คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองฯ PM2.5 ภาคเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 13.30 น. นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 พร้อมด้วย คณะผู้อำนวยการส่วน ได้เข้าร่วมประชุม รับมอบนโยบาย เรื่องแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า

หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม พร้อมด้วยคณะ และมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า

และพันธุ์พืช ผู้บริหารระดับสูงสังกัด ทส. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหาร ภาคปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ กล่าวรายงานและหารือ เพื่อบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันฯ ณ ห้องประชุมสโมสรยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าตรวจเยี่ยม การเตรียมความพร้อมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ และมอบสิ่งของสนับสนุนให้แก่เจ้าหน้าที่และราษฎร กองกำลังผสมฯ ในลำดับถัดมา…

สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ต้อนรับ คณะผู้จัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พ.ย.67 ที่บ้านหินเทิน หมู่ที่ 5 ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ ในฐานนะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน และคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ พร้อม นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก

นางสาวปรียาภรณ์ จีนจิ๋ว เกษตรอำเภอทับสะแก ให้การต้อนรับ คุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายสุกริน เลาหบุญญานุกูล (คุณปลาคราฟ) อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 และผู้เข้าร่วมประกวดฯ จำนวน 12 สาวงาม

โดยทางคณะผู้จัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 ได้มอบโอกาสให้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านหินเทิน ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ และ

เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปประกวดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย

นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้สมัคร ผญบ. ร้อง ‘รักษ์มุกดาหาร’ พบพิรุธเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวนส่อเค้าไม่สุจริต

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน​ 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร รับเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านที่อาจเป็นการไม่สุจริตเที่ยงธรรมจากนายญาณวุฒิ ผากา ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน ตำบลคำอาฮวน อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และคณะ สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในกรณีเกษียณอายุ

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ศาลาวัดป่าอรัญญวาสี บ้านคำอาฮวน แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน ปรากฏว่ามีพฤติกรรมหน้าเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะมีผู้ลงคะแนนเลือกตั้งใช้เอกสารประจำตัวไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ 11 แต่แสดงตนว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ในหมู่ที่ 15 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม

จึงอยากให้อำเภอเมืองมุกดาหารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ คือ กรณีนายพลร่ม พันทะ บ้านเลขที่ 9 หมู่ 15 เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007031-0 ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับนายพลร่ม พันธะ เป็นบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์ เลขรหัสประจำบ้าน 4901-007036-1 จึงอยากให้ตรวจสอบว่าบุคคลที่มีทะเบียนบ้านอยู่ทั้ง 2 หมู่บ้าน

ดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ของบ้านทั้ง 2 หลัง ว่าเจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหารออกให้โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวขอให้ชะลอการประกาศผลรับรองผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ออกไปจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

อนึ่ง ผลการเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 ปรากฏว่า หมายเลข 2 นางสาววันวิสาข์ วงศ์ศรีทา ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคำอาฮวน ได้คะแนน 194 คะแนน หมายเลข 1 นายญาณวุฒิ ผากา ได้คะแนน 190 คะแนน หมายเลข 3 นายโยธิน กันพิพิช ได้คะแนน 18 คะแนน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / SME D Bank จัดอบรมสัมมนา“TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมบีเคเพลส อ.เมือง จ.บึงกาฬ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมมือ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ สมาพันธ์ SMEsจังหวัดบึงกาฬ วิสหากิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)บึงกาฬ และ YEC จัดอบรมสัมมนา “TikTok Shop” สร้าง Content กระตุ้นผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ใช้โซเซียลเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ โดยมี นายชาญวุฒิ ศรีเครือ คลังจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธีเปิด

พร้อมด้วย นางสาวสิรีรัตน์ วิเชียรแก้ว สรรพากรพื้นที่บึงกาฬ นายวัชระ ศรีคัฒนพรหม รองผอ.ผู้จัดการเขตเขต 9 SMEBank นายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการ ธพว.บึงกาฬ นางชลธร มณีขัติย์ ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บึงกาฬ นายเอกชัย สิงห์บัณฑิต ผจก.ธนาคารกรุงเทพ บึงกาฬ ประธานชมรมธนาคารจังหวัดบึงกาฬ นางกางวาร ทุ่งคำ ผจก.ธกส.บึงกาฬ ว่าที่ ร.ต.คมกฤษย์ เจนใจ ผจก.สนง.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)บึงกาฬ นายอัมพร พรมเริงศักดิ์ ประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย จ.บึงกาฬ ผู้ประกอบการ นักศึกษา นักเรียน และผู้สนใจ ร่วมกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น ภายใต้งาน “TikTok Shop สร้าง Content ยังไงให้ยอดขายทะลุเป้า” ให้กับผู้สนใจในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีโอกาสเติมเต็มความรู้การทำตลาดออนไลน์ TikTok มีอาจารย์สาทร อ่อนคำ ท่านเป็น TikTok Experts 2024 ของ TikTok Thailand ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาแนะนำเทคนิคต่างๆ ในวันนี้ อาทิหลักการตลาดสำหรับโลกออนไลน์และการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์บน TikTok รูปแบบของ Content วิดีโอสั้นสำหรับนธุรกิจ ธุรกิจ Affiliate การขายสินค้าแบบนายหน้า การหารายได้บน Tiktok Shop การผลิต Content วิดีโอสั้น การขายสินค้าของตัวเองให้เร็วและได้ผล เป็นต้น

ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจ สินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น กระตุ้นยอดขาย สร้างรายได้ รวมถึงเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต นางสาวพชรธรณ์ ชาลี ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank สาขาบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดอบรมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ นำไปใช้กับเครื่องมือทางการตลาดของ TikTok และสร้างคอนเทนต์ให้สินค้าของตัวเองเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจของผู้ประกอบการในจังหวัดบึงกาฬ ได้เติบโตและปรับตัวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราเชื่อมั่นว่าการนำเสนอต้นทุนทางการเงินและความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีในธุรกิจนั้นเป็นโอกาสสำคัญแก่ผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสใหม่ในการพัฒนาธุรกิจแบบดั้งเดิมให้ก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงและความสำเร็จทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ งาน.AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น

แชร์เนื้อหานี้

ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน AsiaEntertainment Expo 2024 (AEE2024)หรือ (AACF2024) ที่ 15 ดาราเอวีตัวท็อปจากญี่ปุ่น ได้แก่ เรมุ ซูสุโมริ, ไซกะ คาวา
คิตะ, มายูกิ อิโตะ, มะนะ ซากุระ, ริริ นานะซีโมริ, มินาโมะ, เรน โกโจ, อายากะ
ยามางิชิ, ยูมิ ยาซึงาเกะ, ฮิบิกิ โอซีกิ, คาเรน ยุซริฮะ, มิซีริ นากาฮามะ, คานะ โมริ
ซาวะ, เรอิ คามิกิ เดินทางมาพบปะกับ แฟน ๆ ในไทย เป็นเวลา 2 วัน

23-24 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ MIRACLE GRAND CONVENTION HOTEL โดยมีแฟนคลับทั้งไทย และ จากนานาชาติ เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมดี ๆ มากมาย เริ่มงานทั้ง 2 วัน ด้วยการเดินพรมแดงของ น้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่ให้เหล่าแฟนๆ ได้เจอ กับน้อง ๆ ถ่ายรูปถ่ายคลิป น้อง ๆ จะมา แนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จัก จากนั้นจะเป็น

ช่วงเวลาของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น 1 on 1 Photo Time ที่ได้ถ่ายรูปคู่กับน้องๆ
,COSPLAY SHOW มี 3 ธีม ห้องเรียน, เมดคาเฟ่ และเรือนจำ ซึ่งทั้ง 15 สาว
จะเวียนกันเป็นรอบ ๆ ออกมาในชุดคอสเพลย์ ให้แฟน ๆ ได้ถ่ายภาพถ่ายคลิปวิดีโอกัน อย่างเต็มที่, Love Trip Limited Edition Blind Box

กลุ่มสุ่มรุ่น Love Trip ซึ่งจะได้ ลุ้นว่า จะได้รับการสารภาพรักจากน้อง ๆ
หรือ เดทกับน้อง ๆ แบบความสุข 2 เท่า และยังมีกิจกรรมพูดคุยบนเวที นำมาโดย
“เทพบุตรนิ้วทองคำ” คาโตะ ทากะ ตำนานดาราเอวีชายชื่อดังที่ปัจจุบันอายุ 65 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรงและหล่อมาก รวม ทั้งมีน้อง ๆ ทั้ง 15 คน ที่วนเวียนกันขึ้นมา
พบปะแฟนพูดคุยกับแฟนๆ ในช่วง Happy Talking Time

นอกจากนั้น ยังมีสินค้าแรร์ไอเทมสุด พรีเมียม! จากซูเปอร์สตาร์สุดฮอต ที่มี
จำหน่ายภายในงาน AEE 2024 เท่านั้น ไม่ ว่าจะเป็น แก้วน้ำสุด Exclusive สกรีนลาย สาวสุดฮอต, หมอนอิงสุดนุ่มสกรีนลายสาว สุดฮอต, พวงกุญแจอะคริลิก, สติกเกอร์แม่ เหล็ก, สแตนดี้อะคริลิก, เสื้อสกรีนลาย สาว ๆ และโปสเตอร์สาว ๆ ทั้ง 15 คน

การจัดงาน AACF ครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อ ให้แฟน ๆ ได้พบปะกับดาราเอวีที่ตัวเองชื่น ชอบ อารมณ์ไม่แตกต่างกับงาน Meet and Greet ที่จัดขึ้นภายในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับประเทศไทยจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาร่วมงานครั้งนี้เกินกว่า 60% ซึ่งสร้างความสุขให้กับแฟน ๆ ที่ ได้มาหาดาราที่ตัวเองติดตามผลงาน ส่วน ตัวของศิลปินเอง ก็ได้รับพลังแรง
สนับสนุนจากคนที่เชียร์เธออยู่ ทำให้งาน อบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม

ถือเป็นอีกหนึ่ง Event Soft Power ที่สร้างรายได้เม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย กับกิจกรรมหลากหลายมากมาย ที่ถ่ายทอดออกมา เป็นกิจกรรมสนุกสนาน ไม่ออกไปในทางที่เสื่อมเสียเลยแม้แต่น้อย หวังว่าคงจะมี จัดกิจกรรมแบบนี้ในปีต่อๆไปอื่นนะครับ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกมวยไทยวันลอยกระทงเขื่อนสียัดพัฒนา จัดโดย.อบต.ท่าตะเกียบ/และศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

15 พฤศจิกายน 2567 ประธานเปิดงานการแข่งขันนายบุญมี บัวรุ่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบและนายสมศักดิ์ พรมภิบาล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบน้าแดงให้เกียรติคล้องพวงมาลัยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยในศึกนี้ และชิงถ้วยรางวัลดุเดือดจาก

นายทวี สาธุชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ และชิงถ้วยรางวัลไหว้ครูสวยงาม ศิลปะมวยไทยยอดเยี่ยม จากผู้ใหญ่แพง ศรีมณี และชิงถ้วยรางวัลชิงแชมป์จาก ท่านศิริพงษ์ รัศมี (อดีตสส. เขตหนองจอก ) ประกบคู่มวย

โดย ไพโรจน์ น้ำดื่มโชคปรีชา ผู้ใหญ่เเพง ศรีมณี ฟรีซ์ ระยองเอ๋ โชคปรีชา โขง ฉลามชัย ครูเจี๊ยบ ศึกนี้ชมฟรีตลอดงาน ณ.เวทีมวยชั่วคราว เขื่อนสียัดพัฒนา ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เอ.คนข่าวรายงาน

ศึกรวมพลคนเขาบายศรี สามัคคีรวมใจต้านภัยยาเสพติด ประธานกล่าวเปิดงานการแข่งขัน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ดร.พีระพงษ์ ไพรินทร์ และให้เกียรติคล้องพวงมาลัยให้กับนักมวยทั้งคู่ สนับสนุนโดย รศ.ดร.ณัฐพงศ์ บุญเหลือ
คุณ นัทธี สุวรรณมาโจ คุณชัยพยัพ หอมกลิ่น PTT สงวนสิน
คุณสมจิตร แว่นแก้ว คุณกฤษ คุ้มพรรค์

นายกโก๊ะ ท่าทราย บูม เด็กเซียน คุณชัยยนต์ สมภูงา เสี่ยโห บางพลี แดง เขาทราย แซม บางบัวทอง ดร.ศรายุทธ แสนมี เสี่ยสมหมาย สกุลเมตตา เสี่ยชาย ทุ่งสง รายชื่อผู้สนับสนุนการแข่งขันชกมวยศึกครั้งนี้ ณ.สนามมวยชั่วคราวข้างวัดเขาบายศรี ต.เขาบายศรี อ.ท่าไหม จ.จันทบุรี


เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / หอการค้าไทยมอบ “ผู้ว่าสำเภาทอง” กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าท่องเที่ยว พร้อมพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ถูกแช่แข็งนานนับ 6 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2567​ ขอแสดงความยินดี​ กับท่านผู้ว่าวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัมุกดาหาร ในโอกาสรับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด สำเภาทอง ประจำปี 2567จากหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย.เป็นประธานมอบรางวัลสำเภาทอง แด่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับรางวัลฯ

โดย นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้รับรางวัลสำเภาทองครั้งนี้ด้วย พิธีจัดขึ้น ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 “สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ณ.ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ ดร.กานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมคณะกรรมการเดินทางไปร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 567 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารที่ได้รับ

“ผู้ว่าสำเภาทอง” จากการคัดเลือกสุดยอดผู้บริหารระดับจังหวัดของหอการค้าไทยประจำปี 2567 รางวัล “สำเภาทอง” ของหอการค้าไทยสื่อถึงความมุ่งเน้นในการพัฒนาจังหวัด เพื่อสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ให้แก่พี่น้องประชาชนมีอยู่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ทั้งการพัฒนาบ้านเมืองให้สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจพื้นฐานของพื้นที่อีกทางหนึ่ง

รางวัล “สำเภาทอง” นับเป็นรางวัลที่หอการค้าไทย ได้ริเริ่มจัดขึ้นเมื่อปี 2553 เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้มีผลการดําเนินงานที่ส่งเสริมภาคเอกชน ด้านการค้า การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ โดยผ่านหอการค้าจังหวัดสู่หอการค้าไทย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความร่วมมือ ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ เริ่มโดยนายภมร เชาว์ศิริกุล อดีตประธานหอการค้า ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร (สว.) ส่งต่อมายังนายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒน์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน จนบรรลุได้รับรางวัลดังกล่าว

ผลงานที่เกิดขึ้นจากการเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาตลาดอินโดจีนที่ค้าเติ่งถูกแช่แข็งมาหลายผู้ว่านานร่วม 5 – 6 ปี เมื่อนายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เดินทางมาถึงก็ศึกษาพร้อมเข้าร่วมโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนทันที ส่งผลให้งบที่ถูกตัดไปหลายปี กลับคืนและมีการพัฒนาต่อยอดแม้ภายหลังงบจะถูกตัดไปอีกครั้ง

แต่ก็ยังสามารถขอกลับคืนเพื่อพัฒนาตลาดอินโดจีน เป็นครั้งที่ 3 ในปี 67 – 68 จังหวัดมุกดาหารได้รับงบประมาณการพัฒนาตลาดอินโดจีนเข้ามาอีก 57 ล้านบาท ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนการก่อสร้างพัฒนาต่อ แม้จะมีเหตุจากข้อขัดข้องแต่จังหวัดมุกดาหารก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดอินโดจีนให้สำเร็จลงโดยเร็ว คาดว่าโครงการพัฒนาตลาดอินโดจีนจะสำเร็จในห้วง นายวรญาณ บุญณราช ดำรงตำแหน่งอยู่ที่มุกดาหารก่อนจะย้ายไปอย่างแน่นอน

ประชาชนชาวมุกดาหารจึงหวังว่า การพัฒนาตลาดอินโดจีนรอบที่ 3 นี้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คนมุกดาหารจะได้เกิดความภาคภูมิใจความรุดหน้าการพัฒนาตลาดอินโดจีน เพื่อเศรษฐกิจในพื้นที่จะได้ฟื้นตัวกลับมาดังเดิม อย่างไรเสียการเรียกร้องให้มีการพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นในหลายผู้ว่าราชการจังหวัดกระทั้งนายวรญาณ บุญณราช ผวจ.คนล่าสุดได้เข้ามาดำเนินการส่งผลให้การพัฒนาตลาดอินโดจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เต็มเปี่ยม มิใช่ปล่อยตลาดอินโดจีนถูกแช่แข็งทิ้งไว้นานกว่า 6 ปี ทำจังหวัดมุกดาหารเสียหายหนัก

การจัดกิจกรรมงานอีเว้นท์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ สร้างการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นแก่จังหวัดมุกดาหารและคนในท้องถิ่น ทุกภาคส่วนมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ ทั้งการปลุกเศกพระโดยรวมยอดเกจิดังแห่งยุค ณ วัดภูมโนภิรมย์ จังหวัดมุกดาหาร หลายครั้งหลายครานับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสายบุญ สายธรรมะ ที่จะมีบรรดาสานุศิษย์ของบรรดาเกจิอาจารย์ดังมาร่วมจำนวนมากนับพันนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเหมาะสมที่ “ผู้ว่าสำเภาทอง” จะอยู่ในมือของนักพัฒนา ดังเช่น นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ท่านนี้ และจากผลงานการพัฒนาที่เฉียบพลันทันที จะส่งผลให้ผู้ว่า “สำเภาทอง” คนใหม่ของมุกดาหารก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในหน้าที่การงานต่อไป​ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงการต่างประเทศ กรมอาเซียน ส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม บึงกาฬ / ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 11.00 น. เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน เป็นประธานในพิธี นางสาวลลนา จิตต์ศรัทธานันท์ เลขานุการกรมอาเซียน ร่วมส่งมอบห้องสมุดอาเซียน แห่งที่ 72 ให้กับโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งห้องสมุด จะเป็นแหล่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และรับรู้เกี่ยวกับอาเซียน อันจะเป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน คณาจารย์

ชาวชุมชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมี นายวีระพล ทองน้อย ปลัดอำเภอบึงโขงหลง นายเดชา แสงจันทร์ ผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม นายรวิภาส วันตา ผอ.โรงเรียนบ้านบัวโคก นายสุวัฒน์ อินทวงศ์ ผอ.โรงเรียนโสกก่ามวิทยา นายจักรพงษ์ แสนทวีสุข รองผอ.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคุณครู นักเรียน ประชาชน ร่วมในพิธี สำหรับห้องสมุดอาเซียนมีอุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ หนังสือ นิทรรศการประชาคมอาเซียน สื่อการเรียนการสอน จอภาพสำหรับใช้ในการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน

นางปวรี ชูโต ชัยปฎิยุทธ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้สำหรับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียนสำหรับชุมชนที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ ทั้งนี้ กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการห้องสมุดอาเซียน 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบันได้ส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่างๆแล้ว จำนวน 71 แห่ง

ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน สำหรับเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่เด็กและเยาวชนคณาจารย์และชุมชนในพื้นที่ สำหรับปี 2567 กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ได้สร้างห้องสมุดอาเซียนให้โรงเรียนอีก 3 แห่ง รวม74 แห่ง ใน 74 จังหวัด โดยตั้งเป้าให้มีห้องสมุดอาเซียนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม จังหวัดบึงกาฬ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียน 1,197 คน และเป็นโรงเรียนแห่งที่ 72 ที่ได้รับมอบห้องสมุดอาเซียน ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

บึงกาฬ ร่วมใจจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
วันที่ 24 พ.ย. เวลา 07.00 น.ที่บริเวณศาลเจ้าแม่สองนาง ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายวรพันธุ์ ชำนิยัน ปลัดจังหวัดบึงกาฬ ,นางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ , นายราชันย์ วนาพรหม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ , พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนพร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงตามประเพณี ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ และประกอบพิธีไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567

จากนั้นได้มีขบวนแห่เครื่องบวงสรวงสักการะ และเชิญองค์จำลองเจ้าแม่สองนาง ปู่ผ้าขาว เจ้าพ่อคำแดง จากบริเวณศาลฯ หน้าโรงพยาบาลบึงกาฬ และพานบายศรีสู่ขวัญ และนางรำ แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ หลังจากนั้นพ่อพราหมณ์ ได้เริ่มพิธีสวดบวงสรวงสักการะศาลเจ้าแม่สองนาง และการรำบวงสรวงของพี่น้องประชาชนชาวบึงกาฬ โดยภายในงาน มีโรงทาน ให้บริการอาหารเครื่องดื่มมากกว่า 100 โรงทาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

นายจำรัส ติดมา นายกสมาคมศาลเจ้าแม่สองนาง กล่าวว่า ศาลเจ้าแม่สองนางเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดบึงกาฬมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองบึงกาฬ เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของคนทั่วไป เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย มีโชคลาภ สุขภาพแข็งแรง คุ้มครองปกปักรักษาให้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบึงกาฬ ชาวอำเภอบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันไหว้สักการะ ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งในครั้งนี้เป็นปีที่ 18 โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ และจัดเครื่องไหว้สักการะเพื่อบวงสรวงตามความเชื่อ และศรัทธาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

เพื่อส่งเสริมให้คนในท้องถิ่น ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมวันไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนาง แสดงออกถึงความรักความสามัคคีในชุมชน และสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬ ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักในความสำคัญและเห็นคุณค่าของจารีตประเพณีท้องถิ่น และสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ประชาชนรักท้องถิ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสงบสุข และที่สำคัญชุมชนได้ทำกิจกรรมต่างๆ

ร่วมกันนั่นเองศาลเจ้าแม่สองนาง เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวบึงกาฬ มีความสำคัญมาช้านาน ผู้คนที่ผ่านไป-มา ได้กราบไหว้บูชา ขอพร ให้เจริญรุ่งเรือง รวมถึงพี่น้องจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีความเคารพบูชา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการจัดงานไหว้สักการะศาลเจ้าแม่สองนางในปีนี้ ทุกท่านได้แสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายที่

จะร่วมกันแสดงออกถึงความเคารพ ศรัทธา ขอบารมีขององค์เจ้าแม่สองนาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่าน มีสุขภาพที่แข็งแรงมีสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ยังมีโรงทานให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม แก่ประชาชนที่มาร่วมในงาน ได้อิ่มท้องอิ่มบุญกันทั่วหน้า ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยสนุกสนาน คึกคัก เกิดความสามัคคี ที่ได้ร่วมสืบทอดจารีตประเพณีท้องถิ่นของชาวจังหวัดบึงกาฬร่วมกันนั่นเอง.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สหกรณ์การเกษตรเมืองน่านประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมกระซิบรักสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายภูรินท์ สูงสว่าง ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด กล่าวรายงานต่อนางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

ประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2567 สหกรณ์การเกษตร เมืองน่าน จำกัดโดยมีประธานกลุ่มผู้แทนสมาชิก เจ้าหน้าที่สหกรณ์จังหวัดน่าน ผู้ตรวจบัญชีสหกรณ์ ภาคีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตร เข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นเกียรติจำนวนมาก สหกรณ์การเกษตรเมืองน่าน จำกัด ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อบริการสมาชิกสหกรณ์และบุคคลทั่วไป

ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 54 ปี ผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา มีทุนเรือนหุ้น จำนวน100,410,420.00 บาท (หนึ่งร้อยล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) มีทุนดำเนินงานทั้งสิ้น จำนวน 329,021,559.61 บาท (สามร้อยยี่สิบเก้าล้านสองหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบเก้าบาท หกสิบเอ็ดสตางค์)

นอกจากนั้น ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา สหกรณ์ได้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ให้กับสมาชิก ซึ่งถือว่าสหกรณ์ สามารถเป็นตลาดรองรับการจำหน่ายให้แก่สมาชิกและเกษตรกรใน จังหวัดน่านได้ อันจะเห็นได้ว่า ระบบสหกรณ์เป็นสถาบันที่สามารถช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ได้อย่างเป็นระบบ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ในวันนี้ สหกรณ์

ได้จัดประชุมโดยใช้ระบบผู้แทน สมาชิกสหกรณ์ทุกกลุ่มเข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมดจำนวน 5,119 คน กระจายตามหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน และอำเภอภูเพียง/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภาอุตสาหกรรม และ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เปิดบ้านต้อนรับ ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2”

แชร์เนื้อหานี้

ททท. ต่อยอดกระแสภาพยนตร์“ธี่หยด2” จัดกิจกรรม CSR “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” พาสัมผัสเสน่ห์เมืองน่าเที่ยวอุตรดิตถ์ ภายใต้คอนเซปต์ “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากลยุทธ์ MOVIE Marketing ใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่และถ่ายทอดเสน่ห์ไทย นำไปสู่การออกเดินทางจริงในพื้นที่ และครั้งนี้ ททท. ร่วมกับ M Studio และช่อง 3 ต่อยอดกระแสความสำเร็จของภาพยนตร์ “ธี่หยด2” ที่สร้างปรากฏการณ์ทุบสถิติสร้างรายได้ 730 ล้านบาท หลังเข้าฉายได้ 1 เดือน โดยกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์”

ในวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ แท็กทีมนักแสดงภาพยนตร์ธี่หยด 2 นำโดย เดนิส เจลีลชา, จูเนียร์ กาจบัณฑิต, เฟรนด์ พีระกฤตย์ และนีน่า ณัฐชา พร้อมผู้โชคดีจำนวน 20 ราย บุกเมืองลับแลตามรอยเส้นเรื่องธี่หยด2 เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวจริงในพื้นที่และส่งต่อประสบการณ์การเดินทางเล่าผ่านคอนเทนต์ (Content)

เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพ ทั้ง Gen Y-Z และกลุ่มผู้ชื่นชอบภาพยนตร์ เกิดเป็นการรับรู้ในวงกว้างผ่านทางโซเชียลมีเดีย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ในจังหวัดอุตรดิตถ์และเชื่อมโยงจังหวัดเมืองน่าเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคภาคเหนือ รวมทั้งการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น

กิจกรรม “ท่องถิ่นธี่หยด 2 เมืองลับแล @อุตรดิตถ์” ได้สอดแทรกแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ควบคู่กับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “ธี่เที่ยว ธี่กิน ธี่เล่น ธี่แชะ ธี่รักษ์” โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยบุกถิ่นกำเนิดเรื่องราวสุดลึกลับพร้อมกับครอบครัวตัว ย. ตั้งแต่ “ธี่เที่ยว” สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ จุดกำเนิดของ ประวัติศาสตร์และตำนานเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ “ธี่กิน” จัดเต็มเมนูอาหารพื้นบ้านลำแต้ ๆ

ในรูปแบบชุดขันโตก ได้แก่ ลาบคั่วหมู น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล แก่งอ่อม ไส้อั่ว แคบหมู ของทอดลับแล หมี่พันเฮือนลับแล หมี่ยุ่ม และเมี่ยงคำสมุนไพร “ธี่เล่น” เสิร์ฟประสบการณ์สุดพิเศษกับกิจกรรมรอบกองไฟ Story Sharing n’ Movie time พบกับการแสดงพื้นเมืองดนตรีไทยร่วมสมัย ก่อนจะเติมความหลอนแบบเต็มสตรีม ล้อมวงฟังตำนานสุดลึกลับของเมืองลับแลไปกับ พี่แจ๊ค The Ghost Radio “ธี่แชะ” พาเช็กอินถ่ายภาพตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของลับแล ได้แก่ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก พิพิธภัณฑ์ม่อนลับแล

ซุ้มประตูเมืองลับแล ม่อนจำศีล พร้อมจัดกิจกรรมแข่งขันถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์ระหว่างทริป และสุดท้าย “ธี่รักษ์” ชวนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ดูแลรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมผ่านพิธีบวชป่าที่ม่อนจำศีล และการบริจาคทุนการศึกษา สิ่งของจำเป็นและอนุสารท่องเที่ยว อสท. ของ ททท. ให้แก่ห้องสมุดของโรงเรียนวัดดอนสัก พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน เพื่อส่งมอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience Based Tourism) ที่มีคุณค่าและความหมายแก่ผู้ร่วมกิจกรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M Studio และนายณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ โปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์ธี่หยด 2 ได้เดินทางและร่วมกิจกรรมพร้อมกับผู้โชคดี 20 ท่าน โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงสื่อมวลชนในพื้นที่รวม 15 ราย เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้เกิดการรับรู้ สร้างกระแสการเดินทางและสร้างโอกาสในการนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็น 1 ในเมืองน่าเที่ยวของภูมิภาคภาคเหนือที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม พืชเศรษฐกิจและธรรมชาติ โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว 788,744 คน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 1,655 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางด้วยพาหนะรถยนต์ส่วนตัว จากภูมิภาคเดียวกัน ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ น่าน และกำแพงเพชร โดยนิยมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีอุทยานแห่งชาติสำคัญ 3 แห่ง

ได้แก่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุทยานแห่งชาติสักใหญ่ และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ทั้งนี้ ปี 2568 ททท. เตรียมส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ ชูจุดแข็ง “อุตรดิตถ์เมืองมหัศจรรย์ผลไม้ และเสน่ห์แห่งธรรมชาติ” ผสมผสานเสน่ห์ไทย 3 วัฒนธรรม ส่งมอบประสบการณ์ EAT ALL YEAR ROUND ส่งเสริมอัตลักษณ์เด่น CITY OF FRUITS และ GASTRONOMY เพื่อบรรลุเป้าหมายท่องเที่ยวปี 2568 ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว 1.29 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ได้รับการประสานงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากนางกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ เอื้ออำนวยการจัดกิจกรรมจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

นาตา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มทร.อีสาน จัดใหญ่มหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO 2024 : For Future โชว์นวัตกรรมยานยนต์ EV พร้อมเตรียมเปิดรับนักศึกษารอบ Open House

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 Mr.Ma Haiyang President of AION Thailand Mr.Huang Yongjie Chairman of Gold Integrate & Director of Chelove International Education Group นายสมพิศ เพ็งงาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครราชสีมา และพลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2

ในพิธีเปิดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) โดยในพิธีเปิดมีการแสดงดนตรีพื้นถิ่นอีสาน จาก องค์การนักศึกษา มทร.อีสาน ซึ่งครองถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในกิจกรรม 9 ราชมงคลร่วมใจ สืบสานวัฒนธรรมไทย ถึง 3 สมัยซ้อน การกล่าวต้อนรับแขกผู้เข้าร่วมโครงการ โดย พลโท พรชัย มาหลิน แม่ทัพน้อยที่ 2 ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 การกล่าวแสดงความยินดี จาก Mr.Huang Yongjie ผู้อำนวยการ บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์ เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน และได้รับเกียรติจาก นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ณ เวทีกิจกรรม อาคารอเนกประสงค์หลังคาคลุม (โดมมรกต) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน ได้เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์การจัดงานว่า การจัดมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อที่จะนำเสนอศักยภาพและผลงานความสำเร็จตามการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ที่ได้ดำเนินภารกิจตอบรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งยังเป็นเวทีนำเสนอความก้าวหน้า ผลงานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรมและบริการวิชาการ ที่มีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมประสานบูรณาการ องค์ความรู้ในการพัฒนาประเทศทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม ชุมชน และ อุตสาหกรรม ตลอดจนหนุนเสริมให้เกิดกลไก

สนับสนุนเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้้ใช้ประโยชน์บูรณาการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายของ มทร.อีสาน จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์สมัยใหม่ ตอบรับนโยบาย 30@30 ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติและนโยบาย อว. For EV ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมยกระดับเป็นศูนย์อบรมและทดสอบด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานสากล มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานกรมฝีมือแรงงาน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานพร้อมตอบรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศด้วยศักยภาพการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อันโดดเด่น งดงาม และภาคภูมิ

สำหรับงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) มทร.อีสาน ได้คัดสรรกิจกรรมเพื่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจ ให้ได้รับชมและร่วมกิจกรรมอย่างมากมาย เช่น กิจกรรมการเสริมสร้างผู้ประกอบการ Startup RMUTI, การจัดแสดงผลงานนักศึกษา RMUTI Showcase Startup การการเสวนา Inspiration & Motivation @Startup, mini Camp การจัดทำแผนธุรกิจ New Business, การนําเสนอผลงาน Pitching Business จากการจัดทําแผนธุรกิจ, การแข่งขันทักษะวิชาชีพและประกวด นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและอุดมศึกษา ในระบบนิเวศการศึกษาลุ่มนํ้าโขง ครั้งที่ 2,

การแข่งขันทักษะการออกแบบและเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์, การแข่งขันทักษะการตรวจประเมินคุณภาพทางรถไฟ, การประกวดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ และงานสร้างสรรค์ การประกวดด้านนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ สถานประกอบการกับอาจารย์นักศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือ (Innovation Entrepreneur Trip Day) , กิจกรรมการเสวนาสมาคมศิษย์เก่า มทร.อีสาน นิทรรศการผลงานการขับเคลื่อนตามจุดเน้นเชิงยุทธศาสตร์ นิทรรศการผลงานความร่วมมือของภาคีเครือข่าย มทร.อีสาน, กิจกรรมสถาปัตย์กลับบ้าน 2567, การออกร้านจําหน่ายสินค้าจากองค์การนักศึกษาและบุคลากร และการออกร้านจําหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค คอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย ตลอด 10 วัน 9 คืน โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ โดย นายจักริน บวรชัย ผู้อำนวยการ โครงการ “หนึ่งใจ…ให้ประชาชน” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา (พื้นที่สุรนารายณ์)

“และด้วยเกียรติประวัติอันยาวนานของ มทร.อีสาน ล้วนสะท้อนประสิทธิภาพ (Efficiency) ในการผลิตบัณฑิตตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผลิตบุคลากร ผู้มีคุณูปการแก่วงการศึกษาและประเทศชาติ ตลอดจนศักยภาพอันโดดเด่น ที่กระทบต่อการขับเคลื่อนและผลักดันการพัฒนาในทุกพื้นที่ ขอบเขตความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยฯ โดยกำหนดหัวใจสำคัญ ผ่านยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพประชากรในทุกระดับสู่ความยั่งยืน ตามมาด้วยความมั่นคงจากชื่อเสียงและการยอมรับซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก บริษัท เชเลิฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน” รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับในการจัดงานมหกรรมวิชาการ RMUTI EXPO ครั้งที่ 2 (RMUTI EXPO 2024 : For Future) นอกจากจะมีกิจกรรมสร้างเสริมความรู้ การประกวดแข่งขัน และการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษสุด เพื่อเปิดโอกาสด้านการศึกษาต่อมทร.อีสาน สำหรับนักเรียน นักศึกษา ยังได้มีโครงการ RMUTI Open House 2024 เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ สู่บ้าน มทร.อีสาน ครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีการเปิดโควตาสำหรับนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจศึกาต่อที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา กว่า 2,500 ที่นั่ง ระหว่างวันที่ วันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2567 ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษาทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัด ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรมและชมมหกรรมต่าง ๆ ในงาน RMUTI EXPO 2024 : RMUTI For Future ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567-วันที่ 1 ธันวาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” ณ​ สะพานมิตรภาพไทย- ลาวแห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในงานแถลงข่าวกิจกรรมเดินวิ่ง “แคแสดรัน ครั้งที่ 2” โดยมีนายกิตติกร พันธ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เภสัชกรอัฐพร กิจนิธิวรวริศ นายกสมาคมผู้ปกครองครู และศิษย์เก่า โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

สำหรับกิจกรรมแคแสดรัน ครั้งที่ 2 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร เพื่อนำรายได้สร้างโดมกีฬาอเนกประสงค์ โดยได้รับความร่วมมือจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และศิษย์ปัจจุบัน ผู้ว่าราชการฯ ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ผ่านกิจกรรม

การวิ่งเพื่อสุขภาพ และได้ร่วมทำดีเพื่อสังคมด้วย โดยเฉพาะเส้นทางที่วิ่งทำกิจกรรมในครั้งที่เป็นถนนตัดใหม่ ทางหลวงชนบทสาย มห.3019 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 ถึง บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอ เมืองจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นเส้นทางสนับสนุน SEZ รองรับการเจริญเติบโตของเมืองมุกดาหารในอนาคตแล้ว ยังเป็นเส้นทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับ

สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 สู่ประเทศลาวรวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในตัวเมืองให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยอย่างยั่งยืนอีกด้วย เส้นทางวิ่งที่สวยงามด้วยทิวทัศน์ เหมาะสำหรับวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวแบ่งการวิ่งเป็น สองระยะ วิ่ง FUN RUN ระยะทาง 5 KM. อัตราค่าสมัคร 399 บาท MINI MARATHON ระยะทาง 10 KM. อัตราค่าสมัคร 499 บาท และ VIP RUN เลือกวิ่งได้ทุกระยะ อัตราค่าสมัคร 999 บาท ทั้งนี้นักวิ่ง 2 ระยะจะได้รับเสื้อเหรียญและถ้วยรางวัล ส่วน VIP RUN จะได้รับเสื้อและเหรียญทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก แคแสดรัน ครั้งที่ 2#2024

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สองคู่หู ม.ต้น ลงขันเปิดร้านปรุงปลา/นายกเมืองพัทยาประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการส่วนท้องถิ่น ชลบุรี / พิธีเปิด งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567

แชร์เนื้อหานี้

คู่หู ม.ต้น ลงขันเปิด “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” แปลงโรงรถบ้านพักเป็นร้านอาหารกลางหมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง บรรยากาศแบบมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อน ราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาท นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม และนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ สองเพื่อนคู่หูคู่ซี้ตั้งสมัยเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้ร่วมเปิดร้านอาหารเมนูปลาราคาย่อมเยาว์ ชื่อ “ร้านปรุงปลา by 12 Garage” โดยใช้พื้นที่โรงจอดรถของบ้านพักในหมู่บ้านพัทยารุ่งเรืองเป็นสถานที่เปิดให้บริการ

นายวนาสินธุ์ ส่องแก้ว หรือบูม เล่าได้ว่า เป็นเพื่อนกับนายธีรพงศ์ หรือแบงค์ มาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ต้น จึงชักชวนกันเปิดร้านปรุงปลา by 12 Garage ซึ่งใช้โรงจอดรถของบ้านตนเองเป็นสถานที่ เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศการรับประทานอาหารเหมือนมาทานข้าวที่บ้านเพื่อน มีการแบ่งงานกันคือนายแบงค์จะเป็นพ่อครัวประกอบอาหาร ส่วนตนเองจะวิ่งส่งอาหารและดูแลเรื่องของการทำตลาดและการหาลูกค้า

ด้านนายธีรพงศ์ ชิดหรดี หรือแบงค์ เผยด้วยว่า โดยเริ่มต้น ร้านปรุงปลา by 12 Garage จะมีเมนูหลากหลายโดยชูเอาเนื้อปลานิลจากบ่อคัดพิเศษเป็นวัตถุดิบหลัก อาทิ กะเพราะปลา ปลาทอดน้ำปลา ปลาผัดตั้งโอ๋ ปลาผัดเม็ดมะม่วง ผัดพริกแกงปลา ปลาผัดขี้เมา ปลาทอดผัดผักบุ้ง ราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 50 บาท ในอนาคตจะเพิ่มเติมปลาชนิดอื่นๆ ทั้งปลาดุกและปลากระพง

ทั้งนี้ หลังจากเปิดร้านมาได้ไม่นานมีลูกค้ามาใช้บริการทั้งกลุ่มเพื่อน ลูกค้าออนไลน์ รวมทั้งลูกค้าฝากซื้อกันอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตจะวางแพลตฟอร์มกับแอปพลิเคชั่นส่งสินค้าต่างๆ ทั้งแกร๊ป แพนดาฟู้ด ไลน์แมน และอื่นๆ เพื่อบริการส่งอาหารให้ลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับร้านปรุงปลา by 12 Garage ตั้งอยู่ในบ้านเลขที่ 50/377 ม.5 ซ.12 หมู่บ้านพัทยารุ่งเรือง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. จะปิดทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยนอกจากบริการรับประทานที่ร้านแล้วยังมีบริการรับทำข้าวกล่อง และบริการเดลิเวอรี่ โดยค่าบริการส่งอาหารเริ่มที่ 10 บาท โทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมที่หมายเลข 094-915 1999 บูม, 093-003 7545 แบงค์

ระดมสมอง! นายกเมืองพัทยาร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี

มีรายงานว่าเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือ

พนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ที่มีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุม และ น.ส.สุดินา แก้วดี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการฯ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะอนุกรรมการฯ ร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

 โดยการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี เป็นการประชุมร่วมกันของคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานส่วนตำบล จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 6/2567 และคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเมืองพัทยา ครั้งที่ 8/2567 

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ มีระเบียบวาระที่สำคัญ อาทิ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี พิจารณาร่างประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาฯ เกี่ยวกับการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีข้าราชการผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งตามกำหนด

พิธีเปิดยิ่งใหญ่! งานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ

วันที่ 21 พ.ย.67 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ มอบหมายให้นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THALAND, 2024)

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีฯ ณ สนามศรีมหาราชา ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

 ทั้งนี้ ด้วยสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กำหนดจัดงานชุมนุมผู้บังคับบัญชาลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2567 (6th INDABA THAILAND, 2024) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยกำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2567  ณ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือได้มีโอกาสทบทวนเนื้อหาสาระวิชาการ และทักษะทางลูกเสือ เพื่อพัฒนาสติปัญญา ความรู้ ความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างกว้างขวาง และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของคณะลูกเสือแห่งชาติประเทศไทยให้เป็นที่แพร่หลาย โดยมีผู้เข้าร่วมงานชุมนุมเป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ กรรมการลูกเสืออาสาสมัครลูกเสือจากทั่วประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,516 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมจังหวัดนครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมกับ จ.นครราชสีมา จัดงาน Colorful Korat ระหว่างวันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2567 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายณัฐ ครุฑสูตร ผู้อำนวยกานฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ สวนรัก อ.เมือง จ.นครราชสีมา

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ททท. ขานรับนโยบาย IGNITE THAILAND’s TOURISM : Soft Power & Sustainability โดยนำเสนอควบคู่กับ อัตลักษณ์ความเป็นไทย การผ่านกิจกรรมและเทศกาล Events & Festivals เปิดท่องเที่ยวได้ตลอดปี

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้วัฒนธรรมไทย เปฺนจุดแข็ง ผ่านการร้อยเรียงเรื่องเราวในมุมมองใหม่ ที่ทันสมัยของภาคอิสาน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสร้างรายได้และ กระจายสู่ท้องถิ่น ตลอดจนระยะเวลาจัดงาน

นักท่องเที่ยวสามารถสำผัสสีสันในแบบอีสานที่ไม่ควรพลาด ระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 – 22.30น ณ สวนรัก จังหวัดนครราชสีมา ภายในงานพบกับไฮไลต์สุดพิเศษ สัมผัสเอกลักษณ์ชองภาคอิสานในทุกมิติ

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ก.ธ.จ.น่าน ติดตามแผนงานปี 2567 พร้อมพิจารณาคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่อง ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมเจ้ามหาพรหมสุรธาดา ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 16 ในฐานะประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ครั้งที่ 3/2567 เพื่อติดตามการดำเนินงานและพิจารณาแนวทางสอดส่องแผนงาน/โครงการ รวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2567

ของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน (ก.ธ.จ.) พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการสอดส่องโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 พร้อมทั้งคัดเลือกแผนงาน/โครงการเพื่อสอดส่องประจำปี 2568 โดยในเบื้องต้นในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดน่าน ได้คัดเลือกโครงการ/กิจกรรมจำนวน 10 กิจกรรม/โครงการ จาก 9 หน่วยงานในการติดตามสอดส่องการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัด

สำหรับปีงบประมาณ 2568 จังหวัดน่านได้รับการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็นงบประมาณจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จำนวน 3 โครงการ วงเงิน 8,070,460 บาท และจากแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดน่าน จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 230,521,900 บาท

นายอิทธิพลกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการต่างๆ ในขณะนี้ยังอยู่ในระยะเตรียมการรอการอนุมัติดำเนินการ แต่เมื่อเริ่มขับเคลื่อนโครงการแล้ว คณะกรรมการควรเข้าไปสังเกตการณ์และสอดส่องอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างหลักธรรมาภิบาลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นใจในแผนงานของภาครัฐ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็น”ศูนย์” สร้างภาพลักษณ์ “เมืองไทยปลอดภัย” ให้นักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) เปิดเผยถึงอุบัติเหตุทางน้ำวันลอยกระทงเป็นศูนย์ว่า จากศูนย์ปฏิบัติการควบคุมความปลอดภัยและการจราจรทางน้ำ กรมเจ้าท่า (ศปก.จท.) สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุทางน้ำ วันลอยกระทง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ไม่พบมีอุบัติเหตุทางน้ำ เหตุการณ์โดยรวมปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทางน้ำ “เทศกาลวันลอยกระทง” โดยแบ่งเป็นส่วนกลาง แม่น้ำเจ้าพระยา เรือด่วนเจ้าพระยา ให้บริการ 46 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,547 คน เรือทัวริสต์โบ๊ทให้บริการ 60 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,126 คน เรือไฟฟ้าเจ้าพระยา ให้บริการ 82 เที่ยว ผู้โดยสาร 3,620 คน เรือโดยสารข้ามฟาก ให้บริการ 924 เที่ยว ผู้โดยสาร 24,351 คน เรือภัตตาคาร ให้บริการ 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,100 คน คลองแสนแสบ เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการ 87 เที่ยว ผู้โดยสาร 7,141 คน ส่วนภูมิภาค เรือโดยสาร ให้บริการ 3,503 เที่ยว ผู้โดยสาร 162,811 คน รวมเรือโดยสารทั้งประเทศ ให้บริการ 4,738 เที่ยว ผู้โดยสาร 213,696 คน

ทั้งนี้ จากมาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ในช่วงวันลอยกระทง ได้จัดเรือตรวจการณ์พร้อมเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราความปลอดภัย ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ พบว่ามีผู้ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา เรือไฟฟ้า MINE Smart Ferry เรือโดยสารข้ามฟาก มีปริมาณบางเบา เรือโดยสารให้บริการตามรอบการเดินเรือ สามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดเรือตรวจการณ์และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมเจ้าท่ากำหนด

ในส่วนภูมิภาคเขต 1–7 มีการจัดตั้งจุดอำนวยความสะดวก พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการตามท่าเรือต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมของเรือโดยสาร ท่าเรือโดยสาร และคนประจำเรือ รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ก่อนออกเดินเรือ ตามมาตรการความปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ควบคุมเรือคอยติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ด้าน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ประธานอนุกรรมาธิการความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา กล่าวถึงอุบัติเหตุทางน้ำช่วงวันลอยกระทงปีนี้เป็นศูนย์ เกิดจากหลักการที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ นำไปปฏิบัติใช้ เพื่อให้ทุกกิจกรรมความปลอดภัยไร้ซึ่งอุบัติเหตุ หรือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเลย เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบตามมาหลายอย่าง ตั้งแต่บาดเจ็บไปจนถึงการสูญเสียชีวิต แล้วยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของประเทศที่พึ่งพิงภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอขอบคุณ ทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มุ่งมั่นป้องกันภาพลักษณ์ของประเทศ ผ่านการวางแผนและบริหารจัดการความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นศูนย์ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ท่านสั่งการให้ตำรวจน้ำ ตำรวจท้องที่ รวมทั้งกรมเจ้าท่า ช่วยเฝ้าระวังป้องกันเหตุไม่ให้เกิดกับนักท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024 “ยกระดับผลิตภัณฑ์ไผ่น่าน/จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิด หอการค้าแห่งใหม่ จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ ช่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางวจิราพรอมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน ผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ไผ่ เข้าร่วมในพิธีเปิดสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน จัดงาน Bamboo Design Showcase 2024 ” กิจกรรมแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่เพื่อเชื่อมโยงตลาด โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้าการลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล กล่าวว่า จังหวัดน่านที่มีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรผู้ปลูกไผ่ และผู้ประกอบการธุรกิจไผ่ ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน การส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน จะเป็นการผลักดันไผ่ให้เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนจะเป็นการเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่า แก้ปัญหาเขาหัวโล้นในจังหวัดน่านและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้ยังก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่มสร้างคลัสเตอร์ ซึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน รวมทั้งช่วยสร้างความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม

ซึ่งรัฐบาลได้มึนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำโดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน มีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการค้า การลงทุน และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชุมชน กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไผ่ ไม้ไผ่เพื่อเพิ่มมูลค่ากิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสารรมไผ่ เพื่อเชื่อมโยงตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการจัดงานเป็นปีแรกของอุตสาหกรรมไผ่น่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาตกลางและขนาดย่อม (SME) และวิสาหกิจชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ให้เกิดช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน (นางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ) ได้กล่าวถึงกิจกรรมของโครงการที่ได้ดำเนินการไปประกอบไปด้วย การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคลัสเตอร์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน โดยการสัมมนาเชิงปฎิบัติการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้แก่ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไผ่ในจังหวัดน่าน และการจัดศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อเสริมสร้างทักษะในการบริหารจัดการเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ทั้งเพื่อเป็นการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกกับการออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิต ภัณฑ์ เพื่อจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 15 ราย โดยให้มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนารวมไม่น้อยกว่า 30 ผลิตภัณฑ์ และ การจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ได้รับการพัฒนา พร้อมทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน

สำหรับการจัดงาน “NAN Bamboo Design Showcase 2024” กิจกรรมจัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรรมไผ่จังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานช่วงเมืองน่าน จังหวัดน่านทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมซมงานเป็นรายผลิตภัตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรูปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดการเสวนาเรื่อง “ไผ่น่าน ทำอย่างไรให้ยั่งยืน” โดยวิทยากรผู้เชียวชาญด้านไผ่จากภาครัฐและเอกชน การมอบประกาศนีย บัตรแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ การจำหน่ายผลิตลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และการดนตรีเพื่อความบันเป็นประจำทุกวัน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน



หอการค้าจังหวัดน่านจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าแห่งใหม่ จังหวัดน่าน ภาระกิจส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00น. ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โครงการน้ำทองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในวาระสมัยคุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน และคุณกัลย์ชฎารัตน์ ปัญญาวงค์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน

หอการค้าจังหวัดน่าน ได้ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคล เปิดที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน โดยได้รับเกียรติจากคุณสมบัติ ชินสุขเสริม รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยล, คุณหัสนัย แก้วกุล ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 , คุณศรีรุ่ง รัตนศิลา ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน ตัดริบบิ้นเปิดอาคารที่ทำการสำนักงานหอการค้าจังหวัดน่าน 990/16 หมู่ 4 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สมาชิก และ YEC หอการค้าจังหวัดน่าน มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง


หอการค้าจังหวัดน่านได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2527 (อายุ 40 ปี) เป็นหนึ่งในองค์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดน่านมาอย่างยาวนาน โดยมีภาระกิจหลัง ส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดน่าน เพื่อมุ่งเน้นยกระดับศักยภาพการค้าในจังหวัดน่านให้ดียิ่งขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มท.2 เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชาวบ้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 พ.ย.ที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาบึงกาฬ ถนนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2)เป็นประธานเปิดโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Staton” ซึ่ง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ขับเคลื่อนภารกิจตอบสนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบึงกาฬ ให้เข้าถึงน้ำประปาคุณภาพสะอาดปลอดภัยในราคาประหยัด

โดยมี นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.บึงกาฬ เขต 1นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการ กปภ.และคณะกรรมการบริหาร กปภ. นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค นายจุมพฏ วรรณฉัตรศสิริ ผวจ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวินัย โตเจริญ รอง ผวจ. นายนายราชันย์ วะนาพรม นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและพนักงาน เจ้าหน้าที่ กปภ.สาขาบึงกาฬ ประชาชน ให้การต้อนรับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กปภ.

เป็นหน่วยงานที่ให้บริการน้ำประปาโดยคำนึงถึงถึงประโยชน์และสุขอนามัยของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งโครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” นอกจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station แล้วเสร็จจำนวน 10 แห่ง

ได้แก่ กปภ.สาขาข้าบ้านฉาง พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ทุ่งสง สตูล น้ำพอง บึงกาฬ บุรีรัมย์ นางรอง และอุทัยธานี โดยใช้เทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) ในกระบวนการผลิตน้ำดื่ม และฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตร้าโวโอเลต (UV) ด้วยกำลังการผลิต 2,000 ลิตร/ชั่วโมง จึงมันใจได้ว่าสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย สำหรับแผนการดำเนินงานในปัจจุบัน กปภ. ตั้งเป้าหมายก่อสร้างและติดตั้ง Mini Station ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนคือให้ทุกคนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยและมีราคาสาสามารถซื้อหาได้

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการน้ำดื่มสะอาด Mini Staton เป็นการนำความเชี่ยวชาญของ กปภ.มาสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยตรง ด้วยการผลิตน้ำดื่มคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาด และช่วยบรรเทาภาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยประชาชนสามารถนำรถบรรทุกน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุน้ำดื่มมารับบริการได้ที่สำนักงาน กปภ.สาขาบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นอกจากนี้ กปภ. ได้ตอบสนองนโยบาย “น้ำดื่มสะอาด บริการประชาชน” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยดำเนินโครงการน้ำประปาดื่มได้ร่วมกับกรมอนามัยประกาศรับรองพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว 264 แห่ง และโครงการตู้กดน้ำดื่มสะอาดฟรี ซึ่งจะขยายผลให้ครบทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศต่อไป

นายทรงศักดิ์ ทองศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ น้ำดื่มสะอาด Mini Staton นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การประปาส่วนภูมิภาคดำเนินการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับประชาชน ลดค่าใช้จ่าย เรามีเป้าหมายกันทำทั้งประเทศ ทั้งหมด 234 สาขา แต่ว่าในเบื้องต้นปีนี้ จะมีการ Kick Off ไป 10 จังหวัด/สาขา แต่ในโอกาสต่อไปก็จะมีการทำให้ครอบคลุมไปทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งในส่วนความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาคด้วย

แต่เป็นพื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคไปให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาน้ำสะอาดดื่มได้ในราคาที่ประหยัด เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในอนาคตอาจจะมีบ้าง อยู่ระหว่างการประเมินว่าต้องคิดในอัตราเท่าไหร่ให้เกิดความเหมาะสม ประหยัด และลดต้นทุนให้กับประชาชนในการใช้จ่ายในครัวเรือนต่อไป โดยการใช้บริการน้ำดื่มสะอาด Mini Station ที่ด้านหน้า กปภ.สาขาบึงกาฬ ช่วงแรกนี้ เปิดให้พี่น้องประชาชนมาใช้บริการในวันและเวลาราชการ แต่ในอนาคตการพัฒนาจะทำให้ประชาชนสามารถดำเนินการรับบริการน้ำดื่มได้ด้วยตนเองเลย

โดย มท.2 กล่าวยืนยันว่า น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคโดยปกติดื่มได้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจขึ้นมา เราจึงมีระบบที่มีมาตรฐานขึ้นมาอีกระดับ ซึ่งมีมาตรฐานเกินองค์การอนามัยโลกไปแล้ว ด้วยระบบเทคโนโลยีรีเวิร์สออสโมซิส (RO) เพื่อให้ลดต้นทุนในการดำเนินการ เราใช้พลังงานสะอาด คือ พลังงานแสงอาทิตย์นำมาใช้ในการทำงานระบบเครื่องกรองน้ำโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าปกติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 บูรณาการร่วมกับกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบล กุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24)

พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมกับ นางสาวธิดารัตน์ เลี่ยวปรีชา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด สสจ.นครพนม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือตรวจพื้นที่อาคารหลังศูนย์ฟื้นฟู เพื่อเสนอเป็นศูนย์บำบัด ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครพนม ตามดำริของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่หลงผิดผู้ที่เสพสารเสพติดเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและท้าทาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย

การหลุดพ้นจากการใช้สารเสพติดต้องอาศัยแนวทางที่ครอบคลุมและแรงสนับสนุนเป็นอย่างมาก วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพจากการใช้ยาเสพติด คือการใช้บริการจากศูนย์บำบัดยาเสพติดซึ่งมีคุณประโยชน์หลายประการ ที่จะสามารถสนับสนุนให้บุคคลมีชีวิตที่มีสุภาพดีขึ้น โดยจะมีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมถึงแพทย์ นักบำบัด ผู้ให้คำปรึกษา และเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะร่วมวางแผนการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล

ซึ่งใช้ความเชี่ยวชาญทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เข้ารับการบำบัดจะปลอดภัย ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และแผนการรักษาจะถูกปรับเสมอตลอดระยะเวลาการบำบัด เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของแต่ละบุคคล ถานบำบัดจะต้องมีสภาพแวดล้อมแบบปิด ที่มีความสงบ ปลอดภัย และมีการควบคุม สภาพแวดล้อมที่เป็นระบบปิดจะช่วยให้บุคคลสามารถโฟกัสกับกระบวนการบำบัดที่เข้มข้น สามารถสร้างกิจวัตรและพัฒนานิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และใส่ใจกับกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอกต่อไป

ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตราเมืองนนท์สัญจร ประธานจัดงาน นาย วิบูลย์ สุนทรวัฒน์ นายกเทศมนตรี และทีมงาน นายเกริทฤทธิ์ รัตมงคล รองนายกเทศมนตรี นายจตุพล สุนทวัฒน์ รองนายกเทศมนตรี นายสุรชัย วงค์เวทย์เสถืยร เลขานุการนายกเทศมนตรี นายมณท์ธรรม์ บุญใจเพชร ที่ปรึกษา และ อบต.พีท คิว โชควิทยา

ประธานเปิดการแข่งขันถ่ายทอดสด นาย จิรวุฒิ สิงโตทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเเปิดงานศึกรวมใจชาวหนองไผ่แก้ว+จิตรเมืองนนท์สัญจร ณ.เวทีมวยชั่วคราวเทศบาลหนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ถ่ายทอดสดช่อง JKN 18 ยูทูป jitmuangnongym live เวลา 17.00น.เป็นต้นไป
เอ.คนข่าวรายงาน

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อน

แชร์เนื้อหานี้

“รัฐมนตรีเฉลิมชัย”เดินหน้าป่าชุมชนยั่งยืนลดโลกร้อนมอบ“อลงกรณ์-ปรพล“ถอดรหัส”สระบุรี แซนด์บ็อกซ์ เมืองคาร์บอนต่ำสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบก่อนขยายผลทั่วประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ. ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว ไครเมทและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม

กล่าวในงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“ ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การฟื้นฟู การใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อชุมชนและนโยบายลดโลกร้อนโดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี2050และคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี2565ถือเป็นนโยบายเรือธงเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน


การประชุมผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ผู้นำท้องถิ่นและภาคประชาชนในจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีเจตนารมย์ร่วมกันให้จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบ”เมืองคาร์บอนต่ำ” หรือ “SARABURI LOW CARBON CITY” โดยเน้นใน 5 ภาคส่วน คือ ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงาน ภาคการกำจัดขยะของเสีย ภาคเกษตรกรรม และภาคการเพิ่มพื้นที่สีเขียวถือเป็นตัวอย่างต้นแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนที่น่าชื่นชมโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาป่าชุมชนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Forests for the Sustainable Future)จำนวน 45 แห่งในจังหวัดสระบุรี

ภายใต้เครือข่ายคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนแห่งละ 15 คน รวมทั้งสิ้นประมาณ 675 คนและขยายความร่วมมือกับอาสาสมัครของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเช่นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) อีกราว 2,000 คน เครือข่ายที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ และที่ปรึกษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 100 คนจะเป็นการขับเคลื่อนที่มีพลังสู่ความสำเร็จด้วยการบูรณาการของภาคีภาคส่วนต่างๆรวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดสระบุรี ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 สระบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สระบุรี สำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 3 สระบุรี ป่าชุมชนนอกจากมีอรรถประโยชน์ใช้สอยเพื่อชุมชนแล้วยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)เพื่อเดินหน้าสู่ไบโอเครดิต(Bio Credit)ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน(Community Food Bank)และสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง รวมทั้งสามารถดำเนินการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อเศรษฐกิจสีเขียวอีกด้วย ”จากผลการประชุมในวันนี้จะถอดรหัส สระบุรี แซนด์ บ็อกซ์(Saraburi Sandbox) เมืองคาร์บอนต่ำเพื่อสร้างโมเดลป่าชุมชน-ป่าคาร์บอนต้นแบบโดยจะนำเสนอต่อดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. พิจารณาขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศต่อไป”นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

 ในการสัมมนาเวิร์คช็อปครั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วยมอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษาสมาคมการท่องเที่ยวสระบุรีเเละหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในสระบุรีเข้าประชุมงานสัมมนาเวิร์คช็อป “พลเมืองเคลื่อนรัฐครั้งที่ 3 หัวข้อ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน“จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.)และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์เมื่อวันที่11 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ลีลาวดีรีสอร์ต อ.เมือง จ.สระบุรีร่วมกับนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ กพร. ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ นายบุญมี สรรพคุณ หนึ่งในผู้ริเริ่มสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ นายเสกสรร กวยะปาณิก รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้และภาคีภาคส่วนต่างๆเช่นจังหวัดสระบุรี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ. )องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก กองทุนสิ่งแวดล้อม  สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(สพภ.BEDOThailand) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โรงงานและบริษัทต่างๆในพื้นที่เช่น เอสซีจี. เคมีแมน สยามฟูรูกาว่า ซีพีเมจิ ทีพีไอโพลีน เบทาโก เป็นต้นและเครือข่ายป่าชุมชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสระบุรีให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ( SARABURI LOW CARBON CITY )ภายใต้แนวทางOpen Gov. for SRI สระบุรี เเซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)ด้วยโครงการ“ป่าชุมชนสระบุรีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”.

ข้อมูลประกอบ: ประเทศไทยมีการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่กรมป่าไม้ 12,231 แห่ง เนื้อที่ 6,308,712 ไร่ นอกจากนั้น ยังมีป่าชุมชนในพื้นที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชุมชนที่ดูแลรักษาป่าชุมชนจะถูกโน้มน้าวให้เข้าร่วมโครงการ โดยมีเงินทุนสนับสนุน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์จากการค้าคาร์บอนเครดิตจำนวนหนึ่ง ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2566 พบว่า ป่าชุมชน 211 แห่ง ในพื้นที่ 18 จังหวัด กำลังกลายเป็นป่าคาร์บอน โดยเป็นป่าชุมชน (ป่าบก) 129 แห่ง ป่าชุมชนชายเลน 82 แห่ง รวมปริมาณการดูดกลับก๊าซคาร์บอน ประมาณ 1,904,463 ตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ข้อมูลในปี 2564 ป่าธรรมชาติและป่าเศรษฐกิจในประเทศไทยมีการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 100 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ดังนั้น ยังเหลือตามเป้าหมายอีก 20 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภท ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ รวมเนื้อที่ 177.94 ล้านไร่ ภายใน พ.ศ. 2580 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอน และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ในขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่สีเขียว ร้อยละ 39.60 รวมเนื้อที่ 128.12 ล้านไร่ ดังนั้น ต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ประมาณ 49.82 ล้านไร่.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดมันส์ “ศึกมวยรองครองแชมป์” รอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท/ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), Thai Smile Bus และ Thybrid Training Centre ปลุกกระแสมวยกับเวที “Legend Fighting Championship ศึกมวยรองครองแชมป์” เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย ที่เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ มี นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน, นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาด อ.หัวหิน, นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ,

นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ, นายธนัท ปภพธนานนท์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ, นายจัตุชัย จำปาหอม อนุกรรมการแข่งขันกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ประจวบฯ, นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด, นายโชคชัย วงศ์จักรภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน, วิว เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2004 โปรโมเตอร์ผู้จัดการแข่งขัน, ทวี อัมพรมหา (ขาวผ่อง สิทธิชูชัย) นักกีฬาโอลิมปิก เหรียญเงินมวยสากลสมัครเล่น ปี 1984 และมนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโอลิมปิก มวยสากลสมัครเล่น ปี 2004 และเหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2008 เข้าร่วมชมการแข่งขันท่ามกลางแฟนมวยจำนวนมากร่วมส่งเสียงเชียร์

นายพลกฤต พวงวลัยสิน กล่าวว่า “การแข่งขันในวันนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของกีฬาเพื่อเป็นหนึ่งใน Soft power ที่จะผลักดันในเรื่องของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ สร้างแรงผลักดันรวมไปถึงช่วยส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชน พร้อมทั้งยังเป็นการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ในเรื่องการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองไทยไปพร้อมๆ กันอีกด้วย และที่สำคัญการจัดแข่งขัน รายการ “ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ” ที่หัวหินในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมกีฬา และเป็นการตอกย้ำให้เมืองหัวหินและ จ.ประจวบฯ ว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่ง destination ที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย”

สำหรับผลการชก เกมส์บอนด์ ส.สุวรรณรัณย์ ชนะคะแนน มงคลชัย เกียรติชายเล็ก / ฤทธิชัย ช.วชิระ ชนะน็อค ชัยวัฒน์ เหน่งซับใหญ่ / สิงห์พยัคฆ์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะน็อค ปราบอัศวิน ภูวนาแก้วขวัญการ์ด / สามล้าน ลูกพ่อพระยาเสือ ชนะน็อค Phoe Zaw (เมียนมา) ส่วนในรอบ Superfight ก็ดุเดือดเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยมีผลการแข่งขันดังนี้ ลมฝน ส.ศิลารักษ์ ชนะ ฟ้าสดใส The Legend Arena / ซุปเปอร์บอล น้ำแพรลูกสาวกำนันกุ้ง ชนะ AMMAD MASOUMINIA (อิหร่าน) / สายน้ำเพชร Wildcard gym ชนะ เสาร์ห้า หนุ่มธรณ์เทพ และคู่สุดท้าย เพชรนรินทร์ หนุ่มธรณ์เทพ ชนะ HLA WIN (เมียนมา)

มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอย่างต่อเนื่องกับการแข่งขันรายการ Legend Fighting Championships 2024 ศึกมวยรองครองแชมป์ ในรอบ SEMI FINAL 4 คนสุดท้าย ว่าใครจะสู่ตำแหน่งแชมป์หนึ่งเดียวของรายการนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.67 โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน หรือ สามารถชมถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ผ่านทางช่องอมรินทร์ทีวี HD 34 และนอกจากนี้ยังสามารถติดตามได้ที่ Youtube : Legend Fc และ Facebook : Legend FC ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ผอ.ททท.เพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสหนาว ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ชมวิวทะเลหมอกและสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวบริเวณเขาพะเนินทุ่ง และบ้านโป่งลึกบางกลอย หลังปิดไปนาน 3 เดือน เพื่อให้ป่ามีการฟื้นฟูของระบบนิเวศ ระหว่างนั้นทางอุทยานฯได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติทะเลหมอกช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวที่บริเวณเขาพะเนินทุ่งแหล่งชมทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีสัตว์ป่านานาชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย ซึ่งหลังจากเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวที่เขาพะเนินทุ่งมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวชมกันจำนวนมาก


อย่างไรก็ตามบริเวณพะเนินทุ่งจะเปิดอนุญาตให้พักแรมเฉพาะกางเต็นท์เท่านั้น ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้ 150 คนต่อคืน และจะไม่มีการจองผ่านระบบออนไลน์ แต่ให้ไปติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมที่จุดที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำหรับการเดินทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เราสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวไปได้ ทางอุทยานฯจะอนุญาตเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมรรถนะดี โดยจะอนุญาตให้นำรถขึ้นเขาพะเนินทุ่งไป 2 เวลาคือ 05.00 – 08.00 น. และ 13.00 – 15.00 น. และขาลงอีก 2 ช่วง

ได้แก่ ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. และ 16.00 – 17.00 น. สำหรับผู้ที่ไม่มีรถสามารถติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเพื่อใช้บริการรถรับจ้างหรือรถกระบะเช่าขึ้นไปได้ ทั้งนี้ จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่งตั้งอยู่บนยอดเขาพะเนินทุ่งมีลักษณะเป็นลานกว้าง มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาและทะเลหมอก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ เป็นต้น และมีคลื่นสัญญาณโทรศัพท์เฉพาะเครือข่ายเอไอเอส ขณะที่การเดินทางไปท่องเที่ยวที่บ้านโป่งลึกบางกลอย ก็สามารถติดต่อสอบถามได้บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อขออนุญาตเดินทางเข้าไปพักแรมเช่นกัน


นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กล่าวว่า ฤดูหนาวนี้ ทาง ททท.เพชรบุรี ก็ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวรับลมหนาวกันที่เขาพะเนินทุ่งในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย โดยยูเนสโก (UNESCO) ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว จ.เพชรบุรีเรามีทะเลหมอกใกล้ๆ กรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสลมหนาวกันเหมือนได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นทางภาคเหนือ

ได้ที่เขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เบอร์โทร 0 3277 2312, 091 050 4461 หรือที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี เบอร์โทร 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกเมืองพัทยาเปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลดีวาลี 2024 ริมทะเลพัทยา นทท.ภารตะทะลักงาน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 9 พ.ย.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดงานทศกาลดีวาลี พัทยา ประจำปี 2567 DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย.67 เทศกาลแห่งแสงสว่างที่พี่น้องชาวอินเดียทั่วโลกจัดเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ที่บริเวณการจัดงานริมชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย และนักท่องเที่ยวเชื้อสายไทยซิกข์ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ในงานประธานในพิธีได้ร่วมสวดอาตีขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสกล ผลลูกอินทร์ นายนคร ผลลูกอินทร์ สมาชิก อบจ.ชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการ ททท.พัทยา นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ร่วมจุดเทียนชัยแห่งแสงสว่าง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวแสดงความยินดีกับการจัดงาน DIWALI Festival Pattaya 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 และเป็นนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือร่วมใจของ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียชลบุรี และสมาคมอินเดียพัทยา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการเห็นในความร่วมมือที่ดีนี้ให้เกิดในเมืองพัทยา สิ่งสำคัญคืองานดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวนโยบายซอล์ฟเพาเวอร์ของรัฐบาลอีกด้วย

สวนนงนุชพัทยา ให้ความสำคัญด้านการศึกษา ภาคภูมิใจเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ อย่างเป็นทางการ

วันที่ 11 พ.ย.67 ที่สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา อย่างเป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งบุคลากรด้านการศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ในพิธีได้จัดพิธีทางศาสนา พระเถรานุเถระจำนวน 9 รูป ร่วมเจริญภาวนาสงดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้เข้าร่วทพิธีเปิดโรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา ถือเป็นสถานศึกษาอห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โรงเรียนนงนุชพัฒนาทักษะอาชีพและกีฬา เปิดการเรียนการสอนรวม 6 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาอาหารไทย หลักสูตรวิชามวยไทย หลักสูตรภาษาต่างประเทศ หลักสูตรวิชานาฏศิลป์ไทย หลักสูตรพัฒนาแม่บ้านมืออาชีพ และหลักสูตรจัดดอกไม้

“ไพรม์มัส พัทยา” เพิ่มศักยภาพบริการซ่อมสีและตัวถังรถ EV ผงาดสู่มาตรฐานระดับสูงสุด Mercedes-Benz


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บจก.ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ที่มุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการคัดสรรเครื่องมือพิเศษที่มีเทคโนโลยีอันสมัย เพื่อยกระดับการบริการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ล่าสุด “ไพรม์มัส พัทยา” ได้ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการซ่อมสีและตัวถังของ Mercedes-Benz ด้วยการเพิ่มศักยภาพ ให้แก่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ โดยเข้ารับการอบรมทักษะงานซ่อมสีและตัวถังยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมาตรฐานระดับสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการฝึกทักษะความชำนาญการถอด ตัด เชื่อม ต่อ โครงสร้างตัวถังหลัก ทั้งแบบเหล็ก อลูมิเนียม และโลหะอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจวัสดุ โครงสร้างตัวถัง ระบบการทำงาน และเทคโนโลยีต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน 

พร้อมกันนี้ ทาง “ไพรม์มัส พัทยา” ได้เลือกสรรอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษมาตรฐานสูงสำหรับงานซ่อมสี-ตัวถัง โดยเฉพาะ อาทิ ชุดเครื่องมือ Car-O-Liner, ชุดตรวจวัดตัวถังระบบคอมพิวเตอร์, ชุดแท่นดึงตัวถัง CELETTE X-ONE, ห้องอบ-พ่นสี NOVA VERTA และระบบอบสีแขนกลอินฟราเรด TECOPOINT  พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์สีน้ำที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ ทุกชิ้นงานจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าสี ภายใต้อุโมงค์ไฟส่องสว่างสูงถึง 1,500 Lux ทำให้ทุกงานซ่อมมีคุณภาพและสมบูรณ์แบบมากสุด ทั้งรองรับงานซ่อมหนัก-เบาของรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมได้ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์อีกด้ว

ปัจจุบัน ศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz ของ ไพรม์มัส พัทยา” ด้านงานซ่อมสีและตัวถัง ตั้งอยู่ที่พัทยา-นาจอมเทียน มีช่องซ่อมทั้งหมด 17 ช่องซ่อม รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้มากกว่า 200 คันต่อเดือน ด้วยบริการที่หลากหลายและครบวงจรสำหรับรองรับรถยนต์ทั้งแบบเครื่องยนต์ และแบบไฟฟ้า ทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ และรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง โดยมีทีมฉพาะสำหรับประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าบริษัทประกันภัย เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการเคลมซ่อมสี-ตัวถัง ที่ ไพรม์มัส พัทยา” ทั้งมีบริการนัดหมายล่วงหน้า และติดตามสถานะการซ่อมในทุกขั้นตอนอีกด้วย

สัปดาห์หน้า! เมืองพัทยารับปากเตรียมปรับภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะ หลังชาวบ้านร้องสัตว์มีพิษชุกชุม

ตามที่มีประชาชนที่พักอาศัยภายในเจ๊ะมะดีแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 28 (ตัดโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา) กับสื่อมวลชน อยากให้เมืองพัทยาส่งเจ้าหน้าที่มาทำการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะหลังห้องเช่า ซึ่งรกร้าง และอาจเกิดอันตรายจากสัตว์มีพิษที่ชุกชุมในช่วงที่มีฝนตก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อกรณีดังกล่าวว่า ด้วยพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นพื้นที่ของเอกชนที่มอบให้กับทางเมืองพัทยาเป็นที่สาธารณะมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยเป็นซอยตัน เมืองพัทยาจึงพิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะดำเนินการทำถนน แต่ในปัจจุบันความเจริญมากขึ้น จึงเห็นควรจะต้องมีการเสนองบประมาณเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

ที่ผ่านมาเมืองพัทยาเคยเข้าไปจัดการพื้นที่ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ต่อมามีการปิดทางเข้าจึงไม่ได้เข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพบว่าได้เปิดพื้นที่ทางเข้าแล้ว และจะได้ส่งเจ้าหน้าที่กองช่างสุขาภิบาลเข้าไปดำเนินการเคลียร์พื้นที่ในเบื้องต้นก่อนในวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาให้ขาวบ้านในการเบื้องต้น ส่วนของโครงการทำถนนเส้นดังกล่าว เมืองพัทยาจะเสนอตั้งงบประมาณในปี 2568 ต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.อ่างทอง จัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง / กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 พ.ย.67 ที่สนามหน้าโรงเรียนบ้านสีดางาม ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง สั่งการให้ นายอุดมทรัพย์ เดชะกุลกำจร เลขานายกฯ นายธานินทร์ บุญนี ปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ภัณฑ์ธิมา รังสิกุล รองปลัดอบต.อ่างทอง น.ส.ทิพวรรณ ปัญญาหาร หัวหน้าสำนักปลัด พร้อม ข้าราชการ พนักงาน ร่วมจัดกิจกรรมธนาคารขยะชุมชนตำบล เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กิจกรรมขยะแลกไข่ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 โดยมี นางวันวิษา ลิ้มไล้ รก.ผอ.โรงเรียนบ้านสีดางาม คณะครู นักเรียน ร่วมกิจกรรม

น.ส.สุดารัตน์ สังข์ฤทธิ์ วิทยากรอิสระบรรยายขยะแนวไร้ถัง กล่าวว่า การจัดการขยะต้นทางก็คือแค่ทำทุกอย่าง ตัด ล้าง ตาก หรือทำอย่างไรก็ได้ให้สะอาด เก็บรวบรวมตากให้แห้ง และนำส่งให้ อบต.หรือหน่วยงาน สำหรับที่นี่โรงเรียน หลายๆโรงเรียน ก็ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะที่นี่ อบต.อ่างทอง ได้ดำเนินการอยู่โครงการขับเคลื่อนของกองสาธารณสุข อบต.อ่างทอง ทำตรงนี้คือ ผู้ปกครอง และเด็กๆเริ่มมีการจัดการขยะได้ด้วยตัวเองที่บ้านแล้วนำมารวมโรงเรียน อบต. อ่างทอง ก็มารับซื้อส่วนที่ซื้อก็ซื้อส่วนที่ขายก็ขายส่วนที่บริจาคก็มีเยอะ

โดยบริจาคเข้ากองทุนชมรมผู้สูงอายุ อบต.อ่างทอง ก็อยากให้ อบต.ทุกแห่ง ทำโดยเฉพาะ อบต.อ่างทอง ขับเคลื่อนโครงการ พอช.ของอำเภอทับสะแก โดยอยากให้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประกาศเป็นจังหวัดใร้ถังขยะ เพราะฉะนั้นอย่าให้ทำทุกๆ แห่งทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินโครงการขับเคลื่อนโรงเรียนไร้ถังขยะ อยากให้โรงเรียนหลายๆ โรงเรียนมาร่วมมือร่วมใจกันทำตรงนี้เพื่อเป็นการปลูกฝังเด็กให้รู้จักวิธีการจัดการขยะด้วยตัวเองโดยไม่ทิ้งเป็นภาระให้ใคร จัดการให้จบด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดการขยะของ อบต.อ่างทอง นอกจากจะดำเนินโครงการธนาคารขยะชุมชน และรับบริจาคขยะเพื่อนำรายได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่ายติดเตียงแล้ว ก็ยังมีกิจกรรม ถุงพลาสติกแลกไข่ โดยถุงพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ได้ 3 ฟอง รับซื้อขยะด้วยเงินสด หรือจะนำเข้าฝาก ธนาคารขยะตำบล ครบ 1 ปี มีดอกเบี้ย

////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “มิสแกรนด์อินเดีย” สร้างสีสันประเดิมวันแรก เทศกาลดีวาลีพัทยา 2024

แชร์เนื้อหานี้

ตามที่เมืองพัทยาร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย สมาคมอินเดียพัทยา และนายกสมาคมอินเดียชลบุรี กำหนดจัดกิจกรรมพหุวัฒนธรรม งานเทศกาลดีวาลี พัทยา DIWALI Festival Pattaya 2024 ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ที่บริเวณชายหาดพัทยากลาง เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่างของชาวอินเดียนั้น

ล่าสุด วันที่ 8 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา นายสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย (พัทยา) นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา นายดิโอ้ ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียชลบุรี พร้อมคณะจัดงานได้ให้การต้อนรับ ราเชล คุปตา MISS GRAND INTERNATIONAL 2024 INDIA พร้อมคณะนางงาม MISS GRAND INTERNATIONAL 2024 INDIA ที่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์กิจกรรมวัฒนธรรมของชาวอินเดียในครั้งนี้ที่เมืองพัทยา

สำหรับวันแรกของกิจกรรมการจัดงานเทศกาลดีวาลี พัทยา DIWALI Festival Pattaya 2024 ทางคณะผู้จัดงานได้ร่วมพิธีสวดบูชาอาตีขอพรให้มีความสุข โดยในงานมีการออกร้านค้าจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์และสินค้านานาชนิดสำหรับชาวภารตะริมชายหาดพัทยาเป็นระยะทางยาวกว่า 700 เมตร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ ประจวบฯ ปปช.จ่อสอบนายก อบต.ห้วยทราย /คัดค้านการแบ่งเขต เลือกตั้งสมาชิก อบจ.ประจวบฯ / ตะลึง! พบเสือดาว-เสือดำสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ผืนป่ากุยบุรี

แชร์เนื้อหานี้

8พ.ย.67 สืบจากข่าวการนำเสนอข่าวออนไลน์ในหลายสำนักข่าวเมื่อเดือน ต.ค.67 ที่ผ่านมา กรณีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งแอบลักหลับทำการเปิดบ่อขยะโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ผ่านความเห็นชอบชาวบ้านทั้ง 13 หมู่ ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย อ.เมื่องประจวบฯ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนในเรื่องเอกสารรับรองจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และสาธารณสุข หวั่นผลกระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อมก่อนจะนำเรื่องราวทั้งหมดเข้าร้องสื่อ  ต่อมามีการนำหลักฐานการประชุมประจำเดือนหมู่บ้าน ยื่นต่อปลัดอำเภอ ให้ตั้งกรรมการสอบทางวินัยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ห้วยทราย อาจเข้าข่ายหลอกลูกบ้านให้หลงเชื่อ เห็นชอบโครงการก่อสร้างบ่อขยะดังกล่าว จนเป็นเหตุให้อำเภอฯมีคำสั่งหนังสือเร่งด่วนถึง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการให้อนุญาตดำเนินกิจการบ่อขยะในพื้นที่หมู่ 10 ต.ห้วยทราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปเมื่อวันที่ 7 ต.ค.67 ของเดือนที่ผ่านมา พร้อมนำเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบกรณีสินบน ของนายก อบต.ห้วยทราย ยื่นร้องต่อ ปปช.จังหวัดฯให้สอบขอเท็จจริง ก่อน ปปช.จังหวัดฯจะมีหนังสือที่ ปข.๐๐๔๐(ปข)/๐๘๔๙ ลงวันที่ 28 ต.ค.67 เชิญผู้ร้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ สนง.ปปช. หลังมีคลิปวีดีโอระหว่าง นายก อบต.กับสมาชิก(ส.อบต.)รายหนึ่ง ขณะกำลังนั่งสนทนาเจรจาปัญหาเรื่องบ่อขยะระหว่างกัน ก่อนจะมีการยื่นบางสิ่งในมือส่งให้สมาชิก(ส.อบต.)แต่ได้รับการปฏิเสธกลับ(ตามคลิป)

6 พ.ย.67 ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้าน ส.อบต.หมู่ 12 ต.ห้วยทราย เป็นบ้านของเจ้าของคลิปดังกล่าว พบนางสาว ศีรดา  โพธิ์ทอง สมาชิก(ส.อบต.)ต.ห้วยทราย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อลงมติเห็นชอบการดำเนินการเปิดกิจการบ่อขยะดังกล่าว ขณะที่สมาชิก(ส.อบต.)รวมทั้งหมด 13 หมู่ โดยในส่วนของตนเห็นว่าหากมีการยื่นขอดำเนินกิจการไม่ถูกต้องตามระเบียบก็ไม่สมควร พร้อมเล่าต่อและว่า ขณะที่ตนเดินทางกลับจากธุระ นายกฯมาหาที่บ้าน จากนั้นก็มีการพูดคุยระหว่างกันเกี่ยวกับปัญหาเรื่องบริษัทเอกชนยื่นขอทำกิจการบ่อขยะในพื้นที่หมู่ 10 ขณะพูดคุยระหวางนั้น เขาก็เอี้ยวตัวชักมือลงไปหยิบบางอย่างในกระเป๋ากางเกง พร้อมกับนำขึ้นมายื่นให้ตนรับไปและบอกว่า”เขาฝากมาให้”(ตามคลิป)แต่ตนปฏิเสธไม่รับ หากรับก็จะเป็นการรับสินบนเพื่อให้ตนยกมือเห็นชอบ  ซึ่งตนก็ไม่เห็นด้วยหากไม่มีการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านทั้ง 13 หมู่เสียก่อน และเนื่องจากอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ชัดเจนเรื่องเอกสารในทางกฎหมายและมาตราการป้องกัน หากมีผลกระทบชุมชน ขณะที่ชาวบ้านเป็นกังวลบริษัทผู้ขออาจลักหลับนำขยะสารพิษจากนอกพื้นที่เข้ามาทำการฝังกลบแทน เนื่องจากในเอกสารของบริษัทยื่นต่อ อบต.นั้นเป็นเพียงการขอดำเนินการขุดดินเพื่อการเกษตรเท่านั้น แต่พอดำเนินการจริงกลับกลายเป็นบ่อขยะ นางสาวศีรดา ส.อบต.กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมในเรื่องนี้ จากเสียงวิจารณ์ของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เห็นว่าตั้งแต่โครงการบ่อขยะของบริษัทเอกชนรายนี้เริ่มเข้ามาในชุมชน ทำให้ชุมชนเกิดความไม่สงบ ชาวบ้านไม่สามัคคีกันเหมือนแต่ก่อน รวมถึงผู้นำชุมชนบางรายครองตนไม่สมกับการเป็นที่ผึ้งของประชาชน ทำตัวเป็นนายหน้าขายสัจจะตนเอง นำคนแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดการแตกแยกในชุมชน อีกทั้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยลงมาอธิบายสร้างความรับรู้ให้ชาวบ้าน ทั้งที่มีการลงตรวจแบบโครงสร้างในพื้นที่แต่กลับนิ่งเฉย อ้างว่าไม่ได้อยู่ใน พรบ.ควบคุมดูแลของหน่วยงานตนเองบ้าง  หากยังมีการแถ เพื่อต้องการดันให้โครงการบ่อขยะที่ดำเนินการไม้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ให้เปิดดำเนินการได้ ชาวบ้านทั้ง13 หมู่ อาจมีมาตรการในขั้นต่อไป เสียวิจารณ์ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ห้วยทราย

คัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อ เวลา 10.30น.ประชาชน บ.โป่งโก ม.2 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 80 คน นำโดยนางจำเนียร บัวผัน กำนัน ต.ทองมงคล นายไพศาล สิวสุเมธ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 นายสุเชต สงค์เสน ผู้ใหญ่บ้าน.ม.8 นางนาตยา ทองนิล สมาชิก อบต.ทองมงคล เดินทางมายื่นหนังสือขอคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมา เวลา 11.30น. ประชาชนได้รวมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เชิญประชาชน บ.โป่งโก เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมชั้น 4 พร้อมทั้งเชิญนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผอ.กกต.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมประชุมหารือ โดยประชาชนในพื้นที่ บ.โป่งโก ม.2 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน ได้รับความผลกระทบในการแบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ จากเดิมมีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 3 แล้วเปลี่ยนมาเลือกตั้ง เขต 4 ทำให้เกิดความสับสน และความไม่สะดวกต่อประชาชนในพื้นที่ จึงต้องการให้แบ่งเขตการเลือกตั้งตามเดิม ซึ่งทางนายคมกริช รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แจ้งว่าในเรื่องนี้ทางจังหวัดไม่มีอำนาจในการแก้ไข เป็นเรื่องของ กกต.ส่วนกลาง พร้อมทั้งได้กำชับนายศักดิ์ชัย ผอ.กกต.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้เร่งดำเนินการก่อนจะประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และโทรประสานงานกับทางส่วนกลางเพื่อเร่งดำเนินการต่อไป

ประจวบฯนายกฯอบต.ห้วยทราย”โต้”หลังคลิปหลุดสินบนสั่งบ่อขยะระงับการก่อสร้างชั่วคราว

 8 พ.ย. 67 ต่อข่าว/ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบกับ นายไชยพงศ์ บัวไสว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ หลังทราบว่าเป็นผู้อยู่ในคลิปกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณด้านในบ้านของสมาชิก ส.อบต.รายหนึ่ง หลังมีผู้ร้องไปยัง สนง.ปปช. กล่าวหาว่ามีการทุจริตประพฤติมิชอบและให้สินบน ส.อบต.รายดังกล่าว จนเป็นกระแสข่าวร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

ด้านนายไชยพงศ์ นายกฯอบต.ห้วยทราย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า บุคคลในคลิปคือตนเอง ซึ่งจากเหตุการณ์ในขณะนั้นตนได้เข้าไปเยี่ยมญาติๆที่บ้านดังกล่าว พร้อมพูดคุยเรื่องปัญหาการจัดการขยะกับ สมาชิก ส.อบต.รายนี้ ซึ่งก็เป็นคนในบ้าน เนื่องจากเป็นเครือญาติกัน จึงไม่แปลกที่ตนจะเข้าไปสอบถามสารทุกข์สุขดิบต่อกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อและว่า หากดูจากคลิปเสียมีการสนทนาเรื่องการจัดการขยะ ระหว่างนั้นมีการยื่นบางอย่างให้สมาชิก ส.อบต.รับไป แต่ได้รับการปฏิเสธกลับ สิ่งนั้นคืออะไร

ทางด้านนายกฯอบต.ตอบกลับและว่า ไม่ทราบว่าในคลิประหว่างนั้นตนพูดว่าอะไร แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องตัวเงินอย่างแน่นอน และสิ่งที่ตนยื่นให้นั้นเป็นเพียงเอกสารที่อยู่ในซอง  แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไรเนื่องจากมันนานมาก และหากตนจะนำเงินจำนวนหนึ่งไปฝากไว้ให้แม่ของเขาไว้ใช้เพราะป่วยอยู่       ก็ไม่แปลก เนื่องจากเราเป็นเครือญาติกัน และตนก็เป็นนายกฯอบต.ในสมัย จะเข้าเยี่ยมลูกบ้านทุกคนก็ไม่ผิดอะไร  ซึ่งในเรื่องนี้หากมองว่าเป็นการส่งสารที่คาดเคลื่อนทำให้เข้าใจผิดคิดไปเองก็เป็นได้ แต่ตนก็เป็นผู้เสียหายไปแล้ว เนื่องจากมีการเสนอข่าวออกไปว่าตนให้สินบน ส.อบต.ดังกล่าว ส่วนที่มีการร้อง ปปช.จังหวัดฯเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนนั้น ก็ต้องรอให้ ปปช.จังหวัดฯ เรียกเสียก่อน ซึ่งตนก็พร้อมจะให้ข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว นายกฯอบต.พูดต่ออีกและว่า ในส่วนเรื่องที่ชาวบ้านเป็นกังวลบริษัทอาจนำขยะสารพิษเข้ามาทิ้งในชุมชน

ในเรื่องนี้หลังจากมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมปรึกษาขอปฏิบัติ ไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ของเดือนที่ผ่านมา โดยมีการสรุปร่วมกันและแจ้งให้บริษัทผู้ยื่นขออนุญาตดังกล่าว สั่งระงับการก่อสร้างไปแล้ว และให้ดำเนินการยื่นขออนุญาตทำกิจการบ่อขยะใหม่ ให้ถูกต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ เนื่องจากแบบเดิมเป็นการยื่นขอขุดบ่อดินเพื่อการเกษตร ซึ่งมีการปรับปรุงสิ่งปรูกสร้างที่ยังไม่เป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติของทางราชการกำหนด  จากนั้นให้บริษัทผู้ขอลงมารับฟังความคิดเห็นกับชาวบ้านทั้ง 13 หมู่ ในพื้นที่ ต.ห้วยทราย เพื่อนำขอกังวลของชาวบ้าน นำกลับไปพิจารณาหากปฏิบัติได้  พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวของเช่น อุตสาหกรรม  สิ่งแวดล้อม  สาธารณสุข เข้าร่วมชี้แจงให้ชาวบ้านทั้ง13 หมู่รับทราบ พร้องให้นำมาตรการป้องกันในทางกฎหมาย หากบริษัทดำเนินกิจการผิดระเบียบไม่ถูกต้องไม่เป็นไปตามระเบียบทางราชการกำหนด นายกฯอบต.ห้วยทราย กล่าว

ตะลึง! พบเสือดาว-เสือดำสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ผืนป่ากุยบุรี สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.67 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์สัตว์ป่า หลังกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera trap) บันทึกภาพเสือดาวและเสือดำในพื้นที่เดียวกัน โดย นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า การพบเสือทั้งสองชนิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่า และเป็นผลมาจากการทุ่มเทในการคุ้มครองพื้นที่อุทยานฯ อย่างเข้มแข็ง ทั้งการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การป้องกันการบุกรุกทำลายป่า และการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรียังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่อย่างเสือดาวและเสือดำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานอนุรักษ์และการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
อุทยานแห่งชาติกุยบุรีครอบคลุมพื้นที่กว่า 969 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในกลุ่มป่าแก่งกระจานมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบฯ เพชรบุรี และราชบุรี ซึ่งมีความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะการเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังพบสัตว์ป่าสงวนหายากหลายชนิด เช่น วัวแดง กระทิง เลียงผา และเสือโคร่ง นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังมีความสำคัญในด้านการเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย รวมถึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญของภูมิภาค มีระบบนิเวศที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้า ซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่านานาชนิด.

นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Eplanet Pte Ltd ประกาศจัดการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

​Eplanet Pte Ltd บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ มีความภูมิใจที่จะประกาศการจัดการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 เวทีการประกวดระดับโลกที่เชิดชูความงดงามของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมรดกทางภูมิปัญญา โดยจะจัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2567 และกำหนดพิธีประกาศผลรางวัลในวันที่ 16 พฤศจิกายน การประกวดในปีนี้จะรวบรวมผู้เข้าประกวดจากทั่วโลก เพื่อนำเสนอความสง่างาม ประเพณี และความเป็นหนึ่งเดียวของโลก นับตั้งแต่ก่อตั้ง Heritage Pageants ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการประกวดระดับนานาชาติ ที่เป็นที่รู้จักในด้านการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ งานอันทรงเกียรตินี้บริหารโดย Eplanet Pte Ltd ภายใต้การนำของประธานบริษัท คุณสันโตษ สัปโกตา ผู้ซึ่งอุทิศตนผลักดันให้ Heritage Pageants ก้าวสู่เวทีระดับโลก

​การประกวดปีนี้ได้รับเกียรติจากนักออกแบบท่าเต้นชื่อดัง คุณโรจิน ชาคยา จากประเทศเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากประเทศมาเลเซีย ผู้ซึ่งจะสร้างสรรค์การแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีคุณซูซาน แซนเฟอร์นี โกะ เป็นผู้ดูแลการจัดงาน และคุณฝนธิป ศรีวรัญญู ผู้ชนะเลิศ Mrs. Heritage International 2022 เป็นผู้ดำเนินรายการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้เข้าร่วมและผู้ชม การเฉลิมฉลองมรดกโลกและความเป็นหนึ่งเดียว Heritage Pageants 2024 จะมีการประกวดหลายประเภท ได้แก่ Mrs. Heritage, Miss Heritage, Mister Heritage, Heritage Gold, Heritage Gems และ Heritage Petite ผู้เข้าประกวดแต่ละคนจะเป็นตัวแทนแสดงเอกลักษณ์ประจำชาติและวัฒนธรรมของตน นำเสนอความสามารถและเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ การประกวดนี้เป็นเวทีส่งเสริมไมตรีจิตระหว่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดได้แบ่งปันประเพณีของตนสู่สายตาชาวโลก พร้อมสร้างความซาบซึ้งในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

เกี่ยวกับ Eplanet Pte Ltd ก่อตั้งในปี 2542 Eplanet Pte Ltd เติบโตขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้านการจัดการอีเวนต์ โดยเชี่ยวชาญด้านการประกวดนางงามและงานเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ตั้งแต่การแสดงดนตรีไปจนถึงงานแสดงสินค้า บริษัทมีประวัติอันยาวนานในการจัดงานระดับโลก Eplanet เป็นที่รู้จักในด้านความเป็นเลิศ และ Heritage Pageants เป็นหนึ่งในโครงการที่ทรงเกียรติที่สุด ผสมผสานความงาม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศประวัติ Heritage Pageants จัดขึ้นครั้งแรกที่กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ในปี 2557 Heritage Pageants ได้พัฒนาเป็นงานระดับโลก โดยจัดในหลายเมืองสำคัญ เช่น นิวเดลี ศรีลังกา สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตั้งแต่การสวมมงกุฎให้กับ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ ผู้ชนะ Miss Heritage International คนแรก จนถึงผู้ครองตำแหน่งล่าสุดในปี 2566 Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา และ Erika Hara จากญี่ปุ่น แต่ละการประกวดเป็นประจักษ์พยานถึงความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมและความสามารถของผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก

เวทีแห่งโอกาสและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
​นอกเหนือจากการแข่งขัน Heritage Pageants เป็นเวทีพิเศษสำหรับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมแสดงออกถึงมรดกทางวัฒนธรรมอย่างภาคภูมิ สร้างความสัมพันธ์ระดับโลก และมิตรภาพที่ยั่งยืน ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ การแสดง และกิจกรรมร่วมกัน ผู้เข้าประกวดได้แบ่งปันประเพณีและวัฒนธรรม สร้างพื้นที่แห่งความเคารพและชื่นชมซึ่งกันและกัน Heritage Pageants ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะที่เป็นมากกว่าการประกวด แต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลก ส่งเสริมคุณค่าของความเป็นหนึ่งเดียว การอยู่ร่วมกัน และการเสริมพลัง ผู้เข้าประกวดทุกคนจะจากการประกวดไปพร้อมความทรงจำอันมีค่าและความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมอันกว้างใหญ่ของโลก

​ในการเตรียมงาน Heritage Pageants 2024 Eplanet Pte Ltd มุ่งหวังที่จะสร้างการประกวดที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง เฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวของโลกผ่านมรดกและวัฒนธรรม การประกวดปีนี้จะสร้างแรงบันดาลใจและรวมผู้ชมจากทุกมุมโลก สืบสานมรดกแห่งการเชิดชูความงามและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม อนึ่งจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวการประกวดปี 2024
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ณ Tinidee Trendy Khaosan Rd. Bangkok Thailand เวลา 15.00 น เป็นต้นไป สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:Eplanet Pte Ltdติดตามเราได้ที่: Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ นโยบายการพัฒนาการศึกษา “สพม.น่าน องค์กร คุณภาพ-คุณธรรม/รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อ.ปัว

แชร์เนื้อหานี้

นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวภายหลังเปิดการประชุมผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ครั้งที่ 5/2567 พ.ศ. 2567 ว่า การประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการชี้แจงข้อราชการในการดำเนินงาน และติดตามผลการดำเนินงานแล้ว ยังเป็นการมอบนโยบายในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 โดยใช้สหวิทยาเขตเป็นฐานและเครือข่ายนิเทศ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ตั้งเป้า “ปีทองแห่งคุณภาพ
คู่คุณธรรม” สร้างค่านิยมให้ สพม.น่าน เป็น “องค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณภาพ ขับเคลื่อนนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดการบริหารแบบมีส่วนร่วม ด้วยกระบวนการ SPARK “เชิงลุก” (LOOK) Model

S = SWOT (Look Over) มองให้ทั่วให้รอบด้านทุกมิติ
P = PLAN & PREVIEW (Look Ahead) มองไปข้างหน้า วางแผนอนาคต
A = ACTION & ACTIVE (Look Into) ลงมือปฏิบัติเชิงรุกอย่างรอบคอบ
R = REVIEW & MONITORING (Look Back) ทบทวน ปรับปรุง กำกับ ติดตาม
K = Knowledge Management (Look Up to) จัดการความรู้เพื่อพัฒนาต่อยอด ชื่นชม ยกย่อง พร้อมมอบ 5 นโยบายภายใต้ธรรมาภิบาล เพื่อให้โรงเรียน “น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน” เป็นบ้านแห่งความสุขของครูและนักเรียน
ตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข

  1. นโยบายด้านความปลอดภัย (Safety) ที่มี “3 เสาหลัก” ปลอดภัยทุกมิติ คือ ด้านอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติการจัดทำแผนเผชิญเหตุ และ ด้านการศึกษา ลดความเสี่ยง และการรับรู้ปรับตัวจากภัยพิบัติ พร้อมเดินหน้าสถานศึกษาปลอดภัย ด้วยหลัก 3 ป “ป้องกัน” คือ การวางแผน จัดโครงสร้างการบริหารประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน “ปลูกฝัง” คือ พัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติสมรรถนะด้านความปลอดภัยให้แก่ นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และ “ปราบปราม” คือ ดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู และดำเนินการ
    ตามขั้นตอนของกฎหมาย
  2. นโยบายด้านคุณธรรม (Morality) พัฒนาคุณธรรม ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนด้วยหลัก
    “พุทธธรรม” เพื่อให้เป็นคนดี มีความสุข เช่น อิทธิบาท 4 สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 ไตรสิกขา อริยสัจ 4 สัปปุริสธรรม 7 และกัลยาณมิตร 7 เป็นต้น
  3. นโยบายด้านคุณภาพ (Quality) พัฒนานักเรียนทั้งในด้านวิชาการ วิชาชีพ วิชาชีวิตและองค์กรคุณภาพ พัฒนานวัตกรรม สร้างคนดี มีความสุข
  4. นโยบายด้านโอกาส (Opportunity) ส่งเสริมการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime), เฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา (Thailand Zero Dropout), การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิต และนักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn)
  5. นโยบายด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) การบริหารจัดการโดยใช้พื้นที่ (สหวิทยาเขต) เป็นฐาน, การนำเทคโนโลยีดิจิทัล
    มาใช้ในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอน, พัฒนาคุณภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา,
    เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารองค์กรและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
    “ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจ เป็นนโยบายรวมทั้งจุดเน้นที่ตั้งใจจะนำมามอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับทราบและจะได้เตรียมการเพื่อร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนยกระดับการศึกษาของ สพม.น่าน
    ให้กลายเป็นองค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน” นางนัฑวิภรณ์ กล่าวปิดท้าย /บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จัดประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. คณะอนุกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ณ โรงเรียนไตรประชาวิทยา อำเภอปัว โดยมีดร.สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการ รองศึกษาธิการจังหวัดน่าน เป็นประธานประเมิน และเก็บข้อมูลเชิงลึก
ในครั้งนี้มีบุคคล และหน่วยงานเสนอรายชื่อครู ผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี 2568

โดยเป็นครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ ครูผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายศุภนิตย์ สิทธิชัย โรงเรียนวรนคร (ลูกศิษย์เสนอชื่อ) นางวิมลรัตน์ ทักษิณ โรงเรียนไตรเขตประชาวิทยา (หน่วยงานเสนอชื่อ) นางวาสนา นันทเสน โรงเรียนสมาคมพยาบาลไทย (หน่วยงานเสนอ) และนางสาวมัญชรี ศรีเวียงฟ้า โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม (หน่วยงานเสนอชื่อ) เพื่อเข้ารับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระดับจังหวัดต่อไป โดยคณะอนุกรรมการฯ มีกำหนดการออกประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 4-8 พฤศจิกายน 2567

วันนี้เป็นการลงพื้นที่ประเมินสภาพการปฏิบัติงานและการออกเก็บข้อมูลเชิงลึกของครูผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ของนางวิมลรัตน์ ทักษิณ ซึ่งมีลูกศิษย์ คณะครู ผู้ปกครองเข้าร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่คณะอนุกรรมการเป็นจำนวนมาก

สำหรับ นางวิมลรัตน์ ทักษิณ ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนไตรประชาวิทยา ปฏิบัติการสอนมาเป็นเวลา 15 ปี ในรายวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ เป็นครูผู้ได้รับการยกย่องจากทั้งลูกศิษย์ คณะครู และผู้ปกครอง ทั้งด้านเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ และด้านผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา มีความมานะพยายามในการดูแลลูกศิษย์ทั้งในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน นอกจากนี้ครูวิมลรัตน์ ยังได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2557 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น ระดับเพชร โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2565 กระทรวงศึกษาธิการ

ได้รับรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น รักษามาตรฐานระดับเพชรปีที่ 1 โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2566 กระทรวงศึกษาธิการ รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับชาติ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา ผู้ปฏิบัติงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษา ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน โครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 11 ประจำปีการศึกษา 2564

รางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับภาคเหนือ รางวัลเหรียญทอง ครูผู้สอนยอดเยี่ยมระดับประถมศึกษา กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนโครงการประกวดหน่วยงานและผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ครั้งที่ 12 ประจำปีการศึกษา 2565-2566 เป็นต้น/ข่าว/กัมปนาท พอจิต/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมอุทยานฯ สร้างกรงพักเพิ่ม 2 กรงใหญ่ แก้ปัญหาลิงล้นเมืองเพชรฯ- ประจวบฯ/ตม.เพชรบุรี จัดหางานตรวจแรงงานต่างด้าวในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.67 ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดเพชรบุรี นายชาตรี วชิระเผด็จศึก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี

นายแมนชาติ บัวทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 เพชรบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 เดินทางลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานการก่อสร้างกรงพักพิงลิง หลังที่ 2 และ 3 ที่สามารถรองรับลิงในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบฯ ได้ ในวงเงินงบประมาณ 5,700,000 บาท ที่มีโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ร่มรื่น โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างถังกักเก็บน้ำ ขนาด 1 ล้านลิตร

ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี ดร.ยุทธพล กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ช่วยผลักดันโครงการนี้ฯ วันนี้ได้ลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เพื่อติดตามการดำเนินงานตาม

โครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี ซึ่งจากการมาดูโครงการในวันนี้ ต้องขอขอบคุณ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ได้เห็นความสำคัญการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมยังได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการวางท่อส่งน้ำและจัดสร้างถังกักเก็บน้ำ ขนาด 1 ล้านลิตร เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของสัตว์ป่า รวมไปถึงลิงแสมที่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดเพชรบุรี และการดำเนินการก่อสร้างกรงพักพิงลิงเพิ่มเติมของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ ก็เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างกรงพักพิงลิงอีกสองกรงในโครงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง พร้อมติดตามความเป็นอยู่ของลิงที่ย้ายมาจากเขาวัง ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจและสอบถามมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งลิงทุกตัวมีสุขภาพดี แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องและประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก.


ตม.เพชรบุรีนำทีมบูรณาการร่วมกับจัดหางานตรวจแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ
วันพุธที่ 6 พ.ย.67 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเพชรบุรีนำโดย พ.ต.ท.หรรถพร
เสวะกะ สว.ตม.จว.เพชรบุรี พร้อมชุดสืบสวน บูรณา การร่วมกับ จัดหางาน จว.เพชรบุรี ตรวจสอบแคมป์ที่พักแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ผลการปฏิบัติตรวจสอบพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 6 ราย กัมพูชา 3 ราย มีเอกสารการเดินทางและอยู่ในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมายแต่นายจ้างยังได้แจ้งที่พักอาศัยของคนต่าวด้าวตามาตรา 38ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 จึงดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับพร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พร้อมทำความเข้าใจ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง -พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว-และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องให้ตรงตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ -วางกฎเหล็กจัดระเบียบใหม่ชายหาดพัทยา สร้างความปลอดภัยรีบไฮซีซั่น/นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา/นายกเมืองพัทยาทอดกฐินสามัคคี วัดบุญสัมพันธ์ ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 พ.ย.67 นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวชายหาดพัทยาเพื่อเตรียมพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากมีการบูรณาการวางแนวทางจัดระเบียบผู้ประกอบการชายหาดเมืองพัทยาใหม่ทั้งหมด

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ให้ข้อมูลว่า ด้วยเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น ประจำปี 2567 และบรรยากาศการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนทำกิจกรรมและใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ โดยที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้วางแนวทางจัดระเบียบทางบกไปจนมีผลเป็นรูปธรรมที่ดีขึ้นแล้ว จึงได้ดำเนินการจัดระเบียบทางน้ำต่อ

ทั้งนี้ ชายหาดพัทยาไม่มีท่าเทียบเรือ ทำให้ผู้ประกอบการเรือเร็วหรือเรือสปีดโบ้ทที่มีกว่า 200 ลำ ขึ้นฝั่งได้ตลอดชายหาดพัทยา แล้วช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นจึงจำเป็นต้องวางกฎระเบียบให้ผู้ประกอบการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมทางน้ำมากขึ้น

เมืองพัทยา กรมเจ้าท่า และป้องกัยภัยพิบัติทางทะเล จัดร่วมกันจัดระเบียบชายหาดเมืองพัทยาครั้งใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่มำกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวที่มาชายหาดพัทยามากขึ้น ด้วยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือเร็วห้ามขับเรือเข้าชายฝั่ง ให้จอดลอยลำตามแนวทุ่นที่เมืองพัทยาจัดระเบียบการจอดเรือ โดยสามารถรับส่งผู้โดยสารขึ้นลงเรือได้ 2 จุดเท่านั้น คือ

ต้นหาดพัทยาเหนือและสุดหาดพัทยาใต้ ไม่ให้มารับผู้โดยสารระหว่างหาดพัทยากลางโดยเด็ดขาด โดยได้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พ.ย.67 เป็นวันแรก ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการต่างให้ความร่วมมือดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักท่องเที่ยว และจะไม่กระทบโครงการถมทรายชายหาดเมืองพัทยา แต่หากเรือยังเข้าหน้าหาดอยู่ จะส่งผลต่อสภาพธรรมชาติทางทะเลแน่นอน

นักวิ่งครึ่งหมื่นกระหึ่ม Bikini Run 24 ท้าลมหนาวอ่าวพัทยา

วันที่ 2 พ.ย.67 ที่บริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกิจกรรมการจัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024

ด้วยเมืองพัทยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จัดงาน Pattaya International Bikini Beach Race 2024 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าร่วม ผ่านกิจกรรมวิ่งชายหาดระยะทาง 5 กิโลเมตร

ซึ่งเป็นกิจกรรมงานวิ่งที่มีผู้เข้าร่วมมากติดอันดับโลก ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของเมืองพัทยาในด้านการเป็น Sports City และ Sports Tourism โดยในปีนี้พบว่ามีนักวิ่งตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน สร้างความคึกคักให้กับเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยาเป็นเจ้าภาพจัดทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ สมทบทุนสร้างวิหารหลวงปู่อาด “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา” เกจิดังภาคตะวันออก ยอดกฐินแตะ 3 ล้านบาท

วันที่ 3 พ.ย.67 ที่วัดบุญสัมพันธ์ จ.ชลบุรี นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา และครอบครัว เป็นเจ้าภาพฝ่ายฆราวาส ในงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 โดยภายในงานบุญดังกล่าวมีประชาชนและพุทธศาสนิกชนนับหมื่นเข้าร่วม

และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก อาทิ นายชาญยุทธ เฮงตระกูล อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายรัฐกิจ เฮงตระกูล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ และนายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ นักธุรกิจชื่อดังเมืองพัทยา

ทั้งนี้ การจัดงานทอดกฐินสามัคคีวัดบุญสัมพันธ์ ประจำปี 2567 นี้ มียอดทำบุญกฐินรวมล่าสุดจำนวน 2,924,440 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยจะได้สมทบทุนในการสร้างวิหารหลวงปู่อาด ปิยธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ เกจิดังภาคตะวันออก เพื่อให้ประชาชนและสาธุชนได้กราบสักการะต่อไป

อนึ่ง หลวงปู่อาด ปิยธัมโม หรือ “พระครูวิสุทธิ์ปิยากร” อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญสัมพันธ์ ถือเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านต่างห้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ถือเป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย และมีเมตตาธรรมอย่างสูง

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิผู้สืบทอดพุทธาคมสายกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา เป็นศิษย์สายตรงหลวงพ่อยิ้ม วัดเจ้าเจ็ด ผู้เป็นเพื่อนกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก สามเสือกรุงเก่า (ยิ้ม-ปาน-จง) และกับเกจิอีกหลายท่าน ตลอดวิทยาคมสายภาคตะวันออกจนชาวบ้านเรียกขานว่า “เทพยดาแห่งท้องทะเลพัทยา”

ดร.ฉวีวรรณ คำพา นำผ้าพระกฐินพระราชทาน ร.10 ทอดถวาย ณ วัดใหญ่อินทาราม อ.เมือง จ.ชลบุรี

แชร์เนื้อหานี้

นำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายพระสงฆ์ จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดใหญ่อินทาราม เป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ สังกัดมหานิกาย โดยมีพระราชวัชรสิทธิสุนทร เจ้าอาวาส เป็นประธานสงฆ์รับผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย

โดยมีนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รอง ผวจ.ชลบุรี ร่วมเชิญผ้าไตรพระราชทานในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ โดยเสด็จเป็นพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มีผู้จิตศรัทธาและพุทธศาสนิกชนชาวพุทธ ร่วมทำบุญสมทบ เป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน กว่าบาท

ซึ่งการนำผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ซึ่งผู้ที่จะขอพระอนุญาตไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นหน่วยงานราชการ ขอให้เป็นผู้ที่ตั้งมั่นในบวรพระพุทธศาสนาและเป็นสุจริตชน ไม่ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติพระองค์ท่านก็จะพระราชทานให้นำผ้ากฐินพระราชทาน

ไปทอดถวายพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ได้ ซึ่งได้มีข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ของ สมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมป์ และ พนักงาน บริษัท ฉวีวรรณกรุ๊ป ตลอดจนประชาชนทั่วไปจำนวนมาก ได้มาร่วมกันทอดผ้ากฐินพระราชทานเพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

การทอดกฐิน คือ การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่งครบ 3 เดือน เพื่อให้พระได้มีผ้าเปลี่ยนใหม่ โดยใน 1 ปี แต่ละวัดจะมีการรับกฐินเพียง 1 ครั้ง และจะต้องทำภายในเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันออกพรรษา

ผู้ทอดกฐินมีความเชื่อว่า การทอดกฐินเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง ได้บุญมาก เชื่อ่วาจะทำให้เกิดความมั่งคั่ง มั่นคงในโภคทรัพย์สมบัติและหน้าที่การงาน เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป และเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส

สำหรับ กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งในปัจจุบันกรมการศาสนารับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ พิชัย ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติ งบปี 68 กว่า 1,579 ลบ. ช่วยเหลือเกษตรกร ฟื้นฟู อาชีพหนี้เร่งด่วน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 20 ตึก 150 ปี กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 3/2567 พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ. ดร. นฤมล ภิญโญสินวัตน์ รองประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เข้าร่วมประชุม โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้นำเสนอวาระที่สำคัญต่อที่ประชุม ดังนี้

วาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมเห็นชอบและอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณตามกรอบและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 วงเงินรวม 1,579,968,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในการบริหารสำนักงาน การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การจัดการหนี้ของเกษตรกร การซื้อทรัพย์ NPA คืนตามมติคณะรัฐมนตรี การใช้จ่ายเพื่อภารกิจฉุกเฉินของ กฟก. หรือตามคำพิพากษาถึงที่สุด รายจ่ายที่มีภาระผูกพันและเงินคงเหลือเพื่อดำเนินการอื่น ๆ

เห็นชอบปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รายงานผลการดำเนินงานและขอปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและมีมติต่อไปโดยเร็ว

เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ตามอำนาจหน้าที่ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2567 จำนวน 6,014 ราย 16,586 บัญชี มูลหนี้ 4,660,819,477.14 บาทเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรที่เป็นหนี้ NPA (เพิ่มเติม) และอนุมัติซื้อทรัพย์ NPA คืนให้เกษตรกรจำนวน 24 ราย จำนวนทรัพย์สิน 33 แปลง ยอดเงินรวม 37,025,000 บาท

เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้โครงการส่งเสริมของรัฐ โดยให้เกษตรกรสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้โครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร (คปร.) และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร (ผกก.) เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ตามแนวทางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอดำเนินการ และให้สำนักงานแจ้งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้รับทราบและเตรียมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 หวังสร้างและพัฒนานักออกแบบป้อนวงการแฟชั่นล้านนาตะวันออก เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณลานข่วงน้อย ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานจัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 จัดโดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย หรือเรียกว่ากลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก มีกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด ซึ่งจำเป็นจะต้องพัฒนายกระดับการผลิตดังกล่าวในกลุ่มล้านนาตะวันออกให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต นักออกแบบ นักการตลาด สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการสร้างขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลาย ให้เกิดความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสู่ตลาดสากล ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline

การที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ได้ร่วมกันทำโครงการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก จึงเป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งและขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ พ.ศ. 2566-2570
ด้านนางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก มี

วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักออกแบบสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐานสู่ตลาดสากล ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ตามความต้องการของตลาด ซึ่งมีกิจกรรมของโครงการ ได้แก่ 1) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาองค์ความรู้และออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นล้านนาตะวันออก และกิจกรรมเข้าค่ายพัฒนาสร้างนักออกแบบ 2) กิจกรรมออกแบบ และพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ และจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3) จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ และจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมทดสอบตลาด ซึ่งได้แก่การจัดงานในครั้งนี้


สำหรับการจัดกิจกรรมแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมทดสอบตลาดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานข่วงเมืองน่าน ทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 ราย/ผลงาน มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมชมงานเป็นรายผลิตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรุปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผู้เข้าร่วมโครงการ/ การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผลงานที่ได้รับการพัฒนา โดยนายแบบนางแบบมืออาชีพ / กิจกรรม Business Matching ซึ่งจะเป็นการพบปะเจรจาระหว่างนักออกแบบของโครงการ กับผู้ประกอบการที่ต้องการหานักออกแบบสินค้าแฟชั่น เพื่อร่วมมือสร้างสรรค์งานแฟชั่นล้านนาในอนาคต ซึ่งได้แก่กิจกรรม Meet the Designer /การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนักออกแบบ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 บูธ / และการแสดง ดนตรีเพื่อความบันเทิงเป็นประจำทุกวันนางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญเพราะจะเป็นการพบปะระหว่างนักออกแบบรุ่นใหม่ กับกลุ่มผู้ประกอบการ Meet The Designer นักออกแบบจะได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสอบถามถึงผลงานที่ตัวเองได้สร้างสรรค์ จากองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อนำผลงานมาทำการทดสอบตลาดจาก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่มาร่วมชมงาน

จะทำให้ทราบว่าาผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามา ตรงกับความต้องการหรือไม่ และ/หรือจะมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาอย่างไรหรือไม่ ซึ่งข้อมูลจากการทดสอบตลาดที่ได้ สามารถนำไปประกอบการพัฒนาการออกแบบและพัฒนาแฟชั่นของตนเองต่อไป นอกจากนี้การจัดแสดงผลงานและทดสอบตลาดในครั้งนี้ ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์แฟชั่นล้านนาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และขยายช่องทางการตลาดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไปอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาคันตุกะเจ้าเมืองบางแก้ว นานาชาติ เทศบาลเมืองบางแก้ว ร่วมกับ PTT Park Mall หนามแดง สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้


นายบุญชู กรานรอด รองนายกเทศมนตรีรักษาการ นายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว และนายกฤษฏากรณ์ หวังพาณิชย์สกุล ผู้บริหารPTT Parkmall ร่วมตอบสนองนโยบายSoft Powerส่งเสริมประเพณีลอยกระทง กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่องเที่ยววิถีพุทธ จัดโครงการ ^งานประเพณีลอยกระทงนานาชาติ เทศบาลเมืองบางแก้ว ร่วมกับPTT ปาร์คมอลล์^

ในวันที่15-24 พฤศจิกายน(10วัน) โดยมีไฮไลท์ 7 กิจกรรม 2 คอนเสริ์ท กล่าวคืองาน 4 วัน 15,16,17,23 พฤศจิกายน2567 สมัครล่วงหน้า😇ประกวดหนูน้อยนพมาศ ชิงมงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล เงินรางวัล เกียรติบัตรจากเทศบาลเมืองบางแก้วและptt park mall ,วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน2567
ประกวดหนูน้อยนพมาศ( Junior4-9 ปี(senior10-16ปี) ,วันที่16 พย ประกวดนพมาศนานาชาติได้รับการตอบรับอาทิประเทศต่างๆดังนี้ ไชปรัสเหนือ อิตาลี่ อินโดนีเชีย เกาหลี เนปาล อินเดีย ศรีลังกา กัมพูชา บังกลาเทศ ตุรกี พร้อมการแสดงทางวัฒนธรรมนานาชาติ ,

วันที่17 พย ประกวดนพมาศสาวน้อย(นพมาศอาวุโสอายุ 45-90ปี )+ประกวดนพมาศสัตว์เลี้ยง ( น้องหมาแมว) ,วันที่23 พย ประกวดเทพบุตรหนุ่มนพมาศ( ชายแท้+ชายทอมบอย อายุ 13-45 ปี) ทั้งนี้ได้ชิงเงินรางวัล เงินสดมงกุฎสายสะพายและรางวัลอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท ทั้งนี้ ยังมีคอนเสิร์ตในวันที่ 20 พย ศิลปินเนสกาแฟ ศรีนคร,ในวันที่ 22 พย ศิลปินวงเสียงอีสาน
ภายในงาน ยังมีการออกบูธจากร้านผลิตภัณฑ์โอท๊อป ของดีจากบางแก้ว อาหารและเครื่องดื่มและช้อปปิ้งต่างๆ นักแสดงนำจากค่ายมหามงคลฟิล์ม , แพรว AF , สิตางคุ์ บัวทอง กรรมการตัดสิน น้องหมาแมวนพมาศ มากมาย

ท่านนายบุญชู กรานรอด นายกเทศมนตรีรักษาราชการนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้ว ‘‘รู้สึกเป็นเกียรติที่ทางบางแก้วจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประเพณีลอยกระทงซึ่งในปีนี้ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายนถึงวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนโดยมีไฮไลท์กิจกรรมหลักๆทั้งหมด7 กิจกรรมและ2 คอนเสิร์ต กล่าวคือมีทั้งกิจกรรมด้านการออกร้านผลิตภัณฑ์ โอท๊อปของชาวบางแก้วและคอนเสิร์ตและมีกิจกรรมการประกวดต่างๆอาทิการประกวดหนูน้อยนพมาศ การประกวดกระทงสวยงาม

การประกวดนพมาศสัตว์เลี้ยง การประกวดนพมาศสาวน้อย การประกวดเทพบุตรหนุ่มนพมาศและยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมจากนานาชาติ ได้เข้าร่วมกว่า 10 ประเทศ ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีอันดีงามที่มีมาตามพุทธประวัติ และถือเป็นประเพณีที่ทั่วโลกรู้จัก ในปีนี้ เทศบาลเมืองบางแก้วจะจัดยิ่งใหญ่และเป็นกิจกรรมที่จะจัดหลักทุกปีเพื่อให้สืบสานประเพณีด้านวัฒนธรรมลอยกระทงนั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกตลอดไป ’’

   นายกฤษฎากรณ์ หวังพาณิชย์สกุล กล่าวอีกว่า ‘ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ทางท่านรองนายกเทศมนตรีเมืองบางแก้วได้ตอบรับและสนับสนุน กิจกรรมของทางโครงการพีทีทีปาร์คมอลล์ โครงการเราเป็นคอมมูลนิตี้มอล์ลที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบางแก้ว เป็นศูนย์รวมกิจกรรมในย่านนี้มีทั้งปั๊มน้ำมัน ปตท ตลาดสด สวนสาธารณะ ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต เซเว่น คาเฟ่อเมซอน รวมถึงแลนด์มาร์คต่างๆ และร้านอาหารแอร์บัสเครื่องบินที่มีความน่าสนใจ เราเคยจัดงานลอยกระทง ประกวดหนูน้อยและนางนพมาศปีก่อนๆ ก็ได้รับความสนใจจากชาวบางแก้วและคนต่างพื้นที่ ในโครงการเรามีพื้นที่ในการจัดกิจกรรมลอยกระทงที่พร้อม ต้อนรับแขกท้องถิ่นและขอเชิญทุกท่านเป็นอาคันตุกะร่วมกับโครงการในการต้อนรับนานาชาติกว่า 300 คน
ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย และในปีนี้เราได้จัดงานขึ้นอีกครั้งโดยได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ซึ่งผมคาดคะเนว่าในแต่ละวัน คนจะเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 2,000 ถึง 3000 คน ส่วนด้านการดูแลความปลอดภัยก็จะมีหน่วยงานของรัฐเช่นสภ. บางแก้วมาดูแล และเรายังจัดสถานที่จอดรถกว่า9 ไร่ข้างปั้ม ไว้สำหรับรถที่เข้ามาร่วมงานลอยกระทงในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในครั้งนี้จะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนจะจดจำความประทับใจและร่วมภาคภูมิใจกับการจัดงานโครงการประเพณีลอยกระทงนานาชาติเมืองบางแก้วด้วยครับ
    
ซึ่งงานในครั้งนี้ได้มอบหมายให้กับบริษัท มหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่นจำกัด ผู้ผลิตละครเทิดพระเกียรติ ฯทางช่อง9Mcot เป็นผู้จัดกิจกรรมในงานส่วนไฮไลท์ ^ผมได้รับเกียรติจาก คุณ กฤษฎากรณ์ หวังพานิชย์สกุล ผู้บริหารที่ไว้วางใจในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งปีก่อนๆ ผมเคยร่วมกิจกรรมและนำกองถ่าย ผลิตละครเทิดพระเกียรติและละครธรรม ทางช่อง9 MCOT มาถ่ายทำที่โครง

PTT Park mall มากกว่า 10 โลเคชั่น และ ผมก็เคยได้เข้ามาร่วมกิจกรรมของการประกวดนพมาศที่นี่ในปีก่อนๆ และในปีนี้ผมได้รับการไว้วางใจที่จะมาดูกิจกรรมของโครงการในครั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบและยิ่งใหญ่ที่สุด และเรายังเป็นแมวมองที่จะพิจารณาคนเข้าประกวดในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหนูน้อย หนุ่มหล่อ สาวสวย หรือแม้แต่ สาวน้อยอาวุโส ที่มาปรากฏทั้งหมดในการมีส่วนร่วมกับการทำละครของบริษัทในครั้งต่อๆไป
ในครั้งนี้ได้แต่งตััง นักแสดงต้นแบบจากค่ายมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น ทั้งหมดเป็นระดับพระเอกนางเอกของละครเทิดพระเกียรติ และละครสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางช่อง9 MCOT ทั้ง4 ท่านได้แก่ น้องคากิ ชนชญา งามเจริญ , น้องแอนโทนี่ แอนโทนีโอ จุลพงษ์ โกเมซ, น้องแพรไหม ศิวาพัชญ์ เบญจไตรพัฒน์ , น้องนักรบ ก้องภพ สว่างเรือง สนใจสอบถามรายละเอียดการประกวดได้ที่ 083-0055-484 id-line Harajuku999 หรือรับใบสมัคร ได้ที่เทศบาลเมืองบางแก้ว 02-7102784ฝ่ายกิจกรรม / โครงการพีทีทีปาร์คมอลล์ หนามแดง 062-0497774
น้อง ปุ๊กกี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีไทยร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีวัดขวัญไม้งามสืบสานประเพณี

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (20 ตุลาคม 2567) ที่วัดขวัญไม้งาม ม.10 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นธ.93 มอบหมายให้
พ.ต.ท.สุเทพ สังวรกิตติวุฒิ รองผบ.ฉก.ตร.นธ.93 ผบ.ร้อย932 ผบ.ร้อย933 ชป.กร. ร่วมกิจกรรมกิจกรรมทอดกฐิน โดยมีพระครูสิทธิคุณาทร เจ้าอาวาสวัดขวัญไม้งาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

คุณพ่อเล็ก ผุดผ่อง / คุณเเม่ปิ่น ผุดผ่อง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและประชาชนทั่วไปทอดกฐินสามัคคีเพื่อถวายปัจจัยบูรณะโบสถ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการบำรุงพระพุทธศาสนา สร้างอุโบสถให้กับทางวัดได้ใช้ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามประเพณีชาวพุทธที่ถือปฏิบัติกันมาทุกปีหลังออกพรรษา

ด้วยพุทธบริษัทบ้านไม้งาม และพุทธบริษัททั้งหลายได้นำผ้ากฐินมาทอดถวาย เพื่อให้พระภิกษุได้รับอานิสงค์แห่งการจำพรรษาตามพระวินัยบัญญัติ และเพื่อนำปัจจัยที่ได้รับจากการอนุโมทนาร่วมบุญในการทอดกฐินในครั้งนี้ นำไปสร้างอุโบสถที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมงานบุญทอดกฐิน โดยความพร้อมเพรียงกัน

โดยการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ และส่งเสริมอัตลักษณ์ในพื้นถิ่น สำหรับวัดขวัญไม้งามเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนชาวพุทธในพื้นที่มาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการสืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการทำบุญทอดกฐิน และเป็นการปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเกิดความรักความหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามตลอดจนเพื่อจรรโลงไว้ให้ชนรุ่นลูกรุ่นหลานได้นับถือสืบทอดตลอดไป

สำหรับการทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันสืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการทำบุญและปลูกฝัง สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรักความหวงแหนในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม โดยปัจจัยที่ได้จากบริวารกฐิน ทั้งนี้ทางวัดจะนำปัจจัยดังกล่าวไปใช้พัฒนาวัดต่อไป
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และ ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 ศึกรวมใจชาวหนองปรือ ประธานจัดการแข่งขัน นายสุเมธ วิทยะประสาท(ผู้ใหญ่โขง) และผู้สนับสนุน นายกมล ธันยาวาท และนายพิสิษฐ์ ธนบุญเกียรติ และขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2โปรโมเตอร์ อบต.พีท คิวโชควิทยา จัดมวยมันๆ15คู่ให้ชมฟรี ศึกรวมใจชาวหนองปรือ และทีมงานผู้ใหญ่บ้านได้นำกับข้าวขนมจีนมาให้รับประทานเฟรีอีกด้วย ณ ตลาดหนองปรือ ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

วันที่ 25 ตุลาคม 2567
ศึกวัน อบต.พีท + จิตรเมืองนนท์
นายจิรวัฒน์ ลออรุ่งเรืองกิจ (กำนันตำบลหนองไผ่แก้ว)
ประธานจัดการแข่งขัน และผู้สนับสนุน นายทนงศักดิ์ ผลเจริญสมบูรณ์ นายก อบต.หนองไผ่แก้วและ สมจิตร แว่นแก้ว เจ้าของค่ายมวยจิตเมืองนนท์ และซ้อเอ๋ จิตเมืองนนท์ ได้นำมวยดีๆมาชกในรายการนี้ให้แฟนมวยรับชม และศึกครั้งนี้ขาดไม่ได้ถ้าไม่มี 2 โปรโมเตอร์นี้ คิว โชควิทยา และอบต พีท จัดรายการมวยดีๆให้(ชมฟรี 15 คู่)ให้แฟนมวยได้รับชมกันอย่างจุใจและแฟนมวยมาชมศึกนี้กันอย่างมากมายในการจัดงานในครั้งนี้ ณ.เวทีมวยชั่วคราวป่ายุบนอก ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
เอ คนข่าวรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดแถลงข่าว การขับเคลื่อนการพัฒนา จ.น่าน งานตามนโยบายและแผนพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว เยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัย

แชร์เนื้อหานี้


วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ที่ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตรวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าวประจำเดือนตุลาคม 2567 ต่อสื่อมวลชนทุกแขนงเพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และการให้ความช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้ประสบอุทกภัยด้านนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน ได้นำเสนอการจัดการประกวดเรือสวยงาม การประกวดเรือแข่งจำลอง ในงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน 26 – 27 ตุลาคม 2567 หลักเกณฑ์การตัดสินเรือสวยงาม ประจำปี 2567คุณสมบัติเรือที่จะส่งเข้าร่วมประกวดเรือประเภทสวยงาม

ต้องเป็นเรือแข่งเมืองน่าน ที่มีองค์ประกอบตามประกาศของสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน การตัดสินเรือแข่งจำลองเมืองน่าน ประจำปี 2567 คุณสมบัติเรือแข่งจำลองเมืองน่านที่จะส่งเข้าร่วมประกวด เรือแข่งจำลองเมืองน่านที่ส่งเข้าประกวดต้องส่งเป็นลำ มีขนาดความยาวไม่เกิน 1.50 เมตร โดยมีองค์ประกอบ เช่น ทำจากไม้ (วัสดุธรรมชาติ) ห้ามใช้ไม้สังเคราะห์ เรือแข่งจำลองเมืองน่าน ต้องแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของเรือแข่งเมืองน่าน มีหัวเรือ หางเรือ แกะสลักลวดลายให้มีความประณีตงดงาม มีองค์ประกอบครบตามแบบเรือน่าน เป็นต้น และกิจกรรมตักบาตรเติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน ทุกเช้าวันศุกร์ โดยจะเริ่มกิจกรรม ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม

และวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2567 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดน่าน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้ร่วมทำบุญตักบาตร เพื่อการสืบทอดพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิต ชาวน่านในอดีต ที่จะทำบุญตักบาตรหน้าบริเวณคุ้มหลวงนครน่านแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ใจกลางเมืองเก่าน่าน พื้นที่ประวัติศาสตร์หน้าคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดน่าน กิจกรรม ทำบุญตักบาตร เติมบุญ หน้าคุ้มหลวงนครน่าน ในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ทางจังหวัดได้กำหนดจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองเก่าน่าน ที่จะขับเคลื่อนเมืองเเก่าน่าน สู่เมืองมรดกโลก ควบคู่กับ สปป.ลาว จัดโดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน


ด้านนางศุภรดา กานดิศยยากุล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน กล่าวถึง จังหวัดน่าน "เมืองเก่าที่มีชีวิต" คว้าเหรียญทองแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก Green Destinations Award 2024 เหรียญทองแรกของอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย. พร้อมทั้งเร็วๆนี้ทาง อพท.จัดกิจกรรมเชิญชวนชาวน่าน มาชิม มาช๊อป เชื่อมโยงกับเหล่า CREATORS อาหาร ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมหลากหลายไอเดียของเมืองน่าน NAN CONNECT : ป๊ะกั๋น ปั้นเมือง ในวันเสาร์ - อาทิตย์ 26 - 27 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 - 18.00 น ณ ลานต่อสุข (ข้างเฮือนฮังต่อ) 
นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวถึง สถานการณ์โรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน หรือสถานการณ์โรคไข้หูดับในพื้นที่จังหวัดน่าน สถานการณโรคสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน ปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 16 ตุลาคม 2567 สสจ.น่าน ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคนี้ จํานวน ทั้งสิ้น 8 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.67 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย (อ.ภูเพียง) ทั้งนี้สาเหตุการเกิดโรค การรับประทานลาบหมูดิบ ลาบเนื้อดิบ(ควาย) และรับประทานเนื้อหมูสุกๆดิบๆ ผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยสเตรปโตคอกคัส ซูอิส จ.น่าน ปี 2567 (ผู้ป่วยเสียชีวิต) ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 65 ปี มีโรคประจําตัวคือโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง อาชีพรับจ้าง (ช่างทาสี) บ้านหัวเวียงเหนือ ตําบลฝายแก้ว อําเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

คําแนะนำสําหรับประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ หมูที่ป่วยหรือตายจากโรค การปรุงอาหาร ควรนําเนื้อสุกรมาปรุงสุกเท่านั้นไม่ควรบริโภคเนื้อสุกร เลือด และอวัยวะภายในที่ดิบๆ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้ เป็นต้น เลือกบริโภคเนื้อหมูที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน หมูที่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ปลอดจากเชื้อโรคไม่ใช้เขียงหมูดิบในการหั่นอาหารอื่นที่จะรับประทานโดยไม่ปรุงสุกเพิ่ม เช่น ผักสด ผลไม้สด หรืออาหารอื่นที่สุกแล้ว เพราะจะทําให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค การเลือกซื้อเนื้อสุกรเพื่อบริโภคควรเป็นเนื้อสุกรที่สด ไม่มีสีแดงคลํ้าหรือมีเลือดคั่งมากๆหรือเนื้อแดงมีเลือดปนผิดปกติ โดยล้างมือก่อนและหลังสัมผัสเนื้อหรืออวัยวะของสุกรที่จําหน่าย โดยเฉพาะหากมีบาดแผลบริเวณที่สัมผัส
นอกจากนี้ทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่านกล่าวเชิญชวนชาวน่าน ร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่นป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่2 พฤศจิกายน 2567ณ หนองน้ำครก ตำบลลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านรีบสมัครก่อน วันที่ 25 ตุลาคม 2567 โดยสมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

   ด้านนายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวถึง เรื่องเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 9,000 บาท ทั้งนี้ได้มีการสรุปข้อมูลผู้ประสบภัยจังหวัดน่านยื่นขอรับความช่วยเหลือตามมติ ครม. ข้อมูล ณ 16 ต.ค.67 มีผู้ประสบภัยยื่นคำขอ ทั้งหมด 17,708 หลัง ตรวจเอกสารครบถ้วน 11,517 หลัง อยู่ระหว่างตรวจ 5,715 หลัง รอดำเนินการ 156 หลัง ในรอบที่ 1 อำเภอที่ไม่มีผู้อื่นคำขอรับการช่วยเหลือ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอนาหมื่น อำเภอบ่อเกลือ อำเภอแม่จริม และอ๋าเภอสันติสุข
ด้านผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวถึงประเด็นความคืบหน้าการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจากอุทกภัยที่ผ่านมา พร้อมแจ้งช่องทางรับ (เอกสารหลักฐานประกอบ)  เบื้องต้นช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์แล้ว จำนวน 188 ราย
ด้านนายสายัณห์ ไชยยศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาน่าน กล่าวถึงคาดการณ์สภาพภูมิอากาศการเข้าสู่ฤดูหนาว คาดหมายลักษณะอากาศประเทศไทยตอนบนและจังหวัดน่าน แต่ละช่วงในฤดูหนาว ช่วงปลายสัปดาห์ที่3ของเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาว บางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค และมีหมอกในตอนเข้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของ พื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน สำหรับช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น โดยมีอากาศหนาวเย็น เกือบทั่วไป และมีอาศหนาวจัดโดยเฉพาะบริเวณตอนของภาค
  ด้านนายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานน่าน รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวน่าน หลังช่วงฟื้นฟู และการเตรียมพร้อมช่วงไฮซีชัน ประมาณการสถานการณ์ช่วงวันหยุดยาววันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา อัตราการพักเฉลี่ย 80% ผู้เยี่ยมเยือนประมาณ 23,000 คน รายได้ประมาณ 40.57 ล้านบาท  ประมาณการจำนวนผู้เยี่ยมเยือนในปี 2567 แนวโน้มการเติบโตคงที่ประมาณการ : 1,589,295 (คน-ครั้ง) ประมาณการรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 แนวโน้มการเติบโตคงที่ ประมาณการ : 4,621.58 ล้านบาท
โอกาสด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่านอยู่ในกระแสหลักของการท่องเที่ยวเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วง High Season นี้น่านมีความพร้อมในการฟื้นตัวของสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักและเส้นทางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วง High Season นี้ในช่วง High Season มีการเพิ่มเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกเป็นจำนวน 10 เที่ยวบิน/วัน
มาตรการ 'แอ่วเหนือคนละครึ่ง'เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวหลังภาคเหนือเผชิญน้ำท่วมหนัก ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างรวบรวมสินค้าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ ลงบนแอปพลิเคชันเบส (Application Base) ของ ททท. เพื่อให้โรงแรม
ที่พัก และร้านค้าต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่งได้โดยประชาชนที่สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันเบสเพื่อรับสิทธิได้เลย ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันที่ 1 พ.ย. 2567 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภาคเหนือหลังน้ำลด โดยรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนด้วยการจ่ายค่าสินค้าท่องเที่ยว 400 บาท/คน/ทริป ส่วนประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจ่ายอีก 400 บาท/คน/ทริป หากใช้จ่ายมากกว่านั้น ประชาชนจะต้องเป็นผู้จ่ายเอง/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/

ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รรท.สภ.สามกระทาย มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานข้าราชการ ตำรวจ/ทำบุญออกพรรษา ขับรถประสานงากัน เสียชีวิต 1 ราย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน รักษาราชการแทน ( รรท. ) .สภ.สามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “วันตำรวจ” พ.ต.อ.พสิษฐ์ ก้อนสิน รรท.สภ.สามกระทาย  จัดให้มีการอ่านสารของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรและธิดาของข้าราชการตำรวจ สภ.สามกระทาย จำนวน 10 ทุนๆ ละ 1,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุน จาก ร้อยตำรวจโท ทนงศักดิ์ ทองแก้ว รอง สว (ป)กก.5 บก.ปทส.เป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจ

นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการทำบุญเลี้ยงพระ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เคารพศรัทธาของตำรวจ และประชาชน ในพื้นที่ สภ.สามกระทาย

ทำบุญออกพรรษา ขับรถประสานงากัน เสียชีวิต 1 ราย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ร.ต.ท.ณัฐพร จุลเพ็ชร รอง สวส.สภ.ห้วยยาง ช่วยราชการ สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม – ตะแบกโพรง โค้งปากทางเข้าวัดวังยาง หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จึงพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบ รถยนต์ กระบะโตโยต้า ตอนครึ่ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บท 4561 ประจวบฯ ชนประสานงากับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าคลิก สีขาวดำ ทะเบียน 1 กข 4800 ประจวบฯ จนรถจักรยานยนต์ มุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถกระบะได้รับความเสียหายยับเยินฝั่งซ้ายขาออกถนนเพชรเกษม ผู้บาดเจ็บกระเด็นไปห่างกว่า 5 เมตร ทราบชื่อภายหลัง น.ส.อารีย์ หนูถึง อายุประมาณ 52 ปี โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าบวมปูด ขาข้างซ้ายหักผิดรูป มีเลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทำ CPR เนื่องจากผุ้ได้รับบาดเจ็บมีชีพจรอ่อนลง จากนั้นเร่งนำตัวส่งยัง รพ.ทับสะแก แต่เสียชีวิตระหว่างทาง

จากการสอบถาม นายปราโทย์ ทองห่อ อายุ 64 ปี ให้การว่า ตนเองได้ไปทำบุญตักบาตรที่วัดบ้านตะแบกโพรงมา กำลังจะออกไปทำบุญอีกวัดหนึ่ง ก็ขับรถมาปกติ เมื่อมาถึงทางโค้งหักศอก ผู้บาดเจ็บซึ่งจะเข้าไปทำบุญที่วัดวังยาง ได้เลี้ยวขวาจะเข้าไปทางวัดวังยาง ตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด ทำให้เกินประสานงากันจนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งแยกเข้าวัดวังยาง เป็นโคงหักศอกอันตรายมาก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้วหลายราย ผู้ที่มาจากถนนเพชรเกษม จะเลี้ยวขวาเข้าไปทางวัดวังยางจะต้องเลยไปให้เห็นรถทางฝั่งตรงข้ามก่อนแล้วค่อยเลี้ยว เพื่อความปลอดภัย

///////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทีมฟุตซอล อนุบาลหนองปรือ ขอพรศาลตายาย สู้ศึกกีฬา นร.ท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09:00 น. วันนี้ ( 17 ต.ค. ) ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ เตรียมตัวออกเดินทางไปสู้ศึกการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 39 ที่ อำเภอวังน้ำเย็นน้ำ จังหวัดสระแก้ว ในรายการ “ วังน้ำเย็นเกมส์” โดยก่อนออกเดินทางนักกีฬาฟุตซอลได้จุดธูปเทียน กราบขอพรศาลตายาย ไหว้พระประจำโรงเรียนเพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางตลอดจนการแข่งขันในครั้งนี้

นอกจากนั้นนายประวิทย์ สอนลา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้ให้ โอวาทและ กำลังใจ ให้กับนักกีฬาฟุตซอลทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงนักกีฬาประเภทอื่นๆอีกด้วย โดยเน้นย้ำการแข่งขันต้องมีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะให้อภัย และขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อก้าวต่อไประดับประเทศที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะแข่งขันประมาณปลายเดือนมกราคม 2568 

นักกีฬาฟุตซอลที่ส่งเข้าร่วมแข่งขันมีนักกีฬาทั้งสิ้น 46 คน โดยส่งแข่งขันระดับอายุ 12 ปี 14 ปี ทั้งชายและหญิง โดยมีนายวิศรุต เย็นฉ่ำ หรือครูบาส นำทีมไปสู้กันครั้งนี้ นอกจากนั้นยังมีโค้ชจุ๋ม  ครูมานะ และอาจารย์ท่านอื่นร่วมเดินทางไปดูแลตลอดการแข่งขัน

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่นท่าดาวออกครั้งที่ 39 วังน้ำเย็นเกมส์ จังหวัดสระแก้ว ทางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกว่า 80ฑา แบตมินตัน และ กีฬาสาธิต

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) พาผู้เสียหาย ร้องเรียนอัยการ!!เปิดประวัติ “ครูปู” ทีมงาน Thitipu รำพื้นบ้าน จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นายสมพงษ์ มีน้อย เลขาฯสมาคม ร.ต.ท บรรดิษฐ์ ชมผาสาท รองนายกสมาคมฯ ได้นำตัว นางปราณี เจ้าทุกข์ที่ถูกถอนเงินโอนจากบัญชีถูกลักทรัพย์ เข้าพบอัยการ คุ้มครองสิทธิฯ จ.ปราจีนบุรี สอบถามเพิ่มเติมแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบ

ทั้งนี้ สมาคมฯเพียงเป็นสื่อกลางให้ประชาชนและภาครัฐ เข้าใจตรงกันสังคมจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข.

เปิดประวัติ “ครูปู” ทีมงาน Thitipu รำพื้นบ้าน จ.สระแก้ว ที่ใครๆในสระแก้ว ก็รู้จักกัน ขึ้นชื่อว่าที่ 1 ในสระแก้วที่ไม่แพ้ใคร เกี่ยวกับ “รำพื้นบ้าน” ภูมิปัญญาชาวบ้าน ก่อตั้งมาเกือบ 7 ปี เปิดประวัติ “ครูปู” ที่ใครๆในสระแก้ว ก็รู้จักกัน ขึ้นชื่อว่าที่ 1 ในสระแก้วที่ไม่แพ้ใคร เกี่ยวกับ “รำพื้นบ้าน” ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สานต่อจาก “ครูแอ้” มาเกือบ 7 ปี ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของไทยที่มีมาแต่ยาวนาน

โดยครูปู..เล่าว่า การที่มาเปิดสอนเพราะใจรักและอยากสอนชาวบ้าน ได้สานต่อจาก “ครูแอ้” ซึ่งเป็นคนริเริ่มรำอยู่แล้วในพื้นที่ บ้านหนองกะพ้อ ด้วยอายุมากครูแอ้เลยพักผ่อน และ ได้มอบเรื่องการรำพื้นบ้าน ให้กับ “ครูปู” ได้สานต่อเพื่อไว้ออกงานรำเอาบุญแต่ไม่นึกว่าจะรำแบบเป็นมืออาชีพรับงาน จนมีคนรู้จักเยอะและมาติดต่อจนปัจจุบันงานมีตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงสิ้นปีนี้ คาดว่าผ่านมาแล้วกว่า 100 งาน ปัจจุบันมีทั้ง งานบวงสรวงพิธีต่างๆ งานรำแห่งานมงคลทุกประเภท งานรำหน้าไฟ งานรำงานบวช งานนำงานแต่ง เป็นต้น.

สามารถติดต่อจองคิวรำได้ที่
โทร.089-010-0342 (ครูปู)