คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / รถบรรทุกโคขุนดึงเวลาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงนาน3ชั่วโมงอ้างเอกสารกำลังเดินทางพร้อมติดเบอร์หูโคขุนโชว์หน้าด่านกักสัตว์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา16.00น.วันที่17พ.ค.68เจ้าหน้าที่ชุดความมั่นคงนำโดย ฉ.ก.จงอางศึก เจ้าหน้าที่สำนักการข่าว กอ.รมน.ลงพื้นที่ตรวจสอบรถบรรทุก20ล้อสีฟ้า ทะเบียน 70-8683 เพชรบุรี บรรทุกโคเพศผู้มาจำนวน47ตัว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียนกรณีมีการเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ ไม่มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์การจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 บริเวณริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องหน้า ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ จากการเข้าตรวจสอบพบรถบรรทุกคันดังกล่าวไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ขณะเข้าด่านตรวจ โดยคนขับรถบรรทุกได้เเจ้งกับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบว่า เอกสารกำลังเดินทางมาโดยเจ้าหน้าที่ได้รอเอกสารนานเป็นเวลาเกือบ3ชม.ต่อได้ มีชายฉกรรจ์แต่งกายคล้าย นักธุรกิจ อ้างว่าเป็นกำนัน รายหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดประจวบฯมีพักพวกเป็นนายทหาร ยศ ร.อ.จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นเป็นที่ตั้งข้อสังเกตุได้ว่าอาจมีการแก้ไขเอกสารหลายจุดเพื่อให้พ้นการจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งเอกสารประกอบไปด้ว        1. ใบอนุญาตให้หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ เข้า ออก ผ่าน หรือ ภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ร.5
        2.หนังสือมอบอำนาจ จากบริษัท เคเคโอเวอร์ซี เทรดดิ้นแอนด์ลอเฟิร์ม จำกัด
       3.เบอร์ติดหู โค แบบพลาสติกสีเหลือง จำนวนมาก
       ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมคลิปVDOไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำเข้าในที่ประชุมต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สาธารณสุข ผนึก ทหาร – ตำรวจ บูรณาการร่วมกันพร้อมองค์กรต่างๆ ยกระดับโคราช ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช

แชร์เนื้อหานี้

รองนายแพทย์สาธารณสุข ปลุกระดม ทหาร-ตำรวจ และองค์กรต่างๆในโคราชให้มาบูรณาการร่วมกันยกระดับโคราช “ทูบี นัมเบอร์ วัน โคราช” ของจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ เน้นไปที่การสร้างกิจกรรมทางการกีฬา การร้องเพลง ดนตรี เพื่อให้เยาวชนของนครราชสีมาห่างไกลจากยาเสพติด ตั้งงบปี 2568 กว่า 7 ล้านบาท

นายชวิศ เมธาบุตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า ตนในฐานะประธานการประชุมบูรณาการทุกหน่วยงานของจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมการจัดกิจกรรม “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” เพื่อต่อต้านยาเสพติดประจำปี 2568 โดยมีทุกภาคส่วนของจังหวัด อาทิ ตำรวจ ทหาร สาธารณสุขทุกอำเภอ โรงเรียน โรงพยาบาล เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาประชุมเพื่อแนวทางในการจัดกิจกรรมส่งเสริมโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน ของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปีนี้ได้รับงบประมาณจากจังหวัดประมาณ 7 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมปี 2568 นี้ โดยเน้นกิจกรรมไปที่เด็ก และเยาวชน เพื่อต่อต้านยาเสพติด อาทิ กิจกรรมการออกกำลังกาย กิจกรรมทางดนตรี กิจกรรมเน็ตไอดอล เพื่อให้เด็กมีผลงานเข้ามาประกวดและแข่งขัน และต่อยอดในกิจกรรมนั้นๆและยังเป็นการเพิ่มจำนวนเด็กและเยาวชนให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการเซ็ทติ้งสถานศึกษา เรือนจำและสถานประกอบอื่นๆอีกด้วย และปีนี้เราได้ทางตำรวจและกองทัพภาคที่ 2 หน่วยงานราชการเข้ามาร่วมเซ็ทติ้งกับเราในปีนี้ด้วย

รองนายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมากล่าวต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรเด็กและเยาวชนจะมีความเข้มแข็งต่อตนเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า น้ำกระท่อม ต้องได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว ต้องหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้น ต้องมีความฝันให้เด็กๆ มีความฝันที่อยากจะเป็นนักกีฬา นักดนตรี หรือเน็ตไอดอลเขาจะได้ห่างไกลจากยาเสพติด โครงการ “ทูบี นัมเบอร์ วัน ” ก็จะมุ่งเน้นจุดเริ่มต้นของเด็กๆหากิจกรรมให้เขาเหล่านั้นได้ร่วมและขยายวงไปยังเครือข่ายต่างๆ ของน้องๆ และเยาวชนให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานประกอบการต่างๆ ก็จะเชื่อได้ว่าเด็กจะหวนคืนสู่สังคมได้อย่างแน่นอน
ทางด้าน พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

กล่าวว่า เข้าร่วมสนับสนุนเพื่อของ ทูบี นัมเบอร์วัน เน็ตไอดอล ตามพื้นที่อำเภอต่างๆ พร้อมทั้งกวดล้านขบวนการผู้ค้ายาเสพติดและขบวนการ พร้อมทั้งดูแลผู้เสพเพื่อให้เขากลับคืนสู่สังคม กิจกรรม ทูบี นัมเบอร์วัน เป็นกิจกรรมที่ดี ทางตำรวจพร้อมให้การสนับสนุนทุกๆกิจกรรม เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
ด้านพันเอกจีราชัย มุสิกะพุกก์ รองเสนาธิการ มณฑลทหารบกที 21 ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนมองว่าอนาคตของประเทศชาติเริ่มต้นที่เด็กและเยาวชน เราสามารถทำให้เด็กๆห่างไกลจากยาเสพติดได้ ทางตนพร้อมให้การสนับสนุน กิจกรรมของเด็กและเยาวชนให้ดีต่อประเทศชาติต่อไปและโครงการที่ดีอย่าง “ทูบี นัมเบอร์ วัน” ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเยาวชนสามารถห่างไกลจากยาเสพติดได้ด้วย กิจกรรมต่างๆของโครงการนี้

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่า.กทม. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัย และผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ ตึกสตง. ถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

(13 พ.ค.68) ณ อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร เวลา 07.00 น. : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เขตจตุจักร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน โดยมีเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถระสมาคม

เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อรับบิณฑบาต

️จากนั้น เวลา 08:00 น. พระสงฆ์จำนวน 109 รูป ได้ทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต และในเวลา 09.45 น. ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจากทุกหน่วยงาน ร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้ประสบภัย

เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการไว้อาลัยให้ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้นล่าง อาคารจอดรถ ตึกสตง. เขตจตุจักร

️ในการนี้ นายมลเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.)

นางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่เขตจตุจักร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แก๊งค้าของเถื่อน ล้วงคองูเห่า ขนกระเทียมเถื่อน ปลายจมูก นรข.มุกดาหาร รวบ 4 คน / ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม นาวาโท รุ่งเรือง มาสุทธิ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.)ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี(กระเทียมแห้ง)

จากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาขึ้นฝั่งที่บริเวณใกล้กับเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ห่างจากสถานีเรือมุกดาหารประมาณ 1 กิโลเมตร

จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกซุ่มบริเวณพื้นที่ ที่ได้รับแจ้งดังกล่าว กระทั่งเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือต้องสงสัยจำนวน 1 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งประเทศไทย

จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปช่วยกันยกกระสอบกระเทียมแห้งขึ้นมาจากลำเรือและนำเข้าไปไว้ในบ้านเลขที่ 5/4 ถนนสำราญชายโขงใต้ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่

จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ และสามารถควบคุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวไว้ได้ 4 คน ส่วนคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ขับเรือแล่นกลับไปฝั่ง สปป.ลาว

จากการตรวจสอบพบกระเทียมแห้งอยู่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขงจำนวน 6 กระสอบ ในบ้านเลขที่ 5/4 จำนวน 3 กระสอบ รถจักรยานยนต์ของกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย ฮอนด้า เวฟ 125 i

หมายเลขทะเบียน 1 กด 8545 มุกดาหาร และยามาฮ่า ฟีโน่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง วิทยุรับส่ง 2 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แก๊งค้ากระเทียมเถื่อนมุกดาหารล้วงของงูเห่า #สถานีเรือมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​ด่านศุลกากรมุกดาหารร่วมสถานีเรือ ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมใต้สะพานมิตรภาพ 2

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สืบเนื่องจาก นโยบายของ นายรีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุษศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ. ศภ.2 ที่กําชับให้เข้มงวดในการตรอจสอบการกระทําความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ. ส่วนควบคุมทางศุลกากร และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ. ส่วนบริการศุลกากร ดําเนินการตาม นโยบายอย่างเข้มงวด โดยได้สั่งการให้นางสาวศิรินันท์ จันทจวง นักวิษาการศุลกากรซํานาญการ นำเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังกระเทียมบริเวณใต้สะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว แห่งที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือ สถานีเรือมุกดาหาร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้มีการตรวจยึดกระเทียมแห้งได้ที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อขยายผล

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารและแหล่งที่มาของกระเทียมในโกดัง รวมทั้งตรวจนับปริมาณ สินค้าคงคลัง เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการนําเข้าผลปรากฏว่ามีการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามถึงแม้ในการตรวจสอบจะไม่พบการกระทำความผิด แต่ก็ถือเป็นการดําเนินการเชิงธุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนําเข้ากระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้าโขง ซึ่งมักเป็นพื้นที่มีการลักลอบนําเข้าสินค้า

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาด่านศุลกากรมุกดาหารได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เพื่อตรวจสอบ และติดตามสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยการดําเนินการครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาการลักลอบนําเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเป็นธรรมทางการค้า

ด่านศุลกากรมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจโกดังกระเทียม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมงกุฎราชกุมาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พ.ค.68 ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดเขาบ้านกลาง หมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร

โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกรียติมาร่วมงาน พร้อมมี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าที่ร้อยตรีสมนึก พรหมศร ประมงจังหวัดฯ นายจามร ศักดินันท์ ปศุสัตว์จังหวัดฯ นายอำนาจ เขม่นกิจ สปก จังหวัดฯ นางสาวพัชรี ทิพยาภรณ์ ตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดฯ

นางสาวลัดดาวัลย์ วรรณวิไลย สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดฯ นายเชาร์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อม หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ประชาชนชาวเกษตรกรอำเภอทับสะแก ร่วมงาน

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและอย่างทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน ระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมพัฒนาพื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และฝึกอบรมการเกษตรเพิ่มเติม ควบคู่กันไปด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยกำหนดจัดงานตามรายไตรมาส ปีละ 4 ครั้ง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ จำนวน 13 คลินิก

ได้แก่ คลินิกดิน คลินิกพืช คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร คลินิกยางพารา คลินิกเกษตรและสหกรณ์ และคลินิกพืชอาหารสัตว์ และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีเกษตรกรมาร่วมงาน และเข้ารับบริการทางการเกษตร ไม่น้อยกว่า 300 คน

///////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “ผลตรวจเลือด” โคกลุ่มเสี่ยงที่มดลูกทะลักตาย ไม่พบเชื้อเกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหารว่า จากการที่พบมีโคที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการมดลูกทะลักตายจำนวน 1 ตัว ในหมู่บ้านโคกสว่าง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องแลปไปแล้วนั้น ปรากฏว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารได้แจ้งรายงานยืนยันผลตรวจที่ออกมาแล้วว่า ไม่พบเชื้อที่เกี่ยวกับโรคแอนแทรกซ์แต่อย่างใด

ส่วนมาตรการในสัตว์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกักฝูงโคที่เสียง 123 ตัว ในเกษตรกร 21 คน ที่สงสัยว่าเป็นต้นเหตุการติดเชื้อในคน โดยได้ฉีดยาปฏิชีวนะ Penicllin 7 วัน และกักสังเกตอาการอย่างน้อย 20 วัน ห้ามไม่ให้มีการนําวัวไปเลี้ยง

ในพื้นที่แปลงหญ้า หรือแหล่งน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยงการปนเปื้อนเชื้อ และได้ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์ในโค กระบือ ที่เลี้ยง ในพื้นที่เสี่ยง
ตลอดจนได้ทําลายเชื้อโรคในพื้นที่เสี่ยงด้วยโซดาไฟ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่สําคัญ เช่น ที่เือด สิ่งแวดล้อม

โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรอ. มน.สุโขทัยลงช่วยเหลือประชาชนจากพายุฤดูร้อน. / สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 68 เวลา 1100 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท) พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้น

ที่มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ประชาชน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย และครอบครัว พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่

ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และสำรวจความเสียหายในพื้นที่ฯ ในการประสานการฟื้นฟูในลำดับถัดไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าเวลา 09.30น. พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท)

พร้อมด้วย จนท.กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. บูรณาการความร่วมมือ นายชูชีพ จันทร์หอม นายก อบต.ท่าฉนวน และจนท.อบต.ท่าฉนวน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในพื้นที่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จว.ส.ท.

เพื่อขับเคลื่อนด้านความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาสังคม มุ่งเน้นการดูแล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สทนช.ภาค1จัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยมครั้งที่2/2568
เมื่อเวลา09.30น.ของวันที่8พฤษภาคม2568ณ.ห้องประชุมจดหมายเหตุ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดแพร่

โดยมีนาย คุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานจัดการประชุม พร้อมนาย อนันต์ เพชร์หนู ผอ.สทนช 1ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและประชุมทางออนไลน์

โดยมีนาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม สทนช.1เลขานุการฯการประชุมได้กล่าววาระการประชุมทั้ง6วาระอนึ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีวาระสำคัญคือความก้าวหน้า

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี2568และการจัดการทำแผนบริหารจัดการน้ำหลากที่จะมาถึงโดยทั้งนี้ได้จัดการประชุมตามระเบียบวาระจนถึงเวลา12.00น
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านเครียด! จนท. – ปศุสัตว์ บุกเก็บสิ่งของส่งตรวจหาเชื้อแอนแทรกซ์ แต่กลับปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจ / พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ในวันนี้ได้มีการนำดินมาถมบริเวณที่มีการชำแหละวัวในบริเวณสวนยาง บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ตำบลเหล่าหมีอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

จนเป็นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อแอนแทรกซ์เสียชีวิต 1 ราย และเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 ราย เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อแอนแทรกซ์แพร่กระจายออกไป โดยได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอดอนตาล นำโซดาไฟมาผสมน้ำแล้วใส่ฝักบัวไปเทราดลงพื้นดินทั่วทั้งบริเวณที่มีการชำแหละวัว ก่อนที่จะให้รถขนดินนำดินมาถมแล้วใช้รถไถบดอัดจนได้ระดับความสูงระดับเหนือพื้นดินเดิม 50 เซนติเมตร

นายทัศนเทพ รักพิทักษ์กุล ผู้ใหญ่บ้านโคกสว่าง ม.6 ตำบลเหล่าหมี กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่มีข่าวผู้เข้ามาชำแหละวัวในสวนยางบ้านโคกสว่างเสียชีวิต 1 คน และป่วยอีก 2 คน ด้วยโรคแอนแทรกซ์ จากนั้นก็ได้มีส่วนราชการจากหลายหน่วยงานเข้ามาในหมู่บ้านทั้งสาธารณสุข

ฝ่ายปกครอง และปศุสัตว์ ในตอนแรกชาวบ้านก็รู้สึกดีใจเพราะเห็นหลายหน่วยงานเข้าทำให้มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ ขึ้นในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ก็ได้มานำดินจากบริเวณจุดที่มีการชำแหละวัว และขอเนื้อวัวซึ่งได้มาจากการชำแหละวัวในวันที่ 28 เมษายน ที่ชาวบ้านแช่ไว้ในตู้เย็น

เพื่อส่งไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีข่าวว่าจะรู้ผลประมาณตรวจวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม แต่จนถึงวันนี้ซึ่งมีทั้งปศุสัตว์เขต 4 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสุขภาพสัตว์และบำบัดโรคสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านโคกสว่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดหรือหน่วยงานใดแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงผลการตรวจดินบริเวณจุดชำแหละ

ตลอดจนสิ่งของที่เอาไปจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก อาทิ เนื้อวัวและเครื่องในวัวจากการชำแหละเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาที่ชาวบ้านเก็บไว้ในตู้เย็น เขียงและมีด ที่ใช้หั่นเนื้อ ว่าผลการตรวจเป็นอย่างไรบ้าง

โดยมีแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาสั่งห้ามไม่ให้บริโภคของที่อยู่ในตู้เย็นโดยต้องเอาทิ้งและทำความสะอาดตู้เย็นให้ปลอดเชื้อ แต่กลับไม่บอกว่าสิ่งที่เอาไปติดเชื้อหรือไม่อย่างไร และสิ่งของที่ถูกเอาไปแม้กระทั่งเขียงและมีดจนถึงบัดนี้ก็ไม่ได้มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบคืนใหเ้แก่ชาวบ้านแต่อย่างใด

การที่หน่วยราชการโดยเฉพาะปศุสัตว์แจ้งผลใดๆให้ชาวบ้านทราบ ทำให้ชาวบ้านต่างยิ่งต่างพากันวิตกกังวลและเกิดความเครียดซ้ำหนักขึ้นไปอีก ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับชีวิตและสุขภาพอนามัยของตัวชาวบ้าน จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านควรจะได้รับทราบข่าว

สารของทางราชการแต่กลับถูกปิดบังอำพรางดังกล่าว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรมปศุสัตว์ ช่วยสั่งการแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อน ความเดือดเนื้อร้อนใจและความเครียดของชาวบ้านในเรื่องดังกล่าวด้วย

ชาวบ้านเครียดหน่วยงานรัฐปกปิดไม่แจ้งผลการตรวจเชื้อแอนแทรกซ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข #กรมปศุสัตว์ #จังหวัดมุกดาหาร #โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ ​รายงาน​ 092-5259777​

พบติดติดเชื้อแอนแทรกซ์เพิ่มอีก 1 ราย จนท.ขึงรั้วตาข่ายกั้นพื้นที่จุดชำแหละซากวัว

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคแอนแทรกซ์ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารในวันนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานว่สพบผู้ป่วยยืนยันเป็นโรคแอนแทรกซ์เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

ทำให้มียอดผู้ป่วยที่ยืนยันผลการตรวจแล้วทั้งสิ้น 4 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร 2 ราย ที่โรงพยาบาลดอนตาล 1 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย และมีผู้ป่วยที่อยู่ในระยะการเฝ้าระวังโรคทางผิวหนังและโรคทางเดินอาหารจำนวน 98 ราย

ส่วนในพื้นที่บ้านโคกสว่างหมู่ 6 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยทั้ง 4 ราย

ที่เป็นโรคแอนแทรกซ์เคยใช้เป็นจุดชำแหละซากวัว เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณโดยรอบ และทำการขึงรั้วตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางไปยังบริเวณริมลำห้วยบางทราย บ้านโคกสว่าง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชำแหละซากวัวเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาได้นำเอาเศษซากวัวที่เหลือ

จากการชำแหละแล้วแบ่งปันให้กับคนในหมู่บ้านไปทิ้ง โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อแล้วใส่ฝักบัวนำไปรดทั่วบริเวณที่เคยใช้ทิ้งซากวัวดังกล่าว ส่วนซากวัวเจ้าหน้าที่ได้นำไปฝังกลบในที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์โรคแอนแทรกซ์มุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุ ทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ต.ต.เสกสรร คุณาวัน สว.(สอบสวน) สภ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุยิงกันอยู่ที่บ้านบ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปยังที่เกิดเหตุทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อนายสุธิวัฒน์ ทานะเวช 27 ปี พักอาศัยอยู่บ้านที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ 1 นัดและที่แขวนขวาอีก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลดอนตาลและถูกส่งต่อไปโรงพยาบาลมุกดาหาร

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนยิงนายสุทธิวัฒน์ ชื่อ นายธวัชชัย พาลี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 11 ตำบลวังหลวง อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เป็นทหารพรานอยู่กรมทหารพราน 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีศักดิ์เป็นพี่เขยของผู้ถูกยิง ซึ่งหลังก่อเหตุไม่หนีไปไหน อยู่รอมอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอกและกระสุนอยู่ในรังเพลิง 1 นัด

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ก่อเหตุพร้มของกลางอาวุธปืนมาดำเนินคดีที่ สภ.ดอนตาล โดยผู้ก่อเหตุให้การยอมรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงน้องเมียจริง เนื่องจากตนกับกับน้องเมียไม่ค่อยลงรอยกันโดยมีสาเหตุทะเลาะกันเป็นประจำล่าสุดไปงานประเพณีบุญบั้งไฟที่อำเภอดอนตาล เมื่อกลับมาบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ตนเกิดบันดาลโทสะจึงได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงนายสุธิวัฒน์ ดังกล่าว

บุญบั้งไฟดอนตาลเป็นเหตุทหารพรานจ่อหัวยิงน้องเมียปางตาย #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองประจวบฯ นำเดินแบบผ้าไทยตระการตา ในงาน “มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก /สุดยิ่งใหญ่ ‘งานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง’ ศิลปินนานาชาติร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญา

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงค่ำวันที่ 2 พ.ค.68 ที่เวทีกลางงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด ประจำปี 2568 บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วยแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเดินแบบในงาน ผ้าไทยใส่ให้สนุก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “เส้นด้าย…เดินทาง ครั้งที่ 7″

จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ โดยมี นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมการเดินแบบอย่างคับคั่ง พร้อมด้วย “ปลายฟ้า” น.ส.ปลายฟ้า ทองดอนพุ่ม นางสาวไทยประจวบคีรีขันธ์ 2568

และ “น้องอาอีฟ” เด็กหญิงกัญญ์วรา ปานเพ็ชร์ หนูน้อยยุวทูตแฟชั่นผ้าไทยใส่ให้สนุก 2568 ร่วมสร้างสีสรรค์ในการแสดงเดินแบบในครั้งนี้ ตามด้วย นายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ และเดินปิดท้ายฟินาเล่จากผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ในชุดโขมพัสตร์ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ ในชุดไทยบรมพิมานประยุกต์ อย่างสวยงามตระการตา ซึ่งก็ได้รับความสนใจเรียกเสียงเชียร์จากประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ร่วมชม

โดยรายได้จากการเดินแบบในครั้งนี้ส่วนหนึ่งจะนำไปมอบให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ และกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมป์ เพื่อนำไปใช้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบภัยต่างๆ โอกาสนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มอบเงินสมทบจำนวน 10,000 บาท ให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ด้วย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้มอบของที่ระลึกแก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย


สำหรับ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มีพระประสงค์ให้เป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย และยังเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทยให้เห็นว่าสามารถนำไปสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และสามารถนำมาประยุกต์

เป็นเครื่องแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสวยงาม ทันสมัย และสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สามารถยกระดับคุณภาพและความสวยงามของเครื่องแต่งกายแบบไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล รวมถึงเป็นการสืบสานภูมิปัญญาของคนไทย อนุรักษ์เอกลักษณ์ผ้าพื้นถิ่น สนับสนุนกลุ่มอาชีพ/ผู้ประกอบการ OTOP เเละวิสาหกิจชุมชนให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รองผู้ว่าประจวบฯ ร่วมพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.68 ที่วัดสุขสำราญ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมได้รับพระเมตตาจาก พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก

เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี นางกฤษณา แผ่แสงจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ

นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า องค์กรภาคีเครือข่ายและพุทธศาสนิกชน

เข้าร่วมประกอบพิธี เพื่อเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดประจวบฯ ได้ร่วมกันทำความดีถวายพระราชกุศล แสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และธำรงรักษาไว้ให้มั่นคงสืบไป และเนื่องด้วยในวันที่ 2 เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

ในการนี้ถือเป็นโอกาสอันดียิ่ง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประจวบฯ จึงได้ร่วมกับวัดสุขสำราญ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุชศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เริ่มแล้ว!! สุดยิ่งใหญ่ ‘งานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง’ ศิลปินนานาชาติร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญา

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณลานหน้าพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) มณฑลทหารบกที่ 15 อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 มี พลตรี กรกานต์ นาเวชวนิชกุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผอ.สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ภาคกลาง)

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) น.ส.สุวิมล วิมลกาญจนา ผอ.ศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นางกัญญพัชร นางาม วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายนิมิตร พิพิธกุล ประธานมูลนิธิหุ่นสายเสมา ศิลปะเพื่อสังคม เจ้าของลิขสิทธิ์ Hormony Puppet Thailand พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมในพิธี

ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า เพชรบุรี เป็นเมืองที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมและศิลปะที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะหุ่นเงา “หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย” และ “หนังตะลุงเมืองเพชร” ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาไทยอันล้ำค่า การจัดเทศกาลครั้งนี้

เป็นการรวมพลังของศิลปินจากทั่วโลกและคณะหุ่นหนังตะลุงกว่า 35 คณะ เพื่อร่วมกันเชิดชูและต่อยอดศิลปะการแสดงหุ่นทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย พร้อมแสดงความภาคภูมิใจที่เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนังได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival – Tangible Heritage ประจำปี 2025 จากสมาคม IFEA Asia

ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดฯ ในการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปะวัฒนธรรมจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานอันทรงคุณค่านี้ขึ้นบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและน่าสนใจ

มีการแสดงหุ่นหลากหลายรูปแบบจากศิลปินทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ หนังใหญ่วัดพลับพลาชัยอันสง่างาม การแสดงหุ่นสายศึกพรหมาสตร์ หุ่นกระบอกไทยท้องถิ่น และหุ่นเงาจากนานาชาติถึง 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ญี่ปุ่น เม็กซิโก อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ โคลอมเบีย และสิงคโปร์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ การเสวนา และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัสศิลปะหุ่นอย่างใกล้ชิด เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ๒๐๒๕ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 4 พฤษภาคม 2568 ณ บริเวณถนนดำรงรักษ์ พระรามราชนิเวศน์ บริเวณวัดพลับพลาชัย และบริเวณถนนมีชีวิตพานิชเจริญ อำเภอเมืองเพชรบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและยกระดับศิลปะหุ่นเงาไทย

ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ตลอดจนสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน พลาดไม่ได้!

กับการรวมตัวของสุดยอดศิลปินหุ่นไทยและนานาชาติ พร้อมชมการแสดงอันตระการตาของหนังใหญ่วัดพลับพลาชัย หนังตะลุงเมืองเพชร และหุ่นเงาจากหลากหลายวัฒนธรรม ที่จะมาสร้างความสุขและเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทุกท่าน ณ “เมืองหนัง” เพชรบุรี
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

เรียกตรวจเพราะห่วงปาล์มร่วง! ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เจอยาบ้า 543 เม็ดซุกกระเป๋า หนุ่มคนขับรถกระบะถึงกับลนลาน

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้นำรถวิทยุตรวจการณ์หมายเลขข้างรถ 2304 ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ โดยมี ด.ต.อมรเทพ อ่อนจ้อย, จ.ส.ต.รุจโรจน์ ประกอบศุขราษฎร์ และ จ.ส.ต.อดิศร สุนทร ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ร่วมปฏิบัติหน้าที่

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เดินทางถึงบริเวณ กม.287 ถนนเพชรเกษม (ทล.4) ขาขึ้น ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบรถยนต์กระบะสีแดง หมายเลขทะเบียน ประจวบคีรีขันธ์  บรรทุกพืชผลทางการเกษตร เป็นผลปาล์มน้ำมันมาในรถ วิ่งผ่านมุ่งหน้าทิศเหนือ โดยไม่ปิดคลุมด้วยผ้าใบ ผลปาล์มอาจร่วงหล่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ถนนรายอื่นได้ จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ

เมื่อรถจอด เจ้าหน้าที่พบว่า นายทศวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตาม ขณะพูดคุย นายทศวัฒน์มีอาการลุกลี้ลุกลน น่าสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่

เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น โดยได้ชี้แจงจุดประสงค์และแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกตรวจสอบทราบจนเป็นที่พอใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะยินยอมให้ตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 543 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าสะพาย สีเขียวแบบมีซิป วางอยู่บนเบาะนั่งข้างคนขับ เมื่อตรวจสอบเบื้องต้น นายทศวัฒน์ยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนจริง

หลังการสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์โดยขณะมีสารเสพติดของยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมแจ้งการจับกุมแก่ฝ่ายปกครองและอัยการทราบแล้ว รวมถึงบันทึกภาพและอัพโหลดข้อมูลเข้าสู่ระบบ CIB-CCOC ตามขั้นตอนต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ซาบีดา รมช.มหาดไทยเปิดมหกรรมตาดีดาสัมพันธ์เทศบาลตำบลรือเสาะ สืบสานประเพณีท้องถิ่น แสดงอยู่ร่วมกัน ทุกศาสนาอย่างสันติสุข

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 ที่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดอัลฮีดายะห์ บ้านบือแนยาโมง ม.2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดมหกรรมตาดีดาสัมพันธ์เทศบาลตำบลรือเสาะ ครั้งที่ 12

โดยมีวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายอามีร ซาริคาน นายก เทศมนตรีตำบลรือเสาะ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนราธิวาสเขต 4 ตลอดจนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมมหกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้เทศบาลตำบลรือเสาะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ตลอดจนสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ขนบธรรมเนียม ประเพณี ที่ดีงามของท้องถิ่น โดยการจัดงานครั้งนี้เพื่อให้โรงเรียนตาดีกาเป็นสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ให้คำสอนหลักการศาสนาที่ถูกต้อง

และร่วมกิจกรรมในการเสริมสร้าง พัฒนาการที่ดีให้กับเด็กๆและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอน และ สนับสนุนทุกกิจกรรมในชุมชน เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชนและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม เพื่อส่งเสริมนักเรียนตาดีกา ได้แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์

โดยการจัดงานในครั้งนี้มีหลากหลายกิจกรรม อาทิเช่น การแข่งขันกีฬาสากล กิจกรรมภาควิชาการ และกิจกรรมภาคเวที ของโรงเรียนตาดีกา ทั้ง 6 ตาดีกา ในเขตเทศบาลตำบลรือเสาะ ประกอบด้วย

  1. ตาดีกาอัลฮีดายะห์ ชุมชนบือแนยาโมงชุมสาย 2. ตาดีกายุมอียะห์ ชุมชนมัสยิดกลาง 3.ตาดีกาเดรารำใบ ชุมชนราแมวิทยา
    4.ตาดีกาอัลนาซีอีน ชุมชนกำปงยะบะ 5.ตาดีการาวฎอตุลยันนะห์ ชุมชนบาเละ 6.และตาดีกานูรุลญิฮาด ชุมชนปราลีหลังสถานี ซึ่งโรงเรียนตาดีกาเป็นสถาบันการศึกษาหนึ่ง ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานการศึกษาเอกชน ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่ปลูกฝังในเรื่องการส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม และให้ความรู้เรื่องหลักคำสอนศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง ถือได้ว่าเป็น สิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากมีโรงเรียนตาดีกา จำนวน 6 โรง แล้วยังมี ตัวแทนโรงเรียนตาดีกาในแต่ละตำบลของอำเภอรือเสาะอีก 9 ตำบล มาร่วมในการเดินขบวนพาเหรด รวมกับพี่น้องในเขตเทศบาลทั้ง 13 ชุมชน เพื่อสร้างสีสันและแสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมทั้งการแสดงพลังความรัก ความสามัคคี ของพี่น้องในพื้นที่ทุกภาคส่วน

พื้นที่อำเภอรือเสาะ เทศบาลตำบลรือเสาะ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมมีพี่น้องที่นับถือ ศาสนาพุทธ ไทยมุสลิม พี่น้องไทยเชื้อสายจีน และพี่น้องไทยเชื้อสายปากีสถาน ซึ่งความหลากหลายดังกล่าวไม่ใช่อุปสรรคในการอยู่ร่วมกัน ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจกรรมในวันนี้มีพี่น้องทุกภาคส่วน ทุกกลุ่มวัย ทุกศาสนา มารวมแสดงออกถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของเทศบาลตำบลรือเสาะ สร้างสังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่เมืองน่าอยู่ ผู้คนมีสุข

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าสำหรับการจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของคนในชุมชน และน้องนักเรียนสามารถที่จะมีเวทีในการกล้าแสดงออกในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแข่งขันทางด้านกีฬา และการแข่งขันต่างๆ ที่จะเป็นการรวมชุมชนของเราให้มีพลานุภาพให้เป็นเอกภาพ สิ่งสำคัญที่ชุมชนสามารถสะท้อนให้เห็นได้ว่าความรักความสามัคคีความเข้มแข็งของชุมชนนั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร

ซึ่งการที่เราจะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพการที่เราจะเป็นบุคคลที่สามารถสร้างบ้านเมืองได้ สิ่งแรกก็คือเรื่องของศาสนาเรื่องของจริยธรรมต่างๆซึ่งเป็นรากฐานเป็นแนวทางที่ถูกต้องให้กับพวกเรา และการอยู่ร่วมกันในสังคมมีคุณธรรมจริยธรรมก็เป็นเรื่องสำคัญในการช่วยเหลือในการแบ่งปันกับผู้คนในสังคมช่วยเหลือโดยไม่แบ่งแยกชาติศาสนา เราสามารถช่วยเหลือได้เพราะว่าในสังคมของพหุวัฒนธรรมความรักความสามัคคี การจัดงานในวันนี้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
/////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ นำพุทธศาสนิกชนร่วมแสดงมุทิตาสักการะ เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2/“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้าย ชวนประชาชนเลือกตั้งเทศบาล

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค 15 เป็นสมัยที่ 2

โดยมี พระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (มหานิกาย) เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี พร้อมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ พญ.บุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ศิษยานุศิษย์พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมแสดงมุทิตาสักการะ

ทั้งนี้ พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยรายนามพระสังมาธิการ ที่เสนอแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค วาระการดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2568 – 2572 โดยได้เข้ารับพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันพุธที่ 30 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหาคร ในวันนี้จึงได้จัดพิธีต้อนรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีและแสดงมุทิตาสักการะพระธรรมวชิรสิทธาจารย์ เจ้าคณะภาค 15

พระธรรมวชิรสิทธาจารย์ นามเดิมชื่อ ละเอียด วงษ์เณร เกิดวันที่ 8 พ.ย.2489 บิดานายวอน วงษ์เณร มารดานางแช่ม วงษ์เณร ภูมิลำเนาบ้านทางหวาย หมู่ที่ 3 ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ อุปสมบทเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2510 ณ วัดคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบฯ พระอุปัชฌาย์ได้แก่ พระครูศรัทธาโศภิต (หวล สุขิโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ และอดีตเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ การศึกษา พ.ศ.2505 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านคลองวาฬ พ.ศ.2517 สอบได้นักธรรมชั้นเอก

สำนักเรียนวัดคลองวาฬ ตำแหน่งการปกครอง พ.ศ.2516 รองเจ้าอาวาสวัดคลองวาฬ (ขณะนั้นวัดยังไม่เป็นพระอารามหลวง) พ.ศ.2528 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2529 ผู้รักษาแทนเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2530 เจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดคลองวาฬ พ.ศ.2542 รองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (รูปแรกของ จ.ประจวบฯ) พ.ศ.2543 ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2544 เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ.2564 – 2572 เจ้าคณะภาค 15.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” คึกคัก เดินรณรงค์โค้งสุดท้ายเชิญชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งเทศบาล

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ นายประสูตร หอมบรรเทิง นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานในกิจกรรมโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน (สท.) และนายกเทศมนตรีนครหัวหิน (Big Day) โดยมี นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลนครหัวหิน / ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน นายกิตติชัย ศรีทองช่วย ปลัดอำเภอหัวหิน / ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลนครหัวหิน

คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ หัวหน้าส่วนงาน หน่วยงานต่าง ๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ในพิธีเปิดมีการแสดงเชิงสัญลักษณ์โดยการหย่อนบัตรเลือกตั้งจำลองลงในหีบเลือกตั้งจำลอง พร้อมร่วมเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งจากบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหัวหิน ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหินและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

นายประสูตร หอมบรรเทิง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความสำคัญต่อประชาชนชาวเทศบาลนครหัวหินทุกคน เป็นเครื่องมือกระตุ้นเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ ให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย จึงขอเชิญชวนผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิ ใช้เสียง ด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนท้องถิ่นที่จะเข้ามาบริหารพัฒนาท้องถิ่นของเราให้เจริญก้าวหน้าตามความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง


นายจีรวัฒน์ พราหมณี กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีนครหัวหิน แบ่งเป็น 4 เขต เขตละ 15 หน่วย รวมทั้งสิ้น 60 หน่วยเลือกตั้ง เลือกสมาชิกสภาเทศบาล ได้เขตละ 6 คน เลือกนายกเทศมนตรีได้ 1 คน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล 44,577 คน และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 44,823 คน จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองหัวหิน 3 เขตเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 44,857 คน มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 26,700 คน  คิดเป็นร้อยละ 59.52 จำนวนบัตรเสีย 1,582 บัตร และจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน 44,994 คน

มีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนทั้งสิ้น 26,867 คน คิดเป็นร้อยละ 59.71 จำนวนบัตรเสีย 661 บัตร ซึ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของเทศบาลนครหัวหิน และมีกรอบระยะเวลาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ท้าทายความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามแผนและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งก็คือการทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากกว่าครั้งก่อน และลดจำนวนบัตรเสียให้มากที่สุด.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผู้ว่าประจวบฯ เปิดกิจกรรมโค้งสุดท้ายรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งเทศบาลเมืองประจวบฯ

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ (Big Day) มี นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นจังหวัดฯ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ทั้ง 15 ชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วน เข้าร่วมจำนวนกว่า 200 คน เพื่อรณรงค์ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ให้มากที่สุด และมีบัตรเสียน้อยที่สุด โดยมีการเดินขบวนรณรงค์ไปตามเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ

ทั้งนี้ ในส่วนของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 3 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนสมาชิกสภาเทศบาลได้เขตเลือกตั้งละ 6 คน รวมทั้งหมด 18 คน และนายกเทศมนตรี 1 คน ขณะที่ในภาพรวมของจังหวัดมีจำนวนเทศบาลทั้งหมด 16 เทศบาล แบ่งเป็นเทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง และเทศบาลตำบล 14 แห่ง มีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 415 คน และผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จำนวน 28 คน  ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อของตนเองและหน่วยเลือกตั้งที่ใช้สิทธิ์ได้จากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน หรือบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้

ณ ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเทศบาลทุกแห่ง หรือทางแอปพลิเคชั่นสมาร์ท โหวต โดยหลักฐานที่ต้องนำมายืนยันตัวตนเพื่อใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้ง คือบัตรประจำตัวประชาชน บัตรหมดอายุก็ใช้ได้ หรือสามารถใช้เอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้โดยมีรูปถ่ายของตนเอง และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เมื่อเข้าคูหาจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล สีเขียว และบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี สีเหลือง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ร่วมกันใช้สิทธิ์เพื่อเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปทำหน้าที่บริหารพัฒนาท้องถิ่น.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“ครัวอิ่มอกอิ่มใจ” คว้าสุดยอด “แกงคั่วสับปะรด” ในงานท่องเที่ยวประจวบฯ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.68 ที่เวทีกลางสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ร.9 นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ให้เกียรติมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดเมนูสร้างสรรค์ “แกงคั่วสับปะรด”

ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นประจำจังหวัดประจวบฯ จัดโดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดประจวบฯ เพื่อส่งเสริมนโยบาย Prachuap Next Move ภายใต้หัวข้อ Gastronomy ในงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด” ประจำปี 2568 โดยมีร้านอาหารที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน รวม 5 ทีม

ตัดสินโดยชมรมเชฟหัวหิน-ชะอำ ที่มีประสบการณ์ด้านอาหารเกือบ 20 ปี โดยมีแพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมชมและเป็นสักขีพยาน

ผลการตัดสินเป็นเอกฉันท์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา” จาก ร้านอาหารอิ่มอกอิ่มใจปราณบุรี ซีฟู้ดแอนด์คาเฟ่ รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร /

รางวัลที่ 2 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรด จากทีมอามานทุ่งมะเม่า จาก ทูลานี รีสอร์ท กุยบุรี รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และ รางวัลที่ 3 ได้แก่ แกงคั่วสับปะรดสามอ่าว จาก ทีมครัวชมทะเล รับเงินรางวัล 2,000 บาท


นอกจากนี้ นางสาวกุลณิศ ศรีวชิรวัฒน์ พัฒนาการจังหวัดประจวบฯ ยังได้นำขบวนร้านอาหารอิสลาม สินค้าเกษตร และสินค้า OTOP มาจัดจำหน่ายภายในงานเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ออกมาจับ จ่าย ใช้ สอย และเยี่ยมชมกิจกรรมสาธิตต่างๆ

ที่มาจัดแสดงภายในโซนนิทรรศการของหน่วยงานราชการและสินค้า OTOP เมืองประจวบฯ จากทั้ง 19 กระทรวง อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ เยาวชนจากแต่ละโรงเรียน ขึ้นมาแสดงศิลปวัฒนธรรมบนเวที ให้ผู้เข้าเที่ยวงานได้ชมอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สซาบีดา มอบโฉนดที่ดินพร้อมเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่สุไหงโก-ลก พลิกโฉมเมืองชายแดน สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. ที่บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินฯในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดินและเปิดถนนโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง นายปารเมศ โพธารากุล เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกิดศักดิ์ ยะโสธร รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวสุภัทรา ชัยเทวารัณย์ ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายว่าศักดิ์ เจิมจิระ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส นายสุนิรันดร์ ท้วมยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ นายรุสลัน โตะแปเราะ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ผู้บริหารทุกภาคส่วน นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนประชาชนในพื่นที่ เข้าร่วมชื่นชมความสำเร็จในครั้งนี้

ทั้งนี้ความสำเร็จนี้นำมาซึ่งความยินดีและความภาคภูมิใจที่พี่น้องชาวสุไหงโก-ลกได้เข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐ ผ่านโครงการพัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ระหว่างถนนสายหลัก คือ ถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาเพราะมีองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ อยู่ใกล้กับสถานีขนส่งสุไหงโก-ลก สนามกีฬาของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่ทำการไปรษณีย์ อยู่ใกล้กับด่านชายแดน และศูนย์กลางเมืองสุไหงโก-ลก หลังดำเนินโครงการแล้วเสร็จเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง นำมาซึ่งประโยชน์แก่เจ้าของที่ดิน ชุมชน และเมือง ณ บริเวณพื้นที่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องประชาชนที่มีที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออก จึงได้นำวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้ โดยทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการทำโครงการ ช่วยกันออกแบบบ้านและชุมชนของตนให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากที่บางแปลงถนนเข้าไม่ถึงก็สามารถเข้าถึงได้ บางแปลงมีรูปร่างหลายเหลี่ยมหรือเป็นเสี้ยว ก็ปรับเปลี่ยนรูปแปลงที่ดินให้เป็นสี่เหลี่ยมสวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่าและสามารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น หลักการเพียงแค่พี่น้องประชาชนร่วมกันปันที่ดินออกมาเพื่อก่อสร้างถนน และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นที่จำเป็น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับมีมากกว่าหลายเท่าตัว นอกจากนี้การจัดรูปที่ดินยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยที่ดินถือเป็นต้นทุนพื้นฐานในการที่ประชาชนจะสามารถสร้างอาชีพ ทำประโยชน์ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ต่าง ๆ เกิดทั้งในส่วนของเจ้าของที่ดิน สามารถได้ใช้ประโยชน์ที่ดินของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชุมชนก็ได้ประโยชน์ และรัฐเองก็ได้ประโยชน์ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย นอกจากกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว ยังมีหน่วยงานที่บูรณาการความร่วมมือในการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สำเร็จตามเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้า และการประปา เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน มาร่วมกันพัฒนาชุมชนของท่านไปด้วยกันกับโครงการจัดรูปที่ดินฯ

นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า โครงการจัดรูปที่ดินเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่กรมโยธาธิการและผังเมืองขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันดำเนินโครงการฯ ไปแล้ว 71 โครงการ 54 จังหวัด ถือเป็นก้าวแห่งความสำเร็จในการพัฒนาเมืองแบบราษฎร์ – รัฐ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ดินด้วยการ “ปัน” เพื่อ “เปลี่ยน” สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในคราวเดียวทั้งบริเวณ สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตรงตามวัตถุประสงค์ผู้ใช้ สอดคล้องตามที่ผังเมืองกำหนด เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม เปิดพื้นที่ตาบอดให้สามารถเข้าถึงและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน เกิดความปลอดภัย ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดี และการพัฒนาสิ่งดีดีให้เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองสุไหงโก-ลก


นางสาวอัญชลี ตันวานิช ที่ปรึกษาด้านการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนราธิวาสได้ดำเนินโครงการจัดรูป ฯ โครงการที่ 1 ณ บริเวณเทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส แล้วเสร็จในปี 2564 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชุมชน และสะพานปลากิจกรรมต่อเนื่องจากการประมง เกิดการจ้างงาน ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นโครงการนำร่องเพื่อขยายผลสู่โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส (โครงการ 2) ดำเนินการโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับ เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โครงการมีพื้นที่โครงการประมาณ 194 ไร่ แปลงที่ดิน 143 แปลง เจ้าของที่ดิน 58 ราย กรมโยธาธิการและผังเมืองสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนสายหลัก สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ถนนตามผังเมืองสาย ข7 ขนาดเขตทาง 18 เมตร ความยาว 1,005 เมตร จำนวนเงิน 67,285,000 บาท เชื่อมถนนสายเอเชีย 18 กับทางหลวงชนบท นธ 4031 (ถนนตามผังเมืองสาย ข7) ก่อสร้างถนนสายรอง จำนวน 9 สาย ความยาวรวม 1,639 เมตร ขนาดเขตทาง 12 เมตร จำนวน 7 สาย ความยาว 1,606 เมตร และขนาดเขตทาง 9.00 เมตร จำนวน 2 สาย ความยาว 33.00 เมตร ดำเนินการโดยใช้งบประมาณจาก 2 แหล่ง ประกอบด้วย 1) เงินจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ ใช้สำหรับดำเนินการสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ 2) งบประมาณจากเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งใช้ดำเนินการในส่วนผิวจราจร ระบบไฟฟ้า และระบบประปา โดยได้นำเข้าแผนของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ปีงบประมาณ 2568 เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างถนนลูกรังและระบบระบายน้ำ ใช้งบประมาณจากการจำหน่ายที่ดินจัดหาประโยชน์ เป็นจำนวนเงิน 23,130,000 บาท เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ก่อนดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์ประมาณ 12 ไร่ หลังดำเนินโครงการมีที่ดินสาธารณประโยชน์เพิ่มขึ้น 23 ไร่ โดยเป็นสวนสาธารณะ 48.68 ตารางวา ผลจากการดำเนินโครงการทำให้มีพื้นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเพิ่มขึ้นถึง 11 ไร่ มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 4.17 เท่า จากเดิมราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 960,000 บาท/ไร่ ปัจจุบันราคา 4,000,000 บาท/ไร่ และยังประหยัดงบประมาณภาครัฐในการเวนคืน 11,176,128 บาท

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวเสริม เมืองสุไหงโก-ลก ถือเป็นเมืองการค้าชายแดนของภาคใต้ที่เชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย ประชากรมีความเป็นอยู่ที่กระจุก บางพื้นที่ก็กระจาย เมื่อดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ก็สามารถปรับโครงสร้างการอยู่อาศัยและด้านการค้าของประชาชน สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม การขนส่ง มีความสะดวกมากขึ้น ผลสัมฤทธิ์จากการที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ประชาชน ยอมเสียสละพื้นที่ส่วนตัว เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนรวมร่วมกัน เปลี่ยนพื้นที่ตาบอดไปสู่พื้นที่ทำเลทองไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาให้เฉพาะเจ้าของที่ดิน แต่เป็นการวางรากฐานขยายเมืองสู่อนาคตที่ยั่งยืน คือภาพแห่งความสำเร็จในวันนี้ที่ทุกฝ่ายร่วมใจ ร่วมพัฒนาเมืองไปด้วยกัน

//////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปชช.เรียกร้อง ผวจ. ส.ส. ส.ว.- เอกชนมุกดาหาร แอคชั่น – แจงกรณีข่าวยกเลิกการก่อสร้างสนามบิน/รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่เรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม ออกมาเปิดเผยว่า ในการประชุมบุรณาการร่วมภาครัฐ และ เอกชน เพื่อพัฒนาจังหวัดภากตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (สกลนคร นครพนม และมูกดาหาร) ทิ่ จ.นครพนม ว่าทางภากเอกชนต้องการให้ก่อสร้างท่าอากาศยานมุกดาหาร แต่เบื้องต้นจากการพิจารณาผลการศึกษาการก่อสร้างท่าอากาศยานมุกคาหาร ที่กรมท่าอากาศยานได้สรูปผลศึกษา พบว่า ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคม จะประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเจรจาขอความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาธิปไดยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ใช้ท่าอากาศยานนานาชาติสะหวันนะเขต เป็นจุดเดินทางมามุกดาหารแทน นั้น ปรากฏว่าได้มีประชาชนจำนวนมากในจังหวัดมุกดาหารออก

มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นในรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้บริหารทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมือง โดยเฉพาะ 3 ส.ส. 2 ส.ว. ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดมุกดาหารออกมากล่าวให้ประชาชนได้รับทราบว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง และเมื่อโครงการถูกยกเลิกดังกล่าว ได้มีแนวคิดที่จะดำเนินการผลักดันหรือดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ อย่างไรขณะที่ รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการศูนย์ขนส่งชายแดน One Stop Service ที่ด่านศุลกากรนครพนม อำนวยความสะดวกทางการค้าและการส่งออกเชื่อมโยง การค้าลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังผลักดันให้จังหวัดนครพนมก้าวขึ้นเป็น Gateway และศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมทั้งลดข้อจำกัดของภาครัฐในการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พร้อมทั้งมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครพนมต่อไป นั้น ในส่วนของจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 ได้รับการสนับสนุนอะไรที่ทัดเทียมกันหรือไม่

กระทรวงคมนาคมยกเลิกสนามบินมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

รถกู้ชีพ อบต.บ้านโคก ชนปะทะรถขนกระเทียม กลายเป็นเศษซากกระจายเกลื่อนสี่แยก ธกส.มุกดาหาร

เมื่อเวลา 03.15น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่ากิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันอย่างแรงจนทำให้ชิ้นส่วนของรถยนต์และสิ่งของที่บรรทุกมากระจายไปเต็มพื้นที่ถนนชยางกูร ที่บริเวณสี่แยก ธกส.มุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร

จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่และรถกู้ภัยช่วยดำเนินการเก็บเศษซากต่างๆ บนท้องถนน เพื่ิอเปิดการจราจรบนถนนดังกล่าวด้วย จากการนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯเทศบาลเมืองมุกดาหาร

ออกตรวจสอบช่วย้หลือ พบรถกู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก ชนกับรถกระบะโตโยต้า บรรทุกกระเทียมมาเต็มคัน หมายเลขทะเบียน บต 8819 มุกดาหาร จนทำให้รถมีสภาพเกือบหักครึ่งท่อนเศษซากชิ้นส่วนรถและกระเทียม

กระจายเกลื่อนพื้นถนน เสาไฟฟ้าและป้ายแจ้งเตือนจราจรหักเสียหาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ จึงได้ทำการเก็บเศษซากต่างๆบนพื้นถนนจนทำให้สามารถเปิดการจราจรตามปกติได้ในเวลาต่อมา

รถกู้ชีพชนปะทะรถขนกระเทียมกระจายเกลื่อนสี่แยกมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยม นบ.ยส.24 บูรณาการ“Seal Stop Safe” เพื่อป้องกันยาเสพติดเข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 1330 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดนครพนมตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อติดตามปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง อำเภอชายแดน

เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้น ยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม โดยได้รับฟังบรรยายสรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน ตามที่รัฐบาลได้ออกประกาศเรื่องกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบ

เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่อำเภอชายแดนเป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนใน 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน มีหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีภารกิจวางแผนบูรณาการอำนวยการประสานงาน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดสารตั้งต้น

และเคมีภัณฑ์ ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด บำบัดผู้ป่วยจิตเวช ยาเสพติด จัดตั้งหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านอื่นๆในพื้นที่ชายแดน โดยได้ดำเนินการตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ที่ปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปรามปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ ถือว่าเป็นหน่วยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาสำคัญหลักของชาติ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลนี้ก็ให้ความสนใจให้ทุ่มเทในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศชาติ มีความมั่นคงปลอดภัย และนับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ผมและทีมงาน ได้เข้ามารับทราบผลการปฏิบัติงานรวมถึงรับทราบปัญหา

ข้อขัดข้องเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา และเพื่อเป็นการ​ เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ขอชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ และดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยจากการรับฟังบรรยายสรุป เห็นถึงความเข้มแข็ง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดำเนินการสกัดกั้น ลำเลียง ปราบปราม ตลอดจนบำบัดและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งในพื้นที่ชายแดนและตอนใน โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 รวมถึงการขับเคลื่อน “ธวัชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการและสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา และขอให้หน่วยดำเนินการดำรงความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานเชิงรุก โดยใช้การข่าวและการลาดตระเวนเชิงลึก ควบคู่กับเทคโนโลยี เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในประเทศได้ตั้งแต่แนวหน้า ส่งเสริมการประสานความร่วมมือข้ามหน่วยงานและข้ามพรมแดน เพื่อเสริมสร้างระบบความมั่นคงแนวชายแดน โดยเฉพาะการมีจุดประสานงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง เป็นปราการด่านหน้าในการเอาชนะยาเสพติด และเป็นกลไกในการดูแล พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด สนับสนุนภารกิจการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิด เร่งรัดการผลักดันโครงการที่จำเป็นเร่งด่วน และการของบประมาณสนับสนุนจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกำลังพลทุกนายว่า จะสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อปกป้องประชาชนและประเทศชาติให้ปลอดภัยจากภัยยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เดินหน้าสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยสู่สากล

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ (25 เม.ย.68)  เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ  นายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประกอบพิธีถวายราชสักการะเปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพ และกล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณ  เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพิธีมอบแบบลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” ตามโครงการสร้างการรับรู้ ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน ให้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ  ชมรมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนกลุ่มทอผ้า 16 กลุ่มจากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำแบบลายผ้าพระราชทานอันทรงคุณค่ามาประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ พัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์พื้นถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า ด้วยการออกแบบตามความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน เป็นการฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาตั้งเดิมควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพงานหัตถศิลป์ไทย ตลอดจนเป็นการน้อมนำแนวพระดำริฯ ในการส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทย นำแบบลายผ้าพระราชทานมาใช้เป็นต้นแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม เพื่อขับเคลื่อนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แบบลายผ้าพระราชทานอย่างแพร่หลาย  สำหรับ “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” เป็นลายผ้าที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบจากการศึกษาลวดลายไทยดั้งเดิม ผสานแนวคิดร่วมสมัย สะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของไทย โดยทรงพระราชทานแบบลายประเภทผ้ามัดหมี่ ยก จก บิด แพรวา และบาติก ให้แก่ช่างทอผ้าทั่วประเทศ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อให้สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ สู่เวทีสากลต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระ ตักบาตร 2 แผ่นดิน สานสัมพันธ์แน่นแฟ้นรับปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ น.ส. ชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชจังหวัดศรีสะเกษ

พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายทหาร ร่วมกันเปิดกิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญตักบาตร สงกรานต์ไทย – กัมพูชา สืบสานประเพณี เชื่อมสัมพันธไมตรี ไทย – กัมพูชา

โดยมี นายอุน โซเพียก รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พ.อ.ชิน เมา รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 และส่วนราชการฝั่งกัมพูชา ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

มีโดยได้นิมนต์พระสงฆ์ไทยและกัมพูชา จำนวน 100 รูป นำโดย พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ และเจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พระครูเตโช สีนาน เจ้าคณะอำเภออัลลองเวง จ.อดุดรมีชัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา จำนวนร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

***ทั้งนี้กิจกรรมมีพิธีสรงน้ำพระประธาน รดน้ำขอพรพระสงฆ์ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งไทย-กัมพูชา และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ด้วยความสัมพันธภาพที่ดีงามต่อกัน เนื่องจากทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาล้วนนับถือพุทธศาสนา

***พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะ อ.ภูสิงห์ กล่าวว่า การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ เป็นกิจกรรมที่จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดขึ้น โดยเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือ

วันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นการส่งเสริมสัมพันธไมตรีด้วยมิติทางพระพุทธศาสนา และเป็นการสร้างความเชื้อมั่นให้กับประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ว่าชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีปัญหาความรุนแรงแต่อย่างใด เหมือนที่เป็นข่าวออกไป และยังคงรักเคารพกันดั่งพี่กับน้อง

ภาพ/ข’าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบจ.นครปฐม เข้ารับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นยนต์ตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0”

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 23 เมษายน 2568 พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิด ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เข้าร่วมรับฟังการบรรยายและสาธิตการใช้ระบบหุ่นตำรวจอัจฉริยะ “Police Cyborg 1.0” ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธร ภาค 7 อ.เมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยในจังหวัดนครปฐม โดย อบจ.นครปฐม ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตชุมชน, การต่อต้านปราบปรามเสพยาติด และโครงการอื่นๆ ที่ได้รับการร้องขอ เพื่อจะมาส่งเสริมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนเที่ยวงานเทศกาลหุ่นระดับโลก ‘Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025’/สภ.หัวหิน สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา มอบเกียรติบัตรดีเด่น

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม นี้ พร้อมร่วมแสดงความยินดี ที่ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival Tangible Heritage ประจำปี 2025 จาก สมาคมเทศกาลและงานอีเวนต์นานาชาติแห่งภูมิภาคเอเชีย IFEA Asia นับว่า เป็นการยกระดับเทศกาล Softpower ของประเทศไทย ตามนโยบายส่งเสริมของรัฐบาล ที่ได้นำเทศกาลอันโดดเด่นของเพชรบุรี สู่การได้รับความยอมรับและประกาศสู่สากล


เทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูศิลปะหุ่นหนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยศิลปะหนังใหญ่นี้ได้สืบทอดมาและได้เคยจัดแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ณ พระรามราชนิเวศน์ หรือ วังบ้านปืน ที่สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยในปี 2568 นี้ เทศกาลได้รับเกียรติให้จัดขึ้นในรูปแบบของมหรสพหลวง แสดงหนังใหญ่อย่างงามสง่าหน้าพระที่นั่ง

พร้อมด้วยการเชิดชู การแสดงหนังตะลุง ซึ่งเป็นต้นแบบของหนังตะลุงเมืองเพ็ชร และ คณะหนังตะลุงจากบรมครู นายหนังจากภาคใต้ สมาคมศิลปินพื้นบ้านจังหวัดสงขลา นำโดย 3 ศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลาที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ให้สมกับที่เพชรบุรี เป็น “เมืองหนัง” ที่เป็นศูนย์รวมของหนังใหญ่ และ หนังตะลุง ซึ่งปีนี้มีให้ชมถึง 37 คณะ ตลอด 3 วัน จัดบนถนนดำรงรักษ์ ถนนที่มีความงดงาม กว้างขวาง และสร้างขึ้นเป็นถนนสายศิลปะทีมีภาพเขียน Street Art งดงามโดดเด่นด้วยความทันสมัย

พร้อมต้อนรับการแสดงจากคณะหุ่นจากต่างประเทศซึ่งเป็นหุ่นเงานานาชาติ International Shadow Puppet และหุ่นร่วมสมัย ทั้งสิ้นถึง 12 ประเทศ อาทิ Ty Chean Sbek Thom หนังใหญ่ สแบกธม จาก กัมพูชา, Kohamkulov puppet troupe หุ่นเงาดั้งเดิม จาก คาซัคสถาน, Utervision Company Japan หุ่นเงาร่วมสมัย จากญี่ปุ่น, Theatrical Association of Artists Animating the Shadow TOXOT หุ่นเงาผสมผสานเทคโนโลยี จาก รัสเซีย, Paper Monkey Theatre หุ่นเงาเพื่อการศึกษา จาก สิงคโปร์, Gnayaw Puppets หุ่นเงาแนวศิลปะผสมผสาน ผลงานร่วมสร้างสรรค์ จาก เม็กซิโก-อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีการแสดงหุ่นนานาชาติในรูปแบบแปลกใหม่ทันสมัย Viet Lotus Group จาก เวียดนาม, Sky Bird Puppet Group จาก ฮ่องกง, Wanlu and his Puppets จาก ฟิลิปปินส์, การแสดงหุ่นสายร่วมสมัย Nicov botelladearroz จาก โคลัมเบีย, การแสดงผสมผสานระหว่างหุ่นเงาวายัง และนักแสดงระบำพื้นเมือง Sena Wangi (Indonesia National Wayang Secretariat) จาก อินโดนีเซีย นิทรรศการภาพถ่าย A Life In shadow และการ Workshop การถ่ายภาพหุ่นเงา โดย Constantine Korsovitis จาก ออสเตรเลีย ในการจัดงานเทศกาลครั้งนี้ ยังมีการจัดประชุมสัมมนานานาชาติ Unima SoutEast Asia On line อย่างยิ่งใหญ่ในระดับสากล จาก จ.เพชรบุรี โดยความร่วมมือของสมาพันธุ์หุ่นนานาชาติ Unima World


การจัดแสดงบนถนนสายศิลปะที่สวยสดงดงาม ของ จ.เพชรบุรี ถนนดำรงรักษ์ และจัดแสดงมหรสพอันสง่างาม ณ พระรามราชนิเวศน์ ด้วยการจัดแสดงหุ่นที่มุ่งเน้นเรื่องราวจากวรรณกรรมรามเกียรติ์หลากหลายให้ได้ชมกัน โดยตลอดทั้งวัน มีการจัดรถรางนำชมศิลปะสกุลช่างเมืองเพ็ชร งานปูนปั้นรามเกียรติ์ ที่ประดับตลอดเส้นทางของการจัดงานเทศกาล งานนิทรรศการภาพถ่าย พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ วัดพลับพลาชัย วันที่ 2-4 พ.ค.68 ขอเชิญชมความงามแห่งศิลปะหุ่นของไทย และนานาชาติได้ที่ จ.เพชรบุรี ในเทศกาลหุ่นเพชรบุรีเมืองหนัง Phetchaburi Harmony Puppet Festival 2025 ร่วมสร้างสรรค์งานเทศกาลหุ่นนานาชาติ ยกระดับ Softpower เทศกาลไทยสู่สากล โดยการรับรองของสมาพันธ์หุ่นนานาชาติ Unima ในความรับรองของ UNESCO ลิขสิทธิ์การจัดเทศกาลหุ่นโลก Harmony Puppet Thailand จาก มูลนิธิหุ่นสายเสมา
จัดโดยจังหวัดเพชรบุรี มณฑลทหารบกที่ 15 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมือง สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี Amazing Thailand การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี YEC เพชรบุรี สมาพันธุ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดเพชรบุรี สานพลังประชารัฐ ชุมชนคลองกระแชง พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดพลับพลาชัย สมาคมช่างภาพเพชรบุรี ส่งเสริมการจัดงาน โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สภ.หัวหิน แต่งธีมสงกรานต์สรงน้ำพระขอพรผู้บังคับบัญชา พร้อมมอบเกียรติบัตรดีเด่นให้กับตำรวจที่มีผลงาน

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.68 ที่ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน เป็นประธานประชุมประจำเดือนมีนาคมพร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามดีเด่น จำนวน 5 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี นายวรพจน์ ลิมาคม ประธาน กต.ตร.สภ.หัวหิน

พร้อมคณะ กต.ตร. พ.ต.ท.วรท กรุงกาญจนา รอง ผกก.ป.สภ.หัวหิน และตำรวจในสังกัดเกือบ 200 เข้าร่วมประชุมในธีมเสื้อสดใสลายดอกวันสงกรานต์สร้างสีสันและลดความตึงเครียดให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ตำรวจ สภ.หัวหินได้ร่วมสรงน้ำขอพรพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล และรดน้ำขอพรผู้บังคับบัญชา เนื่องในวันสงกรานต์ เป็นการสานสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นภายในหน่วยงานด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมประจำเดือนที่เราทำกันทุกเดือนอยู่แล้ว เป็นการมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา จากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการภูธรจังหวัดประจวบฯ ก็ได้มอบนโยบายต่างๆ ทั้งหมด ทั้งการจับกุม การระดมการกวาดล้างต่างๆ ตามผลงานตั้งแต่ก่อนวันสงกรานต์ การทำงานในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผลการปฏิบัติงาน

มีการถอดบทเรียนให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หรือต้องปรับปรุงการแก้ไขอย่างไร ช่วงเทศกาลสงกรานต์หัวหินของเราก็ผ่านไปด้วยดี มีประชาชนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคืนวันที่ 12 และวันที่ 13 เม.ย. เราได้จัดการจัดระเบียบในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการจราจร มีเรื่องร้องเรียนน้อยมาก และไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ร่วมกันดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐนิวส์-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 10.10 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรผลการดำเนินงาน

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบ้านเกษตรกรต้นแบบ นายพงษ์ไพร ศรีพงค์พยอม ที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538

ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะการดำเนินงานในรูปแบบการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการร่วมกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ พัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาอาชีพด้านเกษตรกรรม และศิลปาชีพ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 184,000 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้านในตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง 3 หมู่บ้าน 2 ชุมชน

ในตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ภายในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน และป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ

พร้อมระบบส่งน้ำ แล้วเสร็จจำนวน 7 แห่ง ถือเป็นการดำเนินการตามพระราชปณิธานที่จะพัฒนาป่าไม้ควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ และได้ดำเนินการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน ไฟฟ้า การจัดอบรม การส่งเสริมให้ความรู้แก่ราษฎรในด้านการบริหารจัดการน้ำ

จัดสรรพื้นที่ให้แก่ราษฎร จัดระเบียบชุมชน และกำหนดแนวทางการพัฒนาอาชีพในด้านต่างๆทางด้านเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ ประมง และการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วันไหล!!ประเพณีแห่น้ำจั้นทิพย์-ขอขมาคารวะสรงน้ำ”หลวงพ่อพระใหญ่”ปิดท้ายสงกรานต์ จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 19 เม.ย. 68 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผวจ.บึงกาฬ, นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.บึงกาฬ, นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกอบจ.บึงกาฬ, นายนิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 3, นายสยาม เพ็งทอง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.บึงกาฬ เขต 1, หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ได้ร่วมกันหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ และขบวนแห่ทางบกและทางน้ำเพื่อนำไปประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสรงน้ำองค์หลวงพ่อพระใหญ่ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดโพธาราม (หรือ วัดท่าไคร้) ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปีในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบึงกาฬทุกหมู่เหล่า ทำพิธีบวงสรวงและแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ โดยนำเอาน้ำจั้นหรือน้ำจากบ่อซึมที่มีความสูงจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงในหน้าแล้ง และไหลลงสู่แม่น้ำโขงตลอด

ทั้งปีไม่มีเหือดแห้ง ซึ่งน้ำบ่อซึมนี้เมื่อครั้งในอดีตผ่านมาชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งน้ำดื่มสำหรับคนในตำบลบึงกาฬ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ และทุกๆ ปีหลังจากวันสงกรานต์ จะมีพิธีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งในทางบกและทางน้ำ และเมื่อไปถึงหน้าวัดท่าไคร้หรือวัดโพธารามก็

จะอัญเชิญน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ในอุโบสถ ปีนี้จังหวัดได้จัดขบวนแห่ฟ้อนรำอันสวยงาม มีชาวจังหวัดบึงกาฬจากหลายเชื้อชาติ หลายชนเผ่า จำนวนกว่า 200 คน ต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดฟ้อนรำตามขบวนแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์ เพื่ออัญเชิญน้ำไปสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดบึงกาฬ

ณ วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ อ.เมืองบึงกาฬ ที่นับเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขงต่างให้ความเคารพศรัทธา มาเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือหรือไปทำงานในต่างจังหวัดจะต้องกลับมาบ้านบึงกาฬ เพื่อมาเข้าร่วมพิธีนี้ทุกคนและถือปฏิบัติกันมาเป็นประเพณีทุกปี

ในพิธีหาบน้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำมาสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ โดยภายในพิธีในพระอุโบสถได้รับเกียรติจากนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

ประธานประกอบพิธีฝ่ายฆารวาส มีพระเดชพระคุณ พระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติราม(พระอารามหลวง) เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายมหานิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระเถระและพุทธศาสนิกชนกล่าวนำคารวะขอขมาและร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่

จากนั้น พ่อเมืองบึงกาฬ ประธานพิธีตีฆ้องเปิดงานประเพณีแห่น้ำจั้นศักดิ์สิทธิ์สรงน้ำขอพร“หลวงพ่อพระใหญ่” วัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ และนำคณะผู้บริหารจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน รดน้ำขอพระคณะสงฆ์พระเถรานุเถระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์68อีกด้วย

ส่วนประวัติหลวงพ่อพระใหญ่ ไม่มีหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เล่าขานต่อๆ กันว่าราว 200 กว่าปีก่อน ชาวบ้านอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองยศ หรือยโสธร มาปักหลักแผ้วถางบุกเบิกป่าทึบ

ริมฝั่งแม่น้ำโขงแล้วพบหลวงพ่อพระใหญ่ ในสภาพมีเถาวัลย์ปกคลุมรกรุงรังก็พบว่าพระเกศของหลวงพ่อหักเพราะถูกช้างป่ากระชากเถาวัลย์ลงมาเพื่อหากินตามธรรมชาติของสัตว์ป่า และเห็นเป็นรูปร่างของสถานที่บำเพ็ญบุญ

หรือสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังพบซากเครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ รวมทั้งเครื่องใช้อีกหลายอย่างองค์พระพุทธรูปนั้นตั้งแต่ได้พบมาถึงปัจจุบันจึงช่วยกันบูรณะเสริมพระเกศขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์ และฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบสร้างเป็นวัดขึ้น หลวงพ่อพระใหญ่เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว สูง 3 ศอก 1 คืบ ศิลปะสมัยล้านช้าง แสดงถึงสายสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมสองฝั่งโขง

พุทธศาสนิกชนมักไปกราบไหว้บูชาตั้งจิตอธิษฐานขอพร ขอให้ทำสิ่งใดๆ ได้สำเร็จ เช่น การสอบเข้าเรียน การเข้าทำงานหรือแม้การขอมีบุตร เมื่อได้สมหวังตามที่ขอหรือบนบานเอาไว้ ก็จะมาแก้บนด้วยการจุดบั้งไฟเล็กจำนวน 9 ดอกเป็นการถวายบูชาหลวงพ่อพระใหญ่

ณ จุดที่เตรียมไว้ข้างอุโบสถด้านติดแม่น้ำโขง สำหรับพิธีกรรมสรงน้ำหลวงพ่อพระใหญ่นั้น ผู้ชายสามารถเข้าไปสรงน้ำได้ภายในอุโบสถ ส่วนผู้หญิงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการเข้าไปในอุโบสถไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเวลาไหน

แต่การสรงน้ำพระครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันไดเทียบข้างอุโบสถไว้ให้ขึ้นไปสรงน้ำผ่านท่อหรือรางน้ำที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือจะสรงน้ำที่องค์หลวงพ่อพระใหญ่องค์จำลอง ที่ประดิษฐานอยู่นอกอุโบสถก็ได้ ซึ่งในปีนี้การจัดงานได้ทำขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 เม.ย. 2568

โดยให้ถือปฏิบัติในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังสงกรานต์เป็นประเพณีทุกปี และจัดให้มีงานมหรสพสมโภช 3 วัน 2 คืนเป็นงานปิดท้ายวันสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬนั่นเอง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตรวจเข้มรถโดยสารสาธารณะ เน้นขับขี่ปลอดภัย ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่16 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมจุดบริการและตรวจความเรียบร้อยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดยมี นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่าน

นางสาวรัชนี ศรีชัยตัน ขนส่งจังหวัดน่าน นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พ.ต.ท.ธีระพงษ์ วงค์ทาฟั่น สว.จร.สภ.เมืองน่าน นายเอกฉันท์ มูลศรี หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลเมืองน่าน และเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

ร่วมลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับรถตาม Checklist ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้มีประชาชนมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน เป็นจำนวนมาก

สำหรับการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ และคนขับ ประกอบด้วย ตรวจสภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องครบถ้วน และมีความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบทางออกฉุกเฉิน ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ เป็นต้น ด้านพนักงานขับรถ ต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่มีสารเสพติด ชั่วโมงการทำงานขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 บริเวณจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน ซึ่งจุดนี้จะมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดของพนักงานขับรถและการเฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ในการขับรถ

โดยสารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางถึงที่หมายโดยสะดวก สบาย ปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและคณะ ยังได้มอบของที่ระลึก ให้กับผู้ที่เดินทางมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พร้อมพบปะพูดคุย และอวยพรขอให้เดินทางสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชลบุรีเต้น! อนุทิน สั่งตรวจสอบเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวอินเดียที่พัทยา / อ.เมย์ จัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจาก เกิดเหตุทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ปากทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้ภาพพจน์การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยาเสียหาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

  ล่าสุด เวลา 13.30 น. วันที่ 15 เมษายน 2568 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการป้องกันเหตุเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีพ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปรามปราม ตำรวจสืบสวน ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา เข้าร่วมประชุมฯ เบื้องต้น ได้เชิญตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์มาเปิดเผยรายละเอียดขณะเกิดเหตุให้สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ และยืนยันว่า เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี เป็นมีที่มีความปลอดภัย แต่ในบางครั้งอาจจะเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันบ้าง เนื่องกันอาการมึนเมาและสื่อสารกันไม่เข้าใจ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกับชาวไทย ซึ่งทางฝ่ายปกครอง และ สภ.เมืองพัทยา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมจัดระเบียบกับ ผู้ประกอบการวิน จยย.รับจ้าง และรถสองแถว อยู่อย่างต่อเนื่อง หากมีการกระทำผิดจะมีโทษตามกฎหมาย และดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากกระทำผิดซ้ำ

ด้าน นายเอ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้เดินมาสอบถามหารถโดยสาร เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล หลังจากตกลงราคาเรียบร้อยตนจึงให้ น้องชาย พากลุ่มนักท่องเที่ยวไปส่งที่รถสองแถว แต่ผ่านไปสักพักก็แปลกใจว่า ทำไมยังไม่ไปสักที จึงเดินตามไปกลับพบว่า 1 ในชาวอินเดียกำลังมีปากเสียงกับน้องชาย จากนั้นกลุ่มอินเดียจึงเริ่มด่าทอให้ของลับ และจะเข้ามารุมทำร้าย น้องชายจึงเริ่มถอยหนี ตนจึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนจะบานปลายถึงขั้นชกต่อยกันคนละหมัด จากนั้นคนที่อยู่ใกล้เคียงจึงกรูกันเข้ามาห้ามเพื่อให้แยกกัน แต่บุคคลที่ใส่เสื้อวิน ที่ผ่านมาและเข้ามาทำร้ายนักท่องเที่ยวเสริม พวกตนไม่รู้จักแต่อย่างใด สุดท้ายอยากขอโทษสังคมและเมืองพัทยา ซึ่งตนเองไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่ถูกด่าทอ และจะถูกรุมทำร้ายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากขอแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นไม่ใช่เหตุรุนแรง หรือกลุ่มแก๊ง มาเฟียรุมทำร้ายนักท่องเที่ยว ตามที่ข่าวนำเสนอไป เป็นเพียงเหตุกระทบกระทั่งกันส่วนบุคคลซึ่งเกิดจากการสื่อสารไม่เข้าใจ เบื้องต้น จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนชาวไทยทั้ง 2 ราย ว่า หากนักท่องเที่ยวกริยาไม่ดี ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ไม่ควรชกต่อยหรือตัดสินเอง ส่วนผู้เสียหายชาวอินเดียนั้นเจ้าหน้าที่ยังติดต่อไม่ได้และยังไม่มาแจ้งความในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงได้สั่งการให้จัดประชุมหารือวางมาตรการร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่อไป

มีรายงานว่า ณ วัดโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2568 ได้มีการจัดโครงการบรรพชาอุปสมบท สามเณรภาคฤดูร้อน ปี 2568 ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องด้วยในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ เด็กๆและเยาวชน ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จาก 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล ทั่วอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้าร่วม โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน โดยได้รับความเมตตาจากพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดโคกมน และเจ้าคณะอำเภอน้ำหนาว ที่เล็งเห็นถึงคุณค่าของการใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีความหมาย

เด็ก ๆ ได้ฝึกวินัย ฝึกความอดทน ตื่นตีห้าสวดมนต์ เดินบิณฑบาตโดยไม่สวมรองเท้าช่วยกันทำความสะอาดวัด ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีระเบียบ และไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดระยะเวลา เพื่อฝึกสมาธิอย่างแท้จริง โดยบางคนมาจากครอบครัวที่ไม่มีโอกาส บางคนอยู่กับปู่ย่า บางคนไม่เคยได้กินอาหารดี ๆแต่เมื่อมาบวชกลับมีรอยยิ้ม ได้เพื่อน ได้กำลังใจ ได้สัมผัสความเมตตา และสิ่งดี ๆ จากสังคมเด็กบางคนถึงกับร้องไห้ ไม่อยากสึกเมื่อครบกำหนดเด็กๆหลายคน คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย สนับสนุนให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ในช่วงเวลาปิดเทอมที่วัด มากกว่าปล่อยให้เล่นอยู่ที่บ้าน ติดมือถือ ติดเพื่อน ติดทีวี ติดเกมหรืออาจเสี่ยงในการคบเพื่อนไม่ดี ติดยาเสพติด​ ​

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาสามเณรและถวายภัตตาหารแด่ภิกษุ สามเณร 13 เมษายน 2568 ณ วัดโคกมน จุดประสงค์​เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงจูงใจให้แก่กับสามเณรน้อยที่ฝึกปฏิบัติตน ด้วยความมานะอดทน เพียรพยายาม ขันติบารมี วิริยะบารมี มาตลอดระยะเวลาในการบรรพชา ภาคฤดูร้อน​

ซึ่งในงานได้รับเกียรติจากอาจารย์​เมย์ ซินแสฮวง​จุ้ยชื่อดัง ประธานโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ดร.จินต์วยา เบญญจิ​นดาพิศุทธ์​ นักธุรกิจหญิง​ที่ได้รับรางวัลเกียรติ​คุณนานาชาติ รางวัลคชจักร ประเภทองค์กรเพื่อสังคมดีเด่น เดินทางมาเป็นเจ้าภาพ​ ในการมอบทุนการศึกษา และถวายภัตตาหาร ร่วมกับ คุณวรากุล ภัคธัญญานนท์ อดีตจิตอาสาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในวัดไทย และต่างประเทศที่เคยร่วมงานกับวัดไทยกว่า 848 แห่ง ใน 9 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะลูกศิษย์​อาจารย์เมย์ กัลยาณมิตร​สายบุญ ร่วมด้วยช่วยกัน สร้างความสุขให้สามเณรน้อย ด้วยความอิ่มใจ

ชลบุรีแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568

 วันที่ 15 เม.ย.68 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมแถลงแผนเตรียมความพร้อมการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร เทศกาลงานวันไหลเมืองพัทยา และในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี  โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ
ด้วยเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี จังหวัดชลบุรีได้กำหนดให้มีงานประเพณีวันไหลในหลายพื้นที่ โดยจัดรูปแบบงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันในช่วงเทศกาลวันไหลในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น วันไหลนากลือ วันที่ 18 เมษายน 2568 วันไหลเมืองพัทยา วันที่ 19 เมษายน 2568 วันไหลบ้านบึง วันที่ 20 แมษายน 2568 และวันไหลบางเสร่ วันที่ 20 แงชายน 2568 โดยมีการกำหนดให้ปิดการจราจรในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจากที่ต่างๆ มาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมากในห้วงดังกล่าว เพื่อรักษาความปลอดภัย และอำนวยความละดวกในการจราจร ผู้ที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ ผู้ที่มาท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่ ในการนี้จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในช่วงเทศกาลดังกล่าว






สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย ฝ่าสายฝน ลงตรวจพื้นแม่สรวยแพเปียก สั่งเข้มด่านเป่า เมาขับถูกจับขึ้นศาล

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา14.00น.วันที่ 23เมษายน 2568นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุขนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และป้องกันจังหวัดเชียงราย และคณะ 
ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร บริเวณปากทางเข้าเขื่อนแม่สรวย  ซึ่งเป็นจุดทางเข้าออกการท่องเที่ยวแพเปียกอำเภอแม่สรวยโดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ อำเภอแม่สรวย และพ.ต.อ. กฤษฎา งามจิตต์ ผกก.สถานีตำรวจอำเภอแม่สรวยให้การต้อนรับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ตรวจแถวและได้กำชับนโยบายเข้มการตั้งด่าน เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชียงราย  ยังได้มอบสิ่งของให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ได้สนธิกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ด้วยหลังจากมีการตรวจด่านกวดขันวินัยจราจรแล้วยังได้ตรวจเยี่ยมบริเวณจุดล่องแพเปียกที่มีคนเล่นน้ำเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายฝน โดยกำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนต่ำกว่า18ปี และขายตามเวลากฎหมายกำหนดเท่านั้น สำหรับการตรวจพื้นที่อำเภอแม่สรวยครั้งนี้เกิดจากภายหลังรัฐบาลมีคำสั่งให้ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นการป้องปรามตามมตรการ7วันอันตราย ที่อยู่ในช่วงสงกรานต์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการตั้งด่านจุดดังกล่าวทำให้มีผู้ดื่มแอลกอฮอล์ และเดินทางกลับออกจากจุดการล่องแพโดนจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก โดยถูกควบคุมตัวไปที่สภ.แม่สรวย และถูกคุมขังเพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดเชียงราย บางรายที่สามารถประกันตัวด้วยวงเงิน20,000 บาท ก็จะส่งตัวขึ้นศาลในวันทำการศาลแต่หากวันใดถูกจับก็จะต้องถูกส่งฟ้องศาลวันถัดไป แต่รายใดที่ไม่มีเงินค่าประกันตัวก็จะถูกนอนในห้องควบคุมผู้ต้องหาไปจนกว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถส่งตัวฟ้องศาล หลังจากจ่าวนี้ได้แพร่กระจายตามสื่อโซเซียล ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหวั่นถูกจับกุมดำเนินคดี เนื่องจากได้ดื่มเหล้า เบียร์ ในบริเวณโซนท่องเที่ยวดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลิกจองแพเป็นจำนวนมากอีกด้วย อย่างไรก็ตามจุดการท่องเที่ยวล่องแพเปียกมีการ จำหน่าย เหล้า เบียร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็จะนำจากบ้านไปดื่มกิน ในซุ้มอาหาร และบนแพเปียกอย่างสนุกสนาน แต่ละรายมีแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน 50มิลกรัมเปอร์เซ็น ถ้าหากดื่มเบียร์เพียงกระป๋องเดียวก็ตาม ดังนั้นการตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์เข้มมีผลให้นักท่องเที่ยวบางราย ถึงกับยกเลิกและบอกว่าไม่อยากไปแล้ว นั่งดื่มกินที่บ้านดีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่ยังอยากจะไปล่องแพและดื่มกินก็จะยอมจ้างรถตู้และรถโดยสาร เพราะไหนๆก็เสีย ค่าค่าซุ้มนั่ง ค่าล่องแพ รวมทั้งหากเอาอาหารและเครื่องดื่มไปก็จะถูกปรับ รวมรายการเที่ยวก็จะเสียเงินหลายพันบาทแต่ถ้าหากเมาแล้วขับ ถูกจับก็จะเสียเงินเป็นจำนวนมากถือว่าท่องเที่ยวในราคาแพง ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลสภาพภาพผู้ประกอบการมียอดขายอาหารเครื่องดื่มลดลงบางรายยอมถอนตัวสละซุ้มขายของเนื่องจากประกอบการไปแล้วไม่คุ้มทุน ดังนั้นปีต่อไปหากผู้จัดไม่มีมาตรการควบคุมระเบียบการค้าขาย อาจเป็นไปได้ที่จะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวแพเปียกปิดตัวลงเร็วขึ้นเนื่องจากผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ประสพปัญหาหลายด

สงกรานต์เมืองแพร่สนุกฉ่ำทุกเวทีNon-Stop 4 วัน 4 อำเภอยกระดับสู่เมืองหลักสงกรานต์เฟสติวัล จนลืมไปเลยว่าที่นี่คือเมืองรอง!! ” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ”IndigoBlueCity:PhraeSplashFestival 2025″

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เปิดเผยถึง การจัดงานสงกรานต์เมืองแพร่ปี 2568 ว่างาน” สงกรานต์สีสัน
มหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ และ” Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025″ พร้อมแล้วที่จะปลดล็อคเมืองแพร่ให้กลายเป็นเมืองหลักในการจัดเทศกาลสงกรานต์ ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอเสน่ห์เมืองแพร่กับเรื่องราวความสร้างสรรค์แห่งวัฒนธรรมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความดั้งเดิมและความนำสมัย อันควรค่าต่อการมาเยือนสู่กิจกรรม
การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองในรูปแบบเฟสติวัล

สำหรับการจัดงาน” สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ 2568″ ในปีนี้เตรียมมอบประสบการณ์ความสนุกฉ่ำระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน2568 นี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์GrandPhrae… GrandMomentนำเสนอเรื่องราวความงดงามของเมืองที่น่าค้นหา 3อำเภอ 3 ธีมได้แก่ ชนเผ่าแห่งขุนเขาอำเภอวังชิ้น เมืองแห่งมรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมล้ำค่า (ไทลี้อไทใหญ่)พร้อมขบวนแห่อลังการสะท้อนวิถีชนเผ่าในวันที่ 13 เมษายน2568 ณ.บริเวณหน้าวัดใหม่กลาง มรดกแห่งเส้นใยล้านนา อ.ลองเมืองแห่งผ้าจกโบราณตำนานทอผ้าของชาวลอง

ในวันที่ 15 เมษายน 2568รื่นรมย์กับขบวนแห่พลังแห่งผ้าทอโบราณที่ผ่านการบูรณาการสู่แฟชั่นผ้าพื้นเมืองร่วมสมัยไปตลอดเส้นทางถนนสายเทศบาล 1 เริงระบำคาร์นิวัลอ.เด่นชัยประตูสู่ล้านนา เส้นทางแห่งศิลปะประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและความโรแมนติกบริเวณริมถนนสายเด่นชัยพร้อมเวทีคอนเสิร์ตใจกลางเมืองบนถนนสายหลักของการเล่นนำสงกรานต์เมืองเด่นชัยในวันที่ 16 เมษายน 2568 รูปแบบการจัดงานในปีนี้ จึงเป็นความมหัศจรรย์ของเมืองแพร่ ที่เชิญชวนทุกคนได้มาสัมผัสความตระการตาของขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์ชุมชน โดยกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ล้านนา ขบวนแห่มหาสงกรานต์เฟสติวัล

ภายใต้ธีมเมืองแห่งผ้าโบราณ ตำนานล้านนา สู่ศิลปะบนผืนผ้าและแฟชั่นดีไซน์ร่วมสมัยและขบวนแห่สืบสานงานประเพณีสงกรานต์เริงระบำคาร์นิวัลเปิดประตูสู่ล้านนารวมถึงพลาดไม่ได้กับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตนำโดยSEKLOSOSOPOTATO
กระแตอาร์สยาม เป๊กกี้ศรีธัญญา TG TIGER และยูกิไหทองคำในส่วนการจัดงาน” Indigo BlueCity: Phrae Splash Festival 2025″ ปีนี้ชูแนวคิดการร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วยความหลากหลายของกิบ 9 กรรมพลังแห่ง Soft Power-Food Fashion Festival

พบกับกิจกรรมความบันเทิงอันหลากหลาย ควบคู่กับความเท่าเทียมกันของกลุ่ม
LGBTQ การเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเฟสติวัล เปิดเมืองเล่นน้ำสาดความสุขตระการตากับขบวนรถแห่เสน่ห์ไทย คาร์นิวัลโชว์พลังแห่งผ้าไทยแฟชั่น Indigofabricพร้อมด้วยขบวนแห่ LGBTQนอกจากนี้ ยังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งสีสันเวทีใหญ่กลางแจ้งแลนด์มาร์คสงกรานต์เฟสติวัลที่เต็มไปด้วยดีไซน์ร่วมสมัย เชื่อมโยงเรื่องราวของศิลปะ และผ้าIndigoอัตลักษณ์เมืองแพร่ บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล จัดกันเต็มถึง 2 เวทีใหญ่บริเวณช่วงน้ำคือและวงเวียนประตูชัยพร้อมเสิร์ฟสนุกฉ่ำกับปาร์ตี้ฟรีคอนเสิร์ตโดยศิลปินชั้นชั้นนำ

Fellow Fellow MEAN อม วิทวัล MILLIURBOYTJและยีนส์TheVoice เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เปิดเมืองจัดเฟสติวัลขนาดใหญ่ของจังหวัดที่เปิดโอกาสผู้คนในจังหวัดแพร่ได้มีส่วนร่วมในทุกอำเภอและเปิดเมืองเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกกับการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ไทยใน
จ.แพร่ได้อย่างหลากหลายสถานที่สงกรานต์สีส้นมหัศจรรย์เมืองแพร่2568 และ Indigo Blue City: Phrae Splash Festival 2025 ภายใต้การสนับสนุนหลักของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่13-17 เมษายน2568 นี้
นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยจุดประกายส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและตอกย้ำความเป็น’เมืองสร้างสรรค์’ของจังหวัดแพร่ประตูสู่ภาคเหนือของประเทศไทยที่นำเอาต้นทุนทางวัฒนธธรรมพลังแห่งซอฟต์พาวเวอร์มาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว ด้วยเป้าหมายในการยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก

สงกรานต์สีสันมหัศจรรย์เมืองแพร่ #PhraeSplashFestival2025

สมจิตรแสงบัลลังก์กินข้าวภาคเหนือ
ธีรพงษ์ ธงออนแพร่ 061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ตรวจเยี่ยม อาชีวะ อาสาดูแลประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 3 จุด ประกอบด้วย

จุดบริการหน้าบริษัทอีซูซุ สาขาบึงกาฬ, จุดบริการ “Fix It – อาชีวะขนส่งร่วมใจช่วยประชาชน” และจุดบริการหน้าสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล โดยมีนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมให้การต้อนรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนร่วมกันบูรณาการ

ในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน พร้อมเน้นย้ำว่า “ดื่มไม่ขับ ขับไม่เร็ว” และ “สวมหมวกกันน็อก” โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในทุกปี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน หากพบผู้กระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

เพื่อให้การเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความปลอดภัยสูงสุด”

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้อวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยและชาวจังหวัดบึงกาฬเดินทางโดยสวัสดิภาพ และขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ

ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อพระใหญ่ เจ้าแม่สองนาง และหลวงปู่ทองพูล ประทานพรให้ประชาชนประสบแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.บึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุแห่งชาติและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 พร้อมร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก

นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี มีนางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองบึงกาฬ

กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสุพรรณี กุลสุวรรณ รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาทสูงวัยอย่างมีพลัง แสดงศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้ง24ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จำนวน 350 คน

อันเป็นการส่งเสริมและแสดงความเคารพ แสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้สูงอายุ รณรงค์ให้สังคมตระหนักเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ตลอดจนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้สูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ บำรุงศิลปะ และส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โคกสำโรงจัดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568” พร้อมประกวดเทพีสงกรานต์และคอนเสิร์ต EDM ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเทศกาล “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568”

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 4 นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง

ผกก.สภ.เพนียด นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมประชาชนร่วมงานมากกว่าหนึ่งพันคน โดยร่วมขบวนแห่งานเทศกาลมหาสงกรานต์บ้านโคก 2568

มีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การประกวดเทพีสงกรานต์ ขบวนแห่สรงน้ำพระ และคอนเสิร์ต EDM จากดีเจชื่อดัง ไฮไลต์ของงาน เวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าประกวดเทพีสงกรานต์ประจำปี 2568

กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขบวนแห่สรงน้ำพระเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ไปยังตลาดโคกสำโรง เวลา 19.00 – 23.00 น.

สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต EDM โดย DJ Baslay และ DJ Fronk Frank
หลักเกณฑ์การประกวดเทพีสงกรานต์รับสมัครผู้เข้าประกวดที่มีคุณสมบัติเป็นเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง

และไม่จำกัดสัญชาติ โดยจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยจักรี หรือชุดไทยประยุกต์ที่สุภาพ ค่าสมัคร 300 บาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดมูลค่า 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนน์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี รองผวจ.ลพบุรี ออกเยี่ยมจุดตรวจและสำนักทะเบียนอำเภอที่เปิดให้บริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่กำลังเดินทาง ณ จุดบริการประชาชน อำเภอโคกสำโรง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง รอให้การต้อนรับ และอำเภอบ้านหมี่ โดยนำน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจุดตรวจและจุดบริการประชาชน โดยแต่ละจุดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. มาคอยอำนวยความสะดวก การจราจร และเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

โดยได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการอำนวยความสะดวกการจราจรให้น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยม สำนักทะเบียนอำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม ที่ได้เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตรประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่อมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เมาไม่ขับ โทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม นอกจากนี้ให้สร้างการตระหนักรู้ในด่านตรวจต่าง ๆ ในเรื่องอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงของ

การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / จนท.ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ วัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะศรัทธาชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เข้าร่วมพิธีฯ

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เทศบาลเมืองน่าน จัดพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมกันนี้ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระอารามหลวง กล่าวอวยพรปีใหม่ไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณให้คงสืบไว้ต่อไป

สำหรับพระเจ้าทองทิพย์ มีอายุกว่า 575 ปี พงศาวดารเมืองน่าน บันทึกว่า ปี พ.ศ.1993 พญาติโลกราชแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน โดยตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมือง บริเวณวัดสวนตาลที่มีดงป่าต้นตาลขนาดใหญ่ และยึดเมืองน่านได้ในเวลาต่อมา พระองค์จึงดำริสร้างพระพุทธรูปให้เป็นอนุสรณ์สักขีพยานในชัยชนะจากทองคำ และโลหะมีค่าทั้งหลาย หนักกว่า 12 ตื้อ พระประธานองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสร้างด้วยน้ำหนักทองคำมากที่สุด

ในยุคล้านนาของพระองค์ ในพิธีหลอมทองหล่อเทองค์พระ ช่างได้เททองเข้าเบ้าพิมพ์หลายหนก็ไม่สำเร็จ เบ้าพิมพ์แตกเสียทุกครั้ง จวบจนมีชายแปลกหน้า นุ่งขาวมาช่วยเททองหล่อองค์พระ จึงสำเร็จ ส่วนชายชราผู้นั้นก็หายไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย ชาวเมืองต่างโจษขานกันว่าเป็นเทวดา จึงขนานนามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าทองทิพย์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2568 ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมน์ จังหวะดศรีสะเกษ นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและมีการแสดงออกในสิ่งที่ดี

และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สงอายุมีปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะพูดคุยและได้ร่วมแสดงออก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตใจผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุในตำบลเดินทางมาร่วมกิจกรรม และร่วมแสดงกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

***ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีสรงพระพุทธรูป รดน้ำผู้สูงอายุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมแก่ผู้สูงอายุ การแสดงความสามารถต่างจากผู้สูงอายุในตำบล ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น และมีหมอแคนวัย 76 ปี มาเป่าแคนให้นักร้องหอมลำ วัย 70 กว่าปี ได้ขับร้อง

ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปิดตาผู้สูงอายุแต่งหน้า ปิดตาผู้สูงอายุตีหม้อ วัดพลังผู้สูงอายุ เตะปี๊บโชว์อีกด้วย ซึ่งสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 4; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 เม.ย 68) เวลา 10.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำคณะทำงานตรวจติดตามการปฏิบัติงานและออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจหลัก จุดบริการและด่านชุมชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จังหวัดมุกดาหาร ณ เทศบาลตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นช่วงรณรงค์ควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 (รวม 7 วัน)

โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดตั้งจุดตรวจหลัก จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของจุดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้รณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเยาวชน และประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยนำบทเรียนจากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา

มาปรับใช้ในการทำงาน เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลให้ได้รับความสุขและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 เพื่อสรุปและติดตามผลการดำเนินงาน

ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ซึ่งจังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุขึ้น 11 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 12 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นรถจักรยานยนต์ รองลงมาเป็นรถเก๋ง สาเหตุเกิดจากการเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ตัดหน้ากระชั้นชิดและไม่สวมหมวกนิรภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา นำมาปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และวินัยจราจร บูรณาการทุกภาคส่วนในจุดตรวจหลัก จุดตรวจรอง

จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน ในการป้องปรามผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ ภาพ/ข่าว​ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​แทงผู้บ่าวนักเต้นหน้ารถแห่ รับงานสงกรานต์มุกดาหาร

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น.นาย หง่อย หรือ นายสัญญา ไชยยยงค์ อายุ 28 ปี ถูกแทงบริเวณเอวด้านซ้าย หน้ารถแห่ในงานบุญประเพณีวัดบ้านเหล่าคราม ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยผู้บาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวที่ ห้องไอซียูตึกฉุกเฉินชั้น 7 โรงพยาบาลมุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณที่เกิดเหตุพบมีรอยเลือดของผู้บาดบริเวณริมถนน พร้อมกับร่องรอยขวดแตกกระจายอยู่บริเวณรอบๆ นายชัย อายุ 35 ปี เป็นพี่ชายของผู้บาดเจ็บ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่าปกติน้องชายของตนเองไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านสักพักแล้ว

เนื่องจากไปทำงานที่กรุงเทพฯ พึ่งกลับมาก่อนวันเกิดเหตุได้เพียง 2 วัน และได้ออกจากบ้านมาเต้นที่หน้ารถแห่จากนั้นน้องชายได้แยกตัวออกมาและถูกแทงดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรแทง และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ วอนใครที่มีคลิปตอนเกิดเหตุส่งมาที่ทางญาติ เพื่อเป็นเบาะแสในการตามหาตัวคนก่อเหตุด้วย

พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหารได้เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ชุดสืบสวนพร้อมกับร้อยเวรได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพร้อมกับเก็บหลักฐานและสอบถามพยานบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นตอนนี้จะได้เรียกกลุ่มเพื่อนหรือบุคคลในที่เกิดเหตุมาสอบสวนอีกครั้ง

แทงหนุ่มหน้ารถแห่งานบุญบ้านเหล่าคาม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่โขงหาดมโนภิรมย์เฮี้ยน คร่าชีวิตหนุ่มลงเล่นน้ำดับ 1/รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว/ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย/แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนจมน้ำโขงเสียชีวิตที่หาดมโนภิรมย์ ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่

จึงสั่งการให้​พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง พนักงานสอบสวนเวรสภ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณซุ้มนั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงที่ 28 หาดมโนภิรมย์ โดยร่างของผู้จมน้ำเสียชีวิต ถูกนำส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่ ทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า คือ นายอภิสิทธิ์ แก้วพวง อยู่บ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่

เพื่อนที่มาด้วยกันกับนายอภิสิทธิ์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ พร้อมเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน ได้เดินทางมาเที่ยวเล่นหาดมโนภิรมย์ และนั่งดื่มกินกันที่ซุ้ม 28 จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินลงไปเล่นน้ำโขงบริเวณด้านหน้าซุ้ม แล้วได้หายไปเป็นระยะเวลานาน

จนกระทั่งเพื่อนที่มาด้วยผิดสังเกตที่ไม่เห็นนายอภิสิทธิ์กลับมาที่ซุ้ม จึงได้พากันออกตามหา เป็นเวลานานก็ไม่พบ​จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยร่วมตามหา จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้พบร่างนายอภิสิทธิ์ จมน้ำอยู่ห่างจากซุ้มรับประทานอาหารประมาณ 100 เมตร จึงรีบนำส่ง ร.พ.หว้านใหญ่ เพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ ได้เสียชีวิตแล้ว

หนุ่มจมน้ำหาดมโนภิรมย์มุกดาหารดับ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่บริเวณหน้าตู้รับลงทะเบียนยื่นรับบัตรคิวผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการรักษาพยาบาล บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีผู้ป่วยจำนวนมากมายืนต่อคิวเข้าแถวเพื่อรอรับบัตรคิวจากตู้คีออส

ซึ่งโรงพยาบาลตั้งไว้ให้บริการจำนวน 3 ตู้ แต่ปรากฏว่าระบบเครื่องขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมดอ่ะ จนทำให้มีผู้ป่วยต้องมายืนรอเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับ 100 คน กระทั่งเวลาประมาณ 07.10 น.

จึงได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแก้ไข จนกระทั่งเครื่อง สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยอดสะสมของผู้ป่วยที่มารองรับบัตรคิวก็ยังคงมีจำนวนมากเช่นเดิม กระทั่งเวลาผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์จึงได้เข้าสู่สภาวะปกติ

ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย #โรงพยาบาลมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

บขส.มุกดาหารทะลัก แรงงานลาวแห่กลับบ้าน โอดโดนรถสามล้อโขกค่าโดยสารหัวละ 200 บาท

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร) ได้มีรถโดยสารจำนวนมากรับแรงงานชาว สปป.ลาว มาส่ง เพื่อที่จะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศ(มุกดาหาร -สะหวันนะเขต)

กลับบ้านไปเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ลาวที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีรถโดยสารวิ่งเข้าออกตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน ได้มีรถสามล้อรับจ้างหรือสกายแล็ปจำนวนมากมารอรับแรงงานชาวลาวไปส่งที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร เพื่อขึ้นรถโดยสารข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

กลับบ้าน โดยรถสามล้อนรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 200 บาท ไม่รวมสัมภาระซึ่งจะเรียกเก็บตามขนาด ทำให้แรงงานชาวลาวต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนถูกเรียกเก็บในราคาสูงมากถึง 400-500 บาท

ทั้งที่จาก บขส .มุกดาหาร ไปยังด่านพรมแดนมุกดาหารมีระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้แรงงานชาวลาว ต่างพากันบ่นว่าเสียค่าใช้จ่ายแพงมากจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เนื่องจากต้องเสียเงินให้กับรถโดยสารเป็นจำนวนมากจนทำให้เหลือเงินกลับบ้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำยอมจ่ายเพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ชาวลาวจะต้องกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าในช่วงสงกรานต์ของทุกปี

แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่ลาว #สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 9 เมษายน​ 2568​ เวลา 10.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 จังหวัดมุกดาหาร

ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก (หนองนาบึง) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร

ในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ บูรณาการการทำงานเพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร

ได้บูรณาการผนึกกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 จังหวัดมุกดาหาร

จัดตั้งจุดตรวจพลัก 14 จุดตรวจหรือจุดสกัดในหมู่บ้าน รวม 57 จุด และจุดบริการประชาชน 11 จุด เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้


โดยใช้ชื่อรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อสร้างความตระหนัก รับรูระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัยจราจร รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ลดอุบัติเหตุ #สงกรานต์2568

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์เพชรบุรี ปลื้ม! “งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี ครั้งที่ 3” ยอดขายทะลุเป้ากว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.68 นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี soft power & Food Festival ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 2 – 6 เม.ย.68 เวลา 16.00 น.- 23.00 น. ณ จุดชมวิวชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการตลาดให้ผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์ผลักดัน Soft Power เด่นของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด และอาหารพื้นถิ่นเพชรบุรี

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมืองแห่งอาหาร ของ UNESCO “ Phetchaburi City of Gastronomy ตลอดจนสร้างการรับรู้วัฒนธรรมด้านอาหาร เมืองเพ็ชร์ เมือง 3 รส การจัดงานครั้งนี้ได้ยกกองทัพสินค้าดี อาหารเด่นมาจำหน่าย อาทิ อาหารซีฟู้ด น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กล้วยหอมทองเพชรบุรี มะนาวเมืองเพชร ของที่ระลึกเพชรบุรีจากร้านวาดเมืองเพชร เสื้อกางเกงลายวัวลานเพชรบุรี สาหร่ายพวงองุ่นเพชรบุรี หอยแมลงภู่บ้านแหลม หอยนางรม ขนมจีนทอดมัน หอยทอด บอลลี่หอมหมูทอด ขนมถ้วยมรดกแม่ยาย ขนมหม้อแกงเมืองเพชร เป็นต้น

นอกจากนี้พบกับบูธรถยนต์จากค่าย TOYOTA, BYD และพบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทุกวัน อาทิ แจกคูปองเงินจำนวน 50 บาท การจำหน่ายสินค้าราคาชิ้นละ 1 บาท และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 300 บาท ได้รับคูปองลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน โดยวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ จำนวน 1 รางวัล สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทองคำในครั้งนี้ ได้แก่ คุณ KARIN HABERLAND จากประเทศเยอรมัน ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ จ.เพชรบุรีเข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 74 คูหา มูลค่าการจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 เม.ย.68 มียอดจำหน่ายสินค้าจำนวน 3,621,145 บาท มียอดจำหน่ายรถยนต์ จำนวน 2,500,000 บาท

รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 6,121,145 บาท สำหรับสินค้าขาย 5 อันดับ ได้แก่ 1.รถยนต์ TOYOTA จาก บริษัท โตโยต้าเมืองเพชร จำกัด 2.รถยนต์ BYD จาก บริษัท เพชรบุรี อีวี ออโตโมทีฟ จำกัด 3.ลูกชิ้นเนื้อ จากร้านโคสไมล์ 4.ขนมถ้วย จากร้านมรดกแม่ยาย 5.หอยทอด จากร้าน ราชาหอยทอด การจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แต่อย่างเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหาร และ Soft power ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาลัยส่งดวงวิญญาณนางสาวอรอุมา แก่นเมือง จากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น.วัดโพธิ์ธาตุ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น นางอัจฉรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น นางกนกนันท์ วีริยานันท์ ประกันสังคมจังหวัดขอนแก่น

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งท้องที่และท้องถิ่น ญาติ ประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวอรอุมา แก่นเมือง อายุ 36

ผู้เสียชีวิตจาก แผ่นดินไหว เหตุการณ์ตึกถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ และมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

ในวันจักรี … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม คณะสงฆ์เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

6 เม.ย.68 ในวันจักรี – พระราชปัญญารังษี เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ , คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม , อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ , จิตอาสา
ลงพื้นที่มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายบุญกุศลและแผ่เมตตาไม่มีประมาณ … พร้อมทั้ง เป็นการจุดประกาย และส่งต่อเมตตาธรรม ให้แด่เพื่อนมนุษย์ เป็นกำลังใจในการทำความดี ให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ต่อไป …

เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

Line Official Account กด :

https://lin.ee/Ml2HFqH

Line ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.org

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระเจ้าน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 5 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ พระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ลานสนามหญ้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยทายาทพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ร่วมพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สดถวายสักการะพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 จัดพิธีโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย

เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน วันที่ 5 เมษายน สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 107 ที่ เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ปกครองนครน่าน ได้ประกอบกรณียกิจหลายประการ เช่นด้านการปกครอง ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความสุจริต โอบอ้อมอารี ด้านการทหาร ได้บำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง

มีการยกทัพไปช่วยสมทบกับกองทัพของสยามในการรบ และทรงเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยยกที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคุ้มแก้วหอคำเวียงเหนือ ให้เป็นที่ตั้งของกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยในปัจจุบันคือบริเวณ “ค่ายสุริยพงษ์ ด้านการพัฒนาเมือง ได้ส่งเสริมให้มีการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ การจัดผังเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ด้านการศาสนา ได้สนับสนุนการพระศาสนา มีการบูรณะศาสนสถาน และศาสนวัตถุ พร้อมทั้งมิได้ปิดกั้นการเผยแผ่ศาสนาของคณะมิชชันนารีที่น่าน ด้านการศึกษา

ได้ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง โปรดให้สร้างโรงเรียนสอนหนังสือไทยขึ้นเมื่อปี 2450 โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน” นอกจากนี้ยังโปรดให้แสนหลวงราชสมภาร ชำระและเรียบเรียงพงศาวดารเรื่อง “ราชวงษ์ปกรณ์พงศาวดารเมืองน่าน” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองน่าน แม้พระองค์ท่านจะถึงแก่พิราลัยไปแล้ว แต่เกียรติคุณยังอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ศิษย์เก่าฯ รร.หัวหินวิทยาคม จัดกอล์ฟการกุศลรายได้ปรับปรุงลานกีฬาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 1 มี ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายวชิระ ศิริเทียนทอง ประธานกรรมการบริษัท ติยะ มาสเตอร์ ซิทเต็ม จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการ ร.ร.หัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช อุปนายกสมาคมฯ น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เลขานุการสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า วันนี้สมาคมฯ เราได้มาร่วมประชุมกันเพื่อเตรียมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ในวันที่ 3  พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดหาทุนให้กับสมาคมฯ นำไปบูรณะลานกีฬาของโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีลานกีฬาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ถูกสุขอนามัย พร้อมรองรับการทำกิจกรรมทางการกีฬาของนักเรียนที่จะนำมาใช้ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การเรียนการสอน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคืบหน้าของการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ท่านก็จะอนุมัติและแต่งตั้งสมาคมฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหินในนามของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด มีความยินดีที่จะสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อจัดการแข่งกอล์ฟ สร้างรายได้เพื่อนำรายได้ไปสู่ชุมชน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีความยินดีมากๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ และคาดหวังว่าสนามกอล์ฟหลวงหัวหินจะได้ จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับชุมชนอีกในครั้งต่อไป
ด้านนายวชิระ ศิริเทียนทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมสมาคมฯ เป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมและเยาวชน โดยเฉพาะการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ผมก็อยู่หัวหินมา 10 กว่าปี อดไม่ได้ที่ต้องสนับสนุนในสิ่งดีๆ เหล่านี้ ท่านนายกอติชาติเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ทำเพื่อสังคมไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแต่การใด หลังจากที่ฟังการประชุมแล้วก็มีความรู้ศรัทธาว่า ถ้าโครงการสมาคมฯ เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคม ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมประชุมกับทางสมาคมฯ ดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนเริ่มต้น 100,000 บาท  มีการจัดกิจกรรมกอล์ฟโดย คุณอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว 30 ก๊วนๆ ละ 6 ท่าน คิดว่าคงจะสำเร็จด้วยดี ก็คงมีรายได้เข้ามาช่วยทนุบำรุงปรับลานสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ก็รู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมแรงร่วมใจ ก็ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้าในการที่มาทำงานในการกุศลครั้งนี้ครับ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจวบฯ