คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พัทยาสร้างนักกีฬาท้องถิ่น จัดแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงบ่ายวันที่ 6 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) หนึ่งในกิจกรรมโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2568 ที่บริเวณลานกีฬาทางน้ำชายหาดจอมเทียน

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันทุกระดับอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมพลานามัยที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไปด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงการได้มีโอกาสที่จะก้าวเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ประเภท Long Distance Open 16 กม.ชาย-หญิง 2.ประเภท Sprint 200 เมตร แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่กิน 15 ปี ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชาย-หญิง และรุ่น Open ชาย-หญิง 3.ประเภท Technical แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Beginner 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Open 6 กม. ชาย-หญิง, รุ่นไม่ต่ำกว่า 40 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และรุ่นไม่ต่ำกว่า 50 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และ 4.ประเภท Special Race แบ่งเป็น รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 10 ปี, การแต่งกายสนุกสนาน, ชุดบิกีนี่ และบานาน่าโบ้ท

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า กีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งตรงกับนโยบายนายกเมืองพัทยาที่ต้องการผลักดันให้กีฬายืนพาย (SUP BOARD) ก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันอีกด้วย

อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมอาลัยการสูญเสีย คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

วันที่ 6 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยภิญโญ อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจ กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มสื่อมวลชน และญาติสนิทมิตร นำพวงหรีดเข้าร่วมแสดงความเสียกับทางเจ้าภาพที่สูญเสียผู้อันเป็นที่รักกันเป็นจำนวนมาก ก่อนช่วงค่ำจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ โดยพิธีสวดพระอภิธรรมกำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 7- 10 มกราคม 2568 เวลา 19.00 น. และในวันเสาร์ 11 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพตามลำดับกำหนดการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

มีรายงานว่า นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) และร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) ที่ศาลาเมฆิยเถระ (ศาลาทำบุญ) วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี  

โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นองค์ประธานในพิธีฯ ในการนี้มีพระเดชพระคุณพระธรรมวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี(ธ) เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร และคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

 ด้วยพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) ได้ละสังขารมรณภาพ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2568 ด้วยอาการสงบ ณ วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62 สำหรับพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เป็นพระเถระที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพ และเป็นกำลังสำคัญในการทำนุบำรุงและปรับปรุงฟื้นฟูวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพื่อพระพุทธศาสนาดำรงอยู่และยังประโยชน์ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เข้ามาปฏิบัติธรรมสืบต่อไป

เมืองพัทยาพร้อมรับเด็กๆ ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เตรียมแจกรางวัล 2.5 พันชิ้น

ด้วยวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยว่า เมืองพัทยาเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสนุกสนานสร้างสรรค์เพื่อนต้อนรับเด็กๆ และเยาวชนที่จะมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในปีนี้เมืองพัทยาได้จัดเตรียมของรางวัลมากมายรวมจำนวน 2,500 ชิ้น พร้อมกิจกรรมซุ้มเกมการละเล่น และการจัดแสดงให้ความรู้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน อาทิ สวนไดโนเสาร์พัทยาที่จะนำเอาไดโนเสาร์จำลองมาจัดแสดงให้เด็กๆ ได้รับชมอย่างใกล้ชิด อย่างไรตาม ขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตรหลาน รวมทั้งน้องๆ หนูๆ เด็กๆ และเยาวชน เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยกิจกรรมต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คนไทย 151 คน เมียนมาจับกุม ตั้งแต่ 2567 ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของ เมียนมา ได้รับการปล่อยตัว กลับไทยแล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2568 ที่ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเตรียมการรับการปล่อยตัวคนไทยจากทางการเมียนมาจำนวน 151 คน แยกเป็นชาย 74 คน และหญิง 77 คน ซึ่งได้รับการอภัยโทษเนื่องในวันชาติเมียนมา 4 มกราคม ของทุกปี โดยคนไทยทั้ง 151 คนที่ถูกส่งตัวกลับมา เป็นคนที่ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมใน จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อช่วงต้นปี 2567

ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของทางการเมียนมา ซึ่งครั้งนั้นถูกจับกุมจำนวน 154 คน โดยมีผู้ที่เป็นเยาวชนได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและบ่อนการพนันผิดกฎหมาย

ศาลเมียนมาตัดสินให้ต้องโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาทางการไทยได้ประสานงานเพื่อขอให้ปล่อยตัวคนไทยมาโดยตลอด และเนื่องในวันชาติเมียนมาทางการเมียนมาจึงได้ปล่อยตัวและส่งกลับมายังประเทศไทย และเมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. คนไทยทั้ง 151 คน

จึงได้เดินทางมาถึง ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะบุคคล, คัดกรองโรค, ประเมินสภาพจิตใจ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย สอบปากคำเบื้องต้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับญาติ

ที่มารอรับเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในภูมิลำเนาของแต่ละคนต่อไป ส่วนผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดสวนองุ่นนิลน่าน-ควีนนิน่าน หวังสร้างเส้นทางท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้การเกษตรของจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กำลังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย ที่บ้านก็อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ของ นายวีระศักดิ์ แก้วใส อายุ 39 ปี หลังลาออกจากอาชีพครู แล้วผันตัวเองมาทำการเกษตรตามความฝัน ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนจากการเลี้ยงหมูด้วยโรคระบาด กว่า 2 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนพื้นที่2งาน ปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์

ซึ่งช่วงนี้มีอากาศเย็น ทำให้องุ่นออกพวงสวยงามเต็มสวน และได้เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชม เก็บผลองุ่นสดๆ จากต้น ได้เรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลองุ่นอย่างถูกวิธี ทำให้ผู้คนที่เห็นต่างมาถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลกันมากมาย อีกทั้งยังมีการเขียนชื่อเบอร์โทรจององุ่นกันไว้อีกด้วย โดยเจ้าของสวนองุ่นตั้งใจจะผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดน่านอีกจุดหนึ่ง

นายวีระศักดิ์ แก้วใส เจ้าของสวนองุ่นฮักฮิมห้วย เล่าว่า หลังลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตร ก็ขาดทุนมาค่อนข้างมาก แต่ด้วยความรักในธรรมชาติและความชื่นชอบในรสชาติขององุ่น ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง และลงมือพัฒนาพื้นที่สวนรกร้าง ฟาร์มเลี้ยงหมูเก่า ให้กลายเป็นสวนองุ่น แบบปลอดภัยขนาดย่อม โดยทำการศึกษาทดลองพัฒนาสายพันธุ์มานานกว่า 5 ปี จนได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตลูกใหญ่ รสชาติกรอบ หวานอร่อย ถูกใจ จึงตัดสินใจขยายปลูกสายพันธุ์นี้ และตั้งชื่อว่า สายพันธุ์นิลน่าน และควีนนิลน่าน

เพื่ออยากสื่อถึงความเป็นน่าน ปลูกที่จังหวัดน่าน อีกทั้งยังดูแลอย่างพิถีพิถัน ในโรงเรือนปิด ควบคุมคุณภาพน้ำและปุ๋ย ส่งให้ผลผลิตองุ่นมีคุณภาพสูง ประกอบกับปลูกแบบปลอดภัย เว้นการให้ปุ๋ยในช่วงก่อนตัดขาย ทำให้สามารถมั่นใจความปลอดภัยสารเคมี เก็บผลองุ่นสดๆจากต้นทานได้ทันที โดยทางสวนเปิดให้เลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยาว์ เพียงกิโลกรัมละ 150 บาท ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนน่าน และนักท่องเที่ยวได้กินองุ่นคุณภาพ อร่อย ปลอดภัย ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีผลองุ่นออกขายให้ได้ชิม

จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กว่า 1,500 กก. อย่างไรก็ตามเจ้าของสวนยังเตรียมต่อยอดผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน รวมทั้งเตรียมปรับปรุงพื้นที่เพิ่ม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นำพืชผักทางเกษตร สินค้าชุมชนมาวางขาย เพื่อสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรซึ่งกันอีกด้วย

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชม ชิม สวนองุ่นฮักฮิมห้วย หรือผู้สนใจทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ผสมผสานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สามารถไปได้ที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย (หลัง อบต.นาปัง) ที่บ้านก้อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 084-950-9780 และ เฟสบุ๊ก สวนองุ่นฮักฮิมห้วยน่าน/ภาพข่าว/รพีพรรณ เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ คนใหม่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน และ สวัสดีปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยหนึ่งในนั้น มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 33 ราย

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดฯ นางสาวจีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีมอบพวงมาลัยดอกมะลิและสวัสดีปีใหม่แก่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน

ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คนที่ 56 และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกด้วยบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้กล่าวขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งที่นี่ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

ซึ่งตนรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชาวประจวบฯ ในการมาร่วมพัฒนาให้จังหวัดเจริญรุ่งเรือง ด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน จากนี้ตนพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนชาวประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร นำผู้สมัครนายกและสมาชิก อบจ.มุกดาหาร เข้าโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริต เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง/ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมให้ความรู้แก่ผู้สมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ตามโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทําผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ห้องพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กล่าวรายงาน

นายจักรินทร์ กล่าวว่า ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนจะสัมฤทธิ์ผลโดยบรรลุเป้าหมายแห่งเจตนารมณ์ได้นั้น การเลือกตั้งจะต้องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรมและขอบด้วยกฎหมายโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิด ต่อกฎหมาย

โดยที่ผ่านมามีการเข้าใจผิดในสาระสำคัญของข้อกฎหมายในหลายประเด็น ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก มีการซื้อสิทธิขายเสียง และผู้สมัครมีการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้ง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สังเกตการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มี ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อันเกิดจากความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหารจึงได้ดำเนินการจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้น

“ทั้งนี้ ผู้ผ่านการอบรมนอกจากจะมีความรู้ฝความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ในการเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างการยอมรับเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษา ความเป็นมิตรก่อนหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเพื่อลดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกด้วย ” นายจักรินทร์ กล่าว ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​​

ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568​ นายถนัด คำฟ้อง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 6 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัด มุกดาหาร เดินทางเข้าพบกับ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น.

ของวันที่ 1 มกราคม ขณะผู้แจ้งนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 9 ชอยแสงอรุณ ชุมชนอรุณรังษี ต.มุกดาหาร ปรากฏว่าได้มีหัวกระสุนไม่ทราบขนาดตกลงมาบนหลังคาบ้านและทะลุลงมาในห้องนอนของผู้แจ้ง เบื้องต้นไม่ทราบว่าหัวกระสุนมาจากที่ใด สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากบุคคลที่ยิงปืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2538 ผู้แจ้งจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

นายถนัด กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกับภรรยาและลูกชาย ลูกสาวอายุ 2 ขวบ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอน ได้ยินเสียงวัตถุตกทะลุหลังคาเสียงดังปุ๊ เมื่อมองลงไปที่พื้นห้องนอนเห็นหัวกระสุนปืนลักษณะเป็นตะกั่วตกลงมาบนแผ่นพรมปูพื้นแล้วกระดอนขึ้นมาตกลงบนที่นอนของลูกสาวกับลูกชาย

โชคดีที่หัวกระสุนดังกล่าวไม่ตกลงมาถูกลูก มิฉะนั้นก็อาจทำให้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้นำหัวกระสุนปืนมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิงปืนฉลองปีใหม่ #กระสุนปืนทะลุหลังคา #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี เป็นประธานสวดมนต์ข้ามปี วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยา/นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

 เวลา 22.39 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสุขสงบในจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี 

โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธมฺมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้มี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา คาดสะพัดพันล้าน

ช่วงระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค.66 เข้าวันที่ 1 ม.ค.67 มีรายงานว่า ชายหาดพัทยาเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ในกิจกรรมวันส่งท้ายปี เมืองพัทยา กำหนดจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 บริเวณริมหาดพัทยากลาง พร้อมงาน KOH LAN COUNTDOWN 2025 ที่ท่าหน้าบ้านเกาะล้าน โดยร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 กันอย่างคึกคัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กิจกรรมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานตลอด 3 วันเฉลี่ยวันละ 1 แสนคน คาดว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดในงานนีเไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขออวยพรให้ปีใหม่นี้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า

บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าเมืองพัทยา การจราจรหนาแน่น

วันที่ 31 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งเข้าและขาออกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ปริมาณยวดยานพาหนะของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทพัทยา พบปริมาณรถยนต์ รถโดยสาร และรถบัสขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเข้ามายังเมืองพัทยาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานพัทยาเคานต์ดาวน์ 2025 ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ซึ่งมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายมาร่วมส่งความสุข

สื่อรัฐทีวี/งานฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 28 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น.นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.เขต 6 จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางเป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองกุง-โนนรัง ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จากกรณีลูกชายเสียชีวิตถูกยิงด้วยกระสุนปืน

ตามที่เป็นข่าว มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเพื่อนๆ

นางกองแก้ว รัสดาดาล มารดา ได้ร้องเรียนผ่าน นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย จากกรณีคนร้ายยิงลูกชายตนเสียชีวิต

win สื่อรัฐทีวี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกรัฐมนตรี” เปิดกล่อง 5 ของขวัญปีใหม่จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 โครงการเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมต้อนรับ

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Cyber Check : เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงิน โดยใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยว ผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police : แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชันแบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

3. โครงการบูรณาการระบบบริหารรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 1155 และศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ : เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถประสานผ่านตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 1155 พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การปฏิบัติการฉุกเฉิน

4. โครงการส่วนลดพิเศษสำหรับที่พัก The Cop Hotel and Villa Pattaya : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีที่พักติดทะเล ริมถนนใหญ่ในพื้นที่ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าพักได้ ในราคาพิเศษ

5. โครงการห้องพักทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง 205 แห่ง ทั่วประเทศ : ตำรวจทางหลวงมีการให้บริการสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ณ 205 หน่วยบริการตำรวจทางหลวง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ถึง 10 มกราคม 2568 รวมทั้งมีจุดกางเต็นท์สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยบริการฟรีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่และตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตรา ดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

#ของขวัญปีใหม่2568

#ปีใหม่2568

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวคริสต์คาทอลิกบึงกาฬ จัดขบวนแห่ดาวคึกคักกว่า50คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 25 ธ.ค. บาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร ที่เป็นวัดคริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจัดงานแห่ดาว เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ซึ่งดาวเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิด ตามตำนานในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น เหล่าโหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษ ที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

จึงออกเดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนได้ไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือ สัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น และแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความรักความสามัคคี และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวคริสต์ด้วย

การแห่ดาวในวันนี้เป็นการรวมเอาผู้ที่นับถือศรัทธาในพระเยซุหรือคริสต์ศาสนาตามวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแห่ขบวนด้วย มีการตกแต่งประดับประดาวและคมไฟติดตั้งบนรถ มีทั้งรถมอไซค์พ่วงข้าง รถอีแต๊ก รถไถนา รถปิกอัพและรถบรรทุก 6 ล้อร่วม 100 คันแห่ไปตามชุมชนต่างๆ ในตำบลชัยพร สิ้นสุดที่วัดนักบุญอักแนส บ้านห้วยเซือมใต้ วัดนักบุญมัทธิว บ้านกลาง ก่อนจะกลับเข้าไปในวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานนำอาหารไปแจกจ่ายผู้มาร่วมกัน มีทั้งส้มตำ ผัดหมี่ ข้าวราดแกงและทีขาดไม่ได้คือข้าวจี่ทาไข่คนปิ้งแทบทำไม่ทัน บนเวทีมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ หนูๆ หลายโรงเรียน ทั้งการแสดงประวัติการกำเนิดของพระเยชู และเต้นประกอบเพลง ทำเอาผู้ปกครองต้องคักเงินจ่ายเป็นกำลังใจจำนวนไม่น้อย

ด้านบาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสกล่าวว่า ที่เลือกจัดงานวันนี้ก็เนื่องจากวันที่ 24- 25 ธ.ค. ปล่อยให้วัดในชุมชนต่างๆ จัดงานแห่ดาวกันเองในชุมชนตนเองก่อน พอวันนี้จึงมาร่วมกันจัดงานแห่ดาวในภาพรวมของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มักง่ายจุดไฟเผาขยะข้างกองยาง​ ลุกลามไหม้เป็นกองเพลิง / ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

แชร์เนื้อหานี้

พนักงานร้านยางจุดไฟเผาขยะกองเล็กๆก่อนจะลามไปไหม้กองยางรถยนต์ที่กองรวมกันไว้หน้าร้านจนกลายเป็นกองเพลิงขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำ ระงับเหตุ โชคดีเหตุนี้ไม่มีใครเป็นอะไรมีเพียงเสาไฟฟ้าส่องสว่างถนนของทางหลวงได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น . เจ้าหน้าที่ดับเพลงเทศบาลเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บริเวณริมถนนบายพาสเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาต้องจอดก่อนเพราะมองไม่เห็นทางเนื่องเกิดควันดำปกคลุม หลังจากได้รับการแจ้งเหตุทางเทศบาลได้นำรถดับเพลิง4คันเข้าระงับเหตุโดยใช้เวลาประมาณ​ 30นาทีจึงสามารถดับไฟได้ซึ่งจาการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพบว่าเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของแขวงทางหลวง บริเวณริมทางได้รับความเสียหาย

นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสายเหตุความมักง่าย​ โดยทางพนักงานได้เผาขยะใกล้กับกองยางพอเผาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในขณะที่มีลมกรรโชกแรง ต่อมาเลยเกิดไฟลามไปถึงกองยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้หน้าร้านก็เลยเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งการเผาขยะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆก่อนหน้านี้ ลามไปไหม้หญ้าแห้งริมถนน แต่คราวนี้หวิดเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่โชคดีมากที่ดับทันไม่งั้นน่าจะลามไปหลายจุด​ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีทรัพสินย์ของทางราชการเสียหายคือเสาไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งโชคดีมากไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้

​มุกดาหาร​ -​ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้มีชาวบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขุดพบพระโบราณบรรจุอยู่ในไหฝังอยู่ใต้ดินบริเวณที่นาของนายบุญนำ พิกุลศรี อายุ 55ปี บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาสีนวน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยระหว่างที่ได้มีการนำรถไถเข้ามาปรับที่นา ขณะได้มีการขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าพื้นที่เดิม ผานไถได้ไปกระทบกับของแข็งบางอย่างคล้ายหินจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบพบว่าเป็นไหขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร มีดินโบกปิดทับปากไหไว้ เมื่อนำแกะดินออกพบมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ด้านในจึงได้แจ้งเจ้าอธิการสมนึก เจ้าอาวาสวัดศรีไคร้ทุ่ง และชาวบ้านมาร่วมกันตรวจดู

เจ้าอธิการสมนึก กล่าวว่า พระพุทธรูปที่ขุดพบเรียกว่า พระบุเงินโดยเป็นพระโบราณ ซึ่งทำขึ้นจากการนำไม้มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปชุบเงิน พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และสัมฤทธิ์ โดยการขุดพบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าบริเวณหมู่บ้านท่าไคร้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีชาวบ้านขุดพบเจอถ้วยชามโบราณบริเวณดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบให้ทราบถึงอายุ และจะได้นำกลับมาตั้งประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาต่อไป

ขุดพบพระโบราณ #พระบุเงิน #บ้านท่าไคร้ #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สวนสวรรค์ฟาร์ม”รับมอบใบรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS  / ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ คุณแก้วตา จันทร์วีระชัย นักธุรกิจเจ้าของกิจการมีชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผันตัวเองลงมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและชาวเกษตรกร หวังให้ชาวบ้านในพื้นที่บางราย มีพื้นที่ทำกินทางการเกษตร ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อนำกลับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอยู่อย่างพอเพียง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรคอยแนะนำให้ความรู้ ในการทำเกษตรผสมในพื้นที่แปลงน้อยโดยไม่ใช้สารเคมี และได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิก

รับมอบใบรับรองแบบมีส่วนร่วม ความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตผลที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนสวรรค์ฟาร์ม จะมีการจัดกิจกรรมและพิธีมอบหนังสือรับรองพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แบบมีส่วนร่วมความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยมีนายณรงค์พงษ์ โพธิสมบัติ ประธานบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคี นายณรงค์ คงมาก กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายสามอ่าวเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ และนางสาว นิชาภา สุวรรณนาค  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานมอบหนังสือรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกที่ได้รับการรับรอง ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม  หมู่ 2  ต.อ่าวน้อย จ.ประจวบฯ

น.ส.แก้วตา จันทร์วีระชัย หรือเจ๊แก้วตา เจ้าของสวนสวรรค์ฟาร์มเล่าว่า  ตนเห็นว่าพื้นที่ในที่ดิน กว่า 80 ไร่ เป็นที่ว่างเปล่าปล่อยรกร้างไว้ไม่เกิดประโยชน์อะไร หลังรัฐบาลปลดล๊อคกัญชา คิดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกกัญชา แต่ก็ยังติดปัญหาหลายอย่างในทางกฎหมาย หลังจากได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรี จึงลองไปศึกษาหาความรู้ บางส่วนก็ศึกษาเรียนรู้จาก YouTube บ้าง นำไปลองปฏิบัติตามจนเกิดผลผลิต หวังแค่เพียงเพื่อไว้รับประทานกันเองในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อตนได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่บางรายขาดโอกาสการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากไม่มีที่ดิน จึงมีแนวคิดที่จะให้เขาได้ใช้พื้นที่เพาะปลูกและเรียนรู้การทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานปลอดสารพิษ และด้วยที่ตนเองเป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ได้รับประทานอาหาร พืชผัก ผลไม้ ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ แนวคิดนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้เป็นสวนเกษตร ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม ต่อมามีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มรักสุขภาพ โดยการรวบรวมชาวบ้านและกลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิธีการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และนำกลับไปต่อยอด หรือเพราะปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะนำกลับมาส่งขายที่ศูนย์การเรียนรู้ สวนสวรรค์ฟาร์มได้อีก

เนื่องจากผลผลิตปลอดสารพิษเกษตรอินทรีย์มีความต้องการทางการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกลุ่มเรามีการจัดการแบบครบวงจร โดยเอาผลิตผลที่ได้บางส่วนมาแปลรูป เป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุหีบห่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่อ ตามศูนย์โอทอปพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดรับซื้ออีกหลายแห่ง เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพได้รับการรับรองให้เป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมี โดยทางเรามีกระบวนการตรวจสอบผลิตผลที่กลุ่มสมาชิกนำมาส่งที่ศูนย์ มีคณะกรรมการ มีประทาน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 

ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 23 ธ.ค.67 ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด ( วัดโบสถ์เหรียญบาท ) ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านนับร้อยคนได้มารวมตัวคัดค้าน จากกรณีคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีมติปลด พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อายุ 49 พรรษา เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด อำเภอทับสะแก หรือที่ชาวงบ้านรู้จัก “วัดอุโบสถ์เหรียญบาท” วัดชื่อดังของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี คำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ ๒๘ / ๒๕๖๗ ตามที่เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๒๔ / ๒๕๖๗ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ คณะกรรมการได้ตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จริงแล้ว และมีมติให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง และได้รายงานผลการสอบสวนและมตินั้น เสนอเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอพิจารณาวินิจฉัย เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

เห็นชอบให้เสนอถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอได้รายงานเสนอพร้อมด้วยเอกสารผลการสอบสวน ขอให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอ อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๕๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.)๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า แกนนำชาวบ้าน ชาว กทม.และเป็นโยมอุปถัมป์วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้เป็นประธานทอดกฐินเมื่อออกพรรษาที่ผ่านมา วันนี้พวกตนเองได้มาคัดค้านการปลดเจ้าอาวาสองค์เก่า (พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ )และคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากการที่พระครูปลัดอาทิตย์ ถูกกล่าวหา ว่าชักปืนยิง / ไม่นำเงินวัดเข้าบัญชีวัด / และการถูกชาวบ้านร้องเรียนเรื่องยืมเงินญาติโยม /โดยเฉพาะเรื่องยืมเงินโยมในการก่อสร้างอุโบสถเหรียญบาท ซึ่งตามที่เคยตกลงกันทางวัดจะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต ถึงคืนเงินให้ โดยชาวบ้านคิดว่าการถูกปลดครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชย์ภายในวัด ซึ่งหลังจากสร้างโบสถ์เหรียญบาท ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

///////////////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

แชร์เนื้อหานี้

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“เฉลิมชัย” ติดตามการทำหมันลิงเขาช่องกระจก/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1/หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม โครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่บริเวณพื้นที่เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม ให้การต้อนรับ

โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยจุดตรวจคัดกรองสุขภาพลิง จัดทำประวัติ ก่อนดำเนินการทำหมันลิงทั้งเพศผู้และเพศเมีย จากนั้นจะมีการสักทำสัญลักษณ์ที่แขนของลิงที่ทำหมันแล้ว บางตัวหากตรวจพบเป็นโรคสัตวแพทย์จะให้ยารักษา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 – 30 ธ.ค.67 มีเป้าหมายทำหมันลิงจำนวน 300 ตัว พร้อมกันนี้ ดร.เฉลิมชัยได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมระบุว่า จะมีการเคลื่อนย้ายลิงแสมเขาช่องกระจกบางส่วนไปไว้ที่กรงพักพิงลิงที่ทางกรมอุทยานฯ ได้จัดเตรียมไว้ที่หัวหินเพื่อลดจำนวนลิงลง โดยโครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง เป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมประชากรลิงไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

นายภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กระบวนการทำหมันลิงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาลิงแสมเขาช่องกระจก ซึ่งจะเขื่อมโยงไปถึงการดูแลคนและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยขณะนี้สามารถจับลิงมาทำหมันได้แล้วกว่า 100 ตัว จากเป้าหมาย 300 ตัว ซึ่งที่โรงพยาบาลสนาม จะมีการคัดกรอง จัดทำประวัติ ทำหมัน ทำบัตรประชาชนลิง จากประสบการณ์ที่ทำหมันลิงมา ลิงจะเป็นหมัน 100% ไม่มีการตั้งท้องอีก ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของปัญหาลิงคือการที่คนให้อาหารลิงอย่างไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่คนกินซึ่งมีรสชาติหวาน หอม มีพลังงานสูง ทำให้ลิงร่างกายแข็งแรง มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนประชากรลิงมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนการเคลื่อนย้ายลิงบางส่วนไปยังสถานที่ที่มีความเหมาะสมกว่า ทางกรมอุทยานฯ มีโมเดลที่ทำแล้ว

ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งลิงเองก็จะปลอดภัย เพราะจากการตรวจสุขภาพลิงที่ รพ.สนาม พบว่าบางตัวมีลูกแก้วในคอ มีบาดแผลจากการโดนกัด ขนร่วงเป็นขี้เรื้อน บางตัวพบเป็นโรคไต สาเหตุจากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมโดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม และหาพื้นที่เหมาะสมให้อยู่ หากมีการบริหารจัดการลิง คน สิ่งแวดล้อม เชื่อว่าเขาช่องกระจกจะเป็นแลนมาร์กสำคัญของ จ.ประจวบฯ โดยควรจะเหลือลิงไว้ในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณอาหารในพื้นที่.

บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมจัดงานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2568 ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานเดอะ สแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยงานนี้ถือเป็นงานที่ทางบลูพอร์ต หัวหิน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกัน เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงและร่วมกันส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จ.ประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลาน เดอะสแควร์ บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Blupor

ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ให้ได้โดยเร็วที่สุด คืบหน้าผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ล่าสุดผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ คาดว่าหนีกบดานในป่าชายแดนไทย-เมียนมาร์**

วันที่ 20 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุอดีตผัวเก่าใช้อาวุธปืนดักยิงผัวใหม่ และญาติบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุ คืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ดูแลฝ่ายงานสืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรอ่าวน้อย เจ้าหน้าที่ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปภ.) ประชุมร่วมหารือกับชุดสืบสวนภูธรภาค 7 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย เพื่อวางแผนเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะหนีกบดานหลบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านญาติหรือคนรู้จัก

ในป่าสวนยาง และตามช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ เนื่องจากช่องทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ และโจรกรรมรถจักรยานยนต์ รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่นส่งขายข้ามประเทศพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณที่พบรถจักรยานยนต์ล้มและจุดพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิง เพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ก่อนสืบสวนหาพยานบุคคลจากญาติพี่น้อง และคนรู้จักใกล้ชิดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว โดยผู้ก่อเหตุชื่อ นายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่บ้านย่านซื่อ หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น , พยายามฆ่า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูแลฝ่ายงานสืบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับคำสั่งจากรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้มาเร่งรัดสอบสวนติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับติดตามจับกุมตัวต่อไป ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อื่นแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานาน มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว และเป็นคนไทย เคยถูกจำคุกมาก่อนและพึ่งพ้นโทษออกมา ซึ่งมูลของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวแต่ทางตำรวจยังไม่ได้มีการตัดประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งอยู่ในสำนวนของการสอบสวน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้สืบภาค สืบจังหวัด และสืบสวน สภ.อ่าวน้อย สนธิกำลังระดมไล่ล่าจับกุมหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าหากผู้ก่อเหตุหนีข้ามแดนทางตำรวจได้มีการประสานหน่วยงานความมั่นคงชายแดนในพื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผู้ก่อเหตุกระทำคนเดียวคาดว่าอาจมีปัญหาความแค้นส่วนตัว และเรื่องของชู้สาว

หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การเกี้ยวพาราสีช้างเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสามสัปดาห์ของการปรับตัวให้เข้ากับการสืบพันธุ์ของช้างเพศเมีย ซึ่งเรียกว่าวงจรการเป็นสัด และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศของผืนป่ากุยบุรี

การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว ซึ่งภาพความประทับใจในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จใน

การอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781



สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย”

แชร์เนื้อหานี้

🎈จังหวัดน่าน นำของดีจังหวัดน่านร่วมงาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 14 – 22 ธันวาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี
🎈กรมการพัฒนาชุมชน จัดงานOTOP CITY 2024 ในระหว่างวันที่ 14 -22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)

เพิ่มช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน ตลอดจนเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสกรเรียนรู้และเพิ่มทักษะในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และ OTOP ชวนชิม ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ให้ชุมชน และในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล

🎈จังหวัดน่าน มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานจำนวน 24 ราย 24 บูท สรุปยอดจำหน่ายงาน “ OTOP CITY 2024 ”
ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ดังนี้

  1. บูท OTOP 3-5 ดาว จำนวน 12 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 169,263 บาท
  2. บูท OTOP ชวนชิม จำนวน 3 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 47,000 บาท
  3. บูทอื่นๆ จำนวน 9 รายได้แก่ OTOP Premium First Lady กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี Rest Area OTOP ขึ้นเครื่อง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศิลปิน OTOP กระทรวงอุดมศึกษาฯ และแพทย์แผนไทย ยอดจำหน่าย จำนวน 391,400 บาท
    รวมยอดจำหน่ายประจำวันที่ 18 ธ.ค. 67 👍 รวมทั้งสิ้น จำนวน 607,663 บาท
    ผู้มียอดจำหน่ายสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่
  4. บริษัท ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี จำกัด (บูทศิลปิน OTOP ) ยอดจำหน่ายจำนวน 190,000 บาท
  5. กลุ่มสตรีอนุรักษ์ผ้าน่าน (บูทFirst Lady) ยอดจำหน่ายจำนวน 77,000 บาท
  6. กลุ่มสัมมาชีพบ้านนาทะนุง (บูทกระทรวงอุดมศึกษาฯ) ยอดจำหน่ายจำนวน 30,000 บาท

“OTOP City 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่าจากภูมิปัญญาไทยOTOPCity2024 #OTOP #OTOPCity2024Happy Marketกรมการพัฒนาชุมชน #CDDกระทรวงมหาดไทย #MOI#CDDNAN #Promotion Group

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลอ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ติดตาม อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะ

ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยมีนายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ข้าราชการสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ฝ่ายปกครอง ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยในการนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16

และร่วมจัดทำฝายต้นน้ำ(แบบคอกหมูหินทิ้ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชน ในพื้นที่จำนวน 3 จุด และเยี่ยมชมน้ำตกมณฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในลำดับถัดมา……

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานรางวัล Siam International Awards 2024 ครั้งที่2 มาดามบิว ขึ้นแท่น ประธานจัดเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากล

แชร์เนื้อหานี้

สุดปัง มาดามบิว Rainbow Entertainment ขึ้นแท่น ประธาน ผู้จัดงานเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากลที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยงานรางวัล Siam International Awards 2024 เป็น ครั้งที่2

เรียกว่างานนี้ แจ้งเกิด สำหรับงานรางวัล ระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล กันเลยทีเดียว สำหรับ งานรางวัล Siam International Awards 2024 จัดงานมาได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ ตั้งแต่ การเดินเปิดตัวพรมแดง มีดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง อินฟู มากมาย ที่มาร่วม เดินพรมแดง เพื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้ง ดาราศิลปิน ทั้งไทยและต่างประเทศ

งานนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่ได้ ประธานผู้จัดงานอย่าง คุณเบญญาดา โชใต้หยิน (มาดามบิว) Rainbow Entertainment นำทีม และ ยังมีผู้บริหาร สุดเก่ง มาร่วมจับมือกันจัดงานในครั้งนี้ นำโดย คุณภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล , ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ , คุณพรทิพย์ ลิมปภาส , นายสุรเดช พันธุรัตน์ เป็นต้น และ งานนี้ จะมี ครั้งที่3 อีกในปีหน้า 2025 ฝากติดตามได้ที่ เพจ siam international awards

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค.67) เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้ มารดา ของคุณวิชัย มณีกิติกุล อุปนายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม“เพื่อนโอ๋”โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน เป็นประธาน ณ วัดหัวลำโพง ถนนพระราม4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024”

แชร์เนื้อหานี้

ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024” โดยมี ส.ส.บัญชา. เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับ มี คำกล่าวดังต่อไป

“ท่านผู้มีเกียรติ และนักกีฬาทุกท่านผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิด โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้. การแข่งขันกีฬาวันนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว บรรฤวัตถุประสงค์ทุกประการแพ้ ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้พวกเราตระหนักว่า การมาแข่งขันกีฬากันในครั้งนี้ จุดมุ่งหมาย สูงสุดไม่ได้อยู่ ที่ได้ชัยชนะ แต่สิ่งที่เราจะได้จากการแข่งขันกีฬา คือเราได้แสดงออกซึ่ง

ความสามารถ ความสามัคคี ความอดทน เสียสละ การเล่นอย่างมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ความสนุกสนานและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะ ให้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาทุกครั้งขอให้ทุกท่าน ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และปลูกฝังให้มีขึ้น ในจิตใจของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยและขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา และผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดการโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ บัดนี้”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กีฬา ต้านยาเสพติด ประจำปี 2567 นายวัฒนา ช่างเหลา อบจ.ขอนแก่น ประธาน ส่งเสริมสุขภาพปลูกจิต รัก สามัคคี ในท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานโครงการการแข่งขันกีฬาเยาวชน ประชาชน ต้านยาเสพติดประจำปี 2567

และประธานได้พบปะคณะที่คอยต้อนรับซึ่งประกอบด้วยนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะแม่บ้านและนักกีฬา ประธานได้มอบของที่ระลึกให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

เจ้าของโครงการเพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวรายงานรายละเอียดและวัตถุประสงค์ การกีฬาทำให้เยาวชน ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

ปลูกจิตสำนึกให้เกินความรักความสามัคคีในหมู่คณะการแข่งขันแบ่งออกเป็น5ประเภทได้แก่ฟุตบอลชาย ตะกร้อชาย วอลเลย์หญิง-ชายและเปตองทีมผสมหญิง-ชาย การแข่งขันระหว่าง 8-9 ธันวาคม 2567 ณ.สนามโรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สอท. ร่วมกับ กสทช. จับคอลเซ็นเตอร์จีนเทาตลอบฝังตัวเช่ารีสอร์ทหรูเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล  รักษาการ เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ  รักษาราชการแทน ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ เจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย หลังตำรวจร่วมมือกับ กสทช. ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานเข้ามายังประเทศไทยเพื่อใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและเสถียรกว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโทรหลอกลวงเหยื่อคนไทย

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดการให้บริการไปในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แต่กลับมีการให้เช่ารีสอร์ททั้งรีสอร์ท  โดยไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก และมีคนต่างชาติเข้าออกสถานที่ดังกล่าวอย่างผิดสังเกต ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก อาจมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้น ผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุม ซิม เสาสัญญาณ, สถานีโทรคมนาคม และสายเคเบิลข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือ เป็นความผิดฐานรบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม อันเป็นความผิด ตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. 4 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้สืบสวนการกระผิดในพื้นที่ จนกระทั่งพบรีสอร์ทเป้าหมายใน ต.บ้านปง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งเคยปิดให้บริการช่วงโควิด ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก แต่มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้น โดยพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนแอบลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตของร้านกาแฟข้างๆ ปิดบังการใช้สัญญาณของคอลเซ็นเตอร์  เชื่อมโยงกับแก็งค์ที่อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยพบคนต่างชาติ สัญชาติจีน 9 คน ตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นจำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี โดยจะได้ขยายผลถึงผู้บงการเพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไปทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่แห่งใด มีความผิดปกติ เช่นเคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้อินเทอร์เน็ตมากผิดปกติ  สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 หรือ  กสทช. 1200  ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทยต่อไป
 ..#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธา ผังเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือระยะ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมสิรินธารา2 โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ กรมโยธานิการ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการเปิดการประชุม มีนายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวปิยวรรณ ทะแพงพันธ์ ขนส่งจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์รูปแบบโครงการรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 (พื้นที่ศึกษาจังหวัดบึงกาฬ) โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการ นายสุเทพ เวชสาร สถาปนิกผังเมือง และ นางสาวจุฑาทิพย์ ปทุมมาส นักผังเมือง กล่าวให้ข้อมูลรับข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมของโครงการ

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ขอให้ผู้แทนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้ช่วยระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีระบบบริการขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานเหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ในภาพรวมอื่นๆ สามารถสนับสนุนการพัฒนาทางธุรกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรมหาชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉืยงเหนือตอนอนบน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ
นายพิสิษฐ์ ชีวะพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ มีที่ตั้งโดดเด่นในการเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อประตูสู่อาเซียน

ไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพและการผจญภัยที่งคงาม สามารถเดินสะดวกสบาย โดยทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวจากเหตุผลข้างต้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเจียงเหนือตอนบน 1 และใด้รับการจัดสรรรบประมาณ เพื่อว่าจ้างผู้ให้บริการทำงทำงานศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียต

โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมขนให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป ซึ่งในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง ที่ปรึกษาโครงการได้รับไปพิจารณาออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จะนำเสนอในที่ประชุมในรอบถัดไป ทางด้านนายบุญธรรม ลวิราช กำนันตำบลนาแสง กล่าวว่า เดิมทีบ้านนาคำแคน หมู่ 3 และบ้านนาคำแคนพัฒนา หมู่ 6 เป็นชุมชนเดียวกัน ตอนนี้ชุมชนหนาแน่น และประชากรมากขึ้น การนำเสนอและออกแบบโครงการนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างจะพอใจ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือซุ้มประตูหน้าโรงเรียนภูทอกวิทยา ส่วนถนนที่จะปรับปรุงอยากให้เพิ่มท่อระบายน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับชุมชนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับการพื้นที่ดำเนินการโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมต่อการรองรับการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนัก และมีจิตสำนึกด้านชาติพันธ์ และถิ่นกำหนด

ระยะกลาง 2 ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงด้านเหนือมีขอบเขตติดฝั่ง สปป.ลาว ทิศใต้ติดกับชุมชนบ้านสะง้อ ชุมชนบ้านหอคำเหนือ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรม และการใช้งานของคนในชุมชน เป็นที่ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และระยะกลาง 3 โครงการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดินเท้าเมืองบึงกาฬ เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ให้เป็นเมืองน่าเดิน ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณชุมชน ได้แก่ ชุมชนวิศิษฐ์ ชุมชนบึงกาฬเหนือ ชุมชนบึงกาฬกลาง ชุมชนบึงกาฬใต้ ชุมชนศรีโสภณ และชุมชนบึงสวรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้ถนน หรือ ทางเท้าสัญจร มีความปลอดภัย มีทัศนียภาพที่งดงาม ไร้สิ่งกีดขวาง หรือบดบังภูมิทัศน์ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ชลบุรี 2025แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายกเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 นายจิราธิวัฒน์ ศุภรัตนเสรี ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 นำกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการเมืองพัทยา ในโอกาสที่กองประกวดมาเก็บตัว

ด้วยกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 ได้เล็งเห็นความถึงสำคัญของการจัดการประกวดที่จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ของจังหวัดชลบุรี เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกระแสนิยมของการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี จากการจัดกิจกรรมการประกวดมิสแกรนต์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา และชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเมืองพัทยาและบางแสน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี

ด้วยเหตุผลนี้จึงจัดกิจกรรมเก็บตัวขึ้นที่เมืองพัทยาและการประกวดที่บางแสน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้ทราบโดยทั่วกันว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส่วนราชการเมืองพัทยาและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีทรงเปิดงาน โครงการหลวง 2567 ” ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Royal Project Interbational Conference: From Alternative Development to Sustainable Development Goals และ

งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี โครงการหลวง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พร้อมด้วย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพสกนิกร เข้าร่วมรับเสด็จ ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่…

บริษัทออแกไนซ์จัดงาน ขายพื้นแพงๆ เดือดร้อนผู้เช่า งานกาชาด จ.เชียงราย 25 มค. ถึง 5 กพ. 2568

.ที่นี่เชียงรายกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่จังหวัดเชียงรายบริษัทออแกไนซ์จัดงานโดยมีการใช้พื้นที่ส่วนรวมจัดล็อคขายของเกินความเป็นจริงทำให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เชียงรายที่ทำการประกอบการค้าขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและที่ผ่านมาต้องประสบภัยน้ำท่วมทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสโดยหวังว่าจะได้โอกาสจัดงานประเพณีประจำปีเป็นช่องทางหารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ขายของ

ได้สืบเนื่องจากผู้ประกอบการนอกพื้นที่มาดำเนินการและผูกขาดในงานแต่ละครั้งที่ผ่านมาและมีการแบ่งพื้นที่ขายของในราคาสูงเกินความเป็นจริงสร้างความเดือดร้อนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวเชียงรายยากจนและทุนน้อยในพื้นที่ถูกปิดกั้นโดยปริยายตัวอย่างเช่นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างถิ่นได้ใช้พื้นที่ในส่วนของสนามฝึกรดตั้งเวทีคอนเสิร์ตจำหน่ายเหล้าเบียร์ใช้พื้นที่ถนนและลานออกกำลังกายบริเวณเดียวกันที่ผู้รับเหมาส่งมอบพื้นที่ให้กับเทศบาลนครเชียงรายเป็นสมบัติส่วนรวมทุกคนมาจับล็อคขายของ

ในราคาเมตรละ 4-5,000 บาทนอกจากนี้ได้ซอยแบ่งให้กับผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่งนำไปจัดเพราะในราคาสูงทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายบางรายต้องทนกับการเช่าล็อคแบบจำใจไม่มีทางเลือกอื่นมีประการหนึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตผู้เช่าพื้นที่ราชการไปนั้นไม่มีหน่วยงานใดออกมาชี้แจงเงินรายได้โดยเฉพาะเทศบาลนครเชียงรายแต่ละปีที่ผ่านมาโดยมีการชี้แจงบ้านเงินค่าเช่าเหมางานได้ตกอยู่

ในหน่วยงานใดและได้ขออนุญาตจัดงานจากหน่วยงานใดใครเป็นผู้รับผิดชอบรวม ถึงจอดรถหน่วยงานใดรับผิดชอบอันหนึ่งมีคนมีสี.เข้าไปเกี่ยวข้องอ้างตัวเป็นผู้รับเหมางานและอ้างตัวเป็นผู้รับผิดชอบมักอ้างคำว่านายไม่ทราบว่าเป็นผู้มีอำนาจใดๆดำเนินการใช้ระยะเวลานานผิดปกติเกินประเพณีทั่วไปในการจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินความเป็นจริงสืบเนื่องจากเพราะขายของแพงสินค้าก็ต้องแพงไปด้วยใช่หรือไม่ดังนั้นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาเป็นประเพณีที่ให้ความสุขแต่สร้างความทุกข์มากกว่าสร้างความสุขส่งผลกระทบต่อกระเป๋าของประชาชนทราบว่าเงินเหมางานมียอดสูงถึง 4 ล้านบาท

ก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่มือใครข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจสั่งการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าในขณะนี้มีผู้รับเหมาจากนอกพื้นที่เข้ามารับจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชงานกาชาดประจำปี 68 และมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568

มีการลงสื่อออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยโดยถือว่ามีการปิดกั้นคนจังหวัดเชียงรายและประชาชนในพื้นที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมากหรือว่าคนเชียงรายไม่ได้รับความเป็นธรรมกับเรื่องดังกล่าว..พร้อมด้วยผู้จัดงานหรือผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าจังหวัดเชียงราย…โดยมีนายประเสริฐจิตรพลีชีพรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นคนรับเรื่องดังกล่าว …และหาแนวทางแก้ไขต่อไปเท่าที่ทราบมาว่างานนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนบอกว่าไม่ได้มีการประมูลงานใดๆทั้งสิ้น.
..#สมจิตร แสงบัลลังก์
..ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับยาเชิงรุก ยึดยาบ้าเกือบ 25 ล้านเม็ด ไอซ์พุ่ง 1.19 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เปิดสถิติการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติดในรอบ 2 เดือน (1 ต.ค.- 30 พ.ย.67)

พบมีการจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดี 366 ราย ถือเป็นวาระเร่งด่วนของ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขับเคลื่อนทุกมิติอย่างจริงจังในด้านการปราบปราม ซึ่งมี นบ.ยส.24 เป็นหน่วยงานหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับมาตรการการปราบปราม มีผลการปฏิบัติงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 24,855,578 เม็ด โดยปริมาณการตรวจยึดยาบ้า เดือนตุลาคม 2567 จำนวน 8,015,037 เม็ด ในเดือนพฤศจิกายน 16,840,541 เม็ด (โดยมียอดการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม

จำนวน 8,825,504 เม็ด) ส่วนไอซ์ ตรวจยึดของกลางได้ 1,193.55 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการตรวจยึดไอซ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2567 จำนวน 648 กิโลกรัม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวน 545.548 กิโลกรัม (โดยมีการตรวจยึดไอซ์ลดลงจากเดือนตุลาคม จำนวน 102.452 กิโลกรัม)


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารราชการ ของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน นบ.ยส.24 จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดภาคอีสาน

เพื่อบูรณาการ การทำงานอย่างเป็นระบบ และสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ทราบถึงปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการ คือการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ลดความรุนแรงของอาชญากรรมทุกประเภท และสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนกองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มอบนโยบายหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด

แชร์เนื้อหานี้

(1 ธ.ค.67) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยนายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท (ด้านสำรวจและออกแบบ) ลงพื้นที่ประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานและแนวทางในการปฏิบัติงานของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในสังกัด ซึ่งประกอบด้วย ขทช.เชียงใหม่ ขทช.ลำพูน ขทช.ลำปาง และ ขทช.แม่ฮ่องสอน

โดยได้รับฟังการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และแผนดำเนินงานโครงการในอนาคต พร้อมมอบนโยบายให้แก่บุคลากรในเรื่องการบริหารงาน ความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง การรับมือช่วยเหลือประชาชนในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงได้กำชับในเรื่องการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ตลอดจนได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่อีกด้วย

จากนั้น อธิบดีฯ ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณโดยรอบสำนักงานฯ อาคารทดสอบวัสดุ ซึ่งการตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท (ผส.ทช.) นายธันว์ สินธวาลัย ผส.ทช.ที่ 8 รักษาราชการแทน ผส.ทช.ที่ 10 พร้อมวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ส่วน และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอใจแก้ไขเกิดอุทกภัยแม่สาย และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกพม่ายิงเรือประมง

แชร์เนื้อหานี้

ภารกิจนายกรัฐมนตรีที่แม่สาย นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พอใจการแก้ไขป้องกันการเกิดอุทกภัยที่แม่สาย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกยิงเรือประมง นายกรัฐมนตรียังย้ำกับสื่อมวลชนด้วยว่า สามีเป็นใต้จะละเลยไม่สนใจน้ำท่วมภาคใต้ได้อย่างไร

วันนี้(1ธค67) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามแผนการขุดลอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับเรือประมงไทย ว่า เท่าที่ได้รับรายงานล่าสุดบาดเจ็บ 2 เสียชีวิต 1 และถูกจับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานงานอยู่ โดยหลักการคือไทยไม่ส่งเสริมความรุนแรง ซึ่งประเด็นนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อธิบายเพิ่มเติมว่า

ทางทหารได้ทำการประท้วงไปแล้ว และได้ขอเรือของเราและคนไทยกลับมา ขณะที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า วันจันทร์นี้จะเชิญทูตเมียนมามาที่กระทรวงฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่แม่สายว่า วันนี้มีความคืบหน้ามากแล้ว มาครั้งก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้

กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกำลังดำเนินการ ที่แม่สายลำพังน้ำไม่เท่าไรปัญหาหนักคือมีดินโคลน ซึ่งตามแผนการป้องกันจะมีการป้องกัน จะเร่งดำเนินการ โดยปีหน้าป้องกันได้แน่ แต่ระยะยาวก็ต้องทำกันต่อเนื่อง ส่วนจะมีการเวนคืนบ้านเรือนราษฎรหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่กำลังสำรวจเพื่อให้ชัดเจนและจะต้องดูเป็นรายๆไป

ส่วนดราม่าเรื่องการละเลยน้ำท่วมภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า สามีตนเป็นชาวใต้จะละเลยคนใต้ได้อย่างไร ตั้งแต่วันเกิดเรื่องมีรองนายกลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ นั้น รัฐบาลจะนำเอาประสบการณ์จากการช่วยเหลือประชาชนในภาคเหนือไปปรับใช้กับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ด้วย และถ้าพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมตนจะลงไปติดตามการช่วยเหลือประชาชนและการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันอุทกภัยที่แม่สายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า ได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติจำนวน 4 จุด กำหนดให้อยู่ในฝั่งเมียนมา 3 จุดคือ บ้านใจคาดา บ้านดอยต่อคำและสะพานบ้านสบสาย ส่วนฝั่งไทยมี 1 จุดคือตรงสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อให้สามารถเตือนภัยได้

ส่วนการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก และทำพนังกั้นน้ำ ขณะนี้ตัวแทนทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาทำการสำรวจหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือน พ.ค.2568 หรือก่อนฤดูฝนปี 2568 ทั้งนี้จะมีการขุดลอกแม่น้ำสายเป็นะระยทาง 14.45 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 15 กิโลเมตร ส่วนแม่น้ำรวกมีการขุดลอก 30.89 กิโลเมตร

จากระยะทางทั้งหมด 44 กิโลเมตร จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำหลากและโคลนริมแม่น้ำสายระยะทาง 3.96 กิโลเมตรอีกด้วย ซึ่งต้องมีการเวนคืนที่ดินตลอดแนวทำพนังด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ระบบทั้งหมดมีการทดสอบช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวบูรณาการ บรรจุกระสอบทราย พร้อมมอบถุงยังชีพ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 -ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ มอบน้ำดื่ม ผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุกระสอบทรายพร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ตามข้อสั่งการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.ภพพล จักกะพาก ผบก.ทท.3 มอบหมายให้ กก.3 บก.ทท.3 และ ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 นราธิวาส ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุน แจกจ่าย อาหาร และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.กฤษณัฐ มนัส ผกก.3 บก.ทท.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ อนุสามัญสกุล รอง ผกก.3 บก.ทท.3 , พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ สงคง สว.ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจเขตตรวจที่ 1 สุไหงโก – ลก ได้ดำเนินลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส

โดยได้เดินทางมาพบ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก – ลก เพื่อร่วมบูรณาการในการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทภัยน้ำท่วม พร้อมกับร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอาสาฯสมัครฝ่ายปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลสุไหงโก – ลก อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว

โดยร่วมบรรจุกระสอบทราย มอบถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อีกทั้งได้ดำเนินการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังตามโรงแรมต่างๆมาไว้บนที่สูง ในพื้นที่ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส

ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกับ ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ
มอบน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 ได้มอบหมายให้ ชุด ชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 พร้อมด้วยชุดไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส ส่งมอบกำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเดินลุยน้ำลงพื้นที่บ้านยาบี ม.1 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบน้ำดื่ม เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ในส่วนของสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และคอยสอดส่องดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอระแงะกำลังสมทบเข้าสู่อำเภอเมืองนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังสมทบเข้ามาพร้อมกับมรสุมที่กำลังเข้าสู่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เอง
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 นักท่องเที่ยวไทยเทศทะลัก

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 29 พ.ย.67 ที่ปะรำพิธีชายหาดพัทยากลาง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่เมืองพัทยาคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาได้รับดารตอบรับอย่างดีจนได้หลายรางวัลระดับนานาชาติ เมืองพัทยามุ่งมั่นตั้งใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพครบถ้วนทุกมิติ และงานเทศกาลพลุก็ถือเป็นความภูมิใจที่ประสบความสำเร็จมาทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับในคืนแรกของงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เป็นการแสดงพลุจากประเทศเซอร์เบียร์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินมาสร้างสีสันความคึกคัก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองฯ PM2.5 ภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 13.30 น. นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วย คณะผู้อำนวยการส่วน ได้เข้าร่วมประชุม รับมอบนโยบาย เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะ และมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า

และพันธุ์พืช ผู้บริหารระดับสูงสังกัด ทส. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหาร ภาคปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ กล่าวรายงานและหารือ เพื่อบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ และมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เจ้าหน้าที่และราษฎร กองกำลังผสมฯ ในลำดับถัดมา…

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ต้อนรับ คณะผู้จัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พ.ย.67 ที่บ้านหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานนะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ พร้อม นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก

นางสาวปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล (คุณปลาคราฟ) อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 และผู้เข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 12 สาวงาม

โดยทางคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้มอบโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และ

เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัคร ผญบ. ร้อง ‘รักษ์มุกดาหาร’ พบพิรุธเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวนส่อเค้าไม่สุจริต

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน​ 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่อาจเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมจากนายญาณวุฒิ ผากา ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และคณะ สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในกรณีเกษียณอายุ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ศาลาวัดป่าอรัญญวาสี บ้านคำอาฮวน แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ปรากฏว่ามีพฤติกรรมหน้าเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งใช้เอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ 11 แต่แสดงตนว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ที่ 15 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

จึงอยากให้อำเภอเมืองมุกดาหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ คือ กรณีนายพลร่ม พันทะ บ้านเลขที่ 9 หมู่ 15 เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007031-0 ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายพลร่ม พันธะ เป็นบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์ เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007036-1 จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่มีทะเบียนบ้านอยู่ทั้ง 2 หมู่บ้าน

ดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของบ้านทั้ง 2 หลัง ว่าเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหารออกให้โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้ชะลอการประกาศผลรับรองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ออกไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

อนึ่ง ผลการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ปรากฏว่า หมายเลข 2 นางสาววันวิสาข์ วงศ์ศรีทา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวน ได้คะแนน 194 คะแนน หมายเลข 1 นายญาณวุฒิ ผากา ได้คะแนน 190 คะแนน หมายเลข 3 นายโยธิน กันพิพิช ได้คะแนน 18 คะแนน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SME D Bank จัดอบรมสัมมนา“TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมบีเคเพลส อ.เมือง จ.บึงกาฬ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมมือ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ สมาพันธ์ SMEsจังหวัดบึงกาฬ วิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)บึงกาฬ และ YEC จัดอบรมสัมมนา “TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ โดยมี นายชาญวุฒิ ศรีเครือ คลังจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธีเปิด

พร้อมด้วย นางสาวสิรีรัตน์ วิเชียรแก้ว สรรพากรพื้นที่บึงกาฬ นายวัชระ ศรีคัฒนพรหม รองผอ.ผู้จัดการเขตเขต 9 SMEBank นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการ ธพว.บึงกาฬ นางชลธร มณีขัติย์ ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บึงกาฬ นายเอกชัย สิงห์บัณฑิต ผจก.ธนาคารกรุงเทพ บึงกาฬ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดบึงกาฬ นางกางวาร ทุ่งคำ ผจก.ธกส.บึงกาฬ ว่าที่ ร.ต.คมกฤษย์ เจนใจ ผจก.สนง.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)บึงกาฬ นายอัมพร พรมเริงศักดิ์ ประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย จ.บึงกาฬ ผู้ประกอบการ นักศึกษา นักเรียน และผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น ภายใต้งาน “TikTok Shop สร้าง Content ยังไงให้ยอดขายทะลุเป้า” ให้กับผู้สนใจในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีโอกาสเติมเต็มความรู้การทำตลาดออนไลน์ TikTok มีอาจารย์สาทร อ่อนคำ ท่านเป็น TikTok Experts 2024 ของ TikTok Thailand ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาแนะนำเทคนิคต่างๆ ในวันนี้ อาทิหลักการตลาดสำหรับโลกออนไลน์และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์บน TikTok รูปแบบของ Content วิดีโอสั้นสำหรับนธุรกิจ ธุรกิจ Affiliate การขายสินค้าแบบนายหน้า การหารายได้บน Tiktok Shop การผลิต Content วิดีโอสั้น การขายสินค้าของตัวเองให้เร็วและได้ผล เป็นต้น

ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นยอดขาย สร้างรายได้ รวมถึงเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank สาขาบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ นำไปใช้กับเครื่องมือทางการตลาดของ TikTok และสร้างคอนเทนต์ให้สินค้าของตัวเองเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจของผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ ได้เติบโตและปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเชื่อมั่นว่าการนำเสนอต้นทุนทางการเงินและความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจนั้นเป็นโอกาสสำคัญแก่ผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาธุรกิจแบบดั้งเดิมให้ก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงและความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ งาน.AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น

แชร์เนื้อหานี้

ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น ได้แก่ เรมุ ซูสุโมริ, ไซกะ คาวา
คิตะ, มายูกิ อิโตะ, มะนะ ซากุระ, ริริ นานะซีโมริ, มินาโมะ, เรน โกโจ, อายากะ
ยามางิชิ, ยูมิ ยาซึงาเกะ, ฮิบิกิ โอซีกิ, คาเรน ยุซริฮะ, มิซีริ นากาฮามะ, คานะ โมริ
ซาวะ, เรอิ คามิกิ เดินทางมาพบปะกับ แฟน ๆ ในไทย เป็นเวลา 2 วัน

23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ MIRACLE GRAND CONVENTION HOTEL โดยมีแฟนคลับทั้งไทย และ จากนานาชาติ เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมดี ๆ มากมาย เริ่มงานทั้ง 2 วัน ด้วยการเดินพรมแดงของ น้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่ให้เหล่าแฟนๆ ได้เจอ กับน้อง ๆ ถ่ายรูปถ่ายคลิป น้อง ๆ จะมา แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จัก จากนั้นจะเป็น

ช่วงเวลาของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น 1 on 1 Photo Time ที่ได้ถ่ายรูปคู่กับน้องๆ
,COSPLAY SHOW มี 3 ธีม ห้องเรียน, เมดคาเฟ่ และเรือนจำ ซึ่งทั้ง 15 สาว
จะเวียนกันเป็นรอบ ๆ ออกมาในชุดคอสเพลย์ ให้แฟน ๆ ได้ถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอกัน อย่างเต็มที่, Love Trip Limited Edition Blind Box

กลุ่มสุ่มรุ่น Love Trip ซึ่งจะได้ ลุ้นว่า จะได้รับการสารภาพรักจากน้อง ๆ
หรือ เดทกับน้อง ๆ แบบความสุข 2 เท่า และยังมีกิจกรรมพูดคุยบนเวที นำมาโดย
“เทพบุตรนิ้วทองคำ” คาโตะ ทากะ ตำนานดาราเอวีชายชื่อดังที่ปัจจุบันอายุ 65 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงและหล่อมาก รวม ทั้งมีน้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่วนเวียนกันขึ้นมา
พบปะแฟนพูดคุยกับแฟนๆ ในช่วง Happy Talking Time

นอกจากนั้น ยังมีสินค้าแรร์ไอเทมสุด พรีเมียม! จากซูเปอร์สตาร์สุดฮอต ที่มี
จำหน่ายภายในงาน AEE 2024 เท่านั้น ไม่ ว่าจะเป็น แก้วน้ำสุด Exclusive สกรีนลาย สาวสุดฮอต, หมอนอิงสุดนุ่มสกรีนลายสาว สุดฮอต, พวงกุญแจอะคริลิก, สติกเกอร์แม่ เหล็ก, สแตนดี้อะคริลิก, เสื้อสกรีนลาย สาว ๆ และโปสเตอร์สาว ๆ ทั้ง 15 คน

การจัดงาน AACF ครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อ ให้แฟน ๆ ได้พบปะกับดาราเอวีที่ตัวเองชื่น ชอบ อารมณ์ไม่แตกต่างกับงาน Meet and Greet ที่จัดขึ้นภายในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาร่วมงานครั้งนี้เกินกว่า 60% ซึ่งสร้างความสุขให้กับแฟน ๆ ที่ ได้มาหาดาราที่ตัวเองติดตามผลงาน ส่วน ตัวของศิลปินเอง ก็ได้รับพลังแรง
สนับสนุนจากคนที่เชียร์เธออยู่ ทำให้งาน อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

ถือเป็นอีกหนึ่ง Event Soft Power ที่สร้างรายได้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย กับกิจกรรมหลากหลายมากมาย ที่ถ่ายทอดออกมา เป็นกิจกรรมสนุกสนาน ไม่ออกไปในทางที่เสื่อมเสียเลยแม้แต่น้อย หวังว่าคงจะมี จัดกิจกรรมแบบนี้ในปีต่อๆไปอื่นนะครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยวันลอยกระทงเขื่อนสียัดพัฒนา จัดโดย.อบต.ท่าตะเกียบ/และศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

15 พฤศจิกายน 2567 ประธานเปิดงานการแข่งขันนายบุญมี บัวรุ่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบและนายสมศักดิ์ พรมภิบาล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบน้าแดงให้เกียรติคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยในศึกนี้ และชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจาก

นายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ และชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงาม ศิลปะมวยไทยยอดเยี่ยม จากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี และชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จาก ท่านศิริพงษ์ รัศมี (อดีตสส. เขตหนองจอก ) ประกบคู่มวย

โดย ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา ผู้ใหญ่เเพง ศรีมณี ฟรีซ์ ระยองเอ๋ โชคปรีชา โขง ฉลามชัย ครูเจี๊ยบ ศึกนี้ชมฟรีตลอดงาน ณ.เวทีมวยชั่วคราว เขื่อนสียัดพัฒนา ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เอ.คนข่าวรายงาน

ศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด ประธานกล่าวเปิดงานการแข่งขัน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ดร.พีระพงษ์ ไพรินทร์ และให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่ สนับสนุนโดย รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
คุณ นัทธี สุวรรณมาโจ คุณชัยพยัพ หอมกลิ่น PTT สงวนสิน
คุณสมจิตร แว่นแก้ว คุณกฤษ คุ้มพรรค์

นายกโก๊ะ ท่าทราย บูม เด็กเซียน คุณชัยยนต์ สมภูงา เสี่ยโห บางพลี แดง เขาทราย แซม บางบัวทอง ดร.ศรายุทธ แสนมี เสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เสี่ยชาย ทุ่งสง รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยศึกครั้งนี้ ณ.สนามมวยชั่วคราวข้างวัดเขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าไหม จ.จันทบุรี


เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าไทยมอบ “ผู้ว่าสำเภาทอง” กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ถูกแช่แข็งนานนับ 6 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567​ ขอแสดงความยินดี​ กับท่านผู้ว่าวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัมุกดาหาร ในโอกาสรับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง ประจำปี 2567จากหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย.เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แด่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับรางวัลฯ

โดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรางวัลสำเภาทองครั้งนี้ด้วย พิธีจัดขึ้น ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 “สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ณ.ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.กานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะกรรมการเดินทางไปร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 567 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารที่ได้รับ

“ผู้ว่าสำเภาทอง” จากการคัดเลือกสุดยอดผู้บริหารระดับจังหวัดของหอการค้าไทยประจำปี 2567 รางวัล “สำเภาทอง” ของหอการค้าไทยสื่อถึงความมุ่งเน้นในการพัฒนาจังหวัด เพื่อสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนมีอยู่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ทั้งการพัฒนาบ้านเมืองให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพื้นฐานของพื้นที่อีกทางหนึ่ง

รางวัล “สำเภาทอง” นับเป็นรางวัลที่หอการค้าไทย ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้มีผลการดําเนินงานที่ส่งเสริมภาคเอกชน ด้านการค้า การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ โดยผ่านหอการค้าจังหวัดสู่หอการค้าไทย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ เริ่มโดยนายภมร เชาว์ศิริกุล อดีตประธานหอการค้า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) ส่งต่อมายังนายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน จนบรรลุได้รับรางวัลดังกล่าว

ผลงานที่เกิดขึ้นจากการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ค้าเติ่งถูกแช่แข็งมาหลายผู้ว่านานร่วม 5 – 6 ปี เมื่อนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาถึงก็ศึกษาพร้อมเข้าร่วมโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนทันที ส่งผลให้งบที่ถูกตัดไปหลายปี กลับคืนและมีการพัฒนาต่อยอดแม้ภายหลังงบจะถูกตัดไปอีกครั้ง

แต่ก็ยังสามารถขอกลับคืนเพื่อพัฒนาตลาดอินโดจีน เป็นครั้งที่ 3 ในปี 67 – 68 จังหวัดมุกดาหารได้รับงบประมาณการพัฒนาตลาดอินโดจีนเข้ามาอีก 57 ล้านบาท ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนการก่อสร้างพัฒนาต่อ แม้จะมีเหตุจากข้อขัดข้องแต่จังหวัดมุกดาหารก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดอินโดจีนให้สำเร็จลงโดยเร็ว คาดว่าโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนจะสำเร็จในห้วง นายวรญาณ บุญณราช ดำรงตำแหน่งอยู่ที่มุกดาหารก่อนจะย้ายไปอย่างแน่นอน

ประชาชนชาวมุกดาหารจึงหวังว่า การพัฒนาตลาดอินโดจีนรอบที่ 3 นี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คนมุกดาหารจะได้เกิดความภาคภูมิใจความรุดหน้าการพัฒนาตลาดอินโดจีน เพื่อเศรษฐกิจในพื้นที่จะได้ฟื้นตัวกลับมาดังเดิม อย่างไรเสียการเรียกร้องให้มีการพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นในหลายผู้ว่าราชการจังหวัดกระทั้งนายวรญาณ บุญณราช ผวจ.คนล่าสุดได้เข้ามาดำเนินการส่งผลให้การพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เต็มเปี่ยม มิใช่ปล่อยตลาดอินโดจีนถูกแช่แข็งทิ้งไว้นานกว่า 6 ปี ทำจังหวัดมุกดาหารเสียหายหนัก

การจัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นแก่จังหวัดมุกดาหารและคนในท้องถิ่น ทุกภาคส่วนมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ทั้งการปลุกเศกพระโดยรวมยอดเกจิดังแห่งยุค ณ วัดภูมโนภิรมย์ จังหวัดมุกดาหาร หลายครั้งหลายครานับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสายบุญ สายธรรมะ ที่จะมีบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาเกจิอาจารย์ดังมาร่วมจำนวนมากนับพันนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเหมาะสมที่ “ผู้ว่าสำเภาทอง” จะอยู่ในมือของนักพัฒนา ดังเช่น นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ท่านนี้ และจากผลงานการพัฒนาที่เฉียบพลันทันที จะส่งผลให้ผู้ว่า “สำเภาทอง” คนใหม่ของมุกดาหารก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การงานต่อไป​ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงการต่างประเทศ กรมอาเซียน ส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม บึงกาฬ / ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน เป็นประธานในพิธี นางสาวลลนา จิตต์ศรัทธานันท์ เลขานุการกรมอาเซียน ร่วมส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 ให้กับโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งห้องสมุด จะเป็นแหล่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับรู้เกี่ยวกับอาเซียน อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คณาจารย์

ชาวชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวีระพล ทองน้อย ปลัดอำเภอบึงโขงหลง นายเดชา แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม นายรวิภาส วันตา ผอ.โรงเรียนบ้านบัวโคก นายสุวัฒน์ อินทวงศ์ ผอ.โรงเรียนโสกก่ามวิทยา นายจักรพงษ์ แสนทวีสุข รองผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคุณครู นักเรียน ประชาชน ร่วมในพิธี สำหรับห้องสมุดอาเซียนมีอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ หนังสือ นิทรรศการประชาคมอาเซียน สื่อการเรียนการสอน จอภาพสำหรับใช้ในการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ ทั้งนี้ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบันได้ส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่างๆแล้ว จำนวน 71 แห่ง

ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน สำหรับเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่เด็กและเยาวชนคณาจารย์และชุมชนในพื้นที่ สำหรับปี 2567 กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างห้องสมุดอาเซียนให้โรงเรียนอีก 3 แห่ง รวม74 แห่ง ใน 74 จังหวัด โดยตั้งเป้าให้มีห้องสมุดอาเซียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน 1,197 คน และเป็นโรงเรียนแห่งที่ 72 ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียน ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
วันที่ 24 พ.ย. เวลา 07.00 น.ที่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนาง ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวรพันธุ์ ชำนิยัน ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ,นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ , นายราชันย์ วนาพรหม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงตามประเพณี ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567

จากนั้นได้มีขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ และเชิญองค์จำลองเจ้าแม่สองนาง ปู่ผ้าขาว เจ้าพ่อคำแดง จากบริเวณศาลฯ หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ และพานบายศรีสู่ขวัญ และนางรำ แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ หลังจากนั้นพ่อพราหมณ์ ได้เริ่มพิธีสวดบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่สองนาง และการรำบวงสรวงของพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ โดยภายในงาน มีโรงทาน ให้บริการอาหารเครื่องดื่มมากกว่า 100 โรงทาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นายจำรัส ติดมา นายกสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองบึงกาฬ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของคนทั่วไป เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง คุ้มครองปกปักรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ ชาวอำเภอบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันไหว้สักการะ ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีที่ 18 โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเครื่องไหว้สักการะเพื่อบวงสรวงตามความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่น ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมวันไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง แสดงออกถึงความรักความสามัคคีในชุมชน และสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของจารีตประเพณีท้องถิ่น และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ประชาชนรักท้องถิ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และที่สำคัญชุมชนได้ทำกิจกรรมต่างๆ

ร่วมกันนั่นเองศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบึงกาฬ มีความสำคัญมาช้านาน ผู้คนที่ผ่านไป-มา ได้กราบไหว้บูชา ขอพร ให้เจริญรุ่งเรือง รวมถึงพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีความเคารพบูชา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางในปีนี้ ทุกท่านได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่

จะร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ขอบารมีขององค์เจ้าแม่สองนาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีโรงทานให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนที่มาร่วมในงาน ได้อิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้า ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก เกิดความสามัคคี ที่ได้ร่วมสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬร่วมกันนั่นเอง.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่านประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบรักสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายภูรินท์ สูงสว่าง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กล่าวรายงานต่อนางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2567 สหกรณ์การเกษตร เมืองน่าน จำกัดโดยมีประธานกลุ่มผู้แทนสมาชิก เจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดน่าน ผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์ ภาคีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นเกียรติจำนวนมาก สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อบริการสมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไป

ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 54 ปี ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา มีทุนเรือนหุ้น จำนวน100,410,420.00 บาท (หนึ่งร้อยล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 329,021,559.61 บาท (สามร้อยยี่สิบเก้าล้านสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบเก้าบาท หกสิบเอ็ดสตางค์)

นอกจากนั้น ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ให้กับสมาชิก ซึ่งถือว่าสหกรณ์ สามารถเป็นตลาดรองรับการจำหน่ายให้แก่สมาชิกและเกษตรกรใน จังหวัดน่านได้ อันจะเห็นได้ว่า ระบบสหกรณ์เป็นสถาบันที่สามารถช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ได้อย่างเป็นระบบ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ในวันนี้ สหกรณ์

ได้จัดประชุมโดยใช้ระบบผู้แทน สมาชิกสหกรณ์ทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดจำนวน 5,119 คน กระจายตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน