คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.นำคณะสื่อมวลชน 18 จ. ภาคเหนือ ศึกษาดูงาน สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 และนำผ้าห่มไปมอบให้กับนักเรียน รร.วัดหนองหล่ม จ.ลำพูน

แชร์เนื้อหานี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) นำโดย นายพลกร บุญห่อ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน นางศิริพร แรย์-โคแกส์ วิศวกรระดับ 10

กองบริหาร ฝ่ายปฎิบัติการภาคเหนือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ฯ นำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด ศึกษาดูงาจสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน

สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 เป็นสถานีไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ (kV) เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Switchgear: GIS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อย และอาคารควบคุมมีความปลอดภัยสูง จ่ายไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 2 จ.ลำพูน สถานีไฟฟ้าแรงสูงเชียงใหม่ 2 และ 3 สถานีไฟฟ้าแรงสูงจอมทอง จ.เชียงใหม่

รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงห้างฉัตร สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 และ 4 จ.ลำปาง นับเป็นศูนย์กลางระบบไฟฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงของการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนื

ต่อจากนั้นนำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด เดินทางไปมอบผ้าห่ม ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองหล่ม หมู่ 8 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน จำนวน 100 ผืน

ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่โดยรอบของสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน โดยทาง คณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ. มองเห็นความสำคัญ ของชุมชนต้องอยู่ร่วมกันได้แบบอบอุ่น

จึงจัดโครงการเยี่ยมเยือนชุมชนดังกล่าว/ข่าวนิวัตร ธาตุอินจันทร์/ภาพร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลสามง่ามจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ งบประมาณปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม เทศบาลตำบลสามง่าม โดย กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี นายภูวเดช จันทร์สนธิ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธานในการจัดโครงการ พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์

ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายราชการ และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมโครงการ โดยมีการส่งมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับการจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพตา, ตรวจวัดสายตา, และตัดประกอบแว่นสายตา รวมถึงส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสามง่ามมีผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 518 ราย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอ.ธรรมนัส เปิดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซน อ.เวียงชัย เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ–วัฒนธรรมริมหนองหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

โซนอำเภอเวียงชัย ภายใต้แนวคิด “นทีศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของสวนสาธารณะหนองหลวง บ้านปง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย

ภายในพิธีเปิดมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชนในพื้นที่

ด้าน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม

ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะพื้นที่ หนองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย

ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ ที่ผ่านมา อบจ.เชียงรายได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ฟื้นฟูและพัฒนาหนองหลวงอย่างเป็นระบบ

ทั้งด้านการจัดการน้ำ สิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ จนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม และพร้อมต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569

ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวอย่างตระการตา

การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การประดับตกแต่งภูมิทัศน์ริมหนองน้ำ การล่องเรือชมธรรมชาติ การแสดงน้ำพุดนตรีประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์

รวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประติมากรรม “แม่หม้าย” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของหนองหลวงได้อย่างลึกซึ้ง

การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการฟื้นฟูหนองหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

และขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” พร้อมปลุกความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมสัมผัสความงดงามของดอกไม้ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ในงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย มาสัมผัสเสน่ห์เชียงราย เมืองแห่งศรัทธาและความงดงาม ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ / เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ผ่านหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม จัดกิจกรรมอบรมภายใต้ “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 2/2569” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกฝังค่านิยมอันดีงามให้แก่เยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมดำเนินกิจกรรมอบรม โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

นายวุฒิไกร คำแฝง ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หน.ส.จว.บึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ ความเคารพ เทิดทูน และการร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงสร้างความตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ร่วมกันรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย พร้อมเชิญชวนเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสอดส่องดูแลความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยเน้นการสร้างเครือข่ายเยาวชนและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าว/ภาพ : ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จ.ลพบุรี ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล ปรับภูมิทัศน์ในชุมชน ทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ตามโครงการ “จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ณ วัดหัวดง หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี “

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

โดยมีข้าราชการตำรวจ และกต.ตร. สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเกตุ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ตำบลคลองเกตเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว 200 คน

ด้วยทั้งนี้จังหวัดลพบุรี ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำบริการด้านต่างๆ ของส่วนราชการในระดับจังหวัดไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ และเป็นการพบปะระหว่างผู้บริหารของจังหวัดกับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างกัน ตามแผนการดำเนินการโครงการฯ

ในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2558 ที่จะถึงนี้ ณ บริเวณลานวัดหัวดง ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ชวนคนรักสุขภาพเตรียมความพร้อมรับปีใหม่แบบไร้กังวล

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เดินหน้าสร้างสังคมสุขภาพดี จัดกิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปี “Healthy & Delight Celebration ฉลองปีใหม่ ตามสไตล์คนรักสุขภาพ” ระดมทีมสหสาขาวิชาชีพเปิดวงเสวนาให้ความรู้ และบริการตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้รับเกียรติจาก คุณภารดี อาจสมิติ ผู้อำนวยการสายงานการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ด้วยในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจึงมุ่งเน้นที่จะรณรงค์ให้ประชาชนสนุกกับการเฉลิมฉลองไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดี จึงได้จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ขึ้น เพื่อส่งมอบเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเชิญชวนตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี กับกิจกรรม Health Expo 2026 ถึง 31 ธันวาคมนี้ ที่ ล๊อบบี้ อาคารอี เวลา 10.00 – 15.00 น.

ภายในงานได้รับความสนใจอย่างมากกับไฮไลท์ Health Talk ในหัวข้อ “ฉลองปีใหม่ไร้กังวล ปรับโหมดชีวิต พิชิตเบาหวาน” ซึ่งเป็นการระดมทีมจากทีมสหสาขาวิชาชีพ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริง ประกอบด้วย
ทศม.กชพร ประเสริฐ (นักทัศนมาตร)
ภก.เมธาวิน แก้วกัลยา (เภสัชกร)
พว.ปภาวี มณีรัตน์ (พยาบาลวิชาชีพ)
คุณนาเดีย ศรีอดุลย์พันธุ์ (นักกำหนดอาหาร)
คุณเกียรติศักดิ์ กลิ่นโพธิ์ (นักวิทยาศาสตร์การกีฬา)

นอกจากสาระความรู้บนเวทีแล้ว บริเวณงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิHealth Screening: บริการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคฟรี! ทั้งการตรวจสุขภาพตา คัดกรองความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และสิทธิพิเศษสำหรับ 200 ท่านแรก รับบริการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Health Station: สถานีความรู้ที่เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเลือกทานอาหารช่วงเทศกาลที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ, ท่าออกกำลังกายสั้นๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังมื้อหนัก และการดูแลสายตาจากแสงสีในช่วงปีใหม่Wellness Market: ตลาดนัดสุขภาพที่คัดสรรผลิตภัณฑ์ทางเลือก (Low GI / Sugar-Free) และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล พร้อมรับคำปรึกษาเรื่องวิตามินที่จำเป็นโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ

“เราอยากให้ทุกคนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความมั่นใจและมีพลัง การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจการปรับตัวที่เหมาะสม งานในวันนี้จึงเป็นเสมือนคู่มือมีชีวิตที่จะช่วยให้ทุกคนฉลองปีใหม่ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน”

พร้อมกันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ขอเชิญชวนผู้รักสุขภาพ เข้าตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 15.00 น. และได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการตรวจสุขภาพเชิงลึก ด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพลดกว่า 70% ให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมต้อนรับปีใหม่ ด้วยสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬจัดโครงการ ‘ปลูกฝังความรักชาติ’ ตอกย้ำความจงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ผนึกกำลังโรงเรียนปากคาดพิทยาคม จัดอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 1/2569” แก่นักเรียนมัธยมปลาย 100 คน มุ่งเน้นปลูกฝังความรักชาติและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเชิญชวนร่วมเป็นเครือข่ายแหล่งข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล นำโดย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ

สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 1/2569” โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 100 คน เข้าร่วมอบรมอย่างพร้อมเพรียง

นายธเนตร มีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปากคาดพิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม

และบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถหลากหลายด้าน ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ด้าน พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความเคารพรัก เทิดทูน และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ต่อสู้รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยไว้

จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้นักเรียนนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านการเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่องดูแลความมั่นคงของสถาบันฯ ต่อต้านภัยคุกคาม และเผยแพร่แนวทางตามพระบรมราโชวาทเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมปลูกฝังค่านิยมความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่ปวงชนชาวไทยตลอดไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025

แชร์เนื้อหานี้

งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคนในสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และตัวตนของเด็กยุคใหม่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเยาวชนที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และเหมาะสมกับวัยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากผู้บริหารและภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่

  • คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ FTI Influencer และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ประธานจัดงาน และ CEO ณายด์ สตูดิโอคุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • คุณเรืองชัย จินตรุ่งเรืองชัย นายกสมาคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับกิจกรรม Thailand KIDS International Fashion Show 2025 บนรันเวย์ ได้มีการนำเสนอผลงานจาก 2 ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ Intelligence Love โดย คุณกมลทิพย์ ศิริธาดาเจริญ และ ณายด์ สตูดิโอ โดย คุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ถ่ายทอดแฟชั่นเด็กที่ผสานความงดงาม จินตนาการ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเยาวชนไทยได้อย่างโดดเด่น

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ วินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม และความกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดูแล วางแผน และสนับสนุนบุตรหลานอย่างใกล้ชิดงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่นสำหรับเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กและครอบครัว ผ่านการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และมีคุณค่า พร้อมสานความฝันและแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ในช่วงท้ายของงาน มีพิธีมอบเงินบริจาคจำนวน 30,000 บาท จากผู้จัดงาน มอบให้แก่ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการงาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 & KIDS e-Influencer 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของเด็กไทยในสายแฟชั่นและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างภาคภูมิ

mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #einfluencer #influencer #thailandkidsinternationalfashionshow #fdfriendlydesign #NYNDstudio #ณายด์สตูดิโอ #kidseinfluencer #fashion #contest #awards

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง ประชุมหารือแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดการประชุมหารือแนวทางการจัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ณ ห้องประชุม MBA ระหว่างเวลา 09.00–12.00 น. โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาติ มณีมัย คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการและภาคธุรกิจเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและทิศทางการดำเนินงานในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับการบริการวิชาการของคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการดำเนินงานในกรอบมหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีแนวคิดเชิงธุรกิจ สามารถบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามัน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่
คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้อำนวยการโครงการวิจัยคลัสเตอร์ โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก,คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,
รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณดี สุทธินรากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.สมเกียรติ สุทธินรากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย
ดร.สิปปกานต์ กลัดสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร,
อาจารย์ณฐ ย่าหลี รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นราภรณ์ ไชยรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและคุณภาพการศึกษา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒธณา สุขรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ,
ดร.อรชนก ช่องสมบัติ ประธานสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ,

อาจารย์วิญญู วัฒนยนต์กิจ ประธานสาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์กมลชนก เซ่งสวัสดิ์ อาจารย์สาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์สุรนัย ช่วยเรือง ประธานสาขาวิชาการบัญชี,
อาจารย์กิ่งกนก รัตนมณี อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี และ
อาจารย์ปาริชาติ บูรพาศิริวัฒน์ อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี

การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดบศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืนต่อไป

einfluencer #einfluencerthailand #liveติดปีก #มอตรัง #ssutrang #PSU #โอลีฟโตเกียวเนยกรอบ #mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #influencer

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ ลงพื้นที่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ทำความสะอาดห้อง–เช็ดตัวช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมโฮปฯ เดินหน้าภารกิจดูแลผู้ป่วยยากไร้ แนนซี่ นำทีม ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดห้อง–เช็ดตัว พร้อมมอบข้าวของยังชีพให้ผู้ป่วยติดเตียงไร้ญาติดูแล
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ชมรมฯ ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมอาการและพูดคุยกับ ลุงมนตรี ผู้ป่วยติดเตียงไร้ญาติดูแล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ป่วยภายใต้โครงการดูแลผู้ยากไร้ของชมรมโฮปฯ
ลุงมนตรีอาศัยอยู่เพียงลำพัง แม้จะไม่มีญาติคอยดูแล แต่มีผู้มีจิตศรัทธาช่วยจ่ายค่าเช่าห้องให้ และแวะเวียนนำอาหาร นม และของใช้จำเป็นมามอบเป็นระยะ เพื่อให้สามารถประทังชีวิต

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมงานชมรมโฮปฯ ได้ช่วยกันทำความสะอาดห้องพัก จัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ รวมถึงช่วยเช็ดตัวและดูแลความสะอาดร่างกายของลุงมนตรี เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้เราได้เดินทางมาเยี่ยม ลุงมนตรี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่มีญาติดูแลแต่ว่ามีคนจ่ายค่าเช่าห้องให้อยู่อาศัยและแวะมาดูเอาข้าว นม ขนม มาให้ประทังชีวิต ทางทีมงานชมรมโฮปฯ ก็เข้ามาคอยช่วยทำความสะอาด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

AOT คว้ารางวัล Friendly Design Award 2025 ตอกย้ำความพร้อมท่าอากาศยานเพื่อทุกคน AOT เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ Friendly Design Award 2025 งานมหกรรมอารยสถาปัตย์ นวัตกรรมสุขภาพ รองรับสังคมผู้สูงวัย ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 9

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นผู้แทนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ Friendly Design Award 2025 จากนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยในงานนี้ AOT ได้รับรางวัลในประเภท “องค์กรภาครัฐ ผู้นำการขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม รองรับผู้สูงวัย ส่งเสริมสิทธิผู้พิการ และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาท่าอากาศยานให้เข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ งานมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนรมิตบรรยากาศเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 พร้อมเปิด 4 จุดถ่ายภาพสุดพิเศษต้อนรับผู้โดยสารจากทั่วโลก

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 ด้วยการประดับตกแต่งพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Glamour X Mas in Warm Red” ถ่ายทอดกลิ่นอายแห่งความสุข ความอบอุ่น และความรื่นเริงในช่วงเทศกาลปลายปี ทสภ. ประดับตกแต่งและจัดพื้นที่ถ่ายภาพพิเศษรวม 4 จุด เพื่อสร้างประสบการณ์และความประทับใจแก่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในอาคารผู้โดยสารโดยการตกแต่งซุ้มคริสต์มาสในโทนสีแดง–ทอง เติมเต็มบรรยากาศแห่งการต้อนรับตั้งแต่โถงผู้โดยสารขาออก บริเวณประตูทางเข้า–ออก 2, 4, 6, 8 และ 10 ชั้น 4 อาคารผู้

โดยสาร จุดถ่ายภาพภายในอาคารเทียบเครื่องบิน D ชั้น 4 (ฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก) ออกแบบเป็นฉากคริสต์มาสมาร์เก็ต (Christmas Market) เพื่อให้ผู้โดยสารได้เก็บภาพความประทับใจระหว่างรอขึ้นเครื่อง และ บริเวณสายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 ชั้น 2 โถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ จัดเป็นธีมหมู่บ้านซานตาคลอส Winter Village เพื่อมอบความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย ทุกจุดถ่ายภาพเปิดให้ผู้โดยสารเยี่ยมชมและร่วมบันทึกช่วงเวลาแห่งความสุขได้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569
ทสภ. มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น และน่าประทับใจ ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นประตูสู่ประเทศไทย ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /งานแถลงข่าว เทศบาลนครเชียงรายชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ นครแห่งสีสันและเทศกาลดอกไม้งาม ปีที่ 22

แชร์เนื้อหานี้

เทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมส่งเสริม การท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวของประเทศไทย

เมื่อช่วงเย็นเวลา17.00น.วันที่ 11ธันวาคม2568 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เข้าร่วมการแถลงข่าวการจัดเตรียม การจัดงานเทศกาลดอกไม้งาม นครเชียงราย ปีที่ 22 เรียงร้อยใจ ดอกไม้ถวายแม่ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568-18 กุมภาพันธ์ 2569 ต่อสื่อมวลชทุกแขนงสาขา ณ อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จย่า90ปี เชิงสะพาน ขัวพญามังราย

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงรายได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อน การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “นครแห่งสีสันและเทศกาลตลอดปี” มุ่งสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขผ่าน กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่อให้เชียงรายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกฤดูกาล

พร้อมทั้งยกระดับ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ ทั้งเชิงสุขภาพ กีฬา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กิจกรรมไฮไลต์ของฤดูกาลนี้ คือ “งานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่22” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่16 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่ง “นครแห่งดอกไม้งาม”ชมความงดงาม

ของไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ อาทิ ดอกลิลลี่ ดอกทิวลิป และกล้วยไม้หลากสีสันนับล้านดอก ที่เนรมิตและสร้างสรรค์ประติมากรรมดอกไม้สุดตระการตา สะท้อนอัตลักษณ์ “เชียงราย เมืองแห่งศิลปะ” ได้อย่างงดงาม โดยปีนี้ยังถ่ายทอดแนวคิดอัน

งดงาม “เรียงร้อยดวงใจ ดอกไม้ถวายแม่” ถ่ายทอดความจงรักภักดี ความผูกพัน และความงดงามแห่งดอกไม้ที่ร่วมบานสะพรั่งเพื่อ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงสมุนไพรและพืชผักพื้นถิ่น ศูนย์เรียนรู้เกษตรนวัตกรรม

การจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน “ของดีนครเชียงราย” พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมดนตรีในสวน Music in the Park จากศิลปินชื่อดังและการแสดงศิลปวัฒนธรรมของเยาวชนจังหวัดเชียงรายทุกวันเสาร์ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2569 โดยงานเชียงรายดอกไม้งามจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคม 2568

และในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พิธีเปิดกิจกรรมดนตรีในสวน Music in the Park วันที่ 28 ธันวาคม 2568 พิธี“ตักบาตรดอกไม้” โดยอัญเชิญพระพุทธรูปเก่าแก่จาก 9 วัดในจังหวัดเชียงราย มาประดิษฐานบนราชรถบุษบก 9 คัน ให้ประชาชนได้กราบสักการะ

เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มพิธีเวลา 17.00 น. ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2569 ณ หอนาฬิกานครเชียงราย นอกจากนี้ ในวันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น.เทศบาลนครเชียงรายจะจัดพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปแวดเวียง

เจียงฮาย และทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่เริ่มตั้งแต่สี่แยกสุริวงค์ถนนธนาลัย ถึงสี่แยกศาลแขวงเชียงราย เพื่อให้ประชาชนและ นักท่องเที่ยวได้ร่วมตักบาตรและกราบสักการะขอพรต้อนรับศักราชใหม่เทศบาลนครเชียงรายขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยว

ร่วมสัมผัสความงดงามของฤดูหนาว ในดินแดน เหนือสุดของสยาม ชื่นชมความสวยงามของดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน พร้อมดื่มด่ำกลิ่นอายแห่งศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา ร่วมกันต้อนรับปีใหม่อย่างมีความสุข
“#นครเชียงราย #นครแห่งดอกไม้งาม

พิชานันท์ #วรรมณี #ข่าวเชียงรายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานกาชาด–ของดีจังหวัด 7–15 ม.ค. 69 จับสลากลุ้นรางวัลใหญ่ “ฟอร์จูนเนอร์ 3 คัน”/ ตร.มุกดาหาร ไล่ล่ารถต้องสงสัย ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวการจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–15 มกราคม 2569 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พร้อมเปิดจำหน่าย สลากกาชาดจังหวัดมุกดาหารประจำปี 2569 เพื่อให้ประชาชนร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย พร้อมนำรายได้ไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการกุศล

สำหรับ รางวัลที่ 1 ปีนี้จัดเต็มถึง 3 รางวัลใหญ่ ได้แก่ รถอเนกประสงค์ Toyota Fortuner Leader G เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ จำนวน 3 คัน ได้แก่ สีขาวมุก 1 คัน สีดำ 1 คัน และสีเงิน 1 คัน รางวัลที่ 2 ทองคำรูปพรรณหนัก 1 สลึง จำนวน 10 เส้น รางวัลที่ 3 ตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 12.3 คิว ยี่ห้อซัมซุง จำนวน 10 เครื่อง รางวัลเลขท้าย 3 ตัว พัดลมฮาตาริ 16 นิ้ว จำนวน 100 ตัว โดยสลากจำหน่ายในราคาฉบับละ 100 บาท โดยจะออกรางวัลในวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานกาชาด

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเปิดเผยว่า การจำหน่ายสลากกาชาดเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีร้านมัจฉากาชาด การจับสลากรางวัลใหญ่–รางวัลปลอบใจ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคมากมาย เช่น รถจักรยานยนต์ ตู้เย็น ทีวี พัดลม หม้อหุงข้าว ฯลฯ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อซื้อสลากกาชาดได้ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ส่วนราชการ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยสามารถชำระทั้งเงินสดและการสแกนจ่ายนอกจากนี้ยังขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรม “วันรวมน้ำใจชาวมุกดาหาร” ในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) เพื่อร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ สำหรับใช้ในกิจกรรมหารายได้เพื่อสาธารณกุศลในร้าน “นาวาพาโชค” ของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหารด้วย

งานกาชาดมุกดาหาร #ของดีจังหวัดมุกดาหาร #สลากกาชาด2569 #ลุ้นฟอร์จูนเนอร์ #ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

ตร.มุกดาหาร ไล่ล่ารถต้องสงสัย ทิ้งกระบะกลางทุ่งนา – ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ดปฏิบัติการไล่ล่ากลางดึก! คนขับไหวตัวทิ้งรถหนีลงทุ่งนา พบของกลาง “ยาบ้า 400,000 เม็ด” ตำรวจเร่งพิสูจน์หลักฐาน–ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่สกัดกั้นหลังได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ผ่านเส้นทางบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะฟอร์ด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ 4903 มุกดาหาร ขับผ่านมาด้วยท่าทีผิดปกติลักษณะส่ายไปมา มุ่งหน้าไปทางบ้านหนองล่ม ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีทันที

ชุดไล่ล่าติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งรถคันดังกล่าวขับหนีเข้าไปในซอยตันกลางทุ่งนา บ้านท่าไคร้ คนขับอาศัยความมืดทิ้งรถกระโดดหนีเข้าไปในทุ่งนา เจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาแต่ไม่พบตัว

จากการตรวจสอบภายในรถพบสิ่งของต้องสงสัยหลายรายการ โดยพบกระสอบปุ๋ยจำนวน 2 กระสอบ ซุกซ่อนภายในห้องโดยสาร ภายในบรรจุ ยาบ้าประมาณ 200 มัด (มัดละ 2,000 เม็ด) รวม 2,000 ถุง (ถุงละ 200 เม็ด) รวมของกลางทั้งสิ้น ประมาณ 400,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมยาเสพติดทั้งหมดเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาและตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.เมืองมุกดาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงและ DNA ในรถและบนถุงยาเสพติด เพื่อนำไปสืบสวนขยายผล ออกหมายจับผู้ครอบครองรถและผู้ขับขี่ที่หลบหนีต่อไป

มุกดาหาร #จับยาบ้า #ยาบ้า400000เม็ด #ปฏิบัติการยาเสพติด #ตำรวจภ4 #ข่าวอาชญากรรม #ไล่ล่ากลางดึก////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ จับมือ ส.ว.นันทนา ส่งอุปกรณ์ทำความสะอาด ช่วยฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมโฮปฯ ผนึกกำลัง ส.ว.นันทนา ส่งต่ออุปกรณ์ทำความสะอาดชุดใหญ่กว่า 180 รายการ ช่วยประชาชนหาดใหญ่เร่งฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำท่วม เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา

ร่วมกับ ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยอุปกรณ์ที่มอบประกอบด้วย ไม้กวาดทางมะพร้าว 150 ไม้ , ไม้ขัดพื้น 20 ไม้ และ ถุงมือยาง 10 กล่อง

อุปกรณ์ทั้งหมดถูกจัดส่งผ่านขนส่งเอกชน เพื่อกระจายไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ให้ประชาชนได้นำไปใช้ฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือนหลังระดับน้ำลดลง
ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ร่วมกับ ท่าน สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้เป็นสะพานบุญ มอบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น ไม้กวาดทางมะพร้าว จำนวน 150 ไม้ / ไม้ขัดพื้น จำนวน 20 ไม้ และ ถุงมือยาง จำนวน 10 กล่อง เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบอุทกภัย หาดใหญ่ ใช้ในการทำความสะอาดบ้านเรือน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” และ “ยุติธรรมใส่ใจ เติมสุขปีใหม่ ห่วงใยประชาชน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม มอบหมายให้นายพิชิติ ชัยมาลา ผู้อำนวยการส่วนทัณฑปฏิบัติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เข้าร่วมกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” และ “ยุติธรรมใส่ใจ เติมสุขปีใหม่ ห่วงใยประชาชน” ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมจังหวัดนครปฐมได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ โรงเรียนโพรงมะเดื่อวิทยาคม ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อแสดงความจงรักภักดี ในห้วงเวลาภายใน 100 วัน แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ มอบให้แก่ประชาชน ประจำปี พ.ศ. 2569
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน.วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ภาครัฐ มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริต / อบต.ทุ่งขวาง จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรม รร.ผู้สุงอายุในชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประเทศไทย โดยมี คณะกรรมการจังหวัดนครปฐม คณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต คณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายธีรชัย สุขเกษม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ซึ่งจังหวัดนครปฐม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม ได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างพลังทางสังคมในการต่อต้านการทุจริต ปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม และยกระดับค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเจตจำนงของผู้นำประเทศ และผู้นำทุกภาคส่วนในการป้องกันแก้ไขและปราบปรามการทุจริต รวมถึงผสานพลังคนไทยและทุกภาคส่วนให้ตื่นรู้พร้อมต้านการทุจริตในทุกรูปแบบเพื่อให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ตลอดจนให้คนไทยและนานาชาติรับรู้ถึงความมุ่งมั่นและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศไทย เพื่อผลักดันการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (ค่า CPI) ให้สูงกว่าร้อยละ 50 ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย ชมการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) กายใต้แนวคิด ปลุกพลัง “HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชัน” และการรับชมการประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี การมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ 2568

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม ได้ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การส่งเสริมสังคมด้านคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดัน และส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสของการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) มีผลการประเมินภาพรวมระดับจังหวัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณพ.ศ. 2557

จังหวัดนครปฐมมีผลการประเมินเพิ่มขึ้นเป็น 96.15 คะแนน หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนครปฐม ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 118 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 100 และในปีงบประมาณ 2568 จังหวัดนครปฐม ได้คะแนนที่ 96.64 สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 0.49 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.51 หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนครปฐมผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวน 117 หน่วยงาน หรือคิดเป็น 99.15 อยู่ในลำดับที่ 14 ของประเทศ จะเห็นได้ว่าในภาพรวมระดับจังหวัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
……………………….
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

อบต.ทุ่งขวางจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สุงอายุให้กับผู้สูงอายุในชุมชน
วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้ดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือน ธันวาคม 2568

โดยมีนายสุนทร สมัยนิยมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการพร้อมด้วยคณะผู้บริหารนายพุธิชัย หนุ่มกันนารองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นางสาววรรณภา คำดีรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง

นางสาวอำพร อินทร์คงเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางแสงเทียน เศรษฐวิทยารองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางและผู้นำชุมชน, ชมรมผู้สูงอายุ,เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งขวาง ,เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง
เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 6
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.การกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30น.ของวันที่16ธันวาคม2568 ณ. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานพิธีเปิดงาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า ประจำปี 2568

โดยนายเอกสิฏฐ์ วิไลศิลป์ นายอำเภอศรีสัชนาลัย กล่าวต้อนรับ ต่อจากนั้น นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โอกาสนี้ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา นางฐิติพร ศิริโกศล

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย เรือโท ภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุโขทัย หัวหน้าส่วนราชการอำเภอศรีสัชนาลัย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำฝ่ายปกครองท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ผู้มีเกียรติและประชาชนร่วมในพิธีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเปิดงาน ลั่นฆ้องชัย เปิดบานประตูเมืองสู่งาน “ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า ประจำปี 2568 รับชมการแสดง พร้อมเยี่ยมชมบูธแสดงนิทรรศการและสาธิตภูมิปัญญา เครื่องเงิน ทอง ลายโบราณศรีสัชนาลัย

จากนั้น ประธานในพิธีและคณะเดินเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP ผ้าไทยพื้นเมือง เงิน ทอง ลายโบราณ และเยี่ยมชมหมู่บ้านวิถีไทย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 6 แห่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ขึ้นนั่งเครื่องทอผ้าพื้นเมืองและได้ทอลองทอผ้า.

จากนั้นก็รับชมชุดการแสดงวัฒนธรรมชนเผ่าพื้นเมือง การแสดงชุด น่อเจี่ยซอ โดยวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ต่อจากนั้น นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต้อนรับประธานในพิธี ประธานกล่าวพบปะประชาชน ณ เวทีกลาง และเยี่ยมชมบูทวัฒนธรรม

อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กำหนดจัดงาน“ย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงิน ทอง ลายโบราณ สืบสานวัฒนธรรม อันล้ำค่า ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 6 – 10 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตคนไทยสมัยสุโขทัยของเมืองศรีสัชนาลัย

ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุค และส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองของอำเภอศรีสัชนาลัยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวแพร่หลายยิ่งขึ้น และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตลาด Narathiwat Young Talent ปั้น “Startup Student 2568” จุดประกายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “ไม่เอาเปรียบ แบ่งปัน ดูแลกัน”

แชร์เนื้อหานี้

ณ บริเวณตลาดพิธาน (พิธานฮอลล์) ถนนสุริยะประดิษฐ์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ดร.ชารีฟท์ สือนิ ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงาน ตลาด Narathiwat Young Talent ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม STARTUP STUDENT 2568 “ปั้นฝันไอเดียสู่โลกธุรกิจบนฐานคุณธรรม” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ท้องถิ่น นักวิจัย และเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง รวมถึงนางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส พร้อมผู้บริหารจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจเข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานกิจกรรม STARTUP STUDENT 2568 ปั้นฝันไอเดียสู่โลกธุรกิจบนฐานคุณธรรม” ซึ่งมุ่งเน้นการบ่มเพาะและสนับสนุนนักเรียนในจังหวัดนราธิวาสให้ได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพไปสู่การเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีคุณธรรมเป็นรากฐานสำคัญ โดยการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาหลักสูตรและศูนย์บ่มเพาะสมรรถนะผู้เรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมุ่งสร้าง “ผู้ประกอบการรุ่นใหม่บนรากฐานคุณธรรม” ผ่านการบูรณาการหลักสูตร การพัฒนาสมรรถนะ และการสร้างเวทีให้เยาวชนได้ทดลองทำธุรกิจจริง ภายใต้คอนเซปต์ “ไม่เอาเปรียบ แบ่งปัน ดูแลกัน”

ทั้งนี้งานนี้มีกำหนดจัดขึ้น 2 วัน (4-5 ธันวาคม 2568) โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น NarabizTalk การบรรยายจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ การนำเสนอโครงการธุรกิจของนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้า Bootcamp และโมเดลธุรกิจตามหลัก Business Model Canvas การตัดสินรางวัล: การคัดเลือกสุดยอดไอเดีย Startup Student 2568 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 25,500 บาท โดยมีรางวัลสูงสุดคือ รางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท การแสดงผลงาน: มีการแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น Fruit Roll Innovation, Foam Beads Herbal Soap, ขาตั้งไม้ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากผู้ประกอบการเยาวชน

ดร.ชารีฟท์ สือนิ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจังหวัดนราธิวาสได้แสดงศักยภาพด้านผู้ประกอบการตามทักษะศตวรรษที่ 21 ทั้งการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม วันนี้เป็นก้าวแรกในการจุดประกายเยาวชนให้ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยความท้าทายของสังคมไฮบริดและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราหวังว่าการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งนวัตกรรมในวันนี้จะเติบโตเป็นพลังสำคัญของจังหวัดนราธิวาสในอนาคต เด็กทุกคนจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จุดประกายไอเดีย และนำไปสู่การสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่” ดร.ชารีฟท์กล่าว
ปัจจุบันโครงการวิจัยมีโรงเรียนเข้าร่วมแล้วจำนวน 53 โรงเรียน จากทุกสังกัด และมีแผนขยายผลต่อเนื่องในอนาคต

ด้านนางศิริพร เลาหะกุล ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการพัฒนาเยาวชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเยาวชนคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต การฝึกประสบการณ์จริง การสร้างความอดทน และการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ จะทำให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดได้อย่างยั่งยืน” นางศิริพรกล่าว

อย่างไรก็ตามงาน “Narathiwat Young Talent” ในวันนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันของโรงเรียน ชุมชน ศาสนา ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ เพื่อร่วมกันสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีทั้ง ความเก่ง ความดี และหัวใจที่พร้อมพัฒนาบ้านเกิด ตามเป้าหมายของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดนราธิวาส โดยการเปิดตลาดในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมและคุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่กล้าคิด กล้าลงมือทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรม นำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเวที SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 กีฬาสร้างคน – เครือข่ายร่วมใจปั้นเยาวชนห่างไกลอบายมุข

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00น. เปิดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกจังหวัดชุมพร เต็มไปด้วยพลังสดใสของเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี จาก 16 ทีมทั่วจังหวัด ท่ามกลางรอยยิ้มของครูผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายจากหลายหน่วยงานที่มุ่งผลักดันให้พื้นที่กีฬาเป็น “เกราะป้องกัน” เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด

การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร สสส. และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดชุมพร

(สคล.) พร้อมแรงหนุนจากภาคีเยาวชนในพื้นที่ ภายใต้แนวคิดสำคัญ
“เพื่อนกันมันส์โนแอล – ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน”
เพื่อผลักดันให้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างภูมิคุ้มกัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กชุมพรอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวย้ำถึงบทบาทสำคัญของกีฬาในการเสริมสร้างวินัย สุขภาพ และความสามัคคีในหมู่เยาวชน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างจังหวัดชุมพรให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเติบโตของเด็กและเยาวชน

ด้าน นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดชุมพร ตัวแทนคณะผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า เวทีนี้ไม่เพียงมอบโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านกีฬา แต่ยังสื่อสารค่านิยมที่ดี ช่วยให้เด็กใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการเล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ปีนี้มีทีมเข้าร่วมครบทั้ง 16 ทีมจากโรงเรียนและชมรมต่าง ๆ ทั่วจังหวัด สะท้อนพลังความพร้อมของครูผู้ฝึกสอน ชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ–เอกชนที่ร่วมกันผลักดันพัฒนาการด้านกีฬาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิธีเปิดจบลง เด็ก ๆ จากทุกทีมต่างเดินลงสนามด้วยสีหน้ามุ่งมั่น เสียงเชียร์จากเพื่อน ๆ และผู้ปกครองสร้างบรรยากาศคึกคักอบอุ่น ทำให้สนามแข่งขันแห่งนี้ไม่ใช่เพียงเวทีฟุตซอล แต่กลายเป็น “พื้นที่ครอบครัวใหญ่ของชุมพร” ที่ทุกคนร่วมกันส่งพลังใจให้เยาวชนก้าวไปข้างหน้า

การแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของจังหวัดชุมพร ในการใช้กีฬาเป็นพลังบวกสร้างเยาวชนคุณภาพ พร้อมคัดเลือกทีมชนะเลิศเป็นตัวแทนจังหวัดเข้าสู่ระดับประเทศต่อไป

ไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่คือพลังร่วมใจของคนทั้งจังหวัด เพื่ออนาคตที่แข็งแรง ปลอดภัย และงดงามของเยาวชนชุมพรทุกคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 7 จัดกิจกรรม คล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568)

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรภาค 7 ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568)

โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ

ภูธรภาค 7 พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7

พล.ต.ต.พิพัฒน์ ชุ่มมณีกูล รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล

รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.บรรจง อมฤทธิ์ ผบก.อก.ภ.7 พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7

พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผบก.ศฝร.ภ.7
พล.ต.ต.อนุรักษ์ พรพุทธศรี ผบก.กค.ภ.7 คณะแม่บ้านตำรวจภูธร

ภาค 7 และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.7 เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคาร ภ.7 อ.เมือง จว.นครปฐม

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล ต่อด้วยทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธี

ถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีในวันนี้

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 5 ธันวาคม 2568 จังหวัดชุมพรจัดพิธีใหญ่เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา

ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยมี นายเธียรชัย ชู

กิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณพิธีโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

ในช่วงเช้า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ อัยการ ข้าราชการพลเรือน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เหล่ากาชาดจังหวัด

ชมรมแม่บ้านมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนชาวชุมพร ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ใจความสำคัญว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย

ปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างไม่เคยหยุดพัก ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม และพระราชทาน “ศาสตร์พระราชา”

เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งสร้างคุณูปการอย่างลึกซึ้งต่อปวงชนชาวไทยและนานาชาติ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ เปรียบเสมือน “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์ทรงสถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยตราบนิรันดร์ พสกนิกรชาวจังหวัดชุมพรจึงพร้อมใจร่วมประกอบพิธีในวันนี้ เพื่อ

แสดงความกตัญญูกตเวที และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างพร้อมเพรียงและสมเกียรติ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ เมตตาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว 1,000 ถ้วย แก่ทีมแพทย์ รพ.บางพลี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”/ ตุ๊กแกโผล่เกาะกระจกรถ โผล่มาจากไหนไม่รู้

แชร์เนื้อหานี้

เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลางนำคณะเดินทางมามอบอาหารกลางวันแก่บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบางพลี รวมกว่า 2,000 ชุด ภายในสองวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ท่านเจ้าคุณแจ้ หรือ พระวชิรคณาทร เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวปทุมทองเป็นอาหารกลางวันแก่ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบางพลี อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมจำนวน 1,000 ถ้วย

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี ร่วมเดินทางไปด้วย

นอกจากอาหารคาวแล้ว ท่านเจ้าคุณแจ้ยังได้เมตตาเลี้ยงขนมหวานอีกจำนวน 1,000 ถ้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี นายแพทย์เสาร์ ปัญจพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางพลี พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ทั้งนี้ ท่านเจ้าคุณแจ้ ยังได้เมตตานำก๋วยเตี๋ยวและขนมหวานอย่างละ 250 ชุด ไปเลี้ยงเป็นอาหารกลางวัน แก่เจ้าหน้าที่ใน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระพันปีหลวงเช่นเดียวกัน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

“ผมแค่ขอติดรถไปด้วย!” ตุ๊กแกโผล่เกาะกระจกรถตลอดทาง เจ้าของ งง – โผล่มาจากไหนไม่รู้
ช็อตเด็ดกลางถนนสมุทรปราการ เมื่อ “น้องตุ๊กแกสายโบก” กระโดดเกาะกระจกรถกระบะระหว่างขับกลับบ้าน ราวกับตั้งใจจะติดรถไปด้วย จนคนใช้ถนนพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ก่อนที่เจ้าตัวจะโดดหายไปไม่ทราบชะตากรรม

จากการคลิปในโซเชียลเผยให้เห็นเหตุการณ์ตุ๊กแกตัวหนึ่งกระโดดขึ้นไปเกาะกระจกรถยนต์ฝั่งซ้าย ขณะรถกำลังขับอยู่ในพื้นที่สมุทรปราการ ท่ามกลางความตกใจปนขำของเจ้าของรถและผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับผ่าน ต่างพากันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา

บันทึกภาพเหตุการณ์แปลกตานี้ไว้ ระหว่างที่รถกำลังชะลอเพื่อเข้าซ้ายหาที่จอด ตุ๊กแกตัวดังกล่าวได้กระโดดลงจากรถไปอย่างกะทันหันและหายลับไป โดยไม่ทราบว่าไปต่อที่จังหวัดใด ทำให้ชาวโซเชียลพากันแซวว่า “นี่มันทริปแบกแพ็กเกอร์เวอร์ชันสัตว์เลื้อยคลานหรือเปล่า?”

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยง วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ทีมข่าวได้เดินทางไปพบกับ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา เจ้าของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 4 ฒค 9918 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถคันที่ “น้องตุ๊กแก” ปรากฏตัวในคลิปดังกล่าว

ดร.ปิยนุช เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ขณะกำลังขับรถกลับจากนำถุงซิบห่อศพไปมอบให้มูลนิธิองค์กรทำดี ของ คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ระหว่างนั่งอยู่ในรถก็ได้ยินเสียง “ตุบ!” ดังขึ้น ก่อนจะพบว่ามีตุ๊กแกตัวใหญ่เกาะแน่นอยู่ที่กระจกข้างซ้าย

“รถข้างๆ ก็ถ่ายรูปกันหมด น้องตัวใหญ่เอาเรื่องเลยค่ะ ระหว่างทางเหมือนน้องได้กระโดดลงจากรถไป แต่ไม่รู้ว่าลงที่นครนายก หรือมาสมุทรปราการ กันแน่” ดร.ปิยนุช กล่าวพร้อมหัวเราะ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ใช้ถนนและชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนถึงกับคอมเมนต์ว่า “น้องคงอยากประหยัดค่ารถกลับบ้าน” หรือ “นี้มันยุคตุ๊กแกเรียกรถผ่านแอปหรือยังไงเนี่ย!”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การโคราช ลงพื้นที่ปากช่อง เขาใหญ่ ต่อเนื่อง 3 กิจกรรม ตรวจเยี่ยมกำลังพล นำเจริญพระพุทธมนต์ ทำกิจกรรมจิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวาคม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่อำเภอปากช่องต่อเนื่องทั้งวัน เพื่อพบปะกำลังพล ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกิจกรรมทางศาสนา จิตอาสา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม

โดยเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พร้อมประธานแม่บ้านตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ กองร้อยรักษาความปลอดภัย (ถปภ.) พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง รวมถึงข้าราชการตำรวจที่ผลัดเปลี่ยนปฏิบัติหน้าที่ประจำพื้นที่สำคัญดังกล่าว ภายหลังการตรวจเยี่ยม ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกนาย

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง วัดมกุฏคีรีวัน ต.โป่งตาลอง เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมวิปัสสนาจิตอาสา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจจำนวนมากร่วมประกอบพิธีด้วยความพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ในช่วง เวลา 15.00 น. ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และประธานแม่บ้านตำรวจจังหวัดนครราชสีมา นำกำลังพลร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่วัดมกุฏคีรีวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเช่นเดียวกัน กิจกรรมครั้งนี้มีหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งข้าราชการตำรวจหลายสิบ นาย เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง แสดงถึงความตั้งใจสืบสานปณิธาน “ทำความดีเพื่อพ่อหลวง” อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ : นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว : นายกันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ สโมสรนายทหาร ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44)

จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นทั้ง วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ โดยมี พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นประธานในพิธี
จากนั้นในเวลา 08.00 น.

ได้มีพิธีถวายราชสักการะ ถวายราชสดุดี และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีข้าราชการทหาร กำลังพลของค่ายเขตอุดมศักดิ์ รวมถึงสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 44 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี สมคิด ชูเผือก กล่าวน้อมรำลึกว่า“เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ

และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลและครอบครัวทหารบก ได้มาร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการ มทบ.44 ยังกล่าวถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามตลอดกว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ยังคงงอกงามสร้างคุณประโยชน์แก่ผืนแผ่นดินไทยอย่างไม่เสื่อมคลาย ขณะที่ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ พระบรมราโชวาท ยังคงเป็นหลักนำทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า

พลตรี สมคิด ย้ำว่า ด้วยความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ข้าราชการและกำลังพลของ มทบ.44 จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดี มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธาน และ

ร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มั่นคงและก้าวหน้าสืบไป
กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความจงรักภักดีของประชาชนชาวชุมพรต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” และทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / EEP Group ร่วมกับเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 3 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด (EEP Group) ผู้นำด้านการจัดการขยะสู่พลังงาน นำโดยนายสราวุฒิ ภูมิถาวร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาธุรกิจ และนายอนุพงศ์ มุทราอิศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เป็นประธานในพิธี

กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาท

สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดจนเนื่องในวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2568

ทั้งนี้ EEP Group ได้สนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด รถบรรทุกน้ำสำหรับล้างถนน รวมถึงพนักงานร่วมทำความสะอาดและเก็บขยะบริเวณถนนสาธารณะ ตั้งแต่พื้นที่ด้านข้างกองป้องกันและ

บรรเทาสาธารณภัยจนถึงศาลเจ้าพ่อโคกพร้าว ตำบลแพรกษาใหม่ โดยมีหน่วยงานราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนใน

พื้นที่กว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนพลังความร่วมมือในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และส่งต่อการทำความดีอย่างยั่งยืนต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม ตรวจเยี่ยมนิทรรศการเรือนจำกลางนครปฐม ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 / อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เข้าตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานนิทรรศการศูนย์การเรียนรู้โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” นิทรรศการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และนิทรรศการศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care)

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจกรมราชทัณฑ์ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง สร้างทักษะอาชีพ และเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ภายในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อบจ.นครปฐมได้จัดเตรียมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้บริหาร ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม พร้อมกับประชาชนจังหวัดนครปฐมได้ร่วมกันมอบสิ่งของต่างๆ อาทิ และน้ำดื่ม ยาสามัญ อาหารแห้ง อาหารสัตว์ ผ้าอนามัย นม ผ้าห่ม และของอื่นๆอีกจำนวนมาก

เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ และ นายกอบจ.นครปฐม ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน และทุกภาคส่วน ที่่ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาร่วมช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ในครั้งนี้ ชาวนครปฐมขอส่งความห่วงใยโดยการส่งมอบสิ่งของจำเป็น ขอให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และขอให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวจัดงาน “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณพระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานแถลงข่าวการ

จัดงานเทิดพระเกียรติพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า งานเทิดพระเกียรติฯ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร เป็นงานประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2528 เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณของ “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติวันที่ 19 ธันวาคม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่ของดีจังหวัดชุมพร และหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยและผู้ด้อยโอกาส ผ่านภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

สำหรับปี 2568 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18–26 ธันวาคม 2568 ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร โดยปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกอำเภอในจังหวัด

ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 19 ธันวาคม 2568
• พิธีเจริญพระพุทธมนต์
• พิธีบวงสรวง
• พิธีเปลี่ยนธงราชนาวี
• การแสดงรำเทิดพระเกียรติจากนางรำกว่า 2,000 คน

ถือเป็นกิจกรรมเชิดชูพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกิจกรรมหนึ่งของชุมพร
• ขบวนแห่เทิดพระเกียรติฯ และขบวนของดีชุมพรช่วงบ่าย
• พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ บริเวณเวทีหลักภายในงาน

กิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ
• การประกวดร้องเพลง วันที่ 20 ธ.ค.
• การประกวด Miss Chumphon 2025 วันที่ 23 ธ.ค.
• การออกรางวัลสลากกาชาดจังหวัดชุมพร วันที่ 26 ธ.ค. ชิงรางวัลใหญ่รถกระบะ TOYOTA HILUX REVO 4 ประตู พร้อมของรางวัลอีกมากมาย
• การออกร้าน OTOP ภายใต้แนวคิด

“เทิดพระเกียรติองค์อาภากร เสน่ห์ OTOP ชุมพร ภูมิปัญญาไทย สู่กาชาดชุมพร 2568”
• นิทรรศการจากหน่วยงานรัฐและเอกชน
• การแข่งขันและสาธิตด้านการเกษตร
• กิจกรรม “ดริปหรอย” ชิมกาแฟชุมพร
• ชิมเมนูสร้างสรรค์ “จิ้งหรีดหม่าล่า & สุกี้”
• ไฮไลต์การแข่งขันสุดฮือฮา “ศึกชิงแชมป์จ้าวนักดูด & ดื่ม (นม)” จังหวัดชุมพร

ด้านความบันเทิง มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงท้องถิ่น และคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดังหมุนเวียนขึ้นเวทีกลางทุกคืน รวมถึงกิจกรรมจากบูธเอกชนตลอดทั้งงาน คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและจากต่างพื้นที่ สร้างรายได้หมุนเวียนให้จังหวัดชุมพรจำนวนมาก

จังหวัดชุมพรขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงานใหญ่ปลายปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ สนับสนุนภารกิจของกาชาด และร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นอันงดงามของเมืองชุมพรอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายก.หน่อย อบจ.โคราช ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่ มอบถุงน้ำใจ 500 ชุด ช่วยผู้ประสบอุทกภัยพัทลุง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานช่าง ตำบลมะเริง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าส่งต่อพลังน้ำใจสู่พี่น้องชาวภาคใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยรุนแรง

โดย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล (นายกหน่อย) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อบจ.นครราชสีมา ร่วมจัดเตรียมและมอบ “ถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพัทลุง” จำนวน 500 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ภายในถุงยังชีพประกอบด้วยอาหารแห้ง สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพพื้นฐาน โดยทีมงาน อบจ.โคราช ได้เร่งบรรจุและส่งมอบสิ่งของอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

นางยลดา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นความตั้งใจของ อบจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ต้องการส่งกำลังใจไปยังพี่น้องชาวใต้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พร้อมย้ำว่าทางจังหวัดโคราชจะยังคงติดตามสถานการณ์และพร้อมสนับสนุนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

การส่งมอบถุงน้ำใจครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของท้องถิ่นเมืองย่าโม ในการยืนเคียงข้างพี่น้องคนไทยทั่วประเทศเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสื้อแดงศรีสะเกษ รวมพลจัดกิจกรรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” กินข่าวร่วมกับท่านทักษิณ พร้อมแขวะรัฐบาล บริการจัดการน้ำล่มเหลว ทำหาดใหญ่จมบาดาล

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ชมดาวรีสอร์ท ปาร์ทหมอสมคิด คลินิกเวชกรรมหมดสมคิด ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเสื้อแดงศรีสะเกษ พร้อม กลุ่มเดอะเรด fc เพื่อไทย และกลุ่มมวลชนผู้มีใจรักในนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 300 คน ร่วมทำกิจกรรม คนเสื้อแดงศรีสะเกษ ส่งกำลังใจให้ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำคลองเปรม “คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง” ยิ่งแกล้ง เรายิ่งรอวันที่ท่านกลับมา โดยกิจกรรมมีแกนนำเสื้อศรีสะเกษ และส่วนกลาง ผลัดกันขึ้นปราศรัยให้มวลชนได้รับฟังถึงกิจกรรม และโจมตีรัฐบาล กิจกรรมรอบวงกินข้าวกับท่านทักษัณ กิจกรรมเขียนสมุดแดงส่งกำลังให้ท่านทักษิณ ซึ่งสมุดเล่มนี้จะนำไปให้ท่านทักษิณ ได้ดูและรับทราบว่าคนเสื้อแดงยังรัก และยังรอท่านทักษิณ กลับอยู่เสมอ

***นางอัญชลี เทพวงษา หรือ แอ๊ว ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่กลุ่มคนเสื้อแดงจัดขึ้นในหัวข้อว่า คนติดไม่ท้อ คนรอไม่ทิ้ง ซึ่งคนติดก็หมายถึงท่านนายกทักษิณ ชินวัตร โดยพวกเราชาวพี่น้องเสื้อแดงจังหวัดศรีสะเกษ รวมใจรวมพลังพลังกันมาวันนี้เพื่อที่จะรำลึก ให้กำลังใจ ท่านนายกทักษิณ ซึ่งพวกเราเสื้อแดง คิดถึงท่าน เป็นห่วงท่าน ขอให้ท่านรักษาสุขภาพ แล้วก็พวกเราก็จะรอที่ให้ท่านกลับมาช่วยบ้านช่วยเมืองเรา ช่วยพี่น้องตาดำ ๆ ได้ลืมตาอ้าปากได้ พวกเราก็รักและคิดถึงท่านเสมอ

***ขณะที่ นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีและพูดถึงภัยพิบัติที่หาดใหญ่ว่า ทุกคนคงรู้ว่าทุกวันนี้การบริหารจัดการภัยพิบัติทุกวันนี้มันล่าช้าขนาดไหน มันไม่มีระเบียน ไม่มีแบบแผ่น ถ้าย้อนกลับไปภัยพิบัติเมื่อปี 44 ท่านทักษิณ จะมีการสั่งการ รมว. ทุกคนนั่งประจำสั่งการทุกจังหวัด เป็นผู้บัญชาการทุกจังหวัด ตรงไหนเข้ามาได้ก็สั่งให้เอาฮอลิคอปเตอร์เข้าไปช่วย ทุกภาคส่วนสั่งได้หมด เพราะจุดมุ่งหมายเดียวคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดังนั้นที่เรามาร่วมตัวกันวันนี้ ที่เราลงชื่อเขียนให้กำลังใจท่านทักษิณ ในวันนี้ จะส่งไปถึงท่านทักษิณในเรือนจำ เพื่อให้ท่านได้เห็นถึงความห่วงใยของพวงเราชาวเสื่อแดง ถึงแม้จะอยู่ข้างนอกแต่หัวใจพวกเราก็ยังผูกพันกับท่านทักษิณ ชินวัตร ตลอดไป

***ด้าน นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัย ว่า ท่านทักษิณ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนมากมาย และมากที่สุด การติดคุกของท่านทักษิณ ในครั้งสนี้ ถือว่าท่านเสียสละเพื่อประชาน เพราะกลับมาประเทศไทย ท่านไม่ต้องมายุ่งกับการเมืองก็ได้ อยู่อย่างสุขสบาย แต่ท่านเป็นห่วงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะประชาชนคนเสื้อแดงท่านจะห่วงมาก พอท่านกลับมาประเทศไม่ถึงปีก็มาเจอปัญหาแบบนี้ และก็พยายามกลั่นแกล้งท่านไม่ให้ออกจากเรือนจำ มีเพียงพี่น้องเท่านั้นที่จะช่วยกันตระโกนเอาความยุติธรรมคืนให้นายกทักษิณ และให้นายกทักษิณมาดูแลพี่น้องประชาชนทั่งประเทศอีกครั้งผ่านการเลือกตั้ง ศรีสะเกษ มีกี่เขตเลือกเพื่อไทยให้หมดทุกเขต เดียวตนจะทำปทุมธานี โมเดลให้ดู จะให้ปทุมธานี ทั้ง 8 เขต เป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด

***นายศรรัก มาลัยทอง แกนนำเสื้อแดงปทุมธานี พูดบนเวทีปราศรัยอีกว่า วันนี้น้ำท่วม หาดใหญ่ จากที่ตนลงพื้นที่คิดว่าหน้าจะมีคนตายมากว่า 500 คน แน่นอน แต่นายกอนุทิน บอกว่าไม่ถึง 100 ราย และการบริการจัดการบูรณาการก็ทำให้พี่น้องเราผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ถือเทียบกับยุคสมัยภัยพิบัติ สึนามิ ที่ท่านนายกทักษิณ นั่งสั่งการบัญชาการเอง ไม่นานกลับสู่สภาพปกติ เห็นไหม นายกอนุทิน คนนี้มันมาแค่ต้องการเอาอำนาจกลั่นแกล้งท่านนายกทักษิณ ล่าสุดแข่งรถ 4 พันล้าน แต่น้ำท่วมที่หาดใหญ่งบประมาณยังไม่ออก แต่เอางบไปบูรณาการแข่งรถก่อน เขากระโดง ฮั่ว สว. ทั้งหมดทั่งปวงนี้คือการโกงกินชาติทั้งสิ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก อย่างยิ่งใหญ่ ที่ จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2568

โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข กรรมการสมาคมดินโลก นายมนัส กำเนิดมณี กรรมการสมาคมดินโลก นายต่อพงศ์ ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ นายปรีดา สุขใจ พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดฯ

นายจำนงค์ พร้อมมูล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมพิธี โดยงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.- 8 ธ.ค.68 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพัฒนาดิน การจัดการน้ำ การเกษตรยั่งยืน และการอนุรักษ์ผ้าไทย ส่งเสริมความรู้ทักษะด้านดิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวและการผลิต สินค้าเกษตรของดีจังหวัดประจวบฯ สร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าชุมชน รวมทั้งส่งเสริมองค์ความรู้ด้านดินและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ
โอกาสนี้

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เนื่องในวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดินในประเทศไทยมาอย่างยาวนานและทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล The Humanitarian Soil Scientist หรือรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม จากสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พัฒนาดิน ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร

ความมั่นคงของชีวิต และเป็นทรัพยากรที่ต้องร่วมกันฟื้นฟูดูแล การทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าของดิน คือการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศการประกวดผลผลิตการเกษตร ได้แก่ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์

สำหรับงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” มีกิจกรรมมากมายหลากหลายภายในงานตลอด 10 วันของการจัดงาน ได้แก่ วันที่ 29 พ.ย.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง ดินของพ่อ สู่วันดินโลก การประกวดสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ / วันที่ 30 พ.ย.68 กิจกรรมเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศคลองบางนางรม อ.เมืองประจวบฯ การเสวนาวิชาการ เรื่อง การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพ /

วันที่ 1 ธ.ค.68 การเสวนาวิชาการ เรื่อง Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย และการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเสวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง / วันที่ 2 ธ.ค.68 การเสวนาการรับรองคุณภาพคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ / วันที่ 3 ธ.ค.68 การเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “สืบสานภูษาศิลป์ น้อมถวายพระพันปีหลวง” / วันที่ 4 ธ.ค.68 กิจกรรมประจวบรักษ์สุขภาพ สานต่อของดีคีรีขันธ์ / วันที่ 5 ธ.ค.68 กิจกรรม “ชวนชิมกุ้งกระพง ดินดีวิถีพ่อ” และการแสดงดนตรีแจ๊ส บทเพลงพระราชนิพนธ์ และวันที่ 6-8 ธ.ค.68 กิจกรรมการแสดงของนักเรียน

ขณะที่ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการดิน นิทรรศการผ้าไทย ชุดผ้าไทยพระราชนิยม 8 แบบ การจำหน่ายสินค้าโอทอป สินค้าชุมชนกว่า 30 ร้านค้า บูธสาธิตอาชีพ 10 บูธ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น.ของทุกวัน เช่น การทำซาซิมิปลากะพง หมี่ผัดสับปะรด สมูทตี้สับปะรด จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพื่อนร่วมโลกต้องช่วยกัน” กลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นผนึกกำลังชุมชนชายแดน รวมสิ่งของช่วยชาวหาดใหญ่ น้ำใจไร้พรมแดน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดชุมพร นายหนูไกล วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง

พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยพลัดถิ่น ได้ร่วมกันระดมสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเสื้อผ้าจำนวนมาก เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยมีรถกระบะหลายคันลำเลียงสิ่งของไปขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของรถที่ไม่คิดค่าบริการ ขณะที่ พันตรีวินัย บุญคงมาก หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์ที่

4101 ได้นำกำลังทหารมาร่วมอำนวยความสะดวกในการบรรทุกสิ่งของครั้งนี้ด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องทั้งสองฝั่งชายแดน

นายหนูไกล วงธรรม เปิดเผยว่า หลังรับทราบข่าวสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา จึงรีบประสานงานกับเพื่อนฝ่ายปกครองที่เคยศึกษาในวิทยาลัยการปกครอง เพื่อสอบถามถึงผลกระทบ พบว่าพื้นที่หลายแห่งขาดแคลนสิ่งจำเป็นอย่างหนัก ทั้งอาหารแห้งและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

จึงได้ร่วมกับผู้นำหมู่บ้านและประชาชน รวมถึงชาวไทยพลัดถิ่น ทั้งที่มีบัตรประชาชนแล้วและที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอสัญชาติ ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำนวนมาก พร้อมได้เดินทางไปมอบให้นายอุทัย สุขสว่างผล กำนันตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที

สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพลัดถิ่นในจังหวัดชุมพร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่มะริด ทวาย และตะนาวศรี ก่อนจะถูกแบ่งแยกดินแดนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเมื่อพม่าเข้ากวาดล้างชนกลุ่มน้อย

“จดหมายจากพลังใจของชุมพร” เด็กนักเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยส่งต่อความรัก ความหวัง และกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ธนากร โกศลเมธีรายงาน 081-892-3514
ชุมพร – เต็มเปี่ยมด้วยความงดงามของน้ำใจและพลังแห่งการแบ่งปัน เมื่อโรงเรียนภูบดินทร์พิทยาลัยร่วมส่งต่อความห่วงใยผ่านกิจกรรม “จดหมาย..จากพลังใจของชุมพร”

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงในขณะนี้ วันนี้ นักเรียนทุกระดับชั้นได้ร่วมกันเขียน “การ์ดให้กำลังใจ” ด้วยลายมือและหัวใจที่บริสุทธิ์ ถ่ายทอดความอบอุ่น ความหวัง และคำปลอบโยนผ่านถ้อยคำและภาพวาดที่เปี่ยมด้วยความหมาย การ์ดแต่ละใบสะท้อนความตั้งใจของเยาวชนชุมพร ที่เชื่อมั่นว่า “กำลังใจ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากได้”

จดหมายและการ์ดให้กำลังใจเหล่านี้กำลังถูกรวบรวมและจัดส่งไปพร้อมกับสิ่งของจำเป็นที่ประชาชนในอำเภอหลังสวนและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมบริจาค เพื่อบอกกับพี่น้องผู้ประสบภัยว่า
“เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอ… คนไทยไม่ทิ้งกัน”

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนชีวิตที่สร้างความเอื้ออาทร น้ำใจ และความเป็นมนุษย์ให้แก่เยาวชนอย่างลึกซึ้ง สะท้อนบทบาทของโรงเรียนที่เป็นมากกว่าสถานศึกษา แต่คือพื้นที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างอนาคต และสร้างหัวใจที่งดงามตามเจตนารมณ์ของสถานศึกษา

โดยการ์ดและจดหมายทุกฉบับจากนักเรียน จะถูกนำไปบรรจุในถุงยังชีพที่โรงเรียนจัดเตรียม ก่อนส่งมอบให้ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อดำเนินการแจกจ่ายต่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงNot only the education,But also the future
ไม่ใช่แค่การศึกษา…แต่ให้มากกว่าถึงอนาคต

ภูบดินทร์พิทยาลัย ❤️

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง ขยายบริการปลูกถ่ายไต” เปิดโครงการอย่างเป็นทางการที่ รพ.ชุมพร เขตรอุดมศักดิ์

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมอาภากร อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังใหม่ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้รับเกียรติจาก พญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพร

ร่วมกับ พญ ปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผอ. โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ “ฟอกไตฟรี ได้ทุกแห่ง และขยายบริการปลูกถ่ายไต” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการรักษาโรคไตของประชาชนในจังหวัดชุมพร

พิธีเปิดได้รับเกียรติจากพญ เหมือนแพร บุญล้อม สสจ.ชุมพรเป็น
ประธานในพิธี กล่าวถึงความสำคัญของนโยบายนี้ว่า เป็นการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการฟอกไตใกล้บ้าน

ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการรักษา เช่น การล้างไตทางช่องท้อง การฟอกเลือด การปลูกถ่ายไต รวมถึงการดูแลแบบประคับประคอง ตลอดจนส่งเสริมการป้องกันโรคและการคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง

ประธานยังกล่าวชื่นชมการบูรณาการความร่วมมือของ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร อสม. และทุกภาคส่วน ที่ร่วมขับเคลื่อนให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยบริการในเครือข่ายร่วมกันดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังกว่า 71,000 ราย และมีผู้ป่วยฟอกไต–ล้างไตรวมกว่า 3,400 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือแพทย์ ระบบส่งต่อ และความร่วมมือกับหน่วยบริการในเครือข่าย เพื่อให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.

กิจกรรมในวันเปิดโครงการประกอบด้วย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคไต การให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพไต การให้คำปรึกษาด้านการรักษา และการรณรงค์บริจาคอวัยวะ โดยมีผู้เข้าร่วมต่อเนื่องกว่า 1,000 คน

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดชุมพรในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สามารถเข้าถึงบริการด้านไตที่มีมาตรฐานได้ “ทุกที่–ทุกแห่ง–ทุกคน” อย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวอ.หลังสวนกว่า 1,000 คน คาดเสียหาย 40 ล้านบาท รวมตัวร้องความเป็นธรรม ที่สมาคมฌาปนกิจหยุดไม่แจ้งสมาชิก /ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนกว่า 1,000 คน ในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร รวมตัวกันที่ว่าการอำเภอหลังสวน เพื่อนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มามอบให้แก่พนักงานสอบสวน สภ.หลังสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังพบว่าสมาคมฌาปนกิจในพื้นที่ได้หยุดดำเนินการโดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่ามีผู้เสียหายกว่า 2,000–3,000 ราย ความเสียหายประเมินรายละประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30–40 ล้านบาท โดยชาวบ้านทยอยนำเอกสารมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางกลับ
พันตำรวจตรี สุนทร ธนะโรจน์ อายุ 67 ปี ข้าราชการบนาญ เปิดเผยว่า ประชาชนได้รวมตัวกันเพื่อนำเอกสารหลักฐานมาแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการสมาคมอสม. หลังพบว่าเกิดปัญหาการบริหารภายใน

แต่ละหน่วยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบว่าจะหยุดดำเนินงานหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารใด ๆ อีกทั้งเงินที่สมาชิกจ่ายสะสมมาเป็นเงินจำนวนมาก แต่สมาชิกเพิ่งมาทราบว่าสมาคมหยุดดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา
พันตำรวจตรีสุนทรย้ำว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรม โดยมีนายวันชัย ปลัดอาวุโสอำเภอหลังสวน เป็นผู้รับเรื่อง และมีตัวแทนจากสำนักงานอัยการจังหวัดเข้ามาร่วมตรวจสอบแล้ว ต่อมา

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้เดินทางไปที่ สภ.หลังสวน แต่ได้รับแจ้งว่าหลักฐานไม่สมบูรณ์ จึงมีการนัดสมาชิกให้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อนำเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้าน นายพิมล แดงศรีธรรม อายุ 75 ปี

ข้าราชการบนาญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลท่ามะพา และสมาชิกสมาคมฯ ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นสมาชิกสมาคมมาตั้งแต่ปี 2534 พร้อมทั้งภรรยาและลูกบ้านจำนวนมาก จากเดิมชำระเงินเดือนละหลักร้อยต่อราย เพื่อเป็นกองกลางช่วยเหลือยามมีผู้เสียชีวิต หวังลดภาระของลูกหลานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ามีผู้เสียชีวิตบางรายในตำบลท่ามะพาที่เสียชีวิตมาแล้ว 4–5 ปี แต่ญาติกลับไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด พร้อมระบุว่ามีการนำเงินสมาชิกไปใช้จ่ายโดยไม่โปร่งใส ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่สมาชิกเป็นอย่างมาก

เนื่องจากไม่มีการแจ้งยุติบทบาทหรือความเปลี่ยนแปลงของสมาคมให้ประชาชนรับทราบเลยประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ พร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน และเพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่สมาชิกที่ได้รับผลกระทบทุกคน.
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

ส.ส.ลูกหมี ระดมสิ่งของ 5 หมื่นชุด ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รายงานโดย ธนากร โกศลเมธี 081-892-3514 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชุมพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกหมี” เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 2 จังหวัดชุมพร ของนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (สจ.กิจ) พร้อมเรียกประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรในพื้นที่อำเภอท่าแซะ ปะทิว และเมืองชุมพร เพื่อร่วมกันระดมสิ่งของจากหมู่บ้าน ชุมชน และตำบลต่าง ๆ ในพื้นที่ จัดทำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้

สิ่งของที่นำมาบรรจุถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมขบเคี้ยว น้ำดื่ม ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอนามัย และของใช้จำเป็นอื่น ๆ โดยมีกลุ่มพลังสตรีและประชาชนจิตอาสามาร่วมช่วยกันแยกและบรรจุสิ่งของอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมนำลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่กำลังเดือดร้อน

ส.ส.ลูกหมี กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง จึงต้องเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยตั้งเป้าจัดทำถุงยังชีพจำนวน 50,000 ชุด ซึ่งบางส่วนได้มอบให้ อบจ.ชุมพร นำไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่ง ส.ส.และทีมสมาชิกสภาจังหวัดชุมพรจะลงพื้นที่มอบด้วยตนเองในวันที่ 1–2 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องในฐานะคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันยามลำบาก

ทั้งนี้ ส.ส.ลูกหมี ยังเปิดให้พี่น้องชาวจังหวัดชุมพรที่มีญาติหรือคนรู้จักอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ติดต่อแจ้งจุดประสบภัย เพื่อให้ทีมพลังชุมพรสามารถนำสิ่งของไปส่งมอบถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ช่องทางติดต่อทีมพลังชุมพร
📞 นายนพพร อุสิทธิ์ (#นายกโต้ง) 085-787-7999
📞 นายชุมพล จุลใส (#ลูกหมี) 062-443-5777
📞 นายสุพล จุลใส (#สส_ลูกช้าง) 080-198-9515
📞 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (#รองกิต) 066-085-4602
น้ำใจจากชุมพรยังคงหลั่งไหล เพื่อส่งต่อพลังความหวังให้พี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /“เทศกาลอาหารย่าง โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 5 วัน 5 คืน

แชร์เนื้อหานี้

“เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025” จัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม พร้อมยกศิลปินดัง ระดับประเทศมาไว้ที่นี่ ฟรี! คอนเสิร์ต ตลอด 5 วัน 5 คืน ในรูปแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง”

เมื่อวันที่ (26 พ.ย.68) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 (Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025) โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีเปิด พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และแขกผู้มีเกียรติจาก หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การจัดงานเทศกาล อาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 จัดขึ้นเพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคกลางคืนและต้องการให้เกิดเงิน หมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้สนับสนุน จากบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ผู้ให้การสนับสนุนหลัก ทั้งจังหวัดนครราชสีมา, การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย,ตำรวจ

ภูธรภาค 3,องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, เทศบาลนครนครราชสีมา, บริษัท ป้อมกิจ จำกัด,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ตลาดเซฟวัน จำกัด, และผู้ให้การสนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชนหลายหน่วยงานที่พร้อมใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดนครราชสีมา ที่ให้ ความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ รวมทั้งพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง และที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือจากบรรดา ร้านค้า ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกิจกรรมทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดทุกท่าน

นายธงชัย ขอเพิ่มทรัพย์ ประธานจัดงานเทศกาลอาหารย่างครั้งที่ 18 กล่าวว่า การจัดงานประจำปี เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 18 Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2025 มาในรูปแบบใหม่ “ปิ้ง ม่วน ก๊วน ย่าง” (ZERO WASTE LOW CARBON) ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และในการ จัดงานในครั้งนี้ทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมงานจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยการลดขยะ โดยการลดตั้งแต่ต้นทางเน้นการใช้ ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น การใช้ซ้ำ และการคัดแยก เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือการทำให้ของเหลือใช้หรือขยะ เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยภายในงานมีให้ร่วมกิจกรรม ZERO WASTE LOW CARBON ให้ทุกคนมีส่วน ร่วม กิจกรรมร่วมสนุกและลุ้นรับรางวัลต่างๆ

ในปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568 ณ ตลาดเซฟวัน ขอเชิญทุกท่านมาชิม ขนม เครื่องดื่ม ฟังเพลง คาดว่า จะมีผู้เข้าชมงาน เกิดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท การแสดงบนเวที มีศิลปินชื่อดังระดับประเทศ อาทิ โพลิแคท จ๊ะ นงผณี ฟักกิ้งฮีโร่ Chamook Bom Siayer Purenessiy The Voice เป็นต้น นักท่องเที่ยวลุ้นรับรางวัล เช่น แจก บัตรภาพยนต์จากเครือเมเจอร์ บัตรที่พักจากโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา และรางวัลอื่นๆ มูลค่ามากกว่า 1 แสนบาท นายธงชัย กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมชี้แจงการเลือกตั้ง อบต.-เทศบาล (กรณียกฐานะ) ผู้เข้าร่วม 39 แห่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นำโดยนายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการฯ และนายดุลยวัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการฯ พร้อมคณะ

จัดประชุมชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เฉพาะการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล (กรณียกฐานะ)

การประชุมจัดขึ้นที่ห้องประชุมเดอะวันคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ โดยมีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมรวม 39 แห่ง

สำหรับพิธีเปิดนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ–วัดมหาวงษ์ ผนึกกำลังสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ส่งต่อสิ่งของ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยสงขลา

แชร์เนื้อหานี้

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮปฯ พร้อมพระครูปลัดจริยวัฒน์ และภาคีเครือข่ายจิตอาสา รวมพลังส่งต่อสิ่งของจำเป็นกว่า 350 แพ็ค ช่วยชาวสงขลาที่กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วม หวังบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่)

พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมด้วยพระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ร่วมเป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา

สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้แก่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ ประกอบด้วย น้ำดื่มจำนวน 350 แพ็ค บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง และผ้าอนามัย โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการจะลำเลียงสิ่งของทั้งหมดไปยังพื้นที่ประสบภัยในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลาที่ยังคงเผชิญปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
การส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังน้ำใจจากภาคประชาชนและเครือข่ายจิตอาสา ที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ

พระครูปลัดจริยวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) กล่าวว่า วัดร่วมกับชมรมโฮปฯ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อุปโภค บริโภค ไปช่วยผู้ประสบภัยในภาคใต้ ซึ่งเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ทำ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางวัดมหาวงษ์ปากน้ำร่วมกับชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา และสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ\

ได้รับมอบของเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของจำเป็นต่าง ๆ เครื่องอุปโภค บริโภค จากประชาชนที่มาร่วมบริจาค และน้ำจากชมรมโฮปฯ 350 แพ็ค เราได้ส่งต่อให้ทางสมาคมกู้ภัยที่จะลงพื้นที่จังหวัดสงขลาภายในอาทิตย์นี้อย่างเร่งด่วนก็ส่งไปล็อตแรก เราก็ยังรอรับบริจาคเรื่อย ๆ เพื่อไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่หาดใหญ่ และภาคใต้ ต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน ตลอดลำน้ำ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน บ้านแสงดาว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงโครงการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง โดยวิธีการต่างตอบแทนไม่มีการใช้งบประมาณจากทางราชการ ซึ่งมี บริษัทผู้รับเหมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด สรรเสริญการสร้าง เป็นผู้ดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน

โดยใช้วิธีการต่างตอบแทน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาลำน้ำตื้นเขินและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่เมืองและชุมชนริมลำน้ำ โดยโครงการมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องทั้งในระยะที่ 1 และระยะที่ 2

สำหรับการดำเนินงานใน ระยะที่ 1 จังหวัดน่าน ได้จัดประชุมคณะทำงานเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 เพื่อกำหนดภารกิจและสำรวจพื้นที่ลำน้ำที่จำเป็นต้องขุดลอก ก่อนจะดำเนินการสำรวจแล้วเสร็จในวันที่ 20 มีนาคม 2568 ต่อมา กรมทางหลวงชนบทและกรมเจ้าท่าได้อนุมัติให้ดำเนินงานในวันที่ 12 และ 18 มิถุนายนตามลำดับ จากนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของโครงการและเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนลงนามในสัญญากับผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

ขณะที่การดำเนินงานใน ระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาล มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดน่านได้ประชุมร่วมกับเทศบาล 11 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 21 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาลำน้ำตื้นเขินและพิจารณาพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในเขตเมือง โดยแต่ละพื้นที่

ได้เสนอจุดที่มีปัญหาและแนวทางแก้ไข ทั้งด้านการระบายน้ำ จุดคับแคบของลำน้ำ และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซ้ำซาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดทำแบบสำรวจและออกแบบโครงการอย่างละเอียด เทศบาลที่มีความพร้อมด้านข้อมูลจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุน ทั้งนี้ จังหวัดน่านกำหนดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อสรุปแนวทางดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดน่าน ยืนยันว่าโครงการขุดลอกลำน้ำน่าน โดยวิธีการต่างตอบแทน ทั้งสองระยะจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัย เสริมความปลอดภัยให้ประชาชน รวมถึงฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้มีความสมบูรณ์และเป็นระเบียบมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐทุกระดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.ชุมพรเปิด “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้” ระดมสิ่งของเร่งด่วนส่งช่วยพื้นที่ประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) – เทศบาลเมืองชุมพร เปิดศูนย์รับบริจาค “ศูนย์รวมน้ำใจช่วยผู้ประสบ

อุทกภัยภาคใต้” เพื่อระดมสิ่งของจำเป็นส่งต่อให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง และเดือดร้อนอย่างหนักในขณะนี้

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อบจ.ชุมพรได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด เพื่อเร่งรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ โดยกำหนดเปิดรับบริจาคระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณสนามด้านหน้า อบจ.ชุมพร ซึ่งถือเป็นจุดรับบริจาคหลักของจังหวัด สำหรับสิ่งของที่ต้องการเป็นการเร่งด่วน ได้แก่

อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานน้ำดื่มบรรจุขวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์จำเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เครื่องใช้จำเป็น เช่น เทียนไข ไฟฉาย แบตเตอรี่นายก อบจ.ชุมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนร่วมบริจาคสิ่งของตามกำลังศรัทธา

เพื่อให้สามารถรวบรวมและลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนปิดการรับบริจาคในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ “ความร่วมมือของทุกคนคือพลังสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้โดยเร็ว” นายนพพร กล่าวทิ้งท้าย.

อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน

แชร์เนื้อหานี้

อิ่มบุญ อิ่มใจ! คุณ แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบของจำเป็นสร้างรอยยิ้มให้เด็กพิการบ้านคามิลเลียน ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงานลงพื้นที่บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง มอบของอุปโภค–บริโภค เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และขนม ให้แก่เด็กพิการ และ เด็กยากไร้

ในความดูแลของมูลนิธิคามิลเลียน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลเด็กพิการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อช่วงสายวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้เดินทางไปยัง บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เขตขุมทอง กรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กพิการภายใต้การดูแลของ มูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทย (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า มูลนิธิคามิลเลียน) เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค–บริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า น้ำดื่ม และขนมให้แก่เด็กพิการและเด็กยากไร้ที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์

บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดูแลเด็กพิการหลากหลายประเภทโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มุ่งเน้นการฟื้นฟูร่างกายและพัฒนาศักยภาพเด็กให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจมาร่วมกิจกรรมเลี้ยงอาหารเด็ก บริจาคสิ่งของ หรือร่วมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เช่น

โครงการ “เหลือ หนูขอ” และกิจกรรมพัฒนาอาชีพเพื่อเด็กพิการ
ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) กล่าวถึงความตั้งใจของชมรมว่า “ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน เราได้มามอบของอุปโภคบริโภค ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เช่น น้ำดื่มและขนมให้เด็ก ๆ ที่มูลนิธิคามิลเลียน วันนี้ทุกคนอิ่มบุญ อิ่มใจกันมากค่ะ”

ด้านเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิคามิลเลียนได้ขอบคุณต่อความเมตตาของชมรมโฮปฯ พร้อมระบุว่าสิ่งของที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลและฟื้นฟูเด็กพิการในศูนย์ พร้อมย้ำว่าการ

สนับสนุนจากภาคสังคมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กกลุ่มเปราะบาง บรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม สะท้อนพลังของการแบ่งปันและความหวังที่ส่งต่อจากผู้ให้สู่เด็ก ๆ บ้านคามิลเลียน ลาดกระบัง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ตราด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run เพื่อแผ่นดินของแม่

แชร์เนื้อหานี้

เกาะช้างเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ ไชยเชษฐ์รีสอร์ท เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เวลา 17.00 น.
นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราดภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว

และการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน โดยมี นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด กล่าวถึงโครงการ และนโยบายด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
จากนั้นนายบุญเชิด สรแสง นายอำเภอเกาะช้าง ได้กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลขนและผู้เข้ามาร่วมงาน

นายวิชิต สุกระสุยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด Koh Chang Bikini Run 2 ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน และความร่วมมือของภาคเอกชนนางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนายการภูมิภาค ภาคละวันออก ททท. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของ ททท. ตราด ในปี 2569 – นางสาวจุฑามาศ กุลรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ

ทกจ. ตราด ประจำปี 2569 – นางมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการผลักดันเพื่อขับคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัดตราด – นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จังหวัดตราด กล่าวถึงความพร้อมของผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก ในการองรับนักท่องเที่ยว – นพ.วรา เศลวัตนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด –

พ.ต.อ.วัลลพ กังธาราทิพย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเกาะช้างกล่าวถึงความพร้อม ในการดูแลความปลอดภัย และการจราจร ของนักท่องเที่ยว – นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะข้าง กล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และและแผนการในอนาคต – นายพิสูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้กับนักท่องเที่ยว
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้ทำพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อม ยืนสงบนิ่ง 1 นาที และรับชมการฉายวีดีทัศน์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้มีการแถลงข่าวการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดตราด
ภายใต้ใครงการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

และกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน พร้อมปล่อยตัวนักวิ่ง โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ เยี่ยมชมชมการโชว์อาหารพื้นเมือง / ขนมพื้นเมืองของจังหวัดตราด เวลา 18.30 น. รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราดและผู้มีเกียรติ มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน วิ่ง Koh Chang Bikini Run ก้าวนี้เพื่อแม่ของแผ่นดิน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะทำงานจิตอาสาจัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว สืบสานประเพณีท้องถิ่น และขยายแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ แปลงนาสาธิต 15 ไร่ แบบผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านโพธิ์น้อย ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ คณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ

จัดกิจกรรม “ลงแขกเกี่ยวข้าว” เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และอนุรักษ์วิถีเกษตรดั้งเดิมให้คงอยู่สืบไป โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงาน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และคณะทำงานจิตอาสาจากทุกอำเภอ โดยมี นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมลงพื้นที่เกี่ยวข้าวเคียงข้างพี่น้องประชาชน สะท้อนภาพความสมัครสมานและพลังชุมชนอย่างเด่นชัด

แปลงนาสาธิตแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 โดยคุณศิรานันท์ คูโคเวค ประธานมูลนิธิฯ คุณประทวน สุวรรณ์ รองประธานมูลนิธิฯ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแบบผสมผสานและทฤษฎีใหม่ เปิด

ให้ประชาชน นักเรียน และเกษตรกรเข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งอำเภอเซกาดำเนินการเป็นปีที่ 2 แล้ว

ทั้งนี้ มูลนิธิปิยะศักดิ์ 1955 เป็นองค์กรภาคประชาชนที่ดำเนินงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่มีการเรี่ยไรใด ๆ มุ่งเน้นการส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ บำรุงพระพุทธศาสนา และมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นางลักษมณ ฝ่ายพงษา ผู้ตรวจการคณะทำงานจิตอาสาประจำจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ในปัจจุบันสังคมไทยและระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งภาวะเศรษฐกิจราคาพืชผลและภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตรของเราแต่ในวิกฤติยังมีโอกาสหากเราน้อมนำศาสตร์พระราชา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร

ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานไว้นั้น เป็นหลักคิดที่เน้นความพอดีมีเหตุผล โดยใช้ความรู้และการมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานซึ่ง

สอดคล้องกับกิจกรรมที่ทำในวันนี้การจัดทำแปลงนาสาธิต ยังเป็นเวทีให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเพาะปลูก ข้าว ให้ได้ผลผลิตที่ดีต้องทำอย่างไร ที่เหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูก ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การดูแลรักษา ตลอดจนถึงการเก็บเกี่ยว

อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้เห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ดังคำกล่าวที่ว่า “เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ” ตนขอชื่นชมและขอบคุณคณะทำงานจิตอาสาทุก

ท่านตลอดทั้งหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มาร่วมแรงร่วมใจในงานลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงนาสาธิต 15 ไร่ ในวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมอันควรค่าแก่การอนุรักษ์และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลัง ที่จะนำไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง
พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

ทางด้านนายไพลี กองกาญจน์ ประธานคณะทำงานจิตอาสาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนในชุมชน สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านเกษตรกรรม และผลักดันการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

ภายหลังพิธีเปิด ผู้ร่วมงานได้ร่วมกันร้องเพลง “คำสัญญาจากต้นกล้าของแผ่นดิน” เพื่อแสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นกำลังใจแก่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประกาศสโลแกนของคณะทำงานจิตอาสาอย่างกึกก้องว่า“สิ่งไหนที่ทำด้วยใจ สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ”
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326