คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “วิทยา” อำลาตำแหน่ง 4 ปี ผุดโครงการพัฒนาท้องถิ่นกว่า 2,300 โครงการ/4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน/มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยง สุขสันต์วันคริสต์มาส 2568

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงบ่ายวันที่ 19 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมแก้วเจ้าจอม องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าฝ่ายทุกส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้อำนวยการสถานีอนามันเฉลิมพระเกียรติฯ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 12/2567 ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวาระครบการทำงานครบ 4 ปี ของผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีชุดปัจจุบัน

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ตลอด 4 ปีบริหาร ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้นับความร่วมมือที่ดีในการทำงานจากทุกภาคส่วน ต้องขอขอบคุณในความร่วมมือดังกล่าวที่ช่วยผลักดันท้องถิ่นให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น และในวันนี้ ซึ่งครบวาระการทำงานของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณและแถลงผลการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการตามที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ไว้ 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม 2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยวและกีฬา 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายคมนาคมขนส่ง 4.ยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5.ยุทธศาสตร์การป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 6.ยุทธศาสตร์การจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart environment) และ 7.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วรวมกว่า 2,300 โครงการ

มีรายงานด้วยว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว กลุ่มข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี พนักงานและลูกจ้าง ได้เตรียมดอกกุหลาบนำมามอบเป็นกำลังใจให้คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีเพื่อขอบคุณการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง ก่อนนายวิทยา คุณปลื้ม จะลงไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเดินทางกลับ

ประชุมใหญ่ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยา-ชลบุรี พร้อมจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชน

วันที่ 19 ธ.ค.67 ที่โรงแรมราวินทราบีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดการประชุมใหญ่ประจำปี 2567 ของ 4 สมาคมท่องเที่ยวพัทยาและจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย สมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี และสมาคมสปาแอนด์เวลเนสภาคตะวันออก

ด้วย ทางสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี โดย นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาคมฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวของหน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี โดยมี 8 สมาคม และ 5 ชมรม ด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมโรงแรมไทย

ภาคตะวันออก สมาคมแหล่งท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการศรีราชาและเกาะสีชัง สมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออก สมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก สมาคมผู้บริหารอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวันออก สมาคมเชฟภาคตะวันออก สมาคมอินเดียพัทยา ชมรมสปาเมืองพัทยา ชมรมผู้บริหารอาหาร และเครื่องดื่มเมืองพัทยา ชมรม FOMA PATAYA ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและที่พักเทศบาลเมืองแสนสุข เป็นต้น

โดยได้ประชุมหารือการดำเนินการในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเที่ยวท้องถิ่นต่อไปในปี 2568 เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวพัทยาและชลบุรีให้มีศักภาพขึ้นไป ก่อนในช่วงค่ำจะเป็นการจัดเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่และขอบคุณสื่อมวลชนตามลำดับ

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ พัทยา จัดงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี”

ช่วงบ่ายวันที่ 20 ธ.ค.67 ที่ศูนย์ประชุมมหาไถ่ พัทยา บาทหลวงสุขุม ธนะสิงห์ ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้เป็นประธานกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงาน “เลี้ยงขอบคุณ สุขสันต์วันคริสต์มาสและวันปีใหม่ 2568 รวมใจสร้างความดี” โดยมี นางสาวฐิติพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ เลขาสภาเมีองพัทยา นายวันชัย แสนงาม รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ นางอัมพร แก้วแสง นายกสมาคมสถานบันเทิงเมีองพัทยา นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างเป็นกันเอง

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงาน เพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีและเสริมสร้างความร่วมมือในสังคม ภายในงานเพื่อนเก่าคุณพ่อเรย์ คุณเปรมปรีชา ทิพยวาน และคุณปีเตอร์ มาโลตรา ได้เล่าถึงคุณพ่อเรย์ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯได้อุทิศชีวิตบุกเบิกเพื่อช่วยเหลือผู้ยากลำบาก โดยเฉพาะคนพิการ เด็กกำพร้า และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้การศึกษา อาชีพ และโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

พร้อมทั้งอวยพร “วันปีใหม่ รวมใจสร้างความดี” โดยมี พระศรีปริยัติวรกิจ เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันแชร์ประสบการณ์ กล่าวถึงบทบาทของชุมชนความสำคัญการสร้างสังคมที่เกื้อกูล ส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะคนพิการและผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงโอกาสและบริการอย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำถึงพลังของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างอาชีพ ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ดูแลคนพิการ คนตาบอด เด็กพิเศษกว่า 600 ชีวิต ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เช่น การมอบทุนการศึกษา การจัดหาอุปกรณ์การเรียน การสนับสนุนอาหารกลางวัน หรือการเผยแพร่ข่าวสารของมูลนิธิฯ ผ่านโซเชียลมีเดีย มาร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการส่งมอบความสุขและสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดีเพื่อสังคมไปพร้อมกันต่อไปในอนาคต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาล ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พุดไอเดีย พาผู้สูงอายุ สูดอากาศยามหนาวที่คิริตาคาเฟ Kirita Lopburi

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 14:00 น. ชมรมผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ได้นัดรวมตัวกันเป็นประจำของทุกเดือน เพื่อตรวจสุขภาพทางช่องปากและฟัน รวมถึงการแนะนำปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุจากคณะแพทย์พยาบาล มาคอยให้ความรู้ประจำทุกเดือน กับโครงการส่งเสริมกิจกรรมผูู้สูงอายุ มีนางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอโคกสำโรง

ในวันนี้มีประชาชนผู้สูงอายุเข้าร่วม ประมาณ 80 คน ประกอบด้วย
ชุมชน 1= 9 คน ชุมชน 2=7 คน ชุมชน 3 =16 คน ชุมชน 4= 10 คน ชุมชน 5= 12คน ชุมชน 6= 15 คน ชุมชน 7= 11 คน หลังจากตรวจสุขภาพปากและฟันแล้ว ทุกคนต่างมีความคิดพุดไอเดียขึ้นมาว่าเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ มองหาทำเลที่เหมาะและบรรยากาศดีๆใกล้ๆบ้าน และส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอีกด้วย จึงพากันคิดถึงสถานที่ใกล้อำเภอโคกสำโรง

พากันมายังสถานที่เหมาะและสวยงามบรรยากาศที่ดี รายล้อมไปด้วยขุนเขา บรรยากาศธรรมชาติ ทัศนียภาพที่สวยงาม อยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จึงมารับอากาศหน้าหนาวบรรยากาศดีๆที่ควรแก่การพักผ่อนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ คิริตาคาเฟ ตำบลวังเพลิงอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

โดยปัจจุบันนี้เมืองไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น รัฐบาลใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และให้มีกิจกรรม ในกลุ่มผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตจิตใจรวมถึงพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ โดยกลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง จะจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทางชมรมผู้สูงอายุจะเชิญเข้ากลุ่มผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโคกสำโรง เพื่อพบปะสังสรรค์แรกเปลี่ยนพูดคุยจะได้ไม่เงียบเหงา ในทุกวันเช้าๆ เย็นๆ

จะมีผู้สูงอายุบางคนออกร่วมกันเดินออกกำลังกาย บ้างท่านก็จะออกวิ่งเช้าๆ เย็นๆร่วมกัน สถานที่สนามอำเภอโคกสำโรง และแยกบายพาสโคกสำโรง – บ้านหมี่ สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อปน. จัดกิจกรรม “สร้างความสัมพันธ์เครือข่ายสื่อมวลชนภาคเหนือ” ณ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายสื่อมวลขนภาคเหนือ โดยเชิญประชาสัมพันธ์ จังหวัดหรือผู้แทน และสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ. และองค์กรสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือ

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนข้อมูลชาวสาวสาร และวิธีการสื่อสารไปยังประชาชนใต้อย่างมีประสิทธิผล ระหว่าง วันที่ 12 – 14 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมมณีน่าน เชื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุทธิพงษ์ วงค์สารภี ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขียนสิริกิติ์ที่ 1 (ชอสข-1) ให้เกียรติมากล่าวต้อนผู้เข้าร่วมกิจกรรม นายพิสิฐ กัยวิกัยโกศล หัวหน้ากองบริหาร (กบหน-ส.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายรัฏชรพงษ์ เมืองแก่น หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบบส่งภาคเหนือ (หชสน-ย) เป็นผู้กล่าวรานงาน พร้อมกับผู้ปฏิบัติงาน อปน.

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2567 คณะผู้บริหาร อปน. นำโดย นายวัชร์วีร์ พืชพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ-1 (ช.อปน-1) และ นายคมกริช วงศ์ชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ -2 (ช.อปน-2) นำคณะ คบ.อปน. พร้อมทั้ง น.ส.ณิชชนันทน์ สวัสดิ์พานิช หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชสัมพันธ์ระบบส่ง (กชส-ย.) เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วยภายในกิจกรรม มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของ อปน. และ กฟผ. ในเรื่องการผลิตไฟฟ้าสู่ระบบส่งจ่ายไฟฟ้าต่อไปยังประชาชม

โดย นายกนกพล อินถนอม วิทยากรระดับ 7 ประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์เขื่อนสิริกิติ์ (ทชส-ย.) เรื่องความมั่นคงของระบบส่งจ่ายไฟฟ้า ในภาคเหนือ โดย นายวสันต์ สิงหเดช วิศวกรระดับ 7 แผนกปฏิบัติการระบบ 1 (หปน1-ส) เรื่องการดูแล และบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบส่งไฟฟ้าในภาคเหนือ

โดย นายถิรวุฒิ เจียมเกตุ ช่างระดับ 8 แผนกบำบำรุงรักษาสายส่ง 1 (หสน1-ส.) และเรื่องเรื่องาน CSR ในพื้นที่ภาคเหนือ โดย นายชัชวาลย์ กุลสุวรรณ์ ช่างระดับ 8 แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งภาคเหนือ (หชสน –ย.) และได้มีการชี้แจง และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จริงของ กฟผ. ที่เป็นประเด็นและให้ความสนใจในภาคประชนในในรอบปีที่ผ่านมา และมีกิจกลุ่ม Workshop ในเรื่องของแนวกลยุทธการสื่อสารถึงมวลชนอย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงถึงมีกิจกรรมสานสัมพันธ์ร่วมกันตอดการดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ ยังได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย ต ท่าปลา อ.ทำปลา จ.อุตรติตถ์ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชนที่มีชื่อเสียงคือ ผลิตภัณฑ์จากเม็ดมะม่วงทิมพานต์ ที่มีหลากหลายรูปแบบสินค้า มีการพัฒนาตนเองจนสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

จากนั้นได้นำคณะผู้เช้าร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ. เขื่อนสิริกิติ์ “โคก หนอง นา โมเดล” อีกด้วย/บุญยงค์ สดสะอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา จัดกิจกรรม Healthy Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี /นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

แชร์เนื้อหานี้


โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดกิจกรรม Health Living 2025 EXPO ตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ ทุกวัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 พร้อมเสวนาสุขภาพ ในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน” โดย มี พญ.พีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพพัทยากล่าวเปิดงาน ต่อจากนั้น มีการบรรยายในหัวข้อ "สุขภาพกายและใจ เติบโตไปพร้อมกัน”  นพ. จิระวัฒน์ พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงของเด็ก ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ ในเมืองพัทยา
 
การจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพฟรี 25 รายการ อาทิ  แบบทดสอบทดสอบการได้ยิน ตรวจค่าสายตาและหาความผิดปกติ  แบบคัดกรองสมรรถภาพความจำ 14 คำถาม แบบสอบถามความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ  แบบประเมินความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน  แบบประเมินโรคซึมเศร้า  แบบประเมินความเครียด  แบบประเมินภาวะวิตกกังวล  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจปลายนิ้ว แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (ASCVD) ตรวจคัดกรองโรคต่อมไร้ท่อ โรคกระดูกพรุน/Osteoporosis 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/Sexually Transmitted Disease (STD) คัดกรองความเสี่ยงโรคไต ตรวจสุขภาพฟันฟรี วิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย แบบประเมินการจัดการน้ำหนัก แบบสอบถาม เวชศาสตร์วิถีชีวิต คัดกรองความเสี่ยงต่อการพลัดตก หกล้ม  ให้คำปรึกษาเรื่องยา ตรวจคัดกรองความเสี่ยงพัฒนาการเด็กอายุ 0-5 ปี แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงโรคอ้วนในเด็ก แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย  ตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซึ่งผู้สนใจสามารถมาตรวจคัดกรองได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

     ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รพ.กรุงเทพพัทยา มีการจัดแพ็กเกจตรวจสุขภาพ Healthy Living 2025 ลดสูงสุด 70% เพื่อให้ทุกท่านได้เลือเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก ซึ่งแพ็กเกจออกแบบให้เหมาะสมกับทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 นี้

นักสิ่งสายบุญร่วมชิงชัย SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดหัวใจเด็ก

ตามที่ โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี ได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล SVT RUN เพื่อระดมทุนจัดหารายได้สนับสนุนข่วยเหลือสังคมมาอย่างยาวนาน โดยกำหนดจัดงานวิ่ง SVT RUN ทุกวันที่ 15 ธันวาคมของทุกปี และในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS.

วันที่ 15 ธ.ค.67 ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช เป็นประธานเปิดงาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS. ที่บริเวณจุดสตาร์ทหน้าโรงเรียน ท่ามกลางนักวิ่งสายบุญเข้าร่วมชิงชัยรายการนี้หลายพันคน

การแข่งขันออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่น KIDS SPIRIT อายุไม่เกิน 6 ปี, รุ่น ALPHA อายุ 7-15 ปี, รุ่น Z-RUN อายุ 16-29 ปี, รุ่น Y-RUN อายุ 30-39 ปี, รุ่น X-RUN อายุ 40-49 ปี และรุ่น XL-RUN อายุ 50 ปีขึ้นไป รายได้จาการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ร่วมสมทบทุนบริจาคช่วยเหลือในการผ่าตัดหัวใจให้เด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจตามลำดับ

วอนเมืองพัทยาปรับภูมิทัศน์ที่สาธารณะให้แล้วเสร็จ หลังงานค้างมาร่วมเดือน

ตามที่เมืองพัทยาดำเนินการปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่าหลังเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 ซอยตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ใจของชาวบ้านผู้เช่าพักที่หวั่นได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษชุกชุมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 16 ธ.ค.67 หลังจากมีการดำเนินการกินระยะเวลามาร่วมเดือน ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการทำงานปรับปรุงพื้นที่สาธารณะบริเวณดังกล่าว พบว่าได้ดำเนินการจากทางเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร งานยังไม่แล้วเสร็จแต่อย่างใด

ข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากชาวบ้านร้องเรียนไปเมืองพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น อยากให้มาเร่งรัดจัดการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านที่อาศัยที่ติดกับพื้นที่สาธารณะเพราะได้ดำเนินการมาร่วมเดือนแล้ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.67 ด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (ค่ายพระรามหก) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานฤดูหนาว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในวาระ 100 ปี ณ สโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ทุกวันเสาร์ตลอดเดือนธันวาคม 67 โดยเริ่มวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการแสดงกีต้าร์ Magical Melodies โดยศิลปิน ฮัคกี้ ไอเคิ้ลมานน์ (Hucky Eichelmann) มาบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และท่วงทำนองของไทยอื่นๆ

พร้อมกับการอ่านบทพระราชนิพนธ์มัทนะพาธา จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบดนตรี (Madanabadha Suite) โดยมีศิลปินรับเชิญ ภัทราวดี มีชูธน (ศิลปินแห่งชาติ) อานันท์ นาคคง (ศิลปินศิลปาธร) อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยได้รับเกียรติจาก นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี นางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง

นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเพชรบุรี นางสาววรกานต์ ถาวร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ นางเบญจมาส อ่วมสอาด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักศึกษาและองค์กรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด และแขกผู้มีเกียรติทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมชมงานในครั้งนี้ โดยมีนางสาวเกล้ามาศ ยิบอินซอย ผู้อำนวยการสำนักงาน มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ให้การต้อนรับ

สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.67 เชิญชมการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ราชนาวี 25 ชิ้น (วง Light Music) กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยการสนับสนุนของกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ร่วมด้วยกรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / เวลา 13.30 น. เปิดหน้าม่านโดยการแสดงลำตัดคณะลำตัดวงรากไทย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี / เวลา 15.00 น.- 17.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี

วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.และวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค.67 ชมการแสดงของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา บทเพลงจากคีตนิพนธ์ร่วมสมัย รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง การขับเสภาและการอ่านทำนองเสนาะบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย กวินภพ ทองนาค (นิสิตปริญญามหาบัณฑิต จุฬาฯ) บทเสภาสามัคคีเสวก โคลงอารัมภกถาพระนลคำหลวง มงคลสูตรคำฉันท์ สยามานุสสติ สลับกับการอธิบายที่มาและความหมายของแต่ละบทโดย รศ.ดร.อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ)

วันเสาร์ที่ 28 ธ.ค.67 ชมการแสดงของมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว การแสดงเปิดโรง วงดนตรีผู้หญิงล้วนแห่งเมืองเพชรบุรี ทั้งนี้การเข้าพื้นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน บริจาคค่าเข้าชมตามอัตราปกติ ร่วมชมการแสดงไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสนับสนุนกิจกรรมโดยบริจาคสมทบทุนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี (ด้านดนตรีและการแสดง) มูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ตามจิตศรัทธา ติดต่อจองที่นั่งในท้องพระโรงในกล่องข้อความเพจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน / Mrigadayavan Palace จึงขอเชิญผู้ที่สนใจและนักท่องเที่ยวมาร่วมฟังดนตรีทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนธันวาคม 67 แล้วมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รายได้เพื่อการอนุรักษ์และบูรณะพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้คงอยู่สืบไป.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ พิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี

พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นำข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการและประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567

จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ข้าราชการ ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณขิงพระองค์ที่ทีต่อประชาชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามปณิธานด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น

ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อให้ราษฎร์มีความผาสุก ร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทรงคิดค้นวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา”

เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณ ทั้งภายในประเทศและจากนานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่า และอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ปวงพสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่างๆ หลายประเทศ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอ เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ลานตอดรถข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางอรอนงค์ กาพรม พัฒนาการอำเภอเมืองน่าน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อ นายดล ภาคเนตรใส นายอำเภอเมืองน่าน ประธานพิธีเปิดงานตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่าน ตามที่อำเภอเมืองน่าน ได้มีนโยบายในการขับเคลื่อนการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากโดย ให้ส่วนราชการและหน่วยงาน ร่วมกันวางแผนจัดกิจกรรมตลาดนัด

ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับสินค้าของกลุ่มสัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อสร้างงาน สร้าง อาชีพ สร้างรายได้ โดยใช้ชื่อตลาดว่า “ตลาดนัดสร้าง สุขอำเภอมืองน่าน และ ดำเนินการขับเคลื่อน “ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้บังเกิด ผลและเกิดความยั่งยืน เป็นการพัฒนาศักยภาพ ตลาดนัดสร้างสุขอำเภอเมืองน่านให้มี เอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า สัมมาชีพ ผลผลิตทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
เกษตรกร

ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายใหม่ และผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบปัญหา
เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่จำหนำย โดยกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ในวันประชุมประจำเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประจำทุกเดือนและ อำเภอเมืองน่าน ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมโดยกิจกรรมในมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจ่าหน่ายจำนวล61 ราย
ประกอบด้วย

  1. ประเภทเครื่องดื่ม อาหารจำนวน 61ราย
  2. ประเภทผลผลิตทางการเกษตร จำนวน1
  3. ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 2 ราย
  4. ประเภทของใช้ ของตกแต่ง จำนวน 12 ราย
  5. ร้านค้า ธงฟ้า ราคาประหยัด
  6. จำนวน 1 ราย
  7. ประเภทร้านค้าในเครือพาณิชย์จังหวัดจำนวน 10 ราย การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นร่วมเปิดงานจำนวนมากและได้รับความสนใจจากข้าราชการ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านซื้อของจำนวนมาก บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมด้วยช่วยกัน ลุยน้ำลงพื้นที่แจกข้าวกล่องและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (3 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พร้อมด้วยกำลังพลฝ่ายอำนวยการฉก.ตร.นราธิวาส 93 /ชป.กร.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 เดินลุยน้ำลงพื้นที่ ม.4 บ้านโคกโก และ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส

ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัยน้ำท่วม โดยได้พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ พร้อมแจกข้าวกล่อง และน้ำดื่ม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่สามารถประกอบอาหารในครัวเรือนของตนเองได้ นอกจากนี้จะแจกจ่ายข้าวกล่องและน้ำดื่มในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้ประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนยังไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ เนื่องจากข้างของเครื่องใช้ยังอยู่ในที่สูง โดยนายเร๊าะมันคาน โอราสะมันนี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ได้มีประกาศเตือนต่อเนื่อง ฉบับที่ 3

เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ช่วงวันที่ 3-5 ธันวาคม นี้ โดยวันนี้ (3 ธ.ค.67) มีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนวันที่ 4-5 ธันวาคม มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังจะเข้ามานั้น เจ้าหน้าที่ยังคงคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เรือนจำนราธิวาสนำผู้ต้องขังร่วมด้วยช่วยกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามนโยบายของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนโยบายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสหการ เพชรนรินทร์ ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำโดยนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 10 นาย และผู้ต้องขังกองงานสาธารณประโยชน์จำนวน 10 คน ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ณ ศูนย์อพยพ วัดโคกงู ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่โดยรถทุกประเภท ต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง แต่จำเป็นจะต้องเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือโดยได้ขึ้นเครื่องจักรทางการเกษตรของชาวบ้านเพื่อเข้าไปให้กำลังใจและนำน้ำดื่มไปให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100 แพ็ค โดยมีเจ้าอาวาสวัดโคกงู เป็นตัวแทนผู้รับมอบ

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้กับผู้ที่อพยพณ ศูนย์อพยพเป็นอย่างมาก โดยศูนย์ดังกล่าวมีผู้อพยพเข้าอาศัยอยู่ประมาณ 30-50 ครัวเรือนเนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 – 3 เมตร และตามนโยบายดังกล่าว เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะเข้าไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ต้องขังทุกคนได้ร่วมทำความดีเพื่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเองในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สร้างทัศนคติที่ดี เตรียมพร้อมทั้งกายและใจในการกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้าน

แชร์เนื้อหานี้

นายกพัทยาขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังดันจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เปรี้ยงป้างสุดขีด คาดเม็ดเงินทะลัก 2 พันล้านตามที่เมืองพัทยาได้จัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นต์การท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากหลายรางวัล ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29-30 พ.ย.67 ที่ผ่านมา

พบว่ากิจกรรมกรรมเป็นไปอย่างคุกคักทั้ง 2 วัน มีประชาชนนำครอบครัวและบุตรหลาน ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมชมความงามของพลุนานาชาตินับแสนคน ส่งผลเม็ดเงินท่องเที่ยวสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า ขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่มาชม PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทีมผู้จัดงานฯ และเจ้าหน้าที่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่าน ที่ทำให้งานสำเร็จไปด้วยดี

“สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวส่วนต่างๆตั้งแต่โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร พ่อค้า แม่ขาย คนตัวเล็กตัวน้อยมีพื้นที่ค้าขายตามนโยบายเปิดทำเลทอง ขยายพื้นที่ขายของเพื่อคนพัทยา แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะครับ” นายกเมืองพัทยา กล่าวทิ้งท้าย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.มุกดาหาร ระดมเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ ออกตัดต้นไม้ริมทางสาธารณะป้องกันภัยจากลมหนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม​ 2567​ นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ระดมทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถกระเช้าไฟฟ้าบูมลิฟท์ (BOOM LIFT) พร้อมด้วยอุปกรณ์การตัดต้นไม้ออกทำการตัดต้นไม้ใหญ่และกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำออกมา

ในเขตเส้นทางสัญจรทั่วพื้นที่เทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากการถูกกิ่งไม้หักหล่นลงมาใส่ขณะขับขี่พาหนะสัญจรไปมา รวมทั้งการตัดกิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟและหลอดไฟส่องสว่างเพื่อกำจัดจุดเสี่ยงต่างๆ และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

นายอดุลย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวมีลมกรรโชกแรงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้ต้นไม้โค่นล้มหรือกิ่งไม้หักหล่นใส่เส้นทางสัญจร และบ้านเรือน ทำให้นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร มีความห่วงใยเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนประชาชน

จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่ รถกระเช้าพร้อมด้วยอุปกรณ์ ออกทำการตัดฟันต้นไม้ กิ่งไม้ บริเวณริมทางสาธารณะ และที่อยู่ใกล้กับบ้านเรือนประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส.ประจวบจัดโครงการสื่อ ธกส.สัญจรประจำปี 67

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร และเจ้าหน้าที่ นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมกว่า 20 คน

เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานที่”บุราณบ้านสวน” ของ นายประเสริฐ ยุวกานกูล ซึ่งเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย และแหล่งเรียนรู้ป่าครอบครัว ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางธนาคาร ธ.ก.ส.และกรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้เป็นชุมชนต้องเที่ยว และชุมชนอุดมสุข โดยทางธนาคาร ธ.ก.ส.มีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขให้เป็นแกนกลางการเกษตร โดยได้มีการพาคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการปลูกพืชแบบผสมผสานภายในแปลงเกษตรเนื้อที่ทั้งหมด 28 ไร่ โดยทุกพื้นที่ของสวน

สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดและสามารถสร้างมูลค่าสร้างรายได้ให้กับเจ้าของสวนแบบพึ่งพาตนเอง โดยได้ดำเนินการในลักษณะเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ปลูกพืชไว้กินเอง เหลือแล้วจึงขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากนั้นจึงได้พาคณะสื่อมวลชนร่วมพบปะสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกันที่บริเวณร้านอาหารครัวแสนดี อำเภอบางสะพาน ก่อนจะมอบของที่ระลึก และแยกย้ายเดินทางกลับ

นายจักรพันธ์ ม่วงแก้ว รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางธนาคารมีแผนจัดทำโครงการยกระดับชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนให้ครอบคลุม 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านวัฒนธรรมประเพณี โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำแผนพัฒนาชุมชนที่เน้นการลดต้นทุน การสร้างงาน สร้าง อาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ภาครัวเรือนควบคู่กับการอนุรักษ์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพ กลุ่มการเงิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนให้มีการนำองค์ความรู้ใหม่ๆ เทคโนโลยีสมัยใหม่

และนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา หรือภาคีเครือข่ายมาประยุกต์ใช้ ให้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ มีมาตรฐานการผลิตสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิต หรือผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง มีการเชื่อมต่อเกษตรกรที่ขาดทักษะ หรือขาดทรัพยากรในการผลิตเข้ากับกลุ่มที่มีทักษะ เพื่อให้ได้มีโอกาสส่งเสริมซึ่งกันและกันในธุรกิจรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งมีการพัฒนาด้านการตลาดและเปิดช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ในรูปแบบ Digital ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคภายในท้องถิ่น (Local Consumption) เป็นหลัก มีการเชื่อมโยงผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ของชุมชนสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง ธ.ก.ส.

จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อให้มีการประสานความร่วมมือบูรณาการกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ/เอกชน ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ทั้ง 4มิติ ไปพร้อมกัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนจนนำไปสู่การยกระดับเป็น “ชุมชนอุดมสุขสู่การเป็นแกนกลางการเกษตร”(Essence of Agriculture) ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายยกระดับชุมชนอุดมสุขเป็นแกนกลางการเกษตร จำนวน 181 ชุมชน

โดยชุมชนบ้านสวน เป็นหนึ่งใน 181 ชุมชน ที่อยู่ในเป้าหมายของธนาคารในการยกระดับชุมชน เป็นแกนกลางการเกษตรในปีบัญชี 2567 นี้ เป็นชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืนที่มีผู้นำใช้กรอบการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการใช้พื้นที่ส่วนตัวทำสวนเกษตรผสมผสาน มีทั้งพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชสมุนไพร เลี้ยงไก่ ปลา สุกร ทำนาปลูกข้าว เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.ในเรื่องของการทำนาอินทรีย์ รวมกันซื้อ รวมกันขาย เน้นการผลิตข้าวปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสินค้าเกษตรปลอดภัย ทำให้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี

สำหรับพืช (GAP) เป็นชุมชนที่สร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี ภายใต้หลักการเกื้อกูล แบ่งปัน และเป็นธรรม ส่งผลให้สมาชิกในชุมชนมีประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน และในอนาคตชุมชนนี้มีแผนพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ประกอบกับปีบัญชี 2567 ธนาคารกำหนดจัดกิจกรรมประกวดชุมชนอุดมสุขระดับภูมิภาค ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ แสนปาล์มเทรนิ่งโฮม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม และระดับประเทศประมาณเดือนมกราคม 2568 ซึ่ง ธ.ก.ส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ส่งชุมชนบ้านสวน เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วย

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เกษตรท่าวังผา น่าน มอบเมล็ดพันธุ์ผักให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย2567 / รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน

แชร์เนื้อหานี้

26 พฤศจิกายน 2567 นายสันติ มณีอ่อน เกษตรอำเภอท่าวังผา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และประธานชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักและกล้าผัก ภายใต้โครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติของกรมส่งเสริมการเกษตร และภายใต้โครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ชุบชีวีหลังน้ำลด ระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย

บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย มูลนิธิพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และชมรมศิษย์เก่าแม่โจ้จังหวัดน่าน ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย (น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม) ด้านพืช เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 อำเภอท่าวังผา 10 ตำบล 54 หมู่บ้าน เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 645 ราย ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผัก จำนวน 6 ชนิด

ได้แก่ เมล็ดถั่วฝักยาว เมล็ดผักคะน้าลูกผสม เมล็ดพริกขี้หนูลูกผสม เมล็ดผักกาดขาวปลีลูกผสม เมล็ดผักกวางตุ้งต้นลูกผสม และเมล็ดมะเขือเปราะพวงหยกจักรพันธ์ และกล้าผักในถาดหลุม จำนวน 6 ชนิด ประกอบด้วย กล้าถั่วพู กล้ากะหล่ำปลี กล้ามะเขือเทศ กล้าพริกใหญ่ กล้าพริกชี้ฟ้า และมะเขือเปราะเจ้าพระยา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

รมว.เอกนัฏ เปิดโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย ฮับโกโก้แห่งอาเซียน เชื่อมท่องเที่ยวด้วยซอฟต์พาวเวอร์โชว์ศักยภาพ “ดีพร้อม” ยกระดับผู้ประกอบการโกโก้สู่สินค้า GI โกยรายได้เพิ่มอีก 8 พันล้านบาท

ค่ำวานนี้ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.30 น. ณ ร้าน โกโก้ วัลเลย์ คาเฟ่ ตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าร่วมติดตามความสำเร็จการส่งเสริมอุตสาหกรรมโกโก้ในพื้นที่จังหวัดน่าน

เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยสู่ฮับโกโก้ของอาเซียน สนองยุทธศาสตร์ผู้นำแหล่งผลิตและตลาดผลไม้เมืองร้อนของรัฐบาล โดยมีแผนระยะ 3 ปี เชื่อมโยงกับซอฟต์พาวเวอร์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) รุกพัฒนาผู้ประกอบการโกโก้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการพัฒนาในแต่ละภูมิภาคก้าวสู่การเป็นสินค้า GI เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่เน้นความโดดเด่นในเชิงคุณภาพ และอัตลักษณ์ทางรสชาติ ด้วยการพัฒนาความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานต่าง ๆ

คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจอีกกว่า 8 พันล้านบาท พร้อมชูต้นแบบความสำเร็จ โกโก้วัลเล่ย์ ธุรกิจโกโก้ครบวงจรตั้งแต่การปลูก แปรรูป การสร้างแบรนด์ และแหล่งท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือนโดยรอบกว่า 300 ครัวเรือน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” พร้อมมุ่งสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และมุ่งเซฟอุตสาหกรรมไทยที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชน

เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการสร้างรายได้และเป็นการกระจายมูลค่าเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะ “เกษตรอุตสาหกรรม” ซึ่งเกษตรกรไทยมีศักยภาพและมีการเพาะปลูกในทุกภูมิภาค โดยจะมุ่งสนับสนุนทั้งพืชเศรษฐกิจเดิม และพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โกโก้ ที่สามารถสร้างมูลค่าตั้งแต่ผลสด เมล็ดแห้ง และการแปรรูปเป็นสินค้าสร้างสรรค์ อีกทั้งยังพบว่าตั้งแต่โกโก้เริ่มได้รับความนิยมในไทย ยังเป็นแรงจูงใจในหลายด้าน เช่น โมเดลธุรกิจคาเฟ่ ท่องเที่ยว คนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการเกษตร พร้อมนี้รมว.อุตสาหกรรมได้เวิร์คช็อปการผลิตช็อคโกแลตจากโกๆอีกด้วย
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM)

ได้กำหนดให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกโกโก้ทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “น่านโมเดล” โดยมุ่งหวังสร้างความนิยมการปลูกพันธุ์โกโก้น่าน 133 ที่เป็นสินค้า GI โดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกและจำนวนผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบธุรกิจ หรือดีพร้อมฮีโร่ขึ้น โดยมีผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คือโกโก้วัลเลย์ (Cocoa Valley) ต้นแบบธุรกิจโกโก้ครบวงจรของน่านที่มีศักยภาพตั้งแต่การปลูก แปรรูปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบอัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลก โดยทุกวันนี้โกโก้วัลเลย์ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของจังหวัดน่าน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโกโก้และช็อกโกแลต และขณะเดียวกันธุรกิจนี้ยังได้ส่งต่อความรู้การปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในชุมชน สร้างรายได้ และผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบมากกว่า 300 ชุมชน เช่น กลุ่มขายผลสดโกโก้ กลุ่มชนเผ่า กลุ่มย้อมผ้า ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกโกโก้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร และสปา เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ได้สอดรับกับความต้องการตลาด เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสำเร็จรูป คราฟท์ช็อกโกแลต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บ้านเอื้ออาทร จัดงาน “วันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) เป็นประธานการเปิดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2567 โดยมี นายชัยเวช ประวัติดี ประธานชุมชนเมืองย่อยที่ 19 (บ้านเอื้ออาทร) พร้อมด้วยคณะกรรมการ ชุมชนฯและประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้

โดยบรรยากาศ มีการฟ้อนรำอวยพร 4 ภาค กองทุนแม่ของแผ่นดิน และ ฟ้อนรำเชิญเที่ยวจังหวัดสระแก้ว โดยทีมชุดการแสดงมาจาก บ้านหนองกะพ้อ ชุมชนเมืองย่อยที่ 21 นำทีมโดย นางฐิติรัตน์ สักยะพรต (ครูปู)

นางจริยาภรณ์ ดลทรัพย์ ประธานกองทุนแม่ฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมร่วมกันแสดงพลังความสามัคคี ถวายความจงรักภักดี

เพื่อสืบสานพระราชปณิธานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตลอดจนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจถึงประวัติความเป็นมาของการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานของกองทุนแม่ของแผ่นดิน (บ้านเอื้ออาทร) ชุมชนเมืองย่อยที่ 19

สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม จัดกิจกรรม “ต้านภัยหนาวให้กับเด็ก และ เยาวชน ในพื้นที่ประสบภัย” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10:00 น. สมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม นำโดย นายอภิรัฐ กุนกันไชย นายกสมาคมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อสังคม ที่ปรึกษา สมาชิกวุฒิสภา ว่าที่ พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมมาธิการกิจการด้านทหารวุฒิสภา

จัดกิจกรรม ภายใต้โครงการ “แผ่นดินเดียวกัน” ที่หมู่บ้านดอยแหลม หมู่ที่ 13 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ณ คริสตจักรบ้านดอยแหลม มอบเสื้อกันหนาว เครื่อง อุปโภคบริโภค จำนวนหลายรายการ ให้กับเด็ก จำนวน 40 คน และครอบครัว ร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาและกลุ่มอาสาเมตตาบารมีอีกด้วย.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จิตอาสาคลองสาน และพัฒนาแหล่งน้ำ “คลองวัดสุวรรณ ฝั่งใต้” เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ที่ลานด้านหน้าบริเวณคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จังหวัดกรุงเทพมหานคร นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำสาธารณะคลองวัดสุวรรณ (ฝั่งใต้) ด้านชุมชนซอยวนาวรรณ

โดยมีนางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน คณะผู้บริหารเขตคลองสานและสัสดีเขตคลองสาน กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กองพันสารวัตรทหารที่ 11 มณฑลทหารบกที่ 11 สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน สถานีตำรวจนครบาลบุปผาราม กองบังคับการตำรวจน้ำ หัวหน้าจิตอาสา เขตคลองสาน กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ คณะกรรมการชุมชนซอยวนาวรรณ ชาวชุมชนซอยวนาวรรณ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองสาน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันทำกิจกรรม

นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน กล่าวว่า การจัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดปรังปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาทำความสะอาดแหล่งน้ำลำคลองสาธารณะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า)  ซึ่งตรงกับวันที่25 พฤศจิกายน ของทุกปี
เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า และสร้างความปรองดอง สามัคคีร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ใน 4 สถาบันหลัก คือสถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ภายหลังพิธีเปิดเสร็จสิ้น ประธานในพิธีได้นำคณะ จิตอาสา พัฒนาทำความสะอาด ลำคลองวัดสุวรรณ จัดเก็บวัชพืชขยะต่างๆในลำคลอง รวมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ต่างๆ ก่อนจะเดินทางไปร่วมรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ

ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ และกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยนำทรายอะเบท หยอดใส่ตามแหล่งน้ำต่าง ๆภายในชุมชน เพื่อเป็นการกำจัดต้นตอลูกน้ำยุงลายในบริเวณที่มีน้ำขัง ภายในพื้นที่ชุมชนซอยวนาวรรณ

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ทท.ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เมืองพัทยา/Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานประชุมหารือแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยมี นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี นางเอกอนงค์ บัวมาศ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี นายกิตติ บุญรัตนเนตร สาธารณสุขอำเภอบางละมุง นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายเกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รองปลัดเมืองพัทยา รักษาการแทนปลัดเเมืองพัทยา นายเอกราช คันธโร ผอ.เจ้าท่า สาขาพัทยา นายวรภพ คงธนจรัส ปลัดอำเภอบางละมุง นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

เนื่องด้วยได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่าวชาติเสียชีวิตจากการทำกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่บ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา บ่อยครั้งในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งยังพบข้อมูลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกเอารัดเอาเปรียบจากการหลอกลวงให้การซื้อสินค้าที่ราคาแพงเกินจริง ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวประเทศไทยเสียหาย ทางตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา) จึงดำเนินจัดประชุมดังกล่าวขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการ การจำหน่ายสินค้าต่างๆ ให้มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ในที่ประชุมโดย พ.ต.ท.ปิยพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้นำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจ โดยพบสถิติเหตุนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่เกาะล้าน ประจำปี 2565-2567 โดยพบว่าในระยะเวลา 3 ปี มีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตรวม 13 ราย ในปี 2565 มีหนึ่งราย คือนักท่องเที่ยวชาวปากีสถาน ในปี 2566 มี 6 ราย คือ อินเดีย 2 ราย จีน 2 ราย เวียดนาม 1 ราย และบรูไน 1 ราย และในปี 2566 มี 6 ราย คือ จีน 4 ราย และเกาหลีใต้ 2 ราย ซึ่งพบว่าผู้เสียอายุเป็นคนชราและผู้สูงวัย

ด้าน นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เผยในส่วนของการวางแนวทางทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่ามาท่องเที่ยวแล้วปลอดภัย เมืองพัทยา โดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวและเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังบ้านเกาะล้าน โดยหาคือแนวทางการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว การกำหนดเปิดจองจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ การจัดลำดับคิว รวมทั้งการเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งต้องมีการพูดคุยหลายฝ่าย เพราะปัจจุบันพบว่าเกาะล้านมีนักท่องเที่ยวมาเยอะเกินขีดจำกัด ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้กล่าวชื่นชมเมืองพัทยาที่มีความเข้มแข็งของมีการประสานการทำงานกันอย่างเป็นรูปธรรมจนบางกรณี ตัวอย่างเช่นกรณีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเล่นน้ำเสียชีวิตที่เมืองพัทยามีการประสานงานเรื่องของประกันชีวิตต่างๆ เพื่อช่วยเหลือจากได้รับความชื่นชมจากเอกอัครราชทูตอินเดียชื่นชมและฝากขอบคุณมายังเมืองพัทยา

ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมีจำนวนน้อยจำเป็นต้องบูรณาการพึ่งการทำงานของอาสาสมัครให้เข้ามาช่วยปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งในการอำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยวโดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาถือว่าทำได้ดีและน่าเป็นแบบอย่าง

ข้อแนะนำสำหรับแนวทางการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการป้องกันการหลอกลวงการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เห็นควรให้มีการเพิ่มจำนวนไลฟ์การ์ด การสร้างหอคอย สังเกตุการณ์ริมชายหาด ดูเรื่องระเบียบของเรือเร็วและเจ็ตสกี การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เพียงพออยู่ในความดูแลของกำละงเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่หลอกซื้อขายสินค้า แลพการหาความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเมืองพัทยามีจุดแข็งคือความร่วมมือที่สำคัญถือเป็นเสน่ห์ที่น่าชื่นชม

Skechers รุกตลาดเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉม Skechers Outlet Central Marina Pattaya ขยายพื้นที่ใหม่ใหญ่ที่สุดในพัทยา

วันที่ 22 พ.ย.67 มีรายงานว่า Skechers แบรนด์รองเท้าและเครื่องแต่งกายสำหรับครอบครัวชื่อดัง ได้ทำการเปิด Skechers Outlet Central Marina Pattaya อย่างเป็นทางการ ที่บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดร้าน Skechers Outlet อย่างเป็นทางการ

โดยในพิธีการดังกล่าวมีนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งนายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) และ น.ส.กรรณิการ์ แกล่มกล้า ผจก. Skechers Outlte Central Marina Pattaya ได้ต้อนรับคณะผู้ร่วมงานด้วยตัวเอง

ด้าน น.ส.นันทพร เหมือนเดช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ Skechers (Thailand) เปิดเผยว่า แต่เดิมร้าน Skechers Outlet จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค่า แต่พบว่ากระแสตอบรับดีมาก มียอดขายทะลุ 3 ล้านบาทต่อเดือน จึงต้องขยายพื้นที่ลงมายังบริเวณชั้น 1 ซึ่งใหญ่กว่าเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุดถึง 90% ในสินค้าบางประเภท

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 – 15.00 น. ที่ ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรรจังหวัดลพบุรี พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัสมีจันทร์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ผู้กำกับพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เป็นประธานฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาสถานที่เกิดเหตุ ให้แก่ อาสาสมัคร กู้ภัย กู้ชีพจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร่วมรับฟังทำความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และ 7 หน่วยงาน 50 นาย หน่วยงานที่เข้าร่วมประกอบด้วย

  1. หัวหน้ามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ลพบุรี
  2. หัวหน้ามูลนิธิร่วมกตัญญู ลพบุรี
  3. หัวหน้ากู้ชีพ กู้ภัย พงไล้ 16 ลำนารายณ์
  4. หัวหน้ามูลนิธิสว่างอริโยธรรมสถาน อำเภอบ้านหมี่่
  5. หัวหน้ามูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง อำเภอหนองม่วง
  6. หัวหน้าสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ อำเภอโคกสำโรง
  7. หัวหน้ากู้ภัยพุทไธสวรรย์ ลพบุรี การเข้าฝึกอบรมเพื่อเสริมความรู้ในที่เกิดเหตุ ในเวลาปฎิบัติงานจากอาสาสมัคร คือหน่วยแรกที่เข้าถึงยังจุดเกิดเหตุ ยามมเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งอาชญกรรม วาตะภัยและอุทกภัย

โดย พ.ต.ต.วิทยา คำเรียงโคตร์ (สบ.2) นักวิทยาศาตร์ จังหวัดลพบุรี เป็นผู้กล่าวรายงานและบรรยาย พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิงวรณพร โมธินา นักวิทยาศาตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี ร.ต.ท.วุฒิภัทร จำปาแขม นักวิทยาศาสตร์ (สบ.1) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี การอบรมประชุมแนวทางการรักษาที่เกิดเหตุ พร้อมทั้ง จำลองสถานการณ์ มีเหตุ โดยในเบื้องต้นขั้นตอนการปฏิบัติ เริ่มจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งเหตุ ประสานร้อยเวรตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนประสานชุดอีโอดี เข้าตรวจสอบวัตถุระเบิดที่อาจหลงเหลือยังจุดเกิดเหตุ แล้วราย

เมื่อทุกอย่างเคลียร์ ร้อยเวรได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอาสาสมัครกู้ภัยเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้บริการประชาชนด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ก่อนถึง รพ. และบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนเมื่อประสบเหตุ และมีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ตลอด จะทำให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำงานได้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

การเข้าฝึกทักษะในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการนำไปใช้เพิ่มเติมจากแนวที่ปฎิบัติ การรักษาที่เกิดเหตุ คือหัวใจหลักของการคลี่คลายคดี โดยอาสาสมัครกู้ภัยถือเป็นหน่วยแรกที่เข้าถึงที่เกิดเหตุ ถือว่าเสี่ยงในการทำวัตถุพยานหาย (โดยไม่ตั้งใจ) ถือว่าการอบรมในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับทุกๆฝ่ายที่ปฎับัติงานส่วนหน้า โครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสา จัดโดยกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี
หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 41 กำหนดให้ผู้อำนวยการจัดให้มีอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ทั้งนี้ ศูนย์การใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มีความประสงค์ขอให้กระทรวงมหาดไทย ประสานจังหวัด/อำเภอจัดตั้งชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรเพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดเหตุในระดับพื้นที่ รวมถึงพิจารณากำหนดรูปแบบ/องค์ประกอบโครงสร้าง การสั่งการ แผนผัง/เครือข่ายการติดต่อสื่อสารมีการอบรมชุดปฏิบัติการให้มีความพร้อมปฏิบัติการ

ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ชุดปฏิบัติการจิตอาสา ให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัย เหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่เป็นรูปแบบและมีมาตรฐานเดียวกัน สามารถบัญชาการและปฏิบัติการร่วมกับชุดปฏิบัติการอื่นอย่างมีเอกภาพ จึงได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กรทั้ง 7 หน่วยงานนี้ขึ้นมา

วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่องค์กร ให้มีบุคลากรที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการสาธารณภัยเบื้องต้น ระบบบบัญชาการเหตุการณ์ การควบคุมสั่งการ การบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เกิดเหตุ ที่มีแบบและมาตรฐานเดียวกัน ให้กับชุดปฏิบัติการจิตอาสาประจำองค์กร เพื่อพัฒนาการระบบการปฏิบัติงานกู้ภัยในภาวะฉุกเฉินให้เป็นระบบ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อพื้นที่ให้มีความรู้ ความชำนาญในการจัดการเหตุที่เกิดขึ้น อันจะส่งผลให้ประชาชนในชุมชน/ท้องถิ่นมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

กลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรมได้แก่จิตอาสา ขององค์กร จิตอาสา และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับหลักฐานสำคัญให้กับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำงานง่ายขึ้น
จากนั้นทางพิสูจน์หลักฐานได้มอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าร่วมอบรม และพาคณะที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี เดินเยี่ยมชมห้องปฏิบัตการ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบแซยิด ‘เฮียวิโรจน์’ และคริสตัลพาเลซ นายกพัทยา .สภ.บางละมุง ร่วมยินดีครบรอบ 12 ปี /ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ร่วมให้เกียรติแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี ประธาน กต.ตร.สภ.บางละมุง และฉลองครบรอบ 12 ปี โรงแรมคริสตัล พาเลซ ตำบลนาเกลือ เมืองพัทยา ในฐานะเจ้าของโรงแรม

ในงานได้จัดเลี้ยงเพลพระเถรานุเถระจากวัดญาณสังวรารามจำนวน 9 รูปเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีแขกเหรื่อทยอยเข้าร่วมมอบกระเช้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสดังกล่าวกันอย่างคึกคัก ก่อนจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับผู้ร่วมงานได้รับประทานด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

อนึ่ง นายวิโรจน์ อำนวยยนต์วารี หรือที่รู้กันเป็นอย่างดีว่า “เฮียวิโรจน์” เป็นคนพื้นที่เมืองพัทยาและได้ดำเนินกิจกรรการทำงานต่างๆ พร้อมสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในเมืองพัทยามาโดยตลอด และได้ดำเนินธุรกิจโรงแรมคริสตัล พาเลซ โรงแรมดังย่านนาเกลือเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 10 ปี จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในเมืองพัทยา

ชวนเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟ เทศกาล Firework Festival 2024 เหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟ ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานเทศกาล Firework Festival 2024 วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ดังระดับโลกต้อนรับไฮซีซันของปี

บจก.วีวัน เดอะวันกรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Firework Festival 2024 Join Yacht Party ชวนคุณไปเปิดประสบการณ์ชมพลุไฟเหนือเวิ้งอ่าวพัทยา บนเรือยอร์ชหรู พร้อมดินเนอร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟในคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567

โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. บนเรือยอร์ชที่จะพาท่านไปสัมผัสความสนุกสนานมิติใหม่ ด้วยบริการมากมายทั้งดินเนอร์บาร์บีคิวและซีฟู้ด เครื่องดื่ม และดีเจสร้างสีสันแบบจัดเต็ม จำกัดจำนวนรับเพียง 50 ท่านเท่านั้น

สนนราคาอัตราค่าบริการ 3,500 บาทต่อหนึ่งที่ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสำรองที่นั่งร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 098-659 1924 คุณวาฬ และ 094-596 5491 คุณไอซ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ และงานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขา ด้วยเงาไม้ ใต้ร่มบารมี 55 ปี โครงการหลวง” ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,
พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.อก.ภ.5,
รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.อก.ภ.5, ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่,
ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, ผกก.กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่เสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41, อุทยานหลวงราชพฤกษ์, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดเจดีย์หลวง วรวิหารและร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย…..

สมจิตร เเสงบัลลังล์ เชียงใหม่ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลดปัญหาลิงรบกวน สบอ.3 เพชรบุรี จับมือ ทม.หัวหิน ทำหมันลิง 203 ตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี กล่าวว่าตามที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน โดยมี นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน

ในการดำเนินการตามโครงการควบคุมประชากรลิงแสมในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.67 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อดำเนินการควบคุมประชากรลิงแสมด้วยวิธีการทำหมันในพื้นที่บริเวณเขาหินเหล็กไฟและเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมทั้งดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงนำไปไว้ยังกรงพักพิงลิงภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 11-14 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดย สบอ.3 เพชรบุรี ได้เริ่มดำเนินการเคลื่อนย้ายลิงแสมในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟแล้ว จำนวน 203 ตัว เพศผู้ 109 ตัว เพศเมีย 94 ตัว ซึ่งทั้ง 203 ตัว ได้ดำเนินการทำหมันแล้วทั้งหมดก่อนย้ายลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนยังกรงพักพิงลิงแสม ภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ที่เตรียมไว้ 10 กรง สามารถพักพิงลิงแสมได้กรงละ 20 ตัว พร้อมอาหารสำหรับลิงแสมไว้ 2 มื้อต่อวัน ประกอบไปด้วยใบไม้ต่างๆ ที่ลิงกินและผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งการดำเนินงานเคลื่อนย้ายลิงแสมในครั้งนี้เป็นไปตามหลักวิชาการ

น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ เทศบาลเมืองหัวหิน จัดโครงการ “ย้ายลิงสู่ที่พักพิงใหม่” โดยการจับลิงแสมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ทำหมันแล้วย้ายไปที่พักพิงใหม่ จากการลงพื้นที่ติดตามความเป็นอยู่ของลิงที่ย้ายมาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ พบว่าลิงค่อนข้างที่จะแข็งแรง อยู่เป็นที่เป็นทางเป็นสัดส่วนในกรงของอุทยานที่เตรียมไว้

เพื่อสุ่มตรวจโรค ซึ่งจะกักตัวไว้ประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนที่จะนำไปปล่อยในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ต่อไป ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาลิงรบกวนชุมชนในระดับหนึ่งของเทศบาลฯ ส่วนแนวทางต่อไปเราก็จะไปปรับปรุงกรงนกที่บนเขาหินเหล็กไฟ เพื่อสร้างเป็นแหล่งที่อยู่ใหม่ของลิงแสม แล้วก็ได้ทำหมันโดยร่วมกับทางกรมอุทยานฯ ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 60 จนถึงปัจจุบันเทศบาลฯ ได้ทำหมันลิงไปแล้วกว่า 3,000 ตัว “หากประชาชนท่านใดที่มีอาหารที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ แตงกวา กล้วย เศษขนมปัง หรือแม้กระทั่งอาหารเม็ดสุนัข

ก็สามารถนำมาบริจาคให้กับทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าฯ ได้ หรือจะไปบริจาคกับทางเทศบาลฯ ก็ได้ เราก็จะเป็นคนนำเอามาให้อีกเหมือนกัน ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยฯ ที่สั่งการแล้วก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาลิงแสมอย่างถูกวิธีเป็นระบบแบบยั่งยืน” น.ส.บุษบา กล่าวในตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบฯ จัดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ ตรวจรักษาพระภิกษุ แม่ชี ที่มีปัญหาทางสายตา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ที่วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่สภากาชาดไทย ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

มีนายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ บุคลากรทางการแพทย์ พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนาที่มีปัญหาทางสายตาร่วมโครงการ มี นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รักษาการรองนายกเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ

กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ จัดรถคลินิกจักษุศัลยกรรมเคลื่อนที่ออกปฏิบัติงานตรวจรักษาและผ่าตัดตาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้พระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ได้รับการตรวจและรักษาอย่างถูกวิธี ทั่วถึง และสามารถมองเห็นช่วยเหลือตัวเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ทั้งนี้ สำนักงานเหล่ากาชาด จ.ประจวบฯ ได้ประสานสำนักงานสาธารณสุข จ.ประจวบฯ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำรวจและคัดกรองผู้ที่มีความผิดปกติทางสายตาเบื้องต้นให้กับพระภิกษุ แม่ชี ผู้นำ นักบวชทุกศาสนา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการ 380 ราย และกำหนดแผนปฏิบัติงาน

ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.67 และได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง และหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุนการจัดโครงการ.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จนท.อุทยานเสด็จในกรมฯ จับผู้บุกรุกป่าปลูกกาแฟ-ทุเรียน กว่า 4 ไร่

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบฯ ว่าได้จับกุมผู้ต้องหาบุกรุกพื้นที่ป่า จำนวน 1 ราย ชื่อ นายสุชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้ที่บริเวณป่าแพรกกลาง ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน พิกัดที่ 47 P 0534901 E 1239144 N พื้นที่บุกรุก จำนวน 4-1-72 ไร่

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ภายในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขณะลาดตระเวนมาถึงบริเวณป่าแพรกกลางท้องที่ดังกล่าว พบพื้นที่บุกรุกแผ้วถางใหม่จึงได้ทำการตรวจสอบบริเวณแปลงบุกรุก พบขนำ จำนวน 1 หลัง อยู่ติดกับแปลงบุกรุก และพบชายคนดังกล่าวอยู่ที่ขนำ

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมสอบถามชายคนดังกล่าวให้การว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวนี้เป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้ชายคนดังกล่าวนำชี้พื้นที่ที่อ้างว่าตนเป็นเจ้าของ จากการตรวจสอบพื้นที่นั้นครอบคลุมพื้นที่บุกรุกแผ้วถางมีการปลูกต้นกาแฟ อายุประมาณ 4 เดือน จำนวน 100 ต้น ปลูกต้นทุเรียน โต 4 เดือน จำนวน 25 ต้น และปลูกต้นมะพร้าว โต 4 เดือน อีก 9 ต้น หลังจากตรวจสอบพื้นที่แล้วจึงนำตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฐานความผิด 1. ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 วรรคหนึ่งฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง ฐาน ร่วมกัน ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 53 ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (2)

ฐาน ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำด้วยประการใดให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาต 5. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (5) ฐาน ร่วมกัน ทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ หรือความหลากหลายทางชีวภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต 6. ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 55 (6) ฐาน ร่วมกัน ปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

ประจวบคีรีขันธ์ รวบชาย 2 ราย ล่า นกอีลุ้ม สัตว์ป่าคุ้มครอง อ้างเอาไปทำอาหาร ในพื้นที่บ้านไร่ยุบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อเวลา 02.20 น. ของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) สั่งการให้ ร.ต.อ.สุรศักดิ์ ศิวะกุล รองสารวัตร (ป) กก.5 และ ร.ต.ท.ทนงศักดิ์ ทองแก้ว ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านสัตว์ป่า ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ฐานปฎิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ พบ.2 (หุบตะเคียนยักษ์) และเจ้าหน้าที่วนอุทยานห้วยน้ำซับ ร่วมกันออกปฏิบัติการ ตามสัญญาณแจ้งเตือนจากสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ว่ามีการลักลอบวางตาข่ายดักนกในพื้นที่บ้านไร่ยุบ หมู่ 15 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

โดยใน คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงที่เปิดล่อนกจนพบ นายสมพบ พรามอนงค์ อายุ 42 ปี ชาว จ.เพชรบุรี นั่งอยู่ในเพิงพัก พร้อมของกลางเป็นซากนกอีลุ้ม จำนวน 3 ซาก อุปกรณ์ล่อนก เช่น ลำโพง เครื่องขยายเสียง แบตเตอรี่ และตาข่ายดักนก คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่เดินตามเสียงนกต่อไปอีกไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุแรก ตรวจพบ นายสมหวัง สีขำ ขณะกำลังถอนขนนกอีลุ้ม จำนวน 1 ซาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและตรวจยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงซากนกอีลุ้ม เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยให้เหตุผลว่าล่านกเพื่อใช้ประกอบอาหาร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในข้อหา ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไว้ในครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยของกลางทั้งหมดถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองรายอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 89 และมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติฯ สำหรับนกอีลุ้ม ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพมาทำรังวางไข่ในประเทศไทย มีขนาดเล็ก-กลาง ปากเรียวแหลม ขาสีเขียว ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเหลือง มีลายขีดสีน้ำตาลเข้ม โดยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ตัวผู้สีสันจะเปลี่ยนไป ปากสีแดง ปลายปากสีเหลือง มีกระบังหน้าสีแดง ขาสีแดง และลำตัวสีน้ำตาลดำ

เจ้าหน้าที่ขอย้ำเตือนประชาชนว่าการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองถือเป็นความผิดร้ายแรง ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแสกรณีพบการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าและป่าไม้ผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จ.อุตรดิตถ์ เทศบาลหัวดง จัดงานสืบสานอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดงานสืบสานอนุรักษ์ ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยมีจ่าสิบเอก ธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหัวดง กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ณ วัดดอนค่า ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

โดยมี นางสุภาวดี โชตินพรัตน์ นายกกิ่งกาชาด อ.ลับแล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวตำบลแม่พูล ร่วมในงาน ซึ่งปีนี้เทศบาลหัวดงได้จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทงประจำปี พศ.2567 โดยได้รับความร่วมจากประชาชนชาวตำบลแม่พูล ในงาน พบกับ การประกวดกระทงของแต่ละหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบเทศบาลหัวดง ชมวงดนตรี” ปัญญา กตัญญู” พร้อมแดนเซอร์ครบครัน ไลด์แดนซ์ มัจฉาพาโชค การผสมอักษร มีบูธจำหน่ายสินค้าของกินชองทอดต่างๆมากมาย

โดยก่อนจะเข้าพิธีเปิด เทศบลหัวดงพร้อมด้วยชาวตำบลแม่พูล ได้ร่วมกันจัดขบวนแห่นางนพมาศ และขบวนแห่กระทง โดยเริ่มขบวนแห่จากหน้าเทศบาลหัวดง ไปยังวัดดอนค่า ระยะทาง 2 กก. ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงาน 2 วัน2 คืน ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2567


ในขณะที่ พ.ต.อ.เจริญ แดงเรือง ผกก.สภ.ลับแล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความเรียนร้อย ภายในงานตลอดระยะเวลาการจัดงานตลอดทั้ง 2 วัน 2 คืน

ทั้งนี้นายภูมิวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำแล ได้นำฤกษ์ลอยกระทง ขนาดความสูง 1 เมตร กว้าง 70 ซม.ที่จัดทำโดยโรงเรียนเทศบาลหัวดง(ป.ฟักอังกูร)ลอยลงสระน้ำภายในวัดดอนค่า จากนั้นผู้ที่มาร่วมงานลอยกระทง ก็ได้นำกระทงมาลอยลงสระน้ำเช่นเดียวกัน

วันลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันนี้วันที่พระจันทร์สวยงาม ทั้งในช่วงค่ำ จะได้ชม ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ประเพณีลอยกระทงมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพุทธมารดา


ลอยกระทงนับเป็นอีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่ของไทย ที่สืบเนื่องมาอย่างช้านานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย เดิมเป็นการลอยโคมก่อนจะพัฒนามาเป็นการลอยกระทงแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน พร้อมกับการจัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ให้ผู้คนได้มาร่วมสนุก โดยมีความเชื่อแตกต่างกันไป ทั้งการขอขมาพระแม่คงคา การสำนึกถึงบุญคุณที่ทำให้เรามีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค-บริโภค รวมถึงเป็นการสะเดาะเคราะห์ด้วยการลอยสิ่งไม่ดี ทั้งความทุกข์ความเศร้าโศกออกไปจากชีวิตนั่นเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงเย็นวันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยความสะดวกการจราจร ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรรภาค 2 สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม รักษาความปลออดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 โดยบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี โดยเน้นการระดมกวาดล้างตามเป้าหมายสำคัญ คือ กลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดทุกประเภท กลุ่มผู้กระทำควนผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท และกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน ดอกไม้เพลิง การแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้บูรณาการประสานความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี, มณฑลทหารบกที่ 14, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดชลบุรี, เมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาพัทยา, กรมเจ้าท่า, สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา, มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี, ตำรวจสันติบาลจังหวัดชลบุรี, ตำรวจทางหลวงจังหวัดชลบุรี, ตำรวจน้ำ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ตำรวจอาสา และอาสาสมัครฝ่ายพลเรือน

โดยทำการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลดังกล่าว ซึ่งได้สนธิกำลังพลในการปฏิบัติรวมจำนวน 289 นาย รถยนต์จำนวน 17 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 19 คัน โดยประธานในพิธีได้กล่าวโอวาทและแนวทางการปฏิบัติงาน และกล่าวเปิดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย์อำนาย
ความสะดวกการจราจรแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2567 ตามลำดับพิธีการ

จังหวัดชลบุรี จัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567

วันที่ 14 พ.ย.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีถวายสักการะพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 ณ อาคารกีรติสิริโยธิน ค่ายนวมินทราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ จ.ชลบุรี โดยมีข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีฯ

 ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2545 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝน จนเกิดเป็นเทคโนโลยีฝนหลวงที่ขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรขอพระองค์ที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศจวบจนปัจจุบัน 

พสกนิกรชาวไทยทั้งมวลต่างสำนึก และตระหนักว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตรากตร่ำพระวรกายในการทรงงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎร ทั่วทุกภาคของประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยทรงมีพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ตลอดจนพระอัจฉริยภาพและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์ คิดค้นวิจัยและพัฒนา จนเกิดเป็นโครงการพระราชดำริมากมายนานัปการ ซึ่งรวมถึงโครงการพระราชดำริฝนหลวง อันก่อเกิดประโยชน์คุณูปการอเนกอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยและนานาประเทศ

กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงมอบเครื่องกรองน้ำให้โรงเรียนไกลปืนเที่ยง

ข่าวรายงานว่า จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง เดินทางเข้ามอบเครื่องกรองน้ำดื่ม ให้กับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต ม.5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมี นางทัศนีย์ สหวงศ์ เจ้าหน้าที่บริหารการเงินฯ พร้อมคณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

ซึ่งการมอบเครื่องกรองน้ำดื่มและเครื่องทำน้ำเย็นครั้งนี้ อยู่ในโครงการ “กาชาดมอบน้ำดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับนักเรียน ประจำปี 2567” เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญน้ำดื่มของนักเรียน ทำให้นักเรียนทุกคนได้ดื่มน้ำที่สะอาด ปลอดภัย ส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โรงเรียนมีเครื่องกรองน้ำที่ถูกสุขลักษณะทำให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในการดูแลสุขภาพนักเรียน ซึ่งเครื่องกรองน้ำดังกล่าวทำการติดตั้งไว้ด้านข้างอาคารเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครู นักเรียน มีน้ำดื่มที่สะอาดในการบริโภคต่อไป

สำหรับโรงเรียนบ้านโป่งสะเก็ต เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนจำนวน 1,408 คน เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนางพัชราวรรณ บุญอ่อน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ปัจจุบันใช้น้ำประปาหมู่บ้านซึ่งค่อนข้างจะดำ ส่วนน้ำที่ใช้ในการอุปโภค บริโภค ต้องซื้อ ซึ่งการได้รับการสนับสนุนเครื่องกรองน้ำจากกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง จะช่วยให้ครู นักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียนมั่นใจว่ามีน้ำสะอาดไว้ดื่ม

นายกเมืองพัทยาร่วมแสดงความยินดีธุรกิจขายส่งยักษ์สยายปีกเมืองท่องเที่ยว เปิดโฉมใหม่! “แม็คโคร สาขาพัทยาใต้” หลังให้บริการคู่เมืองพัทยาเข้าสู่ปีที่ 15

วันที่ 14 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ร่วมแสดงความยินดีและร่วมพิธีเปิดโฉมใหม่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ โดยมี นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจแม็คโคร ประเทศไทย เป็นประธานในงาน

โดยนายกเมืองพัทยา ได้กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ แม็คโคร สาขาพัทยาใต้ ได้เปิดโฉมใหม่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ถือเป็นธุรกิจค้าส่งที่เข้มแข็ง โดยในส่วนของแม็คโคร สาขาพัทยาใต้ นั้นได้เปิดให้บริการคู่เมืองพัทยามาแล้วกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 15 ในเดือนธันวาคม 2567 ที่จะถึงนี้ การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมความทันสมัยและสินสินค้าคุณภาพที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างดีเยี่ยมของทาง แม็คโคร ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นผู้ช่วยของผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร รวมถึงนักท่องเที่ยว และลูกค้าทั่วไป ได้มีโอกาสนำไปต่อยอดใช้ในการทำธุรกิจของตนเองให้ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพต่อไป

นายอำเภอ-นายกพัทยา ร่วมตรวจโป๊ะลอยทะเลนาเกลือ สร้างความปลอดภัยคืนงานลอยกระทง

วันที่ 13 พ.ย.67 นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยของโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมลอยกระทงเมืองพัทยา ประจำปี 2567

โดยนายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง เปิดเผยว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ได้เน้นย้ำให้พื้นที่ต่างๆ ที่จัดงานลอยกระทงให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ร่วมงาน เพื่ออุบัติไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

ทั้งนี้ ในปีนี้เมืองพัทยาได้กำหนดจัดงานลอยกระทงบริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ และจะใช้บริเวณโป๊ะลอยทะเลบริเวณที่ทำการกลุ่มประมงพื้นบ้านนาเกลือ ซึ่งนอกจากเตรียมความพร้อมด้านสถานที่แล้ว ยังได้กำหนดให้บูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านด้วยเช่นกัน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมเดินรณรงค์ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก

แชร์เนื้อหานี้

นักศึกษามหาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา​ และอสส.ชุมชนซอยวนาวรรณ ร่วมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก”เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน

ว่าที่ร้อยตรี ขวัญหทัย ชลสุข ประธานชุมชนซอยวนาวรรณ ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ พร้อมด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชนซอยวนาวรรณ กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนซอยวนาวรรณ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เขตธนบุรี ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ การป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก ในชุมชนวนาวรรณ 2567 “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” ณ ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน

เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ พิษภัยโรคไข้เลือดออกให้กับนักเรียนและประชาชน เพื่อเป็นการกำจัดยุงลาย ป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก “วนาวรรณ รวมพลังกำจัดยุงลาย ลดการป่วยตายไข้เลือดออก” พร้อมกับได้ นำทรายอเบท หยอดใส่ตามท่อระบายน้ำ แหล่งน้ำต่างๆ ป้องกันลูกน้ำยุงลายเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในชุมชน ได้ช่วยกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก

จากความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชุมชน และการสื่อสารกับประชาชน ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกวิธีและเหมาะสม เป็นกลไกการรับมือที่มีความสำคัญ นำไปสู่ความสำเร็จ ในการลดอัตราป่วย และอัตราตาย จากโรคไข้เลือดออก ดังนั้น ทางชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ฯ ขึ้น เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน ทำให้เกิดพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชป.กร.ฉก.ตร.นธ.93 – ทสปช.เมืองนราฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง การเลี้ยงผึ้ง ผลิตภัณฑ์จากชันโรง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 และพ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 มอบหมายให้ ชุดชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 และไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส เข้าเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนบ้านลำภูชันโรง ณ เลขที่ 64 บ้านทุ่งขนุน ม.3 ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ซึ่งมีนายอุสมาน เจ๊ะเด็ง

เป็นผู้ริเริ่มการจัดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีสมาชิกจำนวน 12 คน โดยวิสาหกิจชุมชนได้ดำเนินการมาแล้ว 7 ปี ก่อตั้งโดยเยาวชนในหมู่บ้านโดยไม่มีภาครัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนได้ถ่ายทอดวิชาให้กับกลุ่มอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่มาเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงการเลี้ยงน้ำผึ้งชันโรง

โดยในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชน ได้ผลิตน้ำผึ้งเพื่อบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายและได้ผลิตสบู่เพื่อสุขภาพ สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนปีละ 50,000 บาท อีกทั้งได้ส่งเสริมกลุ่มสตรีเพื่อทำเฉาก๊วยภาย

ในชุมชนได้ฝึกอาชีพให้กับคนที่อยู่ในหมู่บ้านในเรื่องของการทำเฉาก๊วยเพื่อจำหน่ายในตลาดสดและสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุกลุ่มสตรีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาทต่อราย
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สนง.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มอบปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์/กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนา ชมวัฒนธรรม แพร่-น่าน-พะเยา-เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน นายวุฒิไกร กุลกัลชัย รองประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน และนายวัชรพงษ์ พญาพรหม ปศุสัตว์อำเภอเมืองน่าน ลงพื้นที่ร่วมส่งมอบปัจจัยการผลิต (งวดที่ 1) ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านซาวหลวง ตามที่องค์กรเกษตรกรได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร งบประมาณประจำปี 2567 ประเภทงบกู้ยืม ชื่อโครงการ “เลี้ยงวัว” งบประมาณที่ได้รับ 500,000 บาท สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 10 คน ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม 7 ปี (ปลอดดอกเบี้ย) ณ บ้านซาวหลวง หมู่ 5 ตำบลบ่อสวก อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดย นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน ได้ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติการเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐาน ให้คำแนะนำและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) มาตรการการเคลื่อนย้ายสัตว์ การตรวจโรคแท้งติดต่อ การฉีดวัคซีน และการทำเบอร์หูหมายเลขประจำตัวสัตว์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงานตามโครงการฯ ให้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 10 ราย โดยสมาชิกจะนำข้อชี้แจงและข้อปฏิบัติไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ อย่างเคร่งครัด ต่อไป

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่าน กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ส่งมอบปัจจัยการผลิต(งวดที่ 2 )ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านเวียงสอง

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายสำเริง แก้วเทพ ประธานอนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน/อนุกรรมการฯ นายสุรชัย ดวงใจ อนุกรรมการฯ และนายวีรวัฒน์ โพธิ์สุยะ ปศุสัตว์อำเภอทุ่งช้าง ลงพื้นที่ร่วมส่งมอบปัจจัยการผลิต (งวดที่ 2) จำนวนเงิน 205,000 บาท ให้กับองค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านเวียงสอง ตามที่องค์กรเกษตรกรได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร งบประมาณประจำปี 2567 ประเภทงบกู้ยืม ชื่อโครงการ “ต่อยอดการเลี้ยงไก่พื้นเมืองพันธุ์ประดู่หางดำเพื่อจำหน่าย” โดยองค์กรเกษตรกรได้รับงบประมาณทั้งสิ้น จำนวนเงิน 595,000 บาท สมาชิกเข้าร่วมโครงการ 10 คน ระยะเวลาการคืนเงิน 5 ปี (ปลอดดอกเบี้ย) ณ บ้านเวียงสอง หมู่ 4 ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 โทรศัพท์ 054-716426 ในวันและเวลาราชการ/บุญยวค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดกิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา ชมวัฒนธรรม แพร่-น่าน-พะเยา-เชียงราย

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมโรงแรมเวียงแก้ว ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน นายวิภุช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมเพื่อร่วมหารือการเตรียมความพร้อมดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) ครั้งที่ 1 ในกิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เชื่อมโยง 4 จังหวัดเมืองล้านนาตะวันออก ทัวร์ ออฟ ล้านนา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุมฯ

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา กำหนดดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.พะเยา จ.แพร่ จ.น่าน จ.เชียงราย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นและเป็นการช่วยฟื้นฟูหลังอุทกภัยในอีกทางหนึ่ง


สำหรับรูปแบบกิจกรรมจะจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา กิจกรรมปั่นขึ้นดอย กอย 4 เมืองล้านนาตะวันออก ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) วันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2567 จำนวน 8 วัน 8 สนาม ซึ่งเป็นการดำเนินการแข่งขันตามกติกามาตรฐานสากลของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI.) รับรองการจัดแข่งขันโดยจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้การแข่งขันได้มาตรฐานเป็นสากล และจะมีนักปั่นทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งใช้เส้นทางแต่ละจังหวัดทั้ง 4 จังหวัด โดยเริ่มจาก จ.แพร่ ไป จ.น่าน เข้า จ.พะเยา และไปสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย


สำหรับจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดที่สอง ของการแข่งขันจักรยานทางไกล ทัวร์ ออฟ ล้านนา จะมีการแข่งขันใน วันที่ 25 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 3 รอบเมืองน่าน โดยเน้นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน โดยการแข่งขันจะใช้ระยะทางแข่งขันประมาณ 1.5 – 3 กิโลเมตร/รอบ การแข่งขันจะใช้ระยะทางรวมประมาณ 30 กิโลเมตร สำหรับวันที่ 26 ธันวาคม 2567 Stage ที่ 4 จาก สตาร์จากน่านและไปเข้าเส้นชัยที่จังหวัด พะเยา ซึ่งการแข่งขันจะผ่านแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท่องเที่ยว ของทั้งสองจังหวัดอีกด้วย ซึ่งจังหวัดน่าน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง จุดชมทะเลหมอกดอยเสมอดาว วัดถ้ำเชตวัน เป็นต้น
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 ริมหาดพัทยา/แถลงข่าว “Chonburi Coffee on The Beach 2024″/สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ ชิงถ้วยวีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 4 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา  เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมจัดงานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง ประจำปี 2567 ของชาวอินเดีย กิจกรรมพหุวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ดร.ดีโอ กูมาร์ ซิงค์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี นายราม ซิงห์ รองนายกสมาคมอินเดียพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับการจัดงานเทศกาลดิวาลี พัทยา 2024 (DIWALI Festival Pattaya 2023) เมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียพัทยา และนายกสมาคมอินเดียชลบุรี กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลา
โดยภายในงานจะตกแต่งเป็นบรรยากาศเทศกาลดิวาลี มีกิจกรรมมากมายสร้างสีสัน ทั้งศิลปะเฮนนาแบบดั้งเดิม การแข่งขันรันโกลี การออกบูธอาหาร โซนศาสนา เวทีการแสดง การออกบูธเครื่องแต่งกายและอื่นๆ

เพื่อเป็นพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวอินเดียในพื้นที่เมืองพัทยา อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการจัดงานเทศกาลดิวาลี ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองแสงสว่างสำหรับวัฒนธรรมฮินดู ซิกข์ และชุมชนคนอินเดียทั่วโลก

แถลงข่าว “Chonburi Coffee on The Beach 2024” เทศกาลกาแฟริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 22-24 พ.ย.นี้ ที่ชายหาดพัทยา

  มีรายงานว่า นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ชลบุรี คอฟฟี่ ออน เดอะ บีช ประจำปี 2567 (Chonburi Coffee on the Beach 2024) โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา นายธนกร วนะภูติ ประธานชมรมคาเฟ่ แอนด์บิสโทร คลับ พัทยา และคุณธัญรัตน์ ภูศรีวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวสูง บ.แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว

ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกับเมืองพัทยา ททท.พัทยา สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา และชมรมคาเฟ่ แอนด์ บิสโทร คลับ พัทยา กำหนดจัดงาน “ชลบุรี คอฟฟี่ ออน เดอะ บีช 2567” (Chonburi Coffee on the Beach 2024) ระหว่างวันที่ 22 - 24 พฤศจิกายน 2567 ณ ชายหาดพัทยากลาง (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีในภาพลักษณ์มุมมองใหม่ สร้างกิจกรรมที่ตอบรับไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ในจังหวัดชลบุรี ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

และสร้างกิจกรรมประจำปีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรีให้มีความหลากหลายและแปลกใหม่ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งเป็นการแสดงถึงศักยภาพของผู้ประกอบการในวงการกาแฟในเมืองพัทยา-ชลบุรีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรีในภาพรวม

    ภายในงานจะมีร้านอาหาร คาเฟ่ โรงคั่ว และร้านค้าแฮนด์คราฟต์ริมหาด การแข่งขันค้นหาแชมป์กาแฟ ชิมกาแฟเคล้าบรรยากาศริมหาด สนุกไปกับกิจกรรม Art & Craft อีกทั้งกิจกรรมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญกาแฟ และอินฟลูเอนเซอร์ในวงการกาแฟ พร้อมกิจกรรมเวิร์คช็อป ฟรี! ทั้ง 3 วัน 

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Chonburi Coffee on The Beach 2024” ริมชายหาดพัทยากลาง (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) 22 – 24 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น.

สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ ชิงถ้วยวีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024

       มีรายงานว่า นายกังวาล เจริญการ หรือ โค้ชอ๊อฟ พัทยานำทีม สสส.ออสตาร์ไทยแลนด์ สู้ศึกการกุศลชิงถ้วย พลโทรัฐพล ประธูปสงค์ เจ้ากรมสารบรรณทหาร รายการ “วีไอพี ซีเนียร์ไทยแลนด์ 2024” ครั้งที่11 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพมหานครฯ 

โดยมี พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน, นายบุญเลิศ ผลอุดม ประธานจัดแข่งขัน, นายเชาวลิต ย่อมดอน, นายเสน่ห์ ฤทธิ์นอก ให้การต้อนรับ ส่วนการแข่งขันจัดขึ้นเพื่อหาทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์, สื่อการเรียน อุปกรณ์กีฬา

โดยผลการแข่งขันทีมชนะเลิศ ได้แก่ ทีมพนัสซีตี้ รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมK.สตาร์ ที่3 ได้แก่ ทีมสสส.ออลสตาร์ และที่4 ได้แก่ ทีมซีเนียร์ ไทยแลนด์ นอกจากนั้น นายกังวาล เจริญการ หรือโค้ชอ๊อฟ สานฝันความจริงให้กับเยาวชนพัทยาอะคาเดมี่ โดยนำเยาวชนกว่า 30 คน พร้อมผู้ปกครองได้ร่วมลงเตะในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งสร้างความตื่นเต้น และมีความสุขกับบครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้ลงเล่นในสนามระดับชาติที่ใช้แข่งในรายการต่างๆระดับประเทศมาหลายครั้ง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ -วางกฎเหล็กจัดระเบียบใหม่ชายหาดพัทยา สร้างความปลอดภัยรีบไฮซีซั่น/นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา/นายกเมืองพัทยาทอดกฐินสามัคคี วัดบุญสัมพันธ์ ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 พ.ย.67 นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายหาดพัทยาเพื่อเตรียมพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากมีการบูรณาการวางแนวทางจัดระเบียบผู้ประกอบการชายหาดเมืองพัทยาใหม่ทั้งหมด

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ให้ข้อมูลว่า ด้วยเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น ประจำปี 2567 และบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนทำกิจกรรมและใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้วางแนวทางจัดระเบียบทางบกไปจนมีผลเป็นรูปธรรมที่ดีขึ้นแล้ว จึงได้ดำเนินการจัดระเบียบทางน้ำต่อ

ทั้งนี้ ชายหาดพัทยาไม่มีท่าเทียบเรือ ทำให้ผู้ประกอบการเรือเร็วหรือเรือสปีดโบ้ทที่มีกว่า 200 ลำ ขึ้นฝั่งได้ตลอดชายหาดพัทยา แล้วช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นจึงจำเป็นต้องวางกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมทางน้ำมากขึ้น

เมืองพัทยา กรมเจ้าท่า และป้องกัยภัยพิบัติทางทะเล จัดร่วมกันจัดระเบียบชายหาดเมืองพัทยาครั้งใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่มำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวที่มาชายหาดพัทยามากขึ้น ด้วยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือเร็วห้ามขับเรือเข้าชายฝั่ง ให้จอดลอยลำตามแนวทุ่นที่เมืองพัทยาจัดระเบียบการจอดเรือ โดยสามารถรับส่งผู้โดยสารขึ้นลงเรือได้ 2 จุดเท่านั้น คือ

ต้นหาดพัทยาเหนือและสุดหาดพัทยาใต้ ไม่ให้มารับผู้โดยสารระหว่างหาดพัทยากลางโดยเด็ดขาด โดยได้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พ.ย.67 เป็นวันแรก ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการต่างให้ความร่วมมือดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักท่องเที่ยว และจะไม่กระทบโครงการถมทรายชายหาดเมืองพัทยา แต่หากเรือยังเข้าหน้าหาดอยู่ จะส่งผลต่อสภาพธรรมชาติทางทะเลแน่นอน

นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา

วันที่ 2 พ.ย.67 ที่บริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกิจกรรมการจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024

ด้วยเมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมวิ่งชายหาดระยะทาง 5 กิโลเมตร

ซึ่งเป็นกิจกรรมงานวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมมากติดอันดับโลก ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในด้านการเป็น Sports City และ Sports Tourism โดยในปีนี้พบว่ามีนักวิ่งตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน สร้างความคึกคักให้กับเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยาเป็นเจ้าภาพจัดทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ สมทบทุนสร้างวิหารหลวงปู่อาด “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา” เกจิดังภาคตะวันออก ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

วันที่ 3 พ.ย.67 ที่วัดบุญสัมพันธ์ จ.ชลบุรี นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา และครอบครัว เป็นเจ้าภาพฝ่ายฆราวาส ในงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 โดยภายในงานบุญดังกล่าวมีประชาชนและพุทธศาสนิกชนนับหมื่นเข้าร่วม

และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัฐกิจ เฮงตระกูล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ และนายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ นักธุรกิจชื่อดังเมืองพัทยา

ทั้งนี้ การจัดงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 นี้ มียอดทำบุญกฐินรวมล่าสุดจำนวน 2,924,440 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยจะได้สมทบทุนในการสร้างวิหารหลวงปู่อาด ปิยธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ เกจิดังภาคตะวันออก เพื่อให้ประชาชนและสาธุชนได้กราบสักการะต่อไป

อนึ่ง หลวงปู่อาด ปิยธัมโม หรือ “พระครูวิสุทธิ์ปิยากร” อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ ถือเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านต่างห้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย และมีเมตตาธรรมอย่างสูง

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิผู้สืบทอดพุทธาคมสายกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา เป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ด ผู้เป็นเพื่อนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก สามเสือกรุงเก่า (ยิ้ม-ปาน-จง) และกับเกจิอีกหลายท่าน ตลอดวิทยาคมสายภาคตะวันออกจนชาวบ้านเรียกขานว่า “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา”

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นำผ้าพระกฐินพระราชทาน ร.10 ทอดถวาย ณ วัดใหญ่อินทาราม อ.เมือง จ.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

นำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายพระสงฆ์ จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดใหญ่อินทาราม เป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย โดยมีพระราชวัชรสิทธิสุนทร เจ้าอาวาส เป็นประธานสงฆ์รับผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย

โดยมีนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รอง ผวจ.ชลบุรี ร่วมเชิญผ้าไตรพระราชทานในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ โดยเสด็จเป็นพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มีผู้จิตศรัทธาและพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ ร่วมทำบุญสมทบ เป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน กว่าบาท

ซึ่งการนำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ซึ่งผู้ที่จะขอพระอนุญาตไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นหน่วยงานราชการ ขอให้เป็นผู้ที่ตั้งมั่นในบวรพระพุทธศาสนาและเป็นสุจริตชน ไม่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติพระองค์ท่านก็จะพระราชทานให้นำผ้ากฐินพระราชทาน

ไปทอดถวายพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ได้ ซึ่งได้มีข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ของ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมป์ และ พนักงาน บริษัท ฉวีวรรณกรุ๊ป ตลอดจนประชาชนทั่วไปจำนวนมาก ได้มาร่วมกันทอดผ้ากฐินพระราชทานเพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

การทอดกฐิน คือ การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งครบ 3 เดือน เพื่อให้พระได้มีผ้าเปลี่ยนใหม่ โดยใน 1 ปี แต่ละวัดจะมีการรับกฐินเพียง 1 ครั้ง และจะต้องทำภายในเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันออกพรรษา

ผู้ทอดกฐินมีความเชื่อว่า การทอดกฐินเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง ได้บุญมาก เชื่อ่วาจะทำให้เกิดความมั่งคั่ง มั่นคงในโภคทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงาน เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป และเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส

สำหรับ กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / สสจ.จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024” ตรวจสุขภาพให้ประชาชนฟรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พ.ย. เวลา 10.30 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “วันภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ปี 2567 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024 พร้อมเปิดเวทีเสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้การแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้าน โดยมี ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดงาน และประธานกล่าวราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย”

มีนางไกรษร จุลโยธา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์สุรพงษ์ ลักษวุธ นายแพทย์เชี่ยวชาญ(ด้านเวชกรรมป้องกัน) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์กฤษณพงษ์ ชุมพล นายแพทย์เชี่ยวชาญ ปฏิบัติหน้าที่รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ดร. คำไฝ พลสงคราม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงสาธารสุข เจ้าหน้าที่ และประชาชน ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูป พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย และพิธีเปิด

ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 เห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” แด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า และกําหนดให้วันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” นอกจากนี้ พระองค์ได้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร มีการจารึกตำราการแพทย์แผนไทยติดประดับไว้ตามศาลกราย และจัดสร้างรูปฤษีดีดัดตน ตั้งไว้ศาลาละ 4-5 รูป รวม 36 หลัง และยัง

จารึกตำรายาต่างๆ ติดประดับไว้ในศาลา ทั้ง 16 หลัง ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้ ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2555 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้การแพทย์แพทย์แผนไทยมีความเจริญ รุ่งเรือง เกิดคุณปการแก่ประชาชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายงานด้านการแพทย์แผนไทยแพทย์พื้นบ้าน จัดงานมหกรรมสุขภาพ ครั้งที่ 2 “Buengkan Health Fair II : Herbs for Health & Well-being 2024”

ระหว่างวันที่ 1 – 2 พฤศจิกายน 2567 เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬและคนไทยได้ร่วมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ที่มีต่อการคุ้มครองรักษาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น ยกระดับ และนำไปใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และสมุนไพรไทย

นอกจากกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน ปีนี้ยังมีเวทีเสวนาวิชาการ อาทิ เสวนาวิชาการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้การแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกการดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านด้วยตนเอง ภูมิปัญญาไทยสู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรคุณภาพ การยกระดับมาตรฐานการนวดไทย การแพทย์แผนไทยกับสถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบัน การผลิตยาสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน GMP การนำภูมิปัญญาสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมชิม ชอป ใช้ สมุนไพรและภูมิปัญญาล้ำค่ามากมาย

ปีนี้งานจัดขึ้นภายใต้รูปแบบภายใต้แนวคิดการจัดงาน “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย นวดไทย มรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม” มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ตลอดทั้ง 2 วัน ได้แก่ ให้บริการตรวจสุขภาพฟรี ชมบูธนิทรรศการแพทย์แผนไทย นำเสนองานวิจัย จาก 8 อำเภอ การสาธิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร กิจกรรม Work Shop จากโรงพยาบาลบึงกาฬ และเครือข่ายวิชาชีพการแพทย์แผนไทยแพทย์พื้นบ้าน จึงขอเชิญชวนชาวบึงกาฬทุกท่าน อย่ารอช้า! มาร่วมสร้างสุขภาพดีไปด้วยกัน เพื่อหลีกหนีจากความเสี่ยงของโรคและการเจ็บป่วย พร้อมรับความรู้และบริการทางการแพทย์ครบวงจร
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! Pattaya International Tattoo Festival 2024 รับไฮซีซั่น / งานวิ่งได้บุญ SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดเด็กป่วยโรคหัวใจ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 พ.ย.67 นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะผู้แทนนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงาน Pattaya International Tattoo Festival 2024 ที่ปาร์ตี้เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ร่วมงาน

นายชาตรี สุขสวัสดิ์ ประธานกลุ่มช่างสักระหว่างประเทศประจำประเทศไทย World Tattoo Event เผยว่า สำหรับงาน Pattaya International Tattoo Festival 2024 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.67 นี้ โดยจัดเป็นเทศกาลงานสักที่รวบรวมช่างสักชื่อดังจากทั่วโลกกว่า 1,000 ชีวิต ในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส เซอร์เบีย ไอแลนด์ เกาหลีใต้ เวียดนามและไทย

ทั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันจัดขึ้นของกลุ่มช่างสักระหว่างประเทศและผู้ชื่นชอบศิลปะการสักลายบนเรือนร่าง ที่มีเมืองพัทยาและ ททท.ร่วมสนับสนุน โดยในงานจะมีการประกวดรอยสักกว่า 22 รายการ ฟรีคอนเสิร์ตจาก Bulletguyz และครั้งแรกกับการจัดประกวด Miss Bikini Tattoo ที่จะมีขึ้นในวันสุดท้ายของการจัดงาน ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกหนึ่งงานที่จะสร้างสีสันรับไฮซีซั่นของปี

ผลักดันให้สังคมน่าอยู่..สายวิ่งเตรียมระเบิดความมันส์ งานวิ่งได้บุญ SVT RUN 2024 หารายได้ช่วยผ่าตัดเด็กป่วยโรคหัวใจ

วันที่ 1 พ.ย.67 โรงเรียนศรีสุวิช จ.ชลบุรี โดย ดร.ประถมาภรณ์ ฟักฤกษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสุวิช ได้จัดงานแถลงข่าวงานวิ่งการกุศลครั้งที่ 7 ของโรงเรียน ภายใต้ชื่องาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS STEPPING TO THE HEARTS.

โดยในพิธีการได้รับเกียรติจากตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีแถลงข่าว ประกอบด้วย เทศบาลตำบลบางละมุง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย สภ.บางละมุง คลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ ท่าเรือแหลมฉบัง รพ.กรุงเทพพัทยา รพ.วิภาราม แหลมฉบัง สถานตากอากาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ The Cop Resort ท่ามกลางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

สำหรับงาน SVT RUN 2024 CHARITY FOR KIDS เป็นการวิ่งระยะ 8 กิโลเมตร ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 6 รุ่น คือ รุ่น KIDS SPIRIT อายุไม่เกิน 6 ปี, รุ่น ALPHA อายุ 7-15 ปี, รุ่น Z-RUN อายุ 16-29 ปี, รุ่น Y-RUN อายุ 30-39 ปี, รุ่น X-RUN อายุ 40-49 ปี และรุ่น XL-RUN อายุ 50 ปีขึ้นไป

โดยรายได้จาการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะได้ร่วมสมทบทุนบริจาคให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิธีช่วยเหลือในการผ่าตัดหัวใจดวงเล็กๆ ให้เด็กๆ ที่เป็นโรคหัวใจได้มีโอกาสมีชีวิตต่อไปได้ โดยทางโรงเรียนศรีสุวิชหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันเล็กๆ เพื่อให้สังคมนี้น่าอยู่ต่อไป สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อร่วมกิจกรรมได้ที่โรงเรียนศรีสุวิช หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ SrisuvitNewsletter

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “น้องวันวาฬ” มาสคอตสุดน่ารักประจำจังหวัดบึงกาฬ!

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 จังหวัดบึงกาฬได้มีการเปิดตัวมาสคอตประจำจังหวัดในชื่อ “วันวาฬ” อย่างเป็นทางการ มาสคอตสุดน่ารักที่จะมาเป็นตัวแทนเผยแพร่เสน่ห์และความเป็นเอกลักษณ์ของบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ


น้องวันวาฬ ถูกออกแบบมาให้สื่อถึงความเป็นตัวแทนของชาวบึงกาฬ มีดีไซน์ที่โดดเด่นและความหมายซ่อนอยู่มากมาย โดยน้องวันวาฬได้แรงบันดาลใจจากหินสามวาฬ สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด สีม่วงขาวที่เป็นสีประจำจังหวัด หรือลวดลายบนมือและเท้าที่สื่อถึงแม่น้ำโขง สายน้ำแห่งชีวิตของชาวบึงกาฬ


นอกจากนี้ น้องวันวาฬยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของชาวบึงกาฬ เช่น กระติ๊บข้าวเหนียว ผ้าคาดเอวลายพื้นเมือง กระเป๋าที่เป็นรูปภูทอก ดอกสรินทรวัลลี และหูฟังที่สื่อถึงความทันสมัย


น้องวันวาฬเป็นตัวแทนที่สะท้อนความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและนักท่องเที่ยวในอนาคต

เราหวังว่าน้องวันวาฬจะได้รับความรักและเป็นที่ชื่นชอบจากทุกคนตลอดจนช่วยสร้างการจดจำและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงดงามของจังหวัดบึงกาฬมากขึ้น
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สส.อุตรดิตถ์เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร

แชร์เนื้อหานี้


.วันที่ 18 ตค.67 นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร ประจำปี 2567 หรือ “งานแห่เปรต” ที่วัดดอยสวรรค์ (วัดเขาไก่เขี่ย) อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ โดยเริ่มขบวนแห่ ณ ตลาดกลางผลไม้สินค้าโอทอปเทศบาลหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ มีพระครูประจักษ์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ (เขาไก่เขี่ย) ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์

เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ออกรับบิณฑบาตไปตามถนนสายวังกะพี้ – ตรอน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร และมีขบวนแห่พระพุทธรูปจำลอง เทวดา นางฟ้า เปรต กระหัง อสูรกาย และขบวนมหรสพ เช่น ลิเก มวยการกุศล ซึ่งตลอด 2 ข้างทางมีประชาชนมารอใส่บาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยเป็นจำนวนมาก เมื่อขบวนแห่เปรต ไปมาถึงยังวัดดอยสวรรค์ เป็นที่เรียบร้อยได้มีการนำจตุปัจจัยถวายแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

พระครูประจักษ์กิตติคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยสวรรค์ กล่าวว่า การจัดงานสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะสัญจร เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการทำบุญเนื่องในวันเทโวโรหณะให้คงอยู่ต่อไป และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลในการนำข้าวสาร อาหารแห้ง มาทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการจัดงานประเพณีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2567พระครูประจักษ์กิตติคุณ กล่าวอีกว่า วัดดอยสวรรค์ (วัดเขาไก่เขี่ย)

จัดงานประเพณีสารทเดือนสิบ หรืองานแห่เปรต เป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมากว่า 20 ปี เพื่อรักษาประเพณีสืบทอดพระพุทธศาสนา มีการจำลองนรก สวรรค์ และเมืองมนุษย์เพื่อสอนให้คนเกรงกลัวต่อบาป หันมาทำความดีตามหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาและให้ชาวพุทธได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ ซึ่งจากการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็จะได้อนุรักษ์สืบสานประเพณีนึ้ไว้ต่อไป


.
นาคา คะเลิศรัมย์ /รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด เลี้ยงต้อนรับเยาวชน จชต.โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด ในเครือโบว่ากรุ๊ป พัทยา โดย นายสงบ โซ๊ะเฮง ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ฮัจยีอาลี (ราชัย) ปาทาน ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา และนางวิภารัตน์ ปาทาน ผู้บริหารร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด

ร่วมให้การตอนรับและจัดเลี้ยงอาหารให้กับเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43 ที่มาพักอาศัยในเขตพื้นที่เมืองพัทยา ระหว่าง 2-16 ตุลาคม 2567 รวม 15 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมในภาคตะวันออกสู่การพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งมี 8 ครอบครัวอุปถัมภ์ นำคณะเยาวชนภาคใต้ จำนวน 20 คน ร่วมรับประทานอาหารในครั้งนี้

ทั้งนี้ทางร้านซีน่า พิซซ่า เบอร์เกอร์ เเอนด์ ฮาลาล ฟู๊ด ได้จัดทำเมนูอาหารฮาลาลหลากหลายมาต้อนรับเยาวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ ปลาทอด ซุปเนื้อ พิซซ่าฮาลาล สเต็ก ต้มยำกุ้ง ขนมจีบ เป็นต้น สร้างความอิ่มเอมและร้อยยิ้มให้กับน้องๆ เยาวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 43 เป็นอย่างมาก

สำหรับการดำเนินการโครงการ สานใจไทย สู่ใจใต้ เกิดขึ้นโดยดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการของมูลนิธิรัฐบุรุษ นำเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์

ในกรุงเทพมหานครฯ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์ และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ตรง และมีความรู้ ความเข้าใจต่อบริบทของสังคมไทยมากยิ่งขึ้น โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมทำบุญถวายสังฆทาน เนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ / รองผอ.ศรชล.นราธิวาส เยี่ยมลูกเรือประมง สัญชาติเมียนมา “เรือเพชรมงคล 15” ประสบอุบัติเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ที่หน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการประกอบพิธีทำบุญเนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ ประจำปี 2566 และร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์

โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดพรหมนิวาสจำนวน 5 รูป นำโดยพระครูวิสิฐพรหมคุณ (สมชาย โชติวโร) เจ้าอาวาสวัดพรหมนิวาส มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเป็นศิริมงคลให้แก่หน่วยงานรวมถึงผู้เกี่ยวข้อง และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รวมถึงเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ เนื่องในงานวันตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้าราชการตำรวจในสังกัด ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับวันตำรวจ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2458 โดยเป็นวันประกาศรวม กรมพลตระเวนกับกรมตำรวจภูธเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมตำรวจซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมตำรวจจึงได้ยึดถือเอาวันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็น วันตำรวจ และได้มีการประกอบพิธี วันตำรวจ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2492 ซึ่งในขณะนั้น พล.ต.อ. หลวงชาติ ตระการโกศล เป็นอธิบดีกรมตำรวจและ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีกระทั่งเมื่อปี 2560 พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงวันตำรวจไทย ให้เป็นวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากวันที่ 13 ตุลาคม

ตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นการแสดงความเคารพเทิดทูนพระองค์ จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงวันตำรวจเป็นวันที่ 17 ตุลาคมของทุกปี โดยยึดตามวันที่มีการเปลี่ยนแปลงจากกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

//////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดนราธิวาส เยี่ยมให้กำลังใจลูกเรือประมง สัญชาติเมียนมา “เรือเพชรมงคล 15” หลังประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ

วันนี้ 16 ต.ค.67 นาวาเอก กาจ บุญวิทยา รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดนราธิวาส พร้อมผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปเยี่ยมนายมิน มิน อู อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา ลูกเรือประมง “เรือเพชรมงคล 15” ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขาเข้าเครื่องโม้น้ำแข็ง ขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส

โดยเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงปัตตานีได้รับแจ้งจากเจ้าของเรือเพชรมงคล 15 (ทบ. 220918673) ประเภทเครื่องมืออวนลากคู่ ว่า มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ ขาเข้าเครื่องโม้น้ำแข็ง ขณะเกิดอุบัติเหตุเรือกำลังทำการประมง ห่างจาก ศรชล.จังหวัดนราธิวาส ประมาณ 10 ไมล์ทะเล ทาง ศรชล.จังหวัดนราธิวาส จึงได้ประสานขอสนับสนุนเรือตรวจประมง 226 จากหน่วยปราบปรามประมงทะเลจังหวัดนราธิวาส

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรมนราธิวาส ได้ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลฯ นายชาติชาย ลิ้มกุล ผู้จัดการ บริษัทเรือเพชรมงคล กล่าวว่า ในนามตัวแทนบริษัทฯ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมจะเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ นายมิน มิน อู อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา หมายเลขประจำตัว 009401 128172 7 ไปรักษาต่อที่จังหวัดปัตตานี

เนื่องจากมีเพื่อนแรงงานสัญชาติเมียนให้การดูแล และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จะสะดวกกับการดูแลรักษา ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลได้ใช้สิทธิประกันสังคม และทางบริษัทฯ พร้อมดูแลในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อไป
//////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เต้ มงคลกิตติ์ ฮีโร่ พรรคสีฟ้า ลงพื้นที่มอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ลำปาง

แชร์เนื้อหานี้

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบหมายให้
เต้ มงคลกิตติ์ ฮีโร่ พรรคสีฟ้า ลงพื้นที่มอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาลงพื้นที่จังหวัดลำปาง หลังน้ำลดโดยมอบ ข้าวสาร น้ำดื่ม ไข่ไก่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม
ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี ทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ จากหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ

ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย อาทินางสาวภคอร จันทรคณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะ ประธานคณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคคณะทำงานฯนายสรกฤช จันทรคณานายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิตนางสาวกฤษยากร สรชัยนายประสิทธิ์ คลังสีดา อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.อุตรดิตถ์ เขต 2

นายสุรกิจ ศิริวาท อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.แพร่ เขต 1นายธนิตศักดิ์ ทวีพรจิรภาคย์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ. ลำปาง เขต 1นายสุรพล เต็มสวัสดิ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.พะเยา เขต 1น.ส.ถนอมจิต แสงงาม จ.ตาก เขต 2
น.ส.อรทัย ฮงประยูร อดีต นายกเทศมนตรีตำบลเวียง จ.เชียงรายนายสว่าง เปรมประสิทธิ์ นายก อบต.สะเนียน อ.เมืองน่าน จ.น่านโดยจุดที่ 1 นำไปมอบที่บ้านนาแก้ว อำเภอเกาะคา จำนวน 35 ครัวเรือน จุดที่ 2 ตลาดท่าหลวง อำเภอเถิน จำนวน 40 ครัวเรือน จุดที่ 3 อำเภอแม่พริก จำนวน 82 ครัวเรือน

จากการลงพื้นในครั้งชาวบ้านต่างชื่นชมเต้ พร้อมคณะที่มามอบข้าวสาร ไข่ไก่ และน้ำดื่มในวันนี้ นับเป็นนักการเมืองหนุ่ม สายเลือดใหม่และเป็นฮีโร่ ของพรรคสีฟ้า ประชาธิปัตย์/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SSI สนับสนุนเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน / วิ่งฅนเหล็ก 2024 ช่วยเหลือสังคม กว่า 40 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

อบก.มอบโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก
นายมนินทร์ อินทร์พรหม (ขวาสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “องค์กรผู้นำด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization : CALO) ระดับยอดเยี่ยม สาขาสินค้าอุตสาหกรรมจาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรภาคเอกชนในไทยที่เดินสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ ทั้งนี้ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ “องค์กรผู้นำด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization : CALO) แสดงเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระดับองค์กร โดยมีเป้าหมายและแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์และเป้าหมายของความตกลงปารีส อีกทั้งได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กรและมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า รวมถึงได้ร่วมขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรภาคส่วนต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแถลงผลสำเร็จการดำเนินงาน ประจำปี 2567 โดยประธานเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย รวมถึงแนะนำ “แนวทางการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (Net Zero GHG Emissions) และเปิดตัวเกณฑ์ใหม่ “การรับรององค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” (Climate Action Leading Organization: CALO) อีกด้วย
ปัจจุบัน เครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทยมีสมาชิกเครือข่ายประเภท “องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก” แล้วทั้งสิ้น 125 องค์กร (ข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2567)

////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ประจวบคีรีขันธ์ _ วิ่งฅนเหล็ก 2024 ระดมได้กว่า 3.3 ล้าน มอบช่วยเหลือสังคมสะสมแล้วกว่า 40 ล้าน วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 7 พันธมิตรกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ประกอบด้วย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ (SSI) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) (TCRSS) บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด (NS BlueScope) บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด (NS-SUS) บริษัท เจเอฟอี สตีล กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (JSGT) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) (G Steel) และบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) (GJS)

มอบรายได้จากการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2024 (ครั้งที่ 16) จำนวน 3.3 ล้านบาทให้แก่องค์กรที่ช่วยเหลือดูแลผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิต ความสามารถของผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างแข่งแกร่ง ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 1,400 คน ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา จากการดำเนินกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2551 รวมจำนวน 16 ครั้ง สามารถนำรายได้จากการจัดงานช่วยเหลือองค์กรการกุศลที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสแล้ว 40.5 ล้านบาท

/////////////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.38 รพ.น่าน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ปล่อยพันธุ์ปลา วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. พล.ต.วรเทพ บุญญะ ผบ.มทบ.38/ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.38 พร้อมประธานสมาคมแม่บ้าน ทบ. สาขา มทบ.38, คณะผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ ให้การต้อนรับ พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและภริยา, นพ.วสันต์ แก้ววี ผอ.รพ.น่าน

ร่วมกับชุมชนรอบค่ายสุริยพงษ์ จิตอาสา904 จิตอาสาพระราชทานทุกภาคส่วน และประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567

โดยมี ผบ.มทบ.38 เป็นประธานในกิจกรรมการปล่อยพันธุ์ปลานิลจิตรลดา จำนวน 8,900 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา ลงสู่แม่น้ำน่าน เพื่อสร้างแหล่งอาหาร ร่วมอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ และปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด ถนนหน้าค่ายสุริยพงษ์ และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำน่าน ,ลานจอดรถ รพ.น่าน ,ลานออกกำลังกายชุมชน

บริเวณพระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ฯ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ผู้ร่วมกิจกรรมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างจิตสาธารณะในการช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสภาพแวดล้อมสถานที่สาธารณประโยชน์ให้สะอาดสวยงามต่อไป

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.อ.ธนกฤต นันทชัยศรี รายง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์-ผวจ.ลพบุรี นำคณะเยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษา มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์รายใหม่ จำนวน 2 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอเมืองลพบุรี และคณะกรรมการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการศึกษา สภาพครอบครัว ความเป็นอยู่ ความประพฤติ ปัญหาอุปสรรค พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ มอบทุนการศึกษา และเป็นกำลังใจแก่เยาวชนผู้ได้รับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ประจำปีการศึกษา 2567 ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอเมืองลพบุรี จำนวน 2 ราย

ในการนี้เมื่อครั้ง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดลพบุรี ได้มอบทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ให้กับจังหวัดลพบุรี 2 ราย ให้แก่ นางสาวขวัญฤดี กระเป๋าทอง บ้านเลขที่ 51/1 ม.4 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ และเด็กหญิงเทียนฉาย เชาว์วันดี บ้านเลขที่ 37/4 ม.14 ตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี โดยจังหวัดลพบุรี มีนักเรียนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมทั้งสิ้น 35 ราย

ซึ่งจากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ได้ให้โอวาทแก่เยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ทุกคน เป็นเด็กดี เป็นเยาวชนที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กตัญญูต่อบรรพบุรุษ บุพการี และผู้มีพระคุณผู้ที่ได้สนับสนุนทุนการศึกษา

ผ่านมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ อีกทั้งขอให้ตระหนักถึงความจำเป็นและใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขอให้เยาวชนทุกคนหลีกหนีห่างไกลจากอบายมุข ตลอดจนสิ่งเสพติดต่างๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหากับครอบครัวและสังคมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อำลา 3 นายตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา เกษียณก่อนอายุราชการ ในปี 67/ รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบเงินสนับสนุนฟุตซอล

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้จัดงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ประจำปี 2567 ที่เดอะ ลีลา รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสเกษียณและเกษียณก่อนอายุราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ประจำปี 2567 มีเจ้าหน้าที่ 1 นาย ที่เกษียณอายุราชการ และอีก 2 นาย เกษียณก่อนอายุราชการ ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธนา ศรีนครา, ร.ต.อ.สุจิน คุ้มปั้น และ ร.ต.อ.วิรุฬ ธาตุวิสัย

ทั้งนี้ ได้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ส่งนายกิตติคม ธีวรางกูล ผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมมอบกระเช้าเพื่อร่วมอำลานายตำรวจท่องเที่ยวในโอกาสดังกล่าวด้วย

รองสารวัตรสืบบางละมุงใจดี มอบชุดฟุตซอลและเงินสนับสนุนทีมฟุตซอล นร. สู้ศึกกีฬานักเรียน อปท.ที่สระแก้ว

มีรายงานว่า ร.ต.ต.ชัยนาม ไวยณางค์ รอง สว.สส. สภ.บางละมุง หรือ หมวดมอส ได้นำชุดกีฬาฟุตซอลมาสนับสนุนเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมให้กับเด็กนักเรียนนักกีฬาทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ พร้อมมอบเงินสนันสนุนและให้กำลังใจนักกีฬาฟุตซอลรุ่นอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง เพื่อไปสู้ศึกในการแข่งขันอีกสองรายการที่กำลังจะมาถึงในช่วงเดือนตุลาคมนี้
โดยรายการแรกจะเดินทางไปการแข่งขันฟุตซอลในรายการ Program first round Terminal21 Korat Futsal FA CUP2024 ในระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2567 และรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก วังน้ำเย็นเกมส์ จ.สระแก้ว ในระหว่างวันที่ 17-27 ตุลาคม 2567 นี้ด้วยเช่นกัน  ผลงานล่าสุดของทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในรายการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับภาคตะวันออกปีที่แล้ว สามารถคว้าอันดับ 2 ส่วนระดับประเทศสามารถคว้าอันดับ 3 ร่วมกับเมืองพัทยาในรุ่น 12 ปีหญิง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ราชภัฏเทพสตรี ตีฆ้องชัย โหมโรงเปิดเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียงฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 13.30 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบิสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี ผศ.ดร.กันยา บาร์นท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี นายสมมาส มั่งคั่ง นายกเทศมนตรีตําบลป่าตาล และ ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลโคมลม ครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” ณ บริเวณเทศบาลตําบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

หลังจากการแถลงข่าวเสร็จมีการโชว์เดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรงของชาวลาวเวียงบ้านป่าตาล เป็นผลงานการออกแบบของนักศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมการสาธิตทำโคมลมและพวงมโหตร การแสดงสินค้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง และอาหารพื้นถิ่นของชาวลาวเวียง โดยมีนางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี สื่อมวลชน ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย โดยมี ผศ.ดร.มยุรี รัตนเสริมพงศ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็น หัวหน้าโครงการวิจัย ภายใต้ชื่อโครงการ “การฟื้นวิถีชีวิตทุนทางวัฒนธรรมลาวเวียงผ่านการสร้าง เทศกาลวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาล อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี”
สำหรับความเป็นมาของเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 “เบิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล” โดยอดีตในช่วงวันออกพรรษา ขึ้น14-15 ค่ำ เดือน 11 และแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ( เดือนตุลาคมของ ทุกปี )

ชาวลาวเวียงบ้านป่าตาลจะมีประเพณีการไหว้ม้าประทีปหรือการได้หางประทีป ที่วัดใน พื้นที่ตำบล ป่าตาล 4 วัด ได้แก่ วัดห้วยเปี่ยม, วัดป่าตาล, วัดป่าหวายเก่า และวัดป่าหวายทุ่ง ซึ่งม้าประทีปเป็นสัตว์พาหนะของพระพุทธเจ้า เมื่อถึงวันออกพรรษาม้าประทีปจะลงมาจากสวรรค์เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชา และขอพรให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันทำโคมลมและการปล่อยโคมลมเกิดขึ้น ระหว่างวัดในพื้นที่บ้านป่าตาล เมื่อบูชาพระพุทธเจ้าบนสวรรค์ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เลื่อนหายไปจากชุมชนลาวเวียงบ้านป่าตาลจึงนำไปสู่การหารือและมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะรื้อฟื้นสิ่งประดิษฐ์ภูมิปัญญา

บรรพบุรุษการทำโคมลมและการปล่อยโคมลม ที่หายไปกว่า 50 ปี จากประเพณีการไต้หางประทีปในช่วง วันออกพรรษาของลาวเวียงบ้านป่าตาล กลับคืนมาอีกครั้ง จึงได้มีการจัดงานเทศกาลโคมลมครั้งที่ 1 ” บิ่งโคมลม ชมวิถี ถิ่นลาวเวียง บ้านป่าตาล ” ขึ้นมา โดยกำหนดการจัดงานในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 – 22.30 น. ณ เทศบาลตำบลป่าตาล อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

โดยกิจกรรมในวันที่ 18 ต.ค.2567 ประกอบไปด้วย ขบวนแห่โคมลม การแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ลาวเวียงบ้านป่าตาล, ลาวเวียงหนองแขม, ลาวแง้วพุคา, ไทพวนถนนใหญ่, ไทยวนหนองกระเบียน, ไทพวนโคกกระเทียม, มอญบางขันหมาก นอกจากนั้นมี การแสดงดนตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จำลองหมู่บ้านลาวเวียง ชมหนังกลางแปลง ชิม ช็อป อาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP และในวันที่ 19 ต.ค. 2567 มีการประกวดส้มตำปลาร้าต่อน, การแสดงวิถีชีวิตลาวเวียงบ้านป่าตาล, การเดินแบบเสื้อผ้าจากผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมแปรง, รำวงย้อนยุค-บาสโลบ

โดยทั้ง 2 วัน มีการแสดงดนตรี”วงลวนรินทร์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี กิจกรรมพิธีไหว้ใต้หางประทีป, กิจกรรมชมวิถีลาวเวียงบ้านป่าตาล, สาธิตการทำโคมลมและพวงมโหตร ทั้งยังมี หนังกลางแปลง ชิม ช็อปอาหารพื้นถิ่น และสินค้า OTOP สำหรับจุดไฮไลท์ : โคมลมยักษ์ และ อุโมงค์โคมลม อีกด้วย ซึ่งทางเทศบาลตำบลป่าตาล ขอเชิญชวนชาวจังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชม สัมผัสวิถีชีวิตวัฒนธรรมลาวเวียงบ้านป่าตาลในครั้งนี้ด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน