คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองมุกดาหารเปิดงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว” 4 วัฒนธรรม สุดอลังการ/กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว ครั้งที่ 5 ที่ศาลหลักเมืองมุกดาหาร โดยเป็นการจัดการในรูปแบบผสมผสานระหว่าง 4 วัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม และลาว ซึ่งเป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร โดยมีกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ชาวไทยเชื้อสายจีน – เวียดนาม และนักท่องเที่ยวร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นผู้นำไหว้สักการะศาลหลักเมืองมุกดาหาร เป็นจุดที่ 1 นำไหว้สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เป็นจุดที่ 2 สักการะพระเจ้าองค์หลวงวัดศรีมงคลใต้เป็นจุดที่ 3 และไหว้ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องเป็นจุดที่ 4 ซึ่งเป็นสุดท้าย จากนั้นได้นำคณะเข้าสู่บริเวณพิธีสี่แยกย่านเมืองเก่าเทศบาลเมืองมุกดาหาร ชมการแสดงสิงห์โตพร้อมประทัด 1,000 ลูก การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” และการกล่าวสุนทรพจน์ โดยนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดสุนทรพจน์ “ตรุษจีน บ้านฉัน: ชุมชน ความฝันและอนาคต”

นายวรญาณ กล่าวว่า ตรุษจีนมุก ซินจ่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมและพัฒนาการตลาดท่องเที่ยว ซึ่งจะนำมาสู่รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว เป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่นและชุมชนทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อไป โดยมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮัวนำ – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) เทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมภายในบริเวณงาน นายวรญาณ กล่าว

ตรุษจีนมุก #ตรุษจีนซินจ่าว #จังหวัดมุกดาหาร @all #ไฮไลท์ #เอ็งกอ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

กกต.มุกดาหาร จัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. BIG DAY รณรงค์ให้ ปชช. ออกมาใช้สิทธิเพิ่มสูงขึ้น ลดบัตรเสียลง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด BIG DAY รณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร

ที่ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการ อปพร. ตำรวจ ศส.ปชต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำกลุ่มสตรี นักเรียน ลูกเสืออาสา กกต. เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย นักศึกษาวิชาทหาร จำนวนประมาณ 1,000 คน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

นายจักรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรม BIG DAY จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่าครั้งก่อนและจำนวนบัตรเสียในการเลือกตั้งลดลง และเพื่อเสริมสร้างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ โดยอิสระปราศจาก การครอบงำและคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

กกตมุกดาหารจัดกิจกรรมbigday #จังหวัดมุกดาหาร #อบจ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดแล้ว BKK Food Bank เขตคลองสาน ร่วมแบ่งปันคนกรุง เพราะสังคมที่ดี คือสังคมที่มีการแบ่งปัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิด BKK Food Bank เขตคลองสาน นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคลองสาน และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

เข้าร่วมงาน โดยมี นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน และนางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน นำคณะผู้บริหารเขตและเจ้าหน้าที่เขตคลองสาน รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนสิ่งของอุปโภคและบริโภค เข้าร่วมงาน

จากนั้นร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในสำนักงานเขตคลองสาน พร้อมเยี่ยมชมห้อง BKK Food Bank เขตคลองสาน(แห่งใหม่) และมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภคให้กับกลุ่มเปราะบางภายในงาน โดย นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า BKK Food Bank เขตคลองสาน เป็นศูนย์ที่เรารวบรวมของบริจาคจากประชาชนมาแบ่งปันให้กับผู้เปราะบาง

ทั้งนี้ BKK Food Bank เขตคลองสาน เปิดดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบ BKK Food Bank เพื่อให้สำนักงานเขตเป็นศูนย์กลางประสานระหว่างผู้ที่ต้องการบริจาคกับผู้ขาดแคลน เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเปราะบาง โดยจัดทำเป็นรูปแบบคล้ายซุปเปอร์มาร์เก็ตให้ผู้ที่ขาดแคลนมาเลือกสินค้าได้

ซึ่งโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักงานเขตกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหารวบรวมวัตถุดิบ และของอุปโภคบริโภคต่างๆ จากผู้บริจาค แล้วส่งต่อกับกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น การเปิดให้บริการ BKK Food Bank เขตคลองสาน

ทั้งนี้ โครงการ BKK Food Bank Center ของสำนักงานเขตคลองสาน ดำเนินการตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง การแก้ปัญหาอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) จึงได้มีการรวบรวมอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค จากผู้ที่อยากแบ่งปัน ส่งต่ออาหารให้แก่กลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส

ในพื้นที่เขตคลองสาน โดยได้จัดสถานที่เก็บของเสมือนร้านสะดวกซื้อ และให้กลุ่มผู้เปราะบางที่อยู่ในฐานข้อมูลของเขตมาเลือกของที่ต้องการ และยังมีการรับ-ส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Food Surplus) จาก “ผู้บริจาค ตรงสู่ ผู้รับ” ในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบคลุมทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SVL กรุ๊ป ร่วมโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1 เพิ่มสารไอโอดีน สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29

แชร์เนื้อหานี้

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีส่งมอบปลากะตักแห้งจำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน จำนวน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋องจำนวน 1,000 กระป๋อง อาหารเพิ่มสารไอโอดีน ตามโครงการ “จากทะเลสู่ดอย” ทัพเรือภาคที่ 1

สืบสานโครงการพระราชดำริ ปีที่ 29 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความร่วมมือจากสมาคมประมงทั่วอ่าวไทย รวมถึงเครือข่ายประมงจากอำเภอบางสะพาน และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันส่งมอบ

โดยตัวแทนจากเอสวีแอล กรุ๊ป(SVL Group) ได้ร่วมโครงการฯ และมอบงบประมาณสนับสนุน โดยมีพลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศบาลตำบลบ้านกรูด นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย

พร้อมผู้นำพื้นที่ ผู้แทนภาครัฐ-เอกชนในพื้นที่เครือข่ายชาวประมง อ.บางสะพาน และ จ.ประจวบฯ เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะมีการเคลื่อนทัพลำเลียงอาหารเเห้งเพิ่มสารไอโอดีน มุ่งหน้าขึ้นเหนือ เพื่อส่งต่อให้กับเด็กๆ พื้นที่ห่างไกลต่อไป

/////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” คึกคัก คู่รักนั่งรถไฟไปจดทะเบียนเท่าเทียมพร้อมฮันนีมูนสุดโรแมนติก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.68 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารใหม่) จ.ประจวบฯ บรรดาคู่รักรวม 6 คู่ นั่งรถไฟขบวน Royal Blossom ออกจากสถานีหัวลำโพงไปลงยังสถานีรถไฟหัวหิน เพื่อจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมครั้งแรกในประเทศไทยร่วมกับคู่รักอีก 17 คู่ รวมทั้งหมด 23 คู่ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

Oplus_131072

ในพิธี นายศรัณยศักดิ์  ศรีเครือเนตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายสราวุธ เจริญธนาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายพลกฤต  พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด พร้อมคนในวงการบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และแขกผู้มีเกียรตินับพันคนร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในครั้งนี้ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรัก

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของหัวหินและจังหวัดประจวบฯในการแสดงออกถึงการยอมรับและสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และคุณค่าของความรักในทุกมิติ ซึ่ง Hua Hin Grand Inter Pride 2025 ไม่เพียงแต่เป็นงานที่สะท้อนถึงการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของหัวหินในฐานะเมืองที่เปิดกว้างและเต็มไปด้วยความอบอุ่น สร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเป็นอย่างแท้จริง

โดยหัวหิน ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ไม่เพียงแต่ในด้านการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมเศรษฐกิจของความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being Economy) ซึ่งการจัดงานในวันนี้คือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบที่ครอบคลุมและสร้างโอกาสใหม่ ทั้งในด้านของธุรกิจโรงแรม การบริการ ร้านอาหาร และกิจกรรมท้องถิ่นที่จะช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนในพื้นที่ ที่สำคัญยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เมืองหัวหินและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของนักท่องเที่ยว ที่ยกระดับในการเป็นเมืองที่พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม”

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัทหัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า ในฐานะที่บลูพอร์ต หัวหิน เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่สำคัญในการจัดงาน Hua Hin Grand Inter Pride 2025 เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้หัวหินเป็นเมืองที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีความเท่าเทียม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานระหว่างธุรกิจการท่องเที่ยวและการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมในสังคมไทย ถือเป็นก้าวแรกในการปูทางสู่การจัดกิจกรรม Pride Month ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568

ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจในระดับโลกที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนความเท่าเทียม แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับความหลากหลายได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการสร้างความน่าสนใจให้กับหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIAN+ ที่กำลังกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเมืองหัวหินมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม. 
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้น 21-29 ม.ค.นี้ ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ม.ค. 68 ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน อ.เมืองน่าน จัดแถลงข่าว จัดงานเทศกาลตรุษจีน จากจีนสู่ไทยสุขใจในแผ่นดินน่าน China town of Nan 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค.นี้ ซึ่งจะมีพิธีเปิดเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป และครบรอบ 122 ปี ศาลเจ้าปึงเถ่ากง จัดโดยเทศบาลเมืองน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ศาลเจ้าปึงเถ่ากง น่าน สมาคมพ่อค้าน่าน ททท.สำนักงานน่าน และภาคีเครือข่าย

ทั้งนี้การจัดงานเทศกาลตรุษจีนในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อประดับตกแต่งสถานที่ให้กลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในพื้นที่ ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของจีน ปลูกฝังจิตสำนึกรัก หวงแหน ภูมิปัญญาของบรรพชน ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความสามัคคีของกลุ่มคนไทยทุกเชื้อชาติในจังหวัดน่าน

เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นและชาติพันธุ์ต่าง ๆ ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชนจากการนำสินค้าทางวัฒนธรรมมาสาธิตจัดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย เชิญชมการแสดงเชิดสิงโต การแสดงแสง สี เสียง การรำไท้เก๊ก จำหน่ายอาหาร การประดับโคมไฟ การประกวดภาพถ่าย จุดถ่ายภาพ Check in เซียมซีเสี่ยงทาย การเขียนคำอวยพรพู่กันจีน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมจีน และกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้การจัดงานยังได้รับการสนับสนุนการจัดงานจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชุมชนหัวเวียงใต้ ชมรมไท้เก๊ก โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน และโรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ เทศบาลเมืองน่าน (บ้านภูมินทร์) ที่ร่วมประดับตกแต่งแสงไฟสวยงาม และสนับสนุนการแสดงอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารเตรียมงานฉลอง “ตรุษจีนมุก ซินจ่าว’ ครั้งที่ 5 จัดเต็มอาหาร-การแสดง 4 ชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ตรุษจีนมุก ซินจ่าว

ระหว่างวันที่ 27 – 30 มกราคมนี้ ณ บริเวณพื้นที่ย่านเมืองเก่า (แยกโรงแรมฮั่วนํา – มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร – ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง) ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

นายวรญาณ กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้เตรียจัดงานเฉลิมฉลอง ตรุษจีนมุก ซินจ่าว เป็นครั้งที่ 5 โดยที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับปีนี้มีความพร้อมในการจัดงานให้ยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม เนื่องจากหน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมใจกัน และมีความพร้อมทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนที่มาเที่ยวชมงานจะได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งด้านอาหาร ภาษา ศิลปวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ลาว เวียดนาม รวมทั้ง 8 ชนเผ่าในมุกดาหาร

โดยมีกิจกรรมเด่นภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมผู้ว่าพาไหว้ 4 ศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านมุกดาหาร การแสดงศิลปะการต่อสู้สืบสานวัฒนธรรมจีน “เอ็งกอ” การแสดงเชิดสิงห์โต

การแสดงบาสะโลป 4 แผ่นดิน และการแสดงศิลปะวัฒนธรรม ไทย จีน เวียดนาม ตลอด 4 วัน การประกวดหนูน้อยอินโดไชน่า การประกวด Cover Dance การประกวดสุนทรพจน์ การประกวดตกแต่งโคมไฟหน้าบ้านรับตรุษจีน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีจุดเช็คอินถ่ายภาพ มากกว่า 8 จุด การแสดงดนตรี หลากหลายแนวเพลง ตลอดทั้ง 4 วัน ถนนอาหารนานาชาติ กว่า 60 ร้านค้า และกิจกรรมเช็คอินถ่ายภาพ ลุ้นรับอั่งเปารวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท ทุกวัน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งตัวลุคชิลสวยงามมาถ่ายภาพกับจุดเช็คอินที่หลากหลายวัฒนธรรมสไตล์ รวมถึงร่วมกิจกรรมภายในงาน ณ ย่านเมืองเก่ามุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ของทุกวันที่จัดงาน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /117 ปี ของดีเวียงป่าเป้า คนแห่เที่ยวโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

117ปีของดีเวียงป่าเป้าคนแห่เที่ยว เน้นโชว์ของดีจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ความเป็นอัตตาลักษณ์เวียงป่าเป้า อำเภอเวียงป่าเป้า จ.เชียงรายเป็นอำเภอทางใต้ของจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่กว้างใหญ่ ลักษณะเขาสลับที่ราบมีประกันประมาณ60,000คน

ประกอบด้วย ชนพื้นเมือง ม้ง ลาหู่ ลีซอ กะเกรี่ยง ประกอบด้วย 7ตำบลคือตำบสันสลี ตำบลเวียง ตำบลบ้านโป่ง ตำบลป่างิ้ว ตำบลเวียงกาหลง ตำบลแม่เจดีย์ และตำบลแม่เจดีย์ใหม่. อำเภอเวียงป่าเป้ามีภูเขาสูงชันเป็นอันดับ 5-6ของประเทศ และมีแหล่งกำเนิดต้นน้ำสายสำคัญมีความแปลกไหลขึ้นไปทางทิศเหนือคือแม่น้ำลาว ไหลไปรวมกับน้ำกก ของเชียงราย

จากประวัติการก่อตั้งอำเภอฯช่วงปีพ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่6ได้เสด็จประภาสเยี่ยมราษฎรภาคเหนือ ได้ประทับที่อำเภอแห่งนี้ณ หอ พลับพลา ต่อมาเรียกชื่อพลับพลาเพี้ยนเป็นหอประภา ในปีพ.ศ 2478 แต่เกิดไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอ หอพลับพลาเสียหาย ขุนวร อุทัยธวัช (ช่วง บุญนาค) ได้ย้ายอำเภอข้ามถนนไปทางทิศตะวันตก อาณาเขตติดต่อกับอำเภอดอยะสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ต่อมาได้ทำการยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอเวียงป่าเป้า2450 จนถึงปัจจุบัน รวมอายุได้ 117ปี อำเภอเวียงป่าเป้าโดยนายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า จึงได้จัดงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้า โดยมีการนำของดีทั้ง7ตำบลเอามาอวดโชว์ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว อาทิเช่นเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลงฯลฯ

ในครั่งนี้จะสามารถทำให้อำเภอเวียงป่าเป้าเป็นที่รู้จักให้นักท่องเที่ยวแวะเยี่ยมเยียน อำเภอเวียงป่าเป้ายังมีน้ำพุร้อนแม่ขะจาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เป็นจุดพักรถก่อนขึ้นดอยนางแก้วไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และพักรถก่อนขึ้นมายังจังหวัดเชียงราย อีกด้วย

งานของดีเวียงป่าเป้า ตักขึ้นระหว่างวันที่16-23 มกราคม 2568 ณที่ว่าการอำเภอเวียงป่าเป้า ในงานดังกล่าวมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดงานอย่างเป็นทางการ ในงานดังกล่าวมีการออกร้านมัจฉากาชาดอำเภอเวียงป่าเป้า มีของรางวัลมากมาย และมีบูธส์เกษตรแม่ปูนหลวง

โครงการหลวง นำผักปลอดสารพิษจำหน่ายให้กับผู้สนใจรักสุขภาพ สภาวัฒนธรรมอำเภอเวียงป่าเป้าได้นำสมุนไพรพื้นบ้านต้มบริการให้ผู้สนใจ “ยาเมือง” อนึ่งยังมีโอท็อปเครื่องจักรสานไม้ไผ่ ของกินพื้นบ้านจิ้นส้ม หรือส้มหมูจำหน่ายให้กับประชาชนที่ชื่นชอบอาหารพื้นเมือง

นายพงษ์ศักดิ์ คงเพชรแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้ากล่าวว่าหากนักท่องเที่ยวและประชาชนทราบข่าวนี้เชิญแวะแอ่วงาน117ปีของดีเวียงป่าเป้าแวะอุดหนุนสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนซึ่งเป็นของดีอำเภอเวียงป่าเป้า.
นายธนกฤต วรรมณี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 69

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ที่หอประชุมพระเทพสิทธิวิมลเมตตา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมืองประจวบฯ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล

เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 69 และมีนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานในพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ และพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ โดยมี นางสาวชุติกาญจน์ จันทร์สุริยา รองศึกษาธิการจังหวัดรักษาการศึกษาธิการจังหวัดประจวบฯ นายธีระชัย รัตนรังษี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบฯ คณะครู บุคลากรทางการศึกษาจากสถานศึกษาต่างๆ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 700 คน

เข้าร่วมพิธี และที่อาคารอเนกประสงค์ (โดม) โรงเรียนหัวหิน พระครูอดุลธรรมพิทักษ์ เจ้าอาวาสวัดคีรีวงศาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในพิธีงานวันครู มีนายสมควร รัชตวิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบฯ เขต 2 นายประเทือง มัททวีวงศ์ ประธานชมรมครูอำเภอหัวหิน คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 800 คน เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป พิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลแก่ครูผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประเภทต่างๆ

ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้ วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่พระราชบัญญัติครูได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อปี 2488 เป็น “วันครูแห่งชาติ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประกอบพิธีรำลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ การแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของครู รวมถึงส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษาเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

การจัดงานวันครูในครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสงานวันครู พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีมอบเกียรติบัตรและโล่รางวัลต่างๆ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่างๆ และกิจกรรมกีฬาสัมพันธ์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีระหว่างครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานทุกสังกัด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สว.มาเรีย” เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของเทศบาลตำบลทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ม.ค. 68 ที่ลานหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( สว. ) เป็นประธานในพิธีอ่านสารวันเด็ก พร้อมกล่าวเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ของเทศบาลตำบลทับสะแก ประจำปี 2568

โดยมี นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน นายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก นายพนม ปัถวี หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ร่วมกิจกรรม ในการนี้ นายสวาป เผ่าประทาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส.) ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมมอบของรางวัลในงานด้วย

โดยภายในงานมีให้บริการซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม ให้กับเด็กที่ร่วมงานวันเด็กฯ รับชมการแสดงจากโรงเรียนต่างๆ ดังนี้ โรงเรียนสหมิตรวิทยาคม ชื่อชุดการแสดง รำไทยประยุกต์ เลิศลีลา โรงเรียนทับสะแกวิทยา ชื่อชุดการแสดง ทีม ABIGAIL DANCE CERW ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 1. ชื่อชุดการแสดง เพลง แอวลั่นปั๊ด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 2. ชื่อชุดการแสดง อพาร์ทเม้นท์เด็กน้อย

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแก ศูนย์ 3. ชื่อชุดการแสดง เพลง รถซื้อแกง ชมการแสดงมายากล จากคณะ Lionmagic Show โรงเรียนบ้านพุตะแบก ชื่อชุดการแสดง เพลง โด เร มี เดอะชาวด์ออฟ มิวสิค โรงเรียนวัดนาล้อม ชื่อชุดการแสดง เพลง หางเครื่อง โรงเรียนอนุบาลทับสะแก ชื่อชุดการแสดง เพลง ทุ่งลุยลาย

สำหรับเด็กๆ สนุกกับกิจกรรมนันทนาการ การถามตอบปัญหาสลับกับการจับสลากหางบัตรลุ้นรับของขวัญ ของรางวัล ทุนการศึกษาบนเวทีใหญ่ ตลอดจนเสร็จสิ้นการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ จากอำเภอทับสะแก และ อำเภอใกล้เคียงร่วมงานจำนวนมาก
/////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จ.น่าน ชำระหนี้แทนเกษตรกร อ.สันติสุข / ททท.สนง.น่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน มอบเงิน จำนวนเงิน 1,095,943.04 บาท ให้กับสหกรณ์การเกษตรสันติสุข จำกัด เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร อำเภอสันติสุขจำนวน 3 ราย (กรณีหนี้ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน) โดยมี นางปรานต์ธรนันท์ อะทะวงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เป็นผู้รับมอบเงิน ณ ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรสันติสุขจำกัด อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน

ทั้งนี้เกษตรกร สามารถยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ

ททท.สำนักงานน่านจัดการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงาน “หอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2”

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 2 ร้านบ้านถั่วลิสงค์ อ.เมือง จ.น่าน โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ประกอบด้วย เทศบาลเมืองน่าน, วัฒนธรรมจังหวัดน่าน, อพท.น่าน,

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน่าน, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน, ชมรมที่พักจังหวัดน่าน, ชมรมร้านอาหารจังหวัดน่าน, ตัวแทนเชฟ, ตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหาร และสื่อมวลชนน่าน ร่วมกันระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดงานดังกล่าว ทั้งนี้ ทาง สนน.ได้รายงานผลการดำเนินงานการจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน

ทั้งเรื่องรายได้ภายในงาน ข้อเสนอแนะละปัญหาจากผู้ประกอบการในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ สนน.กำหนดจัดงานหอมกลิ่น ถิ่นน่าน Season 2 ภายใต้ concept “สีสันน่านนคร“ นำเสนอเทศกาลอาหารที่เสนอความสุข ส่งท้ายฤดูหนาว เพื่อต้อนรับความสุขของสีสันการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ข่วงน้อย อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.สันติบาลประจวบฯ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี / SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (13 ม.ค.68) เวลา 08.00-16.30 น. พ.ต.ท.ธานินทร์ นุชเจริญ สว.ฯ พร้อมด้วยตำรวจสันติบาลจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึก รุ่นที่ 2/2568 ณ โรงเรียนเมืองปราณบุรี

โดยมี พ.ต.อ.หญิง กัลยา ปุบผา รอง ผบก.ส. 1 เข้าร่วมสังเกตุการณ์การอบรมฯ มีนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 120 คน มี นางสาวอังคณา ปานประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองปราณบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและค่านิยมความเป็นประชาชนชาวไทย ปลูกฝังอุดมการณ์ รัก เทิดทูน ปกป้อง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ของพลเมืองที่ดี รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการให้ความสำคัญกับการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ ในการประยุกต์ใช้ความรู้ คุณประโยชน์จากโครงการพระราชดำริ เพื่อการดำรงชีวิตของตนเอง และนำไปสู่การพัฒนาในระดับชุมชนและสังคมสืบต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

SVL Group มอบของขวัญ “วันเด็ก” ประจำปี 2568

ผมกลุ่มธุรกิจเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด และในฐานะประธานชมรมผู้ประกอบการขนส่งบางสะพาน พร้อมตัวแทนพนักงาน จัดเตรียมจักรยาน ชุดเครื่องเขียน แก้วน้ำ และสิ่งของต่างๆ

เพื่อใช้เป็นของขวัญของรางวัล สนับสนุนการจัดกิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี 2568 ให้กับโรงเรียน หน่วยงานราชการ และชุมชนต่างๆ กว่า 10 แห่งในพื้นที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งหลายหน่วยงาน ต่างจัดเตรียมพื้นที่และของขวัญ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมอย่างสนุกสนานและอิ่มเอมใจ

กลุ่มเอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) ร่วมเป็นหนึ่งพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ มอบความสุข ด้วยของขวัญให้เด็ก ๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” เพื่อเสริมการเรียนรู้ สร้างเด็กดีในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของสังคมและประเทศชาติในอนาคต

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรม

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา
ผู้ปกครองแห่พาบุตรหลานหลายพันคนร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 ตั้งแต่เช้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นอุณหภูมิต่ำเป็นประวัติการ 11 องศา นอกจากนี้ยังมีลมกระโชกแรงต่อเนื่องกันแต่เช้ามืด ต้องสวมเสื้อกันหนาวทั้งลูกหลานและผู้ปกครอง มีทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันนำสิ่งของรางวัลมาแจกเด็กๆ 1ปีมีครั้งเดียว

วันที่ 11 ม.ค.ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 โดยมีนายนคร ศิริปัญญานันท์ รอง ผวจ.นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัด นายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยภาคเอกชน นำสิ่งของรางวัลของกินของใช้ ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนไปถึงหลักพัน เช่นจักรยานเด็ก มามอบให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สร้างความตื่นเต้นดีใจให้เด็กๆ เป็นอย่างมาก จากนั้นนางรินทิพย์ วารี ศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ

ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า 1.เพื่อเป็นการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้รับความสนุกสนาน รื่นเริงกล้าแสดงออกในการสร้างสรรค์ ตระหนักในสิทธิหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม 2. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีพัฒนาการเต็มศักยภาพ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และห่างไกลจากยาเสพติด 3.เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีกำลังใจในการศึกษาเรียนรู้ และประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติ 4.เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานต่างภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชนชุมชน และวัดต่างๆ ให้การสนับสนุนของขวัญของรางวัลต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และร่วมออกบูธ จัดนิทรรศการกว่า 60 หน่วยงานศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ดำเนินการจัดให้มีขึ้น

โดยร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน เช่นคุณบุญมา พันดวง นำรถแห่มาตั้งเวที มอบความบันเทิงรื่นเริงพร้องทั้งมอบของรางวัล เงิน และของดื่มกิน ส่วนประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ และเยาวชน โดยภายในงานมีทั้งกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ การแจกของขวัญของรางวัล ให้กับเด็กๆ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม จนคึกคักท่ามกลางอากาศหนาวเย็น 11 องศา และลมพัดกระโชกแรงด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

เป็นประธานอ่านสารวันเด็กแห่งชาติ จากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง ” สำหรับกิจกรรมงานวันเด็ก ประเทศไทยได้เริ่มจัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2530 ให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคม เห็นความสำคัญของเด็กและความต้องการของเด็ก รู้จักวิธีเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพดี

ทั้งทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และจิตสำนึกที่จะรับใช้สังคม ประเทศชาติบ้านเมือง โดยกำหนดให้วันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของจังหวัดบึงกาฬ การจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ ทางศึกษาธิการจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่ต้องการร่วมแบ่งปันและสร้างความสุขให้กับเด็กๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน มีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกายจิตใจ ตระหนักถึงความสำคัญของตนเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเอง และสังคม และมีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ซึ่งบรรยากาศภายในงานวันนี้ ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานของตนเองหลายพันคน แห่ร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้าตรู โดยในจุดที่เด็กและผู้ปกครองให้ความสนใจมากที่สุด คือการถ่ายภาพกับยุทโธปกรณ์ของทหารและตำรวจ เพราะใน 1 ปี เด็กๆ จะได้สัมผัสอาวุธที่ใช้ในการปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองที่เป็นของจริง เพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก การฝึกบินโดรน เครื่องบินไร้คนขับ การวาดภาพระบายสี และตามด้วยกิจกรรมการเล่นเกมส์ต่างๆ โดยมีหลายหน่วยงานออกซุ้มอาหารและน้ำดื่มแจกเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ก้อง ห้วยไร่” ชวนบุกเชียงใหม่!! ม่วนไปกับศิลปินตัวท็อปแน่นเวทีที่งาน “WTF Music Festival” ที่ J Valley Resort 3 ก.พ. นี้ / สถาบันราชานุกูล ร่วมทำบุญวันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

จัดงานแถลงข่าวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ “WTF Music Festival” หรือ “Waterfall Music Festival” ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ณ J Valley Resort รีสอร์ตที่จะเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดใน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอย่างน้ำตกและลำธาร แถมยังมี WTF Coffee Camp คาเฟ่สไตล์แคมป์ปิ้งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของชาวไทยเเละชาวต่างชาติในขณะนี้ เตรียมสร้างโมเมนต์สุดเเสนประทับใจให้กับทุกคน ครั้งแรกกับการฟังเสียงดนตรีท่ามกลางน้ำตกกลางธรรมชาติและวิวที่ดีที่สุดในเชียงใหม่

นอกจากธรรมชาติที่ว่าสุดแล้ว Line Up ศิลปินก็สุดเช่นกัน เมื่อผู้จัดงานรวมตัวท็อปแถวหน้าของเมืองไทยมาแบบจุใจ ถึง 2 STAGE ทั้ง J STAGE เวทีใหญ่ของงาน นำทีมโดย บอดี้สแลม, เจฟ ซาเตอร์, ก้อง ห้วยไร่ feat.สิงโต นำโชค, MEAN และ โบกี้ไลอ้อน ส่วนอีกเวทีอย่าง WTF STAGE ก็ไม่น้อยหน้ากัน นำโดย มีนตรา อินทิรา, เขียนไข และวานิช, ABOY, Wim กานต์ กษิดิ์เดช, DJ และ Local Band ที่จะมาสร้างสีสันให้กับคอนเสิร์ตครั้งนี้ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อน

ภายในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้น ณ CASA LAPIN ชั้น 4 สยามพารากอน นำทีมโดย คุณเจ-เอกชัย สุขุมวิทยา ผู้ก่อตั้ง WTF Coffee Camp และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ พร้อมด้วย “ก้อง ห้วยไร่” ที่ควบตำเเหน่งศิลปินเเละ Creative Partner มาร่วมพูดคุยถึงความพิเศษที่ผู้ชมจะได้สัมผัสในงานนี้ โดยงาน WTF Music Festival จะเปิดขายบัตรในวันที่ 9 มกราคม ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ 1. www.Thaiticketmajor.com และ Thaiticket Major ทุกสาขา 2. J Valley Resort แม่ริม เชียงใหม่ 3. ร้าน Jaymart Mobile สาขาภาคเหนือทุกสาขา โดยลูกค้าที่ชำระผ่านบัตร J Wallet Visa ที่จะมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษให้กับผู้ที่ใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้ง ความสะดวกสบายในการจับจ่ายแบบครบวงจรภายในงานด้วย J Wallet

ก้อง ห้วยไร่ เผยว่า “ผู้ใหญ่เห็นเราเคยจัดงานห้วยไร่ เห็นว่าเรามีประสบการณ์เล็กๆน้อยๆเลยมาแชร์กัน ช่วยกันครับ อย่างเรื่องการเลือกศิลปิน เราพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดมานำเสนอ จริงๆงานนี้ผู้จัดและทีมงานเต็มที่มากๆ มีความตั้งใจมาก ต้องการแค่อยากให้คนรู้ว่าวอเตอร์ฟอลล์ที่ประเทศไทยมันสวยมากๆสวยจริงๆสวยจนอยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาเปล่า เราจัดคอนเสิร์ตในที่ที่ดีมากๆ ถือว่ารอบนี้เป็นการแกรนด์โอเพนนิ่งที่ชัดเจนแล้วครับ”

ใครที่ไม่อยากพลาดกับคอนเสิร์ตท่ามกลางธรรมชาติ ลำธาร น้ำตก และขุนเขาครั้งแรกในไทยที่ แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซื้อบัตรกันได้เลย บัตร Regular ราคา 2,800 บาท, บัตร Premium ราคา 4,500 บาท, บัตร VIP ราคา 15,000 บาทที่รวมบริการรถรับส่ง จนถึงบัตรระดับ VVIP 50,000 บาท (1 ใบสองท่านสำหรับบัตร VVIP) ที่รวมบริการรถรับส่งแบบ Private นอกจากจะได้ชมคอนเสิร์ตใน Private Zone แล้ว ยังจะได้รับแพคเกจดินเนอร์ พร้อมที่พักโรงแรมหรูและบริการรถลีมูซีนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายระดับซุปเปอร์พรีเมียม จากโรงแรมอนันตรา รีสอร์ท เชียงใหม่ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์จะเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของผู้จัดงาน

ผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fan Page : J Valley Resort และ www.Thaiticketmajor.com

คุณกฤชพล อภิรักษ์โยธิน( พี่เสือ Taurus Pub) และ คุณเรย์ อิสรียาร์ มาลัยศรี Miss Thailand World 1991 ที่เป็นสะพานบุญในการร่วมทำบุญวันเด็ก กับ สถาบันราชานุกูล โดยในการนี้มีผู้ร่วมงานอาทิ คุณส้ม ชนากาญจน์ ชัยศรี Miss Thailand World 1990, คุณโยโกะ ทาคาโน, คุณหมู กลศ อัทธเสรี, คุณจอนห์ บราโว่ ร่วมด้วย ซันซัน วริศรา ทวีแสง 2nd Runner Up Miss Landscapes of the World Thailand 2024, ใบตอง กันตา แทนสมบัติ 5th Runner Up Miss Landscapes of the World Thailand 2024, จีน่า พิมพ์ณดา พิชญาจิระพงศ์ Miss Landscape of the world Bangkok 2023

PimnadaPichayajiraphong

WarissaraTaweesang

KantaTansombat

TaurusPub #MTW #MissThaiLandWorld #MissThailandWorld1990 #MissThailandWorld1991

นางงามรักษ์โลก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ดร.ฉวีวรรณ คำพา จัดกิจกรรม “บ้านศรี ร้อยรวมใจเทิดพระเกียรติ” ในหลวง ร.10 ครบ 6 รอบ 72 พรรษา รร.เทศบาลบ้านศรีมหาราชา ​ จ.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 9 ม.ค.)​โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา อ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรม “บ้านศรี ร้อยรวมใจเทิดพระเกียรติ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 72 พรรษา เนื่องในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นที่ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเทศบาล​บ้านศรีมหาราชา

โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ​พิทักษ์​และเทิดทูนสถาบัน​พระมหากษัตริย์​และคณะสมาคมเมโลเดียน เป็นประธานกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ​ ถวายพระพรชัยมงคล และยังมี ดร.ฐิติ ชัยนาม ประธานโครงการสี่เสาหลัก คณะครูอาจารย์และนักเรียน เข้าร่วม

ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงจากชุมชุมนาฏศิลป์ ชุดเพลงพระราชนิพนธ์ประกอบจิตลีลาเพลงค่ำแล้ว และเพลงยามเย็น การแสดงจากวงโยธวาธิต พิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่นักเรียนเยาวชนดีเด่น ด้านวิชาการ ด้านกีฬา ด้านดนตรี ด้านศิลปะ และด้านนาฏศิลป์ จำนวน 25 คน รวมทั้งการแสดงจากชุมนุมดนตรีสากล วง Reverie และการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนและครู เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

โดยฉวีววรณ กรุ๊ป บริษัท​ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ขณะที่ ดร.ฐิติ ชัยนาม ประธานโครงการสี่เสาหลัก เผยถึงการมอบตราสัญญลักษณ์​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ให้กับโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีมหาราชา จ.ชลบุรี ในวันนี้ว่าเนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวเข้าเกณฑ์​ใน 2 เรื่องคือ 1.มีวงดุริยางค์​และ 2.เป็นสถาบันการศึกษา​ที่พร้อมจะจัดกิจกรรมและเข้าร่วมในโครงการสร้างจิตสำนึกในความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์​ ซึ่งที่ผ่านมาทางโครงกาาได้มอบตราสัญญลักษณ์ฯ ​ให้กับโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศไปแล้วกว่า 90 แห่ง

ทั้งนี้ โครงการสี่เสาหลักประกอบด้วยเสาที่มีทั้ง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และภาคประชาชน ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา โดยภาคประชาชนที่ได้ประสานงานร่วมกับภาครัฐในการจัดกิจกรรมเพื่อเดินตามรอยพระเจ้าอยู่หัวหัวรัชกาลที่ 9 สู่รัชกาลที่ 10 โดยมีจุดเริ่มต้นที่การสร้างต้นแบบความเป็นจิตอาสาให้กับเยาวชน รวมทั้งรณรงค์จิตสำนึกรักชาติ โดยเฉพาะเพลงชาติไทย และที่สำคัญคือเพลงสรรเสริญ​พระ​บารมี

” ในช่วงหนึ่งที่วิชาประวัติศาสตร์​หายไป จึงทำให้เด็กๆไม่เข้าใจถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์​ว่าที่ผ่านมาบรรพบุรุษ​ของเราได้รักษาชาติบ้านเมืองไว้ ดังนั้นโครงการนี้จะกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็นความสำคัญของเสาหลักของประเทศ ที่มีทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์​และประชาชน จึงอยากฝากให้สถาบันการศึกษาให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ ​เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ทราบถึงความเป็นมาของตนเอง ที่อยู่ดีมีสุขทุกวันนี้เพราะการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษ ​ซึ่ง จ.ชลบุรี และศรีราชา ก็เป็นที่ตั้งของศาลพระเจ้าตากสินมหาราช ในหลายจุด ซึ่งในวันนั้หากไม่มีท่านก็ไม่มีเราเช่นกัน” ประธานโครงการสี่เสาหลัก กล่าว

ด้าน ดร.ฉวีวรรณ คำพา เผยถึงการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ให้เยาวชนเห็นความสำคัญของสถาบันหลักของชาติว่า เป็นสิ่งที่ตนเองให้ความสำคัญมาโดยตลอด และในวันนี้ยังได้มีการอัญเชิญตราสัญญลักษณ์​ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานให้กับโรงเรียนแห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับทั้งครูและนักเรียน และยังได้นำพระบรมฉายาลักษ์​ของพระองค์มามอบให้กับทางโรงเรียน

รวมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับครูและนักเรียนของโรงเรียนที่มีกว่าพันคนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ์​ และร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติด้วย ส่วน นายสกันณ์วุฒิ เศรษฐีกมล ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านศรีมหาราชา ได้ขอบคุณ ดร.ฉวีวรรรณ คำพา ที่มีส่วนสำคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จนทำให้ทางโรงเรียนได้รับตราสัญญาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หั​ว ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของทางโรงเรียนอย่างยิ่ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯน่าน พร้อมพี่น้องชาวน่าน ร่วมทำบุญตักบาตรในวันปีใหม่ เสริมสิริมงคลรับวันแรกของปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ข่วงเมืองน่าน อ.เมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนชาวจังหวัดน่าน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2568 เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพญาภู พระอารามหลวงได้กล่าวสัมโมทนียกถาอวยพรปีใหม่ ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนชาวจังหวัดน่าน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักรบาตร ถือเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งที่ดี เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในแบบวิถีไทย

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวอวยพร เนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2568 ในนามของจังหวัดน่าน ขออำนวยอวยพร ให้ทุกท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรืองเติบโตยิ่ง ๆ ขึ้น ขอให้มีความสุขต่อตนเอง และครอบครัว ตลอดปี 2568 และตลอดไป
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรภาค 8 มอบหมายให้ สภ.เคียนซา ร่วม อบต.อปพร กู้ภัย ปกครอง สาธารณสุข ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชน ลดอุบัติเหตุ เทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เรียนผู้บังคับบัญชา ตำรวจภูธรภาค 8 ภ.จว.สุราษฎร์ธานี สภ.เคียนซา วันนี้( 31 ธ.ค.2567 ) เวลา 09.40 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อานุภาพ จันดิถวงค์ ผกก.สภ.เคียนซา, พ.ต.ท.อนุชิต มีพรมแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.เคียนซา และ พ.ต.ท.ปรีชา สมนุ่น สวป.สภ.เคียนซา

สั่งการให้ ร.ต.ท.สุพจน์ เพชรช่วย รอง สว.(ป)สภ.เคียนซา ร่วม รอง นายก อบต.,จนท. อปพร – กู้ภัย – ปกครอง และจนท.สาธารณสุขร่วมปฏิบัติหน้าที่ด่านชุมชนลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2568 หน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลพ่วงพรมคร ม.1 ต.พ่วงพรมคร อ.เคียนซา จ.สฏ. เหตุการณ์ปกติ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

จิตติพงศ์ จากระโหนด ผอ.ข่าวภูมิภาค ภาคใต้ รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเมืองชล ถวายสักการะเนื่องใน “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ประจำปี 2567 และ ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ บริการ ทางถนน/ทางน้ำ สร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยวเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ธ.ค.67 ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดใหญ่อินทาราม พระอารามหลวง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายสักการะเนื่องใน "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ประจำปี 2567 จังหวัดชลบุรี โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมไก่ฯ นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอำนาจ เจริญศรี, นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ และนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธี

วันที่ 28 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2311 เป็นวันสำคัญที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ จนได้สมัญญาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมีพระราชกรณียกิจทีสำคัญคือการกอบกู้เอกราช พระองค์ทรงใช้เวลา 5 เดือนเศษ ในการรวบรวมไพร่พลแล้ว ทรงยกทัพไปต่อสู้กับพม่า ซึ่งตั้งอยู่ ณ ค่ายโพธิ์สามต้น เข้ากอบกู้เอกราชจนได้รับชัยชนะในที่สุด เป็นการกอบกู้เอกราชของชาติไทยกลับคืนมา หลังจากเสียกรุงแก่พม่าเพียง 7 เดือน อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้น ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2311

โดยพระองค์มีพระนามว่าพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่เรียกขนานนามพระองค์ ติดปากว่า สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรี เป็นราชธานี รวมระยะเวลาทรงครองราชย์ 15 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ขององค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทางรัฐบาล อีกทั้งปวงประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพากันถวายพระเกียรติ ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ ให้เป็นวันระลึก “วันตากสินมหาราช” ต่อไป

 จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนนักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 100 ทุน โดยวัดใหญ่อินทารามได้จัดตั้งกองทุนมูลนิธิสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 มีท่านเจ้าคุณพระราชพรหมาจารย์ (จำรัส ภัทโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดใหญ่อินทาราม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี ครอบครัวมีฐานะยากจนโดย ทุนการศึกษานี้ ได้จากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ดวง พระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในวันสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช 28 ธันวาคม เป็นประจำทุกปี


ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีนำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวเมืองพัทยา
วันที่ 29 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดบริการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยทางถนน/ทางน้ำ และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี พัทยาใต้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย และไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนทางน้ำ บริเวณท่าเรือเกาะล้าน ก่อนจะไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดบริการประชาชนบริเวณสถานีขนส่งพัทยาเหนือ

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแนะให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ซึ่งจังหวัดชลบุรี เป็นประตูสู่จังหวัดชายทะเลภาคตะวันออก ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ  ทำให้ปริมาณยานพาหนะบนทางหลวงมีปริมาณสูงขึ้น อาจส่งผลให้มีปัญหาด้านการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดชลบุรี ได้ห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน จึงได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม พร้อมมอบสิ่งของให้กับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนประชาชนที่เดินทางแล้ว ง่วงนอน เมื่อยล้า ก็สามารถแวะพักจุดบริการต่างๆ ได้

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่ Pattaya Countdown 2025

ค่ำวันที่ 29 ธ.ค.65 ที่บริเวณปะรำพิํีธีชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ รองปลัด อบจ.ชลบุรี ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.ชลบุรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Pattaya Countdown 2025 โดยมี คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

สำหรับงาน Pattaya Countdown 2025 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.65 โดยตลอด 3 วันการจัดงานมีการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินจำนวนมาก พร้อมการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารต่างๆ มากมาย

งาน Pattaya Countdown 2025 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาสู่การท่องเที่ยวระดับโลก ตลอดจนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ท้องถิ่น

อีกทั้งยังถือเป็นการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยเมืองพัทยาได้รับความร่วมมือที่ดีจากสถานีโทรทัศน์ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ดำเนินการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้รร.บ้านไร่ยาว และรร.บ้านควนคีรีวง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ใหญ่ วิชิต ชูลี มอบอุปกรณ์การกีฬาให้กับโรงเรียนบ้านไร่ยาว และโรงเรียนบ้านควนคีรีวง ตำบล พ่วงพรมคร อำเภอ เคียนซา จังหวัด สุราษธานี เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทำให้เด็กมีความสุขกับการได้ออกกำลังกายครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.กระทรวงคมนาคม ปล่อยขบวนรถ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 มุกดาหาร / รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567 เวลา 9.00 น.นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานปล่อยขบวนรถอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางให้กับประชาชนตลอดช่วงเทศกาล ภายใต้หัวข้อเดินทางสะดวกปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทใส่ใจทุกเส้นทาง

โดยมีนายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม
พร้อมด้วยนายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบทและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานบริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร

อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเปิดเผยว่าตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยภายใต้การรณรงค์เทศกาลความสุขทุกที่ทั่วไทยเดินทางสะดวกปลอดภัยบน

โครงข่ายคมนาคมซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้น้อมรับนโยบายดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดมาตรการต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนเช่นการจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัย หน่วยบริการประชาชน จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน และระบบซีซีทีวีตลอดจนจัดชุดตรวจการเฝ้าระวังอุบัติเหตุเฝ้าระวังสายทางติดตั้งสัญญาณไฟวับวาบบริเวณจุดเสี่ยง

ทั้งนี้ประชาชนควรตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางเพื่อความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่สามารถติดต่อสอบถามเส้นทางเลี่ยงของกรมทางหลวงชนบทได้ที่สายด่วน 1146

ภาพ​/ข่าว​ BBชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รับสมัครนายก อบจ.มุกดาหาร วันแรกสุดคึกคัก อดีตนักการเมืองแห่สมัครชิงเก้าอี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567​ ที่หอประชุม 250 ปี จังหวัดมุกดาหาร ได้จัดให้มีการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรรินทร์ ชาลีพุทธาพงษ์ ผู้อำนวยการการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร ว่าที่ร้อยเอก วัทธิกร ทรงยศวัฒนา ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ร่วมปฏิบัติหน้าที่ และมึนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นกัน

โดยบรรยากาศช่วงเช้าของวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของการรับสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งแต่ละคนมาพร้อมกับกองเชียร์และรถขบวนแห่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เดินทางมาเป็นคนแรก พร้อมกับนายณกร ชารีพันธ์ ส.ส. มุกดาหาร เขต 2 พรรคประชาชน และได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์ พระยาจันทรศรีสุราช อุปราชามันธาตุราช (เจ้าจันทกินรี) เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก เพื่อเป็นสิริมงคล

ขณะที่มีผู้มาสมัครก่อนเวลา 8.30 น. รวม 4 คน คือ นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน นายบุญฐิน ประทุมลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 2 พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร และนายคมสัน ไชยต้นเทือก อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

โดยผู้สมัครดังกล่าวเดินทางมาถึงสถานที่รับสมัครก่อนเวลา 08.30 น. ถือว่ามาก่อนเวลาเปิดรับสมัคร และไม่สามารถตกลงในเรื่องเลขหมายประจำตัวกันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ทุกคนดำเนินการจับฉลาก ผลปรากฏว่า นายสุพจน์ สุอริยพงษ์ ได้หมายเลข 1 พ.ต.ท. ดร.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ หมายเลข 2 นายคมสัน ไชยต้นเทือก หมายเลข 3 นายบุญฐิน ประทุมลี หมายเลข 4 และนายวีระพงษ์​ ทองผา​ หมายเลข 5 มาสมัครเป็นคนสุดท้าย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “วิทยา” อำลาตำแหน่ง 4 ปี ผุดโครงการพัฒนาท้องถิ่นกว่า 2,300 โครงการ/4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน/มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยง สุขสันต์วันคริสต์มาส 2568

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงบ่ายวันที่ 19 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมแก้วเจ้าจอม องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าฝ่ายทุกส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้อำนวยการสถานีอนามันเฉลิมพระเกียรติฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 12/2567 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวาระครบการทำงานครบ 4 ปี ของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีชุดปัจจุบัน

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีบริหาร ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้นับความร่วมมือที่ดีในการทำงานจากทุกภาคส่วน ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือดังกล่าวที่ช่วยผลักดันท้องถิ่นให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น และในวันนี้ ซึ่งครบวาระการทำงานของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณและแถลงผลการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการตามที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ไว้ 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคมขนส่ง 4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.ยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 6.ยุทธศาสตร์การจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart environment) และ 7.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วรวมกว่า 2,300 โครงการ

มีรายงานด้วยว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว กลุ่มข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พนักงานและลูกจ้าง ได้เตรียมดอกกุหลาบนำมามอบเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเพื่อขอบคุณการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ก่อนนายวิทยา คุณปลื้ม จะลงไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเดินทางกลับ

ประชุมใหญ่ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน

วันที่ 19 ธ.ค.67 ที่โรงแรมราวินทราบีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2567 ของ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยาและจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย สมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี และสมาคมสปาแอนด์เวลเนสภาคตะวันออก

ด้วย ทางสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี โดย นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวของหน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี โดยมี 8 สมาคม และ 5 ชมรม ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมโรงแรมไทย

ภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการศรีราชาและเกาะสีชัง สมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก สมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก สมาคมผู้บริหารอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวันออก สมาคมเชฟภาคตะวันออก สมาคมอินเดียพัทยา ชมรมสปาเมืองพัทยา ชมรมผู้บริหารอาหาร และเครื่องดื่มเมืองพัทยา ชมรม FOMA PATAYA ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักเทศบาลเมืองแสนสุข เป็นต้น

โดยได้ประชุมหารือการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเที่ยวท้องถิ่นต่อไปในปี 2568 เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพัทยาและชลบุรีให้มีศักภาพขึ้นไป ก่อนในช่วงค่ำจะเป็นการจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชนตามลำดับ

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี”

ช่วงบ่ายวันที่ 20 ธ.ค.67 ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา บาทหลวงสุขุม ธนะสิงห์ ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี” โดยมี นางสาวฐิติพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ เลขาสภาเมีองพัทยา นายวันชัย แสนงาม รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ นางอัมพร แก้วแสง นายกสมาคมสถานบันเทิงเมีองพัทยา นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีและเสริมสร้างความร่วมมือในสังคม ภายในงานเพื่อนเก่าคุณพ่อเรย์ คุณเปรมปรีชา ทิพยวาน และคุณปีเตอร์ มาโลตรา ได้เล่าถึงคุณพ่อเรย์ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯได้อุทิศชีวิตบุกเบิกเพื่อช่วยเหลือผู้ยากลำบาก โดยเฉพาะคนพิการ เด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้การศึกษา อาชีพ และโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

พร้อมทั้งอวยพร “วันปีใหม่ รวมใจสร้างความดี” โดยมี พระศรีปริยัติวรกิจ เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันแชร์ประสบการณ์ กล่าวถึงบทบาทของชุมชนความสำคัญการสร้างสังคมที่เกื้อกูล ส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะคนพิการและผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงโอกาสและบริการอย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำถึงพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ดูแลคนพิการ คนตาบอด เด็กพิเศษกว่า 600 ชีวิต ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เช่น การมอบทุนการศึกษา การจัดหาอุปกรณ์การเรียน การสนับสนุนอาหารกลางวัน หรือการเผยแพร่ข่าวสารของมูลนิธิฯ ผ่านโซเชียลมีเดีย มาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการส่งมอบความสุขและสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมไปพร้อมกันต่อไปในอนาคต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาล ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พุดไอเดีย พาผู้สูงอายุ สูดอากาศยามหนาวที่คิริตาคาเฟ Kirita Lopburi

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 14:00 น. ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้นัดรวมตัวกันเป็นประจำของทุกเดือน เพื่อตรวจสุขภาพทางช่องปากและฟัน รวมถึงการแนะนำปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุจากคณะแพทย์พยาบาล มาคอยให้ความรู้ประจำทุกเดือน กับโครงการส่งเสริมกิจกรรมผูู้สูงอายุ มีนางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอโคกสำโรง

ในวันนี้มีประชาชนผู้สูงอายุเข้าร่วม ประมาณ 80 คน ประกอบด้วย
ชุมชน 1= 9 คน ชุมชน 2=7 คน ชุมชน 3 =16 คน ชุมชน 4= 10 คน ชุมชน 5= 12คน ชุมชน 6= 15 คน ชุมชน 7= 11 คน หลังจากตรวจสุขภาพปากและฟันแล้ว ทุกคนต่างมีความคิดพุดไอเดียขึ้นมาว่าเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ มองหาทำเลที่เหมาะและบรรยากาศดีๆใกล้ๆบ้าน และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอีกด้วย จึงพากันคิดถึงสถานที่ใกล้อำเภอโคกสำโรง

พากันมายังสถานที่เหมาะและสวยงามบรรยากาศที่ดี รายล้อมไปด้วยขุนเขา บรรยากาศธรรมชาติ ทัศนียภาพที่สวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จึงมารับอากาศหน้าหนาวบรรยากาศดีๆที่ควรแก่การพักผ่อนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ คิริตาคาเฟ ตำบลวังเพลิงอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยปัจจุบันนี้เมืองไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น รัฐบาลใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และให้มีกิจกรรม ในกลุ่มผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตจิตใจรวมถึงพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ โดยกลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง จะจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทางชมรมผู้สูงอายุจะเชิญเข้ากลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง เพื่อพบปะสังสรรค์แรกเปลี่ยนพูดคุยจะได้ไม่เงียบเหงา ในทุกวันเช้าๆ เย็นๆ

จะมีผู้สูงอายุบางคนออกร่วมกันเดินออกกำลังกาย บ้างท่านก็จะออกวิ่งเช้าๆ เย็นๆร่วมกัน สถานที่สนามอำเภอโคกสำโรง และแยกบายพาสโคกสำโรง – บ้านหมี่ สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อปน. จัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนภาคเหนือ” ณ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายสื่อมวลขนภาคเหนือ โดยเชิญประชาสัมพันธ์ จังหวัดหรือผู้แทน และสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ. และองค์กรสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือ

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนข้อมูลชาวสาวสาร และวิธีการสื่อสารไปยังประชาชนใต้อย่างมีประสิทธิผล ระหว่าง วันที่ 12 – 14 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมมณีน่าน เชื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุทธิพงษ์ วงค์สารภี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขียนสิริกิติ์ที่ 1 (ชอสข-1) ให้เกียรติมากล่าวต้อนผู้เข้าร่วมกิจกรรม นายพิสิฐ กัยวิกัยโกศล หัวหน้ากองบริหาร (กบหน-ส.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายรัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบบส่งภาคเหนือ (หชสน-ย) เป็นผู้กล่าวรานงาน พร้อมกับผู้ปฏิบัติงาน อปน.

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2567 คณะผู้บริหาร อปน. นำโดย นายวัชร์วีร์ พืชพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ-1 (ช.อปน-1) และ นายคมกริช วงศ์ชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ -2 (ช.อปน-2) นำคณะ คบ.อปน. พร้อมทั้ง น.ส.ณิชชนันทน์ สวัสดิ์พานิช หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชสัมพันธ์ระบบส่ง (กชส-ย.) เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยภายในกิจกรรม มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของ อปน. และ กฟผ. ในเรื่องการผลิตไฟฟ้าสู่ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าต่อไปยังประชาชม

โดย นายกนกพล อินถนอม วิทยากรระดับ 7 ประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนสิริกิติ์ (ทชส-ย.) เรื่องความมั่นคงของระบบส่งจ่ายไฟฟ้า ในภาคเหนือ โดย นายวสันต์ สิงหเดช วิศวกรระดับ 7 แผนกปฏิบัติการระบบ 1 (หปน1-ส) เรื่องการดูแล และบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบส่งไฟฟ้าในภาคเหนือ

โดย นายถิรวุฒิ เจียมเกตุ ช่างระดับ 8 แผนกบำบำรุงรักษาสายส่ง 1 (หสน1-ส.) และเรื่องเรื่องาน CSR ในพื้นที่ภาคเหนือ โดย นายชัชวาลย์ กุลสุวรรณ์ ช่างระดับ 8 แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ (หชสน –ย.) และได้มีการชี้แจง และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จริงของ กฟผ. ที่เป็นประเด็นและให้ความสนใจในภาคประชนในในรอบปีที่ผ่านมา และมีกิจกลุ่ม Workshop ในเรื่องของแนวกลยุทธการสื่อสารถึงมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงถึงมีกิจกรรมสานสัมพันธ์ร่วมกันตอดการดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ ยังได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย ต ท่าปลา อ.ทำปลา จ.อุตรติตถ์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชนที่มีชื่อเสียงคือ ผลิตภัณฑ์จากเม็ดมะม่วงทิมพานต์ ที่มีหลากหลายรูปแบบสินค้า มีการพัฒนาตนเองจนสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากนั้นได้นำคณะผู้เช้าร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ. เขื่อนสิริกิติ์ “โคก หนอง นา โมเดล” อีกด้วย/บุญยงค์ สดสะอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดกิจกรรม Healthy Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี /นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

แชร์เนื้อหานี้


โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดกิจกรรม Health Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 พร้อมเสวนาสุขภาพ ในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน” โดย มี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพพัทยากล่าวเปิดงาน ต่อจากนั้น มีการบรรยายในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน”  นพ. จิระวัฒน์ พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงของเด็ก ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ ในเมืองพัทยา
 
การจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ อาทิ  แบบทดสอบทดสอบการได้ยิน ตรวจค่าสายตาและหาความผิดปกติ  แบบคัดกรองสมรรถภาพความจำ 14 คำถาม แบบสอบถามความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ  แบบประเมินความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน  แบบประเมินโรคซึมเศร้า  แบบประเมินความเครียด  แบบประเมินภาวะวิตกกังวล  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปลายนิ้ว แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (ASCVD) ตรวจคัดกรองโรคต่อมไร้ท่อ โรคกระดูกพรุน/Osteoporosis 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/Sexually Transmitted Disease (STD) คัดกรองความเสี่ยงโรคไต ตรวจสุขภาพฟันฟรี วิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย แบบประเมินการจัดการน้ำหนัก แบบสอบถาม เวชศาสตร์วิถีชีวิต คัดกรองความเสี่ยงต่อการพลัดตก หกล้ม  ให้คำปรึกษาเรื่องยา ตรวจคัดกรองความเสี่ยงพัฒนาการเด็กอายุ 0-5 ปี แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงโรคอ้วนในเด็ก แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย  ตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซึ่งผู้สนใจสามารถมาตรวจคัดกรองได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

     ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รพ.กรุงเทพพัทยา มีการจัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Living 2025 ลดสูงสุด 70% เพื่อให้ทุกท่านได้เลือเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก ซึ่งแพ็กเกจออกแบบให้เหมาะสมกับทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 นี้

นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

ตามที่ โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล SVT RUN เพื่อระดมทุนจัดหารายได้สนับสนุนข่วยเหลือสังคมมาอย่างยาวนาน โดยกำหนดจัดงานวิ่ง SVT RUN ทุกวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี และในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS.

วันที่ 15 ธ.ค.67 ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช เป็นประธานเปิดงาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS. ที่บริเวณจุดสตาร์ทหน้าโรงเรียน ท่ามกลางนักวิ่งสายบุญเข้าร่วมชิงชัยรายการนี้หลายพันคน

การแข่งขันออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่น KIDS SPIRIT อายุไม่เกิน 6 ปี, รุ่น ALPHA อายุ 7-15 ปี, รุ่น Z-RUN อายุ 16-29 ปี, รุ่น Y-RUN อายุ 30-39 ปี, รุ่น X-RUN อายุ 40-49 ปี และรุ่น XL-RUN อายุ 50 ปีขึ้นไป รายได้จาการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ร่วมสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือในการผ่าตัดหัวใจให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจตามลำดับ

วอนเมืองพัทยาปรับภูมิทัศน์ที่สาธารณะให้แล้วเสร็จ หลังงานค้างมาร่วมเดือน

ตามที่เมืองพัทยาดำเนินการปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่าหลังเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 ซอยตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ใจของชาวบ้านผู้เช่าพักที่หวั่นได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษชุกชุมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 16 ธ.ค.67 หลังจากมีการดำเนินการกินระยะเวลามาร่วมเดือน ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการทำงานปรับปรุงพื้นที่สาธารณะบริเวณดังกล่าว พบว่าได้ดำเนินการจากทางเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร งานยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด

ข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากชาวบ้านร้องเรียนไปเมืองพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น อยากให้มาเร่งรัดจัดการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านที่อาศัยที่ติดกับพื้นที่สาธารณะเพราะได้ดำเนินการมาร่วมเดือนแล้ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 ด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ค่ายพระรามหก) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี ณ สโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนธันวาคม 67 โดยเริ่มวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแสดงกีต้าร์ Magical Melodies โดยศิลปิน ฮัคกี้ ไอเคิ้ลมานน์ (Hucky Eichelmann) มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และท่วงทำนองของไทยอื่นๆ

พร้อมกับการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบดนตรี (Madanabadha Suite) โดยมีศิลปินรับเชิญ ภัทราวดี มีชูธน (ศิลปินแห่งชาติ) อานันท์ นาคคง (ศิลปินศิลปาธร) อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง

นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และแขกผู้มีเกียรติทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชมงานในครั้งนี้ โดยมีนางสาวเกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงาน มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ให้การต้อนรับ

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.67 เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น (วง Light Music) กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยการสนับสนุนของกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ร่วมด้วยกรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / เวลา 13.30 น. เปิดหน้าม่านโดยการแสดงลำตัดคณะลำตัดวงรากไทย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี / เวลา 15.00 น.- 17.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี

วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.และวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.67 ชมการแสดงของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา บทเพลงจากคีตนิพนธ์ร่วมสมัย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง การขับเสภาและการอ่านทำนองเสนาะบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย กวินภพ ทองนาค (นิสิตปริญญามหาบัณฑิต จุฬาฯ) บทเสภาสามัคคีเสวก โคลงอารัมภกถาพระนลคำหลวง มงคลสูตรคำฉันท์ สยามานุสสติ สลับกับการอธิบายที่มาและความหมายของแต่ละบทโดย รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ)

วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.67 ชมการแสดงของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง วงดนตรีผู้หญิงล้วนแห่งเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้การเข้าพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บริจาคค่าเข้าชมตามอัตราปกติ ร่วมชมการแสดงไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนกิจกรรมโดยบริจาคสมทบทุนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี (ด้านดนตรีและการแสดง) มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามจิตศรัทธา ติดต่อจองที่นั่งในท้องพระโรงในกล่องข้อความเพจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / Mrigadayavan Palace จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังดนตรีทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนธันวาคม 67 แล้วมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รายได้เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้คงอยู่สืบไป.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี

พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขิงพระองค์ที่ทีต่อประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามปณิธานด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น

ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้ราษฎร์มีความผาสุก ร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงคิดค้นวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา”

เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอ เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ลานตอดรถข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางอรอนงค์ กาพรม พัฒนาการอำเภอเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อ นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่าน ตามที่อำเภอเมืองน่าน ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย ให้ส่วนราชการและหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมตลาดนัด

ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสินค้าของกลุ่มสัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างงาน สร้าง อาชีพ สร้างรายได้ โดยใช้ชื่อตลาดว่า “ตลาดนัดสร้าง สุขอำเภอมืองน่าน และ ดำเนินการขับเคลื่อน “ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้บังเกิด ผลและเกิดความยั่งยืน เป็นการพัฒนาศักยภาพ ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้มี เอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า สัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกร

ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบปัญหา
เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหนำย โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ในวันประชุมประจำเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประจำทุกเดือนและ อำเภอเมืองน่าน ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมโดยกิจกรรมในมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจ่าหน่ายจำนวล61 ราย
ประกอบด้วย

  1. ประเภทเครื่องดื่ม อาหารจำนวน 61ราย
  2. ประเภทผลผลิตทางการเกษตร จำนวน1
  3. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 2 ราย
  4. ประเภทของใช้ ของตกแต่ง จำนวน 12 ราย
  5. ร้านค้า ธงฟ้า ราคาประหยัด
  6. จำนวน 1 ราย
  7. ประเภทร้านค้าในเครือพาณิชย์จังหวัดจำนวน 10 ราย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นร่วมเปิดงานจำนวนมากและได้รับความสนใจจากข้าราชการ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านซื้อของจำนวนมาก บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมด้วยช่วยกัน ลุยน้ำลงพื้นที่แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (3 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พร้อมด้วยกำลังพลฝ่ายอำนวยการฉก.ตร.นราธิวาส 93 /ชป.กร.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 เดินลุยน้ำลงพื้นที่ ม.4 บ้านโคกโก และ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส

ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วม โดยได้พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พร้อมแจกข้าวกล่อง และน้ำดื่ม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาหารในครัวเรือนของตนเองได้ นอกจากนี้จะแจกจ่ายข้าวกล่องและน้ำดื่มในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ เนื่องจากข้างของเครื่องใช้ยังอยู่ในที่สูง โดยนายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศเตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 3

เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคม นี้ โดยวันนี้ (3 ธ.ค.67) มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนวันที่ 4-5 ธันวาคม มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังจะเข้ามานั้น เจ้าหน้าที่ยังคงคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เรือนจำนราธิวาสนำผู้ต้องขังร่วมด้วยช่วยกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามนโยบายของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนโยบายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสหการ เพชรนรินทร์ ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำโดยนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 10 นาย และผู้ต้องขังกองงานสาธารณประโยชน์จำนวน 10 คน ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ณ ศูนย์อพยพ วัดโคกงู ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่โดยรถทุกประเภท ต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง แต่จำเป็นจะต้องเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือโดยได้ขึ้นเครื่องจักรทางการเกษตรของชาวบ้านเพื่อเข้าไปให้กำลังใจและนำน้ำดื่มไปให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100 แพ็ค โดยมีเจ้าอาวาสวัดโคกงู เป็นตัวแทนผู้รับมอบ

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้กับผู้ที่อพยพณ ศูนย์อพยพเป็นอย่างมาก โดยศูนย์ดังกล่าวมีผู้อพยพเข้าอาศัยอยู่ประมาณ 30-50 ครัวเรือนเนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 – 3 เมตร และตามนโยบายดังกล่าว เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะเข้าไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ต้องขังทุกคนได้ร่วมทำความดีเพื่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเองในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สร้างทัศนคติที่ดี เตรียมพร้อมทั้งกายและใจในการกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้าน

แชร์เนื้อหานี้

นายกพัทยาขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังดันจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เปรี้ยงป้างสุดขีด คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้านตามที่เมืองพัทยาได้จัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นต์การท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากหลายรางวัล ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พ.ย.67 ที่ผ่านมา

พบว่ากิจกรรมกรรมเป็นไปอย่างคุกคักทั้ง 2 วัน มีประชาชนนำครอบครัวและบุตรหลาน ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมชมความงามของพลุนานาชาตินับแสนคน ส่งผลเม็ดเงินท่องเที่ยวสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า ขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่มาชม PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทีมผู้จัดงานฯ และเจ้าหน้าที่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่าน ที่ทำให้งานสำเร็จไปด้วยดี

“สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวส่วนต่างๆตั้งแต่โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร พ่อค้า แม่ขาย คนตัวเล็กตัวน้อยมีพื้นที่ค้าขายตามนโยบายเปิดทำเลทอง ขยายพื้นที่ขายของเพื่อคนพัทยา แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะครับ” นายกเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.มุกดาหาร ระดมเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ ออกตัดต้นไม้ริมทางสาธารณะป้องกันภัยจากลมหนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม​ 2567​ นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ระดมทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถกระเช้าไฟฟ้าบูมลิฟท์ (BOOM LIFT) พร้อมด้วยอุปกรณ์การตัดต้นไม้ออกทำการตัดต้นไม้ใหญ่และกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำออกมา

ในเขตเส้นทางสัญจรทั่วพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากการถูกกิ่งไม้หักหล่นลงมาใส่ขณะขับขี่พาหนะสัญจรไปมา รวมทั้งการตัดกิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟและหลอดไฟส่องสว่างเพื่อกำจัดจุดเสี่ยงต่างๆ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

นายอดุลย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวมีลมกรรโชกแรงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้ต้นไม้โค่นล้มหรือกิ่งไม้หักหล่นใส่เส้นทางสัญจร และบ้านเรือน ทำให้นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร มีความห่วงใยเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนประชาชน

จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่ รถกระเช้าพร้อมด้วยอุปกรณ์ ออกทำการตัดฟันต้นไม้ กิ่งไม้ บริเวณริมทางสาธารณะ และที่อยู่ใกล้กับบ้านเรือนประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.ประจวบจัดโครงการสื่อ ธกส.สัญจรประจำปี 67

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร และเจ้าหน้าที่ นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 20 คน

เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่”บุราณบ้านสวน” ของ นายประเสริฐ ยุวกานกูล ซึ่งเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย และแหล่งเรียนรู้ป่าครอบครัว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางธนาคาร ธ.ก.ส.และกรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้องเที่ยว และชุมชนอุดมสุข โดยทางธนาคาร ธ.ก.ส.มีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขให้เป็นแกนกลางการเกษตร โดยได้มีการพาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการปลูกพืชแบบผสมผสานภายในแปลงเกษตรเนื้อที่ทั้งหมด 28 ไร่ โดยทุกพื้นที่ของสวน

สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดและสามารถสร้างมูลค่าสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนแบบพึ่งพาตนเอง โดยได้ดำเนินการในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ปลูกพืชไว้กินเอง เหลือแล้วจึงขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากนั้นจึงได้พาคณะสื่อมวลชนร่วมพบปะสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกันที่บริเวณร้านอาหารครัวแสนดี อำเภอบางสะพาน ก่อนจะมอบของที่ระลึก และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางธนาคารมีแผนจัดทำโครงการยกระดับชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนให้ครอบคลุม 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนที่เน้นการลดต้นทุน การสร้างงาน สร้าง อาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ภาครัวเรือนควบคู่กับการอนุรักษ์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มการเงิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนให้มีการนำองค์ความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีสมัยใหม่

และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา หรือภาคีเครือข่ายมาประยุกต์ใช้ ให้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีมาตรฐานการผลิตสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิต หรือผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มีการเชื่อมต่อเกษตรกรที่ขาดทักษะ หรือขาดทรัพยากรในการผลิตเข้ากับกลุ่มที่มีทักษะ เพื่อให้ได้มีโอกาสส่งเสริมซึ่งกันและกันในธุรกิจรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งมีการพัฒนาด้านการตลาดและเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ในรูปแบบ Digital ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคภายในท้องถิ่น (Local Consumption) เป็นหลัก มีการเชื่อมโยงผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ของชุมชนสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง ธ.ก.ส.

จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อให้มีการประสานความร่วมมือบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ/เอกชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ทั้ง 4มิติ ไปพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนจนนำไปสู่การยกระดับเป็น “ชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร”(Essence of Agriculture) ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขเป็นแกนกลางการเกษตร จำนวน 181 ชุมชน

โดยชุมชนบ้านสวน เป็นหนึ่งใน 181 ชุมชน ที่อยู่ในเป้าหมายของธนาคารในการยกระดับชุมชน เป็นแกนกลางการเกษตรในปีบัญชี 2567 นี้ เป็นชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนที่มีผู้นำใช้กรอบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้พื้นที่ส่วนตัวทำสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงไก่ ปลา สุกร ทำนาปลูกข้าว เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ รวมกันซื้อ รวมกันขาย เน้นการผลิตข้าวปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสินค้าเกษตรปลอดภัย ทำให้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

สำหรับพืช (GAP) เป็นชุมชนที่สร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี ภายใต้หลักการเกื้อกูล แบ่งปัน และเป็นธรรม ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมีประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน และในอนาคตชุมชนนี้มีแผนพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประกอบกับปีบัญชี 2567 ธนาคารกำหนดจัดกิจกรรมประกวดชุมชนอุดมสุขระดับภูมิภาค ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ แสนปาล์มเทรนิ่งโฮม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และระดับประเทศประมาณเดือนมกราคม 2568 ซึ่ง ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งชุมชนบ้านสวน เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วย

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เกษตรท่าวังผา น่าน มอบเมล็ดพันธุ์ผักให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย2567 / รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน

แชร์เนื้อหานี้

26 พฤศจิกายน 2567 นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และประธานชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักและกล้าผัก ภายใต้โครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติของกรมส่งเสริมการเกษตร และภายใต้โครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ชุบชีวีหลังน้ำลด ระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย

บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม) ด้านพืช เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 อำเภอท่าวังผา 10 ตำบล 54 หมู่บ้าน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 645 ราย ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผัก จำนวน 6 ชนิด

ได้แก่ เมล็ดถั่วฝักยาว เมล็ดผักคะน้าลูกผสม เมล็ดพริกขี้หนูลูกผสม เมล็ดผักกาดขาวปลีลูกผสม เมล็ดผักกวางตุ้งต้นลูกผสม และเมล็ดมะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์ และกล้าผักในถาดหลุม จำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย กล้าถั่วพู กล้ากะหล่ำปลี กล้ามะเขือเทศ กล้าพริกใหญ่ กล้าพริกชี้ฟ้า และมะเขือเปราะเจ้าพระยา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน เชื่อมท่องเที่ยวด้วยซอฟต์พาวเวอร์โชว์ศักยภาพ “ดีพร้อม” ยกระดับผู้ประกอบการโกโก้สู่สินค้า GI โกยรายได้เพิ่มอีก 8 พันล้านบาท

ค่ำวานนี้ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.30 น. ณ ร้าน โกโก้ วัลเลย์ คาเฟ่ ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมติดตามความสำเร็จการส่งเสริมอุตสาหกรรมโกโก้ในพื้นที่จังหวัดน่าน

เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยสู่ฮับโกโก้ของอาเซียน สนองยุทธศาสตร์ผู้นำแหล่งผลิตและตลาดผลไม้เมืองร้อนของรัฐบาล โดยมีแผนระยะ 3 ปี เชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) รุกพัฒนาผู้ประกอบการโกโก้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการพัฒนาในแต่ละภูมิภาคก้าวสู่การเป็นสินค้า GI เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่เน้นความโดดเด่นในเชิงคุณภาพ และอัตลักษณ์ทางรสชาติ ด้วยการพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานต่าง ๆ

คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอีกกว่า 8 พันล้านบาท พร้อมชูต้นแบบความสำเร็จ โกโก้วัลเล่ย์ ธุรกิจโกโก้ครบวงจรตั้งแต่การปลูก แปรรูป การสร้างแบรนด์ และแหล่งท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือนโดยรอบกว่า 300 ครัวเรือน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” พร้อมมุ่งสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และมุ่งเซฟอุตสาหกรรมไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชน

เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการสร้างรายได้และเป็นการกระจายมูลค่าเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะ “เกษตรอุตสาหกรรม” ซึ่งเกษตรกรไทยมีศักยภาพและมีการเพาะปลูกในทุกภูมิภาค โดยจะมุ่งสนับสนุนทั้งพืชเศรษฐกิจเดิม และพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โกโก้ ที่สามารถสร้างมูลค่าตั้งแต่ผลสด เมล็ดแห้ง และการแปรรูปเป็นสินค้าสร้างสรรค์ อีกทั้งยังพบว่าตั้งแต่โกโก้เริ่มได้รับความนิยมในไทย ยังเป็นแรงจูงใจในหลายด้าน เช่น โมเดลธุรกิจคาเฟ่ ท่องเที่ยว คนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการเกษตร พร้อมนี้รมว.อุตสาหกรรมได้เวิร์คช็อปการผลิตช็อคโกแลตจากโกๆอีกด้วย
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM)

ได้กำหนดให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกโกโก้ทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “น่านโมเดล” โดยมุ่งหวังสร้างความนิยมการปลูกพันธุ์โกโก้น่าน 133 ที่เป็นสินค้า GI โดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกและจำนวนผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบธุรกิจ หรือดีพร้อมฮีโร่ขึ้น โดยมีผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คือโกโก้วัลเลย์ (Cocoa Valley) ต้นแบบธุรกิจโกโก้ครบวงจรของน่านที่มีศักยภาพตั้งแต่การปลูก แปรรูปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบอัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลก โดยทุกวันนี้โกโก้วัลเลย์ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของจังหวัดน่าน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโกโก้และช็อกโกแลต และขณะเดียวกันธุรกิจนี้ยังได้ส่งต่อความรู้การปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในชุมชน สร้างรายได้ และผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบมากกว่า 300 ชุมชน เช่น กลุ่มขายผลสดโกโก้ กลุ่มชนเผ่า กลุ่มย้อมผ้า ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกโกโก้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร และสปา เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ได้สอดรับกับความต้องการตลาด เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสำเร็จรูป คราฟท์ช็อกโกแลต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านเอื้ออาทร จัดงาน “วันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) เป็นประธานการเปิดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2567 โดยมี นายชัยเวช ประวัติดี ประธานชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) พร้อมด้วยคณะกรรมการ ชุมชนฯและประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้

โดยบรรยากาศ มีการฟ้อนรำอวยพร 4 ภาค กองทุนแม่ของแผ่นดิน และ ฟ้อนรำเชิญเที่ยวจังหวัดสระแก้ว โดยทีมชุดการแสดงมาจาก บ้านหนองกะพ้อ ชุมชนเมืองย่อยที่ 21 นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักยะพรต (ครูปู)

นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมร่วมกันแสดงพลังความสามัคคี ถวายความจงรักภักดี

เพื่อสืบสานพระราชปณิธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดิน (บ้านเอื้ออาทร) ชุมชนเมืองย่อยที่ 19

สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม จัดกิจกรรม “ต้านภัยหนาวให้กับเด็ก และ เยาวชน ในพื้นที่ประสบภัย” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม นำโดย นายอภิรัฐ กุนกันไชย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม ที่ปรึกษา สมาชิกวุฒิสภา ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมมาธิการกิจการด้านทหารวุฒิสภา

จัดกิจกรรม ภายใต้โครงการ “แผ่นดินเดียวกัน” ที่หมู่บ้านดอยแหลม หมู่ที่ 13 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ณ คริสตจักรบ้านดอยแหลม มอบเสื้อกันหนาว เครื่อง อุปโภคบริโภค จำนวนหลายรายการ ให้กับเด็ก จำนวน 40 คน และครอบครัว ร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและกลุ่มอาสาเมตตาบารมีอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จิตอาสาคลองสาน และพัฒนาแหล่งน้ำ “คลองวัดสุวรรณ ฝั่งใต้” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ที่ลานด้านหน้าบริเวณคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จังหวัดกรุงเทพมหานคร นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำสาธารณะคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) ด้านชุมชนซอยวนาวรรณ

โดยมีนางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน คณะผู้บริหารเขตคลองสานและสัสดีเขตคลองสาน กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันสารวัตรทหารที่ 11 มณฑลทหารบกที่ 11 สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน สถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม กองบังคับการตำรวจน้ำ หัวหน้าจิตอาสา เขตคลองสาน กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ชาวชุมชนซอยวนาวรรณ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสาน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันทำกิจกรรม

นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า การจัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำลำคลองสาธารณะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)  ซึ่งตรงกับวันที่25 พฤศจิกายน ของทุกปี
เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และสร้างความปรองดอง สามัคคีร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ใน 4 สถาบันหลัก คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ภายหลังพิธีเปิดเสร็จสิ้น ประธานในพิธีได้นำคณะ จิตอาสา พัฒนาทำความสะอาด ลำคลองวัดสุวรรณ จัดเก็บวัชพืชขยะต่างๆในลำคลอง รวมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ต่างๆ ก่อนจะเดินทางไปร่วมรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ

ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ และกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยนำทรายอะเบท หยอดใส่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆภายในชุมชน เพื่อเป็นการกำจัดต้นตอลูกน้ำยุงลายในบริเวณที่มีน้ำขัง ภายในพื้นที่ชุมชนซอยวนาวรรณ

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ทท.ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา/Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานประชุมหารือแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยมี นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี นางเอกอนงค์ บัวมาศ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี นายกิตติ บุญรัตนเนตร สาธารณสุขอำเภอบางละมุง นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา รักษาการแทนปลัดเเมืองพัทยา นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่า สาขาพัทยา นายวรภพ คงธนจรัส ปลัดอำเภอบางละมุง นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

เนื่องด้วยได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่าวชาติเสียชีวิตจากการทำกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่บ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา บ่อยครั้งในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งยังพบข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกเอารัดเอาเปรียบจากการหลอกลวงให้การซื้อสินค้าที่ราคาแพงเกินจริง ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยเสียหาย ทางตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จึงดำเนินจัดประชุมดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการ การจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ในที่ประชุมโดย พ.ต.ท.ปิยพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้นำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยพบสถิติเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่เกาะล้าน ประจำปี 2565-2567 โดยพบว่าในระยะเวลา 3 ปี มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตรวม 13 ราย ในปี 2565 มีหนึ่งราย คือนักท่องเที่ยวชาวปากีสถาน ในปี 2566 มี 6 ราย คือ อินเดีย 2 ราย จีน 2 ราย เวียดนาม 1 ราย และบรูไน 1 ราย และในปี 2566 มี 6 ราย คือ จีน 4 ราย และเกาหลีใต้ 2 ราย ซึ่งพบว่าผู้เสียอายุเป็นคนชราและผู้สูงวัย

ด้าน นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เผยในส่วนของการวางแนวทางทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่ามาท่องเที่ยวแล้วปลอดภัย เมืองพัทยา โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวและเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังบ้านเกาะล้าน โดยหาคือแนวทางการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว การกำหนดเปิดจองจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ การจัดลำดับคิว รวมทั้งการเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องมีการพูดคุยหลายฝ่าย เพราะปัจจุบันพบว่าเกาะล้านมีนักท่องเที่ยวมาเยอะเกินขีดจำกัด ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้กล่าวชื่นชมเมืองพัทยาที่มีความเข้มแข็งของมีการประสานการทำงานกันอย่างเป็นรูปธรรมจนบางกรณี ตัวอย่างเช่นกรณีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเล่นน้ำเสียชีวิตที่เมืองพัทยามีการประสานงานเรื่องของประกันชีวิตต่างๆ เพื่อช่วยเหลือจากได้รับความชื่นชมจากเอกอัครราชทูตอินเดียชื่นชมและฝากขอบคุณมายังเมืองพัทยา

ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยจำเป็นต้องบูรณาการพึ่งการทำงานของอาสาสมัครให้เข้ามาช่วยปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งในการอำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยวโดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาถือว่าทำได้ดีและน่าเป็นแบบอย่าง

ข้อแนะนำสำหรับแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เห็นควรให้มีการเพิ่มจำนวนไลฟ์การ์ด การสร้างหอคอย สังเกตุการณ์ริมชายหาด ดูเรื่องระเบียบของเรือเร็วและเจ็ตสกี การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เพียงพออยู่ในความดูแลของกำละงเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่หลอกซื้อขายสินค้า แลพการหาความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเมืองพัทยามีจุดแข็งคือความร่วมมือที่สำคัญถือเป็นเสน่ห์ที่น่าชื่นชม

Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya ขยายพื้นที่ใหม่ใหญ่ที่สุดในพัทยา

วันที่ 22 พ.ย.67 มีรายงานว่า Skechers แบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายสำหรับครอบครัวชื่อดัง ได้ทำการเปิด Skechers Outlet Central Marina Pattaya อย่างเป็นทางการ ที่บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดร้าน Skechers Outlet อย่างเป็นทางการ

โดยในพิธีการดังกล่าวมีนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งนายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) และ น.ส.กรรณิการ์ แกล่มกล้า ผจก. Skechers Outlte Central Marina Pattaya ได้ต้อนรับคณะผู้ร่วมงานด้วยตัวเอง

ด้าน น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) เปิดเผยว่า แต่เดิมร้าน Skechers Outlet จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค่า แต่พบว่ากระแสตอบรับดีมาก มียอดขายทะลุ 3 ล้านบาทต่อเดือน จึงต้องขยายพื้นที่ลงมายังบริเวณชั้น 1 ซึ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดถึง 90% ในสินค้าบางประเภท

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่ ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรรจังหวัดลพบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัสมีจันทร์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ผู้กำกับพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสถานที่เกิดเหตุ ให้แก่ อาสาสมัคร กู้ภัย กู้ชีพจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร่วมรับฟังทำความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และ 7 หน่วยงาน 50 นาย หน่วยงานที่เข้าร่วมประกอบด้วย

  1. หัวหน้ามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ลพบุรี
  2. หัวหน้ามูลนิธิร่วมกตัญญู ลพบุรี
  3. หัวหน้ากู้ชีพ กู้ภัย พงไล้ 16 ลำนารายณ์
  4. หัวหน้ามูลนิธิสว่างอริโยธรรมสถาน อำเภอบ้านหมี่่
  5. หัวหน้ามูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง อำเภอหนองม่วง
  6. หัวหน้าสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ อำเภอโคกสำโรง
  7. หัวหน้ากู้ภัยพุทไธสวรรย์ ลพบุรี การเข้าฝึกอบรมเพื่อเสริมความรู้ในที่เกิดเหตุ ในเวลาปฎิบัติงานจากอาสาสมัคร คือหน่วยแรกที่เข้าถึงยังจุดเกิดเหตุ ยามมเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งอาชญกรรม วาตะภัยและอุทกภัย

โดย พ.ต.ต.วิทยา คำเรียงโคตร์ (สบ.2) นักวิทยาศาตร์ จังหวัดลพบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานและบรรยาย พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิงวรณพร โมธินา นักวิทยาศาตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร.ต.ท.วุฒิภัทร จำปาแขม นักวิทยาศาสตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี การอบรมประชุมแนวทางการรักษาที่เกิดเหตุ พร้อมทั้ง จำลองสถานการณ์ มีเหตุ โดยในเบื้องต้นขั้นตอนการปฏิบัติ เริ่มจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งเหตุ ประสานร้อยเวรตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนประสานชุดอีโอดี เข้าตรวจสอบวัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลือยังจุดเกิดเหตุ แล้วราย

เมื่อทุกอย่างเคลียร์ ร้อยเวรได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอาสาสมัครกู้ภัยเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้บริการประชาชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ก่อนถึง รพ. และบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนเมื่อประสบเหตุ และมีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด จะทำให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำงานได้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

การเข้าฝึกทักษะในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการนำไปใช้เพิ่มเติมจากแนวที่ปฎิบัติ การรักษาที่เกิดเหตุ คือหัวใจหลักของการคลี่คลายคดี โดยอาสาสมัครกู้ภัยถือเป็นหน่วยแรกที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ ถือว่าเสี่ยงในการทำวัตถุพยานหาย (โดยไม่ตั้งใจ) ถือว่าการอบรมในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับทุกๆฝ่ายที่ปฎับัติงานส่วนหน้า โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี
หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 41 กำหนดให้ผู้อำนวยการจัดให้มีอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ทั้งนี้ ศูนย์การใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มีความประสงค์ขอให้กระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัด/อำเภอจัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรเพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดเหตุในระดับพื้นที่ รวมถึงพิจารณากำหนดรูปแบบ/องค์ประกอบโครงสร้าง การสั่งการ แผนผัง/เครือข่ายการติดต่อสื่อสารมีการอบรมชุดปฏิบัติการให้มีความพร้อมปฏิบัติการ

ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ชุดปฏิบัติการจิตอาสา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัย เหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่เป็นรูปแบบและมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถบัญชาการและปฏิบัติการร่วมกับชุดปฏิบัติการอื่นอย่างมีเอกภาพ จึงได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรทั้ง 7 หน่วยงานนี้ขึ้นมา

วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ให้มีบุคลากรที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เกิดเหตุ ที่มีแบบและมาตรฐานเดียวกัน ให้กับชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กร เพื่อพัฒนาการระบบการปฏิบัติงานกู้ภัยในภาวะฉุกเฉินให้เป็นระบบ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อพื้นที่ให้มีความรู้ ความชำนาญในการจัดการเหตุที่เกิดขึ้น อันจะส่งผลให้ประชาชนในชุมชน/ท้องถิ่นมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

กลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรมได้แก่จิตอาสา ขององค์กร จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับหลักฐานสำคัญให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำงานง่ายขึ้น
จากนั้นทางพิสูจน์หลักฐานได้มอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าร่วมอบรม และพาคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เดินเยี่ยมชมห้องปฏิบัตการ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบแซยิด ‘เฮียวิโรจน์’ และคริสตัลพาเลซ นายกพัทยา .สภ.บางละมุง ร่วมยินดีครบรอบ 12 ปี /ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมให้เกียรติแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี ประธาน กต.ตร.สภ.บางละมุง และฉลองครบรอบ 12 ปี โรงแรมคริสตัล พาเลซ ตำบลนาเกลือ เมืองพัทยา ในฐานะเจ้าของโรงแรม

ในงานได้จัดเลี้ยงเพลพระเถรานุเถระจากวัดญาณสังวรารามจำนวน 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีแขกเหรื่อทยอยเข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสดังกล่าวกันอย่างคึกคัก ก่อนจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้ร่วมงานได้รับประทานด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

อนึ่ง นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี หรือที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า “เฮียวิโรจน์” เป็นคนพื้นที่เมืองพัทยาและได้ดำเนินกิจกรรการทำงานต่างๆ พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในเมืองพัทยามาโดยตลอด และได้ดำเนินธุรกิจโรงแรมคริสตัล พาเลซ โรงแรมดังย่านนาเกลือเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 10 ปี จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในเมืองพัทยา

ชวนเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟ ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานเทศกาล Firework Festival 2024 วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ดังระดับโลกต้อนรับไฮซีซันของปี

บจก.วีวัน เดอะวันกรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Firework Festival 2024 Join Yacht Party ชวนคุณไปเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟเหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟในคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. บนเรือยอร์ชที่จะพาท่านไปสัมผัสความสนุกสนานมิติใหม่ ด้วยบริการมากมายทั้งดินเนอร์บาร์บีคิวและซีฟู้ด เครื่องดื่ม และดีเจสร้างสีสันแบบจัดเต็ม จำกัดจำนวนรับเพียง 50 ท่านเท่านั้น

สนนราคาอัตราค่าบริการ 3,500 บาทต่อหนึ่งที่ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสำรองที่นั่งร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 098-659 1924 คุณวาฬ และ 094-596 5491 คุณไอซ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ และงานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี โครงการหลวง” ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,
พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.อก.ภ.5,
รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.อก.ภ.5, ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,
ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, ผกก.กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่เสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดเจดีย์หลวง วรวิหารและร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…..

สมจิตร เเสงบัลลังล์ เชียงใหม่ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลดปัญหาลิงรบกวน สบอ.3 เพชรบุรี จับมือ ทม.หัวหิน ทำหมันลิง 203 ตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวว่าตามที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน โดยมี นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

ในการดำเนินการตามโครงการควบคุมประชากรลิงแสมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.67 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อดำเนินการควบคุมประชากรลิงแสมด้วยวิธีการทำหมันในพื้นที่บริเวณเขาหินเหล็กไฟและเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมทั้งดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงนำไปไว้ยังกรงพักพิงลิงภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 11-14 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดย สบอ.3 เพชรบุรี ได้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงแสมในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟแล้ว จำนวน 203 ตัว เพศผู้ 109 ตัว เพศเมีย 94 ตัว ซึ่งทั้ง 203 ตัว ได้ดำเนินการทำหมันแล้วทั้งหมดก่อนย้ายลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนยังกรงพักพิงลิงแสม ภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ที่เตรียมไว้ 10 กรง สามารถพักพิงลิงแสมได้กรงละ 20 ตัว พร้อมอาหารสำหรับลิงแสมไว้ 2 มื้อต่อวัน ประกอบไปด้วยใบไม้ต่างๆ ที่ลิงกินและผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งการดำเนินงานเคลื่อนย้ายลิงแสมในครั้งนี้เป็นไปตามหลักวิชาการ

น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน จัดโครงการ “ย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่” โดยการจับลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ทำหมันแล้วย้ายไปที่พักพิงใหม่ จากการลงพื้นที่ติดตามความเป็นอยู่ของลิงที่ย้ายมาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ พบว่าลิงค่อนข้างที่จะแข็งแรง อยู่เป็นที่เป็นทางเป็นสัดส่วนในกรงของอุทยานที่เตรียมไว้

เพื่อสุ่มตรวจโรค ซึ่งจะกักตัวไว้ประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะนำไปปล่อยในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ต่อไป ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาลิงรบกวนชุมชนในระดับหนึ่งของเทศบาลฯ ส่วนแนวทางต่อไปเราก็จะไปปรับปรุงกรงนกที่บนเขาหินเหล็กไฟ เพื่อสร้างเป็นแหล่งที่อยู่ใหม่ของลิงแสม แล้วก็ได้ทำหมันโดยร่วมกับทางกรมอุทยานฯ ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 60 จนถึงปัจจุบันเทศบาลฯ ได้ทำหมันลิงไปแล้วกว่า 3,000 ตัว “หากประชาชนท่านใดที่มีอาหารที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ แตงกวา กล้วย เศษขนมปัง หรือแม้กระทั่งอาหารเม็ดสุนัข

ก็สามารถนำมาบริจาคให้กับทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ได้ หรือจะไปบริจาคกับทางเทศบาลฯ ก็ได้ เราก็จะเป็นคนนำเอามาให้อีกเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยฯ ที่สั่งการแล้วก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาลิงแสมอย่างถูกวิธีเป็นระบบแบบยั่งยืน” น.ส.บุษบา กล่าวในตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบฯ จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ ตรวจรักษาพระภิกษุ แม่ชี ที่มีปัญหาทางสายตา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรทางการแพทย์ พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนาที่มีปัญหาทางสายตาร่วมโครงการ มี นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รักษาการรองนายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ

กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ จัดรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ออกปฏิบัติงานตรวจรักษาและผ่าตัดตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ได้รับการตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี ทั่วถึง และสามารถมองเห็นช่วยเหลือตัวเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ทั้งนี้ สำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ ได้ประสานสำนักงานสาธารณสุข จ.ประจวบฯ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำรวจและคัดกรองผู้ที่มีความผิดปกติทางสายตาเบื้องต้นให้กับพระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการ 380 ราย และกำหนดแผนปฏิบัติงาน

ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.67 และได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการจัดโครงการ.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จนท.อุทยานเสด็จในกรมฯ จับผู้บุกรุกป่าปลูกกาแฟ-ทุเรียน กว่า 4 ไร่

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าได้จับกุมผู้ต้องหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 1 ราย ชื่อ นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้ที่บริเวณป่าแพรกกลาง ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน พิกัดที่ 47 P 0534901 E 1239144 N พื้นที่บุกรุก จำนวน 4-1-72 ไร่

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ภายในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขณะลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าแพรกกลางท้องที่ดังกล่าว พบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางใหม่จึงได้ทำการตรวจสอบบริเวณแปลงบุกรุก พบขนำ จำนวน 1 หลัง อยู่ติดกับแปลงบุกรุก และพบชายคนดังกล่าวอยู่ที่ขนำ

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมสอบถามชายคนดังกล่าวให้การว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวนี้เป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้ชายคนดังกล่าวนำชี้พื้นที่ที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพื้นที่นั้นครอบคลุมพื้นที่บุกรุกแผ้วถางมีการปลูกต้นกาแฟ อายุประมาณ 4 เดือน จำนวน 100 ต้น ปลูกต้นทุเรียน โต 4 เดือน จำนวน 25 ต้น และปลูกต้นมะพร้าว โต 4 เดือน อีก 9 ต้น หลังจากตรวจสอบพื้นที่แล้วจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฐานความผิด 1. ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่งฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง ฐาน ร่วมกัน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (2)

ฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาต 5. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (5) ฐาน ร่วมกัน ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต 6. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (6) ฐาน ร่วมกัน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบคีรีขันธ์ รวบชาย 2 ราย ล่า นกอีลุ้ม สัตว์ป่าคุ้มครอง อ้างเอาไปทำอาหาร ในพื้นที่บ้านไร่ยุบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 02.20 น. ของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) สั่งการให้ ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ศิวะกุล รองสารวัตร (ป) กก.5 และ ร.ต.ท.ทนงศักดิ์ ทองแก้ว ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านสัตว์ป่า ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ พบ.2 (หุบตะเคียนยักษ์) และเจ้าหน้าที่วนอุทยานห้วยน้ำซับ ร่วมกันออกปฏิบัติการ ตามสัญญาณแจ้งเตือนจากสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ว่ามีการลักลอบวางตาข่ายดักนกในพื้นที่บ้านไร่ยุบ หมู่ 15 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยใน คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงที่เปิดล่อนกจนพบ นายสมพบ พรามอนงค์ อายุ 42 ปี ชาว จ.เพชรบุรี นั่งอยู่ในเพิงพัก พร้อมของกลางเป็นซากนกอีลุ้ม จำนวน 3 ซาก อุปกรณ์ล่อนก เช่น ลำโพง เครื่องขยายเสียง แบตเตอรี่ และตาข่ายดักนก คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงนกต่อไปอีกไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุแรก ตรวจพบ นายสมหวัง สีขำ ขณะกำลังถอนขนนกอีลุ้ม จำนวน 1 ซาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงซากนกอีลุ้ม เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยให้เหตุผลว่าล่านกเพื่อใช้ประกอบอาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหา ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองรายอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 89 และมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติฯ สำหรับนกอีลุ้ม ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพมาทำรังวางไข่ในประเทศไทย มีขนาดเล็ก-กลาง ปากเรียวแหลม ขาสีเขียว ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเหลือง มีลายขีดสีน้ำตาลเข้ม โดยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้สีสันจะเปลี่ยนไป ปากสีแดง ปลายปากสีเหลือง มีกระบังหน้าสีแดง ขาสีแดง และลำตัวสีน้ำตาลดำ

เจ้าหน้าที่ขอย้ำเตือนประชาชนว่าการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองถือเป็นความผิดร้ายแรง ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแสกรณีพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและป่าไม้ผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.อุตรดิตถ์ เทศบาลหัวดง จัดงานสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดงานสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยมีจ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวดง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ วัดดอนค่า ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

โดยมี นางสุภาวดี โชตินพรัตน์ นายกกิ่งกาชาด อ.ลับแล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวตำบลแม่พูล ร่วมในงาน ซึ่งปีนี้เทศบาลหัวดงได้จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงประจำปี พศ.2567 โดยได้รับความร่วมจากประชาชนชาวตำบลแม่พูล ในงาน พบกับ การประกวดกระทงของแต่ละหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบเทศบาลหัวดง ชมวงดนตรี” ปัญญา กตัญญู” พร้อมแดนเซอร์ครบครัน ไลด์แดนซ์ มัจฉาพาโชค การผสมอักษร มีบูธจำหน่ายสินค้าของกินชองทอดต่างๆมากมาย

โดยก่อนจะเข้าพิธีเปิด เทศบลหัวดงพร้อมด้วยชาวตำบลแม่พูล ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่นางนพมาศ และขบวนแห่กระทง โดยเริ่มขบวนแห่จากหน้าเทศบาลหัวดง ไปยังวัดดอนค่า ระยะทาง 2 กก. ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงาน 2 วัน2 คืน ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2567


ในขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ แดงเรือง ผกก.สภ.ลับแล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความเรียนร้อย ภายในงานตลอดระยะเวลาการจัดงานตลอดทั้ง 2 วัน 2 คืน

ทั้งนี้นายภูมิวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำแล ได้นำฤกษ์ลอยกระทง ขนาดความสูง 1 เมตร กว้าง 70 ซม.ที่จัดทำโดยโรงเรียนเทศบาลหัวดง(ป.ฟักอังกูร)ลอยลงสระน้ำภายในวัดดอนค่า จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานลอยกระทง ก็ได้นำกระทงมาลอยลงสระน้ำเช่นเดียวกัน

วันลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันนี้วันที่พระจันทร์สวยงาม ทั้งในช่วงค่ำ จะได้ชม ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ประเพณีลอยกระทงมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพุทธมารดา


ลอยกระทงนับเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ของไทย ที่สืบเนื่องมาอย่างช้านานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย เดิมเป็นการลอยโคมก่อนจะพัฒนามาเป็นการลอยกระทงแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน พร้อมกับการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้ผู้คนได้มาร่วมสนุก โดยมีความเชื่อแตกต่างกันไป ทั้งการขอขมาพระแม่คงคา การสำนึกถึงบุญคุณที่ทำให้เรามีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค รวมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์ด้วยการลอยสิ่งไม่ดี ทั้งความทุกข์ความเศร้าโศกออกไปจากชีวิตนั่นเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน