คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แสดงความยินดี รอง ผบก.สส.ภ.2 คนใหม่ / “อาจารย์เมย์” ซินแสฮวงจุ้ยดังจัดทริปบุญไหว้พระเสริมดวงแบบ Exclusive / เปิดตัวโปรเจ็กต์ ‘รพ.กระดูกและข้อแห่งแรกในพัทยา’/ป.ป.ช. ชลบุรี จัดโครงการเสริมสร้างวินัยและพัฒนาจริยธรรมให้บุคลากรแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 มี.ค.68 ที่กองกำกับการปฎิบัติการพิเศษ ภาค 2 ชลบุรี  ได้จัดให้มีพิธีส่งมอบหน้าที่ ให้ พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ขึ้นดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.สส.ภ.2 โดยมีกลุ่มมวลชน และข้าราชการตำรวจในสังกัดกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ได้ร่วมมอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจ 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.นิทัศน์ รอง ผบก.สส.ภ.2 ได้กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ฝึกอบรมด้านการป้องกันอาชญากรรม กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธร ภาค 2 และได้สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเจ้าที่เจ้าทางของสนามยิงปืนบูรพา 491 และพิธีส่งมอบหน้าที่ตามลำดับ

พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ รอง ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า ในโอกาสที่ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้การสืบภาค 2 ตนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ยกระดับหน่วยงานในสังกัด ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และพร้อมให้บริการประชาชน ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่กำลังพลทุกนาย สร้างความยอมรับเชื่อถือ รวมทั้งดำเนินการบริหารงานอย่างเป็นธรรม

“อาจารย์เมย์” ซินแสฮวงจุ้ยดังจัดทริปบุญไหว้พระเสริมดวงแบบ Exclusive

มีรายงานว่า อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยแก้ดวงชื่อดัง ได้จัดทริปไหว้พระเสริมดวงแบบ Exclusive โดยพาลูกศิษย์และกัลยาณมิตรเดินทางไปไหว้พระ 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตลอดการเดินทางควบคู่ด้วยการให้ความรู้เรื่องศาสตร์ด้านฮวงจุ้ย แบบใกล้ชิด

โดยช่วงเช้าทางคณะได้เริ่มจากศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานครฯ เพื่อขอโชคลาภเทพพระคลังมหาสมบัติ ปักเสาชีวิต จากนั้นได้ไปที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วมรกต เพื่อปฏิบัติสมาธิ เสริมศีลและปัญญา ก่อนเดินทางไปยัง วัดอรุณราชวราราม เพื่อปฏิบัติพิธีลอดพระแท่นปัดเป่าเคราะ์กรรม ล้างพลังลบ คุณไสยมนต์ดำ

จากนั้นในช่วงบ่าย ได้ไปที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เพื่อกระทำพิธีปัดตัวแก้ชง ฝากดวงกับเทพเจ้า ต่อด้วยวัดทิพย์วารี เพื่อปฏิบัติพิธีแก้เคล็ดเสริมดวง และกราบสักการะพระแม่ธรณี ชมพระปรางวัดอรุณฯ และบรรยากาศอาทิตย์อัสดงริมแม่น้ำเจ้าพระยา และปิดท้ายด้วยการร่วมทำบุญโลงศพ ที่วัดหัวลำโลง พระอารามหลวง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาทำบุญ
ที่สำนักงานมูลนิธิร่วมกตัญญูที่อยู่ภายในวัดกันเป็นจำนวนมาก

อาจารย์เมย์ ดร.จินต์วยา เบญญจินดาพิศุทธ์ ได้นำกล่าวคำอธิษฐานตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำเทคนิคการทำบุญให้ได้บุญสูงสุด โดยได้อธิบาย เคล็ดลับการทำบุญอย่างถูกต้อง เพื่อให้บุญส่งผลโดยตรง นอกจากช่วยเหลือผู้ล่วงลับ การทำบุญโลงศพยังช่วย ต่อชะตาชีวิต เสริมบารมี ให้ผู้ที่ทำบุญต่อไปด้วย

เปิดตัวโปรเจ็กต์ ‘โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งแรกในพัทยา’ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวภาคตะวันออก รับสังคมผู้สูงอายุขยายตัว

พัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เตรียมก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพดี (Healthy City) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโครงการ ‘Ease Orthopedic Hospital’ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อแห่งใหม่ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสองนักธุรกิจในพื้นที่ ได้แก่ นายเฉลิมพล โขนแจ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านอำเภอโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท คราฟเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ ultra luxury และนางสาวพรพนา รัตนเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารธุรกิจโรงแรมในเครือแอล เค กรุ๊ปพัทยา ร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกและรองรับความต้องการด้านสุขภาพของประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โครงการ Ease Orthopedic Hospital พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในภาคตะวันออกและนักท่องเที่ยว ด้วยบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ง่าย ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย รวมทั้งการตรวจสุขภาพ (Health Check-up) ผ่านศูนย์ “Check Station” โดยมุ่งเน้นการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเสื่อม ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีอัตราการเติบโตสูงในพื้นที่ภาคตะวันออก ตลอดจนผู้ที่ต้องการป้องกันปัญหาโรคทางกระดูกและข้อ นักกีฬาที่ต้องการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ กลุ่มวัยทำงานที่เผชิญกับปัญหาออฟฟิศซินโดรม โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด “Integrated Care & Value-based Care” ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการรักษาและประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

นายเฉลิมพล โขนแจ่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านอำเภอโฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท คราฟเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับ ultra luxury กล่าวว่า “พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพ ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อกับภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา และโครงการ EEC อีกทั้งยังได้รับการยอมรับให้เป็นเมืองกีฬา (Sport City) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมเป็นคนพัทยา เติบโตและอาศัยอยู่ที่นี่ จึงเข้าใจและเห็นการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาของเมืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงโอกาสในการพัฒนาเมืองพัทยาผ่านการดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่

การสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางกระดูกและข้อแห่งนี้ จะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ สามารถป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างครบวงจร โครงการ Ease Orthopedic Hospital ไม่เพียงช่วยยกระดับระบบสาธารณสุขในพื้นที่ แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น ผู้สูงอายุที่พำนักระยะยาวในพัทยา รวมถึงชาวต่างชาติที่มาพักอาศัยและทำงานในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลก”

นางสาวพรพนา รัตนเชษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือแอล เค กรุ๊ปพัทยา กล่าวถึงความสำคัญของพัทยาในฐานะศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภาคตะวันออกว่า “เราเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักอาศัย และกลุ่มผู้สูงอายุจากต่างประเทศมาเกษียณในไทยที่มาพำนักอยู่ในเมืองพัทยา จึงอยากนำความเชี่ยวชาญที่เรามีในด้านการให้บริการในธุรกิจโรงแรม มาต่อยอดสู่การให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพให้แก่ผู้รับบริการทุกคน โดยเน้นการให้บริการเชิงป้องกัน เช่น โปรแกรมตรวจสุขภาพและส่งเสริมสุขภาพที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้รับบริการที่ตอบโจทย์และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว”
Ease Orthopedic Hospital โดดเด่นด้วยบริการทางสุขภาพที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากลกับความใส่ใจในการบริการสไตล์โรงแรม (Hospitality Service) โดยทีมแพทย์เฉพาะทางร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและไว้วางใจได้ โดยจะก่อสร้างบนพื้นที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนนเพนียดช้าง ย่านพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569

ป.ป.ช. ชลบุรี จัดโครงการเสริมสร้างวินัยและพัฒนาจริยธรรมให้บุคลากรแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

ที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ จ.ชลบุรี นายกิจติพงค์ ขลิบแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้กลุ่มงานป้องกันการทุจริตเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างวินัยและพัฒนาจริยธรรม การรักษาวินัย รวมทั้งการป้องกันมิให้กระทำผิดวินัย โดยมีบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ในโอกาสนี้ กลุ่มงานป้องกันการทุจริตได้บรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “มาตฐานทางจริยธรรม 7 ประการ” ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมจำนวนทั้งสิ้น 75 คน

กิจกรรมโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยให้ความสำคัญกับการดำรงตนภายใต้กรอบมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สว.มาเรีย ลงพื้นที่สะพานข้ามแยกแสงอรุณ หลังได้รับการประสานจากผู้นำและชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างสะพานข้ามแยก ถ.เพชรเกษม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายก อบต.แสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำในพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างสะพานข้ามแยกยูเทิร์นกลับรถ บ้านแสงอรุณ ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก หลังได้รับการร้องขอแก้ไขว่า ช่วงถนนเพชรเกษมเลนคู่กับสะพาน ฝั่งขาขึ้น กทม. ที่จะเลี้ยวเข้าบ้านไร่ใน แบบโครงการเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ถนนจะมีความลาดชันต่ำกว่าถนนสายรอง ประมาณ 1.50 เมตร รถเล็กอาจไม่สามารถ ขึ้น-ลง ได้ตามปกติ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และผู้ปกครองที่มา รับ-ส่ง บุตรหลานจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมรับคำชี้แนะจากนายช่างผู้ควบคุมงานบริเวณจุดดังกล่าว

ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4 สาย บ.ห้วยยาง – อ.บางสะพาน (4 ช่องจราจร ) สัญญาที่ สท.1/10/2566 ลงวันที่ 25 เมษายน 2566 วันเริ่มต้นสัญญา วันที่ 26 เมษายน 2566 วันสิ้นสุดสัญญา วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้รับจ้าง บริษัท เอ็ม.ซี. คอนสตรัคชั่น (1979) จำกัด ออกแบบโดยสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงควบคุมงานโดย สำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง ซึ่งหากทำตามแบบแปลนการก่อสร้างจะทำให้ถนนสายรองแยกเข้าบ้านไร่ใน จะมีความชันสูงเนื่องจากถนนเพชรเกษมจะต่ำลง ชาวบ้านเกรงได้รับอันตราย จึงขอให้ทาง กรมทางหลวงแก้ไข้แบบแปลนหรือทำถนนให้รับกับทางสายรองได้ไหม

ด้าน นายกวีวัฒน์ รุจิรปัญญานนท์ ผู้บริหาร หจก ตรงตวงปิโตรเลียม ซึ่งมีปั้มน้ำมันอยู่ช่วงขาลงสะพานข้ามแยกฝั่งขาขึ้น กทม.มีหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีการดำเนินการก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 ตำแหน่ง กม. 340+770 ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับเปลี่ยน เบี่ยงทางจราจรหน้า PTT Station ประมาณ 200 เมตร และทราบว่าโครงการมีแผนจะสร้างเกาะทางเท้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน

หจก.ตรงดวง ปีโตรเลียม ในส่วนนี้จึงขอให้พิจารณายกเลิกการสร้างเกาะทางเท้าหน้าสถานีบริการน้ำมัน หจก.ตรงตวงปีโตรเลียม หรือให้ทำเป็นก้างปลาจะดีกว่า โดยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ได้มีการตรวจรับงานโครงการบางส่วน ประธานโครงการ ได้รับปากว่าจะแก้ไขปรับปรุง ณ ปัจจุบันยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใด ๆ จึงแจ้งทางศูนย์ดำรงธรรรมเพื่อเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสะพานข้ามแยก ทล.4 บ.ห้วยยาง-บางสะพาน ตำแหน่ง กม. 340+770 มาตกลงแบบการก่อสร้างเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะทำการแก้ไขได้อย่างไร

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบปัญหา ได้ลงพื้นที่ดูพบว่าการก่อสร้างของกรมทางหลวงนั้นมีประโยชน์ต่อชาวบ้าน แต่อยากให้กรมทางหลวงปรับแก้ไขเรื่องแบบแปลนการก่อสร้าง ให้สัมพันธ์เข้ากับสภาพปัญหาในพื้นที่ ให้กับชาวบ้านที่ต้องใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน โดยเบื้องต้นจะประสานไปทางกรมทางหลวงเพื่อหาแนวทางแก้ไขและปรับแปลนแบบได้แค่ไหน
//////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ญาติร่ำไห้แทบขาดใจ “เผาหมู่” เหยื่อรถบัสมรณะ 18 ศพ ความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (1 มีนาคม 2568) ที่วัดป่าวิเวกธรรมคุณ วันนี้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตและประชาชนทยอยเข้าร่วมพิธีฌาปนกิจศพเหยื่ออุบัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำที่ปราจีนบุรี โดยเวลา 14.30 น.

มีพระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ประธานฝ่ายสงฆ์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆารวาส พร้อมด้วย นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมอาลัยฌาปนกิจศพ 13 ราย

โดยพิธีญาติและชาวบ้านได้จัดตามประเพณีเผาศพโบราณ ที่ชาวบ้านภาคอีสานเรียกว่า เผาด้วยกองฟอน หรือเชิงตะกอน ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานกว่า 3,000 คนส่วนที่วัดวิเวกพัฒนาราม ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ได้มีพิธีฌาปนกิจในช่วงสายของวันนี้เช่นเดียวกัน และในวันที่ 2 มี.ค. มีพิธีฌาปนกิจ 1 ราย เวลา 14.00 ที่วัดบ้านหนองกุงพัฒนา ต.พรเจริญ อ.พรเจริญ

ขณะที่ทางญาติต้องการให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติพร้อมๆ กัน จึงจัดพิธีเผาศพด้วยกองฟอน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน บางคนร้องไห้แทบขาดใจ

และบางรายได้แต่กอดโลงศพร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เนื่องจากต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุด เพราะผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะครั้งนี้ มีจำนวนมากถึง 18 คน และทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน อีกทั้งบางครอบครัวมีผู้เสียชีวิตเกือบทั้งสองสามีภรรยา

ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต เดินทางมาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้ายกว่า 3,000 คน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบึงกาฬเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 096146432

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /กรมป่าไม้ เปิดยุทธการ พิทักษ์ผืนป่าตะวันออก /อ.ขุนตาล จัดพิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร #มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่ามีการบุกรุก ยึดถือครอบครอง เข้าทำประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยว

สืบเนื่องจากการร้องเรียน/แจ้งเบาะแส และการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ ในท้องที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด พบว่ามีการบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการเกษตรปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะทุเรียน และยางพารา

อยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดดำเนินคดี ไปแล้วกว่า 15 คดี เนื้อที่กว่า 2,250 ไร่ ซึ่งเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงการลงพื้นที่ติดตาม ศึกษา และให้คำแนะนำของคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 กรมป่าไม้ โดยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำโดยนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุด ร่วมกับ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) หน่วยงานในสังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) และ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นำโดย พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.กก.2 เปิดยุทธการ “พิทักษ์ผืนป่าตะวันออก” เพื่อร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในท้องที่จังหวัดจันทบุรี ที่คาดว่าจะมีการบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง และเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 10 จุด เนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ตรวจยึดคืนพื้นที่ป่าเนำกลับมาฟื้นฟูสภาพป่า และหยุดยั้งการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ และจะขยายผลไปในท้องที่จังหวัดตราด ต่อไป

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง เพื่อทำสวนทุเรียน ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าตกพรม ท้องที่ หมู่ที่ 4 บ้านโชคดี ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 แปลง ดังนี้

แปลงที่ 1 ตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกบุกรุกปลูกทุเรียน เนื้อที่ 2-1-40 ไร่ พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย แปลงที่ 2 ตรวจยึดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกบุกรุก แผ้วถาง โดยนำเครื่องจักรกลหนักเข้ามาปรับพื้นที่ และมีการทำไม้ขนาดใหญ่ เพื่อปลูกทุเรียน และยางพารา เนื้อที่ 63-0-08 ไร่

ซึ่งผู้ต้องสงสัยเพศชาย ได้อาศัยความชำนาญพื้นที่ขับรถมอเตอร์ไซค์วิบากหลบหนีเจ้าหน้าที่ออกไป จึงมอบหมายเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตกพรม จ.จันทบุรี ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 และ ชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 26/4 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี และมาตรา 69 เพื่อดำนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเป็นการต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจต่อไป..

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิด โครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับสถานีดำรวจ เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ของ ภ.จว.เชียงใหม่

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.หน.สถานี ในสังกัด ภ.จว.เชียงใหม่,

ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้ารับการอบรม จำนวน 400 คน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมฯ ณ อาคารศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่…

อำเภอขุนตาล #จัดพิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ #พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร #มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2568

วันนี้ (27 ก.พ. 68) #นายนรศักดิ์ #สุขสมบูรณ์ #รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2568 ที่บริเวณลาน

อเนกประสงค์ ศาลารอยพระบาท บ้านพญาพิภักดิ์ หมู่ที่ 13 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย #โดยมีนางพรจิตร #สุขสมบูรณ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย #นายอดิเรก #ไลไธสง #นายอำเภอขุนตาล #ส่วนราชการในพื้นที่ ประชาชน และหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

ซึ่งอำเภอขุนตาล กำหนดจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนากิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมประชาชนและกองกำลังทหาร ในพื้นที่อำเภอขุนตาล เมื่อ

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2525 และได้ทรงประทับรอยพระบาทของพระองค์ลงบนแผ่นปูนพลาสเตอร์ บนศาลาดอยพญาพิภักดิ์ บ้านพญาพิภักดิ์ หมู่ที่ 13 ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย อันนำมาซึ่งความสงบสุขบนพื้นที่แห่งนี้

พร้อมกันนี้ยังไม่มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงการออกร้านแสดงนิทรรศการของหน่วยงานในพื้นที่และการแสดงศิลปะวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย///

สมจิตร แสงบันลังค์ ภาพ/ข่าว ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เพราะรักต้องมี Why We Love” เปิดตัวรอบกาล่าทุกเสียงยืนยัน หวานซึ้ง อบอุ่นใจ เตรียมฉาย 27 กุมภาฯ นี้

แชร์เนื้อหานี้

ค่ายบลูแซมพิคเจอร์ ค่ายหนังน้องใหม่ อำนวยการสร้างโดย ณัฐธนาวรรน เพ็ญชาญวัฒนกิจ (เจ๊ใหญ่) และการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของ สำรวย รักชาติ กับภาพยนตร์รักโรแมนติกหวานซึ้งอบอุ่นใจ “เพราะรักต้องมี Why We Love” ถือฤกษ์ดีจัดงานเปิดตัวรอบกาล่า (รอบสื่อมวลชน) ณ เมเจอร์รัชโยธินซีนีเพล็กซ์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (24 กุมภาพันธ์ 2568)

“เพราะรักต้องมี Why We Love” เปิดเรื่องด้วยเรื่องราวของ น้ำแข็ง (หลิน-มาลิน) หญิงสาวอัจฉริยะที่จบ ปริญญาโท วิทยาศาสตร์ด้านชีวภาพ เธอฉลาด และเก่ง แต่ไม่เก่งเรื่องความรัก จนเธอได้มาพบ มีน (เข้ม-หัสวีร์) หนุ่มโปรแกรมเมอร์ที่มีปูมหลังด้านครอบครัว เมื่อทั้งคู่ถูกนัดหมายให้เจอกันจากการวางแผนของเพื่อนๆ เพื่อจับคู่ และการพบกันครั้งแรกก็ไม่ค่อยประทับใจกันสักเท่าไหร่ น้ำแข็ง ต้องดูแลหลานสาวกำพร้า เพราะพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และนั่นทำให้เขาและเธอได้พบกันอีกครั้ง?

ลบรรยากาศภายในงานรอบกาล่า เปิดตัวด้วยสองพิธีกรสายฮา ก๊อท-สุทธิรักษ์ ศรีทองกุล และ แป้งฝุ่น-สฤษดิ์ทอง ถอนโพธิ์ พร้อมเปิดตัวนักแสดงในเรื่องที่มากันเป็นคู่ ลาเต้-กฤษดา ธนากร, ด.ญ.อารยา จำเริญไพบูลย์ผล, นินิว-อนุธิดา สาระธนะ, ด.ช. ศรัณย์กร ไชยแก้ว, ผศ.ดร.นัชส์ณภัทร์ เจียมวิจิตร, ด.ญ.นลินนลิน่า เจียมวิจิตร, แซน-ปรานต์ จันทนะ, ด.ช. ศิวณัฐ ประเสริฐนู, ด.ช. ภาคิน วิริยกสิกร, ด.ช. ณภัทร ผลพานิชย์

จากนั้นเป็นคิวของ เล้ง-ณัฐพล นิลดอนหวาย, บิว-ลลิฉัตร์ วราวิโรจน์พล รวมทั้ง เจ๊ใหญ่-ณัฐธนาวรรนเพ็ญชาญวัฒนกิจ ผู้อำนวยการสร้าง, สำรวย รักชาติ ผู้กำกับภาพยนตร์, ก๊อต-สุทธิรักษ์ ศรีทองกุล, แป้งฝุ่น-สฤษดิ์ทอง ถอนโพธิ์, กิมจุ้ย-เอื้ออังกูร เพ็ญชาญวัฒนกิจ, หยก-พชรพร พงษ์สุวรรณ ปิดท้ายด้วยพระนางสุดฮอต เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล และ หลิน-มาลิน ชระอนันต์ ซึ่งเมื่อแต่ละคนปรากฎตัวก็เรียกเสียงกรี๊ดลั่นงานเลยทีเดียว!!!

หลังจากนั้นสองพิธีกรก็เรียนเชิญผู้อำนวยการสร้าง, ผู้กำกับฯ และนักแสดงนำของเรื่องร่วมพูดคุยถึงหนังเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน และอบอุ่น ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปหมู่บนเวที งานนี้มีเหล่าคนบันเทิงมาร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง อาทิ ต้อย แอคเนอร์ , โอริเวอร์ บีเวอร์, ณวัฒน์ อิสรไกรศรี , หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ, เบน-สันติราษฎร์

กุลนพเกียรติ, ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี, แชมป์-วรากร ศวัสกร, โน้ต-มหัศจรรย์ มาตศรี, ปาริชาติ วิวัฒน์อนันต์ , ภาคิน ฤกษ์สำรวจ รวมถึงเหล่าแฟนคลับ เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นหัวใจเป็นอย่างมาก “เพราะรักต้องมี Why We Love” หนังรักโรแมนติกที่จะสร้างความอบอุ่นในหัวใจ และเติมเต็มส่วนที่ขาดไปพร้อมกับเขาและเธอ 27 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์ เพราะรักต้องมี whywelove bluesampicture

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โศกเศร้า! ญาติรับร่าง 18 ผู้เสียชีวิตที่พรเจริญ เตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจ 1 มี.ค.

แชร์เนื้อหานี้

ร่างผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสตกเขาโทน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ถูกลำเลียงมาถึง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ แล้ว ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ครอบครัวและญาติพี่น้องรอรับศพด้วยความอาลัย

เมื่อเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างทั้ง 18 ศพลงจากรถ และจัดวางหน้าหีบศพภายในวัดป่าวิเวกธรรมคุณ ก่อนให้ครอบครัวเข้ายืนยันตัวตน จากนั้นพระสงฆ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมประกอบพิธีทางศาสนา

ด้านผู้ว่าฯ บึงกาฬ เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมหารือเรื่องมาตรการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมตรวจสอบข้อมูลประกันภัยของรถบัส ซึ่งพบว่ามีการทำประกันภัยทั้งแบบบังคับและสมัครใจ รวมถึงยืนยันว่ารถบัสเพิ่งตรวจสภาพเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับพิธีฌาปนกิจศพ กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม ณ วัดป่าวิเวกธรรมคุณโดยจะมีการฌาปนกิจรวม 13 ศพ ส่วนอีก 3 ศพจะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าวิเวกพัฒนา และวัดบ้านหนองกุงพัฒนาอีก 1 ศพ ขณะที่ผู้บาดเจ็บกว่า 20 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนาดีและโรงพยาบาลกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี.

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำ
รายชื่อผู้เสียชีวิต

  1. น.ส.ยุภาวดี สุวรรณโคตร 2.นางประภัสสร ทองปาน 3.น.ส.พิรานันท์ ภิรมย์จรัลฐาวร 4.นางทองอินทร์ จันทร์อ่อน 5.น.ส.อภิญญา บุตรวัง 6.นางเลียว ไชยเสนา
    7.น.ส.สุจิตตรา วิเศษทรัพย์ 8.น.ส.บัวเงิน สุดาบุตร 9.นางมะโยลี วงค์สุภา
    10.นางสมบุญ ธิพัน 11.นางสมหวัง พรหมพิทักษ์ 12.นางประหยัด เสียงล้ำ
    13.นางทองใบ สอนเชียงคำ 14.น.ส.ภานรินทร์ จ่าพบ 15.นางราตรี สบพันธ์ทอง
    16.น.ส.พิมพกานต์ พินทะเนาว์ 17.นายบุญโฮม จันทร์อ่อน
  2. นายทองใส​ พรหมเลิศ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมว.ทส. เปิด “บ้านเขียว” คืนชีวิตอาคาร 120 ปี สู่ศูนย์เรียนรู้การป่าไม้จ.แพร่ / @สถานีตำรวจภูธรปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

แชร์เนื้อหานี้

💦รัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ “บ้านเขียว” แหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ “บ้านเขียว” อาคารประวัติศาสตร์อายุ 120 ปี ภายใต้ชื่องาน “ฟื้นบ้านเขียว สู่อ้อมกอดชาวแพร่” โดยมีนายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานราชการ และประชาชนร่วมงาน ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสำรวจธรรมชาติและเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้ไทย

สำรวจพรรณไม้หายาก เรียนรู้เรื่องราวป่าไม้ล้านนา และการแสดงดนตรีในสวน นอกจากนี้ยังมี “กาดฮิมยม” ตลาดนัดวินเทจริมน้ำยม ที่รวบรวมงานศิลปะ หัตถกรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการบูรณะ

สำหรับ “บ้านเขียว” เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเป็นที่ทำการป่าไม้ภาคแพร่ของกรมป่าไม้สยาม โดดเด่น

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลผสมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตัวอาคารเคยผ่านการใช้งานและพัฒนาในหลายยุค ก่อนจะถูกรื้อถอนในปี 2563 และได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันโดยกรมศิลปากรและสมาคมสถาปนิกสยามฯ

เป็นเวลากว่า 2 ปี เพื่อคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมให้มากที่สุด และเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม 2567 ต่อมาภาคประชาชนได้เสนอให้อาคารหลังนี้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป่าไม้ ให้แก่นักเรียน นักศึกษา

ตลอดจนประชาชนทั่วไป สร้างจิตสำนึกร่วมกันเป็นพลังในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ภายใต้ชื่อศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่…สมจิตรแสงบันลังค์ ทีมข่าวบกรายงาน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 13.30 น.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน , นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายผะอบ บินสะอาด ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน , นายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย , พ.ต.อ.สำเร็จ สามสีทอง ผกก.สภ.ปาย , พ.ต.ท.วีรภัทร คำลาพิชรอง.ผกก.สภ.ปาย

 ร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงาน การแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปาย เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ณ ห้องประชุมอำเภอปาย ชั้น 2 หัวข้อที่ประชุมมีดังนี้ 
 1. เรื่องการประกอบอาชีพของชาวต่างชาติ เช่น เปิดร้านสัก เล่นดนตรี ขายของในตลาดถนนคนเดิน
 2. เรื่องการสันทนาการ เช่น ร้านจำหน่ายกัญชา ร้านบริการต่างๆ 
 3. เรื่องการกวดขันวินัยจราจรของชาวต่างชาติ
 4. เรื่องการแต่งกายไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติหลังกิจกรรมล่องห่วงยาง
 5. เรื่องสถานประกอบการและสถานบริการต่างๆ
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมได้มีประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสื่อโซเชียลที่มีการเผยเเพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เกินจริง มารอยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มตัวเเทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสื่อโซเซียลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลฯ โดยกลุ่มตัวเเทนประชาชนขอให้หน่วยงานราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่นำข้อมูลเป็นเท็จลงสื่อโซเชียลสร้างความเสียหายให้กับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน .

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / ทส. เร่งแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้ ส่งเสริมอาชีพ ปลูกป่า 3 อย่าง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวจ.น่าน ป้องกันอุทกภัยดินโคลนถล่ม

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปยังวิทยาลัยสงฆ์น่านนคร อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนชาวจังหวัดน่านได้อยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้บริหารกรมป่าไม้ เข้าร่วมงาน

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนพร้อมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานเร่งดำเนินการโดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั่วประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้กับประชาชน ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ

สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวันนี้กรมป่าไม้ได้อนุมัติพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ทั้ง 15 อำเภอ ในจังหวัดน่าน เนื้อที่ 968,344 ไร่ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวน 46,558 ราย ให้ได้อยู่อาศัยทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีตัวแทนมารับมอบสมุดประจำตัว จำนวน 1,000 ราย นอกจากพี่น้องประชาชนจะได้อยู่อาศัยทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วหน่วยงานต่างๆ ก็สามารถเข้าไปพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ พี่น้องประชาชนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาจังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าลดลงทุกปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2561 รัฐบาลได้มีคำสั่งเรื่องการบริหารพื้นที่รูปแบบพิเศษเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดน่าน หรือ โครงการน่านแซนด์บอกซ์

ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานภาครัฐ และนายบัณฑูร ล่ำซำ เป็นประธานภาคเอกชน คณะกรรมการน่านแซนด์บอกซ์ได้สนับสนุนการสำรวจแปลงที่ดินของราษฎรในจังหวัดน่านที่ทำกินในเขตป่าทั้งจังหวัด

นอกจากนี้คณะกรรมการน่านแซนบอกซ์โดยนายบัณฑูร ล่ำซำ ยังได้สนับสนุนจัดทำโปรแกรมพิมพ์สมุดประจำตัวมอบให้กรมป่าไม้เพื่อใช้จัดทำสมุดประจำตัวให้แก่ราษฎรทั้งประเทศ โดยจังหวัดน่านมีราษฎรถือครองทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 150,340 ราย เนื้อที่ 1,559,320 ไร่ และกรมป่าไม้ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเร่งรัดจัดทำสมุดประจำตัวมอบให้แก่ราษฎรทุกราย นอกจากนี้กรมป่าไม้ยังได้จัดทำระบบ “สมุดประจำตัวดิจิทัล” ในระหว่างรอเล่มสมุดประจำตัว ราษฎรสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อและแสดงสมุดประจำตัวผ่านโทรศัพท์มือถือได้

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากมอบสมุดประจำตัวให้ราษฎรในจังหวัดน่านได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ โดยในพื้นที่จังหวัดน่านดังกล่าวกรมป่าไม้ได้อนุมัติโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคให้มีการปรับปรุงถนน 28 โครงการ พัฒนาระบบไฟฟ้า 4 โครงการ และพัฒนาแหล่งน้ำ 11 โครงการ

เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้จังหวัดน่านยังได้เข้าไปสนับสนุนส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ราษฎร ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน โครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แนวทาง “ทำให้ ทำร่วม ทำเอง” “ทำให้” คือการทำแปลงสาธิตตัวอย่างให้ราษฎรได้ศึกษาเรียนรู้ “ทำร่วม” คือมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับราษฎร และ “ทำเอง” คือการขยายผลให้ราษฎรสามารถทำได้ด้วยตนเอง

“จังหวัดน่านถือเป็นแบบอย่างการทำงานแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะช่วยป้องกันอุทกภัยดินโคลนถล่มได้ในอนาคต ราษฎรมีอาชีพที่มั่นคงสามารถอยู่ร่วมกันกับป่าได้อย่างยั่งยืน” นายสุรชัยกล่าว และในวันเดียวกันนี้ที่สนามบินน่านนคร นายสว่างเปรมประสิทธิ์ นายก อบต.สะเนียน นายบุญยงค์ สดสอาด

นายเรืองเดช จอมเมือง นางจรวยพร อินสาคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.น่านพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งสามเขต นายรัฐภูมิ ขันสลี ผู้แทนเกษตร 17 จังหวัดภาคเหนือ นายกอบต.ภูฟ้าและคณะจากอำเภอปัวได้ให้การต้อนรับท่านรัฐมนตรีและมอบกระเช้าเพื่อเป็นการขอบคุณดร.เฉลิม ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.ศรีสะเกษ แถลงข่าว.จัดงาน “มหกรรมโคเนื้อดีศรีสะเกษ” เพื่อเชื่อมโยงตลาดโคเนื้อ สร้างแบรนด์เนื้อโคคุณภาพสูง และพัฒนาสู่ตลาดพรี่เมี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 – 19.30 น. ณ สวนสาธารณะลาดออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
วันนี้ เวลา 17.00 น. จังหวัดศรีสะเกษ โดย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับหอการค้าจังหวัด ศรีสะเกษและYECศรีสะเกษ จัดงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ณ สวนสาธารณะลานออดหลอด อนุสรณ์ 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง ศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ในงานแถลงข่าวจัดการเสวนาพูดคุยในหัวข้อ การเชื่อมโยงตลาดและโอกาสของโคเนื้อ ศรีสะเกษ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จังหวัดศรีสะเกษกำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์เนื้อโคคณภาพสูง และพัฒนาสู่
ตลาดพรี่เมี่ยม ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงทั้งหมด 139,623 ราย โดยมีการเลี้ยงโคเนื้อมากที่สุด 41.9%ของเกษตรกรทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นโคเนื้อทั้งจังหวัดถึง 511,213 ตัว จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อทั้งหมด 105,500 ราย

****นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงศักยภาพของศรีสะเกษในอุตสาหกรรม โคเนื้อ ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ มี เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวนมาก และเริ่มมีการ พัฒนาโคขนเพื่อเข้าสู่ตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง ปัจจุบันจังหวัดมึนโยบายผลักดันให้ โคเนื้อเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตร มูลค่าสูง เรากำลังพัฒนาเครือข่ายเกษตรตรกร ให้สามารถผลิตโคเนื้อคณภาพสูงตรงตามมาตรฐานฟาร์ม ที่มีระบบ การเลี้ยงสัตว์และการป้องกันโรคที่เหมาะสม และฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งเป็นมาตรฐานฟาร์มด้านปศสัตว์ และการรับรองมาตรฐานอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่า โคเนื้อศรีสะเกษมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอนของการผลิต และสิ่งที่เราต้องเร่งดำเนินการคือ การสร้างอัตลักษณ์ของเนื้อโคศรีสะเกษให้ชัดเจน เช่น สายพันธุ์ที่ใช้ วิธีการเลี้ยง และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ตลาดรับรู้ว่า “เนื้อโคศรีสะเกษ” มีคุณภาพดี และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่น”ศรีสะเกษ” มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางโคเนื้อคุณภาพของภาคอีสาน เราสามารถสร้างโคขุนที่มีคณภาพเพื่อเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และยังมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค หากเราสามารถ สร้างเครือข่ายระหว่างเกษตรกรผู้แปรรูป และผู้ค้าปลึกได้อย่างแข็งแกร่ง เราจะสามามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับชมชน และนี่คือเหตุผลที่เราจัดงาน “มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ 2568” งานนี้ไม่เพียงแต่ เป็นการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการขยายตลาด เปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ได้ร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้อของศรีสะเกษ

*****นายนัทเวโรจน์ บูชาพัฒน์ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ
ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เรากำลังดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร” ซึ่งมุ่งมัน 3ด้านหลัก ได้แก่

การปรับปรุงสายพันธุ์ – นำโคพันธุ์ดี เช่น วากิวลูกผสม ชาโรเลส์ แองกัส มาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะ กับสภาพแวดล้อมของศรีสะเกษ แต่มีอัตราการแลกเนื้อที่ดีและมีคุณภาพเนื้อที่ตลาดต้องการ

การพัฒนาระบบการเลี้ยง – ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้อาหารสัตว์ลดต้นทุน และอาหารหยาบคุณภาพดี ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของเนื้อ และลดต้นทุนการผลิต

การสร้างมาตรฐานการผลิต – พัฒนาฟาร์มโคขุนให้ได้มาตรฐานฟาร์มที่มีระบบการเลี้ยงสัตว์และ ป้องกันโรคที่เหมาะสม และฟาร์มปลอดสารเร่งเนื้อแดง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโคเนื้อคุณภาพสูงปัจจุบัน ตลาดโคเนื้อไทยมีการเติบโตสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้บริโภคหันมาสนใจ เนื้อโคคุณภาพสูง เช่น โคขุน โคเนื้อพรีเมียม มากขึ้น ขณะเดียวกัน จีน เวียดนาม และประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการ นำเข้าโคเนื้อจำนวนมาก นอกจากนี้ ตลาดเนื้อแปรรูป เช่น เนื้อดรายเอจและเนื้อเกรดพิเศษ ก็กำลังเติบโต สำหรับเกษตรกร ต้องปรับตัวสู่การเลียงโคเนื้อคณภาพสูง ใช้สายพันธ์ที่เหมาะสม มีมาตรฐานการเลียง และให้ ความสำคัญกับการตลาดมากขึ้น

****นายจำนงค์ จังอินทร์ ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ กล่าวถึงการพัฒนาสายพันธ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ว่าการเลียงโคแบบเดิมที่เราเคยทำ อาจไม่ตอบโจทย์ตลาดปัจจจุบันแล้ว เพราะผู้บริโภคคต้องการเนื้อที่มี ไขมัน แทรกนุ่ม หอม และคุณภาพสูง ดังนั้น เกษตรกรต้อง พัฒนาโคขุนให้ตรงกับความต้องการของตลาดเช่น การ ใช้โคสายพันธ์ลูกผสมที่ให้เนื้อคุณภาพดี และต้อง เรียนรู้การให้อาหารขุนที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้เนื้อที่มีคุณภาพดี ที่สุด ตอนนี้ตลาดต้องการ เนื้อโคที่มีสักษณะเฉพาะ เช่น ไขมันแทรกดี (Marbling) นุ่ม และมีกลิ่นหอมซึ่ง จะต้องมาจากฟาร์มโคขนที่ได้มาตรฐาน ถ้าเราทำให้เนื้อโคศรีสะเกษ มีเอกลักษณ์ชัดเจนและตรงกับความต้องการของตลาด เราก็สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้ เกษตรกรก็จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม โดยต้องควบคูไป กับการพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงและมาตรฐานฟาร์มด้วย

*****นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่าการสร้างตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายธรกิจ ในการตลาดระดับพรีเมียม จังหวัดศรีสะเกษมีโอกาสมีสูงมาก เพราะปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการเนื้อที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และชูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมซึ่งเนื้อของศรีสะเกษสามารถตอบโจทย์ได้ แต่สิ่งที่ต้องพัฒนา เพิ่มเติมคือ สร้างแบรนด์เนื้อโคของศรีสะเกษให้เป็นที่รู้จัก ให้เหมือนกับเนื้อโคขนโพนยางคำ หรือเนื้อวากิว เราควรมีตราสินค้าประจำจังหวัด (Provincial Brand)
เพื่อทำให้โคเนื้อของเรามีจดเด่นที่ชัดเจน สิ่งที่สำคัญ คือ เกษตรกรต้องเรียนรู้เรื่องมาตรฐาน เช่น GFM หรือฟาร์ม ปลอดสารเร่งเนื้อแดง เพื่อเพิ่มมูลค่า และควรมี ช่องทางขายที่ชัดเจน เช่น การทำตลาดออนไลน์ หรือส่งตรงถึง
ผู้บริโภค

*****ด้านนายมรุตพงศ์ รจนา ผู้จัดการ สหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด (Max Beef) กล่าวถึงแนวทางในการ รับซื้อโคขุน และสถามการณ์ต้าน โคขุนพรีเมือมของจังหวัดศรีสะเกษในปัจจุบัน”มหกรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ” งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่เกิดจากความร่วมมือขอของทุกภาคส่วน เพื่อประชาสัมพันธ์เนื้อโคศรีสะเกษ สู่ตลาดพรีเมืยมระดับประเทศ เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ผ่านกิจกรรม Business Matchin ยกระดับคุณภาพ โคเนื้อ ด้วยความรู้จากผู้เชียวชาญและ Workshop รวมถึงสร้างความตื่นตัวในตลาดผู้บริโภค ผ่านกิจกรรม Chef’s Table Fine Dining โดยเซฟปอนด์ มาสเตอร์เชพไทยแลนด์ ที่จะมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษจาก เนื้อโคศรีสะเกษ ในพิธีเปิดงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้นอกจากนี้ยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินยอดนิยม เน็ค นฤพล กิจกรรมโชว์ทำอาหาร (Show Cooking) เรียนรู้เทคนิค ปรุงเนื้อระดับพรีเมียม เวิร์กช็อปแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อและเครื่องหนัง

กิจกรรม BusinessMatching & Show Case กิจกรรมที่น่าสนใจอัดแน่นแน่นตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งการจัดงานมหกรรมโคเนื้อและดีเนื้อศรีสะเกษ 2568 เกิดขึ้นจากเราได้เห็นถึงศักยภาพของโคเนื้อศรีสะเกษ ทั้งจากมุมมองของภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกรและผู้ประกอบการ ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าตลาดโคเนื้อยัง มีโอกาสเติบโตสูง และศรีสะเกษเองมีจุดแข็งที่สามารถผลักดันให้เป็น แหล่งผลิตโคเนื้อคุณภาพระดับ พรีเมียมของประเทศได้ สิ่งสำคัญคือ การสร้างมาตรฐาน การทำตลาด และการสร้างแบรนด์โคเนื้อศรีสะเกษ ให้แข็งแกร่งขึ้นจัดโดย จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานปศสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษและYECศรีสะเกษ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : มกหรรมโคเนื้อและเนื้อดีศรีสะเกษ

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลเวียงสรวย จัดการแพเปียก แม่สรวย หลังเปิดไฟเขียวใช้พื้นที่หน้าเขื่อน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ล่องแพเปียกคลายร้อน

    แชร์เนื้อหานี้

    เทศบาลตำบลเวียงสรวย รับลูกชลประทานบริหารจัดการแพเปียกแม่สรวย เทศบัญญัติควบคุม หลังเปิดไฟเขียวใช้พื้นที่หน้าเขื่อน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว หนีอูณหภูมิอากาศร้อน ล่องแพเปียกคลายร้อน ในเทศกาลสงกรานต์ ย้ำเตือนผู้ประกอบการเรื่องความสะอาด ควบคุมราคาอาหารเครื่องดื่มด้วยความเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยว ไม่จำหน่ายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในพื้นที่ราชการ ผู้นำอีก4หมู่บ้านขอมีส่วนร่วมมติที่ประชุมฉลุย ผลประโยชน์ลงตัว เอกชนโขกราคาค่าเช่าที่แพงลิ่ว ผู้ประกอบการครวญเสียเงินทุกเม็ด สรรพสามิตพื้นที่เชียงรายเล็งจับปรับผู้จำหน่ายเหล้าเบียร์ นายอำเภอแม่สรวยกำชับจัดระเบียบจราจร และจัดการขยะเพื่อหน้าตาอำเภอแม่สรวย

    เมื่อวันที่17ก.พ 2568 เวลา09.00 น.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลเวียงสรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย ได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์ประชุมระหว่างผู้บริหารเทศบาลตำบลเวียงสรวย ฝ่ายปกครองตำบลเวียงสรวยและผู้ประกอบการแพเปียก ร้านค้า ร้านอาหาร ในวันดังกล่าวมีนายสมพงษ์ เจาะเสน นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสรวย นายสิงขร แสงจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลเวียงสรวย ว่าที่ร้อยตรีสิทธินันท์ รูปวิเชษฐ์ กำนันตำบลเวียงสรวย นายธวัช มะโนธรรม นายช่างไฟฟ้าช.3โครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว นายนิธิศ ไชยยา ผู้ใหญบ้านหมู่ที่8 บ้านตีนดอย ตำบลเวียงสรวย รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่14 ต.เวียงสรวย ที่ทำหนังสือขออนุญาตขอใช้พื้นที่บริเวณหน้าเขื่อนแม่สรวย สำหรับประกอบการล่องแพเปียก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนประจำปี 2568 ซึ่งจะมีพิธีเปิดแพเปียกอย่างเป็นทางการในวันที่22 ก.พ.2568 สิ้นสุดวันที่15 พ.ค 2568

    สำหรับการประชุมรับฟังและชี้แจงเกี่ยวกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว ได้อนุญาตและไม่ขัดข้องในการขอใช้พื้นที่ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่8และหมู่ที่13 ได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยผ่านทางเทศบาลเวียงสรวยเป็นผู้กำกับดูแลในการขอใช้พื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เทศบัญญัติเทศบาลเวียงสรวย ในที่ประชุมตัวแทนผู้ประกอบการแพเปียกได้เรียกร้องการจัดระเบียบการจราจรและเรื่องการจัดเก็บขยะปัญหาเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทความปลอดภัยเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว โดยนายสิงขร ปลัดเทศบาลตำบลเวียงสรวย ได้ชี้แจงเกี่ยวกับระเบียบเงื่อนไขการใช้พื้นที่สองข้างลำน้ำสรวยใต้สะพาน ทำซุ้มนั่งรับประทานอาหารบริการนักท่องเที่ยว โดยทางเทศบาลจะดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในราคาเมตรละ 50บาท สำหรับร้านค้าที่และลานจอดรถ พื้นที่เอกชนเทศบาลฯจะเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราทางเทศบาลฯกำหนด ในส่วนของความสะอาดและการจัดเก็บขยะ ที่ประชุมโดยนายนิธิศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่8 ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าชุมชนจะบริหารการจัดเก็บกันเอง ส่วนนายสิงขร ปลัดเทศบาลฯได้ขอให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการตามกฎระเบียบที่ทางชุมชนกำหนดขึ้น

    จำนวน14ข้อ และเน้นย้ำถึงราคาอาหารต้องอยู่ในเกณฑ์ราคาที่เหมาะสมและต้องติดราคาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแผนการจัดชุดชรบ.และอปพร.อำนวยสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังจากกิจการล่องแพเปียกได้เริ่มตั้งแต่วันที่15ก.พ.-15พ.ค 2568 โดยช่วงแรกคนยังไม่หนาแน่นก็จะยังไม่จัดชุดอำนวยความสะดวกอำนวยความสะดวกเนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอยู่ในช่วงประกอบอาชีพอาขีพเลี้ยงครอบครัวเป็นปกติ แต่จะไปจัดชุดในช่วงเทศกาลในช่วงปลายเดือนมีนาคม -เมษายน ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากหลั่งไหลมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก ส่วนทางด้านว่าที่ร้อยตรีสิทธินันท์ กำนันตำบลเวียงสรวยได้พูดถึงเรื่องการรักษาดูแลด้านความปลอดภัยเน้นย้ำถึงการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใสแก่นักท่องเที่ยวโดยผู้ประกอบการต้องใช้วาจาสุภาพด้านการบริการ ย้ำผู้ประกอบการต้องดูแลคนงานลูกน้องแพเปียกร้านค้าร้านอาหาร ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ทะเลาะวิวาท ให้เสียภาพพจน์ ในเรื่องของการประสานไปยังปกครองตำบลต่างๆให้แจ้งยังลูกบ้านที่เป็นวัยรุ่นที่มาเที่ยวไม่ให้ก่อเหตุและสร้างความความวุ่นวายได้ทั้งนี้ยังย้ำถึงการกวดขันการพกพาอาวุธ การขับขี่รถเสียงดัง ตลอดถึงการเสพน้ำกระท่อมของวัยรุ่น

    ด้านนายปฤษฎางค์ นายอำเภอแม่สรวยได้กำชับและเสนอแนะฝากกิจการการท่องเที่ยวแพเปียก คือเรื่องความสะอาด ขยะและเรื่องการจัดระเบียบจราจรหนาแน่นในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อำเภอแม่สรวยและขอรักษาภาพพจน์ของอำเภอแม่สรวยในการท่องเที่ยวเชิงประทับใจ
    ทางด้านนายสมพงษ์ นายกเทศบาลตำบลเวียงสรวยได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าเทศบาลตำบลเวียงสรวยซึ่งได้รับมอบพื้นที่จากโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาว ทางเทศบาลฯเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการอย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยขอให้ผู้ประกอบการแต่ละโซน ได้ปฏิบัติตามกฎกติกาเพื่อให้กิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนดำเนินไปด้วยดี ในที่ประชุมนายสมพงษ์ ได้ขอมติที่ประชุมเห็นชอบตามคำร้องขอเพิ่มพื้นที่อยู่ในเขตปกครอง 6หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่2,3,8,13,14 ,17 ประกอบกิจการด้านการท่องเที่ยวแพเปียก โดยปีนี้มี 36 รายโดยที่ประชุมให้หมู่บ้านที่เพิ่มขึ้นมาอีก4หมู่บ้าน2,3,13,17 รวมเป็น6หมู่บ้านในปี 2569 ถัดไปเพื่อให้เกิดความเสมอภาคมีรายได้ทั่วถึงกันทั้งนี้ขอให้อยู่ภายใต้กฎและกติกาเดียวกัน และที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันยกมือเป็นมติเอกฉันท์ เปิดโอกาสให้6หมู่บ้านได้มีส่วนร่วมและเกิดรายได้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมได้ขยายพื้นที่บริเวณเหนือสะพานซึ่งเดิมเป็นพื้นที่หวงห้ามอยู่ในความควบคุมของเขื่อนแม่สรวย ซึ่งทางโครงการได้ห้ามประชาชนเข้าไปบริเวณสันเขื่อนโดยหวั่นถึงความปลอดภัยด้วยปรากฏมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบริเวณสันเขื่อนและถ่ายรูปลงโซเซียล อาจจะได้รับอันตรายโดยปัจจัยหลายเรื่อง อาทิการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมามายขึ้นไปอาจพลัดตกเสียชีวิต จึงได้หวงห้ามไว้ตั้งแต่ต้น แต่ส่วนด้านล่างสปริงเวย์ ลงมาเหนือสะพานซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ที่ทางชุมชนขอใช้ ทางโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาวได้มอบพื้นที่ให้กับเทศบาลตำบลเวียงสรวย ที่ทำเรื่องขอใช้พื้นที่จะต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ และบริเวณที่ชุมชนขอใช้ไม่สามารถล่องแพเปียกได้มีเพียง

    ทำซุ้มบริการนักท่องเที่ยวทานอาหาร รองรับประชาชน และเป็นพื้นที่จอดรถแก่นักท่องเที่ยว แต่ห้ามจำหน่ายเหล้าเบียร์เนื่องจากเป็นพื้นที่ของทางราชการห้ามจำหน่ายตามกฎหมาย ส่วนร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่เอกชนหากมีการจำหน่ายเหล้าเบียร์ก็เป็นเรื่องของกรมสรรพสามิตรที่จะดำเนินคดี เปรียบเทียบปรับในอัตราทางกรมสรรพสามิตกำหนด ทางเทศบาลสามารถดำเนินตามกรอบอำนาจหน้าที่ได้เพียงเก็บค่าธรรมเนียมซุ้ม แพเปียก ลานจอดรถ ป้ายโฆษณา กำกับดูแลเรื่องระบบสุขาภิบาล จัดการอบรมผู้ประกอบการอาหาร เกี่ยวกับใบสัมผัสอาหาร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการประกอบอาหารตามสุขอนามัย และให้ผู้ประกอบการดูแลเกี่ยวกับฝุ่นและความสะอาดของขยะ หากสิ้นระยะเวลาการขออนุญาตให้ผู้ประกอบการรื้อสิ่งปลูกสร้างออกทันทีเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาพเดิมเงื่อนไขการขออนุญาต

    เมื่อวันที่19 ก.พ.68 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบนายทรงพล พงษ์มุกดา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานแม่ลาวเกี่ยวกับการส่งมอบพื้นที่ตามคำขอใช้พื้นที่ในกิจการท่องเที่ยวแพเปียกเขื่อนแม่สรวยตามคำขอเทศบาลตำบลเวียงสรวย นายทรงพลกล่าวว่าทางโครงการฯไม่ขัดข้องแต่ประการใดแต่ขอให้เทศบาลเวียงสรวยได้กำกับดูและตลอดระยะเวลการขออนุญาต ตั้งแต่วันที่15 ก.พ-15 พ.ค.2568 แต่ให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกพ้นลำน้ำเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการขอใช้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ อนึ่งการะบายน้ำ4-5 ลบม./วินาที ซึ่งถือเป็นการระบายน้ำตามปกติ เพื่อเป็นการส่งน้ำให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำในการเกษตร140,000ไร่เฉพาะช่วงแล้ง70,000ไร่ ในพื้นที่ อำเภอแม่ใจ จ.พะเยา อ.พาน อำเภอแม่ลาว อำเภอเมือง จ. เชียงราย รวมทั้งระบบน้ำประปา การระบายน้ำเป็นรอบปกติของการบริหารจัดการของโครงการ กรณีกิจการล่องแพเปียกแม่สรวย เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้ ทางโครงการขอชี้แจงไม่ใช่ผันน้ำเพื่อกิจการแพเปียกโดยเฉพาะ แต่เป็นการต้องการของคณะกรรมการผู้ใช้น้ำ และทางโครงการฯจะต้องบริหารจัดการน้ำตามความประสงค์ทั้งนี้ทางโครงการฯจะต้องประเมินว่าปริมาณน้ำเพียงพอกับความต้องการเกษตรหรือไม่ หากไม่พออาจจะเพิ่มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยจากการระบายในระดับปกติ

    อย่างไรก็ตามก็ขอให้การระบายน้ำออกจากเขื่อนแม่สรวย ได้ประโยชน์สูงสุด ส่วนเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น แท้จริงไม่สามารถทำในบริเวณสถานที่ราชการแต่ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายและในเรื่องดังกล่าวให้เทศบาลตำบลเวียงสรวยกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนพื้นที่เอกชนขณะนี้ได้โขกราคาสูงเกินผิดปกติทำให้ผู้ประกอบกิจการในส่วนร้านค้าและแพเปียก โอดครวญโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำที่ทำซุ้ม ล่องแพเปียก ราคาสูงล๊อคราคาเกือบ200,000 บาทไล่เรียงลงไปสองฝั่งแม่น้ำหลักหมื่นต้นถึงหลักหมื่นๆปลายๆและต้องถูกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนต่างๆอีกและในสภาวะเศรษกิจเช่นนี้ข้าวของและวัตถุดิบในการประกอบอาหารจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดถึงค่าจ้างแรงงานสูง จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและรายใหม่ต้องกัดฟันสู้แบบเสี่ยงดวงเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลนอกพื้นที่แทบทั้งสิ้นส่วนคนในพื้นที่มีไม่มาก.

     นายธนกฤต วรรมณี  ทีมงานข่าวบก. รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สุดปัง!! น้องมหาเทพ นายแบบวัยทีน ร่วมเปิดตัวห้องเสื้อแบรนด์ ”มหาเทพ“

    แชร์เนื้อหานี้

    ในกิจกรรม BAF ครั้งที่ 10 เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ BANGKOK ART FESTIVAL ที่ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ( สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ไอคอนสยาม ชวนยกระดับความคิดสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรม ผ่านการจัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ หรือ Bangkok Art Festival ( BAF ) ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม

    นาง ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากแนวคิดในการขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมของนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยพัฒนาพื้นที่ทางศิลปวัฒนธรรมและเสริมพลังสร้างสรรค์ให้คนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมและสังคม นำมาสู่การพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะในจังหวัดต่างๆ

    BAF #BangkokArtFestival #เทศกาลศิลปะกรุงเทพMAHADEPBANDMAHADEP18MAHADAP TANATPATARAKUL มหาเทพ ธเนศภัทรกูล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / Pattaya Roadshow to Muscat ชาวโอมานให้ความสนใจเกินคาด/เมืองพัทยาส่งรถบรรทุก 5 คัน ลุยจัดเก็บสาหร่ายทะเลเกยหาดกระทิง/เปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 12 ก.พ.68 มีรายงานว่า เมืองพัทยาร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา กลุ่มผู้ประกอบการพัทยา (Sellers) 16 หน่วยงาน เข้าร่วมงาน Pattaya Roadshow to Muscat (MCT) ณ โรงแรม Sheraton Oman กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน

    ทั้งนี้ เพื่อเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการต่างประเทศ (Buyers) จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน ด้วยการนำทัพผู้ประกอบการพัทยาโดยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา

    นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สำนักงานพัทยา) นางดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และผู้อำนายการสำนักการท่องเที่ยวเมืองพัทยา สำนักงานพัทยา เข้าร่วมงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก นายเอกอรรถ ทิตาราม อุปทูตฯ ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เป็นประธานเปิดงาน

    โดยภายในงาน เมืองพัทยาได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ภายในงาน Pattaya Roadshow to Muscat (MCT) พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการชาวโอมานให้ความสนใจเกินคาด เป็นสัญญาณที่ดีด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป

    อธิบดี สกร. เปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568

    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568 พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมบูธจัดแสดงนิทรรศการและสินค้าของหน่วยงานต่าง ๆ และ

    ได้ร่วมลงแปลงผักเกษตรธรรมชาติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ให้ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งบุคลากร ศฝช.วัดญาณฯ ณ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

    งานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ครั้งที่ 24 “สืบสานพระราชดำริ สู่มิติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือ จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) หน่วยงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

    อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี สกร.ระดับอำเภอ กลุ่มศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพฯ ศูนย์ฝึกทหารใหม่กองยุทธศึกษาทหารเรือกองฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทุกแห่ง สื่อมวลชนทุกแขนง หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และภาคประชาชน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

    ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อเผยแพร่พระราชดำริพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อปวงชนชาวไทย 2.เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและเทคโนโลยีทางการเกษตร 3.เพื่อเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายผลผลิตเกษตรธรรมชาติสู่ผู้บริโภคโดยตรง

    Nike Pattaya by IAM247 เปิดตัวสาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก ตอบโจทย์ลูกค้าสายออกกำลังกายและแฟชั่น

    วันที่ 13 ก.พ.68 นายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้ทรงคุณวุฒิเมืองพัทยา ในฐานะผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด Nike Pattaya by IAM247 สาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก ที่บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายขวัญชัย บุญอารีย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา-ชลบุรี ร่วมพิธี

    นายพยัคฆ์ กิจตั้งไพศาล ผู้จัดการทั่วไป Nike Pattaya by IAM247 เผยว่า ถือเป็นการเปิดตัวสาขาแรกในภาคพื้นตะวันออก เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยการรวบรวมสินค้าตอบโจทย์ครบทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัวและกลุ่มลูกค้าสายสปอร์ต โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ IAM247 by Valiram ซึ่งเป็น Nike Official Store Partner ในประเทศไทย

    ทั้งนี้ นับเป็นการเปลี่ยนนิยามคำว่า Sports Performance Store ด้วยไลน์อัพสินค้าจัดเต็ม และครั้งแรกกับบริการระดับ Rise store experience ในภาคพื้นตะวันออกครั้งแรกที่เมืองพัทยา บนพื้นที่ให้บริการกว่า 450 ตร.ม. โดยความโดดเด่นของ Nike Pattaya by IAM247 จะมีบริการจำหน่านสินค้าเสื้อผ้าออกกำลังกายคุณภาพสูง รองเท้าในกลุ่มรันนิ่งจะมีไปถึงตัวท็อปสุด และยังมีรองเท้าสนีกเกอร์ ไลฟ์สไตล์ ทั้งจอร์แดน และไนกี้ดั้ง รวมทั้งสปอร์ตแฟชัน เสื้อบราออกกำลังการสำหรับสุภาพสตรี

    ร้านดอกไม้พัทยาคึกคักรับวันวาเลนไทน์

    วันที่ 14 ก.พ.68 ซึ่งตรงกับเทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ บรรยากาศการซื้อขายดอกไม้ และสินค้าที่ระลึกในเมืองพัทยาเป็นไปอย่างมีสีสัน ผู้ประกอบการพากันนำสินค้าออกมาจำหน่ายเพื่อเรียกลูกค้ากันอย่างคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านจำหน่ายดอกไม้และขอฃที่ระลึกที่ตลาดลานโพธิ์นาเกลือ พบผู้ประกอบการตกแต่งร้านด้วยการนำช่อดอกไม้และตุ๊กตามาจัดวางอย่างสวยงาม โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยมาเลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง

    สอบถามผู้ประกอบการ ทราบว่า ดอกกุหลาบในปีนี้ราคาพอๆ กับปีที่แล้ว ถ้าจัดช่อก็จะเพิ่มค่าบริการตกแต่งและดอกไม้ประดับ ด้วยมีฐานลูกค้าเดิมทำให้ลูกค้าไม่ลดลง และทางร้านยังมีบริการจำหน่ายดอกไม้เทียมและตุ๊กตาเนื่องในวันวาเลนไทน์ด้วย

    คลินิกทำฟันพัทยา ทำเก๋! ตกแต่งร้านเป็นถ้ำขาวบริสุทธิ์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์อลังการรับผู้มาใช้บริการ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic สาขา 2 (สาขาพัทยา) ตั้งอยู่ริมถนนพรประภานิมิต 17 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีการตกแต่งร้านอย่างแปลกตาและไม่เหมือนใคร ด้วยการเนรมิตจัดสร้างพื้นที่รอใช้บริการทำฟันเป็นถ้ำสีขาว พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สวยงามอลังการ

    ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหาร คลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic เปิดเผยว่า ด้วยตนเองชอบเดินทางท่องเที่ยวถ้ำและภูเขาหลากหลายจังหวัด โดนเฉพาะถ้ำที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาค ซึ่งตนเองให้ความสนใจ จึงเกิดไอเตียตกแต่งร้านทันตกรรมสาขานี้ ให้เป็น Pure Cave หรือถ้าขาวบริสุทธิ์ ด้านบนมีเท้าเวสสุวรรณโณองค์ยืนจัดวางไว้อย่างสง่างาม

    ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นที่นั่งพักรอคิวใช้บริการทำฟันกับทางคลินิก ซึ่งผู้ที่มาใช้บริการบริการต่างเอ่ยปากชมว่างมีความแปลกและสวยงาม โดยคลินิกทันตกรรม Land of Smile Dental Clinic สาขา 2 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น.- 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร.088-225-6296, 091-737-9942

    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาจัดกิจกรรม “รวมมิตร พิชิตมะเร็ง” เนื่องในเดือนแห่งเทศกาลวันมะเร็งโลก

    มีรายงานว่า โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาได้จัดกิจกรรม “รวมมิตร พิชิตมะเร็ง” พร้อมเสวนาจากแพทย์เฉพาะทางด้านโรคมะเร็งร่วมเสวนาหัวข้อ “มะเร็งร้าย ที่รักเธอ ” เพื่อวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคมะเร็ง พร้อมกิจกรรมคัดกรองโรคมะเร็งเบื้องต้น ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม เนื่องในโอกาสเดือนแห่งวันมะเร็งโลก โดยมีแพทย์หญิงชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับและกล่าวเปิดงาน

    หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง “มะเร็งร้าย ที่รักเธอ” โดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสหสาขา โรคมะเร็ง รพ.กรุงเทพพัทยา ได้แก่ นพ. ฐาปนัสม์ ลิขิตมาศกุล ศัลยแพทย์เต้านม นพ. สิทธิ สุขอวยชัย อายุรแพทย์โรคมะเร็ง นพ. ณรงค์ฤทธิ์ ขุนภักดี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร และพญ. พันธลี ชื่นสัมพันธ์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ด้านโภชนาการและเมตาบอลิสม มาร่วมพูดคุยให้ความรู้การดูแลตัวเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกลโรคมะเร็ง

       จากข้อมูลล่าสุดของสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี 2565 พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 400 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 83,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 227 คน สำหรับมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปากมดลูก  แพทย์ได้เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งมาจากปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง และการได้รับสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตโดยหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยละ 40 นอกจากนี้ มะเร็งบางชนิดสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคมะเร็งให้หายได้  ภายในกิจกรรม มีการออกบูธคัดกรองโรคมะเร็งเบื้องต้นให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ประเมินความเสี่ยงมะเร็งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แบบประเมินความเสี่ยงมะเร็งเต้านม, แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งลำไส้, แบบประเมินคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก และอื่นๆ อีกมากมาย

    เตรียมเนรมิตหาดบ้านอำเภอจัดงานเดินกินถิ่นนาจอมเทียน (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 ทต.นาจอมเทียนจัดยิ่งใหญ่ปลุกสีสันการท่องเที่ยวชลบุรี

    นางสาวรพีพรรณ รัตนเหลี่ยม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 เทศบาลตำบลนาจอมเทียนได้กำหนดจัดงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 ณ บริเวณริมชายหาดบ้านเภอ

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นให้มีสีสัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับวัฒนธรรมอันดี และยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยวด้วยการชูเอาเอกลักษณ์ความโดดเด่นของอาหาร ทั้งอาหารพื้นฐิ่นรสชาติอร่อย และอาหารทะเลแบบสดๆ มานำเสนอให้บริการผ่านร้านค้าต่างๆ ด้วยบรรยากาศริมทะเลของชายหาดบ้านอำเภอ จึงอยากเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3

    อย่างไรก็ดี ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจากนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มาเป็นประธาน และไฮไลต์ของงานมหกรรมอาหาร “เดินกินถิ่นนาจอมเทียน” (ถนนคนเดิน) ครั้งที่ 3 จะมีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง “ตั๊กแตน-ชลดา” ที่จะมาสสร้างความสนุกสนานให้ผู้ร่วมงานในวันที่ 2 มีนาคม 2568 ด้วย

    ธุรกิจทันตกรรมพัทยาเดือด! ฟัดกันมันส์ใน “Red Zone”

    ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหารคลินิกทันกรรม Land of Smile Dental Clinic เปิดเผยว่า ธุรกิจทันตกรรมในพัทยากำลังกลายเป็นสนามแข่งขันที่ร้อนแรง หรือที่เรียกว่า “Red Zone” ด้วยจำนวนคลินิกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคลินิกท้องถิ่น คลินิกระดับไฮเอนด์ หรือศูนย์ทันตกรรมในโรงพยาบาลเอกชน ทุกแห่งต่างแข่งขันกันทั้งด้าน ราคา คุณภาพ และเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

    พัทยาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ต้องการบริการทางทันตกรรมคุณภาพสูง ส่งผลให้ตลาดนี้ดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมาก แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง Land of Smile โดดเด่นขึ้นมาเป็นทางเลือกใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการบริการระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงคลินิกทันตกรรมทางเลือกใหม่ที่แตกต่างได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง Land of Smile เลือกที่จะไม่แข่งด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่แข่งด้วยคุณภาพและบริการที่เหนือระดับ โดยจุดเด่นของ Land of Smile คือการบริการทันตกรรมครบวงจร ตั้งแต่การดูแลสุขภาพฟันขั้นพื้นฐานไปจนถึงบริการระดับสูง เช่น รากฟันเทียม วีเนียร์ จัดฟันใส Invisalign

    ประกอบกับเครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ใช้ระบบดิจิทัล เช่น สแกน 3 มิติ และระบบนำร่องรากฟันเทียม เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย และมีทันตแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ให้คำปรึกษาอย่างละเอียดและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล อีกทั้ง บรรยากาศของคลินิกเป็นไประดับพรีเมียม สะอาด ปลอดภัย ให้ความรู้สึกเหมือนสปาทันตกรรม ในราคาสมเหตุสมผล คุณภาพระดับไฮเอนด์แต่ราคาเข้าถึงได้กว่าศูนย์ทันตกรรมในโรงพยาบาล

    ในส่วนของ อนาคตของธุรกิจทันตกรรมในพัทยานั้น แม้ว่าตลาดจะเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่แนวโน้มของลูกค้ากำลังเปลี่ยนไป เพราะไม่ได้มองหาเพียง ราคาถูกที่สุด อีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ Land of Smile มุ่งเน้น ทันตแพทย์ ชลวิตต์ เนื่องโคตะ ผู้บริหารคลินิกทันกรรม Land of Smile Dental Clinic ระบุ

    สม.พัทยาจับมือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชลบุรี และ สภ.เมืองพัทยา เดินหน้าจัดระเบียบคนเร่ร่อน รวบโฮมเลส 7 ราย พบ 5 รายมีสารเสพติด

    วันที่ 18 ก.พ.68 นายวุฒิธร แสงอุไร สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชลบุรีจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตจอมเทียน เจ้าหน้าที่กิจการพิเศษเมืองพัทยา และตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อจัดระเบียบกลุ่มคนเตร็ดเตร่เร่ร่อนในเขตพัทยาและหาดจอมเทียน

    ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ดังกล่าวสามารถควบคุมตัวบุคคลเตร็ดเตร่เร่ร่อนได้จำนวน 7 ราย ซึ่งไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง จะอาศัยอยู่ตามที่สาธารณะทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จึงคัดแยกตรวจสอบพบมีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 5 ราย จึงควบคุมดำเนินคดีตามกระบวนการ

    และไม่พบสารเสพติดอีก 2 ราย โดย 1 รายมีอาการวิตกจริตและหวาดกลัวจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ และอีกรายประสงค์จะเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จึงทำการว่ากล่าวตักเตือนก่อนปล่อยตัวไปในที่สุด

    เมืองพัทยาส่งรถบรรทุก 5 คัน ลุยจัดเก็บสาหร่ายทะเลเกยหาดกระทิงราย เผยปีนี้เยอะเป็นประวัติการณ์ คาดทะลักหลายสิบตัน

    หลังจากเกิดปรากฏการณ์สาหร่ายทะเลพัดเข้าฝั่งชายหาดกระทิงราย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนเกิดการเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นสร้างผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยละแวกดังกล่าวจนได้รับความเดือดร้อน

    ล่าสุด วันที่ 19 ก.พ.68 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการรักษาความสะอาด ส่วนควบคุมมลพิษ สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ได้รับคำสั่งจากผู้บริหารเมืองพัทยา โดย นายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ให้จัดกำลังลงพื้นจัดเก็บสาหร่ายทะเลอย่างต่อเนื่อง

    ในวันนี้ ฝ่ายควบคุมการรักษาความสะอาด ส่วนควบคุมมลพิษ สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ได้นำรถบรรทุกหกล้อจำนวน 5 คันมาทำการขนถ่ายสิ่งปฏิกูลทางทะเลดังกล่าว โดยใช้เจ้าหน้าที่จาก 3 เขต ร่วมกันปฏิบัติงานกว่า 35 คน

    เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา บอกว่า สาหร่ายทะเลปกติจะลอยมาทุกปีแต่ไม่มาก ตั้งแต่ช่วงโควิดมาก็ไม่พบอีกเลยจนมาปีนี้พบมากเป็นประวัติการณ์ คาดว่ามีจำนวนหลายสิบตัน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าอีกไม่กี่วันนี้คงจะหมด

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทับสะแกวุ่นซ้ำซาก ! ชาวบ้านฮือขับไล่รอบ 2 รักษาการเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาพร้อมตราตั้งเจ้าคณะอำเภอ แต่วืดเข้าดูแลวัดโบสถ์เหรียญบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 18 ก.พ.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หรือ วัดโบสถ์เหรียญบาท หมู่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับพระภิกษุอีกครั้งหลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมามีการรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ อนุญาตให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม

    ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

    ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก พร้อมคณะสงฆ์อำเภอทับสะแก เดินทางไปวัดบ้านทุ่งเคล็ด กรณีที่เจ้าอาวาสองค์ใหม่ไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากโดนชาวบ้านขับไล่ โดยวันนี้คณะสงฆ์อำเภอทับสะแกได้อ่านเอกสารแสดงเหตุผล ข้อกฎหมาย

    เพื่อสั่งปลดเจ้าอาวาสองค์เก่าและหนังสือแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ มีชาวบ้านกว่า 200 คนร่วมรับฟัง ขณะที่ทนายความของวัดพยายามแสดงเหตุผลโต้แย้งการแต่งตั้งโดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้มีชาวบ้านแสดงความคิดเห็นคัดค้านเจ้าอาวาสองค์ใหม่ ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยจากกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ อส.

    ในขณะที่มีการถกเถียง เจ้าคณะอำเภอทับสะแกได้มอบตราตั้งเพื่อแต่งตั้งเจ้าอาวาสให้กับพระประสิทธิ์ แต่ชาวบ้านได้ตะโกนขับไล่และด่าทอ ทำให้บรรยากาศในศาลาการเปรียญตึงเครียด ต่อมาคณะสงฆ์ได้เดินทางออกจากศาลาการเปรียญดังกล่าว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันพร้อมดูแลความสงบแต่ชาวบ้านได้เดินตามขับไล่เจ้าวัดองค์ใหม่เสียงดังไปทั่วบริเวณวัด

    นายวัฒนา ฉั่วเจริญ อายุ 51 ปี ไวยาวัจกร วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ชาวบ้านบ้านทุ่งเคล็ด ต้องการพระมีคุณสมบัติที่ดีมีความพร้อม หรือต้องเข้ากับชาวบ้านให้ได้ ต้องมีมุทิตา อุเบกขา ซึ่งตนเองไม่ต้องการให้วัดเสียหายมากไปกว่านี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัติของเจ้าอาวาสองค์ใหม่ว่าที่ผ่านมาเคยถูกดำเนินคดีทางอาญามาก่อนหรือไม่ ขอให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 1 เดือน

    จากนั้นจะต้องมีการเจรจากับญาติโยมที่บ้านทุ่งเคล็ด หากพบว่ามีปัญหาชาวบ้านก็ยอมรับไม่ได้ เนื่องจากวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา พระประสิทธิ์ ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจดูแลวัดบ้านทุ่งเคล็ด พร้อมถือหนังสือสั่งการมาแสดง แต่ขณะเดินทางไปวัดบ้านทุ่งเคล็ด ชาวบ้านได้โห่ขับไล่ให้ออกจากวัดจนมีเรื่องวุ่นวายมาแล้ว

    /////////////////

    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝ่ายปกครอง บุกทลายร้านบังท็อป ขายน้ำกระท่อม กัญชา บุหรี่เถื่อน และ บุหรี่ไฟฟ้า บาท / ร่วมงานบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ 21-27 กพ.68

    แชร์เนื้อหานี้


    ***เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 68 นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการให้ น.ส. อมร นามบุตร ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองศรีสะเกษ พร้อม นายศรายุธ สีละออง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ อส.

    ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองสาธารสุขเทศบาลเมืองศรีสะเกษ บุกตรวจค้นร้านบังท็อป ซึ่งเป็นร้านขายน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ กัญชา บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพ ให้กับกลุ่มวันรุ่นในตัวเมืองศรีสะเกษ เพื่อเป็นการป้องปรามการขายน้ำกระท่อมในพื้นที่ศรีสะเกษที่กำลังแพร่หลายในหลายพื้นที่ของจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งใกล้สถานศึกษา และใกล้กับสถานที่ราชการ

    ***โดย ร้านบังท็อป เป็นร้านขายน้ำกระท่อม ยาแก้ไอ กัญชา บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพ 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นร้านใหญ่ในเขตตัวเมืองศรีสะเกษ ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน มีหอพักของนักศึกษา มากมาย และตั้งห่างจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เพียง 500 เมตร

    ***นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนเป็นเพียงคนเฝ้าร้านซึ่งเจ้าของร้านจะให้ค้าจ้างเป็นชั่วโมง ซึ่งตนจะได้ชั่วโมงละ 35 บาท โดยที่มาทำงานเฝ้าร้านนี้เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่มีงานทำ พอมีคนมาชวนให้มาทำงานตนเลยมาทำงานเฝ้าร้านให้ ซึ่งไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นมันผิดกฎหมาย

    ***ขณะที่ นายบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นอีกคนที่เป็นมือต้มน้ำกระท่อม เปิดเผยว่า ตนมีหน้าที่ต้มน้ำท่อมให้กับทางร้านเพื่อเอาไปขายให้กับลูกค้าที่มาซื้อ โดยได้ค้าจ้างในการต้ม หม้อละ 80 บาท ซึ่งต้มหม้อหนึ่งทางร้านจะสามารถนำไปกรอดใส่ขวด 1.5 ลิตรได้ประมาณ 70-80 ขวด

    และเอาไปขายขวดละ 45-50 บาท ซึ่งวันๆหนึ่งจะต้มน้ำกระท่อมให้กับทางร้านวันละ 7-10 หม้อ ส่วนน้ำกระท่อมที่ทางร้านขายจะมีอยู่ 7-8 รสชาติ เช่น ต้มแบบรสดั้งเดิม, รสองุ่น, รสแอปเปิ้ล, รสลิ้นจี่, รสบลูฮาวาย, รสแตงโม และรสแคนตาลูป โดยรสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ รสดั้งเดิม และแต่ละรสชาติจะใส่ยาแก้ไอ้ ยาแก้แพ้ ลงไปด้วย

    ***นอกจากนี้ชุดจับกุมยังได้บุกไปทลายห้องพักแห่งหนึ่ง เลขที่ 111 ที่อยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ซึ่งเช่าห้องเปิดเป็นโกดังเก็บทั้งยาแก้ไอ บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า โดยภายในห้องจะมีกล้องวงจรติดไว้เพื่อเอาไว้ดูความเคลื่อนไว้อีกด้วย โดยจาการสอบถามคนดูแลห้องเช่า เปิดเผยว่า มีใครก็ไม่รู้เปิดขอเช่าห้องไว้ในราคาห้องวละ 1,500 บาท ต่อเดือน ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งมาขอเช่านานแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้ไม่สนใจว่าห้องดังกล่าวจะมีคนมาพักหรือไม่ รู้แต่เพียงว่าห้องดังกล่าวจะมีคนมาเปิดเข้าออกอยู่เป็นประจำ

    ***ด้าน น้องๆนักศึกษา ที่เช่าอยู่ห้องข้างๆ เล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนเคยไปบอกเจ้าของหอพักแล้วว่าห้องข้างๆมีกลิ่งเหม็นคล้ายกลิ่นกัญชา แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งตนก็ไม่กล้าที่ไปบอกคนที่เข้าออกห้องนี้ เพราะแต่ละครั้งที่มีคนเข้าออกห้องนี้ก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เลยต้องทนกลิ่นเหม็นแบบนี้มาตลอด

    ***ทั้งนี้การบุกจับกุมในครั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนเข้ามากับทางอำเภอเมืองศรีสะเกษ จึงได้มีการตรวจสอบ และเข้าจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งร้านบังท็อป ร้านนี้ถือจับกุมมาแล้ว 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แต่ละครั้งที่ถูกจับกุมก็จะถูกแค่ปรับ รอลงอาญา จึงทำให้เจ้าของร้านกล้าที่จะกลับมาขายอีกครั้ง นอกจากนี้บุหรี่เถื่อนที่จับกุมได้ สังเกตได้ว่าจะขนส่งมาโดยใช้ ไปรษณีย์ไทย เขต 9 ส่งมายังหอพักที่เข้าจับกุมดังกล่าว

    ***เบื้องต้นของกลางที่ตรวจยึดได้ มี น้ำกระท่อม, ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้, บุหรี่ไฟฟ้า, บุหรี่เถื่อน, กัญชา และเงินสด 8,178 บาท มูลค่าของกลางกล่าว 1 แสนบาท เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้รวบรวมหลังฐานและขอกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    //////////////////////////////////////
    ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    ชาวบ้านอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันนึ่งข้าวเหนียว ติดแปะกับโครงไม้ไผ่ขนาดใหญ่ เพื่อทำเป็นข้าวจี่ยักข์ เตรียมย่างจริง สุกจริง กินได้จริง ร่วมงานบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ 21-27 กพ.68

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ วัดบ้านหนองม้า ตำบลหนองม้า อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวักศรีสะเกษ ชาวบ้าน ชาย – หญิง ผู้สูงวัย ผู้นำชุมชนหมู่บ้าน กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.หนองม้า ได้ออกมาร่วมกันทำข้าวจี่ยักข์ พร้อมกับการจัดตบแต่งรถที่บรรทุกข้าวยักข์ ข้าวจี่ใหญ่ ซึ่งเป็น 1 แห่งใน 5 จุด 5 ตำบล และ 1 เทศบาล ของอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ ที่ชาวบ้านกำลังร่วมแรง ร่วมใจรัก ออกมานึ่งข้าวเหนียวให้สุก นำมาติดเข้ากับโครงไม้ไผ่ที่ทำขึ้นขนาดขนาดใหญ่ เตรียมการในการที่จะนำมาย่าง หรือจี่ ข้าวจี่ยักษ์ เตรียมตบแต่งรถ ที่จะบรรทุกเข้าจี่ยักษ์ ร่วมขบวนนางรำ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 กิจกรรมสร้างสรรค์

    ในงาน ประเพณีบุญเข้าจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ณ.หน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ โดยในวันเปิดงานวันแรก วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ทุกตำบลจะจัดขบวนแห่เข้าจี่ยักข์ และของดีประจำตำบลตนเอง พร้อมด้วยสาวสวยนางรำ จำนวน 60 ถึง 100 คนต่อขบวน ที่มีทั้งหมด 7 ขบวน เดินทางแห่ข้าวจี่ยักษ์ เข้าสู่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ

    ซึ่งได้มีการจัดนิทรรศการ ผลผลิตทางการเกษตร ผ้าไหมโพธิ์ศรีสุวรรณ สินค้าหัตถกรรม และอื่นๆ ที่เป็นของดี ที่สร้างรายได้ให้กับชาวอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จะได้นำมาแสดง นำมาออกร้าน มาจัดนิทรรศการ โชว์และจำหน่าย ให้แก่นักท่องเที่ยว ที่จะมาร่วมงาน ซึ่งงานบุญประเพณีเข้าจี่โพธิ์ศรีสุวรรณ ได้จัดมาเป็นประจำทุกปี ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีต่อเนื่องกันมาแล้ว
    ซึ่งวันนี้ได้มี นายเทิดไท แสงผล นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และนางขวัญตา คิดดี ปลัดอวุโส อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

    พร้อมด้วยนายก อบต.หนองม้า กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ที่ได้ร่วมกันออกมานึ่งข้าว เพื่อนำไปติดแปะกับโครงไม้ไผ่ ทำข้าวจี่ยักษ์ ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว่า 1 เมตร ความยาวราว 2.50 เมตร โดยหลังจากนี้เมื่อทำการติดแปะข้าวเหนียว ที่นึ่งสุกเสร็จแล้ว ให้รอบทำข้าวจี่ยักษ์เสร็จ จะได้ทำการก่อไฟถ่านไว้ด้านล่าง ใต้ก้อนข้าวจี่ยักข์ เพื่อย่าง หรือจี่ข้าวจี่ยักษ์นี้ ให้สุกเหมือนการทำข้าวจี่ปกติ ที่สามารถรับประทานได้เมื่อสุกแล้ว พร้อมจะนำไข่ไก่มาชุบ ทา ขณะย่างไปด้วย จะทำให้เข้าจี่ค่อยๆ สุก และจะส่งกลิ่นหอมเหมือนข้าวจี่ ที่จี่เป็นก้อนเล็กๆ ตามปกติเช่นกัน

    โดย นายเทิดไท แสงผล นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และนางขวัญตา คิดดี ปลัดอวุโส อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ พร้อมด้วยนายก อบต.หนองม้า กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านที่มาทำข้าวจี่ยักข์ร่วมกัน ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ว่า งานประเพณีบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ณ.สนามหน้าที่ว่าการอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ โดยในงานจะมีการจัดขบวนแห่ข้าวจี่ยักข์ เพื่อการทำบุญ เพราะหลังจากร่วมขบวนแห่เสร็จ จะนำข้าวจี่ไปถวายพระ ซึ่งจะมีทั้งข้าวจี่แบบธรรมดาปกติของชาวบ้านที่จะจี่ไปถวายพระคุณเจ้า และข้าวจี่ยักษ์ ที่ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

    จะมีงานบุญประเพณีข้าวจี่นี้ เป็นงานประจำปีของชาวบ้าน ชุมชน ทุกหมู่บ้าน ตำบล นอกจากนั้นในงานจะมีการ ออกร้าน นิทรรศการของชุมชน ตลาดนักโบราณ การแข่งขันการตำข้าวซ้อมมือ, การแข่งขันการทำข้าวจี่หรรษา, การปิดตาป้อนข้าวจี่ แต่งหน้าสวย, การแข่งขันตำส้มตำลีลาปลาร้าสุก, การประกวดธิดาข้าวจี่ ที่มีเงินรางวัล กว่า 1 แสนบาท, การประกวดไก่บ้านสวยงาม, การประกวดผลผลิต ทางการเกษตร, การแข่งขันชกมวยไทย ทั้งชาย – หญิง, การแล่น หรือ วิ่งเอาบุญ เที่ยววัดไตรสามัคคี เกาะนาค วังบาดาล เป็นต้น จึงอยากเรียนเชิญนักท่องเที่ยว ทุกท่าน ทั่วโลก มาเที่ยวงาน งานประเพณีบุญข้าวจี่ มหัศจรรย์ ของดีโพธิ์ศรีสุวรรณ ในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ทุกอย่างเที่ยวชมฟรี
    ////////////////////////////ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรบุรี ชวนเที่ยวงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38” ตระการตากับพลุหลากสีบนยอดเขาวัง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 ที่บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ประภาส อินทนู รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานต่างๆ ในชุดไทยอย่างสวยงามร่วมรับฟัง

    ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า งาน “พระนครคีรี–เมืองเพชร” เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนานซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.พ. – 2 มี.ค.68 ณ บริเวณพระนครคีรี(เขาวัง) บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และบริเวณโดยรอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9

    และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ต่อ จ.เพชรบุรี ตลอดจนเพื่อสืบสานศิลปะวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.68 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมขบวนแห่เทิดพระเกียรติ และขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายจากทุกภาคส่วน

    สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร 14 งานช่าง ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักหนังใหญ่ งานฉลุยฝังลายไม้มูก งานแกะสลักไม้ งานตอกกระดาษ งานประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ งานแทงหยวก ฯลฯ นิทรรศการจัดแสดงและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ 8 ชาติพันธุ์ กิจกรรม DIY งานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย(CPOT) นิทรรศการและสาธิตงานศิลปะร่วมสมัย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านที่เวทีโรงโขนบนเขาวัง การแสดงเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ชีวิตเสียงสะท้อนแห่งความทรงจำ “ร่วมย้อนจิรกาล…สู่วิมานพระนครคีรี” ทุกคืน ชมฟรี 200 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น พร้อมทั้งได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิด “เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Phetchaburi City of Gastronomy)”

    มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารพื้นบ้าน – พื้นถิ่น ของชุมชน 8 อำเภอ อาหารเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆ พร้อมทั้งตระการตากับการประดับไฟสีและไฟย้อมแสงโบราณสถานบนพระนครคีรี มีการจุดพลุหลากสีอย่างสวยงามทุกคืน มากกว่า 3,000 ลูก ภายใต้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการจุดพลุบนพระนครคีรี

    ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษนอกจากอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนู และได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง และรอบอุทยานฯ ร.4 แล้ว ยังได้มาร่วมทำบุญกับสำนักงานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี สลากกาชาดใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย และอย่าพลาด มากดชัตเตอร์ เช็คอิน ชมไฟสีสัน แสง สี เสียง ชมความอลังการจากการจุดพลุ ทุกค่ำคืน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน

    นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชมรมถ่ายภาพจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการภาพถ่าย และนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism และพิเศษสุดกับกิจกรรม Studio ถ่ายภาพกับชุดไทยในคอนเซปต์ “แต่งไทยสไตล์พริบพรี” และจัดทำจุดเช็คอินถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน

    โดยเน้นทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เป็นแบ็คกราวน์ รวมไปถึงการจัดหาร้านชุดไทยในพื้นที่เพชรบุรีมาร่วมกิจกรรมให้เช่าชุดไทยในราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมชมงานได้มีประสบการณ์แต่งไทยสไตล์พริบพรี เที่ยวงานพระนครคีรียามค่ำคืนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 38 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”ได้ตามวันดังกล่าว.


    สลด! สาวทับสะแกผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง เหตุเครียดติดหนี้ปั่นสล็อตออนไลน์        วันที่ 13  ก.พ. 2568 พ.ต.ท. สุชาติ รุ่งเรือง รอง ผกก. สส. สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์รับแจ้งว่า มีเหตุคนผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.นาหูกวาง  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ น.ส.ณัฐพร ยอดอิน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 22/3 หมู่ที่ 10 ต.นาหูกวาง  ในที่เกิดเหตุมีนายสุกิจ เผ่าพัฒน์ สามีแจ้งว่าผู้ตายเครียดจากการเล่นการพนันสล็อตอนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ  ทราบว่ามีการยืมเงินผู้อื่นมาเล่น โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 12:00 ของวันนี้ แต่พบผู้เสียชีวิตประมาณ 17:15 น. สอบถาม นายจตุรงณ์ ยอดอิน บิดาและ นายสุกิจฯ สามี ไม่ติดใจใจสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลทับสะแกทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด จึงมอบร่างให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณี  สำหรับปัญหาจากการปั่นสล็อตออนไลน์ พบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายจากหลายท้องที่จากการผูกคอตาย เนื่องจากมีความเครียดเรื่องหนี้สิน บางรายนำเงิน 10,000 บาทที่ได้รับโอนจากรัฐบาลไปเติมเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์จนหมดภายในวันเดียว
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นมื่น!! คู่รัก15 คู่ จดทะเบียนสมรสสร้างตำนานรักบนหินสามวาฬ มีคู๋สมรส LGBTQ 2 คู่

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 14 ก.พ.68 ที่บริเวณภูสิงห์หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอเมืองบึงกาฬ เทศบาลตำบลโคกก่อง สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ อุทยานป่าภูสิงห์หินสามวาฬจังหวัดบึงกาฬ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ

    นายบัวพันธ์ วงศ์จันทร์ นายกเทศมนตรีโคกก่อง นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายกริชชัย ศิลปะรายะ ท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ประชาชน มาร่วมนำขบวนบ่าวสาว เข้าสู่พิธีจดทะเบียน ซึ่งมีนายธีระพล ขุนพาลเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ มาเป็นนายทะเบียนผู้ลงนามในใบสำคัญการสมรสของคู่บ่าวสาว

    กิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักวันวาเลนไทน์เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวอุทยานภูสิงห์หินสามวาฬให้เป็นที่รู้จักและมาเที่ยวชม มากขึ้นและส่งเสริมกระแสการท่องเที่ยวจากเทศกาลวันแห่งความรัก ให้คู่รักหรือคู่สมรสที่มีวัตถุประสงค์ได้มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก “14 ก.พ.วันวาเลนไทน์” โดยมีคอนเซบป์ส่งเสริมให้ครอบครัวมีความอบอุ่นมั่นคงดังครอบครัวของปลาวาฬทั้ง 3 พ่อแม่ลูก และอยู่กันรักมั่นคงดังหินสามวาฬ โดยมีคู่รัก 15 คู่ มาจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์

    ผู้ว่า จุมพฏ กล่าวอีกว่า จังหวัดบึงกาฬ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นที่รู้จักแก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ มากขึ้น อีกทั้งร่วมแสดงความยินดีแก่คู่สมรส

    ที่มาจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ การจดทะเบียนสมรสนับเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีแก่สถาบันครอบครัว อันเป็นรากฐานที่มั่นคง และสำคัญของสังคมไทย คู่สมรสที่มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง เป็นการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างความรัก สร้างฐานะให้เป็นปีกแผ่นมั่นคง

    ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองบึงกาฬ ได้ตระหนักถึงการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของบุคคลในครอบครัวอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นการให้บริการประชาชนทางการลงทะเบียนจึงได้จัดโครงการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ “รักดั่งขุนเขา ของเราสองคน”

    วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว พร้อมส่งเสริมสนับสนุนการให้ความสำคัญในวันแห่งความรัก และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม “วิ่งขึ้นภู ดูหินสามวาฬ” ชวนนักวิ่ง นักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมในวันที่แสนจะพิเศษ บรรยากาศภายในงานนอกจากจะอบอวลไปด้วยความรักของหนุ่มสาวแล้ว ยังครื้นเครงไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเหล่านักวิ่งทั้งหลาย ทำให้ในวันนี้ออกมาอบอุ่นและสมบูรณ์แบบมากที่สุด
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการ“กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” ปิดล้อมตรวจค้น 30 จุด 5 จังหวัด ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 118 ล้านบาท

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2568) พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดในทุกมิติ ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ภายใต้กรอบแนวคิด Seal พื้นที่ชายแดน Stop หยุดวงจรยาเสพติด อาชญากรรมชายแดน Safe พื้นที่ปลอดภัย โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ,ผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) และผู้อำนวยการศู นย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) และ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอร.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

    พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว , พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง , พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ , พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. , พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ พล.ท.กาจน์ กอรี รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3 , นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5 , นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้แทนสำนักงาน ปปง. และ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด ในวันนี้ เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน

    พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 บก.ปส.3 ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมไอซ์ 999 กิโลกรัม และคีตามีน 1,200 กิโลกรัม บริเวณท่าเทียบเรือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และวันที่ 10 ส.ค.67 จับกุมผู้ต้องหา 10 คน พร้อมไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กระทั่งสามารถขยายผลจนทราบถึงกลุ่มที่ลำเลียงยาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้กับกลุ่มที่ถูกจับกุม จึงได้เฝ้าระวังพฤติการณ์เรื่อยมา กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ไอซ์ 30 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผล มีผู้ร่วมลำเลียงยาเสพติดกับผู้ต้องหาและยังไม่ถูกจับกุม โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกลุ่มผู้สั่งการว่าจ้างและขับรถนำทางคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด และจากการตรวจสอบทรัพย์สินกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด

    พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาแทบไม่ถือครองทรัพย์สินเลย โดยจะใช้กลุ่มเครือญาติถือครองทรัพย์สินแทน จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินจากการลำเลียงยาเสพติดไปฟอกเงินในธุรกิจประเภทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยให้กลุ่มเครือญาติเป็นนอมินี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ 9 หมายจับ และเปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นฯ จำนวน 30 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และหนองคาย โดยสามารถขออนุมัติหมายจับ 9 หมาย ผู้ต้องหา 8 คน ตรวจยึดทรัพย์สิน 45 รายการ ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดิน 10 รายการ มูลค่าประมาณ 40,000,000 บาท, ที่ดิน 18 แปลง มูลค่าประมาณ 54,000,000 บาท, สวนลำไย 70 ไร่ 1 แปลง มูลค่าประมาณ 17,500,000 บาท, รถยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 6,600,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ประมาณ 118,300,000 บาท

    นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามเสพติดได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการ SEAL STOP SAFE อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งมีการทำงานในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน สกัดกั้นตามแนวชายแดน การเฝ้าระวังบุคคลเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดน ขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่อยู่พื้นที่ชั้นใน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (ด่านตรวจยานพาหนะ X-RAYS ) เข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อหยุดยั้ง สกัดกั้น ปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างเด็ดขาด ครบวงจร ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ตลอดจนมาตรการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นซาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังป้องกันปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชน

    ภาพ-ข่าว สมจิตร แสงบัลลังศ์ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้องปิยธิดา สาวงามเผ่าถิ่น คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เวทีกลาง งานงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ

    โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าถิ่น หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่านส่งเข้าประกวด

    คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่นอนสปริงยางพารา 6 ฟุต มูลค่า 15,900 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง อำเภอปัว ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด12,000 บาท

    Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอ

    โครงการบ้านสันติภาพและ หจก.ชนากานต์พร็อพเพอร์ตี้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว

    ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจัวหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! ลอบทิ้งซิมพม่าของค่ายดัง กระจายเกลื่อนเขื่อนตลาดอินโดจีน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์​ 2568​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งว่ามีผู้นำซิมโทรศัพท์มือถือมาโปรยทิ้งกระจายเกลื่อนเขื่อนริมตลิ่งแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจดูและพบว่าที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีนทางด้านทิศใต้ ที่พึ่งสร้างก่อสร้างเสร็จ มีซิมโทรศัพท์มือถือของTrueMove h ด้านหลังเขียนว่า ซิมพม่า(DSP) และซิม dtac

    ที่ยังไม่ได้ใช้งานถูกทิ้งกระจายเกลื่อน ทั้งที่บริเวณถนนหน้าเขื่อน และบริเวณหินเรียงหน้าเขื่อนเป็นจำนวนมาก โดยมีซองบุหรี่ TEXAS 5 และ PINE CHANGE ที่มีวางขายอยู่ใน สปป.ลาว ตกอยู่ใกล้กับจุดที่ทิ้งซิมด้วย ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่มีการนำซิมพม่ามาทิ้งดังกล่าว อาจเนื่องมาจากการที่รัฐบาลไทยสั่งตัดอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมเครือข่ายสัญญาณในพื้นที่ของพม่า และผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะกลัวว่า ถ้ามีไว้ในครอบครองแล้วจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจึงได้ลักลอบนำมาทิ้งที่บริเวณดังกล่าว

    ลักลอบทิ้งซิมพม่า #เขื่อนหน้าตลาดอินโดจีน #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / KICK OFF 32 อำเภอ รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอโชคชัย ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน kic off 32 อำเภอ

    รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่ โดยมีนายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายอำเภอโชคชัย สภ.โชคชัย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

    นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนารองผู้ว่า ฯ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวที่ทุกภาคส่วน ช่วยกันป้องกัน จึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้นำชุมชน อาสาสมัคร เกษตรหมู่บ้าน และ เกษตรทุกท่าน

    ได้เร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ที่ได้จากกิจกรรมวันนี้ ให้เกษตรกรหยุดเผา และนำวัสดูเหลือใช้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ และเชื่อมโยงเครือข่ายในการบริหารจัดการพื้นที่ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี โชว์วิสัยทัศน์ “แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล”

    แชร์เนื้อหานี้
     วันที่ 2 ก.พ.68 ที่ห้องประชุม โรงแรมคริสตัล พาเลส พัทยา ถ.พัทยา-นาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายพิเศษเรื่อง "แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล" โดยมี รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณาจารย์และนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมรับฟังบรรยายฯ ด้วยคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดโครงการศึกษาดูงานการเตรียมความพร้อมสู่จังหวัดดิจิทัล ในระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จังหวัดชลบุรี ให้แก่นักศึกษาในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ตรง 

    โดยมีกิจกรรม อาทิ เยี่ยมชม EEC Automation Park มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี รับฟังการบรรยายเรื่อง “การยกระดับปรับความก้าวหน้าประเทศและบุคลากรในเขต EEC” โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) รับฟังบรรยายจากผู้อำนวยการ EEC Autornation Park เรื่อง “การยกระดับอุตสาหกรรมยุค 4.0 และการสร้างบุคลากร + การพัฒนายุคใหม่ พร้อมดูงาน Automation + Smart Factory โดย ดร.ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์ ผู้อำนวยการ EEC Autornation Par

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์เขต 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่าย “นักข่าว” สร้างพลังร่วม / “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่า

    แชร์เนื้อหานี้

    ศูนย์ JIC เชียงใหม่ ร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ใช้เชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ขอแรงเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ช่วยเป็นสื่อช่วยกระจายข่าวและดึงสื่อ นักประชาสัมพันธ์ทุกระดับชั้น มีส่วนร่วมเผยแพร่ข่าวอย่างแม่นยำ ถึงการป้องกันความเสียหายจากภับพิบัติลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เตือนภัยล่วงหน้า เชื่อภัยพิบัติมีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเตือนให้ประชาชนตื่นตัว โดยมีศูนย์ฐานข้อมูลร่วมแพร่ข่าวสารโดยมีข้อมูลที่แม่นยำในการเตอนภัยล่วงกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อวันที่3ก.พ2568 เวลา13.00น.ที่โรงแรมเมอเวนพิค สุริยวงศ์ โฮเต็ล เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 กล่าวรายงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติการฯระหว่างวันที่3-4ก.พ.2568

    เวลา13.00น.-15.00น.เสวนาอภิปรายในหัวข้อจัดการศูนย์ข้อมูลร่วมโครงการวิกฤต(JIC)โอยใช้กรณีอุทกภัยเชียงใหม่ เชียงใหม่โมเดลสู่JICฝุ่นละอองPM2.5จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผวจ.เชียงใหม่ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ โดยมีนางสาวสุชญา มหาอินทร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิธีกร

    เวลา15.00น.บรรยายหัวข้อแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นบะอองPM 2.5โดยนายแพทย์ปัณณวิช จันทกลาง นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลนครพิงค์และในเวลา16.30น.-18.00น.มีการบรรยายหัวข้อเรื่อง “การเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหาฝุ่นละออง PM.2.5” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในวันที่4ก.พ.08.00น.คณะเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบปลอดการเผาจ.เชียงใหม่ ณ.วิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง หมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เวลา 13.00 น. นางนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาคสปข.3บรรยายในหัวข้อ เรื่องการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ แก่คณะที่เข้าร่วมประชุมและในเวลา14.00น. พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯและพธีปิดการประชุม

    ในการประชุมดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้เครือข่ายสื่อมวลชนและอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ได้สร้างเสริมความเข้าใจในการใช้สื่อที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายทุกระดับเพื่อกระจายข่าวข้อมูลที่ถูกต้องได้ อย่างแม่นยำอาทิเช่นนักข่าวพลเมือง ที่ได้รับข้อมูลและกระจายข่าวเตือนภัยล่วงหน้าลดความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างศูนย์JIC หรือ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม

    สื่อสารข้อมูล สร้างการรับรู้ บูรณาการทุกภาคส่วน (Joint Information Center .JIC) เชียงใหม่เกิดความเข้มแข็งด้านข้อมูล อันเป็นประโยชน์รวดเร็วฉับไว ทันเหตุการณ์ อันเป็นการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่.

    นายธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน


    “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่าทั้งห่างเกือ สองหมื่นคะแนน สนามเลือกตั้งเชียงราย- ลำพูนแพ้ยับ
    ล้มแชมป์เก่าไม่ได้ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยั๊ว!! ขู่ เสื้อแดงกลับใจเชียงราย หักหน้า หยามบ้านใหญ่ ช่วยอดีตนายก”นก” ชนะเลือกตั้งคาดเรื่องยังไม่จบ เพื่อไทยเคลื่อนไหวกดดันกกต.ใบแดง ฝั่ง”นก”อทิตาธร หลังชนะเลือกตั้ง ถือศีลกินเจ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว

    บรรยากาศการละคะแนนเลือกตั้งในส่วนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในวันที่1ก.พ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ 1 บ้านแม่คี หมู่ที่7ต.ป่าซาง อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 1 ถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงานบรรยากาศการส่งหีบบัตรเลือกตั้งณ.ศูนย์ จีเอส เอ็ม เทศบาลนครเชียงราย ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายเริ่มทะยอยเดินทางส่วงหีบ บัตรเลือกตั้ง

    โดยมีเจ้า หน้าที่ในส่วนอส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรและอุปกรณ์ กปน.ทุกหน่วยได้ส่งหีบบัตรเสร็จสิ้นเวล22.00 เศษ สามารถส่งผลคะแนนต่อให้กับศูนย์รวบรวมคะแนน ห้องคชสาร อบจ.เชียงรายที่ทางคณะกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายได้กำหนดไว้และขณะนี้ทีมงานข่าวได้รับการเปิดเผย จากกกต.ว่าสามารถรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนของนายก.อบจ.และส.อบจ.100,%แล้วโดยหลังจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลคะแนนทั้งสองส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งตามลำดับและอยู่ระหว่างระยะการตรวจสอบและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตัวผู้สมัครเบอร์ใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากไม่พบก็จะทะยอยประกาศการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน30 วันถัดจากวันเลือกตั้ง

    ในส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองท้องถิ่น ภายหลังจากผลการนับคะแนนจาก 36 เขตเลือกตั้ง18 อำเภอ ประชากรหญิง-ชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 936,351 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 605,780 คนไม่มาใช้สิทธิ์รวม 330,581 คน คิดเฉลี่ย จำนวน 64.68%ในแต่ละอำเภอ ส่วนใหญ่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร 1 ได้ 249,845 คะแนน นำห่างนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 ได้230,262 คะแนน ทั้งห่างกันที่ 1 9,592คะแนน และจากการประเมินภาพรวมแล้วคะแนนนิยมในตัวของเบอร์1ซึ่งครองฐานคะแนนเดิมในส่วนทั้ง18 อำเภอ และสามารถพาลูกทีม ส.อบจ.จำนวน 17 คน ส่วนลูกทีมเพื่อไทยเข้าได้จำนวน12 คน
    ความเคลื่อนไหวฝั่งของเพื่อไทยขณะนี้เร่งจี้ประเด็นการยึดเงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบแต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวทางด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ออกมาโพสบนเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ว่าขณะนี้ได้ร้องเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจังหวัดจังหวัดเชียงรายแล้ว

    อย่างไรก็ตามทางด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงเสื้อแดงกลับใจ ที่ช่วยหาเสียงเบอร์ 1ที่เข้าหาเสียงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งของเชียงรายถิ่นเพื่อไทย ได้ถูกผู้ช่วยหาเสียงเบอร์2 คนหนึ่ง ข่มขู่ให้หวาดกลัวเกี่ยวกับการปราศัย บนรถ หาเสียงกลุ่มของเสื้อแดงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งยามบ้านใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงโดยปกติ
    ซึ่งภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของการร้องเรียนในวิธีการหาเสียง การซื้อเสียง ฯลฯโดยทางสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายเริ่มได้รับการร้องเรียนเป็นบางเรื่องๆยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้แข้งข้อกล่าวหาผู้สมัครว่าฝ่าฝืนจงใจกระผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งความคืบหน้าจะเสนอให้ทราบกันต่อไป.

    ทีมข่าวการเมือง เชียงรายรายงาน..

    สิ่งที่น่าสังเกตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทำไมบัตรเสียถึงเยอะมาก//#แทบจะไม่เชื่อว่าบัตรพวกนั้นเสียจริงหรือไม่เพราะทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้เกือบจะเป็นแสน.#มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 870 564 #จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่.1324913 คน.เป็นบัตรดี 772-129 ใบ.บัตรเสีย 41 124 ใบ//และไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 5753 3 ใบรวม#/กันแล้วทั้งบัตรเสียและไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีจำนวนถึง 9 8 6 5 7 คน..#มันเกิดจากอะไรนั่นหรือ.1 #ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือ #การนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครมักจะมองข้าม

    วิธีโกงการเลือกตั้งแบบง่ายๆ คือ การทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสีย อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของกรรมการประจำหน่วยก็สุดแล้วแต่ แต่วิธีนี้ก็ทำให้คู่แข่งที่มีคะแนนสูสีแพ้มาแล้วมากมาย(ทั้งที่จริงต้องชนะ) ดังนั้นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เก๋าเกมส์ จะส่งคนของตัวเองไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยๆละ 2 คน ผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้สมัครของตัวเองหรือไม่ เช่น ผู้สมัครหมายเลข 1 ส่งผู้สังเกตุการณ์มาเฝ้าตอนนับคะแนน แต่ผู้สมัครหมายเลข 2 ไม่ได้ส่งผู้สังเกตุการณ์มา(อาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย)

    เวลากรรมการขานคะแนน สมมติถ้ากาเบอร์ 1 แล้วบัตรเสีย ผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นตัวแทนของเบอร์ 1 จะขอตรวจสอบทันทีว่าเป็นบัตรเสียได้อย่างไร หลายครั้งที่มีการตรวจสอบสุดท้ายจาก #บัตรเสียกลายเป็นบัตรดี ทำให้เบอร์ 1 ได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเบอร์ 2 ที่โหมกระหน่ำหาเสียงมาเป็นเดือนแต่ไม่ยอมส่งผู้สังเกตุการณ์มาตรวจสอบตอนนับคะแนน ก็จะทำให้ เวลาขานบัตรเสียที่กาเบอร์ 2 จะไม่มีการคัดค้านหรือขอตรวจสอบแต่อย่างใด บัตรดีจะกลายเป็นบัตรเสียทันที น่าเสียดายครับมาตกม้าตายตอนจะเข้าเส้นชัย จึงอยากฝากเพื่อนๆช่วยกระซิบบอกผู้สมัครที่ท่านรัก พรรคการเมืองที่ท่านชอบ ว่าเรื่องนี้สำคัญ💥

    ปล.ในช่องสีแดงคือตัวอย่างบัตรดีที่ขานเป็นบัตรเสียบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ กรรมการขานคะแนน จะอ้างว่ามีจุดตัด 2 จุด ในช่องลงคะแนน จึงเป็นบัตรเสีย แต่ความจริงมันคือบัตรดี แค่ชาวบ้านเขากาทับ 2 ครั้งเพราะปากกาไม่ดีเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้บางหน่วย บางจังหวัด เราจึงได้เห็นบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของผู้แพ้กับผู้ชนะเสียอีก…

    เก็บเอามาบอกเล่าโดยทีมข่าวกองบก

    สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน.

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้ำโขงลด ตำรวจน้ำมุกดาหาร พบรถผุดในแม่น้ำ คาดแก๊งค้ารถข้ามชาติทำงานพลาด /เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.1 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ทำการออกตรวจ สืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดและอาชญากรรมต่างๆ

    ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อตรวจไปถึงที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำโขง ม.4 บ้านหว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้สังเกตเห็นวัตถุสีเหลี่ยมสีขาวลอยพ้นน้ำลักษณะคล้ายหลังคารถยนต์

    จึงได้เข้าทำการเข้าทำการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นพบว่าเป็นรถกระบะที่จมน้ำอยู่ และคาดว่าจะป็นรถที่ขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อจะนำส่งไปยังฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

    แต่เกิดผิดพลาดและทำให้รถยนต์จมน้ำในระหว่างที่จะนำขึ้นเรือข้ามฝั่ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. รับทราบและได้นำรถเครนมาทำการยกรถยนต์คันดังกล่าวขึ้นจากแม่น้ำโขง ในเวลาต่อมา

    จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU สีขาว รุ่น D-MAX ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง MP1TFR87JKG007743 หมายเลขเครื่องยนต์ RZ4ETF0962 สภาพมีดินโคลนปกคลุมไปทั่วตัวรถ สันนิษฐานว่ารถยนต์คันดังกล่าวน่าจะพลัดตกลงไปในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน

    ที่มีระดับน้ำขึ้นสูง กระทั่งต่อมาเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจึงทำให้หลังคารถยนต์คันดังกล่าวโผล่ขึ้นเหนือน้ำและทำให้ถูกพบเห็นดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ตำรวจน้ำมุกดาหาร #น้ำโขงลดรถยนต์ผุด #แก๊งคารถยนต์ข้ามชาติ #ลักลอบนำรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    มุกดาหาร​ -​เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

    เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บรรยากาศการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีประชาชนมาใช้ลงคะแนนเสียงค่อนข้างบางตา โดยผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ

    โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้สูงอายุเดินทางมาต่อคิวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก จนต้องจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้งในเรื่องการช่วยพยุงและการอธิบายว่าบัตรสีใดใช้กับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

    ขณะที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเวลา 9:00 น. จากนั้นได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่จังหวัดมุกดาหาร

    ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังความสามารถ และต้องขอบคุณผู้สมัครสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ที่ได้ให้ความร่วมมือในการสร้างภาพลักษณ์ส่งเสริมการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้ ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบได้ภายในเวลาประมาณ 20:00 น.ของวันนี้

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ หารือร่วมกับทูตนานาประเทศ ปราบอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบข้ามแดนของต่างชาติ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนต์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างประเทศปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา โมร๊อคโค อินเดีย เคนยา ยูเครน บังกลาเทศ รัสเซีย และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงการต่างประเทศ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลน์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวง เช่น กรณีที่ตำรวจไทยช่วยเหลือนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออก 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ได้แก่ มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย , มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) , มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง , มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน , มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย , มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน และมาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และหน่วยงานระดับสากล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

    ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเข้าร่วมในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศยินดีอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือกับไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าวจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

    พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ ในการเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ในเวลา 08.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
    …#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

    แชร์เนื้อหานี้

    วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

    ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3, นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 , น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผบ.บน.41 พร้อมข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับ-ส่งเสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

    การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับ-ส่งเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ และสมพระเกียรติ เป็นไปตามพระราชประสงค์..
    //#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวศรีสาคร เดือดรวมตัวต้านความรุนแรงวางบึ้ม 2 ตชด.พ่อลูก ผู้การ ตชด.ปรับแผนหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย ส่วนทหารส่งหน่วยรบพิเศษเปิดยุทธการล่าอับดุลเลาะ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที 22 ม.ค.68 ที่โรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้มีพลังมวลชนผู้นำศาสนาผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่ 5 หมู่บ้านของ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จำนวนกว่า 500 คน ได้พร้อมใจกันรวมตัวภายใต้การนำของ นายสะแปอิง หะมะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านตืองอ ประกอบพิธีละหมาดฮายัตและดูอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ และขอพรจากองค์อัลเลาะให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่และประชาชน พ้นภัยและห่างไกลความรุนแรง เนื่องจากต้องการให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วมีความร่มเย็น

    ต่อมาคณะมวลชนได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน เพื่อพร้อมใจและร่วมใจกันแสดงพลังและจุดยืนในการต่อต้านความรุนแรง โดยมีการถือป้ายข้อความ อาทิ ชาวศรีบรรพตต้องการสันติสุข ชาวบ้านศรีบรรพตไม่เอาความรุนแรง ศรีบรรพตหยุดความรุนแรง และข้อความหยุดระเบิด หยุดยิง หยุดความรุนแรง พร้อมทั้งได้มีตัวแทนของครูโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ คือ น.ส.อิสมาร่า จรกา ครูภาษาอังกฤษ ได้กล่าวสดุดีวีระกรรมรำลึกถึงคุณงามความดีของครูสุวิทย์และครูโดม ด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ต่อหน้าพลังมวลชน ท่ามกลางความเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งทีครู 2 พ่อลูก ตชด.มีแต่ให้ รวมทั้งได้มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวสดุดีความดีงามของครูทั้ง 2 ที่ทุกคนควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่างในการดำรงชีวิต และช่วยเหลือพัฒนาสังคม

    นอกจากนี้แล้ว ยังมีกิจกรรมของนักเรียนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ด้วยการเขียนข้อความรำลึกถึง ครู ตชด.2 พ่อลูก ในแผ่นกระดาษสีขาวที่ตัดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนจะเขียนข้อความ ถึงความรู้สึกที่นักเรียนเขียนถึงความรู้สึกต่อครูใหญ่ ครูโดม อาทิ รักครูเราคิดถึงครู ไม่น่าจากเราไปเลย ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะนำไปติดที่บอร์ดใต้ถุนอาคารเอนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นสานที่รำลึกถึงครูทั้ง 2 เพื่อใช้เป็นอนุสรณ์ต่อครูทั้ง 2 คนตลอดไป

    ต่อมาหลังพิธีการและกิจกรรมต่างๆแล้วเสร็จ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อเด็กนักเรียน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.อ.พัศวีย์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชตื ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 พร้อมด้วย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ได้เป็นตัวแทนสื่อมวลชน ได้ร่วมกันนำขนมขบเคี้ยว น้ำดื่มและตุ๊กตาหลากหลายชนิด มอบให้กับเด็กนักรัยนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จนสร้างรอยยิ้มแทนความเศร้าจากน้ำตาที่เคยไหลออกมา กลายเป็นการสร้างความเบิกบานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่นักเรียนทั้งหมดจะเข้าห้องเรียนเพื่อทำการเรียนการสอนกันตามปกติวันนี้เป็นวันแรก หลังจากที่โรงเรียนได้ทำการหยุดการเรียนการสอน หลังจากที่ครูสุวิทย์และครูโดม เสียชีวิต จากคนร้ายลอบวางระเบิดแล้วยิงซ้ำเมื่อวันที่ 14 ม.ค.68 ที่ผ่านมา

    ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 กล่าวว่า โรงเรียนตำรวจชายแดนในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้มี 12 โรงเรียน กระจายกันอยู่ แล้วเราก็ได้เพิ่มชุดรักษ์ความปลอดภัยเพิ่มเติมทั้ง 12 โรงเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงเรียนตำรวจชายแดนบ้านละโอ บ้านตืองอ เราได้มีการเพิ่มเติมกำลังปฎิบัติการด้านมวลชน พัฒนาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน โดยเฉพาะในช่วงนี้ประชาชนและครูต่างขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ยังเรายังมีการเปิดการเรียนการสอนเพราะกำลังเราเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน

    นอกจากนี้ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในส่วนบุคลากรที่จะมาทดแทนหลังจากที่ครูสุวิทย์โดยได้เอาอดีตที่เป็นครูที่นี่ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียน ตชด.อยู่แล้วมาสอนแทนและทำหน้าที่ครูต่อ แล้วเราก็จะมีตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความรู้ทางด้านการศึกษามาเพิ่มเติม ในการที่จะพัฒนาและทำกิจกรรมของโรงเรียนต่อไป

    ขณะที่ พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 49 กล่าวว่า ในการบูรณาการของกำลังในพื้นที่นั้น ในก่อนเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมพูดคุยกับทางตำรวจ ทหารในพื้นที่ และในส่วนของปกครอง โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีบรรพต ได้มีการแบ่งมอบการรับผิดชอบการทำงานร่วมกันทำงานทั้ง 3 ฝ่ายมากขึ้น โดยในห้วงที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำในการเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานในพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันในการสืบหาข้อมูลเพื่อที่จะจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ และได้ข้อมูลขั้นต้นมาค่อนข้างเยอะพอสมควร แล้วจะนำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเร็ววัน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ตลอดจนชาวบ้านที่รักครูสุวิทย์ ซึ่งบางคนก็เคยเป็นลูกศิษย์ครูสุวิทย์ และเพื่อนร่วมงานของครูสุวิทย์ ซึ่งเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ โดยพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ของตำบลศรีบรรพต ซึ่งบางครั้งความรุนแรงแค่ครั้งเดียว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เสียโอกาส ทั้งทางด้านการศึกษาและการพัฒนาในพื้นที่ และในส่วนหมายจับ 2 คน ที่ออกมานั้นก็ได้มาจากพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่ โดยมี DNA ในพื้นที่ และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดนขั้นต้นก็คือบุคคลที่ก่อการหลักทั้ง 2 คน ที่สามารถออกหมายจับได้ แต่ในส่วนที่เหลือกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการติดตามและจับกุมในโอกาสต่อไป

    ส่วนด้านความคืบหน้ากรณีผลการตรวจสอบอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ยิงจ่อศรีษะของ ครูสุวิทย์และครูโดม หลังจากจุดชนวนระเบิดแล้วเสร็จนั้น เจ้าหน้าที่พบคนร้ายใช้อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก เป็นอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 3 กระบอก และอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบะ ซึ่งผลการตรวจสอบวิถีกระสุนปืนพบว่ามีอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และอาวุธปืนเอ็ม.16 รวม 2 กระบอก จาก 4 กระบอก นายอับดุลเลาะ บูละ เคยใช้บุกยิง อส.ทพ.หญิง นูรีซัน พรหมศรี สังกัด ร้อย ทพ.49 ขณะขายอาหารในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ตลาดนัดดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

    นอกจากนี้หลังกิจกรรมแล้วเสร็จ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชต ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ถือโอกาสพูดคุยในวงอาหารกลางวัน ที่ ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งตั้งอยู่ในวัดศรีสาคร เพื่อวางแผนส่งกำลังเปิดยุทธการณ์ปลิดชีพโจรใต้ ด้วยการส่งกำลังชุดรบพิเศษและชุดป่าภูเขา ในการติดตามไล่ล่านายอับดุลเลาะ บูละ และพวก ที่หลบหนีกบดานอยู่บนเทือกเขาเมาะแต ในพื้นที่เขตรอยต่อ อ.จะนะกับ อ.ศรีสาคร ซึ่งภารกิจยุทธการในครั้งนี้ มีกำหนดการไล่ล่ากดดันการใช้บังคับกฎหมายเป็นเวลา 1 เดือน หรือ จนกว่าจะสามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ /////////////////////////////
    ข่าว/กรียา/นราธิวาส

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทักษิณ’ ช่วย ‘ภูมิพันธ์’ หาเสียง อ้อนชาวบึงกาฬ เลือกเป็นนายกอบจ.คนใหม่

    แชร์เนื้อหานี้

    วันนี้ (19 ม.ค. 68) เวลา 9.00 น. ที่จังหวัด​บึงกาฬ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับว่าที่ร้อยตรี ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ชิง นายก อบจ.บึงกาฬโดยทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงเวทีมีมวลชนจำนวนมากรอต้อนรับ สวมเสื้อสีแดง พร้อมผ้าคาดหัวที่สกรีนเบอร์ผู้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทำให้บริเวณหน้าเวทีปราศรัยกลายเป็นลานสีแดง หลายคน ชูป้ายให้กำลังใจนายทักษิณบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

    นายทักษิณ กล่าวทักทายว่า “คิดฮอดหลาย”พร้อมบอกว่า เมื่อกี้ถูกสาวบึงกาฬจีบหลายคนบอกว่าตนเองยังหล่ออยู่ ความจริงมันเฒ่าแล้วเดือนกรกฎาคมนี้จะอายุ 76 แล้วแต่ หัวใจยังสะออนอยู่ หัวใจยังอยู่กับพี่น้องประชาชนยังอยากคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง บ้านเมืองนี้หลัง หลายคนบอกว่าคิดถึงผมจริงหรือเปล่าครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเกี่ยวข้องกับคนบึงกาฬตรงๆคือเมื่อปี 2546 ตอนนั้นผมเป็นนายกไปประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ต ได้สั่งยกเลิกมติครม.สมัยคุณชวน ที่บอกว่าไม่ขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ผมให้เพิ่มพื้นที่ปลูกยางพาราอีก 1ล้านไร่ ซึ่งวันนี้บึงกาฬก็ล้านไร่ไปแล้ว

    จากที่ตนออกไปมันขาดการบริหารอย่างมีเป้าหมายไปเยอะ เรียกว่าบริหาร โดยไม่บริหาร บ้านเมืองก็เลยแย่ไปหลายจุด ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตนายกฯ ได้รับพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดว่าอยากทำให้บ้านเมืองดีขึ้นวันนี้ท่าทางคนบึงกาฬอารมณ์ดี สงสัยจะไม่มีความทุกข์ ถามว่ามีทุกข์หรือมีหนี้หรือไม่ และไปลงทะเบียนเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้แล้วหรือไม่ ราคายางพาราดีขึ้นไหม

    นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬใครดูข่าวที่นายกรัฐมนตรีไปเปิดบ้านเพื่อคนไทยบ้างผ่อนเดือนละ 4,000 บาท มีคนแห่ไปกดจอง 23​ ล้านคน ซึ่งโครงการแรกเพิ่งสร้างได้ 4,700 หลังต้องจับฉลากกันตาตั้งเลยนายทักษิณ ถามต่อถึงปัญหายาเสพติดในพื้นพื้นที่​ โดยถามว่าต้องการให้จัดการหรือไม่เอาแบบไหนดี ตอนตนไปหาเสียงช่วยนายกอบจ. ที่อุดรธานีก็ได้ฝากบอกพี่น้องกลับไปบอกพ่อค้ายาเสพติด​ ว่าทักษิณกลับมาแล้ว ทักษิณไม่ใช่ไม่ชอบพ่อค้ายาแต่เกลียดเลย ถ้ายังขายยาอยู่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ พร้อมฝากบอกชาวบึงกาฬเช่นเดียวกันว่าทักษิณมาแล้วแม้จะแก่แล้วก็เหมือนเดิม

    นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬว่า อยากให้สร้างบ้านเพื่อคนไทยบ้างหรือไม่ ซึ่งบ้านเพื่อคนไทยไม่ใช่บ้านเพื่อคนจนแต่เป็นบ้านให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมีบ้านได้มีบ้าน เมื่อก่อนเราอยากมีบ้านต้องหาเงินดาวน์ก่อน แต่เมื่อเก็บเงินได้ ราคาบ้านก็ขยับขึ้น วันนี้จึงเอาที่หลวงซึ่งเป็นที่รถไฟที่ติดกับรถไฟฟ้า ที่จะมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในอนาคตมาเป็นพื้นที่ที่ทำโครงการ ส่วนในต่างจังหวัดก็ใช้ที่ของกรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างโดยที่เชียงใหม่กำลังจะเริ่มทำ ส่วนที่บึงกาฬ เดี๋ยวให้นางนพร​ เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดู ว่าที่ตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ เหมาะสมกับการทำที่อยู่อาศัยหรือไม่ เราจะได้มาสร้างกัน

    วันนี้กะว่าจะสร้างทั่วประเทศ 1,000,000 ยูนิต แต่ยังไม่พอเพราะยังมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองแม้จะหนักแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการก่อสร้างการรับจ้าง ที่สำคัญคือบ้านเพื่อคนไทยใช้ระบบส้วมไฟฟ้า ส่วนเรื่อง Entertainment Complex ว่ามันก็เหมือนที่ลาสเวกัส มีสนามกีฬา มีหอประชุม มีการจัดงานอะไรสารพัดอย่าง มีสวนน้ำ มีบางคนจะเสนอแม้กระทั่งจะสร้างที่เล่นสก็บนหิมะ แต่พื้นที่ใหญ่ ๆ นี้จะใช้พื้นที่ไม่ถึง 10% ทำเป็นคาสิโน เหมือนที่สิงคโปร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาใช้ตังค์ มาท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละแห่ง จะสร้างงาน​ 20,000 คน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทเพื่อรายได้ต่างๆเข้าประเทศ อันนี้เป็นแนวที่รัฐบาลได้ทำต่อเนื่องจากจากรัฐบาลที่แล้ว หลังจากถามความเห็นและมีคนคัดค้านน้อยมาก

    โดยจะต้องทำให้มีการควบคุมให้ถูกต้อง คนไทยจะไปเล่น ต้องเป็นคนมีฐานะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวหมดตัวอันนี้เราจะดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกต้องตามหลักตามที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกันนายทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลรับช่วงมาก็เป็นหนี้ตั้ง 60% ของจีดีพี วันนี้จึงต้องพยายามทำให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ให้เงินสะพัดคล่องขึ้นให้ประชาชนมีเงินใช้ เอาให้เหมือนตอนตนอยู่ไทยรักไทย”วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าเพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วงออกมาก็เจอตั๋วจำนำ ก่อนครบเทอมของรัฐบาลนี้ล้วงกระเป๋าไปตั๋วจำนำหาย ปี 2569 ล้วงไปมีเงินแล้ว และในปี2570

    กลับมาอีกทีจะล้วงไม่ลงเพราะเงินเยอะไป แน่นกระเป๋า ที่พูดมีความตั้งใจและมั่นใจว่าเอาไหวแน่แม้ตอนนี้จะลำบากก็ต้องสู้เอาจนได้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะไร แพ้แต่เมีย” นายทักษิณกล่าววันนี้เราต้องยอมรับว่าเงินมันแห้ง หาเงินเท่าไหร่เขาก็ดูดกลับไปหมด ซึ่งตนเองเรื่องนี้ ตนเองไม่ยอม คนต่างจังหวัดทำงานแทบตายแม้จะมีเงินน้อยนิดก็ต้องให้มีสภาพคล่องอยู่ในจังหวัด คนต่างจังหวัดเหมือนปลาวางไขในคลองถ้าเขาดูดน้ำไปหมดก็วางไข่ไม่ได้ วันนี้จะดูดกลับให้พี่น้องถ้าเขาไม่ให้ดูดน้ำคลองกลับตนเองก็ยอมเติมน้ำขวด ขอเวลาตนนิดหนึ่ง ทำเต็มที่ คิดไม่หยุดและไม่หยุดทำและไม่หยุดส.ท.ร.(เสือกทุกเรื่อง)

    นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนเองกลับมาลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ กับตนเองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ ตามตนเองหาเสียง ตอนตั้งพรรคไทยรักไทย ตอนตนเองเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศนายกอิ๊งค์อายุ 8 ขวบ พวงมาลัยดาวเรืองนายกฯ เขาสวมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาอยู่กับการเมืองมาวิธีคิดวิธีพูดก็เหมือนกันระหว่างไปอยู่ต่างประเทศเขาก็ไปหาตนเองแทบทุกเดือน ขณะท้องก็ไปหาแต่งงานยังไปจัดพิธีที่ฮ่องกง เพราะมาร่วมงานที่เมืองไทยไม่ได้ ถือว่าเป็นลูกที่ใกล้ชิดมาก ดังนั้นวิธีคิดวิธีพูดวิธีทำงานเหมือนกันแม้ไม่ได้คุยกันแต่เวลาเขาให้สัมภาษณ์มันตรงกับเราทุกอย่าง ดังนั้นท่านก็มีนายกตัวจริงคือแพทองธาร มีเงาอยู่ข้างหลังคือเงาแก่ ๆ คนนี้

    นายทักษิณ ยังระบุว่า บึงกาฬ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดี มียางพาราเป็นฐานเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปเราต้องพัฒนาบึงกาฬ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวให้ได้ ให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น พี่น้องชาวบึงกาฬจะได้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะ ไร แม้แต่เมียตื้นตัน ใจที่พี่น้องชาวบึงกาฦมากันเยอะ แดดออกก็ไม่หนี น่ารักมาก แบบนี้ผมต่องขยันมาแล้ว ซี่นใจจริงๆ ผมเป็นโรค ที่ถ้าไปไหนแล้วประชาชนมาให้การต้อนรับกันเยอะๆ จะมีความสุข ท่าให้คนแก่มีความรู้สึก กระชุ่มกระชวย แล้วรู้สึกไม่แก่ มาวันนี้จึงขอคะแนนเสียงให้ เลือกนายกอบจ.คนหนุ่มๆ ไฟแรง แล้วมีคนแก่ๆ ให้คําปรึกษา มีรัฐมนตรีมนพร และสส.นิพนธ์ คอยเป็นพี่เลี้ยง แบบนี้ใช้ให้เต็มที่เลย ถึงเวลา ต้องเปลี่ยนนายก อบจ. เอานายกภูมิพันธ์ เบอร์ 1 และอย่าลืมเลือกสมาชิก อบจ.เข้าไปด้วย ไม่งั้น ทํางานคนเดียวลําบาก” นายทักษิณ กล่าว

    นายทักษิณ กล่าวอีกว่า พี่น้องน่ารักกัน จริงๆ ขอขอบคุณมากที่แดดออกก็ไม่หนี แสดงว่ายัง พอรักตนมากอยู่ อยากให้ตนมาหาบ่อยๆ หรือไม่ เลือกเบอร์ 1 หน่อย อย่างน้อยตนก็แวะมานั่งกินกาแฟไข่กระทะกับนายก อบจ.คนใหม่ จะได้แวะมาหาพี่ น้องประชาชน ขอฝากนายภูมิพันธ์ เบอร 1 ไว้ให้เป็นนายก อบจ.คนใหม่ ตนเป็นคนบ้ายอ อยากยอตน ง่าย นิดเดียวแค่เลือกนายก อบจ.และทีมให้ตน ตนก็มี ความสุข ยัง ไงก็ขอพี่น้องชาวนบึงกาฬ ตนมาขอถึงที่แล้ว ยังไงก็ขอเบอร์ 1 และทีม สจ.ทั้งหมด ให้เป็นกําลังใจตน ตนจะได้มาห่างานพี่น้องต่อไป

    ข่าว/ภาพ​ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา เปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ ดูแลสุขภาพเด็กครบวงจร / ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 18 มกราคม 2568 ที่ล๊อบบี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานเปิดศูนย์กุมารเวช โฉมใหม่ โดยมีแพทย์หญิงพีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับ และประธานสภาเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ กล่าวแสดงความยินดี แพทย์หญิงพาสินี จันทรสูนย์ กล่าวถึงศักยภาพของศูนย์กุมารเวช พร้อมพาเยี่ยมชมศูนย์กุมารเวชและหอผู้ป่วยเด็กโฉมใหม่ แพทย์หญิงพีรพรรณ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในการเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจรระดับประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างสังคมแห่งสุขภาพที่ดี โดยเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก การเปิดศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับการดูแลรักษาที่ครอบคลุมทุกด้าน แต่ยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเติบโตและสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของชาติ
    
    ศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่นี้ เป็นความภาคภูมิใจ เนื่องจากศูนย์กุมารเวชครบวงจรของเราจะเป็นสถานที่ที่รวมแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา โดยดูแลตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 15 ปี ครบทั้งองค์รวมด้านสุขภาพ การพัฒนาอารมณ์, การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมมือกัน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนและสมดุลในทุก ๆ ด้าน 
    
     สิ่งที่เรามุ่งหวังไม่ใช่แค่การให้รักษาที่มีคุณภาพและการบริการ แต่ยังต้องการสร้างสภาพแวดล้อมของศูนย์ที่เอื้อต่อการรักษา เป็นที่ประทับใจสำหรับผู้ปกครองเด็ก ๆ ที่มารับบริการ เราจึงมีการสร้างสรรค์บรรยากาศใหม่ของศูนย์กุมารเวช ให้เป็นมิตร กับเด็ก ๆ  โดยนำเอาเหล่าสัตว์น่ารักต่าง ๆ มาตั้งทีมต้อนรับเด็ก ๆ นำโดย พี่สิงโต เลโอลัส และเหล่าผองเพื่อน เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การมาพบคุณหมอให้ตื่นเต้นสำหรับเด็กและประทับใจเมื่อมารับบริการ
    
    
    การเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจร ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลสุขภาพเด็ก เรามีความเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, และองค์กรต่าง ๆ ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพเด็ก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองและเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี
     นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาสุขภาพเด็กที่น่าสนใจ หัวข้อดูแลสุขภาพเด็กอย่างไร ให้ห่างไกลโรคในวัยเรียน”  โดย พญ.กานต์ชนก สารบรรณ  กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อในเด็ก เสวนาเติบโตสูงสมวัย โดย              นพ.จิระวัฒน์  พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงสนุกสนาน พร้อมกิจกรรม ให้เด็ก ร่วมสนุก แพ็กเกจดูแลสุขภาพเด็ก ราคาพิเศษ ท้ายกิจกรรมยังมี การจับรับรางวัลบัตรจูเนียร์ มูลค่า 4,500 บาท 2 รางวัล บัตรส่วนลด มูลค่ากว่า 12,000 บาท ในการมาใช้บริการรพ.กรุงเทพพัทยา
    
     ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพพัทยา พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางกว่า 11 สาขา หน่วยดูแลทารกวิกฤต NICU หน่วยดูแลผู้ป่วยเด็กวิกฤต PICU ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าลูกน้อยของคุณเจ็บป่วยเวลาใดก็ตาม

    ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก กิตติคม แขกเหรื่ออวยพรคับคั่ง

    ค่ำวันที่ 18 ม.ค.68 ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้บริหารศูนย์ข่าวเนชั่น ภาคตะวันออก ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบก้าวย่างที่ปี 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” และเลี้ยงฉลอฃวันคล้ายวันเกิดปีที่ 61 ของ บก.นก กิตติคม

    ภายในงานได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำ ก่อนแขกผู้มีเกียรติ นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายสุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บรรณาธิการทนสพ.สยาม และนายสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ไทยรัฐกรุ๊ป ภาคตะวันออก

    ในกิจกรรมได้รับเกียรติจากแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งภาคข้าราชการ เอกชน ชุมชน สมาคมและห้างร้านต่างๆ โดยพบว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 พร้อมแจงประเด็นผลตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมการจัดกิจกรรมแถลงข่าวประจำเดือน เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน

    ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนมกราคม 2568 พร้อมพูดถึงประเด็นที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมแจ้งถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการที่จังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบ

    การแถลงข่าวฯ มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน วัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวถึงงานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 โดยมีรายละเอียดได้กำหนดจัดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 7-16 ก.พ. 2568 ณ เวทีกลางบริเวณริมน้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นอกจากนั้นได้พูดถึงการจัดการประกวดนางสาวน่าน และการประกวดธิดาดอย ประจำปี 2568

    จากนั้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 ร่วมกับประมงจังหวัดน่าน เกษตรจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็น ผลการตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โดยจากข้อมูลผลการตรวจสอบและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของมลพิษ และการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม ที่จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น จังหวัดน่านขอยืนยันว่าการปนเปื้อนโลหะหนักต่าง ๆ

    โดยเฉพาะปรอท ในพื้นที่จังหวัดน่านยังมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงสุขภาพของประชาชนเมื่อพิจารณาจากอุบัติการณ์ของโรคภัยนั้น ประชาชนยังมีความปลอดภัยในชีวิต สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ ทั้งนี้ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการเฝ้าระวังในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คณะทำงานฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังมลพิษ การปนเปื้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและ

    แก้ไขปัญหาร่วมกันและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็นการเฝ้าระวังมลพิษ ผลกระทบ และการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมพื้นที่จังหวัดน่านทั้งนี้ยังได้มีการรณรงค์เลือกตั้ง นายก อบจ. ส.อบจ. กิจกรรม “ฟังก่อนกากบาท” เปิดเวทีให้ผู้สมัครได้แสดงวิสัยทัศน์ 24 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น. ที่ ข่วงน้อย โดยสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง 1 ก.พ. 2568 นี้ด้วย

    อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ฝากประชาสัมพันธ์การผลักดันเลนจักรยานและลู่วิ่ง City Run ในเขตเมืองเก่า Kick off 4 ก.พ. 2568 เส้นทางรอบเมืองเก่าน่าน 7 เส้นทาง (เบื้องต้นจะดำเนินการ 2-3 เส้นทางนำร่อง) ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน รายงาน

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระพลจอมแถ นำคณะแม่ชีเข้าพบเจ้าคณะจ.ยืนยันความบริสุทธิ์-ปกป้องศาสนา​ ภายหลังสำนักพุทธมีคำสั่งให้พ้นจากวัดภายใน7วัน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ได้นำพระภิกษุ แม่ชี และญาติโยม เดินทางมาเข้าพบ พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

    ภายหลังจากที่เกิดกรณีถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวว่ามีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา และก่อนหน้านี้หญิงผู้เสียหายได้เดินทางมาให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา

    โดยที่ทางคณะเดินทางมาเข้าพบเจ้าคณะจังหวัดครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีคำสั่งให้แม่ชีทุกคนออกจากวัด จึงได้ร่วมกันเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากเจ้าคณะจังหวัด โดยมีแม่ชีทยอยเดินทางมาสมทบเป็นจำนวนมาก ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พระพลและคณะแม่ชีก็ทยอยเดินทางออกมาจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด

    พระพล กล่าวภายหลังจากที่ได้เข้าพบเจ้าคณะจังหวัดว่า เจ้าคณะจังหวัดได้บอกว่าท่านไม่ได้ใส่ใจในเรื่องที่จะให้แม่ชีออกจากวัดดานพระอินทร์ ท่านไม่เคยคิด และได้ให้คำแนะนำแก่คณะที่เข้าพบว่าต่อแต่นี้ไป ไม่ว่าจะเป็นพระหรือแม่ชีขอให้ อด-อัด-อุด บริสุทธิ์ด้วยธรรม ขณะที่หญิงผู้เสียหายได้เคยมาให้ข้อมูลกับเจ้าคณะจังหวัดเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ท่านจะดูจากข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงก็คือความจริง

    นางวาสนา โยมอุปฐากพระพล กล่าวว่า เรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นเพียงเรื่องที่มีการเล่าต่อๆ กันมา ขอทุกคนให้สบายใจได้ เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ นักข่าวก็ไม่รู้ แม่ก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีใครรู้ดีมากกว่าคนสองคน ส่วนเรื่องที่พระพล ถูกกล่าวหาว่ามีสัมพันธ์กับสีกาอีก 5 คน นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน วันนี้ก็ได้มีแม่ชีก็มายืนยันแล้ว ทุกท่านก็มาแสดงความบริสุทธิ์ว่ามาปฎิบัติธรรม มุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปกป้องพระพุทธศาสนาช่วยกัน

    “อยากฝากไปถึงน้องผู้หญิงที่เป็นคู่กรณีกับพระพล ว่า ขอให้มีสติแล้วก็มาปกป้องศาสนาด้วยกัน ดีกว่าจะมาทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร” นางวาสนากล่าว

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บุกจับแก๊งมอดไม้นาโสก 7 คน ลักลอบเลื่อยไม้ในเขตป่าสงวนฯ

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 12 มกราคม​ 2568​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้มุกดาหาร ร่วมกับ กองร้อยทหารราบกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , ชปข.7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี , กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.4 (คำอาฮวน),

    กก.3 บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สินธิกำลังปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ บ้านกุดแข้ใต้ ต.กุดแข้ อ.เมืองมกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ แปลงที่ 1 พิกัด สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มบุคคลเข้าไปทำการตัดไม้แปรรูปไม้ที่บริเวณพื้นที่ดังกล่าว

    ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน ได้แก่ 1) นายโสดา นาโสก อายุ 70 ปี (เจ้าของไม้, เจ้าของที่ดิน และเป็นผู้จ้างวาน) ที่อยู่เลขที่ 81 ม.13 บ.โนนบุปผา ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 2) นายวินิจ บับพาน อายุ 58 ปี ที่อยู่เลขที่ 1/1 ม.8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (ให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ , 3)

    นายทรงสิทธิ์ บับพาน อายุ 40 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 26 ม.5 บ.นาบอน ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 4) นายปรีชา อุคำ อายุ 50 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 195 ม.4 บ.เหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 5) นายทวีศักดิ์ เสียงหวาน อายุ 57 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 174 ม.7 บ.โคกปังเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ 6) นายสุทธินันท์ สุวรรณพันธ์ อายุ 31 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 233 ม.18 บเหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ และ 7)

    นายศราวุฒิ แก้วหาญ อายุ 88 ปี ที่อยู่เลขที่ 141 ม.10 บ.โคกป่งเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (คนหยดน้ำมัน) พร้อมของกลาง ไม้พฤกษ์แปรรูป จำนวน 6 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.56 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 11,200 บาท, ไม้พลวงแปรรูป จำนวน 19 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.45 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 9,000 บาท, ไม้พลวงท่อน จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 3.87 ลบ.ม.

    คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 37,400 บาท, เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 5 เครื่อง, รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีเขียว ทะเบียน บม 24121 มุกดาหาร เลขตัวถัง LN908049991, รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน, รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จำนวน 1 คัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองมุกดาหาร จากนั้นนำไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    ​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคณะอ.สอบพระพล วัดด่านพระอินทร์ เสพเมถุน – สีกาผู้ถูกล่วงละเมิด หากผิดจริงโทษถึงขั้นปาราชิก

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ที่ห้องประชุมวัดเหล่าต้นยม ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พระครูวชิรธรรมพินิต เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ที่ ๐๒ / ๒๕๖๘ โดยมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมประชุมด้วย

    โดยช่วงเช้าของในวันนี้เป็นการสอบ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายซึ่งยืนยันว่าพระพล ได้มีเพศสัมพันธ์กับตนตั้งแต่ประมาณปี 2560 และเพิ่งมาเลิกยุ่งเกี่ยวกันในปี 2567 โดยครั้งแรกได้เสียกันที่บริเวณลานพญานาคภายในวัดด่านพระอินทร์ ในวันนี้ได้มาให้ปากคำพร้อมด้วยพยานหลักฐานประกอบด้วยคลิปเสียงสนทนา เอกสารแชท line และหลักฐานสลิปการโอนเงินจากบัญชีพระพลมาเข้าบัญชีของตน จำนวนหลายครั้ง

    พระครูวชิรธรรมพินิต ประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่าวันนี้ช่วงเช้าเป็นการเชิญ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำประกอบเอกสารหลักฐานพยานในฐานะเป็นพยานและเป็นผู้เสียหาย ส่วนในช่วงบ่ายมีพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ มาให้การแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะรวบรวมทำให้การพยานพร้อมพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมาทำคำวินิจฉัย ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเสพเมถุน ก็จะมีโทษถึงขั้นอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ต้องรอสิกขา ส่วนผลการพิจารณาวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องหลังจากเสร็จการสอบปากคำพยานทั้งสองฝ่ายจากนั้นคณะกรรมการจึงจะพิจารณาแล้วนำผลคำวินิจฉัยส่งให้เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารพิจารณาสั่งต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

    ฉก. ทหารพราน 2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด พร้อม happy water ขณะลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง

    เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ เวลา​ 14.00​น​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 จังหวัดมุกดาหาร พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวการ จับกุมยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน ลิซ่าแบรนด์ จำนวน 78 ซอง พิมพ์ด้วยตัวหนังสือภาษาไทย ด้านหลังมีตรา อย. ประทับที่ท้ายซองด้วย

    สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ วันที่ 11 มกราคม 2568​ ที่ผ่านมา​ ร.ต.อาทิตย์ นามวงศ์ รองผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) กันที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านส้มป่อย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) ครั้นเมื่อเวลา 19.00 น. จุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมา

    จากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลมาตามลำแม่น้ำ กระทั่งเมื่อเรือลำดังกล่าวไหลมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้แจ้งให้ชุดซุ่มตรวจที่อยู่ใกล้กับจุดที่เรือเทียบฝั่งไทยเข้าตรวจสอบ พบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน กำลังยกกระสอบลงจากเรือ จึงได้แสดงแสดงตัวเพื่อจะขอตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ส่วนคนขับเรือก็ได้ขี่เรือแล่นออกจากฝั่งไทยกลับไปฝั่งยัง

    สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 5 กระสอบ อยู่บริเวณทางเดินขึ้นมาจากตลิ่งแม่น้ำโขง เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน จำนวน 78 ซอง ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแนะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม ยิงปืนใส่บ้านยายวัย 62 ปี 4 นัด แล้วยังทิ้งลูกกระสุนข่มขู่ไว้อีก

    เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ หมู่ 18 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มคนประมาณ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลา 02.00 ของวันที่ 12 มกราคม จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด

    จากการตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยบ้านถูกยิงตรงบริเวณขอบหน้าต่าง 1 นัด และบริเวณฝาผนังบ้านอีก 3 นัด โดยกระสุนที่ถูกยิงเข้าบริเวณขอบหน้าต่างกระสุนยังได้ทะลุไปถูกตู้เย็นที่อยู่ในบ้านอีกด้วย และที่บริเวณถนนหน้าบ้านยังพบว่ามีกระสุนปืนที่ยังไม่ยิงถูกโปรยทิ้งลักษณะเพื่อข่มขู่ไว้อีก 4 นัด

    นางเวียง รูปงาน อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกหวาดกลัวมากเพราะยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีกไหม วันที่เกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังคล้ายยิงปืนก็ตื่นขึ้นมาดูพบว่ามีรถจักยานยนต์เสียงคล้ายรถบิ๊กไบค์คนขี่และคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกกันน็อคเต็มใบขับผ่านไป ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงหวาดผวาโดยเฉพาะเวลาที่มีรถวิ่งผ่านตอนกลางคืน จึงอยากวิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ไว้แล้ว

    แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม #ยิงใส่บ้าน #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    -​เตือนภัย! แบงค์ 1,000 ปลอมระบาด กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงก่อเหตุไว้ได้

    เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านด่านยาว ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่สามารถบันทึกภาพหญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล สวมกางเกงยีน ใส่แมสสีดำปิดอำพรางใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน จากนั้นได้เดินไปหยิบสินค้าเป็นกาแฟ 2 กระป๋อง ราคารวม 30 บาท ก่อนที่จะเปิดกระเป๋าเงินหยิบเงินเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับลูกสาวเจ้าของร้าน และได้ทอนเงินคืนให้ไป 970 บาท หญิงคนดังกล่าวเมื่อรับเงินแล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถยนต์เก๋งสีขาวที่จอดไว้ฝั่งตรงข้ามกับร้านซึ่งอยู่รัศมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

    โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเที่ยงประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 13 มกราคม นาย โจ รีไร อายุ 54 ปี เจ้าของร้านค้าเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุในร้านมีลูกสาวของตน นั่งขายของหน้าร้านคนเดียว จากนั้นได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี เข้ามาซื้อกาแฟ 2 กระป๋อง ราคา 30 บาท แล้วยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ให้ลูกสาวทอนให้ โดยได้ทอนเงินไปเป็น จำนวน 970 บาท จากนั้นหญิงคนนั้นก็ออกไปจากร้าน กระทั่งเวลาต่อมาลูกสาวของตนได้นำเงินฉบับดังกล่าวไปชำระค่าซื้อ

    สินค้า แต่ทางร้านค้าปฏิเสธรับเงินโดยบอกว่าน่าจะไม่ใช่ของแท้แต่เป็นแบงค์ปลอม และเมื่อนำมาเทียบกับของจริง จึงเห็นความแตกต่างเช่นกระดาษจะบางกว่าปกติ พร้อมกับมีขนาดเล็กกว่าด้วย ทั้งนี้ คนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่ตระเวนนำแบงค์ปลอมไปใช้ซื้อของตามร้านค้าแถวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จึงอยากจะแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปให้ใช้ความระมัดระวังเวลารับเงิน โดยต้องตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพต่อไปด้วย

    แบงค์พันปลอมระบาด #ธนบัตรปลอม #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

    นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

    ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

    โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

     นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

    โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

    เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลอยแก้ว..เรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย ไอ้แก้ว ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความลับ

    แชร์เนื้อหานี้

    เปิดศักราช ต้นปี 2568 ซีรีส์วาย พีเรียด ลอยแก้ว ถือฤกษ์งามยามดี ปล่อย Official Pilot ซีรีส์วาย ลอยแก้ว ให้ได้ชมกัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นซีรีส์วายอีกรสชาติ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน ที่พาทุกคนย้อนยุคไปอยู่ท่ามกลางทุ่งนา

    แม่น้ำลำคลอง ความเป็นชาวบ้านทุ่ง เป็นเรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย (เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย) ไอ้แก้ว (แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล)

    ที่ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องเป็นความลับ ความรักที่ต้องทนฝืนความรู้สึกตัวเอง แต่ถ้าความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป รักที่ไม่มีใครจะรับได้หรือให้ใครยอมรับ

    จะเป็นเช่นไร ติดตามชม Officail Pilot ได้ทาง Youtube : LoyKaew First Love ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการถ่ายทำได้ปิดกล้องไปเรียบร้อยและมีโปรแกรมออกอากาศ ภายในปี2568 นี้แน่นอน https://youtu.be/f_xTCLGpx3A?si=phcLBO1LXGZ0ZwW2

    ซีรีส์วาย #ซีรีส์วายพีเรียด #ลอยแก้ว #blseries #blseriesthailand #loykaewfirstlove #วัยซ่าส์ท้ามิติ #เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ #เล้งแสตมป์ #lengstamp #เก้าสตาร์กรุ๊ป #9stargroup #yforyou #brandambassador #Thelittlebeesclub

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

    พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

    นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

    โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

    เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

    ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

    ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สายบุญสายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว/กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ/“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

    แชร์เนื้อหานี้

    ขอเชิญร่วมพิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมดวงราชาโชค ราชาฤกษ์ ณ วัดหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.68 เวลา 15.05 น. พิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมเกณฑ์ราชาโชค เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หนุนดวง เสริมดวง แก้ดวงที่ไม่ดีในปีมะเส็ง พ.ศ.2568 โดยจารึกดวงลัคนาราศีใบแบ้งค์ดวงเศรษฐีกับเหรียญดวงพิชัยสงครามดวงเศรษฐี

    นำดวงเข้าประกอบพิธีเสริมดวงเป็นดวงมงคลแก่เจ้าของดวงชะตา ในเวลา “ราชาฤกษ์” ฤกษ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง เป็นราชาของฤกษ์เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของดวงชะตา ท่านที่ต้องการร่วมพิธีเสริมดวง แจ้งสำรองที่โดยตรง ณ วิหารบูรพาจารย์วัดหนองข้าวเหนียว อ.สามร้อยยอด หรือ line add : @879mumyx วันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 15.05 น. ราชาฤกษ์ ร่วมเปิดรับพลังแห่งความมั่งคั่งให้ดวงของตัวเอง เสริมวาสนา โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง โดยพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ พิธีเทวาภิเษก พุทธาภิเษกเจริญพระคาถาเสริมดวงที่เป็นมงคลยิ่งกับเจ้าของดวงชะตา โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด มาร่วมกันเติมเต็มชีวิตด้วยสิริมงคล แล้วพบกันในวันงาน แผนที่วัดหนองข้าวเหนียว : https://maps.app.goo.gl/smdGdjuxcuJB1MxQA

    “ดวงพิชัยสงคราม” สมัยโบราณมีตำนานเล่าขานมาว่าได้ต้นแบบการสร้างมาจากตำราพิชัยสงคราม เป็นตำราสำคัญที่ใช้วางแผนการรบการศึกสงครามในสมัยอดีต ออกแบบสร้างขึ้นโดยโหราจารย์หรือพราหมณ์ที่ปรึกษาการรบที่มีความรู้และชำนาญในศาสตร์วิชาตำราพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นดวงพิชัยสงครามถือเป็นของสูง มีได้เฉพาะเจ้าเมืองแม่ทัพนายกองคนสำคัญๆในยุคสมัยนั้น และถือเป็นเวทย์ศาสตรา สิ่งคุ้มครองป้องกันดวงชะตาที่ประจุในดวงพิชัยสงครามอีกทางหนึ่ง ดวงพิชัยสงครามเป็นการวางค่ายกลด้วยอักขระเลขยันต์ และ คาถายันต์ เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเช่นเดียวกับตำราพิชัยสงคราม

    ดวงพิชัยสงครามจึงถือเป็นสุดยอดแห่งวิชาการหนุนดวงเสริมดวงที่ผู้ใดได้ทำไว้บูชาดวงชะตาแล้วถือเป็นสิริมงคลต่อตนเอง จะแก้ไขเรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นดี เป็นดวงมหาชนะ ดวงมหาสำเร็จ เมตตามหานิยม เป็นดวงของผู้ชนะโดยตลอด ชนะปัญหาและอุปสรรค ชนะการแข่งขัน ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรให้พ้นไปจากดวงชะตา บูชาดวงพิชัยสงครามแล้วจะช่วยชักนำให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

    เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 501 กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นาวาอากาศเอกพงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมงานด้วยความสุกสนาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดงาน และเชิญพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “ความเป็นผู้รู้จักเวลา เป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้คนเราสามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต เด็กทุกคนจึงควรได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้รู้จักเวลา รู้ว่าเวลาใดควรปฏิบัติสิ่งใด แล้วปฏิบัติให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะแก่เวลาเสมอ” จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้อ่านสารวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี / ผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้มอบของขวัญของรางวัลให้แก่กองบิน 5 เพื่อใช้ในการจัดงานและแจกให้กับเด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน

    โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กองบิน 5 ได้จัดชุดการแสดง ได้แก่ การป้องกันภัยทางอากาศ การแสดงป้องกันฐานบินภาคพื้น การสาธิตดับเพลิง การแสดงชุดสุนัขทหาร พร้อมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องบินแบบต่างๆ และการบินโชว์สมรรถนะของเครื่องบินกริพเพ่น ซึ่งเด็กๆ ต่างพากันถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินและทดลองนั่งอาวุธยุทโธปกรณ์

    โดยมีกำลังพลทหารคอยควบคุมดูแล นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังได้มาร่วมจัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลมากมายในงาน ช่วยสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างมาก.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    “หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

    เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยรวมทั้งทะเลอันดามันในช่วงวันที่ 11-13 ม.ค.68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง

    รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

    ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 ม.ค.68

    ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน จ.ประจวบฯ เรือประมงเล็กชายฝั่งจำนวนมากต่างงดออกจากฝั่งพากันจอดหลบคลื่นลมแรงขนาดสูง 2-4 เมตร ส่วนที่ชายหาดหัวหินตลอดแนวพบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่นสีคล้ำ สภาพอากาศค่อนข้างปิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้บรรดาโรงแรมและผู้ประกอบการชายหาดได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น

    ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินเล่นริมชายหาดมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารชายหาดบางรายพากันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถตั้งเก้าอี้เตียงผ้าใบได้ และคอยเฝ้าดูสภาพคลื่นและระดับน้ำทะเล หากน้ำทะเลหนุนสูงกว่านี้จะได้เร่งขนย้ายข้าวของได้ทัน.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดนครราชสีมาจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์/แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่(9 มกราคม 2568) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไตรมาสที่ 2 ณ วัดดอนเกตุ ตำบลทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคี ภาคเอกชน อำเภอโชคชัย ร่วมจัดงานรวม19 คลินิก 26 หน่วยงาน

    สำหรับธีมจัดงานครั้งนี้คือ การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ การหยุดเผาในพื้นที่เกษตร โดยมีการสาธิตการใช้เครื่องสับย่อยตอซังข้าว และโดรนเพื่อการเกษตร เสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าว การให้บริการวิเคราะห์ ดิน และน้ำ การพักชำระหนี้ของเกษตรกร การให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์ การติดต่อรับบริการและโครงการของหน่วยงาน ได้แก่ การเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่การเกษตร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่การเกษตรและครัวเรือน การตรวจหาสารเคมีในเลือด การทำหมันสุนัข-แมว

    นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในพื้นที่อำเภอโชคชัย เข้ามาให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี แก่เกษตรกร จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ตัดผมฟรี จากโครงการแม่ของแผ่นดิน พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอโชคชัย และอำเภอใกล้เคียงมีเกษตรกรเข้ารับบริการกว่า 400 ราย

    แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

    เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เวลา 14.30 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทน รวมทั้งส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

    ในการติดตามสถานการณ์ และหารือแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ จากกรณีเกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่เขาเสียดอ้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเหตุไฟป่าในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟป่าไว้ได้ แต่ภายหลังกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

    ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการเข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจัดกำลังจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 21 และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำอำเภอปากช่อง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

    ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ เป็นกรณีพิเศษ

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 11 ม.ค.68 ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับแขกเหรื่อจำนวนมากที่ทยอยเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ (บิดา) เป็นกรณีพิเศษ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อครอบครัวในพิธีได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตวุฒิสภา เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และประธานในพิธีพระราชทานเพลิงคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ผู้วายชนม์ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2485 เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนบุตรธิดา 5 คน ของคุณพ่อเล็ก แหวนประดับ และคุณแม่ชิด แหวนประดับ ต่อมาได้สมรสกับคุณแม่พรวิภา แหวนประดับ มีบุตรร่วมกันทั้งหมด 4 คน ได้แก่

    1. นายพรเทพ แทวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของ บริษัทแหวนประดับ การยาง หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้านบ้านยางพัทยา” ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขา
    2. นายไพฑูรย์ แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แหวนประดับ ค้าวัสดุ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้าน ส.แหวนประดับ ค้าวัสดุ”
    3. นายอาทร แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการแหวนประดับอพาร์ทเม้นท์ และแหวนประดับ ฟาร์ม
    4. พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2

    ประวัติการทำงาน ขณะดำรงชีวิตอยู่คุณพ่อสงคราม ได้ประกอบอาชีพการงานอันสุจริต ดำเนินชีวิตโดยคุณธรรม เป็นบุพการีผู้ประเสริฐ เลี้ยงดูอบรมบุตรมาโดยดี มีชีวิตในบั้นปลายอันสงบ และใช้ในบุญกุศลเป็นนิตย์ ทั้งผูกจิตมั่นในพระพุทธศาสนามาตลอดอายุขัย นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวแหวนประดับ และญาติมิตร ขณะที่คุณพ่อสงครามยังมีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่รักใคร่ของครอบครัว บุตร หลาน และญาติมิตรทเพราะท่านได้เอาใจใส่ครอบครัวด้วยความรักและความห่วงใย เป็นแบบอย่างที่ดีของบุตรและหลาน ตลอดถึงเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง กอรปกับกิริยาอัธยาศัยของคุณพ่อสงคราม ที่ภายนอกดูน่าเกรงขามแต่ภายในมีความอ่อนโยน มีความเมตตาและเป็นที่รักใคร่นับถือโดยทั่วหน้า

    ในวาระสุดท้ายคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ได้เสียชีวิตจากการล้มป่วยด้วยความชรา และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ก่อนจากไปด้วยอาการอันสงบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2568 เวลา 19.06 น. สิริรวมอายุได้ 84 ปี

    สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / นร.เสริมสวยเฮ! กยศ.ตรวจความพร้อมโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ก่อนพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพระยะสั้น

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 9 ม.ค.68 ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นางสาวอังคณา ภมรปฐมกุลหัวหน้ากลุ่มงานกำกับสถานศึกษา (กยศ.) และคณะ ได้ติดตามประเมินความพร้อมของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา สถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมชั้นสูง รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี นส.จันฑิมันต์ สิริโพธิษาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ให้การต้อนรับ

    ด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้พิจารณาความพร้อมความเหมาะสมของสถานศึกษาเพื่อการอาชีพด้านต่างๆ ในหลักสูตรระยะสั้น ในการประเมินและอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจำนวน 50,000 บาท ต่อนักเรียนผู้กู้ยืมตั้งแต่อายุ 18-60 ปี โดยทางโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ได้มีความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งสถานที่ บุคคลากรผู้สอน และหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้นเรื่องต่างๆ ในการเสริมความงาม

    ทั้งนี้ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า หลังจากการลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา พบว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของโรงเรียนแห่งนี้ โดนหลังจากนี้จะได้รวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อไป

    นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม

    ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล

    และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

    นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา

    โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

    ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดี เปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ
    ที่ สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ The Office พัทยาเหนือ ทนายอนิรุจน์ คงทรัพย์ กรรมการ บริษัท ยัวร์ บัดดี้ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วย นางลิซ่า แฮมิลตันนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะผู้บริหาร สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ได้จัดทำบุญพร้อมเปิดตัวสำนักงานสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ

    โดยภายในพิธีได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดชัยมงคล พระอารามหลวง มาเจริญพระพุทธมนต์ และภัตตาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 2, นางอำพร แก้วแสง นายกอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ

    เอส.พี. วิลเลจ กรุ๊ป, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเมืองพัทยา, นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ สมาชิกสภาเมืองพัทยา, พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.บางละมุง, พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เสม็ด, พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ, พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่, พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ข้ารางการตำรวจ นักธุรกิจ และสื่อมวลชน เข้าร่วม

    สำหรับสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution เปิดให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพื่อนร่วมเดินทางอย่างปลอดภัย” ให้บริการด้านกฎหมาย คดีความต่าง ๆ รวมทั้งคดีระหว่างประเทศ คดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ รับจดทะเบียนบริษัท ห้าง ร้าน และอื่นๆ จดทะเบียนลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โรงงาน รับทำ VISA ,WORK PERMIT, ทำบัญชี และตรวจสอบบัญชี รวมทั้งทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ 038-111 615, 038-111 616

    นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับ ผอ.ฝ่ายกู้ยืม กยศ. พร้อมนำเสนอหลักสูตรการศึกษาอาชีพระยะสั้นใหม่ ผู้ช่วยด้านทันตกรรม

    มีรายงานว่า อาจารย์พรชัย พิศาลสิษฐ์กุล นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) พร้อมคณะครูประจำโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ ให้การต้อนรับ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และคณะที่เดินทางมาตรวจประเมินผลพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมรับฟังข้อมูล

    สำหรับโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นการปฏิบัติและประกอบอาชีพได้ แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรอาชีพผู้ประกอบการด้านความงาม (ช่างต่อขนตา, ช่างทำเล็บ, ช่างสักคิ้ว) หลักสูตรเกาหลีเพื่อไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี และหลักสูตรอาชีพใหม่ที่น่าสนใจคือ หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ซึ่งยังต้องการอีกมากในตลาดอาชีพปัจจุบันเพราะถือว่ายังขาดแคลน

    สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ของโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ จะควบคุมและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการภายใต้การบริหารของ ทันตแพทย์หญิง พิมพ์ธาดา กิตติพิบูลย์ (หมอโก้) กรรมการผู้จัดการ บ.บางกอก เชน เด็นเทล และทันตแพทย์หญิง กนกรัสม์ ฉันทแดนสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการฯ

    คืนสุดท้ายพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ แขกเหรื่อยังทยอยร่วมอาลัยเป็นจำนวนมาก

    วันที่ 10 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ซึ่งคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย พบว่ามีแขกเหรื่อจำนวนมากทยอยเข้าร่วมพิธีที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับในคืนสุดท้ายทางครอบครัวได้รับเกียรติจากนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นานศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ เอส.พี.วิลเลจ กรุ๊ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดอภิธรรม

    ทั้งนี้ พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ นายวิชา เบ้าพิมพา ผู้บริหารโครงการรันเวย์มาเก็ต พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พ.ต.อ.ภูนล บุตโรบล ผกก.สภ.วิหารแดง พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว

    อย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ 11 มกราคม 2568 จะมีพิธีพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

    วันเด็กแห่งชาติปี 68 พัทยาคึกคัก

    วันเสาร์ที่ 11 ม.ค.68 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนไทย
    ที่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติเมืองพัทยา ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ เยาวชน นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
    โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และกิจการการละเล่นสนุกสนานให้เด็กๆ และเยาวชน โดยห้างร้าน อวค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ที่ว่า “ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”
    

    สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มอบตัวแล้วไอ้เขื่อน ปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ ทนอดอยากในป่าไม่ไหว / ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

    แชร์เนื้อหานี้


    มอบตัวแล้วไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพคารถจักรยานยนต์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันปิดล้อมต่อเนื่องนาน 15 วัน ทั้งตั้งรางวัลนำจับ โดรนบินสำรวจต่อเนื่อง ทนหิวลำบากในป่าไม่ไหว ดอดพบญาติพาเข้ามอบตัวกลางดึกวันที่ 7 มกราคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ดักยิงนายปิติกร จันทรวิจิตร อายุ 40 ปี สามีปัจจุบันของนางธัลศิตา สายเส็ง อายุ 30 ปี และนายธงชัย สุขสมัย อายุ 38 ปี เพื่อนของนายปิติกรเสียชีวิต ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน รวม 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 19 ธันวาคม 67 ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายชนบท หมู่บ้านย่านซื่อ-โปร่งแดง หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านญาติ ป่าสวนยางพารา และป่าแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนตัว โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปภ.) ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจค้นควานหาตัวพร้อมใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก. สภ.อ่าวน้อยได้ขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขณะประชุมประจำเดือน

    ให้ช่วยสำรวจตรวจตา พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้โดยคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 5 ม.ค.68 ที่ผ่านมา นายเขื่อน หรือนายไพศาล คณา ผู้ต้องหายิงดับ 2 ศพได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย โดยประสานผ่านญาติ เนื่องจากถูกกดดันไม่ไหว ลงมาหาเสบียงอาหารไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดนด้วยความยากลำบาก ปัจจุบัน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมรวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบไปแล้ว

    ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากทุกหน่วย และยุทโธปกรณ์ต่างๆทั้ง โดรนบินสำรวจ สุนัขดมกลิ่น ตำรวจ ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นและกดดันในพื้นที่ทุกช่องทาง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณในป่าเขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา อย่างต่อเนื่องนานถึง 15-16 วัน และช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายเขื่อนผู้ก่อเหตุได้แอบลงจากภูเขามาพบญาติเพื่อขอประสานเข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และส่งฝากขังที่ศาลไปแล้ว ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาประสงค์ที่จะไม่ยินยอมทำแผนเนื่องจากหวั่นเกรงญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ และเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้วได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจจำนวนหลายคน เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี

    โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงจริง และได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ในป่าไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานถึงแม้ไม่มีหลักฐานเป็นอาวุธปืนก็มั่นใจว่าเอาผิดได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับผู้ตายที่เป็นผัวใหม่และหึงหวง ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจเถื่อนชายแดน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 รายก็เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ก่อเหตุ แต่จำไม่ได้เนื่องจากกลางคืนมืดมองไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคงไม่ยิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ก่อนส่งฝากขังที่ศาลรอการพิจารณาต่อไป

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


    ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

    เมื่อวันที่ 7 ม.ค.68 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (ฝั่งบลูพอร์ต) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว แคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” ร่วมกับ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ, นางสาวฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาด Trip.com, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และนางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจำนวนมาก
    ททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรของเมืองไทย Trip.com, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และบลูพอร์ต หัวหิน จับมือกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ 2568 กับแคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนี้จัดทำขึ้นส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ พร้อมประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยวไทย ปี 2568 “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวและมหกรรมกีฬาให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลกและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

    แคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯกับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจองโรงแรมที่พักผ่าน Trip.com ช่วงระหว่างวันที่ 13-27 ม.ค.นี้ สำหรับการเข้าพัก 2 คืนขึ้นไปในโรงแรมจังหวัดประจวบฯที่เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิ์บัตรของขวัญฟรีจากพันธมิตรโครงการ ได้แก่ บัตรเข้าสวนน้ำวานานาวา หัวหิน ฟรี 100 ใบ, บัตรเข้าชมซาฟารีหัวหิน ฟรี 100 ใบ สำหรับ 200 ท่าน (1ใบต่อ2ท่าน) และ บัตรเข้าใช้บริการอินฟราเรดซาวน่าและแช่น้ำแข็ง (ice bath) จาก เฮ้าส์ออฟคูณ 100 ใบ โอกาสนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตลอดเดือนมกราคม-เมษายน นี้ จองกันได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางของ Trip.com จองก่อนรับสิทธิ์ใช้ประสบการณ์ความสุขก่อนใคร สุขทันทีที่เที่ยวประจวบคีรีขันธ์…สุขทันใจที่จองผ่าน Trip.com ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจร ซึ่งให้บริการครอบคลุม 24 ภาษา ใน 39 ประเทศ ฝ่ายบริการลูกค้าระดับโลกของ Trip.com ให้บริการในหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อ ‘สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Trip.com และเฟซบุ๊ค ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

    นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า โครงการนี้ ททท. ร่วมกับ Trip.com ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดประจวบฯ ไปสู่อำเภออื่นๆ นอกเหนือจาก อ.หัวหินของเรา คราวนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักมากกว่า 2 คืน จะได้รับ Gift Voucher พิเศษที่เราร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างมากกว่า 2 คืนในพื้นที่ จะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มวันพักขึ้นจากเดิมจะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ประจวบฯ ขณะนี้ จะมองเห็นว่าการเดินทางเป็นกลุ่มที่เป็นครอบครัว young generation ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวหิน จะเห็นได้ว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 400 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักแต่ละโรงแรมที่เป็น 4 ดาว 5 ดาว มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แทบทุกแห่ง

    นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในปี 2025 เราเล็งเห็นแล้วว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาแต่ว่าจะทำยังไงให้เขา spending มากขึ้นแล้วก็อยู่ใน long stay marketing มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นโจทย์พวกนี้มันเป็นโจทย์ที่เราค่อนข้างวางไว้อยู่แล้วทางธุรกิจในเครือเราด้วย เพราะฉะนั้นตัว trip.com มาช่วยเราพอสมควรแล้วเราก็เสริมกันไปเพราะว่ามีตัวช่วยผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า friendly มากขึ้น การจองโฟลว์ขึ้นไม่ว่าจะในส่วนของการหาข้อมูลหรือการดูเรื่องราคาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่พัก เครื่องบินต่างๆ ที่จะมาที่หัวหินหรือมาที่กรุงเทพแล้วก็ต่อรถมาที่หัวหินเลย คิดว่ามันมันเป็นการเอื้อกันมากกว่า พอมาตรงจุดนี้เราก็เลยเริ่มเสริมในเรื่องของประชาสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีอยู่ไม่ว่าในส่วนของบลูพอร์ต หัวหิน, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา หรือว่าจะเป็นอารีน่าหัวหินเองเราก็ช่วยผลักดันในส่วนนี้ร่วมกับ trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”


    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
    นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
    จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
    พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

    ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
    นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
    จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
    พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781