คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 1600 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธี จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568 มีดังนี้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ รางวัลชมเชย ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลโนนอุดม ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ทีมเทศบาลตำบลหนองไผ่ ทีมเทศบาลตำบลหนองเสาเล้า ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด ทีมเทศบาลตำบลโนนหันทีมเทศบาลตำบลนาเพียง ทีมเทศบาลตำบลโนนสะอาด ทีมเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์

ณ ลานเวทีวัฒนธรรม ในงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในท้องที่อำเภอชุมแพ และท้องถิ่นร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ

นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวสุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางสาวสมิตา สิมสวน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวจริยาภรณ์ นามนัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

วินนิวส์สื่อรัฐทีวีขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ ศ 2568 เวลา 13.00 น วัดโพธิ์ศรี บ้านร่องแซง อำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพแม่สมบูรณ์ ศ.เรืองญาณ โดยมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก เช่น นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ นาย​ ภสุ​ โคตร​ศรี​ รองนายก​เทศมนตรี​ นาย​ ประจวบ​ ดี​บุญ​มี​ ณ.ชุมแพ​ รองนายก​เทศมนตรี​ พร้อม​คณะ​ผู้บริหาร​ นาย​ ศิริ​ชัย​ บุตร​จันทร์​ ประธาน​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ พร้อมสมาชิก​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ ผ.อ.สวิต คำผา พร้อมผู้นำท้องที่และท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ส่งกำลังใจทัพนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ณ จังหวัดชลบุรี

โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยจังหวัดน่านได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

ระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2568 ณ จังหวัดชลบุรี รวมนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและกรรมการผู้ตัดสิน จำนวน 358 คน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการรักษาสุขภาพส่งเสริมให้ห่างไกลยาเสพติดตลอดจนสร้างน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคี

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขอให้นักกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความถูกต้องตามกฎกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน นำชื่อเสือเสียงมาสู่จังหวัดน่านของเราและขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อุดม เที่ยงโยธา” กลุ่มมุกดาหารพลังใหม่ (Mukdahan​ Next Move) เปิดตัวผู้สมัครนายก – สท. พื้นที่ จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13​ มีนาคม 2568​ เวลา 12.09 น ถือฤกษ์เบิกชัย เปิดที่ทำการกลุ่ม​ ” มุกดาหารพลังใหม่ ” เปลี่ยนวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่”ดีกว่า” ณ บ้านเลขที่ 20/2 ซ.พัฒนา ถ.ชยางกูร ข อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายอุดม​ เที่ยงโยธา อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร/รองนายกองค์การบิหารส่วนจังกวัดมุกดาหาร แกนนำกลุ่มมุกดาหารพลังใหม่

ได้เปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล18คนในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร 3 เขต 34 ชุมชน ในนามของ “มุกดาหารพลังใหม่“ โดยมีนายประภาส​ เที่ยงโยธา ร่วมพิธีเปิดป้ายและสวมเสื้อกลุ่ม เพื่อเป็นสิริมงคลให้ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรี

นายอุดมกล่าว ขอบคุณญาติพี่น้อง คณะว่าที่ผู้สมัครส.ท และผู้มาร่วมงาน ในการเปิดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองมีความมั่นใจมาก ที่จะนำกลุ่มไปให้ถึงฝั่ง ถึงเป้าหมาย เพราะเคยเป็นรองนายกมาก่อนแล้ว มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งปกติเป็นธรรมเนียมจากการทำงานด้วยความรักความสามัคคี ถึงแม้จะอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต่างกัน ก็สามารถทำงานร่วมกันได้

จะมีการพูดคุยและเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งแนะนำการทำงานในทางการเมือง เพราะมีหลายคนเป็นคนใหม่ ส่วนคนเก่าคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำงานร่วมกันมาตลอด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานทางการเมือง ที่จะทำให้ประชาชนไว้วางในใจ เลือกเข้ามาบริหาร โดยเป้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน

“ส่วนการแข่งขันทางด้านการเมืองถือว่าเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชนจะให้ความไว้วางใจมากน้อยเพียงใด ในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น การแข่งขันทางการเมืองมองว่าเป็นเรื่องปกติมากกว่า ส่วนจะเลือกใครเข้ามาบริหาร หรือเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ”

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารจัดงาน “วันนักข่าว ”กระชับความสัมพันธ์สื่อมวลชน ไทย -ลาว-เวียดนาม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี เปิดงานวันนักข่าวซึ่งตรงกับวันที่ 5 มีนาคมโดยมี นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ พล.ต.ต.ไพโรจน์​ ไทยพุทรา​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี กับนักข่าวและสื่อมวลชน จากจังหวัดมุกดาหาร สปป.ลาว และเวียดนาม
โดยได้รับเกียรติจากท่านคำพัน พมเวียงไซ รองหัวหน้าแผนกแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว แขวงสะหวันนะเขต ท่าน พอนไซ สีลาเพด รองหัวหน้าแขนงแถลงข่าว

​ ท่าน นาง ลีพอน เพดซะราด หัวหน้ากองวิชาการสื่อมวลชน ท่านสีลำพัน สุลิยะวงสา และ ท่าน เกดตาวัน ไซปันยา รองกองวิชาการสื่อมวลชน และคณะเจ้าหน้าที่วิชาการสื่อมวลชน​ ตัวแทนจาก สปป.ลาวพร้อมคณะ​ นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร นายอรรครัตน์​ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ให้การต้อนรับคณะจากสปป.ลาว ที่บริเวณหน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

และนายสัจจา วงศ์กิตติธร เลขาสมาคมคนไทยเชื้อสายเวียดนามมุกดาหาร ซึ่งเป็นตัวแทนจากเวียดนาม รวมงานบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากทั้งสามประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

งานวันนักข่าว จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารจัดขึ้นภายใต้โครงการ สานสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยลาวเวียดนาม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทย-ลาว-เวียดนาม จังหวัดมุกดาหารแขวงสะหวันนะเขตจังหวัดกวางตรี ให้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ภาพ​/ข่าว กำพล​ ศรีมณี​พันธ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิด ‘เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ’ ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ” ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 มีนาคม 2568 โดยมี นายสุรพล ศรีพนมธนากร นอภ.ศรีรัตนะ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร อปท.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

*****นายสุรพล กล่าวว่า อ.ศรีรัตนะ มี 7 ตำบล 90 หมู่บ้าน 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีพื้นที่ทั้งหมด 144,439 ไร่ พื้นที่การเกษตร 130,343 ไร่ พื้นที่อื่นๆ 13,007 ไร่ และ อ.ศรีรัตนะ เป็นหนึ่งในกลุ่มอำเภอที่มีศักยภาพการผลิตข้าว พืชสวน พืชไร่ โดยเฉพาะข้าวโพดหวาน และทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นพืชที่สำคัญ และคิดเป็นมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรรวมของ อำเภอศรีรัตนะ 60 ล้านบาท โดยมีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดปี สร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอศรีรัตนะเป็นอย่างงด ดังนั้น อ.ศรีรัตนะ จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมงานเทศกาลวันข้าวโพดหวาน และของดีศรีรัตนะ ประจำปี 2568 ขึ้น โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย 1. การประกวดผลผลิตทางการเกษตร 2. การประกวดด้านปศุสัตว์

  1. การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ผลไม้ ข้าวโพดหวาน และผลผลิตทางการเกษตร 4. การประกวดธิดาข้าวโพดหวาน 5. การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง 6. การประกวดนางฟ้าจำแลง 7. การแข่งขันส้มตำลีลา 8. กิจกรรมรำวงย้อนยุค และ หมู่บ้านย้อนยุค
  2. ****ในการจัดงานครั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชน แต่งกายชุดพื้นถิ่นมาเที่ยวงาน โดยเน้น “ใส่เสื้อไหม เสื้อผ้าฝ้าย สวมผ้าถุง นุ่งโสร่ง”เพื่อเป็นการอนุรักษ์การแต่งกายให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีรัตนะทุกคน และกลุ่มอาชีพต่างๆ ทุกกลุ่ม ที่ทำให้การจัดงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสนใจในปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้ได้ตรงตามความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างผลผลิตโดยอาศัยตลาดนำการผลิต กระตุ้นให้เกิดการผลิต การตลาดหมุนเวียนอย่างครบวงจร ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของชุมชนและอำเภอให้ปรากฎแก่สายตาและความรับรู้ของมหาชน เป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ ให้มีศักยภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ส. นำทัพสื่อลงพื้นที่บำบัด ร่วมสร้างพลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนคุณภาพสู่สังคม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 -28 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย น.พ.ตฤณกฤต สิทธิศรนพ.ชำนาญ

การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ นายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอพรเจริญ พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคาด นายแพทย์จรูญ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากคาด นพ.สุรพงษ์ ลักษวุธ รองนพ.สสจ.บึงกาฬ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย นายภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแล็บแพนด้า นายพงษ์พันธ์ วิจารย์ประสิทธิ์ เจ้าของเพจคุณพระ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะสื่อมวลชนส่วนกลางและภูมิภาคลงพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อเป็นการสนับสนุนงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้การดำเนินงานด้านยาเสพติดของรัฐบาล และสำนักงาน ป.ป.ส. รวมทั้ง เป็นการสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องอันจะเกิดภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงาน รวมไปถึงนโยบายต่าง ๆ ไปสู่ประชาชนเป้าหมายให้เกิดความตระหนัก และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการศึกษาดูงานการบำบัด และฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปี 2567 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าปี 2566 และหากเทียบกับจำนวน ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งประเทศในปี 2567 จะมีปริมาณมากกว่าภาคอื่นๆ เมื่อเทียบจากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งหมดในประเทศ จึงถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่ควรมีการเฝ้าระวัง ติดตามและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงพื้นที่บำบัด และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่

พื้นที่อำเภอปากคาดโดยศึกษาดูงานค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดจำนวน 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วน จำนวน 40 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 2 เดือนแรก จะเน้นไปที่การฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้กึ่งวิชาการ จากทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น กิจกรรมสันทนาการ นันทนาการ และใน 2 เดือน

หลังจะเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ซ่อมเครื่องยนต์ ทำพรมเช็ดเท้า อาหารแปรรูป เป็นต้น โดยค่ายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเป็นสถานที่บำบัดฟื้นฟูยาเสพติดที่สร้างขึ้นจากสภาพปัญหาภายในชุมชน ที่มีผู้เสพผู้ติดเป็นจำนวนมาก โดยเน้น การเข้ารับการบัดบัดโดยสมัครใจ และการผลักดันจากคนในชุมชนเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันสร้างปลอดภัยโดยกิจกรรมการจะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างพลังชุมชนเข้มแข็งคืนคนคุณภาพสู่สังคม

