คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคณะอ.สอบพระพล วัดด่านพระอินทร์ เสพเมถุน – สีกาผู้ถูกล่วงละเมิด หากผิดจริงโทษถึงขั้นปาราชิก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ที่ห้องประชุมวัดเหล่าต้นยม ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พระครูวชิรธรรมพินิต เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ที่ ๐๒ / ๒๕๖๘ โดยมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมประชุมด้วย

โดยช่วงเช้าของในวันนี้เป็นการสอบ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายซึ่งยืนยันว่าพระพล ได้มีเพศสัมพันธ์กับตนตั้งแต่ประมาณปี 2560 และเพิ่งมาเลิกยุ่งเกี่ยวกันในปี 2567 โดยครั้งแรกได้เสียกันที่บริเวณลานพญานาคภายในวัดด่านพระอินทร์ ในวันนี้ได้มาให้ปากคำพร้อมด้วยพยานหลักฐานประกอบด้วยคลิปเสียงสนทนา เอกสารแชท line และหลักฐานสลิปการโอนเงินจากบัญชีพระพลมาเข้าบัญชีของตน จำนวนหลายครั้ง

พระครูวชิรธรรมพินิต ประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่าวันนี้ช่วงเช้าเป็นการเชิญ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำประกอบเอกสารหลักฐานพยานในฐานะเป็นพยานและเป็นผู้เสียหาย ส่วนในช่วงบ่ายมีพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ มาให้การแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะรวบรวมทำให้การพยานพร้อมพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมาทำคำวินิจฉัย ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเสพเมถุน ก็จะมีโทษถึงขั้นอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ต้องรอสิกขา ส่วนผลการพิจารณาวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องหลังจากเสร็จการสอบปากคำพยานทั้งสองฝ่ายจากนั้นคณะกรรมการจึงจะพิจารณาแล้วนำผลคำวินิจฉัยส่งให้เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารพิจารณาสั่งต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

ฉก. ทหารพราน 2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด พร้อม happy water ขณะลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ เวลา​ 14.00​น​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 จังหวัดมุกดาหาร พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวการ จับกุมยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน ลิซ่าแบรนด์ จำนวน 78 ซอง พิมพ์ด้วยตัวหนังสือภาษาไทย ด้านหลังมีตรา อย. ประทับที่ท้ายซองด้วย

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ วันที่ 11 มกราคม 2568​ ที่ผ่านมา​ ร.ต.อาทิตย์ นามวงศ์ รองผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) กันที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านส้มป่อย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) ครั้นเมื่อเวลา 19.00 น. จุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมา

จากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลมาตามลำแม่น้ำ กระทั่งเมื่อเรือลำดังกล่าวไหลมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้แจ้งให้ชุดซุ่มตรวจที่อยู่ใกล้กับจุดที่เรือเทียบฝั่งไทยเข้าตรวจสอบ พบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน กำลังยกกระสอบลงจากเรือ จึงได้แสดงแสดงตัวเพื่อจะขอตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ส่วนคนขับเรือก็ได้ขี่เรือแล่นออกจากฝั่งไทยกลับไปฝั่งยัง

สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 5 กระสอบ อยู่บริเวณทางเดินขึ้นมาจากตลิ่งแม่น้ำโขง เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน จำนวน 78 ซอง ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแนะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม ยิงปืนใส่บ้านยายวัย 62 ปี 4 นัด แล้วยังทิ้งลูกกระสุนข่มขู่ไว้อีก

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ หมู่ 18 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มคนประมาณ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลา 02.00 ของวันที่ 12 มกราคม จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด

จากการตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยบ้านถูกยิงตรงบริเวณขอบหน้าต่าง 1 นัด และบริเวณฝาผนังบ้านอีก 3 นัด โดยกระสุนที่ถูกยิงเข้าบริเวณขอบหน้าต่างกระสุนยังได้ทะลุไปถูกตู้เย็นที่อยู่ในบ้านอีกด้วย และที่บริเวณถนนหน้าบ้านยังพบว่ามีกระสุนปืนที่ยังไม่ยิงถูกโปรยทิ้งลักษณะเพื่อข่มขู่ไว้อีก 4 นัด

นางเวียง รูปงาน อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกหวาดกลัวมากเพราะยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีกไหม วันที่เกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังคล้ายยิงปืนก็ตื่นขึ้นมาดูพบว่ามีรถจักยานยนต์เสียงคล้ายรถบิ๊กไบค์คนขี่และคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกกันน็อคเต็มใบขับผ่านไป ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงหวาดผวาโดยเฉพาะเวลาที่มีรถวิ่งผ่านตอนกลางคืน จึงอยากวิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ไว้แล้ว

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม #ยิงใส่บ้าน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​เตือนภัย! แบงค์ 1,000 ปลอมระบาด กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงก่อเหตุไว้ได้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านด่านยาว ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่สามารถบันทึกภาพหญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล สวมกางเกงยีน ใส่แมสสีดำปิดอำพรางใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน จากนั้นได้เดินไปหยิบสินค้าเป็นกาแฟ 2 กระป๋อง ราคารวม 30 บาท ก่อนที่จะเปิดกระเป๋าเงินหยิบเงินเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับลูกสาวเจ้าของร้าน และได้ทอนเงินคืนให้ไป 970 บาท หญิงคนดังกล่าวเมื่อรับเงินแล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถยนต์เก๋งสีขาวที่จอดไว้ฝั่งตรงข้ามกับร้านซึ่งอยู่รัศมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเที่ยงประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 13 มกราคม นาย โจ รีไร อายุ 54 ปี เจ้าของร้านค้าเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุในร้านมีลูกสาวของตน นั่งขายของหน้าร้านคนเดียว จากนั้นได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี เข้ามาซื้อกาแฟ 2 กระป๋อง ราคา 30 บาท แล้วยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ให้ลูกสาวทอนให้ โดยได้ทอนเงินไปเป็น จำนวน 970 บาท จากนั้นหญิงคนนั้นก็ออกไปจากร้าน กระทั่งเวลาต่อมาลูกสาวของตนได้นำเงินฉบับดังกล่าวไปชำระค่าซื้อ

สินค้า แต่ทางร้านค้าปฏิเสธรับเงินโดยบอกว่าน่าจะไม่ใช่ของแท้แต่เป็นแบงค์ปลอม และเมื่อนำมาเทียบกับของจริง จึงเห็นความแตกต่างเช่นกระดาษจะบางกว่าปกติ พร้อมกับมีขนาดเล็กกว่าด้วย ทั้งนี้ คนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่ตระเวนนำแบงค์ปลอมไปใช้ซื้อของตามร้านค้าแถวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จึงอยากจะแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปให้ใช้ความระมัดระวังเวลารับเงิน โดยต้องตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพต่อไปด้วย

แบงค์พันปลอมระบาด #ธนบัตรปลอม #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

 นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลอยแก้ว..เรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย ไอ้แก้ว ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความลับ

แชร์เนื้อหานี้

เปิดศักราช ต้นปี 2568 ซีรีส์วาย พีเรียด ลอยแก้ว ถือฤกษ์งามยามดี ปล่อย Official Pilot ซีรีส์วาย ลอยแก้ว ให้ได้ชมกัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นซีรีส์วายอีกรสชาติ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน ที่พาทุกคนย้อนยุคไปอยู่ท่ามกลางทุ่งนา

แม่น้ำลำคลอง ความเป็นชาวบ้านทุ่ง เป็นเรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย (เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย) ไอ้แก้ว (แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล)

ที่ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องเป็นความลับ ความรักที่ต้องทนฝืนความรู้สึกตัวเอง แต่ถ้าความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป รักที่ไม่มีใครจะรับได้หรือให้ใครยอมรับ

จะเป็นเช่นไร ติดตามชม Officail Pilot ได้ทาง Youtube : LoyKaew First Love ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการถ่ายทำได้ปิดกล้องไปเรียบร้อยและมีโปรแกรมออกอากาศ ภายในปี2568 นี้แน่นอน https://youtu.be/f_xTCLGpx3A?si=phcLBO1LXGZ0ZwW2

ซีรีส์วาย #ซีรีส์วายพีเรียด #ลอยแก้ว #blseries #blseriesthailand #loykaewfirstlove #วัยซ่าส์ท้ามิติ #เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ #เล้งแสตมป์ #lengstamp #เก้าสตาร์กรุ๊ป #9stargroup #yforyou #brandambassador #Thelittlebeesclub

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สายบุญสายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว/กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ/“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

แชร์เนื้อหานี้

ขอเชิญร่วมพิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมดวงราชาโชค ราชาฤกษ์ ณ วัดหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.68 เวลา 15.05 น. พิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมเกณฑ์ราชาโชค เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หนุนดวง เสริมดวง แก้ดวงที่ไม่ดีในปีมะเส็ง พ.ศ.2568 โดยจารึกดวงลัคนาราศีใบแบ้งค์ดวงเศรษฐีกับเหรียญดวงพิชัยสงครามดวงเศรษฐี

นำดวงเข้าประกอบพิธีเสริมดวงเป็นดวงมงคลแก่เจ้าของดวงชะตา ในเวลา “ราชาฤกษ์” ฤกษ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง เป็นราชาของฤกษ์เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของดวงชะตา ท่านที่ต้องการร่วมพิธีเสริมดวง แจ้งสำรองที่โดยตรง ณ วิหารบูรพาจารย์วัดหนองข้าวเหนียว อ.สามร้อยยอด หรือ line add : @879mumyx วันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 15.05 น. ราชาฤกษ์ ร่วมเปิดรับพลังแห่งความมั่งคั่งให้ดวงของตัวเอง เสริมวาสนา โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง โดยพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ พิธีเทวาภิเษก พุทธาภิเษกเจริญพระคาถาเสริมดวงที่เป็นมงคลยิ่งกับเจ้าของดวงชะตา โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด มาร่วมกันเติมเต็มชีวิตด้วยสิริมงคล แล้วพบกันในวันงาน แผนที่วัดหนองข้าวเหนียว : https://maps.app.goo.gl/smdGdjuxcuJB1MxQA

“ดวงพิชัยสงคราม” สมัยโบราณมีตำนานเล่าขานมาว่าได้ต้นแบบการสร้างมาจากตำราพิชัยสงคราม เป็นตำราสำคัญที่ใช้วางแผนการรบการศึกสงครามในสมัยอดีต ออกแบบสร้างขึ้นโดยโหราจารย์หรือพราหมณ์ที่ปรึกษาการรบที่มีความรู้และชำนาญในศาสตร์วิชาตำราพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นดวงพิชัยสงครามถือเป็นของสูง มีได้เฉพาะเจ้าเมืองแม่ทัพนายกองคนสำคัญๆในยุคสมัยนั้น และถือเป็นเวทย์ศาสตรา สิ่งคุ้มครองป้องกันดวงชะตาที่ประจุในดวงพิชัยสงครามอีกทางหนึ่ง ดวงพิชัยสงครามเป็นการวางค่ายกลด้วยอักขระเลขยันต์ และ คาถายันต์ เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเช่นเดียวกับตำราพิชัยสงคราม

ดวงพิชัยสงครามจึงถือเป็นสุดยอดแห่งวิชาการหนุนดวงเสริมดวงที่ผู้ใดได้ทำไว้บูชาดวงชะตาแล้วถือเป็นสิริมงคลต่อตนเอง จะแก้ไขเรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นดี เป็นดวงมหาชนะ ดวงมหาสำเร็จ เมตตามหานิยม เป็นดวงของผู้ชนะโดยตลอด ชนะปัญหาและอุปสรรค ชนะการแข่งขัน ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรให้พ้นไปจากดวงชะตา บูชาดวงพิชัยสงครามแล้วจะช่วยชักนำให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 501 กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นาวาอากาศเอกพงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมงานด้วยความสุกสนาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดงาน และเชิญพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “ความเป็นผู้รู้จักเวลา เป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้คนเราสามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต เด็กทุกคนจึงควรได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้รู้จักเวลา รู้ว่าเวลาใดควรปฏิบัติสิ่งใด แล้วปฏิบัติให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะแก่เวลาเสมอ” จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้อ่านสารวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี / ผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้มอบของขวัญของรางวัลให้แก่กองบิน 5 เพื่อใช้ในการจัดงานและแจกให้กับเด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน

โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กองบิน 5 ได้จัดชุดการแสดง ได้แก่ การป้องกันภัยทางอากาศ การแสดงป้องกันฐานบินภาคพื้น การสาธิตดับเพลิง การแสดงชุดสุนัขทหาร พร้อมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องบินแบบต่างๆ และการบินโชว์สมรรถนะของเครื่องบินกริพเพ่น ซึ่งเด็กๆ ต่างพากันถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินและทดลองนั่งอาวุธยุทโธปกรณ์

โดยมีกำลังพลทหารคอยควบคุมดูแล นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังได้มาร่วมจัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลมากมายในงาน ช่วยสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยรวมทั้งทะเลอันดามันในช่วงวันที่ 11-13 ม.ค.68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 ม.ค.68

ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน จ.ประจวบฯ เรือประมงเล็กชายฝั่งจำนวนมากต่างงดออกจากฝั่งพากันจอดหลบคลื่นลมแรงขนาดสูง 2-4 เมตร ส่วนที่ชายหาดหัวหินตลอดแนวพบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่นสีคล้ำ สภาพอากาศค่อนข้างปิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้บรรดาโรงแรมและผู้ประกอบการชายหาดได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินเล่นริมชายหาดมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารชายหาดบางรายพากันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถตั้งเก้าอี้เตียงผ้าใบได้ และคอยเฝ้าดูสภาพคลื่นและระดับน้ำทะเล หากน้ำทะเลหนุนสูงกว่านี้จะได้เร่งขนย้ายข้าวของได้ทัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดนครราชสีมาจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์/แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(9 มกราคม 2568) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไตรมาสที่ 2 ณ วัดดอนเกตุ ตำบลทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคี ภาคเอกชน อำเภอโชคชัย ร่วมจัดงานรวม19 คลินิก 26 หน่วยงาน

สำหรับธีมจัดงานครั้งนี้คือ การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ การหยุดเผาในพื้นที่เกษตร โดยมีการสาธิตการใช้เครื่องสับย่อยตอซังข้าว และโดรนเพื่อการเกษตร เสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าว การให้บริการวิเคราะห์ ดิน และน้ำ การพักชำระหนี้ของเกษตรกร การให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์ การติดต่อรับบริการและโครงการของหน่วยงาน ได้แก่ การเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่การเกษตร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่การเกษตรและครัวเรือน การตรวจหาสารเคมีในเลือด การทำหมันสุนัข-แมว

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในพื้นที่อำเภอโชคชัย เข้ามาให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี แก่เกษตรกร จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ตัดผมฟรี จากโครงการแม่ของแผ่นดิน พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอโชคชัย และอำเภอใกล้เคียงมีเกษตรกรเข้ารับบริการกว่า 400 ราย

แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เวลา 14.30 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทน รวมทั้งส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในการติดตามสถานการณ์ และหารือแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ จากกรณีเกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่เขาเสียดอ้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเหตุไฟป่าในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟป่าไว้ได้ แต่ภายหลังกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการเข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจัดกำลังจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 21 และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำอำเภอปากช่อง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ เป็นกรณีพิเศษ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ม.ค.68 ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับแขกเหรื่อจำนวนมากที่ทยอยเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ (บิดา) เป็นกรณีพิเศษ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อครอบครัวในพิธีได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตวุฒิสภา เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และประธานในพิธีพระราชทานเพลิงคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ผู้วายชนม์ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2485 เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนบุตรธิดา 5 คน ของคุณพ่อเล็ก แหวนประดับ และคุณแม่ชิด แหวนประดับ ต่อมาได้สมรสกับคุณแม่พรวิภา แหวนประดับ มีบุตรร่วมกันทั้งหมด 4 คน ได้แก่

  1. นายพรเทพ แทวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของ บริษัทแหวนประดับ การยาง หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้านบ้านยางพัทยา” ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขา
  2. นายไพฑูรย์ แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แหวนประดับ ค้าวัสดุ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้าน ส.แหวนประดับ ค้าวัสดุ”
  3. นายอาทร แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการแหวนประดับอพาร์ทเม้นท์ และแหวนประดับ ฟาร์ม
  4. พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2

ประวัติการทำงาน ขณะดำรงชีวิตอยู่คุณพ่อสงคราม ได้ประกอบอาชีพการงานอันสุจริต ดำเนินชีวิตโดยคุณธรรม เป็นบุพการีผู้ประเสริฐ เลี้ยงดูอบรมบุตรมาโดยดี มีชีวิตในบั้นปลายอันสงบ และใช้ในบุญกุศลเป็นนิตย์ ทั้งผูกจิตมั่นในพระพุทธศาสนามาตลอดอายุขัย นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวแหวนประดับ และญาติมิตร ขณะที่คุณพ่อสงครามยังมีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่รักใคร่ของครอบครัว บุตร หลาน และญาติมิตรทเพราะท่านได้เอาใจใส่ครอบครัวด้วยความรักและความห่วงใย เป็นแบบอย่างที่ดีของบุตรและหลาน ตลอดถึงเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง กอรปกับกิริยาอัธยาศัยของคุณพ่อสงคราม ที่ภายนอกดูน่าเกรงขามแต่ภายในมีความอ่อนโยน มีความเมตตาและเป็นที่รักใคร่นับถือโดยทั่วหน้า

ในวาระสุดท้ายคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ได้เสียชีวิตจากการล้มป่วยด้วยความชรา และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ก่อนจากไปด้วยอาการอันสงบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2568 เวลา 19.06 น. สิริรวมอายุได้ 84 ปี

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / นร.เสริมสวยเฮ! กยศ.ตรวจความพร้อมโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ก่อนพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพระยะสั้น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ม.ค.68 ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นางสาวอังคณา ภมรปฐมกุลหัวหน้ากลุ่มงานกำกับสถานศึกษา (กยศ.) และคณะ ได้ติดตามประเมินความพร้อมของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา สถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมชั้นสูง รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี นส.จันฑิมันต์ สิริโพธิษาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ให้การต้อนรับ

ด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้พิจารณาความพร้อมความเหมาะสมของสถานศึกษาเพื่อการอาชีพด้านต่างๆ ในหลักสูตรระยะสั้น ในการประเมินและอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจำนวน 50,000 บาท ต่อนักเรียนผู้กู้ยืมตั้งแต่อายุ 18-60 ปี โดยทางโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ได้มีความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งสถานที่ บุคคลากรผู้สอน และหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้นเรื่องต่างๆ ในการเสริมความงาม

ทั้งนี้ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า หลังจากการลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา พบว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของโรงเรียนแห่งนี้ โดนหลังจากนี้จะได้รวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อไป

นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล

และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา

โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดี เปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ
ที่ สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ The Office พัทยาเหนือ ทนายอนิรุจน์ คงทรัพย์ กรรมการ บริษัท ยัวร์ บัดดี้ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วย นางลิซ่า แฮมิลตันนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะผู้บริหาร สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ได้จัดทำบุญพร้อมเปิดตัวสำนักงานสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ

โดยภายในพิธีได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดชัยมงคล พระอารามหลวง มาเจริญพระพุทธมนต์ และภัตตาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 2, นางอำพร แก้วแสง นายกอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ

เอส.พี. วิลเลจ กรุ๊ป, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเมืองพัทยา, นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ สมาชิกสภาเมืองพัทยา, พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.บางละมุง, พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เสม็ด, พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ, พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่, พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ข้ารางการตำรวจ นักธุรกิจ และสื่อมวลชน เข้าร่วม

สำหรับสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution เปิดให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพื่อนร่วมเดินทางอย่างปลอดภัย” ให้บริการด้านกฎหมาย คดีความต่าง ๆ รวมทั้งคดีระหว่างประเทศ คดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ รับจดทะเบียนบริษัท ห้าง ร้าน และอื่นๆ จดทะเบียนลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โรงงาน รับทำ VISA ,WORK PERMIT, ทำบัญชี และตรวจสอบบัญชี รวมทั้งทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ 038-111 615, 038-111 616

นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับ ผอ.ฝ่ายกู้ยืม กยศ. พร้อมนำเสนอหลักสูตรการศึกษาอาชีพระยะสั้นใหม่ ผู้ช่วยด้านทันตกรรม

มีรายงานว่า อาจารย์พรชัย พิศาลสิษฐ์กุล นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) พร้อมคณะครูประจำโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ ให้การต้อนรับ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และคณะที่เดินทางมาตรวจประเมินผลพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมรับฟังข้อมูล

สำหรับโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นการปฏิบัติและประกอบอาชีพได้ แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรอาชีพผู้ประกอบการด้านความงาม (ช่างต่อขนตา, ช่างทำเล็บ, ช่างสักคิ้ว) หลักสูตรเกาหลีเพื่อไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี และหลักสูตรอาชีพใหม่ที่น่าสนใจคือ หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ซึ่งยังต้องการอีกมากในตลาดอาชีพปัจจุบันเพราะถือว่ายังขาดแคลน

สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ของโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ จะควบคุมและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการภายใต้การบริหารของ ทันตแพทย์หญิง พิมพ์ธาดา กิตติพิบูลย์ (หมอโก้) กรรมการผู้จัดการ บ.บางกอก เชน เด็นเทล และทันตแพทย์หญิง กนกรัสม์ ฉันทแดนสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการฯ

คืนสุดท้ายพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ แขกเหรื่อยังทยอยร่วมอาลัยเป็นจำนวนมาก

วันที่ 10 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ซึ่งคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย พบว่ามีแขกเหรื่อจำนวนมากทยอยเข้าร่วมพิธีที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับในคืนสุดท้ายทางครอบครัวได้รับเกียรติจากนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นานศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ เอส.พี.วิลเลจ กรุ๊ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดอภิธรรม

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ นายวิชา เบ้าพิมพา ผู้บริหารโครงการรันเวย์มาเก็ต พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พ.ต.อ.ภูนล บุตโรบล ผกก.สภ.วิหารแดง พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว

อย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ 11 มกราคม 2568 จะมีพิธีพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

วันเด็กแห่งชาติปี 68 พัทยาคึกคัก

วันเสาร์ที่ 11 ม.ค.68 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนไทย
ที่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติเมืองพัทยา ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ เยาวชน นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และกิจการการละเล่นสนุกสนานให้เด็กๆ และเยาวชน โดยห้างร้าน อวค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ที่ว่า “ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มอบตัวแล้วไอ้เขื่อน ปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ ทนอดอยากในป่าไม่ไหว / ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

แชร์เนื้อหานี้


มอบตัวแล้วไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพคารถจักรยานยนต์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันปิดล้อมต่อเนื่องนาน 15 วัน ทั้งตั้งรางวัลนำจับ โดรนบินสำรวจต่อเนื่อง ทนหิวลำบากในป่าไม่ไหว ดอดพบญาติพาเข้ามอบตัวกลางดึกวันที่ 7 มกราคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ดักยิงนายปิติกร จันทรวิจิตร อายุ 40 ปี สามีปัจจุบันของนางธัลศิตา สายเส็ง อายุ 30 ปี และนายธงชัย สุขสมัย อายุ 38 ปี เพื่อนของนายปิติกรเสียชีวิต ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน รวม 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 19 ธันวาคม 67 ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายชนบท หมู่บ้านย่านซื่อ-โปร่งแดง หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านญาติ ป่าสวนยางพารา และป่าแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนตัว โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปภ.) ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจค้นควานหาตัวพร้อมใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก. สภ.อ่าวน้อยได้ขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขณะประชุมประจำเดือน

ให้ช่วยสำรวจตรวจตา พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้โดยคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 5 ม.ค.68 ที่ผ่านมา นายเขื่อน หรือนายไพศาล คณา ผู้ต้องหายิงดับ 2 ศพได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย โดยประสานผ่านญาติ เนื่องจากถูกกดดันไม่ไหว ลงมาหาเสบียงอาหารไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดนด้วยความยากลำบาก ปัจจุบัน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมรวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบไปแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากทุกหน่วย และยุทโธปกรณ์ต่างๆทั้ง โดรนบินสำรวจ สุนัขดมกลิ่น ตำรวจ ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นและกดดันในพื้นที่ทุกช่องทาง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณในป่าเขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา อย่างต่อเนื่องนานถึง 15-16 วัน และช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายเขื่อนผู้ก่อเหตุได้แอบลงจากภูเขามาพบญาติเพื่อขอประสานเข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และส่งฝากขังที่ศาลไปแล้ว ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาประสงค์ที่จะไม่ยินยอมทำแผนเนื่องจากหวั่นเกรงญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ และเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้วได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจจำนวนหลายคน เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี

โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงจริง และได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ในป่าไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานถึงแม้ไม่มีหลักฐานเป็นอาวุธปืนก็มั่นใจว่าเอาผิดได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับผู้ตายที่เป็นผัวใหม่และหึงหวง ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจเถื่อนชายแดน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 รายก็เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ก่อเหตุ แต่จำไม่ได้เนื่องจากกลางคืนมืดมองไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคงไม่ยิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ก่อนส่งฝากขังที่ศาลรอการพิจารณาต่อไป

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.68 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (ฝั่งบลูพอร์ต) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว แคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” ร่วมกับ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ, นางสาวฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาด Trip.com, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และนางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจำนวนมาก
ททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรของเมืองไทย Trip.com, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และบลูพอร์ต หัวหิน จับมือกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ 2568 กับแคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนี้จัดทำขึ้นส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ พร้อมประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยวไทย ปี 2568 “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวและมหกรรมกีฬาให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลกและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

แคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯกับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจองโรงแรมที่พักผ่าน Trip.com ช่วงระหว่างวันที่ 13-27 ม.ค.นี้ สำหรับการเข้าพัก 2 คืนขึ้นไปในโรงแรมจังหวัดประจวบฯที่เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิ์บัตรของขวัญฟรีจากพันธมิตรโครงการ ได้แก่ บัตรเข้าสวนน้ำวานานาวา หัวหิน ฟรี 100 ใบ, บัตรเข้าชมซาฟารีหัวหิน ฟรี 100 ใบ สำหรับ 200 ท่าน (1ใบต่อ2ท่าน) และ บัตรเข้าใช้บริการอินฟราเรดซาวน่าและแช่น้ำแข็ง (ice bath) จาก เฮ้าส์ออฟคูณ 100 ใบ โอกาสนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตลอดเดือนมกราคม-เมษายน นี้ จองกันได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางของ Trip.com จองก่อนรับสิทธิ์ใช้ประสบการณ์ความสุขก่อนใคร สุขทันทีที่เที่ยวประจวบคีรีขันธ์…สุขทันใจที่จองผ่าน Trip.com ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจร ซึ่งให้บริการครอบคลุม 24 ภาษา ใน 39 ประเทศ ฝ่ายบริการลูกค้าระดับโลกของ Trip.com ให้บริการในหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อ ‘สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Trip.com และเฟซบุ๊ค ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า โครงการนี้ ททท. ร่วมกับ Trip.com ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดประจวบฯ ไปสู่อำเภออื่นๆ นอกเหนือจาก อ.หัวหินของเรา คราวนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักมากกว่า 2 คืน จะได้รับ Gift Voucher พิเศษที่เราร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างมากกว่า 2 คืนในพื้นที่ จะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มวันพักขึ้นจากเดิมจะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ประจวบฯ ขณะนี้ จะมองเห็นว่าการเดินทางเป็นกลุ่มที่เป็นครอบครัว young generation ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวหิน จะเห็นได้ว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 400 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักแต่ละโรงแรมที่เป็น 4 ดาว 5 ดาว มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แทบทุกแห่ง

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในปี 2025 เราเล็งเห็นแล้วว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาแต่ว่าจะทำยังไงให้เขา spending มากขึ้นแล้วก็อยู่ใน long stay marketing มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นโจทย์พวกนี้มันเป็นโจทย์ที่เราค่อนข้างวางไว้อยู่แล้วทางธุรกิจในเครือเราด้วย เพราะฉะนั้นตัว trip.com มาช่วยเราพอสมควรแล้วเราก็เสริมกันไปเพราะว่ามีตัวช่วยผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า friendly มากขึ้น การจองโฟลว์ขึ้นไม่ว่าจะในส่วนของการหาข้อมูลหรือการดูเรื่องราคาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่พัก เครื่องบินต่างๆ ที่จะมาที่หัวหินหรือมาที่กรุงเทพแล้วก็ต่อรถมาที่หัวหินเลย คิดว่ามันมันเป็นการเอื้อกันมากกว่า พอมาตรงจุดนี้เราก็เลยเริ่มเสริมในเรื่องของประชาสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีอยู่ไม่ว่าในส่วนของบลูพอร์ต หัวหิน, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา หรือว่าจะเป็นอารีน่าหัวหินเองเราก็ช่วยผลักดันในส่วนนี้ร่วมกับ trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พัทยาสร้างนักกีฬาท้องถิ่น จัดแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงบ่ายวันที่ 6 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) หนึ่งในกิจกรรมโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2568 ที่บริเวณลานกีฬาทางน้ำชายหาดจอมเทียน

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันทุกระดับอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมพลานามัยที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไปด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงการได้มีโอกาสที่จะก้าวเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ประเภท Long Distance Open 16 กม.ชาย-หญิง 2.ประเภท Sprint 200 เมตร แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่กิน 15 ปี ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชาย-หญิง และรุ่น Open ชาย-หญิง 3.ประเภท Technical แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Beginner 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Open 6 กม. ชาย-หญิง, รุ่นไม่ต่ำกว่า 40 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และรุ่นไม่ต่ำกว่า 50 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และ 4.ประเภท Special Race แบ่งเป็น รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 10 ปี, การแต่งกายสนุกสนาน, ชุดบิกีนี่ และบานาน่าโบ้ท

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า กีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งตรงกับนโยบายนายกเมืองพัทยาที่ต้องการผลักดันให้กีฬายืนพาย (SUP BOARD) ก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันอีกด้วย

อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมอาลัยการสูญเสีย คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

วันที่ 6 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยภิญโญ อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจ กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มสื่อมวลชน และญาติสนิทมิตร นำพวงหรีดเข้าร่วมแสดงความเสียกับทางเจ้าภาพที่สูญเสียผู้อันเป็นที่รักกันเป็นจำนวนมาก ก่อนช่วงค่ำจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ โดยพิธีสวดพระอภิธรรมกำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 7- 10 มกราคม 2568 เวลา 19.00 น. และในวันเสาร์ 11 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพตามลำดับกำหนดการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

มีรายงานว่า นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) และร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) ที่ศาลาเมฆิยเถระ (ศาลาทำบุญ) วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี  

โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นองค์ประธานในพิธีฯ ในการนี้มีพระเดชพระคุณพระธรรมวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี(ธ) เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร และคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

 ด้วยพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) ได้ละสังขารมรณภาพ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2568 ด้วยอาการสงบ ณ วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62 สำหรับพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เป็นพระเถระที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพ และเป็นกำลังสำคัญในการทำนุบำรุงและปรับปรุงฟื้นฟูวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพื่อพระพุทธศาสนาดำรงอยู่และยังประโยชน์ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เข้ามาปฏิบัติธรรมสืบต่อไป

เมืองพัทยาพร้อมรับเด็กๆ ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เตรียมแจกรางวัล 2.5 พันชิ้น

ด้วยวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยว่า เมืองพัทยาเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสนุกสนานสร้างสรรค์เพื่อนต้อนรับเด็กๆ และเยาวชนที่จะมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในปีนี้เมืองพัทยาได้จัดเตรียมของรางวัลมากมายรวมจำนวน 2,500 ชิ้น พร้อมกิจกรรมซุ้มเกมการละเล่น และการจัดแสดงให้ความรู้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน อาทิ สวนไดโนเสาร์พัทยาที่จะนำเอาไดโนเสาร์จำลองมาจัดแสดงให้เด็กๆ ได้รับชมอย่างใกล้ชิด อย่างไรตาม ขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตรหลาน รวมทั้งน้องๆ หนูๆ เด็กๆ และเยาวชน เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยกิจกรรมต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คนไทย 151 คน เมียนมาจับกุม ตั้งแต่ 2567 ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของ เมียนมา ได้รับการปล่อยตัว กลับไทยแล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2568 ที่ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเตรียมการรับการปล่อยตัวคนไทยจากทางการเมียนมาจำนวน 151 คน แยกเป็นชาย 74 คน และหญิง 77 คน ซึ่งได้รับการอภัยโทษเนื่องในวันชาติเมียนมา 4 มกราคม ของทุกปี โดยคนไทยทั้ง 151 คนที่ถูกส่งตัวกลับมา เป็นคนที่ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมใน จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อช่วงต้นปี 2567

ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของทางการเมียนมา ซึ่งครั้งนั้นถูกจับกุมจำนวน 154 คน โดยมีผู้ที่เป็นเยาวชนได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและบ่อนการพนันผิดกฎหมาย

ศาลเมียนมาตัดสินให้ต้องโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาทางการไทยได้ประสานงานเพื่อขอให้ปล่อยตัวคนไทยมาโดยตลอด และเนื่องในวันชาติเมียนมาทางการเมียนมาจึงได้ปล่อยตัวและส่งกลับมายังประเทศไทย และเมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. คนไทยทั้ง 151 คน

จึงได้เดินทางมาถึง ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะบุคคล, คัดกรองโรค, ประเมินสภาพจิตใจ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย สอบปากคำเบื้องต้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับญาติ

ที่มารอรับเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในภูมิลำเนาของแต่ละคนต่อไป ส่วนผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดสวนองุ่นนิลน่าน-ควีนนิน่าน หวังสร้างเส้นทางท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้การเกษตรของจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กำลังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย ที่บ้านก็อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ของ นายวีระศักดิ์ แก้วใส อายุ 39 ปี หลังลาออกจากอาชีพครู แล้วผันตัวเองมาทำการเกษตรตามความฝัน ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนจากการเลี้ยงหมูด้วยโรคระบาด กว่า 2 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนพื้นที่2งาน ปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์

ซึ่งช่วงนี้มีอากาศเย็น ทำให้องุ่นออกพวงสวยงามเต็มสวน และได้เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชม เก็บผลองุ่นสดๆ จากต้น ได้เรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลองุ่นอย่างถูกวิธี ทำให้ผู้คนที่เห็นต่างมาถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลกันมากมาย อีกทั้งยังมีการเขียนชื่อเบอร์โทรจององุ่นกันไว้อีกด้วย โดยเจ้าของสวนองุ่นตั้งใจจะผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดน่านอีกจุดหนึ่ง

นายวีระศักดิ์ แก้วใส เจ้าของสวนองุ่นฮักฮิมห้วย เล่าว่า หลังลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตร ก็ขาดทุนมาค่อนข้างมาก แต่ด้วยความรักในธรรมชาติและความชื่นชอบในรสชาติขององุ่น ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง และลงมือพัฒนาพื้นที่สวนรกร้าง ฟาร์มเลี้ยงหมูเก่า ให้กลายเป็นสวนองุ่น แบบปลอดภัยขนาดย่อม โดยทำการศึกษาทดลองพัฒนาสายพันธุ์มานานกว่า 5 ปี จนได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตลูกใหญ่ รสชาติกรอบ หวานอร่อย ถูกใจ จึงตัดสินใจขยายปลูกสายพันธุ์นี้ และตั้งชื่อว่า สายพันธุ์นิลน่าน และควีนนิลน่าน

เพื่ออยากสื่อถึงความเป็นน่าน ปลูกที่จังหวัดน่าน อีกทั้งยังดูแลอย่างพิถีพิถัน ในโรงเรือนปิด ควบคุมคุณภาพน้ำและปุ๋ย ส่งให้ผลผลิตองุ่นมีคุณภาพสูง ประกอบกับปลูกแบบปลอดภัย เว้นการให้ปุ๋ยในช่วงก่อนตัดขาย ทำให้สามารถมั่นใจความปลอดภัยสารเคมี เก็บผลองุ่นสดๆจากต้นทานได้ทันที โดยทางสวนเปิดให้เลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยาว์ เพียงกิโลกรัมละ 150 บาท ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนน่าน และนักท่องเที่ยวได้กินองุ่นคุณภาพ อร่อย ปลอดภัย ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีผลองุ่นออกขายให้ได้ชิม

จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กว่า 1,500 กก. อย่างไรก็ตามเจ้าของสวนยังเตรียมต่อยอดผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน รวมทั้งเตรียมปรับปรุงพื้นที่เพิ่ม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นำพืชผักทางเกษตร สินค้าชุมชนมาวางขาย เพื่อสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรซึ่งกันอีกด้วย

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชม ชิม สวนองุ่นฮักฮิมห้วย หรือผู้สนใจทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ผสมผสานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สามารถไปได้ที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย (หลัง อบต.นาปัง) ที่บ้านก้อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 084-950-9780 และ เฟสบุ๊ก สวนองุ่นฮักฮิมห้วยน่าน/ภาพข่าว/รพีพรรณ เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ คนใหม่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน และ สวัสดีปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยหนึ่งในนั้น มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 33 ราย

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดฯ นางสาวจีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีมอบพวงมาลัยดอกมะลิและสวัสดีปีใหม่แก่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน

ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คนที่ 56 และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกด้วยบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้กล่าวขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งที่นี่ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

ซึ่งตนรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชาวประจวบฯ ในการมาร่วมพัฒนาให้จังหวัดเจริญรุ่งเรือง ด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน จากนี้ตนพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนชาวประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร นำผู้สมัครนายกและสมาชิก อบจ.มุกดาหาร เข้าโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริต เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง/ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมให้ความรู้แก่ผู้สมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ตามโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทําผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ห้องพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กล่าวรายงาน

นายจักรินทร์ กล่าวว่า ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนจะสัมฤทธิ์ผลโดยบรรลุเป้าหมายแห่งเจตนารมณ์ได้นั้น การเลือกตั้งจะต้องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรมและขอบด้วยกฎหมายโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิด ต่อกฎหมาย

โดยที่ผ่านมามีการเข้าใจผิดในสาระสำคัญของข้อกฎหมายในหลายประเด็น ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก มีการซื้อสิทธิขายเสียง และผู้สมัครมีการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้ง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สังเกตการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มี ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อันเกิดจากความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหารจึงได้ดำเนินการจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้น

“ทั้งนี้ ผู้ผ่านการอบรมนอกจากจะมีความรู้ฝความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ในการเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างการยอมรับเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษา ความเป็นมิตรก่อนหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเพื่อลดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกด้วย ” นายจักรินทร์ กล่าว ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​​

ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568​ นายถนัด คำฟ้อง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 6 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัด มุกดาหาร เดินทางเข้าพบกับ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น.

ของวันที่ 1 มกราคม ขณะผู้แจ้งนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 9 ชอยแสงอรุณ ชุมชนอรุณรังษี ต.มุกดาหาร ปรากฏว่าได้มีหัวกระสุนไม่ทราบขนาดตกลงมาบนหลังคาบ้านและทะลุลงมาในห้องนอนของผู้แจ้ง เบื้องต้นไม่ทราบว่าหัวกระสุนมาจากที่ใด สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากบุคคลที่ยิงปืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2538 ผู้แจ้งจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

นายถนัด กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกับภรรยาและลูกชาย ลูกสาวอายุ 2 ขวบ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอน ได้ยินเสียงวัตถุตกทะลุหลังคาเสียงดังปุ๊ เมื่อมองลงไปที่พื้นห้องนอนเห็นหัวกระสุนปืนลักษณะเป็นตะกั่วตกลงมาบนแผ่นพรมปูพื้นแล้วกระดอนขึ้นมาตกลงบนที่นอนของลูกสาวกับลูกชาย

โชคดีที่หัวกระสุนดังกล่าวไม่ตกลงมาถูกลูก มิฉะนั้นก็อาจทำให้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้นำหัวกระสุนปืนมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิงปืนฉลองปีใหม่ #กระสุนปืนทะลุหลังคา #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี เป็นประธานสวดมนต์ข้ามปี วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยา/นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

 เวลา 22.39 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสุขสงบในจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี 

โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธมฺมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้มี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา คาดสะพัดพันล้าน

ช่วงระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค.66 เข้าวันที่ 1 ม.ค.67 มีรายงานว่า ชายหาดพัทยาเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ในกิจกรรมวันส่งท้ายปี เมืองพัทยา กำหนดจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 บริเวณริมหาดพัทยากลาง พร้อมงาน KOH LAN COUNTDOWN 2025 ที่ท่าหน้าบ้านเกาะล้าน โดยร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 กันอย่างคึกคัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กิจกรรมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานตลอด 3 วันเฉลี่ยวันละ 1 แสนคน คาดว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดในงานนีเไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขออวยพรให้ปีใหม่นี้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า

บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าเมืองพัทยา การจราจรหนาแน่น

วันที่ 31 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งเข้าและขาออกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ปริมาณยวดยานพาหนะของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทพัทยา พบปริมาณรถยนต์ รถโดยสาร และรถบัสขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเข้ามายังเมืองพัทยาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานพัทยาเคานต์ดาวน์ 2025 ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ซึ่งมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายมาร่วมส่งความสุข

สื่อรัฐทีวี/งานฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 28 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น.นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.เขต 6 จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางเป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองกุง-โนนรัง ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จากกรณีลูกชายเสียชีวิตถูกยิงด้วยกระสุนปืน

ตามที่เป็นข่าว มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเพื่อนๆ

นางกองแก้ว รัสดาดาล มารดา ได้ร้องเรียนผ่าน นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย จากกรณีคนร้ายยิงลูกชายตนเสียชีวิต

win สื่อรัฐทีวี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกรัฐมนตรี” เปิดกล่อง 5 ของขวัญปีใหม่จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 โครงการเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมต้อนรับ

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Cyber Check : เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงิน โดยใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยว ผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police : แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชันแบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

3. โครงการบูรณาการระบบบริหารรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 1155 และศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ : เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถประสานผ่านตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 1155 พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การปฏิบัติการฉุกเฉิน

4. โครงการส่วนลดพิเศษสำหรับที่พัก The Cop Hotel and Villa Pattaya : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีที่พักติดทะเล ริมถนนใหญ่ในพื้นที่ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าพักได้ ในราคาพิเศษ

5. โครงการห้องพักทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง 205 แห่ง ทั่วประเทศ : ตำรวจทางหลวงมีการให้บริการสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ณ 205 หน่วยบริการตำรวจทางหลวง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ถึง 10 มกราคม 2568 รวมทั้งมีจุดกางเต็นท์สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยบริการฟรีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่และตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตรา ดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

#ของขวัญปีใหม่2568

#ปีใหม่2568

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวคริสต์คาทอลิกบึงกาฬ จัดขบวนแห่ดาวคึกคักกว่า50คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 25 ธ.ค. บาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร ที่เป็นวัดคริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจัดงานแห่ดาว เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ซึ่งดาวเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิด ตามตำนานในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น เหล่าโหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษ ที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

จึงออกเดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนได้ไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือ สัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น และแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความรักความสามัคคี และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวคริสต์ด้วย

การแห่ดาวในวันนี้เป็นการรวมเอาผู้ที่นับถือศรัทธาในพระเยซุหรือคริสต์ศาสนาตามวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแห่ขบวนด้วย มีการตกแต่งประดับประดาวและคมไฟติดตั้งบนรถ มีทั้งรถมอไซค์พ่วงข้าง รถอีแต๊ก รถไถนา รถปิกอัพและรถบรรทุก 6 ล้อร่วม 100 คันแห่ไปตามชุมชนต่างๆ ในตำบลชัยพร สิ้นสุดที่วัดนักบุญอักแนส บ้านห้วยเซือมใต้ วัดนักบุญมัทธิว บ้านกลาง ก่อนจะกลับเข้าไปในวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานนำอาหารไปแจกจ่ายผู้มาร่วมกัน มีทั้งส้มตำ ผัดหมี่ ข้าวราดแกงและทีขาดไม่ได้คือข้าวจี่ทาไข่คนปิ้งแทบทำไม่ทัน บนเวทีมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ หนูๆ หลายโรงเรียน ทั้งการแสดงประวัติการกำเนิดของพระเยชู และเต้นประกอบเพลง ทำเอาผู้ปกครองต้องคักเงินจ่ายเป็นกำลังใจจำนวนไม่น้อย

ด้านบาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสกล่าวว่า ที่เลือกจัดงานวันนี้ก็เนื่องจากวันที่ 24- 25 ธ.ค. ปล่อยให้วัดในชุมชนต่างๆ จัดงานแห่ดาวกันเองในชุมชนตนเองก่อน พอวันนี้จึงมาร่วมกันจัดงานแห่ดาวในภาพรวมของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มักง่ายจุดไฟเผาขยะข้างกองยาง​ ลุกลามไหม้เป็นกองเพลิง / ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

แชร์เนื้อหานี้

พนักงานร้านยางจุดไฟเผาขยะกองเล็กๆก่อนจะลามไปไหม้กองยางรถยนต์ที่กองรวมกันไว้หน้าร้านจนกลายเป็นกองเพลิงขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำ ระงับเหตุ โชคดีเหตุนี้ไม่มีใครเป็นอะไรมีเพียงเสาไฟฟ้าส่องสว่างถนนของทางหลวงได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น . เจ้าหน้าที่ดับเพลงเทศบาลเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บริเวณริมถนนบายพาสเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาต้องจอดก่อนเพราะมองไม่เห็นทางเนื่องเกิดควันดำปกคลุม หลังจากได้รับการแจ้งเหตุทางเทศบาลได้นำรถดับเพลิง4คันเข้าระงับเหตุโดยใช้เวลาประมาณ​ 30นาทีจึงสามารถดับไฟได้ซึ่งจาการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพบว่าเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของแขวงทางหลวง บริเวณริมทางได้รับความเสียหาย

นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสายเหตุความมักง่าย​ โดยทางพนักงานได้เผาขยะใกล้กับกองยางพอเผาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในขณะที่มีลมกรรโชกแรง ต่อมาเลยเกิดไฟลามไปถึงกองยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้หน้าร้านก็เลยเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งการเผาขยะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆก่อนหน้านี้ ลามไปไหม้หญ้าแห้งริมถนน แต่คราวนี้หวิดเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่โชคดีมากที่ดับทันไม่งั้นน่าจะลามไปหลายจุด​ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีทรัพสินย์ของทางราชการเสียหายคือเสาไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งโชคดีมากไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้

​มุกดาหาร​ -​ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้มีชาวบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขุดพบพระโบราณบรรจุอยู่ในไหฝังอยู่ใต้ดินบริเวณที่นาของนายบุญนำ พิกุลศรี อายุ 55ปี บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาสีนวน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยระหว่างที่ได้มีการนำรถไถเข้ามาปรับที่นา ขณะได้มีการขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าพื้นที่เดิม ผานไถได้ไปกระทบกับของแข็งบางอย่างคล้ายหินจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบพบว่าเป็นไหขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร มีดินโบกปิดทับปากไหไว้ เมื่อนำแกะดินออกพบมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ด้านในจึงได้แจ้งเจ้าอธิการสมนึก เจ้าอาวาสวัดศรีไคร้ทุ่ง และชาวบ้านมาร่วมกันตรวจดู

เจ้าอธิการสมนึก กล่าวว่า พระพุทธรูปที่ขุดพบเรียกว่า พระบุเงินโดยเป็นพระโบราณ ซึ่งทำขึ้นจากการนำไม้มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปชุบเงิน พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และสัมฤทธิ์ โดยการขุดพบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าบริเวณหมู่บ้านท่าไคร้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีชาวบ้านขุดพบเจอถ้วยชามโบราณบริเวณดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบให้ทราบถึงอายุ และจะได้นำกลับมาตั้งประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาต่อไป

ขุดพบพระโบราณ #พระบุเงิน #บ้านท่าไคร้ #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สวนสวรรค์ฟาร์ม”รับมอบใบรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS  / ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ คุณแก้วตา จันทร์วีระชัย นักธุรกิจเจ้าของกิจการมีชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผันตัวเองลงมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและชาวเกษตรกร หวังให้ชาวบ้านในพื้นที่บางราย มีพื้นที่ทำกินทางการเกษตร ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อนำกลับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอยู่อย่างพอเพียง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรคอยแนะนำให้ความรู้ ในการทำเกษตรผสมในพื้นที่แปลงน้อยโดยไม่ใช้สารเคมี และได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิก

รับมอบใบรับรองแบบมีส่วนร่วม ความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตผลที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนสวรรค์ฟาร์ม จะมีการจัดกิจกรรมและพิธีมอบหนังสือรับรองพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แบบมีส่วนร่วมความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยมีนายณรงค์พงษ์ โพธิสมบัติ ประธานบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคี นายณรงค์ คงมาก กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายสามอ่าวเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ และนางสาว นิชาภา สุวรรณนาค  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานมอบหนังสือรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกที่ได้รับการรับรอง ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม  หมู่ 2  ต.อ่าวน้อย จ.ประจวบฯ

น.ส.แก้วตา จันทร์วีระชัย หรือเจ๊แก้วตา เจ้าของสวนสวรรค์ฟาร์มเล่าว่า  ตนเห็นว่าพื้นที่ในที่ดิน กว่า 80 ไร่ เป็นที่ว่างเปล่าปล่อยรกร้างไว้ไม่เกิดประโยชน์อะไร หลังรัฐบาลปลดล๊อคกัญชา คิดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกกัญชา แต่ก็ยังติดปัญหาหลายอย่างในทางกฎหมาย หลังจากได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรี จึงลองไปศึกษาหาความรู้ บางส่วนก็ศึกษาเรียนรู้จาก YouTube บ้าง นำไปลองปฏิบัติตามจนเกิดผลผลิต หวังแค่เพียงเพื่อไว้รับประทานกันเองในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อตนได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่บางรายขาดโอกาสการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากไม่มีที่ดิน จึงมีแนวคิดที่จะให้เขาได้ใช้พื้นที่เพาะปลูกและเรียนรู้การทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานปลอดสารพิษ และด้วยที่ตนเองเป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ได้รับประทานอาหาร พืชผัก ผลไม้ ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ แนวคิดนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้เป็นสวนเกษตร ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม ต่อมามีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มรักสุขภาพ โดยการรวบรวมชาวบ้านและกลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิธีการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และนำกลับไปต่อยอด หรือเพราะปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะนำกลับมาส่งขายที่ศูนย์การเรียนรู้ สวนสวรรค์ฟาร์มได้อีก

เนื่องจากผลผลิตปลอดสารพิษเกษตรอินทรีย์มีความต้องการทางการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกลุ่มเรามีการจัดการแบบครบวงจร โดยเอาผลิตผลที่ได้บางส่วนมาแปลรูป เป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุหีบห่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่อ ตามศูนย์โอทอปพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดรับซื้ออีกหลายแห่ง เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพได้รับการรับรองให้เป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมี โดยทางเรามีกระบวนการตรวจสอบผลิตผลที่กลุ่มสมาชิกนำมาส่งที่ศูนย์ มีคณะกรรมการ มีประทาน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 

ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 23 ธ.ค.67 ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด ( วัดโบสถ์เหรียญบาท ) ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านนับร้อยคนได้มารวมตัวคัดค้าน จากกรณีคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีมติปลด พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อายุ 49 พรรษา เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด อำเภอทับสะแก หรือที่ชาวงบ้านรู้จัก “วัดอุโบสถ์เหรียญบาท” วัดชื่อดังของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี คำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ ๒๘ / ๒๕๖๗ ตามที่เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๒๔ / ๒๕๖๗ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ คณะกรรมการได้ตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จริงแล้ว และมีมติให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง และได้รายงานผลการสอบสวนและมตินั้น เสนอเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอพิจารณาวินิจฉัย เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

เห็นชอบให้เสนอถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอได้รายงานเสนอพร้อมด้วยเอกสารผลการสอบสวน ขอให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอ อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๕๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.)๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า แกนนำชาวบ้าน ชาว กทม.และเป็นโยมอุปถัมป์วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้เป็นประธานทอดกฐินเมื่อออกพรรษาที่ผ่านมา วันนี้พวกตนเองได้มาคัดค้านการปลดเจ้าอาวาสองค์เก่า (พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ )และคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากการที่พระครูปลัดอาทิตย์ ถูกกล่าวหา ว่าชักปืนยิง / ไม่นำเงินวัดเข้าบัญชีวัด / และการถูกชาวบ้านร้องเรียนเรื่องยืมเงินญาติโยม /โดยเฉพาะเรื่องยืมเงินโยมในการก่อสร้างอุโบสถเหรียญบาท ซึ่งตามที่เคยตกลงกันทางวัดจะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต ถึงคืนเงินให้ โดยชาวบ้านคิดว่าการถูกปลดครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชย์ภายในวัด ซึ่งหลังจากสร้างโบสถ์เหรียญบาท ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

///////////////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

แชร์เนื้อหานี้

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“เฉลิมชัย” ติดตามการทำหมันลิงเขาช่องกระจก/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1/หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม โครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่บริเวณพื้นที่เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม ให้การต้อนรับ

โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยจุดตรวจคัดกรองสุขภาพลิง จัดทำประวัติ ก่อนดำเนินการทำหมันลิงทั้งเพศผู้และเพศเมีย จากนั้นจะมีการสักทำสัญลักษณ์ที่แขนของลิงที่ทำหมันแล้ว บางตัวหากตรวจพบเป็นโรคสัตวแพทย์จะให้ยารักษา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 – 30 ธ.ค.67 มีเป้าหมายทำหมันลิงจำนวน 300 ตัว พร้อมกันนี้ ดร.เฉลิมชัยได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมระบุว่า จะมีการเคลื่อนย้ายลิงแสมเขาช่องกระจกบางส่วนไปไว้ที่กรงพักพิงลิงที่ทางกรมอุทยานฯ ได้จัดเตรียมไว้ที่หัวหินเพื่อลดจำนวนลิงลง โดยโครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง เป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมประชากรลิงไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

นายภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กระบวนการทำหมันลิงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาลิงแสมเขาช่องกระจก ซึ่งจะเขื่อมโยงไปถึงการดูแลคนและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยขณะนี้สามารถจับลิงมาทำหมันได้แล้วกว่า 100 ตัว จากเป้าหมาย 300 ตัว ซึ่งที่โรงพยาบาลสนาม จะมีการคัดกรอง จัดทำประวัติ ทำหมัน ทำบัตรประชาชนลิง จากประสบการณ์ที่ทำหมันลิงมา ลิงจะเป็นหมัน 100% ไม่มีการตั้งท้องอีก ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของปัญหาลิงคือการที่คนให้อาหารลิงอย่างไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่คนกินซึ่งมีรสชาติหวาน หอม มีพลังงานสูง ทำให้ลิงร่างกายแข็งแรง มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนประชากรลิงมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนการเคลื่อนย้ายลิงบางส่วนไปยังสถานที่ที่มีความเหมาะสมกว่า ทางกรมอุทยานฯ มีโมเดลที่ทำแล้ว

ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งลิงเองก็จะปลอดภัย เพราะจากการตรวจสุขภาพลิงที่ รพ.สนาม พบว่าบางตัวมีลูกแก้วในคอ มีบาดแผลจากการโดนกัด ขนร่วงเป็นขี้เรื้อน บางตัวพบเป็นโรคไต สาเหตุจากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมโดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม และหาพื้นที่เหมาะสมให้อยู่ หากมีการบริหารจัดการลิง คน สิ่งแวดล้อม เชื่อว่าเขาช่องกระจกจะเป็นแลนมาร์กสำคัญของ จ.ประจวบฯ โดยควรจะเหลือลิงไว้ในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณอาหารในพื้นที่.

บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมจัดงานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2568 ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานเดอะ สแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยงานนี้ถือเป็นงานที่ทางบลูพอร์ต หัวหิน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกัน เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงและร่วมกันส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จ.ประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลาน เดอะสแควร์ บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Blupor

ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ให้ได้โดยเร็วที่สุด คืบหน้าผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ล่าสุดผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ คาดว่าหนีกบดานในป่าชายแดนไทย-เมียนมาร์**

วันที่ 20 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุอดีตผัวเก่าใช้อาวุธปืนดักยิงผัวใหม่ และญาติบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุ คืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ดูแลฝ่ายงานสืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรอ่าวน้อย เจ้าหน้าที่ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปภ.) ประชุมร่วมหารือกับชุดสืบสวนภูธรภาค 7 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย เพื่อวางแผนเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะหนีกบดานหลบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านญาติหรือคนรู้จัก

ในป่าสวนยาง และตามช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ เนื่องจากช่องทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ และโจรกรรมรถจักรยานยนต์ รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่นส่งขายข้ามประเทศพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณที่พบรถจักรยานยนต์ล้มและจุดพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิง เพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ก่อนสืบสวนหาพยานบุคคลจากญาติพี่น้อง และคนรู้จักใกล้ชิดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว โดยผู้ก่อเหตุชื่อ นายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่บ้านย่านซื่อ หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น , พยายามฆ่า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูแลฝ่ายงานสืบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับคำสั่งจากรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้มาเร่งรัดสอบสวนติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับติดตามจับกุมตัวต่อไป ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อื่นแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานาน มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว และเป็นคนไทย เคยถูกจำคุกมาก่อนและพึ่งพ้นโทษออกมา ซึ่งมูลของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวแต่ทางตำรวจยังไม่ได้มีการตัดประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งอยู่ในสำนวนของการสอบสวน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้สืบภาค สืบจังหวัด และสืบสวน สภ.อ่าวน้อย สนธิกำลังระดมไล่ล่าจับกุมหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าหากผู้ก่อเหตุหนีข้ามแดนทางตำรวจได้มีการประสานหน่วยงานความมั่นคงชายแดนในพื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผู้ก่อเหตุกระทำคนเดียวคาดว่าอาจมีปัญหาความแค้นส่วนตัว และเรื่องของชู้สาว

หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การเกี้ยวพาราสีช้างเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสามสัปดาห์ของการปรับตัวให้เข้ากับการสืบพันธุ์ของช้างเพศเมีย ซึ่งเรียกว่าวงจรการเป็นสัด และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศของผืนป่ากุยบุรี

การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว ซึ่งภาพความประทับใจในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จใน

การอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781



สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย”

แชร์เนื้อหานี้

🎈จังหวัดน่าน นำของดีจังหวัดน่านร่วมงาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 14 – 22 ธันวาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี
🎈กรมการพัฒนาชุมชน จัดงานOTOP CITY 2024 ในระหว่างวันที่ 14 -22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)

เพิ่มช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน ตลอดจนเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสกรเรียนรู้และเพิ่มทักษะในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และ OTOP ชวนชิม ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ให้ชุมชน และในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล

🎈จังหวัดน่าน มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานจำนวน 24 ราย 24 บูท สรุปยอดจำหน่ายงาน “ OTOP CITY 2024 ”
ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ดังนี้

  1. บูท OTOP 3-5 ดาว จำนวน 12 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 169,263 บาท
  2. บูท OTOP ชวนชิม จำนวน 3 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 47,000 บาท
  3. บูทอื่นๆ จำนวน 9 รายได้แก่ OTOP Premium First Lady กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี Rest Area OTOP ขึ้นเครื่อง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศิลปิน OTOP กระทรวงอุดมศึกษาฯ และแพทย์แผนไทย ยอดจำหน่าย จำนวน 391,400 บาท
    รวมยอดจำหน่ายประจำวันที่ 18 ธ.ค. 67 👍 รวมทั้งสิ้น จำนวน 607,663 บาท
    ผู้มียอดจำหน่ายสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่
  4. บริษัท ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี จำกัด (บูทศิลปิน OTOP ) ยอดจำหน่ายจำนวน 190,000 บาท
  5. กลุ่มสตรีอนุรักษ์ผ้าน่าน (บูทFirst Lady) ยอดจำหน่ายจำนวน 77,000 บาท
  6. กลุ่มสัมมาชีพบ้านนาทะนุง (บูทกระทรวงอุดมศึกษาฯ) ยอดจำหน่ายจำนวน 30,000 บาท

“OTOP City 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่าจากภูมิปัญญาไทยOTOPCity2024 #OTOP #OTOPCity2024Happy Marketกรมการพัฒนาชุมชน #CDDกระทรวงมหาดไทย #MOI#CDDNAN #Promotion Group

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลอ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ติดตาม อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะ

ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยมีนายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ข้าราชการสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ฝ่ายปกครอง ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยในการนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16

และร่วมจัดทำฝายต้นน้ำ(แบบคอกหมูหินทิ้ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชน ในพื้นที่จำนวน 3 จุด และเยี่ยมชมน้ำตกมณฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในลำดับถัดมา……

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานรางวัล Siam International Awards 2024 ครั้งที่2 มาดามบิว ขึ้นแท่น ประธานจัดเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากล

แชร์เนื้อหานี้

สุดปัง มาดามบิว Rainbow Entertainment ขึ้นแท่น ประธาน ผู้จัดงานเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากลที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยงานรางวัล Siam International Awards 2024 เป็น ครั้งที่2

เรียกว่างานนี้ แจ้งเกิด สำหรับงานรางวัล ระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล กันเลยทีเดียว สำหรับ งานรางวัล Siam International Awards 2024 จัดงานมาได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ ตั้งแต่ การเดินเปิดตัวพรมแดง มีดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง อินฟู มากมาย ที่มาร่วม เดินพรมแดง เพื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้ง ดาราศิลปิน ทั้งไทยและต่างประเทศ

งานนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่ได้ ประธานผู้จัดงานอย่าง คุณเบญญาดา โชใต้หยิน (มาดามบิว) Rainbow Entertainment นำทีม และ ยังมีผู้บริหาร สุดเก่ง มาร่วมจับมือกันจัดงานในครั้งนี้ นำโดย คุณภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล , ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ , คุณพรทิพย์ ลิมปภาส , นายสุรเดช พันธุรัตน์ เป็นต้น และ งานนี้ จะมี ครั้งที่3 อีกในปีหน้า 2025 ฝากติดตามได้ที่ เพจ siam international awards

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค.67) เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.ร่วมพิธีฌาปนกิจ นางซุ้งเจง แซ่แบ้ มารดา ของคุณวิชัย มณีกิติกุล อุปนายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม“เพื่อนโอ๋”โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน เป็นประธาน ณ วัดหัวลำโพง ถนนพระราม4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024”

แชร์เนื้อหานี้

ส.ส.บัญชา เดชเจริญศิริกุล เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024 ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2567 มีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด “พุนกยูงคัพ 2024” โดยมี ส.ส.บัญชา. เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับ มี คำกล่าวดังต่อไป

“ท่านผู้มีเกียรติ และนักกีฬาทุกท่านผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปิด โครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในวันนี้. การแข่งขันกีฬาวันนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว บรรฤวัตถุประสงค์ทุกประการแพ้ ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้พวกเราตระหนักว่า การมาแข่งขันกีฬากันในครั้งนี้ จุดมุ่งหมาย สูงสุดไม่ได้อยู่ ที่ได้ชัยชนะ แต่สิ่งที่เราจะได้จากการแข่งขันกีฬา คือเราได้แสดงออกซึ่ง

ความสามารถ ความสามัคคี ความอดทน เสียสละ การเล่นอย่างมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ความสนุกสนานและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นั่นคือสิ่งที่เราหวังจะ ให้เกิดขึ้นในการแข่งขันกีฬาทุกครั้งขอให้ทุกท่าน ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และปลูกฝังให้มีขึ้น ในจิตใจของตนเองอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณท่านผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อยและขออวยพรให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา และผู้มีเกียรติทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพบัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดการโครงการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ บัดนี้”

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กีฬา ต้านยาเสพติด ประจำปี 2567 นายวัฒนา ช่างเหลา อบจ.ขอนแก่น ประธาน ส่งเสริมสุขภาพปลูกจิต รัก สามัคคี ในท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10.00 น.นายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานโครงการการแข่งขันกีฬาเยาวชน ประชาชน ต้านยาเสพติดประจำปี 2567

และประธานได้พบปะคณะที่คอยต้อนรับซึ่งประกอบด้วยนายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 ขอนแก่น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน คณะแม่บ้านและนักกีฬา ประธานได้มอบของที่ระลึกให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

เจ้าของโครงการเพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน กล่าวรายงานรายละเอียดและวัตถุประสงค์ การกีฬาทำให้เยาวชน ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคภัย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด

ปลูกจิตสำนึกให้เกินความรักความสามัคคีในหมู่คณะการแข่งขันแบ่งออกเป็น5ประเภทได้แก่ฟุตบอลชาย ตะกร้อชาย วอลเลย์หญิง-ชายและเปตองทีมผสมหญิง-ชาย การแข่งขันระหว่าง 8-9 ธันวาคม 2567 ณ.สนามโรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสี นันทบุรีเกมส์ รร.นันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ /เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นางสาวอัญรินทร์ ฉัตรโชติวรกิตติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ต่อดร.พัทธนันท์ พิพิชธนวงศ์ รองผอ.สพม.น่าน ประธานในพิธีเปิดการแข่งแข่งกีฬาสี ต้านภัยยาเสพติด “นันทบุรีเกมส์” โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุคราะห์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
๑. เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง
๒. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด
๙. เพื่อฝึกการเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี มีน้ำใจใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ขนะ รู้อภัย มีความเป็น ประชาธิปไตย
๔. เพื่อให้นักเรียนรู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ ทำงานร่วนร่วมกับผู้อื่นได้
๕. เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน

การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนสี ๔ สี คือ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดงและ สีม่วง กีฬาที่จัดการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ เปตอง และการแข่งขันกีฬาเปตองเชื่อมสัมพันธ์ ภาคีเครือข่าย ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑. คณะกรรมการสถานศึกษา
๒. มทบ. ๓๘
๓. สพม. น่าน
๔. โรงเรียนนันทบุรีวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในการจัดการแข่งขันกีฬาสีต้านภัยยาเสพติดนันทบรีเกมส์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากว่าที่ ร.ต.สมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา นายราเชนทร์ กาบคำ นายบุญยงค์ สดสอาด คณะกรรมการสถานศึกษา ร.ร.นันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์

นายธีระพล ปะโปตินัง(โค้ชเต้ย)ร้านT 20 และคุณวัชรินทร์ สมจิต(โค้ชแต้ม)ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลโรงเรียนนันทบุรีวิทยาในพระบรมราชานุเคราะห์ พ.ท.นิรุต พรมมินทร์ ผบ.หน่วยฝึกทหาร นศท.มทบ.38 พร้อมกำลังพล คณะครูและบุคลากรโรงเรียนนันทบุรีวิทยาร่วมพิธีเปิด/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

เปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล

ที่ข่วงน้อย เทศบาลเมืองน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน Nan Coffee’s Day 2025 กิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟ และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจังหวัดน่าน ตอกย้ำคุณภาพของกาแฟน่าน เชื่อมโยงการผลิตและบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มพัฒนากาแฟน่านสู่ตลาดสากล หนุนสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ธุรกิจกาแฟจังหวัดน่านทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักท่องเที่ยวผู้ชื่อชอบกาแฟเข้าร่วมกิจกรรม”กาแฟ” นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีอนาคตอีกๆชนิดหนึ่ง โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของประเทศไทย

เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 13,448 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 1,533 ราย มีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอท่าวังผา สองแคว บ่อเกลือ แม่จริม ทุ่งช้าง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์อาราบิกา รองลงมา คือ พันธุ์โรบัสต้า และสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน้ำ ปัจจุบันการปลูกกาแฟในจังหวัดน่าน ได้รับความสนใจจากทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ

โดยมีการสร้างเครือข่ายการผลิตกาแฟภายในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ไห้แก่ชุมชน และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้านการพัฒนาคุณภาพกาแฟน่าน ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาคุณภาพให้เป็นกาแฟ ในระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับ รางวัลชนะเลิศจากการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนการประกวดของ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเวทีของสมาคมระดับประเทศและนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563-2567 ถือเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรจังหวัดน่านและชาวจังหวัดน่าน และยังเป็นการตอกย้ำในเรื่องคุณภาพของกาแฟน่านเป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกระดับการตลาดของผลิตภัณฑ์กาแฟในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะกาแฟที่ผลิตในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณภาพสูงและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในท้องถิ่นให้เติบโต และขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น จังหวัดน่านจึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ จุดเด่นกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน

ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการตลาด ให้กับผู้ประกอบการกาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมเกษตรตรกร – ผู้ผลิต – ผู้จำหน่าย – ผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์กาแฟและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สามารถต่อยอดในการขยายช่องทางการตลาดให้เพิ่มมากขึ้น และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้สามารถแข่งขันในตลาดเป้าหมายได้มากขึ้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สอท. ร่วมกับ กสทช. จับคอลเซ็นเตอร์จีนเทาตลอบฝังตัวเช่ารีสอร์ทหรูเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

 4 ธ.ค.67 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ , นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล  รักษาการ เลขาธิการ กสทช., พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ  รักษาราชการแทน ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. และ เจ้าหน้าที่ กสทช. ร่วมแถลงผลการจับกุมบุคคลต่างด้าวลอบตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย หลังตำรวจร่วมมือกับ กสทช. ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตในหลายพื้นที่ ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานเข้ามายังประเทศไทยเพื่อใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงและเสถียรกว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโทรหลอกลวงเหยื่อคนไทย

การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าว กระทั่งพบรีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ใน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งได้ปิดการให้บริการไปในช่วงสถานการณ์โควิด 19 แต่กลับมีการให้เช่ารีสอร์ททั้งรีสอร์ท  โดยไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก และมีคนต่างชาติเข้าออกสถานที่ดังกล่าวอย่างผิดสังเกต ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษ พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก อาจมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้น ผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.ณัฐธรฯ กล่าวว่า ในห้วงหลายเดือนที่ผ่าน กสทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุม ซิม เสาสัญญาณ, สถานีโทรคมนาคม และสายเคเบิลข้ามแดนผิดกฎหมาย ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์บางส่วนจำเป็นต้องย้ายเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย การจับกุมนี้ครั้ง ถือเป็นทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พฤติการณ์ของเครือข่ายนี้ถือ เป็นความผิดฐานรบกวนหรือขัดขวางต่อการวิทยุโทรคมนาคม อันเป็นความผิด ตาม ม.26 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต้องระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. 4 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้สืบสวนการกระผิดในพื้นที่ จนกระทั่งพบรีสอร์ทเป้าหมายใน ต.บ้านปง อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ซึ่งเคยปิดให้บริการช่วงโควิด ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าพัก แต่มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ ชุดสืบสวนจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ กสทช. ตรวจสอบข้อมูลการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตด้วยเครื่องมือพิเศษของ กสทช. พบว่ามีปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้เข้าพัก คาดว่ามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชา และขอหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่เข้าทำการตรวจค้น โดยพบว่า ผู้ต้องหาชาวจีนแอบลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตของร้านกาแฟข้างๆ ปิดบังการใช้สัญญาณของคอลเซ็นเตอร์  เชื่อมโยงกับแก็งค์ที่อยู่ที่ประเทศกัมพูชา โดยพบคนต่างชาติ สัญชาติจีน 9 คน ตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้เป็นจำนวนมาก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี โดยจะได้ขยายผลถึงผู้บงการเพื่อปราบปรามให้สิ้นซากต่อไปทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเห็นสถานที่แห่งใด มีความผิดปกติ เช่นเคยร้างไป แต่กลับมีคนเข้าออกอย่างผิดปกติ หรือมีการใช้น้ำ ใช้ไฟฟ้า หรือขอใช้อินเทอร์เน็ตมากผิดปกติ  สามารถแจ้งได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทร.191 หรือ  กสทช. 1200  ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบ ป้องกันมิให้คนร้ายเข้ามาตั้งฐานหลอกลวงคนไทยต่อไป
 ..#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี67 ชิงถ้วยพระราชทาน ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ระหว่าง 17 ธ.ค. 2567-8 ม.ค. 2568 ณ.รร.เทศบาล 1(สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)

แชร์เนื้อหานี้

20:19 จ่ากบ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 10,00 น. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ ให้เกียรตินั่งหัวโต๊ะเป็นประธานแถลงข่าวพร้อมด้วย พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชุมแพ นายไชยศิริ สอนนำ

คณะกรรมการตัดสิน ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพและส่วนราชการร่วมกันจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ชุมแพคัพ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2567

ณ.หอประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแพ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทประชาชนทั่วไปและประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี วัตถุประสงค์การจัดแข่งขันเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกาย ทำให้สุภาพแข็งแรง

การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เจริญยั่งยืน แบ่งสายการแข่งขันระหว่าง 17 ธันวาคม 2567- 8 มกราคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1 เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น,
จ่ากบ ภาพ/ข่าว เอนก เค้าสุวรรณกุล

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ดูแลนักท่องเที่ยวรับเทศกาลแห่งความสุข/40 ปท. พร้อมแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 หาดจอมเทียน พัทยา

แชร์เนื้อหานี้

ด้วยเดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเดือนเทศกาลแห่งความสุข ที่เมืองพัทยาและภาคส่วนอื่นๆ กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งการเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาติริมชายหาด กิจกรรมเทศกาลคริสต์มาส รวมทั้งงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนในเมืองพัทยาเป็นจำนวนมาก

พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ นิ่มสุวรรณ์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมวางแผนการปฏิบัติงานรองรับนักท่องเที่ยวเข้าร่วมอีเว้นต์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองพัทยาตลอดเดือนธันวาคม 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา มีความพร้อมรับเทศกาลต่างๆ มาโดยตลอดทั้งเชิงรุกและรับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติงานเชิงรุก ได้จัดอัตรากำลังการเข้าเวรใหม่ พร้อมจัดการกวดขันจับกุมรถจอดตามจุดห้ามต่างๆ รวมทั้งจับกุมรถผิดกฎหมาย ในส่วนของเชิงรับได้จัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์การทำงานต่างๆ ให้เพียงพอ อาทิ กรวยจราจร แผงกั้นจราจร และเครื่องบังคับล้อ และการเตรียมความพร้อมของบุคคล ได้จัดอบรมให้ความรู้เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมธ์นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องด้วย

จ้าวความเร็วบนผิวน้ำ 40 ปท. พร้อมชิงชัยแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก WATERJET WORLD CUP 2024 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา

มีรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 นี้ ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองกีฬา (Sports City) ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดอีเว้นต์เวิลด์คลาสทัวร์นาเม้นท์ที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันเจ็ตสกีนานาชาติ รายการ “WGP#1 WATERJET WORLD CUP 2024”

การแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นการแข่งขันวอร์เตอร์เจ็ตนานาชาติแชมป์โลก สนามชิงชนะเลิศตัดสินตำแหน่งแชมป์เวิลด์คัพ แชมป์เวิลด์ซีรี่ส์ และแชมป์เอเชีย ประจำปี 2024

ที่สำคัญการแข่งขันชิงชัยหาสุดยอดจ้าวแห่งความเร็วบนผิวน้ำระดับโลกในครั้งนี้มีเงินรางวัลมากที่สุด โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 300 คนพร้อมชิงชัย ซึ่งการแข่งขันเจ็ตสกีทุกปีที่ผ่านมาที่หาดจอมเทียน เมืองพัทยา พบว่ามีคนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธา ผังเมือง เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ ฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่ ตะวันออกเฉียงเหนือระยะ 2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุมสิรินธารา2 โรงแรมเดอะวัน จ.บึงกาฬ กรมโยธานิการ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น โครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 โดยได้รับเกียรติจาก นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการเปิดการประชุม มีนายพิสิษฐ์ ชิณะวิพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยนายบุญเพ็ง ลามคำ ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นายปรีชา ศิริผลา ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวปิยวรรณ ทะแพงพันธ์ ขนส่งจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้แทนท้องถิ่น และประชาชนที่มีบทบาทต่อการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์รูปแบบโครงการรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ทั้งนี้เพื่อประชาสัมพันธ์ชี้แจงขอบข่ายและขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ ผลการจัดทำแผนแม่บทและร่างการจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระยะที่ 2 (พื้นที่ศึกษาจังหวัดบึงกาฬ) โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการ นายสุเทพ เวชสาร สถาปนิกผังเมือง และ นางสาวจุฑาทิพย์ ปทุมมาส นักผังเมือง กล่าวให้ข้อมูลรับข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมของโครงการ

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ขอให้ผู้แทนทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ได้ช่วยระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้มีความเหมาะสม มีระบบบริการขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์และได้มาตรฐานเหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ในภาพรวมอื่นๆ สามารถสนับสนุนการพัฒนาทางธุรกิจของประเทศอย่างยั่งยืน จึงขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดี

จากผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรมหาชน ผู้นำชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉืยงเหนือตอนอนบน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ
นายพิสิษฐ์ ชีวะพัฒน์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องมาจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ มีที่ตั้งโดดเด่นในการเป็นจังหวัดที่เชื่อมต่อประตูสู่อาเซียน

ไปยังประเทศลาวและเวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพและการผจญภัยที่งคงาม สามารถเดินสะดวกสบาย โดยทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวจากเหตุผลข้างต้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เพื่อรองรับการเจริญเติบโตดังกล่าว รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาจึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเจียงเหนือตอนบน 1 และใด้รับการจัดสรรรบประมาณ เพื่อว่าจ้างผู้ให้บริการทำงทำงานศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียต

โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ให้เกิดการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของชุมขนให้เป็นมาตรฐาน มีความเป็นระเบียบสวยงาม ปลอดภัยและเป็นเมืองน่าอยู่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ดียั่งยืนสืบไป ซึ่งในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างกว้างขวาง ที่ปรึกษาโครงการได้รับไปพิจารณาออกแบบเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จะนำเสนอในที่ประชุมในรอบถัดไป ทางด้านนายบุญธรรม ลวิราช กำนันตำบลนาแสง กล่าวว่า เดิมทีบ้านนาคำแคน หมู่ 3 และบ้านนาคำแคนพัฒนา หมู่ 6 เป็นชุมชนเดียวกัน ตอนนี้ชุมชนหนาแน่น และประชากรมากขึ้น การนำเสนอและออกแบบโครงการนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างจะพอใจ แต่อยากจะเพิ่มเติมคือซุ้มประตูหน้าโรงเรียนภูทอกวิทยา ส่วนถนนที่จะปรับปรุงอยากให้เพิ่มท่อระบายน้ำทั้งสองฝั่ง เพื่อรองรับชุมชนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับการพื้นที่ดำเนินการโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่ภูทอก วัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เหมาะสมต่อการรองรับการท่องเที่ยวระดับประเทศ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ กระตุ้นให้ประชาชนในท้องถิ่นตระหนัก และมีจิตสำนึกด้านชาติพันธ์ และถิ่นกำหนด

ระยะกลาง 2 ได้แก่ โครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำโขงด้านเหนือมีขอบเขตติดฝั่ง สปป.ลาว ทิศใต้ติดกับชุมชนบ้านสะง้อ ชุมชนบ้านหอคำเหนือ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับกิจกรรม และการใช้งานของคนในชุมชน เป็นที่ที่แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี และระยะกลาง 3 โครงการพัฒนาพื้นที่ และปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเดินเท้าเมืองบึงกาฬ เชื่อมโยงพื้นที่ริมน้ำ ให้เป็นเมืองน่าเดิน ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณชุมชน ได้แก่ ชุมชนวิศิษฐ์ ชุมชนบึงกาฬเหนือ ชุมชนบึงกาฬกลาง ชุมชนบึงกาฬใต้ ชุมชนศรีโสภณ และชุมชนบึงสวรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้ถนน หรือ ทางเท้าสัญจร มีความปลอดภัย มีทัศนียภาพที่งดงาม ไร้สิ่งกีดขวาง หรือบดบังภูมิทัศน์ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ชลบุรี 2025แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายกเมืองพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 นายจิราธิวัฒน์ ศุภรัตนเสรี ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 นำกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 เข้าคาราวะนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา และนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการเมืองพัทยา ในโอกาสที่กองประกวดมาเก็บตัว

ด้วยกองประกวดมิสแกรนด์ชลบุรี 2025 และแมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชันแนล 2024 ได้เล็งเห็นความถึงสำคัญของการจัดการประกวดที่จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ของจังหวัดชลบุรี เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยกระแสนิยมของการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์
การท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี จากการจัดกิจกรรมการประกวดมิสแกรนต์ชลบุรี 2025 และ แมนฮอต สตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมทั้งหมดจะจัดขึ้นที่เมืองพัทยา และชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือได้ว่าเมืองพัทยาและบางแสน เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชลบุรี

ด้วยเหตุผลนี้จึงจัดกิจกรรมเก็บตัวขึ้นที่เมืองพัทยาและการประกวดที่บางแสน เพื่อเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยาให้ทราบโดยทั่วกันว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นนี้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากส่วนราชการเมืองพัทยาและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีทรงเปิดงาน โครงการหลวง 2567 ” ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Royal Project Interbational Conference: From Alternative Development to Sustainable Development Goals และ

งานโครงการหลวง 2567 “Hats on Hills ห่มเขาด้วยเงาไม้ ใต้ร่มพระบารมี 55 ปี โครงการหลวง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พร้อมด้วย นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพสกนิกร เข้าร่วมรับเสด็จ ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่…

บริษัทออแกไนซ์จัดงาน ขายพื้นแพงๆ เดือดร้อนผู้เช่า งานกาชาด จ.เชียงราย 25 มค. ถึง 5 กพ. 2568

.ที่นี่เชียงรายกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่จังหวัดเชียงรายบริษัทออแกไนซ์จัดงานโดยมีการใช้พื้นที่ส่วนรวมจัดล็อคขายของเกินความเป็นจริงทำให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เชียงรายที่ทำการประกอบการค้าขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวและที่ผ่านมาต้องประสบภัยน้ำท่วมทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสโดยหวังว่าจะได้โอกาสจัดงานประเพณีประจำปีเป็นช่องทางหารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ขายของ

ได้สืบเนื่องจากผู้ประกอบการนอกพื้นที่มาดำเนินการและผูกขาดในงานแต่ละครั้งที่ผ่านมาและมีการแบ่งพื้นที่ขายของในราคาสูงเกินความเป็นจริงสร้างความเดือดร้อนกับพ่อค้าแม่ค้าชาวเชียงรายยากจนและทุนน้อยในพื้นที่ถูกปิดกั้นโดยปริยายตัวอย่างเช่นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างถิ่นได้ใช้พื้นที่ในส่วนของสนามฝึกรดตั้งเวทีคอนเสิร์ตจำหน่ายเหล้าเบียร์ใช้พื้นที่ถนนและลานออกกำลังกายบริเวณเดียวกันที่ผู้รับเหมาส่งมอบพื้นที่ให้กับเทศบาลนครเชียงรายเป็นสมบัติส่วนรวมทุกคนมาจับล็อคขายของ

ในราคาเมตรละ 4-5,000 บาทนอกจากนี้ได้ซอยแบ่งให้กับผู้รับเหมาอีกทอดหนึ่งนำไปจัดเพราะในราคาสูงทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายบางรายต้องทนกับการเช่าล็อคแบบจำใจไม่มีทางเลือกอื่นมีประการหนึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตผู้เช่าพื้นที่ราชการไปนั้นไม่มีหน่วยงานใดออกมาชี้แจงเงินรายได้โดยเฉพาะเทศบาลนครเชียงรายแต่ละปีที่ผ่านมาโดยมีการชี้แจงบ้านเงินค่าเช่าเหมางานได้ตกอยู่

ในหน่วยงานใดและได้ขออนุญาตจัดงานจากหน่วยงานใดใครเป็นผู้รับผิดชอบรวม ถึงจอดรถหน่วยงานใดรับผิดชอบอันหนึ่งมีคนมีสี.เข้าไปเกี่ยวข้องอ้างตัวเป็นผู้รับเหมางานและอ้างตัวเป็นผู้รับผิดชอบมักอ้างคำว่านายไม่ทราบว่าเป็นผู้มีอำนาจใดๆดำเนินการใช้ระยะเวลานานผิดปกติเกินประเพณีทั่วไปในการจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินความเป็นจริงสืบเนื่องจากเพราะขายของแพงสินค้าก็ต้องแพงไปด้วยใช่หรือไม่ดังนั้นประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมาเป็นประเพณีที่ให้ความสุขแต่สร้างความทุกข์มากกว่าสร้างความสุขส่งผลกระทบต่อกระเป๋าของประชาชนทราบว่าเงินเหมางานมียอดสูงถึง 4 ล้านบาท

ก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่มือใครข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจสั่งการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าในขณะนี้มีผู้รับเหมาจากนอกพื้นที่เข้ามารับจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชงานกาชาดประจำปี 68 และมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 25 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568

มีการลงสื่อออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยโดยถือว่ามีการปิดกั้นคนจังหวัดเชียงรายและประชาชนในพื้นที่บั่นทอนขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมากหรือว่าคนเชียงรายไม่ได้รับความเป็นธรรมกับเรื่องดังกล่าว..พร้อมด้วยผู้จัดงานหรือผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ส่งหนังสือไปยังผู้ว่าจังหวัดเชียงราย…โดยมีนายประเสริฐจิตรพลีชีพรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นคนรับเรื่องดังกล่าว …และหาแนวทางแก้ไขต่อไปเท่าที่ทราบมาว่างานนี้ผู้ได้รับความเดือดร้อนบอกว่าไม่ได้มีการประมูลงานใดๆทั้งสิ้น.
..#สมจิตร แสงบัลลังก์
..ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 จับยาเชิงรุก ยึดยาบ้าเกือบ 25 ล้านเม็ด ไอซ์พุ่ง 1.19 ตัน

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เปิดสถิติการจับกุม ตรวจยึดยาเสพติดในรอบ 2 เดือน (1 ต.ค.- 30 พ.ย.67)

พบมีการจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดี 366 ราย ถือเป็นวาระเร่งด่วนของ กองทัพภาคที่ 2 ได้ขับเคลื่อนทุกมิติอย่างจริงจังในด้านการปราบปราม ซึ่งมี นบ.ยส.24 เป็นหน่วยงานหลักในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับมาตรการการปราบปราม มีผลการปฏิบัติงานรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 24,855,578 เม็ด โดยปริมาณการตรวจยึดยาบ้า เดือนตุลาคม 2567 จำนวน 8,015,037 เม็ด ในเดือนพฤศจิกายน 16,840,541 เม็ด (โดยมียอดการตรวจยึดยาบ้าเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม

จำนวน 8,825,504 เม็ด) ส่วนไอซ์ ตรวจยึดของกลางได้ 1,193.55 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการตรวจยึดไอซ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2567 จำนวน 648 กิโลกรัม ในเดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวน 545.548 กิโลกรัม (โดยมีการตรวจยึดไอซ์ลดลงจากเดือนตุลาคม จำนวน 102.452 กิโลกรัม)


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารราชการ ของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน นบ.ยส.24 จึงได้ประสานความร่วมมือ กับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดภาคอีสาน

เพื่อบูรณาการ การทำงานอย่างเป็นระบบ และสร้างการรับรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ให้ทราบถึงปัญหาและเป้าหมายที่ต้องการ คือการปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ลดความรุนแรงของอาชญากรรมทุกประเภท และสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนกองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อธิบดีกรมทางหลวงชนบท มอบนโยบายหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด

แชร์เนื้อหานี้

(1 ธ.ค.67) นายมนตรี เดชาสกุลสม อธิบดีกรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วยนายวีรเดช ชีวาพัฒนานุวงศ์ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท (ด้านสำรวจและออกแบบ) ลงพื้นที่ประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานและแนวทางในการปฏิบัติงานของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่) และแขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในสังกัด ซึ่งประกอบด้วย ขทช.เชียงใหม่ ขทช.ลำพูน ขทช.ลำปาง และ ขทช.แม่ฮ่องสอน

โดยได้รับฟังการเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และแผนดำเนินงานโครงการในอนาคต พร้อมมอบนโยบายให้แก่บุคลากรในเรื่องการบริหารงาน ความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง การรับมือช่วยเหลือประชาชนในช่วงอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงได้กำชับในเรื่องการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ตลอดจนได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่อีกด้วย

จากนั้น อธิบดีฯ ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณโดยรอบสำนักงานฯ อาคารทดสอบวัสดุ ซึ่งการตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบท (ผส.ทช.) นายธันว์ สินธวาลัย ผส.ทช.ที่ 8 รักษาราชการแทน ผส.ทช.ที่ 10 พร้อมวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม/ส่วน และผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ให้การต้อนรับและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวม..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอใจแก้ไขเกิดอุทกภัยแม่สาย และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกพม่ายิงเรือประมง

แชร์เนื้อหานี้

ภารกิจนายกรัฐมนตรีที่แม่สาย นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พอใจการแก้ไขป้องกันการเกิดอุทกภัยที่แม่สาย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ถูกยิงเรือประมง นายกรัฐมนตรียังย้ำกับสื่อมวลชนด้วยว่า สามีเป็นใต้จะละเลยไม่สนใจน้ำท่วมภาคใต้ได้อย่างไร

วันนี้(1ธค67) นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามแผนการขุดลอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับเรือประมงไทย ว่า เท่าที่ได้รับรายงานล่าสุดบาดเจ็บ 2 เสียชีวิต 1 และถูกจับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประสานงานอยู่ โดยหลักการคือไทยไม่ส่งเสริมความรุนแรง ซึ่งประเด็นนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อธิบายเพิ่มเติมว่า

ทางทหารได้ทำการประท้วงไปแล้ว และได้ขอเรือของเราและคนไทยกลับมา ขณะที่นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า วันจันทร์นี้จะเชิญทูตเมียนมามาที่กระทรวงฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอให้ปล่อยตัวคนไทยโดยเร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่แม่สายว่า วันนี้มีความคืบหน้ามากแล้ว มาครั้งก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้

กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกำลังดำเนินการ ที่แม่สายลำพังน้ำไม่เท่าไรปัญหาหนักคือมีดินโคลน ซึ่งตามแผนการป้องกันจะมีการป้องกัน จะเร่งดำเนินการ โดยปีหน้าป้องกันได้แน่ แต่ระยะยาวก็ต้องทำกันต่อเนื่อง ส่วนจะมีการเวนคืนบ้านเรือนราษฎรหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่กำลังสำรวจเพื่อให้ชัดเจนและจะต้องดูเป็นรายๆไป

ส่วนดราม่าเรื่องการละเลยน้ำท่วมภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า สามีตนเป็นชาวใต้จะละเลยคนใต้ได้อย่างไร ตั้งแต่วันเกิดเรื่องมีรองนายกลงพื้นที่ไปช่วยเหลือดูแลแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้อยู่แล้ว ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ นั้น รัฐบาลจะนำเอาประสบการณ์จากการช่วยเหลือประชาชนในภาคเหนือไปปรับใช้กับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ด้วย และถ้าพิจารณาแล้วว่าเหมาะสมตนจะลงไปติดตามการช่วยเหลือประชาชนและการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอีกครั้ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันอุทกภัยที่แม่สายนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบว่า ได้ติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติจำนวน 4 จุด กำหนดให้อยู่ในฝั่งเมียนมา 3 จุดคือ บ้านใจคาดา บ้านดอยต่อคำและสะพานบ้านสบสาย ส่วนฝั่งไทยมี 1 จุดคือตรงสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อให้สามารถเตือนภัยได้

ส่วนการขุดลอกแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก และทำพนังกั้นน้ำ ขณะนี้ตัวแทนทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาทำการสำรวจหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะดำเนินการได้แล้วเสร็จในเดือน พ.ค.2568 หรือก่อนฤดูฝนปี 2568 ทั้งนี้จะมีการขุดลอกแม่น้ำสายเป็นะระยทาง 14.45 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมด 15 กิโลเมตร ส่วนแม่น้ำรวกมีการขุดลอก 30.89 กิโลเมตร

จากระยะทางทั้งหมด 44 กิโลเมตร จะมีการสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันน้ำหลากและโคลนริมแม่น้ำสายระยะทาง 3.96 กิโลเมตรอีกด้วย ซึ่งต้องมีการเวนคืนที่ดินตลอดแนวทำพนังด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ระบบทั้งหมดมีการทดสอบช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวบูรณาการ บรรจุกระสอบทราย พร้อมมอบถุงยังชีพ / ฉก.ตร.นราธิวาส 93 -ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ มอบน้ำดื่ม ผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรจุกระสอบทรายพร้อมมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทั้งนี้ตามข้อสั่งการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.ภพพล จักกะพาก ผบก.ทท.3 มอบหมายให้ กก.3 บก.ทท.3 และ ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 นราธิวาส ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุน แจกจ่าย อาหาร และน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

พ.ต.อ.กฤษณัฐ มนัส ผกก.3 บก.ทท.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ อนุสามัญสกุล รอง ผกก.3 บก.ทท.3 , พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ สงคง สว.ส.ทท.3 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจเขตตรวจที่ 1 สุไหงโก – ลก ได้ดำเนินลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส

โดยได้เดินทางมาพบ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก – ลก เพื่อร่วมบูรณาการในการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทภัยน้ำท่วม พร้อมกับร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยอาสาฯสมัครฝ่ายปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลสุไหงโก – ลก อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว

โดยร่วมบรรจุกระสอบทราย มอบถุงยังชีพเพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อีกทั้งได้ดำเนินการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์น้ำท่วม ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ พร้อมช่วยขนย้ายสิ่งของไปยังตามโรงแรมต่างๆมาไว้บนที่สูง ในพื้นที่ อ.สุไหงโก – ลก จ.นราธิวาส

ฉก.ตร.นราธิวาส 93 ร่วมกับ ทสปช.เมืองนราธิวาส ส่งธารน้ำใจ
มอบน้ำดื่มแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส

วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทศม ม่วงเกษม ผบ.ฉก.ตร.นราธิวาส 93 พ.ต.ต.หญิง จิลลาวัณย์ เบ็ญมุสตาส หัวหน้า ฝอ.5 ได้มอบหมายให้ ชุด ชป.กร.ฉก.ตร.นธ 93 พร้อมด้วยชุดไทยอาสาป้องกันชาติเมืองนราธิวาส ส่งมอบกำลังใจให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากเหตุการณ์อุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยเดินลุยน้ำลงพื้นที่บ้านยาบี ม.1 ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ มอบน้ำดื่ม เพื่อคลายความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ในส่วนของสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ และคอยสอดส่องดูแลประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เนื่องจากมวลน้ำจากอำเภอระแงะกำลังสมทบเข้าสู่อำเภอเมืองนราธิวาส

อย่างไรก็ตามจากการประกาศของจังหวัดนราธิวาสเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติที่กำลังสมทบเข้ามาพร้อมกับมรสุมที่กำลังเข้าสู่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยคอยประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัย และ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและตัวเจ้าหน้าที่เอง
///////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดยิ่งใหญ่! งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 นักท่องเที่ยวไทยเทศทะลัก

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 29 พ.ย.67 ที่ปะรำพิธีชายหาดพัทยากลาง นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 อีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกที่เมืองพัทยาคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า งานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาได้รับดารตอบรับอย่างดีจนได้หลายรางวัลระดับนานาชาติ เมืองพัทยามุ่งมั่นตั้งใจจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพครบถ้วนทุกมิติ และงานเทศกาลพลุก็ถือเป็นความภูมิใจที่ประสบความสำเร็จมาทุกปี

ทั้งนี้ สำหรับในคืนแรกของงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2024 เป็นการแสดงพลุจากประเทศเซอร์เบียร์ ฮ่องกง เยอรมัน และอังกฤษ พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินมาสร้างสีสันความคึกคัก