คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จ.มุกดาหาร ประจำปี 2568 และ เปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ณ อนุสาวรีย์พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2568

งานวันสหกรณ์แห่งชาติ จัดดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ให้กำเนิดขบวนการสหกรณ์ไทย โดย วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการสหกรณ์ไทย ซึ่งปัจจุบันขบวนการสหกรณ์ได้เติบโตไปทั่วประเทศ โดยในจังหวัดมุกดาหาร มีสหกรณ์ที่ดำเนินงานอยู่ 45 แห่ง สมาชิกกว่า 28,797 คน และทุนดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านสารจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบรางวัลแก่สหกรณ์ดีเด่นและเกษตรกรดีเด่นประจำปี มอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสหกรณ์แก่สมาชิกใหม่ มอบทุนการศึกษานักเรียน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์จากกลุ่มสมาชิก

ทั้งนี้งานนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการทางการเกษตร การแสดงผลผลิตของกลุ่มสหกรณ์ และการประกวดสินค้าคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์อีกด้วย

ภาพ​/ข่าว – ปฐมพงษ์ ธุศรีวรรณ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ผู้ว่าฯมุกดาหารเปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

เมื่อ​วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด Seal Stop Safe อำเภอเมืองมุกดาหาร ณ จุดตรวจจุดสกัดและเฝ้าระวังบ้านส้มป่อย หมู่ที่ 2,8 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัด นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ตำบลนาสีนวน ร่วมพิธีเปิด

โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเพื่อป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลโดยในห้วงระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ -กรกฎาคม 2568 ต้องเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามช่องทางด่านตรวจ หรือจุดตรวจ ท่าเทียบเรือบริเวณชายแดน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติด

นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหารกล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหารได้ร่วมบูรณาการเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)โดยใช้กลไกของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

(ชรบ.)ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ให้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ทั้งการตรวจตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ฯลฯ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนและป้องกันเฝ้าระวังเรื่องยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในหมู่บ้านชายแดน 13 หมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสกัดกั้นยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชรบ. ณ ด่านประเพณีบ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้เพิ่มกำลังพลและผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่พร้อมสกัดกั้นชายแดน เพื่อทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติด

นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบนโยบายปฏิบัติการ Seal Stop Safe ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ติดแนวชายแดน 72 กิโลเมตรในพื้นที่ อำเภอ หว้านใหญ่ เมืองมุกดาหารและดอนตาล

โดยขอให้เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ บูรณาการการทำงานกันทุกภาคและร่วมผนึกกำลังกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ,อพปร ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ ปฎิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สิ่งผิดกฏหมาย รวมถึงการป้องกันและสกัดกั้นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบเข้าออกประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติจังหวัดชายแดน

ภาพ​/ข่าว – วันวิภา แพงแก้ว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” กลับมาอีกครั้ง! ปีที่ 4 ปักหมุดย่านฝั่งธนฯ เอาใจคนรักรถเปิดประทุน และรถคลาสสิค

แชร์เนื้อหานี้

กรุงเทพฯ, 8 กุมภาพันธ์ 2568 – กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับงาน “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 4 และย้ายสถานที่มาจัดที่ ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต เอาใจเหล่าคนรักรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคในย่านฝั่งธนฯ

งานนี้จัดขึ้นโดย คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพรเณอเอม และ เณอเอมรีสอร์ท หัวหิน ร่วมกับ คุณทรงสิทธา จันทรา จาก บริษัท บางกอกอีเว้นท์แมเนจเม้นท์ จำกัด และ คุณบุญเลิศ คงเจริญ และ คุณเลิศมงคล คงเจริญ ผู้บริหาร ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังพญานาค, ยูอีคอฟ ยาอมสมุนไพรผสมมะขามป้อม และวีว่า กระดาษเปียกออร์แกนิก เบบี้ไวพส์ ไฮไลต์ของงาน

ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเร้าใจ! เปิดเวทีด้วยการประชันพลังแขนจาก “จอช นิโคลัส” แชมป์โลกงัดข้อ จากสมาคมกีฬางัดข้อแห่งประเทศไทย (Arm Fight Thailand) ที่จะมาท้าประลองกับผู้เข้าร่วมงาน สร้างสีสันและความสนุกสนาน ก่อนที่เหล่าบรรดาคนรักรถจะทยอยนำรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคเข้ามาร่วมโชว์

จากนั้น คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร จะเปิดวีดิทัศน์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ ชมภาพยนตร์กลางแจ้งสุดคลาสสิค ท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ของตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต

งานเปิดประทุนกินลมชมหนัง #รถคลาสสิค #รถเปิดประทุน #รถสะสม #งัดข้อ #ArmFightThailand #ยาดมเณอเอม #ยาดมสมุนไพร #ตลาดตวงทองไนท์มาร์เก็ต #สมาคมงัดข้อ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 กระตุ้นการท่องเที่ยว / นายกพัทยา นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย/งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 /สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

แชร์เนื้อหานี้

           ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลจาก ททท.สำนักงานพัทยา เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของเมืองพัทยาที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 คืองานเทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา Pattaya International Kite Festival โดยมีกำหนดจัดงานบริเวณชายหาดพัทยากลาง บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับเทศกาลว่าวนานาชาติ 2568 Pattaya International Kite Festival 2025 ปีนี้ มีไฮไลต์พิเศษว่าว Snoopy และว่าวยักษ์หลากหลายรูปทรงและสีสัน รังสรรค์โดยนักเล่นว่าวมืออาชีพจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะเติมสีสันให้ท้องฟ้าพัทยาสวยงามยิ่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศริมชายหาดสุดคลาสสิก 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงว่าว LED ยามค่ำคืน, การแสดง Sport Kite จากไต้หวัน, การแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเสน่ห์ไทย, เวิร์กช็อปสอนทำว่าวและการบังคับว่าว รวมทั้งตลาดสินค้ากว่า 50 ร้าน จำหน่ายว่าวและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

นายกพัทยานำทัพผู้ประกอบการท่องเที่ยวบุกตลาดซาอุดีอาระเบีย บินตรง Roadshow to Riyadh

นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา นำทัพผู้ประกอบการพัทยา (Sellers) 16 หน่วยงาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในงาน Roadshow to Riyadh ณ โรงแรม Rosh Rayhaan ริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ เพื่อเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการซาอุดิอาระเบีย (Buyers) จำนวนกว่า 50 หน่วยงาน โดยมี นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัตถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพัทยา) นางดารัตน์ สุรักขกะ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมงาน พร้อมได้รับเกียรติจาก นางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูตไทย ประจำกรุงริยาด เป็นประธานเปิดงาน

โดยในปี2024 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวตะวันออกกลางเดินทางมาท่องเที่ยวใน ประเทศไทยโดยประมาณ 742,209 คน ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบียส่วนหนึ่งที่ได้เดินทางเข้ามาพัทยาเป็นนักท่องเที่ยวทีมีคุณภาพ เนื่องจากพัทยามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีสินค้าและบริการหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายไลฟ์สไตล์ อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพ (Health &Wellnes) กลุ่มครอบครัว (Family) และกลุ่มอื่นๆ โดยภายในงาน เมืองพัทยาได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่สร้างความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

เตรียมเนรมิตชายหาดจอมเทียนจัดงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 กระตุ้นสีสันเมืองท่องเที่ยว

วันที่ 11 ก.พ.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแถลงข่าวเตรียมจัดงาน เทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 ในวันที่ 28 ก.พ.- 1 มี.ค.68 บริเวณชายหาดจอทเทียน (หน้าโรงแรม The Now Hotel) เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยมี นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา คุณวรรณดี เมืองแก้ว หัวหน้าสำนักปลัด อบจ.ชลบุรี นายสุรัตน์ เทพฉายโต ผอ.สำนักการท่องเที่ยวและกีฬาเมืองพัทยา นายพรชัย สังข์เอียด ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา ร่วมพิธีแถลงข่าว

งานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ อบจ.ชลบุรี เมืองพัทยา ททท. กรมเจ้าท่า และสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวด้วยชื่อเสียงของอาหารทะเลในจังหวัดชลบุรี

โดยงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารซีฟู้ดริมทะเล ประจำปี 2568 Pattaya Squid Fair 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน Pirates Treasure Under The Sea ซึ่งมีการจัดดพื้นที่ออกร้านจำหน่ายอาหารทะดบจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จำหน่ายอาหารพื้นเมือง และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่กว่า 50 ร้านค้า มีพื้นที่พิเศษบริการอสหารและเครื่องดื่มแบบ Local Beach Food Experience สัมผัสรสชาติแบบวัฒนธรรมอาหารทะเลท้องถิ่นชายทะเล และเวทีแสดงดนตรี

สถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี

 ค่ำวันที่ 11 ก.พ.68 ที่โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับและร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาท่าเรือแหลมฉบัง ครบรอบ 34 ปี LCP 34th Anniversary Party : Laem Chabang Port Movies Night โดยมี ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีฯ  ด้วยท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 มีความสามารถรองรับเรือสินค้าได้เพียง 74 เที่ยว และมีตู้สินค้าผ่านท่าเพียง 1,360 ทีอียู จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 34 ปี ผู้บริหารและพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ตลอดจนความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการขนส่ง สายการเดินเรือต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปัจจุบัน ผลประกอบกบรของท่าเรือแหลมฉบัง ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าฯ มากกว่า 9 ล้านทีอียู และติดอันดับ 1 ใน 17 ของโลก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่าเรือแหลมฉบัง ยังคงมีโครงการพัฒนาด้านต่างๆ เพี่อพร้อมรองรับการพัฒนาสู่มาตรฐานการเป็นท่าเรือระดับโลก ได้แก่ โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ท่าเรือแหลมฉบัง โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ AI) และ โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ และเป็นการแสดงความขอบคุณในมิตรไมตรีทุกท่านได้ร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์ให้ท่าเรือแหลมฉบังบรรลุสู่เป้าหมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้ว…เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 23 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 รวมระยะเวลา 15 วัน ณ แปลงปลูกดอกเบญจมาศ อบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมานายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานพิธีเปิดงานพร้อมท่านเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภาและแขกผู้มีเกียรติทุกภาคส่วน

ท่ามกลางทุ่งดอกเบญจมาศมากกว่า 20 สายพันธุ์ บานสะพรั่งบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในบรรยากาศอากาศเย็นสบายของวังน้ำเขียวในเดือนแห่งความรัก สร้างบรรยากาศโรแมนติกเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตอนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ของงานมากมาย

ตักบาตรกลางแปลงเบญจมาศ – วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07.00 น.
จดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์ – วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.
การแข่งขันมวยพื้นบ้าน – วันที่ 8, 15, 21 และ 22 กุมภาพันธ์ 2568
กิจกรรมเดิน-วิ่ง-ปั่น (สมัครฟรี) – วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายกอามีร”ร่วมละหมาดฮายัตเพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของชาวรือเสาะให้ประชาชนมีชีวิตดีถ้วนหน้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สำนักงานเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ภายใต้การนำของนายลาเต๊ะ ยามาสะตา โต๊ะอีหม่ามมัสยิดอัลฮีดายะห์ นายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล

ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตขอพร(ดุอาอ์)จากพระผู้เป็นเจ้า(อัลลอฮฺ ซ.บ.) เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสันติสุขเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตลอดจนสร้างความเจริญให้กับชาวรือเสาะ โดยมีประชาชนในพื้นที่และต่างพื้นที่ต่างมาแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

โดยภายหลังจากละหมาดฮายัตนายอามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ ได้เข้าประชุมสามัญสมัยแรก (สมัยที่ 1) ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมจันปิยะ เทศบาลตำบลรือเสาะเพื่อแถลงนโยบายและวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภาเทศบาล ซึ่งมีวิสัยทัศน์ว่า“พูดจริง ทำจริง ไม่ทิ้งปัญหา เข้าหาประชาชน”สังคมพหุวัฒนธรรม นำสู่เมืองน่าอยู่ ผู้คนมีสุข โดยมีนโยบายการพัฒนาด้านต่างๆจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลกลาง

นโยบายส่วนภูมิภาค และส่วนของพื้นที่ ที่สำคัญ จะต้องคำนึงถึงความต้องการของท้องถิ่น ศักยภาพของท้องถิ่น การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นนโยบายที่จะแถลงให้สภาเทศบาลตำบลรือเสาะได้กำหนดไว้ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. นโยบายด้านการบริหารโดยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน 2. นโยบายด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3. นโยบายด้านการศึกษา ศาสนา กีฬา ประเพณีและวัฒนธรรม 4. นโยบายด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน

  1. นโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ
  2. นโยบายด้านเศรษฐกิจนอกจากนี้นายกเทศมนตรีเชื่อมั่นว่านโยบายที่ได้แถลงต่อสภาฯสามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมสำเร็จได้นั้น จะต้องมีความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากครอบครัวเทศบาลตำบลรือเสาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากท่านสมาชิกสภาเทศบาล ผู้อำนวยการกองฝ่าย พนักงาน และ เจ้าหน้าที่เทศบาลทุกคน และการมีส่วนร่วมจากชุมชนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเป็นสำคัญ ให้สามารถขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลาย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ครอบครัวอบอุ่น สังคมสงบสุขและสันติ บริหารงาน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอันนำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืนโปร่งใส ตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะรับฟังทุกข้อเสนอ ทุกความคิดเห็น ทุกคำแนะนำ ทุกเสียงสะท้อนที่เป็น ประโยชน์ต่อการร่วมแก้ปัญหา ร่วมพัฒนาในทุกมิติ แม้เราต่างฝ่าย ต่างหน้าที่ แต่เราก็มี เป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อร่วมนำพาเทศบาลตำบลรือเสาะ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏสวนสุนันทา จัดประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง เฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็มวี ทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด จัดงานแถลงข่าวการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 (MCIT) รอบภาคกลาง ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน โดยมี รศ.ดร.สุดาวรรณ สมใจ และ ดร.อัครมณี สมใจ ประธานกองประกวดฯ MCIT ภาคกลาง ร่วมนำเสนอความยิ่งใหญ่ของเวทีประกวด ในคอนเซ็ปต์ “The Creative Commerce World โลกแห่งการค้าที่สร้างสรรค์” พร้อมเผยไฮไลท์และกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ ที่จะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมอย่างดุเด็ดเผ็ดมันแบบลุกเป็นไฟในรอบ Final การประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง ถือเป็นการเฟ้นหาสาวไทยเชื้อสายจีน ที่มีความสามารถโดดเด่น และเป็นตัวแทนภาคกลางไปสู่เวทีระดับประเทศ และต่อยอดสู่เวทีระดับโลก Miss Chinese International Pageant 2025 ที่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2568 ซึ่งงานแถลงข่าวยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี และเป็นการแสดงถึงความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ

งานแถลงข่าวยังได้เปิดเผยกิจกรรมสุดพิเศษที่น่าจับตามอง ได้แก่ การแสดงรอบความสามารถ โดยสาวงามจะได้โชว์ทักษะการไลฟ์ขายสินค้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงยุคดิจิทัล และการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ จอย บียอนด์ , ฝ้ายไทย ไหทองคำ , หนึ่ง ภาณุวัฒน์ และ อีฟ อรวรรณ การมอบรางวัลคนดีจิตอาสา 2568 และการประกาศรางวัล Popular Vote ซึ่งตกเป็นของ MCC 02 น้องไข่มุก ณัฐพร ทองเจริญทรัพย์ งานนี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้มีเกียรติมากมาย รวมถึงสถานที่ในการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ คุณเทอดศักดิ์ ชานันโท ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน , คุณธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Chinese International Thailand , คุณอรวรรณ พิไลวรเพชร ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายการจัดการธุรการและโครงการประกวด , คุณพงษกร อภิภัสร์เดชากุล ผู้อำนวยการกองประกวด MCIT ภาคกลาง ฝ่ายกิจกรรมและ

การประชาสัมพันธ์ , คุณภาณุวัฒน์ เชษฐรตานนท์ ประธานคณะกรรมการตัดสินฯ , คุณภูชิต ธนกรเจริญ ประธานมูลนิธินำเหยามาโจ้วเก็ง คุณศิริพร กนกภูมิรุจา บ.ปาป้าฟีเวอร์ จำกัด , คุณสุวัฒน์ มีสุข Ceo Porsche Exotic zoo และ King Lion Enterprise ซึ่งในรอบ Final เราจะได้เห็นสัตว์เลี้ยงแปลกๆได้ขึ้นมาโชว์ร่วมกับนางงามอีกด้วยรวมถึงเหล่านางแบบกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมเดินแบบในงานครั้งนี้อาทิ คุณสาธิตา ไพรเถื่อน ,คุณณัฐอร ตุ้ยสอน ,คุณเจรีส วิสุทธิรัตน์ ,คุณนงนุช สอนสติ และนาวาโทหญิง ธัญญธร นุชนารถ

สำหรับรอบ Final Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลาง จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม พร้อมกับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และเซอร์ไพรส์มากมาย ซึ่งกองประกวดฯ จะได้นำเสนอความน่าสนใจของเวทีนี้ให้กับผู้ชม โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และเป็นเวทีสำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไปติดตามความเคลื่อนไหวของการประกวด Miss Chinese International Thailand 2024 รอบภาคกลางได้ที่ เพจกองประกวด มิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ ภาคกลาง https://www.facebook.com/profile.php?id=61567227627886&mibextid=ZbWKwL และช่องทางโซเชียลมีเดียของกองประกวดฯ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-160-1360

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “มหกรรมส้มสีทอง ของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568” ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนาภาคเหนืออำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง  ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธาน พิธีเปิดงานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 โดยมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดน่าน หน่วยงานภาคีเครือข่าย และประชาชน เข้าร่วมงานฯจำนวนมาก งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ส้มสีทอง น่านเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น มาตรฐาน GI สู่ตลาดสากล พร้อมกับส่งเสริมการสร้างแบรนด์และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์ เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" ซึ่งเป็นงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดน่าน ในปีนี้เป็นการดำเนินงานภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และยกระดับการท่องเที่ยวน่านสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ดี ประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีเป้าหมายในการส่งเสริมการนำอัตลักษณ์พื้นถิ่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาใช้ในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เป็นสินค้าเกษตรชนิดใหม่ให้รองรับความต้องการของตลาดยุคใหม่  ส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่นและสร้างจุดเด่นความแตกต่างของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันในประเทศต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าของเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและการสร้างความต้องการของสินค้าด้วยการสร้างเรื่องราวของสินค้า ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในคุณภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวน่านมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยื
ด้านนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวว่า "งานมหกรรมส้มสีทองและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568" จัดขึ้นในวันที่ 24-26 มกราคม พ.ศ. 2568 ณ ลานรวมใจ ริมแม่น้ำน่าน สะพานพัฒนา

ภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในครั้งนี้ ได้มีการรวบรวมร้านค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง และของดีเมือง น่านกว่า 100 ร้านค้า มาจัดจำหน่าย และยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมายภายในงาน อาทิเช่น การประกวดส้มสีทองเมืองน่าน การประกวดทำอาหาร Chef’s Table จากผลิตภัณฑ์ส้มสีทอง นิทรรศการมีชีวิตส้มสีทองและของดีเมืองน่าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมบันเทิงบนเวทีทุกวัน และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาที่ทอง พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพบก ร่วมใจแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน/สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี/องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง

แชร์เนื้อหานี้

องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 เพื่อนำไปมอบให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

วันที่ 22 มกราคม 2568เวลา 9.00 น. ที่บริเวณหอประชุมอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  องค์กรภาคประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ น้อมเกล้าถวายปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ร่วมสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 โดย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธี เพื่อมอบแก่พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 ผู้แทนกองทัพเรือ ที่จะเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในถิ่นทุรกันดารพื้นที่ภาคเหนือ

ในโอกาสนี้ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน ตัวแทนส่งมอบฯจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายชลธี ศรีชะเอม นายกสมาคมชาวประมงบางสะพาน กล่าวรายงานถึงที่มาของกิจกรรมน้อมเกล้าฯ โดยสมาคมชาวประมงบางสะพาน สมาคมชาวประมงประจวบคีรีขันธ์ และสมาคมประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ พี่น้องชาวประมง และองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงได้ร่วมกันสืบสานโครงการด้วยการน้อมเกล้าฯ ถวายปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน โดยในปีนี้ ได้เชิญชวนสมาชิกชาวประมง  สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปตท.สผ.

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด บริษัท ปลาดีเกลือดี จำกัด ล้งเกลือโชคธีรศักดิ์ กลุ่มเหล็กสหวิริยา SVL Group แพปลาซุ่งกี่ ชุมชนรัตนโกสินทร์ กลุ่ม Young Bangsaphan องค์กรภาคเอกชน  ประชาชนทั่วไป ร่วมกันบริจาคโดยมีรายละเอียดดังนี้ ปลากะตัก จำนวน 2,100 กิโลกรัม เกลือไอโอดีน 3,060 กิโลกรัม และปลากระป๋อง จำนวน 1,000 กระป๋อง ให้กับสำนักงานโครงการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ประจำปี 2568 ผ่านกองทัพเรือ โดยเสด็จพระราชกุศล นำไปพระราชทานให้แก่ นักเรียน และประชาชนที่ขาดแคลนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยในปีนี้เป็นปีที่ 29 ของกิจกรรมฯ นี้ ซึ่งในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 จะได้มีการจัดพิธีส่งมอบให้แก่ผู้แทนโครงการ ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนพะเด๊ะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้ารับพระราชทานปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อนส่งมอบให้กับ พลเรือตรี กรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1ผู้แทนกองทัพเรือ เพื่อส่งมอบต่อให้กับกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 จากนั้นผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันปล่อยขบวนลำเลียงปลากะตักแห้ง และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีนพระราชทาน เคลื่อนที่ออกจากบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเดินทางไปส่งมอบให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สภาการสื่อมวลชนฯ จัดอบรมครูประจวบฯ-เพชรบุรี ช่วยเด็กรู้เท่าทันสื่อ กระตุ้นการวิเคราะห์ผ่านการอ่านหนังสือพิมพ์

Oplus_131072

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.68 ที่ห้องประชุมโรงแรมจีหัวหิน รีสอร์ทแอนด์มอลล์ จ.ประจวบฯ มูลนิธิสภาการสื่อมวลชน และสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ร่วมกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดยมี นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดสัมมนา มีคณะครูระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนต่างๆ ในอำเภอหัวหิน 15 โรงเรียน และในจังหวัดเพชรบุรี 10 โรงเรียน เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยาย “รู้จัก

หนังสือพิมพ์” โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์หัวหินสาร” โดยนายชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์หัวหินสาร, การแนะนำ “หนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เพชรภูมิ” โดยนายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ, กิจกรรมสัปดาห์สร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ รวมถึงการเวิร์กช็อปสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์ โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ จงลิไลเกษม คุณครูนิภารัตน์ ยังพระเดช และนายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ

Oplus_131072

นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กล่าวว่า การสร้างภูมิการเรียนรู้อย่างเท่าทันสื่อ และการสร้างการเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ในวัยเด็กระดับชั้นประถมศึกษา จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้จากการอ่าน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการแสวงหาความรู้ และใช้ความรู้ที่ได้จากการอ่านในการปรับตัวเป็นทักษะด้านการรับรู้ที่สำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันเป็นรากฐานของการเรียนรู้แต่ละสาขาวิชา และเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ความสามารถของผู้อ่าน ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ผลระยะยาวมากที่สุด และยังได้เสริมสร้างชุดทักษะความรู้ จากกระบวนโต้ตอบ การพูดคุย ซักถาม ผ่านกิจกรรมในกระบวนการระหว่างการเรียนรู้จากการอ่าน

Oplus_131072

การสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูมีแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนรักการอ่าน รู้จักคิดวิเคราะห์ให้หลากหลาย รู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น โดยใช้หนังสือพิมพ์เป็นสื่อการเรียนการสอน รวมถึงเพื่อให้นักเรียนมีองค์ความรู้เท่าทันสื่อและความเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นจากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน เครือข่ายนักเรียน และส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดกลไกและกระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อ จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรวิชาชีพสื่อ เครือข่ายโรงเรียน และเครือข่ายนักเรียน นิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ตามนโยบายของกองทัพบกในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกองกำลังสุรสีห์ โดยหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับชุดปฏิบัติการไฟป่าและหมอกควัน ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ไฟป่า และข้อมูลจุดความร้อน (HOTSPOT) ในพื้นที่ รวมถึงประสานการปฏิบัติในการกำหนดแนวทางการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

     ในการนี้ หน่วยได้จัดชุดวิทยากรเผยแพร่ความรู้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ของหน่วย ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกและสร้างการรับรู้ในเรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งแจกจ่ายอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น หน้ากากอนามัย และกระบอกสำหรับล้างจมูก ให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนทั่วไป ในพื้นที่ของตำบลอ่าวน้อย และตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

     กิจกรรมที่หน่วยได้ปฏิบัติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อประชาชนจากการเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนมีอากาศที่บริสุทธิ์ รวมถึงให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

โป๊ะแตก  เจอพิรุธอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯประกาศรับสมัครลูกจ้าง พขร.ผ่านเวปไซด์ แต่ไร้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  เมินประกาศผล  สื่อลุยตรวจสอบพบมีผู้สมัครรายเดียวรับเข้าทำงานนานแล้วแต่ขาดคุณสมบัติ

วันที่  22  มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบประกาศจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงวันที่ 19 กันยายน 2567 มีการรับสมัครพนักงานขับรถอัตราจ้างรายเดือน 8,500 บาท ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่อไม่โปร่งใส ไม่ปฎิบัติตามระเบียบของทางราชการ โดยปัจจุบันพบเพียงประกาศรับสมัครเพียงฉบับเดียวลงในเวปไซด์ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด แต่ไม่พบประกาศการแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบในเวปไซด์  และในวันที่ 30  กันยายน 2567 แจ้งว่าในประกาศรับสมัครว่าจะมีการประกาศผลสอบ แต่ไม่มีการประกาศในเวปไซด์แต่อย่างใด โดยในประกาศระบุไว้ชัดเจนว่าจะประกาศผ่านเวปไซด์  จึงถือเป็นข้อพิรุธ   นอกจากนั้นยังพบว่าผู้ที่สอบผ่าน เป็นผู้สมัครเพียงรายเดียว  ส่อขาดคุณสมบัติในการรับสมัครตามข้อ 8. ระบุว่า ไม่เคยถูกไล่ออกฐานทุจริตต่อหน้าที่ 

ต่อมา นายณัฐ   อารีกุล อุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้เชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปสอบถามข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วนหรือไม่    เนื่องจากตนได้เดินทางมารับหน้าที่ในเดือนตุลาคม 2567 หลังจากมีการรับพนักงานขับรถรายดังกล่าวเข้ามาทำงานแล้ว โดยเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการทำสัญญารายปี  จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นมีการดำเนินการไว้อย่างไร แต่สำหรับตนยืนยันว่าไม่ชอบการทุจริต  ดังนั้นเมื่อได้ทราบข้อมูลในเบื้องต้นจะแจ้งให้พนักงานขับรถรายนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไว้ก่อน โดยสั่งการให้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังหัวหน้าหน่วยงานแห่งหนึ่งที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหากเคยพนักงานขับรถรายนี้เคยมีการทุจริตน้ำมันเชื้อเพลิงของทางราชการ  หรือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วเมื่อช่วงต้นปี 2567 จากนั้นมีผลสรุปไว้อย่างไร  

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ขอดูเอกสารการประกาศรับสมัครต้นฉบับก่อนจะนำไปลงในเวปไซด์ การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ  การประกาศผลสอบที่มีการลงนามโดยนางสุคนทิพย์ สินวิวัฒนากุล อดีตหัวหน้าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ  แต่นางจริยา ศิวายพราหมณ์ หัวหน้ากลุ่มโยบายและแผนงาน แจ้งว่าผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้  วันนี้ไม่ได้มาทำงาน ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดจะต้องสอบถามกับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเท่านั้น   นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า หากมีปัญหาตามที่ทักท้วง ทางสำนักงานฯจะประกาศผ่านเวปไซด์อีกครั้งตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง  แต่ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีประกาศเป็นเอกสารตัวจริงตัวจริงให้ตรวจสอบหรือไม่  ขณะที่การลงประกาศซ้ำอีกครั้งในเวปไซด์ โดยที่หัวหน้าอุตสาหกรรมจังหวัดได้สั่งให้พนักงานขับรถหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวไปก่อนจะมีความเหมาะสมหรือไม่ เหตุใดในการรับสมัครช่วงแรกจึงไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่เริ่มต้น แต่ไม่มีคำชี้แจงใดๆ ทั้งนี้  และไม่มีการนำเอกสารตัวจริงมาแสดง  ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้พนักงานขับรถรายดังกล่าวได้ไปสมัครสอบในตำแหน่งเดียวกันที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งรับสมัคร 3 อัตรา แต่มีผู้เข้าสอบได้ทำการร้องเรียนสื่อมวลชนจากปัญหาจากที่ทำงานแห่งเดิมที่ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ ทำให้สอบไม่ผ่าน  กระทั่งพบว่าไปทำงานที่อุตสาหกรรมจังหวัด  

นายเจนวิทย์  ราชธา หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบฯ ซึ่งเป็นผู้สอบสัมภาษณ์พนักงานขับรถ ยืนยันว่าได้สอบถามแล้วว่าเคยมีการทุจริตจากการทำงานในหน่วยงานใดหรือไม่ ผู้สมัครบอกไม่มี  และโดยส่วนตัวยอมรับไม่ทราบมาก่อนว่าผู้สมัครรายนี้เคยมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในหน่วยงานเดิมมาก่อน

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์090994478

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชุมนุมสิงห์สองล้อ! เตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week ครั้งที่ 28 ททท.คาด นทท.ร่วมงาน 3-4 หมื่นคน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ม.ค.68 ที่ลานเครื่องบิน ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการแถลงข่าวจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 โดยมี ดร.เกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ปลัดเมืองพัทยา นายประสาร นิกาจิ๊ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ นายบรรจง บัณฑูรประยุกต์ รองประธานสภาเมืองพัทยา นายชัยวัฒน์ ตามไท ผอ.ททท.พัทยา คุณหทัยรัตน์ โพธิ์เกตุ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าฯ ร่วมแถลงข่าว

ด้วยเมืองพัทยาได้ร่วมกับสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ กำหนดจัดโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 ” BURAPA PATTAYA BIKE WEEK & THE WAY OF LIFE NEVER WAR 2025″ ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความต้องการการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิเช่น การรณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัย สร้างจิตสำนึกที่ดีในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยแต่ละปีมีชาวไบค์เกอร์จากทั่วโลกเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

และล่าสุดในขณะมีพี่น้องไบค์เกอร์ต่างประเทศที่ตอบรับในกลุ่ม อาทิ ประเทศอาเซียน สแกนดิเนเวีย อาหรับ ซาอุดิอาระเบีย โดยทาง ททท.คาดว่าโครงการสัปดาห์มอเตอร์ไซค์และเสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ครั้งที่ 28 นี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นคนตลอดการจัดงาน และถือเป็นโครงการที่น่าสนใจผลักดันเป็นอีเว้นต์ระดับนานาชาติด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี / ประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัด ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้ายเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ที่อำเภอทับสะแก

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 16 มกราคม 2568 เวลา 09.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุมหารือตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายสุภาพ ศิริธนศาสตร์ ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกซ้าย โดยมีนายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก นางสาวสใบทิพย์ ศรีทองสุข ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ 51 นายพีรสิชฌ์ อนันต์วณิชย์ชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง นายสุรศิลป์ ยนปลัดยศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ผู้ถวายฎีกา เจ้าหน้าที่จากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมฯ

ซึ่งที่มาของการประชุมนี้ สืบเนื่องจาก นายสุภาพ ศิรินธนศาสตร์ ราษฎรในตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก กล่าวว่า ในตำบลห้วยยางและตำบลแสงอรุณ ไม่มีแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติ จึงได้ทูลถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหัวยยางแพรกซ้าย เพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง เพื่อให้ราษฎรได้มีแห่งน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตร

ในที่ประชุมฯ ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯและผู้เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าพื้นที่หัวงานและแนวสันอ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ในพื้นที่ทำกินของราษฎร ส่วนพื้นที่กักเก็บน้ำจะครอบคลุมพื้นที่ทำกินของราษฎรบางส่วนและพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติน้ำตกหัวยยาง ซึ่งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จากการสำรวจเบื้องต้นดังกล่าว ยังไม่อาจคำนวณพื้นที่ได้ทั้งหมด

เนื่องจากยังไม่มีการสำรวจออกแบบ ซึ่งต้องรอผลการสำรวจออกแบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจะสามารถให้ข้อคิดเห็นหรือวิเคราะห์ผลต่างๆได้ ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับราษฎรผู้ทูลขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฯ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและราษฎรตำบลห้วยยาง มีแนวทางให้ความช่วยเหลือโดยจะดำเนินโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยยางแพรกช้าย

ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจภูมิประเทศสำหรับออกแบบและวางโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎร ทางด้านกรมป่าไม้ ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า พื้นที่ที่จะดำเนินโครงการเป็นพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขา ส่วนใหญ่เป็นแปลงที่ดินทำกินของราษฎร คาบเกี่ยวกับเขตที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง และป่าสงวนแห่งชาติป่าทับสะแก สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม

มีพื้นที่ป่าที่อยู่ข้างเคียงเป็นป่าเบญจพรรณ คณะผู้ร่วมตรวจสอบจึงมีความเห็นว่าควรให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยให้ขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขอให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป และทางศูนย์ดำรงธรรม ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่า

1.การสร้างอ่างเก็บน้ำตามรูปแบบที่มีความจุหลักล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่น้ำท่วมถึงในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ต้องขอออนุญาตต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่ออกจากการเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ
2.พื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงสวนแห่งชาติ ต้องขออนุญาตตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
3.กรมชลประทานจะดำเนินการจัดตั้งงบประมาณเพื่อทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำคำขอโครงการและงบประมาณการก่อสร้าง
4.พื้นที่ของเอกชนได้มีการให้ความเห็นในราคาเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูลงบประมาณต่อไป

สุดท้ายนี้ รองผู้ว่าฯ ได้สรุปการประชุม มอบหมายให้นายอำเภอประสานงานกับทางท้องถิ่น เข้าพูดคุยหารือกับเจ้าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการต่อในขั้นตอนถัดไป และให้ทุกหน่วยงานร่วมกันศ​ึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหารือแนวทางในการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย

//////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) เร็ว แรง ทะลุไทเป ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้

แชร์เนื้อหานี้

เตรียมดับเครื่องชนระทึกใจไปกับผลงานล่าสุดจาก “ลุค เบซง” (แห่ง The Fifth Element, Taken, Transporter) และนักแสดงเจ้าบทบาท “ลุค อีแวนส์” (จาก Dracula Untold)

เรื่องราวของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติด และอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ต้องกลับมาย้อนรอยความรักของทั้งคู่ในเมืองไทเป โดยที่ไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มีอันตรายอันเป็นผลลัพธ์จากการกระทำในอดีตของพวกเขาเฝ้ารออยู่

“Weekend in Taipei – เร็ว แรง ทะลุไทเป“ โดย Movie Copyright (Thailand) โปรแกรมยักษ์ต้อนรับตรุษจีน 29 มกราคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น!!!

ตัวอย่างภาพยนตร์ฉบับภาษาไทย (Official Trailer Thai Version) : https://youtu.be/WqD5XItcI8k

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เร่งสำรวจ “จระเข้น้ำจืดไทย” แห่งผืนป่ามรดกโลกแก่งกระจาน จ.เพรชบุรี

แชร์เนื้อหานี้

จากเหตุการณ์เริ่มต้นจากเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้จับกุมผู้ลักลอบนำวัว 50 ตัวเข้ามาเลี้ยงในเขตอุทยาน บริเวณเกาะสะแกวัลย์ แต่เหตุการณ์นี้กลับนำไปสู่การค้นพบที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า ทั้งนี้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เล่าว่า ทีมนักวิจัยได้พบร่องรอยที่น่าสนใจหลายประการ ทั้งรอยเดิน รอยนอนอาบแดด และกองมูลขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นของจระเข้น้ำจืดไทย

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการพบร่องรอยการถูกกัดที่ลำตัวของวัว และจุดที่คล้ายกองเลือดบริเวณริมหาด จระเข้ตัวนี้ฉลาดมากแม้เราจะติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า แต่ดูเหมือนมันจะได้กลิ่นมนุษย์และหลบเลี่ยงไม่เข้าใกล้บริเวณที่เราวางกล้องไว้ ความน่าสนใจของการค้นพบครั้งนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อพบว่าวัวที่เหลืออยู่แสดงพฤติกรรมหวาดกลัวการเข้าใกล้ริมน้ำอย่างผิดปกติ สอดคล้องกับคำให้การของเจ้าของวัวที่เคยพบเห็นจระเข้ลอยตัวอยู่เหนือน้ำบริเวณใกล้เกาะ“ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ได้พบร่องรอยจระเข้น้ำจืดใน 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ บริเวณวังข่า ใกล้หมู่บ้านโป่งลึก พบมาตั้งแต่ปี 2554 บริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรี ใกล้โป่งสีชมพู พบตั้งแต่ปี 2562 ที่บริเวณแม่น้ำบางกลอย พบรอยตีนและกองมูลในปี 2564 และบริเวณแม่น้ำแม่ประโดน พบร่องรอยซากกวางและรอยตีนจระเข้ การค้นพบครั้งนี้สร้างความหวังให้กับการอนุรักษ์จระเข้น้ำจืดไทย สัตว์เลื้อยคลานที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ขณะนี้ทีมนักวิจัยได้เก็บตัวอย่างมูล

เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยประเมินขนาดของจระเข้ตัวนี้ได้แม้จะยังไม่พบตัวจริง แต่ร่องรอยที่พบทั้งหมดก็เป็นสัญญาณอันน่ายินดีที่แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศในผืนป่าแก่งกระจานยังคงอุดมสมบูรณ์และเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าหายากชนิดนี้ โดยทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังคงทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์และปกป้องจระเข้น้ำจืดไทยตัวนี้ให้อยู่คู่ผืนป่าแก่งกระจานต่อไป” นายมงคล กล่าวทิ้งท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /โรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จัดทำบุญตักบาตรพระ 8 รูป รับปีงูทอง 68 พร้อมเป่าเค้กครบ 81 ปี วันคล้ายวันเกิด “ป๋าสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล”/เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย มรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ม.ค.67 ที่บริเวณลานจอดรถโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา จ.ชลบุรี คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนาน ได้จัดทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเนื่องในวันปีใหม่ 2568 ให้กลุ่มพนักงาน เจ้าหน้าที่ และผู้บริหารได้ร่วมทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2568 โดยมีพระเถรานุเถระจำนวน 8 รูป จากวัดโพธิสัมพันธ์ ร่วมเดินบิณฑบาต

ในงานได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดวันคล้ายวันเกิดนายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสัมพันธ์” ผู้บริหารโรงละครอัลคาซ่าร์ พัทยา ที่มีอายุครบ 81 ปีบริบูรณ์ในปีนี้ ด้วยบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

พบว่าในงาน มีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากเข้าร่วม อาทิ คณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา กลุ่มการเมือง กลุ่มนักธุรกิจ และตัวแทนห้างร้านและองค์กรต่างๆ ร่วทมอบกระเช้าอวยพร ก่อนทีการถ่ายภาพที่ระลึกตามลำดับ

อนึ่ง นายสมพันธ์ เพ็ชรตระกูล หรือ “ป๋าสมพันธ์” ผู้บริหาร “โรงละครอัลคาซ่าร์พัทยา” คาบาเร่ต์โชว์ชื่อดังระดับตำนานที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยการแสดงของสาวประเภทสองให้มีพื้นที่ของตัวเองได้แสดงความสามารถและได้ทำมาหากินจนกลายเป็นบริบทสำคัญในอีกหนึ่งธุรกิจที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้เมืองพัทยาเติบโตมาจนปัจจุบัน

ท่าเทียบเรือพัทยาคึกคักส่งท้ายเทศกาลปีใหม่

วันที่ 5 ม.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงส่งท้ายเทศกาลปีใหม่ของเมืองพัทยา พบว่าที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปพักผ่อนยังเกาะล้านทยอยเดินทางกลับกันอย่างต่อเนื่อง

สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา เล่าว่า ช่วง 2-3 วันมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางข้ามฝั่งไปพักผ่อนที่เกาะล้านกันอย่างคึกคักแต่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวรัสเซียและชาวไทยผสมกันมากกว่าชาติอื่นๆ

ด้าน นักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เล่าบรรยากาศว่า บนเกาะล้านคึกคักเป็นอย่างมากและสภาพแวดล้อมของเกาะล้านยังคงงดงาม ทั้งนี้ยังพบด้วยว่าบนเกาะล้านมีโครงการพัฒนาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าในอนาคตเกาะล้านจะเพรียบพร้อมด้านการท่องเที่ยวขึ้นเป็นอย่างมาก

เจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายมรณภาพ ชาวชลบุรีร่วมไว้อาลัยในโซเซียลกันอย่างมากมาย

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเทพสุทธาจารย์ (อนันต์ กลฺยาณวฑฺฒโน) เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ชลบุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12-13 (ธ) ได้มรณภาพช่วงเวลา 04.00 น.วันที่ 4 มกราคม ด้วยอาการสงบ สิริอายุ 89 ปี 9 เดือน พรรษาที่ 62

จากการสอบถามผู้ใกล้ชิดได้ความว่า ช่วงเช้าได้มีคนเอาภัตตาหารไปถวายที่กุฏิ และเรียกให้เปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบรับภายในกุฏิ จึงได้เปิดเข้าไปพบว่า พระเทพสุทธาจารย์ได้มรณภาพไปแล้ว คาดว่าเป็นช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.พระเทพสุทธาจารย์ ประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้ให้ความเคารพนับถือกันอย่างมากมาย การมรณภาพในครั้งนี้ กระแสโซเชียลได้โพสต์ไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก..

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ท่ารถโดยสารพัทยาคึกคัก ประชาชน-นทท.ทยอยเดินทางกลับหลังปีใหม่ / หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟ

แชร์เนื้อหานี้

หลังจากผ่านพ้นเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 มาแล้ว ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองในต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลได้ทยอยเดินทางกลับในพื้นที่ที่ตนเองทำงานเพื่อเตรียมตัวในการทำงานของปี 2568 กันอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 3 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศที่บริเวณท่ารถโดยสารพัทยาเหนือ พบว่า รถบัสขนส่งผู้โดยสารคึกคักทั้งขาเข้าและขาออก มีผู้คนจำนวนมากนำสิ่งของสำภาระจากบ้านเกิดเดินทางกลับเมืองพัทยาเพื่อที่เริ่มทำงาน และบางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวพัทยาแล้วเดินทางกลับ

อย่างไรก็ตาม นอกจากสถานีรถบัสโดยสารที่มีความคึกคักแล้ว สภาพการจราจรขาเข้าเมืองพัทยาก็หนาแน่นไปด้วยยวดยานพาหนะจำนวนมากทยอยเข้าพื้นที่ ทั้งในส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาเพื่อทำงาน และผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์นี้

หนุ่มหัวใสดัดแปลงรถตุ๊กๆ หน้ากบ เป็นรถขายกาแฟสดริมหาดจอมเทียน สร้างรายได้ประทังชีวิต

ขณะที่ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังถนนเลียบชายหาดจอมเทียนไปจนถึงเกือบสุดหาด ได้พบกับรถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่องหน้ากบ สีเหลืองสะดุดตา จอดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟสดริมชายหาดจึงได้พูดคุยสอบถามข้อมูลกับทางเจ้าของร้าน

ทราบชื่อต่อมาคือนายจักรพงศ์ คำล่า อายุ 35 ปี พ่อค้ากาแฟหัวใส ที่ได้นำรถตุ๊กๆ หน้ากบ มาดัดแปลงเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มให้บริการริมชายหาดจอมเทียน โดยมีบริการเก้าอี้นั่งให้ลูกค้าที่ต้องการรับชมบรรยากาศชายทะเล ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในช่วงเช้าถึงเที่ยงเท่านั้น

นายจักรพงศ์ คำล่า เผยว่า ได้ทำรถจำหน่ายกาแฟสดชื่อ “ร้าน Rich เดช กาแฟ” ให้บริการลูกค้าที่ชื่นชอบกาแฟ โดยใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟจากดอยเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ ที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้ อดีตเคยทำงานเป็นพนักงานเอกชนทั่วไปและได้ออกมาจำหน่ายกาแฟสด โดยเอารถตุ๊กๆ หน้ากบ หรือรถสามล้อเครื่อง หน้ากบ มาจากจังหวัดตรัง มาดัดแปลงเป็นรถกาแฟสดสีสันสดใสเพื่อดึงดูดลูกค้าซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้มีรายได้จากตรงนี้

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับตา​ “เหนือเมฆ-อรัญชัย” แชมป์ประเทศไทยรุ่น jmx 85 Smallville อายุไม่เกิน 14 ปี นักบิดล้อหนาม 2 ล้อ จากมุกดาหาร /สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา​ สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทย รถจักรยานยนต์ประเภทต่างๆ ในงาน FMSCT Awards 2024 ณ ลานพลาซ่า ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยมีนายจักรพรรดิ คล่องพยาบาล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่นักแข่งที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ​ และขอบคุณผู้สนับสนุนในงาน FMSCT AWARDS 2024 (46st Anniversary)

เด็กชายอรัญชัย ประยงค์รัตน์​ (เหนือเมฆ​)​ อายุ 13 ปี ได้แรงบันดาลใจจากพ่อน้อง ตั้งแต่จำความได้ เคยเห็นพ่อขี่รถเอ็นดูโร่พาไปขี่เล่น ยกล้อเล่น แล้วเห็นแม่เอารูปมาให้ดูเคยเป็นนักแข่งเก่า ก็เลยอยากลองขี่ อยากลอง เคยลงแข่งครั้งแรก ที่ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามมหาสารคาม ปี 2019 ได้แชมป์ 50 cc ชิงแชมป์ประเทศไทย 2020 ต่อมาได้แชมป์ 65 ซีซี ชิงแชมป์ประเทศไทย 2022 ในปีนี้ได้แชมป์ 85 cc ล้อเล็ก

โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งทางภาครัฐและเอกชนเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศญี่ปุ่น​ซึ่งเป็นที่สุดของโมโตครอสในเอเชีย​ ถือเป็นนักแข่งโมโตครอสไทยคนแรกคว้าโพเดี้ยมที่ญี่ปุ่น​ หลังเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์​ญี่ปุ่น​ หรือออเจแปนแชมป์​เปี้ยนชิพชีรี่ส์​2024 ที่สนามออฟโรสวิลเลจ​ เมืองไซตา​มะ​ และสร้างประวัติศาสตร์​ให้กับวงการสองล้อทางฝุ่นไทยด้วยการคว้าอันดับที่5 ในการแข่งขันรุ่น​ JMX JX85 เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา​ หลังก่อนหน้านี้ในปี2022 “เหนือเมฆ” ในวัย11ปีในเวลานั้นเคยสร้างชื่อในวงการแข่งขันที่ญี่ปุ่น​มาแล้ว​ โดยการขี่รถคู่ใจขึ้นโพเดี้ยมในรุ่น65cc สร้างประวัติศาสตร์​นักมอโตครอสไทยคนแรกที่คว้าโพเดี้ยมที่ประเทศญี่ปุ่น​ได้สำเร็จ

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สวนสัตว์นครราชสีมาใจดี ให้น้องๆ เข้าฟรี ข้ามปีกันไปเลย เทศกาลปีใหม่ 2568 นี้ สวนสัตว์นครราชสีมา จัดโปรโมชั่นให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี หรือ สูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าฟรี (เฉพาะ วันที่ 30 ธ.ค. 67 ถึง 1 ม.ค.68) เท่านั้น

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯเชียงราย พบปะพูดคุย สื่อมวลชน เรื่อง เปิดอันซีนแหล่งใหม่ อวดโฉมนักท่องเทียว เพื่อพัฒนา เมืองเชียงราย ทุกมิติ

แชร์เนื้อหานี้

17.00น.วันที่25 ธันวาคม 67 ตรงกับวันคริสต์มาส ช่วงท้ายปีเก่า บริเวณข่วงวัฒนธรรม องค์บริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พบปะสื่อมวลชนจังหวัดทุกแขนง จากนั้นได้นั่งทานแบบขันโตกล้านนา ผู้ว่าเชียงรายสวมเสื้อแขนยาวสีดำ ปักลวดลาย ของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ซึ่งเป็นเสื้อที่ชนเผ่าอาข่าในจังหวัดเชียงรายตัดเย็บแบบปราณีตมอบให้ท่านได้สวมใส่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้นั่งทานอาหารขันโตกแบบไทยยอง มีแกงฮังเลผักกาดจอ น้ำพริกข่าจี้นนึ่ง แอ๊บปลานิล น้ำพริกอ่อง .แคบหมูโดยมี นางนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายโชติ ดารายน นากยกสมาคมสื่อมวชน นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ประธานสมาคมสื่อมวลชน เหมือนกันกับโต๊สื่อมวลชน จำนวน40กว่าคนมี่ทานร่วมกันเป็นคณะแบบเอร็ดร่อย

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้พูดคุยทักทายสื่อมวลชนเกี่ยวกับการบริหารงาน แนวทางการพัฒนาเมืองเชียงราย ในหลายมิติ โดยมีการคลิกอ๊อฟการทำงานหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง เบื้องต้นได้สังการให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทั้ง 4คน ที่มีรับผิดชอบแต่ละด้านที่ผู้ว่ามอบหมายตลอดถึงผู้เกี่ยวข้องรีบไปตรวจดูถึงการเป็นอยู่ของประชาชนหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมว่า ทุกครอบครัว ทุกสถานที่ทำงานได้กลับไปอยูหรือทำงานกันหมดหรือยัง และประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างไรและให้มารายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวถึงการทำงานผู้ว่าราชการเชียงราย จะมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังไม่ให้เชียงรายด้อยกว่าจังหวัดใหญ่ ดั่งเช่นเชียงใหม่ เชียงรายจะต้องได้รับการดูแลทุกมิติ ตนจะทำให้มากกว่าครั้งเป็นผู้ว่าจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเมืองเล็ก เชียงรายจะต้อง ทำมากกว่าโดยเฉพาะปริมาณงานต้องมากขึ้น จะต้องใช้เม็ดเงินในการดูแลประชาชน

โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย จะเพิ่มอันซีนใหม่ๆไม่ให้ซ้ำของเดิม เพรานักท่องเที่ยวอยากดูของใหม่ๆ ดังนั่นเราจะร่วมค้นหาและประชาสัมพันธ์ ต้องอาศัยสื่อเชียงรายช่วยประชาสัมพันธ์ อาจะพบกันบ่อยมากขึ้น
นี่เป็นเหตุผลที่จังหวัดเชียงรายจะต้องเพิ่มฉลากกาชาดการกุศลในงานพ่อขุนเม็งรายที่จะมีขึ้นในปี2568 จากเดิมจำนวน1แสนฉบับ เพิ่มขึ้นก็เป็น2แสนฉบับ เพิ่มรางวัลมากขึ้น จากเดิมรถยนต์ก็จะเป็นบ้านและที่ดิน.โดยทางจังหวัดจะนำเงินที่เหลือจากการจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้โชคดี นำไปดูแลประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยจะกาชาดเชียงราย ต้องเยี่ยมเยียนมีถุงของขวัญทุกครัวเรือน

อนึ่งในฐานะเป็นคนเชียงรายเต็มตัวกำลงสานความร่วมมือกับผู้ที่มีทุนจะสร้างเชียงรายให้โดดเด่นทางกีฬา ที่สามารถสร้างชื่อเสียงและให้ผู้คนสนใจได้เข้ามาเชียงรายชั้นนี้กำลังหารือแนวทางกันอยู่ ดังนั้นการพบปะสื่อมวลชนวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่อยากเห็นผู้ว่าฯได้ใช้เวทีหรือช่องทางพบปะสื่อและจะได้พูดคุยให้ราบถึงแนวทางการทำงาน สื่อสารสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันในฐานะพาร์ทเนอร์ ทีดี จากนั้นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยลื้อ สันทางหลวง อำเภอแม่จัน ได้กล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แนะนำถิ่นฐานของกลุ่มพร้อมมอบถุงย่ามหนึ่งเดียวใลกเนื่องจากถุงย่าม ปักด้วยลวดลายไม่ซ้ำกันมีเพียงใบเดียว เป็นที่ระลึกเอาไว้สำหรับห่อข้าว ใส่ของใช้ ไปเยี่ยมประชาชน ทำให้ผู้ว่าเชียงรายชอบใจเป็นอย่างมาก

จากนั้นตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ นายสุพจน์ หลี่จา เผ่าลีซู ตัวแทนกลุ่มชาติพันธ์จังหวัดเชียราย ได้พาชนเผ่าทุกชาติพันธุ์ออกมากล่าว ต้อนรับผู้ว่าเชียงรายท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นอย่างมากหลังจากนั้นผู้ราชการเชียงรายได้ขึ้นทักทายสื่อมวลชนและตัวแทนชาติพันธ์ุ ที่มาจัดบูธในข่วงวัฒนธรรม ในงานมหกรรมดอกไม้อาเซียน สวนริมน้ำกกด้วยผลงานเพลงบอกรักฝากใจ ถึงชาวสื่อมวลทุกแขนงเชียงราย และได้เชิญสื่อมวลชน ได่ร่วมรำวงย้อนยุค ถนนคนเดิน สนุกสนานเป็นกันเองทักทายถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในโอกาสจัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ.
ธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา จัดงาน christmas and Happy new year 2025 บริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธ.ค.67 ซึ่งตามธรรมเนียมตะวันตกถือเป็น “คริสต์มาสอีฟ” บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น สถานประกอบการหลายแห่งต่างจัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข รวมถึงตกแต่งสถานที่รับเทศกาลคริสต์มาส ส่งผลให้ภาพโดยรวมค่อนข้างที่จะคึกคัก

ที่โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นรีสอร์ท พัทยา โดย คุณโสภิญ เทพจักร์ กรรมการผู้บริหารในเครือไดอาน่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดกิจกรรมรับเทศกาลแห่งความสุข Merry Christmas Happy New Year 2025 ขึ้นในวันคริสต์มาสอีฟ เพื่อสร้างสีสัน โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ลูกค้าของโรงแรม โดยในงานมีการเปิดรับบริจาคช่วยเหลือมูลนิธิ เอช เอช เอ็น (เพื่อเด็กไทย) ต่อไปด้วย

อนึ่ง คริสต์มาสอีฟ ตามวัฒนธรรมตะวันตกโดยทั่วไปคือ วันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี ตามระบบปฏิทินสมัยใหม่ ความหมายจริงคือ เย็นแรกของวันคริสต์มาส ซึ่งมีการเฉลิมฉลองเพื่อระลึกถึง การประสูติของพระเยซู เหตุผลที่ คริสต์มาส เริ่มต้นในตอนเย็นของวันคริสต์มาสอีฟเพราะธรรมเนียมการนับปีของคริสเตียน วันจะเริ่มต้นเมื่อพระอาทิตย์ตกตามเรื่องราวในปฐมกาล เกิดความสว่างกับความมืด

เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี “บ้านเด็กกำพร้าพัทยา” จัดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่คึกคัก

วันที่ 25 ธ.ค.67 คุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage (บ้านเด็กกำพร้าพัทยา) เป็นประธานเปิดงานเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 และเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยา โดยมีผู้ในกุศลร่วมออกร้านให้บริหารอาหารและเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมงานด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน

ในกิจกรรมได้จัดให้การ่วมสนุกจับสลากสอยดาวชิงของรางวัลต่างๆ มากมาย เพื่แหารายได้สมทบให้กับมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อเด็กๆ ในมูลนิธิฯ ตามความเหมาะสม โดยพบว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี บ้านเด็กกำพร้าพัทยากันเป็นจำนวนมาก

มูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา Pattaya Orphanage หรือบ้านเด็กกำพร้าพัทยา อยู่ภายใต้การดูแลของคุณพ่อวีระ ผังรักษ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็ก พัทยา ปัจจุบันมีเด็กๆ ในความอนุเคราะห์รวมกว่า 170 คน โดยได้ดำเนินการช่วยเหลือเด็กำพร้ามาอย่างยาวนานถึง 5 ทศวรรษ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไฟฟ้า หงสา จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เพื่อแสดงความขอบคุณคณะสื่อมวลชน.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด จัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการนำพาคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ทัศนศึกษาดูงาน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล และศูนย์อุตสาหกรรมแหล่งผลิตร่มบ่อสร้าง เป็นต้น โดยในช่วงเย็นของวันที่ 21 ธันวาคม 2567 นายคทายุทธ์ ชูพูล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทไฟฟ้า หงสา จำกัด ได้ให้เกียรติเดินทางไปที่ร้านอาหารสามเสนวิลล่า สถานที่จัดงานเลี้ยงเพื่อพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัยกับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่านและในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้เดินทางมาพบปะพร้อมกล่าวทักทายปราศรัย กับผู้บริหารของบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด และคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน โดยภายในงาน เป็นการพบปะสังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน และมีการมอบของขวัญสวัสดีปีใหม่ 2568

ที่กำลังจะมาถึงนี้ จากผู้บริหารบริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด มอบให้กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่เข้าร่วมงานกันทุกคน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ท่ามกลางความประทับใจของทุกฝ่าย สำหรับการจัดกิจกรรม “Nan Thank Press 2024” เป็นกิจกรรมที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ สำนักงานน่าน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี และกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ระหว่าง บริษัท ไฟฟ้า หงสา จำกัด กับคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน อีกทั้ง เป็นการถือโอกาสแสดงความขอบคุณมายังคณะสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการไฟฟ้า หงสา ด้วยดีเสมอมา/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประธานมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ตั้งโรงทาน มอบข้าวสารให้ประชาชน ทั้งอ.หนองม่วง มากกว่า 2,800 ถุง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่22 ธันวาคม 2567 เวลา 08.00 น. เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ครบ 5 ปี ต.หนองม่วง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธี นายนรินทร์ คลังผา ส.ส.จังหวัดลพบุรี เขต4 ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนเดินทางมาร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง ซึ่งในช่วงเช้าได้มีพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พิธีจุดตะเกียงบูชาดาวเสริมโชค เสริมมงคล ต่อดวงชะตาชีวิตให้กับครอบครัวและประชาชนทุกคน

มูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง ตั้งอยู่เลขที่ 188 หมู่ที่ 6 ต.หนองม่วง อ.หนองม่วง ลพบุรี ถนนสายโคกสำโรง-หนองม่วง หน้าบริเวณอาคารตึกแถวที่ทำการมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง มีชาวบ้านกว่า 2 พันคน มายืนเข้าคิวต่อแถวยาวกว่า 100 เมตร เพื่อรับข้าวสาร และอาหารปรุงสุกจากโรงทานกว่า 30 ร้าน มีทั้งอาหารหวานคาว ขนม น้ำดื่ม และผลไม้ ประชาชนยืนรอต่อแถวต่อกันเป็นแถวยาว โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง คอยกำกับดูแล แจกคูปองอย่างมีระบบ และมีระเบียบ ซึ่งชาวบ้านที่มารับอาหารทุกรายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายนันธชัย เตียวสมบูรณ์กิจ อายุ 51 ปี รองประธานมูลนิธิฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ถึงประวัติความเป็นมา ที่มูลนิธิจิ้นง่วนเส็งได้ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติประวัติรางวัลชีวิตให้กับ ”ป๋าเฉี่ยง” และเป็นการเชิดชูวงศ์ตระกูลและบรรพบุรุษ หวังเพื่อเป็นการช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ รวมถึงการบริจาคโลงศพให้กับศพไร้ญาติ สิ่งจำเป็นสำหรับศพ ไร้ญาติ ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย พิการ รวมถึงจัดส่งผู้เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ หรือศพผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัทธา รวบรวมของบริจาคเช่นทรัพย์สิน สิ่งของเพื่อนำไปก่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้งมูลนิธิฯ ครบ 5 ปี นายวิบูลย์ นางรัชนี เตียวสมบูรณ์กิจ นายชนาเมธ เตียวสมบูรณ์กิจ นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ พร้อมครอบครัว ได้จัดทำเกียรติบัตรให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ จำนวน 2 รางวัล “รางวัลมังกรแดง” พร้อมเงินสดรางวัลละ 5,000 บาท จากการโหวตทีมกู้ภัยทั้งหมด 28 คน ได้รับรางวัลได้รับรางวัลเพียง 2 ท่านที่ได้กระทำคุณงามความดีช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

โดยได้รับเกียรติจาก นายปัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นผู้มอบ ก่อนที่จะแจกอาหาร ข้าวสาร ให้กับชาวบ้าน ที่มารอรับ ซึ่งการแจกรองทานอาหารเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 15.00 น. เพื่อเลี่ยงความแออัดของชาวบ้านที่มารอรับ ลดการคับคั่งจราจรบนเส้นทาง โดยทุกคนที่มา ที่มีคูปองจะได้รับแจกทุกคน หลังจากรับประทานอาหารจากโรงทานเสร็จก็รับข้าวสารกลับบ้าน ประชาชนที่มาต่างยกมือท่วมหัวอนุโมทนากุศล ที่ทุกครั้งที่เดือดร้อน ถึงทางตันมาที่มูลนิธิฯ แห่งนี้ จะได้รับความช่วยเหลือไม่มีความลังเล

โดยท่านปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรียังได้กล่าวอีกว่า จากคำกล่าวรายงาน ของคณะกรรมการจัดตั้งมูลนินิธิจิ้นง่วนเส็ง จะเห็นได้ว่า ได้ก่อตั้งมูลนิธิจิ้นง่วนเส็ง เป็นองค์กรที่ ช่วยเหลือประชาชน เพื่อบริจาคโลงศพ และ
สิ่งจำเป็นให้กับ ศพไร้ญาติ ให้การช่วยเหลือต่อผู้เจ็บป่วย ผู้พิการ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือกู้ภัย ประรวมถึง จัดส่งผู้เจ็บป่วย ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หรือศพผู้เสียชีวิต เพื่อ เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัทธา รวบรวมของบริจาคเช่น ทรัพย์สิน และสิ่งของเพื่อนำไป

ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอยู่เป็นประจำในการจัดสัมมมาครั้งนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของคณะกรรมการผู้จัดงานที่ได้จัดทำบุญ จัดตั้งโรงทาน และแจกข้าวสารให้กับประชาชนได้นำกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของทุกท่าน ขอขอบคุณคณะ ผู้ดำเนินงาน และผู้เกี่ยวข้องในการจัด
กิจกรรมทุกท่าน ขอให้การจัดกิจกรรมครั้งนี้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมช.เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดใช้ ถ.มห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดใช้ถนนมห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม​ 2567​ เวลา 9.00 น. นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ของกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดใช้ถนนสาย มห.3019 แยก ทล.212 – บ้านบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า​ กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท สนับสนุนการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้ความสมบูรณ์

ตามนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและจังหวัดใกล้เคียงสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนส่งเสริมการเพิ่มขีด สมรรถนะทางเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายส่งเสริมและยกระดับเปิดประตูการค้าการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทุกมิติ

สำหรับพื้นที่โครงการตั้งอยู่บริเวณตำบลโพนทรายและบางทรายใหญ่อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหารมีจุดเริ่มต้นบริเวณ ทล.12 และไปสิ้นสุดที่บริเวณ ทล.212 ซึ่งในช่วง 4 กิโลเมตรแรกจะขยายถนนจากสองช่องจราจรเป็นสี่ช่องจราจรส่วนที่เหลือดำเนินการก่อสร้างถนนใหม่ทั้งหมด

ไปถึงจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมกับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองโดยเป็นถนนผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดสี่ช่องจราจรไปกลับและทางเท้าบริเวณชุมชนพร้อมสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสี่แห่งติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเครื่องหมายจราจรสิ่งอำนวยความ ปลอดภัยและและระบบระบายน้ำน้ำใช้งบประมาณ 804.159 ล้านบาท

ทั้งนี้มีนายวรญาณบูรณราชผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารพร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมสื่อมวลชนและประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับโดยมีนายมนตรีเดชาสกุลสมอธิบดีกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้กล่าวรายงาน

ภาพ​/ข่าว​ BB ชญาภรณ์
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ ผู้ว่าฯโคราช พบสื่อ การรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของสื่อมวลชนโคราช

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่( 17 ธันวาคม 2567 ) ที่ห้องโคราช 2 ชั้น 2 โรงแรมเซนทารา โคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการสื่อสารการสร้างการรับรู้สู่สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ จัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางศศิธร สุขเจริญ ประชาสัมพันธ์จ.นครราชสีมา , นางสาวรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผอ.ททท.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จ.นครราชสีมา รวมทั้งมีนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รอง ผวจ.นครราชสีมา สื่อมวลชน และ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ร่วมกิจกรรมกว่า 70

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมมุ่งหวังให้สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ทุกคนได้นำข้อมูลข่าวสารนโยบายและการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ไปสื่อสารต่อยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนโซ่ข้อกลางในการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน และสะท้อนข้อมูลปัญหา ความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนมายังหน่วยงานภาครัฐ

ซึ่งจะนำมาถึงการแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชน ซึ่งนโยบายการทำงานของส่วนราชการ คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวโคราชเป็นสำคัญ พร้อมกันนี้ยังได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานราชการหลายเรื่อง อาทิ การกำหนดวาระจังหวัด “KORAT FIRST” โดยให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เลือกใช้สินค้าและบริการ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้น ภายในจังหวัดนครราชสีมาก่อน เช่น Korat Kitchen Original Korat Resorch Korat Tourism and Trade Agriculture และกำหนดให้มี Korat Brand เป็นตราสัญญาลักษณ์ ผลิตภัณฑ์โคราช ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของจังหวัด ,

โครงการบ้านพักมิตรภาพบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง , โครงการผู้ว่าฯ พานับคาร์บ ลดน้ำหนัก 1 ล้านกิโล เพื่อคนโคราช , โครงการเปิดจวนผู้ว่าฯ ให้เป็นที่พักนักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาสอบในจังหวัดฯ , โครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และ หลุดพ้นความยากจน อย่างไรขอให้พี่น้องสื่อมวลและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ช่วยกันสื่อสารสิ่งที่ส่วนราชการในจังหวัดมีความตั้งใจ ที่จะพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวโคราชให้ดียิ่งขึ้น นายชัยวัฒน์ กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวนราจะแนะ ร่วมรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงไฟใต้ทุกรูปแบบ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16ธ.ค.67 ที่ หอประชุมอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 4 คน ใช้อาวุธปืนยิงทหารสังกัดชุดช่าง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ขณะกำลังบรรจุทรายใส่กระสอบบริเวณริมคลองหัวสะพาน บ้านมะนังกาแยง หมู่ที่ 3 ตำบลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมไว้ให้กับชาวบ้านในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมระลอกใหม่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทำให้อาสาสมัครทหารพราน วุฒิชัย ไทยประดิษฐ์ ถูกยิงบริเวณหัวไหล่และมุมปากขวา

ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา และอาสาสมัครทหารพราน จักรพงษ์ ฤทธิรุตม์กูล ถูกยิงบริเวณแขนซ้าย บาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงร่วมกันปฏิเสธความรุนแรง

โดยการจัดกิจกรรมประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุขอย่างยั่งยืนขึ้น โดยกิจกรรมเป็นการประกอบพิธีละหมาดฮายัต นำโดย นายโยฮัน เบ็ญฮาวัน นายอำเภอจะแนะ เป็นผู้นำละหมาดฯ ,นายอับดุลอาซิ บาโด ประธานชมรมอิหม่านอำเภอจะแนะ /กรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส , นายอับดุลฮาดี เจ๊ะแต รองประธานชมรมอิหม่าม คอเต็บ บีหลั่น อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

ร่วมนำบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น จาก 44 มัสยิด 10 หมู่บ้าน และนักเรียน กว่า 500 คน เพื่อขอพรจากพระเจ้า (อัลลอฮฺ ซ.บ.) เรียกร้องให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ ภายในกิจกรรมดังกล่าว นายอำเภอจะแนะ , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 , ผู้นำศาสนา และกลุ่มสตรี พร้อมมวลชนทุกคนต่างพร้อมใจกันแสดงพลัง เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านความรุนแรง และประกาศเจตนารมณ์

รวมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบโดยพร้อมใจกันชูป้ายข้อความว่า ชาวจะแนะต้องการสันติสุข“ชาวจะแนะไม่ต้องการความรุนแรง,หยุดใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ มวลชนพร้อมใจกล่าว เจตนารมณ์ว่า ”ประชาชนจะแนะ ร่วมอำนวยพร สู่อำเภอสันติสุข ” เป็นการส่งสัญญาณว่าชาวจะแนะไม่มีใครเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้สันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ให้เร็ววัน

ด้าน นางสุภาพร หริกจันทร์ ชาวบ้านจะแนะ หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “วันนี้มาร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงที่เกิดขี้น และเพื่อร่วมแรงร่วมใจแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยและต้องการไม่ให้เกิดความรุนแรงในลักษณะแบบนี้อีก ชาวอำเภอจะแนะรักในความสันติสุขและพร้อมจะต่อต้านความรุนแรงในทุกรูปแบบ และขอเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เสียสละช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่”
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอเตอร์โชว์โคราช ครั้งที่ 34 จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็ม

แชร์เนื้อหานี้

ชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท มอร์ ครีเอชั่น จำกัด และ เดอะมอลล์ โคราช ยกทัพขนขบวนค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถไฟฟ้า แบรนด์ชั้นนำ พร้อมสินเชื่อมาเดินในงานเดียว ได้ครบ จบ ทุกแบรนด์ แน่นอน

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 งานมอเตอร์โชว์โคราชเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณเข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่จังหวัดนครราชสีมา

ขึ้นกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และคุณปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการบริษัท เดอะมอลล์ราชสีมา จำกัด ขึ้นกล่าวต้อนรับ ทั้งนี้ ทางชมรมผู้ค้ารถยนต์ใหม่ ได้มอบเงินสนับสนุนแก่เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นเงินจำนวน 100,000 บ. โดย เภสัชกรหญิง สุรวจี ธีระวัฒนา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบ

เพียงจองรถภายในงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเติมน้ำมันจำนวน 35 รางวัล รวมมูลค่า 300,000 บ.โทรทัศน์ จอ 55 นิ้ว 2 รางวัล และของพรีเมี่ยม กว่า 1,000 รางวัล พบกันวันที่ 30 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ชั้น 1 แกรนฮอลล์ ชั้น 3 เอ็มซีซีฮอลล์ วาไรตี้ฮอลล์ เดอะมอลล์ โคราช งานนี้ ห้ามพลาด!!

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ /ซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ/ชื่นชมสองฮีโร่พัทยา ช่วยเหลือลุงถูกน้ำพัดรถมอเตอร์ไซค์ / ปธ.สภาพัทยา ปรับแก้มุมถนนแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ /งานพลุนานาชาติพัทยา 2024 เชื่อปีนี้คนร่วมงานหลักแสน/ ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ แข้งมุมอร่อยนาเกลือซิวแชมป์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 พ.ย.67 นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยรับฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น

โดยเป็นการฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติกรณีมีนักท่องเที่ยวเผชิญเหตุไม่คาดฝัน โดยจำลองเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีนักท่องเที่ยวจมน้ำ ก่อนเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยทางทะเลจะประสานกำลังนำเรือเร็วเข้าช่วยเหลือ และนำขึ้นฝั่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำส่งโรงพยาบาลตามขั้นตอน โดยใช้เวลาที่รวดเร็วเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา ให้ข้อมูลว่าด้วยเข้าสู่ไฮซีซั่นทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวทำกิจกรรมทางน้ำเป็นจำนวนมาก จึงวางแผนการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยาร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องฝึกซ้อมแผนเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

ปธ.สภาพัทยานำทีมปรับแก้มุมถนนแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ หลังชาวบ้านร้องรถบัสเลี้ยวเข้ายากทำการจราจรติดขัด

วันที่ 27 พ.ย.67 นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา นายภาสกร อยู่สมบูรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นางจิดาภา สุวัฒน์ถาภรณ์ สมาชิกสภาเมืองพัทยา พร้อมผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ช่างโยธาฯ ลงพื้นที่สำรวจบริเวณแยกสว่างฟ้า-นาเกลือ หลังมีการร้องเรียนให้เมืองพัทยาพิจารณาปรับทางเท้าเพื่อขยายพื้นที่จุดเลี้ยวแก้ไขปัญหารถติดขัด

นายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา เผยว่า ชาวบ้านร้องเรียนในชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณแยกจราจร สว่างฟ้า-นาเกลือ จะเกิดรถติดเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยรถบัสและรถโดยสารขนาดใหญ่ต้องชะลอเพื่อเลี้ยวเข้าถนนตลาดใหม่นาเกลือ เพราะบริเวณมุมถนนทางเลี้ยวมีลักษณะคับแคบ ทำให้รถบัสเลี้ยวได้อย่างยากลำบาก เกิดการจราจรติดขัดจนส่งผลลามไปยังรถคันอื่นๆ ที่ต้องติดตามไปด้วย

ทั้งนี้ จะได้เร่งดำเนินการปรับปรุงทาฃเดินเท้าบริเวณดังกล่าวเพื่อขยายจุดเลี้ยวบนถนนให้มีองศาที่กว้างขึ้น เพื่อสะดวกต่อการขับขี่และการใช้ถนนบริเวณดังกล่าวสำหรับรถบัสและรถโดยสารขนาดใหญ่ และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่บ้านนาเกลือ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ช่างโยธาฯ จะได้เร่งดำเนินการในเร็วๆ นี้

ชื่นชมสองฮีโร่พัทยา ช่วยเหลือลุงถูกน้ำพัดรถมอเตอร์ไซค์

มีรายงานว่าเฟซบุ๊กแฟนเพจ พ ส ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ได้แชร์คลิปวิดีโอประมาณ 45 วินาที ผ่าน Reels เป็นภาพเหตุการณ์ฝนตกหนักในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในหลายจุด

ปรากฏภาพชายสูงวัยเจอแรงน้ำที่ท่วมถนนทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงและถูกกระแสน้ำพัดพาไป แต่เมื่อชายสูงวัยคนดังกล่าวพยายามไปยกรถของตัวเองแต่สู้แรงน้ำไม่ไหว จนเกือบล้มลงกลางถนน

ใกล้กันมีพนักงานชายร้านสะดวกซื้อ 2 คนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้วิ่งฝ่าสายฝนไปทั้งชุดพนักงานลงไปช่วยเหลือชายสูงวัยด้วยการช่วยยกรถและนำชายสูงวัยมานั่งพักในที่ทำงาน สร้างความประทับใจและความน่าชื่นชมต่อชาวเน็ตเป็นอย่างมาก จนมีการแชร์คลิปดังกล่าวออกไปมากกว่า 3.9 หมื่นครั้ง และมีคนเข้ามาถูกใจมากกว่า 2.3 แสนคน

พร้อมเต็มที่! งานพลุนานาชาติพัทยา 2024 เชื่อปีนี้คนร่วมงานหลักแสน

ตามที่เมืองพัทยากำหนดจัดงานเทศกาลพลุไฟนานาชาติเมืองพัทยา Pattaya Fireworks Festival 2024) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ที่จะถึงนี้ที่บริเวณถนนเลียบสายชายหาดพัทยา

วันที่ 27 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จัดงานพบว่ามีการเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องของการจัดตั้งเวที ระบบไฟแสงสีเสียง ระบบส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต และการจัดตั้งเต๊นร้านค้าสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาได้เตรียมปิดถนนเลียบชายหาดพัทยาในช่วงวันจัดงานเพื่อรองรับคลื่นมหาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่จะมาเข้าร่วมชมพลุนับแสนคน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา

รูดม่านปิดฉากดวลเกือก ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ แข้งมุมอร่อยนาเกลือซิวแชมป์

ตามที่ผู้บริหารธุรกิจในเครือมุมอร่อย โดย นายสุพจน์ โตพานิช หรือเสี่ยอู๊ด และนางวรรณเพ็ญ โตพานิช หรือเจ๊ปุ๋ย เจ้าของร้านมุมอร่อย ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ ‘มุมอร่อยคัพ 2024’ เพื่อเชื่อมความสมามัคคีและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่คณะและองค์กร ซึ่งได้กำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 7-27 พ.ย.67

ล่าสุด ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม One Goal Arena ซึ่งใช้จัดเป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลมุมอร่อยคัพ 2024 เป็นการชิงชัยกันวันสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะ หลังทำการแข่งขันมา 20 วันเต็ม โดยแข่งขันแบบ 4 เส้าพบกันหมด แบ่งออกเป็น 4 ทีม ในเครือมุมอร่อย ได้แก่ ทีม Castello Di Bellagio, ทีมมุมอร่อย ศรีราชา, ทีมมุมอร่อย นาเกลือ และทีมมุมอร่อย โคโม่

ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมที่ชนะเลิศได้แก่ทีม มุมอร่อยนาเกลือ ที่ชนะทีมที่ได้ที่ 2 คือทีมมุมอร่อยโคโม่ ไปได้ 4-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ส่วนนัดชิงที่ 3 ทีมที่ได้อันดับ 3 และ 4 เป็นของทีม Castello Di Bellagio และทีมมุมอร่อยศรีราชา ตามลำดับ โดยหลังแข่งขันเสร็จสิ้นเป็นการมอบถ้วยรางวัลให้กับผู้ชนะ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นกิจกรรมกีฬาที่ช่วยผ่อนคลายให้พนักงานในเครือมุมอร่อยเป็นอย่างมาก

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / มิสแกรนด์ประจวบฯ 2025 เข้าพบรองผู้ว่าราชฯ รอบไฟนอล 30 พ.ย. นี้ ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 27 พ.ย.67 ที่ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับคุณภาติยะ นิ่มน้อย ผู้ได้ลิขสิทธิ์ในการจัดกองประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 นายทิวัตถ์ แจ่มสว่าง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้จัดการประกวดฯ และผู้เข้าร่วมประกวดฯ 11 ท่าน โดยทางคณะผู้จัดการประกวดฯ

ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการค้นหาสาวงามที่จะเป็น ตัวแทนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปประกวดในเวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เวทีประกวดสาวงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ให้โอวาทแก่คณะผู้จัดฯและผู้เข้าร่วมประกวดฯ ก่อนที่จะมีการจัดการประกวดขึ้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกองประกวดฯ สำหรับการจัดประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025

เป็นการคัดเลือกสาวงามที่มีความเพียบพร้อมทั้งความงาม สุขภาพที่ดี มีสติปัญญา เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดเดินทางไปประกวดเวทีระดับประเทศ โดยจะจัดการประกวดมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2025 รอบไฟนอลในวันที่ 30 พ.ย.67 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้น ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน (Bluport Huahin) ไป ไฮไลท์ของงานเตรียมพบกับ “อิงฟ้า วราหะ” , “หลิน มาลิน” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ คนล่าสุด

//////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการจัดกิจกรรมแถลงข่าวประจำเดือน เพื่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน ตามนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัด ประจำเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยมีนายพิพัฒน์ สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมแจ้งถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในแต่ละเดือน พร้อมนำเสนอผลการขับเคลื่อนการที่จังหวัดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและอื่นๆ โดยมีประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบ ดังนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดย นางสาวพัฒนา ไวลิม ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน แทน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมรับมือภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเริ่มต้นฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2567 – 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ภายใต้กองอำนวยการป้องกัน รวมถึงทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุจังหวัด และการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยหนาวและแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาวจังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 – 2568

โดยข้อมูลสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวปีงบประมาณ 2567 – 2568 จังหวัดน่านได้มีการสำรวจข้อมูลความต้องการเครื่องกันหนาว จำนวน 91,510 คน ทั้งนี้ได้มีผู้ประสงค์จะแจกจ่ายครื่องกันหนาวมาจากบ.ไทยเบฟฯ จำนวน 15,000 ผืน และมูลนิธินอกจากนี้ราชประชาฯ จำนวน 2,500 ผืน ทั้งนี้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านได้แนะนำเรียนรู้และรับมือภัย ในช่วงฤดูหนาว ดำเนินชีวิตปลอดภัย อาทิ อุบัติเหตุทางถนน สุขภาพ เพลิงไหม้ ไฟป่า และหมอกควัด้านนายสายันต์ ไชยยศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาน่าน ได้เปิดเผยว่าคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ และสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่จังหวัดน่าน เดือนพฤศจิกายน จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับมีอากาศหนาว บางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาค และมีหมอกในตอนเช้า

โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของ พื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน สำหรับช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมากขึ้น โดยมีอากาศหนาวเย็น เกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวจัดโดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาค สำหรับบริเวณยอดดอย ยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมี อากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้ในบางช่วง ส่วนช่วงต้นและกลางเดือนกุมภาพันธ์ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและมีฝนบาง แห่งในบางวัน กับมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ โดยยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า และจะมีอากาศร้อนหลาย พื้นที่ในตอนกลางวันข้อควรระวังในเดือนธันวาคมและมกราคม บริเวณยอดดอยมักจะเกิดน้ าค้างแข็งขึ้นได้ กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้น ในหลายพื้นที่ จึงควรระมัดระวังการเกิด อุบัติเหตุจากการใช้ ยวดยานพาหนะไว้ด้วย เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตก เคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่าน ภาคเหนือซึ่งจะทำให้ช่วงดังกล่าวเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่อากาศหนาวถึงหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ถึง มกราคม 2568 คาดการ์ว่าอากาศหนาว – หนาวจัดบางวันอุณหภูมืต่ำถึง 8 องศา – 15 องศา

ในบางพื้นที่อากาศหนาวจัดต่ำกว่า 8 ด้านนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวถึงการจัดประชุมเตรียมความพร้อมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ปี 2567 และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลกโดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ปี 2567 จังหวัดน่านกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีเพื่อส่งสัญญาณว่า จังหวัดน่านมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลก ที่มีความหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อาทิ ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านการบริการ ด้านคมนาคม ด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ตลอดจนหารือถึงกิจกรรมที่จะจัดขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เป็นการแสดงถึงศักยภาพการบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนชาวน่าน ด้วยการสร้างคุณภาพและบริการจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มีมิตรไมตรีและเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยมีสถิตินักท่องเที่ยวผู้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดน่าน มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยมากกว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามเช่นกัน การเข้าพักของจังหวัดน่าน ที่พัก จำนวน 598 ที่ โดยมีห้องพักจำนวน 6,706 ห้อง บ่งชี้ได้ถึงการรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก โดยสถิติในปี 2567 มีจำนวนถึง 774,210 คน ข้อมูลณเดือนกันยายน

  ด้านนายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดน่าน  ซึ่งจังหวัดน่านมี 15 อำเภอ 98 ตำบล 31 ชุมชน 893 หมู่บ้าน มีประชากร 470,708 คน พื้นป่ามีจำนวน 7,581,035.02 ไร่ โดยมีพื้นที่ป่าตามกฎหมายในจังหวัดน่านจำนวน 5,976,453.15 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 79% ของพื้นที่จังหวัดน่าน ป่าสมบูรณ์ 4,241,855 ไร่ คิดเป็น 59.17% แบ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวน 2,756,453.15 ไร่ คิดเป็น 36% ของพื้นที่จังหวัดน่าน มีอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง ,เขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง ,วนอุทยาน 1 แห่ง ,สวนรุกขชาติ 1 แห่ง  พื้นที่อื่นๆจำนวน 1,604,581.87 ไร่ คิดเป็น 21% ของพื้นที่เป็นชุมชน,เกษตรกรรม โดยเผยว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมความพร้อมแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาวนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินป่าและกิจกรรมอาบป่า (Forest Bathing) มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดสำหรับในภาคเหนือ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาจังหวัดน่าน ซึ่งมีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย ทั้งเส้นทางระยะไกลดอยภูแล เส้นทางเด่นช้างนอน เส้นทางน้ำตกขุนน้ำปัว เส้นทาง 1,700 และเส้นทางดอกชมพูภูคา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางดอยค้ำฟ้า ในอุทยานแห่งชาติผาแดงและจุดชมวิวยอดภูชี้ฟ้าในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ที่สวยงามโดดเด่น ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีป้ายสื่อความหมายและจุดพักตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินในการได้รับบริการ

ด้านนายวสันต์ จารุศังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัวหวัดน่านได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมรับมือและแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดน่านสถานการณ์ ฝุ่นPM2.5 ในพื้นที่จังหวัดน่าน คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดน่านพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน2.5 ไมครอนทั้ง 2 สถานี โดยจุดที่มีฝุ่นละอองPM2.5 อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีรถหนาแน่นนอกจากนี้สถานการณ์ จุดความร้อน Hotspot ในพื้นที่จังหวัดน่านเปรียบเทียบกับปี 2566 – 2567 มีการพบจุดความร้อนลดลงหรือน้อยกว่าปี 2566 ซึ่งเกิดจากพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่จังหวัดน่านน้อยลง ทั้งนี้ทางสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัวหวัดน่านได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดน่านปี 2568 โดยมีมาตราการป้องกัน เช่น บริหารจัดการเชื้อเพลิง , การกำหนดวันห้ามเผาเด็ดขาด ,ลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง,ตรึงพื้นที่กำหนดจุดเฝ้าระวัง,จัดระบบการเข้า-ออก พื้นที่ป่า,ส่งเสริมการจัดทำแหล่งชุมชนขนาดเล็กรวมถึงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก พร้อมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือ ส่วนมาตราการด้านเผชิญเหตุ อาทิ การสนธิกำลังจัดตั้งชุดปฎิบัติการตั้งจุดสกัด จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ,บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม,

กำหนดสถานที่พักชั่วคราวตลอดจนการบริหารด้านสาธารณสุข ,พร้อมทั้งแจ้งเตือนสถานการณ์ในช่วงวิกฤตและป้องกันตัวเองที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้กล่าวถึง Creative City วิถีน่าน ด้วย Spark 3 วิ “เชิงลุก” โดยการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนบนฐานพหุปัญญา สู่ Soft Power วิถีน่าน เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่จำเป็นในอนาคตและการสร้างรายได้ระหว่างเรียนมุ่งสู่ น่านเมืองสร้างสรรค์ Nan – Creative City of Crafts and Folk Art และแนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้สพม.น่าน เป็นองค์กรแห่งคุณภาพคู่คุณธรรมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน เรียนดีมีความสุข ปีแห่งการความท้าท้ายการศึกษาไทยองค์กรคุณภาพสร้างคนดี พร้อมทั้งในปีการศึกษา 2567 -2568 เน้นว่าเป็นปีทองแห่งคุณภาพคู่คุณธรรม 5 นโยบายภายใต้ธรรมาภิบาล คือ ความปลอดภัย คุณธรรม คุณภาพ โอกาส และประสิทธิภาพ เปิด 4 สาระสำคัญในการขับเคลื่อนดำเนินการ 1.แผนที่เชิงประวัติศาสตร์ 2.วิชาชีพเชิงช่างวิถีน่าน 3.ผ้าพื้นถิ่นน่าน 4.ศิลปะการแสดงพื้นบ้านวิถีน่าน/ ข่าวสนง.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2567

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ.โรงแรมต้นทองรีสอร์ทสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธีขอบคุณพืชพันธ์ุธัญญาหารและสายน้ำ ประจำปี 2567

โดยมี นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับคณะผู้จัดงานซึ่งประกอบด้วย วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ , ปลัดอาวุโส (รักษาราชการแทนนายอำเภอตรอน) นายกเทศมนตรีตำบลตรอน , นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแก่ง

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง , นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแดงและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหาดสองแคว ร่วมเวทีแถลงข่าว ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 3 – 6 ธันวาคม 2567 ณ ท่าน้ำในพื้นที่อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แก่ ท่าน้ำวัดวังแดง หมู่ 3 , ท่าน้ำสวนสาธารณะเทศบาลตำบลตรอน , ท่าน้ำองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง , ท่าน้ำลานริมน่าน เทศบาลตำบลบ้านแก่ง และท่าน้ำวัดหาดสองแคว

โดยภายในงานดังกล่าวมีกิจกรรมประกอบด้วย การชมแพไฟและพลุเฉลิมพระเกียรติ การเลือกช็อปอาหารและสินค้าผลิตภัณฑ์ในชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และเทศกาลกินปลากินไข่ โดยไฮไลต์ของงานจะมีในวันที่ 5 ธันวาคม ที่จะมีการไหลแพไฟ 7 หลัง ระยะทาง 10 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ได้มีหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในงานแถลงข่าวดังกล่าวด้วย ในการนี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมชมงานดังกล่าวในวันที่ 3-7 ธันวาคมนี้

นภอ.ลับแล ประชุมเตรียมความพร้อมกิจกรรม เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวสายศรัทธา

วันที่ 18 พย.2567 ณ.หอประชุมโรงเรียนวัดดอนสัก ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายภูริวิจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอลับแล เป็นประธานเปิดการประชุมปรึกษารือในการวางแนวทางการจัดกิจกรรม เปิดเส้นทางการท่องเที่ยวสายศรัทธาและการงานบวชต้นไม้ ณ.ม่อนจำศิล พร้อมการจัดกิจกรรมยามค่ำคืน ณ.เฮือนลับแล นำทีมการ

จัดงานโดย คณะถ่ายทำภาพยนต์ “ธี่หยด”M Studio เอ็ม สตูดโอ(@m_studiomovies)พร้อมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมเจอร์ โดยการจัดงานจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 พย.2567 ณ. ม่อนจำศิล และ โรงเรียนวัดดอนสัก โดยมีผู้เข้าร่วมในการเสวนาปรึกษาหารือในกิจกรรมดังกล่าวได้แก่ นางกัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัด อุตรดิตถ์

นายเกรียงศักดิ์ ทิพย์พรหม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนานกกก นายโสภณ สีหะอำไพ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนสัก นางสาว ศศิ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดอุตรดิตถ์ และ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ,

พร้อมด้วย คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลฝายหลวง อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฑอุตรดิตถ์ และที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานกลุ่มห่อผ้าฝายหลวง , คณะครูโรงเรียนวัดดอนสัก , ปราชญ์ชาวบ้าน , ประธานกลุ่มทอผ้าฝายหลวง , ราษฎรในพื้นที่ ได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาในการเตรียมการในครั้งนี้ ณ หอประชุมโรงอาหาร โรงเรียนวัดดอนสัก ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์นาง กัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ ประธานสภาอุตรสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ พร้อมเข้าร่วมรับฟังการมีส่วนร่วมรวมถึงบริบทเพื่อเป็นการดำเนินการทำเป็นข้อมูลในการประชุมพร้อมทั้งนำมาซึ่งการสร้างรายได้ให้ก่อเกิดในบริบทพื้นที่ชุมชนและเพื่อให้ราษฎรในพื้นที่เสนออัตลักษณ์ชุมชนในเขตพื้นที่อำเภอลับแล อย่างเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์และเป็นข้อมูลตรงกับความเป็นจริงจากราษฎร

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวสื / การประกวด Heritage Pageants 2024 จัดขึ้นด้วยสัมผัสทางวัฒนธรรม

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท Eplanet Pte Ltd มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2024 งานระดับนานาชาติที่เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างความงาม วัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรม การประกวดที่หลายคนรอคอยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 ด้วยพิธีมอบสายสะพายให้กับผู้เข้าประกวด ณ โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ประเทศไทย การประกวดในปีนี้ได้ขยายประเภทการประกวดเพิ่มขึ้น ได้แก่ Mister, Ms., Petite และ Gems นอกเหนือจากตำแหน่งหลักคือ Miss และ Mrs. Heritage International ผู้เข้าประกวดจากหลากหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย นิวซีแลนด์ ลาว ไทย สิงคโปร์ เซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย เปรู ลัตเวีย เคนยา และเวียดนาม ได้มารวมตัวกันในการเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2024 โดยจะมีพิธีตัดสินและมอบมงกุฎในวันที่ 16 พฤศจิกายน

กิจกรรมเบื้องต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้เข้าประกวดได้ร่วมถ่ายภาพในชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ ผู้เข้าประกวดยังได้มีโอกาสสำรวจเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการนั่งตุ๊กตุ๊ก ระหว่างพักที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร ในงานแถลงข่าว ผู้เข้าประกวดได้โชว์ชุดประจำชาติและชุดวัฒนธรรมผ่านการเดินแบบอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้จัดโต๊ะแสดงวัฒนธรรม นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของตนผ่านการจัดแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี Heritage Pageants ยังคงขยายการเข้าถึงระดับโลก ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และนำเสนอเวทีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม งานนี้เป็นการรวมตัวของความหลากหลาย ความสง่างาม และการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ที่เน้นย้ำถึงความงามของมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก

การประกวดนี้ดำเนินการโดยบริษัท Eplanet Pte Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และนำโดยประธาน คุณสันโตษ สัปโกตา ซึ่งการนำของเขาได้ผลักดันให้การประกวดก้าวสู่ระดับใหม่บนเวทีนานาชาติ การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของการประกวดจะได้รับการกำกับการแสดงโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณโรจิน ชักยา จากเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากมาเลเซีย ที่จะนำความงดงามทางศิลปะมาสู่งาน การดำเนินงานที่ราบรื่นของการประกวดได้รับการดูแลโดยคุณซูซาน ซานเฟอร์มี โกะ ซึ่งความเชี่ยวชาญของเธอจะรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง Heritage Pageants ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกและสร้างความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอชาติพันธุ์ ประเพณี และความงามของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ งานนี้นำผู้เข้าประกวดและผู้ชมมารวมกันในการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างทรงพลัง

ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 บริษัท Eplanet Pte Ltd ได้พัฒนาจากบริษัทวางแผนการจัดงานสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการประกวดนางงามและงานวัฒนธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานระดับโลกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรี เทศกาลวัฒนธรรม งานแสดงสินค้า และงานมอบรางวัล Eplanet ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศในการประกวดนางงาม นำเสนอโซลูชันการจัดงานที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าทั่วโลก มรดกแห่ง Heritage Pageants นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 Heritage Pageants ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดึงดูดความสนใจและผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก งานแรกจัดขึ้นที่กาฐมาณฑุ เนปาล มงกุฎ Miss Heritage International ตกเป็นของ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ งานนี้ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ

รวมถึงนิวเดลี ศรีลังกา และสิงคโปร์ โดยได้มอบมงกุฎให้กับผู้ชนะที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น Victoria Pham จากเวียดนาม (2015), Anna Kirillina จากรัสเซีย (2022), Fontip Sriwaranyoo คุณฝนธิป ศรีวรัญญู จากไทย (2022), Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา (2023) และ Erika Hara จากญี่ปุ่น (2023) อนึ่งจะมีการประกวดปี 2024 (รอบชิงชนะเลิศ Final Contest)
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ณ Tinidee Trendy Khaosan Rd. Bangkok Thailand เวลา 17.30 น เป็นต้นไป ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: Eplanet Pte Ltd ติดตามเราได้ที่: Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี -สื่อรัฐนิวส์ / ประกวด Heritage Pageants 2024 จัดขึ้นด้วยสัมผัสทางวัฒนธรรม

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท Eplanet Pte Ltd มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวการประกวด Heritage Pageants ครั้งที่ 7 ประจำปี 2024 งานระดับนานาชาติที่เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างความงาม วัฒนธรรม และมรดกทางวัฒนธรรม การประกวดที่หลายคนรอคอยได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2024 ด้วยพิธีมอบสายสะพายให้กับผู้เข้าประกวด ณ โรงแรมดิวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ประเทศไทย การประกวดในปีนี้ได้ขยายประเภทการประกวดเพิ่มขึ้น ได้แก่ Mister, Ms., Petite และ Gems นอกเหนือจากตำแหน่งหลักคือ Miss และ Mrs. Heritage International

ผู้เข้าประกวดจากหลากหลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมาร์ เม็กซิโก เนปาล ไนจีเรีย นิวซีแลนด์ ลาว ไทย สิงคโปร์ เซอร์เบีย ฟิลิปปินส์ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย เปรู ลัตเวีย เคนยา และเวียดนาม ได้มารวมตัวกันในการเฉลิมฉลองระดับโลกครั้งนี้ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2024 โดยจะมีพิธีตัดสินและมอบมงกุฎในวันที่ 16 พฤศจิกายนกิจกรรมเบื้องต้นได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้เข้าประกวดได้ร่วมถ่ายภาพในชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ ผู้เข้าประกวดยังได้มีโอกาสสำรวจเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการนั่งตุ๊กตุ๊ก ระหว่างพักที่โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพฯ ข้าวสาร ในงานแถลงข่าว ผู้เข้าประกวดได้โชว์ชุดประจำชาติและชุดวัฒนธรรมผ่านการเดินแบบอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรม โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้จัดโต๊ะแสดงวัฒนธรรม นำเสนอองค์ประกอบทางวัฒนธรรมของตนผ่านการจัดแสดงที่คัดสรรมาอย่างดี

Heritage Pageants ยังคงขยายการเข้าถึงระดับโลก ดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และนำเสนอเวทีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม งานนี้เป็นการรวมตัวของความหลากหลาย ความสง่างาม และการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม ที่เน้นย้ำถึงความงามของมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกการประกวดนี้ดำเนินการโดยบริษัท Eplanet Pte Ltd ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ และนำโดยประธาน คุณสันโตษ สัปโกตา ซึ่งการนำของเขาได้ผลักดันให้การประกวดก้าวสู่ระดับใหม่บนเวทีนานาชาติ การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของการประกวดจะได้รับการกำกับการแสดงโดยผู้เชี่ยวชาญ คุณโรจิน ชักยา จากเนปาล และคุณเวสลีย์ ซอว์ จากมาเลเซีย ที่จะนำความงดงามทางศิลปะมาสู่งาน การดำเนินงานที่ราบรื่นของการประกวดได้รับการดูแลโดยคุณซูซาน ซานเฟอร์มี โกะ ซึ่งความเชี่ยวชาญของเธอจะรับประกันประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง

Heritage Pageants ทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เข้าประกวดในการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกและสร้างความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยการนำเสนอชาติพันธุ์ ประเพณี และความงามของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ งานนี้นำผู้เข้าประกวดและผู้ชมมารวมกันในการเฉลิมฉลองความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างทรงพลังก่อตั้งขึ้นในปี 1999 บริษัท Eplanet Pte Ltd ได้พัฒนาจากบริษัทวางแผนการจัดงานสู่การเป็นผู้นำระดับโลกในการประกวดนางงามและงานวัฒนธรรม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดงานระดับโลกมากมาย รวมถึงการแสดงดนตรี เทศกาลวัฒนธรรม งานแสดงสินค้า และงานมอบรางวัล Eplanet ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเลิศในการประกวดนางงาม นำเสนอโซลูชันการจัดงานที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าทั่วโลก

มรดกแห่ง Heritage Pageants นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2014 Heritage Pageants ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดึงดูดความสนใจและผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก งานแรกจัดขึ้นที่กาฐมาณฑุ เนปาล มงกุฎ Miss Heritage International ตกเป็นของ Hla Yin Kyae จากเมียนมาร์ งานนี้ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ รวมถึงนิวเดลี ศรีลังกา และสิงคโปร์ โดยได้มอบมงกุฎให้กับผู้ชนะที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น Victoria Pham จากเวียดนาม (2015), Anna Kirillina จากรัสเซีย (2022), Fontip Sriwaranyoo คุณฝนธิป ศรีวรัญญู จากไทย (2022), Wuandar Jirleyth Casanova จากเวเนซุเอลา (2023) และ Erika Hara จากญี่ปุ่น (2023)

ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
สำหรับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ:

Eplanet Pte Ltd

ติดตามเราได้ที่:
Facebook: www.fb.com/pageantofheritage
Instagram: www.instagram.com/heritagepageants
เว็บไซต์: www.pageantofheritage.com

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024″/ ฮือฮาร้านสเต็กพัทยา”นาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด” เปิดเมนูอาหารกว่า 1,000 เมนู

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 6 พ.ย.67 มีรายงานว่า นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้ร่วมแถลงข่าวเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024” พร้อมนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายชัยวัฒน์ ตามไท ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา พร้อมศิลปิน “ป้อม ออโต้บาห์น” และ “ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน”

ร่วมแถลงข่าว โดยมี นางสาวทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้างสรรพสินค้า The Emsphere ชั้น M ลาน Sphere Gallery 1 กรุงเทพมหานคร

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา 2024 ว่าครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในการจัดงานปีแรก ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Harmonic Jazz & Beach” เพื่อยกระดับเมืองพัทยาสู่เป้าหมาย “WORLD CLASS EVENT HUB” “พัทยา เมืองแห่งเทศกาลดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมระดับโลก” ชูศักยภาพของเมืองในการจัดงานระดับโลก เพื่อให้เมืองพัทยาและประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 ธันวาคม 2567 เวลา 17.00 – 24.00 น. ณ บริเวณริมชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี พบกับโมเม้นต์สุดประทับใจไปกับท่วงทำนองเพลงแจ๊สในบรรยากาศแสงสุดท้ายลับเส้นขอบฟ้า ณ ชายหาดเมืองพัทยา ที่จะพาทุกท่านดื่มด่ำไปกับอารมณ์เพลงแจ๊สจากศิลปินระดับตัวท็อปท่ามกลางแสงสุดท้ายของชายหาดเมืองพัทยา ด้วยศิลปินระดับโลกทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งในปีนี้เราได้เชิญศิลปินระดับโลก “Ronan Keating” ศิลปินหนุ่มชาวไอริช เจ้าของบทเพลงสุดโรแมนติก When you say nothing at all เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Nothing Hill มาร่วมสร้างความสุขในงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยาครั้งนี้

ด้านนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่าปีนี้ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยา “Pattaya International Jazz Festival 2024” ด้วยต้องการให้เทศกาลดนตรีแจ๊สเมืองพัทยาเป็นเทศกาลดนตรีระดับโลกที่นำเสนอความสุดยอดของโชว์จากศิลปินแจ๊ส โดยเปิดให้เข้าชมฟรี

และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับภาคประชาชน ชุมชน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะมีศิลปินระดับโลกอย่าง “Ronan Keating” แล้ว ยังยังมีศิลปินมากฝีมือ และนักร้องคุณภาพระดับโลก “Tabitha King” ที่มากความสามารถแนวเพลงแจ๊ส, โซล, R&B, ฟังค์ และบลูส์ อีกทั้งยังเป็นนักร้องคุณภาพที่เคยได้ร่วมงานกับหลากหลายศิลปินระดับโลก อาทิเช่น Usher, Freebo

ลที่จะมาแสดงร่วมกับวง Infinity วงดนตรีแนวฟิวชั่นแจ๊ส วงแรกของประเทศไทย และการรวมตัวสุดพิเศษของศิลปินแจ๊สไทยระดับตำนาน Koh Mr.Saxman & Band ที่จะมาแสดงร่วมกับ Pom Autobahn และ Ford Sobchai ตามด้วยนักร้องมาดเท่ Burin Boonvisut พร้อมด้วยศิลปินสาวเสียงดี Gam Wichayanee ที่จะมาประชันเสียงกับ Pure The Voice และศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อระดับนานาชาติมาแล้วอย่าง Rasmee Isan Soul นักร้องหญิงที่เคยคว้ารางวัลคมชัดลึกอวอร์ด ในสาขาศิลปินหญิงยอดเยี่ยม, อัลบั้มยอดเยี่ยม อีกทั้งศิลปินรุ่นใหม่ วง ASIA7 ที่จะมาแสดงร่วมกับ Pae Sax มือแซกโซโฟนระดับแถวหน้าของเมืองไทย และวง H3F ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศให้ชายหาดพัทยาอบอวลไปด้วยสีสันของดนตรีแจ๊ส รวมทั้้งยังมีร้านค้า ร้านอาหารเจ้าอร่อยจากเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงอีกมากมาย

ฮือฮาร้านสเต็กพัทยาไม่ได้มีแค่สเต็ก “นาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด” เปิดเมนูอาหารกว่า 1,000 เมนู

นายบัญชา หาธะนี หรือ พี่ติ เจ้าของร้านนาเนียสเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา ตั้งอยู่ริมถนนเฉลิมพระเกียรติสาย 3 พัทยาเหนือ ได้เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อน ร้านนาเนีย สเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา จึงเปิดเป็นร้านอาหารแบบครัวนายาชาติที่มีเมนูต่างๆ มากมายกว่า 1,000 เมนู ไว้รองรับให้บริการลูกค้า ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ

ที่ผ่านมากว่า 8 ปี อดีตเป็นเพียงร้านเล็กๆ ริมถนน แต่ทางร้านเห็นว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในเมืองพัทยานั้น มีทั้งคนไทย คนเอเชีย และคนยุโรป ซึ่งจะหาอาหารรับประทานในตอนกลางคืนนั้นค่อนข้างยาก จึงมีแนวคิดขยายร้านและเปิดให้บริการอย่างครบครันในปัจจุบัน เป็นร้านอาหารที่เหมาะสำหรับนักท่องราตรี รวมถึงนักทานที่หิวยามดึก

ร้านนาเนีย สเต็กแอนด์ซีฟู้ด พัทยา ไม่ได้เป็นเพียงร้านจำหน่ายอาหารประเภทสเต็ก แต่ร้านมีบริการอาหารมากมายที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีและมีคุณภาพ ที่รังสรรค์โดยเชฟมากฝีมือกว่า 20 ชีวิต เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น.-05.00 น. ของทุกวัน นอกจากนี้ยังมีบริการส่งอาหาร เริ่มต้นเพียง 20 บาท ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่มาจากต่างจังหวัด พอตกดึกหาแล้วหาของกินยาก สำหรับผู้มาใช้บริการที่ร้านสามารถรองรับได้กว่า 100 ที่นั่ง สามารถตืดต่อสอบถามและสำรองจองโต๊ะได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ นาเนียสเต็ก & ซีฟู้ด สาขาพัทยา หรือเบอร์โทรศัพท์ 033-087 047, 088-856 7288 และ 099-096 1327

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหาร.​เปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ลาว​ 2 ฝั่งโขง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดมุกดาหารเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา เชื่อความสัมพันธ์ 2 ฝั่งโขง (ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกะจู้) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 08.30 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน แข่งเรือยาวออกพรรษาชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 ภายใต้วลี “ตีช้างน้ำนอง แข่งเรือยาวโบราณ สานประเพณีสองฝั่งโขง เชื่อมโยงไหลกระจู้”

ที่ ณ บริเวณลานหน้าท่าเทียบเรือ ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยมีคณะจากแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนำโดย ท่านนางหลิงทอง แสงตาวัน รองเจ้าแขวงสะหวันนะเขต นายปัฐม์ ปัทมจิตร กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตพร้อมคณะ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือออกพรรษา เป็นงานประเพณีประจำปีที่สำคัญอันดับหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร ที่เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำนุบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีงาม ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและกีฬาเรือพายของจังหวัดมุกดาหาร และที่สำคัญยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนชาวแขวงสะหวันนะเขต สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกับชาวจังหวัดมุกดาหารให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในพิธีเปิดงาน (15 ตุลาคม 2567) ยังมีพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานทางบก โดยประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารชาวเรือและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร และพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อันได้แก่ศาลหลักเมืองมุกดาหารศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องและพระเจ้าองค์หลวง และพิธีเบิกน่านน้ำ

ทั้งนี้การแข่งเรือยาวประเพณีออกพรรษาจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 -17 ตุลาคม 2567 นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนให้คึกคัก และยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์จังหวัดชายแดนสองฝั่งโขงให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/รพ.กรุงเทพพัทยา จัดเสวนารับวันมะเร็งเต้านมสากล/มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย/จะจัดงานระดมทุนสนับสนุนสังคมสงเคราะห์/เมืองพัทยาวางแนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 10 ต.ค.67 ที่บริเวณ Lobby อาคาร E โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้จัดเสวนาเรื่อง หลากหลายความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมสากล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการดูแลเต้านม เนื่องในวันมะเร็งเต้านมสากล (World Breast Cancer Day) “มะเร็งเต้านม” ภัยเงียบอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก ป้องกันได้ด้วยการหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเอง และพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมอย่างน้อยปีละครั้ง โดยมี คุณภารดี อาจสมิติ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล รพ.กรุงเทพพัทยา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

หลังจากนั้นมีการเสวนาเรื่อง หลากหลายความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โดย นายแพทย์ฐาปนัสม์ ลิขิตมาศกุล ศัลยแพทย์เต้านม ศูนย์เต้านม และแพทย์หญิงสิริจัยกรณ์ ศิววงศ์ศรี อายุรแพทย์โรคมะเร็งและโรคเลือด รพ.กรุงเทพพัทยา มาร่วมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม พร้อมตอบคำถามข้อสงสัยจากผู้เข้าร่วมฟังเสวนา

นอกจากนี้ มีการออกบูทเรียนรู้วิธีประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งจากผู้เชี่ยวชาญ และตรวจเต้านมฟรี จำนวน 100 ท่าน โดยพยาบาลวิชาชีพ ตลอดเดือนตุลาคมนี้ และยังมีกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย อาทิ กิจกรรมส่งข้อความให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งเต้านมผ่าน Interactive Booth เกมหมุนวงล้อเสี่ยงโชคและกิจกรรมสนุก ๆ พร้อมลุ้นรับส่วนลดสุดพิเศษ รับกล่องของขวัญ คูปองส่วนลด และโปรโมชั่นสุดพิเศษ

ทั้งนี้ ศูนย์เต้านม รพ.กรุงเทพพัทยา มีความห่วงใยสตรีไทยที่ต้องตกเป็นเหยื่อโรคมะเร็งเต้านม เพราะเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหญิงไทยและทั่วโลก ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์เกิดในผู้ป่วยใหม่ ปีละประมาณ 12% โดยในปี 2566 พบผู้ป่วยรายใหม่ 17,742 คน หรือวันละ 49 คน และพบการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งเต้านมหรือการแพร่กระจายของโรคค่อนข้างสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่น ทำให้ผู้ป่วยหลายรายหมดกำลังใจในการรักษา อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านม หากตรวจพบเร็ว เข้ารับการรักษาเร็ว และดูแลตนเองอย่างถูกวิธี จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักได้อีกนาน จึงขอเชิญให้มาร่วมตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันการเกิดโรคในอนาคต

โดยศูนย์เต้านม รพ.กรุงเทพพัทยา มีความพร้อมในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเต้านมรอบด้าน ด้วยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลเต้านมโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้น การเจาะดูดชิ้นเนื้อในเต้านมระบบสุญญากาศ (VABB: Vacuum Assisted Breast Biopsy) เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาในคราวเดียว โดยไม่ต้องผ่าตัดขนาดแผลเล็กเท่ารูเข็ม การตรวจยีนพันธุกรรม (BRCA) เพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และการรักษาโรคมะเร็งเต้านมโดยอายุรแพทย์โรคมะเร็ง รวมถึงการศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างเต้านมขึ้นใหม่หลังจากผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม เพราะเรื่องมะเร็งเต้านม หากรู้เร็ว รักษาไว ก็สามารถหายขาดได้

มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย พบนายกเมืองพัทยา หารือจัดงานระดมทุนสนับสนุนสังคมสงเคราะห์

บ่ายวันที่ 10 ต.ค.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมระดมทุนสนับสนุนงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย โดยมีนายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายเอกประภู เอกะสิงห์ ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย นำโดยนางรัชฎา ชมจินดา ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ เข้าร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุม 131 ศาลาว่าการเมืองพัทยา

ทั้งนี้ มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนในเมืองพัทยามายาวนานกว่า 15 ปี โดยได้ดำเนินโครงการ 2 โครงการ คือ 1. สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก บ้านเอื้ออารี เพื่อให้การช่วยเหลือ คุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และเด็กที่ถูกแสวงหาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น แสวงหาประโยชน์ทางเพศ แสวงหาประโยชน์ในรูปแบบการค้ามนุษย์ และ 2. ศูนย์พักพิงเด็ก/ศูนย์การเรียนรู้อาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์แรกรับเพื่อให้การช่วยเหลือเด็กในกรณีฉุกเฉิน เพื่อพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมในการให้ความช่วยเหลือโดยทีมสหวิชาชีพ และศูนย์การเรียนรู้อาเซียน เป็นศูนย์ขยายโอกาสทางการศึกษา

ให้บุตรหลานแรงงานข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา นอกจากนี้มูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทยยังดำเนินงานโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อส่งเสริมความรู้เรื่องสิทธิเด็กและการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ, โครงการทุนการศึกษาสู่ความสำเร็จ HGM Education Fund สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และโครงการทุนช่วยเหลือครอบครัว เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวสามารถดูแลเด็กเองได้โดยไม่ต้องส่งเข้าสถานสงเคราะห์ โดยปัจจุบันมูลนิธิฯ มีเด็กๆ อยู่ในความอุปการะกว่า 300 คน ในการนี้คณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ จึงมีความประสงค์หารือแนวทางการจัดกิจกรรมระดมทุนสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ เพื่อสร้างความยั่งยืนในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา อาทิ การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตการกุศล, งานกาล่าดินเนอร์เพื่อการกุศล, กิจกรรมวิ่งการกุศลโลมารัน, กิจกรรมโชว์รถคลาสสิคเพื่อการกุศล เป็นต้น

ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ด้วยบริบทเมืองพัทยาเป็นหน่วยงานราชการ ทำให้ไม่สามารถให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมที่มีการจำหน่ายบัตรเพื่อหารายได้ แต่เมืองพัทยายินดีที่จะเป็นเจ้าภาพร่วม โดยให้การสนับสนุนในส่วนที่ไม่ขัดต่อระเบียบราชการ เช่น อนุญาตให้ใช้โลโก้เมืองพัทยาในการจัดงาน, การประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ, การประสานสื่อมวลชนร่วมทำข่าว สำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของทั้งทางมูลนิธิ และเมืองพัทยา ถือเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาจะรับเรื่องไว้พิจารณาแนวทางสนับสนุนงบประมาณตามอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้ภายใต้บริบทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยินดีให้คำแนะนำแนวทาง หรือการประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ เป็นไปด้วยดี และสร้างความยั่งยืนในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่เมืองพัทยาต่อไป

เมืองพัทยาวางแนวทางดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว

วันที่ 10 ต.ค.67 นายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายศักดิ์ไชย เจริญอยู่คงรอด และ ดร.พิทยา ภิรมย์อ้น ผู้ช่วยเลขานุการนายกเมืองพัทยา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ในชุดคณะอนุกรรมการดังกล่าว เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยในที่ประชุมได้มีการรายงานงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพเมืองพัทยา ในส่วนค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ประจำปี พ.ศ.2567 และแนวทางบริหารจัดการค่าบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ที่มีการเปลี่ยนแปลงตามมติบอร์ด สปสช. ซึ่งมีการอนุมัติเพิ่มงบประมาณค่าบริการจากเดิมเหมาจ่ายการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ จากจำนวน 6,000 บาท ต่อคนต่อปี เพิ่มเติมเป็นจำนวน 10,442 บาท ต่อคนต่อปี ซึ่งจะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นในการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ ทำให้หน่วยบริการสามารถจัดบริการได้ดีขึ้น สามารถจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นให้กับผู้ป่วย และเพิ่มแรงจูงใจในการดำเนินงานของบุคลากรและอาสาสมัครได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปี พ.ศ.2567 และการพิจารณาอนุมัติโครงการจัดบริการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิง ในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งพบว่าการดำเนินงานในปีที่ผ่านมามีปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และอาสาสมัครที่มาทำหน้าที่นี้ รวมทั้งเวลาไปเยี่ยมแต่ละครั้งจะไม่มีญาติอยู่ด้วย เนื่องจากญาติไปทำงาน ทำให้เวลาสอบถามหรือให้คำแนะนำต่างๆ ญาติจะไม่ได้ฟังด้วย และการพัฒนาความรู้สำหรับอาสาสมัครฯ

ด้านนายวุฒิศักดิ์ เริ่มกิจการ รองนายกเมืองพัทยา ได้กล่าวให้นโยบายในการดำเนินงานการจัดการระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลอื่นที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่เมืองพัทยา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ว่าการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคณะผู้บริหารเมืองพัทยาให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มทุกเพศวัยมาโดยตลอด จึงอยากให้คณะอนุกรรมการฯ หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงฯ และให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเป็นตัวอย่างและสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชนที่มารับบริการหันมาใส่ใจการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น รวมทั้งจัดอบรมพัฒนาทักษะแก่อาสาสมัครฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มีศักยภาพ มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนชาวพัทยามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมต่อไป

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานไหลเรือไฟ แห่ปราสาทผึ้ง กฐินน้ำบูชาพญานาค ออกพรรษานี้ 17 ตุลาคม 2567

แชร์เนื้อหานี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม เปิดเทศกาลท่องเที่ยวออกพรรษา ประจำปี 2567 เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสงานบุญใหญ่ประจำปี ประเพณีออกพรรษาในพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร) ในครั้งนี้ ททท.สำนักงานนครพนม ได้จัดกิจกรรม TAT Nakhonphanom Open House #9 เปิดสำนักงาน ททท. ตึกเหลืองสไตล์โคโลเนียลติดริมแม่น้ำโขง ประดับประดาสำนักงานด้วยแสงสีระยิบระยับจากดวงไฟและเรือไฟโบราณจำลองสวยงาม ให้เป็นอีก 1 แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนมในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายรูปได้ ระหว่างวันที่ 4 – 20 ตุลาคม 2567 มาสัมผัสกับอากาศที่เย็นสบายในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่เมืองน่าเที่ยวทั้ง 3 จังหวัด การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในพื้นที่ 3 จังหวัด อาทิ

1.งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ชิงถ้วยพระราชทานฯ และแข่งขันเรือยาว จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 17 ตุลาคม 2567 ณ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร, หนองหาร และวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมือง จ.สกลนคร ชม Highlight ขบวนแห่ปราสาทผึ้งยิ่งใหญ่ตระการตา สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และสักการะพระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระองค์แสน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ในวันที่ 16 ตุลาคม 2567

2.งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2567 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 18 ตุลาคม 2567 ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม ชม Highlight การประกวดเรือไฟ 12 ลำ จาก 12 อำเภอ ในจังหวัดนครพนม วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ตื่นตากับแสงไฟนับหมื่นดวงทอแสงสว่างไสว งดงามตามลำแม่น้ำโขง พิเศษสุด “แสงแห่งศรัทธาสู่เวทีโลก” ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการจัดงาน โดยเชิญสื่อต่างประเทศ (Influencers-Nas Daily) เดินทางมาร่วมทำข่าวประชาสัมพันธ์ เพื่อยกระดับให้เป็นงานประเพณีระดับสากลให้ก้าวไกลสู่สายตาชาวโลก ด้วยการนำเสนอ “8 เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ผสมผสานนวัตกรรมแสง สี เสียง และความร่วมสมัย ออกแบบและตกแต่งเรือไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “เรือไฟพระธาตุประจำวันเกิด” ได้รับการออกแบบอย่างประณีตและมีความหมายแฝงถึงความเป็นมงคล ตั้งแต่ชื่อของเรือไฟไล่มาจาก “รุ่งสุริยัน” ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ไปจนถึง “มิ่งเมืองนคร” ที่เป็นตัวแทนของความรุ่งเรืองของจังหวัดนครพนม โดยจะไหลโชว์ตลอดงานทั้ง 11 วัน

3.งานจุดเทียนขึ้นภูบูชาพระใหญ่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแสงเทียนแห่งศรัทธา ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษา 1 วัน บูชาแด่ องค์พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร ในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

4.งานกฐินน้ำบูชาพญานาค ครั้งที่ 17 ร่วมสืบสานตำนานพญานาคลุ่มแม่น้ำโขงหลังออกพรรษา ในวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ณ ท่าทรายอัญเชิญสถิต สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 เป็นงานวัฒนธรรมที่จัดต่อเนื่องกันมานาน ของประชาชนที่หากินในลุ่มแม่น้ำโขง ทุกปีจะมีประชาชนทั้งสองฝั่งโขงมุกดาหาร – สะหวันนะเขต อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มาร่วมลงแพเรือบั๊ค (เรือบรรทุกรถขนทรายรับน้ำหนักมากกว่า 50 ตัน) พร้อมคณะสงฆ์และผู้ว่าราชการจังหวัด พุทธศาสนิกชนกว่า 200 คน ลงแพเพื่อร่วมลอยกระทงบูชาพญานาค ณ กลางแม่น้ำโขงพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นถ้ำพญานาค

นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนสายบุญ พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวมาร่วมรับบุญใหญ่ประจำปี 2567 ในเทศกาลออกพรรษา ร่วมกิจกรรมตามกำหนดเวลาทั้ง 4 งาน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่สัมผัสได้ด้วยตัวเองจากความเชื่อความศรัทธาของคนในท้องถิ่นจนกลายเป็นงานประเพณีวัฒนธรรม สุดยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน ที่ไม่ได้มีบ่อยครั้ง ใน 1 ปี จะจัดเพียงครั้งเดียวเชื่อมต่อกัน ในพื้นที่ 3 จังหวัดสนุก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ผอ.เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มั่นใจน้ำไม่กระทบประชาชนท้ายเขื่อน 100% เพียงพออุปโภค บริโภค

แชร์เนื้อหานี้

นายชูพงศ์ อิศรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ เปิดเผยว่า จากการประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ที่พยากรณ์ไว้ว่าฝนจะเริ่มเบาบางลงในวันที่ 4 , 5 และ 6 ตุลาคม 2567 ซึ่งปัจจุบันนี้แม่น้ำป่าสักช่วงวิเชียรบุรีก็ยังถือว่ามีปริมาณน้ำค่อนข้างสูงซึ่งอยู่เหนือเขื่อนป่าสักโดยน้ำเหล่านี้ก็จะไหลเข้าสู่เขื่อนป่าสัก ณ ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักมีความจุอยู่ประมาณ 600 กว่าล้าน ลูกบาศก์เมตร ยังสามารถรับได้อีกอยู่ประมาณ 300 กว่าล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นประมาณ 67%ความจุของอ่างที่สามารถเก็บกักได้ 960 ล้านลูกบาศก์เมตรของเขื่อน ในส่วนของการระบายน้ำปัจจุบัน รับน้ำด้านเหนือไหลเข้าอ่าง วันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบายออกอยู่ที่ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นระบายออกไป 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เก็บไว้ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใน

วันที่ 4 จากการคาดการณ์ภูมิอากาศปริมาณน้ำฝนอาจจะลดลงเนื่องจากความกดอากาศที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน จะทำให้ฝนลดน้อยลง ตั้งแต่วันที่ 4 , 5 และ 6 เป็นต้น ซึ่งในลักษณะเช่นนี้เขื่อนก็จะลดการระบายเพื่อให้สอดคล้องกับน้ำที่อยู่ด้านเหนือ ที่จะเข้าเขื่อน โดยจะเริ่มลดการระบายตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม จาก 350 เหลือ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 5 ตุลาคม ลดจาก 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในวันที่ 6 ตุลาคม เหลือระบาย 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับน้ำที่ยังคงมีช่องว่างเหลืออยู่ ก็คาดว่าสิ้นสุดฤดูฝน ในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ตามปฏิทินของกรมชลประทานก็จะสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือมีน้ำเต็ม 100% ความจุของเขื่อน ซึ่งในปีนี้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งจะมีน้ำให้เกษตรกรเพื่ออุปโภค บริโภค และผลักดันน้ำเค็ม การรักษาระบบนิเวศ การอุตสาหกรรม ตลอดจนการเพาะปลูกด้านการเกษตรต่างๆ ในตลอดช่วงตลอดฤดูแล้งเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังเราต้องติดตามสภาวะภูมิอากาศเป็นหลักก็คือน้ำที่อยู่บนฟ้าซึ่งไม่มีความแน่นอน จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศค่อนข้างมาก จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราก็จะต้องติดตามทุกวัน ในส่วนของพายุที่จะเกิดหรือไม่เกิดนั้น เราก็ไม่นิ่งนอนใจในส่วนของเขื่อนป่าสักก็จะติดตามทั้งน้ำบนฟ้า และน้ำที่ลงมาเป็นน้ำท่าจากสถานีวัดน้ำต่าง ๆ ตั้งแต่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มาจนถึงเขื่อนป่าสักเราจะมีสถานีวัดน้ำติดตามสถานการณ์น้ำตลอดเส้นทาง เพื่อที่จะวางแผนการจัดการน้ำได้เป็นรายสัปดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

แต่อย่างไรก็ตาม หากอาจต้องมีการระบายน้ำเพิ่มเติมด้านท้ายเขื่อนเพื่อให้การเก็บกักน้ำหน่วงน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะดำเนินการระบายตามแผนในปริมาณที่เหมาะสมไม่ให้น้ำล้นตลิ่งและจะแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนก่อนการระบายน้ำทุกครั้ง ตลอดจนไปถึงพี่น้องที่อยู่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 ก็จะได้รับการแจ้งเตือน ก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน โดยน้ำจากเขื่อนป่าสักจะไปถึง พระราม 6 ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็จะใช้เวลาเดินทาง 1 วัน ทั้งนี้คาดว่าถ้าไม่มีพายุฝนก็จะสามารถที่จะผ่านฤดูฝนในปีนี้ไปได้โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งพี่น้องประชาชนคนลพบุรี คนสระบุรี ตลอดจนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานครอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าฯจ.น่าน พาสื่อมวลชนชมความคืบหน้าการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ที่ บริเวณจุดก่อสร้าง หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะสื่อมวลชน และหน่วยงานต่าง ๆ เยี่ยมชมความคืบหน้าการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก โดยมี นายพรชัย ยงนพกุล ตัวแทนมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน มอบหมายให้เข้ามาช่วยดูแลบริหารงานโครงการฯ ได้อธิบายพร้อมให้ข้อมูลการก่อสร้างโครงกาาร


สำหรับโครงการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก ตั้งอยู่บนพื้นที่จำนวน 9 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา ประกอบด้วย หอศิลปวัฒนธรรม อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ อาคารบริการ สวนพฤกษศาสตร์ และลานกิจกรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2568 ซึ่งมูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ฯ สนับสนุนงบประมาณ การก่อสร้างทั้งหมดรวมถึงงบประมาณ ในการบริหารจัดการตลอดอายุสัญญา มีวัตถุประสงค์การดำเนิน โครงการภายใต้หลัก “การพัฒนาที่ยั่งยืนของพลเมืองน่าน ผ่านการรับรู้ เรียนรู้ และนำไปใช้อย่างเข้าใจ” บุคลากรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน จะส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ สร้างโอกาสความเสมอภาคเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบสำคัญของประเทศไทยต่อไป

หอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก มีพื้นที่อาคารและสิ่งก่อสร้างในโครงการ ได้แก่ อาคารหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านและส่วนบริการ อาคารหอศิลปฯ มีพื้นที่ 4600 ตรม. ภายในประกอบด้วย ห้องพิพิธภัณฑ์ในรัชการที่ 9 , ห้องประวัติศาสตร์ศาลากลางหลังเก่า, ห้องนิทรรศการหมุนเวียน และพื้นที่สร้างสรรค์ทางปัญญาที่นำเสนอในรูปแบบดิจิทัล , ห้องสมุดดิจิทัล , พื้นที่ co working space , อาคารหอประชุมพื้นที่ 3400 ตรม. ที่มีที่นั่ง 267 ที่ และชั้นบนประกอบไปด้วยห้องซ้อมดนตรีไทยเดิม ดนตรีไทยสากล และห้องซ้อมดนตรีย่อยอีก 9 ห้อง และยังมีห้องแสดงสิ่งของมีค่าที่แสดงผลงานชิ้นเอกเช่น เครื่องเงินน่าน ,ผ้าทอมือ , เงินตราโบราณ ทั้งยังมีอาคารจอดรถ มีที่จอดรถชั้นใต้ดินซึ่งสามารถจอดรถยนต์ได้ 40 คัน และรถจักรยานยนต์ 27 คัน นอกจากนี้ ยังแบ่งพื้นที่สำหรับอาคารศูนย์เรียนรู้เมืองน่าน ลานกิจกรรมหน้าพระบรมรูปฯ ลานกิจกรรมหน้าศูนย์เรียนรู้ สวนวัฒนธรรม

การก่อสร้างในโครงการดังกล่าวได้คำนึงถึงและให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร และรองรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว ซึ่ง จ.น่าน อยุูในบริเวณที่ 3 ที่ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาคารอาจได้รับผลกระทบ มีการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย มาตรฐาน NFPA และรองรับ universal design อีกทั้ง ยังยึดมาตรฐานสถาบันอาคารเขียวไทย ( Trees) โดยตั้งเป้าต้องได้รับระดับ platinum
นายพรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างดำเนินการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองน่าน และแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออก คืบหน้าประมาณ 30% เร็วกว่ากำหนดเวลา 5 วัน เมื่อแล้วเสร็จ สถานที่แห่งนี้ยังมีหลักสูตรรองรับให้กับ เยาวชนจังหวัดน่าน ที่สนใจเรียน ใน 4 หลักสูตรต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรดนตรีทั้งดนตรีพื้นเมือง ดนตรีไทยเดิม ดนตรีไทยสากล ดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตรา หลักสูตรสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาล้านนา

หลักสูตรการทำธุรกิจ และหลักสูตรการเป็นพลเมืองดีเพื่อสังคม โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย กระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้มูลนิธิรักษ์ป่าน่านฯ เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินโครงการฯ และงบประมาณในการก่อสร้างอาคารใหม่ การรื้อถอน การบริหารจัดการงบบุคลากร, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ใช้งบประมาณของราชการแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้ จะไม่มีการเก็บค่าใช้บริการ ค่าสมาชิก ค่าเข้าร่วมกิจกรรม ค่าประชุม หรือค่าตอบแทนอื่นๆ จากผู้ใช้บริการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการนำพื้นที่ทั้งหมดหรือบางส่วนให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ส่วนตน รวมถึงไม่มีการปล่อยเช่าพื้นที่ว่างเปล่า

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวทิ้งท้าย จังหวัดน่าน ยังมีโครงกาพัฒนาไปพร้อมๆ กับการก่อสร้างฯ อีกหลายโครงการ เช่น การเอาเสาไฟฟ้าลงดิน การพัฒนาสวนศรีเมือง เพิ่มเลนจักรยานและช่องทางวิ่ง ตลอดช่วงเมืองเก่าน่าน ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดด้วย/

บุญยงค์ สดสอาด ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มือทำรวย หวยทำจนนะโยม สายมู ชาวอ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ แก้บน ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 4.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ตุลาคม 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดคลองกะพั้ว ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ สายมูแห่กราบไหว้ขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ์ ขนาดความสูง 19 เมตรรวมฐาน สีทอง ที่มีความสูงที่สุดในเขตภาคเหนือตอนล่าง ตั้งเด่นสง่า อยู่ภายในวัดคลองกะพั้ว และกราบสักการะท้าวเวสสุวรรณ ขนาดความสูง 5 เมตร สีดำน้ำมันปู กันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ได้มีนายชัยสุรพัส สินธนัชพุทธิกร และนางกุลณี นากแก้วเทศ ชาวอำเภอพิชัย ได้นำเครื่องสักการะพร้อมน้ำแดง น้ำมันตะเกียง พวงมาลัย ดอกกุหลาบสีแดงมาถวายและแก้บนแก่องค์ท้าวเวสสุวรรณ เนื่องจากตนเอง ได้ถูกเลอตเตอรี่รางวัลที่ 4 เพราะได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้ได้ถูกรางวัลลอตเตอรี่พร้อมกันนี้ยังได้นำเงินจำนวน 2 พันบาท ใส่ตู้เพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะท้าวเวสสุวรรณในการทอดกฐินสามัคคีสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ขนาด 12 เมตร ที่ระหว่างดำเนินการสร้าง

นางกุลณี นากแก้วเทศ ชาวอำเภอพิชัย เปิดเผยว่า ตนเองได้ตั้งจิตอธิฐานระลึกถึงองค์ท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้ว หากท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้ว ศักดิ์สิทธิ์จริง ขอให้ตนเองถูกรางวัลฉลากกินแบ่งรัฐบาลกับเขา ซักครั้ง
เมื่อผลปรากฏว่า ตนเองถูกลอตเตอรี่ จริง เป็นรางวัลที่ 4 ตนเองพร้อมสามีจึงตั้งใจที่จะไปกราบไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่วัดคลองกะพั้วให้ได้ ซึ่งในวันนี้ ได้มีโอกาศจึงชวนสามีมากราบสักการะท้าวเวสสุวรรณพร้อมกับนำดอกกุหลาบ พวงมาลัย น้ำมันตะเกียง เพื่อถวายแด่องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่มีความสูง 19 เมตรรวมฐาน โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวก็ได้เดินทางมาร่วมขอโชคขอลาภด้วยจากนั้นได้มีการจุดธูปเสี่ยงทายซึ่งปรากฏเป็นเลข 235

พร้อมกันนี้ชาวบ้านที่ติดตามมาเพื่อลุ้นโชค ยังได้มีการล้วงลูกปิงปองในไหที่วางอยู่ด้านหน้าท้าวเวสสุวรรณองค์สีดำมันปูขนาดความสูง 5 เมตร ผลปรากฎเลขที่ล้วงได้จากลูกปิงปองคือ 12 ซึ่งต่างก็พากันนำโทรศัพท์ถ่ายรูปไว้และบางคนก็นำกระดาษมาจด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวด วันที่ 16 ตุลาคม ที่จะมาถึง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ฉลองครบขวบปี Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เผยเฟสที่ 1-2 ขายแล้ว 35%

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 19 ก.ย.67 ที่โรงแรมเรเนซองท์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดงาน Sky Agent Awards 2004 1st Anniversary ภายใต้บริษัท Lunique Real Estate ฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งความสำเร็จของคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya

ภายในงาน น.ส.อุรดี กุลกีรติยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท Lunique Real Estate ในฐานะผู้บริหารโครงการ เผยว่า โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากชายหาด 200 เมตร. ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม 3 ตึก

แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เฟสแรกเป็นทาวเวอร์ A ความสูง 60 ชั้น เป็นแบบ Luxury Sea-view Condo และอาคารทาวเวอร์ B ความสูง 31 ชั้น แบบ Hotel Service Condo มีทั้งห้องสตูดิโอ พื้นที่ตั้งแต่ 28-39 ตร.ม. ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 40.80-47.50 ตร.ม. ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 86-89.80 ตร.ม. ห้องขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 94.6 ตร.ม. และห้อง Penthouse พื้นที่ 130 ตร.ม. โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2029

ส่วนเฟสที่ 3 จะสร้างเป็นอาคารทาวเวอร์ C ความสูง 60 ชั้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วในเฟสแรก โดยมียอดขายไปแล้ว 35% และในปี 2026 จะเริ่มขายในเฟสที่ 2 และ 3 ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารทาวเวอร์ C ที่มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ซึ่งผ่าน EIA แล้วและจะเริ่มก่อสร้างในปี 2029 ต่อไป