คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพร้อมจัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 / เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ/ หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดทำผลงานศิลปะ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาพื้นที่จัดทำผลงานศิลปะ Street Art ซึ่งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อนุญาตให้ใช้พื้นที่ผนังด้านหน้าอาคาร ศูนย์ส่งสัญญาณ ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร

เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานศิลปะ สำหรับโครงการฯดังกล่าว มูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลปินนำโดย นายประสิทธิ์ เพ็ชรจร (ครูเล็ก) โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อเทิดพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งจะมีการสร้างสรรค์ผลงานระหว่างวันที่ 1–12 ตุลาคม 2568 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568

โครงการ Street Art King Bhumibol ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม เชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวชุมพร

ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับศิลปิน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสานต่อที่พ่อทำผ่านพลังแห่งศิลปะที่ยิ่งใหญ่และงดงาม

เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีคนฆ่าตัวตายภายในรถ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดบริเวณ ปากซอย สำนักงาน ททท.ชุมพร ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พบรถยนตเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิสตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต3–6 ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถ ภายในรถ ที่เบาะคนขับพบตัว น.ส.ภรณ์ทิวา นามสมมุติ อายุ 35 ปี ชาว ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เบาะข้างกันยังพบยากันยุง มีขี้เถ้าจำนวนมาก

ยังพบว่ามีกลิ่นควันตลบอบอวนทั่วรถ เจ้าหน้าที่ เห็นยังหายใจอยู่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวออกจากตัวรถ ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไปได้รับรายงานจากกู้ภัยสายชล 426 น้องโชคทีมกู้ชีพกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่เภสัช ของโรงพยาบาลชื่อดังของชุมพร

ขณะนี้อาการผู้ป่วยดีขึ้นและได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์เพื่อที่จะเข้าเครื่อง Hyperbaric Chamber คือ อุโมงค์ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เบื้องต้นยังไม่ทรายรายละเอียดในการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากที่ให้กู้ชีพกู้ภัยนำตัวรักที่โรงพยาบาลแล้วจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จะได้ติดต่อไปยังญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการคิดสั้นครั้งนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 05.25 น วันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนสายเอเชียขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลขุมกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงรายงาน

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณไหล่ทางเยื้องทางเข้าร้าน 69 ล้อแม็กซ์ชุมพร พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวรถ 70—00 สงขลา ลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 71- –18 สงขลา เป็นของนาย มานพ (สงวนนามสกุลป อายุ 45 ปี

ขับมาจอดนอนอยู่ไหล่ทางซ้ายสุด มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สี บรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ลม 2–9 กทม. วิ่งมาชนท้ายรถเทเลอร์ ที่จอดอยู่ ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและแก้มซ้ายของรถ พังยับ มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่นั่งหน้าข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่มีแม่นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล)อายุ 55 ปี อุ้มอยู่ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและคอ นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล) มีอาการเจ็บที่หน้าอกมาก ส่วนคนขับรถเก๋ง ชื่อนาย ชัยยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบถามนาย มานพ ฯ เล่าว่า ได้ขับรถเทเลอร์ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร จะนำสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการไปลงที่จังหวัด สงขลาอำเภอหาดใหญ่ เดินทางออกมาเมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2568 และได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในช่วงตีสี่ของ วันนี้เพราะมีอาการง่วงก็เลยนำรถจอดนอนริมทางนอนได้ชั่วโมงเศษเศษก็ได้ยินเสียงรถมาชนท้ายดังโครมก็เลยลงมาตรวจสอบและได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาย ชัยยันต์ ฯ เดินทางออกจากกรุงเทพจะไปนคร ศรีธรรมราชเพื่อจะพาครอบครัวไปทำบุญวันสารทเดือน 10 และได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ครัวคุณสาหร่ายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อที่จะไปนครศรีธรรมราช มาถึงที่เกิดเหตุก็มองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ริมทางหักหลบไม่ทันเพราะไม่มีสัญญาณก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้เดินมามากับครอบครัว

รวมทั้งหมดสี่คน ลูกสาว 11 ขวบได้รับบัตรเจ็บสาหัส และลูกคนเล็กอายุ 6 ขวบส่วนภรรยาก็อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยครับ
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ได้รวบรวมหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มขับกระบะป้ายวงกลมขาด คิดน้อยใช้ปากกาแก้ปี พ.ศ.ไม่รอดด่านตำรวจทางหลวงชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อได้รับวันที่ 16 กันยายน2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)ว่า เมื่อ วันที่ 16 ก.ย 68 เวลา 11.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.(ชุมพร)ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จำนวน 11 นาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรมบนทล.41 กม.22 (ขาเข้า กทม.) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ NISSAN สีขาว หมายเลขทะเบียน ผฉ 6877 ระยอง ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสังเกตเห็นแผ่นป้ายภาษีประจำปีหน้ารถ พบว่า มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้จากปี พ.ศ.2567 เป็นปี พ.ศ.2568 จึงขอให้จอดเพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายนครินทร์ ไชนาคินทร์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 21 ม.10 ต.นาโพธิ์ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

Screenshot

พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร) กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (CRIMES) พบว่า ภาษีขาดตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่จึงได้ลองสอบถามนายนครินทร์ ว่า ได้ต่อภาษีประจำปีมาหรือไม่ ซึ่งนายนครินทร์ ยอมรับว่า ภาษีประจำปีของตนได้ขาดต่อภาษี

Screenshot

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 จริง และได้นำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้เป็นปี พ.ศ. 2568 มาติดที่หน้ากระจกรถยนต์ฝั่งผู้โดยสารเพื่อเป็นการตบตกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆ ให้หลงเชื่อเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งก็ใช้แผ่นป้ายนี้มานานเกือบปีแล้วผ่านด่านได้ตลอด แต่มาเจอด่านตำรวจทางหลวงชุมพรนี้ไม่รอด ถูกจับจนได้

Screenshot

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม”และ ใช้รถที่ไม่ชำระภาษีประจำปี (มาตรา6) พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจริง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของตน และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)

Screenshot

ฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ประชาชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าทำแบบนี้ครับ “เสียน้อยเสียยาก” เสี่ยงเจอข้อหาปลอมเอกสารราชการ โทษจำคุกปรับหลักแสน เลย เพราะถ้าต่อทะเบียนถูกต้องกับทางขนส่งก็จะเสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่นี้มาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ตามประมวลกฎหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สภ.ตาเซะ กำชับตร.ในสังกัดเคร่งครัด กวดขัน สิ่งผิดปกติ และรถต้องสงสัย หลังหน่วยงานความมั่นคง พบว่า การข่าวมีความพยายามก่อเหตุการณ์ในลักษณะใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 17.00 น. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรตาเซะ ได้กำชับกำลังพล พร้อมสั่งการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำเวรเช้า ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในช่วงเช้า อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกแบบแผนบูรณาการ ทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจ ด้านความปลอดภัยแก่คุณครู นักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง อีกทั้งเป็นการหาข่าวไปด้วย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ทำลายกล้องวงจรปิด เป็นต้น

ทั้งนี้ งานการจราจร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกในช่วงเวลาเร่งรีบเวลา 07.00 – 09.00 น. โดยเน้นคุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์ และ บริเวณสถานศึกษา ก็สำคัญเช่นกัน สำหรับพื้นที่ ในเขต ต.ตาเซะ นั้น พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล (สารวัตรใหญ่) ต้องทำงานหลากหลาย ในทุกมิติ ปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีขาวมาโดยตลอด

จากนั้นในช่วงบ่ายก็ได้จัดกำลังพลตำรวจ สับเปลี่ยนเวรยาม พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณตลาดสดตาเซะ เพื่อจัดระเบียบ ให้ประชาชนสะดวกสบาย และดูแลความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มาจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้าน ทั้งนี้ คือภารกิจประจำวันที่ตำรวจตัวเล็กๆคนนึงสามารถระงับการ

เกิดเหตุในพื้นที่ตนเองรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี เป็นการประงับ ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่เราประชาชนไม่รู้ว่าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุป่วน หรือ จงใจทำลายทรัพยากรของบ้านเมืองที่กำลังุพัฒนาไปตลอดจนทำให้ได้สร้างขวัญ กำลังใจ ชาวบ้านยิ้มแย้ม สร้างความอุ่นใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะ สารวัตรหนุ่มคนนี้กลายเป็นขวัญใจแม่ยกชาวตำบลตาเซะไปซะแล้ว ”ขอให้สิ่งที่ทำดีจงทำต่อไป แล้ววสิ่งที่ดีกว่าจะมาหาเราเอง“

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นหลังคนเลิกงาน ที่บริเวนด่านจุดตรวจคลองทรายใน พื้นที่ ม.5 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนถึงตัวเมืองยะลา 14 กิโลเมตร ทางสารวัตรใหญ่ พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร ก็ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ โดยไปตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร ซึ่งจำเป็นต้องขอบังคับใช้กฎหมายการ กระทำความผิด กฎหมายอาญา

กฎหมายจราจร มีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ซึ่งกระทำความผิดเล็กน้อยจึงได้อบรม สร้างการรับรู้ เพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์บนท้องถนน รถยนต์ที่ขับขี่ผ่านเส้นทางนี้อาจจะต้องเจอสารวัตรใหญ่หนุ่มหล่อหากท่านยังอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่กำชับยานพาหนะทุกคัน บนท้องถนนสาย 418 ปัตตานี-ยะลา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยฃ

ตอริก สหสันติวรกุล จ.ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมู่บ้านติดป้าย ”ต้านพืชกระท่อม“ โดยมีเกือบทุกชุมชน ผู้นำ!!!ย้ำไม่ต้องการกระท่อมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ปัญหาการบริโภคน้ำกระท่อมยังคงแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลกระทบทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่

โดยเฉพาะการดื่ม 4 คูณ100 ที่ผสมน้ำกระท่อมกับยาแก้ไอและน้ำโค๊ก ขณะที่การปลดล็อกพืชกระท่อมกลับทำให้มีผู้บริโภคและผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลแก่ภาครัฐ และประชาชนเป็นอย่างมาก​ จนนำไปสู่ ปฏิบัติการ 120 วันต้านพืชกระท่อม ตามนโยบาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการ รมว.ยุติธรรม โดยเน้นพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้ร้านขายกระท่อมริมถนนหลายแห่งในปัตตานีถูกสั่งปิด แสดงถึงกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่และโลกออนไลน์

ล่าสุด ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในปัตตานีทั้ง 12 อำเภอ ร่วมรณรงค์ติดป้ายประกาศว่า พืชกระท่อมเป็นสิ่งฮารอม

เพื่อสร้างความเข้าใจตามหลักศาสนาอิสลาม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันยาเสพติด ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด

เช่นเดียวกับพื้นที่อำเภอแม่ลาน ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อม อย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจและตักเตือนกลุ่มเยาวชนที่เสพน้ำกระท่อม

พร้อมทั้งพาเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะเดียวกันยังได้ติดตั้งป้ายไวนิลรณรงค์ต่อต้านพืชกระท่อมตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการป้องกันน้ำกระท่อมและยาเสพติด​อื่นๆ

นายจิมณีอาบ๊ะ ปะดอมะ กำนันหมู่ 6 อำเภอแม่ลาน เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมร่วมกับชาวบ้านและอิหม่ามอย่างต่อเนื่อง เพื่อพูดคุยถึงปัญหาการดื่มน้ำกระท่อม เนื่องจากในหลักศาสนาอิสลามถือว่าเป็นสิ่งที่ฮารอม หรือสิ่งต้องห้าม

โดยทุกวันศุกร์ก่อนที่โต๊ะอิหม่ามจะขึ้นบรรยายธรรม หรืออ่านคุตบะห์ ตนจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีในการพูดคุยกับชาวบ้าน และในระหว่างการบรรยายธรรมก็มีการกล่าวถึงโทษภัยของน้ำกระท่อมด้วย

นายจิมณีอาบ๊ะ เผยต่อว่า ในพื้นที่ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน ไม่เคยมีการขายพืชกระท่อมริมทาง เนื่องจากชาวบ้านตระหนักว่าศาสนาอิสลามห้ามอย่างเคร่งครัด ผู้ที่คิดจะขายก็เกรงกลัวการทำผิดศาสนามากกว่าการกลัวเจ้าหน้าที่

ตนไม่ได้ใช้วิธีปราบปราม แต่เน้นการพูดคุยและตักเตือนมากกว่า เพื่อให้เขาเข้าใจว่าการดื่มน้ำกระท่อมไม่ใช่เรื่องดี ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ตำบลป่าไร่เคยมีคนติดน้ำกระท่อมจำนวนมาก แต่หลังจากที่ได้ตั้งฮูกุมปากัส ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น

นายจิมณีอาบ๊ะ​ เผยตอนท้ายว่า​ ส่วนการส่งเสริมอาชีพในชุมชน ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ศอ.บต. เพื่อนำมาช่วยเหลือชาวบ้าน บางส่วนหันไปเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และที่สำคัญคือมีการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี
085-0772217

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะเฉียวชนจักรยานยนต์ คุณปู 85ปี เสียชีวิตที่เกิดเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี 0818923514 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2568 ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่ามี มีเหตุรถกระบะเฉียวชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือ และประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุรับแจ้ง บริเวณใกล้เคียงพฤกษารีสอร์ท หมู่ที่ 1 ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร ถนนเอเชีย 41 ขาล่องใต้ มีผู้บาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่บนถนน อาสากู้ภัยสายชลชุมพร เขตวิสัย จึงเร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายอายุ 85 ปี ทรายชื่อภายหลัง นาย ชื่น ขาววิมล เป็นชาวตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร

เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงประสานตำรวจและแพทย์เวร ร่วมชันสูตรที่เกิดเหตุ ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ส่งให้ทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นายชื่นฯได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปงานศพเพื่อนบ้าน ก่อนจะถึงที่กลับรถ

\ได้เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวก่อนจะเสียหลักมาชนกับรถกระบะโตโยต้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ก ท 8790 ชุมพรโดยมีนาย จารุวิทย์ (สงวนนามสกุล) ชาว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ขับตามมา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

นาย จารุวิทย์ เล่าว่า กลับจากพาญาติพี่น้องไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลในตัวเมืองชุมพร และกำลังจะกลับบ้าน ที่ อ.หลังสวน  ขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็น   รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน  ข ก ธ 72 ชุมพร เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวไม่เห็นป้ายทะเบียน อยู่ด้านหน้าก่อน ทีจะมีการเฉียวชนกับรถของตน และยังรอให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ

ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ตรวจสอบและรวบร่วมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจะติดตามตัวผู้ขับรถกระบะสีขาว มาสอบสวน จะ ประสานญาติและผู้เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดและดำเนินการตามขบวนการของขั้นตอน กฎหมาย ต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสะเทือน! 🚨 บุกบ้านยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ซุกห้องน้ำ ผู้ต้องหาหนีรอด!”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4, กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, กอ.รมน., ร้อย ทพ.2105 ฉก.ทพ.21, นสร.กร., ชุดสืบสวน สภ.ผึ่งแดด และสายตรวจ สภ.ผึ่งแดด รวมกว่า 20 นาย สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำ บ้านเลขที่ 123 ม.4 บ้านคำผึ้งอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซ่อนในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนบ้านเลขที่ 140 ม.4 กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 3 นัด รถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กษ 3649 อุดรธานี และเงินสด 39,040 บาท

อย่างไรก็ตาม ขณะเข้าตรวจค้นผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดนำส่งสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 เพื่อดำเนินการสืบสวน ขยายผล และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #บ้านคำผึ้ง #ผึ่งแดด #ยาบ้า #ปปส #ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) .38 พร้อม ยาไอซ์ ยาบ้า จำนวนหนึ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการนายอเนก ชำนาญนา นายอำเภอละแม, นายวิบูลย์ เกลี้ยงวงค์ ปลัดอำเภอละแม, พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม และ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers วันที่ 9 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม นำโดย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers
ตรวจสอบพื้นที่ บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 14 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร พบ นายวิศรุตหรือลิป (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติ ไทย ชาว ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติกรรมเสพยาเสพติ

จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจ ทำการจับกุมได้พร้อมของกลาง 1.) ยาบ้า ลักษณะเม็ดกลมแบน สีส้ม มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ wy ตรงกลางเม็ด อีกด้านหนึ่งผิวเรียบ ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 6×9 ซม.จำนวน 1 เม็ด จำนวน 1 ถุง 2.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 5×8 ซม.น้ำหนักรวมถุงประมาณ 0.72 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ประมาณ 0.15 กรัม จำนวน 1 ถุง 3.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม.น้ำหนักรวมถุง 0.73 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ 0.28 กรัม จำนวน 1 ถุง 4.) ปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) ใช้ยิงกับกระสุน ขนาด .38 ความยาวลำกล้องประมาณ 6 ซม. จำนวน 1 กระบอก 5.) กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด 6.) ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง 7.) เครื่องชั่งดิจิตอล รูปทรงคล้ายกุญแจรีโหมดรถยนต์ จำนวน 2 เครื่อง 8.) กระเป๋าหนังสีน้ำตาล (กระเป๋าสตางค์) จำนวน 1 ใบ 9.) ถุงแบ่ง ขนาด 5×6 ซม. จำนวน 20 ถุง

จากการสอบสวน นายวิศรุตหรือลิป ฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตรวจปัสสาวะ ใบรับรองผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลละแม ที่ 201/68 ลงวันที่ 9 กันยายน 2568 พบสารเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 ฉบับเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยมีอาวุธปืนฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนีไม่รอด! หนุ่มหว้านใหญ่ซิ่ง จยย.ชนรถตำรวจ ค้นตัวเจอยาบ้า 200 เม็ด 🚔💊

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ว่าที่ ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำลังพล อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้ออกปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ ระหว่างทางพบชายต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้าย

ทะเบียน ขับมาจากบ้านโพธิ์เจริญ มุ่งหน้าไปยังบ้านนามน ท่าทางมีพิรุธคล้ายซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเรียกตรวจ แต่ผู้ต้องหาคือนายยงยุทธ พาลึก อายุ 44 ปี ชาว ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ กลับเร่งเครื่องพยายามหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถกระบะราชการตำรวจ สี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ฎธ 7873 กรุงเทพฯ ที่จอดอยู่ริมถนน ทำให้รถราชการได้รับความเสียหาย และตัวนายยงยุทธกระเด็นตกลงทุ่งนาได้รับบาดเจ็บ

ตรวจค้นในตัวผู้ต้องหาพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) จำนวน 200 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ดำเนินคดี พร้อมนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่เพื่อรักษาอาการ ก่อนที่จะนำส่ง พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง สว.(สอบสวน) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้าน พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้กำชับเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลการสืบสวนเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ยาบ้า200เม็ด #หนีไม่รอด #ชุดสืบหว้านใหญ่ ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดงหลวงสะเทือน! ฝ่ายปกครองจับข้าราชการท้องถิ่นพร้อมเมียเสพยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลชะโนดน้อย อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนางสาวรุ่งนภา คำมุงคุณ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด โดยเบื้องต้นตรวจพบว่าเป็นผู้เสพและครอบครองยาเสพติด

ทั้งนี้จากการขยายผลตรวจปัสสาวะของนายธนวัฒน์ คำมุงคุณ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอดงหลวง ดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน พบผลตรวจเป็นบวก

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองรายนำมาสอบสวนเพื่อขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาเสพติด #มุกดาหาร #ดงหลวง #ข่าวด่วน #ปราบปรามยาเสพติด

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะบรรทุกไม้เก่ายางระเบิดพลิกคว่ำ พบกล่องโฟมกระเด็นเกลื่อน ตะลึง..!! บรรจุยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด / SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ก.ย.68 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่ สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีพบมีรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน เหตุเกิดบริเวณบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทายรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้อ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กทม.สภาพพังเสียหายยับเยินกระบะรั้วฉีกขาดตัวรถได้รับความเสียหาย สิ่งของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า โดยภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง โดยมีบางกล่องฉีกขาดปรากฏสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้

โดยสารไม่ทราบจำนวนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมาจากต้นทาง ซึ่งยังไม่ทราบที่ใด โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางยาเสพติดเอาไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนลักษณะขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพัก 3 กระทายโดยมี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ โดยภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ

ตราสัญลักษณ์ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด(ห้าล้านสี่แสนสี่หมื่นเม็ด) รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
///////////////////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 แห่งมาตรฐานสากล จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO
เสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 10 ของการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เดินหน้าจัด “โครงการอบรมเพิ่มทักษะและความรู้มาตรฐานสากล Integrated ISO 3 ระบบ” (Integrated Management System) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจในมาตรฐานระดับโลกให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอด 2 วันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีพนักงานกว่า 60 คนจาก 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท เรือลำเลียงบางปะกง จำกัด เข้าร่วมอบรมทั้งในรูปแบบ Online จากกรุงเทพฯ และ Onsite ณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับเกียรติจาก นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารให้การต้อนรับ นายอาณัติ น้อมเศียร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท โกลบอล สแตนดาร์ด แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแนวปฏิบัติล่าสุดของ 3 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่:

o ISO 9001:2015: ระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการที่เป็นเลิศและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ISO 14001:2015: ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISO 45001:2018: ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน

นายอุดม สดใส กล่าวว่า “ที่ SVL Group เราเชื่อว่าคุณภาพของบริการเริ่มต้นจากคุณภาพของบุคลากร การลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การจัดอบรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรักษามาตรฐานที่เรายึดมั่นมาตลอดเกือบทศวรรษ แต่ยังเป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อลูกค้าและสังคม ว่าทุกบริการของ SVL Group จะเปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัย และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้ง 3 บริษัทในเครือเอสวีแอล กรุ๊ป ได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ “เน้นย้ำทุกบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล” เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443