คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โรงพยาบาลประจวบฯ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “โครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11”  

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.68 ที่ลานกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลประจวบฯ นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5 ประธานพิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ โครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 “Walk Run Bike Fighting Stroke 11″ และเทิดพระเกียรติ 125 ปี แห่งการพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และวันพยาบาลแห่งชาติ โดยมี นพ.ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบฯ กล่าวรายงาน นพ.วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ นพ.อภิวัฒน์ บัณฑิตย์ชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม (อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจวบฯ) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลประจวบฯ เจ้าหน้าที่ อสม.

เจ้าหน้าที่แพทย์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปให้การต้อนรัสำหรับโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต เฉลิมพระเกียรติ” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับศิริราชมูลนิธิ และศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นแบบอย่างในการดูแลสุขภาพ และสนับสนุนให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยหันมาใส่ใจการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยในปีนี้ จ.ประจวบฯ กำหนดจัดกิจกรรมโครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 ในวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No Stroke)” โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี และลดความเสี่ยงต่อโรคอัมพฤกษ์อัมพาต

อีกทั้งในปี 2568 เป็นการครบรอบ 125 ปี แห่งการพระราชสมภพสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา พระวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาล เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระบาทในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน ดังคำขวัญวันพยาบาลแห่งชาติที่ว่า “การพยาบาล ก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล เสียสละและบริการตามปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี”
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยพิธีเทิดพระเกียรติ 125 ปี แห่งการพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโครงการแสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11, เสวนาให้ความรู้เรื่อง “รู้จักโรคหลอดเลือดสมอง ก่อนจะสาย” วิทยากร โดย นพ.ณัฏฐ์ พงษ์สุทธิมนัส อายุรแพทย์ระบบประสาท น.ส.ปัทมา ดีประเสริฐ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ดำเนินรายการ โดย น.ส.ปฤศนา พฤศชนะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ 3, ประเมินคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น

วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว คำนวณดัชนีมวลกาย (BMI) 4) ระบบการพยาบาลทางไกล สอนและสาธิตทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) สำหรับประชาชน, รับแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตา, Body Scan : การวัดองค์ประกอบของร่างกาย, Step Test : วัดความ Fit ของหัวใจและปอด, สาธิตอาหารเพื่อสุขภาพ, การบริหารป้องกันสมองเสื่อม, การประเมินสุขภาพจิต “เซียมซีความสุข”, การเข้าถึงข้อมูลทางด้านสุขภาพ, ชมนิทรรศการความรู้โรคหลอดเลือดสมอง,ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, ชมนิทรรศการ เทิดพระเกียรติ “รอยพระยุคลบาท 125 ปี สมเด็จย่า นำทางสุขภาพไทย” และการแสดงดนตรี โดยชมรมครูเกษียณ โดยมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หลังจากสงครามสงบ..นักท่องเที่ยวนานาชาติ ร่วมงานเทศกาลคติชนวิทยาพุทธศาสนานานาชาติครั้งที่ 37 ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 68 ที่วัดนาโนน ตำบลหนองไฮ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายพิศิน ทาศิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย เป็นประธานเปิดงานเทศกาลคติชนวิทยาพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 37 โดยงานเทศกาลดังกล่าวเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อเป็นแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ

สร้างความเชื่อมั่นหลังจากที่สงครามสงบ ผ่านการละเล่นหรือนิทาน และสร้าง ความบันเทิง หรือถ่ายทอดผ่านศิลปวัฒนธรรรม บทเพลง และการแสดง โดยมี พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ชาวต่างประเทศจากนานประเทศ รวม 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบังกลาเทศ, อินโดนีเซีย, สปป.ลาว, เมียนมาร์, เนปาล, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, ศรีลังกา และประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

***ทั้งนี้คำว่า คติชนวิทยา ถือว่ามีความสำคัญในการศึกษา วิถีชีวิต ความเชื่อ และของกลุ่มคนในสังคมไทยหรือนานาชาติ ทำให้เราเข้าใจและเห็นคุณค่าของ ภูมิปัญญาดั้งเดิม ของบรรพบุรุษ ช่วยอบรมสั่งสอน และสร้าง คุณธรรมจริยธรรม ให้กับคนในสังคม นอกจากนี้ยังให้ความรู้ ฝึก ผ่านการละเล่นหรือนิทาน และการสร้าง การแสดง ความบันเทิง หรือถ่ายทอดผ่านศิลปวัฒนธรรรม บทเพลง ซึ่งสามารถคลายความเครียดได้

***โดยกิจกรรมภายในงานมีการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม ที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน ผ่านการแสดง และเสียงเพลง จาก 9 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบังกลาเทศ, อินโดนีเซีย, สปป.ลาว, เมียนมาร์, เนปาล, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, ศรีลังกา และประเทศไทย อาทิ การเล่นดนตรี เต้นรำ ของชาว โปแลนด์, การเต้นรำ ของชาวฟิลิปปินส์, การร้องเพลวจาก สปป.ลาว, การแสดงวิธีแกลมอ ของชนเผ่าส่วย (ประเทศไทย) และการแสดงประเพณีการเลี้ยงปู่ตา ของชนเผ่าส่วย (ประเทศไทย)

***นอกจากนี้ยังมีการแสดงปฐกถาจาก พระวชิรสิทธิธาดา เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ในหัวข้อ “บทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ธรรมและสมาธิเพื่อสร้างสันติสุข” การสอนชาวนานๆชาติตั้งสติและนั่งสมาธิ การนำชาวนานาชาติร่วมขึ้นเกวียนแห่กองยาวชมความงามรอบพระธาตุหนุนดวง ของวัดนาโนน

ซึ่งความสนุกสนานให้กับชาวต่างชาติ และผู้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดภัยสงครามระหว่างไทยกัมพูชาทำให้นานาชาติไม่กล้าเข้ามาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากที่สงครามได้สงบทำให้นานาชาติมีความเชื่อมั่นและหันเข้ามาเที่ยวและทำกิจกรรมในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอโคกสำโรง นำพา ธ.ก.ส ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ เชิญชวน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ carbon credit.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วลกุล นายอำเภอโคกสำโรง นำพนักงานพัฒนาลูกค้า สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดลพบุรี

พร้อม นางเพยาว์ (เป้ว) แสงประไพ ประธาน ธตม. ภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมสวนสักทองของ นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ เกษตรกรปลูกป่าดีเด่นกรมป่าไม้ลพบุรี สระบุรี ที่หมู่ 3 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เพื่อที่จะเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมโครงการ carbon credit.

ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นผู้ที่ประสานงานเกษตรกรในพื้นที่มาร่วมรับฟังและเยี่ยมชมสวนสักทองพืชสมุนไพรของ นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์. โดย ธ.ก.ส.มีเป้าหมายในการรับขึ้นทะเบียนจำนวน 37,000 ต้นในจังหวัดลพบุรี

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับต้นไม้ ยกระดับต้นไม้ที่ปลูกให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น เป็นหลักประกันเงินกู้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลักดันเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นก

ลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. (2050) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ส่งเสริมการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ดำเนินการตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) เพื่อสร้างกลไกการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศ และตอบสนองความต้องการของภาครัฐและเอกชนที่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

แนวทางการปฏิบัติในการดำเนินโครงการ ให้ประชาชนที่สนใจ แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ ทำการรวบรวมรายชื่อ ข้อมูล เช่นจำนวนแปลง จำนวนไร่ จำนวนต้นไม้ และนำส่ง ธ.ก.ส. หรือท่านที่สนใจ จะโทรสอบถามได้ที่เบอร์โทร
095 635 9356
063 228 9985

วัตถุประสงค์หลักของโครงการ BAAC Carbon Credit ของ ธ.ก.ส. คือ การส่งเสริมให้ชุมชนและเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่า เพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย ผ่านการ “เปลี่ยนอากาศเป็นเงิน” โดยการสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจากการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้

ถือว่าเป็นข่าวดี สำหรับ เกษตรกร และผู้ปลูกป่า หรือผู้รัก ชอบปลูกต้นไม้ป่า ไม้ยืนต้น เริ่มตั้งแต่ 9 ต้นขึ้นไป ขนาดต้นไม้ วัดความสูงจากพื้นดิน 130 ซ.ม. มีเส้นรอบวง มากกว่า 150 ซ.ม. สามารถ สมัครเข้าเป็นสมาชิก เข้าร่วมโครงการ ขายคาร์บอนเครดิต ติดต่อ ขอรายละเอียด ได้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส. จังหวัดใกล้บ้าน. หรือ สหกรณ์สวนป่า ภาคเอกชน จังหวัดลพบุรีจำกัด

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมชาวใต้ สมุทรปราการ แถลงข่าว จัดงานแสดงสินค้า FACTORY OUTLET FAIR 2025จัดขึ้น 5 – 14 ธค.2568ณ ลานอเนกประสงค์ เยื้องหมู่บ้านพฤกษา 106 แพรกษาใหม่ สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

นายไพรัตน์ จันทร์ไซยแก้ว นายกสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ แถลงข่าวประชาสัมพันธ์เตรียมจัดงานแสดงสินค้าชาวใต้ FACTORY OUTLET FAIR 2025 ที่จะจัดขึ้นใน วันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น ณ ลานอเนกประสงค์ เยื้องหมู่บ้านพฤกษา 106 ถนนตำหรุ-บางพลี ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ร้านบ้านเกาะยอ ถนนสุขุมวิทสายเก่า ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สมาคมชาวใต้สมุทรปราการ แถลงข่าวประชาสัมพันธ์เตรียมจัดงานแสดงสินค้าชาวใต้ FACTORY OUTLET FAIR 2025

โดยมีนายไพรัตน์ จันทร์ไซยแก้ว นายกสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวข้อมูลการจัดงาน พร้อมด้วยนายชาญณรงค์ รมย์ทอง เลขานุการจัดงาน สมเกียรติ ทองเหลือ อรุณ บุญเพชรทอง ถาวร รัตนพันธุ์ คณะกรรมการฝ่ายจัดงาน และป๋าเท็ดดี้ โลโซ ร่วมกันแถลงข่าว สมาชิกสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ เข้าร่วมงานแถลงข่าว โดยสมาคมชาวใต้จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดการจัดงาน “สมาคมชาวใต้สมุทรปราการ Factory Outlet Fair 2025”

ในวันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น ณ ลานอเนกประสงค์ เยื้องหมู่บ้านพฤกษา 106 สมุทรปราการ ถนนตำหรุ-บางพลี ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ สำหรับวัตถุประสงค์ ทางสมาคมมีนโยบายการจัดงานขึ้นเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้รวมถึงพี่น้องประชาชน ดังนี้ จัดหาทุนดำเนินกิจกรรมของสมาคมสู่พี่น้องชาวใต้ทั่วประเทศ โดยรายส่วนหนึ่งจากการจัดงานจะนำไป จัดซื้อจัดหา วัสดุ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคที่จำเป็น นำไปมอบให้ทหารชายแดนที่กำลังปกป้องรักษาชายแดนไทย จากสถานกาณ์ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ และรายได้ส่วนหนึ่งจะดำเนินการ ดูแลบรรเทาทุกข์พี่น้องตามเหตุสถานการณ์ต่างๆต่อไป

สำหรับสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ ได้จดทะเบียนยกฐานะ จากชมรมชาวใต้สมุทรปราการ ซึ่งได้มีประวัติ บันทึกไว้ว่าราวปี 2540 พี่น้องชาวใต้ 14 จังหวัด ในสมุทรปราการ ได้รวมตัวกันตั้งชมรมชาวใต้สมุทรปราการ ขึ้นมา โดนมี นายสุรเชษฐ์ คุยยกสุย ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น เป็นประธานชมรมคนแรก และได้มีการจัดกิจกรรมสังสรรค์เพื่อหารายได้ช่วยเหลือที่น้องชาวใต้ และสาธารณประโยชน์ มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี พ.ศ. 2556 กรรมการปริหารชมรมฯ ขณะนั้นมีความประสงค์จะยกฐานะให้ชมรมชาวใต้สมุทรปราการ เป็นองค์กรที่ สมารถทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างเป็นทางการมากยิ่งขึ้น จึงได้มีมติจัดตั้งเป็นสมาคม ขึ้น

โดยมี นายไพรัตน์ จันทร์ไชยแก้ว นายเฉลิม จันทร์เภา และนายพิศิษฐ์ รมย์ทอง เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคม เมื่อปี พ.ศ.2550 และมี นายไพรัตน์ จันทร์ไชยแก้ว เป็นนายกสมาคม คนแรก มีกรรมการปริหารสมาคม ชุดก่อตั้งทั้งหมดรวม 15 คน ต่อมาสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ และพี่น้องทั้งชาวใต้ และชาว จ.สมุทรปราการ จนสามารถจัดซื้อที่ดินของสมาคมได้เป็นที่เรียบร้อย มูลค่าหนึ่งล้านเศษ ไว้เพื่อสร้างสำนักงาน และที่พักพิงให้พี่น้องชาวใต้ที่ต้องการที่พักชั่วคราวในอนาคต และเพื่อเป็นสมบัติให้ลูกหลานของชาวใต้สืบไป

การจัดงานสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ ได้ดำเนินการจัดงานมาเป็นระยะเวลา 12 ปี โดยการจัดงานจะจัดขึ้นทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมของทุกปี ในการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พี่น้องชาวได้ ทั้งในสมุทรปราการและพี่น้องพันธมิตรใช้รวมตัวพบปะสังสรรค์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมเพื่อส่งต่อสาธารณประโยชน์ในเรื่องต่างๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายพบปะสังสรรค์โดยมีสมาชิกพี่น้องชาวใต้เข้าร่วมงาน รวมถึงหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ และ เอกชน โรงงานอุตสาหกรรม สถานศึกษา ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นพื้นที่ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อน การสร้างอาชีพ การกระจายรายได้ในท้องถิ่น สนับสนุนส่งเสริม-พัฒนาความสามารถของเยาวชน ส่งเสริม-รักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม ประชาชนสามารถซื้อสินค้าในราคาถูก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานพิเศษกว่าทุกครั้ง โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุน จากองค์กรต่างๆ มากมาย เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น และได้รับประโยชน์ในการจัดกิจกรรม ครั้งนี้
โดยประมาณการผู้เข้ารวมงาน จำนวน 2,000 คน โดยในครั้งนี้ได้มีการจัดงานในส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้ งานพบประสังสรรค์พี่น้องสมาคมชาวใต้สมุทรปราการ มีสินค้าจากโรงงานมาจำหน่ายในราคาถูก ได้รับการสนับสนุนร่วนมือจากโรงงานอุตสาหกรรม การจำหน่ายสินค้าธงฟ้า การจำหน่ายสินค้า ของใช้ อาหาร เครื่องดื่ม จากประชาชนทั่วไป บูธจัดแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และสมาคม

มีกิจกรรมร่วมของชาวชุมชุนเพื่อส่งเสริมเยาวชน การประกวดคนตรีระดับเยาวชนและประชาชน ทั่วไป โดยมีรางวัลให้แก่ผู้เข้าประกวด เพื่อยกระดับความสามารถของเยาวชนและประชาชนเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมธุรกิจบันเทิง และยังต่อยอดให้ได้ใช้ความสามารถในการประกอบอาชีพต่อไป โดยการประกวดนี้ได้รับความร่วมมือจาก ค่ายเพลง และศิลปิน มาร่วมเป็นกรรมการตัดสิน นอกจากนี้กิจกรรมภายในงาน งานออกร้านจากศิลปินดารา การแสดงบนเวที พบกับคอนเสิร์ต ศิลปิน 5 ธันวาคม 2568 BIG BROTHER วันที่ 4 ศิลปิน Dit Smile Buffalo-But Nursery Sound-B-Angle- Syam

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 วง ซูซู วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ตัวตึงก๊อปปี้โชว์ วันที่ 12 ธันวาคม 2568 วงไก่กะละมัง วันที่ 13 ธันวาคม 2568 บ เบิ้ล 300 วันที่ 14 ธันวาคม 2568 รถแห่ ช.ช้าง มิวสิค ชัยภูมิ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสื่อสังคมออนไลน์แชร์โพสต์มีดพับผู้โดยสารถูกนำมาขายในกลุ่มออนไลน์ตามที่ปรากฏโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Chongpriang Taonangam” ระบุว่าพบมีดพับของตน ซึ่งเคยถูกเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิดำเนินการยึดไว้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ปรากฏถูกนำออกมาประกาศขายในกลุ่มออนไลน์ “Leatherman Thailand Club” นั้น
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ขอเรียนชี้แจงว่า ทสภ. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ได้ดำเนินการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามก่อนขึ้นเครื่อง โดยไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำวัตถุแหลมคมหรือสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามของสนามบินหรือขึ้นไปบนอากาศยาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยการบินพลเรือนที่กำหนดโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และกฎระเบียบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รวมทั้งมาตรการของ AOT เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและการเดินอากาศ
ทั้งนี้ หลังจากผู้โดยสารได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตรวจค้นว่าสิ่งของดังกล่าวไม่สามารถนำผ่านจุดตรวจค้นเพื่อขึ้นเครื่องได้ ผู้โดยสารสามารถดำเนินการได้ 3 แนวทาง คือ 1) จัดส่งสิ่งของกลับทางไปรษณีย์ด้วยตนเอง 2) นำสิ่งของไปกับสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง 3) นำไปทิ้งในกล่องใส่วัตถุของมีคมที่ ทสภ. จัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร โดยกล่องดังกล่าวจะมีการปิดล็อกไว้เพื่อควบคุมรักษาความปลอดภัย และป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องในการเข้าถึง ซึ่งผู้โดยสารต้องเป็นผู้ทิ้งด้วยตนเอง โดยเจ้าหน้าที่มิได้ทำการยึดสิ่งของจากผู้โดยสารโดยตรง
สำหรับสิ่งของต้องห้ามที่ผู้โดยสารไม่สามารถนำผ่านจุดตรวจค้นได้และได้ทำการทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะถูกจัดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย โดยจะมีคณะทำงานจัดเก็บวัตถุต้องห้ามเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาแล้ว ทสภ. จะดำเนินการนำสิ่งของไปทำลาย

ทั้งนี้ ในระหว่างรอการทำลาย หากมีหน่วยงานราชการ โรงเรียน สถานศึกษา หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่มีหนังสือขอรับการบริจาคเพื่อนำไปเป็นสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ทสภ. จะทำการบริจาคส่งมอบให้ต่อไปโดยกระบวนการดังกล่าวจะเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบการบริจาคสิ่งของต้องห้ามฯ ระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน 2568 ทสภ. ได้บริจาคสิ่งของดังกล่าวไปให้หน่วยงานที่ร้องขอ จำนวน 7 หน่วยงานอย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ทสภ. ได้ยกเลิกการบริจาควัตถุแหลมคมหรือสิ่งของต้องห้ามทุกประเภท โดยจะดำเนินการนำของต้องห้ามทั้งหมดไปทำลายอย่างเหมาะสมภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรัทธาเชื่อมใจ ปันน้ำใจสู่ผู้เปราะบางเมืองปัตตานี พร้อมมอบสิ่งของจำเป็น สร้างสุข สร้างความปรองดองในชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 15.30 น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมด้วยนางหัสนัย หะยีมะสาและ

เจ้าหน้าที่ปกครองตำบลสะบารัง ร่วมกับวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง และชุมชนตลาดโต้รุ่ง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มเปราะบางในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “สร้างสุข ส่งต่อ ปันน้ำใจ” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน โดยใช้อัตลักษณ์ทางศาสนาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสู่หมู่บ้านศีลธรรม สร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประชาชนทุกกลุ่ม ทุกศาสนา ลดปัญหาความขัดแย้ง และสร้างสังคมแห่งความเมตตา

ในกิจกรรมดังกล่าว คณะผู้ร่วมงานได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่กลุ่มเปราะบางจำนวน 2 ราย ณ บ้านเลขที่ 56/1 ถนนโรงอ่าง และบ้านเลขที่ 28/4 ถนนสะบารัง ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี

ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ประสานงานกันอย่างดีเยี่ยม โดยมี นายกุมโชค แสงธรรมนาถ ประธานชุมชนตลาดโต้รุ่ง คณะกรรมการชุมชนตลาดโต้รุ่ง ประธานชุมชนโรงอ่าง สมาชิกเทศบาลเมืองปัตตานี อสม. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกิจกรรมนี้สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ศาสนา และชุมชน ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง พร้อมส่งต่อความหวังและน้ำใจให้แก่ผู้ที่ต้องการการดูแล สร้างสังคมที่อบอุ่น ปรองดอง และยั่งยืน

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสำรวจทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 228 สายชุมแพ-หนองบัวลำภู ตอนชุมแพ-สีชมพู จ.ขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.45 น. นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพให้เกียรติเป็นประธาน โครงการจ้างวิศวกรสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องทางจราจร บนทางหลวงหมายเลข 228 สายอำเภอชุมแพ-อำเภอหนองบัวลำภู ตอนชุมแพ-สีชมพู

ดำเนินงานระหว่าง 4 มีนาคม 2568-27 พฤษภาคม 2569 รวม 450 วัน โดยมีนายนพดล นุ่มน้อย วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ เจ้าของโครงการ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดประชุมสัมนาตอบข้อซักถามสื่อมวลชน ผู้ได้รับผลกระทบและปัญหาต่างๆจากการสำรวจออกแบบทาลงหลวง 4ช่องจราจร

ในบางครั้งอาจมีผลกระทบต่อชุมชน แหล่งการศึกษา สาธารณะสถาน วัดวาอาราม โรงเรียนและสิ่งแวดล้อมต่างๆตามรายทาง การออกแบบในเชิงวิชาการติดตั้งไฟสว่าง ไฟเขียว-ไฟแดง แหล่งชุมชน ตามทางร่วมทางแยกเพื่่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จากเส้นทางหลวงขยาย 4 ช่องจราจร ชุมแพ- สีชมพู ผ่านหลายหมู่บ้านหลายตำบลย่อมเกิดปัญหาหลายด้าน บางแห่งติดที่ดินทำกินบางตำบลมีบ้านติดถนน การให้ค่าตอบแทนของรัฐในการเวนคืนที่ดินสมเหตุสมผลและเป็นธรรม

จนผู้ได้รับผลกระทบยินยอมเป็นที่พอใจโดยไม่เกิดข้อพิพาทคืองานสำเร็จในการขยายเส้นทางหลวง 4 ช่องจราจร การประชุมสัมนาจนถึงเวลา 15.50น.จึงได้ปิดการประชุม

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชายแดนใต้คึกคัก! “รมช.อามินทร์” เปิดงาน Thai Deep South Connect ครั้งที่ 2 ผนึกภาคี 5 จ.แดนใต้ คาดเงินสะพัดกว่า 50 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 19.15 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานคนเดิน สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดมหกรรม “Thai Deep South Connect ของดีพื้นที่ วิถีพื้นถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2“ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายตัวของการท่องเที่ยว โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้แทนจาก ศอ.บต.นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่

รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมเป็นจำนวนมากสำหรับมหกรรมฯดังกล่าวเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ศอ.บต. กับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อส่งเสริมการค้าขาย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมหลักคือการจัด “ตลาดนัดชุมชนเชิงเศรษฐกิจ” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนได้นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกว่า 300 คูหามาจำหน่าย

โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดภาระและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยการจัดงานในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง และอยู่ติดกับประเทศมาเลเซียนั้น มุ่งหวังที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากประเทศเพื่อนบ้านให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย

โดยคาดหวังว่ากิจกรรมตลอด 3 วันนี้ (18-20 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 – 23.00 น.) จะสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างความคึกคักทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากโอกาสในการซื้อขายสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและการแสดงดนตรีสดจากศิลปินชื่อดังตลอด 3 วันเต็ม อาทิ วง “กานดา อาร์สยาม” (18 ต.ค.), วง “วงทัพห้า” (19 ต.ค.) และ วง “แทมมะริน” (20 ต.ค.)
ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นยอดซื้อและความคึกคักทางการค้าอย่างต่อเนื่อง ศอ.บต. ยังได้เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการขายมูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท เช่น กิจกรรมเช็คอินรับคูปองเงินสด, ช็อปดี มีคืน, วงล้อลุ้นโชค

รวมถึงกิจกรรมสร้างกระแสประชาสัมพันธ์ยุคใหม่อย่าง Tiktok Challenge แข่งขันทำคลิปวิดีโอคอนเทนต์ ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 10,000 บาท อนึ่ง มหกรรม “Thai Deep South Connect” ได้จัดครั้งที่ 1 ไปแล้วที่จังหวัดปัตตานี และมีแผนจะเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปในอีก 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอเมือง จังหวัดสตูล และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2568 เพื่อผลักดันเศรษฐกิจชายแดนใต้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายไ

ด้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้าน มีเวทีในการนำสินค้าของตนมาเสนอขายโดยตรง ถือเป็นนโยบายที่มุ่งเน้น “การสร้างรายได้ที่จับต้องได้” ให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการเสนอ

ความงดงามทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อป การสาธิตงานหัตถกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชุมชน และการนำเสนออาหารฮาลาลที่มีชื่อเสียง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจแก่คนในพื้นที่ แต่ยังเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่อไป
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตร วันตำรวจ ประจำปี 2568 /เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จตุพงษ์ แป้นเขียว รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ห้วยยาง

พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.พ.ต.ต.พิเชษฐ์ วุฒาพานิชย์ สว.สส.พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วย นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะกรรมการ กต.ตร. และข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง พร้อมทั้งครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น. ข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติร่วมพิธีบูชาศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยางที่เสียชีวิต จากนั้น ข้าราชการดำรวจ และครอบครัว

พร้อมบุตร-ธิดา ได้ร่วม พิธีมอบทุนฯ การศึกษาจำนวน 29 ทุน รวมเป็นเงิน 41,500 บาท และร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นศิริมงคล และในช่วงบ่ายร่วมแข่งขันกีฬากระชับความสามัคคี

สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ต้องเดินทางไปรับผลการประเมินโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ 2568 อันดับที่ 1 ของภาค 7 ( ดีเด่น) จาก พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 จึงได้มาดำเนินกิจกรรมในวันนี้

เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ
   เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จาก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVL), บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) และ

บริษัท เอสวีแอล พร็อพเพอตี้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVLP) ร่วมถวายปัจจัยจำนวน 70,000 บาท เพื่อร่วมเทศกาล “ทอดกฐินสามัคคี” ประจำปี 2568 โดยร่วมถวายแก่ 14 วัด ในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ โดยมีนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ในฐานะตัวแทนคณะผู้บริหารและพนักงาน

ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมงานบุญต่อเนื่องทุกปีกับพี่น้องชาวบางสะพาน SVL Group ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาองค์กรควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พิธียกเสา ‘โกเต็ง’ อัญเชิญตะเกียง 9 ดวงขึ้นสู่ยอดเสา เทศกาลถือศีลกินเจ 68

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ประเพณี ถือศีล-กินเจ 68 มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ร่วมกับ นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร

นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายประชา วิโรจน์ทินกร ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นพพร มีสติ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ อาสาสมัครกู้ภัย และประชาชน

ร่วมงาน ทำพิธียกเสา ‘โกเต็ง’ อัญเชิญตะเกียง 9 ดวงขึ้นสู่ยอดเสา สัญญาณแห่งการเริ่มต้น เทศกาลถือศีลกินเจ 68 ร่วมกันละเว้นจากการเบียดเบียน รักษาศีล ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพกายใจแข็งแรง เจริญในธรรม และอิ่มบุญตลอดช่วงเทศกาลกินเจ ณ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์

นายประชา วิโรจน์ทินกร ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ กล่าวต้อนรับในวันนี้ก็นับว่าเป็นอีกวาระหนึ่ง ที่พวกเราชาวชุมพรได้ร่วมกันจัดงานประเพณีเทศกาลถือศีล–กินเจ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประกอบกรรมดี และเป็นการสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันถือศีล–กินเจเป็นจำนวนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรในภาพรวมอีกทางหนึ่ง ซึ่งทราบว่าจังหวัดชุมพรเป็นเป้าหมายของผู้เดินทางจำนวนมาก ที่ประสงค์จะร่วมเทศกาลถือศีล-กินเจ ด้วย เป็นประจำทุกปีอันเนื่องจากความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน เช่นสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติสมบูรณ์ สวยงาม

สภาพสังคมที่มีความสงบสุขไม่วุ่นวายมาก สภาพทางเศรษฐกิจก็ไม่สูงมากนัก เพราะฉะนั้นควรถือโอกาสนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน เพื่อไปขยายผลต่อในโอกาสข้างหน้า ซึ่งจะสร้างความเจริญแก่ชุมชนพร้อมกับยึดมั่นในปณิธานของสถานที่โรงเจลิบฮกตั๊วแห่งนี้ว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ทำความดีเพื่อคนชุมพร” ได้ปลูกฝังในจิตใจให้ยั่งยืนสืบไป

เทศกาลกินเจ ไม่ใช่แค่การงดรับประทานเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งแห่งการถือศีล บำเพ็ญบุญ เพื่อให้ร่างกาย และจิตใจมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการเข้าร่วมเทศกาลกินเจ นอกจากจะช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจสดชื่น เบิกบาน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นมีความสุข

กระผมถือโอกาสอันดีและเป็นมงคลนี้ขอต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ท่านนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร คณะหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เข้าสู่งานเทศกาลถือศีล-กินเจ ประจำปี 2568 ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง และขออำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ความเจริญ มีพลานามัยสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยทั้งปวง

ขอให้อานิสงส์แห่งการประกอบความดีได้ตอบสนองแต่สิ่งดี ๆ และเป็นมงคลแก่ชีวิตตลอดไป นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร กล่าวด้วยในรอบหนึ่งปีตามปฏิทินจันทรคติของจีน ช่วงเทศกาลกินเจ จะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 และไปสิ้นสุดในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 โดยในปี พุทธศักราช 2568 ซึ่งตรงกับคริสต์ศักราชที่ 2025

จะตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 แต่ทั้งนี้ โดยถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติจัดล่วงหน้า 1 วัน เป็นการเตรียมพร้อม เทศกาลถือศีล-กินเจ ถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญ ทางเทศบาลเมืองชุมพร จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ และโรงเจหลิบฮกตั๊วแห่งนี้ ได้ร่วมกันจัดงานประเพณี ถือศีล-กินเจ อันเป็นประเพณีของท้องถิ่นชุมพร ที่ได้สืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ อันนำมาซึ่งความสงบร่มเย็น ความสามัคคี มีศีลธรรม มีคุณธรรม ของประชาชนในท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดทุกคนจะได้มีสุขภาพกาย – ใจ ที่สมบูรณ์แข็งแรงกลับคืนมา ส่งผลให้ครอบครัว ชุมชน ได้มีความอบอุ่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี

เทศบาลเมืองชุมพร ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภายใต้การนำของกระผม นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ได้เล็งเห็นความสำคัญของประเพณีถือศีล-กินเจ จึงได้ร่วมกับสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมพร จัดสรรงบประมาณอุดหนุนตามแนวทาง

ที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยกำหนด สำหรับการจัดงานประเพณี ถือศีล-กินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ครั้งนี้ เป็นเงิน 70,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยส่วนรวมได้มีความสมบูรณ์อันนำความเจริญให้เกิดแก่ท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ที่สำคัญ 4 ประการ คือ

  1. เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ระหว่างชุมชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะประชาชนเชื้อสายไทย – เชื้อสายจีนและอื่น ๆ ที่ศรัทธาในประเพณีถือศีล – กินเจ
  2. เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรม การถือศีล การปฏิบัติธรรมให้แพร่หลายมากขึ้น เพื่อนำมาซึ่งความสงบร่มเย็นของท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความสามัคคีปรองดองถ้วนหน้า
  1. เพื่อสร้างความสำนึกรักชุมชน รักท้องถิ่น นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นศูนย์รวมทางจิตใจเพื่อสร้างขวัญ สร้างกำลังใจ ให้กับคนในพื้นที่
  2. เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวของท้องถิ่น และก่อให้เกิดการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจของท้องถิ่นมีการสะพัดยิ่งขึ้น
    การจัดงานประเพณี ถือศีล-กินเจ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประชาชนในท้องถิ่น เพราะจะมีประชาชนจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาในชุมพรมากขึ้น ในช่วงระยะ 10 วันนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 5,000 คน ส่วนครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมก็สามารถมารับอาหารเจทานได้จากโรงครัวที่จัดบริการตลอดช่วงเทศกาลนี้ ก็ขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทุกคน ได้ร่วมกันสร้างความดี มีคุณธรรม ขยายผลยิ่งๆขึ้นไป
    นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กระผม รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลถือศีล – กินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568 ครั้งนี้
    การถือศีล – กินเจ นับว่าเป็นการกระทำความดีอย่างหนึ่ง
    ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดี มีความสุขสงบสะอาดงดงามทั้งกาย และจิตใจ ถือเป็นศิริมงคลยิ่งแก่ผู้ประพฤติตน ในช่วง 1 ปี จะมีเทศกาล ถือศีล – กินเจ ขึ้น 1 ครั้ง แม้จะมีระยะเวลาเพียง 10 วัน ก็หวังว่าจะส่งผลให้จิตใจของพี่น้องชาวชุมพร ได้หันมาทำความดีให้แพร่หลายมากขึ้น นอกจากนั้นยังนับว่าเป็นโอกาสดีของชาวจังหวัดชุมพรที่มีโอกาสได้รับนักท่องเที่ยวสายบุญซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของท้องถิ่นและจังหวัดชุมพร ดียิ่งขึ้นจะมีการ

จับจ่ายใช้สอยที่หลากหลายส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร อีกมิติหนึ่งด้วย
จังหวัดชุมพร นับว่าโชคดี ที่คนรุ่นก่อนๆ ได้ริเริ่มก่อเกิดให้มีประเพณีถือศีล – กินเจ ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากความเข้มแข็ง ของพี่น้องประชาชนผู้สืบเชื้อสายทั้งไทย-จีน ได้ร่วมมือกัน ในขณะที่หลายๆ จังหวัดไม่มีประเพณีนี้ ก็ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ใช้จุดแข็งข้อนี้ มาพัฒนาท้องถิ่น พัฒนาจังหวัด

ได้อีกทางหนึ่ง โดยการประสานบูรณาการร่วมกับองค์กร ภาคี เครือข่ายอื่นๆ ที่จะทำให้เติบโตได้ยิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่งทางจังหวัดเองก็มีความมั่นใจว่าสามารถรองรับประชาชนที่จะเดินทางมายังจังหวัดชุมพรได้ เพราะปัจจุบันจังหวัดชุมพร ก็ได้พัฒนาไปมากโดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานถนนสายต่างๆ ก็มีความสะดวกมากขึ้น ก็เป็นปัจจัยที่เกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดีอีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวก็ได้มีการปรับปรุงพัฒนาให้สวยงามคงความเป็นธรรมชาติไว้อย่างสมบูรณ์

กระผมขอขอบคุณสำหรับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนทั้งหลายที่ให้ความร่วมมือสนับสนุน จนได้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้น ขอให้การจัดงานประเพณีเทศกาลถือศีล – กินเจได้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ขอให้ทุกท่านได้มีกำลังกาย กำลังใจที่จะทำความดีมากขึ้น มีองค์เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ จงช่วยปกป้องคุ้มครองผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ท่านรวมถึงครอบครัวให้ประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จีนจับมือไทยร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีเปิดศูนย์วิจัยร่วมมือที่ศูนย์เศรษฐกิจ

แชร์เนื้อหานี้

​ไทย-จีน ร่วมเปิดศูนย์วิจัย มันสำปะหลังร่วมกัน เพื่อยกระดับการวิจัยและนวัตกรรมทางผลผลิตมันสำปะหลังเพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตและมันสำปะหลังที่มีคุณภาพ คาดว่า เกษตรกรจะได้รับผลดีจากการร่วมมือ ไทย-จีน ในครั้งนี้
​ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.กำไร เขือนสันเทียะ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจโคราช เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ทางศูนย์ได้ทำพิธีเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี มันสำปะหลังไทย – จีน เพื่อยกระดับความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศูนย์แห่งนี้ จะมุ่งเน้นพัฒนาผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างทั้ง ไทย-จีน พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น คลัสเตอร์เกษตรกร และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้งานวิจัยสามารถต่อยอด สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและส่งบุคลากรไปอบรมยังประเทศจีน และร่วมมือจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยระหว่างประเทศ ร่วมกันอีกด้วย

ทางด้านนางสาวธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และ ในฐานะผู้ประกอบการด้านมันสำปะหลังจากบริษัท สงวนวงษ์ อุตสาหกรรม ผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังและสินค้าแปรรูปจากมันสำปะหลังระดับประเทศ กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก และถือเป็นจุดเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงโดยนำเทคโนโลยีด้านนวัตกรรม มาเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าทางการเกษตร เริ่มต้นที่มันสำปะหลังก่อนและค่อยขยายไปยังพืชเกษตรกรของไทยในรายอื่นๆต่อไป ไม่ว่าจะเป็นอ้อยหรือข้าวโพด

วันนี้มันสำปะหลังเราเจอวิกฤตผลผลิตต่ำจนทำให้การค้าของเรา สู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ วันนี้ประเทศลาวและเวียดนามเขามีผลผลิตที่ดีกว่าปละต้นทุนต่ำกว่าไทยเราทำให้เขาสามารถแย่งตลาดมันสำปะหลังของไทยเราไปค่อนข้างมาก หากเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆให้กับเกษตรกรไทย ที่ปลูกมันสำปะหลังจะทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้น เราก็จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งอย่างลาวและเวียดนามได้ เกษตรกรเราก็จะมีทางรอด ทำให้เชื้อแป้งมีเปอร์เซ็นต์มากขึ้น เราก็จะแข่งขันได้ในอนาคต

ด้านนายสมชาย ศรีตระกูลประธานที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตและประกอบการมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกมันสำปะหลังของไทยปีนี้จากการสำรวจของ 4 สมาคมมันสำปะหลังไทย พบว่าผลผลิตปีนี้จะมีปริมาณที่ลดลงค่อนข้างมาก เพราะปริมาณฝนสามารถทำให้ผลผลิตน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ราคาที่ขายของเกษตรกรอยู่ที่ 1.80-2.00 บาท /กิโลกรัม และเกษตรกรสามารถผลิตต่อไร่ได้ประมาณ 3 ตัน เศษๆเท่านั้น ความร่วมมือไทย-จีน ครั้งนี้ นัยว่าเป็นเรื่องที่ดี

จะได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากประเทศจีนมาช่วยทำให้ เกษตรกรปลูกและผลิตมันสำปะหลังให้มีจำนวนมากขึ้น 4-5 ตัน/ไร่ และปริมาณเชื้อแป้งจะได้เปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นตรงตามความต้องการของตลาดจากประเทศจีนซึ่งนำแป้งมันสำปะหลังจากไทย ถึง 50% ของผลผลิตทั้งประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าประเทศไทยจะได้รับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากประเทศจีนมาวิจัยร่วมกับจะทำให้เกษตรกรไทยสามารถปลูกมันสำปะหลังได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น นัยว่าจะส่งผลดีต่อเกษตรกรไทยอย่างแน่นอน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.จัดกิจกรรม Road Show ทะเลตราด สู่ ภูผาน่านเชื่อมโยง ท่องเที่ยว – โอทอป / น่านเพิ่มทางธุรกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไผ่ แข่งขันได้ในตลาดสากล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด นำโดย คุณมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด และว่าที่ ร้อยตรีกรกฎ โอกาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ได้นำคณะกรรมการและ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด เดินทางมาจัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว แนวทาง/รูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และบูรณาการการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

ซึ่งมี พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน พร้อมคณะกรรมการ รวมทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ร่วมพบปะและให้การต้อนรับ ณ โรงแรมนานกรีนเลควิว รีสอร์ท ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน/ส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวของทั้ง 2 จังหวัด

ให้เป็นภาคีเครือข่ายท่องเที่ยวเชื่อมโยงข้ามภูมิภาค ระหว่าง จังหวัดตราด ซึ่งมีที่ตั้งอยู่สุดแดนตะวันออกของประเทศไทย และมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา กับจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีที่ตั้งอยู่สุดแดนตะวันออกล้านนา (ภาคเหนือ) และมีชายแดนติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้มีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวร่วมกัน

ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสอดคล้องกับบริบทของคนในแต่ละพื้นที่ คือ คนที่อยู่ติดทะเล (ตราด) ก็อยากมาเที่ยวชมบรรยากาศทะเลหมอก และสัมผัสธรรมชาติภูเขา รวมทั้งสายน้ำต้นกำเนิดแห่งลำน้ำ ส่วนคนภูขา (น่าน) ก็ออยากเดินทางไปท่องเที่ยวทะเล โดยทั้ง ๒ ฝ่าย มีแนวคิดที่จะจุดขายในการท่องเที่ยวเชื่อมโยงว่า “กระซิบรัก..ที่น่าน แต่งงาน…ที่ตราด”

โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด มีกำหนดดการเดินทางมาเยือนจังหวัดน่าน ตั้งแต่ วันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 และนำได้นำผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีจังหวัดตราด มาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย บริเวณข่วงเมืองน่าน ในวันที่ 17 และ 18. ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-20.00 น. ณ บริเวณลานข่วงน้อย ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่านฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตราด อีกด้วย

ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว พันเอกวัฒนาฯ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่านพร้อมคณะกรรมการ และนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้กับ นายอนันต์ สีแดง ใน

โอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน ท่านใหม่ เพื่อร่วมกันผลักดันในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดน่านอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป/ข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ภาพ/ร.ต.อซสถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เพิ่มคุณค่าไผ่น่านอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไผ่ของจังหวัดน่าน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมน่าน ดำเนินโครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่า กิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2568 จัดงานแสดงผลงานและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน NAN BAMBOO Inno-Creative 2025 จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไม้ไผ่ของจังหวัดน่าน จำนวน 30 ผลิตภัณฑ์

โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงาน มุ่งเน้นการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ตอบสนองความต้องการของตลาด และวิถีของคนยุคปัจจุบัน ผสมผสานกับภูมิปัญญา อันทรงคุณค่า ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป สามารถร่วมชื่นชมผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน และเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานได้ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) จังหวัดน่าน

นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรรมการปลูกไผ่ และผู้ประกอบการ-วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปไผ่ ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน และการผลักดันให้ไผ่เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ จึงควรมีการส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน เพิ่มพื้นที่ การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่าแก้ปัญหาเขาหัวโล้น ช่วยสร้างความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่ม และพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ

การผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานมีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผ่ในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรมใหม่จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ในนามของหน่วยงานดำเนินโครงการ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นปีที่สองของอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล พัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ ที่ยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการ ส่งเสริมและเปิดช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านสำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาแล้วนั้น ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมแรก พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ โดยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 ราย กิจกรรมที่สอง พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ผ่านการศึกษาดูงาน เพื่อยกระดับมาตรฐาน และการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แก่ผู้ประกอบการ 15 ราย ได้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาแล้วรวม 30 ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมที่สาม

เชื่อมโยงและทดสอบตลาด ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ คือการจัดงานแสดงผลงานในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 โดยนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงและทดสอบตลาดผ่านแบบสอบถามรายผลิตภัณฑ์ เพื่อวิเคราะห์ และสรุปผลเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่อไป อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การสาธิตการต่อเรือไผ่ การสาธิตการทำอาหารจากไผ่ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ กิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงดนตรีเป็นประจำทุกวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานอุตสาหกรรมจะงหวัดน่าน 054 716 018/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าปากน้ำ เป็นประธานทำบุญตักบาตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งตรงกับ “วันนวมินทรมหาราช” ณ ลานพระบรมรูปทรงงาน สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป พิธีวางพวงมาลา และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ภายในงานมี นางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ นางเสาวภาคย์ วงศ์ไวทยากูล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายรุ่งสง่า นวลนุกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระประแดง และนายอานนท์ บูรณะภักดี นายอำเภอพระประแดง เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการร่วมรำลึกและแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ยังมี จิตอาสาพระราชทาน นำโดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเหล่าข้าราชการ พลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ทหาร ตำรวจ องค์กรเอกชน นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนในชุดจิต อาสาพระราชทาน พร้อมใจกันบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย
สำหรับ “วันนวมินทรมหาราช” เป็นวันแห่งการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญาเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ที่ลงพื้นที่ทรงงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศ จากภูเขาสูงถึงปลายน้ำ พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถคิดค้นและพัฒนาโครงการพระราชดำริกว่าหลายพันโครงการ ครอบคลุมด้านการเกษตร แหล่งน้ำ ป่าไม้ การศึกษา การแพทย์ และสิ่งแวดล้อม แนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่หน่วยงานและประชาชนไทยน้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะพระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า “ความเจริญที่แท้จริง ต้องเกิดจากพื้นฐานชีวิตของประชาชน”

พระราชจริยวัตรอันงดงาม ความเรียบง่าย สมถะ และความเสียสละของพระองค์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งความพอเพียง ซื่อสัตย์ และตั้งใจทำความดีเพื่อส่วนรวม ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ในวันนวมินทรมหาราชนี้ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ จึงใช้สวนสุขภาพลัดโพธิ์ ซึ่งมีพระบรมรูปทรงงาน และยังเป็นสถานที่ตั้ง สะพานภูมิพล และประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

ที่เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ปัญหาจราจรและส่งเสริมการขนส่ง โดยสะพานนี้เปิดให้สัญจรได้

ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และได้รับพระราชทานนามว่า “สะพานภูมิพล” อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ชาวจังหวัดสมุทรปราการ จึงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พร้อมสำนึกในพระเมตตาอันล้นพ้น และตั้งมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน และความมั่นคงของชาติไทย

นอกจากนี้ยังมี นาย อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือเต้ อาชีวะ อายุ 40 ปี แกนนำกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ที่จะทำความดีตอบแทนแผ่นดิน ในนามกลุ่ม “ไทยไม่ทน” พร้อมคณะกว่า 10 คน ได้นำพวงมาลา มาวางที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงงานอีกด้วย
นาย อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ ประธานกลุ่ม ไทยไม่ทน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า นี่เป็นแผ่นดินไทย ผืนแผ่นดินไทย เปิดเพลง เปิดเสียงหมาหอน จะทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ไม่ได้หนักหัวเขมรแน่นอน

สุดท้ายรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ดังนั้นสิ่งที่คำนึงถึงเรื่องละเมิดสิทธิ์ ควรไปห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน วันที่ 24 กรกฎาคม ประชาชนที่เสียชีวิต สูญเสียขา เด็กที่ต้องสูญเสียไป ทำไมต้องแคร์สิทธิมนุษยชน ผมเป็นคนตรง ไม่เกี่ยวกับพรรค ที่นี่แผ่นดินไทย ประเทศไทย

ต้องดูแลคนประเทศไทยก่อน ประเทศปลายทางเคยเคารพเราหรือเปล่า เขามาเอาม็อบมากดดันพวกเรา กลุ่มไทยไม่ทน และอนาคตจะเกิดเป็นพรรคไทยไม่ทน พวกเราคนไทยทุกคน มีความเศร้าโศกสูญเสีย เมื่อ 9 ปีที่แล้ว มาจำนวนหนึ่งมาร่วมแสดงจุดยืนความจงรักภักดีแบบนี้ตลอดไป

วันนี้มีภารกิจมีข้อร้องเรียนมาในพื้นที่ตลาดพระประแดง มีต่างด้าวทำตัวเป็นเจ้าของร้านเจ้าของแผง และนำข้อมูลที่แท้จริงไปคุยกับเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปกวาดล้าง ในกลุ่มไทยไม่ทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ของทุกคน ยังเล็งเห็นว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย ต้องผนึกกำลัง ทำงานในด้านกฎหมายและทำเรื่องดีๆขึ้นมา ต้องพึ่งกฎหมายเข้ามาช่วย ผนึกกำลังสร้างกลุ่มไทยไม่ทนขึ้นมา แก้ปัญหาในเรื่องต่างด้าว และอีกหลายๆด้าน ช่วยพัฒนาประเทศ ความพร้อมของกลุ่มไทยไม่ทน ส่งรายชื่อให้ กกต. ผ่านเรียบร้อยแล้ว พร้อมทำงานให้กับประชาชน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9
วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้นำทีม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัคร นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แจกตามประชาชน ตามชุมชน 5 แห่ง ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวาระครบ ๙ ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “วันนวมินทรมหาราช”
นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่มจำนวน 500 ชุด ไปแจกตามชุมชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันครบรอบสวรรคต พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยวันนี้ได้ไปแจกที่ ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิทธิประโยชน์ คนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยม ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

10 ตุลาคม 2568 : 10.00 – 12.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้

พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นายวินิทร เต็มวงษ์ หัวหน้างานสงเคราะห์ ผศ.ร.อ.,นายณฐธรรมธัช ที่รัก ประจำ อผศ.ช่วยปฏิบัติหน้าที่

ผศ.ร.อ.,นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์,น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์,นายบุรินทร์ สารีคำ ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมหาสารคาม มอบหมาย

ให้ น.ส.ตริทธา ทะลาสี รอง ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ,นายทศพล มั่นศักดิ์ หน.หน่วยบริการแกดำ พร้อมคณะครู และนักเรียน,นายสมนึก ไชยสงค์ นายก อบต.วังแสง และคณะ,นางชนาภา ต้นบุญ ผอ.กองสวัสดิการ ทต.มิตรภาพ,นายเฉลิมชัย เชียงพฤกษ์ นายก อบต.โนนภิบาล,นางลุนณี เทียงดาห์ ผอ.รพ.สต.บ้านหนองบัว,อสม.ม.7,

พลฯ สมนึก เทพทองพูล ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกเขตวาปีปทุม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายณรงค์ ทับสมบัติ ผญบ.ม.7 ผู้ประสานงาน :

ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย ซึ่งมี พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ

ณ ศาลาการเปรียญวัดบูรพาหนองบัว ต.วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 20 ราย โรงแรม CENTARA : บริจาคแปรงสีฟัน ยาสีฟัน

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ และกัลยาณมิตร นำโดย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผช.ผบ.ทอ.) ร่วมทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ของพระภิกษุสงฆ์ ถวายพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร สังฆทาน อธิษฐานบุญบารมีเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินสยาม ถวายกำลังบุญบารมีแด่พระสยามเทวาธิราช สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า บรรพชนไทย แล้วแผ่บุญกุศลไม่มีประมาณ

ขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญและความสว่างไสว ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีชักพระ อ.โคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ

แชร์เนื้อหานี้

โปรย : ในทุกๆปี เมื่อสายลมต้นตุลาคมพัดผ่านลำน้ำในอำเภอโคกโพธิ์ก็กลายเป็นเวทีแห่งศรัทธา เรือพระลำงามล่องผ่านสายน้ำดุจสายใยแห่งความเชื่อมั่นที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ‘สายใยแห่งศรัทธา ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา’ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ แต่คือจิตวิญญาณของคนในชุมชนที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกจังหวะ ของงานชักพระ”ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน

วันที่ 8 ต.ค 2568 เวลา 17.30 น. ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน ประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 ประจำปี 2568

เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ทางศาสนาพุทธ ที่เก่าแก่ และสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับ มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นายอำเภอโคกโพธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการการจัดงานประเพณีชักพระ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอโคกโพธิ์ เข้าร่วมจำนวนมาก และ มีเรือพระจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมงานประเพณีชักพระกว่า 42 ลำ โดยตัวเต็งในปีนี้ ฟังจากเสียงชาวบ้านมาว่า ตำบลนาประดู่ อาจจะมีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศไปครองก็เป็นได้

สำหรับงาน ประเพณีชักพระของอำเภอโคกโพธิ์นั้นเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดปัตตานี และพี่น้องคนไทยพุทธในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ ได้ร่วมกับสถาบันสงฆ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอ

โคกโพธิ์ และ คณะกรรมการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ได้กำหนดจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 และงานมหกรรมวัฒนธรรมของดีท้องถิ่นปัตตานี ครั้งที่ 25 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 – 14 ตุลาคม 68

โดยงานนี้ จัดขึ้นบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามด้านการดำรงอยู่ แบบผสมผสานวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในอดีตถึงปัจจุบันของอำเภอโคกโพธิ์

ทางด้าน นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดงานนี้ ถือว่าเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน งานชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ของจังหวัดปัตตานีใน ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงออกถึงความรัก

ความสมานฉันท์ การได้ทำความดี การแสดงพลังความรักความสามัคคี จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่ร่วมกันในลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความโดดเด่น ทางศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์

นอกจากจัดเพื่อส่งเสริมประเพณี ที่ดีงามให้คงอยู่คู่ประจำอำเภอโคกโพธิ์แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการนำวัฒนธรรมมาเป็นสื่อสายใยเรียงร้อยความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แก่จังหวัดปัตตานีอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานมีการออกร้านค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ การประกวดขบวนของดีท้องถิ่น การแสดงจากโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา การแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชน การออกร้านแสดงนิทรรศการ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป สินค้าอุปโภคบริโภคจากตำบล ท้องถิ่น อีกด้วย

สำหรับ เรือพระไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่คือสัญลักษณ์ของการรวมใจ—ไม้แต่ละชิ้นคือความทรงจำของรุ่นก่อน ผ้าประดับคือความหวังของรุ่นใหม่ และการล่องผ่านสายน้ำคือการเดินทางของศรัทธาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง”

สำหรับงานประเพณีชักพระที่มีทุกๆปีนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่มันสื่อถึงเรื่องราวสะท้อนบทสนทนา ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เรือพระที่ล่องผ่านคือเรือแห่งความทรงจำ ไม้แต่ละชิ้นคือเรื่องราว

ของบรรพชน ผ้าประดับคือความฝันของลูกหลาน และเสียงกลองคือจังหวะของหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่\ เมื่อเรามองเรือพระ เราไม่ได้เห็นแค่ศิลปะ แต่เห็นความรัก ความศรัทธา และความหวังที่ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา”
ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว จ.ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ พิพัฒน์ เปิดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง มรดกวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำอ.หลังสวน จ.ชุมพร ปีที่ 182

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 วันนี้ (8 ต.ค. 68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมทางน้ำ งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ปีที่ 182 ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมและสืบสานการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ณ ศาลาท่าน้ำวัดด่านประชากร (สนามแข่งขันกลางภาคใต้) แม่น้ำหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

งานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงถือเป็นประเพณีเก่าแก่สำคัญที่อยู่คู่กับเมืองหลังสวนมาเป็นเวลายาวนานถึง 182 ปี เป็นการส่งเสริมและสืบสานการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน

ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ตัดสินแพ้-ชนะกันที่ความสามารถของนายท้ายเรือที่ต้องบังคับหัวเรือให้ตรง และนายหัวเรือที่ต้องปีนขึ้นไปบนโขนเรือเพื่อชิงธงบริเวณเส้นชัยให้ได้ หากเรือลำใดเข้าเส้นชัยก่อนแต่นายหัวเรือปีนโขนเรือขึ้นไปคว้าธงไม่ได้ หรือคว้าธง

ได้แต่พลัดตกน้ำจะถูกตัดสินว่าเป็นผู้แพ้ แตกต่างจากการแข่งขันเรือยาวของที่อื่นที่ตัดสินกันที่เรือลำใดเข้าสู่เส้นชัยได้ก่อนเท่านั้น ทำให้ได้รับตรา UNSEEN THAILAND และ “ธงหนึ่งในสยาม” จาก ททท. เมื่อปี 2547 นอกจากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ยังได้ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 ให้ประเพณีการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงของ อ.หลังสวน เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศด้านการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว

สำหรับการแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 12 ตุลาคม 2568 มีเรือที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 5 ประเภท ประกอบด้วย เรือยาวประเภท ก (30 – 32 ฝีพาย)

เรือยาวประเภท ข (30 – 32 ฝีพาย) ใช้ฝีพายท้องถิ่น เรือยาวประเภทเรือนักเรียนและเยาวชน เรือยาวประเภทประชาชนภายในตำบล และเรือยาวประเภทเรืออนุรักษ์ (เรือขุด)

นอกจากนี้ยังมีการประกวดเรือประเภทต่าง ๆ ได้แก่ เรือพระบก เรือสวยงาม เรือพระน้ำเรือประเภทความคิด เรือประเภทตลกขบขัน และการประกวดกองเชียร์ริมฝั่งอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล พร้อมพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรเทโว ออกพรรษา / สมุทรปราการ ชาวบางพลีแห่ตักบาตรเทโวโรหณะวันออกพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ บรรยากาศเปี่ยมด้วยศรัทธาและความอบอุ่น เมื่อครอบครัวพาณิชย์พิศาล

พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมทำบุญตักบาตรเทโว เนื่องในวันออกพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว โดยมี อาสาสมัครชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คอยให้บริการและดูแลความเรียบร้อย

ประเพณีตักบาตรเทโว หรือ “เทโวโรหณะ” จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เพื่อรำลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังเทศนา

โปรดพระพุทธมารดา เป็นพิธีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันสืบสานอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความศรัทธา ความสามัคคี และการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันงดงาม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ


เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พระวชิรคณาทร (ท่านเจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษาประจำปี 2568

สื่อสารขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยมี นางสาววีร์สุดา รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะศิษย์ยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวตำบล บางพลีใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง

เข้าร่วมภายในงานกันเป็นจำนวนมาก คณะสงฆ์เดินรับบาตร ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ รับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพี่น้องประชาชน ที่มาร่วมในพิธี หลังวันออกพรรษา 1 วัน คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีประเพณีทำบุญตักบาตร ที่เรียกกันว่า “ตักบาตรเทโว” คำว่า “เทโว” ย่อมาจาก “เทโวโรหณะ” แปลว่า

การเสด็จจากเทวโลก สืบเนื่องจากความเชื่อตามตำนานที่ว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากเทวโลก หลังเสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
พระวชิรคณาทร (ท่านเจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า

การจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ เนื่องในวันออกพรรษา ในครั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามและสืบทอดพระพุทธศาสนาที่ชาวไทย ยึดถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานาน ให้คงอยู่สืบไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. รุดเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ-ผู้ประกอบการ จากเหตุปล้นร้านทองห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด/อำเภอ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก พร้อมอาวุธครบมือ และได้วางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด อีกทั้งโรยตะปูเรือใบตามเส้นทาง เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 2 ราย

ในการนี้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนปืนแฉลบบริเวณคอ กระสุนเข้าที่หน้าอกขวา และถูกกระสุนปืนบริเวณขา แพทย์ได้ทำการตกแต่งบาดแผล เจาะปอดระบาย และให้ออกซิเจนทางจมูก ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว และ

นายจีรศักดิ์ เปาะหนิ อายุ 30 ปี ยังมีอาการตกใจ อ่อนเพลีย รู้สึกตัวดี เนื่องจากถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน แพทย์ให้การดูแลและประเมินอาการทางสุขภาพจิตทั้งนี้ ศอ.บต. ได้ชี้แจงสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปตามเอกสารรับรองแพทย์ระบุระดับความรุนแรงการบาดเจ็บ และจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

ต่อมา เวลา 15.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซีสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด/อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านทรัพย์สิน พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต.

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบการ จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นางสาวอรุณ สุทธิสถิตย์ ผู้จัดการร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ประจำภาคใต้ และ นายเฉลิมชัย โยธาทิพย์ ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสุไหงโก-ลก เบื้องต้นมีทรัพย์สินเสียหายประเภทตู้กระจก และประเภททองที่ถูกเอาไป ประมาณ 400 บาท ซึ่งทางร้านกำลังตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ได้ชี้แจงให้รับทราบเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในส่วนภาครัฐจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายด้านทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนระดับอำเภอและจังหวัดต่อไป และหากผู้ประกอบการอื่นที่มีทรัพย์สินเสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งต่อศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาอำเภอโดยเร็ว

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า ในมุมของหน่วยงานภาครัฐ ยืนยันว่า เราดูแลพี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า แม้จะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไป วันนี้ห้างสรรพสินค้า ยังคงมีคนมาใช้บริการตามปกติ ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังมีผลอยู่บ้าง แต่เชื่อว่า ในอีกระยะหนึ่งก็คงกลับมาเป็นปกติ ในส่วนของ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการจัดกิจกรรมในลักษณะการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจะมีการขับเคลื่อนในพื้นที่สุไหงโก-ลก คิดว่าจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้ในเร็ววัน
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ คล้ายวันเกิด ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ 4 กันยายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ย.) ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ได้จัดพิธีทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ณ สโมสรฉวีวรรณกรุ๊ป (แห่งใหม่)

ตั้งอยู่ใน ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจัดพิธีสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี

เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่านสงฆ์ และมี

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้วอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายธวัชชัย ศรีทอง ตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นางเดชา จันทร์เล็ก นายเอกสิทธิ์ อ่ำฉอ้อน

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย นายอโนทัย เจริญสันติสุข คณะที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การบริหารนโยบายนายกอบจ.ชลบุรี และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน ประชาชนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ

จากทั่วประเทศทึ่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ฉวีวรรณ ทั่วสารทิศ เดินทางเข้าอวยพรวันเกิดเป็นจำนวนมาก ขณะที่ ดร.ฉวีวรรณ คำพา เผยว่าการช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นสิ่งที่ตนยินดีทำและยึดมั่นมาโดยตลอด ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากการ

จัดพิธีทำบุญและพิธีสืบชะตาแบบล้านนาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว ในทุกวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ดร.ฉวีวรรณ คำพา จะมอบทุนบำรุงสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นประจำทุกปี และในปีนี้มีโรงเรียนและสถานศึกษาที่ขอทุนเกือบ 2 ล้านบาท

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และ การท่องเที่ยวใน จ.ชุมพร /เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร ร่วมกันเป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทยชุมพร มีหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนผู้ที่รักและชื่นชอบการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยเริ่มต้นวิ่งที่ท่าเทียบเรือฯ ไปรอบตัวเมืองปากน้ำชุมพร กลับมาสิ้นสุดที่ท่าเทียบเรือฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ยังมีโอกาสถ่ายภาพสวยๆ ที่ชุมชนปากน้ำชุมพร ชม Street Art แลนด์มาร์กใหม่ของเมือง เที่ยว, ชม, ชิม, ช้อป ที่ “หลาดแค่เล” (ตลาดริมทะเล) และสามารถร่วมสนุก (ลุ้นรางวัล) ด้วยการสวมเสื้อ

โครงการฯ ออกไป วิ่งหรือเดิน ที่แลนด์มาร์ก/สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดชุมพร แล้วโพสต์ภาพลงใน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าเป็น สาธารณะ) ติด แฮชแท็ก ให้ครบ #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย #สถานที่วิ่ง

จังหวัดที่วิ่ง เพื่อร่วมลุ้นรางวัลเที่ยวฟรี! ช่วงเวลาลุ้นรางวัลตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม 2568 ถือเป็นโอกาสที่ดีในการออกกำลังกายและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรไปพร้อม ๆ กันเลย

เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514ชาวไทยพลัดถิ่น ขอภาครัฐเร่งแก้ปัญหาสิทธิคนไทย หลังตกอยู่ฝั่งพม่าจากการถูกปันเขตแดนสยาม เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 ต.ค 68 ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ เสนเผื่อก อดีตกำนัน นายสายัณห์ สุธานินทร์ อดีตกำนัน นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านทรายขาวหมู่ 1 ต.สองพี่น้อง นายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ประสานงานนายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายปรีชา มีสุวรรณ นายก อบต.สองพี่น้อง พร้อมด้วยคณะบริหารและสมาชิกสภา ฯ นายทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร

ได้ร่วมประชุมกับ ชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และ ร่วมกัน แก้ไขปัญหา โดยมีชาวไทยพลัดถิ่นที่เดินทางมาร่วมประชุม ในส่วนที่มีบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลข 6 เลข 077 และอื่นๆ จำนวน 250 คน คนที่ยังไม่มีบัตรอะไรเลยจำนวน 289 คน และบัตรตัว G ที่เป็นนักเรียนนักศึกษา 4 คน ที่ เข้าร่วมประชุม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐออกเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้รับสิทธิคนไทยโดยเท่าเทียมกัน

สำหรับความเป็นของของชาวไทยพลัดถิ่น เมื่อปี พ.ศ.2411 ยุคล่าอาณานิคมอังกฤษได้เข้าครอบครองพม่าโดยขอดินแดนตอนใต้ฝั่งตะวันตกของสยามคือ มะริด ทวาย ตะนาวศรี ให้เป็นของอังกฤษ ทำสนธิสัญญาแบ่งแยกดินแดน ทำให้สยามเสียดินแดนบริเวณดังกล่าวไป ส่งผลให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนนั้นติดไปกับดินแดน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ได้สูญเสียความเป็นไทย บรรพบุรุษปลูกฝังความเป็นไทยอย่างเหนียวแน่นมาหลายชั่วอายุคน

แต่หลังจากประเทศพม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2491 และเกิดรัฐบาลทหารพม่าปกครองแบบเผด็จการทหาร ส่งผลด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยของประเทศพม่าทุกกลุ่ม กลุ่มคนไทยที่ติดแผ่นดินอยู่ในฝั่งพม่าได้รับความลำบาก บางส่วนจึงอพยพโยกย้ายกลับเข้ามายังแผ่นดินไทย มาอยู่กับญาติพี่น้องในฝั่งไทย ในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร

และ ประจวบคีรีขันธ์ พวกเขาพูดไทยปักษ์ใต้ มีวัฒนธรรมประเพณีเหมือนไทยปักษ์ใต้ แต่ปัญหาของการไม่มีบัตรประชาชนไทย ทำให้คนไทยพลัดถิ่น ไม่สิทธิตามความเป็นพลเมืองไทยในแง่ของกฎหมาย บางครั้งถูกจับกุม คุมขังข้อหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เผชิญปัญหาสารพัน แต่บางส่วนมีญาติพี่น้องที่สามารถยืนยันผังเครือญาติได้ ก็ได้รับสิทธิ์เป็นคนไทย

อย่างไรก็ดีในครั้งนี้ได้มีการสะท้อนปัญหาต่างๆที่เกิดกับชาวไทยพลัดถิ่นเช่น การไม่ได้รับสิทธิ์ต่างๆจากทางภาครัฐ การมีบ้านไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ มีที่ดินก็ไม่มีสิทธิครอบครอง เจ็บป่ายก็ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ลูกเรียนหนังสือก็ไม่มีสิทธิ์รับในปริญญา เรียนจบไม่สามารถสอบเข้างานราชการ หรืองานบริษัทได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน และยังขาดสิทธิต่างๆอีกมายมาย

ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร้องขอการขอมีบัตรประชาชนกับสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ และได้รับบัตรประชาชนไปแล้วกว่า 1,000 คน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับ เนื่องจากมีชาวไทยพลัดถิ่นจำนวนมาก ที่ต้องรอสอบผังเครือญาติ รอการตรวจ ดีเอ็นเอ จากสำนักนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุด

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร จึงมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขา นายก อบจ.ชุมพร นำลูกจ้างจำนวน 2 คน เข้าช่วยงานสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการจัดเรียงเอกสารให้กับสำนักทะเบียนในการเรียกผู้ที่มีรายชื่ออยู่มาสอบปากคำดำเนินการตามขั้นตอนการขอรับสิทธิ์คนไทยได้เร็วยิ่งขึ้น


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์การแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว คณะผู้บริหารอบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน สมุทรปราการ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.สมุทรปราการ จัดแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ระหว่างคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ ของ อบจ.สมุทรปราการ

วันที่ 4 ตุลาคม 2568 ที่สนามกีฬา อบจ.สมุทรปราการ ซอยวัดราษฎร์โพธิ์ทอง ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดการแข่งขันกีฬาสานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ ประจำปี 2568

โดยมีนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน เปิดงาน และมี นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ กล่าวรายงาน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.หัวหน้าส่วนราชการ และฝ่ายกองงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม

เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความรัก และความสามัคคี ความผูกพัน และการทำงานเป็นทีมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานมีขบวนพาเหรดที่สวยงาม เข้าสู่สนามกีฬา อบจ.ประกอบไปด้วย สีเหลือง ภายใต้การดูแลของ

นายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ. สมุทรปราการ สีฟ้า นายวรพร อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ สีเขียว นายอัครวัตน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ และ สีชมพู ภายใต้การดูแลของนายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

จากนั้น เป็นการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง การแข่งชันแชร์บอลหญิง การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทกีฬาตีกอล์ฟมะเขือยาว กีฬาปิดตาตีปี๊บ และกีฬากินวิบาก

และการแข่งขันฟุตชอลหญิง การแข่งขันประเภทกองเชียร์ การแข่งขันฟุตซอลชาย การแช่งกีฬาพื้นบ้าน ประเภทวิ่ง 3 ขา การแข่งขันกีฬาชักเย่อ และการแข่งขันกีฬาฟุตซอล VIP

โดยมีคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภา อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายกองงานต่างๆ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้งบประมาณส่วนตัวของนายสุนทร ปานแสงทอง นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนช่วงเย็นได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์สานสัมพันธ์ครอบครัว อบจ.สมุทรปราการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน

ผู้ใหญ่บ้าน แขกผู้มีเกียรติ โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงานเลี้ยงสังสรรค์

พร้อมด้วย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต

ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และนายสิทธิชัย เกษรสิทธิ์ ปลัด อบจ.สมุทรปราการ ได้ร่วมขึ้นร้องเพลงภายในงานบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดการประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่น ยกระดับสู่อาหารเพื่อสุขภาพ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร Gastronomy tourism

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จังหวัดน่าน โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นจังหวัดน่าน ระดับจังหวัด ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับการ

ท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) อำเภอเมืองน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ให้การต้อนรับ

การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) เพื่อยกระดับอาหารพื้นบ้านสู่อาหารเพื่อสุขภาพ (อาหารเป็นยา) ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดน่าน

อีกทั้งเพื่อยกระดับอาหารพื้นเมืองสู่อาหารเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมาตรฐานด้านความสะอาด ปลอดภัย และโภชนาการในเมนูพื้นบ้าน พัฒนาอาหารพื้นถิ่นให้เป็นสินค้าวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

การประกวดเมนูอาหารพื้นถิ่นระดับจังหวัด โดยมีทีมผู้ชนะจากระดับอำเภอทั้ง 14 ทีมเข้าร่วม นำเสนอเมนูอัตลักษณ์ อาทิ แกงแคไก่บ้าน, น้ำพริกรวมเห็ดหมูสับ, เมี่ยงคำปลา 3 รส, ลาบไก่ประดู่หางดำ, แกงหยวกกล้วยใส่ไก่บ้าน และเมนูพื้นบ้านอีกหลากหลาย ซึ่งการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านของชาวน่าน แต่ยังเป็นเวทีสำคัญ

ในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับอาหารท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดในอนาคตต่อไปผลการประกวดชนะเลิศ อำเภอเวียงสา ทีมส้านสร้างสุข ล๊ำลำ เมนูเมี่ยงคำปลา 3 รสรองชนะเลิศอันดับที่ 1 อำเภอสองแคว ทีมตำบลยอด เมนูแกงแคไก่รองชนะเลิศอันดับที่ 2 อำเภอสันติสุข

ทีมแม่ครัวตำบลดู่พงษ์ เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอเมืองน่าน ทีมแม่บ้านผาตูบหมู่ 7เมนูแกงแคไก่บ้านชมเชย อำเภอปัว ทีมบ้านเสี้ยว เมนูแกงแคไก่เมนูยอดนิยม อำเภอนาหมื่น ทีมกลุ่มทำอาหารบ้านวังน้ำเย็น เมนูแกงยอดต๋าวใส่ไก่เมือง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้า

แชร์เนื้อหานี้

นราธิวาสคึกคัก! เปิดฉากงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ดันเศรษฐกิจชายแดน เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ ชวนประชาชน-นักท่องเที่ยว ช็อป ชิม ชม สินค้าและการแสดงตลอดที่บริเวณลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมมหกรรมการค้าชายแดน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนจังหวัดนราธิวาส ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนางนฤมล แก้วมุกดากุล พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นางนฤมล กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความมั่นใจในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในจังหวัด

โดยภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 คูหา แบ่งเป็นผู้ประกอบการจากจังหวัดนราธิวาส 58 ราย ปัตตานีและยะลา 18 ราย และจากจังหวัดอื่น ๆ อีก 24 ราย ครอบคลุมทั้งสินค้า OTOP, SMEs, วิสาหกิจชุมชน และร้านอาหารท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างความคึกคัก อาทิ จุดถ่ายภาพเช็คอิน การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงร่วมสมัย

รวมถึงโชว์พิเศษจากศิลปินนักร้อง การแจกคูปองเงินสด และลุ้นรับรางวัลใหญ่ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและทองคำตลอดการจัดงานนายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณเหลือจ่ายประจำปี 2568 เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับรายได้ผู้ประกอบการ สนับสนุนภาพลักษณ์สินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน “NARA มาหาสนุก มหกรรมการค้า 2025 @ สีสันเมืองนรา” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 ณ ถนนภูผาภักดี โซนถนนคนเดิน และลานนกเงือก เขื่อนท่าพระยาสาย อำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีการประดับแสงไฟสีสันสวยงามตลอดงาน ทำให้บรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักจากผู้คนที่หลั่งไหลมาเที่ยวชมสินค้า ชิมอาหาร และร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นงานสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนของจังหวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล 25.2 ผลงานลำดับที่ 37

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา08.30 น ณ ตึก NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล ร่วมกับ นายชวัส จำปาแสน (ครูอะไหล่) ศิลปินผู้ก่อตั้งโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล นายศรีชัย วีระนรพานิชนายกเทศมลตรีเมืองชุมพร ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์ ไกรมาก

ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายพิทยา มินชาติ โทรคมนาคมจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มธนาคารสมองชุมพร นายธรรมนูญ เศวตเวชประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชุมพร นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ ประธาน กลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อ และพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร

เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงชนชาวไทยต่าง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะชาวชุมพร ที่ได้รับพระราชทานพระราชดำริ

“โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ แก้มลิงชุมพร” ซึ่งช่วย ป้องกันภัยน้ำท่วม สร้างประโยชน์ให้เกษตรกร และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจนถึงทุกวันนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวชุมพร มูลนิธิสานต่อที่พ่อ ทำ ร่วมกับจังหวัดชุมพร ภาครัฐ

ภาคเอกชน และประชาชน/ได้จัดทำ โครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล จังหวัดที่ 25.2 ผลงานลำดับที่ 37 บนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดงตำบลท่าตะเภา จังหวัดชุมพร โดยภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ครั้งนี้มีชื่อว่า “น้ำพระทัย ปราบภัยน้ำท่วม”
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์

ในนามของจังหวัดชุมพร ขอต้อนรับและขอบคุณศิลปินทุกท่านจากมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ และทีมงานโครงการสตรีทอาร์ต คิงภูมิพล ที่ได้มาร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร ในครั้งนี้ การสร้างสรรค์ภาพวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ครั้งนี้ เป็นรูปที่ ๒ ของจังหวัดชุมพร ภายใต้ชื่อภาพ “แก้มลิง”

ภาพนี้ไม่เพียงถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการคิดค้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนหากยังสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ที่เคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำจาก ให้ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนจากแนวพระราชดำริดังกล่าวอย่างแท้จริง จังหวัดชุมพร

ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะชิ้นสำคัญนี้ซึ่งมีใช่เพียงสร้างความสวยงามให้แก่เมือง แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่๙ ให้ปรากฏสู่สายตาชาชนและเยาวชนรุ่นหลัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียงและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล

ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ ต่อคณะศิลปินและทีมงานทุกท่าน ที่ได้มอบคุณค่าและความหมายผ่านงานศิลป์อันทรงพลังนี้และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกพลังหนึ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอด สิ่งที่พ่อได้ทำ เพื่อความผาสุกของประชาชนตลอดไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เทศกาลหนัง 3 วัย” เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ ณ วัดใหญ่ท่าเสา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 29 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลหนัง 3 วัย : เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนตร์ (งานวัดกลางเมืองอุตรดิตถ์)

โดยมีนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวรายงาน และนาย เฉลิมพงษ์ เรือนเย็น ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงการสนับสนุนงบประมาณ พร้อมด้วยผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และห้างหุ้นส่วนจำกัด ดัมมี่ ไอเดีย

โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดงานเทศกาลหนัง 3 วัย เชื่อมโยงทุกช่วงวัยผ่านโลกภาพยนต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
    ให้ผู้ชมทุกช่วงวัยได้มีโอกาสชมภาพยนตร์ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจมุมมองที่แตกต่างกัน
  2. ส่งเสริมการชมภาพยนตร์คุณภาพ :
    คัดสรรภาพยนตร์หลากหลายแนว ทั้งภาพยนตร์คลาสสิกภาพยนตร์ร่วมสมัย ภาพยนตร์จากต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์และส่งเสริมคุณค่าทาสังคม
  3. กระตุ้นการสร้างสรรค์และวิพากษ์วิจารณ์ : ส่งเสริมให้ผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิพากษ์วิจารณ์ และการนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์
  4. สร้างความบันเทิงและสันทนาการ :
    จัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานควบคู่ไปกับการฉายภาพยนตร์เพื่อให้เทศกาลเป็นแหล่งรวมตัวของคนรัหนัง
  5. เชื่อมโยงชุมชน : ส่งเสริมความร่วมมีอระหว่างภาคส่วนต่างๆในการจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของชุมชน
    กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
  6. การฉายภาพยนตร์ 3 วัย
  7. กิจกรรม SHOWCASE
    ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์
  8. การประกวดคอสเพลย์ตัวละครจากภาพยนตร์และการจัดทำโปสเตอร์หนัง
  9. การเสวนาเกี่ยวภาพยนตร์
    เวิร์คช็อปการสร้างภาพยนตร์เบื้องต้น
    และการเล่าเรื่องจากภาพยนตร์
  10. การจัดนิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุค และอุกรณ์เกี่ยวกับ
    การสร้างภาพยนตร์
  11. การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์
  12. กิจกรรมการออกร้านค้าของเครือข่ายทางวัฒนธรรม ในจังหวัดอุตรดิตถ์
  13. กิจกรรมแนะนำพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การฉายภาพยนตร์ 3 วัย การประกวดคอสเพลย์และการทำโปสเตอร์หนัง เวิร์กช็อปการสร้างภาพยนตร์และการเสวนา การแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีประกอบภาพยนตร์ นิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ย้อนยุคและอุปกรณ์ถ่ายทำ

งาน “เทศกาลหนัง 3 วัย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ วัดใหญ่ท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็น Soft Power เชื่อมโยงทุกช่วงวัย และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรม วัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 08.00 น. ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ รับมอบเงินจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)

เพื่อดำเนินโครงการคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ

โดย คุณมีนา ศุภวิวรรธน์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิพลังที่ยั่งยืน และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ

ณ ห้องรับรอง ห้องพลังไทย 1 อาคาร 1 ชั้น 3 สำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพฯ

บุญของท่านสำเร็จแล้ว! สาธุๆๆ! ✨ทอดผ้าป่ากับหลวงปู่คลาด ครุธัมโม 2 กองบุญใหญ่ เพื่อการกุศลอันยิ่งใหญ่ ส่งเสริมพุทธศาสนา และช่วยเหลือชีวิต 🕊️
​🟡 ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่
​🤝 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม

​📅 วันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดพิธีทอดผ้าป่า และมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ได้เป็นตัวแทนท่านใส่บาตร, ถวายภัตตาหาร, ถวายพระพุทธรูป, ผ้าไตรจีวร, สังฆทาน แด่ หลวงปู่คลาด ครุธัมโม และคณะสงฆ์ วัดป่าบ้านใหม่ จ.อุดรธานีเพื่อร่วมบุญกับวัดป่าบ้านใหม่และสมทบทุน

การดำเนินงานสาธารณกุศลของ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม โดย:
​😇 ถวายผ้าป่า ซ่อมแซมเสนาสนะวัดป่าบ้านใหม่ 50,540 บาท
​🌍 ร่วมสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อขับเคลื่อนสาธารณกุศล 30,000 บาท

พร้อมรายชื่อผู้ร่วมบุญ ซึ่งหลวงปู่คลาด ครุธัมโม เมตตาอำนวยอวยพรทุกท่าน และแสดงธรรม พร้อมเจิมป้ายเปิดศูนย์อำนวยการ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล
​โดยมี ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ประธานมูลนิธิฯ เลขานุการมูลนิธิฯ และคณะทำงาน ตลอดจนกลุ่มบุญภาคีเครือข่าย ร่วมถวายผ้าป่า

​📍 ณ ศูนย์อำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม
ซอยพหลโยธิน 48 แยก 17/1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

กราบอนุโมทนาสาธุบุญกับทุกๆท่านที่ร่วมบุญ และนำบุญฝากกัลยาณมิตรทุกๆท่าน สาธุๆๆ อนุโมทามิฯ 🙏

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / จ.บึงกาฬ จัดพิธีประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ จัดพิธีประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือพระปิยมหาราช ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าศาลากลางจังหวัด ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี โดยได้รับความเมตตาจากพระวชิรศาสนคุณ (หลวงปู่พวน ชุตินฺธโร) เจ้าคณะจังหวัด

บึงกาฬ ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดเนินแสงทอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมคณะสงฆ์จำนวน 10 รูป โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เวลา 07.09 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ประกอบพิธีให้ศีล และในเวลา 07.29 น. ซึ่งเป็นเวลาฤกษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกอบพิธีเทคอนกรีตยึดฐาน

คล้องพวงมาลัยข้อพระกร ผูกผ้าแพรสีชมพู และถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ จากนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ก่อนที่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และผู้มีเกียรติ จะร่วมวางพวงมาลัยและดอกกุหลาบถวายราชสักการะ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายราชสักการะ ได้มีพิธีถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป

พระสงฆ์อนุโมทนากถา ผู้ว่าราชการจังหวัดกรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีโดยสมบูรณ์ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.บ้านดู่ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการของ
พ.ต.อ.ศันย์ชัย พานิชกุล
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่

มอบหมายให้
พ.ต.ท.ชาตรี ชราชิต
รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บ้านดู่

เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ
เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2568

🗓 วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น.
📍 ณ ห้องประชุมนพดล วรอุไร ชั้น 15
อาคารสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ขอขอบคุณภาพ จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ก้องสนั่น! สนามแข่งนกเขาชวารือเสาะเปิดศึกประชันเสียงครั้งใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 10

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ณ สนามสำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เทศบาลตำบลรือเสาะ ร่วมกับสมาคมนกเขาชวาเสียงภาคใต้ ชมรมนกเขาชวาเสียงอำเภอรือเสาะ และหน่วยงานราชการ จัดโครงการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2568 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบถ้วยพระราชทาน

บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมจากทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งผู้สนใจจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ เสียงใหญ่ (A), เสียงกลาง (B), เสียงเล็ก (C), เสียงดาวรุ่ง (DR), เสียงเบบี้ 1 และเสียงเบบี้ 2 ซึ่งผู้ชนะเลิศใน 4 ประเภทหลัก (A, B, C, DR) ได้รับถ้วยรางวัลถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ผลการแข่งขันปรากฏว่าประเภทเสียงใหญ่ (A) : “แบแซ จาแบปะ” จากจังหวัดปัตตานีประเภทเสียงกลาง (B) : “มัง โสร่ง เขาตูม” จากอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงเล็ก (C) : นายอดิศักดิ์ ร้านทองเจริญชัย จังหวัดปัตตานีประเภทเสียงดาวรุ่ง (DR) : “PTB อ.ศาลาใหม่” อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสประเภทเสียงเบบี้ 1 และ 2 : “เถ้าแก่เฮง” ปาลัส จังหวัดปัตตานี

นอกจากการแข่งขันแล้ว ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารนก ยานก กรงนก และอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงนกเขา รวมทั้งกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 40 ทุน ๆ ละ 500 บาท

ทั้งนี้การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีการแข่งขันนกเขาชวาเสียง อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการและการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนในประเทศและประเทศใกล้เคียงที่ให้ความสนใจเข้าร่วม

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และชื่นชมคณะผู้จัดงานที่สามารถจัดการแข่งขันได้อย่างเป็นมาตรฐาน ครอบคลุมทั้ง 6 ประเภท พร้อมทั้งย้ำว่าการแข่งขันครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานประเพณีและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับทุนการศึกษา ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคม
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /น่านเปิดฤดูท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว เส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ”

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน ชมรมมัคคุเทศก์น่าน และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแม่จริม จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ One Day Trip โดยใช้ชื่อเส้นทาง “หอมกลิ่นโรบัสต้า เที่ยวบ่อว้าสุขใจ ไหว้ 2 พระธาตุ” ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 เพื่อเปิดฤดูการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว และเตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง เส้นทางดังกล่าว พานักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนรวม 70 คน เดินทางสำรวจและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่รองที่มีศักยภาพของ น่านใต้ คืออำเภอแม่จริม-อำเภอเวียงสา

เปิดประตูสู่เสน่ห์ “น่านใต้” กับเส้นทางไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
กิจกรรม One Day Trip นี้จะพาไปสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายของน่านใต้ โดยเริ่มต้นที่อำเภอแม่จริม ด้วยการสักการะ วัดพระธาตุยอยหงส์ พระธาตุศักดิ์สิทธิ์อายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ซึ่งปรากฏอยู่ในคำขวัญของอำเภอ จากนั้นไปสัมผัสประสบการณ์ความหอมกรุ่นที่ บ่อว้าคอฟฟี่ เพื่อเรียนรู้กระบวนการ Process เมล็ดกาแฟโรบัสต้า และลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ของกาแฟโรบัสต้าแม่จริม พร้อมทั้งเยี่ยมชม วิสาหกิจชุมชน บานาน่า สแน็คส์ การแปรรูปกล้วย ในพื้นที่เป็นผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบที่มีรสชาติโดดเด่นและป็นเอกลักษณ์

ช่วงบ่าย คณะเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านน้ำมวบ อำเภอเวียงสา เพื่อสักการะ วัดพระธาตุแดนทอง ซึ่งตั้งอยู่ติดทิวเขาหลวงพระบาง และนมัสการพระเจ้าทันใจองค์ขาว ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในจังหวัดน่าน ต่อด้วยการสักการะ ศาลเจ้าพ่อช้างงาแดง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านน้ำมวบ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2170 เพื่อความเป็น สิริมงคล นอกจากนี้ยังจะพาไปชม รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน ณ อำเภอเวียงสา

เพื่อระลึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินเยือนของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2501 และสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ อำเภอเมืองน่าน จะแวะสักการะ วัดบุญยืน พระอารามหลวง วัดเก่าแก่ที่ คู่บ้านคู่เมืองเวียงสา มาอย่างยาวนาน กลับถึงบริเวณข่วงเมืองน่าน นักท่องเที่ยวสามารถแวะ ชม ชิม ช้อป ตามอัธยาศัยที่ ถนนคนเดินข่วงเมืองน่าน เพื่อปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ

น่านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ช่วงไฮซีซั่น ในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ จังหวัดน่านมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ย ทั้งที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวกลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยมีเที่ยวบินขาเข้าถึง 2 สายการบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัสเสน่ห์ได้ทั้ง น่านเหนือ

ที่ธรรมชาติเขียวขจีสวยงามอากาศเย็นสบาย เช่น สกาด สะปัน มณีพฤกษ์ สันเจริญ สวนยาหลวง หรือ น่านใต้ ที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติขุนสถาน และวัดถ้ำเชตวัน รวมถึงกิจกรรม Adventure สุดเร้าใจ ไม่ว่าจะเป็น ล่องแก่งน้ำว้า ที่อำเภอแม่จริม หรือ พาย SUB Board ที่อำเภอเวียงสา

นอกจากนี้ จังหวัดน่าน นำโดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยได้จัดประชุมถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน ทั้งการยกระดับมาตรฐานที่พักและร้านอาหาร การจัดอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

รวมถึงการเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพธุรกิจให้ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึง ททท. สำนักงานน่าน ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเยือนน่านในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดนี้ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ที่หลากหลายอากาศเย็นสบายและความพร้อมในการต้อนรับสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / แถลงข่าว.งานประเพณีแห่พระแข่งเรือยาว ขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่พระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของ แม่น้ำหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ปีที่ 182 วันที่ 6-12 ตุลาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ สนามแข่งขันกลางแม่น้ำหลังสวนวัดด่านประชากร อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายจีรศักดิ์ แสงหอย นายอำเภอหลังสวน นายนพพร อุสิทธิ์ นาย อบจ.ชุมพร

พลตำรวจโท วรรณรัตน์ คชรักษ์ ประธานมูลนิธิลุ่มน้ำหลังสวน และประธานบอร์ดเรือแข่งอำเภอหลังสวน พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ รอง ผกก.ป. สภ.หลังสวน และนายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทสมนตรีเมืองหลังสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคมนี

นายจีรศักดิ์ แสงหอย กล่าว ดำเนินการแข่งขันประเภทการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ในวันที่หกตุลาเวลา 17.00 น. กิจกรรมเปิดเมืองกินปีประชาชนในพื้นที่อำเภอหลังสวนหน่วยงานราชการรัฐรัฐวิสาหกิจองค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอหลังสวนบริษัทห้างร้านร่วมสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มแก่ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติที่จะ ร่วมกิจกรรมนักบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่แยกหน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. เป็นพิธีบวงสรวงเรือ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. พิธีสมโภชเรือพระบกสมโภชเรือพระทุกลำพร้อมชมการแสดงของกลุ่มแม่บ้านตำบลต่างๆณบริเวณถนนหลังสวนตั้งแต่หน้าธนาคารออมสินถึงสะพานลอยรถไฟ ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568

ตั้งแต่เวลาศูนย์ 6.00 น. เป็นพิธีตักบาตรเทโวและทอดผ้าป่าจัดให้มีพระภิกสษุจากวัดในอำเภอหลังสวนกว่า 500 รูปออกรับบิณฑบาตและรับผ้าป่าพร้อมกันโดยมาก ชาวอำเภอหลังสวนและอำเภอใกล้เคียงมาร่วมทำบุญตักบาตรตลอดเส้นทางถนนสายหลังสวนนอกจากนี้คณะกรรมการยังจัดการประกวดการ แต่งกายผ้าไทย

ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 7.30 น. มีการประกวดแต่งกายภาคไทย ช่วงตักบาตรเทโวผู้ชนะเลิศจะได้รับสายสะพายขันน้ำพานรอง ในวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลาศูนย์ 9.00 น. ขบวนแห่พระบกเป็นประเพณีแห่พระแข่งเรือพระบกวัดต่างๆในอำเภอหลังสวนจะตบแต่งเรือพระด้วยความปราณีตสวยงามวิจิตรบรรจง

โดยใช้ วัตถุดิบเป็นผลไม้ดอกไม้ใบไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นสำคัญจัดเป็นริ้วขบวนโดยมีรถนำภายในขบวนจะสลับด้วยกลองยาววงโยธวาทิตและขบวนล้อเลียนตลกขบขันวัฒนธรรมและขบวนองค์กรต่างๆผู้ชนะการประกวดเห่เรือพระบกจะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระ กนิษฐาธิราชจ้าวกรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าว สำหรับปีนี้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงาน 3,000,000 บาท ให้กับที่ทำการปกครองอำเภอหลังสวน ซึ่งมีนายอำเภอหลังสวนเป็นประธาน คณะกรรมการดำเนินการจัดงาน ในส่วนของการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมของลุ่มน้ำหลังสวนและของชาติ ประจำปี 2568

ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ดำเนินการสนับสนุนงบประมาณ อย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกปีที่มีการจัดงาน เพราะงานนี้ถือเป็นประเพณีที่มีความสำคัญ อย่างยิ่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำหลังสวน (ประเภทกีฬาพื้นบ้าน) และได้รับตรา UNSEEN THAILAND (อัน-ซีน-ไทย-แลนด์) ธงหนึ่งในสยาม จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2547 จึงมีความภูมิใจอย่างยิ่ง

นายปราโมทย์ อุทัยรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองหลังสวน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสถานที่จัดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน มรดกวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 สำหรับความพร้อมของสถานที่จัด

งานมีความคืบหน้าไปมาก มีการจัดเตรียมพื้นที่ในการรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมชม ขบวนแห่เรือพระบกและการแข่งขันเรืออย่างเพียงพอและเหมาะสม มีการจัดเตรียม ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกท่านมั่นใจได้ว่า การมาเที่ยวชมงานประเพณีแห่พระแข่งเรือฯ ของอำเภอหลังสวน

จะมีความปลอดภัยและได้รับความ สะดวกสบายและปลอดภัยเป็นสูงสุด พันตำรวจโท ทวีป เมืองสุวรรณ์ ได้จัดการและบริหารด้านการจราจรให้ให้คล่องตัวและมีความปลอดภัยในทรัพย์สินจัดหาสถานที่ในการจอดให้กับนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวก

สบายและปลอดภัยที่เช่นบริเวณอำเภอเมือง สนามกีฬาเมืองหลังสวนจัดชุดอาสากู้ชีพกู้ภัยอำนวยความสะดวกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จัดงานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงชิงของอำเภอหลังสวน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี หลอมลูกกระสุนปืนใหญ่ทหารไทย เทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล เพื่อมอบทหาร 4 จ.ชายแดนอีสาน และพลีมวลสาร ปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล อีก 3,000 องค์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ บริเวณหน้าศาลาท้าวเวสสุวรรณ วัดป่ากุดสมิง บ้านกุดสมิง ตำบลหนองหว้า อำเภอเบ็ญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูปิยวนารักษ์ หรือ พระอาจารย์ สมนึก ปิยสิโล เจ้าอาวาสวัดป่ากุดสมิง ที่ญาติโยมสายมู เคารพ เชื่อมั่น ศรัทธา ประธานฝ่ายสงฆ์, เมฆ ปาวะโร ลูกศิษย์วัดป่ากุดสมิง คนสำคัญในการจัดงาน ร่วมกับ นาย ธนเดช พระอารักษ์ อำเภอเบ็ญจลักษ์, นายอุดมศักดิ์ นวลศิริ นายอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลฯ อดีตนายอำเภอเบ็ญจลักษ์, ร่วมเป็นประธานฝ่ายฆารวาส และนายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ สส.กังฟู ซึ่งยังมี น้ำ รพีพัฒน์ และเหล่าดารานักแสดง,

พร้อมกับญาติโยมที่รู้ข่าว เดินทางมาร่วมพิธีนับพันคน โดยมีพิธีบวงสรวงท้าวเวสสุวรรณ พิธีบวงสรวงปลอกกระสุนปืนใหญ่ของทหารไทย ที่ยิงสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม จนชนะ นำมาเป็นมวลสารในการหลอม เพื่อเทหล่อเป็นพระกรุตสมิงมิ่งมงคล หน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร จำนวน 5 องค์ นำประดิษฐานยังค่ายทหาร 4 จังหวัด คือ จังหวัดบุรีรัมย์, สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบราชธานี


ที่มีการปะทะกัน และยังได้นำพลีมวลสารทั้งปลอกกระสุนปืน และหัวสบู่เลือด อายุ 100 ปี ที่นำลงมาจากภูมุย เทือกเขาพนมดงรัก มาเป็นมวลสารปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล รูปสีธงชาติไทย สีทหารกล้า จำนวน 3,000 องค์ ซึ่งทุกองค์จะมีเลขโค้ดกำกับทุกองค์ เพื่อมอบให้กับทหารกล้า ตามแนวชายแดน ทั้ง 4 จังหวัด เพื่อไว้ป้องกันตัว ในการรู้รบ แคล้วคลาด ปลอดภัย

พิธีเริ่มด้วยประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียน บูชา ขอขมา บวงสรวง เทพเทวา ประธานฝ่ายฆารวาส จุดธูปเทียน โปรยข้าวตอก ดอกไม้ บูชา บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ญาติโยมที่มาร่วมงาน เขียนแผ่นทอง นำรวมเพื่อหลอมรวมกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ที่ทหารไทยยิงสู้รบกับกองกำลังต่างชาติ จนชนะ ในช่วงที่ผ่านมา ระหว่าง วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ถึง 28 กรกฎาคม 2568 นี้ ที่ทหารนำมาถวายเพื่อร่วมเป็นมวลสาร ในการหลอมรวมพลีมวลสาร เทหล่อพระกรุตสิงชัยมงคล


ขนาด หน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 5 องค์ และพลีมวลสารปั้มเป็นพระผง กรุตสมิงชัยมงคล อีกจำนวน 3,000 องค์ โดย พระครูปิยวนารักษ์ ได้มอบใบปราศเกียรติคุณ แด่ผู้ที่มาร่วมบุญกัน ร่วมเป็นเจ้าภาพกันตามศรัทธา ผ่านมัคทายกวัด ขณะเดียวกัน ได้มีมูลนิธิกู้ภัยศรีสัตนาคา จากจังหวัดนครพนม นำโลงศพมามอบให้กับกู้ภัยบ้านจาน อำเภอเบ็ญจลักษ์ เพื่อบริการให้กับศพไร้ญาติ จำนวน 300 โลง นอกจากนั้น น้ำ ระพีพัฒน์ และบรรดาเหล่าดารานักแสดง ยังได้มอบข้าวสาร แก่ผู้ที่มาร่วมงานบุญในครั้งนี้ จำนวน 2,000 กิโล เป็นโรงทานข้าวสารมอบให้กับทุกคน


พิธีเทหล่อพระกรุตสมิงชัยมงคล และพิธีปั้มพระผงกรุตสมิงชัยมงคล ขณะที่การปั้มได้มีพระอาทิตย์ทรงกรด แต่ขณะร่ายรำถวายของบรรดาแม่บ้าน นางรำ กลับมีฝนตกลงมาปรอยๆ อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก พิธีเสร็จสิ้นลงในช่วงยามบ่ายๆ จากนั่นจะรอให้พิมพ์เทหล่อพระเย็นลง จะได้มีการเกาะพิมพ์ และกำหนดพิธีพุทธาภิเษก พระกรุตสมิงชัยมงคล ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ก่อนนำไปมอบให้ทหารกล้าตามชายแดน
/////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.จัดโรดโชว์ ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง รณรงค์เลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ขุนหาญ–ภูสิงห์ 28 ก.ย.นี้ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือ ถ้าเกิดเหตุการณ์การปะทะ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่สนามกีฬาวงกลม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมโรดโชว์ (Road Show) ภายใต้สโลแกน “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง การเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่าง เขตเลือกตั้งที่ 5” เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนการเลือกตั้งซ่อมที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนนี้
***ในพิธีเปิด มี ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง นักเรียน นักศึกษา จิตอาสา รวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกว่า 200 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

***นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวรายงานว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกตั้ง สร้างจิตสำนึกไม่ซื้อสิทธิไม่ขายเสียง และเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง ลดจำนวนบัตรเสีย และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

***ด้าน ศ. สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ประธานในพิธีเปิด กล่าวเน้นย้ำว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 ศรีสะเกษ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ เป็นโอกาสสำคัญของประชาชนในการกำหนดอนาคต โดย ส.ส. ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ออกกฎหมายและอนุมัติงบประมาณเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้แทนที่สะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อร้องเรียนจากประชาชนไปสู่การแก้ไขในระดับนโยบาย

***สำหรับการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่อ โดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (แม้หมดอายุก็ใช้ได้) หรือหลักฐานทางราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนมาแสดงตน

***ทั้งนี้ กิจกรรมโรดโชว์ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน เครือข่ายประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) เยาวชน จิตอาสา และสื่อมวลชน โดยผู้จัดงานคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 2 อำเภอ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ภายใต้สโลแกนที่ย้ำชัดเจนว่า “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง”

***ขณะที่ นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในส่วนความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ทางเรามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และอยากให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก สมกับการรอค่อยมานาน ส่วนเรื่องการร้องเรียนผู้สมัครการเลือกตั้งทั้ง 2 เบอร์ ตอนนี้ก็มีแต่เรื่องเดิมๆ คือเลือกตั้งปราศรัย การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน

***ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนมาตรการความพร้อม และการรับมือ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือ เหตุการณ์ยิงปะทะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ทาง กกต. ก็มีการประสานกับทางทหาร และฝ่ายปกครองไว้แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทางทหารจะส่งสัญณาณ มายังฝ่ายความมั่งคง และฝ่ายปกครอง ก่อนจะส่งสัญญาณต่อมายัง กกต. โดย กกต. จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะหยุดการเลือกตั้ง หรือ จะให้มีการเลือกตั้งต่อ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรม “โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กันยายน 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเวียงสา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้เข้าร่วมการจัดกิจกรรม

“โครงการกรมส่งเสริมการเกษตรช่วยเหลือเกษตรกรฟื้นฟูเครื่องจักรกลเกษตรที่ประสบอุทกภัย ปี 2568″ ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

ให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ พร้อมกันนี้ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา ได้จัดตั้งจุดบริการการขึ้นทะเบียนเพาะปลูกพืชและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 และการขึ้นทะเบียนเครื่องจักรกลการเกษตร

สำหรับเกษตรกรผู้มีความประสงค์ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร โดยมี นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ขับเคลื่อน Soft Power วิถีน่าน สู่อนาคตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 ณ ลานข่วงเมืองน่าน (ข่วงใหญ่) อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดงาน “SPARK 3วิ สู่น่านเมืองสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนครบทุกมิติ

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต้อนรับ และ นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางโสภา ชวนวัน และ นางพัทธนันท์ พิพิธนวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 520 คน

🪄วัตถุประสงค์การจัดงาน

  1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา เชื่อมโยง Soft Power วิถีน่าน มุ่งสู่น่านเมืองสร้างสรรค์
  2. จัดเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพ และด้านวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรม ด้วยกระบวนการ SPARK โดยมีการนำเสนอจากโรงเรียน 4 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขตวรนคร 2) สหวิทยาเขตศิลาทอง 3) สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง 4) สหวิทยาเขตเวียงป้อ รวมทั้งโรงเรียนภาคีเครือข่าย
  3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

⭐️ไฮไลต์กิจกรรม

การจัดแสดงนิทรรศการและผลงานจากโรงเรียนในสังกัดและเครือข่ายรวม 30 โรงเรียนการแสดงศักยภาพผู้เรียนทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิตตามหลักพุทธธรรมการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

🎊การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่บนฐานพหุ

ปัญญา เสริมสร้างทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน ตลอดจนยกระดับสู่การเป็น Soft Power ของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งสู่การเป็น “เมืองสร้างสรรค์” อย่างมั่นคงและยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สโมสรไลออนส์ชุมแพพิธีสถาปนาคณะกรรมการฯบริหารและรับสมาชิกใหม่ ปีบริหาร 2568-2569

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2568 ณ ห้องชีวินญาดา โรงแรมเดอะชีวินโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ ปี บริหาร 2568-2569 กล่าวขอบพระคุณมวลสมาชิกสโมสรไลออนส์ชุมแพที่อุทิศแรงกายแรงใจ เสียสละทั้งเวลา และทุนทรัพย์

เพื่อให้กิจกรรมในปีบริหารที่เพิ่งผ่านพ้น สำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณภาคเอกชน ภาครัฐ ที่สนับสนุนเกื้อหนุนทุกกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ของสโมสรด้วยดีเสมอมา และขอบพระคุณ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ กล่าวในนามของอำเภอชุมแพ กล่าวแสดงความยินดี วาระใหม่อันทรงเกียรตินี้ การได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความสามารถ และความมุ่งมั่นทุ่มเท

ในการทำงานเพื่อสังคมของท่านอย่างแท้จริง ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของท่านสโมสรไลออนส์ชุมแพ จะยิ่งเจริญก้าวหน้า และสามารถสร้างประโยชน์สุข แก่พี่น้องประชาชนในอำเภอชุมแพ และพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง

ไลออน เทพวรรณ ม้าประเสริฐ ประธานมูลนิธิไลออนส์ในประเทศไทย ปีบริหาร 2565-2568 กล่าวสโมสรไลออนส์ชุมแพ เป็นสโมสรที่มีศักยภาพสูงสุดสโมสรหนึ่งในภาค 310 อี การทำกิจกรรมเพื่อสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณในความเสียสละ ของคณะกรรมการบริหารและสมาชิก

ไลออน เกษสุรีย์ ชีพธรรมคุณ ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 เพิ่งผ่านพ้น ปี2567-2568 กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกับ ไลออน อัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ

ไลออน ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์ นายกสโมสรไลออนส์ชุมแพ เพิ่งผ่านพ้น กล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมา ด้วยหัวใจแห่งการ “บำเพ็ญประโยชน์” อันมั่นคง และขยายคุณความดีไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง

รายนามคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์ชุมแพ ประจำปีบริหาร 2568-2569
นายกสโมสร ไลออนอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์

นายกผ่านผ้น ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
อุปนายกคนที่1 ไลออนพูนทรัพย์ วงศ์พวก
อุปนายกคนที่2 ไลออนทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ
เลขาธิการ ไลออน ผศ ดร.ไพฑูรย์ มาเมือง
เหรัญญิก ไลออนปกิตตา ฤทธีตานนท์

ประธานฝ่ายสมาชิกภาพ ไลออนว่าทีร้อยตรี เนวิน ชายชีวินลิขิต
ผู้ประสานงาน LCIF ไลออน ดร.ปิยพัชญ์ กุลเจริญพงศ์
ประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรมบริหาร ไลอนธัญพร พรภู่พุทธคุณ
ประธานฝ่ายสื่อสารการตลาด ไลออนยุทธ เตียงสุขสวัสดิ์
ประธานฝ่ายพัฒนาผู้นำ ไลออน ผศ ดร เกรียงไกร ปัญญาประเสริฐกุล

ไลออน ทิวาพร เหงี่ยมวิจาวัฒ อุปนายกคนที่2 กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารและรับสมาชิกใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ผ.ศ.ดร.พรเทพ โฆษิตวรวุฒิ รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอชุมแพ พร้อมสมาชิก, นายเกรียงไกร วิริยะอาชา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ

วินสื่อรัฐทีวี

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สารทเดือนสิบ ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ ณ วัดเนินทอง ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 นายกโต้ง เปิดงานประเพณี ส่งตายายทางสายน้ำ สาทรเดือนสิบ วัดเนินทอง พุทธศาสนิกชนแผ่ร่วมแห่ร่วมประเพณีคับคั่ง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ย.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงาน

ประเพณีส่งตายายตามสายน้ำ(สารทเดือนสิบ) ณ วัดเนินทอง หมู่ที่ 6 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีพันเอกโชค ยิกุสัง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 (รอง ผอ.กอ.รมน.จว.ชพ.) นางจุฑารัตน์ แพวงษ์จีน ผอ.กลุ่มส่งเสริมศิลปะศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมทั้งฝ่ายปกครองท้องที่ปกครองท้องถิ่น พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

สำหรับงานประเพณีส่งตายายตามสายน้ำหรืองานสัตว์เดือน 10 วัดเนินทองนั้น เป็นประเพณีสำคัญปฏิบัติสืบต่อกันมาของท้องถิ่นภาคใต้ โดยชาวบ้านได้นำข้าว ปลา อาหารสิ่งของต่างๆมาทำบุญที่วัด ให้กับปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

นายอนิรุท พลราม นายก อบต.สลุย กล่าวว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันตัดไม้ไผ่ต่อแพเพื่อน่า ข้าวปลา อาหารและของใช้ ใส่แพลอยไปตามแม่น้ำ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาของท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสร้างความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ เสริมสร้างและปลูกฝัง กล่อมเกลาจิตใจแก่บุคคลในสังคมให้มีคุณธรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชุมชน

ในที่ตำบล สลุย และตำบลใกล้เคียง เพื่อเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่คนรุ่นหลังสืบไป อบต.สลุย จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการวัดเนินทอง จัดทำโครงการประเพณีส่งตา – ยาย ทางสายน้ำ ที่จัดสืบทอดกันมาทุกปีขึ้น ณ วัดเนินทอง เพื่อให้ประชาชน ได้ร่วมประเพณีส่งตา – ยาย สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่กับท้องถิ่นสืบไป

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร กล่าวว่า ประเพณีส่งตายายทางสายน้ำ หรือ สารทเดือนสิบเป็นประเพณีของภาคใต้ และจังหวัดชุมพร โดยเฉพาะที่วัดเนินทองแห่งนี้ได้มีประเพณีติดต่อกันมานาน และเป็นเรื่องที่ดีที่ อบต.สลุยได้บรรจุเข้าไว้ในแผนของ วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ในเรื่องของการส่งเสริมประเพณีอันดีงาม จึงต้องการให้ พี่น้องชาวใต้ ร่วมงานประเพณีกันแบบนี้ทุกปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดไป

สำหรับวัดเนินทอง เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมานับร้อยปี โดยมีผู้ใหญ่น้อย เผือกจันทร์ อุทิศที่ดินเพื่อจัดตั้งเป็นที่พักสงฆ์ โดยมีหลวงพ่อจาบ เป็นเจ้าอาวาสที่พักสงฆ์รูปแรกได้มีการพัฒนาก่อสร้างศาสนาสถานประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่จัดงานประเพณีประจำปีส่งตายายตามสายน้ำ เป็นสถานที่อบรมให้แก่พุทธศาสนิกชน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวัดเนินทอง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้รับการบรรจุ อยู่ในโครงการ OTOP Village ของจังหวัดชุมพร

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ท่องเที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี วิถีชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ชุมพร นั่งเรือชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน

แชร์เนื้อหานี้

ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 กันยายน 2568 One Day Trip จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชุมพร-ระนอง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ทดลองเที่ยว เที่ยวฟรี ชมฟรี รถฟรี ชุมชนปากน้ำเก่า 100 ปี ท่องเที่ยววิถีชุมชนปานน้ำชุมพร นั่งเรืออจวชมวิวข้ามฟากแม่น้ำตะเภา เดินชนภาพศิลปะ Street Art ชุมชนปากน้ำเก่า ชมน้ำพุกลางโบสถ์เกาะแก้วมัตโพน ไหว้ศาลเจ้าพญางูขาว

ไหว้ศาลเจ้ารักศิลธรรม One Day Trip ขึ้นรถเดินไปท่องเทียวได้ที่ ศาลหลักเมืองชุมพร ในเวลา 09.00 น โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นอาหารกลางวัน จำนวน 150 บาท ต่อ คน นักท่องเที่ยวเข้าร่วม มากว่า 600 คน

ดร.อนัน รามพันธ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร กล่าว ในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมเทสทัวร์หรือทดลองท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรในวันนี้มีนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 500 ถึง 600 คนจุดแรก

จะเดินทางไปปากน้ำเก่าชุมพรเที่ยววัดเกาะแก้ว หรือวัดปากน้ำ ของจังหวัดชุมพรเสร็จแล้วก็จะเดินทางไปที่ Street Art เนื่องจากพื้นที่ที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวนี้มันแออัดคับแคบก็จะแบ่งเป็น3กรุ๊ปอีกกรุ๊ปหนึ่งก็จะขึ้นไปเขามัทรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่สามารถมองเห็นได้ 360 องศา และอีกชุดหนึ่งก็จะเดินทางไปไหว้กรมหลวงชุมพร

ที่ศาลกรมหลวงชุมพรหรือเสด็จเตี่ย ของชาวชุมพรอีกชุดหนึ่งเป็นชุดที่ 3หรือสามกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 200 คน และทั้งสามกลุ่มก็จะวิ่งวนทั้งสามจุดเพื่อที่จะท่องเที่ยวได้ครบทั้งสามจุดคาดว่าเงินก็จะสะพัดในจังหวัดชุมพรก็มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ก็เป็นการเปิดโลกกระทัศน์ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้ามาท่องเที่ยว

ในจังหวัดชุมพรถึงแม้ว่าลมแรงฝนตกสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรก็สามารถท่องเที่ยวได้บนบกมีหลายหลายที่น่าสนใจและท่องเที่ยวอย่างสุขกายสบายใจของจังหวัดชุมพรในหนึ่งวันหรือวันเดย์ทริป

ในบรรทัดฐานในการท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะมีรถมารับที่ศาลหลักเมือง จังหวัดชุมพรช่วง 09.00น แล้วก็กลับมาส่งที่ศาลหลักเมืองเช่นเดิมเวลา 14:00 น. ของทุกๆวันก็จะสะดวกสบายแล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ

ที่จะมาท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆภายในจังหวัดชุมพรหรือวันเดย์ทริปโดยจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองจังหวัดชุมพรที่มาอำนวยความสะดวก และยังมีตำรวจท่องเที่ยวแล้วก็ร่วมกับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองพร้อมสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพรในนามสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรการท่องเที่ยวทุกมิติในจังหวัดชุมพรพร ซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยววันเดย์ทริป ของจังหวัดชุมพร

ในครั้งนี้ก็คือรถไม้ที่จะพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดชุมพรครับและในโอกาสนี้ก็จะประชาสัมพันธ์ให้กับอำเภอเมืองจังหวัดชุมพรต่อไปก็จะเป็นอำเภอต่างๆภายในจังหวัดชุมพรต่อไปครับ

ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร ที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร เผย จุดเด่นหรือซิกเนเจอร์ในการท่องเที่ยวในครั้งนี้จังหวัดชุมพรได้จัดรถไม้โบราณมารับนักท่องเที่ยวซึ่งมีความคลาสสิกมากซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมีการถ่ายรูปกับรถไม้ที่เป็นซิกเนเจอร์ของจังหวัดชุมพรเราในช่วงนี้รถไม้ก็เริ่มจะสูญหายไปเรื่อยเรื่อย

เพราะว่าส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมากันเองตอนนี้เราก็จะรณรงค์ให้มีการใช้รถไม้เพื่อที่จะเป็นซิกเนเจอร์ในการดำเนินการท่องเที่ยวที่จังหวัดชุมพร ครับในวันนี้ก็เดินทางมาท่องเที่ยวที่ปากน้ำชุมพรก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังฮอตมากเพราะขณะนี้มี Street Art ที่รอนักท่องเที่ยวมาเดินทางชมอยู่ 32 จุด ซึ่งมีซึ่งมีการโฆษณาผ่านโดย YouTube

เปอร์มาทำการโฆษณารูปภาพและเช็คอินออกไปปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยอยากจะมาเที่ยวชมถนนที่มีการวาดภาพหรือ Street Art ซึ่งนักท่องเที่ยววันนี้เดินทางมาเยอะมากเดินทางมาทั้งรถบัสรถตู้รถทัวร์และรถไม้มาสู่ปากน้ำเก่าที่เป็นชุมชน 100 ปี ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรที่ผลักดันให้มีการท่องเที่ยว วันเดย์ทริป ขึ้นในครั้งนี้ซึ่งในวันนี้ก็ได้พามาเที่ยวที่เขาเป็นจุดหนึ่งเป็นพลังมังกรห้าทิศเป็นส่วนของลำตัวแล้วก็จะลงไปที่โรงเจ Luxe ธรรม เป็นพลังมังกรห้าทิศส่วนของท้องของมังกรซึ่งใครมากราบไหว้ขอพรก็จะเปลี่ยนเป็นพลังร้ายให้กลายเป็นดีหลังจากนั้นเราก็จะเดินชม Street Art

ทั้งหมดสอง. จะมีรถสามล้อมีรถสองแถวแล้วก็มีไกด์ท้องถิ่นมีเทศบาลปากน้ำชุมพรเค้าจะเข้ามาเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในวันนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นมาชมจุดนี้แล้วก็ถูกใจมากและจะเดินทางไปยังโบสถ์ที่มีน้ำผุดขึ้นมากลางโบสถ์ไปรับน้ำมนต์กันยังไงก็เชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวปากน้ำชุมพรด้วยกันครับ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ดนตรีที่ปัตตานี เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดี ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี/ผอ.ศปก.อ.เมืองปัตตานี ร่วมเป็นเกียรติชมการแสดงดนตรี “ดนตรีที่ปัตตานี

เล่าเรื่องปตตานี ผ่านเสียงดนตรี” โครงการดนตรีประจำชาติ บนความแตกต่าง ความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมี นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวต้อนรับ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา แขกผู้มีเกียรติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการนี้ได้มี แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เข้าร่วมชมฯ ณ หอประชุมชูเกียรติ

สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งาน NAN COFFEE THE CREATORS ยกระดับผู้ประกอบการ กาแฟน่าน สร้างมูลค่าอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ขนผู้ประกอบการกาแฟน่านกว่า 24 ร้านกาแฟดังทั่วจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเครือข่ายผู้ประกอบการ จังหวัดน่าน รวมกว่า 36 ราย โดยมีผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเชื่อมโยงตลาด จำนวน 15 ราย นำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา ร่วมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) โดยมีนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

โดยนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญ มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม กับทั้งเพาะปลูกได้ทั้งกาแฟสายพันธ์อาราบิก้า และโรบัสต้าที่มีคุณภาพ มีอัตลักษณ์โดดเด่นในเรื่องรสชาติและความหอม ทำให้เมล็ดกาแฟน่านได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่าน และการจัดงานแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ภายใต้โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลัก การแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม กิจกรรมย่อยการพัฒนาขีดความสามารถการผลิตและการแปรรูปกาแฟน่านสู่ตลาดสากล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 หวังให้ผู้ประกอบการผู้ผลิตและจำหน่ายที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมและธุรกิจกาแฟ สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สร้างมูลค่าสูงขึ้นต่อไป

ด้าน นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการกาแฟน่านในการพัฒนากระบวนการผลิตกระบวนการบริหารจัดการสถานประกอบการให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดเป้าหมาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรและผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่าน และสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในภาคอุตสาหกรรมธุรกิจกาแฟน่านและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องให้มีมูลค่าสูงขึ้น โครงการดังกล่าวประกอบไปด้วย กิจกรรมการพัฒนาและเสริมองค์

ความรู้ด้านการแปรรูปกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคนิคการแปรรูปกาแฟน่าน และการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ กิจกรรมการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน เพื่อเชื่อมโยงตลาดประกอบด้วยการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเสริมสร้างทักษะด้านการคั่วกาแฟ เพื่อยกระดับกาแฟน่าน ณ สถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับด้านธุรกิจกาแฟ และกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กาแฟน่าน และกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการตลาดกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาด ดำเนินการจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน

พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน NAN COFFEE THE CREATORS ระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2568 กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบกาแฟน่าน เพื่อทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟน่าน, กิจกรรมการสาธิตการคั่วกาแฟ , กิจกรรมการสาธิตการ Cupping กาแฟน่าน , กิจกรรมสาธิตการดริปกาแฟ , กิจกรรมนาทีทอง , การแข่งขันการคั่วกาแฟในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568และ การแข่งขัน Nan Signature Coffee

ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 , เพลิดเพลินกับดนตรีสดทุกวัน , รับคูปองส่วนลด 50 บาท เพื่อแลกซื้อสินค้าภายในงานและโปรโมชั่นสุดพิเศษกับสินค้านาทีทอง จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดน่านและต่างจังหวัดมาเที่ยวช้อป ชม ชิม กับงาน NAN COFFEE THE CREATORS/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 11.00 น.
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
คณะจิตอาสาพระราชทาน 904 นายนครินทร์ เทพรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลย และคณะ

นายเสนีย์ จิตตเกษม ประธานกรรมการส่วนภูมิภาค ภาค 10 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 10/ประธานผู้ประสานงานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ

ประจำจังหวัดหนองบัวลำภูพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภู ร.ต.อ.ชาญชัย วรรณโรจน์ คณะกรรมการผู้ไกล่เกลี่ย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัสดีอำเภอนาวัง

ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา และคณะครู
• นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์
• น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์
• ชมรมช่วยเหลือสังคม
• นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ
• กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.

ร่วมกันจัดกิจกรรม “โครงการตรวจเยี่ยมบ้านคนพิการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” พร้อมมอบชุดยังชีพแก่ทหารผ่านศึก คนพิการ และผู้ยากไร้ จำนวน 40 ราย

โดยมี พันเอกอาร์ม ยศสุนทร รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีมอบ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนชุมชนวังปลาป้อมวิทยศึกษา ตำบลวังปลาป้อม อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู

ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคมา ณ โอกาสนี้ 🙏สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : ชุดยังชีพ 20 ชุดนางศรัณยา สุวรรณพรหม : ชุดยังชีพ 20 ชุด และน้ำดื่ม 40 โหลโรงแรมเซ็นธารา : แปรงสีฟันและยาสีฟัน 10 ลัง

⸻สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเลยสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองบัวลำภูองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภูชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4