คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท. จัดยิ่งใหญ่ “คาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จ.ภาคเหนือ” นำขบวนผู้ประกอบการ-สื่อมวลชนจีน/ไทย เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

ททท. จัดยิ่งใหญ่ “คาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จังหวัดภาคเหนือ” นำขบวนผู้ประกอบการ-สื่อมวลชนจีน/ไทย เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือทางรถยนต์ โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านตำนานและ Grand Moment เมืองหลัก – เมืองน่าเที่ยว 17 จังหวัด มุ่งสู่การกระตุ้นเป้านักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 26.5 ล้านคน-ครั้ง ดันรายได้ท่องเที่ยวโตไม่ต่ำกว่า 1.74 ล้านบาท
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ร้านอาหารเคียงน้ำ จังหวัดตาก

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ต้อนรับคณะคาราวานตามรอยตำนานพิชิต 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมี ททท.สำนักงานตาก ผู้แทนภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตากร่วมต้อนรับ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตากกล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มาต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวทุกท่านอย่างเป็นทางการจังหวัดตากเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งทางด้านภูมิประเทศ วัฒนธรรมประเพณี และแหล่ง

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรีและความอบอุ่นจากคนในท้องถิ่น ทุกท่านจะได้เห็นศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดตากในการต้อนรับนักท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกระผมเชื่อมั่นว่าหลังจากที่ท่านได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดแล้วจักช่วยทำให้ท่านสามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวและแบ่งปันความสุข บอกเล่าประสบการณ์ที่มีคุณค่าของจังหวัดตากต่อไปได้ สุขทันทีที่เที่ยวตาก

นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน จัดกิจกรรม “คาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ” ระหว่างวันที่ 10-26 มิถุนายน 2568 โดยในครั้งนี้ ททท. ได้นำคณะคาราวานฯ จำนวน 150 คน พร้อมด้วยรถยนต์จำนวน 35 คัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าสู่ประเทศไทย ณ ด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเดินทางสัมผัสประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่น่าประทับใจในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

กิจกรรมคาราวานในครั้งนี้ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่น่าจดจำและแตกต่างออกไปจากเดิม ผ่านการบอกเล่าเรื่องราว (story telling) 17 ตำนานอันน่าประทับใจ ในเส้นทางท่องเที่ยว 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ตำนานพระแก้วมรกต จังหวัดเชียงราย ตำนานไทลื้อ จังหวัดพะเยา ตำนานกระซิบรัก

ปู่ม่าน ย่าม่าน จังหวัดน่าน ตำนานบ้านเก่า เมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ตำนานเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำนานพระอจนะพูดได้ จังหวัดสุโขทัย ตำนานเมืองสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ตำนานเมืองชาละวัน จังหวัดพิจิตร ตำนานเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตำนานปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ตำนานแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ตำนานชั่วฟ้าดินสลาย จังหวัดกำแพงเพชร ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดตาก ตำนานเขลางค์นคร จังหวัดลำปาง ตำนานพระนางจามเทวี จังหวัดลำพูน ตำนานสมเด็จพระสุพรรณกัลยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำนานเจ้าดารารัศมี จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ภูมิภาคภาคเหนือยังได้นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทาง Grand Momentที่มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำและมีความหมายสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก แหล่งท่องเที่ยวชุมชน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความหลากหลายของอาหารพื้นเมือง สินค้าหัตถกรรมฝีมือประณีตรวมทั้งไมตรีจิตอันอบอุ่นของผู้คนในภาคเหนือ

นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก กล่าวว่าคาราวานตามรอยตำนาน 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าพื้นที่จังหวัดตากใน วันที่ 22-23 มิถุนายน 2568 โดยจังหวัดตากนำเสนอตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วัดดอยข่อยเขาแก้ว) ในงานเลี้ยง ททท.สำนักงานตากได้นำสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวมาเสนอขาย เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ รวมไปถึงเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของจังหวัดตากให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างซึ่งถือได้ว่าเป็นการเพิ่มวันพักค้างและกระจายรายได้สู่จังหวัดตากต่อไป

เที่ยวตากหน้าฝน #TATTAK #คาราวานตามรอยตำนาน17จังหวัดภาคเหนือGoNorthThailand #amazingthailand/ข่าวชวลิต วิกุล ชัยกิจ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ เปิดงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา”ดัน Soft power 21-22 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 เวลา 17.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและ

มวยท่าเสาพร้อมด้วยนางสายสมร ทองกองทุน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารสถานศึกษาและสื่อมวลชน ร่วมพิธี

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณและ

วีรกรรมที่กล้าหาญของพระยาพิชัยดาบหัก รวมทั้งเพื่อสืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาด้านมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนคนอุตรดิตถ์

โดยภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวง พิธีรำไหว้ครู และการจัดนิทรรศการมวย การออกบูธของค่ายมวยเพื่อเรียนรู้และฝึกทักษะ เทคนิค จากค่ายมวยสายท่าเสาและพระยาพิชัยดาบหัก การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี การชกมวย และการชม ชิม ช้อป

อาหารพื้นถิ่น สินค้าทางวัฒนธรรม ของดี ของเด่น ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรม

ส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นฝ่ายเลขานุการจัดงาน

จึงขอเชิญชวน นักท่องเที่ยว ผู้สนใจ หรือประชาชนทั่วไป มาเที่ยวงานมวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา ระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 ณ วัดใหญ่ท่าเสา ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มาตื่นตา ตื่นใจ

เรียนรู้มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา และยังอิ่มกายกับอาหารพื้นถิ่นของดีจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อน Soft Power มวยไทยพระยาพิชัยดาบหักและมวยท่าเสา ของจังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกันต่อไป

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 จัดกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

20 มิถุนายน 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.5 นำคณะข้าราชการตำรวจจิตอาสา ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฐาปนพงษ์ ชัยรังษี รอง ผบก.อก.ภ.5 , พ.ต.อ.หญิงสุธิดา สมิทธิไกร ผกก.ฝอ.2 บก.อก.ภ.5 และข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.5 จำนวน 20 นาย

พร้อมด้วยภาคเอกชน ประกอบด้วย คุณภัทรวัลย์​ อวดตัว​, คุณจินดารัตน์ นันตัง ,คุณอารีย์ ศรีวิชัย และ มูลนิธิสายใยความหวัง โดยคุณนาธาน อึนบิน คิม, คุณโจอัน คิยงฮวา ลี, คุณโจแช คิม ได้ร่วมกันกิจกรรมจิตอาสาประกอบเลี้ยงอาหารและขนมให้กับเด็กนักเรียนและบุคลากร รร.สอนคนตาบอดภาคเหนือ เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

โดยมี คุณสุวิทย์ สุทาลา
ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ และบุคลากรในสังกัดร่วมให้การต้อนรับและร่วมจัดทำขนม Frence Toast เสิร์ฟพร้อมผลไม้ นม ไอศกรีม ยาคูลย์ และขนมขบเคี้ยว ให้กับเด็กนักเรียน รวมจำนวน 50 คน และมอบสลัดผักสด ให้กับบุคลากรของโรงเรียน จำนวน 60 กล่อง โดยการประกอบการจัดทำขนมเมนูดังกล่าว เป็นการต่อยอดของโครงการส่งเสริมการฝึกอาชีพของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภาค 5

ซึ่งข้าราชการตำรวจและครอบครัว ตลอดจนสมาชิกและประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ทุกวันพุธของทุกสัปดาห์ เวลา 11.30 – 13.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ห้องชมรม English Corner@Police 5 ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจิตอาสาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อเทิดพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568////

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมชาวอีสานพัทยา จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” สร้างความกลมเกลียวพี่น้องที่ราบสูง

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 21 มิ.ย.68 สมาคมชาวอีสานพัทยา โดย นายสุครีพ กระจาย นายกสมาคมชาวอีสานพัทยา พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดปัจจุบัน ได้จัดงาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ที่ลานปิติ THE BAY ชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ด้วยสมาคมชาวอีสานพัทยา ซึ่งเป็นสมาคมที่ดำเนินกิจกรรมทางด้านการกุศลและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาโดยตลอด ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนอีสานที่มาประกอบกิจการหรือมาทำงานในเขตเมืองพัทยาและสมาชิกทั่วไป

กิจกรรมดังกล่าวจึงเกิดความร่วมมือกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการ เปิดโอกาสให้สมาชิก คณะกรรมการ ที่ปรึกษา และแขกผู้มีเกียรติ ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ ภายใต้ชื่องาน “ตุ้มโฮม ฮักแพง กินข้าวแลง หมู่เฮาชาวอีสาน” ขึ้น โดยพบว่าบรรยากาศของกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน

ช่างสักกว่า 27 ประเทศ เตรียมกระหึ่มร่วมงานประกวดรอยสักนานาชาติ “TATTOO AMAZING FEST PATTAYA 2025”

มีรายงานว่า นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรมศวร์ งามพิเชษฐ์  นายกเมืองพัทยา, นางสาวสุนิสา ลี ผู้จัดงานฯ, พล.ต.ต.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล​ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนภาคกลางและภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) TCEB และ นายนิติกร นิลศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้า รอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา ร่วมแถลงข่าว “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2  ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN"  โดยมี กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งที่บริเวณลานน้ำพุ ชั้น G ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จ.ชลบุรี  เมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาช่า พัทยา และ กลุ่มช่างสักลายในพื้นที่เมืองพัทยา เตรียม จัดงานประกวดรอยสัก Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025 ภายใต้แนวคิดใหม่ "THE RISE OF EASTERN" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองพัทยาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน Soft Power ไทยสู่เวทีนานาชาติ และเป็นการพัฒนาทักษะการ สักลาย ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการจัดงานประกวดรอยสัก “International Tattoo Amazing Fest Pattaya 2025“ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดใหม่ “THE RISE OF EASTERN” ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้า รอยัลการ์เด้น พลาซ่า พัทยา จะเป็นการรวบรวมช่างสักที่มีฝีมือระดับนานาชาติ มากกว่า 27 ประเทศ ซึ่งภายในงานจะ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดรอยสัก การออกบูธกิจกรรม การแลกเปลี่ยนเทคนิคความรู้เกี่ยวกับรอยสัก นับว่าเป็นการสร้างกระแสของกลุ่ม Tattoo ต่อไป

มวลมิตรร่วมงานสุขสันต์วันคล้ายวันเกิด “ลิซ่า” นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา อบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 50 ปีบริบูรณ์ ที่ร้านกาฬเวลา ถนนเฉลิมพระเกียรติ พัทยาสายสาม

โดยภายในงานมีแขกเหรื่อยร่วมแสดงความยินดีและอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณลิซ่ากันอย่างคับคั่ง ทั้งตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน นักธุรกิจ นักการเมือง ตลอดจนข้าราชการ และมิตรสหาย เข้าร่วมสังสรรค์กันอย่างอบอุ่นและครื้นเครง

คุณลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ถือเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ทำงานอย่างหนักเพื่อปากเสียงของพี่น้องธุรกิจท่องเที่ยว มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการแสดงจุดยืนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองพัทยามาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นคนใจบุญที่จัดกิจกรรมเพื่อสังคมบ่อยครั้งจนเป็นที่รู้จักอย่างดีในเมืองพัทยา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย ระหว่างวันที่ 20-22 มิ.ย นี้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจิรญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ทุเรียนเมืองพระยาพิชัย

พร้อมด้วยนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศสำนักงาน แพร่-อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานในครั้งนึ้

ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า จากความพิเศษของทุเรียน GI หลง หลิน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันสามารถปลูกได้หลายอำเภอมากขึ้นทั้ง อำเภอลับแล อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา

และอีกหลายพื้นที่ของจังหวัด สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปีละ 2 พันกว่าล้านบาทและผู้คนทุกภูมิภาคได้กล่าวถึงความอร่อยว่ารสชาติไม่เหมือนที่อื่น แม้จะนำไปปลูกภาคตะวันออก หรือภาคกลาง ความเป็นที่หนึ่ง

ของเนื้อและรสชาติ ยังเป็นของจังหวัดอุตรดิตถ์ดังนั้นเราต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และช่วยกันเปิดพื้นที่ ดังเช่นการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เชิญชวนนักท่องเที่ยว และผู้สนใจ

เข้ามาสัมผัสบรรยากาศงาน มาชิม มาฟิน ทุเรียน หลง หลิน ของจังหวัดอุตรดิตถ์ และสินค้า อาหารผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ในช่วงวันที่ 20 – 22 มิถุนายน 2568 นี้ โดยในวันนี้มีกิจกรรมนาทีทองลดราคาทุเรียนกิโลกรัมละ 50 บาท มีจำนวนจำกัด 100 กิโลกรัมเท่านั้นซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ภาพ/ข่าว นาคา คะเลิศรัมย์ อุตรดิตถ์
.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มีดแรกของฤดูกาลตัดทุเรียนชุมพร ผู้ว่าฯ ชุมพร เปิดงานวันเก็บเกี่ยวทุเรียนคึกคัก กงสุลจีนร่วมยินดี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์ หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองชุมพร ได้มีการจัด “งานวันเปิดฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมี นายคลองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร มาร่วมเป็นเกียรติในงาน และที่สำคัญคือได้รับเกียรติจาก นายวัง จื้อเจียง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ที่ได้เดินทางมาร่วมงานและพบปะกับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทุเรียนชุมพรในตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีน การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักอีกด้วย นายปรีชา เสนแก้ว ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ ในนามพี่น้องเกษตรกร ชาวบ้านควนจำปา ตำบลถ้ำสิงห์

มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ท่านกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ท่านหัวหน้าส่วนราชการ และท่านผู้มีเกียรติ ที่ได้ให้เกียรติ มาเยี่ยมเยือนตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร ในวันนี้ครับ วันนี้เป็นวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ของ จังหวัดชุมพร ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญยิ่งต่อชาวสวนทุเรียนในพื้นที่ของเรา

ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้น ถือเป็นผลแห่งความอุตสาหะ ความขยันหมั่นเพียร
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ชาวสวนทุกท่าน ได้ดูแลการผลิตทุเรียนด้วยความเอาใจใส่ตั้งแต่การเตรียมดิน การใส่ปุ๋ย การรดน้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนกระทั่งให้ผลผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด และถึงมือผู้บริโภค

ทุเรียนถ้ำสิงห์ของเราได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ รสชาติหวานหอม เนื้อเหลือง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่นี้ที่มีดินดี และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตของเราไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น แต่ยังได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย และความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน สถาบันเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และเอกชน ที่ได้ทำงานเป็นทีม แลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้เกิด

ห่วงโซ่มูลค่าของทุเรียนที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลถ้ำสิงห์ และตำบลวังใหม่ได้รวมกลุ่มและจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ทุเรียนขึ้น ในปี 2567 ในนาม แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ โดยมีกระผมเป็นประธานของกลุ่ม

ปัจจุบันมีสมาชิก 53 คน พื้นที่รวมกว่า 730 ไร่ โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นพัฒนาด้านการบริหารจัดการกลุ่ม ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและการบริหารจัดการด้านการตลาดร่วมกัน สมาชิกมีการผลิตทุเรียนตามมาตรฐานเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทุเรียนทุกผล มีอายุการเก็บเกี่ยวที่ 120 วัน หลังดอกบาน ทำให้มั่นใจได้ว่า เป็นทุเรียนแก่จัด มีคุณภาพ หวาน มัน เหมาะแก่การบริโภค

นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร ยินดีและเป็นเกียรติ
อย่างยิ่ง ที่ท่านได้กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน วันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 จังหวัดชุมพรนับเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกทุเรียนที่สำคัญของประเทศไทย มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของผลไม้ในเขตเมืองร้อน

เนื่องมาจากดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพภูมิอากาศ เหมาะสมในการผลิตทุเรียน จึงทำให้ปัจจุบันจังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรมีประสบการณ์ในการผลิตทุเรียน และมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนจังหวัดชุมพรเป็นที่รู้จักในด้านรสชาติและคุณภาพ นอกจากนี้ จังหวัดชุมพรยังเป็น
แหล่งรวบรวมผลผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปต่างประเทศและในประเทศอีกด้วย


การผลิตทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีแนวโน้มขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นจากการปลูกทดแทนพืชชนิดอื่น และจากความต้องการบริโภคทุเรียนของประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สาธารณรัฐประชาชน

จีน ซึ่งนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันจังหวัดชุมพร มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 334,576 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตแล้ว 240,775 ไร่ และคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 302,739 ตัน ซึ่งให้ผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม และกระจายถึงเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่ผลผลิตออกมากคือ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชุมพรมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท

เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการผลิต และประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทุเรียนจังหวัดชุมพรซึ่งเป็นไม้ผล อัตลักษณ์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นมาตรการในการควบคุมป้องกัน แก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อให้ทุเรียนที่ออกจาก สวนเกษตรกร ได้คุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับประทานทุเรียนที่อร่อย และพึงพอใจต่อสินค้าทุเรียนของ จังหวัดชุมพร

จึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ แปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำสิงห์-วังใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม การเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน (ตัดทุเรียนลูกแรก) การชิมทุเรียนและผลิตภัณฑ์จากทุเรียน นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนตำบลถ้ำสิงห์

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนคุณภาพที่สำคัญของภาคใต้และของประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้ทุเรียนชุมพรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรสชาติหวานมัน เนื้อละเอียด และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทุเรียน มีกระบวนการส่งออกที่รักษาคุณภาพจนถึงผู้บริโภค และมีมาตรการป้องกันควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ จนได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าเกษตรที่เป็นที่ต้องการของตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

จังหวัดชุมพรจึงได้จัดกิจกรรมวันเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดชุมพร ได้รับทราบถึงการเริ่มฤดูกาลทุเรียนของจังหวัดชุมพร และเป็นการสร้างมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ว่า จังหวัดชุมพรของเราผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพ มีรสชาติหวานมัน กรอบอร่อย ท้ายที่สุดนี้ กระผมขอขอบคุณคณะผู้จัดทุกคน และขออวยพรให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สส. อนุชา สะสมทรัพย์ พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

นครปฐม(กลุ่มชาวบ้าน) และผู้นำส่วนท้องถิ่น ได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อร่วมกันหารือในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบโรงพยาบาล พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาฯ

พร้อมกันนี้ กลุ่มคนรักอนุชา ทีมงานคุณหนิงชัยศรี และ สจ. บรรทูล สนน้อย ( สจ.จั้น) ได้ร่วมกันนำอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนมาก

และขอขอบคุณโรงพยาบาลนครชัยศรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม และขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ รณรงค์ให้คนไทยดื่มนมเพิ่มขึ้นในวันดื่มนมโลก 2568/ ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.68 ที่ลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์บริโภคนมประจวบคีรีขันธ์ ประจำปี 2568

เนื่องในวันดื่มนมโลก ( World Milk Day 2025) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าประโยชน์ของการบริโภคนมและมีการบริโภคมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาทางด้านสุขภาพของประชาชน และช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมี นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ

นายสัตวแพทย์จามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ พร้อมด้วย สหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ อาทิ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คห้วยสัตว์ใหญ่จำกัด / สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คประจวบคีรีขันธ์ จำกัด /สหกรณ์โคนมกุยบุรี จำกัด/ สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด /

สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คบ้านเนินดินแดง จำกัด และสหกรณ์โคนมบางสะพาน จำกัด องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.ภาคใต้ ปราณบุรี) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งรูปแบบการจัดกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นมไทยก้าวไกล มีคุณค่า ดื่มง่าย สุขภาพดี เริ่มที่ประจวบส่งถึงทุกครอบครัว Next Move Prachuap นมโคประจวบต้องไปต่อ”

ภายในงานมีการแจกนมให้กับเด็กนักเรียนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ดื่มฟรี และมีบูธจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมราคาถูกจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดประจวบฯ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) ได้กำหนดให้วันที่ 1 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันดื่มนมโลก ( World Milk Day) สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบฯ

จึงได้ร่วมกับสหกรณ์โคนมภายในจังหวัดจำนวน 6 สหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค. ภาคใต้ ปราณบุรี) คณะครู นักเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม เนื่องในวันดื่มนมโลก ประจำปี 2568 ขึ้น

เพื่อรณรงค์ให้คนประจวบฯและประชาชนคนไทยทั่วประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มนม เกิดการรับรู้และเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของนมอันส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งเป็นส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงทางด้านอาชีพอีกทางหนึ่งด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.สันติบาลจัดโครงการ ปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.วีรชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พร้อมข้าราชการตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสงคราม

ร่วมกับข้าราชการครู อาจารย์ และนักเรียน กว่า100รายณ.โรงเรียนคุณหญิงเนื่องบุรี จัดกิจกรรมปันรัก ปันน้ำใจ ส่งความสุข สู่ความพอเพียง โดยมีการสร้างเยาวชนสู่อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)

ประกวดสื่อโซเชียลสร้างสรรค์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในกิจกรรมมีนักเรียนจัดทำวิโอสั้นในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์ วิดีโอสั้น

การทำความดีเพื่อสังคม และมีการมอบรางวัลให้วิดิโอสั้น จำนวน 4 รางวัล และรางวัล รางวัล Popular Vote อีก 1 รางวัล
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเมืองแห่งสุขภาพ ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร พานักท่องเที่ยวแอ่วเชียงราย ตามโครงการพัฒนาเมืองเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ 2025

แชร์เนื้อหานี้

เชียงรายเปิดเมืองแห่งสุขภาพ #ให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพร #พานักท่องเที่ยวแอ่วเชียงราย ตามโครงการพัฒนาเมืองเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ 2025 เชื่อมั่นเป็นมิติการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพกระตุ้น เศรษฐกิจชุมชนโดยมี เป้าหมายสุขภาพควบคู่กับการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่14มิถุนายน68 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานเปิดงานเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ ณ อุทยานศิลปวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายเสริฐ นันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และตัวแทนอุตสหกรรมการท่องเที่ยว ภาคเหนือ17จังหวัด ร่วมเทน้ำอบสมุนไพรอโรมา ลงในอ่างพิธีเปิดโครงการเชียงราย เมืองแห่งสุขภาพ chaingrai wellness city 2025

ท่ามกลางผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมงานและสื่อมวลชน ที่เป็นอินฟลู เอ็นเซอร์ จากภาคส่วนต่างๆจำนวนกว่า200คน โดยทางนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดโครงการเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ ควบคู่การท่องเที่ยวอันเกิดประโยชน์กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบรักสุขภาพ เป็นการท่องเที่ยวซึ่งจะได้ประโยชน์ต่อภาพรวมของการจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยนำเสนอการใช้สมุนไพรบำบัดร่างกาย ให้เมืองเชียงรายแห่งสุขภาพและให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพตนเองในสภาวะสังคมผู้สูงอายุ

ในงานมีการออกบูธส์สินค้าเพื่อสุขภาพ สาธิตการนวดน้ำมัน ตอกเส้นคลายกล้ามเนื้อ สปาผ่อนคลาย ด้วยผลิตภัณฑ์น้ำมันสกัดจากสมุนไพรพื้นบ้าน ตลอดถึงอาหารพื้นบ้านที่ทำจากสมุนไพรซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ของการใช้นวรรตกรรมสมัยใหม่เข้าไปพัฒนาสมุนไพรไทย มีการสกัดสมุนไพรเป็นน้ำมัน หรืออบบดละเอียด เพื่อสะดวกกับการใช้ สปา บำบัดสุขภาพและคณะผู้ประกอบการด้านการท่อง

เที่ยวคณะสื่อมวลชนเชียงรายจะเริ่มออกฟร์ามทริปทัวร์ ไปยังสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมการท่องเที่ยวและกีฬาได้วางไว้คลอบคลุมทุกจุดทั้งนี้เพื่อเป็นการแนะนำเส้นทางและเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวด้านสุขภาพแห่งเมืองเชียงรายโดยเริ่มที่ออนเซ็น สปาเท้าที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่เป็นต้นและอีกหลายจุดทั่วจังหวัดเชียงราย.

นายธกฤต #วรรมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร รวบร่วมธารน้ำใจส่งต่อพี่น้องชาวตำบลสะพลี 300 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00น. นายนพพร อุสิทธิ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรร่วมกับ ประธานกลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบล สะพลี จัดกิจกรรมรวบร่วมธารน้ำใจสู่พี่น้องชาวตำบลสะพลี กลุ่มพลังสตรีตำบลสะพลี มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 300คน

นางเพ็ญศรี จันทร์สุริย์ เลขา พลังสตรี อบจ. กล่าว ได้รับความร่วมมือจาก กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ร่วมกับ กลุ่มพี่น้อง พลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบลสะพลี มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในตำบลสะพลี ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าสิ่งของที่นำมาในครั้งนี้

จะไม่มีค่ามากมายแต่เต็มไปด้วยน้ำใจ และความปรารถนาดีจาก กลุ่มพลังสตรี อบจ.ชุมพร ตำบลสะพลี ที่จะมอบให้ได้รวบรวมข้าวสารจำนวน 250 ถุง น้ำดื่ม 250 แพค และผงซักฟอกจำนวน 250 ถุงเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลสะพลี

นาย นพพร อุสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่นจะประสานงานเข้ามาให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้รับรู้รับทราบแต่วันนี้ในส่วนของผู้นำยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิมแต่เราเพิ่มเติมกลุ่มพลังสตรีซึ่งวันนี้กลุ่มพลังสตรีจะมีเกือบทุกหมู่บ้านทุกตำบลในจังหวัดชุมพรเพราะฉะนั้นก็จะไม่แปลก

ที่จะร่วมกันส่งข่าวสารความเดือดร้อนต่างๆของพี่น้องประชาชนให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้เข้าดูแลและในวันนี้ก็มาที่นี่ตำบลสำลีวันนี้ก็ได้มีของแจกให้กับพวกเรามูลค่าคงไม่มากแต่ว่าน้ำจิตน้ำใจมีความประสงค์ที่จะช่วยกัน

วันนี้ปัญหาความเดือดร้อนบ้านเราโดยเฉพาะปัญหาของเรื่องเศรษฐกิจ จะเป็นปัญหาของพวกเราได้รับผลกระทบในวันนี้ผมขออนุญาตบอกพวกเรา ว่า วันนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเรา

ได้ตั้งศูนย์ยืมศูนย์ซ่อมอุปกรณ์ทางการแพทย์เพราะฉะนั้นเวลาเรามีปัญหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีลแชร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตียงนอนของผู้ป่วยจะเป็นถังออกซิเจนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆเมื่อก่อนเราอาจจะขอ

รอพ.ศ. ตอโดยตรงวันนี้ก็ได้โอนภารกิจมาอยู่ในการดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องของสาธารณสุขจะมีปัญหาว่าบางครั้งบางคราวในชุมชนบางรพ.ศ. ตอไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พวกเราก็จะเจอปัญหาว่าจะนำอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่

ไหนอย่างไรมาช่วยอันนี้ผมเลยตัดสินใจพระองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรร่วมกับ สปสช.ทำในเรื่องซุ้มยืมศูนย์ซ่อม อุปกรณ์ทางการแพทย์คาดการณ์ว่าไม่น่าเกินเดือนกันยาทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเพราะฉะนั้นเรามีปัญหาต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ถ้าเราไปหาหน่วยงานที่เราเคยใช้บริการแล้วปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จท่านก็หวนกลับมาที่เรา รพสต

ของเราหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของเราจะพิจารณาสิ่งที่เราร้องขอมันตรงกับความต้องการเหมาะกับ พฤติกรรมที่เราจะต้องเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้หรือไม่ รพสต.จะเป็นหน่วยงานกรองแล้วก็ส่งเรื่องมายังที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรหลังจากนั้น อบจ.ชุมพร

ก็จะดำเนินการส่งอุปกรณ์เหล่านั้นไปถึงบ้านเรือนของพวกเราที่ร้องขอเป็นการเติมเต็มอีกเรื่องหนึ่ง จะเป็นการบอกให้กับพี่น้องชาวตำบลสะพลีในวันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องระบบสาธารณสุขของพี่น้องในพื้นที่ตำบลสะพล

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีบุญบั้งไฟ ปี46 ประจำปี 2568 ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน สืบสานประเพณีโบราณ คนอีสาน มาอาศัยปลายด้ามขวาน นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 14 มิ.ย.68 ณ ลานอเนกประสงค์บ้านโต๊ะโมะ หมู่ที่ 3 ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 ตามโครงการส่งเสริมและ

พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนานปีที่ 46 ซึ่งมี หัวหน้าส่วนราชการนายอำเภอสุคิริน รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมฯ

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า
งานประเพณีบุญบั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียว ที่เดียวในภาคใต้ เป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต่างพร้อมใจมาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอีสานของไทยด้วยตนเอง เป็นยกระดับการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ขณะที่ จังหวัดนราธิวาสพร้อมสนับสนุนให้จัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้ ต่อเนื่อง

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13 -15 มิ.ย. 68 กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่บั้งไฟ ของแต่ละชุมชน มีการแสดงฟ้อนของภาคอีสาน การรำวงเวียนครก การจุดบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน บั้งไฟตะไล

และไฮไลท์ของงาน คือการแข่งขันบั้งไฟที่หาชมได้ยากในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนพื้นถิ่น ส่งผลให้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนาน อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมทางภาคอีสานในพื้นที่ปลายด้ามขวาน และรอยยิ้มของชาวบ้านที่ร่วมกันสืบสานประเพณีฯ

โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง ที่ทำการปกครองอำเภอสุคิริน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ขึ้น เพื่อสืบสานประเพณีโบราณของ ประชาชนภาคอีสาน 8 หมู่บ้าน ที่มาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อำเภอสุคิริน มาเป็นเวลานานสำหรับประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลภูเขาทอง

นับตั้งแต่ชาวภาคอีสานได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2518 โดยประชากรร้อยละ 98 เปอร์เซ็นเป็นชาวไทยจากภาคอีสาน โดยได้นำประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษติดตัวมาด้วย ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟที่นี่ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะชาวบ้านตำบลภูเขาทองได้ร่วมกันอนุรักษ์และสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในภาคใต้
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”บิ๊กแป๊ะ-สนธยา“ จัดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” วางกรอบ “บางละมุงโมเดล“ บูรณาการทำงานพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 14 มิ.ย.68 นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” ซึ่งเป็นงานเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารค่ำและความบันเทิงเพื่อแสดงความยินดีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอบางละมุงทั้งหมดทุกเทศบาลรวมเมืองพัทยา ที่ได้รับการเลือกตั้งและได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อย่างเป็นทางการ และเพื่อบูรณาการทำงานพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันอย่างไร้รอยต่อโดยมีคณะผู้บริหารและสมาชิกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือบ้านใหญ่ชลบุรี เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย เทศบาลเมืองหนองปรือ นำโดย นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ, เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ นำโดย นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยใหญ่, เทศบาลตำบลหนองปลาไหล นำโดย นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองปลาไหล,

เทศบาลตำบลโป่ง นำโดย นายอนุชา เพียรใจ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโป่ง, เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย นำโดย นายมิตชัย ประกอบธรรม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย, เทศบาลตำบลบางละมุง นำโดย นายนราธิป ฟักฤกษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางละมุง, เมืองพัทยา นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ตลอดจนตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว ที่กำลังจะเปลี่ยนฐานะเป็นเทศบาลในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ นักธุรกิจชื่อดังเมืองพัทยา นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา และนายชาญยุทธ เฮงตระกูล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมสนับสนุนและแสดงความยินดี

รวมทั้ง คณะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และอำเภอบางละมุง นำโดย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง คณะจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และข้าราชการในพื้นที่อำเภอบางละมุง เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยสถานที่จัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมทรีซิกตี้ไฟว์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งบรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

นายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะประธานจัดงาน “รวมใจเป็นหนึ่ง เป็นที่พึ่งประชาชน” กล่าวว่า คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเข้ามาทำงานพัฒนาท้องถิ่นรับใช้ประชาชนชาวอำเภอบางละมุง ทุกเทศบาลรวมทั้งเมืองพัทยา โดยจะมีการร่วมมือกันบูรณาการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นภาพรวมสู่การเป็นบางละมุงโมเดลที่มีการทำงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อพัฒนาอำเภอบางละมุง และจังหวัดชลบุรี ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ​เหล่ากาชาดมุกดาหาร จัดโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 รณรงค์และเสริมสร้างพลังคนรุ่นใหม่ / เตือนภัย!!​ อย่าหลงเชื่อหมอดูแขก อาละวาด ดูดวงแลกเงิน 599 บาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุม 250 ปี มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 ด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร

ร่วมกับโรงพยาบาลมุกดาหาร ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตตามโครงการวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการรณรงค์และเสริมสร้างพลังคนรุ่น

ใหม่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นผู้บริจาคโลหิต โดยโลหิตที่ได้จะต้องเป็นโลหิตที่ปลอดภัย และเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย รวมทั้งยังเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ เป็นผู้บริจาคโลหิตเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

ทั้งนี้ในวันที่ 14 มิถุนายน องค์กรต่างๆ ทั่วโลกจะร่วมกันเฉลิมฉลองวันผู้บริจาคโลหิตโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตต่ออุตสาหกรรมสุขภาพ

เนื่องจากโลหิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดด้วยพลาสมา การวิจัย หรือการใช้ในกรณีฉุกเฉิน การบริจาคโลหิตถือเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเหลือโลกมาหลายครั้งแล้ว เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร-เตือนภัย!!​ อย่าหลงเชื่อหมอดูแขก อาละวาด ดูดวงแลกเงิน 599 บาท

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568​ เฟสบุ๊คกลุ่ม ที่กิน ที่เที่ยว ที่พัก จังหวัดมุกดาหารได้โพสต์เตือนภัยโดยระบุข้อความว่า ทุกคน เจอคนลักษณะหน้าตาออกไปทางแขก อย่าอนุญาตให้เข้าบ้าน,ร้านค้าเด็ดขาดนะคะ แจ้งความอย่างเดียว ซึ่งต่อมาได้มีคนเข้ามาชี้เบาะแสพร้อมกับโพสต์แจ้งเกี่ยวเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่าตอนนี้มีกลุ่มชายคล้ายแขกเดินไปทั่วเมืองมุกดาหาร เพื่อดูดวงพร้อมกับแรกค่าครูดูดวง

ผู้สื่อข่าวได้กล้องวงจรปิดจากร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งเผยให้เห็นพฤติกรรมของชายคนหนึ่งหน้าตาคล้ายแขกชาวต่างชาติไว้หนวดเค้า ผมยาวมัดจุก ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีดำ ซึ่งเข้าไปในร้านแล้วได้พูดคุยกับ

พนักงาน โดยทางพนักงานเปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.43 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่เธออยู่ในร้านมีชายต่างด้าวลักษณะเหมือนคนแขก รูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในร้าน ก่อนจะมาทำทีจะสั่งเครื่องดื่มหน้า เคาน์เตอร์โต๊ะคิดเงิน พร้อมกับทักทายแนะนำตัวเองบอกว่าเป็นอาจารย์ ต่อมาก็ได้ทำการพูด

คุยเกี่ยวกับเรื่องโหงวเฮ้งบนใบหน้าชมไปต่างๆนานา เรื่องราวในอดีตย้อนหลังเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ จนทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยต่อมาก็ขอดูลายมือ พร้อมกับให้วางมือใส่ของชายคนนั้น​ และได้ทำการท่องคาถา สวดมนต์ของเขา อะไรไม่รู้

ต่อไปจะค้าขายเจริญรุ่งเรือง อวยพรให้หมดหนี้หมดสิน มีโชคมีลาภถูกหวย แต่ต้องให้ทำบุญ พอพูด​เสร็จก็ทำการเรียกเงินค่าครู ให้อาจารย์ได้เลย แต่เจ้าของร้านบอกว่าไม่มีเงินสดโอนได้ไหม​ ชายคนนั้นอึ้ง​อยู่พักนึง ก็บอกว่าไม่มีบัญชีโอน ก่อนที่หมอดูจะเดินกลับออกไปด้วยท่าทีไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนอีกว่าตอนนี้มีชายที่หน้าตาคล้ายแขกออกเดินตามซอยต่างๆในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 68 ที่ผ่านมาโดยมีประมาณ 3 คนแยกกันเดินไปคนละเส้นทางซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายกันคือหลอกให้ดูดวงแล้วเรียกเก็บเงิน บางรายเรียกสูงถึง 599 บาท

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.คลัง มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” สร้างความมั่นคงด้านที่ดินให้ประชาชนแม่สาย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชร.1154 ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ตามโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์”

ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ภายในงานมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัด

เชียงราย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในพิธี และร่วมมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับประชาชนในพื้นที่

ในการนี้ มีประชาชนผู้ถือครองที่ดินในเขตอำเภอแม่สาย จำนวน 196 ราย ได้รับสัญญาเช่าอย่างเป็นทางการ รวมถึงมีการมอบเพิ่มเติมอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น 200

ราย คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 31 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์”

เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินราชพัสดุ โดยเฉพาะในกลุ่มราษฎรที่มีการครอบครองก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546

และยินยอมเข้าสู่กระบวนการเช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้อัตราที่เหมาะสม ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความมั่นคงของประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและท้องถิ่น ที่ร่วมผลักดันโครงการให้สำเร็จลุล่วง พร้อมเน้นย้ำ

เจตนารมณ์ของกระทรวงการคลังในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเฉพาะในด้านการอยู่อาศัย การเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐาน และโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง

ในโอกาสเดียวกัน นายเผ่าภูมิ และคณะยังได้ลงพื้นที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างคันกั้นน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนป้องกันและลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯโคราช สานพลังภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 %

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (13 มิ.ย.68) เวลา 08.30 น. ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการมอบหมวกนิรภัยให้กับประชาชน โดยมี พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และนักเรียน เข้าร่วม

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า อำเภอวังน้ำเขียวได้จัดทำโครงการ “อำเภอวังน้ำเขียวห่วงใย สวมหมวกนิรภัย 100%” ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาหมวกนิรภัยให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,471 ใบ ได้รับการบริจาคจากประชาชนชาวอำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 530 ใบ กรมการขนส่งทางบกสนับสนุน จำนวน 200 ใบ

ได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมราม จำนวน 741 ใบ โดยมีผู้เข้ารับมอบหมวกนิรภัยเป็นประชาชนจาก 5 ตำบล 83 หมู่บ้าน ของอำเภอวังน้ำเขียว จำนวน 852 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาและประถมศึกษา จำนวน 419 คน นักเรียนมัธยมศึกษาสังกัด อบจ.นม. จำนวน 200 คนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และนำไปสู่การสูญเสียต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยร่วมกับการสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งอย่างหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน็อกในทุกการเดินทาง ทั้งระยะใกล้และไกล เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรให้ความสำคัญ

เพราะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ เพราะหมวกนิรภัย ถูกออกแบบมาสำหรับรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การสวมหมวกนิรภัยช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บ้าน วัด โรงเรียน ร่วมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100 %

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหารฝึกซ้อมเสมือนจริงเผชิญเหตุเพลิงไหม้และอพยพหนีไฟ ณ ศาลากลาง จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 12 มิ.ย.68 เวลา 14.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟศาลกลางจังหวัดมุกดาหาร

การยกระดับการพัฒนาการดำเนินการป้องกันและระงับอัคคีภัยภายในสำนักงานระดับจังหวัด และการขับเคลื่อนโครงการมหาดไทย แรงงาน ต้านอัคคีภัยภาครัฐ และสถานประกอบกิจการ

โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะผู้อำนวยการดับเพลิงตามแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยของศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร มีหน่วยงานราชการที่อยู่ภายในศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

เข้าร่วมการฝึกซ้อมฯ โดยมีการฝึกซ้อมเสมือนจริงตามสถานการณ์จำลอง เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด ห้องสำนักงานคลังจังหวัดมุกดาหาร จากนั้นมีประกาศแจ้งภายในอาคารให้หน่วยงานในศาลากลาง อพยพหนีไฟตามแผนไปยังจุดรวมพล

ขณะเดียวกันมีหน่วยงานดับเพลิง เทศบาลเมืองมุกดาหารเข้าระงับเหตุ หน่วยงานสนับสนุน (อปท.ข้างเคียง) สนับสนุนรถน้ำ จำนวน 6 คัน ปฏิบัติการดับเพลิง พร้อมทั้งรถพยาบาล 1 คัน เตรียมรับผู้บาดเจ็บ และรถตรวจการ 2 คัน ซึ่งสรุปสถานการณ์

สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ไว้ได้และช่วยเหลือผู้ติดอยู่ภายในอาคารลงมาได้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้เพื่อบูรณาการทำงานในการป้องกันและระงับอัคคีภัยทั้งก่อนเกิดเหตุ จนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ในสถานประกอบกิจการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดความสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินและร่างกาย

ไฟไหม้​ #อพยพไฟไหม้​ #มุกดาหาร​ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดมุกดาหาร​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแก ต่อยอดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปีงบประมาณ 2568 กฟผ.สร้างห้องน้ำให้ผู้ป่วยติดเตียง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่หมู่บ้านสีดางาม หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ได้จัดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” หรือ โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ.ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านผู้พิการราย นายธงทิว ภูยศ

พบว่าห้องน้ำชำรุดเสียหายและไม่ถูกสุขลักษณะ จึงได้มอบหมายให้อำเภอทับสะแกโดย นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก และนายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง เพื่อประมาณการในการก่อสร้าง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือผู้พิการรายดังกล่าวต่อไป นั้น

อำเภอทับสะแกพิจารณาแล้ว เพื่อให้การซ่อมสร้างห้องน้ำให้แก่ นายธงทิว ภูยศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงมีความประสงค์ที่จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ( กฟผ.)

จากราคาประมาณการ จำนวน 39,500 บาท จาก น.ส.ชิดชนก กอวัฒนาวรานนท์ หัวหน้าแผนกพัฒนา เครือข่ายภาครัฐ ( หพร-พ.) ตัวแทนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์มามอบให้เพื่อดำเนินการก่อสร้างในทันที
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน แถลง 7 นโยบายสำคัญต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อประโยชน์สุขสู่ประชาชนและบูรณาการความร่วมมือเพื่อทำให้ “เทศบาลเมืองน่าน เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

12 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ ประธานสภาเทศบาลเมืองน่าน เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองน่าน สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน นายปกฤษณ์ คำเหลือง ปลัดเทศบาลเมืองน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ

การประชุมสภาฯ ในครั้งนี้ มีวาระสำคัญคือ การแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรี เมืองน่านต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน ตามที่ได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองน่าน ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา และคณะ

กรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จนถึง
ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติก่อนเข้ารับหน้าที่

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน แถลง 7 นโยบายสำคัญ ต่อสภาเทศบาลเมืองน่าน เพื่อประโยชน์สุขสู่ประชาชนมุ่งเน้นบูรณาการความร่วมมือ เพื่อทำให้ “เทศบาล เมืองน่านเป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย นโยบายเทศบาลของประชาชน ด้วยการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใสและมีส่วนร่วม นโยบายด้านสาธารณสุข สร้างสังคมสุขภาวะ


เมืองแห่งคนอายุยืน นโยบายด้านเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก นโยบายด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญาและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน นโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสังคมคุณภาพนโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายด้านเมืองอัจฉริยะ Smart City


“ชีวิตอัจฉริยะเพื่อน่านนครแห่งความสุข เมืองเก่าที่มีชีวิต”ด้วยวิสัยทัศน์ เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งคนอายุยืน คืนถิ่นเอกลักษณ์เมืองเก่า เรามุ่งเป็นชุมชนแห่งปัญญา ปรารถนาสู่สังคมคุณภาพ

งานประชาสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลเมืองน่าน
โทร 0 54710 234 ต่อ 110,119 www.nancity.go.th/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.โคราชขนยางรถยนต์กว่า 500 เส้นมอบทหารพรานที่ 26 อำเภอกาบเชิง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ชูกระโทก รอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ให้ช่วยระดมยางรถยนต์เพื่อนำไปมอบให้กับทหารตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นความห่วงใยจากพี่น้องชาวโคราชและองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาสู่พี่น้องทหารที่ปกป้องอธิปไตยของชาวไทยทุกคน

โดยทาง รองนายกฯชัยวัฒน์ ได้ดำเนินการประสานกลุ่มเพื่อนๆและพันธมิตร ทั้ง พ่อค้า ประชาชน นักธุรกิจ และเพื่อนนักการเมืองประกอบไปด้วย สจ.อภิชัย อุไรรัมย์ ส.อบจ.อำเภอประคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ใหญ่เล็กจาก บริษัท ยาริศารีไซเคิล จำกัด หจก.ปรีดาโชค คอนสตรัคชั่น (เจ้น1) เฮียเกียรติ จากโรงโม่หินศิลา ทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย

บริษัทชัยสิทธิ์ รุ่งเรืองจำกัด บริษัท เชิดพงษ์การโยธา จำกัด และอีกหลายแห่งที่ได้ร่วมบริจาคยางรถยนต์ จำนวนรวมกันกว่า500 เส้นในครั้งนี้
ทางด้านรองนายกฯชัยวัฒน์ กล่าวต่อไปอีกว่า ทางตนได้เดินทางนำยางรถยนต์ จำนวน 500เส้น ไปมอบให้กับ พันเอกกิตติศักดิ์ บังพิมาย สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26

จังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้มารับมอบยางจำนวนดังกล่าวที่ทาง อบจ.นครราชสีมา ได้เดินทางนำมามอบที่ด่านชายแดน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปทำบังเกอร์ตามตะเข็บแนวชายแดนต่อไป และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ต้องขอขอบพระคุณทุกๆท่านที่ร่วมบริจาค มาในครั้งนี้ รองชัยวัฒน์กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการสำรวจบุคคลไร้สถานะและตกหล่นทางทะเบียนให้มีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐ ด้วยการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) อำเภอเมืองชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 9.30 น. ณ ห้องไข่มุขไพลิน โรงแรมชุมพรการ์เดนส์ อ.เมือง จ.ชุมพร นพ.อธิคม บัวเลิศ รอง. ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ นายอดิศร วิลาศ นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ สสจ.ชุมพร นายอนรรฆ พิทักษ์ธานินท์ ประธานคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของกลุ่มคน ไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ภายใต้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายไอศูนย์ ภาสยะวรรณ์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และ นางพัชพัภรณ์ ชุมสูข ผอ.สวท.จ.ชุมพร ผู้แทนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนสุขภาพ และผู้แทนจาก สปสช., นักสังคมสงเคราะห์ ตัวแทน อปท.ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ชุมพร เข้าร่วมการสัมมนา

โครงการสำรวจบุคคลไร้สถานะและตกหล่นทางทะเบียนให้มีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐด้วยการตรวจ สารพันธุกรรม (DNA) อำเภอเมืองชุมพร เป็นโครงการที่ดำเนินการภายได้ “โครงการการพัฒนาและหนุนเสริม เครือข่ายวิชาการและวิชาชีพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพของกลุ่มประชากร เฉพาะ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือบุคคลไร้สถานะ และตกหล่นทางทะเบียนในเขตอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบทะเบียน ราษฎร์ และมีสิทธิเข้าถึงบริการของรัฐอย่างเท่าเทียม

นางพัลลภา ระสุโส๊ะ ศูนย์คุ้มครองสิทธิ์ บัตรทอง จ.ชุมพร จากการสำรวจพื้นที่ท่าแซะพบคนไทยพักถิ่นจำนวนมากจากอดีตเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเราเจอประมาณ 300 กว่า LINE ปัจจุบันเค้าเกิดลูกหลานเกิดเป็นสอง 3000 รายอาทิตย์ที่แล้วเราไปเก็บข้อมูลเพื่อจะยื่นให้กับท่านผู้ว่าให้มาจัดการเหล่านี้ให้มีสิทธิ์ได้ถูกต้อง เราไปเจอเราเก็บแคหมู่ 1 หมู่ 4 เราเจอคนที่มีบัตรเลขศูนย์ประมาณ 193 รายที่เค้า

ยังถืออยู่เราเข้าไปตรวจสอบในระบบของสำนักงานทะเบียนเราว่าคนเหล่านี้ถูกขึ้นทะเบียนได้รับเอกสารตั้งแต่เดือนสิงหาประมาณ 10 กว่าปีแต่ยังไม่มีการขับเคลื่อนเพราะ ถึงเวลาคนเหล่านี้เจ็บป่วยขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ส่งต่อมาโรงพยาบาลชุมพรจะมีปัญหากับเขาที่ไม่สามารถไม่มีงบประมาณเค้าไม่มีสิทธิ์ในการรักษาคือไม่มีเลข 13 หลักถูกต้องของระเบียบเค้าจะรอจนป่วยหนักจริงๆ

ถึงจะเดินทางมาหาหมอเพราะหนักแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายที่มากมาปรึกษาเรา เราต้องโทรมาทุกครั้งคุยกับคุณมานะแสงทองเราอยากจะให้นักสังคมสงเคราะห์ในทุกที่ให้เหมือนกับคุณวรรณะแสงทองเค้าจะมีความรู้สึกว่าเห็นอกเห็นใจคนด้วยกันว่าเป็นมนุษย์เหมือนกันจะหาแนวทางในการช่วยทุกครั้งที่ทางศูนย์โทรเข้ามาขอความช่วยเหลือแกจะมาใช้เงินกองทุนเศษเอามาในการช่วยเหลือ เป็นสิ่งหนึ่ง

ที่เราคิดว่าเป็นการผลักดันให้คนเหล่านี้เข้าถึงสิทธิ์สามารถมีบัตรประชาชนได้สามารถพิสูจน์สิทธิ์เขาว่าเขาคือคนไทยคนหนึ่งจะทำให้กองทุนสิสามารถเก็บไว้ให้กับคนคนอื่นใช้อีกเยอะนะปัจจุบันนี้กองทุนสิทธิ์ก็อยู่ใช้ในคนไทยที่อยู่ระหว่างกึ่งกลาง กับการรอตรวจสอบทำให้กระบวนการนี้เงินกองทุนเศษนี้จึงใช้หมดไปอย่างเยอะสิ่งหนึ่งที่เราจะฝากบอกทุกคนในสื่อว่าหรือทุกหน่วยงานจริงๆมันมีคนเหล่านี้อยู่ที่เขาสามารถที่จะมีเอกสารการแสดงสิทธิ์การรักษาของเค้าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลมาตรวจสอบเขาเพื่อทำให้เขาถูกต้องอันนี้คือสิ่งที่เราอยากฝาก

นายอนรรฆ พิทักษ์ธานินท์ กล่าว กิจกรรมวันนี้ก็มีที่มาจากสามส่วนหลัก ส่วนแรกก็คือทาง สสส.กองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ แล้วก็ (สปสช.) แล้วก็ทางจุฬาหน่วยงานต่างๆโดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่มาร่วม ให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายแกนนำต่างๆเพื่อให้เกิดการพัฒนาสิทธิ์แล้วก็การพิสูจน์สิทธิ์ ต้องเน้นคนไทยที่ตกหล่นจากสิทธิ์ สถานะการตกหล่นจากสิทธิ์

สถานะส่งผลอยู่สองสามประการประเด็นแรกก็คือคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ตกหล่นจริงๆแล้วเค้าก็คือคนไทยคนที่เติบโตในประเทศไทยอาจจะเกิดการตกหล่นในการแจ้งเกิดหรือการย้ายถิ่นต่างๆก็ทำให้เขาไม่สามารถจะเข้าถึงสวัสดิการโดยเฉพาะเรื่องของการรักษาพยาบาล อันที่สองก็เป็นการช่วยของหน่วยบริการเองที่จะต้องรับผิดชอบการรักษา โรงพยาบาลหลายหลายแห่งใจดีจะช่วย ซัพพอร์ต การรักษาพยาบาลต่างๆพอเค้าไม่มีสิทธิ์ก็ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องใช้งบส่วนตัวของตัวเองในการ ซัพพอร์ต ตอนนี้ตัวเลขยังไม่ชัดเจนเพราะกลุ่มคน

ไทยที่ตกหล่นเราก็ยังไม่ทราบเราก็เลยต้องมาทำงานกัน กับโรงพยาบาลเรามองว่าโรงพยาบาลเป็นหน้าต่าง เราจะรู้ว่าจำนวนคนที่ตกหล่นจะมีอยู่สักเท่าไหร่เพราะว่าเค้าจะต้องมารักษาพยาบาลคือคนคนเรายังไงก็ต้องป่วยเค้าจะต้องมารักษาพยาบาลเราก็จะทราบว่าเค้าเป็นคนตกหล่นไม่มีสิทธิ์พอย้อนกลับมาพอรักษาพยาบาลโรงพยาบาลก็ไม่มีเงินก็ต้องควักเนื้อตัวเองในกรณีที่จะทำให้เขามีสิทธิ์พิสูจน์สิทธิ์ ก็จะทำให้โรงพยาบาล ไม่ต้องรับภาระในส่วนตรงนี้นอกจากคุณภาพชีวิตที่ดีแล้วนี่ทำให้ระบบบริการสุขภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับผม
นพ.อธิคม บัวเลิศ รอง. ผอ.รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

โครงการนี้จริงๆแล้วต้องท้าวความกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มคนที่น่าสงสารเพราะว่าเราไม่รู้หรอกเพราะว่าเรามีบัตรประชาชนเรามีเลข 13 หลักมันมีความสำคัญขนาดไหนเราจะรู้ความสำคัญก็ต่อเมื่อเราขาดเลข 13 หลักไปทำอะไรไม่ได้เลยจะเข้าโรงพยาบาลก็ไม่มีสิทธิ์รักษาไปอำเภอไปติดต่อธนาคารก็ไม่สามารถ ทำ

อะไรได้เลยกลุ่มคนพวกนี้เป็นกลุ่มที่เป็นกลุ่มค่อนข้างจะเก็บตัวจากนิสัยเค้าเองด้วยจากการที่เขาไม่สามารถเข้าสังคมได้เค้าสามารถที่จะทำอะไรได้มั่งเป็นปัญหาเรื้อรังในวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่มีกลุ่มที่จะมาช่วยเหลือให้สามารถมีบัตรประชาชนอยู่ได้ลืมตาอ้าปากได้ อย่างน้อยน้อยก็เป็นสิทธิ์ของเขาเรื่องสิทธิ์การรักษาพยาบาลการทำ ทุรกรรมกับทางธนาคารติดต่อกับทางอำเภอทุกอย่างได้สิทธิ์ตรงนั้น

ทั้งนี้การทำสิทธิ์เหล่านี้ในอดีตก็อาจจะเกิดความยุ่งยากในปัจจุบันก็พยามทำให้ง่ายขึ้นทางโรงพยาบาลชุมพรคล้ายๆกับเป็นจุดเจาะเลือดเป็นจุดตรวจเค้าสามารถพิสูจน์ดีเอ็นเอในการเจาะก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงในกลุ่มวันนี้ค่าใช้จ่ายไม่มีเพราะทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มีงบประมาณสนับสนุนอยู่ให้ เป็นการแบ่งเบาภาระบาง เคส ง่ายง่ายมีพี่ชายเป็นมีสิทธิ์บัตรตัวเองไม่มีสิทธิ์บัตรอย่างง่ายเจาะทีเดียวก็จบบางคนผ่านไปทั่วอายุคนต้องค่อยค่อยไล่ไปทีละนิดทีละนิดกว่าจะถึงตัวก็ไม่ใช่ง่ายปีแรกสามารถทำได้ประมาณ 10 กว่าเคสในปีพ.ศ. 2566

ส่วนปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้นประมาณ 20 เคสเราก็ประสานงานกับทางอำเภอได้ดีขึ้นโดยเฉพาะอำเภอท่าแซะอำเภอเมืองเทศบาลเมืองชุมพรประสานงานได้ดีขึ้นมันก็เริ่มดีขึ้นถามว่ายุ่งยากไหมก็พอสมควรเหมือนกันเพราะเริ่มแรกจะต้องไปที่อำเภอตรวจสอบประวัติโรงพยาบาลเป็นเพียงจุดเจาะเลือดเท่านั้นเพื่อดำเนินการต่อไป ที่อำเภอท่าแซะก็จะมีจำนวนเยอะเกือบทั้งหมู่บ้านเลยก็มี จุดแรกที่จะติดต่อก็คือที่อำเภอมีอำเภอเมืองอำเภอท่าแซะคิดว่าควรไปอำเภอและไม่ได้รับความสะดวกก็ให้มาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยินดีที่จะเป็นตัวกลางให้เพราะก็สามารถทำติดต่อให้ได้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น

ธนากร โกศลเมธี ภาพ*ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอ.โคกสำโรง เปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 เวลา 10.30 น. นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก. สภ.

โคกสำโรง พ. ต. อ. มาโนช จันเที่ยง ผกก. สภ. เพนียด นายกองตรี กรวี กิจรัตนกาญจน์ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพ ผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ

พร้อมด้วยส่วนราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียน นายกเทศมนตรีตำบลโคกสำโรง นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบล ประธาน กต.ตร. พร้อมคณะ กต. ตร. สถานีตำรวจภูธธรโคกสำโรง และประธาน กต.ตร. สถานีตำรวจเพนียด
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

ด้วยอำเภอโคกสำโรง ภายใต้การดำเนินการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศป.ปส.อ.โคกสำโรง) จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อให้สถานศึกษามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง เพื่อเป็นกระบวนการการแก้ไขปัญหาแบบองค์รวมในการป้องกันเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียนเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อำเภอโคกสำโรง
จังหวัดลพบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิตและจำหน่ายด้วยการร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหาผู้เสพในชุมชนและสถานศึกษาเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด อำเภอโคกสำโรง จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่น มั่วสุ่มกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และอบายมุขอื่นฯ โดยได้กำหนดการอบรม ในห้วงเดือนมิถุนายน 2568 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นจำนวน 2,030 คน จำนวน 6 รุ่น โดยมาจาก นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่อำเภอโคกสำโรง จำนวน 5 โรงเรียนประกอบด้วย
  1. โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา จำนวน 1,000 คน
  2. วิทยาเทคนิคลพบุรี จำนวน 300 คน
  3. วิทยาเทคนิคโคกสำโรง จำนวน 400 คน
  4. โรงเรียนบ้านสะแกราบ จำนวน 130 คน
  5. โรงเรียนโคกสำโรง จำนวน 200 คน
    รวมทั้งสิ้น 2,030 คน

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เเถลงข่าวกิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย เชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ที่โรงเเรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานงาน เเถลงข่าวโครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ กิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย

โดยมี นายอำเภอระเเงะ นายกสมาคมการท่องเที่ยวศิลปะและวัฒนธรรมรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส และผู้เเทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่ากิจกรรมวัฒนธรรมสองเเผ่นดิน ไทย-มาเลเซีย จัดขึ้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ถือเป็นเมืองหน้าด่าน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ให้เดินทางเข้ามาเยือนในพื้นที่มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กิจกรรมลักษณะนี้ไม่เพียงแค่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย อีกด้วย

สำหรับโครงการฯ ดังกล่าว กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 19-21 มิ.ย 68 ณ สวนสิรินธร อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ภายในงานพบกับการเเสดงแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมและศิลปะพื้นบ้านอันทรงคุณค่าจากทั้งสองประเทศ ร่วมสนุกกับศิลปินชื่อดัง อาทิ Jugg Chawin, ปราโมทย์ วิเลปะนะ, แอ๊นท์ Emotion Town, R-Leaf Pandora, คาร์มัส คาร์มัรร์อาลี บินดาโอ๊ะ, วงFin และ Z.Zamri อิ่มอร่อยกับอาหารฮาลาล อาหารจานเด็ด และร่วมช็อปสินค้า OTOP ของดีชายเเดนใต้ ด้วย

นอกจากนี้ วันที่ 20-22 มิ.ย.68 มีการจัดกิจกรรมการเเข่งขัน OFFROAD ณ ชุมชนตันหยงมัสเก่า อ.ระเเงะ จ.นราธิวาส กำหนดจัดการเเข่งขันใน 2 ประเภท คือ ประเภท 3 คันและประเภทปีกนก ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 เเสนบาท เพื่อมอบความสุขแก่ชาวนราธิวาส ตลอดทั้งการจัดงาน
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าเงาะป่าทำถึง สีสันขบวนแห่งานบุญบั้งไฟ อบต.ตาโกน ด้านชาวบ้านแห่ส่องเลขธูปหลังพิธีไหว้ หลักบ้าน อายุกว่า 200 ปี ก่อนทำพิธีจุดบั้งไฟ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 68 ที่วัดตาโกน ตำบลตาโกน อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ นายทวีศักดิ์ ทรงอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานบุญประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอเมืองจันทร์ ซึ่ง อบต.ตาโกน ร่วม ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย. 68 เพื่อเป็นการบวงสรวง สร้างความสนุกสนาน และสร้างความสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

เป็นการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน เอาไว้ให้สืบทอดถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และสื่อสานประเพณีความเชื่อในเรื่องขอฝนของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรในการทำเกษตร โดยมี นายสมศักดิ์ เอ่งฉ้วน นายอำเภอเมืองจันทร์ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย นายเเท่ง สุระ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาโกน และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

***ทั้งนี้งานบุญประเพณีบั้งไฟ นับเป็นประเพณีความเชื่อ ที่มีความสำคัญ สำหรับชาวตำบลตาโกน และนิยมทำกันในเดือน 6 ของทุกทุกปี ดังนั้น ชาวตำบลตาโกน จึงถือว่าประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก เพราะมีความเชื่อแต่ตั้งเดิมจวบจนปัจจุบันว่า หากไม่จัดงานบุญบั้งไฟก็อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติ ในการจุดบั้งไฟเป็นพิธีกรรมเพื่อบูชาขอพรพญาแถน เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ พืชไร่ พืชสวนเจริญงอกงาม มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

***โดยกิจกรรมวันนี้มีการขบวนแห่แต่ละชุมชน ที่แต่ละขบวนประดับประดาไปผลผลิต พืชพันธ์ ต่างๆ โดยเฉพาะส้มโอหวาน ของดีอำเภอเมืองจันทร์ ขบวนนางรำที่แต่ละขบวนจัดเต็มทั้งชุด และการแสดง นอกจากนี้แต่เจ้าเงาะป่า ผมขาว ทาตัวสีดำ เดินหารจนา (สาวงาม) ตามขบวนแห่ โดยจะมีคนค่อยเต็ม (เต็มสีดำตามตัว) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นสีสันของขบวนแห่งานบุญบั้งไฟในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีพิธีไหว้และผูกผ้า 7 สี

ที่เป็นสิมหรือเสาเอกของอุโบสถเก่า ที่มีอายุมากกว่า 200 ปีที่ชาวบ้านเชื่อถือกราบไหว้ถือเป็นภูมิบ้านที่สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ก่อนที่ นายก อบต.ตาโกง จะจุดธูปเลขเสี่ยดวง ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมได้นำไปเสี่ยโชคที่จะถึงนี้ ซึ่งเลขที่ได้คือเลข 469 โดยมีชาวบ้านต่างพากันแห่มาดูเลขเด็ดกันคึกคัด ทั้งนี้การจุดบั้งไฟจะมีการจุดขึ้นในวันที่ 8-9 มิ.ย. 68 ซึ่งเป็นบั้งไฟขนาดท่อ 2-3 โดยมีการขออนุญาติถูกต้องตามระบบ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 35;

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /แถลงข่าวกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ปีที่ 46 สืบสานประเพณีโบราณอันดีงามของชาวภาคอีสานที่ปลายด้ามขวาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ที่โรงแรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาสว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อ.สุคิริน จ.นราธิวาส(กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน) โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส นายธีรศักดิ์ สังขโชติ นายอำเภอสุคิริน นายมนัส ตั้งใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง นางสาวภาชินี พฤกษาพิทักษ์ รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส นางสาวนวพร ชัวชมเกตุ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนราธิวาส ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า กิจกรรมงานบุญ บั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในภาคใต้ เป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาจากกรุงเทพ และพื้นที่ใกล้เคียง และท่อและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย อาทิ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 500 คน ซึ่งจะได้มาสัมผัสกับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมอีสานของไทย โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นคนจากภาคอีสานที่ย้ายถิ่นฐานมาทำงานที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จำนวน 8 หมู่บ้าน

โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งในช่วงวันหยุดยาว การจัดกิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิรินนั้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดีให้แก่จังหวัด นราธิวาส และหวังว่าจะเกิดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ต่อเนื่องไป

ทั้งนี้กิจกรรมงานบุญบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางวัฒนธรรมธรรมดา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน เพราะไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง แต่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งมีกำหนดจัดงาน 3 วัน คาดการณ์เงินสะพัดประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งจะมีบริการที่พักและสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นรายได้เสริมที่สำคัญสำหรับครัวเรือน และในส่วนของความปลอดภัยจะมีการ บูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยโดยจะมีการตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาร่วมงานบุญบ้านไฟในครั้งนี้

สำหรับงานประเพณีบุญบั้งไฟ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน ได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 46 ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อเป็นการบูชาเทพแห่งฝน ขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และเป็นการสืบสานประเพณีโบราณของประชาชนภาคอีสานที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยชาวอีสานได้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2518 โดยประชากรร้อยละ 98 เป็นชาวไทยจากภาคอีสาน และได้นำประเพณีอันดีงามของบรรพบุรุษติดตัวมาด้วย ปัจจุบันประเพณีบุญบั้งไฟตำบลภูเขาทอง ได้รับการส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะชาวบ้านตำบลภูเขาทองได้ร่วมกันอนุรักษ์และสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้เด็กรุ่นหลังไม่ลืมร้างเหง้าของตนเอง นับเป็นงานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่แห่งเดียวในภาคใต้

โดยกิจกรรมงานบุญบั้งไฟ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน กำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน 2568 โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เป็นวันรับลงทะเบียนหางบั้งไฟ จุดบั้งไฟแข่งขัน กำหนดพิธีเปิดงานยิ่งใหญ่ในวันที่ 14 มิถุนายน 2568 ผู้ที่ไปเที่ยวชม “กิจกรรมงานบุญบั้งไฟสุคิริน” นอกจากชมประเพณีวิถีชีวิตถิ่นอีสานแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ท่ามกลางหุบเขาชายแดนใต้ ที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอ สุคิริน จังหวัดนราธิวาส อีกด้วย
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนชัยถวาย

พระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

โดยมีนางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ เป็นประธานในพิธีฯ นำหัวหน้าส่วนราชการ

ข้าราชการทั้งท้องที่และท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ องค์กรประชาชน

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.น่าน จัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ครั้งที่ 2/2568

โดยมีวาระสำคัญหลายวาระ ประกอบด้วยแนวทางการเสนอผลงาน/โครงการ ที่จะขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2570 นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในปีงบประมาณ 2568 รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา อ.บ่อเกลือ

ทั้งโครงการปรับปรุงระบบน้ำประปาภูเขาจุดห้วยกลาง – ห้วยแคะ (บ้านป่าก๋อ) และบ้านสะปัน หมู่ที่ 1 และโครงการก่อสร้างรางระบายน้ำพร้อมฝาตะแกรงเหล็ก บ้านสะปัน หมู่ที่ 1 (บริเวณแยกทางเข้าวัดสะปัน – ที่พักสะปันออนเซน) ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานโครงการซ่อมแซม/

ปรับปรุงถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กทั้ง 5 หมู่บ้านในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสกาด อ.ปัว จ.น่าน นอกจากนี้ยังติดตามผลการดำเนินงานงานก่อสร้างเพิ่มไหล่ทาง งานเสริมผิวแอสฟัลต์ทางหลวง งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและงานติดตั้งราวกันอันตรายในเขตทางหลวงสายต่างๆ จากแขวงทางหลวงน่าน ที่ 2 ส่วนโครงการชลประทานน่าน ได้รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานโครงการฝายบ้านห้วยโทนพร้อมระบบส่งน้ำ

จัดหาน้ำเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ่อเกลือ ส่วนในช่วงท้ายของการประชุมมีการแจ้งผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตและยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตภายในระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการต่างๆ อย่างสูงสุด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังกวคดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพชรบุรี” จัดใหญ่! แข่งขันวัวเทียมเกวียนบ้านลาด 108 ปี หนึ่งเดียวในโลก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.68 ที่บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี

พร้อมร่วมขบวนแห่วัวเทียมเกวียน 108 เล่ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี ของอำเภอบ้านลาด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเทียวจำนวนมากร่วมชมงาน

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.68

เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป โดยวัวเทียมเกวียนเป็นประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเพชรบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ระหว่างคนกับวัวในอดีต อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม

พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเทียมเกวียนทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้านอย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล การกินตาล การประกวดทะลายตาล นอกจากนี้ยังมีซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึงลานของกิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อย ๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ และพลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นบ้าน

“ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงให้ได้ชมทั้งการแข่งขันวัวลาน รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ได้ตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ แปลกใหม่เย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ ทุเรียนภูเขา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 29 พ.ค.68) ที่บริเวณสวนทุเรียนจันหอม ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้จับมือส่วนราชการและภาคเอกชน ประกอบด้วย นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับรู้ถึงความพร้อม

เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปีนี้จัดแปลกใหม่ภายในโดมเย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจกับอัตลักษณ์และรสชาติทุเรียนภูเขาไฟ GI ศรีสะเกษแท้ๆ เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด หวานละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก คาดการณ์ว่าปีนี้ จะมีทุเรียนเกือบ 20,000 ตัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 8,000 ตัน หรือมากกว่าร้อยละ 60

โดยผลผลิตทุเรียนหากเฉลี่ยต่อไร่จะอยู่ที่ 1,500 กิโลกรัม ผลผลิตทุเรียนจะตัดออกตลาดแบ่งเป็นหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ผลผลิตจะออกมากที่สุด ในช่วงเดือนปลายเดือนมิถุนายน ประมาณร้อยละ 30 และ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอีกราวๆ ร้อยละ 20 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2534 และจัดมาอย่างต่อเนื่องมาทุกปี สร้างรายได้ให้ชาวสวน และ สร้างรายได้เข้าจังหวัดศรีสะเกษปีละหลายร้อยล้านบาท

สำหรับปีนี้จังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568” ระหว่างวันที่ 19 – 23 มิถุนายน 2568 รวม 5 วัน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ความพิเศษเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟปีนี้ โดมจะติดแอร์เย็นชุมฉ่ำ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ “ ชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ”

พร้อมการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชมงาน รับประกันความปลอดภัย พร้อมความสุขใจ และประทับใจ ที่สำคัญ เมื่อเกิดประทับใจแล้ว อย่าลืมนำไปบอกต่อความประทับใจแก่กับคนที่เรารู้จัก เป็นการช่วยเชิญชวนให้เขาได้มาเที่ยวชมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษด้วยตัวเองให้ได้นั่นเองขณะเดียวกัน

ภายในงาน ยังมีเจ้าหน้าที่สารวัตรทุเรียนคอยอำนวยความสะดวก และ ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ยังไม่พอ ยังมีบริการรับส่งทุเรียนของบริษัท ไปรษณีย์ไทย สาขาศรีสะเกษ สามารถจัดส่งทุเรียนไปทั่วประเทศได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หมอเดว เข้ารับประทานรางวัล พระเกี้ยวธรรมจักร ประจำปี 2568 / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

27 พฤษภาคม 2568 รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เข้ารับประทานรางวัล จาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จเป็นองค์ประธาน พิธีประทานรางวัล “พระเกี้ยวธรรมจักร” ประจำปี 2568 ณ หอประชุม มวก 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รางวัลพระเกี้ยวธรรมจักร จัดขึ้นโดยมูลนิธิศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเป็นการยกย่องให้กำลังใจ และประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานและการดำรงตน ส่งเสริมพระพุทศาสนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมและจริยธรรม และเป็น

บุคคลผู้นำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาให้ปรากฎสืบไป
.ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคมศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรมติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

สภาสังคมสงเคราะห์ฯมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

26 พฤษภาคม 2568 : 16.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ร่วมกับ

พล.อ.ทวี ณ ชาตรี รอง หส.ผศ.ลบ. และคณะ,พ.อ.พิเศษ สมภพ สีสมุทร หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง และคณะ,พ.ต.เฉลิม อินจำปา รอง หน.เครือข่ายทหารผ่านศึก อ.โคกสำโรง

ผู้ประสานงาน,จิตอาสาทหารปืนใหญ่ รุ่น 8/25 : ลงพื้นที่มอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก และคนพิการ จำนวน 6 ราย ณ ศาลาเอนกประสงค์วัดหนองหอย ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 6 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตลพบุรีสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่3 ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่4

​สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์ / นอภ.นิคมคำสร้อย นำ จนท. ร่วมให้กำลังใจครอบครัว “ภูมิลา” หลังสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวิรัตน์ เจริญจิตร์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัว “ภูมิลา” ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 บ้านหนองนกเขียน ตำบลร่มเกล้า

หลังเกิดเหตุสลดใจจากอุบัติเหตุต้นไม้หักโค่นล้มทับรถยนต์ช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ได้แก่ นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี และนางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของครอบครัว ขณะที่ลูกสาว นางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปีซึ่งนั่งอยู่ในแคปด้านหลังของรถยนต์คันเกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บขาซ้ายหัก ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นและยังคงมีอาการโศกเศร้าจากการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว

โดยนายอำเภอนิคมคำสร้อยได้เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมกระเช้าสิ่งของให้แก่นางสาวศิริรัตน์ เพื่อเป็นการปลอบขวัญและเยียวยาจิตใจในเบื้องต้น ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลดของญาติพี่น้องและชาวบ้านในชุมชนทั้งนี้ ครอบครัวของผู้สูญเสียมีอยู่ด้วยกัน 4 คนประกอบด้วย นายสุพจน์ ภูมิลา อายุ 54 ปี นางทองเลข ภูมิลา อายุ 49 ปี เป็นพ่อและแม่ นายอาทร ภูมิลา อายุ 29 ปี ลูกชายปัจจุบันมีครอบครัวและพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ

และนางสาวศิริรัตน์ ภูมิลา อายุ 17 ปี ลูกสาวซึ่งอยู่ในรถคันเกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บด้วย ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนร่มเกล้าพิทยาสรรค์ ทั้งนี้ชาวบ้านต่างแสดงความชื่นชมนายอำเภอนิคมคำสร้อยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข -โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย ที่ออกปลอบขวัญให้กำลังใจ เยียวยาแก่ ครอบครัวผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วอุบัติเหตุต้นไม้ล้ม #ส่งกำลังใจให้น้องศิริรัตน์ #นิคมคำสร้อย #ข่าวเศร้า #ร่วมแสดงความเสียใจ #เยียวยาจิตใจ #เราจะไม่ทิ้งกัน #น้ำใจชาวมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพบ้าน เพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย ณ ชุมชนสลิดทอง หนองจอก กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

26 พฤษภาคม 2568 : 09.30 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบ

หมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,จนท.สภาสังคมสงเคราะห์ฯ,จนท.ทหารช่าง ช.พัน.2 จ.ฉะเชิงเทรา,จนท.กระทรวง

พม.,อส.พก.,ประธานชุมชน,คณะจิตอาสาชุมชน และจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” : ลงพื้นที่ตรวจประเมินสภาพบ้านเพื่อปรับปรุงให้คนพิการอยู่อาศัย และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 1 ราย ณ ชุมชนสลิดทอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ

*** ขอขอบคุณ ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 1 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ ช่วยเหลือนักเรียน แนวชายแดน จ.สระแก้ว/กิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

แชร์เนื้อหานี้

23 พ.ค.68 , มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ กองกำลังบูรพา นำโดย พลเอกปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , พันเอกปฏิวัติ เฟื่องประภัสสร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ,

คุณสาธิมา ทานาเบ้ รองประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม , หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมคณะจิตอาสา ได้เดินทาง มาที่โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน แนวชายแดน จังหวัดสระแก้ว 3 โรงเรียนประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาตาง้อก โรงเรียนบ้านคลองหาด สาขาเขาช่องแคบ โรงเรียนทับทิมสยาม 05

สร้างรอยยิ้ม สนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล
มอบชุดนักเรียนพร้อมปักชื่อ มอบอุปกรณ์เครื่องเขียน จัดให้มีการตรวจสุขภาพ ตรวจสายตา นัดตัดแว่นและลงฟูลออไลน์กันฟันผุ ให้เด็กทุกคนจำนวน 153 คน

กิจกรรม วันนี้ ทำให้พวกเราใจฟูมาก เพราะเรารู้ว่าการให้ด้วยใจที่เมตตา มีค่ามหาศาลกับผู้รับ และพวกเราได้เปลี่ยนแปลง สร้างรอยยิ้ม สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กหลายคน เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของชาติ

เด็กๆทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุข และรอคอยที่จะได้ใส่ชุดใหม่ รวมทั้งได้อร่อยกับข้าวไก่ทอด แกงจืดเต้าหู้และนมยูเอชทีที่เราจัดเลี้ยงแบบไม่อั้นในวันนี้

ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับทุกกุศลจิตของท่านที่ได้สนับสนุนให้เราสามารถเข้ามาช่วยเหลือน้องๆในพื้นที่ห่างไกล และช่วยกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กๆให้ดีขึ้นค่ะ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)”

อนุโมทนาสาธุการสามารถติดตามข่าวสารธรรมทานงานบุญ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้ที่Line Official Account กด :https://lin.ee/AlxR8XfLine ID : @bbdfPage #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรมhttps://web.facebook.com/bbdf.orgสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรมพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

🏃‍♀️🩷สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together (สองหัวใจ ไปด้วยกัน)” ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.00 – 09.00 น.

ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนจากภูผาสู่มหานที และสวนจตุจักร กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

🏃‍♂️🩷กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีรวมถึงเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์

ระหว่างองค์กรสมาชิกของทางสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมสมทบทุนกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ

🏃‍♂️🏃‍♀️การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล /

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) / บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) / บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และอีกหลากหลายองค์กร

🩷🙏สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอขอบคุณหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชนทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ความร่วมมือและน้ำใจจากทุกท่านเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน

กิจกรรมเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน ขอขอบคุณทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “วิ่งการกุศล Buddy Run Two heart together – สองหัวใจ ไปด้วยกัน” ทุกการสมัครคืออีก
หนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยผลักดันให้ภารกิจเพื่อสังคมเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

25 พฤษภาคม 2568 : 11.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,

น.ส.จุฑามาศ ฉันทะ ผช.ผญบ.ม.2,นางพัชรินทร์ ดีผิว ผช.ผญบ.ม.5,นางสุภาพร โพธิ์เย็น อสม.ม.2,นายอำนาจ มานาก ผรส.ม.2,นายสิรภพ สุนะศรี จิตอาสาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านพร้อมมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการติดเตียง จำนวน 3 ราย ในพื้นที่ ม.2,ม.5 ต.หินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

*** ขอขอบคุณ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 3 ชุด มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ***

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สามร้อยยอด เตรียมจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด ช๊อป ชิม อาหารจากแม่ครัวฝีมือเด็ด ชมฟรีคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายกิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย ได้นำ

ผู้แทนส่วนราชการทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมการจัดงาน มหกรรมอาหารทะเล @ สามร้อยยอด
ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 30- พฤษภาคม – วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้

โดยผู้จัดงานได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ จัดงานมหกรรมอาหารทะเล@สามร้อยยอด โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกฎเกณฑ์ตามข้อกำหนดแห่งกฎหมาย ซึ่งคาดว่าภายในงานจะมีเหล่าบรรดาแม่ครัวฝีมือเด็ด

ร่วมการแข่งขันทำอาหาร (แกงป่าปลาทราย) ชิงเงินรางวัล ที่ 1 จำนวน 10,000 บาท ที่ 2 จำนวน 5,000 บาทและที่ 3 จำนวน 3,000บาท รวมไปถึงการออกบูธจากร้านค้าต่างๆ กับอาหารทะเลสดๆ ที่

ได้จากชาวประมงในพื้นที่ และแม่ค้าในพื้นที่มาจำหน่ายอาหารหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง กว่า 100 ร้านค้า และฟู๊ดทรัค พร้อมกิจกรรมสนุกๆ กับการแข่งขันวิ่งเพื่อสุขภาพ กิจกรรม แลนรี่ จากกาญจนบุรีFamily Car Rally 2025 และ Big Concert สุดมันส์ จากศิลปินชื่อดัง 30 พ.ค. ไก่กะละมัง – ไชโย ธนวัฒน์, 31 พ.ค. เสือสองเล และ วันที่ 1 มิ.ย. พบกับมาลีฮวนน่า เต็มวง สอบถามเพิ่มเติม หรือจองบูธได้ที่ คุณธนธร 093-496-6484 / Line โดยจะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 นี้

////////////////////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 68 ที่หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา

ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และบุคลากรที่อาจประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยมีครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 180 คน

***โดยกิจกรรมจะเน้นการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาหลักในการอบรมประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉิน เช่น หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลมชัก ภาวะแพ้รุนแรง การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลเบื้องตัน การช่วยฟื้นคืนชีพทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจชนิดอัตโนมัติ อย่างถูกต้อง การปฐมพยาบาลผู้บาคเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น กระดูกหัก แผลไหม้ และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การฝึกเวียนฐานเพื่อปฏิบัติจริงกับอุปกรณ์และสถานการณ์จำลอง
ภาพ)ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษเปิดงานเทศกาลอาหารพืชผักปลอดสารหมู่บ้านยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 68 ที่บริเวณโดมหน้าที่ว่าการอำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงาน 23 ปี อำเภอเบญจลักษ์ เทศกาลอาหารพืชผักปลอดสาร หมู่บ้านยั่งยืน ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ วันที่ 22-28 พ.ค. 68

เพื่อกระตุ้นการท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตร และให้ความสําคัญในการขับเคลื่อน และสร้างกลไกการทํางานร่วมกัน ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพ มีรายได้ สร้างความเข้มแข็งและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมเป็นในพิธี มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

*** นายธนเดช พระอารักษ์ นายอําเภอเบญจลักษ์ เปิดเผยว่า อำเภอเบญจลักษ์ มี 5 ตาบล 67 หมู่บ้าน 5 องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น มีพื้นที่ 331.31 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 207,062.50ไร่ (สองแสนเจ็ดพันหกสิบสองจุดห้าสิบไร) ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบ เกษตรกรรม ทํานา ทําไร่มันสําปะหลัง ทําสวนยางพารา อาชีพเสริม

พีซผักสวนครัว การปศุสัต์ เลี้ยงโคพันธ์เนื้อ เลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อ – ไข่ เลี้ยงสุกร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีผลผลิต ทางการเกษตรในพื้นที่เป็นจํานวนมาก รวมถึงการปศุสัตว์ มีศักยภาพด้าน การท่องเทียวเชิงวัฒนธรรม และการเกษตรดมสมบูรณ์ ทำให้อำเภอเบญจลักษ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น

***ทั้งนี้จัดกิจกรรมภายในงาน มีการจัดจำหน่ายสินค้าพืชผลทางการเกษตรต่างๆมากมาย เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย ขนุน ทุเรียน ข้าวโพน หอมแดง โดยเน้นเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดสาร ปลอดภัยต่อผู้รับประทาน นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่งจาก 5 ตำบล ซึ่งขบวนแห่แต่ละขบวนจะประกอบด้วยนางรำ ป้ายรณรงค์ต่างๆ และรถแห่ โดยเฉพาะรถขบวนแห่แต่ละตำบลจะประดับประดาไปด้วยพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดสาร ของดีในแต่ละตำบล และยังมีสาวงามนั่งประจำแต่ละขบวนอีกด้วย

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 0; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 3145728;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 38;

***นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดตำส้มลีลา ที่ปีนี้มีทีมลงประกวดอยู่ 4 ทีม ซึ่งหัวข้อและหลักเกณฑ์การให้คะแนนมีอยู่ 2 อย่า คือ ลีลาการตำต้องเด็ด รสชาติส้มตำที่ตำออกมาต้องอร่อยด้วย โดยทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแต่ละทีมต่างงัดลีลาการตำส้มตำออกมาสู้กันอย่างสนุก ทั้งเต้น ทั้งเด้ง ทั้งตำ ทำเอากองเชียร์แต่ละทีมอดใจไม่อยู่ต่างออกมาเต้นเชียร์กันอย่างสนุก
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.โคกสำโรง บูรณาการ ร่วมขับเคลื่อนพลังท้องถิ่นผ่านชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง จว.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22- 23 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุม ทต. โคกสำโรง นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธีขับเคลื่อน พลังท้องถิ่น ผ่าน ชมรมผู้สูงอายุ ทต.โคกสำโรง

โดยมี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาล นายแพทย์ นุสิทธิ์ ชัยประเสริฐ ผอ. โรงพยาบาลโคกสำโรง นางนิสา ร่มจำปา ประธานชมรม นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นางสมพิศ เตชวานิช รองประธานฯ น ส อัยชา ปฎิเวช วณิช เลขาชมรมฯ

โดยกิจกรรมนี้เน้นให้ความรู้โดย นายธนิต ล้ออุดมสมเจริญ และทีมป้องกัน บรรเทาสาธารณภัย บรรยาย เรื่อง อัคคีภัย วาตภัย และภัยอื่นๆ สาธิต การดับไฟ เบื้องต้น

น ส จุทารัตน์ ภู่เงินงาม เจ้าหน้าที่ รพ โคกสำโรง บรรยาย เรื่อง ภัยจากสารเคมี วัตถุอันตราย การช่วยเหลือ ผู้ป่วย ผู้ประสพภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตพื้นฐาน ทั้งนี้ด้วยควานร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคม จังหวัดลพบุรี

ให้ความรู้ ผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 160คน สามารถถ่ายทอดต่อผู้ใกล้ชิด และสมาชิก ในครอบครัว นักศึกษา ที่ร่วมอบรม ได้ความรู้ บำเพ็ญประโยชน์ เป็น

พลเมืองดี จะเป็นผู้นำกำลังสำคัญ ขับเคลื่อน สังคมไทย เพื่อประเทศชาติ ทางคณะกรรมการผู้จัดงาน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนสืบต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯชลบุรี เปิดงานแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา คนใจบุญแห่ร่วมงานคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า สมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา โดย นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา ร่วมกับพันธมิตรจัดกิจกรรมแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา PNBA Bowling Charity 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ SF Strike Bowl เซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.อเเอ สระทองอยู่ ผกก.สภาพ.เมืองพัทยา นายกฤษณ์ จิระมงคล นายกสมาคม at สมาคผู้บริหารงานอาหารและเครื่องดื่มภาคตะวะออก แห่งประเทศไทย และนายบุญอนันต์ พัฒนสิน อดีตนายกสมาคมนักธรกิจแบบการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลต่างๆของทางสมาคมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา การแข่งขันเป็นประเภททีม 3 คน

ไม่จำกัดเพศและวัย แข่งขันทั้งหมด 2 เกมส์ แข่งขันแบบคู่สไตรค์ คี่สแปร์ นับคะแนนพินล้มสูงสุดเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน โดยมีผู้สนใจส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันกระชับมิตรรวมกว่า 120 ทีม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวลูกเต่ายักษ์ อัลดาบรา เต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

แชร์เนื้อหานี้

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมา ต้อนรับฤดูฝน เปิดตัวสมาชิกใหม่ลูกเต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 11 ตัว ซึ่งฟักออกจากไข่ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยลูกเต่าทั้ง 11 ตัว (ยังไม่ทราบเพศ) มีสุขภาพแข็งแรงดี ตอนนี้ อยู่ในช่วงการอนุบาลสัตว์ และได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ และ ผู้เลี้ยง (Keeper) อย่างใกล้ชิด ซึ่งสวนสัตว์นครราชสีมา มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เต่ายักษ์อัลดาบรา จำนวน 3 ตัว เพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 2 ตัว และถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นสวนสัตว์แรก ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ที่สามารถเพาะขยายพันธุ์เต่ายักษ์อัลดาบราได้ประสบผลสำเร็จ และมีแผนที่จะนำลูกเต่าที่เกิดใหม่ ทั้ง 11 ตัว นำเข้าสู่ส่วนแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักอย่างแน่นอน

ด้านนายสุนทร จองกลาง หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลื้อยคลาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเต่ายักษ์อัลดาบรา เป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะ Aldabar ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะเกาะเซเชลส์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ ลำตัวมีความยาวมากกว่าหนึ่งเมตร เกล็ดกระดองหนาเป็นรูปโดม สีเทาเข็มจนถึงดำ มีน้ำหนักตัวได้ถึง 250 กิโลกรัม และมีอายุได้ถึง 150 ปี กินอาหารหลัก ได้แก่ หญ้า ผลไม้ พืชสมุนไพร ใบไม้ เป็นต้น ฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ออกไข่ครั้งละประมาณ 9 – 25 ฟอง

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง) อ.ทุ่งช้าง

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 ณ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (บ้านห้วยสะแตง)ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) จำนวน 100 ชุด ตามโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” โดยมีนายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง คณะครูโรงเรียนเพียงหลวง 7 หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธี

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานโครงการจิตอาสา เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยความห่วงใยของพระองค์ท่าน และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า มีความรัก ความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งความผาสุก ของประชาชนชาวไทย

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และหน่วยงานทุกภาคส่วนจังหวัดน่าน ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

จึงได้จัดโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน”ขึ้น พร้อมทั้งนำสิ่งของมามอบให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมุ่งหวังว่า โครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อน สร้างขวัญ และกำลังใจ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี

สำหรับโรงเรียนเพียงหลวง 7 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยสะแตง หมู่ 2 ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ปีการศึกษา 2568 มีนักเรียน 33 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 10 คน มีพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 7 ไร่

พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 1 ไร่ สภาพทั่วไปโรงเรียนยังมีความต้องการระบบน้ำดื่ม สำหรับนักเรียน และบุคลากร ต้องการเครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ ใช้สำหรับการจัดการจัดการเรียนการสอน และใช้ในสำนักงาน และต้องการสนามเด็กเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กนักเรียนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4″ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

20 พฤษภาคม 2568 : 10.00-15.00 น. สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล โดย พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ นายกสมาคมฯ/กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ :

เข้าร่วมประชุม “โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สานสัมพันธ์ สัญจร องค์กรสมาชิก ภาค 4” สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ณ ห้องศรีสง่า โรงแรมริเวอร์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

กล่าวต้อนรับ และมี ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหารสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ยากไร้ เพื่อมอบถุงยังชีพพระราชทาน

ในพื้นที่ ต.บางแขม อ.เมือง จ.นครปฐม สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ส่วนภูมิภาค ภาค 4สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล ทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1