คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการ“กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” ปิดล้อมตรวจค้น 30 จุด 5 จังหวัด ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า 118 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2568) พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดในทุกมิติ ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ภายใต้กรอบแนวคิด Seal พื้นที่ชายแดน Stop หยุดวงจรยาเสพติด อาชญากรรมชายแดน Safe พื้นที่ปลอดภัย โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) และ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนใน และการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ ,ผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) และผู้อำนวยการศู นย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปปง.ตร.) และ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอร.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว , พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง , พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ , พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. , พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ พล.ท.กาจน์ กอรี รอง ผบ.นบ.ยส.35 , พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3 , นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5 , นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ผู้แทนสำนักงาน ปปง. และ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “กวาดล้างเครือข่ายคาวบอยบ่อแก้ว” 30 จุด ในวันนี้ เพื่อขยายผลจับกุมและยึดอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน

พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 บก.ปส.3 ได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมไอซ์ 999 กิโลกรัม และคีตามีน 1,200 กิโลกรัม บริเวณท่าเทียบเรือ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และวันที่ 10 ส.ค.67 จับกุมผู้ต้องหา 10 คน พร้อมไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กระทั่งสามารถขยายผลจนทราบถึงกลุ่มที่ลำเลียงยาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้กับกลุ่มที่ถูกจับกุม จึงได้เฝ้าระวังพฤติการณ์เรื่อยมา กระทั่งเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ไอซ์ 30 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผล มีผู้ร่วมลำเลียงยาเสพติดกับผู้ต้องหาและยังไม่ถูกจับกุม โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวทำหน้าที่เป็นกลุ่มผู้สั่งการว่าจ้างและขับรถนำทางคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด และจากการตรวจสอบทรัพย์สินกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด

พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาแทบไม่ถือครองทรัพย์สินเลย โดยจะใช้กลุ่มเครือญาติถือครองทรัพย์สินแทน จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินจากการลำเลียงยาเสพติดไปฟอกเงินในธุรกิจประเภทบริษัทอสังหาริมทรัพย์ โดยให้กลุ่มเครือญาติเป็นนอมินี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ 9 หมายจับ และเปิดปฏิบัติปิดล้อมตรวจค้นฯ จำนวน 30 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา และหนองคาย โดยสามารถขออนุมัติหมายจับ 9 หมาย ผู้ต้องหา 8 คน ตรวจยึดทรัพย์สิน 45 รายการ ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดิน 10 รายการ มูลค่าประมาณ 40,000,000 บาท, ที่ดิน 18 แปลง มูลค่าประมาณ 54,000,000 บาท, สวนลำไย 70 ไร่ 1 แปลง มูลค่าประมาณ 17,500,000 บาท, รถยนต์ 11 คัน มูลค่าประมาณ 6,600,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ประมาณ 118,300,000 บาท

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามเสพติดได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ในการ SEAL STOP SAFE อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งมีการทำงานในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน สกัดกั้นตามแนวชายแดน การเฝ้าระวังบุคคลเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดน ขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่อยู่พื้นที่ชั้นใน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (ด่านตรวจยานพาหนะ X-RAYS ) เข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อหยุดยั้ง สกัดกั้น ปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างเด็ดขาด ครบวงจร ตัดต้นตอการผลิตและจำหน่าย ตลอดจนมาตรการยึดทรัพย์ผู้ค้ารายสำคัญและเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องให้สิ้นซาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเทและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังป้องกันปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชน

ภาพ-ข่าว สมจิตร แสงบัลลังศ์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้องปิยธิดา สาวงามเผ่าถิ่น คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เวทีกลาง งานงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ

โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าถิ่น หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่านส่งเข้าประกวด

คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่นอนสปริงยางพารา 6 ฟุต มูลค่า 15,900 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง อำเภอปัว ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด12,000 บาท

Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอ

โครงการบ้านสันติภาพและ หจก.ชนากานต์พร็อพเพอร์ตี้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจัวหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! ลอบทิ้งซิมพม่าของค่ายดัง กระจายเกลื่อนเขื่อนตลาดอินโดจีน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์​ 2568​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งว่ามีผู้นำซิมโทรศัพท์มือถือมาโปรยทิ้งกระจายเกลื่อนเขื่อนริมตลิ่งแม่น้ำโขงหน้าตลาดอินโดจีน เทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจดูและพบว่าที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีนทางด้านทิศใต้ ที่พึ่งสร้างก่อสร้างเสร็จ มีซิมโทรศัพท์มือถือของTrueMove h ด้านหลังเขียนว่า ซิมพม่า(DSP) และซิม dtac

ที่ยังไม่ได้ใช้งานถูกทิ้งกระจายเกลื่อน ทั้งที่บริเวณถนนหน้าเขื่อน และบริเวณหินเรียงหน้าเขื่อนเป็นจำนวนมาก โดยมีซองบุหรี่ TEXAS 5 และ PINE CHANGE ที่มีวางขายอยู่ใน สปป.ลาว ตกอยู่ใกล้กับจุดที่ทิ้งซิมด้วย ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่มีการนำซิมพม่ามาทิ้งดังกล่าว อาจเนื่องมาจากการที่รัฐบาลไทยสั่งตัดอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมเครือข่ายสัญญาณในพื้นที่ของพม่า และผู้ที่เป็นเจ้าของอาจจะกลัวว่า ถ้ามีไว้ในครอบครองแล้วจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจึงได้ลักลอบนำมาทิ้งที่บริเวณดังกล่าว

ลักลอบทิ้งซิมพม่า #เขื่อนหน้าตลาดอินโดจีน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / KICK OFF 32 อำเภอ รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอโชคชัย ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน kic off 32 อำเภอ

รวมพลัง อกม.โคราช ปฏิบัติการหยุดเผาทุกพื้นที่ โดยมีนายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายอำเภอโชคชัย สภ.โชคชัย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และเกษตรทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนารองผู้ว่า ฯ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวที่ทุกภาคส่วน ช่วยกันป้องกัน จึงขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงผู้นำชุมชน อาสาสมัคร เกษตรหมู่บ้าน และ เกษตรทุกท่าน

ได้เร่งประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ ที่ได้จากกิจกรรมวันนี้ ให้เกษตรกรหยุดเผา และนำวัสดูเหลือใช้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ และเชื่อมโยงเครือข่ายในการบริหารจัดการพื้นที่ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี โชว์วิสัยทัศน์ “แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล”

แชร์เนื้อหานี้
 วันที่ 2 ก.พ.68 ที่ห้องประชุม โรงแรมคริสตัล พาเลส พัทยา ถ.พัทยา-นาเกลือ เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเดินทางมาบรรยายพิเศษเรื่อง "แนวทางการยกระดับจังหวัดชลบุรีสู่ จังหวัดดิจิทัล" โดยมี รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณาจารย์และนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมรับฟังบรรยายฯ ด้วยคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดโครงการศึกษาดูงานการเตรียมความพร้อมสู่จังหวัดดิจิทัล ในระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่จังหวัดชลบุรี ให้แก่นักศึกษาในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ตรง 

โดยมีกิจกรรม อาทิ เยี่ยมชม EEC Automation Park มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี รับฟังการบรรยายเรื่อง “การยกระดับปรับความก้าวหน้าประเทศและบุคลากรในเขต EEC” โดย ดร.อภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) รับฟังบรรยายจากผู้อำนวยการ EEC Autornation Park เรื่อง “การยกระดับอุตสาหกรรมยุค 4.0 และการสร้างบุคลากร + การพัฒนายุคใหม่ พร้อมดูงาน Automation + Smart Factory โดย ดร.ไพบูลย์ ลิ้มปิติพานิชย์ ผู้อำนวยการ EEC Autornation Par

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประชาสัมพันธ์เขต 3 ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่าย “นักข่าว” สร้างพลังร่วม / “ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่า

แชร์เนื้อหานี้

ศูนย์ JIC เชียงใหม่ ร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ใช้เชียงใหม่โมเดล แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ขอแรงเครือข่ายนักประชาสัมพันธ์ ช่วยเป็นสื่อช่วยกระจายข่าวและดึงสื่อ นักประชาสัมพันธ์ทุกระดับชั้น มีส่วนร่วมเผยแพร่ข่าวอย่างแม่นยำ ถึงการป้องกันความเสียหายจากภับพิบัติลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เตือนภัยล่วงหน้า เชื่อภัยพิบัติมีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเตือนให้ประชาชนตื่นตัว โดยมีศูนย์ฐานข้อมูลร่วมแพร่ข่าวสารโดยมีข้อมูลที่แม่นยำในการเตอนภัยล่วงกหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่3ก.พ2568 เวลา13.00น.ที่โรงแรมเมอเวนพิค สุริยวงศ์ โฮเต็ล เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 กล่าวรายงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมสัมนาเชิงปฏิบัติการฯระหว่างวันที่3-4ก.พ.2568

เวลา13.00น.-15.00น.เสวนาอภิปรายในหัวข้อจัดการศูนย์ข้อมูลร่วมโครงการวิกฤต(JIC)โอยใช้กรณีอุทกภัยเชียงใหม่ เชียงใหม่โมเดลสู่JICฝุ่นละอองPM2.5จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผวจ.เชียงใหม่ รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายเดโช ไชยทัพ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ โดยมีนางสาวสุชญา มหาอินทร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เป็นพิธีกร

เวลา15.00น.บรรยายหัวข้อแนวทางป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นบะอองPM 2.5โดยนายแพทย์ปัณณวิช จันทกลาง นายแพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลนครพิงค์และในเวลา16.30น.-18.00น.มีการบรรยายหัวข้อเรื่อง “การเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหาฝุ่นละออง PM.2.5” โดยรศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนในวันที่4ก.พ.08.00น.คณะเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบปลอดการเผาจ.เชียงใหม่ ณ.วิสาหกิจชุมชนป่าต้นผึ้ง หมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เวลา 13.00 น. นางนวพรรณ ไชยวรรณ์ อุทัยยศ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาคสปข.3บรรยายในหัวข้อ เรื่องการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ แก่คณะที่เข้าร่วมประชุมและในเวลา14.00น. พิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯและพธีปิดการประชุม

ในการประชุมดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้เครือข่ายสื่อมวลชนและอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ได้สร้างเสริมความเข้าใจในการใช้สื่อที่มีอยู่ สร้างเครือข่ายทุกระดับเพื่อกระจายข่าวข้อมูลที่ถูกต้องได้ อย่างแม่นยำอาทิเช่นนักข่าวพลเมือง ที่ได้รับข้อมูลและกระจายข่าวเตือนภัยล่วงหน้าลดความเสียหายในชีวิตทรัพย์สินประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างศูนย์JIC หรือ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม

สื่อสารข้อมูล สร้างการรับรู้ บูรณาการทุกภาคส่วน (Joint Information Center .JIC) เชียงใหม่เกิดความเข้มแข็งด้านข้อมูล อันเป็นประโยชน์รวดเร็วฉับไว ทันเหตุการณ์ อันเป็นการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่.

นายธนกฤต วรรมณี ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงาน


“ทักษิณ”มนต์ไม่ขลัง.ประชาชนไม่เชื่อยังเลือกนายกอบจ.คนเก่าทั้งห่างเกือ สองหมื่นคะแนน สนามเลือกตั้งเชียงราย- ลำพูนแพ้ยับ
ล้มแชมป์เก่าไม่ได้ผู้ช่วยหาเสียงเพื่อไทย ยั๊ว!! ขู่ เสื้อแดงกลับใจเชียงราย หักหน้า หยามบ้านใหญ่ ช่วยอดีตนายก”นก” ชนะเลือกตั้งคาดเรื่องยังไม่จบ เพื่อไทยเคลื่อนไหวกดดันกกต.ใบแดง ฝั่ง”นก”อทิตาธร หลังชนะเลือกตั้ง ถือศีลกินเจ แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว

บรรยากาศการละคะแนนเลือกตั้งในส่วนของ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในวันที่1ก.พ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้ง ที่ 1 บ้านแม่คี หมู่ที่7ต.ป่าซาง อำเภอแม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 1 ถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวเชียงราย รายงานบรรยากาศการส่งหีบบัตรเลือกตั้งณ.ศูนย์ จีเอส เอ็ม เทศบาลนครเชียงราย ตำบลริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายเริ่มทะยอยเดินทางส่วงหีบ บัตรเลือกตั้ง

โดยมีเจ้า หน้าที่ในส่วนอส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองรักษาความสงบเรียบร้อย จัดเจ้าหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรและอุปกรณ์ กปน.ทุกหน่วยได้ส่งหีบบัตรเสร็จสิ้นเวล22.00 เศษ สามารถส่งผลคะแนนต่อให้กับศูนย์รวบรวมคะแนน ห้องคชสาร อบจ.เชียงรายที่ทางคณะกรรมการเลือกตั้งท้องถิ่นจังหวัดเชียงรายได้กำหนดไว้และขณะนี้ทีมงานข่าวได้รับการเปิดเผย จากกกต.ว่าสามารถรวบรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งในส่วนของนายก.อบจ.และส.อบจ.100,%แล้วโดยหลังจากทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลคะแนนทั้งสองส่วนผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งตามลำดับและอยู่ระหว่างระยะการตรวจสอบและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตัวผู้สมัครเบอร์ใด กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หากไม่พบก็จะทะยอยประกาศการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน30 วันถัดจากวันเลือกตั้ง

ในส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองท้องถิ่น ภายหลังจากผลการนับคะแนนจาก 36 เขตเลือกตั้ง18 อำเภอ ประชากรหญิง-ชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 936,351 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 605,780 คนไม่มาใช้สิทธิ์รวม 330,581 คน คิดเฉลี่ย จำนวน 64.68%ในแต่ละอำเภอ ส่วนใหญ่นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เบอร 1 ได้ 249,845 คะแนน นำห่างนางสักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช เบอร์2 ได้230,262 คะแนน ทั้งห่างกันที่ 1 9,592คะแนน และจากการประเมินภาพรวมแล้วคะแนนนิยมในตัวของเบอร์1ซึ่งครองฐานคะแนนเดิมในส่วนทั้ง18 อำเภอ และสามารถพาลูกทีม ส.อบจ.จำนวน 17 คน ส่วนลูกทีมเพื่อไทยเข้าได้จำนวน12 คน
ความเคลื่อนไหวฝั่งของเพื่อไทยขณะนี้เร่งจี้ประเด็นการยึดเงินและทรัพย์สินอื่นๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบแต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ในเรื่องดังกล่าวทางด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์การหาเสียงได้ออกมาโพสบนเฟสบุ๊คสื่อสังคมออนไลน์ ว่าขณะนี้ได้ร้องเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจังหวัดจังหวัดเชียงรายแล้ว

อย่างไรก็ตามทางด้านผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำ ผู้ช่วยหาเสียงเสื้อแดงกลับใจ ที่ช่วยหาเสียงเบอร์ 1ที่เข้าหาเสียงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งของเชียงรายถิ่นเพื่อไทย ได้ถูกผู้ช่วยหาเสียงเบอร์2 คนหนึ่ง ข่มขู่ให้หวาดกลัวเกี่ยวกับการปราศัย บนรถ หาเสียงกลุ่มของเสื้อแดงในเขตพื้นที่อำเภอหนึ่งยามบ้านใหญ่ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงโดยปกติ
ซึ่งภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าเรื่องจะยังไม่จบเพราะมีข่าวความเคลื่อนไหวของการร้องเรียนในวิธีการหาเสียง การซื้อเสียง ฯลฯโดยทางสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายเริ่มได้รับการร้องเรียนเป็นบางเรื่องๆยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้แข้งข้อกล่าวหาผู้สมัครว่าฝ่าฝืนจงใจกระผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งความคืบหน้าจะเสนอให้ทราบกันต่อไป.

ทีมข่าวการเมือง เชียงรายรายงาน..

สิ่งที่น่าสังเกตการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ทำไมบัตรเสียถึงเยอะมาก//#แทบจะไม่เชื่อว่าบัตรพวกนั้นเสียจริงหรือไม่เพราะทำไมถึงมากมายมหาศาลขนาดนี้เกือบจะเป็นแสน.#มีคนออกมาใช้สิทธิ์ 870 564 #จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่.1324913 คน.เป็นบัตรดี 772-129 ใบ.บัตรเสีย 41 124 ใบ//และไม่ประสงค์ลงคะแนนมีจำนวน 5753 3 ใบรวม#/กันแล้วทั้งบัตรเสียและไม่ประสงค์จะลงคะแนนมีจำนวนถึง 9 8 6 5 7 คน..#มันเกิดจากอะไรนั่นหรือ.1 #ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเลือกตั้งคือ #การนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครมักจะมองข้าม

วิธีโกงการเลือกตั้งแบบง่ายๆ คือ การทำให้บัตรดีกลายเป็นบัตรเสีย อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจของกรรมการประจำหน่วยก็สุดแล้วแต่ แต่วิธีนี้ก็ทำให้คู่แข่งที่มีคะแนนสูสีแพ้มาแล้วมากมาย(ทั้งที่จริงต้องชนะ) ดังนั้นผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เก๋าเกมส์ จะส่งคนของตัวเองไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยๆละ 2 คน ผู้สังเกตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง จะทำหน้าที่คอยตรวจสอบการขานคะแนน บัตรดี บัตรเสีย ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งว่าถูกต้องเป็นประโยชน์กับผู้สมัครของตัวเองหรือไม่ เช่น ผู้สมัครหมายเลข 1 ส่งผู้สังเกตุการณ์มาเฝ้าตอนนับคะแนน แต่ผู้สมัครหมายเลข 2 ไม่ได้ส่งผู้สังเกตุการณ์มา(อาจจะประหยัดค่าใช้จ่าย)

เวลากรรมการขานคะแนน สมมติถ้ากาเบอร์ 1 แล้วบัตรเสีย ผู้สังเกตุการณ์ที่เป็นตัวแทนของเบอร์ 1 จะขอตรวจสอบทันทีว่าเป็นบัตรเสียได้อย่างไร หลายครั้งที่มีการตรวจสอบสุดท้ายจาก #บัตรเสียกลายเป็นบัตรดี ทำให้เบอร์ 1 ได้คะแนนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนเบอร์ 2 ที่โหมกระหน่ำหาเสียงมาเป็นเดือนแต่ไม่ยอมส่งผู้สังเกตุการณ์มาตรวจสอบตอนนับคะแนน ก็จะทำให้ เวลาขานบัตรเสียที่กาเบอร์ 2 จะไม่มีการคัดค้านหรือขอตรวจสอบแต่อย่างใด บัตรดีจะกลายเป็นบัตรเสียทันที น่าเสียดายครับมาตกม้าตายตอนจะเข้าเส้นชัย จึงอยากฝากเพื่อนๆช่วยกระซิบบอกผู้สมัครที่ท่านรัก พรรคการเมืองที่ท่านชอบ ว่าเรื่องนี้สำคัญ💥

ปล.ในช่องสีแดงคือตัวอย่างบัตรดีที่ขานเป็นบัตรเสียบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ กรรมการขานคะแนน จะอ้างว่ามีจุดตัด 2 จุด ในช่องลงคะแนน จึงเป็นบัตรเสีย แต่ความจริงมันคือบัตรดี แค่ชาวบ้านเขากาทับ 2 ครั้งเพราะปากกาไม่ดีเท่านั้นเอง ด้วยเหตุนี้บางหน่วย บางจังหวัด เราจึงได้เห็นบัตรเสียมากกว่าส่วนต่างคะแนนของผู้แพ้กับผู้ชนะเสียอีก…

เก็บเอามาบอกเล่าโดยทีมข่าวกองบก

สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน.

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้ำโขงลด ตำรวจน้ำมุกดาหาร พบรถผุดในแม่น้ำ คาดแก๊งค้ารถข้ามชาติทำงานพลาด /เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.1 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้ทำการออกตรวจ สืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดและอาชญากรรมต่างๆ

ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อตรวจไปถึงที่บริเวณท่าน้ำริมแม่น้ำโขง ม.4 บ้านหว้านใหญ่ ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้สังเกตเห็นวัตถุสีเหลี่ยมสีขาวลอยพ้นน้ำลักษณะคล้ายหลังคารถยนต์

จึงได้เข้าทำการเข้าทำการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นพบว่าเป็นรถกระบะที่จมน้ำอยู่ และคาดว่าจะป็นรถที่ขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติลักลอบนำข้ามแม่น้ำโขงเพื่อจะนำส่งไปยังฝั่งแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

แต่เกิดผิดพลาดและทำให้รถยนต์จมน้ำในระหว่างที่จะนำขึ้นเรือข้ามฝั่ง จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. รับทราบและได้นำรถเครนมาทำการยกรถยนต์คันดังกล่าวขึ้นจากแม่น้ำโขง ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU สีขาว รุ่น D-MAX ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขตัวถัง MP1TFR87JKG007743 หมายเลขเครื่องยนต์ RZ4ETF0962 สภาพมีดินโคลนปกคลุมไปทั่วตัวรถ สันนิษฐานว่ารถยนต์คันดังกล่าวน่าจะพลัดตกลงไปในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน

ที่มีระดับน้ำขึ้นสูง กระทั่งต่อมาเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจึงทำให้หลังคารถยนต์คันดังกล่าวโผล่ขึ้นเหนือน้ำและทำให้ถูกพบเห็นดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจน้ำมุกดาหาร #น้ำโขงลดรถยนต์ผุด #แก๊งคารถยนต์ข้ามชาติ #ลักลอบนำรถยนต์ข้ามแม่น้ำโขง #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​เลือกตั้ง อบจ.มุกดาหาร ช่วงเช้าเงียบเหงา ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการออกมาใช้สิทธิ์

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บรรยากาศการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปด้วยความเงียบเหงามีประชาชนมาใช้ลงคะแนนเสียงค่อนข้างบางตา โดยผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ

โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร มีผู้สูงอายุเดินทางมาต่อคิวเพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก จนต้องจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษทั้งในเรื่องการช่วยพยุงและการอธิบายว่าบัตรสีใดใช้กับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ขณะที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งที่ 6 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเวลา 9:00 น. จากนั้นได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่จังหวัดมุกดาหาร

ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การสนับสนุนในการจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มกำลังความสามารถ และต้องขอบคุณผู้สมัครสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ที่ได้ให้ความร่วมมือในการสร้างภาพลักษณ์ส่งเสริมการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในครั้งนี้ ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบได้ภายในเวลาประมาณ 20:00 น.ของวันนี้

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ หารือร่วมกับทูตนานาประเทศ ปราบอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบข้ามแดนของต่างชาติ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนต์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศตคม.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือระหว่างประเทศปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากนานาประเทศ ได้แก่ ศรีลังกา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา แทนซาเนีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย จีน บราซิล สหรัฐอเมริกา โมร๊อคโค อินเดีย เคนยา ยูเครน บังกลาเทศ รัสเซีย และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) , กระทรวงการต่างประเทศ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลน์ ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ รอง ผบช.ก. ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย คนต่างด้าวตั้งกลุ่มแก๊งกระทำความผิดหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างเต็มกำลัง เพื่อขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวง เช่น กรณีที่ตำรวจไทยช่วยเหลือนายหวังซิง นักแสดงชาวจีน ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออก 7 มาตรการ อย่างเข้มงวด ได้แก่ มาตรการก่อนคนต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศไทย , มาตรการ ณ ท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมือง (ชายแดน) , มาตรการตั้งจุดตรวจตามเส้นทาง , มาตรการตรวจสอบที่พัก พื้นที่ท่องเที่ยว และสกัดกั้นพื้นที่ชายแดน , มาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเส้นทางและจุดพักคอย , มาตรการเข้มข้นในพื้นที่ชายแดน และมาตรการประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ และสืบสวนขยายผล นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และหน่วยงานระดับสากล เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุมครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือในการประสานความร่วมมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมออนไลน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเข้าร่วมในการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมี พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เป็นหัวหน้าศูนย์ประสานงานดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทุกประเทศยินดีอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือกับไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อพัฒนามาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ การบังคับใช้อย่างเข้มงวดต่อการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์ประสานงานดังกล่าวจะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดต่อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตนานาประเทศ ในการเข้าร่วมศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระหว่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมติดตามประเมินสถานการณ์ทุกวัน ในเวลา 08.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป
…#สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีบายศรีทูลพระขวัญ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3, นายเย็นดี มณฑีรรัตน์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 , น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผบ.บน.41 พร้อมข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับ-ส่งเสด็จฯ ณ ท่าอากาศยานทหาร บน.41 อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับ-ส่งเสด็จฯ และการถวายความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหตุการณ์ปกติ และสมพระเกียรติ เป็นไปตามพระราชประสงค์..
//#สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวศรีสาคร เดือดรวมตัวต้านความรุนแรงวางบึ้ม 2 ตชด.พ่อลูก ผู้การ ตชด.ปรับแผนหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย ส่วนทหารส่งหน่วยรบพิเศษเปิดยุทธการล่าอับดุลเลาะ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที 22 ม.ค.68 ที่โรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ได้มีพลังมวลชนผู้นำศาสนาผู้นำท้องถิ่น ในพื้นที่ 5 หมู่บ้านของ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จำนวนกว่า 500 คน ได้พร้อมใจกันรวมตัวภายใต้การนำของ นายสะแปอิง หะมะ โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้านตืองอ ประกอบพิธีละหมาดฮายัตและดูอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ และขอพรจากองค์อัลเลาะให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่และประชาชน พ้นภัยและห่างไกลความรุนแรง เนื่องจากต้องการให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วมีความร่มเย็น

ต่อมาคณะมวลชนได้เดินทางไปยังบริเวณหน้าเสาธงของโรงเรียน เพื่อพร้อมใจและร่วมใจกันแสดงพลังและจุดยืนในการต่อต้านความรุนแรง โดยมีการถือป้ายข้อความ อาทิ ชาวศรีบรรพตต้องการสันติสุข ชาวบ้านศรีบรรพตไม่เอาความรุนแรง ศรีบรรพตหยุดความรุนแรง และข้อความหยุดระเบิด หยุดยิง หยุดความรุนแรง พร้อมทั้งได้มีตัวแทนของครูโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ คือ น.ส.อิสมาร่า จรกา ครูภาษาอังกฤษ ได้กล่าวสดุดีวีระกรรมรำลึกถึงคุณงามความดีของครูสุวิทย์และครูโดม ด้วยเสียงสั่นเครือและร้องไห้ต่อหน้าพลังมวลชน ท่ามกลางความเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งทีครู 2 พ่อลูก ตชด.มีแต่ให้ รวมทั้งได้มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวสดุดีความดีงามของครูทั้ง 2 ที่ทุกคนควรนำไปเป็นเยี่ยงอย่างในการดำรงชีวิต และช่วยเหลือพัฒนาสังคม

นอกจากนี้แล้ว ยังมีกิจกรรมของนักเรียนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ด้วยการเขียนข้อความรำลึกถึง ครู ตชด.2 พ่อลูก ในแผ่นกระดาษสีขาวที่ตัดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนจะเขียนข้อความ ถึงความรู้สึกที่นักเรียนเขียนถึงความรู้สึกต่อครูใหญ่ ครูโดม อาทิ รักครูเราคิดถึงครู ไม่น่าจากเราไปเลย ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะนำไปติดที่บอร์ดใต้ถุนอาคารเอนกประสงค์ เพื่อใช้เป็นสานที่รำลึกถึงครูทั้ง 2 เพื่อใช้เป็นอนุสรณ์ต่อครูทั้ง 2 คนตลอดไป

ต่อมาหลังพิธีการและกิจกรรมต่างๆแล้วเสร็จ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อเด็กนักเรียน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.อ.พัศวีย์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชตื ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 พร้อมด้วย น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ได้เป็นตัวแทนสื่อมวลชน ได้ร่วมกันนำขนมขบเคี้ยว น้ำดื่มและตุ๊กตาหลากหลายชนิด มอบให้กับเด็กนักรัยนโรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จนสร้างรอยยิ้มแทนความเศร้าจากน้ำตาที่เคยไหลออกมา กลายเป็นการสร้างความเบิกบานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่นักเรียนทั้งหมดจะเข้าห้องเรียนเพื่อทำการเรียนการสอนกันตามปกติวันนี้เป็นวันแรก หลังจากที่โรงเรียนได้ทำการหยุดการเรียนการสอน หลังจากที่ครูสุวิทย์และครูโดม เสียชีวิต จากคนร้ายลอบวางระเบิดแล้วยิงซ้ำเมื่อวันที่ 14 ม.ค.68 ที่ผ่านมา

ด้าน พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 กล่าวว่า โรงเรียนตำรวจชายแดนในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้มี 12 โรงเรียน กระจายกันอยู่ แล้วเราก็ได้เพิ่มชุดรักษ์ความปลอดภัยเพิ่มเติมทั้ง 12 โรงเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงเรียนตำรวจชายแดนบ้านละโอ บ้านตืองอ เราได้มีการเพิ่มเติมกำลังปฎิบัติการด้านมวลชน พัฒนาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน โดยเฉพาะในช่วงนี้ประชาชนและครูต่างขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่วันนี้ยังเรายังมีการเปิดการเรียนการสอนเพราะกำลังเราเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนและครูผู้สอน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในส่วนบุคลากรที่จะมาทดแทนหลังจากที่ครูสุวิทย์โดยได้เอาอดีตที่เป็นครูที่นี่ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียน ตชด.อยู่แล้วมาสอนแทนและทำหน้าที่ครูต่อ แล้วเราก็จะมีตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีความรู้ทางด้านการศึกษามาเพิ่มเติม ในการที่จะพัฒนาและทำกิจกรรมของโรงเรียนต่อไป

ขณะที่ พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 49 กล่าวว่า ในการบูรณาการของกำลังในพื้นที่นั้น ในก่อนเกิดเหตุการณ์ได้ร่วมพูดคุยกับทางตำรวจ ทหารในพื้นที่ และในส่วนของปกครอง โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีบรรพต ได้มีการแบ่งมอบการรับผิดชอบการทำงานร่วมกันทำงานทั้ง 3 ฝ่ายมากขึ้น โดยในห้วงที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ ทางผู้บังคับบัญชาได้เน้นย้ำในการเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานในพื้นที่ ซึ่งในปัจจุบันในการสืบหาข้อมูลเพื่อที่จะจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ และได้ข้อมูลขั้นต้นมาค่อนข้างเยอะพอสมควร แล้วจะนำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในเร็ววัน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ตลอดจนชาวบ้านที่รักครูสุวิทย์ ซึ่งบางคนก็เคยเป็นลูกศิษย์ครูสุวิทย์ และเพื่อนร่วมงานของครูสุวิทย์ ซึ่งเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ โดยพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ของตำบลศรีบรรพต ซึ่งบางครั้งความรุนแรงแค่ครั้งเดียว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เสียโอกาส ทั้งทางด้านการศึกษาและการพัฒนาในพื้นที่ และในส่วนหมายจับ 2 คน ที่ออกมานั้นก็ได้มาจากพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่ โดยมี DNA ในพื้นที่ และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดนขั้นต้นก็คือบุคคลที่ก่อการหลักทั้ง 2 คน ที่สามารถออกหมายจับได้ แต่ในส่วนที่เหลือกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการติดตามและจับกุมในโอกาสต่อไป

ส่วนด้านความคืบหน้ากรณีผลการตรวจสอบอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ยิงจ่อศรีษะของ ครูสุวิทย์และครูโดม หลังจากจุดชนวนระเบิดแล้วเสร็จนั้น เจ้าหน้าที่พบคนร้ายใช้อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก เป็นอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 3 กระบอก และอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบะ ซึ่งผลการตรวจสอบวิถีกระสุนปืนพบว่ามีอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และอาวุธปืนเอ็ม.16 รวม 2 กระบอก จาก 4 กระบอก นายอับดุลเลาะ บูละ เคยใช้บุกยิง อส.ทพ.หญิง นูรีซัน พรหมศรี สังกัด ร้อย ทพ.49 ขณะขายอาหารในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ตลาดนัดดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 26 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้หลังกิจกรรมแล้วเสร็จ พ.ต.อ.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 รักษาราชการแทน ผบก.ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 พ.ต.ท.ธีระโชต ปฐมวณิชกะ ผบ.ร้อย ตชด.447 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ถือโอกาสพูดคุยในวงอาหารกลางวัน ที่ ฐานปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งตั้งอยู่ในวัดศรีสาคร เพื่อวางแผนส่งกำลังเปิดยุทธการณ์ปลิดชีพโจรใต้ ด้วยการส่งกำลังชุดรบพิเศษและชุดป่าภูเขา ในการติดตามไล่ล่านายอับดุลเลาะ บูละ และพวก ที่หลบหนีกบดานอยู่บนเทือกเขาเมาะแต ในพื้นที่เขตรอยต่อ อ.จะนะกับ อ.ศรีสาคร ซึ่งภารกิจยุทธการในครั้งนี้ มีกำหนดการไล่ล่ากดดันการใช้บังคับกฎหมายเป็นเวลา 1 เดือน หรือ จนกว่าจะสามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ /////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทักษิณ’ ช่วย ‘ภูมิพันธ์’ หาเสียง อ้อนชาวบึงกาฬ เลือกเป็นนายกอบจ.คนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (19 ม.ค. 68) เวลา 9.00 น. ที่จังหวัด​บึงกาฬ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามกีฬาโรงเรียนบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับว่าที่ร้อยตรี ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ชิง นายก อบจ.บึงกาฬโดยทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงเวทีมีมวลชนจำนวนมากรอต้อนรับ สวมเสื้อสีแดง พร้อมผ้าคาดหัวที่สกรีนเบอร์ผู้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยทำให้บริเวณหน้าเวทีปราศรัยกลายเป็นลานสีแดง หลายคน ชูป้ายให้กำลังใจนายทักษิณบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายทักษิณ กล่าวทักทายว่า “คิดฮอดหลาย”พร้อมบอกว่า เมื่อกี้ถูกสาวบึงกาฬจีบหลายคนบอกว่าตนเองยังหล่ออยู่ ความจริงมันเฒ่าแล้วเดือนกรกฎาคมนี้จะอายุ 76 แล้วแต่ หัวใจยังสะออนอยู่ หัวใจยังอยู่กับพี่น้องประชาชนยังอยากคอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้อง บ้านเมืองนี้หลัง หลายคนบอกว่าคิดถึงผมจริงหรือเปล่าครับ สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเกี่ยวข้องกับคนบึงกาฬตรงๆคือเมื่อปี 2546 ตอนนั้นผมเป็นนายกไปประชุมครม.สัญจรที่ภูเก็ต ได้สั่งยกเลิกมติครม.สมัยคุณชวน ที่บอกว่าไม่ขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ผมให้เพิ่มพื้นที่ปลูกยางพาราอีก 1ล้านไร่ ซึ่งวันนี้บึงกาฬก็ล้านไร่ไปแล้ว

จากที่ตนออกไปมันขาดการบริหารอย่างมีเป้าหมายไปเยอะ เรียกว่าบริหาร โดยไม่บริหาร บ้านเมืองก็เลยแย่ไปหลายจุด ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตนายกฯ ได้รับพระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ จึงคิดว่าอยากทำให้บ้านเมืองดีขึ้นวันนี้ท่าทางคนบึงกาฬอารมณ์ดี สงสัยจะไม่มีความทุกข์ ถามว่ามีทุกข์หรือมีหนี้หรือไม่ และไปลงทะเบียนเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้แล้วหรือไม่ ราคายางพาราดีขึ้นไหม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬใครดูข่าวที่นายกรัฐมนตรีไปเปิดบ้านเพื่อคนไทยบ้างผ่อนเดือนละ 4,000 บาท มีคนแห่ไปกดจอง 23​ ล้านคน ซึ่งโครงการแรกเพิ่งสร้างได้ 4,700 หลังต้องจับฉลากกันตาตั้งเลยนายทักษิณ ถามต่อถึงปัญหายาเสพติดในพื้นพื้นที่​ โดยถามว่าต้องการให้จัดการหรือไม่เอาแบบไหนดี ตอนตนไปหาเสียงช่วยนายกอบจ. ที่อุดรธานีก็ได้ฝากบอกพี่น้องกลับไปบอกพ่อค้ายาเสพติด​ ว่าทักษิณกลับมาแล้ว ทักษิณไม่ใช่ไม่ชอบพ่อค้ายาแต่เกลียดเลย ถ้ายังขายยาอยู่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ พร้อมฝากบอกชาวบึงกาฬเช่นเดียวกันว่าทักษิณมาแล้วแม้จะแก่แล้วก็เหมือนเดิม

นายทักษิณ ถามชาวบึงกาฬว่า อยากให้สร้างบ้านเพื่อคนไทยบ้างหรือไม่ ซึ่งบ้านเพื่อคนไทยไม่ใช่บ้านเพื่อคนจนแต่เป็นบ้านให้ทุกคนที่มีความฝันอยากมีบ้านได้มีบ้าน เมื่อก่อนเราอยากมีบ้านต้องหาเงินดาวน์ก่อน แต่เมื่อเก็บเงินได้ ราคาบ้านก็ขยับขึ้น วันนี้จึงเอาที่หลวงซึ่งเป็นที่รถไฟที่ติดกับรถไฟฟ้า ที่จะมีรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในอนาคตมาเป็นพื้นที่ที่ทำโครงการ ส่วนในต่างจังหวัดก็ใช้ที่ของกรมธนารักษ์ ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างโดยที่เชียงใหม่กำลังจะเริ่มทำ ส่วนที่บึงกาฬ เดี๋ยวให้นางนพร​ เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดู ว่าที่ตรงไหนที่ไม่ได้ใช้ เหมาะสมกับการทำที่อยู่อาศัยหรือไม่ เราจะได้มาสร้างกัน

วันนี้กะว่าจะสร้างทั่วประเทศ 1,000,000 ยูนิต แต่ยังไม่พอเพราะยังมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองแม้จะหนักแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการก่อสร้างการรับจ้าง ที่สำคัญคือบ้านเพื่อคนไทยใช้ระบบส้วมไฟฟ้า ส่วนเรื่อง Entertainment Complex ว่ามันก็เหมือนที่ลาสเวกัส มีสนามกีฬา มีหอประชุม มีการจัดงานอะไรสารพัดอย่าง มีสวนน้ำ มีบางคนจะเสนอแม้กระทั่งจะสร้างที่เล่นสก็บนหิมะ แต่พื้นที่ใหญ่ ๆ นี้จะใช้พื้นที่ไม่ถึง 10% ทำเป็นคาสิโน เหมือนที่สิงคโปร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาใช้ตังค์ มาท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละแห่ง จะสร้างงาน​ 20,000 คน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทเพื่อรายได้ต่างๆเข้าประเทศ อันนี้เป็นแนวที่รัฐบาลได้ทำต่อเนื่องจากจากรัฐบาลที่แล้ว หลังจากถามความเห็นและมีคนคัดค้านน้อยมาก

โดยจะต้องทำให้มีการควบคุมให้ถูกต้อง คนไทยจะไปเล่น ต้องเป็นคนมีฐานะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวหมดตัวอันนี้เราจะดูแลอย่างใกล้ชิดและถูกต้องตามหลักตามที่ประเทศพัฒนาแล้วเขาทำกันนายทักษิณ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลรับช่วงมาก็เป็นหนี้ตั้ง 60% ของจีดีพี วันนี้จึงต้องพยายามทำให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ให้เงินสะพัดคล่องขึ้นให้ประชาชนมีเงินใช้ เอาให้เหมือนตอนตนอยู่ไทยรักไทย”วันนี้ต้องทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าเพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ล้วงออกมาก็เจอตั๋วจำนำ ก่อนครบเทอมของรัฐบาลนี้ล้วงกระเป๋าไปตั๋วจำนำหาย ปี 2569 ล้วงไปมีเงินแล้ว และในปี2570

กลับมาอีกทีจะล้วงไม่ลงเพราะเงินเยอะไป แน่นกระเป๋า ที่พูดมีความตั้งใจและมั่นใจว่าเอาไหวแน่แม้ตอนนี้จะลำบากก็ต้องสู้เอาจนได้ ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะไร แพ้แต่เมีย” นายทักษิณกล่าววันนี้เราต้องยอมรับว่าเงินมันแห้ง หาเงินเท่าไหร่เขาก็ดูดกลับไปหมด ซึ่งตนเองเรื่องนี้ ตนเองไม่ยอม คนต่างจังหวัดทำงานแทบตายแม้จะมีเงินน้อยนิดก็ต้องให้มีสภาพคล่องอยู่ในจังหวัด คนต่างจังหวัดเหมือนปลาวางไขในคลองถ้าเขาดูดน้ำไปหมดก็วางไข่ไม่ได้ วันนี้จะดูดกลับให้พี่น้องถ้าเขาไม่ให้ดูดน้ำคลองกลับตนเองก็ยอมเติมน้ำขวด ขอเวลาตนนิดหนึ่ง ทำเต็มที่ คิดไม่หยุดและไม่หยุดทำและไม่หยุดส.ท.ร.(เสือกทุกเรื่อง)

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนเองกลับมาลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ กับตนเองหน้าตาเหมือนกันหรือไม่ ตามตนเองหาเสียง ตอนตั้งพรรคไทยรักไทย ตอนตนเองเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศนายกอิ๊งค์อายุ 8 ขวบ พวงมาลัยดาวเรืองนายกฯ เขาสวมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เขาอยู่กับการเมืองมาวิธีคิดวิธีพูดก็เหมือนกันระหว่างไปอยู่ต่างประเทศเขาก็ไปหาตนเองแทบทุกเดือน ขณะท้องก็ไปหาแต่งงานยังไปจัดพิธีที่ฮ่องกง เพราะมาร่วมงานที่เมืองไทยไม่ได้ ถือว่าเป็นลูกที่ใกล้ชิดมาก ดังนั้นวิธีคิดวิธีพูดวิธีทำงานเหมือนกันแม้ไม่ได้คุยกันแต่เวลาเขาให้สัมภาษณ์มันตรงกับเราทุกอย่าง ดังนั้นท่านก็มีนายกตัวจริงคือแพทองธาร มีเงาอยู่ข้างหลังคือเงาแก่ ๆ คนนี้

นายทักษิณ ยังระบุว่า บึงกาฬ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดี มียางพาราเป็นฐานเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไปเราต้องพัฒนาบึงกาฬ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวให้ได้ ให้ราคายางพาราเพิ่มขึ้น พี่น้องชาวบึงกาฬจะได้ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ผมเป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะ ไร แม้แต่เมียตื้นตัน ใจที่พี่น้องชาวบึงกาฦมากันเยอะ แดดออกก็ไม่หนี น่ารักมาก แบบนี้ผมต่องขยันมาแล้ว ซี่นใจจริงๆ ผมเป็นโรค ที่ถ้าไปไหนแล้วประชาชนมาให้การต้อนรับกันเยอะๆ จะมีความสุข ท่าให้คนแก่มีความรู้สึก กระชุ่มกระชวย แล้วรู้สึกไม่แก่ มาวันนี้จึงขอคะแนนเสียงให้ เลือกนายกอบจ.คนหนุ่มๆ ไฟแรง แล้วมีคนแก่ๆ ให้คําปรึกษา มีรัฐมนตรีมนพร และสส.นิพนธ์ คอยเป็นพี่เลี้ยง แบบนี้ใช้ให้เต็มที่เลย ถึงเวลา ต้องเปลี่ยนนายก อบจ. เอานายกภูมิพันธ์ เบอร์ 1 และอย่าลืมเลือกสมาชิก อบจ.เข้าไปด้วย ไม่งั้น ทํางานคนเดียวลําบาก” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า พี่น้องน่ารักกัน จริงๆ ขอขอบคุณมากที่แดดออกก็ไม่หนี แสดงว่ายัง พอรักตนมากอยู่ อยากให้ตนมาหาบ่อยๆ หรือไม่ เลือกเบอร์ 1 หน่อย อย่างน้อยตนก็แวะมานั่งกินกาแฟไข่กระทะกับนายก อบจ.คนใหม่ จะได้แวะมาหาพี่ น้องประชาชน ขอฝากนายภูมิพันธ์ เบอร 1 ไว้ให้เป็นนายก อบจ.คนใหม่ ตนเป็นคนบ้ายอ อยากยอตน ง่าย นิดเดียวแค่เลือกนายก อบจ.และทีมให้ตน ตนก็มี ความสุข ยัง ไงก็ขอพี่น้องชาวนบึงกาฬ ตนมาขอถึงที่แล้ว ยังไงก็ขอเบอร์ 1 และทีม สจ.ทั้งหมด ให้เป็นกําลังใจตน ตนจะได้มาห่างานพี่น้องต่อไป

ข่าว/ภาพ​ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.กรุงเทพพัทยา เปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ ดูแลสุขภาพเด็กครบวงจร / ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มกราคม 2568 ที่ล๊อบบี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดงานเปิดศูนย์กุมารเวช โฉมใหม่ โดยมีแพทย์หญิงพีรพรรณ เจรจาปรีดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กล่าวต้อนรับ และประธานสภาเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ กล่าวแสดงความยินดี แพทย์หญิงพาสินี จันทรสูนย์ กล่าวถึงศักยภาพของศูนย์กุมารเวช พร้อมพาเยี่ยมชมศูนย์กุมารเวชและหอผู้ป่วยเด็กโฉมใหม่ แพทย์หญิงพีรพรรณ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ในการเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจรระดับประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างสังคมแห่งสุขภาพที่ดี โดยเริ่มต้นตั้งแต่เด็ก การเปิดศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับการดูแลรักษาที่ครอบคลุมทุกด้าน แต่ยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเติบโตและสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของชาติ

ศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่นี้ เป็นความภาคภูมิใจ เนื่องจากศูนย์กุมารเวชครบวงจรของเราจะเป็นสถานที่ที่รวมแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา โดยดูแลตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุ 15 ปี ครบทั้งองค์รวมด้านสุขภาพ การพัฒนาอารมณ์, การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามาร่วมมือกัน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างครบถ้วนและสมดุลในทุก ๆ ด้าน 

 สิ่งที่เรามุ่งหวังไม่ใช่แค่การให้รักษาที่มีคุณภาพและการบริการ แต่ยังต้องการสร้างสภาพแวดล้อมของศูนย์ที่เอื้อต่อการรักษา เป็นที่ประทับใจสำหรับผู้ปกครองเด็ก ๆ ที่มารับบริการ เราจึงมีการสร้างสรรค์บรรยากาศใหม่ของศูนย์กุมารเวช ให้เป็นมิตร กับเด็ก ๆ  โดยนำเอาเหล่าสัตว์น่ารักต่าง ๆ มาตั้งทีมต้อนรับเด็ก ๆ นำโดย พี่สิงโต เลโอลัส และเหล่าผองเพื่อน เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การมาพบคุณหมอให้ตื่นเต้นสำหรับเด็กและประทับใจเมื่อมารับบริการ


การเปิดศูนย์กุมารเวชโฉมใหม่ครบวงจร ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลสุขภาพเด็ก เรามีความเชื่อมั่นว่า ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ, ภาคเอกชน, และองค์กรต่าง ๆ ศูนย์นี้จะเป็นศูนย์กลางในการดูแลสุขภาพเด็ก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ปกครองและเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี
 นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาสุขภาพเด็กที่น่าสนใจ หัวข้อดูแลสุขภาพเด็กอย่างไร ให้ห่างไกลโรคในวัยเรียน”  โดย พญ.กานต์ชนก สารบรรณ  กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อในเด็ก เสวนาเติบโตสูงสมวัย โดย              นพ.จิระวัฒน์  พฤกษศรี กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อ และการแสดงสนุกสนาน พร้อมกิจกรรม ให้เด็ก ร่วมสนุก แพ็กเกจดูแลสุขภาพเด็ก ราคาพิเศษ ท้ายกิจกรรมยังมี การจับรับรางวัลบัตรจูเนียร์ มูลค่า 4,500 บาท 2 รางวัล บัตรส่วนลด มูลค่ากว่า 12,000 บาท ในการมาใช้บริการรพ.กรุงเทพพัทยา

 ศูนย์กุมารเวช รพ.กรุงเทพพัทยา พร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางกว่า 11 สาขา หน่วยดูแลทารกวิกฤต NICU หน่วยดูแลผู้ป่วยเด็กวิกฤต PICU ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าลูกน้อยของคุณเจ็บป่วยเวลาใดก็ตาม

ฉลองก้าวย่างสู่ปีที่ 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” แฮปปี้เบิร์ธเดย์ บก.นก กิตติคม แขกเหรื่ออวยพรคับคั่ง

ค่ำวันที่ 18 ม.ค.68 ที่ร้านอาหารมุมอร่อย นาเกลือ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกิตติคม ธีวรางกูล บรรณาธิการข่าวเด็ดออนไลน์ และผู้บริหารศูนย์ข่าวเนชั่น ภาคตะวันออก ได้จัดเลี้ยงสังสรรค์เนื่องในโอกาสครบรอบก้าวย่างที่ปี 27 “ข่าวเด็ดออนไลน์” และเลี้ยงฉลอฃวันคล้ายวันเกิดปีที่ 61 ของ บก.นก กิตติคม

ภายในงานได้จัดเลี้ยงอาหารค่ำ ก่อนแขกผู้มีเกียรติ นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายสุรศักดิ์ ทุมมานนท์ บรรณาธิการทนสพ.สยาม และนายสุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ไทยรัฐกรุ๊ป ภาคตะวันออก

ในกิจกรรมได้รับเกียรติจากแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งภาคข้าราชการ เอกชน ชุมชน สมาคมและห้างร้านต่างๆ โดยพบว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว งานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 พร้อมแจงประเด็นผลตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมการจัดกิจกรรมแถลงข่าวประจำเดือน เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน

ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนมกราคม 2568 พร้อมพูดถึงประเด็นที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมแจ้งถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการที่จังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบ

การแถลงข่าวฯ มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน วัฒนธรรมจังหวัดน่าน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน กล่าวถึงงานประจำปีและของดีเมืองน่าน 2568 โดยมีรายละเอียดได้กำหนดจัดงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ในระหว่างวันที่ 7-16 ก.พ. 2568 ณ เวทีกลางบริเวณริมน้ำน่าน เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน และจัดหารายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นอกจากนั้นได้พูดถึงการจัดการประกวดนางสาวน่าน และการประกวดธิดาดอย ประจำปี 2568

จากนั้นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 ร่วมกับประมงจังหวัดน่าน เกษตรจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็น ผลการตรวจสอบมลพิษสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมของอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน โดยจากข้อมูลผลการตรวจสอบและการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของมลพิษ และการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อม ที่จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น จังหวัดน่านขอยืนยันว่าการปนเปื้อนโลหะหนักต่าง ๆ

โดยเฉพาะปรอท ในพื้นที่จังหวัดน่านยังมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงสุขภาพของประชาชนเมื่อพิจารณาจากอุบัติการณ์ของโรคภัยนั้น ประชาชนยังมีความปลอดภัยในชีวิต สามารถดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ ทั้งนี้ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญและดำเนินการเฝ้าระวังในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง คณะทำงานฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังมลพิษ การปนเปื้อน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและ

แก้ไขปัญหาร่วมกันและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงประเด็นการเฝ้าระวังมลพิษ ผลกระทบ และการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมพื้นที่จังหวัดน่านทั้งนี้ยังได้มีการรณรงค์เลือกตั้ง นายก อบจ. ส.อบจ. กิจกรรม “ฟังก่อนกากบาท” เปิดเวทีให้ผู้สมัครได้แสดงวิสัยทัศน์ 24 ม.ค. 2568 เวลา 17.00 น. ที่ ข่วงน้อย โดยสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ก่อนการลงคะแนนเลือกตั้ง 1 ก.พ. 2568 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ฝากประชาสัมพันธ์การผลักดันเลนจักรยานและลู่วิ่ง City Run ในเขตเมืองเก่า Kick off 4 ก.พ. 2568 เส้นทางรอบเมืองเก่าน่าน 7 เส้นทาง (เบื้องต้นจะดำเนินการ 2-3 เส้นทางนำร่อง) ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พระพลจอมแถ นำคณะแม่ชีเข้าพบเจ้าคณะจ.ยืนยันความบริสุทธิ์-ปกป้องศาสนา​ ภายหลังสำนักพุทธมีคำสั่งให้พ้นจากวัดภายใน7วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ได้นำพระภิกษุ แม่ชี และญาติโยม เดินทางมาเข้าพบ พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร

ภายหลังจากที่เกิดกรณีถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวว่ามีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา และก่อนหน้านี้หญิงผู้เสียหายได้เดินทางมาให้การกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา

โดยที่ทางคณะเดินทางมาเข้าพบเจ้าคณะจังหวัดครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวว่า อาจจะมีคำสั่งให้แม่ชีทุกคนออกจากวัด จึงได้ร่วมกันเดินทางมาขอความเป็นธรรมจากเจ้าคณะจังหวัด โดยมีแม่ชีทยอยเดินทางมาสมทบเป็นจำนวนมาก ได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พระพลและคณะแม่ชีก็ทยอยเดินทางออกมาจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด

พระพล กล่าวภายหลังจากที่ได้เข้าพบเจ้าคณะจังหวัดว่า เจ้าคณะจังหวัดได้บอกว่าท่านไม่ได้ใส่ใจในเรื่องที่จะให้แม่ชีออกจากวัดดานพระอินทร์ ท่านไม่เคยคิด และได้ให้คำแนะนำแก่คณะที่เข้าพบว่าต่อแต่นี้ไป ไม่ว่าจะเป็นพระหรือแม่ชีขอให้ อด-อัด-อุด บริสุทธิ์ด้วยธรรม ขณะที่หญิงผู้เสียหายได้เคยมาให้ข้อมูลกับเจ้าคณะจังหวัดเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ท่านจะดูจากข้อเท็จจริง ซึ่งความจริงก็คือความจริง

นางวาสนา โยมอุปฐากพระพล กล่าวว่า เรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นเพียงเรื่องที่มีการเล่าต่อๆ กันมา ขอทุกคนให้สบายใจได้ เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ นักข่าวก็ไม่รู้ แม่ก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีใครรู้ดีมากกว่าคนสองคน ส่วนเรื่องที่พระพล ถูกกล่าวหาว่ามีสัมพันธ์กับสีกาอีก 5 คน นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน วันนี้ก็ได้มีแม่ชีก็มายืนยันแล้ว ทุกท่านก็มาแสดงความบริสุทธิ์ว่ามาปฎิบัติธรรม มุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปกป้องพระพุทธศาสนาช่วยกัน

“อยากฝากไปถึงน้องผู้หญิงที่เป็นคู่กรณีกับพระพล ว่า ขอให้มีสติแล้วก็มาปกป้องศาสนาด้วยกัน ดีกว่าจะมาทำลายซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร” นางวาสนากล่าว

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บุกจับแก๊งมอดไม้นาโสก 7 คน ลักลอบเลื่อยไม้ในเขตป่าสงวนฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 มกราคม​ 2568​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้มุกดาหาร ร่วมกับ กองร้อยทหารราบกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , ชปข.7 กกล.สุรศักดิ์มนตรี , กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.4 (คำอาฮวน),

กก.3 บก.ปทส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สินธิกำลังปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ บ้านกุดแข้ใต้ ต.กุดแข้ อ.เมืองมกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่ แปลงที่ 1 พิกัด สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีกลุ่มบุคคลเข้าไปทำการตัดไม้แปรรูปไม้ที่บริเวณพื้นที่ดังกล่าว

ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน ได้แก่ 1) นายโสดา นาโสก อายุ 70 ปี (เจ้าของไม้, เจ้าของที่ดิน และเป็นผู้จ้างวาน) ที่อยู่เลขที่ 81 ม.13 บ.โนนบุปผา ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 2) นายวินิจ บับพาน อายุ 58 ปี ที่อยู่เลขที่ 1/1 ม.8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (ให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ.แก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ , 3)

นายทรงสิทธิ์ บับพาน อายุ 40 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 26 ม.5 บ.นาบอน ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 4) นายปรีชา อุคำ อายุ 50 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 195 ม.4 บ.เหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ, 5) นายทวีศักดิ์ เสียงหวาน อายุ 57 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 174 ม.7 บ.โคกปังเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ 6) นายสุทธินันท์ สุวรรณพันธ์ อายุ 31 ปี (มือเลื่อย) ที่อยู่เลขที่ 233 ม.18 บเหล่าป่าเป็ด ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ และ 7)

นายศราวุฒิ แก้วหาญ อายุ 88 ปี ที่อยู่เลขที่ 141 ม.10 บ.โคกป่งเปื่อย ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหารฯ (คนหยดน้ำมัน) พร้อมของกลาง ไม้พฤกษ์แปรรูป จำนวน 6 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.56 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 11,200 บาท, ไม้พลวงแปรรูป จำนวน 19 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 0.45 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 9,000 บาท, ไม้พลวงท่อน จำนวน 6 ท่อน ปริมาตร 3.87 ลบ.ม.

คิดเป็นมูลค่าเสียหายของรัฐ เป็นจำนวนเงิน 37,400 บาท, เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 5 เครื่อง, รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีเขียว ทะเบียน บม 24121 มุกดาหาร เลขตัวถัง LN908049991, รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน, รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จำนวน 1 คัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองมุกดาหาร จากนั้นนำไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่ ศูนย์ป่าไม้มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคณะอ.สอบพระพล วัดด่านพระอินทร์ เสพเมถุน – สีกาผู้ถูกล่วงละเมิด หากผิดจริงโทษถึงขั้นปาราชิก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ที่ห้องประชุมวัดเหล่าต้นยม ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พระครูวชิรธรรมพินิต เจ้าคณะอำเภอนิคมคำสร้อย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสื่อออนไลน์เสนอข่าวพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มีพฤติกรรมไม่สมควรแก่สมณวิสัย มีหลักฐานการสนทนาเชิงชู้สาวกับสีกา เป็นคลิปเสียงและการสื่อสาร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ สร้างความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ตามคำสั่งคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ที่ ๐๒ / ๒๕๖๘ โดยมีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อย ร่วมประชุมด้วย

โดยช่วงเช้าของในวันนี้เป็นการสอบ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายซึ่งยืนยันว่าพระพล ได้มีเพศสัมพันธ์กับตนตั้งแต่ประมาณปี 2560 และเพิ่งมาเลิกยุ่งเกี่ยวกันในปี 2567 โดยครั้งแรกได้เสียกันที่บริเวณลานพญานาคภายในวัดด่านพระอินทร์ ในวันนี้ได้มาให้ปากคำพร้อมด้วยพยานหลักฐานประกอบด้วยคลิปเสียงสนทนา เอกสารแชท line และหลักฐานสลิปการโอนเงินจากบัญชีพระพลมาเข้าบัญชีของตน จำนวนหลายครั้ง

พระครูวชิรธรรมพินิต ประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่าวันนี้ช่วงเช้าเป็นการเชิญ น.ส.บุญญาพร สุนทรวัฒน์ ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำประกอบเอกสารหลักฐานพยานในฐานะเป็นพยานและเป็นผู้เสียหาย ส่วนในช่วงบ่ายมีพระครูวินัยธรอนุชา อธิปัญโญ หรือ พระพล อดีตเจ้าอาวาสวัดดานพระอินทร์ มาให้การแก้ข้อกล่าวหา ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะรวบรวมทำให้การพยานพร้อมพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมาทำคำวินิจฉัย ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการเสพเมถุน ก็จะมีโทษถึงขั้นอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ต้องรอสิกขา ส่วนผลการพิจารณาวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องหลังจากเสร็จการสอบปากคำพยานทั้งสองฝ่ายจากนั้นคณะกรรมการจึงจะพิจารณาแล้วนำผลคำวินิจฉัยส่งให้เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารพิจารณาสั่งต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​092-5259777​

ฉก. ทหารพราน 2105 มุกดาหาร ยึดยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด พร้อม happy water ขณะลักลอบลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ เวลา​ 14.00​น​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 จังหวัดมุกดาหาร พันเอก ศิวดล ยาคล้าย ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าวการ จับกุมยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน ลิซ่าแบรนด์ จำนวน 78 ซอง พิมพ์ด้วยตัวหนังสือภาษาไทย ด้านหลังมีตรา อย. ประทับที่ท้ายซองด้วย

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ วันที่ 11 มกราคม 2568​ ที่ผ่านมา​ ร.ต.อาทิตย์ นามวงศ์ รองผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) กันที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านส้มป่อย ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้จัดกำลังและวางแผนเฝ้าตรวจตามจุดเพ่งเล็งและช่องทางธรรมชาติที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้เป็นเส้นทางในการรับส่งยาเสพติด (ยาบ้า) ครั้นเมื่อเวลา 19.00 น. จุดเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืน ตรวจพบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมา

จากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือลำดังกล่าวมาถึงกลางแม่น้ำโขงได้ดับเครื่องยนต์และปล่อยเรือไหลมาตามลำแม่น้ำ กระทั่งเมื่อเรือลำดังกล่าวไหลมาถึงฝั่งไทย ชุดเฝ้าตรวจได้แจ้งให้ชุดซุ่มตรวจที่อยู่ใกล้กับจุดที่เรือเทียบฝั่งไทยเข้าตรวจสอบ พบชายฉกรรจ์ประมาณ 3 คน กำลังยกกระสอบลงจากเรือ จึงได้แสดงแสดงตัวเพื่อจะขอตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งกระสอบและอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ส่วนคนขับเรือก็ได้ขี่เรือแล่นออกจากฝั่งไทยกลับไปฝั่งยัง

สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว จำนวน 5 กระสอบ อยู่บริเวณทางเดินขึ้นมาจากตลิ่งแม่น้ำโขง เมื่อเปิดดูภายในกระสอบ พบว่าเป็นยาบ้าจำนวน 994,000 เม็ด พร้อม Happy Water แบบคอลลาเจน จำนวน 78 ซอง ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแนะนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพบกroyalthaiarmy

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม ยิงปืนใส่บ้านยายวัย 62 ปี 4 นัด แล้วยังทิ้งลูกกระสุนข่มขู่ไว้อีก

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ หมู่ 18 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร สืบเนื่องจากได้มีกลุ่มคนประมาณ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลา 02.00 ของวันที่ 12 มกราคม จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด

จากการตรวจสอบพบว่ามีร่องรอยบ้านถูกยิงตรงบริเวณขอบหน้าต่าง 1 นัด และบริเวณฝาผนังบ้านอีก 3 นัด โดยกระสุนที่ถูกยิงเข้าบริเวณขอบหน้าต่างกระสุนยังได้ทะลุไปถูกตู้เย็นที่อยู่ในบ้านอีกด้วย และที่บริเวณถนนหน้าบ้านยังพบว่ามีกระสุนปืนที่ยังไม่ยิงถูกโปรยทิ้งลักษณะเพื่อข่มขู่ไว้อีก 4 นัด

นางเวียง รูปงาน อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกหวาดกลัวมากเพราะยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้อีกไหม วันที่เกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังคล้ายยิงปืนก็ตื่นขึ้นมาดูพบว่ามีรถจักยานยนต์เสียงคล้ายรถบิ๊กไบค์คนขี่และคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกกันน็อคเต็มใบขับผ่านไป ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังคงหวาดผวาโดยเฉพาะเวลาที่มีรถวิ่งผ่านตอนกลางคืน จึงอยากวิงวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยตนเองได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คำป่าหลาย ไว้แล้ว

แก๊งหมวกกันน็อคสุดเหิม #ยิงใส่บ้าน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

-​เตือนภัย! แบงค์ 1,000 ปลอมระบาด กล้องวงจรปิดจับภาพหญิงก่อเหตุไว้ได้

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568​ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านด่านยาว ต.นากอก อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร เพื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านขายของเบ็ดเตล็ดที่สามารถบันทึกภาพหญิงสาวสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล สวมกางเกงยีน ใส่แมสสีดำปิดอำพรางใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน จากนั้นได้เดินไปหยิบสินค้าเป็นกาแฟ 2 กระป๋อง ราคารวม 30 บาท ก่อนที่จะเปิดกระเป๋าเงินหยิบเงินเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จ่ายเป็นค่าสินค้าให้กับลูกสาวเจ้าของร้าน และได้ทอนเงินคืนให้ไป 970 บาท หญิงคนดังกล่าวเมื่อรับเงินแล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถยนต์เก๋งสีขาวที่จอดไว้ฝั่งตรงข้ามกับร้านซึ่งอยู่รัศมีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นช่วงเที่ยงประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 13 มกราคม นาย โจ รีไร อายุ 54 ปี เจ้าของร้านค้าเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุในร้านมีลูกสาวของตน นั่งขายของหน้าร้านคนเดียว จากนั้นได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี เข้ามาซื้อกาแฟ 2 กระป๋อง ราคา 30 บาท แล้วยื่นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ให้ลูกสาวทอนให้ โดยได้ทอนเงินไปเป็น จำนวน 970 บาท จากนั้นหญิงคนนั้นก็ออกไปจากร้าน กระทั่งเวลาต่อมาลูกสาวของตนได้นำเงินฉบับดังกล่าวไปชำระค่าซื้อ

สินค้า แต่ทางร้านค้าปฏิเสธรับเงินโดยบอกว่าน่าจะไม่ใช่ของแท้แต่เป็นแบงค์ปลอม และเมื่อนำมาเทียบกับของจริง จึงเห็นความแตกต่างเช่นกระดาษจะบางกว่าปกติ พร้อมกับมีขนาดเล็กกว่าด้วย ทั้งนี้ คนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่ตระเวนนำแบงค์ปลอมไปใช้ซื้อของตามร้านค้าแถวจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับจังหวัดมุกดาหาร จึงอยากจะแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปให้ใช้ความระมัดระวังเวลารับเงิน โดยต้องตรวจสอบโดยละเอียดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพต่อไปด้วย

แบงค์พันปลอมระบาด #ธนบัตรปลอม #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

 นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ลอยแก้ว..เรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย ไอ้แก้ว ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างเป็นความลับ

แชร์เนื้อหานี้

เปิดศักราช ต้นปี 2568 ซีรีส์วาย พีเรียด ลอยแก้ว ถือฤกษ์งามยามดี ปล่อย Official Pilot ซีรีส์วาย ลอยแก้ว ให้ได้ชมกัน ซึ่งถือได้ว่า เป็นซีรีส์วายอีกรสชาติ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกัน ที่พาทุกคนย้อนยุคไปอยู่ท่ามกลางทุ่งนา

แม่น้ำลำคลอง ความเป็นชาวบ้านทุ่ง เป็นเรื่องราวความรักของ 2 หนุ่ม ไอ้ลอย (เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย) ไอ้แก้ว (แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล)

ที่ไม่มีใครล่วงรู้ และให้ใครรู้ไม่ได้ ทุกอย่างจึงต้องเป็นความลับ ความรักที่ต้องทนฝืนความรู้สึกตัวเอง แต่ถ้าความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป รักที่ไม่มีใครจะรับได้หรือให้ใครยอมรับ

จะเป็นเช่นไร ติดตามชม Officail Pilot ได้ทาง Youtube : LoyKaew First Love ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งการถ่ายทำได้ปิดกล้องไปเรียบร้อยและมีโปรแกรมออกอากาศ ภายในปี2568 นี้แน่นอน https://youtu.be/f_xTCLGpx3A?si=phcLBO1LXGZ0ZwW2

ซีรีส์วาย #ซีรีส์วายพีเรียด #ลอยแก้ว #blseries #blseriesthailand #loykaewfirstlove #วัยซ่าส์ท้ามิติ #เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ #เล้งแสตมป์ #lengstamp #เก้าสตาร์กรุ๊ป #9stargroup #yforyou #brandambassador #Thelittlebeesclub

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สายบุญสายมูห้ามพลาด พิธีเสริมดวงเสริมโชคลาภรับปีใหม่วัดหนองข้าวเหนียว/กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ/“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

แชร์เนื้อหานี้

ขอเชิญร่วมพิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมดวงราชาโชค ราชาฤกษ์ ณ วัดหนองข้าวเหนียว ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.68 เวลา 15.05 น. พิธีเสริมดวงเศรษฐี เสริมเกณฑ์ราชาโชค เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หนุนดวง เสริมดวง แก้ดวงที่ไม่ดีในปีมะเส็ง พ.ศ.2568 โดยจารึกดวงลัคนาราศีใบแบ้งค์ดวงเศรษฐีกับเหรียญดวงพิชัยสงครามดวงเศรษฐี

นำดวงเข้าประกอบพิธีเสริมดวงเป็นดวงมงคลแก่เจ้าของดวงชะตา ในเวลา “ราชาฤกษ์” ฤกษ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง เป็นราชาของฤกษ์เป็นสิริมงคลต่อเจ้าของดวงชะตา ท่านที่ต้องการร่วมพิธีเสริมดวง แจ้งสำรองที่โดยตรง ณ วิหารบูรพาจารย์วัดหนองข้าวเหนียว อ.สามร้อยยอด หรือ line add : @879mumyx วันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 15.05 น. ราชาฤกษ์ ร่วมเปิดรับพลังแห่งความมั่งคั่งให้ดวงของตัวเอง เสริมวาสนา โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง โดยพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ พิธีเทวาภิเษก พุทธาภิเษกเจริญพระคาถาเสริมดวงที่เป็นมงคลยิ่งกับเจ้าของดวงชะตา โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด มาร่วมกันเติมเต็มชีวิตด้วยสิริมงคล แล้วพบกันในวันงาน แผนที่วัดหนองข้าวเหนียว : https://maps.app.goo.gl/smdGdjuxcuJB1MxQA

“ดวงพิชัยสงคราม” สมัยโบราณมีตำนานเล่าขานมาว่าได้ต้นแบบการสร้างมาจากตำราพิชัยสงคราม เป็นตำราสำคัญที่ใช้วางแผนการรบการศึกสงครามในสมัยอดีต ออกแบบสร้างขึ้นโดยโหราจารย์หรือพราหมณ์ที่ปรึกษาการรบที่มีความรู้และชำนาญในศาสตร์วิชาตำราพิชัยสงคราม ในสมัยนั้นดวงพิชัยสงครามถือเป็นของสูง มีได้เฉพาะเจ้าเมืองแม่ทัพนายกองคนสำคัญๆในยุคสมัยนั้น และถือเป็นเวทย์ศาสตรา สิ่งคุ้มครองป้องกันดวงชะตาที่ประจุในดวงพิชัยสงครามอีกทางหนึ่ง ดวงพิชัยสงครามเป็นการวางค่ายกลด้วยอักขระเลขยันต์ และ คาถายันต์ เพื่อคุ้มครองดวงชะตาเช่นเดียวกับตำราพิชัยสงคราม

ดวงพิชัยสงครามจึงถือเป็นสุดยอดแห่งวิชาการหนุนดวงเสริมดวงที่ผู้ใดได้ทำไว้บูชาดวงชะตาแล้วถือเป็นสิริมงคลต่อตนเอง จะแก้ไขเรื่องร้ายๆ กลับกลายเป็นดี เป็นดวงมหาชนะ ดวงมหาสำเร็จ เมตตามหานิยม เป็นดวงของผู้ชนะโดยตลอด ชนะปัญหาและอุปสรรค ชนะการแข่งขัน ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไรให้พ้นไปจากดวงชะตา บูชาดวงพิชัยสงครามแล้วจะช่วยชักนำให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

กองบิน 5 จัดเต็มโชว์เครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 501 กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นาวาอากาศเอกพงศ์ชนินทร์ นุชประเสริฐ ผู้บังคับการกองบิน 5 นางณัฐชาลัคนา สุขภาคกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วมงานด้วยความสุกสนาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กล่าวเปิดงาน และเชิญพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า “ความเป็นผู้รู้จักเวลา เป็นรากฐานสำคัญ ที่ทำให้คนเราสามารถดูแลรับผิดชอบตนเองได้ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต เด็กทุกคนจึงควรได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้รู้จักเวลา รู้ว่าเวลาใดควรปฏิบัติสิ่งใด แล้วปฏิบัติให้ตรงเวลา ทันเวลา เหมาะแก่เวลาเสมอ” จากนั้นตัวแทนเยาวชนได้อ่านสารวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี / ผู้ว่าราชการจังหวัดฯได้มอบของขวัญของรางวัลให้แก่กองบิน 5 เพื่อใช้ในการจัดงานและแจกให้กับเด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน

โดยวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 กองบิน 5 ได้จัดชุดการแสดง ได้แก่ การป้องกันภัยทางอากาศ การแสดงป้องกันฐานบินภาคพื้น การสาธิตดับเพลิง การแสดงชุดสุนัขทหาร พร้อมการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องบินแบบต่างๆ และการบินโชว์สมรรถนะของเครื่องบินกริพเพ่น ซึ่งเด็กๆ ต่างพากันถ่ายรูปคู่กับเครื่องบินและทดลองนั่งอาวุธยุทโธปกรณ์

โดยมีกำลังพลทหารคอยควบคุมดูแล นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังได้มาร่วมจัดกิจกรรมแจกของขวัญของรางวัลมากมายในงาน ช่วยสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้เป็นอย่างมาก.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลจากคลื่นลมแรง

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.68 จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 7/2568 เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยรวมทั้งทะเลอันดามันในช่วงวันที่ 11-13 ม.ค.68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง

รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 13 ม.ค.68

ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน จ.ประจวบฯ เรือประมงเล็กชายฝั่งจำนวนมากต่างงดออกจากฝั่งพากันจอดหลบคลื่นลมแรงขนาดสูง 2-4 เมตร ส่วนที่ชายหาดหัวหินตลอดแนวพบว่ามีคลื่นลมแรง น้ำทะเลขุ่นสีคล้ำ สภาพอากาศค่อนข้างปิด ซึ่งจากลักษณะดังกล่าวทำให้บรรดาโรงแรมและผู้ประกอบการชายหาดได้ขึ้นธงแดง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินเล่นริมชายหาดมากกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารชายหาดบางรายพากันปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถตั้งเก้าอี้เตียงผ้าใบได้ และคอยเฝ้าดูสภาพคลื่นและระดับน้ำทะเล หากน้ำทะเลหนุนสูงกว่านี้จะได้เร่งขนย้ายข้าวของได้ทัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดนครราชสีมาจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์/แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(9 มกราคม 2568) นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไตรมาสที่ 2 ณ วัดดอนเกตุ ตำบลทุ่งอรุณ อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานภาคี ภาคเอกชน อำเภอโชคชัย ร่วมจัดงานรวม19 คลินิก 26 หน่วยงาน

สำหรับธีมจัดงานครั้งนี้คือ การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ การหยุดเผาในพื้นที่เกษตร โดยมีการสาธิตการใช้เครื่องสับย่อยตอซังข้าว และโดรนเพื่อการเกษตร เสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าว และเมล็ดพันธุ์ข้าว การให้บริการวิเคราะห์ ดิน และน้ำ การพักชำระหนี้ของเกษตรกร การให้ความรู้ด้านพืชอาหารสัตว์ การติดต่อรับบริการและโครงการของหน่วยงาน ได้แก่ การเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่การเกษตร การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่การเกษตรและครัวเรือน การตรวจหาสารเคมีในเลือด การทำหมันสุนัข-แมว

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในพื้นที่อำเภอโชคชัย เข้ามาให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี แก่เกษตรกร จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ตัดผมฟรี จากโครงการแม่ของแผ่นดิน พร้อมจัดจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรในพื้นที่อำเภอโชคชัย และอำเภอใกล้เคียงมีเกษตรกรเข้ารับบริการกว่า 400 ราย

แม่ทัพภาคที่ 2 เร่งคลี่คลายคุมสถานการณ์ไฟป่าปากช่องไว้ได้

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 เวลา 14.30 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าประชุมร่วมกับ นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทน รวมทั้งส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในการติดตามสถานการณ์ และหารือแนวทางคลี่คลายสถานการณ์ จากกรณีเกิดเหตุไฟป่าในพื้นที่เขาเสียดอ้า ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเหตุไฟป่าในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟป่าไว้ได้ แต่ภายหลังกลับปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการเข้าควบคุมสถานการณ์ร่วมกับทุกภาคส่วน โดยจัดกำลังจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 21 และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ประจำอำเภอปากช่อง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ เป็นกรณีพิเศษ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ม.ค.68 ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับแขกเหรื่อจำนวนมากที่ทยอยเข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ (บิดา) เป็นกรณีพิเศษ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อครอบครัวในพิธีได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตวุฒิสภา เป็นประธานทอดผ้าบังสุกุล และประธานในพิธีพระราชทานเพลิงคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ผู้วายชนม์ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2485 เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนบุตรธิดา 5 คน ของคุณพ่อเล็ก แหวนประดับ และคุณแม่ชิด แหวนประดับ ต่อมาได้สมรสกับคุณแม่พรวิภา แหวนประดับ มีบุตรร่วมกันทั้งหมด 4 คน ได้แก่

  1. นายพรเทพ แทวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของ บริษัทแหวนประดับ การยาง หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้านบ้านยางพัทยา” ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขา
  2. นายไพฑูรย์ แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด แหวนประดับ ค้าวัสดุ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “ร้าน ส.แหวนประดับ ค้าวัสดุ”
  3. นายอาทร แหวนประดับ ประกอบอาชีพค้าขาย เป็นเจ้าของกิจการแหวนประดับอพาร์ทเม้นท์ และแหวนประดับ ฟาร์ม
  4. พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2

ประวัติการทำงาน ขณะดำรงชีวิตอยู่คุณพ่อสงคราม ได้ประกอบอาชีพการงานอันสุจริต ดำเนินชีวิตโดยคุณธรรม เป็นบุพการีผู้ประเสริฐ เลี้ยงดูอบรมบุตรมาโดยดี มีชีวิตในบั้นปลายอันสงบ และใช้ในบุญกุศลเป็นนิตย์ ทั้งผูกจิตมั่นในพระพุทธศาสนามาตลอดอายุขัย นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวแหวนประดับ และญาติมิตร ขณะที่คุณพ่อสงครามยังมีชีวิตอยู่นั้น เป็นที่รักใคร่ของครอบครัว บุตร หลาน และญาติมิตรทเพราะท่านได้เอาใจใส่ครอบครัวด้วยความรักและความห่วงใย เป็นแบบอย่างที่ดีของบุตรและหลาน ตลอดถึงเป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธา ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง กอรปกับกิริยาอัธยาศัยของคุณพ่อสงคราม ที่ภายนอกดูน่าเกรงขามแต่ภายในมีความอ่อนโยน มีความเมตตาและเป็นที่รักใคร่นับถือโดยทั่วหน้า

ในวาระสุดท้ายคุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ได้เสียชีวิตจากการล้มป่วยด้วยความชรา และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ก่อนจากไปด้วยอาการอันสงบเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2568 เวลา 19.06 น. สิริรวมอายุได้ 84 ปี

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / นร.เสริมสวยเฮ! กยศ.ตรวจความพร้อมโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ก่อนพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาหลักสูตรอาชีพระยะสั้น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ม.ค.68 ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นางสาวอังคณา ภมรปฐมกุลหัวหน้ากลุ่มงานกำกับสถานศึกษา (กยศ.) และคณะ ได้ติดตามประเมินความพร้อมของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา สถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมชั้นสูง รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี นส.จันฑิมันต์ สิริโพธิษาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ให้การต้อนรับ

ด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้พิจารณาความพร้อมความเหมาะสมของสถานศึกษาเพื่อการอาชีพด้านต่างๆ ในหลักสูตรระยะสั้น ในการประเมินและอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจำนวน 50,000 บาท ต่อนักเรียนผู้กู้ยืมตั้งแต่อายุ 18-60 ปี โดยทางโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา ได้มีความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งสถานที่ บุคคลากรผู้สอน และหลักสูตรการเรียนรู้ระยะสั้นเรื่องต่างๆ ในการเสริมความงาม

ทั้งนี้ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า หลังจากการลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานของโรงเรียนเสริมสวยจุฑามาศ พัทยา พบว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมาก และเชื่อมั่นในศักยภาพของโรงเรียนแห่งนี้ โดนหลังจากนี้จะได้รวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อไป

นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล

และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

นรต.56 ร่วมเป็นเจ้าภาพ พิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ คืนที่ 4 คืนวันที่ 9 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพิธีสวดสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 เป็นคืนที่ 4 พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากเฉกเช่นคืนที่ผ่านมา

โดยในพิธีคืนนี้ มีนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 56 ชมรมผู้สูงอายุบ้านหนองเกตุใหญ่ และครอบครัวแหวนประดับ ร่วมเจ้าภาพของการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ พบว่ามีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง นายภิญโญ หอมกลั่น นายกเทศมนตรีเทศบาลหนองปลาไหล และในวันพรุ่งนี้วันที่ 10 มกราคม 2568 จะเป็นคืนสุดท้ายของพิธีสวดอภิธรรม ก่อนกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น.

ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดี เปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ
ที่ สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ The Office พัทยาเหนือ ทนายอนิรุจน์ คงทรัพย์ กรรมการ บริษัท ยัวร์ บัดดี้ โซลูชั่น จำกัด พร้อมด้วย นางลิซ่า แฮมิลตันนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา และคณะผู้บริหาร สำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution ได้จัดทำบุญพร้อมเปิดตัวสำนักงานสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ

โดยภายในพิธีได้นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป จากวัดชัยมงคล พระอารามหลวง มาเจริญพระพุทธมนต์ และภัตตาหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 2, นางอำพร แก้วแสง นายกอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, นายศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ

เอส.พี. วิลเลจ กรุ๊ป, นายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเมืองพัทยา, นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ สมาชิกสภาเมืองพัทยา, พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.บางละมุง, พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เสม็ด, พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ, พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่, พ.ต.อ.แมน รถทอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1, นายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา คณะกรรมการ กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา ข้ารางการตำรวจ นักธุรกิจ และสื่อมวลชน เข้าร่วม

สำหรับสำนักงานกฎหมาย Your Buddy Solution เปิดให้บริการภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพื่อนร่วมเดินทางอย่างปลอดภัย” ให้บริการด้านกฎหมาย คดีความต่าง ๆ รวมทั้งคดีระหว่างประเทศ คดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ รับจดทะเบียนบริษัท ห้าง ร้าน และอื่นๆ จดทะเบียนลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร โรงงาน รับทำ VISA ,WORK PERMIT, ทำบัญชี และตรวจสอบบัญชี รวมทั้งทำนิติกรรมสัญญาต่างๆ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ 038-111 615, 038-111 616

นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) ให้การต้อนรับ ผอ.ฝ่ายกู้ยืม กยศ. พร้อมนำเสนอหลักสูตรการศึกษาอาชีพระยะสั้นใหม่ ผู้ช่วยด้านทันตกรรม

มีรายงานว่า อาจารย์พรชัย พิศาลสิษฐ์กุล นายกสมาคมการศึกษาเอกชนนอกระบบ (ประเทศไทย) พร้อมคณะครูประจำโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ ให้การต้อนรับ ดร.เจตสุภา ตันติพิษณุ ผู้อำนวยการฝ่ายกู้ยืม กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และคณะที่เดินทางมาตรวจประเมินผลพิจารณาอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางละมุง เข้าร่วมรับฟังข้อมูล

สำหรับโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นการปฏิบัติและประกอบอาชีพได้ แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรอาชีพผู้ประกอบการด้านความงาม (ช่างต่อขนตา, ช่างทำเล็บ, ช่างสักคิ้ว) หลักสูตรเกาหลีเพื่อไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี และหลักสูตรอาชีพใหม่ที่น่าสนใจคือ หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ซึ่งยังต้องการอีกมากในตลาดอาชีพปัจจุบันเพราะถือว่ายังขาดแคลน

สำหรับหลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม ของโรงเรียนการจัดการวิชาชีพเพื่อการมีงานทำ จะควบคุมและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการภายใต้การบริหารของ ทันตแพทย์หญิง พิมพ์ธาดา กิตติพิบูลย์ (หมอโก้) กรรมการผู้จัดการ บ.บางกอก เชน เด็นเทล และทันตแพทย์หญิง กนกรัสม์ ฉันทแดนสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการฯ

คืนสุดท้ายพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ แขกเหรื่อยังทยอยร่วมอาลัยเป็นจำนวนมาก

วันที่ 10 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานพิธีสวดอภิธรรม คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ บิดา พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ซึ่งคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย พบว่ามีแขกเหรื่อจำนวนมากทยอยเข้าร่วมพิธีที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สำหรับในคืนสุดท้ายทางครอบครัวได้รับเกียรติจากนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะทำงานนายกเมืองพัทยา นานศักดิ์สิทธิ์ ธีระพรสถานนท์ ประธานกรรมการ เอส.พี.วิลเลจ กรุ๊ป ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดอภิธรรม

ทั้งนี้ พบว่ามีแขกเหรื่อเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ นายวิชา เบ้าพิมพา ผู้บริหารโครงการรันเวย์มาเก็ต พัทยา นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ พ.ต.อ.ภูนล บุตโรบล ผกก.สภ.วิหารแดง พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว

อย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ 11 มกราคม 2568 จะมีพิธีพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ ในเวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

วันเด็กแห่งชาติปี 68 พัทยาคึกคัก

วันเสาร์ที่ 11 ม.ค.68 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างจัดกิจกรรมเพื่อให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนไทย
ที่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติเมืองพัทยา ประจำปี 2568 โดยมีเด็กๆ เยาวชน นักเรียนนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และกิจการการละเล่นสนุกสนานให้เด็กๆ และเยาวชน โดยห้างร้าน อวค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนและสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2568 ที่ว่า “ทุกโอกาสคือการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มอบตัวแล้วไอ้เขื่อน ปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพ ทนอดอยากในป่าไม่ไหว / ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

แชร์เนื้อหานี้


มอบตัวแล้วไอ้เขื่อนปืนโหดดักยิงผัวใหม่พร้อมเพื่อนดับ 2 ศพคารถจักรยานยนต์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันปิดล้อมต่อเนื่องนาน 15 วัน ทั้งตั้งรางวัลนำจับ โดรนบินสำรวจต่อเนื่อง ทนหิวลำบากในป่าไม่ไหว ดอดพบญาติพาเข้ามอบตัวกลางดึกวันที่ 7 มกราคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ดักยิงนายปิติกร จันทรวิจิตร อายุ 40 ปี สามีปัจจุบันของนางธัลศิตา สายเส็ง อายุ 30 ปี และนายธงชัย สุขสมัย อายุ 38 ปี เพื่อนของนายปิติกรเสียชีวิต ขณะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน รวม 2 ศพ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของวันที่ 19 ธันวาคม 67 ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายชนบท หมู่บ้านย่านซื่อ-โปร่งแดง หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าปิดล้อมตรวจค้นหาตัวผู้ก่อเหตุ ตามบ้านญาติ ป่าสวนยางพารา และป่าแนวเทือกเขาตะนาวศรี เขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่สำหรับหลบซ่อนตัว โดยใช้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปภ.) ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจค้นควานหาตัวพร้อมใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก. สภ.อ่าวน้อยได้ขอความร่วมมือฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขณะประชุมประจำเดือน

ให้ช่วยสำรวจตรวจตา พร้อมตั้งรางวัลนำจับให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้โดยคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงกลางคืนของวันที่ 5 ม.ค.68 ที่ผ่านมา นายเขื่อน หรือนายไพศาล คณา ผู้ต้องหายิงดับ 2 ศพได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย โดยประสานผ่านญาติ เนื่องจากถูกกดดันไม่ไหว ลงมาหาเสบียงอาหารไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดนด้วยความยากลำบาก ปัจจุบัน ร.ต.อ.หญิง สุทิน ปรัชญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าของคดีได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมรวบรวมพยานหลักฐาน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดประจวบไปแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ คงเนียม ผกก.สภ.อ่าวน้อย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังจากทุกหน่วย และยุทโธปกรณ์ต่างๆทั้ง โดรนบินสำรวจ สุนัขดมกลิ่น ตำรวจ ทหาร ตชด.เข้าปิดล้อมตรวจตรวจค้นและกดดันในพื้นที่ทุกช่องทาง เนื่องจากผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณในป่าเขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา อย่างต่อเนื่องนานถึง 15-16 วัน และช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา นายเขื่อนผู้ก่อเหตุได้แอบลงจากภูเขามาพบญาติเพื่อขอประสานเข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และส่งฝากขังที่ศาลไปแล้ว ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผู้ต้องหาประสงค์ที่จะไม่ยินยอมทำแผนเนื่องจากหวั่นเกรงญาติผู้เสียชีวิตรุมประชาทัณฑ์ และเมื่อญาติผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้วได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจจำนวนหลายคน เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของคดี

โดยผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองยิงจริง และได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ในป่าไปแล้ว และจำไม่ได้ว่าทิ้งไว้จุดไหน ซึ่งทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานถึงแม้ไม่มีหลักฐานเป็นอาวุธปืนก็มั่นใจว่าเอาผิดได้ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาให้การว่ามาจากปัญหาเรื่องส่วนตัวกับผู้ตายที่เป็นผัวใหม่และหึงหวง ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการทำธุรกิจเถื่อนชายแดน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 รายก็เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ก่อเหตุ แต่จำไม่ได้เนื่องจากกลางคืนมืดมองไม่รู้ว่าเป็นใคร ถ้ารู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคงไม่ยิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่รับอนุญาต ก่อนส่งฝากขังที่ศาลรอการพิจารณาต่อไป

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


ททท.ประจวบฯ จับมือพันธมิตรจัดแคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” กับ Gift Voucher สุดพิเศษตลอด ม.ค.- เม.ย. นี้ 

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.68 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (ฝั่งบลูพอร์ต) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว แคมเปญ “Amazing Coast Town: Prachuap Khiri Khan” ร่วมกับ นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบฯ, นางสาวฤดีพรรณ เต็มชื่น ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาด Trip.com, นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และนางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนจำนวนมาก
ททท.สำนักงานประจวบฯ ร่วมกับจังหวัดประจวบฯ, ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรของเมืองไทย Trip.com, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และบลูพอร์ต หัวหิน จับมือกันผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ 2568 กับแคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย โดยจุดมุ่งหมายของโครงการนี้จัดทำขึ้นส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯ พร้อมประชาสัมพันธ์แคมเปญท่องเที่ยวไทย ปี 2568 “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวและมหกรรมกีฬาให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลกและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน

แคมเปญ “Amazing Coast Town” ประจวบคีรีขันธ์เมืองตากอากาศของประเทศไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดประจวบฯกับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจองโรงแรมที่พักผ่าน Trip.com ช่วงระหว่างวันที่ 13-27 ม.ค.นี้ สำหรับการเข้าพัก 2 คืนขึ้นไปในโรงแรมจังหวัดประจวบฯที่เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิ์บัตรของขวัญฟรีจากพันธมิตรโครงการ ได้แก่ บัตรเข้าสวนน้ำวานานาวา หัวหิน ฟรี 100 ใบ, บัตรเข้าชมซาฟารีหัวหิน ฟรี 100 ใบ สำหรับ 200 ท่าน (1ใบต่อ2ท่าน) และ บัตรเข้าใช้บริการอินฟราเรดซาวน่าและแช่น้ำแข็ง (ice bath) จาก เฮ้าส์ออฟคูณ 100 ใบ โอกาสนี้ ททท.สำนักงานประจวบฯ ขอส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบฯ ตลอดเดือนมกราคม-เมษายน นี้ จองกันได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทางของ Trip.com จองก่อนรับสิทธิ์ใช้ประสบการณ์ความสุขก่อนใคร สุขทันทีที่เที่ยวประจวบคีรีขันธ์…สุขทันใจที่จองผ่าน Trip.com ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจร ซึ่งให้บริการครอบคลุม 24 ภาษา ใน 39 ประเทศ ฝ่ายบริการลูกค้าระดับโลกของ Trip.com ให้บริการในหลายภาษาตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อ ‘สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Trip.com และเฟซบุ๊ค ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ กล่าวว่า โครงการนี้ ททท. ร่วมกับ Trip.com ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัดประจวบฯ ไปสู่อำเภออื่นๆ นอกเหนือจาก อ.หัวหินของเรา คราวนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักมากกว่า 2 คืน จะได้รับ Gift Voucher พิเศษที่เราร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างมากกว่า 2 คืนในพื้นที่ จะเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มวันพักขึ้นจากเดิมจะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มรายได้ในพื้นที่ประจวบฯ ขณะนี้ จะมองเห็นว่าการเดินทางเป็นกลุ่มที่เป็นครอบครัว young generation ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวหิน จะเห็นได้ว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 400 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักแต่ละโรงแรมที่เป็น 4 ดาว 5 ดาว มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แทบทุกแห่ง

นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด กล่าวว่า ในเรื่องของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในปี 2025 เราเล็งเห็นแล้วว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาแต่ว่าจะทำยังไงให้เขา spending มากขึ้นแล้วก็อยู่ใน long stay marketing มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นโจทย์พวกนี้มันเป็นโจทย์ที่เราค่อนข้างวางไว้อยู่แล้วทางธุรกิจในเครือเราด้วย เพราะฉะนั้นตัว trip.com มาช่วยเราพอสมควรแล้วเราก็เสริมกันไปเพราะว่ามีตัวช่วยผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า friendly มากขึ้น การจองโฟลว์ขึ้นไม่ว่าจะในส่วนของการหาข้อมูลหรือการดูเรื่องราคาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่พัก เครื่องบินต่างๆ ที่จะมาที่หัวหินหรือมาที่กรุงเทพแล้วก็ต่อรถมาที่หัวหินเลย คิดว่ามันมันเป็นการเอื้อกันมากกว่า พอมาตรงจุดนี้เราก็เลยเริ่มเสริมในเรื่องของประชาสัมพันธ์ในส่วนที่เรามีอยู่ไม่ว่าในส่วนของบลูพอร์ต หัวหิน, โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน, สวนน้ำวานา นาวา หรือว่าจะเป็นอารีน่าหัวหินเองเราก็ช่วยผลักดันในส่วนนี้ร่วมกับ trip.com และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

ครั้งแรกของหัวหิน จดทะเบียนสมรส LGBTQIAN+ ในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025”

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย อำเภอหัวหิน ร่วมกับ บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ททท.สำนักงานประจวบฯ เทศบาลเมืองหัวหิน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ เชิญชวนประชาชนร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ของการเดินทางของความเชื่อในความหลากหลายทางเพศ และนับถอยหลังสู่การบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือที่รู้จักในชื่อของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ด้วยการประกาศความพร้อมจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่องาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ ณ หัวหิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 1 บลูพอร์ต หัวหิน โดยการเริ่มต้นการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน นับเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ในการส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ ทั่วประเทศ
นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ในฐานะผู้ร่วมจัดงานฯ กล่าวว่า “บลูพอร์ต หัวหิน มีความยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจและการยอมรับในความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ยังเป็นการผลักดันสังคมไทยให้เปิดรับความหลากหลายและเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกแก่หัวหิน ยังจะเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ร่วมกับสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และส่งเสริมแนวทางการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ เป็นการปูทางสู่การจัดเทศกาล Pride Month ในเดือนมิถุนายน 68 ซึ่งปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การจัดงานครั้งนี้จะผสมผสานมนต์เสน่ห์ของหัวหินกับพลังซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณค่าแห่งความเท่าเทียมและเสรีภาพ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเมืองหัวหิน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก”
จึงขอเชิญชวน LGBTQIAN+ มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ที่จะมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ความพร้อมในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIAN+ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษาในการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ รวมถึงบูธถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ร้านค้า และบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานมากมาย อันเป็นช่องทางในการเลือกจัดงานแต่งงานในหัวหิน เพื่อเฉลิมฉลองความรักที่มีคุณค่าในเมืองตากอากาศสุดโรแมนติก
พิเศษ! สำหรับคู่รัก LGBTQIAN+ 23 คู่แรก ที่ลงทะเบียนร่วมจดทะเบียนสมรสในงาน “Hua Hin Grand Inter Pride 2025” จะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อฉลองวันสำคัญด้วยแพ็กเกจฮันนีมูนสุดโรแมนติก นั่งรถไฟขบวนพิเศษไปจดทะเบียนสมรสที่หัวหิน พร้อมที่พักและดินเนอร์สุดหรู และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย โดยคู่รัก LGBTQIAN+ ที่สนใจสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScMTuij8dqrJWlL3tO2gLsYE30YCxa4-qU3lw9yzLjQtdFRSg/viewform หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร. 032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Bluport

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พัทยาสร้างนักกีฬาท้องถิ่น จัดแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงบ่ายวันที่ 6 ม.ค.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) หนึ่งในกิจกรรมโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 เมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดโครงการแข่งขันกีฬาทางน้ำเมืองพัทยา ประจำปี 2567 ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันกีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) ระหว่างวันที่ 18 – 19 มกราคม 2568 ที่บริเวณลานกีฬาทางน้ำชายหาดจอมเทียน

ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันทุกระดับอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมพลานามัยที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไปด้วยการออกกำลังกาย รวมถึงการได้มีโอกาสที่จะก้าวเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.ประเภท Long Distance Open 16 กม.ชาย-หญิง 2.ประเภท Sprint 200 เมตร แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่กิน 15 ปี ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชาย-หญิง และรุ่น Open ชาย-หญิง 3.ประเภท Technical แบ่งเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Beginner 3 กม. ชาย-หญิง, รุ่น Open 6 กม. ชาย-หญิง, รุ่นไม่ต่ำกว่า 40 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และรุ่นไม่ต่ำกว่า 50 ปี 6 กม. ชาย-หญิง และ 4.ประเภท Special Race แบ่งเป็น รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 10 ปี, การแต่งกายสนุกสนาน, ชุดบิกีนี่ และบานาน่าโบ้ท

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวถึงการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า กีฬากระดานยืนพาย (SUP BOARD) เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับการบรรจุในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในอนาคต ซึ่งตรงกับนโยบายนายกเมืองพัทยาที่ต้องการผลักดันให้กีฬายืนพาย (SUP BOARD) ก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันอีกด้วย

อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมอาลัยการสูญเสีย คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

วันที่ 6 ม.ค.68 ที่ศาลา 2 วัดหนองใหญ่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ครอบครัวแหวนประดับ โดย พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.สส.ภ.2 ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.อิทธิพล พิริยภิญโญ อดีตผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ อายุ 83 ปี ที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวและความชราภาพ

ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจ กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มสื่อมวลชน และญาติสนิทมิตร นำพวงหรีดเข้าร่วมแสดงความเสียกับทางเจ้าภาพที่สูญเสียผู้อันเป็นที่รักกันเป็นจำนวนมาก ก่อนช่วงค่ำจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม

กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพิธีพระราชทานเพลิงศพ คุณพ่อสงคราม แหวนประดับ โดยพิธีสวดพระอภิธรรมกำหนดจัดขึ้นวันอังคารที่ 7- 10 มกราคม 2568 เวลา 19.00 น. และในวันเสาร์ 11 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพตามลำดับกำหนดการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย

มีรายงานว่า นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) และร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายกุศลแด่พระเดชพระคุณพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) ที่ศาลาเมฆิยเถระ (ศาลาทำบุญ) วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี  

โดยมี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นองค์ประธานในพิธีฯ ในการนี้มีพระเดชพระคุณพระธรรมวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระวรวิหาร พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี(ธ) เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร และคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง นางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

 ด้วยพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธรรมยุต) ได้ละสังขารมรณภาพ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2568 ด้วยอาการสงบ ณ วัดเขาบางทราย พระอารามหลวง สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62 สำหรับพระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เป็นพระเถระที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพ และเป็นกำลังสำคัญในการทำนุบำรุงและปรับปรุงฟื้นฟูวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพื่อพระพุทธศาสนาดำรงอยู่และยังประโยชน์ให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้เข้ามาปฏิบัติธรรมสืบต่อไป

เมืองพัทยาพร้อมรับเด็กๆ ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เตรียมแจกรางวัล 2.5 พันชิ้น

ด้วยวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปีตรงกับวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ได้เปิดเผยว่า เมืองพัทยาเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสนุกสนานสร้างสรรค์เพื่อนต้อนรับเด็กๆ และเยาวชนที่จะมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในปีนี้เมืองพัทยาได้จัดเตรียมของรางวัลมากมายรวมจำนวน 2,500 ชิ้น พร้อมกิจกรรมซุ้มเกมการละเล่น และการจัดแสดงให้ความรู้แก่เด็กๆ ที่เข้าร่วมงาน อาทิ สวนไดโนเสาร์พัทยาที่จะนำเอาไดโนเสาร์จำลองมาจัดแสดงให้เด็กๆ ได้รับชมอย่างใกล้ชิด อย่างไรตาม ขอเชิญชวนผู้ปกครองนำบุตรหลาน รวมทั้งน้องๆ หนูๆ เด็กๆ และเยาวชน เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา โดยกิจกรรมต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คนไทย 151 คน เมียนมาจับกุม ตั้งแต่ 2567 ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของ เมียนมา ได้รับการปล่อยตัว กลับไทยแล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 4 มกราคม 2568 ที่ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเตรียมการรับการปล่อยตัวคนไทยจากทางการเมียนมาจำนวน 151 คน แยกเป็นชาย 74 คน และหญิง 77 คน ซึ่งได้รับการอภัยโทษเนื่องในวันชาติเมียนมา 4 มกราคม ของทุกปี โดยคนไทยทั้ง 151 คนที่ถูกส่งตัวกลับมา เป็นคนที่ถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมใน จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อช่วงต้นปี 2567

ตามมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ของทางการเมียนมา ซึ่งครั้งนั้นถูกจับกุมจำนวน 154 คน โดยมีผู้ที่เป็นเยาวชนได้รับการปล่อยตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่เหลือถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและบ่อนการพนันผิดกฎหมาย

ศาลเมียนมาตัดสินให้ต้องโทษจำคุกประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาทางการไทยได้ประสานงานเพื่อขอให้ปล่อยตัวคนไทยมาโดยตลอด และเนื่องในวันชาติเมียนมาทางการเมียนมาจึงได้ปล่อยตัวและส่งกลับมายังประเทศไทย และเมื่อเวลา ประมาณ 18.30 น. คนไทยทั้ง 151 คน

จึงได้เดินทางมาถึง ด่านถาวร สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะบุคคล, คัดกรองโรค, ประเมินสภาพจิตใจ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย สอบปากคำเบื้องต้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะส่งตัวให้กับญาติ

ที่มารอรับเพื่อกลับไปใช้ชีวิตในภูมิลำเนาของแต่ละคนต่อไป ส่วนผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดฐานค้ามนุษย์หรือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เปิดสวนองุ่นนิลน่าน-ควีนนิน่าน หวังสร้างเส้นทางท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้การเกษตรของจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กำลังเป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย ที่บ้านก็อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน ของ นายวีระศักดิ์ แก้วใส อายุ 39 ปี หลังลาออกจากอาชีพครู แล้วผันตัวเองมาทำการเกษตรตามความฝัน ล้มลุกคลุกคลาน ขาดทุนจากการเลี้ยงหมูด้วยโรคระบาด กว่า 2 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนพื้นที่2งาน ปลูกองุ่นหลายสายพันธุ์

ซึ่งช่วงนี้มีอากาศเย็น ทำให้องุ่นออกพวงสวยงามเต็มสวน และได้เปิดสวนให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชม เก็บผลองุ่นสดๆ จากต้น ได้เรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลองุ่นอย่างถูกวิธี ทำให้ผู้คนที่เห็นต่างมาถ่ายรูป และแชร์ผ่านโซเชียลกันมากมาย อีกทั้งยังมีการเขียนชื่อเบอร์โทรจององุ่นกันไว้อีกด้วย โดยเจ้าของสวนองุ่นตั้งใจจะผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดน่านอีกจุดหนึ่ง

นายวีระศักดิ์ แก้วใส เจ้าของสวนองุ่นฮักฮิมห้วย เล่าว่า หลังลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตร ก็ขาดทุนมาค่อนข้างมาก แต่ด้วยความรักในธรรมชาติและความชื่นชอบในรสชาติขององุ่น ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกองุ่นอย่างจริงจัง และลงมือพัฒนาพื้นที่สวนรกร้าง ฟาร์มเลี้ยงหมูเก่า ให้กลายเป็นสวนองุ่น แบบปลอดภัยขนาดย่อม โดยทำการศึกษาทดลองพัฒนาสายพันธุ์มานานกว่า 5 ปี จนได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตลูกใหญ่ รสชาติกรอบ หวานอร่อย ถูกใจ จึงตัดสินใจขยายปลูกสายพันธุ์นี้ และตั้งชื่อว่า สายพันธุ์นิลน่าน และควีนนิลน่าน

เพื่ออยากสื่อถึงความเป็นน่าน ปลูกที่จังหวัดน่าน อีกทั้งยังดูแลอย่างพิถีพิถัน ในโรงเรือนปิด ควบคุมคุณภาพน้ำและปุ๋ย ส่งให้ผลผลิตองุ่นมีคุณภาพสูง ประกอบกับปลูกแบบปลอดภัย เว้นการให้ปุ๋ยในช่วงก่อนตัดขาย ทำให้สามารถมั่นใจความปลอดภัยสารเคมี เก็บผลองุ่นสดๆจากต้นทานได้ทันที โดยทางสวนเปิดให้เลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยาว์ เพียงกิโลกรัมละ 150 บาท ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนน่าน และนักท่องเที่ยวได้กินองุ่นคุณภาพ อร่อย ปลอดภัย ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีผลองุ่นออกขายให้ได้ชิม

จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ กว่า 1,500 กก. อย่างไรก็ตามเจ้าของสวนยังเตรียมต่อยอดผลักดันสวนองุ่นแห่งนี้ สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน รวมทั้งเตรียมปรับปรุงพื้นที่เพิ่ม เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชน นำพืชผักทางเกษตร สินค้าชุมชนมาวางขาย เพื่อสร้างรายได้ และเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเกษตรซึ่งกันอีกด้วย

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชม ชิม สวนองุ่นฮักฮิมห้วย หรือผู้สนใจทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ที่ผสมผสานองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาด และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน สามารถไปได้ที่สวนองุ่นฮักฮิมห้วย (หลัง อบต.นาปัง) ที่บ้านก้อดแก้ว ต.นาปัง อ.ภูเพียง จ.น่าน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 084-950-9780 และ เฟสบุ๊ก สวนองุ่นฮักฮิมห้วยน่าน/ภาพข่าว/รพีพรรณ เพชรเจริญ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ต้อนรับผู้ว่าฯ จ.ประจวบฯ คนใหม่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน และ สวัสดีปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยหนึ่งในนั้น มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย พ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 33 ราย

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ที่หน้าอาคารศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัดฯ นางสาวจีรประภา สาระประจวบ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีมอบพวงมาลัยดอกมะลิและสวัสดีปีใหม่แก่ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน

ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ คนที่ 56 และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกด้วยบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้กล่าวขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งที่นี่ โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานและดำเนินกิจกรรมต่างๆ จนสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี

ซึ่งตนรู้สึกปลาบปลื้มและดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของชาวประจวบฯ ในการมาร่วมพัฒนาให้จังหวัดเจริญรุ่งเรือง ด้วยความตั้งใจที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีความก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน จากนี้ตนพร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขให้ประชาชนชาวประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร นำผู้สมัครนายกและสมาชิก อบจ.มุกดาหาร เข้าโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริต เพื่อลดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง/ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมให้ความรู้แก่ผู้สมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ตามโครงการปฏิรูปการเมืองสุจริตบนฐานของการเลือกตั้ง กิจกรรมให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทําผิดทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ห้องพลอยบอลรูม โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้กล่าวรายงาน

นายจักรินทร์ กล่าวว่า ด้วยสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เล็งเห็นว่าการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชนจะสัมฤทธิ์ผลโดยบรรลุเป้าหมายแห่งเจตนารมณ์ได้นั้น การเลือกตั้งจะต้องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรมและขอบด้วยกฎหมายโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วยผู้สมัครรับเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่กระทำการอันเป็นการละเมิด ต่อกฎหมาย

โดยที่ผ่านมามีการเข้าใจผิดในสาระสำคัญของข้อกฎหมายในหลายประเด็น ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก มีการซื้อสิทธิขายเสียง และผู้สมัครมีการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกตั้ง

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ผู้สังเกตการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มี ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อลดปัญหาเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อันเกิดจากความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ของกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหารจึงได้ดำเนินการจัดการอบรมครั้งนี้ขึ้น

“ทั้งนี้ ผู้ผ่านการอบรมนอกจากจะมีความรู้ฝความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฏิบัติ ในการเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างการยอมรับเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี การรักษา ความเป็นมิตรก่อนหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเพื่อลดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกด้วย ” นายจักรินทร์ กล่าว ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

​​

ผวา! ยิงปืนฉลองปีใหม่กระสุนตกทะลุหลังคาลงห้องนอน ข้างที่นอนลูกสาววัย 2 ขวบ

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568​ นายถนัด คำฟ้อง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 หมู่ 6 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัด มุกดาหาร เดินทางเข้าพบกับ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น.

ของวันที่ 1 มกราคม ขณะผู้แจ้งนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ 9 ชอยแสงอรุณ ชุมชนอรุณรังษี ต.มุกดาหาร ปรากฏว่าได้มีหัวกระสุนไม่ทราบขนาดตกลงมาบนหลังคาบ้านและทะลุลงมาในห้องนอนของผู้แจ้ง เบื้องต้นไม่ทราบว่าหัวกระสุนมาจากที่ใด สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากบุคคลที่ยิงปืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2538 ผู้แจ้งจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

นายถนัด กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกับภรรยาและลูกชาย ลูกสาวอายุ 2 ขวบ กำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอน ได้ยินเสียงวัตถุตกทะลุหลังคาเสียงดังปุ๊ เมื่อมองลงไปที่พื้นห้องนอนเห็นหัวกระสุนปืนลักษณะเป็นตะกั่วตกลงมาบนแผ่นพรมปูพื้นแล้วกระดอนขึ้นมาตกลงบนที่นอนของลูกสาวกับลูกชาย

โชคดีที่หัวกระสุนดังกล่าวไม่ตกลงมาถูกลูก มิฉะนั้นก็อาจทำให้ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้นำหัวกระสุนปืนมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิงปืนฉลองปีใหม่ #กระสุนปืนทะลุหลังคา #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯชลบุรี เป็นประธานสวดมนต์ข้ามปี วัดชัยมงคล พระอารามหลวง พัทยา/นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

 เวลา 22.39 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ที่วัดชัยมงคล พระอารามหลวง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2568 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลและเกิดความสุขสงบในจิตใจของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี 

โดยได้รับเมตตาจากพระเดชพระคุณพระเทพวชิรปัญญาภรณ์ (อนันต์ ธมฺมโชโต) รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี รูปที่ 1 เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนี้มี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.คนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นางหนึ่งฤทัย พูลลาภ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี จ่าเอก พิทยาภรณ์ ก่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวไทย-เทศเรือนแสนร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ 2568 กระหึ่มชายหาดพัทยา คาดสะพัดพันล้าน

ช่วงระหว่างคืนวันที่ 31 ธ.ค.66 เข้าวันที่ 1 ม.ค.67 มีรายงานว่า ชายหาดพัทยาเต็มไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเข้าร่วมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ในกิจกรรมวันส่งท้ายปี เมืองพัทยา กำหนดจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 บริเวณริมหาดพัทยากลาง พร้อมงาน KOH LAN COUNTDOWN 2025 ที่ท่าหน้าบ้านเกาะล้าน โดยร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 กันอย่างคึกคัก

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กิจกรรมงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ในครั้งนี้ ถือว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานตลอด 3 วันเฉลี่ยวันละ 1 แสนคน คาดว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวจะสะพัดในงานนีเไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้งานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขออวยพรให้ปีใหม่นี้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้า

บรรยากาศการท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าเมืองพัทยา การจราจรหนาแน่น

วันที่ 31 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจราจรบนถนนสุขุมวิททั้งเข้าและขาออกเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นไปอย่างคึกคัก ปริมาณยวดยานพาหนะของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจำนวนมากหลั่งไหลเข้าพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทพัทยา พบปริมาณรถยนต์ รถโดยสาร และรถบัสขนส่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยเข้ามายังเมืองพัทยาตลอดทั้งวัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะ ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการจัดงานพัทยาเคานต์ดาวน์ 2025 ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ซึ่งมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายมาร่วมส่งความสุข

สื่อรัฐทีวี/งานฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 28 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น.นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.เขต 6 จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เดินทางเป็นประธานในพิธีฌาปณกิจศพนายกฤษฎา รัสดาดาล ณ วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองกุง-โนนรัง ตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น จากกรณีลูกชายเสียชีวิตถูกยิงด้วยกระสุนปืน

ตามที่เป็นข่าว มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก เช่น นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเพื่อนๆ

นางกองแก้ว รัสดาดาล มารดา ได้ร้องเรียนผ่าน นายสิงหภณ ดีนาง ส.ส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคเพื่อไทย จากกรณีคนร้ายยิงลูกชายตนเสียชีวิต

win สื่อรัฐทีวี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นายกรัฐมนตรี” เปิดกล่อง 5 ของขวัญปีใหม่จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

นายกรัฐมนตรีเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 5 โครงการเพื่อความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติ , รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมต้อนรับ

ของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2568 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มอบให้แก่ประชาชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Cyber Check : เป็นแอปพลิเคชันที่จะช่วยคัดกรองมิจฉาชีพจากเบอร์โทรปริศนาที่โทรเข้ามา รวมทั้งใช้ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารก่อนจะโอนเงิน โดยใช้ฐานข้อมูลโดยตรงจากระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2. โครงการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยว ผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police : แอปพลิเคชันแนะนำข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และแชร์โลเคชันแบบออนไลน์ เพื่อรับความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

3. โครงการบูรณาการระบบบริหารรับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยว 1155 และศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวแบบรวมศูนย์ : เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถประสานผ่านตำรวจท่องเที่ยว หมายเลข 1155 พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการดูแลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การปฏิบัติการฉุกเฉิน

4. โครงการส่วนลดพิเศษสำหรับที่พัก The Cop Hotel and Villa Pattaya : สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีที่พักติดทะเล ริมถนนใหญ่ในพื้นที่ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าพักได้ ในราคาพิเศษ

5. โครงการห้องพักทั่วไทย จากใจตำรวจทางหลวง 205 แห่ง ทั่วประเทศ : ตำรวจทางหลวงมีการให้บริการสำหรับผู้เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางไกลอย่างปลอดภัย ณ 205 หน่วยบริการตำรวจทางหลวง เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2567 ถึง 10 มกราคม 2568 รวมทั้งมีจุดกางเต็นท์สำหรับสายแคมป์ปิ้ง โดยบริการฟรีทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน และขอบคุณเจ้าหน้าที่และตำรวจทุกนายที่ได้ร่วมกันทำงานขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา ขอให้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ ตรวจตรา ดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อไป

#ของขวัญปีใหม่2568

#ปีใหม่2568

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวคริสต์คาทอลิกบึงกาฬ จัดขบวนแห่ดาวคึกคักกว่า50คัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 25 ธ.ค. บาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสวัดนักบุญยอแซฟกรรมกร ที่เป็นวัดคริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้ร่วมกันจัดงานแห่ดาว เพื่อเฉลิมฉลองการบังเกิดมาของพระเยซูเจ้า ซึ่งดาวเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิด ตามตำนานในช่วงเวลาที่พระเยซูประสูตินั้น เหล่าโหราจารย์ได้มองเห็นดาวลักษณะพิเศษ ที่มีความสุกสว่างกว่าดาวทั่วไปปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

จึงออกเดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนได้ไปพบกับสถานที่ประสูติของพระเยซูเจ้า ที่เมืองเบธเลเฮม ประเทศปาเลสไตน์ นับแต่นั้นมาชาวคริสต์จึงถือว่า “ดาว” คือ สัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า จึงมีการริเริ่มประเพณีแห่ดาวในเทศกาลคริสต์มาสเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์นั้น และแสดงถึงความเชื่อความศรัทธา การส่งมอบความสุขความรื่นเริง ความรักความสามัคคี และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวคริสต์ด้วย

การแห่ดาวในวันนี้เป็นการรวมเอาผู้ที่นับถือศรัทธาในพระเยซุหรือคริสต์ศาสนาตามวัดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแห่ขบวนด้วย มีการตกแต่งประดับประดาวและคมไฟติดตั้งบนรถ มีทั้งรถมอไซค์พ่วงข้าง รถอีแต๊ก รถไถนา รถปิกอัพและรถบรรทุก 6 ล้อร่วม 100 คันแห่ไปตามชุมชนต่างๆ ในตำบลชัยพร สิ้นสุดที่วัดนักบุญอักแนส บ้านห้วยเซือมใต้ วัดนักบุญมัทธิว บ้านกลาง ก่อนจะกลับเข้าไปในวัดนักบุญยอแซฟ เพื่อเฉลิมฉลอง

นอกจากนี้ในงานยังมีโรงทานนำอาหารไปแจกจ่ายผู้มาร่วมกัน มีทั้งส้มตำ ผัดหมี่ ข้าวราดแกงและทีขาดไม่ได้คือข้าวจี่ทาไข่คนปิ้งแทบทำไม่ทัน บนเวทีมีกิจกรรมการแสดงของน้องๆ หนูๆ หลายโรงเรียน ทั้งการแสดงประวัติการกำเนิดของพระเยชู และเต้นประกอบเพลง ทำเอาผู้ปกครองต้องคักเงินจ่ายเป็นกำลังใจจำนวนไม่น้อย

ด้านบาทหลวงเปาโล ประเสริฐ คุณโดน เจ้าอาวาสกล่าวว่า ที่เลือกจัดงานวันนี้ก็เนื่องจากวันที่ 24- 25 ธ.ค. ปล่อยให้วัดในชุมชนต่างๆ จัดงานแห่ดาวกันเองในชุมชนตนเองก่อน พอวันนี้จึงมาร่วมกันจัดงานแห่ดาวในภาพรวมของจังหวัดอีกครั้ง เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มักง่ายจุดไฟเผาขยะข้างกองยาง​ ลุกลามไหม้เป็นกองเพลิง / ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

แชร์เนื้อหานี้

พนักงานร้านยางจุดไฟเผาขยะกองเล็กๆก่อนจะลามไปไหม้กองยางรถยนต์ที่กองรวมกันไว้หน้าร้านจนกลายเป็นกองเพลิงขนาดใหญ่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำ ระงับเหตุ โชคดีเหตุนี้ไม่มีใครเป็นอะไรมีเพียงเสาไฟฟ้าส่องสว่างถนนของทางหลวงได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.00 น . เจ้าหน้าที่ดับเพลงเทศบาลเมืองมุกดาหารได้รับแจ้งเหตุเกิดไฟไหม้บริเวณริมถนนบายพาสเมืองมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นกองเพลิงขนาดใหญ่ควันดำปกคลุมไปทั่วบริเวณดังกล่าวทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมาต้องจอดก่อนเพราะมองไม่เห็นทางเนื่องเกิดควันดำปกคลุม หลังจากได้รับการแจ้งเหตุทางเทศบาลได้นำรถดับเพลิง4คันเข้าระงับเหตุโดยใช้เวลาประมาณ​ 30นาทีจึงสามารถดับไฟได้ซึ่งจาการตรวจสอบไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและพบว่าเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ของแขวงทางหลวง บริเวณริมทางได้รับความเสียหาย

นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากสายเหตุความมักง่าย​ โดยทางพนักงานได้เผาขยะใกล้กับกองยางพอเผาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในขณะที่มีลมกรรโชกแรง ต่อมาเลยเกิดไฟลามไปถึงกองยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้หน้าร้านก็เลยเกิดเหตุดังกล่าวซึ่งการเผาขยะแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆก่อนหน้านี้ ลามไปไหม้หญ้าแห้งริมถนน แต่คราวนี้หวิดเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่โชคดีมากที่ดับทันไม่งั้นน่าจะลามไปหลายจุด​ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีทรัพสินย์ของทางราชการเสียหายคือเสาไฟฟ้าส่องสว่างซึ่งโชคดีมากไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนี้

​มุกดาหาร​ -​ตะลึง! ขุดเจอพระพุทธรูปเงินโบราณ ฝังอยู่ใต้ดินที่นาบ้านท่าไคร้

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้มีชาวบ้านท่าไคร้ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ขุดพบพระโบราณบรรจุอยู่ในไหฝังอยู่ใต้ดินบริเวณที่นาของนายบุญนำ พิกุลศรี อายุ 55ปี บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 7 ตำบลนาสีนวน เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ของวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยระหว่างที่ได้มีการนำรถไถเข้ามาปรับที่นา ขณะได้มีการขุดดินลึกลงไปต่ำกว่าพื้นที่เดิม ผานไถได้ไปกระทบกับของแข็งบางอย่างคล้ายหินจึงได้เข้าไปทำการตรวจสอบพบว่าเป็นไหขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร มีดินโบกปิดทับปากไหไว้ เมื่อนำแกะดินออกพบมีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ด้านในจึงได้แจ้งเจ้าอธิการสมนึก เจ้าอาวาสวัดศรีไคร้ทุ่ง และชาวบ้านมาร่วมกันตรวจดู

เจ้าอธิการสมนึก กล่าวว่า พระพุทธรูปที่ขุดพบเรียกว่า พระบุเงินโดยเป็นพระโบราณ ซึ่งทำขึ้นจากการนำไม้มาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปชุบเงิน พระพุทธรูปไม้แกะสลัก และสัมฤทธิ์ โดยการขุดพบครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าบริเวณหมู่บ้านท่าไคร้ เป็นชุมชนเก่าแก่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้มีชาวบ้านขุดพบเจอถ้วยชามโบราณบริเวณดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้พระพุทธรูปโบราณที่ขุดพบ ได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรดำเนินการตรวจสอบให้ทราบถึงอายุ และจะได้นำกลับมาตั้งประดิษฐานไว้ที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาต่อไป

ขุดพบพระโบราณ #พระบุเงิน #บ้านท่าไคร้ #มุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “สวนสวรรค์ฟาร์ม”รับมอบใบรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS  / ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 67 ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของ คุณแก้วตา จันทร์วีระชัย นักธุรกิจเจ้าของกิจการมีชื่อในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผันตัวเองลงมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่กว่า 80 ไร่ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการจัดการอย่างเป็นระบบในการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและชาวเกษตรกร หวังให้ชาวบ้านในพื้นที่บางราย มีพื้นที่ทำกินทางการเกษตร ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์แบบปลอดสารพิษ เพื่อนำกลับไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอยู่อย่างพอเพียง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรคอยแนะนำให้ความรู้ ในการทำเกษตรผสมในพื้นที่แปลงน้อยโดยไม่ใช้สารเคมี และได้มีโอกาสร่วมเป็นสมาชิก

รับมอบใบรับรองแบบมีส่วนร่วม ความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการรับประทานผลิตผลที่ปลอดสารพิษ ซึ่งทางศูนย์การเรียนรู้ฯ สวนสวรรค์ฟาร์ม จะมีการจัดกิจกรรมและพิธีมอบหนังสือรับรองพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แบบมีส่วนร่วมความเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยมีนายณรงค์พงษ์ โพธิสมบัติ ประธานบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคี นายณรงค์ คงมาก กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม นายนันทปรีชา คำทอง ประธานเครือข่ายสามอ่าวเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติ และนางสาว นิชาภา สุวรรณนาค  สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกันเป็นประธานมอบหนังสือรับรองมาตรฐานพื้นที่เกษตรอินทรีย์ SCE PGS ให้กลุ่มสมาชิกที่ได้รับการรับรอง ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม  หมู่ 2  ต.อ่าวน้อย จ.ประจวบฯ

น.ส.แก้วตา จันทร์วีระชัย หรือเจ๊แก้วตา เจ้าของสวนสวรรค์ฟาร์มเล่าว่า  ตนเห็นว่าพื้นที่ในที่ดิน กว่า 80 ไร่ เป็นที่ว่างเปล่าปล่อยรกร้างไว้ไม่เกิดประโยชน์อะไร หลังรัฐบาลปลดล๊อคกัญชา คิดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ปลูกกัญชา แต่ก็ยังติดปัญหาหลายอย่างในทางกฎหมาย หลังจากได้รู้จักกับอาจารย์ท่านหนึ่งทำเกี่ยวกับเรื่องเกษตรอินทรี จึงลองไปศึกษาหาความรู้ บางส่วนก็ศึกษาเรียนรู้จาก YouTube บ้าง นำไปลองปฏิบัติตามจนเกิดผลผลิต หวังแค่เพียงเพื่อไว้รับประทานกันเองในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อตนได้เห็นชาวบ้านในพื้นที่บางรายขาดโอกาสการทำอาชีพเกษตรกร เนื่องจากไม่มีที่ดิน จึงมีแนวคิดที่จะให้เขาได้ใช้พื้นที่เพาะปลูกและเรียนรู้การทำเกษตรแนวใหม่แบบผสมผสานปลอดสารพิษ และด้วยที่ตนเองเป็นคนรักสุขภาพอยู่แล้ว อยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดี

ได้รับประทานอาหาร พืชผัก ผลไม้ ที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ แนวคิดนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้เป็นสวนเกษตร ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ สวนสวรรค์ฟาร์ม ต่อมามีการรวมตัวก่อตั้งกลุ่มรักสุขภาพ โดยการรวบรวมชาวบ้านและกลุ่มคนที่สนใจเข้าร่วมได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ศึกษาวิธีการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร และนำกลับไปต่อยอด หรือเพราะปลูกไว้รับประทานเอง หรือจะนำกลับมาส่งขายที่ศูนย์การเรียนรู้ สวนสวรรค์ฟาร์มได้อีก

เนื่องจากผลผลิตปลอดสารพิษเกษตรอินทรีย์มีความต้องการทางการตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางกลุ่มเรามีการจัดการแบบครบวงจร โดยเอาผลิตผลที่ได้บางส่วนมาแปลรูป เป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุหีบห่อเป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายต่อ ตามศูนย์โอทอปพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งตลาดรับซื้ออีกหลายแห่ง เนื่องจากผลผลิตมีคุณภาพได้รับการรับรองให้เป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษไม่ใช้สารเคมี โดยทางเรามีกระบวนการตรวจสอบผลิตผลที่กลุ่มสมาชิกนำมาส่งที่ศูนย์ มีคณะกรรมการ มีประทาน และมีการจัดการอย่างเป็นระบบ  ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 

ชาวบ้านลุกฮือ ค้านคณะสงฆ์ปลดเจ้าอาวาสวัดดัง “โบสถ์เหรียญบาท” ที่ทับสะแก

วันที่ 23 ธ.ค.67 ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด ( วัดโบสถ์เหรียญบาท ) ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านนับร้อยคนได้มารวมตัวคัดค้าน จากกรณีคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีมติปลด พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ (ทัพประเสริฐ) อายุ 49 พรรษา เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด อำเภอทับสะแก หรือที่ชาวงบ้านรู้จัก “วัดอุโบสถ์เหรียญบาท” วัดชื่อดังของอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมี คำสั่ง เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ ๒๘ / ๒๕๖๗ ตามที่เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ ๒๔ / ๒๕๖๗ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและสอบสวนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง ลงวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗ คณะกรรมการได้ตรวจสอบและสอบสวนหาข้อเท็จริงแล้ว และมีมติให้ถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสฺสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ฐานละเมิดจริยาอย่างร้ายแรง และได้รายงานผลการสอบสวนและมตินั้น เสนอเจ้าคณะตำบล และเจ้าคณะอำเภอพิจารณาวินิจฉัย เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลพิจารณาวินิจฉัยแล้ว

เห็นชอบให้เสนอถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ บัดนี้ เจ้าคณะอำเภอได้รายงานเสนอพร้อมด้วยเอกสารผลการสอบสวน ขอให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดบ้านทุ่งเคล็ด เจ้าคณะจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่เสนอ อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๕๕ แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.)๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงถอดถอน พระสมุห์อาทิตย์ อิสสรญาโณ ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบล นาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า แกนนำชาวบ้าน ชาว กทม.และเป็นโยมอุปถัมป์วัดบ้านทุ่งเคล็ด กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ได้เป็นประธานทอดกฐินเมื่อออกพรรษาที่ผ่านมา วันนี้พวกตนเองได้มาคัดค้านการปลดเจ้าอาวาสองค์เก่า (พระครูปลัดอาทิตย์ อิสสรญาโณ )และคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จากการที่พระครูปลัดอาทิตย์ ถูกกล่าวหา ว่าชักปืนยิง / ไม่นำเงินวัดเข้าบัญชีวัด / และการถูกชาวบ้านร้องเรียนเรื่องยืมเงินญาติโยม /โดยเฉพาะเรื่องยืมเงินโยมในการก่อสร้างอุโบสถเหรียญบาท ซึ่งตามที่เคยตกลงกันทางวัดจะมีงานปิดทองฝังลูกนิมิต ถึงคืนเงินให้ โดยชาวบ้านคิดว่าการถูกปลดครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชย์ภายในวัด ซึ่งหลังจากสร้างโบสถ์เหรียญบาท ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

///////////////////////////////

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือด เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต

แชร์เนื้อหานี้

ศึกเลือกตั้งอบจ.เชียงรายเดือดบ้านใหญ่ชนกัน กองเชียร์กระหึ่ม!! สองฝั่งหน้าสถานที่รับสมัคร สลักจฤฎดิ์ เพื่อไทยคว้าเบอร์2 “นก”อธิตาธร คว้าเบอร์1 พาขุนพล สองขั้วหาเสียงเลือกตั้งทุกเขต ส่วนผู้สมัครไปไม่สังกัดพรรค สู้ไม่ถอย กลุ่มชาติพันธุ์แห่ให้กำลังใจผู้สมัคร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งองค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดรับสมัคร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ณห้องคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

ระหว่างวันที่23-27ธันวาคม67 ในวันดังกล่าวมีผู้สังเกตการรับสมัคร อาทิผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย นายชริทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายใจฯลฯบรรยากาศการรับสมัครเลือตั้งมีบรรดาผู้สมัคร สองขั้วการเมืองใหญ่ เดินทางมารอการรับสมัครเลือกตั้งทั้งส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ และมีกองเชียร์ผู้สนับสนุนเตรียมป้ายชูเบอร์หาเสียงและพวงมาลัยดอกดาวเรืองเพื่อสวมอวยพรขัยให้กับผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า
หลังจากนั้นเวลา8โมงตรง

ทางกองการรับสมัครไดเรียกให้ผู้สมัครทั้งหมดเข้าห้องและอธิบายหลักเกณฑ์การรับสมัครให้ผู้สมัครทั่งในส่วนของนายกอบจ.และส.อบจ การตรวจความพร้อมเอกสารการสมัคร โดยคณะกรรมการผู้รับสมัครได้เรียงลำดับการสมัครนายก อบจ.เป็นอันดับแรก ที่มีเข้าไปสมัคร วันแรกคือนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช สังกัดพรรคเพื่อไทย และนางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ใส่เสื้อสีขาว คอชมพูประทับตรานก ทำได้ นั่งเตรียมความพร้อมเพื่อจะทำการจับฉลากหมายเลขประจำตัว เนื่องจากทั่งคู่มาพร้อมกันและไม่สารถตกลงกันได้จึงใช้วิธีจับฉลาก ผลของการจับฉลากปรากกว่านางอธิตาธร ได้เบอร์ นางสลักจฤฎดิ์ได้เบอร์ 2 จากนั้นทั้งคู่ได้เดินลงมายื่นใบสมัครตรวจหลักฐานการสมัครจนเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร

ในส่วนของส.อบจจำนวน36เขตเลือกตั้งมีสังกัดทีมเพื่อไทยครบ36เขต ส่วนสังกัดทีม นกทำได้ส่งครบ36เขตเช่นกัน นอกเหนือนั้นเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด มีทั้งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธ์ุ ในบางเขตก็สามารถตกกันได้ส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถตกลงกันได้ คณะกรรมการรับสมัครใช้วิธีจับฉลาก2ครั้งเพื่อได้เบอร์และให้ยื่นหลักฐานการสมัครมีการเซ็นยินยอมตรวจประวัติคุณสมบัติผู้สมัครตามประกาศ ไม่ต้องเดินทางไปยังตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่หากกรอกเอกสารให้การเท็จก็จะมีโทษตามกฎหมายทันที มีอัตราโทษปรับสูง โดยทางคณะกรรมการรับสมัครจะประกาศรับรองหรือไม่รับรองผ่านเวปไซด์ ภายใน7วันหลังการรับสมัคร

บรรยากาศบริเวณภายนอกอาคารมีกองเชียร์ทั้งสองฝั่ง ทั้งพรรคเพื่อไทยและ และฝั่งนก อธิตาธร ถือป้ายและพวงมาลัยรอสวมคอผู้สมัครนายกอบจ. และส.อบจ เสียงกึกก้องสนั่น ท่ามกลางการรักษาความสงบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดารรับสมัครใช้เวลานานเรื่องจากกรรมการรับสมัครต้องตรวจหลักฐานฐานการรับสมัครอย่างละเอียดก่อนที่จะออกใบเสร็จรับเงิน จนทำให้ผู้สมัครบางที่มีโรคประตัวอาทิเช่นเบาหวานมีอาการกำเริบต้องมีการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนผูัสมัครนายกอบจ.นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไฟรัช หลังยื่นใบสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้เดินทางออกจากสถานที่รับสมัคร โดยมีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงและประชาชนที่ให้กำลังใจชูป้ายเบอร์ 2 ดังสนั่น สนับสนุนส่งแรงเชียร์เป็นนายกอบจ.คนใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเพื่อไปตั้งขบวนแห่ป้ายหาเสียงจากที่ตั้งศูนย์อำนวยการพรรคเพื่อไทยสนามกีฬาฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด หน้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ในส่วนนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์หลังยื่นและตรวจหลักฐานการสมัครเสร็จสิ้นกระบวนการได้พาผู้สมัครทั้งหมดออกจากห้องคชสารสถานที่รับสมัคร มีมวลชนยื่นถือป้ายและพวงมาลัยสวมคอ ยืนรอเรียงแถวยาวเหยียดส่งเสียง คำว่า”นกทำได้ “เบอร์ 1 ลั่นหน้าอาคารจากนั้นเดินทักทายกองเชียร์ที่มารอให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

ส่วนสมาชิกว่าที่ส.อบจได้เดินตามออกไปทักทายมวลชนและกองเชียร์แต่ละเขตต่างสวมมาลัยดอกดาวเรืองถ่ายรูปจากนั้นได้ขึ้นรถแห่ป้ายออกจากสถานที่รับสมัครเข้าทักทายประชาชนในตัวเมืองเชียงรายไปสิ้นสุดที่ทำการศูนย์ประสานงานเลือกตั้งตำบลบ้านดู่หน้าปั้มปตท.ถนนเบี่ยง้หมืองเชียงราย

ผู้สื่ข่าวรายงานว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการต่อสู้อย่างรุนแรงเนื่องจากพรรคเพื่อไทยโดยพ่อใหญ่ทักษิณ ชินวัตรฝ่ายรัฐบาลจะลงไปปราศัยใหญ่ในพื้นที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นางสลักจฎดิ์ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เขตอำเภอเทิง ซึ่งเป็นฐานที่มั่น นางอธิตาธร วันไชยธนะวงศ์ เบอร์1ท่ามกลางผู้คนนับหมื่น ส่วนฝั่งนางอธิตาธร ผู้สมัครเบอร์1 จะมีแผนแก้เกมส์ และกลยุทธหาเสียงเพื่อรักษาฐานที่มั่นในฐานะอดีตนายกอบจ.เชียงรายหมาดๆ

ส่วนทีมชุดสืบสวนสอบสวนสำนักคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัดเชียงรายได้เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการกระผิดกฎหมายเลือกตั้งครั้งนี้แล้วและนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้เข้าสังเกตุการณ์การรับสมัคร ได้กำชับให้ผู้อำนวยการ คณะกรรมการผู้รับสมัครเข้มงวด ผู้สมัครปฏิบัติตามกติกาเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมข่าวความคืบหน้าการเลือกตั้งครั้งนี้ก่อนที่จะมีการลงคะแนน ในวันที่1ก.พ.2568 ใครจะชนะเลือกตั้งเป็นนายก และส.อบจ. ชี้ชะตาจังหวัดเชียงราย จะนำเสนอให้ทราบต่อไป.

ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“เฉลิมชัย” ติดตามการทำหมันลิงเขาช่องกระจก/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568/ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1/หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม โครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่บริเวณพื้นที่เขาช่องกระจก อ.เมือง จ.ประจวบฯ มี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม ให้การต้อนรับ

โดย รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยจุดตรวจคัดกรองสุขภาพลิง จัดทำประวัติ ก่อนดำเนินการทำหมันลิงทั้งเพศผู้และเพศเมีย จากนั้นจะมีการสักทำสัญลักษณ์ที่แขนของลิงที่ทำหมันแล้ว บางตัวหากตรวจพบเป็นโรคสัตวแพทย์จะให้ยารักษา ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 – 30 ธ.ค.67 มีเป้าหมายทำหมันลิงจำนวน 300 ตัว พร้อมกันนี้ ดร.เฉลิมชัยได้มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมระบุว่า จะมีการเคลื่อนย้ายลิงแสมเขาช่องกระจกบางส่วนไปไว้ที่กรงพักพิงลิงที่ทางกรมอุทยานฯ ได้จัดเตรียมไว้ที่หัวหินเพื่อลดจำนวนลิงลง โดยโครงการการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าในเมืองโดยการควบคุมประชากรลิง เป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมประชากรลิงไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

นายภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์สัตว์ป่า ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กระบวนการทำหมันลิงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาลิงแสมเขาช่องกระจก ซึ่งจะเขื่อมโยงไปถึงการดูแลคนและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยขณะนี้สามารถจับลิงมาทำหมันได้แล้วกว่า 100 ตัว จากเป้าหมาย 300 ตัว ซึ่งที่โรงพยาบาลสนาม จะมีการคัดกรอง จัดทำประวัติ ทำหมัน ทำบัตรประชาชนลิง จากประสบการณ์ที่ทำหมันลิงมา ลิงจะเป็นหมัน 100% ไม่มีการตั้งท้องอีก ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของปัญหาลิงคือการที่คนให้อาหารลิงอย่างไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารที่คนกินซึ่งมีรสชาติหวาน หอม มีพลังงานสูง ทำให้ลิงร่างกายแข็งแรง มีโอกาสขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นทำให้จำนวนประชากรลิงมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่วนการเคลื่อนย้ายลิงบางส่วนไปยังสถานที่ที่มีความเหมาะสมกว่า ทางกรมอุทยานฯ มีโมเดลที่ทำแล้ว

ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งลิงเองก็จะปลอดภัย เพราะจากการตรวจสุขภาพลิงที่ รพ.สนาม พบว่าบางตัวมีลูกแก้วในคอ มีบาดแผลจากการโดนกัด ขนร่วงเป็นขี้เรื้อน บางตัวพบเป็นโรคไต สาเหตุจากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมโดยเฉพาะด้านโภชนาการ ถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม และหาพื้นที่เหมาะสมให้อยู่ หากมีการบริหารจัดการลิง คน สิ่งแวดล้อม เชื่อว่าเขาช่องกระจกจะเป็นแลนมาร์กสำคัญของ จ.ประจวบฯ โดยควรจะเหลือลิงไว้ในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณอาหารในพื้นที่.

บลูพอร์ต หัวหิน” ชวนตักบาตรส่งท้ายปีรับโชคดีปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.67 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ เตรียมจัดงานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2568 ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลานเดอะ สแควร์ หน้าศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน โดยงานนี้ถือเป็นงานที่ทางบลูพอร์ต หัวหิน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี เพื่อให้บุคลากรในองค์กร ร้านค้า ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกัน เพื่อเสริมสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว เสริมโชคลาภ และความราบรื่นในชีวิตการงาน ต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงและร่วมกันส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จ.ประจวบฯ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ณ ลาน เดอะสแควร์ บลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บลูพอร์ต หัวหิน โทร.032-905111, Facebook: Bluport Hua Hin Official หรือ Line: @Blupor

ผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ให้ได้โดยเร็วที่สุด คืบหน้าผัวเก่ายิงผัวใหม่ดับ 2 เจ็บ 1 ราย ล่าสุดผู้การภาค 7 สั่งระดมทีมสืบสวนควานหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ คาดว่าหนีกบดานในป่าชายแดนไทย-เมียนมาร์**

วันที่ 20 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวจังหวัดประจวบรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุอดีตผัวเก่าใช้อาวุธปืนดักยิงผัวใหม่ และญาติบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุ คืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ดูแลฝ่ายงานสืบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรอ่าวน้อย เจ้าหน้าที่ชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปภ.) ประชุมร่วมหารือกับชุดสืบสวนภูธรภาค 7 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรอ่าวน้อย เพื่อวางแผนเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะหนีกบดานหลบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านญาติหรือคนรู้จัก

ในป่าสวนยาง และตามช่องทางธรรมชาติแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ เนื่องจากช่องทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติ และโจรกรรมรถจักรยานยนต์ รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายอื่นส่งขายข้ามประเทศพร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณที่พบรถจักรยานยนต์ล้มและจุดพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิง เพื่อหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ก่อนสืบสวนหาพยานบุคคลจากญาติพี่น้อง และคนรู้จักใกล้ชิดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว โดยผู้ก่อเหตุชื่อ นายไพศาล คณา หรือเขื่อน อายุ 30 ปี มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวอยู่ในพื้นที่บ้านย่านซื่อ หมู่ 12 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น , พยายามฆ่า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูแลฝ่ายงานสืบสวน เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับคำสั่งจากรักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กำชับให้มาเร่งรัดสอบสวนติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้วซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับติดตามจับกุมตัวต่อไป ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อื่นแต่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานาน มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว และเป็นคนไทย เคยถูกจำคุกมาก่อนและพึ่งพ้นโทษออกมา ซึ่งมูลของการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวแต่ทางตำรวจยังไม่ได้มีการตัดประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งอยู่ในสำนวนของการสอบสวน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้สืบภาค สืบจังหวัด และสืบสวน สภ.อ่าวน้อย สนธิกำลังระดมไล่ล่าจับกุมหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าหากผู้ก่อเหตุหนีข้ามแดนทางตำรวจได้มีการประสานหน่วยงานความมั่นคงชายแดนในพื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นผู้ก่อเหตุกระทำคนเดียวคาดว่าอาจมีปัญหาความแค้นส่วนตัว และเรื่องของชู้สาว

หาชมยาก ช้างป่ากุยบุรีพลอดรักกลางธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว


เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การเกี้ยวพาราสีช้างเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสามสัปดาห์ของการปรับตัวให้เข้ากับการสืบพันธุ์ของช้างเพศเมีย ซึ่งเรียกว่าวงจรการเป็นสัด และเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศของผืนป่ากุยบุรี

การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว ซึ่งภาพความประทับใจในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จใน

การอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781



สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย”

แชร์เนื้อหานี้

🎈จังหวัดน่าน นำของดีจังหวัดน่านร่วมงาน “ OTOP CITY 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่า จากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 14 – 22 ธันวาคมนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี
🎈กรมการพัฒนาชุมชน จัดงานOTOP CITY 2024 ในระหว่างวันที่ 14 -22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)

เพิ่มช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน ตลอดจนเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์โครงการผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสกรเรียนรู้และเพิ่มทักษะในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และ OTOP ชวนชิม ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ให้ชุมชน และในพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล

🎈จังหวัดน่าน มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงานจำนวน 24 ราย 24 บูท สรุปยอดจำหน่ายงาน “ OTOP CITY 2024 ”
ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ดังนี้

  1. บูท OTOP 3-5 ดาว จำนวน 12 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 169,263 บาท
  2. บูท OTOP ชวนชิม จำนวน 3 ราย ยอดจำหน่าย จำนวน 47,000 บาท
  3. บูทอื่นๆ จำนวน 9 รายได้แก่ OTOP Premium First Lady กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี Rest Area OTOP ขึ้นเครื่อง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศิลปิน OTOP กระทรวงอุดมศึกษาฯ และแพทย์แผนไทย ยอดจำหน่าย จำนวน 391,400 บาท
    รวมยอดจำหน่ายประจำวันที่ 18 ธ.ค. 67 👍 รวมทั้งสิ้น จำนวน 607,663 บาท
    ผู้มียอดจำหน่ายสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่
  4. บริษัท ดอยซิลเวอร์แฟคตอรี จำกัด (บูทศิลปิน OTOP ) ยอดจำหน่ายจำนวน 190,000 บาท
  5. กลุ่มสตรีอนุรักษ์ผ้าน่าน (บูทFirst Lady) ยอดจำหน่ายจำนวน 77,000 บาท
  6. กลุ่มสัมมาชีพบ้านนาทะนุง (บูทกระทรวงอุดมศึกษาฯ) ยอดจำหน่ายจำนวน 30,000 บาท

“OTOP City 2024 Happy Market ” มอบความสุข ด้วยของขวัญล้ำค่าจากภูมิปัญญาไทยOTOPCity2024 #OTOP #OTOPCity2024Happy Marketกรมการพัฒนาชุมชน #CDDกระทรวงมหาดไทย #MOI#CDDNAN #Promotion Group

/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พลอ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ติดตาม อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและคณะ

ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ำคลองแม่ข่า ณ น้ำตกมนฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โดยมีนายนรินทร์ ประทวนชัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ข้าราชการสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ฝ่ายปกครอง ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

โดยในการนี้ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำคลองแม่ข่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16

และร่วมจัดทำฝายต้นน้ำ(แบบคอกหมูหินทิ้ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ประชาชนและเยาวชน ในพื้นที่จำนวน 3 จุด และเยี่ยมชมน้ำตกมณฑาธาร อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในลำดับถัดมา……

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานรางวัล Siam International Awards 2024 ครั้งที่2 มาดามบิว ขึ้นแท่น ประธานจัดเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากล

แชร์เนื้อหานี้

สุดปัง มาดามบิว Rainbow Entertainment ขึ้นแท่น ประธาน ผู้จัดงานเวทีรางวัลอวอร์ดระดับสากลที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยงานรางวัล Siam International Awards 2024 เป็น ครั้งที่2

เรียกว่างานนี้ แจ้งเกิด สำหรับงานรางวัล ระดับ อินเตอร์เนชั่นแนล กันเลยทีเดียว สำหรับ งานรางวัล Siam International Awards 2024 จัดงานมาได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ ตั้งแต่ การเดินเปิดตัวพรมแดง มีดารา ศิลปิน นักร้อง นักแสดง อินฟู มากมาย ที่มาร่วม เดินพรมแดง เพื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งมีทั้ง ดาราศิลปิน ทั้งไทยและต่างประเทศ

งานนี้จะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่ได้ ประธานผู้จัดงานอย่าง คุณเบญญาดา โชใต้หยิน (มาดามบิว) Rainbow Entertainment นำทีม และ ยังมีผู้บริหาร สุดเก่ง มาร่วมจับมือกันจัดงานในครั้งนี้ นำโดย คุณภัทรวดี ภัทรวดีวัฒนกุล , ดร.รัชดาภรณ์ เกตุเทศ , คุณพรทิพย์ ลิมปภาส , นายสุรเดช พันธุรัตน์ เป็นต้น และ งานนี้ จะมี ครั้งที่3 อีกในปีหน้า 2025 ฝากติดตามได้ที่ เพจ siam international awards