คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สงกรานต์ ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เพื่อเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน สงกรานต์เริ่มแล้ว ประชาชน นักท่องเที่ยว ขนทรายเข้าวัด-ปักตุงทำบุญปีใหม่เมือง บรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ที่จังหวัดน่านเริ่มคึกคัก วัดหลายแห่งเตรียมความพร้อมต้อนรับประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมทำบุญเสริมสิริมงคลในช่วงปี๋ใหม่เมือง อย่างที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อ.เมืองน่าน

ได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน จัดกิจกรรมสรงน้ำพระ บูชาตุง ข่วงสะหรีปี๋ใหม่เมืองน่าน จัดทำเจดีย์ทรายโดยใช้ไม้ไผ่สานมาขดให้เป็นวงกลม เพื่อให้ประชาชนชาวน่าน พุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว ได้ขนทรายมาใส่ให้เต็มเป็นชั้น ๆ และปักตุง 12 ราศี และสรงน้ำพระพุทธรูป

เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีที่ชาวเหนือ ชาวล้านนายึดถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีความเชื่อว่าการปักตุงจะเป็นการช่วยเหลือญาติที่อยู่ในภพภูมิชั้นที่ต่ำกว่า ให้สามารถเกาะชายตุงขึ้นมาชั้นภพภูมิที่ดีกว่า ส่วนการขนทรายเข้าวัด เป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าออกไปจากวัด

เพื่อให้วัดได้ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างต่างๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดและปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปี๋ใหม่เมือง นายโยธิน ทับทิมทอง ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน กล่าวว่า ประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองชาวเหนือ ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สามารถสะท้อนอัตลักษณ์

ประเพณี และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาสากล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลไทยต้องการนำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เป็นมรดกโลกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าที่ขอเชิญชวนชาวไทยทุกท่านร่วมกันอนุรักษ์รักษาไว้

สำหรับจังหวัดน่านจัดงานมหาสงกรานต์ยิ่งใหญ่ “น่าน นันทบุรี สุขสะหรีปี๋ใหม่เมือง 2568 ตั้งแต่วันที่ 11 -16 เมษายน 2568 ทั้งภาครัฐและเอกชนได้จัดกิจกรรมหลากหลาย เพื่อเป็นการสืบสานงานประเพณีและวัฒนธรรมของไทย และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และการกระจายตัวของการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของเพณีสงกรานต์

ที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเหนือต่างๆ มากมาย อาทิเช่น การทำบุญไหว้พระสรงน้ำพระพุทธรูปศักดิ์สิกดิ์สิทธิ์, การปักตุงก่อเจดีย์ทรายเสริมสิริมงคล ,พิธีสงเคราะห์สะตวงหลวงเมืองน่าน ชมขบวนน้ำสรงพระราชทานฯ สรงน้ำพระหลักเมืองน่าน และขบวนแห่พระเจ้าแวดเวียงน่าน ขบวนนางสงกรานต์ ชมการแสดงตีกลองปูจา กลองแอว ประชันจิสะโป็ก กิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์การแสดงดนตรี ของเยาวชนจังหวัดน่าน และการแสดงมินิคอนเสิร์ต ที่ถนนข้าวแต๋น

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมกิจกรรมต่างๆ ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชาวเหนือ ความสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจจากการแสดงดนตรีสด ดนตรีพื้นบ้าน ได้เติมเต็มความสุขและผ่อนคลาย ในช่วงประเพณีสงกรานต์ ปี๋ใหม่เมืองนี้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว.ประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่11เมษายน2568 ณ. บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เขตเทศบาลเมืองสวรรคโลกตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568

โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา นางนงลักษณ์ ก้านเขียว สมาชิกวุฒิสภา นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น

บุคลากรเทศบาลเมืองสวรรคโลก และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ในการนี้ นายชาตรีวัฏฐ์ อินทร์บุหรั่น ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองสวรรรคโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน

งานประเพณีสงกรานต์และเทศกาลอาหารดี ดนตรีสนุก เมืองสวรรคโลก (หวันโลก Food & Fun) ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ

ในการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในอำเภอสวรรคโลก บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก

มีประชาชนชาวสวรรคโลกและพื้นที่ใกล้เคียงให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัวและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งนี้ภายในงานได้จัดเป็นซุ้มขายอาหารและจัดโต๊ะทานอาหารไว้บริการประชาชนที่เข้ามาเที่ยวชมงานชมการแสดงบนเวทีในทุกค่ำคืนอีกด้วย
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี/มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ มอบอาหารกล่องให้ทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ

แชร์เนื้อหานี้

10 เมษายน 2568 : 15.30-16.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/ประธานมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์,พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ทีมงาน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ : ลงพื้นที่มอบอาหารกล่องให้กับหน่วยงานทีมกู้ภัย และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ที่ได้มาร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล

ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีสรงน้ำพระราชทาน พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต พระคู่เมืองศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 เม.ย. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำสรง เพื่อเชิญไปสรงพระพุทธมหามุนี (หลวงพ่อโต) ในงานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต “บูชาพระใหญ่ ไหว์ตรุษสงกรานต์ สนานธรรมราช” ประจำปี 2568 ณ วัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน 2568 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อโต เป็นการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีของชุมชน วัด และส่วนราชการ

โดยมี พระพรหมวชิรดม เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม นายธาตรี สิริรุ่งวนิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมในพิธีเป็นเจ้านวนมาก

พระพุทธมหามุนี หรือ หลวงพ่อโต เป็นพระนามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ชาวบ้านชาวเมืองศรีสะเกษและพุทธบริษัททั่วไปเรียกขานจนติดปากถึงทุกวันนี้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ปางมารวิชัย ศิลปะแบบนครจำปาสัก สกุลช่างเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก สร้างเมื่อราวปี พ.ศ. 2328 สร้างด้วยก่ออิฐฉาบปูน

หรือหล่อด้วยปูน หรือแกะสลักหิน ยังสันนิษฐานไม่ถนัดนัก มีขนาดตั้งแต่รากฐานถึงยอดพระเมาลีสูง 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.5 เมตร เฉพาะพระพาหา (แขน) ไม่สามารถจะโอบรอบได้ พุทธลักษณะงดงามตามยุคสมัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในวิหารวัดมหาพุทธารามหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการเคารพ สักการะบูชา และยกย่องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองศรีสะเกษ มาตั้งแต่สมัยเมืองศรีนครเขต จนถึงปัจจุบัน มีอายุราว 240 ปี (พ.ศ.2568)

ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว แห่นาคมหาโหด หนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

พิธีจัดแถลงข่าวแห่นาคมหาโหดหนึ่งในพิธีกรรมที่แปลกที่สุดแห่งเดียวในภาคอีสาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าที่มีต่อการบวชซึ่งเอกลักษณ์อันลือชื่อแห่งบ้านโนนเสลาและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นมายาวนาน โดยนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายวรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอภูเขียว พ.ต.อ.สมิต นันท์นฤมิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูเขียว

นายวิษณุ ชัยมีเขียว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองตูม น.ส.วรวรรณ ปราณีตพลกรัง รองผู้อำนวยการ ททท.นครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผอ.รพ.สต.โนนเสลาและนางธิดารัตน์ อากรตน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ

ร่วมกันจัดแถลงข่าวประเพณีแห่นาคมหาโหดซึ่งเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ซึ่งสืบทอดกันมายาวนาน การแห่นาคของหมู่บ้านโนนเสลาเป็นการทดสอบกำลังใจ ความอดทนสุขภาพร่างกายของนาคก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์

โดยนาคจะนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ซึ่งมีเพื่อนฝูงแบกหามแคร่ไปตามถนนในหมู่บ้าน ระหว่างทางจะมีการโยนนาคขึ้นลงเป็นระยะอย่างรุนแรงเป็นที่น่าหวาดเสียวและเป็นการฝึกจิตใจของนาคให้แข็งแกร่งพร้อมจะละทิ้งทางโลก

เพื่อเข้าสู่เพศสมณะและเป็นการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ กำหนดงานระหว่าง 1-2 พฤษภาคม 2568 ณ.วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หลายหน่วยงาน รุดช่วยเหลือลูกจ้าง เหยื่ออุบัติเหตุจากการทำงาน และถูกนายจ้างปัดความรับผิดชอบ

แชร์เนื้อหานี้


***ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มี นายสมบัติ ศรีฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.2 ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังถูกว่าจ้างให้ไปรื้อถอนห้องแถว แต่เกิดอุบัติเหตุถูกกระเช่ารถเครนหล่นมาทับจนต้องนอนป่วยติดเตียง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 และนายจ้างก็ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือไม่สนใจนานนับปี ก่อนจะข่าวออกไปตามสื่อสารมวลชน ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 นายฉลาด ชิดชม นายอำเภอไพรบึง ในนามประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มอบหมายให้ นางสาวพรรษา ปัญญาคม ปลัดอำเภอไพรบึง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล และเข้าทำการช่วยเหลือ โดยมี นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ นางสาวศรีสมบูรณ์ คำผง สาธารณสุขอำเภอไพรบึง ผอ.รพสต.พะแวะ ตำบลสุขสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่นิตกร อบต.สุขสวัสดิ์ ร่วมเยี่ยมช่วยเหลือในครั้งนี้

***เบื้องต้นทางอำเภอไพรบึง ได้มีการแนะนำสิทธิด้านต่างๆ และขั้นตอนการไปขอรับสิทธิต่างๆจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การขอรถเข็น สิทธิขอรถรับส่งผู้ป่วย และอื่นๆ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจาก กองทุนคนไพรบึงไม่ทิ้งกัน จำนวน 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายก อบต.สุขสวัสดิ์ ได้นำถุงยังชีวิตมามอบให้ พร้อม ให้ นิติกร อบต.สุขสวัสดิ์ เข้าแนะนำช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย โดยได้แนะนำให้ภรรยา หรือ บุตร ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.วังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อนำใบแจ้งความมารับสิทธิเงินช่วยเหลือจากยุติธรรมจังหวัด และเข้าระบบกระบวนการไกล่เกลี่ย ในขั้นตอนต่อไป

***ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม อีกว่าหากผู้ใจบุญท่านใดอยากจะเข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัวนี้ สามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบได้ที่ เบอร์ 091-0377535 นางเลียง ศรีฟ้า ภรรยาของ นายสมบัติ ศรีฟ้า (ผู้ป่วยติดเตียง) หรือ สามารถโอนเงินเข้ามาช่วยเหลือได้ที่ บัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. สาขาไพรบึง ชื่อบัญชี นางเลียง ศรีฟ้า เลขบัญชี 020221670286 โดยเงินบัญชีที่มีทั้งหมดล่าสุดมีติดบัญชีเพียง 757.33 บาท
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา ครั้งที่ 2 จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดชุมชนวัดไพรพัฒนา 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” งานเทศกาลสงกรานต์ “สรงน้ำหลวงปู่สรวง” และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นานาชาติ วัดไพรพัฒนา นานาชาติ ครั้งที่ 2 โดยมี นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ นายสำเร็จ ไพรบึง นายประหยัด ถิลา วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้แทนนานาชาติ 8 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา ไทย เนปาล บังคลาเทศ พม่า ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และอินเดีย เข้าเป็นเกียรติในพิธี

***นางศศิฑอณร์ กล่าวว่า ชุมชนวัดไพรพัฒนา เป็นชุมชนที่ 5 ที่ วธ. ดำเนินการเปิดเที่ยวชุมชน ยลวิถีชุมชน จากทั้งหมด 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งสำหรับชุมชนวัดไพรพัฒนาเป็นชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา ผู้คนทั้งสองประเทศเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างต่อเนื่อง มีจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำสู่ “นครวัด นครธม” ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เขมร

และมีการแต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่มีความสวยงาม โดย วัดไพรพัฒนา ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจผู้คน และการจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ตลอดจนนานาชาติ นอกจากนี้ภายในมณฑปปราสาทมีสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง พระเกจิอาจารย์ผู้ได้รับความศรัทธา ผู้คนมักเรียกท่านว่า “เทวดาเดินดิน” ดังนั้นการมาเยือนชุมชนวัดไพรพัฒนา ถือเป็นสิริมงคล และเริ่มต้นด้วยการเข้ากราบไหว้ขอพรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ด้วยเครื่องสักการะบูชา กรวยดอกไม้ ขันธ์ 5 ขันธ์ 8

***สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสเสน่ห์ยลวิถีโดยนั่งรถรางรับส่งฟรีตลอดทั้งวัน ระหว่างวัดไพรพัฒนาและตลาดชุมชนยลวิถี ถนนสายวัฒนธรรมวัดไพรพัฒนา ช้อปสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เช่น ผ้าไหมตรานกยูงทองพระราชทาน น้ำผึ้งโพรงจากธรรมชาติ ยาสมุนไพร อาหารพื้นถิ่น อาทิ แกงหยวกกล้วย แกงขนุน และขนมพื้นถิ่น เช่น ข้าวต้มด่าง (อันซอมกะบ็อง) ข้าวต้มใบมะพร้าว (อันซอมสะเลิกโดง) และน้ำสมุนไพรอัญชัน

นอกจากนี้มีจุดชมวิวผาพญากูปรี มีป่าเขาลำเนาไพร ห้วยสำราญ น้ำตกห้วยสำโรง วัดป่าถ้ำผึ้งดาวดึงส์ และ ค่ายมวย ว.เทคโนหลวงปู่สรวง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ชุมชนวัดไพรพัฒนามีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมเข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข ความรักความสามัคคี อนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอดวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี

***หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปอีกว่า วธ. ดำเนินการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ชุมชนมาต่อเนื่อง คัดเลือกชุมชนต้นแบบระดับจังหวัดที่มีศักยภาพ ยกย่องเชิดชูเกียรติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ปัจจุบันมีสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” รวม 40 ชุมชนทั่วประเทศ โดยหลังจากการประกาศแล้ว วธ. มีการต่อยอดด้วยการสนับสนุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาศักยภาพคนในชุมชนผ่านการอบรมผู้นำชุมชน นักเล่าเรื่องและมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเยี่ยมชมและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนจัดทำแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน

“เที่ยวเท่ ๆ เสน่ห์เมืองไทย” ให้นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวแต่ละชุมชนได้อย่างสะดวก รวดเร็วมีความแม่นยำ ตามนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัล – เทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยวสนองนโยบายของรัฐบาล และ วธ.มีเป้าหมายส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย ที่สำคัญมุ่งส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทย เพื่อยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ

นายอำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานนมัสการ “พระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร”

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

เจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายอนุชิต ชนะวัฒน์ปัญญา วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร คณะกรรมการจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

งานนมัสการจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การสรงน้ำพระ

การแสดงศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการเกี่ยวกับพระพุทธมิ่งมงคลมุนีศรีมุกดาหาร การจัดจำหน่ายสินค้า GI และกิจกรรม Work shop ที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น​ งานนี้จัดระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2568

โดยความร่วมมือของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความภาคภูมิใจของประชาชนในท้องถิ่น

งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีที่ทุกคนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีและเสริมสร้างความสามัคคีในสังคมไทย
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสดุดีวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน 2568 ณ มณฑลพิธีพระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ หน้าค่ายสุริยพงษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พลตรี วรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมประกอบพิธีถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 ซึ่งเวียนมาบรรจบครบ 107 ปี

ในพิธี ได้มีการกล่าวสดุดีสดับพระเกียรติคุณของพระองค์ ผู้ทรงเป็นอัจฉริยบุรุษเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงประกอบพระกรณียกิจที่เป็นคุณูปการต่อบ้านเมืองอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทั้งในด้านการทหาร การปกครอง การศึกษา และการศาสนา ด้านการทหาร พระองค์ได้ทำนุบำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง รวบรวมและฝึกฝนกำลังพล พร้อมจัดตั้งยุ้งฉางสะสมเสบียงและกระสุนดินดำจำนวนมาก ทรงมีบทบาทสำคัญในการช่วยปราบฮ่อที่เมืองหลวงพระบาง และปราบกบฏเงี้ยวหัวเมืองฝ่ายเหนือ ร่วมกับเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ทั้งยังทรงเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการปกป้องหัวเมืองฝ่ายเหนือจากภัยของจักรวรรดินิยมตะวันตก

ด้านการปกครอง พระองค์ทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยเมตตาธรรม โปรดให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต และวางผังเมืองใหม่ พร้อมขยายถนนให้กว้างขวางสะดวกแก่ประชาชน ด้านการศึกษา ในปี พ.ศ. 2450 พระองค์ได้สละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือภาษาไทยแห่งแรกในเมืองน่าน ในนาม “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารในปัจจุบัน

ด้านการศาสนา พระองค์ทรงสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่งพระสงฆ์ไปเรียนที่กรุงเทพฯ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและปูชนียสถานหลายแห่ง พร้อมสร้างหอพระไตรปิฎกหลังใหญ่ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร โดยจารึกอักษรไว้หน้าอาคารถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 5 ซึ่งแสดงถึงความจงรักภักดีอันแรงกล้า

ด้วยพระกรณียกิจอันเลื่องลือเหล่านี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์ขึ้นเป็น “พระเจ้านครน่าน” โดยพระนามเต็มตามพระสุพรรณบัฏว่า “พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช กุลเชษฐมหันต์ ไชยนันทบุรีมหาวงษาธิบดี สุจริตจารีราชานุภาวรักษ์ วิบูลยศักดิ์กิติไพศาล ภูบาลบพิตร สถิตนันทราชวงศ์พระเจ้าน่าน”

ในการนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขออัญเชิญดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ หากแม้นสถิต ณ สรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ขอได้ทรงรับเครื่องสักการะจากข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และขอจงทรงพระเกษมสำราญในทิพยวิมาน ตราบชั่วนิรันดร์กาล
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /สถิตย์ ศรีประสม/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจภูธร ภ.3จัดโครงการจิตอาสาจราจรรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ณ หน้าอาคารตำรวจภูธร ภ.3 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 มอบหมวกนิรภัยให้กับ ตำรวจภูธรในสังกัด โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภ.3 ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ หัวหน้าสถานี เข้าร่วมกิจกรรมตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ข้อ 8 สร้างวินัยจราจร และข้อกำชับการปฏิบัติ ข้อ 4 การอำนวยความสะดวกการจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการจิตอาสาจราจร รณรงค์การขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย

เพื่อลดอุบัติเหตุจราจรทางบก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานจิตอาสาให้เห็นเป็นรูปธรรม และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยจราจรและการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้อง โดยสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องและสวมหมวกที่มีมาตรฐานอย่างถูกวิธี รวมทั้งป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วมโครงการ

ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับตำรวจภูธรในสังกัด นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) โดยกำหนดจุดแจกหมวกเป็นสองจุด จุดที่ 1. ภ.จว.นครราชสีมา จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ชัยภูมิ จำนวน 384 ใบ นครราชสีมา จำนวน 768 ใบ และบุรีรัมย์ จำนวน 768 ใบ จุดที่ 2. ภ.จว.ศรีสะเกษ จำนวน 1,920 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้กับ ภ.จว.ยโสธร สุรินทร์ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ตามนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อนุมัติแนวทางการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนงานจิตอาสา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนวทางการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาแก้ไขปัญหาจราจร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของผู้ขับขี่ด้วยการสร้างวินัยจราจร ให้กับกลุ่มผู้มีอาชีพขับขี่ยานพาหนะ และเชิญให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาร่วมเป็นจิตอาสาจราจรเพื่อเป็นแบบอย่างในการสวมหมวกนิรภัย ที่ได้มาตรฐาน แล้วขยายผลใปสู่ครอบครัว ชุมชน โรงเรียน

ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของจิตอาสาจราจร วินัยจราจร ทราบลักษณะหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน และสวมใส่อย่างถูกวิธี ให้มีความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ ลดอุบัติเหตุ และความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 7 วัน อันตราย (ระหว่างวันที่ 11 ถึงวันที่ 17 เมษายน 2568) ปีนี้ ตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับจัดสรรหมวกนิรภัย ซึ่งเป็นหมวกนิรภัยเต็มใบแบบเปิดคาง จำนวน 3,840 ใบ ซึ่งมีศูนย์กลางในการแจกจ่ายให้ตำรวจภูธร สองจุด คือ ณ ภ.จว.นครราชสีมา และ ภ.จว.ศรีสะเกษ แจกจ่ายให้ตำรวจภูธร 8 จังหวัด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ในพื้นที่

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ห้องประชุมเพชรพลอย โรงแรมต้นทองรีสอร์ท ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมด้วยนายศักดิ์ตระกูล เลี้ยงประเสริฐ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์”

ตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจัดในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2568 ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ พัฒนาต่อยอด และประชาสัมพันธ์มรดกภูมิปัญญาของจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคม เป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมรดกภูมิปัญญามาสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ให้จังหวัดอุตรดิตถ์ ตลอดจนนำทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดอุตรดิตถ์มาสืบสาน รักษา พัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จากที่ได้ผ่านการสำรวจจากทั้ง 9 อำเภอมา รวมเป็น 45 รายการ นำมาจัดแสดงในพื้นที่นี้ และมีการแสดงสาธิตมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมทั้ง 45 รายการ โดยจะมีการจัดการแสดงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปทั้ง 2 วันของการจัดงาน จนครบทั้ง 45 รายการ ทั้งยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 45 รายการ รวมจำนวน 45 คูหา จะอยู่ภายในบริเวณสนามหน้าจวน

ผู้ว่าราชการหลังเก่า และการแสดงและจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมส่วนอีก 35 คูหา จะอยู่ในพื้นที่บริเวณบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี รวมเป็น 80 คูหา เลือกซื้อ เลือกชิม กันได้อย่างจุใจ และนอกจากนั้นในพื้นที่บริเวณสนามหน้าจวน ผู้ว่าราชการหลังเก่า ก็จะมีเวทีกิจกรรม มีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้ง 9 อำเภอ อำเภอละ 2 รายการ รวมเป็น 18 ชุดการแสดง ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นแสดงทั้ง 2 วัน จนครบ 18 ชุดการแสดง และยังมีการแสดงแสง สี เสียง ตำนานกำเนิดเมืองอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” แสดงโชว์บนเวทีทั้ง 2 วัน

ทั้งวันที่ 11 และ 12 เมษายน 2568 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ประกอบด้วยนักแสดงมากกว่า 30 คน โดยวันที่ 11 เมษายน 2568 จะมีพิธีเปิดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ด้วย ส่วนวันที่ 12 เมษายน 2568 มีกิจกรรมพิเศษเป็นมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เป็นศิลปินที่มาจากเวทีการประกวดแบบเรียลลิตี้ เอเอฟ 12 และมีดีกรีเป็นถึงพระเอก หมอลำ “ระเบียบวาทะศิลป์” โฟกัส กิตติคุณ

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกอำเภอในจังหวัดอุตรดิตถ์ และต้องขอขอบคุณทางสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง 9 อำเภอ ที่ร่วมกันสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาในการจัดการประชุมสำรวจและพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญา ในพื้นที่ 9 อำเภอ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จัดผ่านมาในช่วงวันที่ 3 – 13 มีนาคม 2568

จนได้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ทั้ง 45 รายการ มาจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ “หลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์” ในครั้งนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกำหนดเปิดงานในวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 18.00 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ พี่น้องจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่า

ในงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรม จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-12 เมษายน พ.ศ. 2568 นี้ เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ สนามหน้าจวนผู้ว่าราชการหลังเก่า เชื่อมโยงหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์และบนถนนพาดสนามบินช่วงสี่แยกหอวัฒนธรรมถึงแยกโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

นางฟ้าเกณฑ์ทหาร ยิ้มแย้มแจ่มใสทำตามหน้าที่ชายไทยร่วมคัดเลือกทหาร

วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการคัดเลือกทหารกองเกิน เพื่อเข้ากองประจำการ บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความคึกคัก

โดยช่วงสายของวัน ช่วงที่กำลังจะลงทะเบียน ได้พบกับผู้เข้าร่วมการคัดเลือกทหารในตำบลน้ำไผ่ ชื่อน้องเกรซ น้องไตเติ้ล น้องนาเดีย ได้มาทำตามหน้าที่คัดเลือกทหาร จากการพูดคุย ทั้งสามคนตั้งใจมา และมีทัศนคติที่ดีในการทำตามหน้าที่ชายไทย เบื้องต้นจากการสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ทหาร บอกว่าน้องทั้งสามไม่น่าจะผ่านเกณฑ์ เพราะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่ทั้งนี้ต้องให้แพทย์พิจารณาอีกที

เดินไปมานั่งคุยสอบถามทั่วไป ผู้เข้าร่วมคัดเลือกทหารคนงามอีกคนหนึ่ง ชื่อน้องต้นน้ำ ซึ่งตัวน้องเองได้เตรียมใบรับรองแพทย์เรื่องเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมาเพื่อผ่อนผัน แต่ก็มีทัศนคติที่ดีในการมาทำตามหน้าที่และช่องทางตามกฎหมาย

ในภาคบ่าย เป็นการจับใบแดงใบดำ จากผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกภาคเช้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานลุ้นระทึก ของแฟน ครอบครัว เพื่อนๆ เป็นที่ถูกใจทั้งกองเชียร์กองแข่งสลับกันไป เพื่อไม่ให้ถึงคิวตัวเอง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการธารน้ำใจห่วงใยและแบ่งปันวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่ลานกิจกรรม โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ ตามพระราชดำริฯ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เจ้าคุณพระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดช้างค้ำวรวิหาร

พร้อมด้วยคุณสมชาย บวรวงศ์ดิรก และญาติธรรมจากประเทศสิงคโปร์ ได้นำถุงยังชีพจำนวน 195 ถุง พร้อมกับเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไอศครีมชนเผ่ามละบริ(ตองเหลือง)ในโอกาสร่วมกับ ศกร.ตชด.ห้วยลู่ ศศช.ห้วยลู่ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา โดยชาวมละบริร่วมกันเขียนหนังสือลงนามถวายพระพร บริเวณโต๊ะลงนามที่ลานกิจกรรม

จากนั้นมีการจัดกิจกรรมปลูกกาแฟพระราชทาน อาราบิกา สายพันธุ์คาติมอร์ จำนวน 500 ต้น ปลูกเพิ่มไปในแปลงปลูกกาแฟพระราชทานเดิม ปี 2567 ที่ได้รับพระราชทานและปลูกไว้แปลงปลูกกาแฟเดิม 200 ต้น รวมมีกาแฟที่ได้รับพระราชทานนำมาปลูกในแปลงแล้ว ทั้งหมด 700 ต้น

โดยมีปลัดอำเภอเมืองน่าน นายธีราพร หมั่นแก้ว เป็นประธานในพิธีนำถวายพระพรชัยมงคล และเป็นประธานเปิดงานปลูกกาแฟพระราชทานเทิดพระเกียรติวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 70 พรรษา โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากภาคราชการ 35 คน ภาคเอกชน 55 คน และชุมชนมละบลิห้วยลู่ 72 คน ตัวแทนชุมชนมละบริห้วยหยวก 79 คน

โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ เป็นโครงการที่ดูแลฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับชนเผ่ามลาบรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชนเผ่ามลาบรีให้อยู่ร่วมกับป่า ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมแต่สามารถรู้เท่าทันโลกปัจจุบัน ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แต่ครั้งเมื่อปี พ.ศ.2562 ได้เกิดเหตุไฟป่าขึ้นในพื้นที่โครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม่ห้วยลู่ตามพระราชดำริฯ มีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งในปัจจุบันมีการฟื้นคืนสภาพป่าต้นไม้ทดแทนให้คืนกลับมา แต่ในพื้นที่ 4 ใน 10 ไร่แห่งนี้

ชุมชนบ้านห้วยลู่ได้ขอพื้นที่ใช้ในการปลูกข้าวไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้กับชุมชน โดยได้ทำความตกลงกับทางโครงการฯ จะคืนพื้นที่เพื่อปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าให้กลับมามีสภาพเหมือนเดิมในอนาคต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สือรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎร จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดบึงกาฬ ณ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

พร้อมกับรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิและองค์กร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแล ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าสืบไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 502 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแก่โรงเรียนในพื้นที่ มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้สำหรับเยาวชนแก่โรงเรียนและห้องสมุด มูลนิธิพระดาบสออกหน่วยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้บริการประชาชน เช่น การตัดผม การฝังเข็มเพื่อสุขภาพ การจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร การมอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้ป่วย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมจัดหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน มาให้บริการตรวจสุขภาพและรักษา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกหน่วยเผยแพร่ความรู้และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้และให้บริการปรึกษาด้านกฎหมาย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี มีความตั้งใจในการศึกษา และครอบครัวมีฐานะยากจน จำนวน 2 คน ได้แก่ เด็กหญิงศิริวภา รัตนโสภา และ เด็กหญิงธนัญชนก ทองธุลี และมูลนิธิกาญจนบารมี จัดหน่วยให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ( Mammogram ) ในสตรีกลุ่มเสี่ยง ราษฎรต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบ๑๐๖ ปีพระคันธารราฐ โคราชเตรียมจัดยิ่งใหญ่พิธี ”แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง“วันเทศกาลสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

“พระคันธารราฐ” เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของ “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร” สร้าง เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๖๔ ปัจจุบันปี ๒๕๖๘ มีอายุ ๑๐๔ ปี
“พระคันธารราฐ” สร้างโดย “พระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)” เจ้าเมืองนครราชสีมา คนที่ ๑๑ มีขนาด หน้าตัก ๓๙’นิ้ว สูงประมาณ ๑ เมตร ๓๐ เซ็นติเมตร ครั้งเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ “เจ้าเมืองนครราชสีมา”

ได้ริเริ่มประกอบพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ แห่ลอดประตูชุมพล” เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวโคราชเรื่อยมา
จวบจนถึงปี ๒๕๒๒ พิธีกรรมดังกล่าวได้หยุดไป กระทั่งเมื่อปี ๒๕๖๐ วัดพระนารายณ์ ได้ ปฏิสังขรณ์ปิดทอง “พระทศพลญาณประทานบารมี หรือหลวงพ่อใหญ่” และขุดค้นพบพระพราณหลายองค์ใต้ฐานพระประธาน ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ ชุมพล”

ขึ้นมาอีกครั้งในวันสงกรานต์ ซึ่งการแห่พระลอดประตูชุมพล เป็นเอกลักษณ์ของ
สำหรับ “พระคันธารราฐ” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระ รัก พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา เป็นกิริยารับน้ำ ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลมะเนตรเหลือบต่ำ โดยลงยาสีเหมือนจริง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางเรียว พระกรรณยาว เกือบจด สา ขมวดพระเกศา ทำเป็นรูปก้นหอยเรียง

ตลอดถึงพระเมาลื พระรัศมีทำเป็นรูปดอกบัวตูม ครอเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีริ้วผ้าที่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป รองรับด้วยฐานบัวคว่ำบัวหงาย ทั้งนี้ ประชาชน
าวโคราชนิยมกราบไหว้ “พระคันธารราฐ” เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งเรียกชื่ออีกอย่างว่ฝน”

โดยพิธีประเพณีโบราณ “แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง” จะมีในวันที่ ๑๒ เมษายน ๖๗ จะเริ่ม๑๕.๐๐ น.ที่วัดพระนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา “พระดันธารราฐ” ซึ่งเป็นพระพุทธ วัดพระนารายณโดยผู้ว่าฯโคราช จะเป็นผู้อัญเชิญ “พระคันธารราฐ” ประดิษฐานสู่ราชรถ พร้อมพิธีการรำ บวงสรวง

จากนั้นเคลื่อนขบวนแห่เข้าสู่ถนนจอมพล มุ่งหน้าไปลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสรงน้ำพระคันธารราฐ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และวันที่ ๑๓ เมษายน ๖๔ จะมีพิธีแห่พระคันธารราฐ ลอดอุ้มประตูชุมพล” พร้อมแห่ผ้าเงินด้ายทองกลับสู่วัดพระนารายณ์มหาราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ”เปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลก และของดีห้วยทับทัน

ซึ่งอำเภอห้วนทับทัน ร่วมกับ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่างจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 68 ถึง วันที่ 4 เมษายน 68 การจัดงานไก่ย่างโลกขึ้นตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของดีจังหวัด ศรีสะเกษ

ในครั้งนี้ ภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้า พืชผล ทางการเกษตร ของคนในชุมชนอำเภอห้วยทับทัน โดยในพิธีเปิด นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ใช่มีดสับไก่ พร้อมพาหัวหน้าส่วนราชการ และเขยฝรั่ง ชิมไก่ย่างไม้มะดัง อย่างเอร็ดอร่อย

นายนายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน ได้จัดงานไก่ย่างโลกขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล Soft Power ในการขับเคลื่อนศรษฐกิจไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั่นก็คือ FOOD อาหาร (ไก่ย่างไม้มะดัน) และ FESTIVAL คือ การจัดงานประเพณีในพื้นที่

และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพาณิชย์ สนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร กร เศรษฐกิจ ในชุมชนเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และสร้างความสมัครสามัคคีให้กับประชนชาวอำเภอห้วยทับทัน ตลอดจนขับเคลื่อนตามแนวทางการจังหวัด 1 + 10 วาระจังหวัด ซึ่งในการจัดกิจกรรม “งานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ประจำปี 2568 ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก จังหวัดศรีสะเกษ

ภาพ /ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เพื่อการพัฒนาการเด็กศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง งบประมาณปี. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 09.10 น.นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานในพิธีจุดเทียน บูชาพระรัตนตรัย
และชมการแสดงของระดับชั้นเตรียมอนุบาล 1

นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันกล่าวรายงาน

โดยมีส่วนราชการใน อบต โนนหัน ผู้ปกครอง ร่วมงาน เช่น นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายก อบต โนนหัน, นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต.โนนหัน, นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต.โนนหัน นายเรวัต หลาวมา ปลัด อบต โนนหัน

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.หมู่ 8 อบต โนนหัน ต่อมานายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและศูนย์พัฒนาเด็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล

พระครูอัมพวัน ภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จต นาหนองทุ่ม เขต 2 กล่าวถึงการอุปถัมภ์เด็ก เพื่อต่อยอดในการพัฒนาจิตใจและ

พิธีมอบวุฒิบัตรบัณฑิตน้อยประจำปี 2567 หลังเสร็จพิธี นางสาวดรุณี แนวประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง แขกผู้มีเกียรติ

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์

จังหวัดอุตรดิตถ์ ของพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุรพันธ์เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

กล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเจ้าหน้าที่ส่วนราชการพ่อค้าแม่ค้าประชาชนเข้าร่วมงานกันจำนวนมาก

ทั้งนึ้การจัดงานดังกล่าว วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอุตรดิตถ์ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ลานสร้างสรรค์แห่งใหม่ของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ทุกเพศทุกวัยได้มีพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมและแสดงผลงานด้านศิลปะ และวัฒนธรรม ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์

เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านกิจกรรมการแสดง การเล่นดนตรี

กิจกรรม Workshop กิจกรรมสาธิต งานฝีมือ งานคราฟต์ งาน DIY ตลาดจำหน่ายสินค้า อาหาร

และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน ถือเป็นพลังขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมของประเทศไทย

ที่เน้นพัฒนา “คน สังคม เศษฐกิจ เทคโนโลยี และ Soft Power” ควบคู่กันไป

นาคา ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ จัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร/ครูฝึก จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอชุมแพ ที่ 6 ในการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2586 ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ

ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมฯ จำนวน 180 คน จาก 6 ตำบล ได้แก่ 1) ตำบลนาเพียง 2) ตำบลโนนหัน 3) ตำบลนาหนองทุ่ม 4) ตำบลวังหินลาด 5) หนองเขียด ในกิจกรรมได้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ดังนี้

  1. ฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ท่าทำความเคารพ ระเบียบแถว ฝึกการใช้อาวุธปืนลูกซอง การดูแลรักษาอาวุธปืน 2.ฝึกการค้นบุคคล ค้นรถจักรยานยนต์/รถยนต์ การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/ด่านชุมชน การเข้าแล้วระงับเหตุบุคคลคุ้มคลั่ง
    3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด/ด่านชุมชน การออกลาดตระเวนพื้นที่ หาข่าว เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ทักษะ ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน /ชุดปฏิบัติการตำบล และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชนให้มีประสิทธิภาพสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ดังคำกล่าว “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ได้มอบหมาย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวจังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ศึกษาธิการ มอบอุปกรณ์ กีฬา ทุนการศึกษา ถุงยังชีพ โรงเรียนบ้านชาด อุบลฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่โรงเรียนบ้านชาด ผอ.เด่นชัย สุขแสวงผอ.โรงเรียนบ้านชาดได้ต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ท่านเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารมต.ศึกษาธิการ ,

ท่านจีรพงษ์ แข็งแรง รองผอ. สพป.อบ.3 , หัวหน้าส่วนราชการจากจังหวัดและอำเภอ สาธาณสุขอำเภอศรีเมืองใหม่และโรงเรียนบ้านชาด ทุกหน่วยงานทั้งระดับตำบล อำเภอและจังหวัดที่มาช่วยเตรียมสถานที่ ทำให้งานเรียบร้อยดี

ทั้งนี้ได้มามอบอุปกรณ์กีฬา3 ชุด -ทุนนักเรียน 20 ทุน -ถุงยังชีพ 40 ชุด -ปลูกต้นไม้ 14 ต้น -บริการทันตกรรม,ตรวจโรจ ผู้รับบริการ 350 คน -บริการตัดผมฟรี ,แจกกล้าไม้และบริการจัดนิทรรศการ 40 หน่วยงานจากจังหวัดและอำเภอ ศรีเมืองใหม่ – ภาพ : ข่าว กิตติศักดิ์ ประดับศรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้วจัดอย่างยิ่งใหญ่งานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก จ.สุโขทัย / สุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา17.30น.ของวันที่26มีนาคม2568.ณ.ปะรำพิธี ถนนหน้าทางเข้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติได้นั่งชมขบวนประเพณีและวัฒนธรรมขบวนรถที่ตกแต่งประดับประดาไปพืชพันธุ์ธัญญาหารผลไม้ในท้องถิ่นและสาวงามธิดาชาวสวน

พร้อมการแสดงร่ายรำการละเล่นประเพณีวัฒธรรมด้วยรวม10กว่าขบวนที่แห่โชว์ผ่านตลาดเทศบาลเมืองสวรรคโลกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน หมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี2568

ณ.เวทีกลางหน้าที่ว่าการ ำเภอสวรรคโลกโดยมีนายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ พร้อมหัวหน้าส่วนงานและประชาชนได้ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้.อนึ่งการจัดงานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลกได้จัดขึ้นประจำทุกปี

โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่23มีนาคมถึง31มีนาคม2568เป็นการจัดงานเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเม็ดเงินไหลเวียนในอำเภอสวรรคโลกจากการค้าขายพืชผักผลไม้โดยมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อประจำจังหวัดคือมะม่วง มะปราง มะยงชิด ละมุดเป็นต้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนต่อยอดเพิ่มรายได้เงินให้กับประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ทั้งนี้ทางอำเภอก็ได้ประชาสัมพันธ์

โฆษณาการจัดงานผ่านสื่อฯ.ชักชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมงานด้วยโดยภายในงานได้จัดเป็นบูชสำหรับค้าขายสินค้าทางการเกษตรผลไม้และบูชสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปสินค้าพื้นเมืองพร้อมบูชสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองอร่อยของดีศรีสวรรคโลกมาให้จับจ่ายซื้อขายภายในงานโดยมีเวทีกลางที่จัดไว้เพื่อการแสดงมากมาย

การประกวดธิดาชาวสวนและการแสดงจากประชาชนเจ้าหน้าที่จากท้องที่ท้องถิ่นและเยาวชนมาแสดงความสามารถในการร้องเพลงพร้อมเหล่าศิลปินนักร้อง ที่จัดมาแสดงในทุกๆค่ำคืนด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

จังหวัดสุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

เมื่อเช้า13.30น.ของวันที่27มีนาคม2568ณ.บ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่4 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ได้มี การมอบบ้าน มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของจังหวัดสุโขทัย โดยนาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ได้มอบหมายให้ นาย ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านและเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เสียชีวิต2รายทั้งนี้ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดเหตุและการดำเนินการ การเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ นาย มนตรี ยี่โถ กำนันตำบลคลองกระจงและอีกตำแหน่ง (ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองกระจง)

ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณทั้งนี้ได้มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของ สำนักนายกรัฐมนตรี(กรณีเสียชีวิต2ราย)ผู้รับนาย ชัยวัฒน์ กำทองคือบุตรของผู้เสียชีวิตและมอบบ้านผู้ประสบภัยทั้ง2หลัง หลังที่1นางสาว เอมิกา ค้าไม้2นาย ภานุมาศ บำเหน็จ โดยทั้งนี้ได้มีหลายหน่วยงานในจังหวัดสุโขทัยทั้งหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่นองค์กร ปภ. พช.พม. กาชาดก็ได้ร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือและ

เข้าร่วมพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ด้วย อนึ่งเมื่อวันที่8ตุลาคม2567ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุดินสไลด์ทำให้บ้านพังเสียหาย2หลังและดินได้ทับผู้ประสบเหตุจมอยู่ใต้พื้นดิน3คนเจ้าหน้าที่อส.และกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือขึ้นมาได้ครั้งแรก2คนแต่เสียชีวิต1คนและได้เข้าค้นหาผู้เสียชีวิตอีก1ศพเพราะถูกดินสไลด์ทับไว้ทั้งนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้เข้าเยียวยาช่วยเหลือมอบเงินกองทุนผู้เสียชีวิตและก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จจึงได้มอบให้ต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับมาตรการเข้ม! ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยานศรีน่าน ฯ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับป้องกันไฟป่า ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยาน หากฝ่าฝืน ปรับจริงโทษสูงสุด 2 ล้าน หรือ จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันที่ 27 มีนาคม 2568 จังหวัดน่านยกระดับมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยจัดตั้งด่านสกัดเข้า-ออกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุมอำเภอเวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการลักลอบเผา หลังพบจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ครอบคลุม ทั้ง 15 อำเภอ

โดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือประชาชนงดเผา, ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด และ ตั้ง “ด่านสกัด” ควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยานและเขตป่า เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผามากที่สุดใน 3 อำเภอ คืออำเภอเวียงสา นาน้อย นาหมื่น และจากสั่งปิดอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนถูกจับดำเนินคดีแล้วรวม 8 ราย แยกเป็นอำเภอเวียงสา 5 ราย และอำเภอนาน้อย 3 ราย

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ทิศทางลม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ดันค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดน่านพุ่งสูง แต่ไม่สอดคล้องกับจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัด ซึ่งน้อยกว่าบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยอยู่อันดับ 6 จาก 17 จังหวัด แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก พัดหมอกควันจากจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามาสะสมในพื้นที่ ประกอบกับจังหวัดน่าน ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงล้อมรอบและแอ่งกระทะของจังหวัดน่าน ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากอากาศที่ลอยตัวต่ำทำให้ฝุ่นถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่

โดยไม่มีการระบายออก หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้าง ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมตัวและก่อปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนยังมีผลสำคัญ โดยอากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนทำให้ฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เช่น การเผาในชุมชน ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในชั้นอากาศต่ำและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่เป็นวงกว้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาทุกชนิดในช่วงนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวศุภลักษณ์ ฤทธิแผลง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสองแคว จัดการศึกษาดูงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลรักษา รวมถึงการแปรรูปกาแฟ แก่เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 30 ราย

ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนกาเเฟโรบัสต้านาน้อย นายภาพ แก้วภิรมย์ บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่่น รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬแถลงข่าวยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 มีนาคม 2568) ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ แถลงข่าวถึงมาตรการที่จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยมีการสั่งการและประกาศมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

ทางหลวงและโยธา: สั่งการให้มีการควบคุมการก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ หน่วยงานกระทรวงเกษตร: เข้มงวดในการห้ามเผาป่าและเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์หากพบการกระทำผิด ขนส่ง: เพิ่มการตรวจเข้มงวดควันดำจากยานพาหนะและตั้งด่านตรวจเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตำรวจภูธร: ใช้มาตรการเข้มงวดในการตรวจจับการเผาและการละเมิดกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): ดำเนินการพ่นน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหน่วยงานปกครอง: การแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นและการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการขอความช่วยเหลือจาก แขวงบอลิคำไซ ในการจัดการไฟไหม้ป่าในเขตของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีผลกระทบต่ออำเภอบุ่งคล้า โดยตรง และฝนหลวง ได้ให้ความช่วยเหลือสำคัญในการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยการใช้เทคนิคก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ทางจังหวัดบึงกาฬยังได้พยายามแก้ไขเครื่องวัดค่าฝุ่นที่ชำรุด และกำลังเร่งดำเนินการให้ใช้งานได้ภายในวันนี้ ขณะเดียวกัน สสจ. ได้ส่ง อสม. ไปตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละออง สำหรับผู้ที่พบเห็นการเผาในพื้นที่สามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมเบอร์ 1567 หรือท้องถิ่นใกล้บ้าน

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในตอนท้ายว่า “ทุกภาคส่วนพร้อมร่วมมือและกำกับดูแลสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ และจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าให้กับชาวจังหวัดบึงกาฬ” พร้อมทั้งขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง , ตำรวจ สภ.ชุมแพ, รพ.ชุมแพ สสอ. รพ.สต.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อสม. และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พื้นที่ 6 ตำบล ในอำเภอชุมแพ

พร้อมกันค้นหาผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2568 ในพื้นที่ 6 ตำบล ซึ่งได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะ เป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงวัยรุ่น/วัยแรงงานในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบ (บสต.) ของกระทรวงสาธารณสุข ผลการปฏิบัติ สามารถค้นหาผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด มีรายละเอียด ดังนี้
1.ตำบลหนองเขียด เข้ารับการตรวจจำนวน 9 ราย ผลเป็นบวก 5 ราย
2.ตำบลชุมแพ เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 2 ราย
3.ตำบลนาหนองทุ่ม เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 3 ราย
4.ตำบลวังหินลาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 25 ราย ผลเป็นบวก 11 ราย
5.ตำบลโนนหัน เข้ารับการตรวจ จำนวน 10 ราย ผลเป็นบวก 10 ราย
6.ตำบลโนนสะอาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 7 ราย ผลเป็นบวก 7 ราย

  1. ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง ร่วมกับ จนท.ตร.ชุดสืบสวน สภ.ชุมแพ และชุดปฏิบัติการ ต.โนนสะอาด / ต.หนองเขียด จับกุมผู้กระทำผิด 3 ราย
  2. รวมผลตรวจปัสสาวะ พบผู้มีสารเสพติด จำนวน 38 ราย โดยผู้เสพทั้งหมดสมัครใจเข้ารับการบำบัด นำรายชื่อเข้าระบบ บสต. เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลประวัติและนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมแพ ตามลำดับต่อไปทั้งนี้ ภารกิจค้นหาผู้เสพเข้าสู่การบำบัด “ภายใต้ภาระกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ” ได้สร้างการรับรู้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความอุ่นใจ ในแนวทางการแก้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุน จิตอาสาพระราชทานภาค 1 ช่วยพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

“ สร้างรอยยิ้ม ปันน้ำใจ ให้ความสุข ” เมื่อ 24 มี.ค. 68 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1/ผบ.กองกำลังจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 ร่วมกับ อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , มวลชนกองทัพภาคที่ 1 ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครบรอบ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ณ พื้นที่ชุมชนเคหสถานบ้านมั่นคงกัลยาณมิตร เขตบางซื่อ

โดยมอบเครื่องปรุงอาหารสำหรับประกอบอาหาร มอบขนมให้กับเยาวชนในชุมชน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วยมอบของ มอบพลังใจ และส่งพลังบุญอธิษฐาน ให้มีความสุข … และขอส่งผลบุญทั้งปวง จงสำเร็จแด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดครบรอบ 14 ปี ณ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางแว่นฟ้า ทองศรี

นอกจากนี้ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนางวีณา วรรณฉัตรสิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้เข้าร่วมงานด้วย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด

รองนายกเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ นายอุดม วงไกลสอน สมาชิกสภาแห่งชาติลาว หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงบอลิคำไซ ผู้แทนเจ้าแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 14 ปีแห่งการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี

งานสถาปนาจังหวัดบึงกาฬในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 30 มีนาคม 2568 เพื่อเฉลิมฉลองและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรกว่า 500 ลำ ประกอบดนตรีแสงสีเสียง การรำบวงสรวงศาลเจ้าแม่สองนาง การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นมาของจังหวัด แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการนำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบที่ทันสมัยและน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง และอุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี” สตรีเมืองย่าโม 7,272 คน ร่วมรำบวงสรวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่( 23 มีนาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 นี้ เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของท้าวสุนารี และวีรสตรีผู้กล้าของเมืองโคราชและประเทศไทย และปลุกจิตสำนึกให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ตระหนักถึงวีรกรรมอันกล้าหาญ เสียสละ และดำรงไว้ซึ่งความรักชาติ รวมทั้ง เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงามของชาวจังหวัดนครราชสีมา

ให้คงไว้ซึ่งความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของดีของเมืองโคราช ซึ่งงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ถือเป็นเทศกาลการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฯ ที่จะได้แสดงศักยภาพการพัฒนาจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งบรรยากาศภายในพิธีเปิดงานได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีสตรีชาวจังหวัดนครราชสีมาจำนวน7,272 คน ร่วมประกอบพิธีรำบวงสรวงถวายคุณย่าโม เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของคุณย่าโม นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุ 4 มุมเมือง ในพิธีเปิดงาน และที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือการแสดงโดรนแปลอักษร กว่า 500 ลำ ในชื่อชุดวีรสตรีหญิงกล้า สู่มหานครแห่งอีสาน และการประกาศชัยชนะ ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เป็นผู้กอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทร์ โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369 คุณหญิงโมได้นำทัพชาวนครราชสีมาต่อสู้กับทหารลาว บริเวณทุ่งสำริด เมืองนครราชสีมา และสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมาได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็นท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมาจึงได้กำหนดให้วันที่ 23 มีนาคมของทุกปี เป็นวันฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 /ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มีนาคม 2568 ณ. ลานข่วงวัฒนธรรมเมืองแป้ (กาดสามวัย) เทศบาลเมืองแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้อำนวยการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดแพร่ เป็นประธานจัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอทุกอำเภอ และผู้บริหารศูนย์ อปพร.เทศบาล/อบต. และ อปพร.

เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวัน อปพร. 22 มีนาคม 2568 จำนวน 400 คนในการนี้ นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่/ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ อปพร. จังหวัดแพร่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยศูนย์ อปพร.กลาง กำหนดให้เป็น “วัน อปพร.” เพื่อเชิดชูความสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไป อปพร. เป็นอาสมัครที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนภาคราชการ

ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเป็นผู้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยทั่วไป มิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทุกคน ได้เข้ามาเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดแพร่ มาโดยตลอด ภายใต้อุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ”

สำหรับกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ มีดังนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ ผอ.ศูนย์ อปพร.จ.แพร่ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกลาง เนื่องในวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน วันที่ 22 มีนาคม 2568 พร้อมทั้ง มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารศูนย์ อปพร. เทศบาล/อบต. และ อปพร.

มอบโล่ พร้อมเงินรางวัล ให้แก่ศูนย์ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ ศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น มอบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 นายมังกร ไชยวุฒิ สังกัดศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

รับฟังคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นพลังของแผ่นดินของอปพรและประธานเดินตรวจแถวทักทายปปร. e ที่มาร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการของภปรจังหวัดแพร่และหน่วยงานอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่างๆซึ่งได้มาร่วมสาธิตและแสดงนิทรรศการในการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆด้วย

สมจิตรแสงบัลลังก์ ผู้อำนวยการ ทีมข่าวภาคเหนือ รายงาน

ขอบคุณ ปชส.จ แพร่ ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

22 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อมาได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับการประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กรณี สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฆ่าผู้อื่นพื้นที่ จ.นครปฐม และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินการ สืบสวนและเร่งระดมกวาดล้างบุคคลหลบหนีหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับประสานจากชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ว่ามีผู้ต้องหา 2 คน คือนายณรงค์ชัย และ น.ส.ภัทราภรณ์ ได้หลบหนีเข้ามายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่

โดยในวันนี้( 22 มี.ค.68) เวลา 03.00 น.ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่จึงได้ทำการสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว โดยได้เข้าตรวจค้นห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ดังนี้
1.นายณรงค์ชัย อายุ 26 ปี 2.น.ส.ภัทราภรณ์ อายุ 21 ปี

ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น อีกทั้งยังน่าเชื่อว่าทั้ง 2 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้อื่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวทั้งสองมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ประสานการปฏิบัติกับชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร่วมกันสอบสวนปากคำนายณรงค์ชัย และน.ส.ภัทราภรณ์ เพิ่มเติม ทั้งสองให้การว่าเมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.เอ(นามสมมุติ)ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จริง

จากนั้นได้นำศพไปซุกซ่อนและได้หลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ได้เดินทางมารับตัวผู้ต้องหาไปยังสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้บริหาร OJ Primus รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุด ปี 2024 / พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ให้เกียรติขึ้นรับรางวัล “Best Retail Sales of Greater BKK 2024” จากนายพิชณุตย์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “OMODA & JAECOO Dealer Conference 2568” จัดขึ้นโดย บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประกาศกลยุทธ์การสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ภายใต้แนวคิด One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future ของบริษัทแม่ เฌอรี่ ออโต้โมบิลส์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศจีน

ล่าสุด “โอแอนด์เจ ไพรม์มัส” ได้เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO 7 SHS เป็นรถเอนกประสงค์ SUV ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5L GDI Turbo ทำงานร่วมกับระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด ในแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่วิ่งไกลสุดในขณะนี้

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหรา แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบและเลือกสรรอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัยในระดับพรีเมี่ยม ทำให้ทุกการขับขี่สนุกสนานในทุกเส้นทางทั้งในแบบออนโรดและออฟโรด

พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

มีรายงานว่า เมืองพัทยาไมซ์ซิตี้ภาคตะวันออกประสบความสำเร็จ หลังงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (Pattaya International Fireworks) คว้ารางวัล Asia Beach Festival 2025 จากสมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติ แห่งภูมิภาคเอเชีย (International Festival & Events Association Asia – IFEA Asia) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 ที่ Gyeongju Hwabaek International Convention Center (HICO) ตอกย้ำเมืองไมซ์ระดับเอเชีย เดินหน้าต่อระดับโลก

ซึ่งนอกจากเมืองพัทยาแล้ว งานเทศกาลต่างๆ ในภาคกลางและภาคตะวันออกยังได้รับรางวัลอีกมากมาย อาทิ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัล Asia Culture and Heritage Night including Night Market จากงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum )

จังหวัดเพชรบุรีได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival (Tangible Heritage) จากงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง (Phetchaburi Harmony Puppet Festival) การรับรางวัลในครี้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการยกระดับงานในประเทศสู่การยอมรับการจัดงานที่ได้มาตรฐานงานเทศกาลระดับเอเชีย

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐนิวส์ / การประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม ระดับอ.สีชมพูจ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 ณ หอประชุมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 0910 นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู มอบหมายให้นายชัยยศ บึงอำพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

ดร สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอสีชมพู และตำบล โดยมี ผอ.ศรีสมร ศรีวิชา ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายประณต มิ่งขวัญ กรรมการ/เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะสังเกตการณ์จาคองค์กรต่างๆ
ในที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ นายอิสระ บุตรโพธิ์ เป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

นายอิสระ บุตรโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมภู กล่าวขอบคุณองค์กรต่างๆ พร้อมประสานการทำงานวัฒนธรรมในท้องถิ่นอำเภอสีชมพูบ้านเฮา ตนเชื่อมั่นในการประสานงานได้กับทุกภาคส่วน

สมมาตร แอ่มไร่ /วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี และ สื่อรัฐนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ.วัดห้วยยางบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ท่านชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยว ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) กิจกรรมย่อยที่ 2จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ซึ่งบ้านห้วยยางตำบลเมืองหลวง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว พัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนท่องเที่ยว

เชิงสร้างสรรค์ที่มีการค้นหาผู้ประกอบการชุมชน 10 ผู้ประกอบการ เพื่อนำสู่การดึงเสน่ห์ชุมชนนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบการจัดนิทรรศการแบบกระจาย ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการปฏิบัติและลงมือทำ อาทิเช่น การทำทำพริกปลาตอง การทำน้ำพริกกุ้งฝอย

การทำปลาส้มปลาอีไท การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำแยมกระเจี๊ยบฃ กบยัดไส้ไม้มะดัน การศึกษาวิถีชีวิต คนดักกุ้ง คนหาปลา รวมถึงการเรียนรู้ทักษะการทำกระเข้าเถาวัลย์ และการเลี้ยงโคเงินล้าน เป็นต้น วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแบบกิจกรรมแบบส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติดีโฮป ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยุมชน
  2. เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้ และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการชุมชน บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ไม่น้อยกว่า 10 ราย/10และผู้แทนจากหน่วยราชการ ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.พ.น่านจัดกิจกรรม“ รพ.พบสื่อมวลชน” ประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชน ใช้บริการเชื่อมั่น ทางการแพทย์ 19/03/2568 | 151 |

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลน่าน โดยมีนพ.ณัฐธร ดาราพงศ์สถาพร รองผู้อำนวยการด้านโครงสร้างสิ่งแวดล้อมและพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพคนในพื้นที่จังหวัดน่าน และพื้นที่ข้างเคียง ได้เริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 โดยผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาลน่าน เล็งเห็นถึงข้อจำกัดของพื้นที่หน่วยงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน และโอกาสในการพัฒนาจึงมีแนวคิดให้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัย รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

จึงได้จัดหางบประมาณจำนวน 1,400 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน ออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อม นำเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ คงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ โดยเลือกใช้สถาปัตยกรรมล้านนา ผสมผสานกับการใช้วัสดุสมัยใหม่ ออกแบบพื้นที่สีเขียวระหว่างอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงนำเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานมาประยุกต์ใช้ในอาคารด้วย รูปแบบภายนอกของอาคาร เป็นการนำลวดลายที่อ่อนช้อยของผ้าทอลายน้ำไหล ซึ่งเป็นผ้าทอพื้นถิ่นประจำจังหวัดน่านตกแต่งอยู่ภายนอกอาคาร

โดยจัดสร้างอาคารบริการผู้ป่วยและอาคารจอดรถ ซึ่งประกอบด้วยอาคาร 3 หลังคือ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน อาคารรังสี และอาคารจอดรถ เป็นศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินครบวงจร ในชั้น 1 เป็นห้องฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ ชั้น 2 ประกอบด้วย หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมรองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท รองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง ชั้น 3 ประกอบด้วยหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ รองรับ ผู้ป่วยได้ 32 เตียง ที่พักแพทย์ฝึกหัด ทำให้ใกล้ชิดผู้ป่วยและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที หน่วยตรวจสอบเวชระเบียน และชั้น 4 ประกอบด้วย ห้องพักแพทย์รวม หรือองค์กรแพทย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินผู้ป่วยผ่าตัดได้ทันทีและห้องประชุมส่วนอาคารจอดรถยนต์ สามารถรองรับรถยนต์จำนวน 301 คัน

ด้านนายแพทย์วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า โรงพยาบาลน่านได้มีการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 แบบเต็มรูปแบบโดยการจัดกิจกรรมพบสื่อในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่จะเข้ามารับบริการโรงพยาบาลน่านว่าเรา

พร้อมบริการด้านใดบ้างและระบบการให้บริการที่เปลี่ยนไปและจุดบริการแผนกต่างๆได้ย้ายมาที่ตึกใหม่ ปัจจุบันนี้มีแพทย์เฉพาะทางประมาณ 99 คน และปีหน้าและปีต่อๆไปจะมีแพทย์ที่จบใหม่อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองให้การตรวจรักษาบริการประชาชนได้เต็มที่ ทั้งนี้จากการที่โรงพยาบาลน่านต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง

โดยตอนนี้เรามีการพัฒนาเทคนิคการแพทย์เพิ่มมากขึ้นทำให้โรงพยาบาลน่านพร้อมรักษามากขึ้นการส่งต่อผู้ป่วยและผู้ป่วยวิกฤตกรณีฉุกเฉินก็จะน้อยลงซึ่งโรงพยาบาลน่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเรายังมีหมอผ่าตัดสมองและโรคภาวะฉุกเฉินโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคหัวใจอุดดันที่ต้องใส่สายสวนหัวใจปัจจุบันเรามีบริการได้ทุกวัน

นอกจากนั้นยังมีการรักษารังสีรักษาในการรักษาโรคมะเร็ง อรทิ การรักษาด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด นอกเหนือจากนั้นทางโรงพยาบาลน่านได้มีความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้มีนักศึกษาแพทย์มาเรียนในชั้นปีที่4และกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลน่าน โดยคาดว่าปี 2575 – 2576 โรงพยาบาลน่านจะบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและทีมให้การดูแลที่มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้หลังจากเปิดเป็นทางการชั้นโถงชั้น1จะได้จัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เป็นโอกาสให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานและชื่นชมความงามของศิลปะ เพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการ ได้สุนทรีย์กับงานศิลปะดังกล่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 1600 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธี จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568 มีดังนี้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ รางวัลชมเชย ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลโนนอุดม ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ทีมเทศบาลตำบลหนองไผ่ ทีมเทศบาลตำบลหนองเสาเล้า ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด ทีมเทศบาลตำบลโนนหันทีมเทศบาลตำบลนาเพียง ทีมเทศบาลตำบลโนนสะอาด ทีมเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์

ณ ลานเวทีวัฒนธรรม ในงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในท้องที่อำเภอชุมแพ และท้องถิ่นร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ

นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวสุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางสาวสมิตา สิมสวน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวจริยาภรณ์ นามนัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

วินนิวส์สื่อรัฐทีวีขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ ศ 2568 เวลา 13.00 น วัดโพธิ์ศรี บ้านร่องแซง อำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพแม่สมบูรณ์ ศ.เรืองญาณ โดยมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก เช่น นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ นาย​ ภสุ​ โคตร​ศรี​ รองนายก​เทศมนตรี​ นาย​ ประจวบ​ ดี​บุญ​มี​ ณ.ชุมแพ​ รองนายก​เทศมนตรี​ พร้อม​คณะ​ผู้บริหาร​ นาย​ ศิริ​ชัย​ บุตร​จันทร์​ ประธาน​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ พร้อมสมาชิก​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ ผ.อ.สวิต คำผา พร้อมผู้นำท้องที่และท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ส่งกำลังใจทัพนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ณ จังหวัดชลบุรี

โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยจังหวัดน่านได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

ระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2568 ณ จังหวัดชลบุรี รวมนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและกรรมการผู้ตัดสิน จำนวน 358 คน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการรักษาสุขภาพส่งเสริมให้ห่างไกลยาเสพติดตลอดจนสร้างน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคี

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขอให้นักกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความถูกต้องตามกฎกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน นำชื่อเสือเสียงมาสู่จังหวัดน่านของเราและขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อุดม เที่ยงโยธา” กลุ่มมุกดาหารพลังใหม่ (Mukdahan​ Next Move) เปิดตัวผู้สมัครนายก – สท. พื้นที่ จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13​ มีนาคม 2568​ เวลา 12.09 น ถือฤกษ์เบิกชัย เปิดที่ทำการกลุ่ม​ ” มุกดาหารพลังใหม่ ” เปลี่ยนวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่”ดีกว่า” ณ บ้านเลขที่ 20/2 ซ.พัฒนา ถ.ชยางกูร ข อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายอุดม​ เที่ยงโยธา อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร/รองนายกองค์การบิหารส่วนจังกวัดมุกดาหาร แกนนำกลุ่มมุกดาหารพลังใหม่

ได้เปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล18คนในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร 3 เขต 34 ชุมชน ในนามของ “มุกดาหารพลังใหม่“ โดยมีนายประภาส​ เที่ยงโยธา ร่วมพิธีเปิดป้ายและสวมเสื้อกลุ่ม เพื่อเป็นสิริมงคลให้ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรี

นายอุดมกล่าว ขอบคุณญาติพี่น้อง คณะว่าที่ผู้สมัครส.ท และผู้มาร่วมงาน ในการเปิดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองมีความมั่นใจมาก ที่จะนำกลุ่มไปให้ถึงฝั่ง ถึงเป้าหมาย เพราะเคยเป็นรองนายกมาก่อนแล้ว มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งปกติเป็นธรรมเนียมจากการทำงานด้วยความรักความสามัคคี ถึงแม้จะอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต่างกัน ก็สามารถทำงานร่วมกันได้

จะมีการพูดคุยและเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งแนะนำการทำงานในทางการเมือง เพราะมีหลายคนเป็นคนใหม่ ส่วนคนเก่าคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำงานร่วมกันมาตลอด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานทางการเมือง ที่จะทำให้ประชาชนไว้วางในใจ เลือกเข้ามาบริหาร โดยเป้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน

“ส่วนการแข่งขันทางด้านการเมืองถือว่าเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชนจะให้ความไว้วางใจมากน้อยเพียงใด ในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น การแข่งขันทางการเมืองมองว่าเป็นเรื่องปกติมากกว่า ส่วนจะเลือกใครเข้ามาบริหาร หรือเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ”

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารจัดงาน “วันนักข่าว ”กระชับความสัมพันธ์สื่อมวลชน ไทย -ลาว-เวียดนาม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี เปิดงานวันนักข่าวซึ่งตรงกับวันที่ 5 มีนาคมโดยมี นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ พล.ต.ต.ไพโรจน์​ ไทยพุทรา​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี กับนักข่าวและสื่อมวลชน จากจังหวัดมุกดาหาร สปป.ลาว และเวียดนาม
โดยได้รับเกียรติจากท่านคำพัน พมเวียงไซ รองหัวหน้าแผนกแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว แขวงสะหวันนะเขต ท่าน พอนไซ สีลาเพด รองหัวหน้าแขนงแถลงข่าว

​ ท่าน นาง ลีพอน เพดซะราด หัวหน้ากองวิชาการสื่อมวลชน ท่านสีลำพัน สุลิยะวงสา และ ท่าน เกดตาวัน ไซปันยา รองกองวิชาการสื่อมวลชน และคณะเจ้าหน้าที่วิชาการสื่อมวลชน​ ตัวแทนจาก สปป.ลาวพร้อมคณะ​ นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร นายอรรครัตน์​ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ให้การต้อนรับคณะจากสปป.ลาว ที่บริเวณหน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

และนายสัจจา วงศ์กิตติธร เลขาสมาคมคนไทยเชื้อสายเวียดนามมุกดาหาร ซึ่งเป็นตัวแทนจากเวียดนาม รวมงานบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากทั้งสามประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

งานวันนักข่าว จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารจัดขึ้นภายใต้โครงการ สานสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยลาวเวียดนาม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทย-ลาว-เวียดนาม จังหวัดมุกดาหารแขวงสะหวันนะเขตจังหวัดกวางตรี ให้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ภาพ​/ข่าว กำพล​ ศรีมณี​พันธ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิด ‘เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ’ ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ” ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 มีนาคม 2568 โดยมี นายสุรพล ศรีพนมธนากร นอภ.ศรีรัตนะ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร อปท.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

*****นายสุรพล กล่าวว่า อ.ศรีรัตนะ มี 7 ตำบล 90 หมู่บ้าน 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีพื้นที่ทั้งหมด 144,439 ไร่ พื้นที่การเกษตร 130,343 ไร่ พื้นที่อื่นๆ 13,007 ไร่ และ อ.ศรีรัตนะ เป็นหนึ่งในกลุ่มอำเภอที่มีศักยภาพการผลิตข้าว พืชสวน พืชไร่ โดยเฉพาะข้าวโพดหวาน และทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นพืชที่สำคัญ และคิดเป็นมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรรวมของ อำเภอศรีรัตนะ 60 ล้านบาท โดยมีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดปี สร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอศรีรัตนะเป็นอย่างงด ดังนั้น อ.ศรีรัตนะ จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมงานเทศกาลวันข้าวโพดหวาน และของดีศรีรัตนะ ประจำปี 2568 ขึ้น โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย 1. การประกวดผลผลิตทางการเกษตร 2. การประกวดด้านปศุสัตว์

  1. การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ผลไม้ ข้าวโพดหวาน และผลผลิตทางการเกษตร 4. การประกวดธิดาข้าวโพดหวาน 5. การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง 6. การประกวดนางฟ้าจำแลง 7. การแข่งขันส้มตำลีลา 8. กิจกรรมรำวงย้อนยุค และ หมู่บ้านย้อนยุค
  2. ****ในการจัดงานครั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชน แต่งกายชุดพื้นถิ่นมาเที่ยวงาน โดยเน้น “ใส่เสื้อไหม เสื้อผ้าฝ้าย สวมผ้าถุง นุ่งโสร่ง”เพื่อเป็นการอนุรักษ์การแต่งกายให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีรัตนะทุกคน และกลุ่มอาชีพต่างๆ ทุกกลุ่ม ที่ทำให้การจัดงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสนใจในปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้ได้ตรงตามความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างผลผลิตโดยอาศัยตลาดนำการผลิต กระตุ้นให้เกิดการผลิต การตลาดหมุนเวียนอย่างครบวงจร ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของชุมชนและอำเภอให้ปรากฎแก่สายตาและความรับรู้ของมหาชน เป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ ให้มีศักยภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ส. นำทัพสื่อลงพื้นที่บำบัด ร่วมสร้างพลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนคุณภาพสู่สังคม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 -28 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย น.พ.ตฤณกฤต สิทธิศรนพ.ชำนาญ

การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ นายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอพรเจริญ พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคาด นายแพทย์จรูญ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากคาด นพ.สุรพงษ์ ลักษวุธ รองนพ.สสจ.บึงกาฬ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย นายภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแล็บแพนด้า นายพงษ์พันธ์ วิจารย์ประสิทธิ์ เจ้าของเพจคุณพระ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะสื่อมวลชนส่วนกลางและภูมิภาคลงพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อเป็นการสนับสนุนงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้การดำเนินงานด้านยาเสพติดของรัฐบาล และสำนักงาน ป.ป.ส. รวมทั้ง เป็นการสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องอันจะเกิดภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงาน รวมไปถึงนโยบายต่าง ๆ ไปสู่ประชาชนเป้าหมายให้เกิดความตระหนัก และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการศึกษาดูงานการบำบัด และฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปี 2567 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าปี 2566 และหากเทียบกับจำนวน ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งประเทศในปี 2567 จะมีปริมาณมากกว่าภาคอื่นๆ เมื่อเทียบจากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งหมดในประเทศ จึงถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่ควรมีการเฝ้าระวัง ติดตามและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงพื้นที่บำบัด และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่

พื้นที่อำเภอปากคาดโดยศึกษาดูงานค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดจำนวน 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วน จำนวน 40 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 2 เดือนแรก จะเน้นไปที่การฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้กึ่งวิชาการ จากทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น กิจกรรมสันทนาการ นันทนาการ และใน 2 เดือน

หลังจะเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ซ่อมเครื่องยนต์ ทำพรมเช็ดเท้า อาหารแปรรูป เป็นต้น โดยค่ายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเป็นสถานที่บำบัดฟื้นฟูยาเสพติดที่สร้างขึ้นจากสภาพปัญหาภายในชุมชน ที่มีผู้เสพผู้ติดเป็นจำนวนมาก โดยเน้น การเข้ารับการบัดบัดโดยสมัครใจ และการผลักดันจากคนในชุมชนเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันสร้างปลอดภัยโดยกิจกรรมการจะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างพลังชุมชนเข้มแข็งคืนคนคุณภาพสู่สังคม

พื้นที่ต่อมาได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอพรเจริญ โดยมีการศึกษาดูงานในโรงพยาบาลพรเจริญซึ่งเป็นการศึกษาบำบัดผู้ติดยาเสพติดขั้นรุนแรง ปัจจุบันมีจำนวน 7 คน ต้องดูแลใกล้ชิด และมีการรักษาโดยการให้ยา มีระยะเวลา 14 วัน และมีการสาธิตการทำครอบครัวบำบัด เนื่องจากเป็นผู้ป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่สามารอยู่ร่วมกับชุมชนได้ จึงต้องการการรักษาในโรงพยาบาล และเมื่ออาการดีขึ้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีครอบครัวที่คอยดูแลอย่างถูกวิธีจึงเกิดการทำครอบครัวบำบัดขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างปลอดภัย

รวมถึงมีการศึกษาดูงานจากค่ายบ้านเจริญสุข กองร้อยอาสารักษาดินแดน เป็นจุดต่อเนื่องจากโรงพยาบาลพรเจริญ ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วนจำนวน 41 คน ซึ่งผ่ากระบวนการบำบัดการฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้ และการทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น การวาดภาพ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย และภายหลังเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ช่างปูน ซ่อมเครื่องยนต์ ปลูกพืช เลี้ยงปลา เป็นต้น เพื่อนำผู้เสพผู้ติดที่มีอาการดีขึ้นจากอาการป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพเพื่อคืนคนคุณภาพสู่สังคมต่อไป

พื้นที่สุดท้ายเป็นการศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ผ่านการศึกษาดูงานกองร้อย อส.อำเภอโซ่พิสัย ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ประกอบด้วยผู้บำบัดชาย 196 คน ผู้บำบัดหญิง 30 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 3 ระบบ คือ การล้างพิษโดยการใช้ยาจากจิตแพทย์ การเข้าค่ายมินิธัญญารักษ์ และการเข้าค่ายฟื้นฟู 120 วัน ซึ่งมีทั้งการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสการกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย ว่า กิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้นโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องอันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีของทุกภาคส่วน และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อ

การสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน เพื่อพัฒนากระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผุ้เสพผู้ติด ยาเสพติดการฝึกอาชีพการศึกษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม ทั้งกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง และผู้เข้ารับการบำบัด รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีกครั้ง เพราะผู้เสพ คือ ผู้ที่ก้าวพลาดที่เราทุกคนพร้อมจะหยิบยื่นโอกาสให้ร่วมกันสร้าง “พลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนมีคุณภาพสู่สังคม”

ด้านนายนิพนธ์ ยอมรับว่า อีสานตอนบนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดจำนวนมาก ตนในฐานะผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องได้มีการ ประสานบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่นำผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษาอย่างได้ผล สามารถคืนลูกหลานให้ครอบครัวและสังคมได้ พร้อมเสนอแนะให้นำโรงเรียนบ้านโนนชัยศรีมาเป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดขนาดใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์หลักในการดำเนินการ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ท่าเรือประจวบ” จัดงาน Town Hall 2025 ชูแผนธุรกิจ มุ่งสู่ Blue Port

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด หรือ พีพีซี ผู้ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชน พร้อมให้บริการท่าเทียบเรือสำหรับเรือเดินทะเลพาณิชย์ และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยคุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้จัดงาน Town Hall 2025 เพื่อแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 ณ ห้องประชุมธลาดล เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแถลงนโยบายและแผนงาน เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพรอบด้านเริ่มด้วย คุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวเปิดงานแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดกลยุทธ์ธุรกิจ ประตูสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านกิจกรรมนอกชายฝั่ง ด้านการจัดการบริหารของเสีย และด้านการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลเพื่อการเติบโตและความยั่งยืนที่สมดุลทางธุรกิจและทางทะเล ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของบริษัทในปีนี้ ต่อด้วยฝ่าย และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมรายงานผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 ปี 2567 และแถลงแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของแต่ละฝ่าย

โดยคุณจิร เผยว่า “นอกจากเราจะเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือแล้ว ขณะเดียวกันเราจะขยายธุรกิจก้าวไปเปิดตลาดโดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 BU ประกอบด้วย Blue Transport , Blue Offshore , Blue Conservation เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการรายใหม่ และให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และมุ่งพัฒนาบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อกำหนดเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่ BLUE PORT”

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สาย ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่”

แชร์เนื้อหานี้

//// วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 09.00 น. #นายวรายุทธ #ค่อมบุญ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” อำเภอแม่สายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ ประจำ
เดือนกุมภาพันธ์พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม ดังนี้
1. ร่วมกับคณะกิ่งกาชาด อ.แม่สาย และชมรมแม่บ้านมหาดไทย
ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือจำนวน
5 ราย (หมู่ 1 และ หมู่ 5 ตำบลบ้านด้าย อ.แม่สาย)
มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเทพกาญจนา จำนวน 6 ทุน
2. ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เปิดให้
บริการแก่ประชาชน โดยในส่วนของอำเภอแม่สายได้จัดซุ้มเคลื่อนที่ให้บริการ
ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และบริการประชาสัมพันธ์ และสมัครแอพพลิเคชั่น
ThaiD
3. ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์หยุดเผา และลดฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับกลุ่มงาน
ความมั่นคงอำเภอแม่สาย สาธารณสุขอำเภอแม่สาย และหัวหน้าส่วนราชการ…

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมตามโครงการ “สร้างสัมพันธ์ คืนสังคม “ ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เรือนจำจังหวัดลำพูน เวลา 09.10 น. -#นายกำจร #เดชอุดม #ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน #นำคณะออกจากเรือนจำจังหวัดลำพูนไปหน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (35 นาที)

เวลา 09.50 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ หน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว)-นายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ (กล่าวต้อนรับ)

เวลา 10.00 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน และนายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ -ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว

เวลา 10.20 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน นำคณะออกเดินทางไปสำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (40 นาที)

เวลา 11.00 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ สำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา) -นางรำพรรณ วงศ์จันทร์ต๊ะ หัวหน้าฝ่ายเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา (แนะนำหน่วยงาน)

เวลา 11.10 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎร บนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน
-ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว
เวลา 11.30 น. -เดินทางกลับเรือนจำจังหวัดลำพูน..

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน