คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดเกมสวย! ฟุตบอล “Mukdahan Connection Cup 2026” รวมพลังคนมุกดาหาร สร้างมิตรภาพ-เสริมความสามัคคีอย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer จ.มุกดาหาร วรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

พร้อมมอบรางวัลให้แก่ทีมที่ชนะการแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและความประทับใจของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร

นายกานต์ สุวรรณพันธ์ พลังงานจังหวัดมุกดาหาร นางจุฑามาศ กำจรเมนุกูล คลังจังหวัดมุกดาหาร นายศึกษา สุวรรณธาดา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร

นางวันวิภา แพงแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร นายภูมินทร์ สิเนหะวัฒนะ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และนายอรรครัตน์ รัตนจันทร์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนไทยอินโดจีน ร่วมพิธีด้วย

ภายในพิธีมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬา และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสำเร็จของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

ผลการแข่งขันประเภทฟุตบอลชาย ปรากฏว่า ทีมยอดรักนักปกครอง คว้าแชมป์ไปครอง ขณะที่รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมสา’สุข มุก รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมสื่อมวลชนมุก และรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมหอการค้ามุกดาหาร

ส่วนประเภทฟุตบอลหญิง ทีมสา’สุข มุก คว้าแชมป์ไปครอง รองชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีมยอดรักนักปกครอง และรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมกระทรวงเกษตรฯ

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวแสดงความยินดีกับทุกทีม ชื่นชมในความมีน้ำใจนักกีฬา ความสามัคคี และความมุ่งมั่นของนักกีฬาทุกคน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การแข่งขันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การแข่งขัน “Mukdahan Connection Cup 2026” ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การสร้างความสัมพันธ์อันดี และการเชื่อมโยงเครือข่ายความ

ร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ก่อนปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ข่าวกีฬา #ฟุตบอล #สามัคคี #กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ #ข่าววันนี้ #กีฬาไทย #ชุมชนเข้มแข็ง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกล.สุรศักดิ์มนตรี จับมือ “สื่อบึงกาฬ” สร้างเครือข่ายข่าวสารทันสมัย รวดเร็ว ถูกต้อง

แชร์เนื้อหานี้

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เดินหน้าบูรณาการด้านการประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม “พบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2569” ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เสริมสร้างเครือข่ายข่าวสารให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และถูกต้อง

โดย พล.ต.มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทนหน่วย พร้อมด้วย พ.อ.อุดมการณ์ ศรีแขไตร รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 2 ร่วมจัดกิจกรรมกับส่วนราชการและสื่อมวลชนในพื้นที่

กิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานความมั่นคงกับสื่อมวลชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ทั้งการพบปะพูดคุย แนะนำภารกิจ และการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างหน่วยงานและสื่อมวลชน ณ สนามกีฬาอินเตอร์บึงกาฬนาบุญมา อำเภอเมืองบึงกาฬ

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นาย นคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และ ดร.บุญมา พันดวง ประธานกรรมการบริษัท พีบี อินเตอร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารช่องบุญมาทีวี (ช่อง 67) ร่วมเป็นประธาน พร้อมด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ

ชมรมสื่อมวลชนจังหวัดบึงกาฬ สมาคมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงโอกาสนี้ ผู้แทนหน่วยได้มอบกระเป๋าเป้เป็นของที่ระลึก เพื่อขอบคุณเครือข่ายสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านการสื่อสารของพื้นที่ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศึก “NAN CHAMPION CUP 2026” ฟุตบอลเยาวชนต้านยาเสพติด ชิงถ้วยพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเดินหน้าส่งเสริมเยาวชนห่างไกลยาเสพติด จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน เพื่อสร้างสุขภาพและความสามัคคีในกลุ่มเยาวชน

นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลศึกชิงแชมป์ฟุตบอล 7 คน เยาวชนจังหวัดน่าน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ต้านภัยยาเสพติด “NAN CHAMPION CUP 2026” ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทาน โดยมี

พันเอกทศพล ผ่องศรีสุข รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ร่วมกับสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน และคณะกรรมการหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (พคบ.) จังหวัดน่าน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–22 มีนาคม 2569 โดยมีทีมเยาวชนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 24 ทีม

ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด ปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา ความมีระเบียบวินัย และเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีม อันจะนำไปสู่ความรัก ความสามัคคี และลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาฟุตบอลของเยาวชนจังหวัดน่าน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับภาค ระดับประเทศ และต่อยอดสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพในอนาคต

สำหรับรางวัลการแข่งขัน ทีมชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และเกียรติบัตร ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท อันดับ 2 รับ 5,000 บาท และอันดับ 3 รับ 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร นอกจากนี้ยังมีรางวัลดาวซัลโว และรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม เพื่อยกย่อง

ความสามารถและจิตวิญญาณนักกีฬาอีกด้วยการแข่งขัน “NAN CHAMPION CUP 2026” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการใช้กีฬาเป็นสื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชน ห่างไกลยาเสพติด และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬจัดแข่งขัน “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 เชื่อมสัมพันธ์ 4 จังหวัดอีสานตอนบน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่สนามวู้ดบอลบึงกาฬ(หนองโง้ง) ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัด จัดการแข่งขันกีฬา “วู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างความสามัคคี และเชื่อมความสัมพันธ์ของนักกีฬาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยมี นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ, นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และประธานชมรมกีฬาวู้ดบอล 4 จังหวัดอีสานตอนบน ร่วมในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

นายเฉลิมเกียรติ วงษ์หาบุศย์ ประธานชมรมกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานว่า การแข่งขันครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของชมรมกีฬาวู้ดบอลจาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดบึงกาฬ ที่มีมติร่วมกันจัดการแข่งขันขึ้น เพื่อให้กีฬาวู้ดบอลเป็นสื่อกลางในการสร้างความสัมพันธ์อันดี เกิดความรักความสามัคคี และเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างนักกีฬาสำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุ 55 ปีขึ้นไป ประเภทบุคคลชาย–หญิง อายุไม่เกิน 54 ปี และประเภททีมผสม ชาย–หญิง จังหวัดละ 6 คน อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนดีที่สุด 4 คนของแต่ละจังหวัดมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 108 คน ประกอบด้วย จังหวัดมุกดาหาร 16 คน จังหวัดสกลนคร 22 คน จังหวัดนครพนม 37 คน และจังหวัดบึงกาฬ 33 คน บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยมิตรภาพของนักกีฬาทั้ง 4 จังหวัด

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาวู้ดบอลจตุรมิตรสัมพันธ์ครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมที่ดีในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง อีกทั้งยังเป็นเวทีที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักกีฬาจากจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคอีสานตอนบน พร้อมทั้งช่วยกระชับความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างเครือข่ายกีฬาของแต่ละจังหวัดให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจังหวัดบึงกาฬพร้อมให้การสนับสนุนกิจกรรมกีฬาที่เป็นประโยชน์

ต่อสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่องการจัดการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และนักกีฬาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขัน รวมถึงผู้มีจิตศรัทธาและบุคคลทั่วไปที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันกีฬาวู้ดบอลให้เติบโตและเป็นกิจกรรมสร้างสุขภาพและความสามัคคีของประชาชนในภูมิภาคต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชมเปาะ! เมืองพัทยาดึง 42 ชุมชน ร่วมงานกีฬาสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติดเพื่อสุขภาพ ช่วยลดภาระลูกหลาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่8 มี.ค.69 คณะทำงานป้องกันปัญหายาเสพติดเมืองพัทยา โดยฝ่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่วนปกครอง สำนักปลัดเมืองพัทยา ได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) โดยได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานที่โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (บ้านหนองพังแค) จ.ชลบุรี

ด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยาได้วางกรอบนโยบายพัฒนาท้องถิ่นภายใต้สโลแกน BETTER PATTAYA โดนปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญหลัก ที่จะต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา และให้การส่งเสริม สนับสนุน ตลอดจนการปฏิบัติการในการวางแผน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง โดยความร่วมมือ ร่วมใจของทุกส่วนในสังคมเมืองพัทยา

จึงได้จัดกิจกรรมพัทยาสานสัมพันธ์ต้านภัยยาเสพติด (กีฬาต้านยาเสพติด) ขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการร่วมกันเป็นพลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีเครือข่ายด้านยาเสพติด ชุมชนเมืองพัทยา และอสม.เมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ร่วม 900 คน แบ่งออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีแดง และสีเขียว มีการแข่งขันกีฬาเปตอง โบว์ลิ่ง และกีฬามหาสนุก รวมทั้งมีขบวนพาเหรด และการสร้างสีสันของกองเชียร์ และเชียร์ลีดเดอร์จาก 42 ชุมชนทั่วเมืองพัทยา

นางเตือนใจ ดีรบรัมย์ ประธานชุมชนวัดธรรมสามัคคี ในฐานะหัวหน้าสีชมพู โดยมีสมาชิกจาก 10 ชุมชนเมืองพัทยา ประกอบด้วย 1.ชุมชนบงกช 2.ชุมชนอรุโณทัย 3.ชุมชนหนองใหญ่บ้านบน 4.ชุมชนหนองใหญ่บ้านล่าง 5.ชุมชนวัดธรรมสามัคคี 6.ชุมชนบ้านเนินรถไฟ 7.ชุมชนเพนียดช้าง 8.ชุมชนต้นกระบก 9.ชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท และ 10.ชุมชนเขาน้อย

สำหรับกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดในครั้งนี้ต้องขอบคุณที่เมืองพัทยาได้จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชน 42 ชุมชน ได้มีโอกาสที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีไม่เป็นภาระของลูกหลาน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีที่เมืองพัทยาดำเนินการจัดขึ้นมานาน นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนต่างๆ ในเมืองพัทยามาเจอกันและสนุกสนานร่วมกัน

ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศแห่ร่วมงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ปี 69 ปู่ฤาษีนารอท ผู้ประกอบการพัทยาร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารฟรี

วันที่ 8 มี.ค.69 ที่โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนบ้านบึง วัดเทพบุตร จ.ชลบุรี สำนักสักยันต์ อ.ใหม่ บ้านงามประเสิรฐ (สักยันต์ไทยรามัญ) ได้จัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ประจำปี 2569 (ปีที่ 9) ปู่ฤาษีนารอท มหาจักรฤทธิมุณี โดยมีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการเมืองพัทยา น.ส.ศิรณัฐ พงษ์พิระ ผู้บริหารร้าน Tree Time Cafe ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้ร่วมออกโรงทานเลี้ยงอาหารเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ-แห้งรวมกว่า 200 ชาม มาแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการร่วมทำบุญในการจัดงานไหว้ครูในปีนี้

ในพิธี อ.นก บ้านงามประเสริฐ อาจารย์ใหญ่ได้เบิกฤกษ์ด้วยการครอบครูเศียรฤาษีให้กับ อ.ใหม่ บ้านงามประเสริฐ เป็นประธานในการครอบครูให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกที่มาลงทะเบียนไว้ตามลำดับจำนวนหลายร้อยคน นอกจากนี้ในพิธียังได้มีพิธีการสักยันต์ เจิมมือ เปิดบูชาเครื่องราง เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ศรัทธาอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก ปีที่ 8 มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า เปิดคลินิกทักษะกีฬาฟุตบอล สานฝันเยาวชนไทยทั่วไทย

แชร์เนื้อหานี้

​[นครพนม] – โครงการ “คนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา” เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและโอกาสทางกีฬาให้เด็กไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “โครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง ปีที่ 8 ประจำปี 2569” ยกขบวนมอบลูกฟุตบอลคุณภาพจาก Mikasa ให้แก่โรงเรียนโพนสวางหนองแหน อำเภอวังยางนายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ (เสื้อสีแดงที่ 4ซ้ายมือ)หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูกจังหวัดนครพนม มอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า ให้นายธีระพงศ์ แสนคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพนสวางหนองแหน พร้อมเปิดคลินิกฟุตบอลติวเข้มทักษะลูกหนังให้เยาวชน

​กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรผู้ใจดี ผลิตภัณฑ์มิกาซ่า ผลิตภัณฑ์เคซี ผลิตภัณฑ์ factive และบริษัท ซี.อาร์ ทเวลฟ์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาจากระดับเยาวชน โดยภายในงานมีการส่งมอบลูกฟุตบอลมิกาซ่า มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกซ้อม พร้อมทั้งการจัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิก” ที่เน้นการสอนทักษะพื้นฐานที่ถูกต้องจากพี่ๆ สู่น้อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด

​นายธนธรณ์ พรหมอารักษ์ หัวหน้าสำนักงานโครงการคนละลูก จังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า โครงการนี้ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 8 ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสะพานบุญด้านกีฬา เราเชื่อว่าลูกฟุตบอลเพียงลูกเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ การมอบอุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพอย่าง Mikasa พร้อมกับการให้ความรู้ผ่านคลินิกฟุตบอล คือการมอบโอกาสที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย

​สำหรับโครงการคนละลูก ผู้นำเยาวชนกีฬา ร่วมทำความดี พี่ให้น้อง จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายโอกาสทางการกีฬาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตามปณิธานการทำความดี “พี่ให้น้อง” ที่ยึดถือมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ปุ๋ง-สุดาวรรณ” เปิดสังเวียนเดือด THAI FIGHT มวยคาดเชือก!! เยือนถิ่นวีรชนทุ่งสัมฤทธิ์ สดุดีวีรกรรม ครบ 200 ปีตำนานวีรสตรีคุณย่าโม และ ย่าเหลือ กอบกู้เมืองโคราช

แชร์เนื้อหานี้

“สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมว.อว. เปิดศึก THAI FIGHT ศึกนี้เดิมพันกันแบบหมัดต่อหมัด บนแผ่นดินวีรชนแห่งทุ่งสัมฤทธิ์ เหล่านักชกผู้กล้าร่วมย้อนตำนานรำลึกวีรกรรมและความกล้าหาญของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และ นางสาวบุญเหลือ (ย่าเหลือ) ที่ได้กอบกู้เมืองโคราช จวบจนครบ 200 ปี

วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ อ.พิมาย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันชกมวยไทยโลก THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์ โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา เขต 8, นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล สส.นครราชสีมา เขต 5, นางพัชราวรรณ ภิญโญ สส.นครราชสีมา เขต 6, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีม เขต 2

ร่วมด้วย ผู้แทนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สำคัญ “พี่น้องชาว จ.นครราชสีมา” ที่ได้เดินทางมาร่วมย้อนรำลึก 200 ปี วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และ ร่วมชมศึก THAI FIGHT อย่างเนืองแน่น ย การจัดแข่งขันชกมวย ศึกมวยคาดเชือก “THAI FIGHT ทุ่งสัมฤทธิ์” เยือนถิ่นเมืองวีรชน ร่วมฉลอง “200 ปี

วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวโคราช ของภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ประกาศให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้รู้ว่า จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเยือนเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำมาอย่างยาวนาน

โดย อนุสรณ์สถานวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ ก็เป็นอีก 1 สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เราชาวโคราชภูมิใจ และขอร่วมกันน้อมรำลึกวีรกรรมอันกล้าหาญของคุณย่าโม ผู้นำชาวโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพผู้รุกรานแผ่นดิน โดยมี นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ซึ่งพลีชีพตนเองด้วยการจุดฟืนไฟเข้าทำลายเกวียนบรรทุกดินระเบิดของข้าศึก

จนชาวโคราชได้รับชัยชนะ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 รวมถึงเหล่าวีรชนชาวโคราชที่เสียสละชีพตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดิน ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แห่งนี้ “เวทีนี้จะเป็นเวที สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬามวยเยาวชนโคราช ที่จะได้เห็นท่วงท่า ลีลา และทักษะบนสังเวียนผ้าใบ

ระบบมวย THAI FIGHT และพร้อมที่จะนำประสบการณ์ครั้งนี้ไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นนักกีฬามวยไทยระดับประเทศ สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน และสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในฐานะนักมวยอาชีพในอนาคต”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สร้างประวัติศาสตร์! วู้ดบอลชายคู่คว้าเหรียญเงิน “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ครั้งที่ 45

แชร์เนื้อหานี้

นักเรียนโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก สร้างผลงานระดับชาติ คว้าเหรียญเงิน รองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันกีฬาวู้ดบอล ประเภทนับจำนวนประตู ชายคู่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นับเป็นเหรียญแรกของกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬในมหกรรมระดับประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนภัทรบพิตร โดยเขตการแข่งขันกีฬาที่ 4 ส่งตัวแทนจากจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ นายธนพนธ์ สมสนุก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก จับคู่กับ นายอธิวัตร ศรีโย จากจังหวัดขอนแก่น ลงสนามอย่างมุ่งมั่นและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

รอบชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น สูสีทุกจังหวะ ก่อนพ่ายให้กับทีมจากเขตการแข่งขันกีฬาที่ 10 กรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญเงิน ท่ามกลางความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาวู้ดบอลจังหวัดบึงกาฬ ที่สามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างสง่างาม และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางกีฬา

ทั้งนี้ มีนายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายธีรนันท์ วัฒนะการกุล และ นายศุภัคษร มูลมี เป็นผู้ฝึกสอน ร่วมผลักดันนักกีฬาจนประสบความสำเร็จบนเวทีระดับชาติอย่างภาคภูมิ.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! มุกดาหารเปิดศึกแข้ง “Connection Cup 2026”ิ เชื่อมสัมพันธ์หน่วยงานรัฐ-เอกชน เสริมแกร่งเครือข่ายจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร – เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “Mukdahan Connection Cup 2026”

โดยมีนายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นผู้กล่าวรายงาน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของเหล่านักกีฬาและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน

การแข่งขันในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการ “สร้างเครือข่ายความร่วมมือ” (Connection) เพื่อให้การประสานราชการและการทำงานร่วมกันในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับการแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก 12 หน่วยงาน ส่งทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งประเภทชายและหญิง อาทิ ทีมตำรวจมุกดาหาร, ทีมสา’สุข มุก, ทีมเทศบาลเมืองมุกดาหาร และทีมหอการค้ามุกดาหาร เป็นต้น

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเน้นย้ำในพิธีเปิดว่า “คำว่า Connection คือหัวใจหลักของการทำงานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของจังหวัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่เกิดจากการประสานสอดคล้องและเครือข่ายที่เข้มแข็ง”

พร้อมฝากให้นักกีฬาทุกคนแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” และสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

MukdahanConnectionCup2026 #มุกดาหาร #ฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ #ออกกำลังกาย #สร้างเครือข่าย #SmileSoccer #กีฬาจังหวัดมุกดาหาร

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / หนองหัวช้างวิทยา สร้างชื่อให้บึงกาฬ คว้า 2 เงิน 1 ทองแดง ศึกคาราเต้กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ “ฅนบุรีรัมย์เกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

นักเรียนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา อำเภอพรเจริญ สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับจังหวัดบึงกาฬ จากการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ซึ่งจัดขึ้น ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะในประเภทกีฬาคาราเต้โด สามารถคว้ามาได้รวม 3 เหรียญ ประกอบด้วย 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง

การแข่งขันดังกล่าวมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยจังหวัดบึงกาฬมี นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางเข้าร่วมในพิธีเปิด พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาตัวแทนจังหวัด

ในวันเดียวกัน เวลา 13.00 น. นักกีฬาคาราเต้โดจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ในนามตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 4 ลงทำการแข่งขัน โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมชมและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ภายใต้การควบคุมทีมของ อาจารย์ธารินทร์ ระศร ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นักกีฬาทั้งสองคนจากโรงเรียนหนองหัวช้างวิทยา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงแข่งขันด้วยความมั่นใจ ไม่หวั่นเกรงคู่ต่อสู้ สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และคว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน ก่อนที่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 จะทำผลงานเพิ่มได้อีก 1 เหรียญทองแดง

สรุปผลการแข่งขันกีฬาคาราเต้โด กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ชมรมคาราเต้โดจังหวัดบึงกาฬ ในนามเขตการแข่งขันที่ 4 ได้รับรางวัลดังนี้นายสุริยะ โพธิ์จันทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 52 กิโลกรัม

นายทักษ์ดนัย ถุงเกษแก้ว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (เหรียญเงิน 🥈) ประเภทต่อสู้บุคคลชาย คลาส B รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กิโลกรัมนางสาวนิรมล อินกางเดช รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เหรียญทองแดง 🥉) ประเภทต่อสู้บุคคลหญิง คลาส A รุ่นน้ำหนัก 59 กิโลกรัมขึ้นไปความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของจังหวัดบึงกาฬ ที่เยาวชนสามารถแสดงศักยภาพด้านกีฬาในระดับประเทศ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนและเยาวชนรุ่นต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร -เปิดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ “MUKDAHAN CONNECTION CUP 2026”

แชร์เนื้อหานี้

มุกดาหาร ณ สนามหญ้าเทียม Smile Soccer นายชลิต ทิพย์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน นัดพิเศษ

ระวางทีม VIPมุกดาหาร VS VIPตำรวจมุกดาหาร เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ก่อนที่จะมีการเริ่มแข่งขันจริง
โดยปกครองจังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดการแข่งขันฟุตบอล

รายการ “Mukdahan Connection Cup 2026” ประเภทชายและประเภทหญิง ในระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพบุคลากรภาครัฐและเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภายใน จังหวัดมุกดาหาร โดยมีทีมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการแข่งขันฯ จำนวนทั้งสิ้น 12 ทีม

ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด จังหวัดจึงขอเชิญท่านและบุคลากรในสังกัดที่เข้าร่วมการแข่งขันฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอล

รายการ “Mukdahaก Connection Cup 2026” ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม Smile Soccer อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /โคราช เจ้าภาพหลักแถลงข่าว มหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

แชร์เนื้อหานี้

ศักยภาพ “โคราชเมืองกีฬา” เจ้าภาพหลัก เปิดบ้านรับทัพนักกีฬา 11 ประเทศกลุ่มอาเซียน “ศึกแห่งศักดิ์ศรี” กีฬาคนพิการ “อาเซียนพาราเกมส์” ครั้งที่ 13 โคราช โชว์ศักยภาพเมืองกีฬา แถลงข่าวเปิดบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดมหกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค “อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13” แล้วมาร่วมชม ร่วมเชียร์ ร่วมให้กำลังใจทัพนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ ลานกิจกรรม ชั้น 1 เดอะมอลล์โคราช นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ กรรมการสมาคมกีฬาแห่ง จ.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ.2025) ที่จะจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผจก.ปฏิบัติการ บ.เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด

กล่าวต้อนรับผู้ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางสื่อมวลชนร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมากการได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งนี้ 13 เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย โดย จ.นครราชสีมา จังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” นั้น มีความพร้อมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ด้านคมนาคม การท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ หรือ แม้กระทั่งอาหารพื้นถิ่น ที่พักและโรงแรม โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่จะทำหน้าที่ต้อนรับทัพนักกีฬาคนพิการจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบด้วย

ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ประเทศไทย (เจ้าภาพ), ติมอร์-เลสเต และ เวียดนาม เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์และส่งเสริมศักยภาพของ “เมืองกีฬาแห่งอีสาน” ให้ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลก เชื่อว่าจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนและสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.นครราชสีมา ให้กลับมาคึกคัก ส่วนชนิดกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันจำนวน 19 ชนิดกีฬาหลัก และ 2 กีฬาสาธิต ครอบคลุมทั้งกีฬาสากลยอดนิยมและกีฬาที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะตัวสูง โดยสนามที่ใช้ทำการแข่งขันแต่ละชนิดกีฬา ประกอบด้วย

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, ฟุตบอลคนตาบอด (5 คน), วอลเลย์บอลนั่ง, บอคเซีย, จักรยาน (ประเภทลู่), ยิงปืน, แบดมินตัน รวมถึงกีฬาสาธิตอย่าง วีลแชร์รักบี้ และลอนโบวล์สห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์โคราช ทำการแข่งขันกีฬายูโด และ วีลแชร์ฟันดาบศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ทำการแข่งขันกีฬาวีลแชร์บาสเกตบอลโรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ทำการแข่งขันกีฬายกน้ำหนักมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ทำการแข่งขันกีฬาโกลบอล และ ยิงธนู

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช ทำการแข่งขันกีฬา เทเบิลเทนนิส
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ทำการแข่งขันกีฬาฟุตบอลผู้พิการทางสมอง (7 คน) และ กีฬาหมากรุกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำการแข่งขันกีฬาจักรยาน (ประเภทถนน)
ส่วนกีฬา สำหรับกีฬาโบว์ลิ่ง ทำการแข่งขัน ที่กรุงเทพมหานคร ณ เอสพลานาด รัชดา (Esplanade Ratchada) โดยได้มีการวางระบบการจัดการสนามแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักกีฬา ซึ่งทุกสนามแข่งขันได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากล พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับนักกีฬาผู้พิการได้อย่างเท่าเทียมทุกสนามนอกจากนี้ ในส่วนของ อบจ.นครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ในการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อบจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก จ.นครราชสีมา ดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพการจัดแข่งขัน เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพที่ดีของ จ.นครราชสีมา ให้สมกับที่ได้รับการประกาศให้เป็น “โคราชเมืองกีฬา” Korat Sport City
“ขอเชิญชวนชาว จ.นครราชสีมา ร่วมส่งแรงเชียร์ แรงใจ

ให้กับทัพนักกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี พร้อมต้อนรับทุกภาคส่วนด้วยความอบอุ่น มีไมตรี อย่างสมเกียรติ เพื่อให้การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นี้ เป็นพื้นที่แห่งการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจและรอยยิ้มสู่พี่น้องชาวอาเซียนทุกคนอย่างแท้จริง”

กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬเปิดลานกีฬา “ลานพญานาค” อำเภอปากคาด จัดคลินิกสอนฟุตบอล–ฟุตซอล สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดบึงกาฬ ขับเคลื่อนโครงการ “จังหวัดบึงกาฬ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยกำหนดให้ ลานพญานาค อำเภอปากคาด เป็นลานสร้างสรรค์ด้านกีฬา จัดกิจกรรม คลินิกสอนฟุตบอลและฟุตซอล ให้แก่เด็ก เยาวชน และอนุชนในพื้นที่

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในโครงการ พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน SDN FUTSAL NO-L 2026

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.68 เวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นำเจ้าหน้าที่พลศึกษาประจำอำเภอลงพื้นที่จัดกิจกรรมสอนฟุตบอลและฟุตซอลด้วยตนเอง ณ ลานพญานาค อำเภอปากคาด พร้อมถ่ายทอดเทคนิคพื้นฐานด้านกีฬา ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก่อนเข้าสู่พิธีเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน ฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L 2026 รอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนปากคาดพิทยาคม

ทั้งนี้ การจัดคลินิกฟุตซอลมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างค่านิยมป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตซอลอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างการทำงานเป็นทีม วินัย และภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สนุกและสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน พร้อมขยายความร่วมมือเครือข่ายโค้ช โรงเรียน และชุมชน เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการป้องกันปัญหาสังคม และขับเคลื่อนแนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ให้เป็นวัฒนธรรมในกลุ่มเยาวชนอย่างยั่งยืน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่องเที่ยวและกีฬาบึงกาฬ ประชุมผู้จัดการทีมฟุตซอล U15 จับสลากประกบคู่ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มกราคม 2569 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมผู้จัดการทีมกีฬาฟุตซอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รายการ SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 เพื่อเตรียมความพร้อมการแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ สู่การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมดำเนินการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน ซึ่งมีทีมจากสถานศึกษาภายในจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 12 ทีม โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ตลอดจนผู้นำท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้นโยบายของจังหวัดบึงกาฬ ตามแนวทางของผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ ลานกีฬา เพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ของเยาวชน

สำหรับการแข่งขันฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ครั้งที่ 8 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันสโนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ประจำปี 2569 ณ สนามฟุตซอลโรงเรียนปากคาดพิทยาคม อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ

โดยมีทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 12 ทีม ได้แก่
โรงเรียนศรีวิไลวิทยา, โรงเรียนประชานิมิตพิทยานุกูล, โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม, โรงเรียนโพธิ์ทองวิทยานุสรณ์, โรงเรียนบ้านห้วยลึก, โรงเรียนศรีชมภูวิทยา, โรงเรียนพรเจริญวิทยา, ทีม KP FC, โรงเรียนปากคาดพิทยาคม, โรงเรียนโนนคำพิทยาคม, โรงเรียนสมสนุกพิทยาคม และโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเยาวชนด้านทักษะกีฬา เสริมสร้างวินัยและน้ำใจนักกีฬา ตลอดจนเป็นเวทีคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับประเทศต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว เตรียมจัดงานศรีเกษเกมส์ นักเรียน อปท.ครั้งที่ 40/พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่ห้องศรีพฤเทศวงเรียเตอร์ ศูนยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ นายอนุรัฒน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อม ดร.ฉัตรมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ดร. รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ นายสุริยนต์ หล่าคำ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ. นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์

อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจัดการแขางขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ม.ค. 69 เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬาในชนิดกีฬาต่างๆ และก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้การแข่งขันกีฬา ศรีเกษเกมส์ จะการแข่งขังทั้งหมด 14 ชนิดกีฬาบังคับ คือ 1. กรีฑา 2. เซปักตะกร้อ 3. วอลเลย์บอลในร่ม 4. วอลเลย์บอลชายหาด 5. ฟุตบอล 6. ฟุตซอล 7. เปตอง 8. เทเบิลเทนนิส 9. แบดมินตัน 10. หมากรุกไทย 11. หมากฮอสไทย 12. จักรยานขาไถ 13. อีสปอร์ต (ROV) 14. เทคบอล และมี 2 ชนิดกีฬาสาธิต คือ กีฬาหมากล้อม และกีฬาว่ายน้ำ รวมทั้งหมด 16 ชนิดกีฬา

***โดยจะนักเรียนจาก 248 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมชิงชัยในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด และจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดศรีสะเกษ หลายล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งโรงแรม ร้านค้า ผู้ประกอบการต่างๆ มีผู้เข้าไปใช้บริการกันอย่างหนาแน่น และสร้างความคึกคัดให้กับจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนความปลอดภัยโดยเฉพาะความปลอดภัยจากภัยสงครามของยืนยันในพื้นที่ที่จัดการแข่งขันปลอดภัย 100%
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

ศรีสะเกษ พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ พ่อเผยคำพูดสุดท้าย ขอให้ไปอยู่บนสวรรค์ ขณะที่ เจ้ามาลิ สุนัขสุดรัก ร่วมส่งนายครั้งสุดท้าย

***เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) ได้อำนวยการจัดกำลังพลและยานพาหนะประกอบพิธีรับศพ จ่าสิบเอกอนันดา อุดร หรือ “จ่ามิน” อายุ 39 ปี สังกัด ร.16 พัน.3 พล.ร.6 ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ในเหตุปะทะบริเวณ สมรภูมิภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการฟีนิกซ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนหน้านั้น จ่าสิบเอกอนันดาได้รับบาดเจ็บสาหัสจาก สะเก็ดระเบิด BM-21 ของทหารกัมพูชา ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ขณะที่ เมื่อเวลา 15.09 น. ขบวนรถเชิญศพออกจากโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิ จังหวัดสุรินทร์ มาถึงวัดไลย์ชัยมงคล กองทหารเกียรติได้ตั้งแถวเป่าแตรรับ เพื่อสดุดีวีรกรรมของผู้กล้า เป็นภาพอันสงบสำรวมและเปี่ยมด้วยความอาลัย จากญาติพี่น้อง ข้าราชการ และประชาชนที่มารอรับอย่างเนืองแน่น
***ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาประธานในพิธีมอบกระเช่าพระราชทานให้แกครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร เพื่อเชิดชูเกียรติคุณและความเสียสละอันทรงคุณค่า ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร
***ต่อมา พลตรี ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาเป็นประธาน รดน้ำหลวงอาบศพพาระราชทาน ตามด้วย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานว่างพวงมาลาหลวง พระราชทานพวงมาลาหลวง ท่ามกลางเหล่าทหาร ข้าราชการ และประชาชน ที่ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง


***นอกจากนี้ ในพิธีครั้งนี้ ยังได้มี “เจ้ามาลิ” สุนัขคู่ใจของจ่ามิน มาร่วมในพิธีศพอีกด้วย ทั้งนี้เจ้ามะลิ เป็นสุนัขที่แม่ของเจ้ามะลิหนีภัยสงครามในสมรภูมิรบครั้งแรก แล้วมาคลอดเจ้ามะลิ อยู่ใกล้กับที่พักหรือหลุมหลบภัย ก่อนที่ จ่ามิน จะเอามาเลี้ยงเหมือนลูก
***ด้าน นายเวียง อุดร อายุ 78 ปี บิดาของผู้วายชนม์ เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายเป็นผู้มีความประพฤติดี ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยทำให้บิดามารดาเป็นกังวล ก่อนเกิดเหตุยังได้พูดคุยกัน และตนได้กำชับให้ลูกระมัดระวังตัว แต่เมื่อต้องพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน แม้เต็มไปด้วยความเสียใจ ก็ยอมรับด้วยหัวใจของคนเป็นพ่อ
***นายเวียง เผย อีกว่า จ่าสิบเอกอนันดามีความฝันอยากศึกษาต่อเพื่อเติบโตในสายทหาร และหวังจะมียศใหญ่โตในอนาคต ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำอธิษฐานให้ลูกชาย “ไปสู่สุคติ ณ สรวงสวรรค์”
***สำหรับกำหนดการสวดและพระราชทานเพลิง สวดอภิธรรม เวลา 18.00 น. ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทุกวัน ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 และพิธีพระราชทานเพลิงศพ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งพิชิตหัวเขาถ่าน ปี 2568” คึกคัก นักวิ่งทั่วสารทิศร่วมทดสอบพลังใจ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 “พิชิตเขา ชมทะเล ไหว้เสด็จเตี่ย ที่ชุมพร เมืองธรรมชาติแห่งการวิ่งและการท่องเที่ยว” “มาเที่ยวชุมพร สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเลจากยอดเขา สัมผัสเสน่ห์เมืองสงบ เรียบง่าย และอบอุ่น ผ่านกิจกรรมกีฬาที่เชื่อมโยงวิถีชุมชนอย่างลงตัว”

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2567 จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “วิ่งเทิดพระเกียรติ พิชิตหัวเขาถ่าน ชุมพรมินิมาราธอน เทิดพระเกียรติ กรมหลวงชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีนักวิ่งจากหลายพื้นที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร เพื่อเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพของจังหวัด

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นการผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมพร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณหาดอรุโณทัย ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ไปสิ้นสุดที่ยอดเขาหัวเขาถ่าน ตำบลท่าหิน อำเภอสวีฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร รวมถึงประเภทนักเรียนในพื้นที่ เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ไปเข้าเส้นชัยบนยอดเขาหัวเขาถ่านเช่นเดียวกัน

ตลอดเส้นทางการแข่งขัน นักวิ่งได้สัมผัสความสวยงามของถนนเลียบชายฝั่งทะเล ผสานความท้าทายของเส้นทางเนินสลับทางราบ และช่วงไฮไลต์ก่อนเข้าเส้นชัยที่ต้องพิชิตทางขึ้นเขาหัวเขาถ่านซึ่งมีความลาดชันถึง 60–70 องศา ถือเป็นบททดสอบทั้งกำลังกายและพลังใจ ก่อนขึ้นไปสักการะพระรูปกรมหลวงชุมพร ณ ศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพร บนยอดเขา พร้อมชมทัศนียภาพทะเลอันงดงามยามเช้า

บรรยากาศการแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสามัคคี โดยเฉพาะการเข้าร่วมของนักเรียนจากโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา และโรงเรียนสวีวิทยา รวมถึงนักวิ่งสมัครเล่นและนักวิ่งสายท้าทายจากหลายจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดชุมพรในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้กิจกรรมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 15.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จาการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน สมาคมครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา

ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ในระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนและพัฒนาตนเองและทีมให้เข้มแข็งในด้านกีฬา

มีโอกาสออกกำลังกายอย่างถูกต้อง เพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจอันเข้มแข็ง และมีน้ำใจของนักกีฬารู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ

ในพิธีปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพป.น่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 “สพป. น่าน เขต 1 เกมส์”

ในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก นายปรีชา สุขรอด รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลแก่นักกีฬา

โดยมี นายธวัชชัย ยวงคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวสรุปผลการดำเนินจัดการ มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดทำการแข่งขัน อย่างเป็นทางการแล้ว การแข่งขันกรีฑานักเรียน สพป.น่าน เขต 1 เกมส์ ประจำปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ด้วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด และสถานศึกษาเอกชนจังหวัดน่าน จัดให้มีการแข่งขันกรีฑานักเรียน ประจำปี 2568

ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสถานศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนมาโดยตลอดจนสิ้นปีการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1

จึงได้จัดการแข่งขันกรีฑานักเรียน เยาวชน ระดับประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 และสังกัดโรงเรียนเอกชน ประจำปีการศึกษา 2568 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ นักเรียนและเยาวชนได้พัฒนาการทางด้านทักษะกีฬา และทักษะด้านอารมณ์ รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย

ครูได้จัดการเรียนการสอนเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ส่งเสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการกีฬา เกิดความสมัครสมานสามัคคีทั้งในสังกัดและต่างสังกัดการแข่งขันในครั้งนี้ แบ่งรุ่นนักกีฬาเป็น 4 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี และรุ่นอายุ 13 ปี ขึ้นไป กำหนดการแข่งขัน 2 วัน คือวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม 2568 มีนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 1,500 คน

ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 500 คน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน จำนวน 300,000 บาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูน่าน จำกัด จำนวน 10,000 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 จำนวน 100,000 บาท บริษัทสยามสไมล์

โบรกเกอร์(ประเทศไทย) จำกัด 3,000 บาท และ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 500 บาท โรงพยาบาลน่าน สนับสนุนบุคลากรทางกสนแพทย์ จำนวน 10 ท่าน และได้รับเกียรติจาก นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี ดร.วิเชียร วาพัด

ไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประถมศึกษาน่าน เขต 1 เกมส์ กล่าวรายงาน มานพ เถรหมื่นไวย ภาพ/ข่าว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เด็กชายไทย อ.หลังสวน จ.ชุมพร คว้าเหรียญทองแดงประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาระดับโลก UIPM 2025

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดชุมชนวัดขันเงิน ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สร้างความภาคภูมิใจให้กับวงการศึกษาและวงการกีฬาของจังหวัด เมื่อ เด็กชายธนากร แซ่หลาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/4 สามารถคว้า เหรียญทองแดงประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ UIPM 2025 Biathle/Triathle World Championships ณ เมืองมอสเซลเบย์ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ระหว่างวันที่ 4–16 ธันวาคม 2568

นางภนิดา นพชำนาญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดชุมชนวัดขันเงิน เปิดเผยว่า การแข่งขันดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญระดับโลก เด็กชายธนากร แซ่หลาย ได้รับการคัดเลือกเป็น ตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (U13) เข้าร่วมการแข่งขันกับนักกีฬาจากหลายประเทศทั่วโลก และสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม จนคว้าเหรียญทองแดงกลับมาสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย โรงเรียน และชุมชน

สำหรับรายการแข่งขันที่เข้าร่วมประกอบด้วย
Biathle U13 วิ่ง 300 เมตร / ว่ายน้ำ 50 เมตร จำนวน 3 รอบ
Triathle U13 วิ่ง 300 เมตร / ว่ายน้ำ 50 เมตร / ยิงปืน ระยะ 5 เมตร จำนวน 3 รอบLaser Run U13 วิ่ง 300 เมตร / ยิงปืน ระยะ 5 เมตร จำนวน 3 รอบทีมชาติไทยมี นางสาวประภาพรรณ กระแสร์ภาค และ นางสาวอภิชญา พิศวง ทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน พร้อมนักกีฬาทั้งหมด 8 คน ได้แก่

นางสาวธนภร แกล้วกล้า, เด็กหญิงภคพร แกล้วกล้า, เด็กหญิงภิญญาดา อินโต, เด็กชายธนากร แซ่หลาย, เด็กหญิงวัชราวลี ศรีสดใส, เด็กหญิงวเรณยา ทนาวัน, เด็กชายภูมิพัตน์ พละสินธุ์ และเด็กชายภูภูมิ กุลอาจศรี

ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความมุ่งมั่น อดทน และมีวินัยในการฝึกซ้อมของนักเรียน รวมถึงการสนับสนุนอย่างดีจากผู้ปกครอง ครู ผู้ฝึกสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมหวังว่าความสำเร็จของเด็กชายธนากรจะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย

หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการกีฬา ควบคู่กับการศึกษา เพื่อพัฒนาตนเองก้าวสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติต่อไป
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดเป็นทางการ พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน”ชุมแพคัพ” ครั้งที่ 33 ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานพิธีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ชุมแพคัพ” ครั้งที่ 33″ ประจำปี 2568 โดยมีนายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ นายเกรียงไกร วิริยะอาชา และนายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ

ให้การต้อนรับ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกเทศมนตรี กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ในการจัดแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป

การแข่งขันระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มี วัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาให้เด็ก เยาวชนและประชาชนได้ออกกำลังกาย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทำให้สุขภาพแข็งแรงและมีน้ำใจนักกีฬา

เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกีฬา เศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืนตลอดไป แขกผู้มีเกียรติร่วมงาน นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมแพ อัยการจังหวัดชุมแพ

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ ผู้แทนกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง

รึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายบริหาร สมาชิก สภาเทศบาลเมืองชุมแพ ส่วนราชการและประชาชน ร่วมพิธีมากมาย เสร็จพิธีประธานจึงได้เดินทางกลับ

ภาพ-ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก.ภจว.นครปฐม จนท.การกีฬาฯ ตรวจ รร.ไมด้า แกรนด์ ทราวดี ที่พัก นักกีฬาซีเกมส์ เพื่อความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

ผบก.ภจว.นครปฐมพร้อมด้วย จนท.การกีฬาแห่งประเทศไทย
เดินทางไปตรวจที่ทำการ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี ของนักกีฬาซีเกมส์ เพื่อกำกับดูแลด้านความปลอดภัย ความเรียบร้อยภายในบริเวณที่พัก

วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์
ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม จนท.การกีฬาแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เดินทางไปตรวจที่ทำการ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี ของนักกีฬาซีเกมส์ เพื่อกำกับดูแลด้านความปลอดภัย

ความเรียบร้อยภายในบริเวณที่พัก รวมทั้งสำรวจจุดสำคัญ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย ทางเข้า–ออก พื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณโดยรอบโรงแรม โดยมี นักกีฬาเดินทางมาพัก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ในระหว่างตรวจเยี่ยมมีนักกีฬาจากประเทศไทย มาเลเซีย พม่า เข้ามาพักแล้ว และภายในวันนี้จะมีนักกีฬา อีก 1ประเทศ คือ สิงคโปร์

ทั้งนี้ได้พบปะและพูดคุยกับนักกีฬาที่เข้าพัก เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ รับฟังข้อเสนอแนะ ตลอดจนให้กำลังใจก่อนทำการแข่งขัน นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการ

จราจร พร้อมจัดรถนำขบวนสำหรับนักกีฬาประเทศมาเลเซียที่ออกเดินทางไปซักซ้อม เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย รวดเร็ว และไม่ติดขัด การตรวจพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ทั่วไปปกติ ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี อ.เมือง จว.นครปฐม
น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รร.นันทบุรีวิทยา จัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบุรีเกมส์ ปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคาระห์บ้านปางค่า ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน นายเสรี พิมพ์มาศ คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์ประจำปีการศึกษา 2568

โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
โดยมีนางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชาชานุเคราะห์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในนามคณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะ

ครู นักเรียน ตลอดจนคณะกรรมการจัดการแข่งชัน นักกีฬาและผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนกีฬา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
การแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” ของโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงเพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติดเพื่อฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็นประชาธิปไตย

เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี 4 สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและสีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง

การจัดงานวันนี้ได้รับเกียรติจากนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ร.ต.อ.สุิตย์ ศรีประสม คณะกรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านร่วมพิธีเปิดงานคณะครู บุคลาการทางการศึกษา

ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬาสีภายในขึ้นโดยมีคณะครูเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสร่วมแข่งขันกีฬาอันจะก่อให้เกิดความสามัคคีและมีพลานามัยที่สมบูรณ์ สามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ปากคาดคึกคัก! จัดกีฬาเยาวชนฉลองครบรอบ 47 ปี / ศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จะจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    เป็นไปตามคาด…บรรยากาศความสุขล้นอำเภอปากคาด เมื่อ นายวุฒิชัย ชัยภูวนารถ นายอำเภอปากคาด เป็นประธานให้โอวาทแก่นักกีฬา

    ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลเยาวชนประชาชนหญิง และ ฟุตบอล 7 คน รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เนื่องในโอกาสวันสถาปนาอำเภอปากคาด ครบรอบ 47 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–4 ธันวาคม 2568

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นเวทีกีฬาที่สร้างทั้ง คุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ให้กับพื้นที่อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ เสริมสร้างสุขภาพ และสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อำเภอพรเจริญ ก็ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาฉลองวันสถาปนาอำเภออย่างคึกคักเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของพื้นที่ในการพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเจ้าหน้าที่พลศึกษาลงพื้นที่สนับสนุนภารกิจของนายอำเภอทั้งสองอำเภอ เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาชุมชนและ

    เยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการกีฬาชาติ ฉบับที่ 7 ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    ประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3”อ.บุ่งคล้าจ.บึงกาฬ

    วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศรัทธารวมใจ 50 ปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ นายคมกฤต บุญทอง นายอำเภอบุ่งคล้า เป็นประธานประชุมเตรียมความ

    พร้อมการจัดกิจกรรม “เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะทำงานแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้ดำเนินโดย คณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากช้างป่าอำเภอบุ่งคล้า และภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุช้างป่า พร้อมส่งเสริมการรับรู้ด้านการอนุรักษ์และอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่างสมดุล

    กิจกรรม เดิน–วิ่ง รวมใจเพื่อผู้ประสบภัยจากช้างป่า ครั้งที่ 3 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณ สะพานกิ้งกำ – เสาค้ำบ้านชูเมือง อำเภอบุ่งคล้า ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบุ่งคล้า ตำบลบุ่งคล้า และที่ สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านขามเปี้ย ตำบลบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

    โดยที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางบริหารจัดการเส้นทางวิ่ง มาตรการด้านความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉิน การอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมกิจกรรม ตลอดจนการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่

    ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ เตรียมเปิดศึกแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40

    แชร์เนื้อหานี้

    ***เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2569

    โดยมี ดร.ฉัฐมงตล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ,ประธานหอการค้าจังหวัด ,ผอ.กกท.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ารวมประชุม

    ***เบื้องต้น การแข่งขันดังกล่าว เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนในครั้งนี้ขึ้น โดยกำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิสวอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ

    ฟุตซอล เปตอง แบดมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอลและ 2 ชนิดกีฬาสาธิต ได้แก่ ว่ายน้ำ หมากล้อม มีการชิงชนะเลิศทั้งสิ้น จำนวน 276 เหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ กว่า 20,000 คน

    ***ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านกีฬา สร้างเสริมความสามัคคี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดศรีสะเกษ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี อัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 จังหวัดนครราชสีมา

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่(15พย.68)ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา อัญเชิญไฟพระฤกษ์

    ส่งมอบต่อให้กับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเก็บรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ครั้งที่ 13 ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

    โดยกำหนดจัดวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมด้วยส่วนราชการ เข้าร่วมพิธีรับส่งมอบไฟพระฤกษ์

    สำหรับการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยและจังหวัดนครราชสีมา ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยมีการชิงชัยใน 19 ชนิดกีฬา และกำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”หนูน้อยต้นอ้อ“ ฟุตซอล อปท.ครั้งที่ 40 ตากสินระยองเกมส์ / “CPR on the Beach” ยกระดับท่องเที่ยว/วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก “ตากสินระยองเกมส์” จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง เป็นการแข่งขันฟุตซอลนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี ทีมฟุตซอลเทศบาลเมืองหนองปรือ พบกับทีมฟุตซอล อบจ.ระยอง แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ครึ่งๆ ละ 15 นาที

    สุดท้ายจบการแข่งขันไปสุดสนุก ทีมเทศบาลเมืองหนองปรือเอาชนะทีม อบจ.ระยองไป 1-0 ด้วยการยิงของหนูน้อยต้นอ้อ รวิ หอมชื่น สไตรค์เกอร์ตัวความหวังของทีม ทำให้เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จก่อนแข่งขันกับทีมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายในครั้งต่อไป

    พัทยาจับมือภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าว “CPR on the Beach” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว

    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ดร.พิเรษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และ ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ร่วมงานแถลงข่าวโครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ร่วมแถลงข่าวโครงการดังกล่าว ซึ่งมี ร.ต.อ.หญิงพรพนา โชคไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ร่วมกับโรงพยาบาลเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว ประชาสัมประสัมพันธ์โครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 – 19.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา เพื่อสร้างจิตอาสาด้านการช่วยชีวิตเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจเฉียบพลัน ซึ่งการทำ CPR จะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมองและอวัยวะสำคัญได้อย่างทันท่วงที

    การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้มีทักษะและความเข้าใจในการปฏิบัติจริง สามารถช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทันเวลา เสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ “อุ่นใจ ปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง”

    วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ส่งเสริมวินัยการใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จ.ชลบุรี นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ ผู้แทนจากบริษัท วิริยะประกันภัย นำโดย นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 ที่ในวันนี้นำคณะจากบริษัท วิริยะประกันภัย ร่วมกิจกรรม

    ตามที่อุบัติเหตุจราจรประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญเกิดจากพฤติกรรมของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรม เมาแล้วขับ และ พฤติกรรมการขับขี่ หรือ ซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมใส่หมวกนิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการสูญเสีย โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันอัตราการสวมหมวกกันน็อคในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 7

    ซึ่งมีสาเหตุมากจา 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. พ่อแม่ผู้ปกครองเลยไม่ใส่ใจ มีความเชื่อที่ว่าการนำลูกนั่งรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งที่ไม่อันตรายอะไร 2.การบังคับใช้กฎหมายกับเด็กและเยาวชนที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยเป็นเรื่องที่ยากในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และในทางปฏิบัติหวั่นเกรงเกิดปัญหากับภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมายและกระแสต่อต้านจากสังคม เพื่อเป็นการต่อยอดการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมูลนิธิเมาไม่ขับจึงได้ร่วมกับ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จัดโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสวมหมวกนิรภัย 100% ส่งเสริมการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนขึ้น

    โดยในวันนี้ทางบริษัทวิริยะประกันภัยได้นำหมวกนิรภัย กว่า 150 ใบมามอบให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลเพื่อนำไปใช้ในการใส่มาโรงเรียนเพื่อเสริมความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียนอีกด้วย สำหรับโครงการดังกล่าวทาง บริษัทวิริยะประกันภัย และ มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการขึ้นมากว่า 30 ปีแล้วด้วยกัน

    สืบภาค 2 จับมือ สสจ.ชลบุรี บุกจับคลินิกเถื่อนกลางพัทยาสุดอันตราย

    ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 และ นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ที่สั่งกวาดล้างสถานพยาบาลและคลินิกเถื่อนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเขตเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ซึ่งอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาโดยผู้ไม่มีใบอนุญาต

    ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พร้อม นายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบ เซ็นเตอร์ พัทยา คลินิกเวชกรรม เลขที่ 202/109 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมี “หมอเถื่อน” เป็นผู้ทำการรักษา

    ชุดสืบสวนวางแผนส่งตำรวจปลอมตัวเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาอาการปวดท้อง แต่หมอภายในคลินิกมีท่าทีระแวงและปฏิเสธการรักษาโดยอ้างว่า “หมอไม่อยู่” เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนใหม่ ส่งสายลับหญิงปลอมตัวเป็นสาวทำงานกลางคืนเข้ารักษาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อสายลับส่งสัญญาณ ทีมตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่หมอเถื่อนไหวตัวทัน ถอดเสื้อกาวน์ ถอดรองเท้าคัชชู วิ่งหนีออกหลังร้าน ก่อนขับรถยนต์เผ่นหนีอย่างรวดเร็ว

    จากการตรวจค้นภายใน พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้นล่างถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเวชกรรม มีเคาน์เตอร์พยาบาล ห้องตรวจโรค และป้ายแสดงราคาค่ารักษา เหมือนคลินิกทั่วไป โดยตำรวจตรวจยึดยาอันตราย ยากล่อมประสาท และเครื่องมือแพทย์จำนวนมาก รวมถึงปฏิทินตั้งโต๊ะที่จดบันทึกรายรับรายวัน-รายเดือน ยอดรวมต่อเดือนสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

    สอบสวนพบว่า คลินิกดังกล่าวเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมอที่ทำการรักษาเป็น “หมอเถื่อน” ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกัน เจ้าของตึกให้การว่า มีชายคนหนึ่งมาเช่าชั้นล่างเปิดคลินิก รู้เพียงว่าเป็นหมอ แต่ไม่ทราบว่าเป็นหมอปลอม จนกระทั่งตำรวจบุกจับถึงรู้ความจริง

    หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยมารักษาอาการท่อปัสสาวะอักเสบที่คลินิกแห่งนี้ถึง 4 ครั้ง หมอทำการฉีดยา ตรวจเลือดและปัสสาวะ พร้อมจ่ายยากลับไปกิน โดยคิดค่ารักษากว่า 6,000 บาท แต่กลับไม่หาย จึงนำผลตรวจไปให้แพทย์โรงพยาบาลดู ก่อนถูกชี้ว่า “ผลตรวจมั่วมาก” จึงสงสัยและมาทราบภายหลังว่าคลินิกนี้เปิดโดยหมอเถื่อน

    เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายพรหมเทพ อายุ 46 ปี เป็นผู้ลักลอบเปิดคลินิกและแอบอ้างเป็นแพทย์ โดยคลินิกจะเปิดให้บริการช่วงบ่ายถึงเย็น กลุ่มลูกค้าหลักคือสาวทำงานกลางคืนและชาวต่างชาติ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

    พร้อมฝากเตือนประชาชน หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในคลินิก ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์ผู้รักษามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง โดยสามารถตรวจดูได้จากป้ายรายชื่อแพทย์ที่ติดอยู่หน้าห้องตรวจ และหากพบเบาะแสคลินิกเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ในวันและเวลาราชการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก : สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบูรณาการการท่อง

    เที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูงบนฐานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
    โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

    พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
    นางวิไลวรรณ บุดาสา กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในกลุ่ม

    จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดมิ่งเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บ้านนาก๋างโต้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี

    กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียงน่าน” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 782 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 777 คน และชาวต่างชาติ 5 คน จากประเทศเคนยา ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
    เส้นทางวิ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

    Kilo Run 2.5 กิโลเมตร Fun Run 5 กิโลเมตร Half Marathon 21 กิโลเมตรMarathon 42 กิโลเมตรจุด Start – Finish ตั้งอยู่ ณ ข่วงเมืองน่าน นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าน่าน เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมีไมตรีของชาวเมืองตลอดเส้นทาง
    กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นทั้งหมด 4 สนาม ได้แก่

    สนามที่ 1 : วิ่งเลาะเวียงแพร่ จังหวัดแพร่ (25–26 ตุลาคม 2568)
    สนามที่ 2 : วิ่งเลาะเวียงน่าน จังหวัดน่าน (8–9 พฤศจิกายน 2568)โดยจะจัดต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มล้านนาตะวันออกกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างกระแสการออกกำลังกายเพื่อ

    สุขภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืนดำเนินงานโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
    /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แฟร์เท็กซ์” จุดไฟศึกกลาง MEGA BANGNA เปิดเวที ‘SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest’ รวมคนธรรมดาสายสู้ ขึ้นชกจริง พิสูจน์หัวใจนักสู้

    แชร์เนื้อหานี้

    ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน FOODWALK PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของประเทศไทย จัดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่น “Fairtex SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest” สานต่อกิจกรรม Fairtex Smoker ที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีมวยระดับมืออาชีพ

    โดยมี คุณเปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fairtex Equipment, MD Fairtex Training Center และ CEO Fairtex Fight กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

    พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์ หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม” อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ร่วมแสดงรำไหว้ครูและศิลปะแม่ไม้มวยไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันของเหล่านักชกสมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งพยาบาล ครู ทนาย ช่างตัดผม นักเรียน และพนักงานออฟฟิศ ที่ต่างมาร่วมพิสูจน์หัวใจนักสู้บนสังเวียนจริง

    ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ศึกคนดัง ระหว่าง “แทค พงศกร” นักแสดงจากค่าย Idol Factory ดวลหมัดกับ โหงวเฮ้ง หรือ อัครพงษ์ศักดิ์ พงษสุวรรณ ลูกชายคนโตของพี่เท่ง เถิดเทิง ซึ่งเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมแน่นลานเมกาบางนา โดยมี คุณบรรจง บุษราคัมวงษ์ เจ้าของค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เดินทางมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจผู้แข่งขันทุกท่านแบบเกาะติดขอบสนาม

    ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม วันที่ 7 พ.ย. พบกับโชว์จาก “ตุ้ม ปริญญา” และเวิร์กช็อปมวยไทยโดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์” แชมป์ Max Stadium, วันที่ 8 พ.ย. พิธีเปิดงานและแมตช์พิเศษแทค–โหงวเฮ้ง และวันที่ 9 พ.ย. กิจกรรมสาธิตศิลปะการต่อสู้จาก Family BJJ Gym และอดีตฮีโร่โอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม” พร้อมเวิร์กช็อปมวยไทยและกิจกรรมพิเศษจากสองนักชกระดับโลก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมถึงช่วง Meet & Greet แจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนมวยอย่างใกล้ชิด

    กิจกรรม Fairtex Smoker ถือเป็นส่วนสำคัญของวงการมวยไทย ที่เปิดโอกาสให้นักสู้รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบนเวทีจริง อีกทั้งเป็นพื้นที่แสดงพลังของชุมชนมวยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากพัฒนาการของนักชกและการจัดงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในทุกปีซึ่งงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ

    ในวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ONE Championship, น้ำมันมวย, G-Shock, กระทิงแดง, Royal Enfield และ Matter Makers“เวทีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนักมวยอาชีพเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาที่กล้าฝัน กล้าสู้ และกล้าพิสูจน์ตัวเอง” แต่นี่คือจิตวิญญาณของ Fairtex SMOKER11: Cyber Santa Mega Fight Fest ที่แฟร์เท็กซ์ตั้งใจส่งต่อ เพราะบนสังเวียนนี้ ‘ความกล้า สำคัญกว่าชื่ออาชีพมา

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ททท.น่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 31 ตุลาคม 2568เวลา 17.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน — จังหวัดน่านจัดการประชุม “ขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็น

    สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “น่านเมืองสร้างสรรค์” อย่างเป็นทางการ

    ในการนี้ มี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน คณะทำงานขับเคลื่อนน่านเมืองสร้างสรรค์ สื่อมวลชน และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางพัฒนาจังหวัดน่านในมิติของหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

    สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในวันนี้ (31 ตุลาคม 2568) จังหวัดน่านได้รับการคัดเลือกให้เป็น สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)

    ในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดในการยกระดับคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีโลก ทั้งนี้ จังหวัดน่านได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ไว้ว่า“Living Crafts and Folk Art for Sustainability”หรือ “สืบสานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2585)

    ภายใต้วิสัยทัศน์ “น่านเมืองสร้างสรรค์และเมืองอัจฉริยะ เชื่อมโยงอนุภูมิภาคสู่สากล ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ยั่งยืน”
    การได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

    และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการต่อยอดอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรมพื้นบ้าน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้ “น่านเมืองสร้างสรรค์” เป็นเมืองแห่งคุณค่าที่ยั่งยืนต่อไป/ ข่าว/ พ.อ.พยอม บุญทร/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    ททท.สำนักงานน่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับบริษัท รูทแมพ จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม “Amazing Nan Marathon 2025” ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว

    ภายในงานมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ระยะทาง ได้แก่ Marathon 42 กิโลเมตรHalf Marathon 21 กิโลเมตรMini Marathon 10 กิโลเมตรFun Run 5 กิโลเมตรโดยมีนักวิ่งและผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 4,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและคึกคักใจกลางเมืองน่าน

    กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนร่วมในพิธี อาทิ เทศบาลเมืองน่าน, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) น่าน, การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน (กกท.น่าน) รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชนในพื้นที่

    การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ ยังได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ “น่าน เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านของ UNESCO” ซึ่งจังหวัดน่าน น่าน…ก้าวสู่ “เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” ของ UNESCOจังหวัดน่านยังได้รับข่าวดีระดับนานาชาติ เมื่อ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศผลการคัดเลือกสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 โดย “จังหวัดน่าน” ได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art)

    การนำเสนอของจังหวัดน่านโดดเด่นด้วยแนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น – ชุมชน – ธรรมชาติ” (Artisans – Community – Nature) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองเก่าที่มีชีวิต (Living Old City) ซึ่งงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่เพียงถูกอนุรักษ์ไว้ แต่ยังคงถูกผลิต ใช้ และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

    น่านมีความโดดเด่นทั้งด้าน ผ้าทอไทลื้อและลายน้ำไหลอันเป็นเอกลักษณ์, งานเครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยน, งานจักสานและงานไม้แกะสลักหัวเรือแข่งพญานาค, รวมถึง มรดกเตาเผาโบราณบ่อสวก และ จิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” อันเป็นที่รู้จักในระดับโลก ตลอดจนหัตถกรรมร่วมสมัยอย่าง ย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ (GI) ซึ่งเป็นตัวอย่างของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างกลมกลืน

    การได้รับการรับรองจากยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดน่าน ในการยืนยันศักยภาพของเมืองเล็กที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืน ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และชุมชนอย่างมีคุณภาพ การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นกิจกรรมที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ “น่าน” ได้อย่างสมบูรณ์ — เมืองแห่งสุขภาพ ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองสร้างสรรค์” ท่ามกลางธรรมชาติและรอยยิ้มของผู้คนเมืองน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาจัดยิ่งใหญ่ “DIWALI Festival 2025” ฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง สานสัมพันธ์ไทย–อินเดีย กระตุ้นการท่องเที่ยว/4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน

    แชร์เนื้อหานี้

    ค่ำวันที่ 24 ต.ค.68 ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลดิวาลี เฟสติวัล 2025 (DIWALI Festival 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 โดยมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย, นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา คณะกรรมการจัดงาน สมาชิก อบจ.ชลบุรี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

    เทศกาลดิวาลี พัทยา 2025 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ เมืองพัทยา สมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา และสมาคมอินเดีย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางวัฒนธรรมนานาชาติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนไทยและอินเดีย

    ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าอินเดียหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เช่น ส่าหรี ของตกแต่ง และอาหารอินเดียแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตสไตล์บอลลีวูด การแสดงศิลปวัฒนธรรมอินเดีย การประกวดแต่งกายสไตล์ภารตะ และซุ้มสักการะพระแม่ลักษณมี สร้างบรรยากาศแห่งสีสันและความศรัทธา

    สำหรับ เทศกาลดิวาลี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดีปวาลี” เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของแสงเหนือความมืด ความรู้เหนือความไม่รู้ และความดีเหนือความชั่วร้าย ถือเป็นเทศกาลสำคัญทางจิตวิญญาณของชาวฮินดู ซิกข์ เชน และชาวอินเดียทั่วโลก ที่เฉลิมฉลองด้วยความปีติและความศรัทธาในทุกปี
    
    
    4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน
    มีรายงานว่า ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร โดยมี 4 องค์กรเข้าร่วมแข่งขันเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง ประกอบด้วย ทีมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี, ทีมตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, ทีมสมาคมนักข่าวพัทยา (ทีมเพื่อนต้น) และทีมชมรมผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ กิจกรรมกำหนดแข่งขันที่สนามฟุตบอลหญ้าจริง T.N.D. หรือสนามผู้ใหญ่ดอน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
    นายสุวัฒนชัย หอมชื่น กรรมการสมาคมนักข่าวพัทยา ในฐานะโต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ บอกว่า ได้จัดกิจกรรมฟุตบอลกระชับมิตรเป็นประจำในทุกช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีด้วยเป็นเดือนเกิด เพื่อให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการร่วมกันทำงานเพื่อสังคมต่อไป โดยจะมีทีมฟุตบอลต่างๆ ส่งตัวแทนร่วมแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
    
    อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.บก.ทท.1 นายวิศรุต เย็นฉ่ำ อาจารย์ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน คุณซันนี่ แวร์เนอร์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา เข้าร่วมงาน โดยหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความเป็นกันเอง

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” จัดมวยมันส์ ‘LEGEND FIGHTING CHAMPIONSHIPS 2025’ ยกระดับนครหัวหินเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism”

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า และศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมระเบิดศึกความยิ่งใหญ่กับการแข่งขันมวยไทยระดับนานาชาติ “Legend Fighting Championships 2025 – มวยไทยสร้างชาติ” ภายใต้แนวคิด “มวยไทยสร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจไทย สร้างคุณค่ามวยไทยสู่เวทีโลก” โดยมี “วิว เยาวภา บุรพลชัย” อดีตฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ เป็นผู้จัดการแข่งขันรายการนี้ เพื่อขับเคลื่อนพลัง “มวยไทย” ให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก และยกระดับนครหัวหินให้กลายเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism” เมืองแห่งกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมของประเทศไทย

    ศึกแห่งศักดิ์ศรีกำลังจะปะทุขึ้นที่หัวหิน เวทีแห่งเกียรติยศนี้จะเป็นการปะทะกันระหว่างทีมนักมวยไทยและทีมนักมวยต่างชาติ ในสังเวียนที่ผสานความดั้งเดิมของมวยไทยคาดเชือกกับความเข้มข้นของมวยไทยสวมนวม เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศแห่งพลัง “มวยไทยสร้างชาติ” ในวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. นี้ เวลา 18.00 – 20.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ งานนี้เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายรายชื่อคู่มวยสุดเดือดทั้ง 7 คู่ คู่ที่ 1 (พิกัด 56.7 กก.) Akram Ouchibi (ประเทศโมร็อกโก)  ปะทะ เพชรสายรุ้ง ศ.เดชดำรงค์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 2 (พิกัด 61 กก.) Ye Yint Nung

    (ประเทศเมียนมาร์)  ปะทะ สกัดเพชร พ.ประภัศร์ลูกพ่อโต (ประเทศไทย) คู่ที่ 3 (มวยหญิง พิกัด 53 กก.)  Negin Afshin Shahinfar (ประเทศอิหร่าน) ปะทะ หงส์พิรุณ ก.ประเสริฐยิม (ประเทศไทย) คู่ที่ 4 (พิกัด 58 กก.) Akdahe Boujamaa (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  นิเชาร์ ส.เพียรทอง (ประเทศไทย) คู่ที่ 5 (พิกัด 59 กก.) Othmane Irhouza (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  อุดมเล็ก ณุ ปราณบุรี (ประเทศไทย) คู่ที่ 6 (พิกัด 63.5 กก.)  Shokhzod Zafar Ugli Azamatov (ประเทศอุซเบกิสถาน) ปะทะ รัชชานนท์ เอกเมืองนนท์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 7 (พิกัด 64 กก.) Younes Rhali (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  วันมีชัย ป.ศรสิงห์ (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทั่วประเทศทาง ช่อง 8 หมายเลข 27 ชมสดออนไลน์ได้ทาง Facebook / YouTube : LFC Legend Fighting Championships
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง เข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 22 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บังดุล” หรือ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 51 ปี นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี ซึ่งออกวิ่งเป็นวันที่ 23 ของการวิ่ง และวันที่ 2 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอทับสะแก เข้าสู่อำเภอเมืองประจวบฯ ตามภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” โดยเริ่มต้นจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย และจะวกกลับเข้าสู่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางร่วม 3 เดือน โดยหวังระดมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นมอบให้ทหารในพื้นที่

    สำหรับครั้งนี้ “บังดุล” เขาเริ่มต้นวิ่งโดยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะเข้าสู่ภาคกลาง และ ราชบุรี สุพรรณ อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุดที่เชียงราย ก่อนลงมาโซน อุตรดิตย์ เพชรบูรณ์ และเข้าสู่ภาคอีสาน ไปสิ้นสุดที่ศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นภารกิจวิ่งที่ยาวและเข้มข้นที่สุดของบังดุล โดยทุกวันจะวิ่งวันละราว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นเซตละ 10–15 กิโลเมตร

    ในการวิ่งครั้งนี้ บังดุลไลฟ์ผ่าน TikTok ชื่อ “นักวิ่ง จิตอาสา” พร้อมสะพายสัมภาระและติดตั้งโทรศัพท์บนโครงเหล็กอลูมิเนียมเพื่อถ่ายทอดสด ระหว่างทางมีประชาชนที่พบเห็นต่างร่วมให้กำลังใจและบริจาคเงินตลอดเส้นทาง สำหรับบังดุล เขาคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อชาติ และยืนยันว่า การกลับมาวิ่งเพื่อชายแดนไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนว่า “คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานแผ่นดิน” สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปาลัส หมายเลข บ/ช 02-0088-256-366
    /////////////////////////
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ Big Event รับทัพนักกีฬา 20 จว.ภาคอีสาน สู่ “โคราชเมืองกีฬา” ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์”

    แชร์เนื้อหานี้

    “เจ้าเหรียญทอง” จะเป็นใคร มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ไปพร้อมกัน 20 – 30 ต.ค. นี้ ที่โคราชไฟกระถางคบเพลิงถูกจุดขึ้น ระเบิดศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ศักดิ์ศรีแห่งกีฬานักเรียนท้องถิ่น รวมเหล่า ขุนพล 16 ชนิดกีฬา ตัวเต็ง จาก อปท. 20 จว.ภาคอีสาน ร่วมคว้าเจ้าเหรียญทองกันแบบดุเดือด ตลอดการแข่งขัน 10 วัน ด้าน อบจ.โคราช เจ้าภาพ เนรมิตพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมศักดิ์ศรี “โคราชเมืองกีฬา”

    วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ เมนสเตเดียม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ. นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโม โคราชเกมส์” โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกล่าวรายงาน พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีเปิด พร้อมส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขัน

    ทั้งนี้ พิธีการเริ่ม เวลา 17.30 น. วงโยธวาทิตเข้าสู่สนามบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เปิดตัวด้วยการแสดงไฮไลท์ พิธีเปิดจากนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ก่อนที่ขบวนพาเหรดคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน เข้าสู่สนาม และชมการแสดงนาฏมวยไทย จากนั้นเป็นการเชิญธงชาติ ธงกีฬานักเรียน อปท. แห่งประเทศไทย ธงประจำ จ.นครราชสีมา ธง อบจ. 19 จังหวัด และ ธง อบจ.นครราชสีมา ขึ้นสู่เสาธง และ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าววัตถุประสงค์การจัดแข่งขันกีฬา ต่อประธานพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และกล่าวเปิดการแข่งขัน จากนั้น นักกีฬา ได้วิ่งคบเพลิงจุดไฟกระถางคบเพลิง และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสะกด อารมณ์ผู้ชมทั้งสนาม ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีเปิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    “สามัคคีคือพลัง” มาร่วมชม ร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจทัพนักกีฬาทั้ง 16 ชนิดกีฬา จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน และร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่ได้เดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และยังถือ โอกาสเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินสะพัด ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการแข่งขัน ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬาภายในจังหวัดนครราชสีมา

    สำหรับกีฬาที่ใช้ทำการแข่งขัน จำนวน 16 ชนิดกีฬา ทั้งประเภทชาย – หญิง ประกอบด้วย (1) ฟุตบอลชาย
    ณ สนาม มทส. / สนามกีฬา รร.ศีรษะละเลิง (2) ฟุตบอลหญิง ณ สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สำนักช่าง อบจ. / วิทยาลัยนครราชสีมา และสนามกีฬา 80 พรรษาฯ (3) ฟุตซอล (ช/ญ) ณ สนามกีฬา ทต.บ้านใหม่ / สนามกีฬา สสจ.นม. / สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สนาม รร.ราชวิทยาลัย / อาคารลิปตพัลลภ – อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (4) วอลเลย์บอลในร่ม ณ สนาม รร.สุรนารี / สนาม มทร.อีสาน / สนาม มทส. (5) วอลเลย์บอลชายหาด ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (6) เปตอง ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (7)

    หมากรุกไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (8) หมากออสไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (9) หมากล้อม ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (10) เทเบิลเทนนิส ณ หอประชุม รร.เตรียมน้อมฯ โคราช (11) เซปักตะกร้อ ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (12) แบดมินตัน ณ สนามแบดฯ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 3 (13) E-SPORT ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช (14) เทคบอล ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (15) กรีฑา ณ เมนสเตเดียม สนามกีฬา 80 พรรษาฯ และ (16) จักรยานขาไถ ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    หนุ่มโรงงานขับมอไซค์ชนสิบล้อดับติดใต้ท้องรถหนุ่มโรงงานขับมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วสูงชนรถบรรทุกไก่ตัดหน้ากระทันหัน.เบรคไม่ทันชนอย่างแรงร่างกระเด็นอัดก็อปปี้อยู่ใต้ท้องรถตายคาที่ จุดเกิดเหตุ บริเวณ ถนน 224.หน้าโรงงานคาร์กิล อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

    เมื่อวันที่ 21ตุลาคม.2568 เวลา 7.50 น เกิดอุบัติเหตุพนักงานของโรงงานคาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย.จังหวัดนครราชสีมา ขับขี่รถมอเตอร์ไชด์ทะเบียน1กต.2399 สระบุรี ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกับรถบรรทุก10ล้อ หมายเลขทะเบียน 89-1967.นครราชสีมา คนขับสิบล้อ ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายไพศาล ศรีสุข อยู่บัานเลขที่.30 หมู่1 บ้านโคกสะอาดตำบล อรพิม อำเภอ ครบุรี จังหวัดนครราชสีมาได้ขับรถบรรทุกมาส่งไก่ ของบริษัท คาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ช่วงเวลา 7.50น.ได้ขับรถกลับ ออกจากโรงงานดังกล่าวพนักงานรักษาความปลอดภัยได้โบกรถให้ตนเองขับออกไปช่วงจังหวะนั้นได้มีมอเตอร์ไชด์ของพนักงานโรงงานดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลางรถบรรทุกเข้าอย่างแรงทำให้คนขับมอเตอร์ไชด์กระแทกกับตัวรถแล้วมุดไปคาอยู่ใต้ท้องรถเสียชีวิตทันที
    ซึ่งสภาพรถมอเตอร์ไซค์มีสภาพพังยับเยินหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตนได้ยินเสียงดังมาจากกลางถนนเห็นรถบรรทุกวิ่งออกมาจากโรงงาน.และ รถมอไซค์โรงงานเดียวกัน วิ่งมาบนถนนสาย224 อำเภอโชคชัย-ครบุรีด้วยความเร็วสูง.พุ่งชนรถบรรทุกด้วยความแรงเป็นเหตุให้คนขับขี่มอไชด์เสียชีวิตทันที

    นายไพศาลคนขับขี่รถบรรทุกบอกว่าตนส่งไก่เสร็จแล้วกำลังจะกลับไปยังบริษัท เอสแอนด์พี ที่อยู่ห่างออกไป 30 กิโลเมตร ระหว่างขับรถกลับได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นชึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนีั.ตำรวจ สภ.โชคชัยเร่งสืบสวนหาสาเหตุ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เดินทางกว่า 200 โล เพื่อมอบสิ่งของและความสุข ให้กับ นักเรียน โรงเรียน ตชด. / แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม

    แชร์เนื้อหานี้
    TTT

    เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และ กำลังเจ้าหน้าที่ นำข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม นม เครื่องปรุง เสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องปริ้น และกระดาษ เดินทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อมอบสิ่งของ อุปโภค และ บริโภค ดังกล่าว ให้กับ คณะครู และ เด็กๆ

    โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะครูและเด็กๆ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ และคณะครู

    ก่อนจะลงสนามทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ อาทิ แข่งฟุตซอล เล่นดีดลูกแก้ว ฯลฯ ก่อนจะถ่ายรูปหมู่แล้วเดินทางกลับสมุทรปราการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดน ไทย-พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร

    และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร หากต้องเดินทางไปกลับเพื่อซื้อสิ่งของจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยภายในโรงเรียน มี ครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน และมีนักเรียน จำนวนประมาณ 250 คน มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีนักเรียนบางส่วนพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียน

    นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ / ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา / และทีมภาคประชาชนที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำสิ่งของปัจจัยต่าง ๆ โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ

    ได้มาเป็นตัวแทนมอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียน ตชด. อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้น้อง ๆ ได้รับความสุข ได้รับสิ่งที่ดี ๆ จากทางกลุ่มชมรมอาสาในพื้นที่สมุทรปราการ
    ครูประจำโรงเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ยังเล็งเห็นความสำคัญของเด็กชายแดนตรงนี้ วันนี้เด็ก ๆ ก็มีความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ และมีความสุขมาก


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9

    วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้นำทีม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัคร นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แจกตามประชาชน ตามชุมชน 5 แห่ง

    ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    เนื่องในวาระครบ ๙ ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “วันนวมินทรมหาราช”

    นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่มจำนวน 500 ชุด ไปแจกตามชุมชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

    เนื่องในวันครบรอบสวรรคต พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยวันนี้ได้ไปแจกที่ ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง


    เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” เพื่อส่งเสริมเยาวชนและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอาคารศูนย์กีฬา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
    พลเอกชนินทร์ สิงหนาถนิติรักษ์ (ผู้ทรงคณวุฒิพิเศษกองทัพบก) ประธานจัดการแข่งขัน”ศึก ศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วลกุล (นายอำเภอโคกสำโรง)

    พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต (ผกก.สภ.โคกสำโรง) ผอ.ดร.ศักดิ์ดา คำโส (ผอ.รร.จุฬาภรณฯ ลพบุรี) นายกัณพงศ์ แช่ภู่ นายณัฏพงษ์ อารยางค์กูร

    (ประธาน กต.ตร.สภ. โคกสำโรง) นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นายนิธิโรจน์ หงษ์ยนต์ พร้อมด้วยคณะกรรมจัดการแข่งขันชกมวย ประชนเข้าร่วมงานฯ

    “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” การจัดงานในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

    1. สมทบทุนปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
    2. จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยด้านการจราจรและอื่นๆให้กับสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
    3. เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาบาล
      โคกสำโรง และนอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญ ในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย
    4. ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย ให้ยังคงอยู่ในสังคมไทย และส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคต งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์, โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬา
      ภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง, (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และวัดเขาลังพัฒนา

    งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความสามารถของนักมวยไทยทั้งรุ่นเยาว์และรุ่น ใหญ่ หากยังมีเจตนารมณ์อันงดงามในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งในด้านการศึกษา ความปลอดภัยงานด้านจราจร งานของตำรวจ สภ.โคกสำโรง และการพัฒนาสาธารณสุของชุมชนอำเภอโคกสำโรงอีกด้วย

    สนอง แท่นสูงเนิน
    ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
    อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “ปั่นสู่นครนาคา” คึกคัก! อบจ.บึงกาฬ ชวนคนรักสุขภาพ ร่วมปั่นตามรอยเส้นทางพญานาค “นาคารูท” และร่วมงาน “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ”

    แชร์เนื้อหานี้

    ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ปั่นสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” ประจำปี 2568

    ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติพิธีเปิด

    ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 โดยมีกิจกรรมหลากหลายทั้งบันเทิง วัฒนธรรม และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ปั่นสู่นครนาคา” กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักปั่นทั่วประเทศได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองบึงกาฬ ตามเส้นทางการท่อง

    เที่ยวแห่งความเชื่อความศรัทธา “นาคารูท” โดยนักปั่นจะได้สักการะหลวงพ่อใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ, สักการะปู่อือลือที่เกาะดอนโพธิ์ อ.บึงโขงหลง และตามรอยหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ที่วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก อำเภอศรีวิไล ฯลฯ

    นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และคนบึงกาฬ ยินดีต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวที่มาชมจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจนนักปั่นจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการจัดงานปั่นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จะจัดงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

    และนอกจาก กิจกรรมปั่นจักรยานแล้ว ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยความสนุกและสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เสียงอีสาน, เวียง นฤมล, ไหมไทย หัวใจศิลป์ และสาวน้อยเพชรบ้านแพง ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่, การประกวดเต้น “บาสโลบ” และการประกวดธิดานาคา โดยตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน เปิดให้เข้าชมฟรี
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองล้อหัวใจอาสา “โปลิสนรา” ปั่นน้ำใจ เติมรอยยิ้มให้เด็กกำพร้า เมืองนรา พร้อมกิจกรรมสันทนาการ เสียงหัวเราะ ประทับใจ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (5 ต.ค.68) ที่ สภ.เมืองนราธิวาส พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ในฐานะประธานกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” นำสมาชิกกว่า 30 คน ร่วมจัดกิจกรรม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา ครั้งที่ 2” เดินหน้าทำความดีด้วยหัวใจ จัดทริปขับขี่มอเตอร์ไซค์เยี่ยมและมอบสิ่งของแก่บ้านเด็กกำพร้า 2 แห่งในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ได้แก่ บ้านเด็กกำพร้ายะกัง และ มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน

    สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย เคารพกฎจราจร ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในกลุ่มผู้รักมอเตอร์ไซค์ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

    โดยบรรยากาศเริ่มต้นที่ลานอเนกประสงค์ สภ.เมืองนราธิวาส โดยมี พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ กล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ จากนั้นสมาชิกกลุ่มได้ตรวจสภาพรถและอุปกรณ์นิรภัย ก่อนออกเดินทางสู่บ้านเด็กกำพร้ายะกัง ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พร้อมร่วมมอบเงินทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่เด็ก ๆ

    ต่อมาคณะสองล้อรู้ใจฯได้เดินทางต่อไปยังมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อมอบของบริจาค ร่วมแจกไอศกรีม สร้างรอยยิ้มด้วยกิจกรรมสันทนาการ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเด็กๆในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

    ทั้งนี้กิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทั้งผู้ให้และผู้รับ สะท้อนพลังแห่งน้ำใจของกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ หากแต่ขับเคลื่อนด้วย หัวใจของความดีและจิตอาสา
    /////////
    ข่าว/กรียานราธิวาส

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / เปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน
    ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ

    นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียน

    ฝวาหมินกงลิ ดร. มยุรีย์ ทิพย์ญาณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน นักกีฬา กองเชียร์ที่รักทุกคน

    นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ กล่าว โรงเรียนฝวาหมินกงลิ การจัดการแข่งขันกีฬาสีทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่ง

    เสริมให้นักกีฬา มีทักษะด้านกีฬาพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังให้นักกีฬาเล่นกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้

    ชนะ รู้อภัย ห่างไกลยาเสพติด ดังคำขวัญที่ว่า เสียเหงื่อให้กับการกีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้กับยาเสพติด ในการแข่งขันกีฬา แบ่ง

    นักกีฬา กองเชียร์ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และ สีชมพู โดยมีนักกีฬาและกองเชียร์เข้าร่วมทั้งหมด 1,600 คน

    โรงเรียนได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์ 1. วงโยธวาทิตมณฑลทหารบกที่ 44 2. วงโยธวาทิตโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 3. วงโย

    ธวาทิตโรงเรียนนิรมลชุมพร 4. วงโยธวาทิต โรงเรียนสวีวิทยา 5. วงโยธวาทิต โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้รับการสนับสนุน เจ้า

    หน้าที่จราจร การให้ความสะดวกปลอดภัยกับนักกีฬากองเชียร์ รับสนับสนุนรถพยาบาลจากมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และ

    คณะผู้ปกครองทุกท่านในการ จัดริ้วขบวนกีฬาสีเป็นอย่างดี ทางโรงเรียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

    
    นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้ ผมได้เห็นถึงความสามัคคีในการทำงานและได้เห็นถึงการปลูกฝังให้นักกีฬา กองเชียร์ มีน้ำใจนักกีฬา และมีทักษะในการเล่นกีฬาเสมอมา สี่สีที่แบ่งออกเพื่อความสะดวกในการ แข่งขันขอให้เด็กๆจำไว้ว่า สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาเป็นสีเดียวกันคือขาวแดง ผมได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี พัฒนาขึ้นทุกปี เป็นที่น่าชื่นชมยินดีนัก ขอให้นักกีฬา กองเชียร์เล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานและปลอดภัยกันทุกคน

    ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

    สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ศอ.บต.ขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน พืชกระท่อม” เห็นผลเป็นรูปธรรม สังคม-ชุมชนลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้า

    แชร์เนื้อหานี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนราเปี่ยมสุข ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง

    เป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ต่อต้านพืชกระท่อม สร้างสังคมเข้มแข็งปลอดยาเสพติด” ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้

    สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนวาระ 120 วันพืชกระท่อม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนและเครือข่ายเยาวชนจากโรงเรียนอัต

    ตัรกียะห์อิสลามียะห์ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปราศจากยาเสพติด

    นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เปิดเผยว่า การดำเนินการตามวาระ 120 วันพืชกระท่อม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2568

    ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน โดยพบว่ามีพลังจากกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้าพืชกระท่อม ขณะเดียวกันปรากฏชัดว่าการค้าขายตามเส้นทางหลักในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

    อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนพลังและมุมมองใหม่ๆในการแก้ไขปัญหา ต่างจากเดิมที่การขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดใช้กลไกภาครัฐเป็นหลัก ภาย

    ใต้การนำของพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันให้เยาวชนคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

    ซึ่งโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมเข้มแข็ง ปลอดภัย และปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
    ///////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เยี่ยมแค้มป์นักเตะอนุบาลหนองปรือ ตักศิลาหมากแข้งชลบุรี สถานที่ปลุกปั้น ’หนูน้อยต้นอ้อ‘ แข้งจิ๋วมหัศจรรย์

    แชร์เนื้อหานี้

    มีรายงานว่า ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เรียกตัวนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเพื่อร่วมชิงชัยการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ระดับภาคตะวันออก) ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 รายการตากสินระยองเกมส์ 2025

    โดยในประเภททีมเยาวชนหญิง นักกีฬาทั้งหมดต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันตามระบบฝึกซ้อมที่เคร่งครัดและจริงจัง โดยในเวลา 05.00 น. จะเป็นเวลาตื่นนอนของนักกีฬา ในเวลา 05.15 น. จะมีการวิ่งและฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก่อนเวลา 06.30 น. จะอาบน้ำแต่งตัว และรับประทานข้าวเช้าที่โรงเรียนจัดหามาให้ในเวลา 07.00 น.

    ในเวลา 08.00 น. จะเข้าเรียนตามปกติตามรายวิชาประจำวัน เมื่อเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ก็จะฝึกซ้อมบอลต่อในเวลา 16.30 น. เวลาประมาณ 2 ชม. ก่อนทางผู้ฝึกสอนจะอนุญาตให้ทางบ้านมารับไปรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาอยู่กับครอบครัว ประมาณ 2 ชม. ก่อนเวลา 20.30 น. ต้องกลับแค้มป์นักกีฬา เพื่อประชุมทีมในเวลา 20.50 น. และเข้านอนในเวลา 21.30 น. โดนห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนโดยเด็ดขาด

    จากการพูดคุยกับ ด.ญ.รวิ หอมชื่น หรือ น้องต้นอ้อ อายุ 12 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในฐานะนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) ของทีม เผยว่า ได้มาอยู่กับเพื่อนนักฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. ที่ระยอง ในเดือนวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

    โดยนักกีฬาทุกคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้รู้จักกัน ได้ฝึกซ้อมร่วมกันตามแผนการเล่นของโค้ชเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ซึ่งทุกคนก็สนุกสนานที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมฝึกซ้อมหลายอย่าง ซึ่งคุณครูผู้ฝึกสอนก็ได้สอนในเรื่องการใช้ชีวิตที่สมถะ อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง กินง่ายอยู่ง่าย แต่ถึงเวลาเราต้องฝึกซ้อมก็ต้องซ้อมแบบจริงจัง