คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -บช.ปส.รวบ 2 นักบินมุกดาหาร ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2.8 แสนเม็ด กลางลานจอดรถโลตัส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 20.40 น. วันที่ 15 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.3 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.อ.วสุภัทร คำมี ผู้กำกับการ 3 บก.ปส.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ชื่นวงศ์ รองผู้กำกับการ และ ว่าที่ พ.ต.ต.เอกมล จันทบุรี สารวัตร กก.3 บก.ปส.3 หัวหน้าหน่วย นปส.พิษณุโลก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนมาก

ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายจักรพันธุ์ พงษ์วรรณา อายุ 35 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และนายเฉลิมชัย บัวผัน อายุ 39 ปี ชาวตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 141 มัด รวมประมาณ 282,000 เม็ด รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน”

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปส.3 ทราบว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงวางแผนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสมุกดาหาร ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ขณะเดียวกันสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 และตรวจยึดยาเสพติดของกลางได้บริเวณหลักกิโลเมตรป้ายทางไปบ้านหนองสระพัง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อยหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า #ปราบปรามยาเสพติด #บชปส #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ยาเสพติด #282000เม็ด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สรรพสามิตภาค 3 ผนึกตำรวจ-ไปรษณีย์ ลุยตรวจของกลาง “บุหรี่เถื่อน” โคราช ยึดเพิ่ม 24,740 ซอง พัสดุต้องสงสัยอีก 29 กล่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน สรรพสามิตภาคที่ 3 มีการบูรณาการตรวจสอบของกลาง “บุหรี่ที่มิชอบด้วยกฎหมาย” โดยจับมือร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานหลัก ทั้งฝ่ายสรรพสามิต ตำรวจ และไปรษณีย์ไทย เพื่อสกัดกั้นการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนที่กำลังแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงสุขภาพของประชาชน การตรวจสอบครั้งนี้มีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมครบถ้วน นำโดยนายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3,

นายธนากร โพธิโต สรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา,นายยงยุทธ อดิราชวชิรภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานไปรษณีย์เขต 3,นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบป้องกันและปราบปราม,พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา,และ นายพงศธร ประจิตร หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา ร่วมตรวจดูของกลางอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ในสายปฏิบัติการ แสดงรายละเอียดการตรวจค้น การตรวจยึด และแนวทางการขยายผลดำเนินคดีแบบครบวงจร

แหล่งข่าวจากการตรวจสอบเปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง รวมถึงการปกป้องสังคมด้านสุขภาพจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมกันตรวจสอบสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายในระบบขนส่งพัสดุ พร้อมบูรณาการการสืบสวนปราบปรามร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและภาคีเครือข่ายก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตภาค 3 และสรรพสามิตพื้นที่นครราชสีมา เคยตรวจยึดกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่พบว่าบรรจุบุหรี่เถื่อน จำนวน 1,269 กล่อง ตรวจพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 92,637 ซอง คิดเป็นค่าปรับโดยประมาณ 87,264,054 บาท และอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดี

ด้านความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าพนักงานสรรพสามิต ได้ร่วมกันสืบสวนตามข้อร้องเรียนของประชาชน กรณีมีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา ก่อนพบเป้าหมายเป็นร้านค้าตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลหนองไผ่ล้อม จึงขอหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย และพบการกระทำความผิดจริงเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่อง สามารถจับกุมเครือข่ายส่งดำเนินคดีได้ 5 ราย พร้อมตรวจค้นสถานที่เก็บสินค้าเพิ่มอีก 2 แห่ง พบของกลางบุหรี่ผิดกฎหมายหลายยี่ห้อ รวม 24,740 ซอง ประมาณการค่าปรับเป็นเงิน 21,462,991.50 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ขยายผลตรวจสอบบริเวณ ศูนย์นำจ่ายพัสดุไปรษณีย์ โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานไปรษณีย์ไทยในการตรวจพัสดุต้องสงสัย จนสามารถตรวจพบกล่องพัสดุต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 29 กล่อง เมื่อตรวจพิสูจน์ทราบพบเป็นบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 14,460 ซอง ประมาณการค่าปรับ 9,165,827.25 บาท จึงตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ จะเข้าสู่กระบวนการทำลายของกลางตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการทำลายในโอกาสต่อไป

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯ ประจวบฯ สั่งลุย เร่งแกะรอย ไล่ล่ามือปา “ไปป์บอมบ์” ถล่มบ้านนักข่าวท็อปนิวส์ / ตร.ประจวบฯ ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีคนร้ายบุกปาระเบิดข่มขู่ผู้สื่อข่าว ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมด่วนชุดสืบสวน สั่งปูพรมตรวจค้นจุดต้องสงสัย เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดหาเส้นทางหลบหนี มั่นใจคดีคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกกันคนร้ายไหวตัว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 สภ.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทองผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้วัตถุระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ปาเข้าใส่บ้านพักของผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Top News ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการข่มขู่เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวธุรกิจสีเทาบางอย่าง ที่อาจมีส่วนพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.อาทร เปิดเผยว่า ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำแล้วหลายราย

โดยผลการสอบสวนเบื้องต้นถือว่ามีประโยชน์และทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมาก สำหรับประเด็นการก่อเหตุ ตำรวจยังคงให้น้ำหนักไปในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือ การทำหน้าที่สื่อมวลชน” ในการนำเสนอข่าวเชิงลึกซึ่งไปกระทบกับผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้งจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนนอกจากนี้ ผู้การฯ ประจวบฯ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลัง กลับ ชุดสืบสวน สภ. อ่าวน้อย และสภ. เมือง เข้าตรวจค้นเป้าหมายต้องสงสัยในพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นจุดกบดานหรือจุดเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมกำชับให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เข้ามาก่อเหตุและใช้หลบหนีอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของยานพาหนะและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.อาทร ย้ำว่าข้อมูลในส่วนของงานสืบสวนสอบสวนบางประการยังไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้เนื่องจากเกรงจะเสียรูปคดี”ข้อมูลบางอย่างเราต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากคนร้ายทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความลำบากและอาจทำให้คนร้ายไหวตัวทัน แต่ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้” ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อกดดันและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตำรวจประจวบฯ โชว์ความโปร่งใส! ตรวจหาสารเสพติดข้าราชการตำรวจ 1,053 นาย ผลเป็นลบยกจังหวัด ขานรับโครงการ “ตำรวจสีขาว”


เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (13 ม.ค. 69) ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและกล่าวคำปฏิญาณตน พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ, ผู้กำกับการสืบสวน, ผู้กำกับการสอบสวน, ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ และข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีการหน้าเสาธง พล.ต.ต.อาทร ได้เปิดปฏิบัติการตาม “โครงการตำรวจสีขาว” โดยสั่งการให้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของข้าราชการตำรวจทุกนายในสังกัดทันที โดยปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการพร้อมกันทั้งจังหวัด นำโดยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรทั้ง 16 สถานี

ณ ที่ทำการของทุกหน่วยสำหรับการตรวจค้นหาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรตำรวจที่ต้อง “ใสสะอาด” และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาดจากการตรวจปัสสาวะข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,053

นาย ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด (ผลเป็นลบครบ 100%) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระเบียบวินัยและความเข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมสามีภรรยา ยาบ้า 740,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง 1 คัน เงินสด 32,000 บาท สภ.ชุมแพ และ ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 23.10 น.วันที่ 7 ม.ค.68 นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ในนาม ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอชุมแพ นำเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจาก กก.3 บก.ปส.2 (บช.ปส.) ตชด.ภาค 2

ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ เต็มใจ อายุ 40 ปี และ น.ส.ศรัณย์พร เต็มใจ อายุ 27 ปี 2 สามีภรรยา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 740,000 เม็ดรถยนต์เก๋ง พาหนะที่ใช้กระทำความผิด จำนวน 1 คัน เงินสด จำนวน 32,000 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลโนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังผู้ต้องหาจอดรถทิ้งวิ่งหลบหนี ก่อนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.2) ได้สืบสวนและสะกดรอยติดตามรถยนต์เป้าหมายซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดมาจากจังหวัดอุดรธานี จนกระทั่งรถคันดังกล่าวได้แวะจอด ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. (หนองตุ้มนก) อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยฝ่ายหญิง น.ส.ศรัณย์พร ได้ลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ

ในระหว่างนั้น นายชัยวัฒน์ สามีผู้ขับขี่ สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่จึงไหวตัวทันและรีบขับรถหลบหนีออกจากสถานีบริการน้ำมันไปโดยไม่รอภรรยา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวฝ่ายหญิงไว้ และจัดกำลังอีกส่วนเร่งติดตามรถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อถึงเขตพื้นที่ตำบลโนนสะอาด นายชัยวัฒน์

ได้ตัดสินใจทิ้งรถยนต์และวิ่งหลบหนีเข้าพื้นที่ป่าข้างทาง เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ปูพรมค้นหาบริเวณจุดที่พบรถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ จนกระทั่งพบตัวนายชัยวัฒน์ ซ่อนตัวห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 100 เมตร จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี พร้อมของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ได้

ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยัง หน่วยปราบปรามยาเสพติดอุดรธานี เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม สอบปากคำเพื่อขยายผลเครือข่าย และจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส. กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

winฅนชนข่าว/สื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รถกระบะเสียหลักเลยโค้ง พุ่งชนรถจอดหน้าร้านข้าวต้ม ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล พังยับรวม 7 คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ สุวะศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บริเวณทางโค้งหน้าร้านข้าวต้มกุ้ย “จงเจริญ” ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายรวม 7 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ 5 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน โดยรถยนต์ที่เสียหาย ได้แก่ รถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ญท 4514 กรุงเทพมหานครเสียหายบริเวณท้ายรถด้านซ้าย นายพัฒนา มิ่งกุละ อายุ 40 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของรถ, รถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2 ขข 7219 กรุงเทพมหานคร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นายศิรวุฒิ กุลบุญมา อายุ 34 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร, รถเก๋งเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน กฉ 4419 มุกดาหาร เสียหายบริเวณท้ายรถ นายคณิตศร สีสด อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของรถ, รถเก๋งนิสสัน สีดำ ทะเบียน กฉ 2433 มุกดาหาร เสียหายด้านข้างซ้ายและท้ายรถ น.ส.พรพรรณ พัฒนากิจพาณิชย์ อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของรถ และรถเก๋งโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กข 9234 มุกดาหาร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน 1กง 9585 มุกดาหาร เสียหายบริเวณล้อหน้าและด้านหน้า โดยมีนายพชรพล เป็นเจ้าของ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีขาว ทะเบียน 1กย 6470 อุดรธานี กระจกมองข้างได้รับความเสียหายจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า รถกระบะโตโยต้า สีขาว ขับมาจากทางอำเภอดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ด้วยความเร็ว เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว

ซึ่งเป็นทางโค้ง ได้เสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทางหน้าร้านข้าวต้ม ทำให้รถหลายคันได้รับความเสียหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุ #รถชน #มุกดาหาร #ปีใหม่ #ทางโค้งอันตราย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม เข้าจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ป้องกันลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้าม

แชร์เนื้อหานี้

เรือนจำกลางนครปฐม บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้าม ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ

กรณีพิเศษ โดยเรือนจำกลางนครปฐม ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 โรงเรียนการบินกำแพงแสน กรมการสัตว์ทหารบก และตำรวจภูธร

จังหวัดนครปฐม แบ่งกำลังเป็นชุดจู่โจมเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อป้องปรามการลักลอบนำ

ยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าสู่เรือนจำ อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและประชาชนต่อระบบการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และกรมราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างเรือนจำให้เป็น “เรือน

จำสีขาว” ปราศจากยาเสพติด และสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะในช่วงเทศปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ไม่พบการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของ
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.บึงกาฬ ผนึกกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับชาวลาวลอบขน “Happy Water” กว่า 500 ซอง มูลค่า 1.05 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นำโดย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, พ.ต.ท.หญิง ทุเรียน ประตังถาโต รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ, ตำรวจน้ำบึงกาฬ และหน่วยความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดยาเสพติดให้ทาประเภท1 จับกุมบุคคลสัญชาติลาว พร้อมของกลางยาเสพติดรูปแบบใหม่ “Happy Water” หลังลักลอบนำเข้าจากฝั่งประเทศเพื่อบ้านเข้ามาในประเทศไทยทางลำน้ำโขง

การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ, พ.อ.มาณวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ต้องสงสัยบริเวณถนนเลียบฝั่งโขง บ้านนาโนน อำเภอเมืองบึงกาฬ ขณะกำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากแม่น้ำโขง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามโยนกล่องทิ้งลงน้ำ แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ทัน ภายหลังทราบชื่อ นายจูด อายุ 51 ปี ชาว สปป.ลาว ไม่มีเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบพบของกลางภายในกล่อง พบซองพลาสติกหลากสี มีข้อความบนซองว่า

“COLLAGEN, Rolls-Royce, Araya Gluta COLLAGEN” มีชื่อทางการค้าว่า “Happy Water” รวมจำนวน 526 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 27 กิโลกรัม ซึ่ง พฐ.จว.บึงกาฬ ตรวจยืนยันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 1,052,000 บาท ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนส่งจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ปราบปรามไม่หยุดทลายแก๊งค้ายานรกภายในหมู่บ้านพื้นที่จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 เวลา 16.30 น. ที่บริเวณคลองห้วยแข้ ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21

จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก

ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณคลองห้วยแข้ ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว จึงได้บูรณาการวางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณตามที่ได้รับแจ้ง ครั้นเมื่อเวลา 16.25 น. ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ

ได้ตรวจชาย จำนวน 1 คน กำลังเดินลงมาตามคลองห้วยแข้ ฯ ลักษณะท่าทางมีพิรุธ จนกระทั่งเวลา 16.30 น.ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ ที่เฝ้าตรวจและสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อชายดังกล่าวเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้พยายามที่จะวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายเอกชัย ธิพรพันธ์ อายุ 29 ปี

จากนั้น ชุดปฏิบัติร่วม ฯ จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้นภายในร่างกาย ผลการตรวจค้น พบถุงพลาสติกสีชมพูลักษณะกดปิดดึงเปิดประทับตราอักษร A จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 240 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 4 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 244 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลของนายเอกชัย ธิพรพันธ์ ฯ ที่สะพายอยู่ จนท.จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางมายับก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม และทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21_///_เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.–ตร.ชุมพร บูรณาการจับผู้เฒ่ารวมกลุ่มเล่นพนันกลางชุมชน อ.ทุ่งตะโก เตือนช่วงปีใหม่ “ลักลอบเล่น เจอจับจริง ดำเนินคดีทุกราย”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด.ชพ. ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ชพ., พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ข่าว กอ.รมน.ฯ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรต๔๐๓ (ชพ) จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง, จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา, จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว. ชุมพร.พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณผกก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง.ผกก.สืบสวน ภ.จว. ชุมพร

นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ปรัชญา ชัยงาม สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร,ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ สมสนิท รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.ประสาน สุวรรณโณ รอง สว.ฯ, ด.ต.วัชรพันธ์ ชูละออง,ด.ต.สมยศ ยังวัฒนา,จ.ส.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์,จ.ส.ต.ก้องศักดิ์ ชูแก้ว, จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มีสติ, ส.ต.ท.ณัฐชัย สุขประวิทย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓ ภายใต้การอำนวยการของ ภายใต้อำนวยการ พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์ ณ สงขลา สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 สั่งการให้ ร.ต.อ.คณิศร บุญสิน รอง สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 ด.ต.ยุทธพงค์ เรืองดำ ผบ.หมู่ ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 ต.ต. สิงหา นิรัญชอน ผบ.หมู่ ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งตะโก ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วัชระ เผือกจันทร์ ผกก.สภ.ทุ่งตะโก

นำโดย ร.ต.อ.อานนท์ ป่าพิทักษ์ รอง สว.สส.สภ.ทุ่งตะโก พร้อมด้วย ส.ต.ต.พีรพล เพ็ชรศรี สนธิกำลังบูรณาการหลายหน่วย เข้าจับกุมกลุ่มบุคคลลักลอบเล่นการพนันกลางชุมชนในพื้นที่อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร พร้อมของกลางจำนวนมาก ย้ำชัดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เจ้าหน้าที่คุมเข้มทุกพื้นที่ หากฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มีละเว้นการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 5 ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร หลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนความมั่นคง 1374 ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันในพื้นที่ดังกล่าวเข้าตรวจสอบเป้าหมายตามแผน

เมื่อไปถึงพบกลุ่มบุคคลกำลังล้อมวงเล่นการพนันไพ่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ ก่อนจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย อีก 4 ราย “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) และอีก 5 ราย ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) รวมเป็น 13 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ ไพ่จำนวนมาก เงินสด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนัน
จากการสอบถาม ผู้ถูกจับกุมทั้งหมด ให้การรับสารภาพ ว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันจริง โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน
“ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายครบถ้วน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเฝ้าระวังพิเศษ การลักลอบเล่นการพนัน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านเรือน พื้นที่ชุมชน หรือแอบอ้างเป็นกิจกรรมสังสรรค์ ล้วนเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุกและปรับ และจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกรายพร้อมขอความร่วมมือประชาชน งดเว้นการพนันทุกรูปแบบ และร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชุมชนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขง 130 กระสอบ 3,900 กก.ไม่ยอมเสียภภาษี 300,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขงไม่ยอมเสียภาษี
มุกดาหาร สถานีเรือมุกดาหาร (นรข.) สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดกระเทียมแห้ง เถื่อนลักลอบขนข้ามโขงจากฝั่งประทศเพื่อนบ้านจำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัมโดยไม่ยอมเสียภภาษี มูลค่ากว่า 300,000 บาทออกมา

แถลงข่าว สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 นาวาโท โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ด่านศุลกากรมุกดาหาร และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำกำลังร่วมออกลาดตระเวน แนวริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อปล้องกันและปราบปรามกลุ่มขบวนการส่งออกนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรผิดกฎหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดคระเวนมาถึงบริเวณริมฝั่งโขงบ้านนาโปน้อย เขตเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์หางยาวมีคนขับเรือเป็นชายคิดว่าเป็นชาวลาวขับแล่นข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกำลังเข้าเทียบท่าบริเวณดังกล่าวโดยในเรือบรรทุกกระสอบ

สีชมพูเต็มลำเรือกำลังเข้าเทียบท่าดังกล่าวโดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8-10 คนรอแบกกระสอบขึ้นฝั่งเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้อยุดทันที่คนขับเรือกระโดดน้ำหว้ายน้ำเข้าฝั่งหลบหนีส่วน

กลุ่มชายรอแบกกระสอบวิ่งหลบหนีไปกับความมืดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่า 300,000 บาทโดยไม่ยอมเสียภาษี

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางกระเทียมพร้อมด้วยเรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ มาที่หน่วยเรือ นรข.มุกดาหารเพื่อตรวจสอบให้ระเอียตเพื่อสอบหาเจ้าของที่ลักลอบนำสินค้ากระเทียมเข้าโดยไม่ยอมเสียภาษีก่อนน้ำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน