คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาครบรอบ 5 ปี และทอดผ้าป่ามหากุศลระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนประสบภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตา เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน

พร้อมด้วย นายพลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์ และนายเกรียงไกร ทานะเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน และหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสครบรอบ 5 ปี วันก่อตั้งหน่วยงาน และเพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล “Live for Life” ปล่อยปลามหากุศล ณ บริเวณหนองน้ำครก โดยได้รับเมตตาจากพระราชนันทวัชรบัณฑิต, รศ.ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง ให้เกียรติมาอธิษฐานจิตปล่อยปลา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / “เติมเต็มคุณภาพชีวิตผู้พิการ มอบบ้านปรับสภาพ–สิ่งของจำเป็น สร้างโอกาสใหม่อย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพฯ”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00–15.30 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล นำโดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ และกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมกิจกรรมพิธีมอบบ้านที่

ได้รับการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ พร้อมทั้งพิธีมอบพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของผู้พิการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ ณ บ้านคนพิการในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก และแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน อาทิ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, ศูนย์บริการคนพิการกรุงเทพมหานคร, กองทัพบก, สำนักงานเขตหนองจอก

สำนักงานเขตมีนบุรี ผู้นำชุมชน และเครือข่ายทหารผ่านศึก เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจด้านสังคมสงเคราะห์ที่สะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น้องน้ำผึ้ง ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา คว้ามงกุฎนางสาวน่าน ประจำปี 2569 ไปครอง ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณเวทีกลาง งานของดีเมืองน่าน บริเวณริมน้ำน่านเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการและผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมมอบมงกุฎ ของรางวัลและสายสะพายพร้อมเงินรางวัลให้แก่นางสาวน่าน และรองนางสาวน่าน ในการประกวดนางสาวน่าน ประจำปี 2569

ด้วยจังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการจัดการประกวดนางสาวน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งนางสาวน่านประจำปี 2569 และเป็นตัวแทนในการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของจังหวัดน่าน โดยมีสาวงามสมัครเข้าร่วมชิงชัยมงกุฎนางสาวน่านประจำปี 2569 จำนวน 26 คน ซึ่งดำเนินการจัดการประกวดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง

โดยผลการประกวดนางสาวน่าน งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 256รางวัลชนะเลิศนางสาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, ตำแหน่ง Biovech Ambassador 2026 พร้อมเงินประจำตำแหน่ง 120,000 บาท, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 40,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 3 ครั้ง, บัตรโดยสารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางภายในประเทศ (น่าน-ดอนเมือง) ไปกลับ 2 ที่นั่ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥈รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเกิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 30,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 3 เดือน, สิทธิ์เข้าพัก ชีววิถีเฮิร์บ เวลเนส สเตย์ ฟรี ภายใน 1 ปี จำนวน 1 ครั้ง, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🥉รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 21 นางสาวปริญทิพย์ คำแสน น้องบีม อำเภอท่าวังผาส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 20,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, บัตรชมภาพยนตร์จาก Major Cineplex 5 ที่นั่ง, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า ร้านนครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 10,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🏅รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวณัฐริวรรณ นันไชย น้องเนย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมมงกุฎพร้อมสายสะพายประจำตำแหน่ง, Voucher จาก Dr.Keaw clinic มูลค่า 8,000 บาท, สมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 เดือน, และขันน้ำพานรอง

🤎รางวัล People’s Choice ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

❤️รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาทพร้อมสายสะพาย

🧡รางวัลแม่ญิงน่าน นุ่งซิ่นงาม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💛รางวัลนางงามผมสวย by Biovech ได้แก่ หมายเลข 26 นางสาวเปมิกา นิธิโชติยานันท์ น้องเฟิร์น องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

💙รางวัลนางงามหุ่นสวย by Flamingo Fitness ได้แก่ หมายเลข 13 นางสาวจินตพร แซ่จ๋าว น้องมาย อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย และสมาชิก Flamingo Fitness ระยะเวลา 1 ปี

🩵รางวัลนางงามผิวสวย by GeeGee’ ได้แก่ หมายเลข 4 นางสาวรุ่งลาวัลย์ ใชแล น้องริด้า นครน่านเวดดิ้ง&สตูดิโอ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และผลิตภัณฑ์มูลค่า 10,000 บาท

💚รางวัล BOV Starts Talents (TIKTOK) ได้แก่ หมายเลข 23 นางสาวนันทัชพร ไชยเชิด น้องแมงปอ นาน้อยรีสอร์ตและห้วยแก้วรีสอร์ต โดยคุณสุนทรีย์ โนทะ ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย และ Trophy

💜รางวัลชุดราตรียอดเยี่ยม ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩶รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่ หมายเลข 7 ร.ต.อ.หญิงกนกวรรณ ศรีปัญญา น้องน้ำผึ้ง อำเภอเวียงสา เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

🩷รางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ หมายเลข 20 นางสาววิชญาดา งามอุดม น้องแพทตี้ อำเภอนาหมื่น เป็นผู้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

ขอขอบคุณภาพ/ข่าว : ส.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ, ท้องถิ่น อ.ชุมแพ ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด.ครั้งแรก

แชร์เนื้อหานี้

ในวันศุกร์ ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา๑๐.๐๐ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมครั้งแรก ประจำปี 2569 นายอดิศักดิ์ สละ ท้องถิ่นอำเภอชุมแพ

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม โดยพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่นฯ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพประธานในพิธี กล่าวเปิดการประชุมสภาอย่างเป็นทางการ จากนั้น
นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ทำหน้าที่ เลขานุการสภาชั่วคราว อ่านประกาศเรื่องเรียก

ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลครั้งแรก และให้สมาชิกเสนอรายชื่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว ที่ประชุมเลือก นายสมพร โสกันทัต ผู้อาวุโสสูงสุดของสภา ทำหน้าที่เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดชั่วคราว

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ดังนี้-นายสุรศักดิ์ บุญเฮ้า ส.อบต.หมู่ 1-นายสมาน แก้วดวงตา ส.อบต.หมู่2-นายสวาท อ่อนอภัย ส.อบต.หมู่3-นายพิศิษฐ์ สีแก้ว ส.อบต หมู่ 4
-นายยุทธการณ์ ปาสาตัง ส.อบต.หมู่ 5-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ส.อบต.หมู่6-นายเนียม บุดดาดวง ส.อบต.หมู่ 7-นายธีรภัทร ทานาม ส.อบต.หมู่ 8-นายสมพร โสกันทัต ส.อบต.หมู่ 9
-นายตรี ลุนอุดม ส.อบต.หมู่ 10

กล่าวคำปฏิญาณตนในที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ลงมติเสนอชื่อ-นายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นายตรี ลุนอุดม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด-นางสาวศุภามาศ แก้วดวงดี เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

จากนั้นนายกิตติศักดิ์ นามนัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด ได้กำหนดวันประชุมสภา ครั้งต่อไป
ให้อยู่ในห้วงวันที่ 2 มีนาคม พ .ศ.2569 เพื่อให้การดำเนินงานของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียดเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายฯ

โดยคณะผู้บริหารชุดใหม่ นำโดย นายสำราญ ลุนอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด จะได้แถลงนโยบายต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสมัยใหม่ของสภา ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2569 วินฅนชนข่าวสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านพิธีเปิดนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณช่วงน้อย นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธี
เปิดงานนิทรรศการ “นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรีบนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

กล่าวรายงาน มีนายเสรี พิมพ์มาศ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาจังหวัดน่าน รักษาการณ์ศึกษาธิการจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ผู้บริหารสถานศึกษา สพม.น่าน ผู้บริหารสถานศึกษา สปพ.น่าน เขต 1 พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์

ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาชุมชนจังหวัดน่าน นายพรเทพ เสนนันตา ผอ.โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร นางสาวพิมลพรรณ สกิดรัม ผอ.วิทยาลัยชุมชนน่าน นายอนุชา ธนะเพทย์ ผญบ.ปางค่า เครือข่าวยธุรกิจแผนก

เพื่อชุมชมชน CBMC ประชาชนบ้านปางค่า คณะครูบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ร่วมพิธีเปิดด้วยโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สอดคล้องกับมาตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนโยบายของ

กระทรวงศึกษาธิการ และการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงได้จัดนิทรรศการ”นันทสิปปะสร้างสรรค์ 2026″ ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ผลงานของผู้เรียน
ครู และสถานศึกษา ด้วยความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย


ทางการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดนิทรรศการ ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บนพื้นฐานพหุปัญญา เชื่อมโยงกับซอฟท์พาวเวอร์วิถีน่าน สู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อทุนวัฒนธรรม สู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
  1. เพื่อให้นักเรียนได้มีเวทีแสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนจังหวัดน่านสู่เมือง
    แห่งความสุข/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โชคชัยจัดใหญ่ เปิดงานฉลองย่าโม 2569 สืบสานวีรกรรม–กระตุ้นเศรษฐกิจ มอบทุนการศึกษา 133 ทุน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี องค์ประจำ อำเภอโชคชัย ได้มีพิธีเปิดงานฉลองประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมลั่นฆ้องชัยเปิดงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของพี่น้องประชาชน

นาย พิชาญ ตราผักแว่น นายอำเภอโชคชัย กล่าวรายงานว่า งานฉลองอนุสาวรีย์ย่าโมของอำเภอจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 นับตั้งแต่ชาวโชคชัยร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์เมื่อปี 2545 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของย่าโม ควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งพิธีบวงสรวงและรำบวงสรวงดวงวิญญาณท้าวสุรนารี การแสดงแสง สี เสียง ถ่ายทอดวีรกรรม การแสดงพื้นบ้าน การประกวดและการแข่งขันสร้างสรรค์ ตลอดจนการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนจำนวน 133 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท รวม 133,000 บาท ราย

ได้จากการจัดงานจะนำสมทบกองทุนการกุศลย่าโมอำเภอโชคชัย เพื่อนำไปบำรุงรักษาอนุสาวรีย์และสาธารณประโยชน์ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การนครปฐม ! จัดกิจกรรมโครงการ “ ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” รวมพลัง แบ่งปันน้ำใจ มอบสิ่งของให้ รร.ตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทอง สวนผึ้ง ราชบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย คุณ ปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม พร้อมคณะจัดกิจกรรมวันวาเลนไทน์

ดำเนินโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” นำสิ่งของอุปกรณ์การเรียน การศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องอุปโภค บริโภค จำพวก ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำส้มสายชู และอื่นๆอีกจำนวนมาก พร้อมได้จัดทำอาหารกลางวัน เลี้ยง คณะครู และนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนตะโกปิดทองจำนวน 250 คน และได้เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษที่ทางนักเรียนปลูกไว้บริโภค

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า การทำจัดโครงการ “ธารน้ำใจ พิทักษ์ รักษ์ ประชา ” ที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อแบ่งปันความรัก ความห่วงใย และสนับสนุน โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารที่ห่างไกลเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

โดย โรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดนตะโกปิดทองตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2521 โดยได้รับบริจาคที่ดินจากบริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยเนื่องจากบุตร – หลาน ของคนงาน บริษัทเหมืองแร่แหลมพิชัยไม่มีสถานที่เรียน ทางบริษัทจึงได้มอบที่ดิน จำนวน 30 ไร่ 2 งาน และสร้างอาคารเรียนจ๋านวน 1 หลัง

พร้อมทั้งประสานกับกองกำกับการดำรววจดระเวนชายแดน เขด 7 (กองกำกับการดำรดำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ปัจจุบัน ) เพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนตำรวจดระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดนไทย พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับปฐมศึกษา

ในเบื้องต้นมีครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน โดยมีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 250 คนและจะมีนักเรียนประมาณ 70 คน จะพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเป็นประจำ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องทำอาหารเลี้ยงทั้ง 3 มื้อ ส่วนที่กลับบ้านจะได้รับประทานอาหารกรณีมาเรียนจะได้รับประทานอาหารมื้อกล่างวัน 1 มื้อ โดยส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนกว่าร้อยละ 90 เป็น ชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง มอญ และ พม่า ทำให้การสื่อสารและการสอนเป็นภาษาไทย เด็กๆจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวต่อว่าทางโรงเรียนแห่งนี้ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารฯ ตามพระราชดำริ ทั้ง 8 โครงการอย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม การดำเนินงานโครงการพระราชดำริ ฯ ซึ่งทางคณะครู อาจารย์ นั้นมีวิชาการ และเพิ่มเติมหลักสูตรความรู้ด้านทางการเกษตร ดำเนินการควบคู่ไปกับการจัดการเรียนการสอน

โดยการบูรณาการงานโครงการเข้ากับการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นการปฏิบัติจริง เช่น การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไข่ ไก่ไข่ การเพาะเห็ด และการหมักปุ๋ยอินทรีย์ เด็กๆ ทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเกษตร ให้กับนักเรียนเพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการส่งต่อให้ กับครอบครัวและคน

ในชุมชนให้ต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต และทางโรงเรียนยังมีการเรียนการสอนด้านวิชาสหกรณ์ โรงเรียนมีสหกรณ์นักเรียน ดำเนินการโดยคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมออมทรัพย์กิจกรรมร้านค้า กิจกรรมส่งเสริมการผลิตขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชนอีกด้วยสำหรับ กิจกรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและวางรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ส่งรักปันสุข” ชาวประจวบฯ ยิ้มแก้มปริ รับดอกไม้-น้ำดื่ม แทนความห่วงใยในวันแห่งความรัก

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ สำหรับกิจกรรมส่งต่อความปรารถนาดีเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก้าวแรกแห่งความห่วงใย @รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 น้ำดื่มมินิม่อน โดย น้องหญิง – ศิริวรรณ คีรีนิล และ คุณเจี้ยบ – พรชนก นาควงศ์ จาก ร้านโบนัส ซัก อบ รีด ได้ร่วมกับ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมมอบดอกไม้และน้ำดื่มเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใย ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและประชาชนที่มาใช้บริการ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารผู้ป่วยนอก ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย น.ส.บุณยรัตน์ สุขบาง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก) และ น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสุขศึกษา) ร่วมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกอย่างอบอุ่น ส่งต่อความรักสู่หัวใจผู้ป่วยและคนทำงาน

ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (14 กุมภาพันธ์) น้องหญิง ได้ส่ง คุณเจี้ยบ เป็นตัวแทนนำดอกไม้และน้ำดื่มไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ณ ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันไม่เพียงเท่านั้น ทีมงานยังได้เดินทางไปมอบกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง “พนักงานกวาดถนน” ผู้อยู่เบื้องหลังความสะอาดของเมือง ซึ่งหลายท่านถึงกับกลั้นความดีใจไว้ไม่ไม่อยู่ พร้อมเผยความรู้สึกสุดประทับใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับมอบดอกไม้แบบนี้” สร้างความซึ้งใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มอบสิ่งของพระราชทาน ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่พระประโทน เมืองนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย ในพื้นที่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำสิ่งของพระราชทานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มอบให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี ราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย ณ บ้านเลขที่ 67 และ 67/5 หมู่ที่ 3 ณ อาคารศูนย์ฝึกอาชีพ องค์การบริหารส่วนตำบลพระประโทน หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.45 น. สาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้บ้านเรือนที่พักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง อีกทั้งสูญเสียทรัพย์สิน อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดและชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม ร่วมมอบถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ให้แก่นางระเบียบ สุขดี และนายภาณพัช สุขดี พร้อมเงินช่วยเหลือ รายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

อีกทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบเงินสงเคราะผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน อีกรายละ 3,000 บาท โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม พ.อ.ภูมิพศุตม์ เตี๊ยะเพชรดี รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.ฐ.(ท.)พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลพระประโทน ร่วมให้กำลังใจ พร้อมหารือแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนผู้ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัยต่างๆ อย่างทันท่วงที ตลอดจนสงเคราะห์ด้านการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย และเด็กที่เรียนดีในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ได้ยึดถือพระราชดำริมาปฏิบัติเป็นเวลา 61 ปี ดังพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงวางรากฐานการดำเนินงานของมูลนิธิไว้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการดำเนินงานของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ทรงห่วงใยผู้ประสบสาธารณภัย และทรงรับสั่งให้นำการช่วยเหลือ ส่งกลับประชาชนผู้ประสบสาธารณภัยอย่างรวดเร็วและทั้วถึง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมประกวด โครงการพัฒนายกระดับการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุม โรงเรียนสามพรานวิทยา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมประกวดผลงานจังหวัด อำเภอ และชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด

ตามโครงการพัฒนาและยกระดับการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2569 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ โรงเรียนสามพรานวิทยา และชมรม TO BE NUMBER ONE ในจังหวัดนครปฐม จัดขึ้นเพื่อคัดเลือกผลงานชมรม

เพื่อคัดเลือกผลงานชมรม TO BE NUMBER ONE เข้าประกวดในระดับภาคกลางและตะวันออก ประจำปี 2569 อีกทั้งเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามามารถ ในการนำเสนอผลงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามเกณฑ์ตัวชี้วัด ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีความภาคภูมิใจ

และมีความมั่นใจ มากยิ่งขึ้น โดยมีนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย คณะกรรมการและสมาชิก TO BE NUMBER ONE เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐนิวส์ * สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าฯจ.นครปฐม ผู้บังคับการ กองอาสารักษาดินแดน จ.นครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569

พร้อมมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยแก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ

บริเวณกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดนครปฐม ในฐานะรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

จังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2569 เพื่อระลึกถึงวีรกรรม และคุณงามความดีของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ความวิริยะ อุตสาหะ ลำบากตรากตรำ และบางครั้งได้เสียสละแม้กระทั่งชีวิต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมาโดยตลอด สำหรับกองอาสารักษาดินแดน ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นต้นมา จนถึงวันนี้ รวม 72 ปี โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

โอกาสนี้ นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และมอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

ในส่วนของกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ได้เริ่มมีสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำการในจังหวัดนครปฐม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 รวมเป็นเวลา 51 ปี มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 108 นาย โดยภารกิจหน้าที่ของเหล่าสมาชิกอาสารักษาดินแดน ได้แก่

ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านปราบปราม การบำบัดรักษา และการป้องกันภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน ชุมชน อีกทั้งด้านการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ร่วมกับฝ่ายปกครอง และตำรวจ ออกตรวจสถานบริการ สถานบันเทิงและแหล่งมั่วสุมต่างๆ ตลอดจนด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกำลัง

สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนนโยบายที่สำคัญของรัฐ และหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการปฏิบัติงานด้านการข่าว

ด้านมวลชน การเสริมสร้างหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง และการช่วยเหลือเหล่ากาชาดจังหวัดในด้านต่างๆ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงปิดทององค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี

แชร์เนื้อหานี้

พิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์องค์จริง เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี
พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง) เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. ที่พระวิหารพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานฝ่ายฆราวาส

พร้อมด้วย พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบวงสรวง และปิดทองปฐมฤกษ์ องค์หลวงพ่อพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร (องค์จริง)

เนื่องในโอกาสประดิษฐานครบ 111 ปี โดยมี รองผู้ว่าชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และครอบครัว ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ปิดทองตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเดือนเมษายน 2570

พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครปฐม และเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปมาช้านาน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระยุพราชนั้น ในช่วงปี 2451 ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคเหนือ ทรงพบพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธลักษณะที่งดงาม เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

โดยองค์พระพุทธรูปนั้นชำรุดมากเหลือแต่พระเศียรกับพระหัตถ์ข้างหนึ่งและพระบาท จึงโปรดเกล้าให้อัญเชิญลงมากรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ จึงโปรดเกล้าให้ทำการปั้นหุ่นขึ้นให้บริบูรณ์เต็มองค์พระพุทธรูป แล้วเททองหล่อทำพิธีสถาปนาพระพุทธรูป

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2456 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร และในปี 2457 โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระพุทธรูปมาไว้ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมกับจัดการประกอบองค์ขึ้นประดิษฐานและตกแต่งแล้วเสร็จเป็นพระพุทธรูปประทับยืนเมื่อ

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2466 ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอิน

ทราทิตย์ธรรโมภาสมหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร” จึงได้กำหนดให้วันที่ 2 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันเกิดของพระร่วงโรจนฤทธิ์ นับตั้งแต่ปี 2458 เป็นต้นมา

จำรัส ตุ้มท่าไม้ ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด พร้อมพันธมิตรจัดโครงการช่วยน้อง รร.บ้านหนองกระทิง มูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน ดำเนินโครงการจิตอาสา “ส่งโอกาสให้น้อง (Passing on Opportunities to Underprivileged Children)” พร้อมนำรายได้ของสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจากการจัดงาน “ราตรีนานาชาติการกุศล (International Charity Night 2026)”

ไปมอบให้โรงเรียนบ้านหนองกระทิง อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯ โดยมี ดร.ยุนหลิน หยาง ผู้อำนวยการบริหาร มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด วิทยาเขตหัวหิน–ชะอำ ดร.เรวิตา สายสุด หัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA นางสาวพิชยา สุวรรณโชติ นายกสโมสรโรทาแรคท์มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นายไบรอัน แอนเดอร์สัน นายกสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน นายศิริชัย บุญเพ็ง รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองกระทิง คณะครูและนักเรียนร่วมกิจกรรม

โดยคณะผู้จัดงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันมอบและสนับสนุนสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านหนองกระทิง ได้แก่ เครื่องเล่นสนามเด็กเล่น พัดลมเพดาน ตู้กดน้ำร้อน–น้ำเย็น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา กระเป๋าเป้นักเรียนของโรงแรม UR the Private Hua Hin ของใช้จำเป็น ขนมและอาหาร รวมถึงการสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงหลังคาสแลน หลังคาบ่อปลา และพื้นที่กิจกรรมภายในโรงเรียน เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการเรียนรู้และสุขภาวะของนักเรียนอย่างยั่งยืน คิดเป็นมูลค่า 123,517 บาท

นอกจากนี้ยังมีการจัดฐานกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยนักศึกษาโรทาแรคท์และนักศึกษาหลักสูตร MBA ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของนักศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัย ซึ่งร่วมกันจัดกิจกรรมสอนภาษาอังกฤษ เล่นเกมสร้างสรรค์ และกิจกรรมสันทนาการ เพื่อสร้างความสุข ความสนุกสนาน และแรงบันดาลใจให้แก่น้อง ๆ นักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้คณะผู้จัดงานยังได้สนับสนุนอาหารกลางวัน ไอศกรีม และขนมอร่อย ๆ สำหรับนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากสโมสรโรตารีรอยัลหัวหิน เพื่อ

สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มตลอดทั้งวัน สะท้อนพลังความร่วมมือของสถาบันการศึกษา องค์กรจิตอาสา และภาคเอกชน ที่ร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์จากงานราตรีนานาชาติการกุศลสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ น่าน เปิดปฐมนิเทศ “นางสาวน่าน – ธิดาดอย” ประจำปี 2569 พร้อมชวนเที่ยวงานของดีเมืองน่าน 13-22 ก.พ. นี้

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน—นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศและให้โอวาทแก่ผู้เข้าประกวด “นางสาวน่าน” และ “ธิดาดอย” ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเวียงแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและตอกย้ำบทบาทสตรีในการเป็นตัวแทนถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดสู่สาธารณชน

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านกล่าวว่า เวทีการประกวดดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแสดงความงามภายนอก แต่เป็นพื้นที่สะท้อนภูมิปัญญา ความสามารถ และรากเหง้าทางวัฒนธรรมของสตรีชาวน่าน รวมถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นพลัง “ซอฟต์พาวเวอร์” สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ จังหวัดน่านขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและให้กำลังใจผู้เข้าประกวด บนเวทีกลางในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2569 ณ บริเวณเชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ

โดยมีกำหนดการประกวดสำคัญ ได้แก่การประกวดธิดาดอย วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถ่ายทอดเสน่ห์เครื่องแต่งกายและวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์การประกวดนางสาวน่าน วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ชมความสง่างามตามแบบฉบับสาวเมืองน่าน

นอกจากนี้ ภายในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–22 กุมภาพันธ์ 2569 ยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การออกร้านกาชาดและนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ การจำหน่ายสินค้า OTOP และของดีจากทุกอำเภอ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและดนตรี รวมถึงอาหารพื้นเมืองรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอันมีเสน่ห์

จังหวัดน่านขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองน่าน ให้กำลังใจบุตรหลานในการประกวด และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจและสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สลากกินแบ่งรัฐบาล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ – มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ มอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน/สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอน และเครื่องกีฬา ให้แก่โรงเรียนเพียงหลวง ๘ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

ในโอกาสนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่ง และประธานมูลนิธิมิราเคิลฯ พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมอบทุนการศึกษาและสิ่งของสนับสนุนทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะด้านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักเรียน

การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่จำเป็น อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“ท่านประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเชฟจิตอาสา โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สนามหลวง”

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยสมาคมครัวเชฟจิตอาสา สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ประกอบอาหารปรุงสุก ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง จำนวน 200 กล่อง เพื่อมอบแก่ประชาชนผู้เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ บริเวณเต็นท์อาหารพระราชทาน สนามหลวง

ในการนี้ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจเชฟจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคมและประชาชนขอขอบคุณ คุณเยาวมาลย์ วัชระเรืองศรี กรรมการอำนวยการ และประธานดำเนินงานวันสำคัญและกิจกรรมพิเศษ ที่ร่วมสนับสนุน ส้มสายน้ำผึ้ง จำนวน 200 ลูก เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักหารายได้ที่ร่วมมอบอาหารและดูแลการแจกจ่ายอย่างเรียบร้อย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.กำแพงแสนจัดกิจกรรม “Big Day” รณรงค์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง / คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหล จัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย

แชร์เนื้อหานี้

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมปลัดอำเภอกำแพงแสน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ หัวหน้าส่วนราชการ พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน และ

พ.ต.อ.นริสสร์ สังข์กระแสร์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระตีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกำแพงแสนวิทยา ในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน ร่วมปล่อยแถวกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (Big day) ณ บริเวณอนุเสาวรีย์อินทรศักดิศจี อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดกำแพงแสนตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ

และรถกระจายเสียงเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คณะครูโรงเรียนหนองปลาไหลและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปโดยได้นำนักเรียน ระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนวัดหนองปลาไหล(ปานพลอุปถัมภ์) นำโดย ผอ.ชุติสรา หาดแมน คณะครูและบุคคลากร ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยระดับอนุบาล 2 – ป.6 โดยการเดินรณรงค์และใช้รถสามล้อประชาสัมพันธ์ภายในชุมชน ร่วมเชิญชวนให้ผู้ปกครองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง

เริ่มเดิน ณ บริเวณภายชุมชนโดยรอบของ ตำบล ทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัวและความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569

ทั้งนี้มีการเดินรณรงค์บริเวณตลาดตามร้านค้า บ้านเรือนประชาชน พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ และรถสามล้อเคลื่อนที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง”
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วช. ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยลด PM2.5 จ.น่าน ขับเคลื่อนชุมชนจัดการเศษวัสดุเกษตรอย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 — สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามแผนงานวิจัย “ประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5” ที่มุ่งลดปัญหาการเผาในที่โล่งจากเศษวัสดุทางการเกษตร โดยใช้พลังของงานวิจัย เทคโนโลยี และภูมิปัญญาชุมชน สู่เป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

คณะติดตามประกอบด้วย ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และท่านประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการแผนงานประเทศไทยปลอดภัยจาก PM2.5 (เป้าหมาย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน) และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

พร้อมทีมผู้บริหารจาก วช. ลงพื้นที่ร่วมกับ ผศ.ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอเวียงสา ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

บริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด กำนัน ตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำมวบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส้าน วิสาหกิจชุมชน “เก้าเห็ดเป็นยา จังหวัดน่าน” สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) พื้นที่น่าน สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน หจก.แคชชิว นัท ริช กรุ๊ป(ไทยแลนด์) และสหกรณ์จังหวัดน่าน

โครงการเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนปลอดการเผา ผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด ฟาง มูลสัตว์ มาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเพาะเห็ด รวมถึงการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างถั่วลิสงลายเสือและการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เสริมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างรายได้ ลดจุดความร้อน และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง เช่น การใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ผักปลอดภัย และกิจกรรมฟื้นฟูปอด รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ เช่น ระบบน้ำหยด และการหมักปุ๋ยชีวภาพเร่งการย่อยสลาย ลดภาระ

แรงงานและเพิ่มผลผลิต การดำเนินงานทั้งหมดเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ตั้งแต่การตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ การจัดกิจกรรม Farmer-to-Farmer Learning จนถึงการขยายผลสู่ระดับจังหวัดในอนาคต/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมุทรสาคร ลุยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเร่งระบายออกสู่ตลาด 1 ล้านลูก ดันราคาลูกละ5บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดพร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตามสถานการณ์การกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอม พร้อมร่วมประชุมชี้แจงการเชื่อมโยงการกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว โดยเบื้องต้นได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด

ซึ่งเป็นสหกรณ์ที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอม กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด สหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด จังหวัดมหาสารคามและสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด จังหวัดยโสธรซึ่งเป็นสหกรณ์ผู้ซื้อ เพื่อร่วมกันระบายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดผ่านเครือข่ายสหกรณ์ นอกจากนี้ ได้รับฟังปัญหาเรื่องราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ และร่วมกันเสนอแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและยั่งยืน ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมการรวบรวมผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ขณะนี้พบว่าเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวกำลังเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำอย่างหนัก เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ราคามะพร้าวหน้าสวนเฉลี่ยลูกละ 23 – 28 บาท แต่ปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายหน้าสวนลดลงเหลือ ลูกละ 2 บาท กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงหาแนวทางให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาปัญหาและยกระดับราคาในระยะเร่งด่วน โดยใช้กลไกตลาดของเครือข่ายสหกรณ์เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว

ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรี โดยมีเป้าหมายในการรวบรวมทั้ง 2 จังหวัด 1,000,000 ลูก และมีแผนกระจายผลผลิตมะพร้าวไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30,000 ลูก ซึ่งในวันนี้จะมีการปล่อยรถบรรทุกมะพร้าวน้ำหอมไปตลาดปลายทางที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดมหาสารคาม โดยสหกรณ์การเกษตรบรบือ จำกัด และจังหวัดยโสธร โดยสหกรณ์การเกษตรกุดชุม จำกัด สั่งซื้อจากสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด จำนวน 20,000 ลูก ขณะที่สหกรณ์ต้นทางที่รวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคาลูกละ 5 บาท และส่งขายให้เครือข่ายสหกรณ์ตลาดปลายทาง ลูกละ 6-7 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุดรธานี ทยอยเปิดรับออเดอร์มะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยระบายผลผลิตให้กับสหกรณ์ในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดราชบุรีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีอีกหลายจังหวัดที่กำลังทยอยสั่งออเดอร์เข้ามา ซึ่งกรมฯ จะประสานกับเครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ช่วยกันระบายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและดึงราคามะพร้าวหน้าสวนให้ขยับเพิ่มขึ้น คาดว่าการใช้กลไกเครือข่ายสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง
“ความร่วมมือช่วยเหลือกันระหว่างสหกรณ์ครั้งนี้ เป็นการช่วยดึง

ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำให้ขยับเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์ ในการร่วมมือกันพัฒนาระบบการตลาดและการกระจายผลผลิต การเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยกระจายผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากต้นทางจังหวัดสมุทรสาครไปยังตลาดปลายทาง ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมต่อสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และเครือข่ายสหกรณ์ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายช่องทางการตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายผลผลิต แก้ปัญหาด้านราคา และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

สำหรับจังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในอำเภอบ้านแพ้ว ประมาณ 50,000 ไร่ โดยมีสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นสถาบันเกษตรกรในการส่งเสริมและรวบรวมผลผลิต สหกรณ์มีสมาชิก 2,350 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 17 แปลง โดยมีพื้นที่ให้ผลผลิต รวมกว่า 320 ไร่ และมีสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด พื้นที่ประมาณ 400 ไร่ ปีการผลิต 2568 – 69 คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมรวมกว่า 31.92 ล้านลูก โดยเฉพาะในรอบการผลิต เดือนธันวาคม 2568 – เดือนกุมภาพันธ์ 2569

จะมีผลผลิตไม่น้อยกว่า 5,000,000 ลูก ซึ่งต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 7 บาทต่อลูก ราคาที่เกษตรกรอยู่ได้คือลูกละ 8-10 บาท ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์จะรวบรวมมะพร้าว ส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางและล้งจีนประมาณ 80 % และส่งขายให้ล้งไทยประมาณ 20 %
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมมะพร้าวจากสหกรณ์การเกษตรมะพร้าวน้ำหอมแปลงใหญ่ จำกัด จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีสมาชิกปลูกมะพร้าว จำนวน 127 ราย พื้นที่ปลูก 3,200 ไร่ และพื้นที่ผลผลิต 3,200 ไร่ มีสมาชิกสั่งขายกับสหกรณ์ จำนวน 85 ราย ยอดการรวบรวม ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 มียอดซื้อ 685,404 ลูก มูลค่ากว่า 3,628,462.40 บาท ปัจจุบันราคาขาย เฉลี่ยลูกละ 4 บาท

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดให้กับสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นโรงคลุมเพื่อรวบรวมมะพร้าวน้ำหอมรวมทั้งสนับสนุนมาตรฐานการผลิต การสร้างแบรนด์ ช่องทางการจำหน่ายการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2567 โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ปีงบประมาณ 2568 (กลุ่มพัฒนาต่อยอด) และการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตร ปีงบประมาณ 2569

ทีมข่าวสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18 ชูอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น หนุน Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้างนราไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมอาหาร วิถีน่าน วิถีถิ่น วิถีไทย” ครั้งที่ 18

ประจำปี 2569 โดยมีนายสาธิต บุญทอง ที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่านกล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่าน และภาคเอกชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลักจากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีเป้าหมายเพื่อขานรับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านอาหาร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

คณะผู้จัดงานตระหนักถึงความสำคัญของทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่าน จึงยกระดับการจัดงานจากมหกรรมอาหารทั่วไป สู่การเป็นเวทีแสดงศักยภาพ “น่าน…เมือง

เก่าที่มีชีวิต” ผ่านรสชาติอาหารพื้นถิ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการร้านอาหารให้รองรับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism

สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหาร โดยเฉพาะเมนูอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน เช่น “ยำไก่ใส่ปลี” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาเมืองน่านสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การออกร้านจำหน่ายอาหารรสเลิศกว่า 40 บูธ การแข่งขันประกวดอาหารพื้นเมืองภูมิปัญญาท้องถิ่นเมนู “ยำไก่ใส่ปลี” การประกวดธิดามหกรรมอาหารจังหวัดน่าน ประจำปี 2569

รวมถึงกิจกรรมการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนและชุมชน การแสดงดนตรีจากวงมณฑลทหารบกที่ 38 การแสดงจากศิลปินตลกศรีหลอด เชิญยิ้ม และศิลปินวง “เดอะ เพอะ” ตลอดจนการจัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์จากบูธรถยนต์ต่าง ๆ/ทีมช่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วว. ผนึกกำลัง ป.ป.ส. ยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจและการแพทย์ ชูเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาสายพันธุ์ กัญชา–เห็ดขี้ควาย

แชร์เนื้อหานี้

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เดินหน้าหารือแนวทางการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ ได้แก่ กัญชา และเห็ดขี้ควาย โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานพืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture)

การประชุมหารือดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท. อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ให้การต้อนรับและเป็นประธานการประชุมร่วมกับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะทำงานจากสำนักยุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และสถาบันสำรวจและควบคุมพืชเสพติด

ทั้งนี้ วว. ยังได้มีคณะผู้บริหารและนักวิจัยร่วมประชุม ได้แก่ ดร.ฮงทัย แซ่ต้น และ ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ ที่ปรึกษา วว. นายมนตรี แก้วดวง รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย ตลอดจนนักวิจัยจาก ศนก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการองค์ความรู้ พัฒนา “สายพันธุ์มาตรฐาน”การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ บูรณาการองค์ความรู้ด้านการคัดเลือก ปรับปรุง และพัฒนาสายพันธุ์พืชเสพติดที่มีศักยภาพทางการแพทย์ เพื่อรองรับการวิจัย การแพทย์ และอุตสาหกรรมชีวภาพอย่างมีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อควบคุมคุณภาพสายพันธุ์ ลดความแปรปรวนทางพันธุกรรม และสร้างต้นแบบสายพันธุ์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะด้านสารออกฤทธิ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ทางการแพทย์

ยกระดับ “พืชเสพติด” สู่ “พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์”ความร่วมมือระหว่าง วว. และ ป.ป.ส. ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบวิจัยและควบคุมพืชเสพติดที่มีศักยภาพเชิงการแพทย์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ การควบคุมมาตรฐาน ไปจนถึงการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

วางรากฐานนโยบายและทิศทางวิจัยในอนาคตที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต อาทิ
• การจัดทำฐานข้อมูลสายพันธุ์มาตรฐาน
• การพัฒนาห้องปฏิบัติการและมาตรฐานการตรวจพิสูจน์
• การส่งเสริมงานวิจัยเชิงลึกด้านสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์
• การสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก บูรณะองค์พระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกองทัพภาคที่ 1 เป็นสิริมงคลเพื่อแผ่นดิน

อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำสักการะสมเด็จพระพุทธปฐมปัจเจกศรีนาคราชพุทธเจ้า บวงสรวงสักการะพระพิฆเนศ สิ่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช องค์พระพิฆเนศ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก ทหารกล้าปกป้องแผ่นดิน และชาติบ้านเมืองโดยมี พลโทวรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีอาจารย์สมพล พลธนันต์ นำอธิษฐานจิต พร้อมด้วยคณะนายทหารและกำลังพลกองทัพภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1

ทั้งนี้ ได้ตั้งจิตอธิษฐานในบุญบารมีทั้งปวง เพื่อความเป็นสิริมงคล นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ ตลอดจนอุทิศบุญกุศลแด่นักรบทหารกล้าทุกนายที่ได้สละชีพเพื่อชาติขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ได้รับผลบุญบารมีทุกประการ เทอญ…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เชียงราย จัด “มหกรรมศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์” ต่อยอดอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยวชุมชน

แชร์เนื้อหานี้
default

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดงานมหกรรมศิลป

วัฒนธรรมชาติพันธุ์ Chiang Rai Ethnic Cultural Festival 2026 ณ สนามกีฬากลางบ้านเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ

จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และมี นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อมุ่งเน้นการสืบสานและเผยแพร่มรดกทาง

วัฒนธรรมอันล้ำค่าของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกิจกรรมภาย

ในงานประกอบด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันงดงาม เริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดแสดงวิถีชาติพันธุ์อย่างตระการตาจากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย

การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก ทั้งในรูปแบบการแสดงวิถีแห่งชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการแสดงดนตรีรวมถึงศิลปะการแสดงแบบประยุกต์ร่วมสมัย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน อาทิ การแข่งขันฟอร์มูล่าม้ง และการแข่งขันกีฬาชาติพันธุ์รวม 5 ชนิดกีฬา

ประกอบด้วย วิ่งขาหยั่ง วิ่งแบกก๋วย กลิ้งครก ตักน้ำใส่กระบอก และการขว้างลูกข่าง ซึ่งล้วนเป็นกีฬาพื้นบ้านที่เปี่ยมไปด้วยจิต

วิญญาณแห่งชุมชน อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประกวดอาหารเมนูชาติพันธุ์ฟิวชั่น และการ

จัดบูธจำหน่ายสินค้าการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ระดับสากล การดำเนินงานครั้งนี้บูรณา

การความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน รวม

ถึงการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาร่วมกันถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า

เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและ

ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ระดมทุนพัฒนา สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “อาคารละหมาด” รองรับ จำนวนนักเรียน พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า

แชร์เนื้อหานี้

วันที่31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนนราธิวาส ตำบลโคกเคียนอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส และ นายอัฟฟาน แวมามะ อาจารย์โรงเรียนนราธิวาส ในฐานะเจ้าของโครงการ ร่วมการแถลงข่าวเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านเข้าร่วม งานเลี้ยงน้ำชาการกุศล เพื่อสนับสนุน โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียนนราธิวาส เตรียมจัดงานเลี้ยงน้ำชาการกุศลครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อระดมทุนปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับอาคารละหมาดหลังใหม่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตและการปฎิบัติศาสนกิจของนักเรียน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานและเจ้าภาพ นายรุสลัน อารง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเคียน นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคมศิษย์เก่า คณะผู้บริหาร และครูโรงเรียนนราธิวาส ร่วมเป็นเจ้าภาพและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงาน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เบญจมามาศ รองผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส (ได้รับมอบหมายจาก ดร.อภิวัฒน์ ย่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนนราธิวาส) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของโครงการว่า “ปัจจุบันโรงเรียนนราธิวาสมีจำนวนนักเรียนมุสลิมเพิ่มมากขึ้น ทำให้อาคารละหมาดหลังเดิมมีความคับแคบและไม่เพียงพอต่อการประกอบศาสนกิจ โรงเรียนจึงได้ดำเนินการจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อใช้เป็นทั้งที่ละหมาดและห้องเรียนวิชาศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตาม ยังคงขาดงบประมาณในส่วนของการปรับภูมิทัศน์และพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดให้สมบูรณ์”

นายอนุวัฒน์ ละมุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจาก นายกูเซ็ง ยะวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธี วัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนพัฒนาอาคารละหมาดและจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ยังขาดแคลน เพื่อมอบเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่เยาวชนในโรงเรียน

รายละเอียดการจัดงาน• วัน/เวลา: วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 | เวลา 09.00 – 17.00 น.• สถานที่: ณ อาคารละหมาดใหม่ โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ช่องทางการร่วมบริจาคสำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ หรือประสงค์จะสมทบทุนเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ที่:• บัญชีธนาคาร: กรุงไทย สาขานราธิวาส • เลขที่บัญชี: 905-3-93146-5 • ชื่อบัญชี: โครงการปรับภูมิทัศน์และจัดซื้ออุปกรณ์อาคารละหมาด โรงเรียนนราธิวาส
พิเศษ: การบริจาคผ่านระบบ PromptPay / e-Donation สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

โดยระบบจะส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรโดยตรงอัตโนมัติ ผู้บริจาคไม่จำเป็นต้องขอรับใบเสร็จรับเงินจากทางโรงเรียนทั้งนี้จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศาสนสถาน เพื่อประโยชน์แก่บุตรหลานชาวนราธิวาสอย่างยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:เพจเฟซบุ๊ก: โรงเรียนนราธิวาส
////////////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์แมงกะไซค์ทั่วโลก ร่วมฉลองงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค ปีที่ 29 คาดแก๊ง MC ทำเม็ดเงินท่องเที่ยวท้องถิ่นสะพัดหลายล้าน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ

พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 โดยมี สมาชิกผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำหรับงานบูรพา พัทยา ไบค์วีค 2026 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ถือเป็นอีเว้นต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พี่น้องชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกตอบรับเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมากสร้างเม็ดเงินการท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านบาทตลอด 29 ปีเต็ม

การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Wheels of Nostalgia” สะท้อนความคลาสสิก ความทรงจำ และมิตรภาพของชาวไบค์เกอร์จากรุ่นสู่รุ่น โดยภายในงานแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 8 โซนหลัก ได้แก่ Rock Stage, King Stage, Junior Stage,

Cowboy Indian, Stunt Show, โซนรถเครื่องเสียง, โซนร้านค้า และโซนอาหาร โดยคาดว่าในปีนี้จะได้รับการตอบรับจากคลับ Bike Week จากทั่วโลกที่เคยมาร่วมงานจำนวนมาก เฉกเช่นปีที่ผ่านมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรีเป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรีตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พร้อมกับมีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันด้วย นั้น

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ

ณ หอประชุมอำเภอนครชัยศรี ในวันนี้ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและออกเสียงเลือกตั้งและคณะกรรมการที่เลือกตั้งกลาง โดยกำหนดอบรม 6 รุ่น จำนวนผู้รับการอบรมทั้งสิ้น 2,412 คน เพื่อร่วมกันดำเนินการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บขส. เปิดเดินรถสายที่ 16 “บึงกาฬ – บอลิคำไซ” เชื่อมไทย–ลาวอย่างเป็นทางการ หนุนเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวสองฝั่งโขง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เส้นทางสายที่ 16 (จังหวัดบึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) เพื่อยกระดับการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในพิธีมีนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ท่านคำเพ็ด สิปะเสิด ผู้อำนวยการบริษัท SPS ท่องเที่ยวและขนส่งโดยสารภายใน–ต่างประเทศ จำกัด (สปป.ลาว) พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายอรรถวิท รักจำรูญ เปิดเผยว่า การเปิดเดินรถเส้นทางสายที่ 16 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สามารถเชื่อมต่อระหว่างประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้ได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สำหรับเส้นทางบึงกาฬ – บอลิคำไซ มีระยะทางรวมประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศมาตรฐาน 42 ที่นั่ง อัตราค่าโดยสาร 100 บาทตลอดสาย โดยมีตารางเดินรถวันละ 4 เที่ยว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ คือ เวลา 08.00 น. 10.30 น. 13.00 น. และ 15.30 น.

นอกจากนี้ บขส. ยังเปิดให้บริการรถ Shuttle Bus รับ–ส่งผู้โดยสารข้ามสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) ระยะทาง 1.4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ค่าโดยสาร 20 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามแดน

การเปิดเส้นทางเดินรถในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมระดับภูมิภาค ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจังหวัดบึงกาฬและแขวงบอลิคำไซ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /งาน ไหว้สาพ่อขุนเม็งรายครบรอบ764 ปี นครเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นวันครบรอบการสถาปนาเมือง 764 ปีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกอบพิธีบวงสรวงพ่อขุนพญาเม็งรายมหาราชเวลา 09.00 น.เพื่อเป็นสิริมงคลเมืองเชียงรายก่อนที่จะมีพิธีไหว้สา”พญามังราย” พ่อขุนพ่อขุนเม็งรายมหาราช เจ้าผู้สร้างนครเชียงรายให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาจนมาถึงปัจจุบันก่อนที่จะมีขบวนแห่เดินทางไปยังสนามบิน 416 สถานที่จัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดจังหวัดเชียงรายประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับริ้วขบวนแห่ในภาคบ่าย สวยสดงามตระการตา จากอำเภอจาก 18 อำเภอ จะสิ้นสุดเวทีกลางและจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในงานจะมีบูธส์การจัดแสดงอัตตลักษณ์ และของดีแต่ละอำเภอของจังหวัดเชียงรายอีกด้วยธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ผู้สูงอายุ จ.น่าน งบประมาณ 2569

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ร่วมแข่งขันกีฬา–กรีฑา สร้างสุขภาพดี เชื่อมความสามัคคีทั้ง 15 อำเภอ ในโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคี ของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 23 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาและกรีฑาเชื่อมความสามัคคีของผู้สูงอายุจังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในทุกอำเภอของ

จังหวัดน่านตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุในชุมชน รวมถึงสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุในจังหวัดน่านผ่านกิจกรรมร่วมกันสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ประกอบด้วยการแข่งขันกรีฑา กีฬาพื้นบ้าน และการประกวดกองเชียร์ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวนกว่า 1,000 คน จากผู้สูงอายุ 15 อำเภอ และชมรมผู้สูงอายุเขตเทศบาลเมืองน่าน

การจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ในรูปแบบเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ดำเนินโครงการร่วมกับสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วนในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านน่านน่าอยู่น่านหนึ่งเดียว/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียมรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วย ปลัดอาวุโส สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอประมงอำเภอ สัสดีอำเภอ ผู้แทนเกษตรอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.

ในพื้นที่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กร สมาคม ของอำเภอนครชัยศรี และหน่วยงานราชการในจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมพิธีฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 (ทุกวันศุกร์)

พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย จัดพิธีสืบชะตาและวันสถาปนาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อ.แม่สาย จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เป็นประธานพิธีสืบชะตาเมืองเชียงราย ณ วัดหิรัญญาวาส อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยมีหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลแม่สาย เทศบาลแม่สายมิตภาพ กำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มวัฒนธรรมแม่สาย ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมพิธีจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายอำเภอแม่สาย ยังได้นำส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอแม่สาย ร่วมกว่า 100 คนได้รำถวายแด่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช และทำพิธีสืบ

ชะตาในโอกาสวันสถาปนาเมืองเชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ศาลาปฎิบัติธรรมเยาวนิจ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรอำเภอนาน้อยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22-23 มกราคม 2569 สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย นำโดย นายทวีศักดิ์ ธิขาว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ปฏิบัติราชการแทนเกษตรอำเภอนาน้อย และเจ้าหน้าที่

สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย ดำเนินการจัดเวทีวิเคราะห์แผนพัฒนา 5 ด้าน ครั้งที่ 1 ให้แก่กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตำบลศรีษะเกษ และแปลงใหญ่มะขามตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

โดยการจัดเวทีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีการวิเคราะห์ศักยภาพกลุ่มแปลงใหญ่และนำเสนอแผนพัฒนาใน 5 ด้านสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละกลุ่ม

เรื่องและเรียบเรียง /นางสาวบัณฑิตา เผือทะนา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ
ภาพ/ข่าว/เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาน้อย
/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไลออนส์ 310 เอ 2 มอบอาคารเรียน 4 ห้องให้กับโรงเรียนบ้านปางห้า แม่สาย เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2569 เวลา 13.00 น. ไลออน ดร.พรทิพย์ วัฒนผลมงคล นายอำเภอวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อม ไลออนส์ ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน นายสกิ๊ก เสือไว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางห้า พร้อมกับ สมาชิก 310 เอ 2 ไลออนส์

พร้อมกับ ท่านอดีตผู้ว่าการและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ไลออนส์ทั่วประเทศ ร่วม ประธานจัดงาน และก่อสร้างอาคาร เพื่อทำประโยชน์แก่โรงเรียนปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างอาคารหลังนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสดุดีและเชิดชูเกียรติผู้ว่าการภาคเพิ่งผ่านพ้น ไลออนส์ทิพวรรณ เชื้อเจ็ดตน ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงสถานที่ ที่เป็นที่ให้การศึกษาท่าน

ได้มีโอกาสทางการศึกษาจากสถาบันนี้ คณะกรรมการสดุดีเห็นถึงความความมุ่งมั่น ตั้งใจและการให้ความช่วยเหลือบริการชุมชน คนอยากไร้ ผลงานอันทรงคุณค่าที่ท่านได้ทำ ได้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมา

โดยตลอดวาระการดำรงตำแหน่งบริหารองค์กรในปีของท่าน คณะผู้จัดงานจึงมีมติที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านปางห้า แห่งนี้เพื่อจะเป็นอนุสรณ์แห่งความดีที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชน

ในพื้นที่ห่างไกล ให้มีสถานที่เรียนที่มีห้องเรียนเพียงพอ มีห้องสมุดที่ใช้ได้จริงเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม การดำเนินงานอาคารเรียนหลังนี้

ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนสมาชิก และประชาชน ชุมชน และร้านค้า โดยรอบ โดยได้รับเงินบริจาคทั้งสิ้นที่ใช้การ ก่อสร้างไปแล้ว 1,500,000 บาท ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อม

ที่จะส่งมอบให้ทางโรงเรียนนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์บัดนี้ ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียนเชิญท่านประธานในพิธี ผู้ว่าการภาค 310-เอ 2 ไลออน นิตยา เธียรวรรณ

ได้กรุณาประกอบพิธีเปิดป้ายเพื่อส่งมอบอาคารเรียน ให้แก่โรงเรียนบ้านปางห้า และกล่าวให้โอวาทเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติ และทางไลออนส์ ได้เครื่องนุ่งห่ม และอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ให้กับนักเรียนบ้านปางห้า

ภาพ/ข่าว พงศกร ตันสุวรรณ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 มกราคม 2569 นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน จัดกิจกรรมเวทีรณรงค์ “Green Gain Day” สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผาแต่ได้รายได้” ตามโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

โดยมี นายชัยพร นุภักดิ์ เกษตรจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและการจัดฐานการเรียนรู้ และ นายบัณฑูร สุนทรสมบัติ

นายอำเภอเวียงสา กล่าวให้การต้อนรับ ซึ่งภายในงานนำโดย นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ได้นำเกษตรกร จำนวน 150 ราย เข้าร่วมรับฟังการสนทนาเกี่ยวกับปัญหาและ

ผลกระทบจากการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทางเลือกทดแทนการเผา อาทิเช่น การทำปุ๋ยหมัก และการทำเชื้อเพลิงชีวมวล

ตลอดจนการเรียนรู้ในฐานความรู้ต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นแนวทางในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการมี

ส่วนร่วมของเกษตรกรและชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่และแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรใน

ช่วงฤดูกาล พืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 อีกด้วย ณ

บ้านทุ่งทอง หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรี ให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัยประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอนครชัยศรี ได้มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย ของอำเภอนครชัยศรี
ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษ นครปฐมหยุดฝุ่นพิษ เพื่อชีวิตปลอดภัย อำเภอนครชัยศรี นำโดย นายปฐมพงษ์ เส็งดอนไพร ปลัดอำเภอฝ่าย

ความมั่นคง บูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนท.ส่งเสริมการเกษตร กำนันตำบลศรีษะทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งน้อย ต.ศรีษะทอง

ลงพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.ศรีษะทอง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่ที่มีรายงานหรือตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hotspot) และกรณีพบร่องรอยการเผา (Bum Scar) ตามที่ได้รับแจ้งจากจังหวัดนครปฐม

รายละเอียด ข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 ม.ค.69 ได้มีการลักลอบจุดไฟเผาเศษวัชพืชในบริเวณพื้นที่ทางด้านการเกษตรดังกล่าว และดับลงเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. โดยผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว คาดว่า ผู้ก่อ

เหตุน่าจะเป็นคนหาปลานอกพื้นที่ สาเหตุอันเนื่องมาจากถูกว่ากล่าวไม่ให้ลงไปจับปลาในลำคลอง ที่ล้อมรอบพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว ฯลฯผู้เช่าพื้นที่การเกษตรแปลงดังกล่าว จะเข้าแจ้งความกรณีมีการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตรของตนเอง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

พร้อมทั้งแจ้ง กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ แจ้งประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น (PM 2.5) โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรตามนโยบายของจังหวัดนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครปฐม จัดสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้ง

ทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการสัมมนาเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการ

สร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการพัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 100 คน ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2569

นางสาวดวงพร วิสุทธิธรรม พาณิชย์จังหวัดนครปฐม กล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยกระทรวงพาณิชย์ ดูแลรับผิดชอบในประเด็นการพัฒนาด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

จึงได้มีแนวคิดดำเนินโครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ครอบคลุมผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 16 จังหวัด ด้วยการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ

และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในอนาคต รวมทั้งทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับสินค้าและบริการในกลุ่มคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งจังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก จึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาการเสริมสร้างสมรรถนะผู้ประกอบการสร้างโอกาสทางธุรกิจการค้าในการ

พัฒนาภาคกลาง-ตะวันตก (Central-Western Economic Corridor : CWEC) จังหวัดนครปฐม “SMEs Nakhon Pathom : Empowering Growth” เสริมสมรรถนะ สร้างโอกาส ขยายธุรกิจการค้า ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม ดังนี้

  1. กิจกรรมการสัมมนาให้ความรู้เพื่อการพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจการยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 หลักสูตร ดังนี้ 1) หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 1 และ Tier 2 เป้าหมายเพื่อยกระดับผู้ประกอบการต่อเนื่อง การส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับการประกอบธุรกิจการค้า
    2) หลักสูตรของกลุ่มผู้ประกอบการ Tier 3 เป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นฐาน การพัฒนาสินค้า การพัฒนาการบริหารจัดการธุรกิจ
  2. กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจ การค้า การลงทุน
    และการเจรจาธุรกิจ โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน มาให้คำแนะนำในการดำเนินการประกอบธุรกิจ ในครั้งนี้
    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ

แชร์เนื้อหานี้

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความสำเร็จ “นราธิวาสโมเดล” ด้านการควบคุมยาสูบและบังคับใช้กฎหมายสุดเข้มแข็ง ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เผยความประทับใจ เห็นโครงสร้างจังหวัดแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ทำความฝัน 20 ปีที่อยากเห็นการขับเคลื่อนระดับจังหวัดเป็นจริง พร้อมชูเป็นต้นแบบให้ทั่วประเทศเดินตาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) พร้อมคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ลงพื้นที่ประเมินผลการดำเนินงานของจังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นโดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลพบว่า จ.นราธิวาส มีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปกว่า 5 แสนคน ผลการคัดกรองพบผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 12.76 ซึ่งปัญหาใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ “ค่านิยมที่ผิด” ที่มองว่าบุหรี่ช่วยคลายเครียดและไม่อันตราย ทั้งที่เป็นบันไดขั้นแรกสู่ยาเสพติดชนิดอื่น ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนราธิวาสจึงประกาศเป็นนโยบายสำคัญ บูรณาการทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงชุมชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 มาตรการ จนสามารถคว้ารางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และในปีนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นในด้าน “การบังคับใช้กฎหมายและสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่” อย่างเต็มรูปแบบ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คผยช. กล่าวเปิดใจในที่ประชุมว่า ตนมีส่วนร่วมในการผลักดันงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของประเทศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยประเทศไทยได้มีกฎหมายควบคุมยาสูบและคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 และต่อมาได้พัฒนากฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในระดับจังหวัดอย่างชัดเจน จังหวัดนราธิวาสถือเป็นจังหวัดที่สามารถขับเคลื่อนงานควบคุมยาสูบได้อย่างเข้มแข็งและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านโครงสร้างการทำงาน การบูรณาการทุกภาคส่วน และการ

ดำเนินงานครบทุกมิติ ได้แก่ การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ การช่วยเลิกบุหรี่ การคุ้มครองผู้ไม่สูบ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมา 20 ปี คือการเห็นการปฏิบัติงานที่จริงจังในระดับจังหวัดแบบนี้ นราธิวาสมีโครงสร้างคณะกรรมการที่เข้มแข็งมาก มีการมอบหมายงานที่ชัดเจนจากท่านผู้ว่าฯ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ ผมลงพื้นที่มาหลายจังหวัด แต่ไม่เคยเจอที่ไหนพร้อมเท่าวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง
นอกจากนี้ นพ.ประกิต ยังเน้นย้ำว่า นราธิวาสคือตัวแทนภาคใต้ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเด็ก ซึ่งปัจจุบันเริ่มพบผู้สูบอายุน้อยเพียง 10 ขวบ โดยผลสำเร็จของนราธิวาสจะถูกนำไปขยายผลเป็นโมเดลระดับประเทศต่อไป

สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ในการลงพื้นที่คณะกรรมการได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการ 10 จุดที่แสดงถึงความสำเร็จในทุกมิติ อาทินิทรรศการ Gen Z: พลังคนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสังคมปลอดบุหรี่ การบังคับใช้กฎหมาย: การประสานงานระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครองต้นแบบสถานบริการปลอดบุหรี่: จาก รพ.สต.เจ๊ะเก ถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ระบบ T-cep ออนไลน์: การใช้เทคโนโลยีติดตามและลงข้อมูลการตรวจร้านค้าในพื้นที่ 100%ทั้งนี้การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินเพื่อรับรางวัลเกียรติยศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า “นราธิวาส” พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวขบวนในการสร้างสุขภาวะที่ดีและปกป้องเยาวชนไทยจากภัยเงียบของยาสูบอย่างยั่งยืน
/////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.ท่าวังผา จัดอบรมเตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกร เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นำโดย นางเฉลิมพร ลำน้อย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่าวังผา จัดอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกร

เพื่อขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) ชนิดพืช พริกและกาแฟ ตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ กิจกรรมอบรมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน GAP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกพริกและกาแฟในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เข้ารับการฝึกอบรมจำนวนทั้งสิ้น 255 ราย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการแปลงปลูก การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย การดูแลรักษาคุณภาพผลผลิต ตลอดจนการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมก่อนเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐาน

อันเนื่องด้วยจากสถานการณ์ในช่วงฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พบว่าผลผลิตพริกและกาแฟมีราคาตกต่ำ การส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต

ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม มีช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น ช่วยยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่าน.แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 ส่งเสริมอัตลักษณ์ล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พระราชนันทวัชรบัณฑิต รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน นายสุเมธ สายสูง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมการแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ประจำปี 2569

พระราชนันทวัชรบัณฑิต กล่าวว่า งานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ได้รับการยกระดับจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นงานประเพณีระดับชาติและนานาชาติ ที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ที่สามารถถ่ายทอดคุณค่าทางประเพณีไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบสานให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดงานในปี 2569 นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดน่าน วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครน่านเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2569

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่คั่วตานจากทั้ง 15 อำเภอ การแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” การประกวดศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกว่า 22 รายการ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมกว่า 15 บูธ กิจกรรมกาดมั่วคัวฮอมถนนคนเดิน และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขตอำเภอภูเพียง ได้ร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมเพิ่มเติม อาทิ ศูนย์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น บูธผลิตภัณฑ์ไบโอเวช คาราวานสินค้า การแสดงมหรสพ สวนสนุก และเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยปีนี้มีความพิเศษคือ การนำช้างจำนวน 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความยิ่งใหญ่

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านยังได้บูรณาการจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เปิดพื้นที่ให้ชุมชน เด็กและเยาวชน ได้แสดงผลงานศิลปวัฒนธรรม ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับพื้นที่อีกด้วย

พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งนับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปี พ.ศ. 2569 จะมีอายุกาลครบ 673 ปี และมีการจัดงานประเพณีหกเป็งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ สืบทอดต่อเนื่องมาแต่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมุ่งผลักดันงานประเพณีหกเป็งฯ ให้เป็น Soft Power สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ สอดรับกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการพัฒนาจังหวัดน่านสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเมืองมรดกโลกในอนาคต โดยเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง แขวงไชยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ทั้งนี้ จังหวัดน่านยังได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art) ในปี 2568 ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การสร้างงาน สร้างรายได้ และธำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และชมการแสดงแสงสีเสียง “ล่องน่านย้อนตำนานเวียงภูเพียงแช่แห้ง” ประจำปี 2569 เพื่อร่วมสัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด/ทีมข่าวสมาคมสิ่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ จ.นครปฐม ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ

เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหารธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน

ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง

ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบ

ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย

โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” จัดเลี้ยงอาหารคนชรา มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส ฉลองวันเกิด 48 ปี

แชร์เนื้อหานี้

ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” ร่วมทำบุญใหญ่ จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมและเงินแก่ผู้สูงอายุในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล พร้อมร่วมฉลองครบรอบ 2 ปี การก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล”

นำโดย นายอัครนันท์ – นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ประธานกิตติมศักดิ์ ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบขนมปังปี๊บ และเงินให้คนชรา

ภายในมูลนิธิวัยวัฒนานิวาส สถานสงเคราะห์คนชรา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 48 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้ให้การสนับสนุนชมรมโฮป

สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร และฉลองครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร นำโดย ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร

โดยมี นายธนิตพงษ์ – นางทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ นางกุลภัสสรณ์ เกษมสิริชูวงศ์ นายไพฑูรย์ เรืองวานิช รองประธานมูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ

ร่วมมอบกระเช้าอวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิดผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล และวันครบรอบ 2 ปี ในการก่อตั้งชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธาร โดยคนที่ไปร่วมงานต่างก็มีความสุข ทั้งผู้รับและผู้ให้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการเด็กไทยสายตาดี มอบแว่นเป็นของขวัญวันเด็ก 480 อัน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ร้อยเอก อำนาจ คงคาชัย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4905 (ผบ.ร้อย.ทพ.4905) มอบหมายให้ จ่าสิบเอก ประเสริฐ โกมุทกลาง หัวหน้าส่วนการเมือง พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.)

ลงพื้นที่สร้างความสุขร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ในกิจกรรมงานวันขึ้นปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ณ โรงเรียนร่วมจิตต์ประชา บ้านไอร์ซือเร๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้เพื่อให้วันเด็กในปีนี้เต็มไปด้วยความหมาย ทางหน่วยได้ร่วมกับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดกิจกรรมนันทนาการเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความกล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมทั้งได้ สนับสนุนของรางวัลพิเศษ (รถจักรยาน) เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับน้องๆ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติบ้านเมือง ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคณะครูและนักเรียน โดยทางโรงเรียนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ให้ความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส