คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ตลาดกาลเวฬา ทวารวดีศรีดงละคร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ พื้นที่ส่วนขยายศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ มูลนิธิชัยพัฒนา เขื่อนขุนด่านปราการชล ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายธนวัตน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ตลาดกาลเวฬา ทวารวดีศรีดงละคร โดยมีนายราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก กล่าวรายงาน

วัตถุประสงฆ์ของการจัด งานฯ พร้อมมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมฯ เป็นจำนวนมาก ภายในบริเวณงานได้จัดให้มีการแสดงระบำทวารวดีศรีดงละคร และได้รับเกียรติจากคุณน้ำตาล ณภษร ปั้นพานิช มิสแกรนดฺ์ นครนายก 2025 เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ พร้อมเชิญประธานในพิธีร่วมถ่ายภาพหมู่กับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานเป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยจังหวัดนครนายก เป็นจังหวัดที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ โดยเฉพาะเมืองโบราณดงละคร ซึ่งเป็นแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่สะท้อนร่องรอยอารยธรรมและพัฒนาการของชุมชนในอดีต อันเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของจังหวัดนครนายก
จังหวัดนครนายกมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชนเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัด จึงได้ดำเนินการจัดงาน “ตลาดกาลเวฬา ทราวดีศรีดงละคร” ขึ้น ภาย

ใต้กิจกรรม ยกระดับประเพณีทำบุญสืบชะตาประจำปี เสริมสิริมงคล เมืองนครนายก ณ เมืองโบราณดงละคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาและ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนครนายก กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก โดยกิจกรรม กำหนดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๔-๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ พื้นที่ส่วนขยายศูนย์ฝึกอบรมสุดาเดือนเพ็ญ มูลนิธิชัยพัฒนา เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองโบราณดงละคร และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัด ผ่านรูปแบบตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคที่ผสมผสานความเป็นไทย เข้ากับการท่องเที่ยวร่วมสมัย
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ดังนี้

  1. เพื่อนำ“ทุนวัฒนธรรม” มาสร้างคุณค่า สร้างประสบการณ์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้แก่ชุมชน
  2. เพื่อเชื่อมโยงมิติด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่กับการ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
    3.เพื่อยกระดับเมืองโบราณดงละคร สู่การเป็นหมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครนายกและประเทศต่อไป
  3. สมบัติ เนินใหม่//กนิษฐา เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่//ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองนายกเมืองพัทยาร่วมฉลองวันเอกราชอินเดีย ครั้งที่ 80 สานสัมพันธ์ไทย-อินเดีย

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมงานเลี้ยงกาลาดินเนอร์ของสมาคมชาวอินเดียภาคตะวันออก พร้อมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันเอกราชอินเดีย ครั้งที่ 80

โดยมีนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี และนายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมชาวอินเดียภาคตะวันออก เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีสมาชิกสมาคมชาวอินเดียฯ แขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ปลัดอำเภอบางละมุง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี ผู้แทน สสปน.ภาคกลาง-ภาคตะวันออก และ ประธาน กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา เข้าร่วมที่โรงแรมเดอะ ไซมีส พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับงานเฉลิมฉลองวันเอกราชอินเดียในครั้งนี้ จัดโดยสมาคมอินเดียภาคตะวันออก (Indian Community Eastern – ICE) ภายใต้แนวคิด “India @80 – 80th Independence Day Celebration” เพื่อรำลึกถึงวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐอินเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือในการส่งเสริมมิตรภาพ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนชาวอินเดียในประเทศไทย ชาวไทย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนตลอดมา

ครอบครัว ‘สมิทธ์ บัณฑิตย์‘ ขอบคุณคนใจบุญช่วยบริจาคเลือดช่วยชีวิตอดีตนักร้องดัง หวังโรงพยาบาลไม่ทอดทิ้ง

นายปัญจรัตน์ หรือสุรัตน์ บัณฑิตย์ บิดาของ สมิทธ์ บัณฑิตย์ หรือสมิทธ์-สมิทธ์แอนด์เชน อดีตนักร้องดูโอ้ชื่อดัง ที่ป่วยเป็นผู้ติดเตียง เปิดเผยว่า สมิทธ์ได้มีอาการช็อกในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จึงได้นำส่งยังโรงพยาบาลชลบุรี ก่อนทราบว่าเกิดจากมีการติดเชื้อในโลหิต ต้องมีการให้เลือดกับผู้ป่วย ตนเองจึงได้ขอความช่วยเหลือจนมีคนใจบุญร่วมบริจาคโลหิตมาช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น

เมื่อมีผู้บริจาคโลหิตมาแล้ว ทางโรงพยาบาลชลบุรี ที่สมิทธ์เข้าทำการรักษา แจ้งว่าได้ให้เลือดผู้ป่วยไปแล้วในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จำนวน 1 ถุง 300 มล. จนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และให้กลับบ้านในวันต่อมา ทางครอบครัวบัณฑิตย์ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ได้ช่วยเหลือสมิทธ์ในครั้งนี้ ทั้งผู้ที่มีใจกุศลร่วมบริจาคโลหิตส่งต่อให้ในนามสมิทธ์โดยตรง จนได้เลือดมากถึงประมาณ 6-7 ถุง

นอกจากนี้ต้องขอบคุณทางโรงพยาบาลชลบุรีและคณะแพทย์เป็นอย่างยิ่งในการให้การรักษานายสมิทธ์ ในฐานะผู้ป่วยคนพิการ ทั้งนี้อยากขอความกรุณาจากทางโรงพยาบาลให้ช่วยคอยติดอาการของผู้ป่วย หลังจากหมอได้อนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้ เนื่องด้วยผู้ป่วยเป็นกลุ่มเปราะบาง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางโรงพยาบาลจะไม่ทอดทิ้ง

อย่างไรตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้มีใจกุศลอยากให้การสนับสนุนช่วยเหลือสมิทธ์ บัณฑิตย์ สามารถติดต่อพูดคุยกับลุงสุรัตน์ บิดาของสมิทธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 086-827 3175 หรือสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ พร้อมเพย์ 086-827 3175 นายปัญจรัตน์ บัณฑิตย์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ นายกเมืองพัทยา ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันประกาศอิสรภาพประเทศอินเดีย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายกิตติคม ธีวรางกูล คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร เมืองพัทยา และนายอติชาต สุขยืน บก.ข่าวฉลามนิวส์ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปี วันประกาศอิสรภาพประเทศอินเดีย ปี 2026 โดยมี ดร.ดิโอ คูมาร์ ซิงห์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ผู้จัดงาน ให้การต้อนรับ ที่ร้าน Indigo Indian Restaurant Pattaya จ.ชลบุรี

ทางสมาคมภารัต (อินเดีย) ชลบุรี ได้จัดบริการน้ำชาและของว่างให้กับผู้ร่วมงานเป็นพี่น้องเชื้อสายอินเดียและฮินดูที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อให้เกียรติและเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียว ตลอดจนเป็นการรำลึกถึงการเสียสละของบรรพบุรุษ เป็นความภาคภูมิใจและความรักที่มีต่อประเทศ ที่พี่น้องชาวอินเดียจะร่วมเฉลิมฉลองกันทั่วโลก

อนึ่ง วันประกาศเอกราชของอินเดีย เฉลิมฉลองทุกวันที่ 15 สิงหาคม และถือเป็นวันหยุดในประเทศอินเดีย เพื่อรำลึกถึงการประกาศเอกราชของประเทศจากการปกครองของสหราชอาณาจักร ในวันที่ 15 สิงหาคม 1947 เมื่อรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรประกาศพระราชบัญญัติเอกราชอินเดีย ค.ศ.1947 ส่งผ่านเอกราชสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจนเป็นสาธารณรัฐอินเดีย หรือประเทศอินเดียในปัจจุบัน..

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /จัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 ระดับจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสิริศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2570 จังหวัดน่าน โดยมีคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลการสืบเสาะเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ/ขอบคุณภาพ-ข่าวสนง.ปชส.น่าน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

โดยการคัดเลือกครั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการพิจารณา จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางพรลภัส อ่างหงษ์ ครูโรงเรียนปัว, นางสาวกัลยา เจนจิจะ ครูโรงเรียนบ้านสบปืน และ นายสุริน ธีเขียว ครูศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาหมื่น โดยคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการสืบเสาะเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติ ผลงาน และการปฏิบัติงานของผู้ได้รับการเสนอชื่อในมิติต่าง ๆ

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ปักหมุดชายแดนใต้! นราธิวาสจัดใหญ่อลังการ “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ชูเสน่ห์ Unseen Thai-Thai กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ 19-23 ส.ค.นี้

แชร์เนื้อหานี้

ตะลุยชายแดนใต้สัมผัสเสน่ห์มรดกโลก! จ.นราธิวาสเปิดเมืองจัดเต็มความยิ่งใหญ่ “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ชวนเที่ยว ชิม ช้อป สัมผัสวิถีชีวิต ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมตระการตา มนต์เสน่ห์แห่งสยามและมลายู พร้อมทัพศิลปินดัง ขนความสนุกเต็มอิ่ม 5 วัน 5 คืน ณ ศาลากลางหลังเก่า 19-23 สิงหาคมนี้

จังหวัดนราธิวาส พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่นของชายแดนใต้สู่สายตาชาวโลก ในงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ภายใต้โครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ ประจำปีงบประมาณ 2569 ร่วมผสานความร่วมมือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) เปลี่ยนมรดกทางปัญญาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่12 ส่ง.คุย.69 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) ได้มีการจัดพิธีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นำโดย นาย
กฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดแถลงข่าว พร้อมด้วย นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส, นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส, นางพจนารถ เหล่าที ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส, นายสูไฮมี มะรอดิ่ง รองนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และ

พล.ต.ต. ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ร่วมยืนยันความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านกิจกรรม การท่องเที่ยว การสนับสนุนชุมชน ความพร้อมของพื้นที่ และมาตรการรักษาความปลอดภัยดูแลความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวดสำหรับไฮไลต์สุดตระการตา Unseen ชายแดนใต้ ที่คุณห้ามพลาด ซึ่งภายในงานท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่หาชมได้ยาก รวบรวมสุดยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี อาหาร และแฟชั่นไว้อย่างครบครัน อาทิ

  1. การแสดง Light & Sound & Mixed Media สุดอลังการ ในชุด “เสียงกลองแห่งสยาม – มลายู : วิถีแห่งจังหวะและจิตวิญญาณร่วม” นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นผ่าน 5 องก์การแสดง ตั้งแต่กำเนิดเสียงกลอง จังหวะแห่งแผ่นดิน เสียงกลองแห่งศรัทธา มิตรภาพ จนถึงเสียงกลองแห่งอนาคต
  2. พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ (20 ส.ค. 69) ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงโขน ตอน “ยกรบ” โดยโรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร, การแสดง “มโนราห์มรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน”, อลังการตระการตากับ แฟชั่นโชว์ผ้าไทย ผ้าถิ่น ชายแดนใต้สู่อาเซียน และคอนเสิร์ตจากวงดนตรีระดับตำนาน “แฮมเมอร์”
  1. มหกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง จัดเต็มการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ดนตรีพื้นบ้าน และศิลปินคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คิงออฟมโนราห์ “ไข่เหลี่ยม วิเชียรศรชัย”, ศิลปินใต้ระดับตำนาน “เอกชัย ศรีวิชัย”, พร้อมความคึกคักจาก RROW CREW “แร็พ นายู” และ “ชายชนบท คนบ้านเรา”
  2. ตักตุนความสุขกับ 70 ร้านค้าภูมิปัญญา (CPOT) อิ่มอร่อยกับอาหารท้องถิ่นรสเลิศ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย ของดีของเด็ดส่งตรงจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา
  3. ย้อนรอยประวัติศาสตร์กับ Night Museum เปิดประสบการณ์ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนฟรี! พร้อมนิทรรศการ “มรดกวัฒนธรรมไทย: ภูมิทัศน์ผ่านกาลเวลา” และ “เสียงสะท้อนแห่งสยามสู่อาเซียน”
  1. ร่วมสืบสานมรดกทางดนตรี ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วม การประกวดเครื่องดนตรีพื้นถิ่น “กลองกุมปัง” และ “กรือโต๊ะ” มรดกทางปัญญาที่พร้อมส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

สำหรับงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแสดงศักยภาพทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงมิตรภาพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง ขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่นี้ วันที่จัดงาน: 19 – 23 สิงหาคม 2569 (5 วัน 5 คืน) สถานที่ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาส (หลังเก่า) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน คือการนำเสนออัตลักษณ์และวิถีชีวิตของจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม และซอฟต์พาวเวอร์ โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” และการประกวดแข่งขันกลอง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของประเทศในอาเซียน และมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและศาสนาของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมย้อนยุคที่สะท้อนเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน รวมถึงการเปิด “พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส” ตลอด 5 คืนของการจัดงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นภาพรวมของแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญในจังหวัด และสามารถเชื่อมโยงไปท่องเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้ต่อไป ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของนราธิวาส

ด้านนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสคาดหวังให้การจัดมหกรรมครั้งนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งด้านแฟชั่น การแต่งกาย อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
โดยเฉพาะ “ปัญจศิลปะ” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ระดับอาเซียนได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชิม ช็อป และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และขยายโอกาสทางการตลาด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงาน เพื่อสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่นำมารวมไว้ในงานเดียว โดยคาดหวังว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้ในระดับหลักล้านบาทสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส: โทร 073-511-1650
เว็บไซต์: https://narathiwat.m-culture.go.th/th/
Facebook: สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส
YouTube: Naraculture TikTok: @narathiwatcultural
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส/0896579170

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / วั“นายกหน่อย” สั่งเรียกประชุมด่วน!!“ผอ. – ครูแกนนำ” โรงเรียนในสังกัดฯ ถอดบทเรียนปัญหาสุขภาพจิตเด็ก ยก “ซึมเศร้า” ภัยเงียบที่ต้องเร่งแก้ไข

แชร์เนื้อหานี้

ด่วน!! “นายก หน่อย – ยลดา” เรียก ผอ. – ครูแกนนำ หารือแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตนักเรียน เผย ปัญหาสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในกลุ่มนักเรียนและเยาวชนไทยกำลังวิกฤต และมีอัตราวัยรุ่นเผชิญภาวะเครียดสะสมสูง จำเป็นต้องเร่งหามาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ย้ำ โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน

วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ ห้องประชุมสำนักช่าง อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา เป็นประธานประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูแกนนำ รร.สังกัดฯ ทั้ง 58 แห่ง พร้อมเปิดเวทีถกปัญหาสุขภาพจิตในนักเรียน โดยมี นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านการศึกษา นพ.สุผล ตติยนันทพร รองนายก อบจ. กำกับดูแลด้านสาธารณสุข นอกจากนี้

ยังได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ตร.ภ.ชัยภูมิ และ นพ.ชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์ สสจ. ร่วมพูดคุยแนวทางในการสร้างเกราะป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในวัยเรียน เพื่อดำเนินการหามาตรการดูแลสุขภาพจิต ให้แก่นักเรียนของโรงเรียนในสังกัด ทั้ง 58 แห่ง โดยที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกองสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE รวมถึง การอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน

เพื่อเป็นเกราะป้องกันภาวะซึมเศร้า ครูต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการคัดกรองนักเรียนและจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันภาวะซึมเศร้า สร้างเครือข่ายครูแกนนำ เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตนักเรียน นอกจากนี้ บุคลากรด้านสาธารณสุข ก็มีส่วนสำคัญในการดำเนินงาน ซึ่ง อบจ.นครราชสีมา มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัด จำนวน 182 แห่ง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรอง ให้คำปรึกษา และเฝ้าระวังป้องกันภาวะซึมเศร้าในกับนักเรียนรวมไปถึงคนในชุมชนอย่างเป็นระบบ

นางยลดาฯ นายก อบจ.นครราชสีมา เผยต่อว่า จากที่ได้รับรายงานผลการคัดกรองภาวะซึมเศร้าในนักเรียน ช่วงปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนสมัครใจเข้ารับการคัดกรอง จำนวน 10,837 ราย จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 29,782 ราย พบว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรง 246 ราย ระดับมาก 580 ราย ระดับปานกลาง 1,599 ราย ระดับเล็กน้อย 3,787 ราย และ ไม่พบภาวะซึมเศร้า 4,625 ราย

โดยได้เน้นย้ำผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินการเฝ้าระวังตรวจคัดกรองนักเรียน ยึดตามมาตรการเร่งด่วนในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียนและ ความปลอดภัยในโรงเรียน พร้อมทั้งหาแนวทางการป้องกัน รับมือเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งการรับมือกับปัญหานี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่ต้องเริ่มจากการสร้างระบบเฝ้าระวังสุขภาพจิต การรับมือกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน การสร้างช่องทางให้เยาวชนเข้าถึงการขอความช่วยเหลือได้โดยที่เขารู้สึกปลอดภัย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เกษตร จ.น่าน ร่วมงาน “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน นายสันติ มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน และตัวแทนเกษตรกรจังหวัดน่าน ร่วมงาน “การขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ณ อาคารหอประชุมจังหวัดเชียงราย (ศาลากลางจังหวัดเชียงราย) ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน

การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึง เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โอกาสนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดน่านได้ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้าน Climate Smart Agriculture (CSA) เรื่อง กาแฟน่าน : จากไร่พืชเชิงเดี่ยวสู่นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /วช. ลงพื้นที่น่าน ติดตาม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เสริมระบบเตือนภัยชุมชน รับมืออุทกภัยอย่างทันท่วงที

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” ณ ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการบริหารน้ำ วช. นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน นายภูเบศ วณิชชานนท์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายสุมน ตันต่อมแก้ว นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำปั้ว พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. ผู้บริหารท้องถิ่นและท้องที่ นักวิจัย และเครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เข้าร่วม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริง โดยเฉพาะการรับมืออุทกภัยที่จำเป็นต้องมีระบบแจ้งเตือนที่เข้าถึงชุมชนและสามารถทำงานได้ในสถานการณ์วิกฤต “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยเสริมการเฝ้าระวังและการตัดสินใจของชุมชน โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย ต้นทุนไม่สูง และสามารถทำงานได้แม้เกิดไฟฟ้าดับหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ถือเป็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และช่วยเพิ่มความพร้อมของชุมชนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายบรรจง ขุนเพชร กล่าวว่า การมีระบบแจ้งเตือนภัยในระดับชุมชนจะช่วยเพิ่มระยะเวลาให้ประชาชนสามารถเตรียมความพร้อม เก็บสิ่งของ และอพยพได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ลำน้ำสาขาซึ่งอาจเกิดน้ำหลากอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมดังกล่าวจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องที่ และประชาชน ให้สามารถรับรู้สถานการณ์และรับมือกับอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการเสริมระบบแจ้งเตือนที่มีอยู่เดิมให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงในระดับชุมชนมากขึ้น

นายภูเบศ วณิชชานนท์ กล่าวว่า เครื่องเตือนภัยดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของชุมชน เน้นให้เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาได้ และสามารถทำงานได้ในภาวะที่ระบบไฟฟ้าหรือสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง โดยมีระบบแจ้งเตือน 3 ระดับตามความรุนแรงของสถานการณ์ ได้แก่ ระดับเตรียมตัว ระดับเฝ้าระวัง และระดับอพยพ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ได้ติดตั้งและทดลองใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้วแล้ว เพื่อนำผลจากการใช้งานจริงมาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่มากยิ่งขึ้น

นายสุมน ตันต่อมแก้ว กล่าวว่า จากการนำเครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันมาใช้งานในพื้นที่ตำบลน้ำปั้ว ทำให้เจ้าหน้าที่และชุมชนมีเครื่องมือช่วยติดตามสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องสามารถส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชนรับทราบและเตรียมความพร้อมได้ทันเวลา ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และหากสามารถพัฒนาระบบให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

สำหรับ “เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน” เป็นผลงานที่พัฒนาโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์ ใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์เป็นหลัก สามารถเชื่อมต่อไฟฟ้าปกติได้ และใช้สัญญาณวิทยุคลื่นสั้น (วอ.) ในการสื่อสาร ซึ่งยังสามารถใช้งานได้ในกรณีสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ส่วนการวัดระดับน้ำใช้ระบบลูกลอยที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ซ่อมบำรุงง่าย ต้นทุนประมาณ 1,500–1,590 บาทต่อเครื่อง โดยมีการแจ้งเตือนด้วยเสียงพูดและสัญญาณเสียง 3 ระดับ ได้แก่ เตรียมตัว เฝ้าระวัง และอพยพ

จากการทดลองใช้งานในพื้นที่ที่ผ่านมา เครื่องสามารถส่งเสียงเตือนได้ในระยะประมาณ 1 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างการปรับปรุงการตั้งค่าเวลาแจ้งเตือน (Delay) ให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งาน ทั้งนี้ มีแนวทางส่งมอบนวัตกรรมให้เป็นครุภัณฑ์ขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณในการดูแลและซ่อมบำรุง และนำไปใช้ประโยชน์ในการเสริมระบบเตือนภัยของชุมชนได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ พันเอกพยอม บุญทร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 5 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพิธีส่งมอบโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็ม รูปแบบ 1 ณ บ้านต้นลาน หมู่ที่ 5 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วัน ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมพิธีเปิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และพิธีส่งมอบโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือน้ำเค็ม รูปแบบ 1 ณ บ้านต้นลาน หมู่ที่ 5 ตำบลสัมปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยมี นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๕ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและส่งมอบ ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 (ราชบุรี) นายกองค์การบริหารส่วนตำล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 400 คน

โดยโครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลฯดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลและระบบประปาบาดาลให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพที่ดี นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการน้ำบาดาลให้แก่หน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนผู้ใช้น้ำ

เพื่อให้สามารถดูแล บำรุงรักษาระบบ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน สำหรับโครงการรูปแบบที่ ๑ ถือเป็นระบบประปาบาดาลขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง ประกอบด้วยเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพ

ในการจัดหาแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลสัมปทวน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากการส่งมอบโครงการฯแล้ว ยังมีการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน การ

บำรุงรักษาระบบ และการบริหารจัดการน้ำบาดาลอย่างเหมาะสม ให้แก่ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่ิข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ตร.ตระเวนชายแดนที่ 14 ประกอบพิธีวันคล้ายวันสถาปนา “ค่ายพระมงกุฎเกล้า” ครบรอบ 39 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 6 ส.ค. 69 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการ ตชด.ภาค 1 พร้อมด้วย นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน

ในพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวิชราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 39 ปี “ค่าย

พระมงกุฎเกล้า” กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 โดยมี พ.ต.อ.อัคราวัส สีห์ธนบุญอุบล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 พล.ต.ท. ยงเกียรติ มนปราณีต

อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ นาย

มนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกอบต.ห้วยยาง พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยในพิธีช่วงเช้า หัวหน้าส่วนราชการและผู้เเทนหน่วยงาน ได้ร่วมวางพวงมาลัยดอกไม้สด ถวายราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เมื่อประธานในพิธีมาถึง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14

กล่าวคำถวายราชสดุดีฯ จากนั้นประธานในพิธี ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่ม และผู้บังคับกองเกียรติยศ สั่งแถวถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ฯและเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี

ด้วยในวันที่ 6 สิงหาคม 2541 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และป้ายชื่อค่ายพระมงกุฎเกล้า

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จึงได้กำหนดให้วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายพระมงกุฎเกล้า โดยจัดให้มีพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เวทีแห่งความภาคภูมิใจ! GLOBAL WORLD AWARDS 2026 มอบรางวัลเชิดชูบุคคลต้นแบบระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่! “GLOBAL WORLD AWARDS 2026” มอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ เชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบจากหลากหลายสาขากรุงเทพ ฯ – 2 สิงหาคม 2569 ณ คาลิโซ่ เอเชียทีค เดอะรีเวอร์ กรุงเทพฯ ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ที่จัดขึ้น ณ Calypso Asiatique The Riverfront

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา เวทีมอบรางวัลเกียรติยศระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูบุคคล องค์กร ผู้ประกอบการ อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ เน็ตไอดอล และผู้มีผลงานโดดเด่นจากหลากหลายสาขา ที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคม เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พ่อหม่อม พลตรีหม่อมหลวงวัยวัฒน์ จักรพันธุ์ ให้เกียรติเป็น ประธานในพิธีมอบรางวัล แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกจากหลากหลายสาขา สร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้รับรางวัลและผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างยิ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก มีผู้ได้รับการเสนอชื่อและเข้าร่วมรับรางวัลจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการท่องเที่ยว และองค์กรนานาชาติ

การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยความร่วมมือของคณะผู้จัดงาน ประกอบด้วย :คุณกล้ามชาย จีนสวัสดิ์ ประธานโครงการเก้าเสาหลักพิทักษ์แผ่นดิน และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณกฤษณา จีนสวัสดิ์ นายกสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทยคุณก๊อต ดราก้อน ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวไทย

คุณ Serdar Atila ผู้ช่วย Mr. Faruk Alkaya ประธานองค์กร i.O.F.F. ซึ่งร่วมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติภายในงานได้มีการมอบรางวัลเกียรติยศในหลายสาขา รวมถึง ATTOF Tourism World Award of Excellence 2026 เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาสังคม ธุรกิจ และการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ

การจัดงาน GLOBAL WORLD AWARDS 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากลต่อไป

งานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการยกระดับเวทีรางวัลของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้บุคคลและองค์กรที่อุทิศตนเพื่อสังคม ได้รับการยอมรับและเชิดชูเกียรติในระดับนานาชาติอย่างสมเกียรติ

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รองผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดอบรมขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน มุ่งผลักดันสถานศึกษาทุกแห่งสมัครเป็นสมาชิก อพ.สธ. ภายในปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”

โดยมีพระพุฒิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนผู้บริหาร ครู เจ้าหน้าที่ และบุคคลากรทางการศึกษาร่วมกิจกรรมการอบรมปฏิบัติการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) เข้าสู่ห้องเรียน

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม และวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล)การจัดอบรมครั้งนี้เป็นไปตามมติการประชุมการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จังหวัดเชียงราย ที่กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ อพ.สธ.

เพื่อผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้ครบถ้วนภายในปีงบประมาณ 2569 สอดคล้องกับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปีที่ 7 (1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2569) อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรพืชเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนในสถานศึกษา

กลุ่มเป้าหมายของการอบรมประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานทางการศึกษาหรือผู้แทนที่ยังมีสถานศึกษาในสังกัดไม่ได้เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้แทนของโรงเรียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการสมัครเป็นสมาชิก รวมถึงรองศึกษาธิการจังหวัดเชียงรายและบุคลากรสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโอกาสนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก อาจารย์ ดร.จันทรารักษ์ โตวรานนท์ รักษาการแทนหัวหน้าสถาบันอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากโรงเรียนเทิงวิทยาคม โรงเรียนมานิตวิทยา โรงเรียนเทศบาล 1 (สันติสุข) และโรงเรียนเทศบาล 3 (ศรีทรายมูล ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวเปิดการอบรม พร้อมมอบแนวคิดและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การปลูกฝัง

จิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่เยาวชน และการบูรณาการองค์ความรู้สู่ห้องเรียน เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เข้าพรรษาคึกคัก! พุทธศาสนิกชนนับร้อยนับพันทะลักเข้า ‘วัดเขาเจดีย์’ โบราณสถานอ.ปะทิว ร่วมถวายเทียนพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนจำนวนมากจากทั้งอำเภอปะทิว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร รวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมารวมตัวกันอย่างคึกคักที่ วัดเขาเจดีย์ หมู่ 7 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อร่วมทำบุญตักบาตรและนำเทียนพรรษาไปถวายแก่ พระครูสังฆรักษ์ชัยรัตน์ ชนาสโภ (พระอาจารย์เอก) เจ้าอาวาสวัดเขาเจดีย์ ศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมจาก “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชุมพร เนื่องในวันเข้าพรรษาแรกของปี

ทว่า นอกจากการทำบุญเสริมสิริมงคลตามประเพณีแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วัดแทบแตก คือการที่บรรดาผู้ศรัทธาและนักเสี่ยงโชค ต่างพากันมุ่งหน้าไปยัง “ศาลเจ้าแม่สบันงา” ศาลไม้เล็กๆ ที่ซ่อนความศักดิ์สิทธิ์ไว้บริเวณข้างบันไดทางเดินขึ้นยอดเขา เพื่อกราบไหว้ขอพรและโชคลาภ ก่อนถึงวันตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้

สำหรับ “เจ้าแม่สบันงา” นั้น มีตำนานเล่าขานอันน่าอัศจรรย์ ย้อนไปในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินทางมาที่วัด และเกิดอภินิหารร่างทรงเข้าสิง โดยได้อัญเชิญดวงวิญญาณของ “เจ้าแม่สบันงา” สถิติต้นตะเคียนโบราณบริเวณทางขึ้นเขา มาเข้าพบพระอาจารย์เอก เพื่อขออนุญาตตั้งศาลไว้ปกป้องคุ้มครองวัดและช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก พร้อมสเกตช์ภาพจำลององค์เจ้าแม่ไว้ภายในศาล หลังจากวัดได้

จัดสร้างศาลตามเจตจำนง เสียงเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ก็กระฉ่อนไปทั่วสารทิศ! ไม่ว่าใครมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน ความสำเร็จ หรือโชคลาภเงินทอง ต่างสมปรารถนากลับไปอย่างน่าอัศจรรย์ สังเกตได้จาก ชุดไทยสตรีสวยงามจำนวนมากที่ถูกนำมาแขวนแก้บนแน่นขนัดหลังศาล พร้อมกับเครื่องสักการะอย่างน้ำแดงและดอกกุหลาบแดงสด ยืนยันถึงความ “แรง” และ “แม่น” ของเจ้าแม่สบันงาได้เป็นอย่างดี

นอกจากเรื่องราวความลี้ลับแล้ว วัดเขาเจดีย์ ยังเป็นโบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา (พ.ศ. 2325) บนยอดเขามี “เจดีย์ปะทิวนิรมาณมงคล” เจดีย์ทรงระฆังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานนามไว้เมื่อปี 2565

ภายในวัดยังมีปูชนียวัตถุสำคัญ อาทิ พระบูรพาบรรพต พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลกองค์ใหญ่โดดเด่นบนยอดเขา, วิหารประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิว 360 องศา ที่รถยนต์สามารถขับขึ้นถึงยอดเขา ให้ประชาชนได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมชมทิวทัศน์เมืองปะทิวและท้องทะเลชุมพรยามเช้าได้อย่างงดงาม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต้องการเดินทางมาสัมผัสบารมีเจ้าแม่สบันงา รวมถึงกราบไหว้พระบรมธาตุบนยอดเขาเจดีย์ สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน โดยมี นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว ฝ่ายปกครองท้องที่ ท้องถิ่น คอยดูแลรักษาสถานที่ และ อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

////เอกชนะ นวนละมัย  รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สภาทนายความลงพื้นที่วังน้ำเขียว เร่งตรวจข้อเท็จจริงปมที่ดินทับซ้อนอุทยานฯ เดินหน้าช่วยชาวบ้านต่อสู้คดี-คุ้มครองสิทธิ

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งคณะทำงานและทีมทนายความลงพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนกับแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จนถูกดำเนินคดีและได้รับความเดือดร้อนด้านสิทธิในที่ดินทำกิน พร้อมเตรียมวางแนวทางให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้ผู้แทนคณะทำงานและทีมทนายความ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว โดยมี ดร.ธีระวุฒิ วชิรมโนวาทย์ กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย, ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ รอง

ประธานคณะกรรมการโครงการทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ, ทนายนทีนาถ ศรีลมุล รองประธานสภาทนายภาค 3, ทนายลภัสรดา ณัฐอาภาพล รองประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา และทนายคมสันต์ เที่ยงกระโทก กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ร่วมลงพื้นที่

คณะทำงานได้หารือร่วมกับตัวแทนประชาชน พร้อมตรวจสอบเอกสารสิทธิ หลักฐานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ย้อนหลัง แผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมาย ทั้งในส่วนของการต่อสู้คดีในชั้นศาล การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางกฎหมายของประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทด้านที่ดิน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่.

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดี เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น.
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569

โดยมี พล.ต.ท.นพดล กรึงไกร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.แสวง เที่ยงใจ ผบก.รพ.ดร., ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.5 และ หน.สภ.ในพื้สังกัด ภ.5
เข้าร่วมพิธี โดยพร้อมเพรียงกันณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /รองผู้ว่าฯ นครปฐม เป็นประธานพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ณ วัดบางแก้ว อ.นครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่ระลึก ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ วัดบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม ผู้อำนวยการโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญา

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ปลัดอำเภอนครชัยศรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลบางแก้ว ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ด้านหน้าโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ถวายเทียนพรรษาพระราชทานและพัดรองที่

ระลึกแด่พระครูปฐมสรคุณ (พร ปภากโร) เจ้าอาวาสวัดบางแก้วประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำถวายเทียนพรรษาพระราชทาน

พร้อมถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกราบลาพระรัตนตรัย และถ่ายภาพร่วมกันเป็นอันเสร็จพิธี

ทั้งนี้ พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีถวายเทียนพรรษาอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป.

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ท. ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต ครั้งที่ 2/2569 เพื่อร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต

โดยมี นายวิเชียร พุฒิวิญญู กรรมการ สปท. ป.ป.ท. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริต เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ทรง

คุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่กองป้องกันการทุจริตในภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 28 (ห้องประชุมใหญ่) สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบประชุมออนไลน์ Zoom Meeting

สำหรับการประชุมครั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมพิจารณาและคัดเลือกเครือข่ายต้นแบบในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทำงานพิจารณาการสมัครและคัด

เลือกเครือข่ายต้นแบบของสำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเครือข่ายเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้น 26 เครือข่าย ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 21 เครือข่าย และภาคประชาชนและภาคเอกชน จำนวน 5 เครือข่าย

ทั้งนี้ การคัดเลือกเครือข่าย PACC ต้นแบบ มีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้ภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วนเข้ามา

มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการทุจริตมากยิ่งขึ้น พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริตอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณ …… ภาพ/เนื้อหา จาก สื่อสารองค์กร สำนักงาน ป.ป.ท.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /บุกโรงพักมุกดาหาร! พี่ชาย ‘พระนิคม’ นำทีมทายาทจี้ร้อยเวร ทวงความคืบหน้าคดีรถชนคณะพระธุดงค์มรณภาพ 10 รูป

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายชัยฤทธิ์ อังกาบ พี่ชายของพระนิคม อังกาบ ในฐานะตัวแทนผู้สูญเสีย ได้เป็นแกนนำในการนำทายาทและครอบครัวพระธุดงค์ เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี (ร้อยเวร) เพื่อจี้ถามความคืบหน้าและทวงถามความเป็นธรรมในคดีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระภิกษุสงฆ์ระหว่างเดินจาริกธุดงค์ จนเป็นเหตุให้มีพระภิกษุมรณภาพ

นายชัยฤทธิ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังเข้าพบเจ้าหน้าที่ว่า ในส่วนของตนได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ส่วนญาติและตัวแทนครอบครัวพระธุดงค์รูปอื่นๆ ได้เดินทางมาร่วมให้ปากคำในวันนี้ประมาณ 5-6 ครอบครัว ขณะที่ทายาทส่วนที่เหลือมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะทำการนัดหมายและแจ้งผลในนัดหน้าอีกครั้งว่าจะนัดพบทายาทที่เหลือเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมวันไหน

สำหรับการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้จัดพิธีมอบเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาให้แก่ทายาทของพระธุดงค์ที่มรณภาพครบทั้ง 10 รูป ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่เดิมคณะญาติทั้งหมดได้นัดหมายกันว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมกันหลังเสร็จพิธี ก่อนที่จะมีบางส่วนแยกย้ายกลับไปก่อนตามภารกิจดังกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของฝั่งคู่กรณี นายชัยฤทธิ์ ระบุว่า จากการสอบถามร้อยเวรทราบว่า ฝั่งคู่กรณียังไม่ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่อ้างว่าพ่อและแม่ของเด็กคนขับสภาพจิตใจยังย่ำแย่ จึงยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบสวนในตอนนี้และต้องรอการนัดหมายอีกครั้ง ทั้งนี้ ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าตัวเด็กและมารดายังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี หรือไม่ ทราบเพียงข้อมูลจากร้อยเวรว่าฝั่งนั้นต้องทานยาคลายเครียดเท่านั้น

นายชัยฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะประสานงานร่วมกับ คุณออย แสงศิลป์ (นายชยธร ทองบุราณ) โดยจะให้คุณออยเป็นตัวหลักในการประสานงานและติดตามความคืบหน้าเพื่อเร่งรัดพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด พร้อมวอนขอความกรุณาจากพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงให้ช่วยกันเกาะติดสถานการณ์และกระตุ้นคดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีสำคัญระดับประเทศที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป และต้องการคืนความยุติธรรมให้แก่คณะพระธุดงค์อย่างถึงที่สุด
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

รถชนพระธุดงค์มุกดาหาร #ทายาทพระธุดงค์บุกโรงพัก #ทวงความคืบหน้าคดีชนพระ #พระนิคมอังกาบ #สภเมืองมุกดาหาร #ออยแสงศิลป์ #ข่าวมุกดาหาร #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯ จ.นครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ

ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางกิจติยา ใสสะอาด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร ของจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมโครงการฯ

📍โครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเปราะบาง เพื่อพร้อมรับปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน พัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางในการปรับตัวและเตรียมความพร้อม รับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินในระดับชุมชน และส่งเสริมกลไกการบูรณาการ

ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ให้สามารถเฝ้าระวัง ติดตาม และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ กลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี

เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง วิทยากร และเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 225 คน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เกษตรเมืองเพชร บุกมหาชัย ทั้งทุเรียน ข้าว ผลผลิตแปรรูป หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สู่ตลาดสากลต่างประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กรกฎาคม นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 2026” ภายใต้แนวคิดการพัฒนาภาคเกษตรสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน

ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลไม้ ข้าว และสินค้าเกษตรแปรรูป ให้ได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีนายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี กล่าวรายงาน พร้อมนางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี นางภัทราภรณ์ เจริญรักษ์แรงงานจังหวัดเพชรบุรีนายวิทยา ชูแก้วรองประธานด้านการเกษตร/AFC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมงานอย่างคึกคักเนืองแน่น

วัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย SMEs รวมทั้งประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ภายในงานได้มีการรวบรวมสินค้าเกษตรคุณภาพและของดีเมือง

เพชรจากกว่า 30 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงความบันเทิง และการประกวดต่าง ๆ ตลอดทั้งวันในการจัดงาน สามารถเลือกซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพและร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2569
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ศิษยานุศิษย์คนนาเกลือ-พัทยา แห่ร่วมงาน “วันมหาบุรพาจารย์รำลึก”มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 วัดช่องลมนาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมงานมหาบุรพาจารย์รำลึก ประจำปี 2569 “วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ” โดยพบว่าบรรยากาศในงานมีคณะศิษยานุศิษย์ ประชาชนชาวบ้านนาเกลือ เมืองพัทยา และชาวบ้านที่เคารพศรัทธา เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก บริเวณพิพิธภัณฑ์พระมหาบุรพาจารย์ ศาลาเรือนไทย วัดช่องลมนาเกลือ

ภายในพิธี ประชาชนที่ร่วมงานได้ร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารเช้าแด่คณะสงฆ์ ก่อนคณะสงฆ์จะสวดมาติกา-บังสกุล และสวดเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเป็นพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ตามลำดับพิธีการ นอกจากนี้บริเวณภายในสภานที่จัดงานยังมีการออกโรงทานอาหารและเครื่องดื่มโดยกลุ่มคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศร่วมออกร้านร่วมงานบุญกันอย่างเป็นกันเอง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากคณะศิษยานุศิษย์จำนวนมากที่เข้าร่วมงานวันพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ ในวันนี้ ซึ่งมาจากหลากหลายอาชีพแล้ว ยังมีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาพระมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เข้าร่วม

งานบุญเช่นกัน อาทิ นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ อดีตรองนายกเมืองพัทยา คณะ ส.อบจ.ชลบุรี ดร.วรพต พงษ์พาลี นายสิทธิไชย อาจทรง ส.อบจ.ชลบุรี และคณะอดีตสมาชิกสภาเมืองพัทยา นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ นายวุฒิธร แสงอุไร นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ นายอนุพงษ์ พุทธนวรัตน์

อนึ่ง งานมหาบุรพาจารย์รำลึก วันมหาบุรพาจารย์ วัดช่องลมนาเกลือ เป็นการร่วมกันจัดขึ้นจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคณะศิษยานุศิษย์ ลูกศิษย์ลูกหาของสัดช่องลมนาเกลือ ที่มีความผูกพันกับวัดมาอย่างยาวนานนับร้อยปี และแสดงออกถึง

ความกตัญญูรู้คุณถึงมหาบุรพาจารย์พระเกจิแห่งวัดช่องลมนาเกลือในอดีต ประกอบด้วย พระอธิการจู สาคโต, พระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ (พระอาจารย์เอี่ยม เมฆิโย), พระครูพิบูลย์ธรรมกิจ (พระอาจารย์เผือก ฉันโน), สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พระอาจารย์เจริญ ญาณวโร) และพระราชวัชรปัทมคุณ (พระอาจารย์บัวเกตุ ปทุมสิโร)

มารีวิทย์จับเด็ก ป.1 ‘ทำนา‘ เรียนรู้วิถีไทย สะสมประสบการณ์เพิ่มทักษะชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา โดย ดร.ศิรินา โพยประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทย์ ได้จัดกิจกรรมเพิ่มทักษะการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยได้จัดการทัศนศึกษาและเรียนรู้วิถีไทย ที่สวนไทย พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ชื่อดังของจังหวัดชลบุรี

ในกิจกรรมเด็กนักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิถีไทยท้องถิ่น ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ พร้อมทำกิจกรรมสร้างสรรค์ประสบการณ์มากมาย อาทิ การทดลองทำนาปลูกข้าวภายในแปลงสาธิต การฝึกทำขนมไทย การฝึกทำส้มตำ การฝึกทำปลาตะเพียนสาน การละเล่นหนังตะลุง และการให้อาหารสัตว์

กิจกรรมที่ทางโรงเรียนมารีวิทย์ พัทยา จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่แล้ว ยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ให้นักเรียนได้ทดลองทำสิ่งต่างๆ ตามวิถีท้องถิ่นของภาคต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งนักเรียนทุกคนต่างสนุกสนานในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมกินข้าวเล่าเรื่องกับสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 ณ ร้านอาหารบ้านบุ๋ม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายสุนทร ลี้สกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ–2 พร้อมด้วย
นายกอบเกียรติ ป้อยแก้ว วิทยากรระดับ 10 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายธัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ

นายเสกสรร โสทธยาสัย หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์ โครงการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนนายภูมิพันธ์ จารุภูมิ วิทยากรระดับ 8 กองบริหารความสัมพันธ์เครือข่ายการสื่อสาร ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การนายพิษณุ สุเทปิน หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่สมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ภายใต้กิจกรรม “กินข้าวเล่าเรื่อง” โดยมีผู้แทน กฟผ.และสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนในพื้นที่ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความสัมพันธ์อันดี และพูดคุยเกี่ยวกับการดำเนินงาน

รวมถึงประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณชน ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างสรรค์โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พ.ต.พิบุญชับ ณ ลำพูน พ.อ.พยอม บุญทร พ.ต.อ.วิวัฒน์ ตันติวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ

พ.ต.ธนกฤต นันทชัยศรี ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางเพียรพิศ ยะวิญชาญ นางสาวอรประภา พุฒหมื่น นางรจนา วังคำ นายชาตรี ทำงาม นายปรันป์ เหล่าสุริยงค์ นางพรรณี ณ น่าน นางจิติภัสร์ มานะอัครนิรุติ์ นางสาวอำภาพร กันตา นายกฤษณ์ ธรรมศักดิ์ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกิจกรรม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /พอช. กคช.พม.น่าน จับมือภาคี มอบงบซ่อมบ้าน “แม่ครูกุหลาบ” ศิลปินซอล่องน่าน

แชร์เนื้อหานี้

น่าน — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน และภาคีเครือข่าย รุดเยียวยาผู้ประสบภัยวาตภัย พร้อมร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยจัดพิธีมอบงบประมาณซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเครื่องยังชีพให้แก่ “แม่ครูกุหลาบ ศรีทะแก้ว” ศิลปินพื้นบ้านอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญด้านการขับซอล่องน่าน ณ บ้านหนองแดง ตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 256การลงพื้นที่ช่วยเหลือในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรงที่พัดถล่มบ้านพักของแม่ครูกุหลาบจนได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ทาง พอช. จึงได้ประสานความร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน (พมจ.)

การเคหะแห่งชาติ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดน่าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ร่วมกันขับเคลื่อนการซ่อมแซมบ้านในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มเปราะบางที่ประสบภัยธรรมชาติ แต่ยังเป็นการจรรโลงและสืบสานศิลปะพื้นบ้านของชาวน่านให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นต่อไป

สำหรับพิธีมอบงบประมาณและเครื่องยังชีพ ได้รับเกียรติจาก นายอัครา พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและร่วมกล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย โดยมี นายบุญเย็น มโนชัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าว, นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน/กรรมาธิการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร

นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดน่าน พันเอก ทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 พ.อ.นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผช.ผอ.พอช. นาย วรวิทย์ นายนทวงษ์ หน.สช.ลำปาง การเคหะแห่งชาติ นายสำรวย พลัดผล ประธานขบวนจังหวัดน่าน และ นายคณพัฒน์ ๆศรีแก้ว หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พมจ.น่าน และ น.ส.วัชรี พรมทอง ประธานหอการค้า จ.น่าน ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครอบครัวของแม่ครูกุหลาบอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน นายธาราศานต์ ทองพัก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาที่อาศัยชุมชนริมราง พอช. ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ศึกษาดูงานถอดบทเรียนการจัดการภัยพิบัติและการพัฒนาที่อยู่อาศัย ณ บ้านห้วยขาบ จังหวัดน่าน พร้อมทั้งจัดประชุมสรุปผลการดำเนินงานประจำระยะ 6 เดือนของสำนักฯ ควบคู่กับการเข้าร่วมกิจกรรมมอบงบประมาณเยียวยาดังกล่าว เพื่อนำโมเดลการบูรณาการและการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่จริงไปพัฒนากระบวนการทำงานขององค์กรต่อไป

พอช. กคช.พม.น่าน จับมือภาคี มอบงบซ่อมบ้าน “แม่ครูกุหลาบ” ศิลปินซอล่องน่าน หลังพายุฤดูร้อนถล่ม #เดินหน้าฟื้นฟูที่อยู่อาศัยควบคู่การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น/ภาพ/ข่าว/รพีพร เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ญาติพระธุดงค์ไม่ต้องสู้ลำพัง! สภาทนายความตั้งศูนย์ช่วยเหลือ เดินหน้าฟ้องคดีแพ่งฟรี พร้อมแจ้งสิทธิครบทุกด้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ ได้มอบหมายให้นายจิรศักดิ์ เอี่ยมดิลก กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 พร้อมด้วย นางสาววัชราภรณ์ สลางสิงห์ ประธานสภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร นำคณะกรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 4 และคณะกรรมการสภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร

ลงพื้นที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อเข้าเยี่ยมให้กำลังใจญาติของพระสงฆ์ที่มรณภาพ และพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์คณะสภาทนายความได้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและการเยียวยาตามกฎหมายแก่ญาติผู้เสียชีวิตและพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมและสามารถดำเนินการตามสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้

ในโอกาสเดียวกัน นายแพทย์วิลาศ นรินทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลมุกดาหาร ได้ชี้แจงแนวทางการรักษาและอาการอาพาธของพระสงฆ์แต่ละรูปให้แก่คณะผู้เข้าเยี่ยมและญาติได้รับทราบทั้งนี้ นายกสภาทนายความได้มอบหมายให้สภาทนายความจังหวัดมุกดาหาร ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องร้องเรียน ให้คำปรึกษา และให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง

สภาทนายความระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บและทายาทของพระสงฆ์ที่มรณภาพ มีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายได้ 3 ส่วนหลัก ได้แก่1.สิทธิเรียกร้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถผู้บาดเจ็บหรือทายาทของผู้เสียชีวิต มีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ค่าชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ และค่าชดเชยกรณีเสียชีวิต ซึ่งจ่ายให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

2.สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งนอกจากเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ. แล้ว ผู้เสียหายหรือทายาทยังสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่ต้องรับผิดได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินวงเงิน พ.ร.บ. ค่าเสียหายจากการขาดรายได้ ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้บาดเจ็บ ค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีศพ ค่าอุปการะเลี้ยงดู และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่สามารถพิสูจน์ได้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3.สิทธิในคดีอาญาหากการกระทำเข้าข่ายความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ผู้เสียหายหรือทายาทมีสิทธิร้องทุกข์ ติดตามการดำเนินคดี ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ รวมทั้งเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา หรือเลือกฟ้องคดีแพ่งแยกต่างหากก็ได้

สำหรับกรณีที่ผู้ก่อเหตุเป็นผู้เยาว์ สภาทนายความอธิบายว่า หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เยาว์ต้องรับผิด และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ปกครองอาจมีความรับผิดร่วมในการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบกพร่องต่อหน้าที่ในการดูแลหรือมีเหตุแห่งความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเป็นไปตามดุลพินิจของศาลจากพยานหลักฐานในคดี

นอกจากนี้ สภาทนายความยังยืนยันว่าจะจัดหาทนายอาสาเพื่อดำเนินการฟ้องร้องคดีแพ่งให้แก่ผู้เสียหายและญาติของพระสงฆ์ที่มรณภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “สส.เดียร์” เปิดสนาม การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติดEGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 ครั้งที่ 4

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ก.ค.69 ที่สนามฟุตบอลวัดนาล้อม หมู่ที่ 3 ตำบลเขาล้าน อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันขึ้นระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

โดยมี พระครูสังฆรักษ์สำราญ อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดนาล้อม นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) นายวิบูลย์ เทียนทอง ผู้ช่วย สส.พงษ์พันธ์ เผ่าประทาน และประธานชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสะอาด อนุกูลประชา นายกอบต.เขาล้าน นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายกฤษดา ลือโรจน์วงษ์ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก พร้อมคณะกรรมการชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก คณะครู อาจารย์ และนักเรียน ให้การต้อนรับ

นายรภีร์ เคนแก้ว พนักงานวิชาชีพระดับ 9 ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.) กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินภารกิจด้านผลิตและจัดหาไฟฟ้าของประเทศ ตามแผนพัฒนาระบบการผลิตไฟฟ้า เพื่อเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถ และเสริมสร้างความมันคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการมีธรรมาภิบาล ดูแลรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม

กฟผ. จึงได้ริเริ่มจัดโครงการ “ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด EGAT Youth Cup ทับสะแก 2026 รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี และ 12 ปี กำหนดจัดการแข่งขันระหว่าง วันที่ 3-4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็ก เยาวชน ได้ออกกำลังกาย สร้างทักษะด้านกีฬา เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของเยาวชน ตลอดจนผู้ปกครอง เป็นการสานสัมพันธภาพอันดีระหว่างกัน โดยมีโรงเรียนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ทีม กิจกรรมนี้ ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิงจากทุกภาคส่วน ได้แก่ วัดนาล้อม ในฐานะเจ้าของสถานที่ ความมุ่งมันตั้งใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.ร่วมกับ ชมรมฟุตบอลอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / การบรรจุ อปท.สายงาน เทศบาล อบต. ผู้ที่ได้รับบรรจุตำแหน่ง ตามสายงาน เพื่อเข้ารับราช ปกครองส่วนท้องถิ่น จ.นครสวรรค์ 249 คน ไม่มารายงานตัว 2คน

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการ รายงานตัวบรรจุเพื่อเข้ารับราชการท้องถิ่นที่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 249 คน ไม่มารายงานตัว 2 สายงานนักวิเคราะห์นโยบายและแผนหายตัว ติดต่อไม่ได้ นัวิชาการพัสดุยันสละสิทธิ์ ไม่มารายงานตัว เจ้าหน้าที่ตามวุ่นขอคำตอบ ภาพรวมข้าราชการใหม่มั่นใจได้บรรจุด้วยยความสมารถล้วนๆลูกชาวไร่ชาวนาได้ลุ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องประชุม สำนักงานเทศบาลนครสวรรค์ ชั้น5 จังหวัดนครสวรรค์วันที่ 1 ก.ค 2569 เวลา 08.30น.ซึ่งเป็นวันนัดหมายที่ทางสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย นัดรายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการในส่วนของปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ในช่วงเวลา 08.30 นเป็นต้นไป

บรรยากาศในวันดังกล่าวมีบรรดา ข้าราชการใหม่ที่เดินทางมาพร้อมด้วยญาติที่มาส่งเพื่อเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นในครั้งนี้เป็นจำนวนมากทุกคนต่างนำหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรายงานตัวอาทิเช่นรูปถ่ายเพื่อติดบัตรข้าราชการและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งที่เป็นตัวจริงและถ่ายเอกสารในการแจ้งต้นสังกัดเพื่อเข้ารับการบรรจุในอปท.

ในส่วนสายงานต่างๆในเทศบาลและอบต. ที่ประกาศรับบรรจุตำแหน่งตามสายงานที่ขอเอาไว้ต่อกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นบรรยากาศในห้องประชุม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ในส่วนของปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ตั้งโต๊ะเพื่อรองรับให้ข้าราชการใหม่ ที่มารายงานตัวได้เซ็นชื่อภายหลังนั่งเรียงตามลำดับแถวเพื่อสะดวกต่อการแจ้งลงลายมือชื่อ ในหนังสือรายงานตัวและสแกนเข้ากลุ่มไลน์

สายงานที่บรรจุ ที่ข้าราชการใหม่ได้แจ้งความประสงค์ที่จะบรรจุเข้ารับราชการครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากข้าราชการใหม่ที่มานั่งเก้าอี้ที่ทางท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์จัดเอาไว้โดยมีผู้อำนวยการกลุ่มงานกหมาย และระเบียบ รับเรื่องร้องเรื่องร้องทุกข์ เป็นผู้กล่าวให้รายละเอียดและโอวาทแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งติดราชการโดยการมอบหมาย

ให้นายวุฒิธรอาจต้น ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและรับเรื่องราวร้องทุกข์ท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์เป็นผู้แทนเพื่อกล่าวให้โอวาทและแนะนำเกี่ยวกับข้อระเบียบกฎหมายการปฏิบัติตัวของข้าราชการท้องถิ่นในครั้งนี้เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ติดราชการ

ในการรายงานตัวครั้งนี้มียอดจำนวนเต็ม 249 คนไม่มารายงานตัวจำนวน 2 คนโดยระบุตำแหน่งเป็นนักนักวิเคราะห์นโยบายและแผนจำนวน 1 ตำแหน่ง นักพัสดุ 1 ตำแหน่งซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อขอคำยืนยันภายหลังจากเสร็จสิ้นเวลาการ

รายงานตัวก่อนเที่ยงของวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์หาข้าราชการ ต้องมารายงานตัวเข้าบรรจุได้รับการยืนยันจากนิติกรคนล่าสุด ถือว่าเป็นคนสุดท้ายยืนยันว่าอยู่ระหว่างการเดินทาง ซึ่งหมดเวลารายงานตัวในสถานที่ข้างต้น ให้ไปรายงานตัวที่ท้องถิ่นจังหวัดนครสวรค์

อันเป็นรายสุดท้ายของวันดังกล่าว ส่วนนักวิชาการพัสดุขอสละสิทธิ์ไม่มารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เป็นที่แนะนอนแล้ว ส่วนนักวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าสายงานดังกล่าวกำลังถูกจับตามอง สรุปยอดในการ

รายงานตัวเข้ารับราชการครั้งนี้มีจำนวน 244 คนซึ่งท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์จะได้ส่งตัวข้าราชการใหม่ซึ่งมีสายงานต่างๆเข้าไปปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 กรกฎาคม ในงานหน่วยต้นสังกัดและจะได้รายงานไปยังกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทยต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดแล้ว งานท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จ.ประจวบฯ ปีงบประมาณ2569

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณชายหาดทุ่งน้อย ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้อยตำรวจเอก ณัชธพงศ์ ประเสริฐโสภา เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ(Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี ดร.สันติ ป่าหวาย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวรายงาน นายสมหมาย แดงโชติ สจ.เขต อำเภอเมืองประจวบฯ นายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี พร้อม หัวหน้าส่วนราชการแขกผู้มีเกียรติและนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้การต้อนรับ

ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายในการยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดให้สอดดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวยุคใหม่

ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และประสบการณ์ การท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน อาหารท้องถิ่น และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอำเภอกุยบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัตถุดิบอาหารคุณภาพที่สะท้อนอัตลักษณ์ขอ
ท้องถิ่น

โดยโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่จัดขึ้นในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้แนวคิด Wellness Food การสร้างสรรค์เมนูสุขภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่น และการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่งเสริมผู้ประกอบการด้านอาหาร การท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากอำเภอกุยบุรี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนและผลักดันการดำเนินงานจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยกิจกรรมครั้งต่อไปจะจัดในวันที่ 3-5 ก.ค.69 ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในงานมีร้านค้ามาจำหน่ายกว่า 130 ร้าน และอาหารทะเลราคาถูกมาจำหน่าย

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ผู้ว่าฯ เชียงราย ตรวจพนังกั้นน้ำ ชายแดนพม่า อ.แม่สาย รับฤดูน้ำหลาก สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้
default

ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เดินหน้าสร้างความพร้อมรับมือฤดูฝนอย่างเต็มกำลัง หลังโครงการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสายแล้วเสร็จ 100% ภายในระยะเวลาเพียง 45 วัน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คณะฝ่ายความมั่นคง ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของพนังกั้นน้ำบริเวณจุดหัวฝายใกล้วัดถ้ำผาจม และบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 และกลางซอย 12 ชุมชนแม่สาย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

default

ภารกิจครั้งนี้เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกองพลพัฒนาที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่ระดมกำลังทหารช่างซ่อมแซมพนังกั้นน้ำบริเวณแนวตลิ่งที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยขณะนี้การดำเนินงานแล้วเสร็จครบ 100%

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดได้วางแผนรับมืออุทกภัยมาตั้งแต่ต้นปี โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวสำหรับระยะยาว เป็นโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวร ซึ่งรัฐบาลมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ส่วนระยะกลาง เป็นการดำเนินงานก่อสร้างพนังในบางช่วงที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามกฎหมาย ขณะที่ระยะสั้น ซึ่งเป็นการเตรียมรับสถานการณ์เร่งด่วนในช่วงฤดูน้ำหลาก ได้อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำให้แล้วเสร็จทันเวลา

default

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณนายกเทศมนตรีทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานอย่างเข้มแข็ง รวมถึงกองทัพภาคที่ 3 โดย พลโท วรเทพ บุญยะ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่สนับสนุนกำลังทหารช่างและหน่วยงานในสังกัดเข้าดำเนินการ พร้อมมอบหมาย พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเทียะ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกองทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

default

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ภายใต้การบูรณาการของนายอำเภอแม่สาย จนสามารถดำเนินงานได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือนครึ่ง

จากการประเมินตามหลักวิชาการ จังหวัดเชื่อว่าพนังกั้นน้ำที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยรองรับปริมาณน้ำหลากได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญคือช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายขณะเดียวกัน จังหวัดยังเตรียมความพร้อมตามแผนบริหารจัดการภัยพิบัติ ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ได้มอบหมายให้มีการซักซ้อมไว้ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจษฎ์ ไทยเศรษฐ์ ลงพื้นที่ติดตามการซ้อมแผนทั้งในรูปแบบวอร์รูมและการปฏิบัติจริง ครอบคลุมระบบแจ้งเตือน การอพยพประชาชน การจัดตั้งศูนย์พักพิง และการดูแลด้านสาธารณสุข เพื่อให้สามารถรับมือ

ได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากเกินขีดความสามารถของพนังกั้นน้ำ เช่น ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงราย บูรณาการร่วม ศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยสมมุติเหตุการณ์เกิดภัยพิบัติ มีการซ้อมแผนประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับโครงการระยะยาว วงเงินประมาณ 39 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขณะที่โครงการระยะกลาง วงเงิน 39 ล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของกรมธนารักษ์ เพื่อดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางและก่อสร้างพนังกั้นน้ำในพื้นที่ต่อไป

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายจัดงานเลี้ยงขอบคุณกำลังพลทหาร เจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจจนแล้วเสร็จ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

default

และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของอำเภอแม่สายก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ ณ หอประชุมมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บรรยากาศเป็นไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และให้การขอบคุณจากใจจริงของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และทุกภาคส่วนในครั้งนี้อีกด้วย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /ทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่วัดอ่างสุวรรณ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยในเวลา 07.39 น. ได้ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล และในเวลา 08.19 น. ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนพสกนิกรชาวอำเภอทับสะแก ทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดี พร้อมตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านอย่างพร้อมเพรียงกัน

//////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

“น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน สร้างศูนย์กลางหนุนผู้ประกอบการ เข้าถึงทุน-องค์ความรู้-พี่เลี้ยงธุรกิจครบวงจร”
จังหวัดน่านเดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น เปิด “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs” อย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย

สำนักงานภาคเหนือ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และหอการค้าจังหวัดน่าน หวังเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา เสริมองค์ความรู้ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดน่าน ได้มีพิธีเปิด “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่าน” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดน่านเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความตื่นตัวและความมุ่งมั่นในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในสภาพเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการเงิน การบริหารจัดการธุรกิจ การวางแผนการลงทุน และการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้าน นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่าน เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงานหลัก เพื่อเป็น “ศูนย์กลางการให้ความรู้และคำปรึกษาแบบครบวงจร” สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการให้คำแนะนำด้านการเงิน การบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การเข้าถึงแหล่งทุนอย่างถูกต้อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยงทางธุรกิจ เพื่อช่วยคัดกรอง วิเคราะห์ปัญหา และประสานการสนับสนุนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

ภายในงาน คุณณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ และ คุณดุสิดา ทัพวงษ์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ บสย. ได้ร่วมแสดงความยินดีและประกาศเจตนารมณ์ในการผลักดันความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ โดยเห็นพ้องว่าศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับโอกาสทางการเงิน ช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น ลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ และสร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

การจัดตั้งศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs จังหวัดน่านในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบสนับสนุนผู้ประกอบการที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การพัฒนาศักยภาพ ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท้องถิ่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดน่านและภาคเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

น่านเปิด ‘ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs’ อย่างเป็นทางการ! ผนึกกำลัง ธปท.-บสย.-หอการค้าจังหวัดน่าน สร้างศูนย์กลางหนุนผู้ประกอบการ เข้าถึงทุน-องค์ความรู้-พี่เลี้ยงธุรกิจครบวงจร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เช็คกระแส !”ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รมช.เกษตรฯ ตรวจเยี่ยมงาน ที่แพร่ คอการเมืองบอกใบ้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ฝายแม่ยม ตำบลบ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ นางสุจนีย์ พรโสภิณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแพร่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประมงจังหวัดแพร่

ร่วมให้การต้อนรับ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ในการลงลงพื้นที่จังหวัดแพร่ ติดตามการบริหารจัดการน้ำฝายแม่ยม พร้อมมอบปัจจัยการผลิตยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

พร้อมรับฟังสถานการณ์น้ำ แนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมี นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

ให้การต้อนรับ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดแพร่

ได้จัดนิทรรศ การในเรื่องของสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง การเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกและการสร้างอาหารธรรมชาติ พร้อมนี้ ได้ส่งมอบพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 100,000 ตัว เพื่อส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหารและรายได้ในชุมชนด้วยในช่วงบ่าย “ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่

ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะด้วย AI ยกระดับการช่วยเหลือประชาชนเชิงรุกเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ. ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่แห่งใหม่ (กอเปา) ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่

จังหวัดแพร่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำสมัยใหม่ รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงทีโอกาสนี้ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้การต้อนรับ

พร้อมนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลและการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำของจังหวัด โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลเชิงพื้นที่มาสนับสนุนการตัดสินใจและการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรับชมวีดิทัศน์และรับฟังการ

บรรยายเกี่ยวกับศักยภาพของศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ ก่อนมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้สามารถรองรับสถานการณ์ทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมอบสิ่งของและปัจจัยสนับสนุนแก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต

จากนั้น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบภูมิสารสนเทศและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะ

หน้าไปสู่การเฝ้าระวังและบริหารจัดการเชิงรุก โดยมีการนำเสนอระบบบริหารจัดการน้ำทั้งด้านน้ำท่วมและภัยแล้ง ระบบจำลองสถานการณ์และแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ตลอดจน Dashboard สำหรับผู้บริหาร ทีมกู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยี LINE AI แจ้งเหตุ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และทีมปฏิบัติการในพื้นที่ ช่วยให้การรับแจ้งเหตุ การเฝ้าระวัง

และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านการเกษตร ได้มีการนำเสนอแนวทางการยกระดับพืชเศรษฐกิจและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยี AI

เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่เกษตรกรรมแม่นยำสูงและเกษตรกรรมอัจฉริยะ ผ่านระบบเตือนภัยด้านการเกษตร

ระบบบริหารจัดการข้อมูลเกษตรกรเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตตามปฏิทินการเพาะปลูก 52 สัปดาห์ และระบบ LINE AI ทีมผลไม้คุณภาพ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร

พร้อมกันนั้น ยังได้พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ รับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนโดยตรง พร้อมรับข้อเสนอโครงการที่ต้องการการสนับสนุนจากกระทรวง

เกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันสู่การพิจารณาในระดับนโยบาย โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการประชุม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ

อากาศโลก (Climate Change) และการประยุกต์ใช้แบบจำลองสถานการณ์น้ำท่วมที่พัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการคาดการณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการพัฒนาภาคการเกษตร

เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของประชาชนในจังหวัดแพร่และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป

ส่วนแวดวง”คอการเมือง” บอกว่า นี่เป็นการตรวจตราความเรียบร้อยทางการเมืองว่า ทิศทางจะไปทางไหน และจะเตรียมรับมือดันอย่างไร เพราะการเมืองยังมีอะไรอะไรอีกมาก ต้องเตรี

ยมความพร้อมไว้ทุกฝีก้าว ส่วนนักการเมืองในจังหวัดแพร่ มีการเตรียมสะสมพลังไว้อย่างเต็มที่ ใครดีใครอยู่ ดูจากการเลือกตั้งที่ผ่าน “ตกเก้าอี้” อย่างไม่เป็นก็มีมาแล้ว ส่วนจะขอทวง “เก้าอี้” คืนนั้นหรือ พอมีโอกาส ถ้าเด็ดพอ….

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ณ วัดมิ่งเมือง น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวง

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ประธานอุปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11

ณ วัดมิ่งเมือง ในโอกาสนี้ นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน มอบหมายให้ นางอริสา บุญสม รองนายกเทศมนตรีเมืองน่านร่วมพิธี โดยมีนางภัทรภรณ์ ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน คุณยุทธพงษ์ เอี่ยมเย็น

นายทรงยศ รามสูต อดีต สส.น่าน นายธนกร รัชตานนท์ นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน พร้อมทีมงานสามาคมฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน คณะศรัทธาชุมชนบ้านมิ่งเมือง กลุ่มสตรีเทศาลเมืองน่าน ศิษย์ยานุศิษย์ ผู้ปฏิบัติธรรม เข้าร่วมพิธีจำนวนมา

สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดอยู่ทิศใต้หรือด้านหลังของวัดวัดมิ่งเมือง โดยมี พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน

แห่งที่ 11 ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่หลักธรรมและพัฒนาจิตใจในพื้นที่ และบัดนี้การก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงจะได้จัดงานสมโภชและเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมฯ เพื่อเป็นศูนย์

รวมจิตใจและสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาของคณะสงฆ์ คณะศรัทธาชุมชนบ้านมิ่งเมืองและศิษยานุศิษย์ ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายบัณฑูร ล่ำซำ รองประธานมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน เป็นประธานในพิธีสมโภชเปิดอาคารสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่าน แห่งที่ 11 ณ วัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /เชียงรายจัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” ย้อนบทเรียนภารกิจระดับโลก สู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย และสมาคมขัวศิลปะ จัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” (8th Anniversary of Tham Luang Rescue 2026)

ระหว่างวันศุกร์ที่ 19 ถึงวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) อำเภอแม่สาย จังหวัดเซียงราย ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนมูลค่าสูง

โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ย้อนไปในปี 2561 ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายนถึง 10 กรกฎาคม 2561 รวม 17 วัน ในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือในการนำพาเยาวชนนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง 13 ชีวิต

อันนี้คือแบบว่าออกมาจากถ้ำหลวงได้สำเร็จอย่างปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาคเอกชนและประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่หล่อหลอมรวมจิตใจเป็นหนึ่งเดียวในการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยด้วยความทุ่มเทและเสียสละอย่างเต็มความสามารถด้วยความกล้าหาญ

ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย ที่ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อแสดงความขอบคุณพวกที่เคยให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนเพื่อรำลึกถึงผู้เสียสละจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น

ด้าน นายเจษฎา เงินทอง ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เปิดเผยว่า จัดงาน “รำลึก 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” (8th Anniversary of Tham Luang Rescue 2026) เป็นการเผยแพร่และถอดบทเรียน การทำงานแบบบูรณาการ

สะท้อนถึงพลังความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทั้งโลก และเพื่อสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทางยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ซึ่งในปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ย้อนอดีต คิดอนาคต

เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลก” ย้อนอดีตเพื่อจดจำบทเรียนอันทรงคุณค่า และคิดอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติ ควบคู่กับรัชกาลดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมบวงสรวงเจ้าแม่นางนอน เพื่อสักการะเจ้าแม่นางนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำดอยนางนอนและพื้นที่โดยรอบ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความปลอดภัย

กิจกรรมวางดอกไม้เพื่อแสดงความรำลึกถึงผู้เสียสละและผู้เคยร่วมในเหตุการณ์ค้นหาและกู้ภัย 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง เมื่อปี 2563 โดยรำลึกถึง จ่าแซม (นาวาตรีสมาน กุนัน), นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เรือโทเบรุต ปากบารา และน้องดอม

(นายดวงเพชร พรหมเทพ) พิธีเปิดงาน “รำลึกครบรอบ 8 ปี กู้ภัยถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว (8th Anniversary Luang Rescue 2026)” ด้วยหัวข้อ “ย้อนอดีต คิดอนาคต” เพื่อระลึกถึงความสามัคดีและบทเรียบประวัติศาสตร์

การกู้ภัยระดับโลก และการวางแผนสู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงเวทีเสวนา หัวข้อ “ย้อนอดีต…เหตุการณ์กู้ภัยระดับโลก” โดยมี ดร.กมลไชย คชชา อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 คุณผกายมาศ เวียร์รา ประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย

พลเรือเอก อาภากร อยู่คงแก้ว อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือกองเรือยุทธการ และประธานมูลนิธินักทำลายใต้น้ำจู่โจม คุณศศิวิมล อยู่คงแก้ว โปรดิวเชอร์สื่อสารคดี รวมพลังกู้ภัย Power of Unity

อีกทั้งยังมีนิทรรศการรำลึกกู้ภัย 8 ปี ถ้ำหลวง ที่จะพาย้อนรอยเหตุการณ์กู้ภัยครั้งประวัติศาสตร์โลก ที่ไม่เพียงแต่บอกเล่าการค้นหาและกู้ภัย แต่ยังสะท้อนพลังของความหวัง ความเสียสละ และความสามัคคี สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้ และจุดถ่ายรูปภาพที่รวบรวมอุปกรณ์กู้ภัยและองค์ประกอบจากเหตุการณ์จริง

ถ่ายทอดบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ผ่านภาพถ่ายที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งความกล้าหาญและความเสียสละ , นิทรรศการภาพถ่ายถ้ำหลวงภายในถ้ำจำจำลอง จัดแสดงภาพภายในถ้ำหลวงจำลอง จำนวน 8 จุดที่สำคัญ , กิจกรรม Workshop ฟรี “

การสกัดสีจากธรรมชาติ ” นำวัสดุธรรมชาติมาทำเป็นสีในการใช้ระบายสี เช่น ดิน หิน โดย ศิลปิน คุณปรีชา ชัยสร จากสมาคมชัวศิลปะ เพื่อลุ้นรับรางวัลพิเศษที่มีเฉพาะภายในงานเท่านั้น
นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีร้านค้าจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน สินค้าท้องถิ่น การแสดงอันเป็นอัตลักษณ์

วิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เช่น ผัดไทยหน้าด่าน น้ำเงี้ยว สัมตำ ข้าวซอยน้อย ปิ้งย่างหม่าล่า ไส้อั่ว สินค้าแปรรูปจากน้ำผึ้ง โดยวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผึ้งป่าก๋อย ทุเรียนนางนอน และอื่นๆ อีกมากมาย

เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอน และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายอย่างครบถ้วน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด โครงการส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569 โดยคุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงาน โครงการ ได้รับเกียรติจาก ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ นายกสมาคมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำ ยา และเลือด ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous therapy) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน / สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef

โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

สมาพันธ์เชฟ ตอ. ถกแนวทางรับเลือกตั้ง-ไฮซีซัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก โดย เชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ได้เรียกคณะบริหารสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมประชุมวางแนวทางการทำงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวในการปรับเทคนิคและแสดงฝีมือในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเตรียมความพร้อมของพี่น้องสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันของเมืองพัทยา และในเขตเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถึงแนวทางในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองพัทยาที่กำลังจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ ซึ่งสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกพร้อมปรับตัวเพื่อรองรับแนวทางการบริหารเมืองพัทยาในชุดต่อไปอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้วงการอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค

ทั้งนี้ ในการประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านสุขนิยม ซุ้มเนื้อ (โพธิสาร) พัทยา โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก เข้าร่วม คือ เชฟจักรพันธุ์ กรณีย์ exchef โรงแรมดีวารี, เชฟภาคภูมิ อารมณ์รัตน์ exchef Woodland Pattaya รองนายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก, เชฟปฎิพันธ์ เดชสุภา, เชฟทอม รอยัลคลิฟ และเชฟนิรันดร์ มีมาดี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ เปิดคึกคัก! “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดพื้นที่สร้างบรรยากาศ คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับพิธีเปิดงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณริมแม่น้ำน่านใต้สะพานพัฒนาภาคเหนือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สมาชิกหอการค้าจังหวัดน่าน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดน่าน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงภายในพิธีเปิด นางสาววัชรี พรมทอง ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานถึง

วัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า หอการค้าจังหวัดน่านมีความตั้งใจให้การจัดงานครั้งนี้เป็นมากกว่างานมหกรรมการค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านค้า OTOP สินค้าคนน่าน และเยาวชน ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ทั้งการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน การประกวดวงดนตรีเด็กและเยาวชน รวมถึงกิจกรรม “Nan Young Seller” ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงทักษะด้านการขายออนไลน์ การสื่อสาร และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โดยภายในพิธียังมีการมอบรางวัลให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม Nan Young Seller

พร้อมการแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน สร้างสีสันและบรรยากาศคึกคักให้กับงานเป็นอย่างมาก
สำหรับงาน “หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–13 มิถุนายน 2569 ภายในงานมีร้านค้าหลากหลายประเภท

สินค้า OTOP ของดีเมืองน่าน กิจกรรมความบันเทิง และกิจกรรมส่งเสริมเยาวชน เพื่อสร้างสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจ และเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้คนเมืองน่านเติบโตไปด้วยกัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดตัว “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย ” สร้างอาชีพผู้ต้องขัง ควบคู่การแก้ไขปัญหาแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่5 มิถุนายน 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายณัษฐพงศ์ อินทสาแล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสมุทรสาคร

เป็นประธานเปิดกิจกรรมฝึกวิชาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย และทำการกรอกน้ำปลาจากถังหมักลงขวด เป็นขวดแรกของการผลิต ที่บริเวณเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำเขต 7 ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การทำน้ำปลาจากปลาหมอคางดำ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาครได้เริ่มทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยการนำปลาหมอคางดำมาหมักกับเกลือ ในอัตราส่วน ปลาหมอคางดำ 4 ส่วนต่อเกลือ 1ส่วน

หมักในโอ่งที่ปิดมิดชิด หมักเป็นเวลา 10-11 เดือน จึงได้กลายมาเป็น “น้ำปลาแท้ผลิตจากปลาหมอคางดำ ตรา หับเผย” ที่มีกลิ่นหอม ไม่มีสารปรุงแต่ง ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่เติมผลชูรส ไม่แต่งกลิ่น ไม่แต่งสี มีส่วนผสมของไอโอดีนจากเกลือสมุทรตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันเรือนจำสมุทรสาครได้มีการนำปลาหมอคางดำที่จับได้นำมาผลิตเป็นนำมาหมักไปแล้ว 5 ตัน

เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

โดยนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติมาแปรรูปเป็นน้ำปลา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่เคยเป็นปัญหา ลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้แก่ผู้ต้องขังอย่างยั่งยืน อีกด้วย
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ม.มหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026”

แชร์เนื้อหานี้

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและเป้าหมาย Net Zero
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day 2026” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ภายใต้เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือระดับนานาชาติในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้นย้ำว่า “สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของมนุษยชาติเพื่อส่งต่อโลกที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นถัดไป” และชี้ให้เห็นว่าการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตพลังงาน และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลก การจัดงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงมุ่งสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

พิธีเปิดงาน ผู้บริหาร คณาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกิจกรรม “รดน้ำต้นไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการบ่มเพาะองค์ความรู้ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแนวคิดการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไปกิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วยการเสวนาพิเศษหัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO: เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับตัวขององค์กรในบริบทเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำการประชุมวิชาการระดับชาติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ซึ่งมีผู้สนใจส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอจำนวน 85 บทความ แบ่งเป็นการนำเสนอภาคบรรยาย 69 บทความ และภาคโปสเตอร์ 16 บทความ

กิจกรรม “ENVI Mahidol–School Hackathon” เวทีแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมของเยาวชนจากโรงเรียนเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน 20 โรงเรียน ประกอบด้วยการนำเสนอโครงงาน 20 ทีม และการนำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ 26 ทีมนิทรรศการและบูธวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โดยนักศึกษาและหน่วยงานภาคี รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวจากภาคเอกชนชั้นนำการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการออกร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากชุมชนในจังหวัดนครปฐม อาทิ ชุมชนเกาะลัดอีแท่น ตำบลไร่ขิง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบลกระทุ่มล้ม

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และเยาวชน ในการร่วมกันสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขอขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติม งานสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ 0 2441 5000 ต่อ 2222
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /“ปราบดา” ถกแผนดูแลเมืองท่องเที่ยว เมืองชล-แปดริ้ว / นายกลิซ่า จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม ให้ ตม.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 เป็นประธานประชุมเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท. เขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้การต้อนรับ

ในที่ประชุมมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ T.O. เข้าร่วมรับนโยบายอย่างพร้อมเพรียง ก่อนในที่ประชุมได้มีการรายงานความรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 บช.ทท.

ก่อนจะมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561, การให้ความรู้เกี่ยวกับ Standard Operating Procedure : SOP

และสิ่งสำคัญคือได้กำชับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัด ก่อนมีการมอบรางวัลให้กับผู้มีผลการจับกุมดีเด่น เป็นอันเสร็จสิ้นการประชุม

‘นายกลิซ่า‘ นำทีมผู้ประกอบการกลางคืนพัทยา จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ 600 ชาม เป็นกำลังให้ ตม.ชลบุรี

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา นำโดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมฯ พร้อมคณะ ได้จัดเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่จำนวน 600 ชาม ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี บุคลากรในสังกัด พร้อมทั้งแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สัญจรไปมาและผู้มาติดต่อราชการ

นอกเหนือจากอาหารกลางวันแล้ว ยังมีน้ำดื่ม ขนมและผลไม้มากมายจากสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันสนับสนุน เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานปฏิบัติหน้าที่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างเหน็ดเหนื่อย และเป็นงานกุศลที่ทางสมาคมฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในกิจกรรมพบว่าได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยะมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับคณะสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยาที่ได้นำอาหารมาจัดเลี้ยงในครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มและความเป็นกันเอง

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี รับมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” เตรียมเชิญถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา 2569

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จัดพิธีส่งมอบ “พุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน” ซึ่งได้รับมอบหมายจากส่วนราชการในพระองค์ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.30 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เข้ารับมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นประธานในพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทาน เพื่ออัญเชิญไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และผู้แทนหน่วยงานราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

โดยทั้ง 2 จังหวัด จะเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานไปถวายสักการะ “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 20.39 น. ณ มณฑลพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรของแต่ละจังหวัด อันเป็นกิจกรรมสำคัญเนื่องในวันวิสาขบูชา

“พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” เป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์พระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนาม และมีพระราชดำริให้อัญเชิญไปปลูกประจำทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวไทย และเพื่อสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าในวาระมหามงคลแห่งพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

นามพระราชทาน “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” มีความหมายว่า “พระศรีมหาโพธิ์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” สื่อถึงสายใยแห่งพระเมตตา ความศรัทธา และความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ

การจัดพิธีส่งมอบพุ่มดอกบัวประดิษฐ์พระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและหน่วยงานภาครัฐ ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณค่าทางจิตใจ และสืบสานพระราชปณิธานอันทรงคุณค่าสู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน