สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 รวบโจรควงปืนชิงทองห้างนครปฐม ทอง 23 เส้น หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีกบดาน ย่านบ้านแพ้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก. สส.ภ.7 พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดม ผกก.กก.1 บก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.พัฒพงศ์ คนแรง รอง ผบก.บก.กค.ภ.7

พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศพฐ.7 พ.ต.อ.ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ฤทธิชัยปกรณ์ ดำรงค์อิทธิสกุล รอง ผกก. สส.สภ.เมืองนครปฐม,ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.7 ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทอง

ภายในห้างดังนครปฐม คือนายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ที่อยู่ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.278/2569โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลา กลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ ใด ๆ โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า หรือทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมพร้อมของกลางใน

คดี อาวุธปืน แบลงค์กัน ยี่ห้อ โซรากิ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกล่องใส่อาวุธปืน หมวกกันน็อก แบบเต็มใบ สีน้ำเงิน จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีดำ คันหมายเลขทะเบียน ขลน 428 ราชบุรี เสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันก่อเหตุ สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 23 เส้น มูลค่า 3,680,000 บาท โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 19.27 น. ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างดังนครปฐม โดยคนร้ายได้ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าและแต่งกายเพื่ออำพรางตัว ก่อนเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนครปฐม จากนั้นได้ใช้อาวุธปืน ยิงข่มขู่พนักงานร้านทอง แล้วปีนเข้าไปทุบกระจกตู้แสดงสินค้า ก่อน นำเอาสร้อยคอทองคำ น้ำหนักเส้นละ 2 บาท จำนวน 23 เส้น น้ำหนักรวม 46 บาท มูลค่าประมาณ 3,680,000 บาท แล้วหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

ภายหลังจากก่อเหตุ คนร้ายได้ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะหลบหนี ออกจากบริเวณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี นครปฐม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสมชาย (ขอสงวนนามสกุล) พนักงานสอบสวนจึง ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อ ศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อขออนุมัติหมายจับ ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมี คำสั่ง ออกหมายจับเลขที่ จ.278/2569 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2569

ทางชุดสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังหนึ่งใน ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุ อยู่ภายในบ้านพักหลัง ดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ทราบ ก่อนทำการจับกุมตัวจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้มาดูลาดเลาก่อนก่อเหตุ 1วันเพื่อหาจังหวะลงมือก่อเหตุ และ

หลังก่อเหตุ ระหว่างหลบหนีได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเส้นทาง และขี่รถจยย.วนไปวนมาเพื่อหลอกเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่สืบสวนออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมตัวได้ในชั้นจับกุม ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้สมัครใจนำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปตรวจค้นภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม