คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สือรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎร จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 3 เมษายน 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบความช่วยเหลือพระราชทานในโครงการสืบสานพระราชปณิธาน แก่ราษฎรจังหวัดบึงกาฬ ณ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินการโครงการสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร

พร้อมกับรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรในพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิและองค์กร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีกำกับดูแล ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจความเป็นอยู่ที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าสืบไป

ในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 502 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรในพื้นที่ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบอุปกรณ์สำหรับการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมแก่โรงเรียนในพื้นที่ มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มอบชุดหนังสือเผยแพร่ความรู้สำหรับเยาวชนแก่โรงเรียนและห้องสมุด มูลนิธิพระดาบสออกหน่วยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการให้บริการประชาชน เช่น การตัดผม การฝังเข็มเพื่อสุขภาพ การจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรกลทางการเกษตร การมอบเก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้ป่วย

นอกจากนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมจัดหน่วยแพทย์และหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน มาให้บริการตรวจสุขภาพและรักษา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกหน่วยเผยแพร่ความรู้และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความรู้และให้บริการปรึกษาด้านกฎหมาย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนทุนการศึกษาพระราชทานต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี มีความตั้งใจในการศึกษา และครอบครัวมีฐานะยากจน จำนวน 2 คน ได้แก่ เด็กหญิงศิริวภา รัตนโสภา และ เด็กหญิงธนัญชนก ทองธุลี และมูลนิธิกาญจนบารมี จัดหน่วยให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ( Mammogram ) ในสตรีกลุ่มเสี่ยง ราษฎรต่างปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ครบรอบ๑๐๖ ปีพระคันธารราฐ โคราชเตรียมจัดยิ่งใหญ่พิธี ”แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง“วันเทศกาลสงกรานต์

แชร์เนื้อหานี้

“พระคันธารราฐ” เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ของ “วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร” สร้าง เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๔๖๔ ปัจจุบันปี ๒๕๖๘ มีอายุ ๑๐๔ ปี
“พระคันธารราฐ” สร้างโดย “พระยานครราชเสนี (สหัด สิงหเสนี)” เจ้าเมืองนครราชสีมา คนที่ ๑๑ มีขนาด หน้าตัก ๓๙’นิ้ว สูงประมาณ ๑ เมตร ๓๐ เซ็นติเมตร ครั้งเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ “เจ้าเมืองนครราชสีมา”

ได้ริเริ่มประกอบพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ แห่ลอดประตูชุมพล” เนื่องในวันสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวโคราชเรื่อยมา
จวบจนถึงปี ๒๕๒๒ พิธีกรรมดังกล่าวได้หยุดไป กระทั่งเมื่อปี ๒๕๖๐ วัดพระนารายณ์ ได้ ปฏิสังขรณ์ปิดทอง “พระทศพลญาณประทานบารมี หรือหลวงพ่อใหญ่” และขุดค้นพบพระพราณหลายองค์ใต้ฐานพระประธาน ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นพิธีอัญเชิญ “พระคันธารราฐ ชุมพล”

ขึ้นมาอีกครั้งในวันสงกรานต์ ซึ่งการแห่พระลอดประตูชุมพล เป็นเอกลักษณ์ของ
สำหรับ “พระคันธารราฐ” มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวายกเสมอพระอุระ รัก พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา เป็นกิริยารับน้ำ ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลมะเนตรเหลือบต่ำ โดยลงยาสีเหมือนจริง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางเรียว พระกรรณยาว เกือบจด สา ขมวดพระเกศา ทำเป็นรูปก้นหอยเรียง

ตลอดถึงพระเมาลื พระรัศมีทำเป็นรูปดอกบัวตูม ครอเฉียง เปิดพระอังสาขวา มีริ้วผ้าที่ด้านหน้าองค์พระพุทธรูป รองรับด้วยฐานบัวคว่ำบัวหงาย ทั้งนี้ ประชาชน
าวโคราชนิยมกราบไหว้ “พระคันธารราฐ” เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งเรียกชื่ออีกอย่างว่ฝน”

โดยพิธีประเพณีโบราณ “แห่พระคันธารราฐลอดประตูเมือง” จะมีในวันที่ ๑๒ เมษายน ๖๗ จะเริ่ม๑๕.๐๐ น.ที่วัดพระนารายณ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา “พระดันธารราฐ” ซึ่งเป็นพระพุทธ วัดพระนารายณโดยผู้ว่าฯโคราช จะเป็นผู้อัญเชิญ “พระคันธารราฐ” ประดิษฐานสู่ราชรถ พร้อมพิธีการรำ บวงสรวง

จากนั้นเคลื่อนขบวนแห่เข้าสู่ถนนจอมพล มุ่งหน้าไปลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และสรงน้ำพระคันธารราฐ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และวันที่ ๑๓ เมษายน ๖๔ จะมีพิธีแห่พระคันธารราฐ ลอดอุ้มประตูชุมพล” พร้อมแห่ผ้าเงินด้ายทองกลับสู่วัดพระนารายณ์มหาราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ”เปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ อนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลไก่ย่างโลก และของดีห้วยทับทัน

ซึ่งอำเภอห้วนทับทัน ร่วมกับ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่างจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. 68 ถึง วันที่ 4 เมษายน 68 การจัดงานไก่ย่างโลกขึ้นตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของดีจังหวัด ศรีสะเกษ

ในครั้งนี้ ภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้า พืชผล ทางการเกษตร ของคนในชุมชนอำเภอห้วยทับทัน โดยในพิธีเปิด นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษได้ใช่มีดสับไก่ พร้อมพาหัวหน้าส่วนราชการ และเขยฝรั่ง ชิมไก่ย่างไม้มะดัง อย่างเอร็ดอร่อย

นายนายตระการ ชาลี นายอำเภอห้วยทับทัน ได้จัดงานไก่ย่างโลกขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล Soft Power ในการขับเคลื่อนศรษฐกิจไทยและสร้างมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั่นก็คือ FOOD อาหาร (ไก่ย่างไม้มะดัน) และ FESTIVAL คือ การจัดงานประเพณีในพื้นที่

และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพาณิชย์ สนับสนุนผลผลิตทางการเกษตร กร เศรษฐกิจ ในชุมชนเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และสร้างความสมัครสามัคคีให้กับประชนชาวอำเภอห้วยทับทัน ตลอดจนขับเคลื่อนตามแนวทางการจังหวัด 1 + 10 วาระจังหวัด ซึ่งในการจัดกิจกรรม “งานเทศกาลไก่ย่างโลกและของดีห้วยทับทัน” ประจำปี 2568 ตามโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดศรีสะเกษ ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก จังหวัดศรีสะเกษ

ภาพ /ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เพื่อการพัฒนาการเด็กศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง งบประมาณปี. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 09.10 น.นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานในพิธีจุดเทียน บูชาพระรัตนตรัย
และชมการแสดงของระดับชั้นเตรียมอนุบาล 1

นางสาวณัฐริกา ทาเชาว์ ผู้อำนวยการกองการศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหันกล่าวรายงาน

โดยมีส่วนราชการใน อบต โนนหัน ผู้ปกครอง ร่วมงาน เช่น นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายก อบต โนนหัน, นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายก อบต.โนนหัน, นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายก อบต.โนนหัน นายเรวัต หลาวมา ปลัด อบต โนนหัน

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.หมู่ 8 อบต โนนหัน ต่อมานายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและศูนย์พัฒนาเด็กสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล

พระครูอัมพวัน ภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จต นาหนองทุ่ม เขต 2 กล่าวถึงการอุปถัมภ์เด็ก เพื่อต่อยอดในการพัฒนาจิตใจและ

พิธีมอบวุฒิบัตรบัณฑิตน้อยประจำปี 2567 หลังเสร็จพิธี นางสาวดรุณี แนวประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองคอง กล่าวขอบคุณผู้ปกครอง แขกผู้มีเกียรติ

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงาน “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างพื้นที่แห่งความสุขให้ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 18.30 น. ณ ถนนคนเดินอุตรดิตถ์ ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์

จังหวัดอุตรดิตถ์ ของพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ โดยมีนายสุรพันธ์เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์

กล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเจ้าหน้าที่ส่วนราชการพ่อค้าแม่ค้าประชาชนเข้าร่วมงานกันจำนวนมาก

ทั้งนึ้การจัดงานดังกล่าว วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอุตรดิตถ์ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ลานสร้างสรรค์แห่งใหม่ของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ทุกเพศทุกวัยได้มีพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำกิจกรรมและแสดงผลงานด้านศิลปะ และวัฒนธรรม ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์

เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านกิจกรรมการแสดง การเล่นดนตรี

กิจกรรม Workshop กิจกรรมสาธิต งานฝีมือ งานคราฟต์ งาน DIY ตลาดจำหน่ายสินค้า อาหาร

และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชน ถือเป็นพลังขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจวัฒนธรรมของประเทศไทย

ที่เน้นพัฒนา “คน สังคม เศษฐกิจ เทคโนโลยี และ Soft Power” ควบคู่กันไป

นาคา ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ จัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร/ครูฝึก จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอชุมแพ ที่ 6 ในการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2586 ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ

ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมฯ จำนวน 180 คน จาก 6 ตำบล ได้แก่ 1) ตำบลนาเพียง 2) ตำบลโนนหัน 3) ตำบลนาหนองทุ่ม 4) ตำบลวังหินลาด 5) หนองเขียด ในกิจกรรมได้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ดังนี้

  1. ฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ท่าทำความเคารพ ระเบียบแถว ฝึกการใช้อาวุธปืนลูกซอง การดูแลรักษาอาวุธปืน 2.ฝึกการค้นบุคคล ค้นรถจักรยานยนต์/รถยนต์ การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/ด่านชุมชน การเข้าแล้วระงับเหตุบุคคลคุ้มคลั่ง
    3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด/ด่านชุมชน การออกลาดตระเวนพื้นที่ หาข่าว เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ทักษะ ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน /ชุดปฏิบัติการตำบล และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชนให้มีประสิทธิภาพสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ดังคำกล่าว “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ได้มอบหมาย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวจังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ศึกษาธิการ มอบอุปกรณ์ กีฬา ทุนการศึกษา ถุงยังชีพ โรงเรียนบ้านชาด อุบลฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่โรงเรียนบ้านชาด ผอ.เด่นชัย สุขแสวงผอ.โรงเรียนบ้านชาดได้ต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ท่านเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารมต.ศึกษาธิการ ,

ท่านจีรพงษ์ แข็งแรง รองผอ. สพป.อบ.3 , หัวหน้าส่วนราชการจากจังหวัดและอำเภอ สาธาณสุขอำเภอศรีเมืองใหม่และโรงเรียนบ้านชาด ทุกหน่วยงานทั้งระดับตำบล อำเภอและจังหวัดที่มาช่วยเตรียมสถานที่ ทำให้งานเรียบร้อยดี

ทั้งนี้ได้มามอบอุปกรณ์กีฬา3 ชุด -ทุนนักเรียน 20 ทุน -ถุงยังชีพ 40 ชุด -ปลูกต้นไม้ 14 ต้น -บริการทันตกรรม,ตรวจโรจ ผู้รับบริการ 350 คน -บริการตัดผมฟรี ,แจกกล้าไม้และบริการจัดนิทรรศการ 40 หน่วยงานจากจังหวัดและอำเภอ ศรีเมืองใหม่ – ภาพ : ข่าว กิตติศักดิ์ ประดับศรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้วจัดอย่างยิ่งใหญ่งานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก จ.สุโขทัย / สุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา17.30น.ของวันที่26มีนาคม2568.ณ.ปะรำพิธี ถนนหน้าทางเข้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติได้นั่งชมขบวนประเพณีและวัฒนธรรมขบวนรถที่ตกแต่งประดับประดาไปพืชพันธุ์ธัญญาหารผลไม้ในท้องถิ่นและสาวงามธิดาชาวสวน

พร้อมการแสดงร่ายรำการละเล่นประเพณีวัฒธรรมด้วยรวม10กว่าขบวนที่แห่โชว์ผ่านตลาดเทศบาลเมืองสวรรคโลกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน หมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี2568

ณ.เวทีกลางหน้าที่ว่าการ ำเภอสวรรคโลกโดยมีนายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ พร้อมหัวหน้าส่วนงานและประชาชนได้ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้.อนึ่งการจัดงานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลกได้จัดขึ้นประจำทุกปี

โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่23มีนาคมถึง31มีนาคม2568เป็นการจัดงานเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเม็ดเงินไหลเวียนในอำเภอสวรรคโลกจากการค้าขายพืชผักผลไม้โดยมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อประจำจังหวัดคือมะม่วง มะปราง มะยงชิด ละมุดเป็นต้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนต่อยอดเพิ่มรายได้เงินให้กับประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ทั้งนี้ทางอำเภอก็ได้ประชาสัมพันธ์

โฆษณาการจัดงานผ่านสื่อฯ.ชักชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมงานด้วยโดยภายในงานได้จัดเป็นบูชสำหรับค้าขายสินค้าทางการเกษตรผลไม้และบูชสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปสินค้าพื้นเมืองพร้อมบูชสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองอร่อยของดีศรีสวรรคโลกมาให้จับจ่ายซื้อขายภายในงานโดยมีเวทีกลางที่จัดไว้เพื่อการแสดงมากมาย

การประกวดธิดาชาวสวนและการแสดงจากประชาชนเจ้าหน้าที่จากท้องที่ท้องถิ่นและเยาวชนมาแสดงความสามารถในการร้องเพลงพร้อมเหล่าศิลปินนักร้อง ที่จัดมาแสดงในทุกๆค่ำคืนด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

จังหวัดสุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

เมื่อเช้า13.30น.ของวันที่27มีนาคม2568ณ.บ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่4 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ได้มี การมอบบ้าน มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของจังหวัดสุโขทัย โดยนาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ได้มอบหมายให้ นาย ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านและเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เสียชีวิต2รายทั้งนี้ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดเหตุและการดำเนินการ การเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ นาย มนตรี ยี่โถ กำนันตำบลคลองกระจงและอีกตำแหน่ง (ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองกระจง)

ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณทั้งนี้ได้มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของ สำนักนายกรัฐมนตรี(กรณีเสียชีวิต2ราย)ผู้รับนาย ชัยวัฒน์ กำทองคือบุตรของผู้เสียชีวิตและมอบบ้านผู้ประสบภัยทั้ง2หลัง หลังที่1นางสาว เอมิกา ค้าไม้2นาย ภานุมาศ บำเหน็จ โดยทั้งนี้ได้มีหลายหน่วยงานในจังหวัดสุโขทัยทั้งหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่นองค์กร ปภ. พช.พม. กาชาดก็ได้ร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือและ

เข้าร่วมพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ด้วย อนึ่งเมื่อวันที่8ตุลาคม2567ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุดินสไลด์ทำให้บ้านพังเสียหาย2หลังและดินได้ทับผู้ประสบเหตุจมอยู่ใต้พื้นดิน3คนเจ้าหน้าที่อส.และกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือขึ้นมาได้ครั้งแรก2คนแต่เสียชีวิต1คนและได้เข้าค้นหาผู้เสียชีวิตอีก1ศพเพราะถูกดินสไลด์ทับไว้ทั้งนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้เข้าเยียวยาช่วยเหลือมอบเงินกองทุนผู้เสียชีวิตและก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จจึงได้มอบให้ต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับมาตรการเข้ม! ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยานศรีน่าน ฯ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับป้องกันไฟป่า ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยาน หากฝ่าฝืน ปรับจริงโทษสูงสุด 2 ล้าน หรือ จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันที่ 27 มีนาคม 2568 จังหวัดน่านยกระดับมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยจัดตั้งด่านสกัดเข้า-ออกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุมอำเภอเวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการลักลอบเผา หลังพบจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ครอบคลุม ทั้ง 15 อำเภอ

โดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือประชาชนงดเผา, ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด และ ตั้ง “ด่านสกัด” ควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยานและเขตป่า เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผามากที่สุดใน 3 อำเภอ คืออำเภอเวียงสา นาน้อย นาหมื่น และจากสั่งปิดอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนถูกจับดำเนินคดีแล้วรวม 8 ราย แยกเป็นอำเภอเวียงสา 5 ราย และอำเภอนาน้อย 3 ราย

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ทิศทางลม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ดันค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดน่านพุ่งสูง แต่ไม่สอดคล้องกับจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัด ซึ่งน้อยกว่าบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยอยู่อันดับ 6 จาก 17 จังหวัด แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก พัดหมอกควันจากจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามาสะสมในพื้นที่ ประกอบกับจังหวัดน่าน ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงล้อมรอบและแอ่งกระทะของจังหวัดน่าน ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากอากาศที่ลอยตัวต่ำทำให้ฝุ่นถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่

โดยไม่มีการระบายออก หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้าง ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมตัวและก่อปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนยังมีผลสำคัญ โดยอากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนทำให้ฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เช่น การเผาในชุมชน ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในชั้นอากาศต่ำและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่เป็นวงกว้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาทุกชนิดในช่วงนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวศุภลักษณ์ ฤทธิแผลง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสองแคว จัดการศึกษาดูงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลรักษา รวมถึงการแปรรูปกาแฟ แก่เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 30 ราย

ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนกาเเฟโรบัสต้านาน้อย นายภาพ แก้วภิรมย์ บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่่น รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ บึงกาฬแถลงข่าวยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 มีนาคม 2568) ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ แถลงข่าวถึงมาตรการที่จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่า จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยมีการสั่งการและประกาศมาตรการต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

ทางหลวงและโยธา: สั่งการให้มีการควบคุมการก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ หน่วยงานกระทรวงเกษตร: เข้มงวดในการห้ามเผาป่าและเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมทั้งจะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์หากพบการกระทำผิด ขนส่ง: เพิ่มการตรวจเข้มงวดควันดำจากยานพาหนะและตั้งด่านตรวจเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ตำรวจภูธร: ใช้มาตรการเข้มงวดในการตรวจจับการเผาและการละเมิดกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): ดำเนินการพ่นน้ำเพื่อลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหน่วยงานปกครอง: การแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นและการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านโดยการขอความช่วยเหลือจาก แขวงบอลิคำไซ ในการจัดการไฟไหม้ป่าในเขตของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีผลกระทบต่ออำเภอบุ่งคล้า โดยตรง และฝนหลวง ได้ให้ความช่วยเหลือสำคัญในการบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยการใช้เทคนิคก่อเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ทางจังหวัดบึงกาฬยังได้พยายามแก้ไขเครื่องวัดค่าฝุ่นที่ชำรุด และกำลังเร่งดำเนินการให้ใช้งานได้ภายในวันนี้ ขณะเดียวกัน สสจ. ได้ส่ง อสม. ไปตรวจสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละออง สำหรับผู้ที่พบเห็นการเผาในพื้นที่สามารถแจ้งเหตุได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมเบอร์ 1567 หรือท้องถิ่นใกล้บ้าน

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในตอนท้ายว่า “ทุกภาคส่วนพร้อมร่วมมือและกำกับดูแลสถานการณ์นี้อย่างเต็มที่ และจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าให้กับชาวจังหวัดบึงกาฬ” พร้อมทั้งขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง , ตำรวจ สภ.ชุมแพ, รพ.ชุมแพ สสอ. รพ.สต.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อสม. และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พื้นที่ 6 ตำบล ในอำเภอชุมแพ

พร้อมกันค้นหาผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2568 ในพื้นที่ 6 ตำบล ซึ่งได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะ เป้าหมาย กลุ่มเสี่ยงวัยรุ่น/วัยแรงงานในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบ (บสต.) ของกระทรวงสาธารณสุข ผลการปฏิบัติ สามารถค้นหาผู้เสพและสมัครใจเข้ารับการบำบัด มีรายละเอียด ดังนี้
1.ตำบลหนองเขียด เข้ารับการตรวจจำนวน 9 ราย ผลเป็นบวก 5 ราย
2.ตำบลชุมแพ เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 2 ราย
3.ตำบลนาหนองทุ่ม เข้ารับการตรวจ จำนวน 3 ราย ผลเป็นบวก 3 ราย
4.ตำบลวังหินลาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 25 ราย ผลเป็นบวก 11 ราย
5.ตำบลโนนหัน เข้ารับการตรวจ จำนวน 10 ราย ผลเป็นบวก 10 ราย
6.ตำบลโนนสะอาด เข้ารับการตรวจ จำนวน 7 ราย ผลเป็นบวก 7 ราย

  1. ชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง ร่วมกับ จนท.ตร.ชุดสืบสวน สภ.ชุมแพ และชุดปฏิบัติการ ต.โนนสะอาด / ต.หนองเขียด จับกุมผู้กระทำผิด 3 ราย
  2. รวมผลตรวจปัสสาวะ พบผู้มีสารเสพติด จำนวน 38 ราย โดยผู้เสพทั้งหมดสมัครใจเข้ารับการบำบัด นำรายชื่อเข้าระบบ บสต. เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลประวัติและนำตัวเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลชุมแพ ตามลำดับต่อไปทั้งนี้ ภารกิจค้นหาผู้เสพเข้าสู่การบำบัด “ภายใต้ภาระกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ” ได้สร้างการรับรู้ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความอุ่นใจ ในแนวทางการแก้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม สนับสนุน จิตอาสาพระราชทานภาค 1 ช่วยพี่น้องประชาชนกลุ่มเปราะบาง

แชร์เนื้อหานี้

“ สร้างรอยยิ้ม ปันน้ำใจ ให้ความสุข ” เมื่อ 24 มี.ค. 68 พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1/ผบ.กองกำลังจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 ร่วมกับ อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , มวลชนกองทัพภาคที่ 1 ทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครบรอบ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ณ พื้นที่ชุมชนเคหสถานบ้านมั่นคงกัลยาณมิตร เขตบางซื่อ

โดยมอบเครื่องปรุงอาหารสำหรับประกอบอาหาร มอบขนมให้กับเยาวชนในชุมชน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุหรือเจ็บป่วยมอบของ มอบพลังใจ และส่งพลังบุญอธิษฐาน ให้มีความสุข … และขอส่งผลบุญทั้งปวง จงสำเร็จแด่กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 เปิดงานวันสถาปนาครบรอบ 14 ปี จังหวัดบึงกาฬ อย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดครบรอบ 14 ปี ณ อุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี โดยมี ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางแว่นฟ้า ทองศรี

นอกจากนี้ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และนางวีณา วรรณฉัตรสิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ก็ได้เข้าร่วมงานด้วย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด

รองนายกเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ นายอุดม วงไกลสอน สมาชิกสภาแห่งชาติลาว หัวหน้าแผนกการต่างประเทศ แขวงบอลิคำไซ ผู้แทนเจ้าแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 14 ปีแห่งการก่อตั้งจังหวัดบึงกาฬ และประชาชนทั่วไปร่วมพิธี

งานสถาปนาจังหวัดบึงกาฬในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 30 มีนาคม 2568 เพื่อเฉลิมฉลองและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แปรอักษรกว่า 500 ลำ ประกอบดนตรีแสงสีเสียง การรำบวงสรวงศาลเจ้าแม่สองนาง การแสดงพลุดอกไม้ไฟ และการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียง

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นมาของจังหวัด แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยการนำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นในรูปแบบที่ทันสมัยและน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถเข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง และอุทยานพระพุทธโลกนาถนาคาไชยบุรี เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี” สตรีเมืองย่าโม 7,272 คน ร่วมรำบวงสรวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่( 23 มีนาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2568 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23มีนาคม ถึง 3 เมษายน 2568 นี้ เพื่อเทิดทูนวีรกรรมอันกล้าหาญของท้าวสุนารี และวีรสตรีผู้กล้าของเมืองโคราชและประเทศไทย และปลุกจิตสำนึกให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ตระหนักถึงวีรกรรมอันกล้าหาญ เสียสละ และดำรงไว้ซึ่งความรักชาติ รวมทั้ง เป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่งดงามของชาวจังหวัดนครราชสีมา

ให้คงไว้ซึ่งความเป็นอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของดีของเมืองโคราช ซึ่งงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ถือเป็นเทศกาลการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดฯ ที่จะได้แสดงศักยภาพการพัฒนาจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งบรรยากาศภายในพิธีเปิดงานได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีสตรีชาวจังหวัดนครราชสีมาจำนวน7,272 คน ร่วมประกอบพิธีรำบวงสรวงถวายคุณย่าโม เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของคุณย่าโม นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุ 4 มุมเมือง ในพิธีเปิดงาน และที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือการแสดงโดรนแปลอักษร กว่า 500 ลำ ในชื่อชุดวีรสตรีหญิงกล้า สู่มหานครแห่งอีสาน และการประกาศชัยชนะ ท้าวสุรนารี

ท้าวสุรนารี หรือย่าโม เป็นผู้กอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทร์ โดยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369 คุณหญิงโมได้นำทัพชาวนครราชสีมาต่อสู้กับทหารลาว บริเวณทุ่งสำริด เมืองนครราชสีมา และสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมาได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมขึ้นเป็นท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมาจึงได้กำหนดให้วันที่ 23 มีนาคมของทุกปี เป็นวันฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 /ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มีนาคม 2568 ณ. ลานข่วงวัฒนธรรมเมืองแป้ (กาดสามวัย) เทศบาลเมืองแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ผู้อำนวยการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจังหวัดแพร่ เป็นประธานจัดกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนนายอำเภอทุกอำเภอ และผู้บริหารศูนย์ อปพร.เทศบาล/อบต. และ อปพร.

เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวัน อปพร. 22 มีนาคม 2568 จำนวน 400 คนในการนี้ นายอารุณ ปินตา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่/ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ อปพร. จังหวัดแพร่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน โดยศูนย์ อปพร.กลาง กำหนดให้เป็น “วัน อปพร.” เพื่อเชิดชูความสำคัญของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไป อปพร. เป็นอาสมัครที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2522 เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนภาคราชการ

ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเป็นผู้เสียสละ อุทิศกำลังกาย กำลังใจ ความรู้ความสามารถ และอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชนโดยทั่วไป มิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทุกคน ได้เข้ามาเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดแพร่ มาโดยตลอด ภายใต้อุดมการณ์ “เมตตา กล้าหาญ”

สำหรับกิจกรรม เนื่องใน “วัน อปพร.” ประจำปี 2568 จังหวัดแพร่ มีดังนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่/ ผอ.ศูนย์ อปพร.จ.แพร่ ได้อ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกลาง เนื่องในวันอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน วันที่ 22 มีนาคม 2568 พร้อมทั้ง มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บริหารศูนย์ อปพร. เทศบาล/อบต. และ อปพร.

มอบโล่ พร้อมเงินรางวัล ให้แก่ศูนย์ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แก่ ศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น มอบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่ อปพร. ดีเด่น ประจำปี 2568 นายมังกร ไชยวุฒิ สังกัดศูนย์ อปพร. องค์การบริหารส่วนตำบลสบสาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่

รับฟังคำปฏิญาณตนเพื่อเป็นพลังของแผ่นดินของอปพรและประธานเดินตรวจแถวทักทายปปร. e ที่มาร่วมกิจกรรมและเยี่ยมชมนิทรรศการของภปรจังหวัดแพร่และหน่วยงานอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยต่างๆซึ่งได้มาร่วมสาธิตและแสดงนิทรรศการในการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆด้วย

สมจิตรแสงบัลลังก์ ผู้อำนวยการ ทีมข่าวภาคเหนือ รายงาน

ขอบคุณ ปชส.จ แพร่ ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่ 061-595-5297

ผบช.ภ.5 ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาคู่รักก่อเหตุคดีฉ้อโกงและฆ่าผู้อื่นในพื้นที่ จ.นครปฐม สุดท้ายจนมุมที่สันติธรรมเชียงใหม่

22 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการทุกหน่วยในสังกัดระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ห้วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อมาได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ แจ้งว่าได้รับการประสานจากตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กรณี สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฆ่าผู้อื่นพื้นที่ จ.นครปฐม และหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สั่งการ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินการ สืบสวนและเร่งระดมกวาดล้างบุคคลหลบหนีหมายจับในพื้นที่รับผิดชอบ ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ได้รับประสานจากชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ว่ามีผู้ต้องหา 2 คน คือนายณรงค์ชัย และ น.ส.ภัทราภรณ์ ได้หลบหนีเข้ามายังพื้นที่ จ.เชียงใหม่

โดยในวันนี้( 22 มี.ค.68) เวลา 03.00 น.ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่จึงได้ทำการสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว โดยได้เข้าตรวจค้นห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสันติธรรม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พบผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ดังนี้
1.นายณรงค์ชัย อายุ 26 ปี 2.น.ส.ภัทราภรณ์ อายุ 21 ปี

ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น อีกทั้งยังน่าเชื่อว่าทั้ง 2 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่าผู้อื่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและควบคุมตัวทั้งสองมายัง สภ.เมืองเชียงใหม่ และได้ประสานการปฏิบัติกับชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ร่วมกันสอบสวนปากคำนายณรงค์ชัย และน.ส.ภัทราภรณ์ เพิ่มเติม ทั้งสองให้การว่าเมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.เอ(นามสมมุติ)ในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จริง

จากนั้นได้นำศพไปซุกซ่อนและได้หลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. ชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ได้เดินทางมารับตัวผู้ต้องหาไปยังสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชม สภ.เมืองเชียงใหม่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้บริหาร OJ Primus รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุด ปี 2024 / พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัทในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ให้เกียรติขึ้นรับรางวัล “Best Retail Sales of Greater BKK 2024” จากนายพิชณุตย์ วงศ์พัฒนาสิน รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ในงานประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “OMODA & JAECOO Dealer Conference 2568” จัดขึ้นโดย บจก.โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน

สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อประกาศกลยุทธ์การสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พร้อมตอกย้ำความพร้อมในการตอบสนองต่อตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปีนี้ ภายใต้แนวคิด One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future ของบริษัทแม่ เฌอรี่ ออโต้โมบิลส์ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับชั้นแนวหน้าจากประเทศจีน

ล่าสุด “โอแอนด์เจ ไพรม์มัส” ได้เปิดจองรถยนต์รุ่นใหม่ JAECOO 7 SHS เป็นรถเอนกประสงค์ SUV ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5L GDI Turbo ทำงานร่วมกับระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด ในแบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 347 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที วิ่งไกลกว่า 1,300 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งยานยนต์ที่วิ่งไกลสุดในขณะนี้

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหรา แข็งแกร่ง ที่มาพร้อมกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบและเลือกสรรอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัยในระดับพรีเมี่ยม ทำให้ทุกการขับขี่สนุกสนานในทุกเส้นทางทั้งในแบบออนโรดและออฟโรด

พัทยาสุดปัง! ตอกย้ำความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดินหน้าเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติระดับโลก

มีรายงานว่า เมืองพัทยาไมซ์ซิตี้ภาคตะวันออกประสบความสำเร็จ หลังงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา (Pattaya International Fireworks) คว้ารางวัล Asia Beach Festival 2025 จากสมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติ แห่งภูมิภาคเอเชีย (International Festival & Events Association Asia – IFEA Asia) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 ที่ Gyeongju Hwabaek International Convention Center (HICO) ตอกย้ำเมืองไมซ์ระดับเอเชีย เดินหน้าต่อระดับโลก

ซึ่งนอกจากเมืองพัทยาแล้ว งานเทศกาลต่างๆ ในภาคกลางและภาคตะวันออกยังได้รับรางวัลอีกมากมาย อาทิ กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัล Asia Culture and Heritage Night including Night Market จากงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (Night at the Museum )

จังหวัดเพชรบุรีได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival (Tangible Heritage) จากงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง (Phetchaburi Harmony Puppet Festival) การรับรางวัลในครี้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการยกระดับงานในประเทศสู่การยอมรับการจัดงานที่ได้มาตรฐานงานเทศกาลระดับเอเชีย

สื่อรัฐนิวส์ -สื่อรัฐนิวส์ / การประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม ระดับอ.สีชมพูจ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 09.00-12.00 ณ หอประชุมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 0910 นายไพศาล วงษ์ชีวะสกุล นายอำเภอสีชมพู มอบหมายให้นายชัยยศ บึงอำพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี

ดร สมยงค์ แก้วสุพรรณ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมปรึกษาหารือเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอสีชมพู และตำบล โดยมี ผอ.ศรีสมร ศรีวิชา ผอ.กลุ่มกิจการพิเศษ

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น นายประณต มิ่งขวัญ กรรมการ/เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะสังเกตการณ์จาคองค์กรต่างๆ
ในที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ นายอิสระ บุตรโพธิ์ เป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

นายอิสระ บุตรโพธิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสีชมภู กล่าวขอบคุณองค์กรต่างๆ พร้อมประสานการทำงานวัฒนธรรมในท้องถิ่นอำเภอสีชมพูบ้านเฮา ตนเชื่อมั่นในการประสานงานได้กับทุกภาคส่วน

สมมาตร แอ่มไร่ /วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี และ สื่อรัฐนิวส์ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ.วัดห้วยยางบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ท่านชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยว ด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) กิจกรรมย่อยที่ 2จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) ซึ่งบ้านห้วยยางตำบลเมืองหลวง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว พัฒนาต่อยอดสู่ชุมชนท่องเที่ยว

เชิงสร้างสรรค์ที่มีการค้นหาผู้ประกอบการชุมชน 10 ผู้ประกอบการ เพื่อนำสู่การดึงเสน่ห์ชุมชนนำเสนอสู่นักท่องเที่ยวในรูปแบบการจัดนิทรรศการแบบกระจาย ให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการปฏิบัติและลงมือทำ อาทิเช่น การทำทำพริกปลาตอง การทำน้ำพริกกุ้งฝอย

การทำปลาส้มปลาอีไท การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น การทำแยมกระเจี๊ยบฃ กบยัดไส้ไม้มะดัน การศึกษาวิถีชีวิต คนดักกุ้ง คนหาปลา รวมถึงการเรียนรู้ทักษะการทำกระเข้าเถาวัลย์ และการเลี้ยงโคเงินล้าน เป็นต้น วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อสนับสนุนการจัดทำโปรแกรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแบบกิจกรรมแบบส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติดีโฮป ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยุมชน
  2. เพื่อรองรับการบริการนักท่องเที่ยวได้ และมีการประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการชุมชนและชุมชนท่องเที่ยวเป้าหมายให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการชุมชน บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 13 ตำบลเมืองหลวง อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ไม่น้อยกว่า 10 ราย/10และผู้แทนจากหน่วยราชการ ภาคีการพัฒนา ภาคเอกชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.พ.น่านจัดกิจกรรม“ รพ.พบสื่อมวลชน” ประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชน ใช้บริการเชื่อมั่น ทางการแพทย์ 19/03/2568 | 151 |

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลน่าน โดยมีนพ.ณัฐธร ดาราพงศ์สถาพร รองผู้อำนวยการด้านโครงสร้างสิ่งแวดล้อมและพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพคนในพื้นที่จังหวัดน่าน และพื้นที่ข้างเคียง ได้เริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 โดยผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับคณะผู้บริหารโรงพยาบาลน่าน เล็งเห็นถึงข้อจำกัดของพื้นที่หน่วยงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน และโอกาสในการพัฒนาจึงมีแนวคิดให้ปรับปรุงเพื่อให้มีความทันสมัย รองรับผู้ป่วยได้มากขึ้น

จึงได้จัดหางบประมาณจำนวน 1,400 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของศูนย์การแพทย์ รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน ออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศ และสภาพแวดล้อม นำเอาวัฒนธรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ คงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ โดยเลือกใช้สถาปัตยกรรมล้านนา ผสมผสานกับการใช้วัสดุสมัยใหม่ ออกแบบพื้นที่สีเขียวระหว่างอาคาร เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้ใช้บริการรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงนำเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานมาประยุกต์ใช้ในอาคารด้วย รูปแบบภายนอกของอาคาร เป็นการนำลวดลายที่อ่อนช้อยของผ้าทอลายน้ำไหล ซึ่งเป็นผ้าทอพื้นถิ่นประจำจังหวัดน่านตกแต่งอยู่ภายนอกอาคาร

โดยจัดสร้างอาคารบริการผู้ป่วยและอาคารจอดรถ ซึ่งประกอบด้วยอาคาร 3 หลังคือ อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน อาคารรังสี และอาคารจอดรถ เป็นศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินครบวงจร ในชั้น 1 เป็นห้องฉุกเฉินที่ได้มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ ชั้น 2 ประกอบด้วย หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมรองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมประสาท รองรับผู้ป่วยได้ 11 เตียง ชั้น 3 ประกอบด้วยหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ รองรับ ผู้ป่วยได้ 32 เตียง ที่พักแพทย์ฝึกหัด ทำให้ใกล้ชิดผู้ป่วยและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที หน่วยตรวจสอบเวชระเบียน และชั้น 4 ประกอบด้วย ห้องพักแพทย์รวม หรือองค์กรแพทย์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินผู้ป่วยผ่าตัดได้ทันทีและห้องประชุมส่วนอาคารจอดรถยนต์ สามารถรองรับรถยนต์จำนวน 301 คัน

ด้านนายแพทย์วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า โรงพยาบาลน่านได้มีการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 แบบเต็มรูปแบบโดยการจัดกิจกรรมพบสื่อในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่จะเข้ามารับบริการโรงพยาบาลน่านว่าเรา

พร้อมบริการด้านใดบ้างและระบบการให้บริการที่เปลี่ยนไปและจุดบริการแผนกต่างๆได้ย้ายมาที่ตึกใหม่ ปัจจุบันนี้มีแพทย์เฉพาะทางประมาณ 99 คน และปีหน้าและปีต่อๆไปจะมีแพทย์ที่จบใหม่อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อตอบสนองให้การตรวจรักษาบริการประชาชนได้เต็มที่ ทั้งนี้จากการที่โรงพยาบาลน่านต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง

โดยตอนนี้เรามีการพัฒนาเทคนิคการแพทย์เพิ่มมากขึ้นทำให้โรงพยาบาลน่านพร้อมรักษามากขึ้นการส่งต่อผู้ป่วยและผู้ป่วยวิกฤตกรณีฉุกเฉินก็จะน้อยลงซึ่งโรงพยาบาลน่านให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเรายังมีหมอผ่าตัดสมองและโรคภาวะฉุกเฉินโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคหัวใจอุดดันที่ต้องใส่สายสวนหัวใจปัจจุบันเรามีบริการได้ทุกวัน

นอกจากนั้นยังมีการรักษารังสีรักษาในการรักษาโรคมะเร็ง อรทิ การรักษาด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด นอกเหนือจากนั้นทางโรงพยาบาลน่านได้มีความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้มีนักศึกษาแพทย์มาเรียนในชั้นปีที่4และกลับมาทำงานที่โรงพยาบาลน่าน โดยคาดว่าปี 2575 – 2576 โรงพยาบาลน่านจะบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพและทีมให้การดูแลที่มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้หลังจากเปิดเป็นทางการชั้นโถงชั้น1จะได้จัดเป็นนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เป็นโอกาสให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานและชื่นชมความงามของศิลปะ เพื่อนำมาใช้ในการเยียวยาทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยที่มาใช้บริการ ได้สุนทรีย์กับงานศิลปะดังกล่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 มีนาคม 2568 เวลา 1600 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธี จัดการประกวดส้มตำลีลาโดยผลการประกวดประจำปี 2568 มีดังนี้รางวัลชนะเลิศ ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลนาหนองทุ่ม รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ รางวัลชมเชย ได้แก่

ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลโนนอุดม ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ ทีม องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ทีมเทศบาลตำบลหนองไผ่ ทีมเทศบาลตำบลหนองเสาเล้า ทีมองค์การบริหารส่วนตำบลวังหินลาด ทีมเทศบาลตำบลโนนหันทีมเทศบาลตำบลนาเพียง ทีมเทศบาลตำบลโนนสะอาด ทีมเทศบาลตำบลโคกสูงสัมพันธ์

ณ ลานเวทีวัฒนธรรม ในงานกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในท้องที่อำเภอชุมแพ และท้องถิ่นร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ

นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวสุภามาศ แก้วดวงดี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสุภานันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางสาวสมิตา สิมสวน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นางสาวจริยาภรณ์ นามนัย รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด

วินนิวส์สื่อรัฐทีวีขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ ศ 2568 เวลา 13.00 น วัดโพธิ์ศรี บ้านร่องแซง อำเภอชุมแพ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพแม่สมบูรณ์ ศ.เรืองญาณ โดยมีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก เช่น นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ นาย​ ภสุ​ โคตร​ศรี​ รองนายก​เทศมนตรี​ นาย​ ประจวบ​ ดี​บุญ​มี​ ณ.ชุมแพ​ รองนายก​เทศมนตรี​ พร้อม​คณะ​ผู้บริหาร​ นาย​ ศิริ​ชัย​ บุตร​จันทร์​ ประธาน​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ พร้อมสมาชิก​สภา​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​ ผ.อ.สวิต คำผา พร้อมผู้นำท้องที่และท้องถิ่น

สื่อรัฐทีวี- สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองน่าน ส่งกำลังใจทัพนักกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ณ จังหวัดชลบุรี

โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยจังหวัดน่านได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

ระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2568 ณ จังหวัดชลบุรี รวมนักกีฬา ผู้ฝึกสอนและกรรมการผู้ตัดสิน จำนวน 358 คน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการรักษาสุขภาพส่งเสริมให้ห่างไกลยาเสพติดตลอดจนสร้างน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคี

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขอให้นักกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยความถูกต้องตามกฎกติกา มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้ทุกท่าน ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน นำชื่อเสือเสียงมาสู่จังหวัดน่านของเราและขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ิสดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “อุดม เที่ยงโยธา” กลุ่มมุกดาหารพลังใหม่ (Mukdahan​ Next Move) เปิดตัวผู้สมัครนายก – สท. พื้นที่ จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13​ มีนาคม 2568​ เวลา 12.09 น ถือฤกษ์เบิกชัย เปิดที่ทำการกลุ่ม​ ” มุกดาหารพลังใหม่ ” เปลี่ยนวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่”ดีกว่า” ณ บ้านเลขที่ 20/2 ซ.พัฒนา ถ.ชยางกูร ข อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายอุดม​ เที่ยงโยธา อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร/รองนายกองค์การบิหารส่วนจังกวัดมุกดาหาร แกนนำกลุ่มมุกดาหารพลังใหม่

ได้เปิดตัวว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล18คนในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร 3 เขต 34 ชุมชน ในนามของ “มุกดาหารพลังใหม่“ โดยมีนายประภาส​ เที่ยงโยธา ร่วมพิธีเปิดป้ายและสวมเสื้อกลุ่ม เพื่อเป็นสิริมงคลให้ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรี

นายอุดมกล่าว ขอบคุณญาติพี่น้อง คณะว่าที่ผู้สมัครส.ท และผู้มาร่วมงาน ในการเปิดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเองมีความมั่นใจมาก ที่จะนำกลุ่มไปให้ถึงฝั่ง ถึงเป้าหมาย เพราะเคยเป็นรองนายกมาก่อนแล้ว มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมาตลอด ซึ่งปกติเป็นธรรมเนียมจากการทำงานด้วยความรักความสามัคคี ถึงแม้จะอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต่างกัน ก็สามารถทำงานร่วมกันได้

จะมีการพูดคุยและเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งแนะนำการทำงานในทางการเมือง เพราะมีหลายคนเป็นคนใหม่ ส่วนคนเก่าคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำงานร่วมกันมาตลอด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานทางการเมือง ที่จะทำให้ประชาชนไว้วางในใจ เลือกเข้ามาบริหาร โดยเป้าทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน

“ส่วนการแข่งขันทางด้านการเมืองถือว่าเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชนจะให้ความไว้วางใจมากน้อยเพียงใด ในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น การแข่งขันทางการเมืองมองว่าเป็นเรื่องปกติมากกว่า ส่วนจะเลือกใครเข้ามาบริหาร หรือเป็นสมาชิกสภาเทศบาลหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ”

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารจัดงาน “วันนักข่าว ”กระชับความสัมพันธ์สื่อมวลชน ไทย -ลาว-เวียดนาม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี เปิดงานวันนักข่าวซึ่งตรงกับวันที่ 5 มีนาคมโดยมี นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ฯ พล.ต.ต.ไพโรจน์​ ไทยพุทรา​ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร

พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดี กับนักข่าวและสื่อมวลชน จากจังหวัดมุกดาหาร สปป.ลาว และเวียดนาม
โดยได้รับเกียรติจากท่านคำพัน พมเวียงไซ รองหัวหน้าแผนกแถลงข่าว วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว แขวงสะหวันนะเขต ท่าน พอนไซ สีลาเพด รองหัวหน้าแขนงแถลงข่าว

​ ท่าน นาง ลีพอน เพดซะราด หัวหน้ากองวิชาการสื่อมวลชน ท่านสีลำพัน สุลิยะวงสา และ ท่าน เกดตาวัน ไซปันยา รองกองวิชาการสื่อมวลชน และคณะเจ้าหน้าที่วิชาการสื่อมวลชน​ ตัวแทนจาก สปป.ลาวพร้อมคณะ​ นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร นายอรรครัตน์​ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ให้การต้อนรับคณะจากสปป.ลาว ที่บริเวณหน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2

และนายสัจจา วงศ์กิตติธร เลขาสมาคมคนไทยเชื้อสายเวียดนามมุกดาหาร ซึ่งเป็นตัวแทนจากเวียดนาม รวมงานบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากทั้งสามประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

งานวันนักข่าว จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารจัดขึ้นภายใต้โครงการ สานสัมพันธ์สื่อมวลชนไทยลาวเวียดนาม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทย-ลาว-เวียดนาม จังหวัดมุกดาหารแขวงสะหวันนะเขตจังหวัดกวางตรี ให้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ภาพ​/ข่าว กำพล​ ศรีมณี​พันธ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิด ‘เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ’ ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

****ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ นายอนุพงษ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทศกาลข้าวโพดหวานและของดีศรีรัตนะ” ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 9 มีนาคม 2568 โดยมี นายสุรพล ศรีพนมธนากร นอภ.ศรีรัตนะ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร อปท.ทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

*****นายสุรพล กล่าวว่า อ.ศรีรัตนะ มี 7 ตำบล 90 หมู่บ้าน 8 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีพื้นที่ทั้งหมด 144,439 ไร่ พื้นที่การเกษตร 130,343 ไร่ พื้นที่อื่นๆ 13,007 ไร่ และ อ.ศรีรัตนะ เป็นหนึ่งในกลุ่มอำเภอที่มีศักยภาพการผลิตข้าว พืชสวน พืชไร่ โดยเฉพาะข้าวโพดหวาน และทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นพืชที่สำคัญ และคิดเป็นมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตรรวมของ อำเภอศรีรัตนะ 60 ล้านบาท โดยมีผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดปี สร้างเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้แก่อำเภอศรีรัตนะเป็นอย่างงด ดังนั้น อ.ศรีรัตนะ จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมงานเทศกาลวันข้าวโพดหวาน และของดีศรีรัตนะ ประจำปี 2568 ขึ้น โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย 1. การประกวดผลผลิตทางการเกษตร 2. การประกวดด้านปศุสัตว์

  1. การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ผลไม้ ข้าวโพดหวาน และผลผลิตทางการเกษตร 4. การประกวดธิดาข้าวโพดหวาน 5. การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง 6. การประกวดนางฟ้าจำแลง 7. การแข่งขันส้มตำลีลา 8. กิจกรรมรำวงย้อนยุค และ หมู่บ้านย้อนยุค
  2. ****ในการจัดงานครั้งนี้ ได้เชิญชวนประชาชน แต่งกายชุดพื้นถิ่นมาเที่ยวงาน โดยเน้น “ใส่เสื้อไหม เสื้อผ้าฝ้าย สวมผ้าถุง นุ่งโสร่ง”เพื่อเป็นการอนุรักษ์การแต่งกายให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีรัตนะทุกคน และกลุ่มอาชีพต่างๆ ทุกกลุ่ม ที่ทำให้การจัดงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสนใจในปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้ได้ตรงตามความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างผลผลิตโดยอาศัยตลาดนำการผลิต กระตุ้นให้เกิดการผลิต การตลาดหมุนเวียนอย่างครบวงจร ส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของชุมชนและอำเภอให้ปรากฎแก่สายตาและความรับรู้ของมหาชน เป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ ให้มีศักยภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย.

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ส. นำทัพสื่อลงพื้นที่บำบัด ร่วมสร้างพลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนคุณภาพสู่สังคม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 -28 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 3 นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย น.พ.ตฤณกฤต สิทธิศรนพ.ชำนาญ

การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลพรเจริญ นายมนตรี จารุธำรง นายอำเภอพรเจริญ พ.ต.อ.ศิวัช วรคุตตานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากคาด นายแพทย์จรูญ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากคาด นพ.สุรพงษ์ ลักษวุธ รองนพ.สสจ.บึงกาฬ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย นายภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแล็บแพนด้า นายพงษ์พันธ์ วิจารย์ประสิทธิ์ เจ้าของเพจคุณพระ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และคณะสื่อมวลชนส่วนกลางและภูมิภาคลงพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ

เพื่อเป็นการสนับสนุนงานรณรงค์ประชาสัมพันธ์การสร้างการรับรู้การดำเนินงานด้านยาเสพติดของรัฐบาล และสำนักงาน ป.ป.ส. รวมทั้ง เป็นการสร้างความสัมพันธ์สื่อมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องอันจะเกิดภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงาน รวมไปถึงนโยบายต่าง ๆ ไปสู่ประชาชนเป้าหมายให้เกิดความตระหนัก และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดผ่านการศึกษาดูงานการบำบัด และฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในปี 2567 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าปี 2566 และหากเทียบกับจำนวน ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งประเทศในปี 2567 จะมีปริมาณมากกว่าภาคอื่นๆ เมื่อเทียบจากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดทั้งหมดในประเทศ จึงถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่ควรมีการเฝ้าระวัง ติดตามและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงพื้นที่บำบัด และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่

พื้นที่อำเภอปากคาดโดยศึกษาดูงานค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดจำนวน 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วน จำนวน 40 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 2 เดือนแรก จะเน้นไปที่การฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้กึ่งวิชาการ จากทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น กิจกรรมสันทนาการ นันทนาการ และใน 2 เดือน

หลังจะเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ซ่อมเครื่องยนต์ ทำพรมเช็ดเท้า อาหารแปรรูป เป็นต้น โดยค่ายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเป็นสถานที่บำบัดฟื้นฟูยาเสพติดที่สร้างขึ้นจากสภาพปัญหาภายในชุมชน ที่มีผู้เสพผู้ติดเป็นจำนวนมาก โดยเน้น การเข้ารับการบัดบัดโดยสมัครใจ และการผลักดันจากคนในชุมชนเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันสร้างปลอดภัยโดยกิจกรรมการจะเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างพลังชุมชนเข้มแข็งคืนคนคุณภาพสู่สังคม

พื้นที่ต่อมาได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอพรเจริญ โดยมีการศึกษาดูงานในโรงพยาบาลพรเจริญซึ่งเป็นการศึกษาบำบัดผู้ติดยาเสพติดขั้นรุนแรง ปัจจุบันมีจำนวน 7 คน ต้องดูแลใกล้ชิด และมีการรักษาโดยการให้ยา มีระยะเวลา 14 วัน และมีการสาธิตการทำครอบครัวบำบัด เนื่องจากเป็นผู้ป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่สามารอยู่ร่วมกับชุมชนได้ จึงต้องการการรักษาในโรงพยาบาล และเมื่ออาการดีขึ้นก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีครอบครัวที่คอยดูแลอย่างถูกวิธีจึงเกิดการทำครอบครัวบำบัดขึ้น เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมได้อย่างปลอดภัย

รวมถึงมีการศึกษาดูงานจากค่ายบ้านเจริญสุข กองร้อยอาสารักษาดินแดน เป็นจุดต่อเนื่องจากโรงพยาบาลพรเจริญ ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด 120 วัน ประกอบด้วยผู้บำบัดชายล้วนจำนวน 41 คน ซึ่งผ่ากระบวนการบำบัดการฟื้นฟูสมอง โดยการให้ความรู้ และการทำกิจกรรมฟื้นฟูสมอง เช่น การวาดภาพ เล่นกีฬา ออกกำลังกาย และภายหลังเป็นการฝึกอาชีพ เช่น ช่างปูน ซ่อมเครื่องยนต์ ปลูกพืช เลี้ยงปลา เป็นต้น เพื่อนำผู้เสพผู้ติดที่มีอาการดีขึ้นจากอาการป่วยขั้นรุนแรงที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพเพื่อคืนคนคุณภาพสู่สังคมต่อไป

พื้นที่สุดท้ายเป็นการศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ผ่านการศึกษาดูงานกองร้อย อส.อำเภอโซ่พิสัย ซึ่งเป็นค่ายฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ประกอบด้วยผู้บำบัดชาย 196 คน ผู้บำบัดหญิง 30 คน โดยมีกระบวนการบำบัด 3 ระบบ คือ การล้างพิษโดยการใช้ยาจากจิตแพทย์ การเข้าค่ายมินิธัญญารักษ์ และการเข้าค่ายฟื้นฟู 120 วัน ซึ่งมีทั้งการฟื้นฟูสมอง และการฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสการกลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้าย ว่า กิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้นโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องอันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีของทุกภาคส่วน และนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากต่อ

การสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน เพื่อพัฒนากระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผุ้เสพผู้ติด ยาเสพติดการฝึกอาชีพการศึกษา และการฟื้นฟูสภาพทางสังคม ทั้งกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง และผู้เข้ารับการบำบัด รวมทั้งมีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือเพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีกครั้ง เพราะผู้เสพ คือ ผู้ที่ก้าวพลาดที่เราทุกคนพร้อมจะหยิบยื่นโอกาสให้ร่วมกันสร้าง “พลังชุมชนเข้มแข็ง คืนคนมีคุณภาพสู่สังคม”

ด้านนายนิพนธ์ ยอมรับว่า อีสานตอนบนมีปัญหาเรื่องยาเสพติดจำนวนมาก ตนในฐานะผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องได้มีการ ประสานบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่นำผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษาอย่างได้ผล สามารถคืนลูกหลานให้ครอบครัวและสังคมได้ พร้อมเสนอแนะให้นำโรงเรียนบ้านโนนชัยศรีมาเป็นศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดขนาดใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์หลักในการดำเนินการ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ท่าเรือประจวบ” จัดงาน Town Hall 2025 ชูแผนธุรกิจ มุ่งสู่ Blue Port

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด หรือ พีพีซี ผู้ให้บริการท่าเรือพาณิชย์เอกชน พร้อมให้บริการท่าเทียบเรือสำหรับเรือเดินทะเลพาณิชย์ และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา โดยคุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้จัดงาน Town Hall 2025 เพื่อแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปี 2568 ณ ห้องประชุมธลาดล เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการแถลงนโยบายและแผนงาน เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติและเพิ่มประสิทธิภาพรอบด้านเริ่มด้วย คุณจิร โชตินุชิต กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวเปิดงานแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดกลยุทธ์ธุรกิจ ประตูสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านกิจกรรมนอกชายฝั่ง ด้านการจัดการบริหารของเสีย และด้านการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลเพื่อการเติบโตและความยั่งยืนที่สมดุลทางธุรกิจและทางทะเล ซึ่งถือเป็นนโยบายเรือธงของบริษัทในปีนี้ ต่อด้วยฝ่าย และหน่วยงานต่างๆ ที่มาร่วมรายงานผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 ปี 2567 และแถลงแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของแต่ละฝ่าย

โดยคุณจิร เผยว่า “นอกจากเราจะเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือแล้ว ขณะเดียวกันเราจะขยายธุรกิจก้าวไปเปิดตลาดโดยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 BU ประกอบด้วย Blue Transport , Blue Offshore , Blue Conservation เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการรายใหม่ และให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และมุ่งพัฒนาบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อกำหนดเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อก้าวสู่ BLUE PORT”

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอแม่สาย นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สาย ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่”

แชร์เนื้อหานี้

//// วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 09.00 น. #นายวรายุทธ #ค่อมบุญ“อำเภอยิ้ม…เคลื่อนที่” อำเภอแม่สายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ ประจำ
เดือนกุมภาพันธ์พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม ดังนี้
1. ร่วมกับคณะกิ่งกาชาด อ.แม่สาย และชมรมแม่บ้านมหาดไทย
ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือจำนวน
5 ราย (หมู่ 1 และ หมู่ 5 ตำบลบ้านด้าย อ.แม่สาย)
มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านเทพกาญจนา จำนวน 6 ทุน
2. ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เปิดให้
บริการแก่ประชาชน โดยในส่วนของอำเภอแม่สายได้จัดซุ้มเคลื่อนที่ให้บริการ
ของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ และบริการประชาสัมพันธ์ และสมัครแอพพลิเคชั่น
ThaiD
3. ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์หยุดเผา และลดฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับกลุ่มงาน
ความมั่นคงอำเภอแม่สาย สาธารณสุขอำเภอแม่สาย และหัวหน้าส่วนราชการ…

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมตามโครงการ “สร้างสัมพันธ์ คืนสังคม “ ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เรือนจำจังหวัดลำพูน เวลา 09.10 น. -#นายกำจร #เดชอุดม #ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน #นำคณะออกจากเรือนจำจังหวัดลำพูนไปหน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (35 นาที)

เวลา 09.50 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ หน่วยพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงดอยยาว)-นายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ (กล่าวต้อนรับ)

เวลา 10.00 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน และนายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ -ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว

เวลา 10.20 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน นำคณะออกเดินทางไปสำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา ต.ทาแม่ลอบ อ.แม่ทา จ.ลำพูน (40 นาที)

เวลา 11.00 น. -นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดลำพูน (กล่าวต้อนรับ ณ สำนักงานเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา) -นางรำพรรณ วงศ์จันทร์ต๊ะ หัวหน้าฝ่ายเขตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงแม่ทา (แนะนำหน่วยงาน)

เวลา 11.10 น. -นายกำจร เดชอุดม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน มอบเสื้อกันหนาว จำนวน 500 ตัว ให้ นางสาวภิญญาพัชญ์ สันติจิราวัชร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎร บนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน
-ถ่ายภาพรับมอบเสื้อกันหนาว
เวลา 11.30 น. -เดินทางกลับเรือนจำจังหวัดลำพูน..

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิททยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัด น่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ให้ได้พบปะสานสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อทำประโยชน์ต่อสถาบันร่วมกันได้ในอนาคต
  2. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นปัจจุบันพบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้เปิดโลกทัศน์ในเส้นทางการทำงาน และ
  3. เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับศิษย์ปัจจุบันที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ “พี่ส่งน้องเรียน”
    การจัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบุคลากรวิทยาลัยน่าน ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากศิษย์เก่า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน ผลักดันกิจกรรมของวิทยาลัยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ทางวิทยาลัยน่านเชื่อว่าศิษย์เก่าจะเป็น
    ดีให้กับศิษย์ปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้วิทยาลัยมุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคมต่อไปเพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอตรดิถ์ได้มอบโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    วิทยาลัยน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 ดังนี้
  4. นาย บุญยงค์ สดสอาด (นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
  5. นาย เรืองเดช ริกากรณ์ (ผู้จัดการการประปาสวนภูมิภาค สาขาเถิน จังหวัดลำปาง) ศิษย์เการัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3.นายบวรนันท์ มโนวร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งศรีทอง) ศิษย์เก่ารัฐ
    ประศาสนศาสตรบัณฑิต4 .นาง พธิดา สุทธิพันธุ์ (ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนเปอร์ปอมโลจิสติกส์และเปอร์ปอมเจริญยนต์)ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
    4.พันตำรวจโท ยศดนัย ชัยวงศ์ (สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเทิง จังหวัดเชียงราย) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต5.ร้อยตำรวจเอก กมล อุปเสน (รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเวียงสา
    จังหวัดน่าน) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต6.จ่าสิบตำรวจโท สัจวัจน์ สุทธหลวง (ผู้บังคับหมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธธรปัวจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่าครุศาสตรบัณฑิต
  6. นาง พิศมัย อุ่มมี (ผู้จัดการสำนักงานบริษัท AIA อ.ปัว) ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจบัณฑิต และ
  7. นาย เสกสรรค์ พิศจารย์ (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาบ่อเกลือ)ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจม บริหารธุรกิจบัณฑิงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน”จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”การจัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศุนย์การศึกษาจัดหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อการพบปะสังสังสรรค์และสร้างความผูกพันระหว่างศิษย์ปัจจุบันและทิษย์เก่าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าเพื่อร่วมพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มี

โอกาสสนับสนุนทรัพยากร ทุนการศึกษา ตลอดจนการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และนำมายกย่องเชิดชูเกียรติประวัติให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมภายนอกนับเป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดีวิทยาลัยน่าน จัดตั้งที่ตำบลทุ่งศรีทองนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.ศ. 2547 ดำเนินรานภายได้ชื่อศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน และผลิตบันฑิตหลากหลายสายสขาวิชา ทั้งนิติศาสตร์พัฒนาชุมชน ปฐมวัย รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ จวบจนกระทั่งปรับเป็นวิทยาลัยน่าน เปิดสอนสารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ ได้ขยายโอ

การทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตสู่ตลาดงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลลอด สอดคล้องกับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตคุณภาพ เป็นคน เก่ง ดี มีจิตอาสา พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เห็นว่าเรามีเครือข่ายความร่วมมือของศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง การจัดงานคืนสู่เหยาในวันนี้แม้จัดเป็นครั้งแรก เห็นได้ว่าทุกคนพร้อมใจกันมาชุมมุมได้มากขนาดนี้ก็เป็นที่น่าชื่นใจ นับว่าเป็นการประกาศรวมพลังสามัคคีของชาว มรอ.น่านทุกคน ที่จะร่วมแรงร่วมใจสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมมสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.หนองม่วง “จัดประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วงสุดยิ่งใหญ่อลังการ”

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ ที่9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.00 น. นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีเดินทางถึงสถานที่ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง

โดยมี นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พร้อมด้วยนายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 นายวิบูลย์ เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พ.ต.อ.สมคเน ศรีนาราง ผกก.สภ.หนองม่วง ปลัดอำเภอหนองม่วงพร้อมเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการศาลเจ้าทุกท่าน หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนรอให้การต้อนรับ

จากนั้นนายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้กล่าวรายงาน
นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานได้กล่าวเปิดงานและร่วมขบวนแห่มังกรสุดยิ่งใหญ่อลังการ

ด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2490 ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มาอยู่ ณ ตลาดหนองม่วง ได้ตั้งศาลไม้เจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้น และในปีพ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2512 และได้มีผู้ศรัทธาจำนวนมากขึ้นมาตามลำดับ ทั้งในอำเภอหนอหนองม่วงและใกล้เคียง จึงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นอาคารคอนกรีตเพื่อให้มั่นคงทนถาวร

ณ ทะเบียนบ้านเลขที่ 335 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบรี เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัตศรัทธาเพื่อมาขอพรกราบไหว้สักการะ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ และได้มีการแห่มังกร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 เป็นการแห่มังกรในวาระครบรอบ 72 พรรษา ของรัชการที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีนั้น และเพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติอีกด้วย จึงได้เห็นความสำคัญประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ประจำปี 2568 จึงเรียนเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจ ให้กับประชาชนชาวอำเภอหนองม่วง หน่วยงานทางภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไปในเขตุอำเภอหนองม่วง

“ประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ตลาดหนองม่วง” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองม่วงและพื้นที่ใกล้เคียง มาเป็นเวลายาวนานกว่า 78 ปี งานประจำปีประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและส่งเสริมความกตัญญู สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อำเภอหนองม่วง แห่งนี้ มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาสืบทอดต่อยอดรักษาขนบ ธรรมเนียมอันดีนี้ไว้ ให้เจริญก้าวหน้าและร่วมสร้างสาธารณกุศลให้กับประชาชนต่อไปอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทต.บ้านกรูดรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง ผ่านกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ คณะผู้บริหาร

สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้ใหญ่บ้านบ้าน และผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พ่อค้าและประชาชน ร่วมกันจัดขบวนกองผ้าป่าขยะรีไซเคิล เดินรณรงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลฯ คัดแยกขยะจากต้นทางโดยเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูดเพื่อร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูดกล่าวว่า ในปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรประมาณ 4,100 คน ซึ่งยังไม่ได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการ
ท่องเที่ยว ซึ่งมีธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท

ร้านอาหาร ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเช่นกัน มีปริมาณขยะเดือนละประมาณ 90 ตัน หรือเฉลี่ยตกวันละ 3 ตัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละกว่า 200,000 บาท ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาลและการบริหารจัดการขยะยังไม่ดีพอ

ในวันนี้ทางเทศบาลฯจึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด” เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

นำไปจำหน่ายเพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายในกิจกรรมยังมีการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและมีการลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยร่วมกันระหว่างเทศบาลฯกับทางชุมชนต่างๆ สภ.ธงชัย วัด และโรงเรียนในเขตเทศบาลฯ

//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติ 3 กทม.นำจิตอาสาทำดี บำเพ็ญประโยชน์ วัดทองเพลง เขตคลองสาน / ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 อาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 3 จ.กรุงเทพ นำอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมประพฤติ ร่วม กิจกรรม “จิตอาสาทำความดี” การทำงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์แบบกลุ่ม ร่วมกันเพื่อพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพ ทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ ล้างห้องน้ำ ล้างศาลา ภายในวัด พื้นที่ทางศาสนาอันจะก่อให้เกิดความร่มรื่น

สวยงาม และเป็นสถานที่ พักผ่อนสำหรับประชาชนในชุมชน ณ วัดทองเพลง แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรมคุมประพฤติในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติให้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

และเป็นจิตอาสาจิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ พร้อมเสียสละ ให้ความช่วยเหลือร่วมมือ ร่วมใจ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคมช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม และยังเป็นการส่งเสริมภารกิจของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

โดยศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกำหนดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน หรือองค์กรสาธารณกุศลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติตระหนักถึงความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมมากขึ้น ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวมและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของตนด้วยการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอีกทั้งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

โดยในกิจกรรมนี้มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรม อาทิเช่น สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา ชุมชนซอยวนาวรรณ คณะครู-นักศึกษา จาก ศูนย์ ศกร.เขตคลองสาน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 (มุกดาหาร) ฉก.ทพ.21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำรถจักรยายนต์ข้ามแดน ในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังเฝ้าตรวจและวางกำลังตามจุดต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้ในการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามแดน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.50 น. ชุดเฝ้าตรวจ ได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนตรวจพบเรือเหล็กเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือทั้งสองลำมาถึงฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ส้มป่อย ม.2 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้มีคนอยู่ภายในเรือประมาณ 3-4 คน เดินลงจากเรือและมารอที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 20.00 น. ได้มีกลุ่มชายประมาณ 4-5 คนกำลังนำรถจักรยายนต์ลงมายังที่จุดเรือจอด จากนั้น ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้บริเวณเรือที่จุดจอดเรือ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่เรือแล้ววิ่งหลบหนีไป ส่วนเรืออีก 1 ลำ ก็ได้แล่นออกจากฝั่ง

กลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามกลุ่มชายที่วิ่งหลบหนีจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ชื่อ ท้าวใจ เทพพมมี อายุ 24 ปี สัญชาติลาว อยู่บ้านส้มป่อย นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ท้าวใจ

มายังจุดที่เรือจอด พบรถจักรยายนต์หรูฮาเล่ย์ เดวิดสัน (Harley-Davidson) รุ่น Sportster S Revolution Max 1250T จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 600,000 บาท อยู่ภายในเรือ จึงได้ควบคุมตัวท้าวใจพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดเฉพาะกิจทหารพราน2105 #HarleyDavidson #จังหวัดมุกดาหาร #แขวงสะหวันนะเขต #ลักลอบนำจักรยานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “โต๋-ไบรท์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ให้ AssetWiseออกสเต็ปโชว์ร้อง เต้น สุดคิวท์.. กรี๊ดลั่นฮอลล์ “ตูน บอดี้แสลม” โผล่เซอร์ไพรส์

แชร์เนื้อหานี้

เสิร์ฟหวานไม่พัก! ล่าสุดคู่รักสายโรแมนติก “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ควง “ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒิ” มาร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์! โดยจูงมือกันเปิดเวทีด้วยลีลาการโชว์สเต็ปน่ารักๆ

ที่แอบซุ่มซ้อมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตามจังหวะเพลงที่โต๋นำมารีอะเร้นจ์ใหม่ และยังเป็นครั้งแรก! ของการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “AssetWise 20 Years of Happiness” ที่ได้ทั้งคู่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกสดใส ผ่านมู้ดโทนการเล่าเรื่องที่สื่อถึงคอนเซปต์ 20 ปี

AssetWise “พร้อมสร้างความสุขให้ทุกจังหวะของชีวิต” สะท้อนการอยู่อาศัยในบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข ภายใต้การบริหารงานของ คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่างานนี้ต้องเป็น “โต๋-ไบร์ท” เท่านั้น เพราะเป็นคู่รักศิลปินที่ครบเครื่อง เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสุขของคนทุกเจนได้อย่างลงตัว พร้อมเผยแพร่ให้ชมแล้ววันนี้ทาง Facebook Page: AssetWise และ YouTube: AssetWise

โดย โต๋ เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับ AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ เคยได้ร่วมงานกันในฐานะที่ทางแบรนด์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ตและรายการ ‘PIANO & I’ ก็ได้สร้างความสุขให้กับแฟนๆ อย่างล้นหลาม วันนี้ผมและน้องไบรท์ เลยได้โอกาสที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว AssetWise ก็อยากจะส่งต่อทุกโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจไปให้ทุกคนอีกเช่นเคยครับ”

ด้าน ไบรท์ เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาว่า “รู้สึกสนุกมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่เราได้โชว์สกิลการเต้นด้วยกัน (หัวเราะ) แอบถ่ายคลิปเบื้องหลังเก็บไว้ตั้งแต่เดือนก่อน ได้โอกาสลงสักที ปกติเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เลยขอเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ ต้องขอบคุณ AssetWise มากๆ ที่ชวนเรามาทำอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ค่ะ”

ยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อศิลปินระดับตำนาน “ตูน บอดี้สแลม” กระโดดขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์คว้าไมค์ฟีทเจอริ่งกับ “โต๋” ในเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” ก่อนปิดงานพี่ตูนยังฝากชวนนักวิ่ง มาร่วมประชันฝีเท้า

ในงาน “รันแห่งความรัก อยุธยา 21K” ซึ่งจะนำรายได้จากงานวิ่งไปมอบให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมี AssetWise เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลัก จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ลานข้างวัดพระราม หลังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

AssetWise #AssetWiseBusinessDirection2025 #WeBuildHappinessโต๋ศักดิ์สิทธิ์ #ไบรท์พิชญทัฬห์ #โต๋ไบรท์ #ตูนบอดี้สแลมแอสเซทไวส์ #ครบรอบ20ปี #พรีเซนเตอร์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ส่งมอบระบบ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

แชร์เนื้อหานี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน ติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่ โรงพยาบาลพรเจริญ ภายใต้โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าโครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ส่งมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเป็นลำดับที่ 11 จากจำนวนโรงพยาบาลชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด 12 แห่ง รวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 600 กิโลวัตต์ และช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 360 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ

ภายใน 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยมี มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายธนาวุฒิ ธีรกิติกร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและแรงงานสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายดนุเดช ใจศรี ปลัดอาวุโสอำเภอพรเจริญ คุณธิดาวรรณ แสวงการ ผช.ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน2 กฟผ นพ.ตฤณกฤต สิทธิศร ผอ.โรงพยาบาลพรเจริญ ดร.พงษ์ศักดิ์ สกุลคู ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจียงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นางวงเดือน พระนคร

สาธารณสุขอำเภอพรเจริญ ร.ต.ต.ไพรัตน์ วุฒิสาร นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ ผู้นำท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพรเจริญ ร่วมพิธี
มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการใช้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย การติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลชุมชน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับบริการด้านการแพทย์สำหรับชุมชมชนท้องถิ่น

เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้มากขึ้น เราคาดว่าจะลงทนจำนวน 60 ล้านบาท ในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเหล่งพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับโรงผยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย”

นายแพทย์ ตฤณกฤต สิทธิศร ผู้อำนวยการโรงพยาบาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวแสดงความขอบคุณเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Solar Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ระบไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์นี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของเราได้อย่างมาก ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรยกระดับบริการทางการแพทย์สำหรับชุมชนของเรา โครงการนี้ยังช่วยผลักดันเราสู่เป้าหมายความยั่งยืน โดยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมนำพลังงานสะอาดมาสู่ชุมชนท้องถิ่นของเรา ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานใช้ไฟฟ้าตามเวลา อีกส่วนคือได้จัดหาพลังงานทดแทนพลังงานโซล่าร์เซลล์ ซึ่งรวมแล้วสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ ปกติแล้วโรงพยาบาลพรเจริญต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 2-3 แสนบาทต่อเดือน ขึ้นกับช่วงสภาพอากาศ แต่หลังจากติดตั้งระบบ Solar lives พลังงานแสงอาทิตย์ อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 9หมื่นกว่าบาท ค่าไฟฟ้าที่ลดลงมานี้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ โดยนำค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยและพี่น้องประชาชนอำเภอพรเจริญและอำเภอใกล้เคียงที่มารับการบริบาลที่โรงพยาบาลพรเจริญ

สำหรับโครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมิตซูนิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรศร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพ้นธมิตรต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฟ้าฝ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยได้ทำการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนแล้วทั้งหมด 12 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลปง จังหวัดพะเยา โรงพยาบาลชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก และยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ไปยังกว่า 120 ประเทศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เมื่อต้นปี 2561 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดทำการสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการที่จังหวัดปทุมธานี และล่าสุดเมื่อต้นปี 2567 ได้ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน โดยผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสูงสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ใช้สนามทดสอบรถยนต์ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในการประเมินผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน“ Bueng Kan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 4 ก.พ.68 ที่บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว กิจกรรมมหกรรมถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน Bueng Kan Craft สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตอารยาธรรมลุ่มน้ำโขง โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว

พร้อมด้วยอาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และนางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมในการแถลงข่าว มีหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงานแถลงข่าว

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.กล่าวว่า จากคำนิยมที่ ว่า บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้ ประกอบกับรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power เป็นนโยบายเรือธง (Flagship) ของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) และ 2) การทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน

การใช้ Soft Power เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน ให้ความสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยถือเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาล ให้ความสำคัญกับการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ
ให้เป็น Soft Power ของไทย ผ่านนโยบาย 5F ประกอบด้วย Food Film Fashion Fighting และ Festival ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย 5F ผ่านการจัดทำโครงการและแผนงานภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ที่มี 4 นโยบายขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง สนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “ทุน ระบบนิเวศ คน สินค้าและบริการ” ซึ่ง 1 ใน 4 คือ “ทุน” ที่มุ่งส่งเสริมสร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ท่านมีแนวการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคนและสังคมบนฐานวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ สู่ความยั่งยืน และสอดคล้องกับคำนิยมที่ว่า “บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้”

สำหรับกิจกรรมจะมีทุกๆวันศุกร์ โดยกำหนดเริ่มวันศุกร์ ที่ 13 ก.พ.68 สิ้นสุดวันศุกร์ ที่ 21 มี.ค.68 ณ บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่ ในการจัดกิจกรรมถนนสานวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4แผ่นดิน เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสาธิต/จำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมการแสดงผลงานด้านศิลปะ ของเครือข่ายในพื้นที่ และที่สำคัญ คือการได้เชิญภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาบูรณาการร่วม อาทิเช่นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าธงฟ้ามาจำหน่าย

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ แนะนำอาชีพ สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าOTOP มาจำหน่ายและสาธิตการผลิตสินค้า การจัดนิทรรศการจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน และกิจกรรม Buengkan Craft วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นักศึกษามาร่วมในกิจกรรม และสนับสนุนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับความเติบโตของจังหวัดบึงกาฬ

หากมีผู้สนใจนำร้านค้ามาจำหน่ายติดต่อได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ โทร.042491785 หรือแฟนเพจ Facebook สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ตามวันเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุดในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย

แชร์เนื้อหานี้

รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุด มากที่สุด ในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล กับ 6 สาขารางวัล ช่วง 18 พ.ย. -31 ธ.ค.67 แฟนคลับแต่ละสาขา โหวตหนักจัดชุดใหญ่กัน ช่วงสัปดาห์สุดท้าย

โดยหัวข้อการโหวต F 1 – F 5 “หน่วยงานภาครัฐ” ที่เข้ารอบสุดท้าย TOP 5 จากการเสนอชื่อผ่าน SMS เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 67 คือ F1-กรมที่ดิน, F2-กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, F3-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , F4-กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ F5-การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง ตลอด 5 สัปดาห์แห่งการโหวต ทุกหน่วยงานต่างมีคนไทยส่งกำลังใจสนับสนุนชื่นชมโหวตมาตลอด บ้างก็สลับตำแหน่งขึ้นนำเป็นที่ 1 แต่สัปดาห์สุดท้าย มีการให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

ท้ายสุดหน่วยงานรัฐที่มีผลโหวตสูงสุด คือ “กรมที่ดิน” ซึ่งการมอบรางวัลมี คุณดำรง พุฒตาล ได้ให้เกียรติขึ้นมาประกาศรางวัล และ ดร.ตฤณ ทวิธารานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มอบดอกไม้ให้กับ คุณพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งได้รับรางวัล “สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี 2024”

บุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ #อานิสงส์ชีวิตรุ่งโรจน์ทรัพย์เพิ่มพูน

ณ วัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสวย บนยอดเขา มีพระพุทธชินราชจำลองใหญ่ที่สุดในไทย

ขณะนี้พระอุโบสถใหญ่บนยอดเขา ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา กระเบื้องหลังคาแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา และถังเก็บน้ำชีเมนต์ก็มีรอยรั่วซึมหลายจุด จึงจำเป็นต้องปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วม #เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ

📍 ธนาคารกสิกรไทย
📍 เลขที่บัญชี: 131-3-83390-5
📍 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X

อุโบสถที่สร้างอยู่บนยอดเขา เป็นศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างไทยและจีน โดยขอบประตูและหน้าต่างของอุโบสถ จะตกแต่งด้วยชามสมัยโบราณที่ชาวบ้านนำมาถวายวัดเมื่อครั้งในอดีต ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานพระพุทธรูปปางพิชิตมาร ซึ่งมีพระนามของสมเด็จพระสังฆราช จารึกไว้

อานิสงส์การร่วมบุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถ นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะพระอุโบสถคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน การร่วมบุญบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพดีงาม จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่สืบไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มากมาย ดังนี้

  • ในชาตินี้: มีชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆ กิจการงานเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีชื่อเสียง เกียรติยศ เป็นที่รักใคร่นับถือของคนทั่วไป มีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  • ในชาติหน้า: เกิดในตระกูลสูง มีรูปร่างงดงาม ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของคนทั่วไป มีสติปัญญาดี มีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย มีบริวารพร้อม พบพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย บรรลุธรรมได้โดยเร็ว
  • อานิสงส์สูงสุด: นำพาให้เข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุข อันเป็นจุดหมายสูงสุดของชาวพุทธ

อานิสงส์การซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด มีมากมายเหลือคณานับ เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และการมีน้ำใช้ในวัด ยิ่งส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้ดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม อานิสงส์โดยย่อ มีดังนี้

  • อานิสงส์ด้านการมีสุขภาพดี: การมีน้ำสะอาดไว้ใช้ในวัด ช่วยให้พระสงฆ์และผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการใช้น้ำไม่สะอาด ส่งผลให้มีอายุยืนยาว ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
  • อานิสงส์ด้านความสะดวกสบาย: ถังเก็บน้ำที่ใช้งานได้ดี ช่วยให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ต้องลำบากในการหาน้ำ ทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวันในวัดเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
  • อานิสงส์ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา: น้ำที่สะอาดใช้ในกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น การทำความสะอาดศาสนสถาน การประกอบพิธีกรรม การถวายน้ำ เป็นต้น ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • อานิสงส์ด้านจิตใจ: การทำบุญซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด เป็นการทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ เป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจ เป็นสุขทางใจ และเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพหน้า
  • อานิสงส์ด้านทรัพย์สิน: การทำบุญด้วยน้ำ เชื่อว่าจะทำให้ไม่ขาดแคลน มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา ไม่ลำบากเรื่องการเงิน เพราะน้ำเปรียบเสมือนทรัพย์สมบัติ
  • อานิสงส์ในชาติหน้า: เชื่อกันว่าผู้ที่ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ จะได้เกิดในภพภูมิที่ดี มีผิวพรรณผ่องใส ไม่ลำบากเรื่องการกินอยู่ และมีบริวารมากมาย

ขอโมทนาสาธุการ😊🙏

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอบเกียรติบัตร สื่อมวลชน ในโครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เครือข่ายร่วมนักประชาสัมพันธ์8 #จังหวัดภาคเหนือตอนบน #เข้มสื่อทุกชนิด #ทั้งวิทยุ #โทรทัศน์ #แพลตฟอร์มข่าวสื่อออนไลน์ร่วมพลัง ปุกจิตสำนึกประชาชน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 มอบเกียรติบัตรให้กับสื่อมวลชนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ถายใต้โครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ประจำปีงบประมาณ2568 ระหว่างวันที่3-4ก.พ2568 ณ.โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ โฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นการประชุม

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ 2568 นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เป็นประธาน กล่าวปิดโครงการประชุมฯหลังจากได้ดำเนินการมาครบตามเวลาที่กำหนด 2 วัน ทั้งนี้ได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมการประชุมถึงการสร้างเครือข่ายร่วมบูรณาการฯว่า”ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำวิธีการ และ

ความรู้ไปวางแผนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อร่วมรณรงค์เป็นเครือข่ายศนย์JIC จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กรณีอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโมเดลเชียงใหม่ ส่งข้อมูลข่าวสารตรงต่อประชาชนใหรับรู้ เตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือภัยต่างๆ สามารถป้องกันและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน “

สำหรับภาคเช้าในวันที่ 2ของการการประชุม เวลา08.00น.คณะเดินทางไปศึกษดูงานหมูบ้านต้นแบบด้านการรักษาป่าชุมชนปลอดการเผา 100%บ้านต้นผึ้งหมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยคณะได้รับการฟังการบรรยายจากผู้ใหญ่บ้านนางกัญญารัตน์ ธรรมเสน เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ หมู่บ้านสันต้นผึ้งและนำคณะเดินทางไปยังป่าชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบ การดูแลป่าชุมชน

ซึ่งนำเสนอวิธีการจัดการป่าในรูปแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิการใช้กุสโลบายในการรักษาป่า มีการบวชป่าเป็นต้น ตลอดไม่เผาป่า แต่มีการนำใบตองตึงหรือใบตองพลวง นำมาเป็นวัสดุทำภาชนะใส่อาหาร ด้วยการขึ้นรูปด้วยเครื่องขึ้นรูปภาชนะ

ซึ่งเป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากป่าที่ชาวบ้านดูแลลดวัสดุเชื้อไฟและลดปัญหาการเกิดฝุ่นPM2.5ไปอีกหนึ่งวิธี สำหรับเครือข่ายสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นสื่อที่จะเป็นผู้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับส่งตรงถึงมือประชาชนให้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ.

ธนกฤต #วรรณมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐทีวี / ป.ป.ช. น่าน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ โครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนบ้านหนองบัว และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร จ.น่าน / เปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

แชร์เนื้อหานี้

📆 วันที่ 27 – 28 มกราคม 2568 นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันและ

โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ณ โรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน

✅ ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดช่องว่างและโอกาสในการทุจริต ป้องปรามมิให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้นในโครงการดังกล่าว และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหานมโรงเรียนเสื่อมคุณภาพ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียน

เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตกรณีโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในลักษณะเชิงรุก ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการและทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ

📢 “พบเห็นการทุจริตกระซิบ ป.ป.ช.น่าน”
🏫 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 ถนนน่าน – พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
☎️ โทร. 054-716452
🛜 FACEBOOK : สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่านเปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 09.00น.ณ ลานกาแฟวิสาหกิจชุมชนบ้านสันเจริญ หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานเปิดงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน โดยมีท่านนายอำเภอท่าวังผา เกษตรอำเภอท่าวังผาผอ.ททท.สำนักงานน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมพิธี โดยมีนายเทพศักดิ์ หลี่พานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองในนามคณะกรรมการจัดงานกล่าวรายงาน ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน การจัดงานงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลผาทองศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่าน และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชมรมกาแฟพิเศษบ้านสันเจริญ

หมู่บ้านสันเจริญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีประชากรทั้งหมด 920 คน 153 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่ลายล้อมด้วยภูเขา และประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเมื่อน ด้วยลักษณะภูมิ
ประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเล 900 – 1,300 เมตร ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ทำให้ บ้านสันเจริญเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชาวเมี่ยนจะมีประเพณีที่สำคัญที่เรียกว่า ปีใหม่เมื่อนหรือตรุษจีน ซึ่งจะจัดเป็นประประจำทุกปีหลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของบ้านสันเจริญและการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชนเผ่าเฆี่ยน รวมถึงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอีกด้วย
และงานนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (คณะพัฒนาการท่องเที่ยว)
กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าวังผา

ชุมชนบ้านสันเจริญบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงกรอบการดำเนินงานความร่วมมือ เพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการร่วมกัน โดยตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นต่อการพัฒนาที่ชมชนในบริบทของตำบลท่าวังผาสู่ภูมิทัศน์แห่งการแข่งขันใหม่ และเพื่อให้ก้าวทันความเการท่องเที่ยวตามบริบทของการท่องเที่ยวเชิงกาแฟ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL

แชร์เนื้อหานี้

BEAMS #BEAUTY BIZ MASTERY SUMMIT 2024 งานสัมมนา “สร้างแบรนด์ก้าวทันกฎหมาย สู่ความสำเร็จธุรกิจความงาม”

ณ โรงแรม S RATCHADA LEISURE HOTEL จุดประสงค์ที่จัดงานนี้เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจด้านความงามมีความรู้ในเรื่องกฎหมายที่ผู้ประกอบกิจการธุรกิจความงามทุกท่านควรต้องทราบ เช่นการจัดจ้างแรงงาน กฎหมายเกี่ยวกับ การฟ้องร้องข้อพิพาทงานบริการเกี่ยวกับความงามการขอใบประกอบกิจการการค้า การขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและเพื่อให้ความรู้ทางสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานสุขอนามัยรวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับผู้ให้บริการด้านความงาม

ครูเบลล์ศิริรฎา #ผู้สอนวิชาชีพ BEAUTY

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ร.ร.วัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน แดงละลานตา ร่วมฉลองวันตรุษเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน

แชร์เนื้อหานี้

กรุงเทพ – โรงเรียนวัดเศวตฉัตรจัดกิจกรรมวันตรุษจีน ครู นักเรียนพร้อมใจสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีน สีแดงละลานตา เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมประเพณีจีนที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวดีๆ มากมาย ทั้งความรักในครอบครัว และความกตัญญูของลูกหลานต่อบรรพบุรุษ

วันนี้ (29 ม.ค.) ณ สนามโรงเรียนวัดเศวตฉัตร เขตคลองสาน นางสาวกัญญา อัศวเมฆิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานเปิดงานเทศกาลวันตรุษจีนประจำปี 2568 โดยมีนายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนโรงเรียนวัดเศวตฉัตรร่วมงานด้วยการสวมชุดกี่เพ้า ชุดตรุษจีนสีแดงละลานตา

นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ขออวยพรให้นักเรียนประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ 学习有成เฉวีย-สี-โหย่ว เฉิง (ประสบความสำเร็จในการเรียน)常开เซี้ยว-โข่ว – ฉาง -คาย (เต็มไปด้วยรอยยิ้ม)万事如意 ว่าน -ซื่อ – หรู -อี้ (สมหวังทุกประการ) ทุกวันนี้ชาวจีนและชาวจีนโพ้นทะเลหรือชาวไทยเชื้อสายจีนยังคงยึดถือและปฏิบัติสืบทอดประเพณีตรุษจีนอย่างเข้มงวด เปรียบเสมือนขนบธรรมเนียมที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ แสดงออกให้เห็นถึงความรักความกตัญญูของสมาชิกในครอบครัว

ขณะที่นายภารุวัช จิรสกรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเศวตฉัตร ระบุว่า วันตรุษจีน ถือได้ว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน เพราะถือว่าวันตรุษจีนคือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ดังนั้น ชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก วันตรุษจีน ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ และในปีนี้โรงเรียนวัดเศวตฉัตรได้จัดงานวันตรุษจีน ในวันพุธที่ 29 เดือนมกราคม 2568

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาความสำคัญ และวัฒนธรรมประเพณีในวันตรุษจีน 2.เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้จากการจัดกิจกรรม และ 3.เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน มีความมั่นใจ และกล้าแสดงอย่างเหมาะสมในกิจกรรมต่างๆ

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​