คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ผู้ว่าฯ โคราช เปิดงาน FOODER 2026 เชื่อมโยงเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

แชร์เนื้อหานี้

สร้างโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดที่กว้างขึ้นนครราชสีมา 30 ตุลาคม 2569นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเกษตรแปรรูปและ อาหาร “FOODER 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Korat Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช โดยมีนางสาวเจนจิรา กงทอง ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีเปิดงาน

การจัดงาน FOODER 2026 เกิดจากความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร พร้อมสร้างเวทีสำหรับการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน

จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม การพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นสินค้าแปร รูปที่มีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ การจัดงานครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจให้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อ ยอดความร่วมมือทางการค้า

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดแสดงสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหาร การจับคู่เจรจา ธุรกิจ (Business Matching) และการสัมมนาวิชาการเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวโน้มของอุตสาหกรรมเกษตรและ อาหาร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายช่องทางการตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ FOODER 2026 ยังมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทาง BCG Model ซึ่งประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรทางการเกษตร การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

การจัดงาน FOODER 2026 จึงเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เชื่อมโยง ภาคการเกษตรเข้ากับภาคอุตสาหกรรมและตลาด ตลอดจนสนับสนุนการยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารของจังหวัด นครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีมูลค่าเพิ่มและสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่กว้างขึ้น

นายกันตินันท์ เรืองประโคน ผู้สื่อข่าว จ. นครราชสีมา/รายงาน

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /ผบก.ตม.5 ลงพื้นที่แม่สาย ตรวจเยี่ยม ตม.เชียงราย พบฝ่ายเมียนมา ณ สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1 และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ฉก.ทัพเจ้าตาก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2569 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต. เดโช โสสุวรรณากุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ( ผบก.ตม.5 ) ได้เดินทางลงพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ และมอบนโยบายการทำงานให้แก่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย มี พ.ต.อ. สุรศักดิ์ เทียนทอง

ผกก.ตม.จ.เชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในโอกาสนี้ พล.ต.ต. เดโช โสสุวรรณากุล พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังบริเวณกลางสะพานมิตรภาพ ไทย-เมียนมา

ข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 1 ประสานความร่วมมือ ด้านความมั่นคงชายแดน ร่วมกับผู้แทนจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

โดยได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจาก อูติ้งเวตง ( U Tint Way Thorne ) ผวจ.ท่าขี้เหล็ก และ พ.ต.ท.โซลินอ่อง ( Soe Lin Aung ) ผกก.ตม.ท่าขี้เหล็ก ของฝ่ายเมียนมา

ซึ่งการพบปะดังกล่าว เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานความมั่นคง ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

ต่อจากนั้น ผบก.ตม.5 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อแทนความห่วงใย และได้มอบสิ่งของให้เป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน ฉก.ทัพเจ้าตาก อ.แม่สาย ซึ่งเป็นหน่วยอีกหนึ่งหน่วยงาน ที่สำคัญ

ในการบูรณาการร่วมสกัดกั้น การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ในพื้นที่แนวชายแดน อย่างเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / น่านเตรียมจัด Amazing NAN Marathon 2026 เปิดเส้นทางวิ่งสัมผัสเมืองเก่า กระตุ้นท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน พันตำรวจเอกเจน โสภา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นายแพทย์ภุชงค์ ชื่นชม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “Amazing NAN Marathon 2026” เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และเตรียมความพร้อมต้อนรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จังหวัดน่านร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน กำหนดจัดการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ข่วงเมืองน่าน บริเวณวัดภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น พร้อมนำเสนอเสน่ห์ของเมืองน่านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ มาราธอน 42 กิโลเมตร ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร โดยใช้ข่วงเมืองน่านเป็นศูนย์กลางการจัดงาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่า สถาปัตยกรรมอันงดงาม วิถีชีวิตของชุมชน และเอกลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดน่านผ่านประสบการณ์การวิ่งที่แตกต่าง

สำหรับกำหนดการปล่อยตัวนักวิ่ง เริ่มจากระยะมาราธอน 42 กิโลเมตร เวลา 03.00 น. ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร เวลา 05.00 น. ระยะมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร เวลา 05.30 น. และระยะฟันรัน 5 กิโลเมตร เวลา 05.45 น. ส่วนการรับอุปกรณ์การแข่งขันหรือบิบ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00–18.00 น. ณ ข่วงน้อย บริเวณตรงข้ามวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันควรติดตามประกาศจากผู้จัดงานเพื่อยืนยันรายละเอียดล่าสุด

ขณะเดียวกัน จังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการบริหารจัดการเส้นทางวิ่ง การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การดูแลความปลอดภัย การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดน่านยังขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้ม ไมตรีจิต และความมีน้ำใจ ร่วมกันรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และดูแลสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักวิ่งและนักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดน่าน

การจัดงาน Amazing NAN Marathon 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการยกระดับจังหวัดน่านสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอเชิญชวนนักวิ่งและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองน่าน ในงาน Amazing NAN Marathon 2026 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ข่วงเมืองน่าน บริเวณวัดภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความประทับใจและต้อนรับผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรีแบบฉบับคนน่าน/#บุญยงค์ สดสอาด #นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผบช.ภ.5 ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลาและกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต 24 ตุลาคม 2569 ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.
พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลาและกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องวันคล้ายวันสวรรคต 24 ตุลาคม 2569 ซึ่งได้นิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูป

ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีพระครูวิทิศาสนาทร, ผศ.ดร.ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นประธานสงฆ์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และได้นำผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 93 วินาที

โดยมี พล.ต.ต.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สันติ กองสมัคร ผบก.กค.ภ.5, พล.ต.ต.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผบก.อก.ภ.5 พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โรงพยาบาลนครปฐม จัดงาน “ วันพยาบาลแห่งชาติ” ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานงาน “วันพยาบาลแห่งชาติ” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย คุณสุรักขณา คงคาเพชร รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล หัวหน้ากลุ่มทันตกรรม เเละ คณะผู้บริหาร บุคลากรทางการพยาบาล ตลอดจนภาคีเครือข่าย ด้านการศึกษาและสาธารณสุข

เข้าร่วมพิธี กิจกรรมภายในงานมี พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ พิธีมอบเกียรติบัตร คนดีศรีกลุ่มการ และ การบรรยายพิเศษ “Smart Service” เพื่อเทิดพระเกียรติ และ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(สมเด็จย่า) “พระมารดาแห่งการพยาบาลไทย” ณ ห้องประชุมจตุภัทร โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/อบจ.นครราชสีมา ผนึกกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัด มอบบ้านช่วยผู้ป่วย-ผู้พิการ ครอบคลุม 32 อำเภอ รวม 288 หลัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขต 3 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 และกลุ่มจิตอาสา ร่วมส่งมอบบ้านที่ได้รับการปรับปรุงให้แก่ นายเจริญ หอมจะบก บ้านเลขที่ 353 หมู่ 4 บ้านหนองปู ตำบลหนองจะบก อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ป่วยและผู้พิการที่มีฐานะยากจน ซึ่งดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา

นายวีระชาติ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมี ดร.ยลดา ขวัญสุวกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้พิการที่มีฐานะยากจน ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ รวมจำนวน 288 หลัง

โครงการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตามจำนวนประชากรจังหวัดนครราชสีมากว่า 2.6 ล้านคน ในอัตราหัวละ 7 บาท คิดเป็นเงินกว่า 19 ล้านบาท ขณะที่ อบจ.นครราชสีมา สมทบงบประมาณในจำนวนใกล้เคียงกัน ทำให้มีงบประมาณดำเนินโครงการรวมกว่า 38 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมาได้รับการจัดสรรงบประมาณปรับปรุงบ้านจำนวน 16 หลัง โดยบ้านของนายเจริญเป็นหลังที่ 6 จากแผนส่งมอบบ้าน 8 หลังในรอบนี้ ได้รับงบประมาณ 80,000 บาท สำหรับจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม งบประมาณดังกล่าวไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สมาชิกสภา ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมแรงร่วมใจกันจนสามารถปรับปรุงบ้านให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ นายวีระชาติได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน พร้อมส่งมอบบ้านให้แก่นายเจริญ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้าน ดร.เกริกฤทธิ์ โชติธาพิพัฒน์ ส.อบจ.นครราชสีมา เขต 3 กล่าวว่า ขอขอบคุณ ดร.ยลดา ขวัญสุวกิจโกศล ประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา ที่เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลหนองจะบก ซึ่งยังมีผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้ยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยโครงการนี้ถือเป็นการก่อสร้างบ้านหลังแรกในรอบ 4 ปี ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังขอบคุณผู้บริหารที่สนับสนุนงบประมาณ 80,000 บาท สำหรับจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยไม่รวมค่าแรง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 และกลุ่มจิตอาสาในพื้นที่ที่ร่วมลงแรงก่อสร้างจนสำเร็จ ขณะเดียวกัน จิตอาสายังร่วมสมทบเงินคนละ 100 บาท เพื่อจัดเตรียมอาหารรับประทานร่วมกันระหว่างปฏิบัติงาน สะท้อนถึงพลังความสามัคคีและการแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบความยากลำบาก

ดร.เกริกฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีหน้ามีแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างบ้านช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเพิ่มอีก 2 หลัง พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนทั้งงบประมาณ แรงกาย และกำลังใจ รวมถึงนายวีระชาติที่เดินทางมาเป็นตัวแทนประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมส่งมอบบ้านให้แก่ผู้รับประโยชน์ในครั้งนี้

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีถวายพวงมาลาสักการะ คล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 “วันปิยมหาราช”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 07.30 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรีนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ข้าราชการ พนักงาน

หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน องค์กรภาครัฐ เอกชน ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและถวายราชสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช

ทั้งนี้เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจที่สำคัญแก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มี “การเลิกทาส” การป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ การประกาศให้มีการนับถือศาสนาโดยอิสระในประเทศ

โดยบุคคลศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างอิสระ การนำระบบจากทางยุโรปมาใช้ในประเทศไทย ได้แก่ ระบบการใช้ธนบัตรและเหรียญบาท และการใช้ระบบเขตการปกครองใหม่ เช่น มณฑลเทศาภิบาล จังหวัดและอำเภอ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช”

หรือพระพุทธเจ้าหลวง ซึ่งมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช”

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กตป. เปิดเวทีชลบุรี ฟังเสียงประชาชนประเมินทีวีไทยยุคออนไลน์ มุ่งยกระดับคุณภาพสื่อและคุ้มครองผู้ชม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมอมารี บางแสน จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ภายใต้โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2569 โดยมี ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงาน กสทช. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโทรทัศน์ สื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็นใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อประเมินประสิทธิผลของนโยบายการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้ชมที่หันไปรับชมรายการผ่านโทรศัพท์มือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น รวมถึงประเมินคุณภาพเนื้อหา การเข้าถึงบริการโทรทัศน์อย่างทั่วถึง และบทบาทของสื่อในการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีเป็นพื้นที่สำคัญด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจภาคตะวันออก มีประชาชนจากหลากหลายอาชีพและกลุ่มสังคม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจึงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยมองว่าการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ จะช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลได้รับทราบทั้งปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้ใช้สื่อโดยตรง เพื่อนำไปประกอบการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับประเด็นสำคัญในการรับฟังความคิดเห็น ครอบคลุมทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข่าวสาร

การคุ้มครองผู้บริโภคจากโฆษณาเกินจริงและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การส่งเสริมรายการสำหรับเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงบริการของผู้สูงอายุและผู้พิการ ตลอดจนประสิทธิภาพของระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านโทรทัศน์ ซึ่งต้องสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ ทั้งผ่านระบบทีวีดิจิทัล แพลตฟอร์มสตรีมมิง และสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงความคิดเห็นต่อการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ผลิตเนื้อหา ความโปร่งใสในการแจ้งให้ผู้ชมทราบเกี่ยวกับเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ตลอดจนแนวทางรองรับการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลในช่วงปี 2569–2572

ทั้งนี้ ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำไปประกอบการศึกษา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายของ กสทช. เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัล คำนึงถึงสิทธิของประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงสื่อที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออกจัด “เชฟอาสาสัญจร” ฉลองวันเชฟโลก 2026 เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ บ้านครูจา

วันที่ 20 ต.ค.69 สมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก ร่วมเฉลิมฉลองวันเชฟโลก ประจำปี 2569 จัดกิจกรรม “เชฟอาสาสัญจร เนรมิตมื้ออร่อย เติมรอยยิ้มให้น้อง” ที่มูลนิธิบ้านครูจา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นำทีมเชฟมืออาชีพปรุงอาหารกลางวันให้เด็ก ๆ และผู้ด้อยโอกาส สร้างความสุขผ่านมื้ออาหารที่เปี่ยมด้วยความรักและความใส่ใจ
ภายในงานได้รับเกียรติจากนายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีเชฟยงยุทธ เพียรประสิทธิ์ นายกสมาพันธ์เชฟภาคตะวันออก พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ พร้อมทีมเชฟร่วมกันปรุงเมนูอาหารยอดนิยม ทั้งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ไส้กรอกทอด และน้ำผลไม้ ให้เด็ก ๆ ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังจิตอาสาของคนในแวดวงอาหาร ที่นำความรู้และทักษะวิชาชีพมาสร้างประโยชน์ให้สังคม พร้อมส่งต่อกำลังใจและเติมเต็มรอยยิ้มให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาส เนื่องในโอกาสวันเชฟโลก 2026 ที่แสดงออกถึงน้ำใจจากพี่น้องเชฟทั่วโลก

นวราตรี 2569 ปิดฉากสวยงาม! คืนสุดท้ายบูชาพระแม่สิทธิธาตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานนวราตรี ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ที่เทวาลัยมหากาลีอวตารจักรวาลชนนี พัทยา จ.ชลบุรี โดย แม่น้อย รานี อำพร แก้วแสง ผู้ก่อตั้งเทวาลัยฯ ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-19 ตุลาคม 2569 รวม 9 วัน 9 คืนเต็ม ปิดฉากลงไปอย่างสวยงาม ท่ามกลางความคึกคักขอสาธุชนเข้าร่วมกันกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับค่ำคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2569 วันที่ 9 เป็นคืนสุดท้ายสำหรับการจัดงาน โดยผู้เข้าร่วมพิธีพากันใส่เสื้อผ้าโทนสีแดงในคืนที่ 9 เพื่อบูชาและสักการะองค์พระแม่สิทธิธาตรี ผู้ประทานความสำเร็จและอิทธิฤทธิ์แก่ผู้บูชา ปางสุดท้ายของพระแม่ทุรคาทั้งเก้าปาง ทรงเป็นเทวีผู้ประทานสิทธิหรือความสามารถวิเศษ และความรู้ทางจิตวิญญาณ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ ปัญญา และพลังศักดิ์สิทธิ์

สำหรับงานนวราตรี ประจำปี 2569 ถือเป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย-อินเดียใจกลางเมืองพัทยา ที่เทวาลัยฯได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสักการะพระแม่ทุรคาและองค์เทพ โดยบรรยากาศตลอดการจัดงาน 9 วัน 9 คืน ได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างยิ่ง

รพ.กรุงเทพพัทยา-รพ.จอมเทียน ร่วมกับ Sabina จัดกิจกรรม “เย็บเต้านมเทียม” เติมพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้หญิง ร่วมกับ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ Sabina จัดกิจกรรมจิตอาสา “เย็บเต้านมเทียม” ภายใต้โครงการ Pinktober : Fighting Breast Cancer

เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ โดยมีการส่งมอบเต้านมเทียม โดยมี พญ.ชนิศา อินณชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลและแพทย์ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ และคณะผู้บริหาร พยาบาล ศูนย์เตานม ส่งมอบให้กับ นพ.วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวนการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ให้เกียรติรับมอบ สำหรับส่งความห่วงใยและคืนความมั่นใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ผ่านการผ่าตัดได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนทั่วไป และจิตอาสาในพื้นที่พัทยาและใกล้เคียง เข้าร่วมเย็บเต้านมเทียม (Sewing Cup Heart) อย่างอบอุ่น โดยเต้านมเทียมที่ผลิตสำเร็จทั้งหมดจะนำไปส่งมอบให้กับ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เพื่อกระจายและมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดแคลนหรือมีความต้องการนำไปใช้งาน

นอกจากกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมแล้ว ภายในแคมเปญ Pinktober ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพจิตเมื่อเผชิญโรคร้าย โดยนักจิตวิทยาและนักดนตรีบำบัด พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Digital Mammogram & Ultrasound) ในราคาพิเศษ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายแพ็กเกจ จะนำไปสมทบทุนมอบโอกาสในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่สตรี ณ ศูนย์ธารชีวิตเพื่อสตรี พัทยา เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงการแพทย์ที่เท่าเทียมในชุมชน

ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในสตรีไทยและทั่วโลก แต่หากได้รับการตรวจคัดกรองและพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และโรงพยาบาลจอมเทียน จึงขอเชิญชวนผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจคัดกรองโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำทุกปีสำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรองเต้านม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โทร. 0 3825 9999 หรือ โรงพยาบาลจอมเทียน โทร. 0 3312 5999

พัทยาเทิดพระเกียรติ “สมเด็จย่า” เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2569

ค่ำวันที่ 21 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ ประธานที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา เป็นผู้แทนนายกเมืองพัทยา ร่วมพิธีเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2569”

โดยมีนายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี และนายแพทย์วิชัย ธนาโสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมกันนี้มีนางมนต์พัทธนันท์ ปิจนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และคณะแพทย์-พยาบาล เข้าร่วมในพิธี ณ บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และอุทิศพระชนม์ชีพในการพัฒนาสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด พระกรณียกิจอันเปี่ยมด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตา จึงเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลทั่วประเทศ

สำหรับบรรยากาศภายในงาน โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พร้อมมอบของขวัญแก่พยาบาลวิชาชีพทุกคน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและยกย่องคุณค่าของวิชาชีพพยาบาล ซึ่งถือเป็นบุคลากรสำคัญด่านหน้าในการดูแลสุขภาพของประชาชนด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาท สมดังคำกล่าวที่ว่า “พยาบาลของพระราชา” ที่ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพและบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน เพื่อประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวมอย่างยั่งยืน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ผกก.สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร มอบทุนการศึกษา และเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ให้โรงพัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ณ สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของไทย

โดยมี พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รองผกก.ป.สภ.ห้วยยาง
พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ห้วยยาง พ.ต.ต.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป.สภ.ห้วยยาง พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.ห้วยยาง

พร้อมด้วย นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ห้วยยาง และผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง และครอบครัว ร่วมพิธีดังกล่าว

ในโอกาสเดียวกัน ได้จัดพิธีมอบ ทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจในสังกัด จำนวน 32 ทุน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตรหลาน พร้อมด้วยมอบ โล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำคุณประโยชน์แก่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ สนับสนุน และเป็นกำลังใจให้กับการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้วยดีเสมอมา

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / งาน “วันพยาบาลแห่งชาติ” เชิดชูคุณค่าและเติมกำลังใจให้บุคลากรผู้เป็น “หัวใจ” ของการดูแลสุขภาพประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 ที่ห้องประชุมคีรีขันธ์ ชั้น 5 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความซาบซึ้ง และความภาคภูมิใจ ในพิธีถวายราชสักการะเนื่องใน “วันพยาบาลแห่งชาติ” (21 ตุลาคม) เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) พระผู้ทรงเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและเมตตาธรรม

งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับผู้แทนสภาการพยาบาลประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ สมาชิก พอ.สว. ทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมงานกันอย่างพร้อมพรั่ง

ภายในงานมีการประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ พิธีถวายราชสักการะ วางพานพุ่มดอกไม้ การประชุมวิชาการ และพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่ “พยาบาลดีเด่น จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” เพื่อเติมพลังใจและเชิดชูคุณงามความดีของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทคำขวัญวันพยาบาลแห่งชาติประจำปีนี้คือ:“การพยาบาลก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล เสียสละและบริการ ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี”

นางสาวภรณี แก้วแดง ผู้แทนสภาการพยาบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กล่าวรายงานและเน้นย้ำถึงพระราชปณิธานของสมเด็จย่า ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผ่านหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. ซึ่งถือเป็นดวงประทีปส่องทางให้เหล่าพยาบาลและบุคลากรสาธารณสุขทุกคน ได้ยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจที่เกินร้อย

งานในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ส่งต่อพลังบวก สร้างความรัก ความสามัคคี และเติมกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่เหล่าพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ผู้ซึ่งยอมเสียสละหยาดเหงื่อและเวลาส่วนตัว เพื่อเป็นปราการด่านหน้าในการดูแลสุขภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์ทุกคนตลอดมา
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /อดีต รมช.เกษตรฯ พร้อม สส.เดียร์ ลงพื้นที่ห้วยยาง–ห้วยทราย เตรียมขุดบ่อบาดาล ช่วยประชาชนรับมือภัยแล้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ตุลาคม 2569 นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมใน ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก และตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

เพื่อเตรียมการขุดเจาะบ่อบาดาล สร้างแหล่งน้ำสำรองให้พี่น้องประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง โดยมีนายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำพื้นที่ และชาวบ้าน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้สำรวจและพิจารณาพื้นที่เหมาะสม รวมถึงความเป็นไปได้ เพื่อให้บ่อบาดาลที่จะขุดเจาะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นแหล่งน้ำที่มั่นคง ทั้งสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ลดผลกระทบและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในช่วงแล้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / เชียงรายคึกคัก! “ภูชี้ฟ้าเทรล 2026” นักวิ่งแห่ร่วมกว่า 800 คน เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท อุทยานฯ ยืนยันพร้อมรับนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “ภูชี้ฟ้าเทรล 2026” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา พร้อมเปิดศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยมีนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกว่า 800 คน สร้างความคึกคักให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่ คาดมีเงินสะพัดภายในวันเดียวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

กิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) โดยมีนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอเทิง หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมภูชี้ฟ้าเทรลในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากเดิมตั้งเป้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมไว้ประมาณ 500 คน แต่ใน

วันจัดงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวภายในวันเดียวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่

ภายในงานมีการปล่อยตัวนักวิ่งเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ระยะ ได้แก่ 41 กิโลเมตร 18 กิโลเมตร 8 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ท้าทายขีดความสามารถของตนเอง ควบคู่กับการสัมผัสธรรมชาติอันงดงามของภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกยอดนิยมของจังหวัดเชียงราย

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงเช้าวันเดียวกันเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายและท้องฟ้าเปิด มีสายหมอกให้ชมอย่างเต็มอิ่ม สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของภูชี้ฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาว

ด้านนายเอนก ปันทะยม นายอำเภอเทิง กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยภูชี้ฟ้าเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่ หลายคนเดินทางกลับมาเยือนซ้ำเพราะประทับใจในความสวยงามของธรรมชาติ

ขณะที่นายธนิตพงษ์ รัตนพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) เปิดเผยว่า ช่วงนี้ยังเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบางจุดอาจมีความลื่น และอาจพบตัวทากได้ นักท่องเที่ยวจึงควรเพิ่มความระมัดระวัง เลือกสวมรองเท้าที่เหมาะสม และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการเดินทาง

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาสัมผัสทะเลหมอกและอากาศหนาว

ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง และขอความร่วมมือผู้มาเยือนช่วยกันรักษาความสะอาด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ภูชี้ฟ้ายังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืนต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม ร่วมต้อนรับคณะกรรมการติดตาม ตรวจเยี่ยม และประเมินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ประจำปี พ.ศ. 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 9.00น ณ วัดไผ่สามตำลึง ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมการติดตาม ตรวจเยี่ยม และประเมินโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” ระดับภาค ประจำปี พ.ศ. 2569

โดยมี นายอนุชา ใจช่วงโชติ นายอำเภอบางเลน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ ฝ่ายปกครองตำบลไทรงาม นำโดย นายดุษดี ทองบัวศิริไล กำนันตำบลไทรงาม พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนันตำบลไทรงาม ได้เข้าร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้
โครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างวัด ชุมชน และหน่วยงานภาคีเครือข่าย

โดยมุ่งพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่สะอาด เป็นระเบียบ ร่มรื่น และเอื้อต่อการสร้างสุขอย่างยั่งยืน อันเกิดจากพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ฝ่ายปกครองตำบลไทรงามฝ่ายปกครองอำเภอบางเลนบำบัดทุกข์_บำรุงสุข_เพื่อประชาชน

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ การตรวจพื้นที่หน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.พลตำรวจตรี พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมมอบให้พันตำรวจเอก วรัญญู กุลดิลก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมเป็น ผู้อำนวยการประจำศูนย์พร้อมด้วยพันตำรวจเอก อชิรวัตติ์ ถาวรเจิรญวัติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมพันตำรวจโท ตะวัน วัฒนะรังสรรค์รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐมตรวจหน่วยเลือกตั้งและการ

ปฏิบัติหน้าที่การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งประกันสังคมผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน 2559 ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม (สามัคคีพิทยา) จำนวน 14 หน่วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 14 หน่วย รายงานสถานการณ์เปิดหีบเลือกตั้งฯ ปกติ การจารจรบริเวณโดยรอบหน่วยเลือกตั้ง สัญจรได้ปกติ ปริมาณรถไม่หนาแน่น ไม่พบผู้กระทำความผิดกฏหมายเลือกตั้ง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ โครงการ “กินเจปันสุข อิ่มบุญ อิ่มใจ” ประจำปี พ.ศ. 2569 (วันที่ 10 ตุลาคม 2569)

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.นครปฐม การนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย, สมาชิกสภาฯ, หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อบจ.นครปฐม และผู้มีจิตอาสา

ร่วมกันเตรียมอาหารเจ เพื่อบริการพี่น้องประชาชน
โดยได้รับความกรุณาจาก คุณแม่ สุภาพร สะสมทรัพย์ มารดา ท่านนายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลในทุกขั้นตอน เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับประทานอาหารที่ สด สะอาด อร่อย มีคุณภาพ
อบจ.นครปฐม

ขอขอบพระคุณ จิตอาสา และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่สละเวลามาร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมอาหารเจ และท่านที่ได้บริจาคสิ่งของ วัตถุดิบ เพื่อใช้ประกอบอาหารเจในครั้งนี้

สำหรับใครที่ยังไม่ได้มา หรืออยากมาอิ่มบุญด้วยกันอีก สามารถมารับประทานอาหารเจ (มื้อกลางวัน) ฟรี ได้ทุกวัน!
ตั้งแต่วันที่ 10 – 18 ตุลาคม 2569เวลา 11.30 – 13.00 น ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม

กินเจปันสุขอิ่มบุญอิ่มใจ อบจ นครปฐม กินเจฟรีนครปฐม เทศกาลกินเจ2569
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ รร.คงทอง จัดพิธีต้อนรับผู้อำนวยการ รร.ภัทรญาณวิทยา เนื่องในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ.รรคงทองวิทยา คนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

9 ตุลาคม 2569นายกัมพล โพธิ์ระดก ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนคงทองวิทยา คนใหม่โดยมี พลอากาศเอก เฉลิมชัย ศรีสายหยุด อดีตเจ้ากรมยุทธการทหารอากาศเป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมและสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม, พร้อมด้วย ส.ส. ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ สภาผู้แทนราษฎรชุดที่25 และคณะผู้บริหาร พร้อมด้าย

โรงเรียนวัดสามง่าม (คงทองอนุสรณ์) นำโดย ดร.สุทธิวัฒน์ มากมี ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วย นางสาวภัทณี บรรจง นางสาวรติกร พุฒิประภา และ นายศุภธัช มนต์คล้ำ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ได้เข้าร่วมแสดงยินดี และยังมี สมาคมผู้ปกครองและ

คณะครูโรงเรียนคงทองวิทยา สมาคมศิษย์เก่าคงทองวิทยาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานคณะผู้บริหารข้าราชการครูและนักเรียน เข้าร่วมแสดงความยินดีอีกด้วย
ณ หอประชุมโรงเรียนคงทองวิทยา
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ‘ท่าเรือประจวบ’ เปิดตัว กรรมการผู้จัดการ คนใหม่ ‘อนุวัต ชัยกิตติวนิช’ ปักธง Hub โลจิสติกส์ทางน้ำ ยกระดับเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่สากล

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (Prachuap Port Company Limited – PPC) ท่าเรือน้ำลึกพาณิชย์สากลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) คนใหม่ โดยนายอนุวัตถือเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของกลุ่มเหล็กสหวิริยาและ SVL Group มายาวนานกว่า 10 ปี การก้าวรับตำแหน่งในครั้งนี้ พร้อมนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และสายตาที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ มายกระดับบทบาทของ ‘ท่าเรือประจวบ’ โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศนายอนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญของผมในการเข้ามารับตำแหน่ง Managin Director คือการเปลี่ยนศักยภาพทางกายภาพและประสบการณ์ของท่าเรือประจวบ โดยนำโครงสร้างของ 3 หน่วยธุรกิจ ประกอบด้วย 1) หน่วยธุรกิจด้านการขนถ่ายสีน้ำเงิน (Blue Transport) 2) หน่วยธุรกิจด้านการบริการนอกชายฝั่งทะเล (Blue Offshore) และ 3) หน่วยธุรกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลสีน้ำเงิน (Blue Conservation) มารองรับเพื่อเป็นทางออกหรือทางเลือกใหม่ของผู้เข้ามาใช้บริการให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าเหล็ก และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ

PPC เดินหน้าใช้ศักยภาพและความพร้อมของท่าเรือมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจบนชายฝั่งที่สามารถใช้ท่าเรือประจวบและพื้นที่หลังท่าเรือประจวบเป็นพื้นฐานหลัก ทั้งการบริการขนถ่าย ฝากเก็บ และการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งหวังในการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจทั้งธุรกิจขนถ่ายสินค้าปกติและธุรกิจใหม่ๆ ในด้านการขนส่งสินค้านับเป็นปรากฎการณ์ที่ดี ที่ทาง PPC ได้มีโอกาสเปิดรับสินค้ารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี 2565 ทางบริษัทฯ ได้มีการขนถ่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ผ่านท่าเทียบเรือสู่ปลายทางจังหวัดราชบุรี โดยในปี 2569 ทางบริษัทฯ ได้ให้บริการเรือเทียบท่าขนถ่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนของ Wind Turbine ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ และมีการขนถ่ายที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง โดยทางบริษัทฯ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่งที่ต้องผ่านถนนในเขตชุมชน พร้อมจัดชี้แจ้งผู้ขนส่งในมาตรการ มาตรฐานต่างๆ ในการขับขี่ในเขตชุมชนให้กับผู้ขนส่งอย่างเคร่งครัด เพื่อลดปัญหาด้านชุมชน และการจราจร รวมถึงการเป็นอยู่ของชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

DCIM\100MEDIA\DJI_0112.JPG

3 ศักยภาพหลักที่ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้าโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล : ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ณ อำเภอบางสะพาน ท่าเรือประจวบเป็นท่าเรือสินค้าเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก มีความลึกของท่าน้ำหน้าท่าถึง 15 เมตร (MSL) พร้อมเขื่อนกันคลื่น (Breakwater) ที่ออกแบบพิเศษตามธรรมชาติ ทำให้เรือขนาดใหญ่สูงสุดถึง 110,000 เดทเวทตัน (DWT) สามารถเข้าจอดและปฏิบัติงานขนถ่ายได้ปลอดภัยตลอด 365 วัน ทางบริษัทฯ มีการจัดการความปลอดภัยทั้งบุคคลากรของท่าเรือประจวบ รวมถึงผู้รับเหมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกกิจกรรมการทำงานปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

default

ครอบคลุมด้านการขนถ่าย : นอกจากบริการหน้าท่า ท่าเรือประจวบยังมีพื้นที่หลังท่าขนาดใหญ่ กับความพร้อมทางด้านการบริการขนถ่าย ฝากเก็บรวมถึงการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้ารองรับการขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ : ล่าสุดท่าเรือประจวบก้าวสู่อีกขั้นด้วยการเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่และหนักหน่วง (Project Cargo) ที่ต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และล่าสุดกับการรับขนถ่ายอุปกรณ์กังหันลม (Wind Turbine) ซึ่งมีชิ้นส่วนใบพัด (Blade) ยาวกว่า 90 เมตร และชิ้นส่วนเครื่องยนต์ (Drive Train) น้ำหนักเกือบ 100 ตันผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ: ชี้แจงกฎระเบียบการเดินรถในพื้นที่บางสะพานให้กับผู้ดำเนินการขนส่งรับทราบ พร้อมนำไปปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

default

เวลาจำกัดบนท้องถนน: ปฏิบัติการขนส่งในช่วงเวลากลางคืน 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนผู้ดำเนินการขนส่ง: ดำเนินการโดยบริษัทโลจิสติกส์เฉพาะทางด้านวิศวกรรม (เช่น บริษัท วัฒนะกลทรานสปอร์ต 2001 จำกัด) ซึ่งมีการประสานงานร่วมกับทางอำเภอและตำรวจทางหลวงในการอำนวยความสะดวกเติบโตอย่างยั่งยืน ใส่ใจชุมชน นายอนุวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แล้ว การสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันคือเรื่องความยั่งยืน ท่าเรือประจวบให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยระดับเข้มงวด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าขนาดใหญ่ผ่านเขตชุมชน มีการสื่อสาร วางแผนจราจร และกำกับดูแลผู้ขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไร้ข้อขัดแย้งกับชุมชน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”เกี่ยวกับ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (Prachuap Port Company Limited – PPC) เป็นท่าเรือน้ำลึกพาณิชย์สากลเอกชนภายใต้กลุ่มเหล็กสหวิริยา ตั้งอยู่ที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บริการท่าเทียบเรือ บริการฝากเก็บสินค้า และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ทางน้ำครบวงจร ด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัย และจิตสำนึกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

///////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

default

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / จัดหางานประจวบฯ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง/สถานประกอบการ เกี่ยวกับการจ้างคนต่างด้าวและกวดขันแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการอำนวยการของ นายอรัญญา รักษายนต์ จัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มอบหมายให้ นายจิรศักดิ์ แสงทอง นักวิชาการแรงงานปฏิบัติการ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน เข้าตรวจสอบสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำแห่งหนึ่ง
ในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกวดขันการทำงานของแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาจำนวน 3 ราย (เพศชาย) กำลังทำงานอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว เมื่อขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน พบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงานจากการสอบสวนเพิ่มเติมผ่านล่าม พบว่าได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งกรรมกร

ณ สถานประกอบการแห่งนี้เป็นเวลากว่า 2 ปี ได้รับค่าจ้างวันละ 400 บาทเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่แรงงานต่างด้าวในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ตามมาตรา 8 และบทลงโทษตามมาตรา 101 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวฯ พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายและจัดทำบันทึกการจับกุมเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของนายจ้าง เจ้าหน้าที่จะดำเนินกระบวนการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เน้นย้ำและขอความร่วมมือสถานประกอบการในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวอย่างเคร่งครัด โดยตรวจสอบวันหมดอายุของใบอนุญาตทำงาน ดำเนินการต่ออายุให้ถูกต้องก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต รวมถึงการให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและการถูกดำเนินคดี
นายนิพล ทองเก่า ภาพ/ข่าว

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี /มูลนิธิกสิกรไทย จับมือคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สังกัดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ร่วมพัฒนาพืชยาน่าน สู่ระบบวัตถุดิบยามาตรฐานสร้างรายได้ชุมชนควบคู่การฟื้นคืนป่าต้นน้ านางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านนายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ผู้อำนวยการคลินิก
การแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สังกัดมูลนิธิป่ อเต็กตึ๊ง และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการพัฒนาพืชยาที่มีศักยภาพของจังหวัดน่าน โดยมุ่งเชื่อมโยงทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่เข้ากับองค์ความรู้ด้าน

การแพทย์ ความต้องการใช้วัตถุดิบพืชยา และ มาตรฐานการผลิตพืชยาทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการพัฒนาห่วงโซ่พืชยาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีนางเย็นจิตร เตชะดำรงสิน รองผู้อำนวยการด้านบริหาร คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว นางนงเยาว์ สารเถื่อนแก้ว ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรน่านปฏิบัติราชการแทน ผู้อ ำนวยการสำนักงานบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

ล้านนา น่านและนายชัยพร นุภักดิ์เกษตรจังหวัดน่าน ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์นวัตกรรมพฤกษเภสัช(Pharma-agro Innovation Center: PIC) จังหวัดน่านความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการบูรณาการจากจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจ

ใหม่จากพืชยา โดยจังหวัดน่านจะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย ชุมชน และทรัพยากรของจังหวัด เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาพืชยาสามารถเกิดขึ้นและขยายผลได้อย่างเป็นระบบ ด้านคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนจีนมากกว่า 30 ปี จะนำองค์ความรู้ ความต้องการใช้พืชยา รวมถึงข้อกำหนดด้านคุณภาพ

และมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ เสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบยา และสร้างมูลค่ากลับสู่พื้นที่ต้นทาง ในขณะที่มูลนิธิกสิกรไทย โดยสถาบันเค อะโกร-อินโนเวท(KAI) จะสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่พืชยาแบบครบวงจร ตั้งแต่การศึกษาความต้องการของผู้ใช้ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะปลูก การแปรรูป การวิเคราะห์และสกัดสารสำคัญการพัฒนามาตรฐาน ตลอดจนการเชื่อมโยงตลาด พร้อมดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลล้านนา เพื่อพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมพืชยาในพื้นที่นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สิ่งที่จังหวัดน่านอยากเห็นจากความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปลูกพืชยาได้จำนวนมากขึ้นเท่านั้น แต่คือการที่เกษตรกรสามารถผลิตพืชยาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีตลาดรองรับ และสร้างรายได้ที่ดีขึ้นได้จริง หากสามารถพัฒนาระบบนี้ได้ส าเร็จ จังหวัดน่าน

ยังมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบของการสร้างห่วงโซ่คุณค่าพืชยา ที่เชื่อมโยงการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เกษตรกรรม ชุมชน และการจัดกkiทรัพยากรธรรมชาติเข้าด้วยกัน โดยความส าเร็จที่เกิดขึ้นจะต้องกลับไปสร้างประโยชน์ให้กับทั้งคนในพื้นที่และผืนป่ าน่านอย่างเป็น

รูปธรรมด้านนายอรัญ เอี่ยมสุีรย์ผู้อำนวยการคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้พืชยาของคลินิกฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในปี 2568 คลินิกฯ นำเข้ายาสมุนไพรจีน347 รายการ รวมกว่า 238 ตัน ตัวเลขการน าเข้าพืชยาดังกล่าว ท าให้เราเห็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาพืชยาที่สามารถผลิตได้ในประเทศไทย หากสามารถยกระดับคุณภาพและมาตรฐานให้ตอบโจทย์การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้จริง

ก็จะไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบยาให้กับประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วยขณะที่นางกอบกาญจน์วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า แนวคิดของมูลนิธิฯ ที่ด าเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนควบคู่ไปกับการฟื้นคืนป่ าต้นน้ำน่าน เพราะสำหรับเรา

สองเรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจจากพืชยา ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้สูงขึ้นบนพื้นที่เกษตรเดิม ลด
แรงกดดันต่อการขยายพื้นที่ท ากินไปพร้อมๆ กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่ า เพื่อให้คนกับป่ าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวส าคัญในการพัฒนาจังหวัดน่านสู่ต้นแบบอุตสาหกรรมพืชยาบนฐานของทรัพยากรและศักยภาพของพื้นที่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้และการยกระดับคุณภาพและมาตรฐาน เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์

ทางการแพทย์เข้ากับการสร้างรายได้ของชุมชน พร้อม
ขับเคลื่อนการดูแลคนกับป่ าไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/วิสุทฑิ์ ศรีเมือง/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / “บุญเลิศ ผลอุดม” คว้ารางวัลชมเชยเครือข่ายคุณภาพ ประจำปี 2569 จากกรมประชาสัมพันธ์

แชร์เนื้อหานี้

​สิงห์บุรี – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี (ส.ปชส.สิงห์บุรี) ได้ส่งมอบเกียรติบัตรจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้แก่ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่ายฯ ที่สามารถคว้ารางวัลชมเชย “เครือข่ายคุณภาพระดับประเทศ ประจำปี 2569” (PRD Active Networking) เพื่อเชิดชูเกียรติและตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นสะพานเชื่อมข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลดังกล่าว โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน การจัดงานครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ “เครือข่ายคนข่าว” เบื้องหลังความสำเร็จ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงทีสู่ประชาชนทั่วประเทศ

​จากการคัดเลือกเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายบุญเลิศ ผลอุดม ตัวแทนเครือข่าย ส.ปชส.สิงห์บุรี ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัลในระดับ “ชมเชย” ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ และการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์อย่างยอดเยี่ยม ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในโอกาสแห่งความภาคภูมิใจนี้ นายบุญเลิศ ได้กล่าวขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่า. ​”ขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์เป็นอย่างมากครับที่ให้กำลังใจ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายคุณภาพจาก 77 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รางวัลนี้ถือเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติงานและขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ต่อไป”ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันว่า เครือข่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงสุดต่อไป

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ด่านศุลกากร จัดงานมุทิตาจิตสุดอบอุ่น อำลาชีวิตราชการ 2 ข้าราชการหญิงผู้ทรงคุณค่า พร้อมร่วมซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อค่ำวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ณ ห้องสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2569 ให้แก่ข้าราชการระดับบริหารและบุคลากรทรงคุณค่า 2 ท่าน

ได้แก่ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ซึ่งจะครบกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและขอบคุณที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาอย่างยาวนาน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิต โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเข้าร่วมยินดีอย่างคับคั่ง อาทิ หน่วยทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (ตชด.14), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, ฝ่ายปกครอง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีทัศน์ (VTR) ถ่ายทอดชีวประวัติ ผลงาน และความประทับใจตลอดชีวิตการทำงานของ นางสุปราณี ปานใยสมบูรณ์ และ นางสาวสุขตา มะลิวัลย์ สร้างความซาบซึ้งใจให้แก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก จากนั้น นายธิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์

ได้ขึ้นกล่าวแสดงมุทิตาจิตและขอบคุณผู้เกษียณอายุราชการทั้ง 2 ท่าน ที่ได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ มุ่งมั่นพัฒนาองค์กร และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่กรมศุลกากรและประเทศชาติมาโดยตลอด พร้อมมอบดอกไม้และของกิมมิกแทนใจ ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะพร้อมใจกันร่วมมอบดอกไม้เพื่อร่วมอวยพรด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง

หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น เข้าสู่ช่วงเลี้ยงสังสรรค์ในบรรยากาศผ่อนคลายและเปี่ยมด้วยความสุข สนุกสนานไปกับเสียงเพลงจากศิลปินคุณภาพ เบล AF10 และนักร้องสาว ตอง ภัครมัย ที่มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้ม ซึ่งนายด่านศุลกากรและผู้ร่วมงานทุกคนได้ร่วมสนุกสนานอย่างเป็นกันเอง
นอกจากความบันเทิงและความอบอุ่นแล้ว ในช่วงของการแสดงคอนเสิร์ต ทางผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมการกุศล เปิดจำหน่ายดอกกุหลาบในราคาดอกละ 100 บาท

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้และยอดเงินบริจาคทั้งหมดจากการจำหน่ายดอกไม้จะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือและความร่วมใจจากผู้ร่วมงานทุกคนเป็นอย่างยิ่ง นับเป็นภาพความประทับใจและความทรงจำอันแสนงดงาม ทั้งในมิติของการอำลาชีวิตราชการด้วยความซาบซึ้ง และการร่วมแบ่งปันน้ำใจสู่สังคมของผู้เกษียณราชการและผู้เข้าร่วมงานทุกคน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 090994478

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / บึงกาฬเปิดเวทีชุมชน ร่วมป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ระดม ภาครัฐ อบต. ผู้นำชุมชน และเครือข่ายเฝ้าระวัง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ห้องประชุมบีเค แกรนด์ บอลรูม โรงแรมบีเค เพลส บึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในกิจกรรมจัดเวทีเสวนา “การป้องกันไฟป่า หมอกควัน PM2.5 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายเฝ้าระวังไฟป่า หมอกควัน PM2.5 และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสายชล เหล่าภักดี ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ ระบบนิเวศ สุขภาพประชาชน และคุณภาพสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ ป้องกัน และร่วมจัดการปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เวทีเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ สาเหตุ และผลกระทบจากไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายเฝ้าระวัง และผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ ตลอดจนร่วมเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับชุมชนจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ขณะที่การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกับประชาชน จะช่วยสนับสนุนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดในระยะยาว

ทั้งนี้ จังหวัดบึงกาฬมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานกิจกรรมจิตอาสาร่วมใจ จัดทำดอกไม้จันทน์ ถวายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยมี ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลูกจ้าง กลุ่มสตรีอำเภอดอนตูม และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่อำเภอดอนตูม ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / กกต.บึงกาฬ จัดประชุมสร้างแหล่งข่าวและประสานงานข่าว เพิ่มประสิทธิภาพป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมแลโขงวิว อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง การสืบสวน ไต่สวน และการดำเนินคดีในศาล กิจกรรมย่อยที่ 2 การประชุมเพื่อสร้างแหล่งข่าวและประสานงานข่าวให้มีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนากระบวนการประสานงานด้านข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ตลอดจนสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวในพื้นที่ เพื่อให้การติดตาม ตรวจสอบ และป้องปรามการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

โดยมี นายไพรัต คัณทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายอดุลย์วัฒน์ เสียงหวาน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ นายรพีภัทร เถื่อนโทสาร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวน และผู้เข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การสร้างเครือข่ายแหล่งข่าวและการประสานงานข้อมูลอย่างเป็นระบบ ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบึงกาฬ โดยมุ่งเน้นการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถนำไปใช้ประกอบการปฏิบัติงานด้านการป้องปราม สืบสวน และดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้งได้อย่างเหมาะสม

บึงกาฬนิวส์ รายงาน บึงกาฬนิวส์ กกตบึงกาฬ กกต เลือกตั้ง กฎหมายเลือกตั้ง ข่าวบึงกาฬ บึงกาฬ #สำนักงานกกต #การเลือกตั้ง ข่าวประชาสัมพันธ์ บึงกาฬบ้านเฮา การดำเนินโครงการดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมตามหลักการของกฎหมายต่อไป

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 096146432

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สทนช1.จัดการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยม คร้งที่5/2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา13.30น.ของวันที่21กันยายน2569ณ.ห้องประชุม1ชั้น3โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ โดยมี.นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์.ได้มาเป็นประธานการจัดประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำยม ครั้งที่ 5/2569ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค1(สทนช.)รวม5วาระการประชุม.โดยมี นาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยม กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำยมได้ดำเนินรายการประชุม.

ทั้งนี้ได้มีคณะกรรมการจากภาคส่วนราชการและภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม ในห้องประชุมและทางออนไลน์ผ่านสื่ออิเลคทรอนิคครบองค์ประชุมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจราณา อาทิเช่น.การบริหารจัดการน้ำทุ่งบางระกำ.ปี2569เพื่อรองรับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำยม แผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569งบกลาง ฯลฯเป็นต้น.จนถึงเวลา16.30น.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อบต.รางพิกุล จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการป้องกันเด็กจมน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)

แชร์เนื้อหานี้

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล และสระว่ายน้ำ Gusjang Family (สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ) ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสายชล พูสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล เป็นประธาน

ในพิธีเปิดโครงการ พร้อมด้วย นายสุรินทร์ ท่าน้ำตื้น ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการในครั้งนี้

วัตถุประสงค์ของโครงการเสริมสร้างทักษะผู้ปกครอง: เพื่อให้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลรางพิกุล

และผู้ปกครองเด็กอายุ 2-4 ปี ในพื้นที่ มีความรู้และทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ให้แก่บุตรหลานได้อย่างถูกต้อง

เพิ่มศักยภาพครูและผู้ดูแลเด็ก: เพื่อให้ครูและผู้ดูแลเด็กสามารถปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุจมน้ำในเบื้องต้นได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย

📞 ช่องทางการติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลรางพิกุล
☎️ โทรศัพท์: 034-966535, 086-1708998

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน (สตมวาร)ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์วัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การประกอบพิธีฯ ในวันนี้ ได้รับความเมตตาจาก พระครูสิริปุญญาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม/เจ้าอาวาสวัดสำโรง และคณะสงฆ์ พร้อมกันนี้ พัฒนาการอำเภอนครชัยศรี สัสดีอำเภอนครชัยศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนภัทรญาณวิทยา ประมงอำเภอนครชัยศรี ท้องถิ่นอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สภ.นครชัยศรี ผู้แทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขานครชัยศรี ผู้แทน

สาธารณสุขอำเภอนครชัยศรี ผู้แทนเกษตรอำเภอนครชัยศรี ผู้แทน สพป.นฐ 2 โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลนครชัยศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง กำนันตำบลวัดสำโรง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการ ฯลฯ บุคลากร เจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมพิธีฯ

คณะสงฆ์อำเภอนครชัยศรี ร่วมกับอำเภอนครชัยศรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวัดสำโรง กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าพ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสารณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศในทุกๆ ด้าน ถือเป็นแบบอย่างในการเสียสละ ความเมตตา ความห่วงใย ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหา ที่สุดมิได้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / นครปฐมขับเคลื่อนการบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ One Plan เชื่อมโยงทุกระดับ สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่อังคารที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธาน

ในพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบูรณาการเชื่อมโยงแผนพัฒนาพื้นที่ในลักษณะแผนเดียว (One Plan) จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ, นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม และนายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ร่วมโครงการในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า การบริหารราชการในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เพื่อให้การพัฒนาในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด มีความเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง จังหวัดนครปฐมจึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน One Plan เพื่อเชื่อมโยงแผนพัฒนาของทุกระดับให้สอดคล้องกัน ลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่การจัดทำแผนงาน โครงการ และการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี และ ปลัดอำเภอกำแพงแสน หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯอำเภอกำแพงแสน ในฐานะประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน

ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / ทับสะแก กฟผ.จัดพิธีทำบุญ มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ ครบรอบ 10 ปี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยโรงไฟฟ้าทับสะแก เขื่อนวชิราลงกรณ ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาส ครบรอบ 10 ปี การขนานเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก เข้าสู่ระบบและเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2559 ณ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทน นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธี ภายในงานประกอบด้วย พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล การปลูกไม้มงคลต้นจันทร์หอม สัญลักษณ์แห่งการเติบโตและความยั่งยืน และ มอบทุนการศึกษา

ให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนทับสะแกวิทยา โรงเรียนบ้านดอนทราย โรงเรียนบ้านอ่างทอง และโรงเรียนอ่างทองพัฒนา โดย นายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 เป็นผู้มอบทุนการศึกษา

นายพนม ปัถวี หัวหน้าแผนกโรงไฟฟ้าทับสะแก ร่วมให้การต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ นางสาวทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อมคณะผู้บริหาร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอทับสะแก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหูกวาง

ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลนาหูกวาง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานภายใน กฟผ. จากฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ทับสะแก และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป

 //////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /สภาSME ขานรับนโยบายรัฐ ผนึกกำลัง สคบ. – ภาคีเครือข่าย ลงนาม 2 MOU ยกระดับ “Trusted SMEs” คู่ขนานคุมเข้มรีวิว “อินฟลูเอนเซอร์”

แชร์เนื้อหานี้

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ร่วมผนึกกำลังกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา 5 องค์กร จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับสำคัญ โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและสักขีพยาน เพื่อยกระดับการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

การลงนามในครั้งนี้นำโดย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และผู้แทนภาคีเครือข่ายด้านโฆษณา โดยมี คุณรมนต์อร บุญเรือง เลขาธิการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย รวมถึงคณะผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนจากการบริโภคสินค้าและบริการ โดยกำชับให้ สคบ. ทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาการโฆษณาเกินจริง จึงเกิดเป็นความร่วมมือ MOU 2 ฉบับ ได้แก่:

  1. MOU ว่าด้วยการโฆษณาอย่างรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับภาคีเครือข่าย 5 องค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานการโฆษณาให้โปร่งใส โดยกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยวัตถุประสงค์ทางการค้าในการรีวิว ไลฟ์สด หรือเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ให้ชัดเจน นำเสนอข้อเท็จจริง ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  2. MOU การยกระดับตลาดที่เป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ SMEs สุจริต: ความร่วมมือระหว่าง สคบ. กับ สภาเอสเอ็มอี เพื่อสร้างกลไกเชิงระบบ อาทิ การพัฒนาระบบรับรองผู้ประกอบการที่น่าเชื่อถือ (Trusted SMEs), การพัฒนากลไกระงับข้อพิพาทแบบ Fast-track Mediation และการจัดทำคู่มือ (Toolkit) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดโดยไม่เจตนา

ทางด้าน ดร.สุทัด ครองชนม์ รองประธานอาวุโส สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย, นายกสมาคมไทยไอโอที (Thai IoT Association) และประธานคณะทำงานขับเคลื่อนในนามของสภาฯ ได้กล่าวถึงความร่วมมือแบบบูรณาการในครั้งนี้ว่า “การเติบโตของ SMEs ในยุคดิจิทัลมักควบคู่ไปกับการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ การมี MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้จึงเป็นการสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศธุรกิจอย่างแท้จริง ในส่วนของสภาฯ เราพร้อมนำเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล หรือเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสอบย้อนกลับและยืนยันตัวตนของผู้ประกอบการ (Verified SMEs) คณะทำงานของเราพร้อมขับเคลื่อนนโยบายนี้ร่วมกับ สคบ. อย่างเต็มที่ เพราะเราเชื่อมั่นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคและการสื่อสารการตลาดที่โปร่งใส ไม่ใช่ภาระของผู้ประกอบการ แต่คือเกราะป้องกันและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันบนโลกดิจิทัล”

สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย สคบ. และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันในการผลักดันให้ความร่วมมือครั้งนี้เกิดผลในทางปฏิบัติ เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถ “ซื้ออย่างมั่นใจ” ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs สุจริต ก็สามารถเติบโตและ “ขายอย่างยั่งยืน” ไปพร้อมกัน.

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดแลนด์มาร์กแห่งความภาคภูมิใจ “F-5 F” อนุสรณ์แห่งเกียรติประวัติการบิน สู่แลนด์มาร์กชาวกำแพงแสน

แชร์เนื้อหานี้

ณ บริเวณหน้าแยกโรงเรียนการบิน ถนนมาลัยแมน ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมี พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีโดยมี พลอากาศตรี ดิษฐพล ชูวงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน กล่าวรายงาน

พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.เชาว์ อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน มอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ กฤษณะ จันทรโชติ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพ วิทยาเขตกำแพงแสน และ นายเตชทัต ศุภสินอธิกา ผู้อำนวยการกองบริหารการวิจัยและบริการวิชาการ สำนักงานวิทยาเขตกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีเปิดแลนด์มาร์กชาวกำแพงแสน และได้มี นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก

การจัดสร้างแลนด์มาร์กดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกด้านการบินของกองทัพอากาศ และสืบสานคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของอากาศยานที่เคยปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติ โดยกองทัพอากาศได้นำอากาศยานที่ปลดประจำการแล้วมาจัดแสดงตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งเกียรติประวัติ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการบินสำหรับประชาชนและเยาวชน

สำหรับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอกำแพงแสน ได้นำ เครื่องบินขับไล่ F-5 F ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์อธิปไตยเหนือน่านฟ้าไทยมาอย่างยาวนาน มาจัดแสดง ณ บริเวณหน้าแยกโรงเรียนการบิน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของภารกิจด้านการบินให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และจดจำ

แม้ภารกิจในฐานะอากาศยานประจำการของ F-5 F จะสิ้นสุดลงอย่างสมเกียรติ แต่เกียรติประวัติและคุณูปการจากการปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศชาติยังคงได้รับการจดจำ และในวันนี้ F-5 F ได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “Landmark แห่งความภาคภูมิใจของชาวโรงเรียนการบิน และชาวอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม” เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สะท้อนเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความผูกพันระหว่างกองทัพอากาศ โรงเรียนการบิน และชุมชนกำแพงแสน

การเปิดแลนด์มาร์กครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำมรดกด้านการบินมาสู่พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชน เยาวชน และผู้มาเยือนอำเภอกำแพงแสน ได้สัมผัสและเรียนรู้เรื่องราวของอากาศยานที่เคยทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไทย พร้อมร่วมภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์การบินที่ยังคงอยู่คู่กับชุมชนกำแพงแสนต่อไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ช. นครราชสีมา แถลงผลการดำเนินงานปี 2569 เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมเปิดเผยคดีชี้มูลต่อสาธารณะ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายยุทธพงศ์ ทรวงแสวง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการแถลงข่าว ผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2569 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้โครงการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต กิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา

การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ เผยแพร่บทบาท อำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วยภารกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านป้องกันการทุจริต ด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน และด้านปราบปรามการทุจริต

ให้สื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ตลอดจนร่วมกันขยายผลข้อมูลข่าวสารไปสู่สาธารณะ เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง

และในวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา จะเผยแพร่รายละเอียด คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดและได้ส่งเรื่องถึงอัยการแล้วเพิ่มเติมอีก จำนวน 6 เรื่อง เพื่อให้ประชาชนและสังคมได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริต ตลอดจนร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตในสังคม


ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและต่อต้านการทุจริต เพื่อให้สังคมเกิดความตระหนักถึงปัญหาการทุจริต

และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การสื่อสารผลการดำเนินงานสู่สาธารณะยังเป็นส่วนสำคัญในการ สร้างความโปร่งใส เปิดเผยการทำงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา อันจะนำไปสู่การร่วมกันสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง แนะเมืองพัทยาจี้กรมที่ดินถามความคืบหน้าคอนโดฯเจ้าปัญหา ดีกว่าปล่อยให้ชาวบ้านรอคำตอบ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณีปัญหาการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมสุดหรูภายใต้ชื่อวอเตอร์ฟร้อนท์ คอนโดมิเนี่ยม ซึ่งตั้งอยู่ริมแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนมีการการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบดบังทัศนียภาพและการสร้างบนพื้นที่สาธารณะจนเป็นปัญหาคาราซังต่อสังคมมาอย่างยาวนานนั้น

นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตรองอธิบดีกรมการปกครอง ได้แสดงความคิดเห็นพร้อมแนะแนวทางต่อเมืองพัทยาผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า“วอเตอร์ฟร้อนท์” ค้างคากว่า 10 ปี
คนพัทยาต้องรอคำตอบอีกนานแค่ไหน?ตึกวอเตอร์ฟร้อนท์บริเวณแหลมบาลีฮาย กลายเป็นภาพที่คนพัทยาและนักท่องเที่ยวเห็นมานานกว่าสิบปี แต่จนถึงวันนี้ปัญหายังไม่มีข้อยุติว่าจะ “รื้อถอน” หรือ “ปรับแก้อาคารให้ถูกกฎหมาย”

ล่าสุด เมืองพัทยาชี้แจงว่ายังรอกรมที่ดินวินิจฉัยเรื่องความถูกต้องของโฉนด หากออกโดยมิชอบต้องเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนโฉนดและรื้อถอนอาคาร แต่หากออกโดยชอบ เจ้าของโครงการต้องปรับแก้อาคารให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร รายละเอียดสถานะล่าสุด⁠

ขณะเดียวกัน ยังพบการนำพื้นที่บริเวณอาคารไปใช้จอดรถและเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว ทั้งที่ตัวอาคารมีคำสั่งห้ามใช้ เมืองพัทยาจึงติดป้ายห้ามและแนะนำให้ประชาชนใช้ “ลานสีฟ้า” ซึ่งจอดรถฟรีผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนรออย่างไม่มีกรอบเวลา เมืองต้องเป็นเจ้าภาพต้องเร่งดำเนินการและเปิดเผยความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องว่า

กรมที่ดินพิจารณาถึงขั้นตอนไหนแล้ว ต้องถามไปยังกรมที่ดินว่าพิจารณาไปถึงไหนแล้วทำไมจึงพิจารณาไม่แล้วเสร็จเสียทึ ชาวบ้านต้องการคำตอบจะได้ความจริงจากกรมที่ดินเมื่อใดมีหนังสือเร่งรัดไปเป็นระยะครับใครรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยระหว่างรอผล

เหตุใดพื้นที่ที่มีคำสั่งห้ามใช้จึงยังถูกนำไปแสวงหาประโยชน์ได้วอเตอร์ฟร้อนท์ไม่ใช่เพียงตึกร้าง แต่เป็นบททดสอบความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายของเมืองพัทยา ถึงเวลาต้องมีคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และกำหนดเวลาที่ประชาชนตรวจสอบได้ ซึ่งหลังจากโพสต์ไปแล้วมีชาวเน็ตเข้ามากดถูกใจกันเป็นจำนวนมาก

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / เตรียมเปิดศึกชิงเจ้าลำน้ำโขง แข่งเรือยาวประเพณี ไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ 11-13 ก.ย.นี้

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – เทศบาลเมืองบึงกาฬแถลงข่าวเตรียมจัดงาน แข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พร้อมเปิดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายสินค้า

ตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 17.30 น. นายธนาพงศ์ แสนสุภา นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบึงกาฬ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดงาน ณ ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นางจิรภา เจริญภูมิ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นางนิตยา อารีย์เอื้อ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมงานแถลงข่าว

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยและ สปป.ลาว โดยการแข่งขันเรือยาวเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนริมแม่น้ำโขง พร้อมสร้างสีสันและความคึกคักให้กับจังหวัดบึงกาฬ

เปิดไฮไลต์ “มวยดีวิถีไทย” 12 ก.ย. เพิ่มความมันริมโขงนอกจากการแข่งขันเรือยาวแล้ว วันที่ 12 กันยายน 2569 ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ คือ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับงาน เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมการแข่งขันมวยไทยควบคู่กับกิจกรรมประเพณีเรือยาว

ภายในงานยังมีการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการนำสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจำหน่าย โดยมีร้านค้าตั้งแต่วันที่ 1-13 กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

เทศบาลเมืองบึงกาฬขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมและเชียร์ การแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 พร้อมชมไฮไลต์ “มวยไทย มวยดีวิถีไทย” ในวันที่ 12 กันยายน ณ บริเวณริมโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ

ร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย-ลาว ชมกีฬา สืบสานประเพณี และเที่ยวชมร้านค้าริมโขงในงานเดียวณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/ มรภ.ราชนครินทร์ ขับเคลื่อน “โพธิ์-บางปะกง × Aroma City” ยกระดับฉะเชิงเทราสู่เมืองสุขภาพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

ต่อยอด MOU เมืองสมุนไพร–เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อม “นวดไทย–สมุนไพร–กลิ่น–อาหาร–ท่องเที่ยว” ผ่านอัตลักษณ์ 5 สัมผัส สร้างเศรษฐกิจใหม่จากทุนลุ่มน้ำบางปะกงฉะเชิงเทรา – มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Chachoengsao Aroma City” เชื่อมการพัฒนาเมืองสมุนไพร (Herbal City)

เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness City) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้ากับทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของลุ่มน้ำบางปะกง พร้อมพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” ให้เป็นอัตลักษณ์ด้านนวดไทยและ Wellness ของจังหวัด เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

การขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และหน่วยงานภาคีของจังหวัด ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อร่วมพัฒนาฉะเชิงเทราสู่การเป็น “เมืองสมุนไพร” และ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำทรัพยากร ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้จัดโครงการส่งเสริมศักยภาพชุมชนและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่การเป็นเมืองอโรม่า หรือ “Aroma City” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ชุมชน และภาคธุรกิจเข้าร่วม

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือการทำให้คำว่า “Aroma City” ไม่ได้หมายถึงเพียงเมืองแห่งกลิ่นหอม แต่เป็นแนวคิดการพัฒนาเมืองผ่านประสบการณ์และอัตลักษณ์ของพื้นที่ โดยนำต้นทุนที่ฉะเชิงเทรามีอยู่แล้ว ทั้งสมุนไพร พืชหอม อาหารพื้นถิ่น การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาชุมชน สายน้ำบางปะกง ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต มาพัฒนาด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการออกแบบสร้างสรรค์ ก่อนเชื่อมโยงสู่สินค้า บริการ และเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้จริง

หนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญที่กำลังได้รับการพัฒนาคือ “นวดโพธิ์-บางปะกง” ซึ่งนำแนวคิดจากภูมิปัญญาการนวดไทยมาผสมผสานกับเรื่องราวและวิถีชีวิตของลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อพัฒนาเป็นรูปแบบบริการ Wellness ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฉะเชิงเทรา โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ต่อยอดไปสู่การพัฒนาบุคลากร ผู้ประกอบการ สปา และบริการสุขภาพในพื้นที่

แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง Academy” เพื่อยกระดับทักษะด้านนวดไทยและการแพทย์แผนไทย รวมถึงการสร้างระบบองค์ความรู้ที่สามารถถ่ายทอดและพัฒนากำลังคนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์ แต่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพ บริการ และเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดได้

ขณะเดียวกัน แนวคิด 5 Senses of Bang Pakong – รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จะเป็นกรอบสำคัญในการสร้างประสบการณ์ของเมือง ตั้งแต่ “กลิ่น” จากพืชหอมและสมุนไพร “รส” จากอาหารและวัตถุดิบพื้นถิ่น “สัมผัส” จากนวดไทยและ Wellness “รูป” จากภูมิทัศน์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชน ไปจนถึง “เสียง” ที่สะท้อนเรื่องราวของผู้คนและสายน้ำบางปะกง

โมเดลดังกล่าวเปิดโอกาสให้แต่ละอำเภอของฉะเชิงเทราสามารถค้นหาและพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเอง แล้วเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายสินค้า บริการ อาหาร สุขภาพ และเส้นทางท่องเที่ยวภายใต้ภาพใหญ่เดียวกันของ Chachoengsao Aroma City ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจจากตัวเมืองไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ระบุถึงแนวทางการขับเคลื่อนว่า มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในจังหวัดให้เกิดมูลค่าใหม่ พร้อมผลักดันฉะเชิงเทราไปสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้าน Green & Wellness Hub ของภาคตะวันออก

จากจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้าน Herbal City และ Wellness City สู่การพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง” และ “Aroma City” จึงสะท้อนทิศทางใหม่ของการพัฒนาฉะเชิงเทราที่ไม่ได้มองสุขภาพ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนแยกออกจากกัน แต่กำลังนำทุกองค์ประกอบมาสร้างเป็นระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มี “อัตลักษณ์ของพื้นที่” เป็นหัวใจ

เป้าหมายระยะต่อไปคือการเปลี่ยนองค์ความรู้และอัตลักษณ์เหล่านี้ให้เกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร มาตรฐาน เส้นทางท่องเที่ยว และธุรกิจ Wellness ที่สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน พร้อมสร้างภาพจำใหม่ให้ฉะเชิงเทราเป็นมากกว่าเมืองอุตสาหกรรมหรือเมืองทางผ่าน แต่เป็น “เมืองแห่งประสบการณ์สุขภาวะของลุ่มน้ำบางปะกง” ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างและสามารถพัฒนาไปสู่ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต

#ChachoengsaoAromaCity #ฉะเชิงเทราอโรมาเมืองแห่งกลิ่น #AromaCity #The5SensesOfBangPakong #โพธิ์บางปะกง #นวดโพธิ์บางปะกง #นวดไทย #WellnessThailand #WellnessCity #HerbalCity #สมุนไพรไทย #เศรษฐกิจสร้างสรรค์ #บางปะกง #ฉะเชิงเทรา #มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ #mrglobalstategymaven #onevisionmanyroles

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี/รพ.หลวงพ่อเปิ่น โชว์ผลงานเด่น คว้ารางวัลเวทีประชุมวิชาการผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) เขตสุขภาพที่ 5

แชร์เนื้อหานี้

นายแพทย์วิศว ศรีณัษฐพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น นำทีมคณะทำงานระบบการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (IMC) ของโรงพยาบาล เข้าร่วมงานประชุมวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้นำเสนอผลงานเด่น และนวัตกรรมการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง เขตสุขภาพที่ 5 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมทวารวดี 1 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม

งานนี้จัดใหญ่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นพ.ปรีชา เปรมปรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ทั้ง นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 5, นพ.สุรชัย โชคครรเชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และ นพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม

โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care) แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ พร้อมทั้งนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI มาช่วยสนับสนุนงานวิจัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ

และที่น่าภูมิใจที่สุดในงานนี้… โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากการเข้าร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมเด่นถึง 2 ผลงานด้วยกัน ได้แก่ผลงาน: ศูนย์การแพทย์บูรณาการสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระยะกลางแบบครบวงจรไร้รอยต่อผลงาน: Curalink เชื่อมโยงเครือข่ายการดูแลด้วยความใส่ใจ

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จและก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า พวกเราทีมงานโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดค้นและพัฒนาระบบบริการ เพื่อส่งมอบการดูแลรักษาฟื้นฟูที่ดีที่สุดและไร้รอยต่อให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ฝากส่งกำลังใจให้ทีมงาน IMC คนเก่งของเราด้วยนะ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

โรงพยาบาลนครปฐม รับการเยี่ยมสำรวจเพื่อรับรองมาตรฐาน โรคหลอดเลือดสมอง

น.ท.เยาวมาลย์ เหลืองอร่าม รศ.พญ. อรอุมา ชุติเนตร และ ผศ.นพ. อิทธิชัย ศักดิ์อรุณชัย จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)ในการเยี่ยมสำรวจ การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke) โดยมี นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล ต้อนรับ เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ ณ ห้องประชุมจตุภัทร โรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / รวม 2 เจน คนรุ่นใหม่-รุ่นใหญ่ ลุยงานกับนายกพัทยาด้านการท่องเที่ยวฯ ขับเคลื่อนท่องเที่ยว- กีฬา- วัฒนธรรมเข้มแข็ง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร โดยมี นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ และนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ในฐานะประธานร่วมคณะทำงานนายกเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวฯ ร่วมประชุมพร้อมกับคณะทำงานฯดังกล่าวที่เป็นผู้มีประสบการณ์ความรู้ด้านต่างๆ ทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้กรอบและแนวทางการทำงาน พร้อมมอบหมายภารกิจและการบูรณาการความร่วมมือกับคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ว่า หลักใหญ่ของการทำงานของเมืองพัทยาคือการสร้างส่งเสริมการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน โดยใช้การประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการตามนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการรับรู้ โดยให้คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยวฯ ศึกษาหาความรู้ข้อมูลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเมืองพัทยาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ จะได้ช่วยสนับสนุนการทำงานอย่างมีกรอบ มีเป้าหมาย

นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยา ขับเคลื่อนแนวทาง Better Pattaya จนเกิดโครงการพัฒนาเมืองพัทยาต่างๆ มากมายเกิดขึ้น ทั้งเรื่องราวของการส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกมิติ เรื่องราวของการท่องเที่ยวด้านกีฬา และส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ให้เป็นไปตามเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งอยากให้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของคณะทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

จากในในที่ประชุมได้ชี้แจงรายละเอียดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงานนายกเมืองพัทยา ด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ประกอบด้วย 1.ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา ข้อมูลความรู้โครงการพัฒนาและส่งเสริมด้านการกีฬา การสื่อสาร และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร การสร้างเครือข่ายการดำเนินการประชาสัมพันธ์ตามนโยบายของู้บริหาค และพัฒนาช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ

2.รวบรวมข้อมูล กำหนดกรอบทิศทางในการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรของเมืองพัทยาให้เป็นไปตาม 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย และสอดคล้องยุทธศาสตร์ 5 ด้านตามแผนพัฒนาเมืองพัทยา 3.ให้คำปรึกษา ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะกับทีมผู้บริหารตามผลการศึกษา วิเคราะห์ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

4.บูรณาการแนวทางการบริหารจัดการ การสร้างภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณชนที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม รวดเร็ว และตอบสนองกลุ่มเป้าหมาย 5.ให้มีการพัฒนาช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการในยุคการสื่อสารดิจิทัล 6.รายงานผลการดำเนินการต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อรับทราบหรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณีไป รวมทั้ง 7.การปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกเมืองพัทยามอบหมาย

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / สาธารณสุขนครปฐม จัดกิจกรรมประชุมเสวนา “แนวทางวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก“ วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมประชุมเสวนา “แนวทางวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก“ วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมประชุมเสวนา “แนวทางวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออก“

โดยมี นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุลนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมการประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

ศาสตราจารย์ (คลินิก) แพทย์หญิงศิริเพ็ญ กัลยาณรุจ
ที่ปรึกษาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไข้เลือดออก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีและที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลกทางด้านโรคไข้เลือดออก ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวิภา ธนาชาติเวทย์
ภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อนคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนองค์ความรู้แก่ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ทั้งในระดับโรงพยาบาลและ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้มีความรู้

ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการวินิจฉัย การประเมินความรุนแรง และการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมจตุรภัทร ชั้น 4 อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม

#สื่อรัฐนิวส์ #สื่อรัฐทีวี / หยุดความซิ่ง…วินัยจราจร!ที่โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม ในโครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร”

แชร์เนื้อหานี้

หยุดความซิ่ง… แล้วมาเติมความมุ้งมิ้งและวินัยจราจรกันครับ!
ที่โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม ในโครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร” แล้วบอกเลยว่าพี่ ๆ ตำรวจทางหลวงและทีมงานทุกคน “อิ่มเอมใจ” และหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ!กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมมือกับ คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำ

หลักสูตรสุดเจ๋งอย่าง ทักษะสมอง EF (Executive Functions) มาผสมผสานกับการเรียนรู้ ผ่าน “เมืองจราจรจำลอง” และ “เกม EF ดี ขับขี่ปลอดภัย” ฝึกให้น้อง ๆ ได้สนุก ได้คิดก่อนทำ รู้จักยับยั้งชั่งใจ วางแผน และตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าบนถนนได้อย่างปลอดภัย “ป้องกันอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทาง” โดยการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งวินัยให้เด็ก ๆ ซึ่งจะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติบนท้องถนน

จากเรื่องกฎจราจรที่ดูยาก ๆ กลายเป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัวไปเลย!และต้องขอขอบพระคุณคณะผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ประธานในพิธี)พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ โต๊ะถม รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวงพ.ต.อ.ภคพล สุชล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวงพ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง

พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวงพ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวงพ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวงนครปฐม และข้าราชการตำรวจในสังกัดคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (รองคณบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์, คณาจารย์ และบุคลากร)

ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม
นายนที ขวัญแพ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครปฐม (สนับสนุนสัญญาณไฟจราจร)นายสมโชค พงษ์ขวัญ และคณะนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครปฐม นายธานี อ่อนละเอียด อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม (ร่วมสนับสนุนรถจักรยานในกิจกรรม)ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้มและสร้างภูมิคุ้มกันบนท้องถนนให้น้อง ๆ ด้วยกันครับ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม


.

#สื่อรัฐทีวี #สื่อรัฐนิวส์ /“สมาคม อสมช.ภาคประชาชน” เข้าพบ “ดร.ปภาดา” ยื่นเรื่องร้องเรียนแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อ.เขาค้อ

แชร์เนื้อหานี้

“สมาคม อสมช.ภาคประชาชน” เข้าพบ “ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ” เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียน! แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ทั้ง 2 ที่

วันนี้ (14 ส.ค.69) เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แก้วสุทธิ นายกสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นายวงศกร ศรีสวัสดิ์ ประธานชมรมอาสาปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) นายบุญเลิศ ทาแก้ว ผู้

อำนวยการเครือข่าย สมาคมฯ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมคณะเข้าพบ ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร และ นายศุภวัชร ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หม่อมหลวง วรานุชสรณ์ วัชรีวงศ์ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนแหล่งท่องเที่ยว พญางูใหญ่ จ.เพชรบูรณ์ ที่สั่งปิดตาย และพื้นที่กังหันลมเขาค้อ ที่

ทั้งนี้ ทาง ดร.ปภาดา ถาวรเศรษฐ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องจากทาง สมาคม อสมช.(ภาคประชาชน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอถึงกรรมมาธิการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เพื่อสอบถามปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปิดแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ทั้ง 2 ที่

พร้อมทาง ดร.ปภาดาฯ เปิดเผยว่า จะพาเข้าร้องเรียนทาง สภาผู้แทนราษฎร พร้อมหารือกับผู้ใหญ่ถ้าเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อได้ ก็จะเกิดผลประโยชน์กับเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ของชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นแลนมาร์คของจังหวัดเพชรบูรณ์ทั้ง 2 ที่ต่อไป.