คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทม.บึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุแห่งชาติและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเทศบาลเมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายและประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 พร้อมร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ โดยได้รับเกียรติจาก

นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธี มีนางกรองแก้ว ธัญญาลาภ ปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศบาลเมืองบึงกาฬ

กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสุพรรณี กุลสุวรรณ รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ หัวหน้าส่วน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองบึงกาฬ และผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ เข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุแสดงบทบาทสูงวัยอย่างมีพลัง แสดงศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทั้ง24ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ จำนวน 350 คน

อันเป็นการส่งเสริมและแสดงความเคารพ แสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้สูงอายุ รณรงค์ให้สังคมตระหนักเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ตลอดจนการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้สูงอายุที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการเผยแพร่ บำรุงศิลปะ และส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โคกสำโรงจัดยิ่งใหญ่ “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568” พร้อมประกวดเทพีสงกรานต์และคอนเสิร์ต EDM ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 ณ สนามที่ว่าการอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเทศกาล “มหาสงกรานต์บ้านโคก 2568”

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต 4 นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ สภ.โคกสำโรง พ.ต.อ.มาโนช จันทร์เที่ยง

ผกก.สภ.เพนียด นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ กต.ตร.สภ.โคกสำโรง พร้อมประชาชนร่วมงานมากกว่าหนึ่งพันคน โดยร่วมขบวนแห่งานเทศกาลมหาสงกรานต์บ้านโคก 2568

มีกิจกรรมตลอดทั้งวัน อาทิ การประกวดเทพีสงกรานต์ ขบวนแห่สรงน้ำพระ และคอนเสิร์ต EDM จากดีเจชื่อดัง ไฮไลต์ของงาน เวลา 13.00 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าประกวดเทพีสงกรานต์ประจำปี 2568

กิจกรรมการประกวดเทพีสงกรานต์ และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการขบวนแห่สรงน้ำพระเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ไปยังตลาดโคกสำโรง เวลา 19.00 – 23.00 น.

สนุกสุดมันส์กับคอนเสิร์ต EDM โดย DJ Baslay และ DJ Fronk Frank
หลักเกณฑ์การประกวดเทพีสงกรานต์รับสมัครผู้เข้าประกวดที่มีคุณสมบัติเป็นเพศหญิง อายุ 18 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง

และไม่จำกัดสัญชาติ โดยจะต้องแต่งกายด้วยชุดไทยจักรี หรือชุดไทยประยุกต์ที่สุภาพ ค่าสมัคร 300 บาท ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับเงินสดมูลค่า 6,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนน์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

ลพบุรี รองผวจ.ลพบุรี ออกเยี่ยมจุดตรวจและสำนักทะเบียนอำเภอที่เปิดให้บริการประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568

วันที่ 13 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสวามินี อิสระทะ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจและจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนที่กำลังเดินทาง ณ จุดบริการประชาชน อำเภอโคกสำโรง

นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง รอให้การต้อนรับ และอำเภอบ้านหมี่ โดยนำน้ำดื่ม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง มอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละจุดตรวจและจุดบริการประชาชน โดยแต่ละจุดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ มูลนิธิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. มาคอยอำนวยความสะดวก การจราจร และเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนน

โดยได้พบปะให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำจุดตรวจ/จุดบริการประชาชน ให้ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำการอำนวยความสะดวกการจราจรให้น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จากนั้น ได้ไปตรวจเยี่ยม สำนักทะเบียนอำเภอโคกสำโรง และอำเภอพัฒนานิคม ที่ได้เปิดให้บริการด้านทะเบียนและบัตรประชาชนในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 2568 เพื่อมอบนโยบาย แนวทางในการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เมาไม่ขับ โทษของการเมาแล้วขับหลังถูกจับกุม นอกจากนี้ให้สร้างการตระหนักรู้ในด่านตรวจต่าง ๆ ในเรื่องอุบัติเหตุให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงมารยาทในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงของ

การเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะมีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณรถหนาแน่นมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ที่มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / จนท.ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ เนื่องในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2568 ณ วัดสวนตาล ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน คณะศรัทธาชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เข้าร่วมพิธีฯ

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เทศบาลเมืองน่าน จัดพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ พร้อมกันนี้ พระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน วัดพญาภู พระอารามหลวง กล่าวอวยพรปีใหม่ไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2568 โดยพิธีสรงน้ำพระราชทานพระเจ้าทองทิพย์ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณให้คงสืบไว้ต่อไป

สำหรับพระเจ้าทองทิพย์ มีอายุกว่า 575 ปี พงศาวดารเมืองน่าน บันทึกว่า ปี พ.ศ.1993 พญาติโลกราชแห่งนครพิงค์เชียงใหม่ได้ยกทัพมาตีเมืองน่าน โดยตั้งค่ายอยู่นอกกำแพงเมือง บริเวณวัดสวนตาลที่มีดงป่าต้นตาลขนาดใหญ่ และยึดเมืองน่านได้ในเวลาต่อมา พระองค์จึงดำริสร้างพระพุทธรูปให้เป็นอนุสรณ์สักขีพยานในชัยชนะจากทองคำ และโลหะมีค่าทั้งหลาย หนักกว่า 12 ตื้อ พระประธานองค์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และสร้างด้วยน้ำหนักทองคำมากที่สุด

ในยุคล้านนาของพระองค์ ในพิธีหลอมทองหล่อเทองค์พระ ช่างได้เททองเข้าเบ้าพิมพ์หลายหนก็ไม่สำเร็จ เบ้าพิมพ์แตกเสียทุกครั้ง จวบจนมีชายแปลกหน้า นุ่งขาวมาช่วยเททองหล่อองค์พระ จึงสำเร็จ ส่วนชายชราผู้นั้นก็หายไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย ชาวเมืองต่างโจษขานกันว่าเป็นเทวดา จึงขนานนามพระพุทธรูปว่า พระเจ้าทองทิพย์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2568 ที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมน์ จังหวะดศรีสะเกษ นายวิจิตร บัวจูม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม เปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยให้คงอยู่สืบไป เพื่อส่งเสริมการแสดงออกถึงความเคารพ ความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักความสามัคคีในชุมชนและมีการแสดงออกในสิ่งที่ดี

และเพื่อส่งเสริมให้ผู้สงอายุมีปฏิสัมพันธ์ ได้พบปะพูดคุยและได้ร่วมแสดงออก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการพัฒนาจิตใจผู้สูงอายุ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมผู้สูงอายุ โดยมีผู้สูงอายุในตำบลเดินทางมาร่วมกิจกรรม และร่วมแสดงกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

***ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีสรงพระพุทธรูป รดน้ำผู้สูงอายุเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ นอบน้อมแก่ผู้สูงอายุ การแสดงความสามารถต่างจากผู้สูงอายุในตำบล ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งเต้น และมีหมอแคนวัย 76 ปี มาเป่าแคนให้นักร้องหอมลำ วัย 70 กว่าปี ได้ขับร้อง

ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมได้ฟังกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปิดตาผู้สูงอายุแต่งหน้า ปิดตาผู้สูงอายุตีหม้อ วัดพลังผู้สูงอายุ เตะปี๊บโชว์อีกด้วย ซึ่งสร้างความบันเทิง ความสนุกสนาน ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

filter: 0; fileterIntensity: 0.0; filterMask: 0; captureOrientation: 0; hdrForward: 4; highlight: true; algolist: 0; multi-frame: 1; brp_mask:0; brp_del_th:null; brp_del_sen:null; delta:null; bokeh:0; module: photo;hw-remosaic: false;touch: (-1.0, -1.0);sceneMode: 2621440;cct_value: 0;AI_Scene: (-1, -1);aec_lux: 0.0;aec_lux_index: 0;HdrStatus: auto;albedo: ;confidence: ;motionLevel: 0;weatherinfo: null;temperature: 43;

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดบริการ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 เม.ย 68) เวลา 10.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำคณะทำงานตรวจติดตามการปฏิบัติงานและออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจหลัก จุดบริการและด่านชุมชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 จังหวัดมุกดาหาร ณ เทศบาลตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นช่วงรณรงค์ควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 (รวม 7 วัน)

โดยมีการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดตั้งจุดตรวจหลัก จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของจุดตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้รณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายเยาวชน และประชาชนทั่วไปให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยนำบทเรียนจากการรณรงค์ในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา

มาปรับใช้ในการทำงาน เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางสัญจรในช่วงเทศกาลให้ได้รับความสุขและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร ติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568

ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 เพื่อสรุปและติดตามผลการดำเนินงาน

ในวันที่ 11 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ซึ่งจังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุขึ้น 11 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 12 คน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นรถจักรยานยนต์ รองลงมาเป็นรถเก๋ง สาเหตุเกิดจากการเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกำหนด ตัดหน้ากระชั้นชิดและไม่สวมหมวกนิรภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำบทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา นำมาปรับแผนการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และวินัยจราจร บูรณาการทุกภาคส่วนในจุดตรวจหลัก จุดตรวจรอง

จุดบริการประชาชน และด่านชุมชน ในการป้องปรามผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ ภาพ/ข่าว​ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​แทงผู้บ่าวนักเต้นหน้ารถแห่ รับงานสงกรานต์มุกดาหาร

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 17.30 น.นาย หง่อย หรือ นายสัญญา ไชยยยงค์ อายุ 28 ปี ถูกแทงบริเวณเอวด้านซ้าย หน้ารถแห่ในงานบุญประเพณีวัดบ้านเหล่าคราม ต.คำอาฮวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยผู้บาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวที่ ห้องไอซียูตึกฉุกเฉินชั้น 7 โรงพยาบาลมุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณที่เกิดเหตุพบมีรอยเลือดของผู้บาดบริเวณริมถนน พร้อมกับร่องรอยขวดแตกกระจายอยู่บริเวณรอบๆ นายชัย อายุ 35 ปี เป็นพี่ชายของผู้บาดเจ็บ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่าปกติน้องชายของตนเองไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านสักพักแล้ว

เนื่องจากไปทำงานที่กรุงเทพฯ พึ่งกลับมาก่อนวันเกิดเหตุได้เพียง 2 วัน และได้ออกจากบ้านมาเต้นที่หน้ารถแห่จากนั้นน้องชายได้แยกตัวออกมาและถูกแทงดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าใช้อะไรแทง และตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ วอนใครที่มีคลิปตอนเกิดเหตุส่งมาที่ทางญาติ เพื่อเป็นเบาะแสในการตามหาตัวคนก่อเหตุด้วย

พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหารได้เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุ ชุดสืบสวนพร้อมกับร้อยเวรได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาพร้อมกับเก็บหลักฐานและสอบถามพยานบริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นตอนนี้จะได้เรียกกลุ่มเพื่อนหรือบุคคลในที่เกิดเหตุมาสอบสวนอีกครั้ง

แทงหนุ่มหน้ารถแห่งานบุญบ้านเหล่าคาม #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่โขงหาดมโนภิรมย์เฮี้ยน คร่าชีวิตหนุ่มลงเล่นน้ำดับ 1/รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว/ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย/แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2568 พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนจมน้ำโขงเสียชีวิตที่หาดมโนภิรมย์ ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่

จึงสั่งการให้​พ.ต.ท.พงษ์สักก์ หงษ์เวียง พนักงานสอบสวนเวรสภ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณซุ้มนั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงที่ 28 หาดมโนภิรมย์ โดยร่างของผู้จมน้ำเสียชีวิต ถูกนำส่งโรงพยาบาลหว้านใหญ่ ทราบชื่อในเวลาต่อมาว่า คือ นายอภิสิทธิ์ แก้วพวง อยู่บ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่

เพื่อนที่มาด้วยกันกับนายอภิสิทธิ์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ พร้อมเพื่อนๆ ประมาณ 6-7 คน ได้เดินทางมาเที่ยวเล่นหาดมโนภิรมย์ และนั่งดื่มกินกันที่ซุ้ม 28 จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้เดินลงไปเล่นน้ำโขงบริเวณด้านหน้าซุ้ม แล้วได้หายไปเป็นระยะเวลานาน

จนกระทั่งเพื่อนที่มาด้วยผิดสังเกตที่ไม่เห็นนายอภิสิทธิ์กลับมาที่ซุ้ม จึงได้พากันออกตามหา เป็นเวลานานก็ไม่พบ​จึงได้แจ้งหน่วยกู้ภัยร่วมตามหา จนกระทั่งในเวลาต่อมาได้พบร่างนายอภิสิทธิ์ จมน้ำอยู่ห่างจากซุ้มรับประทานอาหารประมาณ 100 เมตร จึงรีบนำส่ง ร.พ.หว้านใหญ่ เพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ ได้เสียชีวิตแล้ว

หนุ่มจมน้ำหาดมโนภิรมย์มุกดาหารดับ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

รพ.มุกดาหารป่วน ตู้คีออสลงทะเบียนเสีย ผู้ป่วยนับ 100 ยืนรอบัตรคิว

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ที่บริเวณหน้าตู้รับลงทะเบียนยื่นรับบัตรคิวผู้ป่วยที่จะเข้ารับบริการรักษาพยาบาล บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีผู้ป่วยจำนวนมากมายืนต่อคิวเข้าแถวเพื่อรอรับบัตรคิวจากตู้คีออส

ซึ่งโรงพยาบาลตั้งไว้ให้บริการจำนวน 3 ตู้ แต่ปรากฏว่าระบบเครื่องขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ทั้งหมดอ่ะ จนทำให้มีผู้ป่วยต้องมายืนรอเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับ 100 คน กระทั่งเวลาประมาณ 07.10 น.

จึงได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแก้ไข จนกระทั่งเครื่อง สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยอดสะสมของผู้ป่วยที่มารองรับบัตรคิวก็ยังคงมีจำนวนมากเช่นเดิม กระทั่งเวลาผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์จึงได้เข้าสู่สภาวะปกติ

ตู้คีออสโรงพยาบาลมุกดาหารเสียผู้ป่วยยืนรอบัตรคิวนับรอย #โรงพยาบาลมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร​ เดวิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

บขส.มุกดาหารทะลัก แรงงานลาวแห่กลับบ้าน โอดโดนรถสามล้อโขกค่าโดยสารหัวละ 200 บาท

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร (บขส.มุกดาหาร) ได้มีรถโดยสารจำนวนมากรับแรงงานชาว สปป.ลาว มาส่ง เพื่อที่จะต่อรถโดยสารระหว่างประเทศ(มุกดาหาร -สะหวันนะเขต)

กลับบ้านไปเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ลาวที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีรถโดยสารวิ่งเข้าออกตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน ได้มีรถสามล้อรับจ้างหรือสกายแล็ปจำนวนมากมารอรับแรงงานชาวลาวไปส่งที่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร เพื่อขึ้นรถโดยสารข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

กลับบ้าน โดยรถสามล้อนรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 200 บาท ไม่รวมสัมภาระซึ่งจะเรียกเก็บตามขนาด ทำให้แรงงานชาวลาวต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก บางคนถูกเรียกเก็บในราคาสูงมากถึง 400-500 บาท

ทั้งที่จาก บขส .มุกดาหาร ไปยังด่านพรมแดนมุกดาหารมีระยะทางเพียง 7 กิโลเมตร ทำให้แรงงานชาวลาว ต่างพากันบ่นว่าเสียค่าใช้จ่ายแพงมากจนทำให้ได้รับความเดือดร้อน

เนื่องจากต้องเสียเงินให้กับรถโดยสารเป็นจำนวนมากจนทำให้เหลือเงินกลับบ้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็ต้องจำยอมจ่ายเพราะไม่มีทางเลือก เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญที่ชาวลาวจะต้องกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าในช่วงสงกรานต์ของทุกปี

แรงงานชาวลาวแห่กลับบ้านสงกรานต์ปีใหม่ลาว #สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568​ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 9 เมษายน​ 2568​ เวลา 10.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 จังหวัดมุกดาหาร

ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก (หนองนาบึง) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร

ในฐานะคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ บูรณาการการทำงานเพื่อลดความสูญเสียและสร้างความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปีศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมุกดาหาร

ได้บูรณาการผนึกกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการฝ่ายพลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2568 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2568 จังหวัดมุกดาหาร

จัดตั้งจุดตรวจพลัก 14 จุดตรวจหรือจุดสกัดในหมู่บ้าน รวม 57 จุด และจุดบริการประชาชน 11 จุด เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้


โดยใช้ชื่อรณรงค์ว่า “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เพื่อสร้างความตระหนัก รับรูระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีวินัยจราจร รวมทั้งลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ลดอุบัติเหตุ #สงกรานต์2568

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พาณิชย์เพชรบุรี ปลื้ม! “งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี ครั้งที่ 3” ยอดขายทะลุเป้ากว่า 6 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.68 นางสาวจินตะณา ปิ่นสุภา พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า งานเทศกาลอาหาร ชะอำ-เพชรบุรี soft power & Food Festival ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 2 – 6 เม.ย.68 เวลา 16.00 น.- 23.00 น. ณ จุดชมวิวชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการตลาดให้ผู้ประกอบการและประชาสัมพันธ์ผลักดัน Soft Power เด่นของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด และอาหารพื้นถิ่นเพชรบุรี

ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมืองแห่งอาหาร ของ UNESCO “ Phetchaburi City of Gastronomy ตลอดจนสร้างการรับรู้วัฒนธรรมด้านอาหาร เมืองเพ็ชร์ เมือง 3 รส การจัดงานครั้งนี้ได้ยกกองทัพสินค้าดี อาหารเด่นมาจำหน่าย อาทิ อาหารซีฟู้ด น้ำตาลโตนดเมืองเพชร กล้วยหอมทองเพชรบุรี มะนาวเมืองเพชร ของที่ระลึกเพชรบุรีจากร้านวาดเมืองเพชร เสื้อกางเกงลายวัวลานเพชรบุรี สาหร่ายพวงองุ่นเพชรบุรี หอยแมลงภู่บ้านแหลม หอยนางรม ขนมจีนทอดมัน หอยทอด บอลลี่หอมหมูทอด ขนมถ้วยมรดกแม่ยาย ขนมหม้อแกงเมืองเพชร เป็นต้น

นอกจากนี้พบกับบูธรถยนต์จากค่าย TOYOTA, BYD และพบกับกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายทุกวัน อาทิ แจกคูปองเงินจำนวน 50 บาท การจำหน่ายสินค้าราคาชิ้นละ 1 บาท และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 300 บาท ได้รับคูปองลุ้นรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน โดยวันสุดท้ายลุ้นรับทองคำ จำนวน 1 รางวัล สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทองคำในครั้งนี้ ได้แก่ คุณ KARIN HABERLAND จากประเทศเยอรมัน ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ จ.เพชรบุรีเข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 74 คูหา มูลค่าการจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 เม.ย.68 มียอดจำหน่ายสินค้าจำนวน 3,621,145 บาท มียอดจำหน่ายรถยนต์ จำนวน 2,500,000 บาท

รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 6,121,145 บาท สำหรับสินค้าขาย 5 อันดับ ได้แก่ 1.รถยนต์ TOYOTA จาก บริษัท โตโยต้าเมืองเพชร จำกัด 2.รถยนต์ BYD จาก บริษัท เพชรบุรี อีวี ออโตโมทีฟ จำกัด 3.ลูกชิ้นเนื้อ จากร้านโคสไมล์ 4.ขนมถ้วย จากร้านมรดกแม่ยาย 5.หอยทอด จากร้าน ราชาหอยทอด การจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่แต่อย่างเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหาร และ Soft power ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อาลัยส่งดวงวิญญาณนางสาวอรอุมา แก่นเมือง จากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น.วัดโพธิ์ธาตุ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น นางอัจฉรา เจริญผล จัดหางานจังหวัดขอนแก่น นางกนกนันท์ วีริยานันท์ ประกันสังคมจังหวัดขอนแก่น

พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งท้องที่และท้องถิ่น ญาติ ประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวอรอุมา แก่นเมือง อายุ 36

ผู้เสียชีวิตจาก แผ่นดินไหว เหตุการณ์ตึกถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ และมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ศูนย์ข่าวขอนแก่น

ในวันจักรี … มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ร่วมพลังบุญ วัดอรุณราชวราราม คณะสงฆ์เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

6 เม.ย.68 ในวันจักรี – พระราชปัญญารังษี เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ , คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม , อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม , นายเกียรติวิสุทธิ์ เพ็ชรหมื่นไวย ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ , จิตอาสา
ลงพื้นที่มอบเครื่องยังชีพและแผ่เมตตา ให้ผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนในพื้นที่ เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ถวายบุญกุศลและแผ่เมตตาไม่มีประมาณ … พร้อมทั้ง เป็นการจุดประกาย และส่งต่อเมตตาธรรม ให้แด่เพื่อนมนุษย์ เป็นกำลังใจในการทำความดี ให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ต่อไป …

เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

Line Official Account กด :

https://lin.ee/Ml2HFqH

Line ID : @bbdf

Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
https://web.facebook.com/bbdf.org

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สด ถวายสักการะพระเจ้าน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันนี้ 5 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น. ณ พระอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ลานสนามหญ้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยทายาทพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ร่วมพิธีถวายต้นกุ่มดอกไม้สดถวายสักการะพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63 จัดพิธีโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย

เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่พิราลัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน วันที่ 5 เมษายน สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 107 ที่ เจ้าผู้ครองนครน่านในอดีตได้ถึงแก่พิราลัย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น พระเจ้านครน่าน นับเป็นพระเจ้านครน่านองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์น่าน ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ปกครองนครน่าน ได้ประกอบกรณียกิจหลายประการ เช่นด้านการปกครอง ได้ปกครองบ้านเมืองด้วยความสุจริต โอบอ้อมอารี ด้านการทหาร ได้บำรุงกิจการทหารอย่างเข้มแข็ง

มีการยกทัพไปช่วยสมทบกับกองทัพของสยามในการรบ และทรงเป็นผู้สนับสนุนการจัดตั้งกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยยกที่ดินซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคุ้มแก้วหอคำเวียงเหนือ ให้เป็นที่ตั้งของกองทหารแบบสมัยใหม่ โดยในปัจจุบันคือบริเวณ “ค่ายสุริยพงษ์ ด้านการพัฒนาเมือง ได้ส่งเสริมให้มีการสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ การจัดผังเมือง โครงสร้างพื้นฐานของเมือง ด้านการศาสนา ได้สนับสนุนการพระศาสนา มีการบูรณะศาสนสถาน และศาสนวัตถุ พร้อมทั้งมิได้ปิดกั้นการเผยแผ่ศาสนาของคณะมิชชันนารีที่น่าน ด้านการศึกษา

ได้ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง โปรดให้สร้างโรงเรียนสอนหนังสือไทยขึ้นเมื่อปี 2450 โดยให้ชื่อว่า “โรงเรียนสุริยานุเคราะห์” ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน” นอกจากนี้ยังโปรดให้แสนหลวงราชสมภาร ชำระและเรียบเรียงพงศาวดารเรื่อง “ราชวงษ์ปกรณ์พงศาวดารเมืองน่าน” ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองน่าน แม้พระองค์ท่านจะถึงแก่พิราลัยไปแล้ว แต่เกียรติคุณยังอยู่ในความทรงจำของชาวน่านมิเสื่อมคลาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ศิษย์เก่าฯ รร.หัวหินวิทยาคม จัดกอล์ฟการกุศลรายได้ปรับปรุงลานกีฬาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 1 มี ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายวชิระ ศิริเทียนทอง ประธานกรรมการบริษัท ติยะ มาสเตอร์ ซิทเต็ม จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการ ร.ร.หัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช อุปนายกสมาคมฯ น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เลขานุการสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า วันนี้สมาคมฯ เราได้มาร่วมประชุมกันเพื่อเตรียมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ในวันที่ 3  พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดหาทุนให้กับสมาคมฯ นำไปบูรณะลานกีฬาของโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีลานกีฬาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ถูกสุขอนามัย พร้อมรองรับการทำกิจกรรมทางการกีฬาของนักเรียนที่จะนำมาใช้ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การเรียนการสอน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคืบหน้าของการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ท่านก็จะอนุมัติและแต่งตั้งสมาคมฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหินในนามของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด มีความยินดีที่จะสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อจัดการแข่งกอล์ฟ สร้างรายได้เพื่อนำรายได้ไปสู่ชุมชน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีความยินดีมากๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ และคาดหวังว่าสนามกอล์ฟหลวงหัวหินจะได้ จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับชุมชนอีกในครั้งต่อไป
ด้านนายวชิระ ศิริเทียนทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมสมาคมฯ เป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมและเยาวชน โดยเฉพาะการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ผมก็อยู่หัวหินมา 10 กว่าปี อดไม่ได้ที่ต้องสนับสนุนในสิ่งดีๆ เหล่านี้ ท่านนายกอติชาติเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ทำเพื่อสังคมไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแต่การใด หลังจากที่ฟังการประชุมแล้วก็มีความรู้ศรัทธาว่า ถ้าโครงการสมาคมฯ เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคม ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมประชุมกับทางสมาคมฯ ดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนเริ่มต้น 100,000 บาท  มีการจัดกิจกรรมกอล์ฟโดย คุณอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว 30 ก๊วนๆ ละ 6 ท่าน คิดว่าคงจะสำเร็จด้วยดี ก็คงมีรายได้เข้ามาช่วยทนุบำรุงปรับลานสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ก็รู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมแรงร่วมใจ ก็ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้าในการที่มาทำงานในการกุศลครั้งนี้ครับ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจวบฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น.ณ ศาลาประชาคม ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด และ บริษัท ที่ปรึกษา จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมี นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด พร้อมด้วย นายอำเภอชำนิ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวว่า บริษัทโรงงานน้ำตาลชำนิจำกัด เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล kI มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตน้ำตาล โดยได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อย และ น้ำตาลทราย ตามหนังสือเลขที่ อก 0604/1489 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2567 มีสิทธิ์ตั้งโรงงานนัำตาลกำลังการผลิต 20,000 ตันอ้อย ต่อวัน พื้นที่ประมาณ 897.9 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวเกรด 3 น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์

จากประเภทโครงการ กิจการหรือการดำเนินการตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการ หรืออุตสาหกรรมประกอบกิจการ เกี่ยวกับน้ำตาลทุกขนาด ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างเสนอต่อ(สผ.)

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงจากโรงงาน จะเกิดอาชีพหลายอย่าง คนที่มีความสามรถสูง ความพร้อม อาจจะทำไร่อ้อยขนาดกลาง เล็ก ใหญ่ บางคนมีอุปกรณ์การเกษตรอยู่แล้ว เช่นรถไถ เราก็ให้บริการแก่ชาวบ้าน หากยังขาดเครื่องมือ และในเรื่องของรถบรรทุกอ้อยเข้าสู่โรงงาน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ “ค่ายคืนคนดี สู่สังคม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จ.บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ โรงพยาบาลบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ

“ค่ายคืนคนดี สู่สังคม” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนิพนธ์ คนขยัน ส.ส.บึงกาฬ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ประธานพิธีปิด พร้อมด้วย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ฃ

พ.ต.อ.ประเสริฐ นิลยาภรณ์ ผกก.ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 นายหมวดตรีไวคุณ ไชยเลิศ ผบ.ร้อย อส.จ.บึงกาฬที่ 1 แพทย์พยาบาล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ นำโดยนายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คืนคนดี สู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568

ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สนง.ป.ป.ส.) โดยโครงการฯ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2568

ทั้งนี้ประธานพิธีพร้อมด้วยผู้ทรงเกียรติได้มอบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ผ่านการอบรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่กลับไปเสพยาเสพติดช้ำ

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์/ อดีตผช.ผญบ.รุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันดังจ้างวานบุกรุกป่าอนุรักษ์โครงการพระเทพฯลั่น “ไม่มีใครทำอะไรได้”

แชร์เนื้อหานี้

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้ว

โดยนายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ
      ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบด้วย ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป

หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป
      ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว
…………………………………………….

ข่าว/ภาพนิ่ง
***เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม แพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐม ประสานงานขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งไว้ลำพัง

แชร์เนื้อหานี้

ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย

วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ 

ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง 

พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่า ตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้

ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม
………………………………..

แผ่นดินไหว #นครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แพร่เร่งสำรวจ ความเสียหายจากแผ่นดินไหว เบื้องต้นเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ ศาลากลางจังหวัดแพร่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.20 น วันที่ 28 มีนาคม 2568 ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาร์ ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเป็นวงกว้างนั้นนั้น ในส่วนของจังหวัดแพร่ ทางนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร์ ได้กำชับ ข้าราช

การ เจ้าหน้าที่ ลงจากตึกศาลากลาง เพื่อความปลอดภัยและสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราวและสำรวจความเสียหายจากพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

นางสาวรำพู จันต๊ะปะตุ รักษาราชการแทนป้องกันบรรเทาสารภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า จังหวัดแพร่ รายงานสถาน การณ์แผ่นดินไหว ดังนี้ สถานการณ์สาธารณภัยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 เป็นแผ่นดินไหวบนบก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในส่วนจังหวัดแพร่ รับรู้ถึงแรงสั่น

สะเทือนทั่วจังหวัดแพร่ สำหรับรับความเสียหายเบื้องต้นรับรายงานดังนี้ โรงจอดรถบ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 12 ตำบล ป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ และตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน ด้านการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองแพร่ และเทศบาลตำบลป่าแมต ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว

และสั่งการทุกอำเภอ หากพบความเสียหายให้เร่งให้ความช่วย เหลือโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวจากหน่วยงานราชการ/แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และสื่อสารข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงเพื่อมิให้ประชาชนลดความตื่นตระหนก

ด้าน นายชัยสิทธิ์ ไชยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามและเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแพร่เนื่องจาก เป็นตึก
อาคารสูง และได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ป่วยลงมาจากตึก สูง เพื่อมาพักรักษา ณ ชั้นล่างที่อาคารปฐมภูมิ เพื่อความ ปลอดภัยหากเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาได้

ธีรพงษ์ #ธงออน/แพร่

061-595-5297##ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายประจักษ์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานการปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 2

โรงแรมน่านตรึงใจ บูทีค จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการต่อยอด ขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมของชุมชน หน่วยงาน องค์กรเครือข่าย

เพื่อยกระดับสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม”ให้ครอบคลุมทุกเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้จัดกิจกรรมร่วม

การจัดประชุมในครั้งนี้จัดโดยศูนย์คุณ ธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โดยมีนายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาและความร่วมมือนานาชาติ

ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)กล่าวรายงานและมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน จำนวน 81 คนเข้าร่วม/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวีเป็นตัวแทนรัฐบาลรับ 98 คนไทยกลับบ้านเกิดเป็นของขวัญฮารีรายอ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส

น.ส.อัจฉรา โพธิ์พันธุ์ นายด่านศุลกากรสุไหงโกลกพล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 และนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโกลก

ได้ร่วมเดินทางไปยังด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อทำพิธีรับส่งมอบคนไทย จำนวน 98 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวบ้านตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน ที่ทางการประเทศมาเลเซียอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นคนไทยจริงหือไม่ ซึ่งภายหลังทางญาติทราบเรื่อง ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปรอรับส่งมอบตัวด้วยตนเอง ที่บริเวณกลางสะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการประสานผ่าน นายมัสกรี สุไลมาน MR.Bakri sulaiman หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งภายหลังที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ทำการรับส่งมอบตัว 98 คนไทยแล้วเสร็จ ได้ทำการพบปะพูดคุยสอบถามถึงความเป็นมา ซึ่งบางคนถูกกักตัวยาวนานถึง 4 เดือนลดหลั่นกันไป ซึ่งทางการประเทศมาเลเซียได้ทำการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างที่ถูกกักตัว และทุกคนขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญช่วยเหลือคนไทย ที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคาบเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนกับฮารีรายอ ที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสมอบอินทผาลัมและเครื่องแต่งกายมุสลิมทั้งชายและหญิง อาทิ หมวกกะปิเยาะและผ้าโสร่ง ไว้ใช้ประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ด้วย

ด้านพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จในการประสานงานในระดับรัฐบาลและในระดับพื้นที่ โดยผู้ประสานงานหลักพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานงานระหว่างตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งขอยืนยันว่าในจำนวน 98 คนที่จะกลับมา ซึ่งอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งใจตอบสนองเพื่อจะทำให้เดือนรอมฎอนสู่สันติสุขตามที่ได้ตั้งเป้าหมายกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าชมเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้เราได้ชี้แจงโดยได้รับมอบจากรองนายกภูมิธรรม โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องรอมฎอนสันติสุข โดยมีการชี้แจงกับท่านจุฬารัฐมนตรีได้เดินทางลงมาพบผู้นำศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพูดคุยพร้อมด้วยหน่วยงานทหาร ตำตรวจ ว่าเราแสดงออกด้วยความจริงใจที่จะทำให้เกิดประโยชน์เกิดสันติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน และนี่คือหนึ่งงานที่ประกาศได้เลยว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และการปฏิบัติของรัฐบาลที่ท่าน ทวี สอดส่อง คือคนที่เป็นคนดำเนินการในเรื่องนี้

ขณะที่พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีที่มีการส่งตัวคนไทยกลับบ้าน ในกรณีที่คนไทยที่ออกมาจากห้องกักบุคคลต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับ ของ ต.ม.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ได้กระทำผิดฝั่งมาเลเซียหลายข้อหาด้วยกัน โดยมีข้อหาหลักๆก็คือหลบหนีเข้าเมือง และคดีเล็กๆน้อยๆ และได้ผลโทษมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว โดยทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นคนไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบและออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 98 คน

ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนได้ร้องมาหล่ยช่องทาง โดยเฉพาะทางโฆษกพรรคประชาชาติ ศอ.บต.เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายกอ.รมน.ด้วยว่ามีคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งบางคนพาสปอร์ตขาดและบางคนเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งในขณะที่แจ้งนั้นผมอยู่ที่ประเทศจีน และได้มีข้อสั่งการว่าจะให้ความช่วยเหลือประสานท่านภูมิธรรมว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่มีหลักฐานแค่ 34 คน ทั้งนี้ได้ประสานงานกับทางมาเลเซีย นายกอันวาอำนวยความสะดวก และทางกงสุลไทยในประเทศมาเลเซียดำเนินการ 98 คนที่มาในวันนี้และจะทยอยนำเข้ามา

และที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัฐบาลเข้าใจดีถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้กักขังอยู่ในประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา และความฝันคือเราอยากจะให้กลับมาพบกับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันฮารีรายอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นชุดแรกที่มาถึง ซึ่งเป็นชุดที่เข้ามาเยอะที่สุดโดยปกติแล้วจะแค่ 50 คน วันนี้ 98 คน และในส่วนที่เหลือเราจะดำเนินการหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะให้ทันเทศกาลวันฮารีรายอ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราจะเห็นว่าประเทศเรากับประเทศมาเลเซีย

จะเห็นได้ว่าเรามีพรมแดนกั้นแต่จริงๆแล้วเราเป็นเมืองพี่เมืองน้อง และเป็นเมืองทางเศรษฐกิจไปมาหาสู่กันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะทางกรมศุลกากรที่ได้อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และการเดินทาง และเชื่อว่าในอนาคตเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นต้องเปิดพื้นที่ให้มีความสะดวกในการค้าขายการทำมาหากินและวัฒนธรรม และสิ่งที่ทั้งสองประเทศห่วงก็คือเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และถือว่าวันนี้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐบาลอยากมอบให้พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ไปทำงาน เพื่อที่เขาจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวซึ่งเป็นที่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด คือการที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านในวันฮารีรายอ
/////////////////////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 จัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 09.20 น. ที่วัดราชบรรทม ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” จัดโดยนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 โดยมี พันเอก สิปปวัสน์ โมระกรานต์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ส่วนราชการ

โดยมีนางนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง
ผู้นำท่องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียนและประชาชนชาวตำบลเพนียด เข้าร่วมกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด โรงพยาบาลอานันทมหิดล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพนียด ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

สัสดีอำเภอโคกสำโรง ร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ คือ การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการเมื่อสมัครเป็นทหารกองประจำการ การแนะแนวการศึกษาต่อ (การศึกษานอกโรงเรียน) กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

การบริการตรวจสุขภาพและวัดสายตาเบื้องต้น การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การบริการนวดประคบสมุนไพร การสอนทำน้ำพริกโบราณ การสอนทำขนมปังสังขยา การจัดแสดงเครื่องจักสานวิถีชุมชน การประกอบเลี้ยงรถครัวสนาม โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และกิจกรรมสันทนาการ

โดยนายทหารนักเรียนหลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการเสวนาในหัวข้อเรื่อง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการ โดย ร้อยเอก สุทธิชัย เอี่ยมสะอาด สัสดีอำเภอโคกสำโรง การแนะแนวการศึกษาต่อเนื่อง โดย นายทศพล พบสระใหญ่ ครูส่งเสริมการเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ฯ ระหว่างวันที่ 24 – 28 มี.ค. 2568 คณะนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 ลงพื้นที่ชุมชนตำบลเพนียด ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชน โดยมีชุดประชาสัมพันธ์เดินทางเข้าพบปะประชาชน พร้อมทั้ง
มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและยาสามัญประจำบ้านให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวในพื้นที่ รวมถึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคัดเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหาร

กองประจำการ สิทธิประโยชน์ของการเป็นทหารกองประจำการ นอกจากนี้ยังได้จัดมีกิจกรรมฝึกระเบียบวินัยขั้นพื้นฐานและศิลปะป้องกันตัวให้กับผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กิจกรรมกายภาพเบื้องต้น

ให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โดยได้ร่วมเก็บขยะและแยกขยะ ณ โรงเรียนวัดราชบรรทมและโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้า / คุมประพฤติจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรี ผู้ประกอบการร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 26 มีนาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.30 น. ที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี โดยการนำของ พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ4) พฐ.จว.ลพบุรี พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้ารับการอบรมเพิ่มพูนความรู้ใน “โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบระบบการใช้กำลังไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับบ้านพักที่อยู่อาศัยสถานที่ทำงาน”

ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจัดอบรมจาก นายประสงค์ อุบล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี และคณะอาจารย์ แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เป็นวิทยากรบรรยายถึงมาตรฐานการตรวจสอบระบบไฟฟ้า สำหรับบ้านพักสถานที่ข้าราชการตรวจระบบไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความปลอดภัยในบ้านพักที่ทำงาน

ซึ่งการตรวจระบบไฟฟ้านั้นเป็นหน้าที่ของวิศวกรไฟฟ้า ช่างเทคนิคไฟฟ้า หรือ เจ้าหน้าที่ของฝ่ายวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟฟ้าใน พ.ศ. 2550 และตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร

จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 โดยทั่วไปแล้วงานตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญของระบบการผลิต เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และมีความเชื่อถือได้ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่ดีคือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

สิ่งสำคัญของการบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือการตรวจสอบสภาพเพื่อให้ทราบว่าระบบหรืออุปกรณ์มีร่องรอยการเสื่อมสภาพหรือไม่ มีสภาพที่ต้องการการบำรุงรักษาหรือไม่ ในการตรวจสอบสามารถทำได้ 2 แบบ คือการตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) และการตรวจสอบด้วยเครื่องมือวัด ซึ่งต้องการความรู้ในการใช้เครื่องมือวัดและการวิเคราะห์ด้วย โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นพื้นฐานที่ดีและเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านและหน่วยงานอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และอนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

จังหวัดลพบุรี ร่วมกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดฯ จัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4

วันที่ 26 มีนาคม 2568 เวลา 09.30 น ที่ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิด โครงการต้นแบบคนลพบุรี สังคมคุณภาพ กิจกรรม ผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ให้มีอาชีพ มีรายได้ รุ่นที่ 4 โดยมี นางละอองทิพย์ ปนัดสาโก ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ วิทยากร และผู้ถูกคุมความประพฤติ ในความดูแลของสำนักงานควบคุมความประพฤติ เข้าร่วมกิจกรรม

สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหลายพื้นที่ ของจังหวัดลพบุรี ส่งผลให้มีผู้กระทำความผิด ในคดียาเสพติด มีเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งกลายเป็นผู้ไม่มีอาชีพเนื่องจากขาดการยอมรับจากคนในสังคมและผู้ประกอบการ จึงนับเป็นความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และส่งผลต่อเนื่องไปยังปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรมต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักและร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ประกอบกับจังหวัดลพบุรีได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรม จังหวัดลพบุรี ตามมติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว มีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขฟื้นฟู ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้กระทำผิดในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาผู้กระทำผิดในชุมชน ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งกิจกรรมผู้ประกอบการลพบุรีร่วมใจให้โอกาสผู้พลั้งผิด ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดลพบุรี ที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จนนำไปสู่ความร่วมมือในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับคืนสู่สังคมโดยการให้โอกาส ผู้ถูกคุมประพฤติ รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดได้มีอาชีพและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

สำหรับการจัดโครงการต้นแบบคนลพบุรีสังคมคุณภาพในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 4 รุ่นสุดท้าย ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี มีกิจกรรม ประกอบด้วย ในช่วงเช้า มีการเสวนาในหัวข้อ สร้างโอกาส ประสานความร่วมมือ เพื่ออนาคตที่มั่นคง โดยวิทยากรจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดลพบุรี จัดหางานจังหวัดลพบุรี สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลพบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดลพบุรี และในช่วงบ่าย เป็นการเสวนาในหัวข้อ

ผู้ประกอบการร่วมใจ ให้โอกาสผู้พลั้งผิด วิทยาการโดย สถานประกอบการเอกชน 4 แห่ง ในจังหวัดลพบุรี ได้แก่ บริษัทเอ็นเอ็มบี-มินีแบไทย จำกัด , บริษัท สหฟาร์ม จำกัด , กลุ่มบริษัทอินโดรามาลพบุรี และ สถาบันออกแบบทรงผม Big hair มาให้ความรู้ และแนะนำแนวทางการออกไปประกอบอาชีพผู้พ้นโทษ ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปกติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี และฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

๒๖ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น.พันโท สงบ สุรินราช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๘ เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมการจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านการรักษาความปลอดภัย และเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงานพิธีเปิดการอบรม นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ มอบหมายนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.)

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีผู้ร่วมอบรมครั้งนี้ ๕ ตำบล ตำบลนาหนองทุ่ม ตำบลวังหินลาด ตำบลหนองเขียด ตำบลโนนหัน ตำบลนาเพียง จำนวน ๑๘๐ คน ๖๐ หมู่บ้าน ๑๐.๐๐-๑๑.๐๐ น. ระเบียบ มท.ว่าด้วยการช่วยเหลือเจ้าพนักงานของหน่วยกำลังคุ้มครองและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๑ โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐ น.

การรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน แผนรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยนายนคร สุพรรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง
๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ น.การควบคุมผู้มีอาการทางจิต การปฐมพยาบาลและผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน

เศร้า!!อภิธรมศพ บุตรชาย.!!
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 แขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ โดยมีญาติๆ และผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เช่น

นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นาย​ นิโรจน์​ แพ่ง​ศรี​สาร​ นายก​องค์การ​บริหาร​ส่วน​ตำบล​โนน​หัน​ นาง​ อรุณ​ศรี​ ยิ่ง​ยืน​ ผู้อำนวยการ​โรงเรียน​โนน​หัน​วิทยา​ยน​

นาย​ สุทธิ​รักษ์​ เมือง​สอน​ นายก​เทศมนตรี​เทศบาล​ตำบล​โนน​หัน​พร้อมด้วย​นาง​ สุภา​นันท์​ เมือง​สอน​ กำนัน​ตำบล​โนน​หัน​ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองตำบลโนนหัน)กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพนายดรัสพงษ์ ดีบุญมี ณ.ชุมแพ บุตรชายตน

โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมแพ ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ น.อำนาจในการจับกุมและตรวจค้นของพนักงานฝ่ายปกครอง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ โดย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรับนิวส์ / ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

นายสุทธิชัย ตรีศิลป์สัตย์ นายอำเภอแม่ออน ได้สั่งการให้ทีมอาสาดับไฟป่าตำบลบ้านสหกรณ์ นำโดย นายดำรงชัย สุขติ๊บ กำนันตำบลบ้านสหกรณ์ นายประเสริฐ ตันคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ และทีมงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ชม.9 ดอยสะเก็ด ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าสกัดไฟป่าที่ลุกลามมาจากตำบลห้วยแก้ว โดยได้ทำการสกัดกั้นและดับได้เวลา 15.00 น.

ทั้งนี้ ชุดควบคุมไฟป่าเชียงใหม่ ได้นำโดรนขึ้นบินเพื่อสำรวจแนวไฟ และความกว้างของไฟ จึงทำให้สามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วขึ้นและรู้จุดพิกัดได้แม่นยำมากขึ้น ต้องขอบคุณทีมควบคุมไฟป่าเชียงใหม่มา ณ ที่นี้ด้วย

ไถ่ชีวิตโคกระบือที่กำลังจะถูกเชืuดต่อลมหายใจให้ชีวิตใหม่อานิสงส์สุขภาพร่างกายแข็งแรง! #โปรดช่วยกันแชร์!

มหาบุญใหญ่ในวันเดียว! เปิดบารมีชีวิตรุ่งเรืองรับปีใหม่ไทย
🙏 รวมพลังศรัทธา 4 มหากุศล
🔥 กองบุญที่ 1: “ทอดผ้าป่า” ทำบุญอุทิศให้วิญญาณเร่ร่อน-เด็กแท้ง 🔥
เปลี่ยนชีวิตติดขัดให้คล่องตัว! เปิดทางรุ่งโรจน์ ล้างกรรมทันที!

🐃 กองบุญที่ 2: ไถ่ชีวิตกระบือ มหาทานแห่งอิสรภาพ สู่สุขภาพร่างที่แข็งแรง🐃

🧹 กองบุญที่ 3: ล้างห้องน้ำวัด – ล้างปัญหา อุปสรรคชีวิต 🧹

🙏 กองบุญที่ 4: ร่วมบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิพุทธภูมิธรรม 🙏

ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร 🙏 เชิญร่วมงาน วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น.


กิจกรรมมหามงคลภายในงาน:
📿 สวดมนต์เจริญพระพุทธมนต์ เสริมสิริมงคลชีวิต
🍚 ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ชำระหนี้สงฆ์
🕯️ น้อมพลังพุทธบารมีส่งบุญให้เหล่าจิตวิญญาณ
💐 พิธีพิเศษรับพรจากพระเถระผู้ใหญ่


⭐ ร่วมสร้างมหากุศลสี่ประการในวันเดียว! ⭐
วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 | เวลา 08.00 – 12.00 น. ณ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร


💰 ร่วมบุญ 💰
ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี: 131-3-83404-9 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X
คณะทำงานจะพริ้นท์ชื่อนำเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์


📞 ติดต่อสอบถาม หรือ แจ้งความประสงค์ออกโรงทานที่ 📞
พลตรีฉัตรไชย ประจุศิลป โทร: 089-200-2866


ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านพร้อมครอบครัวจงประสบแต่ความสุขความเจริญ สัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาในทุกสรรพมงคล เทอญ

โปรดช่วยกันแชร์ #บุญใหญ่ #วัดระฆังโฆสิตาราม #ไถ่ชีวิตกระบือ #ทำบุญอุทิศส่วนกุศล #มหาบุญปีใหม่ไทย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเมืองเพชรฯ ชวนเที่ยวงานสงกรานต์บนหลังเกวียนครั้งแรกในไทย /ตร.ทางหลวง เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหา / ผู้ว่าประจวบฯประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 ที่ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” พร้อมด้วย นายบรรพต กำไลแก้ว นายก อบต.ถ้ำรงค์ ผช.ศ.ดร.เสนาะ กลิ่นงาม อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นางสาวเมทินี จันทร์บุญนะ รักษาการวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นางสาวมิ่งขวัญ บุญโภคัย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี

ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟัง ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า จากการที่ ยูเนสโก้ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน ”สงกรานต์ไทย” เป็นมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อปี 2566 (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) สงกรานต์เป็นประเพณีไทยที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นประเพณีที่มีคุณค่าและสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย

ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาแล้ว 3 ครั้ง ได้แก่ โขน (2561) นวดไทย (2562) และ โนรา (2564) โดยจังหวัดเพชรบุรีกำหนดให้แต่ละพื้นที่ร่วมจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย 13 เม.ย.68 โดยให้มีกิจกรรมสำคัญที่เน้นเอกลักษณ์อันโดดเด่น เช่น ขบวนแห่นางสงกรานต์จาก 8 อำเภอ ประเพณีรดน้ำดำขอพรหัวผู้ใหญ่เพื่อแสดงความกตัญญูและเคารพนบนอบต่อผู้ที่เคารพนับถือและผู้มีพระคุณ และประเพณีสรงน้ำพระวัดสำคัญ ๆ ในเมืองเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกันจัดงานงานประเพณีมหาสงกรานต์ “มรดกถ้ำรงค์ ประจำปี 2568” ขึ้น ภายใต้แนวคิด “ทุ่งนา ป่าตาล ตำนานทวารวดี ยลวิถีถ้ำรงค์” ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.68 ณ ทุ่งนาบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด เพื่ออนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ที่ดีงามและทรงคุณค่าของไทยมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบไป อีกทั้งอำเภอบ้านลาดที่เน้นวิถีชาวเมืองเพชรอันมีกิจกรรมวัวลาน วัวเทียมเกวียนเป็นอัตลักษณ์ โดยไฮไลต์ของงานคือจัดเล่นสงกรานต์บนหลังเกวียนขึ้นเป็นครั้งแรกของ จ.เพชรบุรี และของไทย

นอกจากนี้ ในพื้นที่อื่นๆ ของ จ.เพชรบุรี ก็มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ที่น่าสนใจ อาทิ ถนนสายข้าวแช่เมืองเพชรบุรี, งาน Songkran at Cha-Am Beach ณ ชายหาดชะอำ มีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ, อำเภอท่ายาง มีการสรงน้ำพระพุทธรูป ขบวนแห่นางสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ แข่งขันเปตอง แข่งขันหมากรุก, ที่วัดเขาบันไดอิฐ อำเภอเมืองเพชรบุรี จัดให้มีประเพณีสงกรานต์ สร้างสรรค์สุขภาพ และที่วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี

มีงานอนุรักษ์ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ โทร. 032-491 467 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองเพชรบุรี โทร. 032-403 888 / ประชาสัมพันธ์ อบต.ท่ายาง โทร. 032-463 000-2 / ประชาสัมพันธ์เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 032-472 550 / ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร. 032-471 005-6 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.ทางหลวงประจวบฯ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรม รวบ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดียักยอกทรัพย์และยาเสพติด

วันที่ 24 มีนาคม 2568 – ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา มุ่งมั่นติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. และ ว่าที่ พ.ต.ท.พุทธางกูร เรืองธรรม สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน วรรณสกุล สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการเข้าจับกุม หญิงวัย 33 ปี ชาวตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหัวหิน ในข้อหา ยักยอกทรัพย์ หลังจากที่เจ้าตัวหลบหนีไม่มาศาลตามกำหนด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและจับกุมได้ภายในโรงแรมชื่อดังในอำเภอหัวหิน ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดหัวหินเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ร.ต.อ.ประวิทย์ ภู่ทอง รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังพลจากหน่วยบริการเกาะหลักและกุยบุรี ได้ร่วมกันจับกุม ชายวัย 34 ปี ชาวตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ ก่อนควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวมถึงปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง.


นับถอยหลัง30วันผู้ว่าประจวบฯเอาจริงสั่งทุกหน่วยงานประกาศสงครามยาเสพติดทุกพื้นที่ใน จ.ประจวบฯต้องหมดไป

วันนี้ 24 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายสัญชาติเมียนมา(ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง)มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มแรงงานต่างด้าวในพื้นที่พร้อมนัดส่งยาบ้าให้กับสายลับที่บริเวณวัดเก่าเขาน้อย ม.2 ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบและทำการวางแผน นำโดย พ.ต.ท.สุทธิเกียรติ โพธิสุทธิ์ รอง.ผกก.สส.สภ.ปากน้ำปราณ เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปที่วัดเก่าเขาน้อย ตามที่สายลับได้แจ้งเมื่อไปถึง พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีดำ ตรงตามที่สายลับแจ้งจอดอยู่ตรงบริเวณลานวัดเก่าเขาน้อยและเห็นนายโก เปียว ชาวเมียนมา(ผู้ถูกจับทราบชื่อภายหลัง)กำลังนั่งอยู่บนแท่นหินใกล้กับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายโก เปียว ก็ได้วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไล่ติดตาม และสามารถควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 10,860 เม็ดอาวุธปืนพกสั้น สีดำ ขนาด 9 มม.  ออโตเมติค ยี่ห้อ  นอรินโก้ หมายเลขประจำปืน  กจ.2/10786 มูลค่าประมาณ 30,000 บาทจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 18 นัดโดยแจ้งข้อกล่าวหามียาบ้าไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร4.เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง มทภ.4 มอบชุดรายอและชุดสงกรานต์ เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอสานต่อเทศกาลสงกรานต์สร้างความสุข และรอยยิ้มให้เด็กและประชาชนในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่อาคารเฉลิมพระเกียวด สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 72 พรรษา หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรีวรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดงานต้อนรับเทศกาลฮารีรายอ สานต่อเทศกาลสงกรานต์ โดยมีนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส น.อ.ยุทธนา สระดี รองผอ.รมน.จ.นราธิวาส (ฝ่ายทหาร) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

สำหรับหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และฟาร์มตัวอย่าง บ้านรอตันบาตู ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่มีฐานะยากจน ให้มีการสร้างงาน โดยการให้ความรู้ ให้การฝึกอบรมความสามารถทางเทคนิค ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและหัตถกรรม

ซึ่งสามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งและที่สำคัญคือการสนับสนุนให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจำนวน 150 ครัวเรือน 451 คน ได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ ปลอดภัยกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันได้รับความดูแลจากศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานของมูลนิธิผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยวันนี้เยาวชนที่เป็นเด็กกำพร้า ประชาชนในหมู่บ้าน และผู้ป่วยติดเตียง จะได้รับชุดรายอ ชุดสงกรานต์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 253 คน ซึ่งทุกคนต่างดีใจ และมีขวัญกำลังใจ ที่ผู้ใหญ่ทุกท่านไม่เคยทอดทิ้ง และมาสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กันในทุกๆปี จัด ร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีของเจ้าหน้าที่และประชาชน

ด้านพลตรีวรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องไทยมุสลิม ในห้วงเดือนรอมฎอน ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1446 โดยได้มีโอกาสไปร่วมพบปะกับผู้นำ ศาสนา

และร่วมละศีลอดกับพี่น้องประชาชน ในหลากหลายพื้นที่ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผมและผู้แทนหน่วยงานได้มาร่วมมอบชุดรายอให้กับเยาวชน และ ประชาชนมุสลิมที่ได้รับผลกระทบฯ เพื่อเตรียมการฉลองวันตรุษอีฎิลฟิตรี(เทศกาลฮารีรายอ) ที่ใกล้จะมาถึง และถือโอกาสมอบชุดสงกรานต์ให้กับเยาวชน และประชาชนไทยพุทธเพื่อสืบสาน ประเพณีสงกรานต์อย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยต้องขอบคุณมูลนิธิสตรีผู้ได้รับผลกระทบฯที่ได้ช่วยประสานงานดูแลเยาวชนและประชาชนในความรับผิดชอบตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบให้ความรัก ความอบอุ่นเป็นครอบครัวบุญธรรมให้กับเยาวชนและส่งเสริมการศึกษาทั้งสายสามัญ และ ศาสนาแก่เยาวชนเหล่านี้และคาดหวังว่าน้องๆเยาวชนจะตั้งใ ศึกษาเล่าเรียน เติบโตเป็นบุคลากรของรัฐที่มีคุณภาพร่วมกัน รักษาอัตลักษณ์ ส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดให้มีความเจริญ รุ่งเรือง ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะร่วมหนุนเสริมภารกิจของมูลนิธิฯและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
//////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ แพร่ เรียกประชุมด่วน “ศูนย์วอร์รุมไฟป่า” หลังพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2568 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ชั้น 2 อาคาร
1 ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เรียกประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแพร่ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง ขนาดเล็ก หลังพบว่า ค่า PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน (ค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัม/ ลูกบาศก์เมตร) ในเกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ(สีแดง) เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และทิศทางสูงขึ้นในระดับวิกฤต ข้อมูล วันนี้(24 มี.ค.68)

เมื่อเวลา 14.00 น. สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ 116.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตรจึงมีข้อสั่งการเร่งด่วน ให้แจ้งเตือนประชาชนทุกพื้นที่ ทุกช่องทาง ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้ หาก มีความจำเป็น ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวเองทุกครั้งเช่น สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 หรือหากมีอาการผิดปกติ เหนื่อยง่าย แขนขาอ่อนแรง และ
แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้มีโรคประจำตัว โรคระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ เตรียมยา และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่าง เคร่งครัด ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ได้ให้โรงพยาบาลประจำตำบล(รพ.สต.)

ทุกแห่ง เฝ้าติดตามกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีจากการวิเคราะห์ สาเหตุการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดจาก 1. การเผาในพื้นที่เขตป่า 2. หมอกควันจากพื้นที่ใกล้ เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน จากการเปลี่ยนทิศทางลม

ดังนั้น เพื่อยกระดับมาตรการเข้มข้นทุกมิติ จังหวัดได้ประสานขอกำลังทหารลาด
ตระเวนพื้นที่เสี่ยง ในตำบลช่อแฮ ตำบลสวนเขื่อน ตำบลป่าแดง จัดชุดลาดตระเวนเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมใช้โดรนประสิทธิภาพสูง
จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 บินสำรวจเพื่อป้องปรามผู้กระทำผิด ที่ประชุมยังได้พิจารณาขึ้นทะเบียนพรานป่า หรือผู้เก็บหาของป่า 1,470 คนทั่วจังหวัดแพร่ และหากเกิด เหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเกินกำลังความสามารถกำลัง
พลในพื้นที่ ให้อำเภอ และ อปท.ทุกแห่งสนับสนุนกำลังพลดับไฟเข้าช่วยเหลือได้ทัน ท่วงที

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูฯ จัดสัมมนาภาคเหนือ วางแผนยุทธศาสตร์-เสริมบทบาทอนุกรรมการจังหวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดโครงการสัมมนาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2568 และสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรระดับจังหวัด ภาคเหนือ

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ

พร้อมด้วยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร และคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกว่า 395 คน เข้าร่วม

นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานระดับประเทศ โดยแบ่งการสัมมนาออกเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคกลาง

ที่จังหวัดเพชรบุรี และภาคเหนือ ที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายของโครงการ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตามระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง สามารถกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ด้านนายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลกมีเกษตรกรเป็นประชากรหลัก โดยมีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรกว่า 270,622 ครัวเรือน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 857 องค์กร และมีสมาชิกขึ้นทะเบียนหนี้สินเพื่อขอรับการแก้ไขปัญหากว่า 10,465 ราย รวมมูลหนี้กว่า 3,088 ล้านบาท ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้จะช่วยให้คณะอนุกรรมการฯ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในโอกาสนี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้ดำเนินการมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 6 ราย จาก 6 สหกรณ์ รวมมูลค่ากว่า 5.2 ล้านบาท ช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรได้รวม 24 ไร่ 2 งาน 22.6 ตารางวา โดยเกษตรกรที่ได้รับการชำระหนี้แทนต่างกล่าวขอบคุณภาครัฐที่ช่วยเหลือและให้โอกาสได้กลับมาประกอบอาชีพต่อไป

การสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากลไกการบริหารกองทุนฟื้นฟูฯ ระดับจังหวัด เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจนและสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ/บุญยวึ์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยป่าไม้ นายอำเภอเวียงสา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 พื้นที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน หลังพบว่าปัจจุบันมีจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ซึ่ง อำเภอเวียงสา เป็นพื้นที่ที่พบจุดความร้อนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง

ที่ประชุมจึงได้กำหนดมาตรการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ได้แก่
✅ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” โดยให้นายอำเภอ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผา
✅ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากผู้ใดฝ่าฝืนย้ำลงโทษอย่างเด็ดขาด
✅ ตั้ง “ด่านสกัด” ร่วมกับชุมชน บริเวณทางเข้าอุทยานฯ เขตป่า เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการลักลอบเผาอย่างเข้มงวด

จังหวัดน่าน ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบเห็นไฟป่าหรือการลักลอบเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที เพื่อลดปัญหาไฟป่าและมลพิษทางอากาศ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ผู้ว่าฯศรีสะเกษ มอบใบประกาศเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ข้าราชการดีเด่น ปี 2567 / ตร.ภาค 3 รุดตรวจด่านช่องสะงำ ตรวจเยี่ยม “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง มอบหมายให้ นางวิลาสินี ไพรสิน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง, นางสาวลักสมี พันธ์ภักดี หัวหน้าสำนักปลัด, นายสรนนท์ ขจรเจริญกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ, นายประดับพันธ์ บุตรไชย นิติกรปฏิบัติการ และนายฐิรศิลป์ อินทรบุตร นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ

เข้าร่วมกิจกรรมวันท้องถิ่นไทย ณ บริเวณลานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ ๑๘ มีนาคม ของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะ ตำบลท่าฉลอมขึ้นเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘ ถือเป็น “ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย” และเป็นรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น และในการนี้ได้มีการมอบใบประกาศเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ข้าราชการดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๗ ระดับจังหวัด โดยท่านอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานมอบให้กับ นางสาวลักสมี พันธ์ภักดี หัวหน้าสำนักงานปลัด ในประเภทข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มที่ ๒ และนายสรนนท์ ขจรเจริญกุล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ในประเภทข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มที่ ๓

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ

องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ได้รับการประเมินรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ได้ตอนรับคณะศึกษาดูงานจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอไพรบึง (สกร.) จำนวน ๓๐ คน

เพื่อมาศึกษาดูงานโครงการบริหารจัดการขยะชุมชนเพื่อต่อยอดนวัตกรรมจัดการขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ซึ่งเป็นโครงการนวัตกรรมท้องถิ่น ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดินแดง ใช้ในการประเมินรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ และได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลคะแนนผ่านเกณฑ์การประเมินในรอบการประเมินของสถาบันการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รุดตรวจด่านช่องสะงำ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์

วันที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เรืองเดช รองจเรตำรวจ ช่วยราชการ ภูธรภาค3 ,พล.ต.ต.พิษณุ วัตถุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ

ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ชายแดน ตามนโยบายของรัฐบาล เปิดปฏิบัติการ “Seal Stop Safe” สางปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท. วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า การลงพื้นที่ด่านช่องสะงำวันนี้ เป็นพื้นที่ที่มีแนวเขตติดกับประเทศกัมพูชา โดยขณะนี้ได้บูรณาการร่วมกันในพื้นที่ร่วมหาแนวทาง เพื่อสกัดกั้น ไม่เพียงปัญหายาเสพติด ยังปัญหาแรงงานต่างด้าว ที่อาจมาก่ออาชญากรรมในพื้นที่ประเทศไทย ได้กำชับสั่งการเดินหน้ากวดขัน ซึ่งดำเนินการตามยุทธการ Seal Stop Save ที่เป็นแนวทางเดียวกับการปราบปรามยาเสพติดที่ตำรวจภูธรภาค 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังเร่งดำเนินการ

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้ได้เดินทางลงมาพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยของจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีรายงานความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ป้องกันยาเสพติด แรงงานต่างด้าว และปัญหาอาชญากรรมเกี่ยวกับไซเบอร์ ทุกหน่วยมีความพร้อมในการปฏิบัติ ทั้งฝ่ายปกครอง ทหารจากกองกำลังสุรนารีได้ร่วมมือกับกองกำลังทหารพราน และประชาชนให้ความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นการแจ้งข่าวต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้า Stop

ในเรื่องของพื้นที่ชั้นใน ทางแนวชายแดน Seal ทางภาคทหารและหน่วยความมั่นคงต่างๆในการหาข่าว มีความพร้อม รวมทั้งหน่วย Save ก็คือทางปกครอง แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล สำหรับการเดินทางผ่านเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนผ่านทางจุดผ่านแดนถาวร

ด่านช่องสะงำนี้ ก็ยังไม่มีปัญหาใด แต่สำหรับปัญหาที่เฝ้าห่วงคือปัญหาการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางจังหวัดศรีสะเกษมีความพร้อมในการดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมายอย่างจริงจัง
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ หนุ่ม คิดสั้น วิ่งราวทอง ได้ไป 3 บาท ไม่ถึงนาทีถูกจับทันควัน

หนุ่มวัยเบจญเพศ คิดสั้น บุกวิ่งราวทอง ได้ไป 3 บาท ออกมาถึงหน้าร้านกำลังสตาร์ทรถจักรยานยนต์ เตรียมหลบหนี สุดซวย ถูกเจ้าของร้านทองกระโดดจับตัว มิหนำซ้ำใกล้กัน พบตำรวจสายตรวจอยู่ใกล้ที่เกิด สุดท้ายถูกจับ คอตกเข้าซังเต

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 18 มีนาคม 2568 ร.ต.อ. นิพนธ์ ท้าวบุญเรือง พนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายชิงทรัพย์ ที่ร้านทองเยาวราชราษี ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่อง ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิด ซึ่งเป็นร้านทองตั้งอยู่ใจกลางอำเภอราษีไศล มีผู้คนพลุกพล่านและมีร้านค้าจำนวนมาก

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าคนร้าย เพศชาย สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีขาว สวมรองเท้าแตะ เข้ามาภายในร้านทอง มี เจ้าของร้านทองอยู่ภายในลูกกรงร้านทองเพื่อขายทองให้ ซึ่งคนร้ายขอลองสร้อยทอง จำนวน 3 บาท โดยทางเจ้าของร้านทอง นำมาให้ลองจำนวน 2 ลาย แต่ปรากฏว่า เมื่อคนร้ายได้นำทองไปสวมใส่ที่คอแล้ว ก็อาศัยจังหวะ วิ่งออกจากร้านทองอย่างรวดเร็ว โดยมี เจ้าของร้านทองวิ่งตามอย่างติดๆ

จากการสอบถาม เจ้าของร้านทอง ( ไม่ขอเอ่ยชื่อนามสกุล และเปิดเผยใบหน้า) ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนสังเกตความผิดปกติในพฤติกรรมของคนร้าย ตั้งแต่เดินทางเข้ามาภายในร้านทอง ที่มีอาการไม่นิ่ง และมองซ้ายขวาตลอดเวลา แต่ด้วยตนความยังไม่แน่ใจ ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงให้คนร้าย ลองสร้อยทองตามปกติ ซึ่งตนพยายามบอกให้คนร้าย

ถอดสร้อยทองออกจากคอแล้ว แต่คนร้ายทำนิ่งเฉย และสุดท้าย จึงวิ่งหนีไป ตนเห็นเช่นนั้น จึงวิ่งตามไปติดๆ ซึ่งตนร้ายจอดจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไว้หน้าร้าน และในขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถเพื่อเตรียมหลบหนี ตนได้กระโดดคว้าตัวคนร้าย จนคนร้ายล้มลง แต่คนร้ายพยายามดิ้นสู้ แต่เคราะห์ดี บริเวณดีนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และสายตรวจ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงมาช่วยจับตัวคนร้ายได้สำเร็จ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ราษีไศล ได้ควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอนิรุต ม่วงศรี อายุ 25 ปี ชาวตำบลวังจุฬา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนร้ายที่ก่อเหตุ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล เพื่อดำเนินการสอบสวน
จากการสอบสวน เบื้องต้น นายอนิรุต คนร้าย ให้การว่า ตนเดินทางมาจากพระนครศรีอยุธยา มาอาศัยกับพ่อ ที่อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เกือบ 1 เดือนแล้ว โดยก่อนก่อเหตุ ตนได้ขับรถจักรยานยนต์ ของญาติในบ้านออกมา แบบไม่มีเหตุผล และขับรถจักรยานยนต์มาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอร้านทองแห่งนี้ ที่อำเภอราษีไศล โดยที่ไม่ได้วางแผน แต่อย่างใด ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และไม่ได้คิดอะไรมาก ซึ่งสาเหตุที่ตนก่อเหตุในครั้งนี้ ต้องการนำทองไปขาย เพื่อนำเงินใช้หนี้ เพื่อน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปยืมเงินเพื่อนมา จำนวน 40,000 บาท เพื่อมาใช่จ่ายส่วนตัว ซึ่งสิ่งที่ตนกระทำนั้น เป็นสิ่งที่คิดสั้น และทำแบบไร้ความคิดเป็นอย่างมาก

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ราษีไศล ได้ตั้งข้อหา กระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ หลังจากนั้นจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผลในเรื่องนี้ ต่อไป/////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมนักธุรกิจไทยอินเดียพัทยา และสมาคมอินเดียพัทยา เตรียมจัดงานเทศกาลโฮลี 2025 / ผู้ว่าฯททท.-นอภ.บางละมุง-นายกพัทยา เดินเท้าพบปะพี่น้องธุรกิจเอนเตอร์เทรนเท้นต์ภารตะกลางวอล์กกิ้งสตรีท

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 13.30 น. วันที่ 10 มี.ค.2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Amazing. Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025
พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา คณะผู้บริหารเมืองพัทยา ประกอบด้วยสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผู้แทนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย TIPBA และสมาคมอินเดียพัทยา นำเสนอรูปแบบการจัดงาน ณ ห้องประชุม 221 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

เมืองพัทยา ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทยอินเดียพัทยา และสมาคมอินเดียพัทยากำหนดจัดงาน Amazing. Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025
ในระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. 2568 ณ ถนนชายหาดพัทยา ฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา เพื่อให้พี่น้องชาวไทย-อินเดีย และนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสเทศกาลแห่งสีสันที่มีพื้นเพมาจากความเชื่อในศาสนาฮินดู เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการเฉลิมฉลองโดยการสาดสีสัน ป้ายสี ซึ่งเป็นสีฝุ่นผงออแกนิกใส่กันอย่างสนุกสนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ตามความเชื่อของชาวอินเดีย ซึ่งคล้ายกับเทศกาลวันสงกรานต์ของไทย

โดยในวันนี้คณะผู้จัดงานนำโดย นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย -อินเดีย นำเสนอรูปแบบการจัดงานเพื่อร่วมกันพิจารณาในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร, ด้านการพยาบาล, ตลอดจนกิจกรรมภายในงาน นอกเหนือจากการสาดสี ยังมีการแสดงดนตรีของศิลปินไทย(F.HERO) และศิลปินจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานคือวันที่ 15 มี.ค.นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและมีสีสัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเศรษฐกิจในพัทยา และภาพลักษณ์ที่ดีต่อไป

คณะสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ร่วมแสดงความยินดีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีป้ายแดง

วันที่ 13 มี.ค.68 มีรายงานว่า นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พร้อมคณะได้ร่วมแสดงความยินดีกับนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี คณะบริหารฯ และสมาชิกสภาฯ หลังได้รับการประกาศรับรองจาก กกต. และรับมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย กล่าวว่า ในนามสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย ขอแสดงความยินดีในโอกาสที่นายวิทยา คุณปลื้ม ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีอีกหนึ่งสมัย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อบจ.ชลบุรี ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง ในฐานะสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานเพื่อความยั่งยืนของบ้านเมืองนี้ต่อไปด้วย

‘ดีแคทลอน’ ปักหมุดพัทยา เปิด Experience Store สาขาแรกในภาคตะวันออก ตอบโจทย์คอกีฬา

วันที่ 14 มี.ค.68 ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการสำหรับ ดีแคทลอน แบรนด์กีฬาเมืองน้ำหอมชื่อดังระดับโลก ได้เปิดสโตร์ใหม่ในเมืองพัทยา เป็นสาขาแรกในภาคตะวันออก บนพื้นที่ 3,500 ตร.ม. ริมสุขุมวิทพัทยา ปากซอยเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ จ.ชลบุรี โดยมี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมือง ตัวแทน ททท. กองทัพเรือ และผู้เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในงาน

มร.ดีเรน เชตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแคทลอน ประเทศไทย เผยว่า สำหรับสาขาพัทยานี้เปิดเป็น Experience Store สาขาแรกในภาคตะวันออก ที่ตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้งครบทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งที่เลือกเปิดตัวสาขาพัทยาในครั้งนี้เพื่อตอบรับกระแสกีฬาซีเกมส์ มี่จะมีขึ้นในจังหวัดชลบุรี ในช่วงปลายปีนี้

ภายในเป็นพื้นที่สโตร์และเพลย์กราวด์ขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์กรฬาครอบคลุมกว่า 60 ประเภทกีฬา รวมทั้งกิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมทางน้ำที่ครบครันสำหรับชาวภาคตะวันออกซึ่งมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเล ที่สำคัญเมืองพัทยาเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำเพราะเป็นเมืองทะเล ที่แต่ละปีมีอีเว้นต์การแข่งขันระดับชาติและระดับโลกมากมาย ตอกย้ำความเป็น Sport Destination อย่างแท้จริง

เปิดแล้ว! งาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 กระตุ้นสีสันท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรมระดับชาติ

วันที่ 14 มี.ค.68 ที่บริเวณปะรำพิธีชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นางสาวฐานปนี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประธานในพิธีเปิดงาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค.68

โดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวต้อนรับและมอบกระเช้าให้กับนายนาเคศ สิงห์ เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ที่ให้เกียรติเดินทางมากล่าวสุนทรพจน์และกล่าวอวยพร นายสุขราช กาลรา ในฐานะนายกสมาคมนักธุรกิจไทย-อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา ตลอดจนตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ด้วยเมืองพัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีผู้คนหลายเชื้อชาติ ศาสนา จากหลายประเทศมาพักผ่อนและอยู่อาศัย งาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 หรืองานเทศกาลโฮลี เปรียบเสมือนเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรม ซึ่งเทศกาลโฮลี เป็นเทศกาลระดับชาติของชาวอินเดียที่มีมาอย่างยาวนานเช่นกัน

เทศกาลโฮลี หรือเทศกาลแห่งสีสันของชาวอินเดีย คล้ายกับเทศกาลสงกรานต์ของชาวไทย ที่ผู้คนจะเฉลิมฉลองสร้างความสนุกสนานด้วยการเล่นสาดผงสี ซึ่งเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย นำมาสาดเล่นกัน เป็นประจำทุกช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี นับเป็นเทศกาลแห่งมิตรภาพที่ญาติสนิทมิตรหาย และเพื่อนฝูง ได้มาพบปะและร่วมสนุกสนานกัน

ภายในงาน Amazing Thailand Grand Holi Festival Pattaya 2025 นอกจากมีการเล่นสาดสีแล้ว ยังมีการจัดแสดงต่างๆ ตามแนวทางกิจกรรมเฉลิมฉลองของชาวอินเดีย มีการเปิดพื้นที่ให้พี่น้องชาวเชื้อสายอินเดีย ตลอดจนนักท่องเที่ยวอินเดียได้มีพื้นที่กิจกรรมสนุกสนานร่วมสร้างสีสันการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาร่วมกันต่อไป

ผู้ว่าฯททท.-นอภ.บางละมุง-นายกพัทยา เดินเท้าพบปะพี่น้องธุรกิจเอนเตอร์เทรนเท้นต์ภารตะกลางวอล์กกิ้งสตรีท

มีรายงานว่า นางสาวฐานปนี เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินเท้าริมฟาตปาธชายทะเลตั้งแต่พัทยากลางถึงโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือโครงการวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา รวมระยะทางกว่า 1 กม. เพื่อเยี่ยมชมบรรยากาศการท่องเที่ยวและพยปะผู้ประกอบการยามค่ำคืนของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ทางคณะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เดินทักทายผู้ประกอบการตลอดถนนวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา ก่อนจะเดินทางไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการต่อที่จังหวัดระยอง โดยทางผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้

ด้าน นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดงานเทศกาลโฮลีพัทยา ทางคณะผู้ว่าฯ ททท. ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอินเดีย ที่มีการเติบโตมากขึ้น ตลอดจนทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวให้เมืองพัทยา ซึ่งบรรยากาศต้อนรับเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง

เปิดร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม และช็อปสินค้าที่ระลึกจากที่ราบสูง

วันที่ 15 มี.ค.68 ได้มีพิธี Grand Opening เปิดเป็นทางการสำหรับร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 ริมถนนพัทยาสาย 3 เยื้องโรงพยาบาลเมืองพัทยา โดยพบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมแสดงความยินดีกับนายพงษ์ชาณัท เรืองรุ่ง และ น.ส.สิริกัญญา กังศิริกุล ผู้บริหารฯ กันอย่างคึกคัก

ร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขานี้ ถือเป็นสาขาที่ 2 ซึ่ลงทุนด้วยงบประมาณ 15 ล้านบาท ตกแต่งด้วยค็อนเซ็ปต์อีสานโมเดิร์นคลาสสิก บริการอาหารอีสาน เครื่องดื่ม Thai Style และทั่วไปในมุมม่วนจอยบาร์ อีกทั้งยังมีช็อปสินค้าที่ระลึกจากภาคอีสานในมุมเฮือนพวนชวนคราฟท์

ทั้งนี้ ร้านแซ่บไฮน์ อีสาน บิสโทร สาขา 2 จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.- 22.00 น. โดยสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ 140 คน กลุ่มเป้าหมาย เป็นกลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยวทั่วไป โทรศัพท์สำรองที่นั่งได้ที่หมายเลข 062-607 3398

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรฯ นำทีมซับน้ำตาผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ อ.ชะอำ /นักวิ่งคึกคักในชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาด งาน ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.68 ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ปลัดจังหวัดฯ นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของอุปโภคบริโภค

และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบวาตภัยพายุงวงช้างในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพและหมู่บ้านหนองคาง ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้หลังคาบ้านเรือน ร้านค้า และป้ายโฆษณาได้รับความเสียหายรวม 27 หลังคาเรือน และมีต้นไม้หักโค่นในบางจุด ซึ่งทางอำเภอชะอำและเทศบาลเมืองชะอำได้สำรวจความเสียหายทั้งหมดแล้ว โดยเบื้องต้นจะใช้งบประมาณของเทศบาลเมืองชะอำช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนก่อน

หากไม่เพียงพอจะต้องเสนอขอใช้งบประมาณจากอำเภอชะอำและจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี ได้กล่าวแสดงความห่วงใยและได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับให้ความช่วยอย่างเร่งด่วน หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถแจ้งที่นายอำเภอชะอำได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงในพื้นที่หมู่บ้านหนองโพ หมู่บ้านหนอง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จากนั้นได้เกิดพายุงวงช้างขนาดใหญ่ตามมาพัดหลังคาบ้านและป้ายโฆษณา ตกลงใส่บ้านเรือนของประชาชนในละแวกใกล้เคียงได้รับความเสียหายไปหลายหลังคาเรือน และยังส่งผลให้ต้นไม้ล้มหักโค่นอีกหลายแห่ง

เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ต่อมา นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยในเบื้องต้นแล้ว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

นักวิ่งคึกคักในชุดบิกีนี่เซ็กซี่แน่นหาด งาน ‘CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025’

เมื่อวันที่ 16 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานวิ่งแข่งขันมินิมาราธอน CHA-AM BIKINI BEACH RUN 2025 “ชะอำ บิกินี บีช รัน ครั้งที่ 16” ประจำปี 2568 ณ ชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักวิ่งหญิงและชายทั้งชาวไทยและต่างชาติในชุดบิกินี่ ชุดเซ็กซี่เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย หาดทรายชายทะเลยามเช้าที่งดงาม

โดยมี นายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร อดีตผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวจุดเริ่มต้นและเส้นชัยบริเวณหน้าชายหาดโรงแรมลองบีช ชะอำ พร้อมด้วย นางทนาดา วิจักขณะ รอง ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี นายวสันต์ กิตติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วมงาน

นายณัฐวุฒิ เพชรพรหมศร กล่าวว่า รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Thailand Sports Tourism) โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ให้จัดรายการแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว ทุกประเภทกีฬาที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อกระจายไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและเมืองรอง ทั้งนี้ หาดชะอำ เมืองท่องเที่ยวทางทะเลสำคัญของไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การเดินทางสะดวก เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จากความสำเร็จในการจัดการแข่งขันวิ่งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวรายการ “หาดชะอำ 14K” ต่อเนื่องมาหลายปี ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น “หาดชะอำ บิกินีบีชรัน” โดยมีการวิ่งในประเภทบิกินี เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งประเภทของการแข่งขัน และจัดต่อเนื่อง 14 ปีผ่านมา โดยความร่วมมือของ จังหวัดเพชรบุรี, เทศบาลเมืองชะอำ, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก, สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี,

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี, หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี, โดย JOG&JOY ฝ่ายจัดการแข่งขันได้พัฒนาปรับปรุงรายการแข่งขันนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาได้เพิ่มประเภทระยะทางวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.1 KM ขึ้นมาเพื่อสร้างให้สนามนี้เป็นสนามวิ่งระยะไกลนานาชาติมากกว่าเดิม โดยในแต่ละปีก็มีผู้สนับสนุนภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวสลับสับเปลี่ยนไปจนกลายเป็นงานวิ่งที่นักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าประจวบฯ เปิดโครงการจังหวัดเคลื่อน เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พื้นที่ ต.อ่างทอง

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 12 มี.ค. 2568 ที่ศาลาประชุมหมู่บ้านสีดางาม ม.3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย แพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” หรือ โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายสินาทร โอ่เอี่ยม นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัด นางสาวจีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด

นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต.อ่างทอง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก นายชลิต เพชรดี กำนันตำบลอ่างทอง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ข้าราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชนจำนวนมากร่วมพิธี ในการนี้ ได้รับเมตตาจาก พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก วัดอ่างสุวรรณ ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ให้ศีลให้พรแก่ประชาชน จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวเปิดโครงการ และชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตำบลอ่างทอง ช่วงถนนอ่างทอง-หนองมะค่า ม.1,ม.5 และ

ถนนสายหนองหอย-มรสวบ ม.5,ม.8 เชื่อมตำบลชัยเกษม พร้อมทั้งระบุว่า จากที่ได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพื้นที่ ต.อ่างทอง ได้ประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน เร่งดำเนินการแก้ปัญหาการบริหารจัดการขยะ ขุดลอกคูคลอง นอกจากนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องการขอรับบริจาคเลือดแก่กาชาด เพื่อนำไปช่วยผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ประกาศวาระ “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” 10 หัวข้อ รวมถึงกลยุทธการสร้าง Wellness Economy 8 หัวข้อที่จะเป็นการเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ร่วมกับคณะผู้บริหารจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้มงคลภายในบริเวณศาลาหมู่บ้าน และได้เดินเยี่ยมชมบูธจากหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในบริเวณที่จัดงาน ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐมาร่วมออกให้บริการประชาชนเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ ณ สถานที่ตั้ง รวมทั้งได้มอบพันธุ์ปลาน้ำจืดให้กับผู้นำท้องที่ และมอบเเตนเบียนบราคอนให้แก่ผู้แทนเกษตรและผู้นำชุมชนเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน และร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค โดยมาจากพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าอาวาสวัดกุยบุรี 100 ชุด จากสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ 100 ชุด และจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฯ 100 ชุด รวมจำนวน 300 ชุด มอบให้แก่ประชาชน

ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนบ้านสีดางาม เพื่อมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียน พร้อมกับได้แนะนำแนวทางด้านการศึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยชี้ให้เห็นความสำคัญด้านวิชาการ เช่น คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ เทคโนโลยี และความรู้ด้าน AI ซึ่งเป็นเรื่องที่มีบทบาทมากในปัจจุบัน เด็กๆก็ได้แสดงความเห็นในเรื่องอาชีพที่ใฝ่ฝันในอนาคต เช่น อยากเป็นผู้พิพากษา และจากนั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมครัวเรือนผู้พิการ และได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนที่บ้านใน ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก จำนวน 2 หลังอีกด้วย

สภาพและข้อมูลพื้นฐาน ตำบลอ่างทอง ทิศเหนือจรดตำบลนาหูกวาง ทิศใต้จรดตำบลชัยเกษมและตำบลธงชัย ทิศตะวันออกจรดอ่าวไทย ทิศตะวันตกจรดสหภาพพม่า มีพื้นที่ทั้งหมด 104 ตารางกิโลเมตร หรือ 65,000 ไร่ เป็นพื้นที่ลาดเอียงจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก มีภูเขาสูงทางทิศตะวันตก และมีที่ราบส่วนใหญ่สลับภูเขาเล็กน้อย อาชีพหลักชาวบ้านได้แก่ ทำสวน ทำไร่ ประมง สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ วัดอ่างทอง วัดวังยาง วัดอ่างสุวรรณ ชายหาดลับทับสะแก เกาะรำร่า เป็นต้น และมีปัญหาหลักที่สำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาศัตรูมะพร้าวและปัญหาชายฝั่งกัดเซาะ
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

SSIร่วมสร้างสรรค์สังคมเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน รับรางวัลองค์กรต้นแบบสุขภาวะดีเด่นระดับก้าวหน้า

นางสาวสุริยา ดวงมณี (ที่ 3 จากขวา) หัวหน้าสายทรัพยากรบุคคลและธุรการ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอสไอ เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับรางวัล “องค์กรสุขภาวะดีเด่นระดับก้าวหน้า ในโครงการส่งเสริมงานสุขภาวะในองค์กรเพื่อคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดี” จากนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ (กลาง) ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้

โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสสส.และสมาคมนักสร้างสุขภาวะองค์กร เพื่อส่งเสริมการมีวิถีชีวิตสุขภาวะทั้ง 4 มิติ (กาย ใจ สังคม และจิตปัญญา) และดูแลคุณภาพชีวิตบุคลากรในองค์กร ทั้งนี้ เอสเอสไอได้นำแนวคิดการสร้างองค์กรสุขภาวะ (Happy workplace) และความสุข 8 ประการ (Happy 8) มาสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงานซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมของเอสเอสไอ iFacts+ (คนเก่ง ดี มีใจ) ส่งเสริมให้บุคลากรมีความพร้อม และร่วมสร้างสรรค์การดำเนินงานและสังคมที่ดีเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน

เอสวีแอล กรุ๊ป เสริมสร้างความรู้เยาวชน สร้างแกนนำคัดแยกขยะ เพื่อดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน

เอสวีแอล กรุ๊ป โดยทีมชุมชนสัมพันธ์และพัฒนาชุมชน ร่วมกับเครือข่ายชุมชนต้นแบบ บ้านทางสาย บ้านระหาร และอาสาชวนน้องรักษ์โลก จัดกิจกรรมเรียนรู้การคัดแยกขยะที่ถูกต้อง ภายใต้แนวคิด “อ่านป้ายก่อนทิ้งลงถัง” โดยมีเยาวชนจาก 8 โรงเรียน ได้แก่ รร.บ้านห้วยทรายขาว, รร.บ้านดอนทอง, รร.บ้านดอนสง่า, รร.วัดนาผักขวง, รร.วัดดอนยาง, รร.บ้านหนองมงคล, รร.บ้านถ้ำเขาน้อย และ รร.อนุบาลบางสะพาน รวมกว่า 300 คน เข้าร่วมในโครงการ “กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือและเนตรนารี” ประจำปี 2568 เอสวีแอล กรุ๊ป(SVL Group) มุ่งเน้นการปลูกฝังความรู้ด้านการจัดการขยะและสร้างแกนนำเยาวชน เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจัดขึ้นที่ศาลาเอนกประสงค์บ้านห้วยทรายขาว ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์ _ หลายหน่วยงานร่วมกิจกรรม โครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี งบประมาณ 2568

วันที่ 12 มี.ค.68 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ (สส./ปส.) มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง ชป.ตำบลยั่งยืน สภ.ห้วยยางพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายและผู้นำชุมชน ประกอบด้วย พระมหาสัญญา สิทฺธิญาโณ เจ้าคณะตำบลห้วยยาง

นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดอำเภอทับสะแกฝ่ายความมั่นคง นางณุกานดา จันทรภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก นายภัทรดนัย สมศรี กำนันตำบลแสงอรุณ นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ นางวิภาภรณ์ ภัทรภิญโญ ผอ.สกร.อำเภอทับสะแก นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะแก นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง ผอ.รพ.สต.บ้านหินเทิน ผญ.บ้านไร่ใน ม.1 และ ผญ.บ้านแสงทอง ม.2 ต.แสงอรุณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน,อสม.,ชรบ.,อส., ทหารชุดเฉพาะกิจ ฉก.จงอางศึก พร้อมด้วย ประชาชนบ้านไร่ในและบ้านแสงทอง

ร่วม kick off เปิดโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ณ ศาลาประชาคมบ้านไร่ใน ม.1 ต.แสงอรุณ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนี้ได้ร่วมกันลงนามข้อตกลงการดำเนินโครงการฯ (MOU) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี
////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กลุ่มตัวแทนผู้ที่สอบผ่านจำนวนกว่า 50 คน รวมตัวหน้ากระทรวงมหาดไทยเพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม หลังสอบผ่าน

วันพุธที่ 12 มีนาคม 2568 กลุ่มตัวแทนผู้ที่สอบผ่านจำนวนกว่า 50 คน รวมตัวบริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทยเพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม
โดยมีคุณ นิชานันท์ ทรัพย์สมบูรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานร้องทุกข์สำนักรัฐมนตรี
ร่วมกับ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทย ขอประสานให้กลุ่มตัวแทนจำนวน10 คน เข้าพบ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขามท.1 และ อ.มนัส สุวรรณรินทร์ ผู้ตรวจการกระทรวงมหาดไทย (โฆษกกระทรวงมหาดไทย)

โดยกลุ่มตัวแทนได้นำเสนอข้อมูลปัญหาสถานะปัจจุบันปัญหาของการสรรหาสายบริหารท้องถิ่นจังหวัดสมุทรปราการ
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตปัญหาข้อสอบที่ผิดพลาดหรือการตรวจสอบรายงานปัญหาจากมหาวิทยาลัยธัญบุรี ตลอดจนข้อมูลสรุปผลการประชุมการออกเสียง 4:3 เสียง ของคณะอนุสรรหา

พร้อมชี้แจงเหตุผลที่จังหวัดสมุทรปราการแจ้งว่าข้อสอบไม่ได้มาตรฐานนั่นกลุ่มผู้ยื่นเรื่องได้ให้ข้อสังเกตุว่ามหาลัยผู้ออกข้อสอบก็ชี้แจงเรื่องนี้แล้ว ประกอบกับอีก 8 จังหวัดที่ใช้ข้อสอบและกระบวนการเดียวกัน ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขามท.1 โทรศัพท์สายตรงกับผวจ.สมุทรปราการ ได้ข้อสรุปว่า วันที่ 13 มีนาคม 2568 จะมีข้อสรุปในที่ประชุม ก.จังหวัดที่ชัดเจนสรุปโดยจะไม่โยนเรื่องส่งต่อไปมาให้หน่วยงานอื่นใดพิจารณาอีก ไม่ว่าจะเป็นการประกาศผลการขึ้นบัญชีหรือประกาศยกเลิกผลการสอบก็ตาม

ล่าสุด การประชุม กทจ.และก.อบต จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงเช้าวันที่ 13 มีนาคม 2568 นี้ มีผลสรุปมติในที่ประชุมตรงกันคื ในการประชุมคณะอนุสรรหาสายงานผู้บริหารของจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมานั้น มติการโหวตให้ประกาศผลการขึ้นบัญชีสายงานผู้บริหาร มีความถูกต้อง ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เห็นควรประกาศผลลำดับบัญชีได้เลย สามารถเสนอเอกสารผลลำดับบัญชี ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามเพื่อประกาศได้เลย โดยไม่ต้องมีการประชุมคณะอนุสรรหาเพิ่มเติมแต่อย่างใด

/////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยะลาจัดใหญ่! รอมฎอนสัมพันธ์ ฮาลาล ฟู้ด คอนเทสต์ 2025 หาสุดยอดข้าวหมกไก่-ซุปเนื้อเมืองยะลา

แชร์เนื้อหานี้

ยะลา – ศูนย์สันติวิธี ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดกิจกรรมฮาลาล ฟู้ด คอนเทสต์ และ รอมฎอนสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน รวมถึง การทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม ตลอดจนส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม ในห้วงเดือนรอมฎอน

การประกวดครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเฟ้นหา เมนูเด็ดจาก จ.ยะลา ไปเข้าร่วมการประกวด กับ จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี ระหว่างวันที่ 10-20 มีนาคม 2568 แบ่งเป็น 2 เมนูหลัก คือ ข้าวหมกไก่ และซุปเนื้อ โดยมี 5 ทีมจากเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้าร่วม

พลตรีเฉลิมชัย สุทธินวล ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสุขในช่วงรอมฎอน เสริมสายสัมพันธ์ในสังคม และส่งเสริมอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะข้าวหมกไก่และซุปเนื้อ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีรสชาติซับซ้อนและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่

ผลการประกวด ทีมจากกองสันติวิธี และ กองภาคประชาสังคม ได้เป็นตัวแทนยะลาไปแข่งในรอบต่อไป โดยจะแข่งขันกับทีมจาก จ.นราธิวาส และ จ.ปัตตานี ในการประกวดครั้งต่อไป
////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “รมว.นฤมล” ก.เกษตรฯ นำคณะพบชาวสวนยางบึงกาฬ เร่งแก้โรคใบร่วงชนิดใหม่ ประกาศ Kick off “โครงการโฉนดต้นยาง” 1 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าแจก 11.17 ล้านไร่ภายใน 1 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 มี.ค. เวลา 13.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษา พรรคกล้าธรรม เดินทางลงพื้นที่อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เปิดการอบรม หลักสูตร “การใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพารา ที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense

หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ ประจำปี 2568” พร้อมรับฟังปัญหาและข้อคิดเห็นต่อการพัฒนาด้านการเกษตร จากผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้แทนของเกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายจุมพฏ วรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งเกษตรกรจากพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมอบรม และให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนเซกา ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ รักษาการแทนผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า การอบรม หลักสูตร “การใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ ประจำปี 2568” โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา แพร่ระบาดครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 สร้างความเสียหายให้กับสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ต่อมาได้แพร่กระจายในพื้นที่รับผิดชอบของการยางแห่งประเทศไทย

เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยพบการเกิดโรค ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ เลย และนครพนม รวมพื้นที่ 3,685.5 ไร่ 259 ราย สำหรับจังหวัดบึงกาฬ พบการแพร่ระบาด จำนวน 52 ราย กินพื้นที่ 581 ไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงมอบหมายให้ การยางแห่งประเทศไทย จัดโครงการอบรมหลักสูตร “การใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ ประจำปี 2568”

ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในวันที่ 15 มีนาคม 2568 ณ โรงเรียนเซกา ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ ในยางพารา นอกจากนี้ยังมีการมอบปัจจัยการผลิต และการจัดนิทรรศการ จากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และสภาเกษตรกร

นายจุมพฏ วรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า บึงกาฬ มี 8 อำเภอ 63 ตำบล 617 หมู่บ้าน มีประชากรทั้งสิ้น 418,733 คน เป็นแรงงานภาคเกษตร 126,587 คน มีพื้นที่ ทั้งจังหวัด 4,305 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,691,091 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 1,407,105 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 52.29 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยพื้นที่เกษตรกรรมที่สำคัญคือ ยางพารา จำนวน 875,915 ไร่ มีผลผลิต 211,348 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 6,564.46 ล้านบาท และข้าวนาปี 475,558 ไร่

มีผลผลิต 146,378 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1,756.53 ล้านบาท ขนาดเศรษฐกิจของจังหวัด GPP ปี 2565 มีมูลค่า 31,755 ล้านบาท โดยเป็นภาคเกษตร 10,758 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33.88 ของมูลค่าทั้งหมด จังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นจังหวัดที่มีการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดที่โดดเด่น โดยการสนับสนุนของรัฐบาล มีเมกะโปรเจคที่สำคัญในปัจจุบัน คือ โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ซึ่งจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงระหว่างประเทศ

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้รับการรายงานการแพร่ระบาดของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Collet0trichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา และมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย ร่วมกันดูแลแก้ไข และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราอย่างต่อเนื่อง นับจากได้รับรายงานการเกิดโรคนี้ ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย แต่จากปัญหาการขนส่งเคลื่อนย้าย และการเคลื่อนไหวของทิศทางลมตามธรรมชาติ ทำให้ไม่สามารถยับยั้ง

การแพร่กระจาย การระบาดจากเชื้อ Colletotrichum siamense หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ มาสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบการเกิดโรคในพื้นที่สวนยางพารา 5 จังหวัด การจัดโครงการอบรมหลักสูตร “การใช้น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ เพื่อฟื้นฟูสวนยางพาราที่เป็นโรคใบจุดกลมจากเชื้อ Colletotrichum siamense

หรือโรคใบร่วงชนิดใหม่ ประจำปี 2568” และการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร ทั้งยังหาทางป้องกันและต่อยอดนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นวันนี้ จะสามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการพัฒนาการทำการเกษตร จะก่อให้เกิดความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการทำสวนยาง และการเกษตรชนิดอื่นของไทยต่อไปในอนาคต

ศ.ดร.นฤมล รมว.เกษตรฯ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของยางพารา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนปฎิบัติตามกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อให้เขารู้ว่า เราไม่ได้ไปบุกรุกป่า ซึ่งตอนนี้มีเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่ เหลืออีก 4 ล้านไร่ ที่ยังไปเป็นที่ดินทับซ้อน โดยเราได้มีการพูดคุยกัน และจะมีการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับชาวสวนยางพารา เพื่อให้เขามีเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง สามารถครอบครองพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 11.17 ล้านไร่อยู่แล้ว เราจะออกโฉนดต้นยางสร้างมูลค่าให้กับต้นยางพาราที่ปลูกอยู่บนที่ดินของตนเอง ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และนำไปลงทุนต่อยอดทางธุรกิจได้ โดยจะ Kick off เปิดโครงการในวันที่ 1 เม.ย.นี้

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล รมว.เกษตรฯ และนายอิทธิ รมช.เกษตรฯ ได้ร่วมกันมอบโฉนดที่ดิน(ส.ป.ก.) เพื่อการเกษตร จำนวน 500 ราย พร้อมปัจจัยการผลิต อาทิ น้ำหมักปลาหมอคางดำ 1,000 ลิตร จำนวน 33 ราย ,ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง, หน่อพันธุ์กล้วยหอมทอง, กล้วยน้ำว้า และพันธุ์มะละกอ รวมถึงพันธุ์ปลาจำนวน 200 ถุง และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวจำนวน 130 ตัน แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้มาร่วมงานด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2025 กลางสายฝนโปรย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 มี.ค.68 ที่บริเวณเวทีหลักชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2025 โดยมี นายสนธยา คุณปลื้ม ประธานกลุ่มยุทธศาสตร์เมืองท่องเที่ยวน่าอยู่  นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี 

นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้บริหารและสมาชิกเมืองพัทยา ส่วนราชการ ภาคเอกชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมพิธีเปิด ท่ากลางสายฝนโปรย

เมืองพัทยาร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี จัดงาน PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2025 ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ตลอดเดือนมีนาคม 2568 จำนวน 3 สัปดาห์ รวมศิลปินระดับประเทศ และร้านค้ากว่า 500 ร้านค้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและร้านค้าสร้างรายได้ โรงแรมที่พักมียอดจองเพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้ เทศกาลดนตรี PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2025 จัดเป็นงานฟรีคอนเสิร์ตที่จัดต่อเนื่องยาวนานและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มจัดงานตั้งแต่ ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น Sound on the Sand หรือเสียงเพลงบนผืนทราย ผสมผสานความโมเดิร์นของเทศกาลดนตรีริมชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กับอัตลักษณ์ของพัทยา ที่ชัดเจนในความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยติดอันดับโลก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบก จัดโครงการ ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(6 มี.ค. 68)  นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย  พันเอก โชติ ยิกุสังข์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (ฝ่ายทหาร)

ร่วมในการตรวจสภาพความพร้อมด้านการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งอาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชุมพร ภายใต้โครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง”  ประจำปี 2568 บริเวณลานหน้าศาลาเขตอุดมศักดิ์ ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

จากประกาศกรมอุตนิยมวิทยาแจ้งว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2568 โดยกองทัพบก

ได้อนุมัติโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง เนื่องจากในหลาย พื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารประกอบกับการเข้าสู่ฤดูร้อนทำให้มีปริมาณน้ำ ไม่เพียงพอ

เป็นเหตุให้สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างมากขึ้น ดังนั้นมณฑลทหารบกที่ 44 ร่วมกับหน่วยงาน ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 44, หน่วยงานทหารภายในค่ายเขตอุดมศักดิ์,สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร,

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาชุมพร, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชุมพร,กลุ่มบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่จังหวัดชุมพร จึงกำหนดตรวจสภาพความพร้อมด้านการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ภัยแล้งอาจเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชุมพร

 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ภารกิจการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยแล้งถือเป็นภารกิจเร่งด่วนสำคัญยิ่ง ที่พวกเราจะต้องเข้าไปดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ทุรกันดารที่ประสบภัยแล้งด้วยการระดมศักยภาพ

และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานในการแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การสนับสนุนถังบรรจุน้ำ ให้ประชาชนใช้จัดเก็บน้ำ การซ่อมและปรับปรุงบ่อบาดาลให้เป็นจุดจ่ายน้ำถาวร การสนับสนุนกระแสไฟฟ้า ในการ ดำเนินการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมถึงการสนับสนุนน้ำประปาเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด

ในห้วงนี้ทุกภูมิภาคของประเทศกำลังเข้าสู่ฤดูแล้ง และอาจมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้น ฉะนั้นพวกเรา จะต้องมีความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และในวันนี้กองทัพบก โดย มณฑลทหารบกที่ 44 ได้บูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ กับเหล่าทัพและทุกภาคส่วนในจังหวัดชุมพร

จัดโครงการ “ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง” ประจำปี 2568 ขึ้น พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนพร้อมเคียงข้าง ประชาชนเสมอ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

///เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ”อลงกรณ์“ชี้คาร์บอนเครดิตและไบโอเครดิตคือภารกิจที่ท้าทายอนาคตของประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

นายอลงกรณ์ พลบุตรประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คาร์บอนเครดิตและไบโอเครดิต :ภารกิจที่ท้าทายอนาคตของประเทศไทยภายใต้กรมป่าไม้และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม“เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจจึงเห็นควรนำมาถ่ายทอดผ่านสื่อเพื่อประโยชน์ในการรับรู้ของสาธารณชน
โดยอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า “…ปัญหาโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกและปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัญหาความยั่งยืนของโลกแต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศ…“ ประเทศไทยประกาศเป้าหมายจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 30-40 ภายในปี 2030 และเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065
ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมให้ข้อเสนอการมีส่วนร่วมในการลด ก๊าซเรือนกระจก และการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านข้อเสนอการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มอบแนวคิดว่า “เราชนะธรรมชาติได้บางอย่าง แต่เราไม่สามารถกำหนดธรรมชาติได้ทุกอย่าง เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือการเปลี่ยนแปลงและต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ด้วย” “เราต้องเปลี่ยนมุมมองของโลก หลายคนมองว่าการบริหารต้องมีมือดีทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่ตนมองว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนอาศัยอยู่ เพราะอย่างไรเราก็ต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม” จากวิสัยทัศน์ดังกล่าวจึงนำมาสู่กรอบภารกิจ 6 ด้าน
1.ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้และสัตว์ป่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
2.ด้านทรัพยากรน้ำทั้งระบบ
3.ด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขยะ และมลพิษ 

  1. ด้านยุทธศาสตร์ แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    5.ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ
    6.ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    โดยเฉพาะภารกิจสำคัญและเร่งด่วนคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวทุกประเภท 55% ของพื้นที่ประเทศ ในจำนวนนี้เป็น
    พื้นที่ป่า 40% ของพื้นที่ประเทศซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ
    แบ่งเป็น
    1.พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25%
    2.พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ 15% ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ราว 102,353,484 ไร่ หรือ 31.64% ของพื้นที่ประเทศจะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าอีก 8.36 %หรือ 26.75 ล้านไร่
    ป่าชุมชนเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งในการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนโดยมีป่าชุมชนที่ได้รับอนุมัติจัดตั้งเป็นป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 จำนวนรวม 11,327 โครงการ 13,028 หมู่บ้าน มีเนื้อที่รวม 6,295,718 ไร่
    ซึ่งแต่เดิมมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ทรัพยากรของป่าชุมชน5 ประการคือ
  2. ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน/พักผ่อนหย่อนใจ
  3. เก็บหาของป่า
  4. ใช้ประโยชน์จากไม้ เพื่อการยังชีพและสาธารณะประโยชน์
  5. ใช้บริการทางนิเวศ เช่น น้ำ
  6. ส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  7. ส่วนแนวทางการพัฒนาใหม่ในการพัฒนาป่าชุมชน (Community Forest) สู่ป่าคาร์บอน (Carbon Forest)เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดโลกร้อนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนกว่า1.1หมื่นแห่งทุกภาคทั่วประเทศให้เป็น
  8. 1.แหล่งอาหารชุมชน (Community Food Bank)
  9. 2.แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity Bank)
  10. 3.แหล่งคาร์บอน(Carbon Bank)
  11. 4.แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(Ecological Tourism)
  12. 5.แหล่งผลิตอาหารแบบสมาร์ทฟาร์ม(3F’s: Food Farm Forest)
  13. โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการใหม่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคีในพื้นที่ด้วยโมเดล3หุ้นส่วน( 3‘P : Public-Private-People Partnership model)ซึ่งถอดบทเรียนจากโครงการสระบุรี แซนด์บ็อกซ์และโค้งตาบางโมเดลจะเห็นได้ว่าการพัฒนาป่าชุมชนแนวใหม่นอกจากจะช่วยตอบโจทย์การลดโลกร้อนยังได้ให้ความสำคัญทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพและไบโอ เครดิต

ประเทศไทยได้เริ่มจัดทำนโยบายและมาตรการระดับชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นกรอบและทิศทางการดำเนินงานเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในภาพรวมของประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ สอดคล้องกับมาตรา 6 ของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ที่กำหนดให้ภาคีจัดทำนโยบายและกลยุทธ์ระดับชาติ เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้ประเมินว่า GDP ของโลก กว่าครึ่งหนึ่งต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ
ขณะที่รายงานความยั่งยืน(Sustainability Trends 2024 )ระบุว่า Bio-Credits เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ การเพิ่มจำนวนความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Net Gain) เพื่อก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพที่ยั่งยืน โดยไบโอเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถตรวจสอบปริมาณ คุณภาพ ชนิดพันธุ์ ระบบนิเวศ และที่อยู่อาศัยผ่านการซื้อขายหน่วยความหลากหลายทางชีวภาพได้ ทำให้ทราบถึงการเพิ่มจำนวนของความหลากหลายทางชีวภาพในปัจจุบัน ทั้งนี้ หลายหน่วยงานได้เริ่มมีความสนใจใน Bio-Credits เช่น สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) เมื่อปี 2565 ได้ริเริ่มโครงการสำรวจศักยภาพของสินเชื่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Finance) เพื่อปลดล็อกการจัดหาเงินทุนใหม่สำหรับผลลัพธ์เชิงบวกที่วัดได้สำหรับธรรมชาติและผู้ดูแลธรรมชาติ และสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินเชื่อความหลากหลายทางชีวภาพโดยสมัครใจ แต่ก็ยังไม่สามารถทำ Biodiversity Finance ได้เต็มที่ เนื่องจากยังขาดมาตรฐานการออกไบโอเครดิต ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับโลก
ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อไบโอเครดิต (Biodiversity Credit Alliance) ขึ้นในปี 2565 โดยมีสมาชิกเป็นองค์กรจากภาคเอกชน องค์กรไม่แสวงหากำไร หน่วยงาน ภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคส่วนอื่นๆ และได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสวีเดน (Sida)
ในส่วนประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) อธิบายถึง Bio-Credits (Biodiversity Credits) หรือ เครดิตความหลากหลายทางชีวภาพ ว่า เป็นหนึ่งนวัตกรรมที่มีการนำกลไกตลาดมาใช้ในการระดมทุนเพื่อดูแลธรรมชาติและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่โดยมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกับคาร์บอนเครดิตในตลาดภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Credits) ซึ่งเป็นการซื้อ – ขาย ระหว่างผู้ซื้อที่มีความยินดีในการจ่ายเพื่อปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และผู้ขายที่เป็นผู้ลงทุนดำเนินโครงการที่สามารถปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพได้
 ซึ่งหลังจากนวัตกรรมของตลาดไบโอเครดิตเกิดขึ้น จะส่งผลให้เกิดการปกป้องหรือฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โดยสามารถนำผลลัพธ์ที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณมาแสดงเพื่อขอใบรับรอง ว่ามีการดำเนินงานที่เกิดขึ้นได้จริง และผู้ผลิตสามารถนำไบโอเครดิตที่อยู่ในใบรับรองไปขายให้ผู้ซื้อที่ยินดีจ่ายเงินได้

สถานการณ์ภัยคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย แบ่งได้ดังนี้
1) พรรณไม้ จำนวนทั้งสิ้น 12,050 ชนิด มีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามจำนวน 999 ชนิด
2) สัตว์มีกระดูกสันหลัง จำนวนทั้งสิ้น 5,005 ชนิด มีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม ประกอบด้วย ชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ใกล้สูญพันธุ์ และมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 676 ชนิด
  3) จุลินทรีย์ก็อยู่ในภาวะถูกคุกคามเช่นกัน
ความหลากหลายทางชีวภาพกำลังถูกคุกคามและไบโอ เครดิตจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในพื้นที่ทรัพยากรป่าและป่าชุมชนเช่นกรณีตัวอย่าง“ทีมปรับป่าโดย
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ได้ริเริ่ม โครงการศึกษาความหลากหลาย ขึ้นเพื่อติดตามความสมบูรณ์ของป่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 – ปัจจุบัน โดยการเก็บข้อมูลและสำรวจพื้นที่ป่าดอยตุงอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะ อยู่ระหว่างดำเนินการโดยมีทีมทำงานเก็บข้อมูลที่เรียกว่า “ทีมปรับป่า” ที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และชุมชนร่วมกันทำงานได้ช่วยต่อยอดภูมิปัญญาของคนบนดอยตุงในการอยู่ร่วมกับผืนป่าอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลตัวอย่าง
ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงของโลก แต่ก็ยังมีภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เกิดจากมนุษย์และภัยธรรมชาติในหลายพื้นที่ ไบโอเครดิตจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยให้คงอยู่เป็นมรดกของลูกหลาน
กล่าวโดยสรุป คือ ปัญหาโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกและปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัญหาความยั่งยืนของโลกแต่ขณะเดียวกันก็เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศโดยมีการกำหนดภาษีคาร์บอนเช่นภาษีระบบCBAMของสหภาพยุโรปที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศไทยและอีกไม่นานก็จะมีมาตรการทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพเช่นเดียวกับภาษีคาร์บอน
ดังนั้นคาร์บอน เครดิตและไบโอเครดิต จึงเป็นภารกิจที่ท้าทายต่ออนาคตความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้บทบาทและความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งขอชื่นชมกรมป่าไม้ที่ได้พัฒนาบุคคลากรให้เกิดความรู้และทักษะในเรื่องคาร์บอน เครดิตและไบโอ เครดิต
เป็นประโยชน์ต่อการลดคาร์บอนและเพิ่มความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพมาอย่างต่อเนื่อง.