คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ น่าน ต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นางสาวศุภาวดี สุทธิแสน เกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน

ให้การต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต ประจำปี 2568

จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ในการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงานของบุคคลทางการเกษตรและสถาบันเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

โดยได้รับชมการนำเสนอ เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ตามกิจกรรมในสาขาต่าง ๆ ดังนี้ สาขากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสบปืน สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่

นางสาวกัลยา เจนจิจะ และสาขาสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ เด็กหญิงวรัญญา หอมดอก โดยมีหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในระดับอำเภอและจังหวัดที่ร่วมบูรณาการ

ในการขับเคลื่อนงานกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนบ้านสบปืน ให้การสนับสนุนข้อมูลประกอบการคัดเลือกในครั้งนี้/บุญยงค์ สดสอาเ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.ท่าวังผา เปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ครั้งที่ ๑ ” ระหว่าง 23 – 25 พค. 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด อ.ท่าวังผา จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 นายฐสิฐญ์ บำเพ็ญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหัศจรรย์เทศกาลมะม่วงบ้านสบเป็ด ประจำปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬาบ้านสบเป็ด หมู่ที่ 6 ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวาท เชียงหนุ้น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อำเภอท่าวังผา นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอ คณะครูโรงเรียนบ้านสบเป็ด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาตอ ให้การต้อนรับ

ซึ่งมี นายอภิชาติ เฉลิมบุญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านสบเป็ด กล่าวรายงาน การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะม่วงซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านสบเป็ด เป็นแหล่งผลิตมะม่วงที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพของอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

สร้างรายได้ให้กับชุมชนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐ล้านบาท และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรในชุมชนมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ของบ้านสบเป็ด อำเภอท่าวังผา ให้เป็นที่รู้จัก

ส่งเสริมช่องทางการตลาดมะม่วงโดยการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตกับเกษตรกร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

การประกวดมะม่วงคุณภาพดี การประกวดธิดามะม่วง กิจกรรมการแข่งขันกีฬา และกิจกรรมบันเทิงพื้นบ้าน ที่สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมทริป “ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” บึงกาฬพาเลาะ สร้างเศรษฐกิจชุมชนเขิงท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดการประชุมการดำเนินกิจกรรม โครงการ ปั่นขึ้นภู ดูหินสามวาฬ บึงกาฬพาเลาะ ณ ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ชมทัศนียภาพป่านันทนาการหินสามวาฬของพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ และเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างกระแสการออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Primus Group ต้อนรับ “จู หัวหรง” ประธานฉางอาน ออโต้โมบิล เยี่ยมชมโชว์รูม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน, นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป พร้อมผู้บริหารและทีมงาน “ดีพอล ไพรม์มัส” ให้การต้อนรับ นายจู หัวหรง ประธาน, นายหวัง ฮุย รองประธาน, นายเคลาส์ ไซซิโอรา รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด, นายเติ้ง เฉิงหาว รองประธาน

บริษัท ฉางอาน ออโต้โมบิล จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DEEPAL และ นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเซีย จำกัด และ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

พร้อมคณะผู้บริหาร ในโอกาสให้เกียรติเยี่ยมชม “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” โชว์รูมและศูนย์บริการที่มีขนาดใหญ่ บริการครบถ้วนสมบูรณ์แบบ และทันสมัยสุดในภาคตะวันออก

ด้วยพื้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 6,290 ตร.ม. ด้านหน้า เป็นโซนจัดแสดงรถยนต์ DEEPAL ทุกรุ่นทุกแบบกว่า 10 คัน, โซนรับรองลูกค้าแบบ Exclusive Lounge ที่มีห้องรับรองพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และโซนส่งมอบรถยนต์ DEEPAL ที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และความประทับใจในการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี”

ส่วนด้านหลัง เป็นโซนบริการหลังการขาย แบ่งเป็นศูนย์บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ DEEPAL มีช่องซ่อม 8 ช่อง, ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังขนาดใหญ่ พร้อมอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และคลังอะไหล่ที่จัดเก็บชิ้นส่วน-อะไหล่สำรองต่างๆ ทำให้ทุกงานบริการสะดวก รวดเร็วและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ โดยรองรับการให้บริการหลังการขายได้มากกว่า 500 คันต่อเดือน

พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของฉางอาน, ดีพอล และไพรม์มัส กรุ๊ป, ดีพอล ไพรม์มัส ได้ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ SUV สปอร์ตพรีเมี่ยม ไฟฟ้า 100% ในรุ่น DEEPAL S07 ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ “สายชล นิตรานนท์” และครอบครัว พร้อมมอบของที่ระลึก ในการต้อนรับการเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว “ดีพอล ไพรม์มัส ชลบุรี” อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568 จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา โดยการนำของ นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยนางสาวศิริกุล บุญปก และนางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ระดับอำเภอ ครั้งที่ 3/2568

เพื่อรายงานการดำเนินงาน ศพก. และแปลงใหญ่ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรและขับเคลื่อนการดำเนินงานสินค้าเกษตรแปลงใหญ่

โดยมี ร.ต.อ วินัย ก้อนสมบัติ ประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับอำเภอ เป็นประธาน ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ชาวสวรรคโลกจัดผ้าป่าสามัคคีมอบโรงพยาบาลสวรรคโลกจัดซื้อครุภัณฑ์ตึกวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 พระวัชรสิริคุณ (หลวงน้าเสน่ห์ สิริวฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย พระครูสุขุมธรรมนิเทศก์ เจ้าคณะอำเภอสวรรคโลก เจ้าอาวาสวัดท่าเกษม

นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวอำเภอสวรรคโลก ได้ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนจัดซื้อครุภัณฑ์รองรับการเปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอก 6 ชั้น ของโรงพยาบาลสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง

โดยมีนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ราชสมณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรคโลก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย (ด้านเวชกรรมป้องกัน คนที่ 3) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสวรรคโลก ให้การต้อนรับคณะสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา

ณ ห้องประชุมพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร (อาคารหลวงน้าเสน่ห์ ชั้น 3) ภายในงานมีการเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล และประกอบพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความปลื้มปีติและจิตเมตตา ในการร่วมสืบสานบุญกุศลเพื่อสนับสนุนการพัฒนางานบริการของโรงพยาบาล

สำหรับยอดเงินที่ได้รับจากการทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โรงพยาบาลสวรรคโลกได้รับเงินสดรวมทั้งสิ้น 811,094 บาท แยกเป็นจาก คณะสงฆ์ 392,711บาท และจากฝ่ายฆราวาส 418,383 บาท โดยยังไม่รวมยอดที่มีการโอนเข้าบัญชี ซึ่งยังคงทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจะได้สรุปยอดรวมสุทธิอีกครั้งในวันที่ 31พฤษภาคม 2568และจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ที่พึ่งทางใจ พบต้นโพธิ์ใบสีขาวบริสุทธิ์ งอกใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ที่ศรีสัชนาลัย ให้เลขเด็จ 872

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าที่วัดวังค่า ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีต้นโพธิ์ประหลาดซึ่งมีใบสีขาวบริสุทธิ์ โผล่งอกขึ้นมาอยู่ที่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่มากกว่า 4 คนโอบ สูงเกือบ 30 เมตร

อายุหลายร้อยปี ยืนต้นอยู่ใกล้กับริมแม่น้ำยม ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังวัดดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบ พระชะนะ ฐานวโร พระลูกวัดวังค่ากำลังกวาดลานวัดอยู่

ผู้สื่อข่าวจึงเดินไปกราบนมัสการและให้ท่านเล่าถึงต้นโพธิ์ที่มีใบสีขาวให้ฟัง พระชะนะ ฐานวโร เล่าว่าไม่รู้ว่าใบโพธิ์สีชาวนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่ที่อาตมาเห็นใบโพธิ์สีขาวนี้มาก็ประมาณ4ปีแล้วแต่ก็ไม่มีการแตกกิ่งก้านขยายมากกว่านี้ตนเองรู้สึกว่าแปลกมากคิดว่าสิ่งศักดิ์ศิษย์ลงมาจุติ

เผื่อให้ชาวบ้านนั้นมากราบไว้เคารพบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกับครอบครัวและชุมชนหลังจากนี้ทางวัดจะสร้างศาลให้กับต้นโพธิ์ต้นนี้โดยใช้ชื่อว่า โพธิ์สวรรค์ ให้เป็นที่สักการะเคารพที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ก่อนหน้านี้อาตมาเคยเด็ดใบโพธิ์สีขาวไปเก็บไว้ได้สามสี่วันใบโพธิ์ที่เก็บไปนั้นกลายเป็นสีเขียว

อาตมารู้สึกแปลกมากคิดว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จุติมาจากสวรรค์แน่นอนและจะคอยเก็บใบโพธิ์สีขาวที่ร่วงมารวบรวมไว้เพื่อเวลามีการพระนาคบวชพระจะเอาไปใส่ในบาตรและสวดยัดแล้วนำมาให้ญาติโยมได้บูชาเพื่อเป็นพุทธบูชา ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นก็มีชาวบ้านเข้ามาดูเลขขอพรกันอยู่เรื่อยๆมีถูกหวยกันไปหลายคนแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่

ทางด้านนางเรียน เที่ยงตรง อายุ 55 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าตนรู้สึกดีใจมากที่มีโพธิ์สีขาวงอกออกมาที่กลางต้นโพธิ์แห่งนี้ในหมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นนิมิตรใหม่อันดีกับหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการเสี่ยงโชคนั้นตนเป็นคนไม่ถนัดเรื่องนี้ แต่ก็เห็นมีคนเข้ามาขอหวยขอเลขขอโชคกันบ่อยๆ และในวันนี้ก็ได้มีกลุ่มคนเข้ามาขอโชคจากต้นโพธิ์หลายคน มีที่รู้จักชื่อน้องน้ำพริก บอกเห็นเลข 8,7,2 ตุ่นก็จะนำเลขนี้ไปเสี่ยงโชคต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.พบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) เปิดเวทีเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ รองประธานกรรมการคนที่ 1

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน น.ส.นิชาภา สุวรรณา สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงและประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รอง ผวจ.ประจวบฯ ผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมโครงการฯ

หลังจากรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ ได้กล่าวเปิดโครงการฯ และวัตถุประสงค์ของการลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) จากนั้นคณะสมาชิกวุฒิสภาได้ร่วมพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่และอำนาจ รวมถึงผลงานสำคัญของวุฒิสภาที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. คณะสมาชิกวุฒิสภาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. ด้านเกษตรกรรม เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุนการผลิต ปัญหาศัตรูพืชระบาด การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์ ปัญหาช้างป่ากัดกินพืชผลทางการเกษตร ปัญหาของชาวประมง และปัญหาด้านโคเนื้อตกต่ำ
  2. ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การพัฒนาท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชนไม่สอดคล้องกับการท่องเที่ยว การคมนาคมไม่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะระบบรถสาธารณะ
  1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม ได้แก่ ปัญหาฝุ่น pm 2.5 ปัญหาสารเคมีไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัญหาจากกการให้อนุญาติสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่ตัวเมืองประจวบฯ
  2. ปัญหาสังคม ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่และยาเสพติด ปัญหากลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางถูกทอดทิ้ง และเข้าไม่ถึงระบบทางภาครัฐ ปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ของประชาชนในพื้นที่ ต.บึงนคร ในเขตปลอดภัยทางทหาร
  3. ด้านโลจิสติกส์ การขอสร้างสถานีขนส่งรถโดยสารของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การงดใช้รถตู้โดยสารให้หันมาใช้รถแบบมินิบัส การขนส่งสาธารณะถึงแหล่งท่องเที่ยว การหันมาใช้รถสาธารณะระบบรถไฟฟ้า ( EV )

การลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ พี่น้องประชาชน และวุฒิสภา โดยเปิดเวทีให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวุฒิสภาได้โดยตรง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้นำข้อมูลและข้อเสนอแนะในทุกประเด็นที่ได้รับนำไปสู่การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป
////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ก.คมนาคม บูรณาการพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุก เสริมเศรษฐกิจชายแดน เชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฃ

พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรญาณ บุญณรราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ร่วมประชุมบูรณาการภาครัฐและเอกชน

เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) คือ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร โดยเน้นยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประเพณี การค้าชายแดนที่เติบโตต่อเนื่อง และโครงข่ายคมนาคมที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ

แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มจังหวัดยังเผชิญข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว กำลังแรงงานที่ขาดทักษะ และปัญหาด้านความมั่นคง ดังนั้น เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจึงได้เสนอแนวทางดำเนินการใน 4 ยุทธศาสตร์หลัก

ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวริมโขงเชื่อมโยงวัฒนธรรม การพัฒนาโครงข่ายเศรษฐกิจเชื่อมโยง GMS การยกระดับการเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง และการเสริมทักษะแรงงานพร้อมพัฒนาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วัดระฆังฯ มหากุศลครั้งใหญ่ ยอดบุญทะลุล้าน! ผู้ร่วมงานคับคั่ง! ทอดผ้าป่ารวมพลังศรัทธาบุญใหญ่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม (27 เมษายน 2568)

แชร์เนื้อหานี้

รุ่งอรุณแห่งการเริ่มต้น เช้าวันอาทิตย์ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ณ ลานสักการะหลวงปู่โต พรหมรังสี ริมฝั่งเจ้าพระยา… ที่ซึ่งแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ไหลผ่านเงียบสงบ ศรัทธามหาชนทยอยเดินทางมาถึงวัดระฆังฯ แต่เช้าตรู่ มือถือถุงใส่ของบริจาค – เสื้อผ้าเด็ก หนังสือ และขนมที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ ผู้คนทยอยมากันไม่ขาดสายพร้อมรอยยิ้ม สีขาวของเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เหมือนคลื่นแห่งความศรัทธาที่กำลังก่อตัวเป็นพลังมวลใหญ่

ใช่แล้ว… วันนี้ไม่ใช่แค่วันธรรมดา แต่เป็นวันเปิดพลังมงคลครั้งใหญ่
พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานอำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม กล่าวเปิดงานและน้อมนำพลังศรัทธา”พวกเราทุกคนมาที่นี่ด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้า…” เสียงของอาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม ดังกังวานในพิธีเปิด เสียงที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นอย่างเบิกบานขณะที่ทุกคนหลับตา อธิษฐานจิตต่อหน้าองค์หลวงปู่โต พลันรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีแสงสว่างอ่อนๆ โอบล้อมเรา นี่หรือคือพลังแห่งบารมีที่ทุกคนพูดถึง?

ช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งหัวใจ คือ วินาทีแห่งการปล่อยโคแม่ลูก และกระบือทั้ง 6 ตัว… วันนี้เค้าได้ชีวิตใหม่! ดวงตาของแม่โคมองมาที่ผู้คนรอบข้าง เหมือนรู้ว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต ลูกโคตัวน้อยมองคนใจบุญตาแป๋ว เหมือนจะขอบคุณ
“ขอให้ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนแปลงให้เจริญรุ่งเรืองสว่างไสวยิ่งๆขึ้น” อาจารย์วิจักษณ์กล่าว “จากความทุกข์ สู่ความสุข จากความมืดมิด สู่แสงสว่าง” เสียงสาธุการดังกึกก้องจากผู้ร่วมงานทุกคน เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

พิธีบำเพ็ญบุญและทอดผ้าป่าในพระอุโบสถ

เมื่อก้าวเข้าสู่พระอุโบสถอันศักดิ์สิทธิ์ของวัดระฆัง ความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทุกคนนั่งทั้งด้านในและด้านนอกเต็มบริเวณวัด เสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ดังกังวานกึกก้อง ทุกคนตั้งใจสวดมนต์ภาวนา

สร้างคลื่นแห่งความสงบและพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สะเทือนไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ ปลุกพลังศรัทธาในใจทุกดวงเราหลับตา เข้าสมาธิเข้าสู่ผู้รู้… ภาพของวิญญาณเร่ร่อน เด็กที่ไม่มีโอกาสได้เกิด ผุดขึ้นในห้วงความคิด เราทำบุญวันนี้เพื่อพวกเขาด้วย เพื่อให้พวกเขาได้พบหนทางสว่าง

พิธีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ดำเนินไปอย่างสง่างาม “ขอให้บุญกุศลนี้ จงส่งผลให้ทุกท่าน…” พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเริ่มขึ้น ผ้าป่าที่รวบรวมปัจจัยมากมายถูกนำมาวางรวมกัน สายธารแห่งความศรัทธาที่หลั่งไหลจากทุกหัวใจ เพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อเด็กยากไร้

เพื่อวิญญาณที่ยังวนเวียน พิธีกรประกาศยอดเงินบริจาคที่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความเสียสละและเมตตาธรรมของศรัทธาชนเสียงประกาศยอดเงินบริจาครวมดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ “รวม 1,000,945 บาท!” เสียงสาธุการดังสนั่น ยอดบุญแบ่งออกเป็น

🙏 ทำบุญสาธารณกุศลกับองค์กรต่างๆ 659,945 บาท ได้แก่ ร่วมทำบุญกับวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ, ร่วมทำบุญกับ คณะ 5 วัดราชสิทธารามฯ กรุงเทพฯด้วยการถวายข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลมะการักษ์ กาญจนบุรีด้วยการสนับสนุนข้าวสาร1ตัน, ร่วมทำบุญกับสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยฯ สนับสนุนมอบทุนการศึกษา,

ร่วมทำบุญกับกลุ่มพุทธรักษ์ษา, สนับสนุนการบูรณะหอพระพุทธรูปจังหวัดปราจีนบุรี, สนับสนุนมอบของใช้เด็กให้กับโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา – บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน, ร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลพัทลุงด้วยการสนับสนุนการซื้อเครื่องมือแพทย์, ร่วมทำบุญกับนิคมสร้างตนเองโนนสัง หนองบัวลำภูด้วยการสนับสนุนมอบถุงยังชีพ, ร่วมสร้างกำแพงและซุ้มประตูวัดพระธาตุพนมจำลอง วัดสระแก้ว จ.ขอนแก่น และไถ่ชีวิตโคกระบือ

🙏 ร่วมทำบุญช่วยผู้ประสบภัยกับจิตอาสาฯภาค 1 โดยกองทัพน้อยที่ 1: 300,000 บาท🙏 เครื่องไทยธรรม ปัจจัยถวายสงฆ์ โรงทาน และร่วมสาธารณกุศลในพิธี: 41,000 บาทช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดคือการอธิษฐานจิตแผ่บุญไม่มีประมาณให้สรรพจิต สรรพวิญญาณ และสรรพสัตว์ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ อนันตจักรวาล นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ พวกเราหลับตา นึกถึงผู้คนทุกข์ยาก สัตว์ที่ไร้ที่พึ่ง ดวงวิญญาณที่ยังหลงทาง ส่งพลังความรักและปรารถนาดีออกไปไม่สิ้นสุด ความรู้สึกเบาสบายและอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่คือพลังแห่งการให้ที่ไม่มีขอบเขตจำกัด

สาธารณกุศลและความสะอาดแห่งใจ

“คุณพร้อมที่จะล้างทุกข์ล้างอุปสรรคกันไหม?” เพื่อนร่วมงานยิ้มกว้าง ขณะแจกถุงมือและอุปกรณ์ทำความสะอาด กิจกรรมทำความสะอาดวัด – งานที่หลายคนเฝ้นรอคอย! ล้างห้องน้ำ คือการชำระล้างกรรมและอุปสรรคในชีวิต! แต่ละครั้งที่กวาด แต่ละครั้งที่เช็ดถู

เหมือนกำลังกวาดทุกข์และอุปสรรคออกจากชีวิต เหงื่อไหลอาบใบหน้า แต่หัวใจกลับเบิกบานอย่างประหลาด… ใบหน้าของทุกคนเปื้อนรอยยิ้ม บางคนสวดมนต์เบาๆ ขณะขัดพื้น น่าประหลาดที่งานที่ดูเหมือนจะเหนื่อย กลับให้ความสุขล้ำลึกเช่นนี้เมื่อมองดูความสะอาดที่เกิดขึ้น ทั้งพื้นที่วัดและบริเวณรอบองค์หลวงปู่โต ฉันรู้สึกถึงความสะอาดที่แผ่ซ่านภายในใจด้วย เหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

โรงทานแห่งความสุข

กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแต่ไกล… โรงทานเปิดให้บริการแล้ว! ทั้งอาหารคาว ข้าว ก๋วยเตี๋ยว อาหารหวาน ขนมปัง ชากาแฟ น้ำชง น้ำดื่ม ผลไม้ – ทั้งหมดมาจากน้ำใจของผู้มีจิตศรัทธา ทุกคนแบ่งปันความสุขผ่านอาหาร จากผู้ให้สู่ผู้รับ จากมือหนึ่งสู่อีกมือหนึ่ง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งมูลนิธิพุทธภูมิธรรม บุญภาคี และเจ้าภาพโรงทานทุกท่านที่เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ และทรัพย์สิน เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ อิ่มเอมใจที่ได้เห็นความสำเร็จของงานที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือมนุษย์ สรรพสัตว์ และแผ่บุญกุศลให้สรรพวิญญาณ ความดีงามที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระเพื่อมไปอีกไกล

เรามองดูวัดระฆังโฆสิตารามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ แสงแดดยามบ่ายอ่อนๆ ส่องกระทบยอดพระอุโบสถทองอร่าม เหมือนสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและการเริ่มต้นใหม่วันนี้… ไม่ใช่แค่วันที่เราได้ทำบุญ”วันนี้… คือวันที่เราได้มีส่วนช่วยสร้างความสุขและความหวังให้กับหลายชีวิต รวมถึงตัวเราเอง”วันนี้… คือวันที่พิสูจน์ว่า พลังแห่งความศรัทธาและความเมตตา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้วันนี้… คือมหาบุญใหญ่ในวันเดียวที่จะส่งพลังบารมีไปอีกยาวนาน

พลังแห่งการให้ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคต… และนั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงของงานมหากุศลครั้งนี้จากใจผู้ที่ได้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์แห่งความดีงามขอโมทนาสาธุการ 27 เมษายน 2568
ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติด ได้ยาบ้า กว่า 3,000 เม็ด อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน 56 นัด/รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถีท้องถิ่นบางสะพานน้อย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าว ล้างบางยาเสพติดอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก ได้สั่งการให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ( ป.อาวุโส ) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ อส. สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอทับสะแกที่ 6 นาย อรุษ ห้วยหงส์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง และนายสุพจน์ ทองมี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง

โดยขยายผลจากการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถตรวจค้นเป้าหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 ที่ จับกุม ผู้กระทำได้ 2 ราย และของกลางยาเสพติดให้โทษประเกท 1 (ยาบ้า) จำนวน 2,331 เม็ด อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 56 นัด สามารถตรวจค้นได้ที่บ้านพัก

อีกราย ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทับสะแก ออกตรวจสอบการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลนาหูกวาง พบเห็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องยาเสพติดริมทางสาธารณะในหมู่บ้าน และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้โยนสิ่งของบางอย่างทิ้งข้างทางและได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ สามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนสีส้มด้านหนึ่งมีผิวเรียบอีกด้านหนึ่งปรากฏอักษร WY บรรจุอุยู่ในถุงพลาสติกสีขาวใสชนิดแบบกดปิดดึงเปิดได้ จำนวน 98 เม็ด ณ บริเวณข้างทางสาธารณะ หมู่ที่ 9 บ้านหนองกางดง

โดยทราบชื่อผู้หลบหนีภายหลัง คือ นายกฤษดาหรือบอย สมสร้าง อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ที่ 9 ตำบลนาหูกวาง และนางสาวสุนารีหรือสอง สายน้ำ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/40 หมู่ที่ 2 ตำบลบางบอน อำเภอเมืองระนอง เจ้าพนักงานตามรายชื่อผู้ตรวจยึด จึงได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าวไว้เป็นของกลางและมาจัดทำบันทึกการตรวจยึด ณ ที่ว่าการอำเภอทับสะแกและต่อมาได้นำของกลางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องของผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อจะได้ดำเนินการรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้งสองชุด เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกันในพื้นที่ ได้ส่งตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ทับสะแก ต่อไป

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

รองผู้ว่า ประจวบฯ เปิดโครงการ D-Hope เสริมการท่องเที่ยว otop นวัตวิถี สร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่นบางสะพานน้อย

เมื่อเวลา 10:00 น. วันที่ 26 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ บ้านทุ่งสะท้อน ม.6 ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส. กุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ นายนิมิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพานน้อย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำในพื้นที่ ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายปรีดา สุขใจ รอง ผวจ.ประจวบฯ กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน กิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ที่จัดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศได้ รวมถึงส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน โดยนําเอาจุดเด่น อัตลักษณ์ และความน่าสนใจของชุมชนมาเป็นจุดขายนําเสนอสู่ภายนอก ให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ ส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว สินค้า และบริการที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป

นายสถาพร สมจิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย กล่าวว่า กิจกรรมในงานมี นิทรรศการโปรแกรมของผู้ประกอบการชุมชน (Champ) ตามแนวทาง D – HOPE โดยให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง จำนวน 10 โปรแกรม ได้แก่ 1. ดอกไม้แห่งความหวัง ไหว้พระวัดถ้ำเขาลักษณ์จันทน์ 2. ไม้กวาดก้านมะพร้าว 3. ข้าวเหนียวกวนแก้ว

4. อาหารพื้นถิ่นแกงเหมงมะพร้าวหมูย่าง 5. ขนมโก๋โบราณสูตรคุณย่า 6. สบู่น้ำมันมะพร้าว 7. ทองม้วนแป้งมะพร้าว 8. กล้วยฉาบหลากรส ส่วนการออกบูธของผู้ผลิต ผู้ประกอบการชุมชน (OTOP) จำนวน 5 ราย ได้แก่ 1. ผ้ามัดย้อมฝั่งแดง ต.ทรายทอง 2.กลุ่มโกโก้บ้านหินปิด ต.ช้างแรก 3.กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ้านปากคลอง ต.บางสะพาน 4.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเห็ดเศรษฐกิจบ้านธรรมรัตน์ ต.ช้างแรก และ 5.สมบัติไหมไทย ต.ช้างแรก
//////////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.2 (1)รอง ผบ.นบ.ยส.24 (1) ตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ / โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก / พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 0945 ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรีวีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง ปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในห้วงต่อไป แผนการปฏิบัติในห้วงต่อไปของหน่วย พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย

ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ

มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงานในการสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีผลจากการดำเนินงานด้านยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – ปัจจุบัน ในพื้นที่รับผิดชอบ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ จำนวน 666 ครั้ง ผู้ต้องหา 920 ราย ของกลาง ยาบ้า 95,918,351 เม็ด,ไอซ์ 3,786 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม เคตามีน 777 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง หกพันห้าร้อยล้านบาทเศษ (6,584,787,950 บาท)

จากนั้นรองแม่ทัพภาคที่ 2/ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ถือเป็นการขอบคุณและตอบแทนในความทุ่มเท เสียสละในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาโดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับผู้บังคับบัญชาทุกระดับตลอดมา

​โจรแสบตีเนียนลัก จยย. ร้านจินางข้าวเปียก หน้า บขส.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพโจรลักรถจักรยานยนต์ ทำท่าตีเนียนเห็นรถจักรยานยนต์ร้านจิข้าวเปียก สามแยกปากทางเข้า บขส.จังหวัดมุกดาหาร เสียบกุญแจคาไว้อยู่จึงได้เดินทำทีเข้ามานั่งอยู่ที่หน้าร้านข้างรถจักรยานยนต์ เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้เดินไปหยิบหมวกแก๊ปสีดำของสามีเจ้าของร้านขึ้นมาสวม จากนั้นได้เดินไปถอยรถจักรยานยนต์ออกจากร้านแล้วสตาร์ทเครื่องขับขี่หลบหนีไป

โดยต่อมานางนาง เหงียนถิ ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท. พงษ์วิศิษฎ์ สุวรรณไตรย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ารถจักรยานยนด์ ยี่ห้อ YAMAHA สีแดง หมายเลขทะเบียน กตจ 170 มุกดาหาร

ได้ถูกคนร้ายลักเอาไปจึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อติดตามรถจักรยานยนต์และจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โจรแสบรับรถจักรยานยนต์ร้านจินางข้าวเปียก #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร หลังคาบ้านปลิวตกกลางถนน

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงอย่างมาก พัดถล่มในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยเฉพาะที่ชุมชนแสงอรุณ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีบ้านเรือน

ได้รับผลกระทบหลายหลัง รวมทั้งที่หลังคาปลิวหลุดออกไปจากแรงลมแต่ยังโชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ ในเวลาต่อมานายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถกู้ภัยออกให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและเคลื่อนย้ายหลังคาบ้านที่ถูกแรงลมพัดตกลงมาขวางถนนออกจากถนนเพื่อให้สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

พายุฤดูร้อนถล่มมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) จัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชศาลฯ งานประจำปี ๒๕๖๘ ปีที่ ๔๙

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 เม.ย.68) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ ประธานศาลฯ จ.ส.อ.ชริน อยู่ถาวร รองประธานฯ จ.ส.อ.สมบัติ แสวงดี กรรมการ นางเบญจาภัทร แก้วเจริญ กรรมการและเหรัญญิก นายพัลลภ บุณยตุลย์ กรรมการ-ผู้ช่วยเลขานุการ นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ กรรมการและประชาสัมพันธ์ นางจิญณพัต ทำทรัพย์ กรรมการ พร้อมคณะกรรมการ ร่วมกันจัดพิธีเลี้ยงเพลพระฉลองสมโภชน์ ศาลเจ้าพ่อพระปรง (บ้านหนองผูกเต่า) เนื่องในประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย และครบรอบงานประจำปี “ประเพณีวันไหล สรงน้ำเจ้าพ่อพระปรง” ประจำปี ๒๕๖๘ และในวันที่ 19 เมษายน ทุกๆปี จะเป็นการเฉลิมฉลองสมโภชแห่ “เจ้าพ่อพระปรง” รอบเมืองจังหวัดสระแก้ว โดยมีประชาชนมาร่วมเล่นน้ำกันมากกว่า 30,000 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาสงกรานต์โคราช อัญเชิญพระคันธารราฐ อายุกว่า 300 ปี แห่ไปประดิษฐานลานย่าโม ให้ปชช.ได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญพระคันธารราฐ พระคู่บ้านคู่เมืองนครราชสีมา อายุกว่า 300 ปี ออกจากพระเจดีย์ วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เคลื่อนลงมาบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประดิษฐานบนราชรถ

โดยมีริ้วขบวนแห่อัญเชิญพระคันธารราฐ ขบวนแห่สงกรานต์ แห่ไปตามเส้นทางถนนจอมพล เลี้ยวซ้ายเข้าถนนชุมพล เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนิน เพื่อไปประดิษฐานยังลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือลานย่าโม ให้พี่น้องประชาชนได้กราบสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระคันธารราฐจะประดิษฐานอยู่ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถึงวันที่ 13 เม.ย.68 เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะ

ในเวลาต่อมา 17.00 น ได้แห่อัญเชิญลอดซุ้มประตูชุมพล กลับไปประดิษฐานที่วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร โดยในขบวนแห่อัญเชิญกลับจะมีผ้าเงินผ้าทองขนาดความยาว 557 เมตร ให้ประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมกันลากจูงไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จ.นครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคล รุ่น รวยพิเศษ ปลุกเสกโดย หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท

มูลนิธิการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ ร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา นำโดย ดร.รังสิสวุฒิ สุวรรณ์โรจน ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา จัดสร้างเหรียญมงคลรุ่นรวยพิเศษ ปลุกเสกโดยพระราชวัชธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา ศิริจน์โท) พระวชิรญาณวิศิษฎ์ วิ. (หลวงพ่อสุริยันต์ โฆสปญโญ) พร้อมด้วยพระสงฆ์สมณศักดิ์ เมตตาอธิษฐานจิต และมอบเหรียญรุ่นรวยพิเศษด้านหน้าเป็นรูปท้าวสุรนารี(ย่าโม)ยืนเต็มองค์ ด้านหลังเป็นรูปครุฑ มีทองแดง 399 ลองเช่าบูชา 399บาท ทองแดงเลขเหรียญมงคล 599บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญกะไหล่เงิน เลขเหรียญมงคล 799บาท จัดสร้าง 500เหรียญ เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้เลขเหรียญมงคล 1,099บาท จัดสร้าง 500เหรียญ ชุดไตรมงคล เลขเหรียญมงคลประกอบด้วย เหรียญทองแดง เหรียญกะไหล่เงิน เหรียญทองแดงชุบทองคำแท้ 1,999 บาท จัดสร้าง 500เหรียญพิธีกรรมปลุกเสก วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่า เพื่อการศึกษาสร้างความตระหนักรู้ สู่การพัฒนาเด็กพิเศษ และร่วมออกร้านโรงบุญหมายเหตุ ลำดับที่ 2,3,4 พร้อมกล่องกำมะหยี่ ส่วนลำดับที่ 1 กล่องพลาสติก เหรียญที่ได้และเลขเหรียญทุกเหรียญ ค่าจัดส่ง 49บาท/ 1-5เหรียญ สอบถามลายละเอียด โทร 044-952078 / 081-7907400

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ศรีนครจัดงานถนนคนเดินต้อนรับปีใหม่ไทย2568.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่12เมษายน2568ณ. บริเวณตลาดหลังสถานีรถไฟคลองมะพลับ ตำบลศรีนคร อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดินของเทศบาลตำบลศรีนคร ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568

โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมในพิธีเปิดในการนี้ นายนิพัฒน์ เปรมพล นายอำเภอศรีนคร กล่าวต้อนรับ นายสมาน สาสิงห์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีนคร กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์การจัดงาน เทศบาลตำบลศรีนคร จัดโครงการถนนคนเดิน ประจำปีงบประมาณ 2568 ครั้งแรก

ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า ช่วยเหลือประชาชน

ให้สามารถลดรายจ่ายจากการซื้อสินค้าราคาประหยัด รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด (ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด) จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค (ราคาต้นทุน)

จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย) การจัดจำหน่ายอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 40 ร้าน

กิจกรรมก่อเจดีย์ทราย การแสดงดนตรี และศิลปินรับเชิญ เกมส์ อภิวัฒน์ ไมค์หมดหนี้
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐนิวส์ / สื่อรัฐทีวี / กองทัพภาค2 จัดการประชุมแก้ไขปัญหาโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครโคราช / จัดงานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 – 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ณ ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้.-
1. ความเป็นมา : เทศบาลนครนครราชสีมา และกองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง การใช้พื้นที่ในครอบครองของกองทัพบก เพื่อจัดทำโครงการระบบกำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 โดยแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 4 ส่วน

– พื้นที่ A1 พื้นที่กองขยะและฝังกลบเดิม ขนาดพื้นที่ 41-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ. 2550 – 2567 และ เทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589- พื้นที่ A2 พื้นที่ตั้งโรงงานปุ๋ยอินทรีย์และพลังงานเดิม ขนาดพื้นที่ 31-3-42 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2550 – 2589 – พื้นที่ B พื้นที่ตั้งโรงงานเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงาน ขนาดพื้นที่ 121-0-58 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2589 – พื้นที่ C พื้นที่บ่อฝังกลบขยะมูลฝอยชั่วคราว ขนาดพื้นที่ 50-0-0 ไร่ ระยะเวลาใช้งาน ปี พ.ศ.2561 – 2567 และเทศบาลฯ จะดำเนินการดูแลพื้นที่ต่อไปจนถึงปี 2589 2. สาเหตุที่ทางกองทัพภาคที่ 2 ให้เทศบาลนครนครราชสีมา งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง (ในพื้นที่ C)

เนื่องจากการดำเนินโครงการฯ ของเทศบาลนครนครราชสีมา ไม่เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง และในพื้นที่ C มีปริมาณขยะสะสม 334,863 ตัน ซึ่งเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในด้านสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ จากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากขยะ และเทศบาลฯ ยังไม่มีแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ชัดเจน (ซึ่งไม่เป็นไปตามการประชุมหารือในวันที่ 17 ม.ค. 68) อีกทั้ง กองทัพภาคที่ 2 ได้มีหนังสือขอให้เทศบาลฯ เร่งรัดในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น กองทัพภาคที่ 2 จึงขอให้เทศบาลดำเนินการดังนี้

1) พื้นที่ A1.1 และ A1.2 ให้เทศบาลฯ รีบดำเนินการให้เรียบร้อย
2) พื้นที่ A2 ยังสามารถดำเนินโครงการฯ ได้เหมือนเดิมตามบันทึกข้อตกลงฯ รถขนขยะอินทรีย์ สามารถนำขยะอินทรีย์มาส่งให้แก่โรงงานได้ แต่ขยะที่นอกเหนือจากขยะอินทรีย์ ให้เทศบาลฯ วางแผนขนย้ายขยะไปพื้นที่อื่น ที่ไม่ใช่พื้นที่ C
3) พื้นที่ B หลังจากศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งจนถึงที่สุดแล้ว เทศบาลฯ และกองทัพภาคที่ 2 จะมาหารือร่วมกันอีกครั้ง 4) พื้นที่ C

– ให้งดเว้นการนำขยะมูลฝอยมาทิ้งในพื้นที่ C ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เป็นต้นไป
– ให้เทศบาลฯ ดำเนินการในการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฯ และสรุปประชุมในวันที่ 17 ม.ค.68 – ให้เทศบาลฯ ประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และประชาชนให้งดเว้นการเข้ามาทิ้งขยะในพื้นที่ C พร้อมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ฯ 3. สรุปการประชุมหารือในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน จังหวัดนครราชสีมา และกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงการดำเนินชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้.- 1) พื้นที่ C

– ให้เทศบาลฯ งดเว้นการนำขยะมาทิ้ง ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 68 เวลา 1800 เป็นต้นไป- ให้เทศบาลฯ ดำเนินการขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ C เพื่อให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลง2) พื้นที่ B อนุโลมให้เทศบาลฯ นำขยะมาทิ้งพักไว้ในพื้นที่ B ได้ ไม่เกินวันละ 350 ตัน- เริ่มนำขยะมาทิ้งได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 21 เม.ย. 68 (อนุโลมให้ยังไม่ต้องขนขยะออก เนื่องจากติดเรื่องการห้ามรถบรรทุกวิ่ง ช่วงสงกรานต์)- ตั้งแต่วันที่ 22–30 เม.ย.68 สามารถนำขยะมาทิ้งได้และต้องดำเนินการขนขยะออกจากพื้นที่ B (รวมถึงขยะที่นำมาทิ้งในห้วงวันที่ 12-21 เม.ย.68) ให้หมดภายในวันที่ 30 เม.ย. 68- ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 68 สามารถนำขยะมาพักในพื้นที่ B ได้ แต่ต้องดำเนินการขนย้ายขยะออกให้หมดเป็นประจำทุกวัน

ภาพ/ข่าว :กองทัพภาคที่ 2 กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

งานพืชสวนโลก KORAT EXPO 2029 จัดงาน ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมระยะเวลา 110 วัน

การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดย นายนพวิทย์ ควรขุนทด ส.อบจ.จังหวัดนครราชสีมา 1.จัดตั้งศูนย์อุบัติเหตุ รพ.สต.บ้านวัด 2.ระบบโครงสร้างพื้นฐานบริเวณงาน 3.การประชาสัมพันธ์พื้นที่จัดงาน อยู่พื้นที่สาธารณประโยชน์ โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา เนื้อที่จัดงาน 678 ไร่การแบ่งพื้นที่จัดงาน

  1. พื้นที่ลานจอดรถและพื้นที่บริการ 2.พื้นที่ลานพืชพันธุ์นานาชาติ 3.พื้นที่ลานพืชพันธุ์ของไทย 4.พื้นที่ลานแกนหลักเชื่อมโยงพื้นที่การจัดงานทั้งหมด
  2. การเดินทางจากตัวเมืองนครราชสีมา ระบบขนส่งสาธารณะ

1.รถไฟรางคู่ ใช้ระยะเวลาในการเดินทาง 1 ชม.2 นาที ระยะทาง 68.7 กม.
2.รถโดยสารประจำทางใช้เวลาในการเดินทาง 57 นาที ระยะทาง 67.7 กม.
3.รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 68 กม.ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที 4.จากท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น ไปยังพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 135 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 5. จากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ไปพื้นที่จัดงาน ระยะทาง 120 กม.ใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. 40 นาที

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย 10 เมษายน 2568 – 17 เมษายน 2568 อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 9:00 น. ทางตำบลบ้านสหกรณ์ อ.แม่ออน จ. เชียงใหม่ ได้มีพิธีเปิดด่าน 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 17 เมษายน 2568

โดยมี นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ ซึ่งในงานพิธีได้รับเกียรติจากนายสิทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน มาเป็นประธานในการเปิดโครงการ 7 วันอันตรายของตำบลบ้านสหกรณ์ และ

ได้มีนายประพัฒน์ วงศ์ชมภู ปลัดอาวุโส อำเภอแม่ออนน้ำพุร้อนสันกำแพง มอบเงินสนับสนุนด่าน 5,000 บาท พร้อมกับนายดำรงชัย สุขติ๊บ ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลบ้านสหกรณ์ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนในการตั้งด่าน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ได้มอบเครื่องดื่มและน้ำดื่ม

พร้อมกันนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนในการตั้งด่าน 7 วันอันตรายปี 2568 เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเที่ยวให้สนุก เมาไม่ขับเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคน ที่สัญจรและใช้บริการเดินทางด้วยยานพาหนะบนท้องถนน

วันที่ 8 เมษายน 2568 นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ ได้ดำเนินการประสานงานไปยัง นายประเสริฐตันคำ นายกองค์การบริหารตำบลบ้านสหกรณ์ หัวหน้าชุด ชปแม่ลาย อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้และศูนย์ควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่

โดยได้นำกำลังพร้อมทีมงานชาวบ้านจิตอาสา เข้าร่วมปฏิบัติการจัดทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันจัดทำแนวเขตป้องกันไฟป่า บริเวณระหว่างบ้านสหกรณ์ 6 บ้านแม่รวมหมู่ 1 ออนเหนือ อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สืบสานประเพณี กฟภ.บึงกาฬ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวขอพรผู้บริหารและผู้อาวุโส เพื่อเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นำคณะผู้บริหารและพนักงาน

จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และรดน้ำดำหัวขอพรอดีตผู้บริหารและพนักงานที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย ประจำปี 2568

เพื่อยึดโยงสายใยสัมพันธ์ลูกหม้อ กฟภ. หรือ PEA ที่ยึดถือกันเป็นธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและอัตลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่สืบทอดต่อกันมา โดยมอบหมายให้ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์

ได้เรียนเชิญอดีตผู้บริหาร นายนิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี อดีตพนักงานบัญชี และพนักงานอาวุโส นั่งให้น้องๆได้รดน้ำดำหัวขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล

โดยเบื้องต้นได้อันเชิญพระพุทธรูปที่ประดิษฐานตามห้องและแผนกต่างๆ ลงมาสรงน้ำอบน้ำหอม ตามด้วยผู้เกษียณอายุราชการและคณะผู้บริหารตามลำดับต่อไป ประกอบด้วย

นายพิชิต ศรีบุตรโคตร ผู้จัดการฯ นายองอาจ หัตถแสน รองผู้จัดการฯ นางจุฬารัตน์ สุทธิพงษ์ รองผู้จัดการฯ และสุดท้ายพนักงานทุกคนก็ร่วมรดน้ำดำหัวกันเองอย่างสนุกสนาน




สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
ได้จัดการประชุมประจำเดือนเมษายน 2568

ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางโดยมีนายสุรศักดิ์ กิตติวิริยะการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม

นายบุญมี สุขเร่ห์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง นายสุรชาติ คำจุ้ย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง

นางวาณี เหลืองสมานกุล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางคณะผู้บริหาร,

พร้อมด้วยนายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง สมาชิกสภาฯ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม.,

ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมอำเภอโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงการปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะในประชากรและเคหะ พ.ศ.2568 ระดับพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล

โดยมี นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง (ผู้แทนนายอำเภอโคกสำโรง) ให้การต้อนรับ นายบรรพต ดีเมืองสอง สถิติจังหวัดลพบุรี

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เข้าร่วมเป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าร่วมการประชุม อสม.ทั้งหมด 155 คน จนท.สถิติ 20 คน รพ.สต. 15 คน หน.ส่วนราชการ 20 คน รวมทั้งหมด 210 คน

ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีแผนการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ ทุกๆ 10 ปี และในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเป็น รูปแบบ Digital Census

โดยให้ความสำคัญต่อการให้ประชาชนตอบข้อมูลด้วยตนเองในรูปแบบดิจิทัลเป็นลำดับแรก (Digital First Approach) ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ทางรัฐ หรือเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมช่องทางสำหรับประชาชนที่อาจจะไม่สะดวกหรือมีปัญหา/อุปสรรคในการตอบแบบสอบถามด้วยตนเองผ่านช่องทางดิจิทัล โดยการส่งคุณมาดี

ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูล ลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลจำนวนสมาชิกในครัวเรือน อายุ เพศ การกระจายตัวของประชากร และลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี ระหว่างวันที่ 21เมษายน – 19 มิถุนายน 2568

ซึ่งการประชุมชี้แจง ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อชี้แจงให้พนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลได้เข้าใจความเป็นมาของการจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะ แนวทางการปฏิบัติงานสนาม การใช้งานระบบงานจัดเก็บข้อมูลโครงการฯหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานโครงการๆ

เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามแนวทางที่กำหนด ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทำสำมะโนประชากรและเคหะในครั้งนี้ สามารถนำไปใช้วางแผน กำหนด

นโยบาย การพัฒนาด้านประชากร สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อจัดหาสาธารณูปโภคและบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ รองรับความต้องการของประชาชนชาวลพบุรีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ-สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมตรวจสอบความเสียหายวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว

แชร์เนื้อหานี้

29 มีนาคม 2568 เวลา 15.30 น.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายณัชฐเดช มุลาลี
นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ ,ปกครองเชียงใหม่ ,ป้องกันภัยเชียงใหม่ ,
เทศบาลนครเชียงใหม่

กรมโยธาและผังเมือง จ.เชียงใหม่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกร และ สภ.เมืองชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูลรอง ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯ พร้อมด้วยร้อยเวร 20และกำลังสายตรวจ

ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบความเสียหาย วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว พบรอยแตกกระเทาะเล็กน้อยบริเวณ ผิวกำแพงภายในพระอุโบสถ 2 จุด(รหัสสีเขียว 🟢 ปลอดภัย)
ส่วนตัวพระธาตุเจดีย์หลวง ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ไม่มีการชำรุดแต่อย่างใด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซม ให้กลับมาสวยงามเช่นเดิมและยืนยันถึงความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาชม ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 68 นี้ ยังสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ปกติ ปลอดภัย   

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้กำชับให้ สถานีตำรวจทุกแห่งในสังกัดตรวจสอบอาคารสถานที่ ,วัดในเขต ,โรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันเหตุ และเป็นการป้องกันอาชญากรรม  จากมิจฉาชีพที่อาจก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน...

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/นายอำเภอชุมแพ เชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเที่ยวงาน บุญผะเหวด

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๕๐ น. โดยพระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าคณะตำบลนาหนองทุ่ม เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน

ได้จัดงานประเพณีบุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ,

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอชุมแพ ผู้บริหาร ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน คณะนางรำ คณะกลองยาว และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมบูรณาการจัดงานฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น

และมรดกภูมิปัญญาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยการนำของนางศิรดา มะลาสาย วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายชวดล สิงห์คำป้อง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ

เวลา ๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไปนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง ร่วมแห่พระเวสเข้าเมือง เวลา ๑๙.๐๐

นายสำราญ ศรีภา ร่วมสืบสานประเพณี บุญผะเหวด ฮีตสิบสอง สืบสานพระพุทธศาสนา และกล่าวเปิดงาน ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง-หนองม่วง ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่นข่าวสร้างสรรค์ สื่อสารเพื่อท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 15.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานทอดผ้าไตรบังสุกุล ในงานฌาปนกิจศพ นายดรัสพงศ์ ดีบุญมี ณ ชุมแพ

โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น อำเภอชุมแพ เขต 3, นางปริตา เตือนจันทึก ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น

พลตำรวจตรี ชัยทัต รุ่งแจ้ง อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสุภานันท์ เมืองสอน (กำนันแหนบทอง)ตำบลโนนหัน

นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นายประจวบ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ นางอรุณศรี ยิ่งยืน ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนหันวิทยายน นางพยงค์ ศรีภา

ผู้บริหารสถาบันอาชีวะศึกษาในเครือมหานคร ,ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่205 นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมพิธี ณ เมรุวัดแจ้งสว่างนอก ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ และฌาปณกิจศพนายดรัสพงษ์ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 พร้อมแสดงความยินดีกับประธานหอการค้าหญิงคนแรก มุ่งเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจน่าน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านมาช่วยพัฒนาบ้านเกิด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมหอการค้าจังหวัดน่าน นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2567 โดยได้รับเกียรติจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน เพื่อเป็นการกระชับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน กล่าวว่า หอการค้าน่าน ได้ผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดเป็นรูปธรรมหลายด้าน สำหรับในปีที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดน่านดำเนินกิจกรรมในมิติต่าง ๆ ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลักดันการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ตอนผาเวียง-ปากนาย ผลักดันการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

ผลักดันการสร้างด่านชายแดนห้วยโก๋น ผสานความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย หอการค้าน่าน เทศบาลเมืองน่าน และภาคีเครือข่าย ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยในปีนี้นายศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ได้หมดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งให้ คุณวัชรี(แอ๋ว) พรมทอง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยจะดำรงตำแหน่งวาระ 2 ปี ในปี 2568-2570

ด้านนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาจังหวัดน่าน ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าน่าน และภาคเอกชน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาจังหวัดน่าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลักดันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อันจะเป็นการสร้างการพัฒนาขับเคลื่อนจังหวัดน่าน ทั้งนี้จังหวัดน่าน ได้รับความร่วมมือจากหอการค้า และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันโครงการสำคัญต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ โครงการพัฒนาจังหวัดน่าน

ในการยกระดับท่องเที่ยวน่านสู่ท่องเที่ยวคุณภาพสูง น่านเมืองเก่าที่มีชีวิตเมืองแห่งวัฒนธรรมสู่มรดกโลก เกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงจากผลผลิตกาแฟน่าน เป็นต้น และร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดน่าน ภายใต้หลักการทำงานร่วมกัน กล่าวคือ รื้อฟื้น รักษา และพัฒนา รื้อฟื้น นำสิ่งดี ๆ ในอดีตกลับมาใหม่ รักษา สิ่งที่ทำไว้ดีอยู่แล้ว รักษาให้คงอยู่ต่อไป พัฒนา พัฒนาเมืองน่านในทุกมิติ สร้างงานใหม่/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมาเปิดตัวลูกมาร่า “Patagonian mara” สัตว์สุดแปลก

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิง้ห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา สวนสัตว์นครราชสีมา ได้เปิดตัวสมากชิกใหม่ ลูก “มาร่า” หรือ พาตาโกเนียนมาร่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดูได้นำออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับมาร่าที่อยู่ในการดูแลภายในสวนสัตว์นครราชสีมา

มีจำนวนทั้งหมด 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว และ ลูกมาร่าที่เกิดใหม่ อีก 1 ตัว ซึ่งตามธรรมชาตินั้น มาร่าพบได้ในแคว้นพาตาโกเนียน ประเทศอาเจนติน่าและประเทศปรากวัย อาศัยอยู่ในบริเวณทุ่งกว้างที่มีพุ่มไม้ขึ้นอยู่กระจัดกระจาย หรือในพื้นที่กึ่งทะเลทราย เป็นสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากคาปิบาร่าและบีเวอร์ มีนิสัยอ่อนโยน รักสงบ ออกหากินในเวลากลางวัน โดยจะกินพืช หญ้า ผลไม้ เปลือกไม้ และรากไม้

ด้านนายสัตวแพทย์สุทธิพงศ์ รัตนะ นายสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลูกมาร่าได้รับการตรวจสุขภาพ พบว่าสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อและแม่มาร่าเป็นอย่างดี และสามารถนำออกมาหน้าส่วนแสดงให้น้องๆหนูๆ และนักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของครอบครัวมาร่า
สำหรับ มาร่า หรือ พาตาโกเนียนมาร่า

นับว่าเข้าข่ายที่จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากการไล่ล่าสัตว์ของมนุษย์หรือโดนล่าจากสัตว์อื่นๆ เช่น เสือ สุนัขจิ้งจอก และนกล่าเหยื่อ อีกทั้งจากการแข่งกับสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ เพื่อแย่งชิงอาหาร เช่น กระต่ายยุโรป แกะ จึงทำให้พาตาโกเนียนมารามีจำนวนประชากรที่ลดลง เราจึงต้องรณรงค์และอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญพันธุ์

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ _ ไลน์ ทรานสปอร์ต กับมาตรฐาน “Q Mark” การันตี 8 ปีต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) ในฐานะผู้บริหารธุรกิจโลจิสติกส์-ขนส่งทางบก ภายใต้ SVL Group พร้อมทีมงาน ได้ต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท ทีพีเอส คอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจากกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ ผศ.ดร.ทัศนีย์ สิราริยกุล นายสุรชัย ขันธมิตร และนายทรงยศ รัตนภวนนท์ ในการเข้าตรวจประเมินการรับรอง “Q Mark” ประจำปี 2568 หรือมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก ซึ่งกำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก ในปี พ.ศ.2552 เพื่อยกระดับการบริการขนส่งสินค้าทางถนนในประเทศไทย

โดยครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป การประเมินครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ องค์กร การปฏิบัติการขนส่ง พนักงาน ยานพาหนะ และลูกค้า สรุปผลคือ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ผ่านการประเมินมาตรฐาน Q Mark ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และเตรียมรับตราสัญลักษณ์จากกรมการขนส่งทางบก โดยการตรวจประเมินล่าสุด ณ พื้นที่บริการ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานกาชาดของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ.2568 จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 19.00 นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (อำเภอชุมแพ เขต 3) ร่วมงานประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ.2568

โดยนายไกรสอน กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ มีผู้มาร่วมงานจำนวนมากทั้งส่วนราชการ เอกชน องค์กรชาวบ้าน เช่น นายสิงหภณ ดี

นาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย นายนาวิน คำเวียง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิรุตติ์ ปานนาค รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คนที่ 1 อัยการจังหวัดชุมแพ,

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ, พัฒนาการอำเภอชุมแพ , ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น, ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอชุมแพ, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด,

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสะอาด ,นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน, ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน, นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไผ่, กำนันตำบลโนนหัน ผู้นำท้องถิ่นและท้องที่ องค์กรกิ่งกาชาด

และองค์กรภาคประชาชน เป็นต้น นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ ขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ กล่าวถึงงานประเพณีกาชาดรวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 โดยมีส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และกิ่งกาชาด เป็นหลักนั้น ยินดีที่ประชาชนมาอย่างเนื่องแน่น

วินนิวส์/ข่าว/สมมาตร์ แอมไร่/ภาพ /ศูนย์ข่าวสื่อรัฐทีวีจังหวัดขอนแก่น

ภาพ/ข่าว จ่ากบชุมแพ จ.ขอนแก่น

เทศกาลงานประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน ระหว่าง 15-22 มีนาคม 2568 ณ.ลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 18.15 น.นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568และได้มอบโลห์เกียรติยศให้แก่บุคลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอชุมแพ ปีนี้ได้พิจารณาคัดเลือกศิลปิน แซ็ก ชุมแพเป็นผู้ได้รับรางวัล คนดี ศรีขอนแก่น โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพกล่าวรายงานและ

วัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ส่งเสริมสินค้าการเกษตร สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ภายในงานมีกิจกรรมวิถีชีวิตของชาวชุมแพ กล่าวถึงประวัติศาสตร์ศิลปะวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่และแสดงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่น จัดประกวดผลผลิตทางการเกษตร ประกวดไก่สวยงาม ประส้มตำลีลา การปรุงอาหาร ลาบ ก้อย หม่ำ ไส้กรอก อาหารพื้นบ้านซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวอีสานที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนชาวชุมแพพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 ขอนแก่น พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรักษารัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษา

นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานการศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิการกุศล จนเสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

ภาพ/ข่าว จ่ากบชุมแพ จ.ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พร้อมใจทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง จ.ลพบุรี /โครงการชุมชนตำบลยั่งยืนแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่14 มีนาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารเอนกประสงค์โรงเรียนโคกสำโรง ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพพบุรี
นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาเดินทางถึงบริเวณจัดงาน มอบบริจาคสิ่งของต่างๆช่วยการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง พร้อมด้วย นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี เขตุ 4 พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผกก.สภ.โคกสำโรง

พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร สวป.ฯ พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.
นายแพทย์นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโคกสำโรง นางกาญจนา สุขกำเนิด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี นางกิติพร แต่งชุ่ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสำโรง นายสำรวย งามขำ กำนันตำบลโคกสำโรง คณะกรรมการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง และประธานอุปถัมภ์ พ่อค้า ประชาชน คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน ร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษาโรงเรียนโคกสำโรง

ทั้งนี้ได้กราบนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ทอดผ้าป่า และฉันภัตตาหารเพล วัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนมีทุนใช้จ่ายเพียงพอและเพิ่มวิชาความรู้ให้กับเด็กนักเรียน เพื่อเด็กนักเรียนจะได้มีความรู้ มีประสิทธิ์ภาพเมื่อนักเรียนจบออกไป นำความรู้จากการเรียนไปใช้ในโอกาสภายภาคหน้า

ทางด้านนางสาวรัตติญา นวลจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกสำโรง จึงได้ประชุมคณะครู กรรมการโรงเรียนโคกสำโรง ผู้ปกครอง มีความเห็นตรงกันจึงต้องจัดหาทรัพย์เพื่อจ้างครูวิชาเอกนาฏศิลป์ มาสอนเสริมให้ความรู้แก่บุตรหลาน วิชานาฏศิลป์ จะต้องอยู่คู่กับคนไทย และนักเรียนโรงเรียนที่เรียนจบจากโรงเรียนโคกสำโรง จึงได้จัด โครงการระทมทุน เพื่อรวบร่วมทรัพย์เพื่อการศึกษาในครั้งนี้
และทางคณะครูนักเรียนยังได้รับการอุปถัมภ์จากนายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ (ห้างกิจนิยม) นำเครื่องดนตรีไทยที่มีอยู่ แต่เกิดการชำรุดเสียหายลงบ้าง จึงได้นำเครื่องดนตรีไทยเหล่านั้นไปซ่อมแซมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้กลับมาใช้งานได้ดี และเป็นประโยชน์แก่เด็กนักเรียนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

โครงการชุมชนตำบลยั่งยืนแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ สภ.โคกสำโรง ภจว.ลพบุรี

12 มีนาคม 2568 เวลา 16.00 น. ที่วัดท่าม่วง บ้านใหม่สามัคคี หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต
ผกก.สภ.โคกสำโรง
พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม
รอง ผกก.ป.ฯ
พ.ต.ท.องอาจ เนียมศรีเพชร
สวป.ฯ
พร้อมชุดปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์
พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์
สวป.(ชส.)ฯ
ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์
รอง สวป.(ชส.)ฯ
ร.ต.ท.พรชัย ธรรมวริทธิ์
รอง สว.(ป.)ฯ
ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย
ผบ.หมู่(ป.)ฯ
ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ
ผบ.หมู่(ป.)ฯ
ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพ

ผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรโคกสำโรง (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ประชาชน อสม. ร่วมพิธีเปิดโครงการโครงการดำเนินการตําบลยั่งยืนกว่า 200 คน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จังหวัดลพบุรี และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1

ได้จัดทำดำเนินการชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามแบบยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำความสุขสู่ชุมชน หมู่บ้านท่าม่วง หมู่ที่ 1 และบ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 2 ตำบลหนองแขม อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และประเทศชาตินั้นทุกภาคส่วน จะประสานความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ผู้นำชุมชน หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานเข้าเจ้าของหมา นายอำเภอ อบต.ชงเรื่อง ตม.จ่อพิจารณาเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศ / พบ “เลียงผา” อวดโฉมสายตานักท่องเที่ยวบนเขาสามร้อยยอด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่8มีนาคม2568 นายสุทินประเสริฐศักดิ์นายอำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มอบหมายให้นายณัฐพงษ์ไกรนราปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เสียหาย ประชาชนที่เดือดร้อนเข้ามาประชุมที่ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์ โดยมี พตท.วรพงษ์ ชาวแพะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.อำเภอบางสะพาน นางสาวจินตาคงแป้น เจ้าพนักงานสาธารณสุขประจำองค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์  คุณธนพล อาภรณ์รัตน์   ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์พร้อมกับผู้เสียหายประชาชน นักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางแก้ไขและหาทางออกในเรื่องนี้
  กรณี นายโรฟ วีเบอร์ นักท่องเที่ยวชาวสวิดเซอร์แลนด์พร้อมเพื่อนๆทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.บางสะพาน ถูกหมาของนายมาเทียสเพื่อนร่วมชาติกัดขณะเดินเล่นตามชายหาดเป็นครั้งที่สองนั้น

สาสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมชาวบ้านในพื้นที่ร่วมชี้แจงเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดซ้ำซากอยู่บ่อยครั้ง และอยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไป เนื่องจากที่ผ่านมา อบต.มีการประชุมร่วม มีมติสั่งห้ามนำหมาเดินเล่นโดยไม่มีเชือกปลอกคอ และให้นำหมาที่เคยกัดนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่จนกว่าคดีจะสิ้นสุด แต่มีการฝืนคำสั่งประกาศอยู่บ่อยครั้งและเรื่องยังอยู่ในขบวนการของศาลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยที่จะนัดในวันที่ 11 มีนาคม2568ที่จะถึงนี้แต่กลับมาก่อเหตุซ้ำสองอีก ส่วนกระบวนการทางกฎหมายให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเรียกนายมาเทียสเจ้าของหมาเข้าให้ปากคำเพิ่มอีกครั้ง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นคดีลหุโทษ ก่อนจะส่งสำนวนคำสั่งฟ้องทางปกครองต่อ

ส่วนผลการเจรจาระหว่างหน่วยงานกับกลุ่มชาวบ้านและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในพื้นที่ทราบว่า เสนอให้มีการประชุมหมู่บ้านเพื่อทำประชาพิจารณ์ประชาคมผู้มีส่วนได้เสียต่อเหตุการณ์ดังกล่าวในวันที่ 9 มีนาคม 2568ที่ศาลาหมู่1 ส่งถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณา ด้านนายณัฐพล ปลัดอำเภอบางสะพานกล่าวว่าได้รับคำสั่งของท่านนายสุทินประเสริฐศักดิ์นายอำเภอบางสะพานให้มาดูเรื่องนี้ จากผู้เลี้ยงสุนัขในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลพงศ์ประศาสน์กับนักท่องเที่ยวและชาวบ้านหลายครั้งซึ่งครั้งนี้ก็ได้ไปแจ้งข้อกล่าวหาไว้แล้วที่โรงที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางสะพานและก็

ได้ส่งตัวผู้บาดเจ็บที่โดนสุนัขกัดไปตรวจที่โรงพยาบาลบางสะพานทางร้อยเวรก็รอผลตรวจอยู่เพื่อจะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไปซึ่งในการพูดคุยกันวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบได้รับความเดือดร้อนก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมพูดคุยเจรจาแล้วเพราะเคยพูดคุยไกล่เกลี่ยมาหลายครั้งแล้วไม่เคยปฏิบัติตามเลยแม้แต่ครั้งเดียวพวกเราจะขอดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ในส่วนทางอำเภอบางสะพานจะรวบรวมรูปถ่ายวีดีโอที่ชาวบ้านและผู้ที่เสียหายได้ผลกระทบในการกระทำผิดต่างๆที่ผ่านมาและในครั้งนี้ เพื่อส่งให้ท่านนายอำเภอ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลพงศ์ประศาสน์รวบรวมส่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม)พิจารณาวีซ่าเข้าประเทศของนายมาเทียสต่อไป ณัฐพงษ์ไกรนาราปลัดอำเภอกล่าว


พบ “เลียงผา” อวดโฉมสายตานักท่องเที่ยวบนเขาสามร้อยยอด สะท้อนความสมบูรณ์พื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์แห่งแรกของไทย

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68 นายพิศิษฐ์ เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ระหว่างการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบ “เลียงผา” สัตว์ป่าสงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ปรากฏตัวอยู่บนยอดเขาหินปูนสูงชัน บริเวณเขาลูกน้อย (สะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติ) หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จากระยะไกล นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ เลียงผา (Serow) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเยียงผาหรือโครำ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Bovidae ที่มีวิวัฒนาการทางร่างกายเหมาะสมกับการอาศัยอยู่บนหน้าผาและภูเขาสูงชัน ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) และได้รับการคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวนตามกฎหมายไทย


“อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ครอบคลุมพื้นที่กว่า 98,000 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย (Ramsar Site) ประกอบด้วยระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งภูเขาหินปูน ป่าชายเลน ทุ่งหญ้า และพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะนกน้ำและนกอพยพกว่า 300 ชนิด การพบเลียงผาออกหากินในครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์และการทำงานอย่างทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการดูแลผืนป่าและสัตว์ป่า พร้อมเน้นย้ำขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ” นายพิศิษฐ์ กล่าว.
นอกจากความสำคัญด้านระบบนิเวศแล้ว เขาสามร้อยยอดยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดประจวบฯ ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ถ้ำที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนตลอดทั้งปี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ. จัดโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพดล สรวงประดิษฐ์ พลังงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เป็นประธานเปิดงานโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.)

โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภออำเภอทับสะแก นายชัยยศ หาญอมร ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ นางลาวัลย์ คงแสงบุตร หัวหน้ากองบริหารงานชุมชนสัมพันธ์ นายฉัตรชัย มหาโพธิ์ผช.สาธารณสุขอำเภอ นายเชาว์
เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง

นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นางกาญจนา ศุภานุสนธิ์กำนันตำบลทับสะแก นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอทับสะแก เจ้าหน้าที่พนักงาน กฟผ.ร่วมกิจกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.

ได้ดำเนินภารกิจหลักในการผลิตและส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสนับสนุนกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อความสุขของคนไทย มาโดยตลอด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาความบกพร่องทาง สายตาในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ “โครงการแว่นแก้วเฉลิมพระกียรติ”

เป็นโครงการที่ กฟผ. ร่วมกับ พันธมิตร ดำเนินการออกหน่วยบริการวัดสายตาประกอบแว่นโดยไม่คิดมูลค่าให้กับผู้มีปัญหาทางด้านสายตา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่อยมาจนถึงปัจจบัน นับเป็นปีที่ 22 โดยให้บริการออกหน่วยทั่วทั้งประเทศมาแล้ว กว่า 573 ครั้ง ครอบคลุม 70 จังหวัด และได้ให้ความช่วยเหลือแก่ ผู้ที่มีปัญหาทางสายตาไปกว่า 346,000 แว่นตา

สำหรับในปี 2568 กฟผ. ได้จัดทำโครงการแว่นแก้วเฉลิมพระเกียรติ
เป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลอง พระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 มีเป้าหมายในการดำเนินงาน ปี 2568 จำนวน 35,000 แว่นตา

กิจกรรมในครั้งนี้ กฟผ. ร่วมกับพันธมิตรดำเนินการออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 6-7 มีนาคม 2568 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ มี เป้าหมายสนับสนุนแว่นตา จำนวน 1,000 แว่นตา

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649645443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ทำบุญอุทิศ ส่วนกุศลแก่สื่อมวลชนที่ล่วงลับพร้อมกับปล่อยพันธุ์ปลานิล 99,999 ตัว เนื่องในงาน “วันนักข่าว 5 มีนาคม 2568”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 มีนาคม 2568 ณ วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายเสรี พิมพ์มาศ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส โดยมีพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดมิ่งเมือง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำโดยนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำคณะร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเนื่องในวันนักข่าวหรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ เพื่อหาเงินไว้เป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านและกิจกรรมเพื่อสังคมสาธารณะประโยชน์โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทหาร ตำรวจ และประชาชนร่วมพิธีจำนวนมากในโอกาสเดียวกันนี้

กลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน ได้มาฟ้อนสมโภชองค์ผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย หลังจากเสร็จพิธีทางสงฆ์ที่วัดมิ่งเมืองสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านได้มีพิธีปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 99,999 ตัวเพื่อขยายพันธ์ุปลาในแม่น้ำน่าน โดยได้รับความอนุเคราะห์พันธุ์ปลาจากประมงจังหวัดน่าน

เนื่องด้วยวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ หรือ วันนักข่าว และเป็นวันครบรอบของการก่อตั้งสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ซึ่งได้ก่อตั้งมา47 ปี จึงได้ถือเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง และได้มีกิจกรรมทำมาอย่าต่อเนื่องโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้เพื่อได้ทำบุญทางศาสนา

เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่สมาชิกและทำบุญ อุทิศกุศลถึงผู้ทำหน้าที่ด้านการสื่อสารในจังหวัดน่านที่ล่วงลับและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อนำเสนอผลงานในรอบปีที่ผ่านมาสู่องค์กรหน่วยงาน เครือข่าย ต่างๆได้รับทราบ ด้านนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านกล่าวว่า

ผมต้องขอกราบนมัสการขอบพระคุณท่านพระราชศาสนาภิบาลเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดมิ่งเมือง พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระวชิราภินันท์ เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระครูสิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน วัดดอนมูล

ทีมีเมตตาสนับสนุนผ้าป่าของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ทหารตำรวจ กัลยาณมิตร ทุกท่านและพี่น้องประชาชนทุกๆท่านที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้เป็นย่างยิ่งครับ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ผู้ว่าประจวบฯ มอบถังน้ำ เก้าอี้สุขา และสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งและผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 มี.ค.2568 ที่อาคารโรงยิมเนเซี่ยม 2 สนามกีฬากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบฯ ร่วมในพิธีรับมอบถังเก็บน้ำพลาสติก ขนาด 1,000 ลิตร 100 ใบ และกล่องพลาสติกบรรจุสิ่งของ อุปโภค-บริโภค 150 ชุด จาก คุณวิรัช – คุณพรพิศ อาชวกุลเทพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรหมสิน พี.เอส.ซี. จำกัด และรับมอบเก้าอี้สุขา 200 ตัว จาก คุณสมาน – คุณเพียงเพ็ญ คุณากรไพบูลย์ศิริ กรรมการผู้จัดการ

บริษัท เกรียงถาวร คอนเทนเนอร์ จำกัด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 721,000 บาท โดยมี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายเรวัต ประสงค์ อดีต ผวจ.อ่างทอง นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ อดีต ผวจ.พิษณุโลก นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ อดีต ผวจ.ลพบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี โอกาสนี้ พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ขอบคุณคณะผู้บริจาค

จากนั้น ผวจ.ประจวบฯ ได้มอบของที่ระลึก โล่ประกาศเกียรติคุณ หนังสือแสดงความขอบคุณให้กับคณะผู้บริจาค ก่อนร่วมกันทำพิธีปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำเคลื่อนออกจากสนามกีฬากลางจังหวัดฯ ไปมอบให้แก่ครัวเรือนในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากใน อ.ทับสะแก 41 ใบ อ.เมืองประจวบฯ 57 ใบ และ อ.สามร้อยยอด 2 ใบ เพื่อให้มีภาชนะสำหรับใช้ในการเก็บกักน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค บรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ส่วนสิ่งของอุปโภคบริโภคจะนำไปมอบให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้

ตามที่ได้มีการสำรวจข้อมูลความต้องการในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ แบ่งเป็น อ.เมืองประจวบฯ 50 ชุด อ.ทับสะแก 40 ชุด ส่วนอีก 6 อำเภอ ได้แก่ อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี อ.สามร้อยยอด อ.กุยบุรี อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย ได้รับมอบอำเภอละ 10 ชุด ขณะที่เก้าอี้สุขาจะนำไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อ.หัวหิน 3 ตัว อ.ปราณบุรี 22 ตัว อ.สามร้อยยอด 1 ตัว อ.กุยบุรี 63 ตัว อ.เมืองประจวบฯ 27 ตัว อ.ทับสะแก 26 ตัว อ.บางสะพาน 48 ตัว และ อ.บางสะพานน้อย 10 ตัว
//////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.4 ชักชวนผู้นำศาสนารณรงค์ชักชวนชาวบ้านทำความดีละเว้นความชั่วเดือนรอมฎอน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มค.68 ที่มัสยิดบันนังกาแย อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางร่วมกิจกรรมพบปะระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้นำศาสนาตลอดจนพี่น้องมุสลิม

ในพื้นที่ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมสำคัญทางศาสนาในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ พร้อมทั้งส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยแม่ทัพภาพที่ 4 กล่าวว่า ขอยึดมั่นในนโยบายที่วางไว้ ในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของพี่น้องไทยมุสลิม

ที่จะให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก สร้างความมั่นคงปลอดภัยในการประกอบศาสนกิจอย่างเต็มที่แก่ประชาชน เพื่อให้เดือนรอมฎอนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เจ้าหน้าที่และส่วนราชการพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวก

แต่ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นทุกส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์ชักชวนการทำความดีละเว้นความชั่วทั้งปวง สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกันสร้างสังคมสันติสุขให้เป็นเดือนรอมฎอนสันติสุข

ปราศจากความรุนแรง อย่างไรก็ตามพร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมอัตลักษณ์ความงดงามของคนในพื้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายชุดมลายู หรือการประกวดซุ้มประตู ทั้งนี้ทุกกิจกรรมสามารถกระทำ

ได้ตามความเหมาะสมโดยต้องไม่ละเมิดหรือผิดกฎหมาย หรือปล่อยให้บุคคลที่ 3 มาทำกิจกรรมแอบแฝง ส่งผลกระทบความมั่นคงรวมถึงขอให้ผู้ปกครองให้ช่วยกันกำชับลูกหลาน

ในเรื่องการเล่นจุดประทัดและดอกไม้ไฟ เพราะก่อให้เกิดอันตรายเพราะเป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักศาสนาและผิดกฎหมาย ก่อนที่แม่ทัพภาค 4 จะมอบสิ่งของต่างๆที่ไปบริโภคในช่วงละศีลอดให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
///////////////////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดบ้านวิชาการโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ ประชาชนม่วนคัก ได้ประชันฝีมือลาบ

แชร์เนื้อหานี้

เสียงเขียงดังสนั่น ผอ.การท่าหนุนจัดอีก เน้นส่งเสริมและสนับสนุนหมู่บ้านรอบกาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในอนาคตอันใกล้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เมื่อเวลา09.00 น.วันที่28กุมภาพันธุ์ 2568ที่ผ่านมาที่ ณ สนามโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงรายนายชัยวัฒน์  ศรีเสาวลักษณ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานเปิดบ้านวิชาการลานOTOPชุมชน โดยรอบอากาศยานครั้งที่ 1/2568 ต่อ นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ในวันดังกล่าวมี  การแสดงนิทัศน์การ ด้านวิชาการโรงเรียนบ้านป่าสักไก่   การแสดงนิทัศน์การสาธิตป้องกันอัคคีภัย แจกแผ่นพับสาระฯประโยชน์จากการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง การแสดงสินค้าOTOP สินค้าผักและอาหารพื้นบ้านจากซุ้ม4หมู 3,10,12,14,16,20จากนั้นประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงได้ตรวจเยี่ยมชมซุ้มแต่ละหมู่บ้านที่ได้นำสินค้าพื้นบ้านออกมาแสดง โดยมีการทักทายผู้นำหมู่บ้านและแม่บ้านพ่อบ้านที่ร่วมงานครั้งนี้  นอกจากนี้มีการแสดงการเต้นประกอบเสียงเพลงของกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งดาวรุ่งจากตัวแทน6 หมู่บ้าน 

ในเวลา11.00 น.มีการประกวดแข่งขันลาบเมืองเหนือ และเวลาบ่ายโมงมีการประกวดแข่งขันส้มตำลีลาทำให้บรรยากาศในบริเวณวานคึกคักสร้างสีสันความสนุกแก่ผู้ร่วมงาน ปิดท้ายด้วยการแสดงของนักเรียนบ้านป่าสักไก่ แสดงวงดนตรีไทย ฟ้อนแม่ระมิงค์ สวัสดีอาข่า  นาวาอากาศตรี สมชนก ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงกล่าวว่าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ได้ดูแลและสนับสนุนชาวบ้านในชุใชนโดยรอยท่าอากาศยานฯเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และส่งเสริมชาวบ้านให้ได้มีโอกาส เงินสร้างรายได้ในชุมชน ประกาศชื่อเสียงของดีหมู่บ้าน เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้การท่าอากาศยานฯจังหวัดเชียงรายจะเป็นศูนย์กลางการซ่อมอากาศยานที่ใหญ่สุดในประเทศไทย อนาคตลูกหลานคนเชียงรายจะมีโอกาสเข้าทำงานเพราะจะมีการจ้างงานเป็นจำนวนมาก การจัดงานในวันนี้การท่าอากาศยานฯเห็นความสามัคคีระหว่างผู้นำชาวบ้าน โดยเฉพาะกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ได้วางแผนการจัดงานออกมาดีเยี่ยมในโอกาสต่อไป ทางการท่าอากาศยานฯคงยังจะต้องสนับสนุนต่อไปเนื่องจากเห็นรอยยิ้มประชาชน  

ด้านนายชัยวัฒน์ ประธานกรรมการศึกษาโรงเรียนบ้านป่าสักไก่ กล่าวว่ารูปแบบการจัดงานปีนี้เราได้รับการตอบรับจากประชาชน6หมู่บ้าน สามารถแสดวผลงานทางด้านวิชาการของนักเรียนโรงเรียนบ้านป่าสักไก่และความสามัคคีระหว่างผู้นำและประชาชน6หมู่บ้าน สินค้าพื้นบ้านผักปลอดสารพิษและอาหารพื้นเมืองขายดีมาก หมดทุกราย รวมทั้งได้ส่งเสริมสนับสนุนผีมือการทำลาบเมืองเหนือและส้มตำลีลา คัดสรรยอดฝีมือ และปีหน้าอาจจะมีการขยายและต่อยอดหมู่บ้านที่เข้าร่วมอีกหลายหมู่บ้านทั้งนี้อยู่ที่การสนับสนุนงบจากการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ต้องขอขอบคุณการท่าฯมาณโอกาสนี้.

ธนกฤต #วรรมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.มาเรีย ลงพื้นที่สะพานข้ามแยกแสงอรุณ หลังได้รับการประสานจากผู้นำและชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างสะพานข้ามแยก ถนนเพชรเกษม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำในพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างสะพานข้ามแยกยูเทิร์นกลับรถ บ้านแสงอรุณ ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก

หลังได้รับการร้องขอแก้ไขว่า ช่วงถนนเพชรเกษมเลนคู่กับสะพาน ฝั่งขาขึ้น กทม. ที่จะเลี้ยวเข้าบ้านไร่ใน แบบโครงการเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ถนนจะมีความลาดชันต่ำกว่าถนนสายรอง ประมาณ 1.50 เมตร รถเล็กอาจไม่สามารถ ขึ้น-ลง ได้ตามปกติ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และผู้ปกครองที่มา รับ-ส่ง บุตรหลานจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมรับคำชี้แนะจากนายช่างผู้ควบคุมงานบริเวณจุดดังกล่าว

ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 สาย บ.ห้วยยาง – อ.บางสะพาน (4 ช่องจราจร ) สัญญาที่ สท.1/10/2566 ลงวันที่ 25 เมษายน 2566 วันเริ่มต้นสัญญา วันที่ 26 เมษายน 2566 วันสิ้นสุดสัญญา วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับจ้าง บริษัท เอ็ม.ซี. คอนสตรัคชั่น (1979) จำกัด

ออกแบบโดยสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงควบคุมงานโดย สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง ซึ่งหากทำตามแบบแปลนการก่อสร้างจะทำให้ถนนสายรองแยกเข้าบ้านไร่ใน จะมีความชันสูงเนื่องจากถนนเพชรเกษมจะต่ำลง ชาวบ้านเกรงได้รับอันตราย จึงขอให้ทาง กรมทางหลวงแก้ไข้แบบแปลนหรือทำถนนให้รับกับทางสายรองได้ไหม

ด้าน นายกวีวัฒน์ รุจิรปัญญานนท์ ผู้บริหาร หจก ตรงตวงปิโตรเลียม ซึ่งมีปั้มน้ำมันอยู่ช่วงขาลงสะพานข้ามแยกฝั่งขาขึ้น กทม.มีหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีการดำเนินการก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 ตำแหน่ง กม. 340+770 ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับเปลี่ยน เบี่ยงทางจราจรหน้า PTT Station ประมาณ 200 เมตร และทราบว่าโครงการมีแผนจะสร้างเกาะทางเท้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน หจก.ตรงดวง ปีโตรเลียม

ในส่วนนี้จึงขอให้พิจารณายกเลิกการสร้างเกาะทางเท้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน หจก.ตรงตวงปีโตรเลียม หรือให้ทำเป็นก้างปลาจะดีกว่า โดยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ได้มีการตรวจรับงานโครงการบางส่วน ประธานโครงการ ได้รับปากว่าจะแก้ไขปรับปรุง ณ ปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใด ๆ จึงแจ้งทางศูนย์ดำรงธรรรมเพื่อเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 บ.ห้วยยาง-บางสะพาน ตำแหน่ง กม. 340+770 มาตกลงแบบการก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะทำการแก้ไขได้อย่างไร

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบปัญหา ได้ลงพื้นที่ดูพบว่าการก่อสร้างของกรมทางหลวงนั้นมีประโยชน์ต่อชาวบ้าน แต่อยากให้กรมทางหลวงปรับแก้ไขเรื่องแบบแปลนการก่อสร้าง ให้สัมพันธ์เข้ากับสภาพปัญหาในพื้นที่ ให้กับชาวบ้านที่ต้องใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน โดยเบื้องต้นจะประสานไปทางกรมทางหลวงเพื่อหาแนวทางแก้ไขและปรับแปลนแบบได้แค่ไหน
//////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวโวยปะการังน้ำตื้นเกาะทะลุพังยับเยินกว่า 1 ไร่หลังเรือบาร์จ 3 ลำ โดนคลื่นทะเลพัดหลุดเข้าไปในทุ่งปะการังสวยงาม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.00  น.วันที่ 28   กุมภาพันธ์  ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไปดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่บริเวณอ่าวใหญ่ หน้าเกาะทะลุ หมู่ 3 ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบปะการังสวยงามถูกทำลายเสียหายยับเยิน  โดยขอให้หน่วยงานสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคประจวบคีรีขันธ์  ฝ่ายปกครอง อ.บางสะพานน้อย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ทราบทอง ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ กรณีที่เรือบาร์จจอดหลบลมบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะทะลุ ถูกคลื่นทะเลพัดหลุดเข้าไปในพื้นที่ปะการังน้ำตื้นทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้างกว่า 1 ไร่   เหตุเกิดเมื่อวันที่  27 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่เรือลากจูงยังจอดในจุดเดิม  แต่ยังไม่มี จนท.รัฐหน่วยใดไปตรวจสอบความเสียหายของปะการังน้ำตื้น ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพนานหลายสิบปี

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกันสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาประจวบคีรีขันธ์ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือว่าเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ชื่อ เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ทะเบียนเรือ 500051373ขนาด 75 ตันกรอส เรือดัน-ลากจูง พร้อมกับเรือบาร์จอีก 3 ลำทราบชื่อ   1. ป.พลายแก้ว 6 2. เพิ่มทรัพย์ภูมรินทร์ 3. เลิศวัฒนา 6  โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ได้ทำการลากพ่วงเรือทั้ง 3 ลำ โดยบรรทุกสินค้าปูนซีเมนต์จากกรุงเทพฯ ไป จ.ปัตตานี ระหว่างทางมีคลื่นลมแรง ผู้ควบคุมเรือจึงได้ทำการทอดสมอโดยทิ้งสมอจากเรือบาร์จลำแรก เพื่อหลบลมที่เกาะทะลุ เวลาประมาณ 03.00 น. และในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกันพบว่าโซ่สมอขาดส่งผลให้เรือบาร์จทั้งสามลำไปชนกับปะการังและโขดหิน ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณท้องเรือจนทำให้เรือรั่ว จำเป็นต้องใช้ปั๊มน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เรือจม ผู้ควบคุมเรือจึงได้ลากเรือบาร์จลำแรกไปยังพิกัด 11°05.224’ N, 099°30.058’ E เพื่อรอการซ่อม

ขณะที่เรือบาร์จสองลำที่เหลือไม่สามารถลากออกมาได้เนื่องจากติดน้ำตื้น จำเป็นต้องรอให้น้ำทะเลขึ้นก่อน จากนั้นเรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ได้ลากจูงเรือบาร์จทั้งสองลำที่เหลือมายังจุดเดียวกันเพื่อรอการซ่อม  สำหรับเจ้าของเรือดังกล่าวคือ  บริษัท เซ้าท์เธิร์นโลจิสติกส์ (2009) จำกัด เรือสุขอุดมทรัพย์ 19 ทะเบียนเรือ 500051373 ขนาด 75.00 ตันกรอส เรือดัน-ลากจูง ใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 และจาการตรวจสอบพบว่า นายสมเกียรติ ไชยะผู้ควบคุมเรือและใบประกาศนียบัตรที่ใช้หมดอายุ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2567 ซึ่งมีความผิดตามมาตตรา 282 ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย 2456 จะต้องเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคประจวบคีรีขันธ์  ได้ประสานงานกับผู้ควบคุมเรือ ซึ่งได้รับแจ้งว่าขณะนี้มีการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในเบื้องต้น และหากมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม จะมีการติดต่อแจ้งขอความช่วยเหลือต่อไป  ต่อมาสำนักงานเจ้าท่าได้ออกคำสั่งห้ามใช้เรือทั้งหมด 3 ลำได้แก่ 1. ป.พลายแก้ว 6 ทะเบียนเรือ 191089488 2. เพิ่มทรัพย์ภูมรินทร์ ทะเบียนเรือ 4310022173. เลิศวัฒนา 6 ทะเบียนเรือ 421003376 พร้อมออกประกาศที่  35/2568 ให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว รวมถึงเรือนำเที่ยวไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะทะลุ
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดงาน มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ ประจำปี 2568 มีเชฟดังกับ เมนูพิเศษ แกงมัสมั่นตุ๋นเนื้อน่องลาย / โจรขโมยรถจากศูนย์ฟอร์ดอุบล ขับรถหลบหนี ขู่เติมน้ำมัน ชิงลอตเตอรี่ ยังจับตัวไม่ได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 17.30 น.นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษประจำปี 2568 นายสัตวแพทย์นัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ หน่วยงานดำเนินการจัดงาน กล่าวรายงาน จังหวัดศรี สะเกษเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตโคเนื้อที่สำคัญของประเทศไทย มีเกษตรกรผู้เลี้ยง โคเนื้อกว่า 105,500 ราย และมีโคเนื้อมากกว่า 511,213 ตัว คิดเป็น ๔๑.๙96

ของจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมด การพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด และเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ การจัดงานครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่1.การเชื่อมโยงตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการร่วมมือระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมถึงการเจรจา การค้ากับร้านอาหาร โรงแรม และตลาดค้าปลีก
2.การส่งเสริมคุณภาพโคเนื้อ พัฒนามาตรฐานการเลี้ยงและกระบวนการผลิต โดยสนับสนุนการปรับปรุงสายพันธุ์

การบริหารจัดการฟาร์มตามมาตรฐาน GFM (Good Farming Management) และเทคนิคการขุนโคเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ3.การสร้างแบรนด์ “เนื้อดีศรีสะเกษ / Srisaket Premium Beef”เพื่อผลักดันให้เนื้อโคศรีสะเกษเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างเมนูพิเศษที่ดึงดูดผู้บริโภค

;

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่กิจกรรมเชฟเทเบิลสุดพิเศษ นำเสนอสุดยอดเมนูจากเนื้อโคศรีสะเกษ ผ่านการรังสรรค์ของเชฟชื่อดังกิจกรรมเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมจะได้รับการส่งเสริมความรู้และทักษะ ด้านการทำอาหาร การแปรรูปเครื่องหนัง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอด เป็นผลิตภัตภัณฑ์แฮนด์เมดเพื่อจำหน่ายกิจกรรม Business Matching

;

เชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ประกอบการร้านอาหาร เพื่อสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การสร้างความร่วมมือเพื่อขยายตลาดโคเนื้อศรีสะเกษให้เติบโตอย่างยังยืนเพราะตลาดที่ดีเริ่มต้นจากเครือข่าย ที่แข็งแกร่ง Business Matching ครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้กับโคเนื้อศรีสะเกษการแสดงและกิจกรรมความบันเทิง


;

นอกจากกิจกรรมเชิงธุรกิจ และความรู้แล้ว งานมหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ 2568 ยังมีกิจกรรมการแสดงและกิจกรรมความบันเทิง ที่ช่วยสร้างบรรยากาศความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มเป้าหมายกิจกรรมในพิธีเปิด วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งภายในงานดำเนินกิจกรรมลงนาม MOU ข้อตกลงความร่วมมือซื้อขายโคระยะต้นน้ำ ระหว่างประธานสหกรณ์โคเนื้อดอกลำดวนจำกัด กับ

กลุ่มวิสวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนเวที รวมทั้งกิจกรรม Shef’s Table Fine Ding รังสรรค์เมนุพิเศษ กับเมนูมัสมั่นตุ๋นเนื้อน่องลาย สำหรับประธาน แขกรับผู้มีเกียรติ จำนวน 100 ท่าน และผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมบนแฟนเพจFacebook มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ จำนวน 30 คน ซึ่งนำวัตถุดิบจากจากเกษตรตรกรจังหวัดศรีสะเกษ รวมทั้งชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เน็ค นฤพล พร้อมทั้งเยี่ยมขมร้านค้าที่มาออกบูธจำหน่ายสินค้า 40 ร้านกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สวนสาธารณะลานออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปีจังหวัดศรีสะเกษ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

โจรขโมยรถจากศูนย์ฟอร์ดอุบล ขับรถหลบหนี ขู่เติมน้ำมัน ชิงลอตเตอรี่ ยังจับตัวไม่ได้

***เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนขับรถกระบะ 4 ประตู มาเติมน้ำมันแล้วไม่ยอมจ่าย พร้อมขู่จะยิงคนในปั๊มน้ำมันยกปั๊ม inก่อนจะขับรถหลบหนีไปด้วยไม่จ่ายเงินค้าน้ำมันที่เติม เหตุเกิดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ พ.ต.ท. ประดิษฐ์ อบอุ่น สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เข้าเก็บหลังฐาน สอบปากคำ และตรวจดูกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ

***จากการสอบถาม นายทิวา (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นเด็กปั๊ม เล่าให้ฟังว่า รถยนต์คันก่อเหตุคันดังกล่าวเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด รุ่น เรนเจอร์ สีดำเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีชายอายุประมาณ 55-60 ปี ขับมาจอดที่ช่องเติมน้ำมันช่องที่ 1 ขอเติมน้ำมันดีเซล B7 เต็มถัง

เมื่อเวลาประมาณ 09.10 น. ซึ่งเด็กปั๊มก็เติมน้ำมันให้เต็มถังเป็นเงิน 2,610 บาท ก่อนจะเดินลงจากรถมาขอเงินไปกินข้าวอีก 1,000 บาท ตอนนั้นตนคิดว่าพูดเล่น และก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร ก่อนที่ชายคนดังกล่าวก็เดินไปที่รถไปเอากระเป๋าคาดเอว และกุญแจมือ มาขู่เด็กปั๊มอีกครั้งว่าถ้าไม่ให้จะยิงให้ตายยกปั๊ม พร้อมกับอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษ ก่อนจะเดินไปที่รถแล้วขับรถหลบหนีไปเลย

***ทั้งนี้จากรายงาน ชายคนดังกล่าว เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (28 ก.พ. 68) ได้ไปขโมยรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อฟอร์ด ที่ขับมาก่อนี้จากโชว์รูมรถยนต์ฟอร์ด ซึ่งเป็นรถยนต์ของคนที่นำรถมาเข้าศูนย์ ก่อนจะขับมาที่อำเภอกันทรารมย์ และพยายามจะขู่เด็กปั๊มให้เติมน้ำมัน แต่เด็กปั๊มไม่ได้เติมให้ ก่อนจะขับมาที่ปั๊มในตำบลโพธิ์ (ปั๊มที่เกิดเหตุ) และมาก่อเหตุดังกล่าว

ต่อมาผู้ก่อเหตุยังขับรถยนต์คันดังกล่าวไปก่อเหตุขโมยขนมในร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันในตำบลหนองครก อำเภอเมือง อีกด้วย ต่อมาผู้ก่อเหตุขับรถมุ่งหน้าจากถนนศรีสะเกษ-ขุขันธ์ ผ่านอำเภอวังหิน ระหว่างทางผู้ก่อเหตุแวะที่ตลาดไทอำเภอวังหิน ผู้ก่อเหตุอ้างตัวเป็นตำรวจขู่จะยิงแล้วชิงลอตเตอรี่ 2 แผง ขึ้นรถขับมุ่งหน้าไปยังอำเภอขุขันธ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตั้งด่านสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฤกษ์มงคล ครบ 72 ปี คล้ายวันเกิด “#เฮียซุ้ย”ร่วมพิธีเปิดป้าย โครงการน้ำทองน่าน ธุรกิจซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ ในเมืองน่าน / “สว.เจ ภิญญาพัชญ์” ปลุกพลัง “สตรี” สร้างความเชื่อมั่น “ผู้หญิง”พัฒนาตัวเองได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สำนักงานขาย บริษัท #น้ำทองน่าน จำกัด ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายทวีศักดิ์ ล้อบุณยารักษ์ และ นางมณีนุช ล้อบุณยารักษ์ พร้อมญาติพี่น้องตระกูลล้อ นักธุรกิจในจังหวัดน่านและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมตัดริ้บบิ้นพิธีเปิดป้ายสำนักงานขาย บริษัท น้ำทองน่าน จำกัด โดยในช่วงเช้ามี #พิธีสงฆ์ ทำบุญสำนักงานแห่งใหม่ การ #ฟ้อนรำล้านนาไทย และ #การเชิดสิงโต ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน

หลังจากนั้นช่วงกลางวัน มีงานเลี้ยงอาหารโต๊ะจีน ฉลองครบ 6 รอบ 72 ปี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ นายทวีศักดิ์ ล้อบุณยารักษ์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมแสดงความยินดี ณ โรงแรมน้ำทองน่าน

สำหรับ #ชีวประวัติ ของ #นักธุรกิจชื่อดัง โครงการน้ำทองน่าน “เฮียซุ้ย” พอสังเขปมีดังนี้ นายทวีศักดิ์ ล้อบุณยารักษ์ ชื่อเดิมสมัยเด็กๆ เด็กชายจิ้นซุ้ย แซ่ล้อ ภูมิลำเนาเป็นคนแพร่โดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2496 ครอบครัวของเฮียซุ้ยมีพี่น้อง จำนวน 9 คน เป็นบุตรชายคนที่ 6 ของ #ตระกูลแซ่ล้อ โดยมีบิดาเป็นผู้บุกเบิกหอบเสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ในอดีต เริ่มแรกจาก “ลูกจ้างนึ่งเส้นก๋วยเตี๋ยว” สู่ต้นกำเนิด #โรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยว เฮียซุ้ย ในปัจจุบัน

และอีกอาชีพหนึ่งของครอบครัวนี้ในอดีตเตี่ย (บิดา) ปั่นรถซาเล็บน้ำแข็งน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ที่เรียกว่า “ลูก” มาจากโรงน้ำแข็งแล้วจึงนำมาแบ่งโดยการเลื่อยเป็น “กั๊ก” และจากกั๊กเป็น “มือ” ขายปลีกทั่วตลาดเมืองแพร่ สมัยนั้นยังไม่มีน้ำแข็งหลอด เหมือนสมัยนี้ ร้านขายโอเลี้ยงต่างๆ

ก็ต้องซื้อน้ำแข็ง ซึ่งเฮียซุ้ยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่ทำงานในแผนกนี้คือ “#คนเลื่อยน้ำแข็ง” จากน้ำแข็งเป็นลูกๆ สู่กั๊กจากกั๊กสู่มือ สมัยนั้นที่คนแถวนั้นยังจำกันได้ก็คือจะมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งใส่กางเกงขาสั้นถอดเสื้อ ก้มหน้าก้มตา ยืนเลื่อยน้ำแข็งอย่างขยันขันแข็ง ตั้งแต่เช้ายันเย็นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยคนผู้นั้นก็คือ “#เฮียซุ้ย” นั่นเอง

เฮียซุยเริ่มต้นหาลู่ทางการทำธุรกิจ “#หาเงิน #หาทอง” ร่วมกับเฮียกิม (ผู้พี่) พี่น้องร่วมสาบาน แรกเริ่มจาก #ห้องแถว หรือชื่อเรียก “#อาคารพาณิชย์” ในปัจจุบัน ในบริเวณตลาดชมภูมิ่ง จ.แพร่ เมื่อปี พ.ศ.2532

โดยเริ่มขายห้องละไม่กี่แสนบาท ประมาณ 10 ห้อง ผลปรากฏว่าการตอบรับดีเยี่ยม ขายหมดในเวลาไม่นาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มาของ #โครงการน้ำทองแพร่ และ #โครงการน้ำทองน่าน ในปัจจุบัน/เครดิตเบส/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

“สว.เจ ภิญญาพัชญ์” ปลุกพลัง “สตรี” สร้างความเชื่อมั่น ดึงศักยภาพพัฒนาตัวเอง ชี้ ทัศนคติที่ดีทำ “ผู้หญิง”พัฒนาตัวเองได้

วันนี้ (28 ก.พ.) ที่โรงแรมเมธาวลัย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้บรรยายเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างความรู้ ทักษะ ศักยภาพในการพัฒนาตนเองของสตรี เพื่อเป็นฐานพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรี โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 200 คน

โดยนางสาวภิญญาพัชญ์ หรือ สว.เจ กล่าวช่วงหนึ่งว่า การพัฒนาศักยภาพสตรีได้ ต้องมีเป้าหมายที่ดี หรือ Smart Goals ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน วัดผลได้ ทำได้จริง ที่สำคัญคือทุกคนล้วนเคยเผชิญอุปสรรค แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จและทำให้มีความสุขในชีวิต

อีกทั้งความเชื่อมั่นในตัวเอง จะทำให้เรากล้าตัดสินใจและลงมือทำสิ่งต่างๆ โดยไม่กลัวความล้มเหลว รวมถึงกล้าเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ

นางสาวภิญญาพัชญ์ (สว.เจ) กล่าวต่อว่า “ความมั่นใจในตัวเอง จะทำให้เรามีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ทำให้ผู้หญิงสามารถเติบโตและพัฒนาตนได้อย่างต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ การสร้างสัมพันธ์ที่ดี จะช่วยให้เราสื่อสารได้ดีขึ้น รวมถึงการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกได้อย่างเหมาะสมด้วย/บุญยฃค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เริ่มแล้ว! งานเทศกาลว่าวนานาชาติ 2025/พัทยาจัดงานมหาศิวาราตรี ชาวต่างชาติร่วมพิธีคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ก.พ.68 ที่ชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน Pattaya International Kite Festival 2025 โดยมี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์

นายอำเภอบางละมุง น.ส.มัลลิกา สุดเสน่ห์ รอง ผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่า สำนักงานพัทยา และนายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

งาน Pattaya International Kite Festival 2025 มีกำหนดจัดงานบริเวณชายหาดพัทยากลาง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี เป็นอีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเรียกสีสันบนชายหาดพัทยา โดยปีนี้ถือว่าจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 แล้ว

สำหรับเทศกาลว่าวนานาชาติในปีนี้ มีไฮไลต์พิเศษว่าว Snoopy และว่าวยักษ์หลากหลายรูปทรงและสีสัน รังสรรค์โดยนักเล่นว่าวมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะเติมสีสันให้ท้องฟ้าพัทยาสวยงามยิ่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดคลาสสิก 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงว่าว LED ยามค่ำคืน, การแสดง Sport Kite จากไต้หวัน, การแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ไทย, เวิร์กช็อปสอนทำว่าวและการบังคับว่าว รวมทั้งตลาดสินค้ากว่า 50 ร้าน จำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าในวันแรกของงานมีผู้เข้าร่วมงานอย่างคึกคักและสนุกสนาน

พัทยาจัดงานมหาศิวาราตรี ชาวต่างชาติร่วมพิธีคึกคัก

ค่ำวันที่ 26 ก.พ.68 ที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี นางอำพร แก้วแสง ผู้บุกเบิกการสร้างเทวาลัยฯ ได้ร่วมกับสมาคมวิศวะฮินดูปาริชาต โดย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงห์ รองนายกสมาคมฯ

ได้จัดงานมหาศิวาราตรี (Maha Shivaratri) ซึ่งเป็นวันสำคัญประจำปีของชาวฮินดู โดยมี ผู้เข้าร่วมงานทั้งนักท่องเที่ยวเชื้อสายฮินดู และคนไทยที่นับถือ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ด้วยเมืองพัทยาเป็นสถานที่ท่องเทีายวที่มีความหลากหลายทั้งเชื่อชาติและวัฒนธรรม ในพื้นที่เมืองพัทยาเองก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวเชื้อสายฮินดูมาพักผ่อนและอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี จึงได้จัดงานดังกล่าวเพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ศรัทธาได้มาปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาและความเชื่ิอ

อนึ่ง งานมหาศิวาราตรี (Maha Shivaratri) หรือ “ราตรีแห่งพระศิวะ” ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ (บ้าง 14 ค่ำ) ในเดือน “ผลคุณ” ตามปฏิทินจันทรคติฮินดู หรือเดือน “มาฆะ”

ในพุทธศาสนา ชาวฮินดูจะจัดงานเฉลิมฉลองแด่ พระศิวะ หรือ พระอิศวร เป็นประเพณียามค่ำคืนที่ลากยาวจนถึงเช้าวันใหม่ จึงเรียกว่า “มหาศิวาราตรี” หรือ ค่ำคืนอันยิ่งใหญ่แห่งพระศิวะมหาเทพตามความเชื่อของชาวฮินดู

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /จ.น่าน-ผนึกกำลังป้องกันและควบคุมไฟป่าอบต.ผาสิงห์ อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

โดยวันนี้ 26 ก.พ. 68 นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน มอบหมายให้ นายกิตติพร ธังศิริ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการป้องกันและควบคุมไฟป่า (จัดทำแนวกันไฟ) ประจำปี พ.ศ. 2568

ณ บริเวณอารามสงฆ์ห้วยส้มป่อย บ้านห้วยส้มป่อย หมู่ที่ 2 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.ผาสิงห์ และ ประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์ เข้าร่วมกิจกรรมฯ


โดย นายกิตติพร ธังศิริ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมโครงการป้องกันและควบคุมไฟป่า (จัดทำแนวกันไฟ) ประจำปี พ.ศ. 2568 มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำแนวกันไฟ เพื่อให้ประชาชนที่มีความรู้ ความเข้าใจ ด้านการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า ตลอดจนการทำหน้าที่

กรรมการควบคุมการเผาระดับหมู่บ้าน สามารถประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ราษฎรในหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมไฟป่า มีความพร้อมที่จะปฏิบัติการดับไฟป่าด้วยตนเอง รวมทั้งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถปฏิบัติงานดับไฟป้าร่วมกันเป็นหมู่คณะได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ด้าน นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ กล่าวว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยฝุ่นละอองและควันพิษจะทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เกิดการระคายเคือง และหมอกควันจากไฟยังทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรทางอากาศ ทั้งยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้งตามมา ประกอบกับในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงที่ตรวจพบการเผามากที่สุด ทำให้เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมากในหลายๆ ด้านองค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์

จึงได้ดำเนินการโครงการป้องกันและควบคุมไฟป่า (จัดทำแนวกันไฟ) ขึ้น เพื่อฝึกทักษะการควบคุมป้องกันไฟป่าให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในระดับตำบลและหมู่บ้าน ตลอดจนเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร้านซีน่า พิซซ่าฮาลาล พัทยา ธุรกิจในเครือโบว่า กรุ๊ป มอบอินทผลัมพร้อมน้ำดื่มให้ 12 มัสยิด รับเทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ก.พ.68 ร้านซีน่าพิซซ่าฮาลาล พัทยา ธุรกิจในเครือโบว่า กรุ๊ป ชุมชนต้นกระบก นาเกลือพัทยา ฮัจยีอาลีราชัย ปาทาน ผู้บริหารโบว่า กรุ๊ป ได้ส่งมอบอินทผลัมจำนวน 12 ลัง พร้อมน้ำดื่มจำนวน 120 แพ็ค ให้กับตัวแทนมัสยิดที่อยู่ในเขตพื้นที่เมืองพัทยาและเทศบาลเมืองหนองปรือ รวม 12 แห่ง เพื่อสนับสนุนการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมทั่วโลกถือศีลอดตลอดทั้งเดือน ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ผู้บริหารโบว่า กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนบวชถือศีลอด หรือช่วงรอมฎอน พี่น้องชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ ด้วยการงดดื่มน้ำและงดอาหารทุกชนิดในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ 

ทั้งนี้ ทางร้านซีน่า พิซซ่า ฮาลาล ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจของโบว่า กรุ๊ป จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในสนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่เมืองพัทยาและเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งทางโบว่า กรุ๊ป ต้องขอขอบคุณทางคณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือที่ช่วยในการประสานงานเพื่อส่งมอบอินทผาลัมให้พี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ เนื่องจากในคัมภีร์อัลกุรอานได้บัญญัติไว้ว่าสามารถละศีลอดด้วยการกินอินทผาลัม แทนการดื่มน้ำได้ เพื่อช่วยลดอาการอ่อนเพลียในช่วงอดอาหาร