ่ายผู้เข้าร่วมงานที่ทยอยกันมาตลอดช่วงค่ำของการจัดกิจกรรม

การจัดงานคเณศจตุรถี ครั้งที่ 19 นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่เมืองพัทยาร่วมส่งเสริมการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของอินเดีย ควบคู่กับการสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยว และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้

ร่วมสัมผัสวิถีแห่งศรัทธาและวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด อันจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมร่วมสมัย และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยงานกำหนดจัดขึ้น 3 วันคือ วันที่ 14-16 กันยายน 2569 นี้

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / การแถลงข่าวการจัดมวยการกุศลชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ศึกมวยไทยการกุศลรวมน้ำใจทหารผ่านศึกนครนครราชสีมา 13 คู่มวย ณ สนามมวย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จ. นครราชสีมาในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์หลักพอสังเขปดังนี้

  1. เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมอบให้กับสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมานอกประจำการและภรรยาซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยพิการถาวรให้เป็นสวัสดิการอีกช่องทางหนึ่งนอกเหนือจากทางราชการหรือองค์กรอื่นๆให้ความอนุเคราะห์ 2. เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกประจำการที่กำลังสู้รบตามแนวชายแดน แล้วได้รับบาดเจ็บเป็นเหตุทุพพลภาพทางด้านร่างกายสมองและจิตใจ 3. เพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตรธิดาของสมาชิกชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมานอกประจำการและเป็นทุนการศึกษาพร้อมกองทุนอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงภัยของการสู้รบตามแนวชายแดน 4. เพื่อเป็นกองทุนสำหรับเดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญทหารชายแดน ตำรวจตระเวนชายแดนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนให้มีขวัญกำลังใจในการสู้รบ

ชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา ก่อตั้งโดย พันเอก ทรรศนพล ผาสุโพธิ์ ประธานชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการ 3 คณะ และเพื่อนสมาชิกชมรมอีก จำนวนมาก พี่น้องทหารหาญ พี่น้องตำรวจตะเวนชายแดนที่กำลังสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาพร้อมทั้งพี่น้องทหารผ่านศึกนอกประจำการที่เคยผ่านการสู้รบมาแล้ว กับสงครามในทุกรูปแบบหลายยุคหลายสมัยและต่างแดน

ซึ่งกำลังลำบากต้องการการช่วยเหลือในทุกช่องทาง กอรปกับพี่น้องประชาชนเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบด้วยเหตุผลดังกล่าว ชมรมทหารผ่านศึกนครราชสีมา จึงได้จัดให้มีการแข่งขันชกมวยไทยการกุศลขึ้นในชื่อ ศึกมวยไทยการกุศลรวมน้ำใจ ทหารผ่านศึกนครราชสีมา 13 คู่มวย ณ สนามมวยค่ายสุรนารี อ . เมือง จ. นครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2569 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3/2569 ของบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมบริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน)

พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กร ต่าง ๆ เข้าร่วม ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 5, ผศ.เด่นศิริ ทองนพคุณ ผู้แทนจากชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล, อาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร, นายกเทศบาลตำบลขุนแก้ว, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยาวาส, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครชัยศรี, นายกเทศบาลตำบลงิ้วราย, กำนันตำบลไทยาวาส, กำนันตำบลนครชัยศรี, กำนันตำบลขุนแก้ว และกำนันตำบลงิ้วราย เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมแจ้งการดำเนินการต่างๆ ในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย.2569 งานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย งานด้านสังคม งานด้านชุมชน และโครงการที่ดำเนินการในช่วงเดือน ต.ค. – ธ.ค.2569 คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) และคณะ

กรรมการชุมชนสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ต่อชุมชน และไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีการควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่องในด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย และสังคมแวดล้อม เพื่อให้คณะกรรมการชุมชนสัมพันธ์ เป็นผู้ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาเรื่องแนวทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยต่อบริษัทต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /”ยกระดับ” ติดตั้ง “ทางม้าลายอัจฉริยะ” ใช้ AI ตรวจจับคน–รถ ปรับเวลาสัญญาณตามสถานการณ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 จังหวัดแพร่ โดย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้มอบหมายให้ กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างและติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะในจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 2 โครงการ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงพยาบาลแพร่ หน้า

โรงเรียนอนุบาลแพร่ และบริเวณทุ่งโฮ้ง ใช้งบประมาณรวมประมาณ 9 ล้านบาท เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้สูงอายุ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามสัญญาณจราจรอย่างเคร่งครัด ในช่วงแรกจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยกำกับและสร้างความคุ้นเคยกับระบบใหม่ต่อไป

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า พื้นที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลแพร่เป็นทั้งเขตสถานพยาบาลและแหล่งชุมชน มีประชาชน ผู้ป่วย และผู้สูงอายุใช้เส้นทางข้ามถนนเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาแม้จะมีทางม้าลาย แต่ยังไม่มีระบบ

ควบคุมการข้ามถนนอย่างชัดเจน จึงได้ติดตั้งระบบสัญญาณไฟทางม้าลายอัจฉริยะ เพื่อช่วยกำหนดจังหวะการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง โดยระบบจะจัดการสัญญาณให้รถหยุดก่อนเปิดโอกาสให้ประชาชนข้ามถนนอย่างปลอดภัย

สำหรับระบบดังกล่าว ประชาชนสามารถเรียกใช้งานได้ 2 รูปแบบ ทั้งการกดปุ่มและระบบเซ็นเซอร์แบบไม่ต้องสัมผัส โดยสามารถโบกมือเพื่อเรียกสัญญาณได้ ระบบจะประมวลผลปริมาณการ

จราจรและคำนวณช่วงเวลาที่เหมาะสม ก่อนเปลี่ยนสัญญาณให้ผู้ข้ามถนน ขณะเดียวกันยังมีกล้องอัจฉริยะและระบบ AI ตรวจจับการเคลื่อนไหว สามารถจำแนกคนและยานพาหนะ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลและควบคุมสัญญาณไฟให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ระบบยังสามารถตรวจสอบได้ว่ายังมีประชาชนอยู่บริเวณทางม้าลายหรือไม่ หากยังมีผู้เดินข้าม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินช้ากว่าปกติ

ระบบจะช่วยขยายเวลาการข้ามถนน ก่อนเข้าสู่ระบบนับถอยหลังและเปิดการจราจรให้รถยนต์ใช้เส้นทางตามปกติ อีกทั้งกล้องยังสามารถบันทึกภาพความละเอียดสูง เพื่อใช้ตรวจสอบกรณีเกิดเหตุหรือมีการฝ่าฝืนกฎจราจร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มหามวลมิตรร่วมฉลองบ้านใหม่ “ต๋อง ปายฟ้า” นักช่วยเหลือสังคมแห่งบางละมุง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ก.ย.69 ครอบครัวมีบุญมาก โดย นายปายฟ้า มีบุญมาก หรือ ต๋อง นักช่วยเหลือสังคมชื่อดังแห่งอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้ถือฤกษ์ดี 999 วันที่ 9 เดือน 9 ปี 69 จัดงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ บ้านปายฟ้า เลขที่ 467 ม.4 ต.หนองกี่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ภายในงานพบว่ามีแขกเหรื่อ เพื่อนฝูง มวลมิตร ผู้ให้การนับถือและบุคคลรู้จักหลากหลายวงการเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

อาทิ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยาและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มไอ เอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด, พันจ่าเอกไชยยันต์ พาสว่าง นายอำเภอหนองกี่, นางสาวศิริรัตน์ บุญชัยสุข รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรี, พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สระแก้ว, นายสุพิศ คิดรอบ นายกเทศมนตรีตำบลหนองกี่, นายสังวาลย์ ฉิมจารย์ นายกเทศมนตรีตำบลศาลเจ้าพ่อขุนศรี อำเภอหนองกี่, นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา, นายนพปฎล กองวิสัยสุข ประธาน กต.ตร.สภ.หนองปรือ และคณะกต.ตร.สภ.หนองปรือ รวมทั้งผู้มีเกียรติอื่นๆ เข้าร่วมงาน

ภายในงานขึ้นบ้านใหม่ “บ้านปายฟ้า” ในช่วงเช้าได้จัดพิธีการทางสงฆ์ โดยมีพระเถรานุเถระมาเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้อาศัย จากนั้นเป็นการร่วมถวายภัตตาหารเลี้ยงเพลพระ ก่อนผู้เข้าร่วมงานจะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมพูดคุยทักมายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันด้วยบรรยากาศที่คึกคัก ก่อนในช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงฉลองสังสรรค์พร้อมขึ้นกล่าวอวยพรจากผู้มีเกียรติ

อนึ่ง นายปายฟ้า มีบุญมาก หรือ ต๋อง ปายฟ้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมในพื้นที่อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และใกล้เคียงในหลากหลายมิติจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปที่เห็นได้จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านตามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ยังเป็นคนสนิทของเสี่ยเอ้ นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของคนชลบุรี ทำให้ “ต๋อง ปายฟ้า” ได้มีโอกาสทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดหย่อน และด้วยเป็นคนที่มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีและเข้าถึงง่าย จึงเป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านได้อย่างมากมายเช่นกัน

ฮือฮา! นทท.ซื้อเสื้อ “บ๊อบบี้ อินเดียน“ ครึ่งหมื่น หนุนสินค้างานอินดี้พัทยา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โอเชี่ยนมารีน่า ยอร์ชคลับ จอมเทียนจ.ชลบุรี ที่ได้จัดงาน The Art of Ocean Market ริมทะเลที่จอดเรือยอร์ชสามารถสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ให้จังหวัดชลบุรีได้เป็นอย่างมาก

ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติเข้าร่วมชมและจับจ่ายใช้สอยในตลาดชุมชนคนอินดี้ที่มีการออกร้านจำหน่ายสินค้ามือสอง สินค้าวินเทจ งานคราฟต์ และงานศิลปะต่างๆ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานสามารถสร้างรายได้จากการนำสินค้ามาจำหน่ายได้เป็นอย่างดี

โดยที่ร้านของนายพีระพัฒน์ อัครพัฒน์ (บ๊อบบี้ อินเดียน) ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าวินเทจและเสื้อเพ้นท์ศิลปะที่เป็นรูปลายอิตเดียนแดง โดยใช้ใบหน้าของตนเองเป็นเอกลักษณ์ ได้รับความสนใจจากลูกค้าจนเป็นที่ฮือฮา

โดยมีลูกค้านักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานถูกใจเสื้อเพ้นท์ศิลปะที่จำหน่ายในราคาตัวละ 1,000 บาท ได้สนับสนุนงานอาร์ทคนอินดึ้เมืองพัทยาเลือกซื้อไปจำนวน 5 ตัว รวมราคา 5,000 บาท สร้างความพอใจให้ผู้ประกอบเป็นอย่างมาก ยังไม่รวมถึงร้านอื่นๆ ที่คนร่วมงานให้ความสนใจอย่างคึกคักด้วยเช่นกัน

ตร.ทท.พร้อมใช้! ‘ปืนไฟฟ้า’ ดูแลนักท่องเที่ยวพัทยา

วันที่ 8 กันยายน 2569 มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้จัดโครงการฝึกอบรมการใช้ปืนช็อตไฟฟ้า Taser gun รุ่นที่ 18 ที่โรงแรม Shambhala hotel pattaya จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการดูแลนักท่องเที่ยว สำหรับใช้ปฏิบัติการจริงด้วยการเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ของทางราชการอย่างถูกต้อง

โดยโครงการฝึกอบรมการใช้ปืนช็อตไฟฟ้า Taser gun รุ่นที่ 18 ในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 บก.ทท.1 เข้าร่วมรับการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 56 นาย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ว่าที่ พ.ต.อ.ต่อลาภ ตินะมาตร ผกก.ฝอ.1 บก.อก.บช.ทท. เดินทางมาเป็นวิทยากรในการฝึกอบรมและเรียนรู้การใช้งานปืนช็อตไฟฟ้าTaser gun อุปกรณ์สำหรับช่วยควบคุมสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการใช้งานอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คือการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ตำรวจท่องเที่ยวมีความพร้อมในการเรียนรู้ พร้อมปฏิบัติ และพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวทุกเวลา

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พช.นครปฐม ร่วมพิธีเปิดงาน CD NEXT 2026 พร้อมรับรางวัลเชิดชูเกียรตินักพัฒนาชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 9 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ หลักสี่ กรุงเทพมหานครนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “CD NEXT 2026” ภายใต้โครงการวันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 15 (15th Community Development DAY 2026) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงปาฐกถาและเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า ตลอดระยะเวลากว่า 64 ปีที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชนได้ทำหน้าที่เคียงข้างและทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาชนบท สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ สำหรับการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “CDD Next 2026 PASSION • INNOVATION • SUSTAINABILITY : มุ่งมั่น • สร้างสรรค์ • ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานพลังภาครัฐ ภาคประชาชน และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ภายในงานถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญกับการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เครือข่าย และบุคลากรผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วประเทศรวมกว่า 227 รางวัล เพื่อยกย่องความทุ่มเทเสียสละในการทำงานเพื่อส่วนรวม อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศระดับจังหวัด และรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่นระดับจังหวัด) โล่รางวัลสิงห์ทอง รางวัลเชิดชูเกียรติกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น และรางวัลผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ในการนี้ นายสุริยา บุญเรืองยศศิริ พัฒนาการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มงาน พัฒนาการอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐมนางสาวณัฏฐ์ชุดา จำเลนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งลูกนก / ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอกำแพงแสน
เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับศูนย์การศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี ได้แก่ คณะขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดีเลิศระดับจังหวัด

(หมู่ 5 ต.สวนป่าน อ.เมืองฯ) ผู้รับรางวัล น.ส.จิราภรณ์ แพรอัตถ์ กำนันตำบลสวนป่านหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข”ดีเด่นระดับจังหวัด (บ้านไผ่ขาด หมู่ 2 ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี)ผู้รับรางวัล นายรัฏฐกรณ์ เขียวลำไย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.วัดละมุดผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) ชาย ดีเด่นระดับจังหวัด นายประนอม รัชตจิรสกุลชัยผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้นำ อช.) หญิง ดีเด่นระดับจังหวัด

นางสาวศุภณิต แหวนอ่อนกลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้านดีเด่นระดับจังหวัด ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” หมู่ 1 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑลประธานกลุ่ม/องค์กร นายพรภิรมย์ อ่อนสัมพันธุ์เข้ารับรางวัลในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน ยังมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการแสดงผลงานความสำเร็จของกรมการพัฒนาชุมชนในหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องผ้าไทยใส่ให้สนุก กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทุนชุมชน นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และผลิตภัณฑ์จากชุมชนกว่า 300 ร้านค้า พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมใช้สิทธิ์ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อสนับสนุนสินค้าฝีมือคนไทย เติมรายได้ให้ผู้ประกอบการ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมการพัฒนาชุมชนจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและผู้สนใจ มาร่วมเรียนรู้ต้นแบบความสำเร็จ ชม ชิม ช้อปสินค้าชุมชน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ในงาน “CD NEXT 2026” (CD DAY 2026) ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ ชลบุรีเยี่ยมชม “USS Abraham Lincoln” เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ระดับโลก กลางท่าเรือแหลมฉบัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 กันยายน 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พลตรีประเสริฐ ใจกล้า ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และนายอำเภอในพื้นที่ เดินทางเข้าเยี่ยมชม USS Abraham Lincoln (CVN-72)

เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเข้าจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อคุ้มครองและเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

สำหรับ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ยักษ์ใหญ่แห่งมหาสมุทร ขับเคลื่อนด้วยเตาปฏิกรณ์ปรมาณู 2 เครื่อง ทำให้สามารถเดินทางต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า 20 ปีโดยไม่ต้องแวะเติมเชื้อเพลิง ตัวเรือยาวกว่า 333 เมตร (ยาวกว่าสนามฟุตบอล 3

สนามต่อกัน) สูงเทียบเท่าตึก 20 ชั้น รองรับลูกเรือและเจ้าหน้าที่ประจำการรวมกันมากกว่า 5,000 นาย
สามารถบรรทุกอากาศยานได้มากกว่า 80 ลำ ทั้งเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ Helicopters และเครื่องบินแจ้งเตือนภัยทางอากาศ

การเดินทางมาเยือนของยักษ์ใหญ่แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงทางทะเลเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีมาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยประสานกำลังร่วมระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง จัดตั้งจุดตรวจและสายตรวจดูแลความเรียบร้อยทั้งทางบกและทางน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง โดยจัดระบบการจราจรและการขนส่งรอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังและจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้ลูกเรือและทหารสหรัฐฯ ทุกนายสามารถเดินทางพักผ่อนได้อย่างราบรื่น

และจังหวัดชลบุรีพร้อมให้การต้อนรับด้วยมิตรภาพและความประทับใจ ส่งเสริมให้ร้านค้า ผู้ประกอบการ และชาวชลบุรีร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการให้การต้อนรับ สร้างภาพลักษณ์ความอุ่นใจและประทับใจตลอดช่วงเวลาที่ลูกเรือพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ระดมสมองวางแผนความพร้อมจัด “งานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569” ริมชายหาดเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ส.ค.69 ดร.ดีโอ้ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี พร้อมด้วยอาจารย์พยัคฆ์ เขี้ยวแก้ว ประธานเครือข่ายศรัทธาเพื่อสังคม ร่วมนำเสนอข้อมูลและรูปแบบการจัด “งานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569“

เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่มีนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยาเป็นประธานการประชุม

สำหรับงานมหาเทศกาลคเณศจตุรถี พัทยา 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

เพื่อสืบสานอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีกรรมและวัฒนธรรมจามขนมธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ภายในงานกำหนดจัดขึ้นในรูปแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมบนเวทีกลาง การจัดซุ้มสักการะองค์พระพิฆเนศขนาดความสูง 1.5 เมตร โรงทานแจกอาหารเจทั้งอาหารไทยและอินเดีย ซุ้มพิธีกรรม ซุ้มกิจกรรม ลานอารตีบูชาไฟ และซุ้มคัดแยกขยะ นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่พระพิฆเนศรอบวงกลมเมืองพัทยาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ในที่ประชุมได้หารือในวาระการเตรียมความพร้อมและการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งด้านสถานที่ เรื่องระบบไฟ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจร ด้านการพยาบาล

เรื่องเจ้าหน้าที่ รถพยาบาลและรถฉุกเฉิน ด้านการรักษาความสะอาด เรื่องรถสุขาเคลื่อนที่และการจัดการขยะมูลฝอย ด้านการขออนุญาตใช้เสียง ด้านประชาสัมพันธ์ และด้านอื่นๆ เพื่อให้งานออกมาอย่างดีที่สุด

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บต.อ่างทอง จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนตำบล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการเปิดกิจกรรมภายใต้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และพนักงานส่วนตำบล โดยมี นายอำนวย จันทร์เจ็ก รองนายกอบต.อ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิด นายธานินทร์ บุญนี ปลัด อบต.อ่างทอง กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาอบต. และบุคลากรทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถ และทักษะการทำงานให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญในขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การช่วยเหลือ และการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี ความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูงสุด

กิจกรรมภายในโครงการภายในงานได้มีการบรรยายให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และฝึกปฏิบัติจริงในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ หลักการและแนวทางการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การใช้อุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัย การเสริมสร้างทีมงานและการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อบต.อ่างทอง มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากรให้เป็นกำลังสำคัญที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะปกป้องและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความเจริญรุ่งเรืองของตำบลอ่างทองต่อไป

 ///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / “เมย์-พิชญา มุ้ยแก้ว” เป็น Winemaker (ผู้ผลิตไวน์) หญิงไทยคนแรก!! และคนเดียวในย่านบอร์กโดซ์ Bordeaux

แชร์เนื้อหานี้

สร้างประวัติศาสตร์วงการไวน์! “เมย์-พิชญา มุ้ยแก้ว” หญิงไทยผู้ก้าวขึ้นเป็น Winemaker (ผู้ผลิตไวน์) คนแรกและคนเดียวของไทยในย่าน บอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส
‎เบื้องหลังไวน์ระดับโลก‎เธอมีส่วนอยู่เบื้องหลังการผลิตไวน์ชื่อดังระดับโลก อาทิ “Château Pape Clément” และ “Château La Tour Carnet”

จากความหลงใหล สู่เส้นทางมืออาชีพจุดเริ่มต้นมาจากความชื่นชอบในการดื่ม และความหลงใหลในเสน่ห์และความซับซ้อนของไวน์ ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท หลักสูตร 2 ปี ที่ L’Institut Agro Montpellier ประเทศฝรั่งเศสจากนั้นเริ่มต้นทำงานในวงการไวน์ตั้งแต่ตำแหน่ง Cellar Hand ค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์และไต่ระดับ จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Winemaker อย่างเต็มตัวในประเทศฝรั่งเศส

จากหญิงไทยผู้หลงใหลในไวน์ สู่ผู้ผลิตไวน์ในดินแดนระดับโลก
‎เรื่องราวของ “เมย์-พิชญา” จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและสร้างชื่อในอุตสาหกรรมไวน์ระดับโลก ณ ดินแดนบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส‎“ผู้หญิงไทยคนหนึ่ง…ที่ทำให้ชื่อประเทศไทยปรากฏอยู่บนเส้นทางไวน์ระดับโลก”

“ฟูล แบ็ค” หล่อเกินต้าน! โชว์ซิกแพคแน่น ‎นักร้องสายเอ็นเตอร์เทน เสิร์ฟความมันบนเวที จน FC ใจละลาย
‎ฮือฮาโลกโซเชียล! “ฟูล แบ็ค” ศิลปินหนุ่มวัย 27 ปี สุดเฟรนลี่ โชว์ลีลาร้องเพลงและเอนเตอร์เทนเต็มพิกัด พร้อมถอดเสื้อโชว์ซิกแพคกลางเวที ทำ FC และแฟนคลับแห่แชร์สนั่น

จากชีวิตครูอัตราจ้าง สู่ความฝันบนเส้นทางศิลปิน เจ้าตัวเผยว่า ตั้งใจเรียนดนตรีเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ก่อนเดินหน้าตามฝันอยากมีเพลงดัง มีงานจ้าง และสามารถปลดหนี้ให้ครอบครัวได้.• ติดตามผลงานFacebook : ฟูล แบ็ค
‎แฟนเพจ : ฟูลแบ็ค นักร้องครับIG : Rattanatrai7
TikTok : fullback_officialสถานะ : โสดติดต่อการแสดงได้ที่
โทร.064-223-5519

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดโครงการธนาคารขยะ ทอดผ้าป่าผสานศรัทธาและธรรมชาติ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาคุณภาพชีวิตชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่หน้าศูนย์ท่องเที่ยวหาดบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบตีรีขันธ์ พร้อมด้วย ดร.สมไทย วงศ์เจริญ ประธานผู้ก่อตั้งกลุ่มวงศ์พาณิชย์กรุ๊ป พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เทศบาลฯบ้านกรูด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในเขตเทศบาลบ้านกรูด ภาคประชาชน และภาคเอกชน

ได้ร่วมเดินขบวนรณรงค์ ขบวนขยะผ้าป่ารีไซเคิล มายังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูด เนื่องในกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการคัดแยกขยะต้นทาง ภายใต้โครงการธนาคารขยะ ประจำปี 2569 “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”โดยมี นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายสมไช เสียงใหญ่ ท้องถิ่นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย น.ส.สมหญิง ปานทอง นายกอบต.ธงชัย นายประวิทย์ รัตนพงศ์ นายกอบต.พงษ์ประศาสตร์ คณะผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ผู้บริหารสถานศึกษา สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( สจ.) สมาชิกสภาเทศบาล เครือสหวิริยา และผู้นำชุมชน และภาคประชาชน ครู นักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า ปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรห้าพันกว่าคน ซึ่งยังมิได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และเนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีนักท่องเทึ่ยวเช้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้น โดยมีขยะในเขตเทศบาลฯเฉลี่ยเดือนละประมาณ 90-100 ตัน มีค่าใช้จ่ายค่าบริหารจัดการขยะประมาณเดือนละกว่า 280,000 บาท อีกทั้งประชาชนยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาล และการบริหาร

จัดการขยะยังไม่ดีจากเหตุผลดังกล่าวเทศบาลตำบลบ้านกรูด จึงได้จัดทำกิจกรรมรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล” ภายใต้โครงการธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยนำหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการจัดการขยะ อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อนำขยะที่คัดแยกแล้วไปจำหน่ายสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

นอกจากนี้ยังได้มีการทำบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ระหว่าง เทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ วัด สถานศึกษา ชุมชน ผู้ประกอบการท่องเทึ่ยว กลุ่มเหล็กสหวิริยา และ เอสวีแอลกรุุ๊ป ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมขยะให้เป็นมูลค่า สร้างวินัยการคัดแยกขยะจากต้นทาง และมุ่งหวังให้บ้านเมืองมีความสะอาด

เทศบาลบ้านกรูด ยังเล็งเห็นคุณค่าของการทำบุญด้วยทุนทรัพย์อันบริสุทธิ์ และความสำคัญของการจัดการขยะอย่างมีระบบ กิจกรรมทอดผ้าป่าขยะนี้ เปิดโอกาสให้ทุกท่านนำขยะรีไซเคิล—อาทิ ขวดน้ำ กระดาษ กระป๋อง และวัสดุเหลือใช้ที่ยังมีมูลค่า—มาบริจาคเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นทุนบุญ สมทบทุนพัฒนาพื้นที่ และถวายเป็นพุทธบูชา ดุจดังการถวายผ้าป่าที่บริสุทธิ์และงดงาม

“ขยะไม่ใช่ของไร้ค่า หากเรารู้จักแยกแยะ มันจะกลายเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่” กิจกรรมนี้จึงมิเพียงแต่เป็นการร่วมกุศลเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันสร้างบ้านเมืองที่สะอาด สวยงาม และเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนสืบไป

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / อัศวิน“จีเฮิร์บ” คว้ารางวัลดีเด่นแห่งปี 2569 ต่อยอดภูมิปัญญาสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยสถาบันจุฬาภรณ์ ถนนกำแพงเพชร 6 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครบริษัท จีเฮิร์บ จำกัด (G-Herb) โดย คุณอัศวิน ทองประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท เข้ารับ รางวัลดีเด่นแห่งปี 2569 ในงาน “แม่ของแผ่นดิน แฟชั่นโชว์” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างประโยชน์ต่อสังคมการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ หนังสือพิมพ์เดลิมิเร่อร์ มูลนิธิบรรเทาภัย มูลนิธิต้นบุญ วิสาขา และสมาคมผู้สูงวัยใจรักแผ่นดิน โดยมีการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศกว่า 300 ราย

ภายในงานมีพิธีสงฆ์ โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมกิจกรรมถวายภัตตาหารเพล ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดงานจากนั้น เวลา 12.00 น. มีการจัดแสดง “แม่ของแผ่นดิน แฟชั่นโชว์” อย่างงดงาม สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน ก่อนที่ นางสาวนภัค บุญณัชนิธินาถ ประธานอำนวยการจัดงาน กล่าวรายงาน
โดยได้รับเกียรติ รองศาสตราจารย์ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล ประธานในพิธีมอบรางวัล กล่าวเปิดงาน พร้อมให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมงาน

ภายในงานยังมีการแสดงเพลง “แสงเทียน” เพลงถวายพระพร โดย อาจารย์แมน วทัญญู มุ่งหมาย รวมถึงการแสดงโขน ก่อนเข้าสู่พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่บุคคลและองค์กรที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศสำหรับ บริษัท จีเฮิร์บ จำกัด (G-Herb)การได้รับรางวัลดีเด่นแห่งปี ถือเป็นความภาคภูมิใจและ

กำลังใจสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยมีคุณอัศวิน ทองประเสริฐ เป็นผู้ขับเคลื่อนการสืบสานและต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรที่สืบทอดจากคุณหมอสมหมาย ทองประเสริฐ มาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาลสิงห์บุรี และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีชื่อเสียงในการรักษามะเร็งเป็นหลัก

คุณอัศวิน ทองประเสริฐ กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติแก่บริษัท แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำภูมิปัญญาและตำรับสมุนไพรไทยมาพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ G-Herb

ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
นอกจากนี้ บริษัท จีเฮิร์บ จำกัด ยังได้ร่วมจัดนิทรรศการ “แม่ของแผ่นดิน” ภายในงาน โดยคุณอัศวินได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ออริจินัลของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 12 ภาพ จากคอลเล็กชันส่วนตัวมาร่วมจัดแสดง

ซึ่งเป็นภาพทรงคุณค่าที่หาชมได้ยากและมีอายุเกือบ 50–60 ปี สร้างความสนใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมากขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีการมอบรางวัลสำคัญแก่บุคคลที่มีผลงานโดดเด่น อาทิ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดธัญบุรี ประธานกิตติมศักดิ์คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” ซึ่งได้รับรางวัล “ผู้บริหารดีเด่นแห่งปี 2569”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต G-Herb ยังคงมุ่งมั่นสืบสานและต่อยอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต การสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และการขยายตลาดสู่ระดับอาเซียนและนานาชาติคุณอัศวิน ทองประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายสำคัญของ G-Herb คือการนำองค์ความรู้และภูมิปัญญาสมุนไพรไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน สร้างคุณค่าให้กับสมุนไพรไทย และผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /การขับเคลื่อน “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บ้านสะแกราบ หมู่ที่ 9 สะแกราบ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. ที่ วัดลิ้นทอง บ้านสะแกราบ ตำบลสะแกราบ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี พระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน ระดับหน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ณ วัดลิ้นทอง บ้านสะแกราบ ตำบลสะแกราบ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี โดยมี พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 1 นายอำเภอทุกอำเภอ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และพุทธศาสนิกชนชาวลพบุรี ร่วมถวายการต้อนรับ

สำหรับการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 บ้านสะแกราบ หมู่ที่ 9 ตำบลสะแกราบ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี มีประชากรรวม 480 คน จำนวนครัวเรือน 173 ครัวเรือนและมีวัดลิ้นทอง เป็นวัดประจำหมู่บ้าน โดยมีเจ้าอธิการชัยวัฒน์ อุตตมญาโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดลิ้นทอง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่หมู่บ้านได้ดำเนินการในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมาได้แก่ โครงการหมู่บ้านยั่งยืน โครงการหมู่บ้านสีขาว โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกลุ่มออมทรัพย์กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มเครือข่ายจิตอาสาพัฒนาสังคม รางวัลเกียรติคุณได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็น “ต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน” จากสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอโคกสำโรงประจำปี 2569 ซึ่งในรอบ 3 ปี อีกทั้งหมู่บ้านไม่มีคดีอาชาญากรรม คดียาเสพติด และการทะเลาะวิวาทโดยการรับรองของผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเพนียด

โดยมีวิถีวัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่นของหมู่บ้าน ได้แก่ การทำบุญกลางบ้าน บรรพชาอุปสมบท มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็น Soft Power ของหมู่บ้าน ด้านสาธารณสุขของหมู่บ้าน ปี 2568 ไม่มีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและผู้สูงอายุมีบุตรหลานดูแลไม่โดดเดี่ยว แต่มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 2 คนและมีผู้พิการในหมู่บ้านจำนวน 17 คน ซึ่งครอบครัวดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ทางหมู่บ้านได้ดำเนินกิจกรรมการรักษาศีล 5 ครบทั้ง 5 ข้อ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ากิจกรรมได้รับความสนใจและการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากและสามารถสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในเรื่องศีล 5 ได้ในระดับดีมาก

นำมาสู่การปฏิบัติและการขยายผลนอกจากนี้ยังพบว่าการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ส่งผลดีต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในชุมชน และยังช่วยส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของความสงบสุขในหมู่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ตลอดไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ / ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / มูลนิธิ..กวงเม็งแม่สาย ได้จัดงานเทกระจาด ครั้งที่ 66 ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 เวลา 09.00 น. มูลนิธิกวงเม็งแม่สาย ได้จัดงานเทกระจาด ครั้งที่ 66 ประจำปี 2569

ณ มูลนิธิกวงเม็งแม่สาย จังหวัดเชียงราย ทางมูลนิธิกวงเม็งได้เชิญ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธาน

พร้อมกับ นางมลธิชา ไชยบาล สส.เชียงราย เขต 6 และเทศบาลในพื้นที่แม่สาย ในช่วงเช้าได้ไหว้ศาลเจ้าและพระเจ้าเสือ

พร้อมได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลกับมูลนิธิกวงเม็งแม่สาย งานเทกระจาดในครั้งนี้

ประเพณีทิ้งกระจาดปีนี้ กิจกรรมในพิธีเริ่มจากการไหว้เทพเจ้าทุกพระองค์ในศาลเจ้าภายในที่ทำการมูลนิธิ พิธีไหว้บรรพบุรุษที่ผู้ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นได้มีการ

ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยคณะกรรมการจัดงานได้อาราธนาพระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศบุญกุศลแก่ผู้ล่วงลับและวิญญาณไร้ญาติ

ทางมูลนิธิกวงเม็งแม่สาย ได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งจำนวน 3,500-4,000 ชุดและเงิดสดอีก 100,000 บาท

ประชาชนมาเกินคาดหมายประชาชน ชาวเมียนมาและชาติพันมาต่อเข้าคิวรอรับ ตั้งแต่เวลา ตี 5 ของวันนี้ เกือบ หมื่นคน คนที่ไม่ได้ก็ผิดหวังกันไปตามๆ กัน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดสัมมนาบูรณาการความร่วมมือ “ทหาร ตำรวจ พลเรือน” เสริมความมั่นคงชายแดน มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายไตรสรณคมน์ หนองเรือง กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการจัดสัมมนาในหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน เพื่อความมั่นคงชายแดนปลอดภัยจากยาเสพติด”

ณ หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมี นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ให้การต้องรับและร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมการสัมมนา

การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และภัยคุกคามจากยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของหน่วย

งานภาครัฐ ภาคประชาชน และทุกภาคส่วนในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ให้สามารถประสานการทำงานและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงรุกได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความคิดเห็นจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการสร้างพื้นที่ชายแดนให้มีความ

มั่นคงและปลอดภัยจากยาเสพติด รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ให้เห็นถึงพิษภัยและผลกระทบของยาเสพติดที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต สังคม และระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน โดยมุ่งป้องกันและแก้ไขปัญหายา

เสพติดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและเยาวชน เพื่อให้จังหวัดมุกดาหารเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ”นายกเชฟยงยุทธ“ ชูขนมจีนน้ำยาปูสูตรแม่อบ-บ้านบึง ขึ้นเมนูโรงแรม 5 ดาวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ หรือเชฟยุทธ พ่อครัวใหญ่ โรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา และนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เปิดเผยว่าได้เตรียมเมนูอาหารไทยแท้แม่ให้มาขึ้นโรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ริมทะเลนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยไฮไลท์ ขนมจีนน้ำยาปู สูตรแม่อบ จากอำเภอบ้านบึง จ.ชลบุรี ที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำอาหารท้องถิ่น และขนมจีนบ้านบึงก็ถือได้ว่าเป็นอีกเมนูที่การันตีความอร่อยอันดับต้นๆ ของจังหวัดภาคตะวันออก ตัวอย่างเช่น ขนมจีนแม่กิมซัวที่มีชื่อเสียงมาจนปัจจุบัน

ย้อนไปกว่า 50 ปีที่ผ่านมาเมื่อครั้งยังใช้ชีวิตวัยเด็กที่อำเภอบ้านบึง ที่บ้านจะทำอาหารรับประทานเอง โดยมีมารดาคือคุณแม่อบ จะคิดเมนูต่างๆ เพื่อให้คนในครอบครัวที่อาศัยอยู่หลายคนได้รับประทาน และอาหารที่จำรสชาติมือแม่ได้ดีคือขนมจีนน้ำยาปู ที่แม่อบทำให้กินตั้งแต่เด็ก โดยใช้วัตถุดิบแถวบ้านที่ไม่ต้องซื้อ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว หรือปลาตามท้องไร่ท้องนา รวมทั้งกะทิคั้นเองที่ได้จากสวนมะพร้าวข้างบ้าน

เชฟยงยุทธจะมีหน้าที่ออกไปซื้อแค่ปูม้า สัตว์ทะเลพื้นบ้านชลบุรี โดยแม่อบจะให้ไปซื้อปูม้าตัวเป็นๆ ตัวสดๆ ที่ตลาดประมงอ่างศิลา แล้วกลับมาทำเอง รสชาติน้ำยาจะเผ็ดไม่มาก เด็กกินได้ มีเครื่องเคียง ผักกาดดอง ถั่วงอก ถั่วฝักยาว และพริกแห้ง จน

กลายเป็นสูตรน้ำยาขนมจีนที่นำเข้าเมนูอาหารของโรงแรมเคป ดารา โดยได้เพิ่มเครื่องเคียงผักกาดหอมนอก และใบสะระแหน่ ผ่านมาตรฐาน ISO 22000 ซึ่งอยากเชิญชวนให้มาชิมรสชาติตำรับไทยแท้แม่ให้มา ขนมจีนน้ำยาปูสูตรแม่อบได้ที่ห้องอาหารเรเดียส โรงแรมเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดเต็มเทคโนโลยีทางการแพทย์! ผอ.รพ.มุกดาหาร เตรียมติด CT Scan ตึกฉุกเฉิน นำร่อง Robot จัดยาอัตโนมัติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พญ.นภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมุกดาหารเตรียมปฏิรูปใหญ่ระบบบริการทางการแพทย์ครั้งสำคัญในห่วงระยะเวลา 5-6 เดือน เพื่อมุ่งแก้ปัญหาความแออัดและตัดลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเตรียมขยายพื้นที่ห้องฉุกเฉิน (ER) ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งเครื่อง CT Scan ประจำตึก ER เพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง เพื่อให้คนไข้วิกฤตได้รับการสแกนสมองและตรวจวิเคราะห์ได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายตึก ซึ่งคาดว่าระบบใหม่นี้จะพร้อมเปิดใช้งานไม่เกินเดือนเมษายน 2570

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังทุ่มงบประมาณ 20 ล้านบาท นำร่องเทคโนโลยี “หุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ” (Robot) เข้ามาช่วยจัดยาสำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการรับยา ควบคู่กับการยกเครื่องระบบห้องปฏิบัติการเป็น “Lab Automation” ที่สามารถวิเคราะห์ผลตรวจพร้อมกันได้ครั้งละ 100 เคส รวมถึงการสร้างห้องเจาะเลือดอัจฉริยะ (Smart Lab) บริเวณหน้าโรงพยาบาล ซึ่งจะส่งตัวอย่างผ่านระบบกระสวยด่วนตรงไปยังห้องแล็ปทันทีขณะเดียวกัน โรงพยาบาลมุกดาหารยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำร่องโครงการสร้างแพทย์ประจำจังหวัด

โดยเริ่มส่งนักศึกษาแพทย์เข้าเรียนปีละ 16 คน เพื่อเตรียมกลับมาปฏิบัติงานคลินิกและดูแลสุขภาพประชาชนชาวมุกดาหารในปี 2572ทั้งนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการติดตามงบประมาณผูกพัน 3 ปี วงเงิน 995 ล้านบาท จากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อเตรียมจัดสร้างอาคารศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษา ตึกสนับสนุนการบริการ 8 ชั้น หอพักบุคลากร 400 ยูนิต และอาคารจอดรถอัจฉริยะ (Smart Parking) วงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อยกระดับโรงพยาบาลมุกดาหารสู่มาตรฐานการรักษาที่ดีที่สุดในอนาคต

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตำรวจ สภ.ดอนตาล ฮีโร่! พังหน้าต่างช่วยสาวเมาเครียดอกหัก รอดวิกฤตตัดช่องน้อยแต่พอตัวหวุดหวิด

ดอนตาล, มุกดาหาร — เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล เข้าช่วยเหลือหญิงสาวได้ทันท่วงที หลังเกิดอาการเมาสุราและเครียดหนักจากปัญหาความรัก จนขังตัวเองอยู่ภายในบ้านพักและมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21:10 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุ สภ.ดอนตาล ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือว่ามีหญิงสาวร้องไห้ฟูมฟาย บ่นไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว เหตุเกิดที่ร้านสกลปลาสด บริเวณหลังตลาดเทศบาลตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร หลังรับแจ้ง ร้อยเวรป้องกันและปราบปราม พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจจึงรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึง พบพลเมืองดีให้การว่า ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.บุศริน พันศรีหะ ลูกจ้างของร้านสกลปลาสด สาขาดอนตาล อยู่ในอาการเมาสุราอย่างหนักและมีความเครียดสะสมจากปัญหาหัวใจ ได้เข้าไปขังตัวเองอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง พร้อมส่งเสียงตัดพ้อว่าอยากเลือกจากไป พลเมืองดีเห็นท่าไม่ดีและเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายจึงรีบแจ้งตำรวจ

ในการช่วยเหลือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าของบ้านเพื่อนำกุญแจสำรองมาเปิด แต่ปรากฏว่าไม่มีกุญแจสำรอง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจขออนุญาตเจ้าของบ้านพังหน้าต่างเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นจังหวะที่ น.ส.บุศริน กำลังจะก่อเหตุอันตรายเองพอดี นาทีนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พังหน้าต่างแล้วพุ่งเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือไว้ได้ทันท่วงทีอย่างหวุดหวิด

ภายหลังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลดอนตาลเพื่อนำตัว น.ส.บุศริน ส่งตรวจรักษาและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไปหากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบปัญหาความเครียดหรือต้องการคนรับฟัง สามารถติดต่อ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดมนต์เสน่ห์ “ถนนสู้ศึก” สัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่า ผ่านเสียงเพลงลูกกรุง การแต่งกายย้อนยุค และไฮไลท์ “ลีลาศกลางถนนสู้ศึกกับฟลอร์เต้นรำที่ยาวที่สุด”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ส.ค. 2569 ที่ร้าน ART CAFÉ GRANDMA’ HOUSE
อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันจ่าเอกพัณณ์ภัสส์ สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายกมล แก้วเทศนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติศักดิ์ จั่นเพชร ประธานคณะกรรมการถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางสาววันชัยนาอ์ วัฒนาวงศาน วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายธรรมรัตน์ สิงห์ศรี ปลัด อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน แขกผู้มีเกียรติ ร่วมแถลงข่าว เตรียมสร้างสีสันให้กับถนนสู้ศึกอีกครั้ง กับงาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…เมืองแห่งเรื่องเล่า” ระหว่างวันที่ 3–4 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ ถนนสู้ศึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เทศบาลเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ เตรียมสร้างสีสันให้กับถนนสู้ศึกอีกครั้ง กับงาน “ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…เมืองแห่งเรื่องเล่า” ณ ถนนสู้ศึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของวันวาน มาร่วมสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า ผ่านเสียงเพลง การแต่งกาย กิจกรรม และเรื่องราวของเมืองประจวบฯ ในรูปแบบร่วมสมัย

งานครั้งนี้มุ่งนำเสน่ห์ของอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยเปลี่ยนพื้นที่ถนนสู้ศึกให้กลายเป็น “ถนนแห่งความทรงจำ” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค แสงไฟสวยงาม ดนตรีลูกกรุง การแสดง และมุมถ่ายภาพที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้เก็บภาพความประทับใจไฮไลท์สำคัญของงาน คือ “ฟลอร์ลีลาศกลางถนนสู้ศึก” ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ใจกลางงานให้กลายเป็นฟลอร์เต้นรำย้อนยุค ท่ามกลางเสียงเพลงลูกกรุงและบรรยากาศแสงไฟยามค่ำคืน

พร้อมการแสดงลีลาศจากนักเต้นในชุดย้อนยุค และกิจกรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามาร่วมเต้นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเต้นมืออาชีพอีกหนึ่งสีสันที่ไม่ควรพลาด คือ “Vintage Ballroom Show” การแสดงลีลาศที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของงานเต้นรำในอดีต ผ่านจังหวะเพลงและเครื่องแต่งกายย้อนยุค ก่อนเปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ออกมาเต้นรำและสนุกไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงย้อนยุค ดนตรีลูกกรุง ตลาดย้อนยุค การประกวดแต่งกายย้อนยุค กิจกรรมสำหรับครอบครัว ร้านค้าชุมชน และจุดถ่ายภาพย้อนวันวาน เพื่อให้ผู้ร่วมงานทุกวัยสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศและมีส่วนร่วมกับงานได้ตลอดทั้งสองวัน“ย้อนวันวาน มนต์เสน่ห์สู้ศึก” จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างสีสันให้กับย่านเมืองเก่าของประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างประสบการณ์ใหม่

ในการท่องเที่ยว ผ่านการนำเรื่องราวและเสน่ห์ของอดีตมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมแต่งกายย้อนยุค ฟังเพลงลูกกรุง ชมการแสดง ถ่ายภาพ และที่สำคัญ…“จับมือคนที่คุณรัก แล้วออกมาเต้นลีลาศใต้แสงดาว”

////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ตลาดกาลเวฬา ทวารวดีศรีดงละคร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ พื้นที่ส่วนขยายศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ มูลนิธิชัยพัฒนา เขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายธนวัตน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ตลาดกาลเวฬา ทวารวดีศรีดงละคร โดยมีนายราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก กล่าวรายงาน

วัตถุประสงฆ์ของการจัด งานฯ พร้อมมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมฯ เป็นจำนวนมาก ภายในบริเวณงานได้จัดให้มีการแสดงระบำทวารวดีศรีดงละคร และได้รับเกียรติจากคุณน้ำตาล ณภษร ปั้นพานิช มิสแกรนดฺ์ นครนายก 2025 เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ พร้อมเชิญประธานในพิธีร่วมถ่ายภาพหมู่กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยจังหวัดนครนายก เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ โดยเฉพาะเมืองโบราณดงละคร ซึ่งเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่สะท้อนร่องรอยอารยธรรมและพัฒนาการของชุมชนในอดีต อันเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของจังหวัดนครนายก
จังหวัดนครนายกมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชนเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัด จึงได้ดำเนินการจัดงาน “ตลาดกาลเวฬา ทราวดีศรีดงละคร” ขึ้น ภาย

ใต้กิจกรรม ยกระดับประเพณีทำบุญสืบชะตาประจำปี เสริมสิริมงคล เมืองนครนายก ณ เมืองโบราณดงละคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาและ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนครนายก กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก โดยกิจกรรม กำหนดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ พื้นที่ส่วนขยายศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ มูลนิธิชัยพัฒนา เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองโบราณดงละคร และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัด ผ่านรูปแบบตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคที่ผสมผสานความเป็นไทย เข้ากับการท่องเที่ยวร่วมสมัย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

  1. เพื่อนำ“ทุนวัฒนธรรม” มาสร้างคุณค่า สร้างประสบการณ์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้แก่ชุมชน
  2. เพื่อเชื่อมโยงมิติด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
    3.เพื่อยกระดับเมืองโบราณดงละคร สู่การเป็นหมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครนายกและประเทศต่อไป
  3. สมบัติ เนินใหม่//กนิษฐา เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่//ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองนายกเมืองพัทยาร่วมฉลองวันเอกราชอินเดีย ครั้งที่ 80 สานสัมพันธ์ไทย-อินเดีย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ของสมาคมชาวอินเดียภาคตะวันออก พร้อมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันเอกราชอินเดีย ครั้งที่ 80

โดยมีนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี และนายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมชาวอินเดียภาคตะวันออก เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีสมาชิกสมาคมชาวอินเดียฯ แขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ปลัดอำเภอบางละมุง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ผู้แทน สสปน.ภาคกลาง-ภาคตะวันออก และ ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา เข้าร่วมที่โรงแรมเดอะ ไซมีส พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับงานเฉลิมฉลองวันเอกราชอินเดียในครั้งนี้ จัดโดยสมาคมอินเดียภาคตะวันออก (Indian Community Eastern – ICE) ภายใต้แนวคิด “India @80 – 80th Independence Day Celebration” เพื่อรำลึกถึงวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐอินเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในการส่งเสริมมิตรภาพ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนชาวอินเดียในประเทศไทย ชาวไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนตลอดมา

ครอบครัว ‘สมิทธ์ บัณฑิตย์‘ ขอบคุณคนใจบุญช่วยบริจาคเลือดช่วยชีวิตอดีตนักร้องดัง หวังโรงพยาบาลไม่ทอดทิ้ง

นายปัญจรัตน์ หรือสุรัตน์ บัณฑิตย์ บิดาของ สมิทธ์ บัณฑิตย์ หรือสมิทธ์-สมิทธ์แอนด์เชน อดีตนักร้องดูโอ้ชื่อดัง ที่ป่วยเป็นผู้ติดเตียง เปิดเผยว่า สมิทธ์ได้มีอาการช็อกในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จึงได้นำส่งยังโรงพยาบาลชลบุรี ก่อนทราบว่าเกิดจากมีการติดเชื้อในโลหิต ต้องมีการให้เลือดกับผู้ป่วย ตนเองจึงได้ขอความช่วยเหลือจนมีคนใจบุญร่วมบริจาคโลหิตมาช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น

เมื่อมีผู้บริจาคโลหิตมาแล้ว ทางโรงพยาบาลชลบุรี ที่สมิทธ์เข้าทำการรักษา แจ้งว่าได้ให้เลือดผู้ป่วยไปแล้วในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จำนวน 1 ถุง 300 มล. จนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และให้กลับบ้านในวันต่อมา ทางครอบครัวบัณฑิตย์ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ได้ช่วยเหลือสมิทธ์ในครั้งนี้ ทั้งผู้ที่มีใจกุศลร่วมบริจาคโลหิตส่งต่อให้ในนามสมิทธ์โดยตรง จนได้เลือดมากถึงประมาณ 6-7 ถุง

นอกจากนี้ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลชลบุรีและคณะแพทย์เป็นอย่างยิ่งในการให้การรักษานายสมิทธ์ ในฐานะผู้ป่วยคนพิการ ทั้งนี้อยากขอความกรุณาจากทางโรงพยาบาลให้ช่วยคอยติดอาการของผู้ป่วย หลังจากหมอได้อนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้ เนื่องด้วยผู้ป่วยเป็นกลุ่มเปราะบาง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางโรงพยาบาลจะไม่ทอดทิ้ง

อย่างไรตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้มีใจกุศลอยากให้การสนับสนุนช่วยเหลือสมิทธ์ บัณฑิตย์ สามารถติดต่อพูดคุยกับลุงสุรัตน์ บิดาของสมิทธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 086-827 3175 หรือสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ พร้อมเพย์ 086-827 3175 นายปัญจรัตน์ บัณฑิตย์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายกเมืองพัทยา ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันประกาศอิสรภาพประเทศอินเดีย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายกิตติคม ธีวรางกูล คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร เมืองพัทยา และนายอติชาต สุขยืน บก.ข่าวฉลามนิวส์ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปี วันประกาศอิสรภาพประเทศอินเดีย ปี 2026 โดยมี ดร.ดิโอ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ผู้จัดงาน ให้การต้อนรับ ที่ร้าน Indigo Indian Restaurant Pattaya จ.ชลบุรี

ทางสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ได้จัดบริการน้ำชาและของว่างให้กับผู้ร่วมงานเป็นพี่น้องเชื้อสายอินเดียและฮินดูที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อให้เกียรติและเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียว ตลอดจนเป็นการรำลึกถึงการเสียสละของบรรพบุรุษ เป็นความภาคภูมิใจและความรักที่มีต่อประเทศ ที่พี่น้องชาวอินเดียจะร่วมเฉลิมฉลองกันทั่วโลก

อนึ่ง วันประกาศเอกราชของอินเดีย เฉลิมฉลองทุกวันที่ 15 สิงหาคม และถือเป็นวันหยุดในประเทศอินเดีย เพื่อรำลึกถึงการประกาศเอกราชของประเทศจากการปกครองของสหราชอาณาจักร ในวันที่ 15 สิงหาคม 1947 เมื่อรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรประกาศพระราชบัญญัติเอกราชอินเดีย ค.ศ.1947 ส่งผ่านเอกราชสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจนเป็นสาธารณรัฐอินเดีย หรือประเทศอินเดียในปัจจุบัน..

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /จัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 ระดับจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสิริศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 จังหวัดน่าน โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลการสืบเสาะเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ/ขอบคุณภาพ-ข่าวสนง.ปชส.น่าน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

โดยการคัดเลือกครั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการพิจารณา จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางพรลภัส อ่างหงษ์ ครูโรงเรียนปัว, นางสาวกัลยา เจนจิจะ ครูโรงเรียนบ้านสบปืน และ นายสุริน ธีเขียว ครูศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาหมื่น โดยคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการสืบเสาะเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ ผลงาน และการปฏิบัติงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อในมิติต่าง ๆ

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ปักหมุดชายแดนใต้! นราธิวาสจัดใหญ่อลังการ “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ชูเสน่ห์ Unseen Thai-Thai กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ 19-23 ส.ค.นี้

แชร์เนื้อหานี้

ตะลุยชายแดนใต้สัมผัสเสน่ห์มรดกโลก! จ.นราธิวาสเปิดเมืองจัดเต็มความยิ่งใหญ่ “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ชวนเที่ยว ชิม ช้อป สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมตระการตา มนต์เสน่ห์แห่งสยามและมลายู พร้อมทัพศิลปินดัง ขนความสนุกเต็มอิ่ม 5 วัน 5 คืน ณ ศาลากลางหลังเก่า 19-23 สิงหาคมนี้

จังหวัดนราธิวาส พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชายแดนใต้สู่สายตาชาวโลก ในงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ภายใต้โครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ 2569 ร่วมผสานความร่วมมือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) เปลี่ยนมรดกทางปัญญาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่12 ส่ง.คุย.69 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) ได้มีการจัดพิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นำโดย นาย
กฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดแถลงข่าว พร้อมด้วย นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส, นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส, นางพจนารถ เหล่าที ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส, นายสูไฮมี มะรอดิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และ

พล.ต.ต. ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมยืนยันความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านกิจกรรม การท่องเที่ยว การสนับสนุนชุมชน ความพร้อมของพื้นที่ และมาตรการรักษาความปลอดภัยดูแลความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวดสำหรับไฮไลต์สุดตระการตา Unseen ชายแดนใต้ ที่คุณห้ามพลาด ซึ่งภายในงานท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่หาชมได้ยาก รวบรวมสุดยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี อาหาร และแฟชั่นไว้อย่างครบครัน อาทิ

  1. การแสดง Light & Sound & Mixed Media สุดอลังการ ในชุด “เสียงกลองแห่งสยาม – มลายู : วิถีแห่งจังหวะและจิตวิญญาณร่วม” นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นผ่าน 5 องก์การแสดง ตั้งแต่กำเนิดเสียงกลอง จังหวะแห่งแผ่นดิน เสียงกลองแห่งศรัทธา มิตรภาพ จนถึงเสียงกลองแห่งอนาคต
  2. พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ (20 ส.ค. 69) ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงโขน ตอน “ยกรบ” โดยโรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร, การแสดง “มโนราห์มรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน”, อลังการตระการตากับ แฟชั่นโชว์ผ้าไทย ผ้าถิ่น ชายแดนใต้สู่อาเซียน และคอนเสิร์ตจากวงดนตรีระดับตำนาน “แฮมเมอร์”
  1. มหกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง จัดเต็มการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ดนตรีพื้นบ้าน และศิลปินคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คิงออฟมโนราห์ “ไข่เหลี่ยม วิเชียรศรชัย”, ศิลปินใต้ระดับตำนาน “เอกชัย ศรีวิชัย”, พร้อมความคึกคักจาก RROW CREW “แร็พ นายู” และ “ชายชนบท คนบ้านเรา”
  2. ตักตุนความสุขกับ 70 ร้านค้าภูมิปัญญา (CPOT) อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นรสเลิศ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย ของดีของเด็ดส่งตรงจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา
  3. ย้อนรอยประวัติศาสตร์กับ Night Museum เปิดประสบการณ์ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนฟรี! พร้อมนิทรรศการ “มรดกวัฒนธรรมไทย: ภูมิทัศน์ผ่านกาลเวลา” และ “เสียงสะท้อนแห่งสยามสู่อาเซียน”
  1. ร่วมสืบสานมรดกทางดนตรี ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วม การประกวดเครื่องดนตรีพื้นถิ่น “กลองกุมปัง” และ “กรือโต๊ะ” มรดกทางปัญญาที่พร้อมส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

สำหรับงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงมิตรภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่นี้ วันที่จัดงาน: 19 – 23 สิงหาคม 2569 (5 วัน 5 คืน) สถานที่ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน คือการนำเสนออัตลักษณ์และวิถีชีวิตของจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” และการประกวดแข่งขันกลอง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของประเทศในอาเซียน และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและศาสนาของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมย้อนยุคที่สะท้อนเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน รวมถึงการเปิด “พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส” ตลอด 5 คืนของการจัดงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมของแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญในจังหวัด และสามารถเชื่อมโยงไปท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้ต่อไป ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของนราธิวาส

ด้านนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสคาดหวังให้การจัดมหกรรมครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านแฟชั่น การแต่งกาย อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ระดับอาเซียนได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิม ช็อป และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางการตลาด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน เพื่อสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่นำมารวมไว้ในงานเดียว โดยคาดหวังว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้ในระดับหลักล้านบาทสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส: โทร 073-511-1650
เว็บไซต์: https://narathiwat.m-culture.go.th/th/
Facebook: สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส
YouTube: Naraculture TikTok: @narathiwatcultural
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / วั“นายกหน่อย” สั่งเรียกประชุมด่วน!!“ผอ. – ครูแกนนำ” โรงเรียนในสังกัดฯ ถอดบทเรียนปัญหาสุขภาพจิตเด็ก ยก “ซึมเศร้า” ภัยเงียบที่ต้องเร่งแก้ไข

แชร์เนื้อหานี้

ด่วน!! “นายก หน่อย – ยลดา” เรียก ผอ. – ครูแกนนำ หารือแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตนักเรียน เผย ปัญหาสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนไทยกำลังวิกฤต และมีอัตราวัยรุ่นเผชิญภาวะเครียดสะสมสูง จำเป็นต้องเร่งหามาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ย้ำ โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมสำนักช่าง อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เป็นประธานประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูแกนนำ รร.สังกัดฯ ทั้ง 58 แห่ง พร้อมเปิดเวทีถกปัญหาสุขภาพจิตในนักเรียน โดยมี นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านการศึกษา นพ.สุผล ตติยนันทพร รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านสาธารณสุข นอกจากนี้

ยังได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ตร.ภ.ชัยภูมิ และ นพ.ชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์ สสจ. ร่วมพูดคุยแนวทางในการสร้างเกราะป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยเรียน เพื่อดำเนินการหามาตรการดูแลสุขภาพจิต ให้แก่นักเรียนของโรงเรียนในสังกัด ทั้ง 58 แห่ง โดยที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกองสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE รวมถึง การอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน

เพื่อเป็นเกราะป้องกันภาวะซึมเศร้า ครูต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการคัดกรองนักเรียนและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันภาวะซึมเศร้า สร้างเครือข่ายครูแกนนำ เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตนักเรียน นอกจากนี้ บุคลากรด้านสาธารณสุข ก็มีส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่ง อบจ.นครราชสีมา มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด จำนวน 182 แห่ง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรอง ให้คำปรึกษา และเฝ้าระวังป้องกันภาวะซึมเศร้าในกับนักเรียนรวมไปถึงคนในชุมชนอย่างเป็นระบบ

นางยลดาฯ นายก อบจ.นครราชสีมา เผยต่อว่า จากที่ได้รับรายงานผลการคัดกรองภาวะซึมเศร้าในนักเรียน ช่วงปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนสมัครใจเข้ารับการคัดกรอง จำนวน 10,837 ราย จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 29,782 ราย พบว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง 246 ราย ระดับมาก 580 ราย ระดับปานกลาง 1,599 ราย ระดับเล็กน้อย 3,787 ราย และ ไม่พบภาวะซึมเศร้า 4,625 ราย

โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการเฝ้าระวังตรวจคัดกรองนักเรียน ยึดตามมาตรการเร่งด่วนในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและ ความปลอดภัยในโรงเรียน พร้อมทั้งหาแนวทางการป้องกัน รับมือเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งการรับมือกับปัญหานี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ต้องเริ่มจากการสร้างระบบเฝ้าระวังสุขภาพจิต การรับมือกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน การสร้างช่องทางให้เยาวชนเข้าถึงการขอความช่วยเหลือได้โดยที่เขารู้สึกปลอดภัย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เกษตร จ.น่าน ร่วมงาน “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน นายสันติ มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน และตัวแทนเกษตรกรจังหวัดน่าน ร่วมงาน “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ณ อาคารหอประชุมจังหวัดเชียงราย (ศาลากลางจังหวัดเชียงราย) ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน

การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึง เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โอกาสนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่านได้ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน Climate Smart Agriculture (CSA) เรื่อง กาแฟน่าน : จากไร่พืชเชิงเดี่ยวสู่นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /วช. ลงพื้นที่น่าน ติดตาม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เสริมระบบเตือนภัยชุมชน รับมืออุทกภัยอย่างทันท่วงที

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” ณ ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการบริหารน้ำ วช. นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายภูเบศ วณิชชานนท์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายสุมน ตันต่อมแก้ว นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำปั้ว พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. ผู้บริหารท้องถิ่นและท้องที่ นักวิจัย และเครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง โดยเฉพาะการรับมืออุทกภัยที่จำเป็นต้องมีระบบแจ้งเตือนที่เข้าถึงชุมชนและสามารถทำงานได้ในสถานการณ์วิกฤต “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเสริมการเฝ้าระวังและการตัดสินใจของชุมชน โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย ต้นทุนไม่สูง และสามารถทำงานได้แม้เกิดไฟฟ้าดับหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ถือเป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และช่วยเพิ่มความพร้อมของชุมชนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายบรรจง ขุนเพชร กล่าวว่า การมีระบบแจ้งเตือนภัยในระดับชุมชนจะช่วยเพิ่มระยะเวลาให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อม เก็บสิ่งของ และอพยพได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลำน้ำสาขาซึ่งอาจเกิดน้ำหลากอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ และประชาชน ให้สามารถรับรู้สถานการณ์และรับมือกับอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการเสริมระบบแจ้งเตือนที่มีอยู่เดิมให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงในระดับชุมชนมากขึ้น

นายภูเบศ วณิชชานนท์ กล่าวว่า เครื่องเตือนภัยดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของชุมชน เน้นให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาได้ และสามารถทำงานได้ในภาวะที่ระบบไฟฟ้าหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง โดยมีระบบแจ้งเตือน 3 ระดับตามความรุนแรงของสถานการณ์ ได้แก่ ระดับเตรียมตัว ระดับเฝ้าระวัง และระดับอพยพ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ได้ติดตั้งและทดลองใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้วแล้ว เพื่อนำผลจากการใช้งานจริงมาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นายสุมน ตันต่อมแก้ว กล่าวว่า จากการนำเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันมาใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้ว ทำให้เจ้าหน้าที่และชุมชนมีเครื่องมือช่วยติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องสามารถส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนรับทราบและเตรียมความพร้อมได้ทันเวลา ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และหากสามารถพัฒนาระบบให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สำหรับ “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เป็นผลงานที่พัฒนาโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์เป็นหลัก สามารถเชื่อมต่อไฟฟ้าปกติได้ และใช้สัญญาณวิทยุคลื่นสั้น (วอ.) ในการสื่อสาร ซึ่งยังสามารถใช้งานได้ในกรณีสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ส่วนการวัดระดับน้ำใช้ระบบลูกลอยที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ซ่อมบำรุงง่าย ต้นทุนประมาณ 1,500–1,590 บาทต่อเครื่อง โดยมีการแจ้งเตือนด้วยเสียงพูดและสัญญาณเสียง 3 ระดับ ได้แก่ เตรียมตัว เฝ้าระวัง และอพยพ

จากการทดลองใช้งานในพื้นที่ที่ผ่านมา เครื่องสามารถส่งเสียงเตือนได้ในระยะประมาณ 1 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างการปรับปรุงการตั้งค่าเวลาแจ้งเตือน (Delay) ให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งาน ทั้งนี้ มีแนวทางส่งมอบนวัตกรรมให้เป็นครุภัณฑ์ขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณในการดูแลและซ่อมบำรุง และนำไปใช้ประโยชน์ในการเสริมระบบเตือนภัยของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ พันเอกพยอม บุญทร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพิธีส่งมอบโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็ม รูปแบบ 1 ณ บ้านต้นลาน หมู่ที่ 5 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วัน ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมพิธีเปิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพิธีส่งมอบโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็ม รูปแบบ 1 ณ บ้านต้นลาน หมู่ที่ 5 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยมี นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๕ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบ ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 (ราชบุรี) นายกองค์การบริหารส่วนตำล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 400 คน

โดยโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลฯดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลและระบบประปาบาดาลให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพที่ดี นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการน้ำบาดาลให้แก่หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนผู้ใช้น้ำ

เพื่อให้สามารถดูแล บำรุงรักษาระบบ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สำหรับโครงการรูปแบบที่ ๑ ถือเป็นระบบประปาบาดาลขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง ประกอบด้วยเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ

ในการจัดหาแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลสัมปทวน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากการส่งมอบโครงการฯแล้ว ยังมีการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน การ

บำรุงรักษาระบบ และการบริหารจัดการน้ำบาดาลอย่างเหมาะสม ให้แก่ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่ิข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ตร.ตระเวนชายแดนที่ 14 ประกอบพิธีวันคล้ายวันสถาปนา “ค่ายพระมงกุฎเกล้า” ครบรอบ 39 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 6 ส.ค. 69 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการ ตชด.ภาค 1 พร้อมด้วย นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

ในพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวิชราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 39 ปี “ค่าย

พระมงกุฎเกล้า” กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 โดยมี พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พล.ต.ท. ยงเกียรติ มนปราณีต

อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นาย

มนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยในพิธีช่วงเช้า หัวหน้าส่วนราชการและผู้เเทนหน่วยงาน ได้ร่วมวางพวงมาลัยดอกไม้สด ถวายราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เมื่อประธานในพิธีมาถึง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14

กล่าวคำถวายราชสดุดีฯ จากนั้นประธานในพิธี ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่ม และผู้บังคับกองเกียรติยศ สั่งแถวถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ฯและเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยในวันที่ 6 สิงหาคม 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และป้ายชื่อค่ายพระมงกุฎเกล้า

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จึงได้กำหนดให้วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า โดยจัดให้มีพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เวทีแห่งความภาคภูมิใจ! GLOBAL WORLD AWARDS 2026 มอบรางวัลเชิดชูบุคคลต้นแบบระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! “GLOBAL WORLD AWARDS 2026” มอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ เชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบจากหลากหลายสาขากรุงเทพ ฯ – 2 สิงหาคม 2569 ณ คาลิโซ่ เอเชียทีค เดอะรีเวอร์ กรุงเทพฯ ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ที่จัดขึ้น ณ Calypso Asiatique The Riverfront

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา เวทีมอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการ อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ เน็ตไอดอล และผู้มีผลงานโดดเด่นจากหลากหลายสาขา ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พ่อหม่อม พลตรีหม่อมหลวงวัยวัฒน์ จักรพันธุ์ ให้เกียรติเป็น ประธานในพิธีมอบรางวัล แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกจากหลากหลายสาขา สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้รับรางวัลและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก มีผู้ได้รับการเสนอชื่อและเข้าร่วมรับรางวัลจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และองค์กรนานาชาติ

การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยความร่วมมือของคณะผู้จัดงาน ประกอบด้วย :คุณกล้ามชาย จีนสวัสดิ์ ประธานโครงการเก้าเสาหลักพิทักษ์แผ่นดิน และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณกฤษณา จีนสวัสดิ์ นายกสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณก๊อต ดราก้อน ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทย

คุณ Serdar Atila ผู้ช่วย Mr. Faruk Alkaya ประธานองค์กร i.O.F.F. ซึ่งร่วมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติภายในงานได้มีการมอบรางวัลเกียรติยศในหลายสาขา รวมถึง ATTOF Tourism World Award of Excellence 2026 เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาสังคม ธุรกิจ และการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ

การจัดงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากลต่อไป

งานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการยกระดับเวทีรางวัลของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้บุคคลและองค์กรที่อุทิศตนเพื่อสังคม ได้รับการยอมรับและเชิดชูเกียรติในระดับนานาชาติอย่างสมเกียรติ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดอบรมขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน มุ่งผลักดันสถานศึกษาทุกแห่งสมัครเป็นสมาชิก อพ.สธ. ภายในปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

โดยมีพระพุฒิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และบุคคลากรทางการศึกษาร่วมกิจกรรมการอบรมปฏิบัติการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) เข้าสู่ห้องเรียน

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม และวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล)การจัดอบรมครั้งนี้เป็นไปตามมติการประชุมการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จังหวัดเชียงราย ที่กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ อพ.สธ.

เพื่อผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้ครบถ้วนภายในปีงบประมาณ 2569 สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่ 7 (1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2569) อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรพืชเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในสถานศึกษา

กลุ่มเป้าหมายของการอบรมประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานทางการศึกษาหรือผู้แทนที่ยังมีสถานศึกษาในสังกัดไม่ได้เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้แทนของโรงเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการสมัครเป็นสมาชิก รวมถึงรองศึกษาธิการจังหวัดเชียงรายและบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโอกาสนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก อาจารย์ ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ รักษาการแทนหัวหน้าสถาบันอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากโรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมมอบแนวคิดและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การปลูกฝัง

จิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน และการบูรณาการองค์ความรู้สู่ห้องเรียน เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เข้าพรรษาคึกคัก! พุทธศาสนิกชนนับร้อยนับพันทะลักเข้า ‘วัดเขาเจดีย์’ โบราณสถานอ.ปะทิว ร่วมถวายเทียนพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนจำนวนมากจากทั้งอำเภอปะทิว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมารวมตัวกันอย่างคึกคักที่ วัดเขาเจดีย์ หมู่ 7 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรและนำเทียนพรรษาไปถวายแก่ พระครูสังฆรักษ์ชัยรัตน์ ชนาสโภ (พระอาจารย์เอก) เจ้าอาวาสวัดเขาเจดีย์ ศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมจาก “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชุมพร เนื่องในวันเข้าพรรษาแรกของปี

ทว่า นอกจากการทำบุญเสริมสิริมงคลตามประเพณีแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วัดแทบแตก คือการที่บรรดาผู้ศรัทธาและนักเสี่ยงโชค ต่างพากันมุ่งหน้าไปยัง “ศาลเจ้าแม่สบันงา” ศาลไม้เล็กๆ ที่ซ่อนความศักดิ์สิทธิ์ไว้บริเวณข้างบันไดทางเดินขึ้นยอดเขา เพื่อกราบไหว้ขอพรและโชคลาภ ก่อนถึงวันตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้

สำหรับ “เจ้าแม่สบันงา” นั้น มีตำนานเล่าขานอันน่าอัศจรรย์ ย้อนไปในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางมาที่วัด และเกิดอภินิหารร่างทรงเข้าสิง โดยได้อัญเชิญดวงวิญญาณของ “เจ้าแม่สบันงา” สถิติต้นตะเคียนโบราณบริเวณทางขึ้นเขา มาเข้าพบพระอาจารย์เอก เพื่อขออนุญาตตั้งศาลไว้ปกป้องคุ้มครองวัดและช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พร้อมสเกตช์ภาพจำลององค์เจ้าแม่ไว้ภายในศาล หลังจากวัดได้

จัดสร้างศาลตามเจตจำนง เสียงเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ก็กระฉ่อนไปทั่วสารทิศ! ไม่ว่าใครมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความสำเร็จ หรือโชคลาภเงินทอง ต่างสมปรารถนากลับไปอย่างน่าอัศจรรย์ สังเกตได้จาก ชุดไทยสตรีสวยงามจำนวนมากที่ถูกนำมาแขวนแก้บนแน่นขนัดหลังศาล พร้อมกับเครื่องสักการะอย่างน้ำแดงและดอกกุหลาบแดงสด ยืนยันถึงความ “แรง” และ “แม่น” ของเจ้าแม่สบันงาได้เป็นอย่างดี

นอกจากเรื่องราวความลี้ลับแล้ว วัดเขาเจดีย์ ยังเป็นโบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา (พ.ศ. 2325) บนยอดเขามี “เจดีย์ปะทิวนิรมาณมงคล” เจดีย์ทรงระฆังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานนามไว้เมื่อปี 2565

ภายในวัดยังมีปูชนียวัตถุสำคัญ อาทิ พระบูรพาบรรพต พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลกองค์ใหญ่โดดเด่นบนยอดเขา, วิหารประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่รถยนต์สามารถขับขึ้นถึงยอดเขา ให้ประชาชนได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมชมทิวทัศน์เมืองปะทิวและท้องทะเลชุมพรยามเช้าได้อย่างงดงาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต้องการเดินทางมาสัมผัสบารมีเจ้าแม่สบันงา รวมถึงกราบไหว้พระบรมธาตุบนยอดเขาเจดีย์ สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน โดยมี นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว ฝ่ายปกครองท้องที่ ท้องถิ่น คอยดูแลรักษาสถานที่ และ อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

////เอกชนะ นวนละมัย  รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สภาทนายความลงพื้นที่วังน้ำเขียว เร่งตรวจข้อเท็จจริงปมที่ดินทับซ้อนอุทยานฯ เดินหน้าช่วยชาวบ้านต่อสู้คดี-คุ้มครองสิทธิ

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งคณะทำงานและทีมทนายความลงพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จนถูกดำเนินคดีและได้รับความเดือดร้อนด้านสิทธิในที่ดินทำกิน พร้อมเตรียมวางแนวทางให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้ผู้แทนคณะทำงานและทีมทนายความ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว โดยมี ดร.ธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์ กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย, ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ รอง

ประธานคณะกรรมการโครงการทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ, ทนายนทีนาถ ศรีลมุล รองประธานสภาทนายภาค 3, ทนายลภัสรดา ณัฐอาภาพล รองประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา และทนายคมสันต์ เที่ยงกระโทก กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ร่วมลงพื้นที่

คณะทำงานได้หารือร่วมกับตัวแทนประชาชน พร้อมตรวจสอบเอกสารสิทธิ หลักฐานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ย้อนหลัง แผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมาย ทั้งในส่วนของการต่อสู้คดีในชั้นศาล การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางกฎหมายของประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทด้านที่ดิน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่.

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น.
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

โดยมี พล.ต.ท.นพดล กรึงไกร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.แสวง เที่ยงใจ ผบก.รพ.ดร., ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.5 และ หน.สภ.ในพื้สังกัด ภ.5
เข้าร่วมพิธี โดยพร้อมเพรียงกันณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รองผู้ว่าฯ นครปฐม เป็นประธานพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ณ วัดบางแก้ว อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ วัดบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญา

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ปลัดอำเภอนครชัยศรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลบางแก้ว ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ด้านหน้าโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่

ระลึกแด่พระครูปฐมสรคุณ (พร ปภากโร) เจ้าอาวาสวัดบางแก้วประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำถวายเทียนพรรษาพระราชทาน

พร้อมถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกราบลาพระรัตนตรัย และถ่ายภาพร่วมกันเป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษาอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป.

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ท. ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

โดยมี นายวิเชียร พุฒิวิญญู กรรมการ สปท. ป.ป.ท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ทรง

คุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 28 (ห้องประชุมใหญ่) สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานพิจารณาการสมัครและคัด

เลือกเครือข่ายต้นแบบของสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเครือข่ายเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 26 เครือข่าย ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 21 เครือข่าย และภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 5 เครือข่าย

ทั้งนี้ การคัดเลือกเครือข่าย PACC ต้นแบบ มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้ภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วนเข้ามา

มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการทุจริตมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริตอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ …… ภาพ/เนื้อหา จาก สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ท.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บุกโรงพักมุกดาหาร! พี่ชาย ‘พระนิคม’ นำทีมทายาทจี้ร้อยเวร ทวงความคืบหน้าคดีรถชนคณะพระธุดงค์มรณภาพ 10 รูป

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายชัยฤทธิ์ อังกาบ พี่ชายของพระนิคม อังกาบ ในฐานะตัวแทนผู้สูญเสีย ได้เป็นแกนนำในการนำทายาทและครอบครัวพระธุดงค์ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร้อยเวร) เพื่อจี้ถามความคืบหน้าและทวงถามความเป็นธรรมในคดีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างเดินจาริกธุดงค์ จนเป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพ

นายชัยฤทธิ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ว่า ในส่วนของตนได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนญาติและตัวแทนครอบครัวพระธุดงค์รูปอื่นๆ ได้เดินทางมาร่วมให้ปากคำในวันนี้ประมาณ 5-6 ครอบครัว ขณะที่ทายาทส่วนที่เหลือมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะทำการนัดหมายและแจ้งผลในนัดหน้าอีกครั้งว่าจะนัดพบทายาทที่เหลือเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมวันไหน

สำหรับการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้จัดพิธีมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้แก่ทายาทของพระธุดงค์ที่มรณภาพครบทั้ง 10 รูป ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่เดิมคณะญาติทั้งหมดได้นัดหมายกันว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันหลังเสร็จพิธี ก่อนที่จะมีบางส่วนแยกย้ายกลับไปก่อนตามภารกิจดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของฝั่งคู่กรณี นายชัยฤทธิ์ ระบุว่า จากการสอบถามร้อยเวรทราบว่า ฝั่งคู่กรณียังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าพ่อและแม่ของเด็กคนขับสภาพจิตใจยังย่ำแย่ จึงยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบสวนในตอนนี้และต้องรอการนัดหมายอีกครั้ง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเด็กและมารดายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่ ทราบเพียงข้อมูลจากร้อยเวรว่าฝั่งนั้นต้องทานยาคลายเครียดเท่านั้น

นายชัยฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะประสานงานร่วมกับ คุณออย แสงศิลป์ (นายชยธร ทองบุราณ) โดยจะให้คุณออยเป็นตัวหลักในการประสานงานและติดตามความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมวอนขอความกรุณาจากพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงให้ช่วยกันเกาะติดสถานการณ์และกระตุ้นคดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีสำคัญระดับประเทศที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป และต้องการคืนความยุติธรรมให้แก่คณะพระธุดงค์อย่างถึงที่สุด
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รถชนพระธุดงค์มุกดาหาร #ทายาทพระธุดงค์บุกโรงพัก #ทวงความคืบหน้าคดีชนพระ #พระนิคมอังกาบ #สภเมืองมุกดาหาร #ออยแสงศิลป์ #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางกิจติยา ใสสะอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ของจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมโครงการฯ

📍โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เพื่อพร้อมรับปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในระดับชุมชน และส่งเสริมกลไกการบูรณาการ

ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 225 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรเมืองเพชร บุกมหาชัย ทั้งทุเรียน ข้าว ผลผลิตแปรรูป หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สู่ตลาดสากลต่างประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กรกฎาคม นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 2026” ภายใต้แนวคิดการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน

ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน พร้อมนางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนายวิทยา ชูแก้วรองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคักเนืองแน่น

วัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย SMEs รวมทั้งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ภายในงานได้มีการรวบรวมสินค้าเกษตรคุณภาพและของดีเมือง

เพชรจากกว่า 30 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงความบันเทิง และการประกวดต่าง ๆ ตลอดทั้งวันในการจัดงาน สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2569
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ศิษยานุศิษย์คนนาเกลือ-พัทยา แห่ร่วมงาน “วันมหาบุรพาจารย์รำลึก”มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 วัดช่องลมนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมงานมหาบุรพาจารย์รำลึก ประจำปี 2569 “วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ” โดยพบว่าบรรยากาศในงานมีคณะศิษยานุศิษย์ ประชาชนชาวบ้านนาเกลือ เมืองพัทยา และชาวบ้านที่เคารพศรัทธา เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก บริเวณพิพิธภัณฑ์พระมหาบุรพาจารย์ ศาลาเรือนไทย วัดช่องลมนาเกลือ

ภายในพิธี ประชาชนที่ร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่คณะสงฆ์ ก่อนคณะสงฆ์จะสวดมาติกา-บังสกุล และสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเป็นพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ตามลำดับพิธีการ นอกจากนี้บริเวณภายในสภานที่จัดงานยังมีการออกโรงทานอาหารและเครื่องดื่มโดยกลุ่มคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศร่วมออกร้านร่วมงานบุญกันอย่างเป็นกันเอง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากคณะศิษยานุศิษย์จำนวนมากที่เข้าร่วมงานวันพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ ในวันนี้ ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพแล้ว ยังมีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เข้าร่วม

งานบุญเช่นกัน อาทิ นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ อดีตรองนายกเมืองพัทยา คณะ ส.อบจ.ชลบุรี ดร.วรพต พงษ์พาลี นายสิทธิไชย อาจทรง ส.อบจ.ชลบุรี และคณะอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ นายวุฒิธร แสงอุไร นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ นายอนุพงษ์ พุทธนวรัตน์

อนึ่ง งานมหาบุรพาจารย์รำลึก วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เป็นการร่วมกันจัดขึ้นจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคณะศิษยานุศิษย์ ลูกศิษย์ลูกหาของสัดช่องลมนาเกลือ ที่มีความผูกพันกับวัดมาอย่างยาวนานนับร้อยปี และแสดงออกถึง

ความกตัญญูรู้คุณถึงมหาบุรพาจารย์พระเกจิแห่งวัดช่องลมนาเกลือในอดีต ประกอบด้วย พระอธิการจู สาคโต, พระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ (พระอาจารย์เอี่ยม เมฆิโย), พระครูพิบูลย์ธรรมกิจ (พระอาจารย์เผือก ฉันโน), สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พระอาจารย์เจริญ ญาณวโร) และพระราชวัชรปัทมคุณ (พระอาจารย์บัวเกตุ ปทุมสิโร)

มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยได้จัดการทัศนศึกษาและเรียนรู้วิถีไทย ที่สวนไทย พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี

ในกิจกรรมเด็กนักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีไทยท้องถิ่น ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ประสบการณ์มากมาย อาทิ การทดลองทำนาปลูกข้าวภายในแปลงสาธิต การฝึกทำขนมไทย การฝึกทำส้มตำ การฝึกทำปลาตะเพียนสาน การละเล่นหนังตะลุง และการให้อาหารสัตว์

กิจกรรมที่ทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่แล้ว ยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ให้นักเรียนได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ ตามวิถีท้องถิ่นของภาคต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนทุกคนต่างสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่องกับสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 ณ ร้านอาหารบ้านบุ๋ม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายสุนทร ลี้สกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ–2 พร้อมด้วย
นายกอบเกียรติ ป้อยแก้ว วิทยากรระดับ 10 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายธัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ

นายเสกสรร โสทธยาสัย หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์ โครงการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนนายภูมิพันธ์ จารุภูมิ วิทยากรระดับ 8 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายพิษณุ สุเทปิน หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ภายใต้กิจกรรม “กินข้าวเล่าเรื่อง” โดยมีผู้แทน กฟผ.และสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนในพื้นที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความสัมพันธ์อันดี และพูดคุยเกี่ยวกับการดำเนินงาน

รวมถึงประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณชน ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างสรรค์โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พ.ต.พิบุญชับ ณ ลำพูน พ.อ.พยอม บุญทร พ.ต.อ.วิวัฒน์ ตันติวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ

พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางเพียรพิศ ยะวิญชาญ นางสาวอรประภา พุฒหมื่น นางรจนา วังคำ นายชาตรี ทำงาม นายปรันป์ เหล่าสุริยงค์ นางพรรณี ณ น่าน นางจิติภัสร์ มานะอัครนิรุติ์ นางสาวอำภาพร กันตา นายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกิจกรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน