คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขายแอลกอฮอล์ ในวันทางศาสนาได้ กำหนดโซนนิ่ง 5 ตำบลใน อ.เมือง / สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตามที่จังหวัดชุมพร แจ้งให้อำเภอเมืองชุมพร พิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ตามข้อ 3 ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 โดยให้คำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาจังหวัด หรือแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลสถานการณ์พักแรม จำนวนผู้เยี่ยมเยือน รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่เป็นสำคัญ และวิเคราะห์ข้อดีที่จะได้รับและข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ และจัดทำแผนมาตรการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมาย เพื่อรองรับการกำหนดพื้นที่หรือบริเวณดังกล่าว ตลอดจนรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร ได้เชิญคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในกรณีดังกล่าวผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจาก สภ.เมืองชุมพร สภ.ปากน้ำชุมพร สภ.บ้านวิสัยเหนือ สาธารณสุข อ.เมืองชุมพร พัฒนาการ อ.เมืองชุมพร ท้องถิ่น อ.เมืองชุมพร ผู้แทนจากเทศบาลเมืองชุมพร เทศบาลเมืองท่ายาง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ผู้แทนสมาคมโรงแรมจังหวัดชุมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร ผู้แทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ราชการ อ.เมืองชุมพรที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีมติให้กำหนดพื้นที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาจำนวน 5 พื้นที่คือ 1.เขตเทศบาลเมืองชุมพร (ต.ท่าตะเภา) 2.ตำบลนาทุ่ง 3.ตำบลนาชะอัง 4.ตำบลท่ายาง และ 5.ตำบลปากน้ำ โดยสถานที่สามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสำคัญทางศาสนาทั้ง 5 วัน ในพื้นที่ 5 ตำบล จะต้องเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บรืการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ฎ.กำหนดพื้นที่ (Zonning), คำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558, ปว.50 กฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (กรณีที่มีการแสดงมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเธค คาราโอเกะ ตู้เพลง หรือการแสดงอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอนึ่ง ในการลงมติมีกรรมการงดออกเสียง 2 คนคือ นายอำเภอเมืองชุมพร (ประธานการประชุม) และ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ซึ่งอำเภอเมืองชุมพรจะนำมติของที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุมในระดับจังหวัดต่อไป

สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน จ.153/2568 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” มอบหมายให้
พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม, พ.ต.ท.โตษณ พันธุ์ทอง,พ.ต.ท.วรรณโน จิตภิบาล สวป.สภ.ละแม ประกอบด้วย ร.ต.อ.สุชาติ หนูชัยแก้ว รอง สวป.สภ.ละแม,ร.ต.ท.ธรรมนูญ นกเขา, จ.ส.ต.อาทิตย์ อิศเรนทร์. จ.ส.ต.อภิชัย เผือกเกิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 36 ม.6 ต.สวนแตง อ.ละแม จว.ชุมพร
ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ออกสืบสวนจับกุมความผิดต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ในห้วงระดมกวาด ล้างอาชญากรรมระยะแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จากการสืบสวนและสายลับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 239 หมู่ที่ 9 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและมักมีกลุ่มวัยรุ่นมา มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบมาโดยตลอด และวันนี้ 24 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียก และแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ได้พบเจ้าของบ้าน และ นางสาว วัดนาหรือหนู (สงวนนามสกุล) ทราบชื่อภายหลัง อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถามว่ามา ทำอะไร นางสาว รัตนาหรือหนู แจ้งว่าตนเป็นคนดูแลทำความสะอาดบ้าน จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เห็น นางสาวรัตนาฯ แสดงอาการทำที่มีพิรุธกระวนกระวายตลอดเวลา ต่อมา นางสาวรัตนาฯขอเข้าห้องน้ำอ้างว่าจะขอเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่ผู้ต้องหาออกมาจากห้องน้ำเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ต.โดษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม เจ้าพนักงาน ปปส.เลขที่ ๖๗๐๓๒๙๐ ได้แสดงบัตร และได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขอทำการทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้น พบว่าให้ผลบวก (เป็นสีม่วง) แสดงว่ามีสาร เสพติดในตัวอย่างแต่ดูลักษณะท่าทางของผู้ต้องหา ท่าทางมีพิรุธสั่นกลัว ชุดจับกุมเชื่อว่าภายในบ้านอาจมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นซุกซ่อนอยู่หากเนิ่นช้ากว่าจะขอหมายค้นมาทำการตรวจค้นทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดอาจถูก โยกย้าย ซุกซ่อน ทำลายทำให้เสื่อมสภาพไปหรือบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ บุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือมีทรัพย์สินได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจจะใช้เป็น พยานหลักฐานสิ้นสภาพไปจากเดิมเมื่อแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นให้ผู้ต้องหาทราบ และ พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง ได้แสดงบัตร พร้อมตรวจสอบเอกสารบัตร ปปส.เข้าใจ และพอใจแล้วยินยอมให้ตรวจค้น และนำตรวจค้นตลอด โดย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบดินทร์ เป็นผู้ตรวจค้น และผู้ต้องหานำตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าเป็นคนสุดท้ายพบของ กลางข้างต้น สอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอให้คำให้การตามข้างต้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้นำตัว ผู้ต้องหามา สภ.ฯ และได้ตรวจเก็บปัสสาวะโดยนำปัสสาวะใส่ขวดปิดฉลาก ระบุชื่อ และเซ็นชื่อกำกับที่ฝ่าขวดเรียบร้อย และ ได้ทำหนังสือส่งโรงพยาบาลละแม เพื่อตรวจผลหาสารเสพติดยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจจากโรงพยาบาลละแม แพทย์ ยืนกันว่าพบสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาตามหนังสือข้างต้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ เมื่อผู้ต้องหา ทราบ สิทธิ์ และข้อกล่าวหาดีแล้วให้การรับสารภาพตามรายละเอียดข้างต้น จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พง ส.สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำปี งบประมาณ 2568 งบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต.โนนหัน

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวเปิดงาน โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำงบประมาณ 2568

ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคลอง กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก ให้แก่ ครู/ ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงโครงการ ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโนนหัน มีวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก

ให้กับผู้ปกครอง บุคคลากร ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นโรคติดต่อในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอบรมความรู้เรื่องการเฝ้าระวังในครั้งนี้ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติทักษะการล้างมือที่ถูกวิธี
นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์

ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง และเด็กในศูนย์พัฒนาจำนวน 60 คน ที่พาบุตรหลานร่วมกิจกรรมฯครั้งนี้
ผู้มีเกียรติ ทั้งท้องที่ และท้องถิ่น ร่วมงานครั้งนี้ เช่น

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต โนนหัน-นายกิตพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต โนนหัน-นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลโนนหัน-นางสาวจตุรภัทร จันหา รองปลัด อ.บ.ต.โนนหัน
-นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
-นางสาวรุ่งศริ ภูมิคอนสาร

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก มีการฝึกทักษะการล้างมือที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองและเด็ก ร่วมกันทำความสะอาด อาคาร สถานที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ ภายในศูนย์ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง

ขอนแก่นเมืองหัตกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ก๊วนกอล์ฟชุมพรระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี มทบ.44 ได้ยอดบริจาครวม 336,180 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จังหวัดชุมพร มีพิธีมอบรางวัลการแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยรางวัลแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธีประจำค่ายเขตอุดมศักดิ์ พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (ผบ.มทบ.44) เป็น

ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร และนักธุรกิจชื่อดังในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาฯ ดังนี้:

นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร มอบเงิน 100,000 บาทนายนิษกัณฐ์ ยังสุข โดยมีนายนันพิพัฒน์ ดวงธิราช เป็นผู้แทนมอบเงิน 100,000 บาทดร.ธน บุญเกิด

โดยมีนายสุธานน บุญเกิด เป็นผู้แทนมอบเงิน 36,180 บาทโปรอวย ศิริธร นาแพง มอบเงิน 60,000 บาทนายอนุวัติ วัชรพงษ์ เจ้าของบริษัท อีซูซุสุพรภัณฑ์ชุมพร จำกัด มอบเงิน 20,000 บาทนายสรไกร เมืองเทียน มอบเงิน 10,000 บาท

นายภาคย์ นวษุกร มอบเงิน 10,000 บาท ยอดบริจาคในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 336,180 บาท ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาพลับพลาพิธีเพื่อประโยชน์ของค่ายเขตอุดมศักดิ์และชุมชนต่อไป

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เห็นบรรยากาศนักกอล์ฟอยู่ในกิจกรรมจนวินาทีสุดท้ายถือว่าทุกท่านทุกคนให้ความเป็นกันเองกับ มทบ.44 บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก และในโอกาสครั้งต่อๆไปคง

จะได้มีโอกาสจัดงานในลักษณะนี้อีก แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากนักกอล์ฟในจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มาให้มากยิ่งขึ้นไป ในวันนี้ประสบความสำเร็จที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากกำลังพลและครอบครัวของมณฑลทหารบกที่ 44 แล้วก็นักกอล์ฟทุกท่านที่ได้มาร่วมกันในวันนี้ขอขอบคุณมากๆครับผม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ได้จัดโครงการ ฟ.ฟันยิ้มสวย กองทุนหลักประกันสุขภาพนายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายอัมรินทร์ อารัมภวิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน
นายณัฐวุฒิ วิเศษวงษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา
นายประจวบ ดีบุญมี ณ ชุมแพ ประธานกรรมการสถานศึกษา
นายณัฐวุฒิ เเสงสว่าง สมาชิกสภาเทศบาล/กรรมการสถานศึกษา

รวมถึงปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่าย เเละได้รับความรู้จาก
วิทยากร นางสาวกัญญารัตน์ สอนเวียง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน
เเละผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นการอบรมให้ความรู้ในเรื่องการดูเเลสุภาพในช่องปากเเละเคลือบฟลูออไรด์วานิชให้กับเด็กนักเรียน

สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 11.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง

ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อมูลบัญชีผู้ค้าผู้เสพ(Re x-ray) ประกอบกับมีคำร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีลูกหลานมั่วสุมเสพยาบ้า และเกิดทรัพย์สินในหมู่บ้านสูญหาย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการจับกุมผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อำเภอชุมแพ จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ตำบลวังหินลาด และตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดดังนี้

1) นายศราวุธ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาวตำบลนาจาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางยาบ้า 15 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด2) นายกฤตยศชญ์ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวตำบลโนนหันอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 2 กระบอก พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาดจุด .38 special 15 นัด กระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด

3) นายราวี (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ชาวตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด4) นายสุริยา (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุดจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอชุมแพ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

ปกครองอำเภอชุมแพ จับตำรวจยศนายดาบเสพยา!! ที่แท้ตำรวจเวียงเก่า นำส่ง พงส.สภ.ชุมแพ ดำเนินคดี

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 14.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.ท.ลักษ์ ด้วงลำพันธ์ รอง ผกก.สว.สส. สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อม ชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ชุมแพ อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray) ดังนี้

1) นายพิเชษฐ์ (ตามสมมุติ) อายุ 44 ปี ชาวตำบลหนองเสาเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นของกลาง ยาบ้า จำนวน 3,840 เม็ด และอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 2 นัด2) นายไพรวัลย์ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ชาวตำบลหนองสองเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลาง ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด

3)นายมาลี (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาวตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี/น.ส.พ.สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนข. จัดเวที ‘แลนด์บริดจ์’ พร้อมประกาศความพร้อม การประมูลโครงการฯ ตามนโยบายของรัฐบาล /พบประชาชน ครั้งที่ 8 พื้นที่ต.วังใหม่ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ได้ดำเนินการจัดการสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ ห้องลอฟท์ มาเนีย 1 โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูทิกโฮเทล อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการ ข้อมูลและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและข้อมูลรูปแบบการลงทุนจากข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไทยและต่างชาติ โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการสัมมนาในครั้งนี้ และมีตัวแทนจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการสัมมนา

นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการฯ ในทุกประเด็น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าโครงการฯ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38% (กรณีวิเคราะห์เฉพาะท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า) โดยรูปแบบโครงการฯ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งด้วยเส้นทางคมนาคม พาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 2 อำเภอ 9 ตำบล ได้แก่

จ.ระนอง อ.เมืองระนอง ต.ราชกรูด และ จ.ชุมพร อ.หลังสวน ต.บางน้ำจืด ต.นาขา ต.วังตะกอ ต.หาดยาย อ.พะโต๊ะ ต.ปังหวาน ต.พระรักษ์ ต.พะโต๊ะ ต.ปากทรง ระยะทางรวม 89.35 กิโลเมตร ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองขนาด 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาดรางมาตรฐาน (Standard Gauge) และทางรถไฟขนาดราง 1 เมตร (Meter Gauge) พร้อมถนนบริการ ภายในพื้นที่เขตทาง 175 เมตร โดยมีการใช้ระบบขนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเรือเป็นระบบท่าเรืออัตโนมัติ (Automation Port) การบริหารจัดการท่าเรือที่ทันสมัย (Smart Port) และการบริหารท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port) รวมทั้ง มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากมีการพัฒนาโครงการ

แลนด์บริดจ์ จะสามารถลดเวลาในขนส่งตู้สินค้าได้ถึง 4 วันและสามารถลดต้นทุนการขนส่งลงถึง 15% และจะทำให้ประเทศไทยเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้าของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ สนข. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน และศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรอบด้านจากการพัฒนาโครงการ ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบคมนาคมทั้งทางถนน ทางรถไฟ และสนามบินในพื้นที่ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และการขนส่งตู้สินค้าเพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ (2) การสร้างโอกาสการจ้างงานในพื้นที่ และทั้งประเทศถึง 280,000 ตำแหน่ง (3) การเพิ่มโอกาสของภาคเอกชนไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและประมง อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ยา เวชภัณฑ์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น และ (4) เกิดการพัฒนาต่อเนื่องทั้งด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (น้ำประปา ไฟฟ้า การกำจัดขยะ) นอกจากนี้ในการศึกษามีการระบุให้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรองรับการจ้างงานของคนในพื้นที่ เข้าทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังการพัฒนา โครงการ

สำหรับประเด็นข้อกังวลต่าง ๆ จากภาคประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ เช่น ผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ หรือมาตรการในการชดเชยเยียวยา กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นอย่างไรนั้น ทาง สนข.ได้รับทราบข้อกังวลทั้งหมดจากประชาชนผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 60 เวที และได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบร่วมกับผลการศึกษา เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยยึดหลักการพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่นผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในการศึกษาครั้งนี้มีการกำหนดให้ผู้รับผิดชอบโครงการทำการจัดตั้งกองทุน โดยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สมทบเงินเข้ากองทุน และนำเงินในกองทุนเพื่อไปใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และส่งเสริมให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก่อนมีการพัฒนาโครงการ

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มีความสมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป สนข.กำลังจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อดำเนินการจัดหานักลงทุนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะมีความพร้อมในการประกวดราคาในปีหน้า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และประชาชนทั้งประเทศมีความกินดีอยู่ดี มีรายได้ มีงานทำต่อ

จังหวัดชุมพรพบประชาชน ครั้งที่ 8 พื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(22 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร ร่วมโครงการจังหวัดพบประชาชนจังหวัดชุมพร “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ประจำปี 2568

ณ สำนักงานเทศบาลตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมีหัวหน้าส่วนราชหาร ข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ สาธารณสุข เหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร แม่บ้านมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยนำบริการต่างๆ อาทิ บริการด้านการแพทย์ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่นสายตาฟรี บริการทำบัตรประชาชนนอกสถานที่ บริการให้คำปรึกษา รับร้องเรียนร้องทุกข์ แจกพันธุ์ต้นไม้ พืชผัก พันธุ์ปลา มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ มอบทุนการศึกษา และมอบจักรยาน ให้แก่นักเรียน เป็นต้น
โครงการจังหวัดพบประชาชนจังหวัดชุมพร “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

เป็นโครงการสืบเนื่องมาจากแผนพัฒนาจังหวัดชุมพร พ.ศ. 2566 – 2570 สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนา ที่ยั่งยืนและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้เป้าหมายการพัฒนา (วิสัยทัศน์) ที่ว่า “ชุมพร เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจดีและมีคุณค่ามุ่งสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในการสร้างคนคุณภาพ พัฒนาสังคมแห่งความสันติสุข มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและ

ทรัพย์สิน และการพัฒนาชุมชนให้มีความมั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดจึงได้จัดหน่วยบริการประชาชนขึ้น โดยบูรณาการหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชนต่าง ๆ ร่วมออกพบปะ เยี่ยมเยียน พร้อมนำบริการของภาครัฐ มาให้บริการพี่น้องประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการออกหน่วยบริการ ไว้เดือนละหนึ่งครั้ง หมุนเวียนไปยังอำเภอต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอ


นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ เปิดเผย กระผมมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาพบปะ เยี่ยมเยียน พี่น้องประชาชนชาวตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร ทุกท่าน ในวันนี้ ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนา (วิสัยทัศน์) ที่ว่า “ชุมพร เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจดีและมีคุณค่า มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”

ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนา จังหวัด ในการสร้างคนคุณภาพ พัฒนาสังคมแห่งความสันติสุข มีความ มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการพัฒนาชุมชนให้มีความ มั่นคง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดจึงได้จัดหน่วยบริการ ประชาชนขึ้น

โดยบูรณาการหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรเอกชนต่าง ๆ ร่วมออกพบปะ เยี่ยมเยียน พร้อมนำบริการของภาครัฐมาให้บริการพี่น้องประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการออกหน่วย บริการไว้เดือนละหนึ่งครั้ง หมุนเวียนไปยังอำเภอต่าง ๆ ครอบคลุม พื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชุมพร และ

ในวันนี้ นับเป็นโอกาสอันดี ที่จังหวัดได้นำงานบริการ ของหน่วยงานต่าง ๆ มาให้บริการ และดูแล แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร จึงอยากให้ทุกท่านที่ได้มาร่วมงานโครงการในวันนี้ ได้ใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหน่วยงานที่ออกหน่วยให้บริการ ในครั้งนี้ มีความตั้งใจและพร้อมที่จะให้บริการแก่พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านด้วยความยินดียิ่ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แต่งตั้ง ดร.จิต นั่งนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.ประจวบ ประชุมเครือข่าย 8 จังหวัดองค์กรภาคีฯผู้ประกอบการร้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 สิงหาคม 68 ที่ รร.ปราณบุรีคาบาน่า รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแฝงลอย แห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการร้านค้าแฝงลอยฯ กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลาง ร่วมประชุมสัญจร เพื่อกำหนดกฏเกณฑ์ รูปแบบ ระเบียบ ในรูปแบบของแต่ละจังหวัดในนามของสมาคมฯ

เพื่อให้สอดคล้องขานรับกับนโยบายของทางรัฐบาล พร้อมกันนี้ก็ได้มีการแต่งตั้ง ดร.จิตสิริกร หน่อทิม เจ้าของร้านอาหาร”อิ่มอกอิ่มใจ” เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย(สาขาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ขึ้นมารองรับ การขยายเครือข่าย สมาคมฯ ออกสู่ทั่วประเทศให้ผู้คนได้รับรู้ ว่าแต่ละจังหวัด นั้นจะมีรายการ อาหาร ในระดับท้องถิ่นที่มีคุณภาพ ให้ได้เห็น

สำหรับในการแต่งตั้ง นายกสมาคมฯ ของจังหวัดประจวบฯ ในครั้งนี้ทาง ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ปข. นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหินชะอำ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจวบฯ และคณะฯ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ที่ทางสมาคมฯ นี้จะยกระดับร้านค้าอาหารของ ปข. รวม 8 อำเภอ ให้ผู้คนทั่วประเทศได้รู้จัก

ดร.สิทธิชัยฯ กล่าวว่า ตนเองขอแสดงความยินดี กับสมาคมฯ และก็ทราบดีว่านายกฯ นั้นก็มีร้านอาหารที่อร่อย และเป็นเสน่ห์ ให้กับผู้ที่มาเยือน จนทำให้เกิดความประทับใจ และเป็นเอกลักษณ์ ให้กับ จ.ประจวบฯ การที่ได้มีการรวมตัวกันในสัดส่วนของ ร้านอาหาร แผงลอย ในแต่ละอำเภอ ก็จะทำให้ผู้คนที่มาได้จักอาหารการกิน มากยิ่งขึ้นทำให้โครงการนโยบาย”ประจวบต้องไปต่อ”

ได้เดินไปสู่เป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้นการที่ทางคณะองค์กรภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด และนายกสมาคมฯ มาร่วมกันในวัน ตนเองในฐานะ ผวจ.ปข.ก็ขอแสดงความยินดีที่มาเยือน ซึ่งตนเองก็จะพาคณะของสมาคมฯ ปข.ได้เยือนทางสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดด้วยเช่นกัน
/////////////////////////// ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคทช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (21 สิงหาคม 2568) เวลา09.00น. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่มเติม) ของตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน คณะทำงานและเลขานุการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการ

นโยบายที่ดินแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น อำเภอปักธงชัย เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ณ อาคารเอนกประสงค์อบต.สะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนคราชสีมา
ทั้งนี้ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

สำหรับแบบรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่ม) นั้นจะเน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
(ประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน) 2.ชุมชนที่เกี่ยวข้อง (ประชาชนที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมีชื่ออยู่
ในทะเบียนบ้าน บริเวณหมู่บ้านถัดไปในบริเวณเพิกถอน/ขยาย ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร) 3.ประชาชนทั่วไป โดยใช้ประเด็นคำถาม : เส้นแนวเขตที่ใช้ในการปรับปรุงแผนที่แมวรขสุขยานแห่งฮานาติกับสาม

ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์บ้า และพันธุ์พืช จะดำเนินการปรับปรุงเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 โดยใช้เส้นแนวเขตอทยานแห่งชาติลานปี 2543 เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนที่ดินของรัฐ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็น จะเลือกตอบว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย พร้อมระบุเหตุผล

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยามแห่งชาติทับลาน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ นำผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” พร้อมพิธีถวายพระราชกุศล

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 06.30 น. ณ วัดโชติรสธรรมากร ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ

โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากกิจกรรมเริ่มต้นด้วย พิธีตักบาตรเช้า

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและเรียบง่าย ผู้เข้าร่วมต่างพร้อมใจแต่งกายด้วยผ้าไทย นุ่งซิ่น หิ้วปิ่นโต หิ้วตะกร้า นำอาหารมาร่วมตักบาตรและทำบุญตามวิถีชุมชน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม

พร้อมกันนี้ ได้จัด พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวันราชธิดา เพื่อทรงหายจากอาการประชวรโดยเร็ววัน

โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างกุศลร่วมกัน แต่ยังช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เสริมสร้างความสามัคคีในสังคม และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สวนกระแสเศรษฐกิจแย่ขายอาหารเช้าราคาจับต้องได้ ชาวบ้านอุดหนุนเพียบ.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา05.30นของวันที่20 สิงหาคม 2568ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้ไปที่ร้านขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ซึ่งมี ป้าวัย 61 ชื่อนางเคียง พนม ยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ขายดีหลักพันบาทต่อวัน เคล็ดลับที่ขายดีมากว่า30ปี คือ ความซื่อสัตย์

หนึ่งในเทรนด์อาหารเช้า ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ยังติดโผ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย อย่างปาท่องโก๋ร้าน ร้านป้าเคียงเป็นร้ายเล็กๆ คล้ายรถเข็น ป้าแกขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋มาตั้งแต่เป็นสาวจนปัจจุบันป้าเคียง พนม อายุ 61 ปี ก็ยังขายน้ำเต้าหู้ในราคาถุงละ5บาทปาท่องโก๋ตัวละ1บาทเป็นราคาที่ประชาชนจับต้องได้ในเวลาเศรฐกิจขาลง ที่สี่แยกไฟแดง ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ทุกวัน ตั้งแต่เช้ามืดจนเวลาประมาณเก้าโมงเช้าของที่ชายหมดป้าก็จะกลับบ้าน และเป็นร้านน้ำน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ร้านเดียวในตำบลสารจิตรที่ขายมานานมีลูกค้าทั้งตำบลสารจิตรและตำบลบ้านแก่ง ทั้งสองตำบล มาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก่กันทุกวัน ไม่ใช่มีแต่น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋นะ ป้าเคียง แกยังร้อยมาลัยและทำดอกไม้เป็นกำมาขายอีกด้วย ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องสูตรการทำนั้นป้าเคียงแกเล่าว่า

สูตรในการทำปาท่องโก๋นั้น ตนเองเตรียมแป้งตั้งแต่ตีหัวค่ำประมาณสองทุ่งจะผสมแป้งตามอัตราส่วนที่สมดลกันน่าจะคล้ายกับแม่ค้าที่อื่นที่ทำแต่ที่กรอบและอร่อยไม่อมน้ำมันนั้น ป้าเล่าว่า ต้องใช้น้ำมันที่ร้อน และเปลี่ยนน้ำมันทุกวัน และเวลาที่ทอดจะต้องสังเกต ดูว่าจะมีคราบแป้งที่ไหม้ติดก้นกระทะหรือไม่ ถ้ามองเห็นว่ามีแป้งติดกันกระทะและไหม้ป้าเคียง

จะหยุดทอดปาท่องโก๋และนำน้ำมันมาเทเพื่อทำความสะอาดก้นกระทะเมื่อล้างเสร็จก็นำมาทอดใหม่ ด้วยอุณหภูมิที่ปานกลางไฟไม่แรงจนเกินไป ต้องคอยดูพลิกตัวปาท่องโก๋ด้านที่สุกไว้ด้านบนเพื่อให้อีกด้านได้สุกเมื่อแล้วใช้ตระแกรงตักเขย่าให้น้ำมันออกแล้วนำใส่ถาดที่วางไว้ขาย เท่านี้ก็จะได้ปาท่องโก่ที่กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ส่วนน้ำเต้าหู้นั้น ป้าเคียงแกเตรียมต้มมาจากบ้านโดยลุกต้มน้ำเต้าหู้ตั้งแต่ตีหนึ่งทำตามสูตรปกติทั่วไป

ต้มเสร็จบรรจุใส่ถุงพลาสติก แล้วนำเก็บใส่กล่องโพมไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิให้น้ำเต้าหู้นั้นร้อยอยู่เสมอเวลาตีสามก็นำออกไปขายที่สี่แยกสารจิตรลูกค้าที่มาประจำมีทุกที่มีทั้งรับไปขายต่อและทานเองแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความซื่อสัตย์กับลูกค้า นางคียง พนม กล่าว
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ส.ค.2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืน ฯ หมู่ 1 บ้านไร่ใน ตำบลแสงอรุณอำเภอทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นายสิทธิพร คงหอม
นายอำเภอทับสะแกเป็นประธานในพิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2568

โดยมี พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยางพ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมีสว.อก.สภ.ห้วยยางน.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก

นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ นายชาตรี วนิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยางนาย บุญช่วย โพธิ์ทองผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านไร่ใน นาย ทิวา สุขอวบอ่องผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2บ้านแสงทอง

พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจาก ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านอาสาสมัครสาธารณสุข ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ประชาชนชุมชนบ้านไร่ใน และบ้านแสงทอง พร้อมผู้กล้า

ร่วมพิธีปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2568 พร้อมมอบป้ายคุ้มสีขาว สมุดประจำตัวผู้บำบัด แฟ้มข้อมูล พร้อมมอบพื้นที่ส่งต่อความยั่งยืนให้กับชุมชนบ้านไร่ในหมู่ 1 และบ้านแสงทอง หมู่ 2 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าโคราช เร่งฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดยาเสพให้มีรายได้ ตามแผนนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(19ส.ค.68)นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีนำผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดในพื้นที่อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกิจกรรมโครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงิน

ออม ชีวิตใหม่เริ่มได้ทุกวัน ตามนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด ได้มีงานทำ มีรายได้ ต่อยอดอาชีพที่ได้รับการฝึกฝน จนสามารถหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการนำ 2 นโยบาย หลักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทั้งนโยบายบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม และนโยบาย No Drugs No Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด มาต่อยอดเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูและฝึกอาชีพให้กับกับผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด

โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้มีรายได้ ซึ่งไม่เพียงแต่การปลูกต้นไม้เพื่อเป็นรายได้ ทางจังหวัดนครราชสีมาได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดูแลผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดทุกราย อย่างใกล้ชิด

โดยวางแนวทางในการช่วยเหลือผู้ทั้งการฝึกฝนอาชีพและการได้รับการศึกษา เพื่อที่บุคคลเหล่านั้นจะสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขไม่หันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป นายกิตติศักดิ์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู ร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น สืบสานรักษาต่อยอด กิจกรรมจิตรอาสาพัฒนา

แชร์เนื้อหานี้

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘
๑๔ สิงหาคม พ.ฺศ.๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๒๐ เป็นต้นไป

ณ วัดแจ้งสว่างนอก ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอชุมแพ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ประธานในพิธี นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน กล่าววัตถุประสงค์

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เราทำดีด้วยหัวใจ มีองค์ต่างๆ อธิ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต3 อำเภอชุมแพ
นางสาวดลดา กาญจนกิจบำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายอัมรินทร์

อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นางสาวจารุณี จันเวียง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน

นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) หัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่นเทศบาลตำบลโนนหัน พร้อมส่วนราชการในพื้น กำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลโนนหัน ตำบลโนนสะอาด ตำรวจ ทหาร ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความ/ดี ด้วยหัวใจ/

เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ หาที่สุดมิได้ โดยการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมครั้งนี้
นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน กล่าวถึงโครงการจิตอาสา หน่วยพระราชทาน และประชาชน


เราทำความดี ด้วยหัวใจ”สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างความสุข ร่วมกัน”
กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ณ ลานพระธาตุหลวงชุมแพ วัดแจ้งสว่างนอก บ้านแสนสุข ตำบลโนนสะอาด

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

กรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู ร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ
อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่นวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

นายไพศาล วงษ์ซีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู ได้เป็น ประธานในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

▶️ เวลา 07.30 น.พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล

▶️ เวลา 18.00 น.พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และ

  • พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล โดยมีข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
  • จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่อำเภอสีชมพูเข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 12 สิงหาคม 2568 พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘

๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๗.๐๐ น. นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย และภรรยา ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ ณ บริเวณพิธีหอประชุมอำเภอชุมแพ โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานฯ

พร้อมนี้มีส่วนราชการในพื้นที่และองค์กรต่างๆ ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อธิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภออาวุโส

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายโยธิน สิทธิ พัฒนาการอำเภอชุมแพ นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ พร้อมด้วยนายเกรียงไกร วิริยะอาชา นางสาวรติมา ศิริวรพิทักษ์

นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ นายไตรภพ โฮมหงษ์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ พันจ่าตรีวัชกร หาญปราบ หัวหน้าสำนักปลัด

เทศบาล นางขาวเวียง เจียมศักดานุวัฒน์ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ, ผู้อำนวยการ รพ.สต.,ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนมตราไก่ย่าง – เมล็ดฟักทองตรามือ ร่วม มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุนทหารช่วยชายแดน ไทย – กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท บี.เค.วาย. จำกัด ผู้ผลิต ขนมตราไก่ย่าง เป็ดย่าง – เมล็ดฟักทองตรามือ นำโดย คุณชาตรี – คุณมณีรัตน์ เหล่าวณิชย์วิทย์ พร้อมผู้บริหาร พนักงาน ร่วมทำบุญ 105,670 บาท เพื่อจัดซื้อตาข่ายป้องกัน เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมด้วยบริจาค เมล็ดฟักทองตรามือ ขนมตราไก่ย่าง-เป็ดย่าง รวม 50 ลัง

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมมอบผ้ายันต์และวัตถุมงคล อธิษฐานจิตจาก หลวงพ่อวีระ วัดราชสิทธารามฯ (วัดพลับ) , ร่วมกองทุนช่วยทหารบาดเจ็บ (ก่อนหน้านี้)

ร่วมพลังบุญกับ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นำโดย พลตรีกิตติ ประพิตรไพศาล ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้เดินทางไปมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค ตาข่ายป้องกัน และวัตถุมงคล ที่ได้รับการสนับสนุน ให้กับกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน ชายแดน ที่ จ.สุรินทร์ และ จ.สระแก้ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสิริมงคล

ขออนุโมทนาบุญ และ ส่งผลบุญ ให้แด่กัลยาณมิตร สมปรารถนาในมงคล
และ ขอให้แผ่นดินไทย ขอให้ร่มเย็นเป็นสุข เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา เผยแผ่ธรรม ช่วยมนุษย์สรรพสัตว์พ้นทุกข์ เทอญ…ข่าวสาร ธรรมทาน งานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรมสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา จัดดื่มน้ำชาการกุศล ในงานสานสัมพันธ์มัสยิดฯ /รูดม่านปิดฉากแข่งเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 ส.ค.68 มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี พัทยา โดย อิหม่ามสุมาน สุไลมาน อิหม่ามประจำมัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี พัทยา และฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ประธานจัดงานฯ ได้ให้การต้อนรับพี่น้องมุสลิมและแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีดื่มน้ำชาการกุศล ในงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 โดยบรรยากาศในปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางพี่น้องชายไทยมุสลิมในพื้นที่ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 นี้ จัดขึ้นเพื่อหารายได้บำรุงการศึกษาและกิจการของมัสยิด โดยในงานมีการจำหน่ายอาการฮาลาลการกุศล กิจกรรมของนักเรียนมุสลิม การดื่มน้ำชาการกุศล การอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน การดุอาขอพร และการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ละหมาดคือพลังแห่งชีวิต นำไปสู่การพัฒนาตนเองและสังคม“

ในงานยังได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานกุศลเป็นจำนวนมาก อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา รวมทั้งตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองหนองปรือ และอีกมากมายเข้าร่วมงานด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ประธานจัดงานสานสัมพันธ์มัสยิดแซ็คมูฮำหมัดอาลีซุกรี่ พัทยา ประจำปี 2568 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมุสลิมที่อาศัยในเมืองพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน จนกลายเป็นกิจกรรมหลักที่ได้รับการตอบที่ดีจากทุกภาคส่วน ซึ่งในฐานะคณะจัดงานก็จะได้ตั้งใจทำในปีต่อๆ ไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวมุสลิมทุกคนได้มาพบปะพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป

รูดม่านปิดฉากแข่งเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 ชื่นชมงานจัดยิ่งใหญ่ ประทับใจไม่รู้ลืม

ตามที่สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ Heroes Taekwondo เลือกเมืองพัทยาจัดการแข่งขันเทควันโดรายการ เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 โดยมีนักกีฬาจาก 29 ประเทศ มีนักกีฬาร่วมแข่งขันกว่า 4,000 รายการ

ล่าสุด ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน วันที่ 10 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของงานยังเป็นไปอย่างคึกคักไม่ต่างจากวันแรก มีทั้งนักกีฬา ทีมงาน ทีมสตาร์ฟ ผู้ฝึกสอน รวมถึงครอบครัว เดินทางมาให้นักกีฬากันอย่างล้นหลามจนเต็มสเตเดี่ยมของอาคารกรีฑาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยวันสุดท้ายของการแข่งขัน ในภาคเช้าจะเป็นการแข่งขันประเภทการต่อสู้ Kyorugi และ Poomsae ในรุ่นต่างๆ ตามช่วงอายุที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด ส่วนในภาคบ่ายจะพ่วงมาด้วยการแข่งขันประเภท Taekwondo Dance โดยแต่ละประเทศต่างส่งนักกีฬาตัวทีเด็ดลงมาร่วมชิงชัยกันอย่างสนุกสนาน

ในวันสุดท้ายของการแข่งขันเทควันโด เดอะ ฮีโร่ เทควันโด อินเตอร์เนชันแนล แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 8 (The 8th Heroes Taekwondo International Championchip) ได้รีบเกียรติจากนายไพโรจน์ มาอยู่ดี ผู้แทนจากสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ร่วมมอบเหรียญรางวัลให้ผู้ชนะเลิศการแข่งขันในประเภทต่างๆ ตลอดทั้งวัน ด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรีที่ดี

ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เข้าร่วมงานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดงานแข่งขันเทควันโดที่ได้มาตรฐานและใหญ่ที่สุดที่เคยมีการจัดการแข่งขันมาในประเทศไทย ด้วยความพร้อมพร้อมของสถานที่ ระบบการดำเนินการของคณะผู้จัด ตลอดจนการวางแผนงานในเรื่องต่างๆ ทำให้งานออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างที่สุด แสดงให้เห็นว่าเมืองพัทยาคือเมืองท่องเที่ยวทางด้านกีฬาระดับโลกอย่างชัดเจน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาชิก”สุมหัวรักบ้านพ่อ“ร่วม ส่งกำลังใจให้ทหารที่อยู่แนวหน้าปลอดภัยทุกคน จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบ้านพ่อ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 10 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30น. นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ และ นางสุมิตา วงศ์สัมฤทธิ์เจ้าของบ้านสวยเฟอร์นิเจอร์จังหวัดชุมพร ได้นำกลุ่มสุมหัวทำความดีจำนวน 120 คนจัดกิจกรรมทำความดี ”สุมหัวรักบ้านพ่อ“ประจำเดือนสิงหาคม

ที่ ครัวพอเพียง โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ จังหวัดชุมพร โดยกลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อจะร่วมตัวจัดกิจกรรมทำความดี วันนี้มาทำความสะอาดที่บ้านพ่อเป็นประจำทุกเดือนเพื่อความสวยงามและปรับภูมิทัศน์ให้บ้านพ่อให้มีความสง่าและเชิญชวนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยวยังบ้านพ่ออยู่ตลอด

นางสุมิตา วงศ์สัมฤทธิ์ กลุ่มซุ้มหัวรักบ้านพ่อได้จัดกิจกรรมประจำเดือนวันนี้รวมตัวมาทำความดีที่บ้านพ่อจำนวน 120 คนโดยมาทำความสะอาดที่บ้านพ่อและในวันนี้ได้จัดกิจกรรมส่งกำลังใจให้ทหารที่อยู่แนวหน้าปลอดภัยจากภยันอันตรายทุกคนและ
กลุ่มสมหัวทำความดีพร้อมประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ขอสดุดีให้กับทหารกล้าทุกคนที่ เสียสละชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยให้ประชาชนที่อยู่แนวหลังได้อยู่อย่างสุขสบายขอขอบคุณมาก

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันแม่แห่งชาติ 93 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ.2568 ณ .รร.ชุมชนโนนหันวันครู อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ประธานในพิธีกิจกรรมวันแม่แห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘

ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ดร.สุขวัชร เทพปิน ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู นางวีระญา บ้านเหล่า รองผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู ให้การต้อนรับ หัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น

หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ใกล้เคียง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโนนหัน องค์กรต่างๆ พร้อมผู้ปกครอง และร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกมะลิ นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน

ประกอบพิธีถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถวายพานพุ่มดอกมะลิ เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ กล่าวคำถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล

เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีพระแม่ไทย ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เสร็จพิธีเทิดพระเกียรติ เวลาต่อเนื่องชมการแสดงของนักเรียนโรงเรียนชุมชนโนนหันวันครู ประกาศเกียรติคุณคุณแม่ดีเด่น มอบทุนการศึกษา

มีผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก อธิ นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน

(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) ผู้แทน นางพยงค์ ศรีภา ประธานพัฒนาสตรีระดับอำเภอชุมแพ/ประธานพัฒนาสตรีระดับตำบลโนนหัน ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ในฐานะประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวขอบคุณ ผู้ปกครอง องค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมวันแม่ครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลาย สิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมระดับจ.น่าน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ห้องกัลปพฤกษ์ น่านกรีนเลควิว รีสอร์ท ตำบลไชสถาน อำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมประเภทต่าง ๆ

ระดับจังหวัด ประจำปี 2568 โดยมีนางณัฐนรี ศรีชัยยะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และผู้ประกอบการ ช่างทอผ้า ช่างหัตถกรรม เข้าร่วม

จังหวัดน่านมีผลงานที่ส่งคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งประกอบด้วยผ้าทอ ผ้าปัก ผ้ามัดย้อม เทคนิคต่างๆ และงานหัตถกรรม จำนวนรวมทั้งสิ้น 81 ชิ้นงาน สะท้อนถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และทักษะฝีมือของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และช่างหัตถกรรมในพื้นที่จังหวัดน่านได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นการน้อมนำพระราชดำริอันทรงคุณค่าของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาหัตถกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน” ให้

สามารถดำรงอยู่ในสังคมไทยได้อย่างมั่นคง และมีศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.อรรถกร” ลงพื้นที่ จ.น่าน ระดมกำลัง เปิดปฏิบัติการเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงข้ามวัดภูมินทร์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยกระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ร่วมกันปฏิบัติการฟื้นฟูความสะอาดในพื้นที่

จังหวัดน่าน ภายใต้โครงการ “คาราวานคืนความสะอาด เก็บกวาดขยะ ล้างถนน” เพื่อร่วมกันเร่งฟื้นฟูและบรรเทาปัญหาหลังอุทกภัย โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม

     นาย อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยจากพายุ “วิภา” ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่านในช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานและการเกษตรเป็นวงกว้าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน และหน่วยงานในสังกัด จึงร่วมกับจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายจิตอาสา 

จัดกิจกรรมปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนในเบื้องต้น และสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการเกษตรให้กลับมาดำเนินการได้โดยเร็ว ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การขุดลอกและปรับปรุงระบบส่งน้ำที่ตื้นเขินหรือได้รับความเสียหาย การซ่อมแซมอาคารชลประทานที่สำคัญ การให้ความช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบของแรงงาน เครื่องจักรกล และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้กล่าวให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ร่วมปฏิบัติงาน และปล่อยคาราวานรถสนับสนุนการทำความสะอาด รวมกว่า 30 คัน รถทุกคันเคลื่อนขบวนออกปฏิบัติการไปยังถนน และชุมชนต่างๆ ในจังหวัดน่าน เพื่อจัดเก็บรวบรวมขยะออกจากพื้นที่ ฉีดน้ำทำความ

สะอาดถนนเร่งแก้ปัญหามลภาวะและสิ่งแวดล้อมของเมืองน่าน สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่มุ่งหวังฟื้นฟูเมืองน่านให้กลับมาสวยงามและปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จากศรัทธาสู่น้ำใจที่ไหลหลั่ง #มูลนิธิพุทธภูมิธรรมร่วมสมทบปัจจัยช่วยผู้ได้รับผลกระทบ #กับคณะบุญหลวงพ่อสมเกียรติ ชิตมาโร

แชร์เนื้อหานี้

มูลนิธิพุทธภูมิธรรมร่วมสมทบปัจจัยแด่ หลวงพ่อสมเกียรติ ชิตมาโร วัดป่าถ้ำพระเทพนิมิตร คณะสงฆ์ และคณะศิษยานุศิษย์ นำสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค อาหารสดและแห้ง ไปมอบให้กับทหารและผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะในพื้นที่ต่างๆในจ.ศรีสะเกษ

การเดินทางผ่าน 9 จังหวัดของคณะหลวงพ่อสมเกียรติ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 03:00 น. อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร มหาสารคาม ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

“ไม่ได้ไปจะเสียใจ”หลวงพ่อได้บอกกล่าว การตัดสินใจจึงตอบรับตอนเกือบ 3 ทุ่ม การไปเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้รักชาติไทย ประเทศไทย และคนไทยสุดยอดที่สุดแล้ว

คณะเดินทางเล็กๆที่ไม่เล็กเลย นับรถที่บรรทุกของติดนัมเบอร์ได้ 29 คัน แต่ที่แจ้งกันบอกรวมแล้วเกือบ 40 คัน ไม่รวมสิบล้อขนข้าว และหกล้อนะ สนุกล่ะทีนี้ ความเร็วแต่ละคันไม่ธรรมดาเลย เมื่อยลุ้นทุกโค้ง

ในการนี้ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรมได้เดินทางไปช่วยผู้ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงได้เจอกับหลวงพ่อ และต่างช่วยกันทำหน้าที่อย่างที่สุดหลวงพ่อบอกว่า การสนทนาสั้นๆในแต่ละที่ ทำให้รู้ว่าชาวบ้านเขาทุกข์มาก กลับบ้านก็ไม่ได้ ไม่กลับก็ไม่ได้ ความห่วงความหวงและแน่นอน บ้านเราย่อมสบายที่สุด โรงเรียนถูกปิดการ

เรียนการสอน เปลี่ยนเป็นที่พักพิงชั่วคราว การอยู่การนอนตามอัตภาพ ไม่ได้มีความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ก็ต้องอดทนกันไป วันนี้ด้วยเวลาที่มีจำกัด ได้ทานข้าวผู้อพยพ ต้องขอบคุณแม่ครัว ปักหลักทำอาหารตลอดเวลา สุดยอดมากๆ มีเรื่องราวมากมายที่ได้รับรู้และเรียนรู้ และจดจำ

งานนี้คงอีกยาว เรื่องจริงคือผู้อพยพยังเสี่ยงที่จะได้รับอนุญาติให้กับบ้านของตน
ขอให้ทุกแรงบุญที่ร่วมกันดูแลปกป้องรักษาชาติไทย ทหาร หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในบุญครั้งนี้ ตลอดจนผู้อพยพทุกๆท่าน จงมีแต่ความโชคดี บุญรักษาทุกคนเทอญ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เลือดเนื้อ เชื้อชาติไทย” ไปด้วยใจ ศูนย์รับผู้อพยพวัดป่าซำตารมย์ ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2558 นำทีมโดย นายพัฒนา โต๊ะชาลี ที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ ด้านกฎหมาย นายสราวุต อ่อนทรวง บก.ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ และ หัวหน้าศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนังสือพิมพ์เรื่องจริงผ่านเลนส์ พร้อมทีมงานและผู้ใหญ่ใจบุญ จากจังหวัดสกลนคร นครพนมกว่า30 ชีวิต ได้นำข้าวสารอาหารและน้ำดื่ม ไปมอบที่ศูนย์ บ้านซำตารมณ์ ลงพื้นที่จริง ในอำเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ แก่ผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากการประทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา

ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฏาคม 2568 ยอดทั้งหมด 330 คน รับผู้อพยจาก ต.รุง ต.ทุ่งใหญ่ ต.เมือง ต.หนองหญ้าลาด ต.สังเม็ก ต.ขนุน ต.บึงมะลู ต.น้ำอ้อม ต.เวียงเหนือ ต.ชำ ต.สวนกล้วย รวม 11 ตำบล ของอำเภอกันทรลักษ์ มีทั้งผู้สูงอายุ ผู้

พิการ เด็กเล็ก เด็กอ่อน และหญิงตั้งครรภ์ สื่งที่ต้องการจะเป็นอาหารสด หมู ปลา ไก่ ไข่ ผัก เพื่อนำมาทำอาหารให้กับผู้อพยพได้ทาน ทั้ง 3 มื้อ ต่อวัน ครับ และขอกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ ใจบุญที่มอบ ข้าวสารมาม่าน้ำดื่มยากันยุง ขนม เสื้อผ้า สาด หมอน ผ้าห่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ และ

นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวนิชย์ นายอำเภอบ้านม่วงพร้อมชาวบ้านจังหวัดสกลนคร และพ่อค้าแม่ค้าจังหวัดนครพนม ทุกท่าน รายชื่อผู้สนับสนุน และร่วมบริจาคสิ่งของ จากอำเภอบ้านม่วงจังหวัดสกนคร นายสมพาร์น เหล่าไชย ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอ บ้านม่วง อ.ส. ยุทธนา สุ่มมาตย์ อ.ส. ธีระศักดิ์ บุญปากดี อ.ส. ปิติพงษ์ ศรีขันแก้ว.อ.ส. นันธวุฒิ ศรีสุธรรม อ.ส. เกียรติยศ เพชรนอก นางสาวพรรัตน์ หงษ์วิไล จนท.ปกครอง
นางภาวรินทร์ อาพัดนอก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

รายชื่อผู้ใหญ่ใจบุญและทีมงานจิตอาสาชาวบ้านลงพื้นที่มอบสิ่งของ
นางสาวภาวินี มูลสนาม นางสาวปุญณิศา มูลสนาม นางสาวกฤษชนก ไทยบวงนายพัฒนา โต๊ะชาลี นายธีระศักดิ์ น้อยชาลี นายธนภัทร น้อยชาลี นายสันตะ น้อยชาลี เด็กหญิงกัญญาภัทร น้อยชาลี เด็กหญิงฐิติภัทร น้อยชาลี เด็กหญิง

เสาวลักษณ์ น้อยชาลี นางสาวเสริม ภูดางวัว นางเตรียมจิตร ทุมกิ่ง
คุณอ่อนสา แจ่นประโคน คุณคำแสน ผลเคน คุณประเสริฐ เสริมสุข คุณวิไลลัก จันทโคตร คุณสมจิตร ราชเมือง คุณฉวีวรรณ คำเพ็ง คุณปัญญา คุณทรงธรรม วงค์เทศ คุณศุภกิจ โพธิ์ศรีมีสุข คุณคณิต ชัยจันทร์ ผู้สื่อข่าว บริษัทสุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์มสกล จำกัด นางสาวภาวินี มูลสนาม

นางสาวปุญณิศา มูลสนาม นางสาวกฤษชนก ไทยบวง นายพัฒนา โต๊ะชาลี นายธีระศักดิ์ น้อยชาลี นายธนภัทร น้อยชาลี นายสันตะ น้อยชาลี เด็กหญิงกัญญาภัทร น้อยชาลี เด็กหญิงฐิติภัทร น้อยชาลีเด็กหญิงเสาวลักษณ์ น้อยชาลี นางสาวเสริม ภูดางวัว นางเตรียมจิตร ทุมกิ่ง คุณอ่อนสา แจ่นประโคน คุณคำแสน ผลเคน คุณประเสริฐ เสริมสุข คุณวิไลลัก จันทโคตร

คุณสมจิตร ราชเมือง คุณฉวีวรรณ คำเพ็ง คุณปัญญา คุณทรงธรรม วงค์เทศ คุณศุภกิจ โพธิ์ศรีมีสุข คุณคณิต ชัยจันทร์ ผู้สื่อข่าวร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ชัชวาล ดวงแก้ว ผกก.สภ.สว่างแดนดิน พ.ต.ท. สมพงษ์แรงรอบ รอง.ผกก.สส.สส.ภูผธรจังหวัดนครพนม คุณประสิทธิ์ สาขา ผู้อำนวยการแขวงการหลวงที่ 1 สกลนคร บริษัทสุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์มสกล จำกัด จีรพัฒน์ ไชยา บานเย็น ภาโสม วนิดา โพธิ์ไพร วิชาการ โพธิ์ไพร ดาว สมฤทธิ์ ชัญรัตน์ ก่อเกื้อ

สราวุต อ่อทรวง ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม เยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากชายแดนไทย – กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(3ส.ค.68) เวลา10.30น. นางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ,

นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ,รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, สมาชิกสภาจังหวัดนครราชสีมา,ศิลปินแห่งชาติ ,ผู้แทนจากมทส.และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา

เยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจังหวัดนครราชสีมา

\ โดยมี พ.อ. รัฐสรรค์ ภูวนาถวรกิตติ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ให้การต้อนรับและ

รายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )

แชร์เนื้อหานี้

บุญของท่านสำเร็จแล้ว❗️มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมบุญกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในพิธีถวายทุนแด่พระภิกษุ สามเณร ผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ประจำปีพ.ศ.2568 (ปีที่ 4 )วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.00 น.นางสาว สาธิมา ลาชโรจน์ รองประธานและผอ.ศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรมเป็นตัวแทนทุกท่าน เป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

จากนั้นเวลา 13.30 น.พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานในพิธีและคณะบุญ ร่วมถวายทุนแด่พระภิกษุสามเณรสอบได้เปรียญธธรรม 9 ประโยค จำนวน 72 รูปโดยแบ่งเป็นพระภิกษุจำนวน 53 รูป สามเณร 19 รูป ณ ห้องพินิตประชานาถ ชั้น 2 ภายในศาลาว่าการกลาโหมเพื่อเป็นการถวายความอุปถัปถัมภ์พระภิกษุสามเณร

ผู้รับภาระสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้มีขวัญและกำลังใจดำรงมั่นอยู่ในสนสมเพศ และเพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระราชศรัทธาถวายความอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรที่ ได้พากเพียรเรียนพระบาลีอันเป็นภาษาที่ทรงไว้ ซึ่งหลักคำสอนอันเป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

มูลนิธิพุทธภูมิธรรมกราบอนุโมทนาสาธุบุญ และนำบุญแด่กัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมบุญในครั้งนี้เทอญ สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ1 สิงหาคม 2568 : 09.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : รับบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้แล้ว จาก รร.บรรจงรัตน์ ซึ่งมี นางวาม ดุลยากร ผอ.รร.,คณะผู้บริหาร รร.,นักเรียน,ประธานเครือข่าย รร.บรรจงรัตน์ทุกชั้น ร่วมในพิธีมอบ ณ รร.บรรจงรัตน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

***ขอขอบคุณผู้บริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลโรงเรียนบรรจงรัตน์ทหารผ่นศึกบัตรชั้นที่1


1 สิงหาคม 2568 : 13.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์,

พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ล.บ. และคณะ : ลงพื้นที่มอบนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง ให้กับ รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ซึ่งมี คณะครู นักเรียน ร่วมในพิธีรับมอบ ณ ห้องประชุม รร.พลร่มอนุสรณ์มิตรภาพที่ 50 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณ รร.บรรจงรัตน์ : บริจาคนมกล่องสำหรับเด็กนักเรียน จำนวน 22 ลัง มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เครือซีพี ส่งมอบถุงกำลังใจ 1,000 ชุด พร้อมระดม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ฟื้นฟูจังหวัดน่านหลังน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

1 สิงหาคม 2568 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ส่งมอบ “ถุงกำลังใจ” ชุดอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ชุด พร้อมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

โดยมี คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณณปภัช จันทรแสง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม ธุรกิจข้าว ธุรกิจพืชครบวงจร และธุรกิจขนส่งและบริการ เป็นตัวแทน ส่งมอบให้แก่ นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ณ สำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์

ตลอดช่วงวิกฤตที่ผ่านมา เครือซีพีได้จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย จังหวัดน่าน” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานการให้ความช่วยเหลือ โดยมี “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งมอบของจำเป็นถึงชุมชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรภาคีในพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากจังหวัดน่าน, เทศบาลเมืองน่าน, โรงครัวพระราชทาน, มูลนิธิเพชรเกษม, มูลนิธิฮักเมืองน่าน, โรงพยาบาลน่าน, ฝูงบิน 466 กองทัพอากาศน่าน และเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และครอบคลุมที่สุด

การสนับสนุนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทในเครือฯ ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ที่ได้ร่วมกันส่งมอบวัตถุดิบสด อาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสาร สัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการติดต่อสื่อสารของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่หลายชุมชนยังคงต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เครือซีพีจึงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรม Big Cleaning Day จ.น่าน โดยระดมทีม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ร่วมกับเยาวชนจิตอาสาจากโรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา เข้าช่วยเก็บขยะ ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ พร้อมจัดรถน้ำสะอาด รถขนขยะ และแจกไม้กวาดทางมะพร้าวจำนวน 1,000 ด้าม ให้ครัวเรือนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อช่วยให้ชุมชนกลับมาสะอาดและน่าอยู่อีกครั้ง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ได้บูรณาการการช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งด้านการจัดส่งถุงกำลังใจ การส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม ระบบสื่อสาร การสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ตลอดจนกิจกรรมฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรจิตอาสาอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ชาวน่านสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /สุดอาลัย!สิ้นเจ้าคณะจ.ชุมพร ฝ่ายมหานิกาย / ถนนคนเดินฯชุมพรพร้อมใจติดธงชาติและไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา / ทอดผ้าป่าสามัคคี สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) ยอดรวม 306, 417 บาท

แชร์เนื้อหานี้


ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อตฺถจารี) เจ้าคณะจังหวัดชุมพร (มหานิกาย) และเจ้าอาวาสวัดบุรณะ (วัดนอก) พระอารมหลวง ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้ละสังขารที่โรงพยาบาลหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในเวลาประมาณ 00.29 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2568 สิริอายุ 72 ปี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติโยมและพุทธศานิกชนชาวชุมพร โดยญาติโยมและบุคคลใกล้ชิดเปิดเผยว่า สาเหตุของการละสังขาร อาจเกิดจากโรคประจำตัวที่พระเทพวชิรปฏิภาณอาพาธมานานนั่นคือโรคไต อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดจำเป็นต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลหลังสวน วัดราชบุรณะ (วัดนอก) พระอารามหลวง และ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพรก่อน

สำหรับ พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อตฺถจารี) มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัณยบัฏว่า พระพรหมวัชรปฏิภาณ สุวิธานปฏิบัติศาสนกิจนายก ดิลกสุศีลาจารมหาบัณฑิต อภิธรรมปิฎกวรพุทธกิจสุตสิกขาสมาทาน
ไพศาลภัทรทัสสนียนิวาสนวีรธรรมาภรณ มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี ณ สถิต วัดราชบุรณะ (วัดนอก) พระอารามหลวง ต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 16 (กิตติมศักดิ์) เจ้าคณะจังหวัดชุมพร เจ้าอาวาสวัดราชบุรณะ พระอารามหลวง ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลท่ามะพลา และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอหลังสวน

ถนนคนเดินฯชุมพรพร้อมใจติดธงชาติและไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ ถนน นวมินทร์ร่วมใจ (ถนนเลียบทางรถไฟ) ตรงข้ามร้านปะการัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดตลาดนัดชุมชน

“ถนนคนเดินเลียบทางรถไฟชุมพร” บรรดาผู้ประกอบการที่นำสินค้า มีทั้งหมดประมาณ 140 บูธ เข้าร่วมจำหน่าย ได้พร้อมใจกันแสดงออกถึงความรักชาติ ด้วย

การประดับธงชาติไทยเต็มไปหมด มีประชาขมาเดินตลาดจำนวนนับ พัน ได้พร้อมใจยืนเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น.

ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่มาเดินเลือกซื้อสินค้า ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้พี่น้องชาวไทยและเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวน

ชายแดน (ตชด.) ทหารพราน อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาด้วยเป็นการให้พ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดชุมพร ได้แสดงออกถึงความรักชาติ แผ่นดินของเราจะไม่ให้ใครมาย่ำยี จะไม่ยอมเสียให้ใครแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ดังคำที่ว่า คนไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

ทอดผ้าป่าสามัคคี สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) ยอดรวม 306, 417 บาท

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 คุณพิจิตร อ่อนละมัยนายกสมาคมข้าราชการบำเหน็จบำนาญกระทรวงสาธารณสุข จ.ชุมพร ร่วมกับคุณธรรมนูญ –คุณอำพร เศวตเวช คุณโสภณ อุดมศรี คุณนิตยา ขำจิตร และข้าราชการบำเหน็จบำนาญกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดผ้าป่าสามัคคี

พระสุนทร สุธมฺโม รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก) มีความประสงค์ จะสร้างศาลาอเนกประสงค์ สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปุก)เพื่อความสะดวกในการประกอบศาสนกิจ ในทางศาสนาให้สะดวกยิ่งขึ้น

จึงขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธามาร่วมสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ตามกำลังศรัทธาซึ่งจะกลายเป็น อริยทรัพย์ คือ ทรัพย์อันประเสริฐที่จะติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ

มีประชาชนมาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ต่างได้นำเอาอาหารมาเปิดตลาดนาบุญเลี้ยงให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

และมีการแสดงฟ้อนรำนำขบวนกองผ้าป่ารอบหอระฆัง และเฉลิมฉลองกองผาป่า ก่อนท้องผ้าป่าในครั้งนี้ ยอดรวม 306, 417 บาทธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.บ้านม่วง รวมใจเป็นหนึ่ง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.00 น. นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวานิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง พร้อมด้วย พัฒนาการอำเภอบ้านม่วง ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่

บ้านอำเภอบ้านม่วง ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

เป็นตัวแทน พี่น้องชาวอำเภอบ้านม่วง มอบสิ่งของที่รับบริจาคจากพี่น้องชาวอำเภอบ้านม่วง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-

กัมพูชา ทั้งนี้ได้มอบข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น จำนวน 3 คันรถ และมอบเงินสดจำนวน 135,432 บาท ให้แก่จังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินการส่งมอบให้แก่ผู้ประสบภัยต่อไป

อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม ! แถลงข่าวคนไร้ลักทรัพย์ ในเขตการสถานในเวลากลางคืนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์คนร้ายทุกมิเตอร์ไฟฟ้าเขตตำบลโคกสีอำเภอวังยางจังหวัดนครพนม

เกิดเหตุเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ถึง 29 กรกฎาคม 2568 เวลากลางคืน พื้นที่บ้านหนองบัวหมู่ที่ 3 บ้านโนนฮังหมู่ที่ 6 และบ้านหนองผักแว่นหมู่ที่ 7 ตำบลโคกสีอำเภอบางยางจังหวัดนครพนม

ลักลอบ ก่อเหตุทุกมิเตอร์ไฟฟ้าประมาณ 23 จุดอันเป็นเหตุก่อการองอาจท้าทายกฎหมายและอำนาจรัฐ พี่น้องประชาชน ทั้ง 3 หมู่บ้านและใกล้เคียงไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ไฟฟ้าหงสา สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 คุณคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 1,500,000 บาท แก่จังหวัดน่าน

เพื่อใช้ในภารกิจให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” (WIPHA) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในช่วงวันที่ 22–24 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พิธีมอบงบประมาณจัดขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดยมีคุณชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบภัยทุกท่าน และพร้อมร่วมเคียงข้างประชาชนในการฟื้นฟูและบรรเทาความเดือดร้อนด้วยความห่วงใยและตั้งใจจริง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังธารน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานรับมอบสิ่งของ

พร้อม นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ รับมอบสิ่งของจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ในการนี้ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ.บึงกาฬ ได้นำสิ่งของจำเป็นมาสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้จัดตั้งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน จังหวัดจึงเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่

การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใย และความมีน้ำใจของคนบึงกาฬ ที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามยากลำบาก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว วิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2568 นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าววิ่ง ปั่นรวมใจ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วาไรตี้ฮอลล์ หน้า MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์โคราช กิจกรรมเดินวิ่งปั่น ณ อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม จ.นครราชสีมาจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568

โดยโครงการดังกล่าว เป็นการจัดกิจกรรม วิ่ง ปั่นรวมใจ เพื่อสร้างอุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีพลเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการโครงการ ฯ เพื่อส่งเสริมให้วัดสัมปัตตะวนาราม จังหวัดนครราชสีมา เป็นที่รู้จักและส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้นักกีฬาจักรยาน ในจังหวัดนครราชสีมาได้มีพื้นที่ในการแข่งขัน และเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่า ของการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
การชิงโล่รางวัลเกียรติยศจากพลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรีการเข้าร่วมกิจกรรม จะแบ่งออกเป็น การเดิน วิ่ง และการปั่นจักรยานโดย แบ่ง
กิจกรรมดังต่อไปนี้

  1. ประเภทถนนระยะทาง44 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 5 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 /700 / 600 บาทตามลำดับรวม 15 รางวัล
    1.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    1.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    1.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  2. ประเภทท่องเที่ยว ระยะทาง 14 กิโลเมตร ( ไม่มีการแข่งขัน )
  3. ประเกทระยะสั้น 1 กิโลเมตร โล่รางวัลและเงินรางวัลแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ 3 รางวัล เป็นเงินรางวัล
    1,000 / 900 / 800 บาทตามลำดับ
    3.1 เยาวชนชายไม่เกิน 17 ปี
    3.2 ประชาชนชาย ( OPEN )
    3.3 ประชาชนหญิง ( OPEN )
  4. วิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กิโลเมตร (ไม่มีการแข่งขัน) รางวัลพิเศษส่งเสริมการร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
  5. โล่รางวัลประกวดการแต่งกายแฟนซี จำนวน 10 รางวัล
  6. โล่รางวัลประเภททีม ผู้ที่เข้าร่วมวิ่งตั้งแต่ 26 ท่านขึ้นไป นักกีฬาร่วมเป็นหมู่คณะร่วมทุกประเภท (วิ่งปั่น) จะได้รับโล่รางวัลประเภททีม ทุกทีมไม่จำกัดทีม
    ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่สมัครแบ่งตามประเภทดังต่อไปนี้

ปั่นระยะทาง 44 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท/ท่าน
สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอโปโล + เหรียญที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 399/ท่าน

สิ่งที่ได้รับ เสื้อคอกลม + เหรือยู่ที่ระลึก + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน (BIB)ประเภท VIP ( สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกประเภท ( วิ่ง-ปั่น ทุกระยะ ) ค่าสมัคร 1,000 บาท/ท่านสิ่งที่ได้รับ เสื้อไปโล 1 ตัว + รูปหล่อเหมือนหลวงปู่มั่น หน้าตัก 5 นิ้วเนื้อนิล + อาหาร + อุปกรณ์การแข่งขัน ( BIB )ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ที่เว็บไซด์ https://race.thai.run/runbike

ที่สโมสรกีฬาจักรยานจังหวัดนครราชสีมา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณกฤตชัย โทร 086-7717779คุณลิขิต โทร 092-966-2291คุณวรินทร โทร 095-6145492สโมสรกีฬาจักรยาน จังหวัดนครราชสีมาติดต่อร้านแชมป์สปอร์ต โทร 0444-267411และติดตามข่าวสารได้ที่เพจ “อุทยานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดสัมปัตตะวนาราม นครราชสีมา” กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯแพร่ “ขอบคุณ” หน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขสถานการณ์ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนชาวแพร่อย่างเต็มกำลังความสามารถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดแพร่ ร่วมเชิญสิ่งของพระราชทานใส่ในถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี

ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตจังหวัดแพร่ ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ป่าแมต อ.เมืองแพร่ วันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.68) เวลา 08.30 น.

นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวในนาม ผู้บัญชาการณ์เหตุ การณ์ กรณีเกิดอุทกภัยอันเนื่องมาจากพายุโซนร้อน “วิภา” ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดแพร่ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวนหนึ่ง

แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน อาสาสมัครกู้ภัย ทหาร ตำรวจ พลเรือน พระภิกษุสงฆ์ และประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรของประชาชนในจำนวนไม่มากนัก จึงใคร่ขอ
กราบขอบพระคุณทุกท่านทุกหน่วยงานมา ณ โอกาสนี้

ด้วยจิตคารวะ

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

เชียงใหม่ ศปอส.ภาค 5 บุกจับแก๊งคอลเซนเตอร์จีนราย ใหญ่คาบ้านหรู 40 ล้าน ที่แม่ริม

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 ตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ,พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจค้นบ้านหรูในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่

บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มชาวจีน 18 คน เปิดเป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงลูกค้าชาวจีนผ่านแอปพลิเคชันและเพจออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ซึ่งภายในบ้านพบกำลังนั่งทำงานผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งหมดพยายามหลบหนี บางรายกระโดดลงมาจากชั้นสองของบ้านที่มีความสูงกว่า 8 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน หนึ่งในนั้นขาหัก ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการหกล้มและบาดแผลถลอก จากการตรวจค้น พบคอมพิวเตอร์กว่า 20 เครื่อง โทรศัพท์มือถือมากกว่า 100 เครื่อง ซิมการ์ดประเทศจีน ซึ่งถูกใช้ในการติดต่อกับเหยื่อชาวจีนกว่า 10 ราย

พลตำรวจตรีธวัชชัย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน เดินทางเข้าประเทศไทยและเช่าบ้านหลังนี้มาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยมีหัวหน้าชาวจีนเป็นผู้จัดการเช่าให้กลุ่มลูกน้องที่ทำงานภายในบ้าน พฤติกรรมของกลุ่มนี้คือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง กินอยู่หลับนอนภายในบ้านหรูแห่งนี้ทั้งหมด

เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้รับค่าจ้างหัวละประมาณ 10,000 ถึง 20,000 หยวน หรือราว 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน โดยภารกิจหลักคือการหลอกลวงชาวจีนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาสายการบิน ปัญหาธนาคาร รวมถึงการข่มขู่เรียกเงินในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างตัวจริง รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจโยงใยข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์รายใหญ่จากต่างประเทศด้วย..

สมจิตร แสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าฯ เป็นศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราว รองรับผู้อพยพจากเหตุสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

จวนผู้ว่าฯ แห่งนี้เปิดให้ประชาชนจากหลายจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเข้าพักชั่วคราว โดยมีการจัดเตรียมที่พัก อาหาร และน้ำดื่มอย่างเพียงพอ พร้อมทั้งเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมประชาสัมพันธ์สถานการณ์ เพื่อส่งต่อกำลังใจไปยังผู้ประสบภัยและมีการรับบริจาคทั้งอาหารสดและอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย กัมพูชา ณ อำเภอเสิงสาง

นอกจากนี้ โรงแรมในพื้นที่ 5 แห่ง ได้ร่วมสนับสนุนเปิดห้องพักรวมกว่า 200 ห้อง เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ศูนย์พักพิงในอำเภอเสิงสางมีผู้อพยพเข้าพักแล้วกว่า 4,000 คนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมารับมอบสิ่งของจากภาคประชาชนและหน่วยงานต่างๆที่นำมาบริจาค เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา

สามารถบริจาคได้ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จนกว่าจะประกาศปิดรับการบริจาค สิ่งของที่รับบริจาคอาทิ น้ำดื่ม เสื่อปูพื้น ผ้าห่ม มุ้ง ยากันยุง แปรงสีพัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม ขันอาบน้ำ ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย ปลั๊กไฟ ข้าวสาร อาหารแห้ง.จังหวัดนครราชสีมายังคงประสานทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา28กค. 2568 ณอ.หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

แชร์เนื้อหานี้

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ณ อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ดังนี้

๑. เวลา ๐๗.๐๐ น. : พิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล
๒. เวลา ๐๘.๐๐ น. : พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน
๓.เวลา ๐๙.๐๐ น. ได้เข้าร่วมพิธีทางศาสนามหามงคลถวายพระราชกุศล ณ หอ

ประชุมสิริสวัสดิธร สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำ จังหวัดยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
๔.เวลา ๑๗.๓๐ น. : พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม
๕.เวลา ๑๙.๒๙ น. : พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พม.ตั้งศูนย์ประสานงานบริการกลุ่มเปาะบาง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 68 ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษณ์จังหวัดศรีสะเกษ นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประชุมติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ พร้อมตั้งศูนย์ประสานงานบริการกลุ่มเปราะบางในจังหวัดศรีสะเกษเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยพิบัติตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา ซึ่งพบว่าปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้ รวม 9 ราย บาดเจ็บ 19 ราย มีคนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงกว่า 8 หมื่นคน คิดเป็นกลุ่มเปราะเบางร้อยละ 80

***นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้มาจัดตั้งศูนย์ประสานงานบริการกลุ่มเปราะบางในจังหวัดศรีสะเกษเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือดูแลผู้ประสบภัยพิบัติตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา หน้าที่ของศูนย์ประสานงาน ศนปภ.ได้ทำหน้าที่บูรณาการการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยผ่านที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆในเขตจังหวัดศรีสะเกษ ทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทาง พม.หนึ่งเดียวเป็นหัวหน้าทีมในการดำเนินงานให้การช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ

***สำหรับกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบรุนแรงหรือเสียชีวิตมีจำนวน 9 ราย ตอนนี้ทางหน่วยงานได้ดำเนินการในเรื่องเอกสารเพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดส่งต่อขอรับการช่วยเหลือที่สำนักนายก ในส่วนของผู้บาดเจ็บอีก 19 ราย ทาง พ.ม.ได้ประสานการช่วยเหลือเยียวยาให้ครบถ้วน ส่วนกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในศูนย์พักพิงทางหน่วยงาน พ.ม. ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพฤติกรรมและจัดทำกิจกรรมเพื่อให้กลุ่มเปราะบางได้ลดความเครียด เนื่องจากศูนย์พักพิงในเขตพื้นที่บริการมีจำนวนมากเราจึงมีการวางแผนและสลับในการดำเนินการและการลงปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ถ้าการดำเนินการมีข้อจำกัดหรือมีปัญหาอะไรทาง พม. ก็จะนำเสนอไปที่กระทรวงเพื่อขอรับการสนับสนุน และให้เจ้าหน้าที่ลงมาช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไป

***ส่วนสิ่งของที่จำเป็นที่จะใช้ในศูนย์พักพิง ศูนย์ประสานงานบริการกลุ่มเปราะบาง หรือว่า ศูนย์ศนปภ. จังหวัดศรีสะเกษในส่วนของคนพิการทางศูนย์ก็จะส่งมอบของที่ได้รับบริจาคจากทางส่วนกลางเพื่อมาจัดส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนและตอนนี้กำลังเดินทางคาดว่าจะมาถึงภายในเย็นนี้เพื่อที่จะกระจายและส่งมอบไปยังศูนย์ต่างๆให้ทั่วถึง ในส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบหญาติสามารถเดินทางมาติดต่อได้ที่ศูนย์ ศนปภ.จังหวัดศรีสะเกษตั้งอยู่ที่สำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ

***ถ้าเป็นกรณีที่เร่งด่วนสามารถโทร 1300 สำหรับคนที่แจ้งเข้าไปข้อมูลก็จะส่งไปที่ส่วนกลาง ส่วนกลางจะส่งกลับมายังจังหวัดศรีสะเกษเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไปโดยเร็ว โดยการช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส จะได้ครอบครัวละไม่เกิน 9,000-16,000 บาท กรณีบาดเจ็บ จะได้ครอบครัวละไม่เกิน 3,000-12,000 บาท ตามระเบียบของ พม.
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระครูสุวัชรยาภิวงศ์ ให้พรผู้อพยพ ทหารกล้า ปาดน้ำตา สงสารทหารไทย เพื่อปกป้องประชาชนและแผ่นดินไทย

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจศูนย์พักพิง ผู้อพยพแห่งหนึ่งในอำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งเป็นวัดในเขตอำเภออุทุมพรนพิสัย พบว่าจุดนี้มีผู้อพยพเข้ามาขอพักอาศัยเกือบ 2 ร้อยราย ซึ่งแต่ละคนมีทั้งมาจากในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และในอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยสภาพความเป็นอยู่ถือว่าดีมาก มีเจ้าหน้าที่ ที่วัด และชาวบ้าน ในพื้นที่ ค่อยมาบริการ ช่วยกันทำอาหารให้ผู้อพยพได้รับประทานถึงวันละ 3 มื้อ มีน้ำ มีขนมให้เด็ก ที่ทางผู้ใจบุญ และทางวัดได้ใช้เงินซื้อมาจัดเตรียมให้บริการ

***โดย พระครูสุวัชรชยาภิวงศ์ เลขานุการ หลวงพ่อเจ้าคุณสมบูรณ์ รตนญาโณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหารเปิดเผยว่า วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอำเภออุทุมพรพิสัยจังหวัด ตั้งเป็นศูนย์พักพิงสำหรับผู้อพยพมาจากอำเภอกันทรลักษ์ และอำเภออื่นๆที่อยู่ในตะเข็บชายแดนไทย -กัมพูชา ศูนย์อพยพจัดตั้งขึ้นโดย เจ้าคุณสมบูรณ์ รตนญาโณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ในปัจจุบันนี้มีผู้เข้ามาพักพิงอยู่ประมาณร้อยกว่าชีวิต และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการบริหารจัดการในครั้งนี้จะใช้งบประมาณทางวัดดูแลเรื่องอาหาร 3 มื้อ เช้า เที่ยง และเย็น มีเครื่องนอนสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และตอนนี้ก็มีประชาชนผู้ใจบุญและผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาร่วมบริจาคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

***พระครูสุวัชรชยาภิวงศ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากบริการผู้อพยพายในวัดแล้ว ถ้าทางศูนย์อพยพอื่นมีความประสงค์อยากจะได้สิ่งของยังขาดแคลนให้ติดต่อมาได้เพราะทางวัดจะมีคนนำส่งให้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน หรือประชาชนท่านไหนที่พร้อมจะใาบริจาคสมทบก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทุกเมื่อ หรือประชาชนท่านไหนที่จะเข้ามาร่วมทำโรงทานอาหารต่างๆก็สามารถที่จะเข้ามาทำได้ ทางวัดก็จะอำนวยความสะดวกให้ทุกเมื่อ

***นอกจากนี้ พระครูสุวัชรชยาภิวงศ์ ยังฝากให้ผู้อพยพ และประชาชนทุกท่าน ให้มีสติ การดูข่าวหรือติดตามข่าว ให้ดูข่าวหรือเสพข่าวอย่างมีสติ อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ให้ดูข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และเป็นจริง ต้องมีศรัทธาตั้งมั่นเชื่อมั่น ให้กำลังใจทหารกล้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประชาชนและปกป้องผืนแผ่นดินไทยอยู่ในขณะนี้ ว่าจะสร้างความสงบสุขให้กับทุกท่านได้โดยเร็วไว สุดท้ายแล้วเราจะต้องมี “ขันติ” ความอดทนอดกลั้นต่อวันเวลาและการใช้ชีวิตให้อยู่ได้และเชื่อว่าจะผ่านพ้นไปได้ในเร็ววัน

***ด้าน ผู้อพยพ รายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนกับลูกหลานอพยพมาอยู่ที่ศูนย์พักคอยแห่งนี้ได้ 2 คืนแล้ว มานอนที่นี่รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่สามีตนไม่ได้มาด้วย เพราะห่วงบ้านและต้องหุงข้าวทำกับข้าวไปถวายพระที่วัดตอนนี้ เนื่องจากชาวบ้านในหมู่บ้านก็อพยพมาจนเกือบหมดไม่มีใครหุงข้าวหาอาหารให้พระสงฆ์ที่วัดฉัน สามีตนเลยต้องอยู่คอยดูแล ตอนนี้ตนคิดถึงและเป็นห่วงบ้านมาก แต่ก็กลับไปไม่ได้เพราะกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย

***เมื่อเช้าตนโทรหาสามีสามีเล่าให้ตนฟังว่า ตอนนอนได้ยินแต่เสียงระเบิดดังตุ้มๆเสียงดังแรงมาก จนแน่นหน้าอกไปหมดเลยก่อนอพยพมาลูกสาวตนได้ยินเสียงระเบิดดังจนอ้วกแตกในฐานะที่ตนมีบ้านติดชายแดนรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการที่เกิดขึ้น เกิดมาอายุ 55ปี ไม่เคยเจอสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้ ต้องอพยพหนีจากบ้านจากเมืองมาอยู่ที่อื่น ตนรับไม่ได้และขอประนามการกระทำของทหารเขมร แต่ตนก็ยังสงสารประชาชนชาวกัมพูชาที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยต้องมารับเดือดร้อนไปด้วย ตนขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ทหารไทยทุกคนสู้ๆ (พร้อมปาดน้ำตา)เพราะความสงสารทหารไทยที่อยู่แนวหน้าต้องตากแดดตากฝนลำบากเพื่อปกป้องประชาชนและแผ่นดินไทย
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.อบจ.นครศรีฯ เปิดกิจกรรม “เต้นรับโอโซน สุขกาย สบายปอด” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน festival @คีรีวง ครั้งที่ 3 ( สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้ ) บ้านคีรีวง

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
ที่หมู่บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดหวัดนศรศรีธรรมราช นางสาววาริน ชินวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (อบจ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เต้นรับโอโซน สุขกาย สบายปอด” โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน festival @ คีรีวง ครั้งที่ 3 (สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้)

โดยมี นายสมโชค เสนา นายอำเภอลานสกา นายไพโรจน์ รัตนธน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน พร้อม คณะผู้บริหาร อบจ.นครศรีธรรมราช สมาชิกสภา อบจ.คณะผู้บริหารอบต.กำโลน สมาชิกสภาอบต.กำโลนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านคีรีวง และใกล้เคียง พร้อมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมงานและให้การต้อนรับ

นายไพโรจน์ รัตนธน นายกอบต.กำโลน กล่าวว่า เพื่อสืบสานโครงการ
การท่องเที่ยวให้เป็นงานประจำปีของตำบลกำโลน ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของ ตำบลกำโลน และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนตำบลกำโลน และประชาชนตำบลกำโลน จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว แบบบูรณาการ โดยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนสืบสานการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำโลน Festival @คีรีวง ครั้งที่ 3 (สรรค์ศิลป์ ถิ่นใต้) ประจำปี ระหว่างวันที่ 25-29 กรกฎาคม 2568

และในการจัดงานครั้งนี้อบต.กำโลน ได้จัดให้มีกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่ กิจกรรมไลน์แดนซ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายสร้างสุขภาพให้ แข็งแรง ภายใต้ชื่อกิจรรม “เต้นรับโอโซน สุขกายสบายปอด”โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์มานพ แนวกลาง ซึ่งเป็นผู้นำเต้นที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมานำเต้นในกิจกรรม ครั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัวให้คนหันมารักษ์สุขภาพโดยมีประชาชนผู้รักสุขภาพทั่วสารทิศเข้ามาร่วมเต้น เสริมสร้างความสนุกสนาน รื่นเริง และความบันเทิงผ่าน กิจกรรมภายในงาน นับเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตเชิงบวกให้กับประชาชน รวมไปถึง การส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักรักษ์สุขภาพโดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

กิจกรรมแสดงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สร้างบทเพลง “รำวงกำโลน” อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของตำบลกำโลน โดยดึงเอาความโดดเด่นของแต่ละหมู่บ้าน มาแต่งเป็นบทเพลงเพื่อสร้างเป็นมรดกทางภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตำบลกำโลน ให้ลูกหลานคนรุ่นหลังให้เห็นถึงความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของตำบลกำโลน การแสดงแสงสีเสียงมโนราห์ “ชุดผันหลังแลโนรา เทิดจักราพระวชิเกล้า” เป็นการย้อนตำนานอดีตมโนราห์สู่ยุคปัจจุบัน และไท้องค์ราชันที่หาชมยาก จัดแสดงในวันที่ 26 ก.ค.68


กิจกรรมไลน์แดนซ์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายสร้าง
สุขภาพให้แข็งแรง ภายใต้ชื่อกิจรรม “เต้นรับโอโซน สุขกายสบายปอด”โดยมีประชาชนผู้รักสุขภาพทั่วสารทิศเข้ามาร่วมเต้น พร้อมทั้ง ทีม TK แดนซ์ จาก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมงาน ณ ริมฝั่งคลองคีรีวง จัดในวันที่ 27
ก.ค.68 กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย
สร้างสุขภาพให้แข็งแรงดำเนินการโดยกลุ่มผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 นายพิทักษ์ สุขันทอง เช้าวันที่ 27 ก.ค.68 การแสดง ชุดบูรณะภูมิปัญญาศิลป์ ถิ่นได้ (Soft Power) ซึ่งรวมเอาศิลปะวัฒนธรรมประเพณีของภาคใต้มาสร้างสรรค์เป็นชุดการแสดง วันที่ 29 ก.ค.68

การแสดงเพลงบอก การแสดงหนังตะลุง และอีกหลายหลาก โดย
เยาวชนคนรุ่นใหม่บริเวณสะพานแขวนหน้าวัดคีรีวง เพื่อรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของภาคใต้ การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลกำโลน โดยกลุ่ม OTOP และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากที่ต่างๆที่มาร่วมในงาน และสร้างบูธกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์จากขยะเพื่อสร้างรายได้ โดยร่วมกับ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีจุดมุ่งเน้นเพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์จากขยะ และเป็นการต่อยอดการสร้างอาชีพให้คนในตำบลกำโลนต่อไป

/////////////////////

ผู้สื่อข่าวพิเศษ. ณัฐธภพ พันสาย. / 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสื่อมวลชนน่าน ร่วมกับชมรมนักจัดรายการวิทยุ พ่อบ้านแม่บ้าน เยาวชนบ้านทุ่งขาม ร่วมกันจัดตั้งโรงครัวทำอาหารมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 1421 กล่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกับชมรมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดน่าน พ่อบ้านแม่บ้าน เยาวชน บ้านทุ่งขาม ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน ได้ตั้งโรงครัวจัดทำอาหารมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลน่าน จำนวน135 กล่อง

บ้านศรีบุญเรือง จำนวน15 กล่อง บ้านภูมินทร์ จำนวน 25 กล่อง โรงเรียนน่านคร จำนวน50 กล่อง ผู้ประสานงานให้ญาตินำไปส่ง บ้านดอนมูล เจดีย์ ทุ่งน้อย บ้านอภัย 130 กล่อง ตำบลนาปัง 110 กล่อง สำนักงานปภ.น่าน 60 กล่อง รวม689 กล่อง ก่อนหน้านันวันที่ 26 กรกฎาคมมอบไป จำนวน 732 กล่อง

โดยนำไปมอบให้วัดดอนมูล 100 กล่อง มอบให้ สจ.เอกชัย กับเจ้าอาวาสวัดพวงพยอม ไปแจก 100 มอบให้สนง.ปภ.น่าน 47 กล่อง พวงพยอม 25 พันต้น 21 กล้อง บ้านน้ำครก10 กล่อง ช่วงเย็นจะนำไปมอบให้โรงพยาบาลน่าน 164 กล่อง บ้านเจดีย์10 กล่อง ดู่เหนือ 25 กล่อง บ้านท่าลี่ 25 กล่อง หัวเวียงใต้ 5 กล่อง รวมทั้งหมด 1421 กล่อง

งานนี้ขอขอบคุณ ผู้บริจากเงินจัดซื้อวัตถุดิบประกอยอาหารประกอบด้วย 1สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน 10,000 บาท ชมรมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดน่าน 5.000 บาท สว.เจ ภิญญาพัชญ์ ศันยชนีชีวิน 2,000 ซีพี มอบเนื้อหมูบด จำนวน 50 กีโล บาท ผู้ไม่ประสงค์ ออกนาม 1.000 บาท

ที่มอบผ่านแม่บ้านรวมทั้งผู้บริจาคน้ำดื่มวัสดุ ประกอบอาหาร ขอขอบคุณผญ.ปรานอม สิทธิรัตน์ ผช.ตุ๋ย สุภัตรา แก้วก๋าคำ พ่อบ้าน แม่บ้านแม่บ้านทุ่งขาม และเยาวชนที่มาช่วยกันทำกับข้าว

ตลอดสองวัน ขอบคุณผู้ใจบุญ ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุก ๆท่าน มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมช่วยพี่น้องไทยในภาคตะวันตก กาญจนบุรี มอบถุงยังชีพให้กับ ผู้ยากไร้, ผู้ด้อยโอกาส และมอบอุปกรณ์กีฬาให้รร.บ้านไร่เจริญ จ.กาญจนบุรี

แชร์เนื้อหานี้

24 ก.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพน้อยที่ 1 และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.68

ช่วยพี่น้องไทยในภาคตะวันตก กาญจนบุรี มอบถุงยังชีพให้กับ ผู้ยากไร้, ผู้ด้อยโอกาส และมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่เจริญ จ.กาญจนบุรี
และร่วมกิจกรรมจิตอาสา

ขอส่งผลบุญและความปรารถนาดีจากกัลยาณมิตรทั้งปวง ให้ถึงแด่ทุกท่าน มีความสุขความเจริญ ปรารถนามงคลใด ให้สำเร็จผลทุกประการ เทอญ…สามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด : https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯบึงกาฬ ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ริมโขงป้องกันน้ำล้นตลิ่ง รับมือมวลน้ำเหนือ จากพายุ “วิพา”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุ “วิภา” และระดับน้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง

โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ตามประกาศสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ฉบับที่ 14/2568 ที่ระบุถึงผลกระทบจากพายุโซนร้อน “วิภา” ซึ่งทำให้ฝนตกหนักในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ระดับน้ำโขงที่อำเภอเมืองบึงกาฬมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.50–3.00 เมตร คาดว่าจะสูงกว่าตลิ่งราว 0.50–1.00 เมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เสี่ยงในจังหวัด ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ จุมพฏ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวตลิ่งริมแม่น้ำโขง คลองบ้านหนองแวง จุดวัดระดับน้ำโขงบ้านพันลำ บริเวณริมเขื่อนป้องกันและรักษาดินแดน และประตูระบายน้ำห้วยกำแพง

พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องจักรกล ศูนย์อพยพ แผนการแจ้งเตือนล่วงหน้า และแผนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเน้นย้ำการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

จังหวัดบึงกาฬยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเต็มที่ ฝากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ริมโขง เฝ้าระวังระดับน้ำ ติดตามประกาศเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด

พายุวิภา #น้ำโขง #บึงกาฬ #ผู้ว่าบึงกาฬ #ข่าวด่วนบึงกาฬ #เตือนภัยน้ำท่วม

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.อรรถกร” ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมน่าน สั่งปูพรมสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตร พร้อมเร่งเข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

แชร์เนื้อหานี้

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานสังกัดเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน จากอิทธิพลของพายุวิภา ที่ส่งผลให้ฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่พักอาศัย และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายหลายจุด

โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมต้อนและให้ข้อมูล พร้อมประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ และกำหนดแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นายอรรถกร กล่าวว่า จากการรายงานคาดการณ์พื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ พบว่า พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมด 11 อำเภอ เนื้อที่รวม 56,749.22 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 39,602.15 ไร่ พืชไร่/พืชผัก 8,455.04 ไร่ ไม้ผล/ไม้ยืนต้น 8,654.26 ไร่ และอื่น ๆ 37.77 ไร่ จึงได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปูพรมสำรวจความเสียหายทางการเกษตรเพิ่ม

เติม เน้นการเข้าถึงเกษตรกร และวางแผนช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสนับสนุนถุงยังชีพ, รถบรรทุก 6 ล้อ และรถบรรทุกน้ำจุ 6,000 ลิตร เข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น อีกทั้งได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในหลายพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่

      จากนั้น นายอรรถกร ได้เดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์และพบปะให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อีกทั้งมอบถุงยังชีพกว่า 1,000 ชุด พร้อมสนับสนุนหญ้าอาหารสัตว์ และสารชีวภัณฑ์สำหรับการฟื้นฟูสภาพพื้นที่หลังน้ำลด  นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติงานเชิงรุก โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างทั่วถึง และรวดเร็ว บนพื้นฐานความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเกษตรกรผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 38 และกองพันทหารม้าที่ 10 ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม จ.น่าน


เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณมณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ภารกิจในครั้งนี้ มุ่งเน้นการเคลื่อนย้ายประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และคณะสงฆ์ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบค้นหาผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกครัวเรือนในพื้นที่ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวมุกดาหารแห่บริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

ประชาชนชนจังหวัด​มุกดาหารแห่บริจาคโลหิตแน่นช่วยผู้บาดเจ็บเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน

เมื่อวันที่​ 25 กรกฎาคม 2568​ เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมบริจาคโลหิตอย่างคึกคัก

หลังจากสภากาชาดไทยออกประกาศขอรับบริจาคโลหิตเร่งด่วน เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ประชาชนทั้งในพื้นที่จังหวัดมุดาหาร และจากต่างอำเภอต่างหลั่งไหลกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้บริเวณหน้าห้องรับบริจาคแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

พระครูจิมมี่ เปิดเผยว่า เดินทางมาบริจาคเลือกเพราะคิดว่าต้องได้ใช้ในยามนี้ เราช่วยไม่ได้ทางอื่นก็ช่วยทางนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังทุกคนที่อยู่บริเวณชายแดน ซึ่งเลือดของทุกๆคนต้องได้ใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อชีวติของผู้คน

โดยการบริจาคครั้งนี้ เป็นโครงกการ “รวมพลังชาวมุกดาหาร ร่วมบริจาคโลหิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากการสู้รบตามแนวชายแดน”ซึ่งมีผู้มารอบริจาคจำนวนมาก เต็มไปด้วยน้ำใจของผู้คนที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ได้

รับบาดเจ็บ ภายในพื้นที่รับบริจาค เจ้าหน้าที่และพยาบาลช่วยกันเร่ง ทั้งการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน และจัดระบบคิวอย่างมีระเบียบ หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้จะต้องรอนาน แต่ก็เต็มใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในยามวิกฤต

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​