คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ไปตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และตรวจความพร้อมให้หน่วยในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ. มนัส จันดี เสธ.ทหาร พร้อมกับคณะลงพื้นที่ ที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี เพื่อไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 และ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยในพื้นที่ โอกาสนี้ เสนาธิการได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมกับพบปะพูดคุย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่

อีกทั้งยังมอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละหน่วยได้อย่างเต็มระบบ พร้อมทั้งกำชับเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วย เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและดำเนินการรักษามาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ภารกิจของหน่วยดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอย่างสูงที่สุด
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีวางพวงมาวันทหารผ่านศึก 2568 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เชียงราย สมาคมทหารผ่านศึกเชียงรายร่วมพิธีสดุดีวางพวงมาลา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2568 ที่ผ่านมา นายศรีเนตร ธนาคำ นายกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯสมาชิกสมาคม ณ เข้าร่วมวางพวงมาลา สดุดีแก่วีระชนทหารผู้กล้า

ณ ลานผู้กล้าอนุสาวรีย์ ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช มณฑล ทหารบกที่ 37จังหวัดเชียงราย เนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี พ.ศ2468 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีบรรดาเหล่าวีระชนผู้กล้าที่เสียสละเลือดเนื้อ ด้วยกายและใจทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาผืนแผ่นดินไทยคงอยู่ให้ลูกหลาน มาตราบเท่าทุกวันนี้ ตลอดบำรุงขวัญและกำลังใจทหารผ่านศึกทุกนายที่ประจำการ

และปลดประจำการ ในวันดังกล่าวนางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการ-สมาชิกเหล่ากาชาติกลุ่ม4จังหวัดเชียงราย ร่วมวางพวงมาลารำลึกถึงวีรชนผู้กล้าด้วย.

ธนกฤต วรรมณีผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.กวก.ศสพ. ตรวจเยี่ยมประเมินผลการฝึกกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ที่ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัด นครราชสีมา พันตรี จามิกร วงศ์สีดา ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 และกำลังพลให้การต้อนรับ พันเอก ทศพล ลึกลับพนาวัลย์ ผู้อำนวยการ กองวิทยาการ ศูนย์สงครามพิเศษ ( ผอ.กวก.ศสพ.) หัวหน้าชุดตรวจสอบการฝึกและคณะ เดินทางมาตรวจสอบการฝึกและประเมินผลการฝึกของ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ทั้งนี้ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถของหน่วยกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 มีภารกิจเป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษ ให้กับหน่วยทหาร ระดับกองร้อย กำลังกึ่งทหาร และประชาชน ให้มีขีดความสามารถ ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ รวมทั้งให้มีความรู้พื้นฐานและการปฏิบัติการจิตวิทยา , ปฏิบัติการพิเศษ หรือภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ คณะชุดตรวจการฝึกได้แนะนำ และมอบนโยบายการฝึกของหน่วย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้รองรับภารกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ฝึกเพื่อรบ เจนจบภารกิจ พิชิตทุกสมรภูมิ”

ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฝรพ.2
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาค 2 และ มทร.อีสาน พัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารสนับสนุนด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ณ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงพื้นที่ร่วมทดสอบระบบงานวิจัย โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมเพื่อเป้าหมายในการสนับสนุนด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ตัวแทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับ พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๒ และ ผศ.ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อรับชมการทดสอบระบบรถปฏิบัติการสื่อสาร ภายใต้โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จากทุนวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และมี กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) หน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถบูรณาการระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกัน รักษาผลประโยชน์สาธารณะ และช่วยเหลือประชาชน โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นจากอุปสรรคเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือภัยอื่นๆ มักจะตามมาด้วยความล้มเหลวของระบบการสื่อสาร ไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันเวลาจากพื้นที่ประสบภัย

จึงทำให้หน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันสมัยในการประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้ถูกต้องทันเวลา กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงและอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ช่วยในงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ปกติ เช่น การป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบการสื่อสารกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม สำหรับติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารเช่นเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจึงมีความจำเป็นที่จะวิจัยและพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาเพื่อการป้องกันและรักษาประโยชน์สาธารณะ และการช่วยเหลือประชาชน

สำหรับงานวิจัยโครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารขอ กระทรวงกลาโหม โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ด้วยกองทุนของ กสทช. นั้น นับเป็นการพัฒนาระบบสื่อสารที่สามารถบูรณาการได้หลากหลาย ปลอดภัย รวดเร็ว และมีระบบทางเลือกในการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ สถานที่ และสภาพแวดล้อม สามารถติดตามสถานการณ์และสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล รวมถึงการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง รวมถึงเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า บนรถบรรทุกขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ จำนวน ๑ คัน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเริ่มปฏิบัติการสื่อสารได้ภายในเวลา ๑๕ นาทีหลังจากเข้าพื้นที่สถานการณ์ และแน่นอนว่า รถปฏิบัติการสื่อสารดังกล่าว จะสามารถบูรณาการระบบสื่อสาร

เพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมทั้ง ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และได้รับข้อมูลสำคัญๆเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ณ ศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) จะเป็นหน่วยงานแรกๆที่จะเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย สามารถดำเนินการวางแผน ประสานงาน และสนับสนุนงานด้านการสื่อสารต่างๆ ทั้งเรื่องวิทยุ คลื่นความถี่ ภาพถ่ายดาวเทียม รวมถึงการติดตั้งระบบการสื่อสารทางโทรศัพท์ ที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หากได้รถปฏิบัติการสื่อสารฯในงานวิจัยครั้งนี้ มาช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของระบบการสื่อสารในพื้นที่ภัยพิบัติจะทำให้การช่วยเหลือนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการทดสอบระบบในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ครั้งนี้ ทำการทดลองใช้งานกับระบบที่ใช้งานจริงของกองการสื่อสาร ศูนย์ดิจิทัล กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม โดยมีการจำลองสถานการณ์และทำการทดสอบแบบเต็มระบบ ในสภาวะการสื่อสารปกติและการจำลองสภาวะการสื่อสารไม่ปกติ เช่น เกิดการคับคั่งของการสื่อสารในพื้นที่ เป็นต้น หลังจากการทดสอบนี้แล้ว จะมีการนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน และจะทำการทดสอบระบบอีกครั้ง ณ กองพันระวังป้องกัน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงจะมีการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จำนวน ๓หลักสูตร ก่อนจะมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารในโครงการนี้ให้กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม เพื่อใช้ในภารกิจต่อไป

โดย พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานวิจัยและมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารฯแล้ว ทาง ทสอ.กห. ผู้รับประโยชน์ในงานวิจัยนี้ จะนำเครื่องมือการสื่อสารดังกล่าวมาใช้งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และจะมีการวางแผนงานการซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆให้มากที่สุด เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประเมินผล และนำมาต่อยอดในงานวิจัยครั้งต่อๆ ไปพร้อมเชื่อมั่นว่าผลของงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆของระบบการสื่อสารเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆได้มากยิ่งขึ้น อีกด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ มทภ.2 เยี่ยมค่ายคืนคนดีสู่สังคมผู้เสพ 102 คนรับปากไม่กลับไปเสพ

แชร์เนื้อหานี้


วันนี้ (19 ม.ค.68) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพื่อ “คืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน พร้อมกับเยี่ยมผู้ปกครองที่นำอาหารมาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดและรพ.บึงกาฬ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.พงศ์พัชร แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ ดร.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 ให้การต้อนรับ

หลังจากแม่ทัพภาค 2 ได้ฟังรายงานจาก ผอ.โครงการฝึกอบรมฯได้สอบถามว่าการที่จะนำผู้เสพเข้าค่ายนี้ นำมาอย่างไร ซึ่งผู้ว่าและก็ทีมงาน ช่วยกันตอบว่ามีทั้งผู้ใหญ่บ้านนำมาส่ง แล้วก็ผู้ปกครองสมัครใจมาเองก็มี ส่วนที่เข้าค่าย 4 เดือน ก็คือตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2567-31มีนาคม 2568 นั้น งบประมาณได้มาจาก ป.ป.ส. และก็หากหมดโครงการนี้แล้ว ก็จะของบจาก ป.ป.ส.มาช่วยสานต่อเนื่องจาก ชาวบ้านที่มีลูกมีหลานติดยาทางก็เห็นชอบ

ในการที่จะนำตัวเด็กมาบำบัดรักษา ส่วนผู้ที่เข้าอบรมในโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม”ก็คือได้มาจากทาง ผู้นำชุมชนพามาส่งและก็ผู้ปกครองและตัวเองเต็มใจเข้าค่ายมาบำบัดรักษา ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนก็ชื่นชอบเนื่องจากว่าบางคนก็สร้างความรำคาญให้กับชุมชนเมื่อออกจากบ้านหายไป 4 เดือน แล้วกลับเข้าสู่สังคมได้ บางคนก็อยู่ได้ด้วยการฝึกอบรมหรือมีอาชีพใหม่ๆ ถ้าหากว่ายังกระทำผิดอยู่ก็ต้องมาบำบัดใหม่ในรอบต่อไป
ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวว่าบางทีถ้ามีโอกาสได้พบ

ท่านวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ก็จะช่วยของบประมาณ มาเพิ่มเติมให้ เพราะว่าบึงกาฬก็มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นทางผ่านยาเสพติด จับกุมแต่ละทีมีแต่หลักล้านเม็ดขึ้น ถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬไม่ใช่เป็นจังหวัดเป้าหมายที่จะทำโครงการนี้ เหมือนจังหวัดสกลนคร นครพนมและจังหวัดร้อยเอ็ด แต่อย่างไรจังหวัดบึงกาฬเราก็ต้องได้ทำอยู่ในโอกาสต่อไปเพราะว่าทางรัฐบาลจะให้ทำ ทั้งหมด 77 จังหวัด
จากนั้น ทางแม่ทัพภาค 2 และคณะได้เดิน ไปเยี่ยมพูดคุยผู้เข้าค่าย คืนคนดีสู่สังคม โดยนั่งรออยู่ที่เต็นท์ด้านข้าง หลังจากพบปะ พูดคุยกับผู้เข้าอบรมแล้วต่างยืนยันว่า “จะไม่เสพ ไม่ค้าอีก”

ส่วนผู้ที่เข้าอบรมครั้งนี้อายุมากที่สุดก็คือ 56 ปี จากนั้นเดินไปเยี่ยมผู้ปกครอง ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงที่นำข้าวปลาอาหาร มาฝากลูกๆ ทุกคนต่างยืนยันว่าโครงการนี้ดีมากเลย ที่เห็นเจ้าหน้าที่ออกไปพบปะพูดคุยแล้วก็นำลูกหลานมาช่วยบำบัดรักษา พร้อมกับสอน วิชาอาชีพต่างๆ ให้ด้วย เช่น ตัดผม ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ หรือเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ได้มาฝึกสอนให้ เมื่อออกจากค่ายนี้ไปแล้วก็จะมีอาชีพติดตัว สำหรับคนที่ไม่มี มีสวนยางเป็นของตัวเอง จากนั้นช่วงบ่าย

แม่ทัพภาคพร้อมคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนากั้ง เพื่อไปตรวจเยี่ยม บก.ร้อยสกัดกั้นที่ 2 บ้านสุขประเสริฐ ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ รับฟังบรรยายสรุป ที่วัดท่าไทรวนาวาส บ้านท่ากลิ้ง ต.นากั้ง รับฟังบรรยายสรุป ณ.จุดตรวจการณ์ดอนโคลาด พบกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางกลับ.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ 0933199399

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.นราธิวาสสะท้อนพหุวัฒนธรรมรับมอบของมงคลจากบริษัทเกศกาญจน์จำกัดส่งต่อความห่วงใยถึงพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มกราคม 2568 ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส

โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18/ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา คุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต นายดอรอแม บินหะยียูโซ๊ะ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัว

ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของหน่วย เฉพาะกิจนราธิวาส ประจำปี งบประมาณ 2568 และนโยบายสำคัญ ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 โดยมุ่งเน้นการดำเนินการส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ขับเคลื่อนเรียนรู้และยอมรับการอยู่ร่วมกัน โดยการเปิดเวที และจัดกิจกรรมศาสนสานสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้วยการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ระหว่าง พี่น้องไทยพุทธ และ มุสลิม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ร่วมกันภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมอย่างปกติสุข

โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้โอกาสในห้วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน จัดกิจกรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำศาสนาได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และให้ผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วม ดุอาร์ขอพรทำบุญ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ และชมการเชิดสิงโต รวมทั้งการแบ่งปัน ผลไม้ และขนมเข่ง ให้กับเด็กเยาวชนในสถานศึกษา ประชาชน และกำลังพลเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่าหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริม วัฒนธรรม ประเพณีในห้วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน ตามนโยบายผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในส่งเสริมเสริม การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งความอบอุ่นและ ความยินดี ซึ่งการที่ผู้นำศาสนา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม

ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ไม่เพียงแต่ได้มาพบปะพูดคุยกันและร่วมประกอบศาสนกิจ รวมถึงชมการแสดงเชิดสิงโตเพียงเท่านั้น แต่ยังแสดงออกถึงความรัก ความปรองดอง ตลอดจนการเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมนอกจากนี้บริษัทเกศกาญจน์ จำกัด โดยคุณกาญจนา รอบคอบ ยังได้จัดเตรียมผลไม้ และขนมเข่ง เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อแบ่งปันความสุขเป็นของขวัญในห้วงเทศกาล

ด้านคุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีน เพื่อให้เกิดความเป็นอยู่อย่างชัดเจนในพาหุวัฒนธรรมม ซึ่งคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ มาอาศัยอยู่ภายใต้พระบรมมาโพธิสมภารของแผ่นดินไทย แม้กระทั่งไทย-มุสลิม และไทย-ไทยพุทธ การที่มีพระหุวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการมอบสิ่งดีๆให้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังของความรัก ความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เรามอบให้เป็นของมงคล เช่นส้มสีทอง ซึ่งหมายถึงความโชคดี แอปเปิ้ลซึ่งหมายถึงความสันติสุข ความสงบสุขให้พลังของความรัก ขนมเข่ง

ซึ่งหมายถึงความหวานชื่นความชื่นมื่น ขนมไข่ ซึ่งหมายถึง ความเจริญเติบโต เป็นธรรมดาชีวิตต้องมีการเจริญเติบโต ก้าวหน้า จากวัยเด็กสู่วัยกลางคนจนถึงสิ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึง ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และที่สำคัญคือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่เราจะต้องมีให้เพื่อความสันติสุข
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารบก 38 ค่ายสุริยพงษ์ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.น่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมิ่อวันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน พลตรีวรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการนักศึกษาวิชาหารจากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมทบ.38 ประชาชนเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้วันกองทัพไทยถือเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าโดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าพระองค์ทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ซึ่งในยุคสมัยสงคราวยุทธหัตถีเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2135

ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่ายจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างที่การรบช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าสัตรูไปจนออกนอกเขตแดนจนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ในขณะนั้นพระองค์จึงเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถีเพื่อผลิกสถานะการณ์ และทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

นอกจากนั้นธงชัยเฉลิมพลถือว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหารไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆ คราวละหลายธง ซึ่งธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจะผิดกันในส่วนที่เป็นนามหน่วยเท่านั้น

การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามพิธีการ ทหารทุกคนจะระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างามเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยต่อไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ธงชัย สว่างวงศ์/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.นครราชสีมา วันกองทัพไทย ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (18 ม.ค. 68) เวลา 08.09 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำเหล่าข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงวีรกรรม วีรกษัตริย์ยอดนักรบ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบรรพชนทหารกล้า ที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อ และชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้เป็นมรดกของชนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้

อันเป็นแบบอย่างที่เหล่าทหารทั้งหลายควรยึดถือ และตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ประกอบด้วย พิธีสงฆ์ ณ พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี, พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ, และศาลพระนครราช, พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี, (ประตูชุมพล), พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ประตูค่ายสุรนารี), พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทย, พิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 และพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จากนั้น เวลา 14.45 น. ที่ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จัดให้มีการแสดง จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การแสดงจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี ชุดที่ 2 การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย ชุดที่ 3 การแสดงวีรกรรมหาราชกู้ชาติสร้างแผ่นดิน ชุดที่ 4 การแสดงชุดปฏิบัติการโดรน และชุดปฏิบัติการพิเศษของกองพล

ทหารราบที่ 3 และการแสดงยุทโปกรณ์ทางทหาร และเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ของกองทัพอากาศ ต่อมาเวลา 15.55 น. แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ใช้กำลังสวนสนามทั้งสิ้น 1,873 นาย โดยมี พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นผู้บังคับการกองผสม ประกอบด้วย 1 กองบังคับการกองผสม, 4 กรม, 17 กองพัน และ 2 กองร้อยวิ่ง และแม่ทัพภาคที่ 2

นำกำลังพลที่ร่วมในพิธีทุกนายเปล่งสัจจะวาจาปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันแสดงถึงความพร้อมเป็นทหารของชาติโดยสมบูรณ์ อีกทั้งเพื่อให้กำลังพลทุกนายได้ยึดมั่น และรักษาสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่กำลังพลทุกนายจะต้องปฏิบัติไปตลอดชีวิตในฐานะทหารของชาติ พร้อมทั้งให้มีความตั้งใจแน่วแน่

ที่จะช่วยกันปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถด้วยความเสียสละ มีความอดทน มีความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม ประชาชน และปกป้องค้ำจุนประเทศชาติให้มีความมั่นคง เพราะทหารมีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องรักษาแผ่นดิน และบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุขสืบไป

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน23 สานฝันวันเด็กแห่งชาติ 2568 สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ชายแดน ไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ที่ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่23/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้นำกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคเครือข่ายในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกิจกรรม โดยให้เด็กๆที่มาร่วมกิจกรรม ได้ทำกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยการร่วมตอบคำถามและรับของรางวัล,ร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ พร้อมทั้งได้มอบรางวัลพิเศษให้กับบุตรของกำลังพล และเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมฯ จากนั้นชมการแสดงของชุดสุนัขทหาร, การยิงปืนฉับพลัน นอกจากนั้นได้จัดการแสดง

โดยน้องๆ หนูๆ จากโรงเรียนบ้านน้ำเย็น (กองทัพบก อุปถัมภ์) และ โรงเรียนบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดแสดงการเต้น – ร้องเพลง เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็กๆ และประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้

” สร้างความดีใจ และประทับใจให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก เติมฝัน เติมกำลังใจ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ เยาวชนของชาติ อนาคตของชาติ อย่างเสมอภาค โดยของขวัญและขนมภายในงานได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ ร้านค้า ประชาชน ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์

จังหวัดศรีสะเกษ สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆและประชาชนที่พาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 ดังคำขวัญวันเด็ก พ.ศ. 2568 – โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 เปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 สร้างความสุขให้น้องๆ เยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมชมการแสดงและยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (11 ม.ค.68) เวลา 08.00 น. ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เปิดบ้านต้อนรับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความสุขสนุกสนาน เติมเต็มประสบการณ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ

จะได้เติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักสำคัญให้กับครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้ต่อไป ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย คุณสุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

โดยในงานจัดกิจกรรมขึ้นอย่างหลากหลาย มียุทโธปกรณ์ของทหารให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเรียนรู้และสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และมีบูธของโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ,มณฑลทหารบกที่ 21 ,กองพลทหารราบที่ 3, กองพลพัฒนาที่ 2 และรถครัวสนามจาก กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 มาบริการทุกคนที่เข้าร่วมในงาน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กๆ บนเวที, การแสดงดนตรีของหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 21 และกิจกรรมอื่น ๆ ให้เด็กได้เข้าร่วม ซึ่งสร้างความสนุกสนาน มีของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจับฉลากของรางวัล, ตอบคำถามชิงรางวัล, เล่นเกมส์ตามซุ้มต่างๆ, การร้องเพลงประสานเสียง,

การแสดงชุดยิงปืนฉับพลัน, การแสดงศิลปะป้องกันตัว. จักรยานยนต์ทางยุทธวิธี และจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารให้เด็กๆ ได้สัมผัสของจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้เด็กๆ ได้เล่นได้ปีนป่ายอย่างใกล้ชิด อาทิ รถถัง,

รถสายพานลำเลียงพล, ปืนใหญ่, ชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) , ทีมกู้ภัยผจญเพลิง เป็นต้น ซึ่งภายในงานผู้ปกครองพาเด็กๆ ลูกหลานเข้าชมงานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

วันเด็กแห่งชาติ กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกRoyalThaiArmy

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค2 แถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 ม.ค. 68) เวลา 16.30 น. ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ นายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568”

ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้กำหนดจัดงานฯ ระหว่างวันที่ 23 ถึง 25 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 22.00 น. จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 6 ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อสืบสานตำนานพระวีรกรรมอันกล้าหาญของพระองค์ท่านทางด้านบูรพาทิศ ให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งเป็นการเปิดค่ายทหารเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อให้ภาครัฐภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสถวายความเคารพ สักการะบูชา และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

ภายในงานมีการแสดง ได้แก่ การแสดงประกอบแสง สี เสียง“มหาราชนเรศวร ไชยานุภาพปราบไพรี” แสดงนำโดย พลตรี วันชนะ สวัสดี (รับบท สมเด็จพระนเรศวรฯ) และ คุณแอนโทเนีย โพซิ้ว (รับบท พระสุพรรณกัลยา), การแสดงโขน ตอน รามเกียรติ์ชุดศึกพรหมมาส (กรมศิลปกร) ตอน พระรามตามกวาง-ลักสีดา (มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา), การแสดงฟันดาบ, มวยไทยโบราณ, นาฏมวยไทย, ดนตรีในสวน, ดนตรีลูกทุ่ง, โปงลาง, การละเล่นพื้นบ้าน, นิทรรศการพระราชประวัติ และ จำหน่ายสินค้าและอาหารที่ขึ้นชื่อจังหวัดนครราชสีมา ในราคาประหยัดกว่า ๑๐๐ ร้านให้เลือกซื้อในรูปแบบตลาดน้ำ ตลาดย้อนยุค ตลาดชุมชน
การจัดงานในครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ได้รำลึกถึงพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย รู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ไทยในท้องถิ่น อันจะสร้างความภาคภูมิใจ และจิตสำนึกในการรักษาความเป็นไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างจิตสำนึกความเป็นทหารให้กับกำลังพล ตระหนักถึงหน้าที่การปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ เกิดการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เครือข่ายทางวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแต่งกายย้อนยุค (สมัยอยุธยา) เที่ยวชมงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568” เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมวิถีไทยอันงดงามให้คงอยู่คู่ไทยตลอดกาล

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2
โทร. 0 4424 3985

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/เลขาธิการ ป.ป.ส. ควงแม่ทัพภาค 2 ลงเรือตรวจสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-ลาว จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ธันวาคม​ 2567​ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ

คณะ เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนทางน้ำตามแนวชายแดนไทย-ลาว บริเวณเลียบแม่น้ำโขง พื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองทั้งช่องทางท่าข้ามที่อาจจะใช้ในการลักลอบทำผิดกฏหมาย และป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นมาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามแดน และป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการสกัดการกระทำผิดกฎหมายตามชายแดนในการปราบปรามสิ่งผิดกฏหมายข้ามชาติทุกชนิดอย่างเด็ดขาดอันเป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐบาลถือเป็นนโยบายเร่งด่วน และวาระแห่งชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงประกาศกำหนดพื้นที่มีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ให้หน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยรับผิดชอบพื้นที่อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 18 ธันวาคม 2567 ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม 22 ครั้ง ผู้ต้องหา 17 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 17,804,240 เม็ด, ไอซ์ 0,053 กิโลกรัม, เคตามีน 1.79 กิโลกรัม, ยาอี 1,484 เม็ด และ ฝิ่น 0.66 กรัม

ปปส #กองทัพภาคที่2 #นรข #สถานีเรือมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ผบ.ทหารพรานที่ 23 มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ไทย – กัมพูชา”

แชร์เนื้อหานี้

พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยได้นำผ้าห่มกันหนาว จำนวน 200 ผืน พร้อมกับสิ่งของอุปโภคบริโภค มอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีสภาพอากาศหนาวเย็น

โดยได้รับมอบผ้าห่มกันหนาวจาก พระอาจารย์ไพรวัลย์ ทนฺตวีโร เจ้าอาวาสวัดบ้านเหมือดแอ่ อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ที่ได้แสดงความห่วงใยและเห็นความสำคัญของทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติตลอดแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ให้สามารถปฏิบัติงานช่วงฤดูหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้ให้โอวาทการปฏิบัติงานโดยเน้นย้ำความปลอดภัยในการลาดตระเวน ตามพื้นที่อันตรายต่างๆ ซึ่งอาจมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนในห้วงเทศกาลปีใหม่นี้

ฉก.ทพ.23 ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ทหารผ่านศึก ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนักรบทหารผ่านศึกผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ”

แชร์เนื้อหานี้

ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกในพื้นที่จ.บึงกาฬ พร้อมชี้แจงการแก้ไขกฎหมาย เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึก และครอบครัว เป้าหมายแรก 3,000 บาท/ เดือน และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เตรียมไปนำโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศเพื่อนบ้านกลับประเทศไทย ที่ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึกในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ช่วยในการประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ให้เข้าถึงสิทธิการให้การสูงเคราะห์ได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมกิจกรรมจิตอาสา และบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ โดยจังหวัดบึงกาฬ มีเครือข่ายทหารผ่านศึกผ่านศึก ทั้ง 8 อำเภอเข้าร่วมการพบปะ และมีนางสาวณัฏฐา ประเทืองบูลย์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตอุดรธานี, นายธีระพล ขุนพาลเพลิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ, พันเอก บัณฑิต คำเคน สัสดีจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่า จะดูแลและผลักดันสิทธิและสวัสดิการของพี่ ๆ นักรบทหารผ่านศึกให้ดีที่สุด ขอบคุณพี่ ๆ ที่สละเวลามาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะนำปัญหา ข้อขัดข้อง ความเดือดร้อน รวมทั้งความต้องการ ผลักดันเข้าสู่กระบวนการเพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่ ๆ ทหารผ่านศึก และครอบครัวต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้กล่าวถึงการผลักดันแก้ไขกฎหมาย เสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ…

เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึกผู้ถือบัตรชั้น 2,3 และ 4 เป้าหมายแรกเดือนละ 3,000 บาท ประมาณ 6 แสนกว่าคน ซึ่งพ.ร.บ.ปัจจุบัน กล่าวถึงไว้เฉพาะเงินผดุงเกียรติของผู้ถือบัตรชั้น 1 และครอบครัว คือ ทหารผ่านศึกที่ แขน-ขา ขาด, ตาบอด แต่ผู้ถือบัตรชั้นอื่น ๆ ได้เงินช่วยเหลือครั้งคราว ไม่ได้รวมไปถึงครอบครัว จึงนำมาสู่การผลักดัน เพื่อจะแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกทุกท่านได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่าได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผอ.สำนักงบประมาณ และที่ประชุมแล้ว ทุกคนก็เห็นเป็นเสียงเดียวกัน และไม่มีใครคัดค้านว่า ควรให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกจริง ๆ แต่ขอดูตัวเลขงบประมาณ และภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลพี่น้องคนไทย ในแต่ละปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า จะยังคงผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ให้ได้

นอกจากนี้ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ยังมีโครงการที่จะไปขุดโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศลาว สมัยสงครามเย็นด้วย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงทหารของประเทศลาวแล้ว ท่านก็เห็นว่าถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะนำโครงกระดูกของทหารกล้ากลับบ้าน โดยจะมีโครงกระดูกของนักรบนิรนามที่มีวีรกรรมเป็นที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบัน เช่น “อินทนิล” หรือ ร.ท.ชูเกียรติ สินค้าเจริญ ผู้ขอปืนใหญ่ยิงถล่มฐานตนเองบนภูเทิง ทุ่งไหหิน ด้วยโดยในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

มอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนทหารผ่านศึก จำนวน 10 นาย ได้แก่ สิบเอกเติม ผลจันทร์ เคยรับราชการสังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 ได้รับบาดเจ็บ ทำให้พิการทุพพลภาพ ขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2530, ร้อยตรีคำไหล สร้อยโสม เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ อำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพตาข้างขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2522, พลทหารทวี โนนบริบูรณ์ อดีตกองพลเสือดำ ตำแหน่ง พลปืนเล็ก เมื่อปีพุทธศักราช 2511, สิบเอกบัวเรียน คำพินันท์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ ช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2531, สิบเอกอินทฉันท์ พุทธามาตย์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ณ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตำแหน่งสนามพลปืนเล็กได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพที่แขนซ้ายข้อมือขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2534, สิบเอกอุดม โพธิ์ใต้ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ตำแหน่งพลปืนเล็ก ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาขวาขาดใต้เข่า เมื่อปีพุทธศักราช 2522, อาสาสมัครทหารพราน สุทัศน์ บุตรเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองกำลังสุรนารี ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพตาขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2529 ได้รับบาดเจ็บ, ร้อยตรีบังเอิญ โนนริบูรณ์ เคยรับราชการสังกัดกรมผสมที่ 13 ร.พัน 3 ในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ลำตัว ขาแขน และมือซ้าย ใช้การไม่ได้ เมื่อปีพุทธศักราช 2517, ร้อยตรีสุริยา คำเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ขาซ้ายใต้เข่าขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2556 และพลทหารสมพงษ์ โคตรสี ประธานเครือข่ายจังหวัดบึงกาฬ เคยรับราชการสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 เมื่อปีพุทธศักราช 2532
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การทหารพราน 23 นำกำลังเดินเท้าลาดตระเวน ชายแดนไทย – กัมพูชา พื้นที่รับผิดชอบ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่บริเวณอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 นำกำลังพลเดินเท้าลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศในพื้นที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดเงื่อนไขชายแดน การสกัดกั้นและป้องกันผู้หลบหนีเข้าเมือง การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการละเมิดข้อตกลง MOU พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดน โดยได้มอบนโยบายให้กับกำลังป้องกันชายแดนของหน่วย

เน้นย้ำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายเข้มงวดในเรื่องของการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในห้วงการปฏิบัติงาน ให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดนอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของกองทัพบก ซึ่งพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

มีความสำคัญ ที่จะต้องรักษาไว้อย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดการละเมิด MOU การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และการเข้ามากระทำผิด พรบ.ป่าไม้ ซึ่งในพื้นที่นี้เป็นเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจในการที่จะปกป้องประเทศชาติ และผืนแผ่นดินไทยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดนได้ปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและทรัพย์สินสืบไป

ภาพ : ฉก.ทพ.23
ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.ตรวจเยี่ยม ตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร/แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าว จับกุม ผู้ต้องหา 4 ราย ยาไอซ์ 6 กระสอบ 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท อ.ปากชม จ.เลย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มอบหมาย พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อนรับ พลโท กัณห์ สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ในโอกาศเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วย และติดตามผลการปฏิบัติงานตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และพัฒนาประเทศ ประจำปี 2568 ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าว

ในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป ณ ห้องประชุมหน่วยบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่กรมทหารพรานที่ 21 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. และรถยนต์ จำนวน 2 คัน ในพื้นที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย โดยมี นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตรี พุทธิวัฒน์ สิริพงศ์พล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28

พลตำรวจตรี พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดเลย นายยศวัฒน์ พัชระศักดิ์สกุล นายอำเภอปากชม พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมแถลงข่าว
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจทหาพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับทราบจากสายข่าว ว่ากลุ่มกระบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เมื่อเวลา 19.00 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 จึงได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วของหน่วย ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเพ่งเล็ง และตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยที่ดัดแปลงกระบะตู้ทึบ ไว้เพื่อปิดบังอำพรางในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ขับติดตามดูพฤติกรรม และตั้งจุดตรวจจุดสกัด รถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นรถนำ บริเวณสามแยกบ้านห้วยเป้า หมู่ 5 ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย เมื่อสบโอกาสจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่บุคคลดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ลงจากรถ ควบคุมตัวไว้ตรวจสอบหาความเชื่อมโยงสามารถทำตรวจยึด/จับกุม ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 6 กระสอบ ประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บม 5410 เพชรบุรี (รถยนต์กระบะ ดัดแปลงตู้ทึบ) รถขนยาไอซ์, รถยนต์กระบะ นิสสัน นาวารา สี่ประตู สีดำ ทะเบียน กต 4383 ชุมพร (รถนำทาง) และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จำนวน 4 ราย

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามแนวป้องกันชายแดนของเรา ในห้วงที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมยาบ้า 50 ล้านเม็ด ซึ่งทราบได้ว่ามีการใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งมีมูลค่าสูง ในครั้งนี้ที่สำคัญมีการได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีกลุ่มขบวนการจากภาคกลางตอนล่าง ยังคงมีความพยายามที่จะลำเลียงยาเสพติดเหล่านี้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจับกุมผู้ต้องหาได้ และเป็นยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 200 กก. มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทโดยปัจจัยสำคัญคือ มีผู้ต้องการยาเสพติดเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ภาคกลาง ทางแม่ทัพภาคที่ 2 จึงแจ้งต่อตำรวจภูธรจังหวัดเลย ขอให้นำผู้ต้องหาไปขยายผล นำไปสู่กลุ่มกระบวนการผู้สั่งการ และกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นคดีสมคบคิด จนสามารถนำไปสู่การยึดทรัพย์ให้ได้ สาเหตุที่มียาเสพติดจำนวนมากเข้าในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ มีความต้องการของลูกค้าในตลาดสูงมาก

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21และทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกัน จนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ เจ้าหน้าที่ในหน่วยกำลังป้องกันชายแดนทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : นาย พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพประชาชนลาว”

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับ พลตรี วันทอง บุตตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ชายแดนในห้วงที่ผ่านมา มีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ เช่น ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาชายแดน รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้พื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย-ลาว เกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้ร่วมกันพูดคุยแนวทางความร่วมมือด้านการทหารร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย คือความมั่นคงตามแนวชายแดน และความสุขของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไปภาพ/ข่าว#กองทัพภาคที่2

กองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “รวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี”กองทัพภาค 2 มทบ.23 พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนสวนสนาม นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 ธ.ค.2567) เวลา 14.00 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี” และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี 2567 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี รวมทั้งแสดงพลังการมีส่วนร่วมของมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมถึงแสดงพลังความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนการแสดงศักยภาพของ “เยาวชน คนรุ่นใหม่” นักศึกษาวิชาทหาร และนักเรียน นักศึกษา

ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ที่สนามกีฬา 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี พลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลตรีกิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะหลักสูตรประชาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 2,000 คน กิจกรรมประกอบด้วย การร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ณ ห้องสารสิน อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและนิทรรศการเทคโนโลยีทางทหาร การเดินพาเหรดรวมพลังของมวลชนกลุ่มต่างๆ พิธีอัญเชิญ “ธงชาติไทย” การปฏิญาณตนเป็น “พลเมืองดี และพลังแผ่นดิน”

การแสดงของเยาวชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงของนักศึกษาวิชาทหาร การแสดงดนตรีร่วมสมัย และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร สังกัด ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคี ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งจะเป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพ และมีความสำคัญของประเทศชาติ พลโท บุญสิน กล่าวว่า “กลุ่มพลังมวลชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบไปด้วยกลุ่มมวลชนที่หลากหลาย แต่ละกลุ่มล้วนมีหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ใช้บังคับในแต่ละกลุ่ม แต่หน้าที่ที่เหมือนกันของทุกท่าน คือ การสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย

ในพื้นที่ชุมชนของตนเอง และหมายความรวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคมในภาพรวมด้วย ซึ่งหน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของพลังมวลชนทุกกลุ่ม ที่จะช่วยให้ชุมชนของตนเองมีความสงบเรียบร้อย และหน้าที่การสอดส่องดูแล ความสงบเรียบร้อย มิได้เป็นเพียงหน้าที่ของกลุ่มพลังมวลชนเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในชุมชนและสังคม ขอให้แจ้งให้ทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบทันที

เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และที่สำคัญดีใจที่เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ที่แสดงออกการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทำให้ห่างไกลยาเสพติดได้อีกด้วย เพราะปัจจุบันปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด สร้างความเสียหายต่อสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นจะต้องร่วมด้วยช่วยกันป้องกันแก้ไขทุกภาคส่วน”

กองทัพภาคที่2กองทัพบกRoyalThaiArmyรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคีมณฑลทหารบกที่23

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ครบรอบ 9 ปี สมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน จ.เชียงราย องค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก

แชร์เนื้อหานี้

ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงรายเวลา10.00น.วันที่3ธันวาคม2567สมาคมหารผ่านศึกและทหารกองหนุน เชียงราย จัดงานครบรอบ9ปีในการก่อตั้งสมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน เชียงราย ตามนโยบายองค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งนายทะเบียนสมาคมจังหวัดเชียงราย

จดทะเบียนครั่งแรก เมื่อ28 มิ.ย.2559มีจ่าสิบเอก บุญส่ง ศรีจุมปา ทหารผ่านศึกอดีตกำลังพล ร.17 พัน 3 (ในพระองค์)เป็นนายกสมาคมผู้ก่อตั้ง พร้อมคณะบริหาร14ตำแหน่ง ปัจจุบันมีนายศรีเนตร์ ธนาคำ อดีตกำนันบ้านดู่ เมืองชียงราย ในงานวันดังกล่าวมีการสวดเจริญพุทธมนต์ทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2559 จำวนวน 104 รายซึ่งทางสมาคมได้เชิญทายาทและครอบครัวผู้เสียชีวิตเหล่านั้น

หลังเสร็จพิธีทางศาสนา นายราชัน มีน้อยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนสิ่งของเครื่องกันหนาวจาก คุณวิโรจน์ คุณเฟื่องฟ้า อำนาจเกษม เจ้าของและผู้จัดการบริษัท สยามฟูรูกาวา เทรดดิ้ง จำกัด (กทม ) และตัวแทนกรรมการผู้จัดบริษัท วีอาร์ กลกาล จำกัด(กทม.)

และเพื่อมอบต่อให้กับสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดเชียงรายเพื่อมอบให้กับทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่ประสพภัยน้ำท่วม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาวะลำบากและเสียชีวิตอนึ่งยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารผู้กล้าและเสียสละเพื่อชาติเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคม และของขวัญปีใหม่2568 ที่จะถึงเร็วนี้

    สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าวนับว่าเป็นการปฏิบัติติดต่อกันมาโดยตลอดนับว่าเป็นกิจกรรมที่ทหารกองหนุนและทหารผ่านศึกได้ระลึกถึงเหล่าบรรดาทหารที่มีคุณาประการต่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะปลดประจำการก็ได้ปฏิบัติหน้าที่จนลมหายใจสุดท้ายถือว่าเป็นการเสียสละต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยมาตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากมีการมอบสิ่งของเครื่องกันหนาวและผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสร็จสิ้นนายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงราย ได้เชิญพอ.เด็ดดวง ณ ลำปางในฐานะที่ปรึกษาสมาคมได้กล่าวทักทายสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนให้กำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติ  ในต้อนท้ายนายศรีเนตร์ ธนาคำได้กล่าวทักทายบรรดาสมาชิกสมาคมทหารกล่าที่มาร่วมงาน กล่าวอวยพรปีใหม่ส่งความปารถนาดีต่อให้สมาชิกสมาคมทุกคนให้สุขภาพแข็งแรงเนื่องในโอกาสที่วันปีใหม่2568ที่จะมาถึงเร็วๆนี้

ธนากฤต วรรมณี
ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะสื่อมวลชน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2568 โดยมี ผู้บังคับบัญชากองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ

การจัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานทหารกับสื่อมวลชน และนำเสนอผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ห้วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำทีมโฆษกกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่สื่อสารข้อมูลของกองทัพภาคที่ 2 ไปยังสื่อมวลชนและสาธรณชน ทั้งยังเป็นช่องทางสำหรับติดต่อประสานข้อมูลข่าวสารผลการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้ความเข้าใจ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ และขอบคุณที่ช่วยกันนำเสนอข่าวสารของกองทัพภาคที่ 2 ในลักษณะที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ ด้วยดีเสมอมา พร้อมกับขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อความมั่นคง และยั่งยืนของประเทศชาติต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับฝ่ายปกครองแถลงการณ์ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย

แชร์เนื้อหานี้

นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 และ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ณ ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.13) โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ครั้นเมื่อเวลา 2130 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 จัดกำลังพลเฝ้าตรวจ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังสวนยางพารา พื้นที่บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวน 2 กระเป๋า ใบที่1 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม และ กระเป๋าที่ 2 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด หน่วยได้ประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย,ตร.สภ.โพนพิสัย,หน่วยเรือโพนพิสัย,ตร.น้ำหนองคาย ร่วมทำการตรวจยึด ปัจจุบันนำของกลางมาทำการตรวจนับที่ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวมักจะลักลอบขนยาเสพติดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมืด อันตราย และเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของกำลังพล ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กรมการปกครอง​ #กระทรวงมหาดไทย​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธี รับ–ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน/“นาทีชีวิตระทึก!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 28 กันยายน 2567 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) ร่วมกระทำพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 โดยได้กระทำพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อนุสาวรีย์วีรไทย พระบรมรูป ร.5 พระบรมราชานุสาวรีย์ หลังจากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

ก่อนจะเดินทางมายังบริเวณพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ พันเอก กิติพงศ์ พ่วงอยู่ ผู้อำนวยการกองกำลังพล ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ แก่แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) จากนั้น จึงกล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จแล้วทั้ง 2 ท่าน จึงขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมหมู่ธงสวนสนาม ซึ่งจัดจาก หมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง

สำหรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 77 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ,ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพน้อยที่ 2 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ลำดับที่ 44

สำหรับท่านแม่ทัพบุญสิน หรือแม่ทัพกุ้ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งคุมกำลังรบสำคัญๆตลอดการรับราชการ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยการนำความรู้​ ทักษะ และประสบการณ์ในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนของรัฐบาล รวมถึงส่วนราชการ และภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน การปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ส่งผลให้มีผลการปฏิบัติงานสำเร็จมากมาย จนเป็นที่ประจักษ์

โดยที่สำคัญท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วย พัฒนากำลังพล ดูแล ใส่ใจ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กำลังพลในทุกระดับจนถึงพลทหารน้องเล็กคนสุดท้องกองทัพบก เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กำลังพล ส่งผลให้บรรลุทุกๆภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในทุกระดับ และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน คนรากหญ้าชาวอีสาน ซึ่งท่านใช้ภาษาอีสานสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ทุกครั้ง จึงสามารถเข้าใจบริบทของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างดี ตลอดการทำงานที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบัน

“นาทีชีวิต!!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ อาการสาหัส อำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนนำส่งโรงพยาบาล”

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย หน่วย ร.8 พัน.1 โดย จ.ส.อ.ชัยยง นามเภา ตำแหน่ง ผบ.ลว ร้อย.สสก.ชรก.ฝยก.ร.8 พัน.1 ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.กองรักษาการณ์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บจ 7570 เลย ชนกับรถจักยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนจ 52 เลย บริเวนถนนเลย-เชียงคาน ด้านหน้าประตูทางเข้า ร.8 พัน.1 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แม่กับลูก ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนาอ้อวิทยา นั่งซ้อนท้ายแม่กำลังจะกลับบ้าน ในระหว่างเดินทางเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

โดยรถกระบะคู่กรณี ทราบชื่อคนขับคือนายสมาน ทำสี ชาวบ้าน ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ให้การว่าขับรถมาจากตัวเมือง จ.เลย มุ่งหน้ากำลังจะกลับบ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถมอเตอร์ไซร์ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น เมื่อ จ.ส.อ.ชัยยง นามเภาฯ พร้อมกำลังพลที่เข้าเวรรักษาการณ์ เห็นเหตุการณ์จึงร่วมกับกำลังพลรีบเข้าช่วยเหลือ อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าของรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ สาหัสเกิดบาดแผลบริเวณศรีษะ และบาดแผลตามร่างกาย เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนแล้ว จึงรีบโทรประสาน 1669 เพื่อขอหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเลย

ทั้งนี้ได้มี จ.ส.อ.วุฒิชัย อ้วนศิลา นายทหารเวรฯ พร้อมกับกำลังพลของหน่วยเข้ามาช่วยเหลือในการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน ตลอดจนประสาน จนท.สารวัตรทหาร มทบ.28 อำนวยสะดวกด้านการจราจร และจนท.ตำรวจในการเก็บหลักฐานและเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์และวัตถุพยาน เพื่อใช้ประกอบรูปคดีต่อไป โดยในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้หวังเพียงให้ผู้ประสบอุบัติเหตุปลอดภัย จึงรีบเข้าช่วยเหลือเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วน เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​ 092-5259777​

มทร.อีสาน ร่วม กองทัพภาคที่ 2 ส่งมอบสิ่งของจากประชาชนช่วยน้ำท่วมพี่น้องอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อาจารย์สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา บุคลากร และนักศึกษา ณ ลานมรกต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดยสิ่งของประกอบด้วยน้ำดื่ม ยารักษาโรค อาหารแห้ง เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา เปิดรับบริจาคจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

อ.สรวิศ ต.ศิริวัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.อีสาน นครราชสีมา ได้รับการบริจาคสิ่งของจากประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนมาก ต้องขอบพระคุณพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ได้จัดส่งรถบรรทุกพร้อมกำลังพล นำของบริจาคทั้งหมด ประกอบด้วยน้ำดื่มกว่า 40,000 ขวด ข้าวสาร อาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้ จำนวนมาก ต้องใช้รถบรรทุกขนส่งน้ำใจจากพี่น้อง จ.นครราชสีมา ถึง 12 คัน ในการนำส่ง และขอบพระคุณพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาที่ร่วมบริจาคสิ่งของทั้งหลายเพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รวมทั้งเงินบริจาคตั้งแต่วันที่ 13 – 19 กันยายน 2567 รวมกว่า 250,000 บาท ซึ่งจะได้ส่งมอบเงินบริจาคในขั้นตอนต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค นครราชสีมา