คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่างบ่ายวันที่ 26 มกราคม 2569 บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (“บริษัท”) มี นาย อบีนาช มาจี้ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้แทนบริษัท แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันถูกกล่าวหาว่ามิชอบของฝ่ายบริหารชุดเดิมของบริษัท
นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2562 ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

ได้ตรวจพบข้อสงสัยอันมีมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารชุดเดิม อดีตประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในขณะนั้น ส่งผลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผู้ถือหุ้นในการเข้าบริหารบริษัทฯ และเริ่มดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการภายหลังจากการตรวจ พบพฤติการณ์หลายประการที่เข้าข่ายความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา บริษัทฯ ได้ดำเนินคดีโดยยื่นร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด จนพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าฝ่ายบริหารชุดเดิมมีพฤติการณ์ทุจริตและยักยอกเงินของบริษัทฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงได้มีคำสั่งรับเป็นคดีพิเศษ และรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้พนักงานอัยการ

โดยพนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรดำเนินคดี และได้ สั่งฟ้อง อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อดีตประธานคณะกรรมการ และพวก ต่อศาลอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ในข้อหาลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอม เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทกระทำการลวงให้บริษัทได้รับความเสียหาย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งเป็นค่าเสียหายขั้นต้นรวมกว่า 371 ล้านบาท โดยศาลอาญาได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีและกำหนดวันนัดตรวจสอบพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาคดีต่อไปแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการกล่าวโทษเพิ่มเติมเพื่อฟ้องร้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเร็ววันนี้ ซึ่งนับเป็นความพยายามของคณะกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่ในการปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการ คณะผู้บริหารชุดใหม่ และผู้ถือหุ้นขอยืนยันว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามปรกติ โครงการก่อสร้างและการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จำนวน 1 โครงการ และกำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ อีก 2 โครงการ ของบริษัทในเครือยังคงดำเนินต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก โดยทั้งนี้ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) พร้อมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ระบบ

การจัดการคุณภาพ และ ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการติดตามและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบตรวจวัดกลิ่น (E-nose) เพื่อควบคุมกลิ่น น้ำเสีย และฝุ่นละออง บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศหลายแห่งในการวางแผนบริหารพื้นที่และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ พร้อมทั้งมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การมอบทุนการศึกษา การตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน และการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับชุมชนในพื้นที่


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี

แชร์เนื้อหานี้

สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับโรงพยาบาลนครปฐม และหน่วยงานหลักด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

จัดโครงการใต้ร่มพระบารมี ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องจตุภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอกและอำนวยการ โรงพยาบาลนครปฐม

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการใต้ร่มพระบารมี

ปวงประชามีสุขภาพดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย

นายแพทย์สรุชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานด้านการ “ให้ก่อน รักษาก่อน และดูแลอย่างทั่วถึง

” ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย

นายวิโรจน์ รัตนอมรสกล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพสกนิกรชาวไทย

ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย

เฉพาะในมิติด้านสุขภาพและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง

การจัดโครงการในครั้งนี้มีกิจกรรมประกอบด้วย การคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เพื่อค้นหาความเสี่ยงและดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การเปิดตาผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก และมอบแว่นตาเพื่อคืนแสงสว่างและคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย

และการรับบริจาคโลหิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโลหิตในระบบบริการสาธารณสุข

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อมรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบ. 2569 จัดโดย สพป.นครปฐม เขต ๑

แชร์เนื้อหานี้

โดยมี ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพป.นครปฐม เขต ๑ ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายสุคันธชาติ ขันศรี รองผอ.สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวรายงานการอบรมฯ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ในด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สังกัด สพป.นครปฐม เขต 1 เป็นการพัฒนาส่งเสริมให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักรู้ เข้าใจ และยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและสังคม

โดยเน้นการปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจ ค่านิยมที่ถูกต้อง และการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานะของความเป็นข้าราชการที่ดี ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพ่อน้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง เป็นวิทยากรผู้บรรยายพิเศษ การอบรมในครั้งนี้มีผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เข้าร่วมการอบรมฯ จำนวน 106 คน ณ ห้องประชุมทวารวดีศรีพระประโทณ โรงเรียนวัดพระประโทณเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
เครดิตภาพ น้องJab ทีม pr.วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวแม่สายต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์ ประธานในพิธี

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น.
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ​แม่สาย​ ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานพลังเครือข่าย ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต​คนทุกช่วงวัย” โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การพัฒนา​สังคม​และความมั่นคง​ของ​มนุษย์​เป็นประธานใน พิธีเปิดโครงการฯ และมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเียงราย ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์เรียนรู้อย่างยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา (สมาคมคนพิการอำเภอแม่สาย) วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัด​เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวนทุเรียนและมังคุด ชุมพร เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้

แชร์เนื้อหานี้

เกษตรและสหกรณ์ชุมพรเตือนรับมือภัยแล้ง – งดเผาในพื้นที่เกษตร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แจ้งเตือนชาวสวนทุเรียนและมังคุด เตรียมรับมือภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคมนี้ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะลดลง แม้ปัจจุบันสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่หน่วยงานได้วางแผนป้องกันและช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 นายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร และอาสาสมัครฝนหลวง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดภัยแล้ง โดยที่ผ่านมา สวนทุเรียนและมังคุดได้รับผลกระทบจากภัยแล้งมากที่สุด

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งการทำฝนหลวง การจัดหาแหล่งน้ำ แนะเกษตรกรการขุดเจาะบ่อบาดาล และการสร้างฝายชะลอน้ำ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรตรวจสอบระบบส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน คาดว่าภัยแล้งปีนี้จะไม่รุนแรงเท่าปี 2566–2567 และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในพื้นที่เกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากตรวจพบจะถูกงดการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเกษตรจนถึงปี 2577 แนะนำให้ใช้วิธีจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรด้วยการย่อยสลายหรือทำปุ๋ยอินทรีย์แทน

หากเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร ประมง ปศุสัตว์ หรือสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ซึ่งพร้อมให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง
…………………………………………………..
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิสังคมสุขใจ “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10” ชูแนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” 13 – 15 กพ.2569 ณ สวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเข้างานฟรี!!

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA ผู้แทนจากจังหวัดนครปฐม สสปน. ททท. กลุ่มเซ็นทรัล PTTGC และตัวแทนเกษตรกรอินทรีย์ แถลงข่าวเตรียมจัดงานใหญ่ประจำปี “งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 | 10th Annual Sookjai Organic Fest” พร้อมเสวนาในหัวข้อ “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก” ซึ่งงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ภายใต้แนวคิด “รักเธอ รักฉัน ร่วมกันรักษ์โลก”

ซึ่งมูลนิธิสังคมสุขใจ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน., การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท., กลุ่มเซ็นทรัล, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, Thai Koon , ปฐมออร์แกนิกลีฟวิ่ง, สวนสามพราน, สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก., หน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ทั่วประเทศ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายสังคมอินทรีย์ให้เข้มแข็ง ครอบคลุมทั้งด้านการอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตลอดจนการสร้างอาชีพและนวัตกรรมทางสังคม

นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ และนายกสมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย หรือ TOCA กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 นี้ ร่วมกับจังหวัดนครปฐม เชิญชวนคนทั้งห่วงโซ่อินทรีย์หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเครือข่ายได้มาพบกันอีกครั้ง วัตถุประสงค์การจัดงานมุ่งเน้นการขับเคลื่อนระบบอาหารอินทรีย์เพื่อยกระดับเกษตรกรในประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้น การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม การดูแลตัวเอง ใส่ใจผู้อื่น การดูแลสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวยั่งยืน และเศรษฐกิจฐานราก อย่างสมดุลและยั่งยืนด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ผู้ประกอบการ กลางน้ำ

ไปจนถึงผู้บริโภคและองค์กรภาคีปลายน้ำ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม สอดคล้องกับแนวทาง BCG Economy Model และทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจภายในงาน อาทิโซนช้อปสินค้าอินทรีย์ของกินของใช้ จากเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการ งาน Art & Craft ทั่วประเทศกว่า 200 บูธนิทรรศการองค์ความรู้ ด้านเกษตรอินทรีย์, สิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ (Mental Health)กิจกรรม Zero Food Waste to Landfill ถ่ายทอดแนวคิดและการจัดการขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กับ ททท. และ TEATAกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

พบกับสินค้าและบริการยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน โดย สสปน. และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครปฐมนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จังหวัดนครปฐม เป็นเมืองเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ครบครันทั้งข้าว ผัก ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง เป็นแหล่งวัตถุดิบแห่งใหญ่ ใกล้กรุงเทพฯ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเกษตร และอาหารปลอดภัยเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกช่วงวัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนาระบบการทำเกษตรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์จะช่วยเกื้อกูลทั้งระบบอาหาร

ตัวอย่างเช่น ตลาดสุขใจ สวนสามพราน แหล่งจำหน่ายสินค้าและผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ที่มีผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมาเลือกซื้อ เลือกรับประทาน หากสามารถขยายฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์มากขึ้นเชื่อมผู้ซื้อกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคก็มีแหล่งสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทางจังหวัด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมออกบูธวิชาการให้ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้ได้ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมส่งเสริมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชิญชวนผู้ซื้อในจังหวัดและประสานสำนักงานพาณิชย์ในจังหวัดใกล้เคียงที่สนใจ

งานสังคมสุขใจ ครั้งที่ 10 เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00–17.00 น. ณ สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถจอดรถได้ที่ โลตัส สาขาสามพราน มีบริการรถรับ-ส่งเข้างานฟรี ตลอดทั้ง 3 วัน ข้อมูลการเดินทางสอบถามได้ที่ โทร 034 322 588 หรือติดตามกิจกรรมที่ Facebook : งานสังคมสุขใจ สวนสามพราน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ณ เจดีย์ชนะศึก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

พิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วีรกษัตริย์นักรบผู้ทรงกอบกู้เอกราชและวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ชาติไทย วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569

พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ เจดีย์ชนะศึก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี นายวรายุทธ ค่อมบุญ

นายอำเภอแม่สาย ทหาร ตำรวจ เทศบาลตำบลเวียงพางคำ และหน่วยข้าราชการ ในพื้นที่แม่สาย

เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของกองทัพขอบคุณภาพ ทต.เวียงพางคำ
ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าโคราช นำพสกนิกรวางพุ่มดอกไม้ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 พร้อมนำประชาชนจิตอาสาปฏิบัติงานทางด้านจิตอาสา

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่(17 มค.69) เวลา 08.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งในด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ และศาสนา อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน

​ในโอกาสนี้ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นเงินจำนวน 83,000 บาท ให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 11 นครราชสีมาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

​นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาคือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องการความดูแลและโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เขาสามารถเติบโตและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นายอนุพงศ์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำเดือน มกราคม 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในการประชุมประจำเดือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

อำเภอนครชัยศรี ประจำเดือนมกราคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานและติดตามผลการดำเนินงานยุทธศาสตร์สุขภาพอำเภอนครชัยศรี และนโยบายข้อสั่งการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

การประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ประกอบด้วย สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรีและหัวหน้างานสำนักงาน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง

ทั้งนี้ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ได้พบปะพูดคุย รวมทั้งมอบแนวทางในการดำเนินงานอำเภอนครชัยศรี การขับเคลื่อนโครงการ “TO BE NUMBER ONE” และขอบคุณเจ้าหน้าที่รพ.สต. และอสม.

ในการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ/จุดบริการ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (7วัน อันตราย) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และการบูรณาการ การป้องกัน คัดกรอง บำบัดรักษา และติดตามผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สุจริต” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสุจริต ปัจฉิมนันท์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ดร.มาย ไชยนิตย์

อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ อายุ 80 ปี สามี นางจำเนียร ไชยนิตย์ อดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง ณ เมรุ วัดบุญสัมพันธ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความไว้อาลัย จำนวนหลายท่าน อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสุกุมล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา

นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บ.เอ็มไอ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่

นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือพร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล

นายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ นายนคร ผลลูกอินทร์ นายวรพต พงษ์พาลี สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายมานะ ยาประคำ

ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา นายเชาวลิตร แสงอุทัย ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคภูมิใจไทย

นายแมน อินทร์พิทักษ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคภูมิใจไทย นายชาญยุทธ เฮงตระกูล

ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคเพื่อไทย นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขต 9 พรรคเพื่อไทย

พร้อมด้วยผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม ชมรมและประชาชน พร้อมด้วยญาติพี่น้องผู้วายชนม์ และครอบครัวไชยนิตย์ ร่วมแสดงความอาลัยพร้อมเพรียง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพป. น่าน เขต 1 โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม ในศตวรรษที่ 21

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมเวทีวิชาการ ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาครูผู้สอน ตามโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม

นำวิถีใหม่และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ว PA ข้าราชการครู โดยมีนายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 กล่าวรายงาน การดำเนินการอบรมในวันที่มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 80 คน

มีวิทยากรในการอบรมประกอบด้วย ดร.กฤติยา ขัติยะ ดร.นภัทร เครือผดุงสกุล นายพุฒิพงศ์ วงศ์นันท์ ศึกษานิเทศก์ โดยมีศึกษานิเทศก์ทุกคน พร้อมด้วย นางกิติยาภรณ์ เวงศ์วรรธน์ และนางเจทินี จันต๊ะโมก ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง ดร.วิเชียร วาพัดไทย เน้นย้ำว่า ครูผู้สอนมีความสำคัญในการพัฒนาองค์กร มีหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน มีความจำเป็นที่ควรได้รับการพัฒนา

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ เพื่อให้รักเรียนเกิดความรู้ มีความสุขในการเรียน และเพื่อพัฒนาวิชาชีพสู่การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ ให้ได้รับการพัฒนามีความมั่นคงก้าวหน้าในวิชาชีพ ตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สานความร่วมมือคืนคนดีสู่สังคมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม – สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม สานความร่วมมือ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อม ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ

วันที่ 12 มกราคม 2569 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วย นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ แห่งประเทศไทย-นครปฐม ดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร กรรมการผู้จัดการ บริษัทรีโว่เมด กรุ๊ป จำกัด คุณรุ่งนภา แก้วศรีพันธุ์ รองประธานคณะทำงานฯ พันตำรวจโทสุธี ชื่นจิตต์ รองผู้กำกับป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเพ จ.ระยอง

ในฐานะเลขาโครงการฯ และคณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม ได้สานความร่วมมือกับ เรือนจำกลางนครปฐม และ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน

ดำเนินโครงการคืนคนดีสู่สังคมโดยการฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ให้แก่ผู้ต้องขังในสถานประกอบการนอกเรือนจำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ต้องขัง ได้มีโอกาสในการออกไปฝึกทักษะอาชีพมีสมรรถนะในระบบอุตสาหกรรมภายนอกเรือนจำ รวมทั้งฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการทำงาน จากการปฏิบัติงานจริง (On The Job Training)

ทำให้เกิดความชำนาญ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตภายหลังพ้นโทษ และพัฒนาการฝึกทักษะด้านอาชีพให้ตรงกับตลาดแรงงาน สามารถนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ผู้ต้องขังยังได้รับเงินปันผลจากการฝึกวิชาชีพ สามารถนำไปชำระค่าใช้จ่ายและเก็บสะสมเป็นเงินทุนตั้งต้นภายหลังพ้นโทษได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เรือนจำกลางนครปฐม จะดำเนินการคัดเลือกผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี จำนวน 10 คน เพื่อฝึกวิชาชีพและฝึกทักษะการทำงาน ณ บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด สาขาบางเลน ซึ่งเป็นบริษัทรับผลิตครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม OEM โดยมีนางสาววาสนา อินทะแสง เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดประเดิมระดมสมอง กต.ตร.จว.ชลบุรี ‘ผู้ว่าฯ นริศ‘ ชื่นชมความร่วมมือภาคเอกชนช่วยงานตำรวจทำสังคมชลบุรีปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ม.ค.69 ที่โรงแรมคริสตัลพาเลส พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดประชุม กต.ตร.จว.ชลบุรี ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะ ปธ.กต.ตร.ชลบุรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 1 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 2 น.ส.บุศรินทร์ ปานกลาง อัยการจังหวัดชลบุรี รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 3 และนายสุรินทร์ บุญท้วม ปธ.อนุกรรมการขับเคลื่อน กต.ตร.จว.ชลบุรี (ภาคประชาชน) รอง ปธ.กต.ตร.จว.ชลบุรี คนที่ 4 ร่วมประชุมท่ามกลางคณะ กต.ตร.จากทุกสถานีตำรวจทั้งจังหวัดชลบุรี

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ปธ.กต.ตร.ชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีความเข้มแข็งเพราะทุกภาคส่วนร่วมใจกันช่วยงานตำรวจ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พี่น้อง กต.ตร.ที่รวมตัวกันวันนี้ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มาจากหลากหลายธุรกิจมารวมกันทุกสถานีทุกอำเภอทั้งจังหวัด ถ้านับมูลค่าก็เป็นแสนล้านบาท ดังนั้นการสนับสนุนของภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยดูแลปราบปรามป้องกันอาชญากรรมและดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้สังคมชลบุรีสงบสุขอันจะทำให้เศรษฐกิจการค้าขายก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

ปธ.กต.ตร.ชลบุรี ยังได้ให้แนวทางในการทำงานแก่คณะ กต.ตร.ทั้งหมดที่เข้าร่วมในวันนี้ โดยระบุว่า ดัชนีมวลรวมจีดีพีของจังหวัดชลบุรีถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพมหานครฯ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ขอฝากในเรื่องของการักษาความมั่นคงไปกับตำรวจทั้ง 23 สถานี

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนปกป้องดูแลรักษาบ้านเมืองให้คิดว่าจังหวัดชลบุรีเป็นบ้านของทุกคน เหมือนคนชลบุรีเป็นพี่น้องของท่าน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ช่วยช่วยสามารถดูแลพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ และถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้ทุกคนมา ณ โอกาสนี้ด้วย ขอให้ร่วมมือกันพัฒนาจังหวัดชลบุรีร่วมกันต่อไปจา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายประสูติ 8 มกราคม 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลาอปฏิบัติธรรม 101 ปี หลวงพ่อสงัด วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 โดยมีพระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธี

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีพระวิริยอุตสาหะ และพระปณิธานอันแน่วแน่ในการบำเพ็ญพระกรณียกิจด้วยพระหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กล่าวราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป

เจริญพระพุทธมนต์ ประธานสงฆ์กล่าวนำเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระกุศล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและผู้เข้าร่วมพิธี ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตตาหาร พระสงฆ์อนุโมทนา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไพรม์มัส กรุ๊ป มอบเงินปรับปรุงห้องผ่าตัดมูลค่า 1 ล้านบาท ให้ รพ.ศิริราช

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และนายศราวุธ ไชยมังกร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนจำนวน 1,000,000 บาท จากการจัดกิจกรรมการกุศลในกลุ่มลูกค้ารถยนต์ เครือไพรม์มัส กรุ๊ป ประจำปี 2568 ให้แก่ กองทุนห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช

โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีและผู้อำนวยการ โรงเรียนแพทย์ศิริราช, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นริศ กิจณรงค์ รองหัวหน้า ฝ่ายบริการ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตราจารย์ ดร.นพ.วิปร วิประกษิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สาขาโลหิตวิทยาและอองโคโลยี (มะเร็งวิทยา) ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ ที่ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช

บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรมการกุศลร่วมกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี เพื่อระดมทุนและนำรายได้มอบให้แก่หน่วยงานสาธารณกุศลต่างๆ ซึ่งการมอบเงินสมทบทุนในครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช ให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับปริมาณผู้ป่วยได้มากขึ้น อันเป็นการรองรับนโยบายหลักของ ไพรม์มัส กรุ๊ป ที่จะร่วมสร้างประโยชน์และตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอกำแพงแสนเป็นประธานประชุมประจำเดือนชี้แจงและมอบนโยบายสำคัญให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เข้าประชุม

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น.นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานการประชุมประจำเดือน หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

พร้อมด้วยนางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตีตำบลกำแพงแสน
เข้าร่วมประชุมอำเภอกำแพงแสน ครั้งที่ 1/2569 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ เข้าร่วมการประชุม ประจำเดือนมกราคม 2569

โดยที่ประชุมชี้แจงข้อราชการดังนี้
1.ประชุมชี้แจงมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และจังหวัดนครปฐม
2.ประชุมชี้แจงนโยบายสำคัญของรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรี และข้อสั่งการกระทรวงมหาดไทย

3.การลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือการขับเคลื่อนวาระตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่าฯจ.ขอนแก่น ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569“ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัส ที่ 1 มกราคม พ.ศ 2569 เวลาประมาณ 12.10นางสาวศุภมาศ แก้วดวงดี ปลัด อบต หนองเขียด ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.หนองเขียดนายศราวุฒิ ด่านขุนทด ผญบ.หมู่1หนองเขียด รักษาการณ์กำนันตำบลหนองเขียด

นางเสาวลักษณ์ คำตันนิธิฒน์ ผญบ หมู่9พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ
พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพพร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ชรบ. อพปร. อสม. จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจอาสา ให้การต้อนรับ

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ จุดตรวจ/จุดให้บริการประชาชนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับเน้นย้ำ

ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ รอบคอบ และเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา การไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ดูแลสุขภาพ ความพร้อม และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายศราวุฒิ ด่านขุนทด รักษาการณ์กำนันหนองเขียด กล่าวถึงความร่วมมือในท้องถิ่นและท้องที่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะมอบน้ำดื่มและสิ่งที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจ

สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี win ฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “วันดินโลก 2568” ชูแนวคิด “Healthy soils for healthy cities” น้อมรำลึก “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดบ้านต้อนรับประชาชนและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “วันดินโลก ประจำปี 2568” (World Soil Day 2025) กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก

ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก โดยมี นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงาน

พัฒนาที่ดินเขต 12 เป็นประธาน และมีคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พสกนิกร และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ประธานในพิธี ได้นำผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เพื่อน้อมรำลึกถึงตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดิน พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย และได้นำกล่าวปฏิญาณตนที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ เพื่อรักษาผืนดินให้ยั่งยืนสืบไป

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Healthy soils for healthy cities : ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ว่า ปีนี้ทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นสร้างความตระหนักเรื่อง การปิดทับหน้าดิน (Soil Sealing) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเมือง

ที่พื้นที่เกษตรถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ดินตายและสูญเสียระบบนิเวศ พร้อมนำผลสำเร็จของศูนย์ฯ มาถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง ให้รู้วิธีการดูแลดินและปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เพื่อสร้างสมดุลคืนสู่เมืองและเกื้อกูลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

สำหรับไฮไลท์ที่สร้างสีสันและความรู้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งสาระและความเพลิดเพลิน อาทิ นิทรรศการ “เกษตรคนเมือง” ที่สาธิตการผสมดินสูตรพิเศษ (ดินดี) สำหรับปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีพื้นที่น้อย, บริการ คลินิกดิน

ตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของธาตุอาหาร, การจำหน่ายผลผลิตการเกษตรปลอดภัยจากเกษตรกรตัวอย่าง และกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ นั่งรถลากพ่วง ชมทัศนียภาพและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตรอบศูนย์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมย้อนหลังและข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครปฐม จัดโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขานรับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดกิจกรม Kick Off “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 สร้างวินัยจราจร 100%

โดยมี พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแต่ละอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดนครปฐม พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในรถจักรยานยนต์ โดยมีสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยปัจจุบันทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงโหมดนิรภัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. ได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้ริเริ่มโครงการ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งการแบ่งปันเพื่อความปลอดภัย” และการใช้ฐานข้อมูลมาเป็นประโยชน์ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการมอบหมวกนิรภัยจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ส่งมอบให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจำนวน 1,100 ใบ เพื่อเป็นหน่วยงานแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตาม

โครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมวกนิรภัยให้กับเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 50 ใบ ซึ่งเป็นเยาวชนผู้นำร่องโครงการ ตลอดจนมอบหัวนิรภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรในบริเวณตลาดนครปฐมจำนวน 25 ใบอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นพค.41 เดินหน้าสร้างสุขอนามัยที่ดี มอบโครงการน้ำดื่มระบบ RO ผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้โรงเรียนดาราวิทยา เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าใช้จ่าย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนดาราวิทยา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดพิธีส่งมอบ “โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO” และอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ 41 (นพค.41) สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ท.ไธพัตย์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45, น.ส.นาวาล วาเต๊ะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดาราวิทยา พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงสำหรับโรงเรียนดาราวิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1,865 คน และครู 210 คน และเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

ทั้งนี้โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO ที่มอบให้ในครั้งนี้ มีอัตราการผลิต 250 ลิตรต่อชั่วโมง นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ของนักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ยัง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตด้านพันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับการคัดเลือกโครงการนี้ นพค.41 ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของหน่วยราชการทหารพัฒนา โดยเริ่มจากการทำการสำรวจและทำประชาคม ร่วมกับผู้นำชุมชน ตัวแทน อบต. และหน่วยกำลังในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน เน้น ความทั่วถึง และสอบถามความจำเป็นอย่างแท้จริง ก่อนดำเนินการตามความต้องการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของอำเภอและจังหวัด
เราเน้นความทั่วถึง ตามหลักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสืบสานไว้ก็คือ เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ใช้การพัฒนาอย่างที่บอกครับ หน่วยราชการทหารพัฒนาใช้การพัฒนาเข้ามานำครับ โครงการนี้จะส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา… นักเรียนก็จะมีกำลังใจในการเรียน และเราไม่ได้มาทำส่งมอบและจบ แต่เราจะมาดูแลด้วย” พันเอก เธียรทรรศน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการส่งมอบโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของบุคลากรในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อสร้างความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาของราษฎรต่อหน่วยทหารของกองทัพไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาโครงการที่มอบให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
////////////////////////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

คริสต์มาสสุดเซอร์ไพรส์! ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Travel Kit และตุ๊กตากวางเรนเดียร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมส่งมอบความสุข สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568

วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทสภ. ร่วมมอบ Travel Kit ให้แก่ผู้โดยสารขาออก ณ โถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ต่อมาเวลา 18.00 น. คณะผู้บริหาร ทสภ. ได้มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ

เป็นตุ๊กตากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่ลำเลียงผ่านสายพานรับกระเป๋า ส่งตรงถึงมือผู้โดยสารสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY406 จากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบิน Jetstar Airways เที่ยวบิน JQ029 จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ณ สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 สร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้สุ่มมอบ ตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ให้แก่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 4 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 เที่ยวบิน โดยเตรียมกวางเรนเดียร์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้โดยสารมากถึง 1,200 ตัวทสภ. เลือกมอบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส

สื่อถึงการเดินทาง ความสุข และการนำพาความอบอุ่น พร้อมส่งต่อรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ปลอดภัย และน่าประทับใจในทุกช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูสู่ประเทศไทยอย่างภาคภูมิ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สตม. ร่วมกับ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาส – ปีใหม่ 2569 สร้างความประทับใจตั้งแต่ด่านแรก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และหลักการทำงาน “Stay Focus” ใช้ข้อมูลเป็นฐาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

โอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศ พร้อมมอบของที่ระลึก “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางถึงประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล
ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า สตม. ได้จัดทำแผนรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ควบคู่กับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด

โดยแผนปฏิบัติการครอบคลุมระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 166,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองเต็มอัตราในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ตั้งเป้าระบายผู้โดยสารภายใน 30 นาที / 2.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงปฏิบัติการ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ / 3.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบตรวจ และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
โดยวันนี้ ( 22 ธันวาคม 2568 ) ที่มาระดมปล่อยแถวเนื่องจากว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งในเรื่องอำนวยความสะดวกและในเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ ฟรีวีซ่า เพราะว่าไม่ได้มีการคัดกรองมาจากสถานทูตประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามา โดยจะคัดกรองจากการดูแผนการเดินทางทั้งหมด เพื่อจะดูว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงๆ ส่วนที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ประเทศไทยในการก่ออาชญากรรมต่างๆ ทางเราจะมีการปฏิเสธเข้าเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะใช้หลักสากล ในเรื่องการตรวจแผนการเดินทาง มีตั๋วเดินทาง เข้า-ออก ตลอดจนเบี้ยยังชีพที่ใช้ในประเทศ โดยจะใช้หลักเกณฑ์แบบเสมอภาค

ส่วนในประเทศที่มีสงคราม ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับ สมช. และหน่วยข่าวกรอง ในกรณีที่ต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่การรายงานว่ามีต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย ส่วนประเทศกัมพูชาที่เข้ามาก็จะตรวจเรื่องแผนการเดินทางที่ชัดเจน และมีตั๋วเดินทางกลับ และมีเบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กัน ในเรื่องของฟรีวีซ่าจะไม่มีการตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมีพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นในรายละเอียดว่าเจตนาหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ จึงจะปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ส่วนที่เข้ามาแล้วไม่มีแผนการเดินทาง หรือไม่มีเจตนาในการท่องเที่ยวก็จะปฏิเสธการเข้ามา ในอดีตส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาในประเทศจะต้องมีการขอวีซ่าแต่ปัจจุบันมีการเปิดฟรีวีซ่า ก็จะมีผลกระทบพอสมควรในเรื่องของการที่เข้ามาแล้วไม่มีเจตนามาท่องเที่ยว เพราะเคยมีข่าวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่าแล้วมาก่ออาชญากรรม หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

เรื่องการเดินทางเข้าประเทศรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีแนวนโยบายไม่เหมือนกัน แต่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการที่มีฟรีวีซ่าก็ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นแต่ในขณะปัจจุบันมีเหตุการณ์ระหว่างประเทศเรื่องความมั่นคงในประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการในเรื่องการอำนวยความสะดวกควบคู่กับความมั่นคงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในประเทศ การทำงานจะทำร่วมกับหลายหน่วยงาน แต่ในขณะนี้ยังไม่การรายงานการกระทำความผิดเข้ามา อยากจะเรียนนักท่องเที่ยวว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ทาง ตม.2 ก็มีแผนการรองรับ ในตอนนี้สูงสุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประตูเรื่องบินจนถึงด่านตรวจ ตม. ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนรากหญ้า” เสียงจริงที่ถูกเมิน “พีโก้ โกโก้” เดินชนกลางเวทีรัฐ จี้ SME Bank ปรับเกณฑ์สินเชื่อ ถึงทุนจริง

แชร์เนื้อหานี้

ชุมพร – นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม “ฝ่าฟัน ดัน SMEs สู่แหล่งทุน” ณ โรงแรมมรกตทวิน จังหวัดชุมพร โดยมี นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานแต่ท่ามกลางเวทีนโยบาย

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการฐานรากได้ดังขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 หลัง คุณวัยญากรณ์ คงสุวรรณ์ภานิช หรือ “ป๊อป โกโก้” เจ้าของแบรนด์ “พีโก้ โกโก้ ชุมพร” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เพื่อทวงถามความเป็นธรรมในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อย
การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ใช่การขอความเห็นใจ

แต่คือการ ชี้ความจริงที่รัฐยังหลีกเลี่ยงจะมอง ว่าแม้รัฐบาลจะโหมประชาสัมพันธ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่าน SME D Bank หากในทางปฏิบัติ “เงินรัฐยังไม่ถึงมือคนทำจริง” โดยเฉพาะผู้ประกอบการฐานรากและคนตัวเล็กในชุมชนทุนมี แต่คนจนเข้าไม่ถึงสาระสำคัญในหนังสือร้องเรียนระบุชัดว่า

หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อยังตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการรายย่อยเอื้อมไม่ถึงผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีงบสวย แต่มีการผลิตจริง มีตลาดจริงมาตรการรัฐกลับกลายเป็นโอกาสของรายใหญ่ ขณะที่คนฐานรากยังติดหล่มระบบ
คุณวัยญากรณ์ย้ำว่า หากรัฐยังใช้ “แว่นตาคนเมือง” มองผู้

ประกอบการท้องถิ่น นโยบายช่วยเหลือก็จะเป็นเพียง ฉากสวยบนเวที แต่ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าได้อย่างแท้จริง
งานเดินต่อ แต่คำถามยังคาใจประชาชนแม้บรรยากาศงานจะดำเนินไปตามกำหนด พร้อมการนำเสนอแนวคิด “เติมทุน เติมความรู้ เติมโอกาส”

และมาตรการแก้หนี้ “3 ลด ปลดหนี้” แต่กรณีของ “พีโก้ โกโก้” ได้กลายเป็น ภาพสะท้อนชัดเจน ว่า ช่องว่างระหว่างนโยบายบนกระดาษ กับชีวิตจริงของประชาชนยังห่างไกลเหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็น เสียงแทนคนตัวเล็กทั้งประเทศ ที่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังรัฐว่า นโยบายช่วย SME วันนี้ ช่วยเพื่อใคร—เพื่อรายใหญ่ในเอกสาร หรือเพื่อประชาชนรากหญ้าที่กำลังดิ้นรนอยู่หน้างานจริง
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.โคราช นำทีม กต.ตร. เปิดใจคุย เดินหน้าพัฒนางานตำรวจเพื่อสังคม/ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส รพ.ปากช่องนานา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานตำรวจอย่างมีส่วนร่วม จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม ณ ภัตตาคารเสียวเสี้ยว โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา

การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา การแจ้งข่าวสาร และการสร้างสรรค์งานบริการสังคม โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ในที่ประชุมมีผู้แทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสนอแนวทางการพัฒนางานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมย้ำบทบาทของ กต.ตร. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงภาครัฐ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความอุ่นใจ และเสริมความเข้มแข็งให้สังคมโคราชอย่างยั่งยืน.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส–ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม–ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และ

ได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดทัพกู้ภัยทางทะเล! ยกระดับ ชูโมเดลบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก จัดกิจกรรมซ้อมแผนบริหารความเสี่ยงและแผนบูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ทั่วไป แต่เป็นการวางระบบมาตรฐานสากลที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการเชื่อมโยงโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการกู้ชีพกู้ภัยต้องครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว (First Response)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะวิกฤต ไปจนถึงระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางบกและทางน้ำที่มีความซับซ้อน ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันและปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ นายประทีปยังได้ระบุถึงโครงสร้างการสั่งการที่ชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตในพื้นที่จริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์และประธานการบัญชาการด้วยตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีเอกภาพ และลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Screenshot

สำหรับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุทางทะเลที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.),

กองบิน 5, สถานีตำรวจน้ำปราณบุรีและบางสะพาน, กรมเจ้าท่า, และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งการรวมตัวกันของสรรพกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยาวชายฝั่งติดทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมิต่อเพียงแค่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมในระดับสูงสุดที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Screenshot

การบูรณาการองค์ความรู้ อุปกรณ์กู้ภัยที่ทันสมัย และกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกการเดินทางมาเยือนชายหาดและท้องทะเลในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

Screenshot

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. คิกออฟ “One Region – One Province – One Hospital” จ.นราธิวาส มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพชายแดนใต้ ให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดพิธี Kick off “One Region – One Province – One Hospital” จังหวัดนราธิวาส โดยมี นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่เข้าร่วมนายแพทย์ศักดา กล่าวว่า นโยบาย “One Region – One Province – One Hospital” เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ ผ่านการบูรณาการการทำงานของหน่วยบริการทุกระดับ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีบริบทเฉพาะด้านภูมิศาสตร์ การเข้าถึงบริการ และความหลากหลายของประชากร การพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็น

โดยจังหวัดมีความพร้อมทั้งโครงสร้างเครือข่ายและศักยภาพบุคลากร สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพใกล้บ้านมากยิ่งขึ้นนายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นโครงการของเขตสุขภาพที่ 12 ภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งในเขตสุขภาพมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยไปในทิศทางเดียวกันโดยสาเหตุที่เลือกจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น และได้รับบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เครื่องมือแพทย์ หรือสถานที่ เช่น การใช้หอผู้ป่วยวิกฤต หรือไอซียูร่วมกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์เท่านั้นขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะระบบการส่งต่อ ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนเองก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น บางโรคเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แล้ว หากอาการดีขึ้นก็สามารถส่งกลับไปให้โรงพยาบาลชุมชนดูแลต่อใกล้บ้านได้อย่างมั่นใจ เพราะมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

โครงการนี้จึงครอบคลุมทุกมิติของการดูแลประชาชนอย่างแท้จริง ผมได้สอบถามท่านผู้ตรวจราชการฯ ว่าได้ดำเนินการในจังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงนั้นเกิดอุทกภัยพอดี จึงมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ผู้บริหารทุกท่านได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เห็นภาพการทำงานจริง และสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อในจังหวัดของตนเอง ภายใต้การนำของท่านผู้ตรวจราชการสำหรับความแตกต่างของระบบนี้จากเดิม สิ่งแรกคือสามารถลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้ เพราะศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือข่ายเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือ เมื่อมีการพูดคุยและใช้ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลดีขึ้น และสุดท้ายคือกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยจะง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น”

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนและการใช้ระบบเครือข่ายบริการสุขภาพของจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสาขาทารกแรกเกิด โรงพยาบาลชุมชนสามารถรับผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่สาขาโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าอัตราการเข้าถึงระบบ Stroke Fast Track เพิ่มขึ้น และการส่งต่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนเพิ่มจากร้อยละ 12.20 เป็นร้อยละ 45.10

นอกจากนี้ ยังมีการจัดระบบกระจายสูติแพทย์ให้รับผิดชอบ 1 คนต่อ 1 อำเภอ และออกตรวจการฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูงครบทุกอำเภอ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่และลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็นทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเปิดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการทำงานจริงในพื้นที่ อาศัยความร่วมมือและการทำงานแบบเครือข่ายของทุกภาคส่วน เพื่อให้แนวคิด “One Province – One Hospital” เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และตอบโจทย์ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสอย่างแท้จริง
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยม งานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุม อาคารสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ผู้แทนนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ องคมนตรี รับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อีกทั้งผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 5 คณะ

ตลอดจนการขับเคลื่อนกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย รับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาท้องถิ่นแก่ชุมชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสมุทรสาครให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพบผู้นำนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา นายกองค์การนักศึกษา และนายกสโมสรแต่ละคณะ

จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านสุขสบาย ตำบลลำเหย อำเภอตอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

ไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน โดยบูรณาการการทำงานใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการจุลินทรีย์และสารสกัดจากพืชเพื่อการผลิตกระชายแบบชีววิธี

เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่า ณ พื้นที่ตำบลลำเหย 2. ด้านการศึกษา ดำเนินโครงการพัฒนาผู้บริหาร ครูประจำการ ครูพี่เลี้ยงศิษย์เก่า โรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU MODEL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครปฐม 3. ด้านสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก :

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการจัดตั้งและส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ นำไปสู่การพัฒนาด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ณ พื้นที่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการการเตรียมการเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน : การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในชุมชน ณ พื้นที่ชุมชนชนสุขสบาย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนเขตพื้นที่บริการ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม วัดประชาราษฎร์บำรุง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิชื่อดัง ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม ซึ่งมีพระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีสรงน้ำและสักการะพระสรีระสังขารด้วยความอาลัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับประวัติของ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2466 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายพาน และนางจุ้ย บุญวัฒน์ จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จบนักธรรมชั้นเอก และศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ณ วัดหนองปลาไหล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร หรือ พระอธิการหว่าง) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อปาน อรักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ตำบลห้วยหมอนทอง อำเภอกำแพงแสน เป็นเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน

และได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 มีวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง เช่น เหรียญระฆังที่ระลึกอายุ 87 ปีหลวงปู่แผ้ว, เหรียญพิทักษ์แดนใต้, วัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว รุ่นทรัพย์สมบูรณ์, พระนาคปรกใบมะขาม, เหรียญโล่ฉลองวัตถุมงคล 88 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ได้มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิร่มเย็น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. สิริอายุ 103 ปี 83 พรรษา สร้างความโศกเศร้าให้กับศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศเป็นอย่างมาก โดยทางวัดได้มีกำหนดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเบื้องต้น 100 วัน เวลา 19.30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

นายก อบจ .นครปฐมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ครั้งที่ 10

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์การแข่งกันกีฬา เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้แก่ กลุ่มโรงเรียนท่าจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 2

ซึ่งจะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เสริมความสามัคคี กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบางม่วง สนามกีฬาโรงเรียนวัดเชิงเลน และสนามกีฬาโรงเรียนวัดบางช้างใต้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.เวียงสา จัดอบรมพัฒนาเกษตรกร สินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อการผลิต พัฒนาคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา จัดอบรมถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรเข้าสู่ระบบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่

เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยตรงความต้องการตลาด ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 70 ราย

พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึงการ

จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดการเผา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.บางเลนจัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 น. โรง พยาบาลบางเลน ภายใต้การอำนวยการของ นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผอ.รพ.บางเลน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และประชาชน/ผู้มารับบริการ

จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการและอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางเลน

เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูเกษมถาวรคุณ (ถาวร) สุนทรวิภาค ท่านเจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จากวัดบางเลน จ.นครปฐม มารับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรและประชาชนในชุมชน

จะได้ร่วมกันทำความดี สร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมตามแนวทางของโรงพยาบาลบางเลน
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดกล้องละครคำพ่อสอน หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

ต้าเจียห่าว🪭 เปิดกล้องละครคำพ่อสอนเนื่องในวันพ่อ 5 ธันวาคม หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ ( เลยเมืองโบราณมา 1 กิโล) บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยนักแสดงระดับอาชีพและนัก

แสดงกิตติมศักดิ์มากมายทำให้ละครนั้นเข้มข้นสนุกสนานเป็นละครแบบbig stories และยังมีองค์ความรู้ด้านเกี่ยวกับคุณธรรม

ละครคำพ่อสอน ‘ ฟ้าคราม ดุจพระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก The renaissance of Taiwan โดย บริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัด ได้นำชีวประวัติของคุณสุธรรม จางขจรศักดิ์

ประธาน ก่อตั้ง BDi บรรพบุรุษชาวไต้หวันซึ่งได้เข้ามาก่อตั้งทำธุรกิจในจังหวัดสมุทรปราการ ดั่งคำพ่อสอนให้คนรู้จักความกตัญญูกต่อเวที ความดีที่จะส่งให้กับลูกหลาน

สืบกาลนาน เรื่องเล่าย้อนไป 60 ปีในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นำแสดงโดย นำแสดงโดย เชน ณัฐวัฒน์ , อ้อน เกวลิน , จิ๊บ รด วสุ , เต้ ทัต

พงศ์ พงศทัต , อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ , อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ , สินชัย เอื้ออัครวงศ์ , ดร. ยุ้ย กันธิชา , วาม จิรกิตติ์ , ร่วมด้วยนักแสดงค่ายมหามงคลฟิล์มฯกว่า 70 คน

( ใช้ตัวแสดงเล่าเรื่อง 5 Gen ) กำกับการแสดงและแอ็คติ้งโค้ช โดย ครูบดินทร์ ดุ๊ก เรียบเรียงโครงสร้างบทประพันธ์

โดยดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ผลิตโดยบริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอโปรดักชั่นจำกัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปราสาทสัจธรรมจัดใหญ่! คนแห่ร่วมงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 68 ถวายเป็นพระราชกุศล/ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า วิริยะประกันภัย และเมืองพัทยา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 2568 เพื่อถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติและประชาชนร่วมกันใส่ชุดสีขาวเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ในพิธีการ นายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแต่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวนประมาณ 500 รูป เพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล โดยงานพิธี 5 ศาสนาในครั้งนี้

ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และชิกข์ ซึ่งตัวแทนแต่ละศาสนาต่างร่วมประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนธรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความจงรักภักภักดีแค่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานยังมีกิจกรรมนิทรรศการถ่ายทอดคุณค่าที่ทั้งสองพระองค์ทรงบำเพ็ญเพื่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงาน พระเมตตาที่แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดิน และการทรงยึดมั่นในหลักทศพิธราชธรรมสู่ประชาชนไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังทรงเป็นพุทธมามกะ

และทรงดำรงพระราชภารกิจศาสนูปถัมภก ให้การสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ด้วยพระบารมีนี้เอง ทำให้ประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แม้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขบนแผ่นดินไทยใต้ตลอดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารตราบจนปัจจุบัน

ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

เวลา 15.30 น.วันที่ 8 ธ.ค.68 ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ณ ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2568

ภายในพิธีได้จัดให้มีการแสดงและจินตลีลาสร้างสีสันของตัวแทนจากศาสนาต่างๆ ก่อนได้รับเกียรติจากนายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็น

ประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นพันธุ์ปูทะเล 5 แสนตัว และพันธุ์กุ้งทะเล 3.9 แสนตัว รวม 8.9 แสนตัวลงทะเลพัทยา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระปณิธานการให้ความสำคัญของแหล่งน้ำและการประมงไทยต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อดีตรองประธานกรรมาธิการการทหาร-อลงกรณ์“ชี้ไทยตอบโต้กัมพูชาไม่พอต้องรุกกลับยึดฐานทัพในจังหวัดชายแดนเขมร

แชร์เนื้อหานี้

“อดีตรองประธานกรรมาธิการการทหาร-อลงกรณ์“ชี้ไทยตอบโต้กัมพูชาไม่พอต้องรุกกลับยึดฐานทัพในจังหวัดชายแดนเขมรเพื่อป้องกันภัยคุกคามพร้อมเสนอขจัดระบอบฮุนเซนและไทยเทาศัตรูตัวจริงของประเทศไทยให้สิ้นซาก

กรณีกัมพูชาเปิดฉากโจมตีประเทศไทยล่าสุดจนมีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บ ประชาชนคนไทยในจังหวัดชายแดนหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัยนั้น
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรัฐมนตรีและส.ส.หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์และรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรโพสต์ข้อความในเฟสบุ้ค“อลงกรณ์ พลบุตร”
วันนี้ว่า
ถึงเวลาขจัดภัยคุกคามประเทศไทยจากระบอบฮุนเซนอย่างถาวร โดยรัฐบาลและกองทัพต้องปฏิบัติการทางทหารแบบฉับพลันและเฉียบขาดไม่ใช่เพียงการตอบโต้แต่ต้องรุกกลับยึดฐานที่มั่นทางทหารและฐานทัพที่อยู่ในจังหวัดชายแดนกัมพูชาทั้งหมดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย(Safe Zone)ให้กับคนไทยและขจัดระบอบฮุนเซนรวมทั้งไทยเทาที่มีผลประโยชน์ร่วมกับระบอบฮุนเซนต้องกำจัดให้สิ้นซาก

“ผมยืนยันว่าการปฏิบัติการทางทหารรุกกลับดังกล่าวเป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity & Proportionality)ภายใต้หลักการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence)ตามกฎบัตรสหประชาชาติ ”

นายอลงกรณ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารของสภาผู้แทนราษฎรยังกล่าวด้วยว่าเราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ขจัดภัยที่ต้นเหตุเพราะกัมพูชามีการเคลื่อนไหวทางทหารที่พร้อมรุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยชัดเจน และเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีไทยก่อน
ทั้งนี้ปรากฏหลักฐานจากถ้อยแถลงของ
พล.อ.ท. จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศที่แถลงเช้านี้โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า..“จากข้อมูลการตรวจสอบทางยุทธการพบว่า มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หนัก การจัด กำลังรบ และการเตรียมการสนับสนุนด้านการยิงของกัมพูชา ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายวงของการปฏิบัติการทางทหารในลักษณะที่คุกคามเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย..”

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกล่าวสรุปว่า คนไทยและ ประเทศไทยเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรูของคนกัมพูชาและประเทศกัมพูชาแต่เป็นศัตรูกับระบอบฮุนเซน ต้นเหตุที่สร้างความแตกแยกบาดหมางให้กับสองประเทศเพียงเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทั้งยังเป็นภัยคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพของอาเซียนรวมทั้งเป็นภัยต่อขาวโลกในฐานะผู้สนับสนุนและมีผลประโยชน์ร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติจำนวนมากที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา.

โครงการสัมมนา เรื่อง ผู้นำท้องที่กับการเสริมสร้างประสิทธิภาพการขับเคลื่อนงานปกครองและระดับพื้นที่ จัดโดย คณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร วันจันทร์ที่ ๘

ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำน้ำผุด
อำเภอเมือง จังหวัดพังงา นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและชื่อรายชื่อ

“พรรคกล้าธรรม” ประธานเปิดการสัมมนา นายโสภณ สุวัฒนพิมพ์ ที่ปรึกษากรรมาธิการปกครอง กล่าวรายงาน นายชวนากร กันยะมาตร์ หัวหน้ากลุ่มงานระเบียบการ ส่วนบริหารงานกำนันผู้ใหญ่

บ้าน สำนักบริหารการปกครองท้องที่กรมการปกครอง บรรยายในหัวข้อการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติลักษณะฉบับที่13 และการคงอยู่ของกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลเมือง

เพื่อให้คงมีกำนันผู้ใหญ่บ้านในทุกพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยกำนันผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ตเข้ารับฟัง

ในการนี้คณะกรรมาธิการฯได้ศึกษาดูงานที่ตลาดกาดลองแล บ้านบางนุชหมู่6 ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบถุงซิปห่อศพ 105 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมโฮปฯ มอบถุงซิปห่อศพ 105 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ ชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เดินหน้าสนับสนุนการทำงานด้านสาธารณกุศล มอบถุงซิปห่อศพกว่า 100 ถุง ให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา เพื่อนำไปกระจายให้กับมูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับห่อร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วม

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่มูลนิธิองค์กรทำดี หมู่ 4 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วยนายวสุ เผ่าตำรวจ รองประสานงานชมรมโฮปฯ คณะกรรมการ และอาสาสมัคร เดินทางนำถุงซิปห่อศพจำนวน 105 ถุง มอบให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

การมอบถุงซิปในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อให้มูลนิธิในพื้นที่ภาคใต้ นำไปใช้ในการจัดการร่างผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง
ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า ถุงซิปห่อศพเหล่านี้เกิดจากการร่วมบริจาคของเพื่อน ๆ และสมาชิกชมรมโฮปฯ

เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง พร้อมทั้งย้ำว่าทางชมรมโฮปฯ ยังเตรียมจัดส่งข้าวสารและอาหารแห้งเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
“ในนามของชมรมโฮปฯ ขอส่งกำลังใจให้ชาวใต้ทุกคน เราขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุงสถานการณ์ และหวังว่าสิ่งของที่เรานำมามอบนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง” ดร.ปิยนุช กล่าว


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการ “พลังชุมชน สร้างถนนปลอดภัย ปี 4” ลงนามความร่วมมือ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่ปะทิว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–12.00 น. ณ สนามฟุตบอลเทศบาลตำบลมาบอำมฤต ตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีการจัดพิธีลง

นามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “พลังชุมชน สร้างถนนปลอดภัย ปี 4” โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี กิตติภาพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ซึ่งยังคงเกิดเหตุซ้ำซากและมีความเสี่ยงสูงธนชาตประกันภัยนำทีม เอกชน–ชุมชน จับมือสร้างเส้นทางปลอดภัย

นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเจตนารมณ์ขององค์กรที่มุ่งลดอุบัติเหตุบนถนนระดับชุมชนตามแนวคิด “พลังชุมชน สร้าง

ถนนปลอดภัย” ซึ่งได้ดำเนินงานต่อเนื่องมากกว่า 6 ปี พร้อมเผยว่าโครงการสามารถลดอุบัติเหตุในพื้นที่ที่เข้าร่วมได้กว่า 50% และไม่พบความสูญเสียใหญ่ในพื้นที่ดำเนินงาน ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ธนชาตประกันภัยในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์รายใหญ่ มีความกังวลต่อจำนวนอุบัติเหตุบนถนนสายรองในชุมชนที่เพิ่มขึ้น

โดยพบปัญหาความสูญเสียที่ส่งผลกระทบหนักต่อครอบครัวผู้ประสบเหตุ จึงผลักดันโครงการนี้เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืน เทศบาลมาบอำมฤต–ภาคีเครือข่าย ผนึกกำลังกำจัด “จุดเสี่ยง”

นายวีระชัย เตือนวีระเดช นายกเทศมนตรีตำบลมาบอำมฤต กล่าวรายงานว่า เทศบาลได้คัดเลือกพื้นที่เสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเข้าร่วมโครงการ และได้รับการสนับสนุนให้แก้ไขจุดเสี่ยงสำคัญ บริเวณสามแยกโบสถ์คริสต์ ตำบลดอนยาง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง

เขาย้ำว่า โครงการนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ชุมชนจะได้ร่วมกันสะท้อนปัญหา วิเคราะห์ และจัดลำดับแนวทางแก้ไขที่ตรงจุด โดยเทศบาลจะร่วมดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องรองผู้ว่าฯ เปิดงาน ย้ำจังหวัดชุมพรเอาจริง “ลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน”

ว่าที่ร้อยตรี กิตติภาพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยในพิธีว่า จังหวัดชุมพรให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ

ทั้งมาตรการด้านคน รถ ถนน สภาพแวดล้อม การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยเห็นว่าโครงการระดับชุมชนเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดการสูญเสียได้อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เครือข่ายความปลอดภัยทางถนน และชุมชนที่ร่วมแรงผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุญสำเร็จ! จัดหารถบรรทุก 3 คัน ลำเลียงถุงยังชีพ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ /

แชร์เนื้อหานี้

“ทส. ไม่ทิ้งประชาชน”
ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน บัดนี้ บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ของท่านได้บังเกิดผลเป็นความสำเร็จแล้ว ปัจจัยบริจาคที่ทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันมอบให้ผ่านทาง มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สามารถจัดหารถบรรทุกถึง 3 คันช่วยไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจอันสำคัญยิ่ง

รถบรรทุกทั้งสามคันนี้ ได้ทำหน้าที่เป็นยานพาหนะแห่งบุญอย่างเต็มกำลัง โดยได้รีบเร่งลำเลียงขนส่งสิ่งของบริจาคและถุงยังชีพจำนวนมหาศาล มุ่งหน้าสู่พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอ

หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง ในโครงการ “มหาอุทกภัยภาคใต้ 2568” อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งมอบกำลังใจให้แก่ทีมงานและเหล่าจิตอาสาผู้เสียสละของไทยพีบีเอส

และที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งหมดได้ถูกส่งมอบถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมเรียบร้อยแล้วขอจงรับทราบว่า อานิสงส์แห่งการให้นี้

ได้เกื้อหนุนให้เกิดการบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ขอทุกท่านจงได้เข้าถึงความปีติและอิ่มเอมในบุญกุศลนี้โดยถ้วนหน้าเทอญ
สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ 🙏


ภาพรวมการปฏิบัติการช่วยเหลือมหาอุทกภัยภาคใต้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ที่ย้ำหลักการชัดเจนว่า “ทส. ไม่ทิ้งประชาชน”
ทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้สามารถเริ่มต้นได้ทันทีตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 และเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ทส. ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วย ทั้งเจ้าหน้าที่หลักพันนาย รถยกน้ำหนัก เครื่องสูบน้ำ เครื่องกลหนัก เรือท้องแบน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกตัดขาดและมีความเสี่ยงสูงในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และพื้นที่โดยรอบ ทุกภารกิจถูกขับเคลื่อนแบบวันต่อวัน แข่งกับสภาพอากาศและระดับน้ำที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว

ในปฏิบัติการครั้งนี้ พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ได้ลงพื้นที่จริงตั้งแต่วันแรก ทำหน้าที่ประสานงานเชิงลึกกับหน่วยปฏิบัติการภาคสนาม เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดได้รวดเร็วและแม่นยำ

บทบาทสำคัญของท่านประกอบด้วย
• ประสานนำ เฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยขนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และกลุ่มเปราะบางที่ถูกตัดขาดในพื้นที่น้ำลึก
• ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการฟื้นฟู โรงเรียนและสถานศึกษา ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เด็กกลับมาเรียนได้เร็วที่สุด
• ประสานภารกิจช่วยเหลือ

และปรับสภาพพื้นที่ มัสยิดและสถานศาสนา ที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ซึ่งเป็นศูนย์กลางจิตใจของชุมชน
• เยี่ยมและดูแล ผู้ป่วยติดเตียง คนชรา ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง รวมถึงชุมชนที่เข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก
• คอยเสริมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตั้งแต่การลำเลียงน้ำดื่ม อาหาร ไปจนถึงอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ

การทำงานของ พล.ต.ต. นันทชาติ เป็นการเสริมพลังการทำงานของท่านรัฐมนตรีและทุกหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้การประสานงานเกิดความคล่องตัว ผลักดันนให้ความช่วยเหลือเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นบทบาทที่ เติมเต็ม ภารกิจของกระทรวง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้เร็วและทั่วถึงที่สุด พร้อมทั้งเร่งสริมกำลังภาคสนาม ให้คล่องตัวขึ้น เชื่อมโยงทุกหน่วยเข้าหากัน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดผลจริงในเวลาอันสั้น

หลังระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย ทส. ได้เดินหน้าขั้นตอนฟื้นฟูด้วยปฏิบัติการ Big Cleaning เมืองหาดใหญ่ ทั้งถนนชุมชน โรงเรียน วัด มัสยิด และสถานที่ราชการ เพื่อให้เมืองกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงพลังการทำงานร่วมกันของรัฐบาล กระทรวงฯ และทุกเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่ยืนข้างประชาชนในเวลาที่ยากที่สุด

จัดอบรมให้ความรู้ผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. ย้ำเลือกตั้งต้องสุจริต–โปร่งใส ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการกำกับดูแล

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม ลอฟต์ มาเนีย บูทิกโฮเทล จังหวัดชุมพร สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการ

เลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร เพื่อยกระดับความเข้าใจในกฎหมาย กติกาเลือกตั้ง และส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. สัญญา แก้วอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน อาทิ
• นางสาวประไศรี คงตระกูล ผอ.สำนักงานสกร.ชุมพร
• นางสาวประดับ ชูดำ พัฒนาการจังหวัดชุมพร
• นางปุณรัตน์ เมืองงาม นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ

• นายชิตภร จันทวงศ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ
• นางสาวณัฐพร คงสวี นิติกรชำนาญการ
• นางสาวณิชา ชูสังกิจ ปลัด อบต.ถ้ำสิงห์
• นายชยพล พลสิงห์ ผอ.กกต.อบต.ตากแดด
• นายเกียรติพงษ์ ลือชัย ผอ.กกต.อบต.หาดพันไกร
• นางสุภาพร อารีราษฎร์ ปลัด อบต.นาทุ่ง
• นายองอาจ งามธรรมนิตย์ ปลัด อบต.บ้านนา

พร้อมด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร ได้แก่
นายพงษ์ชาญ พันธุ์ทอง, ร.ต.อ.บุญเกื้อ พูลชัย, นายเฉลิมพล ครุอำโพธิ์, นายสัมพันธ์ ทองขาว และนายไพโรจน์ ทิมจันทร์เน้นบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม

การจัดอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แผนบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 224 ซึ่งมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัด

และควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไปจนถึงการมีส่วนร่วมตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และยุทธศาสตร์สำนักงาน กกต. 20 ปี ที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเลือกตั้งให้ประชาชนเชื่อมั่น

โดยในการอบรม ได้อธิบายสาระสำคัญ เช่น
• ขั้นตอนและกระบวนการหาเสียง
• ข้อควรระวังและข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
• การป้องกันการทุจริตและการกระทำผิดเลือกตั้ง

• การทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. ศส.ปชต. และเครือข่ายประชาธิปไตย • บทบาทของผู้สมัครและผู้สนับสนุนในการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ส่งเสริมเครือข่ายประชาธิปไตย – ร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

โครงการนี้ยังสนับสนุนการทำงานของ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.), นักศึกษาวิชาทหาร (รด.), ลูกเสืออาสา กกต., ดีเจประชาธิปไตย

และภาคีเครือข่ายในทุกตำบลของจังหวัดชุมพร ภายใต้แนวคิด “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย” เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ และร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง

โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย อบต.ละ 10 คน รวมทั้งจังหวัดกว่า 52,910 คน ที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตยมุ่งสร้างความรู้ – ความเข้าใจ – ความโปร่งใส

ดร. สัญญา แก้วอนันต์ กล่าวย้ำว่า “การเลือกตั้งที่ดี เริ่มจากผู้สมัครที่มีความเข้าใจในกฎหมาย และยึดมั่นในความสุจริต โปร่งใส เพราะการบริหารท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยไทย”

บรรยากาศการอบรมเป็นไปด้วยความสนใจ ผู้สมัครให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมรับคู่มือปฏิบัติจากสำนักงาน กกต. ชุมพร เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียงอย่างถูกต้อง