คลังเก็บหมวดหมู่: การเมือง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมอบถุงน้ำใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดน่านจำนวน 900 ชุด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมด้วยนายขรรค์ชัย แก้วเนตร นักธุรกิจส่งออกและคณะได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน มอบถุงน้ำใจจำนวน 900 ชุด

โดยมีนายสว่าง เปรม ประสิทธิ์ นายกอบต.สะเนียน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดน่าน อดีต ผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 1 นางจรวยพร อินสาคำ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 2 นายเรืองเดช จอมเมือง สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน อดีต ผู้สมัคร ส.ส.น่าน เขต 3(ผู้ประสานงานส.ส.สมบัติ)

นายรัฐภูมิ ขันสลี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผู้แทนเกษตรกร 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้บริหารและทีมงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม นางสาวอรประภา พุฒิหมื่น กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมมอบ โดยจุดที่ 1 มอบที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านท่าวังผาจำนวน155 ชุด มีนายบดินทร์ จิณะไชย กำนันตำบลท่าวังผากล่าวต้อนรับ ผญบ.พร้อมด้วย สท.เทศบาลตำบลท่าวังผา ให้การต้อนรับ จุดที่ 2 มอบที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย โดยมีนายพิพัฒน์ เพชรพิพัฒน์ นายอำเภอปัว กล่าวต้อนรับ นายอิทธิฤทธิ์ ยะแสง กำนันตำบลเจดีย์ชัย

นายสมศักดิ์ คำเขื่อน นายก อบต.เจดีชัย ผญบ.ผช.ผญบ.สอบต.พนักงานและลูกจ้างอบต.เจดีย์ชัย ให้การต้อนรับ จุดที่ 3 มอบที่ บ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จำนวน 100 ชุดมีนางพวงแก้ว พรมมิ สอบจ.เขตอำเภอภูเพียง นายวรายุทธิ์ เขียวปัญญา กำนันตำบลฝายแก้ว นายกสมาคมกำนัน ผู้ใหย่บ้านจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ มีผญบ.ผช.ผญบ.สอบต.ให้การต้อนรับ จุดที่ 4 มอบที่ศาลาวัดน้ำปั้ว ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จำนวน 250 ชุด มีนายอดุลย์ ชนะภัย กำนันตำบลน้ำปั้วกล่าวต้อนรับ

ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นร่วมกันให้การต้อนรับ ถุงน้ำใจบางส่วนที่เหลือก็ให้อดีตผู้สมัคร ส.ส.นำไปมอบต่อให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อไป ด้านนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าตนได้เป็นผู้แทน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ประธานมูลนิธิ มรว.เสนีย์ ปราโมทย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำถุงน้ำใจมามอบให้พี่น้องชาวน่านที่ประสบอุทกภัย ถึงแม้ของที่มามอบในวันนี้จะไม่มีค่ามากมายอะไรมากนัก แต่ก็มากด้วยน้ำใจและ

พร้อมกันนั้นได้นำความปราถนาดี ของ ดร.เฉลิม ชัย ศรีอ่อน ที่เป็นห่วงเป็นใยมายังพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยทุกท่านด้วย ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถน้ำทั้งในจังหวัดและเขตภาคเหนือ นำรถบรรทุกน้ำมาล้างทำความบ้านเรือนพี่น้องประชน สำนักงานส่วนราชการต่างๆอีกทั้งได้มอบน้ำดื่มให้กับผู้ประสบภัยอีกด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทองกล่าว

ด้านอดีต ผู้สมัคร ส.ส.น่านทั้งสมามเขต ขอกราบขอบพระคุณท่านดร.เฉลิม ชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหนาพรรค นายสมบัติ ยะศิลป์ รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ส.ส.จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ผู้ประสานงาน)นายขรรค์ชัย แก้วเนตร นักธุรกิจส่งออกและคณะที่นำขนมมามอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ/ภาพ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม /ข่าวบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ รับฟังปํญหา ชาวอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2568 เวลา 15.30 น. ณ ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ รับฟังปัญหา ประชาชน ชาว ต.ท่าอ่างอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายอำเภอโชคชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวอำเภอโชคชัยให้การต้อนรับ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่มาในวันนี้ เพื่อรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน ถ้ามีปัญหาอะไรให้บอก สส. และสส.ต้องบอกหัวหน้า

พรรคแน่นอน เรายังมีรองนายกฯโคราชของเรา ที่ดูแลในเรื่องของน้ำ โดยเฉพาะ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง

ซึ่งอยู่ในความดูแลของท่านอยู่แล้ว เรามีคนที่ดูแลตรงนี้ครบถ้วนอยู่แล้ว เพราะฉนั้นปัญหาของเราต้องถูกรับฟังแน่นอน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กล่าวต่อไป

อีกว่า ไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ไหน ตำแหน่งไหน ก็ยินดีทำเพื่อพี่น้องประชาชนเสมอ วันนี้ขอมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ในฐานะพรรคเพื่อไทย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดิฉันพร้อมรับฟัง และประสานงานผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแก่พี่น้องประชาชนค่ะ

วันนี้ดิฉันลงพื้นที่ บ้านไร่ หมู่ 1 ตำบลท่าอ่าง อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับท่านประเสริฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ

ท่านสุดาวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และคณะ ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาเรื่องน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ค่ะ

ในช่วงฤดูฝนของทุกปี ชาวนาในพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำมูลล้นตลิ่งและไหลแรง จนทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้นข้อเสนอของพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันปัญหา

เช่น การสร้างผนังกั้นการกัดเซาะตลิ่ง และการขยายสะพานข้ามแม่น้ำ เป็นแนวทางที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดิฉันได้หารือกับท่านประเสริฐ ซึ่งดูแลด้านการบริหารจัดการน้ำโดยตรง และท่านจะนำข้อมูลและข้อเสนอเหล่านี้ไปประสานกับท่านภูมิธรรม รักษาการนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

เสียงของประชาชนต้องได้รับการรับฟัง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้การต้อนรับและส่งกำลังใจอย่างอบอุ่นในวันนี้ค่ะ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รังสิมันต์ โรม ลงพื้นที่ ชายแดนไทย – เมียนมา ช่องหินดาด รับร่อ และช่องหินหมู บ้านพันวาล ท่าแซะ ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ชายแดนไทย บริเวณอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร

วันนี้(29 มิ.ย. 68) คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎรนำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ,

นายปิยรัฐ จงเทพ โฆษกคณะกรรมาธิการ, นายยูนัยดี วาบา โฆษกคณะกรรมาธิการ, นายรอมฎอน ปันจอร์ กรรมาธิการ,นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ เลขานุการคณะกรรมาธิการ,นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี

และคณะ ลงพื้นที่ชายแดนไทย บริเวณอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เพื่อศึกษาดูงาน พร้อมติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชน

ในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมีว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร, นายพิศิษฐ์ ฤทธิพิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลในพื้นที่

คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ชายแดน บริเวณช่องทางผ่านแดนไทย – เมียนมา ช่องหินดาด

ตำบลรับร่อ และช่องหินหมู บ้านพันวาล อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยได้ติดตามปัญหาผลกระทบด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์และรับทราบปัญหา

ความมั่นคงชายแดนไทยที่ส่งผลต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร และการบริหารจัดการในพื้นที่ชายแดน จังหวัดชุมพร อาทิ สถานการณ์การค้ามนุษย์ การค้าอาวุธ การลักลอบนำเข้าปาล์มและยางพารา สถานการณ์การหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา

พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการของหน่วยงาน และแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตลอดจนแนวทางผลักดันด่านตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.ยุติธรรมลงพื้นที่เวทีประชาจิตอาสารับฟังเสียงสะท้อนปัญหายาเสพติดในพื้นที่ อ.ตากใบ 1 ใน 11 อำเภอของ จ.นราธิวาส 150 ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

ใน จชต. ที่อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมเวทีประชาจิตอาสา เอาชนะยาเสพติด เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับการบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่ ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีพล.อ.วิชาญ สุขสง ประธานยุทธศาสตร์การแก้ปัญหายาเสพติดภาคประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์เอกวิทย์ จินดาเพ็ชร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ภุชงค์ วงศ์หิรัญรัชต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากใบ นายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมเวทีประชาจิตอาสาในครั้งนี้

สำหรับเสียงสะท้อนปัญหาจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการบำบัดรักษายาเสพติดนั้น  1. สถานที่บำบัดรักษาของรัฐไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันหอผู้ป่วยมินิธัญญารักษ์บ้านแสงอรุณ ณ โรงพยาบาลตากใบ สามารถรองรับผู้ป่วยยาเสพติดตั้งแต่ระยะ Acute Care จำนวน 5 เตียงและการบำบัดรักษาแบบระยะกลาง Inter-mediate Care (IMC) จำนวน 15 เตียง รวมทั้งสิ้น 20 เตียง ซึ่งครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งไม่เพียงพอต่อการรักษา  2. สถานบำบัดเอกชนมีค่าใช้จ่าย ทำให้ครอบครัวผู้บำบัดเดือดร้อน หลายครอบครัวไม่มีเงินพอที่จะเข้ารับการบำบัด ทำให้ไม่สามารถส่งผู้ติดยาเสพติดเข้านับบำบัดได้

ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ  สส.จ.นราธิวาส โดย รพ.ตากใบได้แจ้งความประสงค์ขอใช้และปรับปรุงพื้นที่ และสถานที่เพื่อการควบคุมตัวและสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์ เรือนจำชั่วคราวโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นจังหวัดนำร่องเร่งรัดการบำบัดรักษาฟื้นฟูสภาพทางสังคม ป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด และเพื่อให้โรงพยาบาลตากใบใช้เป็นอาคารมินิธัญญารักษ์ สำหรับบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด ซึ่งมีเนื้อที่ 9 ไร่ รองรับผู้บำบัดจำนวน 140 เตียง เป็นสถานที่บำบัดรักษา  โดยปัจจุบันได้รับอนุญาตจากราชทัณฑ์ ให้ใช้พื้นที่แล้ว ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นชอบที่ให้มีสถานบำบัดรักษา ซึ่งเป็นสถานที่ปลอดภัยเพื่อรองรับผู้เข้ารับการบำบัด และพร้อมสนับสนุนภาคประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดรักษา และจะผลักดันให้มีนโยบายบำบัดรักษาฟรี 

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าสำหรับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ได้มียุทธการที่จะแก้ปัญหาร่วมกันก็คือเป็นเรื่องของพลังของจิตอาสา ตั้งแต่ประชาชน ชุมชน ข้าราชการเพื่อเอาชนะยาเสพติด และที่สำคัญที่สุดพอไปสำรวจจริงๆก็คือสถานที่บำบัด เพราะเรามีทั้งยาเสพติดที่เป็นจากเคมีสังเคราะห์ เช่น ยาบ้า และเรามีทั้งยาเสพติดที่เป็นพืช เช่นพืชกระท่อม และกัญชา ที่พบว่าปริมาณผู้ใช้และผู้เสพเยอะ ซึ่งเรายังขาดศูนย์บำบัด ซึ่งในความเข้าใจเรื่องการบำบัดหรือการฟื้นฟูระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ราชการ กับประชาชนหรือคนทั่วไป ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจว่าการบำบัดคือการเอาตัวออกจากชุมชนแล้วไปอยู่ที่กักตัวไว้หรืออยู่ในที่ที่ไม่สามารถกลับไปในหมู่บ้านได้ประมาณ 4 เดือน โดยในระบบสาธารณสุขมีเตียงไม่พอ ซึ่งถ้าไม่มีอาการรุนแรง ทางโรงบาลก็ให้กลับไปอยู่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่ได้

เตรียมการหมู่บ้านไว้เพราะในหมู่บ้านเองทุกคนก็ต้องไปทำงานเลย แล้วก็ผู้ที่เข้าไปเมื่อต้องการใช้ยาขึ้นมาก็จะเป็นปัญหา ก็เลยอยากจะมีสถานที่ปลอดภัยสำหรับให้คนไปอยู่แล้วก็ได้รับการดูแล ได้รับการถอนยา ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งตอนนี้ก็อยากได้สถานที่บำบัด ในที่นี้ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ริเริ่มก็คือพลังของจิตอาสาที่ลุกขึ้นถามว่าที่ดินที่โคกยามูที่เป็นเรือนจำเก่า โครงสร้างถ้ามาบูรณะยังสามารถที่จะเอาเป็นสถานที่บำบัดได้ เลยขอขึ้นมาโดยฝ่ายสาธารณสุขจะได้มีแพทย์ไป ซึ่งตอนทางกรมราชทัณฑ์อนุญาตให้แล้วก็เลยมาบอกประชาชน เพราะจากการติดตามของจิตอาสา 1 ตำบลมี 10 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 100 คนก็ 1,000 คน อย่างน้อยสถานที่แห่งนี้ก็จะได้เป็นที่พักการรักษาและการฟื้นฟู ซึ่งเป็นไปได้ว่าในเนื้อที่ 9 ไร่ สามารถสร้างอาชีพ สร้างการศึกษาให้กับผู้ติดยาเสพติดได้ ก็เป็นรูปแบบหนึ่งเป็นโมเดลหนึ่ง อยากให้ทำเป็นโมเดล ซึ่งถ้าโมเดลนี้ทำได้ ต่อไปก็อยากได้เป็นโรงเรียนร้าง เป็นเหมือนศูนย์พักคอยระหว่างจะไปหาหมอ และระหว่างที่จะส่งกลับเข้าหมู่บ้าน แล้วถ้าเป็นจิตเวชก็พักไว้ที่นี่ก่อน

จากบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอันนี้ก็เป็นรูปธรรมอันหนึ่งถือว่าเป็นการจับต้องได้ และในพลังจิตอาสาเพื่อเอาชนะยาเสพติดนั้น พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็น ประธานมีแนวโน้มที่จะพัฒนาค่อนข้างเยอะ และในเรื่องผู้ที่บำบัดแล้วกลับมาเสพซ้ำนั้น เรามีปริมาณค่อนข้างเยอะในต่างประเทศเกือบ 50 % ส่วนในประเทศไทยนั้นมี 20% ซึ่งถ้าเขาไม่มีอาชีพรองรับ ไม่มีคุณค่าในสังคม ไม่มีการศึกษา ไม่มีมีงานรองรับ เขาก็จะหวนกลับไปอีก โดยรัฐบาลต้องให้เขามีอาชีพมีงานทำ ซึ่งเราต้องมาร่วมกันเพราะว่า การสร้างอาชีพ โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่ชายแดน เราต้องพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยว ต้องมีการจ้างงานให้เยอะขึ้น ซึ่งผู้บำบัดจะต้องมีการฝึกอาชีพระหว่างบำบัดด้วย ซึ่งเราต้องทำควบคู่กันไปด้วย

ในส่วนของผู้ค้านั้นเรามีความเข้มข้น โดยเฉพาะผู้ค้าที่เข้าใจว่าตัวเองไม่รู้เรื่องเพราะว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ขนยาเสพติด แต่ว่าเขาเป็นผู้บงการจ้างวาน ซึ่งเราจะมีมาตรการเรื่องการฟอกเงินการติดตามเรื่องทรัพย์สินเพราะเงินหรือทรัพย์สินเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้ายาเสพติด ถ้าเราตัดเส้นเลือดใหญ่แล้วเขาจะหยุดและโทษก็รุนแรง โทษถึงจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ซึางการติดตามเรื่องการฟอกเงินหรือการดำเนินการพวกนี้เราไม่มีการกลั่นแกล้ง เพราะมันเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แล้วหลายคนก็เปลี่ยนแทนที่จะเอาเงินไปฝากก็เป็นทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินการอย่างเข้มข้น แล้วเราเองก็จับมือกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งก็น่าจะมีกิจกรรมมีผลงานดำเนินคดีให้เห็น
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จุดยืน “ลูกหมี” นำทัพ สส.- ชาวบ้าน ร่วมหมื่น แสดงจุดยืน / จัดการสัมมนา “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้วประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายสันต์ แซ่ตั้ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการจัดการสัมมนา “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” และร่วมการสัมมนา กับ

นายสุพจน์ ภู่รัตนโอภา รองอธิบดีกรมป่าไม้ นางสาวสายสุด ชุนเชาวฤทธิ์ ผอ. ทสจ.ชุมพร (ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร) นายธนานันต์ พุทธนวล นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติหัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า เสด็จในกรมกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ นายลิขิต สุขเยาว์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายสามารถ เจียวยี่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชุมพร นายกฤษ แก้วรักษ์ รองนายก อบจ.ชุมพร มีประชาชนเข้าร่วม 700คนในวันนี้

นายอวยพร มีเพียร อดีต นายก อบต.รับร่อ กล่าวต้อนรับและรายงานการสัมมนาในนามคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาแขกผู้มีเกียรติ และวิทยากรทุกท่านที่มาเข้าร่วมการสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้วประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันนี้

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบถึงปัญหาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชุมพร ที่เกิดขึ้นในหลายประเด็นเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านที่ดิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการ อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพของประชาชนเป็นอย่างมาก จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อให้สังคมและประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองสืบไป คณะกรรมาธิการจึงได้จัดการสัมมนาครั้งนี้ขึ้น

นายสันต์ แซ่ตั้ง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนา แขกผู้มีเกียรติ และวิทยากรทุกท่านที่มาเข้าร่วมการสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” ณ โรงเรียนบ้านบางไม้แก้ว ประชาสามัคคี ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในวันนี้ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและบริหารจัดการด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชุมพร ให้เกิดความยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่ดินอยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาในหลาย พื้นที่มาอย่างยาวนาน จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและทันท่วงที ดังนั้น คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัด การสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ส่งเสริมให้เกิดความรู้และความเข้าใจของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา

ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและ การพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถเป็นสื่อกลางในการนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่ให้กับชุมชนและสังคมต่อไป ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน

และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริงกระผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การสัมมนาในวันนี้จะบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

แถลงการณ์จุดยืน “ลูกหมี” นำทัพ สส.- ชาวบ้าน ร่วมหมื่น แสดงจุดยืน รัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้กำลังใจแม่ทัพภาค 2 เหล่าทหารกล้าแนวหน้า ลั่น “นายกฯไม่ออกเราออก” ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ที่สนามหน้าพระบรมรูป ร.5 หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.ชุมพร และว่าที่การอำเภอเมืองชุมพร นายชุมพล จุลใส “ลูกหมี” อดีต สส.ชุมพร หลายสมัย พร้อมด้วย 3 สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ,นายสันต์ แซ่ตั้ง เขต 2 , นายชุมพล จุลใส เขต 3 ,นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยกลุ่มพลังมวลชนร่วมหมื่นคน ที่นัดหมายกันมาทางช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อมารวมตัวกันแสดงจุดยืน ต่อกรณีที่มีคลิปหลุดการพูดคุยกันระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานองคณะมนตรี แห่งประเทศกัมพูชา ที่มีการพูดด้อยค่า แม่ทัพภาคที่ 4 และเอาใจผู้นำประเทศกัมพูชา ตามที่เป็นข่าวนั้น

โดย “ลูกหมี” นายชุมพล จุลใส ได้กล่าวกับกลุ่มมวลชนที่ร่วมแสดงจุดยืนว่า ตนมาวันนี้มาในฐานประชาชนผู้รักชาติ ไม่ได้มาปลุกระดมแต่อย่างใด ทุกคนนัดหมายกันทางสื่อ ออนไลน์ เพื่อมาให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ถูกนายกรัฐมนตรีด้วยค่าและบอกว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน ขณะเดียวกันกลับพูดเอาใจผู้นำประเทศกัมพูชา คนไทยได้ฟังคลิปนี้จะรู้สึกว่า ประเทศไทยเสียเกียรติภูมิอย่างมาก ที่มีผู้นำแบบนี้ จึงเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก

ในช่วงท้ายของการปราศรัย “ลูกหมี” กล่าวว่า ถ้าเขาไม่ออก พวกราก็จะออกเอง เพราะพวกเราจะไม่ทรยศต่อคะแนนเสียงที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชานชาวชุมพร จากนั้นได้เชิญ พ.อ.โชติ ยิกุสังข์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 / รองผอ.กอ.รมน.ชุมพร เป็นผู้แทนขึ้นรับช่อดอกไม้ เพื่อเป็นกำลังใจส่งผ่านไปยังแม่ทัพภาคที่ 2

ต่อมา นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ได้ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์และจุดยืนถึงกรณีดังกล่าว และมอบแถลงการณ์ให้ สส.ชุมพร ทั้ง 3 คน ผ่านไปถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ สส.ชุมพร ทั้ง 3 คนสังกัดอยู่

โดย นายนพพร ได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า แถลงการณ์ข้อเรียกร้องของประชาชนชาวจังหวัดชุมพร นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์พิพาทบริเวณแนวชายแดนไทย -กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และพฤติการณ์ของผู้นำรัฐบาลที่แสดงออกถึงการด้อยความสามารถ ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ข้าพเจ้าและประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ผู้เคารพและเทิดทูนไว้สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมา แถลงยอมรับว่า คลิปเสียงที่เผยแพร่ออกมานั้น เป็นคลิปเสียงของตนสนทนากับสมเด็จฮุนเซนจริง โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง ว่า “เป็นคนของฝ่ายตรงข้าม” รวมทั้งเป็นการด้อยค่า ไม่ให้เกียรติทหาร และกองทัพ ที่ทำหน้าที่รักษาอธิปไตย

อีกทั้งการสนทนาเป็นลักษณะการยินยอมอ่อนข้อและอ่อนน้อม โดยได้แสดงท่าที ที่พร้อมจะตอบสนองความต้องการ ที่สมเด็จฮุนเซนเรียกร้อง เรารู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของผู้นำประเทศ ที่ขาดจิตสำนึก การกระทำของผู้นำรัฐบาลเช่นนี้ ทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างใหญ่หลวง และประชาชนคนไทย หมดความเชื่อถือ ศรัทธา

จากพฤติกรรมดังกล่าวของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บัดนี้ ความอดทนของคนในชาติ ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ข้าพเจ้าและประชาชนชาวจังหวัดชุมพร จึงขอส่งกำลังใจให้ แม่ทัพภาคที่ 2 พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วยทหารทุกนาย ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย พวกเราชาวจังหวัดชุมพร จึงมีข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

  1. ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  2. ขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติ ทบทวนการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

กระผมนายนพพร อุสิทธิ์ และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจน ผมไม่ได้ออกมาในนามนักการเมือง หรือทีม พลังชุมพร แต่ในฐานะประชาชน ขอแสดงออกเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพวกผมขอย้ำกับทุกคนว่า “เราจะไม่ยอมสูญเสียแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียวให้กับประเทศใด”

ภายหลังการรวมพลังแสดงจุดยืน นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ,นายสันต์ แซ่ตั้ง เขต 2 , นายชุมพล จุลใส เขต 3 ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรค ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนแล้วว่า ขอให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชองด้วยการลาออก ต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งจุดยืนก็ตรงกับความต้องการของประชาชนชาวชุมพรอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไป.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พรรคประชาชน” จัดประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จ.สระแก้ว/จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 พ.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุม สนง.สหพันธ์ที่ดินสระแก้ว หมู่ 13 ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จัดการประชุมสมาชิกเครือข่ายแรงงาน จังหวัดสระแก้ว มีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนถูกต้อง โดยได้รับเกียติจาก อดีตสส.พรรคประชาชน นายทวีศักดิ์ ทักษิณ พร้อมผู้ช่วย สส.นายธวัช แกนนำเครือข่ายปีกแรงงาน พี่หมอเทพ และ เครือข่ายชลบุรี ระยอง ได้เดินทางมาให้ความรู้ทำความเข้าใจกับสมาชิกได้เข้าใจในการดำเนินงานของ “ปีกแรงงาน” ได้ชัดเจน

ได้จัดตั้งคณะทำงานชั่วคราวปีกแรงงาน จ.สระแก้ว โดยการรับรองจากสมาชิกพร้อมกับมอบหมายและรับรองให้สมาชิกร่วมกันดำเนินกิจกรรมโดยคณะกรรมการ “ปีกแรงงาน” พรรคประชาชน ได้รับรอง โดยมีคณะขับเคลื่อนทั้ง 7 อำเภอ ที่มีสมาชิกกว่า 500 คนในจังหวัดสระแก้ว เฟสแรก 60 คนสำหรับยกระดับติดปีกให้กับสมาชิกที่มีคนมองว่าด้อยคุณภาพ เป้าหมายของเราคือ สมาชิก 2 พันคนในสิ้นปีนี้.

จ.นครราชสีมา – วิวาห์แสนหวาน!! สุภาพรรณ – วิเชียร

วันนี้ (25 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ต.นกออกกอ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จัดพิธีมงคลสมรส ระหว่าง นายวิเชียร มหาพรม บุตรของ นายเชี่ยม – นางปี มหาพรหม กับ น.ส.สุภาพรรณ ยอดผักแวน

บรรยากาศจัดแบบเรียบง่าย มีชาวบ้านญาติพี่น้องมาร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมี นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการเครือข่าย สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางร่วมในงานมงคลสมรสดังกล่าว.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวพรรคพลังไทยใหม่ คิดใหม่ ทำเป็น ชูนโยบายเอาที่ดินสาธารณะประโยชน์ทำเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร จ่ายเงินให้หญิงตั้งครรภ์ เดือนละ 1,500 บาท ลดปัญหาการทำแท้งในสังคมไทย

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 68 ที่หอประชุมโรงแรมพรหมพิมาณ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรคพลังไทยใหม่ เปิดประชุมใหญ่ครั้งแรก พร้อมเปิดตัวพรรคพลังไทยใหม่ แถลงนโยบายให้กับสมาชิกพรรค ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่เกิดขึ้น โดยมีหัวข้อพรรคคือ พรรคพลังไทยใหม่ คิดใหญ่ ทำเป็น โดยมีสมาชิกของพรรคเข้ามาร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก

***ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรคพลังไทยใหม่ เปิดเผยว่า จริงแล้วพวกเรารวมตัวกันมาเป็นปีแล้ว ซึ่งมีสมาชิกแยกตัวมาจากพรรคการเมืองอื่น ประมาณ 4 พรรค แยกตัวออกมาอยู่กับเรา ซึ่งพรรคพลังไทยใหม่ของเราเป็นพรรคที่สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา ให้ประสานทำงานร่วมกับคนรุ่นกลาง และรุ่นเก่า ไม่มีการแบ่งสี แบ่งฝั่ง ไม่แบ่งศาสนา ซึ่งเน้นคนมีอุดมการณ์จริงๆเข้ามาร่วมพรรค โดยนโยบายของพรรคพลังไทยใหม่หลักๆ จะมีการเสนอออกพระราชกฤษฎีกาที่สาธารณะประโยชน์

ทั้งพื้นที่บนภูเขาหัวโล้นทั่วประเทศให้เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรกรรมเพื่อการส่งออก ส่งเสริมเกษตรกรให้ทำการเกษตร เพื่อการส่งออก สร้างอาชีพหนึ่งครัวเรือนให้แก่ประชาชน เสริมสร้างความเสมอภาคในสังคม และส่งเสริมสิทธิมนุษย์ชน แก้ไข พรบ. เครดิตบูโร ที่ดินทำกินของเกษตรกรต้องเป็นโฉนด (นส.4จ ) เท่านั้น สร้างโรงงานในทุกจังหวัดเพื่อให้มีการจ้างงานคนในพื้นที่ เพื่อที่ประชาชนจะได้มีรายได้ และให้ค่าตอบแทนหญิงตั้งครรภ์ 12 ปี เดือนละ 1,500 บาท ลดปัญหาการทำแท้งในสังคมไทย


***ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ หัวหน้าพรรค กล่าวต่อไปอีกว่า พรรคพลังไทยใหม่ ตอนนี้เราเตรียวมจะเปิดไว้ 8-9 สาขา และเตรียมจะส่งผู้สมัครลงชิงชัยทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ก็จะส่งอย่างต่ำก็ 70 คน ความคาดหวังเราก็อย่างจะเข้ามีสมาชิกเข้าไปอยู่ในสภาไม่ต่ำกว่า 50 คน ซึ่งพรรคพลังไทยใหม่ของเราพร้อมในทุกๆด้าน พร้อมที่จะเดินลุยช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร (อย่างไม่เป็นทางการ)​ ภูมินทร์ ล้มแชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานผลคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร มีประชากรประมาณ 32,999 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 23,729 คน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 16,930 คน

คิดเป็นร้อยละ 71.62 จำนวนบัตรเสีย 737 คิดเป็นร้อยละ 4.35 จำนวนบัตรดี 15,258 คน คิดเป็นร้อยละ 90.12 จำนวนบัตรไม่เลือกผู้สมัครใด 935 คน คิดเป็นร้อยละ 5.25 แบ่งเป็น 3 เขตเลือกตั้ง สท. เขตละ 6 คน รวม 18 คน

มีผู้สมัครนายก 4 คน รวม 34 ชุมชน 44 หน่วย แบ่งเป็น 3 เขต เลือกตั้ง ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศบาลเมืองมุกดาหาร ปี 2568 (อย่างไม่เป็นทางการ) ลำดับ ที่ 1 นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ได้คะแนน 8,521 คะแนน

ลำดับที่ 2 นายอุดม เที่ยงโยธา ได้คะแนน 4,218 คะแนน ลำดับที่ 3 นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ (แชมป์เก่าบ้านใหญ่เพื่อไทย) ได้คะแนน 2,918 คะแนน และลำดับที่ 4 นายศักดิ์ชัย เจริญวุฒิมากร ได้คะแนน 480 คะแนน

ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร ทีมนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต เขตที่ 1 ได้รับเลือกเข้ามา 5 คน เขตที่ 2 เข้ามา 6 คน เขตที่ 3 เข้ามา 5 คน สท.ในทีมที่ได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 เขต รวม 16 คน ทีมนายอุดม เที่ยงโยธา ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต

ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 1 คน ทีมนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ ส่งผู้สมัคร สท. ครบทั้ง 3 เขต ได้รับการเลือกตั้งเข้ามารวม 1 คน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลุ่มพัฒนามุกดาหาร

โดยนายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ คนรุ่นใหม่ที่วางตัวในเวทีการเมืองท้องถิ่นมานานหลายปี นับเป็นผลงานที่ได้เตรียมทีมและวางตัวผู้สมัครของกลุ่ม ในศึกเลือกตั้งเทศบาลเมืองมุกดาหารครั้งนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเท้ง” ผู้สมัครนายกเล็ก เทศบาลบ้านกรูด ชนะขาดคู่แข่ง นำทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้าสภาเป็น สมัยที่ 2 เกือบยกทีม / สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกฯเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายก หมายเลข 1 ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้คะแนน 1,600 คะแนน ทิ้งห่าง นายณรงค์ พุกจันทร์ อดีต สท.หลายสมัย ผู้สมัคร หมายเลข 2 ในนามกลุ่มรักบ้านกรูด ได้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 545 คะแนน ในส่วนสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มพัฒนาบ้านกรูดได้เข้าสภาเกือบยกทีม โดยมีเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้สมัครอิสระ แทรกเข้ามาได้ 1 คน กลังจากนี้ก็รอ กกต.รับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ได้ออกมาขอบคุณ ทีมงาน และชาวบ้านกรูด ที่ไว้วางใจให้ทีมกลุ่มพัฒนาบ้านกรูด เข้ามาทำหน้าที่ต่อไปอีก สำหรับเทศบาลบ้านกรูด มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 3,334 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 2,239 คน คนเป็นร้อยล่ะ 67.16 %

////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

ประจวบคีรีขันธ์ _ สนามเลือกตั้ง ทต.ทับสะแก “นายกเดียร์” ที่ไร้คู่แข่ง นำทีม กลุ่มรักทับสะแก เข้าสภาได้ 9 ที่นั่ง โดยมีอิสระเสียบมา 3 ที่นั่ง

วันที่ 11 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังการปิดหีบเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้เริ่มนับคะแนน นายกเทศมนตรี และ สมาชิกสภาเทศบาล ไปพร้อมๆ กัน โดยผลการนับคะแนนของ นายกเทศมนตรี อย่างไม่เป็นทางการ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน ผู้สมัครนายกเทศมนตรี หมายเลข 1 กลุ่มรักทับสะแก ที่ไร้คู่แข่ง ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ได้ 1,870 คะแนน

ในส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล กลุ่มรักทับสะแก สามารถผ่านเข้าสภาได้เพียง 9 คน โดยมีผู้สมัครอิสระ สามารถสอบเข้าสนามนี้ได้ 3 คน หลังจากนี้ก็รอ กกต.ประกาศรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

//////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเก่านครเจ้าพระยาฯ เอาอยู่ ชนะเลือกตั้งเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

รายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จ.ชลบุรี อันดับ 1 คือ นายอาคมเจตน์ พันเฉลิมชัยโชค หรือนายกฮุ้น จากกลุ่มลูกเจ้าพระยา อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ให้เป็นนายกเทศมนตรีอีกสมัย ส่วนสมาชิกจาก 24 ที่นั่ง พลาดไป 7 เก้าอี้ ให้พรรคประชาชน

โดยนายกฮุ้น สามารถเอาชนะคู่แข่ง ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 18,008 คะแนน
เอาชนะนายอภิชัย พิทยานุรักษกุล จากพรรคประชาชน ไป 1,614 เสียง ทั้งนี้ ดร.ติ๊ด อภิชัย อดีต หัวหน้าฝ่ายแบบแผน และก่อสร้าง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนไปได้ถึง 16,394 คะแนน

โดยที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้นำดาวเด่นของพรรค ลงพื้นที่เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ต่อเนื่อง ส่งแกนนำพรรคมาช่วยหาเสียงหลายราย อาทิ หัวหน้าพรรคประชาชน เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, วิโรจน์ ลักคณาอดิศร, เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ และเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ

ทั้งยังปิดท้ายด้วยคลิปเชิญชวนเลือกตั้งของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรียกว่าขนมาหมดแม้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง และยังมีการขึ้นรถตระเวนหาเสียงทั่วพื้นที่อย่างไม่ลดละ นับเป็นความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ของพรรคประชาชนที่ต้องการครองพื้นที่ท้องถิ่นอย่างเทศบาลนคร แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะใจและเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนไปได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่าน-เลือกตั้งนายกเล็กเมืองน่านนายกตี๋เบอร์ 2 รักษาแชมป์ไว้ได้หวุดหวิด พร้อมนำ สท.เข้าวิน14 คน

แชร์เนื้อหานี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันอาทิตย์ 11 พฤษภาคม 2568 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่านและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน เจ้าหน้าที่ก็เริ่มนับคะแนนในเวลาประมาณ17.30 น.ท่ามกลางความสนในของกองเชียร์ของผู้สมัครและประชาชนในเขตเลือกตั้ง เข้ามารับชมการนับคะแนนในแต่ละหน่วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่านมีผู้สมัครนายกเทศมนตรี 3 รายประกอบด้วยนายเอกชัย อินทะนัน หรือดอน เบอร์1 กลุ่มเขตเมืองพัฒนา นายสุรพล เธียรสูตร หรือนายกตี๋ แชมป์เก่ากลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ พร้อมนำทีม สท.เข้าวิน14 คน

โดยผลการนับคะแนนนั้นพบว่า นายเอกชัยอินทะนันท์ เบอร์ 1 ได้ 3934 คะแนน นายสุรพลเธียรสูตร แชมป์เก่า ได้ 4075 คะแนน นายเศรษฐพงษ์ ธีรภาพวิเศษพงษ์ ได้ 635 คะแนน ขณะผลการเลือกตั้งสมาชิกสภานั้น กลุ่มเมืองน่านน่าอยู่ ได้มา 14 คน กลุ่มเขตเมืองพัฒนา 3 คน และอิสระ 1 คน

ขณะที่มีรายงานว่าผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดู่ไต้ โกหนำ สุรวัฒน์ เลิศชัยพิทักษ์ สามารถล้มแชมป์เก่านายทรงพล อัชวากุล เอ๋ ได้ ด้วยคะแนน 2,269 คะแนน ทรงพลได้ 2,161 คะแนน ขณะที่เทศบาลตำบลกองควาย ร.ต.อ.ชัยเดช โรงคำได้ 1,898 คะแนน นายธงชัย ปันคำได้ 1,242 คะแนน ส่วนเทศบาลตำบลเวียงสา นายพงษ์นรินทร์ สุทธารักษ์ ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยคะแนน 903 คะแน

นายพิชิต โมกศรี 619 คะแนน เทศบาลตำบลเชียงกลางนายมนตรี เชี่ยวสุวรรณ ได้ รับเลือกตั้ง ด้วยคะแนน 2,408 คะแนน นายอาณัติ จริยะโกมล ได้,064 คะแนน นายธนกฤต จิตตรง ได้1 ,692 คะแนน เทศบาลตำบลขึ่ง นายสกล ทรัพย์โพธิ์ทอง ได้ 1,106 คะแนน

นางบำเพ็ญ บริบูรณ์ ได้ 1,093 คะแนน นายจรัญ ต่างใจ อดีตนายกคนล่าสุดได้ 258 คะแนน เทศบาลตำบลกลางเวียง นายปฏิวัส ธนะไพศาล 2,246 คะแนน นายสมาน ทิพย์สกุลปัญญา ได้ 2,100 คะแนน นายกิตติกร กุมมาละ ได้ 395 คะแนน

ที่เหลือขอสรุปผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกประกอบด้วย เทศบาลตำบลพระพุทธบาทเชียงคาน นายดนุพัฒน์ กันภัย เทศบาลตำบลหนองแดง นายสามารถ วงศ์เลียบ เทศบาลตำบลทุ่งช้าง นายนายวินัย พนาขวา เทศบาลตำบลงอบ นายจักรภัทร คำรังษี เทศบาลตำบลศรีสะเกษ นายเรืองชัย ด่านพาณิชย์ เทศบาลตำบลบ่อแก้ว นายพายับ สารเถื่อนแก้ว เทศบาลตำบลบ่อเกลือไต้ นายประสิทธิ์ อุปจักร
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ตรวจ สนง.กกต. เขต. 8 ลงเยี่ยม วังหินโมเดล แห่งเดียวในประเทศ เป็นพื้นที่เลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 68 ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อม นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และคณะ เดินทางมาตรวจความพร้อม และเยี่ยมให้กำลังกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ และในเขตเทศบาลตำบลวังหิน ที่เดินทางมารับอุปกรณ์การเลือกตั้งในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการทำสัญญาและทำประชาคมกับชาวบ้านในเขต อำเภอวังหิน เป็นโครงการโมเดล ให้เป็นเขตพื้นที่เลือกตั้งสีขาวปลอดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

***ด้าน ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้ตรวจการ เขตตรวจที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาวันนี้เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำหน่วยเลือกตั้ง และมาตรวจดู “วังหินโมเดล” ที่ประชาชนชาวตำบลวังหิน อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ และผู้สมัครได้มีการทำสัญญาณกันว่าจะมีการเลือกตั้งสีขาว ปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง จนเป็น วังหินโมเดล ซึ่งถือเป็นแห่งแรกที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศไทย โดยถือเป็นการแก้ไขปัญหาในการซื้อสิทธิขายเสียงที่เกิดขึ้น ด้วยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ และทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยหลังจากเลือกตั้งครั้งนี้แล้วทาง กกต. จะมีการประเมินผลอีกครั้งว่า “วังหินโมเดล” ทำได้จริงหรือไหม ซึ่งถือเป็นไปถามที่ตกลงกันได้จริงๆทาง กกต. ก็จะมีการขยายผลนำไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมทั้งประเทศต่อไป

***ร.ต.อ.มนูญ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ตามที่อบรมไว้อย่างเข้มงวด และลดปัญหาบัตรเสียให้ได้น้อยที่สุด ร่วมถึงให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด และได้ให้ชุดเคลื่อนที่เร็วจับตาทุกพื้นที่ที่มีปัญหาไว้อย่างใกล้ชิด แต่ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแต่อย่างใด

***ทั้งนี้วันพรุ่งนี้ (10 พ.ค. 68) ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนอกมาใช้สิทธิ ออกมาเลือกตั้ง ได้ตั้งแต่ เวลา 08.00 น. ถึง เวลา17.00 น. และอย่าลืมหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และรักษาสิทธิของท่าน ซึ่งการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ สุจริต หรือ เที่ยงธรรม ได้ต้องเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่ต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน ไม่ใช้หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 65536;weatherinfo: null;temperature: 35;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.“ห่วงทรัมป์2.0ทำเศรษฐกิจโลกโตต่ำ3%กระทบไทยเร่งหาทางออกประเทศจัดเวที “โอกาสหรือวิกฤติใหม่เศรษฐกิจไทยภายใต้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน“

แชร์เนื้อหานี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์(FKII Thailand)
เปิดเผยวันนี้ว่า ไอเอ็มเอฟ.ประเมินล่าสุดว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนกระทบทั่วโลกเป็นลูกโซ่จะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลดลงจาก3.3%เหลือ 2.8% ส่วนมิติการค้านั้น การค้าระหว่างสองประเทศคิดเป็นสัดส่วน 3% ของตลาดการค้าโลกซึ่งมีมูลค่า24 ล้านล้านดอลลาร์โดยเมื่อปี 2024 มูลค่าการส่งออกนำเข้าของสหรัฐและจีนอยู่ที่ 582.4 พันล้านดอลลาร์ โดย สหรัฐส่งไปจีน 143.5 พันล้านดอลลสาร์ และจีนส่งไปสหรัฐ 438.9 พันล้านดอลลาร์

ซึ่งองค์การการค้าโลก(WTO)มองว่าถ้าสงครามการค้ายังสู้กันด้วยการขึ้นภาษีทำให้2ชาติมหาอำนาจยุติการค้าขายกันแต่ตลาดโลกอีก97%ก็ยังค้าขายต่อไปได้ นับเป็นตัวอย่างมุมมองที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามผลกระทบยังมีอีกหลายมิติไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจการค้าและเป็นทั้งโอกาสและวิกฤตขึ้นกับวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า
สำหรับประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองของทั้ง2มหาอำนาจและอยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงลำดับต้นๆที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและนโยบายทรัมป์2.0ครั้งนี้ แต่จะรอดจะร่วงหรือจะรุ่งจะเป็นโอกาสหรือวิกฤตสำหรับก้าวต่อไปของประเทศไทยหาคำตอบได้ในงานเสวนาโต๊ะกลมของสถาบันเอฟเคไอไอ. ไทยแลนด์ -FKII National Dialogue
“โอกาสหรือวิกฤติใหม่เศรษฐกิจไทยภายใต้สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน“

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 13.00-15.30 น. ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา กรุงเทพมหานคร ขอเชิญร่วมแสดงความเห็นเพื่อหาทางออกให้กับประเทศไทยในสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
พบกับวิทยากรร่วมเสวนา อาทิ 1.นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand 2.นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวา (TVA) และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี
3.นายเกษมสันต์ วีระกุล ประธานซีเอ็ดนักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน ผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4.ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน อดีตอัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงปักกิ่งผู้เชี่ยวชาญด้านจีนและผู้ร่วมเสวนาโต๊ะกลมลงทะเบียนด่วน!!! รับจำนวนจำกัด!!!ที่ LineOA FKII Thailand: https://lin.ee/BgPCPvdติดต่อสอบถาม
091-1805459(วรวุฒิ)
093-1252012(ลิต้า).

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.เจ ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้สูงอายุและเด็กนักเรียนในพื้นที่ตำบลไชยสถาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านไชยสถาน ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน สว.เจ ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย คุณศิริลักษณ์ พรหมแสง ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว., พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผู้ชำนาญการประจำตัว สว., ดร.พุฒิพงษ์ ทองวิมล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์, ดร.สมหมาย พัฒนดิลก ผช.สว., ดร.รัฐธนินท์ จิรวัฒน์โภคิน ผช.สว., ทนายภาส ศรประสิทธิ์ ผช.สว., ทนายศรัณย์พร ทองฉิม

คณะทำงานด้านกฎหมาย., คุณกิตติ คณะทำงาน, นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นายธงชัย พุฒนา ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไชยสถาน นายอลังกาล กุลหนาน ผอ.โรงเรียนบ้านไชยสถาน นายกมล อินถา ผู้ใหญ่บ้านไชยสถาน นายนิรันด์ สิทธิมงคล อดีตผู้ใหญ่บ้านนาท่อ นายธนาชัย อินปัน อดีต ผอ.กองช่าง อบต.สะเนียน

นางประกายดาว ไชยมงคล สอบต.บ้านฝาง นางปนัดดา ไชยเรียน อสม. มอบผ้าห่มกันหนาว, ยาดม, ยาหม่อง, สบู่ ให้กับผู้สูงอายุ บ้านฝาง บ้านไชยสถาน บ้านตาแก้ว บ้านศรีเกิด บ้านทุ่งขาม บ้านเด่นใหม่ บ้านก๊อด บ้านนาท่อ บ้านนาท่อใหม่ บ้านค่าใหม่ไชยเจริญ บ้านปางค่า

และนักเรียนโรงเรียนบ้านไชยสถาน รวม 11 ชุมชน จำนวน 120 ผืน นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านซึ่งเป็นผู้ประสานงาน ต้องกราบขอบพระคุณ สว.เจ พร้อมคณะเป็นอย่างยิ่ง ที่นำผ้าห่มและยาดม ยาหม่อง และสบู่มามอบให้พี่น้องประชาชนตำบลไชยสถานในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณ ผอ.ธงชัย พุฒนา ที่ประสานแกนนำ

ทุกหมู่บ้าน ขอบคุณผู้ประสานงานชาวบ้านประกอบด้วยนายศุภสิน ทะนันชัย นางพิกุลรักษ์ กุลการินทร์ นางธนาภร วัฒนานิธิ นายลอยทะนันชัย ขอขอบคุณ ผอ.อลังกาล กุลหนาน และคณะครูโรงเรียนบ้านไชยสถานที่อนุเคราะห์สถาน ที่มา ณ โอกาสนี้ เป็นอย่างยิ่งครับ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมศักดิ์- ลงพื้นที่พบปะ บุคลากรการแพทย์-อสม.บึงกาฬ เปิดโครงการ “บริการทุกช่วงวัย” ดูแลสุขภาพประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ หลังจากประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดนครพนม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวีนพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะให้กำลังใจบุคลากรการแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้าน(อสม.) ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ

นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬเขต1 พรรคเพื่อไทย นางอรอุมา บุญสิริ สส.บึงกาฬ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นพ.กมล แซ่ปึง ผอ.โรงพยาบาลบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการบุคลากรการแพทย์ และ อสม.ให้การต้อนรับ

โครงการ “บริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใย ของกระทรวงสาธารณสุข จ.บึงกาฬ” มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การตรวจรักษา ฟื้นฟู

การดูแลแบบประคับประคอง การดูแล สุขภาพกาย จิตใจ และ สังคม ตามบริบทของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยกิจกรรมการคัดกรองเชิงรุก ได้มีคลินิกบริการสุขภาพเคลื่อนที่ ใน 10 สาขา ได้แก่

o คลินิกโรคอ้วน
o คลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
o คลินิกโรคไต
o คลินิกโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
o คลินิกต้อกระจกและจอประสาทตา
o คลินิกมะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV
o คลินิกผ่าตัดวันเดียวกลับ
o คลินิกตรวจการได้ยินและมอบเครื่องช่วยฟัง
o คลินิกผ่าตัดนิ้วล็อค
o คลินิกฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

พร้อมกันนี้ได้มอบแว่นตาให้กับตัวแทนผู้สูงอายุจำนวน 5 ราย ผลักดัน พรบ.อสม.เพื่อความมั่นคงในชีวิต แก้ไขปัญหาหมอขาดแคลนอย่างยั่งยืน และส่งเสริมค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด “คืนคนดีสู่สังคม” มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ได้ประชุมรับฟังสรุปปัญหาข้อเสนอแนะจากแพทย์สาขาวิชาชีพ เพื่อปรับปรุงและขับเคลื่อนโครงการสุขภาพสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ/ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ แพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์

แชร์เนื้อหานี้

เลือกนายกและสท.ทต.ทุ่งโฮ้ง “เข้มข้น” วชิรพงศ์ โกสิน”ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 พร้อมผู้สมัคร ส.ท.กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนฯตั้งแต่เช้ามืด ได้รับกำลังใจมากมายตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาล ในส่วนจังหวัดแพร่มีการเลือกตั้ง 26 แห่ง

ที่เทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ เป็นอีกหนึ่ง ที่มีการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย ทางกลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ นำโดย นายวชิรพงศ์ โกสิน ผู้สมัครนายก เบอร์ 2 และส.ท. เบอร์ 7-12 ที้งสองเขต ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน

“วันนี้พวกเราทีมผู้สมัครนายกและส.ท. กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ ออกเดินพบปะพี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้งใต้ หมู่ 1 และหมู่ 5 ตั้งแต่เช้ามืดจนถึงสาย รวมถึงเดินตลาดสดทั้ง 2 แห่ง และเข้ากราบพระที่วัดทุ่งโฮ้งใต้ ได้รับกำลังใจกลับมามากมาย ต้องขอขอบพระคุณจากใจครับ”

ช่วงเย็น พวกเราลุยต่อที่ หมู่ 5 เดินครบทุกซอย พูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพ่อแม่พี่น้อง เพื่อแนะนำตัวผู้สมัคร ขอแรงสนับสนุนในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ด้วยทีมงานคุณภาพโปรดให้โอกาสพวกเราได้เข้าไปทำงาน พวกเรา กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ มีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารเทศบาลตำบลทุ่งโฮ้ง ต่อยอด การพัฒนาให้บ้านทุ่งโฮ้งมีความเจริญ เป็นเมืองน่าอยู่พวกเรามีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ ไม่ต้องเสียเวลาศึกษางานใหม่ ทำงานต่อได้ทันที ประสานงานไวใส่ใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวบ้านทุ่งโฮ้ง

ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ ขอแรงใจจากพี่น้องทุกท่านเลือก บัตรสีเหลือง เลือกนายก เบอร์ 2 “นายวชิรพงศ์ โกสิน” พร้อมทีมบริหารที่พร้อมลุยงานทันที
เลือก สมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) บัตรสีเขียว เลือก ส.ท.ยกทีม เบอร์ 7-12
เขต 1 เบอร์ 7 – จำรัส เสนาธรรม เบอร์ 8 – เรวัต (แม้ว)

หมื่นโฮ้ง เบอร์ 9 – คาร ข้ามหนึ่ง เบอร์ 10 – ชัยวัฒน์ (อ๊อด) วงศ์ศิริ เบอร์ 11 – ศุภกิจ (ตี๋) เสนาธรรม เบอร์ 12 – จรัญ (รัญ) หมื่นโฮ้งเขต 2 เบอร์ 7 – สามารถ วงค์ฉายา เบอร์ 8 – สรณ์สิริ (เบิร์ด) วรินทร์ เบอร์ 9 – ภูบดินทร์ (แก่ง) ยอดเมือง
เบอร์ 10 – อรุโณทัย (ส้ม) จิตรใจ เบอร์ 11 – จุฑาทิพย์ (เบอะ) พลแหลม
เบอร์ 12 – ดำรง (นาท) ทองคำโฮ้ง “กลุ่มทุ่งโฮ้งรวมใจ” ทำต่อไม่หยุดพัฒนาต่อเนื่อง

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์ เพื่อติดตามงานของชมรมฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2568 ณ.ห้องปฎิบัติธรรมวัดนํ้าบ่อ ตำบลเวียงทอง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่โดยมี นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ นายไพศาล จินดามณี ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ และ น.ส.สุธาสินี ตันศิริ ผู้ช่วยผู้จัดการจังหวัดแพร่ ได้เปิดการประชุมกับกรรมการและสมาชิกชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่

นายเจษฎา แก้วศล ผู้ช่วยผู้อำนวยการภาคเหนือ/ผู้จัดการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ทางชมรมศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชานานาชาติ / ชมรมธุรกิจเกษตรพัฒนานานาชาติ จังหวัดแพร่ มีการประชุมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการขอรับทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุดที่ 1

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนรา ปราศรัยแรกชิงนายกเล็กเมืองนราฯ ชูนโยบายสามารถทำได้จริง ประชาชน ตรวจสอบได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 18 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณถนนยะกัง 2 ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมด้วยนายสมโชติ เสาร์ศรีอ่อน (พี่อิ๋วร้านฟิล์ม)น.ส.บุษรา เบนอะสาร (ดีเจ นา) นายเจ๊ะอิสมาแอ เบญเจ๊ะอาลี (แบแอ) นายอนันต์ มะมิง (แบยี)

นายพรชัย โต๊ะกะหรีม) บังหมัด ตลอดจน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส ทีมนราโปร่งใส ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร โดยเวทีนี้เป็นเวทีแรกของ ด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เบอร์ 1 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนแห่ไปฟังการปราศรัยในครั้งนี้โดยด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้ขึ้นปราศรัยแนะนำทีมบริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยอาสารับใช้ประชาชนภายใต้หลักการที่เน้นความ โปร่งใสประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พัฒนา แก้ปัญหา เข้าหาได้ง่าย และในส่วนของการขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ หากได้รับการเลือกเข้ามา โดยมีนโยบายที่ชัดเจนประกอบด้วย การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน นราต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว สนับสนุนอุปกรณ์กีฬาชุมชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ (ผ่าน อสม.)

สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ขยะ เศรษฐกิจ และในด้านการศึกษา พัฒนาทักษะด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปรรรมและยั่งยืน พัฒนาและสนับสนุนบุคลากรครูสู่ครูมืออาชีพ โรงเรียนกีฬาเทศบาล รถรับส่งนักเรียน และศูนย์การเรียนรู้อัลกุอ่านกีรออาตี โดยเฉพาะในการบริหารงานจะต้องไม่มีการกู้เงินมาบริหารเพราะจะทำให้เกิดหนี้สินตามมา โดยจะต้องมีการของบประมาณเพื่อมาบริหารให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และจะไม่มีการสนับสนุนการพนันทุกรูปแบบ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าหากได้รับการเลือกเข้ามาสิ่งแรกที่อยากทำเลยก็คือในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่จะมาเชื่อมกับเศรษฐกิจ จะทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวดีขึ้น เพราะฉะนั้นต้องทำเลย ทีมนราโปร่งใส่สามารถเข้าไปทำได้เลย เรื่องที่ทำโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างเช่น ลานวัฒนธรรมต่างๆ เราก็พร้อมที่จะทำได้เลย และที่สำคัญถ้าเราได้เข้าไป 11 พฤษภาคม กว่าจะรับรองอะไรต่างๆ พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม ช่วงนั้นเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม เราต้องมาดูเรื่องของคูระบายน้ำ เรื่องของการแก้ปัญหาน้ำท่วม ทำอย่างไรให้น้ำไม่ท่วมในปีนี้

ซึ่งเราต้องมาดูตรงนั้นก่อน เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมก่อน เพราะว่าพอน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจ เช่นบางร้านเขาเสียหายเป็นล้าน เราต้องดูตรงนี้ก่อนเลย ถ้าหากว่าเข้าไปได้ในเรื่องของการศึกษาก็ต้องไปพูดไปคุยกัน มีการวางนโยบายอะไรต่างๆให้ไว้ อาจจะไม่ทำได้ทันที แต่ว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า ให้โอกาสกับทางโรงเรียนได้เตรียมในการที่จะปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการศึกษาให้ได้ในหลาย ๆ ด้านที่ต้องเข้าไปทำ
ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวอีกว่าในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนราธิวาสมีจุดเด่นๆของเราในวันนี้คือหาดนราทัคน์ซึ่งจริงๆแล้ว เรามีธรรมชาติที่สวยงามเราเป็นเทศบาลที่อยู่ในเมือง โดยที่อื่นเขาไม่ได้มีแบบเรา ซึ่งมูลค่าของหเนี่หาดนราทัศน์มีมากมายมหาศาล แต่วันนี้เราใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่ แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะใช้ให้มันเต็มที่ โดยเราจะต้องมีการทำคอนทัวร์ก่อน คือการปรับพื้นที่เราต้องมีการปรับภูมิทัศน์ตัดแต่งต้นไม้ให้มันลงมาก่อน ให้มันลดต่ำให้มันเกิดวัฒนธรรม เกิดที่ละหมาด เกิด ห้องน้ำ เกิดสุขา และอื่นๆ อย่างน้อย 2-3 จุด แล้วหาดนราทัศน์ต้องเปิดตลอดไม่ใช่เปิด-ปิดแค่ตอนเย็น และแสงสว่างตลอดทาง ทำจัดระบบให้ดี และมีที่จอดรถ โดยเฉพาะสินค้ามือสองทำอย่างไร จัดแบ่งเป็นโซนให้เรียบร้อยเพื่อที่มาถ้าจะซื้อสินค้ามือสองต้องไปตรงนี้ และมีการเชื่อมประมงกับการท่องเที่ยวให้ได้เรามีเรือเราก็ต้องมีตลาดที่เป็นของชุมชน

โดยในส่วนของตรงนี้ซึ่งเราก็ทำได้เลยเพราะมองว่ามันไม่ได้ยาก แต่ถ้าเราทำตลาดปลาได้ ก็สามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประมงได้เยอะแยะมากมายเลย และในเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเราก็จะลงไปดูพื้นที่ต่างๆต้องสะอาด ซึ่งถ้าเราได้ความสะอาดนักท่องเที่ยวมาเยอะก็สามารถเดินไปและชมวิถีชีวิตของชาวประมงภายในตัว และเราสามารถมีสินค้ามีอะไรสามารถขายหน้าบ้านตนเองได้เลย ถ้าเราทำการท่องเที่ยวให้คนมาเที่ยวดี แต่ความสะอาดคือสิ่งสำคัญ และความปลอดภัยเรื่องคือเรื่องของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในเมื่อนักท่องเที่ยวต้องมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่หาดนราทัศน์สำคัญอย่างน้อยกลางค่ำในช่วงกลางคืนถ้าเรามีศูนย์บริการอยู่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และการเข้า-ออกให้สองทางให้ได้สะพานที่มันชำรุดอยู่ต้องมีการซ่อมให้มันเสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อจะใช้สัญจรไปมาได้สะดวก ด.ต.มโณ วารีวะนิช กล่าว
////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมชลประทาน ร่วมงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ จ.พะเยา ประจำปี 2568”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 เมษายน 2568 #นายสุริยพล #นุชอนงค์ #อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์

ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 ผู้อำนวยการส่วน ผู้อำนวยการโครงการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน”เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ จังหวัดพะเยา ประจำปี 2568″ โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงาน

ภายในงานได้จัดกิจกรรม ต่างๆ มากมาย อาทิเช่น กิจกรรมมอบโคและไข่ไก่ กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ กิจกรรมมอบเมล็ดพันธุ์พืช เป็นต้น

พร้อมกันนี้นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำทีมข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลเมืองพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา////

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมนราโปรงใส ตัวเต็งชิงเก้าอี้นายกเล็กฯเมืองนราฯ เบอร์ 1 ลุยหาเสียงอ้อนคะแนน แบบเคาะประตูบ้าน พร้อมชูนโยบายเด็ดมัดใจชาวบ้านโปร่งใสพัฒนาแก้ปัญหาไม่โกงตรวจสอบได้

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 12 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนราธิวาสได้มีประกาศการสิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลง และให้เปิดรับสมัครนายก และสมาชิกเทศบาล ในวันที่ 31 มีนาคม – 4 เมษายน 2568 และมีกำหนดการเลือกในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 นั้น

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส พร้อมทีมงานทีมนราโปร่งใส ได้เดินทางหาเสียงในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส เดินเท้าหาเสียงตามบ้านเรือน แนะนำตัวขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นการเข้าถึงพี่น้องประชาชนแบบเคาะประตูบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและอบอุ่นจากพี่น้องประชาชนพร้อมชูนโยบายโปร่งใสพัฒนาแก้ปัญหาเข้าหาได้ง่าย โดยระหว่างที่ทีมนราโปร่งใสกำลังหาเสียงอยู่นั้น ชาวบ้านบางคนถึงกับลั่นว่า“ผมไม่รับเงิน”ถ้าใครเอาเงินมาให้เพื่อให้เลือกผมจะไม่เอาคนนั้น ซึ่งตรงกับนโยบายของทีมนราโปร่งใสเพราะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเด็ดขาด

สำหรับทีมนราโปร่งใสมีนโยบายที่ชัดเจนคือการไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อทีมว่าทีมนราโปร่งใส โปร่งใส ไม่โกง ไม่ฮั้ว และมีนโยบายหลักในการพัฒนาเมืองนราธิวาสให้เป็นเมืองท่องเที่ยว แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน พัฒนาทักษะด้านการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สนับสนุนอุปกรณ์ส่งเสริมกีฬาชุมชน ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุ

ด้านด.ต.มโณ วารีวะนิช ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่าสำหรับนโยบาบแรกของผมคือคือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยังยืน ซึ่งหลายพื้นที่ในนราธิวาสเกิดน้ำท่วม บางพื้นที่ไม่สมควรที่จะท่วมเราจะทำอย่างไรให้น้ำลงสะดวก นโยบายที่2คือ นราธิวาสต้องเป็นเมืองท่องเที่ยวมองเศรษฐนราธิวาส มี 3 เรื่องคือ 1.เรื่องการท่องเที่ยว 2.เรื่องการค้าขาย และ 3.เรื่องการประมง ถ้าการท่องเที่ยวดีการค้าขายย่อมดีตามและเราจะเชื่อมการประมงกับการค้าขายให้ได้ ทั้งนี้เพื่อยกระดับประมงให้อาชีพประมงมีรายได้มากขึ้น เราต้องมีการเตรียมสถานที่รับนักท่องเที่ยว นโยบายการจอดรถสองแถวที่มาจากตากใบ บาเจาะ สุไหงปาดี

ต้องมีที่จอดรถที่หาดนราทัศน์เราต้องมีตลาดสินค้ามือสอง ซึ่งตลาดมีลานวัฒนธรรม ตลาดปลาเชื่อมกับประมงและท่องเที่ยวให้ได้มีห้องน้ำห้องละหมาด และเรามีนโยบายการศึกษามีทักษะโรงเรียนกีฬาของเทศบาล ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นภาษเน้นศิลปะ พอเรามีโรงเรียนกีฬาต้องมีรถรับส่งนักเรียนของเทศบาล โดยเด็กที่เรียนโรงเรียนกีฬาที่อยู่ชายทะเล กำปงบารู และอื่นๆสามารถรับส่งนักเรียน เราจะมีการส่งเสริมศาสนาแต่ละศาสนาไม่ว่าศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลามและ ศาสนาคริสต์ โดยเราไม่เลือกปฎิบัติศาสนาอิสลามก็มีศูนย์เรียนรู้กีรออาตี ส่วนศาสนาอื่นเรามีทีมงานของศาสนาอื่น และ 3 นโยบายขยะเศรษฐกิจเราเห็นขยะในชุมชนเยอะมากทำอย่างไรให้เป็นขยะเศรษฐกิจทำอย่างไรให้ขยะมีมูลค่า ซึ่งเราสามารถขายหรือจำหน่ายได้ อย่างน้อยเศรษฐกิจจะดึขึ้นและลดขยะในชุมชนและสะอาดมากขึ้นได้อีกด้วย

ด.ต.มโณ วารีวะนิช ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับทีมนราโปร่งใส ทีมเราไม่มีนโยบายซื้อสิทธิ์ขายเสียง เราทำงานการเมืองด้วยความโปร่งใส เพราะถ้ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ใช่เพราะว่าทีมเราไม่มีเงิน แต่ถ้ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็เท่ากับว่าต้องมีการลงทุนซึ่งเท่ากับว่าถ้าลงทุนไปแล้ว เป็นทุนนิยมทางการเมือง สุดท้ายผมเองก็ต้องเข้าไปทุจริตโกงกินเพื่อดึงทุนกลับมาและในส่วนของนโยบายที่เราตั้งใจจะทำให้พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะเราต้องมีการคิดว่าเราต้องมีการถอนทุน

แต่ถ้าผมได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนด้วยพลังอันบริสุทธิ์ ซึ่งนโยบายทั้งหมดที่ออกมานั้นผมสามารถดำเนินการได้เลยเพราะเราไม่ต้องคิดคำนวณในเรื่องของการคืนทุน ซึ่งต่อไปนั้นในการทำถนน 10 เซนฯ ก็ต้องทำ 10 เซนฯ ถนน 15 เซนฯ ก็ต้องทำ 15 เซนฯ ซึ่งแบบแปลออกมาแบบไหนนั้นก็ต้องทำตามแบบแปลงนั้น ซึ่งเป็นที่มาของทีมนราโปร่งใส เปิดเผยโปร่งใสตรวจสอบได้เพราะต่อไปเราจะมีแอพพลิเคชั่น ในการที่พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบทีมบริหารของทีมนราโปร่งใส
/////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนง.วุฒิสภาเสริมสร้างความเข้มแข็ง ผู้นำนักประชาธิปไตย ภาคกลางและภาคตะวันออก /ทับสะแกโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี นายอธิภัทร พุกเศรษฐี ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กล่าวเปิดการสัมมนาเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยประจำภูมิภาค ครั้งที่ 3/2568 (กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก)

กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย เครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยวุฒิสภา ที่เคยเข้ารับการอบรมจากโครงการเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่น หลักสูตร “กระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกรวมจำนวน 101 คน

สำหรับการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ดำเนินการจัดโครงการสัมมนาเครือข่ายผู้นำนักประชาธิปไตยประจำภูมิภาค ครั้งที่ 3/2568 (กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออก) ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 ณ โรงแรมเคพี แกรนด์ จันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย บทบาทหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา และการมีส่วนร่วมทางการเมือง และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่ายฯ ในการทำกิจกรรมร่วมกันกับวุฒิสภาและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย /
ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประจวบคีรีขันธ์ _ อำเภอทับสะแกโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 4 เม.ย. 68 เวลา พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ประธานในพิธีพร้อมด้วยนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบ ฯ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ. ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง

นายชาตรี วนิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง นาย ฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอทับสะแก ฝ่ายความมั่นคง น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุข อำเภอทับสะแก น.ส.เสาวลักษณ์ กิตติธนานุรักษ์ ผอ.ส่วน วิเคราะห์ข่าวและเฝ้าระวัง ปปส.ภ.7 น.ส.ทิพย์วารี ชมชื่นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ปปส.ภ.7 นาย สุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ

นาย บุญช่วย โพธิ์ทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไร่ใน นาย ทิวา สุขอวบอ่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านแสงทอง นางโนรี ฉัตรบรรยงค์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านแสงอรุณนาย พนม ชื่นชม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 บ้านคลองหินจวง ผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครรักษาดินแดง ประชาชนชุมชนบ้านไร่ใน และบ้านแสงทอง

ร่วมดำเนินการทำพิธีเปิดศูนย์บำบัดยาเสพติด ด้วยกระบวนการบำบัดในชุมชน CBTx สำหรับโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด และ โครงการ แก้ไขปัญหาในพื้นที่เพื่อให้ประชาชน มีความสุข แบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน ฯ หมู่ 1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณ พร้อมได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นจุดมุ่งหมายในการเริ่มต้นโครงการไว้เป็นที่ระลึก
//////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี -สื่อรัฐนิวส์ / รองนายก-รมว.กลาโหม ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัด​บึงกาฬ​ เน้นย้ำ​ ศูนย์ฟื้นฟูบำบัดยาเสพติดบึงกาฬ​ เป็นต้นแบบที่ดี​

แชร์เนื้อหานี้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการและหารือกับส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน จ.บึงกาฬ

วันที่ (6 เม.ย. 68) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดบึงกาฬ

เพื่อหารือข้อราชการกับส่วนราชการ เพื่อรับฟังสภาพปัญหารายงานผลการเตรียมความพร้อมรับภัยแล้ง-ภัยพิบัติ รับฟังข้อเสนอแนะ หารือประเด็นด้านความมั่นคง และมอบนโยบาย

โดยมีจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอืัอ รองผวจ.บึงกาฬ, พลตรีสุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พลตรียงยุทธ ขันทวี ผบ.มทบ.29, นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ, นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ,

พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ จากนั้น เวลา 14.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านโพนทอง หมู่ที่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

โดยภายหลังการพบปะผู้นำชุมชนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รองนายกรัฐมนตรีได้รับปากว่าจะผลักดันงบประมาณการก่อสร้างถนนเพิ่มเติมให้อีก 1.5 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาในการเดินทางและขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ของพี่น้องประชาชนใน 3 หมู่บ้าน ของตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย

เวลา 15.30 น. คณะได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม” ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ที่กองร้อย อส.อำเภอโซ่พิสัย ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ประกอบด้วยผู้บำบัดชาย 196 คน ผู้บำบัดหญิง 30 คน

โดยมีกระบวนการบำบัด 3 ระบบ คือ การล้างพิษโดยการใช้ยาจากจิตแพทย์ การเข้าค่ายมินิธัญญารักษ์ และการเข้าค่ายฟื้นฟู 120 วัน ซึ่งมีทั้งการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสการกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

พื้นที่สุดท้ายลงพื้นที่โรงเรียนพรเจริญ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ เพื่อประชุมบูรณาการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.อ.พรเจริญ) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการอำเภอพรเจริญ ผู้นำท้องถิ่น

และประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้รองนายกฯภูมิธรรม พร้อมผลักดันงบประมาณในการเปิดค่ายบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดเพิ่มเติมให้อีก 1 ล้านบาท “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม”

นายภูมิ​ธรรม​ เวชยชัย​ รองนายก​รัฐมนตรี​ และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ กล่าวว่า​ จ.บึงกาฬ​ เป็นพื้นที่ที่มีทางเข้าออกของยาเสพติดค่อนข้างมาก​ เท่าที่ดูจากหลายอย่าง​ บึงกาฬก็มีจุดแข็งในการแก้ไขปัญหา​ เท่าที่ดูก็สามารถสืบค้นได้​ จนกระทั่งรู้ว่ามีแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน​

นอกจากนี้เรื่องที่นายกรัฐ​มนตรี​ให้มาดูคือ​ พื้นที่ในการฟื้นฟูบำบัด​ ยาเสพติดไม่ใช่ว่าเราต้องปราบอย่างเดียว​ มาตรการเหล่านี้เราต้องทำควบคู่กันไป​ “Seal​ Stop​ Safe​” ก็คือ​ ครบวงจรอยู่แล้ว​ Seal​ ก็คือ​ เป็นภารกิจของ​ ตชด.​/ ทหาร​

ในการระมัดระวังไม่ให้ยาเสพติดไหลทะลักเข้าประเทศ​ แต่เราก็รู้ว่า​ Seal​ อย่างไรก็คงมีการรั่วไหลเข้าประเทศบ้าง​ เพราะฉะนั้น​ เราจึงใช้อำเภอต่าง​ ๆ​ ทั้ง​ 51 อำเภอ​ เพราะยังไงก็ต้องมีจุดพักยา​ เรามีการบูรณาการ​ทั้งหมด​ ทั้งตำรวจ​ และฝ่ายปกครอง​ ฝ่ายปกครองมีจุดแข็งคือ

มีหน่วยในหมู่บ้านต่าง​ ๆ​ สามารถ​ X-Ray ได้ว่าบ้านไหนค้ายา​ หรือพักยา​ ถ้าบ้านไหนไม่มีการแก้ปัญหา​ ก็จะเจอกรณีลูกฆ่าพ่อ​ พ่อฆ่าแม่​ ฯลฯ​ จึงมีความจำเป็นในการฟื้นฟูบำบัด​ จังหวัดบึงกาฬ​มีจุดเด่นในการสร้างศูนย์​ในการฟื้นฟูบำบัด​ แต่จังหวัดเล็ก​ ทรัพยากรค่อนข้างน้อย​

ตนตัดสินใจมาดูที่นี่เพราะเห็นว่าบึงกาฬ​เป็นตัวอย่างที่ดี​ เราได้มีการดำเนินการที่ท่าวังผา​โมเดล จ.น่าน​ และธวัชบุรีโมเดล จ.ร้อยเอ็ด และมีโมเดลในการแก้ปัญหา​ มีโมเดลในการใช้โรงพยาบาลหรือสถานศึกษาเป็นฐาน

หลังจากนั้นเราได้มีการกำหนดไว้​ 10 จังหวัด​ ก็คิดว่าจังหวัดบึงกาฬเป็นตัวอย่างในการบำบัด​ได้​ ก็จะไปดูโรงเรียนที่มีความเหมาะที่จะรวมกัน​ให้​บูรณาการ​ของหน่วยต่างๆ​ เข้าไปช่วย​ ส่วนงบประมาณ​ต่างๆ​ ไม่ขัดข้องขอแค่แก้ปัญหา​ได้​

นอกจากนี้​ พบว่ามีปัญหาเรื่องกฎหมาย​กฎระเบียบบางข้อ​ ผู้บริหารบางหน่วยราชการ​คิดว่าการทำค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดจะผิด​ ผมคิดว่า​ต้องเอาเป้าหมายประชาชนเป็นหลัก​ ส่วนกฎระเบียบที่ผิดก็ไปแก้ให้ถูก​ ไม่ใช่นำสิ่งเหล่านี้มาคาดโทษผู้ปฏิบัติ​

โดยรวมก็คิดว่าที่บึงกาฬ​เป็นตัวอย่างที่ดี​ จะมีการไปดูสถานที่ในการจัดทำค่ายฟื้นฟูเพิ่มเติม​ ตรงไหนที่เพิ่มงบประมาณให้ได้ก็จะให้เลย เพื่อพัฒนาให้แข็งแรง​ เป็นต้นแบบให้จังหวัดต่างๆ​ เอาไปใช้ได้อีก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมประจำเดือน !กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

3 เมษายน 2568 หอประชุมอำเภอชุม โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมส่วนราชการในพื้นที่อำเภอชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ
ร่วมการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ

ในคราวเดียวกันนี้ คณะ กต.ตร. พร้อมด้วยที่ปรึกษา กต.ตร. ของ สภ.ชุมแพ ประกอบด้วย นายประสันต์ เขมะประสิทธิ์ ประธาน กต.ตร.สภ.ชุมแพ
นางอำนวย หงษ์ชุมแพ กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมหมาย บุญฮวด กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายชาตรี น้อยโนนงิ้ว กต.ตร.สภ.ชุมแพ นายสมพงค์ เกียรติพนมแพร กต.ตร.สภ.ชุมแพ

นายวีระกุล ยอดสง่า กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.มานพไชย ผลมาตย์ ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ชุมแพ พ.ต.ต.อัมพร จักษุทิพย์ สวป.(ชส.)สภ.ชุมแพ/เลขา กต.ตร.สภ.ชุมแพ

ได้ร่วมกันเป็นตัวแทนมอบงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมและศูนย์พักคอยผู้ป่วยยาเสพติด (Community Isolation : CI) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นผู้รับมอบ

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/ สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อดีตนายกเล็กบางละมุง นำทีมกลุ่มพัฒนาบางละมุง ลุยสู้ศึกเลือกตั้ง กวาดที่นั่งครบ 2 เขต

แชร์เนื้อหานี้

​วันที่ 4 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง นำทีมบริหาร ประกอบไปด้วย นางสาวณัฐธินีย์ เชิดฉาย , นางสาวทิพย์วิมล หอมขจร , นายบุญเลิศ แก้วจินดา , นายสุทพยินดีและ ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบางละมุงทั้ง 2 เขต ประกอบไปด้วย เบอร์ 7- 12 เขต 1 เบอร์ 7 นายมงคล อุปถัมภ์ , เบอร์ 8 นายวัชรินทร์ เชื้อวงศ์ , เบอร์ 9 นายทวี ดอกนางแย้ม , เบอร์ 10 นางกิมชวย เชื้อวงศ์ , เบอร์ 11 นางวรีภรณ์นันท์ เจริญสุข , และเบอร์ 12 นายทองแดง โสดานา ส่วนเขต 2 ประกอบไปด้วย เบอร์ 7 นายเดโชชัย จรูญฉาย , เบอร์ 8 นายสมควร ทองคำ , เบอร์ 9 นางอาภรณ์รัตน์ ไวลิขิต , เบอร์ 10 นายชูกิจ จรูญฉาย , นายจตุรภัทร ยินดี , และ นายสุกฤษ ตระกูลไพศาล เปิดตัวพร้อมทำการเปิดนโยบาย 9 ด้านที่พร้อมจะเข้ามาดูแลประชาชน

ประกอบไปด้วย 1.ส่งเสริมการพัฒนาคุรภาพชีวิตของประชาชน 2. ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.ส่งวเสริมกิจกรรมการกีฬา 4.ส่งเสริมการดูแลด้านความปลอดภัย 5.ส่งเสริมการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน 6. ส่งเสริมการพัฒนาเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนวิถี 7.ส่งสเริมศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 8.ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรดูแลผู้สูงอายุ และ 9.แก้ไขความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่าที่ร้อยตรีจเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง เบอร์ 2 กลุ่มพัฒนาบางละมุง กล่าวว่า สำหรับการทำงานที่ผ่านมา 4 ปี พบว่าทางทีมได้เข้ามาดูแลประชาชนไปได้หลายด้าน เน้นการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก ส่งเสริมเศรษฐกิจ ผ่านหลายโครงการ อาทิ การดูแลสุขภาพประชาชน ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านโครงการที่ทางเทศบาลดำเนินการ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ที่พบว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนที่มีภาวะพิการ เจ็บป่วย ให้ได้รับการดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาล ปีละ 9,000 บาท ต่อราย ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนก็เป็นศูนย์ที่จัดตั้งมานานแล้ว แต่ไม่ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ทางทีมเลยเข้ามาดูแลและมองหาแนวทางในการทำที่เป็นไปได้ ไม่ผิดต่อหลักเกณฑ์ของภาครัฐ จึงทำให้เกิดโครงการดีๆแบบนี้ และสามารถส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ยากจนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตก็อยู่ในผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลในกลุ่มนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ในเรื่องของเศรษฐกิจก็พบว่าที่ผ่านมามีการดำเนินโครงการที่ปกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ อาทิ โครงการปีใหม่วิถีไทย และ งานพระเจ้าตาก ที่พบว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มีการเรียกร้องให้ขยายเวลาในการจัดงานเพิ่มมากขึ้นจากเดิม เนื่องจากว่าพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ชื่นชอบ มีประชาชนมาเที่ยวงานมาก ส่งผลให้เศรษฐกิจสะพัดตลอดการจัดงานหลายล้านบาท ส่วนผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ ทางผู้บริหารก็ได้ทำการนำรายชื่อให้ทางหน่วยงานที่รับผิดขอบดูแล ช่วยเหลือ ในการส่งเสริมอาชีพ และ ส่งเสริมรายได้ ด้านผู้ป่วยติดเตียงที่พบว่ามีค่าใช้จ่ายเรื่องของการซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในแต่ละเดือนค่อนข้างมาก ทางเทศบาลก็ได้จัดโครงการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวก็เป้ฯอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผู้ชื่นชอบมาก เพราะลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้มาก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลงานเพียงบางส่วนที่ทางทีมพัฒนาบางละมุวได้ทำไว้ในช่วงสมัยปีบริหาร 4 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ นโยบายแรกที่จะทำในช่วงปีแรก คือการดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ด้วยการส่งเสริมบริการรถพยาบาลฉุกเฉินให้มีครอบคลุม 24 ชั่วโมง และ เพื่อเติมรถเข้ามาทำงานอีก 1 คัน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการเดิมที่มีอยู่แล้ว และพบว่าเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก เพราะสามารถช่วยเหลือประชาชนทั้งเรื่องรับ – ส่งคนป่วย ดูแลคนเจ็บ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการแต่อย่างใด เนื่องจากบางครอบครัวจะต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีรถ หากต้องจ้างรถไปก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นการมีบริการรถพยาบาลฉุกเฉินแบบนี้ ตอบโจทย์ประชาชนได้มาก นอกจากนี้รถพยาบาลฉุกเฉินยังมีเจ้าหน้าที่ๆมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ผ่านการอบรมทางศูนย์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกเท้ง” ผู้สมัครนายกเล็ก เทศบาลบ้านกรูด นำทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลบ้านกรูด และนายกเทศมนตรีสมัยที่ 2 ส่งครบทีม ได้หมายเลข 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 31 มี.ค. 68 ที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่เปิดรับสมัคร สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด

เป็นวันแรก ในการเปิดรับสมัคร โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามา มีผู้สมัครนายก และสมาชิกสภา ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด

มาครบทีมก่อนเวลาเปิดรับสมัคร เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัครผู้สมัครนายกเทศมนตรี มีนายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายกมาเป็นคนแรก ได้หมายเลข 1

ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีผู้สมัครอิสระ พร้อมทั้งทีมกลุ่มพัฒนาบ้านกรูดมาก่อนเวลาพร้อมกัน จึงตกลงกันให้ผู้สมัครอิสระลงสมัครก่อน ได้หมายเลข 1-2

ส่วนผู้สมัครทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้หมายเลข 3-8 ทั้ง 2 เขต จากนั้นเวลาประมาณ 09.00 น.มีผู้สมัครนายกเทศมนตรี คือ นายณรงค์ พุกจันทร์ อดีต สท.หลายสมัยได้มาสมัครนายกเป็นคนล่าสุด ได้หมายเลข 2 ในนามกลุ่มรักบ้านกรูด

หลังผู้สมัครนายก และสมาชิกสภาฯ ทีม กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ได้ดำเนินการสมัครเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาถ่ายรูป

โดยมีผู้สนับสนุนและครอบครัวมาให้กำลังใจ โดยเฉพาะ “นายกเท้ง” นายอิศรา กาญจนรัตน์ ผู้สมัครนายก หมายเลข 1 กลุ่มพัฒนาบ้านกรูด ที่มีครอบครัวมาให้กำลังใจอย่างอบอุ่น
///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​รับสมัคร นายกฯ และ ส.ท. เทศบาลเมืองมุกดาหาร วันแรก ทั้งผู้สมัคร-กองเชียร์ สุดคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม ที่อาคารโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนทีโอเอวิทยา(เทศบาล1วัดคำสายทอง) ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร และนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยมีผู้สมัครนายก และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยกองเชียร์ เดินทางมารอก่อนเวลารับสมัคร บริเวณ สถานที่รับสมัคร วันแรกตั้งแต่เวลา 08.30​-16.30 น. ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 4 เมษายน 2568

โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร และคณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการรับสมัครวันนี้ ขณะที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร รวม 3 คนประกอบด้วย นายภูมินทร์ สิเนหวัฒนะ

นายอุดม เที่ยงโยธา และนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมุกดาหาร ครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากผู้สมัครทั้ง 3 คนมาก่อนเวลา 8.30 น. และไม่สามารถตกลงในเรื่องหมายเลขกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการโดยวิธีจับฉลาก ผลปรากฏว่า

นายภูมินทร์ สิเนหวัฒนะ ได้หมายเลข 1 นายอุดม เที่ยงโยธาได้หมายเลข 2 และนางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ได้หมายเลข 3 ท่ามกลางความโห่ร้องด้วยความดีใจของบรรดากองเชียร์ผู้สมัคร

รับสมัครนายกและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 บึงกาฬ มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มี.ค.68 เวลา 08.00 น. บรรยากาศประชาชนภายหลังเปิดหีบลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จ.บึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในพื้นที่ อ.บุ่งคล้า อ.บึงโขงหลง และ อ.เซกา จ.บึงกาฬ โดยบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหลายหน่วยเลือกตั้งมีประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เกินกว่าร้อยละ 50 คาดว่าช่วงบ่ายประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์เพิ่มมากขึ้น ก่อนที่จะปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบไปด้วย 3 อำเภอ คือ อำเภอบึงโขงหลง มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 29,909 คน อำเภอเซกา มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 68,641คน และ อำเภอบุ่งคล้า มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 10,976 คน รวมทั้ง 3 อำเภอ มีผู้มีสทธิเลือกตั้ง จำนวน 109,526 คนจำนวนหน่วย เซกา 139 หน่วยบึงโขงหลง 66 หน่วย บุ่งคล้า 25 หน่วย รวมหน่วย 230 หน่วย ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดตั้งตัวแทนสาขาพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น /ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

แชร์เนื้อหานี้

29 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคธรรม พร้อมด้วยกรรมบริหารพรรค นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน รองหัวหน้าพรรค (ส.ส.บัญชีรายชื่อ)นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร (ส.ส.ฉะเชิงเทรา) และนายทะเบียนพรรค, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี จากนั้น นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย และนายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ได้มอบกระเช้าดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับพรรคกล้าธรรมด้วย

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวกับประชาชนช่วงหนึ่งว่า ตนในนามของประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ตนต้องขอขอบคุณชาวขอนแก่นที่ให้ใจเรา ส่วนใดที่พรรคกล้าธรรมจะสามารถช่วยให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวอีสานดีขึ้นได้ เราจะทำให้ดีที่สุด หลังจากวันนี้ เรามีตัวแทนสาขาภาคแล้ว พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้คนอีสาน โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะในพื้นที่อีสานส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เมื่อประชาชนให้ใจมาเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรมแล้ว อาจารย์นฤมลที่ถือหัวโขน 2 ใบ ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม จำเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ชาวขอนแก่น หลุดพ้นจากความยากจน และสามารถลืมตาอ้าปากได้ เช่น การแก้ไขราคาพืชผลตกต่ำ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของกระทรวงเกษตรฯ แต่เราก็จะต้องร่วมหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกร

สำหรับผลการเลือกตั้งตัวแทนสาขาพรรคกล้าธรรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 7 ราย โดยมีรายชื่อและตำแหน่งดังต่อไปนี้ 1 นายพิทักษ์ชน ช่างเหลา หัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม
2.นางสาวณัฏฐศศิ ปุริตัง รองหัวหน้าสาขาพรรคกล้าธรรม
3.นายจุลศักดิ์ ศรีมานะศักดิ์ เลขานุการสาขาพรรคกล้าธรรม
4.นางสาว ศรินญา แสนเจ็ก เหรัญญิกสาขาพรรค
5.นายไพโรจน์ ภักดีรัตนโชติ นายทะเบียนสมาชิก
6.นายบำเพ็ญ โคตรเทิ้ง โฆษกสาขาพรรคกล้าธรรม
7.นายสีลา ภูคลัง กรรมการสาขาพรรคกล้าธรรม นอกจากนี้ ยังมีมติเลือกที่ทำการพรรคกล้าธรรม คือที่ตั้ง 999 ม.2 ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวต้อนรับสมาชิกในการประชุมเพื่อตั้งสาขาพรรคกล้าธรรม

    ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

    วันที่ 30 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

    นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง นำโดย นายสมคิดชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการตำบลหนองเขียด นำโดยนายทนงศักดิ์ ชัยเมือง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ชุด ชรบ. ตำบลหนองเขียด ร่วมจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 3 ราย ดังนี้

    1) นายคิม (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาวบ้านโนนเรียน ม.8 ต.โนนสะอาด อำเภอชุมแพ ของกลางยาบ้า 7 เม็ด /ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด 2) นายณัฐ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ชาวบ้านโคกงาม ม.3 ต.หนองเขียด อำเภอชุมแพ ของกลาง อุปกรณ์เสพยา/ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

    3) นายโจ้ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวบ้านโคกงาม หมู่ 3 ตำบลหนองเขียด ของกลางอุปกรณ์เสพยา/ผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุดพฤติการเบื้องต้น ได้รับคำร้องเรียนว่ามีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาในหมู่บ้านโคกงาม ตำบลหนองเขียด เจ้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบผู้เสพตามรายชื่อดังกล่าวและทำการขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอชุมแพ จากนั้นนำส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / การประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมแคนทารี่โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า บัดนี้ มีกรรมการบริหารพรรคลงชื่อมาประชุมจำนวน 18 คน ถือว่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ทั้งหมด 26 คน

    มีผู้แทนสาขาพรรคลงชื่อมาประชุมจาก 4 สาขา จำนวน 26 คน ถือว่ามีผู้แทนสาขาพรรคลงชื่อมาประชุมไม่น้อยกว่า 2 สาขา จากภาคที่ต่างกัน จากทั้งหมด 4 สาขา จาก 4 ภาค มีผู้แทนนักการเมืองประจำจังหวัดลงชื่อผู้มาประชุมจำนวน 13 คน ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 22 คน

    มีสมาชิกพรรคลงชื่อมาประชุมจำนวน 292 คน รวมสมาชิกพรรคผู้ลงชื่อมาประชุมทั้งสิ้นจำนวน 351 คน ถือว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 250 คน จึงถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว จึงขอเปิดการประชุม โดยทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมและ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคทำหน้าที่รองประธานการประชุมตามข้อบังคับพรรค และ นายประสาท ตันประเสริฐ เลขาธิการพรรค

    ทำหน้าที่เป็นเลขานุการการประชุม การประชุมมีสาระสำคัญสรุปได้โดยย่อดังนี้
    ระเบียบที่ 1. เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
    ระเบียบที่ 2.เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
    ระเบียบที่ 3. เรื่องเพื่อพิจารณา
    ระเบียบที่ 4.เรื่องเพื่อทราบ
    ระเบียบที่ 5.เรื่องอื่นๆ(ถ้ามี)

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    รองผู้ว่าฯ โคราช ลงพื้นที่ตรวจติดตาม ผลกระทบหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว พร้อมประสานหน่วยงานตรวจสอบอีกครั้ง ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน

    เมื่อวันที่ ( 29 มีนาคม 2568 ) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาตรวจติดตามผลกระทบหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา,

    ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง ฝ่ายบริหารการคลัง พัสดุและกายภาพ , ดร.อาภา สธนเสาวภาคย์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม และบุคลากร งานโยธาและสถาปัตย์ ร่วมให้ข้อมูลผลกระทบหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้งานอาคารและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง

    ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง รองอธิการบดีฝ่ายก่ยภาพฝ่ายบริหารการคลังและงบประมานพัสดุและพัสดุ ดร.อาภาสธนเสาวภาคย์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อมร่วมกับวิศวกรของงานกองอาคารสถานที่และบริการงานโยธาสถาปัตย์ได้ดำเนินการตรวจความเสียหาย

    เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว ตั้งแต่อาคาร 30 อาคาร 32 อาคาร 40 และอาคาร 9 ตรงส่วนที่เป็นส่วนต่อเติมระหว่างของปล่องลิฟกับอาคารเดิมมีการขยับตัวทำให้มีความเสียหายตรงรอยต่อ ระหว่างผนังกับฝ้าเพดาน

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐนิวส์ – ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธาน เปิดการแข่งขัน ฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ครั้งที่ 1

    แชร์เนื้อหานี้
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 ณ สนามเทศบาลเมืองอำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ มีการแข่งขันฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ครั้งที่ 1 โดยได้รับเกียรติจาก กำนัน บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด การแข่งขันฟุตบอลตากฟ้าร่วมใจ ซึ่งมีประชาชน ชาวอำเภอตากฟ้าและใกล้เคียง ให้ความสนใจในการมาชมเป็นจำนวนมาก
    ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอล ตากฟ้าร่วมใจ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาสนใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะด้วยการเล่นฟุตบอล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งาน Automation Expo 2025 งานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับภาคการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก/พรรคประชาชนเปิดตัว “นิยม” ว่าที่ผู้สมัคร นายก ทม.หนองปรือ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 19 มี.ค.68 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา จ.ชลบุรี นายสงวน แสงวงศ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก เป็นประธานเปิดงาน Automation Expo 2025 งานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับภาคการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมอนาคต โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์  นายกเมืองพัทยา ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นางสาวกนกพร ดำรงกุล ฝ่ายการตลาดไมซ์ในประเทศ สสปน. และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิด

    งาน AUTOMATION EXPO เป็นงานแสดงเทคโนโลยีและโซลูชั่นระบบอัตโนมัติที่พร้อมสนับสนุนภาคการผลิตยุคใหม่ภายใต้แนวคิด Smart Human for Smart Manufacturing ที่ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ในฐานะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ ด้วยการใช้ ‘เทคโนโลยี’

    เพื่อยกระดับทุกมิติที่เกี่ยวข้องในงานได้มีการจัดแสดงเทคโนโลยีและอิเล็คโทรนิกส์อัจฉริยะที่ครอบคลุมความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำในการผลิตตลอดทั้งซัพพลายเชน เติมเต็มความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน CPS และซอฟต์แวร์ตลอดจนแพลตฟอร์มสำหรับการผลิตยุคใหม่ในฐานะเครื่องมือที่สร้างความยั่งยืนและความมั่นคงให้กับธุรกิจ

    โดยมีผู้ประกอบการกว่า 130 แบรนด์ชั้นนำจาก 9 หมวดเทคโนโลยีเข้าร่วม ได้แก่ INDUSTRIAL AUTOMATION & ROBOTICS, AUTOMATION & INVESTMENT CONSULTANTS, AUTOMATION SUPPLIES, CONTROL & SUPERVISION, DESIGN & SIMULATION, DIGITAL INFRASTRUCTURE, SMART HUMAN, SMART SENSOR และ FOOD TECHNOLOGY & SOLUTION

    นอกจากนี้ในงานยังมีการให้ความรู้และเทรนด์ที่สำคัญของธุรกิจการผลิตด้วยหัวข้อที่ครอบคลุมการแข่งขันในธุรกิจยุคดิจิทัลตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงการวางแผนและต่อยอดเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจให้กับผู้ร่วมงานเช่นกัน

    พรรคประชาชนเปิดตัว “นิยม” ว่าที่ผู้สมัคร นายก ทม.หนองปรือ และ ว่าที่ผู้สมัคร สท. 3 เขต พร้อมสู้ศึกการเมืองท้องถิ่น

    วันที่ 18 มีนาคม 2567 ที่บัวธารารีสอร์ท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีรายงานว่า พรรคประชาชน ได้แถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ และว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ โดยพบว่าบรรยากาศในการแถลงข่าวประชาชน กลุ่มมวลชนต่างให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังกันจนแน่นทั้งนี้หลังได้เวลา นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน นายยอดชาย พึ่งพร สส.เขต 9 พรรคประชาชน ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมองหนองปรือ และนายนิยม เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ ได้ร่วมกันแถลงข่าว

    โดยนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน ได้เป็นผู้กล่าวเปิดเวทีแถลงข่าวเปิดตัวคนแรกในนามผู้แทนของพรรคประชาชน พร้อมประกาศชัดเจนว่าพรรคประชาชนได้มีมติส่งนายนิยม เที่ยงธรรม ลงแข่งขันในนามของพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ พร้อมแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวหนองปรือทุกคนที่จะได้คนดีๆ เข้ามาบริหารเทศบาลเมืองหนองปรือ เนื่องจากจากการพูดคุยที่ผ่านมาของคณะกรรมการพรรค พบว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ มีความพร้อม และมีอุดมการณ์เดียวกันกับทางพรรค คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมือง และเห็นว่าประชาชนเป็นส่วนที่สำคัญ นโยบายทุกอย่างนั้นต้องออกมาจากประชาชน ออกมาจากความต้องการของประชาชน ยึดมั่นในการบริหารงานแบบมีส่วนร่วม ในนามพรรคประชาชน นายนิยมจะเป็นนายกเทศมนตรีอย่างเป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม

    จากนั้นนายยอดชาย พึ่งพร สส.พรรคประชาชน เขต 9 ได้กล่าวว่า ส่วนตัวได้เจอกับ นายนิยมมานาน และได้เคยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการเมือง ซึ่งก็พบว่าเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี ให้เกียรติทุกคน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความต้องการของตัวเองออกมา พอได้พูดคุยเรื่องของนโยบายก็พบว่ามีแนวทางเดียวกับพรรค คือเห็นความสำคัญของประชาชน ประชาชนสามารถกำหนดทิศทางของการพัฒนาท้องถิ่นได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้เรื่องการศึกษาก็สำคัญ นักเรียนที่จบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตเมืองหนองปรือจะต้องมีที่เรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางพรรคได้เร่งเดินหน้าดำเนินการในสมัยนี้ ส่วนโรงพยาบาลชุมชนที่ถูกกยุบหรือหายไปก็ต้องมีกลับมาเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลเรื่องของสุขภาพอย่างดี เนื่องจากในพื้นที่เมืองหนองปรือนั้นมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบสุขภาพที่ดี พร้อมจับมือร่วมกันปักธงสีส้มในพื้นที่เมืองหนองปรือให้ได้ และมีจุดหมายเดียวกัน จากเทศบาลเมืองหนองปรือ ให้เป็นเทศบาลนครหนองปรือในอนาคต และขอฝากประชานในพื้นที่ร่วมกันปักธงสีส้มในพื้นที่หนองปรือ จาก 1 ขอเป็น 10 และจาก 10 ขอเป็น 100

    ขณะที่ ดร.มาย ไชยนิตย์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ กล่าวว่า ตลอดระยะการทำงานด้านการเมืองกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ส่วนตัวและทีมงานได้ร่วมกันฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคต่างๆเพื่อยกระดับเทศบาลเมืองหนองปรือให้น่าอยู่ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้พุดคุยกับทางด้าน สส.ยอดชาย ว่าเราจะพัฒนาเมืองหนองปรือให้เป็นไปในทิศทางไหน ตลอดเวลาที่ผ่านมาพบว่ามีการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จในการบริหารเทศบาล ไม่ได้ใช้การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ด้านระบบการศึกษา ระบบสาธารณสุข ระบบสาธารณูปโภค ก็ยังรอคอยการพัฒนา ฝเราต้องเอาความต้องการของประชาชนเป็นโจทย์ แล้วนำมาแก้ไข หลายคนสงสัยว่าทำไมกลุ่มเรารักษ์หนองปรือถึงรวมกับพรรคประชาชนได้ ตรงนี้ต้องชี้แจงว่าเมื่อความคิดตรงกัน การเชื่อมโยงผสมผสานก็เกิดขึ้น มีความเห็นตรงกันในแนวความคิด จึงเกิดการรวมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด 4 ปีที่ผ่านมาทำให้ประชาชนมองเห็นแล้วว่า ความคาดหวังไม่มี เกิดการผิดหวังกับการพัฒนาที่ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม จากโครงสร้างเมืองหนองปรือที่พบว่าได้ถูกพัฒนาอย่างเข้มแข็ง แต่กลับไม่ได้รับความใส่ใจ ดูแล ทั้งหมดนี้รับรู้ได้จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน และจากนี้ไป 4 ปี ข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น เมืองหนองปรือจะต้องเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีความสุข

    ด้านนายนิยม เที่ยงธรรม ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ พรรคประชาชน กล่าวว่า การเข้ามาในครั้งนี้ ต้องการที่จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองหนองปรือให้มีความน่าอยู่ มีการกระจายอำนาจให้กับประชาชน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เน้นการทำงาน 3 จริง ประกอบไปด้วย ลงพื้นที่จริง , รับฟังปัญหาจริง และ อยู่ในสถานการณ์จริง ทั้งนี้หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สิ่งที่จะทำอย่างแรกคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมและรับรู้ในการประชุมสภา ด้วยการจัดให้มีการถ่ายทอดสดในการประชุมสภาทุกครั้ง ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกอย่าง คืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการเพิ่มชุมชนให้เป็น 50 ชุมชน เพื่อที่จะได้รับการพัฒนาได้อย่างเข้าถึงทุกจุด ทุกพื้นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม พร้อมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนด้วยการเพิ่มโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลขนาดเล็ก 5-10 เตียยงในพื้นที่ ให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปกระจุกตัวที่โรงพยาบาลของรัฐ และต้องเดินทางไปใช้บริการได้สะดวกขึ้น ด้านการศึกษา 4 ปีที่ผ่านมา พบว่าประชาชนต้องพบกับความผิดหวัง ที่ปัจจุบันยังคงไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาเทศบาลเมืองหนองปรือ ซึ่งจริงๆ แล้ว 4 ปีในต้องมีความคืบหน้าเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่เห็น แต่ถ้าหากได้รับความวางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำหน้าที่ โรงเรียนมัธยมศึกษาเมืองหนองปรือจะต้องมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันให้เกิดโรงเรียนมัธยมเมืองหนองปรือขึ้นมาในสมัยแรกๆ ซึ่งการดำเนินการสร้างโรงเรียนมัธยมก็สามารถทำได้เพียงจะต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของรัฐ เข้ามาร่วมในการผลักดัน โดยสามารถประสานงานร่วมกับ สส. ในพื้นที่จากพรรคประชาชน ซึ่งมี สส.ยอดชายในการเป็นสื่อกลางในการประสานงาน ประสานงบประมาณ ประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ ส่วนกลางในการผลักดันงบประมาณเข้ามาพัฒนาท้องถิ่น

    หลังจากที่แถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้มีการเปิดตัวสมาชิก 3 เขต ครบทั้ง 18 คน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ๆ ที่มีดีกรีไม่ธรรมดา อาทิ อดีตข้าราชการระดับสูง , อดีตประธานชุมชน , คหบดีในพื้นที่เมืองหนองปรือ , อดีต สท.เมืองหนองปรือ ที่พร้อมทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกตามลำดับ ทั้งนี้หลังถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเสร็ตสิ้นด้าน สส.เขต 9 นายยอดชาย พึ่งพร ยังได้ทิ้งท้ายว่า มีความเป็นไปได้ว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางมาร่วมหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค และมีแนวโน้มว่าจะเดินทางพบปะพี่น้องอย่างใกล้ชิดเพื่อขอคะแนนเสียงให้กับลูกพรรคด้วย

    SNS เครือสหพัฒน์ ผนึก J-PARK ศรีราชา และ IWG เปิด Regus สำนักงานให้เช่าครบวงจร ตอบรับลงทุนต่างชาติขยายตัว

    นายประเมศฐ์ ฤทธิพรพสิษฐ์ กรรมการ บริษัท ซินเนอร์จี้ สเปซเซส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า SNS ดำเนินธุรกิจในการเป็นผู้สร้างเครือข่ายสำนักงานคุณภาพสูงและเน้นการเติบโตทางธุรกิจโดยร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งในหลากหลายด้าน ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร Regus (รีจัส) ผู้ให้บริการ Hybrid Flexible Workspace ชั้นนำของโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรในโครงการ “เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ” (J-Park Nihon Mura) ในเฟส 2 New Town Zone ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

    จุดเด่นของ รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ (Regus J-Park Nihon Mura) มาจากการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมการทำงานระดับมืออาชีพที่อยู่ท่ามกลาง Community Mall ที่สะท้อนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ โดยออกแบบพื้นที่ออฟฟิศที่มีความยืดหยุน เหมาะกับธุรกิจหลากหลายขนาด โดยห้องไพรเวทเริ่มต้นจาก 2 ที่นั่ง และสูงสุด 8 ที่นั่ง รองรับการใช้งานของภาคธุรกิจได้มากถึง 120 ที่นั่งในพื้นที่ขนาด 555 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลาง บิสซิเนส เล้าจ์ (Business Lounge) เจ้าหน้าที่ต้อนรับ และห้องประชุมที่สะดวกและอุปกรณ์ครบครัน

    ด้าน นายทินกร บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI กล่าวว่า J-Park Nihon Mura เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก วิถีชีวิตและวัฒนธรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน และการใช้ชีวิตของชุมชนชาวญี่ปุ่น และนานาชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในศรีราชา และการที่ SNS เลือก J-Park เป็นสาขาแรกในการเปิด รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมมือกันที่จะสร้างประสบการณ์การทำงานที่มีคุณภาพสูง ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ที่ครบครันบรรยากาศญี่ปุ่นซึ่งจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้ใช้งานออฟฟิศแห่งนี้และช่วยส่งเสริมธุรกิจและคุณภาพชีวิตของผู้ที่เข้ามาใช้บริการต่อไป

    นายธิติวัฒน์ ธนาพรนิธินันท์ Country Manager IWG ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานให้เช่าแบบยืดหยุ่น (Flexible Workspace) หรือเวิร์คสเปซภายใต้ แบรนด์ Regus กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้ามาใช้บริการ ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับท่าเรือแหลมฉบัง, บริษัทที่ต้องการเปิดสาขาย่อยในพื้นที่อุตสาหกรรมศรีราชาและบริษัทที่มองหาสำนักงานในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งเชื่อมต่อ 2 สนามบินสุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแนวโน้มพื้นที่เช่าในปี 2568 สามารถทำอัตราการเช่า (Occupancy) ได้ถึง 30% ก่อนการเปิดตัวในวันที่ 1 มีนาคมที่ผานมา และคาดว่าในปี 2569 จะสามารถเพิ่มอัตราการเช่าได้ถึง 80% ซึ่งสอดรับแนวโน้มการขยายตัวของบริษัทต่างชาติในพื้นที่ภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่ดีอย่างต่อเนื่องเป้าหมายในการขยายธุรกิจพื้นที่ถัดไปของ SNS คือการสร้างเครือข่ายสำนักงานคุณภาพสูงที่จะตอบสนองความต้องการของมืออาชีพในธุรกิจหลากหลายขนาดและรูปแบบ อาทิ โปรเจกต์ใหม่ “Spaces” ที่คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานให้เช่า ระดับ Iconic Grade A ที่สูงที่สุดในย่านพระราม 3 ที่เตรียมเปิดตัววันที่ 1 เมษายน 2568 นี้” นายประเมศฐ์ ฤทธิพรพสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

    รีจัส เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ (Regus J-Park Nihon Mura) มุ่งเน้นสร้างพื้นที่ทำงานที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ ด้วยมาตรฐานสากล สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สะดวกสบายไปกับร้านค้า ร้านอาหารที่หลากหลายในพื้นที่ J-Park ที่จะช่วยส่งเสริมประสบการณ์การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด IWG ที่ Regus เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการ Service Office ระดับโลก โดยเปิดให้บริการ 4,000 แห่ง, 1,200 เมือง, 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการสถานที่อื่นๆ ในเครือได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“อลงกรณ์-เอฟเคไอไอ.”เดินหน้าโครงการ“สไปเดอร์ เว็ป”ปราบทุจริตยุคดิจิตอล เร่งอัพเกรดคอรัปชั่นเทคเพิ่มบล็อกเชน-เอไอ.เทคโนโลยีคุ้มครองคนแจ้งเบาะแส

    แชร์เนื้อหานี้

    นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์(FKII Thailand)เปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานเปิดงานเอฟเคไอไอ.
    ฟอรั่ม “ขจัดคอรัปชั่นเพื่อประเทศไทยใสสะอาดกับโครงการใยแมงมุม”ว่า
    เวทีสัมมนาครั้งนี้เห็นด้วยกับโครงการใยแมงมุม(The Spider Web) ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ในยุคดิจิตอลนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่น โดยประชาชนจะมีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมโดยตรงในการขจัดทุจริต พร้อมกับการขยาย
    เครือข่ายใยแมงมุมในเชิงโครงสร้างและระบบไปทั่วประเทศรวมทั้งเชื่อมโยงความร่วมมือในการขจัดทุจริตกับองค์กรต่างๆซึ่งดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

    และพลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติและดร.เอกชัย เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)ยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่
    “ที่ประชุมห่วงใยประเด็นข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส(whistleblowers)และประเด็นการกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดีหรือคู่แข่งที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้จึงให้คณะทำงานนำข้อสังเกตไปปรับปรุงแพลตฟอร์มสไปเดอร์ เว็ปโดยพิจารณาใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain Technology)และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Ai Technology)รวมทั้งแพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดู(Traffy Fondue)ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด ซึ่งขอชื่นชมสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเฉพาะดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวย

    การสวทช.และทีมงานผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondueที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐกว่า15,000หน่วยงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ธรรมาภิบาลและระบบคุณธรรมในการบริหารจัดการภาครัฐ
    การใช้ดิจิตอลเทคโนโลยี ที่เรียกว่าคอรัปชั่นเทคเป็นเสมือนแนวรบสุดท้ายใน สงครามปราบคอรัปชั่นเพราะการปราบแบบอนาล็อคสู่ทุจริตไม่ได้ ปัญหาคอรัปชั่นเป็นปัญหามาทุกยุคสมัยเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนที่จะช่วยกันขจัดคอรัปชั่นในแผ่นดินไทย“
    สำหรับงาน FKII National Dialogue Forum 2025
    (วาระประเทศไทย 2568) “ขจัดคอรัปชั่นเพื่อประเทศไทยใสสะอาด กับโครงการใยแมงมุม (The Spider Project by Corruption Watch)” ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา เมื่อเร็วๆนี้
    โดยมีวิทยากรได้แก่


    นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand บรรยายหัวข้อ “บทบาทของ FKII Thailand ในการสร้างเครือข่ายใยแมงมุมขจัดคอรัปชั่น (The Spider Web Solution: Eliminating Corruption for a Brighter Future)”
    ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy Fondue บรรยายหัวข้อ “Traffy Fondue การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการขจัดคอรัปชั่น”

    ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บรรยายหัวข้อ “สถานการณ์และพัฒนาการของคอรัปชั่นในประเทศไทย”
    พลเอก ดร.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ บรรยาย หัวข้อ “ทำไมประเทศไทยถึงต้องมีธรรมาภิบาล”
    นายชยดิฐ หุตานุวัชร ประธานสถาบันทิวา (TVA) ดำเนินการเสวนาระดมความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมงาน.

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สราวุธ” แห่ขอบคุณชาวหัวหินหลังรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ประจวบฯ อีกสมัย

    แชร์เนื้อหานี้


    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ.68 นายสราวุธ หรือ “เฮียไล้” ลิ้มอรุณรักษ์ ว่าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบฯ พร้อมด้วย นายทวีสิน หรือ บอย พัฒนาภิรัส ว่าที่ ส.อบจ.เขต 2 อ.หัวหิน ได้ขึ้นรถแห่รอบเมืองหัวหินและบริเวณตลาดสดฉัตร์ไชยในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน

    เพื่อกล่าวขอบคุณชาวหัวหินทุกคะแนนเสียงที่ไปลงเลือกตั้ง อบจ.ประจวบฯ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ นายสราวุธได้รับชัยชนะมีคะแนนท่วมท้นถึง 118,136 คะแนน ได้รับเลือกเป็น นายก อบจ.ประจวบฯ อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    นายสราวุธ กล่าวว่า ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวประจวบฯ ทุกคนที่ได้ไปเลือกตั้งใช้สิทธิของตัวเองได้ครบถ้วน ขอบคุณอีกครั้งที่เลือกพวกเราในทีมบริหารชุดเก่ามา ซึ่งหลักๆ ก็จะประกอบด้วยผมเป็นนายกฯ และสมาชิกชุดเก่าเข้ามา ก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องจริงๆ ที่เลือกพวกเราให้เข้ามาบริหารต่อ

    เพื่อจะได้สานงานที่เราทำไว้ให้เกิดประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องมากขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพอใจกับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ ประชาชนก็มีการมาใช้เสียงพอประมาณ แต่เนื่องจากว่าเหตุต่างๆ เช่น ตรงกับวันเสาร์ซึ่งไม่เหมาะกับการเลือกตั้ง และการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ความไม่สะดวกในวันดังกล่าวด้วย ก็ทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลดจำนวนไปมากกว่าปีที่แล้ว ก็เลยทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ก็สมบูรณ์ได้ระดับหนึ่ง


    “การเลือกตั้งในครั้งนี้มีสมาชิกบางท่านที่ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ก็มีสมาชิกหลายๆ ท่านที่เป็นท่านใหม่เข้ามาก็ขอแสดงความยินดี ผมมีความมั่นใจว่าสมาชิกท่านใหม่ที่สามารถฝ่าฟันเข้ามาได้เป็นเพราะประชาชนได้เลือกแล้วและมีไฟในการร่วมกันพัฒนากับพวกเราได้ หลังจาก กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะร่วมกันทำงานหลัก ๆ

    ที่เราได้ทำไว้เมื่อครั้งที่แล้ว ก็จะเน้นในเรื่องสาธารณสุข เรื่องดูแลจำนวนคนให้มากขึ้น แล้วก็เรื่องการท่องเที่ยวซึ่งเป็นการกระตุ้นรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น ส่วนเรื่องสาธารณูปโภคในแหล่งทุรกันดารเราก็ยังไม่ทอดทิ้ง เราก็ยังทำอยู่ หลักๆ ก็ทำประมาณ 3 เรื่อง ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นภารกิจที่เราต้องดำเนินการอยู่แล้วให้ครบถ้วนตามนโยบายที่เราตั้งไว้ครับ” นายสราวุธ กล่าวในตอนท้าย.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /คึกคัก!! บรรยากาศ การเปิดรับสมัคร นายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ วันแรก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ การรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก เทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ ณ หอประชุมเทศบาลตำบลเขาฉกรรจ์ ชั้นบน4 เบอร์ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ (วันแรก)นายประเสริฐ ไม้งาม เบอร์ 1 พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว เบอร์ 2 นายชานันท์ ประกา เบอร์ 3 นายปัญญา บุญแจ้ง เบอร์ 4

    ทางด้าน พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว อดีต รอง ผบก.จ.สระแก้วได้เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเขาฉกรรจ์ ได้ (หมายเลข 2) โดยมีภรรยาพร้อมครอบครัว และพี่น้องประชาชนมาให้กำลังใจอย่างล้นหลามโดยจะมีการเลือกตั้งวันที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันนะครับพี่น้อง…!!!

    ขอขอบคุณภาพ : Khaochakan Subdistrict

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์เขต 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่าย “นักข่าว” สร้างพลังร่วม / “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่า

    แชร์เนื้อหานี้

    ศูนย์ JIC เชียงใหม่ ร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ใช้เชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ขอแรงเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ช่วยเป็นสื่อช่วยกระจายข่าวและดึงสื่อ นักประชาสัมพันธ์ทุกระดับชั้น มีส่วนร่วมเผยแพร่ข่าวอย่างแม่นยำ ถึงการป้องกันความเสียหายจากภับพิบัติลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เตือนภัยล่วงหน้า เชื่อภัยพิบัติมีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเตือนให้ประชาชนตื่นตัว โดยมีศูนย์ฐานข้อมูลร่วมแพร่ข่าวสารโดยมีข้อมูลที่แม่นยำในการเตอนภัยล่วงกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อวันที่3ก.พ2568 เวลา13.00น.ที่โรงแรมเมอเวนพิค สุริยวงศ์ โฮเต็ล เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 กล่าวรายงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติการฯระหว่างวันที่3-4ก.พ.2568

    เวลา13.00น.-15.00น.เสวนาอภิปรายในหัวข้อจัดการศูนย์ข้อมูลร่วมโครงการวิกฤต(JIC)โอยใช้กรณีอุทกภัยเชียงใหม่ เชียงใหม่โมเดลสู่JICฝุ่นละอองPM2.5จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผวจ.เชียงใหม่ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ โดยมีนางสาวสุชญา มหาอินทร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิธีกร

    เวลา15.00น.บรรยายหัวข้อแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นบะอองPM 2.5โดยนายแพทย์ปัณณวิช จันทกลาง นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลนครพิงค์และในเวลา16.30น.-18.00น.มีการบรรยายหัวข้อเรื่อง “การเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหาฝุ่นละออง PM.2.5” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในวันที่4ก.พ.08.00น.คณะเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบปลอดการเผาจ.เชียงใหม่ ณ.วิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง หมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เวลา 13.00 น. นางนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาคสปข.3บรรยายในหัวข้อ เรื่องการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ แก่คณะที่เข้าร่วมประชุมและในเวลา14.00น. พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯและพธีปิดการประชุม

    ในการประชุมดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้เครือข่ายสื่อมวลชนและอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ได้สร้างเสริมความเข้าใจในการใช้สื่อที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายทุกระดับเพื่อกระจายข่าวข้อมูลที่ถูกต้องได้ อย่างแม่นยำอาทิเช่นนักข่าวพลเมือง ที่ได้รับข้อมูลและกระจายข่าวเตือนภัยล่วงหน้าลดความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างศูนย์JIC หรือ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม

    สื่อสารข้อมูล สร้างการรับรู้ บูรณาการทุกภาคส่วน (Joint Information Center .JIC) เชียงใหม่เกิดความเข้มแข็งด้านข้อมูล อันเป็นประโยชน์รวดเร็วฉับไว ทันเหตุการณ์ อันเป็นการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่.

    นายธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน


    “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่าทั้งห่างเกือ สองหมื่นคะแนน สนามเลือกตั้งเชียงราย- ลำพูนแพ้ยับ
    ล้มแชมป์เก่าไม่ได้ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยั๊ว!! ขู่ เสื้อแดงกลับใจเชียงราย หักหน้า หยามบ้านใหญ่ ช่วยอดีตนายก”นก” ชนะเลือกตั้งคาดเรื่องยังไม่จบ เพื่อไทยเคลื่อนไหวกดดันกกต.ใบแดง ฝั่ง”นก”อทิตาธร หลังชนะเลือกตั้ง ถือศีลกินเจ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว

    บรรยากาศการละคะแนนเลือกตั้งในส่วนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในวันที่1ก.พ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ 1 บ้านแม่คี หมู่ที่7ต.ป่าซาง อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 1 ถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงานบรรยากาศการส่งหีบบัตรเลือกตั้งณ.ศูนย์ จีเอส เอ็ม เทศบาลนครเชียงราย ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายเริ่มทะยอยเดินทางส่วงหีบ บัตรเลือกตั้ง

    โดยมีเจ้า หน้าที่ในส่วนอส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรและอุปกรณ์ กปน.ทุกหน่วยได้ส่งหีบบัตรเสร็จสิ้นเวล22.00 เศษ สามารถส่งผลคะแนนต่อให้กับศูนย์รวบรวมคะแนน ห้องคชสาร อบจ.เชียงรายที่ทางคณะกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายได้กำหนดไว้และขณะนี้ทีมงานข่าวได้รับการเปิดเผย จากกกต.ว่าสามารถรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนของนายก.อบจ.และส.อบจ.100,%แล้วโดยหลังจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลคะแนนทั้งสองส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งตามลำดับและอยู่ระหว่างระยะการตรวจสอบและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตัวผู้สมัครเบอร์ใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากไม่พบก็จะทะยอยประกาศการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน30 วันถัดจากวันเลือกตั้ง

    ในส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองท้องถิ่น ภายหลังจากผลการนับคะแนนจาก 36 เขตเลือกตั้ง18 อำเภอ ประชากรหญิง-ชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 936,351 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 605,780 คนไม่มาใช้สิทธิ์รวม 330,581 คน คิดเฉลี่ย จำนวน 64.68%ในแต่ละอำเภอ ส่วนใหญ่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร 1 ได้ 249,845 คะแนน นำห่างนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 ได้230,262 คะแนน ทั้งห่างกันที่ 1 9,592คะแนน และจากการประเมินภาพรวมแล้วคะแนนนิยมในตัวของเบอร์1ซึ่งครองฐานคะแนนเดิมในส่วนทั้ง18 อำเภอ และสามารถพาลูกทีม ส.อบจ.จำนวน 17 คน ส่วนลูกทีมเพื่อไทยเข้าได้จำนวน12 คน
    ความเคลื่อนไหวฝั่งของเพื่อไทยขณะนี้เร่งจี้ประเด็นการยึดเงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบแต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวทางด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ออกมาโพสบนเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ว่าขณะนี้ได้ร้องเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจังหวัดจังหวัดเชียงรายแล้ว

    อย่างไรก็ตามทางด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงเสื้อแดงกลับใจ ที่ช่วยหาเสียงเบอร์ 1ที่เข้าหาเสียงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งของเชียงรายถิ่นเพื่อไทย ได้ถูกผู้ช่วยหาเสียงเบอร์2 คนหนึ่ง ข่มขู่ให้หวาดกลัวเกี่ยวกับการปราศัย บนรถ หาเสียงกลุ่มของเสื้อแดงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งยามบ้านใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงโดยปกติ
    ซึ่งภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของการร้องเรียนในวิธีการหาเสียง การซื้อเสียง ฯลฯโดยทางสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายเริ่มได้รับการร้องเรียนเป็นบางเรื่องๆยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้แข้งข้อกล่าวหาผู้สมัครว่าฝ่าฝืนจงใจกระผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งความคืบหน้าจะเสนอให้ทราบกันต่อไป.

    ทีมข่าวการเมือง เชียงรายรายงาน..

    สิ่งที่น่าสังเกตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทำไมบัตรเสียถึงเยอะมาก//#แทบจะไม่เชื่อว่าบัตรพวกนั้นเสียจริงหรือไม่เพราะทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้เกือบจะเป็นแสน.#มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 870 564 #จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่.1324913 คน.เป็นบัตรดี 772-129 ใบ.บัตรเสีย 41 124 ใบ//และไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 5753 3 ใบรวม#/กันแล้วทั้งบัตรเสียและไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีจำนวนถึง 9 8 6 5 7 คน..#มันเกิดจากอะไรนั่นหรือ.1 #ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือ #การนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครมักจะมองข้าม

    วิธีโกงการเลือกตั้งแบบง่ายๆ คือ การทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสีย อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของกรรมการประจำหน่วยก็สุดแล้วแต่ แต่วิธีนี้ก็ทำให้คู่แข่งที่มีคะแนนสูสีแพ้มาแล้วมากมาย(ทั้งที่จริงต้องชนะ) ดังนั้นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เก๋าเกมส์ จะส่งคนของตัวเองไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยๆละ 2 คน ผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้สมัครของตัวเองหรือไม่ เช่น ผู้สมัครหมายเลข 1 ส่งผู้สังเกตุการณ์มาเฝ้าตอนนับคะแนน แต่ผู้สมัครหมายเลข 2 ไม่ได้ส่งผู้สังเกตุการณ์มา(อาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย)

    เวลากรรมการขานคะแนน สมมติถ้ากาเบอร์ 1 แล้วบัตรเสีย ผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นตัวแทนของเบอร์ 1 จะขอตรวจสอบทันทีว่าเป็นบัตรเสียได้อย่างไร หลายครั้งที่มีการตรวจสอบสุดท้ายจาก #บัตรเสียกลายเป็นบัตรดี ทำให้เบอร์ 1 ได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเบอร์ 2 ที่โหมกระหน่ำหาเสียงมาเป็นเดือนแต่ไม่ยอมส่งผู้สังเกตุการณ์มาตรวจสอบตอนนับคะแนน ก็จะทำให้ เวลาขานบัตรเสียที่กาเบอร์ 2 จะไม่มีการคัดค้านหรือขอตรวจสอบแต่อย่างใด บัตรดีจะกลายเป็นบัตรเสียทันที น่าเสียดายครับมาตกม้าตายตอนจะเข้าเส้นชัย จึงอยากฝากเพื่อนๆช่วยกระซิบบอกผู้สมัครที่ท่านรัก พรรคการเมืองที่ท่านชอบ ว่าเรื่องนี้สำคัญ💥

    ปล.ในช่องสีแดงคือตัวอย่างบัตรดีที่ขานเป็นบัตรเสียบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ กรรมการขานคะแนน จะอ้างว่ามีจุดตัด 2 จุด ในช่องลงคะแนน จึงเป็นบัตรเสีย แต่ความจริงมันคือบัตรดี แค่ชาวบ้านเขากาทับ 2 ครั้งเพราะปากกาไม่ดีเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้บางหน่วย บางจังหวัด เราจึงได้เห็นบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของผู้แพ้กับผู้ชนะเสียอีก…

    เก็บเอามาบอกเล่าโดยทีมข่าวกองบก

    สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน.

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผลเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ บ้านใหญ่เรารักชลบุรีกวาดไม่หมดทุกที่นั่ง พรรคส้มเสียบ 3 เขต

    แชร์เนื้อหานี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนับคะแนนหลังปิดหีบเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง รวมทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง พบว่าเจ้าหน้าที่ได้มีการนับคะแนนเสียงตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ก่อนจะเดินทางนำบัตรลงคะแนนส่งให้กับศูนย์รวมคะแนนการเลือกตั้งฯ โดยเขตที่ 1-5 ใช้บริเวณศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอยาวละมุง และเขตที่ 6-9 ใช้บริเวณโดมกีฬาโรงเรียนบางละมุง เป็นจุดรับส่ง โดยมี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง คอยอำนวยความสะดวก

    ด้าน นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ในฐานะประธานอนุกรรมการ กกต.ชลบุรี ประจำอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เบื้องต้นตลอดทั้งวันยังไม่พบข้อร้องเรียน หรือมีปัญหาอุปสรรคใดๆ เจ้าหน้าที่ต่างเตรียมความพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้การวมคะแนนมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี่้ จะทราบผลการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนรอ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการตามลำดับ

    สำหรับอำเภอบางละมุงมีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 247,452 คน จำนวนผู้มีสิทธิที่มาแสดงตน 76,574 คน บัตรไม่ประสงค์จะลงคะแนน 5,521 ใบ ผลรวมคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง อย่างไม่เป็นทางการ เบอร์ 1 นายวิทยา คุณปลื้ม กลุ่มเรารักชลบุรี ได้ 42,060 คะแนน เบอร์ 2 นางสาวชุดาภัค วสุเนตรกุล พรรคประชน ได้ 28,674 คะแนน และเบอร์ 3 นายประมวล เอมเปีย ผู้สมัครอิสระ ได้ 5,840 คะแนนในส่วนของผลรวมคะแนนอันดับหนึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง แต่ละเขต อย่างไม่เป็นทางการ

    เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 2 ได้ 3,647 คะแนน
    เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 3,440 คะแนน
    เขต 3 นายกมลกฤตย์ มีเงิน พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 2,696 คะแนน
    เขต 4 นายปภาวิชยญ์ ศรีบริสุทธิ์ พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 3,289 คะแนน
    เขต 5 นายสาวอรุณรัศมี บุญเกิด พรรคประชาชน เบอร์ 1 ได้ 4,530 คะแนน
    เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 7,835 คะแนน
    เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,232 คะแนน
    เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 5,163 คะแนน
    และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง กลุ่มเรารักชลบุรี เบอร์ 1 ได้ 2,528 คะแนน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี ตั้งแต่เช้า

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนของอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย ประชาชนทยอยออกไปใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งต่างๆ ที่ทาง กตต.กำหนดไว้

    มีรายงานว่า ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 24 โบสถ์เซนต์นิโคลัส ถนนสุขุมวิทพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยได้ต่อแถวร่วมกับประชาชนเพื่อเข้าคิวตามลำดับเข้าคูหาเลือกตั้ง โดยมีบัญชีรายชื่อลำดับที่ 567

    หลังเสร็จสิ้น นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวทักทายเจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมพูดคุยกับ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ที่เดินทางมาดูแลความเรียบร้อยในวันเลือกตั้ง และสอบถามสถานการณ์ช่วงระหว่างคืนก่อนเลือกตั้งพบว่าเทืองพัทยาไม่มีปัญหาใดๆ

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ (1 ก.พ. 68)

    แชร์เนื้อหานี้

    พ่อเมืองน่าน ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่วัดหัวข่วง พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเช้าวันนี้ (1 ก.พ. 68) นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ในฐานะพ่อเมืองน่าน

    ได้ออกเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 ของเขตเลือกตั้งที่ 1 ชุมชนวัดหัวข่วง ตำบลในเวียงอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

    โดยได้เริ่มใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เริ่มเปิดหีบบัตร หรือ ตั้งแต่หลังเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. เป็นต้นมา สำหรับหน่วยเลือกตั้งนี้ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1,029 คน โดยมีการอำนวยความสะดวกจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่ กกต. และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

    ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่า มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับผลการนับคะแนนนั้นคาดว่าจะสามารถรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการหลังปิดหีบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือจะต้องมีความถูกต้องและแม่นยำด้วยเช่นกัน

    โดยช่องทางติดตามการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้ง อบจ.น่าน (ไม่เป็นทางการ) ผ่านจอโปรเจคเตอร์ หน้าสำนักงาน อบจ.น่าน ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน และ เพจองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน

    เลือกตั้ง68 องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.บางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ / โบว่ากรุ๊ป พัทยา เปิดตัว ซีน่าเพลส ธุรกิจในเครือโบว่า บริการห้องพักสไตล์โมเดิร์น

    แชร์เนื้อหานี้

    “ป๊อก-วิทยา” นำลูกทีม “เรารักชลบุรี” ผู้สมัคร ส.อบจ.เขตอำเภอบางละมุง เปิดตัวปราศรัยใหญ่ ชูเลือกตั้ง อบจ. คือหัวใจของท้องถิ่น พร้อมต่อยอดยกระดับเพื่อทุกคนในชลบุรี ดันเป็นมหานครของคนทุก GEN

    เย็นวันที่ 24 ม.ค.68 ที่สนามกีฬาโรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ) นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 นำลูกทีมผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุงทั้ง 9 เขต ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงชูสโลแกน Next Steps “เดินต่อไปด้วยกัน สร้างสรรค์ชลบุรี”

    โดยทีมเรารักชลบุรี ได้แนะนำตัวและประวัติผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอบางละมุง ประกอบด้วย เขต 1 ดร.วรพต พงษ์พาลี เบอร์ 2, เขต 2 นายนคร ผลลูกอินทร์ เบอร์ 1, เขต 3 นายยะยา เซ็นสุรีย์ เบอร์ 1, เขต 4 นายสายัณห์ จันทร์ทอง เบอร์ 1, เขต 5 นายวิชิต ชาญชัยยุทธศักดิ์ เบอร์ 2, เขต 6 นายสาธิต นุชประมูล เบอร์ 1, เขต 7 นางมาลิณี สิงหสุวิช เบอร์ 2, เขต 8 นายอนุรักษ์ อินทร์พิทักษ์ เบอร์ 1 และเขต 9 นายสิทธิไชย อาจทรง

    นายวิทยา คุณปลื้ม หัวหน้าทีมเรารักชลบุรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เบอร์ 1 เปิดเผยว่า ทีมเรารักชลบุรีมีความยึดมั่นว่าท้องถิ่นเราต้องมีการรวมเป็นหนึ่ง เพื่อการเจริญเติบโตของบ้านเรา การเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีความสำคัญยิ่ง เพราะ อบจ. เป็นการเมืองท้องถิ่นที่ครอบคลุมทั้งหมด การเลือกตั้งในครั้งนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการเติบโตของจังหวัดชลบุรี

    ทั้งนี้ เรารักชลบุรีต้องการผลักดันชลบุรีให้เป็นมหานครขอฃคนทุก GEN ด้วยสโลแกน “ชลบุรีมหานครออกแบบได้เพื่อทุกคน” ทั้งกลุ่มเด็ก Gen Alpha กลุ่ทผู้สูงอายุ คนพิการและกลุ่มเปราะบาง กลุ่มคนทำงาน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่และความหลากหลาย พัฒนาชลบุรีให้เป็นมหานครแห่งเศรษฐกิจดี, มหานครแห่งการศึกษา, มหานครแห่งสิ่งแวดล้อมดี, มหานครแห่งสังคมและวัฒนธรรมหลากหลาย, มหายครแห่ง Smart City, มหานครแห่งท่องเที่ยวและกีฬา และมหานครแห่งสุขภาพดีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนออกไปเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ในวันเสาร์ที่ 1 กุาภาพันธ์ 2568 นี้

    โบว่ากรุ๊ป พัทยา เปิดตัว ซีน่าเพลส อีกหนึ่งธุรกิจในเครือโบว่า บริการห้องพักสไตล์โมเดิร์นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

    ค่ำวันที่ 31 ม.ค.68 มีรายงานว่า โบว่ากรุ๊ป พัทยา โดย ฮัจยะฟาตี ปาทาน ประธานผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน และฮัจยะห์ซอบะห์ (วิภารัตน์) ปาทาน ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดพิธีเปิดตัวธุรกิจในเครือโบว่า ซีน่าเพลส ธุรกิจห้องพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ต่อยอดธุรกิจของครอบครัวเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น

    ในพิธีการได้รับเกียรติจากอิหม่ามสุมาน สุไลมาน อิหม่ามประจำมัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา เดินมาเป็นประธานกล่าวดุอาร์อวยพรเปิดตัวซีน่าเพลส เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมงาน ก่อนทำการตัดริ้บบิ้นเปิดอย่างเป็นทางการ และเลี้ยงอาหารแก่ผู้ร่วมงาน รวมถึงชุมชนใกล้เคียง จากนี้นเป็นการแจกทานแก่บุตรหลาน

    สำหรับซีน่าเพลส เปิดบริการห้องพักสไตล์โมเดิร์น ขนาด โอ่โถง กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพียงกระเป๋าใบเดียวก็เข้าอยู่ได้ทันที มีระบบกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมที่จอดรถสะดวกสบาย โทรศัพท์ 088-738 5238

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมวัฒนา ช่างเหลา นายก.อบจ. ขอนแก่น !! ปลุกกระแสโค้งสุดท้าย เชิญชวนประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.อบจ.

    แชร์เนื้อหานี้

    ตลึง!!!ประชาชนชาวอำเภอภูผาม่าน แห่ฟังปราศรัย เมื่อเวลา 17.00 น.วันอังคาร ที่ 28 มกราคม 2568 นายเอกราช ช่างเหล่า นายพงศกร เสาร์ทน ประธานที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น พร้อมผู้สมัคร ส.อบจ.ขอนแก่น นางพยงค์ ศรีภา เบอร์ 3 ปลุกกระแสเปลี่ยน!!โค้งสุดท้าย ตลึง!!ประชาชนชาวอำเภอภูผาม่านฟังปราศรัยจำนวนมาก

    ชวินทร์ สื่อรัฐทีวี ขอนแก่น /รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดงไม่เอาทักษิณเชียงรายดิ้นเฮือก!! สุดท้ายลุยหนักเรียกคะแนนให้” นก”อทิตาธร

    แชร์เนื้อหานี้

    หลังนิด้าโพล ออกชี้อดีตนายกทักษิณปราศรัยช่วยหาเสียงเวทีเชียงราย ไม่มีผลการตัดสินใจ เลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย กกต.เชียงรายเอาจริงพร้อมแจกใบแดง หากฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ย้ำให้ผู้สมัครหยุดการหาเสียงทันที ถอนโฆษณาสื่อทุกชนิดเสร็จสิ้นในวันที่31มกราคม หากพบผิดฟันทันที
    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายของผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย ระหว่าง2บ้านใหญ่ ได้ออกหาเสียงเพื่อเรียกคะแนนเพื่อช่วงชิงเก้าอี้นายกอบจ.เชียงราย อันเป็นไปอย่างดุเดือด เป็นห้วงระยะเวลาโค้งสุดท้ายของการหาเสียง

    ล่าสุดมีการดีเบต สองผู้สมัครนายกอบจ.เชียงรายได้แก่ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร์1 นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อการศึกษาเด็กและเยาวชน ให้นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายฟัง เมื่อวันที่22มกราคม 2568ณ ห้องกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดเชียงราย ที่ผ่านมา โดยขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ร่วมจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ เชิญชวนประชาชน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งไม่ซื้อสิทธิขายเสียงไป

    เมื่อวันที่24มกราคม2568 ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย ศาลากลางเก่าเชียงราย ที่ผ่านมา ประเด็นสำคัญการหาเสียงของผู้สมัครในส่วนของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากยุทธศาสตร์การหาเสียง ตามจุดต่างๆเพื่อเรียกเก็บคะแนนจากประชาชนจังหวัดเชียงรายนั้นต่างฝ่ายงัดกลยุทธ์เดินเกมรุก ในส่วนโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง7วัน โดยสิ้นสุดในวันที่31 มค.2568 เวลา18.00น.โดยผู้สมัครจะต้องหยุดการหาเสียงสื่อทุกชนิด ให้รื้อถอนป้ายโฆษณาหาเสียงออกจากพื้นที่สาธารณะและบริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด ขณะที่ทางด้านนายเกชา กองนาคเจ้าพนักงานสืบสวนไต่สวน ชำนาญการ รักษาการตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย

    ได้ร่วมกับหน่วยสืบสวนสอบสวนเคลื่อนที่เร็วได้ออกหาข่าวของการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งตลอดในระยะที่ผ่านมาและโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง หากผู้สมัครคนใดจงใจฝ่าฝืนและละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยในวันที่31 มกราคม 25568 ตั้งแต่เวลา 18.00น.ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุราของมืนเมา แก่ประชาชนก็จะมีความผิดอย่างร้ายแรงจนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จ หากมีการรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วก็จะเข้าดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทันที

    ในส่วนความเคลื่อนไหวของการหาเสียงของกลุ่มผู้สนับสนุนมวลชนคนเสื้อแดงกลับใจไม่เอาทักษิณ นำโดยนางสาวจิรนันท์ จันทวงษ์ อดีตดีเจได้เดินหน้าออกหาเสียงอย่างหนักตามจุดต่างๆ มีทั้งปราศัยบนรถ แจกแผ่นพับนโยบายของนางอธิตาธร เบอร์1 และจะมีการนัดรวมตัวคนเสื้อแดงเชียงรายครั้งใหญ่ที่สนามกีฬากลาง ซึ่งการข่าวได้ข้อมูลมาว่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้งในวันที่30มกราคม2568 ส่วนจะมีมวลชน เข้ารับฟังการปราศัยมากเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นกับปัจจัยการเมืองหลายด้าน แต่ทุกอย่างทีผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียง กระทำต้องอยู่ภายใต้กติกากฎหมายเลือกตั้ง หากจงใจหรือฝ่าฝืนก็จะโดนใบแดงทันที ในส่วนของกปน.เลือกตั้งก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยสุจริตเที่ยงธรรม ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี

    สำหรับการปราศรัยใหญ่อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครเบอร์2 พรรคเพื่อไทยซึ่งได้ทำการปราศรัยเวทีใหญ่3อำเภอ ได้แก่อำเภอเทิง อำเภอเชียงของโดยเฉพาะอำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นฐานคะแนนใหญ่ของผู้สมัครนายกอบจ.เชียงราย ซึ่งจากโพลสำรวจของนิด้าโพล ในข้อที่ว่าอดีตนายกทักษิณปราศัยช่วยหาเสียงผู้สมัครพรรคเพื่อไทยนั้น มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกนายกอบจ.สองสนามใหญ่ เชียงใหม่-เชียงราย หรือไม่นั้น

    ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้วตามโพลไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งนายกอบจ.ซึ่งสนามเลือกตั้งอบจ.เชียงรายระหว่างสองขั้วนางอทิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์ 1 ไม่สังกัดพรรคการเมืองซึ่งประกาศจุดยืนไม่อยู่ภายใต้อานัดการเมืองระดับประเทศ แต่เน้นการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก พาผู้สมัคร สมาชิกสภาจังหวัดไม่สังกัดพรรคการเมืองท้้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลงชิงคะแนนแต่ละพื้นที่ และในส่วนของนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ซึ่งสังกัดนามพรรคการเมืองเพื่อไทย ที่นายทักษิณ ชินวัตร ลงมาช่วยหาเสียงเพื่อจะกวาดคะแนนชาวเชียงรายแบบเทคะแนนเบร็ดเสร็จชนะแบบทะล่มทะลายในสองพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย ที่สำคัญการหาเสียงแบบโทนี่แบรนด์ นโยบายแบบเพื่อไทยเพื่อเรียกสส.คืนในการเลือกตั้งสมัยหน้านั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากการติดตามกระแสการตอบรับแต่ละฝ่ายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง.

    ทีมงานข่าวการเมืองจังหวัดเชียงรายรายงาน