พื้นที่ต่อมาได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอพรเจริญ โดยมีการศึกษาดูงานในโรงพยาบาลพรเจริญซึ่งเป็นการศึกษาบำบัดผู้ติดยาเสพติดขั้นรุนแรง ปัจจุบันมีจำนวน 7 คน ต้องดูแลใกล้ชิด และมีการรักษาโดยการให้ยา มีระยะเวลา 14 วัน และมีการสาธิตการทำครอบครัวบำบัด เนื่องจากเป็นผู้ป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่สามารอยู่ร่วมกับชุมชนได้ จึงต้องการการรักษาในโรงพยาบาล และเมื่ออาการดีขึ้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีครอบครัวที่คอยดูแลอย่างถูกวิธีจึงเกิดการทำครอบครัวบำบัดขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างปลอดภัย

รวมถึงมีการศึกษาดูงานจากค่ายบ้านเจริญสุข กองร้อยอาสารักษาดินแดน เป็นจุดต่อเนื่องจากโรงพยาบาลพรเจริญ ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วนจำนวน 41 คน ซึ่งผ่ากระบวนการบำบัดการฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้ และการทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น การวาดภาพ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย และภายหลังเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ช่างปูน ซ่อมเครื่องยนต์ ปลูกพืช เลี้ยงปลา เป็นต้น เพื่อนำผู้เสพผู้ติดที่มีอาการดีขึ้นจากอาการป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพเพื่อคืนคนคุณภาพสู่สังคมต่อไป

พื้นที่สุดท้ายเป็นการศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ผ่านการศึกษาดูงานกองร้อย อส.อำเภอโซ่พิสัย ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ประกอบด้วยผู้บำบัดชาย 196 คน ผู้บำบัดหญิง 30 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 3 ระบบ คือ การล้างพิษโดยการใช้ยาจากจิตแพทย์ การเข้าค่ายมินิธัญญารักษ์ และการเข้าค่ายฟื้นฟู 120 วัน ซึ่งมีทั้งการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสการกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย ว่า กิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้นโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องอันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีของทุกภาคส่วน และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อ

การสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน เพื่อพัฒนากระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผุ้เสพผู้ติด ยาเสพติดการฝึกอาชีพการศึกษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม ทั้งกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง และผู้เข้ารับการบำบัด รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีกครั้ง เพราะผู้เสพ คือ ผู้ที่ก้าวพลาดที่เราทุกคนพร้อมจะหยิบยื่นโอกาสให้ร่วมกันสร้าง “พลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนมีคุณภาพสู่สังคม”

ด้านนายนิพนธ์ ยอมรับว่า อีสานตอนบนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดจำนวนมาก ตนในฐานะผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องได้มีการ ประสานบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่นำผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษาอย่างได้ผล สามารถคืนลูกหลานให้ครอบครัวและสังคมได้ พร้อมเสนอแนะให้นำโรงเรียนบ้านโนนชัยศรีมาเป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดขนาดใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์หลักในการดำเนินการ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ท่าเรือประจวบ” จัดงาน Town Hall 2025 ชูแผนธุรกิจ มุ่งสู่ Blue Port

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด หรือ พีพีซี ผู้ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชน พร้อมให้บริการท่าเทียบเรือสำหรับเรือเดินทะเลพาณิชย์ และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยคุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้จัดงาน Town Hall 2025 เพื่อแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 ณ ห้องประชุมธลาดล เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแถลงนโยบายและแผนงาน เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพรอบด้านเริ่มด้วย คุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวเปิดงานแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดกลยุทธ์ธุรกิจ ประตูสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านกิจกรรมนอกชายฝั่ง ด้านการจัดการบริหารของเสีย และด้านการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลเพื่อการเติบโตและความยั่งยืนที่สมดุลทางธุรกิจและทางทะเล ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของบริษัทในปีนี้ ต่อด้วยฝ่าย และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมรายงานผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 ปี 2567 และแถลงแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของแต่ละฝ่าย

โดยคุณจิร เผยว่า “นอกจากเราจะเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือแล้ว ขณะเดียวกันเราจะขยายธุรกิจก้าวไปเปิดตลาดโดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 BU ประกอบด้วย Blue Transport , Blue Offshore , Blue Conservation เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการรายใหม่ และให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และมุ่งพัฒนาบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อกำหนดเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่ BLUE PORT”

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สาย ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่”

แชร์เนื้อหานี้

//// วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 09.00 น. #นายวรายุทธ #ค่อมบุญ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” อำเภอแม่สายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ ประจำ
เดือนกุมภาพันธ์พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม ดังนี้
1. ร่วมกับคณะกิ่งกาชาด อ.แม่สาย และชมรมแม่บ้านมหาดไทย
ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือจำนวน
5 ราย (หมู่ 1 และ หมู่ 5 ตำบลบ้านด้าย อ.แม่สาย)
มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเทพกาญจนา จำนวน 6 ทุน
2. ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เปิดให้
บริการแก่ประชาชน โดยในส่วนของอำเภอแม่สายได้จัดซุ้มเคลื่อนที่ให้บริการ
ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และบริการประชาสัมพันธ์ และสมัครแอพพลิเคชั่น
ThaiD
3. ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์หยุดเผา และลดฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับกลุ่มงาน
ความมั่นคงอำเภอแม่สาย สาธารณสุขอำเภอแม่สาย และหัวหน้าส่วนราชการ…

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมตามโครงการ “สร้างสัมพันธ์ คืนสังคม “ ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เรือนจำจังหวัดลำพูน เวลา 09.10 น. -#นายกำจร #เดชอุดม #ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน #นำคณะออกจากเรือนจำจังหวัดลำพูนไปหน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (35 นาที)

เวลา 09.50 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ หน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว)-นายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ (กล่าวต้อนรับ)

เวลา 10.00 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน และนายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ -ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว

เวลา 10.20 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน นำคณะออกเดินทางไปสำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (40 นาที)

เวลา 11.00 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ สำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา) -นางรำพรรณ วงศ์จันทร์ต๊ะ หัวหน้าฝ่ายเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา (แนะนำหน่วยงาน)

เวลา 11.10 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎร บนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน
-ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว
เวลา 11.30 น. -เดินทางกลับเรือนจำจังหวัดลำพูน..

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิททยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัด น่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ให้ได้พบปะสานสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อทำประโยชน์ต่อสถาบันร่วมกันได้ในอนาคต
  2. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นปัจจุบันพบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้เปิดโลกทัศน์ในเส้นทางการทำงาน และ
  3. เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับศิษย์ปัจจุบันที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ “พี่ส่งน้องเรียน”
    การจัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบุคลากรวิทยาลัยน่าน ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากศิษย์เก่า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน ผลักดันกิจกรรมของวิทยาลัยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ทางวิทยาลัยน่านเชื่อว่าศิษย์เก่าจะเป็น
    ดีให้กับศิษย์ปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้วิทยาลัยมุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคมต่อไปเพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอตรดิถ์ได้มอบโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    วิทยาลัยน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 ดังนี้
  4. นาย บุญยงค์ สดสอาด (นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
  5. นาย เรืองเดช ริกากรณ์ (ผู้จัดการการประปาสวนภูมิภาค สาขาเถิน จังหวัดลำปาง) ศิษย์เการัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3.นายบวรนันท์ มโนวร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งศรีทอง) ศิษย์เก่ารัฐ
    ประศาสนศาสตรบัณฑิต4 .นาง พธิดา สุทธิพันธุ์ (ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนเปอร์ปอมโลจิสติกส์และเปอร์ปอมเจริญยนต์)ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
    4.พันตำรวจโท ยศดนัย ชัยวงศ์ (สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเทิง จังหวัดเชียงราย) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต5.ร้อยตำรวจเอก กมล อุปเสน (รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเวียงสา
    จังหวัดน่าน) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต6.จ่าสิบตำรวจโท สัจวัจน์ สุทธหลวง (ผู้บังคับหมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธธรปัวจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่าครุศาสตรบัณฑิต
  6. นาง พิศมัย อุ่มมี (ผู้จัดการสำนักงานบริษัท AIA อ.ปัว) ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจบัณฑิต และ
  7. นาย เสกสรรค์ พิศจารย์ (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาบ่อเกลือ)ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจม บริหารธุรกิจบัณฑิงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน”จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”การจัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศุนย์การศึกษาจัดหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อการพบปะสังสังสรรค์และสร้างความผูกพันระหว่างศิษย์ปัจจุบันและทิษย์เก่าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าเพื่อร่วมพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มี

โอกาสสนับสนุนทรัพยากร ทุนการศึกษา ตลอดจนการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และนำมายกย่องเชิดชูเกียรติประวัติให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมภายนอกนับเป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดีวิทยาลัยน่าน จัดตั้งที่ตำบลทุ่งศรีทองนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.ศ. 2547 ดำเนินรานภายได้ชื่อศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน และผลิตบันฑิตหลากหลายสายสขาวิชา ทั้งนิติศาสตร์พัฒนาชุมชน ปฐมวัย รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ จวบจนกระทั่งปรับเป็นวิทยาลัยน่าน เปิดสอนสารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ ได้ขยายโอ

การทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตสู่ตลาดงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลลอด สอดคล้องกับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตคุณภาพ เป็นคน เก่ง ดี มีจิตอาสา พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เห็นว่าเรามีเครือข่ายความร่วมมือของศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง การจัดงานคืนสู่เหยาในวันนี้แม้จัดเป็นครั้งแรก เห็นได้ว่าทุกคนพร้อมใจกันมาชุมมุมได้มากขนาดนี้ก็เป็นที่น่าชื่นใจ นับว่าเป็นการประกาศรวมพลังสามัคคีของชาว มรอ.น่านทุกคน ที่จะร่วมแรงร่วมใจสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมมสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.หนองม่วง “จัดประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วงสุดยิ่งใหญ่อลังการ”

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ ที่9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.00 น. นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีเดินทางถึงสถานที่ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง

โดยมี นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พร้อมด้วยนายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 นายวิบูลย์ เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พ.ต.อ.สมคเน ศรีนาราง ผกก.สภ.หนองม่วง ปลัดอำเภอหนองม่วงพร้อมเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการศาลเจ้าทุกท่าน หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนรอให้การต้อนรับ

จากนั้นนายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้กล่าวรายงาน
นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานได้กล่าวเปิดงานและร่วมขบวนแห่มังกรสุดยิ่งใหญ่อลังการ

ด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2490 ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มาอยู่ ณ ตลาดหนองม่วง ได้ตั้งศาลไม้เจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้น และในปีพ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2512 และได้มีผู้ศรัทธาจำนวนมากขึ้นมาตามลำดับ ทั้งในอำเภอหนอหนองม่วงและใกล้เคียง จึงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นอาคารคอนกรีตเพื่อให้มั่นคงทนถาวร

ณ ทะเบียนบ้านเลขที่ 335 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบรี เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัตศรัทธาเพื่อมาขอพรกราบไหว้สักการะ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ และได้มีการแห่มังกร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 เป็นการแห่มังกรในวาระครบรอบ 72 พรรษา ของรัชการที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีนั้น และเพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติอีกด้วย จึงได้เห็นความสำคัญประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ประจำปี 2568 จึงเรียนเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจ ให้กับประชาชนชาวอำเภอหนองม่วง หน่วยงานทางภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไปในเขตุอำเภอหนองม่วง

“ประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ตลาดหนองม่วง” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองม่วงและพื้นที่ใกล้เคียง มาเป็นเวลายาวนานกว่า 78 ปี งานประจำปีประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและส่งเสริมความกตัญญู สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อำเภอหนองม่วง แห่งนี้ มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาสืบทอดต่อยอดรักษาขนบ ธรรมเนียมอันดีนี้ไว้ ให้เจริญก้าวหน้าและร่วมสร้างสาธารณกุศลให้กับประชาชนต่อไปอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทต.บ้านกรูดรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง ผ่านกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ คณะผู้บริหาร

สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้ใหญ่บ้านบ้าน และผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พ่อค้าและประชาชน ร่วมกันจัดขบวนกองผ้าป่าขยะรีไซเคิล เดินรณรงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลฯ คัดแยกขยะจากต้นทางโดยเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูดเพื่อร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูดกล่าวว่า ในปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรประมาณ 4,100 คน ซึ่งยังไม่ได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการ
ท่องเที่ยว ซึ่งมีธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท

ร้านอาหาร ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเช่นกัน มีปริมาณขยะเดือนละประมาณ 90 ตัน หรือเฉลี่ยตกวันละ 3 ตัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละกว่า 200,000 บาท ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาลและการบริหารจัดการขยะยังไม่ดีพอ

ในวันนี้ทางเทศบาลฯจึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด” เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

นำไปจำหน่ายเพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายในกิจกรรมยังมีการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและมีการลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยร่วมกันระหว่างเทศบาลฯกับทางชุมชนต่างๆ สภ.ธงชัย วัด และโรงเรียนในเขตเทศบาลฯ

//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติ 3 กทม.นำจิตอาสาทำดี บำเพ็ญประโยชน์ วัดทองเพลง เขตคลองสาน / ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 อาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 3 จ.กรุงเทพ นำอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมประพฤติ ร่วม กิจกรรม “จิตอาสาทำความดี” การทำงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์แบบกลุ่ม ร่วมกันเพื่อพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพ ทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ ล้างห้องน้ำ ล้างศาลา ภายในวัด พื้นที่ทางศาสนาอันจะก่อให้เกิดความร่มรื่น

สวยงาม และเป็นสถานที่ พักผ่อนสำหรับประชาชนในชุมชน ณ วัดทองเพลง แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรมคุมประพฤติในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติให้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

และเป็นจิตอาสาจิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ พร้อมเสียสละ ให้ความช่วยเหลือร่วมมือ ร่วมใจ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคมช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม และยังเป็นการส่งเสริมภารกิจของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

โดยศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกำหนดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน หรือองค์กรสาธารณกุศลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติตระหนักถึงความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมมากขึ้น ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวมและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของตนด้วยการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอีกทั้งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

โดยในกิจกรรมนี้มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรม อาทิเช่น สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา ชุมชนซอยวนาวรรณ คณะครู-นักศึกษา จาก ศูนย์ ศกร.เขตคลองสาน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 (มุกดาหาร) ฉก.ทพ.21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำรถจักรยายนต์ข้ามแดน ในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังเฝ้าตรวจและวางกำลังตามจุดต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้ในการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามแดน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.50 น. ชุดเฝ้าตรวจ ได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนตรวจพบเรือเหล็กเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือทั้งสองลำมาถึงฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ส้มป่อย ม.2 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้มีคนอยู่ภายในเรือประมาณ 3-4 คน เดินลงจากเรือและมารอที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 20.00 น. ได้มีกลุ่มชายประมาณ 4-5 คนกำลังนำรถจักรยายนต์ลงมายังที่จุดเรือจอด จากนั้น ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้บริเวณเรือที่จุดจอดเรือ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่เรือแล้ววิ่งหลบหนีไป ส่วนเรืออีก 1 ลำ ก็ได้แล่นออกจากฝั่ง

กลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามกลุ่มชายที่วิ่งหลบหนีจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ชื่อ ท้าวใจ เทพพมมี อายุ 24 ปี สัญชาติลาว อยู่บ้านส้มป่อย นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ท้าวใจ

มายังจุดที่เรือจอด พบรถจักรยายนต์หรูฮาเล่ย์ เดวิดสัน (Harley-Davidson) รุ่น Sportster S Revolution Max 1250T จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 600,000 บาท อยู่ภายในเรือ จึงได้ควบคุมตัวท้าวใจพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดเฉพาะกิจทหารพราน2105 #HarleyDavidson #จังหวัดมุกดาหาร #แขวงสะหวันนะเขต #ลักลอบนำจักรยานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “โต๋-ไบรท์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ให้ AssetWiseออกสเต็ปโชว์ร้อง เต้น สุดคิวท์.. กรี๊ดลั่นฮอลล์ “ตูน บอดี้แสลม” โผล่เซอร์ไพรส์

แชร์เนื้อหานี้

เสิร์ฟหวานไม่พัก! ล่าสุดคู่รักสายโรแมนติก “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ควง “ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒิ” มาร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์! โดยจูงมือกันเปิดเวทีด้วยลีลาการโชว์สเต็ปน่ารักๆ

ที่แอบซุ่มซ้อมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตามจังหวะเพลงที่โต๋นำมารีอะเร้นจ์ใหม่ และยังเป็นครั้งแรก! ของการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “AssetWise 20 Years of Happiness” ที่ได้ทั้งคู่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกสดใส ผ่านมู้ดโทนการเล่าเรื่องที่สื่อถึงคอนเซปต์ 20 ปี

AssetWise “พร้อมสร้างความสุขให้ทุกจังหวะของชีวิต” สะท้อนการอยู่อาศัยในบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข ภายใต้การบริหารงานของ คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่างานนี้ต้องเป็น “โต๋-ไบร์ท” เท่านั้น เพราะเป็นคู่รักศิลปินที่ครบเครื่อง เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสุขของคนทุกเจนได้อย่างลงตัว พร้อมเผยแพร่ให้ชมแล้ววันนี้ทาง Facebook Page: AssetWise และ YouTube: AssetWise

โดย โต๋ เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับ AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ เคยได้ร่วมงานกันในฐานะที่ทางแบรนด์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ตและรายการ ‘PIANO & I’ ก็ได้สร้างความสุขให้กับแฟนๆ อย่างล้นหลาม วันนี้ผมและน้องไบรท์ เลยได้โอกาสที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว AssetWise ก็อยากจะส่งต่อทุกโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจไปให้ทุกคนอีกเช่นเคยครับ”

ด้าน ไบรท์ เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาว่า “รู้สึกสนุกมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่เราได้โชว์สกิลการเต้นด้วยกัน (หัวเราะ) แอบถ่ายคลิปเบื้องหลังเก็บไว้ตั้งแต่เดือนก่อน ได้โอกาสลงสักที ปกติเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เลยขอเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ ต้องขอบคุณ AssetWise มากๆ ที่ชวนเรามาทำอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ค่ะ”

ยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อศิลปินระดับตำนาน “ตูน บอดี้สแลม” กระโดดขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์คว้าไมค์ฟีทเจอริ่งกับ “โต๋” ในเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” ก่อนปิดงานพี่ตูนยังฝากชวนนักวิ่ง มาร่วมประชันฝีเท้า

ในงาน “รันแห่งความรัก อยุธยา 21K” ซึ่งจะนำรายได้จากงานวิ่งไปมอบให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมี AssetWise เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลัก จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ลานข้างวัดพระราม หลังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

AssetWise #AssetWiseBusinessDirection2025 #WeBuildHappinessโต๋ศักดิ์สิทธิ์ #ไบรท์พิชญทัฬห์ #โต๋ไบรท์ #ตูนบอดี้สแลมแอสเซทไวส์ #ครบรอบ20ปี #พรีเซนเตอร์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ส่งมอบระบบ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

แชร์เนื้อหานี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน ติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่ โรงพยาบาลพรเจริญ ภายใต้โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าโครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ส่งมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเป็นลำดับที่ 11 จากจำนวนโรงพยาบาลชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด 12 แห่ง รวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 600 กิโลวัตต์ และช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 360 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ

ภายใน 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยมี มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายธนาวุฒิ ธีรกิติกร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและแรงงานสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายดนุเดช ใจศรี ปลัดอาวุโสอำเภอพรเจริญ คุณธิดาวรรณ แสวงการ ผช.ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน2 กฟผ นพ.ตฤณกฤต สิทธิศร ผอ.โรงพยาบาลพรเจริญ ดร.พงษ์ศักดิ์ สกุลคู ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจียงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นางวงเดือน พระนคร

สาธารณสุขอำเภอพรเจริญ ร.ต.ต.ไพรัตน์ วุฒิสาร นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ ผู้นำท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพรเจริญ ร่วมพิธี
มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการใช้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย การติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลชุมชน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับบริการด้านการแพทย์สำหรับชุมชมชนท้องถิ่น

เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้มากขึ้น เราคาดว่าจะลงทนจำนวน 60 ล้านบาท ในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเหล่งพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับโรงผยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย”

นายแพทย์ ตฤณกฤต สิทธิศร ผู้อำนวยการโรงพยาบาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวแสดงความขอบคุณเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Solar Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ระบไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์นี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของเราได้อย่างมาก ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรยกระดับบริการทางการแพทย์สำหรับชุมชนของเรา โครงการนี้ยังช่วยผลักดันเราสู่เป้าหมายความยั่งยืน โดยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมนำพลังงานสะอาดมาสู่ชุมชนท้องถิ่นของเรา ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานใช้ไฟฟ้าตามเวลา อีกส่วนคือได้จัดหาพลังงานทดแทนพลังงานโซล่าร์เซลล์ ซึ่งรวมแล้วสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ ปกติแล้วโรงพยาบาลพรเจริญต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 2-3 แสนบาทต่อเดือน ขึ้นกับช่วงสภาพอากาศ แต่หลังจากติดตั้งระบบ Solar lives พลังงานแสงอาทิตย์ อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 9หมื่นกว่าบาท ค่าไฟฟ้าที่ลดลงมานี้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ โดยนำค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยและพี่น้องประชาชนอำเภอพรเจริญและอำเภอใกล้เคียงที่มารับการบริบาลที่โรงพยาบาลพรเจริญ

สำหรับโครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมิตซูนิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรศร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพ้นธมิตรต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฟ้าฝ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยได้ทำการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนแล้วทั้งหมด 12 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลปง จังหวัดพะเยา โรงพยาบาลชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก และยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ไปยังกว่า 120 ประเทศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เมื่อต้นปี 2561 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดทำการสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการที่จังหวัดปทุมธานี และล่าสุดเมื่อต้นปี 2567 ได้ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน โดยผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสูงสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ใช้สนามทดสอบรถยนต์ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในการประเมินผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน“ Bueng Kan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 4 ก.พ.68 ที่บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว กิจกรรมมหกรรมถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน Bueng Kan Craft สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตอารยาธรรมลุ่มน้ำโขง โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว

พร้อมด้วยอาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และนางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมในการแถลงข่าว มีหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงานแถลงข่าว

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.กล่าวว่า จากคำนิยมที่ ว่า บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้ ประกอบกับรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power เป็นนโยบายเรือธง (Flagship) ของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) และ 2) การทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน

การใช้ Soft Power เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน ให้ความสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยถือเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาล ให้ความสำคัญกับการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ
ให้เป็น Soft Power ของไทย ผ่านนโยบาย 5F ประกอบด้วย Food Film Fashion Fighting และ Festival ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย 5F ผ่านการจัดทำโครงการและแผนงานภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ที่มี 4 นโยบายขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง สนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “ทุน ระบบนิเวศ คน สินค้าและบริการ” ซึ่ง 1 ใน 4 คือ “ทุน” ที่มุ่งส่งเสริมสร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ท่านมีแนวการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคนและสังคมบนฐานวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ สู่ความยั่งยืน และสอดคล้องกับคำนิยมที่ว่า “บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้”

สำหรับกิจกรรมจะมีทุกๆวันศุกร์ โดยกำหนดเริ่มวันศุกร์ ที่ 13 ก.พ.68 สิ้นสุดวันศุกร์ ที่ 21 มี.ค.68 ณ บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่ ในการจัดกิจกรรมถนนสานวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4แผ่นดิน เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสาธิต/จำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมการแสดงผลงานด้านศิลปะ ของเครือข่ายในพื้นที่ และที่สำคัญ คือการได้เชิญภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาบูรณาการร่วม อาทิเช่นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าธงฟ้ามาจำหน่าย

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ แนะนำอาชีพ สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าOTOP มาจำหน่ายและสาธิตการผลิตสินค้า การจัดนิทรรศการจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน และกิจกรรม Buengkan Craft วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นักศึกษามาร่วมในกิจกรรม และสนับสนุนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับความเติบโตของจังหวัดบึงกาฬ

หากมีผู้สนใจนำร้านค้ามาจำหน่ายติดต่อได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ โทร.042491785 หรือแฟนเพจ Facebook สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ตามวันเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุดในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย

แชร์เนื้อหานี้

รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุด มากที่สุด ในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล กับ 6 สาขารางวัล ช่วง 18 พ.ย. -31 ธ.ค.67 แฟนคลับแต่ละสาขา โหวตหนักจัดชุดใหญ่กัน ช่วงสัปดาห์สุดท้าย

โดยหัวข้อการโหวต F 1 – F 5 “หน่วยงานภาครัฐ” ที่เข้ารอบสุดท้าย TOP 5 จากการเสนอชื่อผ่าน SMS เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 67 คือ F1-กรมที่ดิน, F2-กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, F3-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , F4-กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ F5-การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง ตลอด 5 สัปดาห์แห่งการโหวต ทุกหน่วยงานต่างมีคนไทยส่งกำลังใจสนับสนุนชื่นชมโหวตมาตลอด บ้างก็สลับตำแหน่งขึ้นนำเป็นที่ 1 แต่สัปดาห์สุดท้าย มีการให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

ท้ายสุดหน่วยงานรัฐที่มีผลโหวตสูงสุด คือ “กรมที่ดิน” ซึ่งการมอบรางวัลมี คุณดำรง พุฒตาล ได้ให้เกียรติขึ้นมาประกาศรางวัล และ ดร.ตฤณ ทวิธารานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มอบดอกไม้ให้กับ คุณพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งได้รับรางวัล “สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี 2024”

บุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ #อานิสงส์ชีวิตรุ่งโรจน์ทรัพย์เพิ่มพูน

ณ วัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสวย บนยอดเขา มีพระพุทธชินราชจำลองใหญ่ที่สุดในไทย

ขณะนี้พระอุโบสถใหญ่บนยอดเขา ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา กระเบื้องหลังคาแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา และถังเก็บน้ำชีเมนต์ก็มีรอยรั่วซึมหลายจุด จึงจำเป็นต้องปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วม #เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ

📍 ธนาคารกสิกรไทย
📍 เลขที่บัญชี: 131-3-83390-5
📍 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X

อุโบสถที่สร้างอยู่บนยอดเขา เป็นศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างไทยและจีน โดยขอบประตูและหน้าต่างของอุโบสถ จะตกแต่งด้วยชามสมัยโบราณที่ชาวบ้านนำมาถวายวัดเมื่อครั้งในอดีต ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานพระพุทธรูปปางพิชิตมาร ซึ่งมีพระนามของสมเด็จพระสังฆราช จารึกไว้

อานิสงส์การร่วมบุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถ นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะพระอุโบสถคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน การร่วมบุญบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพดีงาม จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่สืบไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มากมาย ดังนี้

  • ในชาตินี้: มีชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆ กิจการงานเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีชื่อเสียง เกียรติยศ เป็นที่รักใคร่นับถือของคนทั่วไป มีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  • ในชาติหน้า: เกิดในตระกูลสูง มีรูปร่างงดงาม ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของคนทั่วไป มีสติปัญญาดี มีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย มีบริวารพร้อม พบพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย บรรลุธรรมได้โดยเร็ว
  • อานิสงส์สูงสุด: นำพาให้เข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุข อันเป็นจุดหมายสูงสุดของชาวพุทธ

อานิสงส์การซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด มีมากมายเหลือคณานับ เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และการมีน้ำใช้ในวัด ยิ่งส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้ดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม อานิสงส์โดยย่อ มีดังนี้

  • อานิสงส์ด้านการมีสุขภาพดี: การมีน้ำสะอาดไว้ใช้ในวัด ช่วยให้พระสงฆ์และผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการใช้น้ำไม่สะอาด ส่งผลให้มีอายุยืนยาว ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
  • อานิสงส์ด้านความสะดวกสบาย: ถังเก็บน้ำที่ใช้งานได้ดี ช่วยให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ต้องลำบากในการหาน้ำ ทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวันในวัดเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
  • อานิสงส์ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา: น้ำที่สะอาดใช้ในกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น การทำความสะอาดศาสนสถาน การประกอบพิธีกรรม การถวายน้ำ เป็นต้น ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • อานิสงส์ด้านจิตใจ: การทำบุญซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด เป็นการทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ เป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจ เป็นสุขทางใจ และเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพหน้า
  • อานิสงส์ด้านทรัพย์สิน: การทำบุญด้วยน้ำ เชื่อว่าจะทำให้ไม่ขาดแคลน มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา ไม่ลำบากเรื่องการเงิน เพราะน้ำเปรียบเสมือนทรัพย์สมบัติ
  • อานิสงส์ในชาติหน้า: เชื่อกันว่าผู้ที่ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ จะได้เกิดในภพภูมิที่ดี มีผิวพรรณผ่องใส ไม่ลำบากเรื่องการกินอยู่ และมีบริวารมากมาย

ขอโมทนาสาธุการ😊🙏

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอบเกียรติบัตร สื่อมวลชน ในโครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เครือข่ายร่วมนักประชาสัมพันธ์8 #จังหวัดภาคเหนือตอนบน #เข้มสื่อทุกชนิด #ทั้งวิทยุ #โทรทัศน์ #แพลตฟอร์มข่าวสื่อออนไลน์ร่วมพลัง ปุกจิตสำนึกประชาชน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 มอบเกียรติบัตรให้กับสื่อมวลชนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ถายใต้โครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ประจำปีงบประมาณ2568 ระหว่างวันที่3-4ก.พ2568 ณ.โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ โฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นการประชุม

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ 2568 นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เป็นประธาน กล่าวปิดโครงการประชุมฯหลังจากได้ดำเนินการมาครบตามเวลาที่กำหนด 2 วัน ทั้งนี้ได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมการประชุมถึงการสร้างเครือข่ายร่วมบูรณาการฯว่า”ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำวิธีการ และ

ความรู้ไปวางแผนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อร่วมรณรงค์เป็นเครือข่ายศนย์JIC จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กรณีอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโมเดลเชียงใหม่ ส่งข้อมูลข่าวสารตรงต่อประชาชนใหรับรู้ เตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือภัยต่างๆ สามารถป้องกันและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน “

สำหรับภาคเช้าในวันที่ 2ของการการประชุม เวลา08.00น.คณะเดินทางไปศึกษดูงานหมูบ้านต้นแบบด้านการรักษาป่าชุมชนปลอดการเผา 100%บ้านต้นผึ้งหมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยคณะได้รับการฟังการบรรยายจากผู้ใหญ่บ้านนางกัญญารัตน์ ธรรมเสน เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ หมู่บ้านสันต้นผึ้งและนำคณะเดินทางไปยังป่าชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบ การดูแลป่าชุมชน

ซึ่งนำเสนอวิธีการจัดการป่าในรูปแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิการใช้กุสโลบายในการรักษาป่า มีการบวชป่าเป็นต้น ตลอดไม่เผาป่า แต่มีการนำใบตองตึงหรือใบตองพลวง นำมาเป็นวัสดุทำภาชนะใส่อาหาร ด้วยการขึ้นรูปด้วยเครื่องขึ้นรูปภาชนะ

ซึ่งเป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากป่าที่ชาวบ้านดูแลลดวัสดุเชื้อไฟและลดปัญหาการเกิดฝุ่นPM2.5ไปอีกหนึ่งวิธี สำหรับเครือข่ายสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นสื่อที่จะเป็นผู้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับส่งตรงถึงมือประชาชนให้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ.

ธนกฤต #วรรณมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐทีวี / ป.ป.ช. น่าน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ โครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนบ้านหนองบัว และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร จ.น่าน / เปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

แชร์เนื้อหานี้

📆 วันที่ 27 – 28 มกราคม 2568 นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันและ

โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ณ โรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน

✅ ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดช่องว่างและโอกาสในการทุจริต ป้องปรามมิให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้นในโครงการดังกล่าว และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหานมโรงเรียนเสื่อมคุณภาพ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียน

เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตกรณีโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในลักษณะเชิงรุก ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการและทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ

📢 “พบเห็นการทุจริตกระซิบ ป.ป.ช.น่าน”
🏫 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 ถนนน่าน – พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
☎️ โทร. 054-716452
🛜 FACEBOOK : สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่านเปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 09.00น.ณ ลานกาแฟวิสาหกิจชุมชนบ้านสันเจริญ หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานเปิดงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน โดยมีท่านนายอำเภอท่าวังผา เกษตรอำเภอท่าวังผาผอ.ททท.สำนักงานน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมพิธี โดยมีนายเทพศักดิ์ หลี่พานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองในนามคณะกรรมการจัดงานกล่าวรายงาน ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน การจัดงานงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลผาทองศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่าน และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชมรมกาแฟพิเศษบ้านสันเจริญ

หมู่บ้านสันเจริญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีประชากรทั้งหมด 920 คน 153 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่ลายล้อมด้วยภูเขา และประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเมื่อน ด้วยลักษณะภูมิ
ประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเล 900 – 1,300 เมตร ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ทำให้ บ้านสันเจริญเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชาวเมี่ยนจะมีประเพณีที่สำคัญที่เรียกว่า ปีใหม่เมื่อนหรือตรุษจีน ซึ่งจะจัดเป็นประประจำทุกปีหลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของบ้านสันเจริญและการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชนเผ่าเฆี่ยน รวมถึงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอีกด้วย
และงานนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (คณะพัฒนาการท่องเที่ยว)
กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าวังผา

ชุมชนบ้านสันเจริญบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงกรอบการดำเนินงานความร่วมมือ เพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการร่วมกัน โดยตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นต่อการพัฒนาที่ชมชนในบริบทของตำบลท่าวังผาสู่ภูมิทัศน์แห่งการแข่งขันใหม่ และเพื่อให้ก้าวทันความเการท่องเที่ยวตามบริบทของการท่องเที่ยวเชิงกาแฟ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL

แชร์เนื้อหานี้

BEAMS #BEAUTY BIZ MASTERY SUMMIT 2024 งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”

ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL จุดประสงค์ที่จัดงานนี้เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจด้านความงามมีความรู้ในเรื่องกฎหมายที่ผู้ประกอบกิจการธุรกิจความงามทุกท่านควรต้องทราบ เช่นการจัดจ้างแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับ การฟ้องร้องข้อพิพาทงานบริการเกี่ยวกับความงามการขอใบประกอบกิจการการค้า การขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและเพื่อให้ความรู้ทางสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยรวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการด้านความงาม

ครูเบลล์ศิริรฎา #ผู้สอนวิชาชีพ BEAUTY

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.ร.วัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน แดงละลานตา ร่วมฉลองวันตรุษเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน

แชร์เนื้อหานี้

กรุงเทพ – โรงเรียนวัดเศวตฉัตรจัดกิจกรรมวันตรุษจีน ครู นักเรียนพร้อมใจสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีน สีแดงละลานตา เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมประเพณีจีนที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวดีๆ มากมาย ทั้งความรักในครอบครัว และความกตัญญูของลูกหลานต่อบรรพบุรุษ

วันนี้ (29 ม.ค.) ณ สนามโรงเรียนวัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน นางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดงานเทศกาลวันตรุษจีนประจำปี 2568 โดยมีนายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนวัดเศวตฉัตรร่วมงานด้วยการสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีนสีแดงละลานตา

นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ขออวยพรให้นักเรียนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ 学习有成เฉวีย-สี-โหย่ว เฉิง (ประสบความสำเร็จในการเรียน)常开เซี้ยว-โข่ว – ฉาง -คาย (เต็มไปด้วยรอยยิ้ม)万事如意 ว่าน -ซื่อ – หรู -อี้ (สมหวังทุกประการ) ทุกวันนี้ชาวจีนและชาวจีนโพ้นทะเลหรือชาวไทยเชื้อสายจีนยังคงยึดถือและปฏิบัติสืบทอดประเพณีตรุษจีนอย่างเข้มงวด เปรียบเสมือนขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ แสดงออกให้เห็นถึงความรักความกตัญญูของสมาชิกในครอบครัว

ขณะที่นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร ระบุว่า วันตรุษจีน ถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน เพราะถือว่าวันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ดังนั้น ชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก วันตรุษจีน ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ และในปีนี้โรงเรียนวัดเศวตฉัตรได้จัดงานวันตรุษจีน ในวันพุธที่ 29 เดือนมกราคม 2568

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาความสำคัญ และวัฒนธรรมประเพณีในวันตรุษจีน 2.เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้จากการจัดกิจกรรม และ 3.เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน มีความมั่นใจ และกล้าแสดงอย่างเหมาะสมในกิจกรรมต่างๆ

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองมุกดาหารเปิดงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว” 4 วัฒนธรรม สุดอลังการ/กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว ครั้งที่ 5 ที่ศาลหลักเมืองมุกดาหาร โดยเป็นการจัดการในรูปแบบผสมผสานระหว่าง 4 วัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม และลาว ซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร โดยมีกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ชาวไทยเชื้อสายจีน – เวียดนาม และนักท่องเที่ยวร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นผู้นำไหว้สักการะศาลหลักเมืองมุกดาหาร เป็นจุดที่ 1 นำไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เป็นจุดที่ 2 สักการะพระเจ้าองค์หลวงวัดศรีมงคลใต้เป็นจุดที่ 3 และไหว้ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องเป็นจุดที่ 4 ซึ่งเป็นสุดท้าย จากนั้นได้นำคณะเข้าสู่บริเวณพิธีสี่แยกย่านเมืองเก่าเทศบาลเมืองมุกดาหาร ชมการแสดงสิงห์โตพร้อมประทัด 1,000 ลูก การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” และการกล่าวสุนทรพจน์ โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์ “ตรุษจีน บ้านฉัน: ชุมชน ความฝันและอนาคต”

นายวรญาณ กล่าวว่า ตรุษจีนมุก ซินจ่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมและพัฒนาการตลาดท่องเที่ยว ซึ่งจะนำมาสู่รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว เป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่นและชุมชนทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อไป โดยมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮัวนำ – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) เทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมภายในบริเวณงาน นายวรญาณ กล่าว

ตรุษจีนมุก #ตรุษจีนซินจ่าว #จังหวัดมุกดาหาร @all #ไฮไลท์ #เอ็งกอ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY รณรงค์ให้ ปชช. ออกมาใช้สิทธิเพิ่มสูงขึ้น ลดบัตรเสียลง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด BIG DAY รณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร

ที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ อปพร. ตำรวจ ศส.ปชต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำกลุ่มสตรี นักเรียน ลูกเสืออาสา กกต. เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย นักศึกษาวิชาทหาร จำนวนประมาณ 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายจักรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรม BIG DAY จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนและจำนวนบัตรเสียในการเลือกตั้งลดลง และเพื่อเสริมสร้างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยอิสระปราศจาก การครอบงำและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

กกตมุกดาหารจัดกิจกรรมbigday #จังหวัดมุกดาหาร #อบจ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดแล้ว BKK Food Bank เขตคลองสาน ร่วมแบ่งปันคนกรุง เพราะสังคมที่ดี คือสังคมที่มีการแบ่งปัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิด BKK Food Bank เขตคลองสาน นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

เข้าร่วมงาน โดยมี นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน และนางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน นำคณะผู้บริหารเขตและเจ้าหน้าที่เขตคลองสาน รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนสิ่งของอุปโภคและบริโภค เข้าร่วมงาน

จากนั้นร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงานเขตคลองสาน พร้อมเยี่ยมชมห้อง BKK Food Bank เขตคลองสาน(แห่งใหม่) และมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภคให้กับกลุ่มเปราะบางภายในงาน โดย นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า BKK Food Bank เขตคลองสาน เป็นศูนย์ที่เรารวบรวมของบริจาคจากประชาชนมาแบ่งปันให้กับผู้เปราะบาง

ทั้งนี้ BKK Food Bank เขตคลองสาน เปิดดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบ BKK Food Bank เพื่อให้สำนักงานเขตเป็นศูนย์กลางประสานระหว่างผู้ที่ต้องการบริจาคกับผู้ขาดแคลน เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเปราะบาง โดยจัดทำเป็นรูปแบบคล้ายซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ผู้ที่ขาดแคลนมาเลือกสินค้าได้

ซึ่งโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเขตกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหารวบรวมวัตถุดิบ และของอุปโภคบริโภคต่างๆ จากผู้บริจาค แล้วส่งต่อกับกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น การเปิดให้บริการ BKK Food Bank เขตคลองสาน

ทั้งนี้ โครงการ BKK Food Bank Center ของสำนักงานเขตคลองสาน ดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง การแก้ปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) จึงได้มีการรวบรวมอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค จากผู้ที่อยากแบ่งปัน ส่งต่ออาหารให้แก่กลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส

ในพื้นที่เขตคลองสาน โดยได้จัดสถานที่เก็บของเสมือนร้านสะดวกซื้อ และให้กลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ในฐานข้อมูลของเขตมาเลือกของที่ต้องการ และยังมีการรับ-ส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Food Surplus) จาก “ผู้บริจาค ตรงสู่ ผู้รับ” ในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SVL กรุ๊ป ร่วมโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1 เพิ่มสารไอโอดีน สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29

แชร์เนื้อหานี้

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีส่งมอบปลากะตักแห้งจำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน จำนวน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋องจำนวน 1,000 กระป๋อง อาหารเพิ่มสารไอโอดีน ตามโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1

สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความร่วมมือจากสมาคมประมงทั่วอ่าวไทย รวมถึงเครือข่ายประมงจากอำเภอบางสะพาน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันส่งมอบ

โดยตัวแทนจากเอสวีแอล กรุ๊ป(SVL Group) ได้ร่วมโครงการฯ และมอบงบประมาณสนับสนุน โดยมีพลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

พร้อมผู้นำพื้นที่ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชนในพื้นที่เครือข่ายชาวประมง อ.บางสะพาน และ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะมีการเคลื่อนทัพลำเลียงอาหารเเห้งเพิ่มสารไอโอดีน มุ่งหน้าขึ้นเหนือ เพื่อส่งต่อให้กับเด็กๆ พื้นที่ห่างไกลต่อไป

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” คึกคัก คู่รักนั่งรถไฟไปจดทะเบียนเท่าเทียมพร้อมฮันนีมูนสุดโรแมนติก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.68 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารใหม่) จ.ประจวบฯ บรรดาคู่รักรวม 6 คู่ นั่งรถไฟขบวน Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพงไปลงยังสถานีรถไฟหัวหิน เพื่อจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งแรกในประเทศไทยร่วมกับคู่รักอีก 17 คู่ รวมทั้งหมด 23 คู่ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

Oplus_131072

ในพิธี นายศรัณยศักดิ์  ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ เจริญธนาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายพลกฤต  พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด พร้อมคนในวงการบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และแขกผู้มีเกียรตินับพันคนร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของหัวหินและจังหวัดประจวบฯในการแสดงออกถึงการยอมรับและสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และคุณค่าของความรักในทุกมิติ ซึ่ง Hua Hin Grand Inter Pride 2025 ไม่เพียงแต่เป็นงานที่สะท้อนถึงการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความอบอุ่น สร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง

โดยหัวหิน ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ไม่เพียงแต่ในด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมเศรษฐกิจของความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Economy) ซึ่งการจัดงานในวันนี้คือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบที่ครอบคลุมและสร้างโอกาสใหม่ ทั้งในด้านของธุรกิจโรงแรม การบริการ ร้านอาหาร และกิจกรรมท้องถิ่นที่จะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนในพื้นที่ ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เมืองหัวหินและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยว ที่ยกระดับในการเป็นเมืองที่พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม”

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในฐานะที่บลูพอร์ต หัวหิน เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในการจัดงาน Hua Hin Grand Inter Pride 2025 เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้หัวหินเป็นเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความเท่าเทียม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างธุรกิจการท่องเที่ยวและการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมในสังคมไทย ถือเป็นก้าวแรกในการปูทางสู่การจัดกิจกรรม Pride Month ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568

ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจในระดับโลกที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนความเท่าเทียม แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับความหลากหลายได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสร้างความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่กำลังกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเมืองหัวหินมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม. 
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้น 21-29 ม.ค.นี้ ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ม.ค. 68 ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน อ.เมืองน่าน จัดแถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค.นี้ ซึ่งจะมีพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป และครบรอบ 122 ปี ศาลเจ้าปึงเถ่ากง จัดโดยเทศบาลเมืองน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน สมาคมพ่อค้าน่าน ททท.สำนักงานน่าน และภาคีเครือข่าย

ทั้งนี้การจัดงานเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประดับตกแต่งสถานที่ให้กลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในพื้นที่ ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของจีน ปลูกฝังจิตสำนึกรัก หวงแหน ภูมิปัญญาของบรรพชน ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความสามัคคีของกลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในจังหวัดน่าน

เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นและชาติพันธุ์ต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนจากการนำสินค้าทางวัฒนธรรมมาสาธิตจัดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย เชิญชมการแสดงเชิดสิงโต การแสดงแสง สี เสียง การรำไท้เก๊ก จำหน่ายอาหาร การประดับโคมไฟ การประกวดภาพถ่าย จุดถ่ายภาพ Check in เซียมซีเสี่ยงทาย การเขียนคำอวยพรพู่กันจีน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจีน และกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้การจัดงานยังได้รับการสนับสนุนการจัดงานจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชุมชนหัวเวียงใต้ ชมรมไท้เก๊ก โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน และโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน (บ้านภูมินทร์) ที่ร่วมประดับตกแต่งแสงไฟสวยงาม และสนับสนุนการแสดงอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารเตรียมงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว’ ครั้งที่ 5 จัดเต็มอาหาร-การแสดง 4 ชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตรุษจีนมุก ซินจ่าว

ระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮั่วนํา – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นายวรญาณ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้เตรียจัดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว เป็นครั้งที่ 5 โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับปีนี้มีความพร้อมในการจัดงานให้ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม เนื่องจากหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมใจกัน และมีความพร้อมทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนที่มาเที่ยวชมงานจะได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งด้านอาหาร ภาษา ศิลปวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ลาว เวียดนาม รวมทั้ง 8 ชนเผ่าในมุกดาหาร

โดยมีกิจกรรมเด่นภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมผู้ว่าพาไหว้ 4 ศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านมุกดาหาร การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” การแสดงเชิดสิงห์โต

การแสดงบาสะโลป 4 แผ่นดิน และการแสดงศิลปะวัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม ตลอด 4 วัน การประกวดหนูน้อยอินโดไชน่า การประกวด Cover Dance การประกวดสุนทรพจน์ การประกวดตกแต่งโคมไฟหน้าบ้านรับตรุษจีน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวลุคชิลสวยงามมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมสไตล์ รวมถึงร่วมกิจกรรมภายในงาน ณ ย่านเมืองเก่ามุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ของทุกวันที่จัดงาน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /117 ปี ของดีเวียงป่าเป้า คนแห่เที่ยวโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

117ปีของดีเวียงป่าเป้าคนแห่เที่ยว เน้นโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความเป็นอัตตาลักษณ์เวียงป่าเป้า อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงรายเป็นอำเภอทางใต้ของจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่กว้างใหญ่ ลักษณะเขาสลับที่ราบมีประกันประมาณ60,000คน

ประกอบด้วย ชนพื้นเมือง ม้ง ลาหู่ ลีซอ กะเกรี่ยง ประกอบด้วย 7ตำบลคือตำบสันสลี ตำบลเวียง ตำบลบ้านโป่ง ตำบลป่างิ้ว ตำบลเวียงกาหลง ตำบลแม่เจดีย์ และตำบลแม่เจดีย์ใหม่. อำเภอเวียงป่าเป้ามีภูเขาสูงชันเป็นอันดับ 5-6ของประเทศ และมีแหล่งกำเนิดต้นน้ำสายสำคัญมีความแปลกไหลขึ้นไปทางทิศเหนือคือแม่น้ำลาว ไหลไปรวมกับน้ำกก ของเชียงราย

จากประวัติการก่อตั้งอำเภอฯช่วงปีพ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่6ได้เสด็จประภาสเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ได้ประทับที่อำเภอแห่งนี้ณ หอ พลับพลา ต่อมาเรียกชื่อพลับพลาเพี้ยนเป็นหอประภา ในปีพ.ศ 2478 แต่เกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอ หอพลับพลาเสียหาย ขุนวร อุทัยธวัช (ช่วง บุญนาค) ได้ย้ายอำเภอข้ามถนนไปทางทิศตะวันตก อาณาเขตติดต่อกับอำเภอดอยะสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ต่อมาได้ทำการยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอเวียงป่าเป้า2450 จนถึงปัจจุบัน รวมอายุได้ 117ปี อำเภอเวียงป่าเป้าโดยนายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า จึงได้จัดงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้า โดยมีการนำของดีทั้ง7ตำบลเอามาอวดโชว์ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว อาทิเช่นเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงฯลฯ

ในครั่งนี้จะสามารถทำให้อำเภอเวียงป่าเป้าเป็นที่รู้จักให้นักท่องเที่ยวแวะเยี่ยมเยียน อำเภอเวียงป่าเป้ายังมีน้ำพุร้อนแม่ขะจาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เป็นจุดพักรถก่อนขึ้นดอยนางแก้วไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และพักรถก่อนขึ้นมายังจังหวัดเชียงราย อีกด้วย

งานของดีเวียงป่าเป้า ตักขึ้นระหว่างวันที่16-23 มกราคม 2568 ณที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้า ในงานดังกล่าวมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดงานอย่างเป็นทางการ ในงานดังกล่าวมีการออกร้านมัจฉากาชาดอำเภอเวียงป่าเป้า มีของรางวัลมากมาย และมีบูธส์เกษตรแม่ปูนหลวง

โครงการหลวง นำผักปลอดสารพิษจำหน่ายให้กับผู้สนใจรักสุขภาพ สภาวัฒนธรรมอำเภอเวียงป่าเป้าได้นำสมุนไพรพื้นบ้านต้มบริการให้ผู้สนใจ “ยาเมือง” อนึ่งยังมีโอท็อปเครื่องจักรสานไม้ไผ่ ของกินพื้นบ้านจิ้นส้ม หรือส้มหมูจำหน่ายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบอาหารพื้นเมือง

นายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้ากล่าวว่าหากนักท่องเที่ยวและประชาชนทราบข่าวนี้เชิญแวะแอ่วงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้าแวะอุดหนุนสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนซึ่งเป็นของดีอำเภอเวียงป่าเป้า.
นายธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 69

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ที่หอประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมืองประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 และมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ โดยมี นางสาวชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัดรักษาการศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ นายธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ คณะครู บุคลากรทางการศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 700 คน

เข้าร่วมพิธี และที่อาคารอเนกประสงค์ (โดม) โรงเรียนหัวหิน พระครูอดุลธรรมพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดคีรีวงศาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในพิธีงานวันครู มีนายสมควร รัชตวิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2 นายประเทือง มัททวีวงศ์ ประธานชมรมครูอำเภอหัวหิน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 800 คน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป พิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ

ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่พระราชบัญญัติครูได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี 2488 เป็น “วันครูแห่งชาติ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประกอบพิธีรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ การแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของครู รวมถึงส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

การจัดงานวันครูในครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสงานวันครู พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลต่างๆ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่างๆ และกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานทุกสังกัด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของเทศบาลตำบลทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ม.ค. 68 ที่ลานหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( สว. ) เป็นประธานในพิธีอ่านสารวันเด็ก พร้อมกล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของเทศบาลตำบลทับสะแก ประจำปี 2568

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ร่วมกิจกรรม ในการนี้ นายสวาป เผ่าประทาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.) ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมมอบของรางวัลในงานด้วย

โดยภายในงานมีให้บริการซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ให้กับเด็กที่ร่วมงานวันเด็กฯ รับชมการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ดังนี้ โรงเรียนสหมิตรวิทยาคม ชื่อชุดการแสดง รำไทยประยุกต์ เลิศลีลา โรงเรียนทับสะแกวิทยา ชื่อชุดการแสดง ทีม ABIGAIL DANCE CERW ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 1. ชื่อชุดการแสดง เพลง แอวลั่นปั๊ด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 2. ชื่อชุดการแสดง อพาร์ทเม้นท์เด็กน้อย

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 3. ชื่อชุดการแสดง เพลง รถซื้อแกง ชมการแสดงมายากล จากคณะ Lionmagic Show โรงเรียนบ้านพุตะแบก ชื่อชุดการแสดง เพลง โด เร มี เดอะชาวด์ออฟ มิวสิค โรงเรียนวัดนาล้อม ชื่อชุดการแสดง เพลง หางเครื่อง โรงเรียนอนุบาลทับสะแก ชื่อชุดการแสดง เพลง ทุ่งลุยลาย

สำหรับเด็กๆ สนุกกับกิจกรรมนันทนาการ การถามตอบปัญหาสลับกับการจับสลากหางบัตรลุ้นรับของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษาบนเวทีใหญ่ ตลอดจนเสร็จสิ้นการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ จากอำเภอทับสะแก และ อำเภอใกล้เคียงร่วมงานจำนวนมาก
/////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จ.น่าน ชำระหนี้แทนเกษตรกร อ.สันติสุข / ททท.สนง.น่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบเงิน จำนวนเงิน 1,095,943.04 บาท ให้กับสหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร อำเภอสันติสุขจำนวน 3 ราย (กรณีหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน) โดยมี นางปรานต์ธรนันท์ อะทะวงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบเงิน ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรสันติสุขจำกัด อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน

ทั้งนี้เกษตรกร สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ

ททท.สำนักงานน่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ร้านบ้านถั่วลิสงค์ อ.เมือง จ.น่าน โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย เทศบาลเมืองน่าน, วัฒนธรรมจังหวัดน่าน, อพท.น่าน,

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน่าน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน, ชมรมที่พักจังหวัดน่าน, ชมรมร้านอาหารจังหวัดน่าน, ตัวแทนเชฟ, ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร และสื่อมวลชนน่าน ร่วมกันระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้ ทาง สนน.ได้รายงานผลการดำเนินงานการจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน

ทั้งเรื่องรายได้ภายในงาน ข้อเสนอแนะละปัญหาจากผู้ประกอบการในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ สนน.กำหนดจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2 ภายใต้ concept “สีสันน่านนคร“ นำเสนอเทศกาลอาหารที่เสนอความสุข ส่งท้ายฤดูหนาว เพื่อต้อนรับความสุขของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ข่วงน้อย อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาลประจวบฯ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี / SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (13 ม.ค.68) เวลา 08.00-16.30 น. พ.ต.ท.ธานินทร์ นุชเจริญ สว.ฯ พร้อมด้วยตำรวจสันติบาลจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี

โดยมี พ.ต.อ.หญิง กัลยา ปุบผา รอง ผบก.ส. 1 เข้าร่วมสังเกตุการณ์การอบรมฯ มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 120 คน มี นางสาวอังคณา ปานประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองปราณบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและค่านิยมความเป็นประชาชนชาวไทย ปลูกฝังอุดมการณ์ รัก เทิดทูน ปกป้อง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ของพลเมืองที่ดี รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการให้ความสำคัญกับการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ในการประยุกต์ใช้ความรู้ คุณประโยชน์จากโครงการพระราชดำริ เพื่อการดำรงชีวิตของตนเอง และนำไปสู่การพัฒนาในระดับชุมชนและสังคมสืบต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

ผมกลุ่มธุรกิจเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน พร้อมตัวแทนพนักงาน จัดเตรียมจักรยาน ชุดเครื่องเขียน แก้วน้ำ และสิ่งของต่างๆ

เพื่อใช้เป็นของขวัญของรางวัล สนับสนุนการจัดกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2568 ให้กับโรงเรียน หน่วยงานราชการ และชุมชนต่างๆ กว่า 10 แห่งในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหลายหน่วยงาน ต่างจัดเตรียมพื้นที่และของขวัญ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมอย่างสนุกสนานและอิ่มเอมใจ

กลุ่มเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมเป็นหนึ่งพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ มอบความสุข ด้วยของขวัญให้เด็ก ๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” เพื่อเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรม

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา
ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 ตั้งแต่เช้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำเป็นประวัติการ 11 องศา นอกจากนี้ยังมีลมกระโชกแรงต่อเนื่องกันแต่เช้ามืด ต้องสวมเสื้อกันหนาวทั้งลูกหลานและผู้ปกครอง มีทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันนำสิ่งของรางวัลมาแจกเด็กๆ 1ปีมีครั้งเดียว

วันที่ 11 ม.ค.ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 โดยมีนายนคร ศิริปัญญานันท์ รอง ผวจ.นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัด นายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยภาคเอกชน นำสิ่งของรางวัลของกินของใช้ ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักพัน เช่นจักรยานเด็ก มามอบให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สร้างความตื่นเต้นดีใจให้เด็กๆ เป็นอย่างมาก จากนั้นนางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ

ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า 1.เพื่อเป็นการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้รับความสนุกสนาน รื่นเริงกล้าแสดงออกในการสร้างสรรค์ ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และห่างไกลจากยาเสพติด 3.เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการศึกษาเรียนรู้ และประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติ 4.เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานต่างภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชนชุมชน และวัดต่างๆ ให้การสนับสนุนของขวัญของรางวัลต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และร่วมออกบูธ จัดนิทรรศการกว่า 60 หน่วยงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดให้มีขึ้น

โดยร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน เช่นคุณบุญมา พันดวง นำรถแห่มาตั้งเวที มอบความบันเทิงรื่นเริงพร้องทั้งมอบของรางวัล เงิน และของดื่มกิน ส่วนประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ และเยาวชน โดยภายในงานมีทั้งกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ การแจกของขวัญของรางวัล ให้กับเด็กๆ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม จนคึกคักท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา และลมพัดกระโชกแรงด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

เป็นประธานอ่านสารวันเด็กแห่งชาติ จากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง ” สำหรับกิจกรรมงานวันเด็ก ประเทศไทยได้เริ่มจัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2530 ให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม เห็นความสำคัญของเด็กและความต้องการของเด็ก รู้จักวิธีเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพดี

ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และจิตสำนึกที่จะรับใช้สังคม ประเทศชาติบ้านเมือง โดยกำหนดให้วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของจังหวัดบึงกาฬ การจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ ทางศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันและสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน มีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกายจิตใจ ตระหนักถึงความสำคัญของตนเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเอง และสังคม และมีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ซึ่งบรรยากาศภายในงานวันนี้ ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานของตนเองหลายพันคน แห่ร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้าตรู โดยในจุดที่เด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจมากที่สุด คือการถ่ายภาพกับยุทโธปกรณ์ของทหารและตำรวจ เพราะใน 1 ปี เด็กๆ จะได้สัมผัสอาวุธที่ใช้ในการปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองที่เป็นของจริง เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก การฝึกบินโดรน เครื่องบินไร้คนขับ การวาดภาพระบายสี และตามด้วยกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ โดยมีหลายหน่วยงานออกซุ้มอาหารและน้ำดื่มแจกเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ก้อง ห้วยไร่” ชวนบุกเชียงใหม่!! ม่วนไปกับศิลปินตัวท็อปแน่นเวทีที่งาน “WTF Music Festival” ที่ J Valley Resort 3 ก.พ. นี้ / สถาบันราชานุกูล ร่วมทำบุญวันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

จัดงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “WTF Music Festival” หรือ “Waterfall Music Festival” ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ J Valley Resort รีสอร์ตที่จะเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างน้ำตกและลำธาร แถมยังมี WTF Coffee Camp คาเฟ่สไตล์แคมป์ปิ้งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวไทยเเละชาวต่างชาติในขณะนี้ เตรียมสร้างโมเมนต์สุดเเสนประทับใจให้กับทุกคน ครั้งแรกกับการฟังเสียงดนตรีท่ามกลางน้ำตกกลางธรรมชาติและวิวที่ดีที่สุดในเชียงใหม่

นอกจากธรรมชาติที่ว่าสุดแล้ว Line Up ศิลปินก็สุดเช่นกัน เมื่อผู้จัดงานรวมตัวท็อปแถวหน้าของเมืองไทยมาแบบจุใจ ถึง 2 STAGE ทั้ง J STAGE เวทีใหญ่ของงาน นำทีมโดย บอดี้สแลม, เจฟ ซาเตอร์, ก้อง ห้วยไร่ feat.สิงโต นำโชค, MEAN และ โบกี้ไลอ้อน ส่วนอีกเวทีอย่าง WTF STAGE ก็ไม่น้อยหน้ากัน นำโดย มีนตรา อินทิรา, เขียนไข และวานิช, ABOY, Wim กานต์ กษิดิ์เดช, DJ และ Local Band ที่จะมาสร้างสีสันให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน

ภายในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้น ณ CASA LAPIN ชั้น 4 สยามพารากอน นำทีมโดย คุณเจ-เอกชัย สุขุมวิทยา ผู้ก่อตั้ง WTF Coffee Camp และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ พร้อมด้วย “ก้อง ห้วยไร่” ที่ควบตำเเหน่งศิลปินเเละ Creative Partner มาร่วมพูดคุยถึงความพิเศษที่ผู้ชมจะได้สัมผัสในงานนี้ โดยงาน WTF Music Festival จะเปิดขายบัตรในวันที่ 9 มกราคม ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ 1. www.Thaiticketmajor.com และ Thaiticket Major ทุกสาขา 2. J Valley Resort แม่ริม เชียงใหม่ 3. ร้าน Jaymart Mobile สาขาภาคเหนือทุกสาขา โดยลูกค้าที่ชำระผ่านบัตร J Wallet Visa ที่จะมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้กับผู้ที่ใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้ง ความสะดวกสบายในการจับจ่ายแบบครบวงจรภายในงานด้วย J Wallet

ก้อง ห้วยไร่ เผยว่า “ผู้ใหญ่เห็นเราเคยจัดงานห้วยไร่ เห็นว่าเรามีประสบการณ์เล็กๆน้อยๆเลยมาแชร์กัน ช่วยกันครับ อย่างเรื่องการเลือกศิลปิน เราพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดมานำเสนอ จริงๆงานนี้ผู้จัดและทีมงานเต็มที่มากๆ มีความตั้งใจมาก ต้องการแค่อยากให้คนรู้ว่าวอเตอร์ฟอลล์ที่ประเทศไทยมันสวยมากๆสวยจริงๆสวยจนอยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาเปล่า เราจัดคอนเสิร์ตในที่ที่ดีมากๆ ถือว่ารอบนี้เป็นการแกรนด์โอเพนนิ่งที่ชัดเจนแล้วครับ”

ใครที่ไม่อยากพลาดกับคอนเสิร์ตท่ามกลางธรรมชาติ ลำธาร น้ำตก และขุนเขาครั้งแรกในไทยที่ แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซื้อบัตรกันได้เลย บัตร Regular ราคา 2,800 บาท, บัตร Premium ราคา 4,500 บาท, บัตร VIP ราคา 15,000 บาทที่รวมบริการรถรับส่ง จนถึงบัตรระดับ VVIP 50,000 บาท (1 ใบสองท่านสำหรับบัตร VVIP) ที่รวมบริการรถรับส่งแบบ Private นอกจากจะได้ชมคอนเสิร์ตใน Private Zone แล้ว ยังจะได้รับแพคเกจดินเนอร์ พร้อมที่พักโรงแรมหรูและบริการรถลีมูซีนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายระดับซุปเปอร์พรีเมียม จากโรงแรมอนันตรา รีสอร์ท เชียงใหม่ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์จะเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของผู้จัดงาน

ผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page : J Valley Resort และ www.Thaiticketmajor.com

คุณกฤชพล อภิรักษ์โยธิน( พี่เสือ Taurus Pub) และ คุณเรย์ อิสรียาร์ มาลัยศรี Miss Thailand World 1991 ที่เป็นสะพานบุญในการร่วมทำบุญวันเด็ก กับ สถาบันราชานุกูล โดยในการนี้มีผู้ร่วมงานอาทิ คุณส้ม ชนากาญจน์ ชัยศรี Miss Thailand World 1990, คุณโยโกะ ทาคาโน, คุณหมู กลศ อัทธเสรี, คุณจอนห์ บราโว่ ร่วมด้วย ซันซัน วริศรา ทวีแสง 2nd Runner Up Miss Landscapes of the World Thailand 2024, ใบตอง กันตา แทนสมบัติ 5th Runner Up Miss Landscapes of the World Thailand 2024, จีน่า พิมพ์ณดา พิชญาจิระพงศ์ Miss Landscape of the world Bangkok 2023

PimnadaPichayajiraphong

WarissaraTaweesang

KantaTansombat

TaurusPub #MTW #MissThaiLandWorld #MissThailandWorld1990 #MissThailandWorld1991

นางงามรักษ์โลก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ฉวีวรรณ คำพา จัดกิจกรรม “บ้านศรี ร้อยรวมใจเทิดพระเกียรติ” ในหลวง ร.10 ครบ 6 รอบ 72 พรรษา รร.เทศบาลบ้านศรีมหาราชา ​ จ.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 9 ม.ค.)​โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา อ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรม “บ้านศรี ร้อยรวมใจเทิดพระเกียรติ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา เนื่องในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นที่ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเทศบาล​บ้านศรีมหาราชา

โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ​พิทักษ์​และเทิดทูนสถาบัน​พระมหากษัตริย์​และคณะสมาคมเมโลเดียน เป็นประธานกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ​ ถวายพระพรชัยมงคล และยังมี ดร.ฐิติ ชัยนาม ประธานโครงการสี่เสาหลัก คณะครูอาจารย์และนักเรียน เข้าร่วม

ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงจากชุมชุมนาฏศิลป์ ชุดเพลงพระราชนิพนธ์ประกอบจิตลีลาเพลงค่ำแล้ว และเพลงยามเย็น การแสดงจากวงโยธวาธิต พิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่นักเรียนเยาวชนดีเด่น ด้านวิชาการ ด้านกีฬา ด้านดนตรี ด้านศิลปะ และด้านนาฏศิลป์ จำนวน 25 คน รวมทั้งการแสดงจากชุมนุมดนตรีสากล วง Reverie และการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนและครู เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

โดยฉวีววรณ กรุ๊ป บริษัท​ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ขณะที่ ดร.ฐิติ ชัยนาม ประธานโครงการสี่เสาหลัก เผยถึงการมอบตราสัญญลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้กับโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา จ.ชลบุรี ในวันนี้ว่าเนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวเข้าเกณฑ์​ใน 2 เรื่องคือ 1.มีวงดุริยางค์​และ 2.เป็นสถาบันการศึกษา​ที่พร้อมจะจัดกิจกรรมและเข้าร่วมในโครงการสร้างจิตสำนึกในความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์​ ซึ่งที่ผ่านมาทางโครงกาาได้มอบตราสัญญลักษณ์ฯ ​ให้กับโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศไปแล้วกว่า 90 แห่ง

ทั้งนี้ โครงการสี่เสาหลักประกอบด้วยเสาที่มีทั้ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และภาคประชาชน ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา โดยภาคประชาชนที่ได้ประสานงานร่วมกับภาครัฐในการจัดกิจกรรมเพื่อเดินตามรอยพระเจ้าอยู่หัวหัวรัชกาลที่ 9 สู่รัชกาลที่ 10 โดยมีจุดเริ่มต้นที่การสร้างต้นแบบความเป็นจิตอาสาให้กับเยาวชน รวมทั้งรณรงค์จิตสำนึกรักชาติ โดยเฉพาะเพลงชาติไทย และที่สำคัญคือเพลงสรรเสริญ​พระ​บารมี

” ในช่วงหนึ่งที่วิชาประวัติศาสตร์​หายไป จึงทำให้เด็กๆไม่เข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์​ว่าที่ผ่านมาบรรพบุรุษ​ของเราได้รักษาชาติบ้านเมืองไว้ ดังนั้นโครงการนี้จะกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญของเสาหลักของประเทศ ที่มีทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์​และประชาชน จึงอยากฝากให้สถาบันการศึกษาให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ ​เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมาของตนเอง ที่อยู่ดีมีสุขทุกวันนี้เพราะการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษ ​ซึ่ง จ.ชลบุรี และศรีราชา ก็เป็นที่ตั้งของศาลพระเจ้าตากสินมหาราช ในหลายจุด ซึ่งในวันนั้หากไม่มีท่านก็ไม่มีเราเช่นกัน” ประธานโครงการสี่เสาหลัก กล่าว

ด้าน ดร.ฉวีวรรณ คำพา เผยถึงการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ให้เยาวชนเห็นความสำคัญของสถาบันหลักของชาติว่า เป็นสิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญมาโดยตลอด และในวันนี้ยังได้มีการอัญเชิญตราสัญญลักษณ์​ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานให้กับโรงเรียนแห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับทั้งครูและนักเรียน และยังได้นำพระบรมฉายาลักษ์​ของพระองค์มามอบให้กับทางโรงเรียน

รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับครูและนักเรียนของโรงเรียนที่มีกว่าพันคนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ์​ และร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติด้วย ส่วน นายสกันณ์วุฒิ เศรษฐีกมล ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ได้ขอบคุณ ดร.ฉวีวรรรณ คำพา ที่มีส่วนสำคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จนทำให้ทางโรงเรียนได้รับตราสัญญาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั​ว ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของทางโรงเรียนอย่างยิ่ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯน่าน พร้อมพี่น้องชาวน่าน ร่วมทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่ เสริมสิริมงคลรับวันแรกของปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ข่วงเมืองน่าน อ.เมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวจังหวัดน่าน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2568 เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวงได้กล่าวสัมโมทนียกถาอวยพรปีใหม่ ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดน่าน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักรบาตร ถือเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในแบบวิถีไทย

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพร เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 ในนามของจังหวัดน่าน ขออำนวยอวยพร ให้ทุกท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้น ขอให้มีความสุขต่อตนเอง และครอบครัว ตลอดปี 2568 และตลอดไป
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 8 มอบหมายให้ สภ.เคียนซา ร่วม อบต.อปพร กู้ภัย ปกครอง สาธารณสุข ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชน ลดอุบัติเหตุ เทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เรียนผู้บังคับบัญชา ตำรวจภูธรภาค 8 ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สภ.เคียนซา วันนี้( 31 ธ.ค.2567 ) เวลา 09.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อานุภาพ จันดิถวงค์ ผกก.สภ.เคียนซา, พ.ต.ท.อนุชิต มีพรมแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.เคียนซา และ พ.ต.ท.ปรีชา สมนุ่น สวป.สภ.เคียนซา

สั่งการให้ ร.ต.ท.สุพจน์ เพชรช่วย รอง สว.(ป)สภ.เคียนซา ร่วม รอง นายก อบต.,จนท. อปพร – กู้ภัย – ปกครอง และจนท.สาธารณสุขร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชนลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568 หน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลพ่วงพรมคร ม.1 ต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สฏ. เหตุการณ์ปกติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

จิตติพงศ์ จากระโหนด ผอ.ข่าวภูมิภาค ภาคใต้ รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเมืองชล ถวายสักการะเนื่องใน “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ประจำปี 2567 และ ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ บริการ ทางถนน/ทางน้ำ สร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยวเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ธ.ค.67 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายสักการะเนื่องใน "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ประจำปี 2567 จังหวัดชลบุรี โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมไก่ฯ นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี, นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ และนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี

วันที่ 28 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2311 เป็นวันสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ จนได้สมัญญาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีพระราชกรณียกิจทีสำคัญคือการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงใช้เวลา 5 เดือนเศษ ในการรวบรวมไพร่พลแล้ว ทรงยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ซึ่งตั้งอยู่ ณ ค่ายโพธิ์สามต้น เข้ากอบกู้เอกราชจนได้รับชัยชนะในที่สุด เป็นการกอบกู้เอกราชของชาติไทยกลับคืนมา หลังจากเสียกรุงแก่พม่าเพียง 7 เดือน อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้น ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2311

โดยพระองค์มีพระนามว่าพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่เรียกขนานนามพระองค์ ติดปากว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานี รวมระยะเวลาทรงครองราชย์ 15 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทางรัฐบาล อีกทั้งปวงประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพากันถวายพระเกียรติ ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ ให้เป็นวันระลึก “วันตากสินมหาราช” ต่อไป

 จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 100 ทุน โดยวัดใหญ่อินทารามได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 มีท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ (จำรัส ภัทโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดใหญ่อินทาราม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี ครอบครัวมีฐานะยากจนโดย ทุนการศึกษานี้ ได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวง พระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช 28 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี


ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีนำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา
วันที่ 29 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำ และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี พัทยาใต้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย และไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือเกาะล้าน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณสถานีขนส่งพัทยาเหนือ

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแนะให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งจังหวัดชลบุรี เป็นประตูสู่จังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ  ทำให้ปริมาณยานพาหนะบนทางหลวงมีปริมาณสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้ห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนประชาชนที่เดินทางแล้ว ง่วงนอน เมื่อยล้า ก็สามารถแวะพักจุดบริการต่างๆ ได้

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ Pattaya Countdown 2025

ค่ำวันที่ 29 ธ.ค.65 ที่บริเวณปะรำพิํีธีชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ รองปลัด อบจ.ชลบุรี ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.ชลบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Pattaya Countdown 2025 โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

สำหรับงาน Pattaya Countdown 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.65 โดยตลอด 3 วันการจัดงานมีการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินจำนวนมาก พร้อมการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารต่างๆ มากมาย

งาน Pattaya Countdown 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาสู่การท่องเที่ยวระดับโลก ตลอดจนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่น

อีกทั้งยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยเมืองพัทยาได้รับความร่วมมือที่ดีจากสถานีโทรทัศน์ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ดำเนินการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้รร.บ้านไร่ยาว และรร.บ้านควนคีรีวง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่ยาว และโรงเรียนบ้านควนคีรีวง ตำบล พ่วงพรมคร อำเภอ เคียนซา จังหวัด สุราษธานี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทำให้เด็กมีความสุขกับการได้ออกกำลังกายครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.กระทรวงคมนาคม ปล่อยขบวนรถ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 มุกดาหาร / รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567 เวลา 9.00 น.นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานปล่อยขบวนรถอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับประชาชนตลอดช่วงเทศกาล ภายใต้หัวข้อเดินทางสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทใส่ใจทุกเส้นทาง

โดยมีนายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม
พร้อมด้วยนายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานบริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร

อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปิดเผยว่าตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยภายใต้การรณรงค์เทศกาลความสุขทุกที่ทั่วไทยเดินทางสะดวกปลอดภัยบน

โครงข่ายคมนาคมซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้น้อมรับนโยบายดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเช่นการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย หน่วยบริการประชาชน จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน และระบบซีซีทีวีตลอดจนจัดชุดตรวจการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเฝ้าระวังสายทางติดตั้งสัญญาณไฟวับวาบบริเวณจุดเสี่ยง

ทั้งนี้ประชาชนควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146

ภาพ​/ข่าว​ BBชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก อดีตนักการเมืองแห่สมัครชิงเก้าอี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567​ ที่หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร ได้จัดให้มีการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรรินทร์ ชาลีพุทธาพงษ์ ผู้อำนวยการการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่าที่ร้อยเอก วัทธิกร ทรงยศวัฒนา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ร่วมปฏิบัติหน้าที่ และมึนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

โดยบรรยากาศช่วงเช้าของวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่ละคนมาพร้อมกับกองเชียร์และรถขบวนแห่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เดินทางมาเป็นคนแรก พร้อมกับนายณกร ชารีพันธ์ ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 พรรคประชาชน และได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์ พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช (เจ้าจันทกินรี) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก เพื่อเป็นสิริมงคล

ขณะที่มีผู้มาสมัครก่อนเวลา 8.30 น. รวม 4 คน คือ นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน นายบุญฐิน ประทุมลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 2 พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และนายคมสัน ไชยต้นเทือก อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

โดยผู้สมัครดังกล่าวเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. ถือว่ามาก่อนเวลาเปิดรับสมัคร และไม่สามารถตกลงในเรื่องเลขหมายประจำตัวกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ทุกคนดำเนินการจับฉลาก ผลปรากฏว่า นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ ได้หมายเลข 1 พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ หมายเลข 2 นายคมสัน ไชยต้นเทือก หมายเลข 3 นายบุญฐิน ประทุมลี หมายเลข 4 และนายวีระพงษ์​ ทองผา​ หมายเลข 5 มาสมัครเป็นคนสุดท้าย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​092-5259777​