คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย จัดพิธีสืบชะตาและวันสถาปนาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อ.แม่สาย จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานพิธีสืบชะตาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลแม่สาย เทศบาลแม่สายมิตภาพ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวัฒนธรรมแม่สาย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมพิธีจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายอำเภอแม่สาย ยังได้นำส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมกว่า 100 คนได้รำถวายแด่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช และทำพิธีสืบ

ชะตาในโอกาสวันสถาปนาเมืองเชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาปฎิบัติธรรมเยาวนิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอนาน้อยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22-23 มกราคม 2569 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดย นายทวีศักดิ์ ธิขาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปฏิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอนาน้อย และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์แผนพัฒนา 5 ด้าน ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตำบลศรีษะเกษ และแปลงใหญ่มะขามตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่และนำเสนอแผนพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละกลุ่ม

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไลออนส์ 310 เอ 2 มอบอาคารเรียน 4 ห้องให้กับโรงเรียนบ้านปางห้า แม่สาย เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา 13.00 น. ไลออน ดร.พรทิพย์ วัฒนผลมงคล นายอำเภอวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อม ไลออนส์ ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน นายสกิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางห้า พร้อมกับ สมาชิก 310 เอ 2 ไลออนส์

พร้อมกับ ท่านอดีตผู้ว่าการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ไลออนส์ทั่วประเทศ ร่วม ประธานจัดงาน และก่อสร้างอาคาร เพื่อทำประโยชน์แก่โรงเรียนปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสดุดีและเชิดชูเกียรติผู้ว่าการภาคเพิ่งผ่านพ้น ไลออนส์ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่ ที่เป็นที่ให้การศึกษาท่าน

ได้มีโอกาสทางการศึกษาจากสถาบันนี้ คณะกรรมการสดุดีเห็นถึงความความมุ่งมั่น ตั้งใจและการให้ความช่วยเหลือบริการชุมชน คนอยากไร้ ผลงานอันทรงคุณค่าที่ท่านได้ทำ ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมา

โดยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรในปีของท่าน คณะผู้จัดงานจึงมีมติที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านปางห้า แห่งนี้เพื่อจะเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน

ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสถานที่เรียนที่มีห้องเรียนเพียงพอ มีห้องสมุดที่ใช้ได้จริงเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม การดำเนินงานอาคารเรียนหลังนี้

ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนสมาชิก และประชาชน ชุมชน และร้านค้า โดยรอบ โดยได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นที่ใช้การ ก่อสร้างไปแล้ว 1,500,000 บาท ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อม

ที่จะส่งมอบให้ทางโรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียนเชิญท่านประธานในพิธี ผู้ว่าการภาค 310-เอ 2 ไลออน นิตยา เธียรวรรณ

ได้กรุณาประกอบพิธีเปิดป้ายเพื่อส่งมอบอาคารเรียน ให้แก่โรงเรียนบ้านปางห้า และกล่าวให้โอวาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ และทางไลออนส์ ได้เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนบ้านปางห้า

ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 มกราคม 2569 นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน จัดกิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและการจัดฐานการเรียนรู้ และ นายบัณฑูร สุนทรสมบัติ

นายอำเภอเวียงสา กล่าวให้การต้อนรับ ซึ่งภายในงานนำโดย นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ได้นำเกษตรกร จำนวน 150 ราย เข้าร่วมรับฟังการสนทนาเกี่ยวกับปัญหาและ

ผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกทดแทนการเผา อาทิเช่น การทำปุ๋ยหมัก และการทำเชื้อเพลิงชีวมวล

ตลอดจนการเรียนรู้ในฐานความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นแนวทางในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรใน

ช่วงฤดูกาล พืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย ณ

บ้านทุ่งทอง หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี ให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัยประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย ของอำเภอนครชัยศรี
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย อำเภอนครชัยศรี นำโดย นายปฐมพงษ์ เส็งดอนไพร ปลัดอำเภอฝ่าย

ความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนท.ส่งเสริมการเกษตร กำนันตำบลศรีษะทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งน้อย ต.ศรีษะทอง

ลงพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ศรีษะทอง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่มีรายงานหรือตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hotspot) และกรณีพบร่องรอยการเผา (Bum Scar) ตามที่ได้รับแจ้งจากจังหวัดนครปฐม

รายละเอียด ข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.69 ได้มีการลักลอบจุดไฟเผาเศษวัชพืชในบริเวณพื้นที่ทางด้านการเกษตรดังกล่าว และดับลงเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. โดยผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว คาดว่า ผู้ก่อ

เหตุน่าจะเป็นคนหาปลานอกพื้นที่ สาเหตุอันเนื่องมาจากถูกว่ากล่าวไม่ให้ลงไปจับปลาในลำคลอง ที่ล้อมรอบพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว ฯลฯผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว จะเข้าแจ้งความกรณีมีการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตรของตนเอง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

พร้อมทั้งแจ้ง กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ แจ้งประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น (PM 2.5) โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรตามนโยบายของจังหวัดนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครปฐม จัดสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้ง

ทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการ

สร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 100 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2569

นางสาวดวงพร วิสุทธิธรรม พาณิชย์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยกระทรวงพาณิชย์ ดูแลรับผิดชอบในประเด็นการพัฒนาด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

จึงได้มีแนวคิดดำเนินโครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ครอบคลุมผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 16 จังหวัด ด้วยการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ

และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้งทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งจังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก จึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการ

พัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก (Central-Western Economic Corridor : CWEC) จังหวัดนครปฐม “SMEs Nakhon Pathom : Empowering Growth” เสริมสมรรถนะ สร้างโอกาส ขยายธุรกิจการค้า ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม ดังนี้

  1. กิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้เพื่อการพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจการยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 หลักสูตร ดังนี้ 1) หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 1 และ Tier 2 เป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับการประกอบธุรกิจการค้า
    2) หลักสูตรของกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 3 เป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นฐาน การพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจ
  2. กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุน
    และการเจรจาธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน มาให้คำแนะนำในการดำเนินการประกอบธุรกิจ ในครั้งนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ

แชร์เนื้อหานี้

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ เห็นโครงสร้างจังหวัดแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทำความฝัน 20 ปีที่อยากเห็นการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นจริง พร้อมชูเป็นต้นแบบให้ทั่วประเทศเดินตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นโดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลพบว่า จ.นราธิวาส มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 5 แสนคน ผลการคัดกรองพบผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 12.76 ซึ่งปัญหาใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ “ค่านิยมที่ผิด” ที่มองว่าบุหรี่ช่วยคลายเครียดและไม่อันตราย ทั้งที่เป็นบันไดขั้นแรกสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนราธิวาสจึงประกาศเป็นนโยบายสำคัญ บูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงชุมชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ จนสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และในปีนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นในด้าน “การบังคับใช้กฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่” อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กล่าวเปิดใจในที่ประชุมว่า ตนมีส่วนร่วมในการผลักดันงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของประเทศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และต่อมาได้พัฒนากฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่สามารถขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบได้อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านโครงสร้างการทำงาน การบูรณาการทุกภาคส่วน และการ

ดำเนินงานครบทุกมิติ ได้แก่ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยเลิกบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมา 20 ปี คือการเห็นการปฏิบัติงานที่จริงจังในระดับจังหวัดแบบนี้ นราธิวาสมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เข้มแข็งมาก มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนจากท่านผู้ว่าฯ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ผมลงพื้นที่มาหลายจังหวัด แต่ไม่เคยเจอที่ไหนพร้อมเท่าวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง
นอกจากนี้ นพ.ประกิต ยังเน้นย้ำว่า นราธิวาสคือตัวแทนภาคใต้ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบผู้สูบอายุน้อยเพียง 10 ขวบ โดยผลสำเร็จของนราธิวาสจะถูกนำไปขยายผลเป็นโมเดลระดับประเทศต่อไป

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในการลงพื้นที่คณะกรรมการได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ 10 จุดที่แสดงถึงความสำเร็จในทุกมิติ อาทินิทรรศการ Gen Z: พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสังคมปลอดบุหรี่ การบังคับใช้กฎหมาย: การประสานงานระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครองต้นแบบสถานบริการปลอดบุหรี่: จาก รพ.สต.เจ๊ะเก ถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ระบบ T-cep ออนไลน์: การใช้เทคโนโลยีติดตามและลงข้อมูลการตรวจร้านค้าในพื้นที่ 100%ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินเพื่อรับรางวัลเกียรติยศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “นราธิวาส” พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวขบวนในการสร้างสุขภาวะที่ดีและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยเงียบของยาสูบอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.ท่าวังผา จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกร เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จัดอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกร

เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกและกาแฟในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 255 ราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการแปลงปลูก การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย การดูแลรักษาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐาน

อันเนื่องด้วยจากสถานการณ์ในช่วงฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พบว่าผลผลิตพริกและกาแฟมีราคาตกต่ำ การส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม มีช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง

ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบ

ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” จัดเลี้ยงอาหารคนชรา มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส ฉลองวันเกิด 48 ปี

แชร์เนื้อหานี้

ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” ร่วมทำบุญใหญ่ จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมและเงินแก่ผู้สูงอายุในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 2 ปี การก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล”

นำโดย นายอัครนันท์ – นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมปังปี๊บ และเงินให้คนชรา

ภายในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ให้การสนับสนุนชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร และฉลองครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร นำโดย ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร

โดยมี นายธนิตพงษ์ – นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ นางกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ นายไพฑูรย์ เรืองวานิช รองประธานมูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ

ร่วมมอบกระเช้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล และวันครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร โดยคนที่ไปร่วมงานต่างก็มีความสุข ทั้งผู้รับและผู้ให้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ร้อยเอก อำนาจ คงคาชัย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4905 (ผบ.ร้อย.ทพ.4905) มอบหมายให้ จ่าสิบเอก ประเสริฐ โกมุทกลาง หัวหน้าส่วนการเมือง พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.)

ลงพื้นที่สร้างความสุขร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ในกิจกรรมงานวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ โรงเรียนร่วมจิตต์ประชา บ้านไอร์ซือเร๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เพื่อให้วันเด็กในปีนี้เต็มไปด้วยความหมาย ทางหน่วยได้ร่วมกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งได้ สนับสนุนของรางวัลพิเศษ (รถจักรยาน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติบ้านเมือง ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคณะครูและนักเรียน โดยทางโรงเรียนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกเทศมนตรี กำแพงแสน ร่วมยินดีกับผอ.รร.อุบาลกำแพงแสน ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 นางสมพิศ ยืนนาน นายกเทศมนตรีตำบลกำแพงแสน (ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ (คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน) และนายเกรียงไกร ชูศิลป์กุล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เทศบาลตำบลกำแพงแสน เข้าร่วมแสดงความยินดี แก่ นางพิศมัย ถิ่นน้อย เนื่องในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน ณ โรงเรียนอนุบาลกำแพงแสน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดงาน “ท่าวังผาวิชาการ ครั้งที่ 23” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานนวัตกรรม Generative AI ยกระดับการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่าน
นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ท่าวังผาวิชาการ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ครั้งที่ 23 ประจำปีการศึกษา 2568

ภายใต้หัวข้อ “สืบฮีตวิถีถิ่น ยลศิลป์เมืองสร้างสรรค์ อัตลักษณ์ท่าวังผาวิชาการ สานปณิธานแม่ของแผ่นดิน” โดยมี ว่าที่ ร.อ. จิรภัทร มหาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

✨ไฮไลต์พิธีเปิดและความโดดเด่นทางวัฒนธรรม ต้อนรับ 6 ภาษา: ตัวแทนนักเรียนกล่าวต้อนรับและแนะนำกิจกรรมเป็นภาษาอังกฤษ, ญี่ปุ่น, ไทยลื้อ, จีน, เกาหลี และไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ความเป็นสากล
✨เชิดชูเกียรติคนเก่ง: ประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรแก่โรงเรียน ครู และนักเรียนที่มีผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ดีเยี่ยม ประจำปีการศึกษา 2567

✨การแสดงอัตลักษณ์น่าน: รับชมการตีกลองปูจาโดย นายเกรียงไกร คำวัง แชมป์ตีกลองปูจาระดับจังหวัด พร้อมการแสดง “ตีฆ้องร้อยหน่วย” และนาฏศิลป์ชุด “จินตลีลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” และ “ฟ้อนสาวน้อยสิบสองปันนา”

🚀 นิทรรศการ 9 กลุ่มสาระฯ: จากภูมิปัญญาสู่อนาคต ภายหลังพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมทางวิชาการที่น่าสนใจ อาทิภูมิปัญญาท้องถิ่น เรียนรู้อัตลักษณ์ “หัวเรือน่าน” โดยช่างมนูญ ประระมะนวัตกรรมดิจิทัล การแข่งขัน Generative AI ในหัวข้อ “เที่ยวท่าวังผาม่วนใจ่ ด้วยพลัง AI & Imagination”ทักษะอาชีพ สาธิตการทำข้าวจี่ ข้าวหลาม งานจักสาน และโครงงานอาหารสู่อาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการปลูกพืชไร้ดินศิลปะและดนตรี การประกวดขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งและการแสดงโฟล์คซอง

การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยคณะครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งพร้อมใจกัน แต่งกายด้วยชุดผ้าไทยหรือชุดพื้นเมืองแบบไว้ทุกข์ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ กิจกรรมนี้นับเป็นเวทีสำคัญที่ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ขอแสดงความยินดี
นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่าน ได้รับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ และเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี นักเรียนที่เข้ารับรางวัลประกอบด้วย

  1. นางสาวพิมพ์พิศา แสงแก้วสันติสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  2. นางสาวพอฤทัย วิชัยยา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.1
  3. นายปัญญากร คิดดี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1
  4. นางสาวอภิรญา ดีปินตา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.2
  5. นางสาวธัญชนน ลิ้มประยูร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6.3

ครูผู้ฝึกสอน นางปุณณดา ปราบริปู นายอัศวิน ธะนะปัด ครูผู้ควบคุมนักเรียนเข้ารับรางวัลนางสาวณลีกาญจน์ ทาคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โคราชเปิด “ซิตี้แล็บ” ไทย–เยอรมัน ทดลองคมนาคมพลังงานสะอาด ปั้นเมืองอัจฉริยะยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (12 มกราคม 2569) ที่สวนสาธารณะ Art Gallery ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ TGC-EMC หรือความร่วมมือไทย–

เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ GIZ โดยมี Dominika Kalinowska ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย สำนักงานองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน ประจำประเทศไทย พร้อมแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการ “ซิตี้แล็บ” หรือห้องทดลองเมือง มุ่งทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานและการคมนาคมในพื้นที่จริง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นมหานครหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความมุ่งมั่นชัดเจนในการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการซิตี้แล็บ

สำหรับระยะเวลาดำเนินโครงการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยกิจกรรมแรกคือ โครงการรถรับส่งนักเรียนพลังงานสะอาด ซึ่งเริ่มทดลองใช้งานแล้ว เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง จนถึงกลางเดือนมีนาคม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินผล เพื่อพิจารณาการขยายผลในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีแผนทดลอง รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และนวัตกรรมด้านการคมนาคมรูปแบบอื่น ๆ ตามมาในอนาคต โดยจะดำเนินการเป็นลำดับขั้น พร้อมประเมินผลอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ผู้บริหารโครงการยังเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมติดตามและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้โครงการ TGC-EMC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา ในการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต นาย อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการทดลองระบบขนส่งด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องเพื่อทดสอบการนำระบบรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แก้ไขปัญหาการจราจร

โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าออกสถานศึกษา ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นระบบเครื่องยนต์ที่สะอาด จะช่วยลดมลพิษทางอากาศ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักเรียน รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในเมืองได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงทดลอง เพื่อศึกษารูปแบบที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะไม่ใช่การตัดสินใจโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายด้านการขนส่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และขับเคลื่อนโครงการไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาลที่มีการออกกฎหมายรองรับแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาเมืองสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ ตามเป้าหมายของจังหวัดและเทศบาลนครนครราชสีมา โดยระยะเวลาการทดลองจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงปิดภาคการศึกษา เพื่อเก็บข้อมูล ประเมินผล และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ว่าการดำเนินการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงและเหมาะสมเพียงใด ก่อนจะพิจารณาแนวทางดำเนินการในระยะต่อไป

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ‘สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของ เทศบาลทับสะแก ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่หน้าเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จัวหวัดประจวบคีรีจันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน ( สมาชิกวุฒิสภา ) สว.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ( สท. ) หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน เด็ก และผู้ปกครอง มาร่วมจำนวนมาก

เทศบาลตำบลทับสะแก ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ และตระหนักในสิทธิหน้าที่ของตนเอง

สร้างความมีระเบียบวินัยมีความรับผิดชอบ ต่อตนเองและต่อสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3. เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษา และจัดบูธกิจกรรม ร่วมกับทางเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมีเด็กๆ และผู้ปกครอง มาร่วมงานกว่า 1,500 คน.

นอกจากนี้ น.ส.มาเรีย (สมาชิกวุฒิสภา) ยังได้อ่านสารของ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ดังนี้.ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคน จงเตรียมตัวให้

พร้อมด้วยการตั้งใจขยันศึกษาเล่าเรียน หมั่นฝึกฝนตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและมีประสบการณ์ เพื่อที่จะนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และมั่นคง ต่อไป ตามคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

/////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันครบรอบวัน ก่อตั้ง รพ.บางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต/กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ รพ.นครปฐม 2569

แชร์เนื้อหานี้

รพ.บางเลน จัดพิธีทำบุญครบรอบวันก่อตั้ง พร้อมรับมอบ “อาคารวันรัต” เตรียมเปิดศูนย์ฟอกไตครบวงจรเพื่อชาวบางเลน
นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน
ให้การต้อนรับ นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธีฯ

พร้อมด้วยนพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม มิสเตอร์ลี อาร์บาร์ ประธานบริษัท พรประเสริฐรังนกไทย จำกัด กำนันยงยุทธ เพชรดี ประธานบริษัท ยงยุทธ ก่อสร้างและการโยธา (2499) จำกัด และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาครัฐและภาคเอกชน

เนื่องในวันครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน และพิธีส่งมอบอาคารวันรัต วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมเพชรไพลิน ชั้น 4 โรงพยาบาลบางเลน ซึ่งการทำบุญครบรอบวันก่อตั้งโรงพยาบาลบางเลน ในครั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล และ สมเด็จพระวันรัต (ปุ่น ปุณณสิริ)

ซึ่งเป็นนามจารึกของอาคารวันรัตหลังนี้ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงพยาบาลตลอดมาแล้ว ยังเป็นการเสริมสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บริหาร และบุคลากรทุกท่าน ให้มีพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยความเสียสละและความเมตตาต่อไป

นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางเลน กล่าวว่า ​“กราบขอบพระคุณท่านอนุชา สะสมทรัพย์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธาน รวมถึงภาคเอกชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา เราขอให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาโรงพยาบาลบางเลนให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวอำเภอบางเลนและผู้รับบริการทุกท่านต่อไป”
สมคิด พรมมี ผู้ข่าวนครปฐม

กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี แพทย์หญิง ประภัสสินี สันติปราน์รนต์ หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย คุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม วัตถุประสงค์ เพื่อให้เด็ก และเยาวชนที่มารับบริการ ส่งเสริมการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

ให้เด็กเป็นอนาคตที่ดีของชาติ เเละคณะผู้บริหารมอบของขวัญให้กับผู้ป่วยเด็ก หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม ชั้น 3 อาคารพระร่วงโรจนฤทธิ์ โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

นครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 จังหวัดนครปฐม ร่วมกับ เทศบาลนครนครปฐม จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง

วันที่ 10 มกราคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่บริเวณสนามคลี องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครองและเยาวชน

ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก ตระหนักถึงคุณค่า บทบาท และความสำคัญของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก ให้การ

คุ้มครอง เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนและสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก เป็นพิเศษ ตลอดจนปลูกฝังให้เด็ก ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ มีกิจกรรม และนิทรรศการ การให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม การจัดกิจกรรมเพื่อแจกของขวัญของรางวัล การแสดงกลางแจ้ง และการแสดงบนเวทีของเด็กนักเรียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า เด็ก และเยาวชน ควรระลึกอยู่เสมอว่าผู้ใหญ่ได้เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ควรปฏิบัติตน ให้เป็นเด็กดี ของบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลทั่วไปในสังคนและประเทศชาติ เป็นผู้มีระเบียบวินัย รู้จักสิทธิ หน้าที่

มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประพฤติตน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แนนซี่ นำทีมชมรมโฮปฯ มอบสิ่งของร่วมงานวันเด็ก ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

อบอุ่นวันเด็กที่ปากน้ำ “แนนซี่” ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล นำทีมชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา มอบของเล่น ตุ๊กตา และน้ำดื่ม ร่วมสนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก เด็ก ๆ แห่ร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับครอบครัวในชุมชนอย่างทั่วถึง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ (สุสานท้ายบ้าน) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือ “แนนซี่” ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมทีมงาน ได้นำ จักรยาน ตุ๊กตา ของเล่น และน้ำดื่ม มาร่วมสนับสนุน

งานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ ภายในงานมีผู้ปกครองพาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดซุ้มอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม พร้อมกิจกรรมเล่นเกมและจับรางวัลแจกของขวัญ อาทิ ของเล่น ตุ๊กตา และจักรยาน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ อย่างทั่วถึง

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวว่า วันนี้ไต้ฮงกง เราได้จัดงานวันเด็กร่วมกับชุมชนร่วมสามัคคี ชมรมโฮปฯ และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ได้มอบ อาทิจักรยาน ของแล่น และตุ๊กตา กันเข้ามาเยอะ เราก็รู้สึกดีใจและมีความสุข ด้วยการทำงานปีต่อ ๆ ไป ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวสมุทรปราการ ชุมชนต่าง ๆ มาร่วมกันจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ มีความสุข ก็ขอเชิญ

ชวน เพราะว่าเราเคยเป็นเด็กมาก่อนเราไม่เคยได้รับแบบนี้ เราก็อยากจัดให้เด็กมีความสุข ก็ในวันนี้ มีทั้งท่านประธานชุมชน และประธานชมรมโฮปฯ มาร่วมตนก็รู้สึกดีใจที่ได้รับความร่วมมือจากส่วนงานราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ชุมชน แม้แต่บ้านเรื่องใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อ ก็มาร่วม เพราะฉะนั้นโอกาสหน้าก็เชิญชวนทุกท่านที่ได้เสียงประชาสัมพันธ์นี้ก็เชิญชวนปีหน้าและปีต่อ ๆ ไปมาพบกันครับ

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล หรือแนนซี่ ประธานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า ชมรมโฮปฯ ก็ยินดีร่วมสนับสนุนมูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน ในทุก ๆ กิจกรรม และก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่บริเวณท้ายบ้านหรือรอบ ๆ สมุทรปราการ เข้า

มาร่วมบุญกันได้ที่มูลนิธิสุสานไต้ฮงกงท้ายบ้าน
ประธานชุมชนร่วมสามัคคี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรม กับทางศาลเจ้าไต้ฮงกง เพราะถ้าทางชุมชนจัดเอง ก็ไม่น่าจะจัดได้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางศาลเจ้าไต้ฮงกงด้วยค่ะ

นาย นิพนธ์ จังภัทรกุล ประธานศาลเจ้าไต้ฮงกง ปากน้ำ กล่าวเพิ่มอีกว่า ไต้ฮงกง เราเป็นทั้งสุสานก็มีศพผู้ยากไร้ ถ้าท่านใดไม่มีโลงก็มารับจากอากงได้ครับ ขอให้นำใบมรณะบัตรมาทำเรื่องรับ เรายินดีสนับสนุนเรื่องที่ไม่มีโลง แม้แต่ชมรมโฮปฯ ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรา และก็อยากให้ร่วมกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้สมุทรปราการ เพราะเราเป็นคนท้ายบ้าน เป็นคนสมุทรปราการ ก็อยากจะเห็นสมุทรปราการมีสิ่งที่ดี แล้วทำให้คนสมุทรปราการมีความดีมากขึ้น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กบางพลีไม่ผิดหวัง แห่รับเงินขวัญถุงวันเด็กแน่นวัดบางพลีใหญ่กลาง วันเด็กแห่งชาติ

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติที่วัดบางพลีใหญ่กลางคึกคัก เด็กและผู้ปกครองนับพันแห่ร่วมกิจกรรมรับของขวัญและเงินขวัญถุง สร้างรอยยิ้มและความสุขทั่วชุมชน

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ปกครองพาบุตรหลานจำนวนมากกว่า 1,000 คน

เดินทางมาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ และจับจองพื้นที่รอรับของขวัญและเงินขวัญถุงจากทางวัด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้ม

โดย พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด ได้ร่วมกันมอบเงินขวัญถุงให้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม คนละ 200 บาท ขณะที่เด็กทารกอายุ 1 ขวบ ได้รับเงินขวัญถุงคนละ 300 บาท สร้างความดีใจให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

เด็กหลายคนเปิดเผยว่า จะนำเงินที่ได้รับไปหยอดกระปุกออมสิน บางรายตั้งใจนำไปมอบให้พ่อแม่ เพื่อเป็นการแบ่งปันและแสดงความกตัญญู

ด้าน พระวชิรคณาทร เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมวันเด็กในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากลูกศิษย์และผู้มีจิตศรัทธานำปัจจัยมาถวายเพื่อแจกจ่ายแก่เด็กๆ รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท

จึงนำมามอบให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนบางพลี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และปลูกฝังให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม รู้จักการให้และการแบ่งปันในอนาคต


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2559

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มกราคม 2567 เวลา 18.00 น. ที่เวทีกลางงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569 หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2569

โดยได้รับเกียรติจากท่านอนุชา ไกสอน รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต พร้อมคณะจากแขวงสะหวันนะเขตให้เกียรติมาร่วมงาน

นางอัญชลี กัลมาพิจิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า “งานกาชาดและของดีจังหวัดมุกดาหาร ถือ

เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกุศลของจังหวัดมุกดาหาร สำหรับปี 2569 นี้ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม 2569 เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร

และนำเสนอผลงานของส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดมุกดาหารให้เป็น

ที่รู้จักแพร่หลาย กว้างขวางมากขึ้น และเพื่อจัดหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศล และสาธารณประโยชน์ต่างๆในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากสาธารณภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ร่วมลั่นฆ้องชัยพร้อมด้วย รองประธานคณะกรรมการปกครองนครไกสอนพมวิหาน สปป.ลาว และกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต

เพื่อเป็นมงคลชัยแก่การเปิดงานให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และความสุขแก่พี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร และนักท่องเที่ยวทั้งสองฝั่ง ที่ได้มาร่วมงานนี้อีกด้วย

ในพิธีเปิดงานมีการแสดงแสง สี เสียง “แสงศรัทธาลีลานาคาศิลป์”และการประกวดฟ้อนรำ การแสดงศิลปะวัฒนธรรมจาก 7 อำเภอ ของจังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ อำเภอคำชะอี โดยตลอด 9 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 7 – 15 มกราคม 2569 ยังมีการออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

และมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ OTOP จากท้องถิ่นและชุมชน การเดินแบบแฟชั่นผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง การแสดงของศิลปินที่มีชื่อ

เสียง และยังร่วมทำบุญกุศลพร้อมลุ้นรับรางวัลมากมายในร้านนาวาพาโชคและการออกรางวัลสลากกาชาดด้วย เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มวลชน ร่วมอวยพรวันเกิด “สมพันธ์ เพ็ชรตระกูล” ตำนานอัลคาซาร์ พัทยา ครบรอบ 82 ปี อย่างเนืองแน่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้า อัลคาซ่าร์โชว์ พัทยา กลุ่มพลังมวลชนหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนองค์กรภาคต่าง ๆ

ต่างทยอยเข้าร่วม มอบกระเช้าของขวัญและกระเช้าดอกไม้ อวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 82 ปี นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ประธานบริหาร บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด และประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล ซึ่งมีครอบครัวเพ็ชรตระกูล ร่วมให้การต้อนรับ

โดยภายในงานมีแขกผู้เกียรติเข้าร่วมแสดงความยินดี คับคั่ง อาทิ นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีตำบลโป่ง พร้อมด้วยรองนายกและสมาชิกสภา, นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา

พร้อมด้วย นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา และผู้ช่วยเลขานายกฯ, นายวิชัย รอดเปีย อดีตรองประธานสภาเมืองพัทยา, นายธีรศักดิ์ จตุพงษ์ รองปลัดเมืองพัทยา, นายชาญยุทธ เฮงตระกูล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 พรรคเพื่อไทย, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ผู้บริหารโครงการ เอสพีกรุ๊ป พัทยา,

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายรัฐกิจ เฮงตระกูล ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 พรรคเพื่อไทย, นายสกน ผลลูกอินทร์ รองนายก อบจ.ชลบุรี พร้อมด้วย สมาชิก อบจ.ชลบุรี, นายวิชา เบ้าพิมพา ประธานผู้บริหารตลาดรันเวย์ เดอะมาร์เก็ต พัทยา,

นายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา, นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา, ผู้บริหาร โรงแรม Ygm

pattaya, ผู้แทนนางอำพร แก้วแสง ประธานกต.ตร.สภ.เมืองพัทยา และ ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมภารัต (อินเดีย) จังหวัดชลบุรี ร่วมยินดี

ซึ่งในโอกาสนี้ทางเจ้าภาพได้ทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์ จำนวน 11 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นบรรดาแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันตัดเค้กอวยพรวันเกิด พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ยังได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนวัดโป่ง จำนวน 40,000 บาท ซึ่งมี นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีตำบลโป่ง เป็นผู้รับมอบ สำหรับนายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล ปัจจุบัน ดำรง

ตำแหน่งกรรมการบริหารและเจ้าของกิจการ บริษัท อัลคาซ่าร์ จำกัด เป็นทายาทผู้ร่วมก่อตั้งคาบาเร่ต์โชว์แห่งแรกของเมืองพัทยา อีกทั้งยังอุทิศตน เพื่อสังคมด้วยการดำรงตำแหน่งประธานชมรมคนดีศรีเมืองชล..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมใจรณรงค์ ”ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันตำรวจเอก อชิรวัตต์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงาน มีการมอบ หมวกนิรภัย ให้กับผู้สมัครเข้าร่วมขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย จากนั้นมีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ ตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ บริเวณโดม อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่า-รองผู้ว่าจ.ลพบุรี ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำคณะลงพื้นที่จุดตรวจปีใหม่ 2569 เน้นย้ำ “ดื่มไม่ขับ-สวมหมวกนิรภัย” สร้างวินัยจราจรลดสูญเสีย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 30- 31ธ.ค. 2568 เวลา15:00 น. พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ พุฒิฤทธิ์ รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง

ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 จุดบริการประชาชน ในระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ภายใต้ชื่อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”

โดยทั้งนี้มี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัด ลพบุรี เป็นประธานเปิด นายอำเภอโคกสำโรง พร้อมด้วยคณะ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง ข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลห้วยโป่ง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง และหลายหน่วยงานเข้าร่วมพิธี ณ บริเวณจุดบริการประชาชน (จุดตรวจห้วยโป่ง) ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

นำคณะลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยม เพื่อติดตามการปฏิบัติงานในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 รวมถึงมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน

พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประจำจุดตรวจ จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน ณ จุดบริการประชาชนบริเวณจุดตู้ยามห้วยโป่ง ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิด โครงการ “อาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ณ บริเวณข้างปั๊มเชลล์ หมูที่ 1 บ้านวัดละมุด ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานพิธีเปิด โครงการ “อาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569

โดยมี นายจรูญ อินไข ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบางแก้วฟ้า (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) /คณะผู้บริหาร/คณะครู/ผู้นำท้องที่/ผู้นำท้องถิ่น ปลัดอำเภอ และนักศึกษา ฯลฯ เข้าร่วมพิธีเปิดดังกล่าว ดำเนินการโดยวิทยาลัยการอาชีวะบางแก้ว (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก

โดยวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังในการให้บริการประชาชนได้รับความอำนวยสะดวก มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในระหว่างการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.68- 5 ม.ค. 69 สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ นราธิวาส เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันอุบัติเหตุ ช่วงปีใหม่ 2569 / สภ.เมืองนราธิวาส นำร่องแจกหมวกกันน็อคฟรี 7 วัน อันตราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569

โดยมีนายกิตติพงษ์ อำพันธ์ นายอำเภอยี่งอ พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรยี่งอ นายธวัชชัย เลิศไกร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ในฐานะฝ่ายเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับจังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี พร้อมบูรณาการการทำงานตลอดทั้งปี เพื่อช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนราธิวาส กำหนดช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน

ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ภายใต้เป้าหมายให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยเป้าหมายหลักของการดำเนินการ คือ เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสุขใจกับชีวิตวิถีใหม่ที่ห่างไกลจากอุบัติเหตุ โดยมีตัวชี้วัดการดำเนินงานที่ท้าทาย ดังนี้

อุบัติเหตุ: ไม่เกิน 29 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ (Admit): ไม่เกิน 31 คน ผู้เสียชีวิต: ไม่เกิน 1 ราย โดยการดำเนินการจะเน้นการบูรณาการแผนและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ภายใต้ 5 มาตรการหลัก และหัวข้อการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”ได้แก่ 1.มาตรการด้านการบริหารจัดการ 2.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม 3.มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ
4.มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 5.มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ ภายใต้การรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ”

โดยจังหวัดนราธิวาสได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ของจังหวัด ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานทุกวัน และติดตามข้อสั่งการจากส่วนกลางผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล ขณะเดียวกันทุกอำเภอได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ รวมถึงจุดตรวจ จุดบริการประชาชน บนเส้นทางสายหลักและด่านชุมชนในเส้นทางรองทั่วทั้งจังหวัด

ในโอกาสเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้อ่านสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงภัยต่าง ๆ และเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย โดยเฉพาะภัยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งมีการเดินทางจำนวนมาก จังหวัดนราธิวาสมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานอย่างเข้มแข็งตลอด 7 วันของการรณรงค์ จะช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถลดอุบัติเหตุทางถนนให้เกิดน้อยที่สุด
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สภ.เมืองนราธิวาส นำร่องแจกหมวกกันน็อคฟรีแทนการปรับ รณรงค์กลับบ้านปลอดภัย 7 วัน อันตรายเทศกาลปีใหม่ 2569

วันนี้ (30 ธ.ค.68) พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส พร้อมด้วย พ.ต.ท.วัชรินทร์ ไชยภักดี สว.จร.สภ.เมืองนราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองนราธิวาส ร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตามโครงการการขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 “ขับขี่ปลอดภัย มีวินัย เคารพกฎจราจร “ ในช่วง 7 วัน อันตราย (30 ธ.ค.68-5 ม.ค.69

พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส กล่าวว่า การรณรงค์เรื่องการสวมหมวกนิรภัย ซึ่งช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่ผ่านมาในทุก ๆ ปี พบว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยานยนต์ที่ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย เพื่อสร้างความตระหนักและเตือนสติผู้ขับขี่บนท้องถนน สภ.เมืองนราธิวาส จึงจัดกิจกรรมมอบหมวกนิรภัยให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2569 โดยไม่มีการปรับซึ่งจะเปลี่ยนเป็นการแจกหมวกนิรภัยให้แทน

เพื่อให้ทุกคนได้นำไปใช้ พร้อมกันนี้ยังได้อวยพรให้ทุกคนขับขี่ปลอดภัยเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569 ด้วย โดยวันนี้ สภ.เมืองนราธิวาส เป็นจุดนำร่องของจังหวัดนราธิวาส ในการนำหมวกนิรภัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) มาแจกให้กับกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่เป็นเด็กเล็ก เยาวชน รวมถึงสุภาพสตรี ใช้สวมใส่

และร่วมรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจรในการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ใช้รถจักรยานยนต์ เพื่อลดการสูญเสียเมื่อเกิดอุบัติเหตุมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักให้รับทราบว่าการสวมหมวกนิรภัยเป็นเรื่องของจิตสำนึก ให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้ขัยขี่รถจักรยานยนต์เพื่อความปลอดภัยและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการใช้หมวกนิรภัยที่ทำให้ชีวิตคนไทยปลอดภัยยิ่งขึ้น
//////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น หนึ่งเดียวเฉลิมพระเกียรติ…จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

29 ธันวาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ติดตามกิจการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สินค้าเป็นผ้าฝ้ายและผ้าไหมย้อมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ ลวดลายไทลื้อทอมือทุกผืนจากช่างทอผ้าพื้นบ้าน มีลวดลายมากกว่า 50 ลายดอก ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ผ้าถุง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบ ถุงย่าม สามารถดูสินค้าได้ทาง Facebook จำปาผ้าทอไทลื้อ พิเศษช่วงต้อนรับเทศกาลรับส่วนลดราคาทุกชิ้น 300 – 500 บาท ติดต่อได้ที่กลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น (วัดห้วยโก๋น) หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน สอบถามเพิ่มเติม 064 – 2692933/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงมหาดไทยเจ้าภาพ “สภากาแฟชุมพร” เสริมพลังความร่วมมือรัฐ–เอกชน–สื่อมวลชน ขับเคลื่อนงานบริการประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ชุมพร – วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “สภากาแฟชุมพร (Dinner Talk)” ครั้งที่ 12/2568 ประจำเดือนธันวาคม 2568 โดย กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพ

เพื่อเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการประสานงานระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการดูแลและช่วยเหลือประชาชน

กิจกรรมจัดขึ้น ณ ร้านอาหารปาปา (PAPA Restaurant) ถนนรถไฟ ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

เป็นประธานร่วมพบปะสนทนากับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการบริหารราชการ และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน

ภายในงานเริ่มด้วยการแสดงดนตรีแนว Folk Song สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรจะเดินทางมาถึงและร่วมสนทนากับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ปลัดจังหวัดชุมพร ผู้แทนหน่วยงานเจ้าภาพ กล่าวต้อนรับ พร้อมแนะนำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกอำเภอ

เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการรู้จัก คุ้นเคย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ระหว่างผู้เข้าร่วม

กิจกรรม สภากาแฟชุมพร ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน เปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหา และแนวทางการแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก การประสานงานที่รวดเร็ว และการบูรณาการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และในช่วงท้ายได้มีพิธีส่งมอบ “ป้ายสัญลักษณ์ถ้วยกาแฟ” จากกระทรวงมหาดไทย ให้แก่ผู้แทนหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสภากาแฟชุมพรในครั้งถัดไป

ก่อนร่วมถ่ายภาพที่ระลึกและเสร็จสิ้นกิจกรรมต่อมาผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งมอบ “ป้ายสัญลักษณ์ถ้วยกาแฟ” ให้กับผู้แทนหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นเจ้าภาพการจัดสภากาแฟครั้งที่ 1/2569 ต่อไป

จังหวัดชุมพรย้ำว่า กิจกรรมสภากาแฟจะยังคงเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี และการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานบุญใหญ่ “ผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต” วัดศิริราษฎร์บำรุง / คาวบอยลั่นทุ่ง! ชมรมคาวบอยชุมพรจัดใหญ่ รวมพลคนพันธุ์อึด ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมสร้างมหากุศล เสริมสิริมงคลชีวิต
ชุมพร – เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 วัดศิริราษฎร์บำรุง หมู่ที่ 4 ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ได้จัดพิธีเปิดงานมหกรรมการกุศล ผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต อุโบสถวัดศิริราษฎร์บำรุง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธาและความพร้อมเพรียงของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่

โดยมี นายประพันธ์ จันทร์สิน นายกเทศมนตรีตำบลทะเลทรัพย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
นางสาวสุกัญญา ชาวโพงพาง

ในนามคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า วัดศิริราษฎร์บำรุงเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งขึ้นจากพลังศรัทธาของชาวบ้านตำบลทะเลทรัพย์ โดยเริ่มจากการเป็นที่พักสงฆ์ในปี พ.ศ. 2558 ก่อนจะได้รับการยกฐานะเป็นวัดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2560

สำหรับอุโบสถหลังใหม่ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 26 เมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากแรงศรัทธาของประชาชนและผู้มีจิตศรัทธา โดยไม่ได้ใช้งบประมาณจากทางราชการ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2567

ด้านนายประพันธ์ จันทร์สิน กล่าวว่า การร่วมกันสร้างอุโบสถและจัดพิธีผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ เป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน สมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างแห่งความสามัคคีทั้งนี้ วัดศิริราษฎร์บำรุง

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิต วัดศิริราษฎร์บำรุง เริ่มวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – วันที่ 4 มกราคม 2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป

คาวบอยลั่นทุ่ง! ชมรมคาวบอยชุมพรจัดใหญ่ รวมพลคนพันธุ์อึด ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 อย่างดุดัน สไตล์คาวบอย

ชุมพรไม่เคยเงียบ เมื่อเหล่าคนหัวใจคาวบอยรวมพลังกันอีกครั้ง ชมรมคาวบอยชุมพร จัดงานพบปะสังสรรค์พี่น้องคนรักคาวบอย ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 ณ ร้านส้มตำคุณหนุ่ย บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวบอยแท้ ๆ ทั้งหมวก หนัง บู๊ต และมิตรภาพแบบลูกผู้ชาย

ภายในงานจัดเต็มความมัน พบกับโฟล์คซองและวงคันทรี่แบนด์ บรรเลงเพลงคาวบอยกระหึ่มร้าน สลับกับกิจกรรมร้องเพลงคาราโอเกะแบบไม่มีกั๊ก เสียงหัวเราะและเสียงเพลงดังสนั่นตลอดคืน มีสมาชิกคาวบอยจากหลายพื้นที่ในจังหวัดชุมพรเข้าร่วมกว่า 100 คน สร้างสีสันส่งท้ายปีอย่างคึกคัก

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นเวทีเชื่อมสายสัมพันธ์ของเพื่อนพ้องน้องพี่คนรักคาวบอย เสริมความสามัคคี แลกเปลี่ยนพูดคุยประสบการณ์และภารกิจคาวบอยในพื้นที่จังหวัดชุมพร พร้อมเปิดกว้างต้อนรับประชาชนที่มีหัวใจเป็นคาวบอยให้เข้ามาร่วมกิจกรรมเชิงประชาสัมพันธ์อย่างเป็นกันเอง

ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่การสังสรรค์ แต่คือการประกาศศักดาว่า “คาวบอยชุมพร” ยังยืนหยัด แข็งแรง และพร้อมเดินหน้าลุยปีใหม่ 2569 ไปด้วยกันอย่างไม่กลัวลมฝน สมศักดิ์ศรีลูกผู้ชายสายคาวบอยตัวจริง.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เดินหน้าขับเคลื่อน “มรดกน่านสู่มรดกโลก” ชูจุดเด่น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” หวังสืบสานอัตลักษณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกาศความพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการผลักดันเมืองเก่าน่านขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage) ภายใต้แนวคิด “Nan: The Living Heritage” หรือ “น่าน: มรดกแห่งชีวิต” มุ่งหวังเชิดชูคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมวางรากฐานการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน

หัวใจหลักของการขับเคลื่อน การผลักดันในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์โบราณสถานเท่านั้น แต่เป็นการนำเสนอความโดดเด่นของน่านในฐานะเมืองที่ “วัฒนธรรมยังมีชีวิต” (Living Heritage) ที่ซึ่งผู้คน ชุมชน และโบราณสถานดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

โดยมีกลไกการขับเคลื่อนหลัก 3 ด้าน คือ:การอนุรักษ์ตามมาตรฐานสากล: เร่งปรับปรุงและรักษาสภาพโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดภูมินทร์, วัดพระธาตุแช่แห้ง และย่านเมืองเก่า ให้คงความสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ของ UNESCO

การมีส่วนร่วมของชุมชน: มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและให้ชาวน่านมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการพื้นที่ เพื่อให้การเป็นมรดกโลกส่งผลดีต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน: เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงฃฃ

คุณภาพและการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น”การขับเคลื่อนน่านสู่มรดกโลกไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่คือกระบวนการที่จะช่วยให้คนน่านเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี และร่วมกันรักษาความงามนี้ไว้ให้ลูกหลานอย่างมีระบบ พร้อมทั้งเปิดบ้านต้อนรับชาวโลกด้วยความภาคภูมิใจ”​ก้าวต่อไปของน่าน

ในขณะนี้ คณะทำงานอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและการจัดทำเอกสารเพื่อเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก พร้อมทั้งเดินหน้าจัดประชาพิจารณ์ในทุกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าการก้าวสู่มรดกโลกครั้งนี้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาวน่านและคนไทยทุกคน
​จังหวัดน่าน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและติดตามความคืบหน้าของมหากาพย์การเดินทางครั้งสำคัญนี้ เพื่อส่งมอบมรดกอันล้ำค่าของไทยสู่สายตาโลกอย่างสง่างาม/ภาพข่าว/สนง.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน 1 อำเภอ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 26 ธันวาคมพ.ศ 2568 ณ.บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ ได้เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร.วิลดา อินฉัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 7 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

หน่วยงานทุกภาคส่วน และประชาชนชาวเข้าร่วมงาน การจัดงานครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน อําเภอปรางค์กู่ ประจำปี พ.ศ.2568 ภายใต้ความร่วมมือของผู้นำฝ่ายท้องที่ท้องถิ่นทั้ง 10 ตำบล 141 หมู่บ้าน ในการยกระดับต้นทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนความเป็นวิถีของผู้คน อีกทั้ง

ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในท้องที่ ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญและชุมชนต่างมีความต้องการในการแสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวปรางค์กู่แท้ๆ เนื่องจากหลังจากการทำนา จะมีการลงแขกจับปลาบ่อกลางทุ่ง ซึ่งในพื้นที่จะมีปลาดุกนาตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ดาบวิชัยหรือตำรวจบ้าปลูกต้นไม้ ได้วางรากฐานการปลูกต้นไม้ ทำให้สองข้างมีต้นไม้หลากหลายพันธ์ และ หนึ่งในนั้นได้แก่ต้นสะเดา ซึงในช่วงนี้กำลังเริ่มมีการออกดอกผลิใบ ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งแก่การนำมาบริโภคหรือเก็บไปจำหน่ายสร้างรายได้ตามมา

ส.ต.ท.วิษณุ สำเริงปลัดอาวุโสอำเภอปรางค์กู่ กล่าวว่า จากต้นทุนตามธรรมชาติที่สำคัญ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้ง 10 ตำบล จึงได้พร้อมใจกำหนดจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน อำเภอปรางค์กู่ ระหว่างวันที่26-28 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับอำเภอ เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในระดับท้องถิ่น ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของชุมชน ขณะเดียวกัน เป็นการสร้างความตระหนักถึงการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้มีความอุดสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ผู้สนใจอยากชิมลิ้มลองรสชาติและสรรพคุณทางยา ต้องไม่พลาด งานจะจัดไปจนถึง 28 ธันวาคม 2568

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆเช่นแข่งขันจับปลาดุกจับปลาไหลเพื่อชิงเงินรางวัล แข่งขันกินปลาดุกเผาสะเดาหวานใครกินได้เยอะเป็นฝ่ายชนะ และยังมีการแข่งประกวดการตกแต่งความสวยงามของถาดอาหารและรสชาติอาหารอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ปฏิบัติ ธรรมเจริญ สมาธิ ภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

แชร์เนื้อหานี้

นายจักร ลิ่มบุตร เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วยนางสาวบวรรัตน์ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานกักกันนครปฐม คณะผู้บริหาร – เจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขัง

ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และปฏิบัติ ธรรมเจริญ สมาธิ ภาวนา ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน)

เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พร้อมด้วยคณะสงฆ์ จำนวน 5 รูป เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อีกทั้ง

เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ณ โรงเรียนผู้สูงอายุสุขภาพดีเรือนจำกลางนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม อนุมัติให้จัดประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2

และเป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ทั้ง 20 ท่าน เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ตำบลห้วยจรเข้ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

โดยมีนางณริภา ระย้าแก้ว หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ฝ่ายเลขานุการ พร้อมด้วยพนักงานสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ดำเนินการจัดประชุม โดยมีวาระเพื่อพิจารณา ดังนี้
พิจารณา ปัญหาน้ำเสีย ในพื้นที่ ต.สระกะเทียม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พิจารณา ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ต.ศรีมหาโพธิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

พิจารณา ความต้องการของกลุ่มเกษตรกรในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ในพื้นที่ ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พิจารณา ปรับแก้ไขโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแปลงต้นแบบ 1 ไร่ 1 แสน ภายใต้หลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง 5. พิจารณา (ร่าง) โครงการพัฒนาศักยภาพสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม และเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ทั้งนี้มติที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ดำเนินการตามที่เสนอดังกล่าว และรายงานให้ที่ประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ตามกฎหมาย

โดยมุ่งเน้นการเป็นกลไกกลางในการรวบรวม เสนอแนะ และผลักดันนโยบายด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของเกษตรกรในจังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.นำคณะสื่อมวลชน 18 จ. ภาคเหนือ ศึกษาดูงาน สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 และนำผ้าห่มไปมอบให้กับนักเรียน รร.วัดหนองหล่ม จ.ลำพูน

แชร์เนื้อหานี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) นำโดย นายพลกร บุญห่อ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน นางศิริพร แรย์-โคแกส์ วิศวกรระดับ 10

กองบริหาร ฝ่ายปฎิบัติการภาคเหนือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ฯ นำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด ศึกษาดูงาจสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน

สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 เป็นสถานีไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ (kV) เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Switchgear: GIS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อย และอาคารควบคุมมีความปลอดภัยสูง จ่ายไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 2 จ.ลำพูน สถานีไฟฟ้าแรงสูงเชียงใหม่ 2 และ 3 สถานีไฟฟ้าแรงสูงจอมทอง จ.เชียงใหม่

รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงห้างฉัตร สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 และ 4 จ.ลำปาง นับเป็นศูนย์กลางระบบไฟฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงของการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนื

ต่อจากนั้นนำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด เดินทางไปมอบผ้าห่ม ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองหล่ม หมู่ 8 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน จำนวน 100 ผืน

ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่โดยรอบของสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน โดยทาง คณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ. มองเห็นความสำคัญ ของชุมชนต้องอยู่ร่วมกันได้แบบอบอุ่น

จึงจัดโครงการเยี่ยมเยือนชุมชนดังกล่าว/ข่าวนิวัตร ธาตุอินจันทร์/ภาพร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลสามง่ามจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ งบประมาณปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม เทศบาลตำบลสามง่าม โดย กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี นายภูวเดช จันทร์สนธิ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธานในการจัดโครงการ พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์

ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายราชการ และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมโครงการ โดยมีการส่งมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับการจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพตา, ตรวจวัดสายตา, และตัดประกอบแว่นสายตา รวมถึงส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสามง่ามมีผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 518 ราย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รอ.ธรรมนัส เปิดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซน อ.เวียงชัย เชิญชวนสัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ–วัฒนธรรมริมหนองหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

โซนอำเภอเวียงชัย ภายใต้แนวคิด “นทีศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของสวนสาธารณะหนองหลวง บ้านปง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย

ภายในพิธีเปิดมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอย่างคึกคัก สะท้อนพลังความร่วมมือและความภาคภูมิใจของชุมชนในพื้นที่

ด้าน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม

ควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะพื้นที่ หนองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย

ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ ที่ผ่านมา อบจ.เชียงรายได้บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ฟื้นฟูและพัฒนาหนองหลวงอย่างเป็นระบบ

ทั้งด้านการจัดการน้ำ สิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ จนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ สวยงาม และพร้อมต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569

ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวอย่างตระการตา

การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การประดับตกแต่งภูมิทัศน์ริมหนองน้ำ การล่องเรือชมธรรมชาติ การแสดงน้ำพุดนตรีประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์

รวมถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประติมากรรม “แม่หม้าย” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของหนองหลวงได้อย่างลึกซึ้ง

การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการฟื้นฟูหนองหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

และขับเคลื่อนนโยบาย “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” พร้อมปลุกความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ และนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมสัมผัสความงดงามของดอกไม้ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ในงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 โซนอำเภอเวียงชัย มาสัมผัสเสน่ห์เชียงราย เมืองแห่งศรัทธาและความงดงาม ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ / เชียงราย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬเดินหน้าปลูกฝังเครือข่ายเยาวชนรักชาติ จัดกิจกรรมเสริมสร้างความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองกำกับการ2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ผ่านหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม จัดกิจกรรมอบรมภายใต้ “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 2/2569” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกฝังค่านิยมอันดีงามให้แก่เยาวชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมดำเนินกิจกรรมอบรม โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

นายวุฒิไกร คำแฝง ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสำราญวิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หน.ส.จว.บึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ ความเคารพ เทิดทูน และการร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงสร้างความตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ร่วมกันรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทย พร้อมเชิญชวนเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมสอดส่องดูแลความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยเน้นการสร้างเครือข่ายเยาวชนและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างยั่งยืน

ข่าว/ภาพ : ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จ.ลพบุรี ปีงบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล ปรับภูมิทัศน์ในชุมชน ทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ ตามโครงการ “จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ณ วัดหัวดง หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี “

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

โดยมีข้าราชการตำรวจ และกต.ตร. สถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเกตุ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ตำบลคลองเกตเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว 200 คน

ด้วยทั้งนี้จังหวัดลพบุรี ได้กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำบริการด้านต่างๆ ของส่วนราชการในระดับจังหวัดไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ และเป็นการพบปะระหว่างผู้บริหารของจังหวัดกับประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมืออันดีระหว่างกัน ตามแผนการดำเนินการโครงการฯ

ในวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2558 ที่จะถึงนี้ ณ บริเวณลานวัดหัวดง ตำบลคลองเกตุ อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปี”

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ชวนคนรักสุขภาพเตรียมความพร้อมรับปีใหม่แบบไร้กังวล

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เดินหน้าสร้างสังคมสุขภาพดี จัดกิจกรรมใหญ่ส่งท้ายปี “Healthy & Delight Celebration ฉลองปีใหม่ ตามสไตล์คนรักสุขภาพ” ระดมทีมสหสาขาวิชาชีพเปิดวงเสวนาให้ความรู้ และบริการตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้รับเกียรติจาก คุณภารดี อาจสมิติ ผู้อำนวยการสายงานการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ด้วยในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจึงมุ่งเน้นที่จะรณรงค์ให้ประชาชนสนุกกับการเฉลิมฉลองไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดี จึงได้จัดงาน “Healthy & Delight Celebration” ขึ้น เพื่อส่งมอบเคล็ดลับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเชิญชวนตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี กับกิจกรรม Health Expo 2026 ถึง 31 ธันวาคมนี้ ที่ ล๊อบบี้ อาคารอี เวลา 10.00 – 15.00 น.

ภายในงานได้รับความสนใจอย่างมากกับไฮไลท์ Health Talk ในหัวข้อ “ฉลองปีใหม่ไร้กังวล ปรับโหมดชีวิต พิชิตเบาหวาน” ซึ่งเป็นการระดมทีมจากทีมสหสาขาวิชาชีพ มาร่วมแชร์ประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริง ประกอบด้วย
ทศม.กชพร ประเสริฐ (นักทัศนมาตร)
ภก.เมธาวิน แก้วกัลยา (เภสัชกร)
พว.ปภาวี มณีรัตน์ (พยาบาลวิชาชีพ)
คุณนาเดีย ศรีอดุลย์พันธุ์ (นักกำหนดอาหาร)
คุณเกียรติศักดิ์ กลิ่นโพธิ์ (นักวิทยาศาสตร์การกีฬา)

นอกจากสาระความรู้บนเวทีแล้ว บริเวณงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิHealth Screening: บริการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคฟรี! ทั้งการตรวจสุขภาพตา คัดกรองความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และสิทธิพิเศษสำหรับ 200 ท่านแรก รับบริการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Health Station: สถานีความรู้ที่เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญ คือ การเลือกทานอาหารช่วงเทศกาลที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ, ท่าออกกำลังกายสั้นๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังมื้อหนัก และการดูแลสายตาจากแสงสีในช่วงปีใหม่Wellness Market: ตลาดนัดสุขภาพที่คัดสรรผลิตภัณฑ์ทางเลือก (Low GI / Sugar-Free) และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคล พร้อมรับคำปรึกษาเรื่องวิตามินที่จำเป็นโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ

“เราอยากให้ทุกคนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความมั่นใจและมีพลัง การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจการปรับตัวที่เหมาะสม งานในวันนี้จึงเป็นเสมือนคู่มือมีชีวิตที่จะช่วยให้ทุกคนฉลองปีใหม่ได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน”

พร้อมกันนี้โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ขอเชิญชวนผู้รักสุขภาพ เข้าตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 15.00 น. และได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการตรวจสุขภาพเชิงลึก ด้วยแพ็กเกจตรวจสุขภาพลดกว่า 70% ให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมต้อนรับปีใหม่ ด้วยสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิงว์ / สันติบาลบึงกาฬจัดโครงการ ‘ปลูกฝังความรักชาติ’ ตอกย้ำความจงรักภักดีสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ผนึกกำลังโรงเรียนปากคาดพิทยาคม จัดอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 1/2569” แก่นักเรียนมัธยมปลาย 100 คน มุ่งเน้นปลูกฝังความรักชาติและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเชิญชวนร่วมเป็นเครือข่ายแหล่งข่าวเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล นำโดย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ

สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอบรม “โครงการสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 1/2569” โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 100 คน เข้าร่วมอบรมอย่างพร้อมเพรียง

นายธเนตร มีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปากคาดพิทยาคม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด โดยกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ที่ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม

และบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถหลากหลายด้าน ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

ด้าน พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความเคารพรัก เทิดทูน และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจถึงพระมหากรุณาธิคุณของบรรพบุรุษที่ต่อสู้รักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติไทยไว้

จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังให้นักเรียนนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านการเป็นเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่องดูแลความมั่นคงของสถาบันฯ ต่อต้านภัยคุกคาม และเผยแพร่แนวทางตามพระบรมราโชวาทเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมยังได้รับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และบทบาทหน้าที่ของตำรวจสันติบาล โดยโครงการนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อร่วมปลูกฝังค่านิยมความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่คู่ปวงชนชาวไทยตลอดไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025

แชร์เนื้อหานี้

งาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 ควบคู่กับพิธีมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายในมหกรรม Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2025 ณ ฮอลล์ 101 ไบเทค บางนา โดยมีเด็ก เยาวชน และครอบครัวเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น และเป็นมิตรกับทุกคนในสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ถ่ายทอดพลังความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และตัวตนของเด็กยุคใหม่ พร้อมพิธีมอบรางวัลเพื่อเชิดชูเยาวชนที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์อย่างมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ และเหมาะสมกับวัยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการผลักดันจากผู้บริหารและภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่

  • คุณนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ FTI Influencer และประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ประธานจัดงาน และ CEO ณายด์ สตูดิโอคุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • คุณเรืองชัย จินตรุ่งเรืองชัย นายกสมาคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับกิจกรรม Thailand KIDS International Fashion Show 2025 บนรันเวย์ ได้มีการนำเสนอผลงานจาก 2 ดีไซเนอร์ไทย ได้แก่ Intelligence Love โดย คุณกมลทิพย์ ศิริธาดาเจริญ และ ณายด์ สตูดิโอ โดย คุณณัฐริกา ทวิชาวัฒน์ ถ่ายทอดแฟชั่นเด็กที่ผสานความงดงาม จินตนาการ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเยาวชนไทยได้อย่างโดดเด่น

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการมอบรางวัล KIDS e-Influencer 2025 ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ วินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม และความกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดูแล วางแผน และสนับสนุนบุตรหลานอย่างใกล้ชิดงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่นสำหรับเด็กและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กและครอบครัว ผ่านการทำคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และมีคุณค่า พร้อมสานความฝันและแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ในช่วงท้ายของงาน มีพิธีมอบเงินบริจาคจำนวน 30,000 บาท จากผู้จัดงาน มอบให้แก่ คุณกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เพื่อนำไปสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการงาน Thailand KIDS International Fashion Show 2025 & KIDS e-Influencer 2025 นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของเด็กไทยในสายแฟชั่นและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างภาคภูมิ

mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #einfluencer #influencer #thailandkidsinternationalfashionshow #fdfriendlydesign #NYNDstudio #ณายด์สตูดิโอ #kidseinfluencer #fashion #contest #awards

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ม.อ.ตรัง ประชุมหารือแนวทางจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดการประชุมหารือแนวทางการจัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ณ ห้องประชุม MBA ระหว่างเวลา 09.00–12.00 น. โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาติ มณีมัย คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการและภาคธุรกิจเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดและทิศทางการดำเนินงานในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับการบริการวิชาการของคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการดำเนินงานในกรอบมหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีแนวคิดเชิงธุรกิจ สามารถบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และบริการวิชาการ เพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามัน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกเข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้แก่
คุณสมประสงค์ พยัคฆพันธ์ ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และผู้อำนวยการโครงการวิจัยคลัสเตอร์ โครงการสร้างเครือข่ายธุรกิจชุมชนร่วม (Cluster) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก,คุณทรงสิทธา จันทรา อุปนายกสมาคมอินฟลูเอนเซอร์และเคโอแอลแห่งประเทศไทย และกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน CLMVT+China สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,
รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณดี สุทธินรากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.สมเกียรติ สุทธินรากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหารและคณาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย
ดร.สิปปกานต์ กลัดสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร,
อาจารย์ณฐ ย่าหลี รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นราภรณ์ ไชยรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและคุณภาพการศึกษา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒธณา สุขรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ,
ดร.อรชนก ช่องสมบัติ ประธานสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ,

อาจารย์วิญญู วัฒนยนต์กิจ ประธานสาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์กมลชนก เซ่งสวัสดิ์ อาจารย์สาขาวิชาการตลาด,
อาจารย์สุรนัย ช่วยเรือง ประธานสาขาวิชาการบัญชี,
อาจารย์กิ่งกนก รัตนมณี อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี และ
อาจารย์ปาริชาติ บูรพาศิริวัฒน์ อาจารย์สาขาวิชาการบัญชี

การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอันดามัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดบศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในพื้นที่ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืนต่อไป

einfluencer #einfluencerthailand #liveติดปีก #มอตรัง #ssutrang #PSU #โอลีฟโตเกียวเนยกรอบ #mrglobalstrategymaven #onevisionmanyroles #influencer