คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.นครชัยศรี เปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ”

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม โดยนายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี พร้อมด้วยนายพุฒศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ปลัดอาวุโสอำเภอนครชัยศรี หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร/ผู้แทน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 25 แห่ง

ธรรมาภิบาลอำเภอนครชัยศรี ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการเปิดปฏิบัติการ “เมืองพระปฐมเจดีย์ ไม่มีผู้เสพ” ของอำเภอนครชัยศรี บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจคัดกรองสารเสพติดตรวจหาสารเสพติดในบุคลากร หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. และ ลูกจ้าง

ในสังกัดอำเภอนครชัยศรี จำนวน 100 ราย ผลการปฏิบัติ “ไม่พบสารเสพติด” ในผู้เข้ารับการตรวจแต่อย่างใด ปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามนโยบายจังหวัดนครปฐม กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย อย่างเคร่งครัด
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสี่ย เฮงๆ รวยๆ เฮงสมชื่อ ขายบ้านหลายหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นางภานุลักษณ์ เทพวงศ์ษา ขายบ้านให้ นางสาวภานุมาศ จอมคำสิงห์ และนางสาวปฬาณี เสตสิงห์ ทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว หมูบ้านเจษฏา 3 บ้านเลขที่ 139/22 หมู่ 2 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โอนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ แถวศรีราชา เสี่ย ( เฮง เฮง ) ( บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ) นายภูวดล พุทธ์เทศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม มอบเกียรติบัตรยกย่อง อ.คุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบเกียรติบัตร

ให้กับ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี รับมอบเกียรติบัตร อำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม

กล่าวถึงการดำเนินงานการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรม ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ ในการมอบเกียรติบัตร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทย มีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลัก

ธรรมคำสอนทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

ผลการประเมินมีชุมชนคุณธรรม จำนวน 305 ชุมชน องค์กรคุณธรรม จำนวน 65 องค์กร และอำเภอคุณธรรม จำนวน 7 อำเภอ

นอกจากนี้ ยังมีชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ซึ่งจะได้รับโล่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในโอกาสต่อไป

สำหรับการมอบเกียรติบัตรยกย่องอำเภอคุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 7 อำเภอได้แก่ อำเภอนครชัยศรี ซึ่งในปีนี้ได้รับคัดเลือกเป็นอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น

และมีนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน และยังมีอำเภอเมืองนครปฐม อำเภอสามพราน อำเภอดอนตูม อำเภอบางเลน และอำเภอพุทธมณฑล เข้ารับมอบ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม จัดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์”

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม ได้มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพุทธศาสนโบราณสถาน

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เรารักษ์องค์พระปฐมเจดีย์” ณ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมี พระศรีวิสุทธิวงศ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐมข้าราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม โดยร่วมทำความสะอาดบริเวณชั้นบนโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ และภายในคตพระระเบียง

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นศูนย์รวมของสถาบันทั้ง 3 คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นดินแดนพระพุทธศาสนาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งการจัดกิจกรรมฯ ในครั้งนี้ ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครปฐม

ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความรักษ์ในพุทธศาสนโบราณสถานที่สำคัญ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์และรักษาโบราณสถานให้มั่นคงยังยืนสืบไป
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ครั้งที่ 1/69

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์สิทธิ์ ศรีวิชัย เกษตรจังหวัดน่าน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) โครงการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร (ระบบส่งเสริมการเกษตร) ขับเคลื่อนการทำงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีหัวหน้ากลุ่ม เกษตรอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกอบด้วยหัวข้อ ดังนี้

1. การส่งเสริมระบบเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : เกษตรไม่เผา 3R Model ผลักดันการทำการเกษตรแบบ Re-Habit, Replace with High value crops, Replace with Alternate crop ส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และจัดการฟางข้าวอย่างยั่งยืน
2. การจัดทำข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นรายอำเภอ
3. กระบวนการพัฒนานักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสู่ MR.พืช น่าน/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น.องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางได้จัดการประชุมประจำเดือนธันวาคม 2568
โดยมีนายสุนทร สมัยนิยมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางเป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนายพุธิชัย หนุ่มกันนารองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาววรรณภา คำดีรองนายองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางสาวอำพร อินทร์คงเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนายจอมใจ กองเกตุใหญ่ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวางนางแสงเทียน

เศรษฐวิทยารองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวางผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, ตำรวจชุมชน, เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งขวาง, ตัวแทน อสม., ตัวเเทนสตรีแม่บ้าน, ตัวแทนคุณครู, ตัวแทนผู้สูงอายุ,กศน.ตำบลทุ่งขวาง,หัวหน้าส่วนราชการ
เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส กราบสักการะและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​ เนื่องในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่ง นายอำเภอกำแพงแสน คนที่ 44

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน กราบสักการะและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์​อำเภอกำแพงแสน โดยสักการะศาลพระภูมิหน้าที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน

สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ค่ายลูกเสือเมืองเก๋ากำแพงแสน สักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในห้องปฏิบัติราชการ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ในตำแหน่งนายอำเภอกำแพงแสน คนที่ 44 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ อำเภอกำแพงแสน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่อำเภอกำแพงแสน

เข้ามอบของที่ระลึกและดอกไม้แสดงความยินดี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ดังกล่าว สมคิด พรมมี ผู้สืื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ อ.ละแม จ.ชุมพร จัดพิธีบวงสรวงและอัญเชิญพระรูป “เสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ประดิษฐาน ศูนย์รวมจิตใจแห่งใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 9 ธันวาคม 2568 จังหวัดชุมพรจัดพิธีบวงสรวง อัญเชิญ และประดิษฐานพระรูปพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ณ มณฑลพิธีหน้าที่ว่าการอำเภอละแม โดยมีนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี

พร้อมด้วยนายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม หัวหน้าส่วนราชการ และชาวอำเภอละแมที่

เดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พิธีการช่วงเช้าเริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่นายสุพล จุลใส ประธานในพิธีช่วงเช้า จะจุดธูปเทียนบูชา

พระรัตนตรัย โดยมีพระครูปริยัติกิจวิธาน เจ้าคณะอำเภอละแม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ผู้มาร่วม

งานได้เขียนรายชื่อบนแผ่นทองเพื่อนำไปบรรจุใต้ฐานพระรูป
ต่อจากนั้น นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยนางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์

และนายสุพล จุลใส ร่วมประกอบพิธีวางแผ่นทอง ซึ่งได้รับประทานจากสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้

ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ลงในฐานพระรูป ท่ามกลางบรรยากาศอันสง่างามและเปี่ยมด้วยสิริมงคลช่วงบ่าย ข้าราชการและผู้มีเกียรติได้ตั้งแถวเกียรติยศรอรับขบวนอัญเชิญพระรูป โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือเป็นผู้ทำการอัญเชิญขึ้นสู่แท่นประดิษฐานในฤกษ์มงคล

ท่ามกลางเสียงสวดชยันโต เสียงฆ้อง และเสียงประทัดดังกึกก้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้คล้องมาลัยพระกร และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร ถวายช่อกุหลาบแดงสักการะ ก่อนที่

พระสงฆ์จะประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชน์อนุสาวรีย์ และประธานพิธีพร้อมผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธีอย่างสมบูรณ์

การประดิษฐานอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ย ณ หน้าที่ว่าการอำเภอละแมครั้งนี้ ถือเป็นการยกย่องเชิดชูพระเกียรติของ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” และเป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่งใหม่ของชาวละแมและจังหวัดชุมพร

นายนรินทร์ พันธ์เจริญ กำนันตำบลละแม ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอละแม และประธานการจัดสร้างอนุสาวรีย์ฯ กล่าวว่าการสร้างอนุสาวรีย์ในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในอำเภอละแมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐ

ทุกขั้นตอนเกิดจากการหารือร่วมกันของผู้นำท้องที่–ท้องถิ่น และการสนับสนุนจากประชาชนที่ต้องการมีสถานที่สักการะเสด็จเตี่ยอย่างเป็นทางการ เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจและสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนเขากล่าวเพิ่มเติมว่า “พี่

น้องชาวละแนมาทั้งแรงกายแรงใจร่วมกันสร้าง เพราะศูนย์รวมจิตใจจะสำเร็จได้ ต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนอย่างแท้จริง” การจัดสร้างอนุสาวรีย์เสด็จเตี่ยครั้งนี้จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนพลังความศรัทธา ความสามัคคี และความรักต่อบ้านเกิดของชาวอำเภอละแมอย่างงดงาม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว..งานวันพริก ของดี อ.ขามสะแกแสง พริกเผ็ดที่สุดในโลก ประกวดธิดาพริก แข่งขันส้มตำลีลา แข่งขันผัดหมี่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่บริเวณหน้าอำเภอขามสะแกแสง ว่าที่ร้อยตรีพรสรร อุ่นบรรเทิง นายอำเภอขามสะแกแสง พร้อมด้วย นางสาวกนกอร รวมกลาง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอขามสะแกแสง, นายธนากร ประพฤทธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ดำรงศิลป์ ดวงกลาง นายกเทศมนตรีตำบลขามสะแกแสง นายบัญชา กันหาสินธุ์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมาร่วมแถลงข่าวจัดงาน “วันพริกและของดีอำเภอขามสะแกแสง ประจำปี 2568” ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16–20 ธันวาคม 2568 รวม 5 วัน ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอขามสะแกแสง

นายอำเภอขามสะแกแสงเปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกพริกสำคัญของจังหวัด มีเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจรวม 6,997 ครัวเรือน บนพื้นที่กว่า 197,680 ไร่ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกพริกกว่า 200 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกรวม 418.50 ไร่ ให้ผลผลิตพริกสดเฉลี่ย 1,200 กิโลกรัมต่อไร่ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อจำนวนมาก ทั้งเส้นหมี่ ข้าวแตน กล้วยน้ำว้า มะละกอ มะพร้าว มะขามเทศ ฝรั่ง ข้าวโพด อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด

นางสาวกนกอร รวมกลาง สมาชิกสภา อบจ.นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า“งานวันพริกถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันสินค้าเกษตรของชาวขามสะแกแสงให้ก้าวสู่ตลาดใหญ่ ทั้งระดับจังหวัดและภูมิภาค อบจ.นครราชสีมาพร้อมสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ปีนี้เราตั้งใจทำให้เป็นงานเชิงเศรษฐกิจที่เห็นผลได้จริงในพื้นที่”

ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ การประกวดริ้วขบวน การประกวดรถธิดาพริก , การแข่งขันส้มตำลีลา , การแข่งขันผัดหมี่, การแข่งขันขนมจีนน้ำยาไก่ , การประกวดผลผลิตทางการเกษตร , การประกวดไก่พื้นเมือง , การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง , การประกวดเต้นไลน์แดนซ์ , การแข่งขันตำน้ำพริกแจ่วปลาร้าพริกสด , การประกวดบูธกิจกรรมงานวันพริกผู้จัดคาดการณ์ว่าตลอด 5 วันของการจัดงานจะมีผู้ร่วมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนให้พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ของดีอำเภอขามสะแกแสงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

“งานนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งอำเภอ อปท. เกษตรกร และชุมชน เราตั้งใจให้เป็นเวทีแสดงอัตลักษณ์ของดีในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีอย่างเต็มที่”งานวันพริกปีนี้จึงนับเป็นกิจกรรมใหญ่ที่มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรและของดีท้องถิ่นสู่ตลาดระดับจังหวัดและภูมิภาค พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปลายปีที่กำลังมาถึงอย่างคึกคัก

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak akraw T20 Super Match” ชิงถ้วยผู้ว่าฯน่าน รางวัล 1 แสนบาท 12-13 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ- ห้องประชุมสุริยานุเคราะห์ โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน จังหวัดน่าน
โดยสมาคมกีฬาจังหวัดน่าน ร่วมกับ ร้าน T 20 น่าน แถลงข่าวเตรียมจัดศึกตะกร้อ “Sepak Takraw T20 Super Match” ชิง
ถ้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท ระหว่างวันที่12-13 ธันวาคม 2568 ณ สนามแข่งขัน หน้าห้างไฮเปอร์มาร์ท จังหวัดน่าน

โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการแถลงข่าวในครั้งนี้นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่จังหวัดให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และเชิญชวนพี่น้องชาวน่าน

มาร่วมชม ร่วมเชียร์และเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักกีฬาที่เดินทางเข้ามาเยือนเมืองน่านนายสาธิต บุญทอง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน กล่าวถึงการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนากีฬากีฬาเชปักตะกร้อโดยตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนานักกีฬาเซปักตะกร้อของจังหวัดน่านให้ก้าวสู่ระดับชาติ และเป็นการสร้างกระแสการตื่นตัวของการกีฬาในจังหวัดน่าน

“เต้ย”ธีระพล ปะโปตินัง อดีตนักตะกร้อโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ T20 น่าน เปิดเผยว่า
วัตถุประสงค์ที่ทาง T20 น่าน และ สมาคมกีฬาจังหวัดน่าน เตรียมจัดการแข่งขันตะกร้อรายการนี้ เพื่อต้องช่วยปลุกกระแส
วงการตะกร้อในจังหวัดน่าน และอยาก-เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการตะกร้อเมืองไทยในทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในการเปิดธุรกิจ “T20 น่าน สปอร์ตคอมเพล็กซ์” ซึ่งจะเป็นศูนย์ร่วมพื้นที่ในการออกกำลัง
กายของผู้ที่ชื่นชอบกีฬา และรักสุขภาพ ซึ่งจะมีทั้ง สนามมวย สนามตะกร้อ สนามเทคบอล สนามเทควันโด สนุกอร์คลับ
ยิมฟิตเนส

อยู่ในพื้นที่ “T20 น่าน สปอร์ดคอมเพล็กซ์” และจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในราวเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วย โดยจะที่ม
ทีมตะกร้อ 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนี้ 1.โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี 2.โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา 3.โรงเรียนสวน
กุหลาบวิทยาลัย รังสิต 4.สปป ลาว 5.โรงเรียนพันดอนวิทยา 6.โรงเรีบนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 7.โรงเรียนกีฬาจังหวัดลำปาง

8.โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร 9.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม 10.โรงเรียนท่าขอนยางพิทยาคม 11.โรงเรียนกีฬานคร
นนท์วิทยา 6 12.โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 2 (สมาน สุเมโธ) 13.โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครพนม 14.โรงเรียนกีฬาเทศบาลนคร
นครราชสีมา 15.โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี 16. ทีมจังหวัดน่าน

และยังมีนางสาวดารารัตน์ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน นายเสริฐ โชยยานันตา ท่องเที่ยว
และกีหาจังหวัดน่าน นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานน่าน และนายพรเทพ เสนนันตา
ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน ร่วมขึ้นเวทีแถลงข่าวในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยกเครื่องระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”“นายกหน่อย” หัวเรือใหญ่ ตั้งโต๊ะ!! Brainstormเปิดเวที ถกทิศทางออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม

แชร์เนื้อหานี้

อบจ.โคราช – หน่วยงานสาธารณสุข ร่วมเวทีถกทิศทางเดินหน้าระบบสุขภาพปฐมภูมิ ด้าน “นายกหน่อย – ยลดาฯ” นั่งหัวโต๊ะ เปิดประเด็นการมีส่วนร่วมแบบ “บัดดี้” ยก สสจ.โคราช เป็นพี่เลี้ยง พร้อม โรงพยาบาลอำเภอ ร่วมออกแบบงานด้านสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model” ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ย้ำ!! อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย!!

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมเดอะริช นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, นพ.วิชาญ คิดเห็น นพ.สสจ.นครราชสีมา นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ. นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัด อบจ. และ นพ.สุผล ตติยนันทพร ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข พร้อมด้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำอำเภอ(รพช.) 32 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ หน่วยงานสาธารณสุข ใน จ.นครราชสีมา ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ “Korat Model”

เพื่อหารือการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนามาตรฐานบริการ การจัดบริการระบบสุขภาพ การจัดการทรัพยากรในระบบสุขภาพ ระดมแนวคิดออกแบบงานด้านสาธารณสุขอย่างมีส่วนร่วม โดยเฉพาะด้านงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) งานสุขภาพช่องปาก รวมถึงการพัฒนาและแลกเปลี่ยนระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสาธารณสุข นำมาสู่การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดและคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับอำเภอ เพื่อเกิดการขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

ซึ่งกว่า 3 ปี ที่ อบจ.นครราชสีมา ได้มีการถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จำนวน 182 แห่ง และต้องดูแลงานด้านสาธารณสุข พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ในภาพรวมของจังหวัดทั้งหมด โดยที่ทุกภาคส่วนต้องดูแลและรับผิดชอบร่วมกัน ทำให้เกิด Model ความร่วมมือ ที่จะส่งผลให้ประชาชนคนโคราชมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง ห่างไกลภาวะซึมเศร้าและโรคจิตเวช อบจ. จะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ถือเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย แต่เพื่อประชาชน เราจะตกผลึกและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สิ่งสำคัญคือการร่วมมือกัน อบจ. เป็นท้องถิ่น สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ภายใต้การทำงานเป็นทีม เราจะนำเสียงสะท้อนของประชาชนมาขับเคลื่อนการทำงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพที่ต้องทำร่วมกัน การป้องกันโรค การรักษาระดับปฐมภูมิ การฟื้นฟู และ End-of-Life Care

นอกจากนี้ อบจ.นครราชสีมา ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ สุขใจใกล้บ้าน ปัจจุบันมีทั้งหมด 44 แห่ง มีการทำงานเติมเต็มระบบฟื้นฟูสุขภาพประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลด้วยมาตรฐาน การจัดบริการดูแลในเขตบริการของ รพ.สต. ในสังกัด อบจ. การฟื้นฟูชุมชน นอกจากนี้ อบจ. ยังมีนโยบายที่จะจัดส่งรถโมบายเคลื่อนที่ให้บริการด้านสาธารณสุขในชุมชน ประชาชนได้เข้าถึงการบริการของรัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขแบบบูรณาการ เพราะ “สุขภาพคนโคราชต้องดีไปด้วยกัน”

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลชุมแพ จัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอล”ชุมแพคัพ”ครั้งที่ 33 ชิงถ้วยพระราชทานฯ 9-29 ธค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.45 น. นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานพิธีจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล ” ชุมแพคัพ,” ครั้งที่ 33

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป การแข่งขันเริ่มขึ้นระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน

ได้ออกกำลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อการกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงมีการจับฉลากแบ่งสาย

โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวเป็นสักขีพยาน พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกฯ นายราชันย์ ดาวังปา ประธานกรรมการตัดสิน นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เสร็จภาระกิจจึงได้ปิดการแถลงข่าว

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดกระทรวงคมนาคม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ที่ ด่านตรวจพรมแดนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ร่วมกับอธิบดีกรมทางหลวง

และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว 100 % ทั้ง 2 ฝั่งโขง ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในเรื่องความพร้อมของพิธีเปิดงาน ไฟส่องสว่าง และจุดให้บริการประชาชนที่มาร่วมในพิธีเปิด

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มีจุดก่อสร้างฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม หมู่ที่ 5 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่บ้านกล้วย แขวงบอลิคำไซ มูลค่าการลงทุน 3,930,000,000 บาท

โดยแยกเป็นฝั่งประเทศไทยวงเงิน 2,630,000,000 บาท และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วงเงิน 1,300,000,000 บาท โดยหากเปิดใช้งาน จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เป็นอย่างด
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่สำรวจยุทธศาสตร์แก่งผาได-บ้านดอนที่ แนวชายแดนเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อประสานความร่วมมืิอกับคณะผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ในการร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด และตรวจเยี่ยมด่านน้ำเกิ๋ง และด่านปากทา ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางคมนาคมของ สปป.ลาว.

ในวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปากทา สปป.ลาว เพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือกับหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง พ.อ.ธนพันธ์ ขำทวี รอง ผอ.รมน.ภาค3 สย.2 พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ฉก.ทพ.31 และ พ.ต.ณรงค์เวทย์ รัศมี หน.ฝขว. ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล

สำหรับ แก่งผาได มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางน้ำ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยหากกลุ่มขบวนการสามารถขึ้นฝั่งไทยได้แล้วจะเชืี่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้ ที่ผ่านจึงพบกลุ่มขบวนการพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยอาศัยความเอื้ออำนวยของสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบริมฝั่ง และในลำน้ำมีเกาะแก่ง โขดหิน ที่สามารถซ่อนเร้นจากการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่

จากนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ บ้านดอนที่ ม.3 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านน้ำเกิ๋ง สปป.ลาว โดยได้สำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือร่วมกับ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้อง นายอำเภอเชียงของ พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 นายเกษม ปันทะยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง และนายเดชดำรง แก้วดำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนที่

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว ได้ดำเนินการตามข้อตกลงในความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดเรียบร้อยแล้ว และมีผลปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมาก จึงมีข้อกังวลว่ากลุ่มขบวนการจะหลบเลี่ยงโดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงแม่น้ำโขงก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดเพื่อข้ามมาฝั่งไทย จึงผลักดันการดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ป.ป.ส. เพื่อทำการติดตั้งไฟส่องสว่างตามแนวลำน้ำโขงฝั่งตรงข้ามด่านน้ำเก๋ง เสริมประสิทธิภาพการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย
  2. ให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. เพื่อก่อสร้างจุดตรวจจุดสกัดบริเวณดังกล่าว คู่ขนานกับ สปป.ลาว
  3. ให้ ปปส.ภาค 5 ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและอำเภอเชียงของ สนับสนุนกิจกรรมการเดินเวรยามของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเสริมการดำเนินงานของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน
    .
    ทั้งนี้ หากการดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ การสกัดกั้นยาเสพติดตามลำน้ำโขงชายแดนภาคเหนือจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ แถลงความพร้อมจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” 29 พ.ย. – 8 ธ.ค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้เป้าหมายเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงเผยแพร่ความสำคัญของวันดินโลก ซึ่งสหประชาชาติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดินโลกและเผยแพร่บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการพัฒนาดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนอัตลักษณ์สินค้าของดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติหน้าศาลากลางจังหวัดด้านนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงภาพรวมของกิจกรรมภายในงานว่า จะมีการจัดนิทรรศการวันดินโลก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อสืบสานพระราชดำริในรัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งนิทรรศการความโดดเด่นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมผ้าไทย ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี และนิทรรศการด้านดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัด ทั้งยังมีร้านค้าสินค้าเกษตรจากทั้ง 8 อำเภอ สินค้าราคาประหยัด ธงฟ้า การตักกุ้งหรรษา เวทีเสวนา การประกวด การแข่งขัน และการแสดงไฟล้านดวงพร้อมคาราวานร้านเด็ดร้านดัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ขณะที่นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงกิจกรรมประกวดและกิจกรรมบนเวทีว่า จะมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาทิ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายวิถีคนประจวบฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทั้งจัดเวทีเสวนาวิชาการหลากหลาย เช่น หัวข้อ “ดินของพ่อสู่วันดินโลก” โดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพของ BEDO การเสวนา Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย ตลอดจนเสวนาพระมหากรุณาธิคุณด้านหัตถกรรมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเดินสายไฟภายในอาคาร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมชวนชิมกุ้ง–กระพงดินดีวิถีพ่อ โดยสำนักงานประมงจังหวัด รวมถึงการแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จากกองบิน 5ผู้จัดงานเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมส่งผลงานเข้าประกวด พร้อมร่วมชม ชิม ช้อป และสัมผัสองค์ความรู้ด้านดิน น้ำ เกษตรกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในจังหวัดอย่างยั่งยืน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เพื่อแจ้งนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนโยบายกรมราชทัณฑ์ในด้านต่างๆ รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนฝ่าย มอบนโยบาย ให้ความรู้ คำแนะนำ และกำชับการปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมทั้งได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเรือนจำกลางนครปฐม และมอบสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ ณ อาคารเยี่ยมญาติเรือนจำกลางนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการปล่อยขบวนรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬกลุ่มแรก เดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพมหานคร

การปล่อยขบวนรถจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอปากคาด โดยมี นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และร่วมส่งประชาชนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จังหวัดบึงกาฬได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างปลอดภัยและสมพระเกียรติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านแถลงผลการขับเคลื่อนนโยบาย ก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม–การท่องเที่ยว/นายกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน รับเข็มกิตติคุณจากสนง.ปปช.ครบรอบ 26 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตรวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่านจัดการแถลงข่าวประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฯ

เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในรอบเดือน รวมถึงรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัดในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมการแถลงข่าวด้วย

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้นำเสนอประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ได้แก่โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน
ดำเนินการโดย ท้องถิ่นจังหวัดน่าน และ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลด

ปัญหาน้ำท่วม และฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน้ำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโครงการเลนจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการคมนาคมที่ปลอดภัยขับเคลื่อนโดย โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน ร่วมกับ แขวงทางหลวงน่านที่ 1 มุ่งพัฒนาพื้นที่จักรยานเชื่อมต่อชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัด

การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดน่าน
โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน (ปภ.) ร่วมกับ ท้องถิ่นจังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมาโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงฆ่าสัตว์ดำเนินงานโดย ท้องถิ่นจังหวัดน่าน และ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่าน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร สนับสนุนระบบปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานและยั่งยืน

กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวจัดโดย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นสังคมให้ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจังการแถลงข่าวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดน่านในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมเดินหน้าสร้างความเจริญก้าวหน้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว #ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รับมอบเข็มกิตติคุณจากสำงานป.ป.ช.ในโอกาสครบรอบ 26 ปี สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่18 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องนนทบุรี 2 สำนักงานป.ป.ช.จังหวัดนนทบุรี

นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รับมอบเข็มกิตติคุณจากนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในโอกาสครบรอบ 26 ปี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจจริต โดยมีคุณกุ้ง ศิริลักษณ์ พรหมแสง ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยทีมงานเป็นผู้แทนนางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน

(สว.เจ)นำช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ด้วย ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2560 นายบุญยงค์ สดสอาด ก็เคยเข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติการทำคุณงามความดีด้านการส่งเสริมและป้องกันการทุจริตจากสำงานคณะกรรมการป.ป.ช.โดยเข้ารับเกียรติบัตรจากพลตำรวจเอกวัชรพล

ประสานราชกิจ ประธานกรรมการสำนักงานป.ป.ช.ในขณะนั้น นายบุญยงค์ สดสอาด ทำงานด้านปชส.ให้กับสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดน่านมาตั้งแต่สมัยนายสมปราชญ์ พลับแดง เป็น ผอ.สไนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดน่าน จนกระทั่งถึงผอ.คนปัจจุบันเป็นนับเป็น ผอ.ป.ป.ช.

ประจำจังหวัดน่าน ท่านที่ 4 นอกจากนั้นในการแถลงข่าวของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 นายบุญยงค์ จะนำสื่อมวลชนในสังกัดสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมงานแถลงข่าวทุกครั้ง ปัจจุบันนายบุญยงค์ ยังเป็นคณะกรรมการชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดน่านตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรม

ปัจจุบันเป็นโค้ชชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดน่าน ด้านนายบุญยงค์ กล่าวว่าต้องขอขอบคุณท่านผอสำนักงานป.ป.ช.เจ้าหน้าที่ สำนักงานป.ป.ช.ประจำจังจังหวัดน่าน มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่งครับ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ เข้าร่วมต้อนรับ นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน ให้จังหวัดเชียงใหม่สานต่อการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งอย่างยั่งยืน พร้อมปล่อยปลาลงแม่น้ำปิงฟื้นฟูระบบนิเวศ

วันพฤหัสบดี ฟที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน โดยมีพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 1 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธี ณ บริเวณริมแม่น้ำปิง ด้านหลังโรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ประสบกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม 2567 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ภาคการเกษตร รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างความเสียหายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท และยังต้องจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอีกจำนวนมาก

ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนจากรัฐบาล เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานสนับสนุนทุกภาคส่วน ดำเนินการขุดลอกแม่น้ำปิงครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 41 กิโลเมตร ตั้งแต่พื้นที่ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จนถึงพื้นที่ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนตามแผนแล้ว ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้ในช่วงฤดูฝนปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำปิง ส่งผลให้แม่น้ำปิงหลังจากที่ได้ดำเนินการขุดลอกแล้วมีศักยภาพในการรับน้ำเพิ่มขึ้น

จึงไม่ส่งผลกระทบที่จะสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชน สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ดำเนินวิถีชีวิตและใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างมีความสุข รวมถึงนักธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุน เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต อีกทั้งเพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวต่อไป

โครงการดังกล่าว ถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างรัฐบาล กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และจังหวัดเชียงใหม่ ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบโครงการดังกล่าวจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด และส่งมอบโครงการฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง ระบบนิเวศ และดำเนินการต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในทุกมิติกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและปลาสวาย รวมจำนวน 100,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่ ลงสู่แม่น้ำปิงเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดยิ่งใหญ่เทศกาลงานสักนานาชาติพัทยา Marina International Tattoo Festival 2025

แชร์เนื้อหานี้

เย็นวันที่ 15 พ.ย.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่องาน Marina International Tattoo Festival 2025 โดยมี นายบรรจง บัณฑูรย์ประยุกต์ นายจิรวัฒน์ ปลุกใจ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายกวิน สินเสรีกุล ผช.ผจก.ศูนย์การค้าฯ และนายปราโมทย์ แก้วหล้า นายกสมาคมช่างสักพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

งาน Marina International Tattoo Festival 2025 กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15-16 พ.ย.68 ที่ Marina Walk ศูนย์การค้าฯ ฝั่งชายหาด เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเรื่องราวของศาสตร์และศิลปะบนผิวหนังที่นิยมกันทั่วโลก เหมือนเมืองพัทยาเป็นเวทีที่พบปะสังสรรค์คนในวงการงานสักจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว

กิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเมืองพัทยา ททท.สำนักงานพัทยา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา และสมาคมช่างสักพัทยา จัดขึ้นโดบรวบรวมช่างสักนานาชาติ ทั่งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม พม่า และไทย กว่า 100 ชีวิต มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในเทศกาลงานสักที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก

นอกจากจะมีการออกร้าสักชื่อดังรวมกว่า 40 บูท ยังมีการประกวดรอยสักกว่า 22 ประเภท ชิงถ้วยเกียรติยศ การแสดงวัฒนธรรมไทย การรำไทย และอื่นๆ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรอยสักให้มาพักผ่อนยังเมืองพัทยาอีกทางหนึ่งด้วย

ลดความสูญเสียผู้ป่วยโรคหัวใจและสมอง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ยกระดับคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ผนึกกำลังฟิลิปส์ เดินหน้าโครงการ “หัวใจสัญจร” ยกระดับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

วันนี้ (24 ต.ค.2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมวิชาการ “หัวใจสัญจร” ครั้งที่ 19 และการตรวจผู้ป่วยด้วยเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

โดยมีบุคลากรสาธารณสุข วิทยากร นักศึกษาแพทย์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ท้องถิ่นให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน

พลตำรวจตรี นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases: CVDs) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของโลก คร่าชีวิตประชาชนกว่า 17.9 ล้านคนต่อปี ทั้งที่ร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสามารถป้องกันได้

หากได้รับการตรวจคัดกรองและดูแลตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพื่อเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, ชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

จัดโครงการ “หัวใจสัญจร” ขึ้น เพื่อขยายบริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้บุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiography) ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาว

ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งและครอบคลุม โดยในปีนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการตรวจคัดกรองกว่า 50 ราย พร้อมขยายองค์ความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่สามารถดำเนินการตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเองในอนาคต
โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

โดยข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 260,000 ราย ขณะที่แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมีเพียงประมาณ 500–600 คน และส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองใหญ่ ทำให้การเข้าถึงบริการยังมีข้อจำกัด โครงการ “หัวใจสัญจร” จึงมีบทบาทสำคัญในการกระจายโอกาสการตรวจและการรักษาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ซึ่งในปีนี้ได้มีการยกระดับเทคโนโลยีการตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์หัวใจแบบ 3 มิติ

ซึ่งสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวของหัวใจแบบเรียลไทม์ เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูง ปลอดภัยต่อผู้ป่วยทุกกลุ่ม รวมถึงสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ IntelliSpace Cardiovascular (ISCV) มาช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งต่อและติดตามผลการรักษา สะท้อนเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนในการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และร่วมสร้างระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน

แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วย การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ และงานฯ

ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่ต้องการยกระดับการดูแลรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากเรามีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางจำกัด แต่มีผู้ป่วยต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจกว่า 50 ราย เราต้องขอขอบคุณทางสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และพันธมิตรที่ได้ลงพื้นที่มาช่วยเราในครั้งนี้ นอกจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแล้ว เรายังมีการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรและนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยได้เองในระยะยาว”

เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้าง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เลขากิต ขึ้นเขา 219 ขั้น ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้างเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ต.ค.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (เลขากิต) นาย สุชล สินสมบุญ (สจ ต้น) สจ ชุมพรเขต 3 อ.ท่าแซะ

เข้าร่วมกิจกรรมสลุยร่วมใจอาสาพัฒนาแผงกล้วย ให้เป็น“ลานค้าปลอดโรค”เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านพรุตะเคียน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ในโอกาสคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(วันปิยมหาราช)

โดยจัดกิจกรรมจิตอาสารณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก การให้ความรู้สร้างความตะหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรค การสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย กิจกรรมแจกทรายกำจัดลูกน้ำ ณ ลานค้าชุมชนพ่อตาหินช้าง หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 6 หมูที่ 3 และหมู่ที่ 8 ตำบลสลุย ซึ่งเป็นแหล่งซื้อของฝากประมาณ 100 ร้าน

ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆศาลพ่อตาหินช้าง เพื่อให้สถานที่จำหน่ายสินค้าที่สะอาดและเป็นตลาดค้าขายที่ปลอดโรค สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตำบลสลุยและจังหวัดชุมพร ซึ่งนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนผ้ากันเปื้อนให้กับพ่อค้า แม่ค้า เพื่อสุขลักษณะที่ดีอีกด้วย

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ด้วยการปรับภูมิทัศน์บนเส้นทางเดินขึ้นตามบันใด 219 ขั้น ที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ชมตลอดเส้นทาง เพื่อไปสักการะเจดีย์สีทอง บริเวณยอดเขาหลังศาลพ่อตาหินช้าง ซึ่งเจดีย์ดังกล่าวมีประวัติการสร้างไว้เพื่อครอบรอยเท้าเสือขนาดใหญ่อยู่บนแผ่นหิน เพื่อให้เจดีย์ดังกล่าวสะอาด ปลอดภัย สามารถเป็นจุดชมวิวและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้ในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” จัดใหญ่งานลอยกระทง “นเรศดำริห์รำลึก…เคียงคลื่นคืนจันทร์เพ็ญ” เนรมิตกระทงยักษ์ขนาด 7 เมตร รับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.68 น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับตัวแทนชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ เตรียมความพร้อมจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่อกิจกรรม “นเรศดำริห์รำลึก…เคียงคลื่น…คืนจันทร์เพ็ญ” ระหว่างวันที่ 4 -5 พ.ย.นี้ ที่ชุมชนชายทะเลหัวหิน

น.ส.บุษบา โชคสุชาติ กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีเก่าแก่ ที่ทางเทศบาลนครหัวหินได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และจัดกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมโดยมุ่งเน้นและคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยในปีนี้เทศบาลนครหัวหิน จะปลุกมนต์เสน่ห์ชุมชนชายทะเล แลนมาร์กแห่งใหม่

บริเวณถนนนเรศดำริห์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของนครหัวหิน เป็นสถานที่ลอยกระทงริมชายทะเล (บริเวณร้านมีกรุณาเดิม) ตกแต่งประดับไฟสวยงามสว่างไสวนับหมื่นดวงตลอดเส้นทางตั้งแต่บริเวณสะพานปลาหัวหิน-ร้านชาวเล รวม 10 วัน มีการประดิษฐ์กระทงยักษ์ขนาด 7 เมตร ตั้งโชว์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เซลฟี่เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

สำหรับกิจกรรมวันที่ 4 พ.ย.68 มีการแข่งขันประกวดประดิษฐ์กระทงที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน, การแสดงจากศูนย์การเรียนรู้หัวหินถิ่นมนต์ขลัง, การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน, และรำวงย้อนยุคสุดครึกครื้น / วันที่ 5 พ.ย. มีขบวนแห่กระทงใหญ่จากวัดหัวหินเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเดชานุชิตผ่านร้านชาวเลเข้าสู่บริเวณจัดงาน มีการประกวดนางนพมาศ ชิงเงินรางวัลกว่า 55,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop สอนนักท่องเที่ยวประดิษฐ์กระทงสุดงดงาม ฟรี!

จากนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การออกร้านอาหารนานาชนิดนับสิบร้านและชมพลุสวยงามอลังการที่บริเวณสะพานปลาหัวหินทั้ง 2 วัน ตั้งแต่เวลา 20.30 น.เป็นต้นไป นอกจากนี้เทศบาลนครหัวหินยังจัดงานลอยกระทงตามชุมชนต่าง ๆ เช่นที่อ่างเก็บน้ำเขาเต่า, สวนหลวงราชินี 19 ไร่, เขาน้อย, หัวดอน, หนองแก, สะพานขี้เหล็ก, จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวแต่งชุดไทยร่วมลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ที่บริเวณจัดงานตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยวันนี้ขออนุญาตนำเรื่องความเดือดร้อนหารือท่านประธานในเรื่องของความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตอนนี้เดือดร้อนกันทั้งประเทศก็ว่าได้ เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรได้ตกต่ำ อยากจะบอกว่ารัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ท่าน อย่ามองว่าเกษตรกรคือภาระของประเทศเลยครับ ประเทศไทยเปรียบเสมือนเป็นพิรามิด เกษตรกรทุกสาขาอาชีพเหมือนฐานราก ระดับบน
ก็คือนักการเมืองกลุ่มทุ่นและข้าราชการ ซึ่งใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งนั้นนะครับ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเวลา ๑ ปี ๒ ปีที่ผ่านมาราคาสินค้าการเกษตรไม่ค่อยได้รับการแก้ไข แต่ยังโชคดี ที่มีอยู่โครงการหนึ่ง ก็คือโครงการสินเชื่อชะลอการขาย วงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อรวบรวมข้าวที่ยังใช้ได้ ๑ ตัว แล้วก็เป็นนโยบายที่มีกำไรนะครับ เนื่องจากทั้ง ๒ โครงการเป็นได้กำไรทั้ง ๒ โครงการ ซึ่งอันนี้เป็นนโยบายที่ดีเป็นโครงการที่ดีของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ทำร่วมกัน ปีนี้ต้องบอกชาวนาต้องแสดงความดีใจแทนชาวนาด้วยว่าที่ผ่านมาชาวนากว่าจะได้เงินจากโครงการนี้เป็นเดือน เพราะว่าข้าวนาปีกว่าจะออกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน สิ้นสุดเดือนธันวาคม ปีที่แล้วกว่าชาวบ้านจะได้เงินจากโครงการนี้ ประมาณเดือนธันวาคม และก็คือเงินยังไม่มา แต่ชาวบ้านต้องเอาข้าวไปขายฝากทางสหกรณ์ หรือฝากหน่วยงาน


ในโครงการนี้ ปีนี้ขอชมเชยรัฐบาลท่านอนุทินนะครับ ที่ได้ส่งขุนพล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านได้สั่งการและรีบทำทันที ปีนี้ได้เงินเร็วมาก ๑ พฤศจิกายน โครงการสินเชื่อชะลอการขาย โครงการรวบรวมข้าวจะเข้ามาดำเนินการในข้าวนาปีทันที ในข้าวหอมมะลิ ต้องฝากท่านประธานผ่านพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ ข้าวหอมมะลิปีนี้ทั่วประเทศ ราคาข้าวสดเกี่ยวแล้วมาเลยราคา
จะอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐-๑๒,๐๐๐ บาท แน่นอนไม่ถูกกว่านี้ แต่ก็ยังมีปัญหาในข้าวอย่างอื่นนะครับ
ผมฝากให้รัฐบาลเอาโครงการชะลอการขายของพรรคกล้าธรรมไปดำเนินการต่อ เพื่อจะได้แก้ปัญหาทั้งระบบไม่ว่าจะราคาสินค้าข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง โครงการชะลอการขายนี้สามารถใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะเราขีดราคาขั้นต่ำไว้ให้เกษตรกรหมด เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็ฝากเรียนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มุกดาหาร 🌕🎆✨ ขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2568 ✨🎆🌕

แชร์เนื้อหานี้

ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 📍ณ ชั่งทองฟาร์ม บ้านคำเม็ก ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ 💖พร้อม ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 42,000 บาท!!🏅ผู้ชนะการประกวดมี “สายสะพายและมงกุฎ” มอบให้ด้วยนะ 👑

👧 การประกวดหนูน้อยนพมาศ
✨ สำหรับน้อง ๆ อายุ 5–10 ปี
💵 ค่าสมัคร 400 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 6,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 4,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 2,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 12,000 บาท

💃 การประกวดนางนพมาศ
👑 สำหรับสาวงามอายุ 15 ปีขึ้นไป (หญิง และสาวประเภทสอง)
💵 ค่าสมัคร 800 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 10,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 5,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 3,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 18,000 บาท

🌸 การประกวดกระทงสวยงาม
🌿 ใช้วัสดุจากธรรมชาติ ย่อยสลายได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
📏 กำหนดรัศมีรอบฐาน 50 เซนติเมตรขึ้นไป
💵 ค่าสมัคร 400 บาท
🏆 รางวัลที่ 1 — 6,000 บาท
🥈 รางวัลที่ 2 — 4,000 บาท
🥉 รางวัลที่ 3 — 2,000 บาท
💰 รวมมูลค่ารางวัล 12,000 บาท

📅 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2568
📣 ประกาศรายชื่อผู้เข้าประกวด วันที่ 29 ตุลาคม 2568
📲 สนใจสมัครหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ 👉 ชั่งทองฟาร์ม (Changthong Farm)

🌕 มาร่วมแต่งชุดไทยสุดงดงาม 💐
จุดเทียน ลอยกระทงกลางสระน้ำ 💦
พร้อมดนตรี แสงสี เสียงสุดอลังการ 🎶
มาร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยไปด้วยกันที่ “ชั่งทองฟาร์ม” 💛

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ร้อยเอ็ด เตรียมจัดงานสมโภชเมืองร้อยเอ็ด ครบ 250 ปี อย่างยิ่งใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มอบหมายให้ นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อม

การจัดงาน “สมโภชเมืองร้อยเอ็ด ครบ 250 ปี” โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูมหาธรรมบาลมุรี รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าอาวาสวัดบ้านอ้น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน และพิจารณารายละเอียดรูปแบบงาน รวมถึงร่างกำหนดการจัดงาน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 ธันวาคม 2568 ณ อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา ห้าแยกสายน้ำผึ้ง และ ลานสาเกตนคร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดร้อยเอ็ด

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญ เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการสถาปนาเมืองร้อยเอ็ด ตอกย้ำความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม และความเจริญรุ่งเรืองของชาวร้อยเอ็ด ที่ร่วมกันสืบสานและพัฒนาเมืองให้มั่นคง ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์แห่งอีสาน

ทั้งนี้ ในการประชุมได้พิจารณา 2 เรื่องสำคัญ คือ รูปแบบการจัดงานและร่างกำหนดการกิจกรรม และ จำนวนผู้ร่วมรำสมโภชเมืองร้อยเอ็ด ครบ 250 ปี ซึ่งเป็นกิจกรรมไฮไลต์สำคัญที่จะสะท้อนพลังความสามัคคีของชาวร้อยเอ็ด
!!!!!!
คมกฤช พวงศรีเคน ภาพ
คณิต ไชยจันทร์ รายงานจาก จ.ร้อยเอ็ด
โทร 093-458-9192

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขอนุญาติพี่นักข่าว พัทลุงด้วยครับ ผู้การสมคิด นำขบวนทอดกฐินสามัคคี สืบสานศรัทธา ณ วัดอัมพวนาราม จ.พัทลุง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 11.30 น. พันเอก สมคิด คงแข็ง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 15 นำขบวนกฐินสามัคคีประจำปี 2568

ณ วัดอัมพวนาราม (ส้มตรีด) อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เพื่อสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนา และส่งเสริมความรัก ความสามัคคีในชุมชน

โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้น อย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา โดยมีผู้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ กำลังพลจากหน่วยทหาร

เพื่อนกระต่ายโรงเรียนพัทลุง ส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจากพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกันถวายบริวารกฐินด้วยจิตใจอันเป็นกุศล

ยอดปัจจัยรวมจากการทอดกฐินในครั้งนี้อยู่ที่ 610,160 บาท ซึ่งจะนำไปสมทบทุนในการก่อสร้างและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางแห่งธรรมะที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองต่อไป

พันเอกสมคิดกล่าวว่า “การทอดกฐินไม่เพียงเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทย หากยังเป็นสะพานเชื่อมโยงความสามัคคีระหว่างหน่วยงานราชการ เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมกันสร้างกุศลในวันนี้”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ เสียงสาธุดังก้องทั่วศาลาวัด สะท้อนถึงพลังแห่งศรัทธาที่ยังคงงดงามและมั่นคงในหัวใจของชาวพัทลุง // ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน //

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯจ.ลพบุรี นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดลพบุรี เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ผู้ว่าลพบุรี คนที่ 51

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี เดินทางสักการะพระเถระชั้นผู้ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี โดยได้กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

ซึ่งประกอบด้วย พระพุทธรูปประจำจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลพระภูมิ จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลพบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนเทพสตรี และ กราบลาเจ้าพ่อพระกาฬ เทพอารักษ์ประจำเมืองลพบุรี ณ ศาลพระกาฬ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี

โดยในเวลาต่อมา ได้เดินทางไปกราบลา พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร และ พระภาวนาวชิรมงคล วิ. รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ โดยก่อนเดินทางออกจากจังหวัดลพบุรี มีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและนักเรียนโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งที่ 2 ร่วมมอบดอกกุหลาบแสดงมุทิตาจิต

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประวัติด้านการศึกษา เข้าศึกษาคณะรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาได้รับ (เกียรตินิยมอันดับสอง) ประวัติการทำงาน เริ่มบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งปลัดอำเภอจังหวัดนครสวรรค์ ปี พ.ศ.2531 จากนั้นได้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 2 โดยใน ปี พ.ศ. 2563 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565

จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี คนที่ 51 ที่ผ่านมานายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯ ที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนลิงรบกวนในเขตเมืองเก่าลพบุรี อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / มทร.รัตนโกสินทร์ สร้างฮีโร่ครั้งใหญ่จัดอบรมนักศึกษาช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานหากเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภาพร นาคทิม รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตวังไกลกังวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการ “BDMS

อบรมการช่วยชีวิต” Big Campaign รวมพลังสร้างฮีโร่ครั้งใหญ่ เนื่องในวันมหิดล โดยมี นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี นายเชษฐพล มณีฉาย ผู้จัดการแผนกการตลาดและสื่อสารองค์กร

โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน พร้อมด้วย คณะครูอาจารย์มหาวิทยาลัยฯ นักศึกษาจากสโมสรโรทาแรคท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวังไกลกังวล จำนวน 2 รุ่น ทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย กว่า 200 คน เข้ารับการอบรม ผศ.นภาพร นาคทิม กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

มงคลรัตนโกสินทร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยชีวิตอย่างถูกวิธี จึงได้ร่วมกับทางโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินจัดกิจกรรมนี้ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ที่ถูกต้อง และมีความมั่นใจในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น หากพบเจอก็สามารถให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้เพื่อนมนุษย์

นางศศิเพ็ญ ปิยสุทธิ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จัดการอบรมนี้ตามนโยบายของของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จํากัด (มหาชน) หรือ BDMS มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เข้าการอบรมจะมีความรู้ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยเบื้องต้น (Basic Life Support) เมื่อ

เกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนได้อย่างถูกวิธีก่อนส่งถึงมือแพทย์ การอบรมจะมีทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นด้วยการปั๊มหัวใจ (CPR) ที่ถูกวิธี การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED)

และการช่วยเหลือผู้ป่วยสำลักอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และภาคีเครือข่าย อาทิ เทศบาลนครหัวหิน มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และมูลนิธิเพชรเกษมหัวหิน มาเป็นวิทยากรให้ความรู้

ตามแนวคิดที่ว่า แม้ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หากเรามีองค์ความรู้และมีความมั่นใจ ผ่านการอบรมและฝึกปฏิบัติจริง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้หลักการที่เป็นสากล.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตร.ทท.ประจวบฯ จัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครฯ พร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม”

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ตามศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (ศปทท.ตร.) พ.ต.อ.ประภาวิน ฉายโฉมเลิศ รอง ผบก.ทท.3, พ.ต.ท.วรพรต ผลานิสงค์ รอง ผกก.1 ทท.3, พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สวญ.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 (ประจวบคีรีขันธ์), พ.ต.ต.ชโนวิทก์ สีเนหะ สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 และตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมผู้เข้ารับการอบรมอาสาสมัคร จำนวน 100 คน

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ร่วมในพิธีเปิดการอบรม “โครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแกนักท่องเที่ยว” ของศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี โดยมี พ.ต.อ.สุพมาส บัวลาด รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดการอบรม ระหว่างวันที่ 22-23 ก.ย.68 ณ ห้องประชุมบ้านพิงภูแพรว รีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กำหนดให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลัก “สะดวก-ปลอดภัย-เป็นธรรม” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล โดยได้ดำเนินการจัดทำโครงการอบรมโครงการอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว พ.ศ.2568

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

เพื่อให้อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว มีความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ถูกต้อง เหมาะสมในการให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ โดยให้หน่วยในสังกัดจัดอบรมบรรยายเน้นบทบาทอาสาสมัครใน 3 มิติ ตามยุทธศาสตร์กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว คือ – สะดวก (Convenience) ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงตำรวจได้ง่ายและทันสมัย เช่น ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 แปดภาษา, TTP Application,

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

และเครือข่ายสถานทูต – ปลอดภัย (Safety) ประเทศไทยต้องเป็น Safe Destination โดยอาสาสมัครคือ “หูตา” ของตำรวจ และ “เกราะใจ” ของสังคม ที่ช่วยป้องกันเหตุร้ายตั้งแต่ยังไม่เกิด – เป็นธรรม (Fairness) นักท่องเที่ยวได้รับความยุติธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น การจัดการทัวร์เถื่อน, Taxi หลอกลวง และอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งคาดว่าหลังจบการอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ เพื่อนำไปต่อยอดในการเป็นอาสาสมัครดำเนินงานเกี่ยวกับที่ได้รับอบรมมา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี-ประจวบฯ ต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

Upscaled with Gigapixel v1.0.2. 1477×1108 => 1477×1108 (1x) Model: Standard V2, denoise: 0.01, sharpen: 0.01, decompression: 0.01

ส.ส.ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม

วันพุธที่ 24 กันยายน 2568 นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียน โรงเรียนเขากะลาวิทยาคม ตำบลเขากะลา 
อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมรัฐสภา  คณะฯ ได้เข้าชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับฟังข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกระบวนการประชุมสภา และได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่นักเรียน 

สส.ทรงศักดิ์ ยังกล่าวชื่นชมคณะครูที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใกล้ชิดการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ นักเรียนทุกคนเติบโตเป็นเยาวชนคุณภาพของจังหวัด

นครสวรรค์และของประเทศต่อไปแป๊ะยิ้มคอนหวัน #ทรงศักดิ์ส่งเสริมอุดมชัย #สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครสวรรค์เขต2พรรคเพื่อไทย #อําเภอเมืองนครสวรรค์ #พยุหะคีรี #โกรกพระ #นครสวรรค์บ้านเรา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ก.ย.68 เวลา 08.30 น.พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ มอบหมายให้ พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.จอมทอง

เข้าร่วมในพิธีประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดกองทัพอากาศ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่อำเภอจอมทอง

เข้าร่วมพิธี ณ พระมหาธาตุนภเมทนีพล นภพลภูมิสิริ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ///
..#สมจิตร แสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธนา นภาดล เปิดตัว “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ พัทยา-มอเตอร์เวย์” ชูทำเลทองแห่งอนาคต

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด โดย คุณภาค ธนาอัครชล ประธานกรรมการบริษัทฯ และคุณญดา จิรฉัตรบวรกุล กรรมการผู้จัดการ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ตลาดบ้านหรูพัทยา ด้วยการประกาศเปิดตัวโครงการ “เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้” (The Palm Grandio’s Pattaya-Motorway) มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้าน เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับมาสเตอร์พีซ นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยเหนือระดับ ท่ามกลางสังคมคุณภาพจำนวนเพียง 117 ครอบครัว บนทำเลที่ผสานความสงบเงียบและความสะดวกสบาย

เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ เป็นโครงการที่พักอาศัยที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากแนวคิด ” Modern Classic” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสแกนดิเนเวียและสไตล์ยุโรป เพื่อให้บ้านทุกหลังสะท้อนถึงรสนิยมอันโดดเด่นของผู้อยู่อาศัย ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีเพดานสูง (High Ceilings) ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย และเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับสวนสไตล์อังกฤษภายนอก ด้วยดีไซน์ “Inside Out – Outside In” เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น และมีชีวิตชีวาเสมือนการพักผ่อนที่เหนือไปอีกระดับ

โครงการมีขนาดที่ดินประมาณ 40 ไร่ และนำเสนอแบบบ้านเดี่ยว 2 ชั้นถึง 3 แบบ (Type A – C) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกขนาดครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันที่ครบครัน เริ่มต้นพื้นที่ 221-352 ตร.ม. โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7 – 14 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบ้านระดับนี้ เกิดกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% และขณะนี้บริษัทกำลังเร่งดำเนินงานก่อสร้างเพื่อส่งมอบบ้านใน 2 เฟสแรก ให้แก่ลูกค้าโดยเร็ว
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม

นอกเหนือจากดีไซน์ที่โดดเด่น เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่คลับเฮาส์หรู, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมจากุซซี่ และพื้นที่พักผ่อนแบบซันเคน สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โครงการมีทั้งห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ครบครัน ห้องโยคะ และลู่วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น สวนส่วนกลางและสวนหลังบ้าน สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ รวมถึงพื้นที่ Co-Working Space ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ และที่สำคัญ โครงการยังติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charge Point) เพื่อรองรับเทรนด์พลังงานสะอาด

ในด้านความปลอดภัย โครงการยกระดับมาตรฐานด้วย “Premium Security System” ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Easy Pass และกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนอุ่นใจได้อย่างสูงสุด
ทำเลทองแห่งการเชื่อมต่อและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการถือเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่า ด้วยศักยภาพการเดินทางที่เชื่อมต่อกับถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-พัทยาได้ภายใน 5 นาที

ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ชั้นนำอย่าง Terminal 21 และ Central Pattaya ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที รวมถึงใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น Regent’s International School, Rugby School Thailand และ Mooltripakdee International School ทำให้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในเมืองและธรรมชาติ รวมทั้งสนามบินนาชาติหัวใจของของ ECC

บริษัท ธนา นภาดล จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน และการเปิดตัวโครงการ เดอะ ปาล์ม แกรนดิโอ้ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ตลาดไฮเอนด์ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์โครงการคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านหรูที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบน และขยายไปสู่การพัฒนาในมิติใหม่ ๆ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม และบริการอื่น ๆ ขึ้นมาเพื่อโฟกัสการเติบโตในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 ได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคเหนือ เป็นครั้งที่ 2 โดยมอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ นักเรียน

โรงเรียน ตชด.พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและเชียงใหม่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ทหารอากาศกอง

บิน 41 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และ ตำรวจตระเวนชายแดน กก.33 เชียงใหม่ และตำรวจภูธรสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2568

เมื่อวันศุกร์ ที่ 22 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นางจุรีภรณ์ เมฆินไกรราช ในฐานะผู้แทนนักศึกษา วชส.1 ร่วมกับ สมาคมตำรวจ, และ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่ 2 พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) รุดเยี่ยมให้กำลังใจ บำรุงขวัญมอบถุงยังชีพ และ เครื่องตัดหญ้า เครื่องกีฬา ให้แก่ทหารอากาศ กองบิน 41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรสิงห์บุรี พร้อมจัดทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม  โดยการมอบถุงยังชีพให้แก่ชาวบ้านที่ขาดโอกาส พร้อมมอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ให้แก่นักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี - จ.เชียงใหม่ รวม 500 ชุด อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน 150 ชุด โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

ตำรวจภูธรภาค 1 เตือนภัย นักดื่มแอลกอกอฮออล์พึงระวัง พลาดถูกจับ นอนคุก ขึ้นศาล เสียเวลา เสียเงิน เสียประวัติ พร้อมกับแจงข้อกฎหมายและโทษ ที่จะเกิดขึ้น หลังจากเมาแล้วขับ…” ตำรวจภูธร ภาค 1

เตือนประชาชน ที่อยู่หรือเข้ามาทำภารกิจ ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 รับผิดชอบ เมาแลัวขับ โดนเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอลล์ เสี่ยงติดคุกและถูกปรับเงินพร้อมโทษทางอาญา ยังเช็คตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวดัง….”

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งควบคุมงานประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวเปิดเผยว่า

พลตำรวจโท สุรพลเปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้ มีความห่วงใย ในการขับรถ ของประชาชนซึ่งเดิมแอลกอฮอล์ซึ่งอาจ จะก่อให้เกิดอันตรายแก่ ตนเองและ ประชาชนที่ใช้ ท้องถนนและ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน อาจก่อให้เกิด อันตรายและเสียชีวิตได้

จึงให้ งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ1.) 🚨รู้หรือไม่ หากปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า “เมาแล้วขับ””เมาขับ“ อันตรายถึงชีวิต ผิดกฎหมาย อาจต้องโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี 🚨

🌡️ เช็กเลย ปริมาณ ”แอลกอฮอล์“ แค่ไหน = เมาแล้วขับ
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัม % ( สำหรับบุคคลทั่วไป )
▪️ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัม % ( สำหรับผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ มีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว ) 📍กฎหมายเกี่ยวกับเมาแล้วขับ ขับขี่ขณะดื่ม – เมาสุรา

เมาแล้วขับ – กระทำผิดครั้งแรก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับ 5,000 – 20,000 บาทเมาแล้วขับ – หากทำผิดซ้ำ ภายใน 2 ปี นับแต่กระทำผิดครั้งแรก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท ( ถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ )

เมาแล้วขับ – หากทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต โทษสูงสุด 10 ปี ปรับ 200,000 บาท เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ❗️ทั้งนี้หากต่อสู้ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ❗️

จะเข้าข่ายความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ( ป.อาญา ม.138 ) “เมาไม่ขับ“ ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมาไม่ขับ #ขับขี่ปลอดภัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติRoyalthaipolice

2.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา🚨⛑⛑ สวมหมวกนิรภัย ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน⛑⛑⛑ 👮🚨🪖 ตำรวจ สภ.นครหลวง ร่วมกับนายก อบต.แม่ลา รับมอบหมวกกันน็อก จำนวน 70 ใบ

จากบริษัทโรงผลิตไฟฟ้าเอกชน นิคมนครหลวง เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขับขี่ปลอดภัยในท้องถนน” แจกจ่ายให้ประชาชน ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนความปลอดภัยบนท้องถนน👮🚨🪖 Cr.#ตำรวจทำดี

ลาน้องไปช่องบก – ดวงดี ศรีวิชัย สื่อรัฐทีวี

แชร์เนื้อหานี้

เพลงของนักร้องรุ่นใหญ่ ดวงดี ศรีวิชัย ที่เจ้าตัวบอกว่าแม้เด็กสมัยใหม่ จะคุ้นชินกับเพลงลูกทุ่งแบบผสมผสานตามยุคตามสมัย แต่เจ้าตัวเองขอยืนยันที่จะร้องเพลงลูกทุ่งแบบดั้งเดิม คือ ชัดถ้อยชัดคำและมีการเอื้อนเสียงที่ชัดเจน

ประวัติ ดวงดี ศรีวิชัย อดีต รองผู้อำนวยการฝ่ายการท่า ท่าอากาศยานสุวรรณภมิ
อดีตเคยรับราชการในกองทัพอากาศ ด้านศิลปิน ชนะเลิศดาวรุ่งเสียงทอง ข่อง 7 สี ลูกทุ่งหน้าใหม่ชายยอดนิยมมหานครอวอร์ดส ฮิตเก่าทำใหม่ยอดนิยมมหานครอวอร์ดส ดาวเมฆขลาลูกทุ่งตอบแทนคุณดีเด่น บ้านเกิด จังหวัดตรัง
เบอร์โทรติดต่อ 063-5322956 065-1942919

ลาน้องไปช่องบก คำร้องทำนอง อ.แดง ธิดาทิพย์ เรียบเรียง อ.มาร์ค ใบเตย

ทหารกล้า วันนี้ต้องลาแฟน พี่จะไปชายแดน น้องอย่านั่งคอตก บอกคนดี พี่จะไปช่องบก โอ้เมียจ้า น้องอย่าน้ำตาตก ที่ชายแดนช่องบก ตอนนี้มีปัญหา เขตชายแดน ถูกเขมรรุกราน เหล่าชายชาติทหาร ต้องปกป้องพารา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั่วฟ้าเมืองไทย โปรดคุ้มครองทหารไทย ให้ปลอดภัยด้วยหนา หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโสธร กรมหลวงชุมพร ช่วยปกปักรักษา หลวงปู่ฝั้น ปู่มั่น ปู่โต๊ะ

พร้อมทั้งหลวงพ่อโต หลวงปู่ทิมต้องพา พระสมเด็จ กราบไหว้เสร็จคล้องคอ ผ้าถุงแม่ ไม่ลืมรูปถ่ายพ่อ ป้องกันตัวไว้คอ ท่องนะโม คาถา พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ น้องอยู่หลัง จงรอคอยฟังข่าว คอยติดตามเรื่องราว อย่ามัวนั่งโศกา ประเทศชาติไทยเราสำคัญ ใครมาแย่งแบ่งปัน นั้นไม่ได้หรอกหนา ศาสน์กษัตริย์ สิ่งที่เราเทิดทูน

ใครมาทำวายวุ่น เราไม่ยอมดังว่า ประเทศไทยตั้งแต่สมัยโบราณ เหล่านักรบ ทหาร ยอมพลีชีพแลกมา แผ่นดินทองของเราต้องไม่แหว่ง ใครมาชิงมาแย่ง เราพร้อมสู้ยิบตา ทหารไทย หัวใจ นักสู้ ทหารไทย หัวใจ นักสู้ ใครคิดเป็นศัตรู มันต้องสิ้นชีวา ทหารกล้า

วันนี้ต้องลาแฟน พี่จะไปชายแดน น้องอย่านั่งคอตก บอกคนดี พี่จะไปช่องบก โอ้เมียจ้า น้องอย่าน้ำตาตก ที่ชายแดนช่องบอก ตอนนี้มีปัญหา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุภาลัยรุกตลาดลพบุรี เปิดโครงการแรก “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” บ้านเดี่ยวหรู เริ่ม 2.99 ล้าน พร้อมโปรพิเศษวันเปิดตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2568 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการใหม่ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” ถนนสายลพบุรี-บ้านโคกตูม ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นทำเลทอง ใกล้โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เพียง 8 นาที นับเป็นก้าวแรกของศุภาลัยในจังหวัดลพบุรี ตอบรับวิสัยทัศน์ในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 2 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งเศรษฐกิจ การคมนาคม และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเขตเมือง

ที่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยและลงทุนระยะยาว ศุภาลัยนำแบรนด์ “ปาล์มสปริงส์” ลงตลาดลพบุรีครั้งแรกในครึ่งปีหลัง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ด้วยจุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ การออกแบบฟังก์ชัน และมาตรฐานการก่อสร้างที่เหนือกว่า

ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู มูลค่า 1,950 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 93 ไร่ จำนวน 390 ยูนิต ภายใต้แนวคิด Tropical Modern โดดเด่นด้วยดีไซน์โปร่งโล่ง ผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมชมวิวภูเขา มีบ้านให้เลือก 9 แบบ พื้นที่ใช้สอย 122–330 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99–13 ล้านบาท*

โครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และนวัตกรรม Smart Home Automation ในทุกยูนิต รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ

โปรโมชั่นพิเศษ ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ Pre-sale วันที่ 16–17 สิงหาคมนี้ ซื้อบ้านแถมรถ* (*ตามเงื่อนไขบริษัท) ณ โครงการ “ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ ลพบุรี” สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1720 หรือ Facebook: Supalai

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี / อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

ที่วัดมิ่งเมือง อ.เมืองน่าน จ.น่าน จัดพิธีเปิดศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน โดยมีพระราชศาสนาภิบาล เจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัด ทุกจังหวัด ตั้งขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นศูนย์ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่ คณะสงฆ์และประชาชน ที่ประสบภัยต่างๆในจังหวัดนั้นๆ และโดยจังหวัดน่าน มีมติคัดเลือก วัดมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นที่ตั้งศูนย์ประสานงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ประจำจังหวัดน่าน

กองทุนสาธารณสงเคราะห์ คณะสงฆ์จังหวัดน่าน มีเงินของกองทุน ณ วันนี้ จำนวน 1,137,239.18 บาทโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน ได้ดำเนินการมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือ วัดและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและเสียหายหนักจากอุทกภัยครั้งนี้ โดยมอบเงินช่วยเหลือวัดต่าง ๆ ใน 7 อำเภอ รวม 103 วัด ๆ ละ 5,000 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 515,000 บาท มอบเงินช่วยเหลือประชาชน ใน 103 คุ้มวัด ๆ ละ 5 ครัวเรือน รวม 515 ครัวเรือน ครัวเรือน ๆ ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 515,000 บาท รวมเงินของกองทุนที่จะมอบสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่วัดและประชาชน ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้

เป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 1,030,000 บาท ซึ่งจะทำพิธีมอบเงินแก่ เจ้าอาวาส 103 วัด ที่มารับมอบในวันนี้ และมอบเงินช่วยเหลือประชาชน 7 อำเภอ โดยผ่านเจ้าคณะอำเภอ พร้อมมอบน้ำดื่มและถุงยังชีพ ซึ่งได้รับการบริจาคจากภาคส่วนต่าง ๆ
นอกจากนี้ยังได้มอบคุณธรรมประกาศ

แก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยราชการ หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน คณะสงฆ์ ที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ในการให้ความสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนจังหวัดน่านที่ประสบอุทกภัยอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ธ.ก.ส. ยกหนี้ให้ครอบครัว “จ่าโต๋” ทหารกล้า – ภรรยาเผย “จะเลี้ยงลูกชายให้โตขึ้นเป็นทหารอย่างพ่อ เพื่อรับใช้ชาติ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุม ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร นายอติพิชญ์ จันทร์เพ็ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร แถลงข่าวการยกหนี้ให้แก่ครอบครัวของทหารผู้เสียสละ

โดยมีครอบครัวของจ่าสิบเอก ธวัชชัย บุสภา หรือ “จ่าโต๋” เข้าร่วมประกอบด้วย นายเฉลิมชัย บุสภา บิดา, นางวิไล บุสภา มารดา, นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยา และเด็กชายธนดล บุสภา บุตรชาย พร้อมด้วย พ.อ.อำนวย ยอดพันธ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมเป็นสักขีพยาน

จ่าโต๋ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 106 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ณ ฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสร้างความเสียใจแก่ครอบครัวและประชาชนทั้งประเทศ

มารดาของจ่าโต๋เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. สาขาคำชะอี ได้กู้เงินประกอบอาชีพเลี้ยงโคขุน 11 ตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสีย ธ.ก.ส. ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยอนุมัติ “การยกหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด” ตามนโยบายช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ

นายอติพิชญ์ กล่าวว่า นโยบาย “ช่วยเหลือด้วยหัวใจ” ของ ธ.ก.ส. ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่สะท้อนถึงการยืนหยัดในฐานะสถาบันที่เคียงข้างประชาชนในทุกมิติของชีวิต

นางวิไล บุสภา มารดาจ่าโต๋กล่าวทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า “ลูกชายคือความภูมิใจของครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณที่ ธ.ก.ส. และทุกหน่วยงานช่วยเหลือไม่ทอดทิ้ง”

ขณะที่ นางสาวรจรินทร์ สิงห์ศร ภรรยาจ่าโต๋ก็เผยว่า จะเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวให้ดีที่สุดในแบบที่พ่อของเขาหวังไว้ “ทุกครั้งที่จ่าโต๋โทรมา ต้องวิดีโอคอลหาลูกก่อนเสมอ… ลูกจะโตขึ้นเป็นคนดีและจะให้เดินตามรอยพ่อเป็นทหารรับใช้แผ่นดินไทย”

ธวัชชัยบุสภา #ธกส #ธกสมุกดาหาร #ทหารกล้า #ยกหนี้ #ชายแดนไทยกัมพูชา #เพื่อชาติ #จ่าโต๋ #มุกดาหาร #ช่วยเหลือด้วยหัวใจ #NewsUpdate #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ ธวัชชัย​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10ของ สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz

แชร์เนื้อหานี้

วันเวลาผ่านไปไวปานวอก ขอฝากบอก เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่เป็นFCของ คุณภูวนารถ ณ สงขลา บก. บห. Bangkok Wealth & Biz – บก.บห. BANGKOK TODAY และ นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ที่เวียนมาบรรจบครบรอบปีที่ 9 พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่10 บนอุดมการณ์ และจริยธรรมที่มั่นคง และ ตรงไปตรงมาโดยเฉพาะเป็นก้าวเดินในยุค Disrupt ที่สื่อพากันเหนื่อยล้ากันถ้วนหน้า
จากปี 2016 จนถึงวันนี้ครบ9ปีเต็ม สำหรับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ที่ยังเดินบนเส้นทางสายสื่อคุณภาพ จึงขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ กัลยาณมิตรทุกคนมาร่วมงานBangkok Wealth & Biz ก้าวสู่ปีที่ 10 ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรีพร้อมทั้งร่วมสานต่อโครงการร่วมร้อยดวงใจสู่สังคม ครั้งที่ 8 บริจาคเงินให้กับ โรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สำหรับโครงการ “เพื่อจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับคลินิกรักษ์ไต”


ยังมีเสียงกระซิบที่ส่งมาตามสาย จาก คุณภูวนารถ ณ สงขลา ว่า งานนี้งดรับกระเช้าดอกไม้ยินดี ขอเปลี่ยนเป็นการบริจาคเงินสดเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลอู่ทอง ไม่ว่าจะเป็นน้องรักนักร้องที่ไม่พกเงินสดสามารถสแกนคิวอาร์โค้ด ได้โดยไม่มีปัญหา !! งานเริ่มตั้งแต่10:30 น.เป็นการพบปะ ทักทาย ถ่ายรูปสังสรรค์ด้วยความผูกพันอันแน่น แฟ้นไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ พอได้เวลา อันสมควรแก่การบำรุงสุขภาพ ก่อนบ่ายอ่อนๆตอน11:45 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ลิ้มรสอาหาร เมนูเด็ดเจ้าเก่า “ขนมจีนแกงเขียวหวานไก่” ตามคำเรียกร้อง นอกจากนั้นในปีนี้คุณภูวนารถ ได้มีการมอบต้นไม้ที่ระลึกซึ่งทุกต้นเป็นผลิตผลจากแม่พันธุ์ในบ้านทั้งหมด ในธีม “ต้นไม้ในบ้าน ร่วมรักษ์โลก” มีทั้งไม้ประดับ สมุนไพร และไม้กินไม้ผลหลังจากนั้น เวลา 14:30 น. ปิดงาน
ส่วนการเดินทาง มาร่วมงานก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้ามาจากสะพานพระราม 4, สะพานพระนั่งเกล้าฯ, ถนนราชพฤกษ์ และถนนชัยพฤกษ์ ปักหมุดชุดแรกที่ “เกาเหลาอากง” เมื่อถึงแล้ว ค่อยปักหมุด “หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1” เพื่อป้องกันการถูก Map พาไปด้านหลังหมู่บ้านฯ ซึ่งจะเข้าไม่ได้ นะขอบอกอย่าให้Mapมันหลอกก็แล้วกัน ห้ามพลาด !! วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ หมู่บ้าน ดิ เอมเมอรัลด์ การ์เด้น 1 ปากเกร็ด นนทบุรี สวัสดี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมการประมงปัตตานี ร่วมกับ กำลังพลภาค 4 และ ศอ.บต. ร่วมส่งอาหารทะเลอบแห้งและของใช้จำเป็น จากใจชายแดนใต้ ช่วยแนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กว่า 6 พันชุด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ ( 1 สิงหาคม 2568 ) เวลา 15.00 น. ที่สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและภาคีเครือข่าย นำโดย นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ , คุณ อันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี, นายวีระ ศรีชัย หัวหน้าท่าเทียบเรือประมงปัตตานี และน้ำใจจากพี่น้องประชาชนชายแดนใต้

ร่วมส่งธารน้ำใจ ผ่านเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด และอาหารทะเลอบแห้งกว่า 5,000 ชุด โดยลำเลียงด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จากมณฑลทหารบกที่ 46 ไปยังมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ส่งตรงถึงมือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทหารหาญที่อยู่แนวหน้า รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอยู่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เปิดศูนย์รับบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภค สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันให้พี่น้องชาวใต้ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนอีสานใต้ จากสถานการณ์การสู้รบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และช่วยเหลือภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้วยการร่วมบริจาคแบ่งปัน เสื้อผ้า อาหารแห้ง หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ที่ สำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หมายเลขโทรศัพท์ 095-949-5549 (พันโท พุฒิเศรษฐ์ ตั้งเชยวิไล)

“ร่วมส่งธารน้ำใจไทยจากแดนใต้…สู่ชายแดนอีสานใต้ บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และช่วยน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือของไทย”

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ๗๓ พรรษา “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ปลูกต้นยางนา ตามรอยพ่อ/รถสิบล้อพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสด ต.โนนหันอ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

โครงการปลูกต้นไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวันสำคัญ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๘
เทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ณ บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) บ้านมิตรภาพ หมู่๙ ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น


วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียน พร้อมกัน ณ บริเวณพื้นที่สาธารณะ(ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลรวมฤทัย) ๐๙.๐๐ น.ประธานในพิธี โดย นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายสัญญพงศ์ จงแจ้ง ปลัดเทศบาลตำบลโนนหัน(นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับกลาง) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน ประธานในพิธี และผู้เข้า

ร่วมโครงการ ร่วมบันทึกภาพ ประธานในพิธี หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้เข้าร่วมโครงการ ร่วมปลูกต้นไม้ มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ทั้งท้องถิ่น และท้องที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ อธิ นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต3 อำเภอชุมแพ


นางสาวดลดา กาญจนกิจบำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายอัมรินทร์ อารัมภ์วิโรจน์ รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนหันนางสาวจารุณี จันเวียง ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน นายสงวน สีน้ำอ้อม เลขานุการนายกเทศมนตรี

ตำบลโนนหัน นายศิริชัย บุตรจันทร์ ประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน นางแววตา ตู้จำรัส รองประธานสภาเทศบาลตำบลโนนหัน ร.อ.ธนกฤต แสงราชา ผู้แทนผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ หัวหน้าสถานีตำรวจชุมชนย่อยโนนหัน ปลัดอำเภอชุมแพ

นายบุญส่ง ทองมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหัน กล่าวถึงการปลูกต้นไม้ เป็นกิจกรรมหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และช่วยเพิ่มพูน

ความหลากหลายของระบบนิเวศน์ที่สังคมมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยในการดำเนินชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัจจุบันการปลูกต้นไม้ มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขี้น

และกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยจัดการต้นน้ำลำเชิญสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น และสถานีเพาะชำกล้าไม้ชุมแพ ที่ให้การสนับสนุนพันธ์ไม้ใช้ปลูกสำหรับโครงการวันนี้

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

รถสิบล้อเสียหลักพุงชนรถจอดริมถนนหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ ศ 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.รถสิบล้อ 71 1897 พระนครศรีอยุธยา ทราบชื่อภายหลังนายสายชล เหมันต์ธันวา ผู้ขับรถคันดัง

กล่าวบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้ขับรถไปส่งของที่จังหวัดเลย ขากลับรถยนต์เสียหลักชนรถที่จอดริมถนนตลาดสดเทศบาลตำบลโนนหัน

ทำให้มีผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลชุมแพ 1 ราย ทะเบียนรถ กฉ 6236 เลย (ยังไม่ทราบชื่อผู้บาดเจ็บ)รถยนต์เสียหาย จำนวน 7 คัน และทรัพย์สินทางราชการเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ชุมแพ ได้นำตัวคนขับรถสิบล้อไปสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ทางด้านนายบุญส่ง คำมูล นายกเทศมนตรีตำบลโนนหันได้สังการให้หน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลโนนหัน มาอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุการครั้งนี้ พร้อมประสานหัวหน้าหมวดทางหลวงโนนหัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ย่อยชุมชนโนนหัน ได้ออกมาอำนวยความสะดวกในเส้นทางดังกล่าว

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

แชร์เนื้อหานี้

28 กรกฎาคม 2568 เมื่อเวลา09.00น.ของวันที่ 22 ก.ค. 68 พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) พร้อมด้วยกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ส.ท. ร่วมกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านบึงบอน ต.กลางดง อ.ทุ่งเสลี่ยม จว.ส.ท. โดยร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 500 ต้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีคณะพระสงฆ์จากวัดในพื้นที่,

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา, ผู้อำนวยการโรงเรียน, คณะครู ผู้ปกครองนักเรียน, นักเรียน รร.บ้านบึงบอน, ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน

พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบโรงเรียนให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยช่วยเหลือสังคม

แชร์เนื้อหานี้

16 กรกฎาคม 2568 : 13.00-15.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,ดร.อนุชิดา ชินศิรประภา ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้ นางวิไล รุ่งรัตน์มณีมาศ รองประธานกรรมการ จ.สมุทรปราการ และนางคำนึง นิยมสุข กรรมการ,นายสนั่น สุขแสง นายก ทต.คลองด่าน,นางสายสุณีย์ จันทร์ดี ผอ.รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] และคณะ,ผญบ.ม.4,5,6,7,8,อสม.ต.คลองด่าน,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ ผู้ประสานงาน : ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์คนพิการ และมอบชุดเยี่ยมให้คนพิการ จำนวน 10 ราย ณ รพ.สต.คลองด่าน ม.7 [สร่างโศก] อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ

*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***

  • สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม [ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำปลา บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ฯลฯ] จำนวน 10 ชุด
  • ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ : บริจาคน้ำดื่ม 10 โหล,บะหมี่สำเร็จรูป 10 ห่อ
  • สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ประธานกรรมการประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 16สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล
  • ชมรมช่วยเหลือสังคมทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่1

ศูนย์คุณธรรมจัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” จุดประกายสื่อสร้างสรรค์คุณธรรมพลังบวก

18 กรกฎาคม 2568 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “Active Media for Moral Ecosystem” ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศคุณธรรมกับเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อมุ่งส่งเสริมความร่วมมือ และการรวมพลังของ “นักสื่อสารมวลชน” ในการถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมคุณค่าทางสังคม โดยยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณสื่อมวลชน โดยได้รับความสนใจจาก บุคลากรสื่อสารมวลชน เข้าร่วม จำนวนกว่า 45 คน ณ ห้องรัชโยธิน ชั้น 20 โรงแรมเดอะ บาซาร์ แบงค็อก กรุงเทพมหานคร

การอบรมครั้งที่ 1 ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี, คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว PPTV, คุณอริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักรณรงค์เพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ดำเนินรายการโดย คุณณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น นักจัดรายการวิทยุและพิธีกร สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังได้ระดมความคิดเห็น และเรียนรู้เทคนิคเติมเต็มประเด็นที่มีคุณค่าในผลงาน โดย ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดีด้านวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการ “สื่อสารคุณธรรมพลังบวก“ โดยมุ่งส่งเสริมให้เครือข่ายสื่อมวลชนได้เรียนรู้ รับฟัง และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สะท้อนคุณค่าทางสังคม อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของการสื่อสารเชิงบวก

ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรมยังได้เน้นย้ำบทบาทของเครือข่ายสื่อมวลชนในฐานะพลังขับเคลื่อนระบบนิเวศคุณธรรม ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมผ่านสื่อ ส่งเสริมความรู้เท่าทัน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งผลักดันแนวคิด “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม” ผ่านรางวัล THAILAND MORAL AWARDS เพื่อยกย่องผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ บุคคลต้นแบบ และองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนคุณธรรม


.นโอกาสเดียวกัน ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ “มูลนิธิองค์กรทำดี” โดยมี ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวแทนรับมอบ เนื่องด้วยเป็นองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงพลังของ “ความดีที่จับต้องได้” ผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

การจัดตั้งโรงครัวสนามในพื้นที่ประสบภัย การแจกจ่ายอาหารและสิ่งของจำเป็น การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อแก่บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ตลอดจนการฟื้นฟูโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ มูลนิธิองค์กรทำดี ยังเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อพลังบวกให้กับคนไทยจำนวนมากในการลุกขึ้นมาทำความดีในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพราะทุกความช่วยเหลือล้วนมีคุณค่า และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคนได้อย่างแท้จริง

กิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง “สื่อคุณธรรม” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน
.
.
ภาพ/ข่าว: กลุ่มงานสื่อสารและรณรงค์ทางสังคม

ศูนย์คุณธรรม #ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #กระทรวงวัฒนธรรม

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
🌐 Facebook : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand
🎥 YouTube : Moral Channel

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ส่งมอบเมตตาธรรมสู่สรรพสัตว์ มอบเงินสนับสนุนยารักษาโรค โคกระบือไถ่ชีวิต ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงฯ จังหวัดลพบุรี และเตรียมขยายการเยี่ยมเยียนช่วยเหลือไปจังหวัดอื่นๆ

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์ วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ เป็นตัวแทนกัลยาณมิตร เยี่ยมเยียนและมอบเงินสนับสนุนเป็นค่ายารักษาโรค

พร้อมทั้งดูความเป็นอยู่โคกระบือที่เคยไถ่ชีวิต (ในวาระต่างๆ) เพื่อเป็นหลักประกันและประสานความร่วมมือหน่วยรับมอบ ฝากให้เลี้ยงดูโคกระบือไถ่ชีวิต ให้มีชีวิตยั่งยืนอยู่เป็นสุขสบาย ทั้งตัวพ่อแม่และลูกหลานที่เกิดมาภายหลัง ตามวัตถุประสงค์กัลยาณมิตรผู้ร่วมพลังบุญ ถวายเป็นพุทธบูชา ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

โดยเมตตานุเคราะห์ รับเลี้ยงดูแลของหน่วยงานทหารพันธ์ดี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดลพบุรี อาทิ

  • กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ โดย กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ , กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 11 กรมทหารปืนใหญ่ที่1 รักษาพระองค์
  • ศูนย์การบินทหารบก
  • ศูนย์การทหารปืนใหญ่

ทั้งนี้ เมื่อได้เยี่ยมเยียนโคกระบือในสถานที่จริงแล้ว ก็ได้รับฟังข้อเสนอแนะ และพิจารณาสงเคราะห์ช่วยเหลือรายกรณี แม้ผู้เยี่ยมเยียนอาจลำบากและใช้เวลามาก … แต่ก็เพื่อต่อลมหายใจให้สรรพสัตว์เหล่านี้ มีความสุขสบาย อายุยืนยาว ต่อไป

ขอส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐานนี้ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน ให้ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ปรารถนามงคลใดๆ ให้สำเร็จผลตราบถึง พระนิพพาน เทอญ…เชิญติดตามข่าวสาร มูลนิธิพุทธภูมิธรรม … ธรรมทาน งานบุญ ที่

: มูลนิธิพุทธภูมิธรรสาธุๆๆอนุโมทามิฯมูลนิธิพุทธภูมิธรรพุทธภูมิธรรมนำสุขทำบุญ #สุขใจที่ได้ทำบุญให้ทาน #ธรรมทาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 พล.ต.สมคิด ชูเผือก ผบ.มทบ.44 ให้เกียรติมาเป็นประธาน กิจกรรม จิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เนื่องใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดี ศรีสนทรมหาวชิราลงกรณ์ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน โครงการจิตอาสาพระราชทาน ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปรองดองสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ

เพื่อประโยชน์ สุขของประชาชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพัน ในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จึงเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ในวันนี้ท่านทั้งหลาย และนักศึกษา วิชาทหารทั่วประเทศ ได้มาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมแสดงพลัง ความจงรักภักดี และทำกิจกรรมจิตอาสา ให้สำเร็จเป็นไปตาม

วัตถุประสงค์ และในกิจกรรมครั้งนี้ ยังมุ่งหวังให้นักศึกษาวิชาทหารเป็นต้นแบบ ในการปลุกพลังความดี ที่มีอยู่ในหัวใจของแต่ละคน นำไปสู่การปฏิบัติ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้า ปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า

พลตรีสมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ 73 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2568 นี้ ข้าพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา

พระราชทาน ต่างมีความปลื้มปีติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ทรงมีพระเมตตา ในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน มีความรัก ความสามัคคี และพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น และยั่งยืน

อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี พระบรมราโชบาย ให้เริ่มทำจากเล็กไปใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ปวงข้าพระพุทธเจ้า ต่างสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอทำ กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการร่วมกันทำความดี เฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้ง จะปฏิบัติตนเป็นคนดี เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดไป พร้อมทั้งขอพระราชทาน พระราชวโรกาส น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช และสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ได้โปรดคุ้มครองใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงมี พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษม สำราญ และทรงเป็นร่มโพธิ์ทอง ของปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าข้า ขอรับ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