คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้ายาบ้า เพื่อป้องกัน และแก้ ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ ธวัชบุรีโมเดล สกลนคร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2568 เวลาประมาณ 05.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง พ.ต.อ.กิติพงษ์ จิตรคามผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฏหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อ.บ้านม่วง บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการประจำตำบลบ่อแก้ว ดำเนินการ จับกุมผู้ต้องหา: 3ราย ณ เขตพื้นที่ตำบลบ่อแก้ว

เพศชายของกลางยาบ้ารวมจำนวน30,193เม็ด โดยกล่าวหาว่า : 1. ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์)อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาต 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านม่วงเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สือรับนิวส์ / ตร.ชุด​สืบ​เมืองมุกดาหาร สนธิกำลังจับหนุ่ม ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำกระท่อม

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้การอำนวยการของ​พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร​พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร , และพ.ต.อ.พิทักษ์พงศ์ เจริญกุล ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ,พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร, เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.รน.๓ กก.๑๐ บก.รน. , เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้ร่วมกันจับกุม นายแสนสุริยะ คำฟ้อง อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 75 หมู่ 9 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกตาหาร

พร้อมด้วยของกลางและสิ่งของที่ใช้เป็นพยานหลักฐาน ประกอบด้วย 1. บุหรี่ไฟฟ้ายี่ท้อ CALIBURN จำนวน 2 เครื่อง (ได้จากการล่อซื้อ) 2. หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าขวดสีขาว-ม่วง จำนวน 1 ขวด (ได้จากการล่อซื้อ) 3.หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าขวดสีแดง จำนวน 1 ขวด (ได้จากการล่อ) 4. ธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ ธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 6 ใบ 5.หัวเชื้อน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 4 ขวด (ได้จากการตรวจค้น) 6.บุหรี่ไฟฟ้าแบบสูบทิ้งจำนวน 8 ชิ้น (ได้จากการตรวจค้น) 7. หัวเชื้อน้ำอาบุหรี่ไฟฟ้าแบบเปลี่ยนหัว จำนวน 29 ชิ้น 8.คอยด์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน ๔ ชิ้น (ได้จากการตรวจค้น) 9.หัวเชื้อสำหรับผสมน้ำกระท่อมยี่ห้อเอคอล ขวดใหญ่ จำนวน 6 ขวด (ได้จากการตรวจค้น) 10.หัวเชื้อสำหรับผสมน้ำกระท่อมยี่ห้อเอคอล ขวดเล็กจำนวน 7 ชวด (ได้จากการตรวจค้น) 11.น้ำกระท่อมบรรจุขวด 1,000 มล. จำนวน 72 ขวด (ใต้จากการตรวจค้น)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนว่ามีการขายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้าภายในหมู่บ้านสงเปลือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้เรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดมุกตาหาร โดยศาลจังหวัตมุกดาหารอนุมัติหมายค้นที่ ค.๕๖/๒๕๖๘ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๕๖๘

จากนั้นได้วางแผนร่วมกันกับหน่วยบูรณาการความมั่นคงในพื้นที่เพื่อทำการจับกุม โดยนำธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 6 ใบ ต่อมาได้ให้สายลับติดต่อกับ นายแสนสุริยะ คำฟ้อง (ทราบชื่อภายหลัง) ทางแอพพลิเคชั่น Messenger ชื่อ ” แม็กกี้ “ดี๊ดี” เพื่อติดต่อขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำกระท่อม ต่อมานายแสนสุริยะฯ ได้ติดต่อสายลับกลับมาว่าให้ไปรับของได้ที่หน้าบ้านของตน ซึ่งเป็นร้านชายของชำอยู่ในหมู่บ้านสงเปลือย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง จึงได้วางกำลังอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยก่อนให้สายลับเข้าไปรับของได้ค้นตัวสายลับแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด

ต่อมาสายลับได้เข้าไปหน้าร้านขายของชำดังกล่าวตามที่นายแสนสุริยะฯนัดหมาย และเมื่อได้รับของมาแล้ว จึงนำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบพบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำกระท่อม อยู่ในถุงพลาสติกที่สายลับมอบให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปขอทำการตรวจค้นตัวนายแสนสุริยะฯ โดยก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ใจแก่นายแสนสุริยะฯ จนเป็นที่พอใจแล้ว

จึงได้ทำการตรวจคัน ผลการตรวจค้นพบธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวนหกใบ ซึ่งมีเลขธนบัตรตรงกับที่ลงประจำวันไว้ อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวา ตัวที่นายแสนสุริยะฯ สวมใส่อยู่ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.๕๖/๓๕๖๘ ต่อนายแสนสุริยะฯ เพื่อเข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว จากการสอบถาม นายแสนสุริยะฯ ได้ยอมรับว่าเป็นของตนเองจริงเพื่อขายให้กับลูกค้าที่ติดต่อมาผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟสบุ๊ค ส่วนราคาบุหรี่ไฟฟ้าจะแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นและยี่ห้อ ส่วนน้ำกระท่อมขายในราคาชวดละ 50 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวนายแสนสุริยะ ฯ พร้อมของกลางทั้งหมด และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า 1. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำหรือรับไว้โดยประการโด ซึ่งเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิผ่านพิธีการศุลกาการ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 2. มีไว้ในครอบครองซึ่งซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี อันเป็นความผิด ตาม มาตรา 203(1) สรรพสามิต พ.ศ.2560 3.พ.ร.บ.อาหาร 2522 ฐาน ” จำหน่ายอาหารที่มีพืชกระท่อมเป็นส่วนผสมโดยไม่ได้รับอนุญาต ” 4.ขายบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ข้อ 2 ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค มาตรา 29/9 ประกอบ มาตรา 56/4 ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ

แชร์เนื้อหานี้
ภายใต้การอำนวยการของนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์  ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานเปิด "โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568  หมู่ที่ 6 และ 11 ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม " ของสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน โดยมี พ.ต.ต.นที ทองดอนจุย สารวัตรป้องกันปราบปราม(ชส) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีการร่วมลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงร่วมกันจากภาคีเครือข่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ นายแพทย์ ณัฎฐัคเณศ คงคาเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงแสน  ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งบัว อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในการนี้ นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายอดิศร ล้อถิรธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นางสาวรัติยาพร คล้ายมาลา ปลัดอำเภอประจำตำบลทุ่งบัว เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ด้ว   สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงใหม่ ขานรับนโยบาย ผบช.ภ.5 เร่งระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า จับกุมผู้ต้องหา 1 คนพร้อมของกลางมูลค่า 2 แสนบาท

แชร์เนื้อหานี้

19 มี.ค. 68 เวลา 16.30 น. สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลพบว่ามีเป็นจุดที่มีการกักตุนสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ศุลกากร บูรณาการกำลัง นำกำลังเข้าตรวจสอบ อพาร์ทเมนต์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามที่สายลับได้แจ้ง

พบ นายธีรุตม์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ม.1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองจ.เชียงใหม่ กำลังเดินลงมาจากห้องพักและมายืนสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บริเวณหน้าสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้นายธีรุตม์ฯ ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบเป็นของผิดกฎหมายและได้สอบถามนายธีรุตม์ฯ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เหลือ นายธีรุตม์ฯ มีท่าทางพิรุธ อาการ ตัวสั่น มือสั่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเห็นพิรุธจึงได้ขอทำการตรวจค้นห้องพักที่นายนาย ธีรุตม์ฯ พักอาศัยซึ่งน่าสงสัยว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าเก็บซุกซ่อนไว้

โดยนายธีรุตม์ฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปตรวจค้นห้องพักโดยความสมัครใจ ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าของกลางดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ยอมรับว่าเป็นของตนซึ่งเก็บซ่อนไว้เพื่อรอจำหน่ายให้วัยรุ่นที่ต้องการในชุมชนใกล้เคียงและในเมืองเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจยึดไว้ ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ให้การรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดนั้นเป็นของตนจริง และขณะเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมนั้นอยู่ในความครอบครองของตนจริง จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวมาที่ ห้องสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จัดทำบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐานแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง” ซึ่งนายธีรุตม์ หรือติน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ของกลางที่ตรวจยึด 1.บุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 2.หัวบุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 3.น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 1,739 ชิ้น มูลค่าประมาณ 200,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาและของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป .

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล. สุรศักดิ์มนตรี มุกดาหาร จับสินค้าหนีภาษี ข้ามโขง 35 รายการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​ ร.ต.กฤษดา มุลมาตย์ ผบ.มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1 กองกำลังสุรศักดนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีผู้ลักลอบนำสินค้านำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน จึงได้จัดกำลังออกเฝ้าตรวจร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร , ร้อย.ฉก.ทพ.2105 และ สำนักข่าว กอ.รมน., บริเวณพื้นที่ บ.หนองผือ ม.6 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

จนกระทั้งเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีรถกระบะตรงตามรายละเอียดที่แจ้งไว้วิ่งเข้ามาบริเวณที่เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถ ขอตรวจค้น ผลตรวจค้นพบอาหารเสริม , ยาสามัญประจำบ้าน, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ จึงได้ควบคุมนายคมคิด อุทาวงค์ (เบิร์ด) อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 5 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร คนขับรถ พร้อมด้วยของกลางจำนวน 35 รายการ

ประกอบด้วย 1. นมผงยี่ห้อ FALIGOLD จำนวน 150 ลัง, ลังละ 24 กระปุก รวม 3,600 กระปุก 2. ตะกร้าหวาย ขนาด 20×10 ซม. จำนวน 720 ชิ้น 3. เคสคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชิ้น 4. เครื่องล้างขวดนม จำนวน 4 เครื่อง 5. ไฟ LED จำนวน 200 ชิ้น 6. สายฉีดชำระ จำนวน 12 ชุด

7. เส้นด้าย จำนวน 5 ลัง ลังละ 5 กก. รวม 25 กก.​ 8. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 7 คู่ 9. กาวติดขนตา จำนวน 355 ซอง 10. ขนตาปลอม (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 370 ชิ้น 11. ยาแก้หวัดยี่ห้อ CEDIPECT 562 กระปุก 12. ยาแก้ไอยี่ห้อ AECTALVICCODEIN จำนวน 100 กล่อง, กล่องละ 10 แผง, แผงละ 10 เม็ด

13. อาหารเสริมยี่ห้อ HUNASOY WHISSKIN PLUS 6 กล่อ 14. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ LOUIS VITLONG จำนวน 8 ใบ 15. กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ GOYARD 1 ใบ 16. รองเท้าสตรียี่ห้อ PRADA จำนวน 1 คู่ 17. รองเท้าสตรียี่ห้อ JIMMYCHOO จำนวน 1 คู่ 18. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 2 ใบ 19. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ อามานี จำนวน 1 ใบ 20. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ CALUH KLEH จำนวน 1 ใบ 21. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ PRADA จำนวน 1 ใบ 22. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ CHANEL จำนวน 1 ใบ 23. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ DIOR จำนวน 1 ใบ 24.

กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ GOYARD จำนวน 4 ใบ 25. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 5 ใบ 26. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ GUCCI จำนวน 1 ใบ 27. อาหารเสริมยี่ห้อ COLOSLG GOLD จำนวน 18 กระป๋อง 28. อาหารเสริมยี่ห้อ TRUEMOM จำนวน 12 กระป๋อง 29. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 24 คู่ 30. เสื้อผ้าแฟชั่น (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 60 ตัว

31. อะไหล่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA จำนวน 55 ชิ้น 32. กรองอากาศรถจักรยานยนต์ (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 4 ชิ้น 33. สายพานรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ชิ้น 34. อะไหล่เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 ชิ้น 35. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA HILUX REVO สีขาว ทะเบียน บท 6331 มุกดาหาร
นำส่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! สสจ.มุกดาหาร​ ตำรวจ​ และเทศกิจ ลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบสินค้าหมดอายุ-ไม่มี อย. วางขาย / คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ/ชุดสืบตร.มุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายอัฐพร กิจนิธิวรวริศ​ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าบริเวณตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ที่จำหน่ายสินค้ากลุ่มสินค้าบริโภค ประเภทขนม และของฝาก เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สืบเนื่องจากได้มีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าบริโภคในตลาดอินโดจีน แล้วพบว่าผู้ประกอบการค้าได้นำสินค้าหมดอายุมาจำหน่ายให้ และสินค้าบางประเภทไม่มีฉลาก อย. ซึ่งเป็นสินค้าไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ จาก 3 หน่วยงาน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในตลาดอินโดจีน

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า มีร้านค้าหลายร้าน ที่จำหน่ายสินค้าบริโภคโดยเฉพาะประเภทขนมและของขบเคี้ยวที่หมดอายุ นอกจากนี้ยังมีสินค้าต่างประเทศที่ไม่มีฉลาก อย. วางขายเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ประกอบการต่อไป

จับแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าหมดอายุ #ดำเนินคดีแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าไม่มีอย. #ตลาดอินโดจีนมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ

เมื่อเช้าวันที่ 17 มีนาคม กล้องวงจรปิดของวัดศรีมงคลเหนือ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับพฤติกรรมของชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาภายในบริเวณศาลาหน้ากุฏิเจ้าอาวาส แล้วเห็นว่าไม่มีคนอยู่จึงทำการอุ้มเอาพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้บริเวณตู้กระจกขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกจากวัดไป

ต่อมาพระครูวิมลธรรมปคุณ ( เจ้าอธิการอุทิศ อาสโก) เจ้าอาวาส กลับมาจากการบิณฑบาต สังเกตเห็นว่าพระพุทธรูปหายไป จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสวมกางเกงขายาวสีกรมหรือดำ ใส่รองเท้าสวม ใส่เสื้อแขนยาว สีขาวปล่อยชาย

สวมหมวกสะพายกระเป๋าสีดำไว้ข้างหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ อฮนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กจพ 4 ชื่อจังหวัดไม่ชัดเจน ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากวัดไป จึงได้ให้นายชินภัทร วริยาศกร ลูกศิษย์วัดเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ. ศุภชัย บุญที ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหารได้แกะรอยจากรถจักยานยนต์ที่คนร้ายใช้และไล่ตรวจสอบกล้องตามเส้นทาง ในที่สุดสามารถตามควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ และได้นำมาใช้ที่วัดศรีมงคลเหนือ พร้อมกับพระพุทธรูปที่อุ้มไป เมื่อทางเจ้าอาวาสได้พูดคุยสอบถาม พบว่ามีลักษณะอาการคล้ายคนสติไม่สมประกอบจึงได้อโหสิกรรม ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว อีกต่อไป

ลักพระพุทธรูปวัดศรีมงคลเหนือ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ไล่สกัดจับรถขนยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าโดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ในการขนส่งโดยจะใช้เส้นทางจากแยกบ้านนายอ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ผ่านทาง อ.เมืองมุกดาหาร ไปยัง อ.คำชะอี เพื่อจะเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงาน พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว. มุกดาหาร และ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ทราบ และวางแผนเพื่อจับกุม จากนั้นได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่ง ในเวลาต่อมาได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ทะเบียน 9กด 5094 กรุงเทพมหานคร ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ขับติดตาม กระทั่งรถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าถนนบ้านหนองแวง ผ่านไปยังบ้านหนองกระโซ่ จากนั้นกลับรถขับเข้า อ.เมืองมุกดาหาร

ชุดจับกุมได้ขับติดตามตลอดจนมั่นใจว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมียาเสพติดแน่นอน เมื่อไปถึงถนนระหว่างบ้านพรานอ้น-แยกโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้แสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะชนท้ายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายและพยายามขับถอยหลังเพื่อหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดและควบคุมผู้ขับ คือ นายมนัสพงศ์ หรือโต้ง (นามสมมุติ) และนายอัครสิทธิ์ หรือจ๊อบ(นามสมมุติ) นั่งอยู่ข้างคนขับ ตรวจสอบในรถยนต์กระบะพบกระสอบสีเขียว วางอยู่ในห้องโดยสารหลังคนขับ จำนวน 3 กระสอบ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดยาบ้าทั้งหมด พร้อมรถยนต์กระบะไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดสืบตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง หมายเลขบัตร ปปส. 6700098 นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ พร้อมด้วยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เจ้าหน้าที่ อสม. และชุดปฏิบัติการตำบลหนองเขียด นำโดยนายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด เจ้าหน้าที่รวมจำนวน 45 คน

เปิดยุทธการ “ฟ้าสางที่หนองเขียด” ภายใต้ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้เสพยาเสพติด ในพื้นที่บ้านหนองกุงหมู่ที่ 5 และ บ้านโนนรังหมู่ ที่ 10 ตำบลหนองเขียด ผลการปฏิบัติจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 1 ราย

นายพงศกร อรชรอายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/141 หมู่ 6 ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลาง
1) ยาบ้า จำนวน 604 เม็ด
2) ยาไอซ์น้ำหนัก 0.6 กรัม
3) รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ KTM รุ่น DUKE 200 สีส้ม-ขาว ป้ายทะเบียน 1 กฎ 2369 ลพบุรีจำนวน 1 คัน
4) ปวดปัสสาวะจำนวน 1 ขวด

โดยกล่าวหา

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
  2. ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

พฤติการณ์โดยย่อ
ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการนำส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.5 ม.10 ตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด และนายธีระพัฒน์ โยมา ผญบ.บ้านโนนรัง ได้ร่วมบูรณาการกำลังจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อ

ป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย และการแพร่ระบาดของยาเสพติด และได้เปิดยุทธการค้นหาผู้เสพเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัด ซึ่งได้เดินเคาะประตูสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน พบผู้เสพที่สมัครใจเข้ารับการบำบัด จำนวน 37 คน และได้หยุดตรวจรถยนต์รถ จักรยานยนต์ รวมจำนวน 50 คัน

07.00 น. นายพงศกรฯ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาที่จุดตรวจฯ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและขอหยุดตรวจสอบ พบว่ามีท่าที่ต้องสงสัย มีอาการลุกลี้ลุกลน เลยได้สอบถามว่าเคยใช้สารเสพติดหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเคยเสพยา จึงได้เชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจสอบ ภายหลังการตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 3 ถุง ซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงด้านขวา ภายในถุงซิปล็อคสีน้ำเงินเข้ม

ซึ่งมียาบ้า รวมจำนวน 604 เม็ด และยาไอซ์ 1 ซอง น้ำหนักรวม 0.6 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวนายพงศกรฯ มาสอบสวนข้อมูล ทำบันทึกจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีฝตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วินนิวส์ /ภาพข่าว ศูนย์ข่าวสื่อรัฐทีวีขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สกัดรถแก๊งขนยาไอซ์กว่า 1 พันกิโล ดอยแม่สลอง ดัดแปลงรถคล้ายรถทหารลำเลียง ยิงปะทะเจ็บ 2 รวบอีกเพียบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68 กำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 บช.ปส. กองกำลังผาเมือง ป.ป.ส.ภาค 5 กองกํากับการสืบสวน ตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย สภ.แม่ฟ้าหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นำโดย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ,พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พ.อ.อนุวัช ปัญญานันท์ ผบ.หน่วยเฉพากิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุลผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุรกิจ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบยาไอซ์ประมาณ ประมาณ 1,500 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 15 ถัง บรรทุกอยู่ในรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ติดป้ายทะเบียนหน้ารถ ทะเบียนจักร 05875 คล้ายรถบรรทุกของทหาร

โดยการตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชน หมู่ 1 บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง
จ.เชียงราย เจ้าหน้างกองกำกับการสิบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย ได้ติดตามขบวนการค้ายาเสพติดทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาจากพื้นที่ชายแดน ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงได้ทำการวางกำลังสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มขบวนการจะใช้ในการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว

จนกระทั่งพบรถรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ติดป้ายทะเบียนหน้ารถ ทะเบียนจักร 05875 จากการตรวจค้นภายในรถ พบถังน้ำมันขนาด 200ลิตร
จำนวน 15 ถัง บรรทุกอยู่ เมื่อเปิดดูภายในพบเป็นยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ จากนั้นได้มีรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด เอฟเวอร์เรส ติดป้ายทะเบียนป้ายแดง ร 1507 กทม. มีชาย จำนวน 2 คน หญิง 1 คน อยู่ในรถ ขณะที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบคนในรถได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่จนได้ปะทะกันขึ้น ทำให้ชาย จำนวน 2 คน ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาด ทราบชื่อคือ นายสำราญ วิพอ และนายอำนาจ ศุภโสรต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำส่งโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดอาวุธปืนพักสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก

ต่อมาในเวลาต่อเนื่องกันที่บริเวณด่านตรวจแยกอีก้อ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้ตรวจรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ จำนวน 1 คัน ควบคุมตัวชาย จำนวน 4 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า การสกัดกั้นการจับกุมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ จนสามารถสกัดยาเสพติดในครั้งนี้ได้

ในส่วนของรถบนนทุกที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ไม่ได้เป็นรถของทางราชการ แต่มีการดัดแปลงทำสีให้คล้ายกันและใส่แผ่นป้ายทะเบียนปลอมขึ้นมาเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ แม้กระทั่งอุปกรณ์ภายในรถ
โดยในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 2 คนเป็นอดีตทหาร รบพิเศษ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แต่ถูกปลอดออกจากราชการแล้ว นอกจากนี้ยังพบชุดฝึก อาวุธปืน AK เครื่องกระสุน และระเบิดลูกขว้างอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ EOD เข้าทำการตรวจสอบและเก็บกู้..ต่อไป.

สมจิตร แสงบัลลังก์ ธนวัฒน์โมมา.ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จนท.รพ.ช็อคได้ยินเสียงตุ๊บ คนป่วยหาย ตามหาทั้งคืน ตื่นเช้าพบเป็นศพ กระโดด ชั้น 4 ตึกผู้ป่วย ดับอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุ คนเสียชีวิต ภายในห้องเก็บของพนักงานทำความสะอาด อาคาร 9 A ชั้น 1 โรงพยาบาลศรีสะเกษ อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบ ศพผู้เสียชีวิต 1 ราย เพศหญิง อายุ 38 ปี ชาวอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ สภาพศพหัวตั้งกับพื้นห้อง ก้นชี้ฟ้า เลือดจากศีรษะไหลนองทั่วบริเวณพื้นภายในห้อง โดยผู้เสียชีวิต สวมชุดสีฟ้าของผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ

***ต่อมา แพทย์หญิงแคทรียา เทนสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้นำผ้ามากั้นพื้นที่เปิดเหตุเพื่อปิดล้อมพื้นที่พบศพไว้ เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
***จากการสอบถาม พนักงานเวรเปล โรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเข้ามารับเวรปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกลางคืน ปรากฏว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ เวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 6 มีนาคม 2568 ได้ยินเสียงดัง คล้ายเสียงปิดประตู หรือเสียงสิ่งของกระแทกพื้น ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นเสียงปรกติ จนกระทั่งตอนเช้า จึงมาทราบจากแม่บ้านในโรงพยาบาลศรีสะเกษ ว่า มีผู้ป่วย ที่มารักษาตัวที่ห้องอายุรกรรมหญิง กระโดดตึกลงมาจากชั้น 4 ซึ่งตนคนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก

***ขณะที่ แพทย์หญิงแคทรียา เทนสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทราบว่า มีผู้ป่วยกระโดดตึกเสียชีวิต เป็นผู้ป่วย เพศหญิง อายุประมาณ 38 ปี โรงพยาบาลวังหิน ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยคนไข้มาด้วยโรคหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด อีกทั้งยังเคยมีประวัติเสพสารเสพติดมาก่อน ตอนนี้รักษาตัวจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อวานคุณหมอได้ทำการถอดเครื่องช่วยหายใจและกำลังมีแพลนจะเดินทางกลับบ้าน

***ซึ่งเหตุการณ์อันน่าเสียใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 02.30 น. ของวันนี้ (6 มีนาคม 2568) ได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยได้หายไปจากห้องอายุรกรรมหญิง ชั้น 4 หลังทราบเรื่อง พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้รีบออกตามหา และตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดก็ไม่พบคนไข้เดินออกจากตึกผู้ป่วย จากนั้นก็ได้แจ้งศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉิน ดำเนินการตามขั้นตอน จนกระทั่งพอรุ่งเช้า (07.00 น.) ได้รับรายงานจากแม่บ้านว่าเจอศพผู้ป่วยในห้องเก็บของที่ล็อคข้างในไว้ จึงแจ้งเจ้าหน้าทางโรงพยาบาลให้ไปตรวจสอบพร้อมรายงานตามขั้นตอนและแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ทางโรงพยาบาลได้แจ้งญาติและทำความเข้าใจกับญาติ

***เบื้องต้น ทางญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตของผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลศรีสะเกษจึงได้ดำเนินการช่วยเหลือเรื่องทำศพ และค่าดูแลจัดงานศพให้ในเบื้องต้น ก่อนส่งมอบศพให้กับทางญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โจรตีเนียนเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แอบเข้ามาตัดสายไฟภายในปั๊มน้ำมันร่าง เด็กปั๊มมาเจอรีบจับโจรขับรถบึ่งหนีหายลอยนวล

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ สมร สุเทวา ได้โพสคลิปและข้อความลงบนเพจเฟสบุ๊คชื่อ ศรีสะเกษ SisaketToday กลุ่มเสรี ว่า ฝากเตือนภัยกับบุคคลอันตรายคนนี้ด้วยครับได้ไปขโมยตัดสายไฟที่ปั๊มเก่าบ้านเพียนามเก่าเส้นไปถนนอุทุมพรตอนนี้ทางตำรวจกำลังตามตัวอยู่ครับใครพบเจอแจ้งไปที่ส.ภศรีเกษด้วยครับขอบคุนครับ

***ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. (ปั๊มเก่า) ซึ่งอยู่ที่บ้านเพียงนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้พบกับ นางจีรณัฐ แสงทอง อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเด็กปั๊มมันและเป็นหนึ่งในคนดูแลปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่คนร้ายในคลิปเข้ามาตัดสายไฟ และพาไปดูความเสียหายจากกลุ่มโจรที่เข้ามาขโมยทั้งสายไฟ เหล็ก และสิ่งของอื่นๆภายปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งตั้งแต่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ปิดตัวลง มีโจรเข้ามาขโมยโดยไม่ขาดสาย

***นางจีรณัฐ เปิดเผยว่า ปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นปั๊มน้ำมันเก่าที่ไม่ได้เปิดบริการแล้ว แต่เปิดเป็นที่พักให้กับเด็กปั๊มน้ำมันได้พักอาศัย และช่วยกันดูแลปั๊มน้ำมันแห่งนี้ โดยตอนเกิดเหตุ (วันที่ 4 มี.ค. 68) ช่วงประมาณ 12.00 น. ตนอยู่กับพี่ร่วมงานกัน 2 คน และกำลังจะนอนพักผ่อนกัน แต่อยู่ๆไฟฟ้าก็ดับ ตนเลยโทรศัพท์ไปแจ้งการไฟฟ้าว่าแถวนี้มีการดับไฟหรือไหม แต่การไฟฟ้าบอกว่าไม่มีการดับไฟฟ้าแถวนั้น รองไปดูตรงตู้ไฟดูว่าเบรกเกอร์ตัดหรือไหม ตนเลยเดินไปดูกับพี่ร่วมงานพอไปถึงก็ไปเจอรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110i จอดอยู่ และยังชายแปลกหน้ากำลังตัดสายไฟอยู่เลย ตนตระโกงตามกับชายแปลกหน้าว่าเป็นใครเข้ามาทำอะไร แต่ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า มีคนให้มาตัดสายไฟ ตนพยายามจะให้ชายแปลกหน้าอยู่รอเจ้าหน้าที่ก่อน แต่ชายแปลกหน้าก็ได้รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบออกไปจากจุดเกิดเหตุ

***เบื้องต้นพฤติกรรมของชายแปลกหน้าหน้าจะมีการชำนาญในการตัดสายไฟฟ้ามาก และหน้าจะเข้ามาขโมยสายไฟที่แห่งนี้หลายครั้ง จึงอยากจะของประชาสัมพันธ์ถ้าใครพบเห็นชายคนดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้ เพราะเป็นการช่วยกันจับกุมไม่ให้ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวไปก่อเหตุกับคนอื่นๆอีก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเก็บหลักฐาน และสายไฟที่ถูกตัดไปเป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งจะประสานเจ้าน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ให้เร่งติดตามชายแปลกหน้าคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์ 117 กก. รวบ2ผัวเมีย พร้อมของกลางริมถนนหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 มีงคง ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 117 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้อง 2 ราย ของกลางยาไอซ์ รถกระบะ 1 คัน พร้อมด้วย น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.อ.พิชัย ขันโททอง

หน.ฝนผ.กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ผู้แทน ป.ป.ส.ภาค 4 ผู้แทนกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.เพชรนคร ผิวขำ และ ร.ท.ไชยา เนียมแสง พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างห้วยดอกไม้ ไปจนถึง บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง

กระทั่งเวลา 20.30 น.ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่ปากห้วยบ้านห้วยดอกไม้ ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณปากห้วยบ้านห้วยดอกไม้ ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจที่อยู่ที่บริเวณปากห้วยประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถกระบะคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อยๆ จนมาถึงถนนหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม บ้านนาเจริญ ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย เป็นชาย 1 หญิง 1 และพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 3 กระสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วจึงได้นำของกลางกลับมายังสถานีเรือบึงกาฬตรวจสอบรายให้ละเอียดอีกครั้ง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 117 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะทำการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ การปฏิบัติวันนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่เราได้รับข่าวจากสายข่าวมีส่วนสำคัญในการนำมาซึ่งการจับกุมมีส่วนของการแถลงข่าววันนี้

ด้าน นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายปกครองได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งที่แล้วได้แถลงข่าวจับยาบ้าไปล้านกว่าเม็ด ครั้งนี้เป็นยาไอซ์ก็แสดงว่ามีจุดเข้าของยาเสพติดในเขตพื้นที่จังหวัดบึงกาฬยังคงมีตลอด ทั้งนี้เหมือนจะขยายเข้าพื้นที่ตอนในประเทศ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ก็เป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก มาตรการ ซิล สต๊อป เซฟ ต้องเริ่มจากจังหวัดชายแดน ต้องขอบคุณกองกำลังไม่ว่าจะเป้นทหารเรือ ทหารบก ตำรวจ ความมั่นคงภายใน พี่น้อง อส.ซึ่งกระผมเองต้องเดินทางไปรับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนเราจะการสนับสนุนงบประมาณมาช่วย เพราะว่าการทำงานในพื้นที่ชายแดนต้องอาศัยสายข่าวค่อนข้างเยอะ หากวันนี้ไม่ได้สายข่าวจะไม่ได้จับกุมแน่นอน จึงต้องใช้งบประมาณมาสนับสนุนสายข่าวหาข่าว ส่วนการลงโทษผู้กระทำผิดให้อัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจลงโทษสถานหนักกับผู้ที่ลักลอบนำเข้ายาเสพติด และประสานงานกันอย่างเคร่งครัด ต้องสกัดกั้นให้หมด ควบคุมระบาดในพื้นที่ตอนในได้ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี/ตร.ประจวบ ร่วมกับการไฟฟ้าปราณบุรี จับเหมืองบิทคอยน์กลางเมืองปราณ  พบเครื่องขุดบิทคอยน์ จำนวน 32 เครื่อง  ผู้ต้องหา 2 คน ข้อหาลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าหลวงอย่างผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

Lavc58.134.100

เมื่อเวลา17.30 น. วันที่ 3 มี.ค.68 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานว่ามีการลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหาย บริเวณบ้านเช่า ในซอยรัฐ,บำรุง 9 ตรงข้ามโรงเรียนบ้านตำหรุ ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พนักงานสอบสวน สืบสวน สภ.ปราณบุรี เจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐานประจวบฯ  และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรี รุดไปที่เกิดเหตุ

Lavc58.134.100

สืบเนื่องจากวันนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรี ได้เข้าตรวจสอบบ้านแบ่งให้เช่า ห้องเลขที่ 110/10  พบว่าห้องดังกล่าวมีการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรปราณบุรีมาร่วมตรวจค้น พร้อมขออนุญาตเจ้าของห้องเช่าเข้าตรวจค้นภายในห้อง พบว่าหลังห้องมีชั้นวางของมีเครื่องขุดบิทคอยอยู่เป็นจำนวนมากจำนวน 32 เครื่อง มีเครื่องบิทคอยที่กำลังเปิดเครื่องใช้ จำนวน 21 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึด อายัดเครื่องขุดบิทคอยทั้งหมด ไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าพึ่งมาเช่าห้องทำได้ประมาณเดือนกว่าส่วนเครื่องขุดบิทคอยก็ซื้อเครื่องมือ 2 มาใช้ราคาไม่แพง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนนำเครื่องบิทคอยน์ พร้อมควบคุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ไปสอบสวบที่ สภ.ปราณบุรีต่อไป

Lavc58.134.100

พล.ต.ต.นครินทร์ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของการไฟฟ้ามาตรวจสอบบริเวณนี้พบว่ามีการใช้กระแสไฟฟ้าแบบผิดปกติจึงประสานบ้านเจ้าของผู้ใช้ไฟเข้าตรวจสอบพบว่ามิเตอร์ไฟเดินไม่ปกติ เดินช้า กระแสที่การไฟฟ้าวัดพบมีมีกระแสไฟเข้าไปผิดปกติ และได้ยินเสียงพัดลม เมื่อเปิดเข้าไปก็มีเครื่องใช้ในการขุดบิทคอยน์ซึ่งกำลังเปิดทำงานอยู่ จำนวน 20 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ที่มาเช่าไว้ จำนวน 2 รายซึ่งจะต้องดำเนินคดีทั้ง 2 คน เบื้องต้นผู้ต้องหา อ้างว่าพึ่งมาเช่าห้องได้ประมาณเดือนเศษๆ และจะสอบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเป็นพยานและมีการกล่าวหาดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ส่วนการพิสูจน์ว่ามีข้อหาอะไรเพิ่มเติมพนักงานสอบสวนจะมาพิจารณาอีกครั้ง

Lavc58.134.100

นายกลยุทธ แก้วอัมพร หัวหน้าแผนกมิเตอร์การไฟฟ้าปราณบุรี กล่าวว่า วันนี้การไฟฟ่ลช้าได้มีการมาสุมตรวจสอบมิเตอร์ พบว่ามีการใช้กระแสมิเตอร์ 3 เฟดมีการใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง ค่าไฟที่เกิดขึ้นมีปริมาณค่อนข้างน้อยไม่สอดคล้องกัน เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่ามิเตอร์มีการละเมิดการใช้ไฟฟ้าเพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องขุดบิทคอยน์ ตรวจสอบพบว่ามีเครื่องบิทคอนย์จำนวน 35 เครื่อง ใช้งานจำนวน 21 เครื่อง ความผิดก็การละเมิดการใช้ไฟในการขุดบิทคอยน์เสียค่าเบี้ยปรับต่อการไฟฟ้าต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

Lavc58.134.100
Lavc58.134.100

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ชาวบ้านช่วยกันหิ้วยายพิการหนีตายออกจากบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟกำลังลุกไหม้บ้านที่บ้านนาเจริญ ตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงไฟกำลังลุกไหมบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 12 ตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งไฟได้ไหม้จากชั้นบนลงมาชั้นล่าง มี นายอระชอน โนนทอง อายุ 59 ปี และ นางหนูเพียง โนนทอง อายุ 67 ปี (เป็นหญิงพิการ) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน นั่งร้องให้อยู่ข้างบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เจ้าหน้าดับเพลิงจาก อบต. หนองหมี และจาก อบต.ใกล้เคียง ได้ช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถควบคุมดพลิงไว้ได้

***จากการสอบถาม นางหนูเพียง โนนทอง เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ตนอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ตน สามี และลูกชายนอกจากนี้ตนยังพิการนิ้วกุดด้วย เดินลำบาก ตอนเกิดเหตุตนนั่งกินข้าวอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนนั้นตนได้ยิงเสียงดัง ตุ้ม ตุ้ม 2ครั้ง อยู่บนบ้าน และไฟก็เริ่มลุกไหม้

ตอนนั้นตนต้องกัดฟังพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปเอาทรัพย์สินและโฉนดที่ดินที่อยู่บนบ้าน แต่ก็หอบมาได้แค่กระเป๋าใส่เอกสารบางส่วน เท่านั้น เนื่องจากตนเดินลำบาก ก่อนที่เพื่อนบ้านจะเข้ามาช่วยหิ้วปีกตนออกจากกองไฟ ส่วนทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ก็จะมี ทั้งทีวี ดูเย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว และฉโนดที่ดินส่วนหนึ่ง ถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหมด

***ด้าน นางจันทร์ศรี คำเอี่ยม อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมีบ้านติดกัน เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกินเหตุตนได้ยิงเสียงดังที่ชั้น 2 ของบ้านหลังเกิดเหตุ ก่อนจะมีประกายไฟและเห็นไฟกำลังลุกไหม้จากชั้น 2 ตอนนี้ตนก็ร้องกระโกนเรียกพี่น้อง เรียกชาวบ้านคนอื่นๆให้ เข้ามาช่วยดับไฟ

และพาตัว นางหนูเพียง ออกมาจากบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ ซึ่งตามปกติทุกวัน นางหนูเพียง จะชอบนอนอยู่ในบ้าน และจะไม่ค่อยมีใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับแก โชคดีที่ตนเห็นเหตุการก่อนจึงเข้าไปช่วย นางหนูเพียง ออกมาจากบ้านได้ทัน เพราะตอนนั้นที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยมีเพียง นางหนูเพียง อยู่บ้านเพียงคนเดียว ตอนไฟไหม้นางหนูเพียรหวงของและพยามยามจะเข้าไปเอาของในบ้าน

***เบื้องต้นคาดว่า มิเตอร์ไฟฟ้าที่ชั้น 2 ของบ้าน หน้าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรแล้วระเบิดทำให้ เกิดประกายไฟจนทำให้ ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว บวกกับชั้น 2 ของบ้านเป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำไห้ไฟไหม้วอดทั้งหลัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต ส่วนทรัพย์สิน และความเสียหาย ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินอีกครั้ง การจะได้ดำเนินการต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่ามุกดาหารมอบสิ่งของพระราชทาน แก่ผู้ประสบอัคคีภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร เชิญสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้รับความเสียหาย 1 หลังคาเรือน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์

ในการนี้ นายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร​ พร้อมด้วย นางวิลาวัลย์ คุ้มสุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร​ ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนตำบลกุดแข้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ผุ้ประสบภัย ร่วมลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ ดังกล่าวจังหวัดมุกดาหารให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้​ สิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จำนวน 1 ชุด​

พมจ.มุกดาหาร มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 3,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ 1 ชุด​ เหล่ากาชาดมอบของช่วย เหลือเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 2 ชุด​ เงินสดจำนวน 8,000 บาท​ กระติกน้ำร้อนจำนวน 1 เครื่อง​ ชุดเสื้อผ้าจำนวน 3 ชุด​ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยมอบเงินสดจำนวน 2,000 บาท​ และเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1 ชุด​ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มอบสิ่งของช่วยเหลือในเบื้องต้น และได้สำรวจความเสียหายเพื่อจะให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 12.30 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยของนางบาหยัน คำจันทร์ บ้านเลขที่ 105 หมู่ 4 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง มีผู้พักอาศัยจำนวน 3 คน ชาย 1 คน หญิง 2 คน มีผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน

ขณะนี้ผู้ประสบภัยได้พักอาศัยอยู่บ้านลูกสาวที่อยู่ใกล้เคียง​ การให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเทศบาลตำบลกุดแข้และเทศบาลตำบลโพนทรายเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้เรียบร้อยแล้ว​ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนและความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจและจะรายงานเพื่อทราบต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เจ้าหน้าที่จับหนุ่มลอบตัดไม้มะริดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมฯ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 นายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรมฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส.

ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการลักลอบตัดไม้บริเวณป่าตะบองยักษ์ ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จึงนำกำลังตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบชายต้องสงสัยกำลังเดินอยู่ในแปลงกาแฟ สะพายถุงปุ๋ย มือขวาถือมีดพร้า มือซ้ายถือบาร์เลื่อยยนต์ จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น ทราบชื่อว่านายอาวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว จ.พัทลุง ตรวจดูในถุงปุ๋ยมีโซ่เลื่อยยนต์ หัวเทียน และอุปกรณ์ซ่อมเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์หลายรายการ โดยสังเกตเห็นว่ามือของชายคนดังกล่าวเปื้อนน้ำมันโซ่ยนต์จนมีสีดำทั้งสองมือ

เจ้าหน้าที่จึงสอบถามและได้นำตัวไปยังเพิงพัก พบเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull (กระทิงดำ) บาร์เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ วางอยู่ใต้ถุนเพิง เมื่อตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบร่องรอยการตัดไม้และแปรรูปไม้ มีเศษขี้เลื่อยใหม่กระจายอยู่ทั่ว จึงเดินตามรอยเท้าซึ่งตรงกับรองเท้าที่ผู้ต้องสงสัยสวมใส่ ไปจนพบไม้มะริดแปรรูปจำนวน 4 แผ่น โดย 3 แผ่นมีการผูกเชือกหัวท้ายและมีคานไม้ไผ่สอดคาเชือกในลักษณะพร้อมยกขนย้าย แสดงให้เห็นว่ามีการกำลังขนย้ายและทิ้งไม้แปรรูปอย่างเร่งรีบ

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามารับจ้างใส่ปุ๋ยต้นกาแฟและไม่ทราบว่าไม้แปรรูปเป็นของใคร แต่ภายหลังยอมรับว่าไม้แปรรูป เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นของตนเอง จึงยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ บาร์เลื่อยยนต์ โซ่เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอีก 15 รายการ รวมถึงไม้มะริดแปรรูป 4 แผ่น มีปริมาตรรวม 0.128 ลูกบาศก์เมตร นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตร.สภ.ชานุมาน จ.อำนาเจริญ จับยาบ้า400000เม็ด ชาวลาว 1 คน ชื่อท้าวน้อย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา8.00น วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 สถานีตำรวจภูธรชนุมาน โดยคำสั่งพล.ต.ท.วัฒนา​ ยี่จินผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบนโยบาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลกำชับเน้นย้ำกวดล้างยาเสพติดในพื้นที่ อย่างเด็ดขาดได้สั่งการมอบหมายให้พล.ต.ต.นิพล​ บุญเกิดผู้บังคับ
การตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และสั่งการให้ พ.ต.อโชตินรินทร์​ สุภาวรัตม์ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน พร้อมกับตำรวจทุกนายได้กวดขันกรวดล้างยาเสพติดและ อาชญากรรมของผิดกฎหมายทุกชนิดในพื้นที่จนทราบว่า​ เมื่อเวลา8.00นสายข่าวรายงานมาว่าอในพื้นที่จะมีขบวนการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมายังในราชอาณาจักรไทย บริเวณอำเภอชานุมานเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนอำเภอชุมสายสืบทราบว่า จะมีการขนยาเสพติดในเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มอยู่ตลอดทั้งคืนจนสว่างและยามเช้าจึงเห็นชาย 1 คนได้แบกกระสอบสีเขียวๆ

ขึ้นจากตลิ่งน้ำโขง ขึ้นมายังป่าล่ะเมาะในเขตอำเภอชานุมาน เจ้าหน้าที่ก็ได้ ติดตามไม่ได้คาดสายไม่กระพริบตา เห็นชายดังกล่าวแบกกระสอบเข้าไปป่าละเมาะ แน่ใจละว่าเป็นของผิดกฎหมายเจ้าหน้าจึงจึงได้แสดงตนแสดงสิทธิ์ตรวจค้น จับกุมตอนแรกฮึดฟัดเหวี่ยงต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่แต่สู้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่มีความชำนาญตวรจพบว่าในกระสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 อย่างร้ายแรง ตรวจนับจำนวน 400,000 เม็ด และได้สอบถามชาวลาว ชื่อท้าวน้อยไม่ทราบนามสกุล จากการ สอบถามในเบื้องต้นว่าจะนำมาไว้ในป่าละเมาะและจะมีพ่อค้ายาเสพติด อยู่ในประเทศไทย มารับช่วง ต่อไป แต่ก็มาถูกจับก่อน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผล

โดยมีการติดต่อกับใครบ้างในทางโทรศัพท์ จึงทราบแล้วว่า ขบวนการ พ่อค้ายาเสพติด ที่จะมารับยาเป็นใคร เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ. ชานุมานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านท่านผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวอยู่เสมอว่า ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ช่วยกัน ปราบปรามกวาดล้างพ่อค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้ชุมชนสังคมได้มีความสุขปราศจากสิ่งเสพติดทุกชนิดต่อไป
ภาพ/ข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอ.ภูสิงห์ ยิงวัยรุ่นค้ายาเสพติดเสียชีวิต 1 ราย จับผู้ต้องหาเสพยาเสพติดได้อีก 2 ราย

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุ ปลัดอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายความมั่งคง ยิงปืนใส่กลุ่มต้องสงสัยที่มามั่วสมยาเสพติดที่คลองน้ำลำเจียก ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีคนเสียชีวิต 1 ราย จับได้ผู้ต้องหาย 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวน 79 เม็ด ซึ่งญาติผู้ตายติดใจในการเสียชีวิต และมีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไหม

***ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่บ้านนาค้อ หมู่ที่20 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงพบชาวบ้าน และญาติๆผู้เสียชีวิตได้พากันมาช่วยจัดเตรียมสถานที่ กางเต็น เพื่อรอรับศพผู้เสียชีวิตที่จะมาในช่วงบ่ายวันนี้ โดย นายสุบิน คงสม อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่ หมู่ 20 ตำบลปรือใหญ่ เปิดเผยว่า ผู้ตาย ชื่อ นายถนัด หรือ แตน ลานตวน อายุ 26 ปี ซึ่งผู้ตายมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน แตน เป็นคนสุดท้อง และผู้ตายยังไม่มีครอบครัว โดยปกติผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างเก็บผลไม้ตามฤดูกาลที่ต่างจังหวัด ถ้าเสร็จฤดูกาลเก็บผลไม้ก็จะกลับมาอยู่ดูแลพ่อที่บ้าน ตามปกติผู้ตายจะชอบออกไปหาหนูนาเป็นประจำทุกวัน คืนวันเกิดเหตุผู้ตายออกไปหาหนูนา และมารู้ข่าวอีกทีว่าถูกยิงตายที่คลองส่งน้ำบ้านคลองลำเจียก เมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 23:00 น. ของวัน ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เบื้องต้นญาติยังติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ปกครองทำว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่

***ต่อมาทางน้องชายและทางญาติๆผู้ตายได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมกลางทุ่งนาใกล้กับคลองส่งน้ำ ตรงกระท่อมมีร่องรอยการต่อสู้ คลาบเลือด กระดาษฟอยล์ ไฟแช็ค อุปกรณ์การเสพยาตกเต็มไปทั่วบริเวณกระท่อม และมีร่องรอยเท้าเหยียบย่ำรอบกระท่อม มีรองเท้าหล่นอยู่ในพื้นที่หลายคู่ คาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย และของกลุ่มเพื่อน

***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่สถานีตำรวจภูธรปรือใหญ่ ได้พบ พันตำรวจเอก ดนัย รัตนประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้นั่งสอบสวน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง (มือยิง) โดย พันตำรวจเอก ดนัย เปิดเผยว่า จากการได้สอบสวนและนั่งพูดคุย เบื่องต้นเหตุเกิดเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้ตายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด วันเกิดเหตุฝ่ายปกครองอำเภอภูสิงห์ขยายผล ว่ามีเบาะแสมาว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมีการนัดส่งยาเสพติดและมั่วสุมยาเสพติดที่กระท่อมกลางนา ฝ่ายปกครองจึงเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ พร้อมกระจายกำลังสุ่มทั่วบริเวณ พบกลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ตายกำลังเดินทางมาส่งยาที่กระท่อมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ปกครองแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุมแต่กลุ่มผู้ตายรวม 7 คน มีการต่อสู้ขัดขืน ในขณะนั้นมีเพียงปลัดผู้ก่อเหตุคนเดียวที่แสดงตัวเข้าจับกุม จังหวะที่ประชันหน้ากัน ปลัดเกรียงไกรจึงได้ใช่อาวุธปืนยิงสวนไปเพื่อป้องกันตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหากับ นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ว่ายิงผู้อื่นถึงแกความตาย

***ด้าน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ที่ทำลงไปเพื่อเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากผู้ตายทำท่าคล้ายจะชักอาวุธออกมา ซึ่งตอนแรกตนยิงปืนขู่ไป 2 นัด ซึ่ง 1 ใน 2 นัด ไปถูกด้านหลังซ้ายของผู้ตาย 1 นัด จนเสียชีวิต

***ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ที่เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ตาย คือ นายศิวนนท์ ธรรมพร อายุ 25 ปี และ นายภานุพงศ์ กลอยยิ่ง อายุ 20 ปี มาสอบสวน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ 2 ผู้ต้องหา โดยเล่าให้ฟัง ว่า ยาเสพติดที่เจอเป็นของผู้ตาย และตนก็ไม่ได้สนิทกับผู้ตายเท่าไร เพราะอยู่กันคนละหมู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่ร้านซ่อมรถของตนเพื่อมาชวนไปกินเหล้าที่คลองส่งน้ำลำเจียก ตนเลยขับรถไปที่คลองดังกล่าว และขับรถจักรยานยนต์เข้าไปเสพยาที่กระท่อมตรงจุดเกิดเหตุ โดยตนไม่มียาเสพติด แต่จะขอยืมยาเสพติดผู้ตายเสพ ซึ่งไม่รู้ว่ามีฝ่ายปกครองซุ้มรอจับกุมอยู่ พอเข้าไปกระท่อมได้ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาจับกุมดังกล่า
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จับกุมพ่อค้ายาเสพติด ใช้ปืนยิงเปิดทางหลบหนี ยึดยาบ้า300,000เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 19กุมภาพันธ์ 2568​ได้แถลงข่าวมีพันโท ฐาพล​ อ้อชัยภูมิรอง​รมน.อจพร้อมด้วย พันจ่าเอกสุวิน​ห้องแชงนายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอกโชตินรินทร์สุภาวรัตม์​ผกก.สภ.ชานุมานในตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พันเอกปภังกร​หมื่นศา​ ผบก.ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกกัญญณัต ไชยโอชะ ผบชฉก.ทหารผพราน 23 นาวาเอก ธชนนน อิทธิภูริทร์ ผบ. นรข.เขตอุบลราชธานีมว.ตชด
2273และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและความมั่นคง

ได้ร่วมกันประชุมเข้มกับเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องความมั่นคงชายแดนอ.ชานุมานขานรับโยบายของหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาล แนวทางการในการทำงานร่วมกัน ทิศทางเดียวกันหรือเป้าหมายเดียวกันในปราบปรามยาเสพติด และของผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้นและจริงจังสำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ เป็นการดำเนินงานการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่เป้าหมายการข่าวลับว่าจะมีการ ขนยาเสพติด ให้โทษข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านยามค่ำมืด มายังราชอาณาจักรไทยเจ้าหน้าที่ เฝ้าติดตามตลอดเวลาในขณะที่เฝ้า รอดูก็ได้มีเรือหางยาวมาเทียบท่า มีชาย จำนวน 3 คน 2 คนได้นำกระสอบถุงปุ๋ยใน ถุงปุ๋ยตรวจ ทราบภายหลังว่าเป็นยาเสพติด ให้โทษเจ้าหน้าที่แสดงตัว เพื่อเข้าจับกุมแต่ก็ขัดขืนไม่ให้จับ พ่อค้ายาเสพติดจึงใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดที่พกติดตัวมาด้วยยิง ใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี

ประกอบด้วยความมืดโดดลงแม่น้ำโขงเจ้าหน้าที่ก็ติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบผู้สื่อข่าวได้สอบถามเป็นการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในพื้นที่ ตามแนวชายแดน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติด จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความสุขหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ร่วมกัน ป้องกันปราบปราม ยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจังและเด็ดขาด ภาพข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล

ประวัติข่าว รายงาน/ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ ใช้ขวานจามหัวป้า 54 ปี ผู้ให้ข้าวให้น้ำกินดับอนาถ /ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุ ที่บ้านหนองแขวน ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่าเมื่อคืนเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 68 เกิดเหตุมีคนใช้ขวานจามหัวผู้หญิงเสียชีวิตที่กระท่อมกลางสวนยางพารา หลังบ้านเลขที่ 76 หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ก่อเหตุคือ นายนิพล เลิศศรี อายุ 54 ปี หรือ ไอ้จ่อย ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นางราตี โพธิสาร อายุ 54 ปี พอไปถึงพบชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ขนเต็นท์ มาเตรียมกาง โดยมีชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุที่เป็นกระท่อมหลังบ้านของผู้ตาย ซึ่งสภาพพื้นที่เกิดเหตุมีกองเลือดกองอยู่ที่พื้น มีรองเท้าว่างอยู่ 2 คู่ ซึ่งเป็นรองเท้าของผู้เสียชีวิตและของผู้ก่อเหตุ (คู่สีขาวของผู้ตาย คู่สีน้ำตาลของผู้ก่อเหตุ) โดย นายบรรจง โพธิสาร อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 6 ต.โพธิ์กะสัง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านตนไปช่วยงานศพญาติที่อยู่ต่างหมู่บ้าน ตนมาทราบว่าภรรยาถูกฆ่าตาย ก็เพราะผู้ใหญ่โทรไปบอกเมื่อช่วงเวลา 4 ทุ่มกว่า ทั้งนี้ตนกับ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) รู้จักกันมานานแล้ว เมื่อช่วงกลางวันก่อนที่ตนจะออกไปงานศพ ก็ยังเจอและพูดคุยกันอยู่ ตนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ ไอ้จ่อย ฆ่าภรรยาตนน่าจะเกิดจากการทะเลาะวิวาทแล้วเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวบวกกับดื่มสุราเมาด้วย ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงก่อเหตุขึ้น ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุยังเคยถูกดำเนินคดีมาหลายคดีแล้ว ส่วนภรรยาของตนหรือผู้ตายเป็นคนนิสัยอ่อนโยนเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใครมาก็ต้อนรับหมด ตนไม่คิดว่าจ่อยจะก่อเหตุฆ่าภรรยาตนได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ ตนไม่ขอให้อภัยในจ่อย(ผู้ก่อเหตุ)

***ด้าน นางจิราภา บุตรดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสัง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ได้ขับจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125i สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กร 1110 ศรีสะเกษ มาเรียกตนซึ่งมาคนเดียว แต่ตอนแรกตนไม่ยอมเปิดประตู ก่อนที่ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) จะไปเรียกคนในหมู่บ้านพามาเรียก ตนจึงรุกขึ้นมาเปิดประตู ก่อนที่ตนจะถาม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ว่ามาเรียกทำไหม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ตอบว่าจะมามอบตัวเพราะไปฆ่าคนตาย ตอนนั้นตนไม่เชื่อ เพราะเวลาเมา ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) กับผู้ตาย จะทะเลาะกันเป็นประจำ จึงคิดว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) คงพูดโกหก จังหวะที่ตนกำลังยืนคุยกัน ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) พอดีมีรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจขับผ่านมาพอดี ตนจึงเรียกให้จอด และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้กุญแจมือไว้ และนำตัว ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ขึ้นรถยนต์ตำรวจเพื่อไปดูที่เกิดเหตุ โดยพอไปถึงที่เกิดเหตุก็เห็นว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ฆ่าคนตายจริงๆ ตามที่กล่าวอ้าง

***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรกันทรอม โดยได้พูดคุยกับ ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ซึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ที่ต้องลงมือก่อเหตุฆ่า นางราตรี ผู้เสียชีวิต เพราะตนมึนเมา บวกกับผู้ตายจะชอบพูดดูถูกตนว่าตนชั่ว ว่าตนกระจอก จะทำอะไรกับตนก็ได้ ผู้ตายชอบพูดดูหมิ่นตน พูดแต่คำนี้มาโดยตลอดหลายเดือนแล้ว โดยปกติตนจะชอบมาคลุกคลีกับครอบครัวผู้ตายเป็นประจำเวลาบ้านผู้ตายมีงานก็จะเรียกใช้ตนอยู่ตลอด ผู้ตายจะให้เงินใช้หุงข้าวทำกับข้าวให้กิน ขวานที่ตนใช้ก่อเหตุก็เป็นขวานของผู้ตายที่ให้ตนไว้ใช้
***ด้าน พ.ต.ท. ณรงค์ ปิยะพันธ์ สารสัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรกันทรอม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนเมาอาระวาดอยู่ที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ จึงให้สายตรวจออกที่เกิดเหตุ แต่ไปถึงกับเจอกับผู้ใหญ่บ้านเรียกให้จอดและแจ้งว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) มาบอกว่าไปฆ่าคนตายให้ไปตรวจสอบหน่อย จึงได้ควบคุมตัวและนำตัวไปที่เกิดเหตุ พอไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจริง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ก่อนจะเรียนชุดพิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุ โดยสภาพศพผู้เสียชีวิตบริเวณศรีษะด้านซ้ายมีบาดแผลขนาดใหญ่ยาวจากกลางหัวถึงหน้าผากเหนือคิ้ว แผลยาวประมาณ 18-20 เซนติเมตร และ บริเวณกระท่อมที่เกิดเหตุพบขวานที่มีคราบเลือดตกอยู่และมีร่องรอยการต่อสู้ นอกจากนี้ยังพบเหล้าขาวที่ยังกินไม่หมดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วย เบื้องต้นตำรวจนำตัว ไอ้จ่อย มาตรวจปัสาวะพบเป็นสีม่วง พร้อมกับรับสารภาพว่าเป็นลงมือใช้ขวานจามผู้ตายจริง ทั้งนี้ได้ตั้งข้อหากับ ไอ้จ่อย ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพกพาอาวุธขวานไปที่หมู่บ้านหรือที่สาธารณะ และเสพสารเสพติด ก่อนจะได้นำตัวฝากขังที่ศาลกันทรลักษ์ ในวันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินการต่อไป


ตามนโบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 ให้ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ภ.8.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.8 ได้ดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนการกระทำความผิดของบัญชีผู้ใช้ facebook ดังกล่าวพบว่ามีการจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันผ่านทาง แอพพลิเคชั่น ไลน์ ใช้ชื่อว่า GOAL77VIP ในพื้นที่จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานมายัง ศปอส.ตร.ภ.1 เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดดังกล่าว 
วันนี้ (19 ก.พ. 2568)  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ จึงได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดปทุมธานี จนกระทั่งวันนี้ ( 19 ก.พ.68 ) เวลาประมาณ 15.00 น. บก.สส.ภ.1 ได้นําหมายค้น ศาลจังหวัดปทุมธานี 24/2568 ลงวันที่ 19 ก.พ.68 เข้าค้นบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ปรากฎรายละเอียดดังนี้

ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.ท.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงบ คุ้มสุวรรณ สว.กก.วิเคราะห์ข่าว ฯ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.สิทธิ์ทวี ปัญญาคม สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ตรวจยึดพร้อมของกลางจำนวนรวม 49 รายการ พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 150,000,000 บาทสถานที่ตรวจค้น บริเวณบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานีได้ร่วมกันจับตัวนายจิรายุทธ คีรีทศ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1129900110452 บ้านเลขที่18 ม.3 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีนายอลงกรณ์ ชูศักดิ์ อายุ 37 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500216174 บ้านเลขที่ 49/695 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม จ.กรุงเทพมหานครนายณัฐวุฒิ ภูมินันท์ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1419900306401 บ้านเลขที่ 23 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานีนายชุติพงศ์ เรียมริมมะดัน อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500425113 บ้านเลขที่ 90/466 ม.6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีน.ส.กิตติรัตน์ สัตยากูล อายุ 38 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1349900137626 บ้านเลขที่477 ม.8 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

นายเอกวุฒิ แก้วทอง อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100701737091 บ้านเลขที่ 555/67 ม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการนายออมสิน อมรปิยกุล อายุ 29 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1929900512863 บ้านเลขที่ 99/9 ม.6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรังน.ส.ฐานิดา อินทร์นาม อายุ 20 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1103703760165 บ้านเลขที่ 336/1 ม.2 ต.ทางพูนอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

ข้อหา “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาต” เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 โดยได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังสำนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหายพ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังฝ่ายปกครองกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เรียบร้อยแล้ว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับสาววัยรุ่นสร้างตัว เปิดร้านตัดผมพ่วงค้าบุหรี่ไฟฟ้า มุกดาหาร

    แชร์เนื้อหานี้

    ​เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์​ 2568​ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส. สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร และ ร.ต.อ.ธนากร ปาวะพรม สืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จึงได้รายงาน พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อนุพงศ์ ศรีสุข รอง ผกก.สส. ทราบ และ

    ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย โดยได้สนธิกำลังกับนายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าทำ การตรวจค้นบ้านเลขที่ 30 ม.11 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย

    โดย ร.ต.ท.โยฤทธิ์ แสนสุข ได้แสดงตัวเป็นผู้มีชื่อตามหมายค้นให้นาง บุญทรง ปัททุม ผู้ครอบครองสถานที่ และเป็นมารดาของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้ แสดงหมายค้นพร้อมทั้งอ่านให้ฟัง และให้นางบุญทรง ตรวจดูอีกครั้งจนเป็นที่พอใจ ซึ่งนางบุญทรง ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นได้ด้วยความสมัครใจ

    ผลการตรวจค้นที่บริเวณห้องร้านตัดผม พบพ็อตบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัวบรรจุยาได้จำนวน 125 ชิ้น และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งจำนวน 191 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ ซึ่ง น.ส.กุลยารัตน์ ปัททุม อายุ 29 ปี ยอมรับว่าเป็นของตน โดยได้สั่งซื้อทาง ออนไลน์ จากเว็บไซด์ INFYGOD เพื่อนำมาแบ่งจำหน่ายให้กลุ่มผู้สูบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่

    จึงได้ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับแจ้งข้อหากับ น.ส.กุลยารัตน์ว่าได้กระทำผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วย พาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ ผ่านพิธีการศุลกากร

    สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง จึง ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ขายทั้งวัน! ชาวบ้านแอบถ่ายคลิปขณะชายข้างบ้านไม่ทราบขายอะไรมีคนเดินเข้า-ออก แบบหลบๆซ่อนๆ มาซื้อทั้งวันทั้งคืนจนหมาเห่าตลอดทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากหญิงรายหนึ่งพร้อมคลิปชายข้างบ้านถือไม้วิ่งเข้ามาในบ้านที่เปิดร้านขายน้ำปั่นเพื่อที่จะทำร้ายหมา เพราะหมาเห่าบ่อยเกินไป

    จนทำให้ชายข้างบ้านเกิดอาการไม่พอใจ โดยที่หมาเห่านั้น เธอได้เปิดเผยว่า เพราะมีคนมาหาชายคนข้างบ้านตลอดทั่งวัน โดยไม่รู้ว่าเข้ามาทำอะไรกัน อยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางนำคลิปนี้ เผยแพร่ให้ทางเจ้าหน้าที่ในจังหวัดมุกดาหารได้รับรู้ เพราะที่ผ่านมาได้มีการแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านสามขา หมู่ 9 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นที่ระบุว่าเป็นที่เกิดเหตุโดยระหว่างการเก็บภาพชายคนดังกล่าวที่ชาวบ้านเรียกว่านายเขียว ได้ไล่ผู้สื่อข่าวไม่ให้เก็บภาพบริเวณหน้าบ้านของตนเอง จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณรอบๆ

    ไม่มีใครกล้าให้สัมภาษณ์เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะที่ผ่านมาถูกจับแล้วก็ปล่อยมา ปล่อยมา ก็มาก่อกวนขายเช่นเดิม โดยในแต่ละวันจะมีเพื่อนของนายเขียวแวะมาบ้านเกือบทุกวันละได้มีการซื้อขายอะไรกันไม่รู้ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติด

    ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง สภ. คำป่าหลายพร้อมกับส่งคลิปเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการในของการสืบสวนและจัดการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป #ลักลอบค้า #ตำบลคำป่าหลาย #จังหวัดมุกดาหาร
    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร ภาค 3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1คน พร้อมสารไอซ์ 599 กิโลกรัม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมาพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 คน พร้อมสารไอซ์จำนวน 599 กก. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓/ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

    นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมานายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.บ้านปรางค์ สั่งการให้

    เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., ร.ต.อ.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านปรางค์ และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ข่าวยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมสืบสวนจับกุมตัว
    นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี อายุ 41 ปี เลขประจำตัวประชาชน3460200166990 ที่อยู่ 146 ม.4 ต.สงเปลือย อ.นามน จว.กาฬสินธุ์
    พร้อมของกลาง 1.สารไอซ์ น้ำหนักประมาณ 599 กิโลกรัม 2.โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง ตรวจยึดของกลาง -รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดหรือสารไอซ์)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า

    ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จว.บึงกาฬ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในขอ ประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่ง พบว่ารถยนต์กระบะต้องสงสัย มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติด ดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางใน การลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด และผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติดจึงได้ขับรถยนต์ติดตาม และพบว่ารถยนต์กระบะดังกล่าวบรรทุกสิ่งของบริเวณท้ายกระบะบรรทุกโดยใช้ผ้าใบปกคลุมปิดบังสิ่งของไว้ โดยรถยนต์กระบะดังกล่าววิ่งมาจาก จว.บึงกาฬ จนกระทั่งมาถึง ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวรู้ตัวว่ามีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่ติดตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมเห็นดังนั้น จึงสั่งให้กำลังที่ได้แบ่งหน้าที่กันแล้วเข้าทำการสกัดกั้นตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวที่บริเวณถนนสาธารณะตลาดพระทองคำ ม.1 ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 8 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว อยู่บริเวณกระบะบรรทุกของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO สีม่วง-ขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอภิชาติฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอภิชาติ ฯ เป็นผู้ใช้งาน

    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวนายอภิชาต ฯ พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายอภิชาติ ฯ พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด สอบถามนายอภิชาติ ฯ รับว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยให้นายเปี๊ยก ให้ตนเองขับรถยนต์กระบะไปรอรับยาเสพติดที่บริเวณ อ.บุ่งคล้า จว.บึงกาฬ จากนั้นให้จอดรถทิ้งไว้จะมีคนนำรถของตนไป ให้ตนเองรออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็มีโทรศัพทแจ้งให้ตนเองไปเอารถกลับมา ต่อจากนั้น จึงได้มีการเชิญตนเองเข้ากลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ และมีการแชร์โลเคชั่นตลอดเส้นทาง ซึ่งตนเองจะใช้เส้นทางตามโลเคชั่นที่ส่งมาในกลุ่มไลน์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแยกไฟแดง อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “มังกรบิน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวทหารพราน “Seal Stop Safe” รวบ 3 ผู้หาขนยาไอซ์ 658 กก. ยาบ้ากว่าแสนเม็ด ริมโขง บ้านแพง นครพนม /และ ตชด.235 ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด งานพระธาตุพนม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

    สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

    โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

    จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

    จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย

    ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ขขเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ​ตชด.235 ธาตุพนม ไล่ล่ายึดยาบ้ากลางงานพระธาตุพนม 1 ล้านเม็ด

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

    สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

    โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

    จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร จับมือเผาทั้งเป็นพ่อค้าแตงโมวัดดอกไม้ ขณะหนีมารับงานในพื้นที่มุกดาหาร

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 20.30 น วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหารพร้อมด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารได้ตามจับกุมตัวนายอรรคกร หรือเพลิน พรมด้วง อายุ 46 ปี

    ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 175/2568 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายเพลินได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายเพลินได้ก่อเหตุราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผานายราเชน เทพมณี อายุ 52 ปี พ่อค้าแตงโม ภายในวัดดอกไม้ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จนทำให้ไฟลุกไหม้ท่วมตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาและต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวนจึงได้ขอให้ศาลอาญากรุงเทพใต้หมายจับ

    นายเพลินได้กล่าวภายหลังจากถูกจับกุมตัวว่า แค้นที่ผู้ตายเป็นชู้และคบหากับเมียตนเองวันเกิดเหตุได้มีการเตรียมน้ำมันเพื่อที่จะไปเผาโดยอาศัยช่วงที่ผู้ตายเผลอจึงได้ใช้มันสาดจากทางด้านหลังแล้วจุดไฟเผาจึงทำให้ไฟลวกมือตนเองไปด้วย

    จากนั้นก็ทำการหลบหนีโดยสารนั่งรถโดยสารจากกรุงเทพฯ มาที่มุกดาหารซึ่งตนเองยังไม่ขอให้รายละเอียดมากไปกว่านี้ การมาที่จังหวัดมุกดาหารนั้นไม่ได้ตั้งใจหลบหนีไป สปป.ลาว แต่มาเพราะรับงานตัดเหล็กไว้กับโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร

    เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​ตร.ภ.จว.มุกดาหาร – ตร.น้ำ – ตชด. – เทศกิจ ปูพรมค้นหาซิมพม่าริมแม่น้ำโขง พบถูกนำมาทิ้งนับพันซิม/ ตชด.ที่235 ซีลเข้ม นักบินโยนยาทิ้งกว่า 900,000 เม็ด ตามแนวชายแดน ตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รอง ผบก.ฯ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จังหวัดมุกดาหาร สั่งการให้ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีผู้พบซิมพม่า ถูกนำมาทิ้งบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

    โดยมี พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 และนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจ ปูพรมค้นหาซิมโทรศัพท์ที่บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำโขง

    ปรากฏว่านอกจากเจ้าหน้าที่จะพบซิมโทรศัพท์ของเครือข่าย truemove h และ dtac กระจายอยู่บริเวณหินเรียงริมตลิ่งเป็นจำนวนมากแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบในแม่น้ำโขงยังพบว่ามีซิมโทรศัพท์ถูกมัดรวมเป็นชุดๆ อยู่ตามริมแม่น้ำอีกนับพันซิม จึงได้ทำการเก็บรวบรวมและตรวจยึดไว้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    พ.ต.อ.ไพโรจน์ ไทยพุทรา รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จากการตรวจสอบซิมที่ตรวจยึดไว้ในเบื้องต้นพบว่ามีซิมที่ระบุว่าเป็นซิมพม่าอยู่บางส่วน และบางซิมหมดอายุเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 แต่เนื่องจากซิมส่วนใหญ่จมน้ำและมีคราบดินโคลนอยู่จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการล้างทำความสะอาด เพื่อตรวจเก็บข้อมูลหมายเลขซิม

    และนำข้อมูลของซิมที่ตรวจยึดไว้ทั้งหมดส่งให้กับ กสทช. และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่าย truemove h และ dtac ตรวจสอบว่าซิมดังกล่าวได้มีการจำหน่ายให้กับผู้ใดในเขตพื้นที่ใดบ้าง เพื่อจะได้ทำการสอบสวนสืบสวนและขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่อย่างไร ต่อไป

    ตชด.ที่235 ซีลเข้ม นักบินโยนยาทิ้งกว่า 900,000 เม็ด ตามแนวชายแดน ตามนโยบาย “Seal Stop Safe”

    ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe ของรัฐบาล และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร.,พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 โดย พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ได้เปิดยุทธการพิทักษ์ริมน้ำโขง ซึ่งมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 – 24 เป็นหน่วยปฏิบัติ เพื่อปราบปราม สกัดกั้นยาเสพติดที่จะเข้ามาทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 (สอง-สาม-ห้า) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมควร เบญจมาตร รักษาการแทนผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ธาตุพนม ได้แถลงข่าวตรวจยึดยาบ้ากว่า 900,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ

    โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ.68 เวลา 02.00 น. เจ้าหน้าที่ ชุดปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.235 ได้รับแจ้งว่า พบห่อวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ถูกทิ้งไว้กระจัดกระจายเต็มพื้นที่ บริเวณริมถนนสาธารณะทางหลวงชนบท บ.โนนยางคำ ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนำมาทิ้งไว้ ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ร้อย ตชด.237 และ ร้อย ตชด.244 บูรณาการร่วมกันออกตรวจสอบ

    เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุไปถึงที่เกิดเหตุพบห่อวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก คาดว่าจะเป็นยาเสพติด จึงได้วางกำลังดักซุ่มรอ จนกระทั่งถึงเวลา 06.00 น. ไม่พบผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้เข้าตรวจสอบพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ 3 ถุง ซึ่งมีรอยฉีกขาด ด้านในบรรจุห่อยาบ้าจำนวนหนึ่ง และกระสอบปุ๋ยสีขาวซึ่งบรรจุห่อยาบ้าไว้ โดยในบริเวณเดียวกันยังพบห่อยาบ้าอีกบางส่วนกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นตามริมถนน ในพงหญ้า และตกอยู่ในหนองน้ำในจุดที่เกิดเหตุ ลักษณะคล้ายกับมีคนนำมาโยนทิ้งไว้

    ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดมาตรวจนับที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ธาตุพนม ผลการตรวจนับ รวมจำนวนประมาณ 900,000 เม็ด จึงได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาล ได้เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน Seal Stop Safe และนโยบายเน้นหนักด้านปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์เพ็ชร ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ทางกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ก็ได้เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ป้องกันปราบปรามยาเสพติดจากแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งดำเดินการใน 3 ด้าน คือ ด้านการข่าว

    การลาดตระเวนเฝ้าตรวจชายแดน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในจุดเสี่ยงต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ค้ายาไม่สามารถขนส่งยาเสพติดได้โดยสะดวก จึงนำมาโยนทิ้งไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน และการตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยตำรวจตระเวนชายแดนก็จะทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมุ่งมั่น เพื่อสกัดกั้น และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ายาเสพติด สู่พื้นที่ตอนในประเทศต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจน้ำมุกดาหาร (CIB)​ จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับศาล ​ฐานบุกรุกเคหสถานเวลากลางคืน และกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.​ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก,​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้สังการให้ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)​ส.รน.3 กก.10 บก.รน., ชุดสืบสวนตำรวจน้ำ ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมและควบคุมตัวนายวิเศษ บางทรายอายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 271 ม.8 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร​ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 404/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567​ โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทราบว่ากระทำผิดฐานบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนและกระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27​ มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานข้อมูลจาก เจ้าพนักงานตำรวจศาล ศาลจังหวัดมุกดาหาร(และสายลับประสงค์เงินสินบน) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ดำเนินการสืบสวนหาข่าวติดตามผู้กระทำความผิดตามหมายศาลรายนายวิเศษ บางทราย ตามหมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 333/2567

    ลงวันที่ 24 มิ.ย.67 ตามที่สายลับ (ขอปิดนามเพื่อประสงค์เงินรางวัลนำจับ) แจ้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปถึงจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ปรากฎว่าไม่พบตัวนายวิเศษฯ แต่อย่างใด สายลับได้แจ้งเพิ่มเติมว่านายวิเศษฯ น่าจะทราบว่าตนเองมีหมายจับ เวลาไปปรากฏตัวที่ไหนจะไม่อยู่นาน จึงอาจจะทำให้อยู่นาน จึงอาจจะทำให้ติดตามตัวได้ค่อนข้างยาก ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่วันดังกล่าวจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2567​ ที่หมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 3​33/2567​ นี้หมดจะอายุความ จนท.ชุดสืบสวนฯ

    ได้ลงพื้นที่ทำงาน หาข้อมูลข่าวสารทั้งด้วยตนเองและจากสายลับอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 5 ส.ค.67 หมายศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 333/2567​ได้หมดอายุความลง จนท.ชุดสืบสวนจึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล และได้หมายศาลรายนายวิเศษ บางทราย ที่ 404/2567​ ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567​ มาเพิ่มเติม และได้ทำงานติดตามนายวิเศษฯ อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ชุดสืบสวนฯได้ลงพื้นที่ทำงานหลายพื้นที่ หลายหมู่บ้าน หลายตำบล

    เนื่องจากได้รับข้อมูลจากสายลับและนายประกันว่า นายวิเศษฯ มีญาติพี่น้องและคนรู้จักในหลายพื้นที่ จนต่อเนื่องมาถึงวันนี้ 7 ก.พ.68 เวลาประมาณ10.30 น.พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนามเพื่อประสงค์เงินรางวัลนำจับ) และได้รับข้อมูลจากนายสมการ ภักดีณรงค์ ซึ่งเป็นนายประกันจำเลยว่าพบบุคคลต้องสงสัยมีลักษณะตำหนิรูปพรรณบุคคลตามหมายจับรายนายวิเศษ บางทรายบริเวณบ้านไม่ทราบเลขที่ หมู่ที่ 5​ ต.กุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน. จึงได้เดินทางออกติดตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 404/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567

    โดยเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เดินทางมาถึงบ้านหลังดังกล่าว พบบุคคลมีรูปพรรณตรงตามหมายจับอยู่บริเวณดังกล่าวได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับให้นายวิเศษ บางทราย(ทราบชื่อภายหลัง)อายุ 51 ปี โดยนายวิเศษฯ​ยอมรับว่าตนเป็นบุคคลคนตามหมายจับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้ มาก่อนโดยในการจับกุมครั้งนี้ได้รับการประสานจากเจ้าพนักงานตำรวจศาลและจากนายสมการ ภักดีณรงค์ ผู้เป็นนายประกัน จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้ จึงอ่านหมายจับให้ฟังและให้อ่านด้วยตนเอง จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและเข้าใจดีแล้วจึงได้ทำบันทึกการจับกุม และควบคุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหารในวันเดียวกันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับยึด ไม้สักทอง ในพื้นที่ อ.สบเมย จำนวน 2 คดี ยึดไม้สัก แปรรูป จำนวน 57 แผ่น ที่ห้วยกองก๊าด/หย่อมบ้านดอยผาลายจ.แม่ฮ่องสอน

    แชร์เนื้อหานี้

    👉วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น.โดยการอำนวยการของ นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย มอบหมายให้ นายตวงสิทธิ์ ประทินสุขอำไพ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรสบเมย,กองร้อยทหารพรานที่ 3602,กองร้อยทหารผ่านที่ 3605

    อุทยานแห่งชาติสาละวิน, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.6 (สบเมย),หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.9 (ห้วยโผ) และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย การบังคับใช้กฎหมาย ตรวจตรา ลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในพื้นที่อำเภอสบเมย จำนวน 2 คดี รายละเอียด ดังนี้

    1. เมื่อเวลา 16.00 น. เหตุเกิดที่หมู่บ้านแม่สามแลบ (ห้วยกองก๊าด) (LV 705909) ม.1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดไม้สัก แปรรูป จำนวน 52 แผ่น/เหลี่ยม, ปริมาตรรวม 1.22 ลบ.ม. และค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับ 146,400 บาท โดยไม่พบผู้กระทำผิด และได้ทำการตรวจ​ยึดของกลาง เก็บรักษาไว้ ณ อุทยานแห่งชาติสาละวิน เพื่อส่ง พงส.สภ.สบเมย สืบหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

    2.เมื่อเวลา 13.30 น.ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับ พรบ.ป่าไม้, พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ จึงได้จัดชุดปฏิบัติการ ลงพิสูจน์ทราบ พิกัด LV 895949 ถึง LV 883942 ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย บ้านผาผ่า (หย่อมบ้านดอยผาลาย) หมู่ 1 ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผลการปฏิบัติ

    ตรวจพบร่องรอยการลักลอบตัดไม้หวงห้าม ชนิดไม้สักทอง,ไม้กระยาเลย(ประดู่) และไม้กระกระยาเลย(ประดู่) แปรรูป จำนวน 5 แผ่นเหลี่ยม จึงได้แจ้ง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจยึดและเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่า ที่ มส.6 (แม่เกาะ) เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป..

    สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดกระเทียมเถื่อน ขณะกำลังนำขึ้นโกดังบ้านหว้านน้อย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​ เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบ กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และ พ.ร.บ.ศุลกากร เมื่อมาถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

    ได้ตรวจพบชาวบ้าน จำนวน 7 – 10 คน กำลังเเบกกระสอบสีชมพู ขึ้นจากท่าเรือลำเลียงเข้าบริเวณหลังโกดัง จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวได้พากันโยนกระสอบทิ้งและวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังของโกดัง จากการตรวจสอบกระสอบสีชมพูพบว่าภายในบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 5 กระสอบ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    กระเทียมเถื่อน #โกดังบ้านว่านน้อย #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​
    16:27 DAVID E24XYJ รูป

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ประเดิมยุทธการ “Seal Stop Safe” จับยาบ้ารุ่นโบว์แดง 3.2 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหา​1​ราย และรถยนต์ต้องสงสัย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568​ พลตำรวจตรี กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอกไพโรจน์ ไทยพุทรา รองผู้บังคับการฯรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

    ร่วมกันแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop S atafe ในพื้นที่ชายแดนตามนโยบายรัฐบาล สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด โดยตรวจยึดยาบ้าได้ 3,220,000 เม็ด ผู้ต้องหา 1 คน พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม พันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติลักลอบลำเลียงยาบ้าเข้ามาในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 2034 จากสามแยกโคกสุวรรณ อำเภอเมืองมุกดาหาร ไปทางอำเภอคำชะอี โดยใช้รถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวิช สีดำ ทะเบียน กฉ 2195 มุกดาหาร

    ในการขนยาเสพติดและมีรถยนต์กระบะฟอร์ด สีเขียว ติดทะเบียน ฒฉ 4702 กรุงเทพมหานคร เป็นรถนำทาง จึงจัดวางกำลังตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า และรถยนต์กระบะฟอร์ดตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงขับติดตามไปและได้แสดงตัว ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถยนต์กระบะฟอร์ดได้ขับหลบหนี

    ส่วนรถยนต์เก๋งโตโยต้าได้จอดแล้วขับรถถอยหลังเพื่อจะหลบหนีอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ชนเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าอู่มดเจริญทรัพย์ บ้านดานคำ จากนั้น คนขับรถได้เปิดประตูแล้ววิ่งหลบหนี แต่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมได้ชื่อนายโชค (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นคนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

    จากการตรวจค้นภายในรถพบกระสอบสีดำจำนวน 10 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบห่อยาบ้าสีเหลือง มีสัญลักษณ์ โบว์แดง 999 ประทับที่อยู่ที่หน้าห่อรวม 322 ห่อ ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 3,220,000 เม็ด

    จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับรถยนต์โตโยต้า และควบคุมตัวนายโชค นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตาม กฎหมายต่อไป

    สืบมุกดาหารจับยาบ้ารุ่นโบว์แดง #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 3 แถลงข่าว การจับกุมผู้ต้องคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 400,000เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    ตามที่คณะรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กำหนดกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศตามกรอบความเร่งด่วน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทย นโยบายด้านความปลอดภัย จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย ผู้ผลิตผู้ค้าคือผู้ที่ต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการ “ยึดทรัพย์” เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด พร้อมทั้งควบคุมการลักลอบนำเข้า ยาเสพติดมาในประเทศไทย และดึงประชาชนออกจากวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” เพื่อสกัดกั้นและปราบปราม ยาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน

    ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ (บก.สส.ภ.3) ถ.สุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓ แถลงข่าว พร้อมด้วย ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ รรท.รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 นายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน

    โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.อก.ภ.๓ รรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผกก.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.ยุทธพล บุษบา รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.วิโรจน์ เจริญชัย รอง.ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส.สภ. โพธิ์กลาง พ.ต.ท.ภคพล สมควร รอง ผกก.สส.สภ.โนนสูง พ.ต.ต.เฉลียว เจริญสุข สวป.สภ.โนนสูง สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และ ร.ต.อ.หญิงเพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 และ พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.ฯ พร้อมพวก ร่วมสืบสวนจับกุมตัว  
    1.นายสุริยา หรือเหยิน น้อยแก้ว อายุ 52 ปี ที่อยู่ 308 ม.7 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จว.นครพนม

    1. MISS PHONETHIP SENGMANY อายุ ๒1 ปี ที่อยู่ แขวงบอลิคําไซ เชื้อชาติลาว สัญชาติลาว พร้อมของกลาง1.ยาบ้าจำนวน 10 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 30 มัด (ยาบ้าประมาณ 60,000 เม็ด)
      2.ยาบ้าจำนวน 22 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 67 มัด (ยาบ้าประมาณ 134,000 เม็ด)
      3.ยาบ้าจำนวน 34 แพค แพคละ 3 มัด(ประทับตราสัญลักษณ์ Y-1) มัดละ 2,000 เม็ด และยาบ้าจำนวน 1 มัด แต่ละแพคห่อด้วยถุงพลาสติกใส พันด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ รวมยาบ้า 103 มัด (ประมาณ 206,000 เม็ด) รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจและ บก.สส.ภ.3 ดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในโดยเฝ้าสังเกตรถยนต์ยานพาหนะที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติจากพื้นที่ชายแดน และเข้ามาในเขตพื้นทีตำรวจภูธรภาค 3 โดยสืบสวนจากฐานข้อมูลจากการสืบสวนจับกุมยาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่อื่น ๆ จนพบว่ารถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน 3ฒฬ 3964 กรุงเทพมหานคร มีความเคลื่อนไหวผิดปกติเข้ามาในพื้นที่ จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์จนพบว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2568 รถยนต์คันดังกล่าวเดินทางมาจาก จว.นครพนม เข้ามาในพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสกดรอยติดตามมาจนพบว่าผู้ต้องหาเข้าไปบริเวณจุดทิ้งขยะ ในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา จว.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแฝงตัวเข้าไปซุ่มสังเกตการณ์ พบว่าผู้ต้องหาชายและหญิงได้หยิบยาเสพติดลงใส่ถุงปุ๋ยสีเขียวเพื่อบรรจุยาเสพติดนำไปวางไว้ในดงหญ้าข้างบ่อขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว

    สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนักค้ายาเสพติดชาวลาวในราคา 50,000 บาท มาเพื่อส่งมอบให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด เนื่องจากนักค้าชาวลาว จะติดต่อกับผู้รับยาเสพติดในพื้นที่เอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป
    จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าว นำมาตรวจค้นสแกนด้วยเครื่องมือพิเศษเครื่องแสกนเฮล (เครื่องแสกนมือถือ) และพบยาเสพติดที่ได้ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะ จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ตำรวจภูธรภาค ๓ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด ๑๕๙๙ สายด่วน ๑๙๑ และ Application Police I lert U ได้ตลอด ๒๔ ชม. หรือสายด่วน 1386 ของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหา ยาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นเพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด ต่อไป
    ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนตำรวจภูธรภาค ๓ ด้วยดีเสมอมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน 21 ตรวจยึดยาเสพติด ของกลางยาบ้า 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชากาหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ

    มอบหมายให้ พันเอกอิทธิพล นนลือชา รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันอออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการแถลงข่าว โดยมี นายราชวัชร์ เพ็ชร์ไพฑูรย์ นายอำเภอบ้านแพงพร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด จำนวน 378,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม

    สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 22.00 น. โดย ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืนผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวจะมีการขนย้ายยาเสพติดมาพักคอยในพื้นที่เพื่อลำเลียงขนย้ายสู่พื้นที่ตอนใน โดยจะนำมาวางไว้พื้นที่ริมถนนทางหลวง หมายเลข 212 หน่วยจึงกำลังพลทำการลาดตระเวนด้วยรถจักรยานยนต์ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง,จุดล่อแหลม, จุดเพ่งเล็งตามภาพข่าว ตลอดเส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 212

    ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ได้ตรวจพบชายต้องสงสัย จำนวน 1 คน จอดรถจักรยานยนต์ติดเครื่องยนต์อยู่ใกล้กับศาลาที่พักรอรถโดยสาร ริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 พื้นที่บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขับรถจักรยานยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ บริเวณดังกล่าว ตรวจพบกระสอบสิ่งของต้องสงสัย จำนวน 2 กระสอบ จึงได้ทำการตรวจสอบดูสิ่งของที่อยู่ภายใน พบว่า

    ภายในบรรจุยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ห่อหุ้มด้วยกระดาษไข พิมพ์อักษร 999 มีถุงพลาสติกใส ห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 2 กระสอบ 189 มัด (ประมาณ 378,000 เม็ด) หน่วยจึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว มาที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด และประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมบันทึกภาพการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวต่อไป และส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การตรวจยึดยาบ้าได้ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ หันมาให้ข้อมูลและชี้เบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดเพิ่มขึ้น

    ทั้งนี้ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลัก ในการบูรณาการสกัดกั้น ปราบปราม ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน

    ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 124 ครั้ง ผู้ต้องหา 213 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 10,481,059 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม, ไอซ์ 120.495 กิโลกรัม,เคตามีน 320 กิโลกรัม และ happy Water 56 ซอง

    การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 378 ครั้ง ผู้ต้องหา 543 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 59,218,331 เม็ด, ไอซ์ 1,908.308 กิโลกรัม, เฮโรอีน 123.95 กิโลกรัม, เคตามีน 573.83 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,490 เม็ด, happy Water 796 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม

    ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ /ชุดสืบศุลกากรภาค 2 บุกแฟลชโฮม บขส.มุกดาหาร ยึดไพ่เถื่อน 558 สำรับ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา​ 16.00​น. วันที่ 23 มกราคม​ 2568​ นายสมพล ไทยจงรักษ์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.2 กับพวก และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้ร่วมกันทำการตรวจสอบสถานที่รับส่งพัสดุร้านแฟลชโฮม (Flash home) สาขา บขส.มุกดาหาร เลขที่ 33/51 ถ.ชยางกูร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    เนื่องจากสืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมาส่งที่ร้านดังกล่าวเพื่อส่งต่อไปยังผู้รับซื้อในจังหวัดต่างๆ โดยมีนายกฤตเมธ แก้ววงษา ตัวแทนสาขาเป็นผู้นำทำการตรวจค้นสิ่งของ ผลการตรวจสอบพบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 70 กล่อง

    เมื่อเปิดดูพบว่าภายในบรรจุไพ่พลาสติก ยี่ห้อ YJZ และ Royal ผลิตจากต่างประเทศ จำนวน 558 สำรับ โดยไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงการผ่านพิธีการศุลกากรมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และไม่พบการปิดอากรแสตมป์สรรพสามิตหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของกรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าว ร้อย.ฉก.ตชด.237 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. 80 ล้านบาท อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 ที่ กองบังคับการกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 บ้านนาเพียง ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

    มอบหมายให้ พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการส่วนอำนวยการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ/ผู้บัญชาการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3)

    กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวร่วมกับ นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ พันตำรวจเอกวุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

    กรณีกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (หน่วยงานหลัก) จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางเคตามีน 320 กก. โดยมีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เวลา 00.15 น. หน่วยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงจัดกำลังทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ดังกล่าว

    ต่อมาตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 3 กธ 9564 กทม. จึงตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าว พบว่าไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดนครพนม จึงขับรถไล่ติดตามดูพฤติการณ์ จนถึงรีสอร์ท แห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลศรีสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นบุคคล

    ต้องสงสัย ทั้ง 2 ราย และตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางยาเสพติด เคตามีน จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนัก 320 กก. ปัจจุบันกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ทำการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

    ชุดสืบ สภ ผึ่งแดด เร่งล่าวัยรุ่นเดนนรก ปิดถนนคำซะอี ขว้างก้อนหินจนสาววัยรุ่นกระเด็นตกรถเจ็บสาหัส

    ภาพน้องผู้หญิงถูกของแข็งกระทบใบหน้าบาดเจ็บบริเวณตาและดั้งจมูก สืบเนื่องจากวัยรุ่นรวมตัวกันประมาณ10 กว่าคน เดินตะเวนริมถนน เส้นทางมุกดาหาร – คำชะอี บริเวณบ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ก่อนจะก่อเหตุปาหวดและก้อนหิน ใส่วัยรุ่นที่เดินทางกลับบ้านหลังจากเที่ยวงานกาชาดและงานของดีมุกดาหารวันสุดท้าย เมื่อประมาณเที่ยงคืนวันที่15 มกราคม ที่ผ่านมา

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดกลับรถ บ้านคำผึ้ง ตำบลผึ่งแดด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 กว่าคนออกมาทำร้ายวัยรุ่นต่างถิ่นที่ผ่านไป-มา โดยคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวน่าจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งช่วงกลางคืนของวันที่ 15 มกราคม ช่วงเที่ยงคืนได้ยินเสียงรถจักยานยนต์ขับวนไปมาบริเวณนั้นจะได้ยินเสียงตะโกนว่าเอามันๆ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้หญิงถูกทำร้ายบาดเจ็บ พร้อมกับ มีผู้ชายบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน

    ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ ผึ่งแดด ได้พบกับกลุ่มผู้เสียหาย โดยหนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คนที่บาดเจ็บหนักสุด เป็นเพื่อนผู้หญิงซึ่งตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ตนเองพร้อมเพื่อนกลับจากเที่ยวงานกาชาดในตัวเมืองมุกดาหาร โดยมากันประมาณ 9 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบกลุ่มวัยรุ่นถือมีด ถือขวด และก้อนหิน เดินกันอยู่เต็มถนน พอพบกับกลุ่มตนซึ่งมีจำนวนคนน้อยกว่า กลุ่มคนดังกล่าวก็เริ่มปาหิน ขวด ก้อนดินเข้าใส่ แต่โชคร้ายน่าจะเป็นก้อนหินหรือไม่ก็ขวดได้ไปกระแทกเข้าใบหน้าของเพื่อนผู้หญิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนชายจนกระเด็นตกจากรถได้บาดเจ็บสาหัส เพื่อนที่มาด้วยจึงได้นำส่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มคนก่อเหตุห็ได้วิ่งเข้าไปในป่ากล้วยข้างทาง

    พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก.สภ.ผึ่งเเดด เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่พร้อมกับเรียกกลุ่มเพื่อนผู้เสียหายมาให้ข้อมูลเบื้องต้น
    แล้ว สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บนั้นล่าสุดอยู่ในอาการที่ปลอดภัยพบการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ซึ่งจะทำการผ่าตัดบริเวณจมูกอีกครั้ง โดยขณะนี้พอทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อขอหมายจับและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทำเนียนถามตำรวจ ขอเปลี่ยนตั๋วรถไฟ สุดท้ายโดนรวบพร้อมยาไอซ์ 100 กก.มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท หลังอ้างมาขอรับลังพริกแกงที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ

    แชร์เนื้อหานี้

    เวลา 15.00 น.วันที่ 17 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.หญิง สุภาพร ดวงกันยา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟเมืองประจวบฯ ว่าพบพัสดุสินค้าบรรจุกล่องโฟมและกระสอบปุ๋ยสีขาวหลายใบ ปลายทางอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วางไว้ที่หน้าสถานีรถไฟเป็นเวลา 2 วัน แต่ยังไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับ เมื่อตรวจสอบภายในพบเป็นยาเสพติดขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

    หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม ฝ่ายสืบสวน พร้อมตำรวจชุดตรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกิดเหตุ ต่อมา พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนายประสูติ หอมบรรเทิง นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ตรวจนับของกลางภายในห้องทำงานของสถานีรถไฟเมืองประจวบฯ โดยห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพขณะตรวจนับจำนวนของกลาง โดยอ้างว่าขอขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดก่อน

    ต่อมาในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่รถไฟ กำลังทำการตรวจนับจำนวนของกลางอยู่นั้น ปรากฏพบชายต้องสงสัยแต่งตัวลักษณะคล้ายนักท่องเที่ยวทำทีเข้ามาขอรับสินค้าเป็นพริกแกงเผ็ดกับเจ้าหน้าที่รถไฟ และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับของกลาง จึงได้เดินออกไปนอกสถานีรถไฟแล้วโทรศัพท์พูดคุยกับใครคนหนึ่ง ต่อมาได้เดินกลับเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในสถานีรถไฟ ว่าสามารถขอเปลี่ยนตั๋วเที่ยวรถไฟได้หรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวปกติจึงได้ให้บริการโดยแนะนำว่าให้ไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่รถไฟ หลังจากนั้นไม่เกิน 2 นาที

    ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจนับยาเสพติดของกลางอยู่นั้น พบว่าชายนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมีลักษณะบุคลิกน่าสงสัยคล้ายกับบุคคลในภาพกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟ จึงได้รวบตัวไว้ทันควันเพื่อสอบปากคำ ซึ่งปรากฏว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวยอมรับสารภาพว่าจะมารับสินค้าจริง แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดดังกล่าว โดยยาเสพติดที่พบเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทราบชื่อ นายกิตติวุฒิ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมของกลางทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    โดยเจ้าหน้าที่รถไฟเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นมาจากเมื่อวันที่ 16 มกราคม 68 ที่ผ่านมามีพัสดุฝากส่งมาจากสถานีรถไฟบางซื่อ กทม.ปลายทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ต่อมาได้ขอเปลี่ยนมาลงไว้ที่สถานีรถไฟเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่ไม่มีผู้ใดมาติดต่อขอรับเจ้าหน้าที่จึงได้เกิดสงสัยว่าปลายทางแจ้งส่งสถานีหาดใหญ่ แต่ทำไมเปลี่ยนใจมาลงที่สถานีรถไฟอำเภอเมืองประจวบ และที่หน้ากล่องพัสดุไม่ระบุชื่อผู้รับจึงได้ตรวจสอบพบว่าภายในเป็นยาเสพติด จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม ลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET)เมียนมา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (15 มกราคม 2568) เวลาประมาณ 10.30 น. ภายใต้การสั่งการของพล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 , พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.ตม.6

    ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรรณชัย สุขแจ่มสว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช, ร.ต.อ.สถาพร ขวัญเทพ รอง สว.ตม.จว.นครศรีธรรมราช , พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.นครศรีธรรมราช จับกุม : นายลิน ฮเท็ต(MR.LIN HTET) อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ถือหนังสือเดินทางหมายเลข CC7992730

    ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1530/2567 ลงวันที่ 7 เมษายน 2567ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนับออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

    สถานที่จับกม : บริษัท นาบอนรับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 278 ม.2 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช นำตัวผู้ถูกจับกุมมายัง สภ.นาบอน เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.บก.สอท.2 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดหางานจังหวัดประจวบฯจับแรงงานต่างด้าวแย่งงานคนไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    13 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับตำรวจสันติบาล ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฯ และสำนักการข่าว กอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบอาชีพผิดกฎหมายของคนต่างด้าวหลังแหล่งข่าวแจ้งว่า มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานและประกอบอาชีพนอกเหนือจากสิทธิจะทำได้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะบูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบฯ พบมีแรงงานต่างด้าวเป็นหญิง 1 ราย กำลังนั่งจำหน่ายดอกไม้ประดับอยู่บริเวณริมทางเดินภายในตลาดสดตามที่แหล่งข่าวในพื้นที่รายงาน จึงขอตรวจในอนุญาตทำงาน พบว่าเข้ามาทำอาชีพกรีดยางโดยมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเพียงเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ก่อน

    จากนั้นเวลาเดียวกันเข้าตรวจสอบสถานที่ประกอบการเกี่ยวกับการรับทำเอกสารต่อพาสปอร์ตแรงงานต่างด้าวภายในห้องแถวเป็นตึกสองชั้นห่างจากตลาดประมาณ 50 เมตร โดยภายในมีสภาพจัดเป็นสำนักงานมีเอกสารรับต่อพาสปอร์ต มีพนักงานสองรายเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน คอยให้บริการจัดทำเอกสารต่อพาสปอร์ตให้แก่แรงงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดูในอนุญาตทำงาน พบว่าทั้ง 2 เป็นแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำอาชีพกรีดยาง มีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้โดยผิดกฎหมาย  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ขึ้นรถตู้สำนักงานฯไปให้ปากคำเพิ่มที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯ ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาให้แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 คน ว่าเป็นคนตต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560  และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ.2561 มาตรา 8 ห้ามคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ประกอบกับ มาตรา 101 คนต่างด้าวผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท  จากนั้นจึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 ราย ส่ง สภ.คลองวาฬ นำเนินคดีตามกฎหมายต่อ  ส่วนนายจ้างทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบฯจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ทั้งนี้มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ยังมีแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างถูกกฎหมายเข้ามาทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนให้คนไทยอีกมาก เช่นเข้ามาทำกิจการร้านขายทอง ค้าขายทั่วไป และขับรถรับส่งฯ รับทำเอกสารต่อพาสปอร์ต ซึ่งทั้งหมดมักจะมีนายจ้างถูกต้อง แต่กลับมาทำอาชีพไม่ตรงปก หรือไม่ตรงกับเอกสารที่นายจ้างขอ ซึ่งก็ยังมีการต่อพาสปอร์ตเข้าทำงานอยู่ตลอด เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับได้ก็จะมีนายจ้างมาแสดงตนเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย จากนั้นก็ยังพบว่ายังคงกลับมาทำอาชีพต้องห้ามต่ออีก ซึ่งรัฐควรมีมาตรการตรวจสอบควบคุมกลุ่มนายจ้างบางรายนำแรงงานต่างด้าวไปประกอบอาชีพไม่ตรงปกให้เข้มข้นมากกว่านี้
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐ​ทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ด่วน! จับได้แล้วตีนผีชนยายดับแล้วขับหนี สืบ ภ.จว.มุกดาหาร โชว์เจ๋งรวบพร้อมคนช่วยพาหนี

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568​พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร) ได้รับข้อมูลว่านายสุทธินันท์ หรือนาว สุวรรณานุช ขับรถยนต์โตโยต้ายาริสครอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กร 9118 ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้ขับรถชนคุณยายสุพัน มูลแก้ว อายุ 64 ปี เสียชีวิต และคุณตาพัชรพล เมืองโคตร อายุ 65 ปี สามีได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านคำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปจอดรถทิ้งไว้ที่ทุ่งนาบ้านดอนม่วย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถไล่กล้องวงจรปิดจนกระทั่งสืบทราบว่า ได้มีนายภูดิศ หรือเดี๋ยว เอกจีน ขับรถยนต์เก๋งมาสด้า ทะเบียน 4 ขจ 7386 กรุงเทพมหานคร มารับนายนาว ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่สุขสมบูรณ์รีสอร์ท ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ชุดสืบจึงได้ติดตามไปจับกุมตัวและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ล่าไอ้ตีนผีขับโตโยต้า.ยาริส ชนตาดับ​ ยายสาหัส​ จอดรถทิ้งไว้แล้วหนีเอาตัวรอด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 9 มกราคม 2568​ พ.ต.ท.ปกรณ์ เรือนแสน สว.สภ.คำป่าหลาย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านคำป่าหลาย ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    จึงได้รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบจักยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน กทจ 528 มุกดาหาร สภาพถูกชนพุ่งกระเด็นไกลออกมาจากจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกว่า 50 เมตร ห่างกันออกไปพบพ่วงข้างบรรทุกหญ้าใกล้กันมีศพผู้เสียชื่อ นายพัชรพล​ เมืองโคตร อายุ 65 ปี และนางสาวสุพัน มูลแก้ว อายุ 64 ปี​

    บาดเจ็บสาหัส โดยหน่วยกู้ชีพได้นำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จาการตรวจสอบทราบว่าหลังจากเกิดอุบัติรถยนต์คู่กรณีได้ขับหลบหนีไปพบเพียงชื้นสวนกระจังไฟหน้าด้านซ้าย ฝาปิดถังน้ำมัน พร้อมกับไฟตัดหมอกตกในที่เกิดเหตุ

    ต่อมาเวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบรถยนต์โตโยต้ายาริสครอส สีน้ำเงินดำ ทะเบียน กร 9118 ฉะเชิงเทรา ต้องสงสัยถูกนำไปจอดทิ้งไว้อยู่ทุ่งนาบ้านดอนม่วย ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยรถยนต์คันดังกล่าวมีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านหน้าและด้านข้าง ไม่พบตัวคนชับ

    จากการตรวจสอบภายในรถพบเอกสารเกี่ยวกับรถบางส่วน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย ข้าง 1 ใบ ตรวจสอบภายในพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติดและยาเสพติดคาดว่าเป็นยาไอซ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทพ.2105 จับ 2 นักค้า พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ล่า “ไอ้พล”ต่อ หลังถูก M-16 ยิงจนรถพรุนแต่ยังหนีไปได้

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 7 มกราคม​ 2568​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 (ร้อย.ฉก.ทพ.2105) มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับขบวนการค้ายาเสพติด ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 2 คน

    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะบรรทุกจะเข้ามารับยาเสพติดในพื้นที่บ้านท่าไค้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ พ.ต.คำรณ คุ้มเขต​ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.ที่2105​ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดปฏิบัติการข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

    พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุกอีซูซุ 4 ประตู ๆสีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ 3269 สุราษฏร์ธานี วิ่งนำหน้าโดยมีรถกระบะบรรทุกโตโยต้าหมายทะเบียน บฉ 6208 นครพนม ซึ่งบรรทุกยาบ้าแล่นตาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถขับรถเข้าสกัดกั้นรถกระบะบรรทุกอีซูซุซึ่งเป็นรถนำทางไว้ได้ 1 คัน มีนายจิรายุทธ หรือ หนุ่ม สุพร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.4 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร เป็นคนขับ

    โดยมี น.ส.ปัทมา หรือ หมิว สาธุชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.10 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถกระบะบรรทุกโตโยต้าที่บรรทุกยาบ้าได้พุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เพื่อขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดแต่รถคันดังกล่าวก็ยังคงสามารถวิ่งฝ่าออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปถึงถนนบ้านสงเปือย ม.5 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายก็ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจนสามารถหลบหนีไปได้

    โดยทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า คือ นายวีระพล หรือ พล ภูมลา อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี จากการตรวจค้นรถยนต์กระบะบรรทุกโตโยต้า พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้ากระสอบละ 200,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1,200,000เม็ด จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ทหารพราน2105มุกดาหารจับยาบ้า

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตม.นครนายก ลุยเข้มในพื้นที่ฯ ช่วงปีใหม่ 2568 ตรวจสอบสถานที่เสี่ยง , ช่วยเหลือประชาชน , จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย เป็นของขวัญปีใหม่

    แชร์เนื้อหานี้

    🎉 🎊ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 🎉(Celebrate)พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

    • ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจจะมีการลักลอบกระทำผิดในช่วงเทศกาล
    • ตรวจสอบสถานที่เสี่ยงต่างๆ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ทำงาน ฯลฯ
    • ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าว และ คนไทยที่อยู่ในการคุ้มครองฯ ในพื้นที่

    จับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนที่ใช้แรงงานต่างด้าว ร่วมช่วยเหลือประชาชนในการเดินทางไป-กลับ ภูมิลำเนา ณ จุดบริการฯ ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️สายด่วน โทร.1178