คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศปปค.ฝกพ.ศปก.ทบ.ตรวจเยี่ยม ทภ.4และมทบ.44 ในการดำเนินโครงการฯ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00 น พล.ต.มานพ แฝดกลาง ผอ.ศปปค.ฝกพ.ศปก.ทบ.เดินทางมาตรวจเยียมการดำเนินโครงการ ประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่กำลังพล ทบ. ที่ปลดพิการทุพพลภาพ และครอบครัว ประจำปี2568

เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการฯ พร้อมกับ พ.อ.หญิง โสมนัส ว่องไววุฒิกุลเดช รอง หน.คณะฯ/ ที่ปรึกษา ศปปค.ฯ พ.อ.หญิง อัจฉรี อ่อนแก้ว หน.ชป.4 ร.อ.สุทธิชัย โสดามรรค นายทหารประจำศูนย์ ร.ท.ชุมพล พานพระ นายทหาร ปฏิบัติการ พร้อมคณ

คณะเดินทางออกจากบ้านพักรับรอง บทม.44 สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และ พระอนุสาวรีย์ กรมหลวงชุมพร ค่ายเขตอุดมศักดิ์  เสร็จแล้ว คณะตรวจเยี่ยมฯ เข้าเยี่ยมคำนับ ผบ.มทบ.44  ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า โดยมี รองประธาน สม.ทบ.มทบ.44 , ฝสธ., ฝอ.มทบ.44 , คุณพรชนก  บุญโพธิ์แก้ว ผอ.ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดชุมพร (พมจ.) ,
คุณวงเดือน  คงจร นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร และ คุณพิชัย  โพธิ์กระสังข์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับ พร้อมมอบของที่ระลึกให้แก่คณะตรวจเยี่ยม ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า บก.มทบ.44

ต่อจากนั้น คณะตรวจเยี่ยมฯ ออกเดินทางที่บ้านเลขที่ 31 ม.6 ต.ตากแดด อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ตรวจเยี่ยมโครงการโครงการเลี้ยงไก่ไข่ (ปศุสัตว์) ของ จ.ส.ท.ธนัส สุขจตุรภัทร ผู้ดูแลใช้สิทธิแทนบุพการี นางบุญเยาว์ ชัยบุรี อายุ 68 ปี
การดำเนินการโครงการได้รับการสนับสนุนโครงการฯจาก บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ปีที่ได้รับ พ.ศ.2568

ได้รับตลอดปีดำเนินการโครงการ จำนวน 116,836.50 บาท 1.จัดชื้อวัสดุสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ เป็นเงิน 40,000 บาท 2.จ่ายค่าจ้างช่างสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ เป็นเงิน 10,000 บาท

3. จัดซื้อไก่ไข่ จำนวน 30 ตัว เป็นเงิน 7,500 บาท 4. ค่าอาหารสำหรับไก่ไข่ เป็นเงิน 36,000 บาท 5. วิตามินสำหรับไก่ไข่ เป็นเงิน 12,540 บาท ผลสรุปได้ดำเนินการเลี้ยงไก่ไข่ไปตามแผนงานของโครงการ ยังไม่มีรายได้จากการดำเนินโครงการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันสถาปนาครบรอบ 35 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 มณฑลทหารบกที่ 38 จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย ครบรอบปีที่ 35 ณ สโมสรนายทหาร ค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานจัดงาน

ภายในพิธี คณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลและอดีตผู้บังคับบัญชาที่ล่วงลับ พร้อมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย

โอกาสนี้ พลเอกวิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อดีตผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยทหารในพื้นที่ ข้าราชการบำนาญ กำลังพล และครอบครัว ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 38 ยังได้จัดบูทแสดงผลิตภัณฑ์จากโครงการ “ทหารพันธุ์ดีน่าน” ให้ผู้ร่วมงานได้ชมและเลือกซื้อ พร้อมทั้งโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์นำชุดแพทย์เคลื่อนที่มาให้บริการตรวจวัดความดันและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ

สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ภายใต้เจตนารมณ์การปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและการดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด/ภาพ/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บำรุงขวัญกำลังใจ น้องๆทหาร คุณนายแม่ ณัฐวรรณ ฉายะบุตร นำ อาหาร และสิ่งของ มอบให้ มทบ.44

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 คุณนายหน่อย มอบอาหารและสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจทหาร มทบ.44 พร้อมมอบทุนการศึกษาและเงินรางวัล
ชุมพร – เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เวลา 11.00 น. คุณนายหน่อย ณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดชุมพร ได้เดินทางไปยังค่ายมณฑลทหารบกที่ 44

เพื่อจัดเลี้ยงอาหารและมอบสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ทหารกองประจำการจำนวน 300 นาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
คุณนายหน่อยได้จัดเตรียมอาหารหลากหลายเมนู อาทิ พิซซ่า ก๋วยเตี๋ยวเรือทองผกา โค้กกระป๋อง และไอศกรีม

นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ได้แก่ พัดลม เครื่องทำน้ำร้อน-น้ำเย็น กาแฟ และขนมให้กับกำลังพลอีกด้วย นอกจากกิจกรรมเลี้ยงอาหารแล้ว คุณนายหน่อยยังได้มอบเงินรางวัลพิเศษจำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 1,000 บาท ให้กับพลฯทหารที่ได้รับคัดเลือก และรางวัลพิเศษ

สำหรับพลฯทหารที่มีความกล้าแสดงออก มาเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้ามารับราชการทหาร และการฝึกต่างมีความเป็นวินัยเพิ่มมากขึ้น และมีความภูมิใจที่ได้มารับใช้ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็น ที่เคารพรักของพี่น้องประชาชนชาวไทย อีก 2 รางวัล ๆละ 1000 บาท ยัง

มีมอบทุนการศึกษาจำนวน 150,000 บาท ให้กับนางสาวกฤตา พงเพชร พนักงานธุรการของมณฑลทหารบกที่ 44 พร้อมทั้งสนับสนุนการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมของ มทบ.44 และมอบเงินสนับสนุนการปรับปรุงขยายสนามฟุตบอลอีกด้วย

พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 ได้ให้เกียรติมารับมอบสิ่งของด้วยตนเอง โดยมี ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวชุมพร ร่วมเป็นเกียรติในงาน

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คุณนายหน่อย ณัฐวรรณ ฉายะบุตร เป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการช่วยเหลือสังคม มาโดยตลอด กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการแสดงน้ำใจและให้กำลังใจแก่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้คุณนายหน่อยยังได้เคยบริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับ (กันจอมพลัง) โดยไม่ประสงค์ออกนามอีกด้วย

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จัดกิจกรรมการประสานเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อพัฒนาความมั่นคงในพื้นที่ชุมชนชายแดนมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พันเอก จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนในการเป็นประธานในกิจกรรมการประสานเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อพัฒนาความ

มั่นคงในพื้นที่ชุมชนชายแดน จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2568 ภายใต้ชื่อกิจกรรม “รวมพลังประชาชน” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจัดจาก เครือข่ายมวลชน ในพื้นที่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร รวม 500 คน

ตามแผนงานโครงการของฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ประจำปี 2568 เป็นการดำเนินการประสานเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อพัฒนาความมั่นคงในพื้นที่ ด้านการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงไปสู่ประชาชนใน

พื้นที่ชายแดน โดยมี พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (ร.3) , นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล , ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

  โดย รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันปลูกจิตสำนึกให้การช่วยเหลือกันเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต จากปัญหาภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ที่ต้องเผชิญ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนพื้นที่ชายแดนเป็นเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความมั่นคง ครอบคลุมถึงการป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงปลอดภัยและการเป็นพลเมืองที่ดี โดยประชาชน ชุมชน องค์กรเอกชน และองค์กรของรัฐเข้ามามีส่วนร่วมสร้างความตระหนักรู้ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รวมถึงผลกระทบจากปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีต่อประเทศชาติ และยึดมั่น ในสถาบันหลักของชาติ และตั้งปณิธานในการมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดน อันจะสร้างเกราะคุ้มกันให้กับประเทศชาติ 

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับชมการแสดง การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกรู้คุณแผ่นดิน “สร้างคนดีด้วยประวัติศาสตร์ สร้างชาติด้วยอุดมการณ์” ซึ่งเป็นการแสดงของ ชุดปฏิบัติการพลเรือน กองพลทหารราบที่ 3 (ขุนศึก 21) ร่วมกับคณะครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป็นการให้ความรู้กับนักเรียน และประชาชน โดยการ

บรรยายประกอบการแสดงแสง สี เสียง และสื่อผสมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้เป็นการสร้างการรับรู้ถึงความเป็นมาของการก่อสร้างบ้านเมือง อันจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจ และหวงแหนแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษของเราได้เสียสละเลือด เนื้อเพื่อพิทักษ์ปกป้องรักษา อีกทั้งพระปรีชาสามารถ ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ และพวกเราทุกคนจะต้องดูแลรักษาแผ่นดินผืนนี้สืบไป

จากนั้น รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภค-บริโภค และไม้เท้า ให้กับ ประชาชน และผู้สูงอายุ พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา , อุปกรณ์กีฬา , อุปกรณ์การเรียนการสอน ให้กับ โรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยา ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนตามหลักสูตรของโรงเรียน ปลูก

ฝังให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ให้กับประชาชน และผู้ปกครองนักเรียน ได้อีกทางหนึ่ง กองทัพบกพร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกโอกาส และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชุมชน สังคมให้มีความเข้มแข็งต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 ร่วมถวายราชสักการะ-ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบรมราชินีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิม 12 สิงหา

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (8 สค. 68) เวลา 7.30 น. หน้าสโมสรนายทหารสัญญาบัตร มทบ. 44(ค่ายเขตอุดมศักดิ์จังหวัดชุมพร) ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 นำ ผอ. กองกำลังฝ่ายต่างๆ

ตลอดจนเหล่าข้าราชการทหารในสังกัด มทบ. 44(ค่ายเขตรอุดมศักดิ์) ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ จากนั้น ได้ร่วมพิธีถวายสักการะ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมให้ ผอ.กองกำลังฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 พร้อมด้วย สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑล ทหารบก ที่ 44 และกำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์/ ที่มาชุมนุมพร้อม เพรียงกัน ณ สถานที่แห่งนี้/ ต่างมีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้แสดง ความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ/ เนื่องในโอกาส/ วัน เฉลิมพระชนมพรรษา/บรรจบอีกคำรบหนึ่ง/ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท/ ที่ได้เวียนมา
ปวงข้าพระพุทธเจ้า ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ/ล้นเกล้า ล้นกระหม่อม อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท/ทรงปฏิบัติบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุข/ของอาณาประชาราษฎร์ และความอุดมสมบูรณ์/ ของประเทศชาติ ตลอดมาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาท ทั้งในด้านการสังคมสงเคราะห์ อันเปี่ยมด้วยพระเมตตา เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คน อยู่คู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ด้านการ ส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม และงานศิลปะช่างฝีมือทุกแขนง ให้ดำรงคงอยู่คู่ประเทศไทย สืบทอดถึงอนุชนคนรุ่นหลัง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงประชา ประดุจดัง “แม่ของแผ่นดิน” จารึกแนบแน่นอยู่ในใจ/ของปวง ข้าพระพุทธเจ้า สืบไป
ในศุภวาระอันเป็นมิ่งมหามงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ปี ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทาน พระราชานุญาต น้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความ จงรักภักดี และร่วมตั้งจิตอธิษฐาน ขออานุภาพแห่ง คุณพระศรี รัตนตรัย พระบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช ตลอดจน พระบรม เดชานุภาพ แห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ทุกพระองค์ ได้โปรดบันดาลอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จงทรง พระเจริญ ด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระราชหฤทัย ชื่นบาน/ มีพระราชประสงค์ จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสัมฤทธิ์ ดั่งพระ ราชหฤทัยปรารถนา มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณ แผ่ไพศาล เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตราบกาลนิรันดร์เทอญ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

จากนั้น พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑล ทหารบก ที่ 44 เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ที่จะมาบรรจบคำรบหนึ่งในวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่จะถึงนี้.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยม ชป.จรยุทธ์ กำชับมาตรการควบคุมพื้นที่เชิงรุก-พิทักษ์กำลังพล ควบคู่ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4511 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ณ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยได้ให้กำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เผชิญความเสี่ยง และประชุมร่วมกับผู้บังคับหน่วย พร้อมฝ่ายอำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุการณ์ความมั่นคงร่วมกัน

ในการประชุมครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำจุดสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการ “ควบคุมพื้นที่เชิงรุก” ควบคู่กับ “แผนพิทักษ์กำลังพล” โดยมุ่งให้ทุกหน่วยปฏิบัติการไม่เพียงแค่เฝ้าระวังเชิงป้องกัน แต่ต้องเดินหน้าสร้างความปลอดภัยเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการข่าว การลาดตระเวน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกับชุมชน สิ่งสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวเน้นย้ำคือ

“ถ้าเจ้าหน้าที่เองไม่พร้อม หรือได้รับอันตรายเสียก่อน แล้วใครจะไปดูแลพี่น้องประชาชนได้?” ซึ่งสะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนของผู้นำกองทัพภาคที่ 4 ว่า การดูแลประชาชนอย่างยั่งยืนเริ่มต้นที่ความพร้อมและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องมีสติ รอบคอบ และไม่ประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สามารถยืนหยัดทำภารกิจได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังแสดงความห่วงใยถึงกลุ่มเป้าหมายเปราะบาง โดยเฉพาะ เด็ก คนชรา พี่น้องไทยพุทธ และประชาชนในทุกหลังคาเรือน ที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงเชิงมนุษยธรรม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเข้าถึงและสื่อสารกับประชาชนในภาษาที่เขาเข้าใจ โดยเฉพาะ “ภาษาไทยถิ่น” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและลดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของผู้นำทหารในพื้นที่ว่า ภารกิจความมั่นคงต้องไม่ละเลยมิติของมนุษยธรรมที่ดีงาม ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยทั้งในทางกายภาพและจิตใจ และเชื่อมั่นว่าทหารคือผู้ที่อยู่เคียงข้างเขาอย่างแท้จริง
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารไทย อัดคืน ‘กัมพูชา’ ฟ้อง ‘คณะทูตฯ’ ไล่ไทม์ไลน์ ‘กัมพูชา’ จุดไฟชายแดน จัดกิจกรรมยั่วยุ-รุกอธิปไตย เปิดฉากยิงสู่การสู้รบ-โจมตีพลเรือน ใช้ ‘ประชาชนโล่มนุษย์’ บิดเบือนข้อมูลให้ร้ายไทย ใช้อาวุธเคมี ทิ้งบอมบ์ใส่บ้านเรือน

แชร์เนื้อหานี้

1 ส.ค. 68 ที่มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ กองทัพบก ได้ชี้แจงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อคณะนักการทูต คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำประเทศไทย และ สื่อมวลชน ระบุว่า การดำเนินงานของกองทัพ ในการรักษาอธิปไตย และยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำถึงความมุ่งมั่งของกองทัพที่จะแก้ปัญหา ด้วยทวิภาคีที่ไทย และกัมพูชามีอยู่ ด้วยความจริงใจและโดยสันติวิธีมาโดยตลอด

ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการยั่วยุ เพื่อสร้างความตึงเครียด ด้วยกิจกรรมทางทหาร และพลเรือน โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญ ดังนี้ 13 ก.พ. 68 การพานักท่องเที่ยวขึ้นมาร้องเพลงปลุกใจในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม 28 ก.พ. 68 การเผาศาลาตรีมุข สัญลักษณ์ความร่วมมือ ไทย กัมพูชา และ สปป.ลาวมี.ค. ถึง เม.ย.68 ทหารกัมพูชา ดัดแปลงภูมิประเทศแนวชายแดน เพื่อทางการทหาร เสริมความแข็งแรงของที่มั่น ปรับปรุงเส้นทาง และการขยายแนวเขตคูเลตเข้ามาในเขตประเทศไทย

เม.ย. ถึง พ.ค. 68 ฝ่ายกัมพูชา ได้เคลื่อนย้ายกำลังพลเพิ่มเติม และอาวุธยุทโธปกรณ์ประชิดชายแดนไทย – กัมพูชาเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามที่มีหลักฐานการพิสูจน์ ทราบจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของนักวิจัยชาวออสเตรเลีย ต่อมาฝ่ายกัมพูชา ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของไทย โดยเข้ามาขุดคูเลตติดต่อ

28 พ.ค. กัมพูชาเริ่มเปิดฉากการยิง (Skirmish) ระหว่างหน่วยในพื้นที่ โดยฝ่ายไทยได้ตอบโต้ เพื่อเป็นการป้องกันตัว บริเวณช่องบก กองทัพและรัฐบาลไทยพยายามใช้แก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี ซึ่งไม่เป็นผล

ห้วงเดือน ก.ค.68 ทหารกัมพูชา ได้รุกล้ำเข้ามาลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลหลายพื้นที่ในเขตแดนไทย จนทำให้ทหารไทยลาดตระเวน บาดเจ็บสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ถึง 2 ครั้ง ทำให้เกิดการสูญเสีย ขาขาด 2 นาย และมีบางส่วนบาดเจ็บ

ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่ายกัมพูชาจงใจละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้งเป็นการจงใจ ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาที่ทั้งไทย และกัมพูชาให้สัตยาบัน นอกจากนั้นในพื้นที่ดังกล่าว ได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิด ภายใต้ความร่วมมือของนานาชาติ จนมีความปลอดภัยเป็นที่ประจักษ์แล้ว

ในขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชา พยายามแสดงการยั่วยุ โดยส่งทหารกัมพูชาทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบแสดงเป็นพลเรือน ตลอดจนจัดตั้งมวลชนชาวกัมพูชา จากกรุงพนมเปญและใกล้เคียง เข้ามาในพื้นที่ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือน และพื้นที่อื่นๆ ตามแนวชายแดน เพื่อจัดกิจกรรม ทำคอนเทนต์ แสดงออกในลักษณะยั่วยุนักท่องเที่ยวชาวไทย ประชาชนไทยและทหารไทย

ในพื้นที่จนเกิดการกระทบกระทั่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันระหว่างคนไทย และคน กัมพูชา ในพื้นที่ปราสาทต่าง ๆกองทัพบก ยังชี้แจง มาตรการควบคุมชายแดน และการเปิดฉากยิงของกัมพูชา เมื่อ24 ก.ค.68 ทหารกัมพูชา ปราสาทตาเมือนธมโดยใช้ ปืนเล็กยาว, ปืน และ เครื่องยิงลูกระเบิด mortar จนนำไปสู่การปะทะกัน

จากนั้น ฝ่าย กัมพูชา ได้ ยกระดับเป็นการใช้กำลังรบ และอาวุธยิงสนับสนุน ปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีฝ่ายไทยตลอดแนวชายแดน จงใจยิงเป้าหมายพลเรือน ซึ่งหากจากชายแดน เกือบ 10 กม. ถึง 30 กม.โรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ปั๊มน้ำมัน PTT บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร้านค้าสะดวกซื้อ 7-11 บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , โรงเรียนใน จ.สุรินทร์ และ จ.ศีรสะเกษ , บ้านเรือนราษฎร เช่น หมู่บ้านกรวด บ้านกุดเชียง ในพื้นที่ จ.สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี

ทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 36 ราย เสียชีวิต 15 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิต 1 ในนั้นเป็นเด็กอายุเพียง 8 ปี และมีราษฎรต้องอพยพจำนวนมากกว่า 150,000 คนกองทัพบก กล่าวต่อว่า ฝ่ายไทยตอบโต้ภายใต้หลักการแห่งการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defense) ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ(Article 51 of the UN Charter)

ซึ่งระบุว่า “ไม่มีบทบัญญัติใดในกฎบัตรนี้จะกระทบสิทธิของรัฐในการป้องกันตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีการโจมตีด้วยอาวุธเกิดขึ้นต่อรัฐนั้น”การตอบโต้ของฝ่ายไทยจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย และอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน (Necessity and Proportionality)

โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อ ยับยั้งภัยคุกคาม ลดการสูญเสียของพลเรือน และรักษาเสถียรภาพของอธิปไตยแห่งชาติทั้งนี้ฝ่ายไทยมิได้มีเจตนาที่จะรุกรานหรือกระทำการใด ๆ ที่เกินขอบเขตการป้องกันตนเองจากการคุกคามโดยฝ่ายกัมพูชา

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยทำการโจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายกัมพูชาใช้การโจมตีแบบ indiscriminate target ทำให้เกิดการสูญเสียทางพลเรือนของฝ่ายไทย นอกจากนี้ที่ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนในเขตชุมชนพลเรือน เสมือนเป็นใช้โล่ห์มนุษย์ ซึ่งฝ่ายไทยไม่ตอบโต้ไปเป้าหมายดังกล่าว ถือเป็นการเจตนาละเมิด

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงจนไม่สามารถให้อภัยได้ และไม่มีประเทศอารยธรรมใดในโลกที่ยอมรับการกระทำ ซึ่งไร้มนุษยธรรมในลักษณะดังกล่าวกองทัพยังสรุปถึง สถานการณ์ปัจจุบัน กัมพูชายังคงดำเนินการทางทหาร หลังจากมีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง ที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.68 แล้ว เวลาหลังเที่ยงคืน ฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ (1) Chong Bok Area, Ubon Ratchathani Province(2) Sam Tae Area, Si Sa Ket Province(3) Pha Mor E Daeng, Si Sa Ket Province(4) Phu Ma Khua/Khanmar Area, Si Sa Ket Province(5) Phlan Yao Area, Si Sa Ket Province(6) Ta Kwai Temple, Surin Province

ทั้งนี้ฝ่ายกัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิง จนถึงวันที่ 30 ก.ค.68 เวลา 05.10 น. และเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 ตรวจพบทหารกัมพูชาเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทยและการใช้อากาศยานไร้คนขับของฝ่ายกัมพูชา บินตรวจการณ์ในพื้นที่ตอนในของฝ่ายไทย อย่างมีนัยสำคัญ

การตอบโต้การบิดเบือนข้อมูลกัมพูชากล่าวหาว่าไทยรุกรานกัมพูชา และละเมิดกติกาสหประชาชาติ อำนาจอธิปไตย และอาณาเขตรัฐ ซึ่งตามข้อเท็จจริงประเทศไทยเป็นรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่เคารพในกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด รวมถึงหลักการไม่ใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ (Article 2(4) UN Charter)

การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็น การป้องกันตนเองอย่างจำเป็นและได้สัดส่วน (necessity & proportionality) ตามสิทธิที่ระบุไว้ใน มาตรา 51 ของกฎบัตรฯ หลังจากฝ่ายกัมพูชา ใช้อาวุธโจมตีด่านทหาร ฝ่ายปกครอง และชุมชนไทยในหลายพื้นที่ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังฝ่ายกัมพูชาเคลื่อนกำลังเข้ามาในเขตแดนของไทยหลายครั้ง

พร้อมใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายของฝ่ายไทยโดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน เช่น โจมตี รพ.พนมดงรัก ซึ่งหากจากชายแดน เกือบ 10 กม. , ปั้มน้ำมันบ้านผือ ที่หากจากชายแดน 30 กม.สำหรับการใช้ระเบิดเคมี เป็นคำกล่าวหาที่ร้ายแรง และไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง ประเทศไทยเป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี(Chemical Weapons Convention – CWC) และปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่มีหน่วยใดในกองทัพไทยที่ใช้อาวุธเคมีทั้งในแง่ยุทธวิธีหรือยุทธศาสตร์การกล่าวหาเช่นนี้เข้าข่าย war propaganda และเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อใส่ร้าย

กรณีภาพ “ระเบิดเคมี” ที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่ โดยรัฐบาลกัมพูชา แท้จริงคือภาพภารกิจการดับไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ปี2022 ซึ่งสามารถดูภาพดังกล่าวได้ผ่านทางสื่อออนไลน์ส่วนที่ไทยใช้เครื่องบิน F-16 และอาวุธหนักจำนวนมากนั้น อาวุธทั้งหมดที่ใช้ในการตอบโต้และมีความเหมาะสมตามสัดส่วน เป็นเพื่อสกัดการรุกล้ำของฝ่ายกัมพูชา และกระทำต่อเป้าหมายทางทหาร บริเวณแนวชายแดน ไม่ใช่การโจมตีเชิงรุก แต่เป็นฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่วางกำลังและยิงอาวุธจากพื้นที่พลเรือน ใช้ชุมชนเป็น “โล่มนุษย์” ซึ่งเป็นการละเมิด International Humanitarians Laws อย่างร้ายแรงกองทัพบกชี้แจงต่อว่า ต่อประเด็นไทยใช้ระเบิด MK-84 ตกใส่บ้านเรือนของประชาชนกัมพูชา ตามคำแถลงของ ‘เฮง รัตนา’ หัวหน้า CMAC ของกัมพูชา มีลักษณะชัดเจนของการ บิดเบือนข้อมูล โดยอ้างภาพเก่าและสร้างการเชื่อมโยงที่ไม่มีมูลความจริง

ฝ่ายไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง ซึ่งภาพวัตถุระเบิดที่กัมพูชาอ้างว่าเป็น MK-84 นั้น เป็นระเบิดเก่าจากยุคสงครามเวียดนาม และไม่เป็นไปตามหลักทางวิทยาศาสตร์ทั้งนี้ไทยขอประนาม และให้กัมพูชาหยุดการกล่าวหาอันเป็นเท็จ เพื่อปลุกปั่นกระแสความเกลียดชัง และขอให้หันมาร่วมมือกับประเทศไทยและประชาคมระหว่างประเทศในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนอย่างสันติผ่านการเจรจาและความร่วมมือที่ตรงไปตรงมา ล่าสุด เมื่อ 30 ก.ค.68 ฝ่ายกัมพูชาเชิญคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ประจำกัมพูชาไปตรวจพื้นที่การรบห่างจากชายแดน 30 กม. แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเปลี่ยนแผน พาคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ประจำกัมพูชา ไปพื้นที่ช่องอานม้า ซึ่งเป็นพื้นที่การสู้รบ ยังมีความเสี่ยงต่ออันตราย

กองทัพบก กล่าวสรุปช่วงท้ายว่าขอเน้นย้ำว่า การปะทะระหว่างไทย กับกัมพูชานั้น ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มยิงก่อน โดยอาวุธระยะไกลยิงต่อ เป้าหมายพลเรือน และทำให้เกิดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินหายของพลเรือนที่ยอมรับไม่ได้ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเจรจาตกลงหยุดยิงแล้วแต่ ฝ่ายกัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือนข้อมูลอย่างเป็นระบบขอให้ประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมติดตามสถานการณ์ด้วยความเข้าใจ และร่วมกันผลักดันให้มีการเจรจาทวิภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี

ขอบคุณ ข้อมูลจากกองทัพไทย ข่าว/ภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​ พิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์ พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด ร.8 พัน.2 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

30 กรกฎาคม​ 2568​ เวลา​ 17.00​น.​ พลตรีกิตติพงษ์​ เนื่องชมภู ผบ.มณฑลทหารบกที่​23 จัดทหารกองเกียรติยศรับศพทหารกล้า​ พลทหารสิรวิชญ์​ ภิญโญ​สุข​ ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่​  เมื่อวันที่​ 28 กรกฎาคม​ 2568​ ณ​ วัดสายทอง​ ต.หนองแดง​  อ.สีชมพู​ จ.ขอนแก่น​  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ​พลทหารสิรวิชญ์​ ภิญโญสุข​ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

19.00​น​ นายไกรสร​  กองฉลาด​  ผู้ว่าราชการ​จังหวัดขอนแก่น​ เป็นประธานในพิธีพระราชทาน​น้ำหลวงอาบศพ​ วางพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​และพระบรมวงศานุวงศ์​ เป็นประธานในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม​ และมอบสิ่งของพระราชทาน

พร้อมทั้งปลอบขวัญเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต​ โดยมีผู้แทนกระทรวงวัฒน​ธรรม​  ปลัดจังหวัด​ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด​ วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น​ ข้าราชการ​และประชาชนในพื้นที่อำเภอสีชมพูร่วมสดุดีทหารกล้า​ เป็นจำนวนมาก

พิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์ พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข สังกัด ร.8 พัน.2 ค่ายมหาศักดิพลเสพ จ.ขอนแก่น

พ.อ.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค รอง ผบ.พล.ร.3/รอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนหน่วยฯ พร้อมคณะ ผบช./ฝสธ.ฯ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพในพระบรมราชานุเคราะห์

พลฯ สิรวิชญ์ ภิญโญสุข ตำแหน่ง พลปืนเล็ก สังกัด ร.8 พัน.2 ซึ่งเสียสละปกป้องอธิปไตยผืนแผ่นดินไทย และได้เสียสละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่/เหตุการณ์

ปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมี พ.อ.ยุทธนา มหาวัน รอง ผบ.มทบ.23 เป็นประธานในพิธี ณ ศาลาการเปรียญวัดสายทอง บ.โพธิ์ทอง ต.หนองแดง

อ.สีชมพู จ.ขอนแก่นสดุดีทหารกล้า #วีรบุรุษทหารกล้ากองพลทหารราบที่3กองทัพภาคที่2 กองทัพบกRoyalThaiArmy

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสวนสนามของสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 28 กรกฎาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

📌 วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ลานหน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลตรีเฉลิมพร ขำเขียว รองแม่ทัพภาคที่ 4

เป็นประธานพิธีสวนสนามของสมาชิกสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และถวายความเคารพเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยมี ฝ่ายเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4, ผู้บังคับบัญชา, นายทหารชั้นสัญญาบัตร, นายทหารชั้นประทวน,อาจารย์วันอับดุลเลาะฮ์ หล๊ะติหมะ นายกสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย,

ประธานสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย และสมาชิกฯ ร่วมในพิธีบรรยากาศเต็มไปด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

📌 สมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการเทิดทูนและธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักจิตอาสา ปฏิบัติงานโดยไม่หวังผลตอบแทนส่วนตน มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับความไม่เป็นธรรม ตลอดจนส่งเสริมแนวทางการประกอบอาชีพอย่างสุจริต เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเปี่ยมด้วยคุณธรรม

ขอบคุณ

ภาพ : จ.ส.อ. ศักดิ์สิริ รัตนพันธุ์
ข่าว : ซัมซูนีฯ
อนุมัติข่าว : ร.ท. ยุทธชัย ชูถิ่น

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ปี 2568 /สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 22 ก.ค. 68 เวลา 0900 พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ป.5 พัน.25 หน.กรรมการประเมินผล เป็นประธานใน

พิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ และประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 พร้อมทั้งนำกำลังพล, ยานพาหนะ,

อาวุธและยุทโธปกรณ์ เข้ารับการตรวจสอบและประเมินผลเป็นหน่วย กองร้อย.ปืนใหญ่สนาม ประจำปี 2568 ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบ และการปฏิบัติเป็นส่วน

สร้างความชำนาญและเข้าใจในอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศในการตรวจสอบอุปกรณ์และพร้อมเข้ารบ

พร้อมทั้งจัดคณะกรรมการภายในหน่วย ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการฝึกให้เป็นไปตามเกณฑ์และแนวทางที่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่กำหนด เพื่อเพิ่ม

ขีดความสามารถของระดับกำลังพล/ระดับหน่วย และรองรับภารกิจของกองทัพบกเมื่อได้รับมอบหมายต่อไป ณ บริเวณหน้าลานศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

สภ.เมืองชุมพร ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประจำเดือน กรกฎาคม 2568 ระหว่างวันที่ 21-25ก.ค.2568

พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิศร เจนประเสริฐศิลป์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปราโมทย์ กุ้งทอง สว.อก.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ท.ปฏินันท์ จันทร์หนองไทร สว.จร.สภ.เมืองชุมพร

พ.ต.ท.นฤพล นิลพันธ์ สวป.สภ.เมืองชุมพร พ.ต.ต.ปิยพล ฉัตรภูมิ สว.สส.เมืองชุมพร ข้าราชการตำรวจสภ.เมืองชุมพร ณ สภ.เมืองชุมพร โดยกําหนดเป้าหมายเน้นความผิด เกี่ยวกับอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน การจําหน่าย อาวุธปืน

วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย(OnGround)และจําหน่ายอาวุธปืนวัตถุระเบิดเครื่องกระสุนปืน ผ่านระบบออนไลน์และโซเซียลมีเดีย โดยผิดกฎหมาย(Online) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด บุคคลตามหมายจับและสืบสวนจับกุมบุคคล กลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพล

และผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ปราบปรามคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ ,การแข่งรถในทาง ออกตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆเพิ่มวงรอบในการตรวจตรา/

กำชับสถานบริการ ฯลฯ กำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามหลักยุทธวิธีตำรวจในการ เข้าตรวจค้น จับกุม เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน ลงพื้นที่ให้กำลังใจโรงเรียนสตรีศรีน่าน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ในการนี้ คณะครูและนักเรียนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมทั้งจัดเตรียมแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าสู่พื้น

ที่อาคารเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากมณฑลทหารบกที่ 38 (มทบ.38) ในการจัดกำลังพลมาช่วยบรรจุทรายลงกระสอบและเสริมแนวป้องกัน

ทั้งนี้ โรงเรียนสตรีศรีน่านได้ประกาศ หยุดการเรียนการสอนในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษา

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพภาคที่ 2 ต้อนรับ อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

ให้การต้อนรับ คุณ เจสซี่ โอดัม ในโอกาสที่ได้เข้ารับตำแหน่ง อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ

โดย อุปทูตด้านปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งมีหน้าที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการต่อต้านยาเสพติดและสืบสวนเกี่ยวกับองค์กรค้ายาเสพติดที่ลักลอบขนสาร

ควบคุมเข้าสหรัฐอเมริกา และตลาดโลก และ พร้อมที่จะประสานความร่วมมือในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดกับ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)


กองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ขับเคลื่อนแผนการสกัด กั้น และปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ตามนโยบายของรัฐบาล ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสกัด กั้นการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ ชายแดน

โดยจัดตั้งกลไกบูรณาการร่วมกับหน่วย งานความมั่นคง และพลเรือน อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปกองบัญชาการกองทัพภาคที่2 #แม่ทัพภาคที่2 #พลโทบุญสินพาดกลาง​ #อุปทูตด้านการปราบปรามยาเสพติด #สำนักงานด้านการปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกามิสเตอร์เจสซี่โอดํา​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 เปิดบ้านทหารใหม่ (Open House) ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2568 ที่ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923154 วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน ในพิธีการจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหาร

ใหม่ Open House รุ่นปีพุทธศักราช 2568 ผลัดที่ 1 ของมณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมกับ รองเสนาธิการ นายทหาร ข้าราชการ ทหารกองประจำการ และญาติของทหารกองประจำการทุกท่าน

หัวหน้ากองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 44 กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม การเปิดบ้านทหารใหม่ (Open House) ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2568 พอสังเขปดังนี้ ตามที่มณฑลทหารบกที่ 44 ได้รับทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปีพุทธศักราช 2568 และเข้ารับการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568

จนถึงปัจจุบันนั้น กองทัพบก มีนโยบายให้หน่วย เปิดค่ายต้อนรับผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถเข้าเยี่ยมบุตรหลานได้ในวันอาทิตย์ ตั้งแต่สัปดาห์แรก ตลอดระยะ

เวลาของหลักสูตรการฝึก ได้เห็นถึงสถานที่การฝึก และได้ทำความรู้จักผู้บังคับหน่วยทหาร บุคลากรทุกระดับชั้น รวมไปถึงความเป็นอยู่ของบุตรหลาน ก่อให้เกิด ความสบายใจ คลายความวิตกกังวล

ทั้งนี้ กองทัพบกได้กำหนดให้หน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วย จัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ ในวันเสร็จสิ้นการฝึกก่อนมีการ ปล่อยลาพักกลับบ้าน ให้ผู้ปกครอง ได้มีโอกาสรับทราบ

การเปลี่ยนแปลง ของบุตรหลานในระหว่างที่เข้ามารับราชการ เป็นทหารกองประจำการ โดยได้จัดการแสดงของทหารใหม่ ให้ผู้ปกครองและญาติได้รับชมจำนวน 3 ชุด ดังนี้ การแสดงศิลปะต่อสู้ป้องกันตัว มวยไทย การแสดงชุด ดาบปลายปืน การแสดงชุด ยิงปืนฉับพลัน

วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ของหน่วยมณฑลทหารบกที่ 44 ในวันนี้ 4 เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับทหารใหม่ ในโอกาสผ่านการฝึก โดยมีผู้ปกครองร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง

ทหารใหม่ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมหน่วยทหาร เพื่อเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วย กับครอบครัวทหารใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์ การสมัครเป็นทหารกองประจำการในผลัดต่อๆ ไป

พล.ต.สมคิด ชูเผือก เปิดเผยว่า ในนามของข้าราชการมณฑลทหารบกที่ 44 รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ญาติของทหารใหม่ รุ่นปี พุทธศักราช 2568 ผลัดที่ 1 ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการเปิดบ้านทหารใหม่ ในวันเสร็จสิ้น การฝึก กิจกรรมใน

ครั้งนี้เป็นนโยบายของกองทัพบก เพื่อให้ครอบครัวมีโอกาสร่วมแสดงความยินดี เยี่ยมชมหน่วยทหาร ได้รับรู้ถึงภารกิจ และบทบาทหน้าที่ของทหาร ความเป็นอยู่ในการฝึกทหารใหม่ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวกับหน่วยทหาร

ผมขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมีแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้โปรด ดลบันดาลพระราชทานพร ให้ผู้เข้าร่วมพิธีทุกท่าน และทหารใหม่ ทุกนาย มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง และปลอดภัยจากภยันตราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มณฑลทหารบกที่ 46 จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568 / จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 มอบหมายให้ กองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 46 ดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้แก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลเรือนของกองทัพบก

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของหน่วย การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การประพฤติตนอย่างเหมาะสมทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

ภายในกิจกรรมยังได้จัดให้มีการ ตอบคำถามแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องทหารใหม่ได้แสดงความคิด เห็น เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมีการ มอบของรางวัล เพื่อสร้างแรงจูงใจและกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นทหารของพระราชาและของประชาชน ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการพัฒนาเยาวชนชายไทยให้เป็นกำลังสำคัญของชาติอย่างมีคุณภาพกองทัพภาคที่4ศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่46

มณฑลทหารบกที่ 46 จัดอบรมให้ความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์และกิจการพลเรือนแก่ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/2568

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ขจรศักดิ์ อินทร์ทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 46 มอบหมายให้ กองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 46 ดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้แก่ทหารใหม่

ผลัดที่ 1/2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการพลเรือนของกองทัพบก

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของหน่วย การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การประพฤติตนอย่าง

เหมาะสมทั้งในและนอกเครื่องแบบ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

ภายในกิจกรรมยังได้จัดให้มีการ ตอบคำถามแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องทหารใหม่ได้แสดงความคิด เห็น เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม พร้อมทั้งมีการ มอบของรางวัล เพื่อสร้างแรงจูงใจและกำลังใจในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งเสริมความรู้และทัศนคติที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นทหารของพระราชาและของประชาชน ตามเจตนารมณ์

ของกองทัพบกในการพัฒนาเยาวชนชายไทยให้เป็นกำลังสำคัญของชาติอย่างมีคุณภาพกองทัพภาคที่4RTศูนย์ประชาสัมพันธ์มณฑลทหารบกที่46

ตอริก สหสันติวรกุล สำนักข่าวไทยจากปัตตานี รายงาน

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมภริยา ร่วมสมโภชพระธาตุท่าอุเทนอย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนแห่มอบดอกไม้-ผูกผ้าขาวม้าให้กำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 28 มิถุนายน 2568 พุทธศาสนิกชน “ลูกพระธาตุ หลานพระธรรม” และชาวจังหวัดนครพนมหลายพันคนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันด้วยใจศรัทธา ณ อำเภอท่าอุเทน เพื่อร่วมพิธีสมโภชองค์พระธาตุท่าอุเทนอย่างพร้อมเพรียง หลังจากการบูรณะโบราณสถานที่สำคัญและศูนย์รวมจิตใจแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

พร้อมภริยา ผศ.สุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระครูบริหารบรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุท่าอุเทน ประธานฝ่ายสงฆ์ และ ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รอง ผวจ.นครพนม นายชินวัตร ทองปรีชา นายอำเภอท่าอุเทน นายกานต์ แก้วมาตย์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าอุเทน ข้าราชการและประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมในพิธี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของงานบุญครั้งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาและเพื่อความเป็นสิริมงคล

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10.09 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ ก่อนเข้าสู่พิธีสงฆ์ พุทธศาสนิกชนและผู้เข้าร่วมงานได้ชื่นชมการแสดงสุดตระการตาจากนางรำคณะแม่บ้านทหาร (ร.3 พัน.3) และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอีสานจากนางรำอำเภอท่าอุเทนกว่า 160 ชีวิต ที่ร่วมกันร่ายรำบูชาองค์พระธาตุท่าอุเทนอย่างพร้อมเพรียง สร้างความประทับใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ยังความปลาบปลื้มใจจากสายฝนและความผูกพันของชาวบ้าน

ภายหลังจากการแสดง พิธีทางศาสนาได้ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พิธีได้ร่วมปิดทองโปรยดอกไม้ พระธาตุจำลองและห่มผ้าองค์พระธาตุท่าอุเทน นอกจากนี้ ยังมีการมอบพระธาตุท่าอุเทนจำลองให้กับผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุในครั้งนี้ด้วย สิ่งที่สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง คือ หลังเสร็จสิ้นพิธี ฝนได้ตกลงมาโปรยปรายราวกับพรมน้ำมนต์ ชโลมให้ทุกท่านที่มาร่วมพิธีได้รับความเย็นฉ่ำและเติมเต็มความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ให้กับบรรยากาศโดยรวม เป็นภาพที่สร้างความประทับใจและเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดี


นอกจากนี้ ตลอดทั้งงาน ชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวการมาเยือนของแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มารวมตัวกันเพื่อให้กำลังใจ และแสดงออกถึงความเคารพรักด้วยการมอบดอกไม้และผูกผ้าขาวม้าให้กับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่2 อย่างใกล้ชิด และร่วมถ่ายภาพด้วยสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและศรัทธาที่ชาวบ้านมีต่อท่านอย่างแท้จริง


บทบาทสำคัญของ พลโท บุญสิน พาดกลาง ในการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุท่าอุเทนนั้น เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยท่านพร้อมด้วย ผศ.สุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 ได้เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อระดมทุน ซึ่งการทอดผ้าป่าครั้งนั้นได้รับยอดเงินบริจาคสูงถึง มากกว่า 2 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยให้คงอยู่สืบไป


สำหรับการจัดพิธีสมโภชในวันนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการบูรณะองค์พระธาตุท่าอุเทนเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังศรัทธาครั้งยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนิกชน ที่ได้ร่วมกันจารึกประวัติศาสตร์แห่งความร่วมมือและความศรัทธาอันแรงกล้าในการธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและมรดกอันล้ำค่าของชาติไทย.ช่วงหนึ่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 กล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึง กรณีเกิดการกระทบกระทั่งและมีปากเสียงขึ้นระหว่างกองกำลังทหารไทยและทหารกัมพูชาขณะลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ทับซ้อน เพราะต่างอ้างเป็นพื้นที่ของตน ก่อนจะได้แยกย้ายเว้นระยะห่างต่อกันในที่สุดนั้น ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวถึง ไทยยังคงยึดถือแผนที่ 1:50,000 ตร.กม.

ซึ่งทางไทยและกัมพูชายังยึดถือแผนที่เขตแดนคนละฉบับกัน จึงทำให้ต่างก็อ้างดินแดนของตน ซึ่งต่อมาต่างก็เว้นระยะถอยห่างเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะนอกจากนี้ กรณีที่มีข่าวชาวกัมพูชาได้พยายามเดินทางขึ้นไปเยี่ยมชมบริเวณปราสาททั้งสองแห่ง และร้องเพลงและแสดงสัญญาลักษณ์นั้น ได้กล่าวว่า เป็นสิทธิทั้งสองประเทศตามข้อตกลงร่วมกัน แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ของไทยก็ได้เข้าไปอธิบายและป้องปรามไม่ให้กระทำการดังกล่าวที่จะนำไปสู้การขัดแย้ง จนเมื่อเป็นที่เข้าใจต่อกันจึงไม่มีอะไรที่ต้องน่าเป็นห่วง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่ม บ.น้ำตาลครบุรี โคราช จัดกิจกรรม รวมน้ำใจ สู่ชายแดนตาเมือนธม

แชร์เนื้อหานี้

น้ำตาลครบุรีผนึกพลังชาวครบุรี รวมพลรถบรรทุกอ้อยขนยางเก่า
รวมน้ำใจสู่ชายแดน”ตาเมือนธม”

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) โดยทีมงานมวลชนสัมพันธ์ได้ดำเนินกิจกรรม ” ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ชาวครบุรี โคราช รวมน้ำใจให้แนวหน้า ระดมยางรถเก่าสร้างบังเกอร์ “ เพื่อร่วมส่งกำลังใจจากแนวหลังให้แก่เหล่าทหารหาญประจำการอยู่แนวหน้า ที่กำลังตั้งมั่นปกป้องอธิปไตยในแถบพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์

สำหรับการดำเนินโครงการนี้ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างเต็มที่จากองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี และคณะจิตอาสาพระราชทานอำเภอครบุรี

จังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วยช่วยกันระดมเสบียง ข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม น้ำตาล ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆ เครื่องปั่นไฟสนาม กระสอบปุ๋ย กระสอบน้ำตาล น้ำมันรถบรรทุกสนับสนุนโดยโรงงานน้ำตาลครบุรี ก่อนเคลื่อนคาราวานรวมน้ำใจให้แนวหน้าออกจากลานจอดรถบรรทุกอ้อยของโรงงานน้ำตาลครบุรีนำไปส่งมอบให้แก่กองทัพที่ปราสาทตาเมือนธม

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพกุ้ง” ลงพื้นที่มุกดาหาร มอบพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร ลั่น “ไม่กลัวคุณไสยหมอผีเขมร” – ชาวบ้านแห่ต้อนรับอบอุ่น มอบแจ่วแมงแคง ดอกกุหลาบแดง เป็นกำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อ

ถวาย “พระพุทธปฏิมา ปางสะดุ้งมาร” สมัยอู่ทอง แด่พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อนำประดิษฐานภายในอุโบสถของวัด

ในพิธีดังกล่าวมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พลตำรวจตรีไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ข้าราชการระดับจังหวัด และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีด้วย

ขณะเดินทางถึงประตูวัด พลโท บุญสิน ได้ลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางชาวบ้านที่มารอต้อนรับแน่นขนัด หลายคนผูกผ้าขาวม้าตามประเพณีอีสาน มอบ

ดอกกุหลาบ และ “แจ่วแมงแคง” อาหารพื้นบ้านยอดนิยม พร้อมขอถ่ายรูปและเซลฟี่อย่างคึกคัก โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ยังพูดคุยทักทายกับชาวบ้านด้วยภาษาอีสานอย่างเป็นกันเอง สร้างความประทับใจแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก

ภายหลังพิธี แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงาน พร้อมตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแสข่าวว่ามีหมอผีจากฝั่งกัมพูชาร่ายมนต์ใส่

ตน โดยกล่าวว่า “ผมไม่กลัวหรอกครับ ไม่มีคุณไสยหรือมนต์ดำใดจะทำลายคุณงามความดีที่เรายึดถือได้ ความดีของเราต่างหากที่คุ้มครองเรา”

พลโทบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพภาคที่2 #วัดศรีบุญเรือง #มุกดาหาร #แม่ทัพภาคอีสาน #ข่าววันนี้

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​แม่ทัพภาค 2 นำคณะ พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 เยี่ยมทหารบาดเจ็บเหตุ ฮ.ตก พร้อมมอบกระเช้าและเงินเป็นกำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2568 พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 2 รุ่นที่ 2 (พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2) เดินทางเข้าเยี่ยมมอบกระเช้าผลไม้ และเงินเพื่อให้กำลังใจนายทหาร 8 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เฮลิคอปเตอร์ตกกระแทก

พื้น ขณะปฏิบัติภารกิจผลัดเปลี่ยนกำลังพลและส่งเสบียงยังฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มารอมอบดอกไม้และถ่ายเซลฟี่กับแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นจำนวนมาก

โดยผู้บาดเจ็บประกอบด้วยทหารพรานจาก กรมทหารพรานที่ 23 จำนวน 5 นาย, นักบิน 2 นาย และช่างเครื่องอีก 1 นาย และในโอกาสเดียวกัน นางสาวธนชนก

สุริยเดชสกุล ผู้แทนนักศึกษา พสบ.ทภ.2 รุ่นที่ 2 ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารผู้บาดเจ็บ พร้อมกล่าวให้กำลังใจและชื่นชมในความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติด้วย

ทั้งนี้ ทหารที่ได้รับบัตรเจ็บขณะนี้มีอาการปลอดภัยทั้งหมด โดยมีเพียงทหารพราน 1 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่านายอื่น เนื่องจากขาซ้ายหักและแพทย์ผู้รักษาได้การผ่าตัดใส่เครื่องยึดให้เป็นเรียบร้อยแล้ว

พลโท บุญสิน ได้กล่าวให้กําลังใจนายทหารที่บาดเจ็บและครอบครัวที่มาเฝ้า โดยได้สอบถามถึงอาการทหารที่ได้รับบาดเจ็บแต่ละคนด้วยความห่วงใยว่าเป็น

อย่างไรบ้าง โดยมีแพทย์ผู้ให้การรักษาได้อธิบายถึงขั้นตอนการรักษาผู้บาดเจ็บแต่ละรายว่าได้ให้การรักษาอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเนื่องจากการถูกกระแทกอย่างแรงบริเวณแขนขาและชายโครง โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้

กล่าวอวยพรให้ทหารทุกนายหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปกติโดยเร็ววันบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #เยี่ยมทหารบาดเจ็บ #เฮลิคอปเตอร์ตก #โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ #วารินชำราบ #อุบลราชธานี #ศาลโลก

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #ทหารกัมพูชา #ทหารเขมร #ข่าวด่วน #ความมั่นคงชายแดน #ข่าวสุรินทร์ #ชายแดนไทยกัมพูชา #พนมดงรัก #สุรินทร์

#ปะทะชายแดน #ThaiArmy #BorderConflict #ปราสาทตาเมือนธม #ปราสาทตาควาย #ปราสาทตาเมือนโต๊ด #ช่องบก #สามเหลี่ยมมรกต #ข่าววันนี้​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.5 พัน.25 ตรวจสภาพความพร้อมรบกองร้อยเตรียมพร้อม “กองทัพภาคที่ 4”

แชร์เนื้อหานี้

รักสงบ รบไม่ขลาด ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ตรวจความพร้อมรบ (11 มิ.ย.58) พ.ท. พิทยาคม พงษ์สุพรรณ์ ผบ.ร.25 พัน.1 เป็นประธานการตรวจสภาพความพร้อมรบของ ร้อย.ร.เตรียมพร้อม ทภ.4 ตามแผนการใช้กำลังรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ รวมถึงความรู้ตามตำแหน่งหน้าที่ เพื่อให้มีความพร้อมต่อการปฏิบัติงานป้องกันชายแดนและภารกิจที่ได้รับมอบหมายเมื่อสั่ง ณ ลานพื้นแข็ง หน้าศาลาเขตอุดมศักดิ์ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพร

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คลื่นแนวหลัง แห่มอบของให้กำลังใจทหารปราสาทตาเมือนธมไม่ขาดสาย เจ้าของเคกแบรนด์ดัง มาสเตอร์เค้ก รุดมอบขนมเค้กจำนวน 1,000 กล่องให้กำลังใจ จนท.ทหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.68 เวลา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน รวมทั้งยังถือโอกาสเข้าไปเที่ยวชมตัวปราสาทตาเมือนธมอย่างคึกคักอีกด้วย โดยไม่สนใจกับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นอีกด้วยขณะที่ เวลาประมาณ 15.00 น.นายบุญมี อาสาศร เจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์”มาสเตอร์เค้ก ชื่อดัง หรือฉายา”มาสเตอร์เค้กสัญจรทั่วไทย”เป็นชาวจังหวัดปทุมธานีอดีตเชฟโรงแรม ช่วงโควิดระบาดผันตัว

ออกจากโรงแรมหันมาทำเค้กเดินสายขายหิ้วไป ตามบริษัทและหน่วยงานต่างๆจนประสบความสำเร็จในการทำอาชีพขนมเค้ก แลพกลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์เค้กแบรนด์มาสเตอร์เค้กชื่ดังในวันนี้ได้ถือโอกาส ช่วงสถานการณ์ชายแดนดังกล่าว เดินทางจากจังหวัดปทุมธานี เพื่อนำเค้กอร่อยอร่อย ประกอบด้วย ขนมเค้ก เค้กช็อกโกแลต เค้กหน้าฝอยทอง หน้าคอฟฟี่ครีม เค้กหน้าแยม และเค้กผลไม้ จำนวน 1,000 กล่อง คิดเป็นเงินมูลค่า กว่า 100,000 บาท มามอบให้พี่น้องทหารกล้าของไทย ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ได้ทานและลิ้มลองรสชาติเค้กจากเชฟระดับโรงแรม 5 ดาว และที่สำคัญเพื่อให้กำลังใจให้พี่น้องเจ้าหน้าที่ทหารชายแดนที่ช่วยดูแลรักษาอธิปไตย

โดยเจ้าหน้าที่ทหารต่างพากันชิมเค้กและมีการป้อนเค้กเข้าปากกันอย่างเอร็ดอร่อยอีกด้วย ขณะที่ประชาชนบางราย ต่างถือโอกาสพากันขอถ่ายภาพและให้กำลังจนท.ทหารคนดัง ที่ยืนประจันหน้าโต้เถียงกับทหารกับพูชาตามที่ปรากฎเป็นคลิปในโลกโซเชี่ยลที่ผ่านมา ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นอย่างยิ่งส่วนบรรยากาศที่ประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิงฯตลอดทงั้วันพบว่า เป็นไปอย่างเงียบเหงา ชาวกัมพูชาและชาวไทยเดินทางเข้าออกตามปรกติ แต่บางตาลง จะมีการอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้า-ออกด่านได้ เช่นรถขนส่งสินค้า

สินค้าที่จำเป็นต่างๆ ผู้ป่วย ผู้ที่มาทำธุรกิจค้าขาย โดยมีทหารประจำฐานกลางเป็นผู้คัดกรองอย่างเข้มงวด ส่วนเรื่องมาตรการเปิด-ปิดด่านชายแดนช่องจอม จนท.ในพื้นที่ยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งเกี่ยวกับมาตรการต่างๆที่จะตอบโต้ประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาบางราย ได้ปิดร้านค้าที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม เดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อรอให้สถานการณ์ปกติก่นจึงค่อยกลับมาเปิดร้าน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบเหงา ประชาชนและนักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาเที่ยวซื้อสินค้าเหมือนเช่นเดิม เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองแม่ทัพ “ณัฏฐ์” นำทีมทหารไทยเจรจากัมพูชา สำเร็จ! คลี่คลายสถานการณ์ช่องบก กลบคูเลต คืนสู่สภาพเดิม ก่อนประชุม JBC

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ฝ่ายกัมพูชา โดย พลโท สรัย ดึก รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการกองพล

สนับสนุนที่ 3 ได้เชิญฝ่ายทหารไทย นำโดยพลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย

พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เข้าร่วมหารือ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับกรณีปัญหาการรุกล้ำดินแดนในพื้นที่บริเวณช่องบก

จากการหารือเบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบการปรับการวางกำลังให้กลับไปสู่แนววางกำลังเดิมเมื่อปี พ.ศ.

2567 เพื่อลดการเผชิญหน้า พร้อมทั้งกลบคูติดต่อ(คูเลต) กลับไปสู่สภาพเดิม สร้างบรรยากาศที่เกื้อกูลต่อการประชุม JBC ใน 14 มิ.ย. 68 ซึ่งเป็นช่องทางในการหารือแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะใช้ กลไกคณะกรรมการชายแดน
ส่วนท้องถิ่น เป็นช่องทางหารือการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ขณะที่ พลตรี ณัฏฐ์ ได้โพสต์ทาง facebook ว่า คุยกันอย่างลูกผู้ชาย…ไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่เสียความสัมพันธ์ ไม่เสียเศรษฐกิจ …ชนะโดยไม่ต้องรบ…บันทึกไว้ ณ วันที่ 8 มิ.ย.68 ณ ช่องอานม้า และช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานีชายแดน

ไทยกัมพูชา #MOU43 #ณัฏฐ์ศรีอินทร์ #รองแม่ทัพภาค2 #ความมั่นคงชายแดน #ปัญหาเขตแดน #JBC #ศาลาตรีมุข #ข่าวการเมือง #ข่าวด่วน #ทหารไทย

#ทหารกัมพูชา #ทหารเขมร #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ไทย #กัมพูชากองทัพบก #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ช่องบก #ความมั่นคง #ข่าวทหาร #ความร่วมมือชายแดน​

เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รองแม่ทัพภาคที่ 2 เปิดใจผ่านเฟซบุ๊ก เผยข้อเท็จจริง 11 ข้อ ปมปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา รุกล้ำกว่า 400 ครั้ง” ลั่น! อย่าดันถึงศาลโลก เปิดใจคุยกันแบบลูกผู้ชายดีกว่า

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความในใจและเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะการรุกล้ำอธิปไตยของฝ่ายกัมพูชาที่เกิดขึ้นกว่า 400 ครั้ง แม้ฝ่ายไทยจะประท้วงอย่างต่อเนื่อง แต่กลับได้รับการตอบสนองเพียงเล็กน้อย พล.ต.ณัฏฐ์ เปิดเผยข้อเท็จจริง 11 ประการที่สรุปใจความได้ดังนี้:

1.ไทย-กัมพูชามีปัญหาเรื่องเส้นเขตแดนมายาวนานเนื่องจากยึดถือหลักฐานแผนที่ที่ต่างกัน
2.แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นผลผลิตจากสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904 และ ค.ศ.1907 เป็นแผนที่มาตราส่วนหยาบ คลาดเคลื่อนจากเส้นสันปันน้ำจริงหลายจุด

  1. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการยึดเส้นเขตแดนที่แตกต่างกันตามข้อ 1 และข้อ 2 จึงตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(JBC) ขึ้นมาเพื่อร่วมกันจัดทำแนวเขตแดนระหว่างกันให้ชัดเจนและเป็นเป็นที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย โดยผลผลิตสุดท้ายคือ หลักเขตแดน และแผนที่
  1. ขณะที่ JBC ทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้การทำงานราบรื่นทั้งสองฝ่ายจึงมีข้อตกลง MOU43 สาระสำคัญข้อ 5 ระบุไม่ให้ทั้งสองฝ่ายดัดแปลงภูมิประเทศตามแนวชายแดนซึ่งอาจมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสันปันน้ำ
  2. ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาละเมิด MOU43 มาโดยตลอด ขยายชุมชน สร้างกาสิโน ปลูกพืชไร่ประชิดชายแดน ที่เป็นการทำลายสันปันน้ำ เราประท้วง 400 กว่าครั้งแต่ให้ความร่วมมือแก้ไขน้อยมาก ในขณะที่ฝั่งเราเป็นเขตอุทยานเข้าไปทำอะไรไม่ได้
  1. พื้นที่ช่องอานม้า ก่อนเกิดเหตุเผาศาลาตรีมุข(28 ก.พ.68) ทหารกัมพูชาวางกำลังห่างชายแดนไม่น้อยกว่า 500 ม. เราก็วางกำลังห่างระยะใกล้เคียงกัน ย่านกลางนั้นเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพไปมาหาสู่ ประสานงาน พูดคุยแก้ปัญหากัน
  2. วันที่ 28 ก.พ.68 กัมพูชาเผาศาลาตรีมุข เคลื่อนกำลังขึ้นมาวางที่ต้นพญาสัตบรรณซึ่งล้ำอธิปไตยไทยเข้ามาประมาณ 150 ม. รวมถึงขุดคูเลททำลายสันปันน้ำละเมิด MOU43
  3. ฝ่ายเราพยายามแก้ปัญหาโดยสันติ อดทนอดกลั้น เจรจาขอให้ถอนกำลังที่รุกล้ำอธิปไตยไทยออกไปหลายครั้งแต่เขมรก็ไม่ยอมถอน สุดท้ายมีการใช้อาวุธเมื่อวันที่ 28 พ.ค.68
  1. ผู้บังคับบัญชาของไทยทุกระดับพยายามแก้ไขปัญหาโดยสันติ เจรจาขอให้ถอนกำลังจากจุดที่รุกล้ำ แต่เขมรอ้างว่ากำลังส่วนนี้วางอยู่เดิมมาตั้งแต่ก่อนมี MOU43 ซึ่งไม่ใช่ความจริงอย่างแน่นอนเพราะถ้ามีกำลังวางอยู่จุดนี้เมื่อปีที่แล้ว(ส.ค.67) ผมจะเดินผ่านจุดนี้เข้าไปที่ศาลาตรีมุขได้อย่างไร
  2. เขมรอ้างว่าถูกรุกราน ไทยไม่แก้ปัญหาโดยสันติ จะขยายความขัดแย้งสู่ศาลโลก ทั้งๆที่สองประเทศมีกลไกแก้ไขปัญหาร่วมกันอยู่ โดยอ้างว่าปัญหาจะได้จบ ถามว่ามันจะจบได้อย่างไร?
  1. กัมพูชายังเสริมกำลังทหาร อาวุธยุทโปกรณ์ พยายามจะนำกำลังขยายไปควบคุมพื้นที่อื่นๆตลอดแนวชายแดนทั้งๆที่พื้นที่เหล่านั้นเดิมทั้งสองฝ่ายไม่มีการวางกำลัง เป็นป่าเป็นเขา ถ้าเราเอากำลังไปวางเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยก็เผชิญหน้ากัน ทำเพื่ออะไร?
  2. กติกาสองบ้านเรามีอยู่ เรามาเปิดหน้าคุยกันอย่างลูกผู้ชายดีกว่าไหม ถ้าเรื่องถึงโรงถึงศาลลูกหลานเราก็จะเป็นปรปักษ์กันตลอดไป จะเกิดประโยชน์อะไรถ้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กลุ่มพลังมวลชน แนวหลัง นำพริกแห้ง กะปิ สิ่งดำรงชีพ บุกเข้าชายแดนช่องพระพะลัย จุด “ฐานปฏิบัติการพนมกันตุง” กองร้อย ทพ.2609 ให้กำลังใจ

แชร์เนื้อหานี้

บ่ายของวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ ฐานปฏิบัติการพนมกังตุง จุดชมวิวช่องพระพะลัย ทางเข้าสู่ช่องกะบาลกะไบ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าพืชพนมดงรักจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอขุนหาญ ดินแดนที่มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดในอีสานใต้ โดยเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์ ร้อยตรี พิชิต ศรีคงรัก ผบ.กองร้อยทหารพรานที่2609 ที่สู้รบกับกองกำลังต่างชาติ ที่จะบุกรุกเข้ามายึดแผ่นดินไทย ด้วยการสู้จนต้องพลีชีพตนเพื่อรักษาดินแดนไทย เอาไว้ให้ลูกหลานชาวศรีสะเกษ ไว้ให้ประเทศไทย โดยบ่ายของวันนี้ ได้มีกลุ่มพลังมวลชน ทั้งภาครัฐ – เอกชน กลุ่มธนาคารฯ กลุ่มแพทย์แผนไทยอำเภอขุนหาญ สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ อื่นๆ

ได้รวบรวมพริก เกลือ น้ำปลา กะปิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมทั้งทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมามอบให้ กองกำลังทหารพราน “ฐานปฏิบัติการพนมกันตุง” กองร้อย ทพ.2609 ให้กำลังใจให้กับทหารที่รักษาพรมแดน ตามแนวชายแดน – กัมพูชา โดยมี นาย ธนัชกฤศ บุดดีเสาร์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอขุนหาญ ผู้แทนนายอำเภอฯ มาเป็นเกียรติในการเป็นประธานมอบ ให้กับ ร้อยเอก บัณฑิต โยดิน ผู้บังคับกองร้อย ทพ.2609 ตัวแทนของกองกำลังทหารพราน ฐานปฏิบัติการพนมกันตุง กองร้อย ทพ.2609 ที่ปักหลักรักษาดินแดนไทย อยู่ตามแนวชายแดนตรงจุดนี้


นาย ธนัชกฤศ บุดดีเสาร์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอขุนหาญ ผู้แทนนายอำเภอฯ กล่าวว่า วันนี้ในนนามของอำเภอขุนหาญ ต้องขอบคุณทุกท่าน ทุกองค์กร ที่มองเห็นทหารที่รักษาอธิปไตยอยู่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา อยู่ในขณะนี้ แม้ว่าวันนี้จะไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงใดๆ แต่ทหารทุกหน่วย ทุกเหล่า ก็ยังคงยืนหยัดที่จะรักษาแผ่นดินไทยเอาไว้ ขณะที่ทุกท่านที่อยู่แนวหลัง ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ยังคิดถึงทหารทุกคน ก็ได้พยายามรวบรวมสิ่งของต่างๆ มามอบให้ทหารด้วยความรัก อย่างแท้จริง ต้องขอขอบคุณทุกคนด้วย

โดย ร้อยเอก บัณฑิต โยดิน ผู้บังคับกองร้อย ทพ.2609 กล่าวขอบคุณ ว่า ผมเป็นผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่2609 วันนี้ก็มีความภาคภูมิใจ ที่มีคนรู้ใจ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ – ภาคเอกชน ซึ่งทุกคนก็รักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน แต่การปฏิบัติจะไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง ทหารก็ทำอีกอย่างหนึ่ง ส่วนราชการ หรือภาคเอกชน ประชาชน ก็ทำอีกอย่างหนึ่ง แล้วเมื่อถึงคราวที่เราต้องรักษาอธิปไตย คนไทยของเราจะแสดงออกถึงความรักชาติ

ซึ่งจุดนี้ผมมองเห็นแล้ว ผมก็ภาคภูมิใจ สิ่งของที่พวกท่านได้นำมามอบให้ในวันนี้ เป็นอำนาจกำลังรบให้กับพวกผม อำนาจกำลังรบที่ไม่มีตัวตน ซึ่งก็คือสิ่งที่มามอบให้เหล่านี้แหละ ทำให้มีกำลังใจอึดสู้ ที่จะรักษาอธิปไตยให้กับชาติไทยของเรา ยังคงมีอธิปไตยของเราอยู่สืบต่อไป ขอบคุณทุกท่านด้วยความจริงใจ ครับ
//////////////////////////ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพกุ้ง” ลงพื้นที่ฐานปราสาทตาเมือนธม มอบกำลังใจทหารแนวหน้า ย้ำหนักแน่น “อย่าประมาท – เราทำถูกแล้ว”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (แม่ทัพกุ้ง) เดินทางตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลกองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี ณ ฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมปฏิบัติภารกิจด้วย

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นแก่กำลังพล พร้อมกล่าวให้โอวาทและขอบคุณทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

ทั้งนี้ แม่ทัพกุ้งยังได้กล่าวย้ำว่า “ขอให้ทุกนายเชื่อมั่นว่า เราทำถูกต้องแล้ว ขอให้ตระหนักว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเสมอ อย่าประมาท พร้อมเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ

ได้ทุกเวลา และต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา”แม่ทัพภาคที่2บุญสินพาดกลางแม่ทัพกุ้ปราสาทตาเมือนธมกองกำลังสุรนารีทหารแนวหน้าเราทำถูกแล้วให้กำลังใจทหารข่าวทหารข่าวภาคอีสานสุรินทร์​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / ด่วน!!! “เสียงปืนแตก” ยิงปะทะทหารกัมพูชาที่ช่องบก ล่าสุดทหารไทยปลอดภัย ยังคงตรึงกำลังเข้มในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอ

น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่าเมื่อเวลา 05.30 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รายงานว่าได้เกิดเหตุปะทะกับกำลังทหารกัมพูชาที่เข้ามาวางกำลังในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

ฝ่ายไทยได้ส่งชุดประสานงานเข้าพูดคุยตามแนวทางปกติ แต่เกิดความเข้าใจผิดจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนกำลัง จึงเปิดฉากใช้อาวุธยิงใส่ ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ โดยการปะทะกินเวลาราว 10 นาที

ต่อมาในเวลา 05.55 น. พลตรี ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสานกับ พันเอก บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ฝ่ายไทย เพื่อยุติการปะทะ ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงและตรึงกำลังในพื้นที่

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อหาข้อยุติในประเด็นการอ้างสิทธิ์ และวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างสันติ โดยกองทัพบกยืนยันว่า กำลังพลฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมให้ทราบในโอกาสต่อไป

กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #ชายแดน

ไทยกัมพูชา #ช่องบก #กองทัพบก #ปะทะชายแดน #ความมั่นคงชายแดน #เจรจา ทวิภาคี #อุบลราชธานี #ทหารไทย #ทหารเขมร #ตรึงกำลัง #ข่าวสถานการณ์ล่าสุด

​ เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 ย้ำกองทัพไทยคุมเข้มชายแดน – ปกป้องอธิปไตยเต็มที่ กรณีทหารเขมรรุกเนิน 745

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทหารกัมพูชาได้รุกล้ำเข้าพื้นที่เนิน 745 ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยมีลักษณะการสร้างฐานที่มั่น ขุดคูเลท และเสริมกำลังพร้อมอาวุธครบมือ ทหารพรานกองกำลังสุรนารีได้เข้าตรวจสอบและพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา กระทั่งได้ข้อสรุปว่าทหารกัมพูชาจะยุติการขุดคูเลทและถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน พร้อมตกลงจะนัดพบในห้วงเวลาโดยไม่มีอาวุธ และมีการลาดตระเวนร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่าทหารกัมพูชาบางส่วนยังคงอยู่ในพื้นที่ล้ำแดนบริเวณอื่นของช่องบกระยะห่างประมาณ 150 เมตร ซึ่งทหารไทยได้เจรจาเรียกร้องให้ถอยหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือ ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมสถานการณ์

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ขณะนี้ยังมีบางจุดที่เกิดความไม่เข้าใจกันซึ่งเป็นผลจากการใช้แผนที่คนละฉบับ แต่โดยรวมถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้ โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยยังคงลาดตระเวนตามปกติ และมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเป็นหลัก

ทั้งนี้ หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ ได้มีข้อตกลงร่วมกันในหลักการ “ใครอยู่ตรงไหน ให้อยู่ตรงนั้น” หากจะมีการเคลื่อนไหวต้องแจ้งล่วงหน้าและพูดคุยกันก่อน พร้อมรอผลการดำเนินงานจากคณะอนุกรรมการปักปันเขตแดน

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า กองทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะดูแลผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างดีที่สุด พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองกำลังทั้งสองประเทศ ไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย

ปัจจุบันจุดที่มีความเสี่ยงและยังไม่มีการปักปันอย่างชัดเจน ได้มีการถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ส่วนจุดที่มีการประจำการตามปกติจะยังคงอยู่เช่นเดิม โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาทั้งหมดจะยึดแนวทางสันติและการเจรจาเป็นหลัก

ชายแดนไทยกัมพูชา #ทหารไทย #ทหารเขมร #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพไทย #ปกป้องอธิปไตย #ข่าวชายแดน #อุบลราชธานี #เนิน745 #ความมั่นคงชายแดน​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สือรัฐนิวส์ / ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยงานความมั่นคง นราธิวาส ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล

แชร์เนื้อหานี้

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงหลายครั้ง ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เพื่อหารือปรับแผนยุทธวิธีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เน้นการทำงานเชิงรุกและบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ความมั่นคงของประชาชน คือหัวใจสำคัญของภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจภายใต้ความเสี่ยงสูง พร้อมเน้นย้ำทุกภารกิจต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางซึ่งตกเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ยืนหยัด มุ่งมั่น และปรับใช้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคมได้ โดยสนับสนุนกิจกรรมที่สะท้อนการต่อต้านความรุนแรง และการประณามผู้ก่อเหตุ รวมถึงการแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีระหว่างพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิม ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนต่อการทำงานของภาครัฐ
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับ-ส่งทหารใหม่ เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ทหารบกและทหารอากาศ ผลัดที่ 1/2568 ญาติให้กำลังใจคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.50 น. ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ สัสดีจังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีรับ-ส่ง ทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ แผนกทหารบก ผลัดที่ 1 /2568 และแผนกทหารอากาศ ผลัดที่ 1/2568

โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พันเอกสุระชัย มีหอม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ

พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายธีรวัฒน์ สนิทชน ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ปกครองร่วมพิธี โดยมีพันเอกบัณฑิต คำเคน สัสดีจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานและนำพบปะทหารใหม่ สำหรับจังหวัดบึงกาฬ

ได้ทำการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 3 – 11 เมษายน 2568 วันนี้เป็นการส่งทหารเข้ากองประจำการในผลัดที่ 1 แยกเป็นประจำการ

ณ มณฑลทหารบกที่ 29 จังหวัดสกลนคร จำนวน 26 นาย มณฑลหารบกที่ 21 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 24 นาย กองทัพอากาศ กองบิน23 จังหวัดอุดรธานี จำนวน 17 นาย และกองทัพภาคที่ 1 กองทัพอากาศ ดอนเมือง จำนวน 25 นาย รวมทั้งสิ้น 92 นาย

โอกาสนี้ได้นิมนต์พระครูกิตติปัญญานุยุต (สินทำ กิตติปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีอุปถัมภ์(วัดป่าภูกระแต) พร้อมคณะะสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาประพรมน้ำพระพุทธมนต์และมอบวัตถุมงคล เพื่อเป็นสิริมงคลเป็นขวัญกำลังใจ

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ได้พบปะทหารใหม่บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอบอุ่น พร้อมทั้งให้โอวาทขอให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง ทหารใหม่ ที่จะต้องไปเข้ารับราชการทหารกองประจำการในวันนี้ว่า ขอให้มั่นใจในกองทัพ มั่นใจในผู้บังคับบัญชา จะดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดีระหว่างการฝึกและตลอดระยะเวลาที่เข้าอยู่กองประจำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.ที่4 ตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดและกราดยิงในพื้นที่ จ.นราธิวาส เด็กและประชาชนบาดเจ็บหลายราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่22เม.ย.68 พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณสถานีตำรวจภูธรโคกเคียน และเหตุกราดยิงในพื้นที่บ้านฆอเลาะทูวอ อำเภอแว้ง ส่งผลให้เด็กและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวมหลายรายเหตุการณ์แรกเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.45 น. คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณริมกำแพงหลังแฟลตตำรวจ สภ.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส แรงระเบิดส่งผลให้เด็กและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 3-13 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังเดินทางไปเรียนอัลกุรอ่าน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างประกอบระเบิดแสวงเครื่องมาวางไว้บริเวณหลังรั้วแฟลต และหลบหนีไปก่อนก่อเหตุโดยมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ยังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดกราดยิงใส่ประชาชนที่กำลังนั่งรับประทานอาหารหน้าบ้านเลขที่ 229/11 บ้านฆอเลาะทูวอ หมู่ที่ 7 ต.แว้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแว้งและโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อรับการรักษา
ด้านภรรยาของ ดาบตำรวจ อนุชา ศรีสุวรรณ์ หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เมื่อทราบข่าวว่าสามีของตน

ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ตนตกใจและแอบกลัวว่าสามีจะเกิดอันตราย ตนและลูกจึงได้รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการของสามี และเมื่อทราบว่าอาการของสามีได้พ้นขีดอันตรายก็รู้สึกโล่งใจ พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้จะยุติลงเสียที โดยอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรองดองกัน หยุดความรุนแรง เพราะแม้ว่าเราจะมีวิถีชีวิตหรือความเชื่อที่ต่างกัน แต่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเราก็คือคนไทยด้วยกัน

อยากให้รักกัน เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต”อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความรุนแรงที่สร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้กำชับและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้น พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร. 061-1732999 หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับประชาชนทุกคน
//////////////////////////////////////////////

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่้อรัฐนิวส์ / ปะทะเดือด!!! ชายแดนฝาง เชียงใหม่วิสามัญ 2 ศพ ยึดยาบ้า 5 เป้ รวมกว่า 5 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 นาฬิกา กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ

ร่วมกับ หมวดสกัดกั้นกองกำลังผาเมือง และ ชุดปฏิบัติการหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมทำลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย

บริเวณเส้นทางบ่อปูนซีเมนต์ บ้านขอบด้ง ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายเป้ ประมาณ 6 – 8 คน

จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 30 นาที สิ้นเสียงอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ปลอดภัย

จากนั้น หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 2 ราย

ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 5 เป้ รวมทั้งสิ้น 500,000 เม็ด, ลูกระเบิดขว้าง จำนวน 1 ลูก, กระเป๋าสัมภาระ , โทรศัพท์มือถือ และกุญแจรถจักรยานยนต์อีกด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 นาฬิกา พลตรี กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวย

การศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้ สภ.ฝาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่อง////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองแม่ทัพภาค 4 ตรวจเยี่ยม ทหารกองเกินเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2568 อ.เจาะไอร้องและอ.สุไหงปาดี จ. นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.วรเดช เดชรักษา รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(1) และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้องและอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

โดยมี พ.อ.ปัญจพล ทรัพย์บวร ผบ.ฉก.ทพ.48 และ พ.อ.มานิตย์ เผ่าพงษ์จันทร์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส(1) ร่วมให้การต้อนรับ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 โดยรองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำคณะกรรมการตรวจเลือกทหารฯ ให้ดำเนินงานทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้

นอกจากนี้ยังได้พบปะพูดคุยกับคณะแพทย์ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพ่อแม่ผู้ปกครองที่มารอให้กำลังใจชายไทยที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารฯ โดยได้ให้ความมั่นใจกับผู้ปกครองว่ากองทัพบกจะดูแลลูกหลานของพวกเขาอย่างดี

การตรวจเลือกทหารกองเกินฯ ในครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ชายไทยที่มาเข้ารับการตรวจเลือกทหารฯ และญาติผู้ปกครองได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เมื่อสมัครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกมารับใช้ชาติ
//////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 สรุปฏิบัติงาน 6 เดือน (ต.ค.67 – มี.ค.68) สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ของรัฐบาลการแก้ไขปัญหายาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 1000 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) มอบหมายให้ พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่210/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)) เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญรอบ 6 เดือน (ต.ค.67 – มี.ค.68) และหารือ ประสานงาน/บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีหน่วยงาน/ส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 15 หน่วย และหน่วยงาน/ส่วนราชการนอกพื้นที่จังหวัดนครพนม ผ่านระบบประชุมทางไกล Video Conference (ผ่าน Zoom meeting) จำนวน 54 หน่วย ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด/เข้ามาในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ตอนในอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบเครือข่ายและกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการเชื่อมโยงกับบุคคลจาก สปป.ลาวและมีคนไทยในพื้นที่ชายแดนเป็นผู้ขนส่ง โดยได้รับค่าจ้างในราคาที่สูงซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญโดยพบว่าขบวนการลักลอบ ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่จะนำยาเสพติดมาพักคอยในพื้นที่เมืองชายแดน ของ สปป.ลาว ก่อนจะใช้เรือลำเลียงมาตามแม่น้ำโขง บางพื้นที่จะนำยาเสพติดขึ้นไปพักคอยบนเกาะดอน ก่อนลักลอบนำเข้ามาในฝั่งไทยจะใช้วิธีการนำยาเสพติดที่อำพรางมาในรูปแบบต่างๆ (รูปปั้น สินค้าทางการเกษตร สินค้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริม) ไปกระจายตามพื้นที่ และให้กลุ่มลำเลียงมารับตามจุดที่นัดหมาย เพื่อขนย้ายด้วยยานพาหนะขนาดใหญ่หรือยานพาหนะส่วนบุคคลไปตามเส้นทางชนบทที่ยากต่อการตรวจสอบ ก่อนจะนำยาเสพติดมาพักคอยตามปั๊มน้ำมัน บ้านพัก หรือรีสอร์ทในพื้นที่อำเภอตอนในต่อไป
สรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม2567 ถึง ปัจจุบัน ดังนี้

  1. มาตรการสกัดกั้น : มอบให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีสถิติการซุ่มเฝ้าตรวจ 18,838 ครั้ง,ลาดตระเวนทางบก 16,351 ครั้ง,ลาดตระเวนทางน้ำ 169 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 4,656 ครั้งรายละเอียดตามจอภาพ/ เป็นผลทำให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดที่สำคัญในพื้นที่ ณ แนวชายแดนได้ แยกเป็นยาบ้า จำนวน 64,000,005 เม็ด, ไอซ์ น้ำหนัก 2,603 กก., เฮโรอีน น้ำหนัก 124 กก.
  2. มาตรการปราบปราม : มอบให้ ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และตำรวจปราบปรามยาเสพติดเป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการปิดล้อมตรวจค้น 231 ครั้ง ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด จำนวน 73 คดี
    รวมผลการตรวจยึดจับกุมตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ณ ปัจจุบัน มีการตรวจยึดจับกุม จำนวน 607 ครั้ง ผู้ต้องหา 848 ราย ของกลาง ยาบ้า 86,767,305 เม็ด,ไอซ์ 3,124.644 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กก. เคตามีน 776.87 กิโลกรัม และอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง ห้าพันเก้าร้อยล้านบาทเศษ (5,936,581,800 บาท)
  1. มาตรการป้องกัน : มอบให้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการปฏิบัติการจิตวิทยาและการประชาสัมพันธ์ จำนวน 1,896 ครั้ง, ฝึกอบรมพัฒนา ชรบ. จำนวน 116 ครั้ง,การปฏิบัติงานของ ชรบ. จำนวน 872 ครั้ง, การจัดระเบียบสังคม จำนวน 748 ครั้ง, การอบรมและการสร้างชุมชนเข้มแข็ง จำนวน 66 ครั้ง
  2. มาตรการบำบัดรักษา : มอบให้ สาธารณสุขจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการดำเนินโครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) จำนวน 2,852 ราย ดำเนินโครงการมินิธัญญารักษ์ จำนวน 1,421 ราย ดำเนินการรายงานในระบบข้อมูลการบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ จำนวน 8,073 ราย ควบคุมตัวบุคคลคลุ้มคลั่ง จำนวน 300 ราย
    5.มาตรการบูรณาการ : เน้นให้ทุกส่วนราชการ บูรณาการร่วมกันทั้งงานด้านการข่าว และแผนงานโครงการ ต่างๆ โดยมีการดำเนินการจัดการประชุมขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหายาเสพติด 245 ครั้ง ดำเนินการประชุมโต๊ะข่าวแลกเปลี่ยนข้อมูล 106 ครั้ง กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด 94 ครั้ง
  1. มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน : มอบให้ ส่วนบังคับบัญชา, ส่วนอำนวยการ ของ นบ.ยส.24, ปปส.ภาค 3 และ ปปส.ภาค 4 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก โดยมีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 32 ครั้ง ดำเนินการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร จำนวน 2 ครั้ง ประสานการจับกุม และส่งมอบผู้ต้องหาข้ามประเทศ จำนวน 1 ครั้ง
    ซึ่งมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ณ แนวชายแดน โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ? 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง, จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 ราย ของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐทีวี/ แม่ทัพภาคที่ 1 ทหารราบที่ 9 เตรียมพร้อม ช่วยเหลือประชาชน จากสถานการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ตึกถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 68 เวลา 1330 ศบภ.ป.9 พล.ร.9 โดย พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ ผอ.ศบภ.ป.9 ดำเนินการตรวจความพร้อมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน ของ นขต.ศบภ.ป.9 จำนวน 3 ร้อย.ชป. ในด้านกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ ที่ใช้สำหรับปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น และเพื่อให้หน่วยมีความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ได้ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ ณ บริเวณสนามกีฬา ศบภ.ป.9 พัน.9

ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกิจกรรม “มอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกีน ”

แชร์เนื้อหานี้

ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส93ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม“มอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกีน ” พร้อมสนับสนุนอาหารคาว-หวาน สำหรับพิธีละศีลอด พร้อมร่วมดูอาร์ขอให้ทุกพื้นที่พ้นจากภัยพิบัติหลังจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศพม่า

ที่สถาบันศึกษาปอเนาะดารุซอลีฮีน บ้านปูลากาป๊ะ ม.7 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส มูลนิธิบารอกัต จัดกิจกรรมมอบความสุขให้น้องกำพร้าและมอบซากาตให้ฟากีรมิสกรีน (ผู้ยากไร้) โดยมีพี่น้องมุสลิมในพื้นที่กว่า 100 คน

เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึง พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ภควัฒน์ วันสนุก ผกก.สภ.ตันหยง พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.ปพ.ภ.จว.นราธิวาส/ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร.อ.สยมภู หวังประโยชน์ หัวหน้ากลุ่มงานประชาชนทั่วไป โรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี

เข้าร่วมกิจกรรมด้วย บาบออัสอารี ลาเต๊ะ (บาบอซู) ประธานมูลนิธิบารอกัต กล่าวว่า วันนี้ได้จัดงานที่จังหวัดนราธิวาสขึ้นเพื่อมอบความสุขให้กับเด็กกำพร้าในพื้นที่ ซึ่งในปีนี้มีการจัดกระจายทั้ง 3 จชต. เพื่อส่งมอบชุดรายอให้ทุกคนได้ส่วมใส่ในเทศกาลฮารีรายอ รวมแล้วประมาณ 1,100 คน

ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มความสุขให้กับเด็กกำพร้าทุกคนให้มีความสุขในช่วงเทศกาลสำคัญ ลดความเลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งในส่วนของจังหวัดนราธิวาสในวันนี้ได้มอบชุดรายอให้กว่า 100 คน

พร้อมกันนี้ในกิจกรรมมีการร่วมละศีลอดในเดือนีอทฎอนร่วมกัน พร้อมร่วมกันสวดดูอาร์ขอพรให้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยปลอดภัยจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าซึ่งส่งผลกระทบหลายพื้นที่ของประเทศไทยในวันนี้และขอให้ทุกคนปลอดภัยมีแต่ความสันติสุขโดยทั่วกันด้วย

ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพ รอคำสั่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 พร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 พร้อมเคลื่อนกำลังรบเขมร /อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุกพ่วง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ตรวจสภาพความพร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 ของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ทั้งด้านบุคคล อาวุธยุทโธปกรณ์ประจำหน่วย การติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ประจำกาย และยานพาหนะ เพื่อให้มีความพร้อมสูงสุด ในการปฏิบัติภารกิจสำคัญป้องกันประเทศ

โอกาสนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวให้โอวาทกำลังพล ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาสามารถปฏิบัติการรบได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มขีดความสามารถ

ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ยึดถือนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และพร้อมปฏิบัติทันทีเมื่อมีคำสั่ง++++ #พลโทบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ค่ายมหาศักดิพลเสพ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุก พ่วง รถเก๋งพังยับกลายเป็นซากทันที เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งทางวิทยุว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณสะพานห้วยเรือ กม.13-492 ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล​ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้​พ.ต.ต.ทักษิณ ธงศรี สว.จร.สภ.เมืองมุกดาหาร​และร.ต.อ.อุทิตย์ ศรีลาศักดิ์

รอง สวป.สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร ไปที่เกิดเหตุพบคู่กรณี 2ฝ่าย ฝ่ายที่ 1 รถยนต์บรรทุกพ่วงยี่ห้อ ISUZU ส่วนหัว ทะเบียน 83 1274 อุบลราชธานี ส่วนพ่วง ทะเบียน 83 1275 อุบลราชธานี​ คนขับขี่ชื่อนายสามารถฯ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ท.4

ได้รับบาดเจ็บ​ ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับโดยวิธีการเป่าลมหายใจ ผลการตรวจวัด “0” มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์​ ฝ่ายที่ 2 ผู้ขับขี่ รถยนต์ยี่ห้อ toyota ทะเบียน กต 694 อุบลราชธานี ชื่อคนขับ นายจิระเดชฯ​(ต้น)​เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้างแก้ง อ.ดอนตาล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ชนิด รถยนต์ส่วนบุคคล

​พฤติกรรมคนขับขี่ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ฝ่ายที่ 1 หลังจากขับรถพ่วงบรรทุกไปส่งของที่โรงงานจะเดินทางกลับ จ.อุบลราชธานนี จึงใช้เส้นทางผ่านถนนที่เกิดเหตุ ขับมุ่งหน้าไป อ.ดอนตาล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับ ฝ่ายที่ 2 ที่ขับมาด้วยความเร็วมาจากทาง อ.ดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และรถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

ส่วนฝ่ายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร สภาพรถรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนรถบรรทุกพ่วงได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและลูกพ่วงตกลงในคูคลองข้างทาง​ สภาพถนนเป็นทางตรง ถนนมี 4 ช่อง ไป-กลับ ฝั่งละ 2 ช่อง ถนนมีไหล่ทาง มีสะพานห้วยเรือ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุจะเป็นทางโค้ง แล้วเป็นทางตรง​ พนักงานสอบสวน ว่าที่ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

รถเก๋งชนประสานงารถพ่วงเสียชีวิต #จังหวัดมุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทภ.4 เน้นทหาร ดึงศักยภาพสร้างความรู้เสริมกำลังให้ อส.จชต. ดูแลบ้านเกิด กำชับกำลังพลปรับเปลี่ยนแผนเผชิญเหตุ สร้างพื้นที่ปลอดเหตุ ประชาชนปลอดภัย ครอบคลุมในทุกมิติ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 20 มีนาคม 2568 ) เวลา 09.20 น. ที่ว่าการอำเภอเจาะไอร้อง ตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ โดยมีผู้บังคับบัญชา พร้อมคณะฝ่ายอำนวยการของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายอำเภอ/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ปลัดอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรายงานสถานการณ์ และประชุมตามแผนนโยบาย

โอกาสนี้ พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ระบุถึงการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมติดตามสถานการณ์รับฟังแนวความคิดในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด รวมทั้งรับฟังปัญหา

ข้อขัดข้องและข้อเสนอแนะจากหน่วยในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง เพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต พร้อมย้ำว่าหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งเป็นพี่เลี้ยงเสริมทักษะการดูพิทักษ์

กำลังพล ควบคู่กับการดูแลประชาชนให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพรับมือทันท่วงทีในทุกสถานการณ์ รวมทั้งกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนในภาพรวมถึงความร่วมมืออย่างดียิ่ง โดยขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงได้อย่างเรียบร้อยต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด

เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้ แต่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็ดขาด หลังพบสถานการณ์ภาพรวมว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงพยายายามสร้างสถานการณ์ก่อเหตุทุกรูปแบบ เพื่อแสดงศักยภาพและความมีตัวตนของกลุ่มขบวนการ โดยมีเป้าหมายหลักเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และกลุ่มเปราะบาง

อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงมุ่งมั่นบูรณาการในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ส่งเสริมการปฏิบัติซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ร่วมนำพาความสุข สันติสุข สู่พี่น้องชายแดนใต้อย่างยั่งยืน
///////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 4 ทอดผ้าป่าสามัคคีสืบสานพระพุทธศาสนาร่วมกับพุทธศาสนิกชนที่นราฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มี.ค.68 พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดเขากง ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส

โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พลตรีเฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พันเอกสิทธิชัย บำรุงเขต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกันกว่า 2,000 คน โดยปัจจัยที่รวบรวมได้จากผู้มีจิตศรัทธาในครั้งนี้ จะนำไปบูรณะซ่อมแซมส่วนอาคารส่วนต่างๆภายในวัดที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งพัฒนาอาคารศาลที่ประทับ

พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ให้เสร็จสมบูรณ์ ในการสนับสนุนส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม ของพี่น้องประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา และมุ่งหวังสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ รวมทั้งจรรโลงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบหมายให้ พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 เป็นประธานในพิธีบวงสรวง เจริญพระพุทธมนต์สมโภชศาลที่ประทับ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยบัณฑิตพราหมณ์ ซึ่งมีตัวแทนคณะนางรำจากพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส จำนวนเกือบ 300 คน

เข้าร่วมในพิธีการดังกล่าวด้วย โอกาสนี้ พล.อ.มณี ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ได้กล่าวขอบคุณแทน พลโทไพศาล แม่ทัพภาคที่ 4 ดีใจที่ได้มาร่วมประเพณีร่วมกิจกรรมกับประชาชน ในวันนี้ได้เห็นประชาชนมีความร่วมมืออยู่ด้วยกันแบบสังคมพหุวัฒนธรรม
//////////////////////// ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.น่าน จัดการฝึกอบรมเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทาน กิจกรรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 น. พ.อ. อัศม์พงษ์ นิลพันธุ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.น. มอบหมายให้ พ.อ. หญิง ศุภางค์พัฒน์ พุกประเสริฐ หน.ฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัด น.น. เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทาน

กิจกรรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ณ โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเครือข่ายเกษตรกรจาก ต.น้ำแก่น อ.ภูเพียง จ.น่าน จำนวน 30 คน เข้ารับการฝึกอบรมฯ

การฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการเก็บและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืชไว้ใช้ในยามวิกฤติหรือขาดแคลน และสร้างแนวคิดในการเก็บรักษาและแบ่งปันเมล็ดพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่

ในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้ความสนใจและจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลในครอบครัวและชุมชนต่อไป

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ISOCNAN/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ รร.บ้านซับเต่าโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

แชร์เนื้อหานี้

ก่อนที่การฝึกคอบร้าโกลด์2025 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2568 ซึ่งใช้พื้นที่การฝึกของจังหวัดนครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ลพบุรี ชลบุรีเมื่อวันที่ (11 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 13.09 น. ได้ฤกษ์ยกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านซับเต่า ในโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการ

พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 เป็นประธานในพิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านซับเต่า โดยมีกำลังพลจากกองทัพบกไทย(กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมพิธี ณ โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 ในปีนี้ เป็นครั้งที่ 44 กองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ อีกทั้ง ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย
โครงการที่ 1 โรงเรียนหนองนกเขียนสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 3 โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง
โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านซอยสอง (อภิชาติราษฎร์อุปถัมภ์) จังหวัดจันทบุรี
โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านดงมะรุม จังหวัดลพบุรี

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีกำลังพลที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 50 นาย โดยจัดจากกองทัพบกไทย (กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ขนาดกว้าง 7.80 ม. ยาว 20.30 ม. สูง 4.85 เมตร ระยะกำหนดก่อสร้างระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการต่อไป

กองทัพภาคที่2 การฝึกคอบร้าโกลด์2025

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคนรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองร้อยทหารพรานที่ 4905 เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับครูผู้สอนศาสนา มอบความสุข สร้างรอยยิ้มมอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง

แชร์เนื้อหานี้

ที่ศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ร.อ.อำนาจ คงคารชัย ผบ.ร้อย.ทพ. 4905 มอบหมายให้ จ.ส.อ.พลากร ใสสะอาด รองผบ.ร้อย.ทพ. 4905 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เข้าพบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์ด้านการศึกษากับครูและนักเรียนของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง (ตาดีกา) เพื่อสอบถามถึงปัญหาข้อขัดข้องภายในโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอน และสร้างความเข้าใจรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆในพื้นที่ 

นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ จำนวน 6 ลูก เพื่อสนับสนุนให้กับน้องๆ นักเรียนตาดีกา สนับสนุนเตรียมการจัดกิจกรรมกีฬาสีภายในตาดีกาประจำศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง โดยมี ผอ.รร.กูมุงพิทักษ์วิทยา ปลัดอาวุโส อ.จะแนะ ผญบ.ม.2 ต.ช้างเผือก ตลอดจนเยาวชนเปอร์มูดอบ้านกูมุง และผู้นำศาสนาในพื้นที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนในการจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและนักเรียน กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนเยาวชนในพื้นที่ สร้างความรักความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชุมชน และท้องถิ่น

ทั้งนี้การเล่นกีฬาเป็นการปลูกฝังในเรื่องความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสามารถเรียนรู้ เข้าใจ ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4905 พร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมเติมเต็มเพื่อเพิ่มทักษะและดึงเยาวชนให้หันมาเล่นกีฬา เพื่อให้เยาวชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีสุขภาวะที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬามืออาชีพต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส