คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ โรงแรม เดอะเวโล บีเอ็มเอ็กซ์ แทร็ค ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานแสดง แสง สี เสียง “ย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้ว” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

โดยนายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว นายอำเภออรัญประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครนายก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ จังหวัดสระแก้ว ร่วมแถลงข่าว โดยภายในงานย้อนรอยเล่าขาน 5 ชาติพันธุ์จังหวัดสระแก้วจะขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568

ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายในงานมีกิจกรรม ตลาดวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ และ ของดีจังหวัดสระแก้ว เป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชนของ 5 ชาติพันธุ์ อาหาร 5 ชาติพันธุ์ และอาหารอร่อยของจังหวัดสระแก้ว มากกว่า 50 ร้านค้า ชมขบวนแห่ ขบวนพาเหรด 5 ชาติพันธุ์ การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม เรื่อง “ย้อนรอย เล่าขาน 5 ชาติพันธุ์ จังหวัดสระแก้ว” การแสดงศิลปวัฒนธรรม 5 ชาติพันธุ์ (ญ้อ ลาว เขมร เวียดนาม จีน)

นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า จังหวัดสระแก้วได้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม/การท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ชาติพันธุ์ ของอำเภออรัญประเทศชายแดนเบื้องบูรพาที่มีชนเผ่า 5 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ มีหลากหลายวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหารพื้นถิ่นหลากหลาย

จึงขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่จังหวัดสระแก้ว เมืองแห่งอารยธรรมที่หลากหลาย ซึ่งจังหวัดสระแก้วเรามีจุดเด่นคือมีชนชาติ 5 ชาติพันธ์ุและแหล่งท่องเที่ยวสวยงามมากมาย แหล่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย และ ขอเชิญชวนให้มาสัมผัสวิถีชุมชนทั้ง 5 ชาติพันธุ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวมพลังคนปรางค์กู่ ศรีสะเกษ ให้กำลังใจ น้ำใจ สู่แนวหน้า ปกป้องปราสาทตาเมือนธม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันเสาร์ที่17พฤษภาคม 2568 นาย ทองสุข คำมานายกองค์การบริหารส่วนตำบลพิมายเหนือ นายสมบัติกอกหวาน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอปรางค์กู่ นายทวีชัย คำแพง รองประธานสภาวัฒนธรรมฯชมข้าราชการบำนาญอำเภอปรางค์กู่ นายวรวิทย์ เสริมศรี คหบดี ดร.วิลดา

อินฉัตร ส.ส.เขต7จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันบริจาคสิ่งของ อาหาร อาหารเสริม เครื่องดื่ม น้ำดื่ม.ฯ นำไปมอบให้ทหารที่ปราสาทตาเมือนธม โดยมี ร้อยโท
ไวคิด ศรีพรหม ผบ.กองร้อย ร.พัน 4

พร้อมเหล่าหาร หาญรอการต้อนรับ โดยมีนายทองสุข คำมา กล่าวแสดงความรู้สึกเป็นห่วงชาติแผ่นดินและเป็นห่วงทหาร หาญ ที่เป็นรั้วของชาติอยู่แนวหน้า และได้ย้ำว่าคนปรางค์กู่ ที่อยู่แนวหลังจะให้กำลังใจ พร้อมให้การสนับสนุนตลอดเวลา

การรวมพลัง เดินทางไปคราวนี้ไปด้วยรถปิ๊คอัพ ส่วนตัว พร้อมบรรทุกสิ่งของที่รวบรวมได้จากการบริจาค เป็นจำนวนมาก เพ่ื่อนำไปมอบ โดยมี ร้อยโทไวคิด ศรีพรหม เป็นผู้รับมอบ หลังจากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมปราสาท ภายในภายนอกบริเวณปราสาท พบทหารต่างชาติ อยู่ร่วมปะปนกับทหารไทยเป็นจำนวนมาก

ทั้งที่พื้นที่นี้เป็นของประเทศไทย ไทยได้ครอบครองและทำกิจกรรมอยู่นี่มาเป็นเวลานานแล้วทำไมต้องให้ทหารต่างชาติมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทยได้อย่างไรหรือปล่อยให้เป็นประเด็น อย่างนี้อยูร่าไป ตลอดอดไปไช่ไหม จึงฝากฝากความเห็นไปยังผู้รับผิดชอบไปยังผู้นำระดับประเทศ นั่งอยู่สุขได้อย่างไร ไม่ร้อนไม่หนาว ไม่มีความเป็นห่วงบ้างหรือ

อยากให้ไปดูด้วยตนเอง ว่าสถานการณ์เบ้านเมืองแนวเขตแดนป็นอย่างไร รอบปราสาทก็ไม่มีแนวเขตกั้น กอร์ปกับมีช่องทาง ให้คนต่างชาติ ขึ้นเข้ามาในตัวปราสาทได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้คนต่างชาติขี้นมายึดครองก่อนหรือจึงจะ

แก้ไข จะเข้าทำนอง วัวหายแล้วล้อมคอก เช่นนั้นหรือ การเดินทางไปครั้งนี้จำนวน10 คัน 30 คน เป็นตัวแทนของ คนปรางค์กู่.ไม่ทิ้งแนวหน้า พร้อมที่จะต่อสู้ เคียงข้างกับเหล่าทหาร หาญ อย่างไม่มีถอยครับ
นายทองสุข คำมา/เขียน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงบริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวราราม /ร่วมสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก ” ณ วัดพรานนกจ.พระนครศรีอยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

16 พค 2568 เวลา 14.30 น โดยประมาณ บริเวณชุมชนย่านวัดอรุุณราชวรารามมูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมมอบของกินของใช้ให้ผู้ป่วยติดเตียงและผู้มีความจำเป็นด้วยความเมตตาของ ทางวัดอรุณราชวราราม และคณะสงฆ์ ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานให้แด่ทุกท่าน อย่าเจ็บ อย่าจน อย่าอด อย่ายาก ให้มากให้มี สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

ชื่อเสียงก้องกังวาน ประกาศชัยมงคล #ร่วมสร้างหอระฆัง #วัดสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ #เสริมสิริมงคลชีวิตมั่นคง

อานุภาพแห่งศรัทธา ก้องกังวานนาม ประกาศชัยมงคล ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “หอระฆังทรงนาคปรก” ณ วัดพรานนก จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตั้งสัตยาธิษฐานต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอพระบารมีนำชัยชนะมาสู่การกู้ชาติ ซึ่งเป็น “ชัยชนะแรก” ของพระองค์อันสำคัญยิ่ง ก่อนที่พระองค์จะนำทัพตีฝ่าวงล้อมข้าศึก

กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วม “ทอดผ้าป่าสามัคคี” เพื่อสืบสานปณิธานแห่งความกตัญญูต่อแผ่นดิน และร่วมสร้างหอระฆังอันเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความเจริญรุ่งเรืองวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 ณ วัดพรานนก ต.โพสาวหาญ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 7.00 – 12.00น.ร่วมสร้างบุญบารมีได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสนามเสือป่า [ttb] ชื่อบัญชี: พล.1รอ. เพื่อรองรับเงินการกุศล
เลขที่: 046 – 2 – 88043 – 6

วัดพรานนก: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่จารึกประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2300 เป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงจุดประกายแห่งความหวังและนำทัพ 500 นาย “ชนะศึก 2,000” ทหารพม่าได้อย่างน่าอัศจรรย์ ก่อเกิดขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้เอกราชอานิสงส์

  • ชื่อเสียงก้องกังวาล: ดุจเสียงระฆังที่ดังก้องกังวานไปทั่วสารทิศ เกียรติคุณและความดีงามของท่านจะขจรขจาย เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนทั้งหลาย
  • ชีวิตมั่นคง: ฐานะความเป็นอยู่จะมั่นคง ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากอุปสรรคและภัยอันตราย ดุจความแข็งแกร่งของแผ่นดินที่ได้รับการกอบกู้
  • เสริมสร้างบารมีแห่งชัยชนะ: จิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เอาชนะอุปสรรคทั้งปวงในชีวิต ดุจวีรกรรมอันเกรียงไกรของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
  • ความเป็นสิริมงคล: นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความเป็นสิริมงคลในทุกด้านของชีวิต
  • ความภาคภูมิใจ: ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความกตัญญูและประวัติศาสตร์ชาติไทย

โปรดส่งชื่อ-สกุล และหลักฐานการร่วมบุญมาที่ Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กดเลย 👇 https://lin.ee/VDGS28Xเพื่อนำไปอธิษฐานจิตในพิธีทอดผ้าป่าฯ ต่อหน้า “หลวงพ่อแดง” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตั้งสัตยาธิษฐานจนได้รับชัยชนะ ได้ที่ไลน์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านได้ร่วมสร้าง จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ รุ่งเรือง ก้องกังวานด้วยชื่อเสียง และมีชีวิตที่มั่นคงตลอดไปเทอญ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วช.เลือกพัทยา เปิดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ศิลปะ “นีโอศิลปะพัทธยา” คณะศิลปินแห่งชาติแห่ร่วมงานคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 พ.ค.68 ที่ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya โรงแรมฟลิปเปอร์ ลอร์ด พัทยา จ.ชลบุรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา

โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งมีนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ผู้บริหารโรงแรมฯ นายฉัตร จะยะวงศ์ ภัณฑารักษ์ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya

และนายมานะ ยาประคำ ประธานสภาวัฒนธรรมเมืองพัทยา ร่วมให้การต้อนรับ คณะศิลปินแห่งชาติ นำโดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติอาวุโส ให้เกียรติเข้าร่วมงาน

สำหรับงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ ภายใต้โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา จัดขึ้นโดยมุ่งหวังให้เยาวชน และนักเรียนในสถานศึกษาได้มีความรู้องค์ความรู้ด้านงานศิลปะมากขึ้น

โดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (สาธิตพัทยา) นำนักเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมอบรมสัมมนา ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค.68 ก่อนนำผลงานศิลปะของนักเรียนที่ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการมาจัดแสดงที่ ศูนย์แสดงศิลปะ Flipper Art Space Pattaya แห่งนี้

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการสีสันสุนทรียะใหม่ชายฝั่ง EEC : นีโอศิลปะพัทธยา ถือเป็นโครงการวิจัยงานศิลปะที่มีความน่าสนใจ และมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการต่อยอดองค์ความรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษาได้ศึกษาและเรียนรู้งานด้านศิลปะสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น อันจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชนที่ชื่นชอบศิลปะได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้โดยตรงจากศิลปินแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบมอบทุนสงเคราะห์การศึกษาผู้ถูกคุมพร้อมจับมือ สกร.ยกระดับความรู้ ส่งเสริมต่อยอดจนสำเร็จการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 พ.ค.2568 ที่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานประพฤติ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระดับอำเภอเมืองประจวบฯ นายปิยชาติ ไฮ้คง หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติ คณะครู กศน. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติฯ ร่วมมอบทุนสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมการศึกษา เพื่อไปจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและชุดนักศึกษา

รวมเป็นจำนวนเงิน 1,200 บาท ให้แก่ผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้น ม.ต้น ในปีการศึกษา2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษา ที่ทางสำนักงานคุมประพฤติ จ.ประจวบฯได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองประจวบฯ ได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิดด้วย โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับ ม.ต้น ตามที่กรมคุมประพฤติมีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษาแก่ผู้กระทำผิด ในระบบบงานคุมประพฤติ

ด้าน นายวสันต์ เภรีวิค ผอ.สนง.คุมประพฤติฯ กล่าวว่า ตามที่กรมคุมประพฤติ มีนโยบายในการส่งเสริมและยกระดับการศึกษา แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้มีการจัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือ ( MOU ) การจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 เพื่อยกระดับการศึกษาให้แก่ผู้กระทำผิดในระบบงานคุมประพฤติ โดยได้ส่งเสริมการศึกษาให้กับผู้กระทำผิดที่เข้ารับการศึกษา ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งในวันนี้ ได้มีผู้กระทำผิดในคดีในคดีขับรถประมาท หวาดเสียว ซึ่งได้สมัครเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งผ่านการอบรมการส่งเสริมการศึกษาที่ทางสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้ ให้แก่ผู้กระทำผิดในวันที่ 10 เมษายน 2568 ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ โดยได้ประสานงานกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) อำเภอเมืองประจวบฯ ซึ่งได้สนับสนุนวิทยากรมาให้ความรู้ดังกล่าวแก่ผู้กระทำผิด โดยทำให้ผู้กระทำผิดมีความสนใจที่จะสมัครศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยในวันนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วยกลุ่มยุทธศาสตร์การคุมประพฤติได้ประสานบูรณาการความร่วมมือ กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองฯ

ได้ร่วมเป็นสักขีพยาน และให้คำแนะนำ พร้อมกับให้กำลังใจกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ได้สงเคราะห์ทุนในการส่งเสริมการศึกษา อุปกรณ์การศึกษาและชุดนักศึกษา ให้กับบุคคลดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ ในการ ส่งเสริมด้านการการศึกษา และให้กำลังใจแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าวอีกด้วย////////

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปปท.เขต6-ตำรวจ บุกรวบเจ้าหน้าที่กองคลังเทศบาลเบียดบังเงินภาษี. / กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ10.30น.ของวันที่16 พฤษภาคม 2568. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายณรงวิทย์ สุวรรณสิทธิ์ ผอ.ปปท. เขต 6 และ พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผอ. กอท.พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปท. เขต 6 นำโดย ร.ต.อ.สมบูรณ์ อินทร์ทับ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ
และ ร.ต.อ.อัศวิน เบญจโอฬาร นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการตามหมายจับศาลอาญา
คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ ที่ 7/2568 ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ทำการจับกุมนาย ส. (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ขณะเกิดเหตุตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ ๕ กองคลัง เทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บ รับชำระภาษีของเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี อาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่เบียดบังเอาเงินค่าภาษีที่ตนเองรับไว้เป็นของตนเองโดยทุจริตไม่นำส่งเป็นรายได้ของเทศบาล และเพื่อเป็นการปกปิดการกระทำความผิดได้ปลอมเลขที่และเล่มที่ใบเสร็จรับเงินค่าภาษี และฉีกทำลายใบเสร็จรับเงินบางฉบับ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14๗ มาตรา 157 มาตรา ๑๖๑ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓/๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ ขณะกระทำความผิด
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ที่ 2 ต.วังน้ำคู้ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก และได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหา ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๖ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด” กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

เรียน ผู้บังคับบัญชาเพื่อกรุณาทราบ กอ.รมน.จังหวัด สุโขทัย ร่วมปลูกต้นไม้ “วันต้นไม้แห่งชาติ 2568”

เมื่อ เวลา 13.30น.ของวันที่16 พค.2568 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท.(ท.) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท.

ร่วมกับ จนท.อุทยานแห่งชาติรามคำแหง, ประชาชนจิตอาสา, จนท.ดับไฟป่า, ชป.ลว.พัน.ซบร.23 บชร.3, ชป,ลว.พัน.ขส.23 บชร.3, ผู้นำท่องที่ท้องถิ่น นักเรียนนักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ 2568 เพื่อฟื้นฟูป่าไม้ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ซึ่งช่วยในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนให้กับโลก ต้นไม้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดมลพิษป้องกันการพังทลายของดิน และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพการปลูกต้นไม้ใน

วันนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินปลูก ต้นสัก, ต้นมะค่า, ต้นมะคึก, ต้นพยุง และต้นไผ่ จำนวน 500 ต้น ในพืัน 3 ไร่ ณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ม.7 บ้านหนองหญ้าไซร ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จังหวัด.สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค

แชร์เนื้อหานี้

สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “สะพานกะปอม” ณ ชุมชนคุณธรรมบ้านบุ่งคล้า กลายเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปะ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2568 ที่บริเวณสะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว (สะพานกะปอม) ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวเปิดตัวงานเทศกาลประติมากรรมแห่งศรัทธา “ วิถีคล้า วิถีคน” กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า

เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ” ภายใต้โครงการส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี,

นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ, นายณรงค์ ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ, อาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี,

นายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ, นายคมกฤต บุญกอง นายอำเภอบุ่งคล้า และน.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าว พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ,

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, ผู้บริหารจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมในงาน ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสำคัญที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ,

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า ที่ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างเศรษฐกิจฐานราก สู่กิจกรรมที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

กิจกรรมไฮไลต์ของโครงการ คือการจัด ประกวดประติมากรรมแห่งศรัทธา “วิถีคล้า วิถีคน” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชน ชุมชน และผู้มีใจรักในงานหัตถศิลป์จากต้นคล้า ส่งผลงานเข้าร่วม โดยผลงานต้องมีขนาด 2 x 2 เมตร และจัดทีมประกวดไม่เกิน 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อชิงรางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ 10,000 บาท รองชนะเลิศ 6,000 และ 5,000 บาท พร้อมรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท

นอกจากจะเป็นเวทีแสดงพลังสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่แล้ว โครงการยังถือเป็นการบ่มเพาะความรู้ ความภาคภูมิใจใน “ต้นคล้า” ซึ่งเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติ

และมรดกทางวัฒนธรรมของบึงกาฬ ที่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางศิลปะที่ผูกโยงกับ “ความเชื่อ ความศรัทธา” อันลึกซึ้งของชาวริมโขง

ภายในงานยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัย การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ และนิทรรศการ “Soft Power บึงกาฬ” ที่เปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อิงตำนาน และใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด “นี่ไม่ใช่แค่งานแถลงข่าว แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังท้องถิ่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่จับต้องได้”

โครงการนี้สะท้อนถึงการบูรณาการระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้น “คุณค่าและความยั่งยืน” จากตำนานสู่ศิลป์ จากศิลป์สู่สินค้า และจากสินค้า สู่โลก—บึงกาฬกำลังใช้ “ต้นคล้า” และ “ความเชื่อ” เป็นสะพานแห่ง Soft Power ที่ก้าวไกลกว่าที่เคย
ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านเร่งผลักดันดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมให้ปลอดภัย ใช้ 7 ตำบลในอ.ภูเพียงนำร่อง

แชร์เนื้อหานี้

โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่13-14 พ.ค.2568 ณ โรงแรมดิอิมเพรสน่าน “สภาผู้บริโภค ผลักดันนโยบายการจัดระเบียบสายสี่คมนาคมให้ปลอดภัย พื้นที่นำร่อง อำเภอภูเพียง จ.น่าน สู่ Nan-Model การจัดระเบียบสายสื่อสารมิตรและปลอดภัย จับมือทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

สถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาไฟฟ้ารกรุงรัง ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อย กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นปัญหาซ้ำซาก ที่สะสมมาเป็นเวลานาน แม้ว่าจะมีระเบียบ กฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ตาม จากสภาพสายสื่อสารที่ไม่ได้รับการจัดการ ระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจังหสัดน่านและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

สภาผู้บริโภคจังหวัดน่าน Kick Off โครงการจัดระเบียบสายสื่อสาร นำร่องอำเภอภูเพียงสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค “Nan-Model” ต้นแบบเมืองสวยงาม ปลอดภัย โดยมี นายประจักร์จังหวัดน่าน เป็นประธาน และกล่าวต้อนรับชี้แจงวัตถุประสงค์ โดย นางสาวบุญยืน สิริธรรม ประธานสภาองค์กรผู้บริโภค ในการประชุม ครั้งนี้มีหน่วยงานจากทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง , หน่วยงานประจำจังหวัดภาคเหนือ ,จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดประจวบคีรีชันธ์ สภาผู้บริโภค , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบไปด้วย

สำนักงาน กสทช.34(เชียงราย) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต2(พิษณุโลก) , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน , บ.โทรคมนาคมแห่งชาติสาขาน่าน , สนง.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจ.น่าน , สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดน่าน , สภาทนายความจังหวัดน่าน ท้องถิ่นอำเภอภูเพียง ,ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอภูเพียง,ศูนย์ดำรงธรรรมอำเภอเมืองน่าน,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน , สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน , สถานีตำรวจภูธรเวียงสา , สภาองค์กรของผู้บริโภค ,ตัวแทนนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ตัวแทนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายสื่อสาร , สมาชิกองค์กรผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน

หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภ จากการเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัญหาสายสื่อสารในพื้นที่จังหวัดน่าน ของ นายวุฒิกร พุทธิกุลหัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน หน่วยงานประจำจังหวัด สภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า 70เปอร์เซ็นต์ เป็นสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้การแล้ว แต่ไม่ได้ถูกรื้อถอนออก ในขณะที่สายสื่อสารแบบใหม่ก็มีการพาดสายอย่างไร้ระเบียบ ส่วนหนึ่ง เกิดจาก บริษัทที่มารับเหมาช่วงต่อของการเดินสายให้กับบริษัทเจ้าของสัญญาณ ไม่ได้ใส่

ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคนาคมเจ้าของสัญญาณก็ไม่ได้มีการใส่ใจในการพาดสายให้ถูกต้องตามระเบียบ ในขณะเดียวกันบริษัทโทรคมนาคมเจ้าของสัญญานก็ไม่ได้มีการ ตรวจสอบ ว่าสายที่บริษัทรับเหมาได้ดำเนินการนั้นถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ (ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดน่าน ก็ไม่ทราบว่าจะไปไล่เบี้ยกับบริษัทใด จุดสำคัญในการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดน่าน คือ การลงนามตกลงความร่วมมือ MOU การจัดระเบียบสายสื่อสารที่เป็นมิตรและปลอดภัยอำเภอภูเพียง โดยมีทุกภาคส่วนเป็นภาคีเครือข่าย อาทิ กสทช., กฟภ., สถานีตำรวจ, อบต. ทั้ง 7 ตำบล และผู้ให้บริการโทรคม

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเป้าหมายหลักมุ่งรื้อถอนสายที่ไม่ได้ใช้งาน จัดระบบสายให้เป็นระเบียบ เพิ่มความความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างภาพลักษณ์เมืองน่านให้สวยงามส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากชุมชน เช่นการนำสายที่

รื้อถอนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของจังหวัดน่านในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างเมืองที่ “ปลอดภัย มีระเบียบ และน่าอยู่ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาวในการขับเคลื่อนต่อไป/ข่าว/ ณัฐชานันท์ สิริธัญโรจน์ /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวี ลงใต้ เปิดมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่น อ.ศรีสาคร เยี่ยมเยียนกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง หนุนรายได้ ให้พี่น้องประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีพลตำรวจโท พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 นายกูพ่า รอเซ็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ตลอดจนตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

สำหรับโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์ สู่ความเป็น เลิศประจำปีงบประมาณ 2568 นี้ เป็นโครงการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาคร ซึ่งประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสาคร องค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง องค์การบริหาร ส่วนตำบลเชิงคีรี องค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง องค์การบริหารส่วนตำบลซากอ เทศบาลตำบลศรีสาคร และชมรมตาดีการะดับอำเภอ ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับในปีนี้องค์การบริหารส่วนตำบลศรีบรรพต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ

ทั้งนี้ด้วยโรงเรียนตาดีกาเป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทต่อสังคม โดยเฉพาะ ในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเด็กๆในพื้นที่ต้องเรียนในวันเสาร์ – อาทิตย์ ปัจจุบันมีการรวมตัวจัดตั้งเป็นชมรมขึ้น ทั้งในระดับอำเภอและจังหวัด มีการจัดกิจกรรมต่างๆทุกปี ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือและยกระดับโรงเรียนตาดีกาให้มีการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างจริยธรรมอิสลาม เพื่อปลูกฝังให้ทุกคนถือปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งใช้กีฬาและกิจกรรมต่างๆ เป็นสื่อกลางในการป้องกัน ให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติด ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการเล่นกีฬาและทักษะทางวิชาการแก่เด็กและเยาวชน ส่งเสริมกิจกรรมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและเยาวชน และเพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบไปด้วยโรงเรียนตาดีกาในเขตอำเภอศรีสาคร และมีนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันในรายการต่างๆ โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การประกวดขบวนพาเหรด การแข่งขันกีฬา การประกวดกิจกรรมบนเวที และการประกวดภาควิชาการ เป็นต้น

ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าวันนี้ต้องขอชมเชยคณะกรรมการจัดโครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา นักเรียนตาดีกา และพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและการเล่นกีฬา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีๆให้ลูกหลานของเราได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง โครงการมหกรรมกีฬาและวิชาการท้องถิ่นในเขตอำเภอศรีสาครสสัมพันธ์สู่ความเป็นเลิศ ในวันนี้ถือเป็นโครงการหนึ่งที่สามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคี ของคนในพื้นที่ ทุกกลุ่มวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพ่อบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มของเด็กและเยาวชน ซึ่งล้วนแต่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มของเยาวชน เชื่อว่าเยาวชนมีบทบาทอย่างมากที่ช่วยทำให้โครงการนี้สำเร็จได้ลุล่วง ซึ่งในปัจจุบันเราต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่เยาวชน อย่างจริงจัง และกิจกรรมใน ลักษณะนี้ก็สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง และใหทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ที่ อาจจะเกิดขึ้นในชุมชน ทุกคนก็มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างสังคมให้น่าอยู่ ปลอดจากอบายมุขเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะน้องๆเยาวชนในวันนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล และประเทศชาติต่อไป

จากนั้นพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปยังวัดกาหลงคีรีธรรมาราม หมู่ที่ 1 ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ตรวจเยี่ยมการทำผ้าทอพื้นเมือง เพื่อหาแนวทางให้กับชาวบ้านที่ทอผ้า หาตลาดเพื่อกระจายสินค้าให้กลุ่มทอผ้า รวมถึงงบประมาณเพื่อทำนุบำรุงอาคารลานทอผ้า อันเป็นการมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อที่จะได้นำกลับไปหาทางเพื่อแก้ไขปัญหา สำหรับการมาพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในครั้งนี้มีความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับเป็นอย่างดี
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กยศ. เปิดทางปรับลดยอดหักเงินเดือน พ.ค.-มิ.ย.68

แชร์เนื้อหานี้

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v62), quality = 100

         กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดทางช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบจากการหักเงินเดือนเป็นการชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 หรือสามารถขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มผ่อนชำระใหม่เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากการที่กยศ. ได้มีการหักเงินเดือนเพิ่มเติม 3,000 บาท กับผู้กู้ยืมที่มียอดค้างชำระ ซึ่งก่อนหน้า กยศ. ได้มีการติดตามหนี้ครอบคลุมผู้กู้ยืมทุกคน รวมถึงผู้ที่ถูกหักเงินเดือน ให้ไปชำระยอดค้างส่วนนี้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากผู้กู้ยืมส่วนหนึ่งไม่ชำระยอดที่ค้าง ทำให้ กยศ. จำเป็นต้องเพิ่มวงเงินหักรายเดือนอีก 3,000 บาทต่อบัญชี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568

       โดย กยศ.ได้มีการแจ้งทั้งผู้กู้และนายจ้างแล้วนั้น ทั้งนี้ หากผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถให้หักเงินเดือนได้ตามที่ กยศ.แจ้ง ให้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อเริ่มต้นการผ่อนชำระใหม่ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเดือนในอัตราที่ลดลง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ กยศ. แล้วกว่า 200,000 ราย สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังคงมียอดค้างชำระ และยังไม่ได้ติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ยังคงต้องแจ้งให้หักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทต่อบัญชี ในเดือนพฤษภาคม 2568 และเดือนต่อไปจนกว่าจะไม่มียอดค้างชำระ

ดังนั้น กยศ. ขอให้ผู้กู้ยืมชำระยอดหนี้ที่ค้างหรือติดต่อขอทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์โดยเร็ว ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดชำระของงวดปี 2568 ทั้งนี้ ในระหว่างรอการปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ได้เพิ่มเงื่อนไขการปรับลดการหักและนำส่งเงินของนายจ้างชั่วคราว โดยให้นายจ้างสามารถลดจำนวนการหักเงินเดือนให้กับผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบด้านการดำรงชีพในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 ได้เท่านั้น กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมทุกท่านที่ชำระเงินคืนกยศ. อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมรุ่นน้องต่อไป”
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว เที่ยวสวนส้มโอศรีสะเกษ ที่บ้านตาด อ.เมืองจันทร์ ทิปทัวร์สวน 450 ไร่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิใจนำเสนอ สวนส้มโอบ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ ( ภาพมุมสูง โดรน ) ในการนำทัวร์สวนส้มโอ กว่า 450 ไร่ และกำลังปลูกเพิ่ม ขยายเพิ่ม ตามความต้องการของตลาด โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้แหล่งชุมชนท่องเที่ยวบ้านตาด อำเภอเมืองจันทร์ ที่ผลิตส้มโอ ของจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3,000 ไร่

เป็นการส่งเสริมวิสาหกิจของชุมชน ตามตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลผลิตตามความต้องการของตลาด จากที่เกษตรกรไปเที่ยวภาคกลาง แล้วซื้อส้มโอมาเพาะ มาทดลองปลูก 1 ต้น ก่อนที่พัฒนาแยกสายพันธุ์ จนปัจจุบันนี้ มีส้มโอที่บ้านตาด จำนวน 7 สายพันธุ์ คือ พันธ์ขาวน้ำผึ้ง, พันธ์ทับทิมสยาม, พันธุ์ทองดี, พันธุ์ขาวแตงกวา, พันธุ์ขาวใหญ่ และพันธุ์แดงเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งวันนี้เกษตรกรรวมตัวกัน

เตรียมจัดงาน วันส้มโอศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.บริเวณสวนแห่งนี้ โดยในงานจะมี การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในสวนส้มโอ ที่กำลังออกลูกเต็มต้น การทำเมนูจากส้มโอ ที่แซบที่สุดนั้นก็คือ ยำส้มโอสด ซึ่งเครื่องก็จะประกอบด้วย ส้มโอ ในทุกสายพันธ์ กะทิ, มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิลงคั่ว, เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, กระเทียมทอด, หอมแดงศรีสะเกษเจียว, น้ำพริกเผาสูตรบ้านตาด และน้ำปรุงรสสูตรบ้านตาด นำมาคลุกเคล้าตามสูตร

ก็จะได้ยำส้มโอที่สุดอร่อย สุดแซบแบบไทยๆ ไม่เผ็ด แต่กลมกล่อมพอดี นอกนั้นยังมีผลิตภัณฑ์จากส้มโอ อธิ ขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้ง วันนี้นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่าของเปลือกส้มโอ นับเป็นแห่งแรกของศรีสะเกษ และของไทย ที่นำเปลือกมาพัฒนาต่อยอด ด้วย

นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายแท่ง สุระ นายก อบต.ตาโกน เจ้าของพื้นที่ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขยายผลผลิตส้มโอบ้านตาด พร้อมด้วยหอการค้าจังหวัด, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวศรีสะเกษ, เกษตรจังหวัด, นายณัฎฐพงษ์ บุดดี เจ้าของสวนส้มโอรายแรก และนายอำเภอเมืองจันทร์ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าว แก่สื่อมวลชน พร้อมนำทำเมนู ยำส้มโอศรีสะเกษ และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งขนมเปี๊ยะจากเปลือกส้มโอ, ส้มโอเชื่อม, ยาหม่องส้มโอ, ยาดมสมุนไพรส้มโอ และเปลือกส้มโอตากแห้ง จากที่เคยแกะเอาเนื้อมาทานแล้วทิ้งเปลือกเป็นขยะ

วันนี้นำเปลือกส้มโอ ทั้งหมด มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างดี โดยได้รับความร่วมมือ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มาทำงานวิจัย และสอนทำ ในการเพิ่มมูลค่า วันนี้สวนส้มโอพร้อมแล้ว จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มาเที่ยวงาน “ส้มโอศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ถึงวันนี้ 16 พฤษภาคม 2568 ณ.สวนส้มส้มโอ บ้านตาด ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นี้ กับพาทัวร์สวนส้มโอ ครั้งของของศรีสะเกษ ด้วย
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา.น่าน กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน ลงพื้นที่ อำเภอเวียงสา เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ขององค์กรเกษตรกร จำนวน 2 องค์กร ดังนี้

1.กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผู้เลี้ยงสัตว์ บ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ชื่อโครงการ”จัดซื้อวัวแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มันให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านทุ่งทอง หมู่ 1 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

2.กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านชื่นใหม่ ชื่อโครงการ”จัดชื้อแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับสมาชิก” สมาชิกเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 คน ณ หอประชุมบ้านชื่นใหม่ หมู่ 5 ตำบลทุ่งศรีทอง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

โดยมี นายวุฒิพันธุ์ เนตรวิชัย ปศุสัตว์จังหวัดน่าน (อนุกรรมการภาคราชการ) ร.ต.อ.วินัย ก้อนสมบัติ รองประธานอนุกรรมการฯ นายอุไร สารถ้อย และนายสุบรรณ นรินทร์ อนุกรรมการฯ จังหวัดน่าน คณะทำงานเพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและประเมินแผนและโครงการฯ ร่วมลงพื้นที่ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน เปิดเวที “NAN CREATOR” จุดประกาย Soft Power วิถีน่าน สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ให้เกียรติเป็นประธานเปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ผ่าน Soft Power วิถีน่าน สู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล (NAN CREATOR)” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส จังหวัดน่าน โดยมีครูและนักเรียนในสังกัดเข้าร่วมจำนวน 135 คน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน, วิทยากรจากกลุ่ม ออริจิน่าน

และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาทักษะอาชีพแห่งอนาคต สู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้แนวคิด “SPARK 3 วิ เชิงลุก (LOOK)” พร้อมผลักดัน “น่านเมืองสร้างสรรค์ (Nan Creative City of Crafts and Folk Arts)” ให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านพลังของครูและเยาวชนรุ่นใหม่



วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568

  1. บรรยายเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นำตั๋วเมือง เรียนรู้สู่วิถีน่าน โดยวิทยากร นายบุญโชติ สลีอ่อน
  2. บรรยายเชิงปฏิบัติการ การสร้างแรงบันดาลใจ เทคนิคการเล่าเรื่องการถ่ายภาพ และการถ่ายคลิปวิดีโอ และ Workshop การออกแบบการจัดการเรียนรู้
    2.1) เทคนิค และการเขียนเล่าเรื่อง สู่การนำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์จากวัฒนธรรมวิถีน่าน โดยกิจกรรมกลุ่ม
    2.2) การสร้างแรงบันดาลใจ สู่การลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างรายได้ผ่านรูปแบบออนไลน์
    วิทยากร คุณนันทวัฒน์ ศักยะธนาสิทธิ์ เจ้าของเพจ บาสทิ้งกรุงเข้าป่า
  3. กิจกรรมแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
    3.1) นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ต่อยอดผลิตภัณฑ์
    3.2 )การทำงานร่วมกับชุมชนหัตกรรมจังหวัดน่าน
    3.3) การลงมือทำ และประสบการณ์การสร้างสรรค์ผลงานจากอัตลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านเมืองน่าน
  1. การสร้างแรงบันดาลใจการนำอัตลักษณ์น่านสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
  2. การแบ่งปันประสบการณ์การสร้างสรรค์สินค้าประเภท Art Toy การผสานอัตลักษณ์วัฒนธรรมกับของเล่น
    วิทยากรโดย คุณณัฐกร เงินวงค์นัย ประธานกรรมการ หจก. เดอะทรีซัคเซส และ คุณพงศกร บูรณเทศ เจ้าของแบรนด์ Yak Kiku Studio (Art toy)

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568
1.แบ่งกลุ่มอภิปราย ประเด็น การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปให้พร้อมสำหรับการออกสู่ตลาด

  1. การแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การขายสินค้าออนไลน์ และออนไซด์ (บ้านถั่วลิสง)
  2. แนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและตลาดสินค้าชุมชน โดยวิทยากร จำนวน 2 คน นายธีรยุทธ จันทร์คล้าย ประธานคลัสเตอร์เกษตรแปรรูปน่านอะโกร และนางสาวอารีย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการบ้านถั่วลิสง จำกัด
  1. กิจกรรมแบ่งกลุ่ม สัมภาษณ์/เก็บข้อมูล / ประเมินความพร้อม และพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของโรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ วิทยากรโดย กลุ่มผู้ประกอบการ ออริจิน่าน
    ฐานที่ 1 ผลิตสื่อนำเสนอสินค้าอย่างสร้างสรรค์
    ฐานที่ 2 สร้างผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ให้ทันสมัย
    ฐานที่ 3 เพิ่มมูลค่าสินค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์
  2. เชื่อมโยงพหุปัญญาวิถีน่าน สู่การบูรณาการจัดการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้นำสู่ การปฏิบัติ ในสถานศึกษา โดย คณะผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พิธิปิดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมกับผู้ใหญ่ใจดีมอบผ้าห่มกันหนาวให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน ผู้สูงอายุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมกับผู้นำชุมชนประกอบด้วยนายธงชัย พุฒนา ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านไชยสถาน อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา

นายกมล อินถา ผู้ใหญ่บ้านไชยสถาน นายธนาชัย อินปัน อดีต ผอ.กองช่าง อบต.สะเนียน นางธัญนันท์ อุรา ผญบ.บ้านก้อด นายนิรันดิ์ สิทธิมงคล อดีต ผญบ.บ้านนาท่อ นายบูรณาศัดิ์ ณ ไชย นายสมพร สุทธิ ผช.ผญบ.บ้านปางค่า นางลำดวน เลาเหล็ก นางวีระ น้อยคง อสม.บ้านนาท่อ

นางจันทร์ตา สกุลแก้ว จิตอาสาบ้านค่าใหม่ไชยเจริญ มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน และผู้สูงอายุบ้านก้อด บ้านนาท่อหมู่1 บ้านนาท่อหมู่10 บ้านค้าใหม่ไชยเจริญ และบ้านปางค่า ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน กล่าวว่าเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้ครอบครัวผู้ป่วยนอกจากนั้นยังได้ให้กำลังใจครอบครัวของผู้ป่วย และผู้ป่วยบางรายที่ยังสื่อสารกันรู้เรื่องถึงกับดีใจจนน้ำตาซึมที่มีคนมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ใจดี

ท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน คุณพิษณุ สุเทปิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)หจก.แพร่ธำรงวิทย์(น่าน)จำกัด ที่มอบผ้าห่มให้กับสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านเป็นตัวแทนนำไปมอบต่อให้ผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้านและผู้สูงอายุ มา ณ โอกาสนี้ เป็นอย่างสูงครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักศึกษา ผู้บริหาร ด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพฯ (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8 /สภาสังคมสงเคราะห์ มอบชุดยังชีพคนพิการ 10 ราย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 คณะนักศึกษาหลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านบูรณาการพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน (SIMD 1-2) รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 วพน.12 พอช.1 และ ISAB 8

พร้อมด้วยหน่วยราชการ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.ตชด. ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นำโดย คุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานรุ่น วพน.12 พอช.1 พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ประธานรุ่น SIMD 1 พลเอกรุจ กสิวุฒิ พลเรือเอกชัยโรจน์ เพชร์รัตน์ พล.ต.ต.พินิจ มณีรัตน์

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล คุณวัฒน์ชชัย มงคลศรีสวัสด์ นาวาอากาศเอก พิเศษ อรกูลนาวาอากาศเอก(หญิง) จิรายุ ด้วงนุ้ย ผู้แทนกองทัพอากาศ คุณศรัณร์กษ์ ประสานพรรณ ผู้แทน SIMD 2 คุณอณุษา โย้จิ้ว ผู้แทน ISAB 8

และพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรังได้ร่วมกันเป็นจิตอาสาจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้กับน้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน ภายในจังหวัดตรัง 2 โรงเรียน เด็กนักเรียน 200 คน

และ โรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ยากไร้ ในพื้นที่ จังหวัดตรัง จำนวน 100 ครอบครัว ถุงยังชีพ 100 ชุด

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม

1 พฤษภาคม 2568 : 13.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายอุดม พาขุนทด กำนัน ต.หนองบัวตะเกียด,นางรัตนา เหิมขุนทด

ผอ.กองสวัสดิการสังคม ทต.หนองบัวตะเกียด,น.ส.ชญานันท์ คุณปิติวัฒน์ ผอ.รพ.สต.,นายสุกิจ เปียสันเทียะ ผญบ.ม.10,นางลักขณา ชนะเกียรติ แพทย์ประจำตำบล,นางวาสนา ผดุงตาล กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส,นายสมศักดิ์ ฤาชา

ตัวแทนทหารผ่านศึก อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ,นางศศิธร อาจกล้า จิตอาสา อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ : ลงพื้นที่มอบชุดยังชีพ และบรรยายให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ให้กับคนพิการ จำนวน 10 ราย ณ ศาลากลางบ้าน ม.10 ต.หนองบัวตะเกียด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดยังชีพ จำนวน 10 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “พลเอก ประยุทธ์ องคมนตรี” ประธาน ปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการกองทุนการศึกษา เครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม แพร่ – น่าน

แชร์เนื้อหานี้

“พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี” เป็นประธานปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน พร้อมด้วย นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการฯ

เข้าร่วมพิธีปิด การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา และโรงเรียนเครือข่ายด้านคุณธรรม จริยธรรม จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ณ โรงแรมเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้เข้าอบรม มอบวุฒิบัตร และกล่าวปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ


การอบรมครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานงานโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อพัฒนาทักษะครูและผู้บริหารในการจัดกิจกรรมบูรณาการ “ตัวชี้วัดคุณธรรม 12 ประการ” ร่วมกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน นำไปสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล และเหมาะสมกับบริบทพื้นที

เรียนดีมีความสุข #สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาก นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมอบรม “วิถีคล้า วิถีคน” ใช้ต้นคล้าสร้างประติมากรรมแห่งศรัทธา เชื่อมโยงตำนานพญานาค สู่การขับเคลื่อน Soft Power ด้านการท่องเที่ยว-โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 ณ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “การใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ประติมากรรมแห่งศรัทธา วิถีคล้า วิถีคน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ส่งเสริม Soft Power ด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่” ภายใต้กิจกรรม “มหัศจรรย์ศิลป์คล้า เล่าขานตำนานพญานาค สู่อัตลักษณ์ท่องเที่ยวบึงกาฬ”


ภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี และ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของโครงการ พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ นายนริศ อาจหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า นายสันทัศน์ ทันนิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนจากชุมชน และผู้ประกอบการ ร่วมพิธี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน โดยกิจกรรมมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้สามารถนำไปต่อยอดในเชิงอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ การใช้ทรัพยากรพื้นบ้านอย่างต้นคล้า ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความยืดหยุ่นและความคงทน มาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างสรรค์ “ประติมากรรมแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมโยงกับตำนานพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อสำคัญของประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขงและถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ

วัตถุประสงค์ของการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการใช้ต้นคล้าในการสร้างสรรค์ผลงาน
  2. เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการออกแบบและเทคนิคการสร้างประติมากรรม
  3. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  4. เพื่อพัฒนาอาชีพและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมสู่ตลาดในอนาคต

ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ได้แก่

  • ดร.ธรรมศาสตร์ ศรีสารคาม อาจารย์ประจำสาขาทัศนศิลป์และการออกแบบ
  • นายณัฐวัชร เดชมาลา อาจารย์จากสำนักวิชาศึกษาทั่วไป
    .
    ทั้งสองท่านได้ร่วมถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้แก่ผู้เข้าอบรมอย่างเข้มข้น โดยเนื้อหาครอบคลุมการเลือกใช้วัสดุ เทคนิคการสร้างสรรค์งานศิลป์ การออกแบบรูปทรงที่สะท้อนความเชื่อทางวัฒนธรรม ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาผลงานให้สามารถตอบโจทย์ตลาดด้านศิลปะและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอนาคต
    กิจกรรมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬในการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยทุนทางวัฒนธรรมพื้นถิ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างภาครัฐ นักวิชาการ และชุมชน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ..

ข่าว/ภาพ ณัฏฐ์ ณฐพรหม บึงกาฬ

บึงกาฬจัดกิจกรรม โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ กระตุ้นประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง 11 พฤษภาคม 2568

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมือบึงกาฬ พร้อมด้วย นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมงานโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ ภายใต้กิจกรรม “โค้งสุดท้ายรณรงค์การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ” ซึ่งจัดขึ้นโดยเทศบาลเมืองบึงกาฬ ที่บริเวณรอบเมืองบึงกาฬ และถนนข้าวเม่าริมโขง จังหวัดบึงกาฬ

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมมือกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมทั้งปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของ

การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและโปร่งใส และเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬอย่างพร้อมเพรียงกันในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นทท.ปลื้มชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ท่องเที่ยวประจวบฯ  มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว/ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี จ.ประจวบคีรีขันธ์

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 30 เม.ย.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง  นายอำเภอหัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากร่วมรับชมชุดการแสดงจากอำเภอหัวหิน ชื่อชุดการแสดง “หัวหินบ้านพ่อ” ที่จัดแสดงในงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยความสวยงามตระการจากนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม (ปิยแหวนรังสรรค์) ประจวบฯ

โดยนายอำเภอหัวหิน กล่าวบรรยายถึง “หัวหิน” เมืองแห่งเรื่องราวและประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน วัฒนธรรมที่เรียบง่าย ผู้คนอบอุ่น และเสน่ห์ที่ยังคงอยู่ ไม่เสื่อมคลาย ทุกย่างก้าวในหัวหิน ล้วนอบอวลด้วยความทรงจำอันงดงาม ทั้งเสียงรถไฟเก่า ร้านรวงโบราณ และบรรยากาศสงบร่มรื่น ที่บอกเล่าเรื่องราวของกาลเวลาอย่างแผ่วเบา ช่วงที่ 2 เป็นการแสดงรวมแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 8 อำเภอ ตั้งแต่ หัวหิน ปราณบุรี สามร้อยยอด กุยบุรี เมืองฯ ทับสะแก บางสะพานใหญ่ บางสะพานน้อย

ช่วงที่ 3 ตอนท้องทะเล “หัวหิน” ถิ่นมนต์ขลังที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และประวัติศาสตร์ อัดแน่นด้วยความงามของท้องทะเล และธรรมชาติ มอบความสงบและร่มเย็นให้กับทุกผู้คนที่มาเยือน ที่นี่ไม่เพียงเป็นเมืองพักผ่อน แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ เรื่องราวของวันวานยังคงก้องอยู่ในสายลม ทุกย่างก้าวบนผืนทรายเต็มไปด้วยความหมายและกลิ่นอายของกาลเวลา ช่วงที่ 4 ตอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บุญประจำอำเภอ “หัวหิน” เมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ และความศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม หลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และวัดเขาตะเกียบ คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ที่ชาวหัวหินต่างเคารพนับถือขอพรให้ชีวิตร่มเย็นเป็นสุข และปิดท้าย นายอำเภอหัวหิน

กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องราวของ“พระราชวังไกลกังวล” คือบ้านแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สถานที่ที่พระองค์ทรงใช้เวลาร่วมกับประชาชน อย่างเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยรักและห่วงใย พระองค์ทรงงานไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ใกล้ชิดชีวิตชาวบ้าน ดั่งเงาแห่งร่มไม้ใหญ่ ที่แผ่ความร่มเย็นให้แก่ชาวเมืองหัวหินตราบนิรันดร์ จนชาวหัวหินขนานนามว่า “บ้านของพ่อ” จนทุกวันนี้.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

จ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าและคดียาเสพติดตามหมายจับ 2 คดี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.ครรชิต โขวัฒนชัย ผกก.กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อยพ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ได้แก่ชุดจับกุม สภ.อ่าวน้อยชุดจับกุม กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม ชป.ขยายผล ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม นปพ. กก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ชุดจับกุม สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
ได้ร่วมกันจับกุมนาย อาทิตย์ หรือเทค เลขสิทธิ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 1 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับ 2 คดี ได้แก่

หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 23 มกราคม 2568 ในข้อหา “พยายามฆ่า และมีวัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครอง”หมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.15/2568 ลงวันที่ 15 มกราคม 2568 ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”
เหตุการณ์การจับกุม

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ หลังบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งสืบทราบว่านายอาทิตย์ฯ พักอาศัยอยู่ ณ ที่ดังกล่าว
เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าที่พัก จึงเรียกให้เข้ามาพบ แต่นายอาทิตย์ฯ ได้ถือวัตถุคล้ายระเบิดในมือ และขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจา ต่อรอง จนเกิดเหตุวัตถุดังกล่าวระเบิดขึ้น แต่เนื่องจากไม่มีประสิทธิภาพ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย นายอาทิตย์ฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้ยินยอมมอบตัวในที่สุด

เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับทั้งสองฉบับต่อผู้ต้องหา ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลตรงกับตนเอง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงได้ดำเนินการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รอง สว.(สอบสวน) สภ.อ่าวน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1]

แชร์เนื้อหานี้

30 เมษายน 2568 : 15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ::

ร่วมพิธีปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการนวดและสปาเพื่อสุขภาพ” [รุ่นที่ 1] สำหรับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ/คนในครอบครัวของคนพิการ จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2568 ซึ่งมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีปิด ณ ห้องประชุม 307 ตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถ.ราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ยืนยัน สนามบินมุกดาหารเดินหน้าสร้างต่อ มติ ครม.ให้เร่งรัดไม่ใช่ยกเลิก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ห้องประชุมแก่งกะเบา ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีนายคณิต ปัญติโย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร และ นส.เยาวลักษณ์ ตั้งประกิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมผู้ประกอบการตลาดอินโดจีนเข้า

ร่วมรับฟังด้วย โดยสืบเนื่องจากกรณีที่มีสื่อมวลชนส่วนกลางนำเสนอข่าวว่า ในขณะนี้กระทรวงคมนาคมไม่มีนโยบายสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร เนื่องจากการพิจารณาผลการศึกษาการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหารที่กรมท่าอากาศยานได้สรุปการศึกษาพบว่าไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ นั้น ขอเรียนว่าปัจจุบันยังคงมีการขับเคลื่อนและดำเนินโครงการท่าอากาศยานมุกดาหารเช่นเดิม โดยในปีงบประมาณ 2568 ยังคงมีการศึกษาการจัดตั้งท่าอากาศยานมุกดาหารและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ส่วนประเด็นที่การดำเนินโครงการมีความคุ้มค่าหรือไม่นั้น ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการศึกษาการจัดตั้งท่าอากาศยานมุกดาหารและการออกแบบผังแม่บททางวิ่งทางขับลานจอดเครื่องบินและองค์ประกอบอื่นๆ ก็ได้ผ่านกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ซึ่งรวมถึงการประเมินความคุ้มค่าแล้ว ต่อมาจึงได้นำไปสู่กระบวนการจ้างที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บททางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบินและองค์ประกอบอื่น ซึ่งหลังจากแล้วเสร็จก็จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อประเมินพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดหางบประมาณดำเนินการต่อไป

อีกทั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(จังหวัดนครพนม) เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอประเด็นขอรับการสนับสนุนของภาคเอกชนในเรื่องการเร่งรัดดำเนินโครงการท่าอากาศยานมุกดาหาร โดยในระยะแรกให้ใช้ประโยชน์จากสนามบินสะหวันนะเขต สปป ลาว ในการเดินทางมาจังหวัดมุกดาหารและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งที่ประชุมก็ได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาเร่งรัดดำเนินการต่อไป

ผู้ว่าฯมุกดาหารยืนยันโครงการก่อสร้างสนามบินมุกดาหารไปต่อ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กธจ.สุโขทัยลงพื้นที่สอดส่องโครงการพัฒนาด้านการเกษตรที่อ.ศรีสัชนาลัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30น.ของวันที่29เมษายน2568 ณ.ห้องประชุมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยนาย ชัยคม ศกุนรักษ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานจัดการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัย อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่5/2568และการลงพื้นที่สอดส่อง

โครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568อนึ่งทั้งนี้ทางคณะกรรมการธรรมาภิบาลพร้อมที่ปรึกษาคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุโขทัยและหัวหน้าส่วนที่รับผิดชอบงานโครงการสุโขทัยก็เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งโครงการที่จะลงพื้นที่สอดส่อง

ในครั้งนี้ประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการเครือข่ายคมนาคมด้านการเกษตรแบบบูรณาการก่อสร้างผิวถนนลาดยาง.และโครงการพัฒนาด้านการเกษตรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิดไม้ผลเศรษฐกิจจังหวัดสุโขทัย(ทุเรียน มะยงชิด)

งานก่อสร้างเพิ่มช่องทางจราจร และ งานก่อสร้างถนนลาดยางแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีตในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัยพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ ทำการสอดส่องโครงการทำถนนเทศบาลศรีสัชนาลัย

โครงการอบรมก่รเกษตรไร่สานฝันตำบลบ้านตึกโครงการขยายถนนบ้านดงคู่โคีงการทำถนนตำบลหนองอ้อด้วยเพื่อให้งานโครงการเป็นไปตามแบบและให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้มาให้ได้ใช้อย่างคุ้มค่าด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาวโคราชโชคดี ซื้อสลากกาชาด 4 ใบ รับรถราคาหลักล้านไปครอง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 11.00 น.ที่บริเวณลานจอดรถศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานการมอบรางวัลสลากกาชาดประจำปี 2568 โดยทำการออกรางวัลเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568

ซึ่งก็ได้ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา สำหรับรางวัลสลากกาชาดนั้นก็มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ 10 คัน และรถยนต์อีก 3 คัน มูลค่ารวมกว่า 3.3 ล้านบาท ซึ่งรางวัลที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือรถยนต์ทั้ง 3 คัน โดยรางวัลที่ 1 นั้นเป็นรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นได้แก่นางสาวสุนทรี ขวางกระโทก ชาวอำเภอด่านขุนทด ที่มาพร้อมกับญาติพี่น้องที่มารอขับ ฟอร์จูนเนอร์กลับบ้าน และที่สำคัญรางวัลทั้งหมดนั้นไม่ต้องเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

นางสาวสุนทรีฯ บอกว่า ตนรู้สึกที่ใจที่ได้ถูกรางวัลสลากกาชาดในครั้งนี้ เพราะตนก็ไม่คิดว่าจะถูกรางวัลที่ซื้อสลากกาชาดก็เพราะต้องการที่จะร่วมทำบุญกับกาชาดเพราะตนซื้อเพียง 4 ใบเท่านั้นทั้งนี้หลังถูกรางวัลก็เตรียมจะไปกราบสักการะย่าโมที่ให้โชคลาภ นางสาวสุนทรีฯ กล่าว

สำหรับสลากการชาดประจำปี 2568 นั้น ทางกาชาดจังหวัดนครราชสีมานั้นได้ทำออกมาทั้งหมด 99,999 ฉบับเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนและจะนำเงินรายได้นั้นสมทบทุนเอาไว้ทำกิจกรรมสาธารณกุศล ทั้งการมอบถุงยังชีพรวมไปถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆในพื้นที

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

โครงการคนละลูก มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ภายใต้โครงการคนละลูก แคร์นายศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก (เสื้อสีฟ้า ที่ 4 ขวามือ) มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบให้กับ คุณกมลชนก ตันมูล พยาบาลวิชาชีพฝ่ายปฏิบัติ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ ณ. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้ามเหนือ การรักษา ดูแลผู้ป่วย ทางโครงการคนละลูกได้มอบผลิตภัณฑ์มีดีกระเป๋าผ้าดิบ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด(มหาชน) บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด บริษัท มีดีกระเป๋าผ้าดิบ จำกัด บริษัท ไทย.เจเพรส จำกัด บริษัท วัน วัน ทำแต่ป้าย จำกัดและสำนักสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเป็นอย่างดีเช่นเคย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 โครงการจัดทำรายงาน EIA และสำรวจออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 เมษายน 2568 ที่โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัด การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 3

โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และสำรวจออกแบบ ถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212 อ.เมือง จ.บึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมจังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนที่มีศักยภาพสูง เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว

ซึ่งส่งผลให้การขยายตัวของเมืองและการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ กรมทางหลวงชนบท จึงได้ดำเนินโครงการออกแบบถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ พร้อมศึกษาส่วนต่อขยายจาก ทล.222 ถึง ทล.212

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจร และ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับโครงการนี้ อยู่ในรัศมีใกล้แหล่งพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ จึงต้องจัดทำรายงาน EIA โดยมีบริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
• บริษัท เอพซิลอน จำกัด
• บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด
• บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด

การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
นำเสนอผลการศึกษาโครงการในแต่ละด้าน
รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน
นำข้อมูลไปประกอบการศึกษาให้เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

รวมกันพัฒนาเมืองบึงกาฬให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“เสียงของประชาชน คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต”

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พอ.สว. หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ประชาชน และกิจกรรมปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 23 เม.ย.68 ) เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการ ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

โดยมีนายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วย นายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอ ฝ่ายปกครองอำเภอบึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบึงโขงหลง เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ได้รวมพลังกล่าวคำปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จังหวัดบึงกาฬ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. ลำดับที่ 54 ในปี พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จังหวัดบึงกาฬ

จึงได้จัดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และโครงการจังหวัดบึงกาฬคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อให้ความช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลป้องกันโรค ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัย รวมถึงการนำบริการต่าง ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน ไปให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ให้ได้รับบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทั่วถึง

โดยมีกิจกรรม เช่น การมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส การออกหน่วยบริการแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. หน่วยบริการของส่วนราชการ/หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน การออกเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและฐานะยากจนในพื้นที่

นายประเสริฐ บินตะคุ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ในนามของหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์ พอ.สว. กล่าวว่า การปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ในวันนี้ เป็นการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เพื่อให้บริการประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ห่างไกลสถานบริการสาธารณสุข ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยให้บริการ ด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค บริการทันตกรรม และการแพทย์แผนไทย

การเข้าถึงบริการสาธารณสุข ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงบัง และหมู่บ้านใกล้เคียงเมื่อมีการเจ็บป่วย จะเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลบึงโขงหลง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงบัง ปัญหาด้านสุขภาพส่วนใหญ่ของประชาชน พบว่า ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไข้หวัด โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง ปัญหาสุขภาพช่องปาก และฟัน เป็นต้น ซึ่งการออกปฏิบัติงานครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนสนใจรับบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 49 ราย

บริการทันตกรรม 32 ราย บริการแพทย์แผนไทย 24 ราย และกายภาพบำบัด 16 ราย รวมผู้รับบริการทั้งหมด 121 ราย และมีเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง 2 ราย ประชาชนทุกคน มีความซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตาให้ปวงประชามีสุขภาพดี ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎร โดยทรงจัดให้มีหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปบำบัดความทุกข์จากโรคภัยและดูแลสุขภาพของประชาชน ในท้องถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังมีการจำหน่าย สินค้า OTOP สินค้าการเกษตรจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรมอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดการท่องเที่ยวสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ณ ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยว กิจกรรมสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ในระหว่างวันที่ 18-24 เมษายน 2568 โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอปรางค์กู่ ผู้บริหาร อปท. ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ ร่วมให้การต้อนรับและเปิดโครงการในครั้งนี้

นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวว่า ศาลหลักเมืองปรางค์กู่ ทำการก่อสร้างเมื่อปี 2559 โดยความเห็นชอบของกรมการอำเภอปรางค์กู่ ได้จัดหางบประมาณในการก่อสร้าง บนที่ดินเนื้อที่ จำนวน 2 งาน 24 ตารางวา บริเวณสามแยกไฟแดงของอำเภอปรางค์กู่ และทำการก่อสร้างสำเร็จเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล ใช้เวลา 4 ปี ในระหว่างการก่อสร้าง ได้มีการประกอบพิธีต่างๆเพื่อความเป็นสิริมงคล ยึดถือตามฤกษ์อันเป็นมงคล และเกิดความอัศจรรย์อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งผู้ร่วมพิธี และสาธุขนผู้ผ่านไปมา ได้สัมผัสรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธี ดังนี้ คือวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสา ยกเสาโท

วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกช่อฟ้า และวันที่ 19 กรกฎาคม2566 เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดในขณะประกอบพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นประดิษฐาน ซึ่งความอัศจรรย์ดังกล่าว ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เทวดาฟ้าดินได้รับรู้ถึงความสามัคคีศัทธาของชาวอำเภอปรางค์กู่
นายอำเภอปรางค์กู่ กล่าวต่อไปว่า อำเภอปรางค์กู่ ก่อนปีพุทธศักราช 2481 เป็นเพียงส่วมหนึ่งของอำเภอท้วยเหนือ จังหวัดขุขันธ์ ในเดือนธันวาคม 2502 กระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบให้ตั้งชื่อกิ่งอำเภอปรางค์กู่ โดยเหตุที่มีกู่เป็นโบราณสถานอยู่ที่ตำบลกู่ และอนุมัติให้ตั้งกิ่งอำเภอปรางค์กู่ ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องยกฐานะตำบลขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2504 เป็นต้นไป ประกอบด้วย ตำลพิมาย ตำบลสมอ ตำบลกู่ และตำบลหนลหนองเชียงทูน มีเนื้อที่สำหรับที่ราชการ ประมาณ 3.32 ตารางกิโลเมตร ต่อมา ได้มีพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอปรางค์กู่

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2506 และในปีนี้ เป็นปีที่ครบรอบ 62 ปี อำเภอปรางค์กู่ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนอาทิเช่น คณะสงฆ์ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสถาบันการศึกษา สภาวัฒนธรรมอำเภอ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าชน ชาวอำเภอปรางค์กู่ จึงได้กำหนดจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองปรางค์กู่และเฉลิมฉลองวันสถาปนาอำเภอปรางค์กู่ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับอำเภอเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Soft power) ให้เกิดการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับอำเภอ ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของชุมชน

เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้เกิดสูงสุดและเพื่อสร้างความรักความสามัคคีของชาวอำเภอปรางค์กู่ ซึ่งในงานมีการจัดแสดงบูธนิทรรศการของดีบ้านฉัน การประกวดด้านการปศุสัตว์ ด้านการเกษตร ด้านงานฝีมือ และความสามารถด้านดนตรีและการร้องเพลงของเยาวชน อีกทั้งยังมีการประกวดการทำเมนูอาหารพื้นถิ่น เพื่อรักษาอัตลักษณ์ด้านการทำอาหารแบบดังเดิมให้คงอยู่ต่อไป และอำเภอปรางค์กู่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ หมู่ที่ 1 ตำบลกู่ อยู่ห่างจากอำเภอปรางค์กู่ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 5 กิโลเมตร และปราสาททามจาน หรือปราสาททินบ้านสมอ หมู่ที่ 12 ตำบลสมอ อยู่ห่างจากอำเภอไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 8 ก็โลมตร

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; algolist: 0; multi-frame: 0; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (0.71753937, 0.51388377);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 49;

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมพิธีสูมาการวะดำน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการ จ.น่าน ในพิธีสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 เมษายน 2568 จังหวัดน่านได้จัด พิธีสูมาการวะรดน้ำดำหัวขอพรจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน,

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน, นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ, ทหาร, ตำรวจ,

ตัวแทนภาคเอกชน, พ่อค้า และประชาชนชาวน่าน รวมถึงสื่อมวลชนจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงขับซอจากศิลปินพื้นบ้าน ขบวนกลองยาวจากสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

และกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่าน การจัดซุ้มอาหารจากหน่วยงานต่าง ๆ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิด “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นรับ นทท. ช่วงสงกรานต์ และ ชมรมศิษย์เก่า มุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568​ จังหวัดมุกดาหารยกระดับ Soft Power เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดมุกดาหารที่ว่า “เมืองการค้าทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล”

ประกอบกับเป็นห้วงเวลาช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดมุกดาหารจึงได้ขานรับนโยบาย Soft Power ผลักดันอาหาร ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ด้วยการจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) และ งานมหาสงกรานต์ 2568 ขึ้นในระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน​นี้

ที่บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร รวบรวมร้านค้าร้านอาหารปลอดภัย ของคนเมืองมุก มากกว่า 50 ร้านค้า รวมถึงการแข่งขันประกวด ทำอาหาร รวม 52 ตำบล 52 ทีม

กับการประกวดหมูหัน การประกวดส้มตำลีลา และการประกวด สำรับอาหารจากปลาแม่น้ำโขง รวมเงินรางวัล กว่า 72,000 บาท พร้อมการจัดงานแบบบูรณาการสุดยิ่งใหญ่ ” เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์​ Muk-Savan Fun & Fin Festival “

นายวรญาณ​ บุญณราช เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) ประจำปี 2568 พร้อมขานรับนโยบาย Soft Power หนึ่งในนั้นคือด้านอาหารที่ทางจังหวัดมุกดาหาร มีความหลากหลาย และมีของดีประจำเมืองมากมาย เช่นหมูหันขึ้นชื่อ

สำหรับอาหารปลาน้ำโขง ส้มตำเลิศรส และอื่นๆอีกมากมาย ที่เป็นอัตลักษณ์ประจำเมืองมุกดาหาร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม รวมทั้งแหล่งรวมศรัทธามนต์ขลังพญานาค 3 พิภพ

ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร เป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำโขงที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับพญานาคที่เกี่ยวพันกับแม่น้ำโขงมาอย่างช้านาน ด้วยความพร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการของจังหวัดมุกดาหาร

จึงผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาค และที่สำคัญได้มีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเชื่อมโยงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

และประเทศเวียดนาม เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การสร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชน ให้มีความอยู่ดีกินดีต่อไป

มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหารรุ่น 24 จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ในวันสงกรานต์

ณ ร้านอาหารริเวอร์วิว นายปรีดา​ ชุติพร ประธานชมรม ศิษย์เก่าโรงเรียนมุกดาหาร รุ่น 24 คณะกรรมการ และ พระอาจารย์ประชุม สำนักสงฆ์ส่างโดน แจกวัตถุมงคลและของดี ผู้มาร่วมงาน

จัดกิจกรรม สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรครูบาอาจารย์ ที่เคยสั่งสอนมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย และไปศึกษาต่อ จนจบการศึกษาออกมาทำงาน บางคนก็เป็นครู ตำรวจ ทหาร และรับราชการในหน่วยงานต่างๆ

จึงรู้สึกสำนึกในบุญคุณครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนมา จึงจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรเนื่องในวันสงกรานต์เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดต่อกันมา โดยลูกศิษย์แต่ละคนมอบมาลัยกร รดน้ำขอพร ครูอาจารย์

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และถวายอาหารพระเพล ณ วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง​ จังหวัดมุกดาหาร เสร็จ กิจกรรมรับประทานอาหารร่วมกัน ที่จัดขึ้น โดยมีน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความชุ่มชื่นเย็นฉ่ำ เด็กๆ รดน้ำผู้ใหญ่​เพื่อแสดงความรำลึก ความกตัญญูกตเวทิตา และผู้ใหญ่ก็จะให้พรกลับไป

นายสมบูรณ์ พรหมสุ้ย ตัวแทนครูอาจารย์กล่าว ให้พรอันประเสริฐใดๆ ในหล้าโลก ขอจงมีแก่ลูกศิษย์ทุกคน ทั้งตัวแทนและคนที่ไม่ได้มาในวันนี้ ขอให้ทุกหนทางที่ก้าวเดินไป ราบรื่น สุข สมหวัง สมดังใจปรารถทุกๆ ประการ และทุกๆ คนเทอญ​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เพื่อเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน สงกรานต์เริ่มแล้ว ประชาชน นักท่องเที่ยว ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เมือง บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดน่านเริ่มคึกคัก วัดหลายแห่งเตรียมความพร้อมต้อนรับประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง อย่างที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ บูชาตุง ข่วงสะหรีปี๋ใหม่เมืองน่าน จัดทำเจดีย์ทรายโดยใช้ไม้ไผ่สานมาขดให้เป็นวงกลม เพื่อให้ประชาชนชาวน่าน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ได้ขนทรายมาใส่ให้เต็มเป็นชั้น ๆ และปักตุง 12 ราศี และสรงน้ำพระพุทธรูป

เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่ชาวเหนือ ชาวล้านนายึดถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีความเชื่อว่าการปักตุงจะเป็นการช่วยเหลือญาติที่อยู่ในภพภูมิชั้นที่ต่ำกว่า ให้สามารถเกาะชายตุงขึ้นมาชั้นภพภูมิที่ดีกว่า ส่วนการขนทรายเข้าวัด เป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าออกไปจากวัด

เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดและปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมือง นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองชาวเหนือ ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์

ประเพณี และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาสากล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลไทยต้องการนำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นมรดกโลกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าที่ขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่านร่วมกันอนุรักษ์รักษาไว้

สำหรับจังหวัดน่านจัดงานมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 ตั้งแต่วันที่ 11 -16 เมษายน 2568 ทั้งภาครัฐและเอกชนได้จัดกิจกรรมหลากหลาย เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีและวัฒนธรรมของไทย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และการกระจายตัวของการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของเพณีสงกรานต์

ที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเหนือต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การทำบุญไหว้พระสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิกดิ์สิทธิ์, การปักตุงก่อเจดีย์ทรายเสริมสิริมงคล ,พิธีสงเคราะห์สะตวงหลวงเมืองน่าน ชมขบวนน้ำสรงพระราชทานฯ สรงน้ำพระหลักเมืองน่าน และขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียงน่าน ขบวนนางสงกรานต์ ชมการแสดงตีกลองปูจา กลองแอว ประชันจิสะโป็ก กิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์การแสดงดนตรี ของเยาวชนจังหวัดน่าน และการแสดงมินิคอนเสิร์ต ที่ถนนข้าวแต๋น

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชาวเหนือ ความสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจจากการแสดงดนตรีสด ดนตรีพื้นบ้าน ได้เติมเต็มความสุขและผ่อนคลาย ในช่วงประเพณีสงกรานต์ ปี๋ใหม่เมืองนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว.ประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่11เมษายน2568 ณ. บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เขตเทศบาลเมืองสวรรคโลกตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568

โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น

บุคลากรเทศบาลเมืองสวรรคโลก และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ในการนี้ นายชาตรีวัฏฐ์ อินทร์บุหรั่น ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองสวรรรคโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

งานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ

ในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในอำเภอสวรรคโลก บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก

มีประชาชนชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งนี้ภายในงานได้จัดเป็นซุ้มขายอาหารและจัดโต๊ะทานอาหารไว้บริการประชาชนที่เข้ามาเที่ยวชมงานชมการแสดงบนเวทีในทุกค่ำคืนอีกด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี/มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ มอบอาหารกล่องให้ทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ

แชร์เนื้อหานี้

10 เมษายน 2568 : 15.30-16.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/ประธานมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์,พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ทีมงาน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ : ลงพื้นที่มอบอาหารกล่องให้กับหน่วยงานทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ที่ได้มาร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 เม.ย. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่อเชิญไปสรงพระพุทธมหามุนี (หลวงพ่อโต) ในงานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต “บูชาพระใหญ่ ไหว์ตรุษสงกรานต์ สนานธรรมราช” ประจำปี 2568 ณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต เป็นการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีของชุมชน วัด และส่วนราชการ

โดยมี พระพรหมวชิรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม นายธาตรี สิริรุ่งวนิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธีเป็นเจ้านวนมาก

พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต เป็นพระนามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านชาวเมืองศรีสะเกษและพุทธบริษัททั่วไปเรียกขานจนติดปากถึงทุกวันนี้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก สกุลช่างเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก สร้างเมื่อราวปี พ.ศ. 2328 สร้างด้วยก่ออิฐฉาบปูน

หรือหล่อด้วยปูน หรือแกะสลักหิน ยังสันนิษฐานไม่ถนัดนัก มีขนาดตั้งแต่รากฐานถึงยอดพระเมาลีสูง 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.5 เมตร เฉพาะพระพาหา (แขน) ไม่สามารถจะโอบรอบได้ พุทธลักษณะงดงามตามยุคสมัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดมหาพุทธารามหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการเคารพ สักการะบูชา และยกย่องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ มาตั้งแต่สมัยเมืองศรีนครเขต จนถึงปัจจุบัน มีอายุราว 240 ปี (พ.ศ.2568)

ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว แห่นาคมหาโหด หนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

พิธีจัดแถลงข่าวแห่นาคมหาโหดหนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อการบวชซึ่งเอกลักษณ์อันลือชื่อแห่งบ้านโนนเสลาและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมายาวนาน โดยนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอภูเขียว พ.ต.อ.สมิต นันท์นฤมิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูเขียว

นายวิษณุ ชัยมีเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม น.ส.วรวรรณ ปราณีตพลกรัง รองผู้อำนวยการ ททท.นครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผอ.รพ.สต.โนนเสลาและนางธิดารัตน์ อากรตน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ

ร่วมกันจัดแถลงข่าวประเพณีแห่นาคมหาโหดซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน การแห่นาคของหมู่บ้านโนนเสลาเป็นการทดสอบกำลังใจ ความอดทนสุขภาพร่างกายของนาคก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

โดยนาคจะนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งมีเพื่อนฝูงแบกหามแคร่ไปตามถนนในหมู่บ้าน ระหว่างทางจะมีการโยนนาคขึ้นลงเป็นระยะอย่างรุนแรงเป็นที่น่าหวาดเสียวและเป็นการฝึกจิตใจของนาคให้แข็งแกร่งพร้อมจะละทิ้งทางโลก

เพื่อเข้าสู่เพศสมณะและเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ กำหนดงานระหว่าง 1-2 พฤษภาคม 2568 ณ.วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หลายหน่วยงาน รุดช่วยเหลือลูกจ้าง เหยื่ออุบัติเหตุจากการทำงาน และถูกนายจ้างปัดความรับผิดชอบ

แชร์เนื้อหานี้


***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มี นายสมบัติ ศรีฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.2 ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังถูกว่าจ้างให้ไปรื้อถอนห้องแถว แต่เกิดอุบัติเหตุถูกกระเช่ารถเครนหล่นมาทับจนต้องนอนป่วยติดเตียง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 และนายจ้างก็ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือไม่สนใจนานนับปี ก่อนจะข่าวออกไปตามสื่อสารมวลชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 นายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง ในนามประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มอบหมายให้ นางสาวพรรษา ปัญญาคม ปลัดอำเภอไพรบึง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล และเข้าทำการช่วยเหลือ โดยมี นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ นางสาวศรีสมบูรณ์ คำผง สาธารณสุขอำเภอไพรบึง ผอ.รพสต.พะแวะ ตำบลสุขสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่นิตกร อบต.สุขสวัสดิ์ ร่วมเยี่ยมช่วยเหลือในครั้งนี้

***เบื้องต้นทางอำเภอไพรบึง ได้มีการแนะนำสิทธิด้านต่างๆ และขั้นตอนการไปขอรับสิทธิต่างๆจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การขอรถเข็น สิทธิขอรถรับส่งผู้ป่วย และอื่นๆ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจาก กองทุนคนไพรบึงไม่ทิ้งกัน จำนวน 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ ได้นำถุงยังชีวิตมามอบให้ พร้อม ให้ นิติกร อบต.สุขสวัสดิ์ เข้าแนะนำช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย โดยได้แนะนำให้ภรรยา หรือ บุตร ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.วังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อนำใบแจ้งความมารับสิทธิเงินช่วยเหลือจากยุติธรรมจังหวัด และเข้าระบบกระบวนการไกล่เกลี่ย ในขั้นตอนต่อไป

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม อีกว่าหากผู้ใจบุญท่านใดอยากจะเข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัวนี้ สามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบได้ที่ เบอร์ 091-0377535 นางเลียง ศรีฟ้า ภรรยาของ นายสมบัติ ศรีฟ้า (ผู้ป่วยติดเตียง) หรือ สามารถโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือได้ที่ บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. สาขาไพรบึง ชื่อบัญชี นางเลียง ศรีฟ้า เลขบัญชี 020221670286 โดยเงินบัญชีที่มีทั้งหมดล่าสุดมีติดบัญชีเพียง 757.33 บาท
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา ครั้งที่ 2 จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา นานาชาติ ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ นายสำเร็จ ไพรบึง นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนนานาชาติ 8 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ไทย เนปาล บังคลาเทศ พม่า ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย เข้าเป็นเกียรติในพิธี

***นางศศิฑอณร์ กล่าวว่า ชุมชนวัดไพรพัฒนา เป็นชุมชนที่ 5 ที่ วธ. ดำเนินการเปิดเที่ยวชุมชน ยลวิถีชุมชน จากทั้งหมด 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งสำหรับชุมชนวัดไพรพัฒนาเป็นชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา ผู้คนทั้งสองประเทศเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างต่อเนื่อง มีจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำสู่ “นครวัด นครธม” ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เขมร

และมีการแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่มีความสวยงาม โดย วัดไพรพัฒนา ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจผู้คน และการจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ตลอดจนนานาชาติ นอกจากนี้ภายในมณฑปปราสาทมีสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับความศรัทธา ผู้คนมักเรียกท่านว่า “เทวดาเดินดิน” ดังนั้นการมาเยือนชุมชนวัดไพรพัฒนา ถือเป็นสิริมงคล และเริ่มต้นด้วยการเข้ากราบไหว้ขอพรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ด้วยเครื่องสักการะบูชา กรวยดอกไม้ ขันธ์ 5 ขันธ์ 8

***สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสเสน่ห์ยลวิถีโดยนั่งรถรางรับส่งฟรีตลอดทั้งวัน ระหว่างวัดไพรพัฒนาและตลาดชุมชนยลวิถี ถนนสายวัฒนธรรมวัดไพรพัฒนา ช้อปสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เช่น ผ้าไหมตรานกยูงทองพระราชทาน น้ำผึ้งโพรงจากธรรมชาติ ยาสมุนไพร อาหารพื้นถิ่น อาทิ แกงหยวกกล้วย แกงขนุน และขนมพื้นถิ่น เช่น ข้าวต้มด่าง (อันซอมกะบ็อง) ข้าวต้มใบมะพร้าว (อันซอมสะเลิกโดง) และน้ำสมุนไพรอัญชัน

นอกจากนี้มีจุดชมวิวผาพญากูปรี มีป่าเขาลำเนาไพร ห้วยสำราญ น้ำตกห้วยสำโรง วัดป่าถ้ำผึ้งดาวดึงส์ และ ค่ายมวย ว.เทคโนหลวงปู่สรวง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชุมชนวัดไพรพัฒนามีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมเข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข ความรักความสามัคคี อนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอดวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี

***หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปอีกว่า วธ. ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ชุมชนมาต่อเนื่อง คัดเลือกชุมชนต้นแบบระดับจังหวัดที่มีศักยภาพ ยกย่องเชิดชูเกียรติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ปัจจุบันมีสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” รวม 40 ชุมชนทั่วประเทศ โดยหลังจากการประกาศแล้ว วธ. มีการต่อยอดด้วยการสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพคนในชุมชนผ่านการอบรมผู้นำชุมชน นักเล่าเรื่องและมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเยี่ยมชมและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนจัดทำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน

“เที่ยวเท่ ๆ เสน่ห์เมืองไทย” ให้นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวแต่ละชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็วมีความแม่นยำ ตามนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัล – เทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยวสนองนโยบายของรัฐบาล และ วธ.มีเป้าหมายส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย ที่สำคัญมุ่งส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทย เพื่อยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ

นายอำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานนมัสการ “พระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร”

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายอนุชิต ชนะวัฒน์ปัญญา วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร คณะกรรมการจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

งานนมัสการจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การสรงน้ำพระ

การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการเกี่ยวกับพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร การจัดจำหน่ายสินค้า GI และกิจกรรม Work shop ที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น​ งานนี้จัดระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2568

โดยความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความภาคภูมิใจของประชาชนในท้องถิ่น

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่ทุกคนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีและเสริมสร้างความสามัคคีในสังคมไทย
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสดุดีวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 ณ มณฑลพิธีพระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ หน้าค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลตรี วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ซึ่งเวียนมาบรรจบครบ 107 ปี

ในพิธี ได้มีการกล่าวสดุดีสดับพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ทรงเป็นอัจฉริยบุรุษเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงประกอบพระกรณียกิจที่เป็นคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทั้งในด้านการทหาร การปกครอง การศึกษา และการศาสนา ด้านการทหาร พระองค์ได้ทำนุบำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง รวบรวมและฝึกฝนกำลังพล พร้อมจัดตั้งยุ้งฉางสะสมเสบียงและกระสุนดินดำจำนวนมาก ทรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง และปราบกบฏเงี้ยวหัวเมืองฝ่ายเหนือ ร่วมกับเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ทั้งยังทรงเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปกป้องหัวเมืองฝ่ายเหนือจากภัยของจักรวรรดินิยมตะวันตก

ด้านการปกครอง พระองค์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยเมตตาธรรม โปรดให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต และวางผังเมืองใหม่ พร้อมขยายถนนให้กว้างขวางสะดวกแก่ประชาชน ด้านการศึกษา ในปี พ.ศ. 2450 พระองค์ได้สละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยแห่งแรกในเมืองน่าน ในนาม “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารในปัจจุบัน

ด้านการศาสนา พระองค์ทรงสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่งพระสงฆ์ไปเรียนที่กรุงเทพฯ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและปูชนียสถานหลายแห่ง พร้อมสร้างหอพระไตรปิฎกหลังใหญ่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร โดยจารึกอักษรไว้หน้าอาคารถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5 ซึ่งแสดงถึงความจงรักภักดีอันแรงกล้า

ด้วยพระกรณียกิจอันเลื่องลือเหล่านี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็น “พระเจ้านครน่าน” โดยพระนามเต็มตามพระสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรีมหาวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตร สถิตนันทราชวงศ์พระเจ้าน่าน”

ในการนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออัญเชิญดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ หากแม้นสถิต ณ สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ขอได้ทรงรับเครื่องสักการะจากข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และขอจงทรงพระเกษมสำราญในทิพยวิมาน ตราบชั่วนิรันดร์กาล
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /สถิตย์ ศรีประสม/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3จัดโครงการจิตอาสาจราจรรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ณ หน้าอาคารตำรวจภูธร ภ.3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มอบหมวกนิรภัยให้กับ ตำรวจภูธรในสังกัด โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภ.3 ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ หัวหน้าสถานี เข้าร่วมกิจกรรมตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อ 8 สร้างวินัยจราจร และข้อกำชับการปฏิบัติ ข้อ 4 การอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาจราจร รณรงค์การขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย

เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานจิตอาสาให้เห็นเป็นรูปธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง โดยสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องและสวมหมวกที่มีมาตรฐานอย่างถูกวิธี รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการ

ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับตำรวจภูธรในสังกัด นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) โดยกำหนดจุดแจกหมวกเป็นสองจุด จุดที่ 1. ภ.จว.นครราชสีมา จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ชัยภูมิ จำนวน 384 ใบ นครราชสีมา จำนวน 768 ใบ และบุรีรัมย์ จำนวน 768 ใบ จุดที่ 2. ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ยโสธร สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนงานจิตอาสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนวทางการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาแก้ไขปัญหาจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของผู้ขับขี่ด้วยการสร้างวินัยจราจร ให้กับกลุ่มผู้มีอาชีพขับขี่ยานพาหนะ และเชิญให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาร่วมเป็นจิตอาสาจราจรเพื่อเป็นแบบอย่างในการสวมหมวกนิรภัย ที่ได้มาตรฐาน แล้วขยายผลใปสู่ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน

ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของจิตอาสาจราจร วินัยจราจร ทราบลักษณะหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน และสวมใส่อย่างถูกวิธี ให้มีความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ลดอุบัติเหตุ และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) ปีนี้ ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ ซึ่งมีศูนย์กลางในการแจกจ่ายให้ตำรวจภูธร สองจุด คือ ณ ภ.จว.นครราชสีมา และ ภ.จว.ศรีสะเกษ แจกจ่ายให้ตำรวจภูธร 8 จังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ในพื้นที่

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมเพชรพลอย โรงแรมต้นทองรีสอร์ท ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยนายศักดิ์ตระกูล เลี้ยงประเสริฐ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจัดในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2568 ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ พัฒนาต่อยอด และประชาสัมพันธ์มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคม เป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมรดกภูมิปัญญามาสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ให้จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนนำทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์มาสืบสาน รักษา พัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จากที่ได้ผ่านการสำรวจจากทั้ง 9 อำเภอมา รวมเป็น 45 รายการ นำมาจัดแสดงในพื้นที่นี้ และมีการแสดงสาธิตมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมทั้ง 45 รายการ โดยจะมีการจัดการแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้ง 2 วันของการจัดงาน จนครบทั้ง 45 รายการ ทั้งยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 45 รายการ รวมจำนวน 45 คูหา จะอยู่ภายในบริเวณสนามหน้าจวน

ผู้ว่าราชการหลังเก่า และการแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมส่วนอีก 35 คูหา จะอยู่ในพื้นที่บริเวณบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี รวมเป็น 80 คูหา เลือกซื้อ เลือกชิม กันได้อย่างจุใจ และนอกจากนั้นในพื้นที่บริเวณสนามหน้าจวน ผู้ว่าราชการหลังเก่า ก็จะมีเวทีกิจกรรม มีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้ง 9 อำเภอ อำเภอละ 2 รายการ รวมเป็น 18 ชุดการแสดง ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นแสดงทั้ง 2 วัน จนครบ 18 ชุดการแสดง และยังมีการแสดงแสง สี เสียง ตำนานกำเนิดเมืองอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” แสดงโชว์บนเวทีทั้ง 2 วัน

ทั้งวันที่ 11 และ 12 เมษายน 2568 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ประกอบด้วยนักแสดงมากกว่า 30 คน โดยวันที่ 11 เมษายน 2568 จะมีพิธีเปิดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ด้วย ส่วนวันที่ 12 เมษายน 2568 มีกิจกรรมพิเศษเป็นมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เป็นศิลปินที่มาจากเวทีการประกวดแบบเรียลลิตี้ เอเอฟ 12 และมีดีกรีเป็นถึงพระเอก หมอลำ “ระเบียบวาทะศิลป์” โฟกัส กิตติคุณ

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกอำเภอในจังหวัดอุตรดิตถ์ และต้องขอขอบคุณทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 9 อำเภอ ที่ร่วมกันสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาในการจัดการประชุมสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญา ในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จัดผ่านมาในช่วงวันที่ 3 – 13 มีนาคม 2568

จนได้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้ง 45 รายการ มาจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ในครั้งนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดเปิดงานในวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.00 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ พี่น้องจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่า

ในงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 เมษายน พ.ศ. 2568 นี้ เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

นางฟ้าเกณฑ์ทหาร ยิ้มแย้มแจ่มใสทำตามหน้าที่ชายไทยร่วมคัดเลือกทหาร

วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการคัดเลือกทหารกองเกิน เพื่อเข้ากองประจำการ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยช่วงสายของวัน ช่วงที่กำลังจะลงทะเบียน ได้พบกับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทหารในตำบลน้ำไผ่ ชื่อน้องเกรซ น้องไตเติ้ล น้องนาเดีย ได้มาทำตามหน้าที่คัดเลือกทหาร จากการพูดคุย ทั้งสามคนตั้งใจมา และมีทัศนคติที่ดีในการทำตามหน้าที่ชายไทย เบื้องต้นจากการสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ทหาร บอกว่าน้องทั้งสามไม่น่าจะผ่านเกณฑ์ เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่ทั้งนี้ต้องให้แพทย์พิจารณาอีกที

เดินไปมานั่งคุยสอบถามทั่วไป ผู้เข้าร่วมคัดเลือกทหารคนงามอีกคนหนึ่ง ชื่อน้องต้นน้ำ ซึ่งตัวน้องเองได้เตรียมใบรับรองแพทย์เรื่องเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมาเพื่อผ่อนผัน แต่ก็มีทัศนคติที่ดีในการมาทำตามหน้าที่และช่องทางตามกฎหมาย

ในภาคบ่าย เป็นการจับใบแดงใบดำ จากผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกภาคเช้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานลุ้นระทึก ของแฟน ครอบครัว เพื่อนๆ เป็นที่ถูกใจทั้งกองเชียร์กองแข่งสลับกันไป เพื่อไม่ให้ถึงคิวตัวเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการธารน้ำใจห่วงใยและแบ่งปันวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ลานกิจกรรม โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เจ้าคุณพระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร

พร้อมด้วยคุณสมชาย บวรวงศ์ดิรก และญาติธรรมจากประเทศสิงคโปร์ ได้นำถุงยังชีพจำนวน 195 ถุง พร้อมกับเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไอศครีมชนเผ่ามละบริ(ตองเหลือง)ในโอกาสร่วมกับ ศกร.ตชด.ห้วยลู่ ศศช.ห้วยลู่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา โดยชาวมละบริร่วมกันเขียนหนังสือลงนามถวายพระพร บริเวณโต๊ะลงนามที่ลานกิจกรรม

จากนั้นมีการจัดกิจกรรมปลูกกาแฟพระราชทาน อาราบิกา สายพันธุ์คาติมอร์ จำนวน 500 ต้น ปลูกเพิ่มไปในแปลงปลูกกาแฟพระราชทานเดิม ปี 2567 ที่ได้รับพระราชทานและปลูกไว้แปลงปลูกกาแฟเดิม 200 ต้น รวมมีกาแฟที่ได้รับพระราชทานนำมาปลูกในแปลงแล้ว ทั้งหมด 700 ต้น

โดยมีปลัดอำเภอเมืองน่าน นายธีราพร หมั่นแก้ว เป็นประธานในพิธีนำถวายพระพรชัยมงคล และเป็นประธานเปิดงานปลูกกาแฟพระราชทานเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 70 พรรษา โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากภาคราชการ 35 คน ภาคเอกชน 55 คน และชุมชนมละบลิห้วยลู่ 72 คน ตัวแทนชุมชนมละบริห้วยหยวก 79 คน

โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ เป็นโครงการที่ดูแลฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับชนเผ่ามลาบรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชนเผ่ามลาบรีให้อยู่ร่วมกับป่า ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมแต่สามารถรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แต่ครั้งเมื่อปี พ.ศ.2562 ได้เกิดเหตุไฟป่าขึ้นในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม่ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันมีการฟื้นคืนสภาพป่าต้นไม้ทดแทนให้คืนกลับมา แต่ในพื้นที่ 4 ใน 10 ไร่แห่งนี้

ชุมชนบ้านห้วยลู่ได้ขอพื้นที่ใช้ในการปลูกข้าวไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้กับชุมชน โดยได้ทำความตกลงกับทางโครงการฯ จะคืนพื้นที่เพื่อปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน