คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เปิดโครงการ “ตำรวจสีขาว” ตรวจปัสสาวะตำรวจในสังกัด 102 นาย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า ทางพลตำรวจโท พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7ได้จัดโครงการ “ตำรวจสีขาว” ของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจัดขึ้นตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต และปลอดจากยาเสพติดโดยมี พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ผกก.สภ. ในสังกัด และข้าราชการตำรวจ เข้าร่วม โครงการในการขับเคลื่อนนโยบาย “ตำรวจมืออาชีพ” ที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับประชาชน โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้กำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกันไม่ให้ข้าราชการตำรวจและลูกจ้างในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกรูปแบบ พร้อมปลูกฝัง

จิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อหน้าที่
สำหรับการดำเนินโครงการในครั้งนี้ มีข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน 102 นาย นำโดย ผู้บังคับการฯ และรองผู้บังคับการฯ นำข้าราชการตำรวจเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะโดยมีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานของตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อให้กระบวนการตรวจเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคม

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการติดตามพฤติกรรมและเฝ้าระวังข้าราชการตำรวจอย่างใกล้ชิดผ่านผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือการประพฤติตนที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร
โครงการตำรวจสีขาวถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการเสริมสร้างองค์กรตำรวจให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม สอดคล้องกับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสร้างองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ พร้อมยืนยันว่าการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจะเริ่มต้นจากการดูแลบุคลากรภายในองค์กรให้ปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริง
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /สะเทือนเชียงราย !! กรมปกครอง-DSI “กวาดล้างทะเบียน G เทา” จับกุมอดีตปลัดอำเภอและเครือข่าย 8 ราย เร่งล้างข้อมูลทุจริต

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 18 มิ.ย. 2569) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผม.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย หน่วยร่วมปฏิบัติฯ และข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องฯ แถลงข่าวปฏิบัติการทลายเครื่อข่ายทุจริตสวมสิทธิ G-Code อ.เวียงแก่น

ณ ที่ หอประชุม ภ.จว.เชียงราย วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. กรมการปกครองร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ท. และฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หลังพบขบวนการทุจริตนำบุคคลต่างด้าวสวมสิทธิเป็นนักเรียนในทะเบียนอักษร G เพื่อขอจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ

ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยสามารถจับกุมอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่นได้ 1 ราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) 2 ราย และผู้สวมสิทธิอีก 5 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารสำคัญ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และเอกสารทะเบียนนักเรียนอักษร G ระหว่างปีการศึกษา 2562-2568 จำนวน 491 ราย

คดีนี้สืบเนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจความมั่นคงและพบชายต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ พร้อมเงินสดจำนวน 140,000 บาท โดยให้การว่าจะนำมาใช้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ส่งผลให้ข้อมูลถูกส่งต่อไปยัง DSI เพื่อขยายผลสืบสวน

ผลการตรวจสอบพบความผิดปกติของทะเบียนนักเรียนอักษร G ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โดยมีการใช้รหัสทะเบียนซ้ำกันหลายครั้ง บางรายพบการใช้เลขทะเบียนซ้ำสูงถึง 11 หมายเลข และมีการนำบุคคลต่างด้าวมาสวมสิทธิเป็นนักเรียน เพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดทำแบบสำรวจบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89) และขอออกบัตรประจำตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมา คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ของกรมการปกครอง ร่วมกับ DSI ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบการสวมตัว สวมสิทธิในทะเบียนนักเรียนกลุ่ม G จำนวนมาก จึงขยายผลร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยตรวจสอบข้อมูลภาพใบหน้าและลายนิ้วมือของผู้ต้องสงสัย 38 ราย พบอย่างน้อย 6 รายถือหนังสือเดินทางต่างประเทศ ประกอบด้วยสัญชาติจีน 2 ราย เมียนมา 3 ราย และเวียดนาม 1 ราย

การสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ และสมาชิก อส. อีก 2 ราย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือการกระทำความผิด จนเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ กรมการปกครองได้มอบอำนาจให้ชุดสืบสวนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เวียงแก่น จนนำไปสู่การออกหมายจับรวม 22 ราย จำนวน 27 หมายจับ ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น 1 ราย สมาชิก อส. 2 ราย และผู้สวมสิทธิอีก 19 ราย

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายเตรียมดำเนินการเพิกถอนและจำหน่ายรายการทะเบียนที่ได้มาจากการทุจริตทั้งหมด พร้อมตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิในฐานะบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่อาจได้รับสิทธิโดยมิชอบ รวมถึงดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และส่งข้อมูลให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

กรมการปกครองยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎร และป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาประโยชน์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและสิทธิของประชาชน…

กรมการปกครอง ร่วมดีเอสไอ แถลงข่าวใหญ่ “กวาดล้างทะเบียน  Gเทา”ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กอักษร G เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทางทะเบียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา๑๑.๐๐ น.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นายนฤชา โฆษนาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำตรวจแห่งชาติ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  แถลงข่าวผลการปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน    G  เทาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

สืบเนื่องจากตำรวจตั้งด่านตรวจความมั่นคงช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ ตรวจพบชายต่างด้าวลักลอบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามาในประเทศไทย จากการตรวจค้นพบเงินสด จำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บาท โดยชายต่างด้าวอ้างว่านำมาใช้ในการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน จึงได้ส่งส่งข้อมูลดังกล่าวให้ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ ๕ กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบสวนพบข้อมูลต้องสงสัยว่ามีการทุจริตจัดทำทะเบียนนักเรียนที่ขึ้นตันด้วยตัวอักษร G เนื่องจากพบว่านักเรียนหนึ่งคนแต่มีรหัสนักเรียนอักษร G มากถึง ๑๑ หมายเลข และมีการนำบุคคลต่างด้าวมาดำเนินการสวมทะเบียนนักเรียนเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทางทะเบียน ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย จำนวน ๔ ราย

จึงได้ส่งข้อมูลให้กรมการปกครองตรวจสอบเพื่อยืนยันการกระทำผิดกรมการปกครอง มอบหมายคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.C.C.E.)โดยชุดปฏิบัติการสืบสวนตรวจสอบและลงพื้นที่ร่วมกับกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการพิสูจน์ทราบการกระทำผิดดังกล่าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบมีการทุจริตสวมตัวจัดทำบัตรประจำตัวบุคคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ขึ้นตัน
ด้วยเลข o) จำนวนมาก ซึ่งเป็นการทุจริตจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (กลุ่มนักเรียน G)

ซึ่งมิใช่เจ้าของทะเบียนนักเรียนที่แท้จริง มาสวมรายการนักเรียนที่ขึ้นต้นด้วยอักษร G และยังตรวจพบว่ามีการใช้รายการ G  Code ซ้ำกับบุคคลเติมเพื่อนำบุคคลต่างต้าง มาสวมสิทธิในการจัดทำแบบสำรวจรายการบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ ๘๙) และจัดทำบัตรครั้งแรก จำนวน ๙ รายจากนั้น กรมการปกครอง จึงได้ประสานธ์ต่อต้านการร้อโกรรรอนใหน์ (ACS) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการประสานความร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ

ของบุคคลต้องสงสัย จำนวน ๓๘ ราย โดยปรากฎข้อเท็จจริงว่า พบบุคคลข้างต้นมีหนังสือเดินทาง (Passport)ของประเทศอื่น จำนวน ๖ ราย ได้แก่ สัญชาติจีน จำนวน ๒ ๒ ราย สัญชาติเมียนมา จำนวน ๓ ราย และสัญชาติเวียดนามจำนวน ๑ รายเช่นนี้ จาการลืนธรรมพบว่า การบุติตามตัามตัวกนักเรียม G จำนวม สอร รายทั้งกลังเล่าวะ ได้กราาโดยอตีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย ในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ ซึ่งมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จำนวน ๒ ราย เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ร่วมกันกระทำความผิดฐานกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ

ตามมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ กรมการปกครอง จึงได้มอบอำนาจให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเป็นคดีอาญาที่ ๒๓๐/๒๕๖๙ คดีอาญาที่ ๒๓๑/๒๕๖๙ และคดีอาญาญาที่ ๒๓๖/๒/๒๕๖๙ของสถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น นำมาสู่การออกหมายจับบุคคล จำนวน ๒๒ ราย (หมายจับ ๒๗ หมาย

ได้แก่(๑) อดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย จำนวน ๓  หมาย
(๒) สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อ.เวียงแก่นจ.เชียงราย จำนวน ๒ ราย จำนวน ๕ หมาย และ (๓) บุคคลที่สวมตัว จำนวน ๑๙ ราย จำนวน ๑๙ หมาย เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๖๙ ภายใต้การอำนวยการของ๑. นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง๒. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ๓. นายชูชีพ พงษ์โชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายโดยชุดปฏิบัติการร่วม ๕ หน่วยงาน ได้แก่๑. กรมการปกครอง นำโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงทำงานDOPA N.I.C.E.๒. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผบ.ตร.๓. กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย พ.ต.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธิ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค๔. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำโดยนายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตโนภาครัฐ ๑๕. ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงรายได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” นำหมายจับและหมายค้น ดำเนินการเข้าทำการจับกุม ได้แก่๔ อดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จำนวน ๑ ๑ ราย6. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน ๒ รายบุคคลผู้สวมรายการ จำนวน ๕ รายโดยได้นำตัวผู้ถูกจับกุมข้างต้นส่งพนักงานสอบสวนอีกทั้ง ได้ทำการตรวจคันตามหมายค้น จำนวน ๖ จุด ได้แก่๑. บ้านภรรยาอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น ณ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จากการตรวจค้นพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เอกสารคำขอลงรายการสัญชาติไทยหนังสือรับรองการเกิด คำขอจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุเกิน ๑๕ ปี ที่ดำเนินการแล้วแล้วและอยู่ระหว่างรอดำเนินการจำนวนมาก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (CPU) จำนวน ๑ ๑ เครื่อง กล้องวงจรปิด จำนวน ๓ ตัว และอุปกรณ์เก็บความจำ (Memory Card) จำนวน ๔ ชิ้น


       ๒. บ้านพักสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รายที่ ๑ ณ ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน ๑ เครื่อง ในบ้านพัก พบรายชื่อบุคคล ไม่มีสถานะทางทะเบียน เอกสารคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย หนังสือรับรองการเกิด คำขอจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่มีอายุเกิน ๑๕ปี ที่ดำเนินการแล้วและอยู่ในระหว่สงรอดำเนินการเป็นจำนวนมาก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซีพียู จำนวน๑ เครื่อง กล้องวงจรปิด จำนวน๓ตัว และอุปกรณ์ความจำ  Memory Card  จำนวน ๔ชิ้น  ๒.บ้านพักสมาชิกอาสารักษาดินแดนรายที่ 1 ณ ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือจำนวน ๑ เครื่อง ๓ บ้านพักสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนรายที่ ๒ ณ ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่นจากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือจำนวน ๑ เครื่อง ๔ .กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเวียงแก่น ณม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จากการตรวจค้นไม่พบเอกสารที่เกี่ยวข้อง  ๕. บ้านพักบุคคล ๓ รายการตำบลโชคชัย อำเภอดอยหลวง  จากการตรวจค้นพบบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนจำนวน ๒ใบและโทรศัพท์มือถือจำนวน ๒ เครื่อง  ๖.ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่นตำบลม่วงยายอำเภอเวียงแก่นจากการตรวจค้นพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำทะเบียนนักเรียนที่มีอักษรG ระหว่างปีการศึกษาพ.ศ ๒๕๖๒ ถึง ๒๕๖๘ได้แก่ใบสมัครเรียนทะเบียนนักเรียนที่มีอักษร  G และผลการเรียนจำนวน ๔๙๑ รายจังหวัดเชียงรายจะดำเนินการยกเลิกถอนจำหน่ายรายการที่ทุจริตทางทะเบียนและตรวจสอบรายการผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดรวมดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทุกราย ตลอดโครงการทุจริตทางทะเบียนดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานส่งให้สำนักงานปปง.ดำเนินการตรวจสอบต่อไป
การต่อต้านภัยความมั่นคงครั้งนี้ ยังจะการดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยความละเอียดรอบครอบและตรงไปตรงมา

ทั้งการกำหนดมาตรการในการป้องกับการทุจริตทางทะเปียนและบัตรประจำตัว เพื่ออุดช่องว่างทุจริตทางทะเบียนต่างด้าวเป็นความผิดมูลฐานส่งให้สำนักงานปปง.เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป การแก้ไขระเบียบกฎหมายให้เท่าหันวิธีการทุจริตทางทะเปียนในปัจจุบัน การพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้  การต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้จะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยความละเอียดรอบคอบตรงไปตรงมาทั้งการกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวเพื่ออุดช่องว่างทุจริตโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจจับความผิดปกติในการดำเนินการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวรวมถึงการปราบปรามทุจริตอย่างเข้มข้นจนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากพื้นแผ่นดินไทยจะไม่ยอมให้ใครมาฉวยโอกาสของงานทะเบียนมาทำร้ายประชาชนแม้แต่รายเดียว.
ธนกฤต วรรมณีผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 แถลงผลปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผล ปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ หลังอดีตพยาบาลเกษียณถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้น พื้นที่ สภ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และคืนเงินให้ผู้เสียหายคดีออนไลน์ 5 คดี รวมกว่า 3.14 ล้านบาท ตามโครงการ “Money Cash Back”

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวคดีสำคัญ ศปอส.ภ.5 และ สภ.แม่สะเรียง เปิดปฏิบัติการ “สกัดม้า 17 ล้าน” จับผู้ต้องหา 14 รายทั่วประเทศ หลังอดีตพยาบาลเกษียณถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นผ่าน Facebook และแอป CAPFAST ตั้งแต่เดือน ต.ค.68 สูญเงินกว่า 17.6 ล้านบาท โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบัญชีม้า 35 บัญชี พร้อมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

และผลการดำเนินการตามโครงการ “Money Cash Back” คืนเงินให้ผู้เสียหายคดีออนไลน์ 5 คดี รวมกว่า 3.14 ล้านบาท หลังสามารถอายัดเงินและจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าได้ในหลายพื้นที่ โดยคดีส่วนใหญ่เป็นการแอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร การไฟฟ้า และหลอกลงทุนหรือหางานต่างประเทศ ก่อนโอนเงินคืนให้ผู้เสียหายโดยตรง ดังนี้

  • สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง คืนเงินผู้เสียหาย 1.7 ล้านบาท
  • สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ จับเครือข่ายบัญชีม้า คืนเงิน 290,000 บาท
  • สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 250,000 บาท
  • สภ.แม่กา จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 410,000 บาท
  • สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ คืนเงินผู้เสียหาย 499,900 บาท

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สมชาย เขียวจักร์ ผทค.ตร. ปรท.รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.สส.ภ.5 และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่..

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / โรงพักกระทุ่มแบนแห่งใหม่!!ฤกษ์งามยามดีบนเนื้อที่ กว่า2ไร่ ในซอยสุคนธวิท 25 งบกว่า 40 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

“รายงานพิเศษ”โรงพักกระทุ่มแบนแห่งใหม่!!ยกระดับบริการ ” เพื่อให้เป็นโรงพักของประชาชน”ฤกษ์งามยามดีบนเนื้อที่กว่า2ไร่ ในซอยสุคนธวิท 25 ด้วยงบประมาณกว่า40ล้านบาทในการก่อสร้างสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนแห่งใหม่ ได้

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการกับประชาชน โดยพลตำรวจโท พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบนแห่งใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัด.จังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมพิธีได้จัดให้มีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นศิริมงคล ก่อนร่วมกันในการตัดริบบิ้นเปิดป้ายอาคารอย่างเป็นทางการ

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า อาคารแห่งใหม่นี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการยกระดับการบริการประชาชน ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนมาก

ขึ้นพ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผู้กำกับการ สภ.กระทุ่มแบน เปิดเผยว่า อาคารเดิมมีอายุกว่า 100 ปีแล้วและมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อภารกิจปัจจุบัน จึงได้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่บนพื้นที่ที่ได้รับจากภาคเอกชน สร้างตึก 4 ชั้น ใช้งบประมาณกว่า 41 ล้านบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

ทั้งนี้ การเปิดใช้อาคารแห่งใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “โรงพักเพื่อประชาชน” เพื่อคอยอำนวยความสะดวกสบายให้กับประชาชนอย่างดีที่สุดต่อไป
ทีมข่าวสมุทรสาคร

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยม สภ.ห้วยยาง รับมอบเสื้อเกราะจาก กต.ตร.ชื่นชมการดำเนินโครงการชุมชนยั่งยืนฯ พร้อมลุยโครงการ “ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน”

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ คุณณัฐนิช แหวนเพ็ชร ชิ้นทอง ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะ กต.ตร.สภ.ห้วยยาง พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง ให้การต้อนรับ โดยได้รับมอบเสื้อเกราะ จากคณะ กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ที่นำมา สนับสนุนให้กับ สภ.ห้วยยาง จำนวน 10 ชุด

ผบช.ภ.7 ได้ชมเชยโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด(ชุมชนยั่งยืน) ของ สภ.ห้วยยาง และ สั่งการให้ สภ.ห้วยยาง ขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน ตามนโยบาย ผบ.ตร. 1 6 9 อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ

พิทักษ์และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ให้ถือภารกิจ ถปภ. เป็นสำคัญ และหมั่นฝึกฝนยุทธวิธีตำรวจอยู่เสมอ ตั้งมั่นบริหารงานสถานีตำรวจให้ดีอยู่เสมอ เพื่อพี่น้องประชาชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับสวัสดิการต่างๆให้กับผู้บังคับบัญชาด้วย

ทั้งนี้ ประธานชมรมแม่บ้าน ตร.ภ.7 ได้ประชาสัมพันธ์โครงการ “ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน” เพื่อสนับสนุนงานครอบครัวตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
///////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และ สภ.เมืองเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

1 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมชายก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อน 3 ราย ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก ต่อเนื่องพื้นที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ สภ.เมืองเชียงรายโดยมี พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่

กรณีเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ พบศพนายบุญเรือง ชายเร่ร่อน อายุ 51 ปี ถูกแทงคอและเผาอำพรางใต้สะพานรัตนโกสินทร์ และต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2569 สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ พบศพนายโจ้ ชายเร่ร่อน อายุ 46 ปี ใต้สะพานขัวสลีเวียงพิงค์ต่อมา สามารถติดตามจับกุมนายปะแนะ อายุ 31 ปี ที่อยู่ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ผู้ก่อเหตุ ได้ที่บริเวณหน้าตลาดช้างเผือก จ.เชียงใหม่ และให้การรับสารภาพก่อเหตุฆ่าชายเร่ร่อน 2 ราย ของทั้ง สภ.ช้างเผือก และ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

ตามวันเวลาดังกล่าว และได้ซักถามขยายผล จนนายปะแนะฯ ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุฆาตกรรมชายเร่ร่อนอีก 1 ราย เหตุเกิด ริมถนนสาธารณะสิงหไคล ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายปะแนะฯ ได้กระทำผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย” นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก อบจ.นครปฐม มอบเงิน ตร.ภูธรจ.นครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบเงินอุดหนุนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ช่วยป้องปรามอาชญากรรม บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งความหรือดำเนินคดีต่างๆ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม มอบเงิน-สิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้

“ ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม มอบเงิน-สิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจพล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ
รอง ผบช.ภ.7พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม

คุณปุญภา อุปพงษ์ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผลผกก.สภ.ดอนตูมพ.ต.ท.สมยศ ทรัพย์จรัสแสงรอง ผกก ป.สภ.ดอนตูมพ.ต.ท.ทักษิณ ทองดี

สว.อก.สภ.ดอนตูมว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวมสวป.สภ.ดอนตูม
คุณสุธาสินี ตุมรสุนทรคุณกิ่งแก้ว ศุภผลคุณนิยม ฆ้องรัตนพรชัย
สมาชิกแม่บ้าน ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม

ร่วมตรวจเยี่ยม ด.ต.วรรณลภย์ บุญพันธ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ดอนตูม ข้าราชการฯตำรวจสังกัด ภ.จว.นครปฐม ที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน เพื่อตำรวจที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่”

ในการนี้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7 ได้มอบเงินสวัสดิการข้าราชการตำรวจ จำนวน 5,000 บาท และคุณปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มอบเงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นมามอบให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คืบหน้าคดี สูติบัตรทิพย์ โคราช สอบพยานแล้ว 4-5 ปาก พบผู้เกี่ยวข้อง 27 ราย คาดส่งสำนวน ป.ป.ช. ต้นเดือนหน้า

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา ความคืบหน้ากรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎร มีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาทนั้น

ล่าสุด วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี

เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าวจำนวน 27 ราย และได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 4-5 ปาก ซึ่งทุกปากคำล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างเรียกพยานเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมเอกสารหลักฐานสำคัญ เพื่อให้คดีมีความรัดกุมมากที่สุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้มีกระแสข่าวว่าลักษณะการกระทำผิดอาจเกิดขึ้นในพื้นที่เทศบาลอื่น แต่หากหน่วยงานใดตรวจพบความผิดปกติ ขอให้นำข้อมูลมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที

สำหรับความยากง่ายของคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการปกติ เพียงแต่เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและโปร่งใสทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีอาญา หรือบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย

สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโทรแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไรก็ตาม คาดว่าการรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำสำนวนคดี จะแล้วเสร็จและส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาได้ ไม่เกินช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมชาวจีนหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงออนไลน์และหญิงไทย ทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า รวมทั้งหมด 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปฏิบัติคดีอาชญากรรมออนไลน์ ของ ชุด PCT ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมชาวจีนหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงออนไลน์และหญิงไทยทำหน้าที่จัดหาบัญชีม้า รวมทั้งหมด 3 ราย ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ข่มขู่ กักขัง หน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ผู้เสียหาย ทำธุรกรรมรับโอนเงินจากบัญชีม้าหลายครั้ง

โดยมี พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมแถลงผลการจับกุมณ ห้องประชุม สภ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่โดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ใช้วิธีโพสต์ประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลอกลวงผู้เสียหาย

ให้ติดต่อและนัดพบในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนพาไปกักขัง ข่มขู่ และบังคับให้มอบโทรศัพท์มือถือพร้อมแอปพลิเคชันธนาคาร เพื่อใช้บัญชีเป็นบัญชีม้ารับโอนเงินจากการกระทำความผิดจากนั้นนำเงินไปซื้อสินค้า เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแปลงเป็นเงินสดและทรัพย์สินอื่น เพื่อกระจายต่อในเครือข่าย เมื่อบัญชีถูกอายัดจะปล่อยตัวผู้เสียหายพร้อมให้ค่าตอบแทน โดยมีการติดต่อสื่อสารและวางแผนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม เร่งติดตามคดีเสียชีวิตจากศัลยกรรม สั่งรวบรวมพยานครบถ้วน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เม.ย.69เวลา 14.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์บก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรงรอง ผบก.กค.ภ.7 ปฏิบัติราชการรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พ.ต.อ.อุดมชาติ ทองไซร้ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนฯ
พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติผกก.สภ.เมืองนครปฐมว่าที่ พ.ต.อ.วันนิวัติ ปัญญาวานิชกุลผกก.(สอบสวน) กตค.บก.กค.ภ.7

ช่วยราชการ สภ.ในสังกัด ภ.จว.นครปฐมพ.ต.ท.ภัฎ อินเถลิงศักดิ์รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุลรอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐมและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีเหตุเสียชีวิต

จากการทำศัลยกรรมในคลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและปรากฏข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้างนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ได้กำชับและเร่งรัดพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี

ให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทุกประการอย่างครบถ้วน อาทิ พยานบุคคล พยานเอกสาร เวชระเบียน และพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้พบกันบิดาและน้องชายของผู้เสียชีวิต ที่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี จึงได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนและความคืบหน้าทางคดี เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตมีความพอใจพึงพอใจและขอบคุณในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นธรรม

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนมีการแจ้งความคืบหน้าทางคดีอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชารวมถึงผู้เสียหายทราบเป็นระยะ เพื่อพิจารณาสั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปณ ห้องประชุม ชั้น 3 สภ.เมืองนครปฐม
ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.นครปฐมจับมือศิลปากร เสริมความรู้ป้องกันอาชญากรรม–รับมือเหตุกราดยิง สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมศ.ดร.คณิต เขียววิชัย
คณบดีคณะศึกษาศาสตร์อ.ดร.เอกชัย ภูมิระรื่นรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและพันธกิจเพื่อสังคมผศ.ดร.วชิระ จันทราชรองคณบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและนิเทศสัมพันธ์

พร้อมด้วยพ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติผกก.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม

พ.ต.ท.นิวัติ อินโอสถสวป.(ชส) สภ.เมืองนครปฐมข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐมคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากร จำนวน 140 คน

ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเพื่อให้ความรู้ในโครงการ “แนวทางการจัดการและป้องกันเหตุอาชญากรรม” ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรและนักศึกษา ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิด

เหตุอาชญากรรม รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เหตุกราดยิง (Active Shooter) ในการพัฒนาศักยภาพด้านการสังเกต วิเคราะห์

และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเข้มแข็งภายในสถานศึกษา

ในการนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้มอบใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไปณ ห้อง

ประชุมหลวงพ่อวัดไร่ขิงอุปถัมภ์ชั้น 5 อาคารศึกษาศาสตร์ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จว.นครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศ ประเมินสภาพการจราจร ขาเข้า กทม. เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้ร่วมกันขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศ เพื่อตรวจความเรียบร้อยและติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งประเมินสภาพการจราจร ขาเข้า กทม. เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว คาดว่าจะมีปริมาณรถของประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก

และได้บินตรวจสอบสภาพการจราจรและความเรียบร้อยบริเวณรอบคูเมืองและบริเวณศูนย์การค้าเมญ่า (สี่แยกรินคำ) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวรวมตัวกันอย่างหนาแน่น เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดแก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาลและ ผบ.ตร.

นอกจากนี้ ยังได้ทำการบินสำรวจจุดความร้อนและพื้นที่เกิดไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ (อ.ดอยสะเก็ด, แม่ออน และอื่นๆ) เพื่อนำข้อมูลมุมสูงมาบูรณาการวางแผน และหาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ตลอดจนฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกขาม จัดทำโครงการชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม ปี พศ.2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8เมษายน พ.ศ.2569 เวลา9.00น ที่สภ.โคกขาม จัดทำโครงการชุมชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมประจำปีงบประมาณปี พศ.2569พ.ต.อ.จักรพงศ์ ตราบดี ผกก.สภ.โคกขาม
พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม หัวหน้าวิทยากร
พ.ต.ท.มานะ พราหมณีสวป.สภ.โคกขาม บรรยายภัยออนไลน์พ.ต.ท.วิษณุกร ยังจันอินทร์ สว.อก.สภ.โคกขามบรรยาย จิตอาสาสถานีตำรวจภูธรโคกขาม

  1. หลักการและเหตุผล ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (Community Policing) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบกับสถานการณ์อาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งมุ่งเน้นให้ประชาชนมีจิตสาธารณะ มีความเสียสละ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนของตนเอง
    จะดังนั้น การป้องกันอาชญากรรมจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการปลูกฝังจิตอาสาในการดูแลสังคม สถานีตำรวจภูธรโคกขาม จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
  1. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรม
    2.2 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส
    2.3 เพื่อเสริมสร้างจิตอาสาและจิตสาธารณะในการดูแลชุมชน
    2.4 เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน
    2.5 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชน
    ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 รวบโจรควงปืนชิงทองห้างนครปฐม ทอง 23 เส้น หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีกบดาน ย่านบ้านแพ้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7 พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7

พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง

ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมพร้อมของกลางใน

คดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัวจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และ

หลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมเขี้ยวเล็บ ตร.สายตรวจ!!ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร มอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ 125 คัน พร้อมหมวกและกล้อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่บริเวณหน้าอาคารศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ประจำรถ ให้แก่สถานีตำรวจภูธรในสังกัดทั้ง 5 แห่ง เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยมี พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.อ.ทินกร รังรื่น ผกก.ฝอ.ภ.จว.สมุทรสาคร,พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รอง ผกก.ป.สภ.กระทุ่มแบน,พ.ต.ท.สุพจน์ จันทร์หอม รอง

ผกก.ป.สภ.บ้านแพ้ว,พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.ป.สภ.โคกขาม,พ.ต.ท.อภิวิทย์ แจ่มแจ้ง รอง ผกก.สภ.บางโทรัด,พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ในการนี้ ผู้บังคับการฯ และคณะ ก็ได้ร่วมกันมอบหมวกกันนิรภัยให้แก่สายตรวจ ก่อนที่จะทำการปล่อยรถจักรยานยนต์สายตรวจของแต่ละสถานีฯพล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) และ พล.ต.ท.พิสิฐ ตัน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ที่ต้องการจัดสรรยานพาหนะและอุปกรณ์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครได้รับการจัดสรรรถจักรยานยนต์สายตรวจ ทดแทนจำนวนทั้งสิ้น 125 คัน พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ หมวกนิรภัย

กล้องบันทึกภาพ และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งจำแนกเป็น 1. สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 50 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 100 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 100 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง, 2. สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 34 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 68 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 68 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,3.สถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 14 คัน

หมวกนิรภัย จำนวน 28 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 28 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,4.สถานีตำรวจภูธรโคกขาม ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 15 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 30 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 30 ชุด และ อุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง,5.สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด ได้รับรถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คัน หมวกนิรภัย จำนวน 24 ใบ กล้องบันทึกภาพ จำนวน 24 ชุด และอุปกรณ์เชื่อมต่อแท่นชาร์จถ่ายโอนข้อมูล จำนวน 1 เครื่อง

พล.ต.ต.ธีระเดช กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า การมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการออกตรวจพื้นที่ การเข้าถึงเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่
ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ทล. ให้ข้าราชการตำรวจ หมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธี อย่างสม่ำเสมอ

แชร์เนื้อหานี้

เพราะความปลอดภัยของประชาชน เริ่มต้นที่ความพร้อม
​ ตามนโยบายของ ผบก.ทล. ที่เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจหมั่นฝึกฝนอาวุธและยุทธวิธีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มทักษะและความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่

พ.ต.ท. ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำทีมข้าราชการตำรวจในสังกัด ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. เข้ารับการฝึกทบทวนการใช้อาวุธปืน แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และยุทธวิธีตำรวจทางหลวง ณ ลานหน้าสถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม

โดยมี จ.ส.ต.จักรกฤษณ์ ยินดี และ ส.ต.ท.นันทวัฒน์ สมบูรณ์บดีบุตร ร่วมเป็นครูฝึกถ่ายทอดทักษะในครั้งนี้ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ตร.ทางหลวงนครปฐม จัดประชุมประจำเดือน ณ ห้องประชุม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.

แชร์เนื้อหานี้

ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. (ตำรวจทางหลวงนครปฐม) จัดประชุมประจำเดือน ณ ห้องประชุม ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำโดย
​ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สวญ.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.

ร.ต.อ.ชูศักดิ์ สุนทรแสง รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
ร.ต.อ.อักฤทธิ์ สมพร รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล.
กำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้ยึดแนวทางตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

พร้อมมอบรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีผลงานดีเด่น ประจำเดือน ก.พ. 69 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจพิธีมอบเข็มและประดับยศให้แก่ ว่าที่ ร.ต.ต. (หมวดใหม่) จำนวน 4 นาย ในโอกาสเลื่อนตำแหน่ง
ตำรวจทางหลวง

พร้อมมุ่งมั่นทำงานเพื่อความปลอดภัยของประชาชนบนท้องถนนอย่างเต็มความสามารถทำทุกอย่างด้วยสำนึก เพราะเราคือตำรวจทางหลวง
​ สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดตำนาน แก๊ง จี5 วัยรุ่นโคราชยิงปืนกลางเมือง ยึดปืน 5 กระบอก มีด 3 เล่ม หลังไล่ล่ายิงกันเจ็บ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นม ,พ.ต.อ. อโณทัย จินดามณี รอง.ผบก.ภ.จว.นม ,

พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก สภ.เมืองนครราชสีมา , พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง.ผกก.สส.ภ.จว.นม ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊ง g5 วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันกลางเมืองโคราช พร้อมของกลาง ปืน ไทยประดิษฐ์ 5 กระบอก มีดยาว 3 เล่ม มอเตอร์ไซค์ 5 คัน

ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันในเขตตัวเมือง หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณซอยลำปรุ 2 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับชุดสืบสวน บก.สส.ภ.3 และ สภ.เมืองนครราชสีมา เร่งติดตามผู้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนและหลังเกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งมีทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักเรียนอาชีวะ เคยมีปัญหากันมาก่อน ก่อนจะมาพบกันบนถนนและเกิดการไล่ยิงกัน

เจ้าหน้าที่จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย 5 จุด พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนรวม 5 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนปากกา ขนาด .39 จำนวน 4 กระบอก และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 อีก 1 กระบอก พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย

มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอความร่วมมือผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และหากประชาชนพบเบาะแสหรือข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โคราช จับยาเสพติดรวม 5 คดี พร้อมของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1.5 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดและร่วมแถลงการจับกุมและกวาดล้าง ขบวนการภายในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ที่บริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่และรายย่อย รวมทั้งการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์จากผู้ให้การสนับสนุน
หรือเกี่ยวข้องในทุกระดับ

โดยปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดฯ ได้บูรณาการ สนธิกำลังตรวจยึด/จับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 6,000 เม็ด สภ.ห้วยแถลง เมื่อ 27 ม.ค.69 จึงขยายผลไปจับ ผู้ต้องหา 3 คนพร้อมยาบ้า 10,000 เม็ด สภ.บัวใหญ่ เมื่อ 28 ม.ค.69 และขยายผลยึดยาบ้า 20,000 เม็ด สภ.กระสัง

เมื่อ 30 ม.ค.69 นั้น ได้ขยายผลต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวเพิ่มอีก 5 คดี ซึ่งการจับกุมได้ตรวจพบของกลางเป็นยาบ้าจำนวน รวมประมาณ 326,222 เม็ด ยึดทรัพย์สินเป็นประเภทรถที่ใช้ก่อเหตุและผู้ต้องหาอีก 6 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งหมดเราราว 1.5 ล้านบาท

แจ้งดำเนินคดี ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)หรือยาบ้า โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยไม่ได้รับอนุญาตฯพล.ต.ต.ณรงศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับ 5 คดีนี้มีการจับกุมยาเสพติด มีการขยายผลจากคดีเก่า ซึ่งนำไปสู่การจับกุม ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้อง

ประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ
ผู้ค้า ในสถานประกอบการและอาศัยสถานประกอบการในการกระทำความผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 , สายด่วน 191, Application Police I lert U และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

นครราชสีมา สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปราบปรามจับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นเพื่อให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติด และลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.5 แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติด ของ ภ.จว.ลำปาง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน ยาบ้า 2,800,000 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดรายสำคัญ ของ ภ.จว.ลำปาง กรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สภ.เวียงมอก จ.ลำปาง ร่วมกับ ศูนย์สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 5 คนพร้อมด้วย รถยนต์ 3 คัน และยาเสพติดของกลางยาบ้า 2,800,000 เม็ด

โดยมี นายพัชระ สิมะเสถียร รอง ผวจ.ลำปาง, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผอ.ปปส.ภาค 5,
นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย นายอำเภอเถิน จ.ลำปาง และฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 ร่วมแถลงผลการจับกุม ณ ลานแถลงข่าวตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ถ.ลำปาง – แจ้ห่ม ต.ต้นธงชัย อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ซักซ้อมแผนเผชิญใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส

เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา” ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ได้เกิดเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในสถานศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

อำเภอกำแพงแสนตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน จึงกำหนดจัดการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีบุคคลใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสถานศึกษา

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทางด้าน พันตำรวจเอก ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน

พร้อมด้วย พันตำรวจโท ยศพงศ์ พันธุ์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกำแพงแสนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ได้ถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบช.ภ.3 เป็นประธานเปิดป้าย “สภ.คง” มอบโล่–ใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายสถานีตำรวจภูธรคง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อยและอบอุ่น

ภายในงาน พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ อนันต์ดิลกฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคง พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนเข้าสู่พิธีการตามลำดับขั้นตอน อาทิ การกล่าวรายงาน

การเปิดป้ายสถานี และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีอุปการคุณและภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนการจัดทำป้ายสถานีตำรวจ อาทิ คุณกุสุมาวดี อัดทวีคูณ”ประธานกรรมการ บริษัท อินฟินิตี้ดีไซน์ จำกัด และ ชมรมมิตรภาพ 44

การจัดพิธีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความพร้อมและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหน่วยงาน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่

รวมทั้งเป็นการขอบคุณภาคเอกชนและเครือข่ายภาคประชาชนที่มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพื้นที่อีกด้วย.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ที่ 70 ที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 8 ก.พ.69 เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ
ผบช.ภ. 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม

ออกตรวจหน่วยเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 70 และหน่วยเลือกตั้งที่ 74 ณ สมาคมตั้งศรี ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อย รายงานเหตุการณ์ปกติ

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยในการจัดการเลือกตั้ง ต้อง สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐมตรวจร้านค้าทองเพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 5 ก.พ.69เวลา 17.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.ท.ยศพงศ์ พันธุรอง ผกก.ป.สภ.กำแพงแสนพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.ไชยวัฒน์ ทองคงหาญสวป.สภ.กำแพงแสนตรวจร้านค้าทองภายในห้างสรรพสินค้าโลตัสสาขากำแพงแสนพบสาย

ตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เขต 1 อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราความปลอดภัยในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ให้คำแนะนำผู้ประกอบการร้านค้าทองเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ โดยเฉพาะในปัจจุบันเป็นห้วงที่ทองคำมีราคาสูงขึ้น

โดยได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และพร้อมเข้าระงับเหตุทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทองอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันเหตุร้านค้าทองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดปกติ เหตุการณ์ทั่วไปอยู่ในภาวะปกติ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐม เปิดยุทธการ พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 จับปืน ยาเสพติดเพียบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ก.พ.2569 ที่ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองนครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐมพล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.) พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา

พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มินเสน ผกก.สภ.สามควายเผือก พ.ต.ท.อภิชัช อาระหัง สวป.สภ.เมืองนครปฐม ชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

ได้ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ ”พิทักษ์เลือกตั้งนครปฐม 69 ” ระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีผลปฏิบัติดังนี้จับกุมอาวุธปืน ผู้ต้องหา จำนวน 30 ราย 31 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน จำนวน 30 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 11 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 19 กระบอ กระสุนปืน จำนวน 21 นัด จับกุมวัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก

และแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) จำนวน 5 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ได้แก่ 1.จำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและแพร่กระจายในประชาชน

2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) รวมจำนวน 22,022 เม็ด และยาเสพติด (ยาไอซ์) น้ำหนักรวม 5.58 กิโลกรัมพร้อมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มูลค่ารวมประมาณ 1,875,000 บาท

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการขยายผลคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวและการประสานงานจาก สภ.ดอนตูม จนนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่

จังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
ภายหลังการจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 15.15 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 79

ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 280 นาย ณ ห้องเตมียเวส โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

พร้อมด้วย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย

ผบ.ตร., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี โดยมี พล.ต.ท.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะผู้บังคับบัญชา และมี

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมพร้อมด้วยพ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อรองผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดชผกก.สภ.สามพรานร่วมให้การต้อนรับผู้บังคับบัญชาและเข้าร่วมในพิธีให้การต้อนรับผบ.ตร.กล่าวให้โอวาทกับ

นายร้อยตำรวจผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2568 ว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 79 ทุกท่าน ที่สำเร็จการศึกษาและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรในวันนี้

สถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ผลิต หล่อหลอม ปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจให้แก่ทุกท่าน ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญไปสู่การรับราชการตำรวจ จึงขอให้ทุกท่านได้พึงระลึกเสมอว่า ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูง

มาก การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรติ แต่ทุกท่านจะต้องสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจ ใช้สติปัญญาในการทำงานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยยึดหลักกฎหมาย นิติรัฐ นิติธรรม และหลักการครองตน ครองคน และครองงาน

ตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน จึงขอให้ทุกท่านอย่าได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และภัยคุกคามของชาติบ้านเมือง ตลอดจนสำนึกในภารกิจการพิทักษ์ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และพี่น้องประชาชน ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ขอให้ทุกท่านทำหน้าที่ของตนได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ มีเกียรติและศักดิ์ศรี ให้สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค.5.แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลายราย/สภ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.30 น.​ตามนโยบายของ รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.สำราญ นวลมารอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.วรเทพ บุญญะ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย, พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ เป๊กทอง, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.วรเทพ บุญญะ​มทภ.3ฝ่ายปกครอง โดย
นายชูชีพ พงษ์ไชย​​ผวจ.เชียงรายนายรัฐพล นราดิศร​​ผวจ.เชียงใหม่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์​ ผวจ.แพร่
​สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ​โดย พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ​ผอ.ปปส.ภาค 5
แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี รวมผู้ต้องหา 5 คน ของกลางยาบ้ารวม จำนวน 3,262,000 เม็ด

บก.สส.ภ.5, สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 1,220,000 เม็ดสภ.แม่สาย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกมุผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า จำนวน 972,000 เม็ดบก.สส.ภ.5, สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,070,000 เม็ดคดีที่ 1หน่วยที่ตรวจยึด กก.ปพ., กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 และ สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ร่วมหน่วยเกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ 24 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 00.30 น.สถานที่เกิดเหตุ ​บริเวณจุดกลับรถบ้านประทุม ถนนสายแพร่-น่าน ต่อเนื่อง บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน
ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2, กก.สืบสวน 3 และ กก.ปพ.ฯ บก.สส.ภ.5 ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงนำยาเสพติดมาพักไว้ที่บ้านสวนไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 บ้านแดนชน ต.เหมืองหม้อ อ.เมืองแพร่ จว.แพร่ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและสังเกตการณ์ บริเวณใกล้บ้านหลังดังกล่าวเรื่อยมา

จนกระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 23.00 น. ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน กน 467 แพร่ ขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว จากนั้นได้มีชายรูปร่างอ้วนลงมาจากรถเปิดฝากระโปรงหลังแล้วยกกระสอบยาเสพติดลงมาไว้บริเวณหน้าบ้านดังกล่าวแล้วขับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปและเรียกให้หยุดทำการควบคุมตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งซึ่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นชาย 2 คน ออกมาขนกระสอบเข้าไปเก็บไว้ภายในบ้าน จึงได้แสดงตัวเพื่อทำการขอตรวจค้นผลการตรวจค้นพบ ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด วางอยู่ภายในห้องหลังบ้าน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ จว.แพร่ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 2หน่วยที่จับกุม สภ.แม่สาย จว.เชียงราย, กก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​

26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 13.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณลานจอดรถโรงแรมเชนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ที่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย ​พฤติการณ์แห่งคดี​เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด บริเวณบ้านผาแตก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย โดยจะมีการนัดรับ-ส่ง ยาบ้าใกล้พื้นที่ชายแดนเพื่อลำเลียงไปยังประเทศตอนใน โดยแจ้งว่าจะใช้รถยนต์เก๋งสีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5727 เชียงราย เพื่อใช้ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด เมื่อได้รับแจ้ง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและได้รับคำสั่งให้ทำการเฝ้าติดตามตรวจสอบกลุ่มบุคคลดังกล่าว ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเซนวิลล่า เลขที่ 412 หมู่ 10 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จว.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเฝ้าระวังติดตามจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.20 น. ของวันที่ 26 มกราคม 2569 ได้มีชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินออกจากห้องพักมายังที่บริเวณรถยนต์ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เปิดประตูรถยนต์เข้าไปทางประตูคนขับ และหญิงคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นรถยนต์ฝั่งโดยสารข้างคนขับด้านข้างซ้าย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายธวัตชัย ผู้ขับขี่ และ น.ส.สุวจี ผู้โดยสาร จากการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 972,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปคดีที่ 3หน่วยที่จับกุม กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 และ สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่

ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ​26 ม.ค.69 เวลาประมาณ 22.30 น.สถานที่จับกุม ​บริเวณบ่อขยะในหมู่บ้านหนองโค้ง หมู่ 4 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่พฤติการณ์แห่งคดี​เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดสืบสวน กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการรับส่งมอบยาเสพติดบริเวณพื้นที่ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคําสั่งจาก ผบก.สส.ภ.๕ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.5 เป็นผู้ควบคุมและสั่งการสืบสวนหาข่าว และติดตามอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ เวลา 20.30 น. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด ในบริเวณบ่อขยะ ของหมู่บ้านปางเปา จึงได้ทำการไปยังจุดตามที่สายลับแจ้งไว้ เมื่อไปถึงบ่อขยะในหมู่บ้านและได้ขับรถผ่านไป ได้สังเกตเห็นแผ่นโฟมสีขาววางอยู่ริมถนนข้างขวา ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สายลับได้แจ้งไว้ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปทําการตรวจสอบจากการตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 5 ถุง ตรวจสอบภายในพบยาบ้า จํานวน 1,070,000 เม็ด จากนั้นจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป..

สภ.เมืองเชียงใหม่ #ออกมาตราการเพิ่มความเข้มป้องกันเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองในพื้นที่ อัพเดทกล้อง cctv ทั้งภาครัฐและเอกชนให้พร้อมใช้งาน
นับ 1,000 ตัว สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สืบเนื่องในภาวะตลาดทองคำที่มีราคาสูงขึ้นทุกวัน ราคาทองคำ ประมาณ 80,000 บาท ต่อน้ำหนักทองคำ 1 บาท
ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมตามมาเช่นกันโดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชัยงใหม่

ได้มีข้อห่วงใยถึงสถานการณ์ราคาทองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
จึงมีข้อสั่งการให้ สถานีตำรวจในสังกัดเพิ่มมาตราการในการป้องกันเหตุ เกี่ยวกับร้านทองและออกประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นวันนี้ 30 ม.ค. 69พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.ทัตตวีย์ ด่านพิทักษ์ตระกูล รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.วิษณุ นวนมุสิด สวป.ฯพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ได้ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการสายตรวจ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดเหตุอาชญากรรมเกี่ยวกับร้านทองบริเวณ ตลาดวโรรส ซึ่งมีร้านทองและประชาชนนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอย
เป็นจำนวนมาก จากนั้นออกตรวจดูแลความปลอดภัย ร้านทองภายในตลาดวโรรส อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม
ดังนี้

-การอัพเดทกล้อง cctv ให้พร้อมใช้งาน 100%
-การติดสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
-แนะนำ วิธีการสังเกตุผู้มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
-การติดตั้ง ระบบล็อคประตู
-การติดตั้งลูกกรงเหล็ก
-เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร จนท.ตร. ทุกช่องทาง
ซึ่งได้รับการตอบรับและให้ความร่วมมือจากร้านทางทองเป็นอย่างดี

จากนั้นได้เข้าพบ นายสุรพล โอวิทยากุลประธานชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่และเป็นเจ้าของร้านทอง ย่งเชียงล้ง
เพื่อประสานความร่วมมือและให้มีความพร้อมในการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแจ้งข่าวให้กับเพื่อนสมาชิกร้านทองหากมีเหตุเกิดขึ้น สามารถกระจ่ายข่าวได้ทันที ซึ่งนาย สรุพลฯ ยินดีเป็นสื่อกลางประสานข้อมูลให้ระหว่างร้านทองและ เจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลาผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่กล่าวว่า ในภาวะทองคำราคาสูงเช่นนี้ต้องมีมาตราการป้องกันที่เข้มข้นเพิ่มความถี่ให้สายตรวจหมั่นออกตรวจตราStop walk talk ร้านทองอย่างสม่ำเสมอและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงานให้มากที่สุด และแนะนำช่องทางการแจ้งเหตุหรือแจ้งเบาะแสอาชญากรรม ทางหมายเลขโทรศัพท์ 053-327191

หรือ สายด่วน 191 แนะนำประชาสัมพันธ์ แอปพลิเคชั่น ตำรวจห่วงใยประชาชน (POLICE CARE) รวมทั้งหาความร่วมมือกับชมรมร้านทองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคงการสื่อสาร และแจ้งเบาะแสกันได้ตลอดเวลาทั้งนี้ จนท.ตร. ต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย และความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนให้อยู่อย่างปกติสุข

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้เดินทาง สภ.โพรงมะเดื่อได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ม.ค.69เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โพรงมะเดื่อพบ
พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียมผกก.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อลงกรณ์ กาญจนนฤนาทรอง ผกก.ป.สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย
รอง ผกก.(สอบสวน)

สภ.โพรงมะเดื่อพ.ต.ท.อภิชาติ หงส์ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพรงมะเดื่อว่าที่ พ.ต.ท.บุญสร้าง จิ๋วน้อย
สว.อก.สภ.โพรงมะเดื่อพร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.โพรงมะเดื่อ

ตรวจสอบการให้บริการบนสถานีตำรวจและการดำเนินการตามนโยบาย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.7 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุ่มตรวจการโหลดแอปพลิเคชั่น police care ของข้าราชการตำรวจในสังกัด ได้ทำการโหลดครบทุกนาย

ได้มอบข้าวสาร ไข่ น้ำมันพืช เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของ สภ.โพรงมะเดื่อ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดอาหารกลางวันแก่ข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด อันเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ ได้จัดเลี้ยงอาหารเสริมกลางวันข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบน้ำตก และร่วมกิจกรรมทำอาหารพร้อมรับประทานอาหารกลางวันกับข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจอันดี และสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

ณ สภ.โพรงมะเดื่อ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จว.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การฯนครปฐมแถลงตมารวบแก๊งนักเลงขาสั้น ก่อเหตุปาระเบิดปิงปอง ไล่ฟันกัน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ม.ค.2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.สามพราน ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.สิทธิพร ไชยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์นครปฐม “สยบราชาย่านสามพราน ปราบอันธพาลนักเลงขาสั้น”
สืบเนื่องจากกรณี มีผู้ใช้แอพพลิเคชัน TIKTOK

โดยใช้ชื่อ “ราชาย่านสามพราน”มีการโพสต์คลิปโดยมีลักษณะกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยใช้อาวุธมีดและวัตถุระเบิด ไล่ทำร้ายกันบริเวณถนนสาธารณะ (ถนนนายอำเภอ) หมู่ที่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ได้ทำการสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวตนของบุคคลในคลิปดังกล่าว จนสามารถสืบสวนติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเด็กและเยาวชนกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้นและอดีตนักเรียนมัธยมต้นที่ถูกออกจากการเรียน ระหว่างแก๊ง “ราชาย่านสามพราน” กับ “แก๊งนักเลงขาสั้น”

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มรวม 19 ราย ดังนี้ แก๊งราชาย่านสามพราน จำนวน 8 ราย กระทำผิดฐาน “ ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิด ดังนี้ 1.วัตถุระเบิดแบบประกอบขึ้นเองจำนวน 1 ลูก 2.อาวุธมีดพร้ายาวและอาวุธดาบยาวจำนวน 9 เล่ม 3.ด้ามอาวุธปืนยิงปลา จำนวน 1 อัน 4.รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แก๊งนักเลงขาสั้น จำนวน 11 ราย กระทำผิดฐาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ,ร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร” และนำส่งไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายต่อไป โดยได้พบปะพูดคุยสังเกตการณ์สอบสวน สอบถามกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ปกครองถึงสาเหตุปัญหาการทะเลาะวิวาท รวมถึงอบรมแนะนำผู้ต้องหา
จากนั้นประชุมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน ให้ดำเนินคดีในทุกมิติเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.สวรรคโลกจ.สุโขทัยเข้มผู้การสั่งเน้นย้ำตำรวจปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัดช่วงเลือกตั้ง ส.ส

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 22.มค.2569 ณ.ห้องประชุมห้อง ศปก.สภ.สวรรคโลก อ.สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย
พ.ต.อ.ฉัตรชัย คำยิ่ง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย

ได้มาตรวจเยี่ยมและมอบหมายนโยบายเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง และ ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง

โดยมี พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.สวรรคโลก
พ.ต.อ.วิษณุ นิพิฐปัญญา ผกก.สภ.ศรีนคร
พ.ต.ท.ธนพงศ์ พึ่งศักดิ์ สว.สภ.เมืองบางขลัง
พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรขึ้นไป ของ สภ.สวรรคโลก สภ.ศรีนคร และ สภ.เมืองบางขลัง
โดยกำชับ ดังนี้

1.ให้ข้าราชการตำรวจวางตัวเป็นการในการเลือกตั้ง
2.หากมีสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้รายงานโดยด่วน
3.ปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด
4.การขยายผลยาเสพติด
5.การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
พร้อมเน้นย้ำการปฏิบัติงานข้าราชการตำรวจ สภ.สวรรคโลกให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดและพร้อมร่วมรับประทานอาหารให้ขวัญกำลังใจตำรวจในการปฏิบัติงานด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผงะยาบ้าล็อตใหม่ “SARA” ทะลักชายแดนอีสาน ตชด.234 บูรณาการจับ 2 ชาวลาว ของกลางกว่า 8 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อมด้วย นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการ ตชด.23

พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รองผู้กำกับการ ตชด.23 พ.ต.ท.ปรัชญลักษณ์ วิลาทัน รองผู้กำกับการหัวหน้ากองร้อย ตชด.234 และ พ.ต.ท.วัฒนพล ดาแก้ว ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาชาว สปป.ลาว 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 820,000 เม็ด

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่รอยต่อใกล้เคียง โดยชุดปฏิบัติการด้านการข่าว กองร้อย ตชด.234 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มขบวนการอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าฝั่งประเทศไทย บริเวณอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงคืนวันที่ 19–20 มกราคม 2569

ต่อมาได้รับรายงานว่ากลุ่มขบวนการไหวตัวทันและเปลี่ยนจุดลำเลียงเป็นพื้นที่บ้านปากกะหลาง ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ ตชด.234 จึงประสานกำลังร่วมกับ ตชด.227 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ วางกำลังซุ่มตรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลเดินแบกกระสอบต้องสงสัยเป็นขบวน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้กลุ่มคนร้ายทิ้งกระสอบแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบว่าเป็นชาวแขวงสาละวัน สปป.ลาว ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

จากการตรวจสอบของกลาง พบยาบ้าบรรจุในกระสอบรวม 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 820,000 เม็ด ซึ่งห่อด้วยกระดาษไขพิมพ์โลโก้สีแดงคำว่า “SARA” นับเป็นการตรวจยึดโลโก้ลักษณะนี้เป็นครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเพื่อการค้า เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นต่อไป

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ใช้เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นทางผ่านหลัก พร้อมย้ำว่าความร่วมมือจากประชาชนคือหัวใจสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด โดยข้อมูลจากชาวบ้านจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภาค 7 แถลงรวบแก๊งขนยาบ้าคาด่าน เกือบ 4 แสนเม็ดจะไปส่งภาคใต้ พบผู้ต้องหาถูกจับมาหลายครั้ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด ผู้ต้องหา คือ นายรีดูวัน เจ๊ะเลาะ (ผู้ต้องหาที่ 1) อายุ 41 ปี และ นางสาวนูรอัยนี การียา อายุ 20 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ตั้งข้อหาเพิ่มเติม เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพ

พร้อมของกลางในคดี ได้แก่ 1.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ทั้งหมด จำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง และ รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กญ 4601 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจับกุมได้ที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ต.หนองดินแดง อ.เมืองนครปฐม เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น.

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยถึง พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้ว่า วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม พบรถยนต์ต้องสงสัย TOYOTA VIOS สีขาว เมื่อเข้าตรวจค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเห็นด่านตรวจพยายามเลี่ยงหลบหนี จึงเรียกให้หยุด พบภายในรถมี ผู้ต้องหา 2 ราย จึงขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่าพบยาบ้า รวม 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

โดยนายรีดูวันผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่ายาเสพติดเป็นของตน รับจ้างลำเลียงจากพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อส่งปลายทาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนเงินมัดจำแล้ว ผลตรวจปัสสาวะพบสารเมทแอมเฟตามีน

ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 ให้การปฏิเสธ เมื่อตรวจสารเสพติด ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิ และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจประวัติอาชญากรรมผู้ต้องหาที่ 1 เคยก่อเหตุในคดีในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2559 ข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 ของ สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2561 และถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 สภ.มูโน๊ะ จ.นราธิวาส พ.ศ.2565 ส่วนนางสาวนูรอัยนี ผู้ต้องหาที่ 2 ตรวจไม่พบประวัติการกระทำความผิด ……………………….

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.โพธิ์กลาง บุกมหาวิทยาลัย เตือนภัยไซเบอร์ 1,000 นศ. หลังสถิติถูกโกงออนไลน์พุ่ง

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาเริ่มน่าเป็นห่วง หลังพบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุด สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ผนึกกำลังภาคการศึกษา เดินหน้าเชิงรุกจัดกิจกรรมให้ความรู้ ปิดช่องโหว่อาชญากรรมไซเบอร์ถึงรั้วมหาวิทยาลัย

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.มารุต สันติเศรษฐสิน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) และ พ.ต.ท.อนนท์ สาจันทึก สารวัตร (สอบสวน) นำข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าบรรยายให้ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวนกว่า 1,000 คน ณ อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติการแจ้งความของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบการตกเป็นเหยื่อ คดีฉ้อโกงออนไลน์ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน การชักชวนลงทุน หลอกซื้อ–ขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงภัยจาก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการ แฮกบัญชีโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อีเมล แอปพลิเคชันธนาคาร ตลอดจนกลโกงการหลอกให้กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแฝง ที่อาจนำไปสู่การดูดข้อมูลส่วนตัวหรือควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ระบุว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ให้กับนักศึกษา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมยุคดิจิทัล พร้อมย้ำให้นักศึกษาตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนโอนเงิน ไม่หลงเชื่อข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่สร้างความตื่นตระหนก และหากพบความผิดปกติสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายก่อนจะสายเกินไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าวจ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผกก.ป. – สวป. 16 สภ. ยึดหลักกฎหมาย ไม่รับเคลียร์ เพื่อภาพลักษณ์ ตร.ยุคใหม่ / ตม. จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนกำลังใจเจ้าหน้าที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2569 พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ (ประจวบ 2) ส่งสารถึงผู้บริหารงานป้องกันปราบปราม (รอง ผกก.ป. และ สวป.) ทั้ง 16 สถานีตำรวจในสังกัด เน้นย้ำนโยบายการปรากฏกายอย่างเข้มแข็ง ยึดถือระเบียบกฎหมายเป็นที่ตั้ง พร้อมประกาศกร้าว “หัวหน้าชุดต้องกล้าปกป้องลูกน้อง”

เพื่อเรียกคืนศรัทธาจากประชาชน
โดยมี กลยุทธ์ 3 ประสาน: ตรวจเข้ม – มีเป้าหมาย – ไร้เคลียร์
ซึ่งในข้อความสื่อสารถึงผู้ใต้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าชุด มีใจความสำคัญ 3 ด้านที่ต้องเร่งดำเนินการทันทีเพื่อยกระดับการตรวจการณ์ให้สายตรวจปรากฏกาย (Show of Force) อย่างเข้มแข็งครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต้องเพิ่มความถี่และมีเป้าหมายในการตรวจที่ชัดเจน ไม่ใช่การตรวจไปตามวงรอบเพียงอย่างเดียว

ให้ยึดมั่นหลักการ “หัวหน้าชุด” ที่พึ่งได้ เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำผิด มักมีการเจรจาขอผ่อนปรนหรือ “ขอเคลียร์” หัวหน้าชุดต้องมีหลักการที่มั่นคง อ้างอิงข้อกฎหมายและคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างชัดเจน เพื่อเป็นเกราะป้องกันทีมงานสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้กฎหมายยุติค่านิยม “นายสั่งจับ แต่จับแล้วนายขอให้ปล่อย” เพราะจะทำให้ลูกน้องเสียกำลังใจและกฎหมายเสื่อมความขลังหากมีหลักในการตอบและการเจรจาที่ชัดเจน คนผิดจะไม่กล้าขอ ผลที่ตามมาคือลูกน้องจะเชื่อมั่น ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เขาจะกล้าทำ กล้าจับ และผลงานฝ่ายป้องกันปราบปรามจะประจักษ์แก่สายตาประชาชน” – ประจวบ (2) กล่าว

นโยบายนี้มุ่งหวังให้ทั้ง 16 สภ. ดำเนินการเป็นต้นแบบ (Model) เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และทำให้เป็นนิสัยปกติ เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ตรงไปตรงมา โดยเชื่อมั่นว่าหากผู้นำเริ่มเปลี่ยน ลูกทีมจะเปลี่ยนตาม และศรัทธาของประชาชนจะกลับมาอย่างแน่นอน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตม. รวมใจจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ มอบคำขอบคุญ แทนของขวัญสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา18.00น.ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจวบ จัดกิจกรรมสังสรรค์และขอบคุณเจ้าหน้าที่ในสังกัด เพื่อสร้างความรักความสามัคคีและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
ภายในกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานได้กล่าวถ้อยคำขอบคุณและให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้มีการมอบกระเช้าของขวัญและของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและแทนคำขอบคุณในความ

ร่วมแรงร่วมใจของบุคลากรทุกระดับ
เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมนำพลังใจจากกิจกรรมครั้งนี้ ไปต่อยอดในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและบริการประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับ “ทรัพยากรบุคคล” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมืองให้ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากสังคมสืบไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าว Top news ทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพรานพ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน

พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์รอง ผกก.สส.สภ.สามพรานพ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน)หน.

ห้องคดี สภ.สามพรานพ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา

ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.3 เยี่ยมจุดบริการประชาชน สภ.มะเริง กำชับเข้มจัดการจราจร–ดูแลความปลอดภัยช่วงปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ (30 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 บริเวณตู้ยามบ้านใหม่ สังกัดสถานีตำรวจภูธรมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และกำชับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ
ในการนี้ มี พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.โกสินทร์ สะอาดวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมะเริง พร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ พ.ต.ท.สุทธิรักษ์ ลัคนาลิขิต รอง ผกก.ป.สภ.มะเริง,

พ.ต.ท.ชีวิน กสิกรรม รอง ผกก.สส.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.สุพีร์ ชัยสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.มะเริง, พ.ต.ท.บรรลือศักดิ์ โพธิ์นวลศรี สวป.สภ.มะเริง, พ.ต.ท.โสวัฒน์ สุระเสน สว.สส.สภ.มะเริง และ พ.ต.ท.จักรา พรหมดีสาร สว.อก.สภ.มะเริง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จิตอาสา ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำรวจอาสา และภาคีเครือ

ข่ายในพื้นที่ สภ.มะเริง ร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่
โอกาสนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทางการจราจรที่อาจส่งผลให้การจราจรติดขัดหรือมีรถสะสม ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาในทันที เพื่อเร่งระบายรถและทำให้การจราจรกลับสู่สภาพคล่องตัวโดยเร็ว ลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หมั่นประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง และสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านสื่อออนไลน์และช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุอาชญากรรม การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอด

จนการให้บริการด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายของตำรวจภูธรภาค 3 ที่มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และอุ่นใจตลอดการเดินทาง

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.บางพลีห่วงใยประชาชน แจกมวกกันน็อก 100 ใบ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ปีใหม่นี้ตำรวจบางพลีห่วงใยประชาชน โบกแจกมวกกันน็อก 100 ใบ
ถือว่าเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง และเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่ 7 วันระวังอันตรายจากอุบัติเหตุ หลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้ความห่วงใยและข้อกำชับ ของ

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันเป็นประธานในการขับเคลื่อนโครงการ เมาไม่ขับ และต้องสวมหมวกกันน็อก 100 %

เพื่อความปลอดภัยและหวังลดตัวเลขของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์บนถนนสายหลักและสายลอง เพื่อปราบปรามผู้ที่ดื่มแล้วขับ จับกุมอย่างจริงจัง ไม่มีข้อยกเว้น

โดยล่าสุด เมื่อช่วงสายวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ตำรวจ สภ.บางพลี สนองนโยบาย จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอิทนร์ รองผกก.ป.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รองผกก.สส.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ยุทธชัย สุดเสน่ห์ สว.จราจร.สภ.บางพลี

พร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจป้องกันและปราบปราม ตำรวจฝ่ายสืบสวน และตำรวจงานจราจร ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย พร้อมกำชับการดูแลทรัพย์สินและบ้านพักรวมถึงโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ เที่ยวอุ่นใจ ปีใหม่นี้ปลอดภัย ฝากบ้านไว้กับตำรวจ

โดยนอกจากการขานรับนโยบายหลักของทางผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ยังได้ร่วมกัน รณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิด ต้องไม่ดื่มแล้วขับ อีกทั้งยังต้องสวมหมวกกันน็อกทั้งคนขับและคนซ้อนสำหรับรถจักรยานยนต์

โดยได้มอบหมวกกันน็อกจำนวน 100 ให้กับผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายผ่านจุดตรวจไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ซึ่งหลังจากนี้จะบังคับใช้กำหมายอย่างเคร่งครัด

จึงฝากประชาชนสัมพันธ์ประชาชนให้เครารพกฎหมาย โดยมีทางด้าน นายเลิศศักดิ์ เลิศอริยานันท์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ สภ.บางพลี พร้อมคณะกรรมการร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้นมา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ประจวบฯ รวบ 3 ผู้ต้องหา เมียและลูกน้องคนสนิท ร่วมกันฆาตกรรมอำพราง สามีชาวต่างชาติ หมกบ้านพักที่ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งพบศพชายชาวต่างชาติเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำภายในบ้านพัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ยกแก๊ง หลังผลชันสูตรชี้ชัดถูกทำร้ายด้วยของแข็งจนเสียชีวิต

โดยได้พบศพ MR. MARKS SOREN (นายมาร์ค โซเรน) อายุ 65 ปี สัญชาติเยอรมัน เสียชีวิตภายในห้องนอนของบ้านพักเลขที่ 392/1 หมู่ 10 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมา วันที่ 20 ธันวาคม 2568: ผลการผ่าชันสูตรจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ถูกของแข็งไม่มีคมตีเข้าที่ศีรษะและแขนหลายครั้ง จนเสียชีวิต เชื่อได้ว่าเป็นการฆาตกรรม

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกุล รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ให้ใย รอง ผบก.ก.จว.ประจวบคีรีขันธ์.พ.ต.อ.พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.สทธิพงษ์ อ่อนลออ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ 7 พ.ต.อ.จอม
สิงห์น้อย ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และ ว่าที่ พ.ต.อ.ปัญจพัฒน์ อรรถรักษ์โภดิน ผกก.สภ. คลองวาฬ

ได้สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และชุดสืบสวน สภ.คลองวาฬ เจ้าหน้าที่ พฐ.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งสืบสวน หาหลักฐานเพื่อตามรวบตัวคนร้ายโดยกำลังชุดสืบสวน ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ประกอบไปด้วย

น.ส.นิตทยา สุขใส อายุ 45 ปี (ภรรยาผู้ตาย ) นายทองใบ อัมมา อายุ 43 ปี ( ลูกจ้าง ) และ น.ส.เนาวรัตน์ ปาวรีย์ อายุ 50 ปี ( เมียนายทองใบ ) จากการสอบสวน โดยทราบว่า น.ส.นิตทยา ได้แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมากว่า 10 ปี จนมาซื้อบ้านหลังเกิดเหตุอาศัยอยู่ ซึ่งภรรยาผู้ตายอ้างว่าถูกทำร้ายประจำจึงวางแผนลงมือฆ่าอำพราง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งยัง ตรวจยึดรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 2 คัน

ประกอบไปด้วย รถกระบะตอนครึ่ง Toyota Revo สีเทาดำ ทะเบียน บม 2692 ภูเก็ต และ Isuzu d-max 4 ประตู สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ษก 5866 กทม ยึดไว้เป็นหลักฐานและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมา สอบสวน กลุ่มผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า ได้ลงมือฆ่าผู้ตาย เมื่อคืน วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเตรียมฝากขัง พร้อมเตรียมส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ้ก เปีย ผู้ช่วย ผบ.ตร.บินตรงโคราช พร้อมจุดบริการประชาชน รับปีใหม่ 2569 เน้นลดอุบัติเหตุ ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (26 ธันวาคม 2568) ที่จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และ

มาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช ภ.3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล.พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ นนทะโชติ สวป.สภ.โพธิ์กลางและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของ จุดบริการประชาชนบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 และเส้นทางหลักเข้า–ออกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฟังบรรยายสรุปการจัดการจราจร การเปิดใช้เส้นทางพิเศษ มาตรการลดอุบัติเหตุ รวมถึงแผนการช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด แต่เป็นมิตรกับประชาชนนอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

ย้ำชัด เป้าหมายสำคัญคือ ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกเส้นทาง ให้เดินทางอุ่นใจตลอดเทศกาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 68 ถึง 5 มกราคม 69 ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา