คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เก๋งแม่ – ลูก เสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 11 พ.ย.68 พ.ต.ท.สุขาติ รุ่งเรือง รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน อำเภอทับสะแก เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ ช่วงระหว่างหลักกมที่ 361-362 หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยอาสา กู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพเทศบาลตำบลทับสะแก กู้ภัยตร.ทางหลวง นำรถพยาบาล และรถอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างไปตาวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์เก๋งสีแดง ยี่ฮ้อ นิสสัน มาร์ช สภาพด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ ตัวถังอัดติดเข้าอัดกับห้องโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นสุภาพสตรี 4 ราย ติดภายใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ออกมาอย่างทุลักทุเล พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวทั้ง 4 ราย ส่งรักษายัง รพ.ทับสะแก

ทราบชื่อ 1.น.ส.จินดา เหมทานท์ อายุ 51 ปี ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา , 2.น.ส.พิชชาภา วิบูรณ์ธนโชติ อายุ
22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป๋า จ.พังงา , 3.น.ส.พิชชาภรณ์
วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 11/26 หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และ 4.นางเพ็ญศิริ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 54 ปี สัญชาติ ไทย ที่อยู่ 155/57 หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป้า จ.
พังงา

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับอยู่เลนขวาและจู่ๆ ก็เสียหลักแฉลบลงข้างทางซ้าย ชนต้นไม้อย่างแรงโดยไม่ได้เฉี่ยวรถคันอื่นจนได้รับความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวตนเองก็รีบจอดรถและลงเข้ามาช่วยเหลือกันและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ จากการสอบถามคนขับ ทราบว่ากำลังกลับจากชลบุรี ไปบ้านที่พังงาและได้มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

/////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บุกทลายศูนย์ซิมบ็อกซ์กลาง บขส.มุกดาหาร แฉเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์/ยิงดับคาบ้าน! หนุ่มมุกดาหารถูกยิงกลางศีรษะดับ/ลูกชายหลอนยาบ้า ทำร้ายพ่อแม่เลือดอาบกลางดึก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และ พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน ภ.4 สนธิกำลังร่วมกับ

พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยนายชยพัทธ์ มะแม้น. ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 25 รวมกันเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร เลขที่ 33/127 ถนนชยางกูร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับรายงานว่าเป็นจุดติดตั้งอุปกรณ์ “ซิมบ็อกซ์ (Simbox)” ของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการตรวจค้นภายในอาคาร โดยเฉพาะบริเวณชั้น 2 เจ้าหน้าที่พบเครื่องซิมบ็อกซ์จำนวน 4 เครื่อง วางอยู่บนถังน้ำพลาสติกสีดำซึ่งตั้งอยู่บนโครงไม้เตียงนอน อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถบรรจุซิมการ์ดได้ถึงเครื่องละ 32 ซิม ใช้สำหรับแปลงสัญญาณโทรศัพท์ให้สามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ผ่านระบบของผู้ให้บริการหลัก ซึ่งเป็นเทคนิคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้ในการปกปิดแหล่งต้นทางของการโทรหลอกลวง

จากการสอบถามเจ้าของอาคารพาณิชย์ทราบว่า มีหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวจังหวัดหนองคายมาเช่าพื้นที่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในราคาค่าเช่าปีละ 54,000 บาท โดยไม่ทราบว่าผู้เช่าใช้สถานที่ประกอบกิจการผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมด เพื่อตรวจพิสูจน์และขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว ธวัชชัย-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

-ยิงดับคาบ้าน! หนุ่มมุกดาหารถูกยิงกลางศีรษะดับ ตำรวจรู้ตัวคนร้าย เร่งล่าตัวมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ร.ต.อ.อลงกรณ์ แวงวรรณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสารว่ามีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต ภายในบ้านปูนชั้นเดียว บ้านท่าไค้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด เข้าที่ บริเวณศีรษะ 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลนาสีนวนเป็นผู้แจ้งเหตุ

ต่อมา พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่จากการสืบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิงดับคาบ้าน #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #สภเมืองมุกดาหาร #ตำรวจรู้ตัวคนร้าย #ข่าวภูมิภาค #ข่าววันนี้ ภาพ/ข่าว ธวัชชัย-เดวิดโชคชัย มุกดาหาร รายงาน

-สุดสลด! ลูกชายหลอนยาบ้า ทำร้ายพ่อแม่เลือดอาบกลางดึก ญาติช่วยพาหนีตายก่อนแจ้งตร.รวบทันควัน

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบ้านคำอาฮวน ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เข้าจับกุมชายอายุ 38 ปี ทราบชื่อภายหลังคือนายกึ่ม หรือ นายสุโขทัย นามดี หลังจากก่อเหตุทำร้ายร่างกายพ่อแท้ ๆ ของตนเองคือนายอ่อนครี อายุ 62 ปี จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และยังทำร้ายแม่วัย 60 ปี ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังผู้ก่อเหตุมีอาการหลอนจากการเสพยาบ้า ใช้ของแข็งตีพ่อจนเลือดอาบ ก่อนหันไปทำร้ายแม่ จากนั้นเดินกลับไปนอนอยู่ในกระท่อมภายในสวนยางพาราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ชาวบ้านและญาติซึ่งเห็นเหตุการณ์ได้ช่วยนำพ่อแม่ผู้บาดเจ็บออกไปพักที่บ้านญาติ พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าจับกุม

นางสมคิด วงษ์สีทา อายุ 60 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ลูกชายติดยาบ้ามานาน ไม่ทำงาน และเริ่มมีอาการหลอน เหม่อพูดคนเดียว ตะโกนโวยวายเป็นประจำ “วันนี้เขาโวยวายแล้วก็เดินมาหาพ่อ ตีหัวพ่อจนเลือดไหล ฉันเข้าไปห้ามก็โดนตีด้วย จากนั้นเขาก็กลับไปนอนในกระท่อม เหมือนไม่รู้สึกผิด ฉันทนไม่ไหวเลยแจ้งตำรวจจับ เพราะกลัวจะกลับมาทำร้ายอีก”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายกึ่ม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลั่งยาบ้า #ทำร้ายพ่อแม่ #มุกดาหาร #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภ4 #ยาเสพติด #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุกบูรณาการเข้มกับ ฉก.ทพ..2105 สกัดยาเสพติดถึงรังหนุ่มคอนสาย ยึดยาบ้าคาห้องนอน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้การอำนวยการของ นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร สั่งการให้ มว.อ.ดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง

พร้อม ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และสมาชิก อาสาสมัครรักษาดินแดน ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 บูรณาการร่วมกับ

ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ออกตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ หมู่ 11 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

จากการเข้าตรวจสอบพบผู้เสพยาเสพติด 1 ราย และขยายผลจากแหล่งข่าวจนสามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาบ้าเพิ่มอีก 1 ราย ทราบชื่อ นายศาสตราวุธ

แข็งแรง อายุ 23 ปี ชาวบ้าน บ้านคอนสาย ม.5 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร ตรวจค้นภายในบ้านพบของกลาง ยาบ้า 168 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายแขวนริมหน้าต่างห้องนอน

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิด โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / NCAPS ส่งภาพ​ตรงจากพื้นที่​ เจ้าหน้าที่ อช.ศรีลานา จับกุมลักลอบทำไม้ชิงชันมีค่า ยึดไม้แปรรูป 75 ชิ้น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบทำไม้มีค่าได้ 1 ราย พร้อมยึดไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 75 เหลี่ยม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐกว่า 498,000 บาท

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการออกตรวจลาดตระเวนป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ และการลักลอบทำไม้มีค่าในพื้นที่

นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สายตรวจอุทยานแห่งชาติ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ที่ ศล.2 (ปางมะเยา), ศล.3 (บ้านออน), ศล.6 (ห้วยกุ่ม), ศล.7 (ห้วยปุย) ทหารกองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1 กองกำลังผาเมือง และสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ บริเวณป่าห้วยถ่ำม่วง หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้รูปแบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ SMART PATROL

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามสืบสวน หลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 คณะเจ้าหน้าที่พบร่องรอยการลักลอบทำไม้หลายจุด และร่องรอยการชักลากไม้ในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้นำกล้อง SHARED CAMERAS (N-CAP) รหัส 05 มาติดตั้งเพื่อดักถ่ายการกระทำผิด จนกระทั่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.38 น. พบกลุ่มบุคคลมีการเคลื่อนไหวนำอุปกรณ์ เครื่องชั่ง และมีการชักลากไม้ผ่านหน้ากล้อง

คณะเจ้าหน้าที่จึงจัดชุดกำลังเข้าดักซุ่ม ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. จึงพบชายตามภาพดักถ่ายจากกล้อง N-CAP เข้ามาในพื้นที่บริเวณกองไม้ที่เตรียมเคลื่อนย้าย คณะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนและตรวจสอบ ทราบในภายหลังว่าเป็นนายอาทิตย์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 11 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่จากการสอบถาม นายอาทิตย์ให้การว่า ตนเองเข้ามาตรวจสอบไม้เพื่อทำการชักลากออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ไฟฉายคาดหัวสีเขียว 1 อัน ตะปูขนาด 3 นิ้ว จำนวน 8 ตัว และมีด 1 เล่ม จากนั้นได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบไม้ชิงชันแปรรูปกองกระจัดกระจายรอบบริเวณป่า

ทั้งนี้ ของกลางและอุปกรณ์ที่ตรวจยึด ประกอบด้วย ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 75 เหลี่ยม/ชิ้น ปริมาตร 1.66 ลูกบาศก์เมตร คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐ 498,000 บาท, มีด 1 เล่ม, ตะปู จำนวน 8 ตัว, ไฟฉายคาดหัวสีเขียว จำนวน 1 อันคณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้แก่ผู้ต้องหา และได้จัดทำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายกริชสยาม กล่าวย้ำว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยใช้เทคโนโลยีและการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นบ.ยส.24” สกัดยาเสพติดล๊อตใหญ่ ขบวนการค้ายา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,760,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 68 เวลา 0300 กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นรข.เขตหนองคาย โดย หน่วยเรือโพนพิสัย (หน่วยงานหลัก) ขณะปฏิบัติหน้าที่ซุ่มเฝ้าตรวจพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง หลังโรงเรียนบ้านพวก บ.พวก ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย

เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยและรถยนต์ จำนวน 2 คัน กำลังลำเลียงสิ่งของขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำโขง จนท.จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นว่าเป็น เจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งสิ่งของและขับรถหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพื้นที่พบกระเป๋าต้องสงสัยและกระสอบรวม 6 ห่อ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 1,760,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสาน สภ.บ้านเดื่อ และ สภ.โพนพิสัย

ให้ไล่ติดตามจับกุมรถยนต์ต้องสงสัยที่หลบหนีไป จนสามารถสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 ของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน ประมาณ 1,760,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ จำนวน 2 คัน ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาไว้ที่ หน่วยเรือโพนพิสัย เพื่อสอบสวนขยายผลและตรวจนับของกลางโดยละเอียด และจะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


โดยวันที่ 8 พ.ย. 68 เวลา 1000 ที่ฐานปฏิบัติการ นร.โพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 มอบหมายให้ พล.ร.ต. ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.และ นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รอง ผวจ.น.ค. เป็นประธานร่วมในการแถลงข่าวพร้อมหน่วยงานความมั่นคง

ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และในโอกาสเดียวกัน เสธ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบงบประมาณบำรุงขวัญให้กับ นร.โพนพิสัย ในนาม กกล.สุรศักดิ์มนตรี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติงานต่อไป
ภาพ/ข่าว : วัชรา – พรพิพัฒน์ ///เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไอซ์ทะลักรับลอยกระทง!! นรข.บึงกาฬ แถลงสกัดยึดยาไอซ์กว่า 137 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 137 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่ สถานีเรือบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) พร้อมด้วยนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการตรวจยยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 137 ห่อ ห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 137 ล้านบาท

ซึ่งดำเนินการตรวจยึดโดยสถานีเรือบึงกาฬ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนององคาย ตามนโยบายของ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) ที่เน้นย้ำให้หน่วยในบังคับบัญชาปฏิบัติตามภารกิจที่กองทัพเรือมอบหมายคือ การ

ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ตามหลักมนุษยธธรรมในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง รวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบก ในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศ

น.ท.จักรกฤษ วังกรานต์ หน.สน.เรือบึงกาฬ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้นำเรียนผู้บังคับบัญชา จากนั้นผู้บังคับบัญชาก็สั่งการทันทีให้เร่งวางแผน และประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและจับกุม

จึงได้ออกวางกำลังและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ จนกระทั่งวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 00.50 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณด้านใต้ป่าช้า บ.ห้วยดอกไม้ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือกีบเพลายาวลักษณะต้องสงสัยแล่นมาจากกลางลำแม่น้ำโขงแล่นตรงเข้ามายังป่าช้า บ.ห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ และแล่นทวนน้ำโขงขึ้นไปด้านเหนือน้ำ เมื่อเห็นดังนั้นชุดซุ่มฯ จึงได้ออกจากจดซุ่มและเคลื่อนตัวติดตามเรือต้องสงสัยลำดังกล่าวไป

เมื่อเรือลำดังกล่าวแล่นมาถึงด้านใต้ บ.ห้วยดอกไม้ กลุ่มบุคคคลต้องสงสัยที่นั่งมากับเรือจำนวน 2 คน ได้ช่วยกันทิ้งกระสอบต้องสงสัยลงจากเรือกองไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง เมื่อเห็นดังนั้น ชุดชุ่มฯ จึงได้ส่งสัญญาณตะโกนให้หยุด และแสดงตัวเป็น จนท.นรข.เพื่อขอทำการตรวจสอบ แต่ชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ได้ผลักหัวเรือออกจากฝั่งและขับออกไปกลางลำแม่น้ำโขงทันที จากนั้น จนท.ได้เข้าทำการ

ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยสีเหลืองกองกระจัดกระจายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จำนวน 7 กระสอบ เมื่อทำการเปิดตรวจสอบพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ทั้ง 7 กระสอบ รวมจำนวน 137 ห่อ จึงได้ทำบันทึกตรวจยึด และจะนำของกลางส่ง สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//ยึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ฝนถล่มสมุทรปราการคืนที่ 2 ถนนแพรกษาจมบาดาลซ้ำ หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ถูกคลื่นรถบัสซัดล้มจมน้ำ – ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี ฝนตกต่อเนื่องในคืนที่ 2 ของจังหวัดสมุทรปราการ ( วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ) ซึ่งตกหนักเบาสลับกันไปมากันหลายชั่วโมง ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจร บน ถนนแพรกษา ช่วงตั้งแต่ปากซอยแพรกษา 1 ไปจนถึง ซอยแพรกษา 8 ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยน้ำท่วมขังทั้ง 3 ช่องการจราจร ระดับน้ำสูงเสมอฟุตบาท ทั้งขาไปและขากลับ

ทำให้รถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ สัญจรผ่านได้ลำบาก และมี รถเสียกลางน้ำหลายคันส่วน บริเวณแยกศรีเทพา ซึ่งเป็นจุดตัดของ ถนนเทพารักษ์ และ ถนนศรีนครินทร์ นั้น มีปริมาณน้ำท่วมขัง 10-15 เซนติเมตร น้ำท่วมรอบแยก โดยที่ ถนนศรีนครินทร์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา

ไปจนถึง แยกการไฟฟ้า มีปริมาณน้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท รถจักรยานยนต์และรถเก๋งผ่านได้ลำบาก ส่วน ถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา ไปจนถึง แยกเทพารักษ์ มีน้ำท่วมขังเป็นช่วง ๆ ตลอดสาย น้ำเสมอฟุตบาท ( คลิปแนวตั้งจาก ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ ) ในไลน์กลุ่มบรรเทาสาธาณะภัย ด้านแยกปู่เจ้าสมิงพราย

ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนสุขุมวิท กับ ถนนปู่เจ้าสมิงพรายนั้น มีน้ำท่วมรอบแยก ปริมาณเสมอฟุตบาท ซึ่งทางด้านเทศบาลที่รับผิดชอบในพื้นที่เร่งสูบน้ำที่ท่วมพื้นผิวการจราจรออกอย่างเร่งด่วนเพื่อเร่งคืนพื้นผิวการจราจรโดยเร็ว แต่ในพื้นที่ขณะนี้ ( 22.00 ) วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

ก็ยังมีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ผ่านน้ำท่วมจนเกิดอุบัติเหตุคลื่นน้ำซัดจนพลิกคว่ำ ( เสื้อดำ ) เล่าว่า ตนเองขี่รถมาตามปกติซึ่งขณะที่กำลังขี่ฝ่าน้ำท่วมนั้น มีรถบัสได้ขับผ่านมาทำให้คลื่นน้ำนั้นซัดจนรถจักรยานยนต์ของตนเองล้มไปกับน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย ด้าน ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองแต่มือของเขาชูอยู่เหนือน้ำ

โดยที่คลื่นน้ำจากรถบัสซัดรถจักรยานยนต์ของเขาจนลอย ตัวของเขาจมน้ำตนเองก็เลยช่วยกันขึ้นมาซึ่งตรงที่เขาจมนั้นน้ำลึกด้วย โดยทั้งวันนี้ ทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี ซึ่งมีน้ำข่วงขังพื้นผิวการจราจร ถนนเทพรัตน์ ช่องคู่ขนาน หลายจุด และ ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางปิ้ง

ขอบคุณภาพน้ำท่วมถนนศีนครินทร์ : ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ
ขอบคุณภาพผู้ว่าลงพื้นที่ตรวดน้ำท่วมขังบางนาตราด : FB : สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว สมุทรปราการ ขอบคุณภาพผู้ว่า และ รองนายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวดประตู้น้ำบางปิ้ง : FB : Torsak Asvahem

เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รถตู้ส่งนักเรียน ภูกระดึง-ชุมแพ มีนักเรียน15 คน บาดเจ็บ1 เสียชีวิต 1 นายอุบัติเหตุในพื้นที่ นาหนองทุ่ม

แชร์เนื้อหานี้

รถตู้รับส่งนักเรียนจากอำเภอภูกระดึงมุ่งหน้าไปส่งนักเรียนชุมแพศึกษา มีนักเรียนโดยสารและคนขับ15 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และเสียชีวิต 1 นาย(นายจักรพงศ์ ลายวงษ์สุวรรณ นักเรียนชุมแพศึกษา ม.6/3)
อุบัติเหตุในพื้นที่ตำบลนาหนองทุ่ม รถมุ่งหน้าเข้าอำเภอชุมแพ

วันศุกร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 07.36
นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ นายศุภฤกษ์ น้อยสุวรรณ นายอำเภอภูกระดึง พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับสถานีตำรวจ สภ ชุมแพ นายธนวัฒน์ ทัศคร หัวหน้าหมวดทางหลวงโนนหัน รุดดูที่เกิดเหตุ ณ ก ม. 252


พร้อม หน่วยกู้ภัย “เต็กก่า” จีแชเกาะ ชุมแพ ,หน่วยกู้ชีพนาหนองทุ่ม หน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ กู้ภัยมงกรศรีบุญเรือง หน่วยกู้ภัยภูกระดึง เหตุรถยนต์ชนรถรับส่งนักเรียน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
บริเวณ กม.252 ตำบลนาหนองทุ่ม


รถรับส่งนักเรียนมุ่งหน้าอำเภอชุมแพ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อ NISSAN ทะเบียน กพ 9403-ขอนแก่น เฉี่ยวชนรถตู้รับ-ส่ง นักเรียน ยี่ห้อ TOYOTA ทะเบียน ขน 3681-กาฬสินธุ์ มีผู้โดยสารเป็นนักเรียน 15 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ 1 ราย

ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูกกระดึง ส่วนผู้เสียชีวิตแพทย์เวรโรงพยาบาลชุมแพและร้อยเวรสภ.ชุมแพชันสูตรที่เกิดเหตุ

วินสื่อรัฐทีวีขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตือนภัยชาวมุกดาหาร! โจรแสบบุกขโมยพระและของมีค่าภายในร้าน “ลานเพลิน”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความ “เตือนภัยบุคคลในภาพ” หลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้าน ว่า

“วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ช่วง 06.24 น. มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้านลานเพลิน เส้นตัดใหม่ธนาคาร ธกส ได้ทรัพย์สินไปส่วนนึง รบกวนพี่น้องท่านใดเคยเห็นบุคคลในภาพ รบกวนแจ้งกลับทางผมด้วยนะครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง คนร้ายถอดปลั๊กกล้องที่

เขาสามารถเอื้อมถึงออกทั้งหมด แต่ไม่รู้อีท่าไหนมองไม่เห็นตัวด้านหน้ามัน ปีนขึ้นขโมยพระบนหิ้งไปแล้วก็หลบหนีออกไปทางหน้าร้าน ใครคุ้นๆกับท่าทางการเดิน หรือเคยเห็นคนนี้รบกวนแจ้งด้วยนะครับ จะไปเป็นภัยกับคนอื่น พอดีทางร้านเพิ่งทราบจะเข้าไปแจ้งความช่วงเช้านี้ ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ เหตุเกิดที่ร้าน “ลานเพลิน” บริเวณถนนเส้นตัดใหม่ ใกล้ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขามุกดาหาร คนร้ายซึ่งปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ก่อเหตุขโมยของภายในร้าน ก่อนถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดบางตัวออก แต่ไม่ทันสังเกตว่ามีกล้องอีกมุมหนึ่งบันทึกภาพไว้ได้

จากภาพพบว่าคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีเข้ม ใส่หน้ากากอนามัย และถือถุงพลาสติกสีเหลือง เดินอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนจะปีนเข้าไปขโมยพระเครื่องบนหิ้งบูชาและทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วหลบหนีออกทางด้านหน้า

เจ้าของร้านระบุว่าเพิ่งตรวจสอบกล้องและพบเหตุ จึงเตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมฝากประชาชนช่วยสอดส่อง หากใครเคยเห็นบุคคลในภาพหรือจำลักษณะท่าทางได้ ขอให้แจ้งข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น

ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #เตือนภัย #ขโมยร้านลานเพลิน #มุกดาหาร #โจรขโมยพระ #วงจรปิดจับภาพ #ช่วยกันสอดส่อง #ภัยใกล้ตัว///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารสกัดจับ! ขบวนการลักลอบขนลูกไก่เวียดนามกว่า 3,700 ตัว หนีภาษีกลางดึกริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ทหารหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. และ กองร้อยทหารพรานที่ 2105

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สนธิกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านทรายทอง หมู่ 6 ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้ามาในพื้นที่

ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8–10 คน กำลังแบกกล่องสีขาวต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุด แต่เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ได้วิ่งหลบหนีไปในความมืดและอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบกล่องบรรจุลูกไก่จำนวน 37 กล่อง ตรวจนับได้ประมาณ 3,700 ตัว ภายในกล่องระบุชื่อบริษัท “Công Ty Cổ Phần Ba Huân” (บริษัท บา ฮวน จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทจาก ประเทศเวียดนาม และเป็นการลักลอบนำเข้าลูกไก่โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร (หนีภาษี)

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งให้ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กอรมน #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พุทธศาสนิกชนชุมพรพร้อมใจทอดกฐินสามัคคีและตั้งโรงทาน วัดเขาเจดีย์ บรรยากาศอิ่มบุญอิ่มใจ

แชร์เนื้อหานี้

ธ นากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514วั นที่ 26 ตุลาคม 2568 บรรยากาศแห่งศรัทธาและความสามัคคีอบอวลอยู่ทั่วบริเวณวัดเขาเจดีย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เมื่อพระครูสังฆรักษ์ ชัยรัตน์ ชนาสโภ เจ้าอาวาสวัดเขาเจดีย์ พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันจัดงาน ทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 และเปิด โรงทานบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรี แก่ผู้มาร่วมงานตลอดทั้งวัน

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีโรงทานกว่า 30 โรง นำอาหารคาวหวาน ขนม และเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานได้รับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ไม่ว่าจะเป็นแกงไก่ ขนมจีน ข้าวมันไก่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมไทย และน้ำสมุนไพรเย็น ๆ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ผู้มาร่วมบุญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับกฐินสามัคคีในครั้งนี้ นายจารึก โกสินทร์ อดีตกำนันตำบลบางสน เป็นประธานทอดกฐิน ร่วมด้วย นายอำนาจ ทองหญีต นายกเทศมนตรีตำบลบางสน, นายมนต์ชัย โกษฐเพชร นายกเทศมนตรีตำบลปะทิว, นายรุ่ง ดวงภุมเมศร์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจากหลายอำเภอร่วมแรงร่วมใจในงานบุญครั้งนี้

ยอดเงินกฐินสามัคคีรวมทั้งสิ้น 900,004 บาท โดยจะนำไปใช้ในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลังศาลาหอฉัน สร้างกำแพงกันดิน และก่อสร้างห้องน้ำใหม่ 4 ห้อง รวมถึงห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ 1 ห้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มาทำบุญและเยี่ยมชมวัด

ก่อนเริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายผ้ากฐิน ผู้ร่วมงานได้ร่วมกัน ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมตั้งจิตอธิษฐานอุทิศบุญกุศลในครั้งนี้ถวายเป็นพระราชกุศลด้วยความจงรักภักดี

วัดเขาเจดีย์นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปะทิว ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางอำเภอ มีเจดีย์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดชุมพร และเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือน ทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังอย่างหาดแหลมสน อ่าวทุ่งซาง และสนามบินชุมพร

งานทอดกฐินสามัคคีในปีนี้จึงไม่เพียงเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา หากยังเป็นภาพสะท้อนของความรัก ความสามัคคี และน้ำใจงามของพี่น้องชาวชุมพรที่ร่วมกันสร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดินด้วยหัวใจอันเปี่ยมศรัทธา

สื่อรัฐทีวีสื่อรัฐนิวส์ / จับขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ต เจอข้อหาหนัก/ รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว/จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตำรวจทางหลวงชุมพร-ตม.ชุมพร ผนึกกำลังสกัดขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ตหวังตบตาเจ้าหน้าที่ เจอข้อหาหนัก ปลอมหนังสือเดินทาง-ตราประทับ โทษจำคุกสูงถึง 10 ปี
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน พ.ท.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล.จับกุม
บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน เจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง ส.ทล.๔ กก.๒ บุก.ทล. น้ำโดย ร.ต.ชรัญ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล, ด.ต.หญิง มณีรัตน์ จันทร์ประณต, จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ,จ.ส.ต.อมรเทพ อินนิมิตร ผบ.หมู่ ส.ทล.๔ กก.ทล, เจ้าหนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร นำโดย พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.ชุมพร, ร.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.ตม.ชุมพร, ด.ต.สัณชัย ชื่อตรง, ด.ต.ยุทธพงษ์ อบเชย, ด.ต.ศราวุฒิ เล่งระบำ ผบ.หมู่ ตม.ชุมพร

สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 กม.482 ขาล่องใต้ ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพรร่วมกันจับกุม บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน ในข้อหา

  1. ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม 2. ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น 3. เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดของกลาง หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา (ปลอม) จำนวน 13 เล่ม

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อถึงบริเวณถนนเพชรเกษม กม.482 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่พบรถตู้โดยสารซึ่งขับมาทางช่องทางซ้ายมีลักษณะบรรทุกหนักน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามพร้อมเปิดสัญญาณไฟเรียกให้รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่ คือ นายคุณากรฯ สัญชาติไทย และตรวจพบบุคคลต่างด้าวที่โดยสารมาภายในรถจำนวน 13 คน (ชาย 10 คน และหญิง 3 คน)

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถาม นายคุณากรฯ (ผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร) ว่ารับคนต่างด้าวมาจากที่ใด โดยนายคุณากรฯ แจ้งว่ารับมาแรงงานต่างด้าวมาจากจังหวัดราชบุรีเพื่อจะไปส่งที่จังหวัดชุมพร จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางที่แรงงานต่างด้าวนำติดตัวมาด้วย โดยพบว่าหนังสือเดินทางมีลักษณะผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร ผลการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา ทั้ง 13 เล่ม เป็นของปลอม

พบมีการแก้ไขตัวเลข ชื่อ-สกุล ลักษณะตัวอักษร ตัดต่อภาพใบหน้า ประกอบกับผู้ต้องหาไม่สามารถจำรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของตนเองที่ตรงกับหนังสือเดินทางได้ และเมื่อตรวจสอบการตรวจลงตรา (VISA) ภายในหนังสือเดินทางก็ไม่พบข้อมูลในระบบของตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม, ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาต” พร้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น แรงงานต่างด้าวทั้ง 13 คน ให้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยแจ้งถึงสาเหตุที่ทำหนังสือเดินทางปลอมก็เพื่อหวังที่จะตบตาเจ้าหน้าที่ในระหว่างการเดินทาง โดยยอมจ่ายค่าจ้างทำหนังสือเดินทางปลอมในราคาเล่มละ 15,000 บาท ให้กับนายหน้าชาวเมียนมา จากนั้นได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจากเมืองพะยาโตนซู ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี
ในส่วนของคนขับรถตู้ ให้การว่าขณะที่ตนเองขับขี่รถตู้เพื่อนำส่งผู้โดยสารกลุ่มนี้ไปยังจุดหมาย ได้มี เจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบภายในรถ ตนจึงให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตามปกติ โดยตนไม่ทราบว่ากลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้เป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เนื่องจากมีพาสปอร์ตมาแสดงก่อนใช้บริการรถตู้ของตนทุกคน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ในปัจจุบันมีการปลอมหนังสือเดินทางในกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอให้นายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว นำแรงงานต่างด้าวที่มาสมัครงานไปขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนรับเข้าทำงาน และในส่วนของแรงงานที่มีความจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนผ่านนายหน้า ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของนายหน้าให้ดี ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของ “นายหน้าเถื่อน”
สำหรับโทษของการใช้หนังสือเดินทางปลอม มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และมีโทษปรับ ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท

รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว จนมุมคาบ้านพัก
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 และชุดเฉพาะกิจ ภ.จว.ชุมพร จับกุม นายอดุลย์ หรือต้อม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์โดยมีอาวุธพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เหตุเกิดพื้นที่ ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

จากกรณี วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. น.ส.ละมุลาผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีแดง-ดำ ออกจากบ้านในหมู่บ้าน ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาชิงทรัพย์ โดยใช้มีดขู่ชิงทรัพย์ ภายในซอย ทรัพย์สินที่ถูกชิงไป กระเป๋าผ้าสีฟ้า เงินสดประมาณ 19000 บาท บัตร ATM ธ.กรุงเทพ พร้อมบัตรประชาชน พระเครื่อง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ OPPO สีดำ พร้อมซิม AIS

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนโดยตรวจสอบกล้อง CCTV หลายจุด พบภาพคนร้ายขับรถ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ ต่อมาพบว่าคนร้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเกิดเหตุ จากเสื้อสีขาวเป็นสีเหลือง(ตรวจพบเสื้อสีขาวและกระเป๋าของผู้เสียหายในพงหญ้า ระหว่างทางหลบหนี) ตรวจสอบ สัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย พบว่ามีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับตำแหน่งของผู้ต้องสงสัย จากพื้นที่ ต.ดอนยาง ไปถึงบริเวณบ้านหนองมาก
ต่อมา พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบ สภ.บ้านมาบอำมฤต ตรวจสอบ ตำรวจติดตามจนพบรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ทิ้งไว้ในสวนยางใกล้บ้านผู้ต้องสงสัยจากการตรวจสอบพบว่า นายอุดลย์ หรืออ้อม แก้วดำ เป็นผู้ครอบครองรถและมีพฤติการณ์ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด พยานคือ ยืนยันภาพบุคคลในกล้องว่าเป็นนายอุดลย์ ตำรวจสอบสวนและเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมด (ภาพจาก CCTV, โทรศัพท์, เสื้อผ้า, รถจักรยานยนต์) สรุปว่าคนร้ายคือ นายอุดลย์ หรือ ต้อม

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายอุดลย์ หรือ ต้อม สถานที่จับกุม บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 2 ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อ 21 ต.ค. 68 เวลาประมาณ 04.00 – 15.00 น. นำโดย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชัยญากรณ์ ศรีสัมฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านมาบอำมฤต , ร.ต.อ.มนตรี บุญรัตนไพโรจน์ รอง สว.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,ร.ต.ท.วัชรินทร์ เมฆา ,ร.ต.ต.โสภณ หญีตคง รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ท.ปัญญา ศรีวิลัย รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ต.โยธิน ทั่งเหล็ก รอง สว(ป)ฯ ,ด.ต.เอก ตันลักขณาชัย ,จ.ส.ต.ณภัทรพงษ์ แก้วโกมล ผบ.หมู่(ผช.พงส)ฯ ,จ.ส.ต.วิศิษฏ์ เชี่ยวเลี่ยน ผบ.หมู่.(ป)ฯ ,ส.ต.อ.ณัฐพล แก้วพิชัย ผบ.หมู่.(ป)ฯ , ส.ต.อ.สิทธิโชค เหมาะเจาะ ผบ หมู่(ป)ฯ ,ส.ต.ท.จุฑาชัย พินทอง ผบ.หมู่(ผช.พงสฯ)ฯเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด บก.สส.ภ.8 นำโดย พ.ต.ท.ฐิติณัฏฐ์. ศรีสังข์ รอง ผกก.สืบสวน 3 ปรก.หน.ชป.ชุมพร ,ร.ต.อ.ปรัชญา ชัยงาม รอง สว. กก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ,ด.ต.เริงชัย แดงบำรุง ผบ.หมู่ กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 ,จ.ส.ต.เป็นหนึ่ง ชาญนคร ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.กันตพงษ์ เพียรดี ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ฉก.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.ศักดิ์ไชย ไชยศรี รอง สวฯ ,ร.ต.ท.ธวัชชัย บุญส่งแก้ว รอง สวฯ ,ร.ต.ท.วิวัฒน์ ทองศิริ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.คนึง อินทรสุวรรณ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ประดิษฐ์ จันทร์เกตุ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ไพรัตน์ อินกล้า รอง สว.ฯ ,ด.ต.กฤษดา กุมพิมล ,ด.ต.นันทโชติ ผลพานิช
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอย กก.ตชด.41 นำโดย ร.ต.ท.สาคร ไชยฉิม ผบ.มว.สค ,ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ บุตบัณฑิตย์ผบส.สะกดรอย กก.ตชด.41เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเครื่องมือพิเศษ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ส.ต.ท.รัฐพงศ์ แท่นนาค ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.ศุภณัฐ ศิริพันธ์ ผบ หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8

ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอดุลย์ หรือต้อม แก้วคำ (1-8602-00062-72-8) อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร (จากการตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร) เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.413/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ตามคดีอาญาที่ 262/2568 ของสถานีตำรวจภูธรบ้านมาบอำมฤต ในฐานความผิด “ชิงทรัพย์ โดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ(มีด) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi Note 13 5g สีดำ หมายเลขอีมี่

1 : 865063076424128 หมายเลขอีมี่ 2 :865063076424136 จำนวน 1 เครื่อง 2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme สีฟ้า ดำ หมายเลขอีมี่ 1 : 863571042360434 หมายเลขอีมี่ 2 : 863571042360426 จำนวน 1 เครื่อง 3.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด) 4.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อ Beyand สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด)เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนนายอุดลย์ หรือ ต้อม ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา รวบรวมหลัดฐานที่ก่อเหตุแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านมาบอำมฤตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง พื้นที่ อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 21 ต.ค.68 เวลา 09.45 น. ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ชุมพร.พ.ต.อ.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.ท.สุรพศ สุทธิเกิด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.ท.พงศธร พิชิตชลพันธุ์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร.พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล สวญ.ตม. จว.ชุมพร,พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์ ณ สงขลา สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓ กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร นำโดย พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี สว.กก.สืบสวน

ภ.จว.ชุมพร,ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ สมสนิท รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, ด.ต.สมยศ ยังวัฒนา,ด.ต.ธรัช วัฒนไชย,จ.ส.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์, จ.ส.ต.ก้องศักดิ์ ชูแก้ว.ส.ต.ท.ณัฐชัย สุขประวิทย์ ส.ทท.๒ กก.ทท.๒ บก.ทท.๓ นำโดย ร.ต.อ.คณิศร บุญสิน รอง สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ค.ต.ยุทธ พงศ์ เรื่องดำ ผบ.หมู่ ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ต.ต. สิงหา นิรัญชอน ผบ.หมู ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท. กอ.รมน.จังหวัด.ชุมพร นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรด.๔๐๓ (ชพ), พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ฝ่ายการข่าวฯ, จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง

ผช.หน.ชรต.๔๐๓(ชพ), จ.ส.อ.พงค์ศิลป์ รุ่งอาญา จนท.ฝ่ายการข่าวฯ จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์ สตม.ชุมพร นำโดย ร.ต.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.(สส.) ตม.จว.ชุมพร,ด.ต.ไตรวิช จันทร์เจริญ ด.ต.คมสัน ทองรักจันทร์ ด.ต.พงษ์ บันลือเขตต์ ผบ.หมู่ ตม.จว.ชุมพร ร้อย ตชด.๔๑๔ นำโดย ร.ต.ท.นพพนันท์ ศรีสุภะ รอง.ผบ.ร้อย ตชด๔๑๔..ร.ต.ท.สิทธิพงษ์ ชื่นจิตร หัวหน้า ชุด ชป.ข่าวลับ.ด.ด.ทศพล รัตนบุตรา เจ้าหน้าที่ประจำชุด, ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ อินทนา เจ้าหน้าที่ประจำชุด
ได้ร่วมกันจับกุมตัว บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ กม.458 ถึง กม.459 ม.2 ต ทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

๑.MR.WILL YAN TUN อายุ ๒๐ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างด้าว ๖๖๗๔๖๙๐๐๐๐๕๔๙ ผู้ขับขี่ ๒.MR.MG AUNG SAN อายุ ๒๔ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างดาว ๖๖๔๔๖๙๐๐๐๕๐๑๐ ผู้ชอน
3.MR.HEIN MIN TUN อายุ 19 ปี 4.MR.NINE NINE OO อายุ 21 ปี 5.MRS.AYE THET TUN อายุ 20 ปี
6.MRS.THU ZAR MON อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ๑๑๐ไอ สีน้ำเงินดำ ป้ายทะเบียน ๑กง๔๘๖๑ เพชรบุรี พร้อมพ่วงข้างมีหลังคา จำนวน ๑ คัน

สอบถามผู้นำพา แจ้งว่าตนทำงานอยู่ล้งทุเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าแซะ ได้ไปรับเพื่อนกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมือง แล้วมาแอบหลบซ่อนอยู่กับเพื่อนแรงงานด้วยกันบริเวณข้างเคียง เพื่อพาไปหาสมัครงาน จนมาเจอชุดเจ้าหน้าที่ตรวจและถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ตามมาตรา ๖๔ แห่ง พระราชบัญญัติคนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒”เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานจึงนำส่งตัว สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดี ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชูป้าย “ยุติความรุนแรงปฏิเสธความรุนแรง” ร่วมส่งเสียงเรียกร้องให้คืนความสงบสู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 17 ตุลาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลังของชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่อำเภอยี่งอ พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง”หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดร้านน้ำชากลางชุมชน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 17 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 4 ราย ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง” รวมพลัง “ปฏิเสธความรุนแรง“ ซึ่งบรรยากาศของการเดินขบวนในวันนี้เต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการแสดงออกถึงจุดยืนร่วมกันว่า “ไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยต่างถือป้ายข้อความ “ยุติความรุนแรง” “ปฏิเสธความรุนแรง” และ “คืนสันติสุขให้บ้านเรา” เพื่อส่งสารไปยังผู้ก่อเหตุให้ยุติการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่เคยสงบและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ชาวบ้านจึงออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้คืนความสงบสุขให้กับพื้นที่ และยืนยันว่า “การใช้ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของปัญหาใด ๆ”นายนิมูฮัมหมัด นิเลาะ ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจและความตกใจให้กับคนในชุมชนอย่างมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยี่งอถือเป็นพื้นที่สงบ ไม่ค่อยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

“ครั้งนี้เราทุกคนรู้สึกช็อกครับ เพราะยี่งอของเราไม่เคยมีเหตุแบบนี้มานานแล้ว ชุมชนเราสงบ อยู่กันแบบพี่น้อง เราเจอกันทุกวันที่ร้านน้ำชา กินข้าวด้วยกัน คุยกันเหมือนครอบครัว แต่พอเกิดเหตุแบบนี้ ทุกคนเศร้าและกลัวมากครับ”หลังเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านได้พูดคุยกันและตัดสินใจรวมพลังออกมาเดินขบวน เพื่อส่งเสียงถึงผู้ก่อเหตุว่า “พวกเราชาวยี่งอไม่ต้องการความรุนแรงอีกต่อไป”“เรามาเดินกันวันนี้เพราะอยากบอกว่า พอแล้วครับ อย่าทำแบบนี้กับคนบริสุทธิ์อีกเลย… หลังจากนี้เราจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ ใครมาจากนอกพื้นที่เราก็จะคอยสังเกต คอยแจ้ง ถ้ามีสิ่งผิดปกติ เราไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บอีก”เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า“เหตุการณ์เมื่อวาน ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในยี่งอ อยากให้ลูกหลานของเรากลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยอีกครั้ง อยากเห็นบ้านเราสงบเหมือนเดิมครับ”

และในวันเดียวกัน นายกิตติพงษ์ อำพันธ์ นายอำเภอยี่งอ พร้อมด้วย น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและญาติ รวมถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นนายกิตติพงษ์เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามี 11 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด และขณะนี้ได้จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาทั้งในส่วนของทรัพย์สินและร่างกาย เราได้มอบเงินช่วยเหลือรอบแรกไปแล้ว

และกำลังเร่งเอกสารเพื่อจ่ายรอบสองให้กับผู้บาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในเขตชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนขณะที่ น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม กล่าวว่า หน่วยความมั่นคงทั้งสามฝ่าย — ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง — ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปโดยไม่มีความยุติธรรม ผู้กระทำต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามแม้เหตุระเบิดในครั้งนี้จะสร้างบาดแผลทั้งทางกายและใจ แต่การรวมตัวของชาวบ้านในครั้งนี้สะท้อนพลังของประชาชนที่ไม่ยอมให้ความรุนแรงมาทำลายความสงบสุขที่ร่วมกันสร้างมา ทุกเสียง ทุกก้าวของชาวยี่งอในวันนี้ คือคำประกาศชัดเจนว่า “เราปฏิเสธความรุนแรง และจะร่วมกันปกป้องบ้านของเราให้ปลอดภัยอีกครั้ง”
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุก ผนึกกำลัง สิงห์ดงหลวง! บุกจับผู้ค้ายาเสพติดกลางผึ่งแดด ยึดยาบ้า 400 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร)

ได้สั่งการให้นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหารที่ 2

บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง ภายใต้การอำนวยการของนายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง)

โดยมีนายชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง (สิงห์ดงหลวง) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” จำนวน 1 ราย และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จำนวน 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #ยาเสพติด #ฝ่ายปกครอง #สิงห์เมืองมุก #สิงห์ดงหลวง #ผึ่งแดด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด 1 ล้านบาท ผู้ต้องหา 197 ราย เครือข่ายใหญ่7 ราย หลังแก๊งยาบ้าเปลี่ยนวิธีใช้รถแท็กซี่ขนยาบ้าพื้นที่ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

***วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดในช่วงวันที่ 1 – 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งหมด 197 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 199,975 เม็ด และยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาคดียาเสพติดรวมมูลค่าประมาณ 1,050,000 บาท ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้ สำหรับการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในเดือนตุลาคม ชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ สามารถสืบสวนติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ 1 เครือข่าย จำนวน 5 ราย ผู้ต้องหา 4 คน ของกลางยาบ้า 190,000 เม็ด และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 920,000 บาท หนึ่งในนั้นเป็นรถแท็กซี่ที่พ่อค้ายาใช้ขับขนสินค้ากระจ่ายให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 7 ราย

***พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และขอความร่วมมือจากประชาชนและสถานประกอบการทุกแห่งในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้า หรือผู้ใช้สถานประกอบการในการกระทำผิดโดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, Application Police I lert U และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยการร่วมมือของประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการจับกุมและปราบปรามแล้ว ข้อมูลจากชาวบ้านถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยลดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


***นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การปฏิบัติการนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยต้องดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด


***นโยบายของรัฐบาลเน้นการดำเนินงานตามกฎหมายไทยและหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด การปิดล้อมตรวจค้น การทำลายเครือข่าย และการสืบสวนขยายผลผู้ค้ายาเสพติดในทุกระดับ จึงถือว่าการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้” และยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ของจังหวัดศรีสะเกษ


***ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และจังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและลดปัญหาอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทุกช่องทางที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งสายด่วนและแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีระทึก! เด็กน้อยกลืนเหรียญ คุณแม่โพสต์สุดสะเทือนใจ ‘บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่’”

แชร์เนื้อหานี้

“หัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย 💔 เมื่อลูกน้อยเผลอกลืนเหรียญเข้าไป! โพสต์ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกพ้นอันตราย 🙏
ภาพเอกซเรย์เห็นชัด เหรียญขนาด 17 มิลลิเมตรติดในช่องท้อง แพทย์เร่งดูอาการใกล้ชิด – ขอให้น้องปลอดภัย ❤️”

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีคุณแม่รายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะอยู่ที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร “บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวบุตรเทวดาเพิลงยังช่วยอยู่ 🙏🙏🙏🙏” พร้อมแนบภาพลูกชายตัวน้อยในชุดคนไข้ และภาพเอกซเรย์ที่แสดงให้เห็นวัตถุโลหะคล้ายเหรียญในช่องท้อง
จากภาพฟิล์มพบว่า วัตถุดังกล่าวมีขนาด ประมาณ 17.37 มิลลิเมตร เบื้องต้นคาดว่าเด็กน่าจะเผลอกลืนเหรียญเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ

👩‍⚕️ ขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่าง เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของน้อง

บทเรียนสำคัญสำหรับพ่อแม่ทุกคน อย่าประมาทกับของเล็ก ๆ ในบ้าน

🙏 ขอให้ น้องปลอดภัย หายดีในเร็ววัน ❤️

⚠️ คำเตือนจากแพทย์
กรณีเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น เหรียญ ถ่านกระดุม หรือของเล่นชิ้นเล็ก ❗ ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
❌ ห้ามพยายามล้วงคอ หรือทำให้อาเจียนเอง
✅ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์เอกซเรย์และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง
👶 คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง

  • เก็บเหรียญ ถ่านกระดุม และของชิ้นเล็กให้พ้นมือเด็ก
  • ห้ามให้ของเล่นที่มีชิ้นส่วนเล็กกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
  • หากเด็กมีอาการไอ สำลัก หรือกลืนลำบาก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

กลืนเหรียญ #ขอให้น้องปลอดภัย #เตือนภัยพ่อแม่ #อุบัติเหตุในเด็ก #โรงพยาบาลมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ทหารพรานมุกดาหารสกัดยึด จยย.จีออโน่ ต้องสงสัย เตรียมลักลอบข้ามโขง

แชร์เนื้อหานี้

กองบังคับการควบคุมที่ 1 [ร.3] กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ริมเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงชุมชนศรีมงคลเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำความผิด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออโน่ สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปข่าวชายแดนมุกดาหาร #ทหารพราน2105 #กกลสุรศักดิ์มนตรี #สกัดรถจักรยานยนต์ลักลอบข้ามโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงราย แถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 คน หลังทราบว่าเตรียมส่ง ชัยภูมิ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 13.30 น.วันที่ 8 ต.ค.68 พล.ต.ต.มานพ เสนากูลผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร รรท.ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า จำนวน 100,000 เม็ด โดยสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน คือ นายณพล หรือแบงค์ สงวนนาม อายุ 32 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ น.ส.โสรยา หรือโม สงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ทุ่งกระเด็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ น.ส.กชพร หรือมุก สงวนนามสกุล อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี นายสนธยา หรือเวย์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านคู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ รับผิดชอบ สภ.เมืองเชียงราย จึงได้จัดกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทาง จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ทางเจ้าหน้าที่ได้พบรถต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ตั้งจุดสกัด ที่ ถนนเวียงบูรพา ม.5 ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบรถต้องสงสัย ผ่านเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ พย น.ส.โสรยา เป็นผู้ขับขี่ และนายณพล เป็นผู้โดยสาร แต่จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายภายในรถ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจาก ผู้ต้องสงสัยภายใน ได้ตรวจสอบโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาจึงได้ ขอดูในโทรศัพท์พบว่ามีภาพยาเสพติดอยู่ในโทรศัพท์ จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้พร้อมกับทำการสอบสวน และขยายผลจนกระทั่งสามารถ ตรวจค้นและตรวจยึดยาบ้าของการได้ที่ห้องพักในพื้นที่ ม.1 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พร้อมกับจับกุม น.ส.กชพร กับ นายสนธยา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เช่าไว้ นานกว่า 3 เดือนแล้วโดยผู้ต้องหาได้ให้การว่าของกลางยาบ้าทั้งหมดได้รับมาจากในพื้นที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายโดยจะแบ่งการนำไปส่งปลายทางที่จังหวัดชัยภูมิและส่วนหนึ่งจะนำส่งเข้าไปที่กรุงเทพฯ โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบแล้วว่าเครือข่ายมีใครร่วมขบวนการบ้างซึ่งจะได้ทำการออกหมายจับและติดตามจับกุมต่อไป

พลตำรวจตรีมานพ เสนากูล กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในครั้งนี้สืบเนื่องจากประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสทางเจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมเครือข่าย ได้ทั้งหมดซึ่งเราสามารถสืบทราบแล้วว่าผู้อยู่เบื้องหลังมีใครบ้างและปลายทางที่รับมีใครโดยจะได้ ให้เจ้าหน้าที่ทำการติดตามขยายผลและจับกุม ซึ่งหลังจากนี้ ประชาชนทั่วไป หากมีผู้ใดได้รับเบาะแสยาเสพติดสามารถติดต่อ ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้านหรือแจ้งมาที่ LINE official ส่วนตัวของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายโดยตรง เพื่อให้ข้อมูล ของ ผู้กระทำผิดเพื่อจะได้จับกุมและเป็นการป้องกันไม่ให้เปิดเผย ตัวของพลเมืองดีที่แจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับนายโอนรับจ่างตัดปาล์มผันตัวมาเป็นพ่อค้ายาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชาวบ้านเอื้อมระอาพฤติกรรมมีการมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จาก นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว อำเภอปะทิวขอรายงานผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers“ ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดชุมพร ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ผู้ติด/ผู้เสพ และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด
มอบหมายให้ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้ นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ปะทิว ที่ 4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต นำโดย

พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินการตามปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ในซอย ตรงข้ามศาลาหมู่บ้าน ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้รับการแจ้งเบาะแสของประชาชน บริเวณบ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมยาเสพติด และยังมีการจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย

จากการเข้าตรวจสอบ ได้จับกุม นายธนวัฒน์ (สงวนนามสกุล)อายุ 31 ปี ชาว ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดประเภท1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) รวม 1,158 เม็ด 2.ยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) รวม 14 กรัม 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่า “จำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต"จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯให้การรับสารภาพทุข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.ดงหลวงเข้ม! กวาดล้างยานรก บุกจับผู้ค้า – ผู้เสพ ต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเอกวัฒน์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านโพนไฮ หมู่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ ขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม และจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงหลวงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามระบบ เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดมุกดาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับ ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ พร้อมยืนยันว่าอำเภอดงหลวงจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ปกครองดงหลวงเ #มุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด #ไม่เอายาเสพติด #สังคมปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจจับรถแช่ขวา พบหนุ่มใหญ่พกปืนลูกโม่เถื่อนซุกใต้เบาะกระบะ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ขณะออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วง กม.7-8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ได้พบรถกระบะขับแซงช่องทางขวาอย่างผิดกฎหมาย จึงเรียกตรวจ จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ความยาวลำกล้อง 3 นิ้ว

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด และซองพกหนังสีดำ 1 ซอง โดยปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีทะเบียน และไม่มีเอกสารอนุญาตครอบครอง วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

มีการจับกุม “พ.ร.บ.อาวุธปืน” จำนวน 1 ราย เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุม ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.สมหวัง ส่องแสง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายสิทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 ขาล่องใต้ บริเวณ กม.7-8 ม.6 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อม รถวิทยุฯ 2409 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน

ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2409 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าว เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย พบ นายสิทธิพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ จากการตรวจสอบ พบ อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก อยู่

บริเวณใต้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงได้เชิญตัว นายสิทธิพงษ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ถูกตรวจพบ มาทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร จากการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และ ไม่มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลข ทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด 3.ซองพกหนังสีดำ 1 ซองเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับกุมรับสำเนาไว้เรียบร้อยแล้ว นำส่ง พงส. สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุกอาจ! ตั้งวงไฮโลข้างถนนเย้ยกฎหมาย กลางวันแสกๆ สุดท้ายถูก ปค.ดงหลวง บุกทลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอดงหลวง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโล โดยมีการนำทรัพย์สินมาเดิมพันกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในบ้านร้างริมถนนสาธารณะ บ้านก้านเหลืองดง ต.หนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบว่ามีผู้เล่นการพนันเป็นจำนวนมากหลายสิบคน ต่างพากันแตกตื่นลุกฮือและวิ่งแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศทาง เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย

นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปบ่อนไฮโลดงหลวง #ก้านเหลืองดง #มุกดาหาร #ดงหลวง #จับนักพนัน #ฝ่ายความมั่นคงดงหลวง #อสดงหลวง #สถานีตำรวจภูธรดงหลวง #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวเด่น #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่มุกดาหาร ย่องฉก iPhone ร้านขายของเล่นกลางตลาดอินโดจีน ตร. ตามรวบคาบ้าน ตรวจฉี่เจอสารยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2568 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร และ พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมชุดสืบสวน เข้าจับกุม นายคทาวุธ วิเศษสุนทร อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุเข้าไปลักโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 8 ที่พนักงานวางไว้บนโต๊ะ ภายในร้านอรุณทอยส์ จำหน่ายของเล่นเด็ก ถนนพิทักษ์พนมเขต บริเวณตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ก่อนนำของกลางกลับมาที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 16/4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือไอโฟน 8 จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เทน่า สีดำ หมายเลขทะเบียน กงย 711 มุกดาหาร กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ และหมวกนิรภัยสีดำ 1 ใบ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะ ปรากฏผลตรวจจากโรงพยาบาลมุกดาหารเป็นบวก พบสารเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่าลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จากนั้นได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวมุกดาหาร #ลักทรัพย์ #เสพยา #ตำรวจมุกดาหาร #ตลาดอินโดจีน #iPhoneถูกขโมย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร สกัดยาบ้า 2 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร รวมแถลงข่าว ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ตรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด พร้อมจับผมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร นำกำลังเฝ้าติดตามขบวนการค้ายาเสพติด หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาจำนวนมากผ่านเส้นทางจาก อ.เมืองมุกดาหาร มุ่งหน้า อ.นิคมคำสร้อย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนชยางกูร บ้านโค้งสำราญ ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร พบรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กท 3565 กาฬสินธุ์ ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงเรียกตรวจค้น ภายในรถพบกระสอบสีดำ 5 กระสอบ บรรจุยาบ้ารวมประมาณ 2,000,000 เม็ด โดยมีผู้ครอบครองคือ นายนันทกานต์ พันธุ์เพชร (ผู้ขับขี่) และนายธรรมรัฐ ผุดผ่อง (นั่งโดยสาร)

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่โรงแรมเคียงโขง พบผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย คือ น.ส.ละอองดาว สมประสงค์ ภรรยาของนายนันทกานต์ฯ ที่พักอยู่หน้าห้อง 109 จึงจับกุมได้เพิ่มเติม

ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมนำของกลางยาบ้า 2 ล้านเม็ด และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้า2ล้านเม็ด #มุกดาหาร #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ชุดสืบมุกดาการ #ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นรข.เขตหนองคาย สน.เรือบึงกาฬ ตรวจยึดยาบ้าล้านเม็ด ริมฝั่งโขงบ้านห้วยดอกไม้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 19.30 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตหนองคาย (นรข.) สน.เรือบึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือบึงกาฬ

ได้สนธิกำลังออกปฏิบัติการตรวจสอบและสกัดกั้นยาเสพติด หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บริเวณบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

จากการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เจ้าหน้าที่พบเรือต้องสงสัยพายเลาะตามริมแม่น้ำโขง เข้ามาในเขตพื้นที่ ก่อนจะแล่นกลับออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว ในช่วงเวลาเดียวกันพบชายหนึ่งคนลำเลียงวัตถุต้องสงสัยขึ้นจากริมฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมเพื่อจับกุม แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน กระโดดน้ำว่ายหลบหนีไปในความมืด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบลังกระดาษห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 ลัง ภายในบรรจุ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด พร้อมตรวจยึด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1 คัน ที่ใช้ในการลำเลียงของกลาง ทิ้งไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังป่าช้าบ้านห้วยดอกไม้ ตำบลโคกก่อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สน.เรือบึงกาฬ เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียด และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.มุกดาหารเตือน! นำรถออกนอกประเทศต้องมีเอกสารครบ-ถูกต้อง หากไม่นำรถกลับเข้าภายในกำหนด จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง

แชร์เนื้อหานี้

พันตำรวจเอก พิทักษ์พงษ์ เจริญกุล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงเพจกรณีมีเฟซบุ๊กชื่อดังด้านอู่ซ่อมรถและประดับยนต์ใน สปป.ลาว ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 100,000 คน ได้โพสต์ข้อความเสนอ “บริการรับจ้างนำรถยนต์จากประเทศไทยเข้าลาว” โดยคิดค่าบริการ ครั้งละ 160,000 บาท ว่า การนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรต้องผ่านขั้นตอนการตรวจอนุญาตที่ถูกต้อง โดยเอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ตัวจริง), เอกสารการเสียภาษี, สำเนาบัตรประชาชนผู้ถือกรรมสิทธิ์ รวมทั้งเอกสารการมอบอำนาจที่ติดอากรแสตมป์ ในกรณีที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้เดินทางด้วยตนเอง

สำหรับขั้นตอนการตรวจอนุญาต ผู้ประสงค์จะนำรถออกนอกประเทศต้องนำรถยนต์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต หรือบอร์เดอร์พาส) ไปยื่นขออนุญาตที่ช่องตรวจรถยนต์ขาออก โดยต้องกรอกแบบฟอร์ม ตม.2, ตม.3, ตม.4 และ ตม.53 ก่อนยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตราอนุญาต

พันตำรวจเอกพิทักษ์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทาง ตม.มุกดาหาร มีมาตรการตรวจสอบเข้ม โดยเน้นการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องตรงกับรถยนต์ที่ขออนุญาต พร้อมทั้งเก็บสถิติรถยนต์ที่ออกไปแต่ไม่ได้นำกลับเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งหากผู้ใดไม่นำรถกลับภายในเวลาที่กำหนด จะถูกบันทึกชื่อเป็น “บุคคลเฝ้าระวัง” เพื่อพิจารณาอย่างเข้มงวดในการขออนุญาตครั้งต่อไปทั้งนี้ ทางการ สปป.ลาว ได้มีมาตรการใหม่ ลดระยะเวลาการอนุญาตให้นำรถยนต์ไปใช้ชั่วคราว จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะนำรถไปใช้งานในฝั่งลาวควรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา#ตมมุกดาหาร #รถข้ามแดน #ตรวจเข้มชายแดน #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #คำม่วน #ข่าวด่วน #เตือนภัยชายแดน #ข่าววันนี้/////เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมพร้อมจัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 / เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ/ หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (19 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุมเตรียมการสนับสนุนการจัดทำผลงานศิลปะ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร

โดยที่ประชุมได้พิจารณาพื้นที่จัดทำผลงานศิลปะ Street Art ซึ่งบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) อนุญาตให้ใช้พื้นที่ผนังด้านหน้าอาคาร ศูนย์ส่งสัญญาณ ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร

เป็นสถานที่สร้างสรรค์งานศิลปะ สำหรับโครงการฯดังกล่าว มูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ร่วมกับศิลปินนำโดย นายประสิทธิ์ เพ็ชรจร (ครูเล็ก) โรงเรียนศรียาภัย จังหวัดชุมพร จัดทำ Street Art พระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพื่อเทิดพระเกียรติ และสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งจะมีการสร้างสรรค์ผลงานระหว่างวันที่ 1–12 ตุลาคม 2568 และจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568

โครงการ Street Art King Bhumibol ไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเวทีสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อสังคม เชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วน และสร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวชุมพร

ในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพต้อนรับศิลปิน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันสานต่อที่พ่อทำผ่านพลังแห่งศิลปะที่ยิ่งใหญ่และงดงาม

เภสัชสาววัย 35 ปีรมควันพยายามฆ่าตัวตาย จุดยากันยุงภายในรถ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีคนฆ่าตัวตายภายในรถ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดบริเวณ ปากซอย สำนักงาน ททท.ชุมพร ถนนทวีสินค้า ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร พบรถยนตเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า ซิสตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต3–6 ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องทุบกระจกเพื่อเปิดประตูรถ ภายในรถ ที่เบาะคนขับพบตัว น.ส.ภรณ์ทิวา นามสมมุติ อายุ 35 ปี ชาว ตำบลตากแดด อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เบาะข้างกันยังพบยากันยุง มีขี้เถ้าจำนวนมาก

ยังพบว่ามีกลิ่นควันตลบอบอวนทั่วรถ เจ้าหน้าที่ เห็นยังหายใจอยู่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวออกจากตัวรถ ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการช่วยชีวิตต่อไปได้รับรายงานจากกู้ภัยสายชล 426 น้องโชคทีมกู้ชีพกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือแจ้งว่า เป็นเจ้าหน้าที่เภสัช ของโรงพยาบาลชื่อดังของชุมพร

ขณะนี้อาการผู้ป่วยดีขึ้นและได้นำตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิรัชศิลป์เพื่อที่จะเข้าเครื่อง Hyperbaric Chamber คือ อุโมงค์ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง หรือออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% รักษาตัว

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.อ.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.สอบสวน เจ้าของคดี เบื้องต้นยังไม่ทรายรายละเอียดในการก่อเหตุในครั้งนี้ หลังจากที่ให้กู้ชีพกู้ภัยนำตัวรักที่โรงพยาบาลแล้วจึงตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดแล้ว จะได้ติดต่อไปยังญาติ เพื่อสอบสวนหาสาเหตุในการคิดสั้นครั้งนี้ต่อไป

หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งเดินทางไกลวูบหลับชนท้ายรถเทเลอร์ เจ็บยกคัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 05.25 น วันที่ 20 กันยายน 2568 ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนสายเอเชียขาล่องใต้ หมู่ 1 ตำบลขุมกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงรายงาน

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุบริเวณไหล่ทางเยื้องทางเข้าร้าน 69 ล้อแม็กซ์ชุมพร พบรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวรถ 70—00 สงขลา ลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 71- –18 สงขลา เป็นของนาย มานพ (สงวนนามสกุลป อายุ 45 ปี

ขับมาจอดนอนอยู่ไหล่ทางซ้ายสุด มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สี บรอนเงิน หมายเลขทะเบียน ลม 2–9 กทม. วิ่งมาชนท้ายรถเทเลอร์ ที่จอดอยู่ ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและแก้มซ้ายของรถ พังยับ มีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่นั่งหน้าข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่มีแม่นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล)อายุ 55 ปี อุ้มอยู่ได้รับบาดเจ็บบริเวณปากและคอ นางสุกัญญา (สงวนนามสกุล) มีอาการเจ็บที่หน้าอกมาก ส่วนคนขับรถเก๋ง ชื่อนาย ชัยยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบถามนาย มานพ ฯ เล่าว่า ได้ขับรถเทเลอร์ออกมาจากจังหวัดสมุทรสาคร จะนำสินค้าเบ็ดเตล็ดหลายรายการไปลงที่จังหวัด สงขลาอำเภอหาดใหญ่ เดินทางออกมาเมื่อเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 19 กันยายน 2568 และได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุในช่วงตีสี่ของ วันนี้เพราะมีอาการง่วงก็เลยนำรถจอดนอนริมทางนอนได้ชั่วโมงเศษเศษก็ได้ยินเสียงรถมาชนท้ายดังโครมก็เลยลงมาตรวจสอบและได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นาย ชัยยันต์ ฯ เดินทางออกจากกรุงเทพจะไปนคร ศรีธรรมราชเพื่อจะพาครอบครัวไปทำบุญวันสารทเดือน 10 และได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ครัวคุณสาหร่ายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็ได้ขับรถออกเดินทางเพื่อที่จะไปนครศรีธรรมราช มาถึงที่เกิดเหตุก็มองไม่เห็นว่ามีรถจอดอยู่ริมทางหักหลบไม่ทันเพราะไม่มีสัญญาณก็เลยเกิดอุบัติเหตุขึ้นในครั้งนี้เดินมามากับครอบครัว

รวมทั้งหมดสี่คน ลูกสาว 11 ขวบได้รับบัตรเจ็บสาหัส และลูกคนเล็กอายุ 6 ขวบส่วนภรรยาก็อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยครับ
เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร.ต.ท. ศุภวัชร์ เชื้อศักดิ์ได้รวบรวมหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สอบสวนกลาง (CIB) รวบหนุ่มขับกระบะป้ายวงกลมขาด คิดน้อยใช้ปากกาแก้ปี พ.ศ.ไม่รอดด่านตำรวจทางหลวงชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อได้รับวันที่ 16 กันยายน2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)ว่า เมื่อ วันที่ 16 ก.ย 68 เวลา 11.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.(ชุมพร)ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง จำนวน 11 นาย ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและป้องกันอาชญากรรมบนทล.41 กม.22 (ขาเข้า กทม.) ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร

ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ NISSAN สีขาว หมายเลขทะเบียน ผฉ 6877 ระยอง ขับผ่านเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสังเกตเห็นแผ่นป้ายภาษีประจำปีหน้ารถ พบว่า มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้จากปี พ.ศ.2567 เป็นปี พ.ศ.2568 จึงขอให้จอดเพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นทราบชื่อ นายนครินทร์ ไชนาคินทร์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ 21 ม.10 ต.นาโพธิ์ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี เป็นคนขับรถคันดังกล่าว

Screenshot

พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร) กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (CRIMES) พบว่า ภาษีขาดตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่จึงได้ลองสอบถามนายนครินทร์ ว่า ได้ต่อภาษีประจำปีมาหรือไม่ ซึ่งนายนครินทร์ ยอมรับว่า ภาษีประจำปีของตนได้ขาดต่อภาษี

Screenshot

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 จริง และได้นำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่มีการขูดลบและใช้ปากกาแก้เป็นปี พ.ศ. 2568 มาติดที่หน้ากระจกรถยนต์ฝั่งผู้โดยสารเพื่อเป็นการตบตกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามด่านตรวจต่างๆ ให้หลงเชื่อเป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งก็ใช้แผ่นป้ายนี้มานานเกือบปีแล้วผ่านด่านได้ตลอด แต่มาเจอด่านตำรวจทางหลวงชุมพรนี้ไม่รอด ถูกจับจนได้

Screenshot

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม”และ ใช้รถที่ไม่ชำระภาษีประจำปี (มาตรา6) พรบ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวจริง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของตน และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก2 บก.ทล.(ชุมพร)

Screenshot

ฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถ ใช้ถนน ประชาชนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าทำแบบนี้ครับ “เสียน้อยเสียยาก” เสี่ยงเจอข้อหาปลอมเอกสารราชการ โทษจำคุกปรับหลักแสน เลย เพราะถ้าต่อทะเบียนถูกต้องกับทางขนส่งก็จะเสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่นี้มาปลอมแปลงเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ตามประมวลกฎหมาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สภ.ตาเซะ กำชับตร.ในสังกัดเคร่งครัด กวดขัน สิ่งผิดปกติ และรถต้องสงสัย หลังหน่วยงานความมั่นคง พบว่า การข่าวมีความพยายามก่อเหตุการณ์ในลักษณะใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า เมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 17.00 น. พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรตาเซะ ได้กำชับกำลังพล พร้อมสั่งการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำเวรเช้า ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในช่วงเช้า อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกแบบแผนบูรณาการ ทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจ ด้านความปลอดภัยแก่คุณครู นักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง อีกทั้งเป็นการหาข่าวไปด้วย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ ทำลายกล้องวงจรปิด เป็นต้น

ทั้งนี้ งานการจราจร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกในช่วงเวลาเร่งรีบเวลา 07.00 – 09.00 น. โดยเน้นคุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์ และ บริเวณสถานศึกษา ก็สำคัญเช่นกัน สำหรับพื้นที่ ในเขต ต.ตาเซะ นั้น พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล (สารวัตรใหญ่) ต้องทำงานหลากหลาย ในทุกมิติ ปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีขาวมาโดยตลอด

จากนั้นในช่วงบ่ายก็ได้จัดกำลังพลตำรวจ สับเปลี่ยนเวรยาม พร้อมบูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณตลาดสดตาเซะ เพื่อจัดระเบียบ ให้ประชาชนสะดวกสบาย และดูแลความสงบเรียบร้อย อำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มาจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้าน ทั้งนี้ คือภารกิจประจำวันที่ตำรวจตัวเล็กๆคนนึงสามารถระงับการ

เกิดเหตุในพื้นที่ตนเองรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี เป็นการประงับ ป้องกันเหตุอาชญากรรมที่เราประชาชนไม่รู้ว่าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุป่วน หรือ จงใจทำลายทรัพยากรของบ้านเมืองที่กำลังุพัฒนาไปตลอดจนทำให้ได้สร้างขวัญ กำลังใจ ชาวบ้านยิ้มแย้ม สร้างความอุ่นใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะ สารวัตรหนุ่มคนนี้กลายเป็นขวัญใจแม่ยกชาวตำบลตาเซะไปซะแล้ว ”ขอให้สิ่งที่ทำดีจงทำต่อไป แล้ววสิ่งที่ดีกว่าจะมาหาเราเอง“

นอกจากนี้ ในช่วงเย็นหลังคนเลิกงาน ที่บริเวนด่านจุดตรวจคลองทรายใน พื้นที่ ม.5 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ก่อนถึงตัวเมืองยะลา 14 กิโลเมตร ทางสารวัตรใหญ่ พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร ก็ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ โดยไปตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร ซึ่งจำเป็นต้องขอบังคับใช้กฎหมายการ กระทำความผิด กฎหมายอาญา

กฎหมายจราจร มีการว่ากล่าวตักเตือนผู้ซึ่งกระทำความผิดเล็กน้อยจึงได้อบรม สร้างการรับรู้ เพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์บนท้องถนน รถยนต์ที่ขับขี่ผ่านเส้นทางนี้อาจจะต้องเจอสารวัตรใหญ่หนุ่มหล่อหากท่านยังอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่กำชับยานพาหนะทุกคัน บนท้องถนนสาย 418 ปัตตานี-ยะลา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยฃ

ตอริก สหสันติวรกุล จ.ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หมู่บ้านติดป้าย ”ต้านพืชกระท่อม“ โดยมีเกือบทุกชุมชน ผู้นำ!!!ย้ำไม่ต้องการกระท่อมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ปัญหาการบริโภคน้ำกระท่อมยังคงแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลกระทบทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่

โดยเฉพาะการดื่ม 4 คูณ100 ที่ผสมน้ำกระท่อมกับยาแก้ไอและน้ำโค๊ก ขณะที่การปลดล็อกพืชกระท่อมกลับทำให้มีผู้บริโภคและผู้ค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลแก่ภาครัฐ และประชาชนเป็นอย่างมาก​ จนนำไปสู่ ปฏิบัติการ 120 วันต้านพืชกระท่อม ตามนโยบาย

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการ รมว.ยุติธรรม โดยเน้นพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้ร้านขายกระท่อมริมถนนหลายแห่งในปัตตานีถูกสั่งปิด แสดงถึงกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่และโลกออนไลน์

ล่าสุด ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และประชาชนในปัตตานีทั้ง 12 อำเภอ ร่วมรณรงค์ติดป้ายประกาศว่า พืชกระท่อมเป็นสิ่งฮารอม

เพื่อสร้างความเข้าใจตามหลักศาสนาอิสลาม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันยาเสพติด ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด

เช่นเดียวกับพื้นที่อำเภอแม่ลาน ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนายังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 120 วัน ต้านพืชกระท่อม อย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจและตักเตือนกลุ่มเยาวชนที่เสพน้ำกระท่อม

พร้อมทั้งพาเข้าสู่กระบวนการบำบัด ขณะเดียวกันยังได้ติดตั้งป้ายไวนิลรณรงค์ต่อต้านพืชกระท่อมตามจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการป้องกันน้ำกระท่อมและยาเสพติด​อื่นๆ

นายจิมณีอาบ๊ะ ปะดอมะ กำนันหมู่ 6 อำเภอแม่ลาน เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมร่วมกับชาวบ้านและอิหม่ามอย่างต่อเนื่อง เพื่อพูดคุยถึงปัญหาการดื่มน้ำกระท่อม เนื่องจากในหลักศาสนาอิสลามถือว่าเป็นสิ่งที่ฮารอม หรือสิ่งต้องห้าม

โดยทุกวันศุกร์ก่อนที่โต๊ะอิหม่ามจะขึ้นบรรยายธรรม หรืออ่านคุตบะห์ ตนจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีในการพูดคุยกับชาวบ้าน และในระหว่างการบรรยายธรรมก็มีการกล่าวถึงโทษภัยของน้ำกระท่อมด้วย

นายจิมณีอาบ๊ะ เผยต่อว่า ในพื้นที่ตำบลป่าไร่ อำเภอแม่ลาน ไม่เคยมีการขายพืชกระท่อมริมทาง เนื่องจากชาวบ้านตระหนักว่าศาสนาอิสลามห้ามอย่างเคร่งครัด ผู้ที่คิดจะขายก็เกรงกลัวการทำผิดศาสนามากกว่าการกลัวเจ้าหน้าที่

ตนไม่ได้ใช้วิธีปราบปราม แต่เน้นการพูดคุยและตักเตือนมากกว่า เพื่อให้เขาเข้าใจว่าการดื่มน้ำกระท่อมไม่ใช่เรื่องดี ซึ่งทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ตำบลป่าไร่เคยมีคนติดน้ำกระท่อมจำนวนมาก แต่หลังจากที่ได้ตั้งฮูกุมปากัส ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น

นายจิมณีอาบ๊ะ​ เผยตอนท้ายว่า​ ส่วนการส่งเสริมอาชีพในชุมชน ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ศอ.บต. เพื่อนำมาช่วยเหลือชาวบ้าน บางส่วนหันไปเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และที่สำคัญคือมีการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอีกด้วย

ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี
085-0772217

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะเฉียวชนจักรยานยนต์ คุณปู 85ปี เสียชีวิตที่เกิดเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี 0818923514 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2568 ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่ามี มีเหตุรถกระบะเฉียวชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.พิน อินมาก ผกก.สภ.บ้านวิสัยเหนือ และประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุรับแจ้ง บริเวณใกล้เคียงพฤกษารีสอร์ท หมู่ที่ 1 ตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร ถนนเอเชีย 41 ขาล่องใต้ มีผู้บาดเจ็บนอนแน่นิ่งอยู่บนถนน อาสากู้ภัยสายชลชุมพร เขตวิสัย จึงเร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายอายุ 85 ปี ทรายชื่อภายหลัง นาย ชื่น ขาววิมล เป็นชาวตำบลวิสัยเหนือ อำเภอเมือง ชุมพร

เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงประสานตำรวจและแพทย์เวร ร่วมชันสูตรที่เกิดเหตุ ก่อนจะเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ส่งให้ทางญาติประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ นายชื่นฯได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อที่จะไปงานศพเพื่อนบ้าน ก่อนจะถึงที่กลับรถ

\ได้เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวก่อนจะเสียหลักมาชนกับรถกระบะโตโยต้าสีดำ หมายเลขทะเบียน ก ท 8790 ชุมพรโดยมีนาย จารุวิทย์ (สงวนนามสกุล) ชาว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ขับตามมา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

นาย จารุวิทย์ เล่าว่า กลับจากพาญาติพี่น้องไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลในตัวเมืองชุมพร และกำลังจะกลับบ้าน ที่ อ.หลังสวน  ขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็น   รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน  ข ก ธ 72 ชุมพร เฉียวชนกับรถกระบะสีขาวไม่เห็นป้ายทะเบียน อยู่ด้านหน้าก่อน ทีจะมีการเฉียวชนกับรถของตน และยังรอให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ

ร.ต.อ. กรัณย์พล เพชรวงค์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ตรวจสอบและรวบร่วมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และจะติดตามตัวผู้ขับรถกระบะสีขาว มาสอบสวน จะ ประสานญาติและผู้เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดและดำเนินการตามขบวนการของขั้นตอน กฎหมาย ต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารสะเทือน! 🚨 บุกบ้านยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ซุกห้องน้ำ ผู้ต้องหาหนีรอด!”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4, กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, กอ.รมน., ร้อย ทพ.2105 ฉก.ทพ.21, นสร.กร., ชุดสืบสวน สภ.ผึ่งแดด และสายตรวจ สภ.ผึ่งแดด รวมกว่า 20 นาย สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ ต.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำ บ้านเลขที่ 123 ม.4 บ้านคำผึ้งอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ซ่อนในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนบ้านเลขที่ 140 ม.4 กระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 3 นัด รถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กษ 3649 อุดรธานี และเงินสด 39,040 บาท

อย่างไรก็ตาม ขณะเข้าตรวจค้นผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดนำส่งสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 เพื่อดำเนินการสืบสวน ขยายผล และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #บ้านคำผึ้ง #ผึ่งแดด #ยาบ้า #ปปส #ทลายเครือข่ายยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) .38 พร้อม ยาไอซ์ ยาบ้า จำนวนหนึ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการนายอเนก ชำนาญนา นายอำเภอละแม, นายวิบูลย์ เกลี้ยงวงค์ ปลัดอำเภอละแม, พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม และ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers วันที่ 9 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม นำโดย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม พร้อมด้วย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers
ตรวจสอบพื้นที่ บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 14 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร พบ นายวิศรุตหรือลิป (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี สัญชาติ ไทย ชาว ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติกรรมเสพยาเสพติ

จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจ ทำการจับกุมได้พร้อมของกลาง 1.) ยาบ้า ลักษณะเม็ดกลมแบน สีส้ม มีตัวอักษรภาษาอังกฤษ wy ตรงกลางเม็ด อีกด้านหนึ่งผิวเรียบ ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 6×9 ซม.จำนวน 1 เม็ด จำนวน 1 ถุง 2.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 5×8 ซม.น้ำหนักรวมถุงประมาณ 0.72 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ประมาณ 0.15 กรัม จำนวน 1 ถุง 3.) ไอซ์ ลักษณะเกล็ดใส ใส่ไว้ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด ขนาด 4×6 ซม.น้ำหนักรวมถุง 0.73 กรัม น้ำหนักเฉพาะไอซ์ 0.28 กรัม จำนวน 1 ถุง 4.) ปืนพกสั้น(ประกอบขึ้นเอง) ใช้ยิงกับกระสุน ขนาด .38 ความยาวลำกล้องประมาณ 6 ซม. จำนวน 1 กระบอก 5.) กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด 6.) ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง 7.) เครื่องชั่งดิจิตอล รูปทรงคล้ายกุญแจรีโหมดรถยนต์ จำนวน 2 เครื่อง 8.) กระเป๋าหนังสีน้ำตาล (กระเป๋าสตางค์) จำนวน 1 ใบ 9.) ถุงแบ่ง ขนาด 5×6 ซม. จำนวน 20 ถุง

จากการสอบสวน นายวิศรุตหรือลิป ฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตรวจปัสสาวะ ใบรับรองผลการตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลละแม ที่ 201/68 ลงวันที่ 9 กันยายน 2568 พบสารเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 ฉบับเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยมีอาวุธปืนฯ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนีไม่รอด! หนุ่มหว้านใหญ่ซิ่ง จยย.ชนรถตำรวจ ค้นตัวเจอยาบ้า 200 เม็ด 🚔💊

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ว่าที่ ร้อยตรี เอกวัฒนา คงคาน้อย นายอำเภอหว้านใหญ่ มอบหมายให้นายหมวดเอกวิชัย ทาธร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมกำลังพล อส.อ.หว้านใหญ่ ร่วมกับ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้ออกปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ ระหว่างทางพบชายต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้าย

ทะเบียน ขับมาจากบ้านโพธิ์เจริญ มุ่งหน้าไปยังบ้านนามน ท่าทางมีพิรุธคล้ายซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเรียกตรวจ แต่ผู้ต้องหาคือนายยงยุทธ พาลึก อายุ 44 ปี ชาว ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ กลับเร่งเครื่องพยายามหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถกระบะราชการตำรวจ สี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน ฎธ 7873 กรุงเทพฯ ที่จอดอยู่ริมถนน ทำให้รถราชการได้รับความเสียหาย และตัวนายยงยุทธกระเด็นตกลงทุ่งนาได้รับบาดเจ็บ

ตรวจค้นในตัวผู้ต้องหาพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) จำนวน 200 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ดำเนินคดี พร้อมนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่เพื่อรักษาอาการ ก่อนที่จะนำส่ง พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง สว.(สอบสวน) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้าน พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้กำชับเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลการสืบสวนเพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่อไป

มุกดาหาร #หว้านใหญ่ #ยาบ้า200เม็ด #หนีไม่รอด #ชุดสืบหว้านใหญ่ ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดงหลวงสะเทือน! ฝ่ายปกครองจับข้าราชการท้องถิ่นพร้อมเมียเสพยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ ตำบลชะโนดน้อย อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนางสาวรุ่งนภา คำมุงคุณ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด โดยเบื้องต้นตรวจพบว่าเป็นผู้เสพและครอบครองยาเสพติด

ทั้งนี้จากการขยายผลตรวจปัสสาวะของนายธนวัฒน์ คำมุงคุณ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอดงหลวง ดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผน พบผลตรวจเป็นบวก

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองรายนำมาสอบสวนเพื่อขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยาเสพติด #มุกดาหาร #ดงหลวง #ข่าวด่วน #ปราบปรามยาเสพติด

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระบะบรรทุกไม้เก่ายางระเบิดพลิกคว่ำ พบกล่องโฟมกระเด็นเกลื่อน ตะลึง..!! บรรจุยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด / SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ก.ย.68 พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี สารวัตรใหญ่ สภ.สามกระทาย ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านพลเมืองดีพบมีรถยนต์กระบะรั้วบรรทุกประสบอุบัติเหตุยางระเบิดพลิกคว่ำกีดขวางถนน เหตุเกิดบริเวณบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลักกิโลเมตรที่ 271 + 100 หมู่บ้านฟากนา ตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยร.ต.ท.นนทนันท์ สิงหนาท รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามกระทายรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเป็นรถยนต์กระบะรั้วบรรทุก 4 ล้อขนาดใหญ่ ยี่ห้อ isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฆ 5327 กทม.สภาพพังเสียหายยับเยินกระบะรั้วฉีกขาดตัวรถได้รับความเสียหาย สิ่งของที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนแผ่นไม้ที่รื้อมาจากบ้านเก่า โดยภายในกองไม้พบกล่องโฟมห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสปิดทับด้วยเทปกาวสีน้ำตาลแน่นหนา จำนวน 54 กล่อง โดยมีบางกล่องฉีกขาดปรากฏสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องเป็นยาบ้าเม็ดสีส้มจำนวนมาก ส่วนผู้ขับขี่และผู้

โดยสารไม่ทราบจำนวนได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุแล้ว
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ สันนิษฐานว่ารถคันดังกล่าวได้ขนของกลางมาจากต้นทาง ซึ่งยังไม่ทราบที่ใด โดยนำกล่องโฟมซึ่งบรรจุยาเสพติดไว้ด้านล่าง จากนั้นใช้แผ่นไม้ปิดบังอำพรางยาเสพติดเอาไว้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เหมือนลักษณะขนย้ายไม้บ้านเก่าแล้วมุ่งหน้าลงใต้ ระหว่างทางยางล้อหลังเกิดระเบิดทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่และผู้โดยสารกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถยกมาลากรถ และขนของกลางทั้งหมดใส่รถพนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบและนับจำนวนของกลางยาเสพติดทั้งหมดอย่างละเอียดที่โรงพัก 3 กระทายโดยมี นายอร่าม ญาณแก้ว นายอำเภอกุยบุรี พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบฯ พร้อมตำรวจชุมสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบ โดยภายในกล่องลังโฟม 1 กล่อง บรรจุยาบ้าจำนวน 10 ห่อ

ตราสัญลักษณ์ ยี่ห้อ 999 ที่เม็ดยาพิมพ์ WY รวม 1 แสนเม็ดต่อ 1 กล่อง รวมทั้งหมด 54 กล่อง กับอีก 1 ห่อ จำนวนยาบ้าเม็ดสีส้มทั้งสิ้น 5,440,000 เม็ด(ห้าล้านสี่แสนสี่หมื่นเม็ด) รวมมูลค่า กว่า 32 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีและหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่มาในรถว่ามีจำนวนกี่คน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
///////////////////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

SVL Group ตอกย้ำความมุ่งมั่น ก้าวสู่ปีที่ 10 แห่งมาตรฐานสากล จัดอบรมเข้มข้น 3 ระบบ ISO
เสริมศักยภาพบุคลากร มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ – เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 10 ของการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เดินหน้าจัด “โครงการอบรมเพิ่มทักษะและความรู้มาตรฐานสากล Integrated ISO 3 ระบบ” (Integrated Management System) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจในมาตรฐานระดับโลกให้กับบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอด 2 วันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีพนักงานกว่า 60 คนจาก 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และ บริษัท เรือลำเลียงบางปะกง จำกัด เข้าร่วมอบรมทั้งในรูปแบบ Online จากกรุงเทพฯ และ Onsite ณ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยได้รับเกียรติจาก นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารให้การต้อนรับ นายอาณัติ น้อมเศียร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท โกลบอล สแตนดาร์ด แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดความรู้และแนวปฏิบัติล่าสุดของ 3 มาตรฐานสำคัญ ได้แก่:

o ISO 9001:2015: ระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการที่เป็นเลิศและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า ISO 14001:2015: ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISO 45001:2018: ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน

นายอุดม สดใส กล่าวว่า “ที่ SVL Group เราเชื่อว่าคุณภาพของบริการเริ่มต้นจากคุณภาพของบุคลากร การลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การจัดอบรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรักษามาตรฐานที่เรายึดมั่นมาตลอดเกือบทศวรรษ แต่ยังเป็นการตอกย้ำคำมั่นสัญญาที่เรามีต่อลูกค้าและสังคม ว่าทุกบริการของ SVL Group จะเปี่ยมด้วยคุณภาพ ปลอดภัย และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้ง 3 บริษัทในเครือเอสวีแอล กรุ๊ป ได้ผ่านการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นในทุกขั้นตอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการ “เน้นย้ำทุกบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล” เพื่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวงลุยตรวจวัดพระเมา – เสพยา จับสึก / ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 ​ / ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 2 กันยายน 2568  เวลา 14.30 น. นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง  สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีวัดในเขตพื้นที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะโดยมีจำนวน  2 วัดในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ไปยังวัดโนนสะอาด  บ้านโนนสะอาด  ม.7 ต.หนองบัว อ.ดงหลวง  พบพระที่รักษาการเจ้าอาวาส อยู่ในสภาพมึนเมา เพราะดื่มเหล้าขาว และต่อว่าด่าทอ เจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งระหว่างการจับกุมเพื่อนำไปสึกนั้นไม่สามารถเดินเองได้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประคองเดิน เพื่อนำไปลาสิกขา ซึ่งก่อนจะลาสิกขาก็ยังคงเถียงกับเจ้าคณะอำเภอต่อ ตลอดเวลา กว่าจะยอมสึกได้ เจ้าคณะอำเภอ ต้องใช้เวลากล่อมกว่าชั่วโมงต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่วัด  วัดโพธิ์ศรี บ้านเหล่าดง  ม.5   ต.หนองบัว   ได้ทำการตรวจปัสสาวะ พระสงฆ์ 5 รูป พบพระ 1 รูปมีปัสสาวะสีม่วง ให้การยอมรับว่าเสพยาบ้าจริง  จึงนำตัวไปลาสิกขาต่อเจ้าคณะอำเภอ ณ วัดโพธิ์ศรีแก้ว และนำตัวไปสอบปากคำเพื่อขยายผล  ดำเนินคดีต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​​มุกดาหาร​ รายงาน​

ชาวบ้านร้อง!! ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ ยิงปืนโชว์ต่อหน้ากล้อง

จากกรณีเหตุการณ์ทวงหนี้ที่ปรากฏในสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 20.00 น พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พันตำรวจเอก​ กิตเตชิษฐ์​ บำรุง​ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้

พันตำรวจเอกประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร และพันตำรวจเอก วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการ สืบสวนติดตาม ผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด โดย ชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร และกก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสอบถามข้อมูล

จากผู้เสียหายทราบว่า คลิปดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567​ ที่ผ่านมา และได้ให้ข้อมูลว่า การทวงหนี้ดังกล่าวเกิดจากการที่ตนได้กู้​เงินกับ นายทักษ์ดนัย หรือเล้ง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้​ สภ.เมืองมุกดาหาร จึงได้สืบสวนจนทราบที่อยู่ของนายเล้ง และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเช่าเลขที่ 14/1 ซอยตาดแคน 14 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งนายทักษ์ดนัยฯ เป…

ส่ง จยย. ข้ามโขง เย้ยเจ้าหน้าที่! จุดลักลอบอยู่ใกล้ฐาน ตชด.2344 แต่กลับถูกใช้ลักลอบเป​็​น​ประจำ​

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ ร.อ.พิชิตพล เคนดา ผู้บังคับกองร้อย ดำเนินการสกัดกั้นขบวนการโจรกรรมรถข้ามแดน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านพื้นที่ชายแดน อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ว่ามีการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ส่งต่อไปยังฝั่ง สปป.ลาว

โดยในเวลาเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ซุ่มตรวจบริเวณวัดบูรพานอก บ้านนาห้วยกอก ต.ดอนตาล พบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นจากฝั่งลาวเข้ามาเทียบท่า และพบกลุ่มชายนับสิบคนช่วยกันลำเลียงรถจักรยานยนต์ขึ้นเรือที่โป๊ะท่าน้ำจุดรวมเรือบ้านห้วยกอก หมู่ที่ 4 เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว กลุ่มดังกล่าวรีบขับเรือหนีกลับไปยังฝั่งลาวพร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่วนที่เหลือบนฝั่งอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

🔎 ผลการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบ พบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ 2 คัน ได้แก่ ฮอนด้า เวฟ 110 ซีซี สีน้ำเงิน–ดำ ทะเบียน 4 ขง 2922 กทม. และ จีพีเอ็กซ์ โดรน 150 ซีซี สีเทา ทะเบียน 2 กศ 5468 นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

⚠️ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านอกจากจะมีการวางโป๊ะเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการลักลอบแล้ว จุดท่าน้ำริมแม่น้ำโขงบ้านห้วยกอก ซึ่งคนร้ายใช้ลักลอบส่งรถจักรยานยนต์นั้น ตั้งอยู่ใกล้กับฐานปฏิบัติการ หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2344 แต่ยังคงถูกเลือกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดอยู่เป็นประจำ

ข่าวมุกดาหาร #ชายแดนไทยลาว #ทหารพราน #โจรกรรมรถข้ามแดน #ดอนตาล #มุกดาหาร #ตชด2344 #ตชด #สตช #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เศร้า…ปลัดอำเภอนั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณลานจอดรถหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ พบจดหมายสั่งเสีย 3 ฉบับ คาดปัญหาความเครียดส่วนตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น พ.ต.อ.เจด็จ​ ปรีพลู​ ผกก.สภ.หว้านใหญ่​ จ.มุกดาหาร​ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนลูกซองในลานจอดรถด้านหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.​ชัชวาล​ มัคคะรม รองสารวัตร(สอบสวน)​ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุภาพ เมืองโคตร อายุ 53 ปี ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเป็นอดีตปลัดอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลจากการยิงที่ศีรษะ ใกล้ตัวพบอาวุธปืนลูกซองยาววางบนหน้าตัก ขณะเดียวกันยังเปิดเสียงธรรมะสอนใจไว้ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง MG สีแดงของผู้ตายจอดอยู่

พยานในพื้นที่ให้การว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดหนึ่งครั้ง แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงหม้อไฟระเบิดจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้า พบรถเก๋งคันคุ้นตาจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต

ญาติผู้ตายเผยว่า นายสุภาพอาจมีความเครียดส่วนตัว โดยตำรวจตรวจค้นห้องพักพบจดหมายสั่งเสียจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งครอบครัวยังไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายจากอำเภอหว้านใหญ่ บ้านเกิด ไปประจำอำเภอนิคมคำสร้อยราว 5 เดือน และมักกลับบ้านในช่วงวันหยุด ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่บ้านเกิด

ปลัดอำเภอเสียชีวิต #ยิงตัวตาย #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวเศร้า #จดหมายสั่งเสีย #หว้านใหญ่ #นิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวง บุกสกัดแก๊งค้ายา โดดน้ำหนี – ยึดยาบ้า ปืน รถจักรยานยนต์ได้ครบ พร้อมเร่งขยายผลล่าตัวผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers”

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณจุดนัดหมายซื้อขายยาบ้า ริมห้วยบางทราย หมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตน นาย สิงห์ เชื้อคำฮด อายุ 36 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า พร้อมพวกอีก 3 คน ได้กระโดดลงลำน้ำห้วยบางทรายเพื่อหลบหนี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ คือ ยาบ้า 115 เม็ด เงินสด 2,897 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปืนแก๊บ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล และจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อออกหมายจับ นายสิงห์ เชื้อคำฮด และผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ปราบยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง #ดงหลวง #มุกดาหาร #ศปปส #หยุดยาเสพติด #ปกครองเข้มแข็ง ///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 ร่วมกับ ตร.เชียงใหม่ และ สภ.แม่โจ้ จับกุมเหตุร่วมกันฆ่าและเผาอำพรางศพ เหตุเกิดเขตพื้นที่ สภ.แม่โจ้ ต่อเนื่อง สภ.ดอยสะเก็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.มนิต มณีตระกูลทอง ผู้ทรงคุณวุฒิ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ไกรศรี จุฬพรรค์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.พลจักร บุนนาค ผกก.สภ.แม่โจ้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้, สภ.ดอยสะเก็ด, สภ.จอมทอง, กก.สส.1 บก.สส.ภ.5 และ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา

นายวชิรวิทย์ หรือเสือ หรือเจมส์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1737/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 (ได้รับบาดเจ็บอายัดตัวไว้ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่)

นายดำรงฤทธิ์ หรือต้น อายุ 33 ปี ที่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1738/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568
ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยตรองไว้ก่อน , ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ” ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย

    รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ (ของผู้ตาย)รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ เสื้อผ้าและรองเท้าขณะก่อเหตุของนายวชิรวิทย์ฯและนายดำรงฤทธิ์ฯวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เกี่ยวพันกับบริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ดฯ วันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 15.13 น.ถึงเวลาประมาณ 22.30 น.แผนประทุษกรรมของคนร้าย:

    นายวชิรวิทย์ฯ และนายดำรงฤทธิ์ฯทั้งสองได้วางแผนร่วมกันฆ่านายคุณาสินฯ หรือกอล์ฟ (ผู้ตาย) โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ และนายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ได้ลวงผู้ตาย เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ ม.13 ต.ป่าไผ่ อ.สันทรายฯ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 14.47 น.ผู้ตายได้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ มาที่บ้านหลังดังกล่าว นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น ก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านอยู่ก่อนแล้ว

    โดยนายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ จึงได้เดินออกไปรับผู้ตาย พาผู้ตายเข้าไปภายในบ้าน ทั้งสองจึงได้ลงมือฆ่าผู้ตายโดยใช้ค้อนทุบบริเวณศีรษะและร่างกายของผู้ตายจนถึงแก่ความตาย จากนั้นทั้งสองก็ได้ช่วยกันทำลายหลักฐานโดยนำโซฟาภายในบ้านที่เบื้อนเลือดมาล้างบริเวณหน้าบ้านฯลฯ และทั้งสองนำศพผู้ตายขึ้นรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จย-3710 เชียงใหม่ ของผู้ตาย

    โดยนายวชิรวิทย์ฯหรือเสือเป็นผู้ขับขี่ และนายดำรงฤทธิ์ฯหรือต้น เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน จฉ-1508 เชียงใหม่ ขับขี่ออกจากบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อนำศพไปเผาทิ้งอำพราง ที่บริเวณถนนปางไฮ-แม่ตอน ม.5 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จว.เชียงใหม่

    โดยใช้นำมันราดรถยนต์เก๋งของผู้ตายเพื่ออำพรางศพ และให้รถไถลลงเนินเขาเพื่อให้เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ระหว่างนั้นพลาดพลั้งรถเฉี่ยวชนทำให้นายวชิรวิทย์ฯ หรือเสือ ได้รับบาดเจ็บ นายดำรงฤทธิ์ฯ หรือต้น จึงได้นำตัวส่ง รพ.ดอยสะเก็ด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้แล้ว
    ..#สมจิตร แสงบันลังค์รายงาน