คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตชด.ไร้รอยต่อ ส่งมอบหน้าที่ “ช้างศึก 1”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีพิธีรับ – ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

โดย พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด.ให้แก่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็น ผบช.ตชด.คนใหม่

โดยมีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ ส่งมอบธงประจำตำแหน่ง และแสดงมุทิตาจิตแก่ พล.ต.ท.นิตินัย และ คุณสุวรรณยา หลังยา

หน่าย ประธานชมรมแม่บ้าน ตชด. โดยมี รอง ผบช.ตชด., ผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมพิธี

ตํารวจตระเวนชายแดน///ภาพ/ข่าว ร.ต.ท.พุทธกาล ไชยบุบผา ////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.เมืองชุมพร และ ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงาน ผบก.ภ.จว.ชุมพร จัดงานแด่ข้าราชการตำรวจ ที่เกษียณ สายสัมพันธ์ไม่สิ้นสุด สุภาพบุรุษ เมืองชุมพร ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่ ข้าราชการตำรวจ สภ.เมือง

ชุมพร ที่เกษียณอายุราชการ และเข้าโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นายจรินทร์ ก๋งม้า ประธานสภาทนายความจังหวัดชุมพร กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร

นายธนากร โกศลเมธี กต.ตร.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง

สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สว.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่สวป.ฯ พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สวป.สภ.เมืองชุมพร/ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานสืบสวน พ.ต.ต.ประคอง แก้วประสม สวป.(ชส.)สภ.เมืองชุมพร

และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมเป็นเกียรติในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมชั้น 4 และบริเวณลานหน้าอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร รายชื่อข้าราชการตำรวจเกษียน ที่ร่วมงาน 1 ร.ต.อ. สุไลมานง มะยี่แต นางกัลยา มะยีแต 2

ร.ต.อ..เพิ่มยศ มังคละเสถียร นางสุภาจรรณ 3 ร.ต.อ. ภิญโญ พรหมเรือง 4 ร.ต.อ .มโน นาควิเธียร 5 ร.ต.อ. สุเมธ สุพรรณธนพงษ์ 6 ร.ต.อ ทนงศักดิ์ ภู่ขันเงิน นางลักษพร 7 ร.ต.ท.ศุภภณ แสงสุริย์ 8 ร.ต.อ. มาโนช กาลพัฒน์ นาง สุชาดา

กำลังพลร่วมพิธีไหว้พระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ หน้าศาลภูมิ และอนุสาวรีย์ ส.ต.ท.เต็ม ศรีสุวรรณ หลังจากนั้น ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป ณ หน้า สภ.เมืองชุมพร ร่วมกันรับฟังพระธรรมเทศนา และรับพร พร้อมวัตถุมงคล จากเจ้าอาวาสวัดดอนทรายแก้ว ณ ห้องประชุมชั้น 4 สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี มอบรางวัล และของที่ระลึก แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2568 และมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจดีเด่นประจำปี 2568 หลังจาดเสร็จพิธีอำลาเกษียณอายุราชการตำรวจ เข้าร่วมกันรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกัน

ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จาก พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ภ.จว.ชุมพร ในวันที่ 29 ก.ย.68 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และคุณดรุณี โพธิ์ศรี ประธานแม่บ้านตำรวจ เดินทางมาทำพิธีรับ-ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร

และพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ส่งมอบธงนายพลตำรวจ และธงราชเดช ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร

ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงวันที่ 21 มีนาคมพ.ศ. 2568 แจ้งรายชื่อข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรที่มีมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณพุทธศักราช 2568 จำนวน 43 นาย

และโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลรุ่นที่ 27 มีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมโครงการ 11 นายมีผลทั้งนี้ตั้งแต่วันที่หนึ่งตุลาคมพ.ศ. 2568 รวมมีข้าราชการตำรวจที่จะต้องพ้นจากราชการ 54 นายโดยมีข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลมาร่วม

ในวันนี้ 28 นายและคู่สมรส 17 ราย รวมทั้งหมด 45 รายจากกันจัดงานให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการและผู้เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลของตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

มีการดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปีวัดวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ปฏิบัติงานมาเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งครบเกษียณอายุราชการนับเป็นผู้มีความ

แข็งแกร่งมีความมานะบากบั่นและปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยซึ่งสมควรได้รับการยกย่องและถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับราชการตำรวจที่ยังรับราชการอยู่สืบไป

จากนั้น พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร และเริ่มพิธีเทิดเกียรติข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

และมอบธงพิทักษ์สันติราษฎร์ ให้กับ พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ร่วมร้องเพลงมาร์ช ตำรวจและร่วมถ่ายรูปที่ระลึก โดยมี พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.อ.วิทย์ทวี ภริตานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, หน.สภ.ในสังกัด, ข้าราชการตำรวจผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วมพิธี ณ ลานที่ทำการ ภ.จว.ชุมพร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 19 #กันยายน 2568 เวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลจับกุมผู้ต้องหา 15 คน (รวมผู้ก่อเหตุ) อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 1 ราย เหตุทำร้ายร่างกายโดยใช้อาวุธมีด ฟันหญิงวัยรุ่นใน พื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ กรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มีเหตุวัยรุ่น

ทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณภายในร้าน “สะดวกซัก 24 ชม.” ถ.เชียงใหม่ – สันกำแพง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา

แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, รอง ผบก.ฯ, ผกก.สส. และ ผกก.สภ.พื้นที่ เข้าร่วมแถลงข่าว

ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 (ศปก.ภ.5) ชั้น 2 อาคารที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬทลายแก๊งค้ายา ยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด ผู้ต้องหาพยายามหนีแต่ไม่รอด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ (17 กันยายน 68) ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรปากคาด ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าติดตามขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากผ่านพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีพ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคาด นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี อส.จ.บึงกาฬ และฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว

โดยเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหาร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย(พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ-นครพนม) ได้เข้ามาพบ ร.ต.อ.ชัยธวัช ชมภูราช รอง สว.สส.สภ.ปากคาด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลข 6706561 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด ที่ สภ.ปากคาด แจ้งว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าว(สายลับขอปิดนาม) ว่าช่วงตั้งแต่วันที่ 13-15 กันยายน 2568 จะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว เข้าสู่จังหวัดตอนในของประเทศไทย ในพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่าง ต.นากั้ง อ.ปากคาด ไปจนถึง ต.ไคสี อ.เมือง จ.บึงกาฬ ประมาณ 9-10 กระสอบ ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด โดยจะใช้พื้นที่ อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ หรือ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เป็นเส้นทางที่ใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงนำเรียนผู้บังคับบัญชาทราบ
จากนั้น พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผกก.สภ.ปากคาด จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.ชัยธวัช ชมภูราช รอง สว.สส.สภ.ปากคาด

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด บูรณาการสนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหาร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย(พื้นที่จังหวัดบึงกาฬ-นครพนม) เจ้าหน้าที่ทหาร มว.สกัดกั้นที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ร่วมกันประชุมวางแผนเพื่อติดตาม สังเกตการณ์ และวางกำลังเจ้าหน้าที่ตามจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังต่างๆ คาดว่ารถทั้ง 2 คัน จะวิ่งผ่าน จากนั้นเวลา 22.33 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบ รถยนต์ ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น Yaris สีดำ หมายเลขทะเบียน กย 1715 สกลนคร ขับขี่ผ่านกล้อง LCP ด่านตรวจ/จุดตรวจ 4_บก_ปากคาด ฝั่งขาเข้า เจ้าหน้าที่จึงน่าเชื่อและยืนยันได้ว่า รถเป้าหมายที่จะมาลักลอบลำเลียงยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงเข้าจุดซุ่มสังเกตุการณ์ตามจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางต่างๆ โดยใช้รถยนต์ในการวางตัวสังเกตการณ์ โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 9 ชุด ใช้รถยนต์จำนวน 9 คัน

กระทั่งกลางดึกวันที่ 13 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้า 7 กระสอบ รวมประมาณ 2,590,000 เม็ด บริเวณบ้านไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ ต่อมาในวันที่ 14 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ขยายผลและติดตามรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน คือ NISSAN อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน กจ 9247 ร้อยเอ็ด และ TOYOTA Yaris สีดำ ทะเบียน กย 1715 สกลนคร ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการลำเลียงและนำขบวนการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายธนะเมศฐ์(สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี น.ส.วัชราภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายสาธิต(สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี และนายสุเมธี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาบ้าเพิ่มอีก 3 กระสอบ ที่ซุกซ่อนภายในรถยนต์อัลเมร่า รวมของกลางทั้งหมดเกือบ 3 ล้านเม็ด ผลตรวจปัสสาวะพบว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีสารเสพติดในร่างกาย ยกเว้นนายสุเมธี (สงวนนามสกุล) ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายและมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดรถยนต์และยาเสพติดพร้อมวัตถุพยานไว้เป็นหลักฐาน ในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ ความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมจัดทำบันทึกตรวจยึด จากนั้นนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการสกัดกั้นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดบึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ ของ สภ.สบปราบ จว.ลำปางกรณีเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 16.40 น. ด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ จับผู้ต้องหา 1 คน รถบรรทุกพ่วง 1 คัน ยาเสพติดของกลาง ยาไอซ์ ประมาณ 100 กิโลกรัม

โดยมี นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พลตรี วิชาญ ศรีภัทรางกูร ผบ.มทบ.32, นายฉัตรชัย วงศ์ปริยากร นายอำเภอสบปราบ, ผู้แทน กอ.รมน. จังหวัดลำปาง, ศพฐ.5, ปส.ภาค 5, ผกก.สภ.สบปราบ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จว.ลำปางสรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจฎธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 10 ก.ย.68

จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 25,695
คดีรายสำคัญ 249 คดี
ยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบ้า 260 ล้านเม็ดเศษ
  • ไอซ์ 11,900 กิโลกรัมเศษ
  • เฮโรอีน 211 กิโลกรัมเศษ
  • เคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ
  • ฝิ่น 160 กิโลกรัมเศษ

ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด
ประมาณ 1,246 ล้านบาทเศษ…
//สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค5 แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้า 8 ล้านกว่าเม็ด ไอซ์ 4 ร้อยกว่ากิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่1 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพเสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข นายรัฐพล นราดิศร นายชุติเดช มีจันทร์ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ผวจ.เชียงราย ผวจ.พะเยา ผวจ.ลำปาง ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก.
1.สภ.แม่กา จว.พะเยา บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด
  2. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด
  3. สภ.แม่พริก จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางไอซ์จำนวน 450 กก.
    คดีที่ 1 วันที่ 27 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 01.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดแม่กา สภ.แม่กา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยเคียนม.2 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ผู้ต้องหา 3 คน (1.นายก้องกังวาลฯ อายุ 60 ปี อ.สอง จว.แพร่, 2.นายนาถจักษ์ฯ อายุ 47 ปี อ.สอง จว.แพร่, 3.นายเหรียญทอง อายุ 40 ปีอ.เวียงแก่น จว.เชียงราย
    พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 23.00 น. ภ.จว.พะเยา ได้รับการประสานจากส่วนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศอ.ปส.ภ.5 ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนพื้นที่ จว.เชียงราย เข้ามายังพื้นที่ จว.พะเยา และจะส่งต่อยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยขบวนการลักลอบใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีเทา ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม เป็นพาหนะในการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กน 616 แพร่ ทำหน้าที่เป็นรถนำสำรวจเส้นทาง จึงวางแผนจับกุม โดยมีพล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ควบคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ก.ค.68 เวลาประมาณ 00.50 น. พบรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ และ รถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ขับติดตามกันไปผ่านพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.เมืองพะเยา จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงด่านตรวจแม่กา จึงได้แสดงตัวและแสดงสัญญาณให้รถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ หยุดรถและขอทำการตรวจค้นพบนายก้องกังวาน เป็นผู้ขับขี่ และมีนายนาถจักษ์ เป็นผู้โดยสาร จึงควบคุมตัวไว้ส่วนรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ได้หยุดจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ที่ติดตามจึงได้เข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นแต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าว ได้พยายามขับขี่รถหลบหนีจึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณถนนพหลโยธิน สายพะเยา-ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้หยุดรถและคนขับได้วิ่งหลบหนีจึงได้วิ่งติดตามไปและสามารถควบคุมตัวนายเหรียญทอง จึงได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ จำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา จว.พะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 วันที่ 27 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. สถานที่จับกุม ผู้ต้องหา ถนนพหลโยธิน (สายบ้านโป่ง-บ้านห้วยไคร้) พื้นที่บ้านสันต้นปุย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จว.เชียงราย1 คน (นายลีซัง อายุ 33 ปี อ.แม่จัน จว.เชียงราย
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่สาย ไปส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดไปสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้สั่งการให้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. พบรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บษ – 9680 เชียงราย ใช้หน้ากากอนามัยสีดำปิดอำพรางป้ายทะเบียนรถขับขี่รถมาตามถนนพหลโยธินสาย แม่จัน–แม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำพรางอยู่ตามเส้นทางจึงได้สะกดรอยติดตาม จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้หยุดรถและจอดอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ใช้รถยนต์ปิดด้านหน้า-ท้ายรถและด้านข้างป้องกันการหลบหนีและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ในรถพบนายลีซัง เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 8 กระสอบ รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารหลังผู้ขับขี่ จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมาย

คดีที่ 3 วันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สถานที่จับกุม ด่านสบปราบ ต.สบปราบ อ.สบปราบ จว.ลำปางผู้ต้องหา 5 คน (1.นายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 2. นายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะกรุงเทพมหานคร, 3.นายถนอมศักดิ์ อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 4.นายอดิศร อายุ 30 ปีอ.นายูง จว.อุดรธานี, 5. นางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ ศอ.ปส.ภ.5 ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน ยาบ้า 4 ล้านเม็ด เหตุเกิดพื้นที่สภ.แม่กา จว.พะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 พบว่าไปรับยาเสพติดจากลุ่มลำเลียงยาเสพติดพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย จากการสืบสวนพบว่ามีนาย ป.(นามสมมุติ) เป็นคนสั่งการส่งมอบยาเสพติด และมีอีกหลายกลุ่มติดต่อรับมอบยาเสพติดจากนาย ป. จึงทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมาต่อมาในห้วงวันที่ 24 – 25 ส.ค.68 พบรถยนต์กลุ่มลำเลียงยาเสพติดเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนในขึ้นมายังพื้นที่ จว.เชียงรายโดยใช้รถยนต์บรรทุก 6 ล้อตู้ทึบและรถยนต์เก๋ง เป็นพาหนะ เชื่อว่าจะมารับยาเสพติดจาก นาย ป. ศอ.ปส.ภ.5 จึงบูรณาการร่วมกับ บก.สส.ภ.5และ ภ.จว.ในสังกัด ออกสืบสวนจับกุม โดยมี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ความคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลากลางคืน พบรถบรรทุก 6 ล้อ ตู้ทึบ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ออกจากพื้นที่ จว.เชียงรายมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ จว.พะเยา – ลำปาง จึงสะกดรอยติดตามจนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และ รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ผลัดกันนำ / ตามรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จึงได้ประสาน ด่านตรวจสบปราบ จว.ลำปาง เพื่อสกัดตรวจค้นจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สามารถสกัดจับกุมนายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ และนายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ตรวจค้นภายในกระบะตู้ทึบ พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบา) จำนวน 30 แพ็ค รวมประมาณ 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งทำการดัดแปลงทำเป็นช่องลับบริเวณด้านหน้าของตู้ ส่วนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สึบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาทและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ได้กลับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปยัง อ.เมืองลำปาง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงรายจอดทิ้งไว้บริเวณสถานีรถไฟลำปาง จึงตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารจำนวน 3 คน คือนายถนอมศักดิ์อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, นายอดิศร อายุ 30 ปี อ.นายูง จว.อุดรธานีและนางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครหลบหนีขึ้นรถไฟเที่ยว 102 ออกจากสถานีรถไฟลำปาง เวลาประมาณ 08.50 น. เพื่อไปลงสถานีปลายทางที่ กทม. และรถไฟขบวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการเดินทางระหว่างพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก จึงได้ประสาน บก.สส.ภ.6, สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ก. ที่อยู่บนขบวนรถไฟออกสืบสวนจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.30 น.สามารถควบคุมตัว นายถนอมศักดิ์, นายอดิศรและนางสาวดุษณี บนขบวนรถไฟ 102 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 วันที่ 28 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น. สถานที่จับกุม อุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จว.ลําปาง ผู้ต้องหา 1 คน (นายสิทธิพล อายุ 25 ปี อ.พบพระ จว.ตาก)พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลําเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยจะใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่สีขาว ทะเบียน ผร 6263 กทม. และรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุรุ่นมิวเอ็กซ์สีขาวทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้จับกุมตัว ต่อมาวันที่ 25 ส.ค.68 เวลา ประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายรองบ้านแม่เชียงรายลุ่มอ.แม่พริก จว.ลําปาง พบรถต้องสงสัยลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้งและสังเกตเห็นว่าภายในรถมีกระสอบจํานวนหลายใบอยู่ภายในรถ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถทั้งสองคันไม่หยุด และได้เร่งเครื่องขับฝ่าจุดตรวจจุสกัดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ จึงติดตามรถคันดังกล่าวไปจนสามารถสกัดรถยนต์ ทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์ ได้พบนายสิทธิพล เป็นผู้ขับขี่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ สอบถามนายสิทธิพล ได้แสดงอาการพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงได้เชิญตัวนายสิทธิพล และนํารถยนต์คันดังกล่าวมาที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ เพื่อตรวจสอบโดยอุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จว.ลําปาง พบเป็นถุงพลาสติกสีดํา จํานวน 15 ใบ และได้ทำการตรวจสอบภายในถุงพลาสติกโดยละเอียดอีกครั้งพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไอโดรคลอไรหรือไอซ์) จำนวนถุงละ 30 ก้อน อยู่ภายในถุงพลาสติดสีดำ น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 450 กก. จากนั้นจึงได้ทําการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนําส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ดําเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สรุปผลการจบั กุมยาเสพติด ของ ตํารวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 31 ส.ค.68
จับกุมคดียาเสพติด

  • จํานวน 24,292 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 241 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบา้ 257 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม
  • เฮโรอีน 209 กิโลกรัม
  • เคตามีน 1,840 กิโลกรัม
  • ฝิ่น 155 กิโลกรัม

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง.ผบ.ตร.แถลงข่าวการจัดแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย – มาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย

พร้อมด้วย มูฮัมหมัด ฮาฟิซ อาบู บาการ์ เลขานุการเอก/ผู้ช่วยทูตตำรวจ ประจำสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย และ พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ แถลงข่าวการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568 ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับการแข่งขันกีฬารักบี้ประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียอย่างแน่นแฟ้น ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จะมา

คุกคามประชาชนระหว่างสองประเทศ โดยการจัดการแข่งขันครั้งแรก เมื่อปีพุทธศักราช 2504 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในยุคสมัยของ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลานานกว่า 64 ปี มีการจัดการแข่งขันมาแล้ว 32 ครั้ง โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 3 – 6 กันยายน 2568 และจะมีการแข่งขันจริงในวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. การแข่งขันชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี
  2. การแข่งขันชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้มุ่งเน้นความสัมพันธ์ มิตรภาพของหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยทีมสโมสรรักบี้ฟุตบอลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย มีความพร้อมร่วมการแข่งขัน นักกีฬารักบี้ฟุตบอลทุกคนได้ฝึกซ้อมและมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการแข่งขันแพ้ชนะ ไม่ได้เป็นการบ่งชี้มากไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศที่จะยั่งยืนตลอดไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนและข้าราชการตำรวจ ร่วมรับชมและส่งกำลังใจแก่นักกีฬาตำรวจไทย ในการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 36 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หรือผ่านช่องทาง Facebook : Royal Thai Police Rugby Club

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง และ ภ.จว.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ ของ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง และ สภ.เวียงสา จว.น่าน ดังนี้

  1. วันที่ 23 ส.ค.68 – สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 2 คน, รถยนต์บรรทุก 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 8,000,000 เม็ด
  2. วันที่ 24 ส.ค.68 – สภ.เวียงสา จว.น่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน, รถยนต์กระบะ 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 200,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , น.ส.นิตยา พงษ์พาณิช รอง ผวจ.ลำปาง, พ.อ.กวิน ยาวิชัย รอง ผบ.มทบ.32, พ.อ.สันทัด ภัทรกิตตินนท์ ผู้แทน กอ.รมน.ลำปาง, ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 5, รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง, รอง ผบก.ภ.จว.น่าน, ผกก.สภ.แม่พริก, ผกก.สภ.เวียงสา ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จว.ลำปางสรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจฎธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 24 ส.ค.68จับกุมคดียาเสพติด จำนวน 22,734คดีรายสำคัญ 232 คดี
ยึดของกลางยาเสพติด

ยาบ้า 240 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ 11,400 กิโลกรัมเศษ เฮโรอีน 197 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,840 กิโลกรัมเศษ ฝิ่น 155 กิโลกรัมเศษ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ประมาณ 1,130 ล้านบาทเศษ….

สมจิตร แสงบันลังค์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร.เปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (14 สิงหาคม 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2568 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โครงการฝึกอบรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่า “กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายในงานสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกองทุน จึงได้อนุมัติให้สำนักงานงบประมาณและการเงิน

โดยกองการเงิน ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรของกองทุน ให้มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการในการรับ เก็บรักษา การจ่ายเงินกองทุน รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการเบิกจ่ายเงินกองทุนได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน โดยในระหว่างเดือนมีนาคม 2568 ถึงปัจจุบัน กองทุนได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรของกองทุนในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 7,458 คน

โดยในวันนี้เป็นการจัดอบรมให้กับหน่วยงานในส่วนกลาง จำนวน 383 คน จากหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้สังเกตการณ์จากสำนักงานตรวจสอบภายใน

พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ถือว่าเป็นทุนหมุนเวียนในกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่ช่วยสนับสนุนงานด้านการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแท้จริง

ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านซึ่งเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนการเบิกจ่ายเงินกองทุน นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม และให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของหน่วยบริหารกองทุน ให้ความสำคัญในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อลดข้อผิดพลาดจากการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. สั่งการผู้บัญชาการศึกษาดูแลการสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ คุมเข้มทุกหน่วยสอบโปร่งใส ไร้ทุจริต

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 สิงหาคม 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยัง พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ให้ดูแลตรวจสอบการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอก เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ประจำปี พ.ศ. 2568

ที่จัดขึ้นในวันนี้ เวลา 13.30 น. ให้คุมเข้มทุกหน่วยสอบทั่วประเทศไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด เน้นย้ำต้องเป็นการสอบคัดเลือกที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน หากพบการทุจริตให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและกำกับดูแลการเตรียมความพร้อมการสอบคัดเลือก ฯ ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี พร้อมประชุมมอบนโยบาย ข้อห่วงใย และกำชับการปฏิบัติแก่ทุกหน่วยสอบ มติดตามสถานการณ์การสอบผ่านระบบ Zoom Meeting จากกองอำนวยการร่วมฯ

ณ ศูนย์สอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ย้ำมาตรการเข้มป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าสอบและสังคม และได้กำชับไปยังทุกหน่วยสอบให้จัดจุดปฐมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อดูแลอย่างทันท่วงทีกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากแต่ละหน่วยสอบมีผู้เข้าร่วมสอบจำนวนมาก โดยการสอบครั้งนี้จัดโดยกองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)

ครอบคลุมหน่วยสอบ บช.ศ., ตำรวจภูธรภาค 1-9 และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) รวมทั้งสิ้น 11 หน่วยสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี หรือวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย/ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ทั้งในชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน รวมจำนวน 155 อัตรา โดยมีผู้สนใจสมัครสอบในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 65,203 คน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า ผบ.ตร. ได้กำชับเข้มงวดให้ บช.ศ.กำกับดูแลการจัดการสอบคัดเลือกในทุกหน่วยสอบต้องโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เข้าสู่การเป็นตำรวจมืออาชีพ ซึ่ง บช.ศ.รับนโยบายมาขับเคลื่อนอย่างเคร่งครัด จะไม่ยอมให้มีการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงยืนยันมาตรการเข้มข้นในการคัดเลือกบุคลากร พร้อมพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสอบแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และอุทิศตนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

สมจิตร แสงบัลลังลค์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนง.ตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์” บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต / ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ประชุมมอบนโยบาย แก่รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ หัวหน้า สภ. ในสังกัด

แชร์เนื้อหานี้

ภารกิจผู้บังคับบัญชาวันนี้ ( 9 ส.ค. 68 )เวลา 13.00 น.ภ.จว.ปทุมธานีพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติรอง ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีประชุมมอบนโยบายบริหารราชการ แก่รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.จว.ปทุมธานี โดยได้มีข้อราชการกำชับการปฏิบัติของกำลังพล ดังนี้

🔸1. ให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตนอยู่ในกรอบระเบียบวินัย ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ และให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีความรัก สามัคคี ในหมู่คณะ

🔸2. กวดขันจับกุมและป้องกันลักลอบเล่นการพนัน สถานบริการ กำชับตำรวจไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือ เรียกรับผลประโยชน์

🔸3. ให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด เร่งรัดและเข้มงวดกวดขันการตรวจสอบสถานบริการ ให้กำหนดเวลาปิด–เปิด ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ,ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เข้าใช้บริการโดยเด็ดขาด และหากมีการมั่วสุมยาเสพติดทุกประเภท ภายในสถานบริการ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนทั้งผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้อง

🔸4. ให้ดำเนินการตามนโยบาย “No Drugs No Dealers” ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกมิติ และทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด

“บิ๊กหน่อง/พล.ต.ต..ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1รรท.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เรียกประชุมมอบนโยบายการปฎิบัติ งานของตำรวจในสังกัด หลัง มารักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ” พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่าย อำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบงานแถลงข่าว และประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่า

สนง.ตำรวจแห่งชาติ จับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดคอร์ส “รู้ทันภัยไซเบอร์” บน Thai MOOC เรียนฟรี พร้อมรับ 1 หน่วยกิต

วันนี้ (9 สิงหาคม 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านระบบ Thai MOOC ภายใต้ชื่อ “รู้ทันภัยไซเบอร์” เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงในรูปแบบคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจพฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ วิเคราะห์รูปแบบการโจมตี และเรียนรู้วิธีการป้องกันภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับใบประกาศนียบัตร และนับเป็นหน่วยกิตทางวิชาการได้ 1 หน่วยกิต โดยหลังสูตรดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รองผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ตอท. บช.สอท.) , พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผู้กำกับการ กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท.บช.สอท. และ พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการ บก.สอท.2

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สามารถนำไปเทียบโอนเป็นหน่วยกิตในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาได้ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับตนเองและครอบครัว สมัครเรียนฟรีผ่านระบบ Thai MOOC เว็บไซต์ https://thaimooc.ac.th คลิกเลือกหมวดหมู่รายวิชา “ทักษะชีวิตและการพัฒนาตนเอง” จากนั้นคลิกเลือกวิชา “อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น” หรือคลิกลิงก์ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:CU+00868+0/about

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ห่วงใย ตำรวจที่ประสบอุทกภัย ภาคเหนือตอนบน มอบเงิน 1,339,000 บาท “ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน”

แชร์เนื้อหานี้

คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับข้าราชการตำรวจรวมจำนวน 1,339 นาย ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา และแพร่ ที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยจากพายุ“วิภา” แม้ว่าครอบครัวตำรวจก็ประสบปัญหาอุทกภัยเช่นเดียวกัน

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มอบหมายให้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ
พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วย คุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

พร้อมด้วย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย คุณมลธิชา ไชยบาล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ,

พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย คุณศุภรัตน์ การะเกตุ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นำคณะข้าราชการตำรวจ – แม่บ้านตำรวจ

ร่วมดำเนินการบรรจุถุงยังชีพ และ ดำเนินการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวในสังกัด ทั้งสิ้น 1,339 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 2 – 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวมีขวัญกำลังใจมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป
..สมจิตร แสงบัลลังค์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ชุมพร โครงการฝึกอบรมครูฝึกยิงปืน (ครู ค) ทหารเมียนม่า ปะทะ ทหารกระเหรี่ยง ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ด้าน อ.อท่าแซะ ช่องหินดาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมครูฝึกยิงปืนต้นแบบระดับสถานีตำรวจ (ครู ค) สำหรับการฝึกทักษะการยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฎิบีตหน้าที่ป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจรในสถานีตำรวจ

ณ สนามยิงปืนชุมพร ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร โดยมี หน.สภ.ในสังกัด พร้อมด้วย ผกก.ฝอ.ภ.จว.ชุมพร และข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการเข้าร่วมพิธี มีครูฝึกต้นแบบระดับสถานีตำรวจ (ครู ค.) เข้าร่วมฝึกอบรม จำนวน 34 นา

มีการปะทะระหว่าง กองกำลังทหารเมียนมากับกองกำลังทหารกระเหรี่ยงในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านด้านอำเภอท่าแซะ ช่องหินดาด

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 15.00 ได้รับรายงานจาก ชุดเฝ้าตรวจชายแดน ที่ 4102 ทราบว่าได้ยินเสียงการใช้อาวุธเครื่องยิงหนัก (ไม่ทราบชนิด) ยิงปะทะกันประมาณ ๒๐ นาที ในพื้นที่ระหว่าง บ.ยัวฮินลู กับ บ.เยยันตะ ๑ ต./ กิ่ง อ.กะระตุริ จว.ปกเปียน ด้านตรงข้าม ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จว.ช.พ. ทั้งนี้คาดว่าเป็นการยิงก่อกวนจากฝ่าย กกล.กอทูเล ( KTLA ) ดังนั้น ทมม.ฐานปฏิบัติการยัวฮินลู จึงยิงตอบโต้ ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ และไม่ได้รับรายงานการสูญเสียอย่างใด

ในขณะเดียวกัน นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ สั่งการกำนัน ทุกตำบล และผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับราษฎรไทยและติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอท่าแซะจึงให้ บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงาน ความมั่นคงในพื้นที่ให้เป็นเอกภาพในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่อย่าตื่นตระหนก และหลงเชื่อข่าวเท็จที่อาจจะเกิดขึ้น

จากบุคคลไม่หวังดี และขอให้รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานราชการเท่านั้น กรณีเกิดสถานการณ์ปะทะที่รุนแรงหรืออาจส่งผลกระทบขอให้อพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยง ไปอยู่ในที่ปลอดภัยและรายงานให้นายอำเภอท่าแซะ หรือปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทราบโดยทันที กรณีปรากฏข่าวสารสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน ด้านอำเภอท่าแซะ ให้รายงานนายอำเภอท่าแซะ หรือปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทราบโดยทันที หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๘๖๗๑๐๑๒, ๐๖๓-๙๐๓๔๘๙๐ และรายงานเป็นเอกสารให้อำเภอทราบด้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.อก.ภ.1 นำทีม บก.อก.ภ.1 ออกตรวจประเมินโครงการศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191พื้นที่ภ.จว.สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ส.ค.68 เวลา 10.00 น. นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ภ.จว.สมุทรปราการ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด

พบ พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาด รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.ท.ปริยพล แสนเสน สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหตุการณ์ปกติ ประโยชน์ของการรับแจ้งเหตุตำรวจ 191 มีหลายด้าน ทั้งต่อประชาชนและต่อการทำงานของตำรวจดังนี้

  1. เพื่อความปลอดภัยและช่วยเหลือเร่งด่วนประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทันที เช่น เหตุทะเลาะวิวาท, ลักทรัพย์, อุบัติเหตุ, เหตุเพลิงไหม้, การพบวัตถุต้องสงสัยทำให้ตำรวจสามารถจัดกำลังเข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้รวดเร็ว ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  1. เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารที่ง่ายและจำง่ายเบอร์ 191 เป็นหมายเลขกลางที่ประชาชนจำได้ง่าย ใช้ได้ทั่วประเทศไม่ต้องค้นหาหมายเลขสถานีตำรวจเฉพาะพื้นที่
  2. การประสานงานอย่างเป็นระบบศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 มีระบบบันทึกข้อมูล, ระบุตำแหน่ง, และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจจราจร, สืบสวน, สายตรวจ, หน่วยกู้ภัยช่วยให้การทำงานเป็นขั้นตอนและไม่ซ้ำซ้อน
  1. เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนป้องกันอาชญากรรมข้อมูลการแจ้งเหตุจาก 191 สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อดูพื้นที่เสี่ยง, ช่วงเวลาที่เกิดเหตุบ่อย, และวางแผนป้องกันในอนาคต
  2. เพิ่มความมั่นใจและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนทำให้ประชาชนรู้ว่ามีช่องทางขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงสร้างความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของรัฐ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ส.ค.68 นำโดย พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย จันอ้น ผกก.ฝอ.6 บก.อก.ภ.1 พร้อมคณะตรวจฯ ได้เดินทางตรวจประเมินศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

ภ.จว.ปทุมธานี พบ พ.ต.อ.ชุมวร ชมะทัต รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ช่วยราชการ ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.ต.ชิต จันท่าม่วงสว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 ภ.จว.นนทบุรี พบ พ.ต.อ.จักรพงศ์ นุชผดุง รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.จิรายุส

วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.จิรัตน์เดช ภุมรินทร์ สว.กก.สส.ภ.จว./หัวหน้าศูนย์ฯ 191 และเจ้าหน้าที่ รอรับการตรวจประเมิน จากคณะตรวจฯ ตามแผนละกรอบระยะเวลาที่ ตร. กำหนด เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สืบเนื่องจากมีการแพร่ระบาดเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนพบเครือข่ายของนายตี๋หน้าพระลานได้มีการนำยาเสพติดจากเทพเพื่อนบ้านเข้ามาแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีจึงได้ทำการสืบสวนหาที่ลำเลียงจนสามารถจับกุมได้ครับ

ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท

ตามนโยบายของรัฐบาลเน้นแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบด้วยการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.,พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ,พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., จึงสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากกรณีจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ

ทุกราย รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ผลิต นำเข้า ผู้ลำเลียง ผู้จัดเก็บ ผู้จำหน่าย และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ตอนในของประเทศตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1, และพล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1, บช.ปส. โดย พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง

ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส., ขกท. โดย พล.ต.ธีรนันท์ นันทขว้าง ผบ.ขกท. , ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ., ภ.จว.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี , พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี/หัวหน้า ชปส.ศอ.ปส.ภ.1 ชุดที่ 2 และ พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท , บก.สส.ภ.1 โดยพล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1

โดย นายทิพเมษฐ์ สังขะวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 1 และว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และจังหวัดสระบุรี โดย นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกนายในสังกัดบูรณาการร่วมกันสืบสวนจับกุมบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด พฤติการณ์ในการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่ทหาร

จากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวนหลายคดี จนนำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติด รวมไปถึงทีมลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมาก และจากประสานข้อมูลผู้ค้ ายาเสพติดรายสำคัญกับ ภ.จว.บึงกาฬทำให้ทราบว่ามีนายมณเฑียร หรือต๋องน.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก และนายไชยรัตน์ หรือกบ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สระบุรี นั้นมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียง ยาเสพติดจากบริเวณภาคอีสานตอนบนลงมายังพื้นที

ภาคกลาง โดย จะมีรถสำรวจเส้นทางขับนำหน้ารถขนยาเสพติดจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยได้รับคำสั่งให้สืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมทีมลำเลียงยาเสพติด ตี๋หน้าพระลานยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด มูลค่ากว่า 60,000,000 บาท – 2 –ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไปจับกุมและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้กระทำผิดมาโดยตลอด

*** ต่อมาในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดได้เดินทางไปรับยาเสพติดบริเวณภาคอีสานตอนบน โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ภาคกลาง และมีรถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง เป็นรถคอยสังเกตการ์ด่านตรวจ โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 3334ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.พระพุทธบาท จึงประสานให้ สภ.พระพุทธบาท ตั้งจุดสกัดรถลำเลียงยาเสพติดที่บริเวณหน่วยบริการประชาชน ต.ธารเกษม ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เหลือ ได้วางกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ตามเส้นทางหลัก

และรองเพื่อจะสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ และเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ วันที่ 6 สิงหาคม2568 นายมณเฑียรฯ และน.ส.ชนันธิดาฯ ได้ขับรถลำเลียงยาเสพติดมาถึงจุดสกัดของ สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเรียกให้หยุดและแสดงตนเข้าตรวจ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางจำนวน 5 ใบ วางอยู่บริเวณเบาะด้านหลังคนขับ และสามารถติดตามไปจับกุมนายไชยรัตน์ ฯ ที่ขับรถนำสำรวจเส้นทางซึ่งอยู่ห่างจากรถขนยาเสพติดประมาณ 3 กม. อีก ๑ ราย ได้ทันที

โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังนี้1. ยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จำนวน 5 ใบ โดยกระเป๋าแต่ละใบบรรจุยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมจำนวนยาบ้าทั้งหมด 2,000,000 เม็ด2. ผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิด จำนวน 3 ราย2.1) นายมณเฑียร หรือต๋อง (ขับรถขนยาเสพติด)2.2) น.ส.ชนันธิดา หรือเค้ก (โดยสารมาด้วยกันกับรถขนยาเสพติด)2.3) นายไชยรัตน์ หรือกบ (ขับรถนำสำรวจเส้นทาง)3. รถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด จำนวน 2 คัน3.1) รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีดำ จำนวน 1 คัน3.2) รถเก๋งยี่ห้อ มิตซูบิชิ แอทราจ สี แดง จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปเหตุเกิดที่ บริเวณริมถนนพระพุทธบาทเขาสูง ม.๒ ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่องบริเวณริมถนนสาธารณะ ม.๘ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม 256๘ เวลาประมาณ ๑๖.๓0 น

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาท) และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดโดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่าย ยาเสพติดต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ว.ลพบุรี ประชุมชี้แจงการบริหารงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง ครั้งที่ 3 /2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง โดยมี พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ. โคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

นายณัฎพงษ์ อารยางกูร ประธาน กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง และที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เข้าร่วมประชุมรับฟังการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอโคกสำโรง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครอง สั่งการด่วน ถึงนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray “โดรน” เชิงรุกสืบหาความเคลื่อนไหว การนำเข้าโดรนในพื้นที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการนายอำเภอทั่วประเทศ X-Ray โดรน เชิงรุก สืบหาความเคลื่อนไหว

การนำเข้าโดรนในพื้นที่ โดยให้เร่งประสานการปฏิบัติกับผู้กำกับการทุกสถานีตำรวจภูธร หาข่าวการนำเข้า การมีอยู่ การเตรียมนำไปใช้ของโดรน และอุปกรณ์ควบคุมที่ผิดสังเกตทุกกรณี พร้อมเร่งตรวจสอบหน่วยควบคุมการใช้งานโดรนผิดกฎหมาย และได้ชี้แจงเกี่ยวกับชุด ชรบ.หมู่บ้านในเขตพื้นที่อำเภอโคกสำโรง ให้ที่ประชุมรับทราบ

จากนั้นประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบตามระเบียบวาระประชุม พร้อมทั้งรายงานสถานภาพอาชญากรรมของ สภ.โคกสำโรง งานป้องกันปราบปราม การจับกุมอาวุธปืน ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอ ผกก.ป.สภ.โคกสำโรง งานสืบสวน สถิติการจับอาวุธปืน,ยาเสพติด ( พร้อมภาพนำเสนอโดย) พ.ต.ท.ณฐรัช สินธุโคตร รอง ผกก.สส.สภ.โคกสำโรง

งานสอบสวน พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.โคกสำโรง) การดำเนินการตามโครงการและนโยบายต่าง ๆ และรายงานผลการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อำเภอ อบต. สาธารณสุข เทศบาล เป็นต้น ร่วมกับเทศบาลตำบลโคกสำโรง

จัดระเบียบการวาง “ขายของ” ในเขตเทศบาลโคกสำโรง รวมถึงการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนข้าราชการตำรวจเรื่องทั่วไป เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น และการได้รับความร่วมมือหรือสนับสนุนจากประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นหน่วยงานอื่นๆ
ทั้งนี้ในที่ประชุม

ได้ยกย่องชมเชยข้าราชการตำรวจที่มีผลการงานดีเด่นในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ส.ต.ท.สุรชัย พลเทพ ผบ.หมู่(ป.)สภ.โคกสำโรง ข้าราชการตำรวจดีเด่น ด้านงานป้องกันปราบปราม ประจำปี 2568

รวมถึงการรับฟังปัญหาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการให้บริการประชาชน และปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดยิ่งๆขึ้นต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.อ.ประจวบฯ รอง ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยม สภ.แม่โป่ง ติดตามโครงการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรแม่โป่ง (สภ.แม่โป่ง) จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามและประเมินผลโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับสถานีตำรวจ เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อเดินทางมาถึง สภ.แม่โป่ง พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้รับการต้อนรับจาก พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5,พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่,

นายนิติปกรณ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอดอยสะเก็ด, พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, พ.ต.ท.วิมล วงศ์สิงห์ สว.สภ.แม่โป่ง และข้าราชการตำรวจในพื้นที่ เทศบาลตำบลแม่โป่ง,กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนแม่โป่งประชาสามัคคี ก่อนจะมอบโอวาทและพูดคุยกับข้าราชการตำรวจเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ยังได้พบปะพูดคุยกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 50 คน ที่มีส่วนร่วมในโครงการฯ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ พร้อมทั้งเป็นตัวแทนมอบทุนสร้างบ้านจำนวน 2 หลัง ให้กับผู้ยากไร้ในพื้นที่ สภ.แม่โป่ง โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนรับมอบ

จากนั้นคณะตรวจประเมินได้เข้าประชุมภายในห้องประชุมของ สภ.แม่โป่ง โดยมีพ.ต.ท.วิมล วงศ์สิงห์ สว.สภ.แม่โป่ง ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการฯ ผ่านวิดีทัศน์ เพื่อให้คณะตรวจประเมินได้รับทราบข้อมูลและประเมินผลการทำงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป.

สมจิตร แสงบัลลังค์ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังปล่อยแถวระดมกวาดล้าง ตามยุทธการฟ้าสาง เด็ดปีกนักค้ายา และ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด (No Drugs No Dealers) “ผนึกกำลังชุมชน ปลอดยาเสพติด”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 05:30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ , ผู้แทน ผอ.ปปส.ภาค 5 , ผู้แทนฝ่ายทหาร , พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่

(รับผิดชอบงานยาเสพติด) , ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ แม่ปิง ภูพิงค์ ช้างเผือก หางดง สารภี แม่ริม แม่โจ้ สันทราย สันกำแพง กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่และ จนท.ตำรวจ ทหาร ปกครอง หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จว.เชียงใหม่ จำนวน 180 นาย

เข้าร่วม พิธีปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นระดมกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด ตามโครงการ ยุทธการฟ้าสาง เด็ดปีกนักค้ายา และ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด(No Drugs No Dealers)

ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ณ บริเวณลานหน้า ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

และทุก สภ. ในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่ 38 สภ.ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกันทุกพื้นที่ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 75 เป้าหมาย

ยุทธการฟ้าสาง #เด็ดปีกนักค้ายา #ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด #No DrugsNoDealers #ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด #ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย #CMPD…..

…#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจของตำรวจภูรภาค1 เพื่อขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน /และมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมหนี้นอกระบบดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1ประชุมบริหาร ตร.ภ.1ประจำเดือน กค. และมอบโล่รางวัลให้กับตำรวจตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่สืบสวนปราบปรามดีเด่นและภาคเอกชนที่สนับสนุนพล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1

ประชุมบริหาร ตร.ภ.1ประจำเดือน กค. และมอบโล่รางวัลให้กับตำรวจตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่สืบสวนปราบปรามดีเด่นและภาคเอกชนที่สนับสนุนภารกิจของตำรวจภูรภาค1 เพื่อขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน….”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการที่รับผิดชอบงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 31 ก.ค.68 เวลต 13.30 น.

👮‍♂ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานฯ
พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1
พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1
🚨 ร่วมประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ก.ค. 68

โดยก่อนวาระการประชุมได้มีพิธีมอบโล่และประกาศเกียรติคุณ ผู้สนับสนุนช่วยเหลือกิจการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, มอบใบประกาศเกียรติคุณข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น

และมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่จับกุมหนี้นอกระบบดีเด่นโดยมี ผบก., ผกก/หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

วันนี้ .(30 ก.ค.68) พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ คณะกรรมการ/ที่ปรึกษา กต.ตร.ฯ พร้อมด้วยชมรมแม่บ้านตำรวจปทุมธานี ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องอุปโภคบริโภค

บริจาค ณ ศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อาคารศาลารักษ์ปทุม โดยมีรายการสิ่งของจำเป็นที่ได้จัดหา ดังนี้

สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีพันจำนวน 250 ชุดแป้งทาตัว / แป้งโยคีจำนวน 200 กระปุกผงซักฟอกจำนวน 150 ซองแพมเพิส เด็ก / ผู้ใหญ่จำนวน 20 ลังผ้าอนามัยจำนวน 10 ลังนมผงเด็กจำนวน 10 กล่อง

นมกล่องเด็กจำนวน 20 ลังเครื่องดืมชูกำลังจำนวน 5 ลังยาสามัญประจำบ้านจำนวน 100 ชุดกระดาษเช็ดชู / กระดาษเปียกจำนวน 10 ลังหมอน ผ้าห่มจำนวน 100 ชุดปลั๊กไฟจำนวน 20 อันยากังยุง31 แพ็ค รวมเป็นเงิน 56500 บาท จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“N0 Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร
อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติดร่วมกับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชุมพร ปลัดจังหวัดชุมพร นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ

นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ด้วยปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลตั้งใจขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินงานอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ด้วยมาตรการ และปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมีการกำกับ ติดตาม

และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนปฏิบัติการ Seal Stop Safe ผนึกกำลัง ในพื้นที่จังหวัดและอำเภอชายแดน อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการ ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะต้องอาศัยความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานส่งผลดีกับประชาชน และสามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้อย่างแท้จริง

วันนี้ รัฐบาลได้ผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัด ว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด”

ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของจังหวัด และฝ่ายปกครอง นำโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข นำโดย ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ครบถ้วนทุกมิติในชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม

จังหวัดชุมพร จะขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อทำให้ประชาชนมีความสุข ตามข้อสั่งการและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงกำหนดให้มีการปล่อยแถว เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ปฏิบัติการ Re X-ray อย่างเข้มข้นในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย ในการปฏิบัติภารกิจกวาดล้างยาเสพติด อย่างเต็มกำลังความสามารถ จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้มอบนโยบายและสั่งการ พร้อมปล่อยแถวปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ต่อไป ขอเรียนเชิญครับ

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ตามที่ ได้ไปรับมอบนโยบายจาก ท่านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร นั้น เนื่องจากปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลตั้งใจ ขจัดให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย และที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ดำเนินการอย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง 

ด้วยมาตรการและปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งการกำหนดแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการกำกับ ติดตาม และประเมินผลตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานจะต้องขยายผลให้มากยิ่งขึ้น รัฐบาลต้องการให้ การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างเข้มข้น และครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร และในภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ โดยจะต้องอาศัย ความร่วมมือของข้าราชการทุกหน่วย ที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปได้อย่างแท้จริง ในวันนี้ รัฐบาลจะผลักดันวาระการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นวาระของจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน/ชุมชน ทั่วประเทศ ผ่านปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด“No Drugs No Dealers”ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดว่า ภายใน 3 เดือนนี้ หมู่บ้าน ชุมชน ที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหา วางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็น “หมู่บ้านชุมชนปลอดยาเสพติด” ที่จะต้องไม่มีทั้งผู้ค้าและผู้เสพอีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานอื่น ๆ โดยใช้กลไกของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ผนึกกำลังร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครบถ้วนทุกมิตินับตั้งแต่การป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ การป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ตลอดจนการฟื้นฟูคนดีกลับสู่สังคม โดยมีการตั้งด่านชุมชน ตรวจค้น จับกุม บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงรายยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 1 ล้านเม็ด ซุกกล่องพัสดุ(โลจิสติกส์เจ้าดัง) พร้อมขยายผลตามรวบตัวผู้ต้องหา 3 คน

แชร์เนื้อหานี้

🚨 วันนี้(25 ก.ค.2568) เวลา 08.30 น. นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ,พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ,พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชรยงราย และหน่วยร่วมปฏิบัติฯ แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ โดยกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ของกลางยาบ้า 1,098,000 เม็ด ณ ใต้ถุน หอประชุมตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย

หน่วยจับกุม​​กก.สส.ภ.จว.เชียงราย , สภ.เมืองเชียงราย , สภ.ห้วยไร่ ภ.จว.แพร่
💀​ผู้ต้องหา
​​1. นายรัฐธรรมนูญฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร
​​​​2. นายธนาฯ อายุ 25 ปี ที่อยู่ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จว.ประจวบคีรีขันธ์
​​​​3. นายนทีฯ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ต.พันเสา อ.บางระกำ จว.พิษณุโลก
☠️ของกลาง
​​1. ยาบ้า จำนวนประมาณ 1,098,000 เม็ด
​​​2. รถยนต์ จำนวน 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

สถานที่เกิดเหตุ ศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ต่อเนื่องจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ (วัน เดือน ปี ที่เกิดเหตุ 23 กรกฎาคม 2568 พฤติการณ์แห่งคดี
ก่อนหน้าการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม/หวังสินบนนำจับ) ว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดส่งให้กับลูกค้ายังพื้นที่ตอนในของประเทศโดยใช้การขนส่งผ่านทางระบบโลจิสติกส์ ในพื้นที่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงได้ประสาน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อร่วมทำการตรวจสอบ

ต่อมาวันที่ 23 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 14.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.จว.เชียงราย สภ.เมืองเชียงราย ได้ตรวจสอบยังศูนย์กระจายพัสดุบริษัท Flash Express แฟลซ เอ็กซ์เพรส บ้านสันตาลเหลือง 192/4 ม.1 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบพัสดุต้องสงสัย จำนวน 7 กล่อง เมื่อตรวจสอบพบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวนทั้งหมด 548 มัด ประมาณ 1,098,000 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 136.5 กก.

จากการสืบสวนทราบว่ากล่องพัสดุดังกล่าวมาจาก Flash home สาขาบ้านใหม่ฯ จำนวน 4 กล่อง และ Flash home สาขาวัดร่องเสือเต้น จำนวน 3 กล่อง โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน ชร 3270 กทม. เป็นยานพาหนะในการส่งยาเสพติด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบผ่านระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ(LPR) พบว่ารถยนต์เก๋ง คันดังกล่าวกำลังแล่นอยู่ในพื้นที่ จ.แพร่ จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจยาเสพติดห้วยไร่ อ.เด่นชัย จว.แพร่ ทำการควบคุมตัว/จับกุมตัวผู้ต้องหาบุคคลดังกล่าว นำส่ง พงส.สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

✨️ โดยการจับกุมครั้งนี้ ตามนโยบายรัฐบาล โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ครอบคลุมทุกมิติ และเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ตามปฏิบัติการ No Drugs No Dealers

✨️ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

​ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย ​พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ​มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง ​โดย ​นายชรินทร์ ทองสุข​​ผวจ.เชียงราย
สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย ​นายธันวา ผุดผ่อง ​​ผอ.ปปส.ภาค 5…

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “มุกดาหารเดินหน้าสกัดยาเสพติด! ดึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย–ลาว ผนึกกำลังหยุดภัยร้ายผ่านพัสดุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ห้องประชุมแสงสิงแก้ว สถานีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทา

การป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดให้กับผู้ประกอบการขนส่งโลจิสติกส์ไทย–ลาว โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และนางสาวนุชนีย์ จันทนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 4 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมส่งเสริมการ

ขนส่งพัสดุอย่างปลอดภัย โดยนางสาวนุชนีย์ได้ชี้แจงข้อมูลสำคัญและแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ประกอบการจากหลายพื้นที่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เล็ดลอดผ่านระบบขนส่ง

โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้นโยบายของรัฐบาล “No Drugs No Dealers” และนโยบาย “Seal Stop Safe” ของจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเน้นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

ต่อมาในเวลา 15.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพัสดุ ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร ถนนพิทักษ์พนมเขต อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีการ

สาธิตการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยด้วยเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียดโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพัสดุของประชาชน แสดงให้เห็น

ถึงความพร้อมของหน่วยงานในการรับมือกับปัญหายาเสพติดบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพมุกดาหาร #ปปส #ยาเสพติด #ไปรษณีย์ปลอดภัย

#โลจิสติกส์ปลอดภัย #SealStopSafe #NoDrugsNoDealers #ข่าวภาคอีสาน #ชายแดนไทยลาว #ตรวจพัสดุ #สกัดยาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568 / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของตำรวจสังกัด ภ.1 งบประมาณปี พ.ศ. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ก.ค.68 พล.ต.ต. ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้รับมอบหมาย จาก พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1

เป็นตัวแทน ในภารกิจ ตรวจโครงการบ้านพักน่าอยู่ ประจำปี พ.ศ. 2568

พร้อมกับ พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.อก.ภ.1 และคณะกรรมการตรวจประเมินโครงการฯ ตามคำสั่ง ภ.1 ที่ 67/2568 ลง 24 มี.ค.68 และ 191/2568

ลง 15 ก.ค.68 ได้เดินทางมาตรวจประเมินตามโครงการฯ ตามแผนและกรอบระยะเวลาที่ ตร.กำหนด

ณ สภ.บ้านข่อย ,สภ.ท่าโขลง จว.ลพบุรี พบ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รอรับการตรวจประเมิน โครงการฯ จากคณะกรรมการฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยโครงการนี้มี

วัตถุประสงค์เพื่อให้แฟลตอาคารที่พักอาศัย/ที่พักบ้านเดี่ยว/เรือนแถว มีความเรียบร้อย และมีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งโครงการนี้มีเงินรางวัลมอบให้หน่วยที่ชนะการประเมินจากคณะกรรมการฯ

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1ในฐานะห้วหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมดูแลรับผิดชอบงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข่าวของตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่าในวันที่ 22 ก.ค. 68 เวลา 09.30 น.

📍พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
📍พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.1
📍คณะครูฝึก Local CAT และครูฝึกยุทธวิธี กก.ปพ. บก.สส.ภ.1 และข้าราชการตำรวจผู้เข้าประกวดการฝึกในสังกัด ภ.1

🔸ได้ร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกของข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
📌 ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ภ.1

🚨 ซึ่งจัดให้มีการประกวดการฝึกตามแบบฝึกพระราชทานว่าด้วย แบบฝึกท่ามือเปล่า การฝึกแถวชิด และการฝึกแบบยุทธวิธีตำรวจ ในสถานการณ์จำลองกรณีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง

▶️ โดยมีตัวแทนของสถานีตำรวจ แต่ละ ภ.จว. ในสังกัด เข้าร่วมการประกวดการฝึกในครั้งนี้ ณ บริเวณลานฝึกยุทธวิธี ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย และลานหน้าอาคารอเนกประสงค์ ภ.1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “SEAL STOP SAFE” ภ.5 หยุดวงจรการค้ายาเสพติด Safe สร้างพื้นที่ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสําคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย ดังนี้

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
  2. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  3. สภ.บ้านดู่ จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด
  4. สภ.เวียงแก่น จว.เชียงราย ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด
  5. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด
  6. รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด จำนวน 6,900,000 เม็ด

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย , น.ส.สุกัญญา ใหญ่วงศ์ ผู้แทน ปปส.ภ.5 , พ.อ.อดุลย์ ลอยฟ้า รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมประชุมและร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 18 ก.ค.68จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 18,617 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 202 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 194 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 10,400 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 150 กิโลกรัมเศษเคตามีน 1,740 กิโลกรัมเศษฝิ่น 119 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 727 ล้านบาทเศษ

สมจิตร แสงบัลลังก์ ภาพ/ข่าว รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร สกัดขบวนการค้าของเถื่อน ลักลอบขนไก่ข้ามแม่น้ำโขง!

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือมุกดาหาร โดย นาวาโทรุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าหน่วยเรือมุกดาหาร นำกำลังออกลาดตระเวนทางน้ำบริเวณบ้านหว้านน้อย ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

กระทั่งเวลา 05.45 น. ตรวจพบเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ต้องสงสัย พร้อมชายฉกรรจ์ 3–4 คน อยู่ที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง แสดงท่าทีมีพิรุธคล้ายรอรับ-ส่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไป ทิ้งเรือและของกลางไว้

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในเรือ พบ ไก่มีชีวิตกว่า 320 ตัว ถูกบรรจุอยู่ใน ลังพลาสติก 16 ลัง โดยไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการลักลอบขนสัตว์ข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย จึงนำของกลางส่งให้ศุลกากรมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นรขมุกดาหาร #ลักลอบขนสัตว์ #ลาดตระเวนลำน้ำโขง #หว้านใหญ่ #ข่าวมุกดาหาร #ไก่ข้ามชาติ #สกัดขบวนการขนของผิดกฎหมาย #ชายแดนไทยลาว #มุกดาหาร #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก. ภ. จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดร่วมมอบทุนฯ

แชร์เนื้อหานี้

17 มิ.ย.2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก. ในสังกัด ภ.จว.ลพบุรี, ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด สภ.โคกสำโรง สภ.หนองม่วง สภ.เพนียด, สภ.บ้านหมี่ สภ.โคกเจริญ สภ. สระ

โบสถ์ และคณะ กต.ตร.ภ.จว.ลพบุรี คณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ของข้าราชการตำรวจ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจ

การร่วมมอบทุนการศึกษาใน “โครงการทุนการศึกษา บุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจ สังกัด ภ.จว.ลพบุรี ประจำปี 2568” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตร-ธิดาข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดีและมีผลการเรียนดี

โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต การสนับสนุน

ด้านการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่ความสำเร็จและการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจ PCT ภาค 5 บุกจับ “3หนุ่มจีนเทา” คาบ้านพักหรูย่านสันทราย เนียนเข้าไทยใช้วีซ่านักเรียน แอบกบดานทำเว็บพนันออนไลน์ ปั่นรายได้ฉ่ำ 5 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช. ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าตำรวจชุด

จับกุมได้รับแจ้งว่ามีคนจีนการลักลอบพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จนเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.๕ สืบทราบว่ามีการเช่าบ้านในโครงการแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยาน
หลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 แลพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโยโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวผลการตรวจค้นพบ

  1. นายกง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  2. นายวู สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 30 ปี
  3. นายหวัง สงวนนามสกุล เชื้อชาติ-สัญชาติ จีน อายุ 34 ปี
    กำลังนั่งทำงานอยู่บริเวณห้องนอนชั้น2 เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายค้น ทั้ง 3 คนรับยอมรับว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบคำถามแก้ไขปัญหาลูกค้าที่เข้าเล่นเว็บไซต์พนันออนไลน์จึงควบคุมตัว แล้วแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า
    “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดย ทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับ อนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒”และนำตัวส่งพงส. สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
    จากการสอบถามทั้ง 3 คน ให้การว่าเป็นชาวเมืองเจ้อเจียง ประเทศจีน ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทย จากนั้นสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก่อนได้วีซ่านักศึกษาแล้วมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวตั้งเป็นสำนักงานทำเว็บพนันให้ลูกค้าชาวจีน โดยได้ค่าจ้างคนละ 50,000 บาทต่อเดือนโดยมีสมาชิกกว่า 4,000 คน โดยจะกลับไปรับเงินเดือนกับบอสชาวจีน 6เดือนต่อครั้งแล้วกลับมาทำงานใหม่ ยอมรับว่าทำมาประมาณ 1 ปี มีเงินเดือนหมุนเวียนหลายสิบล้านต่อเดือน

ตำรวจภาค5 #PCTภาค5 #จับกุม #พนันออนไลน์…สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ตม.สตูล ตรวจ การแจ้งที่พักอาศัย ต่างด้าวในพื้นที่”ตามนโยบาย สนง.ตำรวจแห่งชาติ / “ตม.สตูล กวดขันตรวจสอบป้องกันชาวบ้านแอบช่วยเหลือให้ที่พักคนต่างด้าวผิดกฎหมายมีโทษสูง”

แชร์เนื้อหานี้

“ตม.สตูล ตรวจประชาสัมพันธ์การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวในพื้นที่”
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดออกตรวจสถานที่พักของคนต่างด้าว ประชาสัมพันธ์การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบโดยตรวจเพื่อจัดทำข้อมูลไว้ใช้สำหรับการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.68 พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล ได้ออกตรวจเป้าหมายแคมป์คนงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอละงู และควนกาหลง จังหวัดสตูล

ทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งพบแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาทำงานกรรมกรและพักอยู่ในแคมป์คนงานและบ้านเช่ารวมจำนวน 24 คน เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวของคนต่างด้าวและใบอนุญาตทำงานปรากฏว่ามีเอกสารถูกต้อง แต่ตรวจพบว่ามีนายจ้างชาวไทย จำนวน 2 ราย ที่ไม่ได้มีการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จำนวนรวม 7 คน จึงได้ทำการจับกุมดำเนินคดีนายจ้างชาวไทยทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม รับคนต่างด้าว

ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ที่บ้าน เคหะสถาน หรือโรงแรม นั้นตั้งอยู่ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 11,200 บาท และได้ประชาสัมพันธ์แนะนำให้นายจ้างดำเนินการตามกฎหมายให้เรียบร้อย ซึ่งกฎหมายมาตราดังกล่าวมีความสำคัญในการควบคุมคนต่างด้าวให้ทราบถึงที่อยู่ของคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เจ้าบ้าน หรือผู้ที่รับคนต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดทราบ

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ โดยเฉพาะชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมาย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

“ตม.สตูล กวดขันตรวจสอบป้องกันชาวบ้านแอบช่วยเหลือให้ที่พักคนต่างด้าวผิดกฎหมายมีโทษสูง”

ตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล และ พ.ต.ท.ระลึก อินทรัศมี รอง ผกก.ตม.จว.สตูล ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สตูล นำโดย พ.ต.ท.ยงยุทธ เลิศปรีชาพงศ์ สว.ตม.จว.สตูล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.สตูล สืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวผิดกฎหมาย วันที่ 16 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สตูล ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.สตูล และ ชุด ชปข.ตชด.436 ได้สืบสวนจนทราบว่าที่บ้านหลังหนึ่งในบ้านควนสตอ อ.ควนโดน จ.สตูล

ได้มีชายชาวมาเลเซียพักอาศัยอยู่ซึ่งเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและพบชายมาเลเซีย คือนายอาเหลียง อายุ 45 ปี สัญชาติมาเลเซีย พักอาศัยอยู่ โดยมีหญิงไทย คุณนา (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของบ้านแจ้งว่าเป็นสามีภรรยากัน จึงได้ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวพบว่ามีหนังสือผ่านแดนที่ไม่มีตราประทับการเข้าเมืองอย่างถูกต้องและหมดอายุแล้ว สอบถามอาเหลียง

ได้ยอมรับว่าหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยจริง เนื่องจากอยากเข้ามาอยู่กับภรรยาชาวไทยไม่อยากกลับบ้านที่มาเลเซียแต่ตนไม่มีสิทธิอยู่อย่างถูกต้องจึงต้องลักลอบเข้าประเทศไทย คุณนายอมรับว่ารู้เรื่องที่สามีชาวมาเลเข้ามาประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย แต่คิดว่าไม่เป็นอะไรจึงได้ให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันเรื่อยมา เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงข้อกฎหมายให้ทราบว่าเป็นการกระทำความผิดทั้งคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างผิดกฎหมาย และเจ้าของบ้านที่ให้ที่พักแก่คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรแบบผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 คือ “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” โดยมีอัตราโทษสูงคือจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท เจ้าหน้าที่ได้จับกุมทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนโดน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าการให้ความช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือให้ที่พักแก่คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่มีอัตราโทษสูงคือจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ขอให้ปรึกษาหรือแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัด และหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดในจังหวัดสตูล กรุณาแจ้งมายัง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล เลขที่ 6 ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล 91000 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 074711080 (ฝ่ายสืบสวนปราบปราม) หรือที่สายด่วน 1178 จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย คุณนภัสนันท์ วุฒิจรัสธำรงค์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และ ดร.นุชประวีณ์ ลิขิตศรัณย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ ด.ต.วิชิต แก้วฉิม ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เกาะช้าง จว.ตราด

ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจในพื้นที่ สภ.เกาะช้าง จว.ตราด เมื่อวันที่ 2 พ.ค.63 เป็นเหตุให้ต้องถูกตัดขาซ้ายเหนือหัวเข่า สูญเสียสมรรถภาพถาวร และอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ในการนี้ คณะฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนกว่า 40,000 บาท พร้อมสิ่งของบำรุงขวัญ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, คุณพจนารถ กรึงไกร รักษาการประธานแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5, คุณจารุณี แก่นจันทร์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.สภ.แม่ริม และคณะสมาชิกแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 และ ภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้….

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ลพบุรี รณรงค์ แก้ไขปัญหายาเสพติด เด็กนักเรียนและประชาชนในชุมชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 พ.ค.68 ที่โรงเรียนเทศบาล1 บ้านโคกสำโรง อ. โคกสำโรง จ. ลพบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ โดย พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.พรชัย ธรรมวริทธิ์ รอง สว.(ป.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ

ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ ร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด(บุหรี่ไฟฟ้า) ตามโครงการรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติด to be number one และวันงดสูบบุหรี่โลก แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน มี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาลตำบลโคกสำโรงประธาน คณะครูโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ผู้นำชุมชน 5 หลักเมือง และคณะกรรมการ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

วัตถุประสงค์โครงการเพื่อสร้างกระแสนิยมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในกลุ่มเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเอง เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยการสนับสนุนของสังคม

เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับผู้มีปัญหายาเสพติดโดยให้โอกาสกลับมาเป็นคนดีของสังคม เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มประชาชนและเยาวชนทั่วไป

เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติปีงบประมาณ 2568
ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ชุมชนเทศบาล1 การแจ้งเบาะแสยาเสพติด และการค้นหาผู้เสพในชุมชน เข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น / แถลงข่าวจับกุม แก๊งโจรกรรม รถยนต์ จักรยานยนต์ ปากคลองรังสิตคลองหลวง ปทุมธานี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พ.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธีสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำโดย คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจและผู้ช่วยที่ปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะแม่บ้านตำรวจชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1

นำโดยคุณณัฐวดี เอี่ยมวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1คณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 และข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น (First Aid & CPR)

โดยมี คณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก BEAT CPR TRAINING CENTER บรรยายให้ความรู้และสาธิตการปฏิบัติณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1เพื่อเป็นการฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตลอดจนครอบครัว ได้มีความรู้

ความเข้าใจและทักษะที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และผู้ประสบภัย ในภาวะฉุกเฉินได้ พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้จัดให้มีโครงการ….

.

แถลงข่าว #จับกุม #แก๊งโจรกรรม #รถยนต์ #จักรยานยนต์ #ปากคลองรังสิต #คลองหลวง #ปทุมธานี

วันที่ 28 พ.ค. 68 เวลา 10.00 น.พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการโจรกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนมากตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คดี ดังนี้ คดีที่ 1: จับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 68 ผู้เสียหายนำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ไปจอดที่สถานีรถไฟฟ้าหลักหก ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 68 พบว่ารถหาย จึงแจ้งความกับตำรวจการสืบสวนและจับกุม:เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ 3 ราย คือนายภูมิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี 4 เดือน – เคยต้องโทษลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 8 คดีนายฟรองซ์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี น.ส.อีฟ (นามสมมติ) อายุ 26 ปีผู้ต้องหาให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ที่โจรกรรม ไปขายให้นายหรั่ง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานีผลการตรวจค้นบ้านนายหรั่ง:พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันตรวจสอบพบว่า นายหรั่งกำลังจะนำรถทั้งสองคันขึ้นรถตู้เพื่อไปขายต่อที่เขตมีนบุรีนายหรั่งรับสารภาพว่า

เริ่มรับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 6 เดือน ได้รับซื้อรถมาแล้ว มากกว่า 135 คันจากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบยอดเงินหมุนเวียนทั้งสิ้น 11,227,970 บาทนายหรั่งส่งรถให้เพื่อนใน Facebook เพื่อปลอมแปลงเอกสาร โดยเก็บค่าดำเนินการคัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 พบว่า นายหรั่งขายรถที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว 26 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมี 8 โรงพัก ที่มีการแจ้งหายได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

    คดีที่ 2: จับแก๊งโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุม นายเล้ง (นามสมมติ) อายุ 47 ปีจากการสอบสวน นายเล้งให้การว่า โจรกรรมรถแล้วนำไปขายต่อให้นายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 40 ปีการตรวจค้นและของกลาง:ตรวจค้นบ้านพักนายเล็ก พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันรถที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 คันเอกสารปลอม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียน สำเนารายการจดทะเบียน และเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถอีกจำนวนมากเมื่อได้รถมา จะส่งให้เครือข่ายใน Facebook ปลอมแปลงเอกสาร ลักษณะเดียวกับคดีที่ 1 โดยมีค่าดำเนินการ

      คัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”
      ภาพรวมความเสียหายทั้ง 2 คดี:มูลค่าความเสียหายรวมกัน มากกว่า 12,000,000 บาทจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวม 6 รายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภ.จว.ปทุมธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีโจรกรรมรถ ไปแล้ว 18 คน และติดตามรถที่ถูกโจรกรรมไป นำส่งคืนให้กับเจ้าของแล้ว 23 คัน

      มีการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้รับซื้ออย่างเข้มข้นณ สภ.ปากคลองรังสิต ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โปรดแจ้งเบาะแสไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคลคลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย ปีงบประมาณ 2568 ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      แชร์เนื้อหานี้

      ภ.จว.ปทุมธานี 🔸️🔹️ เข้าพบหารือกับรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต เพื่อประสานความร่วมมือ ให้ความรู้แก่นักเรียน ให้รู้เท่าทันอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) วันที่ 21 พ.ค.68 เวลา 10.00 น.👮‍♂️

      พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี👨🏻‍💼 นายชาลี วัฒนเขจร ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต👮‍♂️ พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิตร่วมกับคณะครู รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต♦️ ร่วมหารือกับทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าบรรยายให้ความรู้แก่ นักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้รู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
      📍ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

      พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า

      ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้มอบหมายให้ พลตำรวจตรี โชคชัยงามวงศ์ รอง ผบช.ภ. 1 ดำเนินการจัด….

      วันที่ 22 พ.ค.68 เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธี ฯ

      พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี

      พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรีคณะรอง ผบก.ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกและประกวดการฝึกระงับเหตุ กรณีบุคคล

      คลุ้มคลั่ง โดยใช้ปืนยิงตาข่าย สายงานป้องกันปราบปราม ประจำปีงบประมาณ 2568ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ผู้นำชุมชน สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมในการแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือทางสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

      แชร์เนื้อหานี้

       วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา16.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

      เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฏหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส.อำเภอบ้านม่วง ดำเนินการ จับกุมผู้ต้องหา: เพศชาย 2ราย

      รายที่1 เพศชาย ของกลาง:ยาบ้าจำนวน20เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”รายที่2:เพศชายของกลาง:ยาบจำนวน44เม็ด โดยกล่าวหาว่า:เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) และขับขี่ยานพาหนะในขณะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”สถานที่จับกุม หมู่3ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วงจ.สกลนคร จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านม่วงเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

      เรื่องมีอยู่ว่า…เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 68 เวลา 20.00 น. ผมเป็นนักร้อง ได้เดินทางไปร้องเพลงที่ร้านแห่งหนึ่ง บางบอน 3 พอถึง 4 ทุ่มได้มีตำรวจ สน.บางบอน ได้เข้ามาในร้านที่ผมร้องเพลงก็เคยเห็นหน้าคุ้นเคย เพราะตำรวจคนนี้จะมาประจำแต่ผมกับตำรวจคนนี้ ไม่เคยพูดคุยกันเลย เพราะผมไม่กินเหล้า มาร้องเพลง พอถึงเวลาเที่ยงคืน หมดเวลาผมก็เก็บโน๊ตบุ๊ค เดินลงมาจากเวทีกำลังเอาโน๊ตบุ๊คใส่กระเป๋า ผู้กองคนนี้พร้อมพวก 6 คนก็มายืนอยู่ด้านหลังผมแล้วถามขึ้นว่า เฮ้ยมึงกวนตีนเหรอ ผมหันหน้ามา ผมตอบว่าพี่ผมไม่รู้จักพี่ผมไปกวนตีนอะไรพี่ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงผม ผู้กองคนนี้ ได้หมัดขวาต่อย มาที่กกหูซ้ายผม แล้วทำท่าจะชักปืนออกจากเอว ด้านขวา ผมจึงจะกระโดดปัดมือ ลูกน้องผู้กองอีก 5 คน ก็เข้ามาล็อคคอกระทืบผม หลังจากนั้นเขาเดินออกไปนอกร้านประ 10 นาที ลูกน้องผู้กอง 5 คนนั้นได้เดินเข้ามากระทืบผม เป็นรอบที่ 2 มีคนนึงพูดขึ้นว่า เอาให้ตายแต่ถ้าไม่ตาย ก็เอาให้สองเอ๋อให้การไม่ได้ แล้วใช้สนับมือต่อยเข้าที่เบ้าตาผม จนกระดูกเบ้าตาหัก ต่อยเข้าที่หัวจนสมองบวมเลือดคลั่งในสมอง ดั้งจมูกหัก จนผมเลือดออกปาก ออกจมูก ออกหูเขาก็ไม่หยุดจนนักร้องสาว ชื่อ แอน วิ่งมาบังผมแล้วบอกพอแล้วๆ เดี๋ยวพี่เขาตาย ลูกน้องผู้กองถึงเดินออกไปนอกร้าน จังหวะนั้นมีคนโทรแจ้ง กู้ภัยปอเต็กตึ้ง มาถึงก็มาประฐมพยาบาลห้ามเลือด จะเอาผมขึ้นรถ ลูกน้องผู้กอง มารอบที่ 3 เขาตะโกนบอก กู้ภัยปอเต็กตึ้งว่ามึงจะเอามันไปไหน กูยังกระทืบไม่มันตีนเลย

      กู้ภัยปอเต็กตึ้งไม่ยอมกันตัวผมไว้ แล้วรีบนำตัวผมขึ้นรถกู้ภัย ส่งโรงพยาบาล หมอบอกผมอาการสาหัส สมองบวมเลือดคลั่งในสมองกระดูกใบหน้าหัก พอผมเริ่มอาการดีขึ้น ผมมาแจ้งความที่ สน.บางบอน ผู้กำกับบอกไม่เชื่อว่าลูกน้องเขาทำ เขาถามว่ามีหลักฐานไหม กล้องวงจรปิดที่ร้าน ผู้กอง ให้เจ้าของร้านชักตัวบันทึกออก ผมเลยบอกผมมีพยาน บุคคลคือนักร้องหญิง ผมเลย โทรศัพท์ไปหานักร้องหญิงต่อหน้าผู้กำกับ และ ร้อยเวร แล้วเปิดโฟน ผมถามนักร้องหญิง ว่าใครรุมกระทืบพี่ นักร้องหญิงบอกผู้กองกับพวก ผู้กำกับเงียบไปพักนึงถามผมว่าจำหน้าได้ไหม ผมบอกผมจำได้แม่น เพราะเขาจะไปกินเหล้าที่ร้านประจำ พอผู้กำกับเรียกตัวผู้กองคนนั้นมา เข้ามาผมชี้เลยคนนี้แหละครับ ผู้กองบอกเขาไม่รู้เรื่อง พอถามว่าคืนนั้นคุณไป ร้านครัวนั้นมารึป่าวเขาบอกว่าไป แล้วผู้กำกับเดินไปคุย กับผู้กอง 2 คนผู้กองบอกผู้กำกับ ว่าต่อยผมไป 1 ที ผู้กำกับบอกจะให้ความเป็นธรรม ในเมื่อผู้กองต่อยผม 1 ที่ ก็จ่ายแค่ทีเดียวเขาพยายามบีบให้ผมรับเงิน แต่ผมไม่เอาหลังจากนั้นเขาก็ พยายามติดต่อคนที่ผมรู้จักให้มาคุยกับให้รับเงิน คำพูดที่ผู้กำกับพูด ว่าต่อยทีเดียวจ่าย ที่เดียวผมบันทึกเสียงไว้ครับ ผมขอความกรุณา ช่วยผมด้วนะครับ.

      สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรกันทรารมย์ ศรีสะเกษ จับยาบ้า 7 แสนเม็ด ทะลักเข้าประเทศมาจากฝั่ง สปป.ลาว ติดตามยึดทรัพย์ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์

      แชร์เนื้อหานี้

      วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เฮริคับเตอร์ของ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 รับผิดชอบเรื่องยาเสพติด เดินลงจอดที่โรงเรียนกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ สภ.กันทรารมย์ เปิดการแถลงข่าว เพื่อผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด การทำงานในการสกัดกั้น สืบสวน ขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดในข้อหา มียาเสพติด ชนิดยาบ้าไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ และจำหน่าย รายแรก จำนวน 5 แสนเม็ด

      และยังพบชนิดของยาเสพติด ยาบ้าน ชนิดใหม่ ออกแบบ เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมขึ้น เพื่อเตรียมวางจำหน่ายในกลุ่มวัยรุ่น เยาวชน ที่ จังหวัดศรีสะเกษ จะต้องเฝ้าระวังในการเข้าถึงยาเสพติด ทั้งการป้องกัน ปราบปราม และบำบัด ยึดทรัพย์ มูลค่า 869,000.-บาท, ส่วนรายที่ 2 และ 3 ที่ สภ.เบญจลักษ์ รายแรก ตรวจยึดยาบ้า ได้ จำนวน 34,000 เม็ด และรายที่ 2 ตรวจยึดยาบ้า ที่คนร้ายนำมาวางไว้ข้างถนน รอผู้มารับ เจ้าหน้าที่ 1 วัน 1 คืน ไม่เห็นใคร จึงเข้าตรวจยึดมาได้ จำนวน 200,000 เม็ด รวมที่ สภ.เบญจลักษ์ ตรวจยึดยาบ้า ได้ 2 รายการ รวม 234,000 เม็ด และเมื่อรวมกับ สภ.กันทรารมย์ เป็นจำนวน 734,000 เม็ด

      โดย เที่ยงของวันนี้ ที่ สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค3 , พลตำรวตรี พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ พรหมมา ผู้กำกับ สภ.กันทรารมย์ เจ้าหน้าที่ชุด 238 พิทักษ์นครลำดวน,

      filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 6; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 7864320;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 36;

      ชุดเฉพาะกิจพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสิบ ภจว.จังหวัด, สภ.กันทรารมย์, สภ.เบญจลักษ์ ได้ร่วมกันวางแผนฝัง เส้นทางของการปฎิบัติการ 238พิทักษ์นครลำดวน ที่เข้าสืบสวน สอบสวน ก่อนเข้าทำการสกัดจับกุม ผู้ต้องสงสัย ก่อนที่จะนำตัวมาควบคับไว้ที่ สภ.กันทรารมย์ เพื่อสอบสวนขยายผล สู่การจับกุมชุดใหญ่ พร้อมการยึดทรัพย์ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มูลค่าความเสียหาย รวม 869,000.- บาท

      โดย พลตำรวจตรี ประสงค์ เรืองเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ปฎิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อย่างเคร่งครัด ทั้งการปราบปราม การป้อวกัน ตามติดตามสกัดยาเสพติดที่จะเข้าสู่ประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มขยายสถานที่บำบัด ให้กับผู้ที่เคยหลงผิด เข้าไปเสพ และติด จนทำให้เกดอาการหลอน เสียประสาท โดยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ทหาร และโดยเฉพาะภาคประชาชน ที่เป็นหัวใจหลัก ในการสกัด ไม่ให้บุตรหลาน เข้าไปเสพ เข้าไปค้า โดยใช้มาตรการ ล้อมรั่วด้วยรัก จากผู้ปกครองทุกคน ร่วมด้วยช่วยกัน เชื่อว่า หากไม่มีคนเสพ เขาก็จำหน่ายยาเสพไม่ได้
      /////////
      ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผัวโหดทุบหัวเมียเสียชีวิตในวันเกิด – ตำรวจตั้งข้อหาหนัก

      แชร์เนื้อหานี้

      เกิดเหตุสลดในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เมื่อชายวัย 35 ปี ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดในคืนวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.00 น. นายสมัคร เมืองพิน หรือ “กึ้ม” ได้ทำร้ายร่างกายนางสาวพิกุลทอง ดาผา อายุ 43 ปี ภรรยาของตนเอง โดยใช้มือและเท้าทุบตีบริเวณศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

      หลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้นำร่างภรรยาส่งโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรแจ้งบุตรสาววัย 17 ปีของผู้เสียชีวิต ซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัด ว่าแม่ถูกทำร้ายร่างกายจนไม่รู้สึกตัว และต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมุกดาหาร

      อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ผู้เสียชีวิตสิ้นใจในเวลา 06.20 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของเธอ โดยบุตรสาวเปิดเผยว่า ตนเดินทางกลับมาทันหลังแม่เสียชีวิตไปแล้วเพียง 1 ชั่วโมง

      นายดาว คำวงษา อายุ 55 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายตนมักมีนิสัยรุนแรงเวลาเมา สุราเป็นสาเหตุหลักของปัญหา โดยก่อนหน้านี้นายกึ้มเคยมีแฟนหลายคน และคบหากับผู้เสียชีวิตมาราว 2 ปี ก่อนจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าในบ้านโนนเกษม ต.นิคมคำสร้อย ซึ่งตลอดระยะเวลามักมีปัญหาทะเลาะกันเป็นประจำ

      ภายหลังเกิดเหตุ นายกึ้มได้กลับมารอให้ตำรวจจับตัวที่บ้านเช่า โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาให้ถึงแก่ชีวิต

      เบื้องต้น พ.ต.ท. วัชรพล จันทรศรี พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย ได้แจ้งข้อหานายสมัคร เมืองพิน ในข้อหา “เจตนาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และควบคุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

      ข่าวอาชญากรรม #ความรุนแรงในครอบครัว #ผัวทำร้ายเมีย #มุกดาหาร #ข่าวภูมิภาค #วันเกิดกลายเป็นวันตาย #สถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย #ฆ่าภรรยา​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 การแข่งขัน บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) งบประมาณ 2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) เข้าร่วมแข่งขัน 27 ทีม

      แชร์เนื้อหานี้

      พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานนะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ที่ควบคุมงาน ฝอ.5 บก.อก.ภ.่่(งานประชาสัมพันธ์และงานแถลงข่าว) ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า

      วันที่ 8 พ.ค.68 เวลา 14.30 น.
      พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ให้โอวาทแก่ ทีมปราบไพรีอริศัตรูพ่ายทั้ง 2 ทีม ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการฝึกทบทวนและเตรียมความพร้อมการแข่งขันหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ระดับ บช. ของ ตร.( S.W.A.T.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเข้ารับการแข่งขันใน Stage 5 (Obstacle Course) สถานีข้ามสิ่งกีดขวาง มีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 27 ทีม ผลการแข่งขัน

      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 13
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 21
      การแข่งขันเสร็จสิ้น ผลรวม จำนวน 5 Stage ดังนี้
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม A ได้ลำดับที่ 5
      – ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ทีม B ได้ลำดับที่ 12

      โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.1, พ.ต.ท.กฤษณพงษ์ ชูตระกูล รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ชยากร บุญมา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.สมพร ลอยกระโทก สว.ฯ, ร.ต.อ.ศุภร ภาวมิ่งมงคล รอง สว.ฯ ส่วนควบคุม และ จนท.ส่วนปฏิบัติ จำนวน 2 ทีม พร้อมผู้สังเกตการณ์ ร่วมขอบคุณและรับโอวาทจากผู้บังคับบัญชา ณ ตำรวจภูธรภาค 1

      จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. ประธาน วันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบ72 ปี รับโล่รางวัล กก.ตชด.23 ปรามยาเสพติดดีเด่น

      แชร์เนื้อหานี้

      เมื่อวันที่ 6 สมาคม 2568​ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 เป็นประธานเป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณกองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
      กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23) ให้แก่หน่วยงาน, ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ขับเคลื่อนงานด้านยาเสพติด

      ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการใช้หลัก “การลดความต้องการการใช้ยาเสพติด และลดปริมาณยาเสพติดรวมทั้งดำเนินการกับ ผู้ค้ายาเสพติด อย่างเด็ดขาด” ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่าง ๆ และภาคประชาชน จึงต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเต็มกำลัง

      จึงมีนโยบายเน้นหนักด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในทุกมิติอย่างเป็นระบบ ด้านการป้องกันยาเสพติด ได้ดำเนินการนําผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล และการบำบัดด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน การเสริมสร้างให้ประชาชนและชุมชนเข้าใจ

      และรับรู้ปัญหายาเสพติดที่มีผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน ส่วนด้านการปราบปรามยาเสพติด

      ได้ดำเนินการจับผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์ผู้ค้าทุกระดับ เพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ

      อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ได้รับรางวัลผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด​ กก.ตชด.23 ได้รับโล่รางวัลการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

      พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด. 23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรวัฒน์ รางสาตร์ ผบ.ร้อย ตชด.236 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผบ.ร้อย ตชด.234 รับมอบโล่รางวัลจาก พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผบช.ตชด. จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
      🏆 กองกำกับการที่มีผลการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนดีเด่น (กก.ตชด.23)
      🏆 กองกำกับการที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (กก.ตชด.23)


      🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.236)
      🏆 กองร้อยที่มีผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดดีเด่น อันดับ 2 ประจำปี 2567 (ร้อย ตชด.234)การปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนตชด23สกลนครตชด236นครพนมตชด234มุกดาหาร

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

      ผบ.ตร. ประธานพิธีวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72


      .
      พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เป็นประธานีพิธีสดุดีและวางพวงมาลัยสักการะอนุสาวรีย์ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ก่อตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เนื่องในวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ครบรอบปีที่ 72

      โดยมี พล.ต.ท.นิตินัย หลังยาหน่าย ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) อดีต ผบ.ตร อดีต ผบช.ตชด. อดีตข้าราชการตำรวจ ตชด. แม่บ้าน ตชด. และข้าราชการตำรวจ ร่วมพิธีฯ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

      สำนักงานตำรวจแห่งชาติ Royalthaipolice เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงใหม่! รวบชายวัย 43 ปีทันควัน หลังวิ่งราวทรัพย์สาวโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่ อ้างตกงาน-พิการ

      แชร์เนื้อหานี้

      วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมนายปกรณ์ (ปกปิดนามสกุล )อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาคดีวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ หลังจากก่อเหตุชิงกระเป๋าสตางค์จากหญิงสาวในพื้นที่ช้างคลาน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง อ้างไม่มีอาชีพเพราะพิการ ต้องขอเงินพ่อใช้ชีวิต และนำเงินที่ได้จากการก่อเหตุไปซ่อมรถจักรยานยนต์

      โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าว ณ สภ.เมืองเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

      โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 07.00 น. บริเวณถนนระแกง ซอย 2 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 46 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ แจ้งว่า ขณะกำลังเดินไปซื้อกับข้าว ถูกชายสวมเสื้อดำ กางเกงดำ ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กระชากกระเป๋าแล้วหลบหนีไป

      ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนสามารถติดตามเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปกรณ์ ซึ่งเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยใช้วิธีเปลี่ยนเสื้อผ้าและขับรถวนหลบซ่อนตัวในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนจะถูกจับกุมได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านแม่สาใหม่ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

      เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      “ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ขอเน้นย้ำ เตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดให้หยุดพฤติกรรมเสียแต่ตอนนี้ เพราะทุกการกระทำผิดกฎหมายจะถูกติดตามและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมย้ำชัดว่า ‘เชียงใหม่เมืองปลอดภัย’ จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความสงบสุขของประชาชนเด็ดขาด

      ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย …

      ///สมจิตรแสงบัลลังค์รายงาน//

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเรตำรวจ ฉก.88 ร่วมกับ 32 เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ภายใน 3 เดือน เน้นใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด

      แชร์เนื้อหานี้

      วันนี้ (21 เมษายน 2568) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88) เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล , ผู้บัญชาการสำนักงบประมาณและการเงิน , ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

      , ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ , ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย/รอง ผอ.ฉก.88 , นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายความมั่นคง/รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผอ.ฉก.88 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/ผู้ช่วย ผอ.ฉก.88 , ผู้แทนฝ่ายตำรวจทุกหน่วย และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 32 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

      ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2568 เรื่อง การจัดตั้งกลไกอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งตำรวจ ทหาร ภาครัฐ เอกชน ฝ่ายปกครอง โดยตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (คณะกรรมการ ปชด.) มีศูนย์ปฏิบัติเฉพาะกิจ 4 ศูนย์ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ฉก.88) มี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นผู้อำนวยการฯ ทำหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมาและประเทศกัมพูชา

      ในที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ตามพื้นที่แนวชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา และแนวชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา และแนวทางการดำเนินการในการป้องกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยจะไม่ยอมให้กลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถูกจับกุมแล้วอ้างว่าตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

      โดยล่าสุดจากปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะฝั่งกัมพูชามีการกวาดล้าง 2 ครั้ง จับกุมคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งกลับประเทศรวมจำนวน 175 คน พบว่าทุกคนไม่ใช่เหยื่อการค้ามนุษย์ แต่เป็นคนที่มีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในไทยใน 4 ข้อหาใหญ่พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมทุกหน่วยงานครั้งแรก โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเน้นการใช้มาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” อย่างเคร่งครัด ได้แก่

      1. ป้องกันการลักลอบส่งเสา สาย ซิม โดยการตัดสายเคเบิ้ลผิดกฎหมาย ตัดเสาสัญญาณผิดกฎหมาย ปราบปรามซิมผี วิเคราะห์จุดที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์จาก IP address และที่ตั้งทางกายภาพ
      2. ตรวจสอบป้องกันการใช้บัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี โดยตรวจสอบสาขาของธนาคารที่มีการเปิดบัญชีม้าจำนวนมาก การถอนเงินจากธนาคารและตู้กดเงินสดตามแนวชายแดน การลักลอบขนเงินสดข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติและด่านศุลกากร และการวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโตเคอร์เรนซี
      3. ป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศไทยของชาวไทยและชาวต่างชาติตามแนวชายแดน เพื่อปิดกันไม่ให้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน

      นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เรียกว่า Cyber War ที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันทุกหน่วยงาน เชื่อว่าหากทุกหน่วยงานร่วมมือร่วมใจกันทำจริง และเด็ดขาดพอ จะทำให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 3 เดือน สมจิตร แสงบัลังก์ ภาพ/ข่าว