คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.บ้านดู่ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ
พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่

มอบหมายให้
พ.ต.ท.ชาตรี ชราชิต
รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บ้านดู่

เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ
เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

🗓 วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น.
📍 ณ ห้องประชุมนพดล วรอุไร ชั้น 15
อาคารสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ขอขอบคุณภาพ จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ก้องสนั่น! สนามแข่งนกเขาชวารือเสาะเปิดศึกประชันเสียงครั้งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 10

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ณ สนามสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เทศบาลตำบลรือเสาะ ร่วมกับสมาคมนกเขาชวาเสียงภาคใต้ ชมรมนกเขาชวาเสียงอำเภอรือเสาะ และหน่วยงานราชการ จัดโครงการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2568 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยพระราชทาน

บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมจากทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งผู้สนใจจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ เสียงใหญ่ (A), เสียงกลาง (B), เสียงเล็ก (C), เสียงดาวรุ่ง (DR), เสียงเบบี้ 1 และเสียงเบบี้ 2 ซึ่งผู้ชนะเลิศใน 4 ประเภทหลัก (A, B, C, DR) ได้รับถ้วยรางวัลถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ผลการแข่งขันปรากฏว่าประเภทเสียงใหญ่ (A) : “แบแซ จาแบปะ” จากจังหวัดปัตตานีประเภทเสียงกลาง (B) : “มัง โสร่ง เขาตูม” จากอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงเล็ก (C) : นายอดิศักดิ์ ร้านทองเจริญชัย จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงดาวรุ่ง (DR) : “PTB อ.ศาลาใหม่” อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสประเภทเสียงเบบี้ 1 และ 2 : “เถ้าแก่เฮง” ปาลัส จังหวัดปัตตานี

นอกจากการแข่งขันแล้ว ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารนก ยานก กรงนก และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงนกเขา รวมทั้งกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 40 ทุน ๆ ละ 500 บาท

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีการแข่งขันนกเขาชวาเสียง อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการและการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนในประเทศและประเทศใกล้เคียงที่ให้ความสนใจเข้าร่วม

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และชื่นชมคณะผู้จัดงานที่สามารถจัดการแข่งขันได้อย่างเป็นมาตรฐาน ครอบคลุมทั้ง 6 ประเภท พร้อมทั้งย้ำว่าการแข่งขันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับทุนการศึกษา ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /น่านเปิดฤดูท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว เส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ”

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน ชมรมมัคคุเทศก์น่าน และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่จริม จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip โดยใช้ชื่อเส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ” ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 เพื่อเปิดฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว และเตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง เส้นทางดังกล่าว พานักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนรวม 70 คน เดินทางสำรวจและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่รองที่มีศักยภาพของ น่านใต้ คืออำเภอแม่จริม-อำเภอเวียงสา

เปิดประตูสู่เสน่ห์ “น่านใต้” กับเส้นทางไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
กิจกรรม One Day Trip นี้จะพาไปสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายของน่านใต้ โดยเริ่มต้นที่อำเภอแม่จริม ด้วยการสักการะ วัดพระธาตุยอยหงส์ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ซึ่งปรากฏอยู่ในคำขวัญของอำเภอ จากนั้นไปสัมผัสประสบการณ์ความหอมกรุ่นที่ บ่อว้าคอฟฟี่ เพื่อเรียนรู้กระบวนการ Process เมล็ดกาแฟโรบัสต้า และลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ของกาแฟโรบัสต้าแม่จริม พร้อมทั้งเยี่ยมชม วิสาหกิจชุมชน บานาน่า สแน็คส์ การแปรรูปกล้วย ในพื้นที่เป็นผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบที่มีรสชาติโดดเด่นและป็นเอกลักษณ์

ช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านน้ำมวบ อำเภอเวียงสา เพื่อสักการะ วัดพระธาตุแดนทอง ซึ่งตั้งอยู่ติดทิวเขาหลวงพระบาง และนมัสการพระเจ้าทันใจองค์ขาว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในจังหวัดน่าน ต่อด้วยการสักการะ ศาลเจ้าพ่อช้างงาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านน้ำมวบ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2170 เพื่อความเป็น สิริมงคล นอกจากนี้ยังจะพาไปชม รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน ณ อำเภอเวียงสา

เพื่อระลึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2501 และสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ อำเภอเมืองน่าน จะแวะสักการะ วัดบุญยืน พระอารามหลวง วัดเก่าแก่ที่ คู่บ้านคู่เมืองเวียงสา มาอย่างยาวนาน กลับถึงบริเวณข่วงเมืองน่าน นักท่องเที่ยวสามารถแวะ ชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัยที่ ถนนคนเดินข่วงเมืองน่าน เพื่อปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ

น่านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ช่วงไฮซีซั่น ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ จังหวัดน่านมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ย ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยมีเที่ยวบินขาเข้าถึง 2 สายการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสเสน่ห์ได้ทั้ง น่านเหนือ

ที่ธรรมชาติเขียวขจีสวยงามอากาศเย็นสบาย เช่น สกาด สะปัน มณีพฤกษ์ สันเจริญ สวนยาหลวง หรือ น่านใต้ ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน และวัดถ้ำเชตวัน รวมถึงกิจกรรม Adventure สุดเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น ล่องแก่งน้ำว้า ที่อำเภอแม่จริม หรือ พาย SUB Board ที่อำเภอเวียงสา

นอกจากนี้ จังหวัดน่าน นำโดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยได้จัดประชุมถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน ทั้งการยกระดับมาตรฐานที่พักและร้านอาหาร การจัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รวมถึงการเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพธุรกิจให้ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง ททท. สำนักงานน่าน ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเยือนน่านในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดนี้ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายอากาศเย็นสบายและความพร้อมในการต้อนรับสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / แถลงข่าว.งานประเพณีแห่พระแข่งเรือยาว ขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่พระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของ แม่น้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ปีที่ 182 วันที่ 6-12 ตุลาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ สนามแข่งขันกลางแม่น้ำหลังสวนวัดด่านประชากร อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายจีรศักดิ์ แสงหอย นายอำเภอหลังสวน นายนพพร อุสิทธิ์ นาย อบจ.ชุมพร

พลตำรวจโท วรรณรัตน์ คชรักษ์ ประธานมูลนิธิลุ่มน้ำหลังสวน และประธานบอร์ดเรือแข่งอำเภอหลังสวน พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ รอง ผกก.ป. สภ.หลังสวน และนายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทสมนตรีเมืองหลังสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคมนี

นายจีรศักดิ์ แสงหอย กล่าว ดำเนินการแข่งขันประเภทการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ในวันที่หกตุลาเวลา 17.00 น. กิจกรรมเปิดเมืองกินปีประชาชนในพื้นที่อำเภอหลังสวนหน่วยงานราชการรัฐรัฐวิสาหกิจองค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอหลังสวนบริษัทห้างร้านร่วมสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มแก่ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติที่จะ ร่วมกิจกรรมนักบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่แยกหน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. เป็นพิธีบวงสรวงเรือ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. พิธีสมโภชเรือพระบกสมโภชเรือพระทุกลำพร้อมชมการแสดงของกลุ่มแม่บ้านตำบลต่างๆณบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่หน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568

ตั้งแต่เวลาศูนย์ 6.00 น. เป็นพิธีตักบาตรเทโวและทอดผ้าป่าจัดให้มีพระภิกสษุจากวัดในอำเภอหลังสวนกว่า 500 รูปออกรับบิณฑบาตและรับผ้าป่าพร้อมกันโดยมาก ชาวอำเภอหลังสวนและอำเภอใกล้เคียงมาร่วมทำบุญตักบาตรตลอดเส้นทางถนนสายหลังสวนนอกจากนี้คณะกรรมการยังจัดการประกวดการ แต่งกายผ้าไทย

ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 7.30 น. มีการประกวดแต่งกายภาคไทย ช่วงตักบาตรเทโวผู้ชนะเลิศจะได้รับสายสะพายขันน้ำพานรอง ในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลาศูนย์ 9.00 น. ขบวนแห่พระบกเป็นประเพณีแห่พระแข่งเรือพระบกวัดต่างๆในอำเภอหลังสวนจะตบแต่งเรือพระด้วยความปราณีตสวยงามวิจิตรบรรจง

โดยใช้ วัตถุดิบเป็นผลไม้ดอกไม้ใบไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นสำคัญจัดเป็นริ้วขบวนโดยมีรถนำภายในขบวนจะสลับด้วยกลองยาววงโยธวาทิตและขบวนล้อเลียนตลกขบขันวัฒนธรรมและขบวนองค์กรต่างๆผู้ชนะการประกวดเห่เรือพระบกจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระ กนิษฐาธิราชจ้าวกรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าว สำหรับปีนี้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน 3,000,000 บาท ให้กับที่ทำการปกครองอำเภอหลังสวน ซึ่งมีนายอำเภอหลังสวนเป็นประธาน คณะกรรมการดำเนินการจัดงาน ในส่วนของการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของลุ่มน้ำหลังสวนและของชาติ ประจำปี 2568

ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ดำเนินการสนับสนุนงบประมาณ อย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปีที่มีการจัดงาน เพราะงานนี้ถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญ อย่างยิ่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำหลังสวน (ประเภทกีฬาพื้นบ้าน) และได้รับตรา UNSEEN THAILAND (อัน-ซีน-ไทย-แลนด์) ธงหนึ่งในสยาม จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2547 จึงมีความภูมิใจอย่างยิ่ง

นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 สำหรับความพร้อมของสถานที่จัด

งานมีความคืบหน้าไปมาก มีการจัดเตรียมพื้นที่ในการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมชม ขบวนแห่เรือพระบกและการแข่งขันเรืออย่างเพียงพอและเหมาะสม มีการจัดเตรียม ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกท่านมั่นใจได้ว่า การมาเที่ยวชมงานประเพณีแห่พระแข่งเรือฯ ของอำเภอหลังสวน

จะมีความปลอดภัยและได้รับความ สะดวกสบายและปลอดภัยเป็นสูงสุด พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ ได้จัดการและบริหารด้านการจราจรให้ให้คล่องตัวและมีความปลอดภัยในทรัพย์สินจัดหาสถานที่ในการจอดให้กับนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวก

สบายและปลอดภัยที่เช่นบริเวณอำเภอเมือง สนามกีฬาเมืองหลังสวนจัดชุดอาสากู้ชีพกู้ภัยอำนวยความสะดวกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จัดงานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงชิงของอำเภอหลังสวน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี หลอมลูกกระสุนปืนใหญ่ทหารไทย เทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล เพื่อมอบทหาร 4 จ.ชายแดนอีสาน และพลีมวลสาร ปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล อีก 3,000 องค์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ บริเวณหน้าศาลาท้าวเวสสุวรรณ วัดป่ากุดสมิง บ้านกุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูปิยวนารักษ์ หรือ พระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง ที่ญาติโยมสายมู เคารพ เชื่อมั่น ศรัทธา ประธานฝ่ายสงฆ์, เมฆ ปาวะโร ลูกศิษย์วัดป่ากุดสมิง คนสำคัญในการจัดงาน ร่วมกับ นาย ธนเดช พระอารักษ์ อำเภอเบ็ญจลักษ์, นายอุดมศักดิ์ นวลศิริ นายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลฯ อดีตนายอำเภอเบ็ญจลักษ์, ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆารวาส และนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ สส.กังฟู ซึ่งยังมี น้ำ รพีพัฒน์ และเหล่าดารานักแสดง,

พร้อมกับญาติโยมที่รู้ข่าว เดินทางมาร่วมพิธีนับพันคน โดยมีพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ พิธีบวงสรวงปลอกกระสุนปืนใหญ่ของทหารไทย ที่ยิงสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม จนชนะ นำมาเป็นมวลสารในการหลอม เพื่อเทหล่อเป็นพระกรุตสมิงมิ่งมงคล หน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร จำนวน 5 องค์ นำประดิษฐานยังค่ายทหาร 4 จังหวัด คือ จังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบราชธานี


ที่มีการปะทะกัน และยังได้นำพลีมวลสารทั้งปลอกกระสุนปืน และหัวสบู่เลือด อายุ 100 ปี ที่นำลงมาจากภูมุย เทือกเขาพนมดงรัก มาเป็นมวลสารปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล รูปสีธงชาติไทย สีทหารกล้า จำนวน 3,000 องค์ ซึ่งทุกองค์จะมีเลขโค้ดกำกับทุกองค์ เพื่อมอบให้กับทหารกล้า ตามแนวชายแดน ทั้ง 4 จังหวัด เพื่อไว้ป้องกันตัว ในการรู้รบ แคล้วคลาด ปลอดภัย

พิธีเริ่มด้วยประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียน บูชา ขอขมา บวงสรวง เทพเทวา ประธานฝ่ายฆารวาส จุดธูปเทียน โปรยข้าวตอก ดอกไม้ บูชา บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ญาติโยมที่มาร่วมงาน เขียนแผ่นทอง นำรวมเพื่อหลอมรวมกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารไทยยิงสู้รบกับกองกำลังต่างชาติ จนชนะ ในช่วงที่ผ่านมา ระหว่าง วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถึง 28 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่ทหารนำมาถวายเพื่อร่วมเป็นมวลสาร ในการหลอมรวมพลีมวลสาร เทหล่อพระกรุตสิงชัยมงคล


ขนาด หน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 5 องค์ และพลีมวลสารปั้มเป็นพระผง กรุตสมิงชัยมงคล อีกจำนวน 3,000 องค์ โดย พระครูปิยวนารักษ์ ได้มอบใบปราศเกียรติคุณ แด่ผู้ที่มาร่วมบุญกัน ร่วมเป็นเจ้าภาพกันตามศรัทธา ผ่านมัคทายกวัด ขณะเดียวกัน ได้มีมูลนิธิกู้ภัยศรีสัตนาคา จากจังหวัดนครพนม นำโลงศพมามอบให้กับกู้ภัยบ้านจาน อำเภอเบ็ญจลักษ์ เพื่อบริการให้กับศพไร้ญาติ จำนวน 300 โลง นอกจากนั้น น้ำ ระพีพัฒน์ และบรรดาเหล่าดารานักแสดง ยังได้มอบข้าวสาร แก่ผู้ที่มาร่วมงานบุญในครั้งนี้ จำนวน 2,000 กิโล เป็นโรงทานข้าวสารมอบให้กับทุกคน


พิธีเทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล และพิธีปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล ขณะที่การปั้มได้มีพระอาทิตย์ทรงกรด แต่ขณะร่ายรำถวายของบรรดาแม่บ้าน นางรำ กลับมีฝนตกลงมาปรอยๆ อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก พิธีเสร็จสิ้นลงในช่วงยามบ่ายๆ จากนั่นจะรอให้พิมพ์เทหล่อพระเย็นลง จะได้มีการเกาะพิมพ์ และกำหนดพิธีพุทธาภิเษก พระกรุตสมิงชัยมงคล ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ก่อนนำไปมอบให้ทหารกล้าตามชายแดน
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.จัดโรดโชว์ ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง รณรงค์เลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ขุนหาญ–ภูสิงห์ 28 ก.ย.นี้ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือ ถ้าเกิดเหตุการณ์การปะทะ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่สนามกีฬาวงกลม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมโรดโชว์ (Road Show) ภายใต้สโลแกน “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง การเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง เขตเลือกตั้งที่ 5” เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งซ่อมที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้
***ในพิธีเปิด มี ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง นักเรียน นักศึกษา จิตอาสา รวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกว่า 200 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

***นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวรายงานว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกตั้ง สร้างจิตสำนึกไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียง และเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง ลดจำนวนบัตรเสีย และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

***ด้าน ศ. สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ประธานในพิธีเปิด กล่าวเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ศรีสะเกษ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นโอกาสสำคัญของประชาชนในการกำหนดอนาคต โดย ส.ส. ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ออกกฎหมายและอนุมัติงบประมาณเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้แทนที่สะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อร้องเรียนจากประชาชนไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย

***สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อ โดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (แม้หมดอายุก็ใช้ได้) หรือหลักฐานทางราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนมาแสดงตน

***ทั้งนี้ กิจกรรมโรดโชว์ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เครือข่ายประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) เยาวชน จิตอาสา และสื่อมวลชน โดยผู้จัดงานคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 2 อำเภอ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ภายใต้สโลแกนที่ย้ำชัดเจนว่า “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง”

***ขณะที่ นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในส่วนความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ทางเรามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และอยากให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก สมกับการรอค่อยมานาน ส่วนเรื่องการร้องเรียนผู้สมัครการเลือกตั้งทั้ง 2 เบอร์ ตอนนี้ก็มีแต่เรื่องเดิมๆ คือเลือกตั้งปราศรัย การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน

***ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนมาตรการความพร้อม และการรับมือ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือ เหตุการณ์ยิงปะทะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ทาง กกต. ก็มีการประสานกับทางทหาร และฝ่ายปกครองไว้แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทางทหารจะส่งสัญณาณ มายังฝ่ายความมั่งคง และฝ่ายปกครอง ก่อนจะส่งสัญญาณต่อมายัง กกต. โดย กกต. จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะหยุดการเลือกตั้ง หรือ จะให้มีการเลือกตั้งต่อ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม “โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กันยายน 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม

“โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″ ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ พร้อมกันนี้ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้จัดตั้งจุดบริการการขึ้นทะเบียนเพาะปลูกพืชและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 และการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลการเกษตร

สำหรับเกษตรกรผู้มีความประสงค์ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร โดยมี นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ขับเคลื่อน Soft Power วิถีน่าน สู่อนาคตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 ณ ลานข่วงเมืองน่าน (ข่วงใหญ่) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนครบทุกมิติ

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ และ นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางโสภา ชวนวัน และ นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 520 คน

🪄วัตถุประสงค์การจัดงาน

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยง Soft Power วิถีน่าน มุ่งสู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. จัดเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรม ด้วยกระบวนการ SPARK โดยมีการนำเสนอจากโรงเรียน 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขตวรนคร 2) สหวิทยาเขตศิลาทอง 3) สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง 4) สหวิทยาเขตเวียงป้อ รวมทั้งโรงเรียนภาคีเครือข่าย
  3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

⭐️ไฮไลต์กิจกรรม

การจัดแสดงนิทรรศการและผลงานจากโรงเรียนในสังกัดและเครือข่ายรวม 30 โรงเรียนการแสดงศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

🎊การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่บนฐานพหุ

ปัญญา เสริมสร้างทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนยกระดับสู่การเป็น Soft Power ของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์ชุมแพพิธีสถาปนาคณะกรรมการฯบริหารและรับสมาชิกใหม่ ปีบริหาร 2568-2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2568 ณ ห้องชีวินญาดา โรงแรมเดอะชีวินโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ ปี บริหาร 2568-2569 กล่าวขอบพระคุณมวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ชุมแพที่อุทิศแรงกายแรงใจ เสียสละทั้งเวลา และทุนทรัพย์

เพื่อให้กิจกรรมในปีบริหารที่เพิ่งผ่านพ้น สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณภาคเอกชน ภาครัฐ ที่สนับสนุนเกื้อหนุนทุกกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสโมสรด้วยดีเสมอมา และขอบพระคุณ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวในนามของอำเภอชุมแพ กล่าวแสดงความยินดี วาระใหม่อันทรงเกียรตินี้ การได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความสามารถ และความมุ่งมั่นทุ่มเท

ในการทำงานเพื่อสังคมของท่านอย่างแท้จริง ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของท่านสโมสรไลออนส์ชุมแพ จะยิ่งเจริญก้าวหน้า และสามารถสร้างประโยชน์สุข แก่พี่น้องประชาชนในอำเภอชุมแพ และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง

ไลออน เทพวรรณ ม้าประเสริฐ ประธานมูลนิธิไลออนส์ในประเทศไทย ปีบริหาร 2565-2568 กล่าวสโมสรไลออนส์ชุมแพ เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูงสุดสโมสรหนึ่งในภาค 310 อี การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณในความเสียสละ ของคณะกรรมการบริหารและสมาชิก

ไลออน เกษสุรีย์ ชีพธรรมคุณ ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 เพิ่งผ่านพ้น ปี2567-2568 กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกับ ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ

ไลออน ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ เพิ่งผ่านพ้น กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมา ด้วยหัวใจแห่งการ “บำเพ็ญประโยชน์” อันมั่นคง และขยายคุณความดีไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง

รายนามคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์ชุมแพ ประจำปีบริหาร 2568-2569
นายกสโมสร ไลออนอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์

นายกผ่านผ้น ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
อุปนายกคนที่1 ไลออนพูนทรัพย์ วงศ์พวก
อุปนายกคนที่2 ไลออนทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ
เลขาธิการ ไลออน ผศ ดร.ไพฑูรย์ มาเมือง
เหรัญญิก ไลออนปกิตตา ฤทธีตานนท์

ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ ไลออนว่าทีร้อยตรี เนวิน ชายชีวินลิขิต
ผู้ประสานงาน LCIF ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
ประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรมบริหาร ไลอนธัญพร พรภู่พุทธคุณ
ประธานฝ่ายสื่อสารการตลาด ไลออนยุทธ เตียงสุขสวัสดิ์
ประธานฝ่ายพัฒนาผู้นำ ไลออน ผศ ดร เกรียงไกร ปัญญาประเสริฐกุล

ไลออน ทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ อุปนายกคนที่2 กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ผ.ศ.ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ พร้อมสมาชิก, นายเกรียงไกร วิริยะอาชา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สารทเดือนสิบ ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ ณ วัดเนินทอง ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 นายกโต้ง เปิดงานประเพณี ส่งตายายทางสายน้ำ สาทรเดือนสิบ วัดเนินทอง พุทธศาสนิกชนแผ่ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ย.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน

ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ(สารทเดือนสิบ) ณ วัดเนินทอง หมู่ที่ 6 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีพันเอกโชค ยิกุสัง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ชพ.) นางจุฑารัตน์ แพวงษ์จีน ผอ.กลุ่มส่งเสริมศิลปะศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมทั้งฝ่ายปกครองท้องที่ปกครองท้องถิ่น พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับงานประเพณีส่งตายายตามสายน้ำหรืองานสัตว์เดือน 10 วัดเนินทองนั้น เป็นประเพณีสำคัญปฏิบัติสืบต่อกันมาของท้องถิ่นภาคใต้ โดยชาวบ้านได้นำข้าว ปลา อาหารสิ่งของต่างๆมาทำบุญที่วัด ให้กับปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

นายอนิรุท พลราม นายก อบต.สลุย กล่าวว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันตัดไม้ไผ่ต่อแพเพื่อน่า ข้าวปลา อาหารและของใช้ ใส่แพลอยไปตามแม่น้ำ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เสริมสร้างและปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจแก่บุคคลในสังคมให้มีคุณธรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชน

ในที่ตำบล สลุย และตำบลใกล้เคียง เพื่อเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่คนรุ่นหลังสืบไป อบต.สลุย จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการวัดเนินทอง จัดทำโครงการประเพณีส่งตา – ยาย ทางสายน้ำ ที่จัดสืบทอดกันมาทุกปีขึ้น ณ วัดเนินทอง เพื่อให้ประชาชน ได้ร่วมประเพณีส่งตา – ยาย สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่กับท้องถิ่นสืบไป

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าวว่า ประเพณีส่งตายายทางสายน้ำ หรือ สารทเดือนสิบเป็นประเพณีของภาคใต้ และจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะที่วัดเนินทองแห่งนี้ได้มีประเพณีติดต่อกันมานาน และเป็นเรื่องที่ดีที่ อบต.สลุยได้บรรจุเข้าไว้ในแผนของ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ในเรื่องของการส่งเสริมประเพณีอันดีงาม จึงต้องการให้ พี่น้องชาวใต้ ร่วมงานประเพณีกันแบบนี้ทุกปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดไป

สำหรับวัดเนินทอง เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมานับร้อยปี โดยมีผู้ใหญ่น้อย เผือกจันทร์ อุทิศที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นที่พักสงฆ์ โดยมีหลวงพ่อจาบ เป็นเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์รูปแรกได้มีการพัฒนาก่อสร้างศาสนาสถานประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่จัดงานประเพณีประจำปีส่งตายายตามสายน้ำ เป็นสถานที่อบรมให้แก่พุทธศาสนิกชน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวัดเนินทอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้รับการบรรจุ อยู่ในโครงการ OTOP Village ของจังหวัดชุมพร

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ท่องเที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี วิถีชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ชุมพร นั่งเรือชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน

แชร์เนื้อหานี้

ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 กันยายน 2568 One Day Trip จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชุมพร-ระนอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ท่องเที่ยววิถีชุมชนปานน้ำชุมพร นั่งเรืออจวชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา เดินชนภาพศิลปะ Street Art ชุมชนปากน้ำเก่า ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน ไหว้ศาลเจ้าพญางูขาว

ไหว้ศาลเจ้ารักศิลธรรม One Day Trip ขึ้นรถเดินไปท่องเทียวได้ที่ ศาลหลักเมืองชุมพร ในเวลา 09.00 น โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นอาหารกลางวัน จำนวน 150 บาท ต่อ คน นักท่องเที่ยวเข้าร่วม มากว่า 600 คน

ดร.อนัน รามพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กล่าว ในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมเทสทัวร์หรือทดลองท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรในวันนี้มีนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 500 ถึง 600 คนจุดแรก

จะเดินทางไปปากน้ำเก่าชุมพรเที่ยววัดเกาะแก้ว หรือวัดปากน้ำ ของจังหวัดชุมพรเสร็จแล้วก็จะเดินทางไปที่ Street Art เนื่องจากพื้นที่ที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวนี้มันแออัดคับแคบก็จะแบ่งเป็น3กรุ๊ปอีกกรุ๊ปหนึ่งก็จะขึ้นไปเขามัทรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา และอีกชุดหนึ่งก็จะเดินทางไปไหว้กรมหลวงชุมพร

ที่ศาลกรมหลวงชุมพรหรือเสด็จเตี่ย ของชาวชุมพรอีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ 3หรือสามกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 200 คน และทั้งสามกลุ่มก็จะวิ่งวนทั้งสามจุดเพื่อที่จะท่องเที่ยวได้ครบทั้งสามจุดคาดว่าเงินก็จะสะพัดในจังหวัดชุมพรก็มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ก็เป็นการเปิดโลกกระทัศน์ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยว

ในจังหวัดชุมพรถึงแม้ว่าลมแรงฝนตกสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรก็สามารถท่องเที่ยวได้บนบกมีหลายหลายที่น่าสนใจและท่องเที่ยวอย่างสุขกายสบายใจของจังหวัดชุมพรในหนึ่งวันหรือวันเดย์ทริป

ในบรรทัดฐานในการท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะมีรถมารับที่ศาลหลักเมือง จังหวัดชุมพรช่วง 09.00น แล้วก็กลับมาส่งที่ศาลหลักเมืองเช่นเดิมเวลา 14:00 น. ของทุกๆวันก็จะสะดวกสบายแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ

ที่จะมาท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆภายในจังหวัดชุมพรหรือวันเดย์ทริปโดยจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองจังหวัดชุมพรที่มาอำนวยความสะดวก และยังมีตำรวจท่องเที่ยวแล้วก็ร่วมกับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองพร้อมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพรในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรการท่องเที่ยวทุกมิติในจังหวัดชุมพรพร ซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยววันเดย์ทริป ของจังหวัดชุมพร

ในครั้งนี้ก็คือรถไม้ที่จะพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดชุมพรครับและในโอกาสนี้ก็จะประชาสัมพันธ์ให้กับอำเภอเมืองจังหวัดชุมพรต่อไปก็จะเป็นอำเภอต่างๆภายในจังหวัดชุมพรต่อไปครับ

ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เผย จุดเด่นหรือซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยวในครั้งนี้จังหวัดชุมพรได้จัดรถไม้โบราณมารับนักท่องเที่ยวซึ่งมีความคลาสสิกมากซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมีการถ่ายรูปกับรถไม้ที่เป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดชุมพรเราในช่วงนี้รถไม้ก็เริ่มจะสูญหายไปเรื่อยเรื่อย

เพราะว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมากันเองตอนนี้เราก็จะรณรงค์ให้มีการใช้รถไม้เพื่อที่จะเป็นซิกเนเจอร์ในการดำเนินการท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพร ครับในวันนี้ก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ปากน้ำชุมพรก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังฮอตมากเพราะขณะนี้มี Street Art ที่รอนักท่องเที่ยวมาเดินทางชมอยู่ 32 จุด ซึ่งมีซึ่งมีการโฆษณาผ่านโดย YouTube

เปอร์มาทำการโฆษณารูปภาพและเช็คอินออกไปปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยอยากจะมาเที่ยวชมถนนที่มีการวาดภาพหรือ Street Art ซึ่งนักท่องเที่ยววันนี้เดินทางมาเยอะมากเดินทางมาทั้งรถบัสรถตู้รถทัวร์และรถไม้มาสู่ปากน้ำเก่าที่เป็นชุมชน 100 ปี ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรที่ผลักดันให้มีการท่องเที่ยว วันเดย์ทริป ขึ้นในครั้งนี้ซึ่งในวันนี้ก็ได้พามาเที่ยวที่เขาเป็นจุดหนึ่งเป็นพลังมังกรห้าทิศเป็นส่วนของลำตัวแล้วก็จะลงไปที่โรงเจ Luxe ธรรม เป็นพลังมังกรห้าทิศส่วนของท้องของมังกรซึ่งใครมากราบไหว้ขอพรก็จะเปลี่ยนเป็นพลังร้ายให้กลายเป็นดีหลังจากนั้นเราก็จะเดินชม Street Art

ทั้งหมดสอง. จะมีรถสามล้อมีรถสองแถวแล้วก็มีไกด์ท้องถิ่นมีเทศบาลปากน้ำชุมพรเค้าจะเข้ามาเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาชมจุดนี้แล้วก็ถูกใจมากและจะเดินทางไปยังโบสถ์ที่มีน้ำผุดขึ้นมากลางโบสถ์ไปรับน้ำมนต์กันยังไงก็เชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวปากน้ำชุมพรด้วยกันครับ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดนตรีที่ปัตตานี เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี/ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี ร่วมเป็นเกียรติชมการแสดงดนตรี “ดนตรีที่ปัตตานี

เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ได้มี แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เข้าร่วมชมฯ ณ หอประชุมชูเกียรติ

สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน NAN COFFEE THE CREATORS ยกระดับผู้ประกอบการ กาแฟน่าน สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ขนผู้ประกอบการกาแฟน่านกว่า 24 ร้านกาแฟดังทั่วจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน รวมกว่า 36 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด จำนวน 15 ราย นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ร่วมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

โดยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญ มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม กับทั้งเพาะปลูกได้ทั้งกาแฟสายพันธ์อาราบิก้า และโรบัสต้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่นในเรื่องรสชาติและความหอม ทำให้เมล็ดกาแฟน่านได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่าน และการจัดงานแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม กิจกรรมย่อยการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตและการแปรรูปกาแฟน่านสู่ตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หวังให้ผู้ประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สร้างมูลค่าสูงขึ้นต่อไป

ด้าน นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการกาแฟน่านในการพัฒนากระบวนการผลิตกระบวนการบริหารจัดการสถานประกอบการให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดเป้าหมาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่าน และสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องให้มีมูลค่าสูงขึ้น โครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย กิจกรรมการพัฒนาและเสริมองค์

ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคนิคการแปรรูปกาแฟน่าน และการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ กิจกรรมการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน เพื่อเชื่อมโยงตลาดประกอบด้วยการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเสริมสร้างทักษะด้านการคั่วกาแฟ เพื่อยกระดับกาแฟน่าน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับด้านธุรกิจกาแฟ และกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน และกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการตลาดกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาด ดำเนินการจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2568 กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน, กิจกรรมการสาธิตการคั่วกาแฟ , กิจกรรมการสาธิตการ Cupping กาแฟน่าน , กิจกรรมสาธิตการดริปกาแฟ , กิจกรรมนาทีทอง , การแข่งขันการคั่วกาแฟในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568และ การแข่งขัน Nan Signature Coffee

ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 , เพลิดเพลินกับดนตรีสดทุกวัน , รับคูปองส่วนลด 50 บาท เพื่อแลกซื้อสินค้าภายในงานและโปรโมชั่นสุดพิเศษกับสินค้านาทีทอง จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมาเที่ยวช้อป ชม ชิม กับงาน NAN COFFEE THE CREATORS/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 11.00 น.
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
คณะจิตอาสาพระราชทาน 904 นายนครินทร์ เทพรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลย และคณะ

นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการส่วนภูมิภาค ภาค 10 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 10/ประธานผู้ประสานงานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู ร.ต.อ.ชาญชัย วรรณโรจน์ คณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัสดีอำเภอนาวัง

ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา และคณะครู
• นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
• น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์
• ชมรมช่วยเหลือสังคม
• นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ
• กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

ร่วมกันจัดกิจกรรม “โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

โดยมี พันเอกอาร์ม ยศสุนทร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีมอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา ตำบลวังปลาป้อม อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคมา ณ โอกาสนี้ 🙏สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : ชุดยังชีพ 20 ชุดนางศรัณยา สุวรรณพรหม : ชุดยังชีพ 20 ชุด และน้ำดื่ม 40 โหลโรงแรมเซ็นธารา : แปรงสีฟันและยาสีฟัน 10 ลัง

⸻สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลยสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภูองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” จัดเต็ม 24-28 ก.ย.นี้ ริมทะเลพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 18.30 น. วันที่ 15 ก.ย.68 ที่ลานซันเคน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” โดยมี นายศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี และนางรำพึง ศุภราศรี ประธานชุมชนคุณธรรมตะเคียนเตี้ย – บ้านหนองพลับ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจ

ทั้งนี้ จังหวัดชลบุรี ได้กำหนดจัดงานมหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มระดับรายได้ กิจกรรมหลักยกระดับให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับนานาชาติ กิจกรรมย่อย มหกรรม “เที่ยวเมืองชล ถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ระหว่างวันที่ 24-28 กันยายน 2568 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง

ภายในงานจะมีกิจกรรมนิทรรศการเส้นทางการท่องเที่ยวทั้ง 11 อำเภอของจังหวัดชลบุรี, กิจกรรม workshop เกี่ยวกับศิลปะ และวัฒนธรรม, การออกร้านให้ได้เลือกชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์และ

อาหารพื้นถิ่นที่ขึ้นชื่อจากทั้ง 11 อำเภอในจังหวัดชลบุรี, การแสดงดนตรีทั้งดนตรีไทย-ดนตรีร่วมสมัย และการแสดงทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ภายใต้อัตลักษณ์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล

เพื่อพัฒนา และยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและถนนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในจังหวัดชลบุรี ใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมจากความภาคภูมิใจของประชาชน

ในท้องถิ่นสู่แรงบันดาลใจ และพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และนำทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นต่อไป โดยสามารถเข้าร่วมงานตามวัน เวลาแบะสถานที่ดังกล่าว ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศอ.บต. ร่วมต้านภัยใบกระท่อมในเยาวชน ชี้ “เราไม่เล่น ยาเสพติดจะเล่นเรา”

แชร์เนื้อหานี้

     โรงเรียนจะนะวิทยาได้จัดกิจกรรมสำคัญในหัวข้อ “สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญา ต้านภัยใบกระท่อม” ณ หอประชุมโรงเรียน เพื่อปลุกจิตสำนึกและให้ความรู้แก่เยาวชนถึงอันตรายของยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบกระท่อม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในสังคม
     กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ผอ.กสม. ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ซึ่งได้ร่วมมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่ชนะการประกวดคลิปสั้นในหัวข้อ “การรณรงค์และแก้ปัญหาพืชกระท่อม” และได้กล่าวบรรยายพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นข้อคิดเตือนใจแก่นักเรียนทุกคน โดยมี ว่าที่ ร.ต.สิรภพ จิวานิจ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
   นายอิบรอเหม กล่าวถึงความสำคัญของการศึกษาว่า “ส่วนมากคนที่ทำผิดอยู่ในเรือนจำไม่รู้หนังสือ การศึกษาให้โอกาสแก่พวกเราได้สร้างอนาคต” พร้อมทั้งย้ำเตือนให้นักเรียนตั้งใจเรียน ตั้งใจศึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตของตนเองให้สำเร็จตามที่ฝันไว้ ประเด็นสำคัญของการบรรยายอยู่ที่การเตือนภัยจากยาเสพติด โดยเฉพาะคำกล่าวที่ว่า "ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เล่นยาเสพติด แต่ยาเสพติดจะเล่นเรา" ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้เสพเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงคนรอบข้างและสังคมโดยรวม เนื่องจากเมื่อผู้เสพไม่มีเงินซื้อยา ก็จะเริ่มก่ออาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือแม้แต่การทำร้ายผู้อื่นเพื่อต้องการเงินมาสนองความต้องการของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความไม่ปลอดภัยให้กับคนในชุมชน
  ก่อนจบการบรรยาย นายอิบรอเหมได้ทิ้งท้ายด้วยการขอให้นักเรียนทุกคนช่วยกันปกป้องตนเองและสังคมจากยาเสพติด หากพบเห็นผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ขอให้แจ้งผู้ปกครองหรือเจ้าหน้าที่ทันที และขอให้ทุกคนตั้งใจทำความดีเพื่อตนเอง พ่อแม่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต

ปัตตานี.- เลขาฯ ศอ.บต. ชี้ ‘การเยียวยา’ ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ ‘ความรู้สึก’ เน้นเร็ว-ต่อเนื่อง ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต-ชุมชน

 วันที่ 14 กย 68 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงภารกิจการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่ว่าเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่าความสำคัญของการเยียวยาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่คือ "ความรู้สึก" ของการได้รับความดูแลช่วยเหลือจากภาครัฐ 

  เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุว่า ความรวดเร็วในการเข้าไปดูแลผู้ได้รับผลกระทบเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะประชาชนไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วรัฐต้องเข้าไปดูแลอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ สิ่งสำคัญรองลงมาคือ "ความต่อเนื่อง" โดยการเยียวยาจะต้องไม่เป็นการช่วยเหลือแล้วแยกย้ายกันไป แต่ต้องดูแลในเชิงคุณภาพชีวิต ความรู้สึก และสภาพจิตใจด้วย 

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ระดับบุคคลหรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงระดับชุมชนและพื้นที่อย่างมาก ทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นและความรู้สึกอบอุ่นในการอยู่ร่วมกัน  ดังนั้น การเยียวยาในความหมายของ ศอ.บต. จึงไม่ใช่แค่การดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น ชุมชน ที่ต้องได้รับการดูแลเยียวยาในรูปแบบที่เหมาะสมด้วย 

 นอกจากนี้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิดของ "พื้นที่กลาง" ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการอยู่ร่วมกันในพื้นที่ โดยพื้นที่กลางคือที่ที่ทุกคนมีโอกาส มีความสุข สามารถอยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ และรัฐจะต้องเข้าไปสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีความขัดแย้ง เขาเชื่อว่าหากทุกคนเข้าใจแนวคิดของพื้นที่กลางแล้ว จะสามารถนำไปสู่การอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันก็ตาม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “เทศกาลคนปลูกกาแฟน่าน Nan Coffee Farmer’s Fest 2025” ยกระดับกาแฟน่านสู่เวทีระดับประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 กันยายน 2568) เวลา 18.00 น. ที่บริเวณข่วงน้อยเมืองน่าน นายประจักร์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลคนปลูกกาแฟน่าน Nan Coffee Farmer’s Fest 2025” โดยมีนายศักดิ์สิทธ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน ในนามหน่วยงานผู้จัดงาน กล่าวรายงานและขอบคุณท่านประธานในพิธี

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์แหล่งผลิตและผลิตภัณฑ์กาแฟน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับประเทศ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย อันจะช่วยขับเคลื่อนห่วงโซ่การผลิตกาแฟน่านตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–14 กันยายน 2568 ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟน่าน (Unity through Diversity)” สะท้อนถึงความหลากหลายของสายพันธุ์กาแฟ ทั้งอาราบิก้าและโรบัสต้า

ที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่จังหวัดน่าน อันเป็นผลจากภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้กาแฟน่านมีคุณภาพและเอกลักษณ์โดดเด่น การันตีด้วยรางวัลจากการประกวดระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ
• การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟประจำปี 2568 ซึ่งมีตัวอย่างเมล็ดกาแฟเข้าร่วมกว่า 100 ตัวอย่างจากทั่วประเทศ
• การจัดแสดงนิทรรศการและออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟจากเกษตรกร

กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 50 บูธ
• การเสวนาทิศทางกาแฟโลกกับการพัฒนากาแฟน่าน
• คลินิกกาแฟและเวิร์กช็อปการคัดเมล็ดกาแฟ
• กิจกรรม Cupping กาแฟ
• การประกวดธิดากาแฟ
• การแข่งขันด้านทักษะกาแฟ เช่น คัดเมล็ด ดริปกาแฟ และชิมกาแฟ

โอกาสนี้ ปลัดจังหวัดน่านได้กล่าวเปิดงาน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการกาแฟ และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟน่าน สู่สินค้าเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น.นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน เปิด โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบ นักท่องเที่ยว” ณ หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

นายกรวิทย์ ช่วยดู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร กล่าว โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการให้บริการที่มีมาตรฐาน โปร่งใส เป็นธรรม และปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร

๒. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวมี จิตสำนึกในการประกอบธุรกิจอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว และ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว ๓. เพื่อสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดชุมพร ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เป็นมิตร และมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร ได้รับการสนับสนุน งบประมาณจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ แผนงาน : บูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว หมวดงบดำเนินงาน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินโครงการของสำนักงานการ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร ได้เล็งเห็น ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยว

โดยเน้นการ สื่อสารเชิงบวกและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผ่านกิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว” ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัด กระตุ้น จิตสำนึกและมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้าง ความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความ เป็นธรรม

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าว่า โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญห
ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบ นักท่องเที่ยว”
ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติเป็นประธานเปิด โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านการ ท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว”

ในวันนี้จากการกล่าวรายงานของท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร ทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญยิ่งในทางเศรษฐกิจที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจช่วงทศวรรษที่ผ่านมา องค์กรและหน่วยงานต่างๆ มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานบริการ

ในพื้นที่ พัฒนาแนวทางการบริหาร จัดการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด เสริมสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และ สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืนและมีความรับผิดชอบตามแนวทางของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจสีเขียว อันจะนำไปสู่การยกระดับขีด ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรในระยะยา

ผมขอชื่นชมคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้ร่วมกัน จัดโครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาด้าน การท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กิจกรรม “Clean & Fair เที่ยวชุมพร มั่นใจ ปลอดภัย ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว” และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัด กิจกรรมในครั้งนี้ จะบรรลุประสงค์ทุกประการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ 25 จัดแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง เจ้าแห่งสายน้ำ คลองในหลวงหัววัง-พนังตัก

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันนี้ (11 ก.ย. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง คลองในหลวงหัววัง-พนังตัก ประจำปี 2568

ร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร , สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร

ร่วมในพิธี ณ คลองในหลวงหัววัง-พนังตัก ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง

ธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมความรักความสามัคคีของประชาชน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทย

นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2568

ณ คลองในหลวงหัววัง-พนังตัก ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในประเภท 32 ฝีพายผู้นำ และประเภท 16 ฝีพายทั่วไป, ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในประเภทเรือยาว 32 ฝีพายทั่วไปภายในจังหวัดชุมพร, และถ้วยพระราชทานสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี ในประเภทเรือยาว 8 ฝีพาย นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจ

ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,การประกวดกองเชียร์แข่งขันเรือยาว, การแสดงลานวัฒนธรรม, การแสดงศิลปวัฒนธรรม, การแสดงถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

ได้จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง ณ คลองหัววัง – พนังตัก มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันงดงามของไทยให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่รุ่นหลังแล้ว

ยังถือเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวจังหวัดชุมพร ที่ได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาและความห่วงใยพสกนิกรชาวชุมพรมาโดยตลอด

โดยเฉพาะในด้านการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งในอดีตพื้นที่ตัวเมืองชุมพรต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ด้วยพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ และการขุดคลองหัววัง – พนังตัก ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ปัญหาดังกล่าวจึงค่อย ๆ บรรเทาเบาบางลง นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันแสดงพลังแห่งความสามัคคี

พร้อมส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่ชุมพรสืบไป ภายใต้เสียงกลอง เสียงพาย และแรงเชียร์ที่ดังกระหึ่มเหนือสายน้ำแห่งศรัทธา ซึ่งไม่เพียงเป็นการแข่งขัน หากยังเป็นการแสดงออกถึงจิตวิญญาณของชาวชุมพรที่พร้อมใจเทิดทูนสถาบัน ชื่นชมรากเหง้าทางวัฒนธรรม และร่วมสร้างความภาคภูมิใจให้บ้านเกิดอย่างแท้จริง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในอาคาร โรงเรียนน่านประชาอุทิศ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ณ โรงเรียนน่านประชาอุทิศ ต.กองควาย อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายเวธิต ยะติ ผู้อำนวยการโรงเรียนน่านประชาอุทิศ ได้กล่าวต้อนรับและขอบคุณคณะบริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

คณะบริหารเทศบาลตำบลกองควาย รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน รองผอ.คณะอาจารย์ นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคน่าน ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้นำท้องที่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน่านประชาอุทิศ

โดยมี ดร.ธงชัย ดิษยเดช วิศวกรระดับ 9 ทำหน้าที่หัวหน้าแผนกบำรุงรักษา สถานีไฟฟ้า 3 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกล่าวรายงานวัตถประสงค์ต่อคุณโสภา ชวนวัน รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดโครงการEgat together2025 กิจกรรมเสริมสร้างความรู้

ด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในอาคารซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคน่าน ได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ด้านความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในอาคารโรงเรียน
น่านประชาอุทิศ ระหว่างวันที่ 8-11กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้


1.เพื่อให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ
ไฟฟ้า รวมถึงระบบไฟฟ้าภายในอาคารมีความปลอดภัย และประหยัดพลังงาน
2.เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักถึงอันตราย และใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยความปลอดภัย

3.เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิต และทรัพย์สินได้ อีกทั้ง
สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกวิธี ตลอดจนถึงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาล ต.ท่าข้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ มอบหมวกนิรภัย สวมใส่ปลอกภัย 100 %

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ เทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังนครราชสีมา เปิดเผยว่า ที่ผ่านพี่น้องประชาชนประสบอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัย ซึ่งมีจำนวนมากทางจังหวัดมีนโยบายรณรงค์ให้ประชาชนสวมใส่หมวกนรภัยตามที่กฎหมานกำหนด จังหวัดจึงเป็นห่วงพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้ซ้อนท้ายหากไม่สวมหมวกนิรภัยจะมีบทลงโทษจับปรับ

ซึ่งมีอัตราค่าปรับสูงถึง 2,000 บาท ทางจังหวัดจึงมีความเป็นห่วง จึงได้มีการรณรงค์ให้สวมหมวกนิรภัยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีภาคเอกชนร่วมกับสโมสรไลอ้อนจังหวัดนครราชสีมา นำหมวกนิรภัยมอบให้เทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติแจกหมวกนิรภัยให้กับชาวบ้านที่ไม่มีหมวกได้สวมใส่แบบฟรี สำหรับประชาชนที่ไม่ได้มารับแจกหมวกนิรภัย สามารถ ยืนหมวกนิรภัยได้ที่บ้านกำนัน อำเภอ และสถานีตำรวจ สวมใส่ขับขี่เพื่อความปลอดภัยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ในการป้องกันอุบัติเหตุ นายสุรพันธ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

นายราชัน เศวตอมรกุล นายกเทศบาลตำบลท่าช้าง กล่าวต่อว่า เทศบาลตำบลท่าช้าง จัดทำ โครงการสวมหมวกนิรภัย แบบ100 เปอร์เซนต์ เทศบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอเฉลิมพระเกียรติขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนหมวกนิรภัยจากสโมสรไลอ้อนจังหวัดนครราชสีมาและภาคเอกชนจำนวน 300 ใบ อย่างไรก็ดี นายกราชัน จึงขอฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องการสวมใส่หมวกนิรภัยอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันอย่างเข้มงวด จึงอยากให้มีการตับปรับให้เป็นมาตรฐานชาวบ้านจึงได้เล็งเห็นถึงควาปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะการปรับ มรโทษการจับปรับสูงถึง 2,000 บาท จึงอยากให้พี่น้องขาวตำบลท่าข้างสวมใส่หมวกนิรภัยตามกฎหมายกำหนด

นายพุฒิ พงศ์รพีพร นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่าในห้วงที่ผ่านมาทางราชการได้รับการสนับสนุนหมวกนิรภับกับทางคณะสงฆ์และเอกชน มาททำเป็นธนาคารหมวกกันน็อคซึ่งแต่ละตำบลมีหมวกนิรภัยตำบลละ 10ใบ ให้ประชาชนได้ยืมสวมใส่ ทาางสถานีตำรวจ มีให้ยืม จำนวน 30 ใบและอำเภอ อีก 20 ใบ ซู่งอำเภเฉลิมพระเกียรติให้ประชาชนที่ไม่มีหมวกนิรภัยยืมสวมใส่ กับธนาคารหมวกสวมใส่เพื่อความปลอดภั ยผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ทางสถานีตำรวจอำเภอเฉบิมพระเกียรติได้มีการจัดตั้งธนาคราให้ยืมหมสกนิรภัยให้กับกับประชาชนที่ไม่มีสวมใส่ เพราะกฎหมายได้ออกมามห้ผู้ขับขี่และผู้ซัอนสวมใส่หมวกนิรภัย หากไม่สวมใส่ตะมีการจับปรับจริง ซึ่งมีโทษจัยปรับสูงถึง 2,000 บาท ยึงมีความเป็นห่วงประชาชน ให้ประชาชนเคารพกฎหมายโดยการสวมใส่หมวกนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ กล่าว

นางจุรีพร เศวตอมรกุล นายกสโมสรไลอ้อนจังหวัดนครราชสีมา กล่าว่าทางสโมสรไหลอ้อน ได้เล็งเห็นความปบอดภัยของชาวบ้าน ทางสโมสรไบอ้อนจึงรวมกับภาคเอกชนนำหวกกนิรภัยจำนวน 300 ใบมอบให้โครงการขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกกันน็อคอย่างปลอดภัยกับเทศบาลตำบลท่าช้าง เพื่อมอบให้พี่น้องประชาชนได้สวมใส่และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดแล้ว! ลานวัฒนธรรมในงานแข่งเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 18.30 น. นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรให้เกียรติมาเป็นประธานเปิด กิจกรรม “ลานวัฒนธรรม ประจำปี 2568”

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานแข่งเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธงจังหวัดชุมพร ณ เวทีกลาง คลองหัววังพนังตัก ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพ

นางดวงใจ เสมแก้ว รองปลัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กล่าว ลานวัฒนธรรมโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้มี โอกาสแสดงความสามารถด้านศิลปะต่าง ๆ และเชิญชวนผู้สนใจร่วมแต่งกาย ด้วยชุดไทยอันเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

ลานวัฒนธรรมกำหนดจัด งานระหว่างวันที่ 10-14 กันยายน 2568 วันที่ 10 กันยายน 2568 การประกวดขับร้องเพลงลูกทุ่ง ประเภท ผู้สูงอายุ มีผู้สมัคร จำนวน 12 คน วันที่ 11 กันยายน 2568 ชมดนตรีโดยศิลปินผู้อนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ คุณเอกชัย ศรีวิชัย วันที่ 12 กันยายน 2568

การประกวดขับร้องเพลง ประเภทเด็ก และเยาวชน รุ่นอายุระหว่าง 10-14 ปี และ อายุระหว่าง 15-18 ปี มีผู้สมัคร จำนวน 22 คน วันที่ 13 กันยายน 2568 การแสดงศิลปวัฒนธรรม จาก กลุ่มพลังสตรี จังหวัดชุมพร จำนวน 7 ชุดการแสดง สำหรับการเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ

ร่วมแต่งกายชุดไทย นั้น ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผ่านทางสื่อโซเชียลทุกช่องทาง อาทิ กลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยได้รับการสนับสนุนรางวัล จากผู้ใหญ่ใจดี จำนวน 12 รางวัล มูลค่ารวม24,000 บาท เพื่อมอบให้กับ ผู้ร่วมงานที่แต่งกายชุดไทย สวยงาม เหมาะสม และถูกใจกรรมการ ผู้มอบรางวัล ผู้จัดงาน มุ่งหวังให้การจัดงานครั้งนี้

สามารถสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย เพื่อร่วมสร้างความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย และส่งผ่านเอกลักษณ์ไทยที่ถูกต้อง ส่งต่อให้เยาวชนคนรุ่นหลัง ได้รักษา และต่อยอดสืบไปอย่างยั่งยืน

นายนพพร อุสิทธิ์ กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติมาเป็นประธาน ในพิธีเปิดลานวัฒนธรรม งานประเพณีแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง คลองในหลวง หัววัง-พนังตัก ในวันนี้ ตามที่ท่านรองปลัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของ การจัดกิจกรรม ลานวัฒนธรรม

นับว่าเป็นการสนองพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 ทรงริเริ่มให้มีการศึกษาและปรับปรุงการแต่งกาย ชุดไทยให้มีความเหมาะสมกับกาลสมัย เพื่อความภาคภูมิใจในความ เป็นไทย อีกทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำริเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงกลุ่ม LGBTQ ร่วมกันสวมใส่ ชุดไทยพระราชนิยม ทั้ง 8 แบบ อย่างภาคภูมิใจ เพื่อแสดง อัตลักษณ์ความเป็นไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก และนำเสนอต่อยูเนสโก

เพื่อประกาศเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ผมขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ลานวัฒนธรรมครั้งนี้ ตลอดจนการเชิญชวนให้แต่งกายชุดไทย เป็นการ สร้างสีสันของงาน ถือเป็นแนวคิดร่วมสมัย ส่งเสริมความเป็นไทย และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน สืบไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรมสภากาแฟชุมพร พบปะพูดคุย เพื่อร่วมพัฒนาจังหวัดชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันที่ 8 กันยายน 2568)จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรมสภากาแฟชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมในกิจกรรมสภากาแฟชุมพร

ณ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจจังหวัดชุมพร (สวนผึ้ง) ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมืองชุมพร จัด

โดยหน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร สภากาแฟ ชุมพร ครั้งที่ 9/2568

มีผู้เข้าร่วม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ ได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

และสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดชุมพรในด้านต่างๆ

กระทรวงเกษตรฯ ชุมพร เป็นเจ้าภาพ “สภากาแฟ” จิบกาแฟ และรับประทานอาหารว่างยามเช้า พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน สำหรับกิจกรรมสภากาแฟชุมพร

จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้จักซึ่งกันและกัน ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานราชการในจังหวัดชุมพร

ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสานความร่วมมือ ซึ่งกันและกัน ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ด้วยแนวความคิดที่ต้องการให้หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน รวมไปถึงสื่อมวลชนในพื้นที่ได้พบปะพูดคุยกัน เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์ถึงข้อมูลข่าวสาร

ภารกิจหน้าที่ รวมไปถึงโครงการต่างๆ ให้หน่วยงานอื่นได้รับทราบ เพื่อง่ายต่อการประสานความร่วมมือ

ต่อมา ตัวแทน หน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร ส่งมอบ ป้ายสัญลักษณ์ ถ้วยกาแฟ ให้กับผู้แทน

หน่วยงาน สังกัด กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพในครั้งที่ 10/2568 ต่อไป

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประเสริฐ เปิดงานเทกระจาด อ.สีคิ้ว โคราช/รถระเบิด เด็ก 3 ขวบ ถูกไฟคลอกดับ !

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 เวลา9.30 น. ณ อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดงานเทกระจาดประจำปี 2568

ณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมี นายพัชร จันทรรวงทอง สส. อ.สีคิ้ว เขต 12 จังหวัดนครราชสีมา นายสานิตย์ สินทวี นายอำเภอสีคิ้ว ผู้กำกับ สภ. สีคิ้ว และคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าพระยาสีคิ้วชุดที่ 5 ร่วมกัน จัดงานในครั้งนี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอสีคิ้ว มีเด็กและผู้สูงอายุผู้พิการเข้ารับข้าวสารพร้อมกับของแจก และประชาชนอีกประมาณ 5000 ชีวิตที่ เดินทางมาร่วมในงานเทกระจาดในครั้งนี้เป็นงานประจำปีของมูลนิธิสีคิ้ว

ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน ขอให้กำลังใจพี่น้องทุกคน ในปี 2568 และปีต่อๆไป อ.สีคิ้วของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง วันนี่ มีพี่น้องมาร่วมงานประมาณ 5000 คน

มาแจกข้าวสารอาหารแห้ง ประชาชน ถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแก่พี่น้องประชาชน โดยได้รับความร่วมมือจากทุกองค์กร ได้มีส่วนร่วมสนับสนุน ข้าวสาร อาหารแห้ง

ภาพ/วิชัย เฉิดเมืองปัก
ข่าว/กันตินันท์ เรืองประโคน

รถระเบิด เด็ก 3 ขวบ ถูกไฟคลอกดับ !

วันที่ 8 กันยายน 68 เวลา 09.10น. รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถยนต์มีผู้เสียชีวิต จุดเกิดเหตุที่ บ้านน้อย5 หมู่ 5 ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รับแจ้งมาทั้งหมด 5 คน เป็นรถเก๋งเชฟ สี ดำ ทะเบียน งน 9562 นครราชสีมาในรถมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นเด็กน้อย อายุ 3 ขวบ ร่างถูกไฟเผาไหม้ทั้งตัว

จากการสอบถามเบื้องต้น กลุ่มคนไปหาเห็ดได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จำนวน 4 ครั้ง จึงเดินกลับมาดูที่รถ พบว่ายางรถระเบิดและเกิดเหตุเพลิงไหม้โดยมี เด็ก อายุ3 ขวบ นอนหลับภายในตัวรถ ซึ่งไม่ได้ล็อค แต่ดับเครื่องยนต์ไว้ และกลุ่มบุคคลที่มาหาเห็ด ให้การช่วยเหลือดับไฟ แต่ เพลิงได้โหมกระหน่ำขึ้น ทำให้ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ติดภายในยานพาหนะได้ทันท่วงที จึงเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น

จึงประสาน รถดับเพลิง อบต.ห้วยบง และ หินดาด เข้าให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.หินดาด,ห้วยบงอย่างไรก็ตามทางเจ้าพนักงานตำรวจจะดำเนินการสอบสวนสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขณะนี้รอทีม ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และทีมแพทย์ ยืนยันการเสียชีวิต / ร.ต.อ วินัย สุขภิรมย์ ร้อยเวร สภ.หินดาดขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตด้วยนะครับขอบคุณข้อมูล จากอาสาสมัครกู้ชีพ ตำบลหินดาด และ รชต รชต

ภาพ/วินัย เฉิดเมืองปัก
ข่าว/กันตินันท์ เรืองประโคน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การจัดเก็บขยะ ปรับค่าธรรมเนียมอัตราค่าบริการการเก็บขยะในหมู่บ้าน และ ทำการส่งมอบบ้าน ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 13 : 00 น. นายมานพ #บุญศิริ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านโปง พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับ ท่านรองนายกฯ เทศบาล ท่านปลัด ท่าน สท. เจ้าหน้าที่สาธารณะสุข เทศบาลตำบลป่าไผ่ พ่อแม่พี่น้องชุมชนบ้านโปง ร่วมประชุมประจำเดือนและ ประชาคม / รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างเทศบัญญัติ

เรื่องการจัดเก็บขยะ ปรับค่าธรรมเนียมอัตราค่าบริการการเก็บขยะในหมู่บ้าน และ ทำการส่งมอบบ้าน ให้กับนางอำพันธ์ ดวงบาล ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ. วันนี้ การสร้างบ้านพักอาศัยได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจ และความสามัคคีกันในชุมชน และผู้ร่วมบริจาคทุกท่าน ทางผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ทำการส่งมอบบ้าน และมอบเงินบริจาคคงเหลือ ให้กับนางอำพันธ์ ดวงบาล เป็นที่เรียบร้อย

🏠ยอดเงินบริจาค 93,854 บาทค่าใช้จ่าย 84,576 บาทเงินบริจาคคงเหลือ 9,278 บาทและในโอกาสนี้ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและนางอำพันธ์ ดวงบาล🙏 #ขอขอบพระคุณท่าน กิตติพัฒน์ กะวังนายอำเภอสันทราย หัวหน้าส่วนราชการ, พัฒนาชุมชน กิ่งกาชาดอำเภอสันทราย กิ่งกาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลป่าไผ่ หน่วยบรรเทาสาธารณภัย

ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลป่าไผ่ และ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสันทราย ที่ได้ร่วมสนับสนุน จัดหางบประมาณ และร่วมบริจาค ให้การช่วยสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับนางอำพันธ์ ดวงบาล ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในครั้งนี้ ///

#สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 55 ปี งานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) 55 ประจำปี 2568 ประชาชนเข้ารับจำนวน 2000 คน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (3 ก.ย. 68) เวลา 16.00 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) 55 ประจำปี 2568 โดยมี นายประชา วิโรจน์ทินกร ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นพพร มีสติ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ อาสาสมัครกู้ภัย และประชาชน ร่วมงานกว่า 2,000 คน ณ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดีเป็น อย่างยิ่ง ทางมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ได้จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว)55 เป็นระยะเวลา 55 ปีมาแล้ว ปีนี้ทางมูลนิธิฯ ได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ วันที่ 1-3 กันยายน 2568

เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งที่มีญาติและไม่มีญาติ ในงานทิ้งกระจาด (ซิโกว)55 ครั้งนี้ทางมูลนิธิฯได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทห้างร้าน และผู้มีอุปการคุณ ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเพื่อแจกจ่าย ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมากที่มารับบริจาค

เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งที่มีญาติและไม่มีญาติ โดยในงานทิ้งกระจาด (ซิโกว) ทางมูลนิธิฯ ได้นำข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มารับบริจาคอีกด้วย ทางมูลนิธิฯ ต้องกราบ ขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง

สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย หลวงปู่ไต่ฮงโจ้วซือ เสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ ทั้งหลายที่พวกเราเคารพนับถือจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ตลอดไป

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ กล่าว่า กระผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธาน งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 โดยมีการจัดขึ้นเป็น ประจำทุกปี เพื่อเป็นการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล ให้กับดวงวิญญาณ ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ทั้งมีญาติและไม่มีญาติ ถือเป็นงานมหากุศล

ที่ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัท ห้างร้าน แม่ค้า ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่ประชาชนที่มารอรับทาน ผมหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในงานมหากุศลในครั้งนี้ ไม่มากก็น้อย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมงานเพื่อยกระดับการแข่งขันเมือง 4 UNESCO สู่การท่องเที่ยวจ.สุพรรณบุรี และจ.เพชรบุรี / ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ.จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27- 30 สิงหาคม 2568 พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย และนายสิทธิพันธ์ แสงสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏฺิบัติการ อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและศึกษาดูงานเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันเมือง 4 UNESCO

สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี แลกเปลี่ยนเรียนเครือข่ายรู้เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยกิจกรรมสร้างสัมพันธ์เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ โดยมี นายต้องการ สีหราชนิเวศน์ วิทยากร Team Building นายวีรภัทร ชำนาญไพร

จนท.พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน เป็นวิทยากรฯ ในการนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ผู้แทน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 18 แห่ง และชุมชนต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกตามโครงการฯ 18 ชุมชน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

ปีนี้จัดยิ่งใหญ่อลังกาลเทศกาลงานระดับโลกลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ.จ.สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ ️นางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

ตั่งแต่วันที่ 27 ตุลาคม- 5 พฤศจิกายน 2568 ณ.บริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัยโดยภายในงานมีมหรสพย้อนอดีตเมืองเก่าสุโขทัยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นรัฐแรกของชนชาติไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี และประเพณีเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัยมีมาตั้งแต่ สมัยสุโขทัย โดยปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งกล่าวถึงการจัดงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัยว่าคือ “งานเผาเทียนเล่นไฟ” ซึ่งมีลักษณะเป็นการลอยโคมและลอยประทีป ซึ่งปีนี้จังหวัดสุโขทัยได้จัดงานแบบยิ่งใหญ่อลังกาลงานสร้างจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที่ยวชมแสงสีเสียงเล่าเรื่องย้อนยุคความเป็นมาในอดีตประเพณีลอยกระทงสุโขทัยอย่างอลังกาลในทุกค่ำคืน ณ.อุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราฯ แถลงข่าวการจัดงานของดีเมืองนรา 5 กองงาน แสดงออกถึงความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ก.ย.68 ที่สวนสาธาร เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ศูนย์ราชการ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 48 ประจำปี 2568 โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่าง

วันที่ 13 – 22 กันยายน 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบฯ ถือเป็นงานประเพณีที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการประกาศพระเกียรติคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ส่งเสริมความสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่ ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมด้านการท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานทางด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านศิลปะหัตถกรรมและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชุมชน

ภายในงาน ประกอบด้วย 5 กองงาน ประกอบด้วย 1. กองงานพิธีเปิดและขบวนแห่ทางบก 2. กองงานวันลองกอง 3. กองงานศิลปาชีพและงานกระจูด 4. กองงานประชันเสียงนกเขาชวา ชิงถ้วยพระราชทาน และ5. กองงานแข่งขันเรือกอและ เรือยอกองและเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าที่พระที่นั่ง แห่งเดียวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ภายในงานของดีเมืองนราฯ ยังมีการจำหน่ายสินค้า OTOP อาหารพื้นถิ่น อาหารพื้นเมือง เครื่องดื่มและการแสดงบนเวที โดยศิลปินพื้นบ้านและศิลปินดารานักร้องนักแสดง ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน และคาดว่าจะมีเงินแพร่สะพัดในพื้นที่จำนวนหลาย 10 ล้านบาท
//////////////////////////////// ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กันยายน 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

โดยได้รับเกียรติจาก นายประจักร์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน เข้าร่วมพิธีเปิดฯ ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดน่าน และองค์การบริหาร จัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ในระดับสำนักเขตพื้นที่การศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญของงานศิลปหัตถกรรม และให้เป็นเวทีสำหรับนักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ

พัฒนาทักษะด้านวิชาการ วิชาชีพ ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ ศิลปะ ทักษะชีวิต โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาสมอง จิตใจ การลงมือปฏิบัติ และสุขภาพ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ฝึกฝนทักษะฝีมือในด้านที่ถนัด พัฒนาให้เกิดความเป็นเลิศ เพื่อใช้ในการ

ประกอบอาชีพในอนาคต และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นการบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วย SPARK 3 วิ “เชิงลุก” และกำหนดนโยบายและจุดเน้น ดังนี้

  1. ความปลอดภัย (Safety) ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
  2. คุณธรรม (Morality) ส่งเสริมการจัดการศึกษาด้วยหลักพุทธธรรม
  3. คุณภาพ (Quality) ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21
  4. โอกาส (Opportunity) สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
  5. ประสิทธิภาพ (Efficiency) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

    และจุดเน้น ปีการศึกษา 2567 – 2568 ที่กำหนดให้ผู้เรียนมีคุณภาพ คู่คุณธรรมตามหลักพุทธธรรม เพื่อนำสู่ผลลัพท์ให้ผู้เรียน ดี เก่ง มีความสุข ทั้งนี้การแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มีนักเรียน จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ประกอบด้วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวัดน่าน โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา โรงเรียนองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดน่าน 1 (ตาลชุมพิทยาคม) และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 10 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 46 โรงเรียน รวมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน 4,181 คน ครูผู้ควบคุม จำนวน 2,874 คน โดยจัดระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2568

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานย้อนอดีตเมืองผู้ดีเก่าอ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.10น.ของวันที่3 กันยายน 2568 ณ.อาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก(หลังเก่า) นาย.นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้มาเป็นประธานการจัดงาน

โดยทั้งนี้ นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก ได้กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ โดยมีนาย สมรักษ์ ยกน้อยวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย นาย สมเจตน์ ลิมประพันธุ์ (อดีตที่ปรึกษา รมต.มหาดไทย )

พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผู้กำกับการ สภ.สวรรคโลกและหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านประชาชนได้เข้าร่วมพิธีเปิดด้วยอนึ่ง วัตถุประสงค์

การจัดงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาด้านสังคมตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณพ.ศ.2568ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอาคารที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกหลังเก่าซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนานโครงการครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนด้วย

ทั้งนี้ภายในงานได้จัดบูชโชว์ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสวรรคโลกในอดีต การแสดงภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดผ่านจอโปรเจคเตอร์เวทีกลางมีการแสดงลิเก.การร่ายรำละเล่นพื้นบ้านของนักเรียนชาวสวรรคโลก การจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในอดีตที่ผ่านมา.พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป.อาหารพื้นถิ่น สินค้าทางการเกษตร วิสาหกิจชุมชน โดยทั้งนี้งานได้เริ่มจัดตั้งแต่วันที่3-5กันยายน2568โดยจะมีการแสดงบนเวที่หน้าที่ว่าการหลังเก่าทุกค่ำคืน
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บางกลอยแจกทุเรียนกินฟรีพร้อมจัดแข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ชุมพร มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก อบจ. ชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมี นายสุรพศ สุวรรณรักษา ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยหมู่ที่ 9 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันดำเนินงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ชุมพร

นายสุรพศ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์ วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ครั้งนี้ มีการจัดระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาประจำหมู่บ้านบางกลอย มีการจัดการแข่งขัน จำนวน 16 รุ่น มีนักแข่งจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 300 คันวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการออกกำลังกายแก่เยาวชนและ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มาเล่นกีฬา

เพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมและชุมชนอย่างมีความสุข อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งการจัดแข่งขันกีฬากีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ ในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยกองการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งทั้งพี่น้องประชาชน บ้านบางกลอย และพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนให้ใช้พื้นที่จัดการแข่งขันตลอดเส้นทาง รวม 55 กิโลเมตร

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นมิติใหม่ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน และเป็น การรวมพลของคนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นให้เกิดผลสำเร็จ รวมทั้งเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นและสังคมไทย ในปัจจุบันมีปัจจัยหลายด้านที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชน ให้ดีขึ้น เช่นปัญหาอบายมุข และปัญหายาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมที่ภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ต่างคิดค้นหาวิธีการในการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชนรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดไปจากชุมชนให้สำเร็จ โดยการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มาสนใจเล่นกีฬารูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออบายมุขต่างๆ และที่สำคัญคือ การเล่นกีฬาก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนและสังคม ได้เป็นอย่างดีผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากแอนดรูโร่ในครั้งนี้ ชาวบ้านบางกลอย ได้นำทุเรียนจำนวนมาก มาแกะและแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันและผู้ที่เดินทางมาเที่ยวได้รับประทานฟรีอย่างเต็มที่อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธรรม 31โคราชแจกข้าวสารกว่า4พันถุงในเทศกาลทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีพรรคชาติพัฒนาและดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศลนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกฯเทศมนตรีนครนคราชสีมา

ได้เดินทางมายังมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมาเพื่อมาเป็นประธานในเทศกาลชิวโกวทิ้งทานแจกข้าวสารอาหารแห้งของมูลนิธิฯพุทธธรรม31นครราชสีมา(ฮุก31)ประจำปี2568ณสำนักงานมูลนิธิฯโดยมีนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิฯพร้อมคณะกรรมการร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งในปีนี้นายประวิทย์กล่าวว่าได้เตรียมข้าวสารจำนวนถุงละ20กิโลกรัมจำนวนกว่า4.000พันชุดเอาไว้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมารับมอบในครั้งนี้และตนยังได้เตรียมข้าวสารอีก2.000พันชุดเอาไว้แจกแก่องค์กรและมูลนิธิต่างๆในจังหวัดนคราชสีมาอีกด้วย

นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังได้เชิญชวนผู้มีจิตศัทธามาออกโรงทานให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานกว่า5.000พันคนได้รับประทานอีกด้วยโดยมีผู้ใจบุญมาร่วมออกโรงทานกว่า100ราย

ประธานมูลนิธิฯกล่าวต่อไปอีกว่านอกจากจะแจกข้าวสารแลเวทางมูลนิธิฯยังมีปลากระป๋องและมาม่าร่วมแจกให้กับพี่น้องที่มาอีกด้วยทั้งนี้ต้องขอขอบพระคุณบรรดาโรงสีข้าวต่างๆองค์กรภาคเอกชนนักธุรกิจองค์กรมูลนิธิต่างๆที่มาร่วมบริจาคในครั้งนี้และในวันที่20ตุลาคม2568นี้

ทางมูลนิธิจะมีการจัดเทศกาลกินเขขึ้นจำนวน10วันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานบุญในครั้งนี้เพื่ออมาสร้างบุญสร้างกุศลงดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยการมาถือศิลกินเจร่วมกันในปีนี้นายประวิทย์กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(28 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร มอบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จังหวัดชุมพร

ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร ด้วยกรมการปกครองกำหนดโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภารกิจหลักด้าน 1 การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ โดยส่ง

เสริมศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบให้เป็นแหล่งการเรียนรู้สำคัญ และเพื่อให้อำเภอมีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรม เป็นต้นแบบและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่

โดยให้ที่ทำการปกครองจังหวัดชุมพร ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ จังหวัดชุมพร ผลปรากฏ ดังนี้ 1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2

ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก 2. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล บ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอละแม 3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านห้วยบอน หมู่ที่ 4 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร

กรมการปกครอง มอบประกาศเกียรติคุณให้ไว้เพื่อแสดงว่า รงเรียนชีวิต โคก หนอง นา บายใจ บ้านเขาหมาแหงน หมู่ที่ 2 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ระดับจังหวัด

ตามโครงการ 1 จังหวัด 1 ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้ไว้ ณ วันที่ 30 เดือน มิถุนายน 2568 โดย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงษ์ อธิบดีกรมการปกครอง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขายแอลกอฮอล์ ในวันทางศาสนาได้ กำหนดโซนนิ่ง 5 ตำบลใน อ.เมือง / สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตามที่จังหวัดชุมพร แจ้งให้อำเภอเมืองชุมพร พิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา ตามข้อ 3 ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 โดยให้คำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของพื้นที่ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาจังหวัด หรือแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เช่น ข้อมูลสถานการณ์พักแรม จำนวนผู้เยี่ยมเยือน รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งคำนึงถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในพื้นที่เป็นสำคัญ และวิเคราะห์ข้อดีที่จะได้รับและข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกมิติ และจัดทำแผนมาตรการป้องกันการกระทำความผิดตามกฎหมาย เพื่อรองรับการกำหนดพื้นที่หรือบริเวณดังกล่าว ตลอดจนรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอเมืองชุมพร ได้เชิญคณะกรรมการพิจารณากำหนดพื้นที่หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะในกรณีดังกล่าวผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจาก สภ.เมืองชุมพร สภ.ปากน้ำชุมพร สภ.บ้านวิสัยเหนือ สาธารณสุข อ.เมืองชุมพร พัฒนาการ อ.เมืองชุมพร ท้องถิ่น อ.เมืองชุมพร ผู้แทนจากเทศบาลเมืองชุมพร เทศบาลเมืองท่ายาง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ผู้แทนสมาคมโรงแรมจังหวัดชุมพร ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดชุมพร ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร ผู้แทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ราชการ อ.เมืองชุมพรที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง และมีมติให้กำหนดพื้นที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนาจำนวน 5 พื้นที่คือ 1.เขตเทศบาลเมืองชุมพร (ต.ท่าตะเภา) 2.ตำบลนาทุ่ง 3.ตำบลนาชะอัง 4.ตำบลท่ายาง และ 5.ตำบลปากน้ำ โดยสถานที่สามารถจำหน่ายแอลกอฮอล์ในสำคัญทางศาสนาทั้ง 5 วัน ในพื้นที่ 5 ตำบล จะต้องเป็นสถานประกอบการที่เปิดให้บรืการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ฎ.กำหนดพื้นที่ (Zonning), คำสั่ง หน.คสช.ที่ 22/2558, ปว.50 กฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์

กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข (กรณีที่มีการแสดงมหรสพ การแสดงดนตรี เต้นรำ รำวง รองเง็ง ดิสโกเธค คาราโอเกะ ตู้เพลง หรือการแสดงอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอนึ่ง ในการลงมติมีกรรมการงดออกเสียง 2 คนคือ นายอำเภอเมืองชุมพร (ประธานการประชุม) และ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ซึ่งอำเภอเมืองชุมพรจะนำมติของที่ประชุมเสนอต่อที่ประชุมในระดับจังหวัดต่อไป

สภ.ละแมจับกุมผู้ต้องตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน 1ราย
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514
วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดหลังสวน จ.153/2568 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ยักยอก” มอบหมายให้
พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รอง ผกก.ป.สภ.ละแม, พ.ต.ท.สุชาติ สิงหา รอง ผกก.สส.สภ.ละแม, พ.ต.ท.โตษณ พันธุ์ทอง,พ.ต.ท.วรรณโน จิตภิบาล สวป.สภ.ละแม ประกอบด้วย ร.ต.อ.สุชาติ หนูชัยแก้ว รอง สวป.สภ.ละแม,ร.ต.ท.ธรรมนูญ นกเขา, จ.ส.ต.อาทิตย์ อิศเรนทร์. จ.ส.ต.อภิชัย เผือกเกิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 36 ม.6 ต.สวนแตง อ.ละแม จว.ชุมพร
ชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ออกสืบสวนจับกุมความผิดต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ในห้วงระดมกวาด ล้างอาชญากรรมระยะแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 จากการสืบสวนและสายลับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 239 หมู่ที่ 9 ตำบลละแม อำเภอละแม จังหวัดชุมพร มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นและมักมีกลุ่มวัยรุ่นมา มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบมาโดยตลอด และวันนี้ 24 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 11.00 น.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาเสพติด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เรียก และแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ได้พบเจ้าของบ้าน และ นางสาว วัดนาหรือหนู (สงวนนามสกุล) ทราบชื่อภายหลัง อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถามว่ามา ทำอะไร นางสาว รัตนาหรือหนู แจ้งว่าตนเป็นคนดูแลทำความสะอาดบ้าน จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เห็น นางสาวรัตนาฯ แสดงอาการทำที่มีพิรุธกระวนกระวายตลอดเวลา ต่อมา นางสาวรัตนาฯขอเข้าห้องน้ำอ้างว่าจะขอเปลี่ยนเสื้อผ้า หลังจากที่ผู้ต้องหาออกมาจากห้องน้ำเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย พ.ต.ต.โดษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม เจ้าพนักงาน ปปส.เลขที่ ๖๗๐๓๒๙๐ ได้แสดงบัตร และได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ขอทำการทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะเบื้องต้น พบว่าให้ผลบวก (เป็นสีม่วง) แสดงว่ามีสาร เสพติดในตัวอย่างแต่ดูลักษณะท่าทางของผู้ต้องหา ท่าทางมีพิรุธสั่นกลัว ชุดจับกุมเชื่อว่าภายในบ้านอาจมียาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นซุกซ่อนอยู่หากเนิ่นช้ากว่าจะขอหมายค้นมาทำการตรวจค้นทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิดอาจถูก โยกย้าย ซุกซ่อน ทำลายทำให้เสื่อมสภาพไปหรือบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหลบซ่อนอยู่ บุคคลนั้นจะหลบหนีไปหรือมีทรัพย์สินได้มาจากการกระทำความผิด หรือได้ใช้ในการกระทำความผิดหรืออาจจะใช้เป็น พยานหลักฐานสิ้นสภาพไปจากเดิมเมื่อแจ้งเหตุแห่งการตรวจค้นให้ผู้ต้องหาทราบ และ พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง ได้แสดงบัตร พร้อมตรวจสอบเอกสารบัตร ปปส.เข้าใจ และพอใจแล้วยินยอมให้ตรวจค้น และนำตรวจค้นตลอด โดย ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบดินทร์ เป็นผู้ตรวจค้น และผู้ต้องหานำตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในห้องน้ำที่ผู้ต้องหาเข้าเป็นคนสุดท้ายพบของ กลางข้างต้น สอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอให้คำให้การตามข้างต้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และได้นำตัว ผู้ต้องหามา สภ.ฯ และได้ตรวจเก็บปัสสาวะโดยนำปัสสาวะใส่ขวดปิดฉลาก ระบุชื่อ และเซ็นชื่อกำกับที่ฝ่าขวดเรียบร้อย และ ได้ทำหนังสือส่งโรงพยาบาลละแม เพื่อตรวจผลหาสารเสพติดยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลการตรวจจากโรงพยาบาลละแม แพทย์ ยืนกันว่าพบสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้ต้องหาตามหนังสือข้างต้น จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ เมื่อผู้ต้องหา ทราบ สิทธิ์ และข้อกล่าวหาดีแล้วให้การรับสารภาพตามรายละเอียดข้างต้น จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พง ส.สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำปี งบประมาณ 2568 งบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ ต.โนนหัน

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวเปิดงาน โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก ประจำงบประมาณ 2568

ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคลอง กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก ให้แก่ ครู/ ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงโครงการ ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลโนนหัน มีวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปาก

ให้กับผู้ปกครอง บุคคลากร ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นโรคติดต่อในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และอบรมความรู้เรื่องการเฝ้าระวังในครั้งนี้ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติทักษะการล้างมือที่ถูกวิธี
นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์

ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง และเด็กในศูนย์พัฒนาจำนวน 60 คน ที่พาบุตรหลานร่วมกิจกรรมฯครั้งนี้
ผู้มีเกียรติ ทั้งท้องที่ และท้องถิ่น ร่วมงานครั้งนี้ เช่น

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต โนนหัน-นายกิตพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต โนนหัน-นางขนิษฐา เลิศอุดมโชค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลโนนหัน-นางสาวจตุรภัทร จันหา รองปลัด อ.บ.ต.โนนหัน
-นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
-นางสาวรุ่งศริ ภูมิคอนสาร

นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ โครงการป้องกันโรค มือ เท้า ปาก มีการฝึกทักษะการล้างมือที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองและเด็ก ร่วมกันทำความสะอาด อาคาร สถานที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และของเล่นต่างๆ ภายในศูนย์ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง

ขอนแก่นเมืองหัตกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ก๊วนกอล์ฟชุมพรระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธี มทบ.44 ได้ยอดบริจาครวม 336,180 บาท

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จังหวัดชุมพร มีพิธีมอบรางวัลการแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วยรางวัลแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างศาลาพลับพลาพิธีประจำค่ายเขตอุดมศักดิ์ พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (ผบ.มทบ.44) เป็น

ประธานในพิธี พร้อมด้วยนางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร และนักธุรกิจชื่อดังในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างศาลาพลับพลาฯ ดังนี้:

นางณัฐวรรณ ฉายะบุตร ประธานจริยธรรมจังหวัดชุมพร มอบเงิน 100,000 บาทนายนิษกัณฐ์ ยังสุข โดยมีนายนันพิพัฒน์ ดวงธิราช เป็นผู้แทนมอบเงิน 100,000 บาทดร.ธน บุญเกิด

โดยมีนายสุธานน บุญเกิด เป็นผู้แทนมอบเงิน 36,180 บาทโปรอวย ศิริธร นาแพง มอบเงิน 60,000 บาทนายอนุวัติ วัชรพงษ์ เจ้าของบริษัท อีซูซุสุพรภัณฑ์ชุมพร จำกัด มอบเงิน 20,000 บาทนายสรไกร เมืองเทียน มอบเงิน 10,000 บาท

นายภาคย์ นวษุกร มอบเงิน 10,000 บาท ยอดบริจาคในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 336,180 บาท ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาพลับพลาพิธีเพื่อประโยชน์ของค่ายเขตอุดมศักดิ์และชุมชนต่อไป

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เห็นบรรยากาศนักกอล์ฟอยู่ในกิจกรรมจนวินาทีสุดท้ายถือว่าทุกท่านทุกคนให้ความเป็นกันเองกับ มทบ.44 บรรยากาศมีความอบอุ่นมาก และในโอกาสครั้งต่อๆไปคง

จะได้มีโอกาสจัดงานในลักษณะนี้อีก แล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากนักกอล์ฟในจังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

มาให้มากยิ่งขึ้นไป ในวันนี้ประสบความสำเร็จที่ได้ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากกำลังพลและครอบครัวของมณฑลทหารบกที่ 44 แล้วก็นักกอล์ฟทุกท่านที่ได้มาร่วมกันในวันนี้ขอขอบคุณมากๆครับผม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2568 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ได้จัดโครงการ ฟ.ฟันยิ้มสวย กองทุนหลักประกันสุขภาพนายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายอัมรินทร์ อารัมภวิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน
นายณัฐวุฒิ วิเศษวงษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา
นายประจวบ ดีบุญมี ณ ชุมแพ ประธานกรรมการสถานศึกษา
นายณัฐวุฒิ เเสงสว่าง สมาชิกสภาเทศบาล/กรรมการสถานศึกษา

รวมถึงปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่าย เเละได้รับความรู้จาก
วิทยากร นางสาวกัญญารัตน์ สอนเวียง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน
เเละผู้ปกครองเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นการอบรมให้ความรู้ในเรื่องการดูเเลสุภาพในช่องปากเเละเคลือบฟลูออไรด์วานิชให้กับเด็กนักเรียน

สื่อรัฐทีวี /สื่อรัฐนิวส์

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 11.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง

ลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อมูลบัญชีผู้ค้าผู้เสพ(Re x-ray) ประกอบกับมีคำร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีลูกหลานมั่วสุมเสพยาบ้า และเกิดทรัพย์สินในหมู่บ้านสูญหาย จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการจับกุมผู้ทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

อำเภอชุมแพ จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ตำบลวังหินลาด และตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดดังนี้

1) นายศราวุธ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาวตำบลนาจาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ของกลางยาบ้า 15 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด2) นายกฤตยศชญ์ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวตำบลโนนหันอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 2 กระบอก พร้อมลูกกระสุนปืน ขนาดจุด .38 special 15 นัด กระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด

3) นายราวี (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ชาวตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด4) นายสุริยา (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ชาวตำบลวังหินลาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุดจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอชุมแพ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด จับกุมผู้ค้าผู้เสพ”

ปกครองอำเภอชุมแพ จับตำรวจยศนายดาบเสพยา!! ที่แท้ตำรวจเวียงเก่า นำส่ง พงส.สภ.ชุมแพ ดำเนินคดี

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ตัั้งแต่เวลา 14.30 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ /ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอาวุโส พ.ต.ท.ลักษ์ ด้วงลำพันธ์ รอง ผกก.สว.สส. สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

พร้อม ชุดปฏิบัติพิเศษฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ชุมแพ อำเภอชุมแพ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามนโยบาย “ปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealers ผลึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด” ในพื้นที่ อำเภอชุมแพ และจับกุมผู้ทำความผิดตามบัญชีผู้ค้า ผู้เสพ (Re x ray) ดังนี้

1) นายพิเชษฐ์ (ตามสมมุติ) อายุ 44 ปี ชาวตำบลหนองเสาเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นของกลาง ยาบ้า จำนวน 3,840 เม็ด และอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 2 นัด2) นายไพรวัลย์ (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ชาวตำบลหนองสองเล้า อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลาง ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด

3)นายมาลี (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาวตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ของกลางผลตรวจปัสสาวะ 1 ชุด

 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี/น.ส.พ.สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สนข. จัดเวที ‘แลนด์บริดจ์’ พร้อมประกาศความพร้อม การประมูลโครงการฯ ตามนโยบายของรัฐบาล /พบประชาชน ครั้งที่ 8 พื้นที่ต.วังใหม่ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ได้ดำเนินการจัดการสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ ห้องลอฟท์ มาเนีย 1 โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูทิกโฮเทล อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดของโครงการ ข้อมูลและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและข้อมูลรูปแบบการลงทุนจากข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไทยและต่างชาติ โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิชาติ สาราบรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการสัมมนาในครั้งนี้ และมีตัวแทนจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการสัมมนา

นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการฯ ในทุกประเด็น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าโครงการฯ มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38% (กรณีวิเคราะห์เฉพาะท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า) โดยรูปแบบโครงการฯ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งด้วยเส้นทางคมนาคม พาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 2 อำเภอ 9 ตำบล ได้แก่

จ.ระนอง อ.เมืองระนอง ต.ราชกรูด และ จ.ชุมพร อ.หลังสวน ต.บางน้ำจืด ต.นาขา ต.วังตะกอ ต.หาดยาย อ.พะโต๊ะ ต.ปังหวาน ต.พระรักษ์ ต.พะโต๊ะ ต.ปากทรง ระยะทางรวม 89.35 กิโลเมตร ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองขนาด 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาดรางมาตรฐาน (Standard Gauge) และทางรถไฟขนาดราง 1 เมตร (Meter Gauge) พร้อมถนนบริการ ภายในพื้นที่เขตทาง 175 เมตร โดยมีการใช้ระบบขนย้ายตู้สินค้าที่ท่าเรือเป็นระบบท่าเรืออัตโนมัติ (Automation Port) การบริหารจัดการท่าเรือที่ทันสมัย (Smart Port) และการบริหารท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port) รวมทั้ง มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากมีการพัฒนาโครงการ

แลนด์บริดจ์ จะสามารถลดเวลาในขนส่งตู้สินค้าได้ถึง 4 วันและสามารถลดต้นทุนการขนส่งลงถึง 15% และจะทำให้ประเทศไทยเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้าของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ สนข. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน และศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรอบด้านจากการพัฒนาโครงการ ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบคมนาคมทั้งทางถนน ทางรถไฟ และสนามบินในพื้นที่ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน และการขนส่งตู้สินค้าเพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ (2) การสร้างโอกาสการจ้างงานในพื้นที่ และทั้งประเทศถึง 280,000 ตำแหน่ง (3) การเพิ่มโอกาสของภาคเอกชนไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและประมง อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ยา เวชภัณฑ์ ธุรกิจบริการ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น และ (4) เกิดการพัฒนาต่อเนื่องทั้งด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (น้ำประปา ไฟฟ้า การกำจัดขยะ) นอกจากนี้ในการศึกษามีการระบุให้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมทักษะให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรองรับการจ้างงานของคนในพื้นที่ เข้าทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังการพัฒนา โครงการ

สำหรับประเด็นข้อกังวลต่าง ๆ จากภาคประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ เช่น ผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนจากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ หรือมาตรการในการชดเชยเยียวยา กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นอย่างไรนั้น ทาง สนข.ได้รับทราบข้อกังวลทั้งหมดจากประชาชนผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 60 เวที และได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบร่วมกับผลการศึกษา เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยยึดหลักการพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพของคนท้องถิ่นผ่านกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในการศึกษาครั้งนี้มีการกำหนดให้ผู้รับผิดชอบโครงการทำการจัดตั้งกองทุน โดยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สมทบเงินเข้ากองทุน และนำเงินในกองทุนเพื่อไปใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และส่งเสริมให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก่อนมีการพัฒนาโครงการ

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มีความสมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป สนข.กำลังจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อดำเนินการจัดหานักลงทุนทั้งชาวไทย และต่างชาติเข้ามาดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะมีความพร้อมในการประกวดราคาในปีหน้า ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ และประชาชนทั้งประเทศมีความกินดีอยู่ดี มีรายได้ มีงานทำต่อ

จังหวัดชุมพรพบประชาชน ครั้งที่ 8 พื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้(22 ส.ค. 68) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร ร่วมโครงการจังหวัดพบประชาชนจังหวัดชุมพร “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ประจำปี 2568

ณ สำนักงานเทศบาลตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยมีหัวหน้าส่วนราชหาร ข้าราชการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ สาธารณสุข เหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร แม่บ้านมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยนำบริการต่างๆ อาทิ บริการด้านการแพทย์ตรวจรักษาโรคเบื้องต้น ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่นสายตาฟรี บริการทำบัตรประชาชนนอกสถานที่ บริการให้คำปรึกษา รับร้องเรียนร้องทุกข์ แจกพันธุ์ต้นไม้ พืชผัก พันธุ์ปลา มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ มอบทุนการศึกษา และมอบจักรยาน ให้แก่นักเรียน เป็นต้น
โครงการจังหวัดพบประชาชนจังหวัดชุมพร “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

เป็นโครงการสืบเนื่องมาจากแผนพัฒนาจังหวัดชุมพร พ.ศ. 2566 – 2570 สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนา ที่ยั่งยืนและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ภายใต้เป้าหมายการพัฒนา (วิสัยทัศน์) ที่ว่า “ชุมพร เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจดีและมีคุณค่ามุ่งสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในการสร้างคนคุณภาพ พัฒนาสังคมแห่งความสันติสุข มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและ

ทรัพย์สิน และการพัฒนาชุมชนให้มีความมั่นคงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดจึงได้จัดหน่วยบริการประชาชนขึ้น โดยบูรณาการหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชนต่าง ๆ ร่วมออกพบปะ เยี่ยมเยียน พร้อมนำบริการของภาครัฐ มาให้บริการพี่น้องประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการออกหน่วยบริการ ไว้เดือนละหนึ่งครั้ง หมุนเวียนไปยังอำเภอต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอ


นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ เปิดเผย กระผมมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสมาพบปะ เยี่ยมเยียน พี่น้องประชาชนชาวตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร ทุกท่าน ในวันนี้ ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนา (วิสัยทัศน์) ที่ว่า “ชุมพร เมืองน่าอยู่ เศรษฐกิจดีและมีคุณค่า มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”

ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนา จังหวัด ในการสร้างคนคุณภาพ พัฒนาสังคมแห่งความสันติสุข มีความ มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการพัฒนาชุมชนให้มีความ มั่นคง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดจึงได้จัดหน่วยบริการ ประชาชนขึ้น

โดยบูรณาการหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรเอกชนต่าง ๆ ร่วมออกพบปะ เยี่ยมเยียน พร้อมนำบริการของภาครัฐมาให้บริการพี่น้องประชาชน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการออกหน่วย บริการไว้เดือนละหนึ่งครั้ง หมุนเวียนไปยังอำเภอต่าง ๆ ครอบคลุม พื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชุมพร และ

ในวันนี้ นับเป็นโอกาสอันดี ที่จังหวัดได้นำงานบริการ ของหน่วยงานต่าง ๆ มาให้บริการ และดูแล แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอเมืองชุมพร จึงอยากให้ทุกท่านที่ได้มาร่วมงานโครงการในวันนี้ ได้ใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหน่วยงานที่ออกหน่วยให้บริการ ในครั้งนี้ มีความตั้งใจและพร้อมที่จะให้บริการแก่พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านด้วยความยินดียิ่ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แต่งตั้ง ดร.จิต นั่งนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร จ.ประจวบ ประชุมเครือข่าย 8 จังหวัดองค์กรภาคีฯผู้ประกอบการร้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 สิงหาคม 68 ที่ รร.ปราณบุรีคาบาน่า รีสอร์ท อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแฝงลอย แห่งประเทศไทย นำคณะผู้ประกอบการร้านค้าแฝงลอยฯ กลุ่ม 8 จังหวัดภาคกลาง ร่วมประชุมสัญจร เพื่อกำหนดกฏเกณฑ์ รูปแบบ ระเบียบ ในรูปแบบของแต่ละจังหวัดในนามของสมาคมฯ

เพื่อให้สอดคล้องขานรับกับนโยบายของทางรัฐบาล พร้อมกันนี้ก็ได้มีการแต่งตั้ง ดร.จิตสิริกร หน่อทิม เจ้าของร้านอาหาร”อิ่มอกอิ่มใจ” เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย(สาขาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ขึ้นมารองรับ การขยายเครือข่าย สมาคมฯ ออกสู่ทั่วประเทศให้ผู้คนได้รับรู้ ว่าแต่ละจังหวัด นั้นจะมีรายการ อาหาร ในระดับท้องถิ่นที่มีคุณภาพ ให้ได้เห็น

สำหรับในการแต่งตั้ง นายกสมาคมฯ ของจังหวัดประจวบฯ ในครั้งนี้ทาง ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ปข. นายภาณุมาศ อจลบุญ อัยการจังหวัดหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหินชะอำ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประจวบฯ และคณะฯ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ที่ทางสมาคมฯ นี้จะยกระดับร้านค้าอาหารของ ปข. รวม 8 อำเภอ ให้ผู้คนทั่วประเทศได้รู้จัก

ดร.สิทธิชัยฯ กล่าวว่า ตนเองขอแสดงความยินดี กับสมาคมฯ และก็ทราบดีว่านายกฯ นั้นก็มีร้านอาหารที่อร่อย และเป็นเสน่ห์ ให้กับผู้ที่มาเยือน จนทำให้เกิดความประทับใจ และเป็นเอกลักษณ์ ให้กับ จ.ประจวบฯ การที่ได้มีการรวมตัวกันในสัดส่วนของ ร้านอาหาร แผงลอย ในแต่ละอำเภอ ก็จะทำให้ผู้คนที่มาได้จักอาหารการกิน มากยิ่งขึ้นทำให้โครงการนโยบาย”ประจวบต้องไปต่อ”

ได้เดินไปสู่เป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้นการที่ทางคณะองค์กรภาคีเครือข่าย 8 จังหวัด และนายกสมาคมฯ มาร่วมกันในวัน ตนเองในฐานะ ผวจ.ปข.ก็ขอแสดงความยินดีที่มาเยือน ซึ่งตนเองก็จะพาคณะของสมาคมฯ ปข.ได้เยือนทางสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดด้วยเช่นกัน
/////////////////////////// ข่าว ณัฐธภพ พันสาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สคทช. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (21 สิงหาคม 2568) เวลา09.00น. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่มเติม) ของตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน คณะทำงานและเลขานุการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการ

นโยบายที่ดินแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น อำเภอปักธงชัย เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ณ อาคารเอนกประสงค์อบต.สะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนคราชสีมา
ทั้งนี้ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

สำหรับแบบรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดพื้นที่ให้เป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่ม) นั้นจะเน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 ส่วนคือ 1.กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
(ประชาชนที่ได้รับผลประโยชน์หรือได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน) 2.ชุมชนที่เกี่ยวข้อง (ประชาชนที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมีชื่ออยู่
ในทะเบียนบ้าน บริเวณหมู่บ้านถัดไปในบริเวณเพิกถอน/ขยาย ระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร) 3.ประชาชนทั่วไป โดยใช้ประเด็นคำถาม : เส้นแนวเขตที่ใช้ในการปรับปรุงแผนที่แมวรขสุขยานแห่งฮานาติกับสาม

ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์บ้า และพันธุ์พืช จะดำเนินการปรับปรุงเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 โดยใช้เส้นแนวเขตอทยานแห่งชาติลานปี 2543 เพื่อแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนที่ดินของรัฐ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็น จะเลือกตอบว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย พร้อมระบุเหตุผล

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยามแห่งชาติทับลาน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ นำผลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน